1. I really like.......................................
2. I quite like.......................................
3. I don’t like.......................................
4. I hate ครูอธิบายเพิ่มเตมิ เกี่ยวกบั การใชI really like…. I quite like ….. I don’t like ….. I
hate……วา เปน การเรียงระดับความชอบมากท่ีสุด ไปจนถงึ ไมช อบท่ีสุด
8. นักเรียนทำกิจกรรม SPEAKแบบฝกหัดที่ 1ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 16
นักเรียนจับคู บอกเพื่อนเกี่ยวกับความคิดเห็นในเรื่องกีฬาหรืองานอดิเรก เชน - I really like basketball, football,
computer game and music. I quite like…..
9. ครูชี้แจงใหนกั เรียนทราบวาจะไดท ำแบบสำรวจ โดยการสัมภาษณเพื่อน ๆ ทุกคนในหองเกีย่ วกับกิจกรรม
ยามวาง ใหนกั เรียนเขียนรายชือ่ กิจกรรม 6 กิจกรรมจาก Vocabulary exercise 1 และ เขียนเปน 4 คอลัมนI really
like, I quite like, I don’t like, I hate
10. ครูพยายามใหนักเรียนไดฝกคำถามและดูประโยคคำถามที่เปนแบบ เชน Do you like…..?จากนั้นตอบ
รับ Yes, I really like it. /Yes, I quite like it. /No, I don’t like it. /No, I hate it! ครูชี้ใหเห็นวานักเรียนตอง
ใชthem ไมใชit ในคำที่ลงทายดวย s ไดแก books, computer games และ films ตัวอยางคำถาม - คำตอบ A:
What sports do you like? A: Do you like swimming?
B: I quite like cycling.
B: yes, I do. I really like it.
A: Who do you go cycling with? A: Do you like jogging?
B: I go with my brother. B: No, I don’t. I hate it.
11. ครูอธิบายวานักเรียนตองใสหมายเลขการตอบรับในคอลัมน เพื่อที่จะสามารถนับจำนวนคนในแตละ
กิจกรรมไดถกู ตอง
12. นกั เรียนเขียนคำตอบในแบบสำรวจของนักเรยี น
ขน้ั ที่ 3 กิจกรรมขั้นสรปุ
1. นกั เรียนและครรู ว มกันสรปุ กิจกรรมในเวลาวา งของนักเรยี นในหอง กจิ กรรมใดเปนที่ชนื่ ชอบของนักเรยี น
มากทส่ี ุด กิจกรรมใดที่นกั เรียนไมช อบมากท่ีสุด โดยใชคำถามดงั น้ี
1) Which sport or hobby is the most popular in the class?
2) Which sport or hobby is the most popular with the boys?
3) Which sport or hobby is the most popular with the girls? 2
2. นักเรียนทำกิจกรรมเพ่มิ เตมิ Everyday English 2, Teacher’s Book pages 104 - 10
9.หลกั ฐานการเรียนรู (ภาระงาน/ชิน้ งาน)
1) แบบฝก หดั
2) พูดอภิปลายเกีย่ วกับเรอ่ื งที่อาน
3) แผนผังแสดงความสัมพันธข องสมาชกิ ในครอบครัวโดยใช Possessive’s
4) แผนผังเครือขายแสดงความสัมพันธข องเพ่ือนและกิจกรรม
5) พดู ใหขอมลู เกี่ยวกับเพ่ือน
10.ส่ือการเรยี นรู / แหลง เรยี นรู
10.1สอ่ื การเรียนรู
1)หนงั สือเรียนAimHighStudents’Book1
2)หนงั สอื AimHighWorkbookwithonlinePractice1
3) Audio
4) พจนานุกรมภาษาองั กฤษ
10.2แหลงเรียนรู 1.)PPT
2.)หนังสอื เรยี นAimHigh1
11. การวัดและประเมนิ ผล วธิ กี าร เครอื่ งมือ เกณฑ
ลำดบั รายการทว่ี ัดและประเมินผล การอานออกเสยี ง การสงั เกต อานคำศพั ทไดถ ูกตอ งรอยละ
1 อา นออกเสียงคำศัพทแ ละบอก การทำแบบฝก หัด แบบฝก หดั 80
ความหมายของคำศัพท Vocabulary Vocabulary ทำแบบฝก หัดไดถูกตอ งรอย
ละ 80
2 บอกความหมายคำศพั ทท มี่ ี การตอบคำถาม แบบฝกหัด ตอบคำถามไดถกู ตอง
ความหมายตรงกันขา ม การทำแบบฝก หัด รอยละ 80
แบบฝก หดั แบบฝก หดั ทำแบบฝกหัดไดถกู ตอ งรอ ย
3 เลอื กเติมคำศัพทไดถ ูกตอ งและ การพูดนำเสนอ ละ 80
เหมาะสมกับบรบิ ท แบบฝกหดั ผา นเกณฑร ะดับดี
4 วเิ คราะหห นาท่ีของคำศพั ทท ี่ แบบประเมินผลงาน ผา นเกณฑร ะดับดี
กำหนดให แบบฝก หดั
ตอบคำถามไดถ ูกตอง
5 เลือกคำศพั ทใหเหมาะสมกับภาพ รอ ยละ80
6 เขียนประโยคคำถามDo/Does การตอบคำถาม
เขยี นประโยคคำถามโดยใช
Wh-Questions
7 สนทนาแลกเปลีย่ นเปลีย่ นขอมูล แบบฝกหดั การสังเกต ผา นเกณฑร ะดับดี
เก่ยี วกับกจิ กรรมในเวลาวางใน
ชวี ิตประจำวัน/ขอมลู เก่ยี วกับกฬี า
และงานอดิเรก
ความชอบ/ความไมช อบ
ลงชอื่ ............................................. ผจู ดั ทำ
(นางสาวธชกรเทพสงั ข )
ตำแหนง ครูชำนาญการ
บันทกึ หลังการใชแ ผนการจัดการเรยี นรู
......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
ลงชอื่ .......................................................
(นางสาวธชกร เทพสังข)
ตำแหนง ครชู ำนาญการ
วนั ที.่ ...........เดือน................................. พ.ศ...............
ความคิดเห็นของหวั หนากลุม สาระการเรียนรู ความคิดเห็นของรองผอู ำนวยการกลุม บริหารงานวิชาการ
........................................................................... ..........................................................................
.......................................................................... ..........................................................................
......................................................................... ..........................................................................
.......................................................................... ..........................................................................
ลงช่ือ.......................................... ลงช่ือ...........................................
(นางอรศรี สรุ าราช) (วา ที่รอยเอกคณุ าวุฒิ ศรีสวุ รรณ)
หวั หนากลมุ สาระการเรียนรภู าษาตางประเทศ(ภาษาอังกฤษ) รองผูอำนวยการกลมุ บรหิ ารงานวิชาการ
โรงเรียนเบญจมราชูทศิ
แผนการจดั การเรยี นรู
รายวิชา อ21101 ภาษาอังกฤษ กลุม สาระการเรียนรู ภาษาตางประเทศ(ภาษาอังกฤษ)
ชัน้ มัธยมศึกษาปท่ี 1
หนว ยการเรยี นรูท่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 ปก ารศกึ ษา2564
แผนการจัดการเรยี นรูท ่ี 6
ครูผสู อนนางสาวธชกรเทพสังข เรอื่ งFreetime เวลาเรียน16ชัว่ โมง
เร่ืองFreetime activities เวลาเรยี น4ช่วั โมง
1.มาตรฐานการเรยี นรู /ตวั ชีว้ ัด/ผลการเรยี นรู (รายวิชาพ้นื ฐานมีมาตรฐานการเรียนรแู ละตัวชีว้ ดั รายวชิ าเพม่ิ เติมมผี ลการ
เรียนร)ู
1.1 มาตรฐานการเรียนรู
สาระที่ 1ภาษาเพือ่ การสอ่ื สาร
มาตรฐาน ต 1.1 เขาใจและตคี วามเร่ืองทฟ่ี ง และอา นจากส่ือประเภทตาง ๆ และแสดงความคิดเหน็ อยา งมเี หตผุ ล
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสาร แสดงความรูสึกและความคิดเห็น
อยา งมีประสิทธภิ าพ
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอขอ มลู ขา วสารความคดิ รวบยอดและความคดิ เหน็ ในเรือ่ งตา ง ๆโดยการพดู และการ
เขยี น
1.2 ตัวช้ีวัด/ผลการเรียนรู
ต 1.1 ม.1/2 อานออกเสยี งขอความ นทิ าน และบทรอ ยกรอง(poem) สน้ั ๆ ถูกตองตาม หลกั การอาน
ต 1.1 ม.1/3 เลอื ก/ระบปุ ระโยคและขอ ความใหส มั พันธกบั ส่อื ทไ่ี มใ ชค วามเรียง (non-text information) ทีอ่ า น
ต 1.1 ม.1/4 ระบุหัวขอเรื่อง (Topic) ใจความสำคัญ (Main Idea) และตอบคำถามจากการฟง และอานบทสนทนา นิทาน
และเรือ่ งสัน้
ต1.2ม.1/1 สนทนา แลกเปลยี่ นขอ มูลเกยี่ วกบั ตนเอง กิจกรรม และสถานการณต า ง ๆ ในชวี ติ ประจำวัน
ต1.2 ม.1/4พูดและเขียนเพ่ือขอและใหขอมูลและแสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกบั เรือ่ งที่ฟง หรอื อา นอยางเหมาะสม
ต1.2 ม.1/5 พูดและเขียนแสดงความรูสึกและความคิดเห็นเกี่ยวกับตนเองกับเรื่องตาง ๆ ใกลตัว กิจกรรมตางๆ พรอม
ทงั้ ใหเหตุผลสน้ั ๆ ประกอบอยางเหมาะสม
ต 1.3 ม.1/1 พูดและเขียนบรรยายเกย่ี วกบั ตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณแ ละส่งิ แวดลอมใกลต ัว
2. จุดประสงคการเรยี นรู
2.1 ดา นความรู ความเขา ใจ (Knowledge)
1)อา นออกเสยี งคำศพั ท วลี และบอกความหมายของคำศัพทไ ดถ ูกตอ ง
2)เขยี นประโยคบอกความถี่ในการทำกิจกรรมในเวลาวางของตนเองและผูอ่นื
3)สนทนาแลกเปล่ียนขอ มลู กับเพ่ือนเก่ียวกับความถีใ่ นการทำกจิ กรรมในชีวิตประจำวนั ได
4) อานใบประกาศและตอบคำถามได
5) สนทนาและแลกเปลย่ี นขอมลู กบั เพ่ือนเก่ียวกับชมทตี่ นเองสนใจ
6)เขยี นคำศัพทค ำนามพหูพจนได
7) บอกความหมายสำนวนภาษาได
2.2ดานทกั ษะกระบวนการ (Processes/Skills)
1) ฟง บทสนทนาบุคคลอ่นื ไดเขาใจและบอกขอมูลได
2)พดู รายงานเกี่ยวกบั ความชอบ/ไมช อบกฬี าหรืองานอดเิ รกของตนเองและผูอ น่ื ได
3) ฟงและเติมขอมลู ในตารางใหถูกตองสมบรู ณ
4)เขียนรายงานความถีใ่ นการทำกิจกรรมตางๆของตนเองได
5) อภิปลายความเหมอื นและความแตกตางในเรื่องความถี่ในการทำกจิ กรรมตางๆกับเพื่อนได
6)เขยี นใบประกาศเกีย่ วกับชมรมของตนเองได
7)เขยี นประโยคคำถามจากประโยคโดยมใช Wh-questionsได
2.3ดา นคุณลกั ษณะเจตคติ คา นยิ ม(Attitudes)
1)มวี นิ ัยใฝเ รียนรู และมงุ มั่นในการทำงาน
3.สาระสำคัญ/ ความคิดรวบยอด
- ความเขาใจในเรื่อง Adverbs of frequency ชวยในการน าภาษาไปใชในการสนทนาแลกเปลี่ยนขอมูล
เกี่ยวกับการบอกความถี่ในการท างานอดิเรกและกิจกรรมในเวลาวางในชีวิตประจำวันและเปนพื้นฐานสำคัญที่จะ
นำไปสกู ารสือ่ สารในระดับทส่ี ูงขึ้นตอไป
- การอานประกาศของชมรมตาง ๆ เปนพื้นฐานในการอานเรื่องประเภทตาง ๆ ซึ่งเปนพื้นฐานสำคัญที่จะ
นำไปสกู ารอานในระดบั ที่สูงข้นึ
- การอานออกเสียงคำศัพทวลีการฟงบทสัมภาษณและการสนทนาแลกเปลี่ยนขอมูลเกี่ยวกับงานอดิเรกและ
กจิ กรรมในเวลาวางในชีวิตประจำวัน ชว ยในการน าภาษาไปใชใ นชวี ิตประจำวันและเปนพนื้ ฐานสำคญั ทจี่ ะนำไปสูการ
สอ่ื สารในระดบั ที่สงู ขนึ้
4. สาระการเรียนรู
4.2 สาระการเรยี นรูแกนกลาง/สาระการเรียนรูเ พ่มิ เตมิ (กรณเี ปน รายวชิ าเพม่ิ เตมิ )
Pronunciation:
- การออกเสียงหนกั เบา: 'always, 'usually, 'often, 'never, 'sometimes, 'hardly everฝก ออกเสียงควบ
กลำ้ /cl/:cloth
- การออกเสยี งคำศัพท: visit relatives, do homework, cook dinner, do the washing up, listen
to music, watch TV, go shopping, play computer, games
- การออกเสียงคำหนกั - เบา: 'interested in, 'favourite, compe'tition, an'nouncement
- การออกเสียงค าทา ย Final Sounds: /ze/squeeze /th/tooth /ce/juice , /se/ mouse /fe/wife
Vocabulary:
- Sports and hobbies: athletics, basketball, books, chess, computer, games, cycling, films,
football, gymnastics, ice, skating, jogging, music, photography, rollerblading,
swimmingWrite, soon, best, wishes, Dear
- Activities: visit relatives, do homework, cook dinner, do the washing-up, listen to music,
watch TV, go shopping, play computer, games
- Film Club, Chess Club, interested in, favorite, competition
-
Phrasal Verbs: fillsomethingin,picksomethingup,putsomethingaway,takeaftersomebody,takeoff,try
something on, turn something down
Grammatical Structure:
- Adverbs of frequency: always, usually, often, never, sometimes, hardly ever-Likingwords:
and, then, so, on
- Adverbs of frequency: always usually often never sometimes hardly ever
- imperatives: Come to Film Club! Call (Lauren White) on…, Don’t wait, Visit our website –
Punctuation
- Idioms: parts of the body
- Wh-questions - Imperatives
Language Function:
- Talking about free time activities Writinganinformalletter
- Talking about free time activities
- Reading and writing about an announcement for a club
- Talking about sports
Culture:
- การเยี่ยมเยียนพอแมแ ละญาตผิ ใู หญใ นโอกาสสำคญั แตล ะป
4.2สาระการเรยี นรูทอ งถิ่น(ถามี)
-
5.สมรรถนะสำคญั ของผูเ รียน(เฉพาะทเ่ี กิดในแผนการจัดการเรยี นรูน)้ี
5.1ความสามารถในการสอื่ สาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแกป ญหา
5.4ความสามารถในการใชท กั ษะชีวติ 5.5ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี
6.คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค (เฉพาะทเ่ี กดิ ในแผนการจัดการเรียนรูนี)้
6.1 คณุ ลกั ษณะอันพึ่งประสงคต ามหลักสตู รแกนกลาง(เฉพาะท่ีเกิดในแผนการจดั การเรยี นรูน ี้)
1) รักชาติศาสน กษัตริย 2) ซ่อื สตั ยสจุ รติ 3) มีวนิ ยั 4) ใฝเ รียนรู
5)อยูอยางพอเพยี ง 6) มุงม่นั ในการทำงาน 7) รกั ความเปน ไทย 8) มจี ิตสาธารณะ
6.2 คณุ ลักษณะตามหลกั สูตรมาตรฐานสากล(เฉพาะท่เี กิดในแผนการจัดการเรียนรูนี้)
1) มคี วามรพู ืน้ ฐานในยุคดิจิทัลวิทยาศาสตร เศรษฐศาสตร เทคโนโลยี รภู าษาพหวุ ัฒนธรรมตระหนักสำนึก
ระดับโลก
2) สามารถคิดประดิษฐอยางสรางสรรค ปรับตัวใฝรู ใฝเรยี นวิเคราะห สงั เคราะห สรุปสรา งองคความรู
3) มที ักษะสอื่ สารอยา งมีประสิทธิภาพ
4) มีความสามารถในการใชทกั ษะชีวติ
5) มีความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี
7. ทักษะของผูเรยี นในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)
7.1 ทักษะการอา น (Reading)
7.2 ทักษะการ เขยี น (Writing)
7.3 ทกั ษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
7.4 ทักษะดานการคดิ อยา งมีวจิ ารณญาณและทกั ษะในการแกป ญ หา (Critical thinking and problem solving)
7.5 ทกั ษะดา นการสรางสรรคและนวัตกรรม (Creativity and innovation)
7.6ทกั ษะดา นความรวมมือการทางานเปน ทีมและภาวะผนู ำ (Collaboration, teamwork and leadership)
7.7 ทักษะดานความเขาใจตางวัฒนธรรมตา งกระบวนทัศน (Cross-cultural understanding)
7.8 ทกั ษะดา นการสอ่ื สารสารสนเทศและรูเ ทา ทนั สอื่ (Communication information and media literacy)
7.9 ทักษะดา นคอมพิวเตอรและเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (Computing)
7.10 ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรียนรู (Career and learning self-reliance, change)
7.11ความมคี ณุ ธรรมมเี มตตามรี ะเบียบวินัย(Compassion)
8.กิจกรรมการเรยี นรู (เขยี นละเอยี ดและชัดเจนกวาในหนวยการเรียนรู)
วธิ สี อน(จำนวนข้นั แลวแตว าเปนวธิ กี ารสอนแบบใดและโปรดระบวุ าใชวธิ กี ารสอนแบบใด)
DiscoveryMethod การจัดการเรียนรูแบบคน พบ
ช่ัวโมงที่ 21
ขนั้ ท่ี 1 กจิ กรรมข้ันนำเขาสูบทเรยี น
1. ครสู นทนากบั นักเรียนเกีย่ วกับการทำกจิ กรรมในเวลาวา ง วา นักเรียนทำบอยแคไหน เพ่อื เชอ่ื มโยงไปสูเ รอ่ื ง
ที่จะเรียนเก่ยี วกับการบอกความถี่ในการทำกจิ กรรมตาง ๆ โดยครูใชคำถาม
- How often do you play basketball? - Do you go swimming every week?
ขน้ั ที่ 2 กิจกรรมขนั้ ฝก
1. นกั เรียนทำกิจกรรม EXPLORE แบบฝกหัดที่ 1 ในหนงั สือเรยี น Aim High Students’ Book 1 หนา 17
โดย ครเู ขยี นคำวา Saturday และ Sunday บนกระดาน ใหนักเรียนบอกวา บคุ คลในภาพทำกจิ กรรมอะไรในวัน
เหลา นน้ั
2. ครใู หน ักเรียนอา นและฟง เกี่ยวกบั เดก็ วัยรุน 2 คนทีพ่ ดู คยุ เก่ียวกบั วนั เสารข องพวกเขา ครเู ปด Audio
(Track 1.18) หนึ่งรอบใหนักเรียนจบั คูกับรูปภาพ จากน้ันตรวจคำตอบ
Answer 1. Jacob 2. Kirsty
3. นักเรียนทำกิจกรรม EXPLORE แบบฝกหัดที่ 2 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 17
ครูอธิบายวา คำศัพทที่กำหนดใหเปนคำadverbs of frequency ทั้งหมด ใหนักเรียนดูแผนผังและครูอธิบายวาเปน
แผนผังที่แสดงระดับของความถี่บอยในการท ากิจกรรมตาง ๆ เรียงตามลำดับจากบอยที่สุดไปจนถึง ไมเคยทำเลย
จากนนั้ นักเรียนทำงานรายบุคคล เตมิ คำ adverbs of frequency ในแผนผงั ใหส มบรู ณ
4. ครเู ปด Audio (Track 1.18) ใหนักเรียนฟง ครแู ละนักเรยี นรวมกนั ตรวจคำตอบ
5. ครูเปด Audio (Track 1.18) อีกรอบและหยุดใหนักเรียนพูดตามทีละคำครูเพิ่มเติมการออกเสียงหนักเบา
ในคำศพั ทเหลานีa้ lways usually often never sometimes hardly ever
Answer 1. never 2. hardly ever 3. often 4. usually 5. always
6. นักเรยี นทำกจิ กรรม EXPLORE แบบฝกหดั ท่ี 3 ในหนงั สือเรยี น Aim High Students’ Book 1 หนา 17
นกั เรยี นคน หาคำadverbs of frequency ในบทอานในแบบฝกหดั ที่ 1
Jacob: I always have football practice… I usually do homework….. I sometimes play tennis. I
hardly ever watch TV. The programmes are always really boring. I always go out with friends.
We often go bowling. I’m usually in bed before midnight.
Kirsty: I usually get up late. I never have breakfast. I usually check my emails. I never buy a
phone - they’re always very expensive. I always go out….I’m often out
7. ครใู หนกั เรยี นทำกจิ กรรม EXPLORE แบบฝกหัดที่ 4 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1
หนา 17 โดยเลอื กวงกลมขอทีถ่ ูกตอ งตามหลกั การของ adverbs of frequency ใหนกั เรยี นดูตัวอยางประโยคใน
แบบฝกหัดที่ 1 และ ทำใหส มบรู ณต ามกฎ หลักการของการวางตำแหนง ของ adverbs of frequency จากน้ัน
ตรวจสอบคำตอบ
a. after b. before
ข้นั ที่ 3 กิจกรรมข้นั สรปุ
1. ครใู หน กั เรยี นพูดรายงานเกี่ยวกับความถใ่ี นการทำกจิ กรรมในเวลาวางของนกั เรยี นหนาชัน้ เรียน เชน - I
usually play computer games. - I sometimes plays chess.
2. ครใู หน กั เรียนเขยี นประโยคสรุปความถี่ในการทำกิจกรรมของตนเองและเพอื่ นในชัน้ 5 คนลงในสมุด ดัง
ตวั อยาง - I always reading books. - Anna sometimes plays music. - John often goes cycling.
ชั่วโมงท่ี 22
ข้นั ที่ 1 กิจกรรมข้ันนำเขาสูบ ทเรียน
1. ครูทบทวนเรอ่ื งตำแหนงในการวาง adverbs of frequency โดยการใหนกั เรยี นออกมาเขียนเรียงคำให
เปนประโยคที่ถกู ตอ ง
2. I/ do/ homework/ usually - Sarah/ late/ always/ is - We/ go cycling/ often/ on Saturday
morning 2. ครแู ละนักเรียนรวมกนั สรุปตำแหนง ของ adverbs of frequency อกี คร้ังหนง่ึ ดงั น้ี 1) S.
+ adverbs of frequency + Verbs 2) S. + Verb to be + adverbs of frequency
ขัน้ ท่ี 2 กจิ กรรมขัน้ ฝก
1. นกั เรียนทำกจิ กรรม EXPLOIT ขอ 1 นกั เรียนอานตัวอยา งและเขียนประโยคเกีย่ วกับ Jacob และ Kirsty
โดยใชadverbs of frequency และวลีทีก่ ำหนดใหครใู หน กั เรียนทำรวมกนั ทงั้ ชั้นในขอ แรก จากนั้นใหนกั เรยี นทำขอ
ถดั ไปเปน รายบคุ คล
Answer 1. Jacob always has football practice on Saturday morning.
2. Kirsty usually gets up late on Saturday morning.
3. Kirsty never has breakfast on Saturday morning.
4. Jacob sometimes always plays tennis on Saturday afternoon.
5. Kristy never buys a mobile phone on Saturday afternoon.
6. Jacob and Kirsty always go out with friends on Saturday evening.
7. Jacob is usually in bed before midnight on Saturday night.
8. Kirsty is often out until eleven o’clock on Saturday night.
2. นกั เรยี นทำกจิ กรรม EXPLOIT ขอ 2 ครูสอน relatives และ (to do) the washing up ใหดเู ปนตัวอยา ง
กอ น
3. ครใู หต ัวอยา งงาน โดยสอบถามนักเรียน 1 หรือ 2คน: How often do you do homework at the
weekend? เมอื่ นักเรยี นตอบรบั Always จากน้ัน ครเู ขียน ‘always’. ในคอลมั น 1 ครถู ามคำถามตอ มาโดย
ใชWhen? Who with?
4. นักเรียนทำงานเปนรายบุคคล เตมิ คำในตารางใหส มบรู ณ
5. นักเรยี นทำกจิ กรรม EXPLOIT ขอ 3 นกั เรยี นเขยี นประโยคที่สมบูรณใ นสมุดจด โดยใชขอมลู จากในตาราง
ครสู งั เกตและคอยใหค วามชวยเหลอื - I sometimes visit relatives at the weekend with my parents.
6. นักเรียนท ากจิ กรรม EXPLOITขอ 4ครสู อบถามนกั เรยี น 2 - 3 คนเพอื่ ทจี่ ะแลกเปลยี่ นเรียนรูป ระโยคอ่ืน
ๆ ในช้นั เรยี น นกั เรยี นเปรยี บเทียบความแตกตา งของความถี่ในการท ากจิ กรรมกบั เพอ่ื นในชน้ั เรียนวามกี จิ กรรมใด
เหมือนหรอื แตกตางกัน - I sometimes visit relatives at the weekend. - My partner usually visits
relatives after school.
ขัน้ ท่ี 3 กิจกรรมขนั้ สรุป
1. นักเรยี นและครูรว มกันสรปุ หลกั การใช adverbs of frequency ครสู ุมนกั เรยี น 4- 5 คน พูดประโยค
เกี่ยวกบั กิจกรรมในเวลาวางและความถใี่ นการทำกิจกรรม
ชว่ั โมงท่ี 23
ข้ันที่ 1 กจิ กรรมข้ันนำเขาสบู ทเรียน
1. ครนู ำเขาสบู ทเรียนโดยการสนทนาเกยี่ วกับชมรมตา ง ๆ ท่ีนกั เรยี นเขา รว มกจิ กรรม หรอื มีความสนใจเพอ่ื
เช่อื มโยงเขาสเู รือ่ งทจี่ ะเรยี น โดยใชคำถามดงั น้ี
- Which club are you interested in? Why?
- Do you like sports club? - Do you like watching movies? Are you interested in film club?
ข้นั ท่ี 2 กจิ กรรมขั้นฝก
กจิ กรรมกอนการอาน (Pre-Reading)
1. ครูใหนกั เรยี นดบู ทอานเรือ่ ง An announcement ในหนงั สือเรยี น Aim High Students’ Book 1 หนา
18 ครสู อบถาม: What are the announcements for? [a film club and a chess club]
กิจกรรมการรหวางการอา น(While-Reading)
1. นกั เรยี นทำงานรายบคุ คล อา นใบประกาศ Film Club และ Chess Club เม่อื อา นเนอ้ื เรื่องจบแลว ครใู ห
นกั เรียนเติมคำตอบในตารางใหส มบรู ณครใู หนกั เรยี นเปรยี บเทยี บคำตอบ จากน้นั ครแู ละนกั เรียนรวมกันตรวจคำตอบ
ครเู พมิ่ เตมิ ในเร่อื งการอา นออกเสยี งหนัก - เบา ในคำศัพทเหลาน้ี interested in favourite competition
announcement
1. Thursday at 4 o’clock/Tuesday at 6 o’clock
2. At Lauren’s house/in Gino’s café’
3. Watch and talk about DVDs/play chess
4. Meet to decide the next four films/have a competition
5. Lauren White/Lewis Connor
2. นกั เรยี นดใู บประกาศและครใู หน ักเรียนชว ยกันบอกขอมลู ขา งลา งนี้
- They start with a question to engage the reader’s internet.
- The first paragraph contains information about when they meet, where they meet and what they
do every week.
- the second paragraph contains information about what they do every month/ year.
- The announcements finish with an imperative and information about who to contact about the
club.
กจิ กรรมหลงั การอาน(Post-Reading)
1. นักเรยี นอา น Writing tip ในช้นั เรียน ครตู รวจสอบวานักเรยี นเขา ใจความหมายของ imperatives โดย
การใหนักเรยี นขีดเสน ใตค ำimperatives ในใบประกาศ นักเรยี นและครรู วมกันตรวจคำตอบ
Answer Come (to Film Club)! Phone (Lewis Connor) Call (Lauren White) Visit (our website) Use
(your head) Negative: Don’t wait! Play chess!
2. นกั เรยี นทำงานเปน รายบคุ คล เติมประโยคคำส่งั ใหสมบูรณดว ยคำท่กี ำหนดให จากนนั้ ครูและนักเรยี น
รว มกนั ตรวจคำตอบ
Answer 1. Come 2. Play 3. Don’t stay 4. Meet 5. Learn 6. Visit 7. Don’t forget
3. นกั เรยี นท ากจิ กรรม WRITE ครใู หน กั เรียนแบงกลุม กลมุ ละ 5 - 6 คน เลอื กชมรมจากทก่ี าหนดใหห รอื
จะคดิ ข้ึนมาเองก็ไดในหนงั สือเรยี น Aim High Students’ Book 1 หนา 18
4. นักเรยี นชว ยกนั เขียนบนั ทกึ สนั้ ๆ เกย่ี วกบั ชมรมของนักเรียน โดยใชโครงรางขางลา งน้ีในการชว ยในการ
เขียน - when it meets - where it meets - what they do - who to phone - phone number – website
5. นกั เรียนอา นคำส่ัง ครใู หน กั เรยี นดตู วั อยางการเขียนปา ยประกาศชมรมจากในกิจกรรม READ รวมท้งั
บนั ทกึ สั้น ๆ ของนักเรียนท่ีชวยกนั เขยี น
ขั้นที่ 3 กจิ กรรมขั้นสรปุ
1. เมื่อนกั เรยี นเขยี นใบประกาศเสร็จเรยี บรอยในช้นั เรยี น ใหห มนุ เวียนกันอา นและครูคอยสังเกต ถา ครู
สงั เกตเหน็ ขอผดิ พลาด ใหเขยี นขอผิดพลาดไวบ นกระดานและสอบถามนักเรียนใหชว ยกันแกไขครใู หนักเรยี นตรวจ
งานเขยี นของเพอื่ นคนอน่ื ๆ ตรวจดคู วามครบถวนของขอ มลู และความผดิ พลาดในการเขียนหลังจากคขู องนกั เรยี น
ตรวจเรียบรอยแลว ใหน ักเรียนเขยี นงานเปนครงั้ ทีส่ องและสง ครู
2. นกั เรยี นทีท่ ำเสร็จเร็ว สามารถทจ่ี ะออกแบบโปสเตอรสำหรบั ปา ยประกาศชมรมของกลมุ นกั เรียนได
ช่ัวโมงท่ี 24
ขนั้ ท่ี 1 กจิ กรรมขน้ั นำเขาสูบ ทเรยี น
1. ครูสนทนากบั นักเรียนเกี่ยวกบั เน้ือหาทเ่ี รียนผานมา ครใู หนักเรียนชวยกนั สรปุ หลักการของ present
simple tense ท่เี ปน ค าถามและการใชadverbs of frequency
ขน้ั ท่ี 2 กจิ กรรมขน้ั ฝก
1. ครูใหนกั เรียนทำแบบฝกหดั ทบทวน REVIEW ในหนงั สอื เรยี น Aim High Students’ Book 1 หนา 19
นกั เรยี นท างานรายบุคคล ฟง Audio (Track 1.20) จากนน้ั เตมิ บทสนทนาใหส มบูรณ โดยใชค ำศพั ทที่
กำหนดใหน กั เรยี นเปรยี บเทยี บคำตอบกับเพอ่ื น
2. ครเู ปด Audio (Track 1.20) ใหนกั เรียนไดฟง อกี รอบเพ่อื ตรวจสอบคำตอบ
Answer1. often 2. usually 3. on 4. where 5. us 6. does 7. doesn’t 8. do 9. never
10. don’t 11. come 12. You
3.นกั เรยี นทำแบบฝกหัดขอ 2 ครูใหนักเรยี นอา นบทสนทนาอีกรอบและคิดหาคำตอบ นักเรยี นทำงาน
รายบคุ คล ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั ตรวจคำตอบ
Answer1. Kate usually plays tennis on Saturdays.
2. She plays tennis at the sports centre.
3. She plays with her brother.
4. No, she doesn’t.
5. Her mum drives them there.
6. She watches them.
7. Yes, he’s a really good player.
8. Jenny never plays tennis.
4. นักเรยี นทำแบบฝก หัดขอ 3 เขยี นประโยคคำถามจากคำตอบเหลานีโ้ ดยใช wh-questions
ที่กำหนดใหh ow when who where how often what
Answer1. I meet my friends Anna after school.
2. My mum works in a hospital.
3. I go swimming three times a week.
4. I usually have a sandwich for lunch.
5. I get to school by bus. 6. Jim gets up at seven thirty.
5. นักเรยี นดตู วั อยางและทำขอถัดไปท้งั ชน้ั
1. Who do you meet after school?
2. Where does your mum work?
3. How often do you go swimming?
4. What do you have for lunch?
5. How do you get to school?
6. When does Jim get up?
ขน้ั ที่ 3 กิจกรรมขั้นสรุป
1. นกั เรยี นทำแบบฝกหัดขอ 4 นกั เรียนทำงานเปนรายบคุ คล วงกลมคำทถี่ ูกตองในแตละประโยคจากนั้นครู
และนกั เรยี นรว มกนั ตรวจคำตอบ
Answer 1. doesn’t, them 2. Give, her 3. Does, How 4. on, Don’t
9.หลกั ฐานการเรยี นรู (ภาระงาน/ชิ้นงาน)
1)การเลือกใชคำเช่อื มประโยคใหถ ูกตองตามบริบท
2)การเขยี นจดหมายอยางไมเ ปนทางการ
3) แบบฝกหัด/แบบฝกหดั ทบทวน
10.ส่ือการเรยี นรู / แหลงเรยี นรู
10.1สอ่ื การเรยี นรู
1)หนังสอื เรียนAimHighStudents’Book1
2)หนงั สอื AimHighWorkbookwithonlinePractice1
3) Audio
10.2 แหลง เรยี นรู
1) พจนานุกรมภาษาอังกฤษ
11. การวดั และประเมินผล วธิ กี าร เคร่ืองมือ เกณฑ
แบบฝก หดั การสังเกต
ลำดบั รายการทวี่ ดั และประเมนิ ผล แบบฝก หดั อา นคำศัพทไดถ ูกตอง
แบบฝก หัด แบบฝก หดั รอยละ 80
1 อา นออกเสียงคำศพั ทและบอก แบบฝกหัด ผานเกณฑ
ความหมายของคำศพั ท รอยละ 80
การสังเกต ทำแบบฝก หัดถูกตอ ง
2 บอกการใชคำขึน้ ตน และคำลงทาย รอ ยละ80
ผา นเกณฑ
3 การเลอื กใชค ำเชื่อม แบบฝก หัด รอ ยละ80
ผานเกณฑ
4 บอกรายละเอียดการเขียนจดหมาย การทำแบบฝก หัด รอยละ 80
อยางไมเปนทางการในแตล ะยอ หนา
การสังเกต ผานเกณฑ
5 การเขยี นนำเสนอกิจกรรมกฬี าที่ การสอบถาม รอยละ 80
ตนเองชอบ/ไมช อบโดยใชโครงสรา ง แบบประเมินการเขยี น
Present Simple Tense ในรูป จดหมาย ทำแบบฝกหัดถกู ตอง
บอกเลา และปฏเิ สธ รอ ยละ80
6 อธิบายการใชคำเช่อื มประโยคในบริบท การสอบถาม
ตาง ๆ
7 เขียนจดหมายอยางไมเปน ทางการได การทำแบบฝกหัด
8 เลอื กคำศัพทและบอกความหมาย แบบฝกหัด การสงั เกต ผา นเกณฑ
คำศัพททอ่ี าน การสังเกต รอยละ 80
การสังเกต
9 เลือกคำศัพทเตมิ ในชอ งวางไดถ ูกตอง แบบฝก หดั ผานเกณฑ
และเหมาะสมกับบริบท รอ ยละ80
10 เลอื กคำไดถกู ตอ งตามโครงสราง แบบฝกหัด ผานเกณฑ
Present Simple Tense รอ ยละ80
ลงชื่อ.............................................. ผูจัดทำ
(นางสาวธชกรเทพสงั ข )
ตำแหนง ครชู ำนาญการ
บนั ทึกหลงั การใชแผนการจัดการเรยี นรู
......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .......................................................
(นางสาวธชกร เทพสังข)
ตำแหนง ครชู ำนาญการ
วนั ท่.ี ...........เดอื น................................. พ.ศ...............
ความคิดเห็นของหัวหนากลมุ สาระการเรียนรู ความคิดเห็นของรองผอู ำนวยการกลมุ บริหารงานวิชาการ
........................................................................... ..........................................................................
....................................................................... ..........................................................................
.......................................................................... ..........................................................................
.......................................................................... ..........................................................................
ลงช่ือ.......................................... ลงช่ือ..........................................
(นางอรศรี สรุ าราช) (วาทรี่ อยเอกคณุ าวุฒิ ศรสี ุวรรณ)
หัวหนา กลมุ สาระการเรียนรูภาษาตา งประเทศ(ภาษาอังกฤษ) รองผูอำนวยการกลุมบรหิ ารงานวิชาการ
โรงเรียนเบญจมราชูทศิ
แผนการจัดการเรยี นรู
รายวชิ าอ21101ภาษาอังกฤษ กลมุ สาระการเรยี นรู ภาษาตา งประเทศ(ภาษาอังกฤษ)
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ่ี 1
หนวยการเรียนรูที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปก ารศึกษา2564
แผนการจัดการเรียนรูท ่ี 7
ครูผสู อนนางสาวธชกรเทพสังข เรือ่ ง Freetime เวลาเรียน16ชว่ั โมง
เร่อื ง Sports/Schoolactivities เวลาเรียน4ช่วั โมง
1.มาตรฐานการเรียนรู /ตวั ชว้ี ดั /ผลการเรยี นรู (รายวิชาพื้นฐานมมี าตรฐานการเรียนรูแ ละตัวชี้วัดรายวิชาเพ่ิมเติมมผี ลการ
เรียนรู)
1.1 มาตรฐานการเรยี นรู
สาระที่ 1ภาษาเพ่ือการสื่อสาร
มาตรฐาน ต1.1 เขา ใจและตคี วามเรื่องท่ฟี งและอานจากสอื่ ประเภทตาง ๆ และแสดงความคดิ เห็น อยางมีเหตผุ ล
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสือ่ สารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นขอ มลู ขา วสาร แสดงความรูสึกและความคดิ เหน็
อยางมีประสทิ ธิภาพ
มาตรฐาน ต1.3 นำเสนอขอมูลขา วสารความคดิ รวบยอดและความคิดเห็นในเรอ่ื งตาง ๆโดยการพูดและการ
เขียน
สาระท่ี 3 ภาษากบั ความสมั พันธก บั กลมุ สาระการเรียนรูอนื่
มาตรฐาน ต3.1 ใชภาษาตางประเทศในการเชื่อมโยงความรกู บั กลุม สาระการเรียนรูอนื่ และเปน พ้ืนฐานในการพฒั นา
แสวงหาความรูแ ละเปดโลกทัศนข องตน
1.2ตัวชวี้ ัด/ผลการเรียนรู
ต 1.1 ม.1/2 อา นออกเสยี งขอ ความ นทิ าน และบทรอ ยกรอง(poem) สนั้ ๆ ถกู ตอ งตาม หลักการอาน
ต 1.1 ม.1/3 เลอื ก/ระบปุ ระโยคและขอ ความใหส มั พนั ธก บั สอ่ื ทไี่ มใ ชค วามเรยี ง (non-text information) ท่อี า น
ต1.2ม.1/1สนทนา แลกเปลยี่ นขอมูลเกย่ี วกบั ตนเอง กจิ กรรม และสถานการณต าง ๆ ในชวี ิตประจำวัน
ต1.2 ม.1/5พูดและเขยี นแสดงความรูสกึ และความคดิ เห็นเก่ียวกบั ตนเองกบั เร่อื งตา ง ๆ ใกลต ัว กจิ กรรมตาง ๆ พรอ ม
ท้ังใหเหตุผลสนั้ ๆ ประกอบอยา งเหมาะสม
ต 1.3 ม.1/1 พูดและเขยี นบรรยายเก่ียวกับตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณและสิ่งแวดลอมใกลตัว
ต 3.1 ม.1/1 คนควา รวบรวมและสรปุ ขอมลู /ขอ เทจ็ จรงิ ทเี่ ก่ียวกบั กลุม สาระการเรยี นรูอนื่ จากแหลง เรียนรูและนำเสนอดวยการ
พูด/การเขยี น
2.จดุ ประสงคการเรียนรู
2.1ดา นความรู ความเขาใจ(Knowledge)
1)อานออกเสยี งคำศัพทแ ละบอกความหมายของคำศัพทไ ดถกู ตอ ง
2)เขียนคำศัพทคำนามพหูพจนไ ด
3)เขียนคำศัพทท เ่ี กยี่ วกับกีฬาและงานอดิเรกได
4) เตมิ คำกริยาและเปลี่ยนรปู คำกริยาไดเหมาะสมและถูกตองกับบรบิ ทได
5) เขยี นประโยคและโครงสรา งPresentSimpleTenseในรูปAffirmativetenseได
6)อา นบทความและบอกความละเอียดตอบคำถามได
7) ฟง บทความแลว บอกรายละเอียดตอบคำถามได
8)สนทนาแลกเปลี่ยนความรู ขอ มูลเก่ียวกับประเทศออสเตรเลยี
2.2ดานทักษะกระบวนการ (Processes/Skills)
1)เลือกเตมิ คำลงทา ยจดหมายไดเหมาะสม
2)เลอื กคำศัพทท ่ีเก่ียวกับสมาชิกในครอบครัว
3)เขยี นประโยคคำถามโดยใช Wh-questionsและYes/NoQuestionsใหส มั พันธกับคำตอบที่กำหนดใหไ ด
4)เขยี นประโยคคำถามโดยเรยี งAdverbsofFrequencyไดถูกตอง
5) อภปิ ลายเก่ียวกบั กีฬาทค่ี นไทยและคนออสเตรเลียเลน
6)อภิปลายเก่ียวกบั กีฬาสถานที่ทเ่ี ปน ทน่ี ิยมและกิจกรรมท่นี ักทองเทยี่ วตอ งทำ4อยา งในประเทศตนเอง
2.3ดา นคุณลักษณะเจตคติ คา นยิ ม(Attitudes)
1)มวี นิ ัยใฝเ รียนรู และมงุ ม่นั ในการทำงาน
3.สาระสำคัญ/ ความคดิ รวบยอด
ความรูในเรื่องโครงสราง present simple tense และคำศัพทเกี่ยวกับกีฬา งานอดิเรกและกิจกรรมในเวลา
วาง ชวยในการน าภาษาไปใชใ นชวี ิตประจำวันและเปน พ้ืนฐานสำคญั ท่ีจะนำไปสูก ารสอื่ สารในระดับทสี่ ูงข้นึ ตอ ไป
4. สาระการเรียนรู
4.3 สาระการเรียนรูแกนกลาง/สาระการเรยี นรูเ พิม่ เตมิ (กรณีเปนรายวิชาเพิม่ เตมิ )
Pronunciation:
- การออกเสยี งคำทาย Final Sounds: /fe/ wife, /es/ finishes houses
- gets up, go, live, play, study, watch
- การออกเสียงคำหนัก - เบา: popu'lation, partici'pation
- การออกเสยี งค าศัพทท ่ีมี /y/: Sydney Olympics
Vocabulary:
- Endings of the letter
- Members of the family
- Sports and hobbies
- weather, perfect, population, active, martial,
- champion, gold, medals, world, records
Grammatical Structure:
- Present Simple Tense (affirmative and negative)
- Present Simple Tense (affirmative and negative)
- Wh-questions, yes/no questions
- Adverbs of frequency
- Reading about famous sports in Australia
- Present Simple Tense (affirmative and negative)
Language Function:
- writing the names of the members of the family, sports and hobbies
- writing the plural nouns
- Writing the sentences of present simple tense (affirmative and negative)
- Making wh - questions and yes/no questions
- listening to and writing about famous sports in Australia
Culture:
- กฬี าทน่ี ิยมเลน ในประเทศออสเตรเลยี
4.2สาระการเรยี นรูทอ งถน่ิ (ถา มี)
-
5.สมรรถนะสำคญั ของผเู รียน(เฉพาะทเี่ กดิ ในแผนการจัดการเรยี นรูน้ี)
5.1ความสามารถในการสอื่ สาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการแกป ญ หา
5.4ความสามารถในการใชท ักษะชีวิต 5.5ความสามารถในการใชเทคโนโลยี
6.คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค (เฉพาะท่ีเกดิ ในแผนการจดั การเรียนรนู )้ี
6.1 คณุ ลักษณะอนั พ่ึงประสงคต ามหลกั สูตรแกนกลาง(เฉพาะทเี่ กดิ ในแผนการจัดการเรียนรนู ้ี)
1) รักชาติศาสน กษตั ริย 2) ซ่ือสตั ยส ุจรติ 3) มีวินัย 4) ใฝเรียนรู
5)อยูอยา งพอเพยี ง 6) มุงมน่ั ในการทำงาน 7) รักความเปนไทย 8) มจี ิตสาธารณะ
6.2 คณุ ลักษณะตามหลกั สตู รมาตรฐานสากล(เฉพาะทีเ่ กิดในแผนการจัดการเรียนรูน )ี้
1) มคี วามรูพ้ืนฐานในยคุ ดจิ ทิ ลั วิทยาศาสตร เศรษฐศาสตร เทคโนโลยี รูภาษาพหวุ ัฒนธรรมตระหนักสำนกึ
ระดับโลก
2) สามารถคิดประดิษฐอยางสรางสรรค ปรับตัวใฝรู ใฝเรียนวเิ คราะห สังเคราะห สรุปสรางองคค วามรู
3) มที กั ษะสอ่ื สารอยา งมีประสิทธิภาพ
4) มีความสามารถในการใชทักษะชีวติ
5) มีความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี
7. ทกั ษะของผูเรยี นในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)
7.1 ทกั ษะการอาน (Reading)
7.2 ทกั ษะการ เขยี น (Writing)
7.3 ทกั ษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
7.4 ทกั ษะดา นการคิดอยางมวี จิ ารณญาณและทกั ษะในการแกปญหา (Critical thinking and problem solving)
7.5 ทกั ษะดา นการสรา งสรรคแ ละนวัตกรรม (Creativity and innovation)
7.6ทักษะดานความรว มมือการทางานเปน ทีมและภาวะผนู ำ (Collaboration, teamwork and leadership)
7.7 ทักษะดานความเขาใจตางวฒั นธรรมตางกระบวนทศั น (Cross-cultural understanding)
7.8 ทักษะดา นการสอ่ื สารสารสนเทศและรูเทาทนั ส่อื (Communication information and media literacy)
7.9 ทักษะดานคอมพวิ เตอรและเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร (Computing)
7.10 ทกั ษะอาชีพและทกั ษะการเรยี นรู (Career and learning self-reliance, change)
7.11ความมคี ณุ ธรรมมเี มตตามรี ะเบียบวินยั (Compassion)
8.กิจกรรมการเรียนรู (เขยี นละเอยี ดและชัดเจนกวาในหนวยการเรียนร)ู
วิธสี อน(จำนวนขัน้ แลว แตว า เปนวิธีการสอนแบบใดและโปรดระบวุ า ใชวธิ ีการสอนแบบใด)
DiscoveryMethod การจัดการเรียนรแู บบคน พบ
ชั่วโมงที่ 25
ขน้ั ที่ 1 กจิ กรรมข้ันนำเขาสบู ทเรียน
1. ครูทบทวนในสงิ่ ท่เี รยี นมาใน Unit 1 - 2 โดยการสอบถามนักเรยี นวา ไดเรยี นรูอ ะไรบางจากบทเรยี น
นกั เรยี นชว ยกันตอบ
ขน้ั ท่ี 2 กิจกรรมข้ันฝก
1. ครใู หนกั เรยี นทำงานเปนรายบุคคล ทบทวนทำแบบฝกหัด Language Review 1 - 2 ในหนงั สอื เรยี น
Aim High Students’ Book 1 หนา 20 ในกิจกรรม VOCABULARY ขอ 1 โดยใหนกั เรียนเลือกคำลงทา ย
จดหมายใหถ กู ตองและเหมาะสมจากน้นั ครแู ละนักเรียนรวมกนั ตรวจสอบคำตอบ
Answer 1. a 2. a 3. b 4. b 5. A
2. ครูใหนกั เรียนทำงานเปนรายบุคคล ในกจิ กรรม VOCABULARY ขอ 2 นกั เรียนเขยี นคำนามเอกพจนท่ีกำหนดให
เปนคำนามพหูพจนจ ากน้นั ครูและนักเรยี นรว มกันตรวจสอบคำตอบ ครเู พมิ่ เตมิ ในเรื่องการออกเสียงคำทา ย Final
Sounds: /fe/ wife /es/ finishes houses นักเรยี นฝกอานออกเสยี ง
Exercise 2 1. wives 2. husbands 3. photos 4. potatoes 5. buses 6. families
3. ครูใหน ักเรยี นทำงานเปนรายบคุ คล ในกจิ กรรม VOCABULARY ขอ 3 นักเรียนเตมิ บทความใหสมบูรณ
โดยการเติมค าศพั ทเ กีย่ วกบั สมาชกิ ในครอบครวั ใหถูกตอ งกับบรบิ ทในบทความ จากนน้ั ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั
ตรวจสอบคำตอบ
Exercise 3 1. father 2. uncle 3. cousin 4. grandmother 5. grandfather 6. niece 7. son 8.
aunt
4. ครูใหน กั เรียนท างานเปน รายบคุ คล ในกจิ กรรม VOCABULARY ขอ 4 นกั เรียนเติมคำ าศพั ทเก่ียวกับ
กฬี าและงานอดิเรกใหสมบูรณจ ากนนั้ ครแู ละนักเรยี นรวมกนั ตรวจสอบคำตอบ
Exercise 4 1. basketball 2. computer games 3. Gymnastics 4. ice skating 5. Photography
6. Rollerblading
5. ครูใหน กั เรยี นทำงานเปนรายบคุ คล ในกจิ กรรม VOCABULARY ขอ 5 นักเรยี นเตมิ คำศพั ทเ กย่ี วกบั กฬี า
และงานอดิเรกใหถ กู ตอ งกบั ประโยคท่ใี หม า จากนั้น ครแู ละนักเรยี นรว มกันตรวจสอบคำตอบExercise 5 1.
football 2. swimming 3. chess 4. films 5. photography 6. cycling 7. ice skating 8. music
ขน้ั ที่ 3 กจิ กรรมขั้นสรุป
1. ครใู หนกั เรยี นรว มกันเขยี นสรปุ คำศพั ทตาง ๆ ท่เี รยี นมาเก่ียวกบั สมาชกิ ในครอบครวั กฬี าและงานอดิเรก
ลงในสมุด
ชั่วโมงที่ 26
ข้นั ที่ 1 กิจกรรมขั้นนำเขาสบู ทเรียน
1. ครทู บทวนในเร่อื งโครงสรางภาษาที่เรียนมาใน Unit 1 - 2 นักเรียนชว ยกนั ตอบ ครอู ธบิ ายวานักเรยี นจะ
ไดท ำแบบฝกหดั เกยี่ วกบั โครงสรางท่เี รียนผานมา
ขนั้ ท่ี 2 กิจกรรมขัน้ ฝก
1. ครูใหนักเรียนท างานเปนรายบุคคล ทบทวนท าแบบฝกหัด Language Review 1 - 2 ในหนังสือเรียน
Aim High Students’ Book 1 หนา 20 ในกิจกรรม GRAMMAR ขอ 1 โดยใหนักเรียนเติมคำกริยาและ
เปล่ยี นรปู คำกรยิ าไดเหมาะสมและถูกตอ งกบั บริบท จากนนั้ ครแู ละนักเรยี นรวมกันตรวจสอบคำตอบ
Exercise 1 1. Studies 2. Play 3. Goes 4. Watches 5. Live 6. gets up
2. ครูใหน กั เรียนทำงานเปนรายบคุ คล ทบทวนทำแบบฝก หดั Language Review 1 - 2 ในเรียน Aim High
Students’ Book 1 หนา 20 ในกิจกรรม GRAMMAR ขอ 2 ใหนักเรียนเขียนประโยคโดยใชโครงสราง
present simple tense ในรูป affirmative และ negative จากนั้น ครูและนักเรียนรวมกันตรวจสอบ
คำตอบ ครูเพิ่มเติมการอานออกเสียงคำหนัก - เบา ในคำเหลาน้ีhistory cycling pizza physics
นักเรียนฝก อานออกเสยี ง ครูสงั เกตและใหขอ ชีแ้ นะ
Exercise 2
1. They don’t listen to chat shows. They listen to the news.
2. She doesn’t sit next to Emma. She sits next to Sue.
3. I play golf. I don’t play tennis.
4. He doesn’t go swimming. He goes cycling.
5. They come from Jordan. They don’t come from Egypt.
6. She teaches physics. She doesn’t teach sport.
7. He doesn’t speak Welsh. He speaks English.
8. We like pizza. We don’t like rice.
3. ครูใหนักเรียนทำงานเปนรายบุคคล ทบทวนทำแบบฝกหัด Language Review 1 - 2 ในหนังสือเรียน
Aim High Students’ Book 1 หนา 20 ในกิจกรรม GRAMMAR ขอ 3 นักเรียนเขียนประโยคคำถาม
wh-questions และ yes/no questions ใหสัมพันธกับค าตอบที่กำหนดใหจากนั้น ครูและนักเรียน
รวมกนั ตรวจสอบคำตอบ
Exercise 3 1. where do you live? f
2. Does he like sport? c
3. What does she study? a
4. How do you get to school? d
5. Does she get up early? b
6. Do you know Lucas? e
ขัน้ ที่ 3 กิจกรรมขั้นสรปุ
4. ครูใหน ักเรียนทำงานเปนรายบคุ คล ทบทวนทำแบบฝก หดั Language Review 1 - 2 ในหนังสอื เรียน Aim
High Students’ Book 1 หนา 20 ในกิจกรรม GRAMMAR ขอ 4 นักเรียนเขียนประโยคโดยเรียงลำดับ adverbs of
frequency ที่กำหนดใหไดถูกตอง จากน้นั ครูและนักเรยี นรว มกันตรวจสอบคำตอบ Exercise 4
1. I often have cheese for breakfast.
2. She’s hardly ever late for school.
3. I often play computer games.
4. He never does his homework on the bus.
5. It’s usually cold in January.
6. School always finishes at quarter past four.
7. We sometimes have lunch at school.
ช่ัวโมงที่ 27
ขนั้ ที่ 1 กิจกรรมขนั้ นำเขา สบู ทเรยี น
1. ครแู ละนักเรยี นสนทนาเกย่ี วกับกีฬาทีค่ นไทยชนื่ ชอบ ครใู หน ักเรียนยกตวั อยางประเภทกฬี าทค่ี นไทยนิยม
เลน ครแู ละนกั เรยี นรวมกนั สรปุ กีฬาท่คี นไทยนิยมเลนมา 5 อนั ดับ ครอู ธบิ ายใหฟง วา นกั เรียนจะไดอ า นบทความ
เก่ียวกับกฬี าทชี่ าวออสเตรเลียนยิ มเลน
ขนั้ ท่ี 2 กิจกรรมขนั้ ฝก
กจิ กรรมกอนการอานPre-reading
1. ครใู หนักเรียนทำกจิ กรรม Skills Round-up 1 - 2 บทความเร่อื ง Sport in Australia ใน Aim High Students’
Book 1 หนา 21ครใู หน ักเรยี นดรู ปู ภาพ แลว สนทนาซักถามนกั เรยี นเกยี่ วกบั ภาพ โดยใชคำถาม เชน - In picture,
which country will you read about?
- In picture, what kinds of sports can you see?
- Do you like these sports?
- Are you fun with these sports?
- What do you think about these sports in our country? Are these sports famous or not? จากนั้น
นกั เรียนและครูรวมกันอภิปรายเกย่ี วกับคำตอบในชั้นเรยี น
กิจกรรมระหวางการอานWhile -reading
1. ครูและนักเรียนอานเรื่อง Sport in Australia Sun, sea and sport! ในหนังสือเรียน Aim High
Students’ Book 1 หนา 21 รวมกัน ในขณะทำการอาน ครูหยุดในบางตอนเพื่อใหนักเรียนออกเสียง
คำศัพทและประโยคใหถูกตอง ครูเพิ่มเติมการออกเสียงคำหนัก - เบา ในคำเหลานี้ population
participation ครอู ธบิ ายวา คำทีล่ งทา ยดวย -ion มักจะลงเสียงหนักที่พยางคกอน
-ion
2. ครูสอบถามความหมายของคำศัพทที่พบในบทอาน โดยใหนักเรียนชวยกันบอกคำศัพทที่นักเรียนรูจัก
และทราบความหมายในบทอาน ครูอธิบายความหมายคำศัพทเพิ่มเติม 3. เมื่ออานเนื้อเรื่องจบแลว แบง
นักเรียนออกเปนกลมุ ยอย ๆ กลุมละ 5 - 6 คน ชวยกนั ทำผังความคิด (Mind Map)
สรปุ ความจากเรื่องทีอ่ า น
กจิ กรรมหลังการอานPost -reading
1. ครูใหนักเรียนทำงานรายบุคคล ทบทวนการอานอีกครั้งหนึ่งและสนทนาแลกเปลี่ยนเนื้อหาที่อานจากนั้น ตอบ
คำถามทายบทอาน READ ครแู ละนกั เรยี นรว มกันตรวจคำตอบ
1. They love sport.
2. Because the weather is perfect and there are thousands of beaches.
3. Football and cricket.
4. Basketball and gymnastics.
ข้ันท่ี 3 กิจกรรมขน้ั สรุป
1. ครูและนักเรยี นรว มกันอภิปรายเกยี่ วกับกีฬาท่ีคนออสเตรเลยี และคนไทยนิยมเลน โดยแบง เปนกฬี าสำหรับเด็กชาย
และกีฬาสำหรับเด็กหญิง นักเรียนบอกเหตุผลวาเพราะอะไรกีฬาเหลานั้นจึงนิยมเลนในออสเตรเลียและประเทศไทย
ครแู ละนักเรยี นรว มกนั สรุป
ชั่วโมงที่ 28
ขน้ั ที่ 1 กิจกรรมขั้นนำเขา สูบ ทเรียน
1. ครใู หน กั เรยี นดรู ปู ภาพ ในกจิ กรรม READ ในหนังสอื เรยี น Aim High Students’ Book 1 หนา 21 ครู
ถามคำถามเหลาน้ีเพื่อเช่ือมโยงเขา กับสิ่งที่นกั เรียนจะไดฟง ในขั้นตอนตอไป
- Can you guess, which sport do this man play?
- Do you know this man? What’s his name?
- Which medal that he shows? - Is he happy or sad?
- What do you think why he smiles?
ขนั้ ที่ 2 กิจกรรมข้ันฝก
1. ครูอธิบายเพิ่มเติมวานักเรียนจะไดฟงเกี่ยวกับ Ian Thorpe ซึ่งเปนนักกีฬาวายน้ำที่มีชื่อเสียงของประเทศ
ออสเตรเลียและในภาพ เขากำลังโชวเ หรยี ญทองกีฬาโอลมิ ปก
2. นักเรียนทำงานเปนรายบุคคล ในกิจกรรม LISTEN ขอ 1 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1
หนา 21 ครูเปด Audio (Track 1.24) ใหนกั เรยี นฟง จากนนั้ นักเรยี นตอบคำถาม ครแู ละนักเรยี นรวมกนั ตรวจคำตอบ
ครูอธิบายเพ่มิ เติมในเรอ่ื งการออกเสยี งคำศพั ทท ่มี ี /y/: Sydney Olympic นกั เรยี นฝกออกเสยี ง ครูสังเกตและคอยให
คำชีแ้ นะ
3. นักเรียนทำงานเปนรายบุคคล ในกิจกรรม LISTEN ขอ 2 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1
หนา 21 ครูตรวจสอบความเขาใจของนักเรียนในเรื่องความหมายของแตละประโยคที่กำหนดให โดยการใหนักเรียน
อานและสอบถามความหมายในแตละขอ จากนั้น ครูเปด Audio (Track 1.24) ใหนักเรียนฟงและเลือกตอบ True or
False และใหน ักเรียนไดเปรียบเทยี บคำตอบรว มกนั กบั เพื่อน
4. ครูเปด Audio (Track 1.24) อีกรอบ โดยท่ีครหู ยุด Audioเปน ระยะ ๆ เพื่อใหนกั เรียนไดต รวจสอบคำตอบ
ครูใหนกั เรยี นแกไ ขประโยคท่ผี ดิ ใหถูกตอ งตามที่ไดฟง จากนัน้ ครแู ละนักเรยี นรวมกันตรวจสอบคำตอบ
1. T
2. F (He’s very tall and he’s got very big feet.)
3. F (She’s also a swimmer.)
4. F (He’s got five gold medals.)
5. T
6. F (He isn’t really interested in other sports.)
5. ครใู หนักเรยี นแบง กลมุ ทำกิจกรรม WRITE AND SPEAK ขอ 1 ในหนังสอื เรียน Aim High Students’
Book 1 หนา 21 นักเรยี นรว มกนั ตอบคำถาม ซง่ึ เปน ความรูขอ มลู เกยี่ วกบั ประเทศออสเตรเลียจากน้นั ครแู ละนักเรียน
รว มกนั อภิปรายและตรวจคำตอบ
1. Sydney, Melbourne, Canberra, Brisbane, Perth, Darwin
2. Kylie Minogue (pop singer), Rolf Harris (TV personality)
3. Uluru (Ayers Rock): It’s a sacred place for Australian aborigines, and it’s a very beautiful
place to visit, especially at sunset.
6. ครูใหนักเรียนแบงกลุม ทำกิจกรรม WRITE AND SPEAK ขอ 1 ในหนังสือเรียน Aim High Students’
Book 1 หนา 21 นักเรียนชวยกันเขียนชื่อกีฬา สถานที่ที่เปนที่นิยมและกิจกรรมที่นักทองเที่ยวตองทำ4 อยาง ใน
ประเทศของตนเอง จากน้นั นกั เรียนเปรียบเทียบคำตอบกับเพ่อื นในช้นั เรยี น
ขั้นที่ 3 กจิ กรรมขัน้ สรปุ
1. ครแู ละนกั เรยี นรวมกนั สรปุ เน้อื หาทีเ่ รยี น ครูอธิบายเพ่ิมเติมในสว นท่ีนกั เรียนไมเ ขา ใจ
9.หลักฐานการเรียนรู (ภาระงาน/ชิน้ งาน)
1)การเลือกใชค ำเชือ่ มประโยคใหถกู ตอ งตามบริบท
2) การเขียนจดหมายอยางไมเปนทางการ
3) แบบฝกหดั /แบบฝกหดั ทบทวน
10.ส่ือการเรยี นรู / แหลงเรียนรู
10.1 สื่อการเรียนรู
1) หนังสอื เรยี นAimHighStudents’Book1
2) หนังสือAimHighWorkbookwithonlinePractice1
3) Audio
10.2 แหลงเรียนรู
1) พจนานุกรมภาษาองั กฤษ
11. การวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมอื เกณฑ
- การสังเกต อานคำศพั ทไ ดถูกตอง
ลำดบั รายการท่ีวดั และประเมนิ ผล -การอานออกเสยี ง - การสังเกต รอยละ 80
- การสอบถาม แบบฝก หดั ตอบคำถามไดตองตอง
1 อานออกเสยี งคำศัพทและบอก - การทำแบบฝกหดั แบบฝก หดั รอยละ 80
ความหมายของคำศพั ท แบบฝก หดั ตอบคำถามไดถ กู ตอ ง
แบบฝกหัด รอ ยละ80
2 เขยี นคำศัพท คำนามพหูพจน การสงั เกต ผา นเกณฑ
รอยละ 80
3 เขยี นคำศพั ทเก่ียวกบั กฬี าและงาน การทำแบบฝก หัด แบบฝกหดั ผา นเกณฑ
รอยละ 80
อดิเรก การสงั เกต ผานเกณฑ
รอยละ 80
4 เลือกเตมิ คำลงทายจดหมายได การทำแบบฝกหัด
ทำแบบฝก หัดถูกตอง
เหมาะสม/ถูกตอง รอ ยละ80
5 เตมิ คำกรยิ าและเปลีย่ นรปู รูปคำกรยิ า การทำแบบฝกหัด ผา นเกตอบคำถามได
ถกู ตอง
ไดถ ูกตองเหมาะสมถกู ตองกับบริบท รอ ยละ80
6 เขยี นประโยคโดยใชโครงสรางPresent การสอบถาม
SimpleTenseในรปู Affirmativeและ
negative
7 เขยี นประโยคโดยใช Adverbof การทำแบบฝกหัด
Frequencyไดถ ูกตอ ง
8 สนทนาเกีย่ วกับเรือ่ งท่อี านได การอภปิ ลาย
ลำดับ รายการที่วดั และประเมินผล วิธกี าร เครอื่ งมอื เกณฑ
9 เขยี นผงั ความคิดเกย่ี วกับเร่ืองทอ่ี าน การทำผงั ความคิดMind แบบประเมินผลงาน ผา นเกณฑ
ได Map ในระดับดี
10 อภปิ ลายเกีย่ วกับแหลง ทองเท่ียว4 การอภปิ ลาย การสังเกต ผานเกณฑใ นระดบั ดี
อยา งในประเทศของตนเอง
ลงช่ือ............................................. ผจู ดั ทำ
(นางสาวธชกรเทพสงั ข )
ตำแหนง ครูชำนาญการ
บันทกึ หลังการใชแผนการจัดการเรยี นรู
......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
ลงชือ่ .......................................................
(นางสาวธชกรเทพสงั ข)
ตำแหนง ครชู ำนาญการ
วนั ที่............เดอื น................................. พ.ศ...............
ความคดิ เหน็ ของหวั หนากลุมสาระการเรียนรู ความคดิ เหน็ ของรองผูอำนวยการกลุมบริหารงานวิชาการ
........................................................................... ...........................................................................
........................................................................ .........................................................................
.......................................................................... ..........................................................................
.......................................................................... ..........................................................................
ลงช่ือ.......................................... ลงชื่อ..........................................
(นางอรศรี สรุ าราช) (วาทรี่ อ ยเอกคณุ าวฒุ ิ ศรสี วุ รรณ)
หัวหนากลุมสาระการเรยี นรภู าษาตา งประเทศ(ภาษาอังกฤษ) รองผูอำนวยการกลุมบริหารงานวิชาการ
โรงเรียนเบญจมราชทู ิศ
แผนการจัดการเรยี นรู
รายวชิ าอ21101ภาษาองั กฤษ กลมุ สาระการเรยี นรู ภาษาตา งประเทศ(ภาษาองั กฤษ)
ชัน้ มธั ยมศึกษาปที่ 1
หนว ยการเรียนรูที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 1 ปก ารศึกษา2564
แผนการจดั การเรียนรูท่ี 8
ครูผูสอน นางสาวธชกร เทพสังข เรื่อง SchoolLife เวลาเรยี น16 ชว่ั โมง
เรื่องSports/Free time activities เวลาเรียน 4 ชั่วโมง
1.มาตรฐานการเรยี นรู /ตัวช้ีวดั /ผลการเรยี นรู (รายวิชาพ้นื ฐานมมี าตรฐานการเรยี นรูและตัวชี้วดั รายวิชาเพิ่มเตมิ มีผลการ
เรยี นรู)
1.1 มาตรฐานการเรียนรู
สาระที่ 1ภาษาเพื่อการสื่อสาร
มาตรฐาน ต1.1เขา ใจและตคี วามเร่อื งทีฟ่ งและอานจากสอื่ ประเภทตาง ๆ และแสดงความคิดเหน็ อยางมีเหตผุ ล
มาตรฐาน ต1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสาร แสดงความรูสึกและความคิดเห็น
อยางมปี ระสทิ ธิภาพ
มาตรฐาน ต1.3 นำเสนอขอ มลู ขา วสารความคิดรวบยอดและความคิดเหน็ ในเร่อื งตาง ๆโดยการพูดและการ
เขยี น
ต1.2ตัวช้ีวดั /ผลการเรยี นรู
ต 1.1 ม.1/2 อา นออกเสยี งขอ ความ นทิ าน และบทรอ ยกรอง(poem) ส้นั ๆ ถกู ตองตาม หลักการอาน
ต 1.1 ม.1/4 ระบุหัวขอ เรือ่ ง (topic)ใจความสำคญั (main idea)และตอบคำถามจากการฟงและอาน
บทสนทนานทิ าน และเรอ่ื งสนั้
ต1.2ม.1/1 สนทนา แลกเปลย่ี นขอ มลู เกีย่ วกบั ตนเอง กิจกรรม และสถานการณต า ง ๆ ในชีวติ ประจำวนั
ต 1.3 ม.1/1พดู และเขียนบรรยายเกย่ี วกับตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณและสง่ิ แวดลอ มใกลต ัว
2.จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
2.1ดานความรู ความเขาใจ(Knowledge)
1)อา นออกเสยี งคำศพั ทแ ละบอกความหมายของคำศพั ทไดถ กู ตอ ง
2)สนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรูส งิ่ ท่ีอานได
3จับใจความสำคัญเรือ่ งทอ่ี านได
4) เติมคำศพั ทเหมาะสมและถูกตอ งกบั บริบทได
5) จับคูประโยคกับรปู ภาพไดสัมพนั ธกนั
2.2ดา นทกั ษะกระบวนการ (Processes/Skills)
1)พูดอภิปลายเกี่ยวกับเนื้อเรือ่ งทีอ่ า นได
2) เลือกคำศัพทใหตรงกับคำจำกัดความท่ีกำหนดได
3)เลอื กใชส ำนวนในการพูดไดถ ูกตองตามสถานการณ
2.3ดานคณุ ลกั ษณะเจตคติ คานิยม(Attitudes)
1)มีวินัยใฝเรียนรู และมงุ มนั่ ในการทำงาน
3.สาระสำคญั / ความคิดรวบยอด
การอา นออกเสียงคำศพั ทวลีการอานบทอานและการสนทนาแลกเปลี่ยนขอมูลเกี่ยวกบั โรงเรียนชวยในการนำ
ภาษาไปใชในชวี ติ ประจำวันและเปนพ้นื ฐานในการสื่อสารในระดับสงู ตอ ไป
4. สาระการเรียนรู
4.4 สาระการเรยี นรแู กนกลาง/สาระการเรียนรเู พิ่มเติม(กรณีเปนรายวชิ าเพ่ิมเติม)
Pronunciation:
- ฝก การออกเสียงหนกั - เบา: 'enormous, 'isolated, 'travel, 'subject, pre'pare dis'cuss, 'borrow,
'library 'lonely, 'annual
- ฝกการออกเสียง consonant sounds /s/: stairs staff
Vocabulary:
- Enormous, populationtravel, subjects, on their own, prepare, post, discuss, borrow, library,
takes, place, lonely, chat, annual
- annual, borrow, chat, discuss, enormous, isolated, library, lonely, on his own, population,
post, prepare, subjects, takes place, travel - Places in schools: canteen, corridor, gym, hall, library,
playing, fields staff room, stairs - Verbs for talking: announce, argue, discuss, gossip, interview,
shoutwhisper
Grammatical Structure:
- Present simple tense
- Expressions with take: take apart take away take downtake intake off take out
Language Function:
- Talking about schools
- Reading and speaking about school, places in school, expressions with take and verbs
of talking
Culture:
รปู แบบของโรงเรียนในประเทศออสเตรเลยี
4.2สาระการเรยี นรูทอ งถนิ่ (ถา มี)
-
5.สมรรถนะสำคญั ของผเู รียน(เฉพาะทีเ่ กดิ ในแผนการจัดการเรียนรูน)ี้
5.1 ความสามารถในการส่ือสาร 5.2 ความสามารถในการคดิ 5.3 ความสามารถในการแกป ญหา
5.4ความสามารถในการใชทักษะชีวิต 5.5ความสามารถในการใชเทคโนโลยี
6.คุณลักษณะอันพึงประสงค (เฉพาะทีเ่ กิดในแผนการจดั การเรียนรูน ้ี)
6.1 คุณลกั ษณะอันพง่ึ ประสงคต ามหลักสตู รแกนกลาง(เฉพาะที่เกดิ ในแผนการจัดการเรยี นรนู ี)้
1) รกั ชาตศิ าสน กษัตริย 2) ซือ่ สัตยส จุ รติ 3) มวี ินยั 4) ใฝเ รยี นรู
5)อยูอ ยางพอเพยี ง 6) มุงมั่นในการทำงาน 7) รกั ความเปน ไทย 8) มจี ิตสาธารณะ
6.2 คุณลกั ษณะตามหลกั สตู รมาตรฐานสากล(เฉพาะทเ่ี กิดในแผนการจัดการเรียนรูนี้)
1) มคี วามรูพน้ื ฐานในยุคดจิ ทิ ลั วิทยาศาสตร เศรษฐศาสตร เทคโนโลยี รูภาษาพหุวัฒนธรรมตระหนักสำนกึ
ระดับโลก
2) สามารถคิดประดิษฐอยางสรางสรรค ปรบั ตัวใฝรู ใฝเ รียนวิเคราะห สงั เคราะห สรุปสรา งองคค วามรู
3) มที ักษะสื่อสารอยางมปี ระสทิ ธิภาพ
4) มีความสามารถในการใชทักษะชีวติ
5) มีความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี
7. ทักษะของผเู รยี นในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C)(เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรนู )้ี
7.1 ทกั ษะการอาน (Reading)
7.2 ทกั ษะการ เขียน (Writing)
7.3 ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
7.4 ทกั ษะดานการคดิ อยา งมีวจิ ารณญาณและทักษะในการแกปญ หา (Critical thinking and problem solving)
7.5 ทักษะดานการสรา งสรรคแ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation)
7.6ทักษะดานความรวมมอื การทางานเปนทีมและภาวะผูนำ (Collaboration, teamwork and leadership)
7.7 ทักษะดานความเขาใจตา งวัฒนธรรมตางกระบวนทศั น (Cross-cultural understanding)
7.8 ทักษะดานการสื่อสารสารสนเทศและรเู ทา ทนั ส่อื (Communication information and media literacy)
7.9 ทกั ษะดานคอมพิวเตอรและเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สาร (Computing)
7.10 ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู (Career and learning self-reliance, change)
7.11ความมีคณุ ธรรมมเี มตตามีระเบยี บวินัย(Compassion)
8.กิจกรรมการเรยี นรู (เขียนละเอียดและชัดเจนกวา ในหนวยการเรียนรู)
วิธสี อน(จำนวนขั้นแลวแตว าเปนวธิ กี ารสอนแบบใดและโปรดระบุวาใชวธิ กี ารสอนแบบใด)
DiscoveryMethod การจัดการเรียนรูแบบคน พบ
ช่ัวโมงที่ 29 -30
ข้นั ที่ 1 กจิ กรรมข้ันนำเขา สบู ทเรยี น
1. ครนู ำเขาสบู ทเรยี น โดยใหนกั เรยี นดหู วั ขอ หนวยการเรยี นรูที่ 3 เรือ่ ง High flyers และใหน กั เรียนชว ยกนั
ระดมความคิดเกยี่ วกบั หัวขอเรื่อง ใหนกั เรียนเขยี นส่งิ ทไ่ี ดล งบนกระดาน [วชิ า กฎ ตึกตารางเรียน ขอ สอบชน้ั เรียน
เปนตน)
2. นักเรยี นอานหัวขอ High flyers ครูอธิบายวา หมายถึงนกั เรียนที่ทำดีท่โี รงเรียนและไดคะแนนสูงสดุ
อยางไรก็ตามในเน้อื หาของบทอา น จะเกย่ี วกบั ครูทเ่ี ดินทางโดยเครอื่ งบนิ เพื่อไปพบนักเรียนของครู
ขั้นท่ี 2 กจิ กรรมขัน้ ฝก
1. ครูใหนักเรียนจินตนาการวานักเรียนไมตองไปโรงเรียน แตเรียนที่บา นแทน ครูใหนักเรยี นจบั คูอภิปรายขอ
ไดเปรียบและขอเสยี เปรียบของการศึกษาที่บา น โดยใหนักเรียนใชวลีทีค่ รูกำหนดใหดังนี้ Compare ideas think get
up early have fun talk about your ideas make friends travel to school discuss problems with the
teachers
ครูสังเกตและคอยใหความชวยเหลือ จากนั้นนักเรียนทั้งชั้นรวมกันเปรียบเทียบคำตอบ ครูอธิบายเพิ่มเติมวา
บทอานเรื่อง School of the air จะเกี่ยวกับ Australian School of the Air ซึ่งเปนโรงเรียนสำหรับนักเรียนผูซึ่ง
อาศยั อยใู นเขตพ้ืนทีท่ แ่ี ยกตัวออกมา มีโรงเรยี น School of the Air ทั่วทกุ รฐั ในออสเตรเลียยกเวน ในเขต Tasmania
และ the Australian Capital Territory
1. ครูและนักเรียนรวมกันอานเรื่อง SCHOOL OF THE AIR ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1
หนา 22 ในขณะท าการอาน ครูหยุดในบางตอนเพื่อใหนักเรียนออกเสียงค าศัพทและประโยคใหถูกตอง ครูเพิ่มเติม
การออกเสียงคำหนัก - เบา ในค าศัพทเหลาน้ี Enormous isolated travel subject prepare discuss Borrow
library lonely annual นักเรียนฝกออกเสียง ครูสังเกตและคอยใหคำ แนะนำ ครูสอบถามความหมายของคำศัพทท่ี
พบในบทอาน โดยใหน กั เรียนทำแบบฝกหัด Vocabulary ขอ 1
ในหนงั สือเรยี น Aim High Students’ Book 1 หนา 23 นกั เรียนจบั คูคำจำกัดความกับคำศพั ทท่กี ำหนดใหในบทอา น
ครแู ละนักเรียนรว มกันตรวจคำตอบ
1. post 2. on their own 3. library 4. annual 5. isolated 6. borrow 7. enormous 8. lonely 9.
subjects 10. takes place 11. travel 12. prepare 13. chat 14. discuss 15. population
2. ครูใหขอมูลนักเรียนเกี่ยวกับคำจากบทอานและใหนักเรียนจดใน Vocabulary Notebook ในสวน
workbooks (page 92 - 111)
3. นกั เรียนหาคำศัพทในบทอา นจากประโยคทม่ี ีคำศพั ทเหลานีอ้ ยู
carnival /kilometre/ make/ friends/ove/r playing field/ quite often/ special twice
นักเรียนอานออกเสียงคำศัพทและชวยกันบอกความหมาย ครูอธิบายเพิ่มเติม จากนั้นนักเรียนทำกิจกรรม READ ขอ
1 ในหนังสือเรยี น Aim High Students’ Book 1 หนา 22 ตอบคำถาม 3 ขอ ครูใหนักเรียนอาน Reading tip และดู
หัวขอรองของบทอานจากนั้นครูใหนักเรียนคนหาคำตอบจากหัวขอรอง [1. Big country, small population, 2.
School without classrooms, 3. A chance to meet.] นักเรียนทำงานรายบุคคล ตอบคำถาม ครูและนักเรียน
รว มกนั ตรวจสอบคำตอบ
1. 20 million 2. twelve 3. once or twice a year 4. นักเรียนทำกิจกรรม READ ขอ 2 ในหนังสือเรียน
Aim High Students’ Book 1 หนา 22 ครูเปด Audio (Track 1.25) ใหนักเรียนฟงบทอาน ขณะที่นักเรียนอานบท
อานเปนครั้งที่สองและท าแบบฝกหัด ในชั้นเรียนที่เรียนออน ใหนักเรียนขีดเสนใตบรรทัดที่เกี่ยวของในบทอาน
จากนั้นครูและนักเรียนรวมกันตรวจคำตอบ นักเรียนและครูรวมกันสนทนาแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเนือ้
เรื่องที่อาน โดยครูใชคำถามเพื่อเชื่อมโยงเกี่ยวกับเนื้อเรื่อง เชน - Which country is in the text? - What is
School of the Air? - Do you like School of the Air? - What do students at the School of the Air have
to do?
1. 20 million 2. twelve 3. once or twice a year
4. นักเรียนทำกิจกรรม READ ขอ 2 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 22 ครูเปด Audio
(Track 1.25) ใหนักเรียนฟงบทอาน ขณะที่นักเรียนอานบทอานเปนครั้งที่สองและทำแบบฝกหัด ในชั้นเรียนที่เรียน
ออน ใหนักเรียนขีดเสนใตบรรทัดที่เกี่ยวของในบทอาน จากนั้นครูและนักเรียนรวมกันตรวจคำตอบ นักเรียนและครู
รวมกันสนทนาแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเนื้อเรื่องที่อาน โดยครูใชคำถามเพื่อเชื่อมโยงเกี่ยวกับเนื้อเรื่อง
เชน
- Which country is in the text?
- What is School of the Air?
- Do you like School of the Air?
- What do students at the School of the Air have to do?
ANSWER 1. c (Some families live on big, isolated farms, hundreds of kilometres from a town
or city.)
2. b (…over 1,000 students use them.)
3. a (They send their work to the teachers once a week…)
4. b (…and discuss it by radio or over the internet.)
5. a (…a teacher visits every student at home.
6. c (Students don’t have to go …)
ขั้นที่ 3 กจิ กรรมขน้ั สรปุ
1. ครใู หน กั เรียนทบทวนการอานอีกคร้งั หนึ่งและตอบคำถามทายบทเรยี น UNDERSTANDING IDEAS ใน
หนงั สอื เรยี น Aim High Students’ Book 1 หนา 23 ครแู ละนักเรียนรวมกันเฉลยคำตอบ
Sample Answer
1. They get up early and have breakfast. They help their parents on the farm. They
do their lessons. They have lunch. They chat with their friends online. They have dinner.
They go to bed.
2. They check their work online, or on paper if the students send it by post.
3. It’s easy because they don’t have to go to school and they can work at their own
speed. It’s difficult because they have to work alone, and they can’t ask the teacher
questions.
4. They have to help with homework, feed the animals, order the shopping online,
drive a long way to visit their neighbours.
2. ครูใหนักเรียนสรุปเรื่องที่อาน โดยนักเรียนคัดลอกแบบสรุปในสมุดและเติมชองวางใหสมบูรณครู
สังเกตและคอยใหความชวยเหลือ จากนั้นครูและนักเรียนรวมกันตรวจคำตอบ [big, small, near, same,
post or email, home, year]
3. ครูใหนักเรียนแบงกลุม อภิปรายเรื่องที่อานและสงตัวแทนมานำเสนอหนาชั้นเรียน 1. หนังสือ
เรียน Aim High Students’ Book 1 2. พจนานุกรมภาษาอังกฤษ 3. Audio The country of Australia is
very _________and the population is very _______, so some children have to use the School
of the Air because there aren’t any schools _______their houses. The subjects are the
_______, but teachers send the lessons by _______. Students have a week to do the lessons
at _______before they send them back and discuss them. Teachers visit students once a
______, but they sometimes meet at the annual Sports Carnival too.
ช่ัวโมงที่ 31-32
ขัน้ ท่ี 1 กิจกรรมขน้ั นำเขา สูบทเรียน
1. ครทู บทวนคำศพั ททเ่ี รยี นผา นมาในชวั่ โมงท่แี ลว โดยการบอกคำจำกดั ความ ใหน ักเรียนชวยกันบอกค
าศัพทใ หถูกตองกับคำจำกดั ความทกี่ ำหนดใหเชน - Happening once a year (annual) - Very big (enormous) -
To get ready (prepare) - To talk about something serious or important (discuss)
ขัน้ ที่ 2 กิจกรรมขัน้ ฝก
1. นักเรียนทำกิจกรรม ACITVATE ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 24 นักเรียนดู
คำศัพทท ่กี ำหนดใหแ ละทบทวนความหมายของคำศัพทเ หลา น้ันโดยครูสอบถาม 2 - 3 คำถาม เชน
- What do you call the number of people who live in a country? [the population]
- Why do people go to a library? [to borrow a book]
- How do you describe something that is very big? [enormous]
2. นกั เรียนเติมประโยคใหสมบูรณจากน้นั ครแู ละนกั เรยี นรว มกันตรวจสอบคำตอบ
Answer 1. travel, post 2. enormous, population 3. isolated, on his own, lonely, chats
4. subject, prepare, library, borrow 5. discuss 6. annual, takes place
3. นักเรียนทำกิจกรรม EXTEND: Places in school ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา
24 ครูใหนักเรียนปดหนังสือ ระดมพลังสมองชวยกันบอกสถานที่ตาง ๆ ในโรงเรียนและเขียนสิ่งที่ไดบนกระดาน
รวมทงั้ คำศพั ทท่อี ยใู นแบบฝกหดั โดยการใหคำจำกดั ความถา จำเปน
4. นักเรยี นเตมิ ประโยคใหสมบูรณดวยคำทก่ี ำหนดให จากน้นั ครแู ละนกั เรียนรว มกันตรวจคำตอบครูเพิ่มเติม
การออกเสยี ง /s/: stairs staff 1. gym 2. stairs 3. hall 4. playing fields 5. corridor 6. staff room 7. canteen
8. library
5. ใหนักเรียนทำงานคู โดยการเช็คเลือก (tick) สถานที่ที่โรงเรียนของนักเรียนมีจากนั้น ใหนักเรียนทำ
รายงานสถานทอี่ น่ื ๆ ในโรงเรยี น จากนั้นนักเรยี นเปรียบเทยี บผลงานกบั เพือ่ นในชัน้
6. นักเรียนทำกิจกรรม Expression with take ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 24
นักเรียนดูรูปภาพและตั้งคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังจะเกิดในแตละภาพ ดูตัวอยางและตรวจสอบความหมายของคำ
ตวั อยาง take down นักเรยี นทำงานเปนรายบุคคล จบั คปู ระโยคกับรูปภาพ จากนน้ั ครูและนกั เรยี นรวมกนั ตรวจสอบ
คำตอบ
Answer 1. e 2. d 3. a 4. c 5. f 6. b
7. ครูใหนักเรียนทำกิจกรรม Illustrating phrasal verbs โดยครูยกภาพตาง ๆ เพื่อใหนักเรียนเดาคำ
phrasal verbs ที่เกี่ยวกับ take จากนั้นนำเอาภาพเหลานั้นติดบนผนัง ทบทวนคำศัพทphrasal verbs ไดแกtake
down, take out, take off, take it apart, take in, take away โดยการชี้ไปที่ภาพและใหนักเรียนบอก
คำศัพทphrasal verbs ใหถกู ตอ ง ครสู ังเกตและอธบิ ายเพิม่ เตมิ
8. นกั เรยี นทำกจิ กรรม Verbs for talking ในหนงั สอื เรยี น Aim High Students’ Book 1 หนา 24 นกั เรยี น
ดูคำศัพทท ี่กำหนดใหค รใู หน ักเรยี นบอกความหมายของคำศพั ทโดยการสาธติ คำศัพทต ามวธิ ดี า นลา งดงั นี้
shout shout: Sit down! whisper
whisper: Be quiet!
argue ครูยืนหันหนามาทางซายและพูดวา “Yes, you did!” ครูยืนหันหนามาทางขวาและพูดวา “No, I
didn’t!
discuss ครูยืนหันหนามาทางซายและพูดวา What do you think? ครูยืนหันหนามาทางขวาและพูดวา
Well, I think….
gossip ครูทำทีมองไปรอบ ๆ หองและพูดวา Have you heard about (your name?) Well, …..
announce ครูพูดดว ยเสียงดงั I’d like to tell you about your next exam.
Interview ครูยืนหันหนามาทางซายและพูดวา Where do you live? ครูยืนหันหนามาทางขวาและตอบ
คำถาม
9. นักเรียนเติมประโยคใหส มบูรณจากนัน้ ครูและนักเรยี นรวมกนั ตรวจคำตอบ
Answer 1. discuss 2. Argue 3. Whisper 4. Shout 5. Interview 6. Gossip 7. Announce
ขน้ั ท่ี 3 กจิ กรรมข้นั สรุป
1. ครแู ละนักเรียนรว มกนั สรปุ คำศพั ทในกจิ กรรมตาง ๆ ทไี่ ดเ รยี นผา นมา
2. ครูอธบิ ายเพม่ิ เติมถานกั เรยี นสงสัย
3. ครูใหน กั เรียนจดคำศพั ทท ง้ั หมดพรอ มทง้ั ความหมายลงในสมุด
9.หลกั ฐานการเรียนรู (ภาระงาน/ช้ินงาน)
1)การเลือกใชค ำเช่อื มประโยคใหถ ูกตอ งตามบริบท
2)การเขยี นจดหมายอยางไมเปนทางการ
3) แบบฝกหัด/แบบฝก หดั ทบทวน
10.ส่อื การเรยี นรู / แหลง เรยี นรู
10.1สอื่ การเรยี นรู
1)หนงั สือเรียนAimHighStudents’Book1
2)หนงั สือAimHighWorkbookwithonlinePractice1
3) Audio
10.2 แหลงเรยี นรู
1) พจนานุกรมภาษาอังกฤษ
11. การวดั และประเมนิ ผล
ลำดับ รายการทว่ี ดั และประเมนิ ผล วธิ ีการ เครอื่ งมอื เกณฑ
- การสังเกต
1 อา นออกเสียงคำศพั ทแ ละบอก - การอานออกเสียง - การสังเกต อา นคำศัพทไดถ ูกตอง
ความหมายของคำศัพท - การสอบถาม แบบฝก หดั รอยละ 80
ตอบคำถามไดตอ งตอง
2 สนทนาแลกเปลี่ยนเกี่ยวกบั เรอื่ งทอ่ี า น -การตอบคำถาม แบบฝก หดั รอ ยละ80
ตอบคำถามไดถูกตอง
3 จับใจความสำคญั ของเร่ืองท่อี าน การทำแบบฝก หัด แบบฝก หัด รอ ยละ80
ผา นเกณฑ
4 พดู อภปิ ลายเก่ียวกบั เน้อื หาท่ีอา น การทำแบบฝก หัด แบบฝกหัด รอยละ 80
ผา นเกณฑ
5 เตมิ คำในชองวางไดถ กู ตองตามบริบท การทำแบบฝกหัด การสงั เกต รอยละ 80
ผา นเกณฑ
6 จบั คูปตะโยคกับภาพใหส มั พันธกนั การสอบถาม แบบฝกหดั รอยละ 80
ทำแบบฝก หัดถูกตอ ง
7 เลือกคำใหต รงกับคำจำกดั ความที่ การทำแบบฝกหัด การสงั เกต รอยละ 80
กำหนด
ผา นเกตอบคำถามได
8 เลือกใชสำนวนในการพูดไดถ ูกตอง การพูด ถูกตอ ง
ตามสถานการ รอ ยละ80
ลงชื่อ..............................................ผูจ ดั ทำ
(นางสาวธชกรเทพสังข )
ตำแหนงครชู ำนาญการ
บนั ทึกหลังการใชแผนการจัดการเรียนรู
......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
ลงช่ือ .......................................................
(นางสาวธชกร เทพสังข)
ตำแหนง ครชู ำนาญการ
วนั ที่............เดอื น................................. พ.ศ...............
ความคิดเหน็ ของหวั หนากลมุ สาระการเรยี นรู ความคดิ เห็นของรองผอู ำนวยการกลมุ บรหิ ารงานวิชาการ
........................................................................... ..........................................................................
........................................................................ ..........................................................................
.......................................................................... ..........................................................................
.......................................................................... ..........................................................................
ลงชื่อ.......................................... ลงช่ือ..........................................
(นางอรศรี สรุ าราช) (วาที่รอยเอกคณุ าวฒุ ิ ศรีสุวรรณ)
หัวหนา กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ(ภาษาอังกฤษ) รองผูอำนวยการกลุม บริหารงานวิชาการ
โรงเรียนเบญจมราชูทิศ
แผนการจัดการเรยี นรู
รายวิชา อ21101 ภาษาอังกฤษ กลมุ สาระการเรยี นรู ภาษาตางประเทศ(ภาษาองั กฤษ)
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 1
หนว ยการเรียนรูที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปก ารศกึ ษา2564
แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี 9
ครูผสู อนนางสาวธชกรเทพสังข เร่ือง SchoolLife เวลาเรียน16ชวั่ โมง
เร่อื ง Subjects/Like/Dislike เวลาเรียน 4 ชั่วโมง
1.มาตรฐานการเรียนรู /ตัวชว้ี ัด/ผลการเรียนรู (รายวิชาพนื้ ฐานมีมาตรฐานการเรยี นรแู ละตวั ชว้ี ัดรายวิชาเพ่ิมเตมิ มีผลการ
เรียนรู)
1.1 มาตรฐานการเรยี นรู
สาระท่ี 1ภาษาเพอ่ื การสื่อสาร
มาตรฐาน ต1.1เขา ใจและตคี วามเร่ืองทฟ่ี งและอา นจากสอ่ื ประเภทตาง ๆ และแสดงความคดิ เหน็ อยางมีเหตผุ ล
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสาร แสดงความรูสึกและความคิดเห็น
อยา งมปี ระสิทธิภาพ
มาตรฐาน ต1.3 นำเสนอขอ มลู ขาวสารความคิดรวบยอดและความคดิ เห็นในเรื่องตาง ๆโดยการพดู และการ
เขยี น
สาระท่ี 3 ภาษากบั ความสมั พันธกบั กลมุ สาระการเรียนรูอ่นื
มาตรฐาน ต3.1 ใชภาษาตา งประเทศในการเช่ือมโยงความรูกับกลมุ สาระการเรียนรอู ื่นและเปนพ้ืนฐานในการพฒั นา
แสวงหาความรูและเปดโลกทศั นข องตน
1.2ตวั ชี้วดั /ผลการเรียนรู
ต 1.1 ม.1/2 อา นออกเสยี งขอ ความ นทิ าน และบทรอ ยกรอง(poem) สัน้ ๆ ถกู ตอ งตาม หลักการอาน
ต 1.1 ม.1/4 ระบุหวั ขอเร่อื ง (topic)ใจความสำคัญ (main idea)และตอบคำถามจากการฟง และอา น
บทสนทนานทิ าน และเรอื่ งสน้ั
ต1.2ม.1/1 สนทนา แลกเปลยี่ นขอมลู เกย่ี วกบั ตนเอง กิจกรรม และสถานการณต าง ๆ ในชีวติ ประจำวนั
ต 1.3 ม.1/1 พดู และเขยี นบรรยายเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณและสง่ิ แวดลอมใกลต วั
ต 3.1 ม.1/1 คน ควา รวบรวมและสรปุ ขอ มลู /ขอเทจ็ จริงท่เี กีย่ วกับกลมุ สาระการเรยี นรอู ื่นจากแหลงเรียนรแู ละนำเสนอดวยการพูด/
การเขียน
2.จุดประสงคก ารเรยี นรู
2.1ดา นความรู ความเขาใจ(Knowledge)
1)อา นออกเสียงคำศัพทแ ละบอกความหมายของคำศพั ทไ ดถ กู ตอ ง
2)เลือกประโยคจากบทอานเติมในตารางไดถกู ตองตามโครงสราง
3เลือกเตมิ Thereis/Thereareไดถ กู ตอง
4) เขียนบรรยายหองเรียนโดยใช Thereis/Thereareในบอกเลา และปฏิเสธได
5) ตงั้ คำถามโดยใช Thereis/Thereareใหส ัมพันธก ับรปู ภาพได
6)จบั คูร ายวิชาและภาพหนังสอื ไดถกู ตอ งสัมพนั ธก ันได
7) ฟงแลว เตมิ รายวชิ าในตารางเรียนไดถ ูกตอง
2.2ดานทักษะกระบวนการ (Processes/Skills)
1)เขียนประโยคโดยใช Thereis/thereareในรปู ประโยคบอกเลาและปฏิเสธไดถูกตอง
2)สนทนาถาม-ตอบโดยใชประโยคThereis/ThereareและคำPrepositionไดถ ูกตอง
3)เลอื กใชส ำนวนในการพดู ไดถ ูกตองตามสถานการณ
4) พูดอภิปลายเกยี่ วกับรายวิชาทเ่ี รยี นได
5) สนทนาถาม-ตอบเกี่ยวกับความชอบ/ไมชอบในรายวิชาตางๆได
6) เขียนตารางเรียนและพูดนำเสนอได
2.3ดา นคณุ ลกั ษณะเจตคติ คา นิยม(Attitudes)
1)มวี ินยั ใฝเรียนรู และมุงมั่นในการทำงาน
3.สาระสำคัญ/ ความคิดรวบยอด
การอานออกเสียงคำศัพทวลีการอานบทอานเกี่ยวกับโรงเรียน รวมทั้งความรูในเรื่อง There is/ There are
ชว ยในการนำภาษาไปใชในชีวติ ประจำวันและเปนพน้ื ฐานในการสือ่ สารในระดับสูงตอ ไป
การอา นออกเสยี งคำศพั ทวลคี วามรูในเร่ืองคำศัพทช ื่อวิชาตา ง ๆ และการทำตารางเรียน ชวยในการนำ ภาษา
ไปใชในชีวิตประจำวนั และเปนพ้นื ฐานในการสอ่ื สารในระดับสูงตอไป
4. สาระการเรียนรู
4.5 สาระการเรียนรูแกนกลาง/สาระการเรียนรูเพมิ่ เตมิ (กรณเี ปน รายวิชาเพิม่ เตมิ )
Pronunciation:
- ฝกการออกเสียงคำหนัก - เบา คำศัพทชื่อวิชาตาง ๆ: 'Arabic, art and de'sign, , bi'ology, che'mistry ,
de'sign and tech'nology S'panish, 'English, French, ge'ography, 'German, 'history infor'mation and
communi'cations, tech'nology, Maths, 'music, 'physical edu’cation, 'physics, 'science
- ฝกการออกเสยี ง /ve/: shelves
- ฝกการออกเสียงคำหนัก - เบา คำศัพทชื่อวิชาตาง ๆ: 'Arabic, art and de'sign, , bi'ology, che'mistry ,
de'sign and tech'nology S'panish, 'English, French, ge'ography, 'German, 'history infor'mation and
communi'cations, tech'nology, Maths, 'music, 'physical edu’cation, 'physics, 'science
Vocabulary:
- School subjects: Arabic, art and design, biology, chemistry, design and technology (D.T.),
English, French, geography, German, history, information and communications technology (I.C.T.),
maths, music, physical education (P.E.), physics, science, Spanish
- Computer, shelves, desks, chairs, posters, CD player, TV, noticeboard
Grammatical Structure:
- There is/ there are
- There is/ There are - Prepositions of Place: behind in front of next to near on under
Language Function:
- Talking about school, school subjects and timetable
- Writing about the things in classroom and bedroom
Culture:
- การเรยี นการสอนวิชาตาง ๆ ในตา งประเทศ
- รปู แบบการด าเนินชีวิตในการจดั หอ งนอนของชาวตะวันตก
4.2สาระการเรยี นรทู องถิ่น(ถา ม)ี
-
5.สมรรถนะสำคญั ของผเู รียน(เฉพาะทเ่ี กดิ ในแผนการจัดการเรียนรนู ี้)
5.1ความสามารถในการสอ่ื สาร 5.2 ความสามารถในการคดิ 5.3 ความสามารถในการแกป ญ หา
5.4ความสามารถในการใชท กั ษะชีวติ 5.5ความสามารถในการใชเทคโนโลยี
6.คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค (เฉพาะทเ่ี กิดในแผนการจัดการเรียนรนู ี)้
6.1 คุณลักษณะอันพึง่ ประสงคต ามหลักสตู รแกนกลาง(เฉพาะท่เี กิดในแผนการจดั การเรียนรนู ้ี)
1) รักชาติศาสน กษตั ริย 2) ซื่อสตั ยส จุ รติ 3) มวี นิ ยั 4) ใฝเ รียนรู
5)อยอู ยางพอเพยี ง 6) มงุ ม่ันในการทำงาน 7) รกั ความเปน ไทย 8) มีจิตสาธารณะ
6.2 คณุ ลักษณะตามหลกั สตู รมาตรฐานสากล(เฉพาะท่เี กดิ ในแผนการจัดการเรียนรูน้ี)
1) มีความรพู น้ื ฐานในยุคดิจทิ ลั วทิ ยาศาสตร เศรษฐศาสตร เทคโนโลยี รูภาษาพหุวัฒนธรรมตระหนักสำนกึ
ระดบั โลก
2) สามารถคิดประดิษฐอ ยา งสรางสรรค ปรบั ตัวใฝร ู ใฝเ รียนวเิ คราะห สงั เคราะห สรุปสรางองคความรู
3) มที ักษะสอื่ สารอยา งมีประสิทธิภาพ
4) มีความสามารถในการใชทักษะชีวิต
5) มคี วามสามารถในการใชเ ทคโนโลยี
7. ทักษะของผูเรยี นในศตวรรษที่ 21 (3R 8C)(เฉพาะท่ีเกิดในแผนการจดั การเรียนรนู ี้)
7.1 ทักษะการอา น (Reading)
7.2 ทักษะการ เขียน (Writing)
7.3 ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
7.4 ทกั ษะดานการคดิ อยางมีวจิ ารณญาณและทกั ษะในการแกป ญหา (Critical thinking and problem solving)
7.5 ทักษะดา นการสรางสรรคแ ละนวัตกรรม (Creativity and innovation)
7.6ทักษะดานความรวมมอื การทางานเปน ทมี และภาวะผนู ำ (Collaboration, teamwork and leadership)
7.7 ทักษะดา นความเขาใจตางวฒั นธรรมตางกระบวนทัศน (Cross-cultural understanding)
7.8 ทักษะดานการสอ่ื สารสารสนเทศและรูเทา ทันสอ่ื (Communication information and media literacy)
7.9 ทักษะดา นคอมพวิ เตอรและเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (Computing)
7.10 ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรยี นรู (Career and learning self-reliance, change)
7.11ความมีคุณธรรมมเี มตตามรี ะเบยี บวินัย(Compassion)
8.กิจกรรมการเรยี นรู (เขียนละเอยี ดและชดั เจนกวา ในหนวยการเรียนรู)
วิธสี อน(จำนวนข้ันแลว แตว า เปนวธิ กี ารสอนแบบใดและโปรดระบวุ าใชวิธกี ารสอนแบบใด)
DiscoveryMethod การจดั การเรียนรูแบบคนพบ
ช่ัวโมงท่ี 33
ขน้ั ที่ 1 กจิ กรรมขน้ั นำเขา สูบทเรยี น
1. ครูใหเวลานักเรียน 1 นาที ในการเขียนสิ่งของตาง ๆ ที่นักเรียนเห็นในหองเรียน ใหนักเรียนที่มีรายการ
ส่ิงของทีเ่ ขียนไดม ากท่ีสุด อานออกเสยี งส่ิงที่เขียนได ในขณะทน่ี ักเรียนคนอื่น ๆ เช็ครายการตามทเี่ พือ่ นพดู
ข้นั ที่ 2 กิจกรรมขัน้ ฝก
1. นักเรียนทำกิจกรรม EXPLOREขอ1ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book1 หนา 25 นักเรียนดู
รปู ภาพ ครูช้ใี หเ ห็นวา เปน ภาพทแ่ี สดงถงึ หองเรยี นนอกสถานที่ ใหน กั เรยี นชวยกนั ระบวุ าหองเรียนนอ้ี ยูในประเทศใด
2. นกั เรียนอา นบทอา นและตอบคำถาม The classroom is in India.
3. นักเรียนทำกิจกรรม EXPLORE ขอ 2 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 25 นักเรียนดู
ประโยคและเนนสีขอความ There’s a teacher. ครูใหนักเรียนบอกความหมายของ There is จากนั้นนักเรียนดู
ประโยค There are ครูใหนักเรียนชวยกนั บอกความหมายเชนกัน
4. นักเรียนเติมตารางทีม่ คี ำทเี่ นน สีจากบทอานใหส มบูรณจากนน้ั ครแู ละนักเรียนรวมกันตรวจคำตอบ
Answer1. There are 2. There isn’t 3. There aren’t 4. Is there 5. Are there
5. ครูใหนักเรียนทำกิจกรรม comparing โดยครูอธิบายวานักเรียนจะไดเปรียบเทียบหองเรียนของนักเรียน
กับหองเรียนในรูปภาพ ครูเขียนบนกระดาน In our classroom…. And In the photo…… ใหเวลานักเรียน 2 นาที
ในการเขียนประโยคเปรียบเทียบ 2 หองเรียน โดยใชthere is/ there are/ there isn’t/ there arent’ ในการเขียน
ประโยค จากนั้นตรวจคำตอบโดยใหเพื่อนที่เปนคูของนักเรียนอานออกเสียงประโยค ในขณะที่เพื่อนคนอื่น ๆ ฟงและ
ตรวจเช็คประโยคตาม
6. นักเรียนอาน Look out! ในชั้นเรียน ครูฝกรูปแบบคำถามโดยการพูดคำนามกับนักเรียนเปนรายบุคคล
และใหนักเรียนตอบคำถาม เชน door [Is there a door?] windows [Are there any windows?] ครูอธิบาย
เพิ่มเติมการใช Is there + a/an……………………. (ค านามเอกพจน) Are there + any…………………… (คำนาม
พหูพจน)
ขนั้ ที่ 3 กิจกรรมข้นั สรุป
1. ครูใหน ักเรยี นแบงกลุม ระดมพลังสมอง ทำผงั ความคดิ สรปุ การใชt here is/ there are ในรปู ประโยค
บอกเลา ปฏเิ สธและคำถาม
2.
ช่วั โมงที่ 34
ขั้นที่ 1 กจิ กรรมขนั้ นำเขาสูบทเรยี น
1. ครูทบทวนในเรือ่ งการใชT here is / There are/ Is there/ Are there โดยครูทำตารางแบงเปน 6
คอลัมนใหน กั เรียนมาเตมิ คำใหถ ูกตอง ดงั นี้
2. ครูและนกั เรียนรวมกันสรปุ การใชT here is/ There are/ Is there/ Are there
ข้ันที่ 2 กจิ กรรมขน้ั ฝก
1. นักเรียนทำกิจกรรม EXPLOIT ขอ 1 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 25 นักเรียน
ทำงานเปน รายบุคคล ดรู ูปภาพและเติมประโยคใหส มบูรณ จากนั้นใหเปรียบเทียบคำตอบกบั เพื่อน
1. There are 2. There isn’t 3. There isn’t 4. There aren’t 5. There isn’t 6. There isn’t
7. There aren’t 8. There are
2. นักเรียนทำกิจกรรม EXPLOIT ขอ 2 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 25 นักเรียน
จับคูเขียนประโยคเกี่ยวกับหองเรียนของนักเรียนโดยใชคำที่กำหนดใหในกรอบขอความและตามแนวคิดของตนเอง
เปรยี บเทยี บคำตอบกับเพ่อื นในชั้น
3. นักเรียนทำกิจกรรม EXPLOIT ขอ 3 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 25 นักเรียนดู
รูปภาพและใหนักเรียนบอกวานักเรียนเห็นอะไร จากนั้นเขียนคำศัพทใหมบนกระดาน ครูเพิ่มเติมการอานออกเสียง
/ve/: Sheves นกั เรียนฝกอานออกเสียง ครสู ังเกตและใหคำช้ีแนะ
4. นกั เรียนเติมคำถามใหส มบูรณจ ากน้ันครแู ละนกั เรยี นรวมกันตรวจคำตอบ
1. Is there a 6. Is there a 11. Is there a
2. Are there any 7. Are there any 12. Is there a
3. Is there a 8. Is there a 13. Are there any
4. Is there a 9. Are there any 14. Is there a
5. Are there any 10. Are there any
5. นักเรียนทำกิจกรรม EXPLOIT ขอ 4 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 25 ครู
ตรวจสอบความหมายของคำบุพบทเหลาน้ี - behind in front of next to near on under โดยครูถามคำถาม
เกย่ี วกบั สิ่งของในหอ งเรยี น นกั เรยี นตอบคำตอบอยางสน้ั เชน
- Teacher: Is there a book on the desk?
Students: Yes, there is. / No, there isn’t.
- Teacher: Are there pens under the book?
Students: Yes, there are. / No, there aren’t.
จากนัน้ ครเู ขยี นประโยคตวั อยา งบนกระดาน ใหนักเรยี นดูตวั อยางและใหน ักเรยี นจับคอู า นออกเสียง
6. ครูใหนักเรียนจับคูฝกถาม - ตอบ ดูภาพหองนอน ใน EXPLOIT ขอ 3 โดยครูเขียนประโยคตัวอยางบน
กระดาน เชน A: Is there a bed? B: Yes, there is. It’s near the window.
ครสู งั เกตและจดขอ ผิดพลาดเพ่ือใหนักเรยี นไดแ กไ ข
Quick Test: Dictation
In my room there’s a bed under the window. There’s a desk next to the bed and there’s a chair in
front of the desk. There are some shelves on the wall and there are some books on the shelves.
There’s a computer, but there isn’t a TV. There are some posters, but there aren’t any plants.
ข้นั ที่ 3 กิจกรรมขัน้ สรปุ
1. ครูใหน กั เรียนเขยี นประโยคคนละ 5 ประโยคลงในสมดุ เปนการตรวจสอบความเขา ใจในการใช There is/
There are และ ค าบุพบท โดยใหนักเรียนดูรูปภาพใน EXPLOIT ขอ 2 ในหนงั สอื เรยี น Aim High Students’
Book 1 หนา 25 เชน - There is a pillow on the bed. - There isn’t a television near the bed.
ช่วั โมงท่ี 35-36
ข้นั ที่ 1 กจิ กรรมข้ันนำเขา สูบทเรียน
1. ครูสนทนากบั นกั เรียนเกีย่ วกับวิชาตา ง ๆ ที่นักเรยี นเรียนในโรงเรยี น ใหน ักเรียนบอกชอ่ื วิชาเปน
ภาษาอังกฤษ เพือ่ จะไดเชื่อมโยงกับเน้อื หาท่ีจะเรยี นตอ ไป
ข้ันท่ี 2 กิจกรรมขัน้ ฝก
1. ครูใหนักเรียนทำกิจกรรม VOCABULARY ขอ 1 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 26
นักเรียนจบั ครู ูปภาพหนงั สือกบั ช่ือวชิ าตา ง ๆ จากน้นั ครูและนักเรียนรว มกนั ตรวจคำตอบ
1. music 2. english 3. maths 4. art and design 5. spanish 6. information and communications
technology (i.c.t.) 7. chemistry 8. geography 9. history 10. biology
2. ครูใหนักเรียนทำกิจกรรม VOCABULARY ขอ 2 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 26
ครเู ปด Audio (Track 1.26) ใหนกั เรยี นฟงเพื่อตรวจสอบคำตอบ
3. ครูเปด Audio (Track 1.26) อีกครั้งและหยุดเพื่อใหนักเรียนไดฟงซ้ำในแตละคำ ครูเพิ่มเติมการอานออก
เสียงหนกั - เบาคำศัพทชอ่ื วชิ าตาง ๆ นักเรียนฝก ออกเสียงช่ือวิชาตาง ๆ ครูสงั เกตและคอยใหค ำช้แี นะ
4. ครูใหนักเรียนทำกิจกรรม VOCABULARY ขอ 3 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 26
ครูใหนักเรียนพูดประโยค เชน study Arabic นักเรียนจับคู พูดอภิปรายเกี่ยวกับชื่อวิชาตาง ๆ ที่ไดนักเรียนไดเรียน
และไมไดเ รียน
5. นักเรยี นทำกิจกรรมเพม่ิ เติม Workbook page 23
6. นักเรียนทำกิจกรรม LISTEN ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 26 ครูใหนักเรียนอาน
Listen tip ในชน้ั เรยี น
7. ครูอธิบายวานกั เรียนจะไดฟงช่ือวิชาตาง ๆ และเม่ือฟงแลวใหนักเรียนเขียนลงในตารางเรียนใหสมบรู ณครู
เปด Audio (Track 1.27) ใหนักเรยี นเขยี นชื่อวิชาตาง ๆ ที่ไดฟง ลงในตารางเรยี น
8. ครูเปด Audio (Track 1.27) อีกรอบ เพือ่ ใหนกั เรียนไดต รวจคำตอบ
1. maths 2. French 3. Music 4. P.E. 5. geography 6. information and communications
technology (I.C.T.) 7. Chemistry
9. นักเรียนทำกิจกรรม SPEAK ขอ 1 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 26 ครูอธิบายใน
เรื่องการบอกความรสู กึ ชอบ/ไมช อบ วชิ าตาง ๆ โดยใชค ำเหลา นี้
- I love it. /It’s great. - It’s all right. /OK/not bad. - I hate it. /I can’t stand it.
ครสู มุ ใหนกั เรยี น 1 คอู านออกเสยี งบทสนทนาตัวอยาง
S1: Do you like art and design?
S2: It’s ok.
จากนัน้ ใหนักเรยี นทง้ั ชน้ั จับคู ถามและตอบชอ่ื วิชาตาง ๆ และตอบตามความรูสกึ ของตนเอง
10. นักเรียนทำกิจกรรม SPEAK ขอ 2 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 26 นักเรียน
ทำงานเปนคู เขียนตารางเรียนใหสมบูรณใน 1 วัน โดยคัดลอกตารางจากการฟงและเติมตารางใหสมบูรณดวยชื่อวิชา
ทน่ี กั เรยี นช่นื ชอบ
11. นักเรียนทำกิจกรรม SPEAK ขอ 3 ในหนังสือเรียน Aim High Students’ Book 1 หนา 26 นักเรียน
ทำงานเปน คู ถามและตอบคำถามเกย่ี วกับตารางเรยี นของคตู นเอง
S1: What lesson have you got at quarter to nine?
S2: Art and design. What lesson have you got…?
ขัน้ ท่ี 3 กจิ กรรมขัน้ สรุป
1. ครใู หน กั เรยี นจับคู ฝก ถาม - ตอบ ตามบทสนทนาน้ี A: What have we got first today?
A: What’s after physics?
B: Physics. B: Geography.
A: Oh no! I hate physics. A: Good. Geography is ok.
B: Do you? I love it. B: I can’t stand it.
9.หลักฐานการเรยี นรู (ภาระงาน/ชิน้ งาน)
1)ประโยคโดยใช Thereis/Thereareในรปู บอกเลาและปฏเิ สธ
2)แบบฝก หดั /แบบฝกหัดทบทวน
3) ผังความคิด
4)พูดสนทนาถาม-ตอบโดยใช Thereis/ThereareและคำPreposition
10.สอื่ การเรยี นรู / แหลง เรยี นรู
10.1ส่อื การเรียนรู
1)หนงั สือเรยี นAimHighStudents’Book1
2)หนังสอื AimHighWorkbookwithonlinePractice1
3) Audio
4) PPT
10.2 แหลง เรียนรู
1) พจนานุกรมภาษาอังกฤษ
11. การวัดและประเมินผล วิธกี าร เคร่อื งมอื เกณฑ
- การอานออกเสียง -การสงั เกต อา นคำศพั ทไ ดถ ูกตอง
ลำดบั รายการที่วดั และประเมนิ ผล - การสอบถาม - การสังเกต รอ ยละ80
- การตอบคำถาม แบบฝกหดั ตอบคำถามไดต อ งตอง
1 อานออกเสียงคำศัพทแ ละบอก แบบฝก หดั รอ ยละ80
ความหมายของคำศพั ท การเขยี นประโยค แบบฝก หัด ตอบคำถามไดถกู ตอง
แบบฝกหัด รอยละ 80
2 เลอื กประโยคจากบทอานไดถ ูกตอง การทำผงั ความคิด การสงั เกต ผานเกณฑ
ตามโครงสรา ง รอยละ 80
การทำแบบฝกหัด แบบฝก หดั ผานเกณฑ
3 เขียนประโยคโดยใช Thereis/There รอยละ 80
are ในรูปบอกเลา ปฏิเสธ และคำถาม การสังเกต ผา นเกณฑ
รอยละ 80
4 ทำผงั ความคิดโดยใช แบบฝก หัด
there is/there are ทำแบบฝกหัดถกู ตอ ง
รอ ยละ80
5 การเลือกเตมิ Thereis/Thereare
ทำแบบฝกหัดถกู ตอ ง
6 เขียนบรรยายหองเรยี นตนเองโดยใช การสอบถาม รอ ยละ80
Thereis/Thereareในรปู บอกเลา
ปฏเิ สธและคำถาม ทำแบบฝกหัดถูกตอ ง
รอยละ 80
7 ตั้งประโยคคำถามThereis/Thereare การทำแบบฝก หัด
ใหสมั พนั ธกบั รูปภาพ
8 พูดสนทนาถาม-ตอบโดยใช Thereis การทำแบบฝก หัด
/There are คำ Preposition
9 สนทนาถาม-ตอบเกีย่ วกับความชอบ/ การทำแบบฝกหัด
ความไมชอบในรายวิชาตางๆ
ลงชื่อ..............................................ผูจดั ทำ
(นางสาวธชกรเทพสังข )
ตำแหนง ครูชำนาญการ
บนั ทึกหลงั การใชแผนการจดั การเรียนรู
......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
ลงชือ่ .......................................................
(นางสาวธชกร เทพสังข)
ตำแหนง ครชู ำนาญการ
วนั ท.่ี ...........เดือน................................. พ.ศ...............
ความคดิ เห็นของหัวหนากลมุ สาระการเรยี นรู ความคิดเหน็ ของรองผูอำนวยการกลุมบรหิ ารงานวิชาการ
........................................................................... ...........................................................................
........................................................................ .........................................................................
.......................................................................... ..........................................................................
.......................................................................... ..........................................................................
ลงช่ือ.......................................... ลงช่ือ..........................................
(นางอรศรี สุราราช) (วาทร่ี อ ยเอกคณุ าวุฒิ ศรีสุวรรณ)
หัวหนากลมุ สาระการเรียนรูภาษาตา งประเทศ(ภาษาอังกฤษ) รองผูอำนวยการกลุมบรหิ ารงานวิชาการ
โรงเรียนเบญจมราชูทิศ
แผนการจัดการเรียนรู
รายวิชา อ21101 ภาษาอังกฤษ กลุมสาระการเรยี นรู ภาษาตา งประเทศ(ภาษาองั กฤษ)
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 1
หนว ยการเรียนรูที่ 3 ภาคเรียนท่ี 1 ปการศึกษา 2564
แผนการจดั การเรียนรูท่ี 10
ครูผูสอน นางสาวธชกร เทพสังข เร่อื ง SchoolLife เวลาเรยี น16ชัว่ โมง
เรอ่ื ง School’sRules เวลาเรียน4ชัว่ โมง
1.มาตรฐานการเรยี นรู /ตัวช้วี ดั /ผลการเรียนรู (รายวชิ าพืน้ ฐานมมี าตรฐานการเรียนรูและตัวช้ีวดั รายวิชาเพิ่มเติมมผี ลการ
เรยี นร)ู
1.1 มาตรฐานการเรยี นรู
สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร
มาตรฐาน ต1.1 เขา ใจและตคี วามเรอ่ื งทฟ่ี ง และอา นจากสอื่ ประเภทตาง ๆ และแสดงความคิดเห็นอยางมีเหตผุ ล
มาตรฐาน ต 1.2 มที กั ษะการสอื่ สารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอมลู ขา วสาร แสดงความรูสึกและความคดิ เห็นอยา ง
มปี ระสิทธภิ าพ
มาตรฐาน ต1.3 นำเสนอขอมลู ขาวสารความคดิ รวบยอดและความคดิ เห็นในเร่อื งตาง ๆโดยการพดู และการ
เขยี น
สาระท่ี 3 ภาษากับความสมั พนั ธกับกลุมสาระการเรยี นรอู ืน่
มาตรฐาน ต 3.1 ใชภาษาตางประเทศในการเชอื่ มโยงความรกู ับกลมุ สาระการเรียนรูอนื่ และเปน พ้ืนฐานในการพฒั นา
แสวงหาความรแู ละเปดโลกทัศนของตน
1.2ตวั ชวี้ ัด/ผลการเรียนรู
ต 1.1 ม.1/2 อา นออกเสยี งขอ ความ นทิ าน และบทรอ ยกรอง (poem) สน้ั ๆ ถูกตองตาม หลักการอาน
ต 1.1 ม.1/4 ระบหุ ัวขอ เรื่อง(topic) ใจความสำคญั (main idea) และตอบคำถามจากการฟง และอา น
บทสนทนานิทาน และเร่ืองสน้ั
ต1.2 ม.1/1 สนทนา แลกเปลย่ี นขอมลู เกีย่ วกบั ตนเอง กิจกรรม และสถานการณตา ง ๆ ในชวี ิตประจำวนั
ต 1.3 ม.1/1 พดู และเขยี นบรรยายเกีย่ วกับตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณและสิง่ แวดลอ มใกลต ัว
ต 3.1 ม.1/1 คนควา รวบรวมและสรุปขอมูล/ขอเทจ็ จริง ทเ่ี กี่ยวกับกลมุ สาระการเรยี นรอู ่นื จากแหลง เรียนรแู ละนำเสนอดวยการพดู /
การเขยี น
2.จดุ ประสงคก ารเรียนรู
2.1ดานความรู ความเขา ใจ(Knowledge)
1)อา นออกเสยี งคำศัพทและบอกความหมายของคำศพั ทไ ดถ กู ตอง
2) อา นบทอานและตอบคำถามได
3)เขยี นประโยคโดยใชh aveto/don’thavetoเติมในชองวางไดถูกตอ งตามบริบท
4) เขยี นบรรยายกฎของโรงเรยี นได
5) เรียงลำดบั เรื่องท่อี านไดถกู ตอง
6) บอกรายละเอียดจากการอานใบบันทกึ ยอและตอบคำถามได
2.2 ดานทักษะกระบวนการ (Processes /Skills)
1) เลือกใช haveto/don’thavetoเตมิ ในชองวางไดถ ูกตอง
2) สนทนาถาม-ตอบโดยใชประโยคThereis/ThereareและคำPrepositionไดถูกตอง
3) เลือกใชสำนวนในการพูดไดถ ูกตอ งตามสถานการณ
4) พดู สรปุ เกี่ยวกบั เร่ืองทีอ่ านได
2.3ดา นคุณลกั ษณะเจตคติ คานยิ ม(Attitudes)
1)มวี นิ ยั ใฝเ รียนรู และมงุ มนั่ ในการทำงาน
3.สาระสำคัญ/ ความคดิ รวบยอด
การอานออกเสียงคำศัพทวลีความรูในเรื่อง have to ชวยในการนำภาษาไปใชในชีวิตประจำวันและเปน
พน้ื ฐานในการส่ือสารในระดบั สูงตอไป
4. สาระการเรียนรู
4.6 สาระการเรียนรูแกนกลาง/สาระการเรยี นรเู พม่ิ เติม(กรณเี ปนรายวชิ าเพ่ิมเตมิ )
Pronunciation:
- ฝก การออกเสยี งคำหนัก - เบาคำศพั ท' necessary, com'pulsory, 'private school, 'uniform,
against the rule
- ฝก การออกเสียง /u/: uniform
- ฝก การออกเสียง /g/: gym