The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมเล่มแผนการจัดการเรียนรู้ 1-2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by silchisa.30sf, 2021-09-13 00:32:55

รวมเล่มแผนการจัดการเรียนรู้ 1-2564

รวมเล่มแผนการจัดการเรียนรู้ 1-2564

ภาคเรียนที่ 1

ปีการศึกษา 2564

แผนการจดั การเรียนรู้

โรงเรียนเบญจมราชูทิศ

รายวิชาภาษาอังกฤษ อ21101

ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 1

นางสาวธชกร เทพสงั ข์

ตาแหน่ง ครูชานาญการ
กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาตา่ งประเทศ

(ภาษาอังกฤษ)

สานักงานเขตพื้นที่การศกึ ษามัธยมศึกษานครศรธี รรมราช

lnn ffi{ilcfoll,ut{dsuaruYm arnB:ffi{

tTo{J eXrU u 4y
tj€}errutJilFltttp,Ium{9rTm:8nJ:

d tt o I d a
tTEru'{ATtLJqNuUfTNL:.1I:UJI1'fIJ{BJTH?IFI
srajfvi{rffi{er-. -uxrf'"oq!rn-gmi,s[ .-a{titarjt------n"s-r----'"---'.lyr.ron"u rinrmnm

drqm'nsnraBm$s.'-"."e'-'r-wunnl-urm.h'm6'snry9 ti'iwruanu1#rlfrtffinrnamr*fiffi.".n:

:rf,rfiqn oettol;ueLsfffufir*rfld r nrrriuuid t flnnfirrn zxarfu

qi {y'nniy{t\yhud'rnforururn:6u'flrn:L<5u{yrdfioq1iA*lunnfulnrmrdEu{v \y t a

ilrnmfl rwh'rlxrfirxurrnEcurrnnrienni{rJtfi

w a, Ja y y a odlu u dv 4 ,&
a'nrdfi.{ilrl$$.niTtTi9rflrnt5u{ st"[J[sf'tff1:?1Hiurnrus€Hl]
fl?tmr€iitulJvrr:u.ntr*6?

ddJs,ao^
ffi*r[fl trEff mi ]r
a $T a ll-Hftyr q Fr

W ,.' ,/

8fr'8- r*xV...fi{'en{r

[.mwnmm-Btld.r{--)

n{ufi rfi ou - -BM.ru- - -.?trt -.4ff4

-acivytdU 15Sfl1:t5t}U: e. n':ru6err$utot:ar{tfru:unr:n{uutur:uuimnr:
1. Fr?1ilfi9rt14utO{fi?14U1f]ff5Jfl

!lJ

lfrrr::qao! rlaudss rfi uErunlnud?rfiuaun::oqeifi r4:uu yo f< a fi
1: L:{r:uuLU6uail:"t1fl
d r,ro'1u?ufl

ffdt8 rutqp1r$isTrJ:erfirT

(ur'ro:rti.4r:rlrs.) -*a'jT dioa ran........

s{rttu{r.....ng......ivrugruv....d'ru'rcgnrtfi mu...... (qcuqfi ntqrt:ru)

:8{r{U*aroI 'llj?8 n1Tfl aIilu:a14't:4?t1n'l:

l. r{r&{riru?sn"r51:{rEsu

ffe,{*6

ll--f l f.f:{f]1:

(urufind umumruu{)

Uo u n1: f[:{ d

,,r 0']u? rsuurufuail:'tTYlfi

แผนการจดั การเรียนรู

รายวิชา อ21101 ภาษาอังกฤษ กลมุ สาระการเรียนรู ภาษาตางประเทศ(ภาษาอังกฤษ)
ช้นั มัธยมศึกษาปท ี่ 1
หนว ยการเรยี นรูที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปก ารศึกษา2564
แผนการจดั การเรียนรูท1่ี
ครูผสู อนนางสาวธชกรเทพสงั ข เรอื่ งMy network เวลาเรยี น16ชั่วโมง

เรื่องfamily,friends and dailyactivities เวลาเรียน4ชว่ั โมง

1.มาตรฐานการเรียนรู /ตัวชีว้ ัด/ผลการเรยี นรู (รายวิชาพน้ื ฐานมมี าตรฐานการเรยี นรแู ละตัวช้ีวัดรายวิชาเพิม่ เติมมีผลการเรียนร)ู
1.1 มาตรฐานการเรยี นรู
สาระท่ี 1ภาษาเพ่อื การส่ือสาร
มาตรฐาน ต1.1เขาใจและตีความเรื่องที่ฟง และอานจากส่อื ประเภทตา ง ๆและแสดงความคิดเหน็ อยางมีเหตุผล

มาตรฐาน ต1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสาร แสดงความรูสึกและความคิดเห็น
อยา งมีประสทิ ธภิ าพ

มาตรฐาน ต1.3 นำเสนอขอ มลู ขาวสารความคดิ รวบยอดและความคิดเห็นในเร่อื งตาง ๆโดยการพดู และการ
เขียน

สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐานต 2.1 เขา ใจความสมั พันธระหวางภาษากบั วัฒนธรรมของเจาของภาษาและนำไปใช ไดอ ยาง
เหมาะสมกับกาลเทศะ

สาระท3ี่ ภาษากับความสมั พนั ธกับกลมุ สาระการเรยี นรอู ่ืน
มาตรฐานต 3.1 ใชภาษาตางประเทศในการเชอื่ มโยงความรูกบั กลุม สาระการเรียนรูอื่นและเปนพนื้ ฐานใน
การพัฒนา แสวงหาความรู และเปด โลกทัศนข องตน

1.2ตวั ช้วี ัด/ผลการเรยี นรู
ต 1.1ม.1/2 อานออกเสยี งขอความ นทิ าน และบทรอยกรอง (poem) สนั้ ๆ ถูกตองตาม หลกั การอา น
ต 1.1 ม.1/3 เลือก/ระบปุ ระโยคและขอความใหส มั พนั ธกบั สือ่ ทไี่ มใ ชความเรียง (non-text information) ทอี่ าน
ต 1.1 ม.1/4 ระบุหัวขอเร่อื ง (topic)ใจความสำคญั (main idea)และตอบคำถามจากการฟงและอาน
บทสนทนานิทาน และเรอื่ งสน้ั

ต1.2ม.1/1 สนทนา แลกเปลย่ี นขอมูลเกีย่ วกับตนเอง กจิ กรรม และสถานการณตาง ๆ ในชีวิตประจำวนั
ต1.2 ม.1/4พูดและเขยี นเพ่อื ขอและใหข อ มลู และแสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกับเรอื่ งทฟี่ ง หรืออานอยางเหมาะสม
ต 1.3 ม.1/1 พดู และเขยี นบรรยายเกยี่ วกบั ตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณและส่งิ แวดลอ มใกลต วั
ต 2.1 ม.1/1 ใชภ าษาน้ำเสยี ง และกิริยาทา ทางสุภาพเหมาะสม ตามมารยาทสังคม และวฒั นธรรมของเจา ของภาษา
ต 3.1 ม.1/1คน ควา รวบรวมและสรปุ ขอ มลู /ขอเทจ็ จรงิ ที่เก่ยี วขอ งกบั กลมุ สาระการเรยี นรอู ่นื จากแหลง เรยี นรู และ
นำเสนอดวยการพดู /การเขยี น

2. จุดประสงคการเรียนรู
2.1 ดานความรู ความเขา ใจ (Knowledge)

1) อา นออกเสยี งคำศัพทและบอกความหมายของคำศัพทไ ด
2) สนทนาแลกเปลีย่ นขอมูลเกีย่ วกบั เรอ่ี งท่ีอานได
3) จบั ใจความสำคัญของเรือ่ งท่อี าน
2.2 ดานทกั ษะกระบวนการ (Processes /Skills)
1) เขยี นผังความคดิ สรปุ เรอื่ งทอี่ า นได
2) พดู นำเสนอแผนผงั ความคดิ เห็นหนา ช้นั เรยี นได
3) เลอื กใชคำศพั ท วลี สำนวนและกลุม คำที่ตอ งใชรวมกัน(Collocations)ไดอยางถกู ตองเหมาะสมกับสถานการณ
2.3 ดา นคุณลกั ษณะเจตคติ คานยิ ม(Attitudes)
1) มีวินัยใฝเ รียนรู และมงุ มนั่ ในการทำงาน

3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
- การอา นออกเสียงคำศัพท วลี บทสนทนาแลกเปลี่ยนขอ มลู และการจับใจความสำคญั จากการอานเกย่ี วกบั ครอบครัว

และเพื่อนชว ยในการนำภาษาไปใชใ นชีวิตประจำวนั และเปนพ้ืนฐานในการส่ือสาร
- การเลือกใชค ำศพั ท วลี กลุม คำใหถ ูกตองเหมาะสมกับสถานการณ ชวยในการนำภาษาไปใชในการส่ือสารไดถูกตอง
-ความเขาใจในโครงสรางภาษาเกี่ยวกับ PresentSimpleTenseและการนำไปใชในการนำเสนอขอมูลและแลกเปลี่ยนขอมูลใน

ชวี ติ ประจำวนั เปน พ้ืนฐานสำคัญในการส่อื สาร

4. สาระการเรียนรู
4.1สาระการเรียนรูแกนกลาง/สาระการเรียนรเู พ่มิ เติม (กรณเี ปนรายวิชาเพิม่ เติม)
Pronunciation:
- ฝกการออกเสียงFinalsound/ch/,/k/
- ฝก ออกเสยี งConsonant sound/l/
Vocabulary:
- Supermom! : boring ,breakfast, clothes, collect, dinner, drive, get up, help, homework, lively, look
after,lunch,noisy,quiet,spend
- Collocations withmake,haveanddo:dothewashing,doyourhomework,haveacelebration,haveabreak,
have a shower, make a lot of noise, make your bed, make a phone call

- Usefulexpressions:familyandfriends:drivemecrazy,getamoveon,getonwell,givesomeoneahand,hang
around, spend ages

- Expressionswithlook:lookafter,lookat,lookfor,looklike,lookout,lookround
- TheSimpsons:popular,lazy,classmates,intelligent

Grammatical Structure:
- PresentSimple(AffirmativeandNegative)

Language Function:
- Talkingaboutfamilyandfriends,anddailyactivities

Culture:
-ลกั ษณะครอบครวั ในสหราชอาณาจักร

- การทำกจิ กรรมตางๆในชวี ิตประจำวันของเจาของภาษา

- การใชเวลาวางในการทำกิจกรรมตางๆของเจาของภาษา

4.2สาระการเรยี นรูทอ งถน่ิ (ถามี)

-

5.สมรรถนะสำคญั ของผเู รยี น(เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรนู ี้)

5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคดิ 5.3 ความสามารถในการแกปญ หา

5.4ความสามารถในการใชทักษะชีวิต 5.5ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี

6.คุณลักษณะอันพงึ ประสงค (เฉพาะทีเ่ กิดในแผนการจดั การเรียนรูนี้)

6.1 คณุ ลักษณะอันพึง่ ประสงคต ามหลกั สูตรแกนกลาง(เฉพาะทีเ่ กิดในแผนการจัดการเรยี นรนู ี)้

1) รกั ชาติศาสน กษัตริย 2) ซื่อสัตยสจุ รติ 3) มีวินัย 4) ใฝเ รียนรู

5)อยอู ยางพอเพยี ง 6) มุงม่นั ในการทำงาน 7) รกั ความเปนไทย 8) มีจติ สาธารณะ

6.2 คุณลักษณะตามหลกั สตู รมาตรฐานสากล(เฉพาะท่เี กิดในแผนการจัดการเรียนรูน)ี้
1) มคี วามรพู ืน้ ฐานในยคุ ดจิ ทิ ลั วิทยาศาสตร เศรษฐศาสตร เทคโนโลยี รภู าษาพหวุ ัฒนธรรมตระหนักสำนกึ

ระดับโลก
2) สามารถคิดประดิษฐอยางสรางสรรค ปรับตัวใฝรู ใฝเรียนวิเคราะห สังเคราะห สรุปสรา งองคค วามรู
3) มีทกั ษะสอ่ื สารอยางมีประสทิ ธิภาพ
4) มีความสามารถในการใชทักษะชีวติ
5) มีความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี

7. ทักษะของผูเรียนในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)
7.1 ทกั ษะการอา น (Reading)

7.2 ทกั ษะการ เขยี น (Writing)

7.3 ทักษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
7.4 ทักษะดานการคิดอยา งมีวิจารณญาณและทกั ษะในการแกป ญ หา (Critical thinking and problem solving)
7.5 ทกั ษะดา นการสรา งสรรคและนวัตกรรม (Creativity and innovation)
7.6ทักษะดานความรว มมอื การทางานเปนทีมและภาวะผูนำ (Collaboration, teamwork and leadership)
7.7 ทกั ษะดานความเขา ใจตา งวฒั นธรรมตา งกระบวนทัศน (Cross-cultural understanding)
7.8 ทกั ษะดา นการสอื่ สารสารสนเทศและรเู ทาทันส่ือ (Communication information and media literacy)
7.9 ทักษะดา นคอมพวิ เตอรแ ละเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สาร (Computing)
7.10 ทกั ษะอาชีพและทกั ษะการเรียนรู (Career and learning self-reliance, change)
7.11ความมีคณุ ธรรมมเี มตตามรี ะเบียบวินัย(Compassion)

8.กิจกรรมการเรียนรู (เขียนละเอยี ดและชดั เจนกวาในหนวยการเรียนรู)
วธิ ีสอน(จำนวนขัน้ แลวแตว า เปนวธิ กี ารสอนแบบใดและโปรดระบวุ าใชวธิ กี ารสอนแบบใด)

DiscoveryMethod การจดั การเรียนรูแบบคน พบ

ชั่วโมงที่ 1

ขนั้ ที่ 1 กจิ กรรมข้นั นำเขา สบู ทเรียน
1.ครนู ำเขาสูบทเรยี นโดยการซกั ถามเกยี่ วกับครอบครัวของนกั เรียนเพอื่ เชอ่ื มโยงสเู ร่ืองที่จะเรยี นโดยใชค ำถามดังนี้
- Howmanypeoplearethereinyourfamily?
- Whatdoesyourfather/motherdo?
- Whendoyougetupinthemorning?
- Howdoyougotoschool?
- Youmakebreakfastyourself?
- Whomakesbreakfastforyou?
- Whoyourmother?Sister?

2.ครใู หนักเรียนดภู าพในหนังสอื เรียนหนา 4และสนทนาซักถามนักเรยี นเกยี่ วกบั ภาพจากนน้ั ใหน ักเรยี นและครรู วมอภิปรายเกีย่ วกับ
คำตอบ

ขน้ั ที่ 2 กิจกรรมขนั้ ฝก
1.ครูใหนกั เรยี นอา นเร่ืองSupermomในหนงั สือหนา4รวมกนั โดยใชคำถามซักถาม-ตอบในขณะที่อานโดยโยงเรื่องทอี่ าน

เขา กบั ชวี ติ ท่ใี กลต ัวของนักเรยี นและทำเชนนีใ้ นขณะอานจนจบเร่ือง
2.เมอื่ อานจบแลว แบง นักเรียนเปนกลุมยอยๆกลุม ละ5-6คนชวยกนั ทำผงั ความคดิ (MindMap)สรปุ ความจากเรื่องทอ่ี าน

3.ครูใหนักเรยี นนำเสนอผงั ความคิดสรุปความของแตล ะกลมุ หนากลมุ หนาชั้นเรียนเปน ภาษาองั กฤษเมือ่ แตละกลุมจบการ
นำเสนอครูใหข อมูลยอ นกลับ(Feedback)เพื่อปรับปรงุ ในครงั้ ตอ ไปโดยเนน ประเด็นการนำเสนอความถกู ตองในการออกเสนอความ
ชดั เจนของการสื่อความหมายความคลอ งในการใชภาษา

ขั้นที่ 3 กิจกรรมข้ันสรุป
1.ครูใหนักเรียนทบทวนการอา นอกี ครัง้ และการสนทนาแลกเปล่ียนเนอ้ื หาทอ่ี านจากน้ันตอบคำถามทายบทExercise1

โดยการตอบTrueorFalseและใหน ักเรยี นขีดเสนใตป ระโยคทนี่ กั เรยี นพบขอมลู เพอื่ แสดงใหเหน็ คำตอบจากเน้อื เร่ือง

ชว่ั โมงท่ี 2

ข้ันท่ี 1 กิจกรรมขน้ั นำเขา สูบทเรยี น
1.ครูนำเขาสบู ทเรียนโดยการซกั ถามเกย่ี วกับครอบครัวของนักเรยี นเพ่ือเชื่อมโยงสเู รื่องที่จะเรยี นโดยใชคำถามดังนี้
- Whatdoyoudointhemorning?
- Whatdoyoudointheafternoon?
- Whatdoyoudointheevening?
- Whendoyouhavebreakfast?
- Whendoyouhavelunch?
- Whendoyouhavediner?
- Whendoyoudoyourhomework?

ข้นั ที่ 2 กจิ กรรมขัน้ ฝก
1. ครูใหนกั เรียนทำกิจกรรมActivateExercise1ในหนงั สือหนา6นกั เรยี นดตู ารางและใหจ ับคปู ระโยคในแตล ะขอ

กบั ตารางใหส มั พันธกนั โดยครใู หคำตอบที่ นกั เรียนตอบเก่ียวกบั กิจกรรมตอนเชากิจกรรมในตอนบายหรือกจิ กรรมในตอนเยน็ ให
นกั เรียนทบทวนกอ นที่นักเรยี นจะทำกิจกรรมเตมิ คำในตาราง

2. นกั เรยี นเมประโยคในตารางใหสมบรู ณ จากน้ันตรวจสอบคำตอบ
3. ครใู หน ักเรียนจับคสู นทนาแลกเปลย่ี นกจิ กรรมท่ีนกั เรียนทำในชวงเชาและชว งบาย
4. นักเรียนทำกิจกรรมActivateExerciseในหนังสอื หนา 6โดยเติมคำศพั ทท ่ีกำหนดใหใ นประโยคใหส มบรู ณ โดยครู
ใหน กั เรียนดคู ำศัพทท ี่กำหนดใหและทบทวนคำศัพทเหลาน้โี ดยการตอบคำถาม2-3คำถาม
เชน

- Whatdoyoucallthethingyouwear[Clothes]
- Whatdoesamotherdowithabelaybaloy?[Shelocksafterit]
- Howdoyoudescribeapersonwhoisfullofenergy[lively]
นักเรยี นเติมประโยคใหสมบรู ณ จากนัน้ ตรวจสอบคำตอบ
5. ครใู หนักเรยี นศึกษาเรื่องCollocationswhitmake,have,andในหนงั สอื หนา6ครูอธบิ ายความหมายของ
Collocationsคือคำหรือกลมุ คำซง่ึ ใชค กู บั อีกคำหรอื อีกกลุมคำซึง่ เมอื่ คำเหลานี้ผสมกันแลวก็จะเรียกไดว าเปนสำนวนท่เี จาของ
ภาษาใชพ ูดกัน
6. ครเู ขียนกลมุ คำเหลาน้บี นกระดาน make/have/doacelebration.

7. ครเู รยี กคำวาhave acelebrationบนกระดานและบอกวานกั เรียนตองเรียนรูคำทีถ่ ูกตอ งทน่ี ำมารวมกัน
8. ครูใหน ักเรยี นฝกจับคูค ำกริยากับคำนามเพือ่ ทำเปน วลี และตรวจคำตอบทีถ่ กู ตอง
ขัน้ ที่ 3 กจิ กรรมขน้ั สรปุ
1.ครแู บงนกั เรยี นเปน2ทมี ครูอา นออกเสียงวลีทไี่ มส มบรู ณ โดยเวนใหน ักเรยี นพูดเติมคำในวลใี หถ กู ตอ ง
2.ครใู หนักเรียนทำตารางสรุปการใช make/have/doคำนามทถี่ ูกตอ งและสงตัวแทนกลุมออกจากนำเสนอหนาเรยี น

ชั่วโมงที่ 3

ขัน้ ที่ 1 กิจกรรมข้นั นำเขา สูบทเรียน
1.ครูใหนกั เรียนดรู ปู ภาพครอบครวั TheSimpsonในหนังสอื AimHighหนา 7จากนัน้ ใหนักเรยี นบอกช่ือ

สามาชิกในครอบครวั ของBart[พอของเขาช่ือHomer,แมของเขาช่ือMarge,เขามีพ่สี าวสองคนช่ือLisaและMaggie]

ข้นั ที่ 2 กิจกรรมข้ันฝก
1. นกั เรียนอานบทอานและคนหาตัวอยางประโยคPresentSimpleในรูปบอกเลา(affirmative)ในบทที่อาน
2. ครแู ละนกั เรียนตรวจคำตอบรวมกันครูใหนกั เรียนหาคำศัพทท นี่ ักเรียนยังไมร ูใ นบทอา น
3. ครสู อบถามนักเรียนเก่ยี วกับเนือ้ เรื่องท่อี านเพ่ือตรวจสอบความเขา ใจในการอาน
4. ครูใหน ักรว มกันวเิ คราะหโครงสรา งของประโยคPresentSimpleTenseโดยใหน ักเรยี นสงั เกตประธานทีเ่ ปนบุรุษ

ท่ี 3เอกพจนใ นบทการอานและการเตมิ sหลังคำกรยิ าworkจากนั้นใหน กั เรยี นเตมิ คำในตารางใหส มบูรณ
5. นักเรียนอานLearnthisในกรอบการใช PresentSimpleคน หาประโยคจากบทอาน
6. ครอู ธิบายเพม่ิ เติมในเรอ่ื งหลกั การใช PresentSimpleTense
7. นักเรยี นทำเปนรายบคุ ลทำกจิ กรรมExploitExercise1ในหนังสอื เรยี นAimHightในหนงั สือหนา7เตมิ ประโยค

ขน้ั ที่ 3 กจิ กรรมขัน้ สรุป
1. ใหน กั เรยี นแบงกลมุ ๆละ5–6 คนรว มทำผังความคดิ สรปุ เรอ่ื งที่อานเกีย่ วกับ TheSimpson
2. ครใู หน ักเรียนแตล ะกลุมวเิ คราะหป ระโยคทีไ่ มใชโครงสรางPresentSimpleTenseในรูปประโยคบอกเลาโดยครู

ติดแถบประโยคไวบนกระดานใหนกั เรียนชว ยกนั วิเคราะหวาประโยคถูกตองตามโครงสรางPresentSimpleTenseหรอื ไม ในกรณีที่ไม
ถูกตองใหนกั เรียนแกไขเปนประโยคใหมถ ูกตองตามโครงสรา งPresentSimpleTenseพรอมทงั้ พูดนำเสนอประโยคPresentSimple
Tense ในรูปประโยคบอกเลา

ชว่ั โมงที่ 4

ขั้นท่ี 1 กจิ กรรมขนั้ นำเขา สูบ ทเรยี น
1. ครูและนกั เรียนรวมกันทบทวนหลกั การใช PresentSimpleTenseในรูปประโยคบอกเลา (Affirmative)ทเี่ รยี นใน

ชวั่ โมงท่แี ลว
2. ครใู หนกั เรยี นยกตัวอยางประโยคทใี่ ช PresentSimple:Affirmative เชน
- Igetupearly
- Mymothercooksformybreakfast
- Mysistergoestoschool

ขนั้ ท่ี 2 กิจกรรมข้ันฝก
1. นกั เรียนทำแบบฝกหดั ที่ 2ในหนงั สือเรียนหนา7นกั เรียนฟงคำศัพทจ ากAudio(Track1.30)และอานคำศัพท

ที่ลงทายดวยsทีอ่ อกเสียงตางกันดงั นี้
- /s/likes,works
- /z/Plays,goes,lives
- /iz/watches,finishes

2. ครูอธบิ ายคำที่ออกเสียง/IZ/ทายคำกริยาทีล่ งทาย/s/:(Miss), /z/:(Organize),/s/:(Finish)และ/ts/:(watch)
3. ครูเปดAudio(track1.04)แบบฝกหัดที่ 3และ7
4. นกั เรยี นทำแบบฝกหัดท่ี 4จากหนงั สือเรียนหนาท่ี 7เปนรายบุคคลโดยเติมบทอานใหสมบรู ณ
ครูยำ้ ใหน กั เรยี นเติมs เมื่อประธานเปนเอกพจน บรุ ุษที่ 3นักเรียนตรวจสอบคำตอบ
5. ครูใหน ักเรียนเขียนประโยค5ประโยคเกีย่ วกับนักเรียนหรือครอบครัวนักเรยี นโดยใชคำกริยาที่กำหนดใหใน
กระดาน
6. ครูใหน กั เรยี นเขียนบทความเกย่ี วกบั กจิ กรรมประจำวนั ท่ีตนเองและเพื่อนทำโดยใช PresentSimpleTense

ขนั้ ที่ 3 กิจกรรมขั้นสรุป
1. ครใู หน กั เรยี นเขียนตารางสรุปหมวดหมูก ารอานออกเสียงคำศัพททลี่ งทา ยดวยsโดยแบงเปน3กลมุ /s/,/z/และ

/Iz/
2. นักเรียนทำแบบฝกหดั เพิม่ เติมในAimHighworkbookPractice1หนา 6

9.หลักฐานการเรียนรู (ภาระงาน/ช้นิ งาน)
1)ตารางจัดหมวดหมคู ำท่ีลงทา ยดวยs
2) บทความเก่ยี วกับตนเองและเพ่ือนโดยใชโครงสรา งPresentSimpleTenseในรูปประโยคบอกเลา

3) แบบฝก หดั
4) ประโยคแสดงความสัมพนั ธข องสมาชกิ ในครอบครัวโดยใช Possessive’s
5) แผนผังแสดงความสัมพันธของสมาชิกในครอบครัวโดยใช Possessive’s
6) แผนผงั เครือขายแสดงความสมั พนั ธข องเพ่ือนและกจิ กรรม
7) พดู ใหขอมูลเก่ยี วกับเพอื่ น

10.สือ่ การเรยี นรู / แหลงเรียนรู
10.1สอื่ การเรียนรู
1)หนังสอื เรียนAimHighStudents’Book1
2)หนังสอื AimHighWorkbookwithonlinePractice1
3) Audio
4) แถบประโยค

10.2แหลง เรยี นรู
1) พจนานุกรมภาษาอังกฤษ

11. การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการ เครือ่ งมอื เกณฑ
ลำดบั รายการทว่ี ัดและประเมินผล การอานออกเสียง
1 อา นออกเสียงคำศพั ทแ ละบอก การทำแบบฝกหัด การสังเกต อา นคำศพั ทไ ดถ ูกตอง
ความหมายของคำศพั ท Vocabulary
แบบฝก หัด รอ ยละ80

Vocabulary ทำแบบฝก หัดไดถกู ตอง

รอยละ 80

2 สนทนาแลกเปลี่ยนขอมูลเก่ียวกบั เร่ือง การตอบคำถามใน แบบฝก หัดTrueorFalse ตอบคำถามไดถ กู ตอง

ท่อี าน Exercise2 รอยละ 80

3 จับใจความสำคัญของเร่อื งท่ีอา น การทำแบบฝกหัดจาก แบบฝกหดั ทำแบบฝกหัดไดถูกตอ ง

บทเรยี น รอ ยละ80

4 เขียนผงั ความคิดเรอื่ งที่อาน การทำผังความคิด แบบประเมินผลงาน ผา นเกณฑร ะดับดี

(My Map)

ลงช่ือ.............................................. ผูจัดทำ
(นางสาวธชกรเทพสงั ข )
ตำแหนง ครชู ำนาญการ

บันทึกหลงั การใชแ ผนการจัดการเรยี นรู
......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................

ลงช่อื .......................................................
(นางสาวธชกร เทพสังข)
ตำแหนง ครชู ำนาญการ

วันท.ี่ ...........เดอื น................................. พ.ศ...............

ความคิดเหน็ ของหวั หนากลุมสาระการเรยี นรู ความคดิ เหน็ ของรองผอู ำนวยการกลุมบรหิ ารงานวิชาการ

........................................................................... ...........................................................................
.......................................................................... ..........................................................................
.......................................................................... ..........................................................................
.......................................................................... .........................................................................

ลงชื่อ.......................................... ลงชื่อ..........................................
(นางอรศรี สรุ าราช) (วาทีร่ อ ยเอกคณุ าวุฒิ ศรสี ุวรรณ)

หวั หนากลมุ สาระการเรยี นรูภาษาตา งประเทศ(ภาษาอังกฤษ) รองผูอำนวยการกลมุ บริหารงานวิชาการ
โรงเรียนเบญจมราชูทศิ

แผนการจดั การเรยี นรู

รายวิชาอ21101ภาษาองั กฤษ กลุม สาระการเรียนรู ภาษาตางประเทศ(ภาษาองั กฤษ)
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 1
หนว ยการเรยี นรูที่ 1 ภาคเรียนท่ี 1 ปการศึกษา 2564
แผนการจัดการเรียนรูที่ 2
ครผู ูสอนนางสาวธชกรเทพสังข เร่ือง My network เวลาเรียน16ช่วั โมง

เร่ือง Present Simple Tense เวลาเรยี น4ชวั่ โมง

1.มาตรฐานการเรยี นรู /ตัวชว้ี ัด/ผลการเรียนรู (รายวิชาพนื้ ฐานมมี าตรฐานการเรยี นรแู ละตวั ชว้ี ัดรายวชิ าเพ่ิมเติมมีผลการ
เรยี นร)ู
1.1 มาตรฐานการเรียนรู
สาระท่ี 1ภาษาเพอ่ื การสือ่ สาร
มาตรฐาน ต1.1 เขา ใจและตคี วามเรอ่ื งท่ีฟงและอา นจากสอื่ ประเภทตา งๆ และแสดงความคดิ เห็น อยางมเี หตุผล

มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการส่อื สารทางภาษาในการแลกเปล่ียนขอมลู ขา วสาร แสดงความรสู กึ และความคิดเห็น
อยางมีประสทิ ธภิ าพ

มาตรฐานต1.3นำเสนอขอ มลู ขาวสารความคดิ รวบยอดและความคดิ เห็นในเร่อื งตา งๆโดยการพดู และการ
เขยี น
1.2ตัวชีว้ ดั /ผลการเรยี นรู
ต 1.1 ม.1/2 อา นออกเสยี งขอความ นทิ าน และบทรอ ยกรอง(poem) ส้ันๆ ถกู ตอ งตาม หลกั การอา น
ต 1.1 ม.1/3 เลือก/ระบปุ ระโยคและขอความใหส ัมพนั ธกบั สื่อที่ไมใชความเรียง (non-text information) ท่อี า น
ต1.2 ม.1/1 สนทนา แลกเปลย่ี นขอมูลเกย่ี วกบั ตนเอง กิจกรรม และสถานการณตา งๆ ในชวี ิตประจำวัน
ต1.2 ม.1/4พูดและเขยี นเพ่ือขอและใหข อ มลู และแสดงความคดิ เหน็ เกีย่ วกบั เรือ่ งทฟ่ี งหรอื อา นอยางเหมาะสม
ต1.3 ม.1/3 พูดและเขยี นบรรยายเก่ยี วกบั ตนเองกิจวัตรประจำวัน ประสบการณแ ละส่งิ แวดลอมใกลต วั

2.จุดประสงคก ารเรยี นรู
2.1ดานความรู ความเขา ใจ(Knowledge)

1)อา นออกเสยี งคำทีล่ งทา ยดวย-sไดถกู ตองตามหลักการออกเสียง/s/,/z/,/IZ/
2) สนทนาแลกเปลีย่ นขอ มูลเกยี่ วกับครอบครัวและกิจกรรมในชีวิตประจำวนั
3) เขยี นประโยคทีก่ ำหนดให โดยใชโครงสรางPresentSimpleTenseในรปู ประโยคบอกเลา ได
4) อา นออกเสยี งและบอกความหมายคำศพั ทเ กย่ี วกบั สมาชกิ ในครอบครัว

5) สนทนาแลกเปลีย่ นขอ มูลเกยี่ วกบั ครอบครัวและเพ่ือน
6)ออกเสียงคำศัพทไดถูกตองตามหลกั การออกเสียง

2.2ดานทกั ษะกระบวนการ (Processes/Skills)
1)จัดหมวดหมู คำทลี่ งทายดวยs ไดถูกตอ งตามหลกั การออกเสยี ง/s/,/z/,/IZ/
2)เขียนบทความเก่ียวกับตนเองและเพื่อนได โดยใชโครงสรา งPresentSimpleTenseในรปู ประโยคบอกเลา
3)เขยี นประโยคแสดงความสัมพนั ธของสมาชิกในครอบครัวโดยใช Possessive’s
4)เขยี นแผนผังความสมั พนั ธของสมาชกิ ในครอบครวั โดยใช Possessive’s
5) เขยี นแผนผงั เครอื ขา ยแสดงความสัมพนั ธ ของเพอ่ื นและกิจกรรม

2.3ดา นคณุ ลักษณะเจตคติ คานยิ ม(Attitudes)
1)มีวนิ ัยใฝเ รยี นรู และมงุ มน่ั ในการทำงาน

3.สาระสำคัญ/ ความคดิ รวบยอด
- ความเขา ใจโครงสรา งภาษาเกี่ยวกับPresentSimpleTenseและการนำไปใชในการเสนอขอมูลและแลกเปล่ยี นขอมลู ใน

ชีวติ ประจำวนั เปน พื้นฐานสำคัญในการส่ือสาร
-การรคู ำศัพทเก่ียวกับสมาชิกในครอบครัวและการอา นออกเสยี งคำศัพทไดถกู ตอ งชว ยในการนำภาษาไปใชในการนำเสนอและ

แลกเปล่ยี นขอมลู ในชีวิตประจำวันเปน พื้นฐานสำคัญในการส่ือสาร
-การสนทนาแลกเปลี่ยนขอมูลการฟง ขอมูลและการนำขอ มลู มาเขยี นตลอดจนการบรรยายเกีย่ วกับความสมั พันธในครอบครัว

และเพ่ือนชวยในการนำภาษาไปใชใ นการนำเสนอและแลกเปลยี่ นขอมลู ในชีวิตประจำวันเปนพ้นื ฐานสำคญั ในการส่ือสาร

4. สาระการเรียนรู
4.1สาระการเรยี นรแู กนกลาง/สาระการเรยี นรูเพ่ิมเตมิ (กรณีเปนรายวชิ าเพิ่มเติม)
Pronunciation:
- of:/s/,/z/,/IZ/
- finalsound/r/เชนmother,father,sister,เปนคำทไ่ี มอ อกเสยี งrในภาษาอังกฤษ
- การออกเสียงควบกลำ้ /f/,/br/,/gr/
Vocabulary:
- does,moves,drives,hates,litstens,looks,loves,speaks,stays,teachers,tells,washes
- family:aunt,brother,cousin,daughter,father,granddaughter,grandfather,grandmother,grandson,mother,
nephew, niece, sister, son uncle, wife
Grammatical Structure:
- PresentSimple(Affirmative)
- Possessive’s
Language Function:
- Talkingaboutfamilyandfriends,anddailyactivities

- Talkingaboutthemembersofthefamily

Culture:

-การใชเวลาวางในการทำกิจกรรมตา งๆของเจาของภาษา

- ความสัมพนั ธข องสมาชกิ ในครอบครัว

4.2สาระการเรียนรทู องถ่นิ (ถามี)

-

5.สมรรถนะสำคญั ของผเู รยี น(เฉพาะที่เกดิ ในแผนการจัดการเรียนรนู ้ี)

√ 5.1ความสามารถในการสอ่ื สาร 5.2 ความสามารถในการคดิ 5.3 ความสามารถในการแกปญ หา

5.4ความสามารถในการใชทักษะชีวิต 5.5ความสามารถในการใชเทคโนโลยี

6.คณุ ลักษณะอันพึงประสงค (เฉพาะทเ่ี กิดในแผนการจัดการเรียนรูน)้ี

6.1 คณุ ลกั ษณะอันพ่ึงประสงคตามหลักสตู รแกนกลาง(เฉพาะทเี่ กิดในแผนการจัดการเรยี นรูน )ี้

1) รักชาตศิ าสน กษตั รยิ  2) ซอ่ื สตั ยส ุจรติ 3) มีวินยั 4) ใฝเรยี นรู

5)อยูอยา งพอเพยี ง 6) มงุ ม่นั ในการทำงาน 7) รักความเปนไทย 8) มจี ติ สาธารณะ

6.2 คุณลักษณะตามหลกั สตู รมาตรฐานสากล(เฉพาะทเ่ี กิดในแผนการจัดการเรียนรูน)้ี
1) มีความรูพื้นฐานในยุคดิจิทลั วิทยาศาสตร เศรษฐศาสตร เทคโนโลยี รูภาษาพหวุ ัฒนธรรมตระหนักสำนึก

ระดบั โลก
2) สามารถคดิ ประดิษฐอ ยา งสรางสรรค ปรับตวั ใฝรู ใฝเ รียนวิเคราะห สังเคราะห สรปุ สรา งองคค วามรู
3) มีทักษะสือ่ สารอยา งมปี ระสิทธิภาพ
4) มีความสามารถในการใชท ักษะชีวติ
5) มคี วามสามารถในการใชเทคโนโลยี

7. ทกั ษะของผูเ รยี นในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C) (เฉพาะท่ีเกดิ ในแผนการจดั การเรยี นรูน้ี)
7.1 ทกั ษะการอาน (Reading)
7.2 ทักษะการ เขยี น (Writing)
7.3 ทักษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
7.4 ทักษะดา นการคิดอยา งมีวจิ ารณญาณและทักษะในการแกปญ หา (Critical thinking and problem solving)
7.5 ทกั ษะดา นการสรา งสรรคและนวตั กรรม (Creativity and innovation)
7.6ทักษะดา นความรวมมอื การทางานเปน ทีมและภาวะผนู ำ (Collaboration, teamwork and leadership)
7.7 ทกั ษะดา นความเขาใจตา งวัฒนธรรมตางกระบวนทศั น (Cross-cultural understanding)
7.8 ทกั ษะดา นการส่ือสารสารสนเทศและรเู ทาทนั ส่ือ (Communication information and media literacy)
7.9 ทักษะดา นคอมพิวเตอรแ ละเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing)
7.10 ทกั ษะอาชีพและทกั ษะการเรียนรู (Career and learning self-reliance, change)
7.11ความมคี ุณธรรมมเี มตตามรี ะเบยี บวินัย(Compassion)

8.กิจกรรมการเรียนรู (เขียนละเอียดและชดั เจนกวาในหนวยการเรียนรู)
วิธีสอน(จำนวนขัน้ แลว แตว า เปนวธิ ีการสอนแบบใดและโปรดระบุวาใชวิธกี ารสอนแบบใด)

DiscoveryMethod การจดั การเรียนรูแบบคนพบ

ชั่วโมงที่ 5

ข้ันท่ี 1 กจิ กรรมข้ันนำเขาสบู ทเรียน
1.ครแู ละนักเรียนรว มกนั ทบทวนหลกั การใช PresentSimpleTenseในรปู ประโยคบอกเลา (Affirmative)ท่ีเรยี นในคาบท่แี ลว
2..ครูIใหน กั เรียนยกตัวอยางประโยคทใ่ี ช PresentSimpleTense:Affirmativeเชน
- I get up early.
- My mother cooks for my breakfast.
- My sister goes to school.

ขั้นที่ 2 กจิ กรรมขัน้ ฝก
1.นักเรียนทำแบบฝก หดั ท่ี 2ในหนงั สอื เรยี นหนา7นักเรยี นฟงคำศัพทจ ากAudio(track1.03)และอา น

ออกเสียงคำศัพททีล่ งทา ยดวยsทอี่ อกเสียงตางกันดังน้ี /s/:works,/z/:playsgoeslives,/IZ/:watchesfinishes
2.ครูอธิบายคำที่ออกเสยี ง/IZ/ทายคำกรยิ าทล่ี งทาย/s/:miss,/z/:organize,/∫/:finishและ/t∫/:watch
3.ครูเปด Audio(track1.04)แบบฝกหัดที่ 3จากหนงั สอื เรียนหนา7ใหนกั เรียนฟงและจัดกลุม 3กลุม

คือ/s/ , /z/, /IZ/นักเรียนฟงและออกเสียงตาม
4.นกั เรียนทำแบบฝก หดั ที่ 4จากหนังสือหนา7เปนรายบคุ คลโดยเตมิ บทอาใหส มบูรณ ครคู อยย้ำใหน ักเรยี นเตมิ s

ขัน้ ท่ี 3 กิจกรรมขน้ั สรปุ
1.ครใู หนกั เรยี นเขียนประโยค5ประโยคเกยี่ วกับนักเรียนหรือครอบครัวนกั เรียนโดยใชค ำกริยาที่กำหนดใหใ นกรอบ

go/ get up/ like/live/ play/ watch/work/ speak

2.ครูใหนกั เรยี นเขยี นบทความเก่ียวกับกิจกรรมประจำวันที่ตนเองและเพื่อนทำโดยใชโครงสรา งPresentSimpleTenseในรปู
บอกเลา ดตู ัวอยางจากExploitขอ4หนา 7

3.ครูใหนกั เรยี นเขยี นตารางสรุปหมวดหมู การอานออกเสียงคำศพั ททลี่ งทายดวยsโดยแบงกลมุ เปน 3กลมุ คือ/s/,/z/,/IZ/
4.นักเรยี นทำแบบฝก หัดเพิม่ เติมในหนังสือWorkbookwithonlinePractice1หนา6

ชั่วโมงท่ี 6-7

ขน้ั ที่ 1 กจิ กรรมขน้ั นำเขาสบู ทเรียน
1.ครูทบทวนคำศพั ทเ ก่ียวกับสมาชกิ ในครอบครวั โดยครูเขยี นคำวาFamilyบนกระดานจากนั้นใหน ักเรียนเปด หนังสือเรยี น

และใหนกั เรยี นชวยกนั บอกคำศัพท เกี่ยวกบั สมาชิกในครอบครวั จากนน้ั ครใู หน ักเรียนเขียนคำศัพทเ หลา นนั้ บนกระดาน

ข้นั ท่ี 2 กิจกรรมขั้นฝก
1.ครใู หนักเรียนทำแบบฝกหัดขอ 1ในหนงั สอื หนา8เปน รายบุคคลโดยใหนักเรยี นดูคำศพั ทเก่ียวกับสมาชิกในครอบครวั

และแบงเปน สมาชิกเพศชายเพศหญิงใหนักเรียนเลอื กคำเติมใหถกู ตอ งครูและนกั เรยี นชวยกันตรวจคำตอบโดยครูสอบถามความหมาย
ของคำศัพทจากนักเรียนในขณะทตี่ รวจไปดวย

2.ครูใหน กั เรียนทำแบบฝกหัดขอ2ในหนังสอื หนา8โดยครเู ปดAudio(track1.05)
3.ครเู ปดAudio(track1.05)อีกคร้ังและหยุดไวในแตละคำศัพท เพอื่ ใหนักเรยี นออกเสียงตามครชู ้ีใหเ ห็นคำศัพท ที่ลงทาย
ดว ย/r/เชน mother,father,sisterเปน คำศัพททไ่ี มออกเสยี งrในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษ
4.ครเู ปด Audio(track1.05)ใหนกั เรยี นฟงการออกเสียงสระท่ขี ดี เสน ใต นกั เรยี นฝกออกเสียงตามและครูสุมใหนักเรยี นออก
เสยี งใหฟง
5.ครูเปดAudio(track1.06)ใหน ักเรยี นฟงการออกเสียงสระท่ขี ีดเสน ใต นักเรยี นฝกออกเสยี งตามและครสู ุมใหนักเรียนออก
เสียงใหฟง
6. ครเู ปด Audio(track1.07)คำศัพทใ นสมาชกิ ในครอบครัวในแบบฝกหัดที่ 1อีกรอบใหนกั เรยี นฟงคำศพั ทอ่นื ๆทมี่ ีเสยี ง
/^/ และตรวจสอบคำตอบ
7.นกั เรยี นศึกษาoutlookในหนังสอื เรียนหนา8
ขั้นที่ 3 กจิ กรรมขน้ั สรุป

1. ครูใหน กั เรยี นทำงานเปนคู เขยี นปรศิ นาคำทายใหค ตู ัวเองทายคนละ1ขอ
- Whoismydad’ssister?Youraunt.

ชั่วโมงท่ี 8

ขั้นท่ี 1 กิจกรรมขน้ั นำเขาสบู ทเรียน
1.ครสู นทนากับนกั เรียนเก่ยี วกบั เพอื่ นที่นกั เรยี นรจู ักวา แบงเปนก่กี ลมุ เก่ียวขอ งในดา นใดบางใหนกั เรียนชว ยกันบอกขอมลู

ขนั้ ที่ 2 กิจกรรมข้ันฝก
1.นกั เรยี นดแู ผนผังของLaurenครอู ธิบายวาLaurenไดจดั กลมุ เพื่อนของเธอออกเปน3กลมุ ไดแกก ลุมโรงเรยี นกลมุ

ครอบครัวและกลุมทีใ่ ชเวลาวางดว ยกัน
2.ครใู หน กั เรียนฟงAudio(track1.08) จากนน้ั ใหนกั เรยี นเตมิ แผนผังใหส มบรู ณ โดยใชช อ่ื ที่อยใู นกรอบเติมในแผนผัง
3.ครูเพ่มิ เติมการออกเสียงควบกล้ำคำศัพท /∫r/:friend,free /gr/:group,grandmother,/br/:brotherโดยครูเปด

Audio(track1.08)ใหนักเรยี นฟงและฝก พดู ตาม(ดูเฉลย)
4.นักเรยี นเขยี นแผนผังเครอื ขายของเพื่อนและครออบครัวของนกั เรยี น
5.นักเรยี นทำงานเปนคู บอกชื่อบุคคล6คนจากในเครือขายของนักเรียนจากนั้นสนทนาถาม-ตอบเกีย่ วกบั บุคคลทอี่ ยูใ น

รายช่ือของนักเรียน เชน
A:Who’sJane? B:She’smyfriend./She’sinmyvolleyballteam.
B:Who’sSam? B:He’smycousin. /He’s18yearsold.

ขน้ั ที่ 3 กิจกรรมข้นั สรปุ

1. ครสู รุปเร่อื งการพูดเสนอและแลกเปลย่ี นขอ มลู ของตนเองและเพื่อนจากนนั้ ใหน ักเรียนจับคูและใหหมนุ เปล่ยี นคไู ปเรื่อย
ๆเพอื่ ทจี่ ะไดสนทนากับคนอนื่ ๆนอกจากคขู องตนเองใหน ักเรยี นถามเพ่ือนอีกครัง้ แตรอบน้ใี หเ ปลี่ยนคำตอบเปน
ขอ มลู ของตนเองครูคอยดลู ชวยเหลอื ในเรื่องคำศัพท

2. นกั เรยี นทำแบบฝก หดั เพ่มิ เติมในEverydayEnglish1,(Teacher’sbookpage102-103)
9.หลกั ฐานการเรยี นรู (ภาระงาน/ช้นิ งาน)

1)ตารางจัดหมวดหมคู ำทลี่ งทายดวยs
2) บทความเกย่ี วกบั ตนเองและเพ่ือนโดยใชโครงสรา งPresentSimpleTenseในรูปประโยคบอกเลา
3) แบบฝก หดั
4) ประโยคแสดงความสัมพันธของสมาชกิ ในครอบครวั โดยใช Possessive’s
5) แผนผังแสดงความสัมพันธข องสมาชกิ ในครอบครวั โดยใช Possessive’s
6) แผนผงั เครอื ขายแสดงความสมั พันธของเพ่ือนและกจิ กรรม
7) พดู ใหขอมูลเกย่ี วกับเพ่ือน

10.ส่ือการเรยี นรู / แหลง เรียนรู
10.1ส่อื การเรียนรู
1)หนงั สือเรยี นAimHighStudents’Book1

2)หนงั สือAimHighWorkbookwithonlinePractice1

3) Audio

10.2 แหลงเรยี นรู วธิ กี าร เครื่องมือ เกณฑ
11. การวัดและประเมินผล การอานออกเสยี ง การสงั เกต อานออกเสียงคำศัพทได
ถกู ตองรอ ยละ80
ลำดับ รายการท่วี ดั และประเมินผล การตอบคำถาม คำถาม
1 อานออกเสยี งคำทีล่ งทา ยดวยsได ตอบคำถามไดถ กู ตองรอ ย
ถูกตอ งตามหลกั การออกเสียง แบบฝก หดั แบบฝกหดั ละ 80
/s/ , /z/ , /IZ/ แบบฝก หดั แบบฝก หัดการฟง
2 สนทนาแลกเปลย่ี นขอมลู เกย่ี วกับ ผานเกณฑร อยละ80
ครอบครัวและกิจกรรมใน แบบฝก หัด แบบฝกหัด
ชีวิตประจำวัน ผา นเกณฑร อยละ80
3 เขยี นประโยคทก่ี ำหนดให โดยใช แบบฝกหัด แบบฝกหดั
โครงสราง Present Simple Tense การสนทนาถาม-ตอบ การสงั เกต ผานเกณฑร อยละ80
4 จัดหมวดหมคู ำท่ีลงทายดว ยsให
ถูกตอ งตามหลกั การออกเสียง ทำแบบฝกหัดไดถกู ตอง
/s/ , /z/ , /IZ/ รอ ยละ80
5 เขียนบทความเก่ียวกบั ตนเองและ ผานเกณฑรอยละ 80
เพอ่ื นโดยใชโครงสรา งPresent
SimpleTenseในรปู ประโยคบอกเลา
6 เขยี นผังความสัมพนั ธของสมาชิกใน
ครอบครัวโดยใช Possessive’s
7 สนทนาแลกเปลีย่ นขอ มูลเกี่ยวกบั
ครอบครัวและเพ่ือน

ลงช่ือ............................................. ผูจัดทำ
(นางสาวธชกร เทพสังข)
ตำแหนง ครูชำนาญการ

บันทกึ หลังการใชแ ผนการจดั การเรียนรู
......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................

ลงช่ือ........................................................
(นางสาวธชกร เทพสังข)
ตำแหนง ครูชำนาญการ

วนั ที่............เดอื น..................................พ.ศ...............

ความคดิ เห็นของหวั หนากลมุ สาระการเรียนรู ความคดิ เห็นของรองผูอ ำนวยการกลมุ บริหารงานวิชาการ

........................................................................... ...........................................................................
......................................................................... .........................................................................
.......................................................................... ..........................................................................
.......................................................................... .........................................................................

ลงช่ือ.......................................... ลงช่ือ..........................................
(นางอรศรี สรุ าราช) (วา ทรี่ อ ยเอกคณุ าวฒุ ิ ศรีสวุ รรณ)

หัวหนา กลมุ สาระการเรียนรูภ าษาตา งประเทศ(ภาษาอังกฤษ) รองผูอำนวยการกลุมบรหิ ารงานวิชาการ
โรงเรียนเบญจมราชูทิศ

แผนการจดั การเรยี นรู

รายวิชาอ21101ภาษาองั กฤษ กลมุ สาระการเรยี นรู ภาษาตา งประเทศ(ภาษาอังกฤษ)
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที่ 1
หนว ยการเรียนรูที่1 ภาคเรียนท่ี 1 ปก ารศกึ ษา2564
แผนการจดั การเรียนรูท ี่ 3
ครูผสู อนนางสาวธชกรเทพสังข เรือ่ ง Mynetwork เวลาเรียน16 ชั่วโมง

เรอ่ื งfamily,friendsanddailyactivities เวลาเรียน 4 ชั่วโมง

1.มาตรฐานการเรียนรู /ตวั ชวี้ ดั /ผลการเรียนรู (รายวิชาพื้นฐานมีมาตรฐานการเรียนรูและตัวชว้ี ัดรายวิชาเพ่ิมเตมิ มีผลการเรียนร)ู
1.1 มาตรฐานการเรียนรู
สาระท่ี 1 ภาษาเพอ่ื การสื่อสาร
มาตรฐาน ต1.1 เขาใจและตคี วามเร่ืองทฟี่ ง และอานจากส่อื ประเภทตาง ๆ และแสดงความคิดเหน็ อยางมเี หตุผล

มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสาร แสดงความรูสึกและความคิดเห็น
อยา งมีประสิทธิภาพ

มาตรฐานต1.3 นำเสนอขอมูลขา วสารความคดิ รวบยอดและความคิดเห็นในเรอ่ื งตาง ๆโดยการพูดและการ
เขียน

สาระที่ 3 ภาษากับความสมั พันธก ับกลุมสาระการเรยี นรูอื่น
มาตรฐานต3.1ใชภาษาตางประเทศในการเชือ่ มโยงความรูกับกลุมสาระการเรียนรอู ่ืนและเปน พน้ื ฐานใน
การพัฒนา แสวงหาความรู และเปด โลกทัศนข องตน

1.2 ตัวช้วี ัด/ผลการเรยี นรู
ต 1.1 ม.1/2 อานออกเสยี งขอ ความ นทิ าน และบทรอ ยกรอง (poem) สัน้ ๆ ถูกตองตาม หลักการอาน
ต 1.1 ม.1/4 ระบุหัวขอเรื่อง (topic)ใจความสำคัญ (main idea)และตอบคำถามจากการฟงและอาน
บทสนทนานิทาน และเรื่องส้นั
ต1.2ม.1/1 สนทนา แลกเปลี่ยนขอมูลเกีย่ วกบั ตนเอง กจิ กรรม และสถานการณตาง ๆ ในชีวติ ประจำวนั
ต1.2 ม.1/4พูดและเขียนเพอ่ื ขอและใหข อมลู และแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกับเร่อื งท่ีฟงหรืออา นอยางเหมาะสม
ต 1.3 ม.1/1 พดู และเขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณแ ละส่ิงแวดลอมใกลต วั

ต 3.1 ม.1/1 คนควา รวบรวมและสรุปขอมูล/ขอเท็จจริงที่เกี่ยวของกับกลุมสาระการเรียนรูอื่นจากแหลงเรียนรู และ
นำเสนอดว ยการพูด/การเขยี น

2.จุดประสงคก ารเรยี นรู
2.1ดา นความรู ความเขาใจ(Knowledge)

1) อานออกเสียงคำศัพทและบอกความหมายของคำศัพทไ ดถ กู ตอ ง
2) ยกตัวอยา งประโยคทใ่ี ช PresentSimpleTenseในรปู ปฏิเสธ
3) ตอบคำถามเก่ียวกบั เรอื่ งทีอ่ านได
4) เขยี นประโยคทีเ่ ก่ียวกับขอมูลตนเองโดยใชโครงสรางPresentSimpleTenseในรปู บอกเลาได
5) เขยี นประโยคท่ีใชโ ครงสรางPresentSimpleTenseในรูปปฎิเสธได
6) อา นออกเสยี งคำศัพทและบอกความหมายคำศัพทที่อานได

2.2ดานทกั ษะกระบวนการ (Processes/Skills)
1)เขียนสรุปโครงสรา งPresentSimpleTenseในรูปปฎิเสธได
2) เขยี นนำเสนอกจิ กรรมกีฬาทต่ี นเองชอบและไมชอบโดยใชโครงสรางPresentSimpleTenseในรปู บอกเลาและรปู ปฏิเสธ

ได
3)ฟง และตอบคำถามจากเร่ืองทฟ่ี งได
4)นำขอ มูลของบุคคลอื่นในตารางมาเขยี นประโยคโดยใชโ ครงสรางPresentSimpleTenseในรูปบอกเลา
5) ระบยุ อ หนาในจดหมายทมี่ ขอมูลที่สอบถามในแตละขอใหส ัมพนั ธก นั
6) พูดสรปุ เร่ืองท่ีอานและบอกรายละเอยี ดได
7) ทำผงั ความคิดสรปุ เรื่องท่ีอานได

2.3ดานคุณลกั ษณะเจตคติ คานยิ ม(Attitudes)
1)มีวนิ ยั ใฝเ รียนรู และมุงมัน่ ในการทำงาน

3.สาระสำคัญ/ ความคดิ รวบยอด
- ความเขา ใจในโครงสรางภาษาเก่ียวกบั PresentSimpleTenseในประโยคบอกเลา และประโยคปฏิเสธนำภาษาไปใชในการ

เขียนเก่ียวกับกจิ กรรมท่ีชอบ/ไมช อบและเปนพ้ืนฐานในการสอ่ื สารในชวี ิตประจำวนั
-ความเขา ใจในโครงสรา งภาษาเกี่ยวกับPresentSimpleTenseและความรใู นเร่ืองคำศัพทตา งๆในชีวติ ประจำวันชวยในการนำไปใชใน
การอานจดหมายภาษาอังกฤษไดเ ขาใจและเปนพื้นฐานในการพัฒนาทักษะการอานประเภทอื่นๆตอไป

4.สาระการเรยี นรู
4.1สาระการเรียนรแู กนกลาง/สาระการเรยี นรูเพ่มิ เตมิ (กรณีเปนรายวิชาเพ่มิ เติม)

Pronunciation:
- ฝกการออกเสยี งFinalsound/s/:plays,trains,loves,says,/es/:goes

- ฝกออกเสียงควบกล้ำ/∫l/:flat,/pl/:play

- การออกเสียง/o/:dog,Rover,also,photo,annoying,comprehensive

Vocabulary:
- Athletic:football,iceskating,icerink,professional

- Maths,medicine,shopping,playing,piano,arestaurant

Grammatical Structure:
- PresentSimpleTense(AffirmativeandNegative)

Language Function:
- Talkingabouttheothers’sinformation

- Listeningandwritingaboutdailyactivities

- Readinganinformalletter
Culture:
-กีฬาทน่ี ิยมเลนกันในตา งประเทศ

- ลกั ษณะทีอ่ ยูอ าศัยของชาวตะวนั ตก

- การเขียนจดหมายถึงเพ่ือน

4.2สาระการเรยี นรูทอ งถ่นิ (ถาม)ี

-

5.สมรรถนะสำคญั ของผเู รียน(เฉพาะท่เี กิดในแผนการจัดการเรยี นรูน้)ี

√ 5.1ความสามารถในการสอ่ื สาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแกป ญ หา

5.4ความสามารถในการใชทักษะชีวิต 5.5ความสามารถในการใชเทคโนโลยี

6.คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค (เฉพาะทีเ่ กดิ ในแผนการจดั การเรียนรนู ้ี)

6.1 คณุ ลักษณะอันพง่ึ ประสงคต ามหลักสตู รแกนกลาง(เฉพาะท่เี กิดในแผนการจดั การเรยี นรนู ้)ี

1) รกั ชาตศิ าสน กษตั ริย 2) ซอ่ื สัตยส ุจริต 3) มีวินยั 4) ใฝเ รียนรู

5)อยอู ยา งพอเพยี ง 6) มุงมน่ั ในการทำงาน 7) รกั ความเปน ไทย 8) มจี ติ สาธารณะ

6.2 คณุ ลักษณะตามหลักสตู รมาตรฐานสากล(เฉพาะท่ีเกิดในแผนการจัดการเรียนรนู )ี้
1) มคี วามรูพ น้ื ฐานในยุคดจิ ทิ ลั วิทยาศาสตร เศรษฐศาสตร เทคโนโลยี รภู าษาพหุวัฒนธรรมตระหนักสำนกึ

ระดบั โลก

2) สามารถคดิ ประดิษฐอยา งสรางสรรค ปรบั ตัวใฝรู ใฝเรียนวเิ คราะห สงั เคราะห สรปุ สรา งองคค วามรู

3) มีทักษะส่ือสารอยา งมปี ระสิทธิภาพ
4) มีความสามารถในการใชทกั ษะชีวิต
5) มคี วามสามารถในการใชเทคโนโลยี

7. ทกั ษะของผูเรยี นในศตวรรษที่ 21 (3R 8C)
7.1 ทักษะการอาน (Reading)
7.2 ทกั ษะการ เขียน (Writing)
7.3 ทกั ษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
7.4 ทกั ษะดานการคดิ อยา งมวี ิจารณญาณและทกั ษะในการแกปญ หา (Critical thinking and problem solving)
7.5 ทกั ษะดานการสรางสรรคแ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation)
7.6ทักษะดา นความรว มมือการทางานเปนทมี และภาวะผูนำ (Collaboration, teamwork and leadership)
7.7 ทกั ษะดา นความเขา ใจตางวฒั นธรรมตางกระบวนทศั น (Cross-cultural understanding)
7.8 ทกั ษะดา นการสือ่ สารสารสนเทศและรเู ทา ทนั สอื่ (Communication information and media literacy)
7.9 ทักษะดานคอมพวิ เตอรแ ละเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร (Computing)
7.10 ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรียนรู (Career and learning self-reliance, change)
7.11ความมคี ุณธรรมมเี มตตามรี ะเบียบวินยั (Compassion)

8.กิจกรรมการเรียนรู (เขยี นละเอยี ดและชดั เจนกวาในหนวยการเรียนรู)
วธิ ีสอน(จำนวนขั้นแลวแตว าเปนวิธีการสอนแบบใดและโปรดระบวุ าใชวธิ กี ารสอนแบบใด

DiscoveryMethod การจดั การเรียนรูแบบคน พบ

ชว่ั โมงที่ 9

ขนั้ ที่ 1 กิจกรรมข้นั นำเขา สบู ทเรยี น
1.ครใู หน กั เรยี นชวยกันบอกคำศพั ทก ีฬาทีน่ กั เรียนเลน และเขียนบนกระดาน(football,basketball,tennis,swimming,etc.)

ทงั้ น้เี พ่ือใหเ ชื่อมโยงไปสูเนอ้ื หาทจี่ ะเรยี น

ขั้นท่ี 2 กจิ กรรมขน้ั ฝก
1.ครูใหน กั เรยี นทำแบบฝกหัดขอ ท่ี 1ในหนงั สือเรียนหนา9เปนรายบคุ คลอานบทอา นเก่ียวกับพ่ีนอ ง2คนและยกตัวอยา ง

ประโยคโดยใช PresentSimpleTenseในรูปปฏิเสธมา5ประโยคครูและนกั เรยี นรวมกันตรวจคำตอบ
Answer:……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2.ครูใหน กั เรียนชวยกันบอกคำศัพทจ ากในเนอื้ เรื่องครูเขยี นคำศัพทบ นกระดานใหนักเรียนชวยกันบอกความหมายของคำศัพท
จากน้ันนักเรียนออกเสียงคำศพั ท ครเู พ่ิมเตมิ การออกเสียง/s/:plays,trains,loves,says,/es/:goes

3.ครตู รวจสอบความเขา ใจในการอา นของนกั เรียนโดยการสอบถามขอมลู จากเร่ืองทอ่ี า นเชน

- What sport does Ben like to play?

- What sport does Josh like to play?

- What sport doesn’t like?

- What sport Josh doesn’t like?

4.ครแู ละนกั เรียนรว มกนั ตรวจคำตอบครสู นทนากับนกั เรียนเกย่ี วกบั กฬี าตางๆท่ีนยิ มเลนกันในตางประเทศเชน iceskating

5.ครชู ้ีใหน กั เรยี นเห็นวาบรุ ษุ ที่ 3ใช doesn’tแทนทีก่ ารใช don’tในรปู ปฏิเสธ

***บางครง้ั นักเรียนลืมการใชรูปแบบinfinitiveหลงั don’tและdoesn’t***

6.นกั เรียนทำแบบฝกหดั Exploitในหนังสอื เรยี นหนา 9โดยนกั เรียนเขียนประโยคเลาเปนปฏเิ สธ

ขัน้ ท่ี 3 กิจกรรมขั้นสรุป
1.ครทู บทวนเรื่องการใช PresentSimpleTenseใชในการพูดเกี่ยวกับกจิ กรรมทเี่ กิดข้ึนเปนประจำและเปนจรงิ เสมอ
2. ใหน ักเขยี นประโยคนำเสนอกีฬาทตี่ นเองชอบ/ไมชอบ โดยใชโ ครงสราง Present Simple Tense ในรปู

บอกเลาและ ปฏิเสธ

ชั่วโมงที่ 10

ข้นั ที่ 1 กจิ กรรมขน้ั นำเขา สบู ทเรยี น
1.ครูสนทนากับนักเรียนเกีย่ วกบั กิจกรรมตางๆที่นกั เรียนทำในชีวิตประจำวันรวมทัง้ ชอ่ื เมอื งทนี่ กั เรยี นรจู กั ในประเทศ

อังกฤษครูอาจใชค ำถามเพ่ือเชื่อมโยงกบั สิ่งทจ่ี ะใหนักเรยี นไดฟ งเชน
- Do you know Liverpool football team? It is in Liverpool ,a city in England.
- Have you been to London ? It’s a big city in England.

ขนั้ ท่ี 2 กิจกรรมข้นั ฝก
9. ครใู หน ักเรียนทำกิจกรรมแบบฝกหัดExploitขอ2 ในหนังสอื หนา9ครใู หนกั เรยี นดูรปู ภาพและอธิบายนักเรียนวาจะ
ไดฟ งเสียงของMarkและSallyตามลำดับซงึ่ พวกเคาจะบอกขอมูลของตัวเองไดแ ก ทีม่ าเมืองท่อี าศัยการเรียน
กจิ กรรมทีช่ อบสถานทท่ี ำงานเม่ือนักเรยี นไดฟง แลวใหนกั เรียนทำเคร่ืองหมาย(X)ถา ขอมลู ในตารางเปนเทจ็ และถา
ขอ มลู ในตารางถูกกใ็ หท ำเครอ่ื งหมาย(√)
10. ครเู ปด Audio(track1.09)1ครงั้ ใหนักเรยี นออกเสยี งคำศัพทต ามครูเพิ่มเตมิ การออกเสียงควบกล้ำและครใู หน ักเรียน
ชว ยกันบอกความหมายของคำศัพทท ีม่ ี

11. ครูเปดAudio(track1.09)อกี 1รอบนกั เรียนทำเครอ่ื งหมาย(√)และ(X)นักเรียนเปรียบเทยี บคำตอบกอนท่ีจะฟงอีกรอบ
เพือ่ ตรวจคำตอบ

12. นกั เรียนทำแบบฝกหัดExploitขอ3 ในหนงั สือเรียนหนา 9เก่ียวกบั MarkและSallyและเขียนประโยคแกไขขอ มูลให
ถกู ตอง
Answer :
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………….

ขั้นที่ 3 กิจกรรมขน้ั สรุป

1.ครใู หน กั เรียนทำแบบฝกหัดExploit ขอ 4หนา 9ครเู ตอื นความจำนกั เรียนหลักใช PresentSimpleTenseและนักเรยี น
เขยี นขอ มลู เก่ียวกบั ตนเองในรูปบอกเลาและปฏเิ สธจากนัน้ เปรยี บเทียบคำตอบกับคูของตนเอง

2.ครอู านประโยคบอกเลาใหน ักเรยี นพูดประโยคปฏเิ สธ

ช่ัวโมงที่ 11

ขั้นที่ 1 กิจกรรมขนั้ นำเขาสูบ ทเรียน
1. ครูนำเขาสบู ทเรียนโดยการซักถามเก่ียวกับประสบการณ ในการเขียนจดหมายถึงเพ่ือนตางถน่ิ ของนักเรยี นเพื่อเชื่อมโยง
เขา สูเรอื่ งทจ่ี ะเรียนโดยใชคำถามเชน
- Didyouusetowritetheletter?Whomdidyouwriteto?
- Whatdidyouwritetoyourfriend?
- Wheredidyousendaletter?

ขน้ั ที่ 2 กจิ กรรมขัน้ ฝก
8. ครใู หนักเรยี นดูจดหมายในหนังสือเรยี นหนา10และบอกนกั เรยี นวาเปนจดหมายสว นตัวและใหนกั เรียนชวยกันบอกวา
นักเรียนจะพบขอมลู อะไรบา งในจดหมายเขียนขอมลู บนกระดาน
9. นกั เรยี นอานจดหมายท้ังหมดอยางรวดเร็วและทำเคร่ืองหมาย/ในรายการขอ มลู ท่ีนกั เรยี นคาดเดาไวบนกระดานและ
เขียนเพม่ิ เติมในขอ มลู ที่นอกเหนือจากในรายการ
10. ครูเพม่ิ เตมิ ในการอานออกเสยี ง/o/และ/oo/ครเู ขียนคำศัพทบนกระดานใหนกั เรียนไดฝกอานออกเสียงคำศพั ท
เหลาน้ี dog,Rover,also,photo,annoying,soon,schoolครสู งั เกตการออกเสยี งของนักเรียนและใหค ำชแ้ี นะเมื่อ
นกั เรียนมปี ญหา

Answer :
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ขัน้ ท่ี 3 กจิ กรรมข้ันสรุป
3. ใหน กั เรยี นสรุปขอมูลทจ่ี ะพบเจอในจดหมายสวนตัว

ชว่ั โมงท่ี 12

ขน้ั ท่ี 1 กิจกรรมขั้นนำเขาสูบทเรยี น
3. ครแู ละนกั เรยี นสนทนากันเรือ่ งขอมลู จดหมายสวนตัวจากคาบท่แี ลว

ขัน้ ท่ี 2 กิจกรรมข้นั ฝก
7. ครูใหนกั เรยี นดจู ดหมายและชวยกนั บอกเกยี่ วกับขอมูลขางลางนี้
- Therearethereparagraphs.
- Eachparagraphcontainsonepointoronetopic.
- Weuseshortformsinaninformalletter.
- Weusethelikingword“and”tojointwoparagraphs
- Weusethelikingword“then”toshowoneactionwhichhappensafteranother.
8. นักเรยี นทำกจิ กรรมprepare ขอ1ในหนังสอื เรียนหนา10ใหนกั เรยี นระบยุ อ หนาในจดหมายทีม่ ีขอ มลู ทีส่ อบถามใน
แตล ะขอ ใหส ัมพันธก ันจากนัน้ ครแู ละนกั เรยี นชวยกนั ตรวจคำตอบ
Answer : 1.A 2. C 3. A 4. B 5. A 6. C

ข้นั ที่ 3 กจิ กรรมข้ันสรุป
3. นกั เรียนทำผงั ความคิดสรุปเรื่องท่ีอานสงครู

9.หลักฐานการเรียนรู (ภาระงาน/ชนิ้ งาน)

1)ตารางจดั หมวดหมูคำท่ีลงทายดวยs
2) บทความเกีย่ วกับตนเองและเพ่ือนโดยใชโครงสรา งPresentSimpleTenseในรูปประโยคบอกเลา
3) แบบฝก หดั
4) ประโยคแสดงความสัมพันธของสมาชกิ ในครอบครวั โดยใช Possessive’s
5) แผนผังแสดงความสมั พันธข องสมาชิกในครอบครวั โดยใช Possessive’s
6) แผนผงั เครอื ขายแสดงความสัมพันธของเพือ่ นและกจิ กรรม
7) พูดใหข อ มูลเกย่ี วกับเพ่ือน

10.สื่อการเรียนรู / แหลง เรยี นรู
10.1สื่อการเรยี นรู
1)หนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1
2)หนังสือ Aim High Workbook with online Practice 1
3) Audio
4) แถบประโยค

10.2แหลง เรียนรู
1) พจนานุกรมภาษาอังกฤษ

11. การวัดและประเมินผล

ลำดบั รายการทวี่ ดั และประเมนิ ผล วธิ ีการ เครือ่ งมือ เกณฑ
การสังเกต อานคำศัพทไดถ ูกตอง
1 อานออกเสยี งคำศัพทแ ละบอก การทำแบบฝกหัด แบบฝก หดั รอยละ 80
ความหมายของคำศัพท แบบฝก หดั ผานเกณฑ
แบบฝก หัด รอ ยละ80
2 ยกตัวอยางโครงสรา งPresentSimple การถามตอบ แบบฝกหดั ผา นเกณฑ
Tense ในรูปปฏิเสธ รอยละ 80
แบบฝก หดั ผานเกณฑ
3 ตอบคำถามเกี่ยวกบั เร่ืองท่อี าน การถามตอบ รอยละ 80
ผานเกณฑ
4 เขียนประโยคที่ใช PresentSimple การทำแบบฝกหัด รอยละ 80

Tense ในรูปปฏิเสธ ผานเกณฑ
รอ ยละ80
5 การเขียนนำเสนอกิจกรรมกฬี าที่ การทำแบบฝก หัด

ตนเองชอบ/ไมช อบโดยใชโครงสรา ง

PresentSimpleTense ในรูป

บอกเลา และปฏิเสธ

6 ตอบคำถามเก่ียวกับเรื่องท่ฟี ง การถามตอบ

ลำดบั รายการท่ีวัดและประเมนิ ผล วธิ ีการ เครอื่ งมือ เกณฑ
แบบฝก หดั ทำแบบฝก หัดถกู ตอง
7 นำขอ มูลของบุคคลอื่นในตารางมา การทำแบบฝกหัด รอยละ 80
แบบฝก หดั
เขยี นประโยคโดยใชโครงสรางPresent แบบประเมินผลงาน ทำแบบฝก หัดถูกตอ ง
รอยละ 80
SimpleTense ในรูปบอกเลา-ปฏิเสธ ผานเกณฑร ะดับดี

8 บอกรายละเอียดของจดหมายทีอ่ าน การทำแบบฝกหัด

9 ทำผงั ความคิดสรปุ เรอื่ งทีอ่ า น การทำผังความคิด

ลงชื่อ.............................................ผจู ัดทำ
(นางสาวธชกรเทพสังข )
ตำแหนง ครูชำนาญการ

บันทึกหลงั การใชแผนการจัดการเรยี นรู
.....................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

ลงชอื่ .......................................................
(นางสาวธชกร เทพสังข)
ตำแหนง ครูชำนาญการ

วันที่............เดอื น................................. พ.ศ...............

ความคิดเห็นของหวั หนากลมุ สาระการเรยี นรู ความคิดเห็นของรองผอู ำนวยการกลุมบริหารงานวิชาการ

........................................................................... ...........................................................................
....................................................................... .........................................................................
.......................................................................... ..........................................................................
......................................................................... ..........................................................................

ลงช่ือ.......................................... ลงช่ือ..........................................
(นางอรศรี สรุ าราช) (วาทรี่ อ ยเอกคณุ าวฒุ ิ ศรสี ุวรรณ)

หวั หนา กลุมสาระการเรียนรภู าษาตา งประเทศ(ภาษาอังกฤษ) รองผูอำนวยการกลมุ บริหารงานวิชาการ
โรงเรียนเบญจมราชูทิศ

แผนการจดั การเรียนรู

รายวิชาอ21101ภาษาองั กฤษ กลุมสาระการเรยี นรู ภาษาตางประเทศ(ภาษาอังกฤษ)
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ี่ 1
หนวยการเรยี นรูที่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 ปก ารศึกษา2564
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 4
ครูผสู อนนางสาวธชกรเทพสังข เรอ่ื ง Mynetwork เวลาเรียน16ช่วั โมง

เรอื่ งfamily,friends anddailyactivities เวลาเรยี น4ชวั่ โมง

1.มาตรฐานการเรียนรู /ตัวชวี้ ดั /ผลการเรยี นรู (รายวชิ าพ้ืนฐานมมี าตรฐานการเรียนรแู ละตัวชวี้ ดั รายวิชาเพ่มิ เติมมีผลการ
เรียนร)ู
1.1 มาตรฐานการเรยี นรู
สาระท่ี 1ภาษาเพือ่ การสื่อสาร
มาตรฐาน ต1.1 เขา ใจและตคี วามเรอื่ งทฟี่ ง และอานจากสอ่ื ประเภทตาง ๆ และแสดงความคิดเห็น อยา งมีเหตุผล

มาตรฐาน ต 1.2 มที ักษะการสือ่ สารทางภาษาในการแลกเปลยี่ นขอ มูลขา วสาร แสดงความรสู ึกและความคิดเหน็
อยางมปี ระสิทธภิ าพ

มาตรฐาน ต1.3 นำเสนอขอ มูลขาวสารความคดิ รวบยอดและความคิดเห็นในเร่อื งตาง ๆโดยการพูดและการ
เขียน

1.2ตัวชว้ี ดั /ผลการเรียนรู
ต 1.1 ม.1/2 อา นออกเสยี งขอความ นทิ าน และ บทรอ ยกรอง (poem) สนั้ ๆ ถกู ตอ งตาม หลกั การอา น
ต 1.1 ม.1/3 เลอื ก/ระบปุ ระโยคและขอความใหส ัมพันธกบั สอื่ ทไี่ มใชค วามเรยี ง (non-text information) ทอี่ าน
ต1.2 ม.1/4พูดและเขยี นเพอ่ื ขอและใหข อ มลู และแสดงความคดิ เห็นเกีย่ วกบั เร่อื งท่ฟี ง หรืออานอยา งเหมาะสม
ต 1.3 ม.1/1พดู และเขียนบรรยายเก่ยี วกับตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณแ ละสิ่งแวดลอมใกลต วั

2.จุดประสงคก ารเรียนรู
2.1ดา นความรู ความเขา ใจ(Knowledge)

1)อา นออกเสียงคำศัพท วลี และบอกความหมายของคำศพั ทไ ดถ กู ตอง
2) บอกคำข้ึนตน และลงทายท่ไี มเปน ทางการได
3) เลอื กใชคำเชื่อมประโยคไดถกู ตองตามบริบท
4) บอกรายละเอียดการเขียนจดหมายอยางไมเ ปนทางการได

5) เลือกคำศัพทเตมิ ในชองวางไดถูกตอ งและเหมาะสมกับบริบท
6) เลอื กคำไดถ กู ตอ งตามโครงสรางPresentSimpleTense
7) เลอื กวลเี ตมิ ลงในชองวางใหถูกตองเหมาะสมกับบริบท

2.2ดา นทกั ษะกระบวนการ (Processes/Skills)
1)อธิบายการใชคำเชอื่ มประโยคในบริบทตางๆได
2) เขียนจดหมายอยา งไมเ ปนทางการไดถ ูกตองตามรูปแบบทก่ี ำหนด
3)เขยี นประโยคPresentSimpleTenseในรูปบอกเลาและปฏิเสธไดถูกตอ งตามโครงสรางและถกู ตองตามขอมูลในบท

สนทนา
4)อธิบายความหมายที่แตกตางกันของคำและวลี ที่กำหนดให
5) เขียนประโยคตวั อยางในการใชคำวลี เพ่ือแสดงใหเ ห็นถึงความหมายที่แตกตางกัน

2.3ดานคุณลกั ษณะเจตคติ คา นิยม(Attitudes)
1)มวี นิ ยั ใฝเรยี นรู และมุงม่ันในการทำงาน

3.สาระสำคญั / ความคิดรวบยอด
- ความเขาใจในโครงสรางภาษาเกี่ยวกบั PresentSimpleTenseในรูปแบบในการเขียนจดหมายสว นตัวชวยในการนำภาษาไป

ใชในการเขยี นจดหมายทีไ่ มเ ปนทางการไดถูกตองตามโครงสรางและรปู แบบเปนพื้นฐานในการพฒั นาทกั ษะการเขยี นประเภทอ่นื ๆการ
สื่อสารในชีวิตประจำวัน
-ความเขา ใจในโครงสรางPresentSimpleTenseในรปู ประโยคบอกเลาและปฏเิ สธชวยในการนำภาษาไปใชใ นชวี ติ ประจำวนั และเปน
พ้ืนฐานในการส่ือสาร

- ความเขา ใจในเรอ่ื งPhrasalVerbsชวยในการนำภาษาไปใชใ นชวี ิตประจำวันและเปน พื้นฐานในการสือ่ สาร

4. สาระการเรียนรู
4.1 สาระการเรียนรูแ กนกลาง/สาระการเรยี นรเู พ่มิ เตมิ (กรณเี ปน รายวชิ าเพ่มิ เติม)
Pronunciation:
- การออกเสียง/sh/:finish,wish
- ฝก ออกเสยี งควบกล้ำ/cl/:cloth
- การออกเสยี งConsonant:/s/ see,sister,sentence
Vocabulary:

- Clothes:
- Write,soon,best,wishes,Dear
Phrasal Verbs :fillsomethingin,picksomethingup,putsomethingaway,takeaftersomebody,takeoff,try
something on , turn something down
Grammatical Structure:

- PresentSimpleTense(Affirmativeandnegative)
- Likingwords:and,then,so,on
Language Function:
- UsingPhrasalVerbs
- Writinganinformalletter

- UsingPresentSimpleTense
Culture:
-คำศัพท สำนวนของเจา ของภาษา

- ลักษณะทอี่ ยอู าศัยของชาวตะวนั
- การเขียนจดหมายถึงเพื่อน
- กิจกรรมประวันของเจา ของภาษา

4.2สาระการเรียนรูทอ งถิ่น(ถามี)

-

5.สมรรถนะสำคัญของผเู รียน(เฉพาะทีเ่ กิดในแผนการจัดการเรยี นรูน)ี้

√ 5.1ความสามารถในการสอ่ื สาร 5.2 ความสามารถในการคดิ 5.3 ความสามารถในการแกป ญ หา

5.4ความสามารถในการใชทกั ษะชีวิต 5.5ความสามารถในการใชเทคโนโลยี

6.คุณลักษณะอันพงึ ประสงค (เฉพาะท่ีเกดิ ในแผนการจดั การเรียนรนู ี)้

6.1 คณุ ลักษณะอันพ่ึงประสงคต ามหลักสูตรแกนกลาง(เฉพาะทเ่ี กิดในแผนการจัดการเรยี นรูนี)้

1) รักชาติศาสน กษตั ริย 2) ซอ่ื สตั ยส จุ รติ 3) มีวนิ ัย 4) ใฝเ รยี นรู

5)อยอู ยางพอเพยี ง 6) มุง มน่ั ในการทำงาน 7) รกั ความเปน ไทย 8) มีจิตสาธารณะ

6.2 คุณลักษณะตามหลกั สตู รมาตรฐานสากล(เฉพาะที่เกดิ ในแผนการจัดการเรียนรูนี้)
1) มีความรพู นื้ ฐานในยคุ ดจิ ิทัลวิทยาศาสตร เศรษฐศาสตร เทคโนโลยี รูภ าษาพหวุ ัฒนธรรมตระหนักสำนึก

ระดับโลก
2) สามารถคิดประดษิ ฐอยา งสรางสรรค ปรับตัวใฝร ู ใฝเ รียนวเิ คราะห สงั เคราะห สรปุ สรา งองคค วามรู
3) มที ักษะสอ่ื สารอยางมีประสทิ ธิภาพ
4) มีความสามารถในการใชท กั ษะชีวติ
5) มีความสามารถในการใชเทคโนโลยี

7. ทกั ษะของผเู รยี นในศตวรรษที่ 21 (3R 8C)
7.1 ทกั ษะการอา น (Reading)
7.2 ทกั ษะการ เขยี น (Writing)

7.3 ทกั ษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
7.4 ทกั ษะดา นการคดิ อยางมวี จิ ารณญาณและทักษะในการแกปญ หา (Critical thinking and problem solving)
7.5 ทักษะดานการสรางสรรคและนวัตกรรม (Creativity and innovation)

7.6ทกั ษะดานความรวมมือการทางานเปนทมี และภาวะผนู ำ (Collaboration, teamwork and leadership)
7.7 ทักษะดา นความเขาใจตา งวัฒนธรรมตา งกระบวนทัศน (Cross-cultural understanding)
7.8 ทกั ษะดานการสือ่ สารสารสนเทศและรูเ ทาทนั ส่อื (Communication information and media literacy)
7.9 ทกั ษะดานคอมพวิ เตอรและเทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สาร (Computing)
7.10 ทกั ษะอาชพี และทกั ษะการเรยี นรู (Career and learning self-reliance, change)
7.11ความมคี ณุ ธรรมมเี มตตามรี ะเบยี บวินัย(Compassion)

8.กิจกรรมการเรียนรู (เขยี นละเอียดและชดั เจนกวาในหนวยการเรียนรู)
วธิ สี อนDiscoveryMethod การจัดการเรยี นรูแบบคนพบ

ช่วั โมงท่ี 13

ขั้นที่ 1 กิจกรรมข้ันนำเขา สูบ ทเรียน
1.ครนู ำเขา สบู ทเรยี นโดยการสอบถามเกย่ี วกบั จดหมายถึงเพื่อนทน่ี ักเรยี นอานในช่ัวโมงท่แี ลวครูใหน ักเรยี นชวยกนั บอก

รายละเอียดในจดหมายทีน่ กั เรียนอา นเชน การใชคำขึ้นตน การใชคำลงทายการแนะนำตัวเองการบอกกจิ กรรมทช่ี อบและไมช อบเปน
ตน จากนั้นครแู ละนักเรยี นรวมกันสรปุ รูปแบบจดหมายที่เขยี นถงึ เพื่อน

ข้ันที่ 2 กจิ กรรมขนั้ ฝก
1.ครูใหน ักเรยี นทำกิจกรรมPrepareขอ 2ในหนงั สอื หนา10นักเรยี นอา นWritingTipและคำศพั ทและวลีในจดหมายครู

และนกั เรยี นรว มกันตรวจคำตอบ
Answer:……DearSam, /Writesoon, /Bestwishes,
จะเพ่ิมเติมในเรอื่ งของการออกเสยี งคำศัพทท ลี่ งทายดวย/sh/:finish,wishใหนกั เรียนฝกการออกเสียงใหถกู ตองจากนัน้ ครู

อธบิ ายเพม่ิ เติมในเร่ืองการใชค ำข้ึนตนและคำลงทายจดหมายถึงเพื่อน
Beginning and ending letters
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

2.ครูใหนักเรยี นศึกษาLookOutขอ 3ในหนังสือฟนา 10ครอู ธิบายเพมิ่ เตมิ ในเรอ่ื งLikingwordsซ่งึ ไดแ ก and,them,so
,or (ครูอธบิ ายการใชเ พิ่มเตมิ )

- and ……………………………………………………………………………….

- then………………………………………………………………………………
- so …………………………………………………………………………………

- or………………………………………………………………………………….
3.ครใู หน ักเรียนหาคำเช่ือมในจดหมายของRobbieจากนั้นนักเรยี นชว ยกันยกตัวอยา งในช้นั เรยี น
Answer :
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
4.ครชู ีใ้ หน ักเรียนทำแบบฝก หัดขอ 4ในหนังสอื หนา 10นักเรียนวงกลมเลือกคำเช่ือมทถี่ ูกตองในประโยคครูและนักเรียน
รว มกันตรวจคำตอบ 1.then,2.or 3. so 4.and 5.so 6.or

5.นกั เรียนทำกิจกรรมWRITEในหนงั สอื หนา10
ข้นั ที่ 3 กิจกรรมขัน้ สรปุ

1.ครูใหน กั เรยี นสรุปการใชคำข้ึนตนและการใชค ำเชือ่ มโดยการสุมนักเรยี นในชน้ั เรียน

ช่วั โมงท่ี 14

ข้ันที่ 1 กจิ กรรมขัน้ นำเขาสบู ทเรียน
1.ครทู บทวนคำข้ึนตนและคำลงทายในการเขียนจดหมายในคาบทแ่ี ลว

ขั้นท่ี 2 กิจกรรมขั้นฝก
13. นกั เรียนดูตวั อยางจดหมายของRobbieท่ีเขยี นถึงSamครใู หนักเรยี นชวยกันบอกวา Robbieไดเขียนถึงอะไรบางใน
จดหมายและใหต ัวแทนนกั เรยี นออกมาเขียนบนกระดาน
14. ครใู หนักเรียนชวยกนั เขียนโครงรางการเขยี นวานักเรียนจะไดเขยี นอะไรบางในจดหมายของนักเรียนโดยสมมตุ ิใหน กั เรยี น
เขียนจดหมายถงึ เพ่ือนในประเทศอังกฤษ
15. นกั เรยี นดูตวั อยางรูปแบบการเขียนจดหมายและเขยี นจดหมายตามรปู แบบทกี่ ำหนดให ดงั นี้

Dear …………………………………………………………………………………
Paragraph 1 Introduce yourself,say how old you are and where you are from.
Paragraph 2 Something about your family . (How many brothers and sisters? Ages ?

Paragraph3 Whatdoyoudoafterschool?Whatdoyoudoafterdinner
Best wishes
16. ถานกั เรยี นเขียนจดหมายเสรจ็ แลวใหส ลับกันตรวจกับเพ่ือนครูและนกั เรียนชวยกันสัเกตขอผิดพลาดจากนั้นใหค รู
เขยี นบนกระดานและสอบถามนักเรยี นใหช วยกนั แกไ ข

ข้ันท่ี 3 กิจกรรมข้นั สรปุ
1.ครใู หน ักเรียนตรวจงานเขียนของแตล ะคนโดยดูวา จดหมายมีขอ มลู ครบถว นหรือไม มีขอ ผดิ พลาดอะไรบา งหลังจากนั้น

แกไ ขเปนคู นกั เรยี นเขียนจดหมายรางคร้ังท่ี 2และนำสงครู

ช่วั โมงท่ี 15

ขัน้ ที่ 1 กิจกรรมขน้ั นำเขาสบู ทเรียน
2. ครทู บทวนเน้อื หาท่เี รียนมาในบทที่ 1ใหนักเรยี นชว ยกันตอบวาเรยี นเรื่องอะไรมาบาง
3. ครูสุม ใหน ักเรยี นพดู ประโยคท่เี กี่ยวกับขอมูลของตนเองและเพอ่ื นโดยการใชโ ครงสรา งPresentSimpleTense ในรูป
Affirmative และ Negative เชน
- IliveinManchester.Idon’tliveinLondon.
- Annalikessport.Shedoesn’tlikeshopping.

ขน้ั ท่ี 2 กจิ กรรมข้ันฝก
11. ครูใหน ักเรียนดูทำReviewแบบฝกหดั ที่ 1ในหนงั สือหนา11ครูใหน กั เรยี นอานคำศพั ทท กี่ ำหนดใหแ ละบอก
ความหมายของคำศัพท ครูเพม่ิ เติมการอานออกเสียง/s/ ใหนักเรียนฝก ออกเสียงคำศพั ท จากน้นั ใหนักเรยี นทำ
แบบฝกหัดโดยเลอื กคำท่ีกำหนดให เติมลงในบทสนทนาใหส มบรู ณ นกั เรียนเปรยี บเทยี บคำตอบกบั เพ่ือน
12. ครเู ปด Audio (track1.10)ใหนักเรียนไดต รวจคำตอบ
13. นกั เรียนทำแบบฝก หัดบทสนทนาเปนคู
Answer :
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
14. ครูใหน ักเรียนทำReviewแบบฝก หัดท่ี 2ในหนังสือเรยี นหนา11โดยดูตัวอยางประโยคในแตละขอครอู ธบิ ายวา
นักเรียนจะตองดูขอ มูลจากบทสนทนาในแบบฝก หัดที่ 1โดยเขยี นประโยคปฏเิ สธและประโยคบอกเลา
15. นักเรยี นจับคู Reviewแบบฝกหัดที่ 3ในหนงั สอื เรียนหนา 11อานประโยคในแตล ะขอและเลอื กวงกลมคำตอบทถี่ ูกตอง
ตามโครงสราง Present Simple Tense จากนั้นตรวจคำตอบ

ข้นั ที่ 3 กิจกรรมขัน้ สรปุ
1.ครูและนกั เรียนรวมกนั สรุปเน้ือหาจากแบบฝก ทไ่ี ดท ำมาครูอธิบายเพิม่ เตมิ ในขอท่ีนกั เรยี นสงสัย

ชว่ั โมงท่ี 16

ขน้ั ท่ี 1 กิจกรรมขัน้ นำเขาสูบทเรยี น
4. ครทู บทวนคำศพั ทและสำนวนทเี่ รียนมาในบทท่ี 1ใหน ักเรยี นชวยกันบอกวาไดเรียนอะไรมาบาง
5. ครูสมุ ใหนกั เรยี นบอกคำศัพทแ ละสำนวนทน่ี กั เรียนท่ีไดเ รียนมมาพรอมบอกความหมาย

ขั้นท่ี 2 กิจกรรมขั้นฝก
9. นกั เรียนทำDictionaryCornerแบบฝกหดั ที่ 1ในหนงั สือเรยี นหนา11ครูใหน ักเรียนคนหาคำศัพท ในพจนานกุ รม
10. ครูใหนกั เรยี นดูคำวาclothและเช่ือมโยงขอมลู ดา นลาง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………….
11. นักเรยี นดูคำวา clothesและเชื่อมโยงขอ มลู ดา นลา ง
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
........................................................................................................................
12. นกั เรยี นอานประโยคตัวอยางท่แี สดงถึงความแตกตางของคำศัพท ท้งั 2คำโดยครเู พ่ิมเติมในเร่ืองการออกเสยี งควบกล้ำ
/cl/
13. นกั เรียนทำงานในขอ ถดั ไปโดยครใู หนกั เรยี นใชพจนานุกรมภาษาองั กฤษเพื่ออธิบายความหมายทแ่ี ตกตางกันของ
คำศัพท วลี และเขยี นประโยคเพื่อแสดงถึงความหมายทีแ่ ตกตางกนั ของคำวลใี นแตละขอ
..............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
.........................................................................................................................
14. ครใู หน ักเรยี นทำแบบฝก หัดPhrasalVerbsในหนังสอื เรียนหนา11โดยใหนกั เรียนดพู จนานกุ รมคำววาfillsomething
inและดึงขอ มูลดา นลา งออกมา

ข้นั ท่ี 3 กจิ กรรมขน้ั สรุป
4. ครูและนักเรียนชวยกนั สรุปเนื้อหาจากแบบฝก หดั ท่ีไดท ำมา
5. ครอู ธบิ ายในส่ิงที่นกั เรยี นสงสยั
6. ครูใหนกัเรยี นSelf-Checkในหนังสอื แบบฝก หนา10-11(Teacher’sbookp122-123)

9.หลักฐานการเรยี นรู (ภาระงาน/ช้ินงาน)

1)การเลอื กใชค ำเชือ่ มประโยคใหถูกตอ งตามบริบท

2) การเขียนจดหมายอยางไมเปนทางการ

3) แบบฝกหัด/แบบฝกหัดทบทวน

10.สอ่ื การเรียนรู / แหลง เรียนรู
10.1สอ่ื การเรียนรู
1)หนังสือเรยี นAimHighStudents’Book1

2)หนงั สือAimHighWorkbookwithonlinePractice1

3) Audio

10.2 แหลงเรียนรู
1) พจนานุกรมภาษาอังกฤษ

11. การวดั และประเมินผล

ลำดับ รายการท่ีวัดและประเมนิ ผล วิธีการ เครอื่ งมอื เกณฑ
การสงั เกต
1 อา นออกเสยี งคำศพั ทแ ละบอก แบบฝกหัด แบบฝก หดั อานคำศัพทไดถ ูกตอง
แบบฝกหัด รอยละ 80
ความหมายของคำศัพท แบบฝกหัด ผา นเกณฑ
การสงั เกต รอยละ 80
2 บอกการใชคำขึ้นตนและคำลงทาย แบบฝกหดั ทำแบบฝกหัดถกู ตอง
รอยละ 80
3 การเลอื กใชค ำเช่ือม แบบฝกหัด ผา นเกณฑ
รอยละ 80
4 บอกรายละเอียดการเขยี นจดหมาย การทำแบบฝก หัด ผา นเกณฑ
อยางไมเ ปนทางการในแตล ะยอหนา รอ ยละ80

5 การเขียนนำเสนอกิจกรรมกฬี าที่ การสอบถาม การสังเกต ผา นเกณฑ
ตนเองชอบ/ไมช อบโดยใชโครงสรา ง รอ ยละ80
Present Simple Tense ในรูป แบบประเมินการเขยี น
บอกเลา และปฏเิ สธ จดหมาย ทำแบบฝก หัดถกู ตอ ง
รอยละ 80
6 อธบิ ายการใชคำเชอ่ื มประโยคในบรบิ ท การสอบถาม
ตาง ๆ

7 เขยี นจดหมายอยางไมเ ปนทางการได การทำแบบฝกหัด

8 เลือกคำศัพทและบอกความหมาย แบบฝก หดั การสังเกต ผา นเกณฑ
คำศพั ททอี่ าน การสงั เกต รอยละ 80

9 เลอื กคำศพั ทเ ติมในชอ งวางไดถ กู ตอง แบบฝกหดั ผานเกณฑ
และเหมาะสมกบั บริบท รอ ยละ80

ลำดบั รายการทว่ี ดั และประเมนิ ผล วธิ ีการ เคร่ืองมอื เกณฑ
10 เลอื กคำไดถกู ตอ งตามโครงสราง แบบฝก หัด การสงั เกต ผา นเกณฑ
รอยละ 80
Present Simple Tense

ลงช่อื ............................................. ผูจัดทำ
(นางสาวธชกรเทพสงั ข )
ตำแหนง ครูชำนาญการ

บนั ทึกหลงั การใชแผนการจดั การเรียนรู
......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................

ลงชือ่ .......................................................
(นางสาวธชกร เทพสังข)
ตำแหนง ครชู ำนาญการ

วันท.ี่ ...........เดือน.................................พ.ศ...............

ความคดิ เห็นของหัวหนากลุม สาระการเรยี นรู ความคดิ เห็นของรองผอู ำนวยการกลุมบรหิ ารงานวิชาการ

........................................................................... ...........................................................................
........................................................................ .........................................................................
.......................................................................... ..........................................................................
.......................................................................... ..........................................................................

ลงชื่อ.......................................... ลงช่ือ..........................................
(นางอรศรี สุราราช) (วาทร่ี อ ยเอกคณุ าวฒุ ิ ศรีสุวรรณ)

หัวหนา กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาตา งประเทศ(ภาษาอังกฤษ) รองผูอำนวยการกลุม บริหารงานวิชาการ
โรงเรียนเบญจมราชทู ศิ

แผนการจัดการเรยี นรู

รายวิชาอ21101ภาษาองั กฤษ กลุมสาระการเรยี นรู ภาษาตา งประเทศ(ภาษาอังกฤษ)
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 1
หนว ยการเรยี นรูท่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 ปก ารศกึ ษา2564
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 5
ครผู ูส อนนางสาวธชกรเทพสังข เร่ือง Freetime เวลาเรียน12ชว่ั โมง

เรอ่ื งSports andhobbies เวลาเรยี น4ชว่ั โมง

1. มาตรฐานการเรียนรู /ตวั ช้ีวัด/ผลการเรียนรู (รายวิชาพ้นื ฐานมมี าตรฐานการเรียนรูและตวั ชีว้ ัด รายวิชาเพิ่มเติมมีผลการเรียนร)ู
1.1 มาตรฐานการเรียนรู

สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสอื่ สาร
มาตรฐาน ต1.1 เขา ใจและตคี วามเรือ่ งท่ีฟงและอานจากสือ่ ประเภทตา ง ๆและแสดงความคดิ เหน็ อยางมเี หตผุ ล

มาตรฐาน ต1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสาร แสดงความรูสึกและความคิดเห็น
อยางมปี ระสิทธภิ าพ

มาตรฐานต 1.3 นำเสนอขอมูลขาวสารความคดิ รวบยอดและความคดิ เหน็ ในเรอื่ งตา ง ๆโดยการพดู และการ
เขยี น
สาระที่ 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1เขา ใจความสัมพนั ธร ะหวา งภาษากับวฒั นธรรมของเจาของภาษาและนำไปใช ไดอ ยาง
เหมาะสมกบั กาลเทศะ

สาระที่ 3 ภาษากบั ความสัมพันธกับกลุม สาระการเรียนรูอ ่นื
มาตรฐาน ต 3.1 ใชภาษาตางประเทศในการเชอ่ื มโยงความรูกับกลุมสาระการเรียนรูอน่ื และเปนพน้ื ฐานใน
การพัฒนา แสวงหาความรู และเปด โลกทศั นข องตน

1.2ตัวชว้ี ัด/ผลการเรยี นรู
ต 1.1 ม.1/2 อา นออกเสียงขอความ นทิ าน และบทรอยกรอง (poem) สน้ั ๆ ถกู ตอ งตาม หลกั การอา น
ต 1.1 ม.1/4 ระบหุ วั ขอเร่อื ง (topic)ใจความสำคญั (main idea)และตอบคำถามจากการฟง และอา น
บทสนทนานทิ าน และเรอ่ื งสนั้
ต1.2ม.1/1 สนทนา แลกเปลย่ี นขอ มูลเก่ยี วกบั ตนเอง กิจกรรม และสถานการณตา ง ๆ ในชีวิตประจำวัน

ต1.2 ม.1/4 พูดและเขียนเพือ่ ขอและใหขอมูลและแสดงความคิดเห็นเกยี่ วกบั เร่อื งท่ีฟงหรืออา นอยา งเหมาะสม
ต 1.3 ม.1/1 พดู และเขียนบรรยายเก่ียวกบั ตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณแ ละส่งิ แวดลอ มใกลต ัว

2. จุดประสงคการเรยี นรู
2.1 ดา นความรู ความเขาใจ (Knowledge)

1)อานออกเสยี งคำศพั ทและบอกความหมายของคำศัพทได
2)สนทนาแลกเปล่ียนขอ มูลเกีย่ วกบั เรี่องทีอ่ า นได
3)จับใจความสำคัญของเรือ่ งทีอ่ า น
2.2 ดา นทกั ษะกระบวนการ (Processes /Skills)
1)เรยี งลำดับเหตุการณจื ากเร่ืองทอ่ี า นได
2)พูดอภิปลายเกี่ยวเร่อื งทอ่ี า นได
3)เลอื กใชคำศพั ท วลี สำนวนและกลุม คำทีต่ อ งใชร ว มกัน (Collocations)ไดอยางถูกตองเหมาะสมกับสถานการณ
2.3 ดานคณุ ลกั ษณะเจตคติ คา นิยม(Attitudes)
1)มีวินัยใฝเรยี นรู และมงุ มน่ั ในการทำงาน

3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
- การอานออกเสียงคำศัพท วลี บทสนทนาแลกเปลี่ยนขอมูลและการจับใจความสำคัญจากการอานเกี่ยวกับงานอดิเรก และ

กจิ กรรมในเวลาวา งในชีวิตประจำวนั ชวยในการนำภาษาไปใชใ นชีวติ ประจำวัน และเปนพนื้ ฐานในการส่ือสารในระดบั สูงตอไป
-การอานออกเสียงคำศัพทวลีการอานบทสัมภาษณและการสนทนาแลกเปลี่ยนขอมูลเกีย่ วกับงานอดิเรกและ

กิจกรรมในเวลาวา งในชีวติ ประจำวัน ชวยในการนำภาษาไปใชใ นชีวติ ประจำวันและเปนพืน้ ฐาน
สำคญั ท่จี ะนำไปสูการส่อื สารในระดบั ท่สี ูงขนึ้

4. สาระการเรียนรู
4.1สาระการเรียนรแู กนกลาง/สาระการเรียนรเู พม่ิ เติม (กรณีเปน รายวชิ าเพ่ิมเติม)
Pronunciation:
- ฝกการออกเสียง Final sounds /sh/: washfinish, /ch/: stomach lunchstretch teach
- การอา นออกเสียงคำหนกั - เบา: 'dangerous, 'defend, 'typical, 'practice, stretch, rou'tine
- การออกเสียงคำควบกล า /tr/: trainer travel
- การออกเสยี ง /z/: magazines
Vocabulary:
- typical, routing, hit, train, run, hard, practice, jump, kick, break, stretch, rest, dangerous, fight,

defend, appear in, go back to, immediately, interview, monthly, press-up stick, sword
- jump, hard, break, train, dangerous, defend, typical, practice, rest, hit, fight, run, stretch,

routine, kick - Opposite words: safe - dangerous, unusual - typical, attack - defend, easy - hard,
activity - rest - verbs for running and walking: hike, jog, march, rush, sprint, stroll - parts of speech:

break, dangerous, hard,jump, practice, rest, train - Useful nouns: appointment, break, calendar,

holiday, interval, timetable
- snowboarding, competitions, excitement, travel, trainer
- Sports and hobbies: athletics, basketball, books, chess, computer, games, cycling, films,

football, gymnastics, ice, skating, jogging, music, photography, rollerblading, swimming

Grammatical Structure:
- Like+V.ing
- Present simple tense
- Interrogative sentences

- Like/dislike + V.ing - การใชค าบอกระดบั ความชอบ/ไมชอบ ไดแ ก quite really hate
Language Function:
- Readinngandlisteningtoaninterview
- Talkingaboutsportsandhobbies
- Talking about free time
- Talking about free time activities
Culture:
-ลกั ษณะครอบครัวในสหราชอาณาจกั ร
-การทำงานอดเิ รกการทำกจิ กรรมยามวางของชาวตางชาติ
-การนัดหมายพบแพทย
- การเลนกฬี า Snowboarding

4.2สาระการเรียนรทู อ งถิ่น(ถาม)ี

-

5.สมรรถนะสำคญั ของผเู รยี น(เฉพาะทเี่ กดิ ในแผนการจัดการเรยี นรนู ้ี)

5.1ความสามารถในการสือ่ สาร 5.2 ความสามารถในการคดิ 5.3 ความสามารถในการแกป ญหา

5.4ความสามารถในการใชทักษะชีวติ 5.5ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี

6.คุณลักษณะอันพงึ ประสงค (เฉพาะทเี่ กิดในแผนการจัดการเรียนรนู ี)้

6.1 คุณลักษณะอนั พงึ่ ประสงคต ามหลกั สูตรแกนกลาง(เฉพาะทเี่ กดิ ในแผนการจัดการเรียนรนู ้)ี

1) รกั ชาติศาสน กษตั ริย 2) ซื่อสัตยส จุ รติ 3) มวี นิ ัย 4) ใฝเ รียนรู

5)อยอู ยา งพอเพยี ง 6) มุง มนั่ ในการทำงาน 7) รกั ความเปนไทย 8) มจี ติ สาธารณะ

6.2 คุณลักษณะตามหลกั สูตรมาตรฐานสากล(เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรนู ี)้
1) มคี วามรพู ้นื ฐานในยคุ ดจิ ทิ ัลวิทยาศาสตร เศรษฐศาสตร เทคโนโลยี รภู าษาพหุวัฒนธรรมตระหนักสำนึก

ระดับโลก

2) สามารถคิดประดิษฐอ ยา งสรางสรรค ปรบั ตัวใฝรู ใฝเ รยี นวิเคราะห สงั เคราะห สรุปสรา งองคความรู
3) มที ักษะสอื่ สารอยางมปี ระสิทธิภาพ
4) มีความสามารถในการใชท กั ษะชีวติ
5) มีความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี

7. ทักษะของผเู รียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C)
7.1 ทักษะการอา น (Reading)
7.2 ทักษะการ เขียน (Writing)
7.3 ทักษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
7.4 ทักษะดา นการคดิ อยา งมวี จิ ารณญาณและทักษะในการแกปญหา (Critical thinking and problem solving)
7.5 ทักษะดานการสรา งสรรคแ ละนวัตกรรม (Creativity and innovation)
7.6ทักษะดา นความรวมมือการทางานเปนทมี และภาวะผนู ำ (Collaboration, teamwork and leadership)
7.7 ทักษะดา นความเขา ใจตา งวัฒนธรรมตา งกระบวนทศั น (Cross-cultural understanding)
7.8 ทักษะดานการส่ือสารสารสนเทศและรเู ทา ทันส่อื (Communication information and media literacy)
7.9 ทักษะดานคอมพวิ เตอรแ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (Computing)
7.10 ทกั ษะอาชพี และทกั ษะการเรียนรู (Career and learning self-reliance, change)
7.11ความมีคณุ ธรรมมเี มตตามีระเบยี บวินยั (Compassion)

7. กิจกรรมการเรยี นรู
8. วิธสี อน (จำนวนขัน้ แลว แตว าเปนวธิ ีการสอนแบบใดและโปรดระบวุ า ใชวิธีการสอนแบบใด)

ชว่ั โมงท่ี 17

ขน้ั ท่ี 1 กจิ กรรมขัน้ นำเขา สบู ทเรียน
ครูนำเขาสบู ทเรยี นโดยการซักถามเกยี่ วกับกฬี าท่นี กั เรยี นรูจ ักเพื่อเชือ่ มโยงเขา สเู ร่ืองที่จะเรียนโดยใชค ำถาม

ดงั น้ี
- Which sports do you like to play in your free time ?
- Do you know Kung Fu? What do think where this sport is?

ข้นั ท่ี 2 กิจกรรมขนั้ ฝก
1. ครูและนักเรยี นรวมกันอภิปรายคำถามเหลา น้ีกอ นอานบทสัมภาษณ

- Do you like watching sports? Do you like playing sports? Which ones?
- How often do you exercise ? Do you walk or cycle to school? Or do you go by car or bus?
- Look at the photos. Where are these people? Are they at school, or on holiday? - Which
country are they in?

2. ครใู หน ักเรียนอานชือ่ เรื่องบทอานในหนังสือเรยี นหนา 12 Kung Fu จากน้ันสนทนาซักถามนกั เรยี นเก่ยี วกับช่อื
เรื่องและรปู ภาพ โดยใชคำถาม เชน
- Do you know Kung Fu? What is it? Do you think which country is famous about Kung Fu?
- Look at the picture. Where are these people ? Are they at school or on holiday?
- Which country are they in?

จากนั้นนักเรยี นและครรู วมกนั อภิปรายเกี่ยวกบั คำตอบในชน้ั เรียน ครอู ธบิ ายเพิ่มเติมวาบทอานเรอื่ ง Kung
Fu เปนเนอื้ หาทเ่ี ก่ียวกบั ศิลปะการปอ งกนั ตัวและใหนกั เรียนชว ยกันบอกชือ่ ศิลปะการปอ งกันตวั ตาง ๆ เชน judo,
karate, tae kwon do

1. ครแู ละนกั เรียนอา นเร่ือง No pain, no gain ในหนังสอื เรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 12
รว มกนั ในขณะทำการอา น ครหู ยุดในบางตอนเพ่อื ใหน ักเรยี นออกเสยี งคำศพั ทและประโยคใหถ ูกตอ ง ครูเพ่ิมเติมการ
ออกเสยี ง sh และ ch ในคำศัพทแ ละสอบถามความหมายของคำศัพทท ี่พบในบทเรียนโดยใหน ักเรยี นทำแบบฝกหดั
Vocabulary ขอ 1 ในหนงั สอื เรยี น Aim High Students’ Book 1 หนา 13 โดยใหนกั เรียนจับคูคำจำกัดความกับ
คำศัพทที่กำหนดใหใ นบทสมั ภาษณค รแู ละนักเรยี นรว มกันตรวจคำตอบ

1. jump 2. hard 3. break 4. train 5. dangerous 6. defend 7. typical 8. practice 9. rest 10. hit
11. fight 12. run 13. stretch 14. routine 15. Kick

2. นกั เรียนอา น Reading Tip ครูตรวจสอบวา ความเขาใจของนกั เรยี น โดยการใชคำถามเหลา น้ี - Is it
necessary to understand every word? [no] - What do you need to understand [the general
meaning]

3. ครูใหขอมลู นักเรยี นเพม่ิ เตมิ เกี่ยวกับคำศพั ทจ ากบทอานและใหนักเรยี นจดคำศพั ทในสวน Vocabulary
Notebook ใน workbooks (ดหู นา 92 - 111)

4. นักเรยี นทำแบบฝกหัด Vocabulary ขอ 2 คน หาคำศัพทใ นบทอานและอานประโยคซ่งึ มีคำศพั ทเ หลา นี:้
appear in go back to immediately interview monthly press-up stick sword

5. นักเรยี นอานออกเสียงคำทีก่ ำหนดใหแ ละตรวจสอบความหมายของคำศัพทเ หลานั้น
- A thin piece of wood [stick] - A long, very sharp, metal weapon [sword] - Return to a place
[go back to] - At once, without waiting [immediately] - A type of exercise you do on the floor
[press-up] - A meeting with a journalist in which you answer questions [interview] - Act in a film [
appear in ] - Daily, weekly ________, yearly [monthly]
6. นักเรยี นอานบทอานอยางรวดเรว็ เพอ่ื เลือกประโยคท่ีถกู ตองตามเนอ้ื เรือ่ งและขดี เสนใตข อ มูลในบทอาน
- David trains only in the mornings. - David trains only in the afternoons. - David trains in
the mornings and afternoons.

Answerประโยคที่ 3 ถูกตอง (We get up at five o’clock and start training immediately…. I like the
afternoons because we train with sticks and swords.)

7. ครเู ปด Audio (Track 1.13) และใหนักเรยี นทบทวนการอา นเปนรอบทีส่ องและทำแบบฝก หดั READ ขอ
2 ในในหนงั สอื เรยี น Aim High Students’ Book 1 หนา 13 สำหรับชั้นเรียนท่นี กั เรยี นเรียนออ น ใหนกั เรียนขดี เสน
ใตบรรทดั ที่เกยี่ วขอ งในบทอาน นกั เรียนและครูตรวจสอบคำตอบในชั้นเรียน ครสู อบถามเพือ่ ตรวจสอบความถกู ตอง

Answer1. b (our routine is the same every day.)
2. c (At eleven o’clock we take a break for ten minutes…)
3. c (We have rice and soup…We have a shower, and have dinner at half past six - rice and soup
again…)
4. a (We have a shower, and have dinner at half past six…)
5. b (I want to start a Kung Fu school in London and teach people Kung Fu.)

8. นกั เรียนทำงานเปนรายบุคคล ในแบบฝก หดั READ ขอ 3 ในหนังสอื เรยี น Aim High Students’ Book 1
หนา 13 อา นประโยค แลว ตรวจสอบวาจรงิ หรือเทจ็ และแกไขประโยคท่เี ปน เท็จจากในเน้ือเรอ่ื งจากน้นั ตรวจคำตอบ
Answer1. F (David Simmons is studying in China.)

2. F (They get up at five o’clock and start training immediately. Breakfast is at half past
seven.)

3. T
4. F (They train with swords in the afternoons.)
5. T (They have a long rest after lunch.)
6. T

กิจกรรมหลังการอา น
1. นักเรยี นทำกิจกรรม Understanding Idea อานคำถามและคดิ หาคำตอบที่เปน ไปได
1) What does David like about the Dengfeng School, and what do you think he dislikes?
2) Do you think David wants to fight people?
3) Why do some people want to study Kung Fu? Try to think of three or four reasons.

2. นกั เรยี นรว มกันอภิปรายคำตอบ

1. He likes doing Kung Fu all day, learning to jump high and to kick, training with sticks and
swords. He dislikes getting up early, the teachers hitting the students, the food.

2. No, because he learns how to defend himself, not to hurt other people.
3. They like the discipline. They want to do exercise. They learn to defend themselves.
They want to be strong.

ข้ันท่ี 3 กิจกรรมขนั้ สรปุ
ครูเขียน Dengfeng School บนกระดานและแบงออกเปน 2 คอลัมน Good points และ Bad points ให

นักเรียนชวยกันบอกขอมูลเกี่ยวกับโรงเรียนและเขียนขอมูลที่นักเรียนเสนอแนะใหตรงกับคอลัมนเมื่อไดขอเสนอแนะ
ครบหมดแลว ครูสอบถาม What do you think David likes best about the school? What does he dislike
most? 5. ครเู ขียนคำถามขา งลา งนบี้ นกระดาน - What do you want to do when you go back to Britain? [6]
- When do you have breakfast? [2] - When does training finish? [5] - When do you stop for lunch? [3]
- Do you train in the afternoons too? [4] - What time do you get up? [1] ครใู หนักเรียนปดหนงั สอื นักเรยี น
จับคูทำงานเขียนหมายเลขเรียงตามลำดับที่ปรากฏในบทสัมภาษณจากนั้น ใหนักเรียนตรวจสอบในบทสัมภาษณหนา
12 นักเรียนปดหนังสอื จับคูแ สดงบทบาทสมมุตกิ ารสัมภาษณ

ชั่วโมงที่ 18

ข้ันท่ี 1 กจิ กรรมขัน้ นำเขาสูบทเรยี น
1. ครูทบทวนเกี่ยวกับคำศัพทในบทสัมภาษณNo pain, no gain โดยครูใหนักเรียนปดหนังสือ ครูเขียน

ตัวอักษรตัวแรกของคำศัพทจาก Vocabulary ใน Exercise 1 บนกระดานตามลำดับที่ปรากฏในแบบฝกหัดนำเกาอี้
ไปไวห นาหอ งเรยี นและใหนักเรียน 1 คนไปนงั่ จากน้ัน ครสู อบถามคำถามเกย่ี วกับอักษรตวั แรก

Which ‘J’ means to move suddenly into the air? [jump] ถานกั เรียนบอกคำศัพทถ ูกตอ ง ใหนกั เรียน
คนเดียวกันตอบคำถามตอไปจนกวา นกั เรียนจะตอบผิด จากนั้น ครูเลอื กนักเรียนคนอน่ื มาดานหนา เริม่ ตน คำถามจาก
รายการคำศัพทอ ีกคร้งั กิจกรรมสนิ้ สุด ถานกั เรียนที่มาดานหนาชัน้ เรยี นเดาคำศพั ทถ กู ตองทั้งหมด

ขนั้ ที่ 2 กจิ กรรมข้ันฝก
1. ครูใหนักเรียนเปดหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 14 ใหนักเรียนดูคำศัพทท่ีกำหนดให

ครกู ระตนุ ใหนักเรยี นบอกความหมายของคำศพั ทเหลานัน้ โดยการต้ังคำถาม 2-3 คำถาม เชน
- What do you call the things you do every day? [your routine]
- What do you do if you try to hurt somebody? [fight]
- How do you describe something that isn’t safe? [dangerous]
2. นักเรยี นเตมิ ประโยคใหส มบูรณจ ากน้ันครูและนักเรยี นรว มกันตรวจสอบคำตอบ ครูเพ่ิมเติมการ

ออกเสยี งหนัก – เบาในคำศพั ทเหลา นั้น ใหนักเรียนฝกออกเสียงใหถกู ตอง

Answer1. kick 2. rest 3. hard 4. right 5. run, jump 6. train 7. routine 8. dangerous 9. stretch 10.
defend 11. hit 12. practice 13. typical 14. break

3. ครใู หน กั เรยี นทำกิจกรรม EXTEND แบบฝกหดั ท่ี1 Opposites ในหนังสอื เรียน Aim High Students’
Book 1 หนา 14 ใหน กั เรยี นหาคำศพั ทท ่ีมคี วามหมายตรงกนั ขามกบั คำท่ีกำหนดใหในแตละขอ

ซึ่งเปนคำศัพททอ่ี ยใู นบทสมั ภาษณห นาที่ 12

4.นกั เรียนศกึ ษาบทสัมภาษณจากนนั้ เตมิ คำศัพทท ่มี ีความหมายตรงกนั ขามในขอ ที่เหลอื ครูและนกั เรียน
รวมกันตรวจสอบคำตอบ

Answer 1. dangerous 2. typical 3. defend 4. hard 5. rest

5. ครูเขียนคำวา jump บนกระดานและถามนักเรียนวา “Which part of speech is jump?”

ครอู ธิบายวา jump สามารถเปนไดท้ังคำนามและคำกรยิ า

6. ครูเขียนคำเหลานี้บนกระดาน noun, adjective, verb และใหนักเรียนชวยกันบอกประโยคตัวอยางบน
กระดาน ครูใหนักเรียนคนคำศัพทที่เปนรูปยอของคำเหลานั้นที่ใชเปนหนาที่ของคำจากนั้นนักเรียนทำ กิจกรรม
EXTEND แบบฝกหัดที่ 2 Parts of speech ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 14 นักเรียน
ตรวจสอบคำในบทสัมภาษณหนาที่ 12 และวิเคราะหวาคำเหลานั้นทำหนาที่ชนิดใดและนำไปเติมในตารางใหถูกตอง
ครแู ละนักเรยี นรวมกนั ตรวจคำตอบ

Answer verbs: jump, practice, train adjectives: dangerous, hard nouns: rest, break

7. ครูบอกนักเรียนวาจะไดเรียนเกี่ยวกับคำศัพทที่อธิบายความแตกตางกันของคำวา walking และ running
ใหนักเรียนทำกิจกรรม EXTEND แบบฝกหัดที่ 3 Verb for walking and running ในหนังสือเรียน Aim High
Students’ Book 1 หนา 14 นักเรียนดูรูปภาพและครูตั้งคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในแตละภาพ นักเรียนดู
ตวั อยางและตรวจสอบความหมายของ sprint

8. นักเรยี นใชพ จนานกุ รมจบั คคู ำกริยาและภาพใหส มั พันธกัน จากน้ันตรวจคำตอบ

Answer a. sprint b. hike c. match d. stroll e. rush f. jog

9. นักเรียนทำแบบฝกหัดที่ 4 เขียนประโยคโดยใชคำกริยาในแบบฝกหัดที่ 3 ใหแตละกลุมเขียนประโยค 1
ประโยคบนกระดาน

10. ใหนกั เรยี นชวยกันบอกคำกริยาทีน่ ักเรยี นรจู ักเกย่ี วกับ runningและwalking

Answer un: canter, dash, gallop, race walk: go on foot, parade, saunter, step, wander

11. ครูบอกนักเรียนวาจะไดเรยี นรคู ำนามบางคำเก่ียวกับ routines และ activities

12. ครูใหนักเรยี นดคู ำศพั ททก่ี ำหนดใหและใหน กั เรียนใหค ำจำกัดความสัน้ ๆ ในแตละคำศัพท

เชน - The time when you don’t have to go to school. [holiday]

- A list that shows the days and months of a year. [calendar]

- A short rest after you have done something difficult. [break]

- The time you arrange to have your hair cut. [appointment]

- The period between two parts of a play. [interval]

13. นกั เรยี นทำงานเปน รายบุคคล เติมประโยคใหส มบรู ณจ ากนัน้ ครูและนักเรียนรวมกันตรวจคำตอบ
ขั้นท่ี 3 กิจกรรมข้นั สรปุ

1. ครูใหน กั เรยี นจดคำศัพทใ หมใ น Vocabulary Notebook ในสว น Workbooks ลงในสมุด
2. นักเรยี นทำแบบฝก หัดใน Workbook หนา 13

ชัว่ โมงท่ี 19

ข้นั ที่ 1 กจิ กรรมขั้นนำเขาสบู ทเรยี น
1. ครูเขยี นบนกระดาน: What? Who? และใหนักเรยี นชวยกันบอกคำถามอน่ื ๆ เพิ่มเติม

[When? Where? How? Why?] เพอื่ เชอ่ื มโยงในเร่อื งทจ่ี ะเรยี นเก่ยี วกับการตัง้ คำถาม

ขน้ั ที่ 2 กจิ กรรมขั้นฝก

1. ครูใหนักเรียนดูรูปภาพในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1หนา 15 และบอกชื่อกีฬาในภาพ
ครูชี้แจงวานักเรยี นจะไดฟ งบทสนทนาเกยี่ วกบั นกั กีฬาดาวเดน snowboarding ท่ีเปน วัยรนุ

2. นักเรียนปดหนังสือ ครูเปด Audio (Track 1.14) หนึ่งรอบใหนักเรียนฟงเพื่อที่จะไปสูคำถามนักเรียนเปด
หนังสือและทำแบบฝกหัดที่ 1 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 15 ใหนักเรียนเติมคำถามให
ถูกตองสัมพันธกับบทสัมภาษณค รูเปด Audio (Track 1.14) อีกรอบ เพื่อใหนักเรียนไดตรวจสอบ ครูเพิ่มเตมิ การออก
เสียงคำควบกลำ้ /tr/: train travel ครใู หน ักเรยี นฝกออกเสียงใหถูกตอง

Answer1. c 2. a 3. d 4. B
3. ครใู หนกั เรยี นอานและทำกิจกรรม Learn this! ในหนังสอื เรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 15
ใหส มบูรณโ ดยการเติม do/does

Answer 1. do 2. do 3. don’t 4. does 5. does 6. doesn’t
4. นกั เรยี นทั้งชัน้ ทำกจิ กรรม EXPLOIT แบบฝก หดั ท่ี 1 ในหนงั สอื เรียน Aim High Students’ Book 1 หนา
15 นกั เรยี นอา นตวั อยางและเขียนคำถาม โดยใชpresent simple ครใู หน กั เรยี นท้ังช้นั ทำรว มกัน 1 ขอ จากน้ันครูให
ฝก ทำเปน รายบุคคลในขอถัดไป
1. Do you go snowboarding?
2. Do your friends like computer games?
3. Does your grandmother play football?
4. Do you watch a lot of films?

5. Does your best friends do athletics?
6. Do you like drawing?
5. นกั เรยี นจับคู ทำกจิ กรรม EXPLOIT แบบฝก หดั ที่ 2 ในหนังสือเรยี น Aim High Students’ Book 1 หนา
15 นักเรียนฝกถามและตอบคำ าถามจากขอ มลู ในแบบฝกหดั ท่ี 1
S1: Do you go snowboarding? S2: Yes, I do ./No, I don’t.
6. นกั เรียนอา นกจิ กรรม Learn this! ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 15 ครอู ธิบายวา
จะใช Wh-questions ในการสอบถามขอ มลู และวางไวตอนตน คำถาม เชน - Where does your dad work? -
Who do you sit next to in class? จากนัน้ นักเรียนทำแบบฝก หดั ท่ี 3 ในหนังสอื เรยี น Aim

High Students’ Book 1 หนา 15 เตมิ บทสมั ภาษณของ Jed Bright ในสวนทเ่ี ปนคำถามใหสมบูรณโดยใช Wh-
questions

7. นักเรยี นจบั คูท ำแบบฝก หดั ที่ 4 ในหนังสอื เรยี น Aim High Students’ Book 1 หนา 15 โดยครูเปด
Audio (Track 1.15) ใหนกั เรียนฟง บทสมั ภาษณเ พ่อื ตรวจสอบคำตอบ ใหน กั เรยี นใชป ากกาเนนขอความที่คำบุพบท
ดานหลงั คำถาม Who do you live with? จากนัน้ นักเรียนฝก อานบทสัมภาษณในแบบฝก หดั ท่ี 3

Answer1. Where 2. Who 3. How 4. What 5. When
8. นกั เรียนจับคู ทำแบบฝก หดั ท่ี 5 ในหนงั สอื เรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 15 จับคูคำถามกับ
วลใี หสัมพนั ธก นั จากนนั้ ตรวจคำตอบและฝก ถามและตอบคำถาม จากแบบฝกหดั ท่ี 5

Answer1. c 2. e 3. a 4. b 5. d 6. f

9. นักเรียนทำแบบฝกหัดที่ 6 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 15 นักเรียนทำงานเปนคู
โดยการเปลี่ยนคูใหม เตรียมการสัมภาษณโดยเขียนคำถามสำหรับคูของตนเอง ใชคำถามจากแบบฝกหัดที่ 3 และ 5
เปน แนวทางในการตัง้ คำถามเชน What books do you read?

10. นักเรียนทำแบบฝกหดั ที่ 7 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 15 แลกเปลี่ยนค าถาม
กับเพอื่ นและเขียนคำตอบ ครูสุมเลอื กนักเรียน 2-3 คู ใหอา นออกเสยี งบทสมั ภาษณ

ข้ันท่ี 3 กิจกรรมข้ันสรปุ
1. นกั เรียนพูดรายงานหนาชั้นเกีย่ วกับขอ มูลของคูของตนเอง เชน My partner doesn’t do any sport

but he watches footballครใู หการสะทอ นกลับผลงานของนกั เรยี น
2. นักเรยี นทำGrammar Builder หนา 97 และ workbook หนา 14 3. ครแู ละนักเรยี นพรอมกนั ตรวจ

คำตอบและสรปุ บทเรยี นรวมกนั

ชว่ั โมงท่ี 20

ขัน้ ที่ 1 กิจกรรมข้ันนำเขาสูบทเรียน
1. ครสู นทนากบั นกั เรียนเกย่ี วกบั กจิ กรรมทน่ี กั เรียนชอบทำในเวลาวา ง ใหนักเรียนชวยกนั บอกวา มกี จิ กรรมอะไรบา ง
และใหน กั เรียนชวยกันสรุปวา กจิ กรรมใดทน่ี กั เรียนชอบทำมากท่สี ุด

ข้ันท่ี 2 กจิ กรรมขั้นฝก

1. ครใู หน กั เรยี นดคู ำศพั ทเก่ียวกับกิจกรรมในเวลาวา ง ในกิจกรรม VOCABULARY หนงั สือเรยี น Aim High
Students’ Book 1 หนา 16 นักเรียนทำแบบฝกหดั ที่ 1 ดรู ปู ภาพและนำคำศัพทไ ปเตมิ ในแตล ะภาพใหสัมพันธกนั

2. ครเู ปด Audio (Track 1.16) ใหน ักเรียนฟง คำศพั ทเหลานน้ั และตรวจสอบคำตอบ
3. ครเู ปด Audio (Track 1.16) อกี รอบ ครูหยุดใหน กั เรยี นไดฟงแตละคำซา ๆ นกั เรยี นฝกออกเสียงตาม ครู
เนนการออกเสยี ง /z/: magazines

Answer 1. ice skating 2. photography 3. computer games 4. football 5. Jogging
6. rollerblading 7. chess 8. athletics

4. ครใู หนกั เรียนจดั กลมุ คำศพั ทตามหัวขอ โดยท่ีกฬี าหรอื งานอดิเรกบางชนิดอาจอยูใ นหลาย ๆ กลมุ 1. at
home 2. outside 3. on your own 4. in a team

Answer1. at home: books, chess, computer games, films, music, photography
2. outside: athletics, basketball, books, cycling, football, ice skating, jogging, music,

photography, rollerblading, swimming
3. on your own: athletics, books, computer games, cycling, films, gymnastics, ice

skating, jogging, music, photography, rollerblading, swimming
4. in a team: basketball, football

5. นักเรยี นทำกจิ กรรม LISTEN แบบฝก หัดท่ี 1 ในหนงั สือเรยี น Aim High Students’ Book 1 หนา 16
โดยครูบอกนักเรียนวา จะไดยินวัยรนุ 4 คนคยุ กันเกย่ี วกบั กจิ กรรมยามวา งทีพ่ วกเขาสนใจ ครูเปด Audio (Track
1.17) หนง่ึ รอบใหน กั เรียนไดเขยี นชือ่ กฬี าหรืองานอดิเรกท่แี ตล ะคนสนใจ จากนนั้ นกั เรียนตรวจสอบคำตอบ

Answer1. films 2. cycling 3. computer games 4. gymnastics
6. นักเรียนทำกิจกรรม LISTEN แบบฝก หดั ที่ 2 ในหนงั สือเรยี น Aim High Students’ Book 1 หนา 16 ครู
เปด Audio (Track 1.17) ใหน ักเรยี นไดเติมประโยคใหส มบูรณโ ดยเขียนชอื่ คนใหถูกตองสมั พนั ธกับกิจกรรมหรือ
ขอ มลู ทีไ่ ดฟง จากนัน้ ตรวจสอบคำตอบ
7. นกั เรียนจัดกลุม กฬี าและงานอดเิ รกทนี่ กั เรยี นชอบและไมช อบ โดยจดั เปน 4 กลมุ ดงั น้ี


Click to View FlipBook Version