9.6 ธงชาติ
ธงชาติลาว ลักษณะผืนธงแบ่งตามแนวยาวออกเป็น 3 ส่วน โดยแถบตรงกลางจะเป็นสีน้าเงิน
กว้าง 2 ส่วน มีพระจันทร์ทรงกลมสีขาวอยู่ก่ึงกลาง ขณะท่ีแถบด้านนอกท้ัง 2 ด้าน มีสีแดง และกว้างริ้ว
ละ 1 สว่ น เท่า ๆ กนั โดยสตี ่าง ๆ ของธง มีความหมาย ดังนี้
สีแดง หมายถึง เลือดแห่งการตอ่ สูเ้ พื่ออสิ รภาพของชาวลาว
สีน้าเงนิ หมายถงึ ความม่ังคง่ั อุดมสมบูรณข์ องชาติ
พระจันทรส์ ขี าว หมายถึงเอกภาพของ
สาเหตุที่มีดวงจันทร์ทรงกลมอยู่ตรงกลาง เนื่องจากเพื่อเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงดวงจันทร์ลอย
เด่นเหนือลาน้าโขง
ภาพท่ี 7.56 ธงชาติ สาธารณรัฐประชาธปิ ไตยประชาชนลาว
(ทีม่ า: www.kapook.com)
9.7 ดอกไม้ประจาชาติ
ดอกไม้ประจาชาติประเทศเพ่ือนบ้านของไทยอย่างประเทศลาว คือ ดอกจาปาลาว (Dok
Champa) คนไทยรู้จักกันดีในชื่อ ดอกลีลาวดี หรือ ดอกลั่นทม โดยดอกจาปาลาวมักมีสีสันหลากหลาย ไม่
เฉพาะเจาะจงว่าต้องเป็นเพียงสีขาวเท่าน้ัน เช่น สีชมพู สีเหลือง สีแดง หรือสีโทนอ่อนต่าง ๆ โดยดอก
จาปาลาวน้ันเป็นตัวแทนของความสุขและความจริงใจ จึงนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายเพื่อประดับประดาในงาน
พิธีต่าง ๆ รวมทง้ั ใชเ้ ป็นพวงมาลัยเพ่ือรบั แขกอีกด้วย
ภาพท่ี 7.57 ดอกจาปาลาว
(ท่ีมา: www.kapook.com)
9.8 สัตวป์ ระจาชาติ
ช้างเป็นสัตว์ประจาชาติลาวเช่นเดียวกับประเทศไทย ที่ต้ังของประเทศ สปป.ลาวในปัจจุบันน้ันใน
อดีตมชี อ่ื เรียกว่า “อาณาจักรลา้ นชา้ ง” ใช้ช้างในการทาศึกสงครามและในการใชแ้ รงงานเช่นเดียวกับประเทศ
ไทยของเราทุกประการ
ภาพท่ี 7.58 ชา้ ง
(ทมี่ า: www.kapook.com)
9.9 ชดุ ประจาชาติ
ผหู้ ญงิ ลาวนงุ่ ผา้ ซิ่น และใสเ่ ส้ือแขนยาวทรงกระบอก สาหรับผู้ชายมกั แต่งกายแบบสากล หรือนุ่ง
โจงกระเบน สวมเสอ้ื ชัน้ นอกกระดุมเจด็ เม็ด คล้ายเสอื้ พระราชทานของไทย
ภาพท่ี 7.59 ชุดประจาชาติ สาธารณรัฐประชาธปิ ไตยประชาชนลาว
(ท่ีมา: www.kapook.com)
9.10 วัฒนธรรม
มีความคล้ายคลึงกับคนภาคอิสานของไทยเป็นอย่างมาก ยังมีคากล่าวท่ีว่า “มีลาวอยู่แห่งใด มี
มัดหมี่ แลลายจกอยู่ท่ีน่ัน” ในด้านดนตรี ลาวมีแคนเป็นเคร่ืองดนตรีประจาชาติ มีหมอขับ หมอลา ลาวมี
ประเพณีทางพระพุทธศาสนาและอ่ืน ๆ เช่น วันมาฆบูชา วันสงกรานต์ วันออกพรรษา บุญเข้าประดับดิน
บญุ เขา้ ฉลาก บุญส่วงเฮอื (แข่งเรือ) บญุ ธาตุหลวงเวียงจันทน์ ในเดอื น 12 เปน็ ต้น
9.11 วถิ ชี ีวติ
ชาวลาวประกอบด้วย 49 ชนเผ่า ซงึ่ มีชวี ิต อาหาร และภาษาที่แตกต่างกันออกไปแต่ภาษาราชการ
ขอลาวมีเพยี งภาษาลาวภาษาเดยี ว ชาวลาวยึดอาชีพเกษตรกรรม อย่กู ันเป็นครอบครวั ใหญ่ และนิยมกลับไป
รับประทานอาหารท่ีบ้านพร้อมหน้าตากัน ชาวลาวมีความเป็นมิตรและยิ้มแย้มแจ่มใส อาหารหลักของชาว
ลาวคอื ขา้ วเหนียว แตเ่ น่ืองจากเคยตกเป็นเมืองขึ้นของฝร่ังเศสจึงยังมีวัฒนธรรมบางอยา่ งติดตวั มา เชน่ การ
รับประทานบาแกตไส้ต่าง ๆ กับกาแฟในตอนเช้า นอกจากรับเอาวัฒนธรรมของฝร่ังเศสแล้วยังรับเอา
วัฒนธรรมของประเทศอื่น ๆ ด้วย เช่น ชอบดูรายการโทรทัศน์ของไทยซื้อสินค้าจากประเทศไทย ชอบกินเฝ
ออยา่ งชาวเวยี ดนาม เป็นต้น
9.12 อาหาร
สลัดหลวงพระบาง (Luang Prabang Salad) สลัดสุดอร่อยของประเทศลาว ท่ีมีรสชาติลงตัว
สามารถรับประทานได้ท้ังชาวตะวันตก และตะวันออก ซ่ึงส่วนประกอบก็จะคล้ายกับสลัดถั่วไปคือ
แตงกวา มะเขือเทศ ผักกาดหอม แต่จะพิเศษตรงท่ีจะเพิ่มผักน้า ซึ่งเป็นผักพ้ืนบ้านที่มีเฉพาะในประเทศ
ลาวเท่านั้น ทานคู่กับไข่ต้มและหมูสับลวกสุก ราดด้วยสลัดน้าใสพร้อมโรยหน้าด้วยกระเทียมเจียวและถั่ว
ลสิ งคว่ั
ภาพที่ 7.60 หลดั หลวงพระบาง
(ท่มี า: www.pakpink.com)
9.13 จุดแขง็
9.13.1 ค่าจ้างแรงงานต่าอันดบั 2 ในอาเซยี น
9.13.2 การเมอื งมเี สถียรภาพ
9.14 ข้อควรรู้
9.14.1 ลาว มีตัวอักษรคล้ายของไทย ทาให้คนไทยอ่านหนังสอื ลาวได้ไม่ยากนัก ส่วนคน
ลาวอา่ นหนงั สอื ไทยได้คลอ่ งมาก
9.14.2 ลาวขบั รถทางขวา
9.14.3 ตดิ ต่อราชการต้องนุ่งซิน่
9.14.4 เดินผ่านผูใ้ หญ่ ต้องกม้ หัว
9.14.5 ถา้ เพ่ือนคนลาวเชญิ ไปพกั ที่บา้ นห้ามใหเ้ งิน
9.14.6 อย่าซื้อนา้ หอมให้กัน
9.14.7 ท่ีถกู ต้องคนลาวทใี่ ห้พัก ต้องแจง้ ผ้ใู หญ่บ้าน
9.14.8 เข้าบา้ นต้องถอดรองเทา้ และถา้ เขาเสริ ฟ์ น้าตอ้ งดืม่
10. ประเทศกัมพูชา
10.1 ช่ือทางการ: ราชอาณาจักรกัมพชู า (Kingdom of Cambodia)
10.2 เมอื งหลวง: กรุงพนมเปญ (Phnom Penh)
ภาพที่ 7.61 กรงุ พนมเปญ ประเทศกมั พชู า
(ทม่ี า: http://www.thai-aec.com)
10.3 ภาษาราชการ: ภาษาเขมร ส่วนภาษาที่ใช้โดยทั่วไปได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส เวียดนาม จีน และ
ไทย
10.4 ศาสนา: ศาสนาประจาชาติ คือ ศาสนาพุทธ นิกายเถรวาท (แยกเป็น 2 นิกายย่อย คือ
ธรรมยุตนิ กิ ายและมหานิกาย) และศาสนาอื่นๆ อาทิ ศาสนาอสิ ลามและศาสนาครสิ ต์
10.5 สกุลเงิน: เงนิ เรียล (Riel: KHR)
10.6 ธงชาติ
ธงชาติกัมพูชา ลักษณะผืนธงแบ่งตามแนวยาวเป็น 3 ร้ิว โดยร้ิวตรงกลางจะเป็นสีแดง กว้าง 2
ส่วน มีรูปปราสาทหินนครวัดสามยอดสีขาวอยู่บริเวณก่ึงกลาง ขณะท่ีร้ิวด้านนอกท้ัง 2 ด้าน มีสีน้าเงิน
และกวา้ งร้วิ ละ 1 ส่วนเทา่ ๆ กัน โดยสีต่าง และสัญลกั ษณ์ต่าง ๆ ของธง มีความหมาย ดังน้ี
สีนา้ เงนิ หมายถงึ กษตั รยิ ์
สแี ดง หมายถงึ ชาติ
ส่วนปราสาทนครวดั สขี าว หมายถึง สนั ติภาพ
ภาพท่ี 7.62 ธงชาตปิ ระเทศกัมพชู า
(ท่มี า: www.kapook.com)
10.7 ดอกไม้ประจาชาติ
กัมพูชามีดอกไม้ประจาชาติเป็น ดอกลาดวน (Rumdul) ดอกไม้สีขาวปนเหลืองนวล กลีบดอก
หนาทึบและแข็งเล็กน้อย มีกล่ินหอมเย็นแบบกรุ่น ๆ ถูกจัดเป็นไม้มงคลชนิดหน่ึงเพราะมีความหมายถึง
ความสดช่ืนหอมกรุ่น และเป็นดอกไม้สาหรับสุภาพสตรี วิธีปลูกที่ถูกต้อง ต้องปลูกไว้ในทิศตะวันตกเฉียง
เหนอื ของตัวบ้าน ทส่ี าคญั ตอ้ งปลกู ในวนั พธุ
ภาพที่ 7.63 ดอกลาดวน
(ทมี่ า: www.kapook.com)
10.8 สัตวป์ ระจาชาติ
กูปรี หรือ โคไพร เป็นสัตว์จาพวกกระทิงหรือวัวป่าชนิดหน่ึง เป็นสัตว์กีบคู่ ตัวโต โคนขาใหญ่ ปลาย
หางเป็นพู่ขน ปัจจุบันกูปรีอยู่ในสถานะสูญพันธุ์ โดยไม่มีรายงานการพบกูปรีในป่าธรรมชาติมานานหลายสบิ ปี
แล้ว แต่นักอนุรักษ์สว่ นใหญ่เช่ือวา่ จะยงั สามารถพบกปู รไี ดต้ ามปา่ ชายแดนไทยและกัมพูชา กูปรีถูกประกาศให้
เป็นสัตว์ประจาชาติกัมพูชาโดยสมเด็จเจา้ นโรดมสีหนุอดีตกษัตริยข์ องกัมพูชา นอกจากกูปรีจะเป็นสัตว์ประจา
ชาติของกัมพูชาแล้ว ยังพบว่ากูปรียังเป็นส่วนหน่งึ ของตราสัญลักษณ์ของ มูลนิธิคุ้มครองสัตวป์ ่าและพรรณพืช
แหง่ ประเทศไทยในพระบรมราชนิ ปู ถัมภ์อกี ด้วย
ภาพที่ 7.64 กรูปรี
(ทีม่ า: www.kapook.com)
10.9 ชุดประจาชาติ
ชุดประจาชาติของกัมพูชาคือ ซัมปอต (Sampot) หรือผ้านุ่งกัมพูชา ทอด้วยมือ มีท้ังแบบหลวม
และแบบพอดี คาดทับเส้ือบริเวณเอว ผ้าที่ใช้มักทาจากไหมหรือฝ้าย หรือท้ังสองอย่างรวมกัน ซัมปอต
สาหรับผู้หญิงมีความคล้ายคลึงกับผ้านุ่งของประเทศลาวและไทย ท้ังน้ีซัมปอดมีหลายแบบซึ่งจะแตกต่าง
กันไปตามชนช้ันทางสังคมของชาวกัมพูชา ถ้าใช้ในชีวิตประจาวันจะใช้วัสดุราคาไม่สูง ซึ่งจะส่งมาจาก
ประเทศญปี่ ่นุ นิยมทาลวดลายตามขวาง ถา้ เป็นชนิดหรูหราจะทอดา้ ยเงินและดา้ ยทอง
ภาพท่ี 7.65 ชดุ ประจาชาตปิ ระเทศกมั พชู า
(ทมี่ า: www.kapook.com)
10.10 วฒั นธรรม
ความร่วมมือด้านวัฒนธรรม ไทยกับกัมพูชามีความคล้ายคลึงกันทางด้านศิลปวัฒนธรรมอย่าง
มาก จึงเป็นเรื่องง่ายที่รัฐบาลทั้งสองฝ่ายจะใช้ความร่วมมือด้านวัฒนธรรมเป็นสื่อกลางในการส่งเสริม
ความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ดังเช่นความพยายามที่จะประสานรอยร้าวของ
ความสัมพันธ์ภายหลังเหตุการณ์ความไม่สงบในกรุงพนมเปญเมื่อปี 2546 ด้วยการจัดตั้ง
คณะกรรมาธิการร่วมไทย -กัมพูชา เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านวัฒนธรรมและใช้เป็นกลไกในการ
กระชับความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของท้ังสองประเทศ โดยสองฝ่ายได้จัดประชุมร่วมกันแล้วหลาย
ครั้งเพื่อกาหนดทิศทางความร่วมมือและแผนปฏิบัติการประจาปีสาหรับใช้เป็นกรอบในการดาเนินงาน
ร่วมกัน นอกจากน้ี ยังได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการด้านวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และการท่องเท่ียว เพ่ือ
ผลักดันความร่วมมือในแต่ละสาขาด้วย
10.11 วถิ ชี ีวิต
ประชาชนกัมพูชาท่ีอาศัยอยู่ในเมืองไทย จะดาเนินชีวิตแบบสังคมเมือง นิยมประกอบอาชีพ
ค้าขาย ส่วนชนชั้นกลางท่ีมีความรู้มักรับราชการหรือทางานบริษัท ชาวเมืองมีความเป็นอยู่ท่ีทันสมัย ซ่ึง
แตกต่างจากประชาชนตามชนบทซึ่งมีจานวนมากกว่าชาวเมือง ชาวชนบทโดยเฉพาะท่ีอยู่ห่างไกลความ
เจริญมกี ารศึกษาน้อย แค่อา่ นออกเขียนได้ หรอื บางคนอ่านหนังสือไม่ออก มักใชช้ วี ิตหาความรูใ้ นวัด มี
ชวี ติ เรยี บง่าย มีความเป็นมิตร
ประชาชนกัมพูชาส่วนใหญ่นับนับถือศาสนาพุทธ แต่มีความเชื่อเรื่องภูตผีและเวทมนตรค์ าถา
ซ่ึงมีมาต้ังแต่สมัยโบราณ และถือเปน็ วิถีชาวบา้ น ชาวกมั พชู ารบั ประทานข้าวเปน็ อาหารหลกั เหมือนกับคน
ไทย มตี ม้ แกง ผัด สว่ นขา้ วเหนียวกินกบั ผลไม้ เชน่ ขา้ วเหนียวทเุ รียน เป็นต้น
10.12 อาหาร
อาม็อก (Amok) อาหารยอดนิยมของประเทศกัมพูชา ท่ีไม่ว่าใครจะไปเยือนต้องได้ลิ้มลอง อาม็
อก มีหน้าตาคล้าย ๆ กับห่อหมก เป็นอาหารท่ีทามาจากเน้ือปลาสด ๆ ที่นามาลวกกับเคร่ืองแกงและกะทิ
แล้วจึงนาไปน่ึงให้สุก ซึ่งโดยปกติแล้วปลาจะเป็นอาหารหลักของชาวกัมพูชาเพราะหาได้ง่ายตามแม่น้าลา
คลองท่ยี งั คงอุดมสมบูรณ์อยู่ แตใ่ นบางคร้ังก็อาจใช้ไก่แทนได้
ภาพที่ 7.66 อาม็อก
(ที่มา: www.pakpink.com)
10.13 จุดแข็ง
10.13.1 คา่ จา้ งแรงงานตา่ ที่สุดในอาเซียน
10.13.2 มีทรัพยากรธรรมชาตหิ ลากหลายและสมบูรณ์
10.14 ขอ้ ควรรู้
10.14.1 ผ้ทู เ่ี ดนิ ทางเข้ากัมพูชา และประสงค์จะอยู่ทาธรุ กิจเป็นระยะเวลาเกนิ 3 เดอื น
ควรฉีดยาป้องกนั โรคไทฟอยด์ และไวรสั เอและบี
10.14.2 เพือ่ นผู้ชายจบั มือกนั ถอื เปน็ เรอ่ื งปกติ
10.14.3 ผู้หญงิ ห้ามแตง่ ตวั เซ็กซ่ี ผู้ชายไว้ผมยาวจะมภี าพลกั ษณ์นกั เลง
10.14.4 ห้ามจับศีรษะ คนกัมพูชาถอื ว่าเปน็ สว่ นสาคญั ทส่ี ุดของรา่ งกาย
ภาษาอาเซยี นนา่ รู้
ประเทศ คาศัพท์ ความหมาย
1.ไทย สวสั ดี สวัสดี
ยินดที ีไ่ ด้รจู้ ัก ยินดที ไ่ี ดร้ ู้จกั
2.พม่า ขอบคุณ ขอบคุณ
ลากอ่ น ลากอ่ น
3.กมั พชู า ขอโทษ ขอโทษ
4.อินโดนเี ซยี มงิ กะลาบา สวัสดี
5.ลาว ตยุ๊ ยาดา หวันตาบ่าแด ยนิ ดที ไ่ี ด้รูจ้ ัก
เจซูบ่าแบ ขอบคุณ
เจะ๊ โจร แม่ ลาก่อน
เตา บนั่ บา่ เต่ ขอโทษ
อรุณซวั ซะเดย สวัสดีตอนเชา้
รึกเรยี รตีบานจวบ ยินดีทีไ่ ดร้ ู้จัก
โซม้ โตก๊ ขอโทษ
เซลามทั ปากิ สวสั ดตี อนเชา้
เทรมิ ากาสิ ขอบคุณ
บาย บาย ลาก่อน
สะบายดี สวัสดี
ยนิ ดที ี่ฮจู้ กั ยนิ ดที ่ไี ด้รจู้ ัก
ขอบใจ ขอบคุณ
ลากอ่ น ลากอ่ น
ประเทศ คาศพั ท์ ความหมาย
6.มาเลเซยี ซาลามดั ดาตัง สวัสดี
เจมบริ า ดาปดั เบอเตมู อันดา ยินดที ีไ่ ดร้ ูจ้ ัก
7.บรไู น เตริมา กะชิ ขอบคุณ
เซลามัต ติงกัล ลาก่อน
8.ฟิลิปปินส์ ซาลามัด ดาตงั สวัสดี
เจมบิรา ดาปดั เบอเตมู อันดา ยินดที ไ่ี ดร้ ู้จกั
9. สิงคโปร์ เตรมิ า กะชิ ขอบคุณ
เซลามัต ติงกลั ลาก่อน
10. เวียดนาม กูมสู ต้า สวัสดี
นาตตู ูวา นาอลัม โม ยินดีที่ไดร้ จู้ ัก
ซาลามตั ขอบคุณ
ปาอาลมั ลากอ่ น
หนี หา่ ว สวัสดี
เหิ่น เกา ซ่ิง เร่นิ ชื่อ หนี่ ยนิ ดีที่ไดร้ ู้จกั
เซี่ยย เซย่ี ขอบคุณ
ไจเ้ จี้ยน ลากอ่ น
ซินจา่ ว สวัสดี
เริ๊ดวยู เดือกกปั แอง/จ.ิ .. ยินดที ่ไี ดร้ ู้จัก
ก๊าม เอิน ขอบคุณ
ต๋ามเบยี ด ลากอ่ น
สรุปสาระสาคญั
เพ่ือเปน็ การเตรียมความพร้อม ในการท่ีประเทศไทยกาลังกา้ วเขา้ สปู่ ระชาคมอาเซียน การทางาน
แรงงานบางอาชีพอาจจะต้องทางานกับคนต่างชาติ ต่างภาษา หรือแรงงานบางแรงงานอาจจะต้องไป
ทางานในต่างประเทศ ดังน้ันการเรียนรู้วัฒนธรรมต่างชาติ ย่อมทาให้การปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมของ
ชาติหนึ่งชาติใด ท่ีเราจะต้องมีการติดต่อสัมพันธ์ด้วย เป็นไปด้วยความรู้ความเข้าใจ ย่อมจะนาผลให้การ
ปฏิบตั ิงานประสบกับความสาเร็จไปข้ันหน่ึง
คาศพั ท์ คาแปล
วฒั นธรรม
คาศพั ท์ วัฒนธรรมทางวัตถุ
Culture วัฒนธรรมทางจิตใจ
Material Culture เกิดจากการเรียนรู้
Mental culture วถิ ชี ีวติ
Due to learning มรดกทางสงั คม
Way of life สมาคมประชาชาติแหง่ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Heritage Society
Association of South East Asian Nation
บทท่ี 8 บคุ ลิกภาพและกิจนิสยั ที่พึงประสงค์ในการปฏบิ ัติงาน
แนวคดิ สาคัญ
ในสงั คมซ่งึ อยู่รวมกนั ด้วยบุคคลจานวนมาก แต่ละบคุ คลก็มีอปุ นิสยั ใจคอท่ีแตกตา่ งกนั ซ่ึงการท่ีมี
ลักษณะกิจนิสัยที่แตกต่างกันเกิดจากปัจจัยหลายด้าน ได้แก่ พันธุกรรม ส่ิงแวดล้อม ประสบการณ์และ
วัฒนธรรม ทุกคนมีทั้งลักษณะกิจนิสัยท่ีดีงามและไม่ดี การได้เรียนรู้ถึงลักษณะกิจนิสัยที่ดี ย่อมทาให้มีกิจ
นิสัยท่ีดี ทั้งในด้านการทางาน การอยู่ร่วมกันในสังคม กิจนิสัยท่ีดีเป็นสิ่งท่ีช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพ
ภายนอกของบุคคลทาให้เกิดการแสดงออกทางพฤติกรรมต่าง ๆ ท่ีดีงาม เช่น ทาให้เกิดความมั่นใจใน
ตนเอง การฝึกฝนตนเองให้เป็นผู้ท่ีมีกิจนิสัยท่ีดีต้องมีความตั้งใจที่จะฝึกฝนประพฤติปฏิบัติ จนกลายเป็น
นสิ ัยที่ติดตวั ทาให้การปรากฏกายของบคุ คลผนู้ น้ั เปน็ ท่ีประทับใจ และชน่ื ชมยนิ ดี แกผ่ ทู้ ีไ่ ดพ้ บเห็น
เน้ือหา
ลักษณะนิสัยเป็นคุณลักษณะท่ีมีอยู่ภายในตัวของแต่ละบุคคล แต่ละคนมีความแตกต่างกัน ทา
ให้การแสดงออกของบุคคลแตกต่างกันไปด้วย ซึ่งลักษณะนิสัยน้ีจะเป็นเครื่องเสริมบุคลิกภาพภายนอก
ของบุคคล ทาให้เกิดการแสดงออกทางพฤติกรรมต่าง ๆ เช่น ทาให้เกิดความมั่นใจในตนเอง ความ
กระตือรือร้น ความคดิ ริเริ่ม ความจรงิ ใจ ความซื่อสัตย์ ความร่าเริงแจ่มใส ความเมตตากรุณา การมมี นุษย
สัมพนั ธ์ดี เปน็ ตน้
ในการฝึกกิจนิสัยน้ันก็เพ่ือให้บุคคลมีความประเพณีที่ดีงามสม่าเสมอ เป็นที่นิยมและยอมรับใน
สังคม ซ่ึงการฝึกกิจนิสยั ต้องมีการศึกษาค้นคว้าและนาผลที่ได้จากการศึกษาค้นคว้ามาปรับปรุง หรือเสรมิ
แต่งใหม้ คี วามประพฤติท่ดี ขี ึ้นกว่าเดมิ
ความหมายของกจิ นสิ ัย
กิจ หมายถึง การงานหรือสงิ่ ทีค่ วรทา
นิสยั หมายถงึ ความประพฤติท่ีเคยชนิ
ดงั น้ัน “กิจนิสัย” จึงหมายถึง สง่ิ ที่ควรปฏิบตั ใิ ห้เกดิ ความเคยชนิ ซ่ึงสิ่งทคี่ วรปฏบิ ตั ใิ หเ้ กิดความ
เคยชนิ น้นั ต้องประพฤติ ปฏิบัตทิ ่ดี ีงาม ถกู ตอ้ ง ไม่ผิดศลี ธรรมจรรยา ขนมธรรมเนียม และประเพณีนิยม
ปจั จยั ทมี่ อี ทิ ธผิ ลต่อการฝึกกจิ นสิ ัย
ในการฝึกกจิ นิสยั ของบุคคล มปี จั จัยทีม่ ีอิทธพิ ลตอ่ การฝึก ดงั น้ี
1. พันธุกรรม (Heredity) เป็นส่ิงท่ีกาหนดลักษณะทางกายและลักษณะนิสัยของบุคคลมาตั้งแต่
กาเนิดซ่ึงเป็นสิ่งท่ีเปล่ียนแปลงได้ยาก แต่หากได้รับการอบรมเลี้ยงดูที่ถูกต้อง ก็จะมีลักษณะนิสัยท่ีดีงามตาม
ลกั ษณะการเล้ียงดูไดบ้ ้าง
2. ประสบการณ์ (Experience) เป็นสิ่งท่ีได้รับรู้และสัมผัสด้วยตนเอง ต้ังแต่ช่วงแรกของชีวิต
สว่ นใหญจ่ ะเกิดจากการอบรมเลี้ยงดู ปลูกฝงั ในวัยเด็ก อนั เปน็ วยั ท่สี าคัญและจดจาได้ง่าย ถ้าผู้อบรมเล้ียง
ดูปลกู ฝังลักษณะนิสัยอย่างไรก็จะตดิ ตัวบุคคลน้นั จนถึงวยั ผใู้ หญ่
3. วัฒนธรรม (Culture) เป็นสิ่งท่ีนิยมปฏิบัติกันในสังคมจนเกิดเป็นค่านิยม อันมีผลให้เกิด
พฤติกรรมเลียนแบบ ดังน้ันบุคคลจึงควรเลียนแบบแต่พฤติกรรมท่ีดีงามจนเป็นกิจนิสัยเพ่ือทาให้เป็น
พลเมอื งที่ดีของสังคม
กจิ นสิ ยั ทพี่ ึงประสงคใ์ นการทางาน
“คน” นับเป็นทรัพยากรท่ีสาคัญที่สุดในการทางาน ประเทศใดท่ีมีทรัพยากรมนุษย์ท่ีได้รับการ
พัฒนาในด้านกิจนิสัยการทางานท่ีดี ย่อมทาให้ประเทศน้ันมีการพัฒนาไปในทางที่ดี ท่ีก้าวหน้าไปอย่าง
รวดเร็ว ดังจะเห็นได้ว่า ประเทศญ่ีปุ่นหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นได้นาประเทศออกมาจากการทา
สงครามและได้หันกลบั มาทาการพัฒนาประเทศทางด้านเศรษฐกิจ การค้า ญป่ี นุ่ ไดพ้ ฒั นาศกั ยภาพ ในการ
ทางานของคนอย่างจรงิ จัง คนญีป่ ุ่นมกี ิจนสิ ัยท่ีขยัน มีระเบียบวินยั และมีความรบั ผิดชอบสงู
ประเทศไทยก็ได้นาแนวทางในการพัฒนากิจนิสัยในการทางานของคน ซ่ึงเป็นแนวทางของ
ประเทศญป่ี ุ่นมาใช้ในการพฒั นาคนในองค์การต่าง ๆ ทง้ั ภาครัฐ ภาคเอกชน กิจนสิ ยั ในการทางาน อัน
พึงประสงค์มีมากมาย หลายด้าน ในที่น้ีไดก้ ลา่ วถงึ กจิ นิสยั ในการทางานในสานกั งาน ซ่งึ มรี ายละเอยี ดดงั น้ี
1. มาทางานทันเวลา ผู้ที่มีกิจนิสัยมาทางานทันเวลา แม้บ้านอยู่ไกลก็ไม่มาสาย เพราะรู้จัก
วางแผนในการทางาน เชน่ มีการเตรยี มเคร่ืองแต่งกายไวใ้ ห้พร้อม ต่นื นอนเชา้ จดั การแตง่ ตัว รับประทาน
อาหาร และวางแผนการเดินทาง โดยกะเวลาที่ออกจากบ้านให้มาทางานทันเวลา จะต้องมี การ
เตรยี มการเผอ่ื การเดนิ ทาง โดยเฉพาะผทู้ ่ีอย่ใู นเมืองหลวง หรือในจังหวัดตา่ ง ๆ ท่กี ารจราจรตดิ ขดั ด้วย
การมาทางานทนั เวลาย่อมเป็นทพ่ี อใจของผบู้ ังคบั บัญชา
2. มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ระมัดระวังเกี่ยวกับเครื่องมือ เครื่องใช้ การปฏิบัติงานควรมี
ระเบยี บเร่ิมตั้งแต่การจัดโต๊ะทางานให้เป็นระเบยี บ สะอาด เป็นสดั สว่ นวา่ อะไรควรจะวางอยู่ตรงสว่ นไหน
เช่น คอมพิวเตอร์ วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ควรวางให้เป็นระเบียบ สามารถหยิบใช้งานได้สะดวกรวดเร็ว
เคร่ืองมืออุปกรณ์ในสานักงานมีราคาแพง การทาความสะอาด บารุงรกั ษาใหอ้ ยู่ในสภาพท่ีดี ควรมผี า้ คลุม
อุปกรณ์ ได้แก่ คอมพิวเตอร์ เคร่ืองพิมพ์ดีด พร้ินเตอร์ ให้เรียบร้อยเมื่อเสร็จจากการใช้งาน เพ่ือป้องกัน
ฝุ่นละอองเปน็ การยดื อายุการใชง้ านของอุปกรณด์ ้วย
ภาพที่ 8.1 การจัดโต๊ะทางานใหเ้ ป็นระเบียบเรียบร้อย เพ่ือสะดวกในการปฏิบัตงิ าน
(ท่มี า: http://coop.sut.ac.th)
3. มคี วามแม่นยาในการทางาน งานสานักงานทุกประเภท เช่น การทาบัญชี การพมิ พง์ าน การ
คานวณเลข การเขียนจดหมายโต้ตอบ ตอ้ งการความแม่นยาถูกต้อง ไมว่ า่ จะเปน็ ตัวเลข หรือขอ้ ความ ใน
จดหมาย การทารายงานการประชมุ ฯลฯ ต้องมีความแมน่ ยา เม่อื ตรวจสอบจนแน่ใจจงึ จะเสนองานน้ันให้
ผู้บังบัญชา หรือถ้าเป็นจดหมายก็ส่งออกไป ผู้ปฏิบัติงานสานักงานจะต้องมีกิจนิสัยการทางานให้ถูกต้อง
ละเอียด รอบคอบ เพราะหากมีความผิดพลาดต่าง ๆ เกิดขึ้น ก็จะทาให้เกิดความเสียหายอาจเป็นคดี
ฟอ้ งร้องกนั ได้
4. ตรวจสอบงานก่อนท่ีจะผ่านไป การตรวจงานที่ได้ทาข้ึนก่อนจะนาส่งเสนอ ก็เพื่อป้องกัน
ความผิดพลาดซ่ึงอาจแก้ไขไม่ได้น่ันเอง เพราะมีบุคคลจานวนไม่น้อยท่ีอ่านงานท่ีพิมพ์แล้ว เพราะความ
ผิดพลาดน้ัน บางครั้งก็เสียหายมาก โดยเหตุนี้อะไรท่ีเป็นหน้าที่ของตนควรได้ตรวจสอบดูความถูกต้อง
เรียบร้อย ถ้าพบให้แก้ไขเสียกอ่ น
5. ทางานใหเ้ สรจ็ ทันเวลา การมกี ิจนสิ ยั ผลดั วนั ประกันพร่งุ เพกิ เฉย ขาดความกระตือรือร้นทา
ให้การปฏิบตั งิ านล่าช้า บางครง้ั อาจลืมไปและทาไม่ทันเวลาเปน็ ผลเสยี ทาให้หนว่ ยงานพลาดโอกาส อนั ดี
ไม่ไดป้ ระโยชนเ์ พมิ่ เท่าที่ควรและบางครัง้ อาจทาใหเ้ ป็นผลเสยี ตอ่ ผู้ที่มาตดิ ต่อ
6. ลาดับงานที่ควรทาต้องทาก่อน-หลัง การปฏิบัติงานแต่ละวันท้ังงานด่วน และงานไม่
ด่วน ผู้ปฏิบัติควรตรวจดูเมื่อมาถึงที่ทางาน หรือทางที่ดีอาจตรวจก่อนกลับบ้าน ว่าพรุ่งนี้มีงานอะไร
ด่วนท่ีต้องรีบทาบ้าง จะได้รีบมาทาแต่เช้า งานอาจแบ่งเป็น 3 ประเภท เช่น งานที่ต้องทาทันที งานที่
จะตอ้ งทาเมอ่ื งานด่วนเสร็จแลว้ และงานท่ตี ้องทาเมื่อมเี วลาว่าง เช่น งานเก็บเอกสาร อาจทาทีหลังได้โดย
รวบรวมไวก้ ่อน การรู้จกั แบ่งประเภทของงานและทาตามลาดับความสาคัญจะทาให้งานมีคุณภาพมากข้ึน
7. ประหยัดเวลาและวัสดุ การประหยัดเวลา หมายถงึ การปฏบิ ัติงานให้รวดเร็วไมเ่ สยี เวลาโดย
ไม่จาเป็น ผู้ปฏิบัติจะต้องเป็นผู้ท่ีมีความสามารถในการปฏิบัติงาน เช่น ในการพิมพ์จดหมาย ถ้าผู้พิมพ์มี
ความชานาญก็พิมพไ์ ดร้ วดเรว็ ถูกต้อง เป็นการประหยัดท้งั เวลา และไมส่ น้ิ เปลอื งวัสดุ
ภาพท่ี 8.2 การประหยดั วัสดุโดยการใช้กระดาษใหค้ รบ 2 หน้า
(ท่ีมา: http://www.klongdigital.com)
8. มีความรู้พื้นฐานและประสบการณ์ท่ีดีเกี่ยวกับวิชาชีพ มีเทคนิควิธีการและทักษะในการ
ทางานสามารถปฏิบัติได้ถูกต้อง มีความจาที่ดี รู้หน้าท่ีของตน มีการจดบันทึกข้อมูล บางคร้ังการทางาน
มากใช้การจาอย่างเดียว ไม่สามารถจะจดจาได้ทั้งหมด ควรมีการจดบันทึกไว้ เพราะงานต่าง ๆ
ผู้บงั คับบญั ชาอาจถามได้ หรอื ตอ้ งการทราบข้อมูล จะได้ตอบได้ทนั ทหี รือสามารถคน้ หาจากการจดบันทึก
ไว้ เพราะการบันทึกไว้จะได้ไม่เสียเวลาในการค้นหา การท่ีสามารถตอบคาถามเกี่ยวกับงาน ในหน้าท่ีได้
ถูกต้องก็จะต้องประกอบด้วยการฝึกตนให้เป็นคนช่างจด ช่างจา และรู้จักสังเกต ซึ่งเป็นกิจนิสัยที่ดีในการ
ทางาน
9. รายงานแก้ไขข้อผิดพลาด แทนที่จะปิดบังอาพรางในการปฏิบัติงาน ถ้ามีอะไรที่ผิดจาเป็น
จะต้องรายงานผู้บังคบั บัญชาเพื่อหาทางแก้ไข ไม่ควรปกปิดไวเ้ พราะเกรงความผิด นอกจากนี้ ข้อบกพร่อง
บางอย่าง อาจจะเกิดจากเคร่ืองมือและอุปกรณ์ท่ีชารุดหรือไม่ทันสมัย ก็ต้องรายงานให้ผู้บังคับบัญชา
ทราบเพ่ือหาทางแก้ไข เพราะบางเร่ืองไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเอง แต่ต้องให้ผู้บังคับบัญชาเป็นผู้แก้ไข
จงึ ไมค่ วรปดิ บังความเสียหายทเี่ กดิ ข้นึ จากการทางาน
10. การยึดศีล 5 เป็นหลักเพราะการที่คนเราถือศีล 5 ก็ทาให้เราไม่ทาในส่ิงต่าง ๆ ในการ
ดาเนินชีวิตประจาวันท่ีขาดสติ เช่น ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่นินทาว่าร้าย และไม่ด่ืมสุราจน
ขาดสติ ถา้ หากทาไดใ้ น 5 ข้อนก้ี ็ทาใหเ้ รารอดพน้ จากความผดิ อ่นื ๆ ท่ีจะตามมาได้
กจิ นิสยั ทพี่ งึ ประสงคด์ ้านความสัมพันธ์
1. มคี วามรบั ผิดชอบในหนา้ ทกี่ ารงาน สามารถทางานร่วมกับเพือ่ นได้ดี
2. มีความเป็นมติ ร ย้มิ แยม้ แจม่ ใส รจู้ กั ทกั ทายพูดคยุ กบั ผ้อู ่ืน
3. มนี า้ ใจ รู้จกั แบง่ ปันไมต่ ระหนถ่ี เี่ หนยี ว
4. มจี ิตใจเอื้อเฟอ้ื เผอื่ แผ่ ชอบช่วยเหลอื คนอืน่ โดยทีเ่ ขาไมต่ ้องขอร้อง
5. มีความออ่ นน้อมถอ่ มตน
6. มคี วามเกรงใจผู้อ่ืน ไม่ล่วงล้าสิทธิของผอู้ น่ื ไม่เอาเปรยี บเพือ่ น
7. ใหค้ วามรว่ มมอื ในการทาประโยชนเ์ พ่อื สว่ นรวม
8. พดู คยุ กับเพ่ือนร่วมงานทุกคน โดยไมเ่ ลือกคบคนใดคนหนง่ึ
9. หลีกเลยี่ งการโตเ้ ถียง ขดั แย้ง
10. เปน็ คนคดิ ก่อนการพดู ก่อนการกระทาเสมอ
11. ตรงตอ่ เวลาในการนดั หมาย
12. มีความจริงใจ มีความซื่อสัตย์ต่อเพือ่ นและมิตรสหาย
13. เปน็ ทั้งผู้รับและผู้ให้ ไมร่ บั ของเพ่อื นฝา่ ยเดยี ว
14. ไม่นนิ ทาผู้อืน่ ให้รา้ ยป้ายสีผูอ้ น่ื
15. สละเวลาเพ่ือเพือ่ นบา้ งตามสมควร
ภาพที่ 8.3 การวางตัวในท่ีทางานเพ่ือใหเ้ ข้ากบั เพ่ือนร่วมงานไดท้ กุ คน
(ทีม่ า: http://women.sanook.com)
กจิ นิสัยท่พี ึงประสงคด์ า้ นนสิ ัย
1. ฝกึ หัดการเดนิ น่ัง ยืน รบั ประทานอาหารให้ถูกต้องสงา่ งาม
2. เปน็ คนสะอาด ปราศจากกล่นิ ที่นา่ รังเกียจ ถา้ เปน็ ผู้ชายควรโกนหนวด เคราให้เรียบร้อย
3. เส้อื ผา้ สะอาด รดี เรียบ ประณีต รองเท้าขดั ให้สะอาด
4. ระมดั ระวงั ในการไอ จาม ต้องปดิ ปากดว้ ยผ้าเชด็ หนา้
5. ลา้ งมือใหส้ ะอาดก่อนรับประทานอาหาร มีมารยาทในการรับประทานอาหาร
6. ทาความสะอาดผวิ หนังและเลบ็ ใหส้ ะอาด
7. พกั ผ่อน ออกกาลังกาย รกั ษาสขุ ภาพให้แขง็ แรงและมีรูปรา่ งดอี ยูเ่ สมอ
8. แต่งกายสุภาพเรยี บร้อย เหมาะสมตามหลักสากลนยิ ม ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี
9. เลอื กรับประทานอาหารทีมคี ณุ คา่ ต่อรา่ งกาย
10. พดู จาดว้ ยน้าเสียงสภุ าพ นมุ่ นวล
ภาพที่ 8.4 การแต่งกายทีส่ ภุ าพ สะอาดเรยี บรอ้ ย
(ทมี่ า: http://www.entraining.net)
กจิ นสิ ยั ท่ีพึงประสงค์ด้านสติปัญญา
1. ฝึกการอา่ นหนังสือทใี่ ห้ความรู้ใหม้ าก ฟังรายการทางวิทยุ โทรทศั น์ เพื่อหาความร้ใู ช้ให้เกิด
ประโยชนก์ ับชีวติ ประจาวนั
2. ตัดสินใจจากเหตุผลไมใ่ ช่อารมณ์
3. แสวงหาความรเู้ พ่ือเสรมิ สรา้ งสมองและสตปิ ญั ญาของตนอย่เู สมอ
4. คดิ ทง้ั ผลกระทบและผลบ้นั ปลายท่ีจะเกิดข้นึ จากการกระทาของเรา
5. ศึกษาหาความรอู้ ยู่ตลอดเวลาไมห่ ยุดน่ิง
ภาพท่ี 8.5 เข้าร่วมอบรมเพื่อพฒั นาตนเองให้พร้อมกับการทางานอย่เู สมอ
(ทีม่ า: http://www.happy-workplace.com)
กิจนิสัยท่ีพึงประสงค์ต่อการใชเ้ คร่อื งมือสือ่ สาร
โทรศพั ท์เปน็ เครอ่ื งมือส่ือสารที่มีความจาเปน็ ในยุคปจั จุบัน ทาใหก้ ารติดตอ่ ใหข้ ้อมูลขา่ วสารกัน
มีความสะดวกรวดเร็ว ท้ังในการใช้ชีวิตประจาวันและในการทางาน โดยเฉพาะในวงการธุรกิจ สานักงาน
ต่าง ๆ มีความจาเป็นจะต้องใช้โทรศัพท์ในการติดต่องานตลอดเวลา จากความสาคัญดังกล่าว ทุกคนจึง
ควรทราบมารยาทในการใชโ้ ทรศัพทท์ กุ ประเภทเพื่อจะได้ปฏิบัติตนไดถ้ ูกตอ้ ง
1. โทรศัพทป์ ระจาสานกั งาน
1.1 การโทรออกต้องแนะนาตัวเองก่อน เช่น “ดิฉัน เอมอร ค่ะ” เมื่ออีกฝ่ายตอบรับ ก็ให้
สอบถามวา่ ผูร้ ับสะดวกทีจ่ ะพูดสายดว้ ยหรอื ไม่
1.2 การรบั สาย ให้ใชค้ าวา่ “สวัสดีครับ/ค่ะ และใหบ้ อกชอ่ื ของสานกั งาน”
1.3 การวางสาย ควรใชน้ ้ิวกดตรงทีว่ างสายการวางหูโทรศัพท์ เพราอาจเกดิ เสียงดงั
1.4 เตรียมปากกา และกระดาษสาหรบั จดขอ้ ความไวข้ ้าง ๆ โทรศพั ท์ พร้อมใช้งานเสมอ
1.5 ดูแลทาความสะอาดโทรศพั ท์ ไมใ่ หม้ ีกลิ่นตดิ ที่หโู ทรศัพทท์ ุกวัน
ภาพที่ 8.6 การใช้โทรศัพท์ติดตอ่ งานในสานักงาน
(ทีม่ า: http://tcijthai.com)
2. โทรศัพทม์ ือถือ
2.1 ไมใ่ ชโ้ ทรศัพทม์ ือถือในขณะที่กาลงั ขับรถยนต์
2.2 ปิดโทรศัพท์มอื ถอื ขณะโดยสารเครือ่ งบิน
2.3 ปดิ โทรศพั ท์มือถือขณะชมภาพยนตรใ์ นโรงภาพยนตร์
2.4 การโทรออกควรหาสถานทีท่ ่ไี มม่ เี สียงดังรบกวน
2.5 การรับสายถา้ ไมส่ ะดวกที่จะคุย ใหเ้ อย่ คาขอโทษ และแจ้งวา่ จะโทรกลบั ไป
2.6 ในระหวา่ งการเจรจาทางธุรกจิ หรอื อยู่กับแขกสาคัญควรปิดโทรศัพท์หรือปิดเสยี ง
ภาพที่ 8.7 การใช้โทรศัพท์มือถอื ให้ถกู กาลเทศะ
(ทม่ี า: http://hilight.kapook.com)
3. การใชค้ อมพิวเตอร์ในสานักงาน
3.1 อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทุกช้นิ ควรมผี า้ คลมุ ป้องกันฝุ่น
3.2 กอ่ นเรม่ิ ต้นการใช้งานเปิดผา้ คลมุ พบั เก็บใหเ้ รยี บร้อยในลิน้ ชกั
3.3 เปดิ สวิทซ์ เตรียมอปุ กรณ์ในการใชง้ านให้พรอ้ มท่จี ะทางาน
3.4 ไมใ่ ชค้ อมพิวเตอร์ในการเล่นเกมส์ หรอื คน้ หาขอ้ มลู อื่น ๆ ในเวลาทางาน
3.5 ไมใ่ ชค้ อมพวิ เตอรใ์ นการสรา้ งหลักฐานทีเ่ ป็นเท็จ
3.6 ไมร่ บกวนการทางานของผู้อ่ืน
3.7 ไม่สอดแนม เปดิ ดู หรือแก้ไขข้อมลู ของผอู้ ืน่
3.8 ใช้คอมพวิ เตอรโ์ ดยเคารพกฎระเบยี บ กตกิ า และมีมารยาท
3.9 เลกิ การใช้งาน ปิดสวิทซเ์ ครื่อง ถอดปลั๊กไฟ ใชผ้ า้ คลมุ ใหเ้ รียบร้อย
ภาพท่ี 8.8 การใช้คอมพวิ เตอร์ในการปฏบิ ัตงิ าน
(ทีม่ า: www.toptenthailand.net)
4. การใช้เคร่อื งโทรสาร (Facsimile) หรือนิยมเรียกกนั ส้ัน ๆ วา่ แฟกซ์ หมายถึงอปุ กรณ์ถ่าย
เอกสาร ภาพ และวสั ดุกราฟิกด้วยคลนื่ อากาศความถ่สี ูง ผ่านระบบโทรศัพท์ทาให้ผสู้ ง่ และผูร้ บั แม้อยู่ห่าง
กนั แค่ไหนกต็ าม สามารถรับส่งเอกสารข้อมลู ตา่ ง ๆ กันได้ การรับสง่ แฟกซ์ควรจะมีกิจนิสยั ท่ีดีดังนี้
4.1 ไม่วา่ จะส่งหรือรับแฟกซ์ควรโทรไปตรวจสอบความถูกต้อง
4.2 การส่งแฟกซท์ ุกครงั้ ควรมีใบประหนา้ ซงึ่ ประกอบดว้ ย วันที่ ช่ือผู้รบั เรอื่ ง จานวนแผน่
เอกสาร ชือ่ ที่อยู่ และเบอร์โทรศพั ท์ของผสู้ ง่
4.3 ถา้ มเี อกสารหลายแผน ให้เขยี นเลขหน้ากากับไว้ เพอ่ื จะไดร้ ้วู า่ มเี อกสารตกหล่นหรอื ไม่
4.4 ตรวจสอบความถูกตอ้ งของเบอร์แฟกซท์ ่ีต้องการส่งข้อความไปดว้ ยความแมน่ ยา
4.5 เอกสารลับไมค่ วรสง่ ทางแฟกซ์
4.6 หากเอกสารทไ่ี ดร้ ับไม่ใช่ของตนเอง ควรมีน้าใจนาสง่ ผู้ทม่ี ีสว่ นเกย่ี วข้อง
ภาพท่ี 8.9 การใช้เครื่องโทรสารในการปฏบิ ัติงาน
(ทีม่ า: http://welcome.brother.com)
5. การใชอ้ ีเมล (E-mail) อเี มลยอ่ มาจากคาเต็มว่า Electronic-Mail คือจดหมาย
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ที่ใช้รับสง่ กนั โดยผา่ นเครอื ข่ายคอมพวิ เตอร์ การใชง้ านกเ็ หมือนกับเราพิมพ์ข้อความใน
โปรแกรม word จากนั้นก็คลิกคาส่ัง เพื่อสง่ ออกไป โดยจะมีชอื่ ของผูร้ ับ ซึ่งเราเรยี กวา่ E-mail
Address กจิ นสิ ัยทีด่ ที ี่ควรปฏิบตั ติ ่อการรบั ส่งอีเมล มดี ังต่อไปน้ี
5.1 เปดิ ดอู เี มลทุกเชา้ และบ่าย ของเวลาการทางาน
5.2 ชอื่ และทอ่ี ยู่อีเมล เป็นขอ้ มลู ทม่ี คี วามสาคญั โดยเฉพาะอเี มลของลูกคา้ ต้องไมใ่ หร้ ่วั ไหล
ออกไป
5.3 ใช้ข้อความในอีเมลใหช้ ัดเจน หลกี เล่ยี งการใช้อกั ษรย่อที่มีความหมายกากวม
5.4 ใหต้ อบกลบั ไปยงั ผูส้ ่งดว้ ยความรวดเร็ว หากตอ้ งมีการพิจารณาเน้ือหา กใ็ ห้ตอบกลับไปว่า
“ได้รบั ข้อความแล้ว” ไปก่อน
5.5 ถา้ เป็นเร่อื งเรง่ ดว่ น จะต้องโทรศัพท์ไปตรวจสอบอีกครั้ง หลงั จากที่ส่งอีเมลไปแลว้
ภาพที่ 8.10 การใช้ E-mail
(ทีม่ า: http://share.psu.ac.th)
กิจนิสัยที่พึงประสงคต์ ่อสภาพแวดลอ้ มในสานกั งาน
1. จดั โต๊ะทางานใหส้ ะอาดเปน็ ระเบยี บเรยี บรอ้ ย โต๊ะทางานควรจะจดั ให้มีพื้นท่ีวา่ งสาหรบั การ
วางแฟ้มงาน การมีพนื้ ท่สี าหรบั เขยี นหรือเซ็นงาน ควรมปี ฏทิ ินสาหรับตง้ั โตะ๊ ตะแกรงใสเ่ อกสาร
วางไวบ้ นโต๊ะทางาน
ภาพที่ 8.11 การจดั โต๊ะทางานให้เปน็ ระเบียบเรยี บร้อย
(ที่มา: www.decorreport.com)
2. การดูแลเคร่ืองถ่ายเอกสาร (Photocopier) เครื่องถ่ายเอกสารเป็นอุปกรณ์เคร่ืองใช้
สานักงานชนิดหนึ่งท่ีมีความจาเป็นต้องใช้งานตลอดเกือบท้ังวัน ดังนั้นพนักงานถ่ายเอกสารควรจะได้
ศึกษาและมีกิจนิสัยท่ีดีในการดูแลการใชเ้ คร่ืองถ่ายเอกสาร ดงั น้ี
2.1 ใช้เครื่องถา่ ยเอกสารตามข้ันตอนท่ีได้แนะนาไว้ในคมู่ ือการใช้
2.2 ไม่ใช้ปลก๊ั ไฟร่วมกบั การใช้งานอย่างอื่น
2.3 ตรวจดูวสั ดทุ ีใ่ ชก้ ับเครื่องถา่ ยเอกสารให้เพยี งพอ เช่น ผงหมึก กระดาษ
2.4 ระมดั ระวังไม่ให้เครอื่ งถ่ายเอกสารถูกนา้ หรือมฝี ่นุ ละอองจับ
2.5 ในการถา่ ยเอกสาร หากมีกระดาษตดิ ท่ีเครื่องใหส้ งั เกตการณ์ทางานของลกู ยางวา่ หมุนไป
ทศิ ทางใด และให้ดึงกระดาษไปในทศิ ทางของลูกยางท่หี มุน
2.6 เมื่อเลิกใช้เครื่อง ควรถอดปลั๊กไฟออก และใช้ผ้าคลุมเคร่ืองทุกครั้งหลังเลิกใช้งานใน แต่
ละวัน เพ่อื ปอ้ งกนั ฝุน่ ละอองเข้าไปในเคร่ือง
ภาพท่ี 8.12 การใชเ้ ครือ่ งถา่ ยเอกสารด้วยความถกู ต้อง
(ท่ีมา: http://www.dojogarden.com)
3. การช่วยกันประหยัดพลงั งานในท่ีทางาน ดว้ ยการมกี จิ นิสัยท่ดี ใี นดา้ นตา่ ง ๆ ดงั น้ี
3.1 ปดิ เคร่อื งทานา้ เย็น กอ่ นเวลาเลกิ งาน 15-30 นาที
3.2 ปิดเครื่องส่งลมเย็น หรือเครื่องปรับอากาศแบบชุด ในเวลาพักเที่ยง หรือในบริเวณท่ีเลิก
ใชง้ าน
3.3 ปิดพดั ลมระบายอากาศในห้องนา้ หลังเลกิ งานและวนั หยุด
3.4 ปรบั อุณหภูมิในห้องทางาน 25 องศาเซลเซียส
3.5 ปดิ อุปกรณท์ ุกชนิดที่ใช้ไฟฟา้ เชน่ คอมพวิ เตอร์ เคร่ืองถา่ ยเอกสาร ฯลฯ ยกเวน้ อุปกรณ์ท่ี
ต้องใชง้ าน 24 ชวั่ โมง
ภาพที่ 8.13 ปรบั อุณหภูมใิ นหอ้ งทางาน 25 องศาเซลเซียส
(ที่มา: http://www.muit.mahidol.ac.th)
4. การช่วยกันขจัดขยะมูลฝอย คนไทยยังมีนิสัยท้ิงขยะตามความพอใจ แต่ในปัจจุบันเน่ืองจากมีขยะ
มากมายหลายชนดิ บางชนดิ ก็มีพิษ บางชนิดก็สามารถนาไปรีไซเคิลกลบั มาใชใ้ หมไ่ ด้ จงึ มีความจาเปน็ ตอ้ ง
สร้างกิจนิสัยที่ดีในการทิ้งขยะ เพื่อความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย และความปลอดภัยจึงควรฝึกให้มี
กจิ นิสยั ท่ีดีดังต่อไปนี้
4.1 เรียนรู้วิธีการแยกขยะให้เข้าใจ ถังขยะในปัจจุบันมีการแบ่งและบอกว่าเป็น ถังขยะเปียก
ขยะแห้ง ขยะรีไซเคิล และขยะอันตรายบางสถานท่ีก็เขียนไว้ข้างถังขยะและแบ่งเป็นสี เพื่อเป็นจุดเด่นให้
สามารถมองเหน็ ได้ชดั เจน
4.2 ทิ้งขยะลงไปในถงั ตามประเภทใหถ้ ูกต้องเป็นการชว่ ยแบ่งเบาภาระงานให้กบั พนักงานเก็บ
ขยะด้วย
4.3 ขยะบางประเภทเปน็ ขยะที่มีพิษควรแยกทงิ้ ให้ถกู ต้อง
ภาพท่ี 8.14 ถงั ขยะแยกประเภท
(ที่มา: http://www.chiangrai-ems.com)
สรปุ สาระสาคญั
การทางานร่วมกับผู้อ่ืน ต้องปรับปรุงและพัฒนาตนเองเพ่ือให้เกิดความคล่องตัว เกิด
ความสัมพันธ์ที่ดี สร้างความสบายใจต่อผู้ที่เราติดต่อด้วย การศึกษาหาความรู้เก่ียวกับกิจนิสัยที่ พึง
ประสงค์ในการทางาน ถือเปน็ ส่งิ สาคัญอยา่ งยิง่ เพราะการทางานของคน หากมีกิจนิสยั ทด่ี ี กเ็ ปน็ สงิ่ ทีช่ ว่ ย
ดูแลทรัพยากรด้านอ่ืน ๆ ของสานักงานให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ มีความพร้อมในการทางาน นอกจากนั้น
ถ้าบุคลากรมีกิจนิสัยที่ช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อมของสานักงาน ก็จะทาให้ภายในสานักงานน้ันมีความ
สะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย หากทุกคนมีจิตสานึกในการช่วยกันรักษาพลังงาน นอกจากจะประห ยัด
พลังงานแล้ว ยังทาให้มีความปลอดภัยของทรัพย์สินต่าง ๆ ในการใช้งาน เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องถ่าย
เอกสาร เคร่อื งโทรสาร และเครื่องปรบั อากาศ เปน็ ต้น
คาศัพท์ คาศพั ท์ (Vocabulary)
คาแปล
Heredity
Experience พันธุกรรม
Culture ประสบการณ์
Facsimile วฒั นธรรม
Photocopier เคร่อื งโทรสาร
เคร่อื งถ่ายเอกสาร
-------------------------------