The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ณัฐกุล-ชอบใจ-ดุษฎีนิพนธ์-ฉบับสมบูรณ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pu_wa, 2022-08-03 05:30:51

ณัฐกุล-ชอบใจ-ดุษฎีนิพนธ์-ฉบับสมบูรณ์

ณัฐกุล-ชอบใจ-ดุษฎีนิพนธ์-ฉบับสมบูรณ์

วตั ถุประสงค์ ขอ้ ทดสอบ
การเรียนรู้

วตั ถุประสงค์การเรียนรู้เก่ยี วกับนยิ ามของทักษะการรสู้ ารสนเทศ

ความจำ 1. ข้อใดไมใ่ ช่ทกั ษะการร้สู ารสนเทศ

ก. ประเมนิ คาและตดั สนิ ข้อมูลทนั ที*

ข. จริยธรรมในการอ้างอิงผลงานผอู้ นื่

ค. การทราบแหล่งและค้นหาขอมลู

ง. ความรบั ผิดชอบในงานเขียนของตนเอง

ความเข้าใจ 2. ข้อใดอธบิ ายความหมายของทักษะการรสู้ ารสนเทศ (Information Litera

ก.การรวบรวมขอ้ มลู จดั เรยี งลำดับ และใชขอมูลน้นั อยา่ งมีประสิทธิภาพส

ข. การจดจําและเช่ือมโยงขอมูลจนสามารถระบุตำแหน่งของขอ้ มลู ไดอ้ ย่าง

จรยิ ธรรม

ค.ความสามารถในการสือ่ สารของการเขาถงึ ขอมูล การวิเคราะห์ สังเคราะ

ตดั สนิ คณุ ค่าของข้อมูลจากสารที่ไดร้ บั

ง. การรวบรวมทกั ษะท่บี คุ คลจดจำไดว้ า่ เมอื่ ไรต้องการข้อมลู และสามาร

ประเมินผล และใชข้ อ้ มลู นนั้ ไดอ้ ย่างมปี ระสิทธภิ าพ*

การประยุกต์ 3. เมอื่ ทา่ นเป็นนักขา่ วท่ีต้องเตรยี มขอ้ มลู เพ่อื อา่ นข่าวการแพรร่ ะบาดของโรค

ปฏิบตั ติ นอยา่ งไร

ก. รวบรวมขอ้ มลู และสถานการณ์ในปัจจบุ ัน อ้างถึงแหลง่ ขอ้ มลู ทนี่ า่ เช

ไดม้ าซง่ึ การนำเสนอขอ้ มูลที่ดที ่ีสดุ *

ข. วางแผนการนำเสนอขา่ วและภาพขา่ วใหน้ า่ สนใจ อา่ นสรุปรายงานขา่ วต

ไวใ้ ห้

ค. ซักซ้อมการนำเสนอข้อมลู จากสรปุ รายงานขา่ วตามท่ีทีมงานจดั เตรยี มไ

ง. ศกึ ษาและวเิ คราะห์ข้อมูลท่ีรวบรวม นำเสนอขา่ วแตไ่ มไ่ ดอ้ ้างถึงแหลง่ ท

การวเิ คราะห์ 4. ข้อใดเปน็ การเรียงลำดบั ขน้ั ตอนการรสู้ ารสนเทศได้ถกู ตอ้ ง

ความเหน็ ของ 351
ผ้ทู รงคุณวุฒิ
ขอ้ เสนอแนะ
+1 0 -1 เพื่อการปรับปรุงแกไ้ ขภาษา

acy) ครอบคลุมมากทีส่ ดุ
สงู สุด
งเหมาะสมและมี

ะห์ ประเมินค่าและ

รถระบตุ ำแหนง่

คโควดิ -19 ท่านควร

ชือ่ ถอื ประเมนิ ผลให้

ตามท่ที มี งานจัดเตรยี ม

ไว้ให้
ที่มา

วตั ถุประสงค์ ข้อทดสอบ
การเรยี นรู้

1) การหาแหลง่ ขอ้ มลู

2) การวางแผนการศึกษาหรอื ตั้งคำถาม

3) การประเมนิ ค่าแหล่งขอ้ มลู และคิดวเิ คราะห์

4) การจัดการการค้นคว้าหาคำตอบ

5) นำเสนอขอ้ มูลทไี่ ดศ้ ึกษาอย่างมีความหมาย

ก. 1 – 2 – 3 – 4 – 5

ข. 2 – 4 – 1 – 3 – 5 *

ค. 3 – 1 – 2 – 4 – 5

ง. 4 – 1 – 2 – 3 - 5

การประเมิน 5. ในการทำวิจยั ในช้นั เรยี น ทักษะการรสู้ ารสนเทศข้อใดมปี ระโยชน์มากทสี่ ุด

ก. มีการวเิ คราะห์ ทำใหเ้ ข้าใจเน้ือหาได้ง่าย

ข. ใชข้ อ้ มูลทต่ี อ้ งการได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ

ค. ขอ้ มูลทน่ี ำมาใชม้ ีแหลง่ ท่มี าทีช่ ัดเจน นำไปใช้ในการอา้ งองิ ได้

ง. ทำให้เขา้ ใจเน้อื หาไดอ้ ย่างถอ่ งแท้ ขอ้ มูลทน่ี ำมาใชอ้ า้ งอิงมคี วามนา่ เ

ประสิทธภิ าพ*

การสรา้ งสรรค์ 6. การกระทำในข้อใดไมเ่ ปน็ ไปตามนยิ ามของทักษะการรสู้ ารสนเทศ

ก. มีชัยนำข้อมลู ไปใชโ้ ดยไม่บอกแหล่งท่มี า*

ข. นาบีตระหนักรู้การใช้ข้อมลู อย่างมีจริยธรรม

ค. วันดแี ยกแยะวิธีการค้นควา้ เกี่ยวกับข้อมูลท่ีตอ้ งการ

ง. มาวินประเมนิ คา่ แหล่งข้อมูลและคิดวิเคราะห์ถึงขอ้ มลู เหลา่ นนั้

วตั ถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรเู้ ก่ยี วกบั ความสำคญั ของทักษะการร้สู ารสนเทศ

ความจำ 7. ข้อใดไมใ่ ช่วตั ถปุ ระสงคส์ ำคญั ของการพัฒนาทกั ษะการรสู้ ารสนเทศ

ก. เพอื่ ไว้คน้ หา เรียกเอาข้อมูล วเิ คราะห์และการใช้ขอ้ มลู *

ความเหน็ ของ 352
ผูท้ รงคุณวุฒิ
ขอ้ เสนอแนะ
+1 0 -1 เพ่อื การปรับปรุงแกไ้ ขภาษา


เช่ือถือและมี

คำถามอยใู่ นระดับความเข้าใจ / การวเิ คราะห์
คำถามอยใู่ นระดบั ความเขา้ ใจ

วตั ถุประสงค์ ข้อทดสอบ
การเรียนรู้
ข. เพอ่ื การแก้ปัญหาและทักษะการคดิ เป็นผใู้ ห้ท่มี ีประสิทธิภาพ มีความม
ความเขา้ ใจ พลเมอื งทม่ี ีความรับผดิ ชอบ

ค. เพอื่ ใหเ้ กิดการประเมนิ คา่ ขา่ วสารอย่างมวี จิ ารณญาณ และให้พวกเขาส
ความรู้ในฐานะผ้รู บั ข่าวสารและผผู้ ลติ ข้อมลู และเนอ้ื หาของส่ือ

ง. เป็นการสรา้ งใหเ้ กิดผู้ทเี่ รยี นรไู้ ด้ตลอดชวี ติ การกระตุน้ ให้เกดิ ผทู้ ่ีเรียนรตู้
เปา้ หมายของสถาบันการศกึ ษา

8. “การรสู้ ารสนเทศเป็นสง่ิ จำเป็นสำหรับการเปน็ สว่ นร่วมของพลเมอื ง การม
สรา้ งสรรคค์ วามรใู้ หม่ ๆ การส่งเสรมิ บคุ คลสู่ความสำเร็จ และการเรยี นรูต้ ลอ
ขา้ งต้น ข้อใดกลา่ วถกู ต้อง

ก. การรสู้ ารสนเทศไม่จำเปน็ ในสังคมปจั จบุ ัน เป็นการเรยี นรแู้ ลว้ แต่ผทู้ ีส่ น
ข. การร้สู ารสนเทศเปน็ สงิ่ สำคญั อย่างมากสำหรับสถานศกึ ษาระดับอดุ มศ
ค. การรู้สารสนเทศเป็นการเรยี นรชู้ ว่ งระยะเวลาหน่ึง เพ่อื ใหป้ ระสบความ
ง. การรสู้ ารสนเทศมคี วามสำคัญในการใชช้ ีวติ ในสังคม และการไปสู่คว

ความเห็นของ 353
ผ้ทู รงคณุ วุฒิ
ข้อเสนอแนะ
+1 0 -1 เพอ่ื การปรบั ปรงุ แกไ้ ขภาษา

ม่ันใจในตนเองและเป็น

สามารถตดั สนิ ใจอยา่ งมี

ตลอดชวี ติ ไดเ้ ปน็

มีส่วนรว่ มในสังคม การ
อดชวี ติ ” จากข้อความ

นใจ
ศึกษา
มสำเร็จ
วามสำเรจ็ *

วัตถปุ ระสงค์ ขอ้ ทดสอบ
การเรยี นรู้

การประยกุ ต์

ท่มี า โรงพยาบาลสนิ แพทย์ ลำลกู กา, 2564.
9. บคุ คลใดวเิ คราะหส์ ารสนเทศจากแผนภาพ แลว้ ประเมินตนเองไดเ้ หมาะสม

ก. รสิ า คาดวา่ ตนเองไมต่ ดิ โควิด เนอ่ื งจากมีอาการปวดกล้ามเนอื้ ทอ้ งเสีย
และมผี น่ื แดง

ข. ณชิ า คาดวา่ ตนเองไมต่ ดิ โควดิ เนอื่ งจากมีอาการไข้ ไอ ออ่ นเพลยี มผี ่นื
ไมไ่ ด้กลิ่น

ค. คเชน คาดวา่ ตนเองตดิ โควิด เนอื่ งจากมอี าการไข้ ปวดกล้ามเนื้อ ออ่ นเพ
แดง

ง. ลนิ ดา คาดว่าตนเองตดิ โควิด เนื่องจากมอี าการไข้ ไอ หนาวสัน่ อ่อน
และลนิ้ ไมร่ ับรส*

ความเหน็ ของ 354
ผู้ทรงคุณวุฒิ
ข้อเสนอแนะ
+1 0 -1 เพ่อื การปรับปรงุ แกไ้ ขภาษา

มทสี่ ดุ
ย คดั จมูก จมกู ไมไ่ ด้กลิน่

นแดง คดั จมกู และจมูก

พลีย ทอ้ งเสยี และตา

นเพลีย จมูกไมไ่ ดก้ ลนิ่

วตั ถปุ ระสงค์ ข้อทดสอบ
การเรียนรู้
การวเิ คราะห์ 10. “ในสงั คมปัจจบุ นั น้ีเต็มไปดว้ ยขอ้ มูลมากมาย เพียงแค่การรับขา่ วสารข้อม
ไมไ่ ด้ทำใหป้ ระชากรเป็นผูร้ ขู้ อ้ มลู ” จากข้อความข้างต้น ส่อื ถงึ การขาดทกั ษะ
การประเมิน
ก. ทักษะความรว่ มมอื
การสร้างสรรค์ ข. ทักษะการปรบั ตัว
ค. ทกั ษะการรู้สารสนเทศ*
ง. ทกั ษะเชงิ นวัตกรรม
11. “การร้ขู ้อมลู เปน็ จดุ สำคัญส่กู ารแสดงออกและขอ้ มูลต่าง ๆ อยา่ งมีอสิ รภ
ให้ประชากรเข้าใจในหน้าท่ีของสื่อและผใู้ ห้ขอ้ มลู ขา่ วสารตา่ ง ๆ เพอื่ ให้เกิดกา
อย่างมีวจิ ารณญาณ และใหพ้ วกเขาสามารถตัดสินใจอย่างมคี วามรใู้ นฐานะผ้รู
ข้อมลู และเน้อื หาของสอ่ื ” จากขอ้ ความข้างตน้ ขอ้ ใดสรุปไม่ถูกตอ้ ง
ก. สามารถตัดสินใจอยา่ งมีความรู้
ข. ทำให้เกดิ ความล่าช้าในการใช้ข้อมูล*
ค. เกดิ การประเมนิ คา่ ขา่ วสารอย่างมีวจิ ารณญาณ
ง. เป็นการสร้างใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจในหนา้ ท่ีของส่อื
12. “วิภาเปน็ นกั เรียนช้ัน ม.6 ของโรงเรียนแหง่ หนึง่ วภิ ามีความมงุ่ มั่นทีจ่ ะเร
ใฝ่ฝัน จึงไดท้ ำการหาข้อมลู ของมหาวิทยาลัย ขอ้ มลู การสอบเขา้ คณะดงั กล่าว
แนะแนว ครใู นโรงเรยี นหลายท่าน รวมถงึ รุน่ พ่ที ่ีจบการศึกษาไปแล้ว แล้วนำข
หาโอกาสความน่าจะเปน็ ของการเข้าคณะดงั กลา่ วของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ”
จากการกระทำของวภิ า ไดแ้ สดงถงึ การเหน็ ความสำคญั ของการร้สู ารสนเทศห

ก. ไมเ่ หน็ ความสำคญั เพราะ ไมจ่ ำเป็นต้องหาข้อมลู เรยี นท่ีมหาวิทยาลยั ไ
ข. ไม่เห็นความสำคญั เพราะ เสียเวลาในการหาขอ้ มูล ควรเพิ่มเวลาในการ
ค. เหน็ ความสำคญั เพราะ วภิ าตอ้ งการสอบเขา้ มหาวทิ ยาลัยทีด่ ที ส่ี ดุ

ความเห็นของ 355
ผทู้ รงคุณวุฒิ
ขอ้ เสนอแนะ
+1 0 -1 เพ่อื การปรบั ปรงุ แกไ้ ขภาษา

มลู ทม่ี ีอยูห่ ลากหลาย
ะใด

ภาพ เพราะเปน็ การสรา้ ง
ารประเมนิ ค่าขา่ วสาร
รบั ขา่ วสารและผูผ้ ลิต

รยี นต่อในคณะทตี่ วั เอง
ว ทง้ั จากอินเทอร์เนต็ ครู
ขอ้ มลู ท่ไี ด้มาวเิ คราะห์

หรือไม่ อย่างไร

ไหนกไ็ ด้
รอา่ นหนงั สือ

วตั ถุประสงค์ ขอ้ ทดสอบ
การเรียนรู้

ง. เห็นความสำคญั เพราะ ไดม้ กี ารรวบรวมข้อมลู ก่อน แล้วนำมาวิเครา

โอกาสได้เข้าเรยี นคณะทใี่ ฝฝ่ ันและมหาวิทยาลัยทดี่ ที ี่สดุ *

วตั ถุประสงคก์ ารเรยี นรู้เกยี่ วกบั คุณลกั ษณะของทักษะการรสู้ ารสนเทศ

ความจำ 13. ขอ้ ใดกล่าวถึงลักษณะของทกั ษะการรสู้ ารสนเทศทด่ี มี ีลกั ษณะอยา่ งไร

ก. มคี วามถกู ต้อง สมบูรณ์ กะทัดรัด*

ข. ความสามารถในการจดั เก็บหรอื สรา้ งข้อมูล

ค. รวบรวมข้อมูลอยา่ งมีจรยิ ธรรมและอยา่ งสจุ รติ

ง. ความสามารถในการกำหนดและนยิ ามข้อมูลทตี่ ้องการ

ความเขา้ ใจ 14. ขอ้ ใดไม่ใช่ลักษณะของทักษะการรสู้ ารสนเทศ

ก. ความสามารถในการจัดเกบ็ หรอื สรา้ งข้อมลู

ข. เขา้ ถึงข้อมูลได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพและประสิทธผิ ล

ค. การออกแบบและการตงั้ คำถาม*

ง. สารสนเทศท่ดี ตี อ้ งตรงกับความตอ้ งการของผู้ที่ทำการตดั สนิ ใจ

การประยุกต์ 15. ข้อใดไม่สอดคลอ้ งตามหลักการมลี ักษณะของผรู้ ้สู ารสนเทศ

ก. สามารถเขา้ ถึงแหล่งข้อมลู ได้เรว็

ข. ชอบใชค้ อมพิวเตอร์ในการเล่นเกม*

ค. ใชค้ อมพวิ เตอร์ในการแสวงหาสารสนเทศได้

ง. สามารถใช้สารสนเทศในการดำเนนิ การตดั สนิ ใจ

การวิเคราะห์ 16. “กานดา เปน็ ผจู้ ดั การระบบขอ้ มลู ในบรษิ ัท มีการเก็บข้อมูลแยกออกเปน็

ประเภท เพอ่ื ใหพ้ นกั งานทตี่ อ้ งการใช้ขอ้ มูลสามารถเข้าถึงข้อมลู ไดง้ า่ ย”

จากข้อความขา้ งตน้ กานดาเป็นผมู้ คี ุณลกั ษณะของผ้ทู ่ีมีการรสู้ ารสนเทศด้าน

ก. ความสามารถในการติดต่อสอ่ื สารและจรธิ รรมในการใช้ขอ้ มลู

ความเห็นของ 356
ผทู้ รงคุณวุฒิ
ขอ้ เสนอแนะ
+1 0 -1 เพ่อื การปรับปรุงแกไ้ ขภาษา

าะห์ เพ่ือที่จะให้มี

ปรบั สำนวนภาษาเพมิ่ เตมิ ใหม้ ีความเปน็ ปรนัย
มากขน้ึ

คำถามอย่ใู นระดบั ความเข้าใจ / การวเิ คราะห์

นแผนก หมวดหมู่ และ
นใด

วัตถปุ ระสงค์ ขอ้ ทดสอบ
การเรียนรู้

ข. ความสามารถในการค้นหาและเข้าถงึ แหล่งข้อมูล

ค. ความสามารถในการจดั การกบั ขอ้ มลู ท่คี น้ พบ*

ง. ความสามารถในการใช้ขอ้ มลู

การประเมนิ 17. หากท่านต้องการทำเอกสารประกอบการสอนในรายวิชาของทา่ น ท่านคว

ความรูม้ าใช้ในการเขยี นเอกสาร จงึ จะมีความนา่ เชอื่ ถือมากทีส่ ดุ

ก. ขอความชว่ ยเหลือจากบรรณารกั ษ์ หอ้ งสมดุ โรงเรยี น

ข. ขอความชว่ ยเหลือจากเพือ่ นครใู นกลุม่ สาระการเรยี นรู้

ค. ตงั้ คำถามจากหัวข้อ เชน่ ใคร ทำอะไร ทไ่ี หน เม่ือไร อย่างไร

ง. ค้นคว้าขอ้ มลู โดยอา่ นหนังสอื ตำรา หรือวิจยั ที่เกย่ี วข้องอยา่ งน้อย 1

การสรา้ งสรรค์ 18. ทา่ นคดิ ว่าพฤตกิ รรมของบุคคลใดแสดงให้เห็นวา่ เปน็ ผ้มู ลี ักษณะของทักษ

ท่สี ุด

ก. ดาวนำข้อมูลทไี่ ด้มาเปรยี บเทยี บและประเมนิ ข้อมลู เพื่อให้ไดข้ ้อมูลท่ดี

ข. รุ้งสืบคน้ ขอ้ มลู ในอินเทอรเ์ นต็ โดยจะเลอื กเวบ็ ไซต์ทม่ี ีแหลง่ ข้อมูลที่นา่

ค. นิดนำข้อมลู ทีแ่ ชรก์ นั ในเฟซบุ๊กโดยไมส่ ร้างแหลง่ ทมี่ า ไปเผยแพรต่ อ่

ง. แมนนำเสนอรายงานได้อยา่ งกระชับและเข้าใจง่าย และข้อมลู ทีน่ ำเสนอ

ถูกต้อง

วตั ถปุ ระสงคก์ ารเรียนรู้เกี่ยวกับแนวการพฒั นาของทกั ษะการรู้สารสนเทศ

ความจำ 19. แนวทางการพัฒนาทกั ษะการรู้สารสนเทศมลี ักษณะอย่างไร

ก. การแนะนำให้นักศึกษาปรึกษาบรรณารกั ษ์

ข. การใช้โปรแกรมชว่ ยสอนเขา้ ในหลกั สูตรการศึกษาเพื่อช่วยในการสะทอ้

ค. การสะท้อนความคิด ทบทวนความคดิ และประสบการณเ์ พ่อื เปน็ แนวทา

ง. การชว่ ยใหม้ พี ฒั นาการในการรสู้ ารสนเทศคอื เรยี นรทู้ จี่ ะแยกแยะระห

ขอ้ คดิ เหน็ ได้ และสามารถหาไดว้ ่าแหล่งขอ้ มลู ไหนทม่ี คี วามน่าเชอื่ ถอื

ความเห็นของ 357
ผ้ทู รงคณุ วุฒิ
ขอ้ เสนอแนะ
+1 0 -1 เพอ่ื การปรบั ปรุงแกไ้ ขภาษา

วรจะใช้วิธกี ารใด คน้ หา

10 เลม่ *
ษะการรสู้ ารสนเทศน้อย

ดีทสี่ ดุ
าเชื่อถอื
อในบริษัทของตนเอง*
อมกี ารอา้ งอิงอย่าง

อนผล
างในการลงมอื ทำงาน
หว่างข้อเท็จจริงและ
อ*

วัตถปุ ระสงค์ ขอ้ ทดสอบ
การเรียนรู้
ความเข้าใจ 20. “แนวทางการใช้โปรแกรมช่วยสอนเข้าในหลักสตู รการศึกษาเพอื่ ชว่ ยในก
ประเมินตนเองของนกั ศกึ ษาเพือ่ วัดความเปล่ียนแปลงพฤติกรรมการใชส้ ารสน
การประยุกต์ ขา้ งตน้ มคี วามสอดคลอ้ งกับการกระทำของบุคคลใด

ก. โรนินทำงานส่งครู โดยการทำสำเนาจากเพ่ือน ซงึ่ ไมไ่ ดศ้ ึกษาเร่ืองนน้ั ดว้
ข. นิราเรียนวชิ าฟิสกิ ส์จากบทเรียนออนไลน์และทำแบบประเมินตนเอง
เรยี นร*ู้
ค. รินดาตอ้ งการเรยี นพเิ ศษแบบตัวต่อตัวกบั ครผู สู้ อนเท่านนั้
ง. ณชั ชาสง่ ขอ้ ความรูปดอกไมส้ วยงามให้เพือ่ นทุกเชา้
21. ขอ้ ใดไม่เป็นไปตามแนวทางการพฒั นาทกั ษะการรสู้ ารสนเทศ
ก. การสะท้อนความคดิ ทบทวนความคดิ และประสบการณ์เพื่อเปน็ แน
ทำงาน*
ข. การประเมนิ ข้อมลู ว่าเปน็ ขอ้ เท็จจริงหรอื ความคดิ เหน็
ค. การหาได้วา่ แหลง่ ข้อมูลไหนที่มคี วามนา่ เชื่อถือ
ง. การแนะนำใหน้ กั ศึกษาปรึกษาบรรณารกั ษ์

ความเหน็ ของ 358
ผทู้ รงคุณวุฒิ
ข้อเสนอแนะ
+1 0 -1 เพอ่ื การปรบั ปรงุ แกไ้ ขภาษา

การสะทอ้ นผล การ
นเทศ” จากขอ้ ความ

วยตนเอง
งหลงั เสรจ็ ส้นิ การ

นวทางในการลงมือ

วัตถปุ ระสงค์ ขอ้ ทดสอบ
การเรยี นรู้

การวิเคราะห์

ท่มี า กรมควบคมุ โรค, 2564.
22. จากขอ้ มูลข้างตน้ ใครวเิ คราะห์ขอ้ มลู ไดเ้ หมาะสมทส่ี ดุ

ก. นำ้ ชามีความเห็นว่า ผทู้ ่ฉี ีดวคั ซีนมอี ัตราการตดิ เช้อื เยอะกว่าผทู้ ่ีไม่ฉดี วัค
ข. น้ำทพิ ย์มคี วามเห็นวา่ ผทู้ ่ยี งั ไมฉ่ ดี วคั ซนี มีอัตราการเสียชวี ิตนอ้ ยกว่าผทู้
ค. นำ้ หอมมคี วามเห็นว่า วคั ซีนชว่ ยลดความเสี่ยงของการตดิ เชอื้ และก
ง. น้ำมนต์มคี วามเห็นวา่ กลมุ่ ทีไ่ ม่ฉดี วคั ซีนมีอัตราการรกั ษาหายมากกวา่ ก

ความเหน็ ของ 359
ผูท้ รงคณุ วุฒิ
ขอ้ เสนอแนะ
+1 0 -1 เพื่อการปรับปรุงแก้ไขภาษา

คซีน
ท่ีฉีดวัคซีน
การเสยี ชีวิต*
กลมุ่ ที่ฉีดวคั ซีน

วตั ถปุ ระสงค์ ขอ้ ทดสอบ
การเรียนรู้

การประเมนิ 23. การกระทำในข้อใดปฏบิ ตั ติ ามแนวทางการพัฒนาทักษะการรสู้ ารสนเทศด

สำหรับนกั เรยี น

ก.การให้นักเรยี นศกึ ษาเนือ้ หาเอง โดยไมไ่ ดร้ ับคำแนะนำใด ๆ จากผูส้ อน

ข.การคน้ ควา้ แนวคิดและแนวทางการสอนใหม่ ๆ เตรยี มแหล่งค้นคว้าท

ใหม้ ีประสทิ ธภิ าพ*

ค.การสอนด้วยวธิ แี บบเดมิ ไมใ่ ชเ้ ทคโนโลยแี ละนวตั กรรมเขา้ มาช่วย เน่ือง

ใช้เทคโนโลยมี ากเกินไป

ง. การบอกเปา้ หมาย แนวทางการปฏิบตั เิ พ่อื ให้นกั เรยี นทำงานออกมาได้อ

การสรา้ งสรรค์ 24. บคุ คลใดนำหลักการแนวทางการพฒั นาทักษะการรสู้ ารสนเทศไปประยุก

ก. นายเอตอ้ งการข้อมลู เกยี่ วกับ“ผลกระทบของการแพรร่ ะบาดโรคไขห้ วดั

2019” โดยใช้คำหลกั ในการค้นหา คอื โรคไข้หวดั ใหญ่สายพนั ธใ์ุ หม่ 20

ข. นายบเี ลอื กใชข้ อ้ มลู จากบทสรุปผลงานวิจัยเร่ืองลุ่มนำ้ ทะเลสาบสงขลา

รายงาน

ค. นายซีนำเสนอขอ้ มูลปรมิ าณนำ้ ฝนในปี 2555-2563 ดว้ ยแผนภมู ิ ภาพอ

ง. นายดีใชข้ ้อมลู ทีม่ าจากอนิ เตอร์เนต็ ทั่วไป ในการทำวิจัย*

วตั ถุประสงค์การเรยี นรูเ้ ก่ียวกบั ขั้นตอนการพฒั นาของทักษะการรสู้ ารสนเทศ

ความจำ 25. ข้อใดกล่าวถึงขัน้ ตอนการพฒั นาทกั ษะการรสู้ ารสนเทศไดถ้ กู ต้องที่สดุ

ก. การกำหนด การค้นหา การประเมนิ ผล การจดั การขอ้ มลู และการสอื่

ข. มกี ารอธบิ ายความหมายของการรสู้ ารสนเทศ การยกตวั อย่างขอ้ มลู สาร

ค. กำหนดกลยทุ ธ์ในการค้นควา้ ข้อมลู กำหนดแหล่งข้อมลู และเขา้ ถงึ แหลง่

สารสนเทศไปใช้

ง. มกี ารระบุข้อมูลทต่ี ้องการขั้นพ้ืนฐานและสว่ นอ่นื ทเ่ี ป็นไปได้ การเข้าถงึ ข

มีประสิทธิภาพมกี ารประเมินค่าขอ้ มลู และแหลง่ ทม่ี าอยา่ งมีวจิ ารณญาณ

ความเห็นของ 360
ผู้ทรงคณุ วุฒิ
ขอ้ เสนอแนะ
+1 0 -1 เพ่ือการปรับปรุงแกไ้ ขภาษา

ด้วยกลยทุ ธท์ ่ดี ที ่ีสดุ

ท่ีดีเพอ่ื พฒั นานกั เรยี น คำถามอยูใ่ นระดบั การประยกุ ต์

งจากกลัวว่านักเรียนจะ

อย่างถูกตอ้ ง
กต์ใช้ไม่ถูกต้อง
ดใหญ่สายพนั ธใ์ุ หม่
019

เพอื่ ประกอบการเขียน

อนิ โฟกราฟกิ

อสาร*
รสนเทศทีเ่ ช่ือถอื ได้
งขอ้ มูลได้ การนำ

ข้อมูลท่ตี อ้ งการไดอ้ ย่าง


วตั ถุประสงค์ ขอ้ ทดสอบ
การเรยี นรู้
ความเขา้ ใจ 26. ข้ันตอนแรกของการพฒั นาทกั ษะการรสู้ ารสนเทศ คอื ขน้ั ตอนใด
ก. การคน้ หาและการเข้าถงึ แหล่งข้อมูลอย่างมีประสิทธภิ าพ
การประยกุ ต์ ข. การกำหนดขอ้ มลู ระบปุ ัญหา และขอบเขตทีต่ อ้ งการ*
ค. ประเมินค่าขอ้ มลู และแหลง่ ที่มาอย่างมีวิจารณญาณ
การวเิ คราะห์ ง. การจัดการข้อมูล และประเมนิ ผล

27. พฤตกิ รรมของบุคคลใดไม่เป็นไปตามขัน้ ตอนการพฒั นาทกั ษะการรสู้ ารส
ก. แพรวาเขา้ ถงึ ข้อมลู ทตี่ อ้ งการอย่างมีประสิทธิภาพ
ข. สินธมุ กี ารกำหนดปญั หาและขอบเขตของงาน
ค. กอ้ งเกียรตมิ ีการคดิ แบบย้อนกลับ*
ง. กวีมีการประเมินผล

ท่มี า คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม,่ 256

361

ความเหน็ ของ ข้อเสนอแนะ
ผทู้ รงคณุ วุฒิ เพ่อื การปรับปรงุ แกไ้ ขภาษา

+1 0 -1 คำถามอย่ใู นระดบั ความจำ

สนเทศ

64

วัตถปุ ระสงค์ ข้อทดสอบ
การเรยี นรู้
28. จากภาพข้างต้น หากทา่ นต้องการทราบขอ้ มลู ของวคั ซนี โควิด-19 เพอื่ ปร
การประเมิน เลอื กฉีดวัคซนี วิธกี ารวเิ คราะห์ข้อมูลตรงตามข้ันตอนการพัฒนาทักษะการรสู้
เหมาะสมทสี่ ุด

ก. กำหนดขอบเขตและวธิ ีการในการสบื คน้ ข้อมูล การนำสารสนเทศไปใ
การใชข้ ้อมลู

ข. กำหนดแหลง่ ข้อมลู และการเขา้ ถึงขอ้ มลู นำไปใหผ้ เู้ ช่ยี วชาญวเิ คราะห
และการนำข้อมูลไปใช้

ค. กำหนดของเขตการค้นหาข้อมลู แหล่งขอ้ มลู และการเขา้ ถงึ ข้อมลู
สงั เคราะห์ข้อมูลและประเมนิ ผล*

ง. ระบุแหล่งทม่ี าของขอ้ มลู การสังเคราะห์ ประเมินผลขอ้ มูล การนำไป
สารสนเทศตอ้ งมีความประหยัด และมคี วามถูกตอ้ งสมบรู ณ์

29. ขอ้ ใดเปน็ ขนั้ ตอนการพฒั นาทกั ษะการรสู้ ารสนเทศอย่างมปี ระสทิ ธิภาพไ
ก. มกี ารกำหนดเปน็ ข้นั ตอนแรก ต่อมามีการคน้ หา การประเมนิ ผล การจดั
สอ่ื สาร
ข. ขน้ั ตอนการพัฒนามีการกำหนดปญั หาและขอบเขตของงาน กำหนดกล
กำหนดแหล่งข้อมลู และเข้าถึงแหล่งขอ้ มูลได้ การนำสารสนเทศไปใช้ ก
การประเมินผล
ค. มกี ารระบุขอ้ มูลทตี่ ้องการขั้นพืน้ ฐานและส่วนอน่ื ท่เี ปน็ ไปได้ การเขา้ ถงึ ข
มีประสิทธิภาพมกี ารประเมนิ คา่ ขอ้ มูลและแหล่งท่ีมาอยา่ งมีวจิ ารณญาณ
มีประสิทธภิ าพเพ่ือให้บรรลเุ ปา้ ประสงค์ มเี ขา้ ใจความหลากหลายของส
กฎหมาย
ง. มีการอธบิ ายความหมายของการรสู้ ารสนเทศ การยกตวั อยา่ งข้อมูลส
และขอ้ มูลสารสนเทศที่ไมน่ า่ เช่อื ถือการระบุใหช้ ัดเจนวา่ อะไรทำใหแ้ ห

ความเห็นของ 362
ผทู้ รงคุณวุฒิ
ข้อเสนอแนะ
+1 0 -1 เพอ่ื การปรบั ปรุงแกไ้ ขภาษา

ระกอบการตดั สินใจ
สารสนเทศขอ้ ใด

ใช้ และการตัดสนิ ใจใน

ห์ขอ้ มลู ความถกู ตอ้ ง

การนำไปใช้ มกี าร

ปใช้ กระบวนการผลติ

ได้ดีทส่ี ดุ
ดการข้อมูล และการ

ลยุทธ์ในการค้นควา้ ข้อมลู
การสงั เคราะหข์ ้อมลู และ

ข้อมลู ท่ีตอ้ งการได้อยา่ ง
ณ และใช้ขอ้ มลู ได้อย่าง
สภาวะเศรษฐกจิ

สารสนเทศท่ีเชือ่ ถอื ได้
แหลง่ ข้อมลู ออนไลน์นน้ั

วตั ถุประสงค์ ข้อทดสอบ
การเรียนรู้

เช่ือถอื ได้ กระตนุ้ ใหเ้ กดิ การคิดอย่างมวี ิจารณญาณ และสอนนักเรียน

ศตวรรษ 21 อืน่ ๆ*

การสรา้ งสรรค์ 30. บคุ คลในขอ้ ใดมที กั ษะการรสู้ ารสนเทศดีท่ีสดุ

ก. เวียงค้นหาทกุ เรื่องเก่ียวกบั ส่งิ ที่ตอ้ งการ โดยการสมั ภาษณค์ นใกล้ตวั แล

เผยแพรล่ งส่ือโซเชยี ล แลว้ บอกใหเ้ พ่ือน ๆ ชว่ ยแชรข์ ้อมลู

ข. วินกำหนดขอบเขตสง่ิ ท่ตี อ้ งการคน้ หา และเลือกวธิ กี ารคน้ หาขอ้ มลู ท

ที่สุด เม่อื ทำการคน้ หาได้ขอ้ มูลมาแลว้ สามารถคดั เลือกข้อมลู ที่นา่ เช

แหลง่ ท่ีมาทกุ ครง้ั *

ค. ชนิ ระบุสิง่ ทตี่ ้องการค้นหา และเรมิ่ คน้ หาข้อมูล เมอ่ื ไดข้ อ้ มลู มาแลว้ ชนิ

พิจารณาความนา่ เชอื่ ถือของแหล่งข้อมลู

ง. ตนิ ตัง้ คำถามเกยี่ วกบั สิ่งที่ตอ้ งการคน้ หา และค้นหาขอ้ มูลจากหนงั สอื 1

ทำงานวิจัย

วตั ถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรเู้ กย่ี วกับการประเมนิ ผลของทกั ษะการรสู้ ารสนเทศ

ความจำ 31. ขอ้ ใดคือความสำคัญในการประเมนิ ความสำเรจ็ การพัฒนาทักษะการรสู้ า

ก. มีการระบุขอ้ มลู ทตี่ อ้ งการขั้นพน้ื ฐานและส่วนอน่ื ท่ีเปน็ ไปได้ การเข้า

อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพมีการประเมนิ ค่าข้อมลู และแหล่งท่มี าอยา่ งมวี ิจา

ได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพเพือ่ ให้บรรลุเป้าประสงค์ มีเข้าใจความหลากห

เศรษฐกจิ กฎหมาย*

ข. เปน็ การรวบรวมทักษะท่บี คุ คลจดจำไดว้ า่ เม่ือไรต้องการข้อมลู และสามา

ประเมนิ ผล และใช้ข้อมูลอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ

ค. การประเมินผลสำเรจ็ จากการพัฒนาทักษะการรสู้ ารสนเทศโดยใชแ้ บบป

ง. การใช้โปรแกรมชว่ ยสอนเข้าในหลกั สูตรการศึกษาเพือ่ ชว่ ยในการสะทอ้

ความเหน็ ของ 363
ผ้ทู รงคุณวุฒิ
ข้อเสนอแนะ
+1 0 -1 เพ่ือการปรับปรงุ แกไ้ ขภาษา

นเก่ียวกบั ทกั ษะแห่ง

ล้วนำขอ้ มูลไปใช้โดย

ท่ีจะทำให้ไดข้ อ้ มลู ทีด่ ี
ชอื่ ถือไปใช้ และอ้างอิง

นนำขอ้ มูลทง้ั หมดไปใช้

1 เล่มที่ครูให้ไว้ เพอ่ื

ารสนเทศ
าถงึ ข้อมลู ที่ตอ้ งการได้
ารณญาณ และใช้ข้อมูล
หลายของสภาวะ

ารถระบตุ ำแหนง่

ประเมนิ การรูเ้ ทา่ ทนั ส่อื
อนผล

วตั ถปุ ระสงค์ ขอ้ ทดสอบ
การเรียนรู้
ความเข้าใจ 32. การประเมนิ ผลสำเร็จจากการพัฒนาทักษะการรู้สารสนเทศ ควรมีสมรรถ
สารสนเทศ อย่างไร
การประยกุ ต์
ก. การใชแ้ บบประเมินการรูเ้ ทา่ ทนั สื่อ
ข. การคน้ หา คน้ คว้าขอ้ มลู วิเคราะห์ และใชข้ ้อมลู *
ค. การศกึ ษาข้อมูลทอี่ อกแบบมาไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิผล
ง. การระบุตำแหนง่ ความต้องการข้อมลู และใช้ขอ้ มูลอย่างมีประสิทธิภาพ

ท่มี า คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธบิ ดี มหาวทิ ยาลัยมห
33. จากแผนภาพข้างตน้ เมอื่ ท่านตอ้ งกักตัวอย่บู า้ น การปฏิบตั ติ นในขอ้ ใดเห

ก. แยกหอ้ งนอนจากคนในบา้ น หลีกเล่ียงการรบั ประทานอาหารร่วมกนั ส
หอ้ งน้ำรว่ มกัน สงั เกตอาการของตนเอง

ความเหน็ ของ 364
ผูท้ รงคุณวุฒิ
ขอ้ เสนอแนะ
+1 0 -1 เพอ่ื การปรบั ปรุงแกไ้ ขภาษา

ถนะทกั ษะการรู้



หดิ ล, 2564.
หมาะสมท่ีสดุ
สวมหนา้ กากอนามยั ใช้

วตั ถปุ ระสงค์ ขอ้ ทดสอบ
การเรยี นรู้
ข. เดินในบรเิ วณบ้านโดยเวน้ ระยะหา่ ง 3 เมตร จากคนในบา้ น สวมหนา้ กา
การวิเคราะห์ แยกของใช้สว่ นตวั ใช้เครือ่ งปรบั อากาศ

การประเมิน ค. อยู่ในห้องของตนเองมอี ากาศถ่ายเท แยกของใช้และการใช้ห้องนำ้ รว่
หน้ากากอนามัย หลกี เล่ยี งการรับประทานอาหารร่วมกัน สังเกตอาก

ง. เว้นระยะห่างจากผูอ้ นื่ อยใู่ นห้องของตนเอง ใช้เครือ่ งปรับอากาศ สวมห
หลีกเลยี่ งการรบั ประทานอาหารรว่ มกนั แยกของใชแ้ ละการใช้หอ้ งนำ้ ร

34. เม่อื ท่านต้องการเลือกสารสนเทศเพอื่ ตอบคำถามในเรื่องใดเร่อื งหนง่ึ ท่า
ตอ่ ไปนีจ้ ึงจะไดส้ ารสนเทศที่เหมาะสมและตรงกบั ความตอ้ งการมากที่สดุ
1) รูปแบบและประเภทของทรพั ยากรสารสนเทศ เชน่ ตำรา บทความ สอ่ื โส
2) ปริมาณสารสนเทศทเ่ี พียงพอและความเป็นปจั จบุ นั ของสารสนเทศ
3) คณุ ภาพของสารสนเทศ เชน่ งานเขยี นทางวิชาการ หรือเปน็ งานเขียนทว่ั
4) นำข้อมลู สารสนเทศจากทกุ แหลง่ ทคี่ ้นพบใหไ้ ดม้ ากทีส่ ุด

ก. 2, 3, 4
ข. 1, 2, 4
ค. 1, 2, 3*
ง. 1, 3, 4
35. หากท่านต้องการประเมนิ คณุ คา่ และความนา่ เชอ่ื ถอื ของบทความท่ีสืบคน้
อะไรจึงจะสมบูรณค์ รบถ้วนมากทส่ี ุด
ก. ชื่อเสยี ง เมืองทต่ี ีพิมพ์ ปีพิมพ์
ข. ชือ่ ผู้แต่งร่วม ชอ่ื วารสาร ปที ่พี ิมพ์ การอา้ งองิ
ค. ชอ่ื เร่อื ง การสัมภาษณอ์ ยา่ งเปน็ ทางการ บรรณานุกรม
ง. คุณวฒุ ผิ แู้ ตง่ ผู้ผลติ วารสาร ความเป็นปัจจบุ นั ความตรงประเดน็ *

ความเหน็ ของ 365
ผทู้ รงคุณวุฒิ
ข้อเสนอแนะ
+1 0 -1 เพือ่ การปรับปรงุ แกไ้ ขภาษา

ากอนามยั แยกหอ้ งนอน

วมกัน หมนั่ ลา้ งมอื สวม
การของตนเอง*
หนา้ กากอนามยั
ร่วมกนั ซกั เสอ้ื ผา้ รวมกัน

านตอ้ งคำนึงถงึ ส่งิ ใด

สตทศั นวสั ดุ สอื่ ประสม

วไป

นได้ ทา่ นจะประเมนิ จาก

วตั ถปุ ระสงค์ ขอ้ ทดสอบ
การเรยี นรู้
36. หากท่านตอ้ งการทราบความคดิ เห็นของผ้อู ำนวยการโรงเรยี นมธั ยมศกึ ษา
การสรา้ งสรรค์ แนวคิดในการปฏริ ูปการศกึ ษาในแง่มมุ ต่าง ๆ เพอื่ นำไปเสนอแนะตอ่ ผบู้ รหิ าร
ทราบ ท่านจะใช้วธิ กี ารใดเพื่อใหไ้ ดข้ ้อมลู เชิงลกึ ดีทส่ี ุด

ก. ขอสมั ภาษณ์แบบเผชญิ หนา้ ผู้อำนวยการโรงเรยี นทน่ี ักเรยี นมสี ถติ สิ อบเ
แหง่

ข. ใชแ้ บบสอบถาม ตง้ั คำถามตา่ ง ๆ เกยี่ วกับประเด็นการปฏิรูปการศึก
ผู้อำนวยการโรงเรยี นทกุ แห่งในบรุ รี ัมย์ตอบ*

ค. ขอสมั ภาษณ์แบบเผชิญหน้าผ้อู ำนวยการโรงเรยี นขนาดใหญ/่ ใหญพ่ เิ ศษ
เลก็ 5 แห่ง

ง. ขอสัมภาษณท์ างโทรศัพท์ผู้อำนวยการโรงเรียนขนาดใหญ่ สัก 10 แหง่

ความเห็นของ 366
ผู้ทรงคณุ วุฒิ
ขอ้ เสนอแนะ
+1 0 -1 เพ่ือการปรับปรงุ แก้ไขภาษา

าในจังหวดั บุรรี มั ย์ ตอ่
รระดบั สงู ขึน้ ไปได้รับ

เรยี นตอ่ ได้มาก ๆ สัก 10

กษา แลว้ ส่งให้

ษ 5 แหง่ ขนาดกลาง/

367

ภาคผนวก ซ
แบบทดสอบผลการเรยี นรูข้ องครทู ี่เปน็ Google Form

368

1. เข้าทำแบบทดสอบ โดยการคลกิ ลงิ้ ค์ https://bit.ly/3on1yoM
หรือสแกน QR CODE

2. ครกู รอกขอ้ มลู สว่ นตวั

369

3. ครูทำแบบทดสอบหนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 และ หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 2

370

4. ครูทำแบบทดสอบหนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 และ หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 4

371

5. ครทู ำแบบทดสอบหนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 5 และ หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 6

6. เม่ือทำแบบทดสอบเสร็จ และผา่ นเกณฑ์ตามท่ีกำหนด ผู้ทำแบบทดสอบจะไดร้ บั เกยี รติบตั รทาง
อีเมล์

372

ภาคผนวก ฌ
หนงั สือจากบัณฑติ วิทยาลยั ถงึ โรงเรยี น
เพ่อื ขออนญุ าตทดลองใช้แบบทดสอบผลการเรียนรู้ของครกู บั ครใู นโรงเรยี น

373

374

ภาคผนวก ญ
รายช่ือและสถานภาพของผทู้ รงคุณวฒุ ใิ นการตรวจสอบความสอดคล้องของ
ข้อคำถามกับวตั ถุประสงคก์ ารพัฒนาในแบบประเมินทกั ษะการรสู้ ารสนเทศ

ของนกั เรยี น

375

รายชื่อและสถานภาพของผู้ทรงคณุ วุฒิในการตรวจสอบความสอดคล้องของข้อคำถามกบั
วตั ถปุ ระสงคก์ ารพฒั นาในแบบประเมินทกั ษะการร้สู ารสนเทศของนกั เรียน

ชือ่ -สกุล คณุ วุฒิ ตำแหน่ง-สถานทท่ี ำงาน
ผศ.ดร.พงษศ์ ักดิ์ ผกา วศ.ม.(วิศวกรรมไฟฟ้า) อาจารยป์ ระจำหลักสตู ร
มาศ สถาบนั เทคโนโลยพี ระจอมเกล้า ศษ.ม.,ปร.ด.(นวัตกรรมการ
พระนครเหนือ บริหารการศกึ ษา) มหาวิทยาลยั
อ.ดร.บรรพต วงศ์ทอง ปร.ด.(การบรหิ ารการศึกษา) เทคโนโลยรี าชมงคลรัตนโกสนิ ทร์
เจรญิ มหาวทิ ยาลัยภาค จังหวัดนครปฐม
ตะวันออกเฉียงเหนอื
อ.ดร.เอกพล สมุ านนั ท กศ.ม.(เทคโนโลยกี ารศกึ ษา) อาจารยป์ ระจำหลักสูตร
กุล มหาวทิ ยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ค.ม.(เทคโนโลยีการศึกษาและ
ศษ.ด.(การบริหารการศึกษา) คอมพวิ เตอร์ศกึ ษา)
ดร.จัตุพร แปวไธสง มหาวิทยาลยั วงษช์ วลิตกลุ รองคณบดฝี ่ายวจิ ยั บรกิ าร
วิชาการและเทคโนโลยี
ดร.ศภุ กาญจน์ เสมยี น ค.ม.(การวดั และประเมินผล สารสนเทศ คณะครุ-ศาสตร์
รัมย์ การศึกษา) จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลยั ราชภัฏบุรีรมั ย์
มหาวทิ ยาลัย อาจารย์ประจำหลักสูตร
กศ.ม.(การบริหารการศึกษา) ศษ.ม.(การบริหารการศึกษา)
มหาวิทยาลยั นเรศวร ศษ.ด.(การบรหิ ารการศกึ ษาและ
ปร.ด.(การบรหิ ารการศึกษา) ภาวะผ้นู ำการเปลี่ยนแปลง)
มหาวิทยาลยั บรู พา มหาวิทยาลัยอสี เทิร์นเอเชีย
กศ.ม.(จติ วทิ ยาการศกึ ษา)
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ศึกษานเิ ทศกช์ ำนาญการพเิ ศษ
ปร.ด.(วจิ ยั วดั ผลและสถิติ สำนักงานเขตพืน้ การศึกษา
การศึกษา) มหาวทิ ยาลยั บรู พา มธั ยมศึกษาบรุ รี ัมย์
ค.ม.(หลักสูตรและการสอน)
มหาวิทยาลยั ราชภัฏบุรรี มั ย์ ครูวิทยฐานะ ครูเชีย่ วชาญ
ปร.ด.(การบริหารการศึกษา) โรงเรียนเทศบาล 2
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั บรุ ีรัมย์ “อิสาณธีรวทิ ยาคาร” จงั หวดั
บุรรี ัมย์

376

ภาคผนวก ฎ
หนังสือของบณั ฑิตวทิ ยาลยั เพื่อขอความรว่ มมอื จากผทู้ รงคุณวฒุ เิ พอ่ื
ตรวจสอบความสอดคล้องของข้อคำถามกับวัตถปุ ระสงคก์ ารพฒั นาในแบบ

ประเมนิ ทักษะการรสู้ ารสนเทศของนกั เรียน

377

378

ภาคผนวก ฏ
แบบตรวจสอบความสอดคล้องของขอ้ คำถามกับวตั ถุประสงคก์ ารพฒั นา

ในแบบประเมินทักษะการรสู้ ารสนเทศของนกั เรียน
สำหรับผู้ทรงคณุ วุฒิ

379

แบบตรวจสอบความสอดคล้องของข้อคำถามกับวตั ถุประสงคก์ ารพฒั นา
ในแบบประเมนิ ทักษะการรสู้ ารสนเทศของนักเรยี น
สำหรับผทู้ รงคุณวุฒิ

คำช้แี จง
ในการทำวจิ ัยเรื่อง “โปรแกรมออนไลน์เพ่ือเสรมิ การเรยี นรู้ของครูสู่การพฒั นาทักษะการรู้

ส า ร ส น เ ท ศ ข อ ง น ั ก เ ร ี ย น ( Online Program to Enhance Teacher Learning to Develop
Students' Information Literacy Skills.)” โดยระเบียบวิธีวิจัยและพัฒนา (Research and
Development) ผู้วิจยั ได้สรา้ ง “แบบประเมนิ ทกั ษะการรสู้ ารสนเทศของนักเรยี น” จากผลการศึกษา
วรรณกรรมทีเ่ กี่ยวข้องกับลักษณะที่แสดงถึงทักษะการรูส้ ารสนเทศจากทศั นะของ Bainton (2001) ,
SUNY Council of Library Directors Information Literacy Initiative (2003), Australian and
New Zealand Institute for Information Literacy (Bundy, 2004), Singh (2010), Thoughtful
Learning (n.d.), Libguides Willamette Edu (n.d.) และ Alter (1996) และเกี่ยวกับแนวคิดการ
ประเมินทักษะการรู้สารสนเทศจากทัศนะของ Oakleaf (2006), Julien, Gross and Latham
(2018) และ Caldwell (n.d.) ได้แบบประเมินที่มีข้อคำถามตามนิยามศัพท์เฉพาะที่ใช้ในการวิจัย 4
ด้าน คือ ด้านตระหนักถึงลักษณะที่ดีของสารสนเทศ ด้านทักษะเข้าถึงสารสนเทศ ด้านทักษะการ
ประเมนิ คณุ คา่ สารสนเทศ และด้านทักษะการใช้สารสนเทศ

ผู้วิจัยใคร่ขอความกรุณาท่านโปรดพิจารณาข้อคำถามในแบบสอบถามข้างล่าง แล้วทำ
เครือ่ งหมาย  ลงในช่อง +1 หรอื 0 หรือ -1 โดย

+ 1 หมายถงึ ข้อคำถามมคี วามสอดคลอ้ งกับนยิ ามของทักษะการรสู้ ารสนเทศ
0 หมายถึง ไมแ่ นใ่ จในความสอดคลอ้ งกับนิยามของทกั ษะการรู้สารสนเทศ
-1 หมายถงึ ข้อคำถามไมม่ คี วามสอดคล้องกับนยิ ามของทักษะการร้สู ารสนเทศ
ขณะเดียวกัน ใคร่ขอความกรุณาท่านโปรดให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการใช้ภาษาในข้อ
คำถามทเี่ ห็นวา่ ไม่เหมาะสม วา่ ควรปรับปรุงแกไ้ ขเป็นอยา่ งไร

ขอขอบคุณ
............................................................................
นักศกึ ษาปรญิ ญาเอกสาขาวชิ าการบริหารการศกึ ษา
มหาวิทยาลยั มหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั วทิ ยาเขตอีสาน

นยิ ามศพั ท์เฉพาะที่ใช้ในการวิจยั รายการทกั ษะการร้สู ารสนเ
1) ฉนั ตระหนักวา่ สารสนเทศท่ดี ตี ้องมาจา
ทักษะตระหนกั ถงึ ลักษณะทด่ี ขี องสารสนเทศ หมายถึง 2) ฉันตระหนกั วา่ สารสนเทศท่ีดตี ้องมคี ว
ลกั ษณะหรอื คณุ ลักษณะของการตระหนักวา่ สารสนเทศทด่ี ีตอ้ ง
มาจากแหล่งที่น่าเชือ่ ถอื ตระหนกั ว่าสารสนเทศที่ดตี ้องมีความ และทนั สมยั
เป็นปัจจบุ นั ทันต่อเหตกุ ารณ์ และทนั สมยั ตระหนกั ว่า 3) ฉันตระหนกั วา่ สารสนเทศที่ดตี อ้ งมีคว
สารสนเทศทด่ี ตี ้องมคี วามยืดหยนุ่ ตรงต่อความต้องการ และ
สามารถตรวจสอบได้ ตระหนักว่าสารสนเทศทด่ี ีตอ้ งมีความ และสามารถตรวจสอบได้
ความถูกตอ้ ง ไม่มคี วามผิดพลาด มีความชัดเจน ไม่คลมุ เครอื 4) ฉันตระหนักวา่ สารสนเทศท่ดี ีตอ้ งมคี ว
ตระหนกั วา่ สารสนเทศท่ดี ีตอ้ งมคี วามสมบรู ณ์ ประกอบดว้ ย
ขอ้ เทจ็ จรงิ ที่สามารถเช่ือถือได้ ตระหนกั วา่ สารสนเทศท่ีดีตอ้ งมี มคี วามชัดเจน ไม่คลมุ เครอื
เน้ือหากะทดั รัด ไมเ่ ยนิ่ เยอ้ กลา่ วอย่างตรงไปตรงมาตระหนัก 5) ฉนั ตระหนกั วา่ สารสนเทศทด่ี ตี ้องมคี ว
ว่าสารสนเทศที่ดีควรมคี วามปลอดภัย (Secure) ในการเข้าถงึ
ของผู้ไมม่ สี ทิ ธิใชส้ ารสนเทศตระหนักวา่ สารสนเทศท่ีดตี อ้ ง ทสี่ ามารถเชื่อถอื ได้
สามารถพิสจู น์ได้ (Verifiable) หรือตรวจสอบความถกู ต้องได้ 6) ฉันตระหนักวา่ สารสนเทศที่ดตี ้องมเี นอ้ื
และตระหนกั ว่าสารสนเทศท่ีดตี อ้ งผ่านกระบวนการประเมนิ
วิเคราะห์ และสงั เคราะห์ เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความถกู ต้องและมี ตรงไปตรงมา
ประสทิ ธภิ าพมากท่ีสุด 7) ฉันตระหนกั วา่ สารสนเทศท่ดี ีควรมีคว

ทกั ษะเข้าถึงสารสนเทศ หมายถึง ลกั ษณะหรอื คณุ ลักษณะ ของผ้ไู ม่มสี ทิ ธิใช้สารสนเทศ
ของความสามารถเขา้ ถงึ ข้อมูลตา่ ง ๆ ได้อยา่ งเปน็ ขั้นตอน 8) ฉนั ตระหนักวา่ สารสนเทศทด่ี ตี อ้ งสาม
สามารถกำหนดลกั ษณะและขอบเขตของข้อมูลท่จี ำเป็น
สามารถกำหนดแหลง่ ขอ้ มูลเพ่อื การค้นควา้ ได้ตรงกบั ตรวจสอบความถูกตอ้ งได้
จุดม่งุ หมาย สามารถใช้ไอทีในการคน้ หาสารสนเทศ สามารถใช้ 9) ฉนั ตระหนกั วา่ สารสนเทศท่ดี ีต้องผา่ น
กลยทุ ธก์ ารค้นหาขอ้ มลู ทีแ่ ตกตา่ งกนั เพอ่ื เพม่ิ ความแม่นยำ
สามารถอธบิ ายความแตกตา่ งระหว่างแหล่งขอ้ มูลจากเวบ็ ไซต์ สงั เคราะห์ เพอื่ ใหเ้ กิดความถกู ต้องแล
วารสาร หรอื หนังสอื ได้ ใช้แหล่งข้อมลู ทหี่ ลากหลายในการ 10) ฉันสามารถเขา้ ถึงขอ้ มลู ตา่ ง ๆ ได้อยา่
คน้ ควา้ ข้อมลู หลากหลายชนดิ เรียนรทู้ กั ษะใหม่ ๆ ท่จี ะชว่ ยให้
มีทกั ษะในการรูส้ ารสนเทศมากยิง่ ข้ึน ใช้ห้องสมุดควบคู่กบั การ 11) ฉนั สามารถกำหนดลักษณะและขอบเข
12) ฉันสามารถกำหนดแหล่งข้อมูลเพอื่ กา
13) ฉันสามารถใชไ้ อทใี นการคน้ หาสารสน
14) ฉนั สามารถใชก้ ลยุทธ์การค้นหาขอ้ มลู

แม่นยำ
15) ฉันสามารถอธิบายความแตกตา่ งระหว

วารสาร หรอื หนงั สอื ได้

380

เทศทีป่ ระเมิน ความเห็นของผ้ทู รงคณุ วุฒิ
+1 0 -1 ข้อเสนอแนะเพือ่ การปรบั ปรุงการใชภ้ าษา
ากแหล่งท่นี ่าเชื่อถอื
วามเป็นปัจจุบัน ทันตอ่ เหตกุ ารณ์

วามยดื หยุ่น ตรงตอ่ ความตอ้ งการ

วามความถูกต้อง ไม่มีความผิดพลาด ปรบั ขอ้ ความ “ไมค่ ลมุ เครือ” เป็น “และ
วามสมบูรณ์ ประกอบดว้ ยขอ้ เท็จจรงิ ไม่คลุมเครือ”

อหากะทัดรัด ไมเ่ ย่นิ เยอ้ กลา่ วอย่าง

วามปลอดภยั (Secure) ในการเขา้ ถึง ปรบั สำนวนให้ใหอ้ า่ นเข้าใจมากยง่ิ ขนึ้

มารถพสิ จู นไ์ ด้ (Verifiable) หรือ

นกระบวนการประเมนิ วิเคราะห์ และ ปรบั สำนวนการใช้ภาษา
ละมปี ระสิทธภิ าพมากทีส่ ุด
างเปน็ ขน้ั ตอน ปรบั สำนวนเปน็ “ฉันสามารถเขา้ ถงึ ข้อมลู
สารสนเทศตา่ ง ๆ ได้อยา่ งอิสระและเปน็
ขตของขอ้ มลู ทจ่ี ำเป็น ขัน้ ตอน”
ารค้นควา้ ไดต้ รงกับจดุ มุ่งหมาย
นเทศ ปรับข้อความ “ไอท”ี เป็น “ไอซที ”ี
ลท่ีแตกต่างกนั เพื่อเพม่ิ ความ

วา่ งแหล่งขอ้ มลู จากเวบ็ ไซต์ ปรับสำนวนเปน็ “ฉันสามารถอธบิ าย
ความแตกต่างระหวา่ งแหลง่ ขอ้ มูลจาก

นิยามศัพทเ์ ฉพาะทีใ่ ชใ้ นการวจิ ยั รายการทักษะการรู้สารสนเ
ใช้เทคโนโลยีหรอื คอมพิวเตอร์เพอื่ จดั การสารสนเทศทตี่ ้องการ
สามารถค้นหาขอ้ มูลเพิม่ เติมจากขอ้ มลู เดิมทม่ี ีอยเู่ พอ่ื 16) ฉันใช้แหลง่ ข้อมลู ท่ีหลากหลายในการ
เปรยี บเทียบและวิเคราะหอ์ ย่างเหมาะสม และรจู้ ักเลอื กแหล่ง 17) ฉนั เรียนรูท้ กั ษะใหม่ ๆ ท่ีจะชว่ ยให้มที
ในการคน้ ควา้ สารสนเทศ ทง้ั เพอื่ ความสมบูรณ์ แมน่ ยำ และ
เป็นเอกภาพของสารสนเทศท่ตี ้องการ ยง่ิ ขน้ึ
18) ฉันใชห้ ้องสมุดควบคู่กับการใชเ้ ทคโนโ
ทักษะการประเมนิ คุณคา่ สารสนเทศ หมายถึง ลกั ษณะหรอื
คุณลกั ษณะของการประเมินข้อมลู และแหล่งทม่ี าไดอ้ ยา่ งมี จดั การสารสนเทศที่ต้องการ
วิจารณญาณ ตรวจสอบคณุ สมบัติและความนา่ เชอื่ ถอื ของผู้ 19) ฉันสามารถค้นหาข้อมลู เพมิ่ เตมิ จากข้อ
แต่ง ตรวจสอบคุณสมบัตแิ ละความนา่ เชอ่ื ถอื ของสำนกั พมิ พ์
หรือหนว่ ยงานที่ตพี มิ พ์ เรียนรู้เทคนคิ ที่มีประสทิ ธภิ าพเพื่อ เปรียบเทยี บและวเิ คราะห์อยา่ งเหมาะ
ประเมนิ คณุ ภาพและความน่าเช่ือถอื ของเวบ็ ไซต์ ระบุไดอ้ ยา่ งมี 20) ฉนั รจู้ กั เลอื กแหลง่ ในการค้นควา้ สารส
เหตผุ ลวา่ แหล่งขอ้ มลู ทง้ั หลาย เช่น เวบ็ ไซต์ วารสาร หนงั สอื
เหมาะสมกับจดุ ประสงค์ของงานหรือไม่ ตรวจสอบมมุ มองท่ี แมน่ ยำ และเปน็ เอกภาพของสารสนเท
พบในแต่ละแหล่งขอ้ มูลกบั แหล่งขอ้ มูลอน่ื ที่มคี วามใกลเ้ คยี ง 21) ฉันประเมนิ ข้อมลู และแหล่งทีม่ าไดอ้ ย
ใช้ปัญญาในการประเมิน วิเคราะห์ และสังเคราะหส์ ารสนเทศ 22) ฉันตรวจสอบคณุ สมบัติและความนา่ เช
และมคี วามสนใจ ฝกั ใฝ่ค้นคว้าอยูอ่ ยา่ งสมำ่ เสมอ และมใี จ 23) ฉันตรวจสอบคณุ สมบัตแิ ละความนา่ เช
เท่ยี งธรรมเพ่ือใหส้ ามารถประเมินสารสนเทศไดอ้ ย่างมี
ประสิทธภิ าพ หนว่ ยงานทีต่ พี มิ พ์
24) ฉนั เรียนรเู้ ทคนิคทีม่ ีประสทิ ธภิ าพเพ่อื

นา่ เชือ่ ถือของเว็บไซต์

25) ฉนั ระบไุ ดอ้ ย่างมเี หตุผลวา่ แหล่งข้อมูล
วารสาร หนงั สอื เหมาะสมกบั จดุ ประส

26) ฉันตรวจสอบมุมมองท่พี บในแตล่ ะแห
มีความใกล้เคียง

27) ฉันใชป้ ัญญาในการประเมิน วิเคราะห

28) ฉนั มคี วามสนใจ ฝกั ใฝค่ ้นควา้ อยอู่ ยา่ ง
เพ่อื ให้สามารถประเมนิ สารสนเทศไดอ้

เทศทีป่ ระเมิน 381

รคน้ ควา้ ขอ้ มลู หลากหลายชนดิ ความเห็นของผ้ทู รงคณุ วุฒิ
ทักษะในการรู้สารสนเทศมาก +1 0 -1 ขอ้ เสนอแนะเพอ่ื การปรับปรุงการใช้ภาษา

โลยีหรือคอมพวิ เตอร์เพือ่ เอกสาร ตำรา วารสาร และแหล่งขอ้ มูล
จากเว็บไซต์ได้”
อมลู เดมิ ท่ีมีอยเู่ พ่ือ
ะสม ปรับข้อความ “ผแู้ ตง่ ” เป็น “ผ้ปู ระพนั ธ์”
สนเทศ ทง้ั เพ่ือความสมบรู ณ์ ปรับขอ้ ความ “สำนกั พิมพห์ รือหน่วยงาน
ทศท่ตี ้องการ ทต่ี ีพมิ พ์” เป็น “แหล่งตพี ิมพ์”
ยา่ งมีวจิ ารณญาณ ปรบั สำนวนเป็น “ฉันเรยี นร้เู ทคนิคทีม่ ี
ชื่อถอื ของผแู้ ต่ง ประสิทธิภาพเพอ่ื ประเมินคุณภาพและ
ชื่อถือของสำนักพิมพ์หรือ ความนา่ เชือ่ ถอื ของเวบ็ ไซตแ์ ละสือ่ สังคม
ออนไลน์ (Social Media)”
อประเมนิ คุณภาพและความ
ปรบั สำนวนเป็น “ฉันใช้ปญั ญาในการ
ลทงั้ หลาย เช่น เวบ็ ไซต์ ตรวจสอบ วิเคราะห์ สงั เคราะห์ และ
สงคข์ องงานหรือไม่ ประเมนิ สารสนเทศ”
หลง่ ขอ้ มูลกับแหล่งขอ้ มลู อ่นื ที่

ห์ และสงั เคราะหส์ ารสนเทศ

งสมำ่ เสมอ และมใี จเที่ยงธรรม
อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ

นิยามศพั ท์เฉพาะท่ีใช้ในการวิจยั รายการทักษะการรสู้ ารสนเ
29) ฉนั เขา้ ใจในประเดน็ ทางเศรษฐกิจ สงั ค
ทักษะการใช้สารสนเทศ หมายถงึ ลกั ษณะหรอื คุณลักษณะ
ของการเข้าใจในประเดน็ ทางเศรษฐกจิ สังคม วัฒนธรรม และ ในการใช้สารสนเทศ
กฎหมายในการใช้สารสนเทศ ใช้สารสนเทศอย่างมีคุณธรรม 30) ฉนั ใชส้ ารสนเทศอย่างมคี ณุ ธรรมและจ
และจริยธรรม บรู ณาการขอ้ มลู อยา่ งมีจริยธรรมและถกู ตอ้ ง 31) ฉนั บูรณาการข้อมลู อยา่ งมจี ริยธรรมแ
ตามกฎหมาย ใชข้ อ้ มลู ได้อยา่ งถูกต้องและไมล่ ะเมดิ ลิขสิทธิ์ 32) ฉนั ใชข้ อ้ มลู ได้อยา่ งถูกตอ้ งและไม่ละเม
ของผอู้ ืน่ สามารถนำเสนอและส่อื สารสารสนเทศไปยงั บคุ คล 33) ฉันสามารถนำเสนอและส่ือสารสารสน
อื่นๆ สามารถใช้ขอ้ มูลได้อย่างมีประสิทธภิ าพเพอ่ื บรรลุ
วัตถปุ ระสงค์เฉพาะ คำนงึ ถึงผลกระทบของการลำเอยี งในการ 34) ฉันสามารถใช้ข้อมลู ได้อยา่ งมีประสทิ ธ
แปลความของขอ้ มูล ตระหนกั ถึงข้อเสยี ของการมีอคติ การ เฉพาะ
หลอกลวง หรอื การเปลย่ี นแปลงข้อมลู และตระหนักถงึ ขอ้ เสยี
การนำเสนอมมุ มอง ความคิดเหน็ และทศั นคตเิ พียงดา้ นเดียว 35) ฉนั คำนงึ ถึงผลกระทบของการลำเอยี ง
36) ฉันตระหนักถึงข้อเสยี ของการมีอคติ ก

เปล่ียนแปลงขอ้ มูล
37) ฉันตระหนักถึงขอ้ เสียการนำเสนอมุมม

ทัศนคติเพียงด้านเดยี ว


Click to View FlipBook Version