1
หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นแกง้ กอก
(ฉบบั ปรับปรงุ พทุ ธศักราช ๒๕๖๒)
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน
พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
สำนักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต ๓
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ
ก
ประกาศโรงเรียนบา้ นแก้งกอก
เรือ่ ง ใหใ้ ช้หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นแกง้ กอก (ฉบับปรับปรงุ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๒)
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
……………………………….
เพื่อให้เป็นไปตามคำส่ังกระทรวงศึกษาธิการที่ สพฐ. ๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๐
เรอื่ ง ให้ใชม้ าตรฐานการเรยี นรู้และตัวชว้ี ัดกล่มุ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ใน
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ และคำสง่ั สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน ที่ ๓๐/๒๕๖๑
ลงวันท่ี ๕ มกราคม ๒๕๖๑ เรื่อง ให้เปลีย่ นแปลงมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ช้ีวดั กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
และวิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
นอกจากน้รี ัฐบาลไดม้ ีนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพมิ่ เวลาร้”ู ตั้งแตภ่ าคเรียนที่ ๒ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๕๘ ตลอดจนการ
จัดให้มีการนำหลักสูตรต้านทุจรติ ศึกษามาจดั การเรียนการสอน ในภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๒ เป็นต้นไป
เป็นต้นไป ดังนั้นเพ่ือให้สอดคล้องกับนโยบายและคำสั่งหน่วยงานต้นสงั กดั โรงเรียนบ้านแก้งกอก จึงได้ได้จัดทำ
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านแก้งกอก พุทธศักราช ๒๕๖๓ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ ขึ้น
คณะกรรมการสถานศึกษาข้นั พนื้ ฐานโรงเรยี นบา้ นแก้งกอก ในคราวประชุมคร้ังท่ี 1 /๒๕๖2
วันที่ ๒4 มถิ นุ ายน ๒๕๖2 มมี ติเห็นชอบใหโ้ รงเรยี นใชห้ ลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นแก้งกอก
(ฉบบั ปรบั ปรงุ พุทธศักราช ๒๕๖๒) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
โรงเรียนบ้านแก้งกอกจึงประกาศใช้หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านแก้งกอก (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช
๒๕๖๓) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ตัง้ แต่บัดนเี้ ป็นตน้ ไป
ประกาศ ณ วันที่ ๒๔ เดอื น กรกฎาคม ๒๕๖๒
(ลงช่ือ) (ลงชอ่ื )
(ดต.วรจกั ร ศรพี รม) (นายวษิ ณุ สนู านนท์)
ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้นื ฐาน ผอู้ ำนวยการโรงเรียนบ้านแก้งกอก
โรงเรียนบ้านแก้งกอก
ข
คำสัง่ โรงเรยี นบา้ นแกง้ กอก
ท่ี ๑๕ /๒๕๖๒
เรอ่ื ง แต่งต้งั คณะกรรมการบรหิ ารหลกั สูตรและงานวชิ าการสถานศกึ ษา โรงเรยี นบ้านแก้งกอก
เพื่อให้การบริหารหลักสูตรและงานวิชาการของโรงเรียนบ้านแก้งกอก เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและ
สอดคล้องกบั พระราชบัญญตั ิการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และท่ีแกไ้ ขเพิ่มเติม ดำเนนิ ไปตามแนวปฏิบัติของ
หลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๔๖ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๕๐) หลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๔๖ (ฉบับปรับปรุง
พทุ ธศักราช ๒๕๔๙) จงึ แต่งตงั้ คณะกรรมการบริหารหลักสตู รและงานวิชาการสถานศึกษา โรงเรยี นบ้านแก้งกอก
ดังนี้
๑. คณะกรรมการทป่ี รึกษา
๑.๑ นายวษิ ณุ สูนานนท์ ผ้อู ำนวยการ ประธานกรรมการ
๑.๒ ด.ต.วรจักร์ ศรพี รหม ประธานคณะกรรมการสถานศกึ ษาข้ันพื้นฐาน กรรมการ
๑.๓ นางสาวหนูน้อม พนั ตรา ครูชำนาญพิเศษ กรรมการ
๑.๔ นางรัศมี ชมทอง ครูชำนาญพิเศษ กรรมการและเลขานกุ าร
มหี นา้ ท่ี
ใหค้ ำปรึกษาแนะนำอำนวยความสะดวกในการจดั ทำหลกั สูตรสถานศกึ ษาและกล่มุ สาระการเรียนรู้
๒. คณะกรรมการบริหารงานหลักสูตรและงานวิชาการสถานศึกษา
๑.นางรศั มี ชมทอง ครู ชำนาญการพเิ ศษ
๒.นางสาวหนนู ้อม พนั ตรา ครู ชำนาญการพิเศษ
๓.นางยุพา วิเศษวงษา ครู ชำนาญการพิเศษ
๔.นางเปรมกมล ละอองแก้ว ครู ชำนาญการพเิ ศษ
๕.นางฉววี รรณ บุญปอง ครู ชำนาญการพเิ ศษ
๖.นางนงคล์ กั ษณ์ สอแสง ครู ชำนาญการพเิ ศษ
๗.นางมลฤดี มนสั ครู ชำนาญการพเิ ศษ
๘.นางรณญา วิเวก ครู ชำนาญการพเิ ศษ
๙.นางยุวฉตั ร หลุมทอง ครู ชำนาญการ
๑๐.นายเชาวฤทธ์ิ แกว้ กญั ญา ครูอัตราจ้าง
๑๑.นายสายสมร ผวิ งาม ครูอัตราจา้ ง
๑๒.นางสาวทิพธัญญา แสนทวีสขุ เจ้าหนา้ ทธ่ี ุรการ
ค
มหี นา้ ท่ี
๑. วางแผนการดำเนนิ งานวชิ าการ กำหนดสาระรายละเอยี ดของหลักสูตรระดบั สถานศกึ ษา และแนว
การจัดสัดสว่ นสาระการเรยี นรู้ และกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียนของสถานศกึ ษาให้สอดคลอ้ งกับหลกั สตู รการศกึ ษา
ขั้นพ้ืนฐาน สภาพเศรษฐกิจ สังคม ศิลปวฒั นธรรม ภูมิปญั ญาของท้องถิ่น
๒. จดั ทำคู่มอื การบรหิ ารหลักสูตรและงานวชิ าการของสถานศกึ ษา นเิ ทศ กำกับ ติดตาม ใหค้ ำปรึกษา
เกีย่ วกับการพัฒนาหลักสูตร การจดั กระบวนการเรียนรู้ การวดั และประเมินผล และการแนะแนวใหส้ อดคล้อง
เปน็ ไปตามมาตรฐานหลกั สูตรการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน
๓. ส่งเสรมิ และสนับสนุนการพฒั นาบคุ ลากร เกยี่ วกับการพฒั นาหลกั สตู ร การจดั กระบวนการเรียนรู้
การวัดและประเมนิ ผล การแนะแนวใหเ้ ป็นไปตามจุดหมายและแนวทางการดำเนนิ การของหลักสตู ร
๔. ผสานความรว่ มมอื จากบุคคล หนว่ ยงาน องคก์ รตา่ ง ๆ และชุมชน เพื่อให้การใชห้ ลักสตู รเป็นไป
อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ และมคี ุณภาพ
๕. ประชาสัมพนั ธ์หลกั สตู ร และการใชห้ ลักสูตรแกน่ ักเรียน ผปู้ กครอง ชุมชน และผเู้ กีย่ วขอ้ ง นำ
ขอ้ มลู ปอ้ นกลบั จากฝา่ ยตา่ ง ๆ มาพิจารณา เพือ่ การปรบั ปรุงและพัฒนาหลักสตู รของสถานศึกษา
๖. สง่ เสรมิ และสนับสนุนงานวจิ ยั เกีย่ วกบั การพฒั นาหลักสตู รและกระบวนการเรียนรู้
๗. ตดิ ตามผลการเรียนของนกั เรยี นเป็นรายบุคคล ระดบั ชัน้ ระดับชว่ งชั้น และระดบั กลุ่มวชิ าในแตล่ ะ
ปกี ารศึกษา เพื่อปรบั ปรงุ แก้ไขและพฒั นาการดำเนินงานดา้ นต่าง ๆ ของสถานศึกษา
๘. ตรวจสอบ ทบทวน ประเมนิ มาตรฐานการปฏบิ ัติงานของครู และการบริหารหลักสตู รระดับ
สถานศกึ ษาในรอบปีท่ผี ่านมาแล้วใช้ผลการประเมินเพอ่ื วางแผนพฒั นาการปฏิบตั งิ านของครูและการบรหิ าร
หลกั สูตรปีการศึกษาต่อไป
๙. รายงานผลการปฏิบตั ิงานและผลการบรหิ ารหลักสตู รของสถานศกึ ษาโดยเนน้ การพัฒนาคุณภาพ
นักเรยี นต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน คณะกรรมการบรหิ ารหลกั สตู ร กรรมการสถานศึกษา
สาธารณชนและผเู้ ก่ยี วข้อง
๓. คณะกรรมการบรหิ ารงานหลักสูตรและงานวิชาการสถานศึกษาประจำกลุม่ สาระ
๑. สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย นางมลฤดี มนสั หัวหน้ากลมุ่ สาระ
นางยุวฉัตร หลุมทอง ผ้ชู ว่ ย
๒. สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ นางยุพา วเิ ศษวงษา หัวหนา้ กลุ่มสาระ
๓. สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ นางรัศมี ชมทอง หวั หนา้ กลุม่ สาระ
๔. สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา นางนงลักษณ์ สอแสง หัวหน้ากล่มุ สาระ
ศาสนา และวัฒนธรรม
๕. สาระการเรียนรู้ศิลปะ นางเปรมกมล ละอองแก้ว หัวหนา้ กลุ่มสาระ
๖. สาระการเรียนรสู้ ุขศึกษาและพลศกึ ษา นายเชาวฤทธิ์ แก้วกัญญา หัวหนา้ กลมุ่ สาระ
๗. สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชีพ นางฉวีวรรณ บุญปอง หัวหน้ากลมุ่ สาระ
และเทคโนโลยี
๘. สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ นายสายสมร ผวิ งาม หัวหนา้ กล่มุ สาระ
๙. การจดั การ ศกึ ษาระดับปฐมวัย นางสาวหนูน้อม พันตรา หัวหน้างาน
นางรณญา วเิ วก ผ้ชู ่วย
ง
มีหนา้ ท่ี
๑. จดั ทำเอกสารการประกอบหลกั สตู ร โดยมีส่วนประกอบตา่ ง ๆ ตามหลกั สตู รสถานศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน
โรงเรยี นบา้ นแกง้ กอก พทุ ธศักราช ๒๕๖๓
๒. จัดทำหนว่ ยการเรียนรู้โดยใหส้ อดคล้องกบั หลักสูตรสถานศึกษาข้นั พ้ืนฐาน
๓. จดั ทำคำอธิบายรายวชิ า / โครงการจดั การเรียนรู้ และแผนการจัดการเรียนรู้
๔. รวบรวมเอกสารท่ีทำเสรจ็ ส่งฝา่ ยวชิ าการเพื่อตรวจแก้ไขและจัดทำรูปเล่ม
๕. ติดตามการใช้ของกล่มุ สาระการเรยี นรตู้ า่ ง ๆ ท่รี บั ผิดชอบผู้เรยี น
๔. คณะกรรมการด้านกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น
๑.นางรศั มี ชมทอง ครู ชำนาญการพเิ ศษ
๒.นางสาวหนนู ้อม พนั ตรา ครู ชำนาญการพิเศษ
๓.นางยุพา วิเศษวงษา ครู ชำนาญการพิเศษ
๔.นางเปรมกมล ละอองแกว้ ครู ชำนาญการพิเศษ
๕.นางฉววี รรณ บุญปอง ครู ชำนาญการพิเศษ
๖.นางนงค์ลกั ษณ์ สอแสง ครู ชำนาญการพิเศษ
๗.นางมลฤดี มนัส ครู ชำนาญการพิเศษ
๘.นางรณญา วิเวก ครู ชำนาญการพิเศษ
๙.นางยุวฉตั ร หลมุ ทอง ครู ชำนาญการ
หน้าท่ี
วางแผนการจัดกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี นตามแนวหลักสูตรสถานศึกษาออกแบบเอกสารประเมนิ การ
รว่ มกิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน จัดทำคู่มอื การจดั กิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี นในหลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นแก้งกอก
๕. คณะกรรมการดำเนนิ การด้านคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
๑.นางสาวหนูน้อม พนั ตรา ครู ชำนาญการพิเศษ
๒.นางยุพา วิเศษวงษา ครู ชำนาญการพิเศษ
๓.นางฉวีวรรณ บญุ ปอง ครู ชำนาญการพิเศษ
๔.นางเปรมกมล ละอองแก้ว ครู ชำนาญการพเิ ศษ
๕.นางรณญา วิเวก ครู ชำนาญการพิเศษ
หนา้ ท่ี
วางแผนพฒั นานกั เรยี นด้านคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ จดั ทำคมู่ อื การประเมนิ ผู้เรียนออกแบบเอกสาร
ประกอบการประเมนิ ผ้เู รียนดำเนนิ การจัดกจิ กรรมสรปุ รายงานผลต่อฝา่ ยบริหาร
จ
๖. คณะกรรมการด้านการอา่ น คดิ วิเคราะห์ และเขยี น
๑. นางนงค์ลักษณ์ สอแสง ครู ชำนาญการพิเศษ
๒. นางเปรมกมล ละอองแกว้ ครู ชำนาญการพเิ ศษ
๓. นางมลฤดี มนสั ครู ชำนาญการพเิ ศษ
๔. นางยวุ ฉตั ร หลุมทอง ครู ชำนาญการ
หนา้ ที่
วางแผนพฒั นานักเรียนดา้ นการอา่ น คดิ วิเคราะห์ และเขียนจัดทำค่มู ือการประเมินผ้เู รยี นดา้ นการอ่าน คิด
วเิ คราะห์ และเขียนออกแบบเอกสารประกอบการประเมินผู้เรียนด้านการอ่าน คิด วเิ คราะห์ และเขยี นสรุป
รายงานผลการประเมนิ การอ่านคดิ วิเคราะห์ และเขยี น
๗. คณะกรรมการวัดผลและประเมินผล และเทียบโอนผลการเรยี น
๑.นางรัศมี ชมทอง ครู ชำนาญการพิเศษ
๒.นางสาวหนนู ้อม พันตรา ครู ชำนาญการพิเศษ
๓.นางยพุ า วเิ ศษวงษา ครู ชำนาญการพเิ ศษ
๔.นางเปรมกมล ละอองแกว้ ครู ชำนาญการพเิ ศษ
๕.นางฉวีวรรณ บญุ ปอง ครู ชำนาญการพิเศษ
๖.นางนงค์ลกั ษณ์ สอแสง ครู ชำนาญการพิเศษ
๗.นางมลฤดี มนสั ครู ชำนาญการพิเศษ
๘.นางรณญา วเิ วก ครู ชำนาญการพิเศษ
๙.นางยุวฉัตร หลุมทอง ครู ชำนาญการ
มีหนา้ ที่
กำหนดระเบียบวา่ ดว้ ยการวดั และประเมินผลการเรียนของโรงเรียนบา้ นแก้งกอก กำหนดแผนการวดั และ
ประเมินผลการเรยี นรู้ตามหลักสูตรแกนกลางและสาระเพ่ิมเติมของรายวิชาต่าง ๆ ในแตล่ ะกลมุ่ สาระการเรยี นรใู้ ห้
ขอ้ เสนอแนะ ขอ้ หารือเกย่ี วกับวธิ ีการเทียบโอนผลการเรยี น ให้เปน็ ไปตามหลักการและแนวทางการเทียบโอนผล
การเรียนของกระทรวงศกึ ษาธิการ
๘. คณะกรรมการการพัฒนาส่ือ นวัตกรรม และเทคโนโลยที างการศึกษา
๑.นางรศั มี ชมทอง ครู ชำนาญการพิเศษ
๒.นางสาวหนูนอ้ ม พันตรา ครู ชำนาญการพเิ ศษ
๓.นางยพุ า วเิ ศษวงษา ครู ชำนาญการพิเศษ
๔.นางเปรมกมล ละอองแกว้ ครู ชำนาญการพิเศษ
๕.นางฉววี รรณ บุญปอง ครู ชำนาญการพิเศษ
๖.นางนงค์ลกั ษณ์ สอแสง ครู ชำนาญการพเิ ศษ
๗.นางมลฤดี มนัส ครู ชำนาญการพเิ ศษ
๘.นางรณญา วิเวก ครู ชำนาญการพิเศษ
๙.นางยุวฉัตร หลุมทอง ครู ชำนาญการ
ฉ
หน้าที่
ใหค้ วามรแู้ ละอำนวยความสะดวกแกค่ รผู สู้ อนออกแบบการประเมินและบันทึกการใชส้ ่อื
จดั ทำคมู่ ือส่อื การเรียนรูใ้ นหลกั สูตรสถานศึกษาประชาสมั พันธใ์ หเ้ กดิ การผลิตและการใชส้ อ่ื ประกอบการสอน
ประเมินผลการปฏิบัตงิ านและรายงานฝา่ ยบรหิ าร
๙. คณะกรรมการพฒั นาแหล่งเรยี นรู้และภูมปิ ัญญาทอ้ งถ่ิน
๑.นางรัศมี ชมทอง ครู ชำนาญการพเิ ศษ
๒.นางสาวหนนู อ้ ม พันตรา ครู ชำนาญการพิเศษ
๓.นางยพุ า วิเศษวงษา ครู ชำนาญการพิเศษ
๔.นางเปรมกมล ละอองแก้ว ครู ชำนาญการพเิ ศษ
๕.นางฉวีวรรณ บญุ ปอง ครู ชำนาญการพเิ ศษ
๖.นางนงคล์ กั ษณ์ สอแสง ครู ชำนาญการพิเศษ
๗.นางมลฤดี มนัส ครู ชำนาญการพิเศษ
๘.นางรณญา วเิ วก ครู ชำนาญการพิเศษ
๙.นางยวุ ฉัตร หลมุ ทอง ครู ชำนาญการ
หนา้ ท่ี
วางแผนดำเนนิ การรวบรวมขอ้ มูลแหลง่ เรียนรูแ้ ละภมู ปิ ัญญาท้องถนิ่ จัดทำเอกสารข้อมูลแหล่งเรียนรู้และ
ภูมิปญั ญาทอ้ งถ่นิ เผยแพรเ่ อกสารและประชาสมั พันธใ์ ห้เกดิ การนำไปใชร้ วบรวมสถิติ สรุปการใช้ข้อมูลรายงาน
ฝา่ ยบริหาร
๑๐. คณะกรรมการวิจยั ในชนั้ เรยี น
๑.นางรศั มี ชมทอง ครู ชำนาญการพเิ ศษ
๒.นางสาวหนนู ้อม พนั ตรา ครู ชำนาญการพเิ ศษ
๓.นางยุพา วเิ ศษวงษา ครู ชำนาญการพิเศษ
๔.นางเปรมกมล ละอองแก้ว ครู ชำนาญการพิเศษ
๕.นางฉววี รรณ บญุ ปอง ครู ชำนาญการพเิ ศษ
๖.นางนงค์ลกั ษณ์ สอแสง ครู ชำนาญการพเิ ศษ
๗.นางมลฤดี มนัส ครู ชำนาญการพิเศษ
๘.นางรณญา วเิ วก ครู ชำนาญการพเิ ศษ
๙.นางยุวฉตั ร หลุมทอง ครู ชำนาญการ
หนา้ ท่ี
ส่งเสริมใหค้ วามรูเ้ ก่ยี วกับการวจิ ัยในชนั้ เรียนรวบรวมข้อมูลการวิจัยในชั้นเรียนแต่ละกล่มุ สาระ ฯ
ดำเนินการวิจัยเพ่อื พฒั นานกั เรยี นโดยรวมสรุปรายงานผบู้ รหิ าร
ช
๑๑. คณะกรรมการประเมนิ ผลการใชห้ ลักสูตร
๙. ๑.นางรัศมี ชมทอง ครู ชำนาญการพิเศษ
๑๐.๒.นางสาวหนนู อ้ ม พนั ตรา ครู ชำนาญการพิเศษ
๑๑.๓.นางยพุ า วิเศษวงษา ครู ชำนาญการพิเศษ
๑๒.๔.นางเปรมกมล ละอองแกว้ ครู ชำนาญการพเิ ศษ
๑๓.๕.นางฉวีวรรณ บญุ ปอง ครู ชำนาญการพเิ ศษ
๑๔.๖.นางนงคล์ ักษณ์ สอแสง ครู ชำนาญการพเิ ศษ
๑๕.๗.นางมลฤดี มนัส ครู ชำนาญการพเิ ศษ
๑๖.๘.นางรณญา วเิ วก ครู ชำนาญการพิเศษ
๑๗.๙.นางยุวฉตั ร หลมุ ทอง ครู ชำนาญการ
หน้าที่
ติดตามประเมนิ ผลการใชห้ ลักสูตรเป็นระยะ และเมื่อสิ้นสดุ การใชห้ ลักสตู รสรุปรายงานผู้บรหิ ารเพื่อ
ปรับปรงุ พัฒนาหลกั สูตรสถานศึกษาตอ่ ไป
ให้คณะกรรมการทุกฝ่ายรว่ มกนั ปฏิบัติหน้าทเ่ี พอ่ื ใหบ้ รรลตุ ามวัตถุประสงค์ของสถานศกึ ษา พฒั นาผูเ้ รยี น
ใหเ้ ป็นไปตามหลกั การ และจุดมงุ่ หมายของหลักสูตรสถานศกึ ษา สรุป รายงานผลตามควรแกร่ ะยะเวลาในแต่ละ
ภารกจิ ของการบรหิ ารงานหลกั สูตรและงานวชิ าการสถานศึกษา
ทัง้ น้ี ตัง้ แต่วนั ท่ี ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒
สงั่ ณ วนั ท่ี ๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒
ลงช่อื
(นายวษิ ณุ สูนานนท์)
ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนบา้ นแกง้ กอก
ซ
คำนำ
กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ให้ป็นหลักสูตร
แกนกลางของประเทศ โดยกำหนดจดุ หมาย และมาตรฐานการเรยี นรูเ้ ปน็ เป้าหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนา
คุณภาพผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีระดับโลก
(กระทรวงศกึ ษาธิการ, ๒๕๔๔) พรอ้ มกันนไี้ ด้ปรบั กระบวนการพฒั นาหลักสตู รใหม้ ีความสอดคล้องกบั เจตนารมณ์
แห่งพระราชบัญญตั ิการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ ที่มุ่งเน้นการ
กระจายอำนาจทางการศึกษาให้ท้องถน่ิ และสถานศึกษาไดม้ ีบทบาทและมีสว่ นร่วมในการพฒั นาหลักสูตร เพื่อให้
สอดคล้องกับสภาพ และความต้องการของท้องถิ่น (สำนักนายกรัฐมนตรี, ๒๕๔๒)จากการวิจัย และติดตาม
ประเมนิ ผลการใช้หลักสูตรในช่วงระยะ ๖ ปที ผ่ี า่ นมา (สำนักวชิ าการและมาตรฐานการศึกษา, ๒๕๔๖ ก., ๒๕๔๖
ข., ๒๕๔๘ ก., ๒๕๔๘ ข.; สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, ๒๕๔๗; สำนักผู้ตรวจราชการและติดตาม
ประเมินผล, ๒๕๔๘; สุวิมล ว่องวาณิช และนงลักษณ์ วิรัชชัย, ๒๕๔๗; Nutravong, ๒๐๐๒; Kittisunthorn,
๒๐๐๓) พบว่า หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ มีจุดดีหลายประการ เช่น ช่วยส่งเสริมการ
กระจายอำนาจทางการศึกษาทำใหท้ ้องถ่นิ และสถานศกึ ษามสี ่วนร่วมและมบี ทบาทสำคัญในการพัฒนาหลักสูตรให้
สอดคลอ้ ง กับความต้องการของท้องถน่ิ และมแี นวคิดและหลักการในการส่งเสริมการพฒั นาผู้เรยี นแบบองค์รวม
อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาดังกล่าวยังได้สะทอ้ นให้เห็นถงึ ประเด็นที่เป็นปญั หาและความ ไม่ชัดเจน
ของหลักสูตรหลายประการทั้งในส่วนของเอกสารหลักสูตร กระบวนการนำหลักสูตร สู่การปฏิบัติ และผลผลิตที่
เกิดจากการใช้หลักสูตร ได้แก่ ปัญหาความสับสนของผู้ปฏิบัติในระดับสถานศึกษาในการพัฒนาหลักสูตร
สถานศกึ ษา สถานศึกษาสว่ นใหญ่กำหนดสาระและผลการเรยี นรู้ ท่คี าดหวงั ไว้มาก ทำให้เกดิ ปัญหาหลักสูตรแน่น
การวัดและประเมินผลไมส่ ะท้อนมาตรฐาน ส่งผลต่อปัญหาการจัดทำเอกสารหลกั ฐานทางการศกึ ษาและการเทียบ
โอนผลการเรียน รวมทั้งปัญหาคุณภาพ ของผู้เรียนในด้านความรู้ ทักษะ ความสามารถและคุณลักษณะที่พึง
ประสงคอ์ ันยังไมเ่ ป็นทนี่ ่าพอใจ นอกจากนัน้ แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ ฉบบั ที่ ๑๐ ( พ.ศ. ๒๕๕๐ –
๒๕๕๔) ได้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการปรบั เปลี่ยนจุดเน้นในการพัฒนาคุณภาพคนในสังคมไทยให้ มีคุณธรรม
และมีความรอบรอู้ ยา่ งเท่าทัน ใหม้ คี วามพร้อมทง้ั ด้านร่างกาย สตปิ ญั ญา อารมณ์ และศีลธรรม สามารถก้าวทัน
การเปล่ยี นแปลงเพือ่ นำไปสู่สงั คมฐานความรไู้ ด้อยา่ งมน่ั คง แนวการพัฒนาคนดงั กล่าวมุ่งเตรียมเด็กและเยาวชน
ให้มพี น้ื ฐานจติ ใจที่ดงี าม มีจิตสาธารณะ พร้อมทั้งมสี มรรถนะ ทกั ษะและความร้พู ้ืนฐานท่ีจำเปน็ ในการดำรงชีวิต
อันจะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศแบบยั่งยืน (สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, ๒๕๔๙) ซึ่งแนวทาง
ดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการในการพฒั นาเยาวชนของชาตเิ ข้าสูโ่ ลกยุคศตวรรษที่ ๒๑
โดยมุง่ สง่ เสริมผูเ้ รียนมีคุณธรรม รกั ความเป็นไทย ใหม้ ีทักษะการคดิ วิเคราะห์ สร้างสรรค์ มที ักษะด้านเทคโนโลยี
สามารถทำงานร่วมกับผอู้ ่ืน และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมโลกได้อย่างสนั ติ (กระทรวงศกึ ษาธิการ, ๒๕๕๑)
จากข้อค้นพบในการศึกษาวจิ ัยและติดตามผลการใช้หลกั สูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ ที่ผ่านมา
ประกอบกับข้อมูลจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐ เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาคนใน
สังคมไทย และจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธกิ ารใน การพฒั นาเยาวชนสศู่ ตวรรษท่ี ๒๑ จึงเกิดการทบทวนหลักสูตร
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ ที่มีความเหมาะสม ชัดเจน ทั้งเป้าหมายของหลักสูตรในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และ
กระบวนการนำหลกั สตู รไปสกู่ ารปฏิบตั ิในระดับเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษาและสถานศึกษา โดยไดม้ กี ารกำหนดวิสัยทัศน์
จุดหมาย สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัดท่ีชัดเจน เพ่ือ
ใช้เปน็ ทิศทางในการจัดทำหลักสูตร การเรยี นการสอนในแต่ละระดับ นอกจากน้ันไดก้ ำหนดโครงสร้างเวลาเรียน
ฌ
ขั้นต่ำของแตล่ ะกลุ่มสาระการเรียนรู้ในแตล่ ะชัน้ ปีไว้ในหลักสูตรแกนกลาง และเปิดโอกาสให้สถานศึกษาเพ่ิมเติม
เวลาเรียนได้ตามความพร้อมและจุดเน้น อีกทั้งได้ปรับกระบวนการวัดและประเมินผลผู้เรียน เกณฑ์การจบ
การศึกษาแตล่ ะระดบั และเอกสารแสดงหลักฐานทางการศึกษาใหม้ ีความสอดคล้องกับมาตรฐานการเรยี นรู้ และมี
ความชดั เจนตอ่ การนำไปปฏิบตั ิ
เอกสารหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ นี้ จัดทำขึ้นสำหรับท้องถิ่นและ
สถานศกึ ษาได้นำไปใชเ้ ปน็ กรอบและทศิ ทางในการจดั ทำหลักสูตรสถานศึกษา และจัดการเรยี นการสอนเพอ่ื พัฒนา
เด็กและเยาวชนไทยทุกคนในระดับการศึกษาขั้นพืน้ ฐานให้มีคุณภาพด้านความรู้ และทักษะที่จำเป็นสำหรับการ
ดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง และแสวงหาความรู้เพื่อพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต มาตรฐาน
การเรียนรู้และตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ในเอกสารนี้ ช่วยทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในทุกระดับเห็นผลคาดหวังท่ี
ตอ้ งการในการพัฒนาการเรียนรู้ของผ้เู รียนที่ชัดเจนตลอดแนว ซึ่งจะสามารถช่วยให้หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องในระดับ
ท้องถิ่นและสถานศึกษาร่วมกันพัฒนาหลักสูตรได้อย่างมั่นใจ ทำให้การจัดทำหลักสูตรในระดับสถานศึกษามี
คณุ ภาพและมคี วามเปน็ เอกภาพย่ิงข้นึ อีกทัง้ ยงั ชว่ ยใหเ้ กดิ ความชดั เจนเรื่องการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ และ
ช่วยแก้ปัญหาการเทียบโอนระหว่างสถานศึกษา ดังนั้นในการพัฒนาหลักสูตรในทุกระดับตั้งแต่ระดับชาติ
จนกระทั่งถึงสถานศึกษา จะต้องสะท้อนคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ในหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน รวมทั้งเป็นกรอบทิศทางในการจัดการศกึ ษาทุกรูปแบบ และครอบคลุมผู้เรียนทุก
กลุ่มเป้าหมายในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การจัดหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานจะประสบความสำเร็จตาม
เปา้ หมายทค่ี าดหวังได้ ทกุ ฝ่าย ทเ่ี ก่ียวขอ้ งทั้งระดบั ชาติ ชมุ ชน ครอบครวั และบุคคลต้องรว่ มรับผดิ ชอบ โดย
ร่วมกันทำงานอย่างเป็นระบบ และต่อเนื่อง ในการวางแผน ดำเนินการ ส่งเสริมสนับสนุน ตรวจสอบ ตลอดจน
ปรับปรงุ แก้ไข เพ่อื พัฒนาเยาวชนของชาตไิ ปสคู่ ุณภาพตามมาตรฐานการเรยี นรูท้ ่กี ำหนดไว้
ด้วยกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศให้ใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ และสาระภมู ศิ าสตร์ในกลมุ่ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.
๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่สพฐ.
๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวนั ท่ี ๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ และคำส่งั สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน
ที่ ๓๐/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๑ เรื่อง ให้เปลี่ยนแปลงมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการ
เรียนรู้คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ ทั้งนี้ให้โรงเรียนใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่ปรับปรุงตั้งแต่ศึกษา ๒๕๖๑ ในชั้น
ประถมศึกษาปที ่ี ๑และ ๔ และช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑ และ ๔ ต้งั แตป่ ีการศึกษา ๒๕๖๑ เป็นตน้ ไป สว่ นปีการศกึ ษา
๒๕๖๒ ใหใ้ ชใ้ นระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๑, ๒, ๔ และช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ ๑, ๒, ๔ และ ๕ และใชท้ ุกช้ันปีต้ังแต่ปี
การศึกษา ๒๕๖๓ การปรับปรงุ หลักสูตรครั้งนี้ยังคงหลักการและโครงสร้างเดิมของหลักสตู รแกนกลางการศึกษา
ข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ แตม่ งุ่ เน้นการปรับปรงุ เนอ้ื หาใหม้ ีความทนั สมัย ทนั ต่อการเปล่ยี นแปลงและความ
เจริญก้าวหน้าทางวิทยาการตา่ ง ๆ คำนึงถงึ การสง่ เสริมให้ผู้เรียน มที กั ษะทีจ่ ำเป็นสำหรับการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี
๒๑ เป็นสำคัญเตรียมผู้เรียนให้มีความพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆพร้อมที่จะประกอบอาชีพเมื่อจบการศึกษาหรอื
สามารถศกึ ษาตอ่ ในระดับท่สี ูงข้นึ สามารถแขง่ ขันและอยรู่ ว่ มกบั ประชาคมโลกได้
คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการของโรงเรียนบ้านแก้งกอกได้ดำเนินการ ปรับปรุง
หลักสูตรเดิม เป็น “หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านแก้งกอก พุทธศักราช ๒๕๖๐ ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เล่มนี้ มีองค์ประกอบ ได้แก่ ความนำ วิสัยทัศน์ สมรรถนะสำคัญของ
ผ้เู รยี น คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โครงสรา้ งหลักสูตรสถานศกึ ษา คำอธิบายรายวชิ า กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน และ
เกณฑ์การจบการศึกษาโดยมวี ัตถุประสงค์ของการจัดทำเพอ่ื ให้ครูผู้สอนได้นำไปใช้เปน็ แนวทางจัดการเรียนรู้และ
ญ
พัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพด้านความรู้ทักษะสมรรถนะสำคัญคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่จำเป็นสำหรับใช้เป็น
เครื่องมือในการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงและแสวงหาความรู้เพื่อพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
ตลอดจนเพื่อใหผ้ ู้มีส่วนเกย่ี วข้องทกุ ฝา่ ย มีความรู้ ความเขา้ ใจแนวทางการจดั การศึกษาของโรงเรียนอย่างถกู ต้อง
ขอขอบคุณคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการโรงเรียน
บ้านแก้งกอก รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต ๓ ครูและบุคลากรทางการศึกษาและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีส่วนร่วมในการจัดทำ
หลกั สูตรฉบับนีใ้ หส้ ำเร็จลลุ ว่ งด้วยดสี ามารถนำไปใชเ้ พ่อื พฒั นาผู้เรียนให้ใหบ้ รรลุเป้าหมายของหลกั สูตรต่อไป
(นายวิษณุ สูนานนท์)
ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแกง้ กอก
๑
สารบญั
เรือ่ ง หน้า
ประกาศโรงเรยี น ....................................................................................................................... ก
คำส่งั โรงเรียนบา้ นแก้งกอก เรอ่ื ง แต่งตั้งคณะกรรมการบรหิ ารหลักสูตร
และงานวชิ าการสถานศกึ ษา โรงเรยี นบ้านแกง้ กอก ....................................................................... ข
คำนำ .............................................................................................................................. ซ
สารบัญ ........................................................................................................................... ญ
ส่วนท่ี ๑ ความนำ........................................................................................................................... ๑
วิสัยทศั น์ ........................................................................................................................... ๖
พันธกจิ .............................................................................................................................. ๗
เปา้ ประสงค์ ....................................................................................................................... ๗
สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น ............................................................................................... ๘
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ................................................................................................ ๙
ค่านยิ มหลักของคนไทย ๑๒ ประการ ............................................................................... ๙
สว่ นที่ ๒ โครงสร้างหลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนบ้านแกง้ กอก .............................................. ๑๐
ส่วนที่ ๓ คำอธิบายรายวชิ า ...................................................................................................... ๑๘
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย .......................................................................................... ๑๙
กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ...................................................................................... ๒๗
กล่มุ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ...................................................... ๓๔
กลุม่ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม .............................................. ๔๑
กลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ( รายวชิ าประวัติศาสตร์ ) .......... ๔๘
กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ุขศกึ ษาและพลศึกษา ...................................................................... ๕๕
กลมุ่ สาระการเรยี นรูศ้ ลิ ปะ ................................................................................................ ๖๒
กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชพี ................................................................................ ๗๔
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ ............................................................................. ๘๑
รายวชิ าเพมิ่ เติม วิชาภาษาอังกฤษเพ่อื การสอ่ื สาร ........................................................... ๘๙
รายวิชาเพ่ิมเติม วิชาหน้าท่ีพลเมือง ............................................................................... ๙๓
รายวชิ าเพมิ่ เตมิ วิชาคอมพวิ เตอร์ ................................................................................... ๑๐๕
กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน ....................................................................................................... ๑๐๙
กจิ กรรมแนะแนว ............................................................................................................ ๑๑๐
กจิ กรรมนักเรียน ............................................................................................................. ๑๒๒
กิจกรรมชุมนุม ................................................................................................................ ๑๓๐
กจิ กรรมเพอ่ื สงั คม และสาธารณประโยชน์ ..................................................................... ๑๓๑
๒
สารบัญ (ตอ่ )
เร่อื ง หน้า
ส่วนที่ ๔ เกณฑก์ ารจบการศกึ ษา .................................................................................. ๑๓๔
เกณฑก์ ารจบการศึกษา ................................................................................................ … ๑๓๓
ส่อื การเรยี นรู้ ................................................................................................................ …. ๑๓๖
เกณฑก์ ารวัดและประเมนิ ผลการเรยี น ............................................................................... ๑๓๙
เอกสารหลกั ฐานการศึกษา ........................................................................................... …. ๑๔๐
การเทยี บโอนผลการเรียน ............................................................................................ …. ๑๔๑
การบรหิ ารจัดการหลักสูตร .......................................................................................... …. ๑๔๑
เอกสารอ้างอิง................................................................................................................. …. ๑๔๓
๑
สว่ นท่ี ๑
ความนำ
กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ให้
เป็นหลักสตู รแกนกลางของประเทศ เม่อื วันท่ี ๑๑ กรกฎคม ๒๕๕๑ เริม่ ใช้ในโรงเรยี นตน้ แบบการใช้หลักสูตรและ
โรงเรียนที่มีความพร้อม ในปีการศึกษา ๒๕๕๒ และเริ่มใช้ในโรงเรียนทั่วไปในปีการศึกษา ๒๕๕๓ สำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ได้ดำเนินการติดตามผลการนา
หลกั สูตรไปส่กู ารปฏิบัติอย่างต่อเน่ืองในหลายรูปแบบ ทง้ั การประชมุ รับฟังความคิดเหน็ การนิเทศติดตามผลการ
ใช้หลักสูตรของโรงเรียน การรับฟงั ความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ของสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา รายงาน
ผลการวิจัยของหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรและการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ผลจากการศกึ ษา พบวา่ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐานพทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ มีข้อดี
ในหลายประการ เชน่ กำหนดเปา้ หมายการพฒั นาไว้ชัดเจน มคี วามยดื หยนุ่ เพียงพอให้สถานศกึ ษาบริหารจัดการ
หลักสูตรสถานศึกษาได้ ส่วนปัญหาที่พบส่วนใหญ่เกิดจากการนำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ สูก่ ารปฏิบตั ใิ นสถานศกึ ษาและในห้องเรียน
นอกจากนี้การศึกษาข้อมลู เก่ียวกับทิศทาง กรอบยุทธศาสตร์ แผนแม่บท และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ
การพฒั นาประเทศ พบวา่ ประเด็น สำคญั เพอื่ แปลงแผนไปสู่การปฏิบัติใหเ้ กิดผลสมั ฤทธ์ไิ ด้ อยา่ งแทจ้ ริง คอื การ
เตรยี มพรอ้ มด้านกำลงั คนและการเสรมิ สรา้ งศักยภาพของประชากรในทุกช่วงวยั ม่งุ เน้นการยกระดับคุณภาพทุน
มนุษย์ของประเทศ โดยพัฒนาคนให้เหมาะสมตามช่วงวัย เพื่อให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ การพัฒนาทักษะท่ี
สอดคล้องกบั ความต้องการในตลาดแรงงานและทักษะที่จำเป็น ต่อการดำรงชีวิตในศตวรรษท่ี ๒๑ ของคนในแต่
ละช่วงวัยตามความเหมาะสม การเตรียมความพรอ้ มของกำลงั คนดา้ น วทิ ยาศาสตร์และ เทคโนโลยที ี่เปลี่ยนแปลง
ในอนาคต ตลอดจนการยกระดับคุณภาพการศึกษาส่คู วามเป็นเลิศ
เพื่อขับเคลื่อนยทุ ธศาสตร์ชาติ และเตรียมความพร้อมคนให้สามารถ ปรับตัวรองรับผลกระทบจากการ
เปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม กระทรวงศึกษาธิการจึงกำหนดเป็นนโยบายสำคัญและเร่งด่วนให้มีการปรบั ปรุง
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์
และสาระภูมิศาสตร์ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมรวมทั้ง สาระ เทคโนโลยี โดย
มอบหมายให้สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท .) ดำเนินการปรับปรุง กลุ่มสาระการ
เรียนรู้คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และสาระเทคโนโลยีและมอบหมายให้สำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานดำเนินการ ปรับปรุง สาระภูมิศาสตร์ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา
ศาสนา และวัฒนธรรม
ต่อมากระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศให้ใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้
คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับ
ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ตามคำส่ัง
กระทรวงศึกษาธกิ ารท่ี สพฐ. ๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวนั ที่ ๗ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ และคำส่ังสำนกั งานคณะกรรมการ
๒
การศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ ๓๐/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๑ เรื่อง ให้เปลี่ยนแปลงมาตรฐานการเรียนรู้และ
ตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ทั้งนีใ้ หโ้ รงเรียนใชม้ าตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชวี้ ัดทป่ี รับปรุงตงั้ แต่ศึกษา
๒๕๖๑ ในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ และ ๔ และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ และ ๔ ตั้งแต่ปีการศกึ ษา ๒๕๖๑ เป็นต้นไป
ส่วนปีการศึกษา ๒๕๖๒ ให้ใชใ้ นระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๑, ๒, ๔ และชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑, ๒, ๔ และ ๕ และ
ใช้ทกุ ช้ันปีต้งั แต่ปีการศึกษา ๒๕๖๓
การปรบั ปรงุ หลกั สูตรครง้ั น้ี ยังคงหลกั การและโครงสรา้ งเดิมของหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ คือ ประกอบด้วย ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ การงานอาชีพและ
เทคโนโลยี และภาษาต่างประเทศ แต่มุ่งเน้นการปรับปรุงเนื้อหาให้มีความทันสมัย ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและ
ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการต่าง ๆ คำนึงถึงการส่งเสริมให้ผู้เรียน มีทักษะที่จำเป็นสาหรับการเรียนรู้ใน
ศตวรรษที่ ๒๑ เป็นสำคัญ เตรียมผู้เรียนให้มีความพร้อมที่จะเรียนรูส้ ิ่งต่าง ๆ พร้อมที่จะประกอบอาชีพ เมื่อจบ
การศึกษา หรือสามารถศกึ ษาตอ่ ในระดับทส่ี ูงข้ึน สามารถแขง่ ขันและอย่รู ว่ มกับประชาคมโลกได้
กรอบในการปรับปรุงหลักสูตรครั้งนี้ คือ ให้มีองค์ความรู้ที่เป็นสากลเทียบเท่านานาชาติ ปรับ
มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ช้วี ัดใหม้ คี วามชัดเจน ลดความซำ้ ซ้อน สอดคล้องและเช่อื มโยงกันภายในกลุ่มสาระการ
เรียนรู้และระหว่างกลุ่มสาระการเรียนรู้ ตลอดจนเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และ
เทคโนโลยีเข้าด้วยกัน จัดเรียงลาดับความยากง่ายของเนือ้ หาในแต่ละระดับชั้นตามพัฒนาการแตล่ ะช่วงวัย ให้มี
ความเชื่อมโยงความรู้และกระบวนการเรียนรู้ โดยให้เรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนาความคิด
สาระสำคัญของการปรบั ปรุงหลักสูตร มดี งั นี้
๑. กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ และวทิ ยาศาสตร์
๑.๑ จัดกลมุ่ ความรู้ใหม่และนำทักษะกระบวนการไปบูรณาการกับตัวชี้วัด เน้นให้ผู้เรียนเกิดการ
คิดวิเคราะห์ คดิ แกป้ ัญหา และมีทกั ษะในศตวรรษที่ ๒๑
๑.๒ กำหนดมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดสาหรับผู้เรียนทุกคน ที่เป็นพื้นฐาน ที่เกี่ยวข้องกับ
ชีวติ ประจาวนั และเป็นพ้ืนฐานสำคญั ในการศกึ ษาต่อระดับท่สี ูงขึ้น
๑.๓ ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี ๔–๖ กำหนดตัวชว้ี ดั เป็นรายปี เพื่อเป็นแนวทางใหส้ ถานศึกษาจัด
ตามลาดับการเรียนรู้ อย่างไรก็ตามสถานศึกษาสามารถพิจารณาปรับเลื่อนไหลระหว่างปีได้ตาม ความ
เหมาะสม
๒. กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ได้เพิ่มสาระเทคโนโลยี ซึ่งประกอบด้วยการออกแบบและ
เทคโนโลยี และวิทยาการคำนวณ ทัง้ น้เี พอ่ื เออื้ ต่อการจัดการเรียนรบู้ ูรณาการสาระทางคณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี กับกระบวนการเชิงวิศวกรรม ตามแนวคิดสะเต็มศึกษา
๓
๓. สาระภูมิศาสตร์ ซึ่งเป็นสาระหนึ่งในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมได้
ปรับมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชว้ี ัดใหม้ คี วามชัดเจน สอดคล้องกบั พฒั นาการตามช่วงวยั มีองค์ความรู้ทเ่ี ปน็ สากล
เพมิ่ ความสามารถ ทักษะ และกระบวนการทางภูมศิ าสตร์ ที่ชดั เจนขึน้
โรงเรียนบา้ นแก้งกอก สังกดั สำนักงานเขตพ้นื ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาอบุ ลราชธานี เขต ๓ สำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ จึงได้ดำเนินการจัดทำหลักสูตรให้สอดคล้องคำสั่ง
หน่วยงานต้นสังกัด โดยวเิ คราะหส์ ภาพปจั จุบนั ปญั หา บริบทของโรงเรียน และจัดทำโครงสร้างหลักสตู ร กำหนด
รายวชิ าพน้ื ฐาน และรายวิชาเพม่ิ เตมิ ในแตล่ ะระดบั ชนั้ ใหไ้ ดค้ ณุ ภาพตามมาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชว้ี ัดที่กำหนด
ไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กำหนดเกณฑ์การจบการศึกษาของโรงเรียน
และตามหนังสือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ที่ ศธ ๐๔๐๑๐/ว ๗๗๙ ลงวันที่ ๒๖ มิถุนายน
๒๕๕๗ เรื่อง แนวปฏบิ ัตทิ ่ีสอดคล้องกบั นโยบายจัดกาเรยี นการสอนประวตั ศิ าสตร์และหนา้ ท่ีพลเมอื งทใ่ี ห้โรงเรียน
ปรับปรุงหลกั สูตร โดยปรับให้มีวิชา หน้าทีพ่ ลเมือง เป็นรายวชิ าเพมิ่ เติม ระดับประถมศกึ ษาทกุ ช้นั ปี จำนวน ๔๐
ชั่วโมงต่อปี นอกจากนี้รัฐบาลไดม้ ีนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ตั้งแต่ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๘
ตลอดจนการจดั ให้มีการนำหลกั สูตรต้านทุจริตศกึ ษามาจัดการเรียนการสอน ในภาคเรียนท่ี ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๒
เป็นตน้ ไป ทำโรงเรยี นไดป้ รบั โครงสร้างหลักสตู รใหม่ใหเ้ ปน็ ปลี ะ ๑,๐๘๐ ช่วั โมง
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านแก้งกอก (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๑) ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เป็นหลักสูตรการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพตาม
มาตรฐานการเรียนรู้ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี คนเก่ง และอยู่ร่วมในสังคมอย่างมีความสุข มีศักยภาพใน
การศึกษาต่อ โดยมุ่งหวังให้มีความสมบูรณ์ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา อีกทั้งมีความรู้และทักษะท่ี
จำเปน็ สำหรบั การดำรงชีวิต มที กั ษะในการติดต่อสื่อสาร การถ่ายทอดความคิด ความรู้ ความเขา้ ใจ การ
แลกเปลี่ยนข้อมลู ข่าวสารและประสบการณ์ในการพัฒนาตนเองและสังคม มีคุณภาพได้มาตรฐานสากลในฐานะ
พลเมืองไทยและพลโลก ประกอบด้วยสาระของหลักสูตรแกนกลาง สาระความรู้ที่เกี่ยวข้องกับชุมชน ท้องถิ่น
และสาระทีส่ ถานศึกษาเพิ่มเติม โดยจัดเป็นสาระการเรียนรู้รายวิชาพ้ืนฐานตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชีว้ ัด
สาระการเรียนรรู้ ายวิชาเพมิ่ เติม รายวชิ าหนา้ ทพ่ี ลเมอื ง กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น กำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ คา่ นิยม ๑๒ ประการของคณะรักษาความสงบ
แห่งชาติ (คสช.) และคุณลกั ษณะนักเรยี นตามมาตรฐานสากล พัฒนานักเรยี นให้มีศักยภาพเป็นพลโลก
ความสำคญั
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านแก้งกอก (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๑) ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ มคี วามสำคญั ในการพัฒนาผเู้ รียนใหม้ ีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้
ตัวชี้วดั และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ตามท่ีกำหนดไว้ เป็นแนวทางใหผ้ ู้บรหิ ารสถานศกึ ษา ครู ตลอดจน
ผเู้ กย่ี วข้องกบั การจัดการศึกษาของโรงเรียน ในการจดั มวลประสบการณ์ให้แก่ผู้เรียนได้พัฒนาให้บรรลุถึงคุณภาพ
ตามมาตรฐานในการพัฒนาเยาวชนของชาติ นอกเหนอื จากการใช้เปน็ แนวทาง หรือข้อกำหนดในการจดั การศกึ ษา
ของสถานศึกษาให้บรรลุตามจุดหมายของการจัดการศึกษาแล้ว หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านแก้งกอก
พุทธศักราช ๒๕๖๑ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ที่พัฒนาขึ้นยังเป็น
๔
หลักสูตรที่มีจุดมุ่งหมายให้ครอบครัว ชุมชน องค์กรในท้องถิ่น ทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมจัดการศึกษาของ
โรงเรียน โดยมแี นวทางสำคัญท่โี รงเรียนกำหนดไว้ในหลักสตู รโรงเรยี น ดงั นี้
๑. หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านแก้งกอก (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๑) ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ มุง่ พฒั นาให้ผเู้ รยี นเกิดความสนุกสนาน และความเพลิดเพลิน
ในการเรียนรู้เปรียบเสมือนเป็นวิธีสรา้ งกำลงั ใจ และเร้าใหเ้ กิดความก้าวหนา้ แก่ผู้เรียนใหม้ ากที่สุด มีความรู้สูงสุด
ผู้เรียนทุกคนมีความเข้มแข็ง ความสนใจ มีประสบการณ์ และความมั่นใจ เรียนและทำงานอย่างเป็นอิสระและ
รว่ มใจกัน มที ักษะในการอ่านออกเขียนได้ คิดเลขเปน็ รขู้ อ้ มลู สารสนเทศ และเทคโนโลยสี ื่อสาร ส่งเสริมจิตใจท่ี
อยากร้อู ยากเห็น และมกี ระบวนการคดิ อยา่ งมเี หตุผล
๒. หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านแก้งกอก (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๑) ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ส่งเสริมการพัฒนาด้านจิตวิญญาณ จริยธรรม สังคม และ
วฒั นธรรม พัฒนาหลักการในการจำแนกระหว่างถกู และผิด เขา้ ใจและศรัทธาในความเชือ่ ของตน ความเชื่อและ
วัฒนธรรมที่แตกต่างกัน พัฒนาหลักคุณธรรมและความอิสระของผู้เรียน และช่วยให้เป็นพลเมืองที่มีความ
รับผิดชอบ สามารถช่วยพัฒนาสังคมให้เป็นธรรมขึ้น มีความเสมอภาค พัฒนาความตระหนัก เข้าใจ และ
ยอมรบั สภาพแวดลอ้ มที่ตนดำรงชวี ิตอยู่ ยึดมัน่ ในขอ้ ตกลงรว่ มกันต่อการพัฒนาท่ยี ง่ั ยนื ทั้งในระดบั สว่ นตน ระดับ
ท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับโลก สร้างให้ผู้เรียนมีความพร้อมในการเป็นผู้บริโภคที่ตัดสินใจแบบมีข้อมูล เป็น
อสิ ระ และมคี วามรบั ผดิ ชอบ
๓. หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นแก้งกอก (ฉบับปรบั ปรุง พุทธศกั ราช ๒๕๖๑) ตามหลกั สตู ร
แกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ สง่ เสรมิ ให้ผู้เรียน มที กั ษะท่จี ำเป็นสาหรับการเรียนรใู้ น
ศตวรรษที่ ๒๑ เป็นสำคญั เตรียมผู้เรยี นให้มีความพร้อมทจ่ี ะเรียนรู้ส่ิงต่าง ๆ พร้อมทีจ่ ะประกอบอาชีพ เมื่อจบ
การศึกษา หรือสามารถศกึ ษาต่อในระดับท่สี ูงขึน้ สามารถแข่งขนั และอยรู่ ว่ มกบั ประชาคมโลกได้
ลักษณะของหลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นแก้งกอก (ฉบับปรบั ปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๑) ตามหลักสตู ร
แกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านแก้งกอก (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๑) ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เป็นหลักสูตรที่โรงเรียนได้พัฒนาขึ้นเพื่อพัฒนาผู้เรียนในระดับ
ประถมศึกษา โดยยึดองคป์ ระกอบหลักสำคญั ๖ สว่ นคือ ๑) หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐานพุทธศักราช
๒๕๕๑ ๒) มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชวี้ ดั กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ใน
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ๓) นโยบายการจัดการเรยี นการสอนหน้าท่ีพลเมือง ๔) กรอบหลักสูตร
ระดับทอ้ งถน่ิ ๕) สาระสำคัญ จุดเน้นท่ีโรงเรียนพัฒนาเพิม่ เติม และ ๖) นโยบายการนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา
มาจัดการเรยี นการสอนในสถานศึกษา เป็นกรอบในการจดั ทำรายละเอียดเพอ่ื ใหเ้ ปน็ ไปตามมาตรฐานการศึกษาข้ัน
พน้ื ฐานทก่ี ำหนด เหมาะสมกับสภาพชมุ ชนและทอ้ งถนิ่ และจดุ เน้นของโรงเรียน หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบ้าน
แก้งกอก (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๒) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ท่ี
พัฒนาข้นึ มลี ักษณะของหลักสตู ร ดงั นี้
๕
๑. เป็นหลักสูตรเฉพาะของโรงเรียนบ้านแก้งกอก สำหรับจัดการศึกษาในหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขั้นพน้ื ฐานจัดในระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๑ – ๖)
๒. เป็นหลักสูตรที่มีความเป็นเอกภาพสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ สำหรบั ให้ครผู ้สู อนนำไปจดั การเรียนรไู้ ด้อยา่ งหลากหลาย โดยกำหนดให้มีรายละเอยี ด ดงั นี้
๒.๑ สาระการเรียนรู้ที่โรงเรียนใชเ้ ป็นหลักเพื่อสรา้ งพ้ืนฐานการคิด การเรียนรู้ และ การ
แกป้ ัญหาประกอบดว้ ย ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
๒.๒ สาระการเรียนรู้ที่เสริมสร้างความเป็นมนุษย์ ศักยภาพการคิดและการทำงาน
ประกอบด้วย สุขศึกษาและพลศึกษา ศลิ ปะ การงานอาชพี และเทคโนโลยี และภาษาองั กฤษ
๒.๓ สาระการเรียนรู้เพิ่มเตมิ โดยจัดทำเป็นรายวิชา/กิจกรรมเพิ่มเติมตามความเหมาะสมและ
สอดคล้องกับโครงสรา้ งเวลาเรยี น สาระการเรียนรู้ทอ้ งถ่ิน ความต้องการของผู้เรียน และบริบทของโรงเรียนและ
เพม่ิ วิชาหนา้ ทีพ่ ลเมืองใหส้ อดคล้องกบั นโยบายหนว่ ยเหนอื ด้วย
๒.๔ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เพื่อพัฒนาผู้เรียนทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ และ
สงั คม เสรมิ สร้างการเรียนร้นู อกจากกลุ่มสาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่ม และการพฒั นาตนตามศกั ยภาพ
๒.๕ การกำหนดมาตรฐานของโรงเรียนทส่ี อดคลอ้ งกับมาตรฐานระดับตา่ ง ๆ เพอื่ เป็นเป้าหมาย
ของการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรยี น จัดทำรายละเอียดสาระการเรียนรู้ และจัดกระบวนการเรียนรู้ให้
สอดคล้องกบั สภาพในชมุ ชน สังคม และภมู ิปัญญาทอ้ งถิ่น
๓. มมี าตรฐานการเรยี นรเู้ ป็นเปา้ หมายสำคัญของการพฒั นาคุณภาพหลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้าน
แก้งกอก พุทธศักราช ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เปน็ หลักสูตรที่
มีมาตรฐานเป็นตัวกำหนดเกี่ยวกับความรู้ ทักษะ กระบวนการ สมรรถนะ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของ
ผเู้ รยี น เพื่อเป็นแนวทางในการประกันคณุ ภาพการศึกษา โดยมีการกำหนดมาตรฐานไว้ดังนี้
๓.๑ มาตรฐานหลกั สตู ร เป็นมาตรฐานดา้ นผ้เู รยี นหรอื ผลผลิตของหลกั สตู รโรงเรียน เกดิ ขนึ้ จากการ
จัดกิจกรรมตามโครงสร้างของหลักสูตรทั้งหมดของครู และใช้เป็นแนวทางในการตรวจสอบคณุ ภาพโดยรวมของ
การจัดการศกึ ษาตามหลกั สูตรในทกุ ระดบั ซง่ึ โรงเรยี นตอ้ งใช้สำหรบั การประเมินตนเองเพอ่ื จดั ทำรายงานประจำปี
ตามบทบัญญัติในพระราชบัญญตั ิการศึกษา เพื่อนำมาเป็นข้อมูลใน การกำหนดแนวปฏิบัติในการสง่ เสริม กำกับ
ติดตาม ดแู ล และปรบั ปรุงคุณภาพ เพ่ือใหไ้ ดต้ ามมาตรฐานทกี่ ำหนด
๓.๒ มีตวั ชว้ี ดั ชน้ั ปี เป็นเป้าหมายระบสุ ง่ิ ท่นี ักเรียนพงึ รู้และปฏิบัติได้ รวมท้งั คุณลกั ษณะของผูเ้ รียนใน
แต่ละระดับชั้นซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานการเรียนรู้ มีความเฉพาะเจาะจง และมีความเป็นรูปธรรม นำไปใช้ในการ
กำหนดเนื้อหา จัดทำหน่วยการเรียนรู้ จัดการเรียนการสอน และเป็นเกณฑ์สำคัญสำหรับ การวัดประเมินผลเพือ่
ตรวจสอบคุณภาพผู้เรียน ตรวจสอบพัฒนาการผู้เรียน ความรู้ ทักษะ กระบวนการ คุณธรรม จริยธรรมและ
คา่ นยิ มอนั พงึ ประสงค์ และเป็นหลกั ในการเทยี บโอนความรู้และประสบการณ์จากการศึกษาในระบบ นอกระบบ
และตามอธั ยาศยั
๖
๓.๓ มีความเป็นสากล ความเป็นสากลของหลักสูตรโรงเรียน คือมุ่งให้ผู้เรียนมีความรู้
ความสามารถในเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ ภาษาอังกฤษ การจัดการส่ิงแวดล้อม ภูมิปัญญาท้องถิ่น มี
คุณลักษณะที่จำเป็นในการอยู่ในสังคมได้แก่ ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ การตรงต่อเวลา การเสียสละ การ
เอื้อเฟื้อ โดยอยู่บนพื้นฐานของความพอดีระหว่างการเป็นผู้นำ และผู้ตาม การทำงานเป็นทีม และ การ
ทำงานตามลำพัง การแข่งขัน การรู้จักพอ และการร่วมมือกันเพื่อสังคม วิทยาการสมัยใหม่ และภูมิปัญญา
ทอ้ งถิ่น การรบั วฒั นธรรมต่างประเทศ และการอนรุ ักษว์ ฒั นธรรมไทยการฝึกฝนทักษะเฉพาะทาง และการบูรณา
การในลักษณะท่ีเปน็ องค์รวม
๔. มีความยืดหยุน่ หลากหลาย หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านแกง้ กอก (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช
๒๕๖๒) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เป็นหลักสูตรที่โรงเรียนจัดทำ
รายละเอียดต่าง ๆ ขึ้นเอง โดยยึดโครงสร้างหลักที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ กรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น เป็นขอบข่ายในการจัดทำ จึงทำให้หลักสูตรของโรงเรียนมี
ความยืดหยนุ่ หลากหลาย สอดคล้องกับสภาพปัญหา และความตอ้ งการของทอ้ งถน่ิ โดยเฉพาะอย่างย่ิงมีความ
เหมาะสมกับตวั ผู้เรียน
๕. การวัดและประเมินผลเน้นหลักการพื้นฐานสองประการคือการประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียนและเพื่อ
ตดั สนิ ผลการเรียน โดยผเู้ รยี นต้องไดร้ ับการพัฒนาและประเมินตามตวั ช้ีวัดเพ่อื ให้บรรลุตามมาตรฐาน การ
เรียนรู้ สะท้อนสมรรถนะสำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและ
ประเมินผลการเรียนรู้ในทุกระดบั ไม่ว่าจะเป็นระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และ
ระดับชาติ การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และใช้ผลการประเมินเปน็
ข้อมลู และสารสนเทศที่แสดงพัฒนาการ ความก้าวหนา้ และความสำเรจ็ ทางการเรียนของผู้เรยี น ตลอดจนข้อมูล
ที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสรมิ ใหผ้ เู้ รียนเกดิ การพัฒนาและเรยี นรอู้ ยา่ งเตม็ ตามศักยภาพ
วสิ ัยทศั น์หลกั สูตรสถานศกึ ษา
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านแก้งกอก (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๑) ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เป็นหลักสูตรที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้สู่
มาตรฐานสากลและเป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลทัง้ ร่างกาย ความรคู้ คู่ ณุ ธรรม มคี วามเปน็ ผู้นำของสังคมมีจิตสำนึก
ในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลกโดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงยึดมั่นในการปกครองตาม
ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีความรู้และทักษะพื้นฐานสามารถใช้นวัตกรรมและ
เทคโนโลยรี วมทง้ั เจตคติท่ีจำเป็นตอ่ การศึกษาในการประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวติ โดยมงุ่ เน้นผเู้ รียนเป็น
สำคญั บนพ้ืนฐานความเชอื่ วา่ ทกุ คนสามารถเรยี นร้แู ละพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ
๗
วสิ ยั ทัศน์โรงเรียน
โรงเรียนบ้านแก้งกอก เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ เน้นการจัดการศึกษาและบริหารจัดการที่มี
ประสิทธิภาพ มีความเป็นเลิศด้านทักษะอาชีพ บนพื้นฐานความเป็นไทย น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง มีความรคู้ ู่คณุ ธรรม นำสูก่ ารมสี ่วนรว่ มของชมุ ชน
พนั ธกิจโรงเรียน
๑. พฒั นาระบบบริหารและจดั การศึกษาเน้นการมสี ว่ นร่วม โดยยดึ ห้องเรยี นและโรงเรียนเปน็ ฐาน
๒. ส่งเสริมให้สถานศึกษาจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ มีความเป็นเลิศด้าน
ทกั ษะอาชพี
๓. ส่งเสริมให้สถานศกึ ษาจัดการเรียนรู้ใหผ้ ู้เรียนได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ บนพื้นฐานความเปน็
ไทย ใส่ใจส่ิงแวดล้อม
๔. ส่งเสริมการจัดการศกึ ษาเพือ่ ปลูกฝังให้ผู้เรียน มีความรูค้ ู่คุณธรรม น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี งส่กู ารปฏบิ ัติ
๕. พฒั นาครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา ตามมาตรฐานวชิ าชพี อย่างมีคุณภาพ
เปา้ ประสงค์โรงเรียน
๑. มกี ารพัฒนาระบบบรหิ ารและจัดการศึกษาเน้นการมีส่วนรว่ ม โดยยึดห้องเรียนและโรงเรียนเปน็ ฐาน
๒. มกี ารส่งเสริมให้สถานศึกษาจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาเตม็ ตามศักยภาพ มีความเป็นเลิศ
ด้านทักษะอาชีพ
๓. มีการส่งเสริมใหส้ ถานศกึ ษาจัดการเรยี นรใู้ ห้ผเู้ รียนได้รับการพัฒนาเตม็ ตามศักยภาพ บนพน้ื ฐานความ
เปน็ ไทย ใสใ่ จสิง่ แวดลอ้ ม
๔. มีการส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อปลูกฝังให้ผู้เรียน มีความรู้คู่คุณธรรม น้อมนำหลักปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียงสกู่ ารปฏิบัติ
๕. มกี ารพฒั นาครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา ตามมาตรฐานวิชาชพี อยา่ งมคี ุณภาพ
๘
สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านแก้งกอก (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๑) ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งใหผ้ เู้ รียนเกดิ สมรรถนะสำคัญ ๕ ประการ ดงั นี้
๑. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา
ถา่ ยทอดความคิด ความรู้ ความเข้าใจ ความร้สู กึ และทศั นะของตนเองเพอ่ื แลกเปล่ียนข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์
อันจะเปน็ ประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรอง เพอื่ ขจัดและลดปัญหาความขัดแยง้ ต่าง ๆ
การเลอื กรบั หรอื ไม่รับขอ้ มูลข่าวสารด้วยหลกั เหตุผลและความถกู ตอ้ ง ตลอดจนการเลอื กใชว้ ธิ ีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ
โดยคำนงึ ถึงผลกระทบท่มี ตี ่อตนเองและสังคม
๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคดิ สงั เคราะห์ การคิดอยา่ งสร้างสรรค์
การคดิ อยา่ งมีวิจารณญาณ และการคิดเปน็ ระบบ เพอื่ นำไปส่กู ารสรา้ งองคค์ วามรูห้ รอื สารสนเทศเพ่ือการตัดสินใจ
เก่ยี วกบั ตนเองและสังคมได้อยา่ งเหมาะสม
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เปน็ ความสามารถในการแกป้ ญั หาและอุปสรรคตา่ ง ๆ ที่เผชิญได้อย่าง
ถกู ต้องเหมาะสม บนพ้นื ฐานของหลักเหตุผล คณุ ธรรม และข้อมูลสารสนเทศ เขา้ ใจความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลง
ของเหตุการณ์ตา่ ง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยกุ ตค์ วามร้มู าใชใ้ นการป้องกนั และแกไ้ ขปัญหา และมกี ารตดั สินใจ
ที่มปี ระสิทธภิ าพ โดยคำนงึ ถึงผลกระทบทเ่ี กิดข้นึ ตอ่ ตนเอง สงั คม และสิ่งแวดลอ้ ม
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เปน็ ความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการดำเนิน
ชวี ติ ประจำวนั การเรียนรูด้ ้วยตนเอง การเรยี นรอู้ ยา่ งตอ่ เนอื่ ง การทำงาน และการอยู่รว่ มกันในสงั คมดว้ ยการสร้างเสริม
ความสัมพันธ์อนั ดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแยง้ ต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทนั กบั
การเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จกั หลีกเลีย่ งพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อ
ตนเองและผอู้ นื่
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้เทคโนโลยีในด้านต่าง ๆ
และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยีเพ่อื การพัฒนาตนเองและสังคม ในดา้ นการเรยี นรู้ การส่ือสาร การทำงาน
การแกป้ ญั หาอยา่ งสร้างสรรค์ ถูกต้องเหมาะสม และมีคุณธรรม
๙
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านแกง้ กอก (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๒) ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งพัฒนาผเู้ รยี นให้มคี ุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ เพอื่ ให้สามารถอย่รู ่วมกบั
ผู้อื่นในสงั คมไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลกดงั น้ี
๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
๒. ซ่อื สตั ยส์ จุ ริต
๓. มวี นิ ัย
๔. ใฝ่เรยี นรู้
๕. อยู่อยา่ งพอเพยี ง
๖. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจิตสาธารณะ
คา่ นิยมหลักของคนไทย ๑๒ ประการ ตามนโยบายของ คสช.
1. ความรกั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์
2. ซ่อื สตั ย์ เสยี สละ อดทน มอี ุดมการณ์ในส่ิงท่ดี งี ามเพอื่ สว่ นรวม
3. กตญั ญตู อ่ พอ่ แม่ ผ้ปู กครอง ครบู าอาจารย์
4. ใฝ่หาความรู้ หม่นั ศึกษาเล่าเรียนทงั้ ทางตรง และทางอ้อม
5. รักษาวฒั นธรรมประเพณีไทยอันงดงาม
6. มีศลี ธรรม รักษาความสตั ย์ หวงั ดีต่อผ้อู ื่น เผ่อื แผแ่ ละแบ่งปนั
7. เข้าใจเรยี นรู้การเปน็ ประชาธิปไตย อนั มพี ระมหากษัตริยท์ รงเป็นประมขุ ทถี่ กู ต้อง
8. มรี ะเบยี บวินยั เคารพกฎหมาย ผ้นู ้อยรจู้ กั การเคารพผู้ใหญ่
9. มสี ตริ ูต้ วั ร้คู ิด รูท้ ำ รูป้ ฏิบตั ิตามพระราชดำรสั ของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั
10. รจู้ ักดำรงตนอยูโ่ ดยใช้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
11. มคี วามเขม้ แขง็ ท้ังร่ายกาย และจติ ใจ ไมย่ อมแพ้ต่ออำนาจฝา่ ยตำ่ หรอื กิเลสมคี วาม
ละอายเกรง กลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา
12. คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม และของชาตมิ ากกว่าผลประโยชนข์ องตนเอง
๑๐
สว่ นที่ ๒
โครงสรา้ งหลกั สตู รโรงเรยี นบ้านแกง้ กอก
หลกั สตู รโรงเรยี นบ้านแก้งกอก (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๑) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 ได้กำหนดโครงสร้างของหลักสูตรสถานศึกษา เพือ่ ให้ผู้สอนและผู้ท่ีเก่ียวข้องในการ
จดั การเรยี นร้ตู ามหลักสูตรของสถานศกึ ษามแี นวปฏิบตั ิ ดงั นี้
ระดับการศกึ ษา
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านแก้งกอก (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๑) ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 จดั การศึกษา ดังน้ี
ระดบั ประถมศกึ ษา (ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 1-6) การศึกษาระดับนเ้ี ปน็ ชว่ งแรกของการศกึ ษาภาคบังคับ
มงุ่ เนน้ ทักษะพนื้ ฐานด้านการอ่าน การเขียน การคิดคำนวณ ทกั ษะการคดิ พนื้ ฐานการติดต่อสื่อสาร กระบวนการ
เรียนรู้ทางสังคม และพื้นฐานความเป็นมนุษย์ การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างสมบูรณ์และสมดุลทั้งในด้านร่างกาย
สตปิ ญั ญา อารมณ์ สงั คม และวฒั นธรรม โดยเน้นจัดการเรียนรแู้ บบบรู ณาการ
การจัดเวลาเรียน
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านแก้งกอก (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๑) ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ไดจ้ ดั เวลาเรยี นตามกล่มุ สาระการเรยี นรู้ กลุ่ม 8 สาระ และ
กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น โดยจดั ใหเ้ หมาะสมตามบรบิ ท จดุ เน้นของโรงเรยี นและสภาพของผู้เรยี น ดังน้ี
ระดบั ประถมศึกษา (ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 1-6)จดั เวลาเรยี นเปน็ รายปี โดยมีเวลาเรียนวันละ 6 ชัว่ โมง
โครงสรา้ งหลกั สูตร
โครงสรา้ งหลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบ้านแกง้ กอก (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๑) ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 ประกอบดว้ ยโครงสร้างเวลาเรยี นและโครงสร้างหลักสูตรช้ัน
ปี ดังน้ี
1. โครงสร้างเวลาเรยี น เป็นโครงสร้างท่ีแสดงรายละเอียดในภาพรวม เวลาเรียนของแตล่ ะกลุ่มสาระ
การเรียนร้เู ปน็ เวลาเรียนพ้ืนฐาน กลมุ่ สาระท่ีเป็นเวลาเรียนพนื้ ฐาน เวลาเรียนรายวชิ าเพิ่มเตมิ 8 และเวลาในการจัด
กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี นจำแนกแต่ละชนั้ ปี ในระดับประถมศกึ ษา ดังน้ี
๑๑
โครงสร้างหลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านแก้งกอก
โครงสร้างเวลาเรยี นระดับประถมศึกษา
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้/รายวิชา/ เวลาเรียน : ช่วั โมง/ปี
กิจกรรม ระดบั ประถมศึกษา
ป.๑ ป.๒ ป.3 ป.4 ป.๕ ป.6
กล่มุ สาระการเรยี นรู้/วชิ าพ้นื ฐาน
ภาษาไทย ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
คณติ ศาสตร์ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
ประวตั ิศาสตร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
ศลิ ปะ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
การงานอาชีพ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
ภาษาต่างประเทศ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐
รวมเวลาเรียน (รายวิชาพนื้ ฐาน)
รายวิชาเพ่ิมเตมิ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
หน้าทีพ่ ลเมือง
คอมพวิ เตอร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ - - -
ภาษาองั กฤษเพ่ือการสื่อสาร
รวมเวลาเรียน (รายวชิ าเพม่ิ เตมิ ) - - - ๔๐ ๔๐ ๔๐
กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน
กจิ กรรมแนะแนว ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
กจิ กรรมนักเรียน
ลกู เสอื /เนตรนารี ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐
ชมุ นมุ *
กิจกรรมเพอ่ื สงั คม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
และสาธารณประโยชน์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
รวมเวลา (กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี น)
๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐
รวมเวลาท้ังหมด ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
๑,๐๔๐ ช่ัวโมง ๑,๐๔๐ ชั่วโมง
*กจิ กรรมชมุ นุมนกั เรียนเลอื กเรยี นตามความสนใจ ไดแ้ ก่
๑. ชมุ นมุ รกั การอ่าน ๒. ชุมนุมเศรษฐกิจพอเพยี ง
๑๒
โครงสรา้ งหลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านแกง้ กอก
ระดบั ประถมศกึ ษา ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๑
รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรียน
ชั่วโมง/ปี ชั่วโมง/สปั ดาห์
รหสั วชิ า รายวิชาพื้นฐาน
๘๔๐ ๒๑
ท๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ๒๐๐ ๕
๒๐๐ ๕
ค๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๑ ๘๐ ๒
๔๐ ๑
ว๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๑ ๔๐ ๑
๔๐ ๑
ส๑๑๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๑ ๔๐ ๑
๔๐ ๑
ส๑๑๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๑ ๑๖๐ ๔
๔๐ ๑
พ๑๑๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ๑ ๔๐ ๑
๔๐ ๑
ศ๑๑๑๐๑ ศลิ ปะ ๑ ๑๒๐ ๓
๓๐ ๐.๒๕
ง๑๑๑๐๑ การงานอาชพี ๑ (๘๐) (๒)
๔๐ ๑
อ๑๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๑ ๔๐ ๑
๑๐ ๐.๒๕
รหัสวชิ า รายวิชาเพิ่มเตมิ
--
ส๑๑๒๐๑ หน้าที่พลเมอื ง ๑,๐๔๐ ๒๕
ง๑๑๒๐๑ คอมพิวเตอร์
รหัสกจิ กรรม กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน
ก๑๑๙๐๑ กิจกรรมแนะแนว
กจิ กรรมนกั เรยี น
ก๑๑๙๐๒ ลกู เสือเนตรนารี/
ก๑๑๙๐๓ ชุมนุม*
ก๑๑๙๐๔ กจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์
กิจกรรมเพม่ิ ความรู้
รวมเวลาเรียนทั้งหมดตามโครงสรา้ งหลักสูตร
*กจิ กรรมชุมนมุ นักเรยี นเลอื กเรียนตามความสนใจ ไดแ้ ก่
๑. ชุมนุมเกษตรพอเพียง
๒. ชุมนุมรักการอ่าน
๑๓
โครงสรา้ งหลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านแกง้ กอก
ระดบั ประถมศกึ ษา ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๒
รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรียน
ชั่วโมง/ปี ชั่วโมง/สปั ดาห์
รหสั วชิ า รายวิชาพื้นฐาน
๘๔๐ ๒๑
ท๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ ๒๐๐ ๕
๒๐๐ ๕
ค๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๒ ๘๐ ๒
๔๐ ๑
ว๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๒ ๔๐ ๑
๔๐ ๑
ส๑๒๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๒ ๔๐ ๑
๔๐ ๑
ส๑๒๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๒ ๑๖๐ ๔
๔๐ ๑
พ๑๒๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ๒ ๔๐ ๑
๔๐ ๑
ศ๑๒๑๐๑ ศลิ ปะ ๒ ๑๒๐ ๓
๓๐ ๐.๗๕
ง๑๒๑๐๑ การงานอาชพี ๒ (๘๐) (๒)
๔๐ ๑
อ๑๒๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๒ ๔๐ ๑
๑๐ ๐.๒๕
รหัสวชิ า รายวิชาเพิ่มเตมิ
--
ส๑๒๒๐๑ หน้าที่พลเมอื ง ๑,๐๔๐ ๒๕
ง๑๑๒๐๑ คอมพิวเตอร์
รหัสกจิ กรรม กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน
ก๑๒๙๐๑ กิจกรรมแนะแนว
กจิ กรรมนกั เรยี น
ก๑๒๙๐๒ ลกู เสือเนตรนารี/
ก๑๒๙๐๓ ชุมนุม*
ก๑๒๙๐๔ กจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์
กิจกรรมเพม่ิ ความรู้
รวมเวลาเรียนทั้งหมดตามโครงสรา้ งหลักสูตร
*กจิ กรรมชุมนมุ นักเรยี นเลอื กเรียนตามความสนใจ ไดแ้ ก่
๑. ชุมนุมเกษตรพอเพียง
๒. ชุมนุมรักการอ่าน
๑๔
โครงสรา้ งหลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นแกง้ กอก
ระดบั ประถมศึกษา ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๓
รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรียน
ชั่วโมง/ปี ชั่วโมง/สปั ดาห์
รหสั วชิ า รายวชิ าพื้นฐาน
๘๔๐ ๒๑
ท๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ ๒๐๐ ๕
๒๐๐ ๕
ค๑๓๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๓ ๘๐ ๒
๔๐ ๑
ว๑๓๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๔๐ ๑
๔๐ ๑
ส๑๓๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๓ ๔๐ ๑
๔๐ ๑
ส๑๓๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ ๓ ๑๖๐ ๔
๔๐ ๑
พ๑๓๑๐๑ สุขศึกษาและพลศกึ ษา ๓ ๔๐ ๑
๔๐ ๑
ศ๑๓๑๐๑ ศิลปะ ๓ ๑๒๐ ๓
๓๐ ๐.๗๕
ง๑๓๑๐๑ การงานอาชพี ๓ (๘๐) (๒)
๔๐ ๑
อ๑๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๓ ๔๐ ๑
๑๐ ๐.๒๕
รหัสวิชา รายวิชาเพมิ่ เตมิ
--
ส๑3๒๐๑ หนา้ ที่พลเมือง ๑,๐๔๐ ๒๕
ง๑๑๓๐๑ คอมพิวเตอร์
รหัสกจิ กรรม กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน
ก๑๓๙๐๑ กจิ กรรมแนะแนว
กิจกรรมนักเรยี น
ก๑๓๙๐๒ ลกู เสอื เนตรนารี/
ก๑๓๙๐๓ ชุมนุม*
ก๑๓๙๐๔ กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน์
กจิ กรรมเพิม่ ความรู้
รวมเวลาเรยี นทัง้ หมดตามโครงสร้างหลกั สตู ร
*กจิ กรรมชุมนมุ นักเรียนเลือกเรยี นตามความสนใจ ไดแ้ ก่
๑. ชมุ นุมเกษตรพอเพียง
๒. ชมุ นุมรกั การอ่าน
๑๕
โครงสร้างหลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นแกง้ กอก
ระดบั ประถมศกึ ษา ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๔
รายวิชา/กจิ กรรม เวลาเรียน
ช่วั โมง/ปี ช่วั โมง/สปั ดาห์
รหสั วชิ า รายวชิ าพื้นฐาน
๘๔๐ ๒๑
ท๑๔๑๐๑ ภาษาไทย๔ ๒๐๐ ๕
๒๐๐ ๕
ค๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร์๔ ๑๒๐ ๓
๘๐ ๒
ว๑๔๑๐๑ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๔ ๔๐ ๑
๔๐ ๑
ส๑๔๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๔ ๔๐ ๑
๔๐ ๑
ส๑๔๑๐๒ ประวัติศาสตร์๔ ๘๐ ๒
๔๐ ๑
พ๑๔๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา๔ ๔๐ ๑
๔๐ ๑
ศ๑๔๑๐๑ ศิลปะ๔ ๑๒๐ ๓
๓๐ ๐.๗๕
ง๑๔๑๐๑ การงานอาชีพ๔ (๘๐) (๒)
๔๐ ๑
อ๑๔๑๐๑ ภาษาอังกฤษ๔ ๔๐ ๑
๑๐ ๐.๒๕
รหสั วิชา รายวิชาเพม่ิ เตมิ
--
ส๑๔๒๐๑ หนา้ ท่พี ลเมือง ๑,๐๔๐ ๒๕
อ๑๔๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพือ่ การสอื่ สาร
รหสั กิจกรรม กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน
ก๑๔๙๐๑ กิจกรรมแนะแนว
กจิ กรรมนักเรยี น
ก๑๔๙๐๒ ลูกเสอื เนตรนารี/
ก๑๔๙๐๓ ชมุ นุม*
ก๑๔๙๐๔ กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์
กิจกรรมเพิม่ ความรู้
รวมเวลาเรยี นทัง้ หมดตามโครงสรา้ งหลกั สูตร
*กจิ กรรมชุมนุมนกั เรยี นเลอื กเรียนตามความสนใจ ไดแ้ ก่
๑. ชุมนมุ เกษตรพอเพยี ง
๒. ชุมนมุ รักการอ่าน
๑๖
โครงสรา้ งหลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นแกง้ กอก
ระดบั ประถมศกึ ษา ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๕
รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรียน
ช่วั โมง/ปี ช่วั โมง/สปั ดาห์
รหัสวชิ า รายวชิ าพื้นฐาน
๘๔๐ ๒๑
ท๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ ๒๐๐ ๕
๒๐๐ ๕
ค๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๕ ๑๒๐ ๓
๘๐ ๒
ว๑๕๑๐๑ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๕ ๔๐ ๑
๔๐ ๑
ส๑๕๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๕ ๔๐ ๑
๔๐ ๑
ส๑๕๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๕ ๘๐ ๒
๔๐ ๑
พ๑๕๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๕ ๔๐ ๑
๔๐ ๑
ศ๑๕๑๐๑ ศิลปะ ๕ ๑๒๐ ๓
๓๐ ๐.๗๕
ง๑๕๑๐๑ การงานอาชีพ ๕ (๘๐) (๒)
๔๐ ๑
อ๑๕๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๕ ๔๐ ๑
๑๐ ๐.๗๕
รหัสวชิ า รายวชิ าเพม่ิ เตมิ
--
ส๑๔๒๐๑ หนา้ ท่พี ลเมอื ง ๑,๐๔๐ ๒๕
อ๑๕๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพอื่ การสอื่ สาร
รหัสกิจกรรม กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน
ก๑๕๙๐๑ กจิ กรรมแนะแนว
กิจกรรมนกั เรยี น
ก๑๕๙๐๒ ลูกเสอื เนตรนารี/
ก๑๕๙๐๓ ชมุ นุม*
ก๑๕๙๐๔ กิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์
กิจกรรมเพ่มิ ความรู้
รวมเวลาเรยี นทัง้ หมดตามโครงสรา้ งหลกั สูตร
*กิจกรรมชุมนมุ นกั เรยี นเลอื กเรียนตามความสนใจ ไดแ้ ก่
๑. ชุมนมุ เกษตรพอเพียง
๒. ชุมนมุ รกั การอา่ น
๑๗
โครงสร้างหลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นแก้งกอก
ระดบั ประถมศกึ ษา ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๖
รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรยี น
ชวั่ โมง/ปี ชั่วโมง/สปั ดาห์
รหัสวิชา รายวิชาพืน้ ฐาน
๘๔๐ ๒๑
ท๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ ๒๐๐ ๕
๒๐๐ ๕
ค๑๖๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๖ ๑๒๐ ๓
๘๐ ๒
ว๑๖๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ ๔๐ ๑
๔๐ ๑
ส๑๖๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๖ ๔๐ ๑
๔๐ ๑
ส๑๖๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ ๖ ๘๐ ๒
๔๐ ๑
พ๑๖๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๖ ๔๐ ๑
๔๐ ๑
ศ๑๖๑๐๑ ศิลปะ ๖ ๑๒๐ ๓
๓๐ ๐.๗๕
ง๑๖๑๐๑ การงานอาชีพ ๖ (๘๐) (๒)
๔๐ ๑
อ๑๖๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๖ ๔๐ ๑
๑๐ ๐.๒๕
รหสั วิชา รายวิชาเพ่มิ เตมิ
--
ส๑๖๒๐๑ หนา้ ท่ีพลเมือง ๑,๐๔๐ ๒๕
อ๑๖๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพื่อการสอ่ื สาร
รหัสกจิ กรรม กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น
ก๑๖๙๐๑ กิจกรรมแนะแนว
กิจกรรมนักเรยี น
ก๑๖๙๐๒ ลูกเสอื เนตรนารี/
ก๑๖๙๐๓ ชุมนุม*
ก๑๖๙๐๔ กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์
กิจกรรมเพ่มิ ความรู้
รวมเวลาเรยี นท้งั หมดตามโครงสรา้ งหลกั สูตร
*กจิ กรรมชุมนุมนักเรียนเลอื กเรยี นตามความสนใจ ได้แก่
๑. ชุมนมุ เกษตรพอเพียง
๒. ชมุ นุมรักการอ่าน
๑๘
ส่วนที่ ๓
คำอธิบายรายวชิ า
โรงเรียนบ้านแก้งกอก (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๒) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้กำหนดคำอธิบายรายวิชาของวิชาต่าง ๆ ที่สอนในแต่ละปีการศึกษา ซ่ึง
ประกอบดว้ ย ชอ่ื รหัสวชิ า ชื่อรายวชิ า จำนวนชว่ั โมงต่อปี ผลการเรียนรทู้ คี่ าดหวัง และสาระการเรยี นรรู้ ายปี
คำอธบิ ายรายวชิ าจะช่วยใหผ้ สู้ อนจดั หนว่ ยการเรยี นรูใ้ นแต่ละชนั้ ปี ไดส้ อดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรียนรู้
เนอ่ื งจากคำอธบิ ายรายวิชาจะรวมสาระการเรียนรู้ท่ีผู้เรยี นต้องเรียนรู้ตลอดทัง้ ปี กลุม่ ของสาระการเรียนรู้ตลอดปี
จะมีจำนวนมาก ดงั นนั้ การจัดเป็นหน่วยการเรียนร้หู ลาย ๆ หนว่ ย จะชว่ ยให้กลุ่มของสาระการเรยี นรู้มีขนาดเล็กลง
และบูรณาการได้หลากหลายมากขนึ้
โรงเรียนบ้านแก้งกอก ได้กำหนดรายละเอียดของคำอธิบายรายวิชาเรยี งตามลำดับไว้ ดงั น้ี
๑. คำอธิบายรายวชิ ากล่มุ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๑ ถงึ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖
๒. คำอธิบายรายวิชากลมุ่ สาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ ถึงช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๖
๓. คำอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงชั้น
ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖
๔. คำอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
ถงึ ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๖
๕. คำอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวิชาประวัติศาสตร์
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๖
๖. คำอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงช้ัน
ประถมศึกษาปที ่ี ๖
๗. คำอธิบายรายวชิ ากลุ่มสาระการเรียนร้ศู ลิ ปะ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๑ ถงึ ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖
๘. คำอธบิ ายรายวชิ ากลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชพี ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๑ ถึงชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๖
๙. คำอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๑
ถงึ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๖
๑๐. คำอธิบายรายวิชากลุม่ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวชิ าหน้าที่พลเมือง
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑ ถงึ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖
๑๑. คำอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑ ถงึ ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๖
๑๙
คำอธิบายรายวิชา
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๒๐
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๑
คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
เวลา ๒๐๐ ช่วั โมง
คำอธิบายรายวิชา
ฝึกอ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง และข้อความสั้นๆบอกความหมายของคำและข้อความตอบคำถามเลา่
เรื่องย่อคาดคะเนเหตกุ ารณ์เลอื กอ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอนำเสนอเรื่องที่อ่าน บอกความหมาย
ของเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์สำคัญที่มักพบเห็นในชีวิตประจำวันมีมารยาทในการอ่าน ฝึกคัดลายมือด้วยตัว
บรรจงเต็มบรรทดั เขยี นสื่อสารดว้ ยคำและประโยคงา่ ยๆมมี ารยาทในการเขยี น
ฝึกทักษะในการฟัง ฟังคำแนะนำ คำสั่งง่ายๆและปฏิบัติตามตอบคำถาม เล่าเรื่องพูดแสดงความคิดเหน็
และความรู้สึกจากเร่อื งท่ฟี ังและดูพดู ส่อื สารไดต้ ามวตั ถุประสงคเ์ นน้ มารยาทในการฟงั การดแู ละการพูด
ฝึกทกั ษะการเขยี นพยญั ชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทยเขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำเรียบ
เรยี งคำเป็นประโยคง่ายๆตอ่ คำคล้องจองงา่ ยๆ
บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรับเด็กฝึกท่องจำบท
อาขยานตามทก่ี ำหนดและบทรอ้ ยกรองตามความสนใจ โดยใช้กระบวนการอา่ น กระบวนการเขียน กระบวนการ
แสวงหาความรู้ กระบวนการกลุม่ กระบวนการคดิ การฝกึ ปฏบิ ัติ อธบิ าย บันทึก การต้ังคำถาม ตอบคำถาม ใช้
ทกั ษะการฟงั การดูและการพดู พดู แสดงความคดิ เหน็ กระบวนการสรา้ งความคดิ รวบยอด
เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการ
อนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี งและสามารถนำไปประยุกตใ์ ชก้ ับชวี ิตประจำวนั ได้อย่างถกู ตอ้ งเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั
ท ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕, ป.๑/๖, ป.๑/๗, ป.๑/๘
ท ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
ท ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
ท ๔.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔
ท ๕.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
รวม ๕ มาตรฐาน ๒๒ ตัวชี้วัด
๒๑
คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๒ เวลา ๒๐๐ ช่ัวโมง
คำอธบิ ายรายวิชา
ฝึกอ่านออกเสียงคำ คำคลอ้ งจอง ข้อความ และบทร้อยกรองงา่ ยๆ อธิบายความหมายของคำและ
ข้อความท่ีอ่านตง้ั คำถาม ตอบคำถามระบุใจความสำคญั และรายละเอียดแสดงความคิดเห็นและคาดคะเน
เหตกุ ารณเ์ ลือกอ่านหนงั สอื ตามความสนใจอยา่ งสมำ่ เสมอและนำเสนอเรอ่ื งที่อ่านอ่านขอ้ เขียนเชิงอธิบาย และ
ปฏบิ ัติตามคำส่งั หรือขอ้ แนะนำมีมารยาทในการอา่ น
ฝึกคัดลายมอื ด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนเรอื่ งสน้ั ๆ เก่ยี วกับประสบการณเ์ ขยี นเร่อื งสัน้ ๆ ตาม
จินตนาการมีมารยาทในการเขยี น
ฝกึ ทกั ษะการฟงั ฟงั คำแนะนำ คำส่ังท่ซี บั ซ้อนและปฏิบตั ติ ามเล่าเรือ่ ง บอกสาระสำคัญของเรือ่ งตงั้
คำถามตอบคำถามพดู แสดงความคิดเหน็ ความรู้สึก พูดสือ่ สารไดช้ ดั เจนตรงตามวตั ถุประสงคม์ ีมารยาทในการฟัง
การดแู ละการพดู
ฝึกทกั ษะการเขยี นพยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และเลขไทยเขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ
เรียบเรยี งคำเป็นประโยคไดต้ รงตามเจตนาของการส่ือสารบอกลกั ษณะคำคลอ้ งจองเลือกใชภ้ าษาไทยมาตรฐาน
และภาษาถ่นิ ได้เหมาะสมกับกาลเทศะ
ฝกึ จับใจความสำคญั จากเร่อื ง ระบุข้อคิดทไี่ ดจ้ ากการอ่านหรอื การฟังวรรณกรรมสำหรบั เดก็ เพอ่ื นำไปใช้
ในชีวติ ประจำวันร้องบทรอ้ งเล่นสำหรับเด็กในทอ้ งถ่ิน ทอ่ งจำบทอาขยานตามท่ีกำหนดและบทร้อยกรองทมี่ ีคุณคา่
ตามความสนใจโดยใชก้ ระบวนการอา่ น กระบวนการเขยี น กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม
กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการสือ่ ความ กระบวนการแกป้ ญั หา การฝกึ ปฏิบัติ อธิบาย บันทกึ การต้งั
คำถาม ตอบคำถาม ใช้ทักษะการฟงั การดูและการพดู พดู แสดงความคดิ เหน็ กระบวนการสร้างความคดิ รวบ
ยอด
เพอ่ื ให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารได้ถกู ตอ้ ง รกั การเรียนภาษาไทย เหน็ คณุ คา่ ของการ
อนุรกั ษภ์ าษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนำความรูไ้ ปใช้ให้เกดิ ประโยชนโ์ ดยใชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
และสามารถนำไปประยุกตใ์ ช้กับชวี ติ ประจำวันได้อยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม
มาตรฐาน/ตัวชี้วดั
ท ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘
ท ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ท ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕ ป.๒/๖, ป.๒/๗
ท ๔.๑ ป.๒/๑,ป.๒/๒,ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕
ท ๕.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
รวม ๕ มาตรฐาน ๒๗ ตวั ช้ีวดั
๒๒
คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ เวลา ๒๐๐ ชว่ั โมง
คำอธบิ ายรายวิชา
ฝึกอ่านออกเสียงคำ ข้อความ เรื่องสั้น ๆ และบทร้อยกรองง่ายๆ อธิบายความหมายของคำและ
ข้อความที่อ่านตั้งคำถาม ตอบคำถามเชิงเหตุผล ลำดับเหตุการณ์ คาดคะเนเหตุการณ์สรุปความรู้ข้อคิดจาก
เรื่องที่อ่าน เพื่อนำไปใช้ในชวี ิตประจำวันเลือกอ่านหนังสือตามความสนใจอยา่ งสมำ่ เสมอและนำเสนอเรื่องท่อี ่าน
อ่านข้อเขียนเชิงอธิบาย และปฏิบัติตามคำสั่งหรือข้อแนะนำอธิบายความหมายของข้อมูลจากแผนภาพ แผนที่
และแผนภูมิ มีมารยาทในการอ่าน ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดเขียนบรรยายเขียนบันทึกประจำวัน
เขียนเรื่องตามจินตนาการมีมารยาทในการเขียน ฝึกทักษะการฟัง การดูและการพูด เล่ารายละเอียดบอก
สาระสำคญั ตั้งคำถาม ตอบคำถาม พดู แสดงความคิดเหน็ ความรู้สึก พดู สอ่ื สารไดช้ ัดเจนตรงตามวัตถุประสงค์
มีมารยาทในการฟงั การดูและการพูด ฝกึ เขยี นตามหลักการเขียน เขยี นสะกดคำและบอกความหมายของคำระบุ
ชนิด หน้าที่ของคำ ใช้พจนานุกรมค้นหาความหมายของคำแต่งประโยคง่ายๆแต่งคำคล้องจองและคำขวัญ
เลือกใช้ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถิน่ ไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะ
ระบุข้อคิดที่ได้จากการอ่านวรรณกรรมเพ่ือนำไปใช้ในชีวิตประจำวันรู้จักเพลงพื้นบ้าน เพลงกล่อมเดก็
เพื่อปลูกฝังความชื่นชมวัฒนธรรมท้องถิ่นแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับวรรณคดีที่อ่าน ท่องจำบทอาขยานตามที่
กำหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจโดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการ
แสวงหาความรู้ กระบวนการกลุม่ กระบวนการคดิ วเิ คราะห์ กระบวนการสอื่ ความ กระบวนการแก้ปัญหา การฝึก
ปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การตั้งคำถาม ตอบคำถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความคิดเห็น
กระบวนการสรา้ งความคิดรวบยอด
เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการ
อนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียงและสามารถนำไปประยกุ ต์ใช้กบั ชวี ติ ประจำวนั ได้อยา่ งถกู ต้องเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ท ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘,ป.๓/๙
ท ๒.๑ ป.๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓,ป.๓/๔,ป.๓/๕,ป.๓/๖
ท ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๔.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๕.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
รวม ๕ มาตรฐาน ๓๑ ตัวชี้วดั
๒๓
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย
ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๔ เวลา ๑๖๐ ชัว่ โมง
คำอธบิ ายรายวิชา
ฝึกอ่านออกเสยี งบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรอง อธิบายความหมายของคำ ประโยคและสำนวนจากเรื่องที่
อ่านอา่ นเร่อื งส้ัน ๆ ตามเวลาทกี่ ำหนดและตอบคำถามจากเรือ่ งทอ่ี า่ นแยกข้อเท็จจรงิ และข้อคิดเหน็ จากเรอื่ งที่อ่าน
คาดคะเนเหตุการณจ์ ากเรื่องท่ีอา่ น โดยระบุเหตผุ ลประกอบสรปุ ความรแู้ ละข้อคิดจากเร่ืองทอ่ี ่าน เพ่อื นำไปใช้ใน
ชีวติ ประจำวนั เลือกอ่านหนงั สือทมี่ คี ุณค่าตามความสนใจอย่างสมำ่ เสมอและแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกับเร่ืองที่อ่าน
มีมารยาทในการอ่าน ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด เขียนสื่อสารโดยใช้คำได้ถูกต้อง
ชดั เจนและเหมาะสมเขียนแผนภาพโครงเรือ่ งและแผนภาพความคิดเพื่อใช้พฒั นางานเขียนเขียนยอ่ ความจากเร่ือง
สั้น ๆเขียนจดหมายถึงเพ่ือนและมารดาเขียนบันทึกและเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้าเขียนเรื่องตาม
จินตนาการมมี ารยาทในการเขยี น ฝึกทักษะการฟัง การดแู ละการพูด จำแนกข้อเทจ็ จริงและขอ้ คดิ เห็นเรื่องท่ีฟัง
และดู พูดสรุปจากการฟังและดูพูดแสดงความรู้ ความคิดเห็นและความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและดูตั้งคำถาม
และตอบคำถามเชิงเหตุผลจากเรื่องที่ฟังและดพู ูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาคน้ คว้าจากการฟัง การดูและ
การสนทนามีมารยาทในการฟังการดูและการพูดฝึกเขียนตามหลักการเขียน เขียนสะกดคำและบอกความหมาย
ของคำในบริบทต่าง ๆระบชุ นิดและหนา้ ทข่ี องคำในประโยค ใช้พจนานุกรมคน้ หาความหมายของคำแต่งประโยคได้
ถูกต้องตามหลกั ภาษาแตง่ บทรอ้ ยกรองและคำขวัญบอกความหมายของสำนวน เปรียบเทียบภาษาไทยมาตรฐาน
และภาษาถิ่นได้ ระบุข้อคิดจากนิทานพน้ื บา้ นหรอื นิทานคตธิ รรมอธบิ ายขอ้ คิดจากการอ่านเพือ่ นำไปใชใ้ นชีวิตจริง
รอ้ งเพลงพนื้ บ้านท่องจำบทอาขยานตามท่กี ำหนดและบทร้อยกรองท่ีมีคุณค่าตามความสนใจ โดยใช้กระบวนการ
อา่ น กระบวนการเขยี น กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลมุ่ กระบวนการคดิ วิเคราะห์และสรุปความ
กระบวนการคิดอย่างมวี ิจารณญาณ กระบวนการส่ือความ กระบวนการแก้ปัญหา การฝึกปฏบิ ัติอธิบาย บันทกึ
การตง้ั คำถาม ตอบคำถาม ใชท้ กั ษะการฟัง การดแู ละการพูดพดู แสดงความคิดเห็นกระบวนการสรา้ งความคิดรวบ
ยอด เพอื่ ให้เกิดความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ สอื่ สารไดถ้ กู ตอ้ ง รกั การเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการ
อนุรกั ษ์ภาษาไทยและตวั เลขไทย สามารถนำความรไู้ ปใชใ้ หเ้ กิดประโยชนโ์ ดยใช้วธิ ีการของเศรษฐกจิ พอเพยี งและ
สามารถนำไปประยุกต์ใชก้ บั ชีวติ ประจำวันไดอ้ ยา่ งถูกต้องเหมาะสม
มาตรฐาน/ตัวชี้วดั
ท ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ท ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ท ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖
ท ๔.๑ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗
ท ๕.๑ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
รวม ๕ มาตรฐาน ๓๓ ตัวช้ีวัด
๒๔
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๕ เวลา ๑๖๐ ชวั่ โมง
คำอธิบายรายวิชา
ฝึกอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง อธิบายความหมายของคำ ประโยคและข้อความท่เี ป็น
การบรรยายและการพรรณนาอธิบายความหมายโดยนยั แยกขอ้ เท็จจริงข้อคดิ เห็นวิเคราะห์แสดงความคดิ เห็น อ่าน
งานเขียนเชิงอธิบาย คำสั่ง ข้อแนะนำ และปฏิบัติตามเลือกอ่านหนังสือทีม่ ีคุณค่าตามความสนใจมีมารยาทใน
การอา่ น
ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด เขียนสื่อสาร เขียนแผนภาพโครงเรื่อง
แผนภาพความคิด เขียนย่อความ เขียนจดหมายถึงผู้ปกครองและญาติเขียนแสดงความรู้สึกและความคิดเห็น
กรอกแบบรายการต่าง ๆเขียนเร่ืองตามจินตนาการมีมารยาทในการเขียน ฝึกทกั ษะการฟัง การดแู ละการพดู พูด
แสดงความรู้ ความคดิ เหน็ และความรสู้ ึกตัง้ คำถามตอบคำถามวเิ คราะห์ความ พดู รายงานมมี ารยาทในการฟังการ
ดูและการพูด ระบุชนิดและหน้าที่ของคำในประโยคจำแนกส่วนประกอบของประโยคเปรียบเทียบภาษาไทย
มาตรฐานและภาษาถิน่ ใชค้ ำราชาศพั ทบ์ อกคำภาษาต่างประเทศในภาษาไทยแต่งบท
รอ้ ยกรองใช้สำนวนได้ถูกตอ้ ง
สรุปเรื่องจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อ่านระบุความรู้ข้อคิดจากการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรมท่ี
สามารถนำไปใชใ้ นชีวิตจริงอธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรม ท่องจำบทอาขยานตามทีก่ ำหนดและบท
ร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจโดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวง หาความรู้
กระบวนการกลมุ่ กระบวนการคิดวเิ คราะห์และสรุปความ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการส่ือ
ความ กระบวนการแกป้ ญั หา การฝึกปฏิบตั ิ อธิบาย บันทึก การต้งั คำถาม ตอบคำถาม ใช้ทักษะการฟงั การ
ดแู ละการพูด พูดแสดงความคดิ เหน็ กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด
เพือ่ ให้เกดิ ความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ สอ่ื สารไดถ้ ูกตอ้ ง รกั การเรยี นภาษาไทย เห็นคุณค่าของการ
อนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้วิธีการของเศรษฐกิจพอเพียง
และสามารถนำไปประยกุ ต์ใชก้ บั ชีวิตประจำวนั ไดอ้ ย่างถูกต้องเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั
ท ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘
ท ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙
ท ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ท ๔.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗
ท ๕.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
รวม ๕ มาตรฐาน ๓๓ ตวั ชี้วดั
๒๕
คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย กลุม่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย
ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๖ เวลา ๑๖๐ ชวั่ โมง
คำอธิบายรายวิชา
ฝึกอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง อธิบายความหมายของคำ ประโยคและข้อความท่เี ป็น
โวหารอ่านเรื่องสั้น ๆอย่างหลากหลาย แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อา่ นวเิ คราะห์และแสดงความ
คดิ เหน็ เกยี่ วกบั เรือ่ งทอ่ี า่ นเพื่อนำไปใช้ในการดำเนินชวี ิตอ่านงานเขยี น เชงิ อธิบาย คำสัง่ ขอ้ แนะนำ และปฏิบัติ
ตามอธิบายความหมายของขอ้ มูลจากการอ่านแผนผัง แผนท่ี แผนภูมิและกราฟเลือกอ่านหนงั สือตามความสนใจ
และอธิบายคณุ คา่ ทไ่ี ด้รับมมี ารยาทในการอา่ น
ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด เขียนสื่อสารโดยใช้คำได้ถูกต้อง ชัดเจน และ
เหมาะสมเขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพื่อใช้พัฒนางานเขียนเขียนเรียงความ เขียนย่อความ
จากเรื่องอ่านเขยี นจดส่วนตัวกรอกแบบรายการตา่ ง ๆเขียนเรื่องตามจินตนาการและสร้างสรรค์มีมารยาทในการ
เขยี น
ฝึกทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความรู้ ความเข้าใจจุดประสงค์ของเรื่องที่ฟังและดูต้ัง
คำถามและตอบคำถามเชิงเหตุผลจากเร่อื งทฟ่ี ังและดูวิเคราะห์ความน่าเชือ่ ถือจากเร่ืองทฟ่ี งั และดูส่ือโฆษณาอย่าง
มเี หตุผล พูดรายงานเรอ่ื งหรือประเด็นทีศ่ กึ ษาค้นควา้ จากการฟงั การดูและการสนทนาพดู โน้มน้าวอย่างมีเหตุผล
และน่าเชอื่ ถือมมี ารยาทในการฟังการดูและการพดู
ฝึกวิเคราะห์ชนิดและหน้าท่ขี องคำในประโยคใช้คำไดเ้ หมาะสมกับกาลเทศะและบุคคลรวบรวมและบอก
ความหมายของ คำภาษาต่าง ประเทศที่ใช้ในภาษาไ ทยระบุลักษณะของประโยคแต่งบท ร้อยกรองวิเคร าะห์
เปรยี บเทียบสำนวนที่เปน็ คำพงั เพยและสุภาษติ
ฝึกแสดงความคิดเห็นจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อ่านเล่านิทานพื้นบ้านท้องถิ่นตนเองและนิทาน
พ้ืนบา้ นของท้องถิน่ อืน่ อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านและนำไปประยกุ ต์ใช้ในชีวิตจริง ท่องจำ
บทอาขยานตามที่กำหนดและบทร้อยโดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้
กระบวนการกลมุ่ กระบวนการคิดวเิ คราะห์และสรุปความ กระบวนการคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ กระบวนการสื่อ
ความ กระบวนการแกป้ ัญหา กระบวนการสังเกต กระบวนกรแยกขอ้ เท็จจรงิ กระบวนการคน้ คว้า กระบวนการ
ใช้เทคโนโลยีในการสื่อสาร กระบวนการใช้ทักษะทางภาษา การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การตั้งคำถาม ตอบ
คำถาม ใช้ทกั ษะการฟัง การดูและการพูด พดู แสดงความคดิ เหน็ กระบวนการสร้างความคดิ รวบยอด
เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการ
อนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้วิธกี ารของเศรษฐกิจพอเพียง
และสามารถนำไปประยุกตใ์ ชก้ ับชวี ติ ประจำวนั ได้อย่างถกู ต้องเหมาะสม
๒๖
มาตรฐาน/ตัวชี้วดั
ท ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘,ป.๖/๙
ท ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘,ป.๖/๙
ท ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ท ๔.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ท ๕.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
รวม ๕ มาตรฐาน ๓๔ ตัวชี้วัด
๒๗
คำอธบิ ายรายวิชา
กลุ่มสาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์
คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน ๒๘
ค๑๑๑๐๑คณิตศาสตร์ กลมุ่ สาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๑ เวลา๒๐๐ช่ัวโมง
คำอธบิ ายรายวชิ า
ศกึ ษา ฝกึ ทักษะการคิดคำนวณและฝึกแก้ปญั หา จำนวนนับ ๑ ถึง ๑๐๐ และ ๐ บอกและแสดงจำนวนสิ่ง
ต่าง ๆ ตามจำนวนที่กำหนด อา่ นและเขยี นตัวเลขฮินดูอารบิก ตวั เลขไทย การบอกอันดับท่ีหลัก ค่าของเลขโดดใน
แต่ละหลัก และเขียนแสดงจำนวนในรูปกระจาย เปรียบเทียบจำนวนนบั ไมเ่ กิน ๑๐๐ และ ๐ โดยใช้เครื่องหมาย
=≠ >< เรียงลำดบั จำนวนตงั้ แต่ ๓ ถึง ๕ จำนวน และหาค่าของตัวไม่ทราบคา่ ในประโยคสญั ลกั ษณ์แสดงการบวก
การลบ การแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบ ของจำนวนนับไมเ่ กิน ๑๐๐ และ ๐ ความยาวและนำ้ หนัก สร้าง
โจทย์ปัญหาพร้อมทั้งแสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ ของจำนวนนับไม่เกิน ๑๐๐ และ ๐
ระบุจำนวนท่ีหายไปในแบบรูปของจำนวนท่ีเพิ่มขึ้นหรือลดลงทีละ๑ ทีละ ๑๐ รูปที่หายไปในแบบรูปซ้ำของรปู
เรขาคณิตและรูปอื่น ๆ ทีส่ มาชกิ ใน แตล่ ะชุดที่ซ้ำมี ๒ รูป วัดและเปรยี บเทยี บความยาวเป็นเซนติเมตร เป็นเมตร
นำ้ หนักเปน็ กโิ ลกรัมเปน็ ขดี และใช้หน่วยทไี่ มใ่ ชห่ น่วยมาตรฐาน จำแนกรูปสามเหลีย่ ม รูปสี่เหล่ยี ม วงกลม วงรี ทรง
สเี่ หล่ยี มมมุ ฉาก ทรงกลม ทรงกระบอก และกรวย ใช้ขอ้ มูลจากแผนภมู ิรูปภาพในการหาคำตอบของโจทย์ปัญหา
เมอื่ กำหนดรูป ๑ รูปแทน ๑ หน่วย
มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
ค ๑.๑ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ , ป.๑/๔ , ป.๑/๕
ค ๑.๒ ป.๑/๑
ค ๒.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒
ค ๒.๒ ป.๑/๑
ค ๓.๑ ป.๑/๑
รวมทงั้ หมด ๑๐ ตัวชี้วดั
๒๙
ค๑๒๑๐๑คณิตศาสตร์ คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๒ กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์
เวลา๒๐๐ชั่วโมง
คำอธบิ ายรายวชิ า
ศกึ ษา ฝึกทักษะการคดิ คำนวณและฝกึ แก้ปญั หา จำนวนนับ ๑ ถงึ ๑,๐๐๐ และ ๐ บอกและแสดงจำนวน
สง่ิ ต่าง ๆ ตามจำนวนทก่ี ำหนด อ่านและเขยี นตัวเลขฮนิ ดูอารบิก ตัวเลขไทย การบอกอันดับที่หลกั ค่าของเลขโดด
ในแต่ละหลัก และเขียนแสดงจำนวนในรูปกระจาย เปรียบเทียบจำนวนนับไม่เกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ โดยใช้
เครื่องหมาย =≠ >< เรียงลำดับจำนวนนบั ไม่เกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ ตั้งแต่ ๓ ถึง ๕ จำนวน และหาค่าของตัวไม่
ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวก การลบ การแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบของจำนวนนบั ไม่เกิน
๑,๐๐๐ และ ๐ หาคา่ ของตัวไม่ทราบคา่ ในประโยคสัญลกั ษณ์แสดงการคูณของจำนวน ๑ หลกั กบั จำนวนไม่เกิน
๒ หลกั และประโยคสัญลกั ษณ์แสดงการหารที่ตวั ต้งั ไมเ่ กิน ๒ หลกั ตัวหาร ๑ หลกั โดยท่ผี ลหารมี ๑ หลกั ท้ังหาร
ลงตัวและหารไม่ลงตัว หาผลลัพธ์การบวก ลบ คูณ หารระคนของจำนวนนับไม่เกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ แสดงวิธีหา
คำตอบของโจทย์ปัญหา ๒ ขั้นตอนของจำนวนนับไม่เกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหา
เกี่ยวกับเวลาที่มีหน่วยเดี่ยวและเป็นหน่วยเดียว วัดและเปรียบเทียบความยาวเป็นเมตรและเซนตเิ มตร พร้อมทั้ง
แสดงวิธีการหาคำตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบความยาวที่มีหน่วยเป็นเมตรและเซนติเมตร วัดและ
เปรียบเทียบน้ำหนักเป็นกิโลกรัมและกรมั กิโลกรัมและขีด พร้อมทั้งแสดงวิธีการหาคำตอบของโจทย์ปัญหาการ
บวกการลบเกี่ยวกบั นำ้ หนกั ทม่ี หี น่วยเปน็ กโิ ลกรมั และกรมั กิโลกรมั และขีด วัดและเปรยี บเทียบปรมิ าตรและความ
จเุ ปน็ ลติ ร จำแนกและบอกลักษณะของรูปหลายเหลี่ยมและวงกลม ใช้ขอ้ มลู จากแผนภูมริ ูปภาพในการหาคำตอบ
ของโจทย์ปัญหา เม่ือกำหนดรูป ๑ รปู แทน ๒ หน่วย ๕ หน่วยหรือ ๑๐ หน่วย
มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
ค ๑.๑ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘
ค ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖
ค ๒.๒ ป.๒/๑
ค ๓.๑ ป.๒/๑
รวม ๑๖ตัวช้ีวัด
๓๐
ค ๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
คำอธบิ ายรายวชิ า เวลา๒๐๐ช่ัวโมง
อ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิกตัวเลขไทยและตัวหนังสือแสดงจำนวนนับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐
เปรียบเทียบและเรียงลำดับจำนวนนับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ จากสถานการณ์ต่าง ๆ บอก อ่านและเขียน
เศษสว่ นทแี่ สดงปรมิ าณสิ่งตา่ ง ๆ และแสดงส่งิ ต่าง ๆ ตามเศษสว่ นทก่ี ำหนด เปรยี บเทยี บเศษสว่ นท่ีตัวเศษเท่ากัน
โดยที่ตัวเศษน้อยกว่าหรือเท่ากับตัวสว่ น หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกและการลบ
ของจำนวนนับไมเ่ กิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ หาคา่ ของตัวไมท่ ราบค่าในประโยคสญั ลักษณแ์ สดงการคูณของจำนวน ๑
หลกั กบั จำนวนไมเ่ กิน ๔ หลกั และจำนวน ๒ หลกั กบั จำนวน ๒ หลัก หาคา่ ของตวั ไม่ทราบคา่ ในประโยคสัญลักษณ์
แสดงการหารที่ตัวต้ังไมเ่ กิน ๔ หลัก ตัวหาร ๑ หลัก และหาผลลัพธ์การบวก ลบ คูณ หารระคนและแสดงวธิ ีการ
หาคำตอบของโจทย์ปัญหา ๒ ขนั้ ตอนของจำนวนนบั ไมเ่ กนิ ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ หาผลบวกและแสดงวธิ หี าคำตอบ
ของโจทย์ปัญหาการบวกของเศษส่วนที่มีตัวส่วนเท่ากันและผลบวกไม่เกิน ๑ และหาผลลบพร้อมทั้งแสดงวิธีหา
คำตอบของโจทยป์ ัญหารการลบของเสษสว่ นทีม่ ีตัวส่วนเท่ากัน ระบจุ ำนวนทหี่ ายไปในแบบรูปของจำนวนทเ่ี พ่ิมข้ึน
หรือลดลงทีละเท่า ๆ กัน แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเงิน เวลาและระยะเวลา เลือกใช้เครื่องมือ
ความยาวที่เหมาะสม วัดและบอกความยาวของสิ่งต่าง ๆ เป็นเซนติเมตรและมิลลิเมตร เมตรและเซนติเมตร
คาดคะเนความยาวเป็นเมตรและเป็นเซนติเมตร เปรียบเทียบความยาวและแสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหา
เกี่ยวกับระหว่างเซนติเมตรกับมิลลิเมตร เมตรกับเซนติเมตร กิโลเมตรกับเมตร จากสถานการณ์ต่าง ๆ เลือกใช้
เครื่องชัง่ ท่ีเหมาะสม วดั และบอกนำ้ หนักเปน็ กิโลกรัมและขีด กิโลกรมั และกรัม คาดคะเนน้ำหนกั เป็นกิโลกรัมและ
เป็นขดี เปรยี บเทยี บนำ้ หนกั และแสดงวิธหี าคำตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับน้ำหนกั ทีม่ ีหน่วยเป็นกิโลกรัมกับกรัม
เมตริกตันกบั กโิ ลกรัม จากสถานการณ์ต่าง ๆ เลือกใช้เครื่องตวงที่เหมาะสม วัดและเปรยี บเทียบปรมิ าตร ความจุ
เป็นลิตรและมิลลิลิตร คาดคะเนและแสดงวธิ หี าคำตอบของโจทยป์ ัญหาเก่ียวกับปริมาตรและความจุเป็นลิตรและ
มิลลิเมตร ระบุรูปเรขาคณิตสองมิติที่มีแกนสมมาตรและจำนวนแกนสมมาตร เขียนแผนภูมิรูปภาพและใช้ข้อมลู
จากแผนภูมริ ปู ภาพในการหาคำตอบของโจทย์ปญั หา เขียนตารางทางเดียวจากขอ้ มูลท่ีเปน็ จำนวนนับและใช้ข้อมูล
จากตารางทางเดียวในการหาคำตอบของโจทยป์ ญั หา
มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ค ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙, ป.๓/๑๐ , ป.๓/๑๑
ค ๑.๒ ป.๓/๑
ค ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙, ป.๓/๑๐, ป.๓/๑๑,
ป.๓/๑๒, ป.๓/๑๓
ค ๒.๒ป.๓/๑
ค ๓.๑ป.๓/๑, ป.๓/๒
รวม๒๘ ตัวช้ีวัด
๓๑
คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ค ๑๔๑๐๑คณติ ศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๔ เวลา๑๖๐ช่ัวโมง
คำอธิบายรายวิชา
ศกึ ษา ฝึกทกั ษะการอ่านและเขียนตวั เลขฮนิ ดอู ารบกิ ตวั เลขไทยและตวั หนังสือแสดงจำนวนนับที่มากกว่า
๑๐๐,๐๐๐ พร้อมทั้งเปรียบเทียบและเรยี งลำดับจำนวนนับท่มี ากกวา่ ๑๐๐,๐๐๐จากสถานการณ์ตา่ ง ๆ บอก อ่าน
และเขียนเศษส่วน จำนวนคละแสดงปริมาณสิ่งต่าง ๆ และแสดงสิ่งต่าง ๆ ตามเศษส่วน จำนวนคละที่กำหนด
เปรยี บเทียบ เรยี งลำดับเศษสว่ นและจำนวนคละท่ีตัวส่วนตวั หน่งึ เปน็ พหูคูณของอกี ตัวหนึ่ง อ่านและเขียนทศนิยม
ไม่เกิน ๓ ตำแหนง่ แสดงปรมิ าณของสิ่งต่าง ๆ ตามทศนยิ มท่ีกำหนด เปรียบเทียบและเรยี งลำดบั ทศนิยมไมเ่ กนิ ๓
ตำแหน่ง และประมาณผลลพั ธ์ของการบวก การลบการคูณ การหาร จากสถานการณ์ตา่ ง ๆ อย่างสมเหตุสมผล หา
ค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลกั ษณ์แสดงการบวก การลบของจำนวนนับที่มากกวา่ ๑๐๐,๐๐๐และ๐แสดง
การคณู ของจำนวนหลายหลัก๒จำนวนทมี่ ีผลคูณไม่เกิน๖หลักและแสดงการหารที่ตวั ตั้งไม่เกิน๖หลักตวั หารไม่เกิน
๒หลักหาผลลัพธก์ ารบวกลบคูณหารระคนของจำนวนนับและ๐แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปญั หา ๒ ขั้นตอนของ
จำนวนนับทมี่ ากกว่า๑๐๐,๐๐๐และ๐ สรา้ งโจทย์ปญั หา ๒ ขนั้ ตอนของจำนวนนบั และ ๐ พรอ้ มทัง้ หาคำตอบ หา
คำตอบและแสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบของเศษส่วนและจำนวนคละท่ีตวั ส่วนตัวหนึ่งเป็น
พหูคูณของอีกตัวหนึ่ง หาผลบวก ผลลบของทศนิยมไม่เกิน ๓ ตำแหน่ง และแสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหา
การบวก การลบ ๒ ขน้ั ตอนของทศนยิ มไม่เกนิ ๓ ตำแหนง่
แสดงวธิ หี าคำตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเวลา วัดและสรา้ งมมุ โดยใช้โพรแทรกเตอร์แสดงวิธีหาคำตอบ
ของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูปและพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก จำแนกชนิดของมุม บอกชื่อมุม
ส่วนประกอบของมมุ และเขยี นสัญลักษณ์แสดงมุม สร้างรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากเมื่อกำหนดความยาวของด้านและใช้
ข้อมลู จากแผนภูมิแท่งตารางสองทางในการหาคำตอบของโจทย์ปญั หา
มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
ค ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘, ป.๔/๙, ป.๔/๑๐, ป.๔/๑๑,
ป.๔/๑๒, ป.๔/๑๓, ป.๔/๑๔, ป.๔/๑๕, ป.๔/๑๖
ค ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ค ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒
ค ๓.๑ ป.๔/๑
รวม ๒๒ ตัวชว้ี ัด
๓๒
คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ค ๑๕๑๐๑คณติ ศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ เวลา๑๖๐ชั่วโมง
คำอธบิ ายรายวิชา
เขียนเศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็นตัวประกอบของ ๑๐ หรือ ๑๐๐ หรือ ๑,๐๐๐ ในรูปทศนิยม แสดงวิธีหา
คำตอบของโจทย์ปัญหาโดยใช้บัญญัติไตรยางศ์ หาผลบวก ผลลบ ผลคูณ ผลหารของเศษส่วนและจำนวนคละ
แสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทยป์ ัญหาการบวก การลบ การคณู การหารเศษสว่ น ๒ ขน้ั ตอน หาผลคณู ของทศนิยม ที่
ผลคูณเป็นทศนิยมไมเ่ กิน ๓ ตำแหนง่ หาผลหารท่ตี ัวตง้ั เป็นจำนวนนับหรือทศนิยมไม่เกิน ๓ ตำแหนง่ และตัวหาร
เปน็ จำนวนนับ ผลหารเปน็ ทศนยิ มไมเ่ กิน ๓ ตำแหนง่ แสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทยป์ ญั หาการบวก การลบ การคูณ
การหารทศนยิ ม ๒ ขน้ั ตอน และแสดงวธิ หี าคำตอบของโจทย์ปัญหาร้อยละไม่เกิน ๒ ขัน้ ตอน
แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาว น้ำหนัก ที่มีการเปลี่ยนหน่วยและเขียนในรูป
ทศนิยม แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาเกีย่ วกับปริมาตรของทรงสี่เหลีย่ มมุมฉากและความจุของภาชนะทรง
ส่เี หล่ยี มมุมฉาก ความยาวรอบรูปของรูปสี่เหลยี่ มและพน้ื ทีข่ องรูปสีเ่ หลย่ี มด้านขนานและรปู ส่เี หลี่ยมขนมเปียกปูน
สร้างเส้นตรงหรือส่วนของเส้นตรงให้ขนานกับเส้นตรงหรือส่วนของเส้นตรงที่กำหนดให้ จำแนกรูปสี่เหลี่ยมโดย
พิจารณาจากสมบัติของรูป สร้างรูปสี่เหลี่ยมชนิดต่าง ๆ เมื่อกำหนดความยาวของดา้ นและขนาดของมมุ หรือเมอื่
กำหนดความยาวของเส้นทแยงมุม และบอกลกั ษณะของปริซึม
ใช้ขอ้ มลู จากกราฟเสน้ ในการหาคำตอบของโจทย์ปญั หา และเขียนแผนภูมแิ ทง่ จากขอ้ มูลทีเ่ ป็นจำนวนนับ
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ค ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔ , ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙
ค ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ค ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ค ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒
รวม๑๙ ตัวช้ีวัด
๓๓
คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
ค ๑๖๑๐๑คณติ ศาสตร์ กลมุ่ สาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์
ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๖ เวลา๑๖๐ช่ัวโมง
คำอธิบายรายวิชา
เปรียบเทียบ เรียงลำดับเศษส่วนและจำนวนคละจากสถานการณ์ต่าง ๆ เขียนอัตราส่วนแสดงการ
เปรียบเทียบปริมาณ ๒ ปริมาณจากข้อความหรือสถานการณ์ โดยที่ปริมาณแต่ละปริมาณเป็นจำนวนนับ หา
อัตราส่วนที่เท่ากับอัตราส่วนที่กำหนดให้ หา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจำนวนนับไม่เกิน ๓ จำนวน แสดงวิธีหา
คำตอบของโจทย์ปัญหาโดยใช้ความรู้เกีย่ วกับ ห.ร.ม. และ ค.ร.น. หาผลลัพธ์ของการบวก ลบ คณู หารระคนของ
เศษส่วนและจำนวนคละ แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปญั หาเศษสว่ นและจำนวนคละ ๒ – ๓ ขั้นตอน หาผลหาร
ของทศนิยมที่ตวั หารและผลหารเป็นทศนิยมไม่เกนิ ๓ ตำแหน่ง แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การ
ลบ การคูณ การหารทศนิยม ๓ ขั้นตอน แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาอัตราส่วน ปัญหาร้อยละ ๒ – ๓
ขน้ั ตอน แสดงวธิ ีคดิ และหาคำตอบของปญั หาเกีย่ วกบั แบบรปู
แสดงวิธหี าคำตอบของโจทยป์ ัญหาเกีย่ วกับปริมาตรของรูปเรขาคณิตสามมติ ิทีป่ ระกอบด้วยทรงส่ีเหลี่ยมมุม
ฉาก และแสดงวิธหี าคำตอบของโจทยป์ ญั หาเกี่ยวกบั ความยาวรอบรปู และพ้ืนท่ขี องรูปหลายเหลี่ยม ความยาวรอบ
รูปและพนื้ ทข่ี องวงกลม จำแนกรูปสามเหลีย่ มโดยพจิ ารณาจากสมบัติของรปู สรา้ งรูปสามเหลี่ยมเมื่อกำหนดความ
ยาวของด้านและขนาดของมุม บอกลักษณะของรูปเรขาคณิตสามมิติชนิดต่าง ๆ ระบุรูปเรขาคณิตสามมิติท่ี
ประกอบจากรปู คลแี่ ละระบรุ ูปคลี่ของรูปเรขาคณิตสามมติ ิ
ใชข้ อ้ มลู จากแผนภมู ิรปู วงกลมในการหาคำตอบของโจทย์ปัญหา
มาตรฐาน/ตัวชี้วดั
ค ๑.๑ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙, ป.๖/๑๐, ป.๖/๑๑ ,
ป.๖/๑๒
ค ๑.๒ป.๖/๑
ค ๒.๑ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ค ๒.๒ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
ค ๓.๑ป.๖/๑
รวม๒๑ตัวชวี้ ัด
๓๔
คำอธิบายรายวชิ า
กล่มุ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละ
เทคโนโลยี
๓๕
คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
ว๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กล่มุ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๑ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง
คำอธบิ ายรายวชิ า
ศึกษาการเรียนรู้แบบนักวิทยาศาสตร์ ลักษณะ หน้าที่และการดูแลรักษาส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมนุษย์
ลักษณะและหน้าท่ีของส่วนต่าง ๆ ของสัตว์และพืชรอบตวั และสภาพแวดล้อม ในบริเวณที่สัตว์และพืชอาศัยอยู่
ชนิดและสมบตั ิของวัสดุที่ใช้ทาวัตถุรอบตวั การเกิดเสียงและ ทศิ ทางการเคลือ่ นที่ของเสียง ลกั ษณะของหิน และ
การมองเห็นดาวบนท้องฟ้าในเวลากลางวนั และกลางคืน การแก้ปัญหาโดยการลองผิดลองถูก การเปรียบเทียบ
การเขยี นโปรแกรมอย่างง่ายโดยใช้ซอฟต์แวร์หรือสอ่ื การใช้งานอปุ กรณ์เทคโนโลยีเบ้ืองตน้ การใช้งานซอฟต์แวร์
เบอื้ งตน้
ใช้การสืบเสาะหาความรู้ สังเกต สำรวจตรวจสอบโดยใช้เครื่องมืออย่างง่าย รวบรวมข้อมูล บันทึก และ
อธิบายผลการสำรวจตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน
และมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑ ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเบื้องต้น สามารถ
สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถทางานร่วมกับผู้อ่ืน แสดงขั้นตอนการแก้ปัญหาอย่างง่าย เขียน
โปรแกรมโดยใช้สื่อ สร้าง จัดเก็บและเรียกใช้ไฟล์ตามวตั ถุประสงค์
ตระหนักถึงประโยชน์ของการใช้ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการดำรงชีวิต ใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศอย่างปลอดภัย ปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้งาน ดูแลรักษาอุปกรณ์และใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ
อยา่ งเหมาะสม มจี ติ วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านิยมทเ่ี หมาะสม
มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
ว ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๑.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๒.๓ ป.๑/๑
ว ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๓.๒ ป.๑/๑
ว ๘.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
รวมท้งั หมด ๑๕ ตวั ช้ีวดั
๓๖
คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
ว๑๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยชี นั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี
๒ เวลา ๔๐ชัว่ โมง
คำอธบิ ายรายวิชา
ศึกษาการเรียนรู้แบบนักวิทยาศาสตร์ ลักษณะของสิ่งมีชีวติ และส่ิงไม่มีชีวิต ความจำเป็นของแสง และน้ำต่อการ
เจรญิ เติบโตของพชื วฏั จกั รชวี ิตของพชื ดอก สมบตั กิ ารดดู ซับน้ำของวัสดแุ ละการนำไปใช้ประโยชน์ สมบตั ิของวัสดุ
ท่ีเกิดจากการนำวัสดุมาผสมกนั การเลือกวัสดมุ าใช้ทำวัตถตุ ามสมบตั ิของวัสดุ การนำวสั ดทุ ี่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่
การเคลื่อนทีข่ องแสง การมองเห็นวัตถุ การป้องกันอันตรายจากการ มองวัตถุในบริเวณท่ีมีแสงสว่างไม่เหมาะสม
ส่วนประกอบและการจำแนกชนิดของดิน การใช้ประโยชน์จากดิน การแสดงขั้นตอนการแก้ปัญหา การตรวจหา
ข้อผิดพลาดของโปรแกรม การใช้งานซอฟต์แวรเ์ บือ้ งต้น การจัดการไฟล์และโฟลเดอร์ การใช้งานและดูแลรักษา
อปุ กรณค์ อมพวิ เตอร์ เทคโนโลยใี นชวี ติ ประจำวนั การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภัย
ใช้การสืบเสาะหาความรู้ สังเกต จำแนกประเภท รวบรวมข้อมูล บันทึก และอธิบายผลการสำรวจ
ตรวจสอบ เพือ่ ให้เกิดความรู้ความเขา้ ใจ มที ักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพ้ืนฐานและมที ักษะ การเรียนรู้
ในศตวรรษท่ี ๒๑ ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเบื้องต้น สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มี
ความคิดสรา้ งสรรค์ สามารถทำงานรว่ มกับผอู้ ืน่ แสดงขั้นตอนการแกป้ ัญหาอย่างง่าย เขยี นโปรแกรมแบบมเี งอื่ นไข
โดยใช้บัตรคำส่งั และตรวจหาข้อผดิ พลาด ใช้งานซอฟตแ์ วร์ สรา้ ง จดั หมวดหมู่ไฟล์และโฟลเดอร์
ตระหนักถึงประโยชน์ของการใช้ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการดำรงชีวิต ตระหนักถึง
ความสำคญั ของการปกป้องข้อมูลส่วนตัว ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย ดแู ลรกั ษาอปุ กรณ์คอมพิวเตอร์
มีจิตวิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านยิ มท่ีเหมาะสม
มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
ว ๑.2 ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
ว ๑.๓ ป.๒/๑
ว ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ว ๒.๓ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ว ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ว ๘.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
รวมทั้งหมด ๑๖ ตัวช้ีวดั
๓๗
คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ว๑๓๑๐๑วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ช้ันประถมศึกษาปีท๓่ี เวลา ๔๐ ช่ัวโมง
คำอธิบายรายวชิ า
ศึกษาการเรยี นรู้แบบนักวิทยาศาสตร์ ปจั จัยในการดำรงชีวิตและการเจรญิ เตบิ โตของมนษุ ย์และสัตว์ วัฏ
จักรชวี ติ ของสัตว์ วัตถปุ ระกอบขึ้นจากชิ้นส่วนยอ่ ยซึง่ สามารถแยกออกจากกนั และประกอบกนั เป็นวตั ถุ ช้ินใหม่ได้
การเปลี่ยนแปลงของวัสดุเมื่อทำให้ร้อนข้ึนหรือเย็นลง ผลของแรงที่มีต่อการเปลี่ยนแปลง การเคลื่อนท่ีของวัตถุ
แรงสัมผัสและแรงไม่สัมผัส วัสดุที่แม่เหล็กดึงดูดได้ แรงแม่เหล็ก ขั้วแม่เหล็ก การเปลี่ยนพลังงานหนึ่งไปเป็นอกี
พลังงานหนึ่ง การทำงานของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า แหล่งพลังงานในการผลิตไฟฟ้า การใช้ไฟฟา้ อยา่ งประหยัดและ
ปลอดภัย การเกิดกลางวนั กลางคืน การขึ้นและตกของดวงอาทติ ย์ การกำหนด ทิศ ความสำคัญของดวงอาทติ ย์
สว่ นประกอบของอากาศ ความสำคญั ของอากาศ ผลกระทบของมลพษิ ทางอากาศ การเกิดลม ประโยชน์และโทษ
ของลม การแสดงขัน้ ตอนการแก้ปญั หาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะเบ้อื งต้น การเขียนโปรแกรมแบบวนซ้ำโดยใช้บัตร
คำสั่งและการตรวจหาข้อผิดพลาด การใช้อินเทอร์เน็ต และข้อตกลงในการใช้งาน การรวบรวมข้อมูล การ
ประมวลผลข้อมูลเบื้องต้น การนำเสนอข้อมูล เทคโนโลยี ในงานด้านต่าง ๆ ข้อดีและข้อเสียในการใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศและการสอื่ สาร
ใช้การสืบเสาะหาความรู้ สังเกต รวบรวมข้อมูล จัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล สร้างแบบจำลอง
และอธิบายผลการสำรวจตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ขั้น
พื้นฐานและมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเบื้องต้น
สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น แสดงขั้นตอนการแก้ปัญหา เขียน
โปรแกรมแบบวนซำ้ โดยใช้บตั รคำสงั่ ใช้อินเทอรเ์ น็ตในการค้นหาความรู้ รวบรวม ประมวลผล และนำเสนอข้อมูล
ตามวตั ถุประสงค์
ตระหนักถึงประโยชน์ของการใช้ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการดำรงชีวิต ตระหนักถึง
การใช้อนิ เทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยและอยู่ในการดูแลของครูหรือผูป้ กครอง มีจติ วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม
และคา่ นิยมท่เี หมาะสม
มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
ว ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ว ๒.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๒.๓ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ว ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ว ๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๘.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕
รวมท้ังหมด ๒๕ ตัวช้ีวดั