The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by krunook-Tassanawan, 2022-07-09 03:00:22

ilovepdf_merged (8)

ilovepdf_merged (8)

4. ค่าใชจ้ ่ายจ่ายลว่ งหน้า (Prepaid Expenses)
ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า คือ ค่าใช้จ่ายที่กิจการได้จ่ายเงินล่วงหน้า โดยที่ยังได้รับบริการยังไม่หมดหรือยังไม่

ครบ เช่น ค่าโฆษณาจ่ายล่วงหน้า ค่าเช่าจ่ายล่วงหน้า ค่าวารสารจ่ายล่วงหน้า ดังนั้นค่าใช้จ่ายที่กิ จการได้จ่ายส่วน
หนึ่งจึงเป็นค่าใช้จ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีปัจจุบัน และ อีกส่วนหนึ่งจะเป็นค่าใช้จ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีถัดไป
เมือ่ กิจการจ่ายค่าใช้จ่ายจา่ ยลว่ งหนา้ สามารถบันทึกรายการได้ 2 วธิ ี คือ











5. วัสดุสน้ิ เปลืองใช้ไป (Supplies Used)
วัสดุส้ินเปลือง หมายถึง วัสดุที่ใช้แล้วหมดไปหรือวัสดุที่มีอายุการใช้งานสั้น ส่วนใหญ่มีมูลค่าไม่สูงมาก วัสดุ

ส้นิ เปลืองมีหลายประเภทแล้วแต่ลักษณะการใช้งาน เช่น วัสดุสานักงาน ได้แก่ กระดาษถ่ายเอกสาร ดินสอ ปากกา
ยางลบ ลวดเสียบกระดาษ แฟ้มเอกสาร สมุดบญั ชี เป็นตน้

วัสดุคอมพิวเตอร์ ได้แก่ กระดาษต่อเนื่อง ตลับผงหมึกสาหรับเครื่องพิมพ์ แบบเลเซอร์ ตลับหมึกสาหรับ
เครอ่ื งพิมพ์แบบอ๊ิงเจ็ท แผน่ ซดี รี อม เมาส์ เปน็ ตน้

วสั ดุเชื้อเพลิงและหลอ่ ลน่ื ได้แก่ นา้ มันเบนซิน น้ามนั ดีเซล นา้ มันจาระบี นา้ มนั ก๊าด เป็นต้น
วสั ดุกีฬา ได้แก่ ลูกปิงปอง ลกู ขนไก่ ลกู เทนนสิ ห่วงยาง เป็นตน้
การจัดซื้อวัสดุสิ้นเปลืองส่วนใหญ่จะซื้อจานวนมากเพราะราคาเฉลี่ยต่อหน่วยจะถูกกว่าซื้อจานวนน้อย ถ้า
วัสดุดังกล่าวกิจการคาดว่าจะใช้หมดไปในรอบระยะเวลาบัญชีเดียวกัน อาจบันทึกรายการเป็นค่าใช้จ่ายทั้งจานวน
หากคาดว่าจะใช้ไม่หมดหรือไม่แน่ใจ อาจบันทึกไว้เป็นสินทรัพย์ และเมื่อถึงวันสิ้นงวดบัญชีให้ทา การตรวจนับวัสดุ
ส้ินเปลอื งคงเหลือ เพ่อื คานวณวสั ดุสน้ิ เปลืองใชไ้ ป และบนั ทึกรายการปรับปรงุ ในวันส้นิ งวดบัญชี

การคานวณวสั ดุสน้ิ เปลอื งใช้ไปและบันทึกรายการปรับปรุงในวนั ส้นิ งวดบัญชี เป็นดงั นี้
วสั ดุสน้ิ เปลืองต้นงวด XX
บวก ซอ้ื ระหว่างงวด XX
วสั ดุส้นิ เปลอื งมไี วเ้ พ่อื ใช้ XX
หัก วัสดสุ ้ินเปลอื งปลายงวด XX
วัสดสุ ้นิ เปลืองใชไ้ ป XX
การบันทกึ รายการปรับปรงุ ในสมุดรายวันทั่วไป เปน็ ดังนี้

หมายเหตุ 1. วัสดุส้นิ เปลืองใชไ้ ป แสดงในงบกาไรขาดทุน
2. วัสดุสน้ิ เปลอื ง แสดงในงบแสดงฐานะการเงิน

6. ค่าเส่อื มราคา (Depreciation)
มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 16 (ปรับปรุง 2561) เรื่อง ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ได้ให้ คานิยามและข้อ

ควรปฏบิ ตั เิ กีย่ วกับค่าเส่ือมราคา ดังน้ี
คา่ เส่อื มราคา หมายถงึ การปันส่วนจานวนที่คิดค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์อย่างมีระบบ ตลอดอายุการ

ใชป้ ระโยชนข์ องสินทรัพย์น้ัน
ท่ดี นิ อาคารและอุปกรณ์ หมายถงึ สนิ ทรัพย์ท่ีมตี วั ตนซงึ่ เข้าเงอื่ นไขทุกข้อต่อไปน้ี
1. มีไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในการผลิต ในการจาหน่ายสินค้าหรือให้บริการ เพื่อให้เช่า หรือเพื่อใช้ในการ

บริหารงาน
2. คาดว่าจะใชป้ ระโยชน์มากกวา่ หน่ึงรอบระยะเวลา
มูลค่าคงเหลือ หมายถึง จานวนเงินโดยประมาณที่กิจการคาดว่าจะได้รับในปัจจุบันจากการจาหน่าย

สินทรัพย์หลังจากหกั ต้นทุนที่คาดว่าจะเกิดขน้ึ จากการจาหนา่ ยสนิ ทรพั ย์นั้น หากสินทรัพย์นั้นมีอายุและสภาพที่
คาดว่าจะเป็น ณ วันสิ้นสุดอายกุ ารใชป้ ระโยชน์

อายุการใช้ประโยชน์ หมายถงึ กรณใี ดกรณีหนง่ึ ตอ่ ไปน้ี
1. ระยะเวลาทกี่ ิจการคาดวา่ จะมีสนิ ทรพั ยไ์ วใ้ ช้
2. จานวนผลผลิตหรอื จานวนหน่วยในลักษณะอืน่ ทค่ี ลา้ ยคลึงกันซึง่ กิจการคาดวา่ จะไดร้ ับจากสินทรพั ย์
ประเภทของทีด่ นิ อาคารและอปุ กรณ์ หมายถงึ กลุ่มของสินทรพั ย์ทีม่ ลี ักษณะและประโยชน์การใช้งานทคี่ ล้ายคลึงกัน
ต่อการดาเนนิ งานของกจิ การ ตวั อยา่ งการแบ่งประเภทของทด่ี ิน อาคารและอปุ กรณ์ ได้แก่
1. ทดี่ นิ
2. ท่ีดนิ และอาคาร
3. เครอื่ งจกั ร
4. เรือ
5. เครื่องบนิ
6. ยานพาหนะ
7. เครื่องตกแตง่ และตดิ ตงั้
8. อุปกรณส์ านกั งาน
9. พืชเพื่อการใหผ้ ลผลิต

วธิ ีการคิดค่าเสื่อมราคา
1. กจิ การตอ้ งทบทวนวิธีการคดิ ค่าเส่อื มราคาของสนิ ทรัพยอ์ ย่างนอ้ ยทสี่ ดุ ทกุ ส้นิ รอบปบี ญั ชี
2. กิจการตอ้ งเปล่ยี นวธิ ีการคิดค่าเสอื่ มราคาเพ่ือสะท้อนถึงลกั ษณะ รปู แบบของประโยชน์เชิงเศรษฐกจิ ที่

เปลีย่ นแปลงไป และตอ้ งปฏิบัติตามขอ้ กาหนดของมาตรฐานการบัญชีฉบบั ท่ี 8 (ปรบั ปรุง 2561)
3. กจิ การสามารถใชว้ ธิ ีการคดิ คา่ เสื่อมราคาซ่งึ มหี ลายวิธีปนั สว่ นจานวนท่คี ดิ คา่ เสอื่ มราคาของสนิ ทรพั ย์

อยา่ งมรี ะบบตลอดอายุการใชป้ ระโยชนข์ องสินทรพั ย์ วิธกี ารคิดค่าเสื่อมราคา มีหลายวิธี เช่น
3.1 วธิ เี ส้นตรง (Straight-line method) มีผลทาให้ค่าเสอ่ื มราคามีจานวนคงท่ตี ลอดอายกุ ารใช้

ประโยชน์ของสินทรัพย์ หากมลู คา่ คงเหลือของสนิ ทรัพย์นั้นไม่เปลี่ยนแปลง
3.2 วธิ ียอดคงเหลือลดลง (Declining-balance method) มผี ลทาให้ค่าเส่ือมราคาลดลงตลอดอายุ

การใชป้ ระโยชน์ของสนิ ทรัพย์
3.3 วิธจี านวนผลผลติ (Units-of-production method) มีผลทาให้ค่าเส่อื มราคาขนึ้ อยู่กับ

ประโยชน์หรือผลผลิตท่ีคาดวา่ จะไดร้ ับจากสินทรัพย์

4. กิจการต้องเลือกใช้วิธีคิดค่าเสื่อมราคาที่สะท้อนรูปแบบของประโยชน์เชิงเศรษฐกิจที่คาดว่าจะได้รับใน
อนาคตจากสินทรัพย์ให้ใกล้เคียงที่สุดและต้องใช้อย่างสม่าเสมอในทุกรอบระยะเวลาบัญชี เว้นแต่รูปแบบของ
ประโยชน์เชงิ เศรษฐกิจที่คาดวา่ จะไดร้ ับในอนาคตจากสินทรพั ยน์ ัน้ เปล่ียนไป

ในวชิ าการบัญชเี บ้ืองตน้ นี้ จะนาเสนอเพียงวิธีเดียวคอื วธิ เี ส้นตรง
วิธคี านวณคา่ เส่อื มราคาและการบันทึกรายการ

วธิ คี านวณค่าเสื่อมราคา เป็นดังน้ี

7. หนี้สงสัยจะสูญ (Doubtful Accounts)
มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 101 เรื่อง หนี้สงสัยจะสูญและหนี้สูญ ได้ให้คานิยามและข้อควรปฏิบัติ

เกย่ี วกบั หน้ีสงสยั จะสญู และหนสี้ ญู ดงั นี้
ลูกหนี้การค้า (Trade Receivable) หมายถึง ลูกหนี้ที่เกิดจากการดาเนินการค้าตามปกติของธุรกิจ

และจะมีช่อื บญั ชแี ตกต่างกันไดต้ ามประเภทของธุรกิจ เช่น ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ หมายถึงบัญชีระหว่างธนาคาร
ท่ีมดี อกเบยี้ เงนิ ใหส้ ินเชื่อและดอกเบีย้ คา้ งรบั กจิ การประกันภัย หมายถึง บัญชีเบี้ยประกันภัยค้างรับ เงินค้างรับ
เกี่ยวกบั การประกนั ตอ่ และเงนิ ให้ก้ยู ืม

ลกู หนีอ้ ืน่ (Other Receivable) หมายถงึ ลกู หนที้ ่ไี มไ่ ดเ้ กิดจากการดาเนินการคา้ ตามปกติของธุรกจิ
หนี้สูญ (Bad Debt) หมายถึง ลูกหนี้ที่ได้ติดตามทวงถามจนถึงที่สุดแล้ว แต่ไม่ได้รับชาระหนี้และได้ตัด
จาหนา่ ยออกจากบญั ชี
หนี้สงสัยจะสูญ (Doubtful Accounts) หมายถึง ลูกหนี้ที่คาดว่าจะเรียกเก็บไม่ได้ และถือเป็น
คา่ ใช้จา่ ยของรอบระยะเวลาบัญชีนั้น

์คาเผื่อหนี้สูญหรือ์คาเผ่ือหนี้สงสัยจะสูญ (Allowance for Doubtful Accounts) หมายถึง จานวนท่ี
กัน์ไวสาหรับลูกหน้ีท่ีคาด์วาจะเรียกเก็บ์ไม์ได และถือ์เปนบัญชีปรับมูล์คา (Valuation Account) ท่ีต้ังข้ึนเพ่ือแสดง
์เปนรายการหักจากบัญชีลูกหนใี้ นงบการเงินเพ่อื ์ใหคงเหลือ์เปนมลู์คาสุทธิของลูกหน้ที ีค่ าดหมาย์วาจะเก็บ์ได

การบันทกึ ลูกหนที้ ่เี กบ็ เงนิ ์ไม์ได มีวิธีปฏบิ ัติ 2 วธิ คี อื
1. วิธีตัดจาห์นายโดยตรง (Direct Write- Off Method) วิธีน์้ีไมบันทึกรายการจนก์วาในรอบระยะเวลา
บัญชีมีลูกหนสี้ ญู จริง จงึ บนั ทกึ ์เปนผลเสียหายในรอบระยะเวลาบัญชนี ้ัน โดย บนั ทกึ บัญชีดังน้ี

2. วิธตี ั้งค่าเผื่อ (Allowance Method) วธิ นี ี้จะประมาณหน้ที ี่คาดว่าจะเก็บไมไ่ ด้ โดยคานวณจาก
ยอดขายหรือจากยอดลูกหนี้ แล้วบนั ทกึ จานวนที่ประมาณขน้ึ น้ัน รายการนท้ี าในรอบระยะเวลาบญั ชีทบ่ี นั ทึก
รายการขาย โดยบนั ทกึ บัญชดี ังน้ี
วธิ ีตดั จาหนา่ ยโดยตรง เปน็ วิธที ีง่ า่ ยและสะดวกแต่มีขอ้ บกพร่องและไมเ่ ป็นทย่ี อมรับ ส่วนวธิ ีตั้งค่าเผื่อเป็นวธิ ีที่
ถกู ต้องตามหลักบัญชี ดงั น้นั ในท่ีน้ีจะใช้วิธตี ้งั คา่ เผื่อ

วธิ กี ารประมาณหน้ีสงสยั จะสูญ
วธิ กี ารประมาณหนี้สงสยั จะสูญ ทนี่ ยิ มใช้มี 3 วิธีดงั นี้

1. คานวณเปน็ ร้อยละของยอดขาย (Percentage Of Sales)
1.1 คานวณเปน็ ร้อยละของยอดขายรวม
1.2 คานวณเปน็ รอ้ ยละของยอดขายเชือ่

2. คานวณเป็นร้อยละของยอดลกู หนี้ (Percentage Of Outstanding Receivable)
2.1 คานวณเปน็ รอ้ ยละของยอดลกู หน้ี โดยถอื วา่ อัตราส่วนของจานวน หนี้สงสัยจะสญู สาหรับลูกหน้ี

ทง้ั หมดจะคงท่ี
2.2 คานวณโดยจัดกลมุ่ ลูกหน้จี าแนกตามอายุของหน้ที ่ีค้างชาระ โดยถือว่าลูกหนี้ที่ค้างชาระนานจะ

มโี อกาสไมช่ าระหนมี้ ากกวา่ ลูกหน้ที ีเ่ รม่ิ เกดิ ขึน้
3. คานวณโดยพิจารณาลูกหนแ้ี ต่ละราย วิธีน้จี ะกระทาไดย้ ากในธรุ กิจทม่ี ลี ูกหน้ีจานวนมากราย

งบทดลองหลงั ปดิ บญั ชี

งบทดลองหลังปรับปรุง (Adjusted Trial Balance) เป็นงบ
ทดลองที่กิจการทาขึ้นหลังบันทึกรายการปรับปรุง เพื่อพิสูจน์ความถูกต้องของ
การบันทึกรายการค้าตามระบบบัญชีคู่อีกครั้งหนึ่ง และเพื่อให้การจัดทางบ
การเงนิ ง่ายและสะดวกขึ้น













2. งบทดลองหลงั ปรับปรงุ





กระดาษทาการชนิด 8 ช่อง

กระดาษทาการชนิด 8 ช่อง (Eight-column Worksheet) เป็นเพียงกระดาษร่างที่คล้าย
กับกระดาษทาการชนิด 6 ช่อง เพียงแต่เพิ่มช่องรายการปรับปรุง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การจัดทา
งบการเงินอันได้แก่ งบกาไรขาดทุน และงบแสดงฐานะการเงนิ ง่าย สะดวกและแสดงยอดที่ถกู ต้อง ตรง
กับความเปน็ จริงมากที่สดุ ดังนน้ั หากกิจการไมจ่ ัดทางบทดลองหลงั ปรบั ปรงุ อาจทากระดาษทาการชนิด
8 ชอ่ งขึ้น



ข้ันตอนในการทากระดาษทาการชนดิ 8 ช่อง
ขัน้ ตอนในการทากระดาษทาการชนดิ 8 ช่อง มีดงั นี้

1. เขียนหัวกระดาษทาการ ประกอบด้วย ชื่อกิจการ คาว่ากระดาษทาการและวันที่ท่ี
จดั ทา

2. นางบทดลอง (ก่อนปรับปรุง) ที่ได้จัดทาไว้แล้วไปแสดงในช่องงบทดลอง หรือจัดทาขึ้น
ใหม่ (หมายเลข 4-8 )

3. นารายการปรับปรุงไปแสดงในช่องรายการปรับปรุง ให้ตรงกับบัญชีและช่องที่ปรากฏ
หากไมม่ บี ญั ชที ต่ี อ้ งการใหเ้ ติมชอ่ื บญั ชีต่อทา้ ยและรวมยอด (หมายเลข 21-23)

4. หายอดคงเหลือทุกบัญชี บัญชีที่มียอดคงเหลือในงบทดลองและยอดในช่องรายการ
ปรบั ปรุงด้านเดียวกนั ให้นามาบวกกัน ส่วนบญั ชที ่ีมยี อดคงเหลืออยูค่ นละดา้ นใหน้ ามาลบกัน

5. ขัน้ ตอนทเี่ หลอื เหมือนกับกระดาษทาการชนดิ 6 ชอ่ ง

หนว่ ยท่ี 9 งบการเงนิ

สาระการเรียนรู้ 1. ความหมายของกิจการท่ีไม่มสี ว่ นไดเ้ สียสาธารณะ
2. วตั ถุประสงค์ของมาตรฐานการรายงานทางการเงนิ สาหรบั กจิ การที่ไม่
มสี ว่ นไดเ้ สียสาธารณะ
3. กรอบแนวคิดและวตั ถปุ ระสงค์ของงบการเงนิ
4. ผ้ใู ชง้ บการเงินและความตอ้ งการขอ้ มูลของผใู้ ช้
5. ลักษณะเชงิ คณุ ภาพของข้อมูลในงบการเงิน
6. การรับรูร้ ายการและองค์ประกอบของงบการเงนิ
7. งบการเงนิ ที่ธุรกจิ ตอ้ งจดั ทา
8. การจัดทางบการเงนิ และหมายเหตุประกอบงบการเงิน
9. ความหมายของรายการย่อท่ีต้องมีในงบการเงนิ
10. การจดั ทางบการเงินอยา่ งง่ายสาหรับกิจการเจ้าของคนเดียว

ความหมายของกจิ การท่ไ่ี มม่สี วน่ไดเสียสาธารณะ

กจิ การท่ไ่ี มม่สี วน่ไดเสียสาธารณะ (Non-Publicly Accountable Entities) หมายถงึ กิจการ ท่ไี่ ม่ใชกิจการ
ด่ังตอไปน้ี

1. กจิ การที่มีตราสารทนุ หรือตราสารหนี้ของกิจการซงึ่ มกี ารซื้อขาย่ตอประชาชน่ไม่วาจะ่เปน ตลาด
หลกั ทรัพ่ยในประเทศหรอื่ตางประเทศหรอื การซ้ือขายนอกตลาดหลกั ทรัพ่ย (Over the Counter) รวมทัง้ ตลาดใน
่ทองถิน่ และในภูมิภาคหรือกิจการทน่ี า่สงหรืออ่ยูในกระบวนการของการนา่สง งบการเงนิ ของกจิ การ่ใหแ่กสานกั งาน
คณะกรรมการกากับหลักทรพั ่ยและตลาดหลักทรัพ่ยหรอื ห่นวยงานกากับดแู ลอ่นื เพอ่ื วตั ถปุ ระส่งคในการออกขาย
หลักทรพั ่ยใดๆ่ตอประชาชน

2. กิจการทีด่ าเนนิ ธรุ กจิ หลกั ในการดูแลสนิ ทรัพ่ยของก่ลุมบคุ คลภายนอกในวงก่วาง่เชน สถาบันการเงนิ
บรษิ ทั ประกนั ชีวติ บรษิ ัทประกนั วนิ าศภยั บรษิ ัทหลักทรัพ่ย กองทนุ รวม ตลาดสิน่คาเกษตร่ลวงห่นาแ่หงประเทศ
ไทยตามกฎหมาย่วา่ดวยการนัน้ ่เปน่ตน

3. บรษิ ัทมหาชนตามกฎหมาย่วา่ดวยบริษทั มหาชน
4. กจิ การอืน่ ท่ีจะกาหนดเพิ่มเติม

วตั ถปุ ระสงคข์ องมาตรฐานการรายงานทางการเงินสาหรับกิจการ
ท่ีไมม่ ีส่วนได้เสียสาธารณะ

วัตถุประสงค์ของมาตรฐานการรายงานทางการเงนิ สาหรบั กจิ การที่ไม่มีสว่ นได้เสยี สาธารณะ คือการให้
แนวทางในการรายงานการเงินทีม่ คี ณุ ภาพทีจ่ ะกอ่ ใหเ้ กิดประโยชนด์ ังนี้

1. ส่งเสรมิ การนาเสนอขอ้ มูลที่มปี ระโยชน์ตอ่ การตัดสินใจเชงิ เศรษฐกิจของผูป้ ระกอบการและผใู้ ช้งบ
การเงินอนื่ ๆ

2. สนับสนนุ ให้เกดิ การจดั สรรทรัพยากรใหม้ ปี ระสิทธิภาพทั้งระดับจุลภาคและระดบั มหภาค
3. เพิ่มความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงนิ ทุนให้งา่ ยขึ้นและชว่ ยลดตน้ ทนุ ของเงินทุน
4. สง่ เสริมให้เกดิ ความสม่าเสมอและเปรยี บเทยี บกนั ไดข้ องข้อมูลทางการเงินท่ชี ่วยใหผ้ ้ปู ระกอบการและ
ผ้ใู ชง้ บการเงนิ เกิดความเชือ่ มนั่ ซึ่งนาไปสู่การเตบิ โตของธรุ กจิ และระบบเศรษฐกจิ โดยรวม

กรอบแนวคดิ และวัตถุประสงค์ของงบการเงิน

กรอบแนวคิด
ข้อสมมตทิ ใ่ี ช้ในการนาเสนองบการเงินตามมาตรฐานการรายงานทางการเงนิ สาหรับกจิ การทีไ่ มม่ สี ่วนไดเ้ สีย

สาธารณะ ได้แก่
1. เกณฑ์คงค้าง (Accrual Basis) กาหนดใหก้ จิ การตอ้ งรับรู้รายการค้าในรอบระยะเวลาบัญชที ีเ่ กิด

รายการนั้นซึ่งอาจเป็นรอบระยะเวลาบญั ชีเดยี วกันหรือต่างกนั กับรอบระยะเวลาบญั ชี ที่กิจการได้รบั หรอื จา่ ยชาระ
เงนิ สด

2. การดาเนนิ งานต่อเนื่อง (Going Concern) คอื ขอ้ สมมติวา่ กจิ การจะยังคงดาเนินงานอยู่ตอ่ ไปใน
อนาคตหากมีข้อสงสัยเกยี่ วกับการดาเนนิ งานต่อเน่อื งกจิ การต้องวัดมลู คา่ รายการ ทร่ี ับรู้ในงบการเงนิ ดว้ ยเกณฑท์ ่ี
ต่างจากเกณฑท์ ่ีมาตรฐานการรายงานทางการเงนิ ฉบับน้ีกาหนดไว้

วตั ถปุ ระสงค์ของงบการเงนิ
วัตถุประสงค์ของงบการเงินตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินสาหรับกิจการที่ไม่มีส่ วน
ได้เสยี สาธารณะ คือการนาเสนอข้อมูลที่เก่ียวข้องกับฐานะการเงินและผลการดาเนินงานของกิจการ
ที่มีประโยชน์ต่อการตัดสินใจเชิงเศรษฐกิจ คือข้อมูลทางการเงินที่แสดงผลกระทบของรายการใน
อดีตที่มีต่อฐานะการเงินและผลการดาเนินงานของกิจการที่ช่วยผู้ใช้งบการเงินใน การประเมิน
ความสามารถของกิจการในการก่อใหเ้ กิดเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดไม่ว่าจะเป็นจานวนเงิน
จงั หวะเวลาและความแน่นอนของกระแสเงินสดข้อมูลในงบการเงินยังช่วยผู้ใช้ งบการเงินอื่นในการ
ประเมนิ ความสามารถในการดแู ลและความรับผิดชอบของผบู้ รหิ ารของกิจการ

ผู้ใช้งบการเงนิ และความตอ้ งการข้อมลู ของผู้ใช้

มาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับนี้กาหนดแนวปฏบิ ัติในการนาเสนองบการเงินท่ี
มวี ัตถปุ ระสงค์หลกั ในการสนองความตอ้ งการของเจา้ ของกจิ การ

1. เพื่อประเมินฐานะการเงิน ณ เวลาใดเวลาหนึ่งและผลการดาเนินงานและการ
เปล่ียนแปลงฐานะการเงินของกจิ การสาหรบั รอบระยะเวลาบญั ชขี องกิจการ

2. เพอื่ ใหข้ อ้ มลู ทางการเงนิ เกีย่ วกับการจดั หาเงินทุนจากเจา้ ของกจิ การ
3. เพื่อประเมินโอกาสในการลงทุนต่อและเป็นปัจจัยในการพิจารณาเกี่ยวกับการ
บริหารการเงนิ

ข้อมูลในงบการเงินยังมีประโยชน์ในการตัดสินใจเชิงเศรษฐกิจของผู้ใช้งบการเงินอื่ นๆ
ดงั ต่อไปน้ี

1. ผ้ใู ห้กู้ ผู้ขายสินค้าและเจา้ หน้อี ่นื
1.1 เพอ่ื ประเมนิ ความเสย่ี งในการตัดสินใจให้ก้หู รือให้สินเชอ่ื
1.2 เพอื่ ใหข้ อ้ มลู ทางการเงินทใี่ ชใ้ นกระบวนการติดตามสนิ เชอ่ื

2. หน่วยงานรัฐบาลและหนว่ ยงานกากบั ดูแลกจิ การ
2.1 เพอื่ ให้ข้อมูลที่เปน็ ประโยชน์ในการกากบั ดูแลการเสียภาษี
2.2 เพ่อื ใหข้ อ้ มลู ทเี่ ป็นประโยชน์ในการส่งเสรมิ การคา้ และการลงทนุ
2.3 เพื่อประโยชน์ในการพฒั นาเศรษฐกจิ โดยรวมของประเทศ

ลักษณะเชิงคณุ ภาพของข้อมลู ในงบการเงนิ

ลกั ษณะเชงิ คุณภาพพืน้ ฐาน

วัตถปุ ระสงค์หลักของการรายงานทางการเงิน คือการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อ
การตัดสินใจเชิงเศรษฐกิจของผู้ใช้งบการเงิน ข้อมูลดังกล่าวต้องมีลักษณะเชิงคุณภาพ
พืน้ ฐาน ดงั ต่อไปนี้

1. เชื่อถือได้ (Reliability) ข้อมูลที่เชื่อถือได้ต้องนาเสนอเหตุการณ์เชิงเศรษฐกิจ
โดยครบถว้ น เปน็ กลางและปราศจากข้อผิดพลาดที่มีสาระสาคัญ

2. เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ (Relevance) ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจต้อง
สามารถสรา้ งความแตกตา่ งในการตดั สินใจได้อยา่ งมสี าระสาคัญ

ลักษณะเชิงคุณภาพเสริม

1. เปรียบเทียบกันได้ (Comparability) ข้อมูลในรายงานทางการเงินต้องสามารถใช้ในการ
ระบุความแตกตา่ งหรอื ความเหมอื นของเหตุการณ์เชิงเศรษฐกิจระหว่างสองเหตุการณ์ได้ การใช้นโยบาย
ทางการบญั ชีมาถือปฏิบตั อิ ยา่ งสมา่ เสมอจะสามารถช่วยใหข้ ้อมลู สามารถเปรียบเทียบกันได้

2. ยืนยันความถูกต้องได้ ข้อมูลที่สามารถยืนยันความถูกต้องได้สามารถทาให้ผู้ใช้ งบการเงิน
ที่มีระดับของความรู้และความเป็นอิสระที่แตกต่างกันเกิดความเห็นที่ยอมรับร่วมกันได้ถึ งแม้จะไม่เห็น
ด้วยอยา่ งสมบรู ณ์กต็ าม

3. ทันต่อเวลา (Timeliness) ข้อมูลที่มีความทันต่อเวลาจะต้องเป็นข้อมูลที่ผู้ใช้รายงาน
ทางการเงนิ สามารถนาไปใชป้ ระโยชน์ในการตัดสินใจไดก้ ่อนท่ีข้อมูลนัน้ จะสูญเสยี ความสามารถ ในการมี
อทิ ธิพลต่อการตดั สินใจ

4. เข้าใจได้ (Understandability) ข้อมูลที่ทาให้ผู้ใช้รายงานทางการเงินสามารถเข้าใจได้
เป็นข้อมูลที่นาเสนออย่างกระชับชัดเจนโดยมีข้อสมมติว่าผู้ใช้รายงานทางการเงินมีความรู้ พอควร
เกี่ยวกับธุรกิจและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องและมีความสามารถที่จะอ่านและวิเคราะ ห์รายงาน
ทางการเงนิ ไดโ้ ดยใช้ความพากเพียรพอควร

การรับรรู้ ายการและองคป์ ระกอบของงบการเงนิ

การรับรู้รายการ หมายถึง การรวมรายการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของงบแสดงฐานะการเงิน (เดิมเรียกว่า
งบดุล) หรืองบกาไรขาดทนุ
องคป์ ระกอบดังกล่าวมคี วามหมายและหลักการรับรู้รายการดังต่อไปนี้

1. สินทรพั ย์ (Assets) หมายถงึ ทรพั ยากรทอี่ ยใู่ นความควบคมุ ของกิจการทรัพยากรดังกล่าวเป็นผล
ของเหตุการณ์ในอดีตซึ่งกิจการคาดว่าจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจจากทรัพยากรนั้นในอนาคต การรับรู้
รายการสนิ ทรพั ย์ต้องเป็นไปตามเกณฑ์การรับรรู้ ายการสนิ ทรพั ย์

2. หนี้สิน (Liabilities) หมายถึง ภาระผูกพันในปัจจุบันของกิจการโดยภาระผูกพันดังกล่าวเป็นผล
ของเหตกุ ารณใ์ นอดตี ซงึ่ การชาระภาระผกู พันนัน้ คาดว่าจะส่งผลใหก้ ิจการสญู เสยี ทรพั ยากรเชิงเศรษฐกิจ การ
รับรรู้ ายการหน้ีสนิ ต้องเปน็ ไปตามเกณฑ์การรบั รรู้ ายการหนีส้ ิน

3. ส่วนของเจ้าของ (Owner’s Equity) หมายถึง ส่วนได้เสียคงเหลือในสินทรัพย์ของกิจการ
หลังจากหักหนี้สินทั้งสิ้นออกแล้ว องค์ประกอบของงบการเงินที่ให้ข้อมูลแก่ผู้ใช้งบการเงินในการ
ประเมินผลการดาเนินงาน (งบกาไรขาดทุน) ได้แก่ รายการรายได้และรายการค่าใช้จ่าย องค์ประกอบ
ดังกลา่ วมีความหมายและหลกั การรับรู้รายการดังตอ่ ไปน้ี

1) รายได้ (Revenue)
2) ค่าใช้จ่าย (Expenses)

งบการเงนิ ท่ธี ุรกจิ่ตองจดั ทา

ผู้มีหน้าที่จัดทาบัญชีที่เป็นห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน บริษัทจากัด นิติบุคคลที่ตั้งขึ้น ตามกฎหมาย
ต่างประเทศและกิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากรที่เข้าเงื่อนไขเป็นกิจการที่มีส่วนได้ เสียสาธารณะหรือเข้า
เงื่อนไขเป็นกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะแต่มีความประสงค์จะจัดทาบัญชี ตามมาตรฐานการรายงานทาง
การเงินที่สภาวชิ าชพี บัญชีประกาศกาหนดโดยอา้ งองิ มาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ (IFRS) ให้
ผู้มีหน้าที่จัดทาบัญชีดังกล่าวจัดทางบการเงิน โดยนารูปแบบรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงินของบริษัทมหาชน
จากดั (แบบ 3) มาใช้ โดยปรบั ปรงุ รายการท่ีเกย่ี วข้องกบั สว่ นของเจ้าของให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงตามกฎหมาย
และข้อกาหนดของมาตรฐานการรายงานทางการเงนิ

สาหรับผู้จัดทาบัญชีที่เป็นกิจการเจ้าของคนเดียว ก็อาจปฏิบัติเช่นเดียวกับห้างหุ้นส่วน จดทะเบียน
บริษทั จากดั นติ บิ ุคคลท่ตี ง้ั ขนึ้ ตามกฎหมายดงั ทีก่ ล่าวไว้ขา้ งตน้ ก็ได้

ในที่นี้จะจัดทางบการเงินอย่างง่าย โดยนารูปแบบรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงินของห้างหุ้นส่วนจด
ทะเบียน (แบบ 1) มาใช้ และอา้ งอิงมาตรฐานการรายงานทางการเงินสาหรับกจิ การทีไ่ ม่มีสว่ นไดเ้ สียสาธารณะ

การจัดทางบการเงินและหมายเหตุประกอบงบการเงิน

งบกาไรขาดทุน (Profit and Loss Statement)
กิจการต้องรับรู้รายการรายได้และค่าใช้จ่ายทุกรายการสาหรับงวดในงบกาไร

ขาดทุนเพื่อ คานวณหาผลกาไร (ขาดทุน) ยกเว้นรายการกาไรหรือขาดทุนซึ่งมาตรฐานการ
รายงานทางการเงิน ฉบับนี้กาหนดให้กิจการต้องรับรู้โดยตรงไปยังส่วนของเจ้าของ ในการ
รายงานค่าใช้จ่ายกิจการ จะเลือกจัดประเภทค่าใช้จ่ายตามหน้าที่หรือตามลักษณะขึ้นอยู่กับ
ดลุ ยพนิ ิจของผบู้ รหิ ารเพื่อใหไ้ ด้ข้อมูลทเี่ ชื่อถอื ไดแ้ ละเก่ยี วขอ้ งกบั การตัดสนิ ใจ

หมายเหตุ แสดงเฉพาะกจิ การใหบ้ รกิ าร





งบแสดงฐานะการเงนิ (The Statement of Financial Position)

กจิ การตอ้ งแสดงรายการต่อไปนี้ในงบแสดงฐานะการเงนิ เป็นอยา่ งน้อย (ถา้ มี) โดยแยกแสดง รายการแต่ละ
บรรทดั พร้อมจานวนเงนิ

1. เงินสดและรายการเทยี บเทา่ เงนิ สด
2. เงินลงทุนชัว่ คราว
3. ลูกหนี้การค้าและลกู หนี้อน่ื
4. เงนิ ให้กยู้ ืมระยะส้นั
5. สินค้าคงเหลือ
6. สนิ ทรพั ยห์ มนุ เวยี นอืน่
7. เงินลงทุนระยะยาว
8. เงินใหก้ ยู้ ืมระยะยาว
9. อสงั หารมิ ทรัพย์เพือ่ การลงทนุ
10. ทด่ี นิ อาคารและอุปกรณ์


Click to View FlipBook Version