The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมบทความกิจกรรม “ท้องถิ่นเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ของท้องถิ่น”
ภายใต้ โครงการเสวนาท้องถิ่น: เรื่องเล่าและประสบการณ์ ปีงบประมาณ 2565 สาขาวิชาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by teresio.natthawat, 2022-09-16 02:48:18

ท้องถิ่นเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ของท้องถิ่น

รวมบทความกิจกรรม “ท้องถิ่นเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ของท้องถิ่น”
ภายใต้ โครงการเสวนาท้องถิ่น: เรื่องเล่าและประสบการณ์ ปีงบประมาณ 2565 สาขาวิชาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร

Keywords: ประวัติศาสตร์ม,โบราณคดี,ท้องถิ่น

รวมบทความวชิ าการกจิ กรรม

ภายใตโ้ ครงการเสวนาท้องถ่ิน: เรือ่ งเลา่ และประสบการณ์

สาขาวิชาประวัตศิ าสตรท์ ้องถิ่น คณะโบราณคดี มหาวทิ ยาลัยศลิ ปากร: เจ้าของ
สิริวรรณ สริ วณชิ ย์: พสิ จู นอ์ ักษร

ณฐั วชั ร์ อนิ ทรยี ์สังวรณ์: ออกแบบปกและรปู เล่ม

คานา

นับตั้งแต่ พ.ศ. 2559 คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้เปิดหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต
สาขาวิชาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เป็นหลักสูตรใหม่ของคณะวิชา ซึ่งเกิดจากการพัฒนาปรับปรุงการเรียนสอน
วชิ าจากสาขาวชิ าโทประวัตศิ าสตร์ ทร่ี ับผดิ ชอบโดยหมวดวชิ าประวัตศิ าสตร์ คณะโบราณคดี ท้ังน้ีสาระสาคัญ
ของหลักสูตรวิชาโทประวัติศาสตร์ เป็นการเน้นเนื้อหาด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่นให้มากขึ้น โดยมี
“รองศาสตราจารย์สุภาภรณ์ จินดามณีโรจน์” ครูผู้บุกเบิกการศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและทางาน
ภาคสนามอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ได้ดาเนินการ
ครบ 5 ปี และพัฒนาปรับปรุงอีกครั้งเป็นหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
(หลกั สูตรปรับปรุง พ.ศ. 2564) ซ่ึงเพ่ิมเติมเนื้อหาสาระของหลักสตู รให้มคี วามทนั สมยั และรายวิชาในกลุ่มวิชา
เชิงประยุกต์ บูรณาการความรู้กับศาสตร์สาขาที่เกี่ยวข้องมากขึ้น นอกจากนี้ทางหลักสูตรฯ ยังคงมี
วัตถุประสงค์สาคัญที่ต้องการผลิตบัณฑิตให้มีความรู้ทางด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและศาสตร์ท่ี เกี่ยวข้อง
วิเคราะห์ประเด็นปัญหาหรือปัญหาร่วมสมัยทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ตลอดจนการผลิตผลงานทางวิชาการ
อยา่ งมจี รยิ ธรรม เผยแพร่องคค์ วามรสู้ สู่ าธารณชน

ในการนี้ทางหลักสูตรฯ จึงได้จัดทา กิจกรรม “ท้องถิ่นเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ของ
ทอ้ งถ่ิน” ภายใต้ “โครงการเสวนาทอ้ งถ่ิน : เรือ่ งเลา่ และประสบการณ”์ ในวนั ท่ี 25 มถิ ุนายน พ.ศ. 2565 โดย
มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการทบทวนองค์ความรู้ เผยแพร่ความรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นสู่สาธารณชน ตลอดจน
สร้างภาพลักษณ์องค์กรให้เป็นที่ยอมรับ ซึ่งช่วยส่งเสริมบทบาทของคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากรใน
การปฎิบัติตามมาตรฐานอุดมศึกษาและสถาบันความรู้ที่มีความโดดเด่นด้านโบราณคดี ศิลปวัฒนธรรม และ
ประวัติศาสตร์ และนับเป็นโอกาสอันดีที่คณาจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒิ นักศึกษา บัณฑิตสาขาวิชาประวัติศาสตร์
ท้องถน่ิ คณะโบราณคดี และผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมแลกเปลย่ี นเรียนรู้ ซ่ึงมกี ารนาเสนอบทความวิชาการด้าน
ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น จานวน 9 เรื่อง ภายใต้หัวข้อที่ครอบคลุมในประเด็นศึกษา 3 มิติ ได้แก่ 1) พุทธ ผี
พิธีกรรมและความเชื่อ 2) สังคมและเศรษฐกิจบนความเปลี่ยนแปลง 3) เส้นทางของพิธีกรรม บทละคร
นาฎยนพิ นธ์

ท้ายสุดองค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์จากมุมมองของคนในท้องถิ่นนั้นจะช่วยให้เข้าใจคนกลุ่มต่าง ๆ
ที่เคลื่อนไหวอย่างมีชีวิต เห็นภาพสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ พัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงท้องถิ่น
ทีร่ อบดา้ นและชดั เจนรวมถึงเปน็ โอกาสทีจ่ ะไดท้ บทวนแนวทางการศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถ่นิ ต่อไปข้างหน้า

คณะผ้จู ดั ทา

(1)

กาหนดการกิจกรรม
กจิ กรรมที่ 1 “ท้องถนิ่ เลา่ เรื่องประวัตศิ าสตร์ ประวัตศิ าสตรข์ องทอ้ งถนิ่ ”

ภายใต้ โครงการเสวนาท้องถ่ิน: เร่ืองเล่าและประสบการณ์
ปงี บประมาณ 2565 สาขาวิชาประวัตศิ าสตรท์ ้องถิน่ คณะโบราณคดี มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร

วันที่ 25 มิถุนายน 2565 เวลา 9.00-14.30 (ออนไลนผ์ ่าน Zoom)

____________________________________________
กาหนดการ
8.45-9.00 ลงทะเบียน

แนะนากจิ กรรม/โครงการฯ
9.00-9.15 กลา่ วเปดิ กจิ กรรม โดย ผศ.ดร.ดารงพล อินทร์จันทร์ คณบดีคณะโบราณคดี

มหาวทิ ยาลัย ศิลปากร
9.15-9.45 ทบทวนสถานภาพความรจู้ ากรายงานการคน้ ควา้ เฉพาะบุคคล

สาขาวิชาประวัติศาสตรท์ ้องถิ่น โดย ผศ.นุชนภางค์ ชุมดี
9.45-10.30 นาเสนอบทความวชิ าการของนักศึกษาและศิษย์เก่า

(1) พทุ ธ ผี พธิ กี รรมและความเช่ือ
“ทอ้ งถ่นิ ภาคใต้กับการพัฒนาตามแนวคดิ ของพทุ ธทาสภกิ ขุ” โดย ณพศรณั ย์ ทัศมาลี
“พระสงฆ์กบั การพฒั นาชุมชนบ้านนาอ้อ : กรณีศึกษาพระครวู ิจารณส์ งั ฆกิจ (ภา)”
โดย ปฐมพร จาปาอ่อน
“เจ้าพ่อปราสาททอง ศูนยร์ วมศรัทธาคนพนมรุ้ง : บทบาทความเช่ือและพลวตั ของ
งานบวงสรวงเจ้าพอ่ ปราสาททอง” โดย พงศธร ดาวกระจาย
10.30-11.00 ซักถามและให้ขอ้ คิดเห็น โดย อ.ดร.วิศรตุ บวงสรวง สาขาวิชาศิลปศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมธริ าช
11.00-11.45 (2) สังคมและเศรษฐกจิ บนความเปล่ียนแปลง
“จากอดีตสปู่ ัจจุบัน ตาลโตนด พชื เศรษฐกิจ(ไม่)สาคญั ของสุพรรณบุรี”
โดย ฑษิ ญา ธาตบรุ มย์
“กลมุ่ สตรพี ฒั นากล้วยน้าว้าไทยกบั การปรับตัวเศรษฐกจิ ชุมชนบา้ นท่งุ สมอ
จังหวดั กาญจนบุรี” โดย ปพนิ ญา ทวสี งา่
“จากนครปฐมส่ปู ระจวบคีรีขันธ:์ การเคลือ่ นย้ายของกลุม่ ตระกลู ชยั หา”
โดย นนท์พิเชษฐช์ าญ ชัยหา
11.45-12.15 ซกั ถามและให้ขอ้ คิดเห็น โดย อ.ภควฒุ ิ ทวียศ ภาควชิ าประวัติศาสตร์ คณะสงั คมศาสตร์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
12.15-13.00 พกั รบั ประทานอาหารกลางวัน

(2)

13.00-13.45 (3) เสน้ ทางของพธิ กี รรม บทละคร นาฎยนิพนธ์
“ละพอมาเปิดผา้ ม่านก้ัง: กึง่ ทศวรรษนาฏยนพิ นธ์ มมส. อีสานใหม่ทเี่ ราภมู ิใจ (พ.ศ. 2559 -
13.45-14.15 พ.ศ. 2563)” โดย ณฐั วชั ร์ อินทรยี ์สงั วรณ์ และวรัชญา ประสาทชัย
14.15-14.30 “บทบาทชาวบา้ น กับ การดารงอยู่ของพิธีกรรมโนราโรงครูบ้านทา่ แค จังหวดั พทั ลุง”
โดย วชริ าภรณ์ ไขช่ ว่ ย
“อิทธิพลของละคร “แปลรักฉันดว้ ยใจเธอ” กบั การท่องเท่ียวยา่ นเมอื งเกา่ ภเู ก็ต”
โดย ฐติ ิคุณ เพ็ชรกิจ สัญหพร จันทสร และณัฐวัชร์ อนิ ทรยี ์สงั วรณ์
ซักถามและให้ขอ้ คดิ เหน็ โดย อ.ดร.เสนาะ เจรญิ พร คณะศิลปศาสตร์
มหาวิทยาลยั อบุ ลราชธานี
สรุปประเด็นและแลกเปลย่ี น โดย ผศ.นชุ นภางค์ ชุมดี และ อ.สิริวรรณ สริ วณชิ ย์

ปดิ กิจกรรม / แบบประเมิน

(3)

สารบญั

คานา (1)
กาหนดการกิจกรรม (2)
2
(1) พทุ ธ ผี พธิ ีกรรมและความเชื่อ 24
- ทอ้ งถ่นิ ภาคใต้กบั การพฒั นาตามแนวคิดของพทุ ธทาสภกิ ขุ 45

โดย ณพศรณั ย์ ทัศมาลี 65
- พระสงฆ์กับการพัฒนาชมุ ชนบ้านนาอ้อ : กรณีศกึ ษาพระครูวจิ ารณ์สงั ฆกิจ (ภา) 84
96
โดย ปฐมพร จาปาอ่อน
- เจ้าพอ่ ปราสาททอง ศนู ย์รวมศรัทธาคนพนมรุง้ : บทบาทความเช่อื และพลวัตของ 121
140
งานบวงสรวงเจา้ พ่อปราสาททอง 157
โดย พงศธร ดาวกระจาย

(2) สังคมและเศรษฐกจิ บนความเปลยี่ นแปลง
- จากอดีตสู่ปจั จบุ นั ตาลโตนด พืชเศรษฐกิจ(ไม่)สาคญั ของสุพรรณบุรี

โดย ฑษิ ญา ธาตบุรมย์
- กลมุ่ สตรีพฒั นากล้วยนา้ วา้ ไทยกบั การปรบั ตัวเศรษฐกิจชุมชนบ้านท่งุ สมอ

จังหวดั กาญจนบุรี
โดย ปพินญา ทวสี ง่า
- จากนครปฐมสู่ประจวบคีรขี ันธ:์ การเคล่อื นยา้ ยของกลมุ่ ตระกูลชัยหา
โดย นนท์พเิ ชษฐ์ชาญ ชยั หา

(3) เสน้ ทางของพธิ กี รรม บทละคร นาฎยนพิ นธ์
- ละพอมาเปดิ ผ้าม่านกงั้ : กึ่งทศวรรษนาฏยนพิ นธ์ มมส. อีสานใหมท่ เี่ ราภูมใิ จ

(พ.ศ. 2559 - พ.ศ. 2563)
โดย ณัฐวชั ร์ อนิ ทรีย์สังวรณ์ และวรชั ญา ประสาทชัย
- บทบาทชาวบา้ น กับ การดารงอยู่ของพธิ ีกรรมโนราโรงครูบ้านทา่ แค จังหวดั พทั ลงุ
โดย วชิราภรณ์ ไข่ช่วย
- อิทธพิ ลของละคร “แปลรักฉันดว้ ยใจเธอ” กบั การท่องเทยี่ วย่านเมอื งเกา่ ภูเก็ต
โดย ฐิตคิ ณุ เพ็ชรกจิ สัญหพร จันทสร และณฐั วชั ร์ อนิ ทรยี ์สังวรณ์

(4)

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถ่ิ น เ ล่ า เ ร่ื อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถ่ิ น | 1

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถ่ิ น เ ล่ า เ รื่ อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถิ่ น | 2

ทอ้ งถนิ่ ภาคใต้กับการพัฒนาตามแนวคิดของพุทธทาสภิกขุ

ณพศรณั ย์ ทัศมาลี1

1 นักศึกษาช้นั ปที ี่ 4 สาขาวชิ าประวตั ศิ าสตรท์ ้องถ่ิน คณะโบราณคดี มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถิ่ น เ ล่ า เ ร่ื อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถ่ิ น | 3

บทคดั ยอ่

บทความนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาถึงแนวคิดของพุทธทาสภิกขุที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสังคมตาม
แนวทางพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นพระสงฆ์ที่ได้รับการนับถือและมีศิษยานุศิษย์ทั้งพระสงฆ์และฆราวาสเป็น
จานวนมาก โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างพระสงฆ์จานวน 2 รูป ที่นาแนวคิดของพุทธทาสภิกขุมาใช้ในการพัฒนา
สังคมท้องถน่ิ ภาคใต้ คือ พระภาวนาโพธิคุณ (โพธ์ิ จนฺทสโร) และพระดษุ ฎี เมธงั กุโร กอ่ นทจี่ ะทาการวิเคราะห์
ถึงสาเหตุที่กลุ่มตัวอย่างพระสงฆ์ที่เลือกใช้แนวคิดของพุทธทาสภิกขุมาใช้ในการพัฒนาสังคมท้องถิ่นภาคใต้
ในปจั จุบัน โดยใชร้ ะเบยี บวธิ ีทางประวัตศิ าสตร์ในการศึกษา ทัง้ จากงานเขียนท่ีอธบิ ายถึงแนวคิดของพุทธทาส
ภิกขุกับการพัฒนาสังคม และข้อมูลออนไลน์ที่นาเสนอการพัฒนาสังคมของกลุ่มตัวอย่างพระสงฆ์ในพื้นที่
ภาคใตต้ ามแนวทางของพุทธทาสภกิ ขุ

ผลการศึกษาพบว่าแนวคิดของพุทธทาสภิกขุที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสังคมตามแนวทา ง
พระพุทธศาสนานั้น มีที่มาจากทฤษฎีธรรมมิกสังคมนิยม ซึ่งได้อธิบายว่าสังคมที่ถูกต้องนั้นจะตั้งอยู่ในความ
พอดี ผู้คนในสังคมรู้จักผิดชอบชั่วดีและเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนรวมของสังคมเป็นหลัก สาหรับสังคมใน
ลักษณะดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการปลูกฝังแนวคิดดังกล่าวผ่านระบบการศึกษาที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่
ความรู้ในด้านวิชาการเท่าน้ัน แต่ยังรวมไปถึงความรู้ในทางพระพุทธศาสนา เพื่อให้เกิดเป็นสังคมทีผ่ ู้คนยึดม่นั
ในความรู้คู่คุณธรรม โดยแนวคิดดังกล่าวถือว่ายังคงมีบทบาทต่อกลุ่มพระสงฆ์ที่เป็นศิษยานุศิษย์ของท่าน ซึ่ง
สะท้อนผ่านการจัดตั้งสวนโมกข์นานาชาติและวิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ ของพระภาวนาโพธิคุณ
(โพธ์ิ จนทฺ สโร) รวมทง้ั การรับหนา้ ที่บรรยายธรรมะให้กับนักเรียนนักศึกษาและการจัดพิมพ์หนังสือธรรมะของ
พระดุษฎี เมธังกุโร อย่างไรก็ตามสาเหตุสาคัญที่ทาให้แนวคิดดังกล่าวยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน คือ เป็นความ
ต้องการของกลุ่มพระสงฆ์ที่จะสืบทอดแนวคิดของพุทธทาสภิกขุ เป็นความต้องการที่จะยกย่องและเชิดชูพุทธ
ทาสภิกขุในฐานะต้นแบบของพระนักพัฒนาให้เป็นที่รู้จักของคนรุ่นใหม่ และเป็นความต้องการที่จะอธิบาย
ให้กับสังคมว่าการพัฒนาสังคมไทยที่ถูกต้องนั้นควรจะทาตามแนวคิดของพุทธทาสภิกขุ เพื่อให้คนในสังคม
สามารถใช้ชวี ิตอยู่รว่ มกนั ได้อยา่ งมคี วามสุขภายใตก้ ารยดึ มนั่ ในหลกั พระพุทธศาสนา

คาสาคญั : พุทธทาสภกิ ขุ, บทบาทพระสงฆ,์ พระพทุ ธศาสนา, ประวตั ศิ าสตร์ท้องถิ่นภาคใต้

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถิ่ น เ ล่ า เ รื่ อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถ่ิ น | 4

บทนา

คงเป็นที่ทราบกันดีว่าพุทธทาสภิกขุ เป็นพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของคนภายนอกมาตั้งแต่
อดีตจนถึงปัจจุบัน อันเป็นผลมาจากคาสอนของท่านที่เข้าถึงง่าย จึงทาให้ผู้ศรัทธาเกิดความเข้าใจใน
พระพุทธศาสนาจนสามารถนามาปรับใช้ในชีวิตประจาวันของตนเองได้ ด้วยเหตุน้ีจึงทาให้ท่านเป็นหนึ่งใน
พระสงฆ์ที่กล่าวได้ว่าเป็นที่รู้จักของคนภายนอกมากที่สุดอีกรูปหนึ่ง และอาจกล่าวได้ว่าเมื่อนึกถึงพระสงฆ์ใน
ภาคใต้ หลาย ๆ ทา่ นกอ็ าจจะนึกถึงพทุ ธทาสภิกขกุ ่อนเป็นลาดบั แรก

ด้วยเหตุผลดังกลา่ ว จึงทาให้มีผู้คนสนใจที่จะศึกษาแนวคิดของพุทธทาสภิกขุในด้านต่าง ๆ เช่น ด้าน
การปกครอง2 ด้านประวัติศาสตร์โบราณคดี3 ฯลฯ เพื่อวิเคราะห์ถึงสาเหตุสาคัญที่ทาให้ท่านมีแนวคิดดงั กล่าว
รวมทง้ั วิเคราะหอ์ กี ด้วยว่าแนวคดิ ของทา่ นสามารถนาเอาไปปรับใชใ้ นการพัฒนาสังคมไทยได้อย่างไรบ้าง สง่ ผล
ให้มีการผลิตงานเขียนในลักษณะดังกล่าวออกมาเปน็ จานวนมาก จนกลายมาเป็นเรื่องปกติของวงการวิชาการ
ไทยไปแล้วในปัจจบุ ัน

แต่กระนั้น อีกประเด็นหนึ่งที่ไม่ค่อยได้รับการศึกษาเท่าไหร่นัก คือ แนวคิดของพุทธทาสภิกขุที่มี
บทบาทต่อพระสงฆ์ในท้องถ่ินภาคใตใ้ นปจั จุบนั ซึง่ เป็นท่ีน่าแปลกใจว่าเพราะเหตใุ ดทาไมนกั วชิ าการถึงไม่ค่อย
สนใจศึกษาในประเด็นดังกล่าวเท่าไหร่นัก ถึงแม้ว่าท่านจะมรณภาพมาแล้วเกือบ 30 ปี จนมาถึงในปัจจุบัน
ท่านก็น่าจะยังคงมีบทบาทอย่างมากต่อท้องถิ่นภาคใต้ โดยเฉพาะกับกลุ่มพระสงฆ์ที่เป็นศิษยานุศษิ ย์ของท่าน
ด้วยเหตุนี้จึงทาให้ผู้เขียนมีความสนใจที่จะศึกษาในประเด็นดังกล่าว เพื่อทาให้เข้าใจถึงแนวคิดของพุทธทาส
ภิกขทุ ม่ี ีต่อการพฒั นาสงั คมท้องถิน่ ภาคใตต้ ามแนวทางพระพทุ ธศาสนาในปัจจุบนั

วตั ถปุ ระสงคใ์ นการศึกษา

1. เพ่อื ศกึ ษาแนวคิดของพุทธทาสภกิ ขุทีเ่ กี่ยวขอ้ งกบั การพฒั นาสงั คมตามแนวทางพระพุทธศาสนา
2. เพื่อศึกษากลมุ่ ตัวอย่างพระสงฆ์ในท้องถิ่นภาคใต้ท่นี าแนวคิดของพุทธทาสภิกขมุ าใชใ้ นการพัฒนา

สงั คมท้องถ่นิ ภาคใตใ้ นปจั จบุ ัน
3. เพื่อวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่กลุ่มตัวอย่างพระสงฆ์ที่เลือกใช้แนวคิดของพุทธทาสภิกขุมาใช้ในการ

พฒั นาสงั คมท้องถิน่ ภาคใต้ในปจั จบุ ัน

2 ดูตัวอย่างงานศึกษาในประเด็นดังกล่าวได้ใน แจ็คสัน, ปีเตอร์ เอ, พระพุทธศาสนานิกายเถรวาทกับการปฏิรูป
เชิงนวนิยมสมัยใหม่ในประเทศไทย แปลจาก BUDDHADASA : Theravada Buddhism and Modernist Reform in
Thailand, แปลโดย มงคล เดชนครนิ ทร์ (กรงุ เทพฯ: วี.พรินทร์, 2556).

3 ดูตัวอยา่ งงานศึกษาในประเด็นดังกลา่ วได้ใน พิพัฒน์ กระแจะจันทร์ และนนทชยั สักการโกศล, เมอ่ื พุทธทาสอุตริ
เป็นนักโบราณคดี มุ่งสู่นิพพานผ่านการค้นคว้าศรีวิชัย ศิลปะอินเดียโบราณ และ Conceptual Photography
(กรงุ เทพฯ: อมรนิ ทรพ์ รน้ิ ตงิ้ การพมิ พ์แอนดพ์ บั ลิชชิง่ จากัด (มหาชน), 2563).

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถิ่ น เ ล่ า เ ร่ื อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถิ่ น | 5

ทฤษฎีธรรมิกสงั คมนยิ ม : ทมี่ าและความหมาย

สืบเนื่องมาจากบริบททางการเมืองไทยในช่วงทศวรรษ 2510 ที่เกิดการแพร่หลายของแนวคิด
คอมมิวนิสต์ในสังคมไทย ส่งผลให้กลุ่มขบวนการนิสิตนักศึกษาได้มีบทบาทสาคัญอย่างมากในการเป็นแกนนา
ประท้วงในเหตุการณ์ทางการเมืองต่าง ๆ อยหู่ ลายครงั้ ทัง้ ในส่วนของเหตกุ ารณ์ 14 ตุลา 2516 และเหตุการณ์
6 ตุลา 2519 อันเป็นผลมาจากสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมืองที่ปรากฏอย่างมากในขณะน้ัน
จงึ ทาให้กลมุ่ การเมืองฝ่ายอนรุ ักษ์นิยมเกดิ ความวิตกกังวลในประเด็นดังกล่าวเปน็ อย่างมาก ด้วยเหตุน้ีจึงทาให้
เกิดการต่อสู้กันทางความคิดของทั้งสองฝ่าย หนึ่งในนั้นคือการใช้พระพุทธศาสนามาเป็นเครื่องมือในการ
ขับเคลื่อนสังคมของกลุ่มการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยม อันเป็นส่วนหนึ่งของอุดมการณ์ “ชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย”์ เพ่ือใหส้ ามสถาบันหลักของชาติยังคงอยูค่ ู่กบั สังคมไทยต่อไปได้4

จากบริบททางการเมืองไทยในช่วงเวลาดังกล่าว ส่งผลให้มีพระสงฆ์ นักการเมือง และนักวิชาการใน
สาขาต่าง ๆ ร่วมเขียนหนังสือและบทความเพื่อวิจารณ์และเสนอแนวทางในการใช้พระพุทธศาสนาเพื่อการ
พัฒนาสังคมไทยเปน็ จานวนมาก หนึ่งในนัน้ คือพุทธทาสภิกขทุ ีไ่ ด้เสนอแนวที่รู้จกั กันในชื่อของ “ทฤษฎีธรรมกิ
สงั คมนยิ ม” ซ่งึ หมายถงึ ระบอบทีถ่ ือเอาผลประโยชน์ของสังคมเป็นหลัก อนั ประกอบไปดว้ ยธรรม โดยถอื เป็น
ระบอบที่คนในสังคมไม่สามารถล่วงล้าเข้าไปสิทธิ์ส่วนบุคคลของผู้อื่น ไม่สามารถกอบโกยอะไรก็ได้ของคนใน
สังคม จะต้องเปน็ ไปตามธรรมชาติที่ทุกคนรจู้ ักเอาแต่พอดีโดยธรรม สาหรบั หลักการสาคัญของทฤษฎีดังกล่าว
คือ ทุกคนต้องใช้ส่วนเกินให้เป็นประโยชน์แก่สังคม ทุกคนต้องเจียดผลประโยชน์ของตนให้แก่สังคม
ไม่กอบโกยและไม่หวงส่วนเกิน ถ้าใครมีกาลังที่สามารถผลิตส่วนเกินได้ ส่วนเกินนั้นจะต้องยกผลประโยชน์
ให้กบั สังคมส่วนรวม เพ่ือให้คนทไ่ี ม่มโี อกาสสามารถไดร้ บั จากสว่ นเกินดังกลา่ วได้ โดยลักษณะสาคัญของสังคม
ภายใต้ทฤษฎธี รรมมิกสังคมนิยม คอื เป็นสงั คมทต่ี ้ังอยู่ในความพอดี ผ้คู นในสังคมช่วยเหลือซง่ึ กนั และกัน และ
ผู้คนในสังคมจะต้องมีความเห็นใจเพื่อนมนุษย์โดยที่ต้องคิดว่าเพื่อนมนุษย์ก็เป็นผู้ ที่เกิด แก่ เจ็บ ตาย
เหมอื นกับตัวเรา5

สาเหตุท่ีพุทธทาสภิกขุเลือกทจ่ี ะเสนอแนวคิดดังกลา่ วนั้น ท่านไดใ้ หเ้ หตุผลวา่ แนวคดิ เสรปี ระชาธปิ ไตย
และสังคมนิยมแบบตะวันตก ไม่อาจนามาใช้แก้ปัญหาในสังคมไทยได้ เนื่องจากแนวคิดดังกล่าวได้มุ่งแก้ไขใน
ด้านวัตถุเป็นหลัก โดยที่ละเลยไม่สนใจในด้านศาสนา ส่งผลให้ผู้คนในสังคมเอาแต่แย่งชิงในทรัพยากรมาเป็น

4 รายละเอียดของสถานการณ์ทางการเมืองไทยในชว่ งเวลาดังกล่าว ได้มีการอธบิ ายไว้แลว้ ใน วศิ รตุ บวงสรวง, “การ
เคลื่อนไหวทางความคิดของพุทธทาสภิกขุกับการเมืองไทย พ.ศ.2516 – 2536,” (วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต
สาขาวิชาประวัคิศาสตร์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศลิ ปศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์, 2556), 81 – 86.

5 พุทธทาสภิกขุ, การเมืองคืออะไร? : หนทางรอดของมนุษย์คือธรรมิกสังคมนิยมและพุทธทาสลิขิตข้อคิดทาง
การเมือง, (สุราษฎร์ธานี: กลุ่มศึกษาที่สวนโมกข์, 2549), 4 – 16. และ ปรีชา ช้างขวัญยืน, ความคิดทางการเมืองของท่าน
พทุ ธทาสภกิ ขุ (กรุงเทพฯ: โรงพิมพจ์ ฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั , 2538), 9 – 25.

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถิ่ น เ ล่ า เ รื่ อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถิ่ น | 6

ของตนเองและไม่สนใจว่าผู้อื่นจะได้มากหรือได้น้อยกว่าเรา เนื่องจากความคิดเรื่องเสรีภาพที่อยู่คู่กับแนวคิด
ประชาธิปไตยและสังคมนิยมแบบตะวันตกนั้นได้เอื้อให้คนในสังคมเลือกที่จะปฏิบัติในลกั ษณะดังกล่าว ทาให้
ผู้คนในสังคมขาดความเมตตาซึ่งกันและกัน อีกทั้งยังให้เหตุผลว่าทฤษฎีธรรมิกสังคมนิยมเป็นสิ่งที่สามารถ
นามาปรับใช้กับการพัฒนาสังคมไทยได้ เนื่องจากพระพุทธศาสนาเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับสังคมไทยมานาน และเป็น
สิ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของการแย่งชิงทรัพยากรในการดารงชีวิตด้วยเช่นกัน6 ส่งผลให้แนวคิดดังกล่าว
เป็นจดุ เริ่มตน้ ของการพฒั นาสังคมในทัศนะของพุทธทาสภกิ ขุซ่งึ จะกลา่ วในลาดับถัดไป

พทุ ธทาสภกิ ขกุ ับการพัฒนาสังคม

ในความหมายของพุทธทาสภิกขุ คาว่า “พัฒนา” ตรงกับภาษาบาลีว่า “วฑฺฒน” ซึ่งแปลว่า “รก”
ตรงกับพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “น สิยา โลกวฑฺฒโน” ซึ่งแปลว่า “ไม่พึ่งเป็นคนรกโลก” จากข้อความดังกล่าว
ถา้ ตนเองไมอ่ ยากจะเป็นคนรกโลก ก็ต้องเรมิ่ ต้นด้วยการพัฒนา “จติ ใจ” ของตนเอง เพราะจิตเปน็ ผูน้ ากาย ซ่ึง
ถ้าจิตโกลาหล ก็จะทาให้โลกมีแต่ความโกลาหลด้วยเชน่ กัน ส่วนคาว่า “สังคม” หมายถึงที่ ๆ บุคคลแต่ละคน
มาอยู่ร่วมกัน ซึ่งสังคมจะดีไดต้ ้องอยู่ที่ “การศึกษา” เพราะเป็นสิ่งทีช่ ่วยหล่อหลอมให้คนในสังคมรู้จักผิดชอบ
ชั่วดี รู้จักเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ ทาให้ตนเองเป็นผู้ยึดมั่นในศีลธรรม และเป็นผู้มีจิตใจที่ถูกต้องตามหลัก
พระพทุ ธศาสนา7

สาหรับหลักการในการพัฒนาสังคมตามแนวคิดของพุทธทาสภิกขุนั้น จะต้องเริ่มต้นจากการพัฒนา
ตนเอง หรอื ทเี่ รียกว่า “พฤกษาแหง่ ชวี ิต 4 ต้น” ซงึ่ เทียบไดก้ บั การปลูกตน้ ไม้เพื่อประโยชน์แก่เพ่ือนมนุษย์และ
ตนเอง อันประกอบไปด้วย

1. กายพฤกษา คือ การพัฒนาร่างกายให้ถูกตอ้ ง ดว้ ยการเจริญกายภาวนา
2. จิตตพฤกษา คือ การพัฒนาจิตตามหลักสมถกรรมฐาน เพื่อให้พ้นจากสิ่งต่าง ๆ ที่จะมารบกวน

จติ ใจ
3. โพธิพฤกษา คือ การพัฒนาสติปัญญาเพื่อให้เห็นโลกตามความเป็นจริงด้วยและให้รอดพ้นจาก

อวชิ ชา ซ่ึงกระทาโดยการเจริญวิปสั สนากรรมฐาน
4. เมตเตยยพฤกษา คือ การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันกับเพื่อนมนุษย์ ปราศจากความพยาบาท

เบยี ดเบียนซึ่งกนั และกนั ซ่ึงกระทาโดยการเจรญิ ศลี ภาวนา เพ่ือให้เปน็ ผทู้ ี่ยึดมนั่ ในศีล 5 ตามหลกั
พระพุทธศาสนา8

6 วศิ รตุ บวงสรวง, “การเคล่อื นไหวทางความคิดของพุทธทาสภิกขุกับการเมอื งไทย พ.ศ.2516 – 2536,” 95 – 97.
7 พระดุษฎี เมธงั กโุ ร, การพฒั นาสงั คมในทศั นะของพุทธทาสภกิ ขุ (กรุงเทพฯ: มูลนธิ โิ กมลคีมทอง, 2532), 5 – 6.
8 เรือ่ งเดียวกัน, 8 – 9.

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถ่ิ น เ ล่ า เ รื่ อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถิ่ น | 7

เม่ือบคุ คลไดร้ บั การพฒั นาแลว้ บคุ คลเหลา่ นน้ั ก็จะมคี ณุ สมบตั ิท่ีดี อนั เป็นประโยชนแ์ กส่ งั คม ซ่งึ ประกอบไปดว้ ย

1. มีการศึกษาที่ดี คือ เป็นการศึกษาที่ไม่ได้มีแค่วิชาชีพอย่างเดียว แต่เป็นการศึกษาที่ต้องรู้จัก
ธรรมะ ไม่เหน็ แก่ตัว ไมแ่ กง่ แย่งแข่งขนั และเปน็ ผูท้ ีม่ ีความรบั ผิดชอบ

2. มีสุขภาพอนามัยที่ดี คือ เป็นผู้ที่สมบูรณ์ทั้งร่ายกายและจิตใจ ปราศจากโรคที่รบกวนร่างกาย
และปราศจากกเิ ลสทเี่ ขา้ มารบกวนจิตใจ

3. มีครอบครัวที่ดี คือ เป็นครอบครัวที่มีความสัมพันธ์ตามหลักทิศทั้ง 6 คือ พ่อแม่กับลูก สามีกับ
ภรรยา ครูอาจารย์กับลูกศิษย์ เพื่อนกับเพื่อน นายกับบ่าว และสมณพราหมณ์กับผู้ครองเรือน
ซ่ึงจะชว่ ยใหเ้ ปน็ หลักเกณฑ์กับสงั คมในวงกวา้ งมากย่งิ ขน้ึ

4. มีระบบเศรษฐกจิ ท่ดี ี คือ มีระบบการกนิ อยู่ทพี่ อเหมาะพอดีไม่ขาดแคลน เจียดเกนิ สว่ นตนทมี่ ีเพื่อ
ประโยชนแ์ ก่ผู้อน่ื

5. ใช้ธรรมะได้ถูกต้อง คือ เป็นผู้ที่ทางานอย่างมีความสุข ทาหน้าที่ของตนด้วยความเข้าใจ เพื่อให้
ตนเองมชี วี ิตท่ีอยู่รอดไดแ้ ละเพื่อให้รอดพน้ จากความทุกข์

6. มีความไมเ่ หน็ แก่ตวั คือ นอกจากจะชว่ ยเหลอื ตนเองให้รอดแล้ว ยงั จะตอ้ งมีความรักและระลึกถึง
ผู้อื่นด้วยความเห็นใจ และช่วยเหลือด้วยความเมตตากรุณา ซึ่งจะทาให้ผู้คนในสังคมอยู่ด้วยกัน
ภายใต้ความเมตตากรุณา

7. มศี ลี ธรรม คือ คดิ พดู ทา ในทางทเ่ี ป็นไปเพอ่ื ความปกติสขุ
8. มีสัมมาทิฐิ คอื มีความเหน็ ความเข้าใจ ความเชือ่ ที่ถูกต้อง จงึ จะสามารถหลดุ พน้ จากความทุกข์ได้

และเปน็ รากฐานของศลี ธรรมที่มเี หตผุ ลและพึงประสงค์
9. มีชวี ิตเยน็ คือ เปน็ ชวี ติ ที่เข้าถงึ ความพอใจ สงบเยน็ ซ่ึงจะเปน็ ปัจจยั สาคัญที่ทาให้เกิดสันติภาพท่ี

แทจ้ รงิ ในสงั คม9

โดยเม่ือบคุ คลดงั กล่าวมีคุณสมบตั ิท่ีดีตามแนวคิดของพุทธทาสภิกขแุ ลว้ ก็จะส่งผลใหเ้ กิด “สงั คมพึงปรารถนา”
อนั ประกอบไปดว้ ย

1. ต้องมรี ะบบเศรษฐกจิ ที่ถูกต้อง คือ เปน็ ระบบเศรษฐกิจที่อยู่บนพื้นฐานของธรรมะ มีความเกื้อกูล
กันตามธรรมชาติ เคารพชีวิตและมีความเมตตากรุณาต่อกัน ซึ่งระบบเศรษฐกิจโดยทั่วไปมัก
ไมค่ ่อยใหค้ วามสาคญั ในประเด็นดงั กล่าวเท่าไหร่นัก

2. ต้องมีระบบประสานประโยชน์ที่ถูกต้อง คือ ให้คนที่ต่างกันสามารถอยู่ร่วมกันได้ เช่น คนรวยกับ
คนจน นายจ้างกับลูกจ้าง โดยไม่แบ่งฝ่ายและทาลายกันจนเหลือเพียงแค่ฝ่ังเดียว เพราะการ

9 พระดษุ ฎี เมธงั กุโร, การพฒั นาสังคมในทศั นะของพทุ ธทาสภิกขุ, 9 – 11.

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถ่ิ น เ ล่ า เ ร่ื อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถ่ิ น | 8

กระทาดังกล่าวจะส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ โดยจะต้องพึ่งพาอาศัยและได้
ประโยชน์ซ่ึงกันและกัน
3. ต้องมีระบบการเมืองที่ถูกต้อง คือ สามารถทาให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข โดยที่ไม่ต้องใช้
กฎหมาย แต่จะตอ้ งใชศ้ ลี ธรรม เพอ่ื เปน็ การคานกึ ความถูกต้องตามหลกั พระพุทธศาสนา
4. ต้องมีระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้อง คือ เป็นประชาธิปไตยที่ต้องอิงตามหลักพระพุทธศาสนา
ไมใ่ ช่ระบอบประชาธปิ ไตยที่เอาอยา่ งตามชาตติ ะวนั ตก
5. ต้องมีระบบศีลธรรมที่ถกู ต้อง คือ ศาสนาและวฒั นธรรมทีเ่ ป็นไปเพื่อสันติภาพ ซึ่งสามารถปฏบิ ตั ิ
ไดอ้ ย่างไมม่ ีปญั หา
6. ต้องมีการศึกษาที่ถูกต้อง คือ การศึกษาจะช่วยให้สร้างความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์และมี
ความสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลที่อยู่ด้วยกัน อันได้แก่ เป็นบุตรที่ดี เป็นศิษย์ที่ดี เป็นเพื่อนที่ดี เป็น
พลเมืองที่ดี เป็นศาสนิกชนที่ดี เพื่อให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ โดยจะต้องอาศัยความช่วยเหลือและ
การพึ่งพาอาศยั กันของสถาบนั ต่าง ๆ เชน่ ครอบครวั โรงเรียน วัด ส่ือมวลชน ฯลฯ
7. ต้องมีระบบนิเวศวิทยาที่ถูกต้อง คือ เป็นระบบที่อยู่ร่วมกันอย่างพอดีกับธรรมชาติและ
สง่ิ แวดลอ้ ม เพ่ือให้ใชช้ ีวติ รว่ มกนั ได้อยา่ งราบรื่นและสงบสขุ 10

แนวคิดดังกล่าวสะทอ้ นผา่ นการจดั ตั้งโรงเรียนพทุ ธนิคมท่ีอาเภอไชยา จงั หวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อปี พ.ศ.
2479 (ปัจจุบันได้รับการสนับสนุนโดยชมรมศิษย์พุทธนิคมและชาวไชยา) ซึ่งมีวัตถุประสงค์ คือ เพื่อเป็นการ
ปูพื้นฐานความรู้การฝึกปฏิบัติตนแบบชาวพุทธ และปลูกฝังแนวคิดที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาให้กับเด็กและ
เยาวชนในพื้นที่อาเภอไชยาและอาเภอใกล้เคียง ต่อมาได้แบ่งย่อยออกเป็น 3 โรงเรียน คือ โรงเรียนอนุบาล
พุทธนิคม โรงเรียนประถมพุทธนิคม และโรงเรียนมัธยมพุทธนิคม และในเวลาต่อมาโรงเรียนแห่งนี้ได้กลายมา
เปน็ ท่ีรจู้ กั อย่างดขี องผ้คู นในท้องถ่ิน เนื่องจากนกั เรยี นหลายคนภายหลังจบการศึกษาแล้ว กไ็ ด้เข้าศึกษาต่อจน
มีโอกาสเขา้ รบั ราชการในตาแหน่งระดบั สูง ซึง่ กย็ ังคงรักษาพน้ื ฐานด้านศลี ธธรรมเอาไว้เป็นอยา่ งดี โดยตัวอย่าง
ศิษยเ์ กา่ คนสาคัญ เชน่ พลเอกวิมล วงศ์วานชิ อดีตผู้บญั ชาการทหารบก11

10 พระดษุ ฎี เมธงั กโุ ร, การพัฒนาสงั คมในทศั นะของพทุ ธทาสภกิ ขุ, 11 – 13.
11 สันติกโร [นามแฝง], พุทธทาสภิกขุ : มองชีวิตและสังคมด้วยความว่าง (กรุงเทพฯ: มูลนิธิโกมลเคียมทอง,
2550), 66. และ โรงเรียนมัธยมพุทธนิคม, ประวัติโรงเรียน, เข้าถึงเมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2565, เข้าถึงได้จาก
:https://sites.google.com/site/matayomputnikompr/home/prawati-rongreiyn.

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถิ่ น เ ล่ า เ ร่ื อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถิ่ น | 9

กลมุ่ ตัวอย่างพระสงฆใ์ นทอ้ งถน่ิ ภาคใตท้ ่ีใช้แนวคดิ ของพุทธทาสภิกขุในการพัฒนาสังคม
1. พระภาวนาโพธคิ ุณ (โพธ์ิ จนฺทสโร)

ภาพที่ 1 : พระภาวนาโพธคิ ุณ (โพธ์ิ จนฺทสโร)
เขา้ ถงึ เมือ่ วนั ที่ 13 มิถนุ ายน พ.ศ.2565 เข้าถงึ ไดจ้ าก
http://www.bia.or.th/html_th/images/stories/2020/20200315b.JPG

พระภาวนาโพธิคุณ (โพธิ์ จนฺทสโร) เกิดเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2475 ที่บ้านมะไร ตาบลมะเร็ต
อาเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี12 ปัจจุบันดารงตาแหน่งเจ้าอาวาสวัดธารน้าไหล (สวนโมกขพลาราม)
จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยท่านถือเป็นหนึ่งในลูกศิษย์คนสาคัญของพุทธทาสภิกขุ เห็นได้ชัดจากการเข้ารับ
ตาแหน่งเจ้าอาวาสวัดธารน้าไหล (สวนโมกขพลาราม) ภายหลังจากการมรณภาพของพทุ ธทาสภิกขุเมื่อปี พ.ศ.
2536

ด้วยความที่ท่านเป็นชาวเกาะสมุยมาตั้งแต่กาเนิดจึงทาให้ท่านได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของ
เกาะสมุยต้ังแตส่ มัยที่ยงั ทุรกันดาร จนถึงช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านมาสู่ศูนย์กลางแห่งการท่องเที่ยวท่ีสาคัญ
ของภาคใต้ จากเหตุผลดังกลา่ วจึงทาให้ท่านเริ่มคิดที่จะเข้ามาพัฒนาสังคมในพื้นที่เกาะสมุยโดยใช้วิธีการตาม
หลกั พระพุทธศาสนา

12 ธนพงศ์ ทองสขุ , พระภาวนาโพธคิ ุณ ว.ิ (โพธิ์ จนฺทสาโร), เข้าถงึ เม่ือวนั ท่ี 29 มีนาคม พ.ศ. 2565, เขา้ ถงึ ได้จาก
https://sangkhatikan.com/monk_view.php?ID=624.

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถ่ิ น เ ล่ า เ รื่ อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถ่ิ น | 10

ในช่วงทศวรรษ 2530 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เกาะสมุยเริ่มมีชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่
ดังกล่าว อันเป็นผลมาจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2530 - 2534) ที่มีนโยบาย
พัฒนาพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและเกาะสมุยให้เปน็ แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สาคัญของประเทศไทย13 จาก
นโยบายดังกล่าวแม้จะทาให้เศรษฐกิจของพื้นที่เกาะสมุยมีความเจริญเติบโตและคึกคักกว่าในอดีตเป็นอย่าง
มาก แต่ชาวบ้านในพื้นที่กลับมีความกังวลว่านักท่องเที่ยวเหล่านี้จะเข้ามาทาลายวัฒนธรรมดั้ งเดิมของ
เกาะสมุย เห็นได้จากการแต่งตัวที่มักจะใส่ชุดว่ายน้ามานอนอาบแดดอยู่ที่ชายหาด โดยที่ไม่สนใจสายตาของ
ชาวบ้านในพื้นที่ว่าจะมองอย่างไร อีกทั้งยังทาให้เด็ก ๆ บางคนยังแอบมาดูชาวต่างชาติเหล่านี้ที่มานอน
อาบแดดทีช่ ายหาดดว้ ยเช่นกัน14

เมื่อท่านได้เดินทางไปที่เกาะสมุย ชาวบ้านในพื้นที่ก็ได้แจ้งเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ท่านฟัง จึงทาให้ท่าน
คดิ ว่าวิธกี ารแกป้ ัญหาดังกลา่ วให้หมดไป กค็ ือต้องชวนชาวตา่ งชาติให้มาสนใจพระพุทธศาสนา กอปรกับที่ท่าน
มคี วามสนใจในภาษาองั กฤษเป็นการสว่ นตัวอยู่แลว้ ดงั ท่ีทา่ นได้กล่าวไวว้ า่

“พอดอี าตมาลงไปเกาะสมุย ชาวเกาะสมุยกบ็ อกวา่ แย่แล้วฝรง่ั มาทาลายวฒั นธรรมเกาะสมุยหมดแล้ว
เทีย่ วมานอนอาบแดดเปลอื ยกายอยู่ทีช่ ายหาด เดก็ ๆ บางคนขา้ วนา้ ไม่กนิ มาแอบดฝู รั่งนอนอาบแดดท่ีชายหาด
เพราะว่ามนั เปน็ ของใหม่ การแต่งเน้อื แต่งตัวของฝร่งั เขาก็ถือว่าอิสระ อาตมาก็นกึ ว่าต้องดึงฝร่ังพวกนี้มาสนใจ
พุทธศาสนา...อาตมาคิดวา่ อาตมาเกดิ ที่เกาะสมยุ เมื่อปญั หาอยา่ งน้ีเกดิ ขน้ึ ท่ีเกาะสมุย ก็นา่ จะทาอย่างใดอย่าง
หนึ่ง อาตมาคิดวา่ ต้องชกั ชวนฝรั่งมาปฏบิ ัติธรรม”15

โดยในสว่ นน้ีเองที่เป็นแรงบันดาลใจสาคัญให้เกดิ เป็นโครงการฝึกอบรมปฏิบัติธรรมให้กับชาวต่างชาติ
ประกอบกบั ได้รบั การสนับสนนุ จากโรเบิรต์ เดวิด ลาร์สัน หรืออดตี พระสันตกิ โร ซ่ึงเปน็ ชาวสหรฐั อเมริกาที่เคย
บวชเป็นพระสงฆ์และเป็นหนึ่งในลูกศิษย์ของพุทธทาสภิกขุที่ร่วมรับหน้ าที่บรรยายธรรมะให้กับชาวต่างชาติ
โครงการดังกล่าวถือว่าประสบความสาเร็จอยู่สมควร และต่อมาก็ได้พัฒนาจนมีการจัดสร้างสวนโมกข์
นานาชาติ อันเป็นสถานที่ปฏิบัติของชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีขนาดใหญ่และร่มรื่นเป็นอย่างมาก ซึ่งการ
สอนธรรมะให้กับชาวต่างชาตินั้น น่าจะช่วยให้โลกนี้มีสันติภาพมากยิ่งขึ้น ถ้ารู้ธรรมะแล้วก็น่าจะช่วยให้โลก
ใบน้รี ธู้ รรมะกวา้ งขนึ้ และเรว็ ขนึ้ (รปู ภาพท่ี 2)

13 สานกั งานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับ
ที่ 6 พ.ศ. 2530 – 2534, (กรุงเทพฯ: ยูไนเตด็ โปรดกั ชน่ั , ม.ป.ป.), 306 – 307.

14 อัครวิทย์ ชูเกียรติศิริชัย, พุทธทาสภิกขุ ในความทรงจา พระภาวนาโพธิคุณ (โพธิ์ จนฺทสโร), เข้าถึงเมื่อวันท่ี
29 มีนาคม พ.ศ. 2565, เข้าถึงได้จาก http://www.bia.or.th/html_th/index.php/2013-09-04-04-47-56/65-
archives/1039-20200223-1039.

15 เรื่องเดยี วกัน.

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถ่ิ น เ ล่ า เ ร่ื อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถ่ิ น | 11

ภาพที่ 2 : บรรยากาศการฝึกอบรมปฏิบัติธรรมใหก้ ับชาวต่างชาติ ท่สี วนโมกขน์ านาชาติ
เขา้ ถงึ เมือ่ วันท่ี 13 มถิ ุนายน พ.ศ. 2565 เขา้ ถงึ ได้จาก

http://www.bia.or.th/html_th/images/stories/2020/santikaro_03IMG-7285.JPG

อีกสิ่งหนึ่งที่สะท้อนถึงบทบาทของพุทธทาสภิกขุที่มีต่อการพัฒนาสังคมของท่าน คือ การจัดตั้ง
วิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ เมื่อปี พ.ศ. 2559 โดยสุเทพ เทือกสุบรรณ หนึ่งในลูกศิษย์คนสาคัญของ
ทา่ น และทา่ นยังรบั ตาแหน่งเป็นประธานฝ่ายสงฆข์ องวทิ ยาลัยแหง่ นด้ี ว้ ยเชน่ กนั ซ่ึงมวี ตั ถุประสงค์ในการจัดตั้ง
คือเพ่อื ใหเ้ ป็นสถานศึกษาที่ “มุ่งใหค้ วามรู้คู่กับคุณธรรม” และเพื่อให้ประเทศไทยมวี ิทยาลยั อาชีวะท่ีนักศึกษา
ไม่ตกี นั 16

โดยแนวทางการจัดการเรียนการสอนนั้น ถือว่าได้แรงบันดาลใจมาจากแนวทางการพัฒนาสังคมของ
พทุ ธทาสภกิ ขุ ดงั ทที่ า่ นได้กล่าวไว้วา่

“เรียนแตห่ นังสอื กับวิชาชีพ ไม่ได้เรียนธรรมะให้เพียงพอ เขารู้หนังสือ และรู้อาชีพ แต่ไม่มีธรรม เพื่อ
ความเป็นมนุษยใ์ ห้ถูกตอ้ ง นีแ่ หล่ะคอื ลกั ษณะทเี่ รยี กว่า ระบบการศึกษาชนดิ หมาหางดว้ น”17

และ “การศึกษาของประเทศไทยนั้น ไม่สมบูรณ์ ยังบกพร่องอยู่ ส่วนที่ขาดท่ีไม่สมบูรณ์ ก็คือเร่ืองของ
ธรรมะ ถา้ จะใหก้ ารศกึ ษาสมบูรณ์ ต้องมีการศึกษาธรรมะ ต้องมีการจัดหลักสูตรให้เดก็ ได้ฝึกฝน ปฏิบัติธรรมะ
อยา่ งจรงิ จังต่อเนือ่ งทุกวนั ทอ่ี ยู่ในสถานศึกษา”18

16 ไทยรัฐออนไลน์, หน่อธรรมพุทธทาส ผดุ อาชวี ะคณุ ธรรม, เข้าถงึ เมอื่ วันที่ 29 มนี าคม พ.ศ. 2565, เขา้ ถึงได้จาก
https://www.thairath.co.th/content/588721.

17 วิทยาลัยอาชีวศึกษาภวานาโพธิคุณ, ต้นกาเนิดวิทยาลัย, เข้าถึงเมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2565, เข้าถึงได้จาก
https://bbvc.ac.th/foundation/.

18 เรือ่ งเดยี วกนั .

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถิ่ น เ ล่ า เ รื่ อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถ่ิ น | 12

ด้วยเหตนุ ้ี จงึ ทาใหว้ ิทยาลยั อาชีวศึกษาโพธคิ ุณ มกี ารจดั การเรียนการสอนทไี่ มไ่ ด้มุ่งเน้นเฉพาะวิชาชีพ
เพียงอย่างเดียว แต่ยังเน้นการสอนธรรมะให้กับนักศึกษาที่เข้ามาเรียนที่นี่ด้วยเช่นกัน โดยนักศึกษาทุกคน
จะต้องอยู่หอพัก ไม่มีข้อยกเว้นแม้แต่คนที่มีบ้านอาศัยอยู่ที่เกาะสมุย เพราะจะต้องทาวัตรเช้าและทาวัตรเย็น
ร่วมกับเพื่อนนักศึกษาทุกคน (ภาพที่ 3 และ 4) ดังที่สุเทพ เทือกสุบรรณ ได้เคยให้สัมภาษณ์ในประเด็น
ดังกล่าวไวว้ ่า

“เราตั้งใจที่จะสร้างให้เป็นวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเอเซียน เป็นวิทยาลัยที่สอนที่ทฤษฎี และภาคปฏิบัติ
ต้องการให้นักศึกษาทุกคนรู้ทฤษฎี และให้ทุกคนฝึกภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น จนถึงขั้นเป็นผู้ ชานาญในสาขา
น้ันๆ เราตอ้ งการใหน้ ักศึกษาทุกคนได้ศึกษาธรรมะ ปฏิบัติธรรมะทุกวัน 5 ปที น่ี ี่ จบออกไปจะต้องเป็นคนที่ยึด
มั่นในหลักธรรมคาสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ยึดเอาธรรมะเป็นสรณะในการประพฤติตัว ดังนั้น นักศึกษา
ที่จบออกไปต้องมีความรู้ และความชานาญ และมีธรรมะติดตัว เด็กของเรา จบ ปวส. แต่จะต้องได้เงินเดือน
ดีกว่าพวกจบปริญญา เพราะไม่ใช้เพียงแต่มคี วามรู้ ความชานาญ แต่เป็นคนพิเศษที่ผ่านการเจียระไน จนเป็น
คนท่ีมีคณุ คา่ มธี รรมะเหมาะทจ่ี ะไปทางานกับใครหนว่ ยงานไหนก็ได้”19

และ “นักศึกษาทุกคนต้องอยู่หอพัก ไม่ว่าจะเป็นคนที่อยู่เกาะสมุย ก็ต้องมาอยู่หอพัก เพราะต้องตื่น
เช้าทาวัตรเช้า สวดมนต์ไหว้พระ ฝึกนั่งสมาธิ ก่อนที่จะเรียนหนังสือ ตอนเย็นเสร็จภารกจิ ตอ้ งทาวัตรเย็น ไหว้
พระสวดมนต์น่ังสมาธิ แผ่เมตตา เพราะฉะนั้นใครที่ทาวัตรเชา้ เย็นได้ตั้งใจฝึกตัวเองให้รู้ และเข้าใจธรรมะและ
มีความประพฤติอย่างนี้ เรียกว่า พร้อมที่จะเป็นนักศึกษาวิทยาลัยแห่งนี้ที่เป็นวิทยาลัยแห่งแรกที่มีคณะสงฆ์
รว่ มพระภิกษสุ งฆ์ ร่วมเป็นกรรมการบรหิ ารทกุ อยา่ งในส่วนของนักศึกษาทจี่ ะเข้ามาจะตอ้ งทางานทุกอย่างด้วย
ตัวเอง”20

19 MGR Online, “สเุ ทพ” สมั ภาษณ์ นร.เข้าเรยี นวิทยาลยั อาชวี ะภาวนาโพธคิ ุณ หวงั เปน็ ร.ร.เบอร์ 1 อาเซยี น,
เขา้ ถงึ เมอ่ื วันท่ี 29 มีนาคม พ.ศ. 2565, เขา้ ถงึ ไดจ้ าก https://mgronline.com/politics/detail/9600000030663.

20 เรอ่ื งเดยี วกัน.

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถิ่ น เ ล่ า เ ร่ื อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถ่ิ น | 13

ภาพที่ 3 : บรรยากาศการเวียนเทยี นของนกั ศึกษาวทิ ยาลัยอาชวี ศึกษาภาวนาโพธิคุณ เนอื่ งในวันวิสาขบูชา
เม่อื วันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

เขา้ ถึงเมือ่ วันท่ี 13 มิถนุ ายน พ.ศ. 2565 เข้าถึงไดจ้ าก
https://www.facebook.com/BhavanaBodhigun/photos/a.451927022046518/451930815379472

ภาพท่ี 4 : พลเอกประยทุ ธ์ จนั ทรโ์ อชา นายกรฐั มนตรี ขณะเข้าเยี่ยมชมการเรยี นการสอนของวทิ ยาลยั
อาชวี ศกึ ษาภาวนาโพธิคุณ ในวนั ท่ี 13 กันยายน พ.ศ. 2562
เขา้ ถึงเม่ือวนั ท่ี 13 มิถนุ ายน พ.ศ. 2565 เข้าถงึ ไดจ้ าก

https://media.thaigov.go.th/uploads/thumbnail/vod/2019/09/IMG_4149_20190914135001000000.jpg

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถิ่ น เ ล่ า เ ร่ื อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถิ่ น | 14

ปัจจุบันวิทยาลัยอาชวี ศึกษาภาวนาโพธิคุณเปิดทาการเรียนการสอนทัง้ หมด 6 สาขา ได้แก่ สาขาการ
บัญชี สาขาธุรกิจดจิ ิทัล สาขาภาษาต่างประเทศ สาขาอาหารและโภชนาการ สาขาการโรงแรม และสาขาการ
ท่องเที่ยว โดยในแต่ละปีการศึกษาจะรับจานวนนักศึกษาสาขาละ 30 คน รวมทั้งสิ้น 180 คนต่อปี และไม่มี
คา่ ใชจ้ า่ ยในการเรยี นตลอดหลกั สูตร21

แมว้ ่าวทิ ยาลยั ดงั กลา่ วจะพึง่ เปดิ ทาการสอนได้เพียงแค่ไม่กป่ี ีเทา่ น้ัน แต่ก็มปี ระเดน็ ท่ีนา่ สนใจ คือ เป็น
สถานศึกษาที่จัดการเรียนการสอนทั้งในด้านวิชาชีพคู่กับคุณธรรมตามแนวทางการพั ฒนาสังคมของพุทธทาส
ภิกขุ และเมื่อจบการศึกษาแล้วก็จะสามารถเข้าทางานได้ภายใต้คุณสมบัติท่ีดีตามหลักพระพุทธศาสนา ดังนน้ั
ในอนาคตอาจเป็นไปได้ว่าวิทยาลัยแห่งนี้น่าจะเป็นสถานศึกษาสาคัญในการผลิตบุคลากรสายวิชาชีพให้กับ
ประเทศไทย และนา่ จะเปน็ การสรา้ งภาพลกั ษณท์ ่ดี ใี หแ้ กส่ ถานศกึ ษาในระดับวทิ ยาลยั
2. พระดษุ ฎี เมธงั กุโร

ภาพที่ 5 : พระดุษฎี เมธังกุโร
เข้าถึงเมอ่ื วนั ท่ี 13 มิถุนายน พ.ศ. 2565 เขา้ ถึงได้จาก
https://www.bia.or.th/html_th/images/stories/2020/20201205-01.JPG

21 วิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ, รับสมัคร ปวช. 2565, เข้าถึงเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2565, เข้าถึงได้
จาก https://bbvc.ac.th/recruit/ และ วิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ, หลักสูตรประกาศนยี บัตรวิชาชีพ (ปวช.) และ
ป ระ ก าศน ี ยบ ั ตรวิ ช าช ี พช ั ้ น ส ู ง ( ป วส . ) , เข้าถึงเมื่อวันที ่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2565, เข้าถึงได้ จ า ก
https://bbvc.ac.th/academics/.

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถิ่ น เ ล่ า เ รื่ อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถ่ิ น | 15

พระดุษฎี เมธังกุโร เดิมเป็นชาวจงั หวัดนครสวรรค์ ซึ่งได้เคยมีโอกาสอ่านงานเขียนของพุทธทาสภิกขุ
เมื่อครั้งที่ยังเรียนหนังสืออยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น แต่พอสอบเข้าโรงเรียนอุดมศึกษา กรุงเทพฯ ได้
ก็มีโอกาสพบกับ ส. ศิวรักษ์ ผู้ซึ่งเป็นอีกหนึ่งลูกศิษย์คนสาคัญของพุทธทาสภิกขุ และมีโอกาสเข้าชมรม
พระพุทธศาสนา จึงเป็นปัจจัยสาคัญที่ทาให้ท่านเดินทางไปที่สวนโมกข์พลาราม ในเวลาต่อมาท่านสาเร็จ
การศกึ ษาในระดับปรญิ ญาตรที ี่คณะนติ ิศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ แตเ่ มื่อเข้าสู่วัยทางานแลว้ กลบั พบว่า
ทา่ นไมไ่ ดม้ คี วามสุขกบั การทางานเท่าไหรน่ ัก จึงทาใหท้ ่านอุปสมบทและไปจาพรรษาอยู่ทีส่ วนโมกขพลารามใน
ทีส่ ดุ 22

เมื่อท่านย้ายมาจาพรรษาอยู่ที่สวนโมกขพลาราม ท่านก็ได้รับหน้าที่บรรยายธรรมะให้กับนักเรียน
นักศึกษาที่มาเข้าค่ายธรรมะที่สวนโมกข์นานาชาติร่วมกับพระภาวนาโพธิคุณ (โพธิ์ จนฺทสโร) นอกจากนี้แล้ว
ดว้ ยความที่ท่านเคยมปี ระสบการณ์ในการจัดพิมพ์หนังสือเม่ือครง้ั ยังศึกษาอยู่ท่ีมหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ จงึ ทา
ใหท้ ่านไดร้ บั หนา้ ท่สี าคญั คือเป็นผู้จัดพมิ พ์หนงั สอื ของพทุ ธทาสภกิ ขุ ดังทที่ า่ นไดก้ ลา่ วไว้วา่

“งานพิมพ์หนังสือธรรมะกับงานสอนกัมมัฏฐานมันหาคนทายาก เพราะว่ามันต้องมีพื้นฐานความรู้
อาตมาก็ทางานพิมพ์หนังสือให้กลุ่มศึกษาปฏิบัติธรรมตอนเป็นฆราวาสอยู่แล้ว ก็เอาหนังสือธรรมโฆษณ์มาดู
เล่มไหน บทไหน น่าสนใจก็เอามาพิมพ์เป็นพ็อคเก็ตบุ๊ค คาบรรยายไหนที่ดีก็มาถอดเทปแล้วก็พิมพ์ พิมพ์
ออกมาหลายสิบเล่ม จนกระทั่งอาจารย์พุทธทาสบอกว่า ต่อไปหนังสือธรรมะไม่ขาดตลาด ไม่ขาดแคลนแล้ว
แต่กอ่ นนีต้ ้องรอหนังสืองานศพถึงจะมีหนังสือธรรมะอ่าน เพราะวา่ มันขายไม่ได้ ปรากฏว่าหนังสือก็แพร่หลาย
ขน้ึ ”23

และ “อาตมาก็จะดวู า่ ในท้องตลาดขาดอะไร แล้วอกี อนั หนึ่งมีบางสานกั พิมพ์ตั้งราคาหนังสือแพงมาก
เล่มละร้อยกว่าบาท เราก็เอาโครงการหนังสือราคาถูกถ่วงราคาลงมา พอเราพิมพ์ถูกแล้วเขาพิมพ์ 150 บาท
เราพิมพ์ 100 บาทอย่างนี้ ราคาก็ต้องลงมาที่สัก 120 บาท มันจะต่างกันมากไม่ได้ เพราะเดี๋ยวของเขามันจะ
ขายไม่ได้ เราก็ใช้วิธีว่าพิมพ์หนังสือที่ตลาดต้องการออกมาเยอะๆ และอีกอันหนึ่งที่เป็นงานสาคัญก็คือว่า เรา
ไปเลือกพิมพ์งานที่คนอื่นไม่พิมพ์ เช่น หินสลักพุทธประวัตริ อบโรงหนัง เล่มนี้มนั ขายไม่ได้หรอก เพราะว่าเป็น
หนังสือโบราณคดี ท่านอาจารย์บอกว่ารวบรวมปีหนึ่งสัก 2 เล่ม เป็นหนังสือวิชาการ หนังสือหายาก แล้วก็
พิมพ์ออกมา”24

ภายหลังการจัดพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับพุทธทาสภิกขุออกมาแล้วนั้น ก็ได้มีกระแสตอบรับที่ดีเป็นอย่าง
มากจากเหล่าบรรดาศิษยานุศิษย์ผู้ศรัทธาในตัวท่าน (รูปภาพที่ 6) จึงทาให้แนวคิดของท่านเป็นที่รู้จักใน

22 อัครวิทย์ ชูเกียรติศิริชัย, พุทธทาสภิกขุ ในความทรงจา พระดุษฎี เมธังกุโร, เข้าถึงเมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ.
2565, เข้าถึงไดจ้ าก https://www.bia.or.th/html_th/index.php/site-content/65-archives/1084-20200726-1084

23 เรอื่ งเดียวกนั .
24 เร่ืองเดียวกัน.

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถ่ิ น เ ล่ า เ ร่ื อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถ่ิ น | 16

วงกว้างของสังคมไทย โดยอาจกล่าวไดว้ ่าสาเหตุที่ทาให้หนังสือเกี่ยวกับพุทธทาสภิกขุได้รับการยอมรับจากคน
ในสังคม ก็คือแนวทางในการผลิตหนังสือของพระดุษฎี เมธังกุโร นี้เอง ซึ่งน่าจะช่วยให้นักเรียน นักศึกษาที่ได้
ซื้อหนังสือไปอ่านนั้นมีความสนใจในธรรมะและจะช่วยให้สงั คมไทยเป็นไปตามแนวทางที่พุทธทาสภิกขุได้เคย
เสนอเอาไว้

ภาพที่ 6 : หนังสือค่มู ือมนษุ ย์ ซ่ึงเป็นหนึ่งในหนังสอื เกย่ี วกับพทุ ธทาสภิกขุทดี่ ีท่สี ดุ เลม่ หน่งึ
ตรวจทานและจัดพิมพโ์ ดยพระดษุ ฎี เมธังกุโร เข้าถึงเม่ือวันที่ 13 มถิ นุ ายน พ.ศ. 2565 เขา้ ถึงไดจ้ าก
https://images-se-ed.com/ws/Storage/Originals/978616/000/9786160005314L.jpg?h=d0f06f3

ba80fb33db05833e7e0015f4f
ในเวลาต่อมา เมื่อท่านได้ย้ายไปดารงตาแหน่งเจ้าอาวาสวัดทุ่งไผ่ จังหวัดชุมพร ท่านก็ได้จัดสร้าง
สถานที่ปฏิบัติธรรมที่วัดทุ่งไผ่ (ภาพที่ 7) ซึ่งมีต้นแบบมาจากสวนโมกข์นานาชาติ โดยมีวัตถุประสงค์ คือ เพื่อ
ใชเ้ ปน็ ท่ีเผยแพรห่ ลักธรรมตามแนวคิดของพุทธทาสภิกขุ เห็นไดจ้ ากสถานทท่ี ่ีมคี วามเรียบง่าย ต้ังอยู่ท่ามกลาง
ธรรมชาติ มีการปฏิบัติธรรมแบบนิเวศภาวนาตามแนวธรรมชาติบาบัด สอดแทรกวิธีเจริญสติแบบเคลื่อนไหว
และมีการเดินจงกรมตามแนวทางเดินซึ่งขนาบข้างด้วยทิวสน ทาให้ผู้ปฏิบัติธรรมสามารถเดินจงกรมได้โดยไม่
เจบ็ เทา้ แต่อย่างใด25

25 ชลธิชา แสงใสแก้ว, ธรรมชาติ สอนธรรม ณ สถานปฏิบัติธรรม วัดทุ่งไผ่, เข้าถึงเมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ.
2565, เข้าถงึ ไดจ้ าก https://goodlifeupdate.com/healthy-mind/dhamma/42936.html.

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถ่ิ น เ ล่ า เ ร่ื อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถ่ิ น | 17

ภาพที่ 7 : บรรยากาศภายในวัดทุ่งไผ่ จังหวัดชุมพร ซึ่งมีต้นแบบมาจากสวนโมกขน์ านาชาติ
เขา้ ถึงเม่อื วนั ท่ี 13 มิถุนายน พ.ศ. 2565 เข้าถงึ ได้จาก

https://www.facebook.com/พระดุษฎี-เมธงั กโุ ร-183473598355308/photos/4493059747396650

นอกจากนแี้ ล้ว สง่ิ ที่ทา่ นยังคงปฏิบตั ิเหมือนกับตอนที่ยังจาพรรษาอยู่ที่สวนโมกขพลาราม คือ การรับ
หนา้ ทบ่ี รรยายธรรมะให้กบั นกั เรียน นักศึกษา ท่ีเดนิ ทางมาเขา้ ค่ายธรรมะที่วัดทุ่งไผ่ดว้ ยตวั เอง เห็นได้จากการ
ทว่ี ิทยาลัยพลศกึ ษาชมุ พรได้นาคณาจารยแ์ ละนักศึกษามาเขา้ ค่ายธรรมะเมื่อวันที่ 2 – 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2562
(ภาพท่ี 8 และ 9) และโรงเรียนชุมพรศกึ ษาท่ีไดน้ าคณะครแู ละนักเรยี นมาเขา้ คา่ ยธรรมะเม่ือวันท่ี 16 มกราคม
พ.ศ. 2563 (ภาพที่ 10 และ 11) รวมทั้งในปัจจุบันท่านยังเป็นพระนักเขียนหนังสือธรรมะออกมาสู่สังคมไทย
เป็นจานวนมาก เช่น หนังสือเรื่องการพัฒนาสังคมในทัศนะของพุทธทาสภิกขุ26 หนังสือเรื่องอริยทรัพย์27
หนังสือเรื่องมองแง่ดี มองให้ดี มีแต่ได้ ไม่มีเสีย28 หนังสือเรื่องเห็นทุกข์ สนุกดี29 (ภาพที่ 12) หนังสือธรรมะ
สาหรับผู้สูงอายุ30 ฯลฯ ซึ่งก็น่าจะเป็นไปได้ว่าในอนาคตท่านคงจะผลิตหนังสือออกมาอีกเป็นจานวนมาก
รวมทั้งยังจะรับหน้าที่บรรยายธรรมะให้กับนักเรียน นักศึกษา ที่มาเข้าค่ายธรรมะที่วัดทุ่งไผ่ เพื่อเป็นการสืบ
ทอดแนวคิดของพุทธทาสภกิ ขทุ ี่ได้เคยวางไว้ใหค้ งอยู่กบั สังคมไทยตลอดไป

26 พระดุษฎี เมธงั กโุ ร, การพฒั นาสงั คมในทัศนะของพุทธทาสภกิ ขุ, (กรงุ เทพฯ: มูลนิธิโกมลคีมทอง, 2532).
27 พระดษุ ฎี เมธงั กุโร, อรยิ ทรัพย,์ (กรุงเทพฯ: อตัมมโย, 2536).
28 พระดษุ ฎี เมธังกโุ ร, มองแงด่ ี มองให้ดี มีแตไ่ ด้ ไม่มเี สีย, (กรงุ เทพฯ: ธรรมสภาและสถาบนั บันลอื ธรรม, 2553).
29 พระดษุ ฎี เมธงั กโุ ร, เหน็ ทุกข์ สนุกดี, (กรงุ เทพฯ: ปราณ, ม.ป.ป.).
30 พระดษุ ฎี เมธังกโุ ร, ธรมมมะสาหรบั ผู้สูงอายุ, (สมุทรปราการ: ขุมทองอตุ สาหกรรมและการพมิ พ์, 2561).

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถ่ิ น เ ล่ า เ รื่ อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถิ่ น | 18

ภาพท่ี 8 และ 9 : บรรยากาศในการเข้าคา่ ยธรรมะของนักศกึ ษาวิทยาลยั พลศึกษาชุมพร
เมื่อวนั ที่ 2 – 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

เข้าถึงเม่อื วนั ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2565 เขา้ ถงึ ได้จาก
https://www.facebook.com/พระดุษฎี-เมธงั กุโร-
183473598355308/photos/pcb.2370627162973263/2370626926306620
https://www.facebook.com/พระดุษฎี-เมธงั กุโร-
183473598355308/photos/pcb.2370627162973263/2370626502973329/

ภาพที่ 10 และ 11 : บรรยากาศในการเขา้ ค่ายธรรมะของนักเรยี นโรงเรียนชุมพรศึกษา
เมือ่ วนั ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563

เข้าถงึ เมอ่ื วันท่ี 13 มถิ นุ ายน พ.ศ. 2565 เข้าถงึ ได้จาก
https://www.facebook.com/chumphonsueksaschool/photos/a.1371553629672063/13715710

86336984
https://www.facebook.com/chumphonsueksaschool/photos/a.1371553629672063/13715550

93005250

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถ่ิ น เ ล่ า เ ร่ื อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถิ่ น | 19

ภาพที่ 12 : หนังสือเรอ่ื ง เหน็ ทกุ ข์ สนุกดี เขยี นโดยพระดุษฎี เมธังกโุ ร
เข้าถงึ เม่อื วนั ท่ี 13 มิถุนายน พ.ศ. 2565 เขา้ ถงึ ได้จาก

https://cdn-local.mebmarket.com/meb/server1/7653/Thumbnail/book_detail_large.gif?9
บทวเิ คราะห์

สาหรับสาเหตทุ ่ีกลุ่มตวั อยา่ งพระสงฆท์ เี่ ลอื กใชแ้ นวคดิ ของพุทธทาสภิกขุมาใชใ้ นการพัฒนาสังคม

ทอ้ งถ่นิ ภาคใตใ้ นปัจจบุ นั นนั้ มดี ว้ ยกนั ทง้ั สนิ้ 3 ขอ้ ดงั ตอ่ ไปนี้

1. กล่มุ ตวั อย่างพระสงฆ์ต้องการทจี่ ะสืบทอดแนวคิดเร่ืองการพัฒนาสังคมของพทุ ธทาสภิกขุที่ได้เคย
เสนอเอาไว้
แนน่ อนว่าการท่กี ลมุ่ ตัวอย่างพระสงฆ์เหลา่ น้เี ลือกที่จะสบื ทอดแนวคดิ ดังกล่าวน้ัน ก็เปน็ ผลมาจากการ

ท่ีตัวเองเป็นลูกศิษย์ที่ได้รับการถ่ายทอดความรู้มาจากพุทธทาสภิกขุ เมื่อท่านมรณภาพไปแล้ว จึงทาให้ตนเอง
ต้องนาแนวคิดดังกล่าว มาเผยแพร่ให้กับคนในสังคมต่อไป เพื่อไม่ให้แนวคิดดังกล่าวเส่ือมสลายไปกับร่างกาย
ของท่าน และยังทาให้เห็นวา่ ท่านยังคงมบี ทบาทต่อพระสงฆ์ในท้องถิ่นภาคใต้อยู่ แม้จะมรณภาพไปแล้วเกอื บ
30 ปกี ็ตาม

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถ่ิ น เ ล่ า เ ร่ื อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถ่ิ น | 20

2. กลุ่มตัวอย่างพระสงฆ์ต้องการที่จะยกย่องและเชิดชูพุทธทาสภิกขุ ในฐานะ “ต้นแบบของพระ
นักพฒั นา” ให้เปน็ ท่รี จู้ ักของคนรุ่นใหม่
ประเด็นดงั กลา่ วเหน็ ไดช้ ัดจากการรบั หน้าท่บี รรยายธรรมะให้กบั นักเรยี น นักศึกษาที่มาเข้าคา่ ย

ธรรมะของพระดุษฎี เมธังกุโร ซ่งึ การบรรยายธรรมะนั้นถอื เปน็ การสอดแทรกความรูใ้ หก้ ับคนร่นุ ใหม่ เพ่ือให้
เหน็ ถึง “ความสาคัญ” ของพุทธทาสภิกขทุ ีม่ ีต่อวงการพระพทุ ธศาสนาในทอ้ งถน่ิ ภาคใต้ ซง่ึ มีมาอยา่ งยาวนาน
จนถงึ ปจั จุบนั แมว้ า่ ทา่ นจะมรณภาพไปเกือบ 30 ปี แล้วกต็ าม การเผยแพรธ่ รรมะน้ันก็น่าจะช่วยให้คนรนุ่ ใหม่
มีความสนใจในธรรมะมากขนึ้ และน่าจะนามาปรับใชก้ ับการดาเนนิ ชวี ติ ประจาวันของตนได้บ้างไม่มากก็น้อย

3. กลุ่มตัวอย่างพระสงฆต์ อ้ งการท่ีจะพยายามส่ือให้เห็นวา่ การพัฒนาสังคมไทยท่ีถูกต้อง ควรจะทา
ตามท่ีพุทธทาสภิกขุได้เสนอเอาไว้ เพอื่ ใหค้ นในสงั คมสามารถอยู่ร่วมกนั ได้อยา่ งมีความสุข ภายใต้
การยึดมน่ั ในหลักพระพุทธศาสนา
ประเด็นดังกล่าวเห็นได้ชัดเป็นอย่างมากจากการก่อตั้งวิทยาลัยอาชีวะศึกษาภาวนาโพธิคุณ อันเป็น

ความร่วมมือของพระภาวนาโพธิคณุ (โพธิ์ จนฺทสโร) และ สุเทพ เทือกสุบรรณ โดยมีแนวทางการจัดการเรยี น
การสอนที่ชัดเจน คือ สอนวิชาชีพคู่กับคุณธรรม ซึ่งเป็นแนวทางที่พุทธทาสภิกขุได้เคยเสนอเอาไว้ในประเด็น
เรื่องการพัฒนาสังคมที่ถูกต้องว่าควรจะทาอย่างไร ถึงแม้ว่าในประเด็นดังกล่าวจะยังไม่เห็นผลชัดเจนมากนัก
เนื่องจากวิทยาลัยดังกล่าวพึ่งจัดตั้งได้เพียงแค่ไม่กี่ปีเท่านั้น ดังนั้น ถ้าอยากที่จะเห็นถึงผลความสาเร็จของ
วิทยาลัยดังกล่าว ผู้เขียนเชอื่ วา่ น่าจะต้องใช้เวลาอีกราว 5 – 10 ปี ซงึ่ ในขณะนั้นน่าจะมผี สู้ าเร็จการศึกษาเพ่ิม
อีกหลายรอ้ ยคนแลว้ และตอ้ งจบั ตาดูกันต่อไปว่ากล่มุ คนเหลา่ น้ีได้ทาหน้าท่ใี นสังคมถูกต้องทั้งตามหลักวิชาชีพ
และตามหลักธรรมะ ดังที่พุทธทาสภิกขุได้เคยเสนอเอาไว้ คงเป็นเรื่องของอนาคตที่จะให้คาตอบในส่วน
ดงั กลา่ วได้

สรปุ และข้อเสนอแนะ
การศึกษาในครั้งนี้ได้ทาให้เห็นถึงบทบาทของพุทธทาสภิกขุที่มีต่อการพัฒนาสังคมท้องถิ่นภาคใต้ใน

ปัจจุบัน ซึ่งมีกรณีศึกษาที่สาคัญคือ พระภาวนาโพธิคุณ (โพธิ์ จนฺทสโร) และพระดุษฎี เมธังกุโร โดยพระสงฆ์
ทั้งสองรูปก็ได้นาแนวทางดังกล่าวมาใช้ในการพัฒนาสังคมท้องถิ่นภาคใต้มาจนถึงปัจจุบัน จึงทาให้เห็นได้ว่า
แม้พุทธทาสภิกขุจะมรณภาพไปแล้วเกือบ 30 ปี แต่แนวคิดของท่านก็ยังคงมีประโยชน์และนามาใช้พั ฒนา
สงั คมในทอ้ งถิ่นภาคใต้ไดเ้ ป็นอยา่ งดใี นสังคมรว่ มสมยั ปัจจบุ นั

โดยข้อเสนอแนะเพิ่มเติมที่ผู้เขียนอยากให้มีการศึกษาต่อไปในอนาคต คือ ผู้เขียนเห็นว่าสมควรที่จะ
ทาการศึกษาในลักษณะเดียวกันกับงานเขียนชิ้นนี้ แต่ให้เปลี่ยนพื้นที่ไปศึกษาในภูมิภาคอื่นของประเทศไทย
ทั้งนี้ อาจศึกษาได้จากพระสงฆ์ที่เป็นลูกศิษย์ของพุทธทาสภิกขุที่ย้ายไปจาพรรษาในภูมิภาคอื่นของประเทศ
ไทย เช่น พระราชธรรมนิเทศ (พยอม กลฺยาโณ) หรือพระสงฆ์ที่ไม่ได้เป็นลูกศิษย์ของพุทธทาสภิกขุแต่มีความ

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถ่ิ น เ ล่ า เ ร่ื อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถิ่ น | 21

สนใจในการนาแนวคิดดังกล่าวมาปรับใช้กับการพัฒนาสังคมในท้องถิ่นของตนเอง ซึ่งน่าจะช่วยให้เห็นถึง
บทบาทของพทุ ธทาสภกิ ขุท่ีไม่ได้จากดั เพียงแคพ่ ื้นทภ่ี าคใต้อยา่ งเดียว แต่ยงั รวมไปถึงภมู ิภาคอื่น ๆ ในประเทศ
ไทยดว้ ยเช่นกนั อันสะท้อนใหเ้ ห็นถึงการดารงอยู่ของแนวคิดดังกลา่ วในปจั จุบนั ได้เป็นอย่างดี

______________________________________________

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถ่ิ น เ ล่ า เ รื่ อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถ่ิ น | 22

รายการอ้างอิง
หนงั สือ

แจค็ สัน, ปีเตอร์ เอ. พระพทุ ธศาสนานกิ ายเถรวาทกบั การปฏิรปู เชิงนวนยิ มสมยั ใหม่ในประเทศไทย. แปล
จาก BUDDHADASA : Theravada Buddhism and Modernist Reform in Thailand. แปลโดย
มงคล เดชนครินทร์ กรุงเทพฯ: ว.ี พรินทร์, 2556.

ปรชี า ช้างขวญั ยนื . ความคิดทางการเมืองของทา่ นพุทธทาสภิกข.ุ กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พจ์ ฬุ าลงกรณ์
มหาวิทยาลยั , 2538

พระดษุ ฎี เมธงั กุโร. การพฒั นาสังคมในทศั นะของพุทธทาสภกิ ข.ุ กรงุ เทพฯ: มลู นิธิโกมลคมี ทอง, 2532.
__________. ธรมมมะสาหรบั ผ้สู ูงอาย.ุ สมทุ รปราการ: ขมุ ทองอุตสาหกรรมและการพิมพ์, 2561.
__________. มองแงด่ ี มองใหด้ ี มีแต่ได้ ไม่มเี สีย. กรงุ เทพฯ: ธรรมสภาและสถาบนั บนั ลือธรรม, 2553.
__________. เหน็ ทุกข์ สนุกดี. กรงุ เทพฯ: ปราณ, ม.ป.ป.
__________. อรยิ ทรพั ย์. กรงุ เทพฯ: อตัมมโย, 2536.
พพิ ฒั น์ กระแจะจันทร์ และนนทชัย สกั การโกศล. เมอ่ื พุทธทาสอตุ ริเปน็ นกั โบราณคดี มุ่งสนู่ พิ พานผา่ นการ

คน้ ควา้ ศรวี ิชยั ศลิ ปะอินเดยี โบราณ และ Conceptual Photography. กรุงเทพฯ: อมรนิ ทร์พรน้ิ
ตง้ิ การพมิ พ์แอนด์พบั ลชิ ชง่ิ จากดั (มหาชน), 2563.
พุทธทาสภิกข.ุ การเมืองคืออะไร? : หนทางรอดของมนุษยค์ ือธรรมิกสังคมนิยมและพุทธทาสลิขติ ขอ้ คิดทาง
การเมอื ง. สรุ าษฎร์ธาน:ี กลมุ่ ศึกษาท่สี วนโมกข์, 2549.
สนั ตกิ โร [นามแฝง]. พุทธทาสภกิ ขุ : มองชวี ิตและสังคมดว้ ยความว่าง. กรงุ เทพฯ: มลู นธิ โิ กมลเคยี มทอง,
2550.
สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาต.ิ แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ
ฉบับท่ี 6 พ.ศ. 2530 – 2534. กรงุ เทพฯ: ยไู นเตด็ โปรดกั ช่นั , ม.ป.ป.

วิทยานิพนธ์

วศิ รตุ บวงสรวง. “การเคลือ่ นไหวทางความคดิ ของพทุ ธทาสภกิ ขุกับการเมืองไทย พ.ศ.2516 – 2536.”
วทิ ยานพิ นธ์ศิลปศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวิชาประวคั ศิ าสตร์ ภาควิชาประวัตศิ าสตร์ คณะศลิ ปศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2556.

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถ่ิ น เ ล่ า เ รื่ อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถิ่ น | 23

ข้อมูลออนไลน์

MGR Online. “สเุ ทพ” สัมภาษณ์ นร.เข้าเรียนวทิ ยาลัยอาชวี ะภาวนาโพธคิ ุณ หวงั เป็น ร.ร.เบอร์ 1
อาเซยี น. เขา้ ถึงเม่ือวนั ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2565. เขา้ ถงึ ได้จาก https://mgronline.com/
politics/detail/9600000030663.

ชลธชิ า แสงใสแกว้ . ธรรมชาติ สอนธรรม ณ สถานปฏิบัติธรรม วดั ทุ่งไผ.่ เขา้ ถึงเม่อื วันที่ 29 มีนาคม พ.ศ.
2565. เข้าถึงไดจ้ าก https://goodlifeupdate.com/healthy-mind/dhamma/42936.html.

ไทยรัฐออนไลน.์ หน่อธรรมพุทธทาส ผุดอาชวี ะคณุ ธรรม. เขา้ ถึงเมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2565. เขา้ ถึงได้
จาก https://www.thairath.co.th/content/588721.

ธนพงศ์ ทองสขุ . พระภาวนาโพธคิ ุณ ว.ิ (โพธิ์ จนทฺ สาโร). เข้าถึงเมือ่ วนั ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2565. เข้าถึงได้
จาก https://sangkhatikan.com/monk_view.php?ID=624.

โรงเรียนมธั ยมพุทธนิคม. ประวัติโรงเรียน. เข้าถึงเมอื่ วนั ที่ 28 มนี าคม พ.ศ. 2565. เข้าถึงได้จาก
https://sites.google.com/site/matayomputnikompr/home/prawati-rongreiyn.

วทิ ยาลยั อาชวี ศกึ ษาภาวนาโพธิคณุ . ตน้ กาเนดิ วทิ ยาลัย. เข้าถึงเม่ือวนั ท่ี 29 มีนาคม พ.ศ. 2565. เขา้ ถึงไดจ้ าก
https://bbvc.ac.th/foundation/.

__________. รับสมัคร ปวช. 2565. เข้าถงึ เมื่อวนั ท่ี 13 มิถนุ ายน พ.ศ. 2565. เขา้ ถึงไดจ้ าก
https://bbvc.ac.th/recruit/.

__________. หลกั สตู รประกาศนยี บตั รวชิ าชพี (ปวช.) และประกาศนยี บัตรวิชาชพี ชัน้ สงู (ปวส.). เขา้ ถงึ
เมอ่ื วันท่ี 13 มิถุนายน พ.ศ. 2565. เข้าถึงไดจ้ าก https://bbvc.ac.th/academics/.

อัครวิทย์ ชูเกียรตศิ ิรชิ ัย. พทุ ธทาสภกิ ขุ ในความทรงจา พระดุษฎี เมธงั กุโร. เข้าถึงเม่ือวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ.
2565. เขา้ ถึงได้จาก https://www.bia.or.th/html_th/index.php/site-content/65-
archives/1084-20200726-1084.

__________. พทุ ธทาสภิกขุ ในความทรงจา พระภาวนาโพธคิ ณุ (โพธ์ิ จนฺทสโร). เขา้ ถงึ เม่ือวันท่ี 29
มีนาคม พ.ศ. 2565. เขา้ ถงึ ได้จาก http://www.bia.or.th/html_th/index.php/2013-09-04-04-
47-56/65-archives/1039-20200223-1039.

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถ่ิ น เ ล่ า เ ร่ื อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถิ่ น | 24

\

พระสงฆ์กบั การพัฒนาชุมชนบา้ นนาออ้ :
กรณศี ึกษาพระครูวิจารณส์ ังฆกิจ (ภา)1

ปฐมพร จาปาออ่ น2

1 บทความนีป้ รับปรุงจากรายงานค้นคว้าเฉพาะบุคคล เรื่อง “การศึกษาบทบาทของพระครูวจิ ารณ์สังฆกิจ (ภา) ต่อ
การพัฒนาชุมชนบ้านนาอ้อ ตาบลนาอ้อ อาเภอเมือง จังหวัดเลย (พ.ศ. 2457-2564)” ตามหลักสูตรปริญญาศิลปศาสตร
บณั ฑติ สาขาวิชาประวตั ศิ าสตรท์ ้องถนิ่ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศลิ ปากร

2 บัณฑิตปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
ปกี ารศกึ ษา 2564

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถิ่ น เ ล่ า เ รื่ อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถิ่ น | 25

บทคัดยอ่
บทความวิจัยนี้ มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทของพระครูวิจารณ์สังฆกิจ (ภา) ที่มีผลต่อชุมชนบ้าน
นาอ้อ ตาบลนาอ้อ อาเภอเมือง จังหวัดเลย ในช่วง พ.ศ. 2457-2564 และปัจจัยที่ทาให้ท่านกลายเป็นบุคคล
สาคัญของชุมชนแห่งนี้ โดยใช้วิธีทางประวัติศาสตร์ในการศึกษาจากเอกสารหลักฐานชั้นต้น เช่น เอกสาร
สานักงานเจ้าคณะจังหวัดเลยวัดศรีบุญเรือง เอกสารโบราณภายในวัดศรีจันทร์ บ้านนาอ้อ ตลอดจนเอกสาร
งานวิจัย การสารวจพน้ื ทภ่ี าคสนาม และคาบอกเลา่
ผลการศึกษาพบว่าในช่วงที่พระครูวิจารณ์สังฆกิจ (ภา) ดารงตาแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดศรีจันทร์
สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2457-2564) ท่านมีบทบาทสาคัญต่อชุมชนบ้านนาอ้อ ได้แก่ 1) ด้านการทานุ
บารุงศาสนา ซึ่งนากลุ่มช่างชาวเมืองเหนือ-เมืองนา่ น เข้ามารับจ้างก่อสร้างภายในชมุ ชนบ้านนาอ้อ ก่อให้เกิด
รปู แบบศลิ ปกรรมและสถาปตั ยกรรมทเี่ ปน็ เอกลักษณ์ให้กับชุมชนบ้านนาอ้อในเวลาต่อมา 2) ด้านการส่งเสริม
การศึกษา ส่งผลให้คนในชุมชนสามารถอ่านเขียนตัวหนังสือต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะตัวหนังสือไทยภาคกลาง
3) ด้านวัฒนธรรมประเพณี ท่านเป็นผู้นาในการทาพิธีกรรมและประเพณีต่าง ๆ ให้ถูกต้องตามฮีตคองของ
อีสาน และยังถ่ายทอดความรู้ภูมิปัญญาการทาบ้ังไฟและดอกไม้ไฟอีกด้วย และ 4) ด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเป็น
ผลสืบเนื่องจากคุณูปการด้านต่าง ๆ ได้กลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สาคัญของชุมชนบ้านนาอ้อ และ
ต่อยอดพฒั นาเปน็ สถานทที่ อ่ งเทยี่ วเชงิ วัฒนธรรมในเวลาต่อมา
นอกจากนี้พระครูวิจารณ์สังฆกิจ (ภา) ยังได้รับการยกย่องเป็นบุคคลสาคัญของชุมชนบ้านนาอ้อ
อีกด้วย โดยปัจจัยสาคัญ คือ 1) ปัจจัยภายใน ได้แก่ ภูมิลาเนาและบทบาทหน้าที่ จริยวัตร ข้อวัตรปฏิบตั ิและ
ปฏิปทาของพระครูวิจารณ์สังฆกิจ และ 2) ปัจจัยภายนอก ได้แก่ การที่ชุมชนบ้านนาอ้อได้รับการยกย่องเปน็
หมบู่ า้ นวัฒนธรรมจากสภาวฒั นธรรมจงั หวัดเลย และการเข้ามาศกึ ษาวจิ ยั ของกล่มุ นักศึกษาและนักวิชาการ

คาสาคญั : บทบาทของพระสงฆ์, พระครูวิจารณส์ งั ฆกจิ , ชมุ ชนบ้านนาออ้ , จังหวัดเลย

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถิ่ น เ ล่ า เ รื่ อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถ่ิ น | 26

บทนา
ศาสนาและความเชื่อ เป็นองค์ประกอบสาคัญของความเป็นชุมชนท้องถิ่น และมีความสัมพันธ์กับ

การเมอื งการปกครอง สังคม และวัฒนธรรม เป็นเนื้อเดียวกันจนไมส่ ามารถแยกออกจากกันได้ วัดเป็นสถาบัน
หลักในสังคมพระพุทธศาสนาที่มีบทบาทและความสัมพันธ์ควบคู่กับชุมชนท้องถิ่น นอกจากนี้พระสงฆ์
ท่ีจาพรรษาอยภู่ ายในวัดของชุมชนท้องถิน่ นั้น ๆ ย่อมมบี ทบาทตอ่ ผู้คนในสังคมเช่นเดียวกัน เนอ่ื งจากพระสงฆ์
เป็นผ้นู าทางศาสนาและจิตวิญญาณ รวมถงึ เป็นผู้นาในการพัฒนาชุมชนในดา้ นตา่ ง ๆ อกี ด้วย

สาหรับชุมชนบ้านนาอ้อ ตาบลนาอ้อ อาเภอเมือง จังหวัดเลย วัดที่มีบทบาทและมีความสาคัญ
อย่างย่งิ ตอ่ ชุมชน คอื “วัดศรีจนั ทร”์ ดว้ ยเป็นวัดเกา่ แก่และเป็นวัดแหง่ แรกของชุมชน ซึง่ ก่อสร้างข้ึนประมาณ
ช่วงทศวรรษ 2430 เมื่อสร้างวัดเสร็จสิ้นแล้ว ชาวบ้านได้นิมนต์เจ้าหัวพ่อเมืองขวา พระธุดงค์ชาวนครพนม
เข้ามาจาพรรษเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก เพื่อให้ชุมชนบ้านนาอ้อมีองค์ประกอบสมบูรณ์ทั้งผู้นาทางศาสนาและ
ผู้นาชุมชน3 ต่อมาจึงได้มีพระสงฆ์เข้ามาจาพรรษาและดารงตาแหน่งเป็นเจ้าอาวาสสืบต่อเรื่อยมาตามลาดับ
ได้แก่ เจ้าหัวพ่อรางคา พระครูเผือก พระครูทอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยของพระครูเผือกและพระครูทอน
ได้มีการกราบบังคมทูลของพระราชทานวิสุงคามสีมาให้วัดศรีจันทร์ และได้รับพระราชทานพระบรม
ราชานญุ าตเม่ือวนั ท่ี 26 มถิ นุ ายน ร.ศ. 119 (พ.ศ. 2443)4

จนกระทั่ง พ.ศ. 2457 พระครูวิจารณ์สังฆกิจ (ภา) ได้ย้ายมาดารงตาแหน่งเจ้าอาวาสวัดศรีจันทร์
ตามคาสั่งของพระครูอดิสัยคุณาธาร (คา อรโก) เจ้าคณะจังหวัดเลยในขณะนั้น5 และดารงตาแหน่งเจ้าอาวาส
เรื่อยมา จวบจนมรณภาพเมื่อ พ.ศ. 2522 รวมระยะเวลากว่า 65 ปี ที่จาพรรษาอยู่วัดศรีจันทร์ บ้านนาอ้อ
พระครวู ิจารณ์สงั ฆกิจ (ภา) ไดม้ ีบทบาทสาคัญในการนาพาชุมชนให้เกิดการพฒั นาและเปลีย่ นแปลงในหลาย ๆ
ด้าน ทั้งด้านศาสนา การศึกษา และวัฒนธรรม แม้ว่าท่านมรณภาพไปแล้ว แต่ชื่อเสียงและบทบาทของท่าน
ยังคงปรากฏอยู่ในความทรงจาของคนในชุมชนบ้านนาอ้อ อีกทั้งยังได้รับการสานต่อปฏิปทาและเจตนารมณ์
สืบเนือ่ งมาจวบจนปัจจบุ ัน

บทความน้ีจึงได้นาเสนอบทบาทการพัฒนาชุมชนบ้านนาอ้อของพระครูวิจารณส์ ังฆกจิ (ภา) นับต้ังแต่
ท่านเข้ามาดารงตาแหน่งเจ้าอาวาสวัดศรีจันทร์ เมื่อ พ.ศ. 2457 และบทบาทดังกล่าวยังคงสืบเนื่องต่อมา
จวบจนปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นถึงความทรงจาของผู้คนในท้องถิ่นชุมชนบ้านนาอ้อที่เคารพยกย่องและ
ใหค้ วามสาคญั ต่อพระครวู จิ ารณ์สังฆกิจ (ภา) เสมอมา อีกทัง้ ยงั ทาให้เห็นถึงความสัมพันธร์ ะหว่างพระสงฆ์และ

3 วีณา วีสเพ็ญ, บรรณาธิการ, สังฮอมธาตุ วัดศรีจันทร์ บ้านนาอ้อ ตาบลนาอ้อ อาเภอเมือง จังหวัดเลย
(มหาสารคาม: อภิชาตการพมิ พ์, 2559), 3.

4 “พระบรมราชโองการพระราชทานวิสุงคามสีมา วัดใหญ่ ตาบลบ้านนาอ้อ แขวงเมืองเลย (ร.ศ. 119),” เอกสาร
วดั ศรีจนั ทร์ บา้ นนาออ้ , พพิ ิธภัณฑป์ ระภศั รจ์ ันทโชติ อนสุ รณ์วจิ ารณส์ งั ฆกิจ วัดศรจี นั ทร์ บ้านนาออ้ ตาบลนาอ้อ อาเภอเมือง
จังหวดั เลย.

5 สุจินต์ เพชรดี, อนุสรณ์วิจารณ์สังฆกิจ (ขอนแก่น: โรงพิมพ์พระธรรมขันธ์ โอสถ, 2525. พิมพ์แจกชาร่วยในงาน
พุทธาภิเษกรูปเหมือนบรรจุอัฐิของท่านพระครูวิจารณ์สังฆกิจ ณ วัดศรีจันทร์ ตาบลนาอ้อ อาเภอเมืองเลย จังหวัดเลย เมื่อ
วันท่ี 12 มนี าคม พ.ศ. 2525), 4-5.

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถิ่ น เ ล่ า เ ร่ื อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถิ่ น | 27

ชุมชนท้องถิ่นในฐานะผู้นาในการพัฒนาชุมชนท้องถ่ิน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชวี ติ และความเปน็ ชุมชนท้องถิน่
ภาคอีสานนบั ตง้ั แต่อดีตจนถึงปัจจบุ นั อกี ดว้ ย

มหาเถรประวัติ : พระครวู จิ ารณ์สงั ฆกจิ (ภา) เจ้าอาชญาใหญ่แห่งบ้านนาออ้

พระครูวิจารณ์สังฆกิจ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า

“เจ้าอาชญาใหญ่” บ้านนาอ้อ มีนามเดิมว่า ภา บุตรธรรม

เกิดเมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2526 (พ.ศ. 2527 ตาม

ปฏิทินปัจจุบัน) ตรงกับ วันพฤหัสบดี ขึ้น 6 ค่า เดือนย่ี

ปีมะแม เป็นชาวบ้านปากหมาก ตาบลนาอ้อ อาเภอเมือง

จังหวัดเลยโดยกาเนิด6 ในวัยเด็กท่านมีนิสัยขยัน ใฝ่เรียน

รู้อยู่เสมอ จึงได้บรรพชาเป็นสามเณรเพื่อศึกษาเล่าเรียน

ตามสานักเรียนวัดต่าง ๆ ภายในเมืองเลย และเมือง

ขอนแก่น จึงสามารถอ่านเขียนภาษาไทยภาคกลาง ขอม

และธรรมอสี านได้อยา่ งชานาญ7

ต่อมาเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2447 ท่านได้

เข้าอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดศรีจันทร์ บ้าน

นาอ้อ โดยมีพระครูลี เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการสีดา ภาพที่ 1 พระครวู ิจารณ์สงั ฆกจิ

เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการพวย เป็นพระอนุสาว (ภา พรฺ หฺมเสโน บุตรธรรม)
นาจารย์ ได้รับฉายาทางธรรมว่า “พฺรหฺมเสโน”8 เมื่อ ทีม่ า: “ประวัตพิ ระครสู ัญญาบตั ร,” เอกสาร
อุปสมบทแล้วได้จาพรรษาอยู่ ณ วัดศรีสุมังค (ภายหลัง สานักงานเจา้ คณะจงั หวดั เลย, วัดศรบี ญุ เรอื ง

เปลี่ยนชื่อ เป็น วัดศรีสุมังคลาราม) บ้านปากหมาก และ

ศึกษาพระธรรมวินยั กบั พระอาจารย์โท เจ้าอาวาส ภายหลงั พระอาจารย์โทได้ลาสิกขา จึงได้รับแต่งตั้งใหด้ ารง

เป็นเจ้าอาวาสวัดศรีสุมังคสืบต่อแทน นอกจากนี้ยังได้รับการเถราภิเษก หรือ หดสรง (บางแห่งเขียนฮดสรง)

จากชาวบ้าน แต่งตั้งเป็นพระครู หรือ ญาครูภา อีกด้วย ขณะเดียวกัน เมื่อ พ.ศ. 2452 ได้รับแต่งตั้งให้ดารง

ตาแหนง่ รองเจา้ คณะแขวงเมืองเลย9 โดยทาหน้าทบี่ ริหารและปกครองคณะสงฆ์ที่วดั ศรสี มุ ังค บา้ นปากหมาก10

6 “ประวัติพระครสู ัญญาบตั ร ประวัติพระครวู จิ ารณส์ งั ฆกจิ ,” เอกสารประวัติพระครูสญั ญาบตั ร จงั หวัดเลย, เอกสาร

สานักงานเจ้าคณะจงั หวดั เลย, วดั ศรบี ญุ เรอื ง ตาบลกุดป่อง อาเภอเมือง จงั หวัดเลย.
7 สจุ ินต์ เพชรดี, อนุสรณ์วจิ ารณ์สงั ฆกจิ , 2-3.
8 “ประวัตพิ ระครสู ัญญาบัตร ประวัติพระครวู ิจารณส์ ังฆกจิ .”
9 เร่อื งเดยี วกนั .
10 สุจินต์ เพชรดี, อนุสรณว์ จิ ารณ์สงั ฆกิจ, 4.

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถ่ิ น เ ล่ า เ ร่ื อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถิ่ น | 28

จนกระทั่ง พ.ศ. 2457 ได้รับคาสั่งจากพระครูอดิสัยคุณาธารที่สังฆปาโมกข์ เจ้าคณะใหญ่เมืองเลย
ให้ย้ายมาดารงตาแหน่งเจ้าอาวาสวัดศรีจันทร์ บ้านนาอ้อ พร้อมกับรั้งตาแหน่งเจ้าคณะแขวงเมืองเลย
(รักษาการเจ้าคณะแขวงเมืองเลย) ในช่วงที่พระครูภาจาพรรษาอยู่ที่วัดศรีจันทร์ บ้านนาอ้อนั้น ได้รับการ
แต่งตั้งดารงตาแหน่งคณะสงฆ์และทาหน้าที่ปกครองคณะสงฆ์เรื่อยมา ได้แก่ พ.ศ. 2462 ได้รับแต่งตั้งให้เป็น
พระอุปัชฌาย์ พ.ศ. 2471 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะแขวงกุดป่อง (แขวงเมืองเลย หรือ อาเภอเมืองเลย)
พร้อมกับได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็น พระครูวิจารณ์สังฆกิจ พ.ศ. 2494 เป็นเจ้าคณะอาเภอเมืองเลย
ฝ่ายมหานิกาย พ.ศ. 2498 เป็นเจ้าคณะอาเภอเมืองเลย ชั้นเอก ในราชทินนามเดิม11 จนกระทั่ง ประมาณช่วง
ปลายทศวรรษ 2500 ท่านพระครูฯ เริ่มชราภาพมากยิ่งขึ้น จนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ปกครองคณะสงฆ์ได้
ด้วยเหตุน้จี ึงได้รบั การยกเป็นพระครูเจ้าคณะอาเภอชน้ั เอก กติ ตมิ ศกั ดิ์12 จึงทาให้ทา่ นพระครฯู ยุติบทบาทการ
เป็นพระสงั ฆาธิการนบั ตง้ั นั้นเปน็ ตน้ มา

ในช่วงบั้นปลายชีวิตนั้น ท่านได้จัดสร้างลองนอกของหีบศพ พร้อมกับโต๊ะรองรับจานวน 2 ตัว
เมือ่ พ.ศ. 2512 สาหรบั ใชใ้ นการประกอบงานฌาปนกิจกจิ สรีระของท่าน13 นอกจากนเี้ ม่ือ พ.ศ. 2518 พระครู
ญาณทัสสี (คาดี ปภาโส) เจ้าอาวาสวัดถ้าผาปู่ (ธ.) พร้อมคณะศิษย์และชาวบ้านนาอ้อ ได้ร่วมกันสร้างกุฏิ
อนุสรณ์วิจารณ์สังฆกิจขึ้น เพื่อให้เป็นสถานที่พานักและอานวยความสะดวกแก่ท่านพระครูวิจารณสังฆกิจ
แต่อย่างไรก็ตามท่านได้พานักเพียงระยะหนึ่งเท่านั้น จากนั้นจึงกลับไปพานักยังกุฏิหลังเดิม14 และพานักอยู่
จวบจนกระทัง่ มรณภาพด้วยอาการสงบ เมือ่ วนั ท่ี 22 มีนาคม พ.ศ. 2522 สิรริ วมอายไุ ด้ 95 ปี 2 เดอื น 17 วัน
พรรษาได้ 75

บทบาทการพัฒนาชมุ ชนบ้านนาอ้อของพระครูวจิ ารณส์ งั ฆกิจ (ภา)
พระครูวิจารณ์สังฆกิจ (ภา) ดารงตาแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดศรีจันทร์ ในช่วง พ.ศ. 2457-2522

ได้มีบทบาทสาคญั ในการชว่ ยพฒั นาท้องถ่ินชุมชนบ้านนาอ้อหลายด้าน โดยมีผนู้ าทอ้ งถน่ิ ของชุมชนบ้านนาอ้อ
ในสมัยเปน็ กาลงั ร่วมสาคัญ ได้แก่ กานนั ขนุ นาอ้ออานวย (ทัน ศรีทรงเมอื ง) ผใู้ หญพ่ ิมพ์ บุญชิต ผู้ใหญ่ขุนนคร
อธิสุมงคล ผู้ใหญ่พัน เจดีย์ ตลอดจนกลุ่มนายฮ้อย เช่น นายฮ้อยขุนวิเศษ นายฮ้อยขุนพิทักษ์ นายฮ้อย
พ่อหนหู ล่นั นายฮ้อยถนั เป็นตน้ จนอาจกลา่ วไดว้ า่ ผ้นู าเหลา่ น้เี ปน็ คบู่ ุญบารมขี องทา่ น15

นับตั้งแต่ พ.ศ. 2457 – 2522 เป็นเวลากว่าหกทศวรรษ พระครูวิจารณ์สังฆกิจ (ภา) มีบทบาทสาคัญ
อยา่ งย่ิงต่อการพัฒนาท้องถน่ิ ชมุ ชนบา้ นนาอ้อให้มีความเจริญก้าวหนา้ สามารถแบ่งได้ 3 ดา้ น ดังน้ี

11 “ประวตั ิพระครสู ัญญาบัตร ประวัติพระครวู ิจารณส์ งั ฆกจิ .”
12 ทาเนียบสมณศักดิ์ ฉบับของ หมวดทาเนียบสมณศักดิ์ ฝ่ายคณะสงฆ์ สานักงานเลขาธิการมหาเถรสมาคม
กรมการศาสนา 2519 (กรงุ เทพฯ: แสงฟา้ วสิ าหกิจ, 2520. ที่ระลึก สมโภชหิรณั ยบฏั และเคร่อื งยศสมณศักด์ิ พระพรหมมุนี
เจา้ อาวาสวดั นรนาถสุนทรกิ าราม เจา้ คณะภาค 8 (ธรรมยตุ ) กรรมการมหาเถรสมาคม 8 กันยายน 2520), 117.
13 สัมภาษณ์ พระครูประภศั ร์จันทโชติ (สนธ์ ปภสสฺ โร), 20 มกราคม 2565.
14 สมั ภาษณ์ พระครูประภัศรจ์ นั ทโชติ (สนธ์ ปภสสฺ โร), 3 พฤศจกิ ายน 2564.
15 สจุ นิ ต์ เพชรดี, อนุสรณว์ จิ ารณ์สงั ฆกิจ, 29.

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถิ่ น เ ล่ า เ รื่ อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถ่ิ น | 29

1. ด้านศาสนา ภาพท่ี 2 พระธาตวุ ัดศรีจนั ทร์ บ้านนาอ้อ
การทานุบารุงพระพุทธศาสนา ด้วยการสร้างศาสน ท่มี า: ปฐมพร จาปาออ่ น, 26 เมษายน 2564
สถาน และบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอาราม เป็นบทบาทหนึ่งของ
พระสงฆ์โดยทั่วไป เช่นเดียวกับพระครูวิจารณ์สังฆกิจ (ภา) ที่มี ภาพท่ี 3 พระธาตวุ ดั ศรชี มช่นื บา้ นม่วง
บทบาทอย่างยิ่งต่อการทานุบารุงพระพุทธศาสนาภายในชุมชน ท่มี า: นนท์พิเชษฐ์ชาญ ชัยหา, 7 มิถุนายน 2563
บ้านนาอ้อและชุมชนใกล้เคียง และมปี ระเด็นท่ีน่าสนใจอย่างยิ่ง
เนือ่ งจากพระครวู ิจารณส์ ังฆกิจ (ภา) ไดว้ ่าจ้างกลมุ่ ช่างจากเมือง
เหนอื และเมืองน่าน เขา้ มาสร้างศาสนสถาน ซ่ึงส่งผลให้รูปแบบ
ศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมภายในชุมชนบ้านนาอ้อและชุมชน
ใกล้เคียง มีลักษณะที่ผสมผสานระหว่างศิลปะพื้นถิ่นอีสานและ
ศิลปะพ้นื บา้ นเมืองเหนือ
สาเหตุที่พระครูวิจารณ์สังฆกิจ (ภา) ว่างจ้างกลุ่มช่าง
จากเมืองเหนือและเมืองน่านนั้น คงเป็นเพราะชุมชนบา้ นนาออ้
มีปฏิสมั พันธ์กับคนกลมุ่ น้ี ผา่ นเครอื ขา่ ยทางการค้ามาต้ังแต่อดีต
เห็นได้จากการสร้างโบสถ์หลังเดิมของวัดศรีจันทร์นั้น ได้จ้าง
หนานนนท์ ช่างเมืองเหนือเข้ามาตกแต่งโบสถ์16 เมื่อท่านมา
ดารงตาแหน่งเจ้าอาวาสวัดศรีจันทร์ จึงได้จ้าง “หนานนนท์”
สร้างพระธาตุและบูรณปฏิสังขรณ์โบสถ์วัดศรีจันทร์ ในช่วง
ทศวรรษ 2460 ขณะเดียวกันทางด้านวัดศรีชมชื่น บ้านม่วง ได้
มกี ารจา้ งชา่ งอีกกลุ่มหน่ึงเขา้ มากอ่ สร้างศาสนสถานเช่นกัน โดย
มีหนานหลวง เป็นหัวหน้าช่าง พร้อมกับลูกน้องจานวนกว่า 10
คน17 ซึ่งช่างกลุ่มนี้เป็นช่างอีกกลุ่มหนึ่งที่พระครูวิจารณ์สังฆกิจ
(ภา) พร้อมกับพระปลัดมุข ศรีสุวรรณ เจ้าอาวาสวัดศรีชมชื่น
และนายฮ้อยขุนวิเศษ (ฝน พลวิเศษ) ผู้นาท้องถิ่นบ้านนาอ้อ
เดนิ ทางไปจา้ งมาจากเมอื งน่าน18

16 สุจินต์ เพชรดี, รวมรวบและเรยี บเรียง, 300 ปี แห่งการตั้งถิ่นฐานบา้ นนาอ้อ อาเภอเมือง จังหวัดเลย (2236-
2543) (เลย: วดั ศรีจนั ทร์, 2543), 3-4.

17 ธีระวัฒน์ แสนคา, “ศิลปะพ้ืนบ้านล้านนาในลุม่ แมน่ า้ เลย,” มนุษยศาสตร์สังคมศาสตรป์ ริทศั น์ 4, 1 (มกราคม-
มิถุนายน 2559): 49-50. อ้างถึง สมั ภาษณ์ ลอ้ ม จ้องกา่ , 16 มถิ ุนายน 2558.

18 สัมภาษณ์ ลอ้ ม จอ้ งก่า, 28 เมษายน 2564.

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถิ่ น เ ล่ า เ รื่ อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถ่ิ น | 30

แม้ว่าการสร้างพระธาตุวัดศรีจันทร์และวัดศรีชมชื่นนั้น เริ่มขึ้นในช่วงทศวรรษ 2460 โดยเริ่มสร้างที่
วัดศรีจันทรเ์ ป็นแหง่ แรก มหี นานนนทเ์ ปน็ ชา่ ง ส่วนวัดศรีชมช่ืนสร้างเปน็ แหง่ ท่สี องในเวลาใกล้เคยี งกัน มหี นาน
หลวงเป็นช่าง แต่พระธาตุวัดศรีจันทร์เกดิ การแตกร้าวขึ้น ชาวบ้านจึงใหช้ า่ งหยุดการก่อสร้าง19 จนกระทั่งเมื่อ
หนานหลวงสร้างพระธาตุวัดศรีชมชื่นเสร็จแล้ว ชาวบ้านจึงได้จ้างให้มาดาเนินการสร้างพระธาตุต่อจนสาเร็จ
ในชว่ งประมาณ พ.ศ. 2470-2471

ด้วยเหตุนี้ กลุ่มช่างหนานหลวงจากเมืองน่าน จึงมีบทบาทสาคัญในการสร้างศาสนสถานต่าง ๆ
ในเวลาต่อมา เห็นได้จากประมาณช่วงต้นทศวรรษ 2470 เมื่อศาสนสถานภายในวัดศรีจันทร์และวัดศรีชมชื่น
เสร็จเรียบร้อยแล้ว พระครูวิจารณ์สังฆกิจ (ภา) ได้จ้างช่างกลุ่มนี้ให้บูรณปฏิสังขรณ์และสร้างศาสนสถานตาม
วัดต่าง ๆ ภายในชุมชนบ้านนาอ้อและชุมชนใกล้เคียงอีกด้วย ได้แก่ วัดศรีสุมังค บ้านปากหมาก วัดศรีสะเกษ
บ้านท่ามะนาว เป็นต้น โดยเฉพาะโบสถ์และพระพุทธรูปประธาน เนื่องจากปรากฏหลักฐานร่องรอยของ
ลกั ษณะทางศิลปกรรมแบบล้านนา และรูปแบบการสร้างพระพุทธรูปประธาน 3 องค์ ตลอดจนคาบอกเล่าของ
ชาวบ้านวา่ สร้างขึ้นโดยชา่ งชาวเมอื งเหนอื 20

นอกจากการเข้ามาก่อสร้างศาสนสถานภายในชุมชนบ้านนาอ้อ ช่วงทศวรรษ 2460-2470 โดยกลุ่ม
ช่างเมืองน่าน ซึ่งมีหนานหลวงเป็นหัวหน้าแล้ว ยังได้มีการนาเอารูปแบบสถาปัตยกรรมการสร้างบ้านแบบ
เสาดินเข้ามาเผยแพร่ในชุมชนบ้านนาอ้อ อีกทั้งยังเข้ามาแต่งงานมีครอบครัวอยู่ในชุมชนบ้านนาอ้ออีกด้วย
ส่งผลให้ชาวบา้ นนาออ้ ท่ีมฐี านะ ตลอดจนกลมุ่ คนทแ่ี ตง่ งานกบั ชา่ งเมืองเหนือจึงพากันสรา้ งบา้ นลักษณะเสาดิน
แทนการใช้เสาไม้ สอดคล้องกับคาบอกเล่าของคุณยายล้อม จ้องก่า ความว่า “...ไทเมืองเหนือน่ะ หมู่ยวนน่ะ
ปลูกเฮือนเสาดิน เฮือนเฮามีแต่เสาไม้ ... ไทเมืองเหนือมาปั้นดินสร้างโบสถ์วัด มาเอาเมียบ้านนาอ้อ โพดมา
ปลูกขึ้น บ้านไอ้ศรีนี่หลังหนึง่ บ้านปู่ทองนั่นหลังหนึง่ บ้านพ่อตู้แม่ตู้จีนนัน่ หลังหนึ่ง ทางหนานพุทธเฮาก่าเฮ็ด
ทางพู้น ทางบ้านเหนือ(คุ้มวัดโนนสวรรค์) ทางหมู่นั่นก่าเฮ้ด โพดมีบ้านติดเสาดินย้อนไทเมืองเหนือ สมพอมี
ตายแต่ยวนฮนั่ แนว่ จันทะนกี า่ ยวน เอ้อื ยสลุ าก่ายวน...”21

อย่างไรก็ตามไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าสถาปัตยกรรมบ้านเรือนลักษณะเสาดินเริ่มสร้างขึ้นช่วงใด
แตจ่ ากหลกั ฐานเก่าสุดท่ีมกี ารกลา่ วถงึ การสร้างสถาปตั ยกรรมบ้านเรือนในลักษณะนี้ คือ เอกสารบันทกึ ลายมือ
ของนายสมัย ชัชวาลย์ ระบุถึงการสร้างศาลาหอฉัน เมื่อ พ.ศ. 247322 ซึ่งอาคารหลังนี้มีลักษณะทาง
สถาปัตยกรรมเช่นเดียวกับบ้านเสาดินที่ชาวเมืองเหนือสร้างขึ้นภายในชุมชนบ้านนาอ้อ นอกจากนี้สมเด็จ

19 ธีระวัฒน์ แสนคา, โบสถ์วัดศรีจันทร์ พัฒนาการ 120 ปี พัทธสีมาแห่งบ้านนาอ้อ (เลย: โลโก้ไทย, 2563),
33-34. อ้างถึง “ประวัติวดั ศรจี ันทร์ บ้านนาอ้อ ต.นาอ้อ อ.เมือง จ.เลย,” เอกสารบันทกึ ด้วยลายมือของนายพนั ธ์ สถิต อดีต
กรรมการวัดศรจี นั ทร์, 2529.

20 กองสนิ ทร์ เกตะวันดี, รวบรวม, ประวัติบา้ นปากหมาก และ วดั ศรสี ุมังคลาราม (ม.ป.ท., 2561), 2-5; ธีระวัฒน์
แสนคา, “ศิลปะพื้นบา้ นลา้ นนาในลุม่ แมน่ า้ เลย,” 47-55. และ สัมภาษณ์ วชั รี จาปาออ่ น, 26 สิงหาคม 2564.

21 สมั ภาษณ์ ลอ้ ม จอ้ งกา่ , 28 เมษายน 2564.
22 “เอกสารบันทึกประวัติวัดศรีจันทร์,” เอกสารบันทึกลายมือของนายสมัย ชัชวาลย์ อดีตกรรมการวัดศรีจันทร์
บา้ นนาออ้ ตาบลนาออ้ อาเภอเมือง จงั หวดั เลย.

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถิ่ น เ ล่ า เ ร่ื อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถ่ิ น | 31

พระธีรญาณมุนี (ธีร์ ปุณฺณโก) ขณะยังเป็นพระเทพเมธีได้เดินทางมาเปิดสอบบาลีที่จังหวั ดเลย พ.ศ. 2491
และเยี่ยมบ้านก้างปลา บ้านปากภูและบ้านนาอ้อ จึงได้เห็นรูปแบบสถาปัตยกรรมบ้านเรือนของชุมชนทั้ง
3 แห่ง ที่มีลักษณะเป็นบ้านก่อเสาด้วยอิฐถือปูนรูปทรงสี่เหลี่ยมบ้าง กลมบ้าง มีการมุงด้วยกระเบื้องดินเผา
รูปทรงปั้นหยาบ้าง ทรงมะลิลาบ้าง23 ซึ่งเป็นลักษณะบ้านเสาดินตามที่ปรากฏให้เห็นในชุมชนบ้านนาอ้อ
สบื เนอื่ งมาจนถงึ ปจั จบุ ัน

เหน็ ไดว้ ่าสถาปัตยกรรมบ้านเรือนแบบเสาดนิ คงเรมิ่ กอ่ สรา้ งขึน้ ในระหว่างชว่ งทศวรรษ 2470 ซึ่งเป็น
ช่วงที่ช่างเมืองเหนือและเมืองน่านเข้ามาสร้างศาสนสถานภายในชุมชนบ้านนาอ้อและชุมชนใกล้เคียงอย่ าง
คึกคกั และมกี ารสรา้ งสืบเน่อื งมาจนปรากฏใหเ้ หน็ ถึงปจั จุบนั

การดารงตาแหน่งพระสังฆาธิการและการปกครองคณะสงฆ์ของพระครูวิจารณ์สังฆกิจ (ภา) เป็นอีก
บทบาทหนง่ึ ท่ปี รากฏให้เหน็ ควบคู่กับการบูรณปฏิสังขรณแ์ ละสร้างศาสนสถานต่าง ๆ ภายในชุมชนบ้านนาอ้อ
จากขอ้ มลู ประวตั ิของพระครวู ิจารณ์สังฆกิจ (ภา) แสดงใหเ้ หน็ ว่า ท่านไดด้ ารงตาแหนง่ เปน็ พระสงั ฆาธิการและ
ปกครองคณะสงฆ์มาตั้งแต่สมัยยังดารงสมณศักดิ์เพียงแค่ พระครูภา โดยดารงตาแหน่งเจ้าอาวาสวัดศรีสุมังค
บ้านปากหมาก เป็นตาแหน่งแรก และดารงตาแหน่งสาคัญต่าง ๆ เรื่อยมา ได้แก่ เจ้าอาวาสวัดศรีจันทร์ บ้าน
นาอ้อ พระอุปัชฌาย์ รองเจ้าคณะแขวงเมืองเลย (รองเจ้าคณะอาเภอเมืองเลย)24 รั้งตาแหน่งเจ้าคณะแขวง
เมืองเลย25 และสูงสดุ ทเ่ี จ้าคณะแขวงเมอื งเลย จวบจนกระทงั่ พ.ศ. 2506 จงึ ไดพ้ ้นจากตาแหน่ง

สมัยที่พระครูวิจารณ์สังฆกิจเป็นเจ้าคณะแขวงเมืองเลย ท่านได้ทาหน้าที่หน้าที่ปกครองคณะสงฆ์
ดว้ ยความเรยี บร้อย มกี ารเดนิ ทางไปตรวจตราตามวัดต่าง ๆ ที่อย่หู ่างไกลดว้ ยการข่ีม้า26 หรอื ร่วมเป็นประธาน
ฝ่ายสงฆ์ในงานพิธีกรรมต่าง ๆ ภายในจังหวัดเลย รวมถึงยังมบี ทบาทสาคญั ในการบรรพชาอุปสมบทพระภิกษุ
สามเณรในจังหวัดเลย ซง่ึ สัทธิวิหาริกของท่านบางรปู ยังไดร้ ับตาแหน่งเป็นพระสังฆาธิการปกครองคณะสงฆ์ใน
จังหวัดเลยในเวลาต่อมาอีกด้วย นอกจากนี้ท่านยังเป็นที่เคารพนับถือของคณะสงฆ์จงั หวัดเลยทั้งสองนิกายใน
ฐานะพระเถระชน้ั ผู้ใหญ่อีกด้วย เหน็ ไดจ้ าก พระธรรมวราลงั การ(ศรจี ันทร์ วณฺณาโภ) อดตี เจา้ คณะจังหวัดเลย
ฝ่ายธรรมยุติกนิกาย และอดีตเจ้าอาวาสวัดศรีสุทธาวาส พระอารามหลวง เคยเดินทางมากราบนมัสการท่าน27
หรือพระครูญาณทัสสี (คาดี ปภาโส) วัดถ้าผาปู่ (ธ.) ก็เคยได้เดินทางมาคารวะท่านในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา
อย่เู สมอ28

23 พระเทพเมธี (ธีร์ ปณุ ณฺ โก), “สวรรคเ์ มอื งคน,” ใน สองรสสองเรือ่ ง ของ สองพระราชาคณะ (พระนคร: โรงพิมพ์
เลี่ยงเชียง, 2492. คณะกฐินสามัคคี จัดพิมพ์เพื่อเป็นที่ระลึกในคราวนากฐินจากกรุงเทพ มาถวาย ณ วัดกลาง จังหวัด
อุบลราชธานี ณ วนั พุธ ท่ี 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2492), 25-26.

24 “ประวัติพระครูสญั ญาบตั ร ประวัตพิ ระครูวจิ ารณส์ งั ฆกิจ.”
25 สจุ ินต์ เพชรดี, อนสุ รณว์ ิจารณส์ ังฆกจิ , 4-5.
26 สมั ภาษณ์ พระครปู ระภศั รจ์ นั ทโชติ (สนธ์ ปภสฺสโร), 20 มกราคม 2565.
27 สัมภาษณ์ พระครปู ระภัศร์จนั ทโชติ (สนธ์ ปภสสฺ โร), 20 มกราคม 2565.
28 สมั ภาษณ์ อุ่น จาปาแก่น, 23 ตลุ าคม 2564.

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถิ่ น เ ล่ า เ ร่ื อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถ่ิ น | 32

เห็นได้ว่าพระครูวิจารณ์สังฆกิจ เป็นพระสังฆาธิการที่มีความรู้ความสามารถและปกครองคณะสงฆ์
ด้วยความเอาใจใส่ อีกทั้งยังเป็นพระเถระชัน้ ผูใ้ หญ่ที่คณะสงฆ์ในจังหวัดเลยท้ังสองนิกายให้ความเคารพนับถอื
อยา่ งย่งิ นอกจากน้เี ป็นพระอปุ ัชฌายข์ องพระสังฆาธกิ ารในเมืองเลยหลายรปู อีกด้วย

กล่าวได้ว่าตลอดระยะเวลาที่พระครูวิจารณ์สังฆกิจ (ภา) ดารงตาแหน่งเจ้าอาวาสวัดศรีจันทร์
บา้ นนาออ้ มบี ทบาทตอ่ การทานบุ ารงุ ศาสนา โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ ในช่วงทศวรรษ 2460-2470 ท่ไี ดจ้ ้างช่างเมือง
เหนือและเมืองน่านเข้ามาก่อสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์ตามวัดต่าง ๆ ในชุมชนบ้านนาอ้อและชุมชนใกล้เคียง
ซึ่งชา่ งกลุม่ น้ไี มเ่ พยี งแคส่ รา้ งศาสนสถานเท่านัน้ แต่ยังมบี ทบาทในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบสถาปัตยกรรมที่อยู่
อาศัยของคนในชุมชนจากเดิมซึ่งเป็นบ้านเรือนเสาไม้เปลี่ยนเป็นการสร้างบ้านเรือนแบบเสาดินแทนอีกด้วย
ขณะเดียวกนั ยังทาหน้าที่ปกครองคณะสงฆภ์ ายในเขตปกครองดว้ ยความเรียบร้อย ตลอดจนทาหน้าท่ีบรรพชา
อุปสมบทกลุ บตุ ร ซงึ่ สัทธวิ ิหาริกของท่านบางส่วนได้ดารงตาแหนง่ เปน็ พระสังฆาธกิ ารสืบมา

2. ด้านการศกึ ษา
บทบาทในการส่งเสริมการศึกษาสาหรับท้องถิ่นชุมชนบ้านนาอ้อเป็นอีกบทบาทประการหนึ่งของ
พระครูวิจารณ์สังฆกิจ (ภา) ด้วยอุปนิสัยของท่านตั้งแต่วัยเด็กที่มีความสนใจในการศึกษาและหาความรู้อยู่
เสมอ เห็นได้จากการที่ท่านไปศึกษาหนังสือไทย อักษรไทย อักษรขอมตามสานักเรียนวัดต่าง ๆ และเดินทาง
เพ่อื ไปศึกษาตามเมืองต่าง ๆ ภายในภาคอีสาน เช่น เมืองขอนแก่น เป็นตน้ ภายหลังเมือ่ กลับมาอุปสมบทเป็น
พระภิกษุทเี่ มอื งเลยแลว้ ทา่ นจงึ ได้ถ่ายทอดความรูท้ ี่ได้ศกึ ษามาแก่ชาวบ้านในชุมชนบา้ นปากหมาก บา้ นนาอ้อ
และชมุ ชนใกลเ้ คยี ง
บทบาทประการแรก นน่ั คือ การกอ่ ตงั้ โรงเรียนวัดศรสี ุมังคข้ึน เพอื่ ถา่ ยทอดวชิ าความรู้ทางด้านภาษา
และอักษรต่าง ๆ โดยเฉพาะภาษาไทยภาคกลาง ให้กับพระภิกษุสามเณรและฆราวาสในบ้านปากหมาก 29
ภายหลังจากที่ท่านดารงตาแหน่งเจ้าอาวาสวัดศรีสุมังค บ้านปากหมากแล้ว และเมื่อท่านได้ย้ายมาดารง
ตาแหน่งเจ้าอาวาสวัดศรีจันทร์ บ้านนาอ้อ เมื่อ พ.ศ. 2457 ยังได้ก่อตั้งโรงเรียนขึ้นภายในวัดศรีจันทร์ และ
เริ่มทาการสอนเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 245830 โดยมีพระปลัดมุข ศรีสุวรรณ ลูกศิษย์คนสาคัญเป็น
ผู้ชว่ ยเหลอื
การก่อตั้งโรงเรียนขึ้นที่วัดศรีจันทร์นั้น ส่งผลให้ลูกศิษย์ที่เรียนภาษาไทยรุ่นแรก ได้แก่ นายใหม่
ศรีสุวรรณ นายกล้า ชชั วาลย์ นายจนั มา สอนสีดา และอนื่ ๆ กลายเป็นกาลงั สาคัญด้านการศกึ ษาภายในชุมชน
บ้านาอ้อในเวลาต่อมา31 เช่น นายกล้า ชัชวาลย์ ได้ดารงตาแหน่งครูใหญ่โรงเรียนชุมชนบ้านนาอ้อ และเป็น

29 สจุ ินต์ เพชรดี, อนุสรณว์ จิ ารณ์สงั ฆกิจ, 3-4.
30 สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1, โรงเรียนชุมชนบ้านนาอ้อ, ประวัติโรงเรียน, เข้าถึงเมื่อ 1
กรกฎาคม 2564, เข้าถึงได้จาก https://data.bopp-obec.info/web/index_view_history.php?School_ID=10425200
15&page=history
31 สุจินต์ เพชรดี, รวบรวมและเรยี บเรยี ง, 300 ปี แหง่ การต้งั ถ่ินฐานบ้านนาอ้อ อาเภอเมอื ง จงั หวัดเลย (2236-2543), 4.

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถิ่ น เ ล่ า เ ร่ื อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถ่ิ น | 33

กาลังสาคัญในการก่อตั้งโรงเรียนบ้านท่ามะนาวขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2479 ร่วมกับพระครูวิจารณ์สังฆกิจ และนายดี
ธรรมรังสี ผูใ้ หญ่บา้ นท่ามะนาว32

นอกเหนือจากการตั้งโรงเรียนเพื่อจัดการเรียนการสอนหนังสือไทยและอักษรต่าง ๆ แล้ว ท่านยังได้
จัดการเรียนการสอนพระปริยัติธรรมและนักธรรมภายในวัดศรีจันทร์สาหรับพระภิกษุสามเณรอีกด้วย โดยมี
พระผู้รอง ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของท่านเป็นผู้ทาการสอน จึงทาให้พระภิกษุสามเณรที่เข้ามาศึกษาสามารถสอบได้
นกั ธรรมตรี นักธรรมโท นักธรรมเอก33

กล่าวได้ว่าพระครูวิจารณ์สังฆกิจ (ภา) มีบทบาทในการส่งเสริมการศึกษาภายในชุมชนบ้านนาอ้อ
ทัง้ ด้านการศึกษาอกั ษรและภาษาตา่ ง ๆ ไดแ้ ก่ ภาษาไทยภาคกลาง อักษรขอม อกั ษรธรรม และอกั ษรไทยน้อย
รวมถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานในเวลาต่อมา ตลอดจนการศึกษาด้านปริยัติธรรมและนักธรรมอีกด้วย การศึกษา
เหล่านี้ล้วนทาให้ผู้คนในชุมชนบ้านนาอ้อมีความรู้ความสามารถ และเป็นกาลังสาคัญในการพัฒนาชุมชนใน
ด้านต่าง ๆ ในเวลาต่อมา ขณะเดียวกันยังทาให้ภายในวัดศรีจันทร์กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีการเก็บบันทึก
คมั ภีร์ใบลานทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั ศาสนาและวรรณกรรมท้องถ่ินอีกดว้ ย

3. ดา้ นวัฒนธรรมประเพณี
พระครูวิจารณ์สังฆกิจ (ภา) ยังบทบาทสาคัญอีกด้านหนึ่ง นั่นคือ บทบาทด้านวัฒนธรรมประเพณี

ทั้งนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าในสังคมชาวอีสาน ตลอดจนสังคมพุทธศาสนาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พระสงฆ์
ล้วนมบี ทบาทสาคญั แทบทง้ั ส้นิ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ พธิ กี รรมทางศาสนาและประเพณีในรอบปี คอื “ฮีตสิบสอง”
พระสงฆ์จาเปน็ ต้องได้รับการนิมนต์ไปร่วมพิธีกรรมอยู่เสมอ34 นอกจากนี้ยังมี “คองสิบสี่” ซึ่งเป็นวัฒนธรรมท่ี
สบื เนอ่ื งมาจากล้านช้าง35 ระบุถงึ หลกั การปฏิบัติตวั ตนของชาวบ้านและผู้คนในชมุ ชนน้ัน ๆ ด้วยเหตุนี้พระครู
วิจารณ์สังฆกิจ จึงมีบทบาทอย่างยิ่งในฐานะผู้นาชาวบ้านในการจัดงานประเพณีต่าง ๆ ให้สอดคล้องและไป
ตามตามหลกั ฮีตสบิ สองคองสบิ ส่ี

จากคาบอกเล่าของชาวบ้านเล่าว่า พระครูวิจารณ์สังฆกิจ (ภา) มีบทบาทในการจัดงานพิธีกรรมทาง
ศาสนาและประเพณีต่าง ๆ ภายในชุมชนบ้านนาอ้อ โดยมีผู้นาท้องถิ่นและคณะกรรมการวัดเป็นกาลังสาคัญ
ในการช่วยเหลือท่าน ด้วยการชี้แจงและแจ้งข้อมูลข่าวสาร รวมถึงความประสงค์ต่าง ๆ ของท่าน เช่น
งานประเพณีบุญผะเหวด พระครูวิจารณ์สังฆกิจจะมีดาริต่อต่อคณะกรรมการให้ชักชวนชาวบ้านมาร่วมกัน
จัดเตรียมงานและทาดอกไม้ซึ่งสร้างจากกิ่งของต้นหม่อนมาประดับตามเสาและมุมต่าง ๆ ภายศาลา

32 โรงเรียนบ้านท่ามะนาว, ประวัติโรงเรยี น, เข้าถึงเม่อื 2 กรกฎาคม 2564, เข้าถึงไดจ้ าก tamanow. loei1.go.th./
khxmul-phun-than-rongreiyn/prawati-rongreiynmeuxng-ley

33 สมั ภาษณ์ จติ ต์ ศรที รงเมอื ง, 2564; สัมภาษณ์ บญุ ทนั ทองเพ็ชร, 31 ตลุ าคม 2564.
34 ยูคิโอะ ฮายาชิ, พุทธศาสนาเชิงปฏิบัติของคนไทยอีสาน: ศาสนาในความเป็นภูมิภาค, แปลจาก Practical
Buddhism among the Thai-Lao: Religion in the Making of Region, แปลโดย พินิจ ลาภธนานนท์ (กรุงเทพฯ:
สานักพมิ พแ์ ห่งจฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย, 2554), 142-143.
35 ฉตั รทพิ ย์ นาถสภุ า และพรพิไล เลิศวิชา, วัฒนธรรมหมู่บ้านไทย, พิมพ์คร้งั ที่ 2 (กรงุ เทพฯ: สร้างสรรค์, 2541), 71.

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถ่ิ น เ ล่ า เ รื่ อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถ่ิ น | 34

การเปรียญ36 หรือในช่วงงานบุญซาฮะบ้านของชุมชนบ้านนาอ้อ ซึ่งการจัดงานบุญซาฮะของชุมชนบ้านนาอ้อ
นั้น มีลักษณะที่แตกตากจากชุมชนอื่น37 กล่าวคือ มีการทาบุญแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ มีการก่อเจดีย์
ทรายไว้บริเวณหน้าโบสถ์วัดศรีจันทร์ พร้อมกับนิมนต์พระสงฆ์สวดมนต์ทาพิธีเป็นเวลาสามวันสามคืน38
อย่างไรก็ตามไม่ปรากฏหลักฐานว่าพิธีกรรมดังกล่าวเริ่มขึ้นสมัยใด แต่ในสมัยของพระครูวิจารณ์สังฆกิจ
ก็ปรากฏข้อมูลว่ามีการทาพิธีกรรมนี้แล้ว39 เห็นได้ว่างานบุญซาฮะของบ้านนาอ้อ สะท้อนให้เห็นถึง
ความสมั พันธร์ ะหว่างศาสนาพทุ ธและความเชือ่ ผี รวมถึงสะท้อนถึงบทบาทขอพระสงฆใ์ นชมุ ชนบา้ นนาอ้อ ที่มี
ลกั ษณะเปน็ พระสงฆ์คองลาวอกี ดว้ ย

ขณะเดียวกัน พระครูวิจารณส์ งั ฆกจิ ยังมีความสามารถในการประดิษฐบ์ ั้งไฟและดอกไมไ้ ฟ รว่ มในงาน
บุญประเพณีตา่ ง ๆ ของชุมชนบ้านนาอ้อ อีกทั้งยังมลี ักษณะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ แต่ในปัจจุบันเปน็ เรื่องทีน่ ่า
เสียดาย เน่อื งจากไม่มีผู้ใครในชุมชนบ้านนาอ้อสามารถประดิษฐส์ ิ่งเหล่าน้ีได้เลย40 นอกจากน้ี ในสมัยของท่าน
ยังได้มีการตีโมง ฆ้อง หรือกลองเพื่อให้สัญญาณบอกยามตามช่วงเวลาต่าง ๆ41 เช่น ยามเช้า ยามแลง (เวลา
เย็น) เป็นต้น ซึ่งยามเหล่านี้เป็นเครื่องมือในการบอกเวลาในอดีต แต่ปัจจุบันมีการใช้บอกเป็นตัวเลข
จึงทายามเหล่านหี้ ายไป42 ขณะเดียวกันจงั หวะในการตีเครือ่ งเหล่านกี้ ห็ ายไปดว้ ยเช่นกนั

ภาพที่ 4 งานบุญพธิ แี ปดหม่ืนส่พี นั พระธรรมขันธ์ ภาพที่ 5 ภาพจติ รกรรมงานบญุ ซาฮะ บนฝาผนงั ศาลาประชา
บริเวณหนา้ โบสถ์วัดศรจี ันทร์ บา้ นนาออ้ นุสรณ์ วดั ศรจี นั ทร์ (ช่วงกอ่ น พ.ศ. 2563)
ทีม่ า: วัดศรีจันทร์ บา้ นนาอ้อ
ทม่ี า: Facebook : อาพล สีหา, เผยแพร่ 8 มถิ ุนายน 2557

36 สมั ภาษณ์ หนตู ะเภา ทองเพ็ชร, 31 ตลุ าคม 2564.
37 ดรู ายละเอยี ดจาก องคก์ ารบริหารการพัฒนาพ้นื ที่พเิ ศษเพ่ือการท่องเทยี่ วอย่างยง่ั ยืน (องค์การมหาชน), เรอ่ื งเลา่
ชาวนาอ้อ “พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของชุมชนนาอ้อ” และ “วิถีวัฒนธรรมชุมชนนาอ้อ (เลย: เมืองเลยการ

พิมพ,์ 2558), 44-46.
38 สัมภาษณ์ ล้อม จ้องก่า, 28 เมษายน 2564.
39 องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน), เรื่องเล่าชาวนาอ้อ

“พฒั นาการทางประวัติศาสตรท์ ้องถนิ่ ของชุมชนนาออ้ ” และ “วิถวี ัฒนธรรมชุมชนนาอ้อ, 46.
40 สมั ภาษณ์ หนตู ะเภา ทองเพ็ชร, 31 ตลุ าคม 2564.
41 สัมภาษณ์ หนตู ะเภา ทองเพ็ชร, 31 ตลุ าคม 2564.
42 บุญชู ภศู รี, ยามไทบา้ น ในเอกสารใบลานภาคอีสาน, เขา้ ถงึ เมอ่ื 10 กมุ ภาพันธ์ 2565, เข้าถงึ ไดจ้ าก http://b-

poosri. blogspot.com/2017/11/blog-post_46.html

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถิ่ น เ ล่ า เ ร่ื อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถ่ิ น | 35

กล่าวได้ว่าพระครูวิจารณ์สังฆกิจ (ภา) มีบทบาทอย่างยิ่งในฐานะผู้นาทางวัฒนธรรมประเพณีภายใน
ชุมชนบา้ นนาอ้อ ทงั้ ในด้านวฒั นธรรมประเพณีซึ่งเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา ตลอดจนงานบุญประเพณีตาม
ฮีตสิบสองคองสิบสี่ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของชุมชนบ้านนาอ้อที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา นอกจากนี้ท่านยังมี
ความสามารถและเชี่ยวชาญในการประดิษฐ์บั้งไฟและดอกไม้ไฟอีกด้วย ด้วยเหตุนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่าพระครู
วจิ ารณส์ ังฆกจิ เป็นพระสงฆท์ ่มี วี ตั รปฏบิ ัตอิ ย่าง “พระคณะลาว” หรือ “พระคองลาว”43

ตลอดระยะเวลาที่พระครวู ิจารณ์สังฆกิจ (ภา) ดารงตาแหนง่ เจา้ อาวาสวัดศรีจันทร์ บา้ นนาอ้อ ในช่วง
พ.ศ. 2457-2522 ท่านมีบทบาทสาคัญในการพัฒนาชุมชนบ้านนาอ้อ ด้วยการสร้างถาวรวัตถุ และส่งเสริม
กิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 2470 สอดคล้องกับช่วงที่ท่านดารงตาแหน่งเป็นเจ้าคณะ
แขวงเมืองเลย และเป็นเจา้ อาวาสวัดศรจี นั ทร์กว่า 10 ปีแล้ว ขณะเดียวกันในชว่ งเวลาดังกล่าวผู้นาชมุ ชนบา้ น
นาอ้อในขณะล้วนเป็นผู้มีฐานะดี เป็นนายฮ้อยช้าง อีกทั้งยังมีลักษณะผู้นา เป็นที่พึ่งให้ชาวบ้าน ตลอดจน
ข่าวสารการเมืองใหม่ ๆ เข้ามาเผยแพร่ในชุมชนเสมอ44 อีกทั้งตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 2450 เป็นต้นมา
มีเส้นทางคมนาคมระหวา่ งชุมชนบ้านนาอ้อและตวั อาเภอเมืองเลยสะดวกมากย่ิงข้ึน จึงถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่
เหมาะสมและปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนให้ท่าน และผู้นาท้องถิ่น สามารถนาสวัสดิการของรัฐ และสิ่งของต่าง ๆ
เข้ามาพัฒนาชุมชนบา้ นนาอ้อในดา้ นตา่ ง ๆ ใหม้ คี วามเจริญ

ดังนั้น ในช่วง พ.ศ. 2457-2522 พระครูวิจารณ์สังฆกิจ (ภา) มีบทบาทต่อการพัฒนาชมุ ชนบ้านนาออ้
โดยนากลุ่มช่างชาวเมืองเหนือ เมืองน่านเข้ามาสร้างศาสนถานภายในชุมชนบ้านนาอ้อ และก่อให้เกิดรูปแบบ
ศิลปกรรมที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน รวมถึงการพัฒนาและส่งเสริมการศึกษาภายในชุมชนบ้านนาอ้อ
ส่งผลให้เกิดโรงเรียนขึ้นหลายแห่ง และมีคัมภีร์ตาราต่าง ๆ ภายในวัดศรีจันทร์ เป็นจานวนมาก ตลอดจนเกิด
บุคลากรทางการศึกษาขึ้นภายในชุมชนอีกด้วย นอกจากนี้ท่านยังมีบทบาทในการเป็นผู้นาให้ชาวบ้านปฏิบัติ
ตนและสบื ทอดวฒั นธรรมประเพณตี ามฮีตสบิ สองคองสิบสี่อยา่ งถกู ต้อง

สานต่อปณิธานและเจตนา แหง่ เจ้าอาชญาใหญ่บ้านนาอ้อ
การมรณภาพของพระครูวิจารณ์สังฆกิจ (ภา) เมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2522 แม้ว่าส่งผลกระทบ

อย่างยิ่งต่อจิตใจของผู้คนในชุมชนบ้านนาอ้อและชุมชนใกล้เคียง แต่อย่างไรก็ตามบทบาทของท่านยังคง
ปรากฏเป็นคุณูปการต่อชุมชนบ้านนาอ้อสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยผู้นาท้องถิ่นและคณะศิษย์ ซึ่งเป็น
เครือขา่ ยของทา่ น ดาเนนิ กจิ กรรมตา่ ง ๆ ตอ่ มา สามารถแบง่ ได้ 4 ดา้ น ดังนี้

43 อาสา คาภา, “การประกอบสรา้ งอัตลกั ษณท์ างประวตั ิศาสตร์ “พระปา่ ธรรมยุตอีสาน” ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 25
– ทศวรรษ 2520,” ใน ศรัทธาข้ามพรมแดน: ศิลปวัฒนธรรมพิจารณ์ก้าวข้ามภูมิศาสน์ ศาสนา กาลเวลา และชาติพันธ์ุ
(กรงุ เทพฯ: สมาพนั ธ์, 2559), 61-64.

44 สุจนิ ต์ เพชรดี, อนุสรณว์ ิจารณ์สงั ฆกิจ, 28-29.

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถิ่ น เ ล่ า เ รื่ อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถิ่ น | 36

1. ดา้ นศาสนา
นบั ตั้งแตช่ ว่ ง พ.ศ. 2523 เป็นต้นมา การทานุบารุงพระพทุ ธศาสนาภายในวดั ศรจี ันทร์และวัดใกล้เคียง
ยังคงปรากฏให้เห็นเรื่อยมา โดยมีกลุ่มเครือข่ายและศิษยานุศิษย์ของพระครูวิจารณ์สังฆกิจเป็นผู้ดาเนินการ
สานต่อเจตนารมณ์และปณิธาน เช่น การจัดตั้งมูลนิธิที่วัดศรีจันทร์ บ้านนาอ้อ ในช่วงทศวรรษ 2420-2530
การผลิตวตั ถุมงคลอันเก่ยี วเนื่องกับพระครูวิจารณ์สงั ฆกจิ (ภา) เพ่ือใช้สาหรบั หาทนุ ทรัพยใ์ นการซ่อมแซมและ
ปฏสิ งั ขรณ์ศาสนสถานตา่ ง ๆ ภายในวัดศรจี ันทร์ เป็นต้น
การกอ่ ตั้งมลู นิธิภายในวัดศรจี ันทร์ปรากฏหลักฐานเก่าสุดว่ามีการก่อตั้งมูลนธิ หิ รือกองทุนอุปการะวัด
และพระสงฆ์อยู่ 1 รายการ ในช่วง พ.ศ. 251245 ซึ่งขณะนั้นพระครูวิจารณ์สังฆกิจยังมีชีวิตอยู่ มูลนิธิหรือ
กองทุนดังกล่าวคงมีจุดประสงค์หลักในการทานุบารุงวัดและสนับสนุนการศึกษาของพระภิกษุสามเณรภาย
ในวดั ศรจี นั ทรซ์ ึ่งสอดคล้องกบั วัตรปฏบิ ตั ิและปฏิปทาของท่าน ภายหลงั เมอ่ื ท่านมรณภาพแลว้ ชาวชุมชนบ้าน
นาอ้อได้ร่วมกันจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิขึ้นในช่วงปลาย พ.ศ. 252946 และใช้ชื่อว่า “มูลนิธินอวิจารณ์สังฆกิจ
(วัดศรีจันทร์)” เนื่องจากเงินทุนในการจัดตั้งนั้นได้มาจากการขายนอแรด 2-3 อัน ที่ท่านสะสมไว้ โดยมี
นายเนตร อาจแก้ว ครูใหญ่โรงเรียนชุมชนนาอ้อ เป็นประธานกรรมการ47 มูลนิธิใหม่นี้มีจุดประสงค์เพ่ือ
ช่วยเหลือและสนับสนุนกิจการเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา และช่วยเหลือการศึกษาของพระภิกษุ สามเณร
ในวัดศรีจันทร์และวัดอืน่ ๆ ตลอดจนเด็กยากจน ตลอดจนชว่ ยเหลือประชาชนผู้ยากจนท่ีมปี ญั หาเก่ียวกับการ
เจ็บไข้ได้ป่วยและประสบภัยพิบัติต่าง ๆ48 และได้ดาเนินกิจกรรมเรื่อยมาจนกระทั่งเลิกล้มไปเมื่อวันที่ 1
เมษายน พ.ศ. 2537 พร้อมกับโอนทรัพย์สินของมูลนิธิให้แก่ วัดศรีจันทร์ บ้านนาอ้อ เป็นจานวนเงิน
256,150.47 บาท49 ซึ่งเงินเหล่านี้ต่อมาได้นามาบูรณปฏิสังขรณ์หลังคาของโบสถ์วัดศรีจันทร์ และผนังกั้น
หว้ ยน้าพานภายในวดั 50
เห็นได้ว่าพระครูวิจารณ์สังฆกิจยังคงมีบทบาทในการทานุบารุงพระพุทธศาสนาต่อชุมชนบ้านนาอ้อ
เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นผ่านการจัดตั้งมูลนิธินอวิจารณ์สังฆกิจ (วัดศรีจันทร์) ของกลุ่มเครือข่าย
ศิษยานุศิษย์และชาวบ้านภายในชุมชนบ้านนาอ้อ ในช่วง พ.ศ. 2529-2537 ที่ยังคงได้รับการสืบสานปฏิปทา
และความประสงค์ของทา่ น

45 “รายงานฐานะของวัดศรีจันทร์ ตาบลนาอ้อ อาเภอเมือง จังหวัดเลย พ.ศ. 2512,” รายงานฐานะของวัด อาเภอ
เมืองเลย จงั หวดั เลย, เอกสารสานกั งานเจา้ คณะจงั หวัดเลย, วดั ศรีบญุ เรือง ตาบลกุดปอ่ ง อาเภอเมือง จงั หวัดเลย.

46 “ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ให้อานาจตั้ง “มูลนิธินอวิจารณ์สังฆกิจ (วัดศรีจันทร์)” เป็นนิติบุคคล,”
ราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ 104, ตอนท่ี 10 (20 มกราคม 2530): 517.

47 สัมภาษณ์ กอบ ราชโยธา, 7 กรกฎาคม 2564.
48 “ประกาศกระทรวงมหาดไทย เร่อื ง ใหอ้ านาจต้งั “มลู นธิ ินอวจิ ารณ์สงั ฆกจิ (วัดศรจี นั ทร์)” เป็นนติ บิ ุคคล,” 516.
49 “ประกาศนายทะเบียนมูลนิธิ จังหวัดเลย เรื่อง จดทะเบียนเลิก “มูลนิธินอวิจารณ์สังฆกิจ (วัดศรีจันทร์) ,”
ราชกจิ จานุเบกษา เลม่ 111, ตอนที่ 103 ง (27 ธนั วาคม 2537): 79.
50 สมั ภาษณ์ กอบ ราชโยธา, 7 กรกฎาคม 2564.

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถิ่ น เ ล่ า เ รื่ อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถ่ิ น | 37

นอกจากการจัดตั้งมูลนิธิแล้ว ยังมีการสร้าง

วัตถุมงคลที่เกี่ยวข้องกับพระครูวิจารณ์สังฆกิจเพื่อใช้

รวบรวมทุนทรัพย์ในการบูรณปฏิสงั ขรณ์และซ่อมแซม

ศาสนสถานภายในวัดศรีจันทร์ และยังเป็นอนุสรณ์

ในการระลึกถึงเกียรติคุณของท่านในฐานะพระเถระ

ชั้นผู้ใหญ่ และพระเกจิที่มีคุณวิเศษของชุมชนบ้านนา

อ้ออีกด้วย โดยวัตถุมงคลที่เกี่ยวข้องกับทา่ นมีทั้งสิ้น 5

รุ่น ซึ่งมีเพียงเหรียญวัตถุมงคลสองรุน่ หลังเท่านั้นท่ีพอ ภาพที่ 6 วตั ถุมงคลรปู เหมอื นพระครูวจิ ารณส์ ังฆกจิ (ภา)
ทราบประวัติความเป็นมา เนื่องจากปรากฏหลักฐานท่ี รุ่นที่ 5 สร้างเม่อื พ.ศ. 2543 เพอ่ื จดั หาทุนทรัพยบ์ รู ณะ

มีการบันทึกและยังร่วมสมัยกับความทรงจาของผู้คน โบสถว์ ดั ศรจี ันทร์ บา้ นนาอ้อ

ในชุมชนบ้านนาอ้อ ได้แก่ รุ่นที่ 4 สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2525 เพื่อจัดหาทุนทรัพย์เพื่อหล่อรูปเหมือนพระครู

วิจารณ์สังฆกิจ และรุ่นที่ 5 สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2543 เพื่อจัดหาทุนทรัพย์เพื่อบูรณปฏิสังขรณ์โบสถ์

วดั ศรจี นั ทร์51

เห็นได้ว่าวัตถุมงคลที่เกี่ยวข้องกับพระครูวิจารณ์สังฆกิจ ส่วนใหญ่ล้วนสร้างขึ้นเนื่องในวาระโอกาส

สาคัญของวัดศรีจันทร์ บ้านนาอ้อ ซึ่งวัตถุมงคลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าถึงแม้พระครูวิจารณ์สังฆกิจมรณภาพ

ไปแลว้ แต่ทา่ นยงั คงมบี ทบาทต่อการทานุบารุงพระพทุ ธศาสนาภายในชุมชนบ้านนาออ้ อยู่ อกี ท้ังยังสะท้อนให้

เห็นว่าท่านยังคงอยู่ในความทรงจาของชาวชุมชนบา้ นนาอ้อในฐานะพระเถระชัน้ ผู้ใหญ่ และเป็นพระเกจิที่ทรง

คณุ วิเศษศักดส์ิ ทิ ธิ์ของผูค้ นภายในชมุ ชนบ้านนาอ้อเรือ่ ยมาจนถึงปัจจบุ นั

กล่าวได้วา่ ภายหลังจากการมรณภาพของพระครวู ิจารณส์ ังฆกิจ (ภา) เมอื่ พ.ศ. 2522 บทบาทในการ

ทานุบารุงพระพุทธศาสนาของท่านยังคงดารงอยู่สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ปรากฏให้เห็นผ่านการจัดตั้งมูลนธิ ิ

นอวิจารณ์สังฆกิจ (วัดศรีจันทร์) ของกลุ่มเครือข่ายลูกศิษย์และชาวบ้านนาอ้อ ในการธารงรักษาไว้ซึ่ง

เจตนารมณ์ วัตถุประสงค์ และปณิธานของท่าน รวมถึงการสร้างวัตถุมงคลที่เกี่ยวเน่ืองกับท่านในวาระโอกาส

สาคัญของวดั ศรจี นั ทร์ บ้านนาออ้ เพื่อจัดหาทุนทรัพยใ์ นการบูรณปฏิสงั ขรณ์ศาสนสถานภายในวดั ศรจี นั ทร์

2. ด้านการศึกษา
บทบาทด้านการศึกษาของพระครูวิจารณ์สังฆกิจ (ภา) ต่อชุมชนบ้านนาอ้อ ในช่วงหลัง พ. ศ. 2522
เป็นต้นมา ไม่ปรากฏให้เห็นผ่านการศึกษาภาคบังคับตามโรงเรียนต่าง ๆ เท่าใดนัก เนื่องจากลูกศิษย์ที่เป็น
กาลังสาคัญในด้านการศึกษาของท่านได้เกษียณอายุราชการแล้ว ส่งผลให้ปฏิสมั พันธ์ระหวา่ งวดั ศรีจันทร์และ
โรงเรยี นหา่ งไกลย่งิ ข้นึ แต่สาหรับการศกึ ษาแผนกหลักสตู รนักธรรมและปริยตั ิธรรมยงั คงปรากฏให้เหน็ สบื เน่ือง
มาจนถึงประมาณช่วงต้นทศวรรษ 2530 นอกจากนี้มรดกเกี่ยวกับคัมภีร์ใบลานและเอกสารโบราณ

51 สมั ภาษณ์ พระครปู ระภัศร์จนั ทโชติ (สนธ์ ปภสสฺ โร), 19 เมษายน 2564.

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถ่ิ น เ ล่ า เ ร่ื อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถ่ิ น | 38

ต่าง ๆ ในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่นั้น ได้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเอกสารโบราณที่มีประโยชน์ต่อชุมชนบ้าน

นาออ้ ในเวลาต่อมา

สาหรับการศกึ ษาแผนกหลักสตู รนักธรรมและปริยัติธรรมภายในวดั ศรจี นั ทร์ ได้ดาเนินตอ่ มาจนถึงช่วง

ต้นทศวรรษ 2530 เห็นได้จากยังคงมีอาจารย์ที่มีความรู้ความสามารถสอนปริยัติธรรมและบาลีอยู่ ได้แก่

เจ้าอธิการสมหมาย โกมุโล อาวาสวัดศรีจันทร์ในช่วง พ.ศ. 2523-2526 ซึ่งทาหน้าที่เป็นอาจารย์สอน

ปริยัติธรรมภายในวัดศรีจันทร์มาตั้งแต่สมัยพระครูวิจารณ์สังฆกิจแล้ว การเรียนการสอนปริยัติธรรมและ

นักธรรมของสานกั เรยี นวัดศรีจันทรน์ ้ัน คงดาเนนิ ต่อเน่อื งมาจนถึงชว่ งหลัง พ.ศ. 2532 เม่ือพระอาจารย์ทองสา

และพระอาจารย์วรรณ พระอาจารย์ที่สอนบาลีและปริยตั ิธรรมภายในวัดศรีจนั ทร์ มีเหตุให้ไปที่อื่น52 จึงส่งผล

ใหว้ ดั ศรจี ันทร์ไมม่ กี ารเรียนการสอนนกั ธรรมและปรยิ ตั ธิ รรมสืบมาจนถึงปจั จุบัน

แม้ว่าวัดศรีจันทร์ไม่ได้เป็นสานักเรียนเหมือน

ในอดีตแล้ว แต่ในปัจจุบันพระครูประภัศร์จันทโชติ (สนธ์

ปภสฺสโร) เจ้าอาวาสวัดศรีจันทร์รูปปัจจุบันก็ยังคงมี

บทบาททาหน้าที่ส่งเสริมการศึกษาสืบต่อมา เห็นได้จาก

การมอบทุนการศึกษาสาหรับเด็กนักเรียนภายในชุมชน

บ้านนาอ้อและสามเณรภายในวดั ศรีจันทร์และสานักเรียน

ต่าง ๆ ภายในอาเภอเมืองเลย เนื่องในวาระวันสาคัญต่าง

ภาพท่ี 7 พระครูประภัศรจ์ นั ทโชติ (สนธ์ ปภสสฺ โร) ๆ นอกจากนี้ ในช่วง พ.ศ. 2558 ท่านยังได้อนุญาตให้
มอบทุนการศกึ ษาให้กับสามเณร โครงการอนุรักษ์คัมภีร์ใบลาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
เข้ามาดาเนินการสารวจวัตถุโบราณและเอกสารใบลาน
ทมี่ า: facebook : พระมหาอาคม อตฺถเมธี,

เผยแพร่ 30 มกราคม 2564 เพ่อื จดั ทาพิพิธภณั ฑ์คัมภรี ใ์ บลานวดั ศรจี นั ทร์ ตาบลนาอ้อ

อาเภอเมือง จังหวัดเลย พร้อมกับจัดตั้งเป็นศูนย์การ

เรียนรู้ชุมชนเอกสารโบราณของชุมชนบ้านนาอ้ออีกด้วย53 ซึ่งคัมภีร์ส่วนใหญ่ถูกจารขึ้นในสมัยของพระครู

วิจารณส์ ังฆกจิ ยงั เป็นเจา้ อาวาสอยู่

กล่าวได้ว่าบทบาทด้านการศึกษาของพระครูวิจารณ์สังฆกิจ (ภา) ตั้งแต่ช่วง พ.ศ. 2523 เป็นต้นมา

ปรากฏให้เห็นผ่านการที่ศิษยานุศิษย์และคณะสงฆ์ภายในวัดศรีจันทร์ยังคงสืบทอดเจตนารมณ์ของท่าน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระครูประภัศร์จันทโชติ เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันที่ยังคงส่งเสริมและสนับสนุนทุนการศึกษา

ให้กับนักเรียนและสามเณรเรื่อยมา นอกจากนี้คัมภีร์ใบลานและเอกสารโบราณต่าง ๆ ภายในวัดศรีจันทร์

ซง่ึ เป็นมรดกในสมัยของทา่ นไดก้ ลายมาเปน็ ศูนย์การเรียนรู้ในเวลาต่อมา

52 สุจินต์ เพชรดี, รวบรวมและเรยี บเรียง, 300 ปี แหง่ การตงั้ ถนิ่ ฐานบา้ นนาออ้ อาเภอเมือง จังหวดั เลย (2236-2543), 5.
53 วณี า วีสเพ็ญ, บรรณาธกิ าร, สังฮอมธาตุ วัดศรีจันทร์ บา้ นนาอ้อ ตาบลนาอ้อ อาเภอเมอื ง จงั หวดั เลย, 9.

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถ่ิ น เ ล่ า เ ร่ื อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถ่ิ น | 39

3. ดา้ นวฒั นธรรมประเพณี
บทบาทด้านวัฒนธรรมประเพณีของพระครูวิจารณ์สังฆกิจ (ภา) ในช่วงภายหลังจากที่ท่านมรณภาพ

แล้วนั้น ไม่ปรากฏหลักฐานเท่าใดนักเกี่ยวกับองค์ความรู้การประดิษฐ์ดอกไม้ไฟและบั้งไฟของท่าน
และผู้ใดนาองค์ความรู้มาสืบต่ออีกด้วย แม้ว่าบทบาทและองค์ความรู้ด้านวัฒนธรรมประเพณีได้เลือนหายไป
พร้อมกับท่าน แต่อย่างไรก็ตามสถานภาพของพระครูวิจารณ์สังฆกิจในฐานะพระเถระชั้นผู้ใหญ่ และเป็น
พระเกจิที่ชาวชุมชนบ้านนาอ้อและชุมชนใกล้เคียงให้ความเคารพนับถือ ยังคงสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรม
ประเพณขี องชุมชนบา้ นนาอ้อในอดีตสืบเน่ืองมาจนถึงปัจจุบัน

จากการสัมภาษณ์ชาวบ้านภายในชุมชนบ้านนาอ้อ และชุนใกล้เคียง เห็นได้ว่าส่วนใหญ่ที่มีอายุต้งั แต่
50 ปขี นึ้ ไป นยิ มเรยี กท่านว่า “เจา้ อาชญาใหญ่” หรือ “เจา้ อาชญาคาภา” สะทอ้ นให้เห็นถึงสถานภาพที่ได้รับ
การยกย่องจากคนในชุมชนผ่านพิธีกรรมฮดสรง ซึ่งพิธีกรรมดังกล่าวเป็นการยกย่องและให้เกียรติพระสงฆ์ผู้มี
ความรู้ความสามารถตามลาดับชั้นสมณศักดิ์ในวัฒนธรรมล้านช้างและภาคอีสาน แม้ว่าในปัจจุบัน
จะมีการประกอบพิธีฮดสรงอยู่ แต่ก็ได้มีการคลี่คลายให้เข้ากับสมณศักดิ์ที่พระสงฆ์ในปัจจุบันได้รับแล้ว
เช่น การได้รับเปรียญธรรม 3 ประโยค การได้รับแต่งต้ังเป็นพระครูสัญญาบัตร การได้รับการแต่งตั้งเป็น
พระสังฆาธิการในตาแหน่งต่าง ๆ เป็นต้น54 ส่วนกลุ่มที่มาอายุต่ากว่า 50 ปีลงมา ส่วนใหญ่นิยมเรียกท่านว่า
“หลวงป่ใู หญ่” หรือ “หลวงปคู่ าภา” เทา่ นัน้

กลา่ วไดว้ ่า การเรยี กพระครูวจิ ารณ์สงั ฆกิจ (ภา) ว่า “เจา้ อาชญา” น้ัน สะทอ้ นใหเ้ หน็ ถึงความเชื่อและ
พธิ กี รรมดงั้ เดิมอย่างฮดสรงภายในชุมชนบ้านนาอ้อตั้งแต่อดตี และถือเป็นบทบาทด้านวัฒนธรรมประเพณีของ
ท่านที่มีต่อชุมชนบ้านนาอ้อในช่วงหลังจากที่ท่านมรณภาพแล้ว นอกจากนี้ยังกล่าวได้ว่าท่านเป็นพระสงฆ์ใน
จังหวัดเลยรูปหนึ่งที่อยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านจากการเป็นพระสงฆ์คองลาวภายในจังหวัดเลย เปลี่ยนเป็น
พระสงฆท์ ่ีปฏิบัตติ ามแบบแผนอยา่ งกรุงเทพฯ อีกดว้ ย

4. ดา้ นการท่องเทยี่ ว
บทบาทด้านการท่องเที่ยวของพระครูวิจารณ์สังฆกิจ (ภา) ต่อชุมชนบ้านนาอ้อ และชุมชนใกล้เคียง
เป็นบทบาทประการสุดท้ายที่เกิดขึ้นจากคุณูปการและมรดกทางวัฒนธรรมที่ท่านได้เคยสร้างสรรค์ขึ้นให้กับ
ชุมชนบ้านนาอ้อในช่วงที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ จนกระทั่งในช่วงปลายทศวรรษ 2530 พระครูประภัศร์จันทโชติ
ได้รับแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่งรักษาการเจ้าอาวาสวัดศรีจันทร์55 จึงได้เริ่มมีการปรับปรุงและบูรณปฏิสังขรณ์

54 สัมภาษณ์ พระมหาอนรุ กั ษ์ ธมมฺ รกขฺ โิ ต, 21 ตลุ าคม 2564.
55 สานักงานเจ้าคณะตาบลนาอ้อ เขต 1, ท่ีระลึกในงานฉลองสมณศักดิ์สัญญาบัตรพัดยศ เจ้าคณะตาบลชั้นโท
พระครปู ระภัศรจ์ นั ทโชติ เจ้าอาวาสวดั ศรีจนั ทร์ เจ้าคณะตาบลนาออ้ เขต 1 (เลย: วัดศรีจนั ทร์, 2547. ท่ีระลกึ ในงานฉลอง
สมณศักดิ์สญั ญาบตั รพัดยศ เจ้าคณะตาบลชั้นโท พระครปู ระภศั รจ์ ันทโชติ เจ้าอาวาสวัดศรจี นั ทร์ เจา้ คณะตาบลนาอ้อ เขต 1
ณ วัดศรจี ันทร์ ตาบลนาออ้ อาเภอเมอื ง จังหวัดเลย วนั เสารท์ ี่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2547), 4.

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถิ่ น เ ล่ า เ ร่ื อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถ่ิ น | 40

มรดกทางวัฒนธรรมให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิม จวบจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของชุมชน
สบื เนอ่ื งมาจนถงึ ปจั จบุ นั

นับตั้งแต่ พ.ศ. 2536 เป็นต้นมา พระครูประภัศร์จันทโชติ (สนธ์ ปภฺสสโร) ได้ทานุบารุงซ่อมแซม
ศาสนสถานภายในวัดศรีจันทร์ให้มีสภาพดีขึ้นตามลาดับ โดยเฉพาะศาลาหอฉันและกุฏิของพระครูวิจารณ์
สังฆกิจ ได้มีการปรับปรุงใหม่ เพื่อจัดทาศูนย์การเรียนรู้และหอพิพิธภัณฑ์วิจารณ์สังฆกิจสาหรับชุมชนบ้าน
นาอ้อขึ้น และเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2542 ชุมชนบ้านนาอ้อได้รับการยกย่องเป็นหมู่บ้านวัฒนธรรม
ต้นแบบ56 ส่งผลให้มีการปรับปรุงและจัดทาพิพิธภัณฑ์บนศาลาหอฉันให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น โดยการจัดทา
บญั ชีโบราณวตั ถภุ ายในพพิ ิธภัณฑ์ ในปจั จบุ ันพพิ ธิ ภัณฑ์แบ่งการจดั แสดงออกเป็น 3 สว่ น57

ขณะเดียวกันทางเทศบาลตาบลนาอ้อยังได้ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมภายในชุมชน ส่งผล
ให้ศาสนสถาน สถาปัตยกรรมและศิลปกรรมที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพระครูวิจารณ์สังฆกิจกลายเป็นมรดกทาง
วัฒนธรรมสาหรับชุมชนบ้านนาอ้อ และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม
ประเพณีของชุมชนบ้านนาอ้อ การส่งเสริมด้านการท่องเทีย่ วภายในชุมชนของเทศบาลตาบลนาอ้อไม่เพียงแค่
สร้างรายได้ให้กับชุมชนเทา่ นน้ั แตย่ งั สง่ ผลใหช้ ุมชนบ้านนาอ้อเปน็ แหลง่ เรยี นรูศ้ ลิ ปวัฒนธรรมท้องถิน่ ของเมือง
เลยทมี่ นี ักวชิ าการ นกั ศกึ ษาทงั้ ภายในจงั หวดั เลยและตา่ งถน่ิ เขา้ มาศึกษาและเรียนรอู้ ีกด้วยว

เห็นได้ว่าบทบาทดา้ นการท่องเท่ยี วของพระครูวจิ ารณ์สังฆกิจ (ภา) เริ่มขึ้นเม่ือ พ.ศ. 2536 เป็นต้นมา
ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากบทบาทของท่านในช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่ (พ.ศ. 2457-2522) โดยดฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่ม
งานศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมต่าง ๆ ภายในชุมชนบ้านนาอ้อและชุมชนใกล้เคียงที่ช่างเมืองน่านเข้ามา
สร้างสรรค์ไว้ นอกจากนี้ยังมีคัมภีร์ใบลานและเอกสารโบราณต่าง ๆ ภายในวัดศรีจันทร์อีกด้วย สิ่งเหล่านี้ได้
กลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท่ีมีความสาคัญอย่างยิ่งของชุมชนบ้านนาอ้อ สาหรับการต่อยอด
เพอื่ การทอ่ งเทยี่ วเชิงวัฒนธรรมสืบเน่อื งมาจนถึงปจั จุบนั

กล่าวได้ว่า ในช่วง พ.ศ. 2523 จนถึงปัจจุบัน พระครูวิจารณ์สังฆกิจ (ภา) ยังคงมีบทบาทต่อชุมชนบ้าน
นาอ้อ โดยมศี ิษยานุศิษย์ทั้งคณะสงฆ์และชาวบ้านเป็นผู้สานต่อเจตนารมณ์และปฏิปทาของท่าน เช่น การทานุ
บารุงศาสนา และส่งเสริมการศึกษา ขณะเดียวกันสมญานาม “เจ้าอาชญาใหญ่” ซึ่งชาวบ้านนาอ้อยังคงเรียก
ท่านอยู่เสมอมา ได้สะท้อนถึงวิถีชีวิต สภาพสังคมและวัฒนธรรมประเพณีของชุมชนบ้านนาอ้ออีกด้วย
นอกจากนี้อนุสรณ์และคุณูปการตั้งแต่สมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่นั้น ส่วนหนึ่งได้กลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรม
ซ่งึ เทศบาลนาออ้ ไดน้ ามาพัฒนาต่อยอดให้กลายเป็นแหลง่ ท่องเทย่ี วเชงิ วัฒนธรรมของชมุ ชนบ้านนาอ้อสืบเนื่อง
มาจนถึงปจั จุบนั

56 พสษิ ฐ์ ราคาแพง, “หมบู่ า้ นวฒั นธรรมตน้ แบบ ‘บ้านนาออ้ ’ เมืองเลย ฉลอง 72 ปี ‘ในหลวง’,” มตชิ นรายวัน
(27 มนี าคม 2542): 11.

57 ธีระวฒั น์ แสนคา, โบสถว์ ดั ศรีจนั ทร์ พัฒนาการ 120 ปี พทั ธสีมาแห่งบา้ นนาอ้อ, 20.

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถิ่ น เ ล่ า เ รื่ อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถิ่ น | 41

สรุปผลการศึกษา
พระครวู ิจารณส์ งั ฆกิจ (ภา) มบี ทบาทต่อการพัฒนาชุมชนบา้ นนาอ้อ ตาบลนาอ้อ อาเภอเมอื ง จังหวัด

เลย นับตง้ั แต่ พ.ศ. 2457 สืบเน่ืองมาจนถงึ ปัจจบุ ัน ไดแ้ ก่ ดา้ นศาสนา ด้านการศึกษา ดา้ นวฒั นธรรมประเพณี
และด้านการท่องเที่ยว ซึ่งบทบาทบางประการได้เลือนหายไปพร้อมกับชีวิตของท่าน แต่บทบาทบางประการ
ยงั คงได้รับการสบื ทอดตามเจตนารมณ์และปณิธานของท่านเรื่อยมา ตลอดจนพฒั นาต่อยอดอกี ด้วย นอกจากน้ี
บทบาทและมรดกทางวัฒนธรรมของท่าน ยังส่งผลใหผ้ คู้ นจากตา่ งถิ่น ตลอดจนนักศึกษาและนักวชิ าการต่าง ๆ
เขา้ มาศึกษาเรียนรูภ้ ายในชุมชนบา้ นนาอ้อ สงิ่ เหลา่ นี้เป็นปจั จยั หนง่ึ ท่ีควบคูก่ ับความทรงจาของคนในชุมชนท่ีมี
ต่อพระครูวิจารณ์สังฆกิจ และส่งผลให้ท่านได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลสาคัญของชุมชนบ้านนาอ้อ ตาบล
นาอ้อ อาเภอเมือง จงั หวดั เลย สืบเน่ืองมา

______________________________________________

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถิ่ น เ ล่ า เ รื่ อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถิ่ น | 42

รายการอ้างอิง
เอกสารช้นั ตน้ และราชกจิ จานเุ บกษา
“ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรอ่ื ง ให้อานาจตั้ง “มูลนิธนิ อวจิ ารณ์สงั ฆกจิ (วดั ศรีจันทร์)” เป็นนิติบุคคล.”

ราชกิจจานุเบกษา เลม่ 104, ตอนท่ี 10 (20 มกราคม 2530): 516-518.
“ประกาศนายทะเบยี นมลู นธิ ิ จังหวัดเลย เรื่อง จดทะเบียนเลกิ “มูลนธิ ินอวิจารณส์ ังฆกจิ (วัดศรจี ันทร์).”

ราชกิจจานเุ บกษา เลม่ 111, ตอนที่ 103 ง (27 ธนั วาคม 2537): 79.
“ประวัติพระครสู ญั ญาบตั ร ประวัติพระครวู จิ ารณ์สังฆกิจ.” เอกสารประวตั ิพระครสู ญั ญาบตั ร จงั หวดั เลย.

เอกสารสานักงานเจา้ คณะจงั หวัดเลย. วัดศรีบุญเรอื ง ตาบลกุดป่อง อาเภอเมอื ง จังหวัดเลย.
“พระบรมราชโองการพระราชทานวิสงุ คามสีมา วดั ใหญ่ ตาบลบ้านนาอ้อ แขวงเมืองเลย (ร.ศ. 119).”

เอกสารวัดศรีจันทร์ บ้านนาอ้อ. พิพิธภัณฑ์ประภัศร์จันทโชติ อนุสรณ์วิจารณ์สังฆกิจ วัดศรีจันทร์
บ้านนาอ้อ ตาบลนาออ้ อาเภอเมอื ง จงั หวัดเลย.
“รายงานฐานะของวดั ศรจี นั ทร์ ตาบลนาออ้ อาเภอเมอื ง จงั หวัดเลย พ.ศ. 2512.” รายงานฐานะของวัด

อาเภอเมืองเลย จังหวัดเลย. เอกสารสานักงานเจ้าคณะจังหวัดเลย. วัดศรีบุญเรือง ตาบลกุดป่อง
อาเภอเมอื ง จงั หวดั เลย.
“เอกสารบนั ทกึ ประวัติวดั ศรจี ันทร์.” เอกสารบันทึกลายมอื ของนายสมัย ชัชวาลย์ อดตี กรรมการวดั ศรจี ันทร์

บา้ นนาอ้อ ตาบลนาอ้อ อาเภอเมอื ง จงั หวัดเลย.

หนังสือ บทความและส่ือออนไลน์
กองสนิ ทร์ เกตะวนั ดี, รวบรวม. ประวัติบา้ นปากหมาก และ วัดศรีสุมงั คลาราม. ม.ป.ท., 2561.
ฉตั รทิพย์ นาถสุภา และพรพิไล เลศิ วิชา. วฒั นธรรมหม่บู า้ นไทย. พมิ พ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: สร้างสรรค์,

2541.
ทาเนียบสมณศกั ด์ิ ฉบับของ หมวดทาเนียบสมณศกั ดิ์ ฝา่ ยคณะสงฆ์ สานักงานเลขาธิการมหาเถรสมาคม

กรมการศาสนา 2519. กรุงเทพฯ: แสงฟา้ วสิ าหกิจ, 2520. (ที่ระลกึ สมโภชหิรัณยบัฏ และเครอ่ื ง
ยศสมณศักดิ์ พระพรหมมุนี เจ้าอาวาสวัดนรนาถสุนทริการาม เจ้าคณะภาค 8 (ธรรมยุต) กรรมการ
มหาเถรสมาคม 8 กันยายน 2520).
ธรี ะวฒั น์ แสนคา. “ศิลปะพ้นื บา้ นลา้ นนาในล่มุ แมน่ ้าเลย.” มนุษยศาสตร์สงั คมศาสตร์ปริทัศน์ 4, 1
(มกราคม-มถิ ุนายน 2559): 38-59.
ธรี ะวัฒน์ แสนคา. โบสถ์วัดศรจี นั ทร์ พฒั นาการ 120 ปี พัทธสีมาแห่งบา้ นนาออ้ . เลย: โลโกไ้ ทย, 2563.
บญุ ชู ภูศรี, ยามไทบ้าน ในเอกสารใบลานภาคอีสาน, เขา้ ถึงเม่อื 10 กุมภาพันธ์ 2565, เขา้ ถึงไดจ้ าก
http://b-poosri. blogspot.com/2017/11/blog-post_46.html.

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถิ่ น เ ล่ า เ ร่ื อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถิ่ น | 43

พระเทพเมธี (ธรี ์ ปณุ ณฺ โก). “สวรรคเ์ มอื งคน.” ใน สองรสสองเร่ือง ของ สองพระราชาคณะ, 14-30. พระ
นคร: โรงพิมพ์เล่ียงเชยี ง, 2492. (คณะกฐนิ สามคั คี จดั พิมพเ์ พ่อื เปน็ ท่ีระลกึ ในคราวนากฐินจาก
กรงุ เทพ มาถวาย ณ วัดกลาง จังหวัด อุบลราชธานี ณ วันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2492).

พสษิ ฐ์ ราคาแพง, “หม่บู ้านวฒั นธรรมตน้ แบบ ‘บ้านนาอ้อ’ เมืองเลย ฉลอง 72 ปี ‘ในหลวง’,” มติชนรายวัน
(27 มนี าคม 2542): 11.

ยูคิโอะ ฮายาชิ. พทุ ธศาสนาเชิงปฏิบัตขิ องคนไทยอสี าน: ศาสนาในความเป็นภมู ภิ าค. แปลจาก Practical
Buddhism among the Thai-Lao: Religion in the Making of Region. แปลโดย พินิจ ลาภธนา
นนท์. กรงุ เทพฯ: สานักพิมพ์แหง่ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย, 2554.

โรงเรยี นบ้านทา่ มะนาว. ประวตั ิโรงเรยี น. เข้าถงึ เมอื่ 2 กรกฎาคม 2564. เข้าถึงไดจ้ าก tamanow
.loei1.go.th./khxmul-phun-than-rongreiyn/prawati-rongreiynmeuxng-ley.

วณี า วีสเพ็ญ, บรรณาธิการ. สงั ฮอมธาตุ วัดศรีจันทร์ บา้ นนาอ้อ ตาบลนาออ้ อาเภอเมอื ง จังหวัดเลย.
มหาสารคาม: อภิชาตการพิมพ์, 2559.

สานักงานเขตพื้นทก่ี ารศึกษาประถมศึกษา เขต 1, โรงเรียนชมุ ชนบ้านนาออ้ . ประวตั ิโรงเรียน.
เขา้ ถึงเมอื่ 1 กรกฎาคม 2564. เข้าถึงไดจ้ าก https://data.bopp-obec.info/web/index_
view_history.php?School_ID=1042520015&page=history.

สานกั งานเจ้าคณะตาบลนาอ้อ เขต 1. ที่ระลกึ ในงานฉลองสมณศกั ดสิ์ ญั ญาบตั รพัดยศ เจ้าคณะตาบลชั้นโท
พระครูประภศั รจ์ นั ทโชติ เจ้าอาวาสวัดศรีจันทร์ เจา้ คณะตาบลนาออ้ เขต 1. เลย: วัดศรจี ันทร์,
2547. (ทรี่ ะลึกในงานฉลองสมณศกั ดส์ิ ญั ญาบัตรพดั ยศ เจ้าคณะตาบลช้ันโท พระครูประภัศร์จันท
โชติ เจา้ อาวาสวัดศรีจันทร์ เจา้ คณะตาบลนาออ้ เขต 1 ณ วดั ศรจี นั ทร์ ตาบลนาออ้ อาเภอเมือง
จังหวัดเลย วันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2547).

สจุ นิ ต์ เพชรดี, รวบรวมและเรียบเรียง. 300 ปี แหง่ การตัง้ ถ่ินฐานบ้านนาออ้ อาเภอเมือง จงั หวัดเลย
(2236-2543). เลย: วัดศรจี ันทร์, 2543.

สจุ ินต์ เพชรด.ี อนุสรณ์วิจารณ์สงั ฆกจิ . ขอนแก่น: โรงพมิ พพ์ ระธรรมขนั ธ์ โอสถ, 2525. (พิมพ์แจกชาร่วย
ในงานพุทธาภเิ ษกรูปเหมือนบรรจอุ ัฐิของท่านพระครวู จิ ารณ์สังฆกจิ ณ วดั ศรีจนั ทร์ ตาบลนาอ้อ
อาเภอเมอื งเลย จังหวดั เลย เมือ่ วันที่ 12 มนี าคม พ.ศ. 2525).

อาสา คาภา, “การประกอบสร้างอัตลกั ษณท์ างประวตั ิศาสตร์ “พระป่าธรรมยตุ อสี าน” ในช่วงพทุ ธศตวรรษท่ี
25 – ทศวรรษ 2520,” ใน ศรทั ธาข้ามพรมแดน: ศิลปวฒั นธรรมพิจารณก์ ้าวข้ามภูมิศาสน์ ศาสนา
กาลเวลา และชาติพันธ์ุ (กรุงเทพฯ: สมาพนั ธ์, 2559)

ร ว ม บ ท ค ว า ม กิ จ ก ร ร ม ท้ อ ง ถิ่ น เ ล่ า เ ร่ื อ ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ท้ อ ง ถิ่ น | 44

สัมภาษณ์
กอบ ราชโยธา. อายุ 82 ปี. ชาวบ้านนาอ้อ ตาบลนาอ้อ, อดตี ครโู รงเรยี นชุมชนบ้านนาออ้ ตาบลนาอ้อ

อาเภอเมอื ง จังหวัดเลย. สัมภาษณ์, 7 กรกฎาคม 2564.
จติ ต์ ศรีทรงเมือง. อายุ 73 ป.ี ประธานสภาเทศบาลตาบลนาอ้อ, ชาวบา้ นนาออ้ ตาบลนาออ้ อาเภอเมอื ง

จงั หวัดเลย. สมั ภาษณ์, 23 ตลุ าคม 2564.
บุญทัน ทองเพช็ ร. อายุ 89 ป.ี ชาวบ้านนาอ้อ ตาบลนาอ้อ อาเภอเมือง จังหวดั เลย. สัมภาษณ์, 31 ตุลาคม

2564.
พระครปู ระภัศรจ์ ันทโชติ (สนธ์ ปภสฺสโร). อายุ 51 ป.ี พรรษา 31. เจ้าคณะตาบลนาอ้อ เขต 1 (กติ ตมิ ศักด)์ิ

(มหานิกาย), เจา้ อาวาสวดั ศรีจนั ทร์ บ้านนาออ้ ตาบลนาออ้ อาเภอเมอื ง จังหวดั เลย. สัมภาษณ,์ 19
เมษายน 2564, 3 พฤศจิกายน 2564, 20 มกราคม 2565.
พระมหาอนุรกั ษ์ ธมฺมรกฺขโิ ต. อายุ 25 ป.ี พรรษา 6. เลขานุการเจา้ คณะตาบลนาอ้อ เขต 1 (มหานิกาย),
พระวัดศรีจันทร์ บา้ นนาออ้ ตาบลนาอ้อ อาเภอเมอื ง จังหวัดเลย. สัมภาษณ์, 21 ตลุ าคม 2564.
ลอ้ ม จ้องก่า. อายุ 84 ปี. ชาวบ้านม่วง ตาบลนาออ้ อาเภอเมือง จังหวัดเลย, ปราชญ์ชาวบ้านตาบลนาอ้อ
อาเภอเมอื ง จังหวดั เลย. สัมภาษณ์, 28 เมษายน 2564.
วัชรี จาปาออ่ น. อายุ 70 ปี. ชาวบ้านนาอ้อ ตาบลนาออ้ , อดตี ครูโรงเรยี นบา้ นท่ามะนาว ตาบลนาอ้อ อาเภอ
เมอื ง จังหวดั เลย. สมั ภาษณ์, 26 สิงหาคม 2564.
หนูตะเภา ทองเพช็ ร. อายุ 84 ป.ี ชาวบา้ นนาออ้ ตาบลนาออ้ อาเภอเมือง จังหวดั เลย. สัมภาษณ์, 31
ตลุ าคม 2564.
อุ่น จาปาแก่น. อายุ 78 ปี. ชาวบ้านนาอ้อ ตาบลนาอ้อ อาเภอเมือง จงั หวัดเลย. สัมภาษณ์, 23 ตลุ าคม
2564.


Click to View FlipBook Version