87รูปแบบทุนนิยมที่มีลักษณะเอื้ออาทรตอชุมชน และมีความสำเร็จ ของธุรกิจผูกพันอยูกับความเปนอยูที่ดีของคนในชุมชน เนนการบริหารแบบสรางคนสรางอาชีพมาจนถึงปจจุบัน56คุณูปการลำดับถัดมาที่ตองกลาวถึง คือ บทบาทในดานการศึกษา อาทิ ในสายขุนสมุทมณีรัตน แรกเริ่มทานไดกอตั้งโรงเรียนสตรีขึ้น โดยเชาบานของนางทิพย สวยสำอางค ซึ่งตั้งอยู หมูที่ 5 ตำบลทาฉลอม และหาครูจากกรุงเทพฯ มาทำการสอน ตอมาชาวบานรองขอใหรับนักเรียนชายเปนนักเรียนดวย ขุนสมุทรมณีรัตนก็อนุโลม และใหนามโรงเรียนวา โรงเรียนบำรุงวิทยา หลายปตอมาก็ไดยายโรงเรียนจากที่เดิมมาปลูกใหมในที่ของขุนสมุทมณีรัตน ซึ่งเปนที่ ที่ไดรับมรดก ตั้งอยูหมูที่ 4 ตำบลทาฉลอม (ปจจุบันคือที่ตั้ง รานมณีโอสถ)ขุนสมุทมณีรัตนเปนผูที่เปนความสำคัญทางการศึกษา ไดกอตั้งโรงเรียนและไมคิดคาเชาที่ ทั้งยังไดอุปการะตลอดมา อีกประมาณ 20 ปครูที่สอนระยะเริ่มแรกก็มี ครูพุก มณีรัตนภรรยาของขุนสมุทรมณีรัตน67, ครูแมน ตูจินดา, ครูฟน สิทธิสาราการ และครูคนอื่น ๆ โรงเรียนไดมีการยายอยูหลายครั้ง และพัฒนามาเปน โรงเรียนสมุทรสาครบูรณะ ในปจจุบัน นอกจากนี้ขุนสมุทมณีรัตนยังเปนผูกอตั้ง โรงเรียนประชาบาลตำบลบางกระเจา 4 (นาเกลือมณี6 สัมภาษณ พอจำ อรัณยกานนท, ทายาทผูดูแลบริษัท นาเกลือขุนสมุทรมณีรัตน จำกัด รุนที่ 4, 5 เมษายน 2568. 7 เรื่องเดียวกัน.
88รัตน) ปจจุบันคือ โรงเรียนสมุทรมณีรัตนซึ่งทายาทตระกูลมณีรัตนก็ยังคงใหการสนับสนุนตลอดมาภาพที่ 17 ปายหอสวดมนต วัดแหลมสุวรรณารามที่ตระกูลมณีรัตนสรางไวในพระพุทธศาสนา(ที่มา: ยุทธนา ทองดี, 25 มกราคม 2568)ในดานการพระศาสนาตระกูลมณีรัตน สายขุนสมุทมณีรัตน มีบทบาทสำคัญในการทำนุบำรุงวัดวาอารามหลายแหงในจังหวัดสมุทรสาคร และพื้นที่ใกลเคียง ทั้งการบูรณปฏิสังขรณ การสรางสาธารณูปโภคภายในวัด การบริจาคที่ดิน และการเปน หัวเรี่ยวหัวแรงในการเรี่ยไรปจจัยตาง ๆ ตัวอยางวัดที่ทานไดเขาไปชวยเหลืออยางมาก ไดแก วัดแหลมสุวรรณาราม วัดกลางอางแกว
89วัดบางหญาแพรก วัดใหญจอมปราสาท วัดชองลม ที่เห็นไดชัดเจน คือ การสรางหอสวดมนต วัดแหลมสุวรรณาราม ทวาไมเพียงเทานั้น ตระกูลมณีรัตนยังเปนตระกูล ที่มีความเชื่อมโยงกับสวนกลาง และสถาบันพระมหากษัตริย มีความใกลชิดกับเจานายในราชสำนักหลายพระองค แสดงใหเห็น ถึงสถานะ และการยอมรับของตระกูลในระดับสูง อยางเชน การตั้งชื่อลูกของขุนสมุทมณีรัตน โดยใชคำวา “พอ” นำหนาชื่อ เชน พอพันธพอพัฒนพอเพ็ญ และพอพลโดยสรุปตระกูลมณีรัตนเปนตระกูลชาวจีนที่ไดหยั่งรากลึก และสรางคุณูปการอเนกอนันตตอชุมชนทาฉลอม จังหวัดสมุทรสาคร ถือเปนแบบอยางของตระกูลที่อุทิศตนเพื่อพัฒนาทองถิ่นทาฉลอมอยางแทจริง อิทธิพลและบทบาทของตระกูลนี้แผขยายครอบคลุม ในหลากหลายมิติ ตั้งแตการเปนผูนำชุมชน การบุกเบิก และขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอยางยิ่งกิจการนาเกลืออันเปนรากฐานสำคัญ การสงเสริมความกาวหนาทางการศึกษา การเปนพุทธศาสนูปถัมภก ผูทำนุบำรุงวัดวาอาราม การพัฒนาโครงสรางพื้นฐานที่จำเปนตอชีวิตความเปนอยูของประชาชนในพื้นที่ทาฉลอม ตลอดจนการสรางความสัมพันธอันดีกับราชสำนักสยาม และหนวยงานราชการสวนกลาง เรื่องราวของตระกูลมณีรัตนจึงเปนสวนสำคัญในหนาประวัติศาสตรของชุมชนทาฉลอม และเปนประวัติศาสตรความทรงจำ ของคนในชุมชนสืบไป
90ตระกูลมีอำพล ตระกูลมีอำพลเปนตระกูลเกาแกตระกูลหนึ่งในตำบลทาฉลอม จังหวัดสมุทรสาคร มีจุดเริ่มตนจาก จีนมีมีอำพล (แซโลว) แตงงานกับ นางเผื่อน มีอำพล และมีลูกดวยกัน 3 คน คือ ขุนพินิจนรภาร (ยี้ มีอำพล) สาย มีอำพล และผูใหญเทียบ มีอำพล ซึ่งกลายมาเปนสายตระกูลมีอำพลที่แตกขยายออกมาจนจึงไดขยายสายตระกูลจนถึงปจจุบัน ในระยะแรกของการอพยพเขามาตั้งถิ่นฐานในทาฉลอม ตระกูลมีอำพลนำโดยจีนมีไดยึดอาชีพคาขายทั่วไป และทำประมง โดยนำปลามาแปรรูปเปนปลาเค็ม ภายหลังเมื่อธุรกิจประมงและคาขายซบเซาลง ใน พ.ศ. 2495 ตระกูลมีอำพลจึงไดเริ่มจับธุรกิจใหมอยางการเปด “โรงหนังศรีอำพล” ซึ่งเปนโรงภาพยนตรที่แรกในทาฉลอมที่คนทาฉลอมตางมีความทรงจำรวม ตัวอยางเชน เจาของราน ขายลูกชิ้นรายหนึ่งไดเลาวา “โรงหนังศรีอำพลเนี้ย ไมมีหลังคา ทำใหเห็นแสงดาวแสงจันทร ไฟก็สวางมาก ในซอยเนี้ย ไมตองเปดไฟ ก็สวางทั้งซอย คนก็นิยมไปอยางมาก คอนขางครึกครื้นเลยละ”78กระทั่งเมื่อเกิดเหตุการณไฟไหม จึงมีการเปดโรงภาพยนตรชั่วคราวชื่อโรงหนังแสงเดือน กอนที่ใน พ.ศ.2516 จะไดสรางโรงภาพยนตรใหมขึ้นแทนที่ในชื่อ “โรงหนังทาฉลอม”8 สัมภาษณ ไมประสงคออกนาม, เจาของรานลูกชิ้นทาฉลอม, 6 เมษายน 2568.
91ภาพที่ 18 โรงหนังศรีอำพล(ที่มา: เพจเฟสบุค โรงภาพยนตรในประเทศไทย.)
92ภายหลังจากการยุติกิจการโรงภาพยนตรซึ่งเคยเปนหนึ่ง ในธุรกิจสำคัญของตระกูลมีอำพล สมาชิกในตระกูลไดเริ่มธุรกิจธนาคารพานิชย โดยเปนผูจัดการสาขาธนาคารกรุงเทพฯ พานิชยการ บริเวณฝงมหาชัย ทั้งนี้มีวัตถุประสงคหลักเพื่อสรางโอกาสในการประกอบอาชีพใหแกลูกหลานในตระกูล อยางไรก็ตามธุรกิจธนาคารดังกลาวดำเนินการไดเพียงระยะหนึ่งก็ตองปดตัวลงเมื่อธุรกิจครอบครัวไมสามารถดำเนินตอ ไ ปได สมาชิกในตระกูลมีอำพลจึงเริ่มแยกยายกันไปตามแนวทางของตนเอง บางรายเขาสูระบบราชการ เชน การรับราชการตำรวจและทหาร ขณะที่บางสวนเลือกประกอบอาชีพอิสระ เชน การเปดรานขนมโก ซึ่งยังคงสะทอนถึงความพยายามในการปรับตัวในรูปแบบใหมถึงแมบทบาทของตระกูลมีอำพลในเชิงธุรกิจและสังคม จะลดลงอยางเห็นไดชัดในปจจุบัน แตหลักฐานทางกายภาพที่แสดงถึงความรุงเรืองในอดีตของตระกูล ก็ยังคงปรากฏอยูในพื้นที่ทาฉลอม เชน อาคารของตระกูลมีอำพลและพื้นที่ที่เคยเปนโรงภาพยนตร ซึ่งลวนมีคุณคาทางประวัติศาสตรและวัฒนธรรมดานบทบาทของตระกูลมีอำพลที่มีตอทาฉลอม สามารถแบงได 3 ดาน ดังนี้ 1. ดานการทำงานรับราชการ กรณีนายเทียบหรือผูใหญเทียบ ไดเปนกรรมการสุขาภิบาลทาฉลอม และไดรับเลือกเปนผูใหญบานฝงหัวบาน ต. ทาฉลอม ตอมาเมื่อขุนพินิจนรภารหมดวาระ จึงใหผูใหญเทียบขึ้นรับตำแหนงแทน กรณีนี้แสดงใหเห็นถึงการเขามามีบทบาทในสวนงานราชการ ซึ่งเปนบทบาทที่สำคัญที่มีผลตอ การพัฒนาทาฉอม 2. ดานวิถีชีวิต ตระกูลมีอำพลมีการปรับเปลี่ยนวิถี
93ชีวิตเรื่อยมา ตั้งแตการคาขายทั่วไปจนถึงการเปดโรงหนัง บริหารธนาคาร และคาขายขนมโกตั้งแตรุน 1 – 3 จนถึงปจจุบัน ซึ่งขนมโกชวงแรก ทำกินกันเพียงในครอบครัว และแจกจายใหแกญาติ จนปจจุบันไดขยายเปนธุรกิจสวนตัว 3. ดานศาสนา ตระกูลมีอำพล ไดสรางศาลาของตระกูลมีอำพล ใน พ.ศ. 2529 โดยสรางคูกับตระกูลมณีรัตน สะทอนถึงความสัมพันธระหวางตระกูล เพราะสายตระกูล รุนลูกรุนหลานของมีอำพลและมณีรัตนแตงงานกัน คือ โกมล มีอำพล และพอพิศ มีอำพล (มณีรัตน)จากการศึกษาคนควาและการสัมภาษณผูใหขอมูลในพื้นที่ พบวา ตระกูลมีอำพลมีบทบาทสำคัญตอชุมชนทาฉลอม ในชวงระยะเวลาหนึ่ง โดยเฉพาะในดานเศรษฐกิจและสังคม ตระกูลดังกลาวมีสวนรวมในการพัฒนาพื้นที่ ทั้งในเชิงการคา การคมนาคม และการมีสวนรวมในกิจกรรมของชุมชน ซึ่งสะทอน ถึงอิทธิพลและสถานะทางสังคมของตระกูลในอดีตอยางชัดเจนอยางไรก็ตาม เมื่อเวลาผานไป บทบาทของตระกูลมีอำพลในพื้นที่ ทาฉลอมคอย ๆ ลดนอยลง อันเนื่องมาจากปจจัยทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป การเปลี่ยนผานของโครงสรางสังคม รวมถึง การขยายตัวของเมืองและรูปแบบการดำรงชีวิตของผูคนที่แตกตางจากอดีต ปจจุบันตระกูลมีอำพลมิไดมีบทบาทตอพื้นที่เหมือนในอดีต หากแตยังคงหลงเหลืออยูในความทรงจำของผูคน ผานคำบอกเลา เรื่องเลา และประวัติศาสตรที่ถายทอดกันมาในชุมชน
94ตระกูลสรอยเพ็ชรสรอยเพ็ชร (แซจู) เปนตระกูลคนจีนแตจิ๋วที่เขามาอาศัย อยูในตำบลทาฉลอมมาเปนเวลานาน โดยตนตระกูลเริ่มตนจากรุน คุณปูซือกุยเดินทางจากประเทศจีนเขามาอาศัยอยูที่ทาฉลอม และไดแตงงานกับคุณแฉง ซึ่งเปนคนไทย มีบุตรธิดารวมกัน 6 คน 2 ใน 6 คน มีคุณใช และคุณนคร สรอยเพชร โดยคุณใชไดแตงงาน กับ คุณชั้น และไดตั้งครอบครัวของตนเอง คือ ตระกูลสุวรรณเมนะ มีบุตรธิดารวมกันคือ คุณนาถ สุวรรณเมนะ ไดแตงงานกับ นางทองโปรง ทับทิมทอง สวนคุณนคร สรอยเพชร ไดแตงงานกับ คุณสงา บัวจงกลม มีบุตรธิดาดวยกัน 7 คน หนึ่งในนั้นคือคุณนิคม สรอยเพ็ชร ไดแตงงานกับคุณพรจิตร สรอยเพ็ชร (ปาจู) มีบุตรธิดาดวยกัน 2 คน คือ คุณนิอร สรอยเพ็ชร และคุณนิรุธ สรอยเพ็ชรชวงแรกหลังจากที่คุณปูซือกุยเดินทางจากประเทศจีน เขามาอาศัยอยูที่ทาฉลอม ไดประกอบอาชีพทำโปะเรือ และแจวเรือจางรับสงทาฉลอม - มหาชัย เนื่องจากสมัยกอนไมมี เรือยนต ตอมาเมื่ออาชีพแจวเรือไมเปนที่ตองการ คุณปูซือกุย และพี่ชายไดหันมาเปดรานขายของทั่วไป และทำงานอื่น ๆ ที่สามารถเลี้ยงตนเองและครอบครัวได เมื่อถึงรุนของคุณนิคม สรอยเพ็ชร ไดแตงงานกับคุณพรจิตร สรอยเพ็ชร (ปาจู) ไดชวยกันขายขาวตม แตขายไดไมนานคุณพรจิตรตั้งทอง คุณนิคมและคุณพรจิตร จึงเปลี่ยนไปทำอาชีพอื่น ๆ ทายที่สุดไดเปดกิจการรานคาขายของทั่วไปและอุปกรณเบ็ดเตล็ดตาง ๆ ในนามราน “พรไพศาล” ซึ่งเปดมาเปนเวลามากกวา 10 ป และยังคงเปดอยูในปจจุบัน
95ภาพที่ 19 คุณพรจิตร สรอยเพ็ชร(ที่มา: ปาจรีย พรหมภินันท, 7 เมษายน 2568)จากการสัมภาษณคุณพรจิตร สรอยเพ็ชร (ปาจู) ซึ่งเปนภรรยาของคุณนิคม สรอยเพ็ชร เปนคนจีนแตจิ๋วแซโงวยายเขามาอาศัยในทาฉลอมตามบิดาและมารดาตั้งแตอายุ 6 ขวบ ไดกลาววา ตระกูล สรอยเพ็ชรไมไดปรากฏบทบาทตอทาฉลอมอยางแนชัด แตเปนอีกหนึ่งตระกูลที่สรางถิ่นที่อยูอาศัยและประกอบอาชีพอยูในตำบล ทาฉลอมมาเปนเวลานาน สวนคุณพรจิตร สรอยเพ็ชร (ปาจู) ซึ่งเปนสะใภของตระกูลสรอยเพ็ชรมีนิสัยชอบทำบุญและไดบริจาคเงินชวยเหลืองานตาง ๆ ของศาลเจาภายในทาฉลอมอยูเสมอ จนไดรับ
96การแตงตั้ง ใหเปน “เถานั้ง” ประจำศาลเจากลางตั้งแต พ.ศ. 2551 มาจนถึงปจจุบัน นอกจากนี้คุณพรจิตร สรอยเพ็ชร ยังอยูในกลุมพลังสตรีทาฉลอมซึ่งไดรวบรวมเงินบริจาคเปนจำนวน 1 ลานบาท เพื่อสนับสนุนการสรางโรงพยาบาลนครทาฉลอมอีกดวยแมวาตระกูลสรอยเพ็ชรไมไดปรากฏบทบาทตอทาฉลอมอยางแนชัดในอดีตเหมือนตระกูลอื่น แตในดานการชวยเหลือสาธารณประโยชนภายในทองถิ่น ตระกูลนี้ก็มีบทบาทในการเปนผูสนับสนุนทุนทรัพย ดังจะเห็นไดจากกรณีของคุณพรจิตรเปนสวนหนึ่งในการดำเนินการรวมบริจาคเงินสนับสนุนสรางโรงพยาบาลนครทาฉลอม และการปรากฏนามของสกุลสรอยเพ็ชร ในการบริจาคเงินเพื่ออุปถัมภศาลเจาหลายแหงในทาฉลอม (โดยไมวาจะเปน สรอยเพ็ชร สรอยเพชร หรือสรอยเพ็ชรตางเปนลูกหลานในสกุลนี้ทั้งสิ้น)89จากการศึกษาคนควาและการรวบรวมขอมูลพบวา ตระกูลสรอยเพ็ชร เปนหนึ่งในตระกูลคนจีนแตจิ๋ว (แซจู) ที่อาศัยอยูในตำบลทาฉลอมมาเปนเวลานาน โดยเริ่มจากการทำโปะเรือ และแจวเรือรับจาง กอนพัฒนามาเปนอาชีพตาง ๆ หนึ่งในนั้น คือ รานคาพรไพศาล สวนในแงบทบาทของตระกูลจะเนนไปที่การเปนผูสนับสนุนสาธารณประโยชนของทองถิ่นผานการบริจาคทุนทรัพย โดยเฉพาะกับศาลเจาในทาฉลอม9 สัมภาษณพรจิตร สรอยเพ็ชร, ภรรยาคุณนิคม สรอยเพ็ชร, 7 เมษายน 2568.
97ตระกูลสุวรรณเมนะตระกูลที่มีบทบาทในการขับเคลื่อน และพัฒนาชุมชนทาฉลอม หนึ่งในนั้นคือ ตระกูล “สุวรรณเมนะ”910 ซึ่งแมจะไมไดเปนตระกูลใหญโตหรือร่ำรวย แตก็ไดสรางคุณูปการ และฝงรากลึก ในความทรงจำของชาวทาฉลอมอยางเดนชัด โดยเฉพาะอยางยิ่ง ในสวนของบทบาทชีวิต และผลงานของครูนาถ สุวรรณเมนะ ผูเปนดั่งแสงประทีปสองนำทางการศึกษา และพัฒนาชุมชนแหงนี้ตระกูลสุวรรณเมนะ เปนตระกูลของคนไทยเชื้อสายจีนแตจิ๋ว1011 ที่มีความสัมพันธทางสายเลือดกับตระกูลสรอยเพ็ชร กลาวไดวาเปนเครือญาติกัน บทบาทสำคัญของตระกูลนี้ คือ การเปนผูมีสวนในการศึกษาในทองถิ่น โดยเริ่มตั้งแตรุนครูนาถ สุวรรณเมนะ อดีตครูใหญโรงเรียนเทศบาลวัดแหลมสุวรรณารามมาจนถึงรุนลูกที่รับราชการครูเชนเดียวกัน คือ ครูปราณีต ธนูพันธ อดีตขาราชการบำนาญครู และครูธนู สุวรรณเมนะ อดีตรองผูอำนวยโรงเรียนเทศบาลวัดแหลมสุวรรณาราม (วัฒนารวมวิทยา)จากชีวประวัติของครูนาถ ที่กลาววาครูนาถไดเผชิญกับความยากลำบากตาง ๆ เมื่อแรกรับราชการในตำแหนงครูนอย กระทั่งสามารถกาวขึ้นมาเปนครูใหญและตำแหนงสำคัญตาง ๆ1112 แสดงใหเห็นวา ครูนาถเปนผูมีสวนสำคัญในการสงเสริมการศึกษา 10 อนุสรณงานพระราชทานเพลิงศพ ครูนาถ สุวรรณเมนะ ท.ม. อดีตครูใหญ ร.ร.เทศบาลวัดแหลมสุวรรณาราม (ม.ป.ท.: ม.ป.พ., 2545). 11 สัมภาษณ ปราณีต ธนูพันธ, อดีตขาราชการครู, 6 เมษายน 2568. 12 เรื่องเดียวกัน.
98ของคนในชุมชนทาฉลอม คำไวอาลัยในการเสียชีวิตของครูนาถเปนหลักฐานแสดงใหเห็นวาครูนาถ เปนขาราชการที่ดี เปนแบบอยางใหกับบุตรธิดา ตลอดจนเปนผูมีความเลื่อมใสในพระศาสนา อยางหนักแนน และมีอุดมการณของความครูอยูเต็มเปยมหัวใจ ดังที่ครูปราณีต ธนูพันธ บุตรสาวคนโตไดกลาววา แมจะไมได มีครอบครัวที่ร่ำรวย แตมีพอเปนแบบอยางที่ดี1213ดังนั้นในสวนบทบาทในทองถิ่น จะเห็นไดชัดเจนวาตระกูลสุวรรณเมนะ ไดใหความสำคัญกับการศึกษาเปนอยางมาก และมีสวนสงเสริมใหคนในชุมชนทาฉลอมเห็นคุณคาของการศึกษาเสมอมา ผานอาชีพครู13 สัมภาษณ ปราณีต ธนูพันธ, อดีตขาราชการครู, 6 เมษายน 2568.
99ภาพที่ 20 ครูนาถ สุวรรณเมนะอดีตครูใหญโรงเรียนเทศบาลวัดแหลมสุวรรณาราม(ที่มา: อนุสรณงานพระราชทานเพลิงศพ ครูนาถ สุวรรณเมนะ ท.ม. อดีตครูใหญ ร.ร.เทศบาลวัดแหลมสุวรรณาราม)
100ตระกูลอุตะเดช สายสกุลอุตะเดช เดิมใช “แซเจง” เปนสายตระกูลจีนดั้งเดิม ตั้งแตสมัยอยุธยา แตเมื่อเสียกรุงศรีอยุธยา จึงมีการยายเขามาในพื้นที่ทาฉลอม โดยเริ่มแรกเขามาทำการประมงและคาขาย ซึ่งบุคคลสำคัญในสายตระกูลยังมีความสำคัญและเปนที่รูจักแกผูคนในพื้นที่ ไดแก พลอย แซเจง หรือที่รูจักกันในนาม “จีนพลอย” ผูไดรับเสด็จ เรือพระที่นั่งในรัชกาลที่ 5 เปนการสวนพระองค เรื่องราวของจีนพลอยมีอยูวาในชวง ร.ศ. 123 จีนพลอยไดพบเรือพระที่นั่งหลงอยูบริเวณปากอาวดวยความบังเอิญ จึงชวยนำเรือพระที่นั่งเขาอาวเมืองสมุทรสาคร การปฏิบัติเชนนี้ของจีนพลอย ถือวาเปนการสรางคุณงามความดีใหแกสายตระกูลและพื้นที่ทาฉลอม ทำใหไดรับสารตราหนึ่งฉบับ จากศาลาวาการมหาดไทยในรัชกาลที่ 5 ไดโปรดเกลาฯ ใหสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทำสารตรา ที่ 2/1613 ลงวันที่ 24 พฤษภาคม ร.ศ. 124 ใหกับจีนพลอย และครอบครัว เพื่อฝากฝงจีนพลอยตอขาหลวงเทศาภิบาล และผูวาราชการเมือง กรมการอำเภอทั้งปวงใหชวยเหลือเกื้อหนุน จีนพลอยในที่ชอบดวยพระราชกำหนดกฎหมาย
101ภาพที่ 21 สารตราเรื่องจีนพลอย(ที่มา: เพจเฟสบุคบานทาฉลอม)
102จีนพลอย หรือ พลอย แซเจง ในภายหลังไดตั้งนามสกุลไทยวา “อุตะเดช” โดยไดไดใชนามสกุลนี้ในหมูพี่นองทั้ง 5 อันเกิดจาก นายอูดและนางเล็ก แซเจง คือ1. นางพวง อุตะเดช บุตรสาวคนแรก แตงงานกับตระกูล ตันพัฒนา มีบุตรธิดา 4 คน2. นางซกชุน อุตะเดช บุตรสาวคนที่สอง แตงงานกับตระกูลระวิวงษมีบุตรธิดา 10 คน 3. นายเพชร อุตะเดช หรือ จีนเพชร บุตรชายคนแรก มีบุตรธิดา 6 คน และมีลูกหลานในสายสกุลรุนที่ 3 ยังคงอาศัยอยูในพื้นที่ทาฉลอม4. นายพลอย อุตะเดช หรือ จีนพลอย มีบุตรธิดา 5 คน5. นายคำ อุตะเดช บุตรชายคนที่สาม แตงงานกับหญิงจากตระกูลตูจินดา มีบุตรธิดา 7 คน และในเวลาตอมาเนื่องจากนายคำไดรับตำแหนงเปนผูใหญบาน ชาวบานจึงเรียกกันวา ผูใหญคำ ดังนั้นตระกูลอุตะเดชจึงสืบมา 3 สาย คือ ทางนายเพชร นายพลอย และนายคำ โดยมีนายพลอยเปนผูริเริ่มใหหันมาใชนามสกุลไทย ดังนั้นแงหนึ่งจีนพลอย จึงเปนตนตระกูลอุตะเดชในอดีตสายตระกูลนี้ประกอบอาชีพประมง โดยเริ่มแรก ทำการประมงจับปลาทู ดองปลาทูเค็ม และทำน้ำปลาจากน้ำดอง ปลาทู ซึ่งเปนภูมิปญญาการถนอมอาหารที่ใชภายในครัวเรือน และคาขายในชุมชนที่สืบทอดมาจนถึงปจจุบัน ตอมาคุณวิรัช อุตะเดช บุตรคนที่สองของจีนเพชร เห็นวาปลาในทองถิ่นลดนอยลง
103จึงเปลี่ยนจากอาชีพการทำประมงเปนการคาไมกระดาน โดยนำไมกระดานจากคุณบุญชวย บุตรสาวคนโตของจีนเพชร ที่มีการจำหนายไมอยูในพื้นที่ฝงมหาชัยมาขาย เนื่องจากคุณวิรัช มองวาในพื้นที่ทาฉลอมนั้นยังไมมีการคาไมในขณะนั้น จึงริเริ่มธุรกิจคาไมขึ้น กอนจะขยายมาดำเนินธุรกิจบานเชา เพื่อใหผูที่ไดรับผลกระทบอพยพจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาพักอาศัยควบคูไปดวยแตเมื่อสังคมเปลี่ยนแปลงและพัฒนาขึ้น ความนิยมในการสรางบานไมลดลง สวนทางกับบานปูน ธุรกิจคาไมกระดานจึงสิ้นสุดลง และเปลี่ยนไปสูการคาของปลีก-สง ที่ดำเนินกิจการมาจนถึง พ.ศ. 2535 และนอกเหนือจากการดำเนินการธุรกิจ ในชวงเวลาเดียวกัน คุณวิรัชยังไดดำรงดำรงตำแหนงสมาชิกเทศบาลสมุทรสาคร จึงทำใหมีบทบาทสำคัญในการเปนที่พึ่ง ใหคำปรึกษาและชวยเหลือดานตาง ๆ กับผูคนในชุมชนทาฉลอม ควบคูไปกับการดำเนินธุรกิจจากที่กลาวมาขางตนทำใหเห็นบทบาทของตระกูลอุตะเดช ทางดานสังคมและเศรษฐกิจตอพื้นที่ทาฉลอม กลาวคือ ตั้งแตจีนพลอย ตนตระกูลอุตะเดช ที่ไดสรางคุณงามดี ตอพระมหากษัตริยในรัชกาลที่ 5 สืบทอดมาจนถึงบุตรหลาน ในตระกูล อยางคุณดวงดาว อุตะเดช รุนที่ 3 ของสายตระกูลซึ่งสืบเชื้อมาจากทางจีนเพชรผานคุณวิรัช อุตะเดช ผูเปนบิดา ซึ่งเปนอดีตขาราชการครูสอนในโรงเรียนประจำจังหวัด จนเกษียณอายุราชการ และยังคงอาศัยอยูในพื้นที่ทาฉลอม ก็มีการรวมบุญ สรางความดีใหกับ วัด ศาลเจาและพื้นที่ทาฉลอม อยางเต็มที่ ไปถึงการคาขายพาณิชย ซึ่งแสดงใหเห็นถึงการกระตุน
104เศรษฐกิจใหกับพื้นที่ชุมชน ทั้งในการคาปลาทูดองเค็ม น้ำปลา ใหกับคนในพื้นที่ การริเริ่มคาไมกระดานฝงทาฉลอมเปนเจาแรก การคาขายปลีก-สง ไปจนถึงธุรกิจบานเชาที่สะทอนทั้งสังคม และเศรษฐกิจไปพรอมกัน อีกทั้งยังมีความสัมพันธกับชุมชน และสายตระกูลสำคัญในพื้นที่ทาฉลอมและพื้นที่ใกลเคียง เชน ตระกูล ตันพัฒนา ตระกูลระวิวงษ ตระกูลตูจินดา เปนตน131414 สัมภาษณดวงดาว อุตะเดช, ทายาทรุนที่ 3 ตระกูลอุตะเดช, 5 เมษายน 2568
105ตระกูลหะทัยธรรมตระกูลหะทัยธรรมเปนตระกูลชาวจีนที่เขามาประกอบอาชีพคาขายและทำธุรกิจภายในจังหวัดสมุทรสาครมาอยางยาวนาน โดยเริ่มตนจากกิจการคาขายขนาดเล็ก กอนพัฒนาเปนกิจการ ขนาดใหญสามารถขยายไปหลายสาขาในพื้นที่สมุทรสาคร ตระกูลหะทัยธรรมมีกิจการคาขายหลากหลายและเปลี่ยนไป ตามบริบทสังคม และดวยการใหความสำคัญกับการศึกษา ทำให คนในตระกูลดังกลาวสามารถนำความรูมาตอยอดพัฒนาธุรกิจ ของตระกูลในพื้นที่สมุทรสาครไดตนตระกูลหะทัยธรรม คือ คุณกง หรือ คุณวัฒนะ หะทัยธรรม ซึ่งเปนลูกของคุณซงเหา แซโคว ที่เขามาประกอบกิจการคาขายในพื้นที่กระทุมแบน จังหวัดสมุทรสาคร โดยคุณวัฒนะ ไดติดตามบิดามาจากประเทศจีนเพื่อชวยกิจการของครอบครัว และเนื่องจากพื้นที่กระทุมแบนในเวลานั้น มีชาวจีนบาบาเขามา เปดสอนภาษาอังกฤษ คุณวัฒนะจึงเกิดควานสนใจจะศึกษา แตเนื่องจากครอบครัวไมเห็นดวย คุณวัฒนะจึงไดแตเพียงไปคบหากับบรรดานักเรียนและคุณครูทุกเย็น ซึ่งกลายมาเปนประโยชน กับการคาขาย และการพัฒนาธุรกิจที่สงผลมาจนถึงปจจุบัน เนื่องจากเพื่อนกลุมนี้ไดกระจายไปอยูในสายวิชาชีพตาง ๆ141515 จันทรฉาย หะทัยธรรม ปทุมานนท, ตระกูล “หะทัยธรรม” (ม.ป.ท. : ม.ป.พ. , 2557), 1.
106ในวัย 24 คุณวัฒนะไดแตงงานและยายเขามาในพื้นที่ ทาฉลอม สมุทรสาคร เพื่อประกอบกิจการคาในพื้นที่โดยมีชื่อกิจการวา “รานเมงกวน” ซึ่งมาจากชื่อรานเดิมในพื้นที่กระทุมแบน โดยเปนกิจการคาบนเรือแพ เนนขายสินคาทางน้ำ ประกอบดวยการคาไมแปรรูป ปูนซีเมนต และน้ำมันเบนซิน ซึ่งการคา ประสบความสำเร็จอยางมาก เนื่องจากเปนกลุมแรกที่นำไมแปรรูปเขามาในพื้นที่ทาฉลอม และคาขายสินคาอื่น ๆ ที่มาจากในกรุงเทพฯและตางประเทศ1516ตอมาใน พ.ศ. 2485 รานเมงกวนไดยายขึ้นมาปลูกอาคารที่หัวบานและเปลี่ยนชื่อรานเปน “รุงเรืองพาณิชย” ตามนโยบาย รัฐนิยม กิจการมีความเจริญรุงเรืองเปนลำดับ จนสามารถขยายกิจการ ไปฝงมหาชัยใหลูกหลานดูแล เปนผลใหคุณวัฒนะเปนที่ไดยอมรับ ในพื้นที่สมุทรสาคร ผูวาเมืองสมุทรสาครจึงไดแตงตั้งใหเปนผูกำกับโทของลูกเสือสมุหเสนา โดยทำหนาที่อุปการะและสงเสริมกิจการ ของลูกเสือสมุหเสนาในจังหวัด1617 รุงเรืองพาณิชยดำเนินกิจการมาจนถึงสมัยสงครามโลก ครั้งที่ 2 จึงตองปดตัวลง เนื่องจากปกติแลวคุณวัฒนะนำไมแปรรูปจากโรงงานที่ยศเส ซึ่งเปนโรงงานของลูกชายมาขาย แตในชวงเวลาดังกลาวพื้นที่ยศเสไดรับความเสียหายจากการทิ้งระเบิด จึงไมสามารถผลิตและสงไมมาขายที่ทาฉลอมได และเวลาไลเลี่ยกันคุณวัฒนะ 16 จันทรฉาย หะทัยธรรม ปทุมานนท, ตระกูล “หะทัยธรรม”, 1. 17 เรื่องเดียวกัน, 2.
107ก็เสียชีวิตลง ทายาทจึงปดกิจการการคาในฝงทาฉลอม แตยังคงเปดในฝงมหาชัยอยู ทั้งนี้ครอบครัวยังมีธุรกิจที่พัฒนาในพื้นที่สมุทรสาครและมีการสงเสริมการศึกษาใหกับลูกหลานจึงทำใหลูกหลานสวนใหญศึกษาอยูตางประเทศและกรุงเทพมหานคร หลังจากการปดกิจการรุงเรืองพาณิชยลูกหลานบางสวน ไดแยกยายไปอาศัยอยูทั้งในกรุงเทพฯ และตางประเทศ แตยังคงมี คุณปราโมทย หะทัยธรรม ที่ประกอบกิจการอยูในพื้นที่สมุทรสาคร โดยเปด รานแสงชัย ใน พ.ศ. 2491 ซึ่งพัฒนากิจการกับคุณแมบังอร กิจการประกอบไปดวยการคาขายเครื่องเหล็ก ฮารดแวรอุปกรณสำหรับการกอสรางขนาดเล็ก และสินคาทั่วไป ซึ่งไดรับผลตอบรับที่ดีอยางมากจนสงผลใหสามารถขยายกิจการไปไดทั้งสิ้น 4 สาขา โดยประกอบดวย แสงชัยไพศาลฮารดแวรแสงชัยวัสดุภัณฑ แสงชัยซุปเปอรสตีล และ แสงชัยโลหะกิจคุณปราโมทยมีลูกทั้งหมด 7 คน กิจการหางรางแสงชัย จึงไดรับการสืบตอโดยลูกหลานในตระกูล และขยับขยายเปนกิจการอื่น ๆ คุณปราโมทยไมไดเพียงมีบทบาทในดานธุรกิจ ภายในสมุทรสาครเพียงเทานั้น แตยังคงมีบทบาทในดานศาสนา อยางการทำนุบำรุงศาลเจาพอหลักเมือง โดยเปนประธานกรรมการศาลเจาพอหลักเมืองและสุสานน่ำเก็ก และไดเปนสวนหนึ่ง ในการสนับสนุนใหมีพิธีเดินแหเจาพอหลักเมือง จนสืบเนื่องมาจนถึงปจจุบัน
108ภาพที่ 22 วัฒนะ หะทัยธรรม และครอบครัวในโอกาสอายุครบรอบ 6 รอบ ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2498(ที่มา: ตระกูล “หะทัยธรรม”)
109คุณพรชัย หะทัยธรรมซึ่งเปนลูกชายของคุณปราโมทย ไมไดสืบทอดกิจการของคุณพอ คุณพรชัยไดริเริ่มกิจการ สมุทรสาครฮอนดาคารขึ้นใน พ.ศ. 2538 ซึ่งเปนกิจการเกี่ยวกับรถยนตและไดรับผลตอบรับที่ดีอยางมาก เนื่องจากภายในพื้นที่สมุทรสาคร ในชวงเวลานั้นยังไมมีกิจการศูนยรถยนตเขามาในพื้นที่ คุณพรชัยจึงริเริ่มกิจการเขามา เนื่องจากเห็นวาพื้นที่สมุทรสาคร กำลังเปนพื้นที่ที่ไดรับการพัฒนาและใกลกับกรุงเทพ โดยเฉพาะ ถนนพระรามที่ 2 จึงสามารถขยายธุรกิจได กิจการศูนยฮอนดาไดผลตอบรับดีอยางมากจนสงผล ใหเปดศูนยแยกซึ่งเปนของตระกูล คือ สาครบุรีฮอนดา ในพื้นที่ พระรามที่ 2 และ บริษัท พรโชค จำกัด ซึ่งเปนบริษัทซอมยานยนต และจักรยานยนต โดยใหลูกหลานของคุณพรชัยเปนผูดูแล ทั้งนี้ คุณพรชัยยังคงชวยทำนุบำรุงศาสนาโดยเฉพาะศาลเจาพอหลักเมืองสมุทรสาคร ที่ไดรับการฝากฝงมาจากคุณปราโมทยหะทัยธรรม และกิจการทั้งสามของคุณพรชัยยังคงมีอยูในปจจุบัน1718ตระกูลหะทัยธรรมเปนตระกูลจีนที่อยูในพื้นที่สมุทรสาคร และประกอบกิจการคาขายมาอยางยาวนาน โดยมีบทบาทอยางมากในการพัฒนาพื้นที่โดยเฉพาะในดานของเศรษฐกิจและศาสนา กลาวคือ ในดานเศรษฐกิจตระกูลหะทัยธรรมเปนตระกูลการคา ที่มีการเปลี่ยนแปลงและเติบโตอยางตอเนื่อง และถือเปนตระกูล 18 สัมภาษณ พรชัย หะทัยธรรม, เจาของสมุทรสาครฮอนดาคาร, 4 เมษายน 2568.
110ที่ริเริ่มกิจกรรมใหมในพื้นที่สมุทรสาคร โดยเริ่มตนจากการคาไม แปรรูป และสินคาจากทั้งตางประเทศและในประเทศ สิ่งนี้สงผลใหมีการเขามาของผูคนในการซื้อขายสินคาในพื้นที่ทาฉลอม จากการที่มีคนเขามาในพื้นที่ทำใหชวยกระตุนเศรษฐกิจภายในพื้นที่จากการซื้อขายสินคาทั้งสินคาภายในตระกูลและสินคา ในพื้นที่ทาฉลอมอื่น ๆ ผลของการเติบโตของธุรกิจในตระกูล ยังทำใหลูกหลานในตระกูลมีโอกาสเขาศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำ ซึ่งกลายมาเปนพื้นฐานสำคัญในการเขามาพัฒนาธุรกิจ เกิดเปนธุรกิจประเภทตาง ๆ ของตระกูล ที่มีสวนสำคัญในประวัติศาสตรธุรกิจภายในพื้นที่สมุทรสาคร ที่มีการพัฒนาความเปนเมืองในยุครวมสมัย เชน กิจการของคุณปราโมทยและคุณพรชัยในเวลาตอมา ผลของความสำเร็จในดานธุรกิจเชนนี้ สงผลใหตระกูล หะทัยธรรมมีบทบาทในดานความเชื่อทางศาสนา โดยเฉพาะกับการพัฒนาศาลเจาพอหลักเมืองสมุทรสาคร เริ่มตั้งแตการเปนหนึ่งใน ผูบริจาคสรางศาลเจาพอหลักเมืองรวมกับขุนสมุทรมณีรัตน และขุนเชิดมหาชัยในสมัยคุณวัฒนะ สวนในรุนตอมาอยาง คุณปราโมทย ก็ดำรงตำแหนงเปนประธานกรรมการศาลเจาพอ หลักเมือง และเปนผูเริ่มพิธีแหเจาพอหลักเมืองสมุทรสาคร ซึ่งเปนพิธีกรรมที่สืบเนื่องมาจนถึงปจจุบัน และในรุนของคุณพรชัย ก็ไดมีสวนในการชวยดูแลปรับปรุงศาลเจาพอหลักเมืองตอจากบิดา นอกเหนือสถานที่แหงนี้ ตระกูลหะทัยธรรมยังมีบทบาทในการสนับสนุนความชวยเหลือใหกับสุสานน่ำเกกอีกดวย
111ตระกูลหะทัยธรรม ไมไดเพียงแคอุปถัมภความเชื่อของชาวจีนเทานั้น แตยังมีบทบาทในการอุปถัมภความเชื่อแบบพุทธศาสนา ดังปรากฏวา คุณวัฒนะเมื่อสมัยทำการคาที่ทาฉลอมไดชวยทำนุบำรุงวัดชองลม วัดแหลมสุวรรณาราม วัดโกรกกราก และวัดอื่น ๆ ทั้งในกรุงเทพและตางจังหวัด และไดเขาพิธีอุปสมบทในพุทธศาสนา ที่วัดชองลม นี่เองจึงสะทอนใหเห็นถึงบทบาทของตระกูลหะทัยธรรมวาใหความสำคัญตอรากเหงาของชาวจีน ในการเผยแผความเชื่อ ทางศาสนาและวัฒนธรรม และใหความสำคัญกับความเชื่อ ของชาวพุทธและพัฒนาพื้นที่ในทาฉลอมตระกูลหะทัยธรรมจึงเปนตระกูลที่มีความสำคัญในพื้นที่โดยเฉพาะในดานของการพัฒนาเศรษฐกิจ เปนภาพสะทอนใหเห็นถึงการพัฒนาของชาวจีนในพื้นที่สมุทรสาครที่เขามาทำการคาขายประกอบกิจการตาง ๆ และพัฒนาใหประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะตระกูลหะทัยธรรมที่เติบโตขึ้นอยางมากทางธุรกิจ ดวยองคประกอบจากการศึกษาของคนในตระกูล จากการเรียนรู และสืบทอดการคาขายตั้งแตสมัยตนตระกูล สงผลใหเกิดบทบาท ตาง ๆ ในพื้นที่ ทั้งในดานธุรกิจที่เกิดกิจการของตระกูลภายในพื้นที่สมุทรสาครจำนวนมาก และในดานของศาสนา จนเผยแพรวัฒนธรรมและความเชื่อของชาวจีนใหเปนที่รูจักในพื้นที่จนถึงปจจุบัน
112สรุปผลการศึกษาจากการศึกษาทำใหเห็นถึงบริบทพื้นที่ ที่สงผลตอการพัฒนาเชิงเศรษฐกิจ สังคม วิถีชีวิต จากเมืองประมงสูเมืองอุตสาหกรรม อีกทั้งการศึกษาประเด็นดังกลาวทำใหเห็นถึงการเขามาของตระกูลจีนทั้ง 6 ตระกูล ที่เขามามีบทบาทในการพัฒนาพื้นที่ทาฉลอมตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบัน คือ ตระกูลมีอำพล เปนตระกูลที่บุกเบิกโรงหนัง แหงแรกในทาฉลอม (ศรีอําพล) ตระกูลมณีรัตน เปนตระกูล ที่ทำนาเกลือสมุทรแหงแรก ตระกูลสรอยเพ็ชร เปนตระกูลที่โดดเดน เรื่องความศรัทธาตอศาลเจาจีน ตระกูลอุตะเดช เปนตระกูลที่มีสวนในการพัฒนาทางเศรษฐกิจเเละสังคม ตระกูลสุวรรณเมนะ เปนตระกูล ที่มีบทบาทในดานการศึกษา และตระกูลหะทัยธรรม เปนตระกูล ที่มีบทบาทดานการคาขายเเละความเชื่อการเขามาของชาวจีนเหลานี้ปรากฏหลักฐานแสดง คือ สถาปตยกรรมที่สำคัญหลายแหงในพื้นที่ ที่สะทอนอัตลักษณ ความเปนจีน และหนังสืออนุสรณที่บอกเลาที่มาและความสำคัญของตระกูลตาง ๆ ที่มีบทบาทสำคัญในพื้นที่ทาฉลอม และในทายที่สุด สิ่งที่ไมอาจลืมไดวาภายใตการพัฒนาพื้นที่ของกลุมชาวจีนผานกิจการตาง ๆ ยังไดนำพากลุมคนชาติอื่น ๆ เชน มอญ พมา เขามาเปนแรงงานในพื้นที่อีกดวย
113รายการอางอิงหนังสือและเอกสารกงกรรม สังคมพุทธ ธรรมานุวัตรปนิวมอเนีย กฤตลักษณ มรรยาทเลมนอย. ม.ป.ท. : โรงพิมพแพรการชาง,2507.(พิมพเปนบรรณาการในงานฌาปนกิจศพ คุณแมสมเกลี้ยง มณีรัตน ณ เมรุวัดมกุฎกษัตริยาราม วันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2507)กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย. เทศาภิบาล เลม 3 แผน 15 วันที่ 1 มิถุนายน ร.ศ. 126. พระนคร: โรงพิมพอาสารักษาดินแดน, 2450.โกมารกุลมนตรี (ชื่น), มหาอำมาตยเอก พระยา. ประมวลโวหารของพระยาโกมารกุลมนตรี เลม 1. ม.ป.ท. : โรงพิมพไทยเขษม, 2490. (ภรรยา และบุตร ธิดา พิมพเปนบรรณาการในงานศพ ขุนสมุทมณีรัตน (มิ่ง มณีรัตน) ณ วัดแหลมสุวรรณาราม จังหวัดสมุทรสาคร วันอาทิตยที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2490)จันทรฉาย หะทัยธรรม ปทุมานนท. ตระกูล “หะทัยธรรม”. ม.ป.ท. : ม.ป.พ. , 2557.ชำนาญ ลือประเสริฐ, แส สายะเสวี และพอพันธุ มณีรัตน. บทอภิปรายธรรมเรื่อง ปฏิกูล ธาตุ อศุภในสติปฏฐาน. ม.ป.ท. : โรงพิมพสุทธิสารการพิมพ, 2508. (พุทธสมาคมแหงประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภพิมพเปนธรรมบรรณาการในงานฌาปนกิจศพ นางสมุทมณีรัตนณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม วันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2508)
114ทองหยก เลียงพิบูลย. หนังสือชุด กฎแหงกรรม. ม.ป.ท. : โรงพิมพจันหวา, 2512. (อนุสรณในงานพระราชทานเพลิงศพ นายวิชัย มณีรัตน ต.ม. ณ เมรุวัดสัตตนาถปริวัตร อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี วันอาทิตยที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2512)________. หนังสือชุด กฎแหงกรรม. ม.ป.ท. : โรงพิมพชวนพิมพ, 2512. (พิมพเปนอนุสรณในงาน ฌาปนกิจศพ คุณแมศิริ มณีรัตน ณ เมรุวัดสัตตนารถปริวัตร อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี วันเสาร ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2512)เทศบาลนครสมุทรสาคร. ประวัติศาสตร“ทาฉลอม” สุขาภิบาลหัวเมืองแหงแรกของไทย. ม.ป.ท. : ม.ป.พ. , 2552.บุตรี กรลักษณ. กฤตลักษณ : พิธีตาง ๆ ของบุคคล. ม.ป.ท. : โรงพิมพแพรการชาง, 2507. (พิมพเปนบรรณาการในงานฌาปนกิจศพ คุณแมสมเกลี้ยง มณีรัตน ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม วันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2507)ประภัสสร ชูวิเชียรและคณะ. รายงานสำรวจแหลงศิลปกรรมเมืองสมุทรสาคร: ทาฉลอม ทาจีน มหาชัย โครงการศึกษาขอมูลเชิงประวัติศาสตร และ ศิลปวัฒนธรรม ชุมชนทาฉลอมริมฝงมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร. ภาควิชาประวัติศาสตร-ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2557.พระพิมลธรรม (ชอบ). โยมแม. ม.ป.ท. : โรงพิมพดำรงธรรม, 2508. (พิมพเปนอนุสรณในงานฌาปนกิจศพนางสมุทมณีรัตน(เหง มณีรัตน) ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม วันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2508)
115พุทธธรรม. ม.ป.ท. : โรงพิมพบำรุงนุกูลกิจ, 2519. (ธรรมบรรณาการในงานพระราชทานเพลิงศพนาวาอากาศเอก พอพันธุ มณีรัตน ณ ฌาปนสถานกองทัพอากาศ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร วันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2519)ภาควิชามานุษยวิทยา คณะโบราณคดี. ยอนรอยทาฉลอม เสนทางวิถีชีวิตชุมชนประมงลุมแมน้ำทาจีน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ แหงจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย, 2561.ศูนยมานุษยวิทยาสิรินธร (องคการมหาชน). ชุมชนกับความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร. กรุงเทพฯ :ศูนยมานุษยวิทยาสิรินธร, 2559.สมเด็จพระมหาวีรวงศ (พิมพ). บทสรางนิสัย. ม.ป.ท. : โรงพิมพชวนพิมพ, 2519. (อนุสรณในงานรับพระราชทานเพลิงศพ นาวาอากาศเอก พอพันธุ มณีรัตน ณ ฌาปนสถานกองทัพอากาศ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร วันเสารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2519)สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (จวน). มนุษยธรรม เทวธรรม และพรหมธรรม. ม.ป.ท. : โรงพิมพมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2499. (พิมพแจกในงานปลงศพ อุบาสิกาพวง ตันพัฒนา ณ เมรุวัดชองลม จ. สมุทรสาคร 5 เมษายน พ.ศ. 2499)
116สิริวรรณ สิรวณิชย. “การศึกษาสำรวจสถานภาพความรูทางประวัติศาสตรทองถิ่น ชุมชนบานทาจีน สมุทรสาคร”. งานวิจัยนี้ไดรับการสนับสนุนจากกองทุนวิจัยและสรางสรรค คณะโบราณคดีมหาวิทยาลัยศิลปากร ปงบประมาณ 2561, 2561.อนุมานราชธน (ยง), พระยา. ศาสนาเปรียบเทียบ. ม.ป.ท. : โรงพิมพสุทธิสารการพิมพ, 2508. (อนุสรณงานฌาปนกิจศพนางสมุทมณีรัตน ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม วันพฤหัสบดีที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2508)อนุสรณงานพระราชทานเพลิงศพ ครูนาถ สุวรรณเมนะ ท.ม. อดีตครูใหญ ร.ร.เทศบาลวัดแหลมสุวรรณาราม ณ เมรุวัดแหลมสุวรรณาราม วันอาทิตย ที่ 3 กุมภาพันธ 2545เวลา 17.00 น. ม.ป.ท. : ม.ป.พ. , 2545. (อนุสรณงานพระราชทานเพลิงศพ ครูนาถ สุวรรณเมนะ ท.ม. อดีตครูใหญ ร.ร.เทศบาลวัดแหลมสุวรรณาราม ณ เมรุวัดแหลมสุวรรณาราม วันอาทิตย ที่ 3 กุมภาพันธ พ.ศ. 2545 เวลา 17.00 น.)อนุสรณนายเพี้ยน มณีรัตน และนางประยงค มณีรัตน 28 พฤษภาคม 2531. ม.ป.ท. : โรงพิมพมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร, 2531. (อนุสรณนายเพี้ยน มณีรัตน และนางประยงค มณีรัตน28 พฤษภาคม พ.ศ.2531)
117อนุสรณในการฌาปนกิจศพ คุณแมชม กิจกุศล ณ เมรุวัดวิสุทธิ-วาตวราราม ทาฉลอม สมุทรสาคร วันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2509. ม.ป.ท. : โรงพิมพสุทธิสารการพิมพ, 2509. (อนุสรณในการฌาปนกิจศพ คุณแมชม กิจกุศล ณ เมรุวัดวิสุทธิวาตวราราม ทาฉลอม สมุทรสาคร วันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2509)อนุสรณในการพระราชทานเพลิงศพ ร.ต.ต. พอพล มณีรัตน ณ เมรุวัดเทพศิรินทราวาส 25 สิงหาคม 2522. ม.ป.ท. : โรงพิมพไทยเขษม, 2522. (อนุสรณในการพระราชทานเพลิงศพ ร.ต.ต. พอพล มณีรัตน ณ เมรุ วัดเทพศิรินทราวาส 25 สิงหาคม พ.ศ. 2522).อนุสรณในงานฌาปนกิจศพ นางบุญเรือน หะทัยธรรม ณ วัดแหลมสุวรรณาราม ตำบลทาฉลอม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร 25 เมษายน 2508. ม.ป.ท.: บริการทอง, 2508.(อนุสรณในงานฌาปนกิจศพ นางบุญเรือน หะทัยธรรม ณ วัดแหลมสุวรรณาราม ตำบลทาฉลอม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร 25 เมษายน พ.ศ. 2508)อนุสรณในงานฌาปนกิจศพ นายวัฒนะ หะทัยธรรม ณ วัดแหลมสุวรรณาราม ตำบลทาฉลอม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร 25 เมษายน 2508. ม.ป.ท. : บริษัทบริการทอง (แผนกการพิมพ), 2508. (อนุสรณในงานฌาปนกิจศพ นายวัฒนะ หะทัยธรรม ณ วัดแหลมสุวรรณาราม ตำบลทาฉลอม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร 25 เมษายน 2508)
118เอกสารราชการ“แจงความกระทรวงมหาดไทย.” ราชกิจจานุเบกษา เลม 28, (21 พฤษภาคม 130): 308-313.สัมภาษณดวงดาว อุตะเดช. ทายาทรุนที่ 3 ตระกูลอุตะเดช. สัมภาษณ, 5 เมษายน 2568.ปราณีต ธนูพันธ. อดีตขาราชการครู. สัมภาษณ, 6 เมษายน 2568.พรจิตร สรอยเพ็ชร. ภรรยาคุณนิคม สรอยเพ็ชร. สัมภาษณ, 7 เมษายน 2568.พรชัย หะทัยธรรม. เจาของบริษัทสมุทรสาครฮอนดาคารส. สัมภาษณ, 4 เมษายน 2568.พอจำ อรัณยกานนท. ทายาทรุนที่ 4 ตระกูลมณีรัตน (สายนาเกลือ). สัมภาษณ, 5 เมษายน 2568.สมจิตต ประคองศิลป. ภรรยาคุณหยก มีอำพล. สัมภาษณ, 6 เมษายน 2568.
119»ÃÐà¾³Õ ¤ÇÒÁàª×èÍ áÅÐ¾ËØÇѲ¹¸ÃÃÁã¹¾×é¹·Õè·èÒ©ÅÍÁ ณัฐนันทปรุงนาเตชิต ศรีสุภา พิมศศิ บุญปานภวัต หวันโซะ ภัสรานันท นพอภิรักษกุล อัญชิสา ธีรกุลเดช
120บทนำประเทศไทยเปนประเทศหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใตที่ดำรงอยูภายใตสังคม “พหุวัฒนธรรม” เปนสวนสำคัญนับตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบัน ดวยลักษณะทางภูมิศาสตรที่เอื้ออำนวยตอการเปดรับการหลั่งไหลเขามาลงหลักปกฐานของผูคนตางชาติพันธุอันเนื่องมาจากเหตุปจจัยหลายประการ นอกเหนือจากจะสราง ความหลากหลายทางประชากรภายในประเทศแลว วัฒนธรรม อันเปนอัตลักษณโดดเดนเฉพาะกลุมที่สอดคลองกับวิถีชีวิตก็เปนสิ่งหนึ่งที่ประกอบสรางความหลากหลายใหบังเกิดขึ้นในพื้นที่ดังนิยามของสถาบันเอเชียศึกษา ศูนยมุสลิมศึกษา ที่ไดใหความหมายของพหุวัฒนธรรม วาหมายถึง ประชากรกลุมคนหลากหลายชาติพันธุมาอยูรวมกันในสังคมหนึ่ง ซึ่งมีความแตกตางทางดานขนบธรรมเนียม ประเพณี ภาษา วัฒนธรรม ศาสนาความเชื่อ รวมถึงวิถีชีวิตความเปนอยูของผูคน วิธีการคิด การมีปฏิสัมพันธ การสื่อสาร รวมถึงบุคคลที่มาจากพื้นฐานหรืออัตลักษณเดียวกัน011 แผนบริหารการสอนประจำบทที่ 3 พหุวัฒนธรรมและการยอมรับความแตกตางของบุคคล, เขาถึงเมื่อ 30 เมษายน 2568, เขาถึงไดจาก
121สอดคลองกับรูปแบบสังคมของกลุมคนในหลายภูมิภาคของประเทศไทยที่มากลนไปดวยความแตกตางทางวัฒนธรรมในดานตาง ๆ ไมวาจะเปนเมืองหลวงอยางกรุงเทพมหานคร ที่มากไปดวย ศาสนสถานหลากหลายศาสนา หรือจะเปนจังหวัดชายแดนภาคใต ที่ใชทั้งภาษาไทยและภาษามลายูสื่อสารระหวางกัน ตลอดจน ภาคตะวันตกที่มีพลเมืองตางชาติพันธุอาศัยอยูเปนจำนวนมาก จนนำมาซึ่งความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะ จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดราชบุรี จังหวัดเพชรบุรี ตลอดจน จังหวัดสมุทรสาครในหลายตำบล ซึ่ง “ตำบลทาฉลอม” ในอำเภอเมืองสมุทรสาครเองก็เปนหนึ่งในนั้น โดยตำบลดังกลาวเปนตำบลที่สะทอนใหเห็นถึงสังคม พหุวัฒนธรรมที่ผสมผสาน ทั้งศาสนาพุทธนิกายเถรวาทแบบชาวไทย ศาสนาพุทธนิกายมหายาน ลัทธิเตาแบบชาวจีน และศาสนาคริสต ไดเปนอยางดี ผานรองรอยสำคัญที่สนับสนุนขอเท็จจริงดังกลาว อยาง “ศาสนสถานและศูนยสาธารณสงเคราะห” อันเปนศูนย รวมจิตใจของผูคนที่กระจายอยูทั่วพื้นที่ทาฉลอมนับตั้งแตอดีต จนถึงปจจุบัน ดวยความสนใจดังกลาว จึงเปนที่มาและความสำคัญ ท ี ่ ท า ง ผ ู ศ ึ ก ษ า ไ ด ห ย ิ บ ย ก ห ั ว ข อ “ ป ร ะ เ พ ณ ี ค ว า ม เ ชื่ อ และพหุวัฒนธรรม” ในพื้นที่ทาฉลอมมาศึกษาคนควาเพิ่มเติม อันเนื่องมาจากการเล็งเห็นถึงความสำคัญของสังคมพหุวัฒนธรรม https://pws.npru.ac.th/praepat/system/20220706082820_2082ccc76d3c1a1c3caf0a260db61721.pdf
122ที่สะทอนผานสถานที่ภายในพื้นที่ อันเปนสื่อกลางที่สามารถ มองยอนกลับไปถึงความเปนมาของผูคนในทาฉลอม ประกอบกับความตองการที่จะขยายงานนิพนธทางประวัติศาสตรภายในพื้นที่ ในประเด็นดังกลาว ซึ่งอาจจะนำมาสูการตอเติมองคความรูเดิม ที่มีอยูและตอยอดประเด็นศึกษาใหมในอนาคต ยิ่งไปกวานั้น ผลการศึกษาครั้งนี้ยังคาดหวังวาจะชวยสรางความเขาใจในพลวัตของสังคมพหุวัฒนธรรมในทาฉลอม และอาจเปนประโยชนในการสงเสริมการอยูรวมกันอยางสันติ รวมถึงเปนขอมูลพื้นฐานสำหรับการวางแผนพัฒนาหรืออนุรักษมรดกทางวัฒนธรรม ในพื้นที่ตอไป โดยทางผูศึกษาทำการศึกษาผานการลงพื้นที่ภาคสนาม ดวยทักษะการสังเกตและการสัมภาษณ ประกอบกับการศึกษาคนควาจากเอกสารอื่น ๆ เพิ่มเติม ภายใตวัตถุประสงค 2 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาประเพณี ความเชื่อ และพหุวัฒนธรรม ที่สะทอนผานสถานที่ภายในพื้นที่ตำบลทาฉลอม จังหวัดสมุทรสาคร 2) เพื่อศึกษาปจจัยที่สงเสริมการอยูรวมกันอยางสันติสุขภายใตสังคมพหุวัฒนธรรม ภายในพื้นที่ตำบลทาฉลอม จังหวัดสมุทรสาคร
123ศาสนสถานและพหุวัฒนธรรมในทาฉลอมหากมองยอนกลับไปถึงความเปนมาของตำบลทาฉลอม แลวนั้น จะพบวา “ทาฉลอม” เปนตำบลสำคัญแหงหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร โดดเดนดวยลักษณะภูมิประเทศคลายเปนเกาะ รูปทรงคลายกระเพาะหมู ตั้งอยูบริเวณริมแมน้ำทาจีนและ คลองสุนัขหอน ดวยทำเลที่ตั้งอันเอื้ออำนวยนี้เอง ไดสงเสริม ใหทาฉลอมมีความสำคัญในหลายมิติ โดยเฉพาะอยางยิ่ง ในดานเศรษฐกิจ จากการเปนจุดแวะพักของเรือสินคาที่เดินทาง มาจากทะเล และเปนศูนยกลางการกระจายและแลกเปลี่ยนสินคาตอไปยังพื้นที่อื่น ๆ จนไดรับการยอมรับในฐานะศูนยกลางทางเศรษฐกิจแหงหนึ่งของจังหวัดสมุทรสาคร12บทบาทของการเปนเมืองทาที่รุงเรืองมาตั้งแตอดีต ไดทำใหทาฉลอมกลายเปนจุดหมายปลายทางของการอพยพเขามาตั้งถิ่นฐานของกลุมชาติพันธุตาง ๆ อยางตอเนื่อง โดยเฉพาะชาวจีนที่เขามา เพื่อการคาขาย และไดลงหลักปกฐานในบริเวณนี้ตั้งแตสมัยอยุธยา ประกอบกับสภาพพื้นที่ที่เอื้อตอการคาขายกับชาวตางชาติ และการเดินเรือ ทำใหเกิดการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และการผสมผสานทางสังคมอยูเสมอ สงผลใหทาฉลอมเปนพื้นที่ ที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ ภาษา ความเชื่อ และวัฒนธรรม อันรวมไปถึงกลุมชาวไทยเชื้อสายจีน ชาวมอญ ชาวลาว ตลอดจน 2 ภาควิชามานุษยวิทยา คณะโบราณคดี, ยอนรอยทาฉลอม เสนทางวิถีชีวิตชุมชนประมงลุมแมน้ำทาจีน (กรุงเทพฯ: โรงพิมพแหงจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย, 2561).
124การเคลื่อนยายของแรงงานขามชาติที่เขามาทำงาน ในภาคอุตสาหกรรมและการประมง ซึ่งถือเปนสวนหนึ่งของ การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมที่สำคัญในพื้นที่23ความหลากหลายทางชาติพันธุและวิถีชีวิตของผูคนเหลานี้ ไมวาจะเปนชาวไทยเชื้อสายจีน ชาวมอญหรือไทยรามัญ และกลุมลาวโซงหรือไทยทรงดำ ซึ่งเขามาประกอบอาชีพตาง ๆ เชน ตัดฟน ตัดใบจาก ทำนาเกลือ ทำนากุง ทำสวน เพาะปลูก ทำประมงชายฝง รวมถึงการคาขาย อาชีพเหลานี้ลวนตองพึ่งพาอาศัยธรรมชาติ เปนปจจัยสำคัญ ดวยเหตุนี้ การแสดงความเคารพตอธรรมชาติ จึงสัมพันธอยางลึกซึ้งกับระบบความคิดและความเชื่อ เรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตาง ๆ ไมวาจะเปนเทพเจา เทวดา เจาพอเจาแม ผีและวิญญาณ ตลอดจนอำนาจเหนือธรรมชาติ ทั้งนี้ก็เพื่อ ความเจริญรุงเรืองในชีวิตและความสำเร็จในการทำมาคาขาย กลุมคนเหลานี้จึงมีพิธีกรรมสักการะบูชาและเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตาง ๆตัวอยางที่เห็นไดชัด คือ การที่ชาวจีนในพื้นที่ไดสรางศาลเจาไวสำหรับกราบไหวตามความเชื่อดั้งเดิม ซึ่งปรากฏใน 2 ลักษณะหลัก คือ ศาลเจาจีนริมแมน้ำลำคลอง และศาลเจาจีนริมชายฝงทะเล นอกจากนี้ยังมีศาลเจาประจำตระกูล มูลนิธิ และสมาคมจีนตาง ๆ การสรางศาลเจาบริเวณริมฝงแมน้ำลำคลองนั้น สะทอนใหเห็น ถึงวิถีชีวิตและการทำมาหากิน โดยเชื่อวาศาลเจา คือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 3 ศูนยมานุษยวิทยาสิรินธร (องคการมหาชน), สาครบุรี จากวิถีชาวบาน : การเปลี่ยนแปลงผานวิถีชีวิตทองถิ่นในลุมน้ำทาจีน จังหวัดสมุทรสาคร (กรุงเทพฯ: ศูนยมานุษยวิทยาสิรินธร (องคการมหาชน), 2561).
125ที่ชวยคุมครองและทำใหชาวเรือประสบความสำเร็จ ในการประกอบอาชีพ เชน การหาปลา เปนตน บริบททางภูมิศาสตร สังคม และเศรษฐกิจที่กลาวมาทั้งหมดนี้ จึงเปนรากฐานสำคัญ ที่นำไปสูการทำความเขาใจในเรื่องราว ของความเชื่อและพิธีกรรมที่หลากหลายและหยั่งรากลึก ในชุมชน ทาฉลอมแหงนี้ใหกลายเปนสังคมพหุวัฒนธรรมอยางเต็มตัว ที่ผสมผสานทั้งศาสนาพุทธนิกายเถรวาท ศาสนาพุทธนิกายมหายานลัทธิเตา ตลอดจนศาสนาคริสต หลอมรวมภายใตสังคมเดียวกัน แตยังคงสะทอนอัตลักษณทางศาสนาและความเชื่อ ผานสถานที่สำคัญตลอดจนกิจกรรมทางศาสนาภายในสถานที่ ซึ่งทางผูศึกษาไดจำแนกสถานที่ดังกลาวออกเปน 4 กลุม ดังนี้ศาลเจา1. ศาลเจาปุนเถากงศาลเจาปุนเถากงหรือศาลเจากลาง เปนศาลเจาจีนแตจิ๋วเกาแก ที่สรางชวงปลายรัชกาลที่ 3 เดิมตั้งอยูขางวัดใหญจอมปราสาท หรือบานทาจีน ตอมายายมาสรางที่ริมแมน้ำทาจีน เขตตำบลทาฉลอม สรางเปนไมสักหลังคามุงจากใน พ.ศ. 2382 แตสันนิษฐานวา ศาลเดิมอาจจะสรางมากอนหนานั้น ตอมาใน พ.ศ. 2456 จึงปรับปรุง เปนศาลปูน หลังคากระเบื้องมุงเสาขื่อแปดวยไมสัก มีการซอมแซม
126ใน พ.ศ. 2515 และมีการสรางรั้วและซุมประตูเพิ่มใน พ.ศ. 25284ศาลเจาแหงนี้ถือเปนสิ่งศักดิ์สิทธิ์แรก ๆ ของชาวจีนโพนทะเล ในทาฉลอม เทพเจาสำคัญในศาล คือ เจาพอปุนเถากง (องคประธาน) ชาวจีนแตจิ๋วในไทยเชื่อวา เจาพอปุนเถากงเปนเจาที่และเทพแหงการเดินเรือกิจกรรมของศาลเจาประกอบไปดวยกิจกรรมตามปฏิทินทั่วไป เชน เทศกาลตรุษจีน เทศกาลสารทจีน นอกจากนี้กิจกรรมสำคัญ ของศาลเจายังประกอบไปดวยวันเกิดเจาพอปุนเถากง ที่จัดชวง เดือนกุมภาพันธ ซึ่งกิจกรรมในวันเกิดเจาพอมีพิธีไหว โดยของไหวที่ใชมีตัวอยางเชน ผลไม ซาลาเปา ซิ่วทอ หมู เปด ไก เปนตน นอกจากนี้ยังมีการแสดงงิ้วถวายเจาพอ และจัดโตะจีนอีกดวย อีกกิจกรรมหนึ่ง คือ วันเกิดเทพชางตายี่กงและไหวไปเพงอัน45 ที่จัดขึ้นในชวงเดือนตุลาคม ตลอดจนเทศกาลกินเจ ที่มีการจัดงานเทกระจาด ในชวงเดือนตุลาคมเชนเดียวกัน โดยจะมีการแจกขาวสารอาหารแหงใหกับผูดอยโอกาส โดยวันจัดกิจกรรมของศาลเจาแหงนี้ขึ้นอยูกับปฏิทินจีน ทำใหในวันที่จัดกิจกรรมแตละปจึงไมตรงกัน แตจะอยูในชวงเดือนนั้น ๆ4 ศูนยมานุษยวิทยาสิรินธร (องคการมหาชน), ศาลเจาปุนเถากง ทาฉลอม, เขาถึงเมื่อ 26 เมษายน 2568, เขาถึงไดจากhttps://db.sac.or.th/samutsakhon/religiousplace/content/view/116. 5 สัมภาษณ ตน แสงเฮอ, ผูดูแลศาลเจาปุนเถากง ทาฉลอม, 7 เมษายน 2568.
127ภาพที่ 23 ศาลเจาปุนเถากง(ที่มา: พิมศศิ บุญปาน, 4 เมษายน 2568)
1282. ศาลเจาแมจุยบวยเนี้ยศาลเจาแมจุยบวยเนี้ยหรือศาลเจาแมทับทิม ซึ่งเปนศาลเจาของจีนไหหลำ ไมปรากฏการกอสรางที่แนนอน สันนิษฐานวา สรางประมาณปลายสมัยรัชกาลที่ 5 เจาแมจุยบวยเนี้ยมาจาก ความเชื่อของชาวจีนไหหลำ เชื่อวาเจาแมเปนเทพธิดาแหงทองทะเล หรือ “เจาแมทายน้ำ”56 ชวยคุมครอง ดานทางทะเล เชื่อวา เจาแมทับทิมชวยคุมครองใหปลอดภัย และเพื่อการคาขาย ดานการประมง เถาแกเรือก็จะไหวเปรียบเสมือนแมยานางกิจกรรมที่สำคัญของศาลเจา คือ พิธีลุยไฟ67 กิจกรรมนี้เดิม เกิดขึ้นเมื่อเจาแมประทับรางทรงและทำนายทายทักวา จะเกิดเหตุการณรายเกิดขึ้น โดยเฉพาะเด็กจมน้ำและอุบัติเหตุทางน้ำ รางทรงจะจัดใหมีพิธีลุยไฟเพื่อปดเปาโชครายภัยตาง ๆ78 มีขอกำหนด คือ ผูที่จะเขารวมพิธีลุยไฟ กอนวันลุยไฟ ตองงดกินหมู และ ตองเปนผูชายเทานั้น หามผูหญิงตั้งครรภและมีประจำเดือนเขารวม89แตปจจุบันจัดเปนกิจกรรมประจำปในวันแหเจาแม6 ศูนยมานุษยวิทยาสิรินธร (องคการมหาชน), ศาลเจาจุยบวยเนี้ย (เจาแมทับทิม) ทาฉลอม, เขาถึงเมื่อ 26 เมษายน 2568, เขาถึงไดจาก https://db.sac.or.th/samutsakhon/religiousplace/content/view/115. 7 สัมภาษณ ประกิต เชิญอักษร, คณะกรรมการศาลเจาแมจุยบวยเนี้ย, 5 เมษายน 2568.8 ศูนยมานุษยวิทยาสิรินธร (องคการมหาชน), ศาลเจาจุยบวยเนี้ย (เจาแมทับทิม) ทาฉลอม. 9 สัมภาษณ ประกิต เชิญอักษร, คณะกรรมการศาลเจาแมจุยบวยเนี้ย, 5 เมษายน 2568.
129ภาพที่ 24 ศาลเจาแมจุยบวยเนี้ย(ที่มา: พิมศศิ บุญปาน, 4 เมษายน 2568)
130สวนกิจกรรมที่จัดขึ้นเปนประจำทุกป นอกจากกิจกรรม ที่ทำตามปฏิทินจีนทั่วไป เชน เทศกาลตรุษจีนและเทศกาลสารทจีนยังมีพิธีแหเจาแมรอบเมืองทั้งทางบกและทางน้ำ พิธีนี้จะจัด ในชวงเดือนกุมภาพันธ และพิธีฉลองวันเกิดเจาแม จัดในชวงวันที่ 14 - 16 พฤศจิกายน กิจกรรมในงานฉลองวันเกิดเจาแม ประกอบไปดวยกิจกรรมชวงเชาและกิจกรรมในชวงเย็น ชวงเชา มีการเชิญพระสงฆมาเจริญพระพุทธมนต ถวายภัตตาหารเพล แดพระสงฆ ชวงหาโมงเย็นลงไปจะมีการจัดโตะจีนและการแสดงสิงโต มังกรทอง พลุ แสง สี ซึ่งสมัยกอนมีเชือดแพะ เชือดไก ในงานฉลองวันเกิดเจาแมดวย แตปจจุบันปรับเปลี่ยนมาเปนเอาคนมาแตงตัว ดวยการผูกผาแดงแทนจำลองเปนไกแทน นอกจากนี้ยังมีการแสดง งิ้วสมโภชอีกดวย91010 สัมภาษณ ณัฐวุฒิ พรศิริจินดา, คณะกรรมการศาลเจาแมจุยบวยเนี้ย, 5 เมษายน 2568.
1313. ศาลเจาพอกวนอู เทพเจากวนอู เปนเทพที่ไดรับการยกยองจากชาวจีน มานับพันปวาเปนเทพเจาแหงความซื่อสัตย ความจงรักภักดี ความกลาหาญ มีคุณธรรมสูงสง 1011 จึงเปนที่นับถือของชาวจีน และเมื่อชาวจีนไดไปที่ไหนแลวนั้น ก็จะนำความเชื่อนี้ติดตัวไปดวยศาลเจาพอกวนอู ทาฉลอม เปนศาลเจาเกาแกของชาวจีนแตจิ๋ว โดยมีบรรพบุรุษของคุณอำไพ โพธิศาล (ปจจุบันเปนผูดูแล รุนที่ 4) เปนผูที่นำเอาองครูปเคารพเจาพอกวนอูมาจากซัวเถา เมื่อประมาณ 160 ปมาแลวและสรางศาลขึ้นบริเวณที่ตั้งศาล ในปจจุบัน ตัวของศาลในชวงแรกนั้น เปนแคหลังคาจาก ในอดีตมีคณะกรรมการหรือเถานั้งเปนผูคอยจัดการดูแลกิจกรรมภายในศาล แตในปจจุบันไมมีคณะกรรมการเหลานี้แลว เหลือแตชาวบานในบริเวณดังกลาวที่ชวยกันจัดกิจกรรมประจำปขึ้นมา ปจจุบันศาลเจาพอกวนอูแหงนี้มีการบูรณะมาแลวทั้งหมด 4 ครั้ง1112 กิจกรรมภายในศาลเจาประกอบดวยงานกิจกรรมตามปฏิทินจีนเหมือนกับศาลอื่น ๆ เชน งานวันตรุษจีน งานวันสารทจีน แตงานที่สำคัญและเปนเอกลักษณมีทั้งหมด 4 งาน ซึ่งสัมพันธกับเทพเจาภายในศาล ซึ่งประกอบดวยเจาพอกวนอูผูเปนประธาน เจาแมทับทิม11 Agal, Greater fortune with God Guan Yu, the symbol of honesty, เขาถึงเมื่อ 8 พฤษภาคม 2568, เขาถึงไดจากhttps://www.agal.co.th/post/greater-fortune-with-god-guan-yu-the-symbol-of-honesty. 12 สัมภาษณ อำไพ โพธิศาล, ผูดูแลศาลเจาพอกวนอู, 6 เมษายน 2568.
132(เทียนโหเซียนบอ) ที่ประทับทางดานขวาขององคประธาน ละองคโหงวโจว (เทพเจา 5 พระองค/ พระสังฆปรินายกลำดับที่ 5 ผูสืบตำแหนงตอจากตั๊กมอในนิกายเซน) ที่ประทับทางดานซาย ขององคประธาน1213งานแรก คือ งานวันเกิดอามาหรือเจาแมทับทิม ในเดือนเมษายน จะมีการทำบุญ มีงานไหวรวมไปถึงฉายหนังกลางแปลง 2 คืน งานตอมา คือ งานวันเกิดเจาพอกวนอู ในเดือนกรกฎาคม มีการทำบุญไหวเจา ฉายหนังกลางแปลง 2 คืน และจัดโตะจีนเลี้ยงแขก งานตอมา คือ งานวันเทพเจา 5 พระองค ชวงเดือนกันยายน เปนงานที่มีคนรูจักนอย ไมคอยมีคนเขามาไหว จึงมีแคงานบุญไหวเจาปกติ ในบางปจะมีฉายหนังกลางแปลงดวย ตามโอกาส งานสุดทาย คือ งานขอบคุณเทพเจาหรืองานปลายป หรืองานเพงอังฮี่ จะจัดในชวงเดือนธันวาคม เปนงานใหญ ที่มีผูคนมารวมงานมาก มีการทำบุญงานไหวเจา เลี้ยงพระที่นิมนตมาจากวัดสุทธิวาตวรารามหรือวัดชองลม ในอดีตมีการจัดแสดงงิ้ว 3 วัน 3 คืน แตในปจจุบันไมมีการนำงิ้วมาแสดงแลว13 มาหาสมุทรสาคร, ศาลเจาพอกวนอู, เขาถึงเมื่อ 8 พฤษภาคม 2568, เขาถึงไดจาก http://www.visitsk.org/?p=10893.
133ภาพที่ 25 ศาลเจาพอกวนอู(ที่มา: พิมศศิ บุญปาน, 4 เมษายน 2568)
1344. ศาลเจาเฮียตี๋กงศาลเจาเฮียตี๋กงหรือศาลเจา 108 พี่นอง เปนศาลเจา ของชาวจีนไหหลำ ไมสามารถระบุชวงเวลาในการสรางไดอยางแนชัด แตขอเท็จจริงหนึ่งที่ปรากฏ คือ ศาลเจาแหงนี้สรางขึ้น โดยเหลาคณะกรรมการชาวจีนไหหลำในพื้นที่ทาฉลอมเปนสวนสำคัญดังปรากฏหลักฐานการบูรณะครั้งลาสุด คือ พ.ศ. 2517 โดยมีหลักฐานเปนภายถายเกาที่มีภาษาจีนระบุการสรางศาลใหม1314ภายในศาลเจาแหงนี้ประดิษฐานเทพเจาเฮียตี๋กง หรือเทพเจา 108 พี่นอง เปนประธานตั้งตระหงานอยูตรงกลาง โดยดานขวา และดานซายขององคประธาน มีเทพเจาปุนเถากงและเทพเจา ไฉซินเอี๊ย ขนาบขางตามลำดับ ซึ่งองคเทพทั้งหมดลวนใชปายวิญญาณเปนตัวแทน สิ่งนี้อาจลอไปกับคติการสรางประติมานของเฮียตี๋กง ที่นิยมสรางเปนปายวิญญาณแทนการสรางรูปลอยองคเทพ 108 องคจากการสัมภาษณคุณปราโมทย บุษยามงคล เจาของธุรกิจคานเรือมงคลประเสริฐชัย ที่ดำรงตำแหนงประธานคณะกรรมการศาลเจาเฮียตี๋กงกาวเขาสูปที่ 7 พบวาเทพเจาเฮียตี๋กงมีประวัติ ที่แตกตางกัน ซึ่งในพื้นที่ทาฉลอมแหงนี้ ตามตำนานเลาวามีพี่นองพอคาชาวจีนไหหลำ 108 คน ไดออกเดินเรือขายสินคาสูประเทศเวียดนาม แตระหวางการเดินทางในทะเลไดถูกขาราชการและทหาร14 สุวันชัย แสงสุขเอี่ยม และคณะ, รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ โครงการสำรวจและสังเคราะหขอมูลดานประวัติศาสตรการทองเที่ยวในการพัฒนาเมืองสมุทรสาคร, (มปท. : สกสว. , 2662), 6 – 31.
135เวียดนามปลนฆาทั้งลำ ดวยความศักดิ์สิทธิ์จึงเรียกรองความยุติธรรมดวยการเขาฝนพระราชาเวียดนามเพื่อสืบคนความจริงและเสาะหาผูกระทำผิดจนไดรับการลงโทษในทายที่สุด ดวยเหตุนี้ชาวจีนไหหลำจึงบูชานับถือองคเทพดังกลาวเปนอยางมากนับแตนั้นมาภายใน 1 ป ศาลเจาแหงนี้มีปฏิทินทางวัฒนธรรมคลายคลึงกับศาลเจาจีนแหงอื่น เชน เทศกาลตรุษจีน เทศกาลสารทจีน โดยกิจกรรมสำคัญนอกเหนือจากปฏิทินจีนทั่วไปนั้น คือ การจัดงานวันคลายวันเกิดองคเฮียตี๋กงหรือกง ซึ่งเปนงานประจำปที่มีกำหนดการจัดขึ้นแตกตางกันไปในแตละป ยึดอิงตามศาลเจาเจียวเองเบี้ยว (ศาลเทพเจา 108) ที่บางรัก กรุงเทพฯ ซึ่งสอดคลองกับปฏิทินจีน อีกทอดหนึ่งเปนหลัก คุณปราโมทยยังใหขอมูลเพิ่มเติมอีกวาตลอดระยะเวลา 2 วันนั้น มีการจัดกิจกรรมหลัก ๆ คือ การจัดพิธีไหวองคเทพดวยของไหวตาง ๆ เชน ผลไม ไก เปด หาน สุราเชี่ยงชุน น้ำชา ในชวงเชา และการแสดงงิ้วในชวงกลางคืน ซึ่งกิจกรรมทางศาสนาดังกลาว เปนกิจกรรมที่ยังคงจัดอยูในรูปแบบเดิมแมเวลาจะลวงเลยมาจนถึงปจจุบัน เพียงแตมีการปรับเปลี่ยนกิจกรรมบางอยาง อาทิ การเชือดแพะตามประเพณีชาวจีนไหหลำและการไหวเทพเจาฟาดินที่ยกเลิกไป อันเนื่องมาจากตนทุนที่สูง โดยกิจกรรมทางศาสนาทุกกิจกรรม ที่ทางศาลจัดขึ้นลวนเปดรับผูคนทั่วไปใหเขารวมกิจกรรมได แมจะไมใชชาวจีนไหหลำก็ตาม141515 สัมภาษณ ปราโมทย บุษยามงคล, เจาของธุรกิจคานเรือมงคลประเสริฐชัยและประธานคณะกรรมการศาลเจาเฮียตี๋กง, 6 เมษายน 2568.
136ภาพที่ 26 ศาลเจาเฮียตี๋กง(ที่มา: พิมศศิ บุญปาน, 4 เมษายน 2568)