37ยุครุงเรืองของทาฉลอมในฐานะเมืองประมงกินระยะเวลากวา 60 ป โดยเริ่มจากยุคประมงเกา (พ.ศ. 2478 - 2500) ซึ่งเปนการทำประมงแบบดั้งเดิม จะเห็นภาพของการทำประมงแบบพื้นบาน อาศัยภูมิปญญาและการถายทอดเรียนรูจากรุนสูรุน ไมวาจะเปน การใชเรือไมขนาดไมใหญมากออกเรือโดยอาศัยกระแสลม และการพายเพื่อเคลื่อนที่รวมถึงการออกเรือแบบเปนกลุม แรงงานสวนมากเปนคนในทองถิ่น ลวนสะทอนถึงความสัมพันธระหวางคนในชุมชนดั้งเดิมที่ตองพึ่งพาอาศัยกัน จนกระทั่งในชวงหลัง พ.ศ. 2500 อุตสาหกรรมประมงทาฉลอมจึงเริ่มเขาสูชวง ของการเปลี่ยนผานที่สำคัญ โดยมีการนำเทคโนโลยีใหม ๆ มาใช ในการประกอบอาชีพ การเปลี่ยนจากการใชเรือใบมาเปนเรือยนตนับเปนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญที่ชวยขจัดขอจำกัดของการทำประมงแบบดั้งเดิมที่ตองพึ่งพาแรงลมและแรงพาย การเขามาของวิทยุสื่อสารทางทะเลยังชวยเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตอสื่อสารและบริหารจัดการการทำประมงไดอยางมีนัยสำคัญ กอนจะเขาสูยุคประมงใหม (พ.ศ. 2520 - 2532) อยางเต็มตัวในชวงทศวรรษ 2520 อุตสาหกรรมประมงในทาฉลอมไดรับแรงสนับสนุนจากนโยบายระดับชาติโดยเฉพาะผลจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจแหงชาติฉบับที่ 3 ที่เนนการพัฒนาดานอุตสาหกรรมอาหารกระปอง ทำใหเกิดโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารทะเลขึ้น ในจังหวัดสมุทรสาคร การเติบโตของอุตสาหกรรมประมงในทาฉลอมนำไปสูการขยายตัวของธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวของ อาทิ ธุรกิจหองเย็น
38อูตอเรือ ธุรกิจแปรรูปปลาเค็ม หมึกตากแหง เปนตน นอกจากนี้ การพัฒนาของโครงสรางคมนาคมอยางการสรางถนนพระรามที่ 2 และการสรางสะพานสาครบุรี ยังชวยอำนวยความสะดวกใหแก การขนสง และเดินทางทำใหธุรกิจมีความคลองตัวและเติบโตรวดเร็วมากยิ่งขึ้น อนึ่งการขยายตัวของอุตสาหกรรมประมงและธุรกิจที่เกี่ยวของยังสงผลตอโครงสรางสังคม กลาวคือมีการไหลเขามาของแรงงานจากภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือจำนวนมาก เขามาประกอบอาชีพในภาคประมง โดยอาชีพลูกเรือถือเปนอาชีพที่ไดรับความนิยมสูงในชวงเวลานั้น สะทอนใหเห็นถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมประมงในการสรางงานและดึงดูดแรงงานสูพื้นที่ แมวาในชวงเวลานั้น อุตสาหกรรมประมงของทาฉลอม จะมีการขยายตัวอยางตอเนื่องและไมมีสัญญาณของการชะลอตัว ที่ชัดเจน แตแลวการเผชิญกับภัยพิบัติทางทะเลครั้งใหญอยางพายุเกยไดกลายเปนจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่นำไปสูจุดสิ้นสุดยุคทอง ของอุตสาหกรรมประมงในพื้นที่นี้ เหตุการณดังกลาวไดสราง ความเสียหายอยางรุนแรงตอทรัพยากรและโครงสรางพื้นฐาน ที่เกี่ยวของกับการประมง สงผลกระทบตอวิถีชีวิตและเศรษฐกิจ ของชุมชนประมงในทาฉลอมอยางไมอาจหลีกเลี่ยงไดเหตุการณพายุเกยพัดถลมภาคใตของประเทศไทยในชวงพ.ศ. 2532 สงใหเกิดความเสียหายอยางตออุตสาหกรรมประมง รวมถึงพื้นที่ทาฉลอมดวย ความเสียหายมิไดจำกัดอยูเพียงการสูญเสียชีวิตของแรงงานประมงกลางทะเลเทานั้น แตยังรวมถึงการสูญเสียทรัพยสินและเรือประมงจำนวนมาก แรงงานที่รอดชีวิตและแรงงาน
39ทั่วไปจำนวนไมนอยตัดสินใจละทิ้งอาชีพประมงเนื่องจาก ความหวาดกลัวตอความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นอีก การหายไป ของแรงงานอยางฉับพลัน และความเสียหายตอเครื่องมือ และเรือประมง สงผลใหกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวของกับ การประมงตองหยุดชะงักลงชั่วคราว แมตอมาจะมีการจางงานแรงงานตางดาวเขามาทดแทนเพื่อดำเนินธุรกิจตอไป และดูเหมือนวาสถานการณในภาคการประมงจะดีขึ้น แตในชวงหลัง พ.ศ. 2540 อุตสาหกรรมประมงทาฉลอมยังตองเผชิญกับผลกระทบทางออม จากวิกฤตการณทางการเงินในเอเชียหรือวิกฤตตมยำกุง แมภาคประมงจะไมไดรับผลกระทบโดยตรง แตภาวะเศรษฐกิจ ที่ผันผวนสงผลใหตนทุนการประกอบการเพิ่มสูงขึ้นอยางมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอยางยิ่งราคาน้ำมันเชื้อเพลิง คาบำรุงรักษา และคาซอมแซมเรือและอุปกรณที่ปรับตัวสูงขึ้นอยางรวดเร็ว ปจจัยเหลานี้เปนแรงผลักดันใหผูประกอบการบางสวนตัดสินใจเปลี่ยนไปประกอบธุรกิจอื่นแทนชวงปลายทศวรรษ 2540 ถึงตนทศวรรษ 2550 ประเทศไทยเริ่มประสบปญหาเรื่องความเสื่อมโทรมของทรัพยากรทางทะเล จากการทำประมงเกินขนาดในชวงกอนหนานี้ ในทาฉลอมเองก็พบวาปริมาณสัตวน้ำที่จับไดลดลงอยางตอเนื่อง ตอมาหลังจากการรัฐประหารใน พ.ศ. 2557 ประเทศไทยไดเขาสูยุคการปฏิรูปกฎหมายและระบบราชการ หนึ่งในนั้นคือการประกาศใชพระราชกำหนดการประมง ป พ.ศ. 2558 หลังจากไดรับใบเหลืองในเรื่อง IUU Fishing โดยประเทศไทยมีความเสี่ยงในการละเมิดหลักประมง
40สากล ซึ่งหากไมปรับปรุงแกไข อาจถูกหามใหสงออกผลิตภัณฑประมงไปยังภูมิภาคยุโรป แมการปฏิรูปนี้จะทำใหไทยไดรับการยอมรับจากนานาชาติ แตผูประกอบการและแรงงานในภาคการประมงกลับไดรับผลกระทบจากตนทุนการปฏิบัติตามขอกำหนดที่สูงขึ้น การขาดแคลนแรงงานและการลดลงของเรือประมงที่ไดรับอนุญาตทำใหภาคการประมง ในหลายพื้นยิ่งซบเซามากยิ่งขึ้นไปอีก ในสวนของพื้นที่ทาฉลอม ที่ผูกพันกับอุตสาหกรรมประมงอยางเหนียวแนนมาโดยตลอดเอง ก็ไดรับผลกระทบจากการบังคับใชทางกฎหมายในครั้งนี้ ผูประกอบการจำนวนมากไมสามารถดำเนินธุรกิจตอได กิจการที่เกี่ยวของรวมไปถึงกลุมชางฝมือและสถานบันเทิงทยอยปดตัวลง ชาวประมงจำนวนมากตองขายเรือและออกจากอาชีพประมง ทายที่สุดอุตสาหกรรมการประมงของทาฉลอมจึงทยอยหายไป เหลือไวเพียงผูประกอบการเพียงไมกี่รายเทานั้น อยางไรก็ตามไดเกิดความพยายามในการฟนฟูพื้นที่ทาฉลอม โดยมีแนวทางการพัฒนาการทองเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเปนกลไกหลัก ภายใตการนำของ ดร. สุวันชัย แสงสุขเอี่ยม จากบริษัท สมุทรสาครพัฒนาเมือง (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด และความรวมมือของคน ในทองถิ่น ไดมีการรวมกลุมกันในชื่อ อาสาพัฒนาเมืองสมุทรสาครโดยมีเปาหมายที่จะนำทุนทางวัฒนธรรม อันเปนเอกลักษณ ของทองถิ่นและวิถีชีวิตชุมชนมาเปนจุดขายสำคัญ การดำเนินงานนี้มิไดมุงเนนเพียงผลประโยชนทางเศรษฐกิจเทานั้น แตยังใหความสำคัญกับการฟนฟูความภาคภูมิใจในรากเหงาและประวัติศาสตร
41ของชาวทาฉลอมอีกดวย แนวทางการพัฒนาการทองเที่ยว เชิงวัฒนธรรม จึงเปนความหวังในการพลิกฟนพื้นที่ทาฉลอม จากความซบเซาของอุตสาหกรรมประมงไปสูการสรางเศรษฐกิจใหมที่ยั่งยืนบนพื้นฐานของอัตลักษณและมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชน
42
43
44รายการอางอิงหนังสือและเอกสารกฎหมายตราสามดวง เลม ๑. พระนคร: โรงพิมพคุรุสภา, 2505.กระทรวงมหาดไทย. ๑๘ มีนา วันทองถิ่นไทย ๑๐๗ ป สุขาภิบาล ทาฉลอม รำลึก ๑๕๐ ป สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ. กรุงเทพฯ: วีเจพริ้นติ้ง, 2555.นิจพร แสงสุขเอี่ยม. “การสงเสริมการทองเที่ยวชุมชนโดยวิสาหกิจเพื่อสังคม: กรณีศึกษาชุมชนทาฉลอม จังหวัดสมุทรสาคร.” สารนิพนธสังคมสงเคราะหศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร, 2565.ปรีดี พิศภูมิวิถี และคณะ. สาครบุรี จากวิถีชาวบาน การเปลี่ยนผานวิถีชีวิตทองถิ่นในลุมน้ำทาจีน จังหวัดสมุทรสาคร. กรุงเทพฯ: ศูนยมานุษยวิทยา (องคการมหาชน). 2561.ปาลเลกัวซ มงเซเญอร. เลาเรื่องกรุงสยาม. สันต ท. โกมลบุตร (แปล). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพศรีปญญา, 2552.ประภัสสร ชูวิเชียรและคณะ. รายงานสำรวจแหลงศิลปกรรมเมืองสมุทรสาคร: ทาฉลอม ทาจีน มหาชัย โครงการศึกษาขอมูลเชิงประวัติศาสตร และ ศิลปวัฒนธรรม ชุมชนทาฉลอมริมฝงมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร. ภาควิชาประวัติศาสตร-ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2557.พันจันทานุมาศ (เจิม). พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา. กรุงเทพฯ: คลังวิทยา, 2506.
45สุวันชัย แสงสุขเอี่ยม และคณะ. รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ โครงการสำรวจและสังเคราะหขอมูลดานประวัติศาสตรการทองเที่ยวในการพัฒนาเมืองสมุทรสาคร. มปท. สกสว. 2662.แหลงขอมูลออนไลนBrandThink Cinema. 34 ป “ตังเก” สุดยอดเพลงแรงงานอีสานพลัดถิ่น ตำนานความเซิ้งที่ทั้งหัวเราะราทั้งน้ำตาริน. เขาถึงเมื่อ 27 เมษายน 2568. เขาถึงไดจาก https://shorturl.asia/omuAb.Policywatch. ประมงเสี่ยงเจอ IUU หลังเลิกคุมครองแรงงาน-ใชอวนตาถี่. เขาถึงเมื่อ 3 พฤษภาคม 2568. เขาถึงไดจาก https://policywatch.thaipbs.or.th/article/environment-83.Policywatch. สมาคมประมงไทย มองกฎ IUU รุนแรงเกิน. เขาถึงเมื่อ 3 พฤษภาคม 2568. เขาถึงไดจาก https://policywatch.thaipbs.or.th/article/agriculture-23.Thairath. รองรอยพังพินาศ พายุไตฝุนเกย! หายนะชายฝงอาวไทย ตาย 500 ศพ. เขาถึงเมื่อ 3 พฤษภาคม 2568. เขาถึงไดจาก https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/1416990.
46กรมประมง. พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ และที่แกไขเพิ่มเติม. เขาถึงเมื่อ 3 พฤษภาคม 2568. เขาถึงไดจากhttps://www4.fisheries.go.th/local/index.php/main/view_activities/84/76163.กรุงเทพธุรกิจ. 25 ป วิกฤติตมยำกุง บทเรียนธุรกิจไทยสูโควิด.เขาถึงเมื่อ 3 พฤษภาคม 2568. เขาถึงไดจาก https://www. bangkokbiznews.com/business/1013286.สัมภาษณชวฤทธิ์ เลิศลัทธพร. ลูกหลานชาวจีนทาฉลอม สัมภาษณ, 5 เมษายน 2568.ชวาลย ศิริรัตนวุฒิ. ลูกหลานชาวจีนทาฉลอม. สัมภาษณ, 6 เมษายน 2568.ชุมพล ชมสุวรรณ. อดีตพนักงานกรมการไฟฟา. สัมภาษณ, 5 เมษายน 2568.ทองแทน เลิศลัทธภรณ. อดีตรองนายกเทศมนตรีนครสมุทรสาคร. สัมภาษณ, 4 เมษายน 2568.เบญจา ศรีสมุทรนาค. อดีตเรือจางขามฟาก. สัมภาษณ, 5 เมษายน 2568.ปราณีต ธนูพันธ. อดีตขาราชการครู. สัมภาษณ, 5 เมษายน 2568.ปราโมทย แสงสุขเอี่ยม. อดีตไตกงเรือประมง. สัมภาษณ, 7 เมษายน 2568.
47ÊÒµÃСÙÅ´Ñé§à´ÔÁ»ÃÐÇÑµÔ áÅк·ºÒ·ÊÓ¤ÑÞ (1) :µÙé¨Ô¹´Ò ÃÐÇÔǧÉì Å×Í»ÃÐàÊÃÔ° áÅйԨ¨ÐÂÐภูวาดล พึ่งโพธิ์ปยธิดา ขันเขตรพรหมพร ฝดคาภิรัญญา คงวัฒนสินวริศรา หนูเอียดวิจิตตรา ลาภประสิทธิ์
48บทนำชุมชนทาฉลอม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร นับวาเปนชุมชนที่เต็มไปดวยประวัติศาสตรและวัฒนธรรมที่หลากหลาย โดยเฉพาะคนจีนที่อพยพเขามาตั้งถิ่นฐานในบริเวณพื้นที่แหงนี้ อีกทั้งพื้นที่ทาฉลอมยังมีความโดดเดนในการทำประมง การคาขายและการเดินเรือ ซึ่งผลที่ทำใหทาฉลอมเปนพื้นที่สำคัญในจังหวัดสมุทรสาครนั้น เกิดจากโครงสรางทางสังคมที่เขมแข็งจากสายตระกูลตาง ๆ ที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทองถิ่น ทั้งในดานเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม จึงนำไปสูการศึกษาในสายตระกูลดั้งเดิมที่อยูในพื้นที่ทาฉลอม โดยบทความนี้ไดนำตระกูลตูจินดา ระวิวงษ ลือประเสริฐ และนิจจะยะ มาเปนตัวแทนกลุมตระกูลที่มีบทบาท ตอการพัฒนาพื้นที่ทาฉลอมในแตละยุคสมัยและในแตละดาน ทั้งดานเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยศึกษาผานการสัมภาษณผูที่มีความเกี่ยวของกับสายตระกูลรวมไปถึงบุคคลในพื้นที่ และศึกษาเอกสารที่มีความเกี่ยวของกับขอมูล
49ตระกูลตูจินดาตระกูลตูจินดา เปนหนึ่งตระกูลเกาแกที่อยูคูกับจังหวัดสมุทรสาครมามากกวา 100 ป ตระกูลตูจินดาดั้งเดิมเปนชาวจีนอพยพที่เขามาตั้งรกรากทำมาหากินในประเทศไทย คือ นายลกและนายเชียง มาอาศัยอยู บริเวณตำบลทาฉลอม จังหวัดสมุทรสาคร ดวยนายลกและเชียงเปนชาวจีนแตจิ๋วที่อพยพมาทางเรือ ทำใหมีความชำนาญ ในเรื่องทองทะเล แรกเริ่มจึงเขามาทำอาชีพประมง รวมถึง ตั้งบานเรือนอยูบริเวณริมน้ำแมน้ำเพื่อความสะดวกตอการขึ้นและลงเรือ ภายหลังทั้งสองไดแตงงานกับหญิงไทยในทาฉลอม ( ไมทราบชื่อ ) และนำพอของตนเองซึ่งใชนามสกุลแซลิ้มมาอยูดวย ตอมาไดใหกำเนิดทายาทรุนแรก คือ นายตูแตไมทราบวานายตูนั้นเปนลูกของนายลกหรือนายเชียงนายตูถือวาเปนตนตระกูลของตูจินดา ประวัติของนายตู ไมไดมีบันทึกไวอยางชัดเจน มีเพียงแควาเมื่อนายตูโตขึ้นไดแตงงานกับหญิงไทยที่ชื่อวา นางแกว โดยลงหลักปกฐานอยูตำบลทาฉลอม มีบุตรธิดารวมกันทั้งหมด 9 คน เปนชาย 4 คน และ หญิง 5 คนเดิมทีตระกูลตูจินดาสมัยของนายตูและลูก ๆ ยังคงใชนามสกุลแซลิ้ม แตหลังจากรุนที่ 3 ซึ่งตรงกับชวงสมัยรัชกาลที่ 6 มีการออกพระราชบัญญัติใหคนไทยตั้งนามสกุล ณ เวลานั้น ขุนจินดาภักดี (อุย) ลูกของนายปานและนางเปยม ที่เปนพอคามีชื่อเสียงคนหนึ่ง ไดชักชวนพี่นองรวมสายเลือดของตนเองมาใชนามสกุลเดียวกัน โดยใหนายประสิทธิ์ ลูกชายคนโตที่เรียนอยูโรงเรียนสวนกุหลาบ กรุงเทพฯ เปนคนคิดหานามสกุล
50นายประสิทธิ์เห็นวาทางกรุงเทพฯ นิยมนำชื่อของพอแม ปูยาตายาย มาเปนหลักของการตั้งนามสกุลเพื่อใหทราบวาเปนลูกหลานใคร โดยนายประสิทธิ์ไดพิจารณาชื่อไปถึงทวด คือนายตูและนางแกว และเห็นวาเหมาะสมจะใชเปนนามสกุล แตเพียงคำวา “ตูแกว” อาจสั้นไปสำหรับนามสกุลจึงเปลี่ยนจากคำวา “แกว” เปน “จินดา” ซึ่งมีความหมายเหมือนกัน กลายเปน “ตูจินดา” ที่มีความหมาย วาเปนตูเก็บอัญมณีอันมีคาและยังสามารถแปลไดอีกหนึ่งความหมายคือ “คลังแหงสติปญญา” จึงไดชักชวนพี่นองนายปานรวมใชนามสกุลดวยเพราะเปนลูกของนายตูและนางแกวดวยกัน ทั้งยังชักชวนสะใภ ลูก ๆ หลาน ๆ มารวมใชนามสกุลนี้ ทำใหชวงเวลานั้นนามสกุลตูจินดาเปนนามสกุลใหญทาฉลอม และยกใหนายตูและนายแกวเปนตนตระกูลของตูจินดา ที่สืบสายมาจากแซลิ้ม011 มนตรี ตูจินดา. หนังสือทำเนียบสกุล “ตูจินดา” (พ.ศ. 2558), (มปท. : มปพ. , 2558.).
51ภาพที่ 7 นายปาน- นางเปยม ตูจินดา และลูก ๆ(ที่มา: หนังสือทำเนียบสกุล “ตูจินดา” [พ.ศ. 2558])ภาพที่ 8 บานสกุลตูจินดา(ที่มา: พรหมพร ฝดคา, 6 เมษายน 2568)
52ดวยบรรพบุรุษเปนชาวจีนที่อพยพมาจากจีนแผนดินใหญ ทำใหประเพณี วัฒนธรรมภายในบานมีความเปนจีนเสียสวนมาก เชน หากคนในบานเสียชีวิตก็จะนำศพกลับไปประกอบพิธีที่เมืองจีน สวนบานเรือนของตระกูลจะอาศัยอยูในบริเวณกลางบาน หรือตลาดเกาอยูบริเวณละแวกโรงหนังศรีอำพล (ธนาคารไทยพานิชย สาขาทาฉลอม ซึ่งไดปดไปแลว) โรงเจ ศาลเจาปุนเถากงที่เดิม เปนแหลงศูนยกลางของคนในชุมชน แตเดิมเปนเพียงบานชั้นเดียว มุงดวยจาก ขางฝาบานมีหลายแบบจากไมไผ หลังคาครอมถนน แตภายหลังลูกหลานของตระกูลก็ไดมีการปรับปรุงบานในการยกใตถุนบานขึ้น ปลูกเปน 2 ชั้น สรางจากไมสัก หนายื่นออกไปแมน้ำทาจีน แตครั้งเมื่อเกิดไฟไหมโรงหนังศรีอำพล ทำใหพื้นที่ของตระกูลตูจินดาไดรับผลกระทบเกิดการแบงที่ดินแกลูกหลาน บางก็ยายออกจากพื้นที่ไปอยูพื้นที่อื่น แตบางครอบครัวก็ยังมีการอาศัยอยูทาฉลอม โดยปรับปรุงพื้นที่อยูอาศัย มีการตอเติมหองแถวใหสำหรับเชาขึ้น ตูจินดา ถือเปนตระกูลที่มีบทบาทกับทาฉลอมมาตั้งแตอดีต คราวทาฉลอมถูกจัดตั้งเปนสุขาภิบาลหัวเมืองแหงแรกในประเทศไทย หลวงพัฒนาการภักดี (หรั่ง ตูจินดา) ลูกของนายตู ไดเปนประธานกรรมการสุขาภิบาลหัวเมืองทาฉลอมชุดแรก เมื่อ พ.ศ. 2448 โดยมีคนในพื้นที่ทาฉลอมรวมเปนกรรมการ ดังเชน ตระกูลมณีรัตน และตระกูลมีอำพล และดวยทาฉลอมมีขนาดเมืองที่ไมไดใหญ ทำใหลูกหลานเกิดการแตงงานกับสายตระกูลอื่น ๆ ในพื้นที่ไมวาจะเปนมณีรัตนอุตะเดช หะทัยธรรม หรือระริวงษสงผลใหแตละตระกูลมีความปรองดอง สนิทชิดเชื้อผานการแตงงาน
53สมัยนายปานและนางเปยม ไดมีการบริจาคพื้นที่สำหรับสรางโรงเรียน ใชชื่อวา “โรงเรียนเปยมวิทยาคม (วัดชองลม)” ปจจุบัน คือ โรงเรียนเทศบาลวัดชองลม (เปยมวิทยาคม) ใหเปนสถานศึกษาสำหรับคนในชุมชน และยังมีการบริจาคเงินสำหรับทำนุบำรุงวัด ศาลเจาในทาฉลอม ซึ่งในปจจุบันก็ยังคงมีลูกหลานสืบสานบริจาคใหกับศาสนสถานอยูอยางตอเนื่อง (ภาพที่ 9)ทั้งนี้ตูจินดายังเปนอีกหนึ่งตระกูลที่มีความมั่งคั่งจากการเปนเจาของกิจการเรือประมงในชื่อ “อุดมพาณิชย” ซึ่งเปนกิจการใหญ ที่คุณอุดม ตูจินดา เปนผูรับชวงตอจากคุณพอบุรีและคุณแมแบว ตูจินดา โดยเปนการซื้อเรือโดยสารจากทางกรุงเทพฯ มาปรับปรุง เปนเรือโปะจับปลา และแปรเปลี่ยนมาใชเรือยนตภายหลัง มีการเดินเรือทั้งในประเทศและตางประเทศซึ่งสรางรายไดเขาชุมชนทาฉลอม และเปนเรือกลุมแรกที่รวมตัวทำระบบรวมปลาสงขาย12 มีการเปดหองแถวใหเชาสำหรับผูที่เดินเรือ และคนในชุมชนอาศัยอยู แตเนื่องดวยปญหาการจัดตาง ๆ ภายในกิจการ รวมถึงปญหา ของอัคคีภัย ทำใหทายสุดกิจการอุดมพาณิชยยุติลง และหองเชา ที่เคยมีจำนวนมากก็เหลือเพียงไมกี่หลัง ซึ่งปจจุบันหองเชายังคงอยู ในพื้นที่เดียวกับบานเรืออุดม โฮมสเตย 2 อุดม ตูจินดา, ทาฉลอม เลม ๑ ชีวิตวัยเด็ก – หนุม – ทำงาน, (ม.ป.ท: ม.ป.พ. , ม.ป.ป).
54ภาพที่ 9 ปายบริจาคของตระกูลตูจินดา ณ วัดสุทธิวาตวราราม (วัดชองลม)(ที่มา: พรหมพร ฝดคา, 6 เมษายน 2568)จากเหตุการณไฟไหมครั้งนั้น รวมถึงขอจำกัดของพื้นที่ ทำใหคนในตระกูลมีการยายออกจากพื้นที่ไปอาศัยกันอยูที่อื่น ลูกหลานไปเรียนหนังสือ และทำงานกันขางนอกเสียสวนใหญ หากแตงงานก็เปลี่ยนไปใชนามสกุลอื่น แตก็ยังคงมีการแวะเวียน มาพบกันในเทศกาลสำคัญตาง ๆ ของครอบครัว ทำใหบานดั้งเดิมของตระกูลที่ยังคงเอกลักษณของตระกูลเหลือเพียง 2 หลัง คือ บานเก็บอัฐิสกุลตูจินดา และบานเรืออุดม โฮมสเตยที่ยังคงมีการใชงานในปจจุบัน ซึ่งปจจุบันคุณเพชราภรณ (เอลิสัน) ตูจินดา ลูกสาวของคุณอุดม ตูจินดา เปนผูรับชวงตอในการดูแลโฮมสเตยหลังนี้
55โดยยังยึดเจตนารมยที่ยังคงตองการรักษาพื้นที่เดิมของตระกูล ในการปรับปรุงใหเปนหนึ่งในสถานที่ทองเที่ยวที่ยังคงความเปนเอกลักษณของทาฉลอมไว23 สวนพื้นที่ที่เหลือมีการปลอยใหเชา และขายตอใหกับผูดูแลใหม ภาพที่ 10 เรืออุดมพานิชย(ที่มา: พรหมพร ฝดคา, 7 เมษายน 2568)3สัมภาษณ เอลิสัน ตูจินดา, เจาของบานเรืออุดม โฮมสเตย, 7 เมษายน 2568.
56ตระกูลระวิวงษ ตระกูลระวิวงษ เปนหนึ่งในตระกูลที่มีบทบาทสำคัญตอทาฉลอม เปนครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีนแตจิ๋ว อาศัยอยูบริเวณทายบาน ของทาฉลอม โดยตนตระกูลคือ คุณยิดชุน แซเตีย และคุณซกชุน แซเจ็ง ซึ่งคุณยิดชุนเปนชาวจีน เดินทางคาสำเภามาเมืองไทย โดยมาจอดเรือขึ้นฝงที่ตำบลทาฉลอม จังหวัดสมุทรสาคร และคุณซกชุนมาจากอยุธยา ดวยภูมิปญญาที่คุณยิดชุนนำติดตัว มาดวยก็ไดมาทำกิจการประมง ทำโปะจับปลา จนมีฐานะคหบดี และไดสงเงินกลับไปชวยญาติพี่นองที่เมืองจีนอยูตลอด จนทางราชการจีนในสมัยนั้นไดมอบตำแหนงขุนนางให คุณยิดชุน มีภรรยา 3 คน คือ คุณซกเจ็ง แซคู อยูที่เมืองจีน คุณซกชุน แซเจ็ง อยูที่เมืองไทย และคุณซกเพี้ย แซลิ้ม อยูที่เมืองไทย34โดยคุณยิดชุนและคุณซกชุน มีบุตรธิดาดวยกัน 8 คน ดังนี้1. บุญเรือน หะทัยธรรม2. บุญจือ ลิ้มโภคา3. พุฒ ประเสริฐบูรณ4. พิยุทธ ระวิวงษ5. พิศิษฐ ระวิวงษ6. บุญชอบ ระวิวงษ7. ชิ้น ระวิวงษ8. บุญเชย ตูจินดา4 สุรพล ระวิวงษ, อากง-กง (คุณทวด) ยิดชุน...คือใคร?, (ม.ป.ท.: ม.ป.พ., ม.ป.ป.), เอกสารไมมีเลขหนา.
57คุณยิดชุนกับคุณซกเจ็ง แซคูมีบุตรดวยกัน 1 คน ดังนี้1.คุณปูซี้เจก (คุณปูคนที่สี่)คุณยิดชุนกับคุณซกเพี้ย แซลิ้ม มีบุตรธิดาดวยกัน 2 คน ดังนี้1. กำจัด ระวิวงษ2. จุรี ตูจินดาโดยนามสกุลระวิวงษนั้นมาจากชื่อคุณยิดชุน ที่แปลวาพระอาทิตย ซึ่งพองกับ ระวิวงษที่แปลวาพระอาทิตยเชนเดียวกัน นามสกุลนี้ลูกหลานของคุณยิดชุนเปนคนตั้งขึ้นเองในสมัยรัชกาลที่ 6 และตองการใหนามสกุลนั้นพองความหมายกับชื่อคุณยิดชุนที่เปนตนตระกูล ตระกูลระวิวงษ เปนตระกูลที่มีบทบาทสำคัญตอทาฉลอม มาตั้งแตอดีตในหลายดาน อาทิ ดานสังคม ดานเศรษฐกิจ เปนตน และเปนตระกูลเกาแกที่สรางคุณประโยชนตอทาฉลอมมา อยางยาวนาน โดยตระกูลระวิวงษนั้นมีบทบาทที่สำคัญมาตั้งแตสมัยรัชกาลที่ 5 โ ด ย ค ุ ณ ย ิ ด ชุนเคยไดถวายอาสาพาคณะ ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวเสด็จเขาสูแมน้ำทาจีน เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว ทรงเสด็จประพาสตนตามแนวชายฝงทะเลมายังเมืองสาครบุรี ขณะเรือพระที่นั่งอยู ณ ปากอาว เปนเวลาเดียวกับที่คุณยิดชุนกำลังดูแลการจับปลาอยู จึงไดถวายอาสาพาคณะของรัชกาลที่ 5 เขาสูแมน้ำทาจีน เมื่อเขาฝงไดพระองคก็ทรงมีพระเมตตารับสั่งวาอยากไดอะไร ดวยนิสัยที่มักนอยของคุณยิดชุน ก็เลยขอพระราชทานอนุญาตเพียงใหสามารถสูบฝน ที่บานได ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวก็ทรงไมขัดของ
58และพระราชทานอนุญาตใหซื้อฝนที่อำเภอไดทุกเดือน เดือนละ 2 ครั้ง ตอมาชาวบานทาฉลอมไดแสดงความจงรักภักดีและแสดงความสามัคคีเปนน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการพัฒนาบานเมือง ดวยการสรางถนนขึ้นมาสายหนึ่ง โดยคุณยิดชุนไดเปนหนึ่งในคณะผูนำชาวบาน ที่ชวยรวบรวมเงินมาดำเนินการกอสรางถนนสายนี้45 ในเวลาตอมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว ทรงเสด็จมาเปดถนน และพระราชทานนามวา “ถนนถวาย” พรอมทรงประกาศ ใหเริ่ม “สุขาภิบาลหัวเมืองแหงแรก” ขึ้นที่ทาฉลอม นอกจากนี้ตระกูลระวิวงษยังมีการสนับสนุนวัดภายในทาฉลอม อาทิวัดสุทธิวาตวรารามหรือวัดชองลม คุณยิดชุนไดสรางหอสวดมนตไวที่วัดชองลม ใชชื่อวาหอสวดมนตระวิวงศ สรางเมื่อ พ.ศ. 2461 (ภาพที่ 11)ตระกูลระวิวงษยังมีความสัมพันธอันดีกับตระกูลอื่น ๆ ในทาฉลอม เชน ตระกูลอุตะเดช ตระกูลหะทัยธรรม และตระกูล ตูจินดา ผานการเปนเครือญาติและการแตงงานดองกันไปมา กลาวคือในสวนของตระกูลอุตะเดชมีความสัมพันธเพราะคุณซกชุน แซเจ็ง เปนพี่สาวคนที่ 2 ของตระกูลอุตะเดช ตระกูลหะทัยธรรมสัมพันธกันเพราะคุณบุญเรือน ระวิวงษไดแตงงานกับคุณวัฒนะ หะทัยธรรม และเปลี่ยนไปใชนามสกุลหะทัยธรรม และตระกูลตูจินดาสัมพันธกันเพราะคุณบุญเชย ระวิวงศไดแตงงานกับคุณบุญรอด ตูจินดา และคุณจุรี ระวิวงษไดแตงงานกับคุณมนัส ตูจินดา และเปลี่ยนไปใชนามสกุล ตูจินดา5 สุรพล ระวิวงษ, อากง-กง (คุณทวด) ยิดชุน...คือใคร?, เอกสารไมมีเลขหนา.
59 ในดานเศรษฐกิจ ตระกูลระวิวงษมีการประกอบอาชีพประมง มาตั้งแตคุณยิดชุน แตเปนเพียงการทำประมงพื้นบาน ภายในครอบครัวเทานั้น ปจจุบันภายในตระกูลไมไดมีการสานตออาชีพประมงแลว คนในตระกูลหันไปทำอาชีพในสายที่ตนเองถนัด และยายไปอยูที่อื่นแลว โดยคนในตระกูลระวิงษที่ยังอาศัยอยูในจังหวัดสมุทรสาครนามสกุลจะเขียนดวยคำวา ระวิวงษสวนตระกูลระวิวงษที่ยายไปอยูที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร นามสกุลจะเขียนดวยคำวา ระวิวงศภาพที่ 11 ปายหอสวดมนตระวิวงศณ วัดสุทธิวาตวราราม(ที่มา: ปยธิดา ขันเขตร, 6 เมษายน 2568)
60ตระกูลลือประเสริฐตระกูลลือประเสริฐ เปนตระกูลคหบดีที่มีความสำคัญในพื้นที่ตำบลทาฉลอม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร มีตนตระกูล คือ นายอาง แซหลือ (ภาพที่ 12) ที่เดินทางกับเรือสำเภาจากจีน พรอมกับพี่นองอีกหนึ่งคนไมทราบชื่อได มาตั้งถิ่นฐานที่ทาฉลอม ในบริเวณที่เรียกวา ทายบาน พื้นที่ลงจากสะพานริมเขื่อนขาง วัดชองลมหรือวัดสุทธิวาตวราราม แลวภายหลังไดขยับขยายไป ในตลาด ตั้งแตมาถึงที่ทาฉลอมไดเริ่มตั้งบอน เนื่องจากในอดีต มีโรงยาฝนตั้งอยูบริเวณสี่แยกที่จะไปฝงตำบลโกรกกราก พรอมเริ่มตนทำโปะเรือสูทำกิจการเรือประมงสงตอมายังรุนที่สอง คือ นายเทียนไลที่มีเรือประมงจำนวนหลายลำ มีลูกนองจำนวนมาก มีทั้งโปะและโพงพาง 56 ความร่ำรวยของตระกูลเริ่มมาจาก การทำประมงเปนหลัก อาศัยอยูรวมกันเปนลงของตระกูล เปนบานใหญที่มีกันหลายคนแตเนื่องจากตระกูลลือประเสริฐใหความสำคัญกับการศึกษาของลูกหลาน ทำใหมักสงลูกหลานในตระกูลไปร่ำเรียนในกรุงเทพฯ อาชีพการงานจึงแตกตางกันออกไปและเกิดการกระจายตัวของคน ในตระกูลออกไปตามสายงานและกิจการของตน ผานการสนับสนุนหลักโดยคุณประนอม และคุณเซ็งจือที่นับวาเปนหัวเรือหลัก ในการรับผิดชอบคนของตระกูลในกรุงเทพฯ กลาวคือคุณประนอมรับผิดชอบการดูแลจัดการ สวนคุณเซ็งจือรับผิดชอบคาใชจาย 6 สัมภาษณ อนันต ลือประเสริฐ, อดีตสมาชิกสภาองคการบริหารสวนจังหวัดสมุทรสาคร, 4 เมษายน 2568.
61ในการเลาเรียนให ทั้งยังมีกิจการปมน้ำมันในกรุงเทพฯ ของคุณประนอมที่ใหลูกหลานในบานชวยกันดูแล ตัวอยางเชน นายอนันต ลือประเสริฐ ซึ่งสืบสายตระกูลลือประเสริฐลำดับที่ 5 ที่ไดเขาไปศึกษาในกรุงเทพฯ ตั้งแตชั้นอนุบาล แตปจจุบันกลับมาอาศัยอยูในพื้นที่ทาฉลอม ปจจุบันธุรกิจการเรือประมงของตระกูลลือประเสริฐไดยุติไปจากสาเหตุหลายประการ ทั้งปญหาระหวางเจาของเรือและไตเรือ ขอปฏิบัติหรือกฎการออกเรือจากรัฐบาลที่ออกมาใหม รวมถึงการทำประมงที่ทำหลายอยาง แตไมมีกำลังคนมากพอจากลูกหลานในบานเฉกเชนอดีตที่ทำใหกิจการประมงของคุณอนันตยุติลงไปในที่สุด ในดานของวิถีชีวิตความเชื่อของผูคนในตระกูลลือประเสริฐ มีความผูกพันกับพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะวัดสุทธิวาตวราราม หรือวัดชองลมที่ตั้งอยูบริเวณทายบาน ใกลกับบานและที่ดิน ของตระกูลลือประเสริฐ และศาลบรรพบุรุษแบบจีนตามเชื้อสายของตนตระกูลโดยเฉพาะอุทยานพระโพธิสัตวกวนอิม ซึ่งอยูตรงขาม ฝงถนนกับวัดชองลม
62ภาพที่ 12 นายอาง-นางลวน ตนตระกูลลือประเสริฐ(ที่มา: ภูวาดล พึ่งโพธิ์, 7 เมษายน 2568)ภาพที่ 13 บานตระกูลลือประเสริฐริมเขื่อน ทายบาน(ที่มา: ภูวาดล พึ่งโพธิ์, 7 เมษายน 2568)
63ภาพที่ 14 บานตระกูลลือประเสริฐริมน้ำ(ที่มา: วริศรา หนูเอียด, 6 เมษายน 2568)การตั้งถิ่นฐานในอดีตมีการปลูกบานเรือนขนาดใหญ เพื่อรองรับสมาชิกในครอบครัวที่มีจำนวนมาก แตในปจจุบัน มีการปรับปรุงบานใหทันสมัยและตอบรับกับสมาชิกและรูปแบบ การใชงานของบานที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ตระกูลลือประเสริฐ มีบานของตระกูล 2 หลังในโซนตลาด คือบานหลังที่ตั้งอยูบริเวณที่เรียกวาทายบาน (ภาพที่ 13) ตั้งอยูตรงขามรานเจไพรริมเขื่อน ทาฉลอม เปนเรือนไทยผสมจีนปจจุบันคนในตระกูลยังอาศัยสืบตอกันมาเชนเดิม และบานติดริมแมน้ำทาจีน เปนบานไมเรือนไทยแบบ ขนมปงขิง ประดับไมฉลุ โดยบานหลังนี้ถูกซื้อและยายมาจาก
64คลองสานเมื่อ พ.ศ. 25077 เดิมเคยใชอยูอาศัย แตในปจจุบัน ไมมีผูอยูอาศัย และอยูภายใตการดูแลของมูลนิธิชำนาญ-ยิ้ม ลือประเสริฐ (ภาพที่ 14)บทบาทสำคัญของตระกูลลือประเสริฐโดดเดนทั้งภายในพื้นที่ทาฉลอม ไปจนถึงบทบาทระดับประเทศ กลาวคือจากการศึกษา และประกอบอาชีพที่ขยับขยายออกจากเดิม ทำใหคนในตระกูล มีบทบาทแตกตางออกไปหลากหลายแขนงของอาชีพ แตที่มีเหมือนกันคือ ยังคงความเปนตระกูลคหบดี มีความมั่นคงมั่งคั่งในอาชีพการงาน โดยผูที่นับวามีความโดดเดนและผูคนนึกถึงในบทบาทของคนตระกูล ลือประเสริฐ คือ นายเซ็งจือ ลือประเสริฐ และนายชำนาญ ลือประเสริฐโดยนายเซ็งจือนี้ ผูเคยดำรงตำแหนงเปนนายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย และไดเคยเปนผูจัดการใหญของธนาคารเอเชีย และบริษัทประกันคุมภัยจำกัด ที่อำเภอหาดใหญ จังหวัดสงขลา กอนจะผันตัวมาสูการเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดสงขลา สมาชิกวุฒิสภา รวมถึงปรากฏชื่อในเหตุการณสำคัญคือญี่ปุนยกพลขึ้นบก ที่สงขลา โดยนายเซ็งจือเปดนิตยสารตางประเทศที่แสดงใหเห็นจุด 7 มาหาสมุทรสาคร, บานลือประเสริฐริมน้ำ, เขาถึงเมื่อ 27 มีนาคม 2568, เขาถึงไดจาก http://www.visitsk.org/?p=11932.
65ที่ญี่ปุนจะยกพลขึ้นบกมาบอกแก ผบ.ร. พัน 58 รวมถึงไดรวมบริหารโรงเรียนศรีนคร อ. หาดใหญ จ. สงขลา สวนนายชำนาญ ลือประเสริฐ มีโอกาสไดฉายสไลดประกอบการบรรยายธรรมของพุทธทาสภิกขุ ไมเพียงเทานั้น ยังมีการใหดัดแปลงบานที่เคยอยูบริเวณใกลเสาชิงชาใหเปนสถานที่และหองประชุมของสมาคมแพทยโรคหัวใจ และมีมูลนิธิชำนาญยิ้ม ลือประเสริฐในการทำสาธารณประโยชนแกสังคม ในสวนของบทบาทของตระกูลลือประเสริฐในพื้นที่ทาฉลอม มีความโดดเดนเชนเดียวกัน กลาวคือไมวาจะเปนดานสังคม ที่มีการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาทั้งแบบไทยและจีน ที่สามารถเห็นไดจากปายบริจาคในวัดหรือศาลเจาโดยเฉพาะวัดสุทธิวาตวราราม อาทิ นางเรียม ลือประเสริฐ ไดบริจาคที่ดินสรางอุทยานพระโพธิสัตวกวนอิม รวมถึงสรางถาวรวัตถุ บริจาคที่นา 39 ไรและซื้อที่ดินติดทางรถไฟใหกับวัด คุณประนอมบริจาคเงินสรางศาลเรือนไทยในวัด คุณพยุม เคยรับหนาที่เปนมัคนายกของวัดสุทธิวาตวราราม คอยจัดเลี้ยงจัดงานใหวัดมาตลอด และถูกพูดถึงในความใจดีจากการทำขนมหวาน รสชาติดีหมอใหญแจกจายในงานบุญ และสาธารณประโยชน อยางบริจาคเงินใหแกโรงบาลที่ฝงมหาชัย ทำลิฟตและสรางหอง ใหโรงพยาบาล ในชื่อประนอม ลือประเสริฐ ไมเพียงเทานั้นในดานนี้ 8 ศิลปวัฒนธรรม, วิกฤตการณญี่ปุนยกพลขึ้นบกที่สงขลา จากคำบอกเลาผูอยูในเหตุการณ, เขาถึงเมื่อ 27 มีนาคม 2568, เขาถึงไดจาก https://today.line.me/th/v2/article/kEWaro0.
66ยังเห็นถึงบทบาทการเขาใชนามสกุลลือประเสริฐของกลุมชาวจีน แซหลือที่เขามาในภายหลังเกิดเปนกลุมตระกูลที่ใหญขึ้น ในดานเศรษฐกิจเนื่องจากเปนตระกูลชาวจีนเกาแกทาฉลอม ที่โดดเดนดานการทำประมง ทำใหมีบทบาทในการสงเสริมอาชีพ กับคนในชุมชนในการจางคนในทองถิ่นมาเปนสวนหนึ่ง เชน การแกะปลาทู ดองปลาทู ที่มีปริมาณมากที่ไดมาในหนึ่งครั้ง นับเปนการสรางและกระจายรายไดแบบหนึ่งแกชุมชนในดานการเมืองตระกูลลือประเสริฐในพื้นที่ทาฉลอม ไมเคยปรากฏถึงบทบาทของการเมืองทองถิ่น มีเพียงการเมืองระดับประเทศอยางนายเซ็งจือ ที่เปนสมาชิกวุฒิสภาเทานั้น พึ่งปรากฏในระยะที่ไมนานมานี้คือ นายอนันต ที่รับตำแหนงสมาชิกสภาองคการบริหารสวนจังหวัด 2 สมัย ไมเพียงเทานั้นยังทำหนาที่ ไกลเกลี่ยกรณีพิพาทในศาลอีก 10 กวาป และในปจจุบัน พ.ศ. 2568นองชายของนายอนันต คือ นายถวัลยก็กำลังอยูชวงหาเสียง ลงเลือกตั้งในตำแหนงสมาชิกสภาเทศบาลนครสมุทรสาครในความสัมพันธภายในชุมชน ในอดีตตระกูลใหญในพื้นที่ ทาฉลอมไมวาจะเปนมณีรัตน ตูจินดา ลือประเสริฐ มีอำพล ระวิวงษนิจจะยะ หรือสกุลมั่งคั่งอื่น ๆ มีความสนิทสมกัน อาทิคุณอนันต สนิทสนมกับคุณพรสิริ มโนหาญที่เดิมแมของเขานามสกุลมณีรัตน จากการไปเรียนดวยกันที่โรงเรียนปานะพันธวิทยา โรงเรียนรุจีเสรี-วิทยา ที่กรุงเทพฯ89 ทำใหเห็นไดถึงความสัมพันธของกลุมตระกูล 9 สัมภาษณ อนันต ลือประเสริฐ, อดีตสมาชิกสภาองคการบริหาร สวนจังหวัดสมุทรสาคร, 4 เมษายน 2568.
67ในการพูดคุยติดตอ รวมถึงสถานภาพเชิงสังคมจากการที่หลายตระกูลสงลูกหลานไปศึกษาเลาเรียนในกรุงเทพฯ ตั้งแตอายุยังนอย เพราะใหความสำคัญกับการศึกษา และมีบทบาทรวมกันในการชวยกันบริจาคทั้งสาธารณประโยชนแกโรงพยาบาล ทำนุบำรุงวัดหรือศาลเจาที่มีรวมกันและปริมาณมากของแตละตระกูลภาพที่15 ปายบริจาคของคนตระกูลลือประเสริฐในพื้นที่ของวัดสุทธิวาตวราราม(ที่มา: ภูวาดล พึ่งโพธิ์, 4 เมษายน 2568)
68ตระกูลนิจจะยะตระกูลนิจจะยะ เดิมใชนามสกุลวา “แซเอี๊ยะ” โดยตระกูลนี้เปนครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีน แตไมทราบวาเปนชาวจีนกลุมใด โดยตนตระกูลของนิจจะยะ คือ นายหอยและนางจู ทั้งสอง มีบุตรดวยกัน 9 คน โดยตระกูลนี้มีความโดดเดนในเรื่องของธุรกิจ โดยภายในครอบครัวมีการเลี้ยงเปดและไก รวมทั้งมีการประกอบธุรกิจทำน้ำปลาและปลาไก (ปลาปน) รวมไปถึงประมงภายในครอบครัว อีกดวยการทำประมงของตระกูลนิจจะยะเปนการทำประมงขนาดเล็ก โดยปลาที่ไดจะถูกนำไปตากแหงและแปรรูปเปนปลาปน สวนไสปลาจะนำไปดองเปนน้ำปลา ในสวนของการทำงานไดมีการจางแรงงาน คนในพื้นที่รวมไปถึงนอกพื้นที่ เชน คนอีสาน โดยหลังจากนายหอย หรือผูกอตั้งธุรกิจรุนที่ 1 ไดเสียชีวิตลง ไดมีการสงมอบธุรกิจใหรุนที่ 2ซึ่งผูที่สืบทอดธุรกิจนี้คือ นายวินัย นิจจะยะ แตตอมาหลังนายวินัย ไดเสียชีวิตลง สงผลใหเกิดปญหาในหลายดาน ไดแก ปญหาการไร ผูสืบทอดธุรกิจ เนื่องจากบุตรหลานลวนมีเสนทางและอาชีพ เปนของตนเอง อีกทั้งการควบคุมแรงงานเปนงานที่คอนขางหนัก ทำใหในทายที่สุดธุรกิจโรงงานและประมงของตระกูลนิจจะยะ จึงไดปดตัวลงในทายที่สุด91010 สัมภาษณ สมพร นิจจะยะ, ขาราชการเกษียณอายุ, 6 เมษายน 2568.
69สรุปผลการศึกษาทั้ง 4 ตระกูล ไดแก ตระกูลตูจินดา ตระกูลลือประเสริฐ ตระกูลระวิวงษและตระกูลนิจจะยะ ลวนเปนตระกูลที่มีบทบาทสำคัญในพื้นที่ทาฉลอม ซึ่งเปนชุมชนชายฝงที่มีความโดดเดน ดานประวัติศาสตรและเศรษฐกิจ โดยทั้ง 4 ตระกูลนี้ลวนเปนคน เชื้อสายจีนที่อพยพเขามาตั้งรกรากในพื้นที่ตั้งแตชวงยุคเริ่มตน ของการพัฒนาทาฉลอม ทำใหสามารถเห็นไดอยางชัดเจนวาคนจีน มีบทบาทอยางมากตอการเจริญเติบโตของชุมชนทั้งในดานเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองธุรกิจที่แตละตระกูลดำเนินการสวนใหญเกี่ยวของ กับการประมงขนาดเล็ก ซึ่งเปนอาชีพหลักของชาวทาฉลอมในอดีต การทำประมงไมเพียงเปนแหลงรายไดแตยังเปนรากฐานสำคัญ ในการสรางความมั่นคงใหกับครอบครัวและชุมชน กิจการเหลานี้ไดรับการสืบทอดจากรุนสูรุน โดยมีการปรับตัวตามสภาพเศรษฐกิจและสิ่งแวดลอม บางตระกูลยังคงรักษากิจการไว ขณะที่บางตระกูล ไดเลิกกิจการไปตามกาลเวลา อยางไรก็ตามทุกรายลวนมีสวน ในการวางรากฐานของระบบเศรษฐกิจในทาฉลอมนอกจากดานเศรษฐกิจแลว ตระกูลเหลานี้ยังมีบทบาทสำคัญในดานการเมืองและสังคม เชน ตระกูลตูจินดา และตระกูล ลือประเสริฐ ซึ่งสมาชิกบางรายไดรับโอกาสเขาไปมีบทบาทในการบริหารทองถิ่น การมีสวนรวมในการกำหนดนโยบายและทิศทางการพัฒนาชุมชน นำไปสูการผลักดันโครงการตาง ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน อีกทั้งยังมีบทบาทในการทำนุบำรุงศาสนา
70สงเสริมวัฒนธรรม และทำกิจกรรมสาธารณประโยชน เชน การสรางศาลเจา การบริจาคใหโรงเรียนหรือโรงพยาบาล รวมถึงการจัด งานประเพณีตาง ๆ ที่สะทอนถึงรากเหงาและความภาคภูมิใจ ในวัฒนธรรมจีน ตระกูลระวิวงษและตระกูลนิจจะยะ ก็มีบทบาทเฉกเชนเดียวกัน อาทิ ดานการรักษาวัฒนธรรมและคานิยมของชุมชนผานเครือขายครอบครัวที่เขมแข็ง ซึ่งความสัมพันธระหวางเครือญาติในทาฉลอมมีความแนนแฟนอยางมากทั้งจากการแตงงาน การทำธุรกิจรวมกัน และการชวยเหลือกันในยามจำเปน สิ่งเหลานี้ลวนสะทอนใหเห็นถึงการมีสวนรวมและความสามัคคีของคน เชื้อสายจีนในพื้นที่แหงนี้จากทั้งหมดที่กลาวมา แสดงใหเห็นอยางชัดเจนวา คนเชื้อสายจีนในทาฉลอม ไมไดเปนเพียงผูอยูอาศัยเทานั้น แตเปนผูรวมวางรากฐานและขับเคลื่อนการพัฒนาทาฉลอมมาตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบัน ผานบทบาทที่หลากหลายทั้งดานเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และวัฒนธรรม ทำใหทาฉลอมกลายเปนชุมชน ที่มีความเขมแข็งทางประวัติศาสตรและมีเอกลักษณเฉพาะตัว ที่ยังคงอยูจนถึงปจจุบัน
71รายการอางอิงหนังสือและเอกสาร60 ป ศาสตราจารยแพทยหญิงชนิกา ตูจินดา.กรุงเทพฯ: เรือนแกวการพิมพ, 2544.จันทรฉาย หะทัยธรรม ปทุมานนท. ตระกูลหะทัยธรรม. ม.ป.ท. : ม.ป.พ. 2557.ชำนาญ ลือประเสริฐ. ธรรมตางทัศนะ. กรุงเทพฯ: บริษัท การพิมพฮองกง จำกัด, 2522. (พิมพในพิธีพระราชทานเพลิงศพ นายเซ็งจือ ลือประเสริฐ 25 พฤศจิกายน 2522)ท. เลียงไพบูลย. กฎแหงกรรม. กรุงเทพฯ: ม.ป.พ, 2548. (พิมพในพิธีพระราชทานเพลิงศพ นายเซ็งจือ ลือประเสริฐ 25 พฤศจิกายน 2522).________. แมจา. ป.ป.ท: ม.ป.พ. , 2515. (พิมพในงานฌาปนกิจศพ แมเรียม ลือประเสริฐ 17 ธันวาคม 2515)ที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพศาสตราจารยเกียรติคุณนายแพทยประสงค ตูจินดา. ม.ป.ท: ม.ป.พ. , 2554. (พิมพในพระราชพิธีเพลิงศพศาสตราจารยเกียรติคุณนายแพทยประสงค ตูจินดา ณ เมรุ หลวงหนาพลับพลาอิศริยาภรณวัดเทพศิรินทราวาส วันอาทิตยที่ 18 ธันวาคม 2554)พุทธทาส อิทัปปจจยตา. ยี่จับสี่เหา. พระนคร: บริษัท การพิมพพระนคร จำกัด, 2515. (พิมพในงานฌาปนกิจศพ แมเรียม ลือประเสริฐ 17 ธันวาคม 2515)
72พระพรหมคุณาภรณ. การแพทยยุคใหมในพุทธทัศน. พิมพครั้งที่ 4 . นครปฐม: ม.ป.พ, 2550.ภาควิชามานุษยวิทยา คณะโบราณคดี. ยอนรอยทาฉลอม เสนทางวิถีชีวิตชุมชนประมงลุมแมน้ำทาจีน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ แหงจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย, 2561.มนตรี ตูจินดา. ทำเนียบสกุล”ตูจินดา” (พ.ศ.2558). ม.ป.ท. : ม.ป.พ. 2558.สุรพล ระวิวงษ. อากง-กง (คุณทวด) ยิดชุน...คือใคร ?. ม.ป.ท. : ม.ป.พ. , ม.ป.ป.อนุสรณในงานฌาปนกิจศพ นางบุญเรือน หะทัยธรรม ณ วัดแหลมสุวรรณาราม ตำบลทาฉลอม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร 17 เมษายน 2508. พระนคร: บริษัทบริการทองจำกัด, 2508. (พิมพในงานฌาปนกิจศพนางบุญเรือน หะทัยธรรม เมษายน 2508).อนุสรณในพิธีพระราชทานเพลิงศพ นายเซ็งจือ ลือประเสริฐ ณ วัดแหลมสุวรรณาราม ตำบลทาฉลอม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร 17 เมษายน 2508. พระนคร: บริษัทบริการทองจำกัด, 2508. (พิมพในพิธีพระราชทานเพลิงศพ นายเซ็งจือ ลือประเสริฐ 25 พฤศจิกายน 2508).
73อนุสรณในงานพระราชทานเพลิงศพ น.อ. ชวลิต ตูจินดา ร.น. ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม วันพุธที่ 10 พฤษภาคม 2515.นครปฐม: โรงพิมพแสงศิลป, 2515. ( พิมพในงานพระราชทานเพลิงศพ น.อ.ชวลิต ตูจินดา ร.น ณ เมรุวัดมกุฎกษัตริราม วันพุธที่ 10 พฤษภาคม 2515)อนุสรณในงานพระราชทางเพลิงศพ ศ.นพ.ประกอบ ตูจินดา. กรุงเทพฯ : อมรินทรพริ้นติ้งแอนดพับลิชชิ่ง, 2548. (พิมพในพระราชพิธีเพลิงศพศาสตราจารยนายแพทยประกอบ ตูจินดา ณ เมรุ หลวงหนาพลับพลาอิศริยาภรณ วัดเทพศิรินทราวาส วันเสารที่ 25 เมษายน 2548)อุดม ตูจินดา. ทาฉลอม เลม ๑ ชีวิตวัยเด็ก – หนุม - ทำงาน. ม.ป.ท.: ม.ป.พ. , ม.ป.ป.แหลงขอมูลออนไลนมาหาสมุทรสาคร. บานลือประเสริฐริมน้ำ. เขาถึงเมื่อ 27 มีนาคม 2568. เขาถึงไดจาก http://www.visitsk.org/?p=11932.ศิลปวัฒนธรรม. วิกฤตการณญี่ปุนยกพลขึ้นบกที่สงขลา จากคำบอกเลาผูอยูในเหตุการณ. เขาถึงเมื่อ 27 มีนาคม 2568. เขาถึงไดจาก https://today.line.me/th/v2/article/kEWaro0.
74สัมภาษณณรงค จารุปราโมทย. ไมทราบขอมูล. สัมภาษณ, 5 เมษายน 2568.นิภา สื่อเจริญ. ไมทราบขอมูล. สัมภาษณ, 6 เมษายน 2568.ประนู แซโคว. คณะกรรมการวัดชองลม. สัมภาษณ, 6 เมษายน 2568.ประสาน เพชรประดับ. อดีตชาวประมง. สัมภาษณ, 5 เมษายน 2568.เปยก. มอเตอรไซตรับจางหนาวัดแหลม. สัมภาษณ, 6 เมษายน 2568.พรชัย หะทัยธรรม. เจาของศูนยรถยนต สมุทรสาคร ฮอนดา คารล และสาครบุรี ฮอนดา ออโตโมบิล. สัมภาษณ, 4 เมษายน 2568.สมพร นิจจะยะ. ขาราชการเกษียณอายุ. สัมภาษณ, 6 เมษายน2568.สุรัติ ศรีจันทร. ผูชวยประธานชุมชนทาฉลอมและมอเตอรไซครับจาง. สัมภาษณ, 5 เมษายน 2568.สุรพล ระวิวงษ. นักสื่อมวลชนประจำจังหวัดสมุทรสาคร. สัมภาษณ, 5 เมษายน 2568.สุวันชัย แสงสุขเอี่ยม. ประธานบริษทสมุทรสาครพัฒนาเมือง(วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด. สัมภาษณ, 4 เมษายน 2568.อนันต ลือประเสริฐ. อดีตสมาชิกสภาองคการบริหารสวนจังหวัดสมุทรสาคร. สัมภาษณ4 เมษายน 2568.อัญชลี ทองผาสุก. ไมทราบขอมูล. สัมภาษณ, 6 เมษายน 2568.เพชราภรณตูจินดา.เจาของบานเรืออุดมโฮมสเตย. สัมภาษณ, 7 เมษายน 2568.
75ÊÒµÃСÙÅ´Ñé§à´ÔÁ »ÃÐÇÑµÔ áÅк·ºÒ·ÊÓ¤ÑÞ (2): Á³ÕÃѵ¹ì ÁÕÍӾŠÊÃéÍÂà¾çªÃÊØÇÃóàÁ¹Ð ÍØµÐà´ª áÅÐËзѸÃÃÁยุทธนา ทองดีกรกนก ชูมากปาจรีย พรหมภินันทสุธีมนต จันทรแจมแสงอัญชิสา ปญญารอดไอทยา อินทนนท
76บทนำทาฉลอม จังหวัดสมุทรสาคร เปนชุมชนเกาแก ที่มีประวัติศาสตรยาวนานและมีเอกลักษณเฉพาะตัว โดยเฉพาะ อยางยิ่งในฐานะศูนยกลางการประมงที่สำคัญ และเปนพื้นที่แรก ในสวนภูมิภาคของไทยที่มีการจัดตั้งสุขาภิบาล ความเจริญ และการพัฒนาของทาฉลอมมีความผูกพันอยางลึกซึ้งกับการเขามา ตั้งถิ่นฐานของชาวจีนโพนทะเล ซึ่งไดนำความรูทางการคา การประมง และวัฒนธรรม เขามาผสมผสานกับวิถีชีวิตดั้งเดิม กอรางสรางชุมชนใหมีลักษณะเฉพาะดังเชนปจจุบันในบริบททางสังคมของชุมชน โดยเฉพาะชุมชนที่มีชาวไทย เชื้อสายจีนเปนองคประกอบสำคัญนั้น สายตระกูล หรือ แซ ถือเปนสถาบันทางสังคมที่มีบทบาทอยางยิ่ง ไมเพียงแตเปนหนวยพื้นฐาน ที่สืบทอดเชื้อสายและวงศวาน แตยังทำหนาที่เปนเครือขายทางสังคม เศรษฐกิจ และบางครั้งก็รวมถึงการเมืองในระดับทองถิ่น ตระกูลดั้งเดิมหลายตระกูลในทาฉลอม อยางตระกูลมณีรัตน มีอำพล สรอยเพ็ชร และอุตะเดช ไดเขามามีบทบาทสำคัญในการบุกเบิกกิจการตาง ๆ ทั้งการประมง การทำนาเกลือ การคา อุตสาหกรรม
77ตอเนื่องตลอดจนการสนับสนุนกิจกรรมทางศาสนา และสาธารณประโยชนการทำความเขาใจโครงสราง เครือขาย และบทบาท ของสายตระกูลเหลานี้ จึงเปรียบเสมือนการศึกษาเสนเลือดใหญ ที่หลอเลี้ยง และขับเคลื่อนพลวัตของชุมชนทาฉลอมมาตั้งแตอดีตอยางไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงทางสังคม และเศรษฐกิจในยุคปจจุบัน อาจสงผลใหบทบาทและความสัมพันธของสายตระกูลดั้งเดิม มีการปรับเปลี่ยนไป การศึกษาเรื่องราวของตระกูลดั้งเดิมเหลานี้ จึงมีความสำคัญอยางยิ่ง ไมเพียงแตเปนการบันทึกประวัติศาสตร-ทองถิ่นที่มีความเปนพลวัต และสืบคนรากเหงาอัตลักษณของชุมชนเทานั้น แตชวยใหเขาใจถึงปจจัยที่สงผลตอการพัฒนา และความเปนไปของทาฉลอมในมิติตาง ๆ ทั้งดานเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม การศึกษาโครงสรางเครือขาย และความสัมพันธภายใน รวมถึงบทบาทที่ตระกูลเหลานั้นมีตอสวนรวม จะชวยสะทอน ใหเห็นถึงแบบแผนการพึ่งพาอาศัย การสรางความรวมมือ การแขงขัน และการปรับตัวของกลุมคนที่เปนสวนสำคัญในการกอราง สรางทาฉลอมขึ้นมา ดังนั้นการศึกษาครั้งนี้จึงมุงศึกษาโครงสราง เครือขาย และบทบาทสำคัญของสายตระกูลดั้งเดิมในพื้นที่ทาฉลอม โดยอาศัยขอมูลจากเอกสารทางประวัติศาสตร เอกสารที่เกี่ยวของ กับบทบาทชาวจีนโดยเฉพาะอยางยิ่ง การศึกษาชีวประวัติ และเรื่องราวจากเอกสารสำคัญของตระกูลตาง ๆ เชน หนังสืองานศพซึ่งมักบันทึกเกียรติประวัติ คุณูปการ และเครือขายความสัมพันธ
78ของบุคคลและวงศตระกูลไว การศึกษานี้ไมเพียงแตจะชวยเติมเต็มองคความรูเกี่ยวกับประวัติศาสตรสังคมของทาฉลอมใหสมบูรณยิ่งขึ้น แตยังเปนการเชิดชู และระลึกถึงคุณูปการของบรรพบุรุษ ผูมีสวนสำคัญในการสรางสรรคชุมชนแหงนี้ใหเจริญรุงเรืองสืบมาบริบทพื้นที่ตำบลทาฉลอม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ลอมรอบ ดวยเเมน้ำทาจีนและอาวไทยจนมีรูปทรงคลายกระเพาะหมู พื้นที่ตรงนี้เคยเปนหมูบานชาวประมงที่ทำมาหากินเลี้ยงชีพ ดวยการหาปลา ลาสัตวน้ำชายฝง และทำเกษตรกรรมริมแมน้ำ โดยพื้นที่ตรงนี้จะเชื่อมตอกับสามอำเภอหลัก ไดแก เมืองสมุทรสาคร บานแพว และกระทุมแบน ทำใหทรัพยากรธรรมชาติและวิถีชีวิต ในแตละพื้นที่มีการผสมผสานกันระหวางการประมง เกษตรกรรม และอุตสาหกรรมในอดีตเมืองสาครบุรีที่ตั้งอยูบนปากแมน้ำทาจีน ไดรับพระราชทานนามใหมเปนสมุทรสาคร ในสมัยรัชกาลที่ 4 กอนจะถูกสถาปนาเปนจังหวัดในรัชกาลที่ 6 เเละที่สําคัญ คือ สุขาภิบาลทาฉลอมไดกลายเปนตนแบบการกระจายอำนาจสูทองถิ่นแหงแรกของไทยใน พ.ศ. 2448 ตอมารัชกาลที่ 6 ไดสงเสริมใหมีการเลือกตั้งผูใหญบานและกำนันเปนครั้งแรก เพื่อยกระดับสุขาภิบาลและความเรียบรอยของเมืองทา อีกทั้งยังมีการสรางปอมวิเชียรโชฎกในสมัยรัชกาลที่ 3 เพื่อปองกันชายฝง เเตในปจจุบัน ไดกลายเปนสวนสาธารณะใกลศาลหลักเมืองสมุทรสาคร
79ในสวนของการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานของทาฉลอม เริ่มจากการสราง ถนนถวาย ซึ่งเปนถนนสายหลักภายในตำบล เชื่อมระหวางหมูบานตาง ๆ ชวยใหขนสงสินคาไดสะดวกยิ่งขึ้น ตอมามีการเปดใชเสนทางรถไฟสายวงเวียนใหญ - มหาชัย ทำใหการขนสงสินคาจากทองถิ่นสูกรุงเทพฯ รวดเร็วขึ้น ตอมาในดานสาธารณูปการ บุคคลสำคัญอยางขุนสมุทมณีรัตน จากตระกูลมณีรัตน ไดสรางสะพานขามคลองหลายแหง ปรับปรุงถนนสายรองภายในหมูบาน และบริจาคทุนปฏิสังขรณวัดสำคัญ เชน วัดแหลมสุวรรณาราม วัดกลางอางแกว วัดบางหญาแพรก และวัดใหญจอมปราสาท เเละยังจัดตั้งโรงเรียนในตำบลทาฉลอม หมูที่ 5 ดูแลอุปการะนานกวา 20 ป กอนใหทางการเขามาบริหารสวนในดานประวัติศาสตรชุมชนทาฉลอมถือเปนพื้นที่ ที่มีการผสมผสานกลุมชาติพันธุหลากหลาย โดยเฉพาะชาวจีน โพนทะเล ที่อพยพเขามาตั้งถิ่นฐานตั้งแตสมัยกรุงศรีอยุธยา ผานทางเรือสำเภา เขามาคาขายและตั้งถิ่นฐานบริเวณปากแมน้ำทาจีน ซึ่งชุมชนชาวจีนเหลานี้มีบทบาททางเศรษฐกิจ อีกทั้งยังนำความเชื่อ ศิลปะวัฒนธรรม และเครือขายทางสังคมมาเผยเเพรอีกดวย ซึ่งจะเห็นไดชัดจากการตั้งศาลเจา การจัดเทศกาลตาง ๆ และการกอตั้งกิจการตาง ๆขณะเดียวกันก็ยังมีชาวพมาอีกที่เขามามีสวนรวมในทาฉลอม โดยเฉพาะการขยายตัวของอุตสาหกรรมหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ชาวพมาสวนใหญเขามาในฐานะแรงงานอุตสาหกรรมในยุคหลัง
80ทศวรรษ 2530 และยังคงอยูอาศัยในพื้นที่ทาฉลอม สรางความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่รวมเขากับโครงสรางทางสังคมเเบบเดิม หลังทศวรรษ 2530 เปนตนมา ทาฉลอมและมหาชัยกลายเปนแหลงอุตสาหกรรม มีแรงงานจากพมาอพยพเขามาทำงานในโรงงาน สงผลใหการทำประมงชายฝงลดลง เเตวาชุมชนยังคงไวซึ่งวัฒนธรรมดั้งเดิม ผานพิธีกรรมและศาลเจาจีนหลายแหง เชน ศาลเจากวนอู ศาลเจาแมจุยบวยเนี้ย และศาลเจาปุนเถากง ซึ่งทำหนาที่ เปนศูนยรวมจิตใจ และเครือขายสังคมเเละเศรษฐกิจของชาวทาฉลอมภาพการเปลี่ยนเเปลงทางเศรษฐกิจและสังคมของทาฉลอม เกิดขึ้นพรอมกับบทบาทสำคัญของสายตระกูลดั้งเดิม ที่ชวยขับเคลื่อนชุมชน ยกตัวอยางเชน ตระกูลมณีรัตน ตระกูลมีอำพล ตระกูล สรอยเพ็ชร ตระกูลหะทัยธรรม และตระกูลอุตะเดชตระกูลมณีรัตนตระกูลมณีรัตน เปนตระกูลคนจีนที่มีบทบาทและความสำคัญอยางยิ่งตอพัฒนาการของชุมชนทาฉลอม จังหวัดสมุทรสาคร บทบาทของตระกูลนี้แผขยายครอบคลุมในหลากหลายมิติ ตั้งแต การเปนผูนำชุมชน การบุกเบิกและพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ อยางยิ่งกิจการนาเกลือ การสงเสริมการศึกษา การอุปถัมภพระพุทธศาสนา การพัฒนาโครงสรางพื้นฐาน ตลอดจนการสรางความสัมพันธอันดีกับราชสำนักสยามและหนวยงานสวนกลาง
81รากฐานของตระกูลมณีรัตนในทาฉลอมไดหยั่งลึกผานบทบาทของบุคคลสำคัญในยุคแรกเริ่ม ผูซึ่งไมเพียงสรางคุณูปการตอชุมชน แตยังไดรับการยอมรับ และแตงตั้งจากราชสำนักสยาม ใหดำรงตำแหนงสำคัญทางราชการ ตลอดจนไดรับพระราชทานบรรดาศักดิ์ เปนเสาหลักยุคแรกของการปกครองชุมชนอยาง ขุนพิจารณนรกิจ (แดง มณีรัตน)01 ปรากฏนามในฐานะบุคคลสำคัญ ยุคแรกเริ่มของตระกูล ทานมีบทบาทโดดเดนในการบริหารกิจการสาธารณะ ดำรงตำแหนงเปนผูใหญบานทาฉลอม และไดรับการแตงตั้งใหเปนหนึ่งในกรรมการสุขาภิบาลทาฉลอมชุดแรก การที่ขุนพิจารณนรกิจไดรับเลือกใหเปนกรรมการชุดแรกนี้ยอมแสดงใหเห็นถึงการยอมรับในความรู ความสามารถ และฐานะทางสังคมของทานในขณะนั้น อีกทั้งทานยังมีศักดิ์เปนอาของ ขุนสมุทมณีรัตน เชนเดียวกันขุนสมุทมณีรัตนผูเปนหลาน ยังไดรับเลือกใหเปนผูใหญบานหมูที่ 5 และเปนกำนันตำบลทาฉลอมในที่สุด แตกอนที่จะไดรับภาระหนาที่ในการปกครองชุมชน ขุนสมุทมณีรัตน หรือที่รูจักในนามเดิมวา จีนเมงฮะ หรือ มิ่ง มณีรัตน ไดสรางสมประสบการณ และสรางความนาเชื่อถือผานการประกอบกิจการในทองถิ่น โดยมีหลักฐานปรากฏวาทานเคยดำรงตำแหนงเปน นายอากรฝน ซึ่งเปนตำแหนงสำคัญในการจัดเก็บรายไดใหแกรัฐ ในสมัยนั้น ตามหลักฐานราชกิจจานุเบกษา เลมที่ 28 วันที่ 21 พฤษภาคม ร.ศ. 130 (พ.ศ. 2455 หรือ ค.ศ. 1912) หนา 3091 กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย, เทศาภิบาล เลม 3 แผน 15 วันที่ 1 มิถุนายน ร.ศ. 126, (พระนคร: โรงพิมพอาสารักษาดินแดน, 2450), 80.
82ระบุชื่อ “จีนเมงฮะ นายอากรฝน”12 ไดรวมบริจาคเงินสมทบทุนสรางถนนบริเวณหนาปอมวิเชียรโชฎก บทบาทที่ปรากฏนี้แสดงใหเห็นถึงความไววางใจที่ทางการมีตอจีนเมงฮะในการบริหารจัดการผลประโยชนของรัฐ และเปนปจจัยพื้นฐานสำคัญที่นำไปสูการไดรับตำแหนงและบรรดาศักดิ์อื่น ตามลำดับมา ทั้งนี้ลูกหลานในตระกูลมณีรัตนหลายคนประกอบอาชีพรับราชการ เชนเดียวกัน23บทบาทของตระกูลมณีรัตนไมไดจำกัดอยูเพียง ดานการเปนผูนำ การบริหารปกครองสวนทองถิ่นเทานั้น แตยังขยายครอบคลุมไปถึงการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของทาฉลอม อยางมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอยางยิ่ง การบุกเบิกอุตสาหกรรมนาเกลือ ซึ่งกลายเปนรากฐานทางเศรษฐกิจที่สำคัญของตระกูลของชุมชน 2 “แจงความกระทรวงมหาดไทย,” ราชกิจจานุเบกษา เลม 28, (21 พฤษภาคม 130): 308-313. 3สัมภาษณ พอจำ อรัณยกานนท, ทายาทผูดูแลบริษัท นาเกลือขุนสมุทรมณีรัตน จำกัด รุนที่ 4, 5 เมษายน 2568.
83ภาพที่ 16 ขุนสมุทมณีรัตน (จีนเมงฮะ, มิ่ง มณีรัตน)(ที่มา: หนังสืออนุสรณงานศพขุนสมุทมณีรัตน (มิ่ง มณีรัตน) )
84ขุนสมุทมณีรัตน ไดรับการยอมรับวาเปนผูบุกเบิกการทำ นาเกลือสมุทรในพื้นที่ตำบลบางหญาแพรก ซึ่งอยูใกลเคียงกับ ทาฉลอม โดยในชวงหลัง พ.ศ. 2470 ทานไดริเริ่มพัฒนาที่ดินชายทะเลผืนใหญ มีขนาดหลายพันไรใหกลายเปนพื้นที่ทำนาเกลือ และไดขุดคลองขุนสมุทมณีรัตน เพื่อใชเปนเสนทางในการขนสงเกลือ และเชื่อมโยงพื้นที่นาเกลือเขากับทาฉลอม บางหญาแพรก ทาจีน กระซาขาว และบางกระเจา ซึ่งสะทอนวิสัยทัศนที่กวางไกล ของขุนสมุทมณีรัตน เพราะคลองเสนนี้ไมเพียงเปนประโยชน ตอกิจการนาเกลือของขุนสมุทรมณีรัตน แตยังเปนประโยชนแกชุมชนโดยรอบที่สามารถใชเสนทางนี้ในการคมนาคม และการขนสงสินคาของชุมชนอีกดวย นอกจากคลองสายดังกลาวที่สะทอนวิสัยทัศนเชนนี้แลว นาเกลือของขุนสมุทรมณีรัตนเอง ที่ในเวลานั้นไดชื่อวาเปนนาเกลือสมุทรของเอกชนที่ใหญที่สุดในประเทศไทย และดำเนินกิจการภายใตบริษัทนาเกลือขุนสมุทรมณีรัตน จำกัด ก็ไมเพียงถูกจัดตั้งขึ้น ดวยความมุงมั่นในการลงทุน แตยังมีวัตถุประสงคในการสรางงาน สรางอาชีพใหแกคน ในจังหวัดสมุทรสาคร ลักษณะแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงประโยชนของชุมชนเชนนี้เอง เปนลักษณะเดน ที่สืบทอดตอมาในตระกูลมณีรัตน
85การดำเนินธุรกิจนาเกลือของตระกูลมณีรัตนยังคงไดรับ การสืบทอดตอจากขุนสมุทมณีรัตนมาจนถึงปจจุบัน และสามารถแบงความเปลี่ยนแปลงในการดำเนินกิจการในชั้นหลังได 3 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 รุนที่ 1 - 3 เปนชวงแรกของการกอตั้งพัฒนาธุรกิจ ทายาทรุนนี้ไดมุงเนนไปที่การเพิ่มปริมาณผลผลิตเกลือ เพื่อตอบสนองความตองการของตลาด และสรางความมั่นคงใหแกกิจการ ระยะที่ 2 รุนที่ 4 ภายใตการนำของ ดร. พอจำ อรัณยกานนททายาทรุนนี้ไดใหความสำคัญกับการปรับปรุงคุณภาพ ของเกลือ โดยนำเทคนิคใหม ๆ เชน การใชผายาง และพลาสติกรองพื้นในนาเกลือ เพื่อปองกันไมใหเกลือสัมผัสกับดินโดยตรง ทำใหไดเกลือที่มีความขาวสะอาดและบริสุทธิ์มากขึ้น แมจะมีการพัฒนาทางเทคโนโลยีเชนนี้แตตระกูลมณีรัตนยังคงยึดมั่นในปรัชญาการสรางงาน โดยยังคงเนนการจางแรงงานคนมากกวาการนำเครื่องจักรเขามาทดแทนในกระบวนการผลิตเกลือ34ระยที่ 3 รุนที่ 5 ภายใตการนำของนายพอเจตน มณีรัตน ในยุคปจจุบัน ทายาทรุนนี้ไดมุงเนนการเพิ่มมูลคา ใหแกเกลือทะเล ซึ่งเปนวัตถุดิบหลักของธุรกิจครอบครัว โดยการพัฒนาผลิตภัณฑใหม ๆ ที่ตอบโจทยความตองการ4 สัมภาษณ พอจำ อรัณยกานนท, ทายาทผูดูแลบริษัท นาเกลือขุนสมุทรมณีรัตน จำกัด รุนที่ 4, 5 เมษายน 2568.
86ของผูบริโภคสมัยใหม ตัวอยางที่สำคัญคือ การสรางสรรค สบูจากดอกเกลือ (สวนที่บริสุทธิ์ที่สุดของเกลือทะเล) ภายใตแบรนด “Irin” ซึ่งประสบความสำเร็จและไดรับรางวัลดานนวัตกรรม45ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้ง 3 ระยะในธุรกิจนาเกลือของตระกูล มณีรัตน ที่มีการปรับตัวและสรางสรรคนวัตกรรม แสดงใหเห็น ถึงความสามารถของตระกูลในการรักษาธุรกิจดั้งเดิมใหคงอยู และเติบโตตอไปไดในสภาวะการแขงขันและสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปพรอม ๆ กับการรักษาเจตนารมณแรกของขุนสมุทมณีรัตน ในการสรางงานสรางอาชีพใหกับคนในพื้นที่อีกดวยดังนั้นหากกลาวถึงคุณูปการของตระกูลมณีรัตน ตอเศรษฐกิจ สังคมของชุมชนทาฉลอม และพื้นที่ใกลเคียงที่มีอยูหลายประการ จึงไมอาจละเลยที่จะเอยถึงการสรางงานและชุมชนนาเกลือ เพราะวาการทำนาเกลือขนาดใหญของตระกูลมณีรัตนไดสรางอาชีพและรายไดใหแกเกษตรกร คนงานในพื้นที่จำนวนมาก กอใหเกิดการรวมตัวเปนชุมชนนาเกลือที่มีวิถีชีวิต และวัฒนธรรมเฉพาะตัว บริษัทยังคงทำงานรวมกับครอบครัวเกษตรกรอิสระกวา 200 ครอบครัว และมีการแบงปนรายไดครึ่งหนึ่งใหแกคนงาน ซึ่งเปนธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดมาตั้งแตเริ่มกอตั้งกิจการ การดำเนินธุรกิจในลักษณะนี้สะทอนถึง5 รตา มนตรีวัต, Samut de Salt เรื่องราวการปรับตัวทายาทรุนหา ของเกลือสมุทรอายุ 95 ป เปน ‘ไอริณ’ แบรนดสบูจากดอกเกลือ ซึ่งตั้งใจจะอยูไปอีก 100 ป, เขาถึงเมื่อ 2 พฤษภาคม 2568, เขาถึงไดจาก https://readthecloud.co/irin-soap/.