The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมเล่มแผนการจัดการเรียนรู้ 1-2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by silchisa.30sf, 2021-09-13 00:32:55

รวมเล่มแผนการจัดการเรียนรู้ 1-2564

รวมเล่มแผนการจัดการเรียนรู้ 1-2564

Vocabulary:

- necessary compulsory private school uniform against the rule - Wear a uniform, study a
foreign, language, take exams, do homework, Get to school before 9.00, study at school after 3.00

- snacks, canteen, finish, early

Grammatical Structure:
- have to

- have to/ has to/ don’t have to
Language Function:
-Talking about school in English

- Talking about school
Culture:
- แนวการเรยี นการสอนของโรงเรียนในองั กฤษ

- วฒั นธรรมในการใชชีวติ ในโรงเรียนตางประเทศ

4.2สาระการเรียนรูทอ งถิ่น(ถา ม)ี

-

5.สมรรถนะสำคญั ของผเู รยี น(เฉพาะทีเ่ กิดในแผนการจัดการเรยี นรนู ้ี)

5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแกปญหา

5.4ความสามารถในการใชทักษะชีวติ 5.5ความสามารถในการใชเทคโนโลยี

6.คุณลักษณะอันพึงประสงค (เฉพาะทเ่ี กิดในแผนการจัดการเรียนรูนี)้

6.1 คุณลักษณะอนั พึง่ ประสงคต ามหลกั สูตรแกนกลาง(เฉพาะทเ่ี กิดในแผนการจัดการเรียนรนู ี)้

1) รักชาตศิ าสน กษัตริย 2) ซ่อื สัตยสุจรติ 3) มวี นิ ัย 4) ใฝเ รียนรู

5)อยูอ ยา งพอเพยี ง 6) มุงมั่นในการทำงาน 7) รกั ความเปนไทย 8) มีจิตสาธารณะ

6.2 คณุ ลักษณะตามหลักสูตรมาตรฐานสากล(เฉพาะท่เี กิดในแผนการจัดการเรียนรูนี้)

1) มคี วามรพู นื้ ฐานในยคุ ดิจิทลั วิทยาศาสตร เศรษฐศาสตร เทคโนโลยี รูภาษาพหวุ ัฒนธรรมตระหนักสำนึก

ระดับโลก

2) สามารถคิดประดิษฐอ ยา งสรางสรรค ปรบั ตัวใฝรู ใฝเรยี นวเิ คราะห สังเคราะห สรุปสรา งองคค วามรู

3) มีทกั ษะสือ่ สารอยา งมีประสิทธิภาพ

4) มีความสามารถในการใชทกั ษะชีวติ

5) มีความสามารถในการใชเทคโนโลยี

7. ทกั ษะของผูเรยี นในศตวรรษที่ 21 (3R 8C)
7.1 ทักษะการอา น (Reading)
7.2 ทักษะการ เขยี น (Writing)
7.3 ทกั ษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
7.4 ทักษะดา นการคดิ อยางมวี จิ ารณญาณและทกั ษะในการแกป ญ หา (Critical thinking and problem solving)
7.5 ทกั ษะดานการสรางสรรคและนวตั กรรม (Creativity and innovation)
7.6ทกั ษะดา นความรวมมือการทางานเปนทีมและภาวะผูนำ (Collaboration, teamwork and leadership)
7.7 ทกั ษะดานความเขาใจตางวัฒนธรรมตางกระบวนทัศน (Cross-cultural understanding)
7.8 ทกั ษะดานการส่ือสารสารสนเทศและรูเทาทนั สื่อ (Communication information and media literacy)
7.9 ทกั ษะดา นคอมพวิ เตอรและเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สาร (Computing)
7.10 ทกั ษะอาชพี และทกั ษะการเรียนรู (Career and learning self-reliance, change)
7.11ความมคี ณุ ธรรมมเี มตตามรี ะเบียบวินัย(Compassion)

8.กิจกรรมการเรียนรู (เขยี นละเอยี ดและชดั เจนกวาในหนวยการเรียนรู)
วธิ ีสอน(จำนวนขั้นแลว แตว า เปนวธิ กี ารสอนแบบใดและโปรดระบวุ าใชวิธกี ารสอนแบบใด)

DiscoveryMethod การจดั การเรียนรูแบบคนพบ

ช่ัวโมงท่ี 37

ข้นั ที่ 1 กิจกรรมข้ันนำเขา สบู ทเรียน
1. ครูใหนกั เรียนทำรายการจดุ ดี จุดดอ ยเก่ียวกบั โรงเรยี นของนักเรียน เปรียบเทียบคำตอบกบั เพอื่ นในช้นั
2. ครูและนักเรยี นรวมกนั อภปิ รายเกีย่ วกับคำตอบทไ่ี ด

ขัน้ ที่ 2 กิจกรรมข้ันฝก
1. นักเรียนทำกิจกรรม EXPLORE ขอ 1 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 27 อานบท
อา นเปนรายบุคคลและตอบคำถาม
- What do students at Summerhill School have to do? They have to follow the rules. 2.
ครใู หน กั เรยี นเขียนคำศัพททไ่ี ดจ ากในบทอา น จากนั้นครูฝก ออกเสยี งคำหนัก - เบา คำศัพทท พี่ บ
ในบทอา น ไดแกn ecessary compulsory private school uniform against the rule
ครูสอบถามความหมายของคำศัพทและอธิบายเพิ่มเตมิ
Background Notes

Summerhill School เปน โรงเรียนท่ีถกู กอ ตั้งขึน้ โดย A.S.Neilในป 1921 มนี กั เรียนทง้ั หมด 69 คน ในชว งอายุ
ระหวาง 5 – 17 ป นกั เรียนจำนวนมากมาจากตางประเทศ (โดยเฉพาะประเทศญี่ปุน เกาหลแี ละไตหวนั ) ปรัชญาของ
โรงเรยี นคือ นักเรียนจะเรยี นรไู ดด ที ี่สุดเมื่อพวกเขาไมมคี วามกดดนั รฐั บาลสหราชอาณาจักรพยายามทจ่ี ะปด โรงเรยี น
ในป 1999 เนอื่ งจากโรงเรยี นถูกตรวจสอบวา กระทำไมดี แตโ รงเรียนกไ็ ดพิสจู นและชนะคดี

3. นักเรียนทำกิจกรรม EXPLORE ขอ 2 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 27 นักเรียน
อาน Learn this! และ ใหนักเรียนเลือกเติมคำตอบที่ถูกตอง เกี่ยวกับการใชhave to/ don’t have to ครูชี้ให
นกั เรยี นเหน็ รปู แบบปฏิเสธของ have to คือ ค าวา don’t have to และบอกใหน กั เรียนทราบวาจะใชก ริยาชวย do
ในรปู แบบของประโยคคำถามดว ย

1. have to 2. don’t have to 3. Does 4. does
4. นกั เรียนทำกจิ กรรมเพิม่ เติม Grammar Reference page 98
5. นักเรียนทำกิจกรรม EXPLOITขอ1 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book1 หนา 27 นักเรียนท า
งานเปนรายบุคคล เติมประโยคใหส มบรู ณดว ยการใชhave toในรูปประโยคบอกเลา หรอื ประโยคปฏเิ สธ
6. นักเรียนทำกิจกรรม EXPLOIT ขอ 2 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 27 ครูเปด
Audio (Track 1.28) หนึ่งรอบ ใหนักเรียนฟงและตรวจสอบ ครูเปด Audio (Track 1.28) ในประโยคที่หนึ่งอีกครั้ง
หน่ึง เพอ่ื ตรวจสอบการออกเสยี ง have to และ has to
7. ครเู ปด Audio (Track 1.28) อกี ครั้งใหนักเรยี นฟงและพดู ตาม
1. has to, don’t have to 2. don’t have to 3. have to 4. have to 5. have to 6. doesn’t have to

ขัน้ ท่ี 3 กิจกรรมข้นั สรุป
1. ครูและนักเรียนรวมกันสรปุ การใช have to/ has to ในรูปประโยคบอกเลาและปฏิเสธ โดยครใู หน กั เรียน
เขยี นตวั อยางประโยคท้งั 2 ประโยคและพูดรายงาน

ชัว่ โมงท่ี 38

ขน้ั ท่ี 1 กจิ กรรมข้ันนำเขา สูบทเรียน
1. ครูและนักเรียนสนทนาเกี่ยวกับเรื่องที่ตองทำกับไมตองทำในโรงเรียน ใหนักเรียนพูดตัวอยางประโยคที่
ตองทำและไมตองทำคนละ 2 ประโยค เชน - I have to study English. - I don’t have to study Chinese.

ขน้ั ท่ี 2 กิจกรรมข้นั ฝก
1. ครูใหนักเรียนดูแผน chart ใน EXPLOIT ขอ 3 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 27
ครูอธิบายวา compulsory หมายถึง สิ่งที่เราตองท า ครูใหนักเรียนอานออกเสียงวลีในแตละขอจากนั้นใหนักเรียน
ชวยกนั บอกความหมายของวลีครูอธบิ ายเพม่ิ เติม ถานักเรยี นมีขอสงสยั ครเู พิ่มเตมิ การฝก
การออกเสียง /u/: uniform นักเรียนฝกออกเสียง ครูสังเกตและใหคำชี้แนะ จากนั้นครูใหนักเรียนจับคู
อภปิ รายและวงกลม yes or no หลังจากอานวลีในแตล ะขอ
2. นักเรียนเขียนประโยค โดยใชhave to หรือ don’t have to จากขอมูลในแผน chart เชน - We have
to wear a uniform. - We don’t have to study a foreign language.

3. นักเรียนดูรูปภาพใน EXPLOIT ขอ 4 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 27 ครูอธิบาย
วา เปนรูปภาพแสดงมุมมองของนักเรียนคนหนึ่งที่มีตอโรงเรียนในอุดมคติ ครูใหนักเรียนทำงานเปนรายบุคคล เติม
ประโยคใหสมบูรณ โดยใชhave to และ don’t have to จากนั้นเปรียบเทียบคำตอบกับเพื่อน กอนที่จะตรวจทั้งชั้น
เรยี น

1. don’t have to 2. don’t have to 3. have to 4. don’t have to 5. don’t have to 6. don’t have
to

ขั้นท่ี 3 กิจกรรมขัน้ สรุป
1. นักเรียนทำงานคู เขียนเกี่ยวกับโรงเรียนในอุดมคติของนักเรียน โดยใชhave to/ don’t have to ครู
สังเกตและคอยใหความชวยเหลอื
2. ครตู ิดแสดงแนวคิดของนกั เรยี นบนผนังหอ ง
3. ครูสรปุ เรือ่ งการใชhave to/ don’t have to
โดยครูอานออกเสยี งประโยคบอกเลา และใหน ักเรียนเขียนเปน ประโยคปฏิเสธ หรอื ประโยคคำถาม ในสมดุ
- I have to make my bed. (-)
- The students have to do homework. (?)
- My father has to get up early. (?)
- We have to cook the dinner. (-)
- My sister has to wear a uniform. (?)
- You have to go to bed early. (?)
- They have to study tonight. (-)
- Laila has to study tonight. (-)
- We have to finish the exercise. (?)

ชว่ั โมงท่ี 39 -40

ขน้ั ท่ี 1 กิจกรรมขนั้ นำเขา สูบทเรียน
1. ครเู ขยี นบนกระดาน from…to และ สอบถามนกั เรียน What time is your first lesson? ครใู หน กั เรยี น
ตอบและสอบถามเกีย่ วกบั วิชาทเี่ รียน การพักชวงเชาและเทยี่ ง

ขั้นที่ 2 กิจกรรมขั้นฝก
กิจกรรมกอ นการอา น Pre-Reading
1. ครูใหนักเรียนดูใบบันทึกยอ A note ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1หนา 28 และอธิบาย
วา ใบบันทึกยอ ยังเรียงลำดับยอหนาไมถูกตอง ใหนักเรียนดูใบบันทึกยอและหาขอมูลดานลางนี้เพื่อชวยในการ
เรยี งลำดับยอหนา ใหถ กู ตอ ง - ม4ี ยอหนา - ยอ หนาแรก ประกอบดวยประโยคเชญิ ชวน 2 ประโยค
- ยอ หนาทสี่ อง ประกอบดว ยขอ มลู เกย่ี วกบั ชน้ั เรยี นตอนเชา
- ยอ หนาท่สี าม ประกอบดวยขอ มูลเก่ียวกบั การพักชวงเที่ยง
- ยอหนาที่สี่ ประกอบดว ยขอ มูลเกีย่ วกบั ช้ันเรยี นตอนบา ย
2. ครใู หน ักเรียนเขียนหมายเลขหนา แตละยอ หนา โดยเรียงล าดบั ยอหนา ใหถ กู ตอ ง

Answer 3, 2, 4, 1
กิจกรรมระหวา งการอา น While-Reading
1. นักเรยี นอานใบบนั ทึกยอ A note อีกครง้ั หลงั จากทเ่ี รียงลำดบั ถกู ตอ งแลว ครสู อบถามคำศพั ทบางคำที่พบ
ในใบบนั ทกึ ยอ ใหน กั เรียนบอกความหมายคำศัพทครเู พ่มิ เติมการออกเสยี ง /g/: gym

2. เมือ่ นักเรยี นอา นเนื้อเรื่องจบแลว แบงนกั เรียนออกเปนกลมุ ยอย ๆ กลุมละ 5 - 6 คน สนทนาแลกเปลี่ยน
รายละเอยี ดทไ่ี ดจากการอาน จากนั้นใหต วั แทนนักเรียนพูดสรุปเนื้อเรอื่ งท่ีอา นหนา ชัน้ เรียน

ขนั้ ท่ี 3 กิจกรรมขนั้ สรุป
1. นักเรียนตอบค าถามจาก A note ท่นี กั เรียนอา นเสรจ็ แลว
2. ครูและนกั เรยี นรว มกนั ตรวจคำตอบ
1. 8.45 2. 10.20 3. next to the gym 4. On Tuesdays at 1.45 5. at 3.30 6. early, at 2.30

9.หลักฐานการเรยี นรู (ภาระงาน/ชนิ้ งาน)
1)การเขียนบรรยายเกี่ยวกับกฏของโรงเรยี น
2)แบบฝก หัด/แบบฝกหัดทบทวน
3)พดู นำเสนอเก่ียวกบั เรือ่ งทอ่ี า น

10.สอื่ การเรียนรู / แหลง เรียนรู
10.1สอ่ื การเรียนรู

1)หนังสอื เรียนAimHighStudents’Book1

2)หนงั สอื AimHighWorkbookwithonlinePractice1

3) Audio

4) PPT

10.2 แหลงเรียนรู
1) พจนานุกรมภาษาอังกฤษ

11. การวดั และประเมินผล วธิ ีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ
-การสงั เกต
ลำดบั รายการทวี่ ดั และประเมนิ ผล - การอานออกเสียง - การสังเกต อา นคำศพั ทไดถูกตอง
- การสอบถาม แบบฝก หดั รอ ยละ80
1 อา นออกเสยี งคำศพั ทแ ละบอก - การตอบคำถาม ตอบคำถามไดตอ งตอง
ความหมายของคำศพั ท แบบฝก หดั รอยละ 80
ตอบคำถามไดถูกตอ ง
2 การอานบทอา นและตอบคำถาม แบบฝก หดั รอ ยละ80
ผานเกณฑ
3 การเลอื กใช haveto/don’thaveto การเขียนประโยค แบบฝก หัด รอ ยละ80
ผา นเกณฑ
เติมในชองวา ง การสังเกต รอ ยละ80
ผานเกณฑ
4 เขยี นประโยคโดยใชh aveto/don’t การทำผงั ความคิด แบบฝก หดั รอ ยละ80
ทำแบบฝก หัดถกู ตอง
have to การสงั เกต รอ ยละ80

5 เขียนบรรยายกฏของโรงเรียน การทำแบบฝกหัด ทำแบบฝกหัดถกู ตอง
รอยละ 80
6 เรยี งลำดับยอหนาเรื่องท่ีอาน การสอบถาม

7 บอกรายละเอียดจากการอานใบ การทำแบบฝก หัด
บันทกึ ยอ และตอบคำถาม

8 พดู สรุปเกี่ยวกับเรื่องทอ่ี าน การนำเสนอ

ลงช่อื ............................................. ผูจ ัดทำ
(นางสาวธชกรเทพสงั ข )
ตำแหนงครชู ำนาญการ

บนั ทึกหลังการใชแ ผนการจัดการเรยี นรู
.......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

ลงชื่อ .......................................................
(นางสาวธชกรเทพสงั ข)
ตำแหนง ครูชำนาญการ

วันท.่ี ...........เดอื น................................. พ.ศ...............

ความคดิ เห็นของหวั หนากลุม สาระการเรยี นรู ความคดิ เหน็ ของรองผอู ำนวยการกลมุ บริหารงานวิชาการ

........................................................................... ...........................................................................
....................................................................... .........................................................................
.......................................................................... ..........................................................................
......................................................................... ..........................................................................

ลงชื่อ.......................................... ลงชื่อ...........................................
(นางอรศรี สุราราช) (วาทรี่ อยเอกคณุ าวฒุ ิ ศรสี ุวรรณ)

หวั หนากลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ(ภาษาอังกฤษ) รองผูอำนวยการกลมุ บริหารงานวิชาการ
โรงเรียนเบญจมราชทู ิศ

แผนการจัดการเรยี นรู

รายวชิ าอ21101ภาษาอังกฤษ กลุม สาระการเรียนรู ภาษาตา งประเทศ(ภาษาอังกฤษ)
ช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 1
หนวยการเรยี นรูที่ 3 ภาคเรียนท่ี 1 ปก ารศกึ ษา2564
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 11
ครูผูสอน นางสาวธชกร เทพสังข เรื่อง School Life เวลาเรียน 16 ช่ัวโมง

เรอ่ื งMaking NounsfromVerbs เวลาเรยี น4ชัว่ โมง

1.มาตรฐานการเรยี นรู /ตวั ชีว้ ัด/ผลการเรยี นรู (รายวิชาพืน้ ฐานมมี าตรฐานการเรยี นรแู ละตัวช้วี ดั รายวชิ าเพมิ่ เตมิ มีผลการ
เรียนร)ู
1.1 มาตรฐานการเรียนรู
สาระที่ 1 ภาษาเพ่อื การสือ่ สาร
มาตรฐาน ต1.1 เขา ใจและตคี วามเรื่องท่ฟี ง และอา นจากสอ่ื ประเภทตาง ๆ และแสดงความคิดเห็นอยางมเี หตุผล

มาตรฐาน ต1.2 มีทักษะการสอื่ สารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอ มลู ขา วสารแสดงความรูสึกและความคดิ เหน็ อยา งมี
ประสิทธภิ าพ

มาตรฐาน ต1.3 นำเสนอขอ มูลขา วสารความคดิ รวบยอดและความคิดเหน็ ในเร่อื งตาง ๆโดยการพดู และการ
เขยี น

สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน 2.2 เขา ใจความเหมือนและความแตกตางระหวา งภาษาและวฒั นธรรมของเจา ของภาษากับภาษาและ
วฒั นธรรมไทย และการนำมาใชอยา งถกู ตองเหมาะสม

1.2 ตวั ชีว้ ดั /ผลการเรียนรู
ต 1.1 ม.1/2 อา นออกเสยี งขอ ความ นทิ าน และบทรอ ยกรอง (poem) สนั้ ๆ ถูกตอ งตาม หลกั การอา น
ต1.1 ม.1/4 ระบุหัวขอเรื่อง (topic)ใจความสำคัญ (main idea) และตอบคำถามจากการฟงและอาน
บทสนทนานิทาน และเร่ืองสั้น
ต1.2 ม.1/1สนทนา แลกเปลยี่ นขอมลู เกี่ยวกับตนเอง กิจกรรม และสถานการณต าง ๆ ในชีวิตประจำวัน
ต 1.3 ม.1/1พดู และเขยี นบรรยายเกีย่ วกับตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณแ ละสิง่ แวดลอ มใกลตวั

ต. 2 .2 ม.1/1 บอกความเหมอื นและความแตกตา งระหวางการออกเสยี งประโยคชนิดตา งๆ การใชเครอ่ื งหมายวรรคตอนและการลำดับคำ
ตามโครงสรางประโยคของภาษาตางประเทศและภาษาไทย

2.จุดประสงคก ารเรียนรู
2.1ดา นความรู ความเขา ใจ(Knowledge)

1)อา นออกเสยี งคำศัพทและบอกความหมายของคำศพั ทไ ดถกู ตอง
2)อา นบทอา นและตอบคำถามได
3)เขยี นประโยคโดยเครอ่ื งหมายวรรคตอนไดถูกตอ ง
4) เตมิ บทสนทนาใหสมบูรณ โดยใชคำทกี่ ำหนดให
5) จบั คูคำและคำจำกัดความไดถูกตองตามกำหนด
6)เขียนรปู คำนามจากคำกริยาได

2.2ดา นทักษะกระบวนการ (Processes/Skills)
1)เขียนใบบนั ทึกยอAnoteได
2)เขียนแกไ ขประโยคไดถ กู ตองตามโครงสรางทางภาษา
3)จัดหมวดหมูคำศัพทท ี่มีความหมายเหมือนกัน

2.3ดา นคณุ ลักษณะเจตคติ คา นยิ ม(Attitudes)
1)มวี นิ ยั ใฝเ รยี นรู และมุง ม่ันในการทำงาน

3.สาระสำคญั / ความคดิ รวบยอด
การอานออกเสียงคำศัพทวลีและการเขียนใบบันทึกยอ ชวยในการนำภาษาไปใชในชีวิตประจำวันและเปน

พนื้ ฐานในการสอื่ สารในระดับสูงตอไป
การอา นออกเสียงคำศัพทว ลกี ารสนทนาแลกเปลีย่ นขอมลู เกย่ี วกับโรงเรียน สถานท่ใี นโรงเรียนช่ือวิชา รวมท้ัง

ตารางเรียน ชว ยในการนำภาษาไปใชใ นชีวิตประจำวันและเปนพน้ื ฐานในการส่ือสารในระดับสงู ตอไป

4.สาระการเรยี นรู
4.7 สาระการเรียนรูแกนกลาง/สาระการเรียนรูเพิม่ เตมิ (กรณีเปน รายวิชาเพม่ิ เตมิ )
Pronunciation:
- การออกเสียง Final sounds /ge/: college George
- ฝกการออกเสียงหนกั - เบา: 'favourite, pre'fer, com'puter, 'classroom
- ฝก การออกเสยี งหนัก - เบา: edu'cation, boarding school, 'public school, invi'tation,
prepa'ration, 'discussion, pay'ment, re'vision, 'argument, col'lection, co'lossal, 'enormous,
'massive, 'minute, 'tiny

Vocabulary:

- history Spanish college geography
- favourite prefer computer classroom
- - Education: boarding school, field, head, public school, term - Nouns from verbs: invite

- invitation, prepare - preparation, discuss - discussion, pay - payment, revise - revision,

argue - argument, collect - collection - Synonym: big or small: colossal, enormous,

huge, little, massive, minute, tiny

Grammatical Structure:
- have to/ has to/ don’t have to
- There is/ There are/ have to/ don’t have to
- Present simple tense

Language Function:
- Talking about school and school subjects
- Reading, listening and speaking about school
- Exploring vocabulary - Making nouns from verbs

Culture:
- วฒั นธรรมในการใชช วี ิตในโรงเรียนตางประเทศ

4.2สาระการเรียนรูทอ งถิน่ (ถา มี)

-

5.สมรรถนะสำคัญของผูเรยี น(เฉพาะทเี่ กดิ ในแผนการจัดการเรียนรนู ี)้

5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคดิ 5.3 ความสามารถในการแกป ญหา

5.4ความสามารถในการใชท ักษะชีวติ 5.5ความสามารถในการใชเทคโนโลยี

6.คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค (เฉพาะทเี่ กดิ ในแผนการจัดการเรียนรูน้ี)

6.1 คณุ ลักษณะอันพง่ึ ประสงคต ามหลกั สตู รแกนกลาง(เฉพาะทเี่ กดิ ในแผนการจัดการเรียนรนู ้ี)

1) รักชาตศิ าสน กษัตริย 2) ซอ่ื สตั ยส จุ รติ 3) มีวนิ ัย 4) ใฝเรียนรู

5)อยูอยางพอเพยี ง 6) มงุ มั่นในการทำงาน 7) รกั ความเปนไทย 8) มีจิตสาธารณะ

6.2 คุณลักษณะตามหลกั สูตรมาตรฐานสากล(เฉพาะทเี่ กดิ ในแผนการจัดการเรียนรูนี)้
1) มคี วามรูพ้นื ฐานในยคุ ดิจิทลั วิทยาศาสตร เศรษฐศาสตร เทคโนโลยี รูภาษาพหุวัฒนธรรมตระหนักสำนึก

ระดบั โลก
2) สามารถคิดประดิษฐอ ยางสรางสรรค ปรบั ตัวใฝร ู ใฝเ รยี นวเิ คราะห สังเคราะห สรุปสรา งองคความรู

3) มีทกั ษะส่ือสารอยา งมปี ระสทิ ธิภาพ

4) มคี วามสามารถในการใชทักษะชีวติ
5) มีความสามารถในการใชเทคโนโลยี

7. ทกั ษะของผูเรียนในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)
7.1 ทักษะการอาน (Reading)
7.2 ทกั ษะการ เขียน (Writing)
7.3 ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
7.4 ทักษะดา นการคดิ อยา งมวี จิ ารณญาณและทกั ษะในการแกปญหา (Critical thinking and problem solving)
7.5 ทกั ษะดา นการสรา งสรรคและนวัตกรรม (Creativity and innovation)
7.6ทกั ษะดา นความรวมมือการทางานเปน ทมี และภาวะผูนำ (Collaboration, teamwork and leadership)
7.7 ทักษะดานความเขาใจตางวฒั นธรรมตา งกระบวนทัศน (Cross-cultural understanding)
7.8 ทกั ษะดานการสื่อสารสารสนเทศและรูเทาทันสื่อ (Communication information and media literacy)
7.9 ทกั ษะดานคอมพิวเตอรแ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร (Computing)
7.10 ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู (Career and learning self-reliance, change)
7.11ความมีคุณธรรมมเี มตตามรี ะเบยี บวินัย(Compassion)

8.กิจกรรมการเรยี นรู (เขียนละเอยี ดและชัดเจนกวาในหนวยการเรียนร)ู
วธิ ีสอน(จำนวนขัน้ แลว แตว าเปนวธิ ีการสอนแบบใดและโปรดระบวุ าใชวธิ ีการสอนแบบใด)

DiscoveryMethod การจัดการเรียนรูแบบคน พบ

ช่วั โมงท่ี 41

ข้ันที่ 1 กิจกรรมขนั้ นำเขา สบู ทเรยี น
1. นกั เรียนทำกิจกรรม PREPARE ขอ 1 ในหนังสอื เรยี น Aim High Students’ Book 1 หนา 28 อาน
Writing tip ในหนงั สือเรียน ครอู ธิบายเพ่ิมเติมในเรื่องการใชอ กั ษรตวั พิมพใ หญว า จะใชใ นกรณี ดังน้ี - คำนามสว น
บคุ คล - วันและเดือน - ชอ่ื - ภาษาและสัญชาติ - เมอื งและประเทศ
2. ครูใหน กั เรียนหาตัวอยางของการใชอ กั ษรตวั พิมพใหญ
I’m a student,
I like my school.
Tuesday, June Mark,
Laila English, Egytian
London, Australia
3. นักเรียนทำงานเปนรายบุคคล ทำกิจกรรม PREPARE ขอ 2 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book
1 หนา 28 นักเรียนดูประโยคที่กำหนดใหในแตละขอ จากนั้นใหนักเรียนเขียนประโยคใหม โดยใชอักษรตัวพิมพใหญ
ใหถูกตอง เปรียบเทียบคำตอบกอนที่จะตรวจคำตอบกับเพื่อนในชั้น ครูเพิ่มเติมการ ออกเสียง Final Sounds /ge/:
college George นกั เรยี นฝกออกเสียง ครสู งั เกตและคอยใหคำแนะนำ
4. ครสู อบถามความหมายคำศัพทท ่มี ีในแตละประโยค นักเรยี นชว ยกนั บอกความหมายของคำศพั ทท ่ีพบ

1. The new school year starts on Monday 6th September.
2. Your first lesson on Thursday is history.
3. Our Spanish teacher is from Lima, in Peru.
4. My brother James and I go to Eton College.
5. Our geography teacher’s name is George White.

ขั้นท่ี 2 กิจกรรมขัน้ ฝก
1. นักเรียนทำงานคู ทำกจิ กรรม WRITE ขอ 1 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 28 ตอบ

คำถามขอมูลเกี่ยวกับโรงเรียนของนักเรียนตามคำถามที่กำหนดใหจากนั้นใหนักเรียนนำขอมูลที่ไดเขียน ลงในยอหนา
ทั้ง 4 ยอหนา 2. นักเรียนทำงานเปนรายบุคคล ทำกิจกรรม WRITE ขอ 2 ในหนังสือเรียน Aim High Students’
Book 1 หนา 28 ครูใหนักเรียนดูใบบันทึกยอ A note ในกิจกรรม Read เปนตัวอยางในการเขียนใบบันทึกยอ A
note ของนกั เรียน

ข้ันท่ี 3 กิจกรรมขนั้ สรุป

1. เมื่อนักเรยี นเขียนงานเสร็จเรยี บรอย ใหเปลยี่ นกันตรวจดูผลงาน ถาครูสงั เกตเห็นขอ ผิดพลาด ให เขียนบน
กระดานและใหนกั เรียนในชน้ั ชวยกันตรวจแกไข

2. นกั เรยี นจับคู ตรวจงานเขยี นของแตละคน ดูวา มีขอ มูลทั้งหมดหรอื ไม มีขอผิดพลาดอะไรบาง หลังจากการ
ตรวจแกไ ขเปน คูแลว ใหน ักเรยี นเขยี นโครงรา งครั้งท่สี องและสง ครู

Sample Answer
Welcome to Oxford Secondary School. I hope you enjoy your first week. Lessons starts at

8.30. in the morning, but you have to be in school at 8.20. There are five lessons in the morning,
three before the morning break and two after the break. The morning break is from 10.50 to 11.15.
Lunch in the canteen. There isn’t a shop in our school. Lessons start again at 2 o’clock and finish
at 3.40 . On Mondays and Wednesdays you have to go to the gym before 2 o’clock. On Fridays
there aren’t any lessons in the afternoon.

ช่วั โมงที่ 42

ขั้นท่ี 1 กิจกรรมขนั้ นำเขาสบู ทเรยี น
1. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับเนื้อหาที่เรียนผานมา ครูใหนักเรียนชวยกันบอกวาไดเรียนอะไร

มาแลว\ใหนักเรยี นชวยกันบอก ท้งั นเ้ี พ่อื เช่ือมโยงเนอื้ หาใหน ักเรยี นไดทำแบบฝกหดั ทบทวนในลำดบั ตอไป

ขัน้ ท่ี 2 กจิ กรรมขน้ั ฝก

1. นักเรียนทำกิจกรรม LANGUAGE SKILLS ขอ 1 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 29
นกั เรียนทำงานเปนรายบุคคล เตมิ คำทกี่ ำหนดใหล งในบทสนทนาใหสมบรู ณ จากนนั้ เปรียบเทยี บ คำ ตอบ

2. ครูเปด Audio (Track 1.29) ใหน กั เรยี นฟงและตรวจสอบคำตอบ ครเู พ่ิมเตมิ ในเรอื่ งการออกเสยี ง
หนัก – เบาในคำศัพท favourite prefer computer classroom และใหนักเรียนชวยกันบอกความหมายของ
คำศพั ทค รูอธบิ ายเพ่ิมเติม

3. นักเรียนฝกสนทนากับคูของนักเรียน 1. are 2. have 3. is 4. a 5. there 6. near 7. don’t 8. any 9.
aren’t 10. To

4. นักเรียนทำกิจกรรม LANGUAGE SKILLS ขอ 2 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 29
นักเรียนทำงานเปนรายบุคคล แกไขประโยคที่มีขอมูลผดิ จากในบทสนทนาขอ 1 จากนั้นครูและ นักเรียนรวมกันตรวจ
คำตอบ
1. F (There are about eight hundred students.)
2. T
3. F (They have to wear black skirts/white blouses.)
4. T
5. F (There isn’t a swimming pool.)
6. F (They don’t have to study French.)
7. T
8. F (There aren’t any computers in her classroom.)

5. นักเรียนทำกิจกรรม LANGUAGE SKILLS ขอ 3 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 29
นักเรยี นเติมคำถามใหสมบรู ณ จากน้ันครูและนักเรยี นรวมกนั ตรวจคำตอบ
1. What time do you have to get up?
2. Is there a swimming pool at your school?
3. Do you have to wear a uniform to school?

6. นักเรียนทำกิจกรรม LANGUAGE SKILLS ขอ 4 ในหนังสือเรยี น Aim High Students’ Book 1 หนา 29 นักเรียน
เขียนประโยคบอกเลา เปนประโยคปฏเิ สธ จากนัน้ ครูและนักเรยี นรว มกันตรวจคำตอบ
1. There aren’t any Chinese boys in my class.
2. We don’t have to go to school seven days a week.
3. There isn’t a TV in my bedroom.
4. My brother doesn’t have to do homework every evening.
5. There aren’t any students in the hall.

ข้ันท่ี 3 กิจกรรมขั้นสรุป
1. ครูและนกั เรยี นรวมกันสรุปเนอ้ื หาทีไ่ ดเ รยี นในหนว ยการเรียนรทู ี่ 3 School life

ช่วั โมงท่ี 43-44

ขัน้ ท่ี 1 กิจกรรมขั้นนำเขาสบู ทเรยี น
1. ครสู นทนากบั นกั เรียนเก่ียวกบั คำศัพทท่ีเรยี นผา นมา โดยครตู รวจสอบในเรอ่ื งความหมายของ คำ ศพั ท
จากการใหค ำจำกดั ความและใหน ักเรียนบอกคำศพั ทน้ัน ๆ เชน - It is the place where students can borrow
books . (Library) - It means very big. A synonym is huge. (enormous)

ข้นั ท่ี 2 กจิ กรรมขั้นฝก

1. นักเรยี นทำกจิ กรรม Dictionary Corner ขอ 1 Exploring vocabulary: education ในหนงั สอื เรียน
Aim High Students’ Book 1 หนา 29 นกั เรยี นคนหาคำศัพทb oarding school ในพจนานุกรม

2. ครูใหนกั เรียนดหู วั ขอคำและหาขอ มูลดานลา งน้ี
- boarding school ไมมีสญั ลกั ษณส ีฟาซงึ่ ชี้ใหเห็นวา ไมมอี ยใู น Oxford 3000
- boarding school เปนคำนาม - สญั ลักษณ[ C] แสดงวาเปน คำนามนบั ได
- คำจำกดั ความในพจนานกุ รมตรงกบั คำจำกัดความในขอ ที่ 1 ใน Exercise

3. นกั เรยี นทำงานเปนรายบุคคลในขอ ถดั ไป
1. boarding school 2. head 3. field 4. term 5. public school

4. นักเรียนทำกิจกรรม Dictionary Corner ขอ 2 Making nouns from verbs ในหนังสือเรียน Aim High
Students’ Book 1 หนา 29 นักเรียนคนหาคำกริยา invite นักเรียนจะเห็นคำนาม invitation กอนที่ จะเห็นหัวขอ
คำกริยา

5. นักเรียนอานคำจำกัดความแรกของคำกริยาและคำนามและดูประโยคตัวอยาง จากนั้นนักเรียน คนหา
คำศัพทอ นื่ ๆ และคน หารปู แบบคำนาม คำนามอาจจะเหน็ กอ นหรือหลงั คำกรยิ า ข้นึ อยูก บั การสะกดคำ

1. invitation 2. preparation 3. discussion 4. payment 5. revision 6. argument

7. Collection

6. นักเรียนทำกิจกรรม Dictionary Corner ขอ 3 Synonyms: big or small? ในหนังสือเรียน Aim High
Students’ Book 1 หนา 29 นักเรียนคนหาคำศัพทenormous ดูที่หัวขอพจนานุกรมและหาขอมูล ขางลางน้ี –
สญั ลักษณ AW แสดงใหเห็นวา มีอยใู น Academic World List - Enormous เปน คำคณุ ศัพท

-คำวิเศษณปรากฏอยูในรายการที่เปนหัวขอเดียวกันกับคำคุณศัพท เชน enormously เปนคำวิเศษณของ
enormous - คำจำกดั ความของ enormous คอื บางสง่ิ บางอยางที่ใหญ

7. นักเรียนทำงานรายบุคคลในขอถัดไป ครูเพิ่มเติมการออกเสียงคำหนัก - เบา ในคำศัพทที่เรียนผาน มา
พรอมทั้งใหนักเรียนชวยกันบอกความหมายของคำศัพทครูอธิบายเพิ่มเติม Education boarding school public
school invitation preparation discussion payment revision argument collection colossal enormous
massive minute tiny big: enormous, huge, massive, colossal small: little, minute, tiny

ขั้นท่ี 3 กิจกรรมข้นั สรุป
1. นักเรยี นทำกิจกรรม Follow-up Self Check, Workbook pages 26 - 27, Test Unit 3, Teacher’s

Book pages 126 - 127

9.หลกั ฐานการเรียนรู (ภาระงาน/ชิน้ งาน)
1)เขียนประโยคโดยใชเคร่ืองหมายวรรคตอนไดถ กู ตอง
2) เขยี นใบบันทึกยอ Anote
3) พูดอภิปลายเกีย่ วกับเร่ืองท่ีอา น
4) แบบฝกหดั
5)จดั หมวดหมูคำศัพทท่ีมคี วามหมายเหมอื นกัน
6)เขยี นรูปคำนามจากคำกริยา

10.สือ่ การเรยี นรู / แหลงเรียนรู

10.1สอื่ การเรียนรู

1)หนงั สือเรียนAimHighStudents’Book1

2)หนังสือ Aim High Workbook with online Practice 1

3) Audio
4) PPT
10.2 แหลง เรียนรู

1) พจนานุกรมภาษาอังกฤษ

11. การวัดและประเมินผล

ลำดบั รายการทวี่ ดั และประเมนิ ผล วิธกี าร เครื่องมอื เกณฑ
- การสังเกต
1 อา นออกเสยี งคำศัพทและบอก - การอานออกเสียง - การสังเกต อานคำศัพทไ ดถ ูกตอง
ความหมายของคำศพั ท - การสอบถาม แบบฝกหดั รอยละ 80
ตอบคำถามไดตองตอง
2 เขียนประโยคโดยใชเ คร่อื งหมายวรรค แบบฝก หดั แบบฝก หดั รอ ยละ80
ตอนไดถูกตอง ตอบคำถามไดถ ูกตอง
แบบฝก หดั รอ ยละ80
3 เขยี นใบบันทึกยอAnote การเขียนประโยค ผา นเกณฑ
แบบฝก หัด รอ ยละ80
4 เตมิ บทสนทนาใหสมบูรณโดยใชคำท่ี การทำผังความคิด ผานเกณฑ
การสงั เกต รอ ยละ80
กำหนดให ผา นเกณฑ
การสังเกต รอยละ 80
5 เตมิ บทประโยคคำถามใหส มบรู ณตาม การทำแบบฝกหัด ทำแบบฝก หัดถูกตอง
รอยละ 80
โครงสรางภาษา

6 เขียนแกไขประโยคใหถ กู ตองตาม การสอบถาม

โครงสรา งทางภาษา

8 พูดสรุปเก่ียวกับเรอ่ื งทอ่ี าน การนำเสนอ

ลงชอ่ื .............................................ผูจดั ทำ
(นางสาวธชกรเทพสงั ข )
ตำแหนง ครูชำนาญการ

บันทกึ หลังการใชแ ผนการจัดการเรยี นรู
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................

ลงช่ือ .......................................................
(นางสาวธชกรเทพสงั ข)
ตำแหนง ครูชำนาญการ

วนั ที่............เดือน................................. พ.ศ...............

ความคิดเห็นของหัวหนากลุม สาระการเรียนรู ความคดิ เห็นของรองผูอ ำนวยการกลมุ บรหิ ารงานวิชาการ

........................................................................... ...........................................................................
........................................................................ .........................................................................
.......................................................................... ..........................................................................
.......................................................................... ..........................................................................

ลงชื่อ.......................................... ลงชื่อ..........................................
(นางอรศรี สุราราช) (วา ทร่ี อยเอกคณุ าวุฒิ ศรสี วุ รรณ)

หัวหนากลมุ สาระการเรยี นรภู าษาตางประเทศ(ภาษาอังกฤษ) รองผูอำนวยการกลุม บรหิ ารงานวิชาการ
โรงเรียนเบญจมราชทู ศิ

แผนการจัดการเรียนรู

รายวิชาอ21101ภาษาองั กฤษ กลมุ สาระการเรียนรู ภาษาตา งประเทศ(ภาษาองั กฤษ)
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท่ี 1
หนว ยการเรยี นรูท่ี 4 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2564
แผนการจดั การเรยี นรูท ี่ 12
ครผู ูส อนนางสาวธชกรเทพสังข เร่อื ง Celebrate! เวลาเรยี น12ชั่วโมง

เรอ่ื งMaking NounsfromVerbs เวลาเรยี น4ชว่ั โมง

1.มาตรฐานการเรียนรู /ตวั ชว้ี ัด/ผลการเรียนรู (รายวชิ าพน้ื ฐานมีมาตรฐานการเรยี นรูแ ละตวั ชี้วัดรายวชิ าเพิ่มเติมมีผลการ
เรียนรู)
1.1 มาตรฐานการเรยี นรู
สาระท่ี 1 ภาษาเพื่อการส่ือสาร
มาตรฐาน ต1.1 เขาใจและตคี วามเร่อื งทฟ่ี ง และอานจากสอ่ื ประเภทตาง ๆ และแสดงความคิดเหน็ อยา งมเี หตผุ ล

มาตรฐาน ต1.2 มีทักษะการสอ่ื สารทางภาษาในการแลกเปล่ยี นขอมูลขา วสารแสดงความรสู กึ และความคดิ เหน็ อยางมี
ประสทิ ธิภาพ

มาตรฐาน ต1.3 นำเสนอขอมลู ขา วสารความคดิ รวบยอดและความคดิ เห็นในเรื่องตาง ๆโดยการพดู และการ
เขยี น

1.2 ตวั ช้วี ัด/ผลการเรยี นรู
ต 1.1 ม.1/2 อา นออกเสยี งขอความ นทิ าน และบทรอ ยกรอง (poem) สนั้ ๆ ถูกตองตาม หลักการอา น
ต1.1 ม.1/4 ระบุหัวขอเรื่อง (topic)ใจความสำคัญ (main idea) และตอบคำถามจากการฟงและอาน
บทสนทนานทิ าน และเรอ่ื งสั้น
ต1.2 ม.1/1สนทนา แลกเปลยี่ นขอ มลู เกยี่ วกบั ตนเอง กิจกรรม และสถานการณตา ง ๆ ในชีวติ ประจำวนั
ต 1.3 ม.1/1พดู และเขยี นบรรยายเกยี่ วกับตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณแ ละสง่ิ แวดลอ มใกลตวั

2.จดุ ประสงคการเรยี นรู
2.1ดา นความรู ความเขาใจ(Knowledge)

1) อา นออกเสียงคำศพั ทและบอกความหมายของคำศัพทไ ดถูกตอ ง
2) สนทนาแลกเปลย่ี นเร่ืองท่อี าน
3) จับใจความสำคัญเรื่องที่อานได

4) จบั คคู ำและคำจำกัดความไดถูกตองตามกำหนด
5) เตมิ คำในชอ งวา งใหถ กู ตอ งและเหมาะสมกับบริบท
6)เตมิ คำศัพทท่หี ายไปไดถ กู ตอง

2.2ดานทกั ษะกระบวนการ (Processes/Skills)
1) พดู สรุปเกย่ี วกบั เนื้อหาทอ่ี าน
2) พดู เสนอคำศัพทท ี่มใี นบทอาน
3) วเิ คราะหหนาท่ขี องคำศัพทไดถูกตอง

2.3ดานคุณลักษณะเจตคติ คา นิยม(Attitudes)
1)มวี นิ ัยใฝเ รยี นรู และมงุ มนั่ ในการทำงาน

3.สาระสำคญั / ความคดิ รวบยอด
การอา นออกเสียงคำศัพทว ลีการอา นบทอานและการสนทนาแลกเปลีย่ นขอมลู เกีย่ วกับการเฉลมิ ฉลอง และ

งานเลี้ยง ชวยในการนำภาษาไปใชในชวี ติ ประจำวนั และเปนพนื้ ฐานในการสือ่ สารในระดบั สูงตอไป
การอา นออกเสยี งคำศพั ทวลแี ละการสนทนาแลกเปล่ยี นขอ มลู ตลอดจนการเขียนบรรยายเกีย่ วกับ การจัด

งานเลย้ี ง ซึง่ เปน พ้นื ฐานสำคัญทีจ่ ะนำไปสกู ารสอ่ื สารในระดบั ที่สูงข้นึ

4.สาระการเรยี นรู
4.1 สาระการเรยี นรูแกนกลาง/สาระการเรยี นรูเพม่ิ เตมิ (กรณีเปนรายวิชาเพิม่ เติม)
Pronunciation:
- ฝกการออกเสยี ง Final Sounds /ze/: organize
- ฝก การออกเสยี งคำหนัก - เบา: 'organize, ex'travagant, 'memorable, 'castle, 'outdoors, 'forest,

'mountain, 'celebratere'member, guests, bookabroad, 'island, tent, fast
- ฝกการออกเสียง Final Sounds /f/: forest fast flight
- ฝกการออกเสียง Final Sounds /b/: book bold brother busy

Vocabulary:

- organize, extravagant, memorable, castle, outdoors, forest, mountain, celebrate,
remember, guests, book, abroad, island, tent, fast

- organize, extravagant, memorable, castle, outdoors, forest, mountain, celebrate,
remember, guests, book, abroad, island, tent, fast, diving, flight, hot-air, balloon, nature, special,
occasion, underwater, wedding, well known

- Abroad, book, castle, celebrate, extravagant, fast, forest, guests, island, memorable,
mountain, organize, outdoors, remember, tent

- Expressions with get: get married, get tired, get ready, get dressed, get well soon, get

together

Grammatical Structure:

- Present continuous

- Adjectives describing events

- Parts of speech: verbs adjectives nouns adverbs

Language Function:

- Reading and listening about organizing a celebration

- Talking about celebration

Culture:

- การจัดงานเลย้ี งของชาวตะวันตก

- การรบั ประทานอาหารในภัตตาคาร จำเปนตอ งจองทีน่ ั่งลวงหนา

4.2สาระการเรียนรูทอ งถ่นิ (ถามี)

-

5.สมรรถนะสำคัญของผเู รียน(เฉพาะทเ่ี กิดในแผนการจัดการเรยี นรนู )้ี

5.1ความสามารถในการสือ่ สาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแกปญหา

5.4ความสามารถในการใชทกั ษะชีวติ 5.5ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี

6.คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค (เฉพาะที่เกิดในแผนการจดั การเรียนรนู ี้)

6.1 คณุ ลกั ษณะอนั พึ่งประสงคต ามหลักสตู รแกนกลาง(เฉพาะทเี่ กดิ ในแผนการจดั การเรยี นรนู )ี้

1) รกั ชาตศิ าสน กษัตริย 2) ซื่อสตั ยสจุ รติ 3) มวี ินยั 4) ใฝเ รยี นรู

5)อยูอ ยา งพอเพยี ง 6) มงุ ม่ันในการทำงาน 7) รกั ความเปน ไทย 8) มจี ติ สาธารณะ

6.2 คณุ ลักษณะตามหลักสตู รมาตรฐานสากล(เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรนู ้ี)
1) มีความรูพ้นื ฐานในยุคดจิ ิทัลวทิ ยาศาสตร เศรษฐศาสตร เทคโนโลยี รภู าษาพหวุ ัฒนธรรมตระหนักสำนึก

ระดบั โลก
2) สามารถคิดประดิษฐอยางสรางสรรค ปรับตัวใฝร ู ใฝเ รยี นวิเคราะห สงั เคราะห สรุปสรา งองคค วามรู
3) มที ักษะส่ือสารอยา งมีประสิทธิภาพ
4) มีความสามารถในการใชทกั ษะชีวติ

5) มีความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี

7. ทกั ษะของผูเรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C)
7.1 ทักษะการอา น (Reading)

7.2 ทกั ษะการ เขียน (Writing)
7.3 ทกั ษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
7.4 ทกั ษะดานการคดิ อยางมวี ิจารณญาณและทักษะในการแกป ญหา (Critical thinking and problem solving)

7.5 ทักษะดานการสรางสรรคแ ละนวัตกรรม (Creativity and innovation)
7.6ทกั ษะดา นความรว มมือการทางานเปนทมี และภาวะผนู ำ (Collaboration, teamwork and leadership)
7.7 ทักษะดานความเขา ใจตา งวฒั นธรรมตางกระบวนทศั น (Cross-cultural understanding)
7.8 ทักษะดา นการสือ่ สารสารสนเทศและรเู ทาทันสือ่ (Communication information and media literacy)
7.9 ทักษะดานคอมพิวเตอรและเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สาร (Computing)
7.10 ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรียนรู (Career and learning self-reliance, change)
7.11ความมีคณุ ธรรมมีเมตตามรี ะเบยี บวินยั (Compassion)
8.กิจกรรมการเรียนรู (เขียนละเอยี ดและชดั เจนกวา ในหนวยการเรียนร)ู
วิธสี อน(จำนวนข้ันแลว แตว าเปนวธิ ีการสอนแบบใดและโปรดระบวุ าใชวิธกี ารสอนแบบใด)

DiscoveryMethod การจดั การเรียนรูแบบคน พบ

ช่วั โมงที่ 45

ข้นั ที่ 1 กิจกรรมขั้นนำเขา สูบ ทเรยี น
1. ครูนำเขา สบู ทเรียนโดยการซักถามเก่ียวกบั งานเล้ียงและการแตง กาย เพือ่ เช่อื มโยงเขา สูเร่อื งท่ีจะเรยี น
โดยใชคำถามดังนี้ - Do you like a party?

- Which party do you like most?
- When do you have a party?
- What do you do at the party?
- What do you wear to the party?
.
ขั้นที่ 2 กจิ กรรมขน้ั ฝก
กิจกรรมกอ นการอา น(Pre-reading)
1. นกั เรียนศกึ ษาหัวขอ หนวยการเรียนรคู รสู อบถามนักเรียนเกยี่ วกบั ชื่อหัวขอ

- What do you celebrate? [ birthdays, weddings, passing exams, festivals, religious holidays]

2. นักเรียนอานหัวขอการอาน Time to celebrate! ใน หนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา
30 ครูสอบถามนกั เรยี นวา จะจดั เตรยี มอะไรในงานเล้ยี งบาง เชน food, presents, invitations, decorations โดยใช
คำถาม เชน

- What do you prepare for a party?

- Do you prepare food? - What kind of food do you prepare?

3. นักเรียนอาน Speaking tip ใน หนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 30 ดูตัวอยาง และฝก
พูดตามวลี I think….. I don’t think ….. Perhaps……I’m sure…… Maybe….. ครูอธบิ ายเพ่มิ เตมิ วา เราจะใชสำนวน
น้ีเมอ่ื เราแสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกบั ส่งิ ท่ีเราเห็นจากรปู ภาพ

4. นักเรียนจับคู ดูรูปภาพของผูหญิง ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 31 จากนั้นตอบ
คำ ถามและอภิปรายคำถามในชน้ั เรยี น ครกู ระตนุ ใหน กั เรยี นใชว ลจี าก Speaking tip ครูเพม่ิ เตมิ การออกเสียง Final
Sounds /ze/: organize นกั เรียนฝก การออกเสียง ครสู งั เกตและคอยใหความชว ยเหลือ

1. นกั เรียนอาน Reading tip ใน หนงั สอื เรยี น Aim High Students’ Book 1 หนา 30 ครู ตรวจสอบความเขา ใจโดย
การสอบถามนักเรียน ดังน้ี - What can you use to help you find information in an interview? [the
interviewer’s questions] 2. นกั เรยี นทำกิจกรรม READ ขอ 1 ในหนงั สือเรยี น Aim High Students’ Book 1 หนา
30 นกั เรยี น อานบทอานอยางรวดเร็วและคน หาคำตอบ จากนนั้ ครแู ละนกั เรียนรว มกันตรวจคำตอบ

กจิ กรรมระหวางการอาน(While-reading)
1. นกั เรยี นอาน Reading tip ใน หนงั สอื เรยี น Aim High Students’ Book 1 หนา 30 ครู ตรวจสอบความ

เขา ใจโดยการสอบถามนกั เรยี น ดงั นี้ - What can you use to help you find information in an interview?
[the interviewer’s questions]

2. นักเรียนทำกจิ กรรม READ ขอ 1 ในหนงั สือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 30 นกั เรยี น อา น
บทอา นอยางรวดเร็วและคน หาคำตอบ จากนน้ั ครแู ละนกั เรยี นรวมกันตรวจคำตอบ

1. She’s a party planner. She organizes parties. 2. Yes, she does. She loves it.

3. นกั เรียนทำกจิ กรรม READ ขอ 2 ในหนงั สือเรยี น Aim High Students’ Book 1 หนา 30 ครูเปด Audio
(Track 1.34) ในขณะท่นี ักเรยี นอานบทอานรอบทส่ี องและทำแบบฝก หดั ในช้ันเรียนทนี่ กั เรยี นเรียน ออ น ใหน ักเรยี น
ขีดเสน ใตบรรทดั ท่เี กยี่ วของในบทอาน จากนน้ั ครูและนกั เรียนรวมกันตรวจคำตอบ

1. b (These days people don’t have much time, so I do it for them.)

2. c (Oh, all sorts of parties.)

3. c (I’m planning a party for a very well known person.)

4. b (Sorry! I can’t tell you!) 5. c (…there are always problems. But it’s never boring!)

4. เมื่ออานเนื้อเรื่องจบแลว แบงนักเรียนออกเปนกลุมยอย ๆ กลุมละ 5 - 6 คน จากนั้นครูฝก กระบวนการ
คิดและสรุปความจากเนื้อเรื่องที่อาน โดยครูเขียนคำถามขางลางนี้บนกระดาน - And how do you help? [3] -
What kinds of parties do you organize? [2] - What do you do in your job, Meg? [1] - Do you enjoy
your job? [5] - What are you doing at the moment? [4] ครูใหนักเรียนปดหนังสือ ใหทำงานเปนคู เขียน
หมายเลขเรียงตามลำดับในบทสัมภาษณใหนักเรียน ตรวจสอบลำดับใน Reading หนา 30 ครูเขียนหมายเลขคำถาม
บนกระดานตามลำดับที่ถูกตองใหนักเรียนจับคู แสดงบทบาทสมมุตินักเรียน A เปน Jennyและนักเรียน B เปน Meg
จากนั้นครแู ละนักเรยี นรว มกันสรุปเน้ือ เรอ่ื งจากการอา น

ข้นั ที่ 3 กิจกรรมขน้ั สรปุ
กิจกรรมหลังการอาน(Post -reading)

1. ครูใหนักเรยี นทบทวนการอา นอีกคร้งั หน่งึ และตอบคำถาม UNDERSTANDING IDEAS ในหนงั สือ เรยี น
Aim High Students’ Book 1 หนา 31 2. นกั เรยี นและครูตรวจสอบคำตอบในช้นั เรียน ครสู อบถามเพอ่ื ตรวจสอบ
ความถูกตอง
SAMPLE Answer

1. It rains, the people can’t find the venue, the food isn’t cooked properly, there’s a power
cut, the equipment doesn’t work, the venue is too small or too big, it’s too hot or too cold, etc

2. It’s expensive because you have to rent a venue, buy food and drinks, pay some people
to help you, pay for entertainment, etc.

3. Meg is organizing a Caribbean beach party for a well known person. She has to send the
invitations, rent the tent, buy the food and drinks, contract the bar staff, cooks and cleaning staff,
organize the music and she probably has to fly to the Caribbean herself.

ช่วั โมงท่ี 46

ขน้ั ท่ี 1 กิจกรรมข้ันนำเขาสูบ ทเรยี น
1. ครูทบทวนเนื้อหาที่ไดอานจากบทอาน Party Planner ในชั่วโมงที่แลวโดยครูใชคำถาม ดังน้ี -

What does Meg do? - What kinds of parties does Meg organize?

ขนั้ ที่ 2 กจิ กรรมขัน้ ฝก

1. ครใู หนกั เรียนทำกจิ กรรม VOCABULARY ขอ 1 ในหนังสอื เรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 31
นักเรียนจับคูคำศัพทที่เนนสีขอความในบทอาน Party Planner กับคำจำกัดความที่ใหไวในแตละขอ ครูใช กิจกรรม
เพื่อกระตุนใหนักเรียนหาคำจำกัดความไดถูกตอง โดยครูเขียน blah บนกระดานและอธิบายวาเปน คำที่ไมมี
ความหมาย ครูบอกนักเรียนวานักเรียนจะใชค ำวา blah แทนที่คำที่มีอยูในประโยคและนักเรียนตอง เดาคำที่มอี ยู ครู
ใหต วั อยา งเพ่ือทจี่ ะตรวจสอบความเขาใจ จากนั้นอา นออกเสยี งประโยคขางลา งนี้

- I can’t blah your name [ blah = remember]
- Crete is a blah. [ an island] - My dad works very blah. [hard]
- It’s raining, so we can’t play blah. [outdoors]
- There’s a beautiful view from the top of the blah. [mountain]

- I often go blah on holiday. [abroad]

- I always blah a table before I go to a restaurant. [book]

- We sleep in a blah when we go camping. [tent]

- There are 200 blahs at this party. [guests]

- My mum drives very blah. [fast]

- It’s easy to get lost in a blah. [forest]

นักเรียนจับคูชวยกนั ทำแบบฝกหัด จากน้นั ครูและนกั เรยี นรวมกันตรวจสอบคำตอบ ครเู พิม่ เติมการ ออกเสยี ง
คำหนัก – เบาในคำศัพทแ ละใหน กั เรียนฝกอานออกเสยี งคำศพั ทพ รอม ๆ กัน

1. abroad 2. guests 3. outdoors 4. castle 5. mountain 6. celebrate 7. memorable 8.
remember 9. forest 10. extravagant 11. organize 12. fast 13. tent 14. island 15. Book

2. ครใู หขอมูลเพ่มิ เตมิ เก่ยี วกบั คำศพั ทจากบทอา นและใหน ักเรียนจดลงในสมุดบันทกึ ใน Vocabulary
Notebook

ขั้นที่ 3 กจิ กรรมขั้นสรปุ
1. นักเรียนแตล ะคนในช้ันเรยี นพูดนำเสนอความหมายของคำศัพทในบทอานและอา นประโยคท่ีมี

คำศัพทเหลานน้ั อยู

2. นักเรียนทำกิจกรรม VOCABULARY ขอ 2 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 31 อาน
ออกเสยี งวลีและตรวจสอบความหมายของคำ

- The day you get married [wedding]

- The noun form of fly [flight]

- Plants and animals [nature]

- Swimming under the sea [diving]

- Below the surface of the sea [underwater]

- Famous [well known]

- A way of travelling through the sky in a basket [hot-air balloon]

- An important day [special occasion]

3. ครใู หน ักเรยี นทำงานคู เลือกงานเล้ยี งมา 1 งานและทำรายการสิง่ ของทนี่ ักเรยี นจะตองทำในงาน นักเรียน
อา นออกเสยี งรายการของนักเรียน เพือ่ ที่จะใหเ พ่อื นคนอน่ื ๆ ทายวา งานฉลองใดทนี่ ักเรยี นเลือกทำ

4. ครใู หน กั เรยี นทำการบานใน Workbook page 28

ชั่วโมงที่ 47

ขั้นท่ี 1 กจิ กรรมขนั้ นำเขาสบู ทเรียน
1. ครใู หน กั เรียนดคู ำศพั ทท่กี ำหนดใหแ ละทบทวนความหมายของคำศพั ทเหลา น้ัน โดยการสอบถาม นกั เรยี น
2-3 คำถาม เชน
- What do you call the people at a party? [guests]
- What do you do before going to a popular restaurant? [you book a table]
- How do you describe something worth remembering? [memorable]

ขนั้ ท่ี 2 กจิ กรรมขน้ั ฝก
1. ครูใหนักเรียนทำกิจกรรม ACTIVATE ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 32 เติม
ประโยคใหส มบรู ณโดยใชคำศัพทท่ีกำหนดใหค รเู พิม่ เตมิ การออกเสียง Final Sounds /f/: forest fast flight นกั เรียน
ฝกอา นออกเสยี ง ครสู ังเกตและคอยใหคำชีแ้ นะ จากนัน้ ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั ตรวจคำตอบ

1. forest 2. island 3. castle 4. book 5. remember 6. celebrate 7. extravagant, memorable 8.
fast 9. abroad 10. organize 11. outdoors 12. tent 13. guests 14. mountain

2. นักเรียนทำกิจกรรม EXTEND: Adjectives describing events ในหนังสือเรียน Aim High Students’
Book 1 หนา 32 ครูใหนักเรียนปดหนังสือ ระดมพลังสมองเกี่ยวกับคำคุณศัพทที่ใชในการบรรยาย เหตุการณและ
เขียนบนกระดาน

3. นักเรียนอา นประโยคตวั อยางและทำประโยคถัดไปทงั้ ชน้ั เรียน จากนน้ั ใหนกั เรยี นทำตอเปน รายบุคคล
1. unusual 2. Crowded 3. Incredible 4. Terrible 5. quiet 6. Amazing 7. Boring 8. Fascinating

ข้นั ที่ 3 กจิ กรรมขั้นสรปุ
1. นักเรียนและครรู ว มกันสรปุ เนื้อหาท่ีไดเ รียนในช่วั โมง โดยครใู หนกั เรยี นชวยกนั อานคำศพั ทแ ละ บอก

ความหมายของคำศพั ทท ไี่ ดเรยี น

2. ครแู ละนกั เรียนรวมกนั สรปุ คำคณุ ศพั ทเพ่ิมเตมิ โดยครูวาดตารางบนกระดานสำหรับคำคณุ ศพั ท ดานบวก
และลบ ใหนักเรียนจบั คู คนหาคำคุณศพั ทแ ละดูวาเปน คำคณุ ศพั ทดานบวกหรอื ลบ จากนน้ั เขียนลง ในตารางให
เหมาะสม เปรยี บเทียบกับเพอื่ นในชัน้ ดงั ตัวอยา ง

ชวั่ โมงท่ี 48

ขน้ั ท่ี 1 กิจกรรมขัน้ นำเขา สูบทเรียน
1. ครูสอบถามนกั เรียนเกยี่ วกบั เร่ืองหนาทีข่ องคำ Parts of speech ใหน ักเรียนชวยกนั บอกวา มีกี่ ชนดิ
อะไรบา ง ท้ังน้ีเพอ่ื เชือ่ มโยงไปสูแบบฝกหดั ทจี่ ะทำตอ ไป

ขั้นท่ี 2 กจิ กรรมขัน้ ฝก

1. ใหนักเรียนฝกวิเคราะห Parts of speech โดยการเลนเกม ครูทำบัตร Part of speech โดยมี noun
verb adjective adverb มาติดไวหนากระดาน จากนั้นแบงนักเรียนออกเปนทีม ทีมละ 6-8 คน ครู พูดคำศัพทเชน
hard นักเรียนคนที่อยูคนแรกของทีมที่ตั้งแถวเรียงไวแลว จะถือใบตัวอยา งคำมาตีที่หนาที่ของ ค า ใครเร็วและถูกตอง
จะเปน ผชู นะ

2. นักเรียนทำกิจกรรม Parts of speech ขอ 2 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 32
นกั เรียนคนหาคำศพั ทใ นบทอา นหนา 30 ในหนงั สือเรียน Aim High Students’ Book 1และเขยี น
คำศพั ทลงในชอ งหนาทขี่ องคำ (Parts of speech) ใหถูกตอง จากน้นั ครูและนักเรยี นรว มกนั ตรวจคำตอบ

verbs: remember, book adjectives: extravagant, memorable nouns: guest, island adverbs: fast,
hard

3. นักเรียนทำกิจกรรม Parts of speech ขอ 3 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 32
นักเรียนคนหาคำศัพทbook ในพจนานุกรมของนักเรียน ใหนักเรียนเขียนตัวอยางหนาที่ของคำศัพท book โดยท่ี
ตัวอยางในขอ 1 ทำหนาที่เปนคำกริยา (verb) และตัวอยางในขอ 2 ทำหนาที่เปนคำนาม (noun) จากนั้นครูและ
นักเรียนรวมกันตรวจคำตอบ ครูเพิ่มเติมการออกเสียง Final Sounds /b/: book bold brother busy นักเรียนฝก
อานออกเสียง ครสู ังเกตและคอยใหค ำช้ีแนะ

4. ครูอธิบายวามีคำศัพทหลายคำที่เหมือนกับ book ที่สามารถเปนไดทั้งคำนามและคำกริยาและมี
ความหมายทแ่ี ตกตางกัน

5. นักเรียนอานประโยคและตัดสินวาคำใดทำหนาที่เปนคำนาม (noun) คำใดทำหนาที่เปนคำกริยา (verb)
จากนนั้ ครูและนักเรียนรว มกันตรวจคำตอบ

1. verb 2. noun 3. noun 4. verb 5. noun 6. verb 7. verb 8. Noun

6. นักเรยี นทำกิจกรรม Expressions with get ขอ 4 ในหนังสือเรยี น Aim High Students’ Book 1 หนา
32 ครูใหนกั เรยี นดูรปู ภาพและบอกใหน ักเรยี นปด ประโยคไวครถู ามคำถามเก่ียวกับสิ่งท่ีจะเกดิ ข้ึนในแต ละภาพ

7. นกั เรียนตรวจความหมายของสำนวนในพจนานกุ รมของนกั เรยี นและจับคูประโยคกบั รูปภาพ จากน้นั ครู
และนักเรยี นรว มกันตรวจคำตอบ

1. e 2. C 3. A 4. B 5. F 6. d

ขัน้ ที่ 3 กิจกรรมขน้ั สรปุ

1. ครูสอบถามนักเรยี นเกี่ยวกับเรือ่ ง Parts of speech ใหนกั เรียนยกตวั อยา งคำศพั ททท่ี ำหนาที่เปน
คำนามและคำกริยา 2. ครใู หน กั เรียนสรุปคำศัพทท ่ใี ชget พรอ มท้ังบอกความหมาย

9.หลกั ฐานการเรยี นรู (ภาระงาน/ช้นิ งาน)
1) พดู สรปุ เก่ียวกับเรอื่ งที่อา น
2) พดู นำเสนอคำศพั ททมี่ ใี นบทอาน
3) เตมิ คำคณุ ศัพทท ี่ขาดหายไปไดถกู ตอ ง
4) แบบฝก หดั
5)จดั หมวดหมูค ำศัพทที่มีความหมายดานบวกและดานลบ
6) จบั คปู ระโยคและรูปภาพ
7) วเิ คราะหหนาท่ขี องคำศัพท

10.ส่อื การเรยี นรู / แหลงเรียนรู
10.1สอ่ื การเรยี นรู
1)หนังสอื เรียนAimHighStudents’Book1
2)หนงั สือAimHighWorkbookwithonlinePractice1
3) Audio
4) PPT

10.2 แหลงเรียนรู
1) พจนานุกรมภาษาอังกฤษ

11. การวัดและประเมินผล

ลำดบั รายการท่ีวดั และประเมินผล วธิ กี าร เครื่องมือ เกณฑ
- การสังเกต
1 อา นออกเสียงคำศพั ทแ ละบอก - การอานออกเสียง -การสงั เกต อา นคำศพั ทไ ดถูกตอง
ความหมายของคำศัพท - การสอบถาม แบบฝกหดั รอยละ 80
แบบฝก หัด ตอบคำถามไดต องตอง
2 สนทนาแลกเปลยี่ นเรยี นรูเกย่ี วกับเร่อื ง แบบฝก หัด แบบฝก หัด รอ ยละ80
ทีอ่ า น แบบฝก หดั ตอบคำถามไดถ ูกตอง
การสงั เกต รอยละ 80
3 จบั ใจความสำคญั ของเร่ืองทีอ่ า น การเขียนประโยค การสังเกต ผา นเกณฑ
รอ ยละ80
4 พดู เก่ียวกับเน้ือเรื่องท่อี าน การทำผังความคิด แบบฝกหัด ผานเกณฑ
แบบฝกหัด รอ ยละ80
5 จับคคู ำศพั แ ละคำจำกัดความได การทำแบบฝกหัด แบบฝกหัด ผา นเกณฑ
สัมพันธก ัน รอ ยละ80
ทำแบบฝก หัดถกู ตอ ง
6 พูดนำเสนอความหมายของคำศัพททีม่ ี การสอบถาม รอยละ 80
ในบทอา น
ผา นเกณฑ
8 เตมิ คำศัพทในชองวางใหเหมาะสมกับ การนำเสนอ รอ ยละ80
บริบท จับคูไดถ ูกตอง
รอ ยละ80
9 เติมคำศัพทท ่ีขาดหายไปไดถกู ตอ ง การทำแบบฝก หัด ตอบคำถามไดถกู ตอ ง
รอยละ 80
10 จดั หมวดหมคู ำศัพทดา นบวกและ การทำแบบฝกหัด
ดา นลบ การทำแบบฝกหัด

11 วิเคราะหห นาท่ีของคำศพั ท

ลงช่ือ..............................................ผจู ดั ทำ
(นางสาวธชกรเทพสังข )
ตำแหนงครชู ำนาญการ

บันทกึ หลังการใชแ ผนการจดั การเรยี นรู
......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................

ลงชื่อ .......................................................
(นางสาวธชกร เทพสังข)
ตำแหนง ครชู ำนาญการ

วันท่.ี ...........เดอื น................................. พ.ศ...............

ความคดิ เหน็ ของหัวหนา กลมุ สาระการเรยี นรู ความคดิ เห็นของรองผูอำนวยการกลุมบริหารงานวิชาการ

........................................................................... ...........................................................................
....................................................................... ..........................................................................
.......................................................................... ..........................................................................
......................................................................... ..........................................................................

ลงชื่อ.......................................... ลงชื่อ..........................................
(นางอรศรี สุราราช) (วาทรี่ อยเอกคณุ าวุฒิ ศรีสุวรรณ)

หัวหนากลมุ สาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ(ภาษาอังกฤษ) รองผูอำนวยการกลมุ บริหารงานวิชาการ
โรงเรียนเบญจมราชทู ิศ

แผนการจดั การเรยี นรู

รายวิชาอ21101ภาษาองั กฤษ กลุมสาระการเรยี นรู ภาษาตางประเทศ(ภาษาองั กฤษ)
ช้นั มัธยมศึกษาปท ่ี 1
หนวยการเรียนรูท่ี 4 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 25634
แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ 13
ครูผสู อนนางสาวธชกรเทพสงั ข เร่ือง Celebrate! เวลาเรยี น12ชัว่ โมง

เรื่อง Can/Can’t เวลาเรยี น4ชว่ั โมง

1.มาตรฐานการเรยี นรู /ตัวชว้ี ัด/ผลการเรียนรู (รายวิชาพืน้ ฐานมีมาตรฐานการเรยี นรูและตัวชี้วดั รายวชิ าเพิ่มเตมิ มีผลการ
เรียนรู)
1.1 มาตรฐานการเรยี นรู
สาระท่ี 1 ภาษาเพื่อการสอ่ื สาร
มาตรฐาน ต1.1 เขาใจและตคี วามเร่ืองท่ฟี ง และอา นจากสอ่ื ประเภทตาง ๆ และแสดงความคิดเห็นอยางมเี หตุผล

มาตรฐาน ต1.2 มที กั ษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปล่ียนขอ มูลขา วสารแสดงความรสู ึกและความคิดเหน็ อยางมี
ประสทิ ธภิ าพ

มาตรฐาน ต1.3 นำเสนอขอ มลู ขาวสารความคดิ รวบยอดและความคดิ เห็นในเรอ่ื งตาง ๆโดยการพูดและการ
เขยี น

1.2 ตัวชีว้ ัด/ผลการเรียนรู
ต 1.1 ม.1/2 อานออกเสยี งขอความ นิทาน และบทรอ ยกรอง (poem) สนั้ ๆ ถูกตอ งตาม หลักการอาน
ต 1.1 ม.1/4 ระบุหัวขอเรื่อง (topic) ใจความสำคัญ (main idea) และตอบคำถามจากการฟงและอาน
บทสนทนานทิ าน และเรือ่ งสัน้
ต1.2 ม.1/1 สนทนา แลกเปล่ยี นขอ มูลเกีย่ วกบั ตนเอง กจิ กรรม และสถานการณต าง ๆ ในชวี ิตประจำวัน
ต 1.3 ม.1/1 พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณแ ละสิ่งแวดลอมใกลต วั
ต1.3ม.1/3 พดู /เขียนแสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกับกจิ กรรมหรือเร่ืองตา งๆ ใกลต วั พรอ มทง้ั ใหเ หตผุ ลสน้ั ๆประกอบ

2.จุดประสงคก ารเรียนรู
2.1ดานความรู ความเขา ใจ(Knowledge)

1) อานออกเสียงคำศพั ทแ ละบอกความหมายของคำศัพทไดถกู ตอง
2) เขียนประโยคโครงสรางPresentSimpleContinuousTenseไดถกู ตอ ง
3) จบั คูคศัพทเครือ่ งแตงกายไดถกู ตอง
4) สนทนาพูดคุยเรือ่ งเคร่ืองแตง กาย

5) ฟงบทสนทนาและระบุการแตงกายของบคุ คลที่ฟงได
6)เตมิ ขอมูลในตารางใหส มบรู ณโ ดยการใช Can/Can’t
7) บอกหลักการในการเขียนคำวิเศษณได
8) อานบัตรเชิญในโอกาสตางๆและตอบคำถามได
2.2ดานทักษะกระบวนการ (Processes/Skills)
1) เขียนบรรยายเครื่องแตงหายของบคุ คลได
2) สนทนาตอบคำถามเก่ียวกับการตา งกายสถานการณตางๆได
3) เขียนรายงานสง่ิ ทตี่ นเองทำไดและทำไมไ ด
4)บอกขอ มูลบัตรเชญิ ในแตล ะประเภทได
2.3ดานคุณลกั ษณะเจตคติ คา นิยม(Attitudes)
1)มวี ินัยใฝเรียนรู และมงุ มนั่ ในการทำงาน

3.สาระสำคัญ/ ความคดิ รวบยอด
การอา นออกเสยี งคำศพั ทวลีการอานบทอานและการสนทนาแลกเปล่ยี นขอมูลเกี่ยวกบั การเฉลมิ ฉลอง และ

งานเลยี้ ง ชวยในการน าภาษาไปใชใ นชวี ิตประจำวนั และเปน พน้ื ฐานในการสื่อสารในระดบั สูงตอไป

4.สาระการเรยี นรู
4.1 สาระการเรียนรูแ กนกลาง/สาระการเรียนรูเพิม่ เติม(กรณเี ปนรายวิชาเพิม่ เตมิ )
Pronunciation:
- ฝกการออกเสยี งคำศัพท: chatting, sitting, living, watching, leaving
- ฝก การออกเสยี งคำศพั ท/sh/: shirt shoes shorts
- ฝก การออกเสียงคำศพั ท/j/: jeans
- ฝก การออกเสยี งคำศัพท: quickly fluently easily slowly
- ฝก การออกเสยี งคำศพั ท: football match, graduation party, picnic, dinner, volleyball, match,

ice, skating, barbecue, film
Vocabulary:

- carry, chat, drink, eat, laugh, play, sit, smile, stand, walk, wear
- Clothes: blouse, boots, cap, cardigan, dress, headscarf, jacket, jeans, jumper, shirt, shoes,
shorts, skirt, socks, sweat, shirt, T-shirt, tie, top, tracksuit, bottoms, trainers, trousers
- football, match, graduation, party, picnic, dinner, volleyball, match, ice, skating, barbecue,
film
- type quickly, speak Japanese fluently, remember names easily, run fast do maths easily,
read quickly, eat chocolate slowly

Grammatical Structure:

- Present continuous

- can and adverbs

Language Function

- Describing clothes

- Reading an invitation

- talking about the ability

Culture:

- Talking about actions that are happening now

-การแตง กาย

- มารยาทในการไปรว มงานตามบัตรเชิญ

4.2สาระการเรียนรูทอ งถ่ิน(ถา ม)ี

-

5.สมรรถนะสำคัญของผเู รียน(เฉพาะท่ีเกดิ ในแผนการจัดการเรยี นรูนี้)

5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคดิ 5.3 ความสามารถในการแกป ญ หา

5.4ความสามารถในการใชทกั ษะชีวิต 5.5ความสามารถในการใชเทคโนโลยี

6.คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค (เฉพาะท่ีเกดิ ในแผนการจดั การเรียนรนู )้ี

6.1 คณุ ลักษณะอันพ่ึงประสงคต ามหลักสตู รแกนกลาง(เฉพาะทีเ่ กดิ ในแผนการจดั การเรียนรนู )ี้

1) รักชาตศิ าสน กษัตริย 2) ซื่อสตั ยสุจรติ 3) มีวนิ ัย 4) ใฝเ รยี นรู

5)อยูอยา งพอเพยี ง 6) มงุ มน่ั ในการทำงาน 7) รกั ความเปนไทย 8) มีจติ สาธารณะ

6.2 คณุ ลักษณะตามหลกั สูตรมาตรฐานสากล(เฉพาะทเ่ี กดิ ในแผนการจัดการเรียนรนู )้ี
1) มีความรูพน้ื ฐานในยคุ ดจิ ทิ ัลวทิ ยาศาสตร เศรษฐศาสตร เทคโนโลยี รภู าษาพหุวัฒนธรรมตระหนักสำนกึ

ระดบั โลก
2) สามารถคิดประดิษฐอ ยา งสรางสรรค ปรบั ตัวใฝรู ใฝเรยี นวิเคราะห สังเคราะห สรุปสรางองคความรู
3) มีทกั ษะส่ือสารอยางมีประสทิ ธิภาพ
4) มีความสามารถในการใชท ักษะชีวติ
5) มีความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี

7. ทักษะของผเู รียนในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)(เฉพาะทเ่ี กิดในแผนการจัดการเรยี นรนู )ี้
7.1 ทกั ษะการอา น (Reading)
7.2 ทักษะการ เขยี น (Writing)

7.3 ทกั ษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
7.4 ทักษะดานการคดิ อยา งมีวิจารณญาณและทกั ษะในการแกปญหา (Critical thinking and problem solving)
7.5 ทักษะดานการสรา งสรรคแ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation)

7.6ทกั ษะดานความรวมมือการทางานเปนทมี และภาวะผนู ำ (Collaboration, teamwork and leadership)
7.7 ทักษะดานความเขาใจตางวฒั นธรรมตา งกระบวนทัศน (Cross-cultural understanding)
7.8 ทักษะดานการสือ่ สารสารสนเทศและรเู ทา ทันส่อื (Communication information and media literacy)
7.9 ทกั ษะดา นคอมพิวเตอรและเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สาร (Computing)
7.10 ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรียนรู (Career and learning self-reliance, change)
7.11ความมีคณุ ธรรมมเี มตตามีระเบียบวินัย(Compassion)

8.กิจกรรมการเรยี นรู (เขียนละเอียดและชดั เจนกวาในหนวยการเรียนรู)
วิธีสอน(จำนวนขนั้ แลวแตว า เปนวธิ ีการสอนแบบใดและโปรดระบุวา ใชวธิ ีการสอนแบบใด)

DiscoveryMethod การจัดการเรียนรูแบบคนพบ

ชั่วโมงที่ 49

ขน้ั ท่ี 1 กิจกรรมขนั้ นำเขาสบู ทเรียน
1. ครถู ามนักเรียน What are you doing? ครูพยายามกระตุน ใหไ ดค ำตอบจากนักเรียนใหไ ดม าก ทีส่ ุดเทาที่
จะมากได
- [We’re studying English, we’re sitting on chairs, we’re listening to the teacher, etc.]

ขัน้ ที่ 2 กจิ กรรมขนั้ ฝก

1. นักเรียนทำกิจกรรม EXPLORE ขอ 1 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 33 ครู เปด
Audio(Track 1.35) ใหนักเรียนฟงบทสนทนาระหวาง Jane และ Sueครูสอบถามนักเรียน Where’s Jane and
Where’s Sue? [Sue’s at a party ; Jane’s at home.]

2. ครูเขียนประโยคบนกระดาน Jane is sitting in the living room on the board. ครูอธิบายวา sitting
เปน รูปแบบคำกริยา present continuous ของคำวา sit

3. ครูเปด Audio (Track 1.35) อีกรอบเพื่อใหนักเรียนฟงและคนหาตัวอยางประโยค present continuous
ในบทสนทนา ครูเพิ่มเติมการอานออกเสียงคำศัพทเหลาน้ีchatting sitting living watching leaving นักเรียนฝก
อา นออกเสียง ครูสงั เกตและคอยใหคำชแ้ี นะ

I’m not having a good time.
I’m sitting in the living room.
She’s chatting.
We’re watching TV.
What are you doing?
I’m leaving the house now.

4. นักเรียนทำกิจกรรม EXPLORE ขอ 2 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 33 ครูให
นักเรียนในช้นั เรียนชวยกนั บอกคำศัพทเพอ่ื ทำประโยคในรูปแบบ Present continuous ใหสมบรู ณ 1. leaving 2. ‘s
3. watching 4. ‘m not having 5. are you

5. นักเรียนทำกิจกรรม EXPLORE ขอ 3 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 33 นักเรียน
อาน Look out! ในชั้นเรียน จากนั้นหาตัวอยางที่เกี่ยวกับหลักการเติม -ing มากกวา 1 ตัวอยางในแต ละกฎจากบท
สนทนา นักเรียนชว ยกันบอกหลกั การในการเติม -ing ในคำกริยา จากน้นั ครูและนักเรียนรว มกัน ตรวจคำตอบ + -ing:
doing, watching e + -ing: having, leaving double consonant + -ing: chatting, sitting

6. นักเรียนทำกิจกรรม EXPLOIT ขอ 1 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 33 นักเรียน
เขียนประโยคปฏเิ สธหรือประโยคบอกเลา โดยใชโครงสราง Present continuous

1. I’m wearing/I’m not wearing a sweatshirt.
2. I’m sitting/I’m not sitting next to my friend.
3. The teacher is/isn’t smiling.
4. We are/aren’t studying maths.
5. The sun is/isn’t shining.
6. I’m wearing/I’m not wearing trainer.
7. My parents are/aren’t working.
8. My friends and I are/aren’t eating.

6. นักเรียนทำกิจกรรม EXPLOIT ขอ 2 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 33 นักเรียนดู
คำกริยาที่กำหนดใหครูตรวจสอบความหมายของคำศัพทเหลานั้นโดยการใหนักเรียนแสดงทาทาง ประกอบและ
พยายามคิดหาคำศัพทเ หลา น้ัน

7. ครูถามนักเรียน Who can you see? แสดงใหนักเรียนเห็นโดยการชี้ไปที่ผูหญิงในภาพและถาม What’s
the woman doing? ครูกระตุนใหนักเรียนตอบคำถาม จากนั้นใหนักเรียนทำงานคูและใหนักเรียน ถามคำถามและ
ตอบคำถามเกี่ยวกับรปู ภาพ

8. นักเรียนทำกจิ กรรม EXPLOIT ขอ 3 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 33 ครู
นำคำบรรยายของบคุ คล 1คนในรปู ภาพมาเขยี นบนกระดาน โดยบรรยายในดา นตา ง ๆ ดังน้ี 1) ดานกายภาพที่ปรากฏ
เชน ความสูง ความเตี้ย ผมสั้น ผมยาว 2) การแตงกาย 3) สิ่งที่บุคคลกำลังกระทำ เชน David has short hair. He’s
wearing a blue t-shirt and shorts. He’s sitting under the tree. 9. นักเรียนเขียนบรรยายเกี่ยวกับบุคคลอื่น ๆ
ในรูปภาพ ครสู ังเกตและคอยใหความชว ยเหลือ

Quick Test: Dictation Instructions: See Quick Test หนา 11

It’s a celebration. Some girls are chatting in the middle of the picture. They look happy
because they’re laughing. Another girl is watching them. She isn’t chatting. She’s standing on her
own. Some boys are sitting at a table. They’re playing a game. They look very serious because
they aren’t smiling.

ข้ันที่ 3 กจิ กรรมขั้นสรปุ

1. ครูใหนักเรยี นพูดประโยคเกย่ี วกับกจิ กรรมที่กำลังกระทำ เพื่อเปนการทบทวนและสรปุ ในเนอื้ หาที่ เรียน
ผา นมา

2. ครูสรุปในเรอ่ื งโครงสรา ง Present continuous อีกรอบ พรอมทง้ั อธบิ ายเพิ่มเติมในขอท่นี กั เรยี น สงสัย

ช่วั โมงที่ 50

ขั้นที่ 1 กิจกรรมขัน้ นำเขา สบู ทเรยี น
1. ครูทบทวนคำศัพทเ กยี่ วกบั เสอื้ ผา เครือ่ งแตงกาย โดยใหนักเรยี นแบงกลมุ ครใู หน กั เรยี นดูรูปภาพ

เกี่ยวกับเสื้อผา เครื่องแตงกายและชวยกันบอกคำศัพทที่นักเรียนรูจัก กลุมไหนไดคำศัพทมากที่สุด กลุมนั้นเปนฝาย
ชนะ

ข้ันที่ 2 กจิ กรรมข้นั ฝก
1. นกั เรยี นทำกิจกรรม VOCABULARY ขอ 1 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 34
นกั เรียนจับคคู ำศพั ทเ คร่อื งแตงกายกบั รูปภาพ
2. นักเรยี นทำกจิ กรรม VOCABULARY ขอ 2 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 34 ครู
เปด Audio (Track 1.36) ใหน ักเรียนฟงและตรวจสอบคำตอบ
3. ครูเปด Audio (Track 1.36) อีกรอบใหน กั เรยี นไดฟ งซำ้ ในแตละคำ นกั เรยี นอา นออกเสียงตาม และครู
เพิ่มเตมิ ในเรื่องการออกเสียง /sh/: shirt shoes shorts blouse, boots, cap, cardigan, dress, headscarf,
jacket, jeans, jumper, shoes, skirt sweatshirt, T-shirt, trainers, trousers Not illustrated: shirt, shorts,
socks, tie, top, tracksuit bottoms
4. นักเรียนทำกิจกรรม VOCABULARYขอ3 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 34
นักเรียนอานตัวอยางประโยค จับคูเสื้อผาในรูปภาพและระบายสีและทำประโยคถัดไปทั้งชั้น จากนั้น ให นักเรียน
ทำงานเปนรายบุคคล Tom’s T-shirt is white and his jeans are blue. Laila’s cardigan is brown, her dress
is pink and her headscarf is purple. Anna’s jumper is purple and her skirt is blue. Bill’s shoes are
black, his trousers are green and his T-shirt is grey. Sally’s boots are black, her skirt is orange and her
blouse is red. Paul’s sweatshirt is yellow, his trousers are brown, his cap is blue and his trainers are
white.
5. นักเรียนทำกิจกรรม VOCABULARYขอ4 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 34
นักเรียนดูคำที่กำหนดใหและครูถามนกั เรียน 2 - 3 ค าถามเกี่ยวกับบุคคลในภาพวาสวมใสอะไร เชน - Who’s got a
cap? - What colour is a T-shirt? จากนั้น นักเรียนแตละคนเขียนคำถาม อยางนอย 5 คำถาม Who’s got a ….?
What colour is …..?
6. นักเรียนทำกิจกรรม VOCABULARY ขอ 5 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 34
นักเรียนจับคู นักเรยี น

A ปดหนังสอื นักเรียน
B ถามคำถามและใหนักเรียน A ตอบคำถาม จากนั้น สับเปลี่ยนกันถามตอบ A: Who’s got a pink dress?
B: Laila
7. นักเรียนทำกิจกรรม VOCABULARY ขอ 6 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 34
นกั เรยี นดูประโยคตัวอยาง ใหนักเรยี นเขียนประโยคคลายกนั ในการบรรยาย Tom
8. นักเรียนเขียนบรรยายบุคคล 3 คน จากรูปภาพในขอ 1 - Sally is tall. She has got black hair and a
red blouse.

ข้ันที่ 3 กิจกรรมขนั้ สรุป

1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปคำศัพทเกี่ยวกับเครื่องแตงกายและการบรรยายการแตงกายของบุคคล โดยครู
สุมใหน กั เรียนบอกการแตง กายของบุคคลในภาพท่คี รจู ดั เตรยี มไวเ ชน 256 Aim High 1 Teacher’s Book

- She is thin. She has got blue eyes and a pink dress.

- He is tall. He has got black hair and a green jacket.

ชัว่ โมงที่ 51

ขน้ั ที่ 1 กิจกรรมขั้นนำเขา สบู ทเรียน
1. ครูและนักเรยี นสนทนาเกย่ี วกบั การแตงกายในโอกาสตาง ๆ ครกู ำหนดสถานการณ ใหนักเรียน ชว ยกนั
บอกวาควรจะแตง กายแบบไหนจึงจะเหมาะสม เชน We are going to the birthday party, what should we
wear? We are going to the sea, what should we wear?

ข้นั ท่ี 2 กิจกรรมขน้ั ฝก
1. นักเรียนทำกิจกรรม LISTEN ขอ 1 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 34 ครู เปด
Audio (Track 1.37) ให นกั เรยี นฟง วัยรุน 4 คนในภาพ คยุ กันเกีย่ วกับเสื้อผาของพวกเขา ใหน กั เรียนฟง และเลือก 2
ใน 4 คน ท่ีตอ งใสช ุดเคร่อื งแบบไปโรงเรียน David and Fiona
2. นักเรียนทำกิจกรรม LISTEN ขอ 2 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 34 ครู เปด
Audio (Track 1.37) อีกรอบ เพื่อใหนักเรียนไดเติมประโยคดวยคำศัพทเสื้อผาที่ถูกตอง ใหสมบูรณ 1. trousers,
jumper 2. skirt, dress 3. T-shirt, jeans 4. top, jacket
3. นักเรียนทำกิจกรรม SPEAK ขอ 1 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 34 โดย นักเรียน
จับคูถามและตอบ - What do you usually wear to school? - What do you usually wear when you go
out with friends? - What do you usually wear around the house?
4. นักเรียนทำกิจกรรม SPEAK ขอ 2ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 34 นักเรียน
อภิปรายเก่ยี วกับเส้อื ผาท่จี ะใสใ นวันหยุดตาง ๆ เปรยี บเทยี บกับเพือ่ นในชน้ั นกั เรยี นจินตนาการวาจะไปเท่ียว วันหยุด
นกั เรียนจะใสเสอ้ื ผาอะไรไป โดยมสี ถานการณท กี่ ำหนดให ดงั นี้

1. A trip across the desert. 2. A beach holiday. 3. A trip to the mountains.
ข้นั ท่ี 3 กิจกรรมขัน้ สรปุ
1. ครใู หน ักเรียนออกมานำเสนอการแตง กายในสถานการณต าง ๆ ท่ีกำหนดให
2. ครแู ละนักเรยี นรวมกันสรปุ เกีย่ วกบั คำศพั ทและการบรรยายการแตง กายอกี ครั้ง ครอู ธิบายเพ่ิมเติม ในขอ

ท่ีนกั เรยี นสงสยั

ชั่วโมงที่ 52

ขั้นท่ี 1 กิจกรรมขั้นนำเขาสูบ ทเรียน
1. ครูหารูปภาพคำกริยา เชน ride a bike, play tennis, ski, dance จากนนั้ แสดงภาพใหนกั เรยี น

ดู และใหน กั เรยี นชว ยกนั บอกคำศัพทเหลานน้ั 2. ครหู ยบิ ภาพมา 1 ภาพ ชไี้ ปทภี่ าพและพูดวา I can/I can’t (ski)
ถามนักเรียน 2 - 3คน Can you (ski)? เพื่อใหน ักเรียนตอบ: Yes หรอื No จากนนั้ กถ็ ามคำกริยาตัวอื่นตอไปครูเขียน
can = ability บน กระดาน

ข้ันที่ 2 กจิ กรรมข้ันฝก

1. ครใู หนักเรียนทำกจิ กรรม EXPLORE ขอ 1 ในหนังสือเรยี น Aim High Students’ Book 1 หนา
35 ครูอานบทอานพรอมกบั นกั เรียน จากนน้ั ครใู หนกั เรยี นหาประโยคทีม่ ี can

She can do lots of things…
She can’t do in real life…
She can do martial arts…
What else can she do?
She can ice-skate really well… ]
She can rollerblade.

2. นักเรียนทำกิจกรรม EXPLORE ขอ 2 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 35
นกั เรียนอา นตารางและเตมิ คำในตารางใหส มบรู ณ โดยใชc an ครชู ใ้ี หเ หน็ วาเราจะใชcan กับคำ กรยิ า verb without
to 1. can’t 2. can

3. นกั เรียนทำกิจกรรม EXPLORE ขอ
4. ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 35 ครูและนักเรียนอาน Learn this! และ
ชวยกันบอกคำคุณศัพทที่ไมเปลี่ยนรูปเพิ่มเติม นักเรียนชวยกันบอก หลักการในการเปลี่ยนรูปคำวิเศษณ high, low,
hard ครูอธิบายเพิ่มเติมในเรื่องการวาง adverbs of manner หลังคำกริยา He drives slowly. She can sing
beautifully.

5. นักเรยี นทำกจิ กรรม Follow-up Grammar Reference page 100

6. นักเรียนทำกิจกรรม EXPLOIT ขอ 1 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 35
เติมคำในประโยคใหสมบูรณโดยใชcan และ can’t และคำกริยาที่กำหนดใหนักเรียนอานประโยคตัวอยาง และทำ
ประโยคถัดไปทงั้ ชนั้ เรยี น จากนัน้ ใหนกั เรยี นทำเปน รายบคุ คล ตรวจคำตอบ

1. can ride, can’t drive 2. can’t type 3. can play, can do 4. can’t speak 5. can count 6. can’t
swim 7. can’t talk

7. นักเรียนทำกิจกรรม EXPLOIT ขอ 2 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 35
เติมประโยคใหสมบูรณ โดยใชคำadverb จากใน Learn this! นักเรียนอานประโยคตัวอยางและทำประโยค ถัดไปท้ัง
ชนั้ เรียน นักเรยี นทำงานรายบคุ คลในขอ ถดั ไป ครูเพิม่ เติมการอานออกเสยี งคำศัพท quickly fluently easily slowly
Teaching Tip: Using the infinitive form นกั เรียนบางคนมกั ใช infinitive with to หลงั จาก

can ใหใช extra word ถานักเรียนทำ และใหนักเรียนเขียนประโยคใหมใหถูกตอง คูมือครู วิชาภาษาอังกฤษ 265 1.
slowly 2. carefully 3. early 4. late 5. well 6. asily

8. นักเรียนทำกิจกรรม EXPLOIT ขอ 3 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 35 นักเรียนดู
ตาราง นกั เรยี นอา นและทำเคร่ืองหมาย/ในสง่ิ ทนี่ กั เรยี นสามารถทำได

9. นักเรียนทำกิจกรรม EXPLOIT ขอ 4 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 35 นักเรียนดู
ตวั อยา งประโยคคำถามและคำตอบ จากน้ันจบั คูฝกตง้ั คำถามทำตามตวั อยางและตอบคำถาม - Can you play chess
well? Yes, I can./No, I can’t. นักเรียนชวยกันตั้งคำถามจากวลีที่เหลือ - type quickly speak Japanese
fluently remember names easily run fast do maths easily - read quickly eat chocolate slowly

10. นักเรียนทำกิจกรรม EXPLOIT ขอ 5 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 35 นักเรียน
ทำงานเปนคู นักเรียน B ปดหนังสือ นักเรียน A สอบถาม นักเรียน B และทำเครื่องหมาย/สิ่งท่ี นักเรียนสามารถทำ
จากนน้ั สับเปล่ยี นบทบาทกนั นกั เรียนเปรียบเทยี บตารางของนกั เรียน จากน้นั ครแู ละ นักเรียนรวมกันตรวจคำตอบ

ขั้นท่ี 3 กิจกรรมข้นั สรุป
1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปการใช can เพื่อบอกความสามารถและใช adverbs เพื่อขยาย ความสามารถ
ในการทำส่งิ น้ัน ๆ จากนั้นครูเขียนประโยคทีก่ ำหนดบนกระดานและใหนกั เรียนเขียนประโยค can และคำวิเศษณเพ่ือ
เปน การตรวจสอบสรปุ ความเขา ใจในเรื่อง การใชcan และ adverb - My sister/jump/high [ My sister can jump
high.] - Ben/not ride a bike/slow [ Ben can’t ride a bike slowly.] - You/swim/well? [Can you swim
well?] - We/not type/fast [We can’t type fast.] - Those children/run/fast? [Can those children run
fast?] - They/speak French/fluent [ They speak French fluently.] - You/write/beautiful [You write
beautifully.] - Your friends/study/hard? [Do your friends study hard?]

9.หลักฐานการเรยี นรู (ภาระงาน/ชิน้ งาน)

1) เขียนประโยคโดยใชโครงสรางPresentContinuousTense
2) เขยี นบรรยายการกระทำของบุคคลในแตละภาพ
3) จบั คภู าพกบั เครื่องแตงกาย
4) สนทนาเกี่ยวกบั เครื่องแตงกายของบุคคล
5)เขียนบรรยายเกี่ยวกับเครอ่ื งแตงกายของบุคคล
6) ฟง บทสนทนาและระบุการแตงกายของบคุ คลที่ฟง
7) สนทนาถาม-ตอบเกี่ยวกับเคร่ืองแตงกายตามสถานการณต างๆ
8) เตมิ ขอมูลในตารางใหส มบรู ณโ ดยใช Can/Can’t
9) บอกหลักในการเขียนคำวิเศษณ
10) เขยี นคำวิเศษณไดเ หมาะสมกบั บริบท
11) เขยี นรายงานส่งิ ทต่ี วั เองสามารถทำได/ทำไมได

10.สื่อการเรียนรู / แหลง เรยี นรู
10.1สอ่ื การเรียนรู
1)หนังสือเรยี นAimHighStudents’Book1
2)หนงั สอื AimHighWorkbookwithonlinePractice1
3) Audio
4) PPT
5)ตัวอยางการดเชญิ ในโอกาสตา งๆ

10.2 แหลง เรยี นรู
1) พจนานุกรมภาษาอังกฤษ

11. การวดั และประเมินผล

ลำดับ รายการทวี่ ัดและประเมินผล วิธีการ เครอ่ื งมือ เกณฑ
-การสงั เกต
1 อานออกเสยี งคำศัพทแ ละบอก -การอานออกเสยี ง -การสงั เกต อานคำศพั ทไดถูกตอ ง
แบบฝก หัด รอยละ 80
ความหมายของคำศัพท - การสอบถาม ตอบคำถามไดต อ งตอง
แบบฝก หัด รอ ยละ80
2 เขียนประโยคโดยใชโครงสรางPresent แบบฝกหดั ตอบคำถามไดถกู ตอง
แบบฝกหัด รอ ยละ80
Continuous Tense ผา นเกณฑ
แบบฝกหดั รอ ยละ80
3 บอกหลกั การการเติม–ingทา ย การเขียนประโยค ผา นเกณฑ
การสังเกต รอยละ 80
คำกรยิ า ผานเกณฑ
การสงั เกต รอยละ 80
4 จับคูคำศพั ทเก่ียวกบั การแตงกายของ การทำผังความคิด ทำแบบฝกหัดถูกตอง
แบบฝก หดั รอ ยละ80
บคุ คล ทำแบบฝก หัดถกู ตอ ง
แบบฝกหดั รอยละ 80
5 สนทนาเก่ียวกบั การแตงกายของบุคคล การทำแบบฝก หัด จบั คูไดถ กู ตอง
แบบฝก หดั รอยละ 80
6 เขียนบรรยายเก่ียวกบั การแตงกายของ การสอบถาม ตอบคำถามไดถกู ตอ ง
บุคคล แบบฝกหัด รอยละ 80
ตอบคำถามไดถ กู ตอ ง
8 ฟง บทสนทนาและระบุการแตง กายของ การนำเสนอ แบบฝกหดั รอ ยละ80
บคุ คล ตอบคำถามไดถกู ตอ ง
รอ ยละ80
9 สนทนาถาม-ตอบเก่ยี วกับเคร่ืองแตง การทำแบบฝก หัด
กายตามสถานการณตา งๆ

10 เตมิ ขอมลู ในตารางใหสมบูรณโดยใช การทำแบบฝกหัด
Can/Can’t

11 บอกหลักการในการเขียนคำวิเศษณ การทำแบบฝก หัด

12 เขยี นคำวเิ ศษณไดถ กู ตอ งเหมาะสม การทำแบบฝก หัด
กับบรบิ ท

13 เขยี นรายงานเกยี่ วกบั สิง่ ทีต่ ัวเองทำได/ การทำแบบฝก หัด
ทำไมไ ด

ลงชื่อ.............................................ผูจ ัดทำ
(นางสาวธชกรเทพสังข )
ตำแหนง ครูชำนาญการ

บนั ทึกหลังการใชแ ผนการจดั การเรยี นรู
.....................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................

ลงชอื่ .......................................................
(นางสาวธชกรเทพสงั ข)
ตำแหนง ครชู ำนาญการ

วันที่............เดอื น................................. พ.ศ...............

ความคดิ เห็นของหวั หนา กลมุ สาระการเรยี นรู ความคิดเหน็ ของรองผอู ำนวยการกลมุ บรหิ ารงานวิชาการ

........................................................................... ..........................................................................
....................................................................... ..........................................................................
.......................................................................... ..........................................................................
.......................................................................... ..........................................................................

ลงช่ือ.......................................... ลงชื่อ..........................................
(นางอรศรี สรุ าราช) (วาทรี่ อยเอกคณุ าวุฒิ ศรสี วุ รรณ)

หวั หนา กลมุ สาระการเรียนรูภาษาตา งประเทศ(ภาษาอังกฤษ) รองผูอำนวยการกลมุ บริหารงานวิชาการ
โรงเรียนเบญจมราชทู ศิ

แผนการจัดการเรียนรู

รายวชิ าอ21101ภาษาอังกฤษ กลุมสาระการเรยี นรู ภาษาตางประเทศ(ภาษาองั กฤษ)
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท่ี 1
หนวยการเรียนรูท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1 ปก ารศกึ ษา2564
แผนการจัดการเรียนรทู ี่ 14
ครูผูสอน นางสาวธชกร เทพสังข เรอ่ื ง Celebrate! เวลาเรียน12ชว่ั โมง

เร่อื ง Invitation เวลาเรยี น4ชว่ั โมง

1.มาตรฐานการเรียนรู /ตวั ชว้ี ดั /ผลการเรียนรู (รายวิชาพน้ื ฐานมีมาตรฐานการเรยี นรแู ละตวั ชีว้ ดั รายวชิ าเพิ่มเตมิ มีผลการ
เรียนรู)
1.1 มาตรฐานการเรียนรู
สาระท่ี 1 ภาษาเพอื่ การส่ือสาร
มาตรฐาน ต1.1 เขาใจและตคี วามเรอ่ื งท่ฟี ง และอา นจากสอ่ื ประเภทตา ง ๆ และแสดงความคิดเห็นอยา งมีเหตผุ ล

มาตรฐาน ต1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลีย่ นขอมูลขา วสารแสดงความรสู ึกและความคดิ เห็นอยางมี
ประสิทธภิ าพ

มาตรฐาน ต1.3 นำเสนอขอ มลู ขา วสารความคดิ รวบยอดและความคดิ เหน็ ในเรือ่ งตาง ๆโดยการพูดและการ
เขยี น

1.2 ตวั ชีว้ ดั /ผลการเรยี นรู
ต 1.1 ม.1/2 อานออกเสยี งขอ ความ นทิ าน และบทรอ ยกรอง (poem) ส้นั ๆ ถูกตอ งตาม หลกั การอาน
ต 1.1 ม.1/4 ระบุหัวขอเรื่อง (topic) ใจความสำคัญ (main idea) และตอบคำถามจากการฟงและอาน
บทสนทนานิทาน และเรอ่ื งสั้น
ต1.2 ม.1/1 สนทนา แลกเปลี่ยนขอมลู เกยี่ วกบั ตนเอง กิจกรรม และสถานการณต า ง ๆ ในชีวติ ประจำวัน
ต 1.3 ม.1/1 พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณและสงิ่ แวดลอมใกลต ัว
ต1.3 ม.1/3 พูด/เขยี นแสดงความคิดเห็นเก่ยี วกับกิจกรรมหรือเรอ่ื งตางๆ ใกลตวั พรอ มทัง้ ใหเ หตผุ ลส้ันๆประกอบ

2.จุดประสงคก ารเรยี นรู
2.1ดา นความรู ความเขาใจ(Knowledge)

1) อธบิ ายองคประกอบของการดเชิญ
2) ระบปุ ระเภทของบัตรเชญิ ในโอกาสตางๆ

3) จับคูคำศพั ทกบั คำจำกดั ความ
4) เขยี นคำศัพทท ่มี คี ำความหมายตรงกนั ขา มโดยใช Prefixes
5) เลือกคำวิเศษณไดเหมาะสมกับบรบิ ท
6) เลือกใชส ำนวนไดถ ูกตองกับบรบิ ท

2.2ดา นทกั ษะกระบวนการ (Processes/Skills)
1) วเิ คราะหขอ ผดิ พรากในการเขียนบตั รเชญิ ได
2) เขียนบตั รเชิญในโอกาสตางๆได
3) เลือกใชค ำคุณศพั ทใ หเ หมาะสมกบั บริบท
4) เลอื กใชสำนวนไดถ ูกตองกับบริบท
5) พูดสรปุ เน้ือหาท่เี รยี นมาได
6) เขยี นนำเสนอขอ มูลเกย่ี วกับโรงเรียน

2.3ดานคณุ ลกั ษณะเจตคติ คา นิยม(Attitudes)
1)มวี ินยั ใฝเรียนรู และมงุ มนั่ ในการทำงาน

3.สาระสำคัญ/ ความคิดรวบยอด
ความรูในเรื่องขอมูลในการเขียนบัตรเชิญในโอกาสตาง ๆ ชวยในการนำภาษาไปใชในชวี ิตประจำวัน และเปน

พ้นื ฐานในการสือ่ สารในระดบั สูงตอ ไป
การสนทนาแลกเปลี่ยนขอมูล การเขียนบรรยายเกี่ยวกับการจัดงานเลี้ยง ชวยในการนำภาษาไปใช ใน

ชวี ติ ประจำวนั สามารถใชภ าษาไดถกู ตองตามกาลเทศะและสถานการณข องสงั คม
การใชคำสำนวน การแสดงกาลเวลาในประโยคภาษาอังกฤษเปนพื้นฐานสำคัญในการใช ภาษาอังกฤษได

อยางถูกตอง อนั จะนำไปสกู ารส่ือสารทสี่ มบูรณ
การอานออกเสียงคำศัพทวลีและการสนทนาแลกเปลี่ยนขอมลู เกี่ยวกับ โรงเรียน วิชาเรียน ระบบ การศึกษา

ชวยในการน าภาษาไปใชใ นชีวิตประจำวนั และเปนพื้นฐานในการสอ่ื สารในระดับสงู ตอไป

4.สาระการเรยี นรู
4.1 สาระการเรียนรแู กนกลาง/สาระการเรยี นรูเพ่ิมเติม(กรณเี ปนรายวชิ าเพม่ิ เตมิ )

Pronunciation:
- การออกเสียงคำศัพท/ br/: bride bridegroom
- การอานออกเสียงคำหนกั - เบา คำศพั ทชอ่ื วชิ า: 'music 'physic 'chemistry 'physical edu'cation
infor'mation and communi'cations tech'nology ge'ography art and de'sign 'history
- การออกเสยี งคำหนัก - เบา: 'Nursery, 'Primary, 'Secondary, 'College, Com'pulsory
Vocabulary:

- The event

- Vocabulary: weddings bride bridegroom honeymoon reception - Prefixes: opposite: dis-
im- un- in- ir- - Useful idioms: make iton the dot cost a fortunetake it easyhave butterflies

-school subjects, clothes
- Education: Nursery, Primary, Secondary, College, Compulsory - School subjects: English,
maths, science, design and technology, information and communication, technology, history,
geography, a foreign language, art and design, music, citizenship, and P.E.

Grammatical Structure:
- Present continuous
- Present continuous - Adverbs
- Present continuous
- there is/there are
- have to
- can/ can’t – adverbs
- Present simple

Language Function
- Writing an invitation

- Talking about vocabulary and ability

- Talking about school subjects, clothes and ability

-Talking about an education
Culture:
- การเขยี นบตั รเชิญแขกในโอกาสตา ง ๆ เปนการใหเกยี รตกิ บั แขกในการเชญิ มารว มงาน
-ระบบการศกึ ษาในตา งประเทศ

4.2สาระการเรยี นรูทอ งถิน่ (ถา มี)

-

5.สมรรถนะสำคญั ของผูเ รยี น(เฉพาะทีเ่ กิดในแผนการจัดการเรียนรนู )้ี

5.1ความสามารถในการสือ่ สาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแกปญ หา

5.4ความสามารถในการใชท ักษะชีวติ 5.5ความสามารถในการใชเทคโนโลยี

6.คุณลักษณะอันพงึ ประสงค (เฉพาะทีเ่ กิดในแผนการจดั การเรียนรนู ี้)

6.1 คุณลักษณะอนั พงึ่ ประสงคต ามหลักสตู รแกนกลาง(เฉพาะท่ีเกิดในแผนการจัดการเรยี นรูน )ี้

1) รกั ชาตศิ าสน กษตั ริย 2) ซ่ือสัตยส ุจรติ 3) มีวนิ ยั 4) ใฝเรียนรู

5)อยูอยา งพอเพยี ง 6) มุง ม่นั ในการทำงาน 7) รักความเปนไทย 8) มีจิตสาธารณะ

6.2 คุณลักษณะตามหลักสตู รมาตรฐานสากล(เฉพาะท่ีเกดิ ในแผนการจัดการเรียนรูนี้)
1) มคี วามรพู ้นื ฐานในยุคดจิ ทิ ัลวทิ ยาศาสตร เศรษฐศาสตร เทคโนโลยี รูภาษาพหุวัฒนธรรมตระหนักสำนกึ

ระดบั โลก
2) สามารถคิดประดิษฐอ ยางสรางสรรค ปรบั ตัวใฝร ู ใฝเ รยี นวเิ คราะห สังเคราะห สรุปสรา งองคค วามรู
3) มที กั ษะส่ือสารอยางมีประสิทธิภาพ
4) มคี วามสามารถในการใชทักษะชีวติ
5) มคี วามสามารถในการใชเทคโนโลยี

7. ทักษะของผูเรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C)(เฉพาะที่เกิดในแผนการจดั การเรียนรนู ้ี)
7.1 ทักษะการอาน (Reading)
7.2 ทกั ษะการ เขียน (Writing)
7.3 ทกั ษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
7.4 ทักษะดานการคิดอยา งมวี จิ ารณญาณและทักษะในการแกป ญหา (Critical thinking and problem solving)
7.5 ทกั ษะดา นการสรา งสรรคแ ละนวัตกรรม (Creativity and innovation)
7.6ทกั ษะดานความรวมมือการทางานเปน ทีมและภาวะผูนำ (Collaboration, teamwork and leadership)
7.7 ทักษะดานความเขาใจตา งวฒั นธรรมตา งกระบวนทศั น (Cross-cultural understanding)
7.8 ทักษะดานการสอื่ สารสารสนเทศและรเู ทา ทันสอื่ (Communication information and media literacy)
7.9 ทกั ษะดา นคอมพวิ เตอรและเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (Computing)
7.10 ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรียนรู (Career and learning self-reliance, change)
7.11ความมคี ุณธรรมมเี มตตามรี ะเบียบวินยั (Compassion)

8.กิจกรรมการเรียนรู (เขยี นละเอียดและชดั เจนกวาในหนวยการเรียนรู)
วิธสี อน(จำนวนขน้ั แลว แตว า เปนวธิ กี ารสอนแบบใดและโปรดระบุวา ใชวิธีการสอนแบบใด)

DiscoveryMethod การจดั การเรียนรูแบบคนพบ

ชว่ั โมงท่ี 53

ขนั้ ท่ี 1 กิจกรรมข้นั นำเขา สบู ทเรยี น
1. ครทู บทวนในเรื่องขอมูลในบัตรเชญิ วา ประกอบดวยอะไรบา งจากที่นักเรยี นไดอา นบตั รเชิญใน ชว่ั โมงท่แี ลว ให
นกั เรียนเรยี งลำดับการเขยี นบนกระดาน

1. the event 2. the day 3. the time 4. the place 5. extra information or request

ข้นั ที่ 2 กจิ กรรมขั้นฝก
1. นักเรียนทำ กิจกรรม WRITE ขอ 1 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 36 นักเรียน
ทำงานรายบคุ คล เขยี นบัตรเชญิ โดยตอ งประกอบดว ยขอมูล ดังนี้ - เหตุการณสถานการณ(a game, meal or party)
- เรม่ิ ตน เม่อื ไหร (time/day) - สถานท่ี - ขอมูลเพิม่ เตมิ หรือ การขอรอง
2. ถางานเขียนเสร็จสมบูรณในชั้น ใหหมุนเวียนกันตรวจดูถาครูสังเกตเห็นขอผิดพลาด ใหเขียน ขอผิดพลาด
ทีพ่ บบนกระดานและใหนกั เรียนในช้นั ชวยกันแกไ ข

ขน้ั ที่ 3 กิจกรรมข้นั สรุป
1. นักเรียนทำกิจกรรม WRITE ขอ 2 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 36 นักเรียนจับคู
เปลี่ยนกันอาน invitations ตรวจสอบขอผิดพลาดที่พบในคูของตนเองและชวยกันแกไขให ถูกตอง นักเรียนเขียนอีก
รอบและสงครู
Hi Karen,
It’s my birthday next week, so I’m organizing a special meal next Sunday.
I’m having the meal at home.
The party starts at two o’clock. My address is 11 South View Park.
Can you bring your hi-fi?
Hope you can come.
Cheers Jenny

ช่วั โมงที่ 54

ขนั้ ท่ี 1 กจิ กรรมขน้ั นำเขา สูบทเรียน
1. ครสู นทนากบั นกั เรียนเก่ียวกับเนอ้ื หาท่ีไดเ รียนมาและแจง วา นกั เรียนจะไดท ำแบบฝก หดั ทบทวน
ในลำดบั ตอ ไป

ขั้นที่ 2 กิจกรรมขน้ั ฝก
1. นักเรียนทำกิจกรรม REVIEW หัวขอ LANGUAGE SKILLS ขอ 1 ในหนังสือเรียน Aim High Students’
Book 1 หนา 37 นกั เรยี นทำงานเปนรายบคุ คล เตมิ บทสนทนาใหส มบรู ณดวยคำท่กี ำหนดให
2. ครเู ปด Audio (Track 1.38) ใหน ักเรยี นฟง นกั เรยี นและครรู วมกันตรวจคำตอบ
3. นักเรียนจบั คู ฝกพดู สนทนา
1. are 2. watching 3. good 4. well 5. do 6. can’t 7. let’s 8. at 9. watch 10. Can
4. นักเรียนทำกิจกรรม REVIEW หัวขอ LANGUAGE SKILLS ขอ 2 ในหนังสือเรียน Aim High Students’
Book 1 หนา 37 นกั เรยี นอานบทสนทนาอีกคร้ังและแกไขขอ ผิดพลาดในประโยค ตรวจคำตอบ
1. Terry and Martin are watching a football match.
2. Newtown are playing well.
3. Martin is visiting his grandfather after the match.
4. Jim and Martin are meeting at eight o’clock this evening.
5. Terry can go to Jim’s house in the evening.
5. นักเรียนทำกิจกรรม REVIEW หัวขอ LANGUAGE SKILLS ขอ 3 ในหนังสือเรียน Aim High Students’
Book 1 หนา 37 นักเรียนทำงานเปนรายบุคคล เลือกวงกลมคำที่ถูกตองใน email จากนั้น เปรียบเทียบคำตอบกับคู
ของตนเอง เสรจ็ แลว ครแู ละนักเรยี นรว มกนั ตรวจคำตอบ
1. hard 2. i’m studying 3. well 4. noisy 5. is playing 6. loudly 7. i don’t 8. Are
6. นกั เรยี นทำกจิ กรรม DICTIONARY CORNER หัวขอ Exploring vocabulary: weddings ขอ 1 ในหนงั สอื
เรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 37 นักเรียนคนหาคำวา bride ในพจนานุกรม จากนั้น นักเรียนดูหัวขอ
คำศัพทและหาขอมูลตามขางลางนี้ - bride ไมมีสัญลักษณblue key ที่ชี้ใหเห็นวา ไมมีอยูใน Oxford 3000 - bride
เปนคำนาม - สญั ลักษณ [C] แสดงวา bride เปนคำนามนบั ได - bride ใชในสำนวน bride-to-be ซึง่ หมายถึงผหู ญงิ ที่
จะแตงงานในเร็ว ๆ นี้ – คำกัดความที่จับคูตรงกับคำจำกัดความในคำถามที่ 1 ครูเพิ่มเติมการออกเสียงคำศัพท/br/:
bride bridegroom นักเรียนฝกออกเสียง ครูสังเกตและ คอยชี้แนะ จากนั้นให นักเรียนทำงานเปนรายบุคคล คนหา
คำศัพทอ น่ื ๆ

1. bride 2. bridegroom 3. reception 4. Honeymoon
7. นักเรียนทำกิจกรรม DICTIONARY CORNER หัวขอ Prefixes: opposite ในหนังสือเรียน Aim High
Students’ Book 1 หนา 37 นักเรียนคนหาคำศัพทformal ในพจนานุกรม นักเรียนดูหัวขอคำ ศัพท และหาขอมูล
ดานลางนี้ – สัญลักษณสีน้ำเงิน แสดงวา formal เปนคำที่อยูใน Oxford 3000 - Formal เปนคำ คุณศัพท - ค า
วิเศษณของ formal คือ formally - สัญลักษณOPP แสดงคำที่มีความหมายตรงกันขาม คำที่ตรงกันขามกับ formal
คอื informal จากนนั้ นักเรียนคนหาคำศัพทอ น่ื ๆ ในพจนานกุ รมเพ่อื คนหาคำทม่ี ี

ความหมายตรงกนั ขาม
1. Informal 2. Dishonest 3. Unmemorable 4. unnecessary 5. impolite 6. Irregular 7. Unreliable
8. นกั เรยี นทำกิจกรรม DICTIONARY CORNER หวั ขอ Useful idioms ในหนังสือเรียน Aim High Students’

Book 1 หนา 37 นกั เรยี นคน หาสำนวน make ในพจนานกุ รม นกั เรยี นดหู วั ขอคำและดงึ เอา ขอ มูล

ดานลางน้ี - สญั ลกั ษณ IDM แสดงถึงสว นเรม่ิ ตน ของสำนวนคำกรยิ า make - รายการ OSD มีสำนวนของ make 3
รายการ - สำนวนทสี่ อง คือ make it ตรงกันกบั การใชm ake in ในประโยคทีห่ นง่ึ ในแบบฝก หดั

9. ครอู ธบิ ายวานกั เรียนควรคนหาคำศัพทท ีม่ ีความหมายแรกในสำนวน ไดแก dot, cost, easy, butterfly คำศัพท
บางคำท่มี สี ำนวนจำนวนมาก อาจจะไมไ ดอยใู นรายการในหวั ขอ เชน take it easy สามารถพบไดใ นหัวขอ ‘easy’
มากกวาจะเปน ‘take’

1. manage to go to 2. exactly 3. costs a lot of money 4. relaxing 5. was nervous

ข้ันที่ 3 กจิ กรรมขน้ั สรปุ

1. นกั เรียนคน หาสำนวนอืน่ ๆ ในพจนานกุ รม

ช่ัวโมงท่ี 55

ขนั้ ท่ี 1 กิจกรรมขนั้ นำเขา สูบทเรียน
1. ครูสนทนากับนกั เรยี นเกี่ยวกับเน้ือหาที่ไดเรียนมาและแจงวานกั เรยี นจะไดทำแบบฝกหัดทบทวน ในบท
ที่ 3 - 4 เปนลำดบั ตอไป
ขน้ั ท่ี 2 กิจกรรมขั้นฝก
1. นักเรยี นทำแบบฝก หดั ทบทวนบทท่ี 3-4 LANGUAGE REVIEW 3 - 4 ในหวั ขอ VOCABULARY ในหนังสือ
เรียน Aim High Students’ Book 1 นักเรียนทำแบบฝกหัดขอ 1 เติมทายรายชื่อวิชาที่กำหนด ให สมบูรณครู
เพิ่มเติมในการอานออกเสียงคำหนัก - เบา ในคำศัพทชื่อวิชา นักเรียนฝกอานออกเสียง ครูสังเกต และชี้แนะ จากน้ัน
นักเรยี นชว ยกันบอกความหมายคำศพั ท
1. music 2. physics 3. chemistry 4. physical education 5. information and communications
technology 6. geography 7. art and design 8. history
2. นกั เรยี นทำแบบฝกหัดขอ 2 นกั เรยี นเขยี นชื่อวิชา โดยใชข อมูลจากประโยคทกี่ ำหนดให
1. Spanish 2. Maths 3. History 4. art and design 5. English 6. design and technology
3. นักเรียนทำแบบฝกหัดขอ 3 นักเรียนเติมคำศัพทเกี่ยวกับเสื้อผาใหสมบูรณ โดยใชa, e, i, oและ u 1.
tracksuit 2. Trousers 3. Trainers 4. jeans 5. boots 6. skirt 7. Jumper 8. sweatshirt
4. นกั เรยี นทำแบบฝกหัดขอ 4 นักเรียนเติมคำศพั ทเ กย่ี วกับเสือ้ ผา เครื่องแตง กายในรายการให สมบูรณ
1. shoes, trainers 2. dress, skirt 3. Cap 4. tie 5. tracksuit bottoms 6. Jumper
5. นกั เรยี นทำแบบฝกหัดทบทวนบทท่ี 3 - 4 LANGUAGE REVIEW 3 - 4 ในหัวขอ GRAMMAR
6. นกั เรียนทำแบบฝก หัดขอ 1 เขียนประโยค โดยใชT here is/ are โดยท่ปี ระโยคบอกเลา ใช เคร่ืองหมาย (/)
และประโยคปฏเิ สธ ใชเครอื่ งหมาย (×)

1. There is a cupboard but there aren’t any shelves.

2. There isn’t a gym but there’s a playing field.

3. There is a computer room but there isn’t a library.
4. There aren’t any DVDs but there are some videos.
5. There is a cinema but there isn’t a museum.
6. There is a café but there aren’t any restaurants.
7. นักเรียนทำแบบฝกหัดขอ 2 เขียนประโยค โดยใชhave to โดยที่ประโยคบอกเลาใชเครื่องหมาย
(/) และประโยคปฏิเสธ ใชเ ครอื่ งหมาย (×)
1. Jack doesn’t have to do the washing.
2. Sue and Jenny have to walk to school.
3. Karen doesn’t have to do a lot of homework.
4. My dad has to get up early.
5. My grandparents don’t have to work.
6. Their mum has to cook dinner every night.
8. นักเรียนทำแบบฝกหัดขอ 3 เติมประโยคใหสมบูรณโดยใชคำกริยาในวงเล็บในรูป present
continuous
1. is chatting 2. aren’t eating 3. is swimming 4. am writing 5. isn’t listening
6. are studying
9. นักเรียนทำแบบฝก หัดขอ 4 เขียนประโยค โดยใชcan หรอื can’t
1. Lucy can’t play tennis.
2. Linda and Sarah can speak Italian.
3. I can do martial arts.
4. My sister can’t cook.
5. His cousins can’t swim.
6. Your aunt can play the piano.

10. นักเรียนทำแบบฝกหัดขอ 5 นักเรียนเขียนประโยคใหม โดยเปลี่ยนคำคุณศัพทในวงเล็บเปนคำ
วิเศษณ

1. He’s walking slowly. 2. She’s singing well. 3. They’re playing football badly. 4. He speaks
Chinese perfectly. 5. She’s eating fast. 6. I’m speaking quickly.

ขน้ั ที่ 3 กจิ กรรมขน้ั สรุป

1. ครแู ละนกั เรียนรวมกันตรวจสอบคำตอบ ครูอธบิ ายเพมิ่ เติมในขอ ที่นกั เรียนสงสัย ครใู หน กั เรียน

พดู สรุปสิง่ ทเ่ี รยี นมา

ชั่วโมงท่ี 56

ขั้นที่ 1 กิจกรรมขั้นนำเขา สบู ทเรียน
1. ครทู บทวนคำศัพท สำนวน ประโยคทเี่ กย่ี วขอ งกบั การศึกษา โดยใหน ักเรยี นรวมกันบอกคำ ศัพท

ประโยค จากเนือ้ หาและรวมกนั ตรวจสอบความถกู ตอ ง

ข้ันท่ี 2 กจิ กรรมขั้นฝก

1. นักเรียนทำกิจกรรม READ ขอ 1 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 39
นักเรียนดูตาราง ครูสอบถาม - How many years of compulsory education are there in England? - Is this
the same in your country? จากนั้น ครูใหนักเรียนจับคู ตอบคำถาม อภิปรายคำตอบในชั้นเรียน ครูเพิ่มเติมการ
ออกเสียงคำ หนัก - เบา: Nursery Primary Secondary College Compulsory นักเรียนฝกการอานออกเสียง ครู
สงั เกต และคอยใหค ำชีแ้ นะ

1. ears
2. นักเรียนทำกิจกรรม READ ขอ 2 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 39
นกั เรียนทำงานรายบุคคล อา นบทอานและจับคูย อหนา กบั หัวขอ 3 หัวขอ 1. b 2. e 3. a
3. นักเรียนทำ กิจกรรม READ ขอ 3 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 39
นกั เรยี นทำงานรายบคุ คล อภิปรายขอความท่กี ำหนดใหใ นแตล ะขอในช้นั เรียนวาเปนจรงิ หรือเทจ็
1. T
2. F (They start when they are 11 years old.)
3. F (They take exams when they are 15 - 16 and 18.)
4. T
5. F (All students stay at school until they are 16.
6. T
7. T
4. นักเรียนทำกิจกรรม LISTEN ขอ 1 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 39 ครู
เปด Audio (Track 1.41) หนง่ึ รอบ นกั เรียนฟงและเลอื กขอ ความทถ่ี กู ตอ ง ประโยคท่ี 1 ถูกตอ ง
5. นักเรียนทำ กิจกรรม LISTEN ขอ 2 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 39 ครู
เปด Audio (Track 1.41) อีกรอบ นักเรียนเติมตารางใหสมบูรณจากนั้นตรวจคำ าตอบกับเพื่อนในชั้นเรียน Nick:
Abingdon private 800 100 no after A levels Stephanie: Oaklands state 600 89 yes after GCSEs


Click to View FlipBook Version