การบนั ทกึ รายการในสมดุ รายวันทั่วไป
หลกั การบนั ทึกบัญชี
การบันทึกบัญชีจะมี 2 ระบบ คือ ระบบบัญชีเดี่ยว (Single Entry System) และระบบบัญชีคู่
(Double Entry System) ระบบบัญชีเดี่ยวมักจะเกิดขึ้นในกิจการเจ้าของคนเดียว และมีการบันทึกบัญชี
โดยผ้ทู ีไ่ ม่มีความรทู้ างด้านบญั ชี ซ่ึงอาจจะเป็นเจ้าของกิจการเป็นผู้บันทึกเอง การบันทึกบัญชี เป็นไปอย่าง
ง่ายๆ และไม่มีการวิเคราะห์รายการค้า เช่น ขายสินค้าเป็นเงินสด 500 บาท อาจจะบันทึกไว้ในสมุดสั้นๆ
ว่า ขายสินค้า 500 บาท เป็นต้น เมื่อกิจการต้องการทราบผลการดาเนินงานและฐานะการเงินก็จะนา
แนวคิดของระบบบัญชีคู่ไปปรับ ส่วนระบบบัญชีคู่นั้นเป็นการบันทึกบัญชีอย่างมีหลักเกณฑ์ โดยนาผลจาก
การวิเคราะห์รายการค้าไปบันทึกบัญชี ระบบบัญชีคู่เป็นระบบบัญชีที่เป็นที่ยอมรับและนิยมใช้โดยทั่วไป
เพราะสามารถตรวจสอบและหาข้อผิดพลาดได้ง่าย การบันทึกบัญชีจะบันทึกรายการ 2 ด้านเสมอไปใน
จานวนเงินท่ีเทา่ กนั
การบันทึกบัญชีจะกระทาหลังจากการวิเคราะห์รายการค้า และในการวิเคราะห์รายการค้านั้น โดยยึด
หลักสมการบัญชีที่ว่า สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ จากสมการบัญชีจะเห็นได้ว่า สินทรัพย์จะอยู่ด้าน
ซ้ายมอื สว่ นหนี้สินและส่วนของเจ้าของจะอยู่ด้านขวามือ จากแนวคิดนี้ อาจกล่าวได้ว่าด้านปกติของสินทรัพย์จะ
อยดู่ ้านซ้ายมอื ดังนั้นถา้ สนิ ทรัพย์เพ่ิมขึน้ ควรจะอยู่ด้านซ้ายมือ ถ้าลดลงควรจะอยู่ด้านตรงกันข้ามคือขวามือ ส่วน
ด้านปกติของหนี้สินและส่วนของเจ้าของจะอยู่ด้านขวามือ ดังนั้นถ้าหนี้สินและส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้นควรจะอยู่
ดา้ นขวามอื ถ้าลดลงกค็ วรจะอยูด่ ้านตรงกนั ขา้ มคือดา้ นซ้ายมือ
หากนาสินทรัพย์ หนี้สินและส่วนของเจ้าของ มาแยกเป็นประเภทๆ ในแบบฟอร์มซึ่งมีรูปแบบคล้ายตัว
T หรือเรยี กวา่ T Account ซงึ่ เป็นแบบฟอร์มย่อๆ ของบัญชีแยกประเภททั่วไป จะพิจารณา ได้ง่ายขึ้น บัญชีแยก
ประเภทดังกล่าวจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนที่ (1) ชื่อบัญชี (Title) ส่วนที่ (2) คือส่วนที่ใช้บันทึกรายการเมื่อ
บัญชีนั้นเพิ่มขึ้น (Section for increases) ส่วนที่ (3) คือส่วนที่ใช้บันทึกรายการเมื่อบัญชีนั้นลดลง (Section for
decreases)
ลักษณะของการบันทึกรายการบัญชีจะแบ่งออกเป็น 2 ด้าน คือ ด้านซ้ายมือเรียกว่า ด้านเดบิต (Debit
หรอื Dr.) ส่วนดา้ นขวามอื เรียกวา่ ดา้ นเครดิต (Credit หรอื Cr.)
คาว่า เดบิตและเครดิตนั้น เป็นทั้งคานามและคากริยา คานาม หมายถึง ด้านซ้ายมือ และด้านขวามือ
ส่วนคากริยา หมายถึง การบนั ทกึ บญั ชีด้านซ้ายมือและดา้ นขวามือ
จากหลักเกณฑ์ข้างต้นจะเหน็ ได้ว่า
- ถา้ สินทรพั ยเ์ พ่ิมขึ้น จะบันทึกรายการทางด้านเดบติ
- ถา้ สนิ ทรัพยล์ ดลง จะบันทึกรายการทางด้านเครดิต
- ถ้าหนส้ี นิ เพิม่ ขน้ึ จะบนั ทกึ รายการทางด้านเครดิต
- ถ้าหนี้สินลดลง จะบนั ทกึ รายการทางดา้ นเดบติ
- ถา้ สว่ นของเจา้ ของเพม่ิ ข้นึ จะบันทึกรายการทางด้านเครดติ
- ถา้ สว่ นของเจา้ ของลดลง จะบนั ทกึ รายการทางด้านเดบติ
การบันทึกบัญชีในที่นี้จะเป็นการบัญชีของกิจการเจ้าของคนเดียวและเป็นธุรกิจให้บริ การดังนั้นการ
บันทึกบัญชีเกี่ยวกับส่วนของเจ้าของนั้น จะมีบัญชีเพียง 3 บัญชีเท่านั้นคือบัญชีทุน บัญชีถอนใช้ส่วนตัว/เงิน
ถอน และบัญชีสรปุ ผลกาไรขาดทุน สาหรบั บญั ชีรายได้และบัญชคี ่าใช้จ่าย
จะแยกไปเปน็ หมวด 4 และ 5 ตามลาดบั (รายละเอยี ดจะกล่าวในหนว่ ยที่ 5) แตห่ ลกั เกณฑ์ในการ
บนั ทึกบญั ชีจะยดึ ถอื หลักเกณฑ์การบันทึกบญั ชีหมวดสว่ นของเจา้ ของ โดยมรี ายละเอยี ดดงั นี้
หลังจากทว่ี ิเคราะหร์ ายการคา้ และพิจารณาได้ว่าจะเดบิตและเครดิตบญั ชใี ด ใหน้ ารายการไปบันทึกใน
สมดุ รายวนั ทวั่ ไป ลักษณะของรายการที่จะนาไปบนั ทกึ ในสมดุ รายวนั ทว่ั ไปแบ่งออกเป็นหลายประเภท เชน่
1. รายการเปิดบญั ชี
2. รายการคา้
3. รายการปรบั ปรงุ และแก้ไขขอ้ ผิดพลาด
4. รายการปดิ บญั ชี
5. รายการกลับรายการ
สาหรบั ในหน่วยนจี้ ะกล่าวถงึ เฉพาะหวั ข้อท่ี 1 และหัวข้อที่ 2 เท่านนั้
การบนั ทกึ รายการเปิดบัญชี
รายการเปดิ บัญชี (Opening Entries) หมายถงึ รายการแรกของงวดบญั ชีท่ถี ูกบันทกึ ในสมุด
รายวันท่ัวไป ซึ่งแยกออกเปน็ 2 กรณี คือ
1. เมือ่ ลงทนุ ครง้ั แรก
2. เมอื่ เร่มิ งวดบญั ชีใหม่
- การบันทกึ รายการเปิดบัญชเี มื่อลงทนุ คร้งั แรก จะแยกเปน็ 3 กรณี ดงั นี้
- การบนั ทกึ รายการเปดิ บัญชเี ม่อื เรม่ิ งวดบญั ชใี หม่
การบันทึกรายการเปิดบัญชีเมื่อเริ่มงวดบัญชีใหม่ หมายถึง การบันทึกรายการยอดคงเหลือยกมาจากงวด
บญั ชีกอ่ น ยอดคงเหลือดังกลา่ วจะประกอบด้วยบญั ชีหมวดสนิ ทรัพย์ หนีส้ นิ และส่วนของเจา้ ของ (บัญชที นุ -เจ้าของ
กจิ การ) เท่านั้น
การบันทกึ รายการ้คา
การบนั ทกึ รายการค้าจะทาตอ่ จากการบันทกึ รายการเปิดบญั ชี โดยบันทกึ รายการเรยี งตาม ลาดับวนั ท่ี
ทเี่ กิดรายการคา้ น้นั ๆ
หนว่ ยท่ี 5 การผา่ นรายการไปบญั ชีแยกประเภททั่วไป
สาระการเรียนรู้
1. การจดั หมวดหมแู่ ละการกาหนดเลขทบี่ ัญชี
2. ความหมาย ความสาคญั และประเภทของบญั ชแี ยกประเภท
3. รูปแบบบญั ชีแยกประเภท
4. การผ่านรายการไปบญั ชแี ยกประเภททัว่ ไป
การจัดหมวดหมแู่ ละการกาหนดเลขทีบ่ ญั ชี
การจัดหมวดหม่บู ญั ชี การจัดหมวดหมู่บัญชี คือ การจัดบัญชีต่างๆ ออกเป็นหมวดหมู่เพื่อความเป็น
ระเบียบเรียบร้อย และเพื่อความสะดวกในการบันทึกบัญชีและการอ้างอิง การจัด
หมวดหมบู่ ญั ชีจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
1. บัญชีถาวร (Permanent Account) คือ บัญชีหลักของกิจการค้า ได้แก่
บญั ชปี ระเภทสนิ ทรัพย์ หน้สี นิ และส่วนของเจา้ ของ (ในทนี่ ้ีคือ บัญชีทุน-เจา้ ของกิจการ)
2. บัญชีชั่วคราว ( Temporary Account ) คือ บัญชีที่มีผลกระทบกับบัญชี
ประเภท ส่วนของเจ้าของ แต่ไม่นิยมนาไปบันทึกบัญชีรวมกัน เพราะบัญชีทุน-เจ้าของ
กจิ การนั้น จะบันทึกเฉพาะ รายการลงทุนและถอนทุนเท่านั้นเพื่อให้ทราบทุนที่แท้จริง
ของเจ้าของกิจการ บัญชีชั่วคราวจะถูกเปิด ขึ้นมาเพื่อบันทึกรายการที่กระทบกับบัญชี
ทุน-เจา้ ของกิจการ และเมื่อถึงวนั สนิ้ งวดบญั ชี บัญชีเหล่านั้นจะถูกปิดไปและคงเหลือไว้
เฉพาะบญั ชถี าวรเทา่ นนั้ บญั ชีชัว่ คราวประกอบด้วยบญั ชตี า่ งๆ
การกาหนดเลขทบี่ ญั ชี
การกาหนดเลขที่บัญชีจะทาหลังจากที่จัดหมวดหมู่บัญชีแล้ว เพื่อใช้ในการเรียงลาดับบัญชีแล ะการอ้างอิง
สาหรับการกาหนดเลขที่บัญชีนั้นจะมีหลายวิธี กิจการสามารถเลือกใช้ได้ ตามความเหมาะสมโดยพิจารณาจากลักษณะ
และขนาดของกิจการคา้ เช่น
- แบบตัวเลขหรอื ตัวอักษรเรยี งตามลาดบั โดยกาหนดเปน็ หมายเลข 1 2 3 หรือ A B C เรยี งลาดบั ไปเรอ่ื ยๆ เชน่
1 บญั ชเี งนิ สด 2 บญั ชเี งินฝากธนาคาร 3 บญั ชลี กู หนกี้ ารคา้ หรือ
A บญั ชีเงินสด B บญั ชีเงินฝากธนาคาร C บัญชีลูกหนีก้ ารคา้
- แบบตวั เลขผสมตวั อักษร โดยกาหนดเปน็ ตวั เลขและตวั อักษรผสมกนั เชน่
- A – 101 บญั ชีเงินสด B – 111 บญั ชีอปุ กรณส์ านักงาน
- แบบเปน็ จุดทศนิยม โดยกาหนดเลขจานวนเต็มเป็นเลขแสดงหมวดและกาหนด จุดทศนิยมเรียงลาดับไปเรื่อยๆ
เชน่ 1.01 บัญชีเงินสด 1.02 บัญชเี งินฝากธนาคาร 1.03 บญั ชีลกู หนี้
- แบบเป็นช่วงเป็นตอน โดยกาหนดหมายเลขเป็นช่วงโดยเลขตัวแรกแสดงหมวดและตัวถัดไปเป็นตัวเลข
เรียงลาดับไปเรื่อยๆ โดยกาหนดเป็นช่วงให้เพียงพอกับปริมาณบัญชีของ กิจการ เช่น 100-199 หมวดสินทรัพย์ 200-
299 หมวดหนี้สิน 300-399 หมวดสว่ นของเจ้าของ
ผังบญั ชี (Chart of Accounts)
ผังบัญชี หมายถึง ผังที่แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับหมวดหมู่บัญชีและเลขที่บัญชีของ
กิจการค้าอย่างมีหลักเกณฑ์ โดยจัดทาไว้ล่วงหน้าก่อนที่จะทาการบันทึกบัญชี การจัดทาผัง
บญั ชีผู้จดั ทาอาจเปน็ ผู้วางระบบบญั ชขี องกิจการ ผู้สอบบัญชีรบั อนุญาต หรอื สมหุ บ์ ญั ชี
ตวั อยา่ งผังบญั ชีของร้าน
จา๋ รบั ซกั รดี
ความหมาย ความสาคัญและประเภทของบญั ชีแยกประเภท
ความหมายของบญั ชแี ยกประเภท
บญั ชีแยกประเภท (Ledger) หมายถึง บัญชีที่รวบรวมรายการค้าไว้เป็นหมวดหมู่ โดยแยกเป็น ประเภทๆ
ตามลักษณะของรายการค้าที่เกิดขึ้น และจัดเรียงลาดับผังบัญชีของกิจการ เช่น บัญชีเงินสดเป็นบัญชีที่รวบรวม
รายการคา้ ทีเ่ กย่ี วกับเงนิ สด บัญชีลกู หนเ้ี ปน็ บัญชีทร่ี วบรวม รายการค้าที่เกี่ยวกับลูกหนี้ การบันทึกรายการในแต่ละ
บัญชี จะบันทึกไม่ปะปนกันเพื่อให้ตรงตามข้อเท็จจริง มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย และสะดวกในการค้นหาหรือ
แก้ไขขอ้ ผดิ พลาด
ความสาคัญของบัญชีแยกประเภท
ทุกคร้งั ท่ีมรี ายการคา้ เกดิ ข้ึน จะทาใหส้ นิ ทรัพย์ หน้ีสนิ และส่วนของเจา้ ของ ของกิจการเปลี่ยนแปลงซึ่งมี
ผลทาให้ฐานะการเงินของกิจการเปลี่ยนแปลง ถ้ากิจการจัดทางบแสดงฐานะการเงินขึ้นทุกครั้งจะไม่สะดวกและ
ทาให้เสียเวลา ดังน้นั กจิ การจะบนั ทกึ รายการคา้ ในสมุดบันทกึ รายการข้นั ตน้ คือ สมดุ รายวันทั่วไปก่อน จากนั้นจึง
จาแนกรายการค้าออกเป็นหมวดหมู่ โดยการ ผ่านรายการจากสมุดรายวันทั่วไปไปบัญชีแยกประเภท ตามหลั ก
บัญชีคู่หรือระบบบัญชีคู่ (Double-Entry System) ทาให้กิจการสามารถจัดทางบและรายงานต่างๆ ได้อย่าง
สะดวกและรวดเร็ว ดังนั้นความสาคญั ของบญั ชแี ยกประเภทจึงสรปุ ได้ดังนี้
1. จาแนกรายการคา้ ออกเปน็ หมวดหมู่
2. คน้ หาและแกไ้ ขข้อมลู ได้ง่าย
3. ไมต่ ้องจัดทางบแสดงฐานะการเงนิ ข้ึนทกุ คร้ังทมี่ รี ายการค้าเกดิ ข้ึน
4. สะดวกในการหายอดคงเหลอื และจัดทางบและรายงานต่างๆ เชน่ งบทดลอง กระดาษทาการ เปน็ ต้น
5. ใช้เปน็ หลกั ฐานในการอ้างองิ
ประเภทของบญั ชแี ยกประเภท
บัญชแี ยกประเภทแ่บงออก่เปน 3 ประเภท ่ไดแ่ก
1. บัญชีประเภทสินทรัพ์ย (Asset Accounts) ่เปนบัญชีแยกประเภทที่อ่ยูในหมวด สินทรัพ่ย
หรือหมวด 1 ทุกบัญชี ่เชน บัญชีเงินสด บัญชีเงินฝากธนาคาร บัญชีรถยน่ต บัญชีอาคาร บัญชีที่ดิน รวมทั้ง
บญั ชปี รับมลู่คา ่เชน บญั ช่ีคาเส่ือมราคาสะสม-อาคาร ่เปน่ตน
2. บัญชีประเภทหนี้สิน (Liability Accounts) ่เปนบัญชีแยกประเภทท่ีอ่ยูในหมวดหน้ีสิน หรือ
หมวด 2 ทุกบัญชี ่เชน บัญช่ีเจาหนี้ บัญชีเงินเบิกเกินบัญชี บัญช่ีคา่ใช่จาย่คา่งจาย บัญชีภาษีเงิน่ได หัก ณ ท่ี
่จาย บัญช่ีเจาหนีจ้ านอง ่เปน่ตน
3. บัญชีประเภท์สวนของ์เจาของ (Owner’s Equity Accounts) ่เปนบัญชีแยกประเภทท่ีอ่ยูใน
หมวด่สวนของ่เจาของหรือหมวด 3 คอื บญั ชีทนุ -่เจาของกิจการ รวมทั้งบัญชีช่ัวคราว (หมวด 3 หมวด 4 และ
หมวด 5) ่ไดแ่ก บัญชีถอน่ใช่สวนตวั /เงนิ ถอน-่เจาของกิจการ บญั ชีสรปุ ผลกาไรขาดทุน บัญชีราย่ได และบัญชี
่คา่ใช่จาย่ตางๆ
ความหมาย ความสาคัญและประเภทของบญั ชแี ยกประเภท
รูปแบบของบญั ชีแยกประเภทมี 2 รปู แบบ ได้แก่
1. บัญชีแยกประเภททว่ั ไป (General Ledger) ซ่งึ มรี ปู แบบดังน้ี
รปู แบบของบัญชีแยกประเภททว่ั ไป จะแบง่ เปน็ 2 ดา้ น ด้านซ้ายมอื เรียกวา่ ดา้ นเดบติ (Debit) ด้านขวามือเรียกว่าด้าน
เครดติ (Credit) มีลกั ษณะเหมอื นตัวอักษร T ในภาษาองั กฤษ ดงั น้ันจงึ นยิ มเรยี กวา่ แบบตัว T (T Account) และถอื เปน็ แบบ
มาตรฐาน (Standard Form) รปู แบบย่อๆ จะเป็นดงั นี้
การ์ผานรายการไปบัญชีแยกประเภททว่ั ไป
การ่ผานรายการไปบัญชีแยกประเภทท่ัวไป (Posting) จะทาหลังจากท่ีบันทึกรายการ่คา ในสมุด
บันทึกรายการขั้น่ตนเรียบ่รอยแ่ลว ในท่ีนี้สมุดรายวันข้ัน่ตนจะ่ใช่เลมเดียวคือสมุดรายวันทั่วไป ขั้นตอนในการ
่ผานรายการจากสมดุ รายวันทั่วไปไปบญั ชีแยกประเภททว่ั ไป มี 3 ข้นั ตอน คือ
1. บันทึก วัน เดือน่ป และจานวนเงิน่ใหตรงกับในสมุดรายวันทั่วไป่ถาในสมุดรายวันทั่วไป บันทึก
ทาง่ดานเดบิต ก็่ใหบันทึกในบัญชีแยกประเภททั่วไปทาง่ดานเดบิต่ถาในสมุดรายวันทั่วไปบันทึกทาง่ดาน
เครดิต ก่็ใหบันทึกในบัญชีแยกประเภทท่ัวไปทาง่ดานเครดิต และอธิบายรายการโดย่ใชชื่อบัญชีท่ีบันทึก่คูกัน
ดังตัวอ่ยาง
2.่อางอิงเลขห่นาของสมุดรายวันท่วั ไป ใน่ชองห่นาบญั ชี
3.่อางอิงเลขที่บัญชีแยกประเภทท่ัวไปใน่ชองเลขท่ีบัญชีในสมุดรายวันท่ัวไป การ่อางอิงดังก่ลาวมี
วัตถุประสง่ค 2 ประการ ประการท่ีหนึ่ง แสดง่ใหทราบ่วา่ได่ผานรายการจากสมุดรายวันท่ัวไป ไปบัญชีแยก
ประเภทท่วั ไปเรยี บ่รอยแ่ลว ประการท่ีสองแสดง่ใหทราบ่วา่ไดมกี าร่อางอิงระห่วางสมุดรายวันทั่วไปและบัญชีแยก
ประเภททัว่ ไป (Cross Reference) เรยี บ่รอยแ่ลว
หนว่ ยท่ี 6 งบทดลอง
สาระการเรียนรู้
1. การหายอดคงเหลอื ด้วยดนิ สอ
2. ความหมายของงบทดลอง
3. รูปแบบของงบทดลอง
4. การทางบทดลอง
5. การแกไ้ ขข้อผดิ พลาดกรณงี บทดลองไมล่ งตวั
การหายอดคงเหลอื ดว้ ยดินสอ
การหายอดคงเหลือด้วยดินสอ (Pencil Footing) คือ การหายอดคงเหลือในบัญชีแยก
ประเภท ทวั่ ไป ซ่งึ นิยมหาดว้ ยดนิ สอเพราะหากมกี ารแกไ้ ขจะทาได้สะดวก สาหรบั ยอดคงเหลอื
ในบญั ชีแยกประเภททัว่ ไปด้านปกติ (Normal Balance) มีรายละเอียดดงั นี้
การหายอดคงเหลอื ดว้ ยดินสอ มีขนั้ ตอนดงั น้ี
1. รวมยอดทางด้านเดบิตและทางด้านเครดิตและเขียนผลลัพธ์ด้วยดินสอไว้ที่บรรทัดถัดจาก
รายการสดุ ทา้ ยของดา้ นนนั้ ๆ
2. หาผลต่าง (ถา้ มียอดทงั้ 2 ด้าน)
3. เขียนผลลัพธ์ด้วยดินสอไว้ที่ช่องรายการ ทางด้านปกติของบัญชีนั้นๆ โดยเขียนให้ตรงกับ
ยอดรวม (ดา้ นท่มี ยี อดมากกวา่ )