43
ลงช่ือ ..................................................... ครผู สู อน
(.....................................................)
วันที่ ............. เดอื น ............................... พ.ศ. .................
ลงช่ือ ....................................................ผูนิเทศ
(.....................................................)
วันท่ี ............. เดือน ............................... พ.ศ. .................
ลงชื่อ .................................................หัวหนา กลมุ สาระฯ
(.....................................................)
วันที่ ............. เดือน ............................... พ.ศ. .................
44
10. บนั ทึกผลการจัดการเรยี นรู
ผลการจดั การเรียนรู (ระบรุ ายช่อื นกั เรยี นทไี่ มบ รรลผุ ล/ตัวช้ีวัด)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
อุปสรรค/ปญหา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
การแกไขปรบั ปรุง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ผลการแกไ ขปรบั ปรงุ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชอ่ื ..................................................... ครูผูส อน
(.....................................................)
วันที่ ............. เดอื น ............................... พ.ศ. ...............
45
แผนการจัดการเรียนรูท ี่ 6
หนวยการเรยี นรทู ี่ 1 เรอ่ื ง It was made by me.จำนวน 2 คาบ
รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหสั วชิ า อ 23101 กลุมสาระการเรียนรู ภาษาตางประเทศ
ระดับชั้น มัธยมศึกษาปท่ี 3 ภาคเรยี นที่ 1 ครผู สู อน นางสาวอนิ ทริ า ศรีพล
1. มาตรฐานการเรียนรู/ ตัวชวี้ ดั / ผลการเรียนรู
มาตรฐาน ต 1.1 เขาใจและตีความเรื่องทฟี่ ง และอานจากสอ่ื ประเภทตางๆ และแสดงความคดิ เหน็ อยา ง
มเี หตุผล
ต 1.1 ม. 3/1 ปฏบิ ัตติ าม คำขอรอ ง คำแนะนำคำชแี้ จง และคำอธบิ ายท่ฟี ง และอาน
มาตรฐาน ต 1.2 มีทกั ษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสาร แสดงความรูสกึ และ
ความคดิ เห็นอยางมีประสิทธิภาพ
ต 1.2 ม. 3/1 สนทนาและเขยี นโตต อบขอมลู เก่ียวกับตนเอง เรือ่ งตางๆ ใกลต ัวสถานการณ ขาว เร่อื งที่
อยูในความสนใจของสังคม และสือ่ สารอยางตอ เนื่องและเหมาะสม
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอขอมลู ขา วสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องตางๆ โดย
การพดู และการเขยี น
ต 1.3 ม. 3/1 พูดและเขียนบรรยายเกย่ี วกับตนเองประสบการณ ขาว/เหตกุ ารณ/ เรื่อง/ประเดน็ ตางๆ ท่ี
อยใู นความสนใจ ของสังคม
มาตรฐาน ต 2.2 เขาใจความเหมือนและความแตกตา งระหวางภาษาและวฒั นธรรมของเจาของภาษากับภาษา
และวัฒนธรรมไทย และนำมาใชอยา งถูกตองและเหมาะสม
ต 2.2 ม. 3/1 เปรยี บเทียบและอธบิ ายความเหมือนและความแตกตา งระหวางการออกเสยี งประโยคชนิด
ตางๆ และการลำดบั คำ ตามโครงสรา งประโยค ของ ภาษาตางประเทศและภาษาไทย
46
2. จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
1. เขยี นขอและใหข อมูลดว ยประโยคท่เี นน การกระทำโดยใชโครงสราง Passive Voice ได
3. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด
การใชป ระโยค Passive เปน การบอกเลาเหตกุ ารณที่ประธานของประโยคเปนผูถูกกระทำ ซง่ึ อีกหนึ่ง
รูปแบบในการเขียนประโยคทท่ี ำใหภาษาสละสลวยมากยิง่ ขน้ึ
4. สาระการเรียนรู
บทเรยี นยอยท่ี 3 (Grammar)
คำศัพท คำแปลภาษาองั กฤษ คำแปลภาษาไทย
fan (n.) คนคลั่งไคลสิ่งหนงึ่ สง่ิ ใด
a person who has a strong interest
old- style (adj.) in or admiration for a particular แบบโบราณ
sport, art form, or famous person บอลลูน
hot-air-balloon in a manner characteristic of the หลอดไฟฟา
(n.) past
light bulb (n.) a large big bag filled with hot air to
make it rise in the air
a glass bulb containing inert gas,
fitted into a lamp or ceiling socket,
which provides light when an
electric current is passed through it
หนา ที่ภาษา (Function)
Focusing on actions, cause and effect
47
โครงสรางประโยค / ไวยากรณ (Structure and Grammar)
Passive form
Present Simple Tense
- affirmative form and negative form
Subject + is/am/are + (not) + past participle.
- interrogative form
Is / Am / Are + subject + past participle?
Past Simple Tense
- affirmative form and negative form
Subject + was/were + (not) + past participle.
- interrogative form and short answer
Was / Were + subject + past participle?
from / by / of
from + origin
by + whom/action/cause
of + material
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค 6.3 [ ] มีวนิ ยั
6.1 [ ] รกั ชาติ ศาสน กษตั ริย 6.2 [ ] ซื่อสตั ยส จุ ริต
6.4 [✓] ใฝเรยี นรู 6.5 [ ] อยูอยา งพอเพยี ง 48
6.7 [ ] รกั ความเปน ไทย 6.8 [ ] มจี ติ สาธารณะ 6.6 [ ] มุงมนั่ ในการทำงาน
5. สมรรถนะสำคัญทเ่ี กิดกบั ผเู รยี น (ตามแผนการจัดการเรียนร)ู เกณฑผ านการประเมนิ
ใชเกณฑผ า นรอ ยละ 70
5.1 [✓] ความสามารถในการส่ือสาร
5.2 [✓] ความสามารถในการคดิ
5.3 [✓] ความสามารถในการแกปญหา
5.4 [✓] ความสามารถในการใชทักษะชีวติ
5.5 [✓] ความสามารถในการใชเทคโนโลยี
6. ชิ้นงาน/ภาระ
แบบฝก หัด
7. การวัดผลและประเมนิ ผล เครื่องมอื
วธิ กี ารวดั ขอสอบ
ดา นความร-ู ความเขาใจ (K)
ดานทกั ษะกระบวนการ (P) แบบฝกหดั ประเมินการพูดถาม-ตอบ โดยใช
ดานคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค (A) ใฝเ รยี นรู เกณฑผานรอยละ 70
รอ ยละ 80
49
8. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู
8.1 ขั้นนำสูก ารเรยี นรู (Warm-up)
1 ครูติดรปู ภาพดาราบนกระดาน และครบู อกนกั เรยี นวา
I stuck a picture of a superstar on the broad.
The picture was stuck on the broad.
2 ครูถามความแตกตางของ 2 ประโยค และครูกระตุนใหนกั เรียนตอบเพือ่ ทบทวนความรูเรือ่ ง
Passive Voice
8.2 ข้นั นำเสนอเนอื้ หา (Presentation)
1. ครทู บทวน Passive Voice โดยใหน ักเรียนเปดหนงั สือ Sprint 3 Student’s Book
หนา 52 ดูโครงสรา งประโยค Passive Voice โดยนกั เรยี นดปู ระโยคตอ ไปน้ี
Wikipedia is written by ordinary people.
Are computers used in your school?
Yes, they are. / No, they aren’t.
2. ครูทบทวนนักเรยี นวา Passive Voice เปนประโยคทใ่ี ชในการเนนการกระทำมากกวา
ผกู ระทำ และประธานจริงของประโยคจะอยูหลังคำวา by และกรยิ าจะอยใู นรปู ถกู กระทำคือมีรูป
เปน Verb to be + Past Participle และการทำประโยคเปนประโยคปฏเิ สธ หรอื ประโยคคำถามจะ
ใช Verb to be เปน กรยิ าชว ย ครอู ธิบายวาเนอื่ งจากการทำ Passive Voice นักเรียนจะตอ งใชกริยา
ชอ งที่ 3 (Past Participle) นักเรียนจึงควรทบทวนการใช Past participle
8.3 ข้นั ฝกปฏิบัติ (Practice)
1. ครใู หน กั เรยี นทำกจิ กรรม Grammar ขอ 1 ในหนังสือ Sprint 3 Student’s Book หนา
52 โดยใส Past Participle ของกริยาที่ใหไว
50
2. ครใู หนกั เรยี นทำกจิ กรรมขอ 2 โดยใชกรยิ า Past Participle มาใสใ นประโยคใหเ หมาะสม
8.4 ขนั้ นำภาษาไปใช (Production)
นักเรียนจบั กลมุ กลุม ละ 2-3 คน ทำแบบฝก จาก Kahoot!
8.5 ขน้ั สรปุ (Wrap up)
ครูและนักเรียนรวมกนั โครงสรา งไวยากรณแ ละคำศพั ทใ หม
9. สือ่ / แหลงการเรยี นรู
1. หนงั สอื Sprint 3 Student’s Book
2. Kahoot!
ลงชือ่ ..................................................... ครผู สู อน
(.....................................................)
วันที่ ............. เดือน ............................... พ.ศ. .................
ลงช่อื ....................................................ผูน ิเทศ
(.....................................................)
วันท่ี ............. เดือน ............................... พ.ศ. .................
ลงชอ่ื .................................................หัวหนา กลมุ สาระฯ
(.....................................................)
วันที่ ............. เดือน ............................... พ.ศ. .................
51
10. บนั ทึกผลการจดั การเรียนรู
ผลการจดั การเรียนรู (ระบรุ ายช่อื นักเรียนทไี่ มบรรลุผล/ตัวชว้ี ัด)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
อปุ สรรค/ปญ หา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
การแกไขปรับปรงุ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ผลการแกไขปรบั ปรงุ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชอื่ ..................................................... ครูผสู อน
(.....................................................)
วันที่ ............. เดอื น ............................... พ.ศ. ...............
52
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 7
หนวยการเรยี นรูที่ 1 เร่ือง Role play จำนวน 3 คาบ
รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหสั วชิ า อ 23101 กลุม สาระการเรียนรู ภาษาตางประเทศ
ระดับชัน้ มัธยมศึกษาปท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 1 ครผู สู อน นางสาวอนิ ทริ า ศรีพล
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวชวี้ ัด / ผลการเรยี นรู
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสือ่ สารทางภาษาในการแลกเปลยี่ นขอมูลขา วสาร แสดงความรูสึกและ
ความ คดิ เหน็ อยางมปี ระสิทธภิ าพ
ต 1.2 ม. 3/1 สนทนาและเขยี นโตตอบขอ มลู เก่ยี วกบั ตนเอง เร่ืองตางๆ ใกลต วั สถานการณ ขา ว เร่อื ง
ท่ีอยูใ นความสนใจของสังคม และสื่อสารอยางตอเน่ืองและเหมาะสม
ต 1.2 ม. 3/4 พูดและเขียนเพ่ือขอและใหข อมูล อธบิ าย เปรียบเทยี บ และแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกับ
เรอ่ื งทฟี่ ง หรืออาน อยางเหมาะสม
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอขอมูลขา วสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเหน็ ในเรือ่ งตางๆ โดย
การพดู และการเขยี น
ต 1.3 ม. 3/1 พดู และเขียนบรรยายเก่ียวกับตนเองประสบการณ ขาว/เหตุการณ/ เร่อื ง/ประเด็นตา งๆ ท่ีอยู
ในความสนใจ ของสงั คม
ต 1.3 ม. 3/3 พูดและเขียนแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกับกิจกรรมประสบการณ และเหตุการณพรอมท้งั
ใหเหตผุ ลประกอบ
มาตรฐาน ต 4.1 ใชภ าษาตางประเทศในสถานการณต างๆ ท้ังในสถานศกึ ษา ชมุ ชน และสังคม
ต 4.1 ม. 3/1 ใชภ าษาส่ือสารในสถานการณจ ริง/สถานการณจ ำลองทเี่ กิดข้นึ ในหองเรยี นสถานศกึ ษา
ชุมชน และสังคม
53
2. จุดประสงคการเรยี นรู
พูดแสดงบทบาทสมมติเกย่ี วกับประเด็นที่อยใู นความสนใจของสังคมได
3. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด
การฝก ใชภาษาโดยการฟงและพูด ซึ่งเปนสองในส่ีทักษะของการเรียนภาษาองั กฤษ ทำใหนักเรียนได
พฒั นาทักษะการใชภ าษาและคนุ เคยกับภาษาอังกฤษมากยิง่ ขึน้
4. สาระการเรียนรู
บทเรียนยอยท่ี 5 (Build your competences)
คำศพั ท คำแปลภาษาองั กฤษ คำแปลภาษาไทย
landmark (n.) an object or feature of landscape or หลกั เขต ขัน้ จดุ สงั เกต
town that is easily seen and
take off (v.) recognized from ประสบความสำเรจ็ ออกมา
addictive (adj.) a distance เขา สกู ารคา
colleague (n.) succeed ซง่ึ ทำใหเ สพติด
text message (n.) เพื่อนรวมงาน
vine (n.) cause or likely to cause addiction สง ขอ ความ
a person with whom one works in a อปุ กรณเสริมในโทรศัพท
profession or business
written, or recorded communication
sending by one to another
an application for making a short
video in a smart phone
54
หนาที่ภาษา (Function)
Focusing on actions, cause and effect
โครงสรางประโยค / ไวยากรณ (Structure and Grammar)
Passive form
Present Simple Tense
- affirmative form and negative form
Subject + is/am/are + (not) + past participle.
- interrogative form
Is / Am / Are + subject + past participle?
Past Simple Tense
- affirmative form and negative form
Subject + was/were + (not) + past participle.
- interrogative form and short answer
Was / Were + subject + past participle?
from / by / of
from + origin
55
by + whom/action/cause
of + material
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค 6.3 [ ] มวี ินยั
6.1 [ ] รักชาติ ศาสน กษัตริย 6.2 [ ] ซอ่ื สัตยสจุ รติ 6.6 [ ] มุงม่นั ในการทำงาน
6.4 [✓] ใฝเรยี นรู 6.5 [ ] อยอู ยางพอเพยี ง เกณฑผ า นการประเมิน
ประเมินการ
6.7 [ ] รกั ความเปน ไทย 6.8 [ ] มีจติ สาธารณะ
ดวยแบบประเมนิ การ
5. สมรรถนะสำคัญทีเ่ กดิ กบั ผเู รียน (ตามแผนการจดั การเรยี นร)ู แสดงบทบาทสมมติ โดย
ใชเ กณฑผ านระดบั “ดี”
5.1 [✓] ความสามารถในการส่อื สาร
5.2 [✓] ความสามารถในการคดิ
5.3 [✓] ความสามารถในการแกป ญหา
5.4 [✓] ความสามารถในการใชท กั ษะชีวติ
5.5 [✓] ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี
6. ชิ้นงาน/ภาระ
สนทนากิจกรรมบทบาทสมมติ
7. การวัดผลและประเมินผล เคร่ืองมอื
วธิ กี ารวัด ขอสอบ
ดานความร-ู ความเขาใจ (K)
ดา นทกั ษะกระบวนการ (P) แบบฝก หัด 56
ดา นคุณลักษณะอันพึงประสงค (A) ใฝเรียนรู
ประเมนิ การพดู ถาม-ตอบ โดยใช
เกณฑผา นรอยละ 70
รอ ยละ 80
8. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู
8.1 ขั้นนำสกู ารเรยี นรู (Warm-up)
ครูใหนักเรยี นพูดสนทนาเร่ืองเกีย่ วกบั เครือขายสังคมออนไลนทน่ี กั เรยี นใชมากท่สี ดุ เพราะ
อะไร โดยใชค ำถามท่ใี หไวเปนแนวทางในการพูด
8.2 ขน้ั นำเสนอเน้อื หา (Presentation)
ครูเปด PowerPoint เพ่ือทบทวนเนื้อหาและคำศัพท
8.3 ข้นั ฝกปฏิบตั ิ (Practice)
นักเรียนฝก เขยี นรายละเอยี ดเก่ียวกับเว็บไซตท ี่ชืน่ ชอบ ครคู อยเดนิ รอบๆ หอ งเพือ่ ใหค วาม
ชว ยเหลือ
8.4 ขั้นนำภาษาไปใช (Production)
นกั เรียนจบั คถู ามตอบเก่ียวกบั เว็บไซตท ช่ี นื่ ชอบ แลว นำเสนอในรูปบทบาทสมมตทิ ่ีหนา ช้ัน
เรยี นโดยครสู ุมเรียกนักเรยี น 4-5 คอู อกมานำเสนอหนาชั้นเรยี น สว นนกั เรียนทเี่ หลือใหไ ปพูดใหครูฟงใน
คาบตอไปหรอื เวลาวา ง ครูประเมินการพดู เกี่ยวกบั ตนเองในประเด็นที่อยูในความสนใจของสังคมได
แสดงบทบาทสมมติได ดว ยแบบประเมินการแสดงบทบาทสมมติ โดยใชเ กณฑผ านระดับ “ด”ี
8.5 ขนั้ สรปุ (Wrap up)
ครแู ละนักเรยี นรว มกนั โหวตกลุมทีแ่ สดงบทบาทสมมตไิ ดด ีที่สดุ
57
9. สื่อ / แหลงการเรียนรู
1. หนังสือ Sprint 3 Student’s Book
2. PowerPoint
ลงชื่อ ..................................................... ครูผูส อน
(.....................................................)
วันที่ ............. เดือน ............................... พ.ศ. .................
ลงชอ่ื ....................................................ผูนเิ ทศ
(.....................................................)
วันท่ี ............. เดอื น ............................... พ.ศ. .................
ลงช่อื .................................................หวั หนากลมุ สาระฯ
(.....................................................)
วันท่ี ............. เดอื น ............................... พ.ศ. .................
58
10. บนั ทกึ ผลการจัดการเรยี นรู
ผลการจัดการเรยี นรู (ระบรุ ายช่อื นกั เรยี นท่ีไมบรรลผุ ล/ตัวชว้ี ัด)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
อปุ สรรค/ปญหา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
การแกไ ขปรับปรุง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ผลการแกไ ขปรบั ปรุง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชอ่ื ..................................................... ครผู ูสอน
(.....................................................)
วันที่ ............. เดอื น ............................... พ.ศ. ................
59
แบบบันทกึ การประเมนิ ผลการใชหนวยการเรยี นรู
รายวิชา ……………………………………………………………… รหัสวิชา …………………………… ช้ัน …………………………
หนว ยท่ี ……………. ชือ่ หนว ย ………………………………………………………. จำนวน ………………….. แผนการเรียนรู
หองท่ีสอน ......................... จำนวนนักเรียนท้งั หมด ............... คน ประเมนิ วันที่ ……………………..……………….
คะแนนประจำหนวย (ระหวางเรียน) ……………….. เกณฑผ า น …………..……..
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. เอกสารใบงาน/ใบความรู/ใบกิจกรรมประจำหนว ย
1.1. ……………………………………………………………………………………………………………………………………….
1.2. ……………………………………………………………………………………………………………………………………….
2. เครอื่ งมอื ประเมนิ กอนเรียน – หลงั เรยี น …………………………………………………………………………………………….
3. เครือ่ งมือประเมนิ เก็บคะแนนระหวางเรียน …………………………………………………………………………………………
4. ผลการประเมนิ กอนเรยี น – หลังเรยี น
คะแนนเต็ม กอนเรียน หลงั เรยี น ขอคนพบ
เฉลยี่ (X) เฉลยี่ (X) S.D. C.V.
5. อภิปรายผล
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
6. ขอคน พบ/ขอเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชื่อ ..................................................... ครผู ูสอน
(.....................................................)
ลงชื่อ .................................................หัวหนากลมุ สาระฯ
(.....................................................)
60
แผนการจัดการเรียนรูท ี่ 8
หนวยการเรยี นรทู ี่ 2 เรือ่ ง Good Lifestyle จำนวน 2 คาบ
รายวิชา ภาษาองั กฤษ รหัสวิชา อ 23101 กลุมสาระการเรียนรู ภาษาตางประเทศ
ระดบั ชั้น มัธยมศึกษาปท่ี 3 ภาคเรียนท่ี 1 ครผู สู อน นางสุภาวดี คงแกว
1. มาตรฐานการเรยี นรู/ ตัวชว้ี ัด / ผลการเรยี นรู
มาตรฐาน ต 1.1 เขาใจและตีความเรอื่ งที่ฟงและอานจากสอ่ื ประเภทตา งๆ และแสดงความคดิ เห็นอยา ง
มีเหตุผล
ต 1.1 ม. 3/1 ปฏิบตั ติ าม คำขอรอง คำแนะนำคำชแี้ จง และคำอธิบายท่ีฟงและอาน
มาตรฐาน ต 1.2 มที กั ษะการส่อื สารทางภาษาในการแลกเปลีย่ นขอ มูลขาวสาร แสดงความรูส กึ และ
ความคิดเหน็ อยางมปี ระสิทธภิ าพ
ต 1.2 ม. 3/1 สนทนาและเขยี นโตต อบขอมลู เกยี่ วกับตนเอง เรือ่ งตา งๆ ใกลต ัวสถานการณ ขาว เรอื่ งท่ี
อยูในความสนใจของสังคม และสอื่ สารอยางตอ เนือ่ งและเหมาะสม
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอขอมูลขา วสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เหน็ ในเร่อื งตา งๆ โดย
การพดู และการเขยี น
ต 1.3 ม. 3/1 พูดและเขียนบรรยายเก่ียวกับตนเองประสบการณ ขาว/เหตกุ ารณ/ เร่ือง/ประเด็นตา งๆ ที่
อยูในความสนใจ ของสังคม
มาตรฐาน ต 2.2 เขา ใจความเหมือนและความแตกตางระหวางภาษาและวฒั นธรรมของเจาของภาษากับภาษา
และวัฒนธรรมไทย และนำมาใชอยางถูกตองและเหมาะสม
ต 2.2 ม. 3/1 เปรยี บเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกตา งระหวางการออกเสียงประโยคชนดิ
ตางๆ และการลำดบั คำ ตามโครงสรา งประโยค ของ ภาษาตางประเทศและภาษาไทย
61
2. จดุ ประสงคการเรียนรู
1. พดู ขอและใหขอมูลเก่ียวกับวิถีชีวิตที่มสี ขุ ภาพดีและวิถชี ีวติ ทลี่ ะเลยสขุ ภาพได
2. อานและเขาใจบทความรายงานการคน ควาเกย่ี วกบั สุขภาพเร่อื ง Good Lifestyle, Good Marks
3. ฟงและเขาใจการพูดคยุ เกยี่ วกับปญหาสุขภาพในการใช laptop เร่ือง Take a break ได
4.พดู คาดคะเนผลท่ีอาจจะเกิดจากวิถีชวี ิตทลี่ ะเลยสุขภาพได
3. สาระสำคัญ / ความคดิ รวบยอด
การฝกใชภาษาโดยการฟงและพูด ซึ่งเปนสองในสี่ทักษะของการเรียนภาษาอังกฤษ ทำใหนักเรียนได
พัฒนาทกั ษะการใชภ าษาและคนุ เคยกบั ภาษาองั กฤษมากยิ่งขนึ้
4. สาระการเรียนรู
ความรู (Knowledge)
คำศพั ทและสำนวนภาษา (Vocabulary & Idiom)
บทเรยี นยอยท่ี 1 (Presentation1 & A healthy lifestyle)
คำศพั ท คำแปลภาษาอังกฤษ คำแปลภาษาไทย
feel (v.)
perceive, examine, or search by รสู ึก
keep fit (v.) touch
put on (v.) regular exercise to improve personal ออกกำลังกายสมำ่ เสมอ
fitness and health
tired (adj.)
physical in contact with and เพิ่ม
stressed (adj.) supported by, be on
outdoors (adv.)
become or cause to become in อยากพัก เหนื่อย
need of rest or sleep
being emphasized
in or into the open air กลางแจง
62
skin (n.) the thin layer soft tissue forming the ผิวหนงั
natural outer covering of the body
according to of a person or animal ตามท่ี
(adv.) as stated by or in
follow (v.) ตาม
Healthy (adj.) move or travel behind สขุ ภาพดี
rule (n.) in a good health ขอบงั คบั กฎ
regulation or principle governing
weight (n.) conduct or procrdure within a อว น นำ้ หนกั มาก
Insomnia (n.) particular sphere นอนไมพอ
junk food (n.) the quantity of being heavy อาหารท่ีมีคณุ คา สารอาหาร
habitual sleeplessness นอ ย
คำศพั ท food with little nutritional value
skip (v.) คำแปลภาษาไทย
คำแปลภาษาองั กฤษ ขา ม โดดขาม
kick off (v.) jump lightly over, omit or move
improve (v.) quickly and unmethodically over เร่มิ
immune system to start, to get angry ทำใหด ขี ึ้น
(n.) make or become better ระบบภูมิคุมกนั
cheer up ( v.) biology of relating to such resistance
สง เสียงใหก ำลงั ใจทำใหส ดช่ืน
look (v.) shout in praise or encouragement ข้นึ
มองดู
Hygiene (n.) have an outlook in a specificed
direction สุขภาพอนามัย
conditions or practices conducive to
maintaining health and preventing
63
บทเรยี นยอยที่ 2 (Presentation 2 & Take a break)
คำศัพท คำแปลภาษาอังกฤษ คำแปลภาษาไทย
lifestyle (n.) the way in which one lives วิถีชวี ติ
sore throat (n.) the painful passage which leads เจบ็ คอ
from the back of the mouth of a
Backache (n.) person or animal ปวดหลงั
look (v.) prolonged pain in one’s back มอง ดู
screen (n.) direct one’s gaze in a specified จอภาพ
direction
keyboard (n.) the surface of the cathode ray tube แปนพิมพ
separate (adj.) or similar electronic device แยกออกจากกัน
close (adj.) especially that of a television or ใกล
straight (adj.) mornitor ตรงไป
a panel of keys for use with a
computer or typewriter
not joined or united with others
very near to
extending unformly in one direction
only
หนา ที่ภาษา (Function)
Asking for and giving advice การขอและใหค ำแนะนำ
โครงสรา งประโยค / ไวยากรณ (Structure and Grammar)
should / could
64
- affirmative form and negative form
Subject + should / could + (not) + verb (base form).
- interrogative form and short answer
Should / Could + subject + verb (base form)?
about about + time 6.3 [ ] มวี ินัย
about + place 6.6 [ ] มุง มัน่ ในการทำงาน
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
6.1 [ ] รักชาติ ศาสน กษตั ริย 6.2 [ ] ซอ่ื สตั ยสุจรติ
6.4 [✓] ใฝเ รยี นรู 6.5 [ ] อยอู ยา งพอเพยี ง
6.7 [ ] รักความเปน ไทย 6.8 [ ] มีจติ สาธารณะ
5. สมรรถนะสำคัญท่ีเกิดกับผเู รียน (ตามแผนการจัดการเรยี นร)ู
5.1 [✓] ความสามารถในการสือ่ สาร
5.2 [✓] ความสามารถในการคิด
5.3 [✓] ความสามารถในการแกป ญหา
5.4 [✓] ความสามารถในการใชทักษะชีวิต
5.5 [✓] ความสามารถในการใชเทคโนโลยี
6. ชิน้ งาน/ภาระ
สนทนาถามตอบเก่ียวกบั สุขภาพ
7. การวัดผลและประเมนิ ผล เคร่ืองมือ 65
วิธกี ารวดั ขอสอบ
เกณฑผ านการประเมนิ
ดานความร-ู ความเขาใจ (K) แบบฝก หัด ประเมินการ
ดา นทกั ษะกระบวนการ (P) ใฝเ รยี นรู ดวยแบบประเมินการ
การอา นจบั ใจความ โดย
ดา นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค (A) ใชเกณฑผ านระดบั “ดี”
ประเมนิ การพดู ถาม-ตอบ โดยใช
เกณฑผา นรอ ยละ 70
รอยละ 80
8. การจดั กิจกรรมการเรียนรู
8.1 ขั้นนำสูก ารเรยี นรู (Warm-up)
ครใู หนักเรียนพูดสนทนาเรอ่ื งเก่ียวกบั A healthy lifestyle แลวบอกความหมายของคำวา healthy
ครถู าม
What does healthy mean? (Good health)
Lifestyle is the way one lives. What is the meaning of ‘lifestyle’ in Thai?
(วิถชี ีวิต)
8.2 ข้นั นำเสนอเนือ้ หา (Presentation)
ครูเขียนสำนวนบนกระดาน ใหนักเรียนอานและเดาความหมายพรอมกัน ครูชวยแกไขให
ถกู ตอง
keep fit put on weight feel tiredsleep well eat well
feel stressed
66
ครชู คี้ ำใหน ักเรยี นอาสาสมัครออกมาอานและแปลความหมายใหเพื่อนฟง คนละคำ จากนน้ั ครู
ชส้ี ลบั คำอีกครัง้ แลว ใหนักเรียนทงั้ หองอานและแปล ครูสังเกตวา นกั เรยี นจำความหมายไดแลว จึงให
นักเรียนดูภาพในหนงั สือ Sprint 3 Student’s Book หนา 38
ภาพ A ครอบครวั ทานอาหารรว มกนั
ภาพ B ภาพผหู ญงิ ออกกำลังกาย
ภาพ C ภาพผหู ญิงเหนอื่ ย นงั่ หลับ
ภาพ D เด็ก 2 คนพาสนุ ัขไปเดินเลน
ภาพ E ภาพเดก็ วยั รุน ชายนั่งเลนคอมพิวเตอร
ภาพ F ภาพเด็กวยั รนุ หญงิ นงั่ ทานแฮมเบอรเกอร
นักเรียนดูรายการในตารางกิจกรรมท่ี 1 Vocabulary ขอ 1 จากหนังสือ Sprint 3
Student’s
Book หนา 38 ในหน่งึ สำนวนอาจจะบรรยายดวยภาพหลายภาพก็ไดแลว แตเหตผุ ลที่นักเรยี นเลอื ก และครู
ใหน ักเรียนอาสาสมัคร 3-4 คนบอกวา ภาพใดบางทบ่ี รรยายสำนวนแตล ะสำนวนจนครบทกุ สำนวน
แลว ใชรายการในตารางสำรวจตนเองวารายการใดตรงกับนสิ ยั ของตนใหน ักเรียนทำเครื่องหมายไวใน
ตาราง Please use the list in Activity 1 to check your habits.
ครูใหนักเรียนสอบถามเพื่อนอีก 3 คนถึงนิสัยตามรายการและบันทึกคำตอบลงในชอง
partner
1-3 แลว สรปุ ผล
ครสู อนคำศัพท และสำนวนทนี่ กั เรียนไมเขาใจ เชน junk food/ personal hegiene / skip แลว
ให
นักเรียนทำแบบฝกหัด Vocabulary : Health and Fitness ขอ 1 ในหนังสือ Sprint 3 Workbook หนา
16
ครูใหนักเรียนนำผลคำตอบในตารางมาวิเคราะหและเขียนรายงานผลตามความคิดของ
นกั เรยี น
ในสมุดแบบฝก หัดโดยดตู วั อยา งจากกจิ กรรมขอ 3 ในหนังสือ Sprint 3 Student’s Book หนา 38 แลว ให
67
นกั เรียนแลกเปลี่ยนกนั อานผลรายงาน ตรวจสอบความถกู ตองกอนนำสง ครู
ข้ันฝก (Practice)
ครูใหนักเรียนทำแบบฝกหัด Vacabulary : Health and fitness ขอ 2-3 ในหนังสือ Sprint 3
ครใู หนกั เรียนดเู รอื่ ง Good Lifestyle, Good Marks! และตอบคำถาม
Do you know the meaning of lifestyle? (No/Yes)
Lifestyle means the way one lives.
ครใู หน ักเรียนตอบคำถามนำเรือ่ ง Good Lifestyle, Good Marks! ตอไปน้ี
Wouldn’t you like to have healthy lifestyle and be a better student?
(Yes.)
หากนกั เรยี นตอบผิด ครูอธิบายเพิม่ เตมิ เรอื่ งการตอบคำถามแบบ Negative questions
Negative Questions
คอื คำถามท่ถี ามในเชิงปฏิเสธ จะมคี วามหมายปฏิเสธในประโยคคำถาม เชน
Don’t you like ice-cream? เธอไมชอบทานไอศกรีมใชไ หม
Yes, I do. = Yes, I like ice-cream.
No, I don’t. = No, I don’t like ice-cream.
ใหนกั เรียนอานขอความทเ่ี ปน คำถาม (นำเร่อื ง) ในหนงั สือตอไปวา
(Eat well and keep fit and you could improve your maths scores, too.
แลวถามคำถามวา Do you agree with this sentence? (Yes / No)
68
ใหนกั เรียนอา นชอื่ เรอ่ื ง Good Lifestyle, Good marks! และถามนกั เรียนวา
What is the meaning of “Good Lifestyle, Good Marks!” in your idea?
(Good living can make you good at learning.)
8.4 ขัน้ นำภาษาไปใช (Production)
ครูใหน กั เรียนอานเร่ืองครา วๆ (Skimming) และสรปุ กฎเพ่อื สขุ ภาพทดี่ ีทง้ั 5 ขอ ท่ไี ดจ ากเรอื่ ง
Good Llifestyle, Good Marks! ไวบนกระดาน
1. Drink 10 glasses of water a day (You can lose weight and you will have
beautiful skin.
2. Sleep at least 8 hours a night. Don’t go to bed late and get up ealry
you may feel tired and stressed.
3. Eat well. Don’t skip breakfast
ครเู ขยี นคำถามคำตอบบนกระดานและถามนกั เรยี น
Should you eat snack?
(No, I shouldn’t eat junk food. I should eat good food.)
ครูอธิบายนักเรียนวา should มีความหมายวา “ควรจะ” ใชในการใหคำปรึกษาโดยจะวางไว
หนา กรยิ าหลักของประโยค การทำเปนประโยคปฏิเสธหรอื ประโยคคำถามใหใช should เปน กริยาชวย
ครใู หนักเรียนจับคูสนทนากบั เพื่อนขา งๆ ถึงการปฏิบัตติ ามกฎบนกระดานวา ไดปฏบิ ัตคิ รบทง้ั 5
ขอ หรอื ไม มีขอใดทยี่ ังไมท ำ ใหสนทนาบอกเพอ่ื น และเพื่อนพูดใหค ำปรกึ ษา ครคู อยแนะนำแกไ ข
ขอ ผดิ พลาด
ครูใหนักเรียนอานกิจกรรมขอ 6 ในหนังสือ Sprint 3 Student’s Book หนา 39 และดู
ตวั อยา ง
Negative Questions
คือคำถามที่ถามในเชิงปฏิเสธ จะมีความหมายปฏเิ สธในประโยคคำถาม เชน
Don’t you like ice-cream? เธอไมช อบทานไอศกรีมใชไ หม
69
Yes, I do. = Yes, I like ice-cream.
No, I don’t. = No, I don’t like ice-cream.
ครูยำ้ ใหนักเรยี นสงั เกตวา หากคำตอบเปน yes ขอ ความตอไปจะเปนบอกเลา และ
ถาคำตอบเปน No ขอ ความตอ ไปก็จะเปนปฏิเสธดว ยเหมือนกัน ดังนั้นเพื่อปอ งกนั การสบั สนกับภาษาไทย
ครแู นะนำใหน กั เรียนตดั not ออกจากคำถามกอ นตอบ จะทำใหตอบไดง า ยขึ้นไมส บั สน
ขนั้ สรปุ (Conclusion)
ครใู หนักเรยี นเขียนตามคำบอกเกี่ยวกบั วิถีชวี ิตเพื่อสุขภาพในแบบฝกหัด Dictation ขอ
6
จากหนังสือ Sprint 3 Workbook หนา 17 โดยครเู ปดเสียงจากซดี ปี ระกอบบทเรียน ใหนักเรียนฟง
และ
เขยี นตามขอความทไี่ ดฟงจนจบ และใหฟง ซ้ำอีกคร้ังเพ่อื ทบทวนแกไข เมอื่ เสรจ็ แลว ใหน กั เรยี นอาสาสมัคร
ออกมาเขียนคำตอบคนละประโยค แลวตรวจแกพรอมกันบนกระดาน นกั เรียนตรวจตามขอความบน
กระดาน (ดเู ฉลย)
9. สื่อ / แหลงการเรียนรู
1. หนังสอื Sprint 3 Student’s Book
2. Kahoot!
70
10. บนั ทึกผลการจดั การเรียนรู
ผลการจัดการเรียนรู (ระบรุ ายชือ่ นกั เรียนท่ไี มบ รรลุผล/ตัวชี้วัด)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
อปุ สรรค/ปญหา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
การแกไขปรบั ปรุง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ผลการแกไขปรบั ปรงุ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงช่ือ ..................................................... ครผู ูสอน
(.....................................................)
วนั ท่ี ............. เดอื น ............................... พ.ศ. ................
71
แผนการจดั การเรียนรูที่ 9
หนวยการเรียนรทู ี่ 2 เรื่อง Asking for and giving advice .จำนวน 2 คาบ
รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ 23101 กลุม สาระการเรียนรู ภาษาตางประเทศ
ระดับชั้น มัธยมศึกษาปที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ครผู ูสอน นางสุภาวดี คงแกว
1. มาตรฐานการเรยี นรู/ ตวั ชี้วัด / ผลการเรยี นรู
มาตรฐาน ต 1.1 เขาใจและตีความเรือ่ งทฟี่ งและอา นจากสอ่ื ประเภทตางๆ และแสดงความคดิ เห็นอยาง
มีเหตุผล
ต 1.1 ม. 3/1 ปฏบิ ตั ติ าม คำขอรอง คำแนะนำคำช้ีแจง และคำอธบิ ายท่ฟี ง และอาน
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสอื่ สารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นขอมลู ขา วสาร แสดงความรสู กึ และ
ความคิดเหน็ อยางมปี ระสิทธภิ าพ
ต 1.2 ม. 3/1 สนทนาและเขียนโตต อบขอมลู เกย่ี วกับตนเอง เรื่องตางๆ ใกลต ัวสถานการณ ขาว เร่อื งท่ี
อยูใ นความสนใจของสงั คม และส่ือสารอยางตอ เน่ืองและเหมาะสม
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอขอมูลขา วสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องตา งๆ โดย
การพูดและการเขยี น
ต 1.3 ม. 3/1 พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเองประสบการณ ขาว/เหตกุ ารณ/เร่ือง/ประเดน็ ตา งๆ ที่
อยใู นความสนใจ ของสังคม
มาตรฐาน ต 2.2 เขาใจความเหมือนและความแตกตา งระหวางภาษาและวฒั นธรรมของเจาของภาษากับภาษา
และวัฒนธรรมไทย และนำมาใชอยางถูกตองและเหมาะสม
ต 2.2 ม. 3/1 เปรยี บเทยี บและอธิบายความเหมือนและความแตกตา งระหวางการออกเสยี งประโยคชนิด
72
2. จุดประสงคก ารเรียนรู
1. ฟงและเขาใจการพูดคยุ เก่ยี วกบั ปญ หาสุขภาพในการใช laptop เรือ่ ง Take a break ได
4. พูดคาดคะเนผลท่อี าจจะเกดิ จากวิถชี ีวติ ที่ละเลยสุขภาพได
3. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด
การฝก ใชภาษาโดยการฟงและพูด เก่ียวกับปญหาสุขภาพในการใช laptop เรื่อง Take a break ซง่ึ
เปน สองในสท่ี กั ษะของการเรยี นภาษาอังกฤษ ทำใหนกั เรยี นไดพ ฒั นาทกั ษะการเขยี นได โดยมคี วามคิดตอ เน่ือง
โดยการคาดคะเนเหตกุ ารณอยา งมเี หตผุ ล
4. สาระการเรียนรู
ความรู (Knowledge)
คำศพั ทและสำนวนภาษา (Vocabulary & Idiom)
คำศัพท คำแปลภาษาอังกฤษ คำแปลภาษาไทย
โคง งอ
bend (v.) shape or force something sttraight หมอนอิง
into a curve or angle
ปวดหู
cushion (n.) a bag of cloth stuffed with mass of ปวดทอ ง
soft material used as a ไอ
comfortable support for sitting or รอ น ตวั รอน เปนไข
leaning on
earache (n.) pain inside the ear
stomachache (n.) pain in an internal organ in which
the first part of digestion occurs
cough (v.) expell air from the lung with a
sudden sharp sound
temperature the degree of intensity of heat
(adj.) present in a substance or object
73
flu (n.) influenza or any similar, milder ไขหวัด
infection
(Grammar)
คำศพั ท คำแปลภาษาองั กฤษ คำแปลภาษาไทย
คำปรกึ ษา
advice (n.) guidance or recommendations
offered with regard to future action คำแนะนำ
suggestion (n.) an idea or plan put forward for ขอ เสนอแนะ
consideration
ส่งิ ที่เปนไปได
recommendation put forward with approval as being ความสามารถ
(n.) suitable for a purpose or role
possibility (n.) a thing that is possible
ability (n.) the capacity to do something
หนา ท่ภี าษา (Function)
Asking for and giving advice การขอและใหค ำแนะนำ
โครงสรางประโยค / ไวยากรณ (Structure and Grammar)
should / could
- affirmative form and negative form
Subject + should / could + (not) + verb (base form).
- interrogative form and short answer
Should / Could + subject + verb (base form)?
Present perfect :
Subject + has/have + verb (past participle) just, already, yet
Subject + has/have + just + verb (past participle)
Subject + has/have + already + verb (past participle)
Subject + has/have + not + yet + verb (past participle)
74
Has/Have + subject + verb (past participle) + yet?
about
about + time
about + place
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค 6.3 [ ] มีวินัย
6.1 [ ] รักชาติ ศาสน กษัตริย 6.2 [ ] ซอื่ สตั ยสุจรติ 6.6 [ ] มุงมัน่ ในการทำงาน
6.4 [✓] ใฝเรยี นรู 6.5 [ ] อยูอยา งพอเพยี ง เกณฑผ า นการประเมิน
ประเมนิ การ
6.7 [ ] รกั ความเปน ไทย 6.8 [ ] มีจิตสาธารณะ
ดวยแบบประเมินการ
5. สมรรถนะสำคัญทเ่ี กดิ กบั ผเู รียน (ตามแผนการจดั การเรยี นรู) การอา นจบั ใจความ โดย
ใชเ กณฑผ านระดบั “ดี”
5.1 [✓] ความสามารถในการสื่อสาร
5.2 [✓] ความสามารถในการคิด
5.3 [✓] ความสามารถในการแกป ญหา
5.4 [✓] ความสามารถในการใชทักษะชีวติ
5.5 [✓] ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี
6. ชิ้นงาน/ภาระ
สนทนาถามตอบเกี่ยวกบั สขุ ภาพ
7. การวดั ผลและประเมนิ ผล
วธิ กี ารวดั เคร่อื งมือ
ดานความร-ู ความเขาใจ (K) ขอ สอบ
ดา นทกั ษะกระบวนการ (P) แบบฝก หดั 75
ดา นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค (A) ใฝเรยี นรู
ประเมินการพูดถาม-ตอบ โดยใช
เกณฑผ า นรอ ยละ 70
รอ ยละ 80
8.1 ขัน้ นำสกู ารเรียนรู (Warm-up)
ครใู หนกั เรยี นแปลความหมายของคำศพั ทใ นและเติมลงในชองวางทใ่ี หไ วและอานพรอ มกัน
8.2 ขัน้ นำเสนอเนื้อหา (Presentation)
ครูอธิบายคำศัพทในบทสนทนาที่คาดวานักเรียนนาจะไมทราบ เชน keyboard / screen /
mouse
cushion / pain ครูใหน ักเรยี นกวาดสายตาอาน (scan) หาคำศพั ทท น่ี ักเรียนไมรคู วามหมาย ครูเขียนคำศัพท
ท่ี
นกั เรียนบอกบนกระดาน ครใู หเ พ่ือนนกั เรยี นท่ที ราบความหมายชวยบอกความหมาย หากไมม ใี ครทราบครู
เปนผูบอกความหมายของคำศัพทน ัน้
ครูใหนักเรียนอานประโยคในกิจกรรมขอ 2 จากหนังสือ Sprint 3 Student’s Book หนา
40 เพอื่
ทำความเขา ใจคำส่ังและเปนแนวทางทีจ่ ะฟงเร่ืองเรื่องปญ หาสขุ ภาพของเด็กวัยรุน คนหนึ่งกับนายแพทยท่ี
ตอบคำถามทางโทรศพั ท และนักเรยี นตองฟงบทสนทนา แลว ขีดเสน ใตคำศพั ทท น่ี กั เรียนไมทราบไว
และเลอื กคำตอบในกิจกรรมขอ 2 วาขอ ความใดถูกหรือผิด
ครูใหน ักเรียนหาความหมายของคำศัพทท น่ี ักเรยี นไมทราบ และใหเ พ่ือนๆ ท่ที ราบความหมาย
ชวยบอกเพือ่ น หากไมม ีใครทราบครเู ปนผูบอกความหมายแกน ักเรยี น
นักเรยี นฟง CD เรอ่ื งอกี คร้ังเพ่ือตรวจคำตอบ ครูตรวจสอบความถูกตองและประเมนิ การฟง
และเขาใจการพดู คยุ เรือ่ งปญ หาสุขภาพในการใช laptop ไดจากคำตอบที่ถูกตอ ง โดยใชเกณฑผ า น
76
รอยละ 70
ขั้นฝก (Practice)
ครูถามคำถามตอไปน้ี
Is it good for me to sleep 4 hours a night?
(No. You should sleep at least 8 hours a night.)
Should I sleep late?
(No. You shouldn’t sleep late. You should sleep early.)
ครเู ขยี นคำถามคำตอบบนกระดานและถามนกั เรยี น
Should you eat snack?
(No, I shouldn’t eat junk food. I should eat good food.)
ครูอธิบายนกั เรยี นวา should มคี วามหมายวา “ควรจะ” ใชในการใหคำปรึกษาโดยจะวางไว
หนา กริยาหลักของประโยค การทำเปนประโยคปฏเิ สธหรอื ประโยคคำถามใหใช should เปน กรยิ าชวย
ตัวอยา ง ครูใหนักเรียนอานกิจกรรมขอ 6 ในหนังสือ Sprint 3 Student’s Book หนา 39 และดู
A : I always get bad marks!
B : gets lots of sleep.
‘You should get lots of sleep.’
ครูใหนักเรียนฝกพูดใหคำปรกึ ษาตามตัวอยาง เมือ่ A บอกวา เขามกั จะไดค ะแนนไมด ี (B คดิ
วานาจะเกิดเพราะ A นอนนอย) B จะบอกให A นอนใหมากพอ B ควรจะพูดวา You should get lots of
sleep.
(คณุ ควรจะนอนใหม าก)
77
ครูใหน ักเรียนจับคูกันสนทนาใหค ำปรกึ ษาตามสถานการณเจบ็ ปวยกับภาพบรรยาย ทก่ี ำหนด
ไวด ังตัวอยาง ครคู อยแนะนำแกไขหากมีขอ ผดิ พลาด ครใู หนักเรยี นบอกสถานการณท ีค่ ิดขน้ึ ใหมเ องเพ่อื ให
เพื่อนพดู แนะนำ กิจกรรมขอ 3 ในหนังสือ Sprint 3 Student’s Book หนา 41
ตวั อยา ง A : Have you got toothache?
B : Yes I have! You got it. / No, I haven’t. Try again.
ครูเขียนประโยค If you use your laptop a lot, you could get backache, a pain in the
neck or sore
eyes. บนกระดาน ครอู ธิบายใหนักเรยี นฟง วาในประโยคน้ีประกอบดว ย 2 สว น คอื สวนทเ่ี ปนสาเหตุ
(Cause) และสว นทเี่ ปนผล (Result)
You use your laptop a lot. - เปน สาเหตุ (Cause)
You could get backache, a pain in the neck or sore eyes. - เปนผล
(Result)
ครูใหนกั เรยี นจบั คขู อ ความเกยี่ วกับวถิ ีชวี ิตท่ีละเลยสุขภาพกบั ผลที่จะไดร ับจากวิถีชีวติ แบบนั้น
ในหนังสอื Sprint 3 Student’s Book หนา 41 และใหนักเรยี นเปรยี บเทียบคำตอบกัน ครูประเมินการพดู
คาดคะเนผลทอ่ี าจจะเกิดจากวถิ ชี วี ิตที่ละเลยสขุ ภาพไดจากคำตอบที่ถูกตอ ง โดยใชเ กณฑ
ผานรอยละ 70
นักเรียนสามารถแนะนำโดยบอกผลทคี่ าดวา จะเกดิ ขึน้ จากการมวี ิถีชวี ติ ทีล่ ะเลยสุขภาพให
เพื่อนฟง เชน
You shouldn’t use your laptop a lot. You could get backache, a pain in
the neck or sore eyes.
8.4 ขั้นนำภาษาไปใช (Production)
ครใู หนักเรียนจบั คูกนั พูดแนะนำ และใชคำตอบทไ่ี ดจ ากกิจกรรมขอ 5 เปนขอ มลู พรอ มบอกผล
การคาดคะเนวาเกิดข้ึนจากวิถชี ีวติ ท่ลี ะเลยสขุ ภาพ พรอมเขียนบนั ทึกคำพดู ของนักเรยี นลงในสมดุ
แบบฝกหัดทำ กิจกรรมขอ 6 โดยใชข อ มลู กจิ กรรมท่ี 5 รว มกันในหนงั สอื Sprint 3 Student’s Book หนา
You shouldn’t eat too much junk food. You should get stomach ache.
78
You shouldn’t jogging in the rain. You should get sore throat.
และสรปุ สง เปนการบา น
ใหนักเรียนจับคถู าม ตอบคำถามโดยใหเหตผุ ลทช่ี ัดเจน ครเู ขยี นประโยคคำถามจาก
กจิ กรรมขอ 7 ในหนงั สอื Sprint 3 Student’s Book หนา 41 บนกระดาน ดงั ตอไปนี้
Are laptops, computers etc. bad for our health?
Why? Why not?
A: Would you like to use laptops in school instead of books?
Why? Why not?
B: I think laptops could be good in school.
ครูใหนักเรยี นคเู ดมิ ใชคำถามทคี่ รูเขียนบนกระดานมาสนทนาถาม-ตอบพรอมบอกเหตุผล
ครเู ดินสงั เกตการสนทนา และใหนกั เรียนบนั ทึกคำตอบลงในสมุดแบบฝกหดั ครูประเมนิ การพูดคาดคะเน
ผลทีเ่ กดิ จากวถิ ีชีวิตทีล่ ะเลยสขุ ภาพจากการพูดตอบทีถ่ ูกตองในกจิ กรรมขอ 6-7 และคำตอบทถ่ี กู ในสมดุ
แบบฝกหดั โดยใชเ กณฑผ านรอ ยละ 70
ขนั้ สรปุ (Conclusion)
ครใู หน กั เรียนทำแบบฝก หัด Vocabulary : Common illnesses ขอ 4 ในหนงั สือ Sprint 3
Workbook หนา 16 เปนการทบทวน (ดเู ฉลย)
9. สื่อ / แหลงการเรยี นรู
1. หนงั สอื Sprint 3 Student’s Book
79
10. บนั ทกึ ผลการจดั การเรียนรู
ผลการจดั การเรียนรู (ระบุรายช่ือนกั เรยี นท่ไี มบรรลุผล/ตัวชี้วดั )
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
อปุ สรรค/ปญหา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
การแกไ ขปรับปรุง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ผลการแกไ ขปรบั ปรงุ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชอ่ื ..................................................... ครผู สู อน
(.....................................................)
วันท่ี ............. เดือน ............................... พ.ศ. ................
80
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 10
หนวยการเรียนรูที่ 2 เรือ่ ง How we use advice ,suggest and should 3 คาบ
รายวชิ า ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ 23101 กลุมสาระการเรียนรู ภาษาตางประเทศ
ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 1 ครูผูส อน นางสภุ าวดี คงแกว
1. มาตรฐานการเรียนรู/ ตัวช้ีวัด / ผลการเรยี นรู
มาตรฐาน ต 1.1 เขาใจและตคี วามเรือ่ งที่ฟงและอานจากสอื่ ประเภทตางๆ และแสดงความคิดเห็นอยา ง
มเี หตุผล
ต 1.1 ม. 3/1 ปฏิบัตติ าม คำขอรอ ง คำแนะนำคำช้ีแจง และคำอธบิ ายท่ฟี งและอาน
มาตรฐาน ต 1.2 มีทกั ษะการสอ่ื สารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นขอมลู ขา วสาร แสดงความรูสึกและ
ความคดิ เห็นอยา งมีประสิทธภิ าพ
ต 1.2 ม. 3/1 สนทนาและเขยี นโตตอบขอมลู เก่ียวกับตนเอง เร่อื งตา งๆ ใกลต ัวสถานการณ ขาว เร่ืองที่
อยูใ นความสนใจของสงั คม และสื่อสารอยางตอเนอ่ื งและเหมาะสม
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอขอมูลขาวสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เห็นในเรือ่ งตา งๆ โดย
การพดู และการเขยี น
ต 1.3 ม. 3/1 พูดและเขียนบรรยายเกยี่ วกับตนเองประสบการณ ขาว/เหตุการณ/ เรื่อง/ประเด็นตางๆ ท่ี
อยูในความสนใจ ของสังคม
มาตรฐาน ต 2.2 เขาใจความเหมือนและความแตกตางระหวางภาษาและวัฒนธรรมของเจาของภาษากบั ภาษา
และวัฒนธรรมไทย และนำมาใชอยางถกู ตองและเหมาะสม
ต 2.2 ม. 3/1 เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกตางระหวางการออกเสียงประโยคชนิด
2. จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
81
1. เขียนเสนอแนะ (suggestion) หรอื แนะนำ (advice) /คาดคะเนความเปนไปได
(possibility)/ และความสามารถในอดีต (past ability) โดยการใช could และ should ได
2. เขยี นประโยคขอคำแนะนำ เสนอแนะ และขอรอ งอยา งสุภาพได
3. เขียนขอและใหขอมูลประสบการณโดยใชโครงสราง Present perfect และ just/already/
yet ได และ about
3. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด
1 การฝกใชภาษาโดยการเขียนเสนอแนะ ความเปนไปได โดยใช should could ในการ
เขยี นถงึ ความสามารถในอดีพ เขียนคำแนะนำและขอรองอยา งสุภาพใช should และ could ในแตละ
ประโยควการ แนะนำ ตักเตือน คาดคะเน เสนอแนะอยา งสภุ าพ บอกความสามารถในอดีต) และเขยี น
ประสบการณโ ดยใช Present perfect และ just/already yet ได และ about
4. สาระการเรยี นรู
ความรู (Knowledge)
คำศพั ทและสำนวนภาษา (Vocabulary & Idiom)
ประโยคบอกเลา ปฏิเสธ : Subject + should / could + (not) + verb (base
form).
ประโยคคำถาม : Should / Could + subject + verb (base form)?
การตอบแบบสั้นๆ : Yes, subject+ should / could.
No, subject + should / could + (not).
Last week I couldn’t see properly. (เมอ่ื สัปดาหท่ีแลวฉันไมส ามารถมอง
อะไรไดช ัดเจน)
Subject + should / could + verb (base)
82
Subject + should / could + not + verb (base)
โครงสรา ง Present Perfect Tense
Subject + has / have + just / already + past participle (v3)… .
Subject + has / have + not + past participle (v3)… + yet.
Has / Have + subject + past participle (v3)… + yet ?
ตัวอยา ง การใช just , already , yet
She’s just sent a text message.
I’ve already emailed Amy.
Have you finished your homework yet?
No, I haven’t finished yet!
just แปลวา “เพง่ิ จะ” ใชก ับเหตุการณทีเ่ พิ่งจะทำเสร็จไป
already มคี วามหมายวา “แลว ” ใชกับการกระทำทเี่ พ่ิงจะเริ่มตน โดยใสไว
ระหวา งกริยาชวยกับกรยิ าชองที่ 3 (past participle)
yet แปลวา “ยังไมไ ดทำ” ใชใสท ายประโยค ปฏิเสธและประโยคคำถาม
8.1 ขั้นนำสกู ารเรียนรู (Warm-up)
ครทู บทวนการใช should และ could โดยดูจากโครงสรา งใน Grammar จากหนังสือ Sprint
3
Student’s Book หนา 42 ครูใหนกั เรียนสังเกตวา should และ could ใชกบั ประธานทุกตวั โดยไมมีการ
เปลย่ี นแปลง และการทำรปู ปฏเิ สธของประโยคที่ใช should และ could มีการเตมิ not หลัง should และ
could แสดงวามกี ารใช should และ could เปน กรยิ าชวย ครใู หนักเรยี นปดหนงั สอื และสรปุ โครงสราง
รว มกัน
Subject + should / could + verb (base)
Subject + should / could + not + verb (base)
83
ครเู ขียนประโยคตอ ไปนี้บนกระดาน ครูใหน กั เรียนแปลความหมายรวมกนั
You should take exercise. ( คุณควรจะออกกำลงั กาย)
You shouldn’t eat too much. (คุณไมค วรจะรบั ประทานมาก)
You could catch a cold. (คุณอาจจะเปนหวัด)
You could go and see a doctor. (คุณนาจะไปพบแพทย)
Last week I couldn’t see properly. (เมอ่ื สัปดาหทแี่ ลว ฉนั ไมส ามารถมอง
อะไรไดช ัดเจน)
2 ครกู ระตุน ใหน กั เรียนบอกการใช should และ could ในแตล ะประโยควา ใชในกรณใี ด
ตามท่เี รียนไป (ใชแนะนำ ตกั เตอื น คาดคะเน เสนอแนะอยา งสภุ าพ บอกความสามารถในอดีต) แลว ให
นกั เรยี นเปด หนังสอื Sprint 3 Student’s Book หนา 42
ข้นั นำเสนอเนือ้ หา (Presentation)
ครเู ขียนแผนผังสรปุ โครงสรา งประโยคท่ีใช should และ could จาก Grammar
ในหนังสือ Sprint 3 Student’s Book หนา 42 และใหนักเรียนสังเกตวา should และ could เปนกริยา
ชวย
และวางหนา กริยาหลกั ในการทำเปน ประโยคปฏเิ สธ ประโยคคำถาม และการตอบสั้นๆ ใช should และ
could เหมือนกริยาชวยทว่ั ไป
ประโยคบอกเลา ปฏิเสธ : Subject + should / could + (not) + verb (base form).
ประโยคคำถาม : Should / Could + subject + verb (base form)?
การตอบแบบสน้ั ๆ : Yes, subject+ should / could.
No, subject + should / could + (not).
ครทู บทวนการใช could และ should ในกรณตี า งๆ ดงั น้ี
1. ใชใ นการเสนอแนะ
- should ใชใหคำปรกึ ษา ตักเตอื น และแนะนำเทาน้นั
84
- could ใชเ สนอแนะอยา งสุภาพ
ครูอธบิ ายความแตกตา งระหวาง advice (ใหคำปรกึ ษาแนะนำ, ตักเตือน) กับ
suggest
( เสนอแนะ, ชชี้ อง) วา advice (ใหคำปรึกษา, ตกั เตือน) ใชเ มอ่ื ผใู ห คำปรึกษามีความชำนาญ หรอื รูสง่ิ ที่
แนะนำดี หรอื เห็นวา ในสถานการณน้นั ควร ตอ งทำส่ิงทแ่ี นะนำดีทส่ี ุด และผูฟงอาจจะยังไมส ามารถ
หาแนวทางทด่ี ีได สวน suggest (เสนอแนะ) เปนการเสนอความคดิ เหน็ ของผูพูด ผฟู งจะเห็นดวยหรือไม
ก็ได ซ่งึ ผูฟง อาจจะมวี ธิ ีของตนอยกู อนแลว แตผ ูพ ดู อยากเสนอความคดิ ของตนใหเ ปน อีกแนวทาง
- ใช could กับการคาดคะเน
- ใช could กบั การขอรองอยางสุภาพ
- ใช could กับความสามารถในอดตี
การใช Should (=ควรจะ) Could
ใหขอคำปรกึ ษา (=นาจะ อาจจะ สามารถ)
คำตกั เตือน (Advice)
I’ve got a
ใหข อเสนอแนะ temperature. What
(suggestion should I do?
/recommendation)
(ฉนั มไี ข ฉนั ควรจะทำ
อยางไรด)ี
You shouldn’t drink
cold water.
(คณุ ไมค วรจะดมื่ นำ้ เยน็ )
You should take an You could eat more
aspirin. vegetables. (คุณนา จะ
(คณุ ควรจะกินยาแอสไพริน) ทานผักใหมากกวาน)ี้ เปน
การเสนอแนะแบบสภุ าพ
You shouldn’t go out. (polite suggestion)
(คณุ ไมค วรจะออกไปขางนอก)
85
บอกผลท่นี าจะเกดิ ขนึ้ Should (=ควรจะ) You could catch a
(Result) / คาดคะเน cold.
(Possibility)
(คุณอาจจะเปน หวดั ได)
การใช
Could
ขอรองอยา งสุภาพ
(polite request) (=นา จะ อาจจะ สามารถ)
บอกความสามารถในอดตี Could you turn on
(could) the light, please? (คุณ
ชว ยเปดไฟใหหนอยไดไหม
คะ)
She couldn’t read
before she went to
school. (เมอ่ื กอ นท่ีเธอยงั
ไมไ ปโรงเรยี น เธอไม
สามารถอา นหนังสอื ได)
ขน้ั ฝก (Practice)
ครูใหน ักเรียนทำแบบฝกหัด Grammar ขอ 1 ในหนังสือ Sprint 3 Student’s Book
หนา
42 โดยจำแนกประโยคเสนอแนะ ประโยคใหคำปรกึ ษา ประโยคความนาจะเปน และประโยคความสามารถ
ในอดตี
ครใู หน ักเรยี นอาสาสมัครออกมาตอบคนละประโยค ครูและนักเรียนชว ยกันตรวจสอบ
ความถกู ตอ งพรอมกัน จากคำตอบทถี่ กู ตอง โดยใชเ กณฑผ านรอ ยละ 70 (ดเู ฉลย)
ครูใหนักเรียนทำกิจกรรม Grammar ขอ 2-5 ในหนังสือ Sprint 3 Student’s Book
หนา
42 เพ่อื ทบทวนการใช should และ could โดยกจิ กรรมดงั น้ี
-นกั เรยี น เรยี งลำดับคำเปน ประโยคทใ่ี ช should และประโยคที่ใช could ไดถ กู ตอง
- นักเรียนจับคูก นั ขอ ความขอเสนอแนะท่สี มั พนั ธกับปญ หา แลว ครใู หน กั เรยี นคอู าสาสมัคร
86
ออกมาสนทนาคลู ะ 1 ขอ
-นกั เรียนนำ should หรอื could มาเขยี นขอเสนอแนะใหถ ูกตอ งและเหมาะสม
กับขอ ความท่ใี หม าในวงเลบ็ แลวใหนักเรียนเฉลยคำตอบรว มกัน ครูชว ยอธิบาย แกไขใหถ ูกตอ ง (ดูเฉลย)
-นักเรียน Look at the picture and give the right advice.นักเรียนดูภาพและให
คำ
แนะนำท่เี หมาะสมกบั ภาพสถานการณ แลว ใหน ักเรียนเฉลยคำตอบรว มกนั โดยครูและนักเรียนชว ยอธิบาย
ไปดวยกัน
ครใู หน กั เรยี นทำกิจกรรม Grammar ขอ 7 ในหนงั สอื Sprint 3 Student’s Book หนา
43
โดยใหส รา งประโยคคำถามและใชบททใี่ หแ ละคำกริยาในวงเลบ็ แลว ตอบรบั / ปฏิเสธตามทีก่ ำหนดไว ()
เม่ือเสรจ็ แลว ครใู หนกั เรียนออกมาอานคำตอบของตนใหเ พื่อนตรวจตามความถกู ตอง
8.4 ขน้ั นำภาษาไปใช (Production)
ครใู หนกั เรียนเตมิ adverb ทีใ่ หม าตอนทายประโยคลงในตำแหนง ทถี่ ูกตอ ง
และเขียนคำตอบใสสมดุ แบบฝกหดั กจิ กรรมขอ 8 ในหนังสือ Sprint 3 Student’s Book หนา 43 ครแู ละ
นกั เรยี นชว ยกันหาคำตอบ
ครูใหนักเรียนจับคูกันทำกิจกรรมสนทนาครูแจก Card A และ Card B ใหนักเรียนทำ
กิจกรรมคู ถามตอบคถามโดยไมใหดูคำถามจากการด นกั เรียนคนที่ถือ Card ตองไมใหเพื่อนเห็นขอความใน
card แลว พดู ประโยคใน Tell your friend ใหนักเรยี นอีกคนฟง และเลือกขอความใน Answer your friend
ตอบ และสลับกันเปนฝา ยพูดถามและตอบ
A Name___________________________ Class M.3/_________
No_______
Tell your friend Answer your friend
I have a toothache. You could have a stomachache.
I like reading on the bus. I think you should go to see the
It is raining outside. doctor.
About twenty.
87
How long have you spent About wildlife.
watching this movie?
B Name___________________________ Class M.3/_________
No_______
Tell your friend Answer your friend
I have a bad earache. You should go to the dentist’s.
What will happen if I have this You could have bad eye sight.
dirty pizza? You should not go out now.
About two hours.
How many people have already About a dozen.
come?
ขั้นสรุป (Conclusion)
ครูใหนักเรียนทำกิจกรรมขอ 12 ในหนังสือ Sprint 3 Student’s Book หนา 44 โดย
อา น
ขอความท่ีใหไว แลวตอบคำถาม What advice does Elini give?
ครูใหนักเรียนทำแบบฝกหัดขอ 1-5 ในหนังสือ Sprint 3 Workbook หนา 18 เพื่อ
ทบทวน
การใช should และ could และทำแบบฝกหัดขอ 7-12 ในหนังสือ Sprint 3 Workbook หนา 19 เพื่อ
ทบทวน
การใช Present Perfect Tense
9. สื่อ / แหลง การเรยี นรู
1. หนงั สือ Sprint 3 Student’s Book
ลงชือ่ ..................................................... ครผู สู อน
88
( นางสุภาวดี คงแกว........)
วันท่ี ............. เดือน ............................... พ.ศ. .................
ลงชอื่ ....................................................ผูนเิ ทศ
(..................................................)
วันที่ ............. เดอื น ............................... พ.ศ. .................
ลงชือ่ .................................................หวั หนากลุม สาระฯ
(. นายชวัตร สภุ าพ )
วันที่ ............. เดือน ............................... พ.ศ. .................
10. บันทึกผลการจดั การเรียนรู
ผลการจดั การเรียนรู (ระบุรายชอ่ื นกั เรยี นท่ีไมบรรลุผล/ตัวช้ีวดั )
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
อุปสรรค/ปญ หา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
การแกไขปรบั ปรงุ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ผลการแกไขปรบั ปรุง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงช่ือ ..................................................... ครผู สู อน
89
(.....................................................)
วันท่ี ............. เดอื น ............................... พ.ศ. ................
ความเห็น/ขอเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชอื่ .................................................หัวหนากลมุ สาระฯ
(...............................................)
วนั ที่ ............. เดอื น ............................... พ.ศ. .................
90
แผนการจัดการเรียนรูที่ 11
หนวยการเรียนรทู ่ี 2 เร่อื ง Think global จำนวน 2 คาบ
รายวชิ า ภาษาอังกฤษ รหสั วิชา อ 23101 กลุม สาระการเรียนรู ภาษาตางประเทศ
ระดับชั้น มัธยมศึกษาปที่ 3 ภาคเรียนท่ี 1 ครูผสู อน นางสุภาวดี คงแกว
1. มาตรฐานการเรยี นรู/ ตวั ชวี้ ดั / ผลการเรียนรู
มาตรฐาน ต 1.1 เขาใจและตีความเรื่องทฟ่ี งและอานจากสือ่ ประเภทตางๆ และแสดงความคิดเห็นอยาง
มีเหตุผล
ต 1.1 ม. 3/1 ปฏบิ ัตติ าม คำขอรอ ง คำแนะนำคำชแ้ี จง และคำอธบิ ายทีฟ่ งและอาน
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลีย่ นขอมลู ขาวสาร แสดงความรสู กึ และ
ความคดิ เห็นอยางมปี ระสิทธภิ าพ
ต 1.2 ม. 3/1 สนทนาและเขยี นโตตอบขอมลู เก่ียวกับตนเอง เรอ่ื งตา งๆ ใกลต ัวสถานการณ ขาว เร่อื งท่ี
อยูใ นความสนใจของสังคม และส่อื สารอยา งตอ เนอ่ื งและเหมาะสม
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอขอมูลขา วสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เหน็ ในเรื่องตางๆ โดย
การพดู และการเขยี น
ต 1.3 ม. 3/1 พดู และเขียนบรรยายเกย่ี วกับตนเองประสบการณ ขาว/เหตกุ ารณ/ เร่ือง/ประเด็นตางๆ ที่
อยูในความสนใจ ของสังคม
มาตรฐาน ต 2.2 เขาใจความเหมือนและความแตกตางระหวางภาษาและวฒั นธรรมของเจาของภาษากับภาษา
และวัฒนธรรมไทย และนำมาใชอยางถูกตองและเหมาะสม
ต 2.2 ม. 3/1 เปรียบเทยี บและอธิบายความเหมือนและความแตกตางระหวางการออกเสยี งประโยคชนดิ
91
2. จุดประสงคการเรียนรู
1.พูดถาม-ตอบขอมูลเกี่ยวกับเรือ่ งราวท่ีเปน ทองถ่นิ และทเ่ี ปนสากลได
2. อานและเขาใจบทความที่เกยี่ วกบั เร่อื งราวที่เปน สากล
3. ฟงและเขาใจบทสนทนาที่เนนส่งิ ท่เี กิดขึ้นมากกวาผูก ระทำได
3. สาระสำคัญ / ความคดิ รวบยอด
1 การฝก ใชภ าษาโดยการเขียนเสนอแนะ ความเปนไปได โดยใช should could ในการ
เขยี นถึงความสามารถในอดีพ เขียนคำแนะนำและขอรองอยา งสุภาพใช should และ could ในแตล ะ
ประโยควการ แนะนำ ตักเตือน คาดคะเน เสนอแนะอยางสภุ าพ บอกความสามารถในอดีต) และเขียน
ประสบการณโ ดยใช Present perfect และ just/already yet ได และ about
4. สาระการเรยี นรู
ความรู (Knowledge)
คำศพั ทและสำนวนภาษา (Vocabulary & Idiom)
คำศัพทแ ละสำนวนภาษา (Vocabulary & Idiom)
บทเรยี นยอยที่ 1 (Presentation1 & should)
คำศพั ท คำแปลภาษาอังกฤษ คำแปลภาษาไทย
ทั่วโลก
global (adj.) of or relating to the whole world โลก
globe (n.) the earth คำแปลภาษาไทย
หมบู าน
คำศพั ท คำแปลภาษาองั กฤษ
village (n.) a group of houses situated in a rural
area
92
local (adj.) relating or restricted to a particular ทอ งถนิ่
area or one’s neighbour hood ผลติ ภัณฑ
กำลังพัฒนา
product (n.) an article or substance พัฒนาแลว
manufactured or refined for sale ประเดน็
รวย
developing (adj.) seeking to become larger or more ยากจน
advanced
ภูมิอากาศ
developed (adj.) becoming larger or more advanced
การตดั ไมทำลายปา
issue (n.) an important topic for debate or ความจน
resolution ความนยิ ม
rich (adj.) having a great deal of money or บรรยาย
assets ยา ยไป
poor (adj.) lacking sufficient money to live at a
standard considered comfortable or
normal
climate (n.) the general weather conditions
prevailing in an area over a long
period
deforestation (n.) clear of forest or trees
poverty (n.) the state of being extremely poor
trend (n.) a general direction in which
something is developing or changing
(ความนยิ ม)
describe (v.) give a detailed account in words of
move (v.) go or cause to go in a specified
direction or manner