The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอน ม3 ปี 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by inthira521031463, 2022-06-09 00:37:52

แผนการสอน ม3 ปี 2565

แผนการสอน ม3 ปี 2565

93

dress (v.) put on one’s cloths สวมใส

คำศพั ท คำแปลภาษาองั กฤษ คำแปลภาษาไทย
brand (n.) a type of product manufactured by ยห่ี อ
a company under a particular name
popular (adj.) liked or admired by many or by a เปนที่นยิ ม
particular person or group
recognize (v.) identify as already known; know จำได
again.
incredibly (adv.) impossible to believe ไมนา เชือ่
affect (v.) have an effect on สง ผลกระทบตอ
happen (v.) occur, take place เกิดขึ้น
globalization (n.) relating to the whole world โลกาภวิ ัตน
interaction (n.) reciprocal action or influence ปฏิสมั พันธ
interconnection connect with each other การตดิ ตอซ่งึ กนั และกัน
(n.)
process (n.) a series of actions or steps towards กระบวนการ
achieving a particular end
controversial causing or likely to cause ชอบโตแ ยง
(adj.)
impact (n.) the action of one object coming ผลกระทบ
forcibly into contact with another

94

disaster (n.) a sudden accident or a natural ความหายนะ
catastrophe that causes great
available (adj.) damage or loss of life
supporter (n.)
able to be used or obtained ท่หี างา ย
aware (adj.)
a person who support a sports team ผใู หการสนบั สนุน
opponent (n.) , policy,etc
diversity (n.)
change (v.) having knowledge or perception of a การตระหนัก รบั รู
situation or fact

a person who opposes ฝา ยตรงขา ม

the state of being diverse ความหลากหลาย

make or become different เปล่ียนแปลง

 หนาที่ภาษา (Function)
Focusing on actions, cause and effect

 โครงสรางประโยค / ไวยากรณ (Structure and Grammar)
Passive form
Present Simple Tense

- affirmative form and negative form
Subject + is/am/are + (not) + past participle.

- interrogative form
Is / Am / Are + subject + past participle?

Past Simple Tense

- affirmative form and negative form
Subject + was/were + (not) + past participle.

- interrogative form and short answer
Was / Were + subject + past participle?

95

from / by / of
from + origin

กิจกรรมการเรียนรู
1 เวลา 3 คาบ
จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
1. พูดถาม-ตอบขอ มูลเก่ยี วกบั เรือ่ งราวท่เี ปนทอ งถ่นิ และท่เี ปนสากลได
2. อา นและเขาใจบทความทเ่ี ก่ียวกบั เร่ืองราวท่เี ปน สากล

8.1 ขนั้ นำสกู ารเรยี นรู (Warm-up)

ครเู ขยี นคำวา Global บนกระดานใหนกั เรยี นอธิบายความหมายตามความคิดของนกั เรียน
What is ‘Global”? (The world. / All people in the world. / Every life on the earth.)
ครเู ตมิ คำวา Think ไวหนา คำวา Global ทเี่ ขยี นไวแลว ใหนักเรยี นแสดงความคดิ เห็นAnd what do you think
Abou tthese words? (นกั เรียนสามารถตอบไดห ลาย ความคิดเห็น ครูเปดโอกาสใหนักเรยี นไดแ สดงความ
คิดเห็นใหม ากเทา ทนี่ กั เรียนตองการ)

ขนั้ นำเสนอเนอ้ื หา (Presentation)
ครอู ธบิ ายวา Think global is an international thinking. It is the thought of all people
in the world and for all people in the world.

ครใู หนกั เรียนสนทนาเกี่ยวกบั ภาพในหนังสือ Sprint 3 Student’s Book หนา 48

96

What can you see in the pictures on page 48?
What is picture A ?
(A piece of cake.)
Where is it from?

(Italy.)

ครใู หความรูเพ่มิ เติมเกี่ยวกับรปู ภาพ
ภาพ A เคก ทม่ี ีช่ือเสยี งของอิตาลี ชื่อ ทีรามสิ ุ (Tiramisu) เปน เคก ทโี่ ดงดงั ทว่ั โลก

เคก ช่อื ดังของอิตาลีทำจากเลดี้ ฟง เกอรร าดเอสเปรสโซ สอดไสดวยมาสคารโปนชีสและซาบากลิออเน
กำเนิดมาจากการที่แมบานของทหารในสงครามโลกครั้งที่สองทำเคกใหสามีรับประทาน โดยเชื่อวา
สว นผสมของคาเฟอนี กบั นำ้ ตาลจะชว ยใหพ วกเขามพี ลังและแคลว คลาดจากอันตราย

ภาพ B ประตูบารนเดนเบริก (Brandenburg Gate) ซึ่งเปนประตูที่แบงเบอรลิน
ออกเปน เบอรล ินตะวนั ออกและเบอรลินตะวนั ตก

ภาพ C คนงานชา งฝมอื ไทย
ภาพ D Violetta เปน ละครโทรทศั นข องประเทศอารเ จนตนิ า
ภาพ E ภาพสัญลักษณของการอยูรวมกันในโลก โลกยุคใหมที่ตั้งอยูบนฐานของ

เทคโนโลยี
ภาพ F Nike เปนบริษัทในสหรัฐอเมริกาผลิตเครื่องกีฬา เชน รองเทา อุปกรณกีฬา

เสอ้ื ผาที่มชี อ่ื เสียง
ภาพ G การทำลายปาไม
ภาพ H การสื่อสารผานระบบเครือขายออนไลน ซึ่งตองใชภาษากลางเปนเครือ่ งมอื ใน

การสือ่ สาร

97

8.3 ข้ันฝก (Practice)

ครูใหนักเรียนจับคูอานคำในกิจกรรมขอ 1Vocabulary จากหนังสือ Sprint 3
Student’s
Book หนา 48 โดยใหชว ยกันหาความหมายของสำนวนทป่ี รากฏในแตล ะขอใหถูกตอ งตอ ง
Ex Pairwork .Match the expressions to the picture.

1 E the global village
2 C a local product. Etc.

ครชู ว ยแนะนำแกไขใหถกู ตอง ครูอธิบายเพิ่มเตมิ เพ่ือชว ยใหเขาใจคำศพั ทมากขน้ึ เชน
‘Global village’ is the world considered as a single community linked by televcommunications.
(การอยรู วมกนั ในโลกยคุ ใหมทีต่ งั้ อยูบ นฐานของเทคโนโลยี) นกั เรียนสามารถใช dictionary ชว ยในกาคนหา
ความหมาย แลว ชว ยกนั จบั คูสำนวนกบั รูปภาพ เมอื่ เสรจ็ แลว ครูใหนักเรียนคำตอบใหเ พอ่ื นตรวจสอบตาม
ครูชว ยแนะนำแกไขใหถ กู ตอง

ครูอธบิ ายเพมิ่ เตมิ เพ่อื ชว ยใหเขาใจคำศัพทม ากข้นึ เชน
‘Global village’ is the world considered as a single community linked by
televcommunications. (การอยรู วมกันในโลกยุคใหมท ี่ต้งั อยูบนฐานของเทคโนโลยี)
‘A local product’ is a product of one particular area. (ผลติ ภณั ฑท องถน่ิ )
‘A popular culture’ is the culture appealing to the popular taste. (วฒั นธรรมประชานิยม)
‘Delveloped countries’ means the counteies which have already been

eveloped, which refers
to the rich countries (ประเทศท่พี ฒั นาแลว-ประเทศที่รำ่ รวย)
‘Global issues’ means the important topics for debate or resolution. (ปญ หาระดับโลก)

ครใู หน ักเรยี นดูภาพ Tortellini และบอกวา

Tortellini are ring-shaped pasta. It is an Italian food.
Have you ever seen them? (No.)

98

Most people don’t know tortellini because tortellini are typical examples
of local products.

ครูใหนักเรียนทำกิจกรรมขอ 2 โดยนำสำนวนจากกิจกรรมขอ 1 มาเติมในขอความท่ี
สมั พนั ธกัน จากนั้นครูบอกนักเรยี นวานกั เรียนจะไดฟงเสยี งจากซดี ี เพอื่ ตรวจสอบคำตอบท่นี ักเรียนเตมิ ไว

ครสู ุมนกั เรียน 10 คน บอกชอ่ื ผลติ ภณั ฑท่ีเขยี นไว ครใู หน กั เรียนลองตรวจสอบดูวา
ผลิตภณั ฑอะไรที่นกั เรียนในหอ งใชม ากท่สี ดุ ผลิตภณั ฑใดเปน ลำดบั รองลงมา ครแู ทรกขอควรนึกถงึ วา
ผลติ ภณั ฑท นี่ กั เรียนสว นใหญใ ชเ ปนผลิตภัณฑของประเทศอะไร และมผี ลิตภัณฑของประเทศไทยทดแทน
ไดห รือไม เพื่อเปน การบูรณาการภาษาอังกฤษกบั ชวี ิตประจำวนั

8.4 ข้ันนำภาษาไปใช (Production)
นักเรยี นจบั คกู ับเพือ่ นทำกิจกรรมขอ 4 เขยี นช่ือผลิตภณั ฑสากลและผลติ ภัณฑทอ งถิน่ ที่

นกั เรยี นใชอยมู าอยา งละ 5 ช่ือ และเปรียบเทียบคำตอบกับเพอ่ื นคอู ืน่ ๆ วา เหมือนหรือตางกันอยา งไร ครู
ประเมนิ การพดู ถาม-ตอบขอมูลเก่ยี วกบั เรือ่ งราวท่ีเปนทองถ่ินและทเี่ ปน สากลไดจากคำตอบท่ีถูกตอ งใน
กจิ กรรมขอ 1-4 โดยใชเกณฑผานรอ ยละ 70

นักเรยี นอานและทำความเขา ใจคำสั่งในกิจกรรมขอ 6 จากหนังสอื Sprint 3
Student’s Book หนา 49 และอานเรือ่ งอกี ครงั้ แลวทำกจิ กรรมขอ 6 โดยใหนักเรยี นพจิ ารณาวาขอ ความใน
ประโยคของโจทยน ัน้ มกี ารกลาวถงึ ในบทอา นหรือไม จากนั้นครูสุมเรยี กนักเรียนตอบทีละขอ โดยให
นกั เรียนทง้ั หอ งชว ยกนั เฉลยคำตอบ ครตู รวจสอบความถกู ตอ ง ครูประเมนิ การอานและเขาใจบทความท่ี
เกีย่ วกับเรื่องราวทเ่ี ปนสากลไดจ ากคำตอบท่ถี กู โดยใชเกณฑผา นรอ ยละ 70

ครูบอกนกั เรียนวานกั เรียนจะไดฟ ง เสยี งบทอานเกย่ี วกับเร่ืองราวทเี่ ปนสากลช่อื
The Global debate ใหนกั เรยี นฟง เรื่องและอา นตามในใจพรอมทง้ั ขดี เสนใตคำท่ีนกั เรยี นไมร คู วามหมายไว

You are going to listen to the CD about the global debate. While you are

99

listening, please read it silently and underline the words that you don’t know.

ครใู หนักเรียนทำกิจกรรมขอ 7 ในหนงั สอื Sprint 3 Student’s Book หนา 49 โดยให
นกั เรียนจบั คสู นทนาถามและตอบโดยใชประโยคทีเ่ นน ผลของการกระทำ (Passive Voice) สลับกนั
ถามและสลบั กนั ตอบ เก่ยี วกับผผู ลติ สิง่ ของท่ีใชร อบกายนกั เรียน ครูใหน กั เรยี นนำเสนอบทสนทนา
หนาช้นั เรยี นซึง่ บทสนทนาของนักเรยี นจะมีความแตกตางกันไป
ขัน้ สรุป (Conclusion)

ครูใหนักเรียนทำแบบฝกหัดขอ 1-2 ในหนังสือ Sprint 3 Workbook หนา 22 เพื่อทบทว
คำศพั ทที่เรียนไป

9. สื่อ / แหลงการเรยี นรู
1. หนงั สือ Sprint 3 Student’s Book
ลงช่ือ ..................................................... ครูผสู อน
( นางสุภาวดี คงแกว .)
วันที่ ............. เดือน ............................... พ.ศ. .................

ลงชอ่ื ....................................................ผนู เิ ทศ
(..................................................)

วันท่ี ............. เดอื น ............................... พ.ศ. .................

ลงชื่อ .................................................หวั หนา กลุมสาระฯ
( นายชวตั ร สุภาพ .)

วันที่ ............. เดือน ............................... พ.ศ. .................

100

10. บันทึกผลการจดั การเรียนรู
ผลการจัดการเรยี นรู (ระบรุ ายช่อื นักเรยี นท่ีไมบ รรลุผล/ตัวชีว้ ัด)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
อุปสรรค/ปญหา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
การแกไ ขปรบั ปรุง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

101

ผลการแกไ ขปรับปรุง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงช่อื ..................................................... ครผู สู อน
(.....................................................)

วันท่ี ............. เดอื น ............................... พ.ศ. ................
ความเหน็ /ขอ เสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงชือ่ .................................................หัวหนากลุมสาระฯ
(...............................................)

วนั ท่ี ............. เดอื น ............................... พ.ศ. .................

102

แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 12

หนวยการเรยี นรูที่ 2 เรอ่ื ง Social media จำนวน 2 คาบ

รายวชิ า ภาษาองั กฤษ รหัสวิชา อ 23101 กลมุ สาระการเรียนรู ภาษาตางประเทศ

ระดับชัน้ มัธยมศึกษาปที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 1 ครูผสู อน นางสุภาวดี คงแกว

1. มาตรฐานการเรยี นรู/ ตัวช้ีวดั / ผลการเรียนรู
มาตรฐาน ต 1.1 เขา ใจและตคี วามเรื่องทฟี่ ง และอา นจากสอื่ ประเภทตางๆ และแสดงความคิดเห็นอยาง

มีเหตุผล
ต 1.1 ม. 3/1 ปฏิบัตติ าม คำขอรอ ง คำแนะนำคำชี้แจง และคำอธิบายท่ฟี ง และอาน
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสือ่ สารทางภาษาในการแลกเปล่ียนขอมูลขาวสาร แสดงความรสู ึกและ

ความคดิ เห็นอยางมปี ระสิทธภิ าพ
ต 1.2 ม. 3/1 สนทนาและเขียนโตตอบขอมูลเก่ียวกับตนเอง เรื่องตางๆ ใกลต ัวสถานการณ ขาว เรื่องที่

อยูในความสนใจของสงั คม และสอ่ื สารอยางตอเนื่องและเหมาะสม
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอขอมูลขาวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเหน็ ในเรือ่ งตางๆ โดย

การพูดและการเขยี น
ต 1.3 ม. 3/1 พดู และเขียนบรรยายเก่ียวกับตนเองประสบการณ ขาว/เหตกุ ารณ/ เรื่อง/ประเดน็ ตา งๆ ท่ี

อยใู นความสนใจ ของสงั คม
มาตรฐาน ต 2.2 เขา ใจความเหมือนและความแตกตางระหวา งภาษาและวัฒนธรรมของเจาของภาษากับภาษา

และวฒั นธรรมไทย และนำมาใชอยา งถกู ตองและเหมาะสม
ต 2.2 ม. 3/1 เปรยี บเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกตางระหวางการออกเสยี งประโยคชนิด

2. จดุ ประสงคการเรียนรู
1 . อานและเขาใจบทความท่ีเก่ยี วกับส่ือในสงั คมออนไลนไ ด

103

2. ฟง และเขาใจบทสนทนาเกยี่ วกับความนิยมเครอื ขา ยสงั คมออนไลนของวัยรนุ ได
3. พดู แสดงบทบาทสมมติเกย่ี วกบั ประเด็นทอี่ ยูในความสนใจของสังคมได
4. เขยี นเรยี งความเรอ่ื งผลของเครือขายสังคมออนไลนที่มีตอวัยรุนในทกุ วนั น้ี

ขน้ั นำเขา สบู ทเรยี น (Introduction)

ครใู หนกั เรยี นดภู าพทางขวามือโดยปดชื่อเรือ่ งและบทความไวและถามนกั เรียนวา

What can you see from the picture? (Some people are using their
smartphones.

Some people are lining.)
How old are they approximately? (Teenage/Twenty.)
Do you often do the same activities as they do? (Yes.)

ครเู ปด ช่ือเรื่องใหน กั เรยี นดู
We are going to study about social media?

What are social media? (Facebook/Line/Twitter/……)
Which social media do you like most? (Facebook/Line/Skype/…….)
Are they important? (Yes) Can you live without them? (Yes. / No.)
Do you know when they were first used? (No.)

ขั้นนำเสนอเน้ือหา (Presentation)

- ครูใหนักเรียนเปดหนังสือ Sprint 3 Student’s Book หนา 56 ครูใหนักเรียน
ชว ยกนั

บอกความหมายของคำศัพทใ น และอานพรอ มกนั 2 ครงั้

- ครอู ธิบายคำศัพทย ากท่ีคิดวา นกั เรียนไมร ูเพิ่มเติม เชน Computerized Bulletin Board
System-CBBS (กระดานขาว) / identity theft (การขโมยขอ มูลสว นตวั ของคนคนหนึ่ง ไปสวมรอย
เปน คนนน้ั แลวทำส่งิ ผดิ กฎหมาย) / virtue world (โลกเสมอื น) / CompuServe (ผใู หบ รกิ ารขอ มลู

104

พซี อี อนไลนท่ใี หญท่สี ดุ และประสบความสำเรจ็ ทส่ี ุดในสหรัฐอเมริกา)

Computerized Bulletin Board System-CBBS กระดานขาว เปน บริการขา วสาร
รูปแบบ
หนึ่ง เปนระบบคอมพิวเตอรท่ที ีอ่ นุญาตใหผ ูใชหลาย ๆ คน ใชค อมพวิ เตอรแ ละโปรแกรมติดตอเขา
ไปในระบบ ผา นทางโมเดม็ และสายโทรศพั ท โดยในระบบจะมีบริการตางๆ ใหใช เชน ระบบสง ขอ ความ
ระหวางผูใช หอ งสนทนา บริการดาวนโหลดซอฟตแ วร และกระดานแจงขอ มลู ขาวสารตาง ๆ เปนตน โดย
มีผดู แู ลระบบทเี่ รยี กวา ซิสออพ (sysop-system operator) ผนู ำมาใชคนแรกคอื Ward Christensen
ชาวสหรฐั อเมริกา

ขอ มลู จาก : jutamasmoo.blogspot.com/2012/12/3_18.html

Self & Social Responsibility: Identity theft

การปอ งกันการขโมยขอ มูลสวนตวั
1. หลีกเลีย่ งการทำธุรกรรมบนระบบออนไลน
2. ไมเก็บรหสั ขอมลู สำคัญในระบบออนไลน / ใน smartphone
3. ทกุ ครงั้ ทใ่ี ชง านในในระบบออนไลนเ สร็จแลวตอ งทำการออกจากระบบ (log out)
4. เปลี่ยนรหสั สว นตัว (password) บอ ยๆ และควรต้งั รหสั แบบสมุ เดาไดย าก

ขัน้ ฝก (Practice)
ครูใหนักเรียนทำกิจกรรมขอ 2 ในหนังสือ Sprint 3 Student’s Book หนา 56

โดยให
นกั เรยี นอา นบทความเรือ่ ง Social media พรอ มทง้ั ขดี เสนใตเ ครอื ขา ยสังคมออนไลน (social media
site) ที่พบในบทความ (ดูเฉลย)

ครใู หน กั เรยี นตอบคำถามในกจิ กรรมขอ 3 ลงในสมุดแบบฝก หดั ครใู หน กั เรยี นเฉลย
รว มกันบนกระดานคนละขอ ครตู รวจสอบความถูกตองและประเมนิ การอา นและเขาใจบทความท่ี
เกี่ยวกับส่ือในสงั คมออนไลนไดจากคำตอบทถ่ี ูกตองในการตอบคำถามในกจิ กรรมขอ 3 โดยใช
เกณฑผ านรอ ยละ 70

105

ครูใหนักเรียนทำกิจกรรมขอ 4 ในหนังสือ Sprint 3 Student’s Book หนา 57
โดย

สอบถามนักเรยี นวารูจกั เว็บไซตต างๆ ในกิจกรรมนบ้ี างไหม

Do you know these sites? (Yes)

Which do you use most? (…..)
You have to listen to the CD. First of all, you have to listen carefully and
then
check the sites the teens mentioned in the correct order.

ครูเปด เสียงจากซีดีประกอบบทเรียน นกั เรียนฟง และบันทกึ ลำดับตามท่ี

ได

ยนิ จากซีดี ครใู หนักเรยี นเฉลยรวมกนั จากน้ันครูใหนักเรียนฟง ซดี ีอกี ครั้ง และใหน ักเรียนเลอื ก

คำตอบ A B หรือ C แลวครใู หนักเรยี นอาสาสมัครมาตอบคำตอบของตน ครตู รวจสอบความ
ถกู ตอง

ครูประเมนิ ความสามารถในการฟงและเขา ใจบทสนทนาเกยี่ วกบั ความนยิ ม

เครอื ขายสงั คมออนไลนข องวัยรนุ ไดจ ากคำตอบที่ถูกตองในกิจกรรมขอ 4-5 โดยใชเ กณฑผ านรอ ย

ละ 70

ครใู หนักเรียนพูดสนทนาเรอ่ื งเก่ยี วกบั เครือขา ยสงั คมออนไลนทนี่ กั เรียนใชม าก

ที่สุด เพราะอะไร โดยใชคำถามท่ใี หไวเปน แนวทางในการพูด

นักเรียนจับคูถามตอบเกย่ี วกับเว็บไซตท ่ชี ื่นชอบ แลวนำเสนอในรปู บทบาทสมมติ
ท่ีหนา ชัน้ เรียนโดยครูสุมเรยี กนักเรียน 4-5 คูออกมานำเสนอหนาชัน้ เรียน สว นนกั เรียนทเี่ หลอื ใหไ ป
พดู ใหครูฟงในคาบตอไปหรอื เวลาวาง ครูประเมินการพูดเกย่ี วกบั ตนเองในประเด็นทอี่ ยูในความ
สนใจของสงั คมได แสดงบทบาทสมมติได ดว ยแบบประเมนิ การแสดงบทบาทสมมติ โดยใชเกณฑ

ผานระดบั “ดี”
ครูแบงนักเรียนตามเวบ็ ไซตท นี่ กั เรยี นชื่นชอบ ใหนกั เรียนในกลมุ ชวยกันระดม

สมอง (brainstorm) หาผลของเครอื ขา ยสังคมออนไลนท่มี ตี อวยั รุนในทุกวันน้ี โดยใชค ำท่ีใหไ ว
เปนแนวทางในการคดิ

นักเรยี นนำขอมลู ที่ชว ยกันรวบรวมมาเขียนเปนยอ หนา สัน้ ๆ แลว สลับกนั อา น

106

เพ่อื ตรวจขอผิดพลาด กอนนำสงครูตรวจสอบความถูกตอง ครูประเมนิ การเขยี นเรยี งความเรอ่ื งผล
ของเครือขายสังคมออนไลนที่มตี อวัยรุนในทุกวันน้ี ดวยแบบประเมินการเขียนโดยใชเ กณฑผ า น
ระดับ “ดี”
ขัน้ สรุป (Conclusion)

ครใู หนักเรียนทำแบบฝก หัด Listening ขอ 4 ในหนังสอื Sprint 3 Workbook
หนา 27 โดยครูบอกวา จะใหนกั เรยี นฟงเร่อื ง Are you a gadget? แลวเลือกคำตอบทเี่ หมาะสม

และเพอ่ื ใหนกั เรยี นจบั ใจความเร่อื งท่ฟี งไดเขาใจงายขึน้ ครูใหนักเรียนใชวิธกี ารอา นคำถาม
กอ นฟง เพื่อเปนแนวทางในการจบั ใจความสำคัญ แลวครูเปด เสียงจากซีดปี ระกอบบทเรยี น
ใหนักเรียนฟงและเลือกคำตอบ จากนั้นใหน ักเรยี นตรวจคำตอบกนั

ครใู หนกั เรียนทำแบบฝกหัดขอ 1-4 และ 6 ในหนงั สอื Sprint 3 Workbook หนา 26-
27 เพ่อื ทบทวน (ดเู ฉลย)
9. สื่อ / แหลงการเรยี นรู

1. หนังสอื Sprint 3 Student’s Book
2 แผน ซีดปี ระกอบทเรยี น Sprint 3 Student’s Book
3 เครือ่ งเลนซีดี
4 ส่ืออเิ ลก็ ทรอนกิ ส

ลงชอ่ื ..................................................... ครูผูสอน
( นางสภุ าวดี คงแกว........)

วันท่ี ............. เดอื น ............................... พ.ศ. .................

ลงชื่อ ....................................................ผูนเิ ทศ
(..................................................)

วันที่ ............. เดือน ............................... พ.ศ. .................
ลงชอ่ื .................................................หวั หนา กลุมสาระฯ

(. นายชวัตร สภุ าพ )

วันท่ี ............. เดอื น ............................... พ.ศ. .................

107

10. บนั ทึกผลการจดั การเรียนรู
ผลการจัดการเรียนรู (ระบุรายชือ่ นกั เรียนทไ่ี มบ รรลุผล/ตัวช้ีวัด)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
อปุ สรรค/ปญหา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
การแกไ ขปรับปรุง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ผลการแกไขปรบั ปรุง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงชอ่ื ..................................................... ครผู สู อน
(.....................................................)

วันที่ ............. เดือน ............................... พ.ศ. ................
ความเหน็ /ขอ เสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงช่ือ .................................................หัวหนา กลุมสาระฯ
(...............................................)

วันที่ ............. เดือน ............................... พ.ศ. .................

108

แผนการจัดการเรยี นรูที่ 13

หนว ยการเรยี นรทู ่ี 2 เร่ือง Thank global จำนวน 2 คาบ

รายวชิ า ภาษาองั กฤษ รหสั วิชา อ 23101 กลมุ สาระการเรยี นรู ภาษาตางประเทศ

ระดับชั้น มัธยมศกึ ษาปท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 1 ครูผูสอน นางสภุ าวดี คงแกว

1. มาตรฐานการเรยี นรู/ ตัวช้ีวัด / ผลการเรยี นรู
มาตรฐาน ต 1.1 เขา ใจและตคี วามเรือ่ งทีฟ่ ง และอานจากส่อื ประเภทตางๆ และแสดงความคิดเห็นอยา ง

มเี หตุผล
ต 1.1 ม. 3/1 ปฏบิ ตั ติ าม คำขอรอ ง คำแนะนำคำช้ีแจง และคำอธิบายที่ฟง และอาน
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการส่อื สารทางภาษาในการแลกเปล่ียนขอมลู ขาวสาร แสดงความรูสึกและ

ความคดิ เห็นอยางมปี ระสิทธิภาพ
ต 1.2 ม. 3/1 สนทนาและเขยี นโตต อบขอมลู เกีย่ วกับตนเอง เรือ่ งตางๆ ใกลตัวสถานการณ ขาว เร่ืองท่ี

อยูใ นความสนใจของสงั คม และสอ่ื สารอยา งตอเน่ืองและเหมาะสม
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอขอมลู ขาวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องตา งๆ โดย

การพูดและการเขียน
ต 1.3 ม. 3/1 พดู และเขียนบรรยายเกย่ี วกับตนเองประสบการณ ขาว/เหตกุ ารณ/เร่ือง/ประเดน็ ตา งๆ ท่ี

อยใู นความสนใจ ของสงั คม
มาตรฐาน ต 2.2 เขา ใจความเหมือนและความแตกตางระหวา งภาษาและวัฒนธรรมของเจาของภาษากับภาษา

และวัฒนธรรมไทย และนำมาใชอยา งถกู ตองและเหมาะสม
ต 2.2 ม. 3/1 เปรียบเทยี บและอธิบายความเหมือนและความแตกตา งระหวางการออกเสียงประโยคชนิด

จดุ ประสงคก ารเรียนรู
3. ฟงและเขาใจบทสนทนาทางวิดีโอระหวางผูเชี่ยวชาญเกี่ยวกับดา นโลกาภิวัตนกับนกั เรียนจากทว่ั
โลกได

109

4. พดู ถามตอบเปน ประโยคทเ่ี นนการกระทำ โดยใชโ ครงสรา ง Passive Voice ได

ขั้นนำเขาสบู ทเรียน (Introduction)
ครทู บทวนคำและสำนวนท่เี รยี นไปในคาบท่แี ลว เกีย่ วกับเรื่องทเี่ ปนสากล

We are in a global village.
We use global languages to communicate.
How can we communicate other people rapidly? (By using e-mail,
telephone, Facebook, Twitter, Line, Skype…..)
Can we conference with other people in different places? (Yes)
How? (By using Skype, videoconference, chat on Facebook, Line, Twitter)
If we want to talk about secret items. Is it safe for the information?

ขัน้ นำเสนอเน้อื หา (Presentation)

ครูใหนักเรียนอานชื่อเรื่อง Global Villlage : Good or Bad? แลวใหนักเรียนเขียน

คำตอบ
ที่ นกั เรียนคิดไว

ครตู รวจสอบความรูเ ดิมของนกั เรยี นโดยใหท ำกจิ กรรม Presentation 2
ขอ `1 ในหนังสือ Sprint 3 Stydent’s Book หนา 50 โดยจับคกู นั อภิปรายเก่ยี วกับ video

conference
วาคืออะไร ใชท ำอะไร จากน้นั ครใู หน ักเรียนแปลความหมายของคำศัพทใน และอานพรอมกัน 2 คร้งั

ครบู อกนักเรยี นวา นักเรียนจะไดฟงการสนทนาทางวิดีโอ (video conference) ระหวา ง
Naomi Steiner ซึ่งเปนผเู ชย่ี วชาญเกีย่ วกับดา นโลกาภิวตั นก บั นักเรียนจากท่วั โลกพูดเกย่ี วกับโอกาส

ที่
ดีและความเสยี่ งท่ีเกิดจากการใชอินเทอรเ นต็ ใหนักเรียนฟงและอา นตามในใจ พรอ มท้งั ขีดเสน ใต

คำศัพทห รือสำนวนท่ีนกั เรยี นไมร ู

ครูเปดเสียงจากซีดีประกอบบทเรียน ใหนักเรียนฟง และทำตามที่ตกลงไว
จากนน้ั

110

ครใู หน กั เรยี นถามคำศพั ทห รือสำนวนที่นกั เรยี นไมร ู ครเู ขยี นคำศพั ทหรือสำนวนทนี่ กั เรยี นไมร ูบน
กระดาน ใหเพอ่ื นทร่ี คู วามหมายชว ยกันบอกความหมาย ครูกระตนุ ใหน ักเรยี นเดาความหมาย
คำศัพทหรอื สำนวนที่นกั เรียนไมรจู ากบริบท หากไมม ใี ครรูค รเู ปนผบู อกความหมายใหน ักเรียน

เชน opportunity / privacy threatened / stored / theft / encrypt / effect / virtual world
ขน้ั ฝก (Practice)
นักเรยี นอานบทสนทนาอกี ครงั้ แลวเลือกคำตอบท่ถี ูกในกิจกรรมขอ 3 ในหนงั สือ Sprint 3

Student’s Book หนา 50 ครูใหน กั เรียนอาสาสมคั รออกมาบอกคำตอบที่ตนเลือกใหเพื่อนฟง ครูตรวจสอบ
ความถกู ตอง และประเมนิ การฟงและเขาใจบทสนทนาทางวิดีโอระหวางผูเ ชีย่ วชาญเกย่ี วกบั ดานโลกาภิวตั น
กับนกั เรียนจากทัว่ โลกไดจากคำตอบถกู ท่ีไดจากการทำกจิ กรรม โดยใชเกณฑผ า นรอ ยละ 70

ครเู ขยี นตารางนบี้ นกระดานใหน ักเรียนลอกลงสมดุ
ใหนักเรียนจับคูหาขอดี (Advantage) และขอเสีย (Disadvantage) ของการใช

Internet จาก
บทสัมภาษณเ ตมิ ลงในตาราง แลว ใหนักเรยี นแลกเปลย่ี นกันอานกบั เพอื่ นคูอน่ื เพื่อตรวจความถูกตอง
ใหนกั เรียนแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั การใช Internet วาควรจะใชอยา งไร จึงจะปลอดภัย จากน้นั ให
นกั เรียนศกึ ษาคำศพั ทและสำนวนในกิจกรรม Vocabulary ขอ 4 ในหนังสอื Sprint 3 Student’s Book
หนา 51 โดยจับคูค ำศพั ทและสำนวนในภาษาอินเทอรเ นต็ ในกรอบกับคำนยิ าม เมื่อนักเรยี นทำเสร็จแลว
ใหนกั เรียนเปรยี บเทยี บคำตอบกัน

ครูสมุ นกั เรียนตอบคนละขอเพื่อใหนักเรยี นเห็นความสำคัญของภาษาอังกฤษครใู ห
นักเรียน
สังเกตวา ภาษาอนิ เทอรเน็ตไดรับอิทธิพลมาจากภาษาองั กฤษ ไมวาจะเปนคำนามที่เปนช่ือเฉพาะเชน
Skype / Twitter ชือ่ สามัญ เชน e-mail หรอื คำกริยา เชน

I always skyped my parents and friends in Italy.
She is going to tweet the good news.
I emailed Alex yesterday.

ครใู หนักเรยี นทำกิจกรรมขอ 5 โดยนำคำศพั ทและสำนวนในกิจกรรมขอ 4 มา
เติมในประโยคใหเ หมาะสม เม่ือทำเสร็จแลว ครสู มุ เรียกนักเรยี นตอบ ครตู รวจสอบความถกู ตอง

111

ครใู หน ักเรยี นอา นคำสั่งในกิจกรรมขอ 6 และตอบคำถามโดยใช by
ตามประโยคตวั อยา ง

Who founded Twitter? (Dorsey)
Twitter was founded by Dorsey.
ครูทบทวนประโยคที่เนนการกระทำมากกวาผูกระทำ (Passive voice) โดยเขียน
ประโยค
ตอไปนี้บนกระดานใหนักเรียนสังเกตวากริยามีรูป Verb to be + Past Participle เพื่อใหความหมายวาถูกกระทำ
โดย
มกี ารแสดงเวลา (Tense) ของการกระทำ ท่ี Verb to be

The Internet was first used by the military.
(was used แปลวา ถกู ใช
การ “ใช” เกดิ ไปแลว ในอดีต จึงใช verb to be รปู อดีตคอื was)
TV series were made in the U.S.A.
(were made แปลวาถกู ทำ การ “ทำ” เกดิ ไปแลว เม่ืออดีต จงึ ใช were)

ขัน้ การใชภาษาเพือ่ การสือ่ สาร (Production)
ครแู บง นกั เรยี นออกเปน 2 ทมี ใหนักเรียนสงตวั แทนมาพูดตอบคำถามในกจิ กรรมขอ 6

ทีมไหนตอบถูกตอ งและเสรจ็ กอนเปน ฝายไดคะแนน
ครูใหนกั เรยี นอานคำส่ังในกิจกรรมขอ 7 พรอมกนั แลว ใหน ักเรียนพดู บอกความเปน สากล

ของนกั เรียนเองโดยสำรวจของใชของตนตามรายการในกรอบ วาเปน ของที่เปนระดบั สากลเปน นานาชาติ
หรอื ไมโดยใชป ระโยคที่เนนการกระทำ

(Past Simple Passive) ตามตัวอยางท่ใี หไวเปนแบบ นักเรียนพูดใหเ พ่อื นขา งๆ ฟงและ
เขียนบนั ทกึ ไวในสมดุ เพื่อใชร ายงานหนาช้ันเรียน ครเู ดินสังเกตการทำกิจกรรมของนกั เรยี นพรอมบนั ทกึ ผล
เพอ่ื ใชป ระเมนิ

ครูสมุ เรียกนกั เรียนพูดรายงานท่หี นาช้นั เรยี นทีละคนจนครบ ครปู ระเมนิ การพูดถามตอบ
เปนประโยคที่เนนการกระทำ โดยใชโครงสรา ง Passive Voice ไดดวยแบบประเมินการพดู โดยใชเกณฑ
ผา นระดบั “ด”ี ครบู นั ทึกผลการสำรวจของนักเรยี นไวบนกระดานเพ่ือใหนักเรียนเหน็ สถิติการใชข อง
ตางประเทศของนกั เรยี น จากน้นั ใหนักเรียนคำนวณ ดวู านกั เรียนซื้อของจากประเทศใดมากทส่ี ุด

112

Self and Social Responsibilities: วธิ ีตรวจสอบให้เหน็ คุณค่าของสินค้าไทย

เม่อื นกั เรยี นคำนวณสถิติการใชของตา งประเทศของตนเองแลวพบวา เราซอื้ ของจากประเทศใดมาก
ที่สุดแลว ครูควรแนะนำใหนักเรียนหันมาถามตนเองวาเพราะอะไรที่ทำใหตองซื้อของจากตา งประเทศ
และคิดทบทวนวาสินคาของไทยแตกตางจากของตางประเทศหรือไมอยางไรเพื่อใหเห็นคุณคาของสินคา
ไทย มีแนวทางการตง้ั คำถามดงั นี้

 สนิ คาภายในประเทศของเรามคี ณุ ภาพทัดเทยี มกับของตางชาตหิ รือไม
 สินคาทีเ่ ราซื้อที่จริงแลวเปนสินคาที่ผลิตในประเทศไทยหรือประเทศในอาเซียนแลวถูกนำไปติด

ยหี่ อ อ่นื หรือไม
 เราหันมาใชสินคา ภายในประเทศหรอื ในประเทศ ASEAN ที่ราคาถูกกวาแตคุณภาพไมตางกันได

หรอื ไม
 เรามคี วามจำเปน หรือเปนเพยี งคานยิ มในการซื้อสนิ คา นัน้
 เราไดด ำเนินชีวติ ของตนถกู ตอ งตามแนวปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งแลวหรอื ไม

ขนั้ สรปุ (Conclusion)
ครูใหนักเรียนทำแบบฝกหัด Vocabulary : Internet language ขอ 3-4 ในหนังสือ
Sprint 3

Workbook หนา 22 เพ่ือทบทวนคำศพั ทแ ละสำนวน

ครูใหนกั เรยี นทำแบบฝกหัด Dictation ขอ 6 ในหนังสือ Sprint 3 Workbook หนา 23 โดย
ครู

เปดเสียงจากซดี ีประกอบบทเรียน ใหนักเรียนฟง และเขยี นตามคำทไ่ี ดย นิ และเปดซำ้ อกี คร้งั

เพอื่ ใหนักเรยี นตรวจทานความเรียบรอ ยกอ นนำสง ครู

9. สอ่ื / แหลง การเรียนรู
1. หนังสอื Sprint 3 Student’s B

113

บทเรียนยอยท่ี 3 เวลา 3 คาบ
จุดประสงคก ารเรียนรู
5. เขียนขอและใหข อ มลู ดว ยประโยคที่เนนการกระทำโดยใชโครงสรา ง Passive Voice ได
6. เขยี นบรรยายการกระทำโดยใชคำบุพบทบอกรายละเอียดได

ขน้ั นำเขาสูบทเรยี น (Introduction)
1 ครตู ิดรูปภาพดาราบนกระดาน และครบู อกนักเรยี นวา

I stuck a picture of a superstar on the broad.
The picture was stuck on the broad.
2 ครูถามความแตกตางของ 2 ประโยค และครูกระตุนใหน กั เรียนตอบเพื่อทบทวนความรูเรือ่ ง
Passive Voice
ข้ันนำเสนอเนอื้ หา (Presentation)
3 ครูทบทวน Passive Voice โดยใหนักเรียนเปดหนังสือ Sprint 3 Student’s Book หนา
52 ดโู ครงสรา งประโยค Passive Voice โดยนักเรยี นดูประโยคตอ ไปน้ี
Wikipedia is written by ordinary people.
Are computers used in your school?
Yes, they are. / No, they aren’t.
4 ครูทบทวนนักเรียนวา Passive Voice เปนประโยคที่ใชในการเนนการกระทำมากกวา
ผูกระทำ และประธานจริงของประโยคจะอยูห ลังคำวา by และกริยาจะอยูใ นรปู ถกู กระทำ
คือมีรูปเปน Verb to be + Past Participle และการทำประโยคเปนประโยคปฏิเสธ หรือ
ประโยคคำถามจะใช Verb to be เปนกริยาชวย ครูอธิบายวาเนื่องจากการทำ Passive
Voice นักเรียนจะตองใชกริยาชองที่ 3 (Past Participle) นักเรียนจึงควรทบทวนการใช
Past participle
ขน้ั ฝก (Practice)
5 ครูใหนักเรียนทำกิจกรรม Grammar ขอ 1 ในหนังสือ Sprint 3 Student’s Book หนา
52 โดยใส Past Participle ของกรยิ าทีใ่ หไ ว
6 ครใู หนกั เรยี นทำกิจกรรมขอ 2 โดยใชกริยา Past Participle มาใสใ นประโยคใหเหมาะสม
7 ครตู ดิ แผนผงั การทำประโยค Passive Voice บนกระดาน ครูชีใ้ หน ักเรียนเหน็ วาประธานใน
ประโยค Passive Voice ท่จี ริงก็คอื กรรมของประโยคดงั แผนผังขางลาง

Subject + Verb + Object

114

Object + Verb to be + (not) past participle (v3) + by Subject
English is (not) spoken by million of people.
Verb to be + Object + past participle (v3) + by Subject?
is baseball played in Italy (by players)?

จากน้ันครูใหนักเรยี นทำกจิ กรรมขอ 3 โดยนำประโยคท่ีกำหนดไว มาเขยี นเปน Passive Voice.
8 ครูแนะนำใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมใน Grammar reference ขอ 8-9 ในหนังสือ Sprint 3

Work Book หนา 55
9 ครูอธิบายการทำ Past Simple Passive โดยใหแสดงเวลาเปนอดีตที่ verb to be

ดงั ตวั อยาง
Subject + Verb + Object

Object + Verb to be + past participle (v3) + by Subject
This room is used by some students.
This room was used by some students yesterday.

10 ครูใหนกั เรยี นทำกิจกรรมขอ 4-8 ดังน้ี
กิจกรรมขอ 4 ใหนักเรียนนำกริยาในวงเล็บมาเติมในชองวางโดยทำใหเปน Past Simple
Passive.
กิจกรรมท่ี 5 ใชข อ ความทีใ่ หไ วเขยี นประโยค Past Simple Passive ดงั ตวั อยาง
The Gherkin /design / Norman Foster.
The Gherkin was designed by Norman Foster.
ครใู หค วามรูเกี่ยวกับตกึ ระฟา Gherkin

115

Gherkin เปน ตกึ ระฟา ทรงแตงกวาดอง Shard เปน ตึกระฟา สูง 87 ช้ันในลอนดอน
ประเทศองั กฤษ

11 กจิ กรรมขอ 6 นักเรียนจับคกู ันถามและตอบคำถามแบบส้นั และยาว
Is bread sold in bookshops? No, it isn’t.
It is sold in bakeries.

กจิ กรรมขอ 7 ใชข อความที่ใหไ วน ำมาเขียนประโยค Present Simple Passive หรอื
Past Simple Passive

Fizzy drinks / sell / in your school / ?
Are fizzy drinks sold in your school?
กจิ กรรมขอ 8 แกไขประโยคท่ใี หไวใ หเ ปนประโยค Passive แบบปฏเิ สธ

The light bulb was invented by Bill Gates. (Thomas Edison)
The light bulb was not invented by Bill Gates.
It was invented by Thomas Edison.
12 ครูประเมินการเขยี นขอและใหขอมูลดวยประโยคที่เนนการกระทำโดยใชโ ครงสราง Passive
Voice ไดจากคำตอบที่ถกู ตอ งในการทำกจิ กรรมขอ 6-7 โดยใชเ กณฑผ านรอยละ 70
13 ครทู บทวนการใชคำบุพบท from / by / of วา
 ใช from เปนการบอกแหลงกำเนดิ เชน

In my school there are pupils from all over the world.
 ใช by เปนการบอกผกู ระทำหรือบอกตนเหตุ เชน

Our posts on the Internet are read by strangers.
 ใช of ใชใ นการบอกวัสดวุ าส่งิ น้ันทำมาจากอะไร เชน

My jeans are made of cotton.

ขั้นการใชภ าษาเพอื่ การสื่อสาร (Production)
14 ครูใหนักเรียนอานขอความในกลองธงชาติจากหนังสือ Sprint 3 Student’s Book หนา

54 และใหนกั เรยี นหาสว นที่ผิดในขอความ 2 ตำแหนงแลว แกไ ขใหถกู
Key : An iPod was designed by Jonathan (Jony)
I’ve The design took a number of design cues from Dieter Rams

15 ครใู หนักเรยี นทำกิจกรรมขอ 9 โดยเติมคำลงในชอ งวา งดว ย from, by หรือ of

116

16 นกั เรยี นทำกจิ กรรมขอ 10 โดยเตมิ ขอความในเรือ่ ง A short history of the camera ดว ย
กริยาในรูป Present Simple Passive หรือ Past Simple Passive และคำบุพบทตามที่
จำเปน

17 ครูใหท ำกจิ กรรมขอ 11 Reading ใหนกั เรยี นอา นขอ ความตอไปนีแ้ ลว ตอบคำถามวา
Which company was the first to use the word “smartphone”?
Key : Ericsson.

18 ครูประเมินการเขียนบรรยายการกระทำโดยใชคำบุพบทบอกรายละเอียดไดจากคำตอบท่ี
ถกู ตองในการทำกิจกรรมขอ 9-19 โดยใชเกณฑผ านรอยละ 70

ขั้นสรุป (Conclusion)
19 ครูใหนักเรียนคนควาเพิ่มเติมใน Grammar reference 10 จากหนังสือ Sprint 3

Workbook หนา 56 และทำแบบฝกหัด Grammar ขอ 1-11 ในหนังสือ Sprint 3
Workbook หนา 24-25 เปนการทบทวน

บทเรยี นยอยที่ 4 เวลา 3 คาบ
จดุ ประสงคการเรียนรู
7. ฟง และเขา ใจการออกเสียง /f/ และ /v/ ได
8. ฟง และเขาใจบทสนทนาท่ีเนน สง่ิ ท่เี กดิ ขึ้นมากกวา ผกู ระทำ
9. พูดสนทนาโดยใชประโยคทเ่ี นน สิง่ ทเ่ี กดิ ขน้ึ มากกวา ผูกระทำได

ขน้ั นำเขา สูบทเรยี น (Introduction)
1 ครูบอกนักเรยี นวาวันนี้เราจะเรียนการออกเสียงในภาษาองั กฤษ 2 เสียง ครูเขียน f และ v

บนกระดาน แลวใหนักเรียนลองออกเสียงโดยชี้ที่ f แลวชี้ที่ v สลับไปมาพรอมใชปลายน้ิว
มือสมั ผสั ที่คอบรเิ วณเสน เสียง
2 ครถู ามนักเรยี นถงึ ความแตกตางในการออกเสยี ง

ขน้ั นำเสนอเนอ้ื หา (Presentation)
3 ครอู ธิบายวา /f/ และ /v/ มีวธิ กี ารออกเสียงแบบเดยี วกันคือ

/f/ เกิดจากการใชฟน บนแตะริมฝป ากลาง แลวออกเสียง “เฟอะ” ซึ่งเสน เสยี งจะไมสัน่
/v/ เกดิ จากการใชฟน บนแตะรมิ ฝปากลาง แลว ออกเสยี ง “เวอะ” ซงึ่ เสนเสยี งจะสั่น
4 ครูใหนักเรียนเปดหนังสือ Sprint 3 Student’s Book หนา 54 และบอกนักเรียนดู
Pronunciation กิจกรรมขอ 1 listen and repeat และบอกวานักเรียนจะไดฟงการออก
เสียง และใหน กั เรียนออกเสียงคลอตามเบาๆ

ข้นั ฝก (Practice) ใหนักเรียนฟงและออกเสียงตามเบาๆ ครูสมุ
5 ครูเปดเสียงจากซดี ีประกอบบทเรียน

เรยี กนกั เรียนออกเสียงทลี ะคน

117

6 ครูใหนักเรียนทำ Pronunciation กิจกรรมขอ 2 ในหนังสือ Sprint 3 Student’s Book
หนา 54 โดยครเู ปดเสียงจากซีดีประกอบบทเรียน ใหนกั เรียนฟงและเขียนวงกลม
ลอ มรอบคำท่ไี ดย นิ ใหค รบ
7 ครอู ธบิ าย Pronunciation กจิ กรรมขอ 3 โดยใหน กั เรยี นฟง และขดี เสนใตเสียง /f/ และ /v/
ที่ไดย ิน ครูเปด เสยี งจากซีดีประกอบบทเรียน ใหน ักเรียนฟงและขีดเสนใตเ สยี ง /f/
และ /v/ ที่ไดยิน ทำซ้ำอกี คร้ังแลวใหนักเรียนออกเสียงตาม และฝกออกเสียงทั้งประโยคที
ละคนจนครบทุกคน
8 ครูประเมินการฟงและเขาใจการออกเสียง /f/ และ /v/ ไดจากคำตอบที่ถูกตองในการทำ
กิจกรรมขอ 2 ใน Pronunciation โดยใชเกณฑผานรอยละ 70 และทำกิจกรรมขอ 3 ได
ถูกตอง
9 ครูใหนักเรียนทำกิจกรรม Functions ขอ 1 ในหนังสือ Sprint 3 Student’s Book หนา

55 โดยครบู อกวา นกั เรยี นจะไดดู เรอ่ื งราวของ Amy และ Elis และนกั เรยี นตอ ง
ตอบคำถามวา สองคนนี้กำลังพูดถึงอนุสาวรียอะไร ครูสอดแทรกความรูเกี่ยวกับสำนวนท่ี
ค ว ร ร ู  ก  อ น ด ู ว ิ ด ี ท ั ศ น  จ า ก Useful language ค ร ู อ ธ ิ บ า ย ว า
when ใชถามเวลาซึ่งหมายถึงเวลาที่สรางอนุสาวรียนั้น how ถามถึงวธิ ีที่สรา งอนสุ าวรียน ั้น
และ why ถามถงึ เหตุผลในการสราง It was built…. (มนั ถกู สรา งขนึ้ ) Who was it built
by? (มันถกู สรางโดยใคร /ใครเปน ผสู รา ง) It was built by (มันถูกสรางโดย) จากน้นั ครูเปด

ใหนักเรียนดูและตอบคำถาม Which monument are Amy and Elis talikng
about? นกั เรยี นเปรยี บเทยี บคำตอบกันเพ่อื ตรวจสอบ

10 ครูบอกวานักเรียนจะไดดู อีกครั้ง คราวนี้นักเรียนจะตองทำ Functions

กิจกรรมขอ 2 เลือกวงคำตอบที่ถูก ครูเปด ใหนักเรียนดูเพื่อใหวงคำตอบ
นกั เรียนเปรยี บเทียบคำตอบกนั เพอ่ื ตรวจสอบ
11 ครูประเมินการฟงและเขาใจบทสนทนาที่เนนสิ่งที่เกิดขึ้นมากกวาผูกระทำไดจากคำตอบท่ี
ถูกตอ งในการทำ Functions กิจกรรมขอ 2 ในหนงั สือ Sprint 3 Student’s Book หนา
55 โดยใชเ กณฑผา นรอยละ 70
12 ใหนักเรียนทำแบบฝก หัดขอ 5 ในหนังสือ Sprint 3 Workbook หนา 23 โดยใหนักเรียน
เตมิ บทสนทนาใหสมบูรณ จากนั้นครเู ปดเสยี งจากซีดปี ระกอบบทเรยี น
ใหนักเรยี นฟง เพ่ือตรวจสอบคำตอบที่เตมิ ไวก อ นนำสง ครู
13 ครูใหนักเรียนทำกจิ กรรม Functions ขอ 3 ในหนงั สือ Sprint 3 Student’s Book หนา
55 โดยเติมบทสนทนาใหสมบูรณดวยประโยคที่ใหไวในกรอบ ครูใหนักเรียนอาสาสมัคร
ออกมาตอบคนละขอ ครใู หนกั เรียนสงั เกตโครงสรางของประโยคคำถามของโจทยแตล ะขอวา
เปนประโยคคำถามแบบ Passive Voice และดูวาคำถามที่ใชในแตละขอเปนคำถามท่ีข้ึนตน
ดวย Question word (ตวั ตง้ั คำถาม)โดยมีโครงสรา งดงั น้ี
Wh-word + auxilary verb + subject + verb (past participle)?

118

14 ครใู หนกั เรยี นดูภาพ Machu Picchu ครเู ลาใหน ักเรียนฟง เกย่ี วกบั Machu Picchu

มาชู ปก ชู ประเทศเปรู
เปนเมอื งอารยธรรมของชนเผาอินคา ไดรับ
การยกยอ งใหเปนหนงึ่ ในเจด็ ส่งิ มหศั จรรยของ
โลกเม่อื วันท่ี 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

ใหนักเรียนตั้งคำถามใน Functions กิจกรรมขอ 4 โดยใชคำที่ใหไวประกอบในการสราง
คำถามเสรจ็ แลว ครูใหน กั เรียนอาสาสมัครออกมาเขียนตอบบนกระดาน

ขั้นการใชภ าษาเพอ่ื การส่อื สาร (Production)
15 ใหนักเรียนทำกิจกรรม Functions ขอ 5 โดยจับคูกันสนทนา บทสนทนาในกิจกรรมขอ 3
และใชขอมูลของมาชู ปกชูในการตอบคำถาม ครูเดินสังเกตการณทำกิจกรรม แลวครูให
นกั เรยี นอาสาสมัครออกมาสนทนาหนาชนั้ เรยี น 2-3 คู สว นนกั เรยี นคูทเ่ี หลือใหไปสนทนาใน
คาบตอไป หรือเวลาวาง ครูประเมินการพูดสนทนาโดยใชประโยคที่เนนสิง่ ท่ีเกดิ ขึ้นมากกวา
ผกู ระทำได ดวยแบบประเมินการพูด โดยใชเกณฑผา นระดับ “ดี”
16 ครูใหนักเรียนทำแบบฝกหัดขอ 7 ในหนังสือ Sprint 3 Workbook หนา 23 โดยให
นักเรียนเรียงประโยคเพื่อสรางบทสนทนาที่เนนผลหรือการกระทำมากกวาใครเปนคนทำ
เมื่อเสร็จแลวครูเปดเสียงจากซีดีประกอบบทเรียน ใหนักเรียนฟงเพื่อตรวจ
คำตอบ

ข้นั สรปุ (Conclusion)
17 ครูใหนักเรียนทำแบบฝกหัดขอ 8 ในหนังสือ Sprint 3 Workbook หนา 23 เปนการ

ทบทวน

119

แผนการจัดการเรียนรทู ่ี 14

หนว ยการเรยี นรทู ี่ 3 Lively Communication เรอ่ื ง What is your name,please? จำนวน 1 .คาบ

รายวชิ า ภาษาอังกฤษ รหสั วชิ า อ23101 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ

ระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปท ่ี 3 ภาคเรียนท่ี1 ครูผสู อน นางวาสนา แกวยวน

1. มาตรฐานท่ี 1.2 มีทักษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปลยี่ นขอ มลู ขาวสาร แสดงความรูสึก และความ
คดิ เหน็ อยางมปี ระสิทธภิ าพ
2. ตวั ชี้วัด ม.3/1 สนทนาและเขียนโตตอบขอมูลเก่ยี วกับตนเอง เร่ืองตางๆใกลตวั สถานการณ ขาว เรอ่ื ง
ทอี่ ยใู นความสนใจของสงั คมและสอ่ื สารอยา งตอเน่ืองและเหมาะสม
3. จดุ ประสงคการเรยี นรู (ผเู รียนรอู ะไร/ทำอะไรได)

1. พูดทักทายและพูดแนะนำตัวเองได
2. นำคำศัพทมาใชใ นประโยคไดถ กู ตอง
3.. สรุปใจความสำคญั ของสนทนาและตอบคำถามได

4. สาระสำคญั
การพดู แนะนำตนเปนการพูดทแี่ ทรกอยูกับการพดู ลักษณะตา ง ๆ เปน พนื้ ฐานเบอื้ งตนที่จะทำใหผูฟงมีความรู
เก่ียวกับผพู ดู การแนะนำตนจะใหรายละเอียดแตกตา งกันไปตามลักษณะการพูดแนะนำตนเองมจี ดุ ประสงค
เพอื่ ทำความรจู ักกนั ในหมูเพื่อน หรอื แนะนำตวั ในขณะทำกิจกรรม โดยมีรายละเอยี ดสำคัญ คอื ) ชอื่ และ
นามสกุล) รายละเอยี ดเก่ียวกับการศึกษา) ท่ีอยูปจ จบุ นั และภมู ิลำเนาเดิม ความสามารถพเิ ศษกิจกรรมท่ี
สนใจ และตองการมีสวนรว มปฏบิ ัติกจิ กรรม การใชภาษาเพอ่ื การทักทายและแนะนำตนเอง เปน การใชภาษา
ในชีวิตประจำวัน นักเรยี นจำเปนตอ งฟง อยางเขา ใจ วิเคราะหส ่งิ ท่ฟี ง สังเกตการออกเสยี ง เพ่อื สามารถพูด
สนทนา กับเจาของภาษาไดอยา งมีประสทิ ธิภาพ ตลอดจนเรยี นรู โครงสรางประโยค รูปยอ ตาง ๆ เพ่ือให
สามารถใชภ าษาในการทกั ทายและแนะนำตนเองไดอยา งถูกตอ งเหมาะสม
5. สาระการเรียนรู

5.1 ความรู

1. Common greetings
- Hello. / Hi.
- Good morning / Good afternoon / Good evening.
- Good to see you. / Nice to see you. /Glad to see you.
- Long time no see. / It’s been a while.

120

- How are you? /How’s it going? / How are you doing?
- How are things? / How’s life?
- How’s your day? / How’s your day going?
- What’s up? / What’s new? / What’s going on?

2. คำศพั ท ประโยคในการตอบรบั
- I am Fine,thank you.
- I am very well, thanks
- Great,thanks.
- I am ok,thanks
- I’m doing great.
- Not too bad.
- I,m alright.
- Pretty good, thanks.
- So-so,thank you
etc.

3. Greeting and introducing myself
Conversation 1
Katherine: Hello. My name is Katherine, but please call me __________.
Peter: Hello. I’m ___________. Nice to meet you.
Katy: Nice to meet you too.
Conversation 2
Teacher: Good morning. What is your ……… , please?
Ling: . My name is Fei Ling.
Teacher: I’m Barbara Gibson. Welcome to the class. Fei Ling.
Conversation 3
Reeve: Good morning. Sorry, I’m late.
Teacher: No problem.
Ling: Hello. Let me myself. I’m Fei Ling. Glad to meet you.
Reeve: My name is Gordon Reeve. Glad to you, too.
Conversation 4

121

Peter: , Apaporn. How have you been?
Apaporn: Fine. _____________ ?
Peter: Good. How about your ………… ?

Apaporn: Very well, thanks. How about your girlfriend?
Peter: She’s fine. .

5.2 กระบวนการ
ใชว ธิ ีการสอนแบบฟง พูด อาน ใหเ ขา ใจแลวปฎิบตั ติ าม

5.3 คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค
1.ใฝร ูใฝเรยี น
2. มีความรบั ผิดชอบ
3. มีความซอื่ สัตย สุจรติ

6. สมรรถนะสำคญั ของผเู รยี น
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารภในการคิด

7.ชิ้นงาน/ ภาระงาน

1. แบบฝกหดั การแนะนำตนเอง
2. การพดู สนทนา การแนะนำตนเอง

8. การวดั ผลและการประเมินผล

วิธีการวดั เครือ่ งมอื เกณฑผา นการประเมนิ
ดานความร-ู ความเขา ใจ (K) ผาน 70 %
การสงั เกต
แบบฝก หัด

ดา นทักษะกระบวนการ (P) แบบประเมนิ การพดู ผาน 70 %

122

ดานคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค (A) แบบประเมินคุณลักษณะอนั พึง ผาน 70 %
ประสงค

9. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู

ชัน้ นำเขาสบู ทเรียน
ใ . (Warm –up)

1. ครแู นะนำตนเอง Good morning/Good afternoon, class. My name’s……..you can call me
Ajarn or Kru + ช่อื ของครู แลวถามนักเรียนวา รูจ ักกันแลว หรือยงั (Do you know each other?) นกั เรยี น
อาจจะตอบวา Yes หรอื No บา งครใู หนกั เรียนแนะนำตนเองโดยยนื เปนวงกลมซอนกัน 2 วง นักเรยี นวงนอก
กบั วงในยนื หางกันพอจะโยนลูกบอลเขาหากนั ได ผทู โ่ี ยนลกู บอลถามวา What’s your name, please?
ผรู ับลกู บอลจะตอบวา My name’s……หรือ I’m………

2. เรียกนกั เรยี นท่คี ิดวารูจกั คนอืน่ เกิน 3 คนในวนั นี้ รายงานวา His name is ………Her name is ………
หรอื Their names are……..……..and……..

2. Presentation and practice กจิ กรรมนำเสนอ และกิจกรรมการฝก
1. นักเรยี นทำกจิ กรรมกอนการฟงในใบกจิ กรรมที่ 1 โดยทายวาบทสนทนาไหนจะไดฟงเปน
หมายเลข 1, 2, หรอื 3 แลวฟง เพือ่ ตรวจสอบคำตอบ
2. นกั เรยี นจบั คกู ันถาม อีกครั้ง แลว ครเู รียกใหพูดใหนกั เรียนท้ังชน้ั ฟง (สุม เปนคๆู )
3. นกั เรียนเขยี นช่ือตนเองลงในสมดุ แบบฝก หัด ครเู ดินดชู ว ยเหลอื การสะกดชื่อของแตล ะคน
4. นกั เรยี นเดนิ ไปทั่วหองถามชือ่ เพ่ือน แลวบอกชื่อของตนเองดว ยเม่ือผูอน่ื ถามกลับมา ครูเดินฟง
แลว แกไ ขการออกเสียง สมุ เรียกเปน คูๆใหพ ูดใหเ พื่อนทงั้ ช้ันฟง
5. นกั เรียนทำกิจกรรมคโู ดยเลือกคำ มาเตมิ ลงในบทสนทนาเปนกิจกรรมกอนการฟง ตอ จากนัน้ ฟงเพื่อ

เฉลยคำตอบ CD 1 T 4 โดยครูใหนักเรยี นอา นเพ่ือเฉลยดวยกนั

123

6. นกั เรยี นจับคูใช Conversation 1 เปน model ใสขอ มลู ของตนเอง แลว ฝกพูดครูสุมเรียกใหพ ูด
สนทนาใหนักเรียนท้ังชน้ั ฟง นักเรยี นที่ฟงมปี ายชคู ะแนนให เชนคะแนนเต็ม 10 จะใหเทา ใด
3. กจิ กรรมนำไปใช (Production)
– นกั เรียนชว ยกนั สมมตุ สิ ถานการณท ี่จะนำไปใช ในดา นการแนะนำตนเอง เชนในงานเลย้ี งในการอบรม
สัมมนา ในคา ยลูกเสือโลก ในการเขาคายภาษาองั กฤษ แลว แตล ะกลมุ นำเสนอการพดู ทักทายและแนะนำ
ตนเอง โดยแสดงความจริงตามสถานการณท คี่ ดิ ขน้ึ มา

– ครูชไี้ ปที่นกั เรียนบางคน ถามคำถามวา What’s his/her name? ใหนกั เรียนตอ

10. สื่อและแหลงเรียนรู(
1. .ใบงาน
2. Laptop
3. ลูกบอล

..

ลงชือ่ ..................................................... ครผู ูสอน
(.....................................................)

วันท่ี ............. เดอื น ............................... พ.ศ. .................

ลงชอื่ ....................................................ผูนิเทศ
(.....................................................)

วันที่ ............. เดือน ............................... พ.ศ. .................

ลงชือ่ .................................................หวั หนา กลมุ สาระฯ
(.....................................................)

วันท่ี ............. เดือน ............................... พ.ศ. ................

124

11. บันทึกผลการจัดการเรียนรู
ผลการจัดการเรยี นรู (ระบุรายชื่อนกั เรียนทีไ่ มบรรลผุ ล/ตัวช้ีวัด)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
อปุ สรรค/ปญหา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
การแกไ ขปรบั ปรุง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ผลการแกไ ขปรับปรุง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงชอ่ื ..................................................... ครผู ูสอน
(.....................................................)

วันที่ ............. เดอื น ............................... พ.ศ. ................

ความเห็น/ขอเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

125

ลงชอื่ .................................................หัวหนากลุมสาระฯ
(.....................................................)

วันที่ ............. เดือน ............................... พ.ศ. ...............

ลงชอื่ ..................................................... ครูผูสอน
(.....................................................)

วันที่ ............. เดือน ............................... พ.ศ. .................

ลงช่อื ....................................................ผูนิเทศ
(.....................................................)

วันท่ี ............. เดือน ............................... พ.ศ. .................

ลงชือ่ .................................................หัวหนากลมุ สาระฯ
(.....................................................)

วันท่ี ............. เดือน ............................... พ.ศ. .................

126

น.ท./ว 007

แบบบันทกึ การประเมินผลการใชห นวยการเรยี นรู

รายวิชา ……………………………………………………………… รหสั วชิ า …………………………… ชนั้ …………………………
หนวยท่ี ……………. ชือ่ หนวย ………………………………………………………. จำนวน ………………….. แผนการเรียนรู
หอ งทสี่ อน ......................... จำนวนนักเรยี นท้งั หมด ............... คน ประเมนิ วันที่ ……………………..……………….
คะแนนประจำหนวย (ระหวางเรียน) ……………….. เกณฑผ าน …………..……..

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

1. เอกสารใบงาน/ใบความรู/ใบกจิ กรรมประจำหนว ย
1.1. ……………………………………………………………………………………………………………………………………….
1.2. ……………………………………………………………………………………………………………………………………….
1.3. ……………………………………………………………………………………………………………………………………….
1.4. ……………………………………………………………………………………………………………………………………….

2. เครอื่ งมอื ประเมินกอนเรียน – หลงั เรียน …………………………………………………………………………………………….
3. เครอ่ื งมอื ประเมินเก็บคะแนนระหวา งเรียน …………………………………………………………………………………………
4. ผลการประเมนิ กอนเรียน – หลงั เรยี น

คะแนนเต็ม กอ นเรียน เฉล่ีย (X) หลังเรยี น C.V. ขอ คน พบ
เฉล่ยี (X) S.D.

5. อภิปรายผล
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
6. ขอ คน พบ/ขอเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงช่อื ..................................................... ครูผสู อน
(.....................................................)

ลงชอื่ .................................................หัวหนา กลุมสาระฯ
(.....................................................)

หมายเหตุ แนบเอกสารตามขอ ที่ 1 2 3 และผา นการเรียนรปู ระจำหนว ยสง ตามท่ีกำหนด หรือเมือ่ สอนครบ
ท้งั หนว ยการเรยี นรู

127

แผนการจัดการเรียนรทู ี่ 15

หนว ยการเรียนรทู ่ี 3 Lively Communication เรอ่ื ง Education จำนวน 1 .คาบ

รายวชิ า ภาษาองั กฤษ รหสั วชิ า อ23101 กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ

ระดับชัน้ มัธยมศึกษาปที่ 3 ภาคเรียนท่ี1 ครผู สู อน นางวาสนา แกว ยวน

1. มาตรฐานท่ี
1.2 มที กั ษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปล่ยี นขอมูลขาวสาร แสดงความรสู ึก และความคิดเหน็

อยางมปี ระสิทธภิ าพ
. ตวั ชี้วดั ม.3/4 พดู และเขียนเพ่อื ขอและใหขอ มลู อธิบาย เปรยี บเทยี บ
มาตรฐานที่
1.3 นำเสนอขอมลู ขา วสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เหน็ ในเร่ืองตางๆโดยการพดู และการเขียน

แสดงความรูส กึ และความคดิ เห็นอยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ

ตวั ชี้วัด ม.3/3 พูดและเขียนแสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกับกิจกรรม ประสบการณ และเหตกุ ารณ
พรอ มท้ังใหเ หตุผลประกอบ

4.สาระสำคัญ
เพือ่ ใหนกั เรยี นมีทกั ษะในการส่อื สารเพ่ือการศึกษา นักเรยี นจะไดฝ ก ฟง บทสนทนาการเรียนรแู บบ
homeschool บทสนทนาเร่อื งการทดลอง The Hole in the Wall พูดบอกความหมายและใชคำศพั ท
เกี่ยวกับการศึกษาในโรงเรยี น พูดแสดงความคดิ เหน็ เก่ยี วกบั การศกึ ษาแบบ ‘cloud schools’

5. สาระการเรียนรู
5.1 ความรู (Knowledge) (Pronunciation - Dialogue)

คำศัพท คำแปลภาษาอังกฤษ คำแปลภาษาไทย
rear (n.) the back or hindmost part of สว นหลงั
steer (v.) something ถอื พวงมาลัย
stare (v.) guide or control the movement of a จอ ง
vehicle
look fixedly at someone or
something with the eyes wide open

128

storm (n.) a violent disturbance of the พายุ
atmosphere with strong winds and
usually rain, thunder, lightning, or
snow
golden (adj.) made of, coloured like, or shining like ทำดว ยทอง
gold

unfortunately having bad fortune; unlucky นาเสียดาย
(adv.)

rude (adj.) offensively impolite or ill-mannered หยาบคาย

wood (n.) the hard fibrous material forming ไม
the main substance of the trunk or
branches of a tree or shrub, used
for fuel or timber

คำศพั ท เกี่ยวกับการบอกลักษณะของการทำกิจกรรมตางๆ เชน

fun, important, interesting, boring, wonderful, dangerous, enjoyable,

5.2 ทกั ษะ/กระบวนการ
การฟง : การฟงหาขอ มลู การฟงจับใจความสำคญั การหาขอ มูลเฉพาะ
การพดู : การพดู ใหขอ มลู พูดรายงานขอมลู การหาขอ มูลเฉพาะ การพูดบรรยาย

5.3 คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค
มีวนิ ยั
ใฝเรยี นรู
มงุ มัน่ ในการทำงาน

6. สมรรถนะสำคัญของผเู รียน
การสื่อสาร
การใชทักษะชีวติ

บรู ณาการเศรษฐกจิ พอเพียง/ สาระการเรยี นรอู น่ื /อาเซียน
กลมุ สาระการเรยี นรสู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม (โลกศึกษา และอาเซยี น)

7.ชิ้นงาน/ ภาระงาน
แบบฝกหดั

8. การวัดผลและการประเมินผล 129

วธิ ีการวดั เครือ่ งมอื เกณฑผ า นการประเมนิ
ดา นความร-ู ความเขาใจ (K) การสังเกต ผา น 70%
แบบฝก หัด

ดานทักษะกระบวนการ (P) แบบประเมนิ การพูด ผาน 70%

ดานคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค (A) แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พึง ผาน 70%
ประสงค

9. กจิ กรรมการเรยี นรู

ขั้นนำเขา สูบทเรียน (Introduction)
1 ครถู ามความหมายของชื่อเรอื่ ง Education หมายถึงอะไร
What does the word “Education” mean? (Study / training)
2 ครูใหนักเรียนดูภาพ A-D และทำกิจกรรม Vocabulary ขอ 1 ในหนังสือ Sprint 3
Student’s Book หนา 92 โดยใหเลือกภาพที่ตนเองอยากใหโรงเรียนเปนแบบนั้น พรอม
บอกเหตผุ ล

ขน้ั นำเสนอเนอื้ หา (Presentation)
ครูใหนักเรียนทำกิจกรรม Vocabulary ขอ 2 โดยใหดูรายการกิจกรรมที่กำหนดไวแลวให
นกั เรยี นบอกวากจิ กรรมใดท่นี กั เรยี นมักจะทำในโรงเรยี น และกิจกรรมใดมักจะทำที่บา น โดย
ใหนักเรียนใส s หรือ h ลงในชองวางหลังรายการของกิจกรรมตามจริง (คำตอบมีได
หลากหลายตามความจริงของนักเรียน) (ดูเฉลย)
ครถู ามนกั เรยี นเกีย่ วกับ Montessori วา

130

Have you ever heard about Montessori’? (No)
We are studying about Montessori.

ขัน้ การใชภาษาเพ่อื การสื่อสาร (Production)
ครูใหนักเรียนทำกิจกรรมขอ 6 ในหนังสือ Sprint 3 Student’s Book หนา 93 โดยใหอาน
กิจกรรมตางๆ ในกรอบ แลวชวยกันคิดวากิจกรรมใดควรอยูใ นหลักสูตรของโรงเรียน เพราะ
อะไร ครใู หนกั เรยี นใชว ิธีพดู แสดงความคิดเห็นตามตัวอยางทใ่ี หไว (คำตอบหลากหลายตาม
ความคดิ ของนกั เรยี น

ขัน้ สรปุ (Conclusion)
ครูใหนกั เรียนทำแบบฝกหัด Vocabulary ขอ 1-2 ในหนังสือ Sprint 3 Workbook หนา
46 เปนการทบทวน

10. ส่ือและแหลงเรยี นรู(
1. หนงั สือเรียน
2. Laptop

ลงช่ือ ..................................................... ครูผสู อน
(.....................................................)

วันที่ ............. เดอื น ............................... พ.ศ. .................

ลงชอื่ ....................................................ผูนเิ ทศ
(.....................................................)

วันท่ี ............. เดือน ............................... พ.ศ. .................

ลงช่ือ .................................................หัวหนา กลุม สาระฯ
(.....................................................)

วันที่ ............. เดือน ............................... พ.ศ. ................

131

11. บนั ทกึ ผลการจดั การเรียนรู

ผลการจัดการเรยี นรู (ระบรุ ายชื่อนกั เรียนที่ไมบรรลผุ ล/ตัวชวี้ ดั )

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
อุปสรรค/ปญ หา

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
การแกไ ขปรบั ปรงุ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ผลการแกไขปรบั ปรุง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงชือ่ ..................................................... ครูผูสอน
(.....................................................)

วันท่ี ............. เดอื น ............................... พ.ศ. ................
ความเหน็ /ขอ เสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงชอ่ื .................................................หัวหนา กลมุ สาระฯ
(.....................................................)

วันท่ี ............. เดือน ............................... พ.ศ. .................

132

แผนการจัดการเรียนรูท่ี 16

หนวยการเรยี นรูที่ 3. เรือ่ ง Education . จำนวน 2 .คาบ

รายวิชา ภาษาองั กฤษ รหสั วิชา อ23101 กลมุ สาระการเรียนร.ู ภาษาตา งประเทศ

ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 3 ภาคเรียนท่ี 1 ครูผสู อน นางวาสนา แกวยวน

1. มาตรฐานที่
1.2 มีทกั ษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นขอมูลขา วสาร แสดงความรูสึก และความคิดเหน็

อยางมีประสิทธภิ าพ
2. ตัวชีว้ ัด ม.3/4 พดู และเขียนเพ่ือขอและใหข อมลู อธบิ าย เปรยี บเทยี บ
มาตรฐานที่

1.3 นำเสนอขอ มลู ขาวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเหน็ ในเร่อื งตางๆโดยการพูดและการเขียน
แสดงความรสู กึ และความคิดเหน็ อยา งมปี ระสิทธภิ าพ

ตวั ชี้วดั ม.3/3 พูดและเขยี นแสดงความคิดเห็นเกย่ี วกบั กจิ กรรม ประสบการณ และเหตุการณ
พรอ มท้งั ใหเหตผุ ลประกอบ

3. จุดประสงคก ารเรียนรู

1. ฟงและเขา ใจการเรยี นรูแบบ homeschool ได
2. เขียนบรรยายระบบการศกึ ษาของตนได
4.สาระสำคัญ
เพอ่ื ใหนกั เรยี นมีทักษะในการสอื่ สารเพื่อการศึกษา นกั เรยี นจะไดฝกฟงบทสนทนาการเรยี นรแู บบ
homeschool บทสนทนาเร่อื งการทดลอง The Hole in the Wall พดู บอกความหมายและใชค ำศพั ท
เก่ียวกบั การศึกษาในโรงเรยี น พดู แสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกบั การศกึ ษาแบบ ‘cloud schools’
5. สาระการเรยี นรู

5.1 ความรู .
1. Vocabulary

คำศพั ท คำแปลภาษาองั กฤษ คำแปลภาษาไทย
homeschool (n.) การศึกษาโดยครอบครวั
teaching a child at home rather
than sending him or her to school

133

get to (v.) come or go eventually or with some ไปถึง มาถึง
syllabus (n.) difficulty ประมวลเนื้อหา

the subject in a course of study or
teaching

pace (n.) a single step taken when walking or กา ว
flexible (adj.) running เปลี่ยนแปลงได
disadvantages (n.) capable of bending without breaking ผลไดผ ลเสยี
miss (v.) an unfavourable circumstance or พลาด
chance (n.) condition โอกาส
doubt (n.) fail to hit, reach, or come into contact ขอ สงสยั
both (pron.) with ท้งั คู
revise (v.) an opportunity ทบทวน
a feeling of uncertainty or lack of
fail (v.) conviction ไมผานเกณฑ สอบตก
two people or things, regarded and
cheat (v) identified together. โกง
expel (v.) reread work done previously to ไลออก
improve one’s knowledge, typically
for an examination
be unable to meet the standards set
by
(a test)
act dishonestly or unfairly in order to
gain an advantage
force or drive out

Vocabulary in Dialogue

คำศัพท คำแปลภาษาองั กฤษ คำแปลภาษาไทย
rear (n.) the back or hindmost part of สวนหลัง
something

134

steer (v.) guide or control the movement of a ถอื พวงมาลยั
vehicle

stare (v.) look fixedly at someone or จอ ง
something with the eyes wide open
storm (n.) a violent disturbance of the พายุ
atmosphere with strong winds and
usually rain, thunder, lightning, or
snow

golden (adj.) made of, coloured like, or shining like ทำดวยทอง
gold
unfortunately having bad fortune; unlucky นา เสียดาย
(adv.)
rude (adj.) offensively impolite or ill-mannered หยาบคาย
wood (n.) the hard fibrous material forming ไม
the main substance of the trunk or
branches of a tree or shrub, used
for fuel or timber

2. โครงสรางประโยค / ไวยากรณ (Structure and Grammar)

Gerunds : V-ing

Verb + V-ing

Revision of verb tenses
Past Simple Tense vs Present Perfect Tense

Future Tenses

135

5.2 ทักษะ/กระบวนการ
การอาน : การอานหาขอ มูล การอา นจับใจความสำคัญ การอานออกเสยี ง
การฟง : การฟงหาขอมลู การฟงจบั ใจความสำคญั การหาขอมลู เฉพาะ
การพดู : การพูดใหขอ มูล พูดรายงานขอ มลู การหาขอ มลู เฉพาะ การพูดบรรยาย
การเขยี น : การเขียนแสดงความคดิ เห็น เขยี นเสนอแนะ การเขียนจดหมาย การเขยี นจดหมาย
อีเมล การเขียนขอ ความบรรยาย การเขียนบทสนทนา

5.3 คณุ ลักษณะอันพึงประสงค
มีวนิ ยั
 ใฝเรยี นรู
 มุงม่ันในการทำงาน

6. สมรรถนะสำคญั ของผเู รียน
 การสื่อสาร
 การใชทกั ษะชีวิต

7. ช้ินงาน/ภาระงาน

แบบฝก หัดในบทเรยี น
8. การวัดผลและการประเมินผล

วธิ ีการวดั เครอื่ งมอื เกณฑผ านการประเมิน
ดา นความร-ู ความเขา ใจ (K) ตรวจแบบฝก หัด การบอก ผา นรอ ยละ 70
ความหมายของคำศพั ท

ดานทกั ษะกระบวนการ (P) เกณฑการประเมนิ การฟง ผา นรอ ยละ 70
เกณฑการประเมนิ การเขียน

ดานคุณลกั ษณะอันพึงประสงค (A) เกณทการประเมินคุณลักษณะ ผานรอ ยละ 70
อันพงึ ประสงค

136

9. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู คาบที่ 1
ข้ันนำเขา สูบ ทเรียน (Introduction)
1 ครูใหนักเรียนดูภาพในหนังสือ Sprint 3 Student’s Book หนา 94 โดยปดตัวอักษรไว
แลวถามวา
1
What can you see in the picture?
(A girl and a woman)
What are they doing?
(The girl is writing or drawing something and the woman is looking.)
Are they in the school? (Yes / No / Maybe / Maybe not)

ครูเปดชือ่ เรื่องใหน กั เรยี นเหน็ แลว ใหน กั เรียนตอบคำถามอีกคร้ัง

Are they in the school?
(No, they are at home.)
What do you think about homeschool? Who will be the teacher?

(ควรประกอบดวย ขน้ั นำ ข้นั จัดกิจกรรม ขนั้ สรุปและข้นั ประเมนิ )

ข้นั นำเสนอเนือ้ หา (Presentation)
1 ครูอธบิ ายเพิ่มเติมวา homeschool คือการเรียนการสอนท่ีจัดขึ้นทีบ่ าน นักเรียนไมตองไป

ที่โรงเรียน ผูสอนอาจจะเปนพอแม หรือผูชำนาญอื่นก็ได และครูใหนักเรียนแปล

ความหมายของคำศัพทใ น

Key : ประมวลเนื้อหา / กาวเดนิ / พลาด

2 ครูบอกนักเรียนวานักเรียนจะไดฟงเรื่องเกี่ยวกับ homeschool ใหนักเรียนฟงและ

อานตามในใจ พรอมใหนักเรียนขีดเสน ใตคำศัพทที่ไมรูเอาไว ครเู ปดเสียงจากซีดปี ระกอบ

บทเรียน ใหนักเรียนฟงและทำตามที่ตกลงไว เมื่ออานเสร็จแลว ครูใหนักเรียนถาม

ค ำ ศ ั พ ท  ท ี ่ ไ ม  ร ู  ค ร ู ใ ห  เ พ ื ่ อ น ท ี ่ ร ู  ช  ว ย บ อ ก ค ว า ม ห ม า ย ข อ ง ค ำ ศ ั พ ท  น้ั น
หากไมม ใี ครรูค รูเปนผบู อกความหมายของศัพทน้ันใหนกั เรยี นทราบ

3 ครูใหนักเรียนอานและแปลคำถามในกิจกรรม Presentation 2 ขอ 2 ในหนังสือ Sprint 3

Student’s Book หนา 94 เพื่อเปนเปาหมายในการอาน แลวครูใหนักเรียนอานเรื่องใน

137

กิจกรรม Presentation 2 ขอ 1 อีกครั้ง แลวตอบคำถามที่กำหนดไวในกิจกรรม
จากนั้นครูใหนักเรียนอาสาสมัครออกมาตอบคำถามทีละขอจนครบ ครูตรวจสอบความถูกตองและ
ประเมนิ การฟงและเขาใจการเรียนรูแบบ homeschool จากคำตอบ โดยใชเกณฑผ านรอยละ 70
(ดเู ฉลย)
5 ครใู หน ักเรียนทำกิจกรรม Vocabulary ขอ 3 ในหนังสอื Sprint 3 Student’s Book

หนา 95 โดยใหแ ปลคำศัพทเ ปนภาษาไทย ครูใหนกั เรียนอาสาสมคั รออกมาตอบ

คนละขอ ครูคอยแนะนำแกไขใหถ กู ตอง (ดเู ฉลย)

คาบท่ี 2

1. ครูทบทวนการใช Present Perfect และ Past Simpleโดยเขียนบนกระดานวา Present
Perfect และ Past Simple มีโครงสรา งดังตอไปน้ี

Affirmative Present Perfect
Negative Subject + has/have + past participle.
Subject + has/have + not + past participle.
Interrogative
Has/Have + subject + past participle ?

Past Simple

Affirmative Subject + verb (past)

Negative Subject + did + not + verb (base)

Interrogative Did + subject + verb (base)?

2. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา Present Perfect vs Past Simple ใชกับเหตุการณในอดีตที่ไมได
กำหนดเวลาชดั เจนวาเกิดขึ้นเมื่อไร เนนผลของเหตุการณท ี่สงมาถึงปจจุบันมากกวา สวน
Past Simple ใชกับเหตุการณในอดีตท่มี ีการบอก/ระบไุ วชัดเจน เชน
I have opened the windows for you.
I opened the windows for you this morning.

3 -3ครุทบทวนการใช Future Simple วาใชกับการกระทำในอนาคต โดยมีโครงสราง
3 แบบ คอื
แบบที่ 1 : Subject + will/shall + verb (base)
แบบท่ี 2 : Subject + verb to be + going to + verb (base)
แบบท่ี 3 : Subject + verb to be + V-ing

Future with intention/Future with possibility

138

Affirmative Subject + will/shall + verb (base)
Negative Subject + will/shall + not + verb (base)
Interrogative Will/Shall + subject + verb (base)?

Affirmative Planned future
Negative
Interrogative Subject + verb to be + going to + verb (base)
Subject + verb to be + not + going to + verb (base)
Verb to be + subject + + going to + verb (base)?

Affirmative Very near future
Negative
Interrogative Subject + verb to be + V-ing
Subject + verb to be + not + V-ing
Verb to be + subject + V-ing

ข้ันฝก (Practice)
1 ครูใหนักเรียนนำกริยาในกิจกรรม Vocabulary ขอ 3 จากหนังสือ Sprint 3 Student’s Book

หนา 95 มาเติมในประโยคในกิจกรรมขอ 4 ใหเหมาะสมและถูกตองตาม Tense โดยครู
อธิบายเพิ่มเติมเรื่องการใช Tense โดยใหนักเรียนสังเกตเวลาที่เหตุการณน้ันเกิดขึ้น แลวให
นักเรียนเปรยี บเทยี บคำตอบกัน ครูใหนักเรยี นอาสาสมคั รออกมาบอกคำตอบท่ีนักเรียนทำไว
ใหเพ่ือนๆ ฟง ครูคอยแนะนำแกไ ขใหถ กู ตอง (ดูเฉลย)
2 ครูใหน ักเรียนทำกจิ กรรม Vocabulary ขอ 5 ในหนังสือ Sprint 3 Student’s Book หนา
95 โดยใหฟงเรื่องเกี่ยวกับระบบการศึกษาของประเทศอังกฤษ และเติมขอความ
ที่ขาดหายไปใหครบถวน จากนั้นครูใหนักเรียนเปรียบเทียบคำตอบกัน แลวใหนักเรียน
อาสาสมัครออกมาบอกคำตอบที่นักเรียนทำไวใหเพือ่ นๆ ฟง ครูคอยแนะนำแกไขใหถูกตอง
(ดเู ฉลย)
3 ครูใหนักเรียนทำกิจกรรม Vocabulary ขอ 6 โดยจับคูกันคิดเกี่ยวกับคำบรรยายการศึกษา
ของประเทศที่ตนเองอยูและเติมขอมลู ใหครบ ครูสงั เกตการทำกิจกรรมและคอยแนะนำให
ถูกตอ ง

ข้นั การใชภาษาเพือ่ การส่ือสาร (Production)
4 ครูใหนักเรียนทำกิจกรรม Grammar ขอ 11 ในหนังสือ Sprint 3 Student’s Book หนา

98 โดยเขียนวงกลมตัวเลือกที่ถูกตอง แลวเขียนจดหมายของ Ross ที่เขียนถึง Janet ให
สมบูรณ แลวแลกกันอา นกับเพื่อนเพื่อตรวจสอบความถูกตองกอนนำสงครู ครูประเมินการ

139

เขียนจดหมายเลาเรื่องโรงเรียน โดยใชแบบประเมินการเขียนอีเมล โดยใชเกณฑการ
ประเมนิ ผา นระดับ “ดี”
5 ครูใหนักเรียนทำกจิ กรรม Grammar ขอ 12 ในหนังสือ Sprint 3 Student’s Book หนา
98 โดยใหแ ปลประโยคที่ใหไวเปนภาษาอังกฤษ จากนั้นครูใหนักเรียนอาสาสมคั รออกมาเขียน
คำตอบบนกระดานคนละขอ ครคู อยใหคำแนะนำแกไ ข (ดูเฉลย)
6 ครูใหนักเรียนทำกิจกรรม Speaking ขอ 6 ในหนังสือ Sprint 3 Student’s Book
หนา 101 โดยจับคูเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่อง ‘cloud schools’ วารายการ
ที่ใหไวในกิจกรรมนีเ้ ปนขอ ดี (A) หรือขอ ดอย (D) เมื่อเสร็จแลวใหนักเรยี นอภิปรายกับเพื่อน
ตามตัวอยา งท่ีใหไว โดยใชสำนวนตามตัวอยา ง ครูใหนักเรียนอาสาสมัคร 2-3 คูออกมาพูด
รายงานผลการแสดงความคิดเห็นของคูตนเองใหเ พื่อนๆ ฟง ครูคอยแนะนำแกไขใหถูกตอง
และประเมนิ การพูดแสดงความคดิ เหน็ เก่ยี วกบั การศกึ ษาแบบ ‘cloud schools’ โดยใชแ บบ
ประเมนิ การพดู และใชเกณฑผ า นการประเมินระดับ “ด”ี

ขน้ั สรปุ (Conclusion)
1 ครูใหนักเรียนทำแบบฝกหัด Grammar ขอ 2-4, 6-8 และ 10-12 ในหนังสือ Sprint 3

Workbook หนา 48-49 เปน การทบทวน (ดูเฉลย)
2 ครูใหนักเรียนอาน Grammar reference 19-21 ในหนังสือ Sprint 3 Workbook หนา 60-61

เพ่มิ เตมิ เพ่อื ทบทวน

10. ส่ือและแหลงเรยี นรู
 หนงั สอื Sprint 3 Student’s Book
หนังสือ Sprint 3 Workbook
แผน ซีดปี ระกอบบทเรียน Sprint 3 Student’s Book
เครอ่ื งเลนซีดี
พจนานกุ รม
ส่อื อิเลก็ ทรอนิกส
- http://www.ltl.appstate.edu/reading_resources/letters.htm
- http://www.hole-in-the-wall.com/Beginnings.html
- http://edition.cnn.com/video/#/video/world/2009/02/22/sidner.india.slumdog.i
nspiration.cnn?iref=videosearch
(ถาเปนการทดลอง อาจจะใสหัวขอ วสั ดอุ ุปกรณและสารเคมี เพิ่มก็ได)

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

140

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงชื่อ ..................................................... ครผู ูสอน
(.....................................................)

วันท่ี ............. เดอื น ............................... พ.ศ. .................

ลงชอ่ื ....................................................ผูนิเทศ
(.....................................................)

วันท่ี ............. เดือน ............................... พ.ศ. .................

ลงชือ่ .................................................หัวหนา กลมุ สาระฯ
(.....................................................)

วันท่ี ............. เดือน ............................... พ.ศ. .................

141

11. บนั ทกึ ผลการจัดการเรยี นรู

ผลการจัดการเรียนรู (ระบรุ ายชอ่ื นักเรียนที่ไมบ รรลุผล/ตัวชี้วัด)

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
อุปสรรค/ปญ หา

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
การแกไ ขปรับปรงุ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ผลการแกไ ขปรบั ปรุง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงช่ือ ..................................................... ครผู ูส อน
(.....................................................)

วันท่ี ............. เดอื น ............................... พ.ศ. ................
ความเหน็ /ขอเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงชือ่ .................................................หัวหนากลมุ สาระฯ
(.....................................................)

วันที่ ............. เดือน ............................... พ.ศ. .................

142

แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี 17

หนวยการเรยี นรูท ่ี 3. เรื่อง Do you mind ………………………… ? จำนวน 3 .คาบ

รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ 23101 กลมุ สาระการเรียนรูภาษาตา งประเทศ

ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 1 ครผู ูสอน นางสาวอินทริ า ศรพี ล

1. มาตรฐานท่ี ต ๑.๒ มที กั ษะการสือ่ สารทางภาษาในการแลกเปล่ียนขอ มูลขาวสาร แสดงความรูสึก
และความคดิ เห็นอยา งมีประสทิ ธภิ าพ

2. ตัวช้ีวดั

ม3/2 ใชค ำขอรอง ใหคำแนะนำ คำชี้แจง และคำอธิบายอยางเหมาะสม

ม3/3. พดู และเขียนแสดงความตองการ เสนอและใหความชวยเหลอื ตอบรับและปฏิเสธการใหความชวยเหลือ
ในสถานการณต า งๆ อยางเหมาะสม

3. จดุ ประสงคการเรียนรู (ผูเ รียนรูอ ะไร/ทำอะไรได)
พดู ขอรอ งและตอบรบั หรือปฎิเสธคำขอรอ งได

4. สาระสำคญั
ความสามารถในการใชคำสั่ง คำขอรอ งท้ังบอกเลา และปฏเิ สธ ทม่ี ีความหมายหมายตอ ตนเองเพื่อน

รว มช้นั เรยี น โรงเรยี นและบคุ คลใกลชิด ไดอยางถูกตอง โดยผานกระบวนการการฝกทกั ษะทางภาษาเพื่อ
การส่ือสาร ทเี่ นน การปฏบิ ตั ิซ่ึงบรุ าณาการทักษะฟง พูด อาน เขยี นเขา ดว ยกัน ทำใหผ ูเรยี นนำไป
ประยุกตใ ชใ นชวี ิตจรงิ ดว ยความมั่นใจ อยางมมี ารยาท ถูกตอ งตามกาลเทศะและบคุ คล การรแู ละเขาใจ
สำนวน ประโยคที่ใชใ นการขอรอ ง ชว ยในการใชภาษาในชวี ิตประขำวนั
5. สาระการเรยี นรู

5.1 ความรู
1. ประโยคคำส่งั (Command) ประโยคคำสง่ั เปนประโยคที่ขึน้ ตน ดว ยคำกริยาไมมีประธาน เชน Sit
down. นั่งลง Open the window. เปดหนาตา งดว ย Don’t disturb her. อยา รบกวนเธอ ประโยคชนดิ นี้
สรา งเปนการขอรองโดยการเตมิ Please (โปรด กรณุ า) เขาไป อาจจะวางตนประโยค หรอื ทายประโยคก็ได
การขอรองดวยประโยคชนดิ น้ี ถอื เปนการขอรองโดยตรง นิยมใชโ ดยท่วั ไป โดยมีรปู ประโยคดงั น้ี
Please………….. กรุณา / โปรด……………..
…………………….please.
ตัวอยาง
Please sit down.
Open the window, please.


Click to View FlipBook Version