1375. ศาลเจาพอเหงเจียเหงเจีย เปนตัวละครหนึ่งในเรื่องไซอิ๋ว วรรณกรรมเกาแก ของจีน เปนตัวละครที่มีอิทธิฤทธิ์มาก จึงทำใหมีผูคนบูชานับถือมากมาย โดยมีความเชื่อวาการบูชาเทพเจาเหงเจีย ผูบูชาจะปราศจากภัยรายเขามารบกวน มีรางกายที่แข็งแรง มีสติปญญาเปนเลิศ1516 ศาลเจาพอเหงเจีย ทาฉลอม เปนศาลเจาของชาวจีนแตจิ๋ว ที่แตเดิมเปนศาลไมที่ริมน้ำ อยูในซอยคอกเปด ในบริเวณดานหลังคลองตัน มีอายุกวา 100 ป เปนศาลเจาซึ่งเปนที่เคารพบูชา อยูในชุมชนอยูกอนแลว ตอมาในชวง พ.ศ. 2490 สมาชิกครอบครัวของเจาของโรงงานเจริญอุตสาหกรรม เกิดมีอาการปวยขึ้นมา จึงไดบนบานกับศาลเจานี้ไว และสามารถหายจากอาการปวยได จึงไดมีการริเริ่มบูรณะศาลใหม โดยยายเขามาใกลกับโรงงานมากยิ่งขึ้น คือ ภายในซอยเหงเจียในปจจุบัน1617เมื่อมีการบูรณะแลวก็เกิดปญหาน้ำทวมอยูหลายครั้ง จึงมีการยกพื้นศาลขึ้นในชวง พ.ศ. 255018 และตอมาในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ทางโรงงานไดมีการบูรณะศาลครั้งใหญโดยทำการบูรณะ16 ONLYWONDER, ทำความรูจักเทพเหงเจีย และสอนไหว บูชาอยางไรใหปงแบบไมเสื่อมคลาย, เขาถึงเมื่อ 8 พฤษภาคม 2568, เขาถึงไดจาก https://rabbitcare.com/blog/lifestyle/all-about-information-of-wukong-chinesegod. 17 สัมภาษณ ทวีโชค พินเจริญ, ผูคนในพื้นที่ทาฉลอม, 7 เมษายน 2568. 18 สัมภาษณ นันทวัฒน พรศิริจินดา, ผูคนในพื้นที่ทาฉลอม, 7 เมษายน 2568.
138แลวเสร็จในเดือนมกราคม พ.ศ. 2568 เปนการบูรณะครั้งที่ 3 ตั้งแต มีศาลเจาแหงนี้ กิจกรรมทางศาสนาของศาลเจาพอเหงเจีย ทาฉลอม จะประกอบไปดวยกิจกรรมตามปฏิทินจีนทั่วไป แตมี 2 งานสำคัญและเปนงานที่เปนเอกลักษณของศาลเจา คือ วันตรุษจีน (ชิวอิก) ที่จะมีคนทรงมาทำพิธี มีการใหพรแกลูกศิษยใหเกิดความเปนสิริมงคล มีการทำความสะอาดศาล ทำบุญไหวเจา งานตอมา คือ งานวันเกิดเจาพอเหงเจียหรือวันเกิดเตี่ย จัดขึ้นหลังวันไหวพระจันทร 1 วัน จัดขึ้นประมาณเดือนตุลาคม มีคนทรงมาทำพิธี เหมือนกับวันตรุษจีน มีการทำบุญไหวศาลเจา (ของไหว เชน ขนมอี๋ ซิ่วทอ ผลไมมงคล เปนตน) รวมไปถึงมีการฉายหนังกลางแปลง จัด 1 วัน
139ภาพที่ 27 ศาลเจาพอเหงเจีย(ที่มา: พิมศศิ บุญปาน, 4 เมษายน 2568)
140วัด1. วัดสุทธิวาตวราราม (วัดชองลม)วัดสุทธิวาตวราราม ถือเปนวัดคูบานคูเมืองสมุทรสาคร ตำบลทาฉลอม1819 เพราะถูกสรางขึ้นตรงทางสามแพรงบริเวณปากแมน้ำโดยตระกูลแซเลา ซึ่งในปจจุบันมีอายุมากถึง 200 กวาป แตเดิมชาวบานมีการเรียกวา “วัดทายบาน” เพราะอยูบริเวณ ทายบานของตำบลทาฉลอม และดวยความที่วัดอยูบริเวณปากอาวซึ่งมีลมแรงพัดเขามาเรื่อย ๆ จึงนำมาสูอีกชื่อหนึ่งอยาง “วัดชองลม”ในระยะตอมา วัดชองลมเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นเปนอยางมาก ในสมัยที่พระเทพสาครมุนี (หลวงปูแกว) เปนเจาอาวาสใน พ.ศ. 2489หลังจากนั้นวัดชองลมไดมีการพัฒนามาตามลำดับ และไดรับ พระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ เสด็จถวายผาพระกฐินตน พรอมทรงยกชอฟาพระอุโบสถหลังใหม ใน พ.ศ. 2508 และเสด็จทรงเปดพระราชานุสาวรียพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว พรอมพระราชทานวัดใหมวา “วัดสุทธิวาตวราราม” ในวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 251919 Nukkpidet, วัดชองลม ไหวพระ ทำบุญ เที่ยววัดสวย สมุทรสาคร, เขาถึงเมื่อ 2 พฤษภาคม 2568, เขาถึงไดจาก https://travel.trueid.net/detail/8droWKrrOb2J.
141ภาพที่ 28 วัดสุทธิวาตวราราม (วัดชองลม)(ที่มา: ภัสรานันท นพอภิรักษกุล, 4 เมษายน 2568)
142กิจกรรมทางศาสนาโดยทั่วไป จะโดดเดนในกิจกรรม วันมาฆบูชาที่จัด 5 วัน ซึ่งมีการจัดงานวัดยาวนานถึง 5 วัน แตจริง ๆ แลว จะมีการจัดงานรื่นเริงเพียงแค 4 วันเทานั้น เพราะมีการนับวันเวียนเทียนเขาไปอยูในกิจกรรมทั้ง 5 วันดวย สวนกิจกรรมอื่น ๆ จะมีการจัดตามปฏิทินพุทธศาสนาตามปกติ1920ภาพที่ 29 หลวงพอหินแดง วัดชองลม(ที่มา: ภัสรานันท นพอภิรักษกุล, 4 เมษายน 2568)20 สัมภาษณ ณรงค จารุปราโมทย, ไวยาวัจกรประจำวัดแหลมและคณะกรรมการอุทยานพระโพธิสัตวกวนอิม, 5 เมษายน 2568.
1432. วัดแหลมสุวรรณาราม (วัดแหลม)วัดแหลมแตเดิมชื่อวา “วัดหัวบาน” หรือ “วัดหัวแหลม” เนื่องจากการแบงการเรียกพื้นที่บริเวณตำบลทาฉลอมอยางหัวบานและทายบาน วัดแหลมตั้งอยูบริเวณถนนถวาย และพบหลักฐานเกี่ยวกับวัดแหงนี้ในสมัยรัชกาลที่ 3 จึงทำใหมีการตั้งขอสมมติฐาน วาวัดอาจถูกสรางขึ้นใน พ.ศ. 2369 โดยในระยะแรกเปนเพียง ที่พักสงฆ กอนจะคอย ๆ พัฒนาอยางตอเนื่องจนเปนเฉกเชนปจจุบัน วัดแหงนี้มีเจาอาวาสมาแลวทั้งหมด 5 รูป โดยปจจุบันมี พระครูสุวรรณสาครเปนเจาอาวาสองคลาสุดของวัดแหลมมาตั้งแตพ.ศ. 2552 กิจกรรมทางศาสนาโดยทั่วไปของวัดแหลม โดดเดนที่กิจกรรมงานประจำปของวัดที่ถูกจัดขึ้นตามปฏิทินพุทธศาสนา เชน การสวดมนตขามป วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันออกพรรษา วันสงกรานต และกิจกรรมการแจกสิ่งของในยามเกิดวิกฤตหรือวาระอื่น ๆ รวมกับวัดชองลมและอุทยานพระโพธิสัตวกวนอิม202121 สัมภาษณ ณรงค จารุปราโมทย, ไวยาวัจกรประจำวัดแหลมและคณะกรรมการอุทยานพระโพธิสัตวกวนอิม, 5 เมษายน 2568.
144ภาพที่ 30 วัดแหลมสุวรรณาราม(ที่มา: สิริวรรณ สิรวณิชย, 21 กันยายน 2568)
145ศูนยสาธารณสงเคราะห 1. โรงเจเช็งเฮียงตั๊วโรงเจเช็งเฮียงตั๊ว ตั้งอยูในตำบลทาฉลอม จังหวัดสมุทรสาคร ถือเปนศาสนสถานมังสวิรัติที่มีความสำคัญและมีประวัติศาสตรยาวนานกวาหนึ่งศตวรรษ การกอตั้งโรงเจแหงนี้เปนผลมาจาก การรวมกลุมของประชาชนผูมีศรัทธาในการถือศีลกินเจ ซึ่งเปนวิถีปฏิบัติที่แพรหลายในชุมชนทาฉลอมอยูกอนแลว ผูนำในการริเริ่มสรางโรงเจ คือ “เถาแกเทียมเนย” ชาวจีนผูมีฐานะทางเศรษฐกิจมั่นคงในทาฉลอมในอดีต โดยมีวัตถุประสงคเพื่อใหเปนศูนยกลางและตอบสนองตอความตองการของกลุมผูปฏิบัติธรรมมังสวิรัติในพื้นที่ จากคำบอกเลาที่สืบทอดกันมา คาดวาโรงเจแหงนี้ มีอายุประมาณ 100 ปเศษ2122 โรงเจเช็งเฮียงตั๊วไดรับการยอมรับ วาเปนโรงเจแหงแรกและแหงเดียวในทาฉลอม อีกทั้งยังเปนโรงเจ ที่ใหญที่สุดในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งสะทอนจากคำวา “ตั๊ว” ในชื่อโรงเจ อันมีความหมายวา “ใหญ” ในอดีตโครงสรางดั้งเดิมของโรงเจสรางดวยไม กอนจะไดรับการปรับปรุงพัฒนาอยางตอเนื่อง รวมถึงมีการจัดซื้อที่ดินเพิ่มเติม เพื่อสรางโรงทานและที่พักจำนวน 100 หอง เพื่ออำนวยความสะดวกแกผูมาถือศีลในชวงเทศกาลกินเจเปนเวลา 10 วัน ซึ่งเปนธรรมเนียมปฏิบัติโบราณ 22 สัมภาษณ ธีรพงศธนะสกุลทอง, ประธานคณะกรรมการโรงเจเช็งเฮียงตั๊ว, 5 เมษายน 2568.
146โรงเจใหญของจังหวัดสมุทรสาครแหงนี้ สรางดวยศิลปะ ของชาวจีนแตจิ๋ว ใหหันหนาสูแมน้ำทาจีน โรงเจนี้ประกอบดวยอาคารประธาน อาคารประดิษฐานปายวิญญาณ ศาลเจาโรงเจ เช็งเฮียงตั๊ว ศาลทีกง โรงเจ อาคารสำนักงาน และโรงงิ้ว2223ปจจุบันโรงเจยังคงไดรับการดูแลรักษาเปนอยางดี ภายใตการบริหารจัดการของคณะกรรมการ ซึ่งประกอบดวย กรรมการประมาณ 10 คน มีหนาที่รับผิดชอบในการทำนุบำรุง และรวมกันจัดกิจกรรมตาง ๆ ของโรงเจ โดยยึดหลักการ คือ มุงเนนการบำเพ็ญบุญตามหลักธรรมคำสอน ไมนิยมไสยศาสตรหรือการแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย2324ภายในศาลเจาโรงเจเช็งเฮียงตั๊วเปนที่ประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายองคตามคติความเชื่อแบบพุทธมหายาน โดยมี “เตาบอ” หรือพระแมแหงดวงดาว ซึ่งเชื่อวาเปนผูปกครองและศูนยกลาง แหงจักรวาล ผูทรงพลังอำนาจในการสรางโลกและสรรพชีวิตทั้งมวลเปนองคประธาน การบูชาเตาบอจะมีการแขวนตะเกียง เพื่อเปนสัญลักษณแหงความสวางและรัศมีของพระองค รูปเคารพองคกลางของเตาบอนั้น สรางขึ้นจากกระดาษ มีน้ำหนักเบามาก 23 มาหาสมุทรสาคร, โรงเจเช็งเฮียงตั๊ว, เขาถึงเมื่อ 8 พฤษภาคม 2568, เขาถึงไดจาก http://www.visitsk.org/?p=10887. 24 สัมภาษณ ณัฐวุฒิ พรศิริจินดา, คณะกรรมการศาลเจาแมจุยบวยเนี้ย, 5 เมษายน 2568.
147ภาพที่ 31 ศาลเจาโรงเจเช็งเฮียงตั๊ว(ที่มา: พิมศศิ บุญปาน, 5 เมษายน 2568)
148สวนองคอื่น ๆ ที่ประดิษฐานรวมดวย ไดแก ทางฝงดานขวา มีเทพเจาน่ำปกกวนกุน (เทพเจาดาวเหนือและดาวใต) และดานซาย มีเทพเจาฮั้วถอเซียนซือ ซิ่งลงเซียนตี่ และซิ่งกิมยิ้น นอกจากนี้ ยังมี “กิ่วอวงฮุกโจว” หรือพระพุทธเจา 9 พระองคหรือเรียกอีกอยางวาเทพเจาแหงดาวนพเคราะหทั้ง 9 และยังมีรูปเคารพขนาดใหญ ของเง็กเซียนฮองเต นอกจากนี้โรงเจยังเปนสถานที่สำหรับผูที่ตองการขอพร และขอความชวยเหลือดานสุขภาพ โดยมีซินแสประจำศาลผูมีความรูดานตำรับยาจีนคอยใหคำแนะนำ ผูมาขอพรจะใชวิธีเสี่ยงเซียมซี เพื่อขอเทียบยาตามหมายเลขที่ได บริเวณดานหลังของโรงเจเปนที่ตั้งของศาลาสำหรับบรรจุ ปายชื่อบรรพบุรุษหรือปายบรรพชน (ปายวิญญาณ) ของตระกูล แซตาง ๆ และบรรพบุรุษของชาวบานในชุมชน ซึ่งจะมีการจัดพิธีไหวบรรพบุรุษขึ้นในชวงกอนเทศกาลเช็งเมงของทุกป เพื่อความสะดวกของลูกหลานในการแสดงความกตัญู กิจกรรมสำคัญที่จัดขึ้นเปนประจำทุกป ณ โรงเจเช็งเฮียงตั๊ว มีหลายประการ เริ่มจากชวงหลังเทศกาลตรุษจีน คือในวันที่ 9 เดือน 1 ตามปฏิทินจันทรคติจีน จะมีการจัดงานเพื่อขอพร และสิริมงคลจากเทพเจา ตอดวยพิธีไหวบรรพบุรุษกอนถึงเทศกาลเช็งเมง อยางไรก็ตามกิจกรรมที่ถือเปนงานใหญและมีความสำคัญที่สุด คือ “เทศกาลกินเจ” ซึ่งจัดขึ้นเปนระยะเวลา 10 วัน ในชวงเดือน 9 ตามปฏิทินจีน รูปแบบการจัดเทศกาลมีลักษณะ
149คลายคลึงกับโรงเจอื่น ๆ โดยจะแบงออกเปน 3 ชวง ชวงละ 3 วัน วันแรกของเทศกาลจะมีพิธีอัญเชิญเทพเจามาประทับ และจะมีการตั้งกระถางธูปสำคัญ 3 ใบ ซึ่งถือเปนหัวใจของงานตลอด 10 วัน โดยมีขอปฏิบัติหามสตรีเขาไปในเขตชั้นในของศาลเจา ในวันที่ 3 หลังจากอัญเชิญเทพเจา จะมีพิธีกรรมที่เรียกวาวัน “เจ” สวนในวันที่ 7 ของเทศกาล จะมีการจัดพิธีเดินธูปเพื่อขอศีลขอพร และในคืนวันที่ 9 จะมีพิธีลอยกระทง รุงขึ้นในวันสุดทายของเทศกาล จะมีพิธีทิ้งกระจาด (เทกระจาด) เพื่อเปนการใหทานแกผูยากไร ตลอดชวงเวลา 10 วันของเทศกาลกินเจ จะมีการแสดงงิ้วเพื่อเฉลิมฉลองและสรางความบันเทิง จุดเดนอีกประการของเทศกาลกินเจที่นี่ คือ พิธีแหอัญเชิญเทพเจา ซึ่งเปนการจัดขบวนแหอยางสงางามจากโรงเจไปยังวัดชองลมเพื่อประกอบพิธีรับและสงเทพเจา โดยกระถางธูปสำคัญ 3 ใบ จะถูกอัญเชิญไปไวในเรือมังกรกระดาษ และจะมีการประกอบพิธี เผาเรือมังกรบริเวณหนาวัดชองลม ซึ่งเชื่อวาไฟจะลุกไหมขึ้นเอง โดยไมตองจุด เพื่อเปนการสงเสด็จเทพเจากลับสูสวรรค อันเปนการสิ้นสุดเทศกาล ในอดีตเคยใชวิธีลอยเรือมังกร แตเนื่องจากเกิดปญหาเรือลอยไปติดบานเรือนผูคนจึงเปลี่ยนเปนการเผาแทน เทศกาลกินเจ ณ โรงเจเซ็งเฮียงตั๊ว เปดกวางตอนรับสาธุชนทุกหมูเหลา ทั้งชาวไทยและชาวจีนใหเขารวมกิจกรรมตาง ๆ สะทอนบทบาทของโรงเจแหงนี้ในฐานะศูนยรวมทางจิตวิญญาณและเปนพื้นที่สำคัญทางสังคมและวัฒนธรรมของชุมชนทาฉลอมสืบมาจนปจจุบัน
150ภาพที่ 32 อุทยานพระโพธิสัตวกวนอิม(ที่มา: พิมศศิ บุญปาน, 4 เมษายน 2568)
1512. อุทยานพระโพธิสัตวกวนอิมถือเปนสถานที่ที่สรางขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติในหลวง รัชกาลที่ 9 เนื่องในวโรกาสฉลองราชสมบัติครบ 50 ป จากความรวมมือกันของชาวบานในจังหวัดสมุทรสาคร สรางขึ้น ใน พ.ศ. 2537 และแลวเสร็จใน พ.ศ. 2539 ลักษณะภายในอาคารประธานของอุทยานมีการสรางคลายภูเขา ดานในมีถ้ำ บริเวณดานบนอาคารไมมีหลังคาแบบศาลเจาทั่วไป แตมีการสรางเปนประติมากรรมพระโพธิสัตวกวนอิมปางเมตตา ซึ่งหลอดวยโลหะแลวทาสีมีความสูง 9.98 เมตร ประทับยืนบนฐานดอกบัว มีมังกรเขียวโอบลอมรอบ ขนาบขางดวยเทพบริวาร2425ทางอุทยานฯ จะมีการจัดเทศกาลกินเจ แจกขาวสาร ทุนการศึกษา และชวยเหลือโรงพยาบาลในทุก ๆ ป ในสวนของกิจกรรมกินเจ จะคลายกับโรงทานที่จะมีการแจกอาหารใหชาวบานเขามารวมกิจกรรมกินเจ 9 - 10 วัน จะมีการจางพอครัวมาอยางดี เพื่อมาทำอาหารใหชาวบานในแตละป แตดวยเทคโนโลยีที่เขามา ทำใหกิจกรรมบางอยางไดคอย ๆ เปลี่ยนแปลงไป252625 มาหาสมุทรสาคร, อุทยานพระโพธิสัตวกวนอิม, เขาถึงเมื่อ 2 พฤษภาคม 2568, เขาถึงไดจาก http://www.visitsk.org/?p=10900. 26 สัมภาษณ ณรงค จารุปราโมทย, ไวยาวัจกรประจำวัดแหลมและคณะกรรมการอุทยานพระโพธิสัตวกวนอิม, 5 เมษายน 2568.
152ภาพที่ 33 วัดนักบุญอันนา ทาจีน(ที่มา: ณัฐวัชร อินทรียสังวรณ, 27 กรกฎาคม 2568)
153วัดคาทอลิกวัดนักบุญอันนา ทาจีนวัดนักบุญอันนา ทาจีน ถูกสรางขึ้นใน พ.ศ. 2431 ตรงกับ สมัยรัชกาลที่ 5 โดยการนำของบาทหลวงปโอ ชาวฝรั่งเศส ตั้งชื่อตามนักบุญอันนา มารดาของพระนางมารีอา หรือคุณยายของพระเยซู จึงมีคำเรียกติดปากเรียกทานวา “ทานยายอันนา” ตัวอาคารวัด แตเดิมกอนที่จะมาเปนโบสถอยางในปจจุบันเคยเปนโบสถไม และตั้งอยูในน้ำมากอน และถือวาเปนวัดพี่วัดนองกับวัดนักบุญเปโตร สามพราน และวัดนักบุญอันเดร บางภาษี อีกดวย เอกลักษณสำคัญอีกประการของวัดนี้ คือ รูปปนนักบุญอันนาความสูงกวา 8.5 เมตร ซึ่งนับเปนองคใหญที่สุดในเอเชีย และสามารถหมุนได360 องศา กิจกรรมของวัดนักบุญอันนาประกอบไปดวยกิจกรรม ตามปฏิทินทั่วไปของคริสตศาสนานิกายโรมันคาทอลิก เชน วันฉลองพระคริสตสมภพ วันพระตาย วันปสกา เปนตน แตจะมี 2 เทศกาล 2 วันที่ทางวัดใหความสำคัญเพิ่มมากวาวัดอื่น คือ วันฉลองแมพระบังเกิด และวันฉลองนักบุญอันนา ซึ่งถือเปนวันฉลองวัด โดยอยางหลังนี้ในอดีตจะจัดตรงวัน คือ ในวันที่ 26 กรกฎาคมของทุกปแตปจจุบันไดมีการปรับเปลี่ยนโดยจะเลือกวันใหตรงกับวันอาทิตยและไมตรงกับการฉลองวัดอื่น ๆ
154สวนในแงของธรรมเนียมปฏิบัติที่อยูนอกเหนือจากขอบังคับของพระศาสนจักรคาทอลิก ดวยความที่ชาวคริสตในพื้นที่นี้สวนใหญมีเชื้อสายจีน จึงมีการนำเอาวัฒนธรรมบางอยางแบบชาวจีนมาปฏิบัติรวมกันกับศาสนาที่ตนนับถือ คือ ธรรมเนียมการทำพิธีมิสซา แจกสมและอั่งเปาในเทศกาลตรุษจีน และธรรมเนียมการทำพิธีเสกสุสาน (เสกปาชา) หรือวันไหวบรรพบุรุษ โดยจะไหววันเดียวกับวันไหว บรรพบุรุษของจีน แทนการจัดในเดือนพฤศจิกายนตามธรรมเนียม ที่นิยมของคริสตศาสนานิกายนี้ แตจะมีความแตกตางในรูปแบบ ของพิธีกรรมที่จะจัดตามหลักของศาสนาคริสต262727 สัมภาษณ ประวิทย ชาวปากน้ำ, อดีตประธานสภาภิบาลวัดนักบุญอันนา, 5 เมษายน 2568.
155สรุปกลาวโดยสรุปจากบทสัมภาษณตาง ๆ ไดฉายภาพใหเห็นถึงชุมชนทาฉลอมที่เต็มไปดวยความหลากหลายทางวัฒนธรรม อยางเดนชัด ซึ่งแสดงออกผานการอยูรวมกันของผูคนจากหลากหลายเชื้อชาติและศาสนา โดยมีปจจัยหลายประการที่เกื้อหนุนใหเกิด ความสงบสุขในสังคมพหุวัฒนธรรมแหงนี้ กลาวคือ ความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่ปรากฏในชุมชนนี้สะทอนผานมิติสำคัญ 2 ประการ ประการแรก คือ ความหลากหลายทางเชื้อชาติ โดยมีกลุมชาวไทยเชื้อสายจีนเปนองคประกอบหลักที่สำคัญ ซึ่งสวนใหญอพยพมาจากประเทศจีน เชน เมืองซัวเถา ดังที่ พระครูสาครสุวรรณโกศลและคุณณรงคไดกลาวถึงบรรพบุรุษของทาน นอกจากนี้คุณธีรพงศยังระบุวาบิดามารดาของทานเปนชาวจีนแตจิ๋ว อีกทั้งยังมีการกลาวถึงกลุมชาวจีนอื่น ๆ อาทิ จีนไหหลำ และยังพบวามีชาวพมาเขามาพักอาศัยและนับถือศาสนาคริสตในพื้นที่นี้ดวย ลักษณะดังกลาวบงชี้วาชุมชนนี้เปนแหลงรวมของผูคนจากหลากหลายถิ่นฐาน สวนอีกประการหนึ่ง คือ ความหลากหลายทางศาสนาและความเชื่อ แมวาพระพุทธศาสนาจะเปนศาสนาหลักของชาวไทยโดยทั่วไป แตในชุมชนแหงนี้กลับมีการนับถือศาสนาและความเชื่อ อื่น ๆ อยางกวางขวางและผสมผสานกันอยางกลมกลืน ศาสนาพุทธ มีวัดเปนศูนยกลางสำคัญอยางวัดชองลมและวัดแหลม ซึ่งมีบทบาท ในการจัดกิจกรรมทางศาสนาและกิจกรรมของชุมชนอยางการ
156สวดมนตขามป การจัดงานวันสำคัญทางพุทธศาสนา และการใหความชวยเหลือแกสังคม นอกจากนี้ความเชื่อแบบจีนซึ่งครอบคลุมทั้งพุทธมหายาน ลัทธิเตา และความเชื่อพื้นบาน ก็ปรากฏอยางชัดเจนผานการมีอยูของศาลเจาและโรงเจตาง ๆ อาทิ ศาลเจาโรงเจที่มีประวัติศาสตรยาวนานกวาศตวรรษ ซึ่งกอตั้งโดยชาวจีนแตจิ๋ว และมีกิจกรรม เฉพาะอยางเทศกาลกินเจ การไหวบรรพบุรุษผานปายวิญญาณ และการเคารพบูชาเทพเจาจีนหลากหลายองค อีกทั้งยังมีศาล เจาแมจุยบวยเนี้ย ซึ่งมักมีความเชื่อมโยงกับชาวจีนไหหลำ และศาลเจาอื่น ๆ ที่สะทอนถึงความเชื่อเรื่องเทพเจาและความกตัญู ในขณะเดียวกันศาสนาคริสต นิกายโรมันคาทอลิก ก็มีบทบาทสำคัญผานวัดนักบุญอันนา ซึ่งมีประวัติการกอตั้งมายาวนาน โดยบรรพบุรุษของชาวคริสตในพื้นที่ ทั้งที่เปนชาวไทยเชื้อสายจีน และกลุมชาติพันธุอื่น ๆ วัดแหงนี้มีการจัดกิจกรรมทางศาสนา เปนประจำ อาทิ พิธีมิสซาทุกสัปดาห งานฉลองวัดประจำป และพิธีเสกปาชาซึ่งเปนการไหวบรรพบุรุษในแบบคริสต นอกจากนี้วัดยังมีบทบาทในการดูแลชุมชนชาวคริสตพมาที่อาศัยอยูในพื้นที่ อีกดวยการที่ผูคนซึ่งมีความแตกตางทางวัฒนธรรมสามารถอยู รวมกันไดอยางสันติสุขในชุมชนนี้ มีปจจัยหลายประการที่สงเสริมเกื้อกูลกัน ประการที่ 1 คือ การยอมรับและเคารพในความแตกตางแมจะมีความหลากหลายทางเชื้อชาติและศาสนา ผูคนในชุมชน ก็ไมไดแบงแยกกีดกันกันอยางชัดเจน ดังที่คุณณรงคไดกลาวไววา
157“เขาจะไมแบงกันหรอกวาใครอยูตรงไหน เพราะทุกคนลวนมา พึ่งพระบารมี” การเปดกวางนี้เห็นไดจากการที่โรงเจซึ่งบริหาร โดยชาวจีนแตจิ๋วเปนหลัก ก็ยังคงตอนรับชาวจีนกลุมอื่น ๆ และคนในชุมชนทั่วไปใหเขารวมกิจกรรมตาง ๆ เชนเดียวกับงานฉลอง วัดคาทอลิกที่เปดใหคนทุกศาสนามารวมงานไดประการที่ 2 คือ การปรับตัวและการผสมผสาน ทางวัฒนธรรม มีการปรับเปลี่ยนและผสมผสานแนวปฏิบัติ ทางวัฒนธรรมเพื่อใหสอดคลองกับบริบททองถิ่นและเอื้อตอ การอยูรวมกันอยางราบรื่น อาทิ วัดคาทอลิกมีการจัดพิธีมิสซา ในชวงเทศกาลตรุษจีนและมีการแจกสมและอั่งเปา ซึ่งเปนธรรมเนียมของชาวจีน ในขณะที่วัดพุทธอยางวัดชองลมก็มีการจัดพิธีกงเตก ซึ่งเปนพิธีศพตามแบบจีน หรือการปรับเปลี่ยนพิธีทิ้งกระจาด ในงานเทศกาลกินเจ จากเดิมที่ใชวิธีโยนสิ่งของมาเปนการแจกจายเพื่อความปลอดภัยและความเปนระเบียบเรียบรอย การยอมรับ และปรับใชวัฒนธรรมซึ่งกันและกันเชนนี้ชวยลดความขัดแยง และสรางความเขาใจอันดีระหวางกันประการที่ 3 คือ การมีปฏิสัมพันธและการชวยเหลือเกื้อกูลกัน สถาบันทางศาสนาและวัฒนธรรมตาง ๆ ไมไดดำเนินกิจกรรมแยกขาดจากกัน แตมีการรวมมือและสนับสนุนกิจกรรมที่เปนประโยชน ตอสวนรวม ดังเชนกรณีที่คุณณรงค ซึ่งเปนไวยาวัจกรของวัดพุทธ ยังดำรงตำแหนงเปนกรรมการของอุทยานพระโพธิสัตวกวนอิม และยังมีการรวมมือกันระหวางองคกรเหลานี้ในการแจกขาวสาร และปจจัยยังชีพเพื่อชวยเหลือผูดอยโอกาสและผูปวยติดเตียงในชุมชน
158นอกจากนี้โรงเจยังมีการจัดอาหารเจเลี้ยงผูคนในชวงเทศกาลกินเจซึ่งเปนการแบงปนและชวยเหลือคนในชุมชนประการที่ 4 คือ บทบาทของสถาบันทางศาสนาและวัฒนธรรม วัด ศาลเจา และโบสถคริสต ตางทำหนาที่เปนศูนยรวมจิตใจและเปนศูนยกลางของชุมชน ไมเพียงแตเปนสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเทานั้น แตยังเปนพื้นที่สำหรับกิจกรรมทางสังคม การชวยเหลือเกื้อกูล และการสืบทอดประเพณี การมีอยูของสถาบันเหลานี้ชวยเสริมสรางความผูกพันและความรูสึกเปนสวนหนึ่ง ของชุมชนใหแกสมาชิกทุกคนประการที่ 5 คือ ประวัติศาสตรและประสบการณรวมกันการที่ผูคน โดยเฉพาะชาวจีน ไดอพยพมาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่เดียวกันเพื่อแสวงหาชีวิตที่ดีขึ้น กอใหเกิดประสบการณรวมและสรางสำนึกของความเปนชุมชนขึ้น การตองพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ในยุคแรกเริ่มของการตั้งถิ่นฐาน อาจเปนรากฐานสำคัญที่นำไปสู การสรางสังคมที่ยอมรับความหลากหลายจากที่กลาวมาจะเห็นไดวาบทสัมภาษณเหลานี้ไดฉายภาพชุมชนที่มีชีวิตชีวาดวยความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งในดาน เชื้อชาติ ศาสนา และประเพณี การที่พวกเขาสามารถอยูรวมกันไดอยางสันติสุขนั้น เปนผลมาจากทัศนคติที่เปดกวาง การยอมรับ และเคารพในความแตกตาง การปรับตัวและผสมผสานทางวัฒนธรรม การชวยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน และบทบาทของสถาบันทางศาสนาและวัฒนธรรมที่เปนศูนยกลางในการเชื่อมโยงผูคนเขาไวดวยกัน กอใหเกิดเปนสังคมพหุวัฒนธรรมที่เขมแข็งและสงบสุขอยางแทจริง
159ลตารางแสดงกิจกรรมทางศาสนาและความเชื่อในพื้นที่ทาฉลอม
160รายการอางอิงหนังสือและเอกสารเทศบาลนครสมุทรสาคร. ประวัติศาสตร“ทาฉลอม” สุขาภิบาลหัวเมืองแหงแรกของไทย. ม.ป.ท. : ม.ป.พ. , 2552.ปรีดี พิศภูมิวิถี และคณะ. สาครบุรี จากวิถีชาวบาน การเปลี่ยนผานวิถีชีวิตทองถิ่นในลุมน้ำทาจีน จังหวัดสมุทรสาคร. กรุงเทพฯ: ศูนยมานุษยวิทยา (องคการมหาชน). 2561.พลอธิป ปรางทอง. “พัฒนาการกลุมทุนประมงทองถิ่นทาฉลอม จังหวัดสมุทรสาคร พ.ศ. 2500 - 2563.” วิทยานิพนธศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตรทองถิ่น คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2563.ภาควิชามานุษยวิทยา คณะโบราณคดี. ยอนรอย ‘ทาฉลอม’ เสนทางวิถีชีวิตชุมชนประมงลุมแมน้ำทาจีน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพแหงจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย, 2561.สิริวรรณ สิรวณิชย. “การศึกษาสำรวจสถานภาพความรูทางประวัติศาสตรทองถิ่นชุมชนบานทาจีน สมุทรสาคร.” รายงานการวิจัยสาขาวิชาประวัติศาสตรทองถิ่น คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2561.สุวันชัย แสงสุขเอี่ยม และคณะ. รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ โครงการสำรวจและสังเคราะหขอมูลดานประวัติศาสตรการทองเที่ยวในการพัฒนาเมืองสมุทรสาคร. มปท. สกสว. 2662.
161แหลงขอมูลออนไลนAgal. Greater fortune with God Guan Yu, the symbol of honesty. accessed May 8, 2025. available fromhttps://www.agal.co.th/post/greater-fortune-withgod-guan-yu-the-symbol-of-honesty.Amazing Thailand. วัดนักบุญอันนา (ทาจีน). เขาถึงเมื่อ 2พฤษภาคม 2568. เขาถึงไดจาก https://thai.tourismthailand.org/Attraction/วัดนักบุญอันนา-ทาจีน.Artbeeshop. วัดแหลมสุวรรณาราม. เขาถึงเมื่อ 8 พฤษภาคม 2568. เขาถึงไดจาก https://m.pantip.com/topic/40896330?.Nukkpidet. วัดชองลม ไหวพระ ทำบุญ เที่ยววัดสวย สมุทรสาคร. เขาถึงเมื่อ 2 พฤษภาคม 2568. เขาถึงไดจาก https://travel.trueid.net/detail/8droWKrrOb2J.ONLYWONDER. ทำความรูจักเทพเหงเจีย และสอนไหว บูชาอยางไรใหปงแบบไมเสื่อมคลาย. เขาถึงเมื่อ 8 พฤษภาคม 2568. เขาถึงไดจาก https://rabbitcare.com/blog/lifestyle/all-about-information-of-wukong-chinesegod
162แผนบริหารการสอนประจำบทที่ 3 พหุวัฒนธรรมและการยอมรับความแตกตางของบุคคล. เขาถึงเมื่อ 30 เมษายน 2568. เขาถึงไดจาก https://pws.npru.ac.th/praepat/system/20220706082820_2082ccc76d3c1a1c3caf0a260db61721.pdf.มาหาสมุทรสาคร. โรงเจเช็งเฮียงตั๊ว. เขาถึงเมื่อ 8 พฤษภาคม 2568. เขาถึงไดจาก http://www.visitsk.org/?p=10887.________. วัดนักบุญอันนา. เขาถึงเมื่อ 8 พฤษภาคม 2568. เขาถึงไดจาก http://www.visitsk.org/?p=10903.________. ศาลเจาพอกวนอู. เขาถึงเมื่อ 8 พฤษภาคม 2568. เขาถึงไดจาก http://www.visitsk.org/?p=10893________. ศาลเจาเฮียตี๋กง. เขาถึงเมื่อ 30 เมษายน 2568. เขาถึงไดจาก http://www.visitsk.org/?p=10883________. อุทยานพระโพธิสัตวกวนอิม. เขาถึงเมื่อ 2 พฤษภาคม 2568. เขาถึงไดจาก http://www.visitsk.org/?p=10900 วัดแหลมสุวรรณาราม (จังหวัดสมุทรสาคร). เขาถึงเมื่อ 2 พฤษภาคม 2568. เขาถึงไดจาก https://th.wikipedia.org/wiki/วัดแหลมสุวรรณาราม_(จังหวัดสมุทรสาคร).ศูนยมานุษยวิทยาสิรินธร (องคการมหาชน). บทที่สอง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในชุมชนไทยเชื้อสายจีน. เขาถึงเมื่อ 30 เมษายน 2568. เขาถึงไดจาก https://sac-research.sac.or.th/file_thb/288-ch2.pdf.
163________. ศาลเจาจุยบวยเนี้ย (เจาแมทับทิม) ทาฉลอม.เขาถึงเมื่อ 26 เมษายน 2568. เขาถึงไดจาก https://db.sac.or.th/samutsakhon/religiousplace/content/view/115.________. ศาลเจาปุนเถากง ทาฉลอม. เขาถึงเมื่อ 26 เมษายน 2568. เขาถึงไดจาก https://db.sac.or.th/samutsakhon/religiousplace/content/view/116.หอจดหมายเหตุอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ. วัดนักบุญอันนา (วัดทาจีน). เขาถึงเมื่อ 2 พฤษภาคม 2568. เขาถึงไดจาก https://catholichaab.com/main/index.php/1/church7/5/924-2015-12-08-03-18-54.
164สัมภาษณณรงค จารุปราโมทย. ไวยาวัจกรประจำวัดแหลมและกรรมการอุทยานพระโพธิสัตวกวนอิม. สัมภาษณ, 5 เมษายน 2568.ณัฐวุฒิ พรศิริจินดา. คณะกรรมการศาลเจาแมจุยบวยเนี้ย. สัมภาษณ, 5 เมษายน 2568.ตน แสงเฮอ. ผูดูแลศาลเจาปุนเถากง ทาฉลอม. สัมภาษณ, 7 เมษายน 2568.ทวีโชค พินเจริญ. ผูคนในพื้นที่ทาฉลอม. สัมภาษณ, 7 เมษายน 2568.ธีรพงศธนะสกุลทอง. ประธานคณะกรรมการโรงเจเช็งเฮียงตั๊ว.สัมภาษณ, 5 เมษายน 2568.นันทวัฒน พรศิริจินดา. ผูคนในพื้นที่ทาฉลอม. สัมภาษณ, 7 เมษายน 2568.ประกิต เชิญอักษร. คณะกรรมการศาลเจาแมจุยบวยเนี้ย. สัมภาษณ, 5 เมษายน 2568.ประวิทย ชาวปากน้ำ. อดีตประธานสภาภิบาลวัดนักบุญอันนา. สัมภาษณ, 5 เมษายน 2568.ปราโมทย บุษยามงคล. เจาของธุรกิจคานเรือมงคลประเสริฐชัยและประธานคณะกรรมการศาลเจาเฮียตี๋กง. สัมภาษณ, 6เมษายน 2568.อำไพ โพธิศาล. ผูดูแลศาลเจาพอกวนอู. สัมภาษณ, 6 เมษายน 2568.
165¡ÒûÃѺµÑÇáÅСÒä§ÍÂÙè¢Í§àÈÃɰ¡Ô¨ªØÁª¹·èÒ©ÅÍÁ ฐิตาภา พิริยะกิตติการเบญจมาภรณ เพ็ชรกุลสถาพร ธัมมิกะกุลกัญยาณี รื่นมีแสงเมธิ มากศิริศิรภัสสร จันทรเมือง
166บทนำจากขอมูลทางประวัติศาสตรนับตั้งแตสมัยอยุธยา ไดแสดงใหเห็นวาบริเวณปากแมน้ำทาจีนเดิม มีความสำคัญ ในการเปนหัวเมืองสำหรับเรียกระดมพล เมื่อมีการเกิดสงคราม พรอม ๆ กับการเปนเมืองหนาดานปองกันผูรุกรานทางทะเล และเมืองทางผานที่เรือสำเภาจีนและเรือแขกมลายูเดินทางเขามาคาขายแลกเปลี่ยนสินคากับกรุงศรีอยุธยา ผานแนวคลองสนามชัย หรือที่เรียกวาคลองมหาชัยในเวลาตอมา นี่เองทำใหมีการตั้งชุมชน ซึ่งยึดอาชีพการทำประมงขึ้นในพื้นที่ดังกลาว และสืบเนื่องจากประชากรสวนมากในชุมชนแหงนี้เปนชาวจีน จึงทำใหชุมชนแหงนี้ถูกเรียกวาขานกันวา “บานทาจีน”01ชุมชนทาจีนมีพัฒนาการอยางเปนลำดับ จนถึงลวงถึง สมัยรัตนโกสินทรในชวง ร. 5 เปนตนมา ชุมชนบานทาจีนก็ไดเติบโตและกลายเปนยานการคาที่มีทำเลอันอุดมไปดวยอาชีพมากมาย ทั้งการทำประมง ดองปลา ทำกะป และน้ำปลา ทั้งไดกลายเปนสุขาภิบาลหัวเมืองแหงแรกในไทยในนาม “สุขาภิบาลทาฉลอม” 1ศูนยมานุษยวิทยาสิรินธร (องคการมหาชน), ทาฉลอม, เขาถึงเมื่อ 30เมษายน 2568, เขาถึงไดจากhttps://wikicommunity.sac.or.th/community/492.
167เมืองสมุทรสาคร ภายหลังจากเกิดความรวมมือรวมใจของชาว ทาฉลอมในการสละที่ดินของตนบางสวนสรางเปนถนนสาธารณะประโยชนกวางประมาณ 4 เมตร ยาวประมาณ 469 เมตร ซึ่งไดรับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ 5 วา ถนนถวาย ใน พ.ศ. 244812จ า ก ท ี ่ ก ล า ว ไ ป ข า ง ต น ท ำ ใ ห ท ร า บ ว า ท า ฉ ล อ ม จังหวัดสมุทรสาคร เปนหนึ่งในชุมชนเกาแกที่มีบทบาทสำคัญ ในระบบเศรษฐกิจและการคาในลุมน้ำทาจีนของไทยมาอยางยาวนานจากหมูบานประมงขนาดเล็กที่มีชาวจีนอพยพเขามาตั้งรกราก โดยประกอบอาชีพเปนแรงานรับจาง ทาฉลอมไดพัฒนาเปนทาเรือสำคัญที่เชื่อมโยงการคาและการคมนาคมทางน้ำกับกรุงเทพฯ และภูมิภาคโดยรอบ เนื่องจากมีทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมในการเปนจุดขนถายสินคาเพื่อลำเลียงตอไปยังหมูบานอื่น ๆ ตามคลองสุนัขหอน และแมน้ำทาจีน อาชีพประมง จับสัตวน้ำ และอาหารทะเลแปรรูป จึงกลายเปนอาชีพหลักของชาวทาฉลอม และพื้นที่ทาฉลอมนี้ ก็ถือไดวาเปนทำเลทองทางเศรษฐกิจที่สำคัญเรื่อยมา แตแลว ในชวงทศวรรษ 2500 เปนตนมาการเปลี่ยนแปลงของโครงสรางเศรษฐกิจของภาครัฐการขยายตัวของอุตสาหกรรม กฎหมาย การประมง และการพัฒนาเสนทางคมนาคมทางบกไดสงผล 2 ศูนยมานุษยวิทยาสิรินธร (องคการมหาชน), ทาฉลอม, เขาถึงเมื่อ 30เมษายน 2568, เขาถึงไดจากhttps://wikicommunity.sac.or.th/community/492.
168ตอเศรษฐกิจชุมชนดั้งเดิม ทำใหเกิดความจำเปนที่ชุมชนตองปรับตัวเพื่อรักษาเอกลักษณและความอยูรอดของเศรษฐกิจทองถิ่น จากเดิมที่มีเพียงอาชีพประมง ทำกะป และน้ำปลา ก็ไดเกิด การเปลี่ยนแปลงและปรับตัวทางเศรษฐกิจ เกิดเปนรูปแบบธุรกิจใหมเชน การแปรรูปอาหาร และโรงงานอุตสาหกรรม เปนตนแมจะมีการศึกษาดานเศรษฐกิจและสังคมเกี่ยวกับชุมชน ทาฉลอมอยูบาง แตสวนใหญเนนไปที่แงมุมของการเปลี่ยนแปลง ทางอุตสาหกรรมและการประมงในบริบทสมัยใหม การศึกษา เรื่องการปรับตัวและการคงอยูของเศรษฐกิจชุมชนทาฉลอมในครั้ง นี้จึงมุงศึกษาถึงปจจัยที่กอใหเกิดการปรับตัวของชุมชน ตอการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในระยะยาว รวมถึงกลไกทางสังคมและวัฒนธรรมที่เอื้อตอการคงอยูของเศรษฐกิจชุมชนทาฉลอม สภาพพื้นที่ทางกายภาพบริเวณตอนลางของจังหวัดสมุทรสาครเปนที่ราบลุม ติดชายฝงทะเล มีความยาวขนานกับชายฝงทะเลระยะทาง 41.8 กิโลเมตร เปนพื้นที่ที่น้ำทะเลไมทวม จึงเหมาะสำหรับการทำ นาเกลือ การทำประมง และการเพาะเลี้ยงสัตวน้ำชายฝง ไดแก กุง และหอยชนิดตาง ๆ ใตลงมาเล็กนอยเปนพื้นที่ลุมต่ำ ที่น้ำทะเลยังคงทวมอยูเปนประจำ จึงมีลักษณะเปนปาชายเลย สวนในสวนของตอนกลางของจังหวัดทั้งฝงซายขวาของแมน้ำทาจีน ตางเปนพื้นที่ลุม ฤดูฝนน้ำจะไมทวม จึงเหมาะแกการทำนา สุดทายสวนพื้นที่ตอนบนของจังหวัดเปนพื้นที่ที่เหมาะกับการทำกสิกรรม จึงเปนแหลงในการ
169ผลิตผักและผลไม พื้นที่ของทาฉลอมซึ่งตั้งอยูตอนกลางคอนมาทางตอนใตของจังหวัด จึงมีสภาพภูมิประเทศที่เอื้อใหเกิดการทำอาชีพ ไดหลากหลาย ในอดีตพื้นที่แหงนี้เต็มไปดวยปาแสม แตเนื่องจาก การขยายตัวของชุมชนจึงทำใหปาแสมในฝงแมน้ำทาจีนในพื้นที่ ลดนอยลงสภาพเศรษฐกิจจังหวัดสมุทรสาครกอน พ.ศ. 2500 สภาพเศรษฐกิจของจังหวัดสมุทรสาคร กอน พ.ศ. 2500 มีการเปลี่ยนแปลงแบงออกเปน 2 ชวง คือ เศรษฐกิจแบบพื้นฐาน และเศรษฐกิจหลังการปฏิรูปประเทศในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว เศรษฐกิจพื้นฐานในชวงแรกนั้น การผลิตสวนใหญเปนการผลิตเพื่อการยังชีพ จนภายหลังที่มีการเปดการคาเสรีกับตางชาติในสมัยรัชกาลที่ 4 ทำใหการผลิตเพื่อบริโภคเปลี่ยนแปลงเปนการผลิตเพื่อการคา โดยเฉพาะหลัง การปฏิรูปประเทศในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวไดมีการจัดระเบียบการปกครองหัวเมือง และนโยบายระบบเศรษฐกิจและสังคมขึ้นใหม ทำใหมีผลผลิตมากเกินความตองการของการบริโภค สวนที่เหลือไดกลายเปนสินคาสงออกนอกพื้นที่ รวมทั้งมีการผลิตสินคาอุปโภคบริโภคหลากหลายประเภทมากขึ้น การเปลี่ยนแปลง
170สภาพเศรษฐกิจทั้ง 2 ชวงไดพัฒนากลายเปนพื้นฐานเศรษฐกิจของสมุทรสาครในเวลาตอมา23ในสวนของเศรษฐกิจแบบพื้นฐานในทาฉลอมที่เปนตำบลหนึ่งของจังหวัดสมุทรสาคร ตั้งอยูบริเวณปากอาวที่แมน้ำทาจีนไหลลงสูทะเล ในอดีตทาฉลอมเปนตำบลที่มีความเจริญที่สุดของจังหวัด มีประชากรสวนใหญเปนชาวจีน ซึ่งอพยพมาจากเมืองจีน ดวยเรือสำเภารอนแรมมากลางทะเล ซึ่งสวนมากจะเขาสูประเทศไทยบริเวณจังหวัดชลบุรี โดยเฉพาะที่อางศิลาและกระจัดกระจายไปตั้งถิ่นฐานที่บริเวณปากแมน้ำ เชน บางประกง แมกลอง และขยายมา ที่จังหวัดสมุทรสาคร จึงทำใหทราบไดวาสภาพเศรษฐกิจพื้นฐานของทาฉลอมในอดีตเปนการประกอบอาชีพทางดานการประมง โดยเฉพาะการทำโปะ ดองปลา ทำกะป น้ำปลา มีตลาดน้ำตอนเชา ตลาดสดบนบก มีบอนเบี้ย ถั่วโป โรงฝน โรงเหลา และวิกลิเกครึกครื้น ตั้งแตสมัย ร.ศ. 114 (พ.ศ. 2443) นอกจากนี้แลวชุมชนทาฉลอม ยังมีการแบงการปกครอง เปน 3 หมูบาน คือหัวบาน มีลุงแดง มณีรัตนตอมาไดบรรดาศักดิ์ เปนขุนพิจารณนรกิจเปนผูดูแล กลางตลาดมีคุณตาหรั่ง ตูจินดา ภายหลังไดรับบรรดาศักดิ์เปนหลวงพัฒนการภักดีเปนผูดูแลในพื้นที่ 3 ชัยรัฐ เกาะไพศาลสมบัติ, “ประวัติศาสตรเศรษฐกิจของจังหวัดสมุทรสาคร พ.ศ.2489-2544” (วิทยานิพนธหลักสูตรปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาประวัติศาสตร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 2550), 60.
171ตอจากกลางตลาดเปนทองที่ในความรับผิดชอบของคุณลุงยี มีอำพล ซึ่งภายหลังไดรับบรรดาศักดิ์เปนขุนพินิจนรภาร34การทำประมงในพื้นที่สมุทรสาครมีทั้งการทำประมงน้ำจืดและประมงน้ำเค็ม การจับสัตวน้ำในอดีตของสังคมลุมน้ำมักเปนอาชีพเสริมที่วางเวนจากการทำนา สามารถหาไดจากแหลงน้ำ ตามธรรมชาติ ทั้งลำคลองสายหลัก คลองสาขาและแมน้ำทาจีน การประมงในยุคเริ่มตนเปนรูปแบบการทำประมงพื้นบานเพื่อยังชีพ ยังคงใชเครื่องมืออุปกรณจับสัตวน้ำที่ทำจากวัสดุหาไดงายในทองถิ่นมีวิธีการจับสัตวน้ำแบบงาย เชน การชอนกุง การเดินไสเคย การใชแหจับปลา จากนั้นนำมาแลกเปลี่ยนซื้อขายภายในชุมชนหรือพื้นที่ละแวกใกลเคียง สวนที่เหลือจากขายก็นำมาแปรรูป เชน กะป ปลาเค็ม ปลาหมึกแหง กุงแหง ตอมาเมื่อมีการพัฒนาอุปกรณเครื่องมือ และเทคนิควิธีการจับสัตวน้ำ เชน อวน โปะ เรืออวน เรือลาก ที่ใชเครื่องยนต ทำใหสามารถจับสัตวน้ำไดเปนจำนวนมาก45นอกจากการทำอาชีพประมงแลว เศรษฐกิจในทาฉลอม ยังมีการปลูกขาวเปนหลัก เนื่องจากขาวในชวง พ.ศ. 2403 - 2413 หรือชวงสมัยปลายรัชกาลที่ 4 ชาวบานในทองถิ่นภาคกลางตางเนน4คณะกรรมการฝายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ, วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร เอกลักษณและภูมิปญญา จังหวัดสมุทรสาคร(กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2542), 38-39.5 สิริวรรณ สิรวณิชย, “พลวัตเศรษฐกิจ “ภาคประมง” ของจังหวัดสมุทรสาคร หลังพ.ศ.2500,” วารสารมนุษยศาสตรและสังคมศาสตร มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 43, 5 (กันยายน-ตุลาคม 2567): 906-915.
172การปลูกขาว เนื่องจากเปนสินคาที่ชาวตะวันตกตองการ โดยกอนที่ไทยจะทำสนธิสัญญาเบาวริ่ง ชาวนาจะขายขาว เฉพาะผลผลิตสวนเกินเทานั้น นอกจากนั้นการขายขาวยังอยู ในการดำเนินงานของคนจีน เพราะชาวจีนที่เขามาอาศัยในสยาม มีอิสระในการประกอบอาชีพและไมตองเกณฑแรงงาน56 แตหลังจากการทำสนธิสัญญาเบาวริ่ง ไทยไดเปดเสรีการคา ทำใหการคาขยายตัว ไปพรอม ๆ กับเศรษฐกิจไทยผูกติดกับเศรษฐกิจโลก สิ่งนี้ทำใหขาวกลายเปนสินคาสงออกสำคัญ เปนผลใหชาวนาตางเริ่มขยายพื้นที่ ในการทำนา ทำใหเกิดการเคลื่อนยายเขามาของกลุมคนตาง ๆ ในลุมแมน้ำทาจีนมากขึ้น67 นอกจากนี้ในชวงสมัยรัชกาลที่ 4 การขุดคลองตาง ๆ ในลุมแมน้ำทาจีนยังทำใหการคมนาคมขนสง ทางน้ำสะดวกยิ่งขึ้นและยังเพิ่มพื้นที่ในการทำนาอีกดวยไมเพียงเทานี้เศรษฐกิจของสมุทรสาครยังมีอาชีพทำนาเกลือ เปนอาชีพที่รัฐบาลสงวนไวใหสำหรับคนไทย จังหวัดสมุทรสาครเริ่มทำอยางจริงจังชวงประมาณ พ.ศ. 2478 โดยการนำของ ขุนสมุทรมณีรัตน โดยเริ่มที่ตำบลบางหญาแพรก และขยายตอไป รอบนอก ขุนสมุทรมณีรัตนไดดำเนินการจัดสรางระบบสาธารณูปโภคเพื่อเอื้อประโยชนตอครอบครัวที่มารับจางทำนาเกลือ 6 ปรีดี พิศภูมิวิดี และคณะ, สาครบุรีจากวิถีขาวบาน: การเปลี่ยนผานวิถีชีวิตทองถิ่นในลุมน้ำทาจีน จังหวัดสมุทรสาคร (กรุงเทพฯ: ศูนยมานุษยวิทยาสิรินธร (องคการมหาชน), 2561), 21.7 สุภาภรณ จินดามณีโรจน, “ประวัติศาสตรสังคมของชุมชนในลุมน้ำทาจีน,” ดำรงวิชาการ 1,1 (2546): 439 - 471.
173เชน จัดสรรที่อยู เครื่องปลูกบาน เงิน ขุดคลอง สรางถนน และโรงเรียน รับซื้อและเปนตัวแทนจำหนายเกลือ กระทั่ง พ.ศ. 2491 ไดมีการจดทะเบียนเปน บริษัท นาเกลือขุนสมุทรมณีรัตน จำกัด ที่มีเนื้อที่กวา 5,000 ไร78นอกจากตำบลบางหญาแพรกแลว ยังมีพื้นที่ทำนาเกลืออื่นอีกในจังหวัดสมุทรสาคร ไมวาจะเปนตำบลกาหลง บานนาขวาง ตำบลบางกระเจา บานบางกระเจา และตำบลนาโคก บานสหกรณ ซึ่งแสดงใหเห็นวาอาชีพนาเกลือเปนอาชีพหลักของชาวสมุทรสาคร อีกหนึ่งอาชีพไมตางจากอาชีพการทำประมง เนื่องจากมีหลายพื้นที่ ที่ประกอบอาชีพดังกลาว รวมถึงสภาพทางภูมิศาสตรมีสภาพนิเวศ เปนน้ำเค็มจึงเอื้อตอการปรับพื้นที่มาประกอบอาชีพทำนาเกลือหลังการปฏิรูปประเทศในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวไดมีการจัดระเบียบการปกครองหัวเมืองและนโยบายระบบเศรษฐกิจและสังคมขึ้นใหม โดยมีการเปลี่ยน จากการปกครองสวนภูมิภาคในระบบ “กินเมือง” มาเปนการปกครองแบบ “เทศาภิบาล” จากเดิมที่เคยขึ้นกับกรมกลาโหม กรมมหาดไทย และกรมทา ใหมาขึ้นโดยตรงกับกระทรวงมหาดไทยเพียงอยางเดียว แลวรวมหัวเมืองเขากันเปนกลุม ๆ ตามความเหมาะสมและสภาพพื้นที่เรียกวา “มณฑล” และมีผูดำรงตำแหนงผูบัญชาการมณฑลเรียกวา ขาหลวงเทศาภิบาล 8 ปรีดี พิศภูมิวิดี และคณะ, สาครบุรีจากวิถีขาวบาน: การเปลี่ยนผานวิถีชีวิตทองถิ่นในลุมน้ำทาจีน จังหวัดสมุทรสาคร, 156.
174หลังจากการปฏิรูปการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 5 พบวาราษฎรยังประกอบอาชีพทำนาเชนเดิม โดยมีพื้นที่ทำนาทั้งหมด ในชวง พ.ศ. 2458 ประมาณ 77,066 ไร เปนอำเภอเมือง 31,504 ไร อำเภอกระทุมแบน 32,843 ไร อำเภอบานแพว 13,719 ไร จนกระทั่งรัชสมัยของพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว ไดเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกสืบเนื่องมาจากผลของสงครามโลกครั้งที่ 1 สรางผลกระทบตอประเทศไทยเปนอยางมากเนื่องจากประเทศไทยอาศัยการสงสินคาออกเปนเศรษฐกิจหลักในการพัฒนาประเทศ ประกอบกับการใชงบประมาณแผนดินเกินตัว รวมทั้งปญหา จากภัยธรรมชาติ เชน ภาวะน้ำทวมใน พ.ศ. 2460 ทำใหนาขาวเสียหายเปนจำนวนมากและติดตอถึง 2 ปหลังจากนั้นใน พ.ศ. 2462 ไดเกิดฝนทิ้งชวงและไดทำนาขาวเสียหายซ้ำอีก จากภัยธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นสงผลกระทบตอเกษตรกรในสมุทรสาคร โดยเฉพาะชาวนา ที่อาศัยธรรมชาติในการเพาะปลูกแตตอมาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลงที่ไทยตกเปนประเทศผูแพสงครามตองเสียคาปรับตามขอสัญญาสมบูรณ แบบอังกฤษ โดยตองสงขาวจำนวน 1.5 ลานตัน โดยไมคิดมูลคา ทำใหไทยตองเรงขยายพื้นที่ปลูกขาว เพื่อเพิ่มปริมาณการผลิต ใหมากขึ้นอยางรวดเร็ว จากความตองการขาวในตลาดโลก ที่มีความตองการสูงขึ้นตาม สงผลใหพื้นที่ทำนาขาวในสมุทรสาครเพิ่มขึ้นอยางรวดเร็ว ดังปรากฏใน พ.ศ. 2490 มีพื้นที่ปลูกขาว
175ในสมุทรสาครถึง 228,923 ไร 89 ในสวนของนาเกลือผูคน ยังคงประกอบอาชีพไดดังเชนเดิม จากที่กลาวไปขางตน วาสภาพภูมิศาสตรนั้นเหมาะสมตอการประกอบอาชีพดังกลาว และไมสามารถประกอบอาชีพอื่นไดนอกจากนี้ในชวงกอนทศวรรษ 2500 อาชีพการทำนาเกลือยังคงเปนอาชีพที่มีความสำคัญ ในระบบเศรษฐกิจของจังหวัดสมุทรสาครเชนเดิมในขณะที่การทำประมงไดรับการพัฒนาขึ้น หลังการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 กลาวคือ เกิดการนำรองทางการทำประมง จากประมงพื้นบานที่ทำเพื่อยังชีพสูประมงพาณิชย ในปลายยุคนี้ ไดเริ่มมีการสำรวจและศึกษาเครื่องมือทำประมงของประเทศไทย ขึ้นเปนครั้งแรกโดยกรมประมง ในระหวาง พ.ศ. 2492 - 2493 มีการสำรวจเครื่องมือทำการประมงประเภทน้ำเค็ม ฝงมหาสมุทรอินเดีย (ทะเลอันดามัน) ของประเทศไทย เปนชวงเวลาที่มีการรวมทำการประมงกับชาวตางชาติ และเริ่มการพัฒนาประมงทะเล ของประเทศไทยอยางจริงจัง มีการรับเอาเทคโนโลยีจากตางประเทศโดยมีชาวตางชาติเขามารวมทำประมงในประเทศไทย ทั้งจากประเทศญี่ปุนและประเทศจีน ในรูปแบบของบริษัท รวมทำประมง9109 ปรีดี พิศภูมิวิดี และคณะ, สาครบุรีจากวิถีขาวบาน: การเปลี่ยนผานวิถีชีวิตทองถิ่นในลุมน้ำทาจีน จังหวัดสมุทรสาคร, 72.10 อัศนีย มั่นประสิทธิ, การประมงของประเทศไทยจากอดีตจนถึงหวงเวลาการออกพระราชกำหนดประมง พ.ศ. 2558, เขาถึงเมื่อ 30 เมษายน 2568, เขาถึงไดจาก https://repository.seafdec.or.th/bitstream/handle/20.5
176อยางไรก็ตามในชวงเวลาหลังจากนี้เปนชวงที่ประเทศไทย เขาสูแผนพัฒนาเศรษฐกิจแหงชาติฉบับที่ 1 ซึ่งมีจุดมุงหมายพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศผานทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพและปริมาณของการผลิตพืชผลเกษตรกรรม การสงวนปาไมแหลงทรัพยากร การปรับปรุงการขนสงและการสื่อสารใหสะดวกรวดเร็ว การขยายกิจการอุตสาหกรรมภายในประเทศ ผานการสงเสริมการลงทุน เพื่อใหภาคเอกชนเกิดแรงจูงใจในการดำเนินการ และการมุงลงทุนในกิจการดานพลังงานและสาธารณูปโภคอื่น ๆ 1011 เศรษฐกิจของชุมชนทาฉลอมซึ่งเปนสวนหนึ่งของเศรษฐกิจประเทศ จึงเกิดความเปลี่ยนแปลง ทั้งในภาคอาชีพหลักอยางการประมง การทำนา การทำนาเกลือ รวมถึงการแปรรูปอาหารทะเล ซึ่งแตเดิมดำเนินไปภายใตระบบเศรษฐกิจทองถิ่น ที่มีรากฐานจากทรัพยากรและวิถีชีวิตพื้นถิ่น จึงสงผลใหเกิดการปรับตัวของแตละอาชีพในชุมชน00.12067/1152/TD%20TRB%2091_editedP13.pdf;jsessionid=4377B5391B6C173E9F3BF08304817759?sequence=5. 11 สำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ, แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับที่หนึ่ง, เขาถึงเมื่อ 30 เมษายน 2568, เขาถึงไดจาก https://www.nesdc.go.th/ewt_dl_link.php?nid=3776.
177สภาพเศรษฐกิจจังหวัดสมุทรสาครชวง พ.ศ. 2500 - พ.ศ.2560 สภาพเศรษฐกิจจังหวัดสมุทรสาครชวง พ.ศ. 2500 มีการปรับปรุงระบบเศรษฐกิจไทย โดยมุงเนนการเจริญเติบโตของการลงทุนภายในประเทศ การปรับเปลี่ยนโครงสรางทางเศรษฐกิจ เริ่มจากการยุบรัฐวิสาหกิจการคาปลีกขายโรงงานบางแหงใหแกเอกชนและไมมีการตั้งรัฐวิสาหกิจเพื่อผลิตสินคาอุตสาหกรรม ยกเวนรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินงานเกี่ยวกับสาธารณูปโภค เพื่อใหเกิดการพัฒนาอยางเปนรูปธรรม รัฐบาลไทยสงเสริม ระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมและสงเสริมการคาการลงทุนตางประเทศ ไมดำเนินธุรกิจแขงกับเอกชน รัฐบาลเนนดานการกำหนดนโยบายและการวางแผนงานทางเศรษฐกิจ โดยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติตั้งแตฉบับที่ 1 – 3 และฉบับที่ 7 – 8 มีสวนเกี่ยวของ กับการพัฒนาสมุทรสาครโดยออม1112อยางไรก็ดี การประกาศใชแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับตาง ๆ สงผลใหสมุทรสาคร ไดรับการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เชน ถนน ไฟฟา ประปา สถานพยาบาล และสถานศึกษา พรอมทั้งพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมและยานอุตสาหกรรม เพื่อเปนแหลงจางงานสำหรับรองรับการอพยพแรงงานจากชนบท ดวยเหตุนี้ 12ชัยรัฐ เกาะไพศาลสมบัติ, “ประวัติศาสตรเศรษฐกิจของจังหวัดสมุทรสาคร พ.ศ. 2489 - 2544” (วิทยานิพนธหลักสูตรปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาประวัติศาสตร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 2550), 40 - 41.
178จึงไดมีการสรางโรงงาอุตสาหกรรมขนาดใหญและขนาดขนาดเล็กกระจายอยูเปนจำนวนมากในบริเวณพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร1213 ชวง พ.ศ. 2538 - พ.ศ. 2543 การอพยพเขามาของประชากรในจังหวัดสมุทรสาครมีอัตราเพิ่มขึ้น โดยสวนใหญเขามาประกอบอาชีพเปนพนักงานโรงงานอุตสาหกรรม โดยบางสาขาอาชีพ ยังคงขาดแคลนแรงงาน เชน ประมงทะเล อุตสาหกรรมขนาดยอม ที่ทำงานกลางแจง เชน อุตสาหกรรมการทำปลาเค็ม ปลาหมึกแหง กะปกอสราง เปนตน ซึ่งงานประเภทนี้แรงงานคนไทยไมนิยมทำ และกลายเปนปญหาของผูประกอบการในสมุทรสาครที่ไมสามารถ หาแรงงานได สงผลใหมีการลักลอบแรงงานตางดาวเขามาเปนแรงงาน อยางไรก็ตามคณะรัฐมนตรีมีมติอนุญาตใหใชแรงงานตางดาวได ในกิจการสาขาที่แรงงานไทยไมทำตั้งแต พ.ศ. 2539 เปนตนมา อาจกลาวไดวาการขยายตัวของจำนวนประชากร เปนปจจัยสำคัญ ที่เรงใหเศรษฐกิจเกิดการขยายตัวตามความตองการของประชาชนรวมดวย และยังเปนปจจัยหลักในดานการผลิต ใหกับสถานประกอบธุรกิจ และเปนหนวยรองรับการบริโภคสินคา ที่เกิดการผลิตในสาขาธุรกิจตาง ๆ ของสมุทรสาคร ซึ่งสราง ความเจริญเติบโตและขยายตัวทางเศรษฐกิจอยางตอเนื่อง1314 13 ชัยรัฐ เกาะไพศาลสมบัติ, “ประวัติศาสตรเศรษฐกิจของจังหวัดสมุทรสาคร พ.ศ. 2489 - 2544”, 43. 14 เรื่องเดียวกัน, 53-54.
179รวมถึงลักษณะภูมิประเทศและศักยภาพของพื้นที่ ที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณยังเอื้อใหจังหวัดสมุทรสาครสามารถขยายกิจการดานการประมงและอุตสาหกรรมไดอยาง กาวกระโดด ดังจะเห็นไดจากผลิตภัณฑมวลรวมใน พ.ศ. 2515 สาขาประมงมีมูลคา 439.40 ลานบาท และสาขาอุตสาหกรรม มีมูลคา 89.40 ลานบาท1415โดยลักษณะอาชีพเหลานี้ เรียกไดวาสรางรายได ใหแกประชากรในจังหวัดรวมถึงเปนอาชีพหลักในพื้นที่ ที่มีการสืบตอกันมาและมีการพัฒนา ดังเชน อาชีพดานการประมง มีการขยายตัวอยางรวดเร็ว หลังประกาศใชแผนพัฒนาเศรษฐกิจ ฉบับแรก และไดมีนโยบายใหสงเสริมการประมงโดยผาน องคกรสะพานปลา มีการนำเครื่องมือประมงสมัยใหมเขามาใช มีการสรางหองเย็นและโรงงานน้ำแข็งเพื่อเก็บรักษาสัตวน้ำ ใหมีความสดอยูเสมอ ซึ่งทำใหเกิดสถานประกอบธุรกิจแบบใหม หลายแขนง ดังเชน 1) อูตอเรือประมงและคานเรือ เปนอุตสาหกรรมที่สำคัญเนื่องจากสมุทรสาครมีเรือประมงจำนวนมาก และประมงก็เปนอาชีพหลักของประชาชน ดังนั้นอูตอเรือและซอมอุปกรณเรือประมง จึงมีความสำคัญเปนอยางมาก เรียกไดวาถือเปนหนึ่งในกลไกที่สำคัญทั้งการจัดหาวัตถุดิบคุณภาพ เชน ไมตะเคียนและไมประดู ในการสรางงานใหกับคนในชุมชน และการสืบทอดภูมิปญญาชางเรือ15 ชัยรัฐ เกาะไพศาลสมบัติ, “ประวัติศาสตรเศรษฐกิจของจังหวัดสมุทรสาคร พ.ศ. 2489 - 2544, 82.
180แบบดั้งเดิม ซึ่งธุรกิจคานเรือในอดีตถือเปนเศรษฐกิจสำคัญที่หลอเลี้ยงผูคนจำนวนมากในทาฉลอม 2) โรงงานแปรรูปอาหารทะเล มีความเชื่อมโยงกับสาขาอาชีพการทำประมงเนื่องดวยเปนการ รับวัตถุดิบจากแหลงผลิตโดยตรง เรียกไดวาเปนอุตสาหกรรมสำคัญของจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งถือเปนรากฐานของชุมชนที่เติบโต มาจากการประกอบอาชีพที่เกี่ยวของกับทรัพยากรทางทะเล เรียกไดวาเปนองคความรูเฉพาะตัวของแตละครอบครัว โดยเปนการสืบทอดรุนตอรุนทำใหธุรกิจมีความมั่นคง สรางรายไดจำนวนมากในแกผูประกอบการ ในชวง พ.ศ. 2503 มีการนำเครื่องมือทำประมงประเภท อวนลากเขามาใช ทำใหสามารถจับปลาหนาดินไดเปนจำนวนมาก สงผลใหแตเดิมการประมงที่ทำบริเวณชายฝง ไดเริ่มขยายเปน การจับสัตวน้ำในบริเวณพื้นที่ทั่วอาวไทย ฝงอันดามัน และประเทศเพื่อนบาน1516 รวมถึงการขนสงสัตวน้ำจากทะเล ไปยังตลาดและแหลงแปรรูปผลิตภัณฑ จากแตเดิมที่สงไป ยังสะพานปลากรุงเทพโดยทางรถไฟสายทาจีน - คลองสาน หลังจากมีองคการสะพานปลา ทำใหกลายเปนปจจัยสำคัญ ของการทำประมง เนื่องจากเปนสถานที่ลำเลียงผลิตภัณฑจากทะเลขึ้นสูชายฝงไปยังตลาดทำใหมีเรือเขาเทียบเพิ่มขึ้นอยางตอเนื่องประกอบกับจำนวนเรือประมงที่จดทะเบียนในสมุทรสาครมากขึ้น 16 ชัยรัฐ เกาะไพศาลสมบัติ, “ประวัติศาสตรเศรษฐกิจของจังหวัดสมุทรสาคร พ.ศ. 2489 - 2544, 98 - 99.
181ภาพที่ 34 ธุรกิจคานเรือมงคลประเสริฐชัย(ที่มา: ฐิตาภา พิริยะกิตติการ, 6 เมษายน 2568)ภาพที่ 35 ธุรกิจโรงงานแปรรูปอาหารทะเล บานปลาริวกิว(ที่มา: ฐิตาภา พิริยะกิตติการ, 5 เมษายน 2568)
182อยางไรก็ดีการจับสัตวน้ำอยางตอเนื่องสงผลใหทรัพยากรสัตวน้ำในทะเลลดลงมาก ทั้งบริเวณอาวไทยและอันดามัน ประกอบกับภายหลังที่ประเทศเพื่อนบานไดประกาศเขตไหลทวีป และเขตเศรษฐกิจเฉพาะกอนประเทศไทย ทำใหประเทศตองสูญเสียพื้นที่ทะเลหลวงที่เคยทำประมงไปประมาณ 300,000 ตารางไมล อีกทั้งปญหาการเสื่อมโทรมของชายฝงทะเลสมุทรสาคร ซึ่งกลาวไดวาเปนการสืบเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงการทำประมงจากแตเดิม เปนรูปแบบพื้นบานหรือวาการเลี้ยงชีพ การรับรูปแบบวิธีเรียนรูงานจากบรรพบุรุษ การอาศัยประสบการณ ความชำนาญในการปฏิบัติงาน แตภายหลังเมื่อมีการสงเสริมของภาครัฐทำใหการประมงเปนรูปแบบเชิงพาณิชยมากขึ้น ดังนั้นจึงทำใหมีผลกระทบทางทะเล และเกิดปญหาการจัดการ การจำหนายสินคารวมดวย ในขณะที่มีการคาแบบเสรี ทำใหมีการแขงขันสูง ยากตอการควบคุมการผลิต โดยจากสถานการณดังกลาวนี้ รัฐบาลไดมีมาตรการแกไขปญหาของจังหวัดสมุทรสาคร โดยการพัฒนาการประมงขนาดเล็ก และประมงน้ำจืด การพัฒนาบริการขั้นพื้นฐานจัดฝกอบรม ดานวิชาการเพื่อปรับปรุงเครื่องมือเครื่องใชและวิธีการดำเนินการ ใหมีประสิทธิภาพ พรอมคำแนะนำใหกับชาวประมง รวมถึงสงเสริมการเพาะเลี้ยงสัตวน้ำแถบชายฝงทะเลและแหลงธรรมชาติ1617 17 ชัยรัฐ เกาะไพศาลสมบัติ, “ประวัติศาสตรเศรษฐกิจของจังหวัดสมุทรสาคร พ.ศ. 2489 - 2544, 100 - 101.
183เพื่อที่ในอนาคตยังคงทำใหพื้นที่มีแหลงทำกินและไมสูญเสียทรัพยากรทางธรรมชาติ หลังจากนั้นใน พ . ศ . 2 5 5 8 เ ป น ช ว ง เ ว ล า ส ำ คั ญ ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในจังหวัดสมุทรสาคร โดยเฉพาะอาชีพประมง ที่ไดรับผลกระทบมากมายอันเนื่อง มาจากสาเหตุการเกิดขึ้นของนโยบายที่มาจากกระแสปญหา ความเสื่อมโทรมทางทรัพยากรธรรมชาติรวมถึงกระแสนโยบายองคการสหประชาชาติในแนวคิดการพัฒนาโลกใบนี้หลัง พ.ศ. 2558 โดยมีกำหนดเปาหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมถึงกระแสการเมืองอันเนื่องมาจากสหภาพยุโรปไดแสดงสถานะธงเหลืองแจงเตือนมายังประเทศไทย ที่ไมใหความรวมมือในการตอตานการทำประมง ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไรการควบคุม เรียกวา Illegal Unreported and Unregulated Fishing หรือ IUU Fishing IUU Fishing เปนกรณีการทำประมงในเขตน าน น้ำ ของประเทศตาง ๆ โดยไมไดรับอนุญาตหรือฝาฝนตอระเบียบ และกฎหมายที่กำหนดขึ้น หรือฝาฝนพันธกรณีระหวางประเทศ ดานการประมง รวมทั้งพันธกรณีตามความตกลงรวมมือทางประมงในภูมิภาค เรียกวาไมถูกตองตามเกณฑที่กำหนดไวตอหนวยงาน ที่ดูแลประมงแหงชาติหรือองคกรบริหารจัดการประมงในภูมิภาค และการทำประมงโดยไมปรากฏสัญชาติหรือเรือที่ไมติดธงประเทศเปนการฝาฝนตอมาตรการที่กำหนดขึ้น รวมถึงการทำประมง ในบริเวณที่สงวนมีการกำหนดมาตรการอนุรักษไวซึ่งทำใหการประมงของประเทศไทยบางสวนที่ผานมาเปนการทำประมงที่ผิดกฎหมาย
184สงผลตอปญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม อีกทั้งยังมีแรงงานผิดกฎหมายในอุตสาหกรรมประมงรวมดวย1718โดยหากรัฐบาลไมแกไขภายในหกเดือนสหภาพยุโรป จะไมนำเขาสินคาประมงจากประเทศไทย ดังนั้นทำใหรัฐบาล ไดมีการปรับเปลี่ยนนโยบายดานการประมงครั้งยิ่งใหญ โดยเฉพาะการทำประมงพาณิชยในทะเล สงผลใหมีการกำหนดนโยบายอยูบนรากฐานและกฎระเบียบ1819 และแนนอนวา ผูประกอบอาชีพประมงไดรับผลกระทบรวมดวย จนลมเลิก การทำอาชีพประมงไปเปนจำนวนมาก รวมถึงอาชีพอาหารทะเล แปรรูป ก็ตองมีการปรับเปลี่ยนจากซื้อวัตถุดิบจากสะพานปลา เปนการนำเขาจากตางประเทศแทน เชน ประเทศอินโดนีเซีย เวียดนาม เพราะมีราคาถูกและคุณภาพดี โดยปจจัยที่ไมรับปลา จากในพื้นที่ เนื่องดวยการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ ทำใหทรัพยากรลดลง ปลาไมมีคุณภาพ รวมถึงผลกระทบ จากกฎหมาย IUU Fishing สงผลใหตนทุนสูงขึ้น ดังนั้นผูประกอบการ 18 พันธุทิพา หอมทิพย, ปญหาการทำประมงผิดกฎหมาย, เขาถึงเมื่อ 30เมษายน 2568,เ ขาถึงไดจาก https://www.senate.go.th/view/386/News/จันทราLaw/183/TH-TH. 19 ภาวิดา รังสีและ ปุณยวีร หนูประกอบ, “นโยบายการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝงในประเทศไทย,” วารสาร มจร สังคมศาสตรปริทรรศน11, 2 (มีนาคม 2565), 470.
185จึงปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินเพื่อรักษาคุณภาพอาหาร และใหอาชีพหลักยังคงดำเนินตอไป1920 นอกจากนี้อาชีพที่กลาวมาขางตนในบริเวณพื้นที่ ยังคงมีอาชีพที่ดำรงอยูเรื่อยมา ดังเชน อาชีพแพทยแผนไทย แพทยแผนโบราณ ที่มีการสืบทอดกันมายาวนาน ผานความรูตำราสมุดไทย โดยเริ่มแรกยังไมไดมีการรับรองจากรัฐบาล ทำใหแพทยแผนไทย ซบเซาลง จนกระทั่ง พ.ศ. 2524 ศ.นพ.อวย เกตุสิงห ไดกอตั้งอายุรเวทวิทยาลัยขึ้น เพื่อผลิตแพทยแผนโบราณรุนใหม โดยสอนความรูทางดานวิทยาศาสตรสุขภาพควบคูไปกับ วิชาการแพทยแผนโบราณ สอนทั้งเวชกรรม เภสัชกรรม การผดุงครรภ และการนวดแบบราชสำนัก ซึ่งหลักสูตรใชเวลาศึกษา 3 ป และแพทยแผนไทยประยุกตที่เรียนจบหลักสูตรนี้สามารถสอบ ใบประกอบโรคศิลปะได ซึ่งกอนหนานี้ไมไดมีใบประกอบวิชาชีพ อยางถูกกฎหมาย การฟนฟูนี้นำไปสูการจัดตั้งหลักสูตรการเรียนแพทยแผนไทยในมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาตาง ๆ รวมถึงการกำหนดมาตรฐานคุณวุฒิสำหรับผูประกอบวิชาชีพแพทยแผนไทย เพื่อใหการแพทยแผนไทยมีมาตรฐานและไดรับการยอมรับ ในระบบสาธารณสุขของประเทศ รัฐบาลไทยจึงออกพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542 ซึ่งกำหนดใหการประกอบอาชีพ20 สัมภาษณ โนรียตันติวิริยากร และ ศิริพร ตันติวิริยากร, ผูประกอบการแปรรูปอาหารทะเลในชุมชนทาฉลอม, 5 เมษายน 2568.
186แพทยแผนไทยตองไดรับใบอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข และมีการควบคุมมาตรฐานวิชาชีพการนวดแพทยแผนไทยกฎหมายฉบับนี้ชวยใหวิชาชีพแพทยแผนไทยไดรับการยอมรับมากขึ้น และสรางโอกาสใหแพทยแผนไทยสามารถทำงาน ในระบบสุขภาพของประเทศไดอยางเปนทางการ มีการปรับปรุงผลิตภัณฑการแพทยแผนไทย ดังนั้นจะเห็นไดวาอาชีพแพทยแผนไทยกลายเปนสวนหนึ่งที่ชวยสงมอบภูมิปญญาทองถิ่นของครอบครัว รวมดวย2021นอกจากอาชีพภูมิปญญาทองถิ่นแลว ในบริเวณพื้นที่ จังหวัดสมุทรสาคร ยังมีความโดดเดนในดานของอาชีพสามลอ โดยอาชีพดังกลาวนี้ เกิดขึ้นในชวงเวลาเดียวกับการเกิดรถไฟ การคงอยูของอาชีพนี้คือ การที่มีผูคนหลั่งไหลเขามาเรื่อย ๆ รวมถึงกลุมคนที่ทำอาชีพนี้จำนวนมากเชนกัน ชวงเวลาระหวางนี้ มีกลุมคนทำอาชีพ 200 คัน มีการรับสงตั้งแตทาเรือทาฉลอม ไปถึงหัวโพง บางหญาแพรก โดยผูทำอาชีพสวนใหญมีทั้งคนในพื้นที่และคนนอกพื้นที่ โดยยึดเปนอาชีพหลัก กอนที่จะลดความนิยมลง จนกลายเปนอาชีพเสริม ทำใหกลุมผูประกอบอาชีพนี้บางสวน มีงานหลักเปนชาวประมง อาชีพโรงงานอุตสาหกรรม และกลุมคน ตอเรือ212221 สัมภาษณ เบญจมาศ อุยยาหาญ, หมอตำรับโบราณ, 5 เมษายน 2568. 22 สัมภาษณ พิพัน ทัศนสุวรรณ, ชาวบานในชุมชนทาฉลอม, 5 เมษายน 2568.