The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือรวบรวมผลการศึกษาภาคสนามของนักศึกษา สาขาวิชาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โครงการสืบค้นประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาสังคมและชุมชน คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ณ ชุมชนท่าฉลอมและพื้นที่เกี่ยวเนื่อง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ระหว่างวันที่ 4 - 8 เมษายน 2568

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by teresio.natthawat, 2026-01-30 00:53:04

ท่าฉลอมที่ฉันรู้จัก

หนังสือรวบรวมผลการศึกษาภาคสนามของนักศึกษา สาขาวิชาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โครงการสืบค้นประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาสังคมและชุมชน คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ณ ชุมชนท่าฉลอมและพื้นที่เกี่ยวเนื่อง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ระหว่างวันที่ 4 - 8 เมษายน 2568

Keywords: ท่าฉลอม,สมุทรสาคร,ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น,คณะโบราณคดี

87รูปแบบทุนนิยมที่มีลักษณะเอื้ออาทรตอชุมชน และมีความสำเร็จ ของธุรกิจผูกพันอยูกับความเปนอยูที่ดีของคนในชุมชน เนนการบริหารแบบสรางคนสรางอาชีพมาจนถึงปจจุบัน56คุณูปการลำดับถัดมาที่ตองกลาวถึง คือ บทบาทในดานการศึกษา อาทิ ในสายขุนสมุทมณีรัตน แรกเริ่มทานไดกอตั้งโรงเรียนสตรีขึ้น โดยเชาบานของนางทิพย สวยสำอางค ซึ่งตั้งอยู หมูที่ 5 ตำบลทาฉลอม และหาครูจากกรุงเทพฯ มาทำการสอน ตอมาชาวบานรองขอใหรับนักเรียนชายเปนนักเรียนดวย ขุนสมุทรมณีรัตนก็อนุโลม และใหนามโรงเรียนวา โรงเรียนบำรุงวิทยา หลายปตอมาก็ไดยายโรงเรียนจากที่เดิมมาปลูกใหมในที่ของขุนสมุทมณีรัตน ซึ่งเปนที่ ที่ไดรับมรดก ตั้งอยูหมูที่ 4 ตำบลทาฉลอม (ปจจุบันคือที่ตั้ง รานมณีโอสถ)ขุนสมุทมณีรัตนเปนผูที่เปนความสำคัญทางการศึกษา ไดกอตั้งโรงเรียนและไมคิดคาเชาที่ ทั้งยังไดอุปการะตลอดมา อีกประมาณ 20 ปครูที่สอนระยะเริ่มแรกก็มี ครูพุก มณีรัตนภรรยาของขุนสมุทรมณีรัตน67, ครูแมน ตูจินดา, ครูฟน สิทธิสาราการ และครูคนอื่น ๆ โรงเรียนไดมีการยายอยูหลายครั้ง และพัฒนามาเปน โรงเรียนสมุทรสาครบูรณะ ในปจจุบัน นอกจากนี้ขุนสมุทมณีรัตนยังเปนผูกอตั้ง โรงเรียนประชาบาลตำบลบางกระเจา 4 (นาเกลือมณี6 สัมภาษณ พอจำ อรัณยกานนท, ทายาทผูดูแลบริษัท นาเกลือขุนสมุทรมณีรัตน จำกัด รุนที่ 4, 5 เมษายน 2568. 7 เรื่องเดียวกัน.


88รัตน) ปจจุบันคือ โรงเรียนสมุทรมณีรัตนซึ่งทายาทตระกูลมณีรัตนก็ยังคงใหการสนับสนุนตลอดมาภาพที่ 17 ปายหอสวดมนต วัดแหลมสุวรรณารามที่ตระกูลมณีรัตนสรางไวในพระพุทธศาสนา(ที่มา: ยุทธนา ทองดี, 25 มกราคม 2568)ในดานการพระศาสนาตระกูลมณีรัตน สายขุนสมุทมณีรัตน มีบทบาทสำคัญในการทำนุบำรุงวัดวาอารามหลายแหงในจังหวัดสมุทรสาคร และพื้นที่ใกลเคียง ทั้งการบูรณปฏิสังขรณ การสรางสาธารณูปโภคภายในวัด การบริจาคที่ดิน และการเปน หัวเรี่ยวหัวแรงในการเรี่ยไรปจจัยตาง ๆ ตัวอยางวัดที่ทานไดเขาไปชวยเหลืออยางมาก ไดแก วัดแหลมสุวรรณาราม วัดกลางอางแกว


89วัดบางหญาแพรก วัดใหญจอมปราสาท วัดชองลม ที่เห็นไดชัดเจน คือ การสรางหอสวดมนต วัดแหลมสุวรรณาราม ทวาไมเพียงเทานั้น ตระกูลมณีรัตนยังเปนตระกูล ที่มีความเชื่อมโยงกับสวนกลาง และสถาบันพระมหากษัตริย มีความใกลชิดกับเจานายในราชสำนักหลายพระองค แสดงใหเห็น ถึงสถานะ และการยอมรับของตระกูลในระดับสูง อยางเชน การตั้งชื่อลูกของขุนสมุทมณีรัตน โดยใชคำวา “พอ” นำหนาชื่อ เชน พอพันธพอพัฒนพอเพ็ญ และพอพลโดยสรุปตระกูลมณีรัตนเปนตระกูลชาวจีนที่ไดหยั่งรากลึก และสรางคุณูปการอเนกอนันตตอชุมชนทาฉลอม จังหวัดสมุทรสาคร ถือเปนแบบอยางของตระกูลที่อุทิศตนเพื่อพัฒนาทองถิ่นทาฉลอมอยางแทจริง อิทธิพลและบทบาทของตระกูลนี้แผขยายครอบคลุม ในหลากหลายมิติ ตั้งแตการเปนผูนำชุมชน การบุกเบิก และขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอยางยิ่งกิจการนาเกลืออันเปนรากฐานสำคัญ การสงเสริมความกาวหนาทางการศึกษา การเปนพุทธศาสนูปถัมภก ผูทำนุบำรุงวัดวาอาราม การพัฒนาโครงสรางพื้นฐานที่จำเปนตอชีวิตความเปนอยูของประชาชนในพื้นที่ทาฉลอม ตลอดจนการสรางความสัมพันธอันดีกับราชสำนักสยาม และหนวยงานราชการสวนกลาง เรื่องราวของตระกูลมณีรัตนจึงเปนสวนสำคัญในหนาประวัติศาสตรของชุมชนทาฉลอม และเปนประวัติศาสตรความทรงจำ ของคนในชุมชนสืบไป


90ตระกูลมีอำพล ตระกูลมีอำพลเปนตระกูลเกาแกตระกูลหนึ่งในตำบลทาฉลอม จังหวัดสมุทรสาคร มีจุดเริ่มตนจาก จีนมีมีอำพล (แซโลว) แตงงานกับ นางเผื่อน มีอำพล และมีลูกดวยกัน 3 คน คือ ขุนพินิจนรภาร (ยี้ มีอำพล) สาย มีอำพล และผูใหญเทียบ มีอำพล ซึ่งกลายมาเปนสายตระกูลมีอำพลที่แตกขยายออกมาจนจึงไดขยายสายตระกูลจนถึงปจจุบัน ในระยะแรกของการอพยพเขามาตั้งถิ่นฐานในทาฉลอม ตระกูลมีอำพลนำโดยจีนมีไดยึดอาชีพคาขายทั่วไป และทำประมง โดยนำปลามาแปรรูปเปนปลาเค็ม ภายหลังเมื่อธุรกิจประมงและคาขายซบเซาลง ใน พ.ศ. 2495 ตระกูลมีอำพลจึงไดเริ่มจับธุรกิจใหมอยางการเปด “โรงหนังศรีอำพล” ซึ่งเปนโรงภาพยนตรที่แรกในทาฉลอมที่คนทาฉลอมตางมีความทรงจำรวม ตัวอยางเชน เจาของราน ขายลูกชิ้นรายหนึ่งไดเลาวา “โรงหนังศรีอำพลเนี้ย ไมมีหลังคา ทำใหเห็นแสงดาวแสงจันทร ไฟก็สวางมาก ในซอยเนี้ย ไมตองเปดไฟ ก็สวางทั้งซอย คนก็นิยมไปอยางมาก คอนขางครึกครื้นเลยละ”78กระทั่งเมื่อเกิดเหตุการณไฟไหม จึงมีการเปดโรงภาพยนตรชั่วคราวชื่อโรงหนังแสงเดือน กอนที่ใน พ.ศ.2516 จะไดสรางโรงภาพยนตรใหมขึ้นแทนที่ในชื่อ “โรงหนังทาฉลอม”8 สัมภาษณ ไมประสงคออกนาม, เจาของรานลูกชิ้นทาฉลอม, 6 เมษายน 2568.


91ภาพที่ 18 โรงหนังศรีอำพล(ที่มา: เพจเฟสบุค โรงภาพยนตรในประเทศไทย.)


92ภายหลังจากการยุติกิจการโรงภาพยนตรซึ่งเคยเปนหนึ่ง ในธุรกิจสำคัญของตระกูลมีอำพล สมาชิกในตระกูลไดเริ่มธุรกิจธนาคารพานิชย โดยเปนผูจัดการสาขาธนาคารกรุงเทพฯ พานิชยการ บริเวณฝงมหาชัย ทั้งนี้มีวัตถุประสงคหลักเพื่อสรางโอกาสในการประกอบอาชีพใหแกลูกหลานในตระกูล อยางไรก็ตามธุรกิจธนาคารดังกลาวดำเนินการไดเพียงระยะหนึ่งก็ตองปดตัวลงเมื่อธุรกิจครอบครัวไมสามารถดำเนินตอ ไ ปได สมาชิกในตระกูลมีอำพลจึงเริ่มแยกยายกันไปตามแนวทางของตนเอง บางรายเขาสูระบบราชการ เชน การรับราชการตำรวจและทหาร ขณะที่บางสวนเลือกประกอบอาชีพอิสระ เชน การเปดรานขนมโก ซึ่งยังคงสะทอนถึงความพยายามในการปรับตัวในรูปแบบใหมถึงแมบทบาทของตระกูลมีอำพลในเชิงธุรกิจและสังคม จะลดลงอยางเห็นไดชัดในปจจุบัน แตหลักฐานทางกายภาพที่แสดงถึงความรุงเรืองในอดีตของตระกูล ก็ยังคงปรากฏอยูในพื้นที่ทาฉลอม เชน อาคารของตระกูลมีอำพลและพื้นที่ที่เคยเปนโรงภาพยนตร ซึ่งลวนมีคุณคาทางประวัติศาสตรและวัฒนธรรมดานบทบาทของตระกูลมีอำพลที่มีตอทาฉลอม สามารถแบงได 3 ดาน ดังนี้ 1. ดานการทำงานรับราชการ กรณีนายเทียบหรือผูใหญเทียบ ไดเปนกรรมการสุขาภิบาลทาฉลอม และไดรับเลือกเปนผูใหญบานฝงหัวบาน ต. ทาฉลอม ตอมาเมื่อขุนพินิจนรภารหมดวาระ จึงใหผูใหญเทียบขึ้นรับตำแหนงแทน กรณีนี้แสดงใหเห็นถึงการเขามามีบทบาทในสวนงานราชการ ซึ่งเปนบทบาทที่สำคัญที่มีผลตอ การพัฒนาทาฉอม 2. ดานวิถีชีวิต ตระกูลมีอำพลมีการปรับเปลี่ยนวิถี


93ชีวิตเรื่อยมา ตั้งแตการคาขายทั่วไปจนถึงการเปดโรงหนัง บริหารธนาคาร และคาขายขนมโกตั้งแตรุน 1 – 3 จนถึงปจจุบัน ซึ่งขนมโกชวงแรก ทำกินกันเพียงในครอบครัว และแจกจายใหแกญาติ จนปจจุบันไดขยายเปนธุรกิจสวนตัว 3. ดานศาสนา ตระกูลมีอำพล ไดสรางศาลาของตระกูลมีอำพล ใน พ.ศ. 2529 โดยสรางคูกับตระกูลมณีรัตน สะทอนถึงความสัมพันธระหวางตระกูล เพราะสายตระกูล รุนลูกรุนหลานของมีอำพลและมณีรัตนแตงงานกัน คือ โกมล มีอำพล และพอพิศ มีอำพล (มณีรัตน)จากการศึกษาคนควาและการสัมภาษณผูใหขอมูลในพื้นที่ พบวา ตระกูลมีอำพลมีบทบาทสำคัญตอชุมชนทาฉลอม ในชวงระยะเวลาหนึ่ง โดยเฉพาะในดานเศรษฐกิจและสังคม ตระกูลดังกลาวมีสวนรวมในการพัฒนาพื้นที่ ทั้งในเชิงการคา การคมนาคม และการมีสวนรวมในกิจกรรมของชุมชน ซึ่งสะทอน ถึงอิทธิพลและสถานะทางสังคมของตระกูลในอดีตอยางชัดเจนอยางไรก็ตาม เมื่อเวลาผานไป บทบาทของตระกูลมีอำพลในพื้นที่ ทาฉลอมคอย ๆ ลดนอยลง อันเนื่องมาจากปจจัยทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป การเปลี่ยนผานของโครงสรางสังคม รวมถึง การขยายตัวของเมืองและรูปแบบการดำรงชีวิตของผูคนที่แตกตางจากอดีต ปจจุบันตระกูลมีอำพลมิไดมีบทบาทตอพื้นที่เหมือนในอดีต หากแตยังคงหลงเหลืออยูในความทรงจำของผูคน ผานคำบอกเลา เรื่องเลา และประวัติศาสตรที่ถายทอดกันมาในชุมชน


94ตระกูลสรอยเพ็ชรสรอยเพ็ชร (แซจู) เปนตระกูลคนจีนแตจิ๋วที่เขามาอาศัย อยูในตำบลทาฉลอมมาเปนเวลานาน โดยตนตระกูลเริ่มตนจากรุน คุณปูซือกุยเดินทางจากประเทศจีนเขามาอาศัยอยูที่ทาฉลอม และไดแตงงานกับคุณแฉง ซึ่งเปนคนไทย มีบุตรธิดารวมกัน 6 คน 2 ใน 6 คน มีคุณใช และคุณนคร สรอยเพชร โดยคุณใชไดแตงงาน กับ คุณชั้น และไดตั้งครอบครัวของตนเอง คือ ตระกูลสุวรรณเมนะ มีบุตรธิดารวมกันคือ คุณนาถ สุวรรณเมนะ ไดแตงงานกับ นางทองโปรง ทับทิมทอง สวนคุณนคร สรอยเพชร ไดแตงงานกับ คุณสงา บัวจงกลม มีบุตรธิดาดวยกัน 7 คน หนึ่งในนั้นคือคุณนิคม สรอยเพ็ชร ไดแตงงานกับคุณพรจิตร สรอยเพ็ชร (ปาจู) มีบุตรธิดาดวยกัน 2 คน คือ คุณนิอร สรอยเพ็ชร และคุณนิรุธ สรอยเพ็ชรชวงแรกหลังจากที่คุณปูซือกุยเดินทางจากประเทศจีน เขามาอาศัยอยูที่ทาฉลอม ไดประกอบอาชีพทำโปะเรือ และแจวเรือจางรับสงทาฉลอม - มหาชัย เนื่องจากสมัยกอนไมมี เรือยนต ตอมาเมื่ออาชีพแจวเรือไมเปนที่ตองการ คุณปูซือกุย และพี่ชายไดหันมาเปดรานขายของทั่วไป และทำงานอื่น ๆ ที่สามารถเลี้ยงตนเองและครอบครัวได เมื่อถึงรุนของคุณนิคม สรอยเพ็ชร ไดแตงงานกับคุณพรจิตร สรอยเพ็ชร (ปาจู) ไดชวยกันขายขาวตม แตขายไดไมนานคุณพรจิตรตั้งทอง คุณนิคมและคุณพรจิตร จึงเปลี่ยนไปทำอาชีพอื่น ๆ ทายที่สุดไดเปดกิจการรานคาขายของทั่วไปและอุปกรณเบ็ดเตล็ดตาง ๆ ในนามราน “พรไพศาล” ซึ่งเปดมาเปนเวลามากกวา 10 ป และยังคงเปดอยูในปจจุบัน


95ภาพที่ 19 คุณพรจิตร สรอยเพ็ชร(ที่มา: ปาจรีย พรหมภินันท, 7 เมษายน 2568)จากการสัมภาษณคุณพรจิตร สรอยเพ็ชร (ปาจู) ซึ่งเปนภรรยาของคุณนิคม สรอยเพ็ชร เปนคนจีนแตจิ๋วแซโงวยายเขามาอาศัยในทาฉลอมตามบิดาและมารดาตั้งแตอายุ 6 ขวบ ไดกลาววา ตระกูล สรอยเพ็ชรไมไดปรากฏบทบาทตอทาฉลอมอยางแนชัด แตเปนอีกหนึ่งตระกูลที่สรางถิ่นที่อยูอาศัยและประกอบอาชีพอยูในตำบล ทาฉลอมมาเปนเวลานาน สวนคุณพรจิตร สรอยเพ็ชร (ปาจู) ซึ่งเปนสะใภของตระกูลสรอยเพ็ชรมีนิสัยชอบทำบุญและไดบริจาคเงินชวยเหลืองานตาง ๆ ของศาลเจาภายในทาฉลอมอยูเสมอ จนไดรับ


96การแตงตั้ง ใหเปน “เถานั้ง” ประจำศาลเจากลางตั้งแต พ.ศ. 2551 มาจนถึงปจจุบัน นอกจากนี้คุณพรจิตร สรอยเพ็ชร ยังอยูในกลุมพลังสตรีทาฉลอมซึ่งไดรวบรวมเงินบริจาคเปนจำนวน 1 ลานบาท เพื่อสนับสนุนการสรางโรงพยาบาลนครทาฉลอมอีกดวยแมวาตระกูลสรอยเพ็ชรไมไดปรากฏบทบาทตอทาฉลอมอยางแนชัดในอดีตเหมือนตระกูลอื่น แตในดานการชวยเหลือสาธารณประโยชนภายในทองถิ่น ตระกูลนี้ก็มีบทบาทในการเปนผูสนับสนุนทุนทรัพย ดังจะเห็นไดจากกรณีของคุณพรจิตรเปนสวนหนึ่งในการดำเนินการรวมบริจาคเงินสนับสนุนสรางโรงพยาบาลนครทาฉลอม และการปรากฏนามของสกุลสรอยเพ็ชร ในการบริจาคเงินเพื่ออุปถัมภศาลเจาหลายแหงในทาฉลอม (โดยไมวาจะเปน สรอยเพ็ชร สรอยเพชร หรือสรอยเพ็ชรตางเปนลูกหลานในสกุลนี้ทั้งสิ้น)89จากการศึกษาคนควาและการรวบรวมขอมูลพบวา ตระกูลสรอยเพ็ชร เปนหนึ่งในตระกูลคนจีนแตจิ๋ว (แซจู) ที่อาศัยอยูในตำบลทาฉลอมมาเปนเวลานาน โดยเริ่มจากการทำโปะเรือ และแจวเรือรับจาง กอนพัฒนามาเปนอาชีพตาง ๆ หนึ่งในนั้น คือ รานคาพรไพศาล สวนในแงบทบาทของตระกูลจะเนนไปที่การเปนผูสนับสนุนสาธารณประโยชนของทองถิ่นผานการบริจาคทุนทรัพย โดยเฉพาะกับศาลเจาในทาฉลอม9 สัมภาษณพรจิตร สรอยเพ็ชร, ภรรยาคุณนิคม สรอยเพ็ชร, 7 เมษายน 2568.


97ตระกูลสุวรรณเมนะตระกูลที่มีบทบาทในการขับเคลื่อน และพัฒนาชุมชนทาฉลอม หนึ่งในนั้นคือ ตระกูล “สุวรรณเมนะ”910 ซึ่งแมจะไมไดเปนตระกูลใหญโตหรือร่ำรวย แตก็ไดสรางคุณูปการ และฝงรากลึก ในความทรงจำของชาวทาฉลอมอยางเดนชัด โดยเฉพาะอยางยิ่ง ในสวนของบทบาทชีวิต และผลงานของครูนาถ สุวรรณเมนะ ผูเปนดั่งแสงประทีปสองนำทางการศึกษา และพัฒนาชุมชนแหงนี้ตระกูลสุวรรณเมนะ เปนตระกูลของคนไทยเชื้อสายจีนแตจิ๋ว1011 ที่มีความสัมพันธทางสายเลือดกับตระกูลสรอยเพ็ชร กลาวไดวาเปนเครือญาติกัน บทบาทสำคัญของตระกูลนี้ คือ การเปนผูมีสวนในการศึกษาในทองถิ่น โดยเริ่มตั้งแตรุนครูนาถ สุวรรณเมนะ อดีตครูใหญโรงเรียนเทศบาลวัดแหลมสุวรรณารามมาจนถึงรุนลูกที่รับราชการครูเชนเดียวกัน คือ ครูปราณีต ธนูพันธ อดีตขาราชการบำนาญครู และครูธนู สุวรรณเมนะ อดีตรองผูอำนวยโรงเรียนเทศบาลวัดแหลมสุวรรณาราม (วัฒนารวมวิทยา)จากชีวประวัติของครูนาถ ที่กลาววาครูนาถไดเผชิญกับความยากลำบากตาง ๆ เมื่อแรกรับราชการในตำแหนงครูนอย กระทั่งสามารถกาวขึ้นมาเปนครูใหญและตำแหนงสำคัญตาง ๆ1112 แสดงใหเห็นวา ครูนาถเปนผูมีสวนสำคัญในการสงเสริมการศึกษา 10 อนุสรณงานพระราชทานเพลิงศพ ครูนาถ สุวรรณเมนะ ท.ม. อดีตครูใหญ ร.ร.เทศบาลวัดแหลมสุวรรณาราม (ม.ป.ท.: ม.ป.พ., 2545). 11 สัมภาษณ ปราณีต ธนูพันธ, อดีตขาราชการครู, 6 เมษายน 2568. 12 เรื่องเดียวกัน.


98ของคนในชุมชนทาฉลอม คำไวอาลัยในการเสียชีวิตของครูนาถเปนหลักฐานแสดงใหเห็นวาครูนาถ เปนขาราชการที่ดี เปนแบบอยางใหกับบุตรธิดา ตลอดจนเปนผูมีความเลื่อมใสในพระศาสนา อยางหนักแนน และมีอุดมการณของความครูอยูเต็มเปยมหัวใจ ดังที่ครูปราณีต ธนูพันธ บุตรสาวคนโตไดกลาววา แมจะไมได มีครอบครัวที่ร่ำรวย แตมีพอเปนแบบอยางที่ดี1213ดังนั้นในสวนบทบาทในทองถิ่น จะเห็นไดชัดเจนวาตระกูลสุวรรณเมนะ ไดใหความสำคัญกับการศึกษาเปนอยางมาก และมีสวนสงเสริมใหคนในชุมชนทาฉลอมเห็นคุณคาของการศึกษาเสมอมา ผานอาชีพครู13 สัมภาษณ ปราณีต ธนูพันธ, อดีตขาราชการครู, 6 เมษายน 2568.


99ภาพที่ 20 ครูนาถ สุวรรณเมนะอดีตครูใหญโรงเรียนเทศบาลวัดแหลมสุวรรณาราม(ที่มา: อนุสรณงานพระราชทานเพลิงศพ ครูนาถ สุวรรณเมนะ ท.ม. อดีตครูใหญ ร.ร.เทศบาลวัดแหลมสุวรรณาราม)


100ตระกูลอุตะเดช สายสกุลอุตะเดช เดิมใช “แซเจง” เปนสายตระกูลจีนดั้งเดิม ตั้งแตสมัยอยุธยา แตเมื่อเสียกรุงศรีอยุธยา จึงมีการยายเขามาในพื้นที่ทาฉลอม โดยเริ่มแรกเขามาทำการประมงและคาขาย ซึ่งบุคคลสำคัญในสายตระกูลยังมีความสำคัญและเปนที่รูจักแกผูคนในพื้นที่ ไดแก พลอย แซเจง หรือที่รูจักกันในนาม “จีนพลอย” ผูไดรับเสด็จ เรือพระที่นั่งในรัชกาลที่ 5 เปนการสวนพระองค เรื่องราวของจีนพลอยมีอยูวาในชวง ร.ศ. 123 จีนพลอยไดพบเรือพระที่นั่งหลงอยูบริเวณปากอาวดวยความบังเอิญ จึงชวยนำเรือพระที่นั่งเขาอาวเมืองสมุทรสาคร การปฏิบัติเชนนี้ของจีนพลอย ถือวาเปนการสรางคุณงามความดีใหแกสายตระกูลและพื้นที่ทาฉลอม ทำใหไดรับสารตราหนึ่งฉบับ จากศาลาวาการมหาดไทยในรัชกาลที่ 5 ไดโปรดเกลาฯ ใหสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทำสารตรา ที่ 2/1613 ลงวันที่ 24 พฤษภาคม ร.ศ. 124 ใหกับจีนพลอย และครอบครัว เพื่อฝากฝงจีนพลอยตอขาหลวงเทศาภิบาล และผูวาราชการเมือง กรมการอำเภอทั้งปวงใหชวยเหลือเกื้อหนุน จีนพลอยในที่ชอบดวยพระราชกำหนดกฎหมาย


101ภาพที่ 21 สารตราเรื่องจีนพลอย(ที่มา: เพจเฟสบุคบานทาฉลอม)


102จีนพลอย หรือ พลอย แซเจง ในภายหลังไดตั้งนามสกุลไทยวา “อุตะเดช” โดยไดไดใชนามสกุลนี้ในหมูพี่นองทั้ง 5 อันเกิดจาก นายอูดและนางเล็ก แซเจง คือ1. นางพวง อุตะเดช บุตรสาวคนแรก แตงงานกับตระกูล ตันพัฒนา มีบุตรธิดา 4 คน2. นางซกชุน อุตะเดช บุตรสาวคนที่สอง แตงงานกับตระกูลระวิวงษมีบุตรธิดา 10 คน 3. นายเพชร อุตะเดช หรือ จีนเพชร บุตรชายคนแรก มีบุตรธิดา 6 คน และมีลูกหลานในสายสกุลรุนที่ 3 ยังคงอาศัยอยูในพื้นที่ทาฉลอม4. นายพลอย อุตะเดช หรือ จีนพลอย มีบุตรธิดา 5 คน5. นายคำ อุตะเดช บุตรชายคนที่สาม แตงงานกับหญิงจากตระกูลตูจินดา มีบุตรธิดา 7 คน และในเวลาตอมาเนื่องจากนายคำไดรับตำแหนงเปนผูใหญบาน ชาวบานจึงเรียกกันวา ผูใหญคำ ดังนั้นตระกูลอุตะเดชจึงสืบมา 3 สาย คือ ทางนายเพชร นายพลอย และนายคำ โดยมีนายพลอยเปนผูริเริ่มใหหันมาใชนามสกุลไทย ดังนั้นแงหนึ่งจีนพลอย จึงเปนตนตระกูลอุตะเดชในอดีตสายตระกูลนี้ประกอบอาชีพประมง โดยเริ่มแรก ทำการประมงจับปลาทู ดองปลาทูเค็ม และทำน้ำปลาจากน้ำดอง ปลาทู ซึ่งเปนภูมิปญญาการถนอมอาหารที่ใชภายในครัวเรือน และคาขายในชุมชนที่สืบทอดมาจนถึงปจจุบัน ตอมาคุณวิรัช อุตะเดช บุตรคนที่สองของจีนเพชร เห็นวาปลาในทองถิ่นลดนอยลง


103จึงเปลี่ยนจากอาชีพการทำประมงเปนการคาไมกระดาน โดยนำไมกระดานจากคุณบุญชวย บุตรสาวคนโตของจีนเพชร ที่มีการจำหนายไมอยูในพื้นที่ฝงมหาชัยมาขาย เนื่องจากคุณวิรัช มองวาในพื้นที่ทาฉลอมนั้นยังไมมีการคาไมในขณะนั้น จึงริเริ่มธุรกิจคาไมขึ้น กอนจะขยายมาดำเนินธุรกิจบานเชา เพื่อใหผูที่ไดรับผลกระทบอพยพจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาพักอาศัยควบคูไปดวยแตเมื่อสังคมเปลี่ยนแปลงและพัฒนาขึ้น ความนิยมในการสรางบานไมลดลง สวนทางกับบานปูน ธุรกิจคาไมกระดานจึงสิ้นสุดลง และเปลี่ยนไปสูการคาของปลีก-สง ที่ดำเนินกิจการมาจนถึง พ.ศ. 2535 และนอกเหนือจากการดำเนินการธุรกิจ ในชวงเวลาเดียวกัน คุณวิรัชยังไดดำรงดำรงตำแหนงสมาชิกเทศบาลสมุทรสาคร จึงทำใหมีบทบาทสำคัญในการเปนที่พึ่ง ใหคำปรึกษาและชวยเหลือดานตาง ๆ กับผูคนในชุมชนทาฉลอม ควบคูไปกับการดำเนินธุรกิจจากที่กลาวมาขางตนทำใหเห็นบทบาทของตระกูลอุตะเดช ทางดานสังคมและเศรษฐกิจตอพื้นที่ทาฉลอม กลาวคือ ตั้งแตจีนพลอย ตนตระกูลอุตะเดช ที่ไดสรางคุณงามดี ตอพระมหากษัตริยในรัชกาลที่ 5 สืบทอดมาจนถึงบุตรหลาน ในตระกูล อยางคุณดวงดาว อุตะเดช รุนที่ 3 ของสายตระกูลซึ่งสืบเชื้อมาจากทางจีนเพชรผานคุณวิรัช อุตะเดช ผูเปนบิดา ซึ่งเปนอดีตขาราชการครูสอนในโรงเรียนประจำจังหวัด จนเกษียณอายุราชการ และยังคงอาศัยอยูในพื้นที่ทาฉลอม ก็มีการรวมบุญ สรางความดีใหกับ วัด ศาลเจาและพื้นที่ทาฉลอม อยางเต็มที่ ไปถึงการคาขายพาณิชย ซึ่งแสดงใหเห็นถึงการกระตุน


104เศรษฐกิจใหกับพื้นที่ชุมชน ทั้งในการคาปลาทูดองเค็ม น้ำปลา ใหกับคนในพื้นที่ การริเริ่มคาไมกระดานฝงทาฉลอมเปนเจาแรก การคาขายปลีก-สง ไปจนถึงธุรกิจบานเชาที่สะทอนทั้งสังคม และเศรษฐกิจไปพรอมกัน อีกทั้งยังมีความสัมพันธกับชุมชน และสายตระกูลสำคัญในพื้นที่ทาฉลอมและพื้นที่ใกลเคียง เชน ตระกูล ตันพัฒนา ตระกูลระวิวงษ ตระกูลตูจินดา เปนตน131414 สัมภาษณดวงดาว อุตะเดช, ทายาทรุนที่ 3 ตระกูลอุตะเดช, 5 เมษายน 2568


105ตระกูลหะทัยธรรมตระกูลหะทัยธรรมเปนตระกูลชาวจีนที่เขามาประกอบอาชีพคาขายและทำธุรกิจภายในจังหวัดสมุทรสาครมาอยางยาวนาน โดยเริ่มตนจากกิจการคาขายขนาดเล็ก กอนพัฒนาเปนกิจการ ขนาดใหญสามารถขยายไปหลายสาขาในพื้นที่สมุทรสาคร ตระกูลหะทัยธรรมมีกิจการคาขายหลากหลายและเปลี่ยนไป ตามบริบทสังคม และดวยการใหความสำคัญกับการศึกษา ทำให คนในตระกูลดังกลาวสามารถนำความรูมาตอยอดพัฒนาธุรกิจ ของตระกูลในพื้นที่สมุทรสาครไดตนตระกูลหะทัยธรรม คือ คุณกง หรือ คุณวัฒนะ หะทัยธรรม ซึ่งเปนลูกของคุณซงเหา แซโคว ที่เขามาประกอบกิจการคาขายในพื้นที่กระทุมแบน จังหวัดสมุทรสาคร โดยคุณวัฒนะ ไดติดตามบิดามาจากประเทศจีนเพื่อชวยกิจการของครอบครัว และเนื่องจากพื้นที่กระทุมแบนในเวลานั้น มีชาวจีนบาบาเขามา เปดสอนภาษาอังกฤษ คุณวัฒนะจึงเกิดควานสนใจจะศึกษา แตเนื่องจากครอบครัวไมเห็นดวย คุณวัฒนะจึงไดแตเพียงไปคบหากับบรรดานักเรียนและคุณครูทุกเย็น ซึ่งกลายมาเปนประโยชน กับการคาขาย และการพัฒนาธุรกิจที่สงผลมาจนถึงปจจุบัน เนื่องจากเพื่อนกลุมนี้ไดกระจายไปอยูในสายวิชาชีพตาง ๆ141515 จันทรฉาย หะทัยธรรม ปทุมานนท, ตระกูล “หะทัยธรรม” (ม.ป.ท. : ม.ป.พ. , 2557), 1.


106ในวัย 24 คุณวัฒนะไดแตงงานและยายเขามาในพื้นที่ ทาฉลอม สมุทรสาคร เพื่อประกอบกิจการคาในพื้นที่โดยมีชื่อกิจการวา “รานเมงกวน” ซึ่งมาจากชื่อรานเดิมในพื้นที่กระทุมแบน โดยเปนกิจการคาบนเรือแพ เนนขายสินคาทางน้ำ ประกอบดวยการคาไมแปรรูป ปูนซีเมนต และน้ำมันเบนซิน ซึ่งการคา ประสบความสำเร็จอยางมาก เนื่องจากเปนกลุมแรกที่นำไมแปรรูปเขามาในพื้นที่ทาฉลอม และคาขายสินคาอื่น ๆ ที่มาจากในกรุงเทพฯและตางประเทศ1516ตอมาใน พ.ศ. 2485 รานเมงกวนไดยายขึ้นมาปลูกอาคารที่หัวบานและเปลี่ยนชื่อรานเปน “รุงเรืองพาณิชย” ตามนโยบาย รัฐนิยม กิจการมีความเจริญรุงเรืองเปนลำดับ จนสามารถขยายกิจการ ไปฝงมหาชัยใหลูกหลานดูแล เปนผลใหคุณวัฒนะเปนที่ไดยอมรับ ในพื้นที่สมุทรสาคร ผูวาเมืองสมุทรสาครจึงไดแตงตั้งใหเปนผูกำกับโทของลูกเสือสมุหเสนา โดยทำหนาที่อุปการะและสงเสริมกิจการ ของลูกเสือสมุหเสนาในจังหวัด1617 รุงเรืองพาณิชยดำเนินกิจการมาจนถึงสมัยสงครามโลก ครั้งที่ 2 จึงตองปดตัวลง เนื่องจากปกติแลวคุณวัฒนะนำไมแปรรูปจากโรงงานที่ยศเส ซึ่งเปนโรงงานของลูกชายมาขาย แตในชวงเวลาดังกลาวพื้นที่ยศเสไดรับความเสียหายจากการทิ้งระเบิด จึงไมสามารถผลิตและสงไมมาขายที่ทาฉลอมได และเวลาไลเลี่ยกันคุณวัฒนะ 16 จันทรฉาย หะทัยธรรม ปทุมานนท, ตระกูล “หะทัยธรรม”, 1. 17 เรื่องเดียวกัน, 2.


107ก็เสียชีวิตลง ทายาทจึงปดกิจการการคาในฝงทาฉลอม แตยังคงเปดในฝงมหาชัยอยู ทั้งนี้ครอบครัวยังมีธุรกิจที่พัฒนาในพื้นที่สมุทรสาครและมีการสงเสริมการศึกษาใหกับลูกหลานจึงทำใหลูกหลานสวนใหญศึกษาอยูตางประเทศและกรุงเทพมหานคร หลังจากการปดกิจการรุงเรืองพาณิชยลูกหลานบางสวน ไดแยกยายไปอาศัยอยูทั้งในกรุงเทพฯ และตางประเทศ แตยังคงมี คุณปราโมทย หะทัยธรรม ที่ประกอบกิจการอยูในพื้นที่สมุทรสาคร โดยเปด รานแสงชัย ใน พ.ศ. 2491 ซึ่งพัฒนากิจการกับคุณแมบังอร กิจการประกอบไปดวยการคาขายเครื่องเหล็ก ฮารดแวรอุปกรณสำหรับการกอสรางขนาดเล็ก และสินคาทั่วไป ซึ่งไดรับผลตอบรับที่ดีอยางมากจนสงผลใหสามารถขยายกิจการไปไดทั้งสิ้น 4 สาขา โดยประกอบดวย แสงชัยไพศาลฮารดแวรแสงชัยวัสดุภัณฑ แสงชัยซุปเปอรสตีล และ แสงชัยโลหะกิจคุณปราโมทยมีลูกทั้งหมด 7 คน กิจการหางรางแสงชัย จึงไดรับการสืบตอโดยลูกหลานในตระกูล และขยับขยายเปนกิจการอื่น ๆ คุณปราโมทยไมไดเพียงมีบทบาทในดานธุรกิจ ภายในสมุทรสาครเพียงเทานั้น แตยังคงมีบทบาทในดานศาสนา อยางการทำนุบำรุงศาลเจาพอหลักเมือง โดยเปนประธานกรรมการศาลเจาพอหลักเมืองและสุสานน่ำเก็ก และไดเปนสวนหนึ่ง ในการสนับสนุนใหมีพิธีเดินแหเจาพอหลักเมือง จนสืบเนื่องมาจนถึงปจจุบัน


108ภาพที่ 22 วัฒนะ หะทัยธรรม และครอบครัวในโอกาสอายุครบรอบ 6 รอบ ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2498(ที่มา: ตระกูล “หะทัยธรรม”)


109คุณพรชัย หะทัยธรรมซึ่งเปนลูกชายของคุณปราโมทย ไมไดสืบทอดกิจการของคุณพอ คุณพรชัยไดริเริ่มกิจการ สมุทรสาครฮอนดาคารขึ้นใน พ.ศ. 2538 ซึ่งเปนกิจการเกี่ยวกับรถยนตและไดรับผลตอบรับที่ดีอยางมาก เนื่องจากภายในพื้นที่สมุทรสาคร ในชวงเวลานั้นยังไมมีกิจการศูนยรถยนตเขามาในพื้นที่ คุณพรชัยจึงริเริ่มกิจการเขามา เนื่องจากเห็นวาพื้นที่สมุทรสาคร กำลังเปนพื้นที่ที่ไดรับการพัฒนาและใกลกับกรุงเทพ โดยเฉพาะ ถนนพระรามที่ 2 จึงสามารถขยายธุรกิจได กิจการศูนยฮอนดาไดผลตอบรับดีอยางมากจนสงผล ใหเปดศูนยแยกซึ่งเปนของตระกูล คือ สาครบุรีฮอนดา ในพื้นที่ พระรามที่ 2 และ บริษัท พรโชค จำกัด ซึ่งเปนบริษัทซอมยานยนต และจักรยานยนต โดยใหลูกหลานของคุณพรชัยเปนผูดูแล ทั้งนี้ คุณพรชัยยังคงชวยทำนุบำรุงศาสนาโดยเฉพาะศาลเจาพอหลักเมืองสมุทรสาคร ที่ไดรับการฝากฝงมาจากคุณปราโมทยหะทัยธรรม และกิจการทั้งสามของคุณพรชัยยังคงมีอยูในปจจุบัน1718ตระกูลหะทัยธรรมเปนตระกูลจีนที่อยูในพื้นที่สมุทรสาคร และประกอบกิจการคาขายมาอยางยาวนาน โดยมีบทบาทอยางมากในการพัฒนาพื้นที่โดยเฉพาะในดานของเศรษฐกิจและศาสนา กลาวคือ ในดานเศรษฐกิจตระกูลหะทัยธรรมเปนตระกูลการคา ที่มีการเปลี่ยนแปลงและเติบโตอยางตอเนื่อง และถือเปนตระกูล 18 สัมภาษณ พรชัย หะทัยธรรม, เจาของสมุทรสาครฮอนดาคาร, 4 เมษายน 2568.


110ที่ริเริ่มกิจกรรมใหมในพื้นที่สมุทรสาคร โดยเริ่มตนจากการคาไม แปรรูป และสินคาจากทั้งตางประเทศและในประเทศ สิ่งนี้สงผลใหมีการเขามาของผูคนในการซื้อขายสินคาในพื้นที่ทาฉลอม จากการที่มีคนเขามาในพื้นที่ทำใหชวยกระตุนเศรษฐกิจภายในพื้นที่จากการซื้อขายสินคาทั้งสินคาภายในตระกูลและสินคา ในพื้นที่ทาฉลอมอื่น ๆ ผลของการเติบโตของธุรกิจในตระกูล ยังทำใหลูกหลานในตระกูลมีโอกาสเขาศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำ ซึ่งกลายมาเปนพื้นฐานสำคัญในการเขามาพัฒนาธุรกิจ เกิดเปนธุรกิจประเภทตาง ๆ ของตระกูล ที่มีสวนสำคัญในประวัติศาสตรธุรกิจภายในพื้นที่สมุทรสาคร ที่มีการพัฒนาความเปนเมืองในยุครวมสมัย เชน กิจการของคุณปราโมทยและคุณพรชัยในเวลาตอมา ผลของความสำเร็จในดานธุรกิจเชนนี้ สงผลใหตระกูล หะทัยธรรมมีบทบาทในดานความเชื่อทางศาสนา โดยเฉพาะกับการพัฒนาศาลเจาพอหลักเมืองสมุทรสาคร เริ่มตั้งแตการเปนหนึ่งใน ผูบริจาคสรางศาลเจาพอหลักเมืองรวมกับขุนสมุทรมณีรัตน และขุนเชิดมหาชัยในสมัยคุณวัฒนะ สวนในรุนตอมาอยาง คุณปราโมทย ก็ดำรงตำแหนงเปนประธานกรรมการศาลเจาพอ หลักเมือง และเปนผูเริ่มพิธีแหเจาพอหลักเมืองสมุทรสาคร ซึ่งเปนพิธีกรรมที่สืบเนื่องมาจนถึงปจจุบัน และในรุนของคุณพรชัย ก็ไดมีสวนในการชวยดูแลปรับปรุงศาลเจาพอหลักเมืองตอจากบิดา นอกเหนือสถานที่แหงนี้ ตระกูลหะทัยธรรมยังมีบทบาทในการสนับสนุนความชวยเหลือใหกับสุสานน่ำเกกอีกดวย


111ตระกูลหะทัยธรรม ไมไดเพียงแคอุปถัมภความเชื่อของชาวจีนเทานั้น แตยังมีบทบาทในการอุปถัมภความเชื่อแบบพุทธศาสนา ดังปรากฏวา คุณวัฒนะเมื่อสมัยทำการคาที่ทาฉลอมไดชวยทำนุบำรุงวัดชองลม วัดแหลมสุวรรณาราม วัดโกรกกราก และวัดอื่น ๆ ทั้งในกรุงเทพและตางจังหวัด และไดเขาพิธีอุปสมบทในพุทธศาสนา ที่วัดชองลม นี่เองจึงสะทอนใหเห็นถึงบทบาทของตระกูลหะทัยธรรมวาใหความสำคัญตอรากเหงาของชาวจีน ในการเผยแผความเชื่อ ทางศาสนาและวัฒนธรรม และใหความสำคัญกับความเชื่อ ของชาวพุทธและพัฒนาพื้นที่ในทาฉลอมตระกูลหะทัยธรรมจึงเปนตระกูลที่มีความสำคัญในพื้นที่โดยเฉพาะในดานของการพัฒนาเศรษฐกิจ เปนภาพสะทอนใหเห็นถึงการพัฒนาของชาวจีนในพื้นที่สมุทรสาครที่เขามาทำการคาขายประกอบกิจการตาง ๆ และพัฒนาใหประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะตระกูลหะทัยธรรมที่เติบโตขึ้นอยางมากทางธุรกิจ ดวยองคประกอบจากการศึกษาของคนในตระกูล จากการเรียนรู และสืบทอดการคาขายตั้งแตสมัยตนตระกูล สงผลใหเกิดบทบาท ตาง ๆ ในพื้นที่ ทั้งในดานธุรกิจที่เกิดกิจการของตระกูลภายในพื้นที่สมุทรสาครจำนวนมาก และในดานของศาสนา จนเผยแพรวัฒนธรรมและความเชื่อของชาวจีนใหเปนที่รูจักในพื้นที่จนถึงปจจุบัน


112สรุปผลการศึกษาจากการศึกษาทำใหเห็นถึงบริบทพื้นที่ ที่สงผลตอการพัฒนาเชิงเศรษฐกิจ สังคม วิถีชีวิต จากเมืองประมงสูเมืองอุตสาหกรรม อีกทั้งการศึกษาประเด็นดังกลาวทำใหเห็นถึงการเขามาของตระกูลจีนทั้ง 6 ตระกูล ที่เขามามีบทบาทในการพัฒนาพื้นที่ทาฉลอมตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบัน คือ ตระกูลมีอำพล เปนตระกูลที่บุกเบิกโรงหนัง แหงแรกในทาฉลอม (ศรีอําพล) ตระกูลมณีรัตน เปนตระกูล ที่ทำนาเกลือสมุทรแหงแรก ตระกูลสรอยเพ็ชร เปนตระกูลที่โดดเดน เรื่องความศรัทธาตอศาลเจาจีน ตระกูลอุตะเดช เปนตระกูลที่มีสวนในการพัฒนาทางเศรษฐกิจเเละสังคม ตระกูลสุวรรณเมนะ เปนตระกูล ที่มีบทบาทในดานการศึกษา และตระกูลหะทัยธรรม เปนตระกูล ที่มีบทบาทดานการคาขายเเละความเชื่อการเขามาของชาวจีนเหลานี้ปรากฏหลักฐานแสดง คือ สถาปตยกรรมที่สำคัญหลายแหงในพื้นที่ ที่สะทอนอัตลักษณ ความเปนจีน และหนังสืออนุสรณที่บอกเลาที่มาและความสำคัญของตระกูลตาง ๆ ที่มีบทบาทสำคัญในพื้นที่ทาฉลอม และในทายที่สุด สิ่งที่ไมอาจลืมไดวาภายใตการพัฒนาพื้นที่ของกลุมชาวจีนผานกิจการตาง ๆ ยังไดนำพากลุมคนชาติอื่น ๆ เชน มอญ พมา เขามาเปนแรงงานในพื้นที่อีกดวย


113รายการอางอิงหนังสือและเอกสารกงกรรม สังคมพุทธ ธรรมานุวัตรปนิวมอเนีย กฤตลักษณ มรรยาทเลมนอย. ม.ป.ท. : โรงพิมพแพรการชาง,2507.(พิมพเปนบรรณาการในงานฌาปนกิจศพ คุณแมสมเกลี้ยง มณีรัตน ณ เมรุวัดมกุฎกษัตริยาราม วันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2507)กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย. เทศาภิบาล เลม 3 แผน 15 วันที่ 1 มิถุนายน ร.ศ. 126. พระนคร: โรงพิมพอาสารักษาดินแดน, 2450.โกมารกุลมนตรี (ชื่น), มหาอำมาตยเอก พระยา. ประมวลโวหารของพระยาโกมารกุลมนตรี เลม 1. ม.ป.ท. : โรงพิมพไทยเขษม, 2490. (ภรรยา และบุตร ธิดา พิมพเปนบรรณาการในงานศพ ขุนสมุทมณีรัตน (มิ่ง มณีรัตน) ณ วัดแหลมสุวรรณาราม จังหวัดสมุทรสาคร วันอาทิตยที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2490)จันทรฉาย หะทัยธรรม ปทุมานนท. ตระกูล “หะทัยธรรม”. ม.ป.ท. : ม.ป.พ. , 2557.ชำนาญ ลือประเสริฐ, แส สายะเสวี และพอพันธุ มณีรัตน. บทอภิปรายธรรมเรื่อง ปฏิกูล ธาตุ อศุภในสติปฏฐาน. ม.ป.ท. : โรงพิมพสุทธิสารการพิมพ, 2508. (พุทธสมาคมแหงประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภพิมพเปนธรรมบรรณาการในงานฌาปนกิจศพ นางสมุทมณีรัตนณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม วันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2508)


114ทองหยก เลียงพิบูลย. หนังสือชุด กฎแหงกรรม. ม.ป.ท. : โรงพิมพจันหวา, 2512. (อนุสรณในงานพระราชทานเพลิงศพ นายวิชัย มณีรัตน ต.ม. ณ เมรุวัดสัตตนาถปริวัตร อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี วันอาทิตยที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2512)________. หนังสือชุด กฎแหงกรรม. ม.ป.ท. : โรงพิมพชวนพิมพ, 2512. (พิมพเปนอนุสรณในงาน ฌาปนกิจศพ คุณแมศิริ มณีรัตน ณ เมรุวัดสัตตนารถปริวัตร อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี วันเสาร ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2512)เทศบาลนครสมุทรสาคร. ประวัติศาสตร“ทาฉลอม” สุขาภิบาลหัวเมืองแหงแรกของไทย. ม.ป.ท. : ม.ป.พ. , 2552.บุตรี กรลักษณ. กฤตลักษณ : พิธีตาง ๆ ของบุคคล. ม.ป.ท. : โรงพิมพแพรการชาง, 2507. (พิมพเปนบรรณาการในงานฌาปนกิจศพ คุณแมสมเกลี้ยง มณีรัตน ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม วันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2507)ประภัสสร ชูวิเชียรและคณะ. รายงานสำรวจแหลงศิลปกรรมเมืองสมุทรสาคร: ทาฉลอม ทาจีน มหาชัย โครงการศึกษาขอมูลเชิงประวัติศาสตร และ ศิลปวัฒนธรรม ชุมชนทาฉลอมริมฝงมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร. ภาควิชาประวัติศาสตร-ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2557.พระพิมลธรรม (ชอบ). โยมแม. ม.ป.ท. : โรงพิมพดำรงธรรม, 2508. (พิมพเปนอนุสรณในงานฌาปนกิจศพนางสมุทมณีรัตน(เหง มณีรัตน) ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม วันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2508)


115พุทธธรรม. ม.ป.ท. : โรงพิมพบำรุงนุกูลกิจ, 2519. (ธรรมบรรณาการในงานพระราชทานเพลิงศพนาวาอากาศเอก พอพันธุ มณีรัตน ณ ฌาปนสถานกองทัพอากาศ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร วันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2519)ภาควิชามานุษยวิทยา คณะโบราณคดี. ยอนรอยทาฉลอม เสนทางวิถีชีวิตชุมชนประมงลุมแมน้ำทาจีน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ แหงจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย, 2561.ศูนยมานุษยวิทยาสิรินธร (องคการมหาชน). ชุมชนกับความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร. กรุงเทพฯ :ศูนยมานุษยวิทยาสิรินธร, 2559.สมเด็จพระมหาวีรวงศ (พิมพ). บทสรางนิสัย. ม.ป.ท. : โรงพิมพชวนพิมพ, 2519. (อนุสรณในงานรับพระราชทานเพลิงศพ นาวาอากาศเอก พอพันธุ มณีรัตน ณ ฌาปนสถานกองทัพอากาศ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร วันเสารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2519)สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (จวน). มนุษยธรรม เทวธรรม และพรหมธรรม. ม.ป.ท. : โรงพิมพมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2499. (พิมพแจกในงานปลงศพ อุบาสิกาพวง ตันพัฒนา ณ เมรุวัดชองลม จ. สมุทรสาคร 5 เมษายน พ.ศ. 2499)


116สิริวรรณ สิรวณิชย. “การศึกษาสำรวจสถานภาพความรูทางประวัติศาสตรทองถิ่น ชุมชนบานทาจีน สมุทรสาคร”. งานวิจัยนี้ไดรับการสนับสนุนจากกองทุนวิจัยและสรางสรรค คณะโบราณคดีมหาวิทยาลัยศิลปากร ปงบประมาณ 2561, 2561.อนุมานราชธน (ยง), พระยา. ศาสนาเปรียบเทียบ. ม.ป.ท. : โรงพิมพสุทธิสารการพิมพ, 2508. (อนุสรณงานฌาปนกิจศพนางสมุทมณีรัตน ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม วันพฤหัสบดีที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2508)อนุสรณงานพระราชทานเพลิงศพ ครูนาถ สุวรรณเมนะ ท.ม. อดีตครูใหญ ร.ร.เทศบาลวัดแหลมสุวรรณาราม ณ เมรุวัดแหลมสุวรรณาราม วันอาทิตย ที่ 3 กุมภาพันธ 2545เวลา 17.00 น. ม.ป.ท. : ม.ป.พ. , 2545. (อนุสรณงานพระราชทานเพลิงศพ ครูนาถ สุวรรณเมนะ ท.ม. อดีตครูใหญ ร.ร.เทศบาลวัดแหลมสุวรรณาราม ณ เมรุวัดแหลมสุวรรณาราม วันอาทิตย ที่ 3 กุมภาพันธ พ.ศ. 2545 เวลา 17.00 น.)อนุสรณนายเพี้ยน มณีรัตน และนางประยงค มณีรัตน 28 พฤษภาคม 2531. ม.ป.ท. : โรงพิมพมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร, 2531. (อนุสรณนายเพี้ยน มณีรัตน และนางประยงค มณีรัตน28 พฤษภาคม พ.ศ.2531)


117อนุสรณในการฌาปนกิจศพ คุณแมชม กิจกุศล ณ เมรุวัดวิสุทธิ-วาตวราราม ทาฉลอม สมุทรสาคร วันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2509. ม.ป.ท. : โรงพิมพสุทธิสารการพิมพ, 2509. (อนุสรณในการฌาปนกิจศพ คุณแมชม กิจกุศล ณ เมรุวัดวิสุทธิวาตวราราม ทาฉลอม สมุทรสาคร วันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2509)อนุสรณในการพระราชทานเพลิงศพ ร.ต.ต. พอพล มณีรัตน ณ เมรุวัดเทพศิรินทราวาส 25 สิงหาคม 2522. ม.ป.ท. : โรงพิมพไทยเขษม, 2522. (อนุสรณในการพระราชทานเพลิงศพ ร.ต.ต. พอพล มณีรัตน ณ เมรุ วัดเทพศิรินทราวาส 25 สิงหาคม พ.ศ. 2522).อนุสรณในงานฌาปนกิจศพ นางบุญเรือน หะทัยธรรม ณ วัดแหลมสุวรรณาราม ตำบลทาฉลอม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร 25 เมษายน 2508. ม.ป.ท.: บริการทอง, 2508.(อนุสรณในงานฌาปนกิจศพ นางบุญเรือน หะทัยธรรม ณ วัดแหลมสุวรรณาราม ตำบลทาฉลอม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร 25 เมษายน พ.ศ. 2508)อนุสรณในงานฌาปนกิจศพ นายวัฒนะ หะทัยธรรม ณ วัดแหลมสุวรรณาราม ตำบลทาฉลอม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร 25 เมษายน 2508. ม.ป.ท. : บริษัทบริการทอง (แผนกการพิมพ), 2508. (อนุสรณในงานฌาปนกิจศพ นายวัฒนะ หะทัยธรรม ณ วัดแหลมสุวรรณาราม ตำบลทาฉลอม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร 25 เมษายน 2508)


118เอกสารราชการ“แจงความกระทรวงมหาดไทย.” ราชกิจจานุเบกษา เลม 28, (21 พฤษภาคม 130): 308-313.สัมภาษณดวงดาว อุตะเดช. ทายาทรุนที่ 3 ตระกูลอุตะเดช. สัมภาษณ, 5 เมษายน 2568.ปราณีต ธนูพันธ. อดีตขาราชการครู. สัมภาษณ, 6 เมษายน 2568.พรจิตร สรอยเพ็ชร. ภรรยาคุณนิคม สรอยเพ็ชร. สัมภาษณ, 7 เมษายน 2568.พรชัย หะทัยธรรม. เจาของบริษัทสมุทรสาครฮอนดาคารส. สัมภาษณ, 4 เมษายน 2568.พอจำ อรัณยกานนท. ทายาทรุนที่ 4 ตระกูลมณีรัตน (สายนาเกลือ). สัมภาษณ, 5 เมษายน 2568.สมจิตต ประคองศิลป. ภรรยาคุณหยก มีอำพล. สัมภาษณ, 6 เมษายน 2568.


119»ÃÐà¾³Õ ¤ÇÒÁàª×èÍ áÅÐ¾ËØÇѲ¹¸ÃÃÁã¹¾×é¹·Õè·èÒ©ÅÍÁ ณัฐนันทปรุงนาเตชิต ศรีสุภา พิมศศิ บุญปานภวัต หวันโซะ ภัสรานันท นพอภิรักษกุล อัญชิสา ธีรกุลเดช


120บทนำประเทศไทยเปนประเทศหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใตที่ดำรงอยูภายใตสังคม “พหุวัฒนธรรม” เปนสวนสำคัญนับตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบัน ดวยลักษณะทางภูมิศาสตรที่เอื้ออำนวยตอการเปดรับการหลั่งไหลเขามาลงหลักปกฐานของผูคนตางชาติพันธุอันเนื่องมาจากเหตุปจจัยหลายประการ นอกเหนือจากจะสราง ความหลากหลายทางประชากรภายในประเทศแลว วัฒนธรรม อันเปนอัตลักษณโดดเดนเฉพาะกลุมที่สอดคลองกับวิถีชีวิตก็เปนสิ่งหนึ่งที่ประกอบสรางความหลากหลายใหบังเกิดขึ้นในพื้นที่ดังนิยามของสถาบันเอเชียศึกษา ศูนยมุสลิมศึกษา ที่ไดใหความหมายของพหุวัฒนธรรม วาหมายถึง ประชากรกลุมคนหลากหลายชาติพันธุมาอยูรวมกันในสังคมหนึ่ง ซึ่งมีความแตกตางทางดานขนบธรรมเนียม ประเพณี ภาษา วัฒนธรรม ศาสนาความเชื่อ รวมถึงวิถีชีวิตความเปนอยูของผูคน วิธีการคิด การมีปฏิสัมพันธ การสื่อสาร รวมถึงบุคคลที่มาจากพื้นฐานหรืออัตลักษณเดียวกัน011 แผนบริหารการสอนประจำบทที่ 3 พหุวัฒนธรรมและการยอมรับความแตกตางของบุคคล, เขาถึงเมื่อ 30 เมษายน 2568, เขาถึงไดจาก


121สอดคลองกับรูปแบบสังคมของกลุมคนในหลายภูมิภาคของประเทศไทยที่มากลนไปดวยความแตกตางทางวัฒนธรรมในดานตาง ๆ ไมวาจะเปนเมืองหลวงอยางกรุงเทพมหานคร ที่มากไปดวย ศาสนสถานหลากหลายศาสนา หรือจะเปนจังหวัดชายแดนภาคใต ที่ใชทั้งภาษาไทยและภาษามลายูสื่อสารระหวางกัน ตลอดจน ภาคตะวันตกที่มีพลเมืองตางชาติพันธุอาศัยอยูเปนจำนวนมาก จนนำมาซึ่งความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะ จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดราชบุรี จังหวัดเพชรบุรี ตลอดจน จังหวัดสมุทรสาครในหลายตำบล ซึ่ง “ตำบลทาฉลอม” ในอำเภอเมืองสมุทรสาครเองก็เปนหนึ่งในนั้น โดยตำบลดังกลาวเปนตำบลที่สะทอนใหเห็นถึงสังคม พหุวัฒนธรรมที่ผสมผสาน ทั้งศาสนาพุทธนิกายเถรวาทแบบชาวไทย ศาสนาพุทธนิกายมหายาน ลัทธิเตาแบบชาวจีน และศาสนาคริสต ไดเปนอยางดี ผานรองรอยสำคัญที่สนับสนุนขอเท็จจริงดังกลาว อยาง “ศาสนสถานและศูนยสาธารณสงเคราะห” อันเปนศูนย รวมจิตใจของผูคนที่กระจายอยูทั่วพื้นที่ทาฉลอมนับตั้งแตอดีต จนถึงปจจุบัน ดวยความสนใจดังกลาว จึงเปนที่มาและความสำคัญ ท ี ่ ท า ง ผ ู  ศ ึ ก ษ า ไ ด  ห ย ิ บ ย ก ห ั ว ข  อ “ ป ร ะ เ พ ณ ี ค ว า ม เ ชื่ อ และพหุวัฒนธรรม” ในพื้นที่ทาฉลอมมาศึกษาคนควาเพิ่มเติม อันเนื่องมาจากการเล็งเห็นถึงความสำคัญของสังคมพหุวัฒนธรรม https://pws.npru.ac.th/praepat/system/20220706082820_2082ccc76d3c1a1c3caf0a260db61721.pdf


122ที่สะทอนผานสถานที่ภายในพื้นที่ อันเปนสื่อกลางที่สามารถ มองยอนกลับไปถึงความเปนมาของผูคนในทาฉลอม ประกอบกับความตองการที่จะขยายงานนิพนธทางประวัติศาสตรภายในพื้นที่ ในประเด็นดังกลาว ซึ่งอาจจะนำมาสูการตอเติมองคความรูเดิม ที่มีอยูและตอยอดประเด็นศึกษาใหมในอนาคต ยิ่งไปกวานั้น ผลการศึกษาครั้งนี้ยังคาดหวังวาจะชวยสรางความเขาใจในพลวัตของสังคมพหุวัฒนธรรมในทาฉลอม และอาจเปนประโยชนในการสงเสริมการอยูรวมกันอยางสันติ รวมถึงเปนขอมูลพื้นฐานสำหรับการวางแผนพัฒนาหรืออนุรักษมรดกทางวัฒนธรรม ในพื้นที่ตอไป โดยทางผูศึกษาทำการศึกษาผานการลงพื้นที่ภาคสนาม ดวยทักษะการสังเกตและการสัมภาษณ ประกอบกับการศึกษาคนควาจากเอกสารอื่น ๆ เพิ่มเติม ภายใตวัตถุประสงค 2 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาประเพณี ความเชื่อ และพหุวัฒนธรรม ที่สะทอนผานสถานที่ภายในพื้นที่ตำบลทาฉลอม จังหวัดสมุทรสาคร 2) เพื่อศึกษาปจจัยที่สงเสริมการอยูรวมกันอยางสันติสุขภายใตสังคมพหุวัฒนธรรม ภายในพื้นที่ตำบลทาฉลอม จังหวัดสมุทรสาคร


123ศาสนสถานและพหุวัฒนธรรมในทาฉลอมหากมองยอนกลับไปถึงความเปนมาของตำบลทาฉลอม แลวนั้น จะพบวา “ทาฉลอม” เปนตำบลสำคัญแหงหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร โดดเดนดวยลักษณะภูมิประเทศคลายเปนเกาะ รูปทรงคลายกระเพาะหมู ตั้งอยูบริเวณริมแมน้ำทาจีนและ คลองสุนัขหอน ดวยทำเลที่ตั้งอันเอื้ออำนวยนี้เอง ไดสงเสริม ใหทาฉลอมมีความสำคัญในหลายมิติ โดยเฉพาะอยางยิ่ง ในดานเศรษฐกิจ จากการเปนจุดแวะพักของเรือสินคาที่เดินทาง มาจากทะเล และเปนศูนยกลางการกระจายและแลกเปลี่ยนสินคาตอไปยังพื้นที่อื่น ๆ จนไดรับการยอมรับในฐานะศูนยกลางทางเศรษฐกิจแหงหนึ่งของจังหวัดสมุทรสาคร12บทบาทของการเปนเมืองทาที่รุงเรืองมาตั้งแตอดีต ไดทำใหทาฉลอมกลายเปนจุดหมายปลายทางของการอพยพเขามาตั้งถิ่นฐานของกลุมชาติพันธุตาง ๆ อยางตอเนื่อง โดยเฉพาะชาวจีนที่เขามา เพื่อการคาขาย และไดลงหลักปกฐานในบริเวณนี้ตั้งแตสมัยอยุธยา ประกอบกับสภาพพื้นที่ที่เอื้อตอการคาขายกับชาวตางชาติ และการเดินเรือ ทำใหเกิดการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และการผสมผสานทางสังคมอยูเสมอ สงผลใหทาฉลอมเปนพื้นที่ ที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ ภาษา ความเชื่อ และวัฒนธรรม อันรวมไปถึงกลุมชาวไทยเชื้อสายจีน ชาวมอญ ชาวลาว ตลอดจน 2 ภาควิชามานุษยวิทยา คณะโบราณคดี, ยอนรอยทาฉลอม เสนทางวิถีชีวิตชุมชนประมงลุมแมน้ำทาจีน (กรุงเทพฯ: โรงพิมพแหงจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย, 2561).


124การเคลื่อนยายของแรงงานขามชาติที่เขามาทำงาน ในภาคอุตสาหกรรมและการประมง ซึ่งถือเปนสวนหนึ่งของ การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมที่สำคัญในพื้นที่23ความหลากหลายทางชาติพันธุและวิถีชีวิตของผูคนเหลานี้ ไมวาจะเปนชาวไทยเชื้อสายจีน ชาวมอญหรือไทยรามัญ และกลุมลาวโซงหรือไทยทรงดำ ซึ่งเขามาประกอบอาชีพตาง ๆ เชน ตัดฟน ตัดใบจาก ทำนาเกลือ ทำนากุง ทำสวน เพาะปลูก ทำประมงชายฝง รวมถึงการคาขาย อาชีพเหลานี้ลวนตองพึ่งพาอาศัยธรรมชาติ เปนปจจัยสำคัญ ดวยเหตุนี้ การแสดงความเคารพตอธรรมชาติ จึงสัมพันธอยางลึกซึ้งกับระบบความคิดและความเชื่อ เรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตาง ๆ ไมวาจะเปนเทพเจา เทวดา เจาพอเจาแม ผีและวิญญาณ ตลอดจนอำนาจเหนือธรรมชาติ ทั้งนี้ก็เพื่อ ความเจริญรุงเรืองในชีวิตและความสำเร็จในการทำมาคาขาย กลุมคนเหลานี้จึงมีพิธีกรรมสักการะบูชาและเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตาง ๆตัวอยางที่เห็นไดชัด คือ การที่ชาวจีนในพื้นที่ไดสรางศาลเจาไวสำหรับกราบไหวตามความเชื่อดั้งเดิม ซึ่งปรากฏใน 2 ลักษณะหลัก คือ ศาลเจาจีนริมแมน้ำลำคลอง และศาลเจาจีนริมชายฝงทะเล นอกจากนี้ยังมีศาลเจาประจำตระกูล มูลนิธิ และสมาคมจีนตาง ๆ การสรางศาลเจาบริเวณริมฝงแมน้ำลำคลองนั้น สะทอนใหเห็น ถึงวิถีชีวิตและการทำมาหากิน โดยเชื่อวาศาลเจา คือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 3 ศูนยมานุษยวิทยาสิรินธร (องคการมหาชน), สาครบุรี จากวิถีชาวบาน : การเปลี่ยนแปลงผานวิถีชีวิตทองถิ่นในลุมน้ำทาจีน จังหวัดสมุทรสาคร (กรุงเทพฯ: ศูนยมานุษยวิทยาสิรินธร (องคการมหาชน), 2561).


125ที่ชวยคุมครองและทำใหชาวเรือประสบความสำเร็จ ในการประกอบอาชีพ เชน การหาปลา เปนตน บริบททางภูมิศาสตร สังคม และเศรษฐกิจที่กลาวมาทั้งหมดนี้ จึงเปนรากฐานสำคัญ ที่นำไปสูการทำความเขาใจในเรื่องราว ของความเชื่อและพิธีกรรมที่หลากหลายและหยั่งรากลึก ในชุมชน ทาฉลอมแหงนี้ใหกลายเปนสังคมพหุวัฒนธรรมอยางเต็มตัว ที่ผสมผสานทั้งศาสนาพุทธนิกายเถรวาท ศาสนาพุทธนิกายมหายานลัทธิเตา ตลอดจนศาสนาคริสต หลอมรวมภายใตสังคมเดียวกัน แตยังคงสะทอนอัตลักษณทางศาสนาและความเชื่อ ผานสถานที่สำคัญตลอดจนกิจกรรมทางศาสนาภายในสถานที่ ซึ่งทางผูศึกษาไดจำแนกสถานที่ดังกลาวออกเปน 4 กลุม ดังนี้ศาลเจา1. ศาลเจาปุนเถากงศาลเจาปุนเถากงหรือศาลเจากลาง เปนศาลเจาจีนแตจิ๋วเกาแก ที่สรางชวงปลายรัชกาลที่ 3 เดิมตั้งอยูขางวัดใหญจอมปราสาท หรือบานทาจีน ตอมายายมาสรางที่ริมแมน้ำทาจีน เขตตำบลทาฉลอม สรางเปนไมสักหลังคามุงจากใน พ.ศ. 2382 แตสันนิษฐานวา ศาลเดิมอาจจะสรางมากอนหนานั้น ตอมาใน พ.ศ. 2456 จึงปรับปรุง เปนศาลปูน หลังคากระเบื้องมุงเสาขื่อแปดวยไมสัก มีการซอมแซม


126ใน พ.ศ. 2515 และมีการสรางรั้วและซุมประตูเพิ่มใน พ.ศ. 25284ศาลเจาแหงนี้ถือเปนสิ่งศักดิ์สิทธิ์แรก ๆ ของชาวจีนโพนทะเล ในทาฉลอม เทพเจาสำคัญในศาล คือ เจาพอปุนเถากง (องคประธาน) ชาวจีนแตจิ๋วในไทยเชื่อวา เจาพอปุนเถากงเปนเจาที่และเทพแหงการเดินเรือกิจกรรมของศาลเจาประกอบไปดวยกิจกรรมตามปฏิทินทั่วไป เชน เทศกาลตรุษจีน เทศกาลสารทจีน นอกจากนี้กิจกรรมสำคัญ ของศาลเจายังประกอบไปดวยวันเกิดเจาพอปุนเถากง ที่จัดชวง เดือนกุมภาพันธ ซึ่งกิจกรรมในวันเกิดเจาพอมีพิธีไหว โดยของไหวที่ใชมีตัวอยางเชน ผลไม ซาลาเปา ซิ่วทอ หมู เปด ไก เปนตน นอกจากนี้ยังมีการแสดงงิ้วถวายเจาพอ และจัดโตะจีนอีกดวย อีกกิจกรรมหนึ่ง คือ วันเกิดเทพชางตายี่กงและไหวไปเพงอัน45 ที่จัดขึ้นในชวงเดือนตุลาคม ตลอดจนเทศกาลกินเจ ที่มีการจัดงานเทกระจาด ในชวงเดือนตุลาคมเชนเดียวกัน โดยจะมีการแจกขาวสารอาหารแหงใหกับผูดอยโอกาส โดยวันจัดกิจกรรมของศาลเจาแหงนี้ขึ้นอยูกับปฏิทินจีน ทำใหในวันที่จัดกิจกรรมแตละปจึงไมตรงกัน แตจะอยูในชวงเดือนนั้น ๆ4 ศูนยมานุษยวิทยาสิรินธร (องคการมหาชน), ศาลเจาปุนเถากง ทาฉลอม, เขาถึงเมื่อ 26 เมษายน 2568, เขาถึงไดจากhttps://db.sac.or.th/samutsakhon/religiousplace/content/view/116. 5 สัมภาษณ ตน แสงเฮอ, ผูดูแลศาลเจาปุนเถากง ทาฉลอม, 7 เมษายน 2568.


127ภาพที่ 23 ศาลเจาปุนเถากง(ที่มา: พิมศศิ บุญปาน, 4 เมษายน 2568)


1282. ศาลเจาแมจุยบวยเนี้ยศาลเจาแมจุยบวยเนี้ยหรือศาลเจาแมทับทิม ซึ่งเปนศาลเจาของจีนไหหลำ ไมปรากฏการกอสรางที่แนนอน สันนิษฐานวา สรางประมาณปลายสมัยรัชกาลที่ 5 เจาแมจุยบวยเนี้ยมาจาก ความเชื่อของชาวจีนไหหลำ เชื่อวาเจาแมเปนเทพธิดาแหงทองทะเล หรือ “เจาแมทายน้ำ”56 ชวยคุมครอง ดานทางทะเล เชื่อวา เจาแมทับทิมชวยคุมครองใหปลอดภัย และเพื่อการคาขาย ดานการประมง เถาแกเรือก็จะไหวเปรียบเสมือนแมยานางกิจกรรมที่สำคัญของศาลเจา คือ พิธีลุยไฟ67 กิจกรรมนี้เดิม เกิดขึ้นเมื่อเจาแมประทับรางทรงและทำนายทายทักวา จะเกิดเหตุการณรายเกิดขึ้น โดยเฉพาะเด็กจมน้ำและอุบัติเหตุทางน้ำ รางทรงจะจัดใหมีพิธีลุยไฟเพื่อปดเปาโชครายภัยตาง ๆ78 มีขอกำหนด คือ ผูที่จะเขารวมพิธีลุยไฟ กอนวันลุยไฟ ตองงดกินหมู และ ตองเปนผูชายเทานั้น หามผูหญิงตั้งครรภและมีประจำเดือนเขารวม89แตปจจุบันจัดเปนกิจกรรมประจำปในวันแหเจาแม6 ศูนยมานุษยวิทยาสิรินธร (องคการมหาชน), ศาลเจาจุยบวยเนี้ย (เจาแมทับทิม) ทาฉลอม, เขาถึงเมื่อ 26 เมษายน 2568, เขาถึงไดจาก https://db.sac.or.th/samutsakhon/religiousplace/content/view/115. 7 สัมภาษณ ประกิต เชิญอักษร, คณะกรรมการศาลเจาแมจุยบวยเนี้ย, 5 เมษายน 2568.8 ศูนยมานุษยวิทยาสิรินธร (องคการมหาชน), ศาลเจาจุยบวยเนี้ย (เจาแมทับทิม) ทาฉลอม. 9 สัมภาษณ ประกิต เชิญอักษร, คณะกรรมการศาลเจาแมจุยบวยเนี้ย, 5 เมษายน 2568.


129ภาพที่ 24 ศาลเจาแมจุยบวยเนี้ย(ที่มา: พิมศศิ บุญปาน, 4 เมษายน 2568)


130สวนกิจกรรมที่จัดขึ้นเปนประจำทุกป นอกจากกิจกรรม ที่ทำตามปฏิทินจีนทั่วไป เชน เทศกาลตรุษจีนและเทศกาลสารทจีนยังมีพิธีแหเจาแมรอบเมืองทั้งทางบกและทางน้ำ พิธีนี้จะจัด ในชวงเดือนกุมภาพันธ และพิธีฉลองวันเกิดเจาแม จัดในชวงวันที่ 14 - 16 พฤศจิกายน กิจกรรมในงานฉลองวันเกิดเจาแม ประกอบไปดวยกิจกรรมชวงเชาและกิจกรรมในชวงเย็น ชวงเชา มีการเชิญพระสงฆมาเจริญพระพุทธมนต ถวายภัตตาหารเพล แดพระสงฆ ชวงหาโมงเย็นลงไปจะมีการจัดโตะจีนและการแสดงสิงโต มังกรทอง พลุ แสง สี ซึ่งสมัยกอนมีเชือดแพะ เชือดไก ในงานฉลองวันเกิดเจาแมดวย แตปจจุบันปรับเปลี่ยนมาเปนเอาคนมาแตงตัว ดวยการผูกผาแดงแทนจำลองเปนไกแทน นอกจากนี้ยังมีการแสดง งิ้วสมโภชอีกดวย91010 สัมภาษณ ณัฐวุฒิ พรศิริจินดา, คณะกรรมการศาลเจาแมจุยบวยเนี้ย, 5 เมษายน 2568.


1313. ศาลเจาพอกวนอู เทพเจากวนอู เปนเทพที่ไดรับการยกยองจากชาวจีน มานับพันปวาเปนเทพเจาแหงความซื่อสัตย ความจงรักภักดี ความกลาหาญ มีคุณธรรมสูงสง 1011 จึงเปนที่นับถือของชาวจีน และเมื่อชาวจีนไดไปที่ไหนแลวนั้น ก็จะนำความเชื่อนี้ติดตัวไปดวยศาลเจาพอกวนอู ทาฉลอม เปนศาลเจาเกาแกของชาวจีนแตจิ๋ว โดยมีบรรพบุรุษของคุณอำไพ โพธิศาล (ปจจุบันเปนผูดูแล รุนที่ 4) เปนผูที่นำเอาองครูปเคารพเจาพอกวนอูมาจากซัวเถา เมื่อประมาณ 160 ปมาแลวและสรางศาลขึ้นบริเวณที่ตั้งศาล ในปจจุบัน ตัวของศาลในชวงแรกนั้น เปนแคหลังคาจาก ในอดีตมีคณะกรรมการหรือเถานั้งเปนผูคอยจัดการดูแลกิจกรรมภายในศาล แตในปจจุบันไมมีคณะกรรมการเหลานี้แลว เหลือแตชาวบานในบริเวณดังกลาวที่ชวยกันจัดกิจกรรมประจำปขึ้นมา ปจจุบันศาลเจาพอกวนอูแหงนี้มีการบูรณะมาแลวทั้งหมด 4 ครั้ง1112 กิจกรรมภายในศาลเจาประกอบดวยงานกิจกรรมตามปฏิทินจีนเหมือนกับศาลอื่น ๆ เชน งานวันตรุษจีน งานวันสารทจีน แตงานที่สำคัญและเปนเอกลักษณมีทั้งหมด 4 งาน ซึ่งสัมพันธกับเทพเจาภายในศาล ซึ่งประกอบดวยเจาพอกวนอูผูเปนประธาน เจาแมทับทิม11 Agal, Greater fortune with God Guan Yu, the symbol of honesty, เขาถึงเมื่อ 8 พฤษภาคม 2568, เขาถึงไดจากhttps://www.agal.co.th/post/greater-fortune-with-god-guan-yu-the-symbol-of-honesty. 12 สัมภาษณ อำไพ โพธิศาล, ผูดูแลศาลเจาพอกวนอู, 6 เมษายน 2568.


132(เทียนโหเซียนบอ) ที่ประทับทางดานขวาขององคประธาน ละองคโหงวโจว (เทพเจา 5 พระองค/ พระสังฆปรินายกลำดับที่ 5 ผูสืบตำแหนงตอจากตั๊กมอในนิกายเซน) ที่ประทับทางดานซาย ขององคประธาน1213งานแรก คือ งานวันเกิดอามาหรือเจาแมทับทิม ในเดือนเมษายน จะมีการทำบุญ มีงานไหวรวมไปถึงฉายหนังกลางแปลง 2 คืน งานตอมา คือ งานวันเกิดเจาพอกวนอู ในเดือนกรกฎาคม มีการทำบุญไหวเจา ฉายหนังกลางแปลง 2 คืน และจัดโตะจีนเลี้ยงแขก งานตอมา คือ งานวันเทพเจา 5 พระองค ชวงเดือนกันยายน เปนงานที่มีคนรูจักนอย ไมคอยมีคนเขามาไหว จึงมีแคงานบุญไหวเจาปกติ ในบางปจะมีฉายหนังกลางแปลงดวย ตามโอกาส งานสุดทาย คือ งานขอบคุณเทพเจาหรืองานปลายป หรืองานเพงอังฮี่ จะจัดในชวงเดือนธันวาคม เปนงานใหญ ที่มีผูคนมารวมงานมาก มีการทำบุญงานไหวเจา เลี้ยงพระที่นิมนตมาจากวัดสุทธิวาตวรารามหรือวัดชองลม ในอดีตมีการจัดแสดงงิ้ว 3 วัน 3 คืน แตในปจจุบันไมมีการนำงิ้วมาแสดงแลว13 มาหาสมุทรสาคร, ศาลเจาพอกวนอู, เขาถึงเมื่อ 8 พฤษภาคม 2568, เขาถึงไดจาก http://www.visitsk.org/?p=10893.


133ภาพที่ 25 ศาลเจาพอกวนอู(ที่มา: พิมศศิ บุญปาน, 4 เมษายน 2568)


1344. ศาลเจาเฮียตี๋กงศาลเจาเฮียตี๋กงหรือศาลเจา 108 พี่นอง เปนศาลเจา ของชาวจีนไหหลำ ไมสามารถระบุชวงเวลาในการสรางไดอยางแนชัด แตขอเท็จจริงหนึ่งที่ปรากฏ คือ ศาลเจาแหงนี้สรางขึ้น โดยเหลาคณะกรรมการชาวจีนไหหลำในพื้นที่ทาฉลอมเปนสวนสำคัญดังปรากฏหลักฐานการบูรณะครั้งลาสุด คือ พ.ศ. 2517 โดยมีหลักฐานเปนภายถายเกาที่มีภาษาจีนระบุการสรางศาลใหม1314ภายในศาลเจาแหงนี้ประดิษฐานเทพเจาเฮียตี๋กง หรือเทพเจา 108 พี่นอง เปนประธานตั้งตระหงานอยูตรงกลาง โดยดานขวา และดานซายขององคประธาน มีเทพเจาปุนเถากงและเทพเจา ไฉซินเอี๊ย ขนาบขางตามลำดับ ซึ่งองคเทพทั้งหมดลวนใชปายวิญญาณเปนตัวแทน สิ่งนี้อาจลอไปกับคติการสรางประติมานของเฮียตี๋กง ที่นิยมสรางเปนปายวิญญาณแทนการสรางรูปลอยองคเทพ 108 องคจากการสัมภาษณคุณปราโมทย บุษยามงคล เจาของธุรกิจคานเรือมงคลประเสริฐชัย ที่ดำรงตำแหนงประธานคณะกรรมการศาลเจาเฮียตี๋กงกาวเขาสูปที่ 7 พบวาเทพเจาเฮียตี๋กงมีประวัติ ที่แตกตางกัน ซึ่งในพื้นที่ทาฉลอมแหงนี้ ตามตำนานเลาวามีพี่นองพอคาชาวจีนไหหลำ 108 คน ไดออกเดินเรือขายสินคาสูประเทศเวียดนาม แตระหวางการเดินทางในทะเลไดถูกขาราชการและทหาร14 สุวันชัย แสงสุขเอี่ยม และคณะ, รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ โครงการสำรวจและสังเคราะหขอมูลดานประวัติศาสตรการทองเที่ยวในการพัฒนาเมืองสมุทรสาคร, (มปท. : สกสว. , 2662), 6 – 31.


135เวียดนามปลนฆาทั้งลำ ดวยความศักดิ์สิทธิ์จึงเรียกรองความยุติธรรมดวยการเขาฝนพระราชาเวียดนามเพื่อสืบคนความจริงและเสาะหาผูกระทำผิดจนไดรับการลงโทษในทายที่สุด ดวยเหตุนี้ชาวจีนไหหลำจึงบูชานับถือองคเทพดังกลาวเปนอยางมากนับแตนั้นมาภายใน 1 ป ศาลเจาแหงนี้มีปฏิทินทางวัฒนธรรมคลายคลึงกับศาลเจาจีนแหงอื่น เชน เทศกาลตรุษจีน เทศกาลสารทจีน โดยกิจกรรมสำคัญนอกเหนือจากปฏิทินจีนทั่วไปนั้น คือ การจัดงานวันคลายวันเกิดองคเฮียตี๋กงหรือกง ซึ่งเปนงานประจำปที่มีกำหนดการจัดขึ้นแตกตางกันไปในแตละป ยึดอิงตามศาลเจาเจียวเองเบี้ยว (ศาลเทพเจา 108) ที่บางรัก กรุงเทพฯ ซึ่งสอดคลองกับปฏิทินจีน อีกทอดหนึ่งเปนหลัก คุณปราโมทยยังใหขอมูลเพิ่มเติมอีกวาตลอดระยะเวลา 2 วันนั้น มีการจัดกิจกรรมหลัก ๆ คือ การจัดพิธีไหวองคเทพดวยของไหวตาง ๆ เชน ผลไม ไก เปด หาน สุราเชี่ยงชุน น้ำชา ในชวงเชา และการแสดงงิ้วในชวงกลางคืน ซึ่งกิจกรรมทางศาสนาดังกลาว เปนกิจกรรมที่ยังคงจัดอยูในรูปแบบเดิมแมเวลาจะลวงเลยมาจนถึงปจจุบัน เพียงแตมีการปรับเปลี่ยนกิจกรรมบางอยาง อาทิ การเชือดแพะตามประเพณีชาวจีนไหหลำและการไหวเทพเจาฟาดินที่ยกเลิกไป อันเนื่องมาจากตนทุนที่สูง โดยกิจกรรมทางศาสนาทุกกิจกรรม ที่ทางศาลจัดขึ้นลวนเปดรับผูคนทั่วไปใหเขารวมกิจกรรมได แมจะไมใชชาวจีนไหหลำก็ตาม141515 สัมภาษณ ปราโมทย บุษยามงคล, เจาของธุรกิจคานเรือมงคลประเสริฐชัยและประธานคณะกรรมการศาลเจาเฮียตี๋กง, 6 เมษายน 2568.


136ภาพที่ 26 ศาลเจาเฮียตี๋กง(ที่มา: พิมศศิ บุญปาน, 4 เมษายน 2568)


Click to View FlipBook Version