The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นางยอดขวัญ ศรีม่วง, 2023-09-24 00:38:42

แผนการจัดการเรียนรู้_1_66

แผนการจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้ รหัสวิชา 30000-1101 วิชา ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) พุทธศักราช 2563 หมวดวิชาสมรรถนะแกนกลาง กลุ่มวิชาภาษาไทย จัดทำโดย นางยอดขวัญ ศรีม่วง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ วิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์ สถาบันการอาชีวศึกษาภาคเหนือ 4 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ


บูรณาการแผนการจัดการเรียนรู้ รหัสวิชา 30000-1101 ชื่อวิชา ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ ท-ป-น 3-0-3 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พุทธศักราช 2563 สาขาวิชาการบัญชี สาขางาน - สาขาวิชาการตลาด สาขางาน - สาขาวิชาการจัดการสำนักงาน สาขางาน - สาขาวิชาเทคโนโลยีแฟชั่นและเครื่องแต่งกาย สาขางาน - สาขาวิชาอาหารและโภชนาการ สาขางาน - สาขาวิชาการบริหารงานคหกรรมศาสตร์ สาขางานการจัดการงานดอกไม้และงานประดิษฐ์ สาขาวิชาการบริหารงานคหกรรมศาสตร์ สาขางานการจัดการงานคหกรรมเพื่อการโรงแรม เพื่อบูรณการ การจัดการเรียนรู้ให้ระบุหน่วยลงในช่องหน่วยที่ ลำดับที่ บูรณาการแผนจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ หมายเหตุ 1 บูรณาการหลักปรัชญาชองเศรษฐกิจพอเพียง 1-8 2 บูรณาการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 1 3 บูรณาการชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) 6 4 บูรณาการคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1-8 5 บูรณาการหลักสูตรป้องกันการทุจริต 1-8 6 บูรณาการจิตตปัญญา 3 หมายเหตุ 1. บูรณาการ ลำดับที่ 1, 2, 3 ต้องมีอย่างน้อย 1 หน่วยการเรียนรู้ ลำดับที่ 4, 5 ต้องมีทุกหน่วยการเรียนรู้ 2. บูรณาการจะปรากฏในหัวข้อ (1. หัวข้อเรื่อง 2.จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.กิจกรรมการเรียนรู้ 4.วัดและประเมินผล)


คำนำ แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ วิชาทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ รหัสวิชา 30000-1101 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ซึ่งได้รวบรวมและจัดทำขึ้นเพื่อใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอนและการ นำไปใช้ โดยยึดเนื้อหาจากหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พุทธศักราช 2563 ที่มุ่งเน้นผู้เรียนให้เกิด สมรรถนะทักษะทางภาษาไทย ได้แก่ทักษะการฟังการดู การพูด การอ่าน และการเขียน ตลอดทั้งกำหนด เนื้อหา กิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาพฤติกรรมทั้งสามด้าน คือ พุทธพิสัย จิตพิสัย และทักษะพิสัย รวมทั้งพฤติกรรมที่พึงประสงค์ด้านคุณธรรม จริยธรรม นอกจากนี้ยังได้บูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน หลักสูตรป้องกันการทุจริต ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) และ กระบวนการจิตตปัญญา การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ ข้าพเจ้าได้ศึกษาคู่มือหลักสูตร หนังสือประกอบการเรียนและ เอกสารอื่น ๆ ได้ทำการวิเคราะห์หลักสูตร กำหนดโครงสร้าง เนื้อหา วิเคราะห์จุดประสงค์การเรียนรู้ การจัด กิจกรรม การเรียนการสอน ตัวอย่างทักษะกระบวนการ กำหนดการสอนและตารางการเรียนการสอน ข้าพเจ้าหวังว่า แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ วิชาทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพเล่มนี้จะ ช่วยให้ครูผู้สอนมีความรู้ ความสามารถ เห็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ตลอดจนการวัดผล และการประเมินผลอันจะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอนต่อไป นางยอดขวัญ ศรีม่วง ผู้สอน


หลักสูตรรายวิชา รหัสวิชา 30000-1101 ชื่อวิชา ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ ทฤษฎี 3 ปฏิบัติ - หน่วยกิต 3 หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาวิชาการบัญชี สาขางาน - สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล สาขางานธุรกิจดิจิทัล สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล สาขางานธุรกิจอีคอมเมิร์ซ สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน สาขางาน - สาขาวิชาการจัดการธุรกิจค้าปลีก สาขางานธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ สาขาวิชาวิจิตรศิลป์ สาขางานทัศนศิลป์ สาขาวิชาการออกแบบ สาขางานการออกแบบผลิตภัณฑ์ จุดประสงค์รายวิชา 1. เข้าใจทักษะการใช้ภาษาไทยเชิงวิชาชีพ 2. สามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินค่าสารและใช้ภาษาไทยเป็นเครื่องมือสื่อสารในวิชาชีพ ตามหลักภาษา เหมาะสมกับกาลเทศะ บุคคลและสถานการณ์ 3. เห็นคุณค่าและความสําคัญของการใช้ภาษาไทยในวิชาชีพอย่างมีจรรยาบรรณ สมรรถนะรายวิชา 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการฟัง การดู การพูด การอ่าน การเขียน การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ และการประเมินค่าสารภาษาไทยเชิงวิชาชีพอย่างมีจรรยาบรรณ 2. วิเคราะห์ สังเคราะห์และประเมินค่าสารในงานอาชีพจากสื่อประเภทต่าง ๆ ตามหลักภาษา เหมาะสมกับกาลเทศะ บุคคลและสถานการณ์ 3. พูดนําเสนอข้อมูลเพื่อสื่อสารในงานอาชีพและในโอกาสต่าง ๆ 4. เขียนเพื่อติดต่อกิจธุระ บันทึกข้อมูลและรายงานการปฏิบัติงานเชิงวิชาชีพตามหลักการใช้ภาษาไทย คำอธิบายรายวิชา ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับหลักการฟัง การดู การพูด การอ่านและการเขียนภาษาไทย การคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์และประเมินค่าสารในงานอาชีพจากสื่อประเภทต่าง ๆ การพูดนําเสนอข้อมูลเพื่อ สื่อสารในงานอาชีพและในโอกาสต่าง ๆ การเขียนเพื่อกิจธุระ การจดบันทึกข้อมูลและเขียนรายงานการ ปฏิบัติงานเชิงวิชาชีพและจรรยาบรรณในการใช้ พัฒนาหลักสูตร โดยการเพิ่มเนื้อหา 1 หน่วยการเรียน หน่วยที่ 8 การเขียนรายงานวิชาการ


หน่วยการเรียนรู้ หน่วยที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ จำนวน ชั่วโมง สัปดาห์ที่ 1 การสื่อสารภาษาไทยอย่างมีประสิทธิภาพ 1. การฟังและการดู - ความหมายและความสำคัญของการฟัง การดู - กระบวนการฟัง - จุดมุ่งหมายของการฟัง - ประโยชน์ของการฟัง - มารยาทในการฟัง - วิธีฝึกฝนและพัฒนาทักษะการฟัง 2. การอ่าน - ความหมายและความสำคัญของการอ่าน - กระบวนการอ่าน - จุดมุ่งหมายของการอ่าน - ประโยชน์ของการอ่าน - วิธีฝึกฝนและพัฒนาทักษะการอ่าน 3. การเขียน - ความหมายและความสำคัญของการเขียน - ลักษณะของงานเขียนที่ดี - การพัฒนาทักษะการอ่าน 4. การพูด - ความหมายและความสำคัญของการพูด - องค์ประกอบของการพูด - จุดมุ่งหมายของการพูด - ลักษณะของการพูดอย่างมีประสิทธิภาพ 6 1-2 2 การคิดวิเคราะห์สารจากการฟัง การดู การอ่าน 1. ความหมายของการวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการ ประเมินค่าสาร 2. ประเภทของสาร 3. ประเภทของสื่อ 4. การวิเคราะห์ และประเมินค่าสารจากการฟัง ดู 5. การวิเคราะห์และประเมินค่าสารจากการอ่าน 6 3-4


หน่วยที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ จำนวน ชั่วโมง สัปดาห์ที่ 3 การพูดในงานอาชีพ 1. ความหมายของการพูดในงานอาชีพ 2. ประเภทของการพูดในงานอาชีพ 2.1 การพูดโทรศัพท์ 2.2 การพูดสัมภาษณ์ 2.3 การพูดสาธิต 2.๔ การพูดนำเสนอ 6 5-6 4 การพูดในโอกาสต่าง ๆ ของสังคม 1. หลักการพูดในโอกาสต่าง ๆ ของสังคม 2. การพูดในโอกาสต่าง ๆ ของสังคม 2.1 การกล่าวแนะนำ 2.2 การพูดอวยพร 2.3 การกล่าวต้อนรับ 2.4 การกล่าวอำลา อาลัย 6 7-8 5 การเขียนเพื่อติดต่อกิจธุระ 1. การเขียนบันทึกภายในหน่วยงาน 2. การเขียนรายงานการประชุม 3. การเขียนรายงานการปฏิบัติงาน 4. การเขียนโครงการ 6 9-10 6 การเขียนในงานอาชีพ 1. การเขียนจดหมายธุรกิจ 2. การเขียนโฆษณา 3. การเขียนประชาสัมพันธ์ 6 11-12 7 การจดบันทึกข้อมูล 1. ความหมายของการจดบันทึก 2. วัตถุประสงค์ของการจดบันทึก 3. แนวทางการจดบันทึก 4. วิธีการและเครื่องมือช่วยในการบันทึก 5. เทคนิคการบันทึกและและเครื่องมือช่วยในการจำ 3 13 8 การเขียนรายงานวิชาการ 1. ความหมายของรายงานวิชาการ 2. ส่วนประกอบของรายวิชาการ 3. การเขียนอ้างอิง 3 14 9 การเขียนรายงานการปฏิบัติงานเชิงวิชาชีพ 6 15-16


หน่วยที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ จำนวน ชั่วโมง สัปดาห์ที่ 1. ความหมายของ การเขียนรายงานการปฏิบัติงานเชิง วิชาชีพ 2. ความสำคัญของรายงานการปฏิบัติงานเชิงวิชาชีพ 3. ประเภทและส่วนประกอบของรายงานการปฏิบัติงานเชิง วิชาชีพ 10 จรรยาบรรณในการใช้ภาษาไทยเชิงวิชาชีพ 3 17 สอบประเมินสรุปปลายภาค 3 18


ตารางวิเคราะห์หลักสูตร รหัสวิชา 30000-1101 ชื่อวิชา ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ ท-ป-น 3-0-3 นักเรียนนักศึกษา ระดับชั้น ปวส.1 สาขาวิชา/สาขางาน การบัญชี,ธุรกิจดิจิทัล,ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ,ธุรกิจค้าปลีก สมัยใหม่ , ทัศนศิลป์, ออกแบบผลิตภัณฑ์ พฤติกรรม ชื่อหน่วย / เนื้อหา เกณฑ์ผ่าน (%) น้ำหนักพฤติกรรม พุทธิพิสัย ความรู้ / ความจำ ความเข้าใจ การนำไปใช้ การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ การประเมินค่า ทักษะพิสัย จิตพิสัย รวม ลำดับความสำคัญ รวมจำนวนชั่วโมง หน่วยที่ 1 การสื่อสารภาษาไทยอย่าง มีประสิทธิภาพ 60 2 2 2 2 2 10 6 6 หน่วยที่2การวิเคราะห์สารจากการฟัง การดู การอ่าน 60 2 2 2 2 2 10 7 6 หน่วยที่ 3การพูดในงานอาชีพ 60 2 2 2 1 4 2 13 3 6 หน่วยที่ 4การพูดในโอกาสต่าง ๆ ของสังคม 60 2 1 2 1 3 2 11 4 6 หน่วยที่ 5การเขียนเพื่อติดต่อกิจธุระ 60 1 2 2 1 4 3 13 2 6 หน่วยที่ 6การเขียนในงานอาชีพ 60 1 2 1 1 3 2 10 5 6 หน่วยที่ 7การจดบันทึกข้อมูล 60 1 1 2 2 2 8 8 3 หน่วยที่ 8การเขียนรายงานการ ปฏิบัติงานเชิงวิชาชีพ 60 1 2 2 1 10 3 19 1 9 หน่วยที่ 9 จรรยาบรรณในการใช้ ภาษาไทยเชิงวิชาชีพ 60 1 1 2 2 6 9 3 ประเมินสรุป 50 3 รวม 13 15 17 5 30 20 100 54 ลำดับความสำคัญ 3 2 1 4 หมายเหตุกำหนดหน่วยน้ำหนักเต็ม 10 หน่วย สำคัญมากที่สุด(9-10 หน่วย) สำคัญมาก(7-8 หน่วย) สำคัญปานกลาง (4-6 หน่วย) สำคัญน้อย (2-3 หน่วย) สำคัญน้อยที่สุด/ไม่สำคัญเลย (0-1 หน่วย) สูตรที่ใช้ในการคำนวณ จำนวนชั่วโมง = W TP TW W = น้ำหนักรวมในแต่ละหน่วย TP = จำนวนคาบทั้งหมด TW = น้ำหนักรวม ก. คะแนนด้านพุทธิพิสัย 40% 1. การทดสอบความรู้(20%) ระหว่างภาค 0% ข. คะแนนด้านทักษะพิสัย 40% 2. ภาระงาน (10%)+ทดสอบภาคปฏิบัติ(30%) ปลายภาค 20% ค. คะแนนด้านจิตพิสัย 20 % 3. ประเมินคุณธรรมจริยธรรม (20%) รวม 100%


หน่วยการเรียนรู้และสมรรถนะประจำหน่วย หน่วย ที่ สัปดาห์ที่ จำนวน ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ สมรรถนะประจำหน่วย หมายเหตุ 1 1-3 9 การสื่อสารภาษาไทยอย่างมี ประสิทธิภาพ ความรู้ :แสดงความรู้แสดงความรู้ เกี่ยวกับหลักการฟัง การดู การพูด การอ่าน การเขียน ทักษะ : ฟังดู พูด อ่าน และเขียน ภาษาไทยได้ถูกต้องตามหลักการ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ : มีมารยาท ในการฟังดู พูด อ่านและเขียน ภาษาไทย 2 4-5 6 การวิเคราะห์สารจากการฟัง การดู การอ่าน ความรู้ : แสดงความรู้เกี่ยวกับการ วิเคราะห์ การสังเคราะห์ และการ ประเมินค่าสาร ทักษะ : วิเคราะห์ สังเคราะห์ และ ประเมินค่าสารภาษาไทยเชิงวิชาชีพ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ : มี จรรยาบรรณในการวิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมินค่าสาร 3 6-7 6 การพูดในงานอาชีพ ความรู้ : อธิบายหลักการพูดในงาน อาชีพ ทักษะ : พูดสื่อสารในงานอาชีพตามที่ กำหนดได้ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ : มี จรรยาบรรณในการพูดสื่อสารในงาน อาชีพ 4 8-9 6 การพูดในโอกาสต่าง ๆ ของ สังคม ความรู้ : แสดงความรู้แนวทางการ เขียนข้อความสำหรับการพูดใน โอกาสต่าง ๆ ทักษะ : พูดสื่อสารในสถานการณ์ ต่าง ๆ ที่กำหนดได้ถูกกาลเทศะ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ : มีมารยาท ในการพูดในโอกาสต่าง ๆ ของสังคม 5 10-11 6 การเขียนเพื่อติดต่อกิจธุระ ความรู้ : แสดงความรู้รูปแบบและ การใช้ภาษาในการเขียนเพื่อติดต่อ กิจธุระ


หน่วย ที่ สัปดาห์ที่ จำนวน ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ สมรรถนะประจำหน่วย หมายเหตุ ทักษะ : เขียนติดต่อกิจธุระตามที่ กำหนดได้ถูกต้องตามรูปแบบและ ตามหลักการใช้ภาษา คุณลักษณะที่พึงประสงค์ : รู้จัก กาลเทศะในการเขียนติดต่อกิจธุระ 6 12-13 6 การเขียนในงานอาชีพ ความรู้ : แสดงความรู้รูปแบบและ การใช้ภาษาในการเขียนในงาน อาชีพ ทักษะ : เขียนในงานอาชีพตามที่ กำหนดได้ถูกต้องตามรูปแบบและ ตามหลักการใช้ภาษา คุณลักษณะที่พึงประสงค์ : มี จรรยาบรรณในการเขียนในงาน อาชีพ 7 14 3 การจดบันทึกข้อมูล ความรู้ : แสดงความรู้หลักการจด บันทึกข้อมูล ทักษะ : จดบันทึกข้อมูลได้ถูกต้อง ตามหลักการ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ : มี จรรยาบรรณในการจดบันทึกข้อมูล 8 15-17 9 การเขียนรายงานการ ปฏิบัติงานเชิงวิชาชีพ ความรู้ : แสดงความรู้เกี่ยวกับการ เขียนรายงานการปฏิบัติงานเชิง วิชาชีพ ทักษะ : เขียนรายงานการปฏิบัติงาน เชิงวิชาชีพได้ถูกต้องตามหลัก วิชาการ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ : มี จรรยาบรรณในการเขียนอ้างอิงใน รายงาน 18 3 ประเมินสรุปปลายภาค รวม 54


(ตัวอย่าง) การวัดผลและประเมินผล (ให้ระบุวิธีการวัดผล และน้ำหนักคะแนน) 1. คะแนนจากการประเมินผลตามสภาพจริง 80 คะแนน 1.1 แบบฝึกหัด 10 คะแนน 1.2 งานที่มอบหมาย 30 คะแนน 1.3 แบบทดสอบ 20 คะแนน 1.4 ประเมินสรุป 20 คะแนน 2. คะแนนเจตคติและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ 20 คะแนน 2.1 ความมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี 2 คะแนน 2.2 ความมีวินัย 2 คะแนน 2.3 ความรับผิดชอบ 2 คะแนน 2.4 ความซื่อสัตย์สุจริต 2 คะแนน 2.5 ความประหยัด 2 คะแนน 2.6 ความสนใจใฝ่รู้ 2 คะแนน 2.7 ความรักความสามัคคี 2 คะแนน 2.8 ละเว้นสิ่งเสพติด/การพนัน 2 คะแนน 2.9 ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 2 คะแนน 2.10 การตรงต่อเวลา 2 คะแนน เกณฑ์การประเมิน คะแนนรวม ระดับผลการเรียน 80 - 100 = 4 75 - 79 = 3.5 70 - 74 = 3 65 - 69 = 2.5 60 - 64 = 2 55 - 59 = 1.5 50 - 54 = 1 0 - 49 = 0


สารบัญ หน้า คำนำ ก หลักสูตรรายวิชา ข หน่วยการเรียนรู้ ค ตารางวิเคราะห์หลักสูตร ง หน่วยการเรียนรู้และสมรรถนะประจำหน่วย จ การวัดและประเมินผล ฉ สารบัญ ช หน่วยที่1 การสื่อสารภาษาไทยอย่างมีประสิทธิภาพ 1-24 หัวข้อเรื่องและงาน สาระสำคัญ จุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหาสาระ กิจกรรมการเรียนการรู้ งานที่มอบหมายหรือกิจกรรม สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ การประเมินผล ใบงาน / ใบกิจกรรม แบบประเมินใบงาน/ใบกิจกรรม แบบฝึกหัด แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรมและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ บันทึกหลังการสอน หน่วยที่2 การวิเคราะห์สารจากการฟัง การดู การอ่าน 25-46 หัวข้อเรื่องและงาน สาระสำคัญ จุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหาสาระ กิจกรรมการเรียนการรู้ งานที่มอบหมายหรือกิจกรรม สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ การประเมินผล ใบงาน / ใบกิจกรรม แบบประเมินใบงาน/ใบกิจกรรม แบบฝึกหัด แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรมและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ บันทึกหลังการสอน


หน่วยที่3 การพูดในงานอาชีพ 47-60 หัวข้อเรื่องและงาน สาระสำคัญ จุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหาสาระ กิจกรรมการเรียนการรู้ งานที่มอบหมายหรือกิจกรรม สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ การประเมินผล ใบงาน / ใบกิจกรรม แบบประเมินใบงาน/ใบกิจกรรม แบบฝึกหัด แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรมและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ บันทึกหลังการสอน หน่วยที่4 การพูดในโอกาสต่าง ๆ ของสังคม 61-81 หัวข้อเรื่องและงาน สาระสำคัญ จุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหาสาระ กิจกรรมการเรียนการรู้ งานที่มอบหมายหรือกิจกรรม สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ การประเมินผล ใบงาน / ใบกิจกรรม แบบประเมินใบงาน/ใบกิจกรรม แบบฝึกหัด แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรมและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ บันทึกหลังการสอน หน่วยที่5 การเขียนเพื่อติดต่อกิจธุระ 82-100 หัวข้อเรื่องและงาน สาระสำคัญ จุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหาสาระ กิจกรรมการเรียนการรู้ งานที่มอบหมายหรือกิจกรรม สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ การประเมินผล


ใบงาน / ใบกิจกรรม แบบประเมินใบงาน/ใบกิจกรรม แบบฝึกหัด แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรมและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ บันทึกหลังการสอน หน่วยที่6 การเขียนในงานอาชีพ 101-118 หัวข้อเรื่องและงาน สาระสำคัญ จุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหาสาระ กิจกรรมการเรียนการรู้ งานที่มอบหมายหรือกิจกรรม สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ การประเมินผล ใบงาน / ใบกิจกรรม แบบประเมินใบงาน/ใบกิจกรรม แบบฝึกหัด แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรมและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ บันทึกหลังการสอน หน่วยที่7 การจัดบันทึกข้อมูล 119-128 หัวข้อเรื่องและงาน สาระสำคัญ จุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหาสาระ กิจกรรมการเรียนการรู้ งานที่มอบหมายหรือกิจกรรม สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ การประเมินผล ใบงาน / ใบกิจกรรม แบบประเมินใบงาน/ใบกิจกรรม แบบฝึกหัด แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรมและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ บันทึกหลังการสอน


หน่วยที่8 การเขียนรายงานวิชาการ 129-136 หัวข้อเรื่องและงาน สาระสำคัญ จุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหาสาระ กิจกรรมการเรียนการรู้ งานที่มอบหมายหรือกิจกรรม สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ การประเมินผล ใบงาน / ใบกิจกรรม แบบประเมินใบงาน/ใบกิจกรรม แบบฝึกหัด แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรมและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ บันทึกหลังการสอน หน่วยที่9 การเขียนรายงานการปฏิบัติงานเชิงวิชาชีพ 137-152 หัวข้อเรื่องและงาน สาระสำคัญ จุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหาสาระ กิจกรรมการเรียนการรู้ งานที่มอบหมายหรือกิจกรรม สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ การประเมินผล ใบงาน / ใบกิจกรรม แบบประเมินใบงาน/ใบกิจกรรม แบบฝึกหัด แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรมและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ บันทึกหลังการสอน หน่วยที่10 จรรยาบรรณในการใช้ภาษาไทยเชิงวิชาชีพ 153-159 หัวข้อเรื่องและงาน สาระสำคัญ จุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหาสาระ กิจกรรมการเรียนการรู้ งานที่มอบหมายหรือกิจกรรม สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้


การประเมินผล ใบงาน / ใบกิจกรรม แบบประเมินใบงาน/ใบกิจกรรม แบบฝึกหัด แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรมและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ บันทึกหลังการสอน ภาคผนวก สื่อการจัดการเรียนรู้


ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ หน้า ๑ แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ 1 ชื่อวิชา ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ สอนครั้งที่ 1 ชื่อหน่วย การสื่อสารภาษาไทยอย่างมีประสิทธิภาพ จำนวนชั่วโมง 3 ชื่อเรื่องหรือชื่องาน ทักษะการสื่อสารภาษาไทย รวม 6 ชั่วโมง หัวข้อเรื่องและงาน 1. การสื่อสาร 2. การฟังและการดู 3. การอ่าน 4. การเขียน 5. การพูด สาระสำคัญ ในชีวิตประจำวัน มนุษย์เราเกี่ยวข้องกับการสื่อสารตลอดเวลา เพื่อถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความรู้สึก ทัศนคติ และเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น โดยใช้ภาษาเป็นสื่อ เพื่อให้สังคมเข้าใจความหมาย ตรงกัน และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข มีระเบียบวินัย ภายใต้กรอบวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ผู้ศึกษา จำเป็นต้องหมั่นศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับทักษะการสื่อสารภาษาไทยเพื่อประยุกต์ใช้ความรู้ให้เป็นประโยชน์ ต่อการเรียน การดำรงชีวิต และการพัฒนาอาชีพอย่างมีคุณภาพต่อไป การสื่อสารภาษาไทยอย่างมีประสิทธิภาพจะส่งผลให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ดีในการติดต่อสื่อสาร และทำ ให้ผู้สื่อสารเกิดความเข้าใจและมีความพึงพอใจต่อกัน แต่ความเข้าใจจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้สื่อสารมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องของภาษาและการสื่อสารอย่างรอบด้าน สมรรถนะประจำหน่วย 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการฟัง การดู การพูด การอ่าน การเขียน 2. ฟังดู พูด อ่าน และเขียนภาษาไทยได้ถูกต้องตามหลักการ 3. นำเรื่องที่ฟังดู และอ่านไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ 4. มีมารยาทในการฟังดู พูด อ่าน และเขียนภาษาไทย จุดประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถ ๑. อธิบายหลักการฟัง การดู การพูด การอ่าน การเขียนได้ ๒. บอกหลักการใช้ภาษาเพื่อสื่อสารได้ถูกต้อง ๓. เขียนสรุปสาระสำคัญจากการฟังดู เรื่อง มองดู... ต้นไม้ยังไง_ ให้ชีวิตสำเร็จ และเขียนข้อความ แสดงถึงแนวคิดที่ได้รับจากการฟังดูได้ (บูรณาการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน) ๔. มีมารยาทและคุณธรรมในการสื่อสาร


ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ หน้า ๒ การบูรณาการกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 1. ความมีเหตุผล จากการศึกษา การใช้ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ เป็นการติดต่อสัมพันธ์กันระหว่างมนุษย์ โดย อาศัยกระบวนการถ่ายทอดแลกเปลี่ยนข่าวสาร จึงทำให้ทราบว่าจะติดต่อสื่อสารได้นั้นต้อง ประกอบด้วย การมีเหตุผล ทั้งผู้รับสารและผู้ส่งจึงต้องปรับตัวเอง ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 2. ความพอประมาณ วัตถุประสงค์ในการสื่อสารคือการได้รับข่าวสารครบทุกด้าน จึงรู้เท่าทันทุกด้านทั้งด้านสังคม ธุรกิจ จึงนํามาปรับใช้ให้มีความพอดี 3. การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี การได้รับข่าวสารช่วยให้นักศึกษาสามารถปฏิบัติตนให้อยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน กฎหมายประกันสังคมและกฎหมาย มีความเข้าใจแตกฉานและได้รับประโยชน์จากการสื่อสารเพื่ออาชีพ การพัฒนาอาชีพ 4. เงื่อนไขความรู้ นักศึกษาได้ทราบว่าการใช้ภาษาไทยในงานอาชีพ หมายถึง การติดต่อสัมพันธ์กันระหว่าง มนุษย์ โดยอาศัยกระบวนการถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนข่าวสาร ระหว่างกันและกัน เพื่อให้เกิดการพัฒนาอาชีพ 5. เงื่อนไขคุณธรรม นักศึกษามีความรับผิดชอบต่องานที่มอบหมายให้ทำ มีมนุษยสัมพันธ์ มีวินัย มีความเชื่อมันใน ตนเอง สนใจใฝ่รู้ มีความรักสามัคคี และกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ เนื้อหาสาระ 1. การสื่อสาร 1.1 ความหมายของการสื่อสาร หมายถึง กระบวนการในการสื่อความหมายของบุคคล 2 ฝ่าย ได้แก่ ผู้ส่งสารกับผู้รับสาร โดยที่ผู้ส่งสารส่งสารใด ๆ ไปยังผู้รับสารโดยผ่านสื่อต่าง ๆ อย่างมี วัตถุประสงค์ที่ชัดเจน แล้วทำให้ทั้งสองฝ่ายเกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและตรงกันต่อสารนั้น 1.2 องค์ประกอบของการสื่อสาร ได้แก่ ผู้ส่งสาร สาร ผู้รับสาร สื่อ ปฏิกิริยา ตอบสนอง 1.3 ทักษะการสื่อสาร แบ่งออกเป็น ๑) ทักษะการส่งสาร ได้แก่ การพูด การเขียน และ ๒) ทักษะการรับสาร ได้แก่ การฟังดู และการอ่าน 2. การฟัง การดู 2.1 ความหมาย - การฟัง หมายถึง กระบวนการรับสารผ่านคลื่น เสียงต่างๆ ที่เข้าทางโสต ประสาทจนเกิดเป็นการ ได้ยิน การรับรู้ของสมอง และความเข้าใจในเรื่องนั้นๆ ตามลำดับ - การดู หมายถึง เป็นกระบวนการรับรู้ของมนุษย์เกิดจากภาพที่มองเห็นด้วยตา มีกระบวนการตีความและตอบสนองเหมือนการฟัง 2.2 ความสำคัญ - ให้ความรู้และเพิ่มความคิด


ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ หน้า ๓ - เพลิดเพลินจิตและสร้างความจรรโลงใจ - เสริมสร้างโลกทัศน์ให้กว้างไกล - ใช้พัฒนาตนเองและสังคม 2.3 กระบวนการฟัง การดู เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน โดยเริ่มตั้งแต่เสียงและ รูปภายนอกมากระทบที่โสตประสาท และจักษุประสาท ซึ่งมีอยู่ 5 ระดับ ได้แก่ 2.3.1 การได้ยินเสียง และการมองเห็นภาพ 2.3.2 การมีสมาธิต่อสิ่งที่ได้ยิน ได้เห็น 2.3.3 การเข้าใจสิ่งที่ได้ยิน ได้เห็น 2.3.4 การตีความสิ่งที่ได้ยิน ได้เห็น 2.3.5 การตอบสนองต่อสารที่ได้ยิน ได้เห็น 2.4 จุดมุ่งหมายของการฟัง การดู 2.4.1 การฟัง การดูเพื่อเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ 2.4.2 การฟัง การดูเพื่อสังคม 2.5 ประโยชน์ของการฟัง การดู 2.5.1 ช่วยพัฒนาทักษะการพูด 2.5.2 มีโอกาสได้รับรู้ 2.5.3 ได้รับความเพลิดเพลิน 2.5.4 ช่วยเปลี่ยนความคิด ทัศนคติ ความเข้าใจ 2.5.5 ช่วยเรื่องวิจารณญาณ 2.5.6 ทำให้เรามีไหวพริบ 2.5.7 ช่วยทำให้เรามีบุคลิกที่ดี 2.5.8 การจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ 2.6 มารยาทการฟัง การดู 2.6.1 มารยาทการฟัง - การฟังในที่ประชุม ควรเข้าไปนั่งก่อนผู้พูดเริ่มพูด - ฟังด้วยความตั้งใจ มีสมาธิในการฟัง - ตาควรมองที่ผู้พูด - ไม่พูดคุยกับคนข้างๆ หรือส่งเสียงดัง - ปิดเสียงเครื่องมือสื่อสาร 2.6.1 มารยาทในการดู - ตั้งใจดู มีสมาธิในการดู - ไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น - นั่งหรือยืนดูในท่าทางที่สุภาพเรียบร้อย - ไม่ลุกเดินไปมา 2.7 วิธีฝึกฝนและพัฒนาทักษะการฟัง การดู 2.7.1 ทำตัวให้พร้อมที่จะรับฟังและดู


ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ หน้า ๔ 2.7.2 ฟังและดูอย่างสุภาพและตั้งใจจริง 2.7.3 ต้องรู้จักสังเกตอวัจนภาษาของผู้พูด 2.7.4 ขณะฟัง ดู ตั้งมั่นฝึกปฏิบัติให้ได้ตามขั้นตอนของการฟัง ดู 2.7.5 พยายามหาประโยชน์จากการฟัง การดู 2.7.6 พยายามจดบันทึกทุกครั้งขณะที่ฟัง ดู 2.7.7 ฟังให้ครบความ ดูให้จบเรื่อง 2.7.8 รักษามารยาทในการฟัง การดู 3. การอ่าน 3.1 ความหมายและความสำคัญของการอ่าน 3.2 กระบวนการอ่าน 3.3 จุดมุ่งหมายการอ่าน 3.4 ประโยชน์ของการอ่าน 3.5 วิธีฝึกฝนและพัฒนาทักษะการอ่าน 4. การเขียน 4.1 ความหมายและความสำคัญของการเขียน 4.2 ลักษณะของงานเขียนที่ดี 4.3 วิธีฝึกฝนและพัฒนาทักษะการเขียน 5. การพูด 5.1 ความหมายและความสำคัญของการพูด 5.2 องค์ประกอบของการพูด 5.3 จุดมุ่งหมายการพูด 5.4 ลักษณะของการพูดอย่างมีประสิทธิภาพ กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ปฐมนิเทศ 1. ครูผู้สอนปฐมนิเทศผู้เรียนโดยสนทนากับผู้เรียนถึงความสำคัญของการเรียนวิชาทักษะภาษาไทย เชิงวิชาชีพ จากนั้นให้ศึกษาจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชาและคำอธิบายรายวิชาตามหลักสูตร และชี้แจงวิธีการวัดและประเมินผล ผู้เรียนซักถามเพิ่มเติม 2. ครูผู้สอนอธิบายเพิ่มเติมถึงวิธีการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาว่า เน้นบทบาทและพฤติกรรมของ ผู้เรียนที่สำคัญ ได้แก่ • การทำกิจกรรมกลุ่มต้องให้ความร่วมมือตามบทบาทหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายตั้งใจปฏิบัติ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันและควรเปลี่ยนกลุ่มทุกหน่วยการเรียนรู้ • การทำกิจกรรมและแบบฝึกหัดแต่ละเรื่องต้องจัดทำให้เรียบร้อยถูกต้องส่งงานตามที่กำหนด โดย จะมีการประเมินและเก็บคะแนนตามแบบประเมินในแต่ละหน่วยการเรียนรู้


ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ หน้า ๕ • การประเมินพฤติกรรมการเรียนจะมีการประเมินโดยครูผู้สอนและผู้เรียนประเมินตนเอง รวมทั้งประเมินเพื่อนร่วมชั้นเรียนในพฤติกรรมการแสดงออกตามจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ กำหนดในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ตามเกณฑ์การประเมิน • ก่อนออกจากห้องเรียนทุกครั้ง ช่วยกันดูแลความสะอาดเรียบร้อยของห้องเรียน/ ปิดไฟ /พัด ลม / หน้าต่าง ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ และหัวข้อการเรียนรู้ประจำสัปดาห์ 2. ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยที่ 1 ขั้นสอน 3. ผู้เรียนทบทวนความรู้เดิมเรื่อง ทักษะการสื่อสารภาษาไทย โดยแบ่งกลุ่มกลุ่ม 3-4 คน ทำใบกิจกรรมที่ 1 ผังมโนภาพ (Concept Mapping) เรื่อง ทักษะการสื่อสาร แล้วส่งตัวแทนนำเสนอ หน้าชั้นเรียน 4. ผู้เรียนดูวีดีทัศน์ จาก youtube เกี่ยวกับเรื่องการสื่อสาร เช่น “ครูผู้สอนเพ็ญศรี-กับ ภาษาไทยวิบัติ” / ภาษาไทย ใช้ผิดชีวิตเปลี่ยน”/ “ภาษาไทยไม่ยาก แต่ระวังใช้ผิด” และร่วมกันสนทนา เรื่องของปัญหาการใช้ถ้อยคำสำนวนในการสื่อสารและการใช้ภาษาในอินเทอร์เน็ต 5. ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มละประมาณ 3-4 คน ให้แต่ละกลุ่มหาตัวอย่างข้อบกพร่องของการใช้ ภาษาไทยด้านการฟัง การพูด การอ่านและการเขียน จากสื่อต่าง ๆ กลุ่มละ 3 ตัวอย่าง โดยสืบค้นจาก อินเทอร์เน็ต เขียนบนบัตรคำที่ครูผู้สอนแจกให้ 6. ผู้เรียนและครูผู้สอนร่วมกันพิจารณาว่าตัวอย่างที่ยกมานั้นมีข้อบกพร่องอย่างไร ชี้ให้เห็น ว่าบางประโยค หรือบางข้อความ สื่อความหมายได้ไม่ชัดเจน สื่อความหมายได้หลายอย่าง หรือ ผิด หลักเกณฑ์การใช้ภาษาอย่างไร บางประโยคใช้สำนวนภาษาต่างประเทศ ฯลฯ แล้วช่วยกันแก้ไขข้อความ หรือประโยคที่บกพร่องให้ถูกต้อง เรียบเรียงให้เป็นภาษาที่ถูกต้องสละสลวย สื่อความหมายได้ชัดเจน 7. เพื่อนและครูผู้สอนร่วมกันอภิปรายและยกตัวอย่างเพิ่มเติม ขั้นนำไปใช้ 8. ผู้เรียนดูรายการ Veerin Inspires Ep.26 เรื่อง มองดู... ต้นไม้ยังไง_ ให้ชีวิตสำเร็จ แล้วสรุปสาระสำคัญของการฟังลงในใบกิจกรรมที่ 2 (บูรณาการสวนพฤษศาสตร์โรงเรียน) 9. สุ่มผู้เรียนให้แสดงความคิดเห็นว่าจะนำสิ่งที่ได้จากการฟังไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ขั้นสรุป 10. ครูผู้สอนสรุปเนื้อหาด้วยสื่อนำเสนอ (power point) และซักถามทบทวนความรู้ ความเข้าใจ 11. ผู้เรียนร่วมแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมจนเข้าใจตรงกัน กิจกรรมที่มอบหมาย ก่อนเรียน - ไม่มี ขณะเรียน - ใบกิจกรรมที่ 1 และ ใบกิจกรรมที่ 2


ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ หน้า ๖ หลังเรียน - สรุปสาระสำคัญจากลิงก์ยูทูปที่ส่งให้ในไลน์ สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนวิชาทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ 2. พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ 3. อ่านอย่างไรและเขียนอย่างไร ของราชบัณฑิตยสถาน 4. วีดิทัศน์ youtube ตลกหกฉาก “ครูผู้สอนเพ็ญศรี-กับภาษาไทยวิบัติ” https://shorturl.asia/RP7Ty จั๊ด ซัดทุกความจริง“ภาษาไทย ใช้ผิดชีวิตเปลี่ยน” https://shorturl.asia/bMxr1 นารีสนทนา“ภาษาไทยยุคใหม่ รู้และใช้ให้ถูกต้อง” https://shorturl.asia/zo9WD Veerin Inspires “มองดู... ต้นไม้ยังไง_ ให้ชีวิตสำเร็จ” https://shorturl.asia/xOPUF 5. หนังสืออีเล็กทรอนิกส์ (E-book) จากเว็บไซต์ Anyflip 7. ใบกิจกรรม 8. แบบประเมินพฤติกรรมการเรียน/ พฤติกรรมการทำงาน 9. แบบประเมินผลงาน แหล่งเรียนรู้ 1. ห้องสมุด 2. อินเทอร์เน็ต 3. โทรทัศน์ การวัดและประเมินผล สิ่งที่ต้องการวัด วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การวัด 1. ด้านความรู้ 1.ทดสอบ 2.ซักถาม/สัมภาษณ์ 1.แบบทดสอบ 2.แบบประเมิน ไม่ผ่าน คะแนนน้อยกว่าร้อยละ 50 ผ่าน คะแนนร้อยละ 50 ขึ้นไป 2. ด้านทักษะ 1.ทดสอบการปฏิบัติจาก ใบงาน/ใบกิจกรรม 2.การสังเกตพฤติกรรม การปฏิบัติจากใบ กิจกรรม 1.ใบงาน/ใบกิจกรรม 2.แบบประเมินพฤติกรรม การปฏิบัติงาน 3.แบบฝึกหัด ไม่ผ่าน คะแนนน้อยกว่าร้อยละ 50 ผ่าน คะแนนร้อยละ 50 ขึ้นไป 3. ด้านจิตพิสัย การสังเกตพฤติกรรม การเรียนรู้ แบบประเมินพฤติกรรม ไม่ผ่าน คะแนนน้อยกว่าร้อยละ 50 ผ่าน คะแนนร้อยละ 50 ขึ้นไป หลักฐาน 1. บันทึกการสอน 2. สมุดเช็กรายชื่อ 3. แผนจัดการเรียนรู้ 4. การตรวจประเมินผลงาน


ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ หน้า ๗ แบบทดสอบก่อน-หลังเรียน 1. การฟังมีความหมายตรงกับข้อใด ก. การได้ยิน ข. การรู้ความหมาย ค. การทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน ง. การรับรู้ความหมายจากเสียงที่เราได้ยิน 2. ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของผู้ฟังที่ดี ก. นั่งฟังเงียบๆ แสดงอาการรับรู้จนกว่าผู้พูดจะพูดจบ ข. พิจารณาเรื่องราวที่กำลังฟังว่าน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด ค. รวบรวมความคิดให้ได้ว่าผู้พูดมีวัตถุประสงค์อะไรในการพูดนั้น ง. แยกแยะได้ว่าเรื่องที่ได้ฟังนั้นมีส่วนใดเป็นข้อเท็จจริง ส่วนใดเป็นข้อคิดเห็น 3. เมื่อผู้อื่นมาพูดถึงความไม่ดีของบุคคลที่ ๓ ท่านควรทำอย่างไร ก. ห้ามปรามว่าไม่ควรพูดให้ผู้อื่นเสียหาย ข. พยายามซักไซ้ให้ผู้พูดขยายความมากขึ้น ค. ไม่แสดงความคิดเห็น และพยายามเปลี่ยนหัวข้อสนทนา ง. พิจารณาว่าถ้าเป็นความจริงตามที่ได้ฟังก็ควรบอกให้ผู้นั้นแก้ไข 4. ข้อใดไม่ใช่อุปสรรคของการฟัง ก. คาดหมายไว้ก่อนว่าผู้พูดเป็นคนพูดเก่ง ข. ความคิดเห็นของผู้พูดถูกต้องเสมอ ค. เด็ก ๆ ข้างนอกห้องประชุมวิ่งเล่นอึกทึก ง. ภายในห้องค่อนข้างร้อนเพราะไม่มีแอร์มีแต่พัดลม 5. ข้อใดไม่ใช้วิธีการช่วยพัฒนาประสิทธิภาพในการฟัง ก. เตรียมตัวก่อนฟัง ข. ฟังด้วยความตั้งใจ ค. ฟังโดยมีอคติกับผู้พูดเพื่อจับผิด ง. สร้างความสนใจและต้องการที่จะฟัง 6. การอ่านหนังสือเรียนเพื่อสอบ เป็นการอ่านเพื่อจุดมุ่งหมายใด ก. การอ่านเอาเรื่อง ข. การอ่านเก็บความรู้ ค. การอ่านตีความ ง. การอ่านเพื่อความบันเทิง 7. ขั้นแรกของกระบวนการอ่าน คือข้อใด ก. อ่านเป็น ข. อ่านได้ ค. อ่านคล่อง ง. อ่านวิเคราะห์


ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ หน้า ๘ 8. การเลือกอ่านหนังสือควรเลือกอย่างไร ก. อ่านเฉพาะที่ตนเองชอบ ข. อ่านการ์ตูนเพื่อผ่อนคลาย ค. อ่านหนังสือบันเทิงให้มาก ๆ ง. อ่านหนังสือที่มีประโยชน์ทุกอย่าง 9. เหตุใดจึงกล่าวว่า “การอ่านช่วยตัดสินปัญหาในชีวิตประจำวันได้" ก. การอ่านเป็นทักษะหนึ่งของการใช้ภาษา ข. การอ่านทำให้เรามีประสบการณ์มากขึ้น ค. การอ่านช่วยให้เราได้มีความรู้มาก มีเจตคติที่ดี ง. เป็นพฤติกรรมในการดารงชีวิตของคนไทย 10. ข้อใดเป็นการอ่านที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ก. ใบบัวอ่านแล้วรู้ที่มาว่ามาจากไหน ข. บุณย์อ่านแล้วรู้ว่าตัวละครใดเป็นตัวเอง ค. มะลิอ่านแล้วรู้ว่าสาระสำคัญของเรื่องคืออะไร ง. พุดจีบอ่านแล้วรู็ว่าตอนจบของเรื่องจะเป็นอย่างไร 11. ข้อใดให้ความหมายของการพูดได้ถูกต้องชัดเจนที่สุด ก. การติดต่อสื่อสารของมนุษย์ด้วยการใช้ถ้อยคำและน้ำเสียง ข. พฤติกรรมการใช้ถ้อยคำ น้ำเสียงและอากัปกิริยาของมนุษย์ ค. การเปล่งเสียงออกมาเป็นถ้อยคำเพื่อการระบายอารมณ์ของมนุษย์ ง. การถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดของผู้พูดไปยังผู้ฟังด้วยน้ำเสียง ถ้อยคำและกริยาท่าทางต่างๆ 12. สำนวนในข้อใดแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการพูด ก. สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล ข. ปากปราศรัย ใจเชือดคอ ค. พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง ง. พูดดีเป็นศรีแก่ตัว พูดชั่วอัปราชัย 13. หากนักศึกษาได้รับคำสบประมาทว่า ไม่สามารถพัฒนาการพูดของตนเองได้มากไปกว่านี้ คุณควรจะทำ อย่างไรในฐานะผู้ที่เรียนการพูดมาแล้ว ก. ไม่ต้องสนใจ เพราะจะมีกี่คนที่เรียนการพูดมาโดยตรง เปล่าประโยชน์ที่จะฟัง ข. แสดงความรู้สึกให้เห็นว่า ไม่เป็นเช่นนั้น มีสิทธิอะไรมาวิจารณ์ ค. ฟังด้วยจิตใจสงบ หันมาสำรวจตนเอง ยอมรับและแก้ไขข้อผิดพลาด ง. ฟังแล้วก็ผ่านไป ใครก็พูดกันได้ทั้งนั้น คุณก็ไม่ต่างกับฉันซักเท่าไร 14. การพากย์กีฬาเรือยาว เป็นการพูดชนิดใด ก. การพูดโดยการท่องจำ ข. การพูดโดยอ่านจากต้นฉบับ ค. การพูดปากเปล่าโดยไม่มีการเตรียม ง. การพูดปากเปล่าโดยมีการฝึกซ้อม


ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ หน้า ๙ 15. ข้อใดแตกต่างจากข้ออื่น ก. พูดโฆษณาเพื่อขายสินค้า ข. พูดหาเสียงเลือกตั้ง ค. พูดแนะนำการใช้สมุนไพร ง. พูดเชิญชวนบริจาคโลหิต 16. ข้อใดคือ ความหมายของการเขียน ก. การเขียนเพื่อให้เกิดความคิด วิสัยทัศน์กว้างไกล ข. การแปลความหมายของความรู้สึก ความคิดเห็นออกมาเป็นตัวอักษร ค. การอธิบายเกี่ยวกับเรื่องที่ให้ความรู้ความคิดและนำไปปฏิบัติตามได้ ง. การสื่อความหมายผ่านตัวอักษรเพื่อแสดงความรู้ ความคิดและประสบการณ 17. ข้อใดคือ ความสำคัญของการเขียน ก. เป็นเครื่องแสดงออกถึงวิถีชีวิตของคนในสังคม ข. เป็นเครื่องมือที่แสดงถึงความเปลี่ยนแปลงงของมนุษย์ในแต่ละยุคสมัย ค. เป็นเครื่องมือถ่ายทอดวัฒนธรรมที่สำคัญอันเป็นมรดกทางสติปัญญาของมนุษย์ ง. เป็นบันทึกเหตุการณ์ประจำวัน สามารถสืบค้นเพื่อการเรียนรู้ของคนรุ่นหลังได้ 18. ข้อใดอธิบายทักษะในการเขียนสื่อสารได้ถูกต้อง ก. การใช้คำซ้ำซ้อนเพื่อก่อให้เกิดความรู้สึกสนใจแก่ผู้อ่าน ข. การรู้จักคำและเลือกใช้คำให้ถูกต้อง เหมาะสมและตรงความหมาย ค. การใช้คำ ข้อความ ให้เกิดความกำกวมเพื่อสร้างความสงสัยให้แก่ผู้อ่าน ง. การใช้คำสมัยใหม่เพื่อให้เกิดภาพพจน์ เสียง และความรู้สึก 19. ข้อใดไม่ใช่กระบวนการเขียนที่ดี ก. เขียนตัวอักษรอ่านง่าย ข. เขียนตามที่ตัวเองต้องการ ค. ใช้คำสื่อความหมายได้แจ่มแจ้ง ง. เว้นวรรคตอนช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจสารได้ง่าย 20. ข้อใดเรียงลำดับได้ถูกต้อง ก. อาหารไทยเป็นอาหารที่ชาวต่างชาตินิยมรับประทานกันมาก ข. กรุงเทพมหานครกำลังเรงแก้ไขอย่างรีบด่วนเรื่องปัญหาน้ำท่วมขัง ค. ชมรมดูนกกำลังรับสมัครสมาชิกใหม่ที่บึงพระรามเป็นจำนวนมาก ง. มีนักศึกษาหลายคณะเข้าร่วมโครงการ “ถนนสีขาว” รวมทั้งชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เฉลยแบบทดสอบก่อน-หลังเรียน ข้อ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 คำตอบ ง ก ค ก ค ข ข ง ค ค ข้อ 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 คำตอบ ง ง ค ค ง ง ค ข ข ก


ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ หน้า ๑๐ ใบกิจกรรมที่ 1 เรื่อง ทักษะการสื่อสารภาษาไทย การบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จุดประสงค์การเรียนรู้: อธิบายหลักการฟัง การดู การพูด การอ่าน การเขียนได้ ลำดับขั้นตอนการปฏิบัติ : 1. จับกลุ่ม ๆ ละ 3-4 คน 2. ตัวแทนกลุ่มจับสลากหัวข้อเรื่อง ดังนี้ หมายเลข 1 องค์ประกอบการสื่อสาร หมายเลข 2 หลักการฟัง การดู หมายเลข 3 หลักการพูด หมายเลข 4 หลักการอ่าน หมายเลข 5 หลักการเขียน 3. ศึกษาข้อมูลจากเว็บไซต์ต่าง ๆ 4. สรุปสาระสำคัญในรูปแบบแผนผังมโนทัศน์ (Concept Mapping) 6. ส่งตัวแทนพูดนำเสนอประกอบแผนผังมโนทัศน์ (Concept Mapping) หน้าชั้นเรียน สื่อการเรียน เครื่องมือ อุปกรณ์ - กระดาษวาดเขียน 100 ปอนด์ - สีไม้/สีเทียน - โทรศัพท์ เกณฑ์การประเมินผล ประเมินการพูดนำเสนอ เกณฑ์ผ่าน ไม่ต่ำกว่า 12 คะแนน รายการประเมิน การถ่ายทอด เนื้อหา การสบ สายตา การใช้ น้ำเสียง การใช้ ภาษากาย รวม คะแนน ผู้นำเสนอ 5 คะแนน 5 คะแนน 5 คะแนน 5 คะแนน 20 1. 2. 3. 5.


เกณฑ์การให้คะแนน (Scoring Rubric) การนำเสนอหนระดับระดับมาตรฐาน สูงกว่ามาตรฐาน ได้มาตรฐานเกณฑ์การให้คะแนน (75-100%) (50-74%)การถ่ายทอดเนื้อหา - คล่องแคล่ว ไม่ติดขัด ทำให้เข้าใจ ประเด็นได้ง่ายและเร็ว - การพูดมีการเว้นจังหวะ และ การ เน้นคำ หรือเน้นสาระสำคัญ อย่าง เหมาะสมเพื่อทำให้ผู้ฟัง ติดตาม การนำเสนอ - ความเร็วในการพูดอยู่ในระดับ เหมาะสม - คล่องแคล่ว ไม่ติดขัด ทประเด็นได้ง่าย - การพูดมีการเว้นจังหวะเหมาะสม - ความเร็วในการพูดอยู่ใเหมาะสม การสบสายตา สบสายตากับผู้ฟังอยู่ตลอดเพื่อ ดึงดูดให้ผู้ฟังสนใจในเนื้อหาที่ ถ่ายทอด สบสายตากับผู้ฟังพอสการใช้น้ำเสียง - น้ำเสียงเต็มเปี่ยมด้วยความมั่นใจ - ความดังของเสียงเหมาะสม - น้ำเสียงสะท้อนถึงความ- ความดังของเสียงเหมาการใช้ภาษากาย ใช้ภาษากายอย่างคล่องแคล่ว เช่น ยกมือ ผายมือ เพื่อดึงดูดให้ผู้ฟัง รู้สึกสนใจในสิ่งที่อธิบาย ใช้ภาษากายในการสื่อสเช่น ยกมือ ผายมือ เพื่อสนใจ ในสิ่งที่อธิบาย


ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ หน้า ๑๑ น้าชั้นเรียน น ใกล้เคียงมาตรฐาน ต่ำกว่ามาตรฐาน ) (25-49%) (0-24%) ทำให้เข้าใจ ะอย่าง ในระดับ - ไม่คล่องแคล่ว มีการหยุดชะงัก บ้าง เป็นบางจังหวะ - พูดเร็วจนจับความไม่ค่อยได้ หรือ พูด ช้าจนเกินไป - ติดขัดหลายครั้ง หรือ ใช้คำ เช่น “เอ่อ” “อ้า” บ่อยครั้ง - หยุดชะงักในหลายจังหวะ - พูดเร็วจนจับความไม่ค่อยได้ หรือ พูดช้าจนเกินไป มควร สบสายตากับผู้ฟังน้อยครั้งมาก ไม่สบสายตากับผู้ฟัง หรือ ก้มหน้า อ่านบทพูด มมั่นใจ ะสม - น้ำเสียงสั่นเครือบ้าง - ใช้เสียงเบาบ้าง ดังบ้างสลับกันไป - น้ำเสียงสั่นเครือ - ใช้เสียงเบาเหมือนกำรกระซิบ หรือ ดังเหมือนการตะคอก หรือ การตะโกน สารพอสมควร อทำให้ผู้ฟัง มีการใช้ภาษากายน้อยครั้งในการ สื่อสาร ไม่มีการใช้ภาษากายใดๆ ในการ สื่อสาร


ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ หน้า ๑๒ ใบกิจกรรมที่ 2 เรื่อง มองดู... ต้นไม้ยังไง_ ให้ชีวิตสำเร็จ (บูรณาการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน) จุดประสงค์การเรียนรู้: เขียนสรุปสาระสำคัญจากการฟังดู เรื่อง มองดู... ต้นไม้ยังไง_ ให้ชีวิตสำเร็จ และ เขียนข้อความแสดงถึงแนวคิดที่ได้รับจากการฟังดูได้ (บูรณาการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน) ลำดับขั้นตอนการปฏิบัติ : 1. ดูรายการ Veerin Inspires Ep.26 เรื่อง มองดู... ต้นไม้ยังไง_ ให้ชีวิตสำเร็จ 2. สรุปสาระสำคัญจากรายการและเขียนข้อความแสดงถึงแนวคิดที่ได้รับจากการฟัง ดู สาระสำคัญ ............................................................................................................................. ....................................... .................................................................................................................................... ................................ .................................................................................................. .................................................................. ............................................................................................................................. ....................................... ..................................................................................................................................................... ............... ............................................................................................................................. ....................................... .................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................... .................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................... แนวคิดที่ได้รับจากการฟัง ............................................................................................................................. ....................................... .................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................... ................................................................................................................................... ................................. .................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................... .................................................................................................................................................... ................


ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ หน้า ๑๓ วิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์ สถาบันการอาชีวศึกษาภาคเหนือ 4 แบบสรุปผลการประเมินด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (จิตพิสัย) ภาคเรียนที่…….……ปีการคึกษา………….. แผนกวิชา……………………ชั้นปี..….ห้อง… เรื่อง………………………………………. วันที่……เดือน……………….พ.ศ. …….. ความมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี คววมมีวินัย ความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์สุจริต การประหยัด ความสนใจใฝ่รู้ ความรักความสามัคคี ละเว้นสิ่งเสพติด/การพนัน ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การตรงต่อเวลา คะแนนรวม ที่ ชื่อ-นามสกุล 2 2 2 2 2 2 2 2 2 2 20


ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ หน้า ๑๔ บันทึกหลังการสอน ผลการสอน บรรลุตามจุดประสงค์ ครบทุกข้อ ไม่ครบ เวลาที่ใช้ในการสอน เหมาะสม มากเกินไป น้อยเกินไป เนื้อหา สอดคล้องกับจุดประสงค์ ไม่สอดคล้องกับจุดประสงค์ กิจกรรมการสอน ปฏิบัติได้ครบทุกกิจกรรม ปฏิบัติกิจกรรมได้บางส่วน กิจกรรม เหมาะสม กิจกรรมบางส่วนไม่เหมาะสม การใช้สื่อการสอน เหมาะสม ไม่เหมาะสม ผลการเรียนของนักเรียนนักศึกษา ความสนใจ/ตั้งใจเรียน มาก ปานกลาง น้อย การซักถาม/ตอบคำถาม มาก ปานกลาง น้อย มีความร่วมมือในการจัดกิจกรรม มาก ปานกลาง น้อย ปัญหาอุปสรรค ผู้เรียนเข้าห้องเรียนสาย ไม่ตรงต่อเวลา มีพฤติกรรมลืมสมุด ปากกา สมาธิสั้น ขาดความรับผิดชอบในงานมอบหมาย ขาดอุปนิสัยอยู่อย่างพอเพียง ขาดการกล้าแสดงออก นิ่งเงียบ ขาดทักษะการทำงานร่วมอย่างอย่างสามัคคี เล่นโทรศัพท์ระหว่างการเรียน ไม่ตั้งใจเรียน ชวนเพื่อนคุย หรือหลับ ขาดเจตคติที่ดีหรือขาดแรงจูงใจในการเรียน ขาดสื่อ อุปกรณ์ ในการฝึกปฎิบัติ อื่น ๆ ระบุ ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ลงชื่อ…………………………….…………………. ผู้สอน (นางยอดขวัญ ศรีม่วง) ตำแหน่ง ครูวิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ วันที่…….เดือน…………………..…….พ.ศ………….


ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ หน้า ๑๕ แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ 1 ชื่อวิชา ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ สอนครั้งที่ 2 ชื่อหน่วย การสื่อสารภาษาไทยอย่างมีประสิทธิภาพ จำนวนชั่วโมง 3 ชื่อเรื่องหรือชื่องาน การใช้ถ้อยคำสำนวน รวม 6 ชั่วโมง หัวข้อเรื่องและงาน 1. การใช้ถ้อยคำ 2. การใช้สำนวน สาระสำคัญ การสื่อสารทุกทักษะล้วนต้องใช้ถ้อยคำ หากผู้ส่งสารเข้าใจความหมายของคำคลาดเคลื่อน เลือกใช้คำไม่เหมาะสมกับบริบท ใช้คำไม่ตรงตามความหมาย หรือเรียงลำดับคำผิด อาจทำให้ผู้รับสาร เข้าใจผิดและการสื่อสารนั้นไม่ประสบผลสำเร็จได้ ดังนั้นการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพจึงต้องคำนึงถึง ความหมายของคำ การเรียงลำดับคำ และการเชื่อมโยงประโยคอย่างเหมาะสม รวมถึงการใช้สำนวนไทย ซึ่งเป็นภูมิปัญญาไทยทางภาษา สมรรถนะประจำหน่วย - เลือกใช้ถ้อยคำ สำนวน ได้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ เหมาะสมกับกาลเทศะ บุคคล โอกาสและ สถานการณ์ จุดประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถ ๑. เลือกใช้ถ้อยคำได้ถูกต้องตามหลักภาษาไทย ๒. ร้อยเรียงถ้อยคำให้เป็นประโยคตามความสัมพันธ์ และตามเจตนาของการสื่อสาร ๓. รู้ที่มา ความหมายของสำนวนไทย และใช้ให้ถูกต้อง ๔. มีมารยาทและคุณธรรมในการสื่อสาร การบูรณาการกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 1. ความมีเหตุผล การสื่อสารที่สัมฤทธิ์ผล ผู้ใช้ภาษาจำเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถเลือกใช้ถ้อยคำ สำนวนได้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ เหมาะสมกับกาลเทศะ บุคคล โอกาสและสถานการณ์ 2. ความพอประมาณ วัตถุประสงค์ในการสื่อสารคือการได้รับข่าวสารครบทุกด้าน จึงรู้เท่าทันทุกด้านทั้งด้านสังคม ธุรกิจ จึงนํามาปรับใช้ให้มีความพอดี 3. การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี การใช้และเข้าใจสำนวนไทยอย่างถูกต้องช่วยสืบทอดวัฒนธรรมของชาติได้ทางหนึ่ง เป็นแนวคิด และแนวปฏิบัติเพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคม 4. เงื่อนไขความรู้ นักศึกษาได้รู้ถึงข้อคำนึงต่าง ๆ ในการใช้ถ้อยคำ และรู้ที่มาและความหมายของสำนวนไทย


ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ หน้า ๑๖ 5. เงื่อนไขคุณธรรม นักศึกษาใช้ภาษาสุภาพ คำนึงถึงกาลเทศะและความเหมาะสมตามฐานะของบุคคล เนื้อหาสาระ 1. การใช้ถ้อยคำ 1.1 การใช้คำให้ตรงความหมาย 1.2 การใช้คำให้ถูกต้องตามหน้าที่ของคำ 1.3 การใช้คำให้ถูกระดับ 1.4 การใช้คำให้เหมาะสมกับฐานะบุคคล 1.5 การใช้คำให้เหมาะแก่กาลเทศะ 1.6 การใช้คำให้เหมาะสมกับรูปแบบการเขียน 1.7 การใช้คำยืม 2. การใช้สำนวน 2.1 ความหมายของสำนวน 2.2 ที่มาของสำนวนไทย 2.3 ตัวอย่างสำนวนไทยพร้อมความหมาย กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ผู้เรียนเล่นเกมการเลือกใช้ถ้อยคำ จากเว็บไซต์Wordwall บันทึกภาพหน้าจอเมื่อ คะแนนปรากฏ ส่งเข้ากลุ่มไลน์ภาษาไทย (ลิงก์ https://wordwall.net/resource/18056022) 2. ครูให้ผู้เรียนทายภาพสำนวนไทยจำนวน 5 ภาพ ขั้นสอน 3. ครูอธิบายเรื่องการใช้ถ้อยคำ และให้ผู้เรียนช่วยกันยกตัวอย่าง ในหัวข้อดังต่อไปนี้ 1) การใช้คำให้ตรงความหมาย 2) การใช้คำให้ถูกต้องตามหน้าที่ของคำ 3) การใช้คำให้ถูกระดับ 4) การใช้คำให้เหมาะสมกับฐานะบุคคล 5) การใช้คำให้เหมาะแก่กาลเทศะ 6) การใช้คำให้เหมาะสมกับรูปแบบการเขียน 7) การใช้คำยืม 4. ผู้เรียนเล่นเกม “ที่มาสำนวนไทย” ตามขั้นตอนดังนี้ 1) ผู้สอนสุ่มเรียกผู้เรียนมา ๔ คน ถือป้ายที่มาสำนวนไทย แล้วยืนอยู่มุมห้อง 4 มุม - ป้าย ธรรมชาติ - ป้าย ศาสนา - ป้าย กีฬา / การละเล่น - ป้าย นิทาน 2) ผู้เรียนคนอื่นเลือกภาพสำนวนคนละ ๑ ภาพ (ผู้สอนจะคว่ำภาพไว้ที่โต๊ะกลางห้อง)


ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ หน้า ๑๗ 3) ผู้เรียนมองดูภาพสำนวนแล้วพิจารณว่าเกิดจากหรือมีที่มาจากสิ่งใด แล้วถือภาพไปหา คนที่ถือป้ายที่มาสำนวนไทย ๔) กลุ่มใดคิดว่าสำนวนครบแล้วให้นั่งลงกับพื้น (บูรณาการคุณธรรม ฯ เรื่องความ ซื่อสัตย์สุจริต) 5) ผู้สอนตรวจสอบว่ากลุ่มใดรวมตัวกันครบโดยใช้เวลาน้อยสุด และถูกต้อง ให้ดาวสะสม แต้มคะแนน 5. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันอภิปรายที่มาของสำนวนไทย และยกตัวอย่างเพิ่มเติม ขั้นนำไปใช้ 6. ผู้เรียนดูประโยคที่จอภาพที่ผู้สอนแสดงด้วยสื่อนำเสนอ (power point) วิเคราะห์ปัญหา การใช้ถ้อยคำที่ผิดว่าเกิดจากสาเหตุใดและแก้ไขให้ถูกต้อง 7. ผู้เรียนฟังสถานการณ์ที่ผู้สอนยกตัวอย่างแล้วตอบว่าควรใช้สำนวนใด ขั้นสรุป 8. ผู้สอนสรุปเนื้อหา และซักถามทบทวนความรู้ความเข้าใจ 9. ผู้เรียนทำแบบทดสอบเรื่องการใช้ถ้อยคำสำนวน กิจกรรมที่มอบหมาย ก่อนเรียน - เล่นเกมการเลือกใช้ถ้อยคำ (ลิงก์ https://wordwall.net/resource/18056022) ขณะเรียน - ไม่มี หลังเรียน - แบบฝึกหัดเรื่อง การใช้ถ้อยคำ และ สำนวนไทย สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนวิชาทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ 2. หนังสือสำนวนไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน 5. หนังสืออีเล็กทรอนิกส์ (E-book) จากเว็บไซต์ Anyflip 7. แบบฝึกหัด 8. แบบประเมินพฤติกรรมการเรียน/ พฤติกรรมการทำงาน แหล่งเรียนรู้ 1. ห้องสมุด 2. อินเทอร์เน็ต 3. สื่อสิ่งพิมพ์


ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ หน้า ๑๘ การวัดและประเมินผล สิ่งที่ต้องการวัด วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การวัด 1. ด้านความรู้ 1.ทดสอบ 2.สอบถาม 1.แบบทดสอบ 2.แบบประเมิน ไม่ผ่าน คะแนนน้อยกว่าร้อยละ 50 ผ่าน คะแนนร้อยละ 50 ขึ้นไป 2. ด้านทักษะ 1.ทดสอบการปฏิบัติจาก ใบงาน/ใบกิจกรรม 2.การสังเกตพฤติกรรม การปฏิบัติจากใบ กิจกรรม 1.ใบงาน/ใบกิจกรรม 2.แบบประเมินพฤติกรรม การปฏิบัติงาน 3.แบบฝึกหัด ไม่ผ่าน คะแนนน้อยกว่าร้อยละ 50 ผ่าน คะแนนร้อยละ 50 ขึ้นไป 3. ด้านจิตพิสัย การสังเกตพฤติกรรม การเรียนรู้ แบบประเมินพฤติกรรม ไม่ผ่าน คะแนนน้อยกว่าร้อยละ 50 ผ่าน คะแนนร้อยละ 50 ขึ้นไป หลักฐาน 1. บันทึกการสอน 2. สมุดเช็กรายชื่อ 3. แผนจัดการเรียนรู้ 4. การตรวจประเมินผลงาน


ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ หน้า ๑๙ แบบทดสอบก่อน-หลังเรียน 1. คำในข้อใดทุกคำใช้ได้ทั้งความหมายตรงและความหมายโดยนัย ก. คอแข็ง ใจดี ข. มือหนัก ขาแข็ง ค. หัวแข็ง ตาโต ง. มือไว ใจอ่อน 2. ข้อใดใช้ถ้อยคำที่มีความหมายตรงตัวทุกคำ ก. คนเราต้องมีใจนักเลงเมื่อทำผิดต้องยอมรับผิด ข. เมื่อถูกฉีกหน้ากลางที่ประชุม เขาจึงตัดสินใจลาออก ค. ใบหน้าของเขาเหยเกด้วยความเจ็บปวดจากบาดแผล ง. เขาเป็นคนมีหน้ามีตาในสังคมไม่มีใครรู้ว่าเบื้องหลังเขาค้ายาบ้า 3. ข้อใดใช้คำได้ถูกต้องเหมาะสมกับระดับบุคคล ก. ฉันดูหนังเรื่องนี้แล้วละไม่สนุกเลย ข. อาจารย์คะ ผอ.เรียกไปพบค่ะ ค. เชิญแขกทุกท่านกินอาหารครับ ง. คุณป้าจะเดินทางเมื่อไหร่ล่ะ 4. ข้อใดใช้คำที่มีความหมายชัดเจน ก. เขาตัวสูงเกินไป ข. เขาไม่กินข้าวเย็น ค. ปลามันมากจริงๆ ง. รำถูกอย่างนี้ไม่มีปัญหา 5. ข้อใดใช้คำได้ถูกต้องตามระเบียบของภาษา ก. ขลุ่ยอันนี้เสียงเพราะดี ข. เขายื่นใบสมัครแก่เจ้าหน้าที่ ค. หน้าตาของเขาเหมือนอย่างกับพ่อ ง. ความหวังเป็นสิ่งหล่อเลี้ยงหัวใจมนุษย์ 6. ประโยคในข้อใดไม่บกพร่องในการใช้ถ้อยคำ ก. บัญชาชอบขับรถโดยความเร็วสูง ข. ยาดีขมปาก และเป็นประโยชน์ต่อคนไข้ ค. เขาขอผัดวันส่งเงินค่าเช่าบ้านเป็นประจำ ง. เขาชอบพูดจากลับกลอก เหมือนเด็กเลี้ยงแกะ ไว้ใจไม่ได้ 7. คำภาษาอังกฤษในข้อใดไม่สามารถใช้คำไทยแทนได้ ก. ครูที่ดีต้องเป็นโมเดลให้ลูกศิษย์ยึดถือปฏิบัติตามได้ ข. ภาพยนตร์การ์ตูนสมัยนี้ดูแล้วไม่สบายตาเหมือนสมัยก่อน ค. สมาชิกกำลังดีเบตกันยกใหญ่ว่า ใครสมควรเป็นนายกสมาคม ง. เธอช่วยเช็คให้ก่อนได้ไหมว่าสินค้าที่เราจะส่งไปขายมีจำนวนเท่าใด


ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ หน้า ๒๐ 8. ไส้เดือน คำสุภาพว่าอย่างไร ก. ไส้ดิน ข. มูลดิน ค. รากดิน ง. หัวดิน 9. ปลาหมอตายเพราะปาก มีความหมายตรงกับข้อใด ก. พูดไม่ยอมหยุด ข. กินไม่รู้จักอิ่ม ค. กินมากจนท้องแตก ง. พูดพล่อยๆ จนเกิดโทษแก่ตน 10. "คนที่ทำสิ่งใดโดยวิธีรุนแรง" กล่าวเป็นสำนวนได้อย่างไร ก. ตัดไปหัวลม ข. ขิงก็ราข่าก็แรง ค. หักด้ามพร้าด้วยเข่า ง. น้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือขวาง 11. สำนวนใด "มุ่งสอนผู้หญิงโดยเฉพาะ" ก. ชิงสุกก่อนห่าม ข. น้ำตาลใกล้มด ค. ปลูกเรือนคร่อมตอ ง. ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ 12. สำนวนในข้อใดมิได้เกิดจากวรรณคดี ก. สิบแปดมงกุฎ ข. ฤาษีแปลงสาร ค. ชักแม่น้ำทั้งห้า ง. ชักใบให้เรือเสีย 13. สำนวนใดไม่ถูกต้อง ก. ดำเหมือนถ่าน ข. อาภัพเหมือนปูน ค. เงียบเหมือนเป่าสาก ง. หน้าบานเท่ากระด้ง 14. สำนวนใดมีความหมายคล้ายคลึงกันมากทีสุด ก. เกลือเป็นหนอน – สาวไส้ให้กากิน ข. หน้าซื่อใจคด – หน้าไว้หลังหลอก ค. ปากว่าตาขยิบ – ยักคิ้วหลิ่วตา ง. ขิงก็ราข่าก็แรง – ขนมพอสมน้ำยา 15. สำนวน " น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก " นำไปใช้ประโยชน์ในข้อใด ก. การเก็บความลับ ข. การรู้จักข่มใจ ค. การไม่เอาแต่ใจตน เอง ง. การเอาใจเขามาใส่ใจเรา เฉลยแบบทดสอบก่อน-หลังเรียน ข้อ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 คำตอบ ค ค ก ก ข ค ข ค ง ค ข้อ 11 12 13 14 15 คำตอบ ก ค ก ข ข


ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ หน้า ๒๑ ใบกิจกรรมที่ 3 เกม ที่มาสำนวนไทย จุดประสงค์การเรียนรู้: รู้ที่มา ความหมายของสำนวนไทย ลำดับขั้นตอนการปฏิบัติ : 1. ผู้สอนเลือกผู้เรียนสำหรับถือป้ายที่มาของสำนวนไทย 2. ให้ผู้ถือป้ายที่มาของสำนวนไทย ไปยืนคนละมุมห้อง 3. ผู้เรียนเลือกภาพสำนวนไทย 4. ผู้เรียนพิจารณาภาพที่เลือกแล้ววิเคราะห์ว่าเกิดจาก/มีที่มาจากสิ่งใดแล้วไปที่ป้ายที่มาของ สำนวนไทย 6. กลุ่มใดสมาชิกครบแล้วให้นั่งลง 7. ผู้สอนตรวจสอบความถูกต้อง สื่อการเรียน เครื่องมือ อุปกรณ์ - ป้ายที่มาสำนวนไทย 4 ป้าย - ภาพสำนวนไทย เกณฑ์การประเมินผล 1. ป้ายที่มีสำนวนไทยและภาพสำนวนถูกต้อง 2. จำนวนดาวได้ตามลำดับเวลาจากน้อยสุดไปหามากสุด ใช้เวลาน้อยสุดลำดับที่ 1 = ดาว 4 ดวง ใช้เวลาน้อยสุดลำดับที่ 2 = ดาว 3 ดวง ใช้เวลาน้อยสุดลำดับที่ 3 = ดาว 2 ดวง ใช้เวลาน้อยสุดลำดับที่ 4 = ดาว 1 ดวง


ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ หน้า ๒๒ ป้ายที่มาสำนวนไทย ตัวอย่างภาพสำนวนไทย


ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ หน้า ๒๓ วิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์ สถาบันการอาชีวศึกษาภาคเหนือ 4 แบบสรุปผลการประเมินด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (จิตพิสัย) ภาคเรียนที่…….……ปีการคึกษา………….. แผนกวิชา……………………ชั้นปี..….ห้อง… เรื่อง………………………………………. วันที่……เดือน……………….พ.ศ. …….. ความมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี คววมมีวินัย ความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์สุจริต การประหยัด ความสนใจใฝ่รู้ ความรักความสามัคคี ละเว้นสิ่งเสพติด/การพนัน ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การตรงต่อเวลา คะแนนรวม ที่ ชื่อ-นามสกุล 2 2 2 2 2 2 2 2 2 2 20


ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ หน้า ๒๔ บันทึกหลังการสอน ผลการสอน บรรลุตามจุดประสงค์ ครบทุกข้อ ไม่ครบ เวลาที่ใช้ในการสอน เหมาะสม มากเกินไป น้อยเกินไป เนื้อหา สอดคล้องกับจุดประสงค์ ไม่สอดคล้องกับจุดประสงค์ กิจกรรมการสอน ปฏิบัติได้ครบทุกกิจกรรม ปฏิบัติกิจกรรมได้บางส่วน กิจกรรม เหมาะสม กิจกรรมบางส่วนไม่เหมาะสม การใช้สื่อการสอน เหมาะสม ไม่เหมาะสม ผลการเรียนของนักเรียนนักศึกษา ความสนใจ/ตั้งใจเรียน มาก ปานกลาง น้อย การซักถาม/ตอบคำถาม มาก ปานกลาง น้อย มีความร่วมมือในการจัดกิจกรรม มาก ปานกลาง น้อย ปัญหาอุปสรรค ผู้เรียนเข้าห้องเรียนสาย ไม่ตรงต่อเวลา มีพฤติกรรมลืมสมุด ปากกา สมาธิสั้น ขาดความรับผิดชอบในงานมอบหมาย ขาดอุปนิสัยอยู่อย่างพอเพียง ขาดการกล้าแสดงออก นิ่งเงียบ ขาดทักษะการทำงานร่วมอย่างอย่างสามัคคี เล่นโทรศัพท์ระหว่างการเรียน ไม่ตั้งใจเรียน ชวนเพื่อนคุย หรือหลับ ขาดเจตคติที่ดีหรือขาดแรงจูงใจในการเรียน ขาดสื่อ อุปกรณ์ ในการฝึกปฎิบัติ อื่น ๆ ระบุ ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ลงชื่อ…………………………….…………………. ผู้สอน (นางยอดขวัญ ศรีม่วง) ตำแหน่ง ครูวิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ วันที่…….เดือน…………………..…….พ.ศ………….


ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ หน้า ๑๕ แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ 1 ชื่อวิชา ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ สอนครั้งที่ 2 ชื่อหน่วย การสื่อสารภาษาไทยอย่างมีประสิทธิภาพ จำนวนชั่วโมง 3 ชื่อเรื่องหรือชื่องาน การใช้ถ้อยคำสำนวน รวม 6 ชั่วโมง หัวข้อเรื่องและงาน 1. การใช้ถ้อยคำ 2. การใช้สำนวน สาระสำคัญ การสื่อสารทุกทักษะล้วนต้องใช้ถ้อยคำ หากผู้ส่งสารเข้าใจความหมายของคำคลาดเคลื่อน เลือกใช้คำไม่เหมาะสมกับบริบท ใช้คำไม่ตรงตามความหมาย หรือเรียงลำดับคำผิด อาจทำให้ผู้รับสาร เข้าใจผิดและการสื่อสารนั้นไม่ประสบผลสำเร็จได้ ดังนั้นการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพจึงต้องคำนึงถึง ความหมายของคำ การเรียงลำดับคำ และการเชื่อมโยงประโยคอย่างเหมาะสม รวมถึงการใช้สำนวนไทย ซึ่งเป็นภูมิปัญญาไทยทางภาษา สมรรถนะประจำหน่วย - เลือกใช้ถ้อยคำ สำนวน ได้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ เหมาะสมกับกาลเทศะ บุคคล โอกาสและ สถานการณ์ จุดประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถ ๑. เลือกใช้ถ้อยคำได้ถูกต้องตามหลักภาษาไทย ๒. ร้อยเรียงถ้อยคำให้เป็นประโยคตามความสัมพันธ์ และตามเจตนาของการสื่อสาร ๓. รู้ที่มา ความหมายของสำนวนไทย และใช้ให้ถูกต้อง ๔. มีมารยาทและคุณธรรมในการสื่อสาร การบูรณาการกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 1. ความมีเหตุผล การสื่อสารที่สัมฤทธิ์ผล ผู้ใช้ภาษาจำเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถเลือกใช้ถ้อยคำ สำนวนได้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ เหมาะสมกับกาลเทศะ บุคคล โอกาสและสถานการณ์ 2. ความพอประมาณ วัตถุประสงค์ในการสื่อสารคือการได้รับข่าวสารครบทุกด้าน จึงรู้เท่าทันทุกด้านทั้งด้านสังคม ธุรกิจ จึงนํามาปรับใช้ให้มีความพอดี 3. การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี การใช้และเข้าใจสำนวนไทยอย่างถูกต้องช่วยสืบทอดวัฒนธรรมของชาติได้ทางหนึ่ง เป็นแนวคิด และแนวปฏิบัติเพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคม 4. เงื่อนไขความรู้ นักศึกษาได้รู้ถึงข้อคำนึงต่าง ๆ ในการใช้ถ้อยคำ และรู้ที่มาและความหมายของสำนวนไทย


ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ หน้า ๑๖ 5. เงื่อนไขคุณธรรม นักศึกษาใช้ภาษาสุภาพ คำนึงถึงกาลเทศะและความเหมาะสมตามฐานะของบุคคล เนื้อหาสาระ 1. การใช้ถ้อยคำ 1.1 การใช้คำให้ตรงความหมาย 1.2 การใช้คำให้ถูกต้องตามหน้าที่ของคำ 1.3 การใช้คำให้ถูกระดับ 1.4 การใช้คำให้เหมาะสมกับฐานะบุคคล 1.5 การใช้คำให้เหมาะแก่กาลเทศะ 1.6 การใช้คำให้เหมาะสมกับรูปแบบการเขียน 1.7 การใช้คำยืม 2. การใช้สำนวน 2.1 ความหมายของสำนวน 2.2 ที่มาของสำนวนไทย 2.3 ตัวอย่างสำนวนไทยพร้อมความหมาย กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ผู้เรียนเล่นเกมการเลือกใช้ถ้อยคำ จากเว็บไซต์Wordwall บันทึกภาพหน้าจอเมื่อ คะแนนปรากฏ ส่งเข้ากลุ่มไลน์ภาษาไทย (ลิงก์ https://wordwall.net/resource/18056022) 2. ครูให้ผู้เรียนทายภาพสำนวนไทยจำนวน 5 ภาพ ขั้นสอน 3. ครูอธิบายเรื่องการใช้ถ้อยคำ และให้ผู้เรียนช่วยกันยกตัวอย่าง ในหัวข้อดังต่อไปนี้ 1) การใช้คำให้ตรงความหมาย 2) การใช้คำให้ถูกต้องตามหน้าที่ของคำ 3) การใช้คำให้ถูกระดับ 4) การใช้คำให้เหมาะสมกับฐานะบุคคล 5) การใช้คำให้เหมาะแก่กาลเทศะ 6) การใช้คำให้เหมาะสมกับรูปแบบการเขียน 7) การใช้คำยืม 4. ผู้เรียนเล่นเกม “ที่มาสำนวนไทย” ตามขั้นตอนดังนี้ 1) ผู้สอนสุ่มเรียกผู้เรียนมา ๔ คน ถือป้ายที่มาสำนวนไทย แล้วยืนอยู่มุมห้อง 4 มุม - ป้าย ธรรมชาติ - ป้าย ศาสนา - ป้าย กีฬา / การละเล่น - ป้าย นิทาน 2) ผู้เรียนคนอื่นเลือกภาพสำนวนคนละ ๑ ภาพ (ผู้สอนจะคว่ำภาพไว้ที่โต๊ะกลางห้อง)


ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ หน้า ๑๗ 3) ผู้เรียนมองดูภาพสำนวนแล้วพิจารณว่าเกิดจากหรือมีที่มาจากสิ่งใด แล้วถือภาพไปหา คนที่ถือป้ายที่มาสำนวนไทย ๔) กลุ่มใดคิดว่าสำนวนครบแล้วให้นั่งลงกับพื้น (บูรณาการคุณธรรม ฯ เรื่องความ ซื่อสัตย์สุจริต) 5) ผู้สอนตรวจสอบว่ากลุ่มใดรวมตัวกันครบโดยใช้เวลาน้อยสุด และถูกต้อง ให้ดาวสะสม แต้มคะแนน 5. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันอภิปรายที่มาของสำนวนไทย และยกตัวอย่างเพิ่มเติม ขั้นนำไปใช้ 6. ผู้เรียนดูประโยคที่จอภาพที่ผู้สอนแสดงด้วยสื่อนำเสนอ (power point) วิเคราะห์ปัญหา การใช้ถ้อยคำที่ผิดว่าเกิดจากสาเหตุใดและแก้ไขให้ถูกต้อง 7. ผู้เรียนฟังสถานการณ์ที่ผู้สอนยกตัวอย่างแล้วตอบว่าควรใช้สำนวนใด ขั้นสรุป 8. ผู้สอนสรุปเนื้อหา และซักถามทบทวนความรู้ความเข้าใจ 9. ผู้เรียนทำแบบทดสอบเรื่องการใช้ถ้อยคำสำนวน กิจกรรมที่มอบหมาย ก่อนเรียน - เล่นเกมการเลือกใช้ถ้อยคำ (ลิงก์ https://wordwall.net/resource/18056022) ขณะเรียน - ไม่มี หลังเรียน - แบบฝึกหัดเรื่อง การใช้ถ้อยคำ และ สำนวนไทย สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนวิชาทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ 2. หนังสือสำนวนไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน 5. หนังสืออีเล็กทรอนิกส์ (E-book) จากเว็บไซต์ Anyflip 7. แบบฝึกหัด 8. แบบประเมินพฤติกรรมการเรียน/ พฤติกรรมการทำงาน แหล่งเรียนรู้ 1. ห้องสมุด 2. อินเทอร์เน็ต 3. สื่อสิ่งพิมพ์


ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ หน้า ๑๘ การวัดและประเมินผล สิ่งที่ต้องการวัด วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การวัด 1. ด้านความรู้ 1.ทดสอบ 2.สอบถาม 1.แบบทดสอบ 2.แบบประเมิน ไม่ผ่าน คะแนนน้อยกว่าร้อยละ 50 ผ่าน คะแนนร้อยละ 50 ขึ้นไป 2. ด้านทักษะ 1.ทดสอบการปฏิบัติจาก ใบงาน/ใบกิจกรรม 2.การสังเกตพฤติกรรม การปฏิบัติจากใบ กิจกรรม 1.ใบงาน/ใบกิจกรรม 2.แบบประเมินพฤติกรรม การปฏิบัติงาน 3.แบบฝึกหัด ไม่ผ่าน คะแนนน้อยกว่าร้อยละ 50 ผ่าน คะแนนร้อยละ 50 ขึ้นไป 3. ด้านจิตพิสัย การสังเกตพฤติกรรม การเรียนรู้ แบบประเมินพฤติกรรม ไม่ผ่าน คะแนนน้อยกว่าร้อยละ 50 ผ่าน คะแนนร้อยละ 50 ขึ้นไป หลักฐาน 1. บันทึกการสอน 2. สมุดเช็กรายชื่อ 3. แผนจัดการเรียนรู้ 4. การตรวจประเมินผลงาน


ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ หน้า ๑๙ แบบทดสอบก่อน-หลังเรียน 1. คำในข้อใดทุกคำใช้ได้ทั้งความหมายตรงและความหมายโดยนัย ก. คอแข็ง ใจดี ข. มือหนัก ขาแข็ง ค. หัวแข็ง ตาโต ง. มือไว ใจอ่อน 2. ข้อใดใช้ถ้อยคำที่มีความหมายตรงตัวทุกคำ ก. คนเราต้องมีใจนักเลงเมื่อทำผิดต้องยอมรับผิด ข. เมื่อถูกฉีกหน้ากลางที่ประชุม เขาจึงตัดสินใจลาออก ค. ใบหน้าของเขาเหยเกด้วยความเจ็บปวดจากบาดแผล ง. เขาเป็นคนมีหน้ามีตาในสังคมไม่มีใครรู้ว่าเบื้องหลังเขาค้ายาบ้า 3. ข้อใดใช้คำได้ถูกต้องเหมาะสมกับระดับบุคคล ก. ฉันดูหนังเรื่องนี้แล้วละไม่สนุกเลย ข. อาจารย์คะ ผอ.เรียกไปพบค่ะ ค. เชิญแขกทุกท่านกินอาหารครับ ง. คุณป้าจะเดินทางเมื่อไหร่ล่ะ 4. ข้อใดใช้คำที่มีความหมายชัดเจน ก. เขาตัวสูงเกินไป ข. เขาไม่กินข้าวเย็น ค. ปลามันมากจริงๆ ง. รำถูกอย่างนี้ไม่มีปัญหา 5. ข้อใดใช้คำได้ถูกต้องตามระเบียบของภาษา ก. ขลุ่ยอันนี้เสียงเพราะดี ข. เขายื่นใบสมัครแก่เจ้าหน้าที่ ค. หน้าตาของเขาเหมือนอย่างกับพ่อ ง. ความหวังเป็นสิ่งหล่อเลี้ยงหัวใจมนุษย์ 6. ประโยคในข้อใดไม่บกพร่องในการใช้ถ้อยคำ ก. บัญชาชอบขับรถโดยความเร็วสูง ข. ยาดีขมปาก และเป็นประโยชน์ต่อคนไข้ ค. เขาขอผัดวันส่งเงินค่าเช่าบ้านเป็นประจำ ง. เขาชอบพูดจากลับกลอก เหมือนเด็กเลี้ยงแกะ ไว้ใจไม่ได้ 7. คำภาษาอังกฤษในข้อใดไม่สามารถใช้คำไทยแทนได้ ก. ครูที่ดีต้องเป็นโมเดลให้ลูกศิษย์ยึดถือปฏิบัติตามได้ ข. ภาพยนตร์การ์ตูนสมัยนี้ดูแล้วไม่สบายตาเหมือนสมัยก่อน ค. สมาชิกกำลังดีเบตกันยกใหญ่ว่า ใครสมควรเป็นนายกสมาคม ง. เธอช่วยเช็คให้ก่อนได้ไหมว่าสินค้าที่เราจะส่งไปขายมีจำนวนเท่าใด


ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ หน้า ๒๐ 8. ไส้เดือน คำสุภาพว่าอย่างไร ก. ไส้ดิน ข. มูลดิน ค. รากดิน ง. หัวดิน 9. ปลาหมอตายเพราะปาก มีความหมายตรงกับข้อใด ก. พูดไม่ยอมหยุด ข. กินไม่รู้จักอิ่ม ค. กินมากจนท้องแตก ง. พูดพล่อยๆ จนเกิดโทษแก่ตน 10. "คนที่ทำสิ่งใดโดยวิธีรุนแรง" กล่าวเป็นสำนวนได้อย่างไร ก. ตัดไปหัวลม ข. ขิงก็ราข่าก็แรง ค. หักด้ามพร้าด้วยเข่า ง. น้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือขวาง 11. สำนวนใด "มุ่งสอนผู้หญิงโดยเฉพาะ" ก. ชิงสุกก่อนห่าม ข. น้ำตาลใกล้มด ค. ปลูกเรือนคร่อมตอ ง. ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ 12. สำนวนในข้อใดมิได้เกิดจากวรรณคดี ก. สิบแปดมงกุฎ ข. ฤาษีแปลงสาร ค. ชักแม่น้ำทั้งห้า ง. ชักใบให้เรือเสีย 13. สำนวนใดไม่ถูกต้อง ก. ดำเหมือนถ่าน ข. อาภัพเหมือนปูน ค. เงียบเหมือนเป่าสาก ง. หน้าบานเท่ากระด้ง 14. สำนวนใดมีความหมายคล้ายคลึงกันมากทีสุด ก. เกลือเป็นหนอน – สาวไส้ให้กากิน ข. หน้าซื่อใจคด – หน้าไว้หลังหลอก ค. ปากว่าตาขยิบ – ยักคิ้วหลิ่วตา ง. ขิงก็ราข่าก็แรง – ขนมพอสมน้ำยา 15. สำนวน " น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก " นำไปใช้ประโยชน์ในข้อใด ก. การเก็บความลับ ข. การรู้จักข่มใจ ค. การไม่เอาแต่ใจตน เอง ง. การเอาใจเขามาใส่ใจเรา เฉลยแบบทดสอบก่อน-หลังเรียน ข้อ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 คำตอบ ค ค ก ก ข ค ข ค ง ค ข้อ 11 12 13 14 15 คำตอบ ก ค ก ข ข


ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ หน้า ๒๑ ใบกิจกรรมที่ 3 เกม ที่มาสำนวนไทย จุดประสงค์การเรียนรู้: รู้ที่มา ความหมายของสำนวนไทย ลำดับขั้นตอนการปฏิบัติ : 1. ผู้สอนเลือกผู้เรียนสำหรับถือป้ายที่มาของสำนวนไทย 2. ให้ผู้ถือป้ายที่มาของสำนวนไทย ไปยืนคนละมุมห้อง 3. ผู้เรียนเลือกภาพสำนวนไทย 4. ผู้เรียนพิจารณาภาพที่เลือกแล้ววิเคราะห์ว่าเกิดจาก/มีที่มาจากสิ่งใดแล้วไปที่ป้ายที่มาของ สำนวนไทย 6. กลุ่มใดสมาชิกครบแล้วให้นั่งลง 7. ผู้สอนตรวจสอบความถูกต้อง สื่อการเรียน เครื่องมือ อุปกรณ์ - ป้ายที่มาสำนวนไทย 4 ป้าย - ภาพสำนวนไทย เกณฑ์การประเมินผล 1. ป้ายที่มีสำนวนไทยและภาพสำนวนถูกต้อง 2. จำนวนดาวได้ตามลำดับเวลาจากน้อยสุดไปหามากสุด ใช้เวลาน้อยสุดลำดับที่ 1 = ดาว 4 ดวง ใช้เวลาน้อยสุดลำดับที่ 2 = ดาว 3 ดวง ใช้เวลาน้อยสุดลำดับที่ 3 = ดาว 2 ดวง ใช้เวลาน้อยสุดลำดับที่ 4 = ดาว 1 ดวง


ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ หน้า ๒๒ ป้ายที่มาสำนวนไทย ตัวอย่างภาพสำนวนไทย


Click to View FlipBook Version