สิ่�่งทั้�้งหลายทั้้�งปวง อั้นบุุคคลไม่่ควรยึดม่้�นถืือัม่�้น
หนงั สืออนสุ รณ์
๑๑๖ ปีจัดพิมพ์เน่ืองในวโรกาสชาตกาลท่านอาจารย์พุทธทาส
มรณภาพ ๒๙ ปี
และงานฉลองสวุ รรณบรรพตตถาคตธัมมิกสถปู
พุทธทาส จักอยไู่ ป ไม่มตี าย
แม้รา่ งกาย จะดับไป ไม่ฟงั เสยี ง
รา่ งกายเปน็ รา่ งกายไป ไมล่ �ำ เอยี ง
นน่ั เป็นเพียง ส่งิ เปลย่ี นไป ในเวลา
พทุ ธทาส คงอยไู่ ป ไมม่ ตี าย
ถงึ ดีร้าย กจ็ ะอยู่ ค่ศู าสนา
สมกับมอบ กายใจ รบั ใช้มา
ตามบญั ชา องคพ์ ระพทุ ธ ไม่หยุดเลย
พุทธทาส ยังอยูไ่ ป ไม่มีตาย
อยู่รบั ใช้ เพอื่ นมนุษย์ ไม่หยุดเฉย
ดว้ ยธรรมโฆษณ์ ตามทว่ี างไว้ อย่างเคย
โอ้เพอ่ื นเอย๋ มองเห็นไหม อะไรตาย
พระธรรมโกศาจารย์ พระภาวนาโพธคิ ณุ
(หลวงพ่อพทุ ธทาสภกิ ข)ุ (อาจารย์โพธ์ิ จนฺทสโร)
พระธรรมโกศาจารย์ พระพรหมมงั คลาจารย์
(หลวงพอ่ พทุ ธทาสภกิ ขุ) (หลวงพอ่ ปั ญญานันทภกิ ข)ุ
พระภาวนาโพธิคุณ
(อาจารย์โพธ์ิ จนทฺ สโร)
ถ่ า ย ที่ ส ว น โ ม ก ข์ น า น า ช า ติ
และเป็นครง้ั เดียวท่ที า่ นอาจารย์พทุ ธทาสมาที่แห่งนี้เมื่อป.ี ..
คำ�ปรารภ
เน่ืองในวโรกาสชาตกาลท่านอาจารย์พุทธทาสครบ
๑๑๖ ปี และมรณภาพ ๒๙ ปี รวมวันฉลอง “สวุ รรณบรรพต
ตถาคตธัมมิกสถูป” ที่สร้างข้ึนบริเวณเขาพุทธทอง วัดธาร
นํ้าไหล สวนโมกข์ ด้วยทุนทรัพย์ของ พระอาจารย์ทองสุข
ธมฺมวโร และญาติโยมผ้มู ีศรทั ธา
ข้าพเจ้าพิจารณาเห็นว่าในโอกาสเช่นน้ี เราควรพิมพ์
หนงั สอื ขนึ้ มาสกั เลม่ หนงึ่ เพอื่ แจกจา่ ยใหแ้ กผ่ ทู้ มี่ ารว่ มงาน พอดี
ข้าพเจ้าได้เขียนบทความเอาไว้เร่ืองหน่ึงคือ “ข้าพเจ้าได้อะไร
จากท่านอาจารย์พุทธทาส” และบทร้อยกรองเก่ียวกับงาน
ถวายเพลงิ ศพของทา่ นอาจารย์ ทข่ี า้ พเจา้ เคยแตง่ ไว้ ซงึ่ เคยพมิ พ์
เป็นหนังสือมาแล้ว ข้าพเจ้าเอามาอ่านดูใหม่แล้วแก้คำ�บางคำ�
แล้วจัดพมิ พข์ ึน้ มาเป็นหนงั สอื อนุสรณ์ในครัง้ นี้
หนังสอื น้สี ำ�เรจ็ ไดก้ เ็ พราะไดอ้ าศยั คณุ สารภี รอดนนท์
ชว่ ยพมิ พต์ น้ ฉบบั และไดอ้ าศยั ผศ.ดร.อนิ ทวุ รรณา เชยชนื่ สกลุ
ช่วยอ่านทบทวนความถูกต้อง แล้วส่งต้นฉบับให้โรงพิมพ์
ธรรมสภา โดยคุณสุทธิรักษ์ สุขธรรม เป็นเจ้าของ จึงทำ�ให้
หนงั สอื เลม่ นไ้ี ดผ้ า่ นสายตาผอู้ า่ น หวงั วา่ ทา่ นทงั้ หลายคงไดร้ บั
ประโยชนไ์ มม่ ากก็น้อย
ข้าพเจ้าปีนี้อายุเข้า ๙๐ ปีแล้ว จะอยู่ต่อไปได้นานอีก
เท่าใดก็รู้ไม่ได้ ข้าพเจ้าบวชเป็นพระมาแล้ว ๖๙ พรรษา มา
อยูท่ ่ีสวนโมกข์ ๕๘ พรรษา อยู่เกาะสมุย ๑๑ พรรษา เพราะ
ขา้ พเจา้ มาอยทู่ สี่ วนโมกข์ จงึ ไดเ้ รยี นรู้ ไดร้ บั การอบรมจากทา่ น
อาจารย์เป็นเวลาถึง ๓๐ ปี กอ่ นท่านมรณภาพ เพราะข้าพเจา้
ไดร้ บั ประโยชนม์ าก จงึ ไดบ้ นั ทกึ เอาไวว้ า่ “ขา้ พเจา้ ไดอ้ ะไรจาก
ท่านอาจารย์พุทธทาส” และบทร้อยกรองเกี่ยวกับงานถวาย
เพลงิ ศพทา่ นอาจารย์ ซง่ึ เปน็ ภาระทห่ี นกั ทส่ี ดุ ในชวี ติ ของขา้ พเจา้
เพราะความคิดความเห็นของบุคคลแตกต่างกัน ข้าพเจ้าหวัง
ว่าท่านผ้อู า่ นคงไดร้ บั ประโยชนไ์ ม่มากกน็ อ้ ย
ท้ายที่สุดน้ี ข้าพเจ้าขอขอบคุณ คุณสารภี รอดนนท์ท่ี
ชว่ ยพิมพต์ ้นฉบับ ผศ.ดร.อนิ ทวุ รรณา เชยชนื่ สกลุ ทีช่ ว่ ยตรวจ
และคุณสุทธิรักษ์ สุขธรรม เจ้าของโรงพิมพ์ธรรมสภาที่ช่วย
พิมพ์หนังสือให้เสร็จทันเวลาท่ีต้องการ รวมทั้งญาติโยมผู้อ่าน
หนังสือเล่มนี้ทุกท่านด้วย ขอให้ท่านทั้งหลายจงมีแต่ความสุข
ความเจรญิ ให้ย่งิ ๆ ข้นึ ไป ตลอดกาลนานเทอญ
ธรรม พร เมตตา
พระภาวนาโพธคิ ณุ
๑๖ มกราคม ๒๕๖๕
พระภาวนาโพธคิ ณุ
(อาจารยโ์ พธ์ิ จนทฺ สโร)
เจา้ อาวาสวัดธารน้าํ ไหล สวนโมกขพลาราม
อำ�เภอไชยา จงั หวดั สุราษฎรธ์ านี
ข้ า พ เ จ้ า ไ ด้ อ ะ ไ ร จ า ก
ทา่ นอาจารยพ์ ทุ ธทา
สพระภาวนาโพธคิ ุณ (โพธิ์ จนฺทสโร)
งานฉลองสุวรรณบรรพตตถาคตธัมมิกสถูป 3
ข้ า พ เ จ้ า ไ ด้ อ ะ ไ ร จ า ก
ทา่ นอาจารยพ์ ุทธทาส
ในตอนเชา้ ตรู่ของวนั ท่ี ๘ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ขณะ
ทขี่ า้ พเจา้ กบั คณุ โยมวรี ะ จดั แจง เดนิ ทางกลบั จากทพ่ี กั ศาลา
ปฏบิ ตั ธิ รรมในสวนโยคะธรรม อ�ำ เภอเมอื งฯ จงั หวดั ประจวบ
ครี ขี นั ธ์ คณุ โยมวีระ จัดแจง ได้ปรารภขึ้นวา่ ปีนค้ี รบ ๒๐ ปี
แห่งการมรณภาพจากไปของท่านอาจารย์พุทธทาส คณะ
ศิษย์จึงคิดจัดงานเสริมการปฏิบัติธรรมเพ่ือเป็นอนุสรณ์ถึง
ทา่ นอาจารยพ์ ทุ ธทาส ในวนั ท่ี ๒๔–๒๗ พฤษภาคม ทส่ี วนโมกข์
กระผมจะพิมพ์หนังสือสักเร่ืองหน่ึงโดยเงินของตนเอง เพื่อ
รว่ มเปน็ ทรี่ ะลกึ ตอ่ ท่านอาจารยพ์ ทุ ธทาสดว้ ย
“ทา่ นอาจารยโ์ พธิ์มเี วลาเขยี นบทความอะไรได้บ้าง
ทีจ่ ะเอามาลงในหนงั สอื น้ี”
เมอ่ื ขา้ พเจา้ ไดฟ้ งั เหมอื นคณุ โยมวรี ะจดุ ประกายขน้ึ มา
ในวันน้เี อง ขณะท่ีนงั่ สมาธิอยู่ ความคดิ ก็ไดผ้ ุดขึ้นมาว่า สงิ่ ท่ี
ขา้ พเจา้ พอจะเขยี นไดใ้ นเวลาจ�ำ กดั กค็ อื สง่ิ ทขี่ า้ พเจา้ ไดจ้ าก
ท่านอาจารย์พุทธทาสนั่นเอง เพราะหนังสือจะต้องพิมพ์ให้
เสร็จกอ่ นวนั ที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๖ น.ี้ ..
งานฉลองสุวรรณบรรพตตถาคตธัมมิกสถูป 5
ท่านผู้อ่านอาจจะสงสัยว่า คุณโยมวีระ จัดแจง เป็น
ใคร? สวนโยคะธรรมเปน็ สถานทอี่ ะไร ท�ำ ไมขา้ พเจา้ กบั คณุ โยม
วีระจงึ ได้มาทนี่ ้ี
คณุ โยมวรี ะ จดั แจง เปน็ คนจงั หวดั สพุ รรณบรุ ี
ตอนที่เป็นหนุ่มได้ไปศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกา
จบแลว้ กป็ ระกอบธรุ กจิ ทน่ี น่ั เปน็ เวลาหลายสบิ ปี เปน็
ผู้สนใจอ่านหนังสือธรรมะของท่านอาจารย์พุทธทาส
มากมายหลายเลม่ เกดิ ศรทั ธาตอ่ งานของทา่ นอาจารย์
มาก ในที่สดุ ไดเ้ ดนิ ทางกลับประเทศไทย และมาพักที่
สุพรรณบุรี ซ่ึงเป็นบ้านเกิดคร้ังละเป็นเวลาหลาย ๆ
เดือน แล้วกลับอเมริกา บางคร้ังได้เดินทางมาพักที่
สวนโมกข์ เป็นเวลาหลาย ๆ วัน เป็นเหตุให้คุ้นเคย
กับข้าพเจ้า เคยเดินทางไปปฏิบัติธรรมท่ีทีปภาวัน
อำ�เภอเกาะสมยุ จงั หวดั สรุ าษฎร์ธานี และที่อ่ืน ๆ กบั
ขา้ พเจา้ ครง้ั นก้ี เ็ ชน่ เดยี วกนั ไดเ้ ดนิ ทางมาทสี่ วนโยคะ
ธรรมของอาจารย์จุฑาภรณ์ สกุลศักดิ์ ที่ประจวบฯ
ในการอบรมชาวตา่ งประเทศ
๑๑๖6 ชาตกาล ปี พุทธทาสภิกข ุ
ส�ำ หรบั อาจารยจ์ ฑุ าภรณน์ น้ั ขา้ พเจา้ ไดร้ จู้ กั และคนุ้ เคย
เป็นเวลานาน สมัยที่อาจารยพ์ านักเรียนนักศึกษาไปท่ีสวน
โมกขน์ านาชาติ อ�ำ เภอไชยา จงั หวดั สรุ าษฎรธ์ านี ไมน่ อ้ ยกวา่
๑๔-๑๕ ปมี าแลว้ ตอ่ มาอาจารยจ์ ฑุ าภรณก์ บั เพอื่ น ๆ มาสรา้ ง
ทปี่ ฏิบตั ธิ รรมขึ้นที่นชี่ อื่ ว่า “สวนโยคะธรรม”
เมอ่ื สรา้ งเสรจ็ แลว้ ตอนท�ำ พธิ เี ปดิ ไดน้ มิ นตข์ า้ พเจา้ มา
รว่ มรายการดว้ ย ขา้ พเจา้ เคยมาในคราวอน่ื ๆ ไมน่ อ้ ยกวา่ สอง
สามคร้ัง แต่ในที่สุดก็ห่างหายไปเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๖ ปี
เพราะหลงั จากทขี่ า้ พเจา้ ไปมที ปี่ ฏบิ ตั ธิ รรมทอ่ี �ำ เภอเกาะสมยุ
จังหวัดสุราษฎร์ธานี ท่ีข้าพเจ้าตั้งชื่อว่า “ทีปภาวัน” แล้ว
ข้าพเจ้าจำ�เป็นต้องลงไปอบรมคนที่มาเข้าอบรมทั้งชาวต่าง
ประเทศและญาติโยมคนไทยที่น่ันอยู่เป็นประจำ�ทุกเดือน
ตลอดปี
การอบรมมดี งั น้ี : ๑๒–๑๗ อบรมคนไทย วนั ที่ ๒๐ –
๒๗ อบรมชาวตา่ งประเทศ สว่ นเวลาทเ่ี หลอื จากน้ี ขา้ พเจา้
ก็อยทู่ ส่ี วนโมกข์วัดธารนํา้ ไหล ส่วนที่สวนโมกข์นานาชาตกิ ม็ ี
การอบรมชาวตา่ งประเทศและญาตโิ ยมคนไทยอยปู่ ระจ�ำ เชน่
เดยี วกนั วันท่ี ๑–๑๐ อบรมชาวต่างประเทศ วนั ท่ี ๑๙–๒๗
งานฉลองสุวรรณบรรพตตถาคตธัมมิกสถูป 7
อบรมคนไทย ข้าพเจ้าต้องออกไปช่วยเหลือ โดยเฉพาะใน
ช่วงอบรมชาวต่างประเทศ ไม่ค่อยมีเวลาไปไหน หกโมงเช้า
ขา้ พเจา้ เดนิ จากสวนโมกขว์ ดั ธารนา้ํ ไหลไปทส่ี วนโมกขน์ านาชาติ
ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที นัง่ รถกลบั มาวัด ๐๘.๐๐ น. ฉัน
อาหาร ตอนบ่ายนั่งรถไปสวนโมกข์นานาชาติอีก อยู่ปฏิบัติ
รว่ มกับเขาบ้าง ชว่ ยตอบปญั หาให้เขาบา้ ง ตอนเย็นประมาณ
ใกล้หกโมงเย็น รถกไ็ ปรบั ขา้ พเจ้ากลบั วัด เปน็ อยู่อยา่ งนี้เป็น
เวลาหลายปมี าแล้ว
ในช่วงอบรมญาติโยมคนไทย ข้าพเจ้าก็ช่วยเหลือใน
วนั แรก ๆ และวนั จะจบหลกั สตู รการอบรม คอื วนั ที่ ๒๐ กลา่ ว
ตอ้ นรบั และแนะน�ำ เพอื่ ใหเ้ กดิ ก�ำ ลงั ใจในการฝกึ สมาธภิ าวนา
วนั ท่ี ๒๖ เปน็ การกลา่ วอนโุ มทนาในความส�ำ เรจ็ ของญาตโิ ยม
ผ้เู ข้าอบรม และแนะนำ�บางส่งิ บางอยา่ งทีญ่ าติโยมควรน�ำ ไป
ปฏิบัติตอ่ ไป แต่ตอ่ มา เม่อื ข้าพเจา้ ลงไปเกาะสมุยอบรมชาว
ต่างประเทศทท่ี ปี ภาวัน วันท่ี ๒๖ กไ็ ม่มีเวลา จึงเหลือเวลาท่ี
ขา้ พเจา้ ตอ้ งพดู กบั ญาตโิ ยมคนไทยเพยี งครง้ั เดยี ว คอื วนั ที่ ๒๐
ของทกุ เดือน แต่ตอนหลงั เปล่ียนเปน็ วนั ที่ ๑๙
๑๑๖8 ชาตกาล ปี พุทธทาสภิกข ุ
ในปีนี้ ข้าพเจ้ามีอายุครบ ๘๐ ปีโดยสมบูรณ์ เมื่อ
วนั ที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๖ ข้าพเจา้ ได้ลาออกจากต�ำ แหนง่
เจ้าอาวาส ภาระบางอย่างก็น้อยลง ข้าพเจ้าคิดถึงอาจารย์
จุฑาภรณ์ จึงถือโอกาสไปเย่ียม โดยตั้งใจว่าจะไปพักที่สวน
โยคะธรรมสกั คืนสองคืน วันทขี่ ้าพเจ้าเดนิ ทางไปราว ๆ วนั ท่ี
๖ มกราคม ๒๕๕๖ พอดกี บั ชว่ งทอี่ าจารยจ์ ฑุ าภรณ์ เชญิ หมอ
มาแนะนำ�ให้คนปรับสุขภาพด้วยการล้างสารพิษ ท่ีเรียกกัน
ว่า “ดีท็อกซ์” มีคนมากันมาก รวมกันแล้ว ๒๐๐ กว่าคน
เฉพาะพระสงฆก์ ม็ ถี งึ ห้าหกสบิ รูป ที่อาศยั ค่อนข้างไมส่ ะดวก
ความจริงอาจารย์จุฑาภรณ์ได้เตรียมห้องพักให้ข้าพเจ้าอยู่
เพยี งรูปเดียว มคี วามสะดวกสบายทุกอย่าง แต่ขา้ พเจา้ กลบั
คิดว่า ไม่เป็นธรรมแก่พระอื่น ๆ จึงตัดสินใจไม่ค้างคืนที่นี่
เดนิ ทางกลับสวนโมกข์
ก่อนจะกลับก็บอกลาอาจารย์จุฑาภรณ์ อาจารย์ได้
ขอรอ้ งใหข้ า้ พเจา้ ชว่ ยเหลอื ในการแนะน�ำ ใหช้ าวตา่ งประเทศ
ไดม้ าอบรมสมาธภิ าวนาทน่ี บ่ี า้ ง ขา้ พเจา้ เหน็ ความตงั้ ใจและ
ความปรารถนาดขี องอาจารยจ์ งึ ทดลองพยายามดู โดยขา้ พเจา้
เขยี นค�ำ โฆษณาเปน็ ภาษาไทยแลว้ ขอรอ้ งใหโ้ ยมแนต๊ ตี้ ชยั ชาญ
ที่มาปฏิบัติธรรมอยู่ท่ีสวนโมกข์วัดธารนํ้าไหลแปลเป็นภาษา
งานฉลองสุวรรณบรรพตตถาคตธัมมิกสถูป 9
อังกฤษ ทำ�เปน็ กระดาษแผน่ พับ นำ�ไปวางในท่ีต่าง ๆ เชน่ ที่
สวนโมกข์ เป็นต้น เราจัดหลักสูตรระยะส้ัน ๓ คืน ๓ วัน
โดยเร่ิมในวนั ท่ี ๗–๑๐ ของเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
การจัดคร้ังแรกนี้มีชาวต่างประเทศท่ีสมัครเข้าอบรม
เพยี งคนเดยี ว เป็นนักศกึ ษาแพทย์ชาวเยอรมันใกล้ ๆ จะจบ
การศึกษา ยังเหลือเวลาเพียง ๑ ปี แตม่ ีคนอ่นื ที่เคยมาอบรม
ในครงั้ กอ่ น ๆ ทส่ี วนโมกขน์ านาชาตเิ ปน็ เวลาหลายปมี าแลว้
ตงั้ แตข่ า้ พเจา้ เรมิ่ อบรมชาวตา่ งประเทศทเ่ี กาะสมยุ และทสี่ วน
โมกขน์ านาชาติ คนทวี่ า่ นกี้ ค็ อื คณุ ลดี า เปน็ ผหู้ ญงิ ชาวบราซลิ
ไดเ้ ดนิ ทางมากบั คณะของขา้ พเจา้ ซง่ึ มอี บุ าสก ๑ คน อบุ าสกิ า
๑ คน และแม่ชีอีก ๒ รูปร่วมอบรม รวมกันแล้วการอบรม
ชาวตา่ งประเทศท่สี วนโยคะธรรมคร้งั น้ี มฝี รง่ั ๒ คน คนไทย
๔ คน
ทนี ใี้ นเดอื นมนี าคม อบรมครง้ั ทสี่ อง มฝี รง่ั เพม่ิ ขนึ้ เปน็
๒ คน คนไทย ๖ คน ฝรง่ั เปน็ ผหู้ ญงิ ชาวองั กฤษและชาวรสั เซยี
สว่ นคนไทยมี ดร.กลุ จริ า สจุ โิ รจน์ และคณุ แมค่ อื คณุ โยมรจนา
นอกน้ันกค็ อื พวกเรา มีคณุ โยมวรี ะ จัดแจง เปน็ ตน้
๑๑๖10 ชาตกาล ปี พุทธทาสภิกขุ
สรปุ แล้ว สวนโยคะธรรม ก็คอื สถานที่ปฏบิ ตั ธิ รรมท่ี
อาจารย์จุฑาภรณ์ กับคณะสหายธรรมช่วยกันสร้างขึ้นมา
มที พ่ี ัก ห้องนํ้า หอ้ งส้วม โรงอาหาร ศาลาปฏิบัติธรรม ลาน
ฝกึ โยคะ สถานทเี่ ดนิ จงกรม สะดวกสบายทกุ อยา่ ง ในเนือ้ ท่ี
ประมาณ ๖๐ ไร่
ปรกติ การปฏิบตั ิท่ีนีม่ หี ลาย ๆ อยา่ ง เช่น การฝึก
โยคะ บริหารร่างกาย การน่ังสมาธิ การฟังธรรมบรรยาย
ซง่ึ อบรมกนั มาเปน็ เวลาไมน่ อ้ ยกวา่ สบิ ปมี าแลว้ แตก่ ารอบรม
ชาวต่างประเทศก็เพ่ิงจะเร่ิมอบรมได้เพียง ๒ ครั้ง อาจารย์
จฑุ าภรณต์ อ้ งการใหม้ กี ารอบรมฝรง่ั ไปเรอ่ื ย ๆ ส�ำ หรบั ขา้ พเจา้
กจ็ ะพยายามชว่ ยเหลอื ตามเรย่ี วแรงทพี่ อมอี ยใู่ นขณะน้ี ตอ่ ไป
ข้างหน้าเป็นส่ิงไม่แน่นอน
เมื่อข้าพเจ้าได้รับการขอร้องจากคุณโยมวีระ
ใหช้ ว่ ยเพมิ่ บทความเพอื่ พมิ พข์ น้ึ เปน็ อนสุ รณ์
ในวโรกาสครบ ๒๐ ปี แห่งการมรณภาพของ
ท่านอาจารย์พุทธทาสในครั้งน้ี ข้าพเจ้าก็
อนุโมทนายินดีตกลงใจเขียนเร่ือง “ข้าพเจ้า
ไดอ้ ะไรจากทา่ นอาจารยพ์ ทุ ธทาส” ดงั จะได้
เล่าใหฟ้ ังดงั ตอ่ ไปน้ี
ขา้ พเจา้ ไดม้ โี อกาสเหน็ ทา่ นอาจารยพ์ ทุ ธทาสครง้ั แรก
เม่ือขา้ พเจ้ามอี ายุประมาณ ๑๗ ปี ตอนนีข้ า้ พเจ้าอายยุ ่างเขา้
๘๑ ปีแล้ว โอกาสท่ีข้าพเจ้าได้เห็นท่านและได้ฟังคำ�สอน
ของท่าน ก็เน่ืองมาจากสมัยน้ันท่ีอำ�เภอเกาะสมุย จังหวัด
สุราษฎร์ธานี มีนายอำ�เภอชื่อนายโพธ์ิ ศิวาลัย มีนโยบาย
ให้คนหนุ่มท้ังหลายมีโอกาสได้ฟังธรรมะจากท่านอาจารย์
พุทธทาส จึงนิมนต์ท่านมา โดยจัดให้มีขึ้นที่วัดสำ�เร็จ เป็น
วดั เจา้ คณะอ�ำ เภอในสมยั นน้ั ตอนนน้ั ทา่ นอาจารยม์ ตี �ำ แหนง่
เป็นพระครูอนิ ทปัญญาจารย์
๑๑๖12 ชาตกาล ปี พุทธทาสภิกข ุ
ขา้ พเจา้ ถกู ผใู้ หญบ่ า้ นประกาศชกั ชวนใหม้ าฟงั ธรรมะ
ของท่านอาจารย์พุทธทาส ก็เดินเท้ากันมาจากบ้านละไมที่
ขา้ พเจ้าอยู่ กวา่ จะถึงวดั สำ�เรจ็ ใช้เวลาไมน่ อ้ ยกวา่ ชั่วโมงครึ่ง
ระยะทางประมาณ ๖ ก.ม. สมัยน้ันที่เกาะสมุยยังไม่มีรถวิ่ง
การไดฟ้ งั ธรรมะของทา่ นอาจารยพ์ ทุ ธทาสในครงั้ นนั้ ขา้ พเจา้
ไมค่ อ่ ยเขา้ ใจสกั เทา่ ใด แตว่ า่ คณุ ลงุ นาม อนิ ทจนิ ดา ญาตขิ อง
ขา้ พเจา้ ทม่ี าดว้ ยกนั รสู้ กึ ประทบั ใจมาก รสู้ กึ วา่ ทา่ นอาจารยไ์ ด้
บรรยายเรอ่ื งฆราวาสธรรม คอื สจั จะ – ความจรงิ ใจ, ทมะ –
ความบงั คบั จติ ใจ, ขนั ติ – ความมใี จอดทน และจาคะ – ความ
สละอารมณร์ อ้ นอารมณ์ร้ายต่าง ๆ ออกจากจติ ใจ
ทา่ นยงั ไดย้ กตวั อยา่ งเรอ่ื งพระเจา้ สรา้ งโลก สรา้ งสตั ว์
ต่าง ๆ ให้เกดิ ขึ้นในโลก แตล่ ะชนิดมีอายุ ๓๐ ปี เชน่ มนษุ ย์
มอี ายุ ๓๐ ปี ววั มีอายุ ๓๐ ปี สุนัขมอี ายุ ๓๐ ปี และลิงมีอายุ
๓๐ ปี จุดประสงค์ของพระเจ้าก็เพื่อให้โลกที่พระองค์สร้าง
ขน้ึ มามปี ระโยชน์ ถา้ มแี ตโ่ ลกเปลา่ ๆ กไ็ มม่ ปี ระโยชน์ จงึ สรา้ ง
มนษุ ย์ข้นึ มาเพอื่ ใหม้ นษุ ยไ์ ดท้ �ำ ประโยชน์ ใหม้ อี ายุ ๓๐ ปี
ตอ่ มาพระเจา้ คดิ วา่ ถา้ มแี ตม่ นษุ ยอ์ ยา่ งเดยี วกจ็ ะส�ำ เรจ็
ได้ยาก จึงสร้างวัวข้ึนมามีอายุ ๓๐ ปีเพ่ือรับใช้มนุษย์ วัว
งานฉลองสุวรรณบรรพตตถาคตธัมมิกสถูป 13
อุทธรณ์ว่า มันสู้ไม่ไหว รับใช้มนุษย์ถึง ๓๐ ปี ขอลดเหลือ
เพยี ง ๑๐ ปี ตอ่ มาพระเจา้ คดิ วา่ เมอื่ มนษุ ยม์ ที รพั ยส์ มบตั แิ ลว้
ต้องมกี ารดูแลรักษา จึงสร้างสุนัขขน้ึ มาเพ่อื เปน็ ยามคอยเฝ้า
ทรัพย์ของมนุษย์ให้มีอายุ ๓๐ ปี สุนัขอุทธรณ์ต่อพระเจ้าว่า
มันมากเกินไป ขอเพียง ๑๐ ปีพอ ต่อมาพระเจ้าคิดว่าแม้
มนษุ ยม์ ที รพั ยส์ มบตั แิ ลว้ แตย่ งั ขาดสงิ่ บนั เทงิ รน่ื เรงิ สนกุ สนาน
จงึ สรา้ งลิงขน้ึ มาเพอื่ ทำ�ให้มนษุ ยไ์ ด้เพลิดเพลิน ให้มีอายุ ๓๐
ปีเช่นเดียวกัน ลิงก็บ่นว่า มันทนไม่ไหวที่ต้องใช้เวลาทำ�ให้
มนษุ ยห์ วั เราะสนกุ สนานเปน็ เวลาถงึ ๓๐ ปี มนั มากเกนิ ไป ขอ
เพียง ๑๐ ปี พระเจา้ กต็ กลง
เมอ่ื มนษุ ยไ์ ดฟ้ งั สตั วท์ ง้ั หลาย มวี วั เปน็ ตน้ ไมต่ อ้ งการ
อายุท่ีพระเจา้ ประทานให้ถึง ๒๐ ปีจึงเกดิ ความโลภ อยากได้
อายุที่สัตว์ท้ังหลายไม่ต้องการ จึงเข้าไปขอต่อพระเจ้าให้
ประทานแกม่ นษุ ย์ พระเจา้ ไมค่ อ่ ยทรงพอใจนกั แตเ่ มอ่ื มนษุ ย์
มีความต้องการก็ตกลง แต่ต้องเป็นไปตามเจตนารมณ์ของ
พระองค์
หลังจากนพ้ี ระเจา้ กบ็ นั ดาลใหโ้ ลกเปน็ ไป มนษุ ยก์ ็เริ่ม
ใช้อายุของมนุษย์เป็นเวลา ๓๐ ปี ในช่วงนี้มนุษย์ไม่ค่อยมี
๑๑๖14 ชาตกาล ปี พุทธทาสภิกข ุ
ความทกุ ข์ ไมค่ ่อยมปี ญั หามากนัก เพราะอย่ใู นชว่ งของอายุ
มนุษย์ ถัดมาระหวา่ งมนุษย์มอี ายุ ๓๐–๕๐ ปี เพราะมนุษย์
ไปรับอายุของวัวมา มนุษย์ต้องแบกรับภาระ เนื่องจากมี
ครอบครัว มีลูกมีหลาน จึงต้องเหน็ดเหนื่อยด้วยหน้าท่ีการ
งาน หาเงนิ หาทรพั ย์ เหมอื นกบั ววั ทตี่ อ้ งท�ำ งานหนกั ลากแอก
ลากไถ ลากเกวียน เปน็ ตน้
ถัดมา ระหว่างมนุษย์มีอายุ ๕๐–๗๐ ปี ซ่ึงเป็นช่วง
อายขุ องสนุ ขั มนษุ ยจ์ ะนอนไมค่ อ่ ยหลบั สนทิ เพราะจติ วติ ก
กังวลเร่ืองน้ันเรื่องน้ี เป็นห่วงทรัพย์สมบัติ กลัวโจรจะมาลัก
ขโมย เหมือนกับสุนัขทค่ี อยเฝ้าทรัพย์มนษุ ย์ ฉันนัน้
ตอ่ มาเมื่อมนุษยม์ อี ายุระหว่าง ๗๐–๙๐ ปี ช่วงนเ้ี ปน็
ช่วงท่ีมนุษย์ไปรับเอาอายุลิงเข้ามา จึงกลายเป็นคนหลง ๆ
ลมื ๆ ปํ้า ๆ เป๋อ ๆ ท�ำ อะไรแปลก ๆ ชวนใหล้ กู หลานหวั เราะ
งานฉลองสุวรรณบรรพตตถาคตธัมมิกสถูป 15
นี้คือธรรมชาติของมนุษย์
ทุกคนต้องเดินทางตามรอยน้ี ถ้า
มนุษย์ไม่มีธรรมะ ไม่อบรมให้มี
ธรรมะคอื สจั จะ ทมะ ขนั ติ จาคะ
แต่ถ้ามนุษย์คนใดได้อบรมให้มี
ธรรมะ ๔ ประการนอ้ี ยใู่ นชวี ติ จติ ใจ
แลว้ มนษุ ยค์ นนน้ั จะมคี วามงดงาม
ในชวี ติ ทกุ วยั ไมว่ า่ วยั ตน้ วยั กลาง
วัยปลาย หรือวัยไหน ๆ ล้วนแต่
เป็นชวี ิตทม่ี ปี ระโยชนท์ ั้งนัน้
คร้งั นเี้ ปน็ ครัง้ แรกทขี่ า้ พเจ้า
ไดเ้ หน็ ทา่ นอาจารยพ์ ทุ ธทาส ไดฟ้ งั
ธรรมะของท่าน ก็รู้สึกศรัทธาใน
นํ้าเสียงท่ีท่านแสดงปาฐกถาธรรม
และบุคลิกที่สง่างามของท่าน แม้
จะไม่ค่อยเข้าใจในเนื้อหาสาระ
ของธรรมะทท่ี า่ นแสดงไดค้ รบถ้วน
สมบูรณ์
๑๑๖16 ชาตกาล ปี พุทธทาสภิกข ุ
ต่อมาเมื่อข้าพเจ้าได้บวชเป็นพระ ในพรรษาท่ีสอง
ข้าพเจ้าได้อยู่จำ�พรรษาที่วัดพังบัว (วัดบุณฑริการาม) ใน
พรรษานี้ ข้าพเจ้าได้มีโอกาสอ่านหนังสือพิมพ์พุทธสาสนา
รายตรมี าสของคณะธรรมทาน อำ�เภอไชยา จงั หวดั สรุ าษฎร์
ธานี ซง่ึ มอี ยใู่ นวดั หลายเลม่ ขา้ พเจา้ อา่ นหมดทกุ เลม่ บทความ
ในหนังสือส่วนใหญ่เป็นข้อเขียนของท่านอาจารย์พุทธทาส
เกอื บทงั้ เลม่ ท�ำ ให้ขา้ พเจา้ ได้มคี วามรู้ทางธรรมะเพมิ่ ขนึ้ เป็น
อนั มาก จนกระทง่ั สามารถตดั สนิ อะไรผดิ อะไรถกู ดว้ ยตนเอง
นับว่าเปน็ ก้าวส�ำ คญั เกีย่ วกบั ชวี ติ ข้าพเจา้ ในกาลต่อมา
ข้าพเจ้าบวชตามประเพณีเม่ืออายุ ๒๐ ปีกว่า ๆ ณ
เขตพัทธสีมาวัดละไม โดยมี พระครูทีปาจารย์คุณารักษ์
เจา้ คณะอ�ำ เภอเกาะสมยุ เจา้ อาวาสวดั ส�ำ เรจ็ เปน็ พระอปุ ชั ฌาย์
มีพระครูปยุตธรรมโสภิต เจ้าอาวาสวัดละไมเป็นพระกรรม
วาจาจารย์ และมีพระครูนาค วัดสำ�เร็จเป็นพระอนุสาวนา
จารย์ พรรษาที่ ๑ ข้าพเจา้ จ�ำ พรรษาทว่ี ัดละไม พรรษาที่ ๒
จ�ำ พรรษาที่วดั พงั บวั พรรษาที่ ๓–๑๑ จ�ำ พรรษาทพ่ี �ำ นกั สงฆ์
พระเจดยี ์แหลมสอ
เหตุท่ีข้าพเจ้าออกจากวัดพังบัวมาอยู่ท่ีพระเจดีย์
แหลมสอมี ๒ ประการคือ หนึ่ง วัดพังบัวซ่ึงมพี ระอาจารย์
งานฉลองสุวรรณบรรพตตถาคตธัมมิกสถูป 17
แดง ปยิ สโี ล เปน็ เจา้ อาวาสไดเ้ ดนิ ทางไปอบรมวปิ สั สนาแบบ
“ยุบหนอพองหนอ” ท่ีวัดมหาธาตุ ฯ กรุงเทพ ฯ แบบพม่า
แล้วมาเปิดสำ�นักวิปัสสนาข้ึนในวัด สร้างห้องกัมมัฏฐานข้ึน
มากมาย รับคนเขา้ อบรมทงั้ พระ แม่ชี และอุบาสก อุบาสิกา
เข้ามาอยู่ในวัดเป็นจำ�นวนมาก ตอนน้ันข้าพเจ้าชอบความ
สงบ ความวิเวก ไม่ชอบคลุกคลีกับคนมาก ๆ โดยเฉพาะ
มาตุคาม สตรีเพศ ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจมาอยู่ที่พระเจดีย์
แหลมสอ ซงึ่ เปน็ เพยี งทพ่ี กั สงฆ์ โดยมที า่ นอาจารยแ์ ดง ตสิ โฺ ส
ซง่ึ เปน็ ญาตใิ นฐานะลงุ ขา้ พเจา้ เรยี กทา่ นวา่ ลงุ หลวงแดง ทา่ น
อยู่ด้วยกันกับพระเพียงรูปสองรูป บางครั้งท่านอยู่รูปเดียว
ทา่ นอาจารยแ์ ดง ตสิ โฺ ส ตอ้ งการไดข้ า้ พเจา้ มาอยกู่ บั ทา่ นดว้ ย
น่ีเป็นเหตุปัจจัยท่ี ๒ ให้ข้าพเจ้ามาอยู่ท่ีพระเจดีย์แหลมสอ
เปน็ เวลานานถึง ๙ ปี
ขณะข้าพเจ้าอยู่ท่ีพระเจดีย์แหลมสอ ข้าพเจ้าได้อยู่
วิเวก อยู่รปู เดียวเป็นส่วนใหญ่ เพราะวา่ ทา่ นอาจารยแ์ ดง
ชอบว่ิงเรือใบไปตามเกาะต่าง ๆ เช่น เกาะมัดสุม เกาะแตน
เกาะราบ บางทีท่านวิ่งเรือไปถึงเตล็ด อำ�เภอขนอม จังหวัด
นครศรธี รรมราช ในทต่ี า่ ง ๆ เหลา่ น้ี ทา่ นไปท�ำ กระตอ๊ บเลก็ ๆ
เอาไว้ ท่านวง่ิ เรอื ใบไปพักเปน็ คร้งั เป็นคราว นาน ๆ ท่านจงึ
๑๑๖18 ชาตกาล ปี พุทธทาสภิกข ุ
กลับมาท่ีพระเจดีย์แหลมสอ ข้าพเจ้าจึงมีโอกาสอยู่รูปเดียว
เป็นส่วนใหญด่ งั กล่าว
การอยู่รูปเดียวในที่สงบวิเวก บางเวลาก็เหงา เพราะ
ตอนนั้นข้าพเจ้ายังเป็นพระหนุ่มอยู่ วิธีแก้เหงาก็คืออ่าน
หนงั สอื ธรรมะบา้ ง ปฏบิ ตั บิ า้ งควบคกู่ นั ไป ทา่ นอาจารยแ์ ดง
ตสิ โฺ ส ท่านศรัทธาทา่ นอาจารยพ์ ุทธทาสมาก หนงั สือพิมพ์
พทุ ธสาสนารายตรมี าส ทค่ี ณะธรรมทานพมิ พข์ น้ึ ซงึ่ ขอ้ ความ
เกือบท้ังหมดเขียนโดยท่านอาจารย์พุทธทาส ท่านอาจารย์
แดงมีหมดเกือบทุกเล่ม ข้าพเจ้าจึงมีโอกาสดีได้อ่านเพิ่มเติม
หนังสือท่ีข้าพเจ้าประทับใจมาก ก็คือ ตามรอยพระอรหันต์
วธิ ปี ฏบิ ตั ธิ รรม และเกยี รตคิ ณุ ของพระพทุ ธเจา้ นอกนน้ั กเ็ ปน็
หนังสืออ่ืน ๆ ท่ีท่านอาจารย์แดงสะสมเอาไว้ เช่น หนังสือ
วสิ ทุ ธมิ รรค หนงั สอื มลิ นิ ทปัญหา เปน็ ต้น
ในปี พ.ศ. ๒๔๙๙ ทา่ นอาจารยแ์ ดง ตสิ โฺ ส ตอ้ งการน�ำ
ลกู ศษิ ยข์ องทา่ นไปบวชกบั ทา่ นอาจารยพ์ ทุ ธทาสทส่ี วนโมกข์
อำ�เภอไชยา จงั หวัดสรุ าษฎร์ธานี โดยใชเ้ รือใบของท่านว่ิงไป
ขา้ พเจา้ ไดม้ โี อกาสไปกบั ทา่ นอาจารยแ์ ดง ใชเ้ วลา ๒ วนั กวา่
จะถึงไชยา เรือเข้าไปจอดในคลองท่าปูน ห่างจากสวนโมกข์
ประมาณ ๔ กิโลเมตร แล้วเดินตัดทุ่งนามาท่ีสวนโมกข์ แต่
งานฉลองสุวรรณบรรพตตถาคตธัมมิกสถูป 19
ไม่เจอท่านอาจารย์พุทธทาส ดูเหมือนว่า ท่านอาจารย์
พทุ ธทาสไปประเทศอนิ เดยี ยงั ไมก่ ลบั แตม่ พี ระทค่ี อยทำ�หนา้ ที่
แทนท่านรับลูกศิษย์ท่านอาจารย์แดงไว้ ข้าพเจ้าก็เดินทาง
กลบั พระเจดยี แ์ หลมสอ เกาะสมยุ กบั อาจารยแ์ ดงดว้ ยเรอื ใบ
ล�ำ เดิม
ต่อมา ลูกศิษย์ท่านอาจารย์แดงก็ได้บวชเป็นพระ
โดยท่านอาจารย์พุทธทาสเป็นพระอุปัชฌาย์ แล้วอยู่ประจำ�
ทีส่ วนโมกข์ จำ�พรรษาที่นี่
เม่ือลูกศิษย์อาจารย์แดงบวชแล้ว และอยู่ประจำ�ที่
สวนโมกข์ ข้าพเจา้ ก็ถือโอกาสมาเยยี่ มอยบู่ ่อย ๆ บางครัง้
กม็ าพกั ทสี่ วนโมกข์ ครงั้ ละหลาย ๆ วนั ท�ำ ใหข้ า้ พเจา้ มโี อกาส
ใกล้ชิดสนิทสนมกับท่านอาจารย์พุทธทาสมากขึ้น ข้าพเจ้า
มักถือโอกาสเข้าไปหาท่านอาจารยเ์ วลาหัวค่ํา ช่วยบีบช่วย
นวด บางทีก็ข้ึนเหยียบเส้น เพราะท่านอาจารย์อ้วน มีเน้ือ
มาก เพยี งบบี นวดยงั ไมค่ อ่ ยถงึ เสน้ เอน็ จงึ ตอ้ งขนึ้ เหยยี บ ทา่ น
อาจารยน์ อนตะแคงบา้ ง นอนควา่ํ บา้ ง ใหข้ า้ พเจา้ เหยยี บโดย
ใช้ส้นเท้าเพียงข้างเดียว ส่วนอีกเท้าหนึ่งอยู่บนพ้ืน มือคอย
จับซี่ลูกกรงหน้าต่าง ใช้ส้นกดลงที่เส้นเอ็นของท่านอาจารย์
๑๑๖20 ชาตกาล ปี พุทธทาสภิกข ุ
ทา่ นกน็ อนใหข้ า้ พเจา้ บบี นวด และเหยยี บบอ่ ยมาก แตล่ ะคนื
ไมน่ ้อยกว่า ๑ ชั่วโมง
ทา่ นอาจารยพ์ ทุ ธทาส ทา่ นมคี วามรอบรเู้ กอื บทกุ เรอ่ื ง
ทคี่ นอน่ื รู้ บางทที า่ นกลบั รจู้ รงิ รลู้ กึ กวา่ คนอน่ื ในเรอ่ื งเดยี วกนั
เสยี อกี เชน่ ตวั อยา่ งเรอ่ื งการบบี การนวด ทา่ นบอกวา่ มถี งึ ๑๐
อย่างคือ “บีบ ขย�ำ คล�ำ เคลน้ นวด เนน้ บิด สะบดั ดดั ชัก”
ข้าพเจ้าได้อะไรมากมายจากท่านอาจารย์พุทธทาส เพราะ
ทา่ นเปน็ ผทู้ �ำ อะไรท�ำ จรงิ ทา่ นจงึ พดู สอนลกู ศษิ ยอ์ ยเู่ สมอวา่
ท�ำ อะไรตอ้ งท�ำ ให้จริง เชน่ “บวชจรงิ เรยี นจริง ปฏบิ ัตจิ ริง
ไดผ้ ลจริง สอนผู้อืน่ ใหจ้ ริง” ทา่ นทำ�ใหด้ ู อยใู่ ห้เหน็ เย็นให้
สมั ผสั ตลอดเวลา......
งานฉลองสุวรรณบรรพตตถาคตธัมมิกสถูป 21
นโยบายของทา่ นอาจารยท์ สี่ รา้ งสวนโมกขข์ นึ้ มา กเ็ พอื่
ใหพ้ ระสงฆไ์ ดม้ คี วามเปน็ อยแู่ บบพทุ ธกาลตามทพ่ี ระพทุ ธเจา้
ได้ทรงเป็นอยู่ให้มากท่ีสุด ชีวิตของพระพุทธเจ้าส่วนใหญ่จะ
อยใู่ กลช้ ดิ กบั ธรรมชาติ เชน่ โคนไม้ ปา่ ไม้ เรอื นวา่ ง บา้ นรา้ ง
ทอ้ งถาํ้ เปน็ ตน้ พระพทุ ธองคท์ รงสอนสาวก แลว้ ทรงแนะน�ำ
ให้ปฏบิ ัตใิ นทว่ี ิเวก เชน่ พระองคต์ รัสว่า “นัน่ โคนไม้ นน่ั เรือน
วา่ ง น่ันทอ้ งถ้ํา เธอจงเข้าไปปฏิบัติธรรมท่ีน่นั ”
ท่านอาจารย์พุทธทาสตั้งช่ือให้ตัวเองว่า “พุทธทาส
คอื ผรู้ บั ใชพ้ ระพทุ ธเจา้ ” ความจรงิ ชอ่ื เดมิ ของทา่ นชอ่ื “เงอ่ื ม
พานิช” ต่อมาเมื่อท่านได้เข้ามาบวชในพระพทุ ธศาสนา พระ
อุปัชฌาย์ของท่านต้ังช่ือให้ท่านเป็นภาษาบาลีว่า อินฺทญฺโญ
เม่ือเรยี กชอ่ื เดมิ ของทา่ นด้วย กเ็ รียกว่า พระภกิ ษเุ งือ่ ม อนิ ฺท
ปญโฺ ญ
ตอ่ มาเมอื่ ทา่ นอาจารยไ์ ดศ้ กึ ษาบาลจี นช�ำ นาญแตกฉาน
อา่ นพระไตรปฎิ กภาษาบาลไี ดอ้ ยา่ งสบายแลว้ ทา่ นไดท้ ดลอง
ปฏิบตั ิตามความรูใ้ นพระไตรปฎิ ก ทไี่ ด้ร่ําเรยี นมาท่วี ดั รา้ งชอ่ื
วดั ตระพงั จิก ตำ�บลพุมเรียง อำ�เภอไชยา จงั หวดั สรุ าษฎร์
ธานี เป็นเวลา ๒–๓ ปี จนแนใ่ จในสิ่งท่ที ่านได้เรียนรู้ สมั ผัส
๑๑๖22 ชาตกาล ปี พุทธทาสภิกข ุ
ตรงจากการปฏิบัติของท่าน ท่านจึงเริ่มทำ�การเผยแผ่พระ
พทุ ธศาสนารว่ มมอื กบั นอ้ งชายของทา่ นคอื นายยเ่ี กย้ พานชิ
โดยอาศยั เงินของโยมมารดาคอื นางเคลือ่ น พานิช ก่อต้ังเปน็
คณะธรรมทานมลู นิธขิ ึน้ มา
ท่านอาจารย์พุทธทาสก็เริ่มใช้นามตนเองเร่ือยมาว่า
“พทุ ธทาส” และเรยี กวดั รา้ งตระพงั จกิ วา่ “โมกขพลาราม”
คอื สวนปา่ เพอ่ื เกดิ ก�ำ ลงั แหง่ ความหลดุ พน้ หรอื เรยี กโดยยอ่
ว่า “สวนโมกข์” ส่วนนายยีเ่ ก้ย พานิช ตอ่ มาก็ใชน้ ามตัวเอง
วา่ “ธรรมทาส” คอื ผรู้ บั ใชพ้ ระธรรมเชน่ เดียวกัน
ดังน้ัน ท่านอาจารย์ทำ�อะไร ท่านจะดำ�เนินตามรอย
พระพทุ ธเจา้ อยเู่ สมอ ไมว่ า่ การเปน็ อยขู่ องทา่ น ทอี่ ยขู่ องทา่ น
ทา่ นอาจารยจ์ ะเปน็ อยงู่ า่ ย ๆ ฉนั อาหารหนเดยี วในบาตร ลา้ ง
บาตรดว้ ยตนเอง นอนบนพนื้ ไมใ่ ชเ้ สอ่ื หนนุ หมอนไม้ ตนื่ กอ่ น
อรุณข้ึน ท่านทำ�ได้จรงิ เปน็ ตวั อยา่ งได้จรงิ ๆ ทา่ นพดู ยาํ้ อยู่
เสมอว่า ถ้าต้องการเข้าใจธรรมะของท่านผู้ใด ต้องเป็นอยู่
ให้เหมือนท่านผนู้ ั้นเปน็ อยู่ จะเขา้ ใจธรรมะของท่านผนู้ ้นั ได้
โดยงา่ ย เชน่ ถา้ เราตอ้ งการเขา้ ใจธรรมะของพระพทุ ธเจา้ แลว้
พยายามเป็นอยู่อย่างท่ีพระพุทธองค์เคยทรงเป็นอยู่ ก็จะ
เข้าใจธรรมะทพี่ ระพทุ ธองค์ทรงสอนไดโ้ ดยไมย่ าก
งานฉลองสุวรรณบรรพตตถาคตธัมมิกสถูป 23
ท่านอาจารย์อุทิศชีวิตเพ่ือรับใช้พระพุทธเจ้า ท่านจึง
ดำ�เนินชวี ิตตามพระพทุ ธเจา้ อยา่ งไม่ทอ้ ถอยตลอดชีวิต
ทา่ นอาจารยพ์ ทุ ธทาสมอี ดุ มคตปิ ระจ�ำ ใจหลาย ๆ อยา่ ง
เช่น เป็นอยู่อย่างตํ่า มุ่งกระทำ�อย่างสูง ฉันข้าวจานแมว
อาบนํ้าในคู อยู่เหมือนตายแลว้
ต่อมาทา่ นก็ขยายเพิม่ เตมิ ว่า...
กนิ ข้าวจานแมว อาบนาํ้ ในคู เปน็ อยอู่ ยา่ งทาส
มงุ่ มาดความว่าง อยอู่ ย่างตายสนิท ความคิดผอ่ งแผ้ว
กมุ แก้วในมือ คือดวงจติ ว่าง สมหวงั ทกุ อย่าง
ไม่มีหลีกเลีย่ ง แจกของสอ่ งตะเกยี ง เลี้ยงคนทง้ั โลก
นอกจากน้ียงั มอี ดุ มคตทิ ีส่ ำ�คัญของท่านอาจารยพ์ ุทธทาส
คือ ปณิธาน ๓ ข้อ อนั ได้แก่
๑. จะพยายามใหค้ นเข้าใจหวั ใจศาสนาของตน
๒. จะพยายามทำ�ความเข้าใจระหว่างคนท่ีนับถือ
ศาสนาตา่ งกัน
๓. จะพยายามดึงคนออกจากวัตถุนิยม
งานฉลองสุวรรณบรรพตตถาคตธัมมิกสถูป 25
ท่านอาจารยพ์ ยายามปฏบิ ัติตามปณิธาน ๓ ประการ
นี้จนตลอดชีวิต เช่น ท่านพยายามนำ�คำ�สอนช้ันหัวใจของ
พระพทุ ธศาสนามาบรรยาย อธบิ ายใหค้ นเขา้ ใจธรรมะระดบั
น้ี มเี รื่องอรยิ สัจจ์ ๔ เร่อื งปฏจิ จสมปุ บาท เรอ่ื งอนัตตา เรอื่ ง
สุญญตา เรื่องอตัมมยตา เหมือนกับขุดเพชรจากพระคัมภีร์
พทุ ธศาสนาคอื พระไตรปฎิ ก ซง่ึ สรปุ แลว้ มอี ยู่ ๙ เรอ่ื ง อนั ไดแ้ ก่
๑. เร่อื งอนิจจตา – ความไมเ่ ท่ียง
๒. เรื่องทกุ ขตา – ความเป็นทุกข์
๓. เรือ่ งอนัตตา – ความไม่มตี วั ตน
๔. เรื่องธมั มฏั ฐติ ตา – ความตง้ั อยู่แหง่ ธรรมดา
๕. เร่ืองธมั มนยิ ามตา – ความเป็นกฎตายตัวแห่ง
ธรรมดา
๖. เรอ่ื งอทิ ัปปจั จยตา – ความมีเหตุปัจจัย อาศัยกัน
แล้วเกิดขนึ้
๗. เรื่องสญุ ญตา – ความวา่ งจากตวั ตนของตน
๘. เรื่องตถาตา – ความเป็นเชน่ น้ันเอง
๙. เร่อื งอตัมมยตา – ความไมส่ �ำ เรจ็ มาจากสง่ิ นนั้ คอื
ความไมม่ เี หตปุ จั จยั ปรงุ แตง่
ได้แก่ พระนพิ พานนัน่ เอง
๑๑๖26 ชาตกาล ปี พุทธทาสภิกข ุ
ทา่ นอาจารยพ์ ทุ ธทาสไดพ้ ยายามอธบิ ายธรรมะระดบั
หวั ใจพระพทุ ธศาสนานใี้ หค้ นเขา้ ใจ ไดพ้ มิ พอ์ อกมาเปน็ หนงั สอื
เลม่ ใหญป่ กด�ำ รวมกนั แลว้ มจี �ำ นวนหลายสบิ เลม่ ทา่ นยงั ได้
รวบรวมค�ำ สอนทเี่ ชอ่ื ไดว้ า่ เปน็ ค�ำ ตรสั ของพระพทุ ธเจา้ โดยตรง
ในพระไตรปิฎก พิมพ์เป็นหนังสือจากพระโอษฐ์ท่ีสำ�คัญ คือ
พทุ ธประวตั จิ ากพระโอษฐ,์ ขมุ ทรพั ยจ์ ากพระโอษฐ,์ ปฏจิ จ
สมุปบาทจากพระโอษฐ์ และอริยสัจจ์จากพระโอษฐ์ คนได้
อา่ นหนังสอื เหลา่ นกี้ ็เทา่ กบั การไดอ้ ่านพระไตรปิฎก
อยา่ งไรกด็ ี แมท้ า่ นอาจารยจ์ ะมงุ่ เนน้ ใหค้ นเขา้ ใจหวั ใจ
พทุ ธศาสนา คอื เรอ่ื งทกุ ข์ เรอื่ งดบั ทกุ ขก์ ต็ าม แตธ่ รรมะระดบั
ศลี ธรรม ทา่ นกไ็ มล่ ะเลยทจ่ี ะสอน จงึ มหี นงั สอื ระดบั ศลี ธรรม
พมิ พข์ ึ้นมาจากคำ�บรรยายของทา่ นหลายเลม่
แม้ในวันท่ที ่านลม้ ป่วย ซ่งึ ตรงกบั วันคลา้ ยวันเกดิ ของ
ทา่ น ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๓๖ ทา่ นไดเ้ ตรยี มหวั ขอ้ ทจี่ ะบรรยาย
ในวนั นว้ี า่ “ศลี ธรรมของเยาวชนคอื สนั ตภิ าพของโลก” แต่
บงั เอญิ ในตอนหวั รงุ่ ทา่ นลม้ ปว่ ยเสยี กอ่ น แลว้ ทา่ นไดม้ รณภาพ
ในเวลาต่อมา เลยไม่ได้บรรยายในหัวข้อน้ี แต่ก่อนหน้านี้
ทา่ นไดบ้ รรยายมาแลว้ มากมาย เกย่ี วกบั ธรรมะระดบั ศลี ธรรม
งานฉลองสุวรรณบรรพตตถาคตธัมมิกสถูป 27
แมแ้ ตเ่ รอ่ื งเศรษฐกจิ เรอื่ งการเมอื งทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั ธรรมะ ทา่ น
กไ็ ดพ้ ูดไว้ไม่น้อยเหมือนกนั เช่น ธรรมะกบั การเมือง เปน็ ต้น
ทา่ นอาจารยพ์ ทุ ธทาสมพี รสวรรค์ หรอื มคี วามสามารถ
พเิ ศษในการแปลหนังสอื ไมว่ ่าภาษาบาลี หรือภาษาองั กฤษ
แมค้ วามรทู้ างภาษาบาลีของทา่ นเพียงแค่เปรยี ญ ๓ ประโยค
ภาษาองั กฤษแคม่ ธั ยม ๓ แตท่ า่ นสามารถแปลภาษาบาลี ออก
มาเป็นหนังสือสวดมนต์ฉบับคณะธรรมทาน ซ่ึงมีสำ�นวน
สวดแลว้ ฟงั ไพเราะ มคี วามหมายชดั เจนเขา้ ใจงา่ ย จงึ เปน็ เหตุ
ใหห้ นงั สอื สวดมนตน์ ถี้ กู พมิ พเ์ ปน็ สบิ ๆ ครง้ั รวมกนั แลว้ เกอื บ
ล้านเล่มเข้าไปแล้ว และเช่นเดียวกับหนังสือจากพระโอษฐ์
ทท่ี า่ นอาจารยแ์ ปลออกมาจากภาษาบาลี อา่ นแลว้ เข้าใจงา่ ย
เข้าใจได้เช่นกัน เพราะท่านเข้าใจความหมายท่ีถูกต้อง จึง
ถอดความออกมาเปน็ ภาษาไทยให้คนอ่านเข้าใจได้งา่ ย
ภาษาองั กฤษกเ็ หมอื นกนั ทท่ี า่ นแปลออกมาจากเรอ่ื ง
เว่ยหล่าง ฮวงโป ซ่ึงเป็นภาษาอังกฤษ มีคนเอาไปพิมพ์ซ้ํา
แลว้ ซาํ้ อีก เพราะอา่ นเข้าใจง่ายน่นั เอง
๑๑๖28 ชาตกาล ปี พุทธทาสภิกข ุ
นอกจากท่านอาจารย์พุทธทาสสนใจค้นคว้าพระไตร
ปิฎกแล้ว ท่านยังสนใจความรู้ในศาสนาอื่น เช่น ศาสนา
พราหมณ์ ศาสนาคริสต์ ศาสนาอสิ ลาม ศาสนาเล่าจอ้ื ขงจ้อื
ศาสนาซิกข์ โดยเฉพาะศาสนาคริสต์ พระคมั ภรี ไ์ บเบิล ทา่ น
สนใจพิเศษ เพราะท่านได้รับนิมนต์จากสมาคมคริสต์ให้ไป
บรรยายพุทธ-ครสิ ต์ที่จังหวัดเชยี งใหม่ ทา่ นไปบรรยายแลว้
กเ็ กดิ หนงั สอื ใจความส�ำ คญั แหง่ ครสิ ตธรรมเทา่ ทพี่ ทุ ธบรษิ ทั
ควรทราบ ขน้ึ มา หนังสือเลม่ นีแ้ ปลเป็นภาษาองั กฤษ ภาษา
เยอรมัน และภาษาอื่น ๆ หลายภาษา
ฝรงั่ จ�ำ นวนไมน่ อ้ ยประทบั ใจหนงั สอื เรอื่ งนม้ี าก เพราะ
ท่านอาจารย์รู้จักตีความหมาย ถอดความหมาย เอาความ
หมายมาอธิบายให้คนท่ีนับถือศาสนาต่างกันร่วมมือกันได้
สามัคคีกันได้ ตัวอย่าง สัญลักษณ์ของศาสนาคริสต์คือไม้
กางเขน สญั ลักษณ์นีค้ อื หวั ใจพระพุทธศาสนา ไม้กางเขน (รูป
ไม้กางเขน) ตัวยืนเท่ากับ I ภาษาอังกฤษ คอื ตวั ตน ตัวฉนั สว่ น
ตัวขวาง หมายถงึ ตดั คอื ตดั ตวั ตน ตัวฉันเสียได้ แลว้ กจ็ ะเขา้
ถงึ พระเจ้า ได้ชีวติ นิรนั ดร
งานฉลองสุวรรณบรรพตตถาคตธัมมิกสถูป 29
ท่ีว่าสัญลักษณ์ไม้กางเขน เป็นหัวใจพระพุทธศาสนา
นน้ั กเ็ พราะวา่ พระพทุ ธเจา้ สอนใหค้ นเขา้ ใจเรอ่ื งท�ำ ลายความ
รู้สึกว่าตัวตนของตน ใครสามารถปฏิบัติได้ ผู้นั้นก็เข้าถึง
อมตะธรรมคอื ความไมต่ าย ไดแ้ ก่พระนพิ พานนนั่ เอง ซงึ่ เปน็
เป้าหมายขนั้ สูงสดุ ในพุทธศาสนา
ความรู้ในศาสนาอื่น เช่น คัมภีร์เต๋าเต็กเก็ง ศาสนา
เลา่ จอ้ื ทา่ นอาจารยก์ ไ็ ดน้ �ำ มาเขยี นไวใ้ นโรงมหรสพทางวญิ ญาณ
สวนโมกขว์ ดั ธารนา้ํ ไหล เชน่ เดยี วกนั นอกจากนที้ า่ นอาจารย์
ยงั สนใจความรทู้ างดา้ นจติ วญิ ญาณ ทางดา้ นธรรมะจากพทุ ธ
ศาสนาแบบทเิ บต เร่ือง “ภวจกั ร” และวิธีฝึกจิตภาวนา มา
เขยี นภาพในโรงมหรสพทางวิญญาณด้วยเชน่ กนั
แม้เรอื่ งสมดุ ข่อย เปน็ วิธีสอนธรรมะด้วยรูปภาพสมยั
โบราณของคนไทย เช่น เรื่องกายนคร เร่ืองหนวดเต่า เขา
กระตา่ ย นอกบ ท่านอาจารยน์ ำ�มาเขยี นไว้ท่นี ่ี แม้แต่ภาพท่ี
เชอร์แมนเขียนเอาไว้ มคี นน�ำ มาถวายทา่ นอาจารย์พทุ ธทาส
ท่านสนใจมาก จึงให้คนเขียนเอาไว้ที่ฝาผนังด้านในของโรง
มโหรสพทางวญิ ญาณ
๑๑๖30 ชาตกาล ปี พุทธทาสภิกข ุ
เร่ืองเชอร์แมน คนนี้เป็นฝรั่งที่น่าสนใจมาก เขาเป็น
คนชาติยิว ต่อมาสนใจพุทธศาสนา จึงมาบวชท่ีญี่ปุ่นนิกาย
เซ็น แล้วเดินทางมายงั ประเทศไทย บังเอญิ ได้พบกบั อาจารย์
ประเดิมวดั สร้อยทอง กรุงเทพฯ อาจารยป์ ระเดมิ พามาอย่ทู ี่
เกาะพะงันในถ้ํา บนเขาเลก็ ๆ ในทส่ี ดุ ทา่ นก็มรณภาพท่นี ี่
พระเชอร์แมนเขียนภาพลงบนแผ่นไม้ แล้วแกะให้
ไดร้ ปู เวลาจะอดั เปน็ รปู ออกมากใ็ ชน้ า้ํ หมกึ ทาบนแผน่ ไม้ แลว้
เอากระดาษทาบกดลงไป ก็ได้ภาพออกมา มีคนท่กี รุงเทพ ฯ
ได้รับแจกจึงส่งมาถวายท่านอาจารย์พุทธทาส ท่านอาจารย์
สนใจจึงติดต่ออาจารย์ประเดิม ขอเอามาเขียนไว้ในโรง
มโหรสพทางวญิ ญาณ ท�ำ ใหพ้ ระเชอรแ์ มนไมต่ าย แมร้ า่ งกาย
ของทา่ นไมม่ ีแลว้
เรอ่ื งหนวดเตา่ เขากระตา่ ย นอกบ เปน็ เรอื่ งทน่ี า่ สนใจ
มากอีกเร่ืองหนึ่ง เขยี นเป็นรปู ภาพถงึ เจด็ สิบกว่าภาพ อยู่ใน
สมุดขอ่ ย อายไุ มน่ อ้ ยกวา่ ๓๐๐ ปี ใจความวา่ ยักษม์ ารมา
เบียดเบียนมนุษย์ จับมนุษย์กินเป็นอาหารโดยวิธีการต่าง ๆ
จนมนษุ ยเ์ ดอื ดรอ้ น ตอ้ งรวมตวั ออ้ นวอนขอรอ้ งใหเ้ ทวดาชว่ ย
เทวดาก็แนะนำ� ให้ไปหาธรรมะ โดยขุดเอากระดูกของคนที่
งานฉลองสุวรรณบรรพตตถาคตธัมมิกสถูป 31
ตายแล้วขึ้นมาโครงหน่ึง แล้วชุบให้เป็นกุมาร ข้ึนมาสำ�หรับ
ฆ่ายักษ์ฆา่ มาร แต่กมุ ารนต้ี อ้ งไปเรียนวชิ าความรจู้ ากดาบส
๓ ตน ตนที่ ๑ เล้ียงกระต่ายมีเขา ตนท่ี ๒ เล้ยี งเตา่ มีหนวด
ตนท่ี ๓ เลี้ยงกบมนี อ
เม่ือกุมารมาศึกษาวิชากับดาบสตนท่ี ๑ ดาบสก็ถอด
เอาเขากระตา่ ยให้กุมาร เพ่อื ทำ�เปน็ คนั ศร แลว้ สง่ กมุ ารน้ีไป
ศึกษากับดาบสตนท่ี ๒ ดาบสก็ถอนหนวดเต่าที่เลี้ยงไว้ให้
กุมาร เพื่อทำ�เป็นสายศร แล้วส่งกุมารไปศึกษากับดาบสตน
ท่ี ๓ ซง่ึ เลย้ี งกบมีนอ ดาบสกถ็ อดเอานอกบให้กุมาร เพอ่ื ทำ�
เป็นลูกศร
๑๑๖32 ชาตกาล ปี พุทธทาสภิกขุ
ตอนน้ีกุมารได้อาวุธครบมือแล้วก็ไปปราบยักษ์ปราบ
มารที่อยใู่ นปรางค์ปราสาท ซ่งึ ไมม่ ใี ครกล้ามารบกวน แตว่ นั นี้
กุมารยิงลูกศรเข้าท่ีนภศูลยอดปราสาท พวกมันก็ตกใจกลัว
ตาย วิ่งออกมาจากปราสาท กุมารก็ฆ่ายักษ์ฆ่ามารตายหมด
ดว้ ยอาวุธที่ท�ำ ดว้ ยเขากระต่าย หนวดเต่า และนอกบ
ใจความของเร่อื งน้ี : ยกั ษ์ มาร มันใช้เครอ่ื งมืออบุ าย
วธิ ตี ่าง ๆ เพ่ือจับมนุษยก์ ินเป็นอาหาร กค็ อื อารมณ์ของกเิ ลส
ต่าง ๆ ตัวยักษ์มารก็คือกิเลส และความทุกข์น่ันเอง จะฆ่า
ยักษ์ฆ่ามารได้ต้องอาศัยอาวุธคือ เขากระต่าย หนวดเต่า
นอกบ คอื เรอ่ื งอนตั ตา เมอ่ื ใดเขา้ ใจอนตั ตา เมอ่ื นนั้ จะเอาชนะ
กเิ ลส และความทุกขซ์ ึ่งเหมอื นกบั ยักษ์กบั มารได้
หนวดเต่า เขากระต่าย นอกบ มีแต่ชื่อ ตัวจริงมัน
ไมม่ ี เชน่ เดยี วกบั คนทเี่ ราพดู กนั วา่ เรา ของเรา มนั มแี ตถ่ อ้ ยค�ำ
เสียงพดู สว่ นตวั เราของเรา ท่แี ทจ้ ริงมันไมม่ ี เม่อื ใครเข้าใจ
เรื่องอนัตตา จะเอาชนะยักษ์มารได้ เอาชนะความทุกข์
ทง้ั ปวงได้
งานฉลองสุวรรณบรรพตตถาคตธัมมิกสถูป 33
ทา่ นอาจารยพ์ ทุ ธทาส ทา่ นเปน็ ปราชญ์ มคี วามสขุ มุ
รอบคอบ มองอะไรไดล้ ึกซึ้ง ทา่ นจึงน�ำ สง่ิ ดี ๆ ทีม่ ปี ระโยชน์
ตอ่ การเรยี นรู้ แลว้ น�ำ มาปฏบิ ตั ิ เพอ่ื ดบั ทกุ ขไ์ วใ้ นสวนโมกข์
วัดธารนํ้าไหลอย่างมากมาย ในอาคารของโรงมหรสพทาง
วิญญาณ และรอบอาคาร
ทา่ นอาจารยไ์ ปอินเดยี แล้วถา่ ยภาพเรือ่ งพุทธประวตั ิ
ก่อนมีพระพุทธรูปถงึ ๓ ยคุ คือ ยุคภารหตุ ยุคสาญจี และ
ยคุ อมราวดี ระหว่าง พ.ศ. ๓๐๐–๖๐๐ ปี ยุคนี้เรอ่ื งราวของ
พระพทุ ธเจา้ ทเี่ รยี กวา่ พทุ ธประวตั ไิ มย่ อมท�ำ รปู พระพทุ ธเจา้
ใชส้ ญั ลกั ษณ์แทน เช่น ดอกบวั สญั ลักษณ์แห่งการประสตู ,ิ
เสด็จออกบรรพชา สัญลักษณ์เป็นม้าที่มีที่น่ังบนหลังว่าง,
ตรสั รู้ สัญลักษณเ์ ปน็ อาสนะว่างใตต้ น้ โพธิ,์ แสดงธรรมจักร
สญั ลกั ษณเ์ ปน็ ลอ้ ธรรมจกั ร, ปรนิ พิ พานมสี ถปู เปน็ สญั ลกั ษณ์
อยา่ งนเี้ ป็นตน้
ท่านอาจารย์พุทธทาสต้องการให้ชาวพุทธได้เรียนรู้
พทุ ธศาสนา ความเป็นมาต้ังแต่สมัยพุทธกาล หลังพทุ ธกาล
ว่ามีวิวัฒนาการมาอย่างไร ท่านจึงลงทุนเดินทางไปอินเดีย
ถ่ายภาพสลกั ตามสถปู ตา่ ง ๆ นำ�กลบั มาเมืองไทย ขอร้องให้
พระที่สวนโมกข์ชว่ ยกนั ทำ� ใช้เวลาถงึ ๑๐ ปี จงึ ส�ำ เร็จ
๑๑๖34 ชาตกาล ปี พุทธทาสภิกข ุ
ท่านอาจารย์พุทธทาส ทีแรกท่านบวชตามประเพณี
โยมแมต่ อ้ งการใหท้ า่ นบวช โดยตง้ั ใจวา่ หลงั จากบวช ๓ เดอื น
กล็ าสกิ ขาออกมาแตง่ งาน มคี รอบครวั หมายตาผหู้ ญงิ ไวแ้ ลว้
แตเ่ หตกุ ารณก์ ลบั ตรงกันขา้ ม ท่านอาจารย์พุทธทาสพอบวช
เขา้ มาอยใู่ นรม่ ผา้ กาสาวพสั ตรแ์ ลว้ ทา่ นมคี วามพอใจในชวี ติ
บรรพชติ ในพรรษาแรกนท้ี า่ นเรม่ิ แสดงธรรมใหป้ ระชาชนฟงั
ชนิดที่ไม่เคยมีใครเคยเห็นมาก่อน คือเทศน์โดยใช้ปฏิภาณ
พูดปากเปล่าโดยไม่ได้อ่านจากคัมภีร์ใบลาน สมัยนั้นพระ
แสดงธรรมกต็ ้องอา่ นจากคมั ภีร์ใบลาน
งานฉลองสุวรรณบรรพตตถาคตธัมมิกสถูป 35
เม่ือประชาชนได้เห็นอาจารย์พุทธทาส ที่ยังเป็นภิกษุ
ใหม่ บวชได้ยังไม่ครบ ๓ เดือน แต่มีความสามารถในการ
แสดงธรรม ตา่ งกศ็ รทั ธาอยากฟงั ธรรมของทา่ น ทา่ นอาจารย์
จงึ ต้องเทศนว์ ันละ ๒ คร้งั ในพรรษา เพราะต้องเทศน์ ๒ วัด
คือทีว่ ดั ใหม่พุมเรียง และวดั สมุหนิมติ ซ่งึ ๒ วัดน้ีอยู่ใกลก้ ัน
ทา่ นอาจารย์บวชท่วี ัดอบุ ล ซึง่ ติดอยกู่ ับวัดใหม่พมุ เรยี ง
ในพรรษาเรยี นนกั ธรรมตรี สอบผา่ น พรรษาที่ ๒ สอบ
นักธรรมโทได้อีก เม่ือท่านอาจารย์ยังไม่อยากลาสิกขาบท
พระอาจารย์อุปัชฌาย์ต้องการให้ท่านอาจารย์พุทธทาส ซึ่ง
เป็นลูกศิษย์ได้มีความเจริญก้าวหน้าในชีวิตบรรพชิต จึงนำ�
ท่านอาจารย์ไปอยู่ท่ีวัดปทุมคงคา กรุงเทพ ฯ เพ่ือเรียน
ความรู้ภาษาบาลี ไปครั้งแรกเรียนไม่สำ�เร็จ กลับไปไชยา
คิดจะลาสิกขาบท แต่พอดีใกล้พรรษาเลยจำ�พรรษาที่วัด
พระบรมธาตไุ ชยา สอนนกั ธรรมตร-ี โท พระทง้ั หมดสอบผา่ น
จะมสี อบตกเพียงรปู เดียว โยมนา้ ผ้หู ญงิ ของท่านดใี จมาก ถึง
กับซ้ือเคร่ืองพิมพ์ดีดกระเป๋าห้ิวรุ่นแรก ยี่ห้อเรมิงตันถวาย
ใหท้ า่ น ๑ เคร่อื ง และทา่ นอาจารย์ก็ใช้พมิ พ์อะไรตา่ ง ๆ ด้วย
เครอ่ื งพมิ พ์น้ีจนตลอดชีวติ
๑๑๖36 ชาตกาล ปี พุทธทาสภิกข ุ
ต่อมาท่านอาจารย์พุทธทาส ขึ้นไปกรุงเทพ ฯ ใหม่
ไปอยู่วดั ปทุมคงคาตามเดิม ไดอ้ าศัยพระมหากล่ัน ปิยทสฺสี
เปน็ ผชู้ ว่ ยเหลอื ท�ำ ใหก้ ารเรยี นของทา่ นอาจารยก์ า้ วหนา้ สอบ
ไดเ้ ปรยี ญ ๓ ประโยค เรยี นตอ่ ประโยค ๔ ไม่ผา่ น สอบตก
ไดย้ นิ วา่ การแปลของทา่ นไมต่ รงกบั ทคี่ ณะกรรมการสอบแปล
กนั แตว่ า่ ความรูภ้ าษาบาลีของทา่ นอาจารยแ์ ตกฉาน อ่าน
พระไตรปิฎกได้อยา่ งสบาย
เมอื่ ทา่ นไดอ้ า่ นขอ้ ความในพระไตรปฎิ ก กท็ �ำ ใหอ้ ยาก
ปฏิบัติตามที่พระพุทธเจ้าได้ทรงสอนไว้ ท่านมองเห็นว่า
กรงุ เทพฯ ทเี่ หมาะสมหายาก จงึ กลบั มาไชยา มาหาทอี่ ยเู่ พอ่ื
ทดลองปฏิบัติ ในที่สุดก็ได้วัดร้างที่ตำ�บลพุมเรียง ช่ือวัด
ตระพังจกิ วัดนเ้ี คยเป็นวัดเจ้าคณะเมอื งไชยา แตต่ ่อมาท่าน
เจ้าอาวาสวัดนี้ถูกขอร้องให้ย้ายมาอยู่ท่ีวัดท่ีสร้างข้ึนใหม่
โดยเจ้าพระยาสมุหกลาโหมในสมัยน้ัน คือวัดสมุหนิมิต วัด
ตระพังจิกกเ็ ร่ิมเส่อื มลง และร้างไปในทีส่ ุด
ตอนท่ีท่านอาจารย์พุทธทาสมาอยู่ วัดนี้ร้างไปแล้ว
ไม่น้อยกว่า ๘๐ ปี เหลือไว้แต่พระพุทธรูปองค์ใหญ่ซ่ึงเป็น
พระประธานในโบสถ์ แต่โรงอุโบสถไม่มีแล้ว เหลือแต่สีมา
งานฉลองสุวรรณบรรพตตถาคตธัมมิกสถูป 37
ทา่ นอาจารยก์ ข็ อรอ้ งใหญ้ าตโิ ยมท�ำ เปน็ เพงิ พกั มงุ ดว้ ยสงั กะสี
หลังพระพทุ ธรูป แล้วลงมือปฏบิ ัติ ท่านไดอ้ ยู่จำ�พรรษาที่น้ี
ตอนแรกอยู่รูปเดียวไมน่ ้อยกวา่ ๒–๓ ปี
ต่อมาเมื่อท่านอาจารย์เริ่มเขียนบทความเกี่ยวกับ
ธรรมะเผยแผ่ในหนังสือพิมพ์พุทธสาสนารายตรีมาส ก็เริ่มมี
พระเดนิ ทางมาอยกู่ บั ทา่ นเพม่ิ ขนึ้ มพี ระมหาเปรยี ญหลายรปู
มาอยกู่ บั ท่าน เช่น มหาจนุ มหาเฉวยี ง มหาส�ำ เริง เปน็ ตน้
มหาสำ�เริงเป็นชาวจังหวัดกาญจนบุรี เดินทางใช้เท้ากว่าจะ
ถงึ ไชยา นับเวลาเปน็ เดือน ท่านมาตั้งแต่ยงั เป็นสามเณรอยู่
พระทมี่ าอยกู่ บั ทา่ นอาจารยพ์ ทุ ธทาส ทสี่ �ำ คญั คอื ทา่ น
บุญชวน เขมาภิรโต และมหาปนั่ ปญฺญานนโฺ ท ตอ่ มาทา่ น
ไปอยทู่ ี่อืน่ สดุ ทา้ ยท่านบญุ ชวนไปเป็นเจ้าคณะจังหวัดชมุ พร
เป็นเจา้ อาวาสวดั ขนั เงนิ อ�ำ เภอหลังสวน จงั หวดั ชุมพร เป็น
ราชาคณะ ที่พระราชญาณกวี ส่วนมหาป่ันท่ีคนทั่วไปรู้จัก
กันในนามวา่ ปญั ญานนั ทภกิ ขุ ท่านออกจากสวนโมกข์แล้ว
ท่านไปอยู่ที่อื่นก่อน ต่อมาท่านอาจารย์พุทธทาสขอร้องให้
ไปช่วยโยมเจ้าช่ืน สิโรรส ซึ่งนับถือศรัทธาต่อท่านอาจารย์
พทุ ธทาสเปน็ อย่างมาก
๑๑๖38 ชาตกาล ปี พุทธทาสภิกข ุ
ตอนทที่ า่ นพทุ ธทาสไปประเทศอนิ เดยี กไ็ ดอ้ าศยั โยม
เจา้ ชน่ื นเี่ อง เปน็ ผบู้ รจิ าคเงนิ คา่ เดนิ ทาง และโยมกไ็ ปอนิ เดยี
ด้วยกันกับท่านอาจารย์ ไปอยู่ถึง ๓ เดือน โยมเจ้าชน่ื ศรทั ธา
ทา่ นอาจารยพ์ ทุ ธทาส อยากจะมที ปี่ ฏบิ ตั ธิ รรมแบบสวนโมกข์
ขึ้นท่ีเชียงใหม่ เคยนิมนต์ท่านอาจารย์ข้ึนไปอยู่ท่ีวัดร้างชื่อ
วัดอุโมงค์ บางโอกาสข้ึนไปอยทู่ บี่ วกห้า ดอยสุเทพ ปจั จบุ นั
คอื ทภ่ี พู ิงคราชนเิ วศน์นน่ั เอง
โยมเจ้าช่ืนมีความตั้งใจจะเผยแผ่ธรรมะตามแนวทาง
ของทา่ นพทุ ธทาส คณะธรรมทานไชยา จงึ จดั ตง้ั เปน็ พทุ ธนคิ ม
ขนึ้ มาทวี่ ดั อโุ มงค์ แลว้ ขอรอ้ งใหท้ า่ นอาจารยพ์ ทุ ธทาสสง่ พระ
ที่มีความรู้ความสามารถข้ึนไปอยู่ ท่านอาจารย์พุทธทาสจึง
ขอร้องใหอ้ าจารยป์ ัญญานนั ทะขนึ้ ไป
ท่านอาจารย์ปัญญานันทะ ทำ�งานเผยแผ่ธรรมะที่
เชยี งใหมอ่ ยู่หลายปี ได้ผลดมี าก แตต่ อ่ มาถูกนิมนตใ์ หม้ าอยู่
ทวี่ ดั ชลประทานรงั สฤษฏ์ เปน็ เจา้ อาวาสทน่ี หี่ ลายปี สดุ ทา้ ย
มตี ำ�แหนง่ ท่ี พระพรหมมงั คลาจารย์ ทา่ นมรณภาพเม่ืออายุ
๙๗ ปี ตอนน้ียังเกบ็ ศพท่านอยู่ทวี่ ดั ยังมิไดท้ �ำ การฌาปนกจิ