The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by panyabalo, 2021-07-18 11:58:43

จารึกศาลาฤๅษีวัดบวรนิเวศวิหาร

จารึกศาลาฤๅษี

จารกึ ศาลาฤๅษี

วดั บวรนิเวศวิหาร

โคลงภาพฤาษดี ัดตนและจารกึ ตำ�รายา

ทรี่ ะลึกเน่อื งในงานพระราชทานเพลงิ ศพ

พระธรรมมงคลวฒุ าจารย์
( บญุ ยนต์ ปญุ ฺญาคโม )
ผชู้ ว่ ยเจ้าอาวาสวดั บวรนเิ วศวิหาร
ณ เมรุหลวงหน้าพลบั พลาอิศรยิ าภรณ์ วดั เทพศิรนิ ทราวาส

จารึกศาลาฤๅษี วัดบวรนิเวศวิหาร
โคลงภาพฤาษีดดั ตนและจารกึ ต�ำรายา
พิมพค์ ร้งั แรก เมษายน ๒๕๖๔ - กรุงเทพฯ จำ� นวน ๒,๐๐๐ เลม่

จดั ทำ� โดย วัดบวรนิเวศวิหาร

ข้อมลู ทางบรรณานกุ รมของส�ำนักหอสมุดแห่งชาติ
พระมหาวโรตม์ ธมมฺ วโร.
จารกึ ศาลาฤๅษี วัดบวรนเิ วศวหิ าร โคลงภาพฤๅษดี ดั ตนและจารึกต�ำรายา.- -
กรุงเทพฯ : วดั บวรนิเวศวหิ าร, ๒๕๖๔
๑๗๖ หน้า
๑. วดั บวรนิเวศวิหาร ๒. ตำ� รายาแผนโบราณ ๓. ฤๅษีดดั ตน, l, ชื่อเรื่อง.
615.11
ISBN : 978-616-582-113-1

ขอขอบพระคณุ ขอบคณุ ทอี่ นเุ คราะหด์ า้ นขอ้ มลู เออ้ื เฟอ้ื ภาพ ตลอดจนอำ� นวยความสะดวกตา่ งๆ
จนการจดั ทำ� หนงั สอื เลม่ นลี้ ลุ ว่ งดว้ ยดี ประสานงานกองบรรณาธกิ าร : พระศวิ ากร อภปิ ญุ โฺ 
ศลิ ปกรรม ออกแบบ รปู เลม่ : ชณุ หศ์ ริ ิ ไชยเอยี พสิ จู นอ์ กั ษร : พมิ พช์ นก ศรคี ง
ภาพถา่ ย : กนั ต์ สสุ งั วรกาญจน,์ พงศศ์ กั ด์ิ ตงั้ ตวิ าจา, สทิ ธศิ กั ดิ์ เหลา่ กำ� เนดิ , อตชิ าติ ยง่ิ แยม้
ขอบคณุ พระจกั รกฤษณ์ กติ ตฺ สิ มปฺ นโฺ น, พระฐติ พิ งศ์ พทุ ธฺ วิ โํ ส, พมิ พพ์ รรณ ไพบลู ยห์ วงั เจรญิ ,
สรุ นิ ทร์ บญั ญตั ปิ ยิ พจน,์ เฉลมิ พล โตสารเดช, ธนโชติ เกยี รตณิ ภทั ร, ธนภทั ร สายพรหม

พิมพท์ ี่ : บริษทั พิมพ์ดี จ�ำกัด
๓๐/๒ หมู่ ๑ ถนนเจษฎาวถิ ี ต�ำบลโคกขาม อ�ำเภอเมือง จังหวัดสมทุ รสาคร
โทรศัพท์ ๐๒-๔๐๑-๙๔๐๑

ท่ีระลึกเนื่องในงานพระราชทานเพลิงศพ

พระธรรมมงคลวฒุ าจารย์

( บุญยนต์ ปญุ ญฺ าคโม )

ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวหิ าร
ผู้ปฏิบัตหิ น้าที่เลขานุการในสมเดจ็ พระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

ณ เมรหุ ลวงหน้าพลบั พลาอศิ ริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส

พทุ ธศักราช ๒๕๖๔



พระธรรมมงคลวฒุ าจารย์ : พระผ้รู ตั ตญั ญู
พระธรรมมงคลวุฒาจารย์ (บุญยนต์ ปุญฺาคโม) เป็นพระเถระรัตตัญญูรูปหน่ึง
ของวัดบวรนิเวศวหิ าร เกดิ เมื่อวนั พฤหัสบดที ี่ ๑๐ มกราคม พ.ศ. ๒๔๖๖ ท่บี ้านหนองไฮ
ต�ำบลพระลบั อำ� เภอเมอื ง จังหวัดขอนแก่น ไดเ้ ขา้ มาอยู่ในสำ� นกั วัดบวรนิเวศวหิ ารตามคำ�
ชักชวนของพระอุดมญาณโมลี (จันทร์ศรี จนฺททีโป) คร้ังยังเป็นพระเปรียญ โดยเข้ามา
เป็นศิษย์วัดเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๒ และต่อมาได้บรรพชาเป็นสามเณร โดยมีสมเด็จพระ
สงั ฆราชเจา้ กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (เม่ือครัง้ ด�ำรงสมณศักดทิ์ ่ี สมเดจ็ พระวชิรญาณวงศ)์
เป็นพระอุปัชฌายะ เมอื่ วนั ที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๔ และอปุ สมบท ณ พทั ธสมี า
วดั บวรนิเวศวหิ าร เมื่อวนั ที่ ๑๖ กรกฏาคม พ.ศ. ๒๔๘๖ เวลา ๑๕.๓๕ น. โดยมสี มเด็จ
พระสงั ฆราชเจา้ กรมหลวงวชริ ญาณวงศ์ (เมอื่ ครง้ั ดำ� รงสมณศกั ดทิ์ ส่ี มเดจ็ พระวชริ ญาณวงศ)์
เป็นพระอปุ ัชฌายะ พระเทพญาณวศิ ิษฏ์ (เตมิ โกสลโฺ ล : เมอื่ ครั้งยงั เปน็ พระมหาเปรียญ)
เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระญาณวโรดม (สนธิ์ กิจฺจกาโร : เม่ือครั้งด�ำรงสมณศักด์ิที่
พระครพู ทุ ธมนตป์ รชี า) เปน็ พระอนสุ าวนาจารย์ ตลอดเวลานบั แตเ่ ปน็ ศษิ ยว์ ดั และบวชเปน็
พระภกิ ษุน้ัน พระธรรมมงคลวุฒาจารย์พ�ำนกั อยทู่ ก่ี ุฏิลออ คณะกฏุ ิ มาโดยตลอด
พระธรรมมงคลวุฒาจารย์ได้ปฏิบัติกรณียะต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์แก่วัดบวรนิเวศ
วิหารมาต้ังแต่ยังเป็นพระเถระช้ันผู้น้อยด้วยความวิริยะอุตสาหะ กล่าวคือ ในด้าน
การปกครอง ไดเ้ รม่ิ ตน้ แบง่ เบาภาระในวดั โดยเปน็ เจา้ หนา้ ทเี่ ขตพทุ ธาวาส นายทะเบยี นวดั
ทั้งในส่วนของพระภิกษุสามเณรและศิษย์วัด ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ผู้ปฏิบัติ
หน้าท่ีเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เลขานุการเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต รูปที่ ๑
ประธานกรรมการวดั บวรนิเวศวิหาร และเปน็ พระอปุ ชั ฌาย์ ในดา้ นการศกึ ษา ไดป้ ฏบิ ตั ิ
หน้าที่เป็นครูสอนศีลธรรม ประจ�ำศาสนศึกษาวัดบวรนิเวศวิหาร ครูสอนพระปริยัติธรรม
ประจ�ำศาสนศึกษาวัดสมศรี บ้านพระคือ ต�ำบลพระลับ อ�ำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
กรรมการสนามหลวงแผนกธรรม และกรรมการซอ้ มสวดมนตใ์ นส�ำนักวัดบวรนเิ วศวหิ าร

นอกจากน้ี พระธรรมมงคลวฒุ าจารยย์ งั ไดถ้ วายการอปุ ฏั ฐากสมเดจ็ พระสงั ฆราชเจา้
สองพระองค์จนกระทั่งส้ินพระชนม์ คือ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์
และสมเดจ็ พระสงั ฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร
พระธรรมมงคลวุฒาจารย์ (บุญยนต์ ปุญฺาคโม) ได้ถึงแก่มรณภาพ เมื่อ
วนั พฤหสั บดีที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ เวลา ๑๘.๔๐ น. ณ โรงพยาบาลจฬุ าลงกรณ์
สภากาชาดไทย กรงุ เทพมหานคร สริ ิอายุ ๙๗ พรรษา ๗๗
วนั จนั ทรท์ ่ี ๒๖ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ไดเ้ ชญิ ศพพระธรรมมงคลวฒุ าจารยม์ าบำ� เพญ็ กศุ ล
ณ หอ้ งประชมุ ชน้ั ท่ี ๑ อาคารฉลองพระชนั ษา ๙๖ ปี วัดบวรนิเวศวหิ าร
เมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า
ผทู้ รงพระคุณอันประเสรฐิ วา่ พระธรรมมงคลวุฒาจารย์ (บุญยนต์ ปุญฺ าคโม) ไดถ้ ึงแก่
มรณภาพ ได้พระราชทานน้�ำหลวงสรงศพ พร้อมด้วยเครื่องเกียรติยศประกอบศพ อาทิ
พระราชทานโกศโถ พร้อมฉัตรเบญจา ตั้งประดับเกียรติยศ มีปี่กลองชนะประโคม
เวลารับพระราชทานน้�ำหลวงสรงศพ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญพวงมาลา
ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ มาวางที่หน้าโกศศพ ตลอดจน
ทรงพระกรุณาโปรดบำ� เพญ็ พระราชกุศล ๗ วัน ๕๐ วัน และ ๑๐๐ วัน ณ หอ้ งประชุม
ช้ันที่ ๑ อาคารฉลองพระชันษา ๙๖ ปี วัดบวรนิเวศวิหาร ทั้งทรงพระกรุณาโปรด
พระราชทานพระบรมราชานเุ คราะหใ์ นการพระราชทานเพลงิ ศพ พระธรรมมงคลวฒุ าจารย์
(บุญยนต์ ปุญฺาคโม) ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส
เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ เป็นล้นพ้น
อยา่ งหาที่สุดมิได้



ค�ำปรารภ

สมเดจ็ บรมบพติ ร พระราชสมภารเจา้ ผทู้ รงพระคณุ อนั ประเสรฐิ ทรงพระกรณุ าโปรด
พระราชทานพระบรมราชานเุ คราะหใ์ นการพระราชทานเพลงิ ศพ พระธรรมมงคลวฒุ าจารย์
(บุญยนต์ ปุญฺ าคโม) ผ้ชู ่วยเจา้ อาวาสวดั บวรนเิ วศวหิ าร ณ เมรุหลวงหนา้ พลับพลา
อิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร นับเป็น
พระมหากรุณาธิคุณเปน็ ล้นพ้นหาที่สดุ มไิ ด้
เพื่อเปน็ อนุสรณียแ์ หง่ การพระราชทานเพลิงศพ และเพอื่ เปน็ ธรรมบรรณาการ
แกผ่ มู้ ารว่ มในการพระราชทานเพลงิ ศพพระธรรมมงคลวฒุ าจารย์ คณะสงฆว์ ดั บวรนเิ วศ
วิหารและคณะศิษยานุศิษย์ ได้ร่วมกันจัดพิมพ์หนังสือ จารึกศาลาฤๅษี วัดบวรนิเวศ
วหิ าร โคลงภาพฤๅษีดดั ตนและจารกึ ต�ำรายา ซงึ่ เป็นการสืบสานตอ่ ยอดจากเอกสาร
ตน้ ฉบบั ท่มี กี ารรวบรวมไว้ เมือ่ พ.ศ. ๒๔๘๔ ต่อมาเม่ือปี พ.ศ. ๒๕๓๐ พระประกิต
พทุ ธศาสน์ ขณะดำ� รงสมณศกั ดท์ิ ี่ พระครพู ทิ กั ษธ์ รุ กจิ (สชุ าติ ชาตสโุ ภ) วดั บวรนเิ วศวหิ าร
ผู้มรณภาพแล้ว ได้จัดท�ำเป็นเอกสารโรเนียวไว้ นับเป็นภูมิปัญญาของคนไทยโบราณ
ทไ่ี ด้ทิ้งไว้เป็นมรดกล้ำ� ค่าที่มอี ย่ใู นวดั บวรนเิ วศวิหารที่มีคนรูจ้ กั น้อย

ขออนุโมทนาขอบใจคณะผจู้ ัดทำ� หนังสือประกอบด้วยพระมหาวโรตม์ ธมฺมวโร
บรรณาธกิ าร และทกุ ทา่ นทม่ี สี ว่ นชว่ ยในการจดั ทำ� หนงั สอื จารกึ ศาลาฤๅษี วดั บวรนเิ วศวหิ าร
โคลงภาพฤๅษีดัดตนและจารึกต�ำรายา นี้จนเกิดความส�ำเร็จ ทั้งน้ีนับเป็นเครื่องบูชา
พระคุณแด่พระธรรมมงคลวุฒาจารย์ (บุญยนต์ ปุญฺาคโม) ผู้มีคุณูปการแก่
วดั บวรนเิ วศวิหาร คณะสงฆ์ และศิษยานุศิษย์
บุญกุศลใด ๆ ท่ีพระธรรมมงคลวุฒาจารย์ ไดบ้ �ำเพญ็ มาแลว้ ด้วยการบรรพชา
อปุ สมบทกด็ ี ด้วยการเล่าเรียนและบอกสอนธรรมวินยั อนั เป็นแกน่ สารก็ดี ด้วยการฟัง
และแสดงธรรม อันเป็นอุปการะแก่สัมมาปฏิบัติก็ดี ด้วยส�ำรวมในพระปาฏิโมกข์
อันเป็นมูลแห่งพรหมจรรย์ก็ดี ด้วยมนสิการในกรรมฐานอันเป็นอุบายสงบจิตเห็นแจ้ง
สจั จธรรมกด็ ี ดว้ ยกุศลวธิ านอนื่ ๆ อกี ก็ดี ด้วยอานุภาพแห่งบญุ กศุ ลนัน้ ๆ กบั ทง้ั บุญ
ทักษิณานุปทานของศิษยานุศิษย์ท้ังปวง ขอจงสัมฤทธ์ิสรรพอิฐวิบุลมนุญผล แด่
พระธรรมมงคลวฒุ าจารย์ (บญุ ยนต์ ปญุ ฺ าคโม) ตามควรแกค่ ตภิ พนน้ั ๆ ทกุ ประการ เทอญ

สมเด็จพระวนั รัต
ผปู้ ฏิบัตหิ นา้ ทีแ่ ทนเจ้าคณะใหญค่ ณะธรรมยตุ
กรรมการมหาเถรสมาคม
เจา้ อาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร

๑ ๒๕

ศาลาฤาษี จารกึ

โคลงภาพฤาษดี ดั ตนฯ โคลงภาพฤาษดี ดั ตนฯ

- -
โอสถทานศาลา ศาลาฤาษี
เพ่ือชาวพระนคร ทศิ อสี าน

๘๕ ๙๐

จารกึ จารกึ

ปา้ ยชอ่ื ฤาษี ต�ำ รายา
- -

ศาลาฤาษี ศาลาฤาษี
ฉบบั พลัด ทศิ พายัพ

๔๓ ๖๔

จารกึ จารกึ

โคลงภาพฤาษดี ดั ตนฯ โคลงภาพฤาษดี ดั ตนฯ

- -
ศาลาฤาษี ศาลาฤาษี

ทิศพายพั ทิศหรดี

๑๐๖ ๑๒๕

จารกึ จารกึ

ต�ำ รายา ต�ำ รายา
- -

ศาลาฤาษี ฉบับพลัด

ทิศหรดี ออกจากอาคาร

ศาลาฤาษี

โคลงภาพฤาษดี ดั ตนฯ
-

โอสถทานศาลา
เพอ่ื ชาวพระนคร

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงสถาปนาวัดโพธารามขึ้นเมื่อ
พทุ ธศกั ราช ๒๓๓๑ แลว้ พระราชทานนามใหมว่ า่ วัดพระเชตพุ นวิมลมงั คลาวาส (เปลีย่ น
สร้อยนามเปน็ วิมลมงั คลารามในสมยั รชั กาลท่ี ๔) ครั้งน้ันไดส้ ร้างฤๅษดี ัดตนไว้ ดงั ปรากฏ
ใ น “จารึกเร่ืองทรงสร้างวดั พระเชตพุ นคร้ังรัชชกาลที่ ๑” ในมขุ หลงั วิหารพระโลกนาถ ว่า
ท�ำศาลารายห้าหอ้ ง เจดห้อง เกา้ หอ้ ง เปนสิบเจดศาลา
เขยี นเรื่องพระชาฎกห้าร้อยสิบพระชาต์ิ ทงั ตำ� รายาแลฤๅษดี ัดตนไวเ้ ปนทาน

ครน้ั พระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกลา้ เจา้ อยหู่ วั เสดจ็ ฤๅษดี ัดตน
พระราชด�ำเนินไปถวายผ้าพระกฐินโดยกระบวน วัดพระเชตุพนวมิ ลมังคลาราม
พยุหยาตราทอดพระเนตรพระอารามซึ่งสมเด็จ
พระอัยกาธิราชเจ้าสถาปนาไว้ทรุดโทรมลง จึงมี
พระราชโองการด�ำรัสส่ังให้บูรณะปฏิสังขรณ์ใหม่ท้ัง
พระอารามเมื่อพทุ ธศักราช ๒๓๗๔ ทรงใหจ้ ารึกตำ� รา
เวชศาสตรฤ์ ๅษดี ดั ตนและตำ� รายา ขนึ้ ประดบั พระอาราม
โดยทรงขอแรงพระสงฆ์ พระบรมวงศานุวงศ์และ
ข้าราชการแต่งโคลงอธิบายท่าฤๅษีต่าง ๆ นั้นให้
บริบูรณ์ รวมทั้งมีพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จ
พระน่ังเกล้าเจ้าอยู่หัวเข้าด้วย นับจ�ำนวนได้ ๘๐ ท่า
ครั้งนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม
ให้หล่อรูปฤๅษีข้ึนด้วยดีบุกแทนของเดิมที่ช�ำรุดไป
ดังท่ีพระราชนิพนธ์ไวว้ า่

สงั กะสีดบี กุ เขา้ รคนเจือ
หลอ่ คณะนงุ่ หนงั เสือ สถิตยไว้

1

ครั้งนนั้ พระบาทสมเดจ็ พระนั่งเกล้าเจา้ อยู่หัวทรงให้ก่อเขาส�ำหรับไวฤ้ ๅษีที่สรา้ งดงั
ปรากฏใน “ส�ำเนาจารึกแผ่นศิลาว่าด้วยการปฏิสังขรณ์ วัดพระเชตุพน จ.ศ. ๑๑๙๓
(พ.ศ. ๒๓๗๔)” ความว่า
แลกอ่ แท่นกอ่ เขาตัง้ รปู ฤๅษดี ัดตนหล่อด้วยสงั กสีผสมดีบุกศาลาละห้ารูป
บ้าง ส่ีรูปบ้าง จาฤกโคลงสุภาพลงแผน่ สลิ าบอกถา้ บอกลม แลขนานนามติดผนัง
ประจ�ำรปู ไว้ทกุ รูป...สรริ ูปดาบศแปดสบิ สองรูป
ศานติ ภกั ดคี ำ� (๒๕๕๘) กลา่ ววา่ พระบาทสมเดจ็ พระน่งั เกล้าเจ้าอยหู่ ัวทรงพระ
กรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระยาบ�ำเรอราชแพทยา (หนูแดง) พระราชโอรสใน
สมเดจ็ พระเจา้ กรงุ ธนบรุ ี ซงึ่ รบั ราชการกรมหมอหลวง และกรมหมน่ื วงษาสนทิ (คอื พระเจา้
บรมวงศเ์ ธอ พระองคเ์ จา้ นวม กรมหลวงวงษาธริ าชสนทิ ) รบั หนา้ ทปี่ ระชมุ หมอหลวง หมอ
เชลยศักด์ิ (หมอราษฎร) และหมอพระ รวบรวมตำ� ราเวชศาสตร์ วา่ ด้วยการศึกษาโรคภัย
ไขเ้ จบ็ แยกสมุฏฐานโรค การวินิจฉัยโรค ยาแขนงตา่ ง ๆ มาจารกึ ลงแผ่นหนิ อ่อน นบั รวม
ได้ ๑,๑๒๘ ขนาน นอกจากนี้ยงั ไดจ้ ารึกสรรพวชิ าแขนงตา่ ง ๆ ไวด้ ว้ ย วดั พระเชตุพนวมิ ล
มงั คลารามจงึ เปรยี บเสมอื นมหาวทิ ยาลยั เปดิ แหง่ แรกของสยาม แลว้ เวชวทิ ยาเหลา่ นจ้ี งึ เผย
แพร่ไปสู่พระอารามต่าง ๆ รวมถึงวัดบวรนิเวศวิหาร พระอารามฝ่ายธรรมยุตก็ได้มีจารึก
ต�ำราแพทย์เหล่านี้ท่ีผนังศาลาฤๅษี แสดงให้เห็นว่าก่อนที่จะมีสถานพยาบาล วัดท�ำหน้าท่ี
เปน็ แหลง่ รวม “เวชศาสตร”์ เพอื่ ใหร้ าษฎรทวั่ ไปมาคน้ ควา้ วชิ าไปดแู ลรกั ษาสขุ ภาพเบอื้ งตน้
กันได้
การสร้างศาลาฤๅษี วัดบวรนิเวศวิหารจึงเป็นการสืบทอดและเผยแพรอ่ งคค์ วามรู้ที่
พระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ไดท้ รงพระกรณุ าโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มใหร้ วบรวม
เพอื่ จะไดเ้ ปน็ “โอสถทาน” แกช่ าวพระนคร แสดงให้เหน็ วา่ ธรรมยุตกิ นกิ ายนนั้ ยังคงรกั ษา
ขนบวชิ าดงั้ เดิมไวม้ ิได้ปฏิเสธไปเสยี หมด หลงั จากน้ัน ความรู้เร่อื งฤๅษีดัดตนจงึ แพรห่ ลาย
ไปสู่วัดธรรมยุติกนิกายในหัวเมือง ดังปรากฏท่ีวัดมัชฌิมาวาส จังหวัดสงขลา สมดังโคลง
พระราชปรารภเร่ืองนค้ี วามวา่

2

เปนประโยชนน์ รชาตสิ ้นิ สบสถาน
เฉกเชน่ โอสถทาน ท่านให้
ภูลเพ่อมพทุ ธสมภาร สมโพธิ พระนา
ประกาศพระเกียรติยศไว ้ ชว่ั ฟ้าดนิ สญู ฯ

ศาลาฤๅษดี ัดตน วดั มชั ฌมิ าวาส จ.สงขลา
(ภาพ สิทธศิ กั ดิ์ เหล่ากำ� เนดิ )

3

ศาลาฤๅษีดดั ตน วัดบวรนิเวศวหิ าร
ทศิ พายัพ อสี าน และ หรดี

4

ศาลาฤๅษี วดั บวรนเิ วศวหิ าร
ศาลาฤๅษเี ป็นอาคารช้นั เดยี วเหมือนกนั ทง้ั ๔ หลงั ต้งั อย่บู ริเวณมมุ ของพระเจดยี ์
ทั้ง ๔ ทศิ ลกั ษณะสถาปัตยกรรมเปน็ รปู สเี่ หล่ยี มผนื ผ้า หลงั คาทรงโรง มุงด้วยกระเบอ้ื ง
กาบกลว้ ย ยาว ๓ ชว่ งเสา กอ่ ผนงั ทบึ ทั้งหมดโดยเหตุท่ีมฝี าทำ� ชอ่ งไวร้ ูปฤๅษดี ัดตนจงึ ช่ือ
วา่ ศาลาฤษี หรือ ศาลาฤๅษี นอกจากนี้ยงั ไดป้ ระดบั แผ่นศิลาจารึกตำ� รายาไว้ดว้ ย ต�ำนาน
วดั บวรนิเวศวหิ าร กลา่ วไว้วา่

สร้างขึ้นด้วยปัจจัยมูลอันพระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงบรจิ าคแกพ่ ระสงฆเ์ มอื่ ครง้ั ทรงพระประชวรคราวจะสวรรคต รปู ละ ๒๐ บาท
สว่ นทพี่ ระสงฆว์ ดั นไ้ี ดร้ บั พระราชทาน พระสงฆร์ ว่ มใจกนั นอ้ มเขา้ ในการกอ่ สรา้ ง

ดงั นัน้ ศาลาแห่งน้จี งึ ควรเรมิ่ สร้างราว ๆ พทุ ธศกั ราช ๒๓๙๔ อันเปน็ ปสี ุดท้ายของ
แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้าเจ้าอยู่หัวและเป็นปีแรกของรัชสมัยพระบาทสมเด็จ
พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั จากปจั จยั กปั ปยิ ภณั ฑท์ พ่ี ระราชทานแกพ่ ระสงฆใ์ นพระอารามแหง่
นี้ มลู คา่ รปู ละ ๒๐ บาท แล้วไดร้ วมกันสรา้ งขึน้ เพื่อถวายเปน็ พระราชกุศล
แต่เดิมศาลาแห่งนี้ใช้ประโยชน์อย่างไรบ้างไม่ปรากฏมากนัก รองศาสตราจารย์
สุเชาวน์ พลอยชมุ ไดใ้ ห้ข้อมูลว่า
สมยั สมเดจ็ พระมหาสมณเจา้ กรมพระยาวชริ ญาณวโรรส ทรงใชเ้ ปน็ ทเี่ กบ็ แทน่ พมิ พ์
ของโรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย รวมถึงใช้เป็นโรงเรียนสอนภาษาไทยของมหามกุฏ-
ราชวทิ ยาลัย
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงใช้ศาลาฤๅษีฝั่งศาลาการเปรียญ
สำ� หรบั ประทบั พกั พระราชอริ ยิ าบถเมอ่ื เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ มาทรงสดบั พระธรรมเทศนาใน
วันวสิ าขบูชา ซึ่งมกี ารแสดงพระธรรมเทศนาตลอดรุ่ง

5

ภายในศาลาฤๅษี
วดั บวรนิเวศวหิ าร
พุทธศักราช ๒๔๘๔ พระพรหมมุนี (ผิน สุวโจ) ขณะยังด�ำรงสมณศักดิ์ท่ี
พระสพุ จนมุนี ได้ใช้เปน็ ท่ีสอนกรรมฐานแกพ่ ระภกิ ษุ สามเณร และประชาชนทวั่ ไป โดย
ใช้พระอุโบสถ พระวิหาร รวมถึงศาลาฤๅษีแห่งน้ี ก่อนท่ีจะย้ายไปท่ีสภามหามกุฏราช
วทิ ยาลัยและอาคาร สว ธรรมนิเวศ ในปัจจบุ นั
นอกจากนี้ ในบางสมัยศาลาฤๅษียังใช้เป็นท่ีเก็บหนังสือของมหามกุฏราชวิทยาลัย
วสั ดอุ ปุ กรณข์ องวดั รวมถงึ ในบางยคุ ศาลาฤๅษยี งั ใชเ้ ปน็ กฏุ ทิ พี่ กั ของพระภกิ ษมุ ายาวนาน
จึงท�ำให้ทรุดโทรมลงมาก ส่งผลให้ช่องไว้ฤๅษีช�ำรุดอย่างง่ายดาย ปัจจุบันได้มีการบูรณะ
ปฏสิ งั ขรณศ์ าลาฤๅษใี หง้ ดงามเรยี บรอ้ ย เพอ่ื เปน็ ทพ่ี กั พระเถรานเุ ถระตา่ งวดั ในการบำ� เพญ็
กุศลของวัดบวรนเิ วศวหิ าร

6

โคลงภาพฤๅษดี ดั ตน วัดบวรนิเวศวหิ าร
รปู ปน้ั ฤๅษดี ดั ตนเปน็ ประตมิ ากรรมปนู ปน้ั บรรจอุ ยใู่ นชอ่ ง รมิ ผนงั ภายในศาลาฤๅษี
มคี ำ� อธบิ ายชอื่ ฤๅษแี ละทา่ ดดั ตนแกโ้ รคตา่ ง ๆ ทป่ี ระพนั ธด์ ว้ ยโคลงสสี่ ภุ าพ จารกึ ดว้ ยอกั ษร
ไทย ภาษาไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนตน้ บรรจุอยู่ในชอ่ ง ๑ ชดุ ประกอบดว้ ย ๑. แผน่
จารึกบอกชอื่ ฤๅษี ๒. รูปปั้นฤๅษี ๓. โคลงฤๅษีดดั ตน
ลักษณะของป้ายช่ือ เป็นรูปส่ีเหลี่ยมผืนผ้าขนาด กว้าง ๖ เซนติเมตร ยาว ๑๖
เซนตเิ มตร สว่ นจารึกมีลักษณะเปน็ รปู ส่ีเหลี่ยมผืนผ้าขนาด กว้าง ๙ เซนติเมตร ยาว ๑๙
เซนตเิ มตร ปจั จุบันรูปปนั้ ช�ำรุดเสยี หายไปจนเหลอื แตโ่ กลน (คอื เนอื้ ในของรปู ปัน้ ) อนึง่
ในคราวบูรณะปฏิสังขรณ์พระอารามครั้งใหญ่ ปรากฏว่าได้ติดช่ือไม่สัมพันธ์กับรูปปั้น ดัง
นนั้ สมดุ ภาพจารกึ โคลงฤๅษดี ดั ตนจงึ มคี วามสำ� คญั ในการยนื ยนั การมอี ยขู่ องฤๅษดี ดั ตน วดั
บวรนเิ วศวหิ ารให้เป็นที่ประจกั ษ์

ชือ่

รปู ฤๅษี รปู ปน้ั ฤๅษดี ดั ตนบางส่วน
ที่ยงั คงเหลืออยู่ในปัจจุบัน
โคลง

ลักษณะของต�ำแหนง่
ป้ายชอื่ และแผ่นจารกึ

7

ตน้ ฉบบั สมดุ ภาพทคี่ ัดลอก
ภาพฤๅษีดัดตนจากศาลาฤๅษี
โดยพระครพู ิทกั ษ์ธรุ กิจ (สุชาติ ชาตสโุ ภ)
จาก ศาลาทิศหรดี ศาลาทิศเหนอื

ศาลาทศิ ตะวันออก
8

ศาลาฤๅษี ทิศอสี าน ศาลาฤๅษี ทศิ อาคเณย์
(ทศิ ตะวนั ออกในฉบับเดิม)

ศาลาฤๅษี ทศิ พายพั ศาลาฤๅษี ทิศหรดี
(ทิศเหนือในฉบับเดิม)

ผังศาลาฤๅษี วดั บวรนิเวศวิหาร

9

ภาพฤาษีดดั ตนจากศาลาฤๅษี และลายเซ็นพระครพู ิทกั ษธ์ รุ กิจ (สชุ าติ ชาตสโุ ภ)
10

โคลงและชื่อของฤๅษีต่าง ๆ เป็นสิ่งที่คัดลอกสืบเนื่องมาจากจารึกวัดพระเชตุพนฯ
โดยมีที่มาจากช่ือของดาบสในพุทธประวัติ อรรถกถาชาดกบ้าง เช่น อัลกัปปะดาบส
วรรณกรรมบ้าง เช่น รามเกียรติ์ อเิ หนา หรือตำ� นานตา่ ง ๆ เชน่ ฤๅษีวาสุเทพ แต่เมือ่
ตรวจสอบแลว้ โคลงจารกึ ของวดั พระเชตพุ นวมิ ลมงั คลารามกบั โคลงจารกึ วดั บวรนเิ วศวหิ าร
มเี นอ้ื ความแตกตา่ งกนั บา้ งเลก็ นอ้ ย แตไ่ มไ่ ดม้ ผี ลตอ่ เนอ้ื หา ซง่ึ จะไดเ้ ปรยี บเทยี บความตา่ ง
น ใี้ นการจดั พมิ พ์คร้งั ตอ่ ไป

จารึกโคลงฤๅษีดัดตน วัดบวรนิเวศวิหาร พระประกติ พุทธศาสน์
สันนิษฐานว่ามีครบถ้วนท้ัง ๘๐ ท่าตามต้นฉบับ (สุชาติ ชาตสุโภ ประโยค ๑-๒)
เพราะควรจะตอ้ งมที งั้ หมด ๔ เลม่ ตามจำ� นวนศาลา
แต่ปัจจุบันพบต้นฉบับสมุดภาพท่ีคัดลอกไว้หลง
เหลือเพียง ๓ ศาลา มที ้งั สน้ิ ๕๗ ท่า ทห่ี นา้ ปกพบ
ลายมือเขียนว่า พระครูพิทักษ์ธุรกิจ ซึ่งต่อมา คือ
พระประกิตพุทธศาสน์ (สุชาติ ชาตสุโภ ประโยค
๑-๒) ไดค้ ดั ลอกลายเสน้ ของฤๅษดี ดั ตนทย่ี งั ปรากฏ
ในศาลาฤๅษีไว้ โดยระบุที่หน้าปกเป็น วันท่ี ๒๔
มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๐ ใช้เทียบเคียงกับลายเส้น
ฉบับของกรมศิลปากร อันมที ีม่ าจากวดั พระเชตพุ น
วิมลมังคลาราม เพราะเหตุว่าในสมัยท่ีบันทึกน้ัน
รูปป้ันฤๅษบี างช้ินกช็ ำ� รุดสูญหายไปมากแล้ว แตย่ ัง
มีหลายช้นิ ท่ีสมัยนน้ั ยังปรากฏอยู่

การจดั พมิ พค์ รงั้ นไี้ มไ่ ดค้ ดั ลอกลายเสน้ ตน้ ฉบบั ซงึ่ เปรยี บเทยี บทงั้ ของวดั พระเชตพุ น
วิมลมังคลารามและวัดบวรนิเวศวิหารลงไว้ด้วย จึงได้ท�ำตารางเปรียบเทียบความแตกต่าง
ของรูปภาพ โดยมหี มายเหตตุ ามทพ่ี ระประกติ พทุ ธศาสน์ได้ทำ� ไว้ ดังนี้

11

ภาพฤๅษีดัดตน ศาลาด้านทศิ หรดี

ล�ำดับที่ แกอ้ าการ กรมศลิ ปากร วดั บวรนเิ วศวหิ าร หมายเหตุ

๑ ดดั ตนแก้แน่นหนา้ อก   นต�ำงุ่ ผแห้า น“ต่งจรักวยรเี-ขชุนงิ ”ช้นางุง่ -ไหดม้เฉอพชา้าะง
พระโคดมมหาราช
เทา่ นัน้
๒ ดัดตนแก้ลมล�ำลึงค์
ลมอัณฑะ 
พระองั คตโยคี

๓ ดัดตนแก้ลมในขา   วนา่ ่ังขัดเหล่ียม-ใครผิดใครถูกก็มิ
พระกไลยโกฏ 

๔ ดดั ตนแกว้ งิ เวียน
พระสเุ มธฤๅษี  บริขารฤษี กลาน้�ำเต้าครึ่งซีก
หเทมรอ้ ดิ กณุ ฑ์ ไม้เท้า ประคำ� ธรุ ำ�
๕ ดัดตนแกเ้ สยี ดข้าง
พระอมรเมศ 

๖ ดัดตนแกล้ ม 
มหาบาทยกั ษ์   ทวกดัรำ� มบทวศา่ รคลิ -ลปโา้ายยกกนรต-กเะอตโาพอ้ มยกอื ตซขาวี้ดั ยดิ ขขแาวลยาะดื ยแตกลวั
พระปรเมศร
โตยะกโพไปกมใาห้หน้าขาตั้งฉากกับพ้ืน
๗ ดดั ตนแก้วงิ เวียนศรี ษะ
พระสุธามนั ต์

๘ ดดั ตนแก้ลมทวั่ สรรพางค์
พระวิสุทธิดาบส

๙ ดัดตนแกไ้ หล่ แก้ตะโพก
พระชนกนกั สทิ ธ์ิ

๑๐ ดดั ตนแกข้ ัดขา ขัดคอ
พระวชิรดาบส

12

ล�ำดบั ที ่ แก้อาการ กรมศลิ ปากร วดั บวรนเิ วศวหิ าร หมายเหตุ

๑๐ ดัดตนแกล้ ิ้นกระดา้ ง  ลทาง่ ทสา้นงเหกมออื ดนอทกา่ แนบพบทุ พธชุทฎธลิชฎนิลงั่
พระภาระทวาชะ
โย่งตวั ข้นึ พร้อมยกศอก
๑๒ ดดั ตนแกข้ ัดขา ขัดคอ
พระโรมสงิ ห์ 
  ตวฉหิ บรางับรกว(ัทัดนา่โกทพับาธงขิ์ขดออดั งงตวกนัดรเมบหศมวิลรอื นปนิพาเวกรศะร
๑๓ ดดั ตนแกก้ ลอ่ นในทรวง  นปริว้ นั) ตปะดาบส ต่างกนั ที่ปลาย
พระวชั รอคั คี 
  ฉลาดวางทา่ พิงเขา
๑๔ ดดั ตนแก้สะบักหนา้ จม
พระวะตันตะ 

๑๕ ดดั ตนแกแ้ ขนขดั 
พระโคบตุ ร  รลนามวทดรยตากัทน้ ษยคก์ักอว็ -ษสา่ ์-อชตงวิ าหเมากสแลดผยี มนวภคนก์อวว็ดา่ชใหอื่ ้

๑๖ ดดั ตนแก้ปวดทอ้ ง
แกข้ ้อเท้า
พระอจนดาบส

๑๗ ดัดตนแกส้ ้นเท้า
พระสขุ วฒั น์ดาบส

๑๘ ดัดตนแก้เสมหะในลำ� คอ
พระยทุ ธอักขระ

๑๙ ดัดตนแก้ลมในแขน
พระยาคะดาบส

๒๐ ดัดตนแก้วงิ เวยี นศรี ษะ
พระธหะ

13

ภาพฤๅษีดดั ตน ศาลาดา้ นทิศอุดร

ล�ำดบั ที่ แกอ้ าการ กรมศลิ ปากร วดั บวรนเิ วศวหิ าร หมายเหตุ

๑ ดดั แกเ้ สน้ ขดั คอแลไหลห่ าย  
๒ อิสงิ คดาบส 
๓ ดัดตนแก้ลมในคอ   วดั บวรนิเวศวิหารเอ้ียวตวั
๔ พระกาญจน์ 
๕ ดดั ตนแกเ้ สียดอก   ภทนหาเนาิั วงพซศขตา้ววยรหิาหงกากนัรเ็ ทนันขา่ทนว้ั นางั้เบนเั้สทอเือา่อนงนงฉน้ับบเดิอบั ตงทวั ตวี่ ไดัหา่ งบวคไ้วปอืร
๖ พระนารถ 
ดดั ตนแกล้ มข้อมือ ใฤกปสแเกนอรลกาลวะงงัเษยีัหดมวีเวา่มโ่ืออค.พ.อ่ร.อาใธมาหทมิ์ฉกน้งั้ือตบขสวปาับวดอมัญโรงกแระลแผงแาสลเนลงรา้วกนรียนจารวนึวงะดกแคมหแันพามากงบแทอ่ล้ทกมนมยง้ั ้์
๗ พระอนิตถิคันธด์ าบส 
๘ ดนั ตนแก้ลมในเขา่  
พระชฎลิ
๙ ดดั ตนแก้ลมปกัง   ทพ--ททา่ราา่่ ทะททอห่ี สสีี่่ านอาทงม่ึงติตตตยรรรง์งงใกกกนบับับัภทททาา่า่าค่ กแเโพกุมยง่ฏุคลองะปอาสอ่าสนงนะะ
๑๐ พระกาละดาบส  

ดดั ตนแกจ้ นั ทฆาฏ
พระนารอท
ดัดตนด�ำรงกาย
ให้อายยุ ืน
พระทิศไภย
ดดั ตนแก้ลมปากเบ้ียว
พระกาลสทิ ธิโคดม
ดดั ตนแก้เอวขัด
แลเขาขดั หาย
สังปติเหงะ

14

ล�ำดับท ี่ แก้อาการ กรมศลิ ปากร วดั บวรนเิ วศวหิ าร หมายเหตุ

๑๐ ดัดตนแก้ลมในเทา้  

พระอสทสิ ะดาบส
๑๒ ดัดตนแก้เข่าขดั


พระมหาสุธรรมดาบส
๑๓ ดดั ตนแกต้ ะโพกสลกั เพชร 


พระสรภงั คดาบส
๑๔ ดัดตนแกล้ มในลงึ ค์
 

พระอัตตะ
๑๕ ดัดตนแก้ลมเม่อื ย  
ฝ่ามือซ้าย
พระมหาสทุ ศั น์
๑๖ ดัดตนแกต้ ะโพกขดั หาย 
พระสมทุ มนุ ี
๑๗ ดัดตนแก้ปัตฆาฏ  
พระเทวบฐิ ดาบส
๑๘ ดัดตนแก้ขา
พระสทุ ธาวาส   ภปลาาพยวนัด้ิวบเทวา้รดนงึ ิเวแศตน่วา้ันดมมิชือัดจับ

๑๙ ดดั ตนแก้ลมเอว 

พระวจั นัขดาบส
๒๐ ดัดตนแก้ลมเจ็บเทา้
 

พระขุทธาสกะดาบส

15

ภาพฤๅษีดดั ตน ศาลาด้านทิศบรู พา

ล�ำดบั ที่ แก้อาการ กรมศลิ ปากร วดั บวรนเิ วศวหิ าร หมายเหตุ

๑ แกล้ มเสน้ กลอ่ นในขา 
พระสทิ ธกิ รรม

๒ ดดั ตนแกร้ ดิ สดี วง
พระอดุ มนารอท 

๓ ดดั ตนแกล้ มในอกในเอว 
พระอายนั

๔ ดดั ตนแกล้ มเอว
พระไชยาทศิ 

๕ ดดั ตนแกก้ ลอ่ น 
พระวาสเุ ทพดาบส   ตกาบ่ั งสกน้ นั ดตนั รตงขรงาข-อ้ พพบัาดเขา่

๖ ดดั ตนแกไ้ หลข่ ดั 
ตะโพกขดั
พระอลั กปั ปะ

๗ ดดั ตนแกล้ มปตั ฆาฏ
จลุ พรหม

๘ ดดั แกส้ ลกั ไหล่
พระเพช็ โองการ

๙ ดดั ตนแกล้ มอก
พระสจั พนั ธด์ าบส

๑๐ ดดั ตนแกเ้ สน้
มหาสนกุ ระงบั
พระกามนิ ทรด์ าบส

16

ล�ำดับท่ี แก้อาการ กรมศลิ ปากร วดั บวรนเิ วศวหิ าร หมายเหตุ

๑๐ ดดั แก้ลมจกุ เสยี ด 
พระพุทธชฎิล

๑๒ ดัดตนแก้เทา้
เย็นใจสวงิ สวาย   ฉบับวัดบวรนิเวศฯ ท่าหนึ่งมือ
พระกระบลิ ดาบส พดันรอ้ ตมะแโกพวกง่ -แดขันนตะโพกแอ่นไป

๑๓ ดดั ตนแกไ้ หล่ แก้ขา  ศขทาอ่าทนกยี่ ี้มกยือใกยหขันถ้ ากีบต�ำไัง้ ปแฉดพาก้างนปหอลีลกอ่ังแยขหนมงัดอ
พระสกุ ทนั ต์นกั สทิ ธิ์

๑๔ ดัดตนแกก้ ล่อนปตั ฆาฏ
พระสชั นาไลยดาบส   ภาพปั้นน้ันตรงกันท้ังสองฉบับ
ตเท่า่านงนั้กเันองที่หัน ซ้า ย- หัน ข วา
๑๕ ดัดตนแกเ้ ทา้ ขดั
พระมคิ าชินทรด์ าบส   แรนกับมแบรย้ นืนำ� (หววั ัดแบมมว่ รอื )เกนยี่ �ำวแเสขน้นรซาุกว

๑๖ ดดั ตนแกก้ ล่อน
พระธาระนีพัฒดาบส

๑๗ ดัดตนแกค้ อเคล็ด
พระอศั วมขุ ี

การจดั พมิ พค์ รงั้ นี้ ยดึ จารกึ โคลงภาพฤๅษดี ดั ตน วดั บวรนเิ วศวหิ ารเทา่ ทคี่ น้ พบ ๓ เลม่ เปน็
หลกั ไดส้ อบทานนามของฤๅษแี ละโคลงจาก “ประชมุ จารกึ วดั พระเชตพุ นฯ” และ “สมดุ ภาพโคลง
ฤๅษดี ดั ตน” โดยจะยงั คงอกั ขรวธิ กี ารสะกดไวต้ ามทปี่ รากฏในจารกึ โคลงภาพฤๅษดี ดั ตน วดั บวรนเิ วศ
วหิ าร เพอ่ื รกั ษารปู แบบการสะกดแทนตน้ ฉบบั ทล่ี บเลอื นไปมากและประโยชนใ์ นการเปน็ หลกั ฐานใน
อนาคตตอ่ ไป และไดเ้ พม่ิ เตมิ ชอื่ ผปู้ ระพนั ธใ์ หม้ คี วามสมบรู ณย์ งิ่ ขนึ้ ทง้ั นภี้ าพจติ กรรมฤๅษดี ดั ตนทงั้ หมด
ไดอ้ าราธนาพระจกั รกฤษณ์ กติ ตฺ สิ มปฺ นโฺ น วดั มว่ ง บางแค และมอบหมายใหอ้ าจารยเ์ ฉลมิ พล โตสาร
เดช วทิ ยาลยั เพาะชา่ ง มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลรตั นโกสนิ ทร์ เปน็ ผคู้ ดั ลอกขนึ้ ใหม่ โดยอาศยั
แบบรา่ งเดมิ จากบนั ทกึ ของสมดุ ภาพฤๅษดี ดั ตน วดั บวรนเิ วศวหิ าร

17

จารึกต�ำรายา วัดบวรนเิ วศวิหาร
พระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้
พระยาบำ� เรอราชแพทย์ (หนแู ดง) พระราชโอรสในสมเดจ็ พระเจา้ กรงุ ธนบรุ ี ซงึ่ รบั ราชการ
หมอหลวง ซงึ่ เปน็ ผรู้ คู้ มั ภรี แ์ พทยไ์ ดเ้ รยี บเรยี งตกแตง่ ไวม้ าก เปน็ หวั หนา้ สบื หาความรแู้ พทย์
ต�ำรายา ต�ำราลักษณะโรค จากหมอหลวง หมอพระ หมอเชลยศักดิ์ รวมท้ังทูลเชิญ
กรมหมน่ื วงษาสนทิ มาตรวจแกแ้ ลว้ ทรงมพี ระราชศรทั ธาใหจ้ ารกึ ลงบนแผน่ หนิ ออ่ นประดบั
บนเสาและผนังเสาตามศาลาราย วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ปรากฏในหลักฐานชื่อ
“หมายรับส่ังเรอื่ งทรงพระราชศรทั ธาให้จารึกตำ� รายาและสรรพอักษรต่าง ๆ ลงในแผ่น
ศลิ าจารึกติด ณ วดั พระเชตุพน จ.ศ. ๑๒๐๕ (พ.ศ. ๒๓๘๖)” ความวา่
ทรงพระราชศรัทธาให้จารึกต�ำรายา แลสรรพอกั ษรต่าง ๆ ลงแผ่นศลิ า
ตดิ วัดพระเชตพุ ล ได้เกณฑแผ่พระราชกศุ ลให้เจา้ ต่างกรม เจ้าหากรมมิได้
แลข้าราชการผใู้ หญ่ ผ้นู ้อย ฝ่ายทหาร ฝ่ายพลเรือน จารึกศิลามาตดิ ผนัง
ไวเ้ สร็จแล้วเปนอนั มาก
กลา่ วกันวา่ ครัง้ น้ัน ผูน้ �ำยามาจะต้องสาบานตนว่ายาขนานนัน้ ๆ ตนได้ใชม้ าก่อน
และใชไ้ ดผ้ ลจรงิ ๆ
ในจ�ำนวนต�ำราเวชศาสตร์ ว่าด้วยการศึกษาโรคภัยไข้เจ็บ แยกสมุฏฐานโรค การ
วินิจฉัยโรค ยาแขนงต่าง ๆ ท่ีจารึกลงแผ่นหินอ่อน รวบรวมได้ท้ังสิ้น ๑,๑๒๘ ขนาน
ทรงธรรม ปานสกณุ (๒๕๕๕) ไดศ้ กึ ษาวิจยั พบว่า ต�ำรายาท่ีจารึกไว้ท่ีวดั พระเชตพุ นวิมล
มังคลารามนั้น เป็นต�ำราทวี่ า่ ด้วยโรคตา่ ง ๆ ดังนี้
๑) ต�ำราที่ว่าด้วยโรคเก่ียวกับเด็ก ได้แก่ การรักษาครรภ์ รักษาโรคซางต่าง ๆ
โองการแมซ่ อื้ ลกั ษณะโรคลำ� บองราหู แม่ซอ้ื ประจ�ำวนั ตา่ ง ๆ
๒) ตำ� ราทวี่ ่าดว้ ยโรคทเ่ี กดิ แต่สมุฏฐานต่าง ๆ คือ เสมหะสมฏุ ฐาน ตตสมฏุ ฐาน
วาตสมุฏฐาน สันนิบาตสมุฏฐาน และลักษณะวิเศษสมุฏฐาน ๔ อย่าง คือ อาโป เตโช
วาโย และปถวีสมุฏฐาน

18

๓) ตำ� ราทวี่ า่ ดว้ ยโรคทเี่ กดิ จากสมฏุ ฐานฤดตู า่ ง ๆ คอื คมิ หนั ตฤดู วสนั ตฤดู สารท
ฤดู เหมนั ตฤดแู ละศศิ ริ ฤดู
๔) ตำ� ราวา่ ดว้ ยไขต้ า่ ง ๆ เชน่ ไขอ้ อกดำ� ไขอ้ อกแดง ไขด้ าวเรอื ง ไขม้ ะเรง็ ทมู ไข้
สงั วาลพระอนิ ทร์ ไขก้ ระดาษหนิ ไขม้ หาเมฆ ไขห้ งสร์ ะทด ไขร้ ากสาด สายฟา้ ฟาด ไขไ้ ฟเดอื น
หา้ ไขไ้ ฟละอองไฟฟา้ ไขข้ า้ วไหมน้ อ้ ย ไขม้ หานลิ ไขฟ้ องปานแดง
๕) ตำ� ราวา่ ดว้ ยลกั ษณะกาฬโรค
๖) ตำ� ราวา่ ดว้ ยโรคสนั นบิ าตตา่ ง ๆ และลกั ษณะเบญจกาฬสนั นบิ าต สนั นบิ าตทเ่ี กดิ
จากสมฏุ ฐาน
๗) ตำ� ราวา่ ดว้ ยลกั ษณะธาตตุ า่ ง ๆ วา่ ดว้ ยลกั ษณะอภญิ ญาธาตพุ กิ าร ลกั ษณะอสรุ ิ
นทญั ญาณธาตุ
๘) ตำ� ราวา่ ดว้ ยโรคโลหติ ตา่ ง ๆ ลกั ษณะปกตโิ ลหติ ๕ ประการ ลกั ษณะโลหติ ทจุ รติ
โทษ ๕ ประการ ลกั ษณะโลหติ อนั เกดิ ในกองสมฏุ ฐาน ๔ และลกั ษณะวเิ ศษโลหติ
๙) ต�ำราว่าด้วยโรคที่เกิดจากระบบขับถ่าย กระเพาะอาหาร อวัยวะสืบพันธุ์ คือ
ลกั ษณะทลุ าวะสา ๑๒ (ลกั ษณะนำ�้ ปสั สาวะ ๔ มตุ กดิ ๔ มตุ ฆาต ๔) ลกั ษณะประเมหะ
๒๐ (สณั ฑฆาต ๔ องคสตู ร ๔ อปุ ทมโรค ๔ ชำ้� รวั่ ๔ ไสด้ ว้ น ๔) ลกั ษณะอตสิ าวรรค ที่
เกยี่ วกบั โรคเกยี่ วกบั กระเพาะอาหารและทอ้ งบดิ ลกั ษณะปว่ งตา่ ง ๆ เชน่ ปว่ งวานร ปว่ งหวิ
ปว่ งนำ�้ (ทอ้ งรว่ งและอาเจยี น)
๑๐) ตำ� ราวา่ ดว้ ยโรคทเี่ กดิ จากภายนอกและโรคฝดี าษ
๑๑) ตำ� ราวา่ ดว้ ยลกั ษณะวณั โรคตา่ ง ๆ คอื โรคทเ่ี กย่ี วกบั บาดแผลตา่ ง ๆ
๑๒) ตำ� ราวา่ ดว้ ยโรคเรอื้ นตา่ ง ๆ
๑๓) ตำ� ราวา่ ดว้ ยโรคมะเรง็ ตา่ ง ๆ คอื โรคเกย่ี วกบั แผลเรอื้ รงั
๑๔) ตำ� ราวา่ ดว้ ยโรคผวิ หนงั โรคกลาก โรคเกลอ้ื นและโรคคชราชตา่ ง ๆ
๑๕) ตำ� ราวา่ ดว้ ยโรครดิ สดี วง ๑๘ พวก
๑๖) ตำ� ราวา่ ดว้ ยตอ้ ตา่ ง ๆ ตอ้ กระจก ตอ้ เนอื้ ตอ้ เพกา และตอ้ กน้ หอย เปน็ ตน้
๑๗) ตำ� ราวา่ ดว้ ยโรคลมตา่ ง ๆ เชน่ ลกั ษณะกำ� เนดิ แหง่ ลม ๔ จำ� พวก ลกั ษณะ
กระษยั โรค ๑๘ พวก
๑๘) ตำ� ราวา่ ดว้ ยโรคทอ้ งมาน ลกั ษณะทอ้ งมาน ๑๘ ประการ

19

จารึกต�ำรายา วัดบวรนิเวศวิหาร มีความ
กว้าง ๔๕ เซนติเมตร ยาว ๓๙ เซนตเิ มตร จารกึ
ดว้ ยอักษรไทย ภาษาไทยสมัยรัตนโกสนิ ทรต์ อนตน้
เกบ็ รกั ษาอยทู่ ศี่ าลาฤๅษดี า้ นทศิ ตะวนั ตกทงั้ ๒ หลงั
ของพระอุโบสถ ทศิ หรดมี ี ๖ แผ่น ทิศพายพั มี ๕
แผ่น และบางส่วนที่พลัดหลงออกมาจากศาลาฤๅษี
คราวบูรณะปฏิสังขรณ์พระอารามครั้งใหญ่จ�ำนวน
๑๑ แผ่น ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่อาคารมนุษยนาค
วิทยาทานและหอสหจร คณะต�ำหนัก รวมมีจารึก
ตำ� รายาท่ยี ังหลงเหลอื อยู่ทงั้ ส้นิ ๒๒ แผน่
การพมิ พใ์ นครง้ั นจี้ ะรกั ษาอกั ขรวธิ ไี วต้ ามเดมิ
ประกอบค�ำอา่ นเป็นอักขรวธิ ีปัจจุบนั ไว้ด้วย ทงั้ นี้ ผู้
จารึกตำ� รายาทพี่ บในศาลาฤๅษี ประพนั ธใ์ ชภ้ าษาทเี่ ขา้ ใจงา่ ย สอื่ ความชดั เจน ผอู้ า่ น
วดั บวรนเิ วศวหิ าร สามารถเขา้ ใจได้ง่าย


ในวาระออกเมรุพระราชทานเพลิงศพพระเดชพระคุณพระธรรมมงคลวุฒาจารย์
(บุญยนต์ ปุญฺาคโม) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลา
อิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส วัดบวรนิเวศวิหารและศิษยานุศิษย์ได้จัดพิมพ์
“จารกึ ศาลาฤๅษี วดั บวรนเิ วศวหิ าร: โคลงภาพฤๅษดี ดั ตนและตำ� รายา” นี้ สนองคณุ ใน
ฐานะที่พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณฯ ได้เคยรับภาระดูแลเขตพุทธาวาสแห่งนี้มาอย่าง
เรยี บรอ้ ย เปน็ คณุ ปู การแกว่ ดั และไดเ้ คยดำ� รงสมณศกั ดท์ิ ี่ “พระครพู ทิ กั ษธ์ รุ กจิ ” เชน่ เดยี ว
กับผู้บันทึกคัดลอก อีกประการหน่ึงเพื่อจะได้รวบรวมรักษาจารึกต้นฉบับโคลงภาพ
ฤๅษีดัดตนและต�ำรายาของวัดบวรนิเวศวิหาร อันเป็นมรดกของชาติมิให้สูญหาย
แม้การจัดพิมพ์คร้ังนี้จะยังไม่สมบูรณ์นัก แต่ก็หวังว่าจักได้ผดุงรักษาและเผยแพร่
จารึกศาลาฤๅษี วัดบวรนิเวศวิหารให้เป็นที่ปรากฏแพร่หลายสืบต่อไป

20

พระธรรมมงคลวฒุ าจารย์(บุญยนต์ ปุญฺาคโม)ขณะดำ� รงสมณศกั ดิท์ ่ี
“พระครูพิทักษ์ธุรกิจ”

ฐานานกุ รมในสมเดจ็ พระสงั ฆราชเจา้ กรมหลวงวชริ ญาณวงศ์
ถ่ายภาพเมอ่ื วันท่ี ๖ ธันวาคม พุทธศกั ราช ๒๕๑๒

21

บรรณานุกรม

กรมศลิ ปากร. (๒๕๕๑). สมดุ ภาพโคลงฤๅษดี ดั ตน. กรงุ เทพมหานคร: กรมศลิ ปากร.
ขนุ โยธาพทิ กั ษ.์ (ม.ป.ป.). ตำ� ราแพทยแ์ ผนโบราณ. กรงุ เทพมหานคร: เจรญิ รตั นก์ ารพมิ พ.์
ทรงธรรม ปานสกณุ . (๒๕๕๕). เอกสารประกอบตำ� ราแพทยแ์ ผนโบราณ. โดย สำ� นกั บรกิ าร
วชิ าการ มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร โครงการจดั ทำ� หนงั สอื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ “ขมุ ทรพั ยข์ อง
แผน่ ดนิ ” ประจำ� ปี ๒๕๕๕.
ตำ� นานวดั บวรนเิ วศวหิ าร. (๒๕๔๙). กรงุ เทพมหานคร: โรงพมิ พก์ ารศาสนา.
ประชมุ จารกึ วดั พระเชตพุ น. (๒๕๑๗). ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหพ้ มิ พใ์ นงานพระราชทาน
เพลงิ พระศพ สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ สมเดจ็ พระสงั ฆราช (ปนุ่ ปณุ ณฺ สริ )ิ ณ เมร ุ
หนา้ พลบั พลาอศิ รยิ าภรณ์ วดั เทพศริ นิ ทราวาส วนั ท่ี ๒๓ เมษายน พทุ ธศกั ราช ๒๕๑๗.
กรงุ เทพมหานคร: โรงพมิ พศ์ วิ พร.
พระครนู เิ ทศธรรมาภรณ.์ (๒๕๒๒). ศาลาฤๅษดี ดั ตน. ใน ของดวี ดั มชั ฌมิ าวาส. สงขลา:
มงคลการพมิ พ.์
พระครพู ทิ กั ษธ์ รุ กจิ (ผรู้ วบรวม). (๒๕๓๐). ภาพฤษดี ดั ตนในศาลาฤษี ทวี่ ดั บวรนเิ วศวหิ าร
เทยี บของวดั โพธ์ิ ฉบบั กรมศลิ ปากร - กองวรรณกรรมและประวตั ศิ าสตร์
กรมศลิ ปากร. เลม่ นเ้ี กบ็ ภาพจากศาลาดา้ นทศิ หรดี ของพระเจดยี .์ เอกสารอดั สำ� เนา.
____________. (๒๕๓๐). ภาพฤษดี ดั ตนในศาลาฤษี ทว่ี ดั บวรนเิ วศวหิ าร เทยี บของวดั โพธ์ิ
ฉบบั กรมศลิ ปากร – กองวรรณกรรมและประวตั ศิ าสตร์ กรมศลิ ปากร. เลม่ นเ้ี กบ็ ภาพ
จากศาลาดา้ นทศิ เหนอื ของพระเจดยี .์ เอกสารอดั สำ� เนา.
____________. (๒๕๓๐). ภาพฤษดี ดั ตนในศาลาฤษี ทว่ี ดั บวรนเิ วศวหิ าร เทยี บของวดั โพธ์ิ
ฉบบั กรมศลิ ปากร ศาลาตะวนั ออก. ๒๔ มถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๕๓๐. เอกสารอดั สำ� เนา.
พระราชเวที และคณะ. (๒๕๕๙). สมดุ ภาพโคลงฤๅษดี ดั ตน. กรงุ เทพมหานคร: อมรนิ ทร์
พรนิ้ ตงิ้ แอนดพ์ บั ลชิ ชง่ิ .
แพทยศ์ าสตรส์ งเคราะห์ : ภมู ปิ ญั ญาทางการแพทยแ์ ละมรดกทางวรรณกรรมของชาต.ิ (๒๕๔๒).
กรงุ เทพมหานคร: โรงพมิ พค์ รุ สุ ภาลาดพรา้ ว.

22

ลทั ธิธรรมเนียมตา่ ง ๆ ๒๖ ภาค เล่มท่ี ๑ ภาคที่ ๑-๑๓. (๒๕๕๘). มูลนธิ ิสมเด็จพระเทพ
รตั นราชสดุ า ในพระราชปู ถัมภ์สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี
พิมพ์ในวาระพระชนมายุ ๕ รอบ พ.ศ. ๒๕๕๘. นนทบรุ :ี โรงพมิ พม์ ตชิ นปากเกรด็ .
ศานติ ภักดคี ำ� . (๒๕๕๒). จดหมายเหตุวดั พระเชตุพน สมยั รัชกาลที่ ๑-๔.
กรงุ เทพมหานคร: อมรินทรพ์ รน้ิ ติง้ แอนด์พบั ลชิ ช่งิ .
____________. (๒๕๕๘). จาก “ฤๅษีดัดตนและตำ� รายา” วดั พระเชตุพนวมิ ลมงั คลาราม
สู่ จารึกวดั บวรนเิ วศวหิ าร. ใน ภาษา-จารกึ ฉบบั ที่ ๑๓ ในวาระ ๙๖ ปี
ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร. กรงุ เทพมหานคร: ภาควชิ าภาษาตะวนั ออก
คณะโบราณคดี มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร.
ศานติ ภักดคี �ำ และชาตรี ประกติ นนทการ. (๒๕๕๕). พทุ ธาวาส วัดบวรนิเวศวหิ าร.
กรงุ เทพมหานคร: อมรนิ ทร์พรน้ิ ตงิ้ แอนด์พับลชิ ช่ิง.
____________. (๒๕๕๘). ศลิ ปวตั ถุ วัดบวรนิเวศวิหาร. กรุงเทพมหานคร: อมรินทร์พรน้ิ ต้งิ
แอนด์พับลิชชง่ิ .
สมุดภาพฤๅษดี ัดตนฉบับคดั ลอก โดยพระยาอไุ ทยธรรม (หรุ่น วชั โรทยั ). (๒๕๔๕).
กรงุ เทพมหานคร: กรงั ดป์ รีซ์อินเตอร์เนช่ันแนล.
สมดุ ฦๅษดี ดั ตน. (๒๔๘๕). พมิ พแ์ จกในงานศพ นางสดุ ใจ เลขะวณชิ ณ วดั ไตรมติ ตวทิ ยาราม
วันที่ ๑๙ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๕. กรงุ เทพมหานคร: โรงพมิ พพ์ ระจนั ทร.์
สเุ ชาวน์ พลอยชุม. สัมภาษณ,์ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๓.

23

ภาพถ่ายเกา่ ศาลาการเปรยี ญและศาลาฤๅษี วดั บวรนเิ วศวหิ าร
24

จารกึ

โคลงภาพฤาษดี ดั ตนฯ
-

ศาลาฤาษี

ทศิ อสี าน

25

ดดั ตนแก้ลมเสน้ กลอ่ นในขา
๏ พระดาบสตนน้ี ช่อื พระสิทธิกรรม ดัดตนแก้ลมเส้นกลอ่ นในขาหาย ๚๛
๏ สทิ ธิกรรมน่ังหน่วงเท้า ไขว้คอ
หลังขดคูต้ ัวงอ งูบง�้ำ
ตึงตลอดสอดมือพอ ชะโลงเข่า ไวแ้ ฮ
แกก้ ล่อนแห้งกลอ่ นนำ�้ กลอ่ นเส้นกลอ่ นกษัย ๚๛

พระยามนตรีราชบรริ กั ษ์
26

ดัดตนแกล้ มริดสดี วง
๏ พระดาบสตนน้ี ชอื่ พระอดุ มนารอท ดัดแกร้ ิดสดี วง ๚๛
๏ อุดมนารอทรู ้ กลดดั กายเฮย
ขาไขว้ไพล่ชงฆ์นัด เข่าเขา้
เหยยี ดกรออ่ นเอาหดั ถ ์ หนึ่งสง่ ศอกนา
ลมโรคริดสดี วงเร้า ชอบถา้ ทำ� หาย ๚๛

พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ พระองคเ์ จา้ ดารากร กรมหมน่ื ศรสี เุ ทพ

27

ดดั ตนแก้ลมในอกในเอว
๏ พระดาบสตนน้ี ชอ่ื พระอายัน ดดั ตนแก้ลมในอก ในเอว ๚๛
๏ อายนั ญาณย่ิงผู ้ ผนวชแขก
เนาพนศั ป่าแฝก หาบหว้ิ
โรคลมแลน่ ดุแดก วางหาบ ดดั แฮ
แอน่ อกเอย้ี วเอวสย้ิว แสยะหน้า เงยหงาย ๚๛

พระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระน่ังเกลา้ เจา้ อย่หู วั

28

ดดั ตนแก้ลมเอว
๏ พระดาบสตนนี้ ช่ือพระไชยาทศิ ดดั แก้ลมเอว ๚๛
๏ พระไชยาทิศเชือ้ ชฎิลดง
ลมเสยี ดเสน้ สเอวองค ์ ขดขอ้ ม
นัง่ สมาธิ์ถวดั วง กรเวียด เอวแฮ
เหยยี ดหดั ถ์ดดั ตนนอ้ ม เหน่ยี วแกส้ กลกาย ๚๛

ออกญาโชฎกึ ราชเศรษฐี

29

ดดั ตนแกก้ ลอ่ น
๏ พระดาบสตนน้ี ชอ่ื พระวาสุเทพดาบส พระสพุ รหมดาบส ดัดแกก้ ลอ่ น ๚๛
๏ วาสเุ ทพทอดอกขวำ�้ ลงกบั อาสน์เอย
นักสทิ ธิสุพรหมทับ ไหล่แล้
เหยยี บยันจระโภกจบั ตีนเหนี่ยว นาพอ่
วาสเุ ทพวานแก้ กล่อนร้ายหายเร็ว ๚๛

พระยาบ�ำเรอบรริ ักษ์
30

ดดั ตนแกไ้ หลข่ ดั ตะโพกขัด
๏ พระดาบสตนนี้ ชื่อพระปรนั ตปะดาบส ดัดแกไ้ หลข่ ัด ตะโพกขัด ๚๛
๏ พระอัลกปั ปะเบื้อง บรรพ์รบิน น้ันฤๅ
รูฤ้ กษบ์ นมนต์พณิ ผเหลาะช้าง
เศียรหกหัดถ์จรดดนิ ยืนเหยง่ แยน่ า
แกใ้ หลต่ ะโภกเกลียวข้าง เข่าแขง้ ขาหาย ๚๛

จา่ จติ รนกุ ูล

31

ดัดตนแกล้ มลมปัตฆาฏ ลมในเอว
๏ พระดาบสตนนี้ ชอื่ จลุ พรหม ดัดแกล้ มปตั ฆาฏ ลมในเอว ๚๛
๏ จุลพรหมสพี่ กั ตร์นี้ แผลงฤทธ์ิ
ยกเข่าเหยียดแขนอษิ ศิ เสือกเทา้
แผนแพทย์พัตโหนดพศิ ดารบอก ไว้นา
แกป้ ศั ฆาฏขึ้นเรา้ อกบัน้ เอวหาย ๚๛

พระยาศรสี หเทพ
32

ดัดตนแก้สลกั ไหล่
๏ พระดาบสตนนี้ ชอ่ื พระเพ็ชโองการ ดดั แก้สลดั ไหล่ ๚๛
๏ เพช็ โองการยอ่ เท้า เบ้อื งขวา ยนื เฮย
เท้าหน่ึงยกยันขา กดเสน้
หัดถห์ นงึ่ เหนยี่ วองั ษา นิว้ รีด เสน้ แฮ
กรหน่ึงกมุ ศอกเคลน้ ไหล่เท้าลมถอย ๚๛

พระสมบตั ธิ บิ าล

33

ดดั ตนแกล้ มอก
๏ พระดาบสตนนี้ ช่ือพระสัจพันธด์ าบส แก้ลมอก ๚๛

๏ สจั พัณธน์ ักสิทธิร์ ู้ สถิตย์สจั พัณธเ์ อย
ลมเสยี ดทรวงอกอัด โรคเร้ือ
ประจงสองพระหดั ถด์ ดั ดนั เขา่ สองนา
นรชาติใคร่ได้เชอื้ นวดเทา้ อธิษฐาน ๚๛

ขนุ ธนสิทธ์ิ
34

ดัดตนแก้เสน้ มหาสนุกระงบั
๏ พระดาบสตนนี้ ชื่อพระกามนิ ทรด์ าบส ดัดแกเ้ สน้ มหาสนกุ ระงบั ๚๛

๏ กามนิ ทรม์ อื ยดุ เท้า เหยียดหยัด
มอื หนง่ึ เท้าเขา่ ขัด สมาธ์ิคู้
เข้าฌานช่วยแรงดัด ทกุ คำ�่ คืนนา
รงบั ราคหยากจส ู้ โรครา้ ยพายใน ๚๛

พระมหามนตรี

35

ดัดแกล้ มจุกเสยี ด
๏ พระดาบสตนน้ี ชอ่ื พระพุทธชฎิล ดัดแก้ลมจุกเสยี ด ๚๛
๏ นกั สิทธสิ ันโดษดน้ แดนดง
นามพทุ ธชฎลิ ทรง ต�ำหรับแร้
ไคว่หตั ถ์รดั อกองค ์ สมาธเิ์ พช็ ร นง่ั นา
จุกเสยี ดสรรพางค์แก ้ กอปดว้ ยดดั หาย ๚

พระพรรณสมบตั ิ
36


Click to View FlipBook Version