The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2023-03-21 09:12:55

0-ทดสอบ

ไม่มี

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 20 ชื่อเรื่อง เซลล์อิเล็กโทรไลติก หน่วยที่ 2 เรื่อง ไฟฟ้าเคมี รหัสวิชา ว 30224 รายวิชา เคมีเพิ่มเติม 4 เวลา 3 ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1. สาระเพิ่มเติม เคมี 2. มาตรฐานการเรียนรู้ สาระเคมี ข้อ 2 เข้าใจการเขียนและการดุลสมการเคมี ปริมาณสัมพันธ์ในปฏิกิริยาเคมี อัตราการ เกิดปฏิกิริยาเคมี สมดุลในปฏิกิริยาเคมี สมบัติและปฏิกิริยาของกรด–เบส ปฏิกิริยารีดอกซ์และเซลล์เคมีไฟฟ้า รวมทั้งการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ 3. ผลการเรียนรู้ ม.5/18 ทดลองชุบโลหะและแยกสารเคมีด้วยกระแสไฟฟ้า และอธิบายหลักการทางเคมีไฟฟ้าที่ใช้ใน การชุบโลหะ การแยกสารเคมีด้วยกระแสไฟฟ้า การทำโลหะให้บริสุทธิ์ และการป้องกันการกัดกร่อนของโลหะ 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง เซลล์อิเล็กโทรลิติกสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งในชีวิตประจำวัน และในอุตสาหกรรม หลาย ประเภท เช่น การชุบโลหะ การแยกสารเคมีด้วยกระแสไฟฟ้า การทำโลหะให้บริสุทธิ์การป้องกันการกัด กร่อนของโลหะ 5. สาระสำคัญ เซลล์อิเล็กโทรไลติกเป็นเซลล์ไฟฟ้าเคมีอีกชนิดหนึ่งประกอบด้วยขั้วไฟฟ้า 2 ขั้ว จุ่มอยู่ใน อิเล็กโทรไลต์เมื่อผ่านกระแสไฟฟ้าจากแหล่งกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรงเข้าไปในเซลล์ จะมีปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้น และได้สารใหม่ เรียกระบวนการนี้ว่า อิเล็กโทรลิซิส หรือกระบวนการแยกสลายด้วยไฟฟ้า 6. จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) 1.อธิบายหลักการของการแยกสารด้วยกระแสไฟฟ้า ด้านทักษะกระบวนการ (P) 1.ทดลองการแยกสลายสารด้วยกระแสไฟฟ้า 2.เขียนสมการแสดงปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในการแยกสลายสารด้วยกระแสไฟฟ้า ด้านคุณลักษณะ (A) 1. มีวินัยและความซื่อสัตย์สุจริต 2. ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น 7. จุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 7.1 ด้านความสามารถและทักษะ แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ ใช้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) มี ทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ตามช่วงวัย 7.2 ด้านคุณลักษณะเฉพาะช่วงวัย มุ่งมั่นในการศึกษาและการทำงาน 8. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1.การจัดการตนเองอย่างมีสุขภาวะ


2.ความคิดขั้นสูงและการเรียนรู้ 3.การสื่อสารด้วยภาษา 4.การจัดการและการทำงานเป็นทีม 5.การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง 6.การอยู่รวมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน 9. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน มีจิตสาธารณะ อยู่อย่างพอเพียง รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ รักความเป็นไทย 10. หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 10.1 ความพอประมาณ - คำนึงถึงศักยภาพในการทำการทดลองกรดเบสที่จะก่อให้เกิดการเรียนรู้ต่อตนเอง - การใช้ประโยชน์จากวัสดุอุปกรณ์ที่มีอยู่รอบตัวมาปรับใช้ในการทดลองไฟฟ้าเคมี 10.2 ความมีเหตุผล - ใช้กระบวนการคิดและการแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล 10.3 การมีภูมิคุ้มกันที่ดี - การเรียนรู้เพิ่มเติมจากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ - หมั่นฝึกทำแบบฝึกหัดให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น 10.4 ความรู้ - มีความรู้ความเข้าในในเรื่อง ไฟฟ้าเคมี 10.5 คุณธรรม - มีความสื่อสัตย์ รับผิดชอบในการปฏิบัติงาน ตั้งใจเรียน และทำงานร่วมกันเป็นทีม 11. การบูรณาการ 11.1 ต่างกลุ่มสาระการเรียนรู้ 1. บูรณาการกับสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี เรื่อง การใช้เทคโนโลยีสืบค้นข้อมูล เกี่ยวกับไฟฟ้าเคมี 2. บูรณาการกับสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง เขียนบรรยายหรือจัดทำแผนผังมโนทัศน์เกี่ยวกับไฟฟ้า เคมี 3. บูรณาการกับสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ เรื่อง การฟัง พูด อ่าน เขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับไฟฟ้าเคมีที่เรียนรู้หรือที่นักเรียนสนใจ 11.2 หลักสูตรอาเซียน การฟัง พูด อ่าน เขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับไฟฟ้าเคมีเพื่อการสื่อสารและการทำงานตาม มาตรฐานอาชีพที่กำหนดและการสนับสนุนการเรียนรู้ภาษาอาเซียนและภาษาเพื่อนบ้านเพื่อช่วยเสริมสร้าง สัมพันธภาพทางสังคมและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติท่ามกลางความหลากหมายทางวัฒนธรรม 11.3 ค่านิยม 12 ประการ ข้อที่ 4 ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรงและทางอ้อม - การเรียนด้วยตนเองจากการสืบค้นหนังสือเรียนอื่นๆ และจากอินเทอร์เน็ต ข้อที่ 9 มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ


- ครูสอนเรื่องการมีสติ รู้ตัว รู้คิด รู้ทำ ในกิจกรรมการเรียนการสอนและในการทำการทดลอง 11.4 ทักษะการเรียนรู้ศตวรรษที่ 21 1. การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา 12. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1.1 ครูผู้สอนทบทวนเรื่องเซลล์กัลป์วานิก และให้นักเรียนศึกษาเรื่องเซลล์อิเล็กโทรไลต์ 1.2 ครูผู้สอนและนักเรียนร่วมกันเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างเซลล์กัลป์วานิก และเซลล์อิเล็กโทร ไลต์ ข้อแตกต่าง เซลล์กัลป์วานิก เซลล์อิเล็กโทรไลต์ พลังงาน เคมี → ไฟฟ้า ไฟฟ้า → เคมี ปฏิกิริยา เกิดขึ้นได้เอง เกิดขึ้นเองไม่ได้ E 0 cell บวกเสมอ ลบเสมอ ขั้วไฟฟ้า ขั้วบวก แคโทด-รีดักชัน ขั้วบวก แอโนด-ออกซิเดชัน ขั้วลบ แอโนด-ออกซิเดชัน ขั้วลบ แคโทด-รีดักชัน ขั้นที่ 2 ขั้นสำรวจและค้นคว้า (Exploration) 1.1 ให้นักเรียนทำการทดลอง การแยกสารละลายด้วยกระแสไฟฟ้า ขั้นที่ 3 ขั้นอภิปรายและลงข้อสรุป (Explantion) 3.1 ครูผู้สอนสุ่มนักเรียน ออกมา รายงานผลการทดลองหน้าชั้นเรียน สารละลาย การเปลี่ยนแปลงที่สังเกตได้ ขั้วที่ต่อกับขั้วบวกของแบตเตอรี่ ขั้วที่ต่อกับขั้วลบของแบตเตอรี่ CuSO4 มีฟองแก๊สเกิดขึ้นรอบๆ ขั้วเมื่อทดสอบด้วยก้านธูป ที่ติดไฟเป็นถ่านแดง จะสว่างเพิ่มขึ้น มีสีน้ำตาลแดงเกาะที่ขั้ว KI สารละลายรอบๆ ขั้วจะเปลี่ยนจากไม่มีสีเป็น น้ำตาล มีฟองแก๊สเกิดขึ้นรอบๆ ขั้วเมื่อทดสอบด้วยก้านธูปที่ ติดไฟเป็นถ่านแดง จะเกิดเสียงดังป๊อก แบะ สารละลายรอบๆ ขั้วจะเปลี่ยนจากไม่มีสีเป็นสีชมพู ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 4.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายตามแนวคำถามท้ายการทดลองจนได้ข้อสรุปภายในกลุ่ม แล้วนำเสนอเพื่ออภิปรายร่วมกันอีกครั้ง ดังนี้ 1. เมื่อผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปในสารละลาย CuSO4 ซึ่งในสารละลาย ประกอบด้วย Cu2+ (aq) และ SO4 2- (aq) และ H2O (l) การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นดังนี้ ที่ขั้วแคโทด Cu2+ (aq) รับอิเล็กตรอนได้ดีกว่า H2O (l) จึงเกิดทองแดงเกาะที่ขั้ว ที่ขั้วแอโนด น้ำให้อิเล็กตรอนได้ดีกว่า SO4 2- (aq) เกิดแก๊สออกซิเจนที่ช่วยให้ติดไฟ 2. เมื่อผ่านกระแสไฟฟ้าไปในสารละลาย KI ซึ่งในสารละลายประกอบด้วย K + (aq) I- (aq) และ H2O (l) การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นดังนี้


ที่ขั้วแคโทด น้ำรับอิเล็กตรอนได้ดีกว่า K + (aq) เกิดเป็นแก๊สไฮโดรเจนที่ติดไฟ และ OH- (aq) สารละลายจึงมีสมบัติเป็นเบส ที่ขั้วแอโนด I - (aq) เสียอิเล็กตรอนได้ I2 (s) และ I2 (s) ละลายในสารละลาย KI ได้ สารละลาย สีน้ำตาล ถ้าแยกสารละลายนี้ไปนานๆ pH ของสารละลายจะสูงขั้น เพราะ เกิด OH- เพิ่มขึ้น ส่วน I - ใน สารละลายจะลดลง 3. ปฏิกิริยารวมของการแยกสารละลาย CuSO4 และ KI ด้วยไฟฟ้า มีค่า E 0 ของเซลล์ เป็นลบ แสดง ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นเองไม่ได้ ต้องใช้พลังงานจากภายนอก ซึ่งในที่นี้หมายถึงใช้พลังงาน จากแบตเตอรี่ สำหรับการแยกสารละลาย CuSO4 ด้วยไฟฟ้าจะต้องผ่านกระแสไฟฟ้าที่มี ศักย์ไฟฟ้ามากกว่า 0.89 V ส่วนการแยกสารละลาย KI จะต้องผ่านกระแสไฟฟ้าที่มีศักย์ไฟฟ้า มากกว่า 1.37 โวลต์ ขั้นที่ 5 ขั้นสรุปผล (Evaluation) 5.1 ให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด 13. สื่อและอุปกรณ์ 1. ใบความรู้ เรื่อง ไฟฟ้าเคมี 14. การวัดและการประเมินผล การวัดผลประเมินผลด้าน วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การผ่าน ด้านความรู้ความเข้าใจ 1. อธิบายหลักการของการแยกสารด้วย กระแสไฟฟ้า -สังเกตจากการตอบ คำถาม การอภิปราย -แบบฝึกหัด 1. ได้คะแนน 80% ขึ้นไป ด้านทักษะกระบวนการ 1. ทดลองการแยกสลายสารด้วย กระแสไฟฟ้า 2. เขียนสมการแสดงปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นใน การแยกสลายสารด้วยกระแสไฟฟ้า -ตรวจตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝึกหัด ได้คะแนนในระดับ 80% ขึ้นไป ด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1. มีวินัยและความซื่อสัตย์สุจริต 2. ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น -สังเกตจากการร่วม กิจกรรม -แบบสังเกต พฤติกรรมการร่วม กิจกรรม ได้คะแนนในระดับ 2 ขึ้นไป


แบบประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คำชี้แจง จงพิจารณารายการประเมินและเกณฑ์การให้คะแนนพร้อมเติมคะแนนให้ตรงกับลักษณะ พฤติกรรมที่นักเรียนแสดงออกตามความเป็นจริงกลุ่มที่/เลขที่ รายการพฤติกรรม ผล การประเมิน การทำงานกลุ่ม รายงาน การปฏิบัติกิจกรรม การทดลอง ทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ รวมคะแนน ระดับคะแนน ผ่าน-ไม่ผ่าน การร่วมกันวงแผนในการทำงานและแบ่ง หน้าที่รับผิดชอบ ลงมือทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย ยอบรับข้อสรุปและผลงานของกลุ่ม ความถูกต้องของเนื้อหาสาระ การอภิปรายการทดลอง การสรุปรายงานการทดลอง การออกแบบขั้นตอนการทำงาน เลือกใช้อุปกรณ์ได้ถูกต้อง เหมาะสม ลงมือปฏิบัติมีทักษะในการทดลอง ทำความสะอาดและจัดเก็บอุปกรณ์ 2 2 2 2 2 2 2 2 2 2 20 กลุ่มที่ 1 เลขที่ ......... ......... ......... ......... ......... กลุ่มที่ 2 . เกณฑ์การให้คะแนน 16-20 = ดีมาก 11-15 = ดี 6-10 = พอใช้ 1-5 = ปรับปรุง เกณฑ์การตัดสิน 1. นักเรียนได้คะแนนอยู่ในระดับ ดี ดีมาก ถือว่าผ่าน ใส่เครื่องหมาย✓ 2. นักเรียนได้คะแนนอยู่ในระดับ ปรับปรุง พอใช้ ถือว่าไม่ผ่าน ใส่เครื่องหมาย


เกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ องค์ประกอบที่ 1 การทำงานกลุ่ม (คะแนนเต็ม 6 คะแนน) ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 2 1 0 1. ร่วมกันวางแผน ในการทำงานและ แบ่งหน้าที่รับผิดชอบ ร่วมมือวางแผน การทำงานทุกขั้นตอน ชัดเจน ครบถ้วนดีมาก และมีการแบ่งหน้าที่ ให้สมาชิกในกลุ่ม ทุกคนรับผิดชอบ ในการปฏิบัติกิจกรรม ทดลอง ร่วมมือวางแผน การทำงานบ้าง แต่ไม่ครบทุกขั้นตอน ครบถ้วนพอใช้และมี การแบ่งหน้าที่ ให้สมาชิกในกลุ่ม ทุกคนรับผิดชอบ ในการปฏิบัติกิจกรรม ทดลองแต่ไม่ครบ ทุกคน ไม่ร่วมมือวางแผน การทำงาน ระบุขั้นตอน ทุกขั้นตอน การทำงาน ด้วยตนเองไม่ได้และ ไม่มีการแบ่งหน้าที่ ให้สมาชิกในกลุ่ม ทุกคนรับผิดชอบ ในการปฏิบัติกิจกรรม ทดลอง 2. ลงมือทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ลงมือทำงาน ตามหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ตามขั้นตอน ครบถ้วนดีมาก ลงมือทำงาน ตามหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ได้บางขั้นตอน ต้องมีครูคอยดูแล ลงมือทำงาน ตามหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายไม่ ทำงาน ตามขั้นตอน งานไม่สำเร็จ 3. ยอบรับข้อสรุป และผลงานของกลุ่ม มีส่วนร่วมในการสรุป ยอบรับข้อสรุป และผลงานของกลุ่ม ด้วยความเต็มใจ มีส่วนร่วมในการสรุป บ้าง ยอมรับข้อสรุป และผลงานของกลุ่ม บางส่วน เกือบไม่มีส่วนร่วม ในการสรุป ยอมรับข้อสรุป และผลงานของกลุ่ม เพียงเล็กน้อย องค์ประกอบที่ 2 รายงานการปฏิบัติกิจกรมการทดลอง (คะแนนเต็ม 6 คะแนน) ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 2 1 0 1. ความถูกต้อง ของเนื้อหาสาระ เนื้อหาสาระถูกต้อง ตามข้อเท็จจริง และหลักวิชา เนื้อหาสาระบางส่วน ถูกต้องตามข้อเท็จจริง และหลักวิชา ต้องแก้ไข เป็นส่วนใหญ่ เนื้อหาสาระ ไม่ถูกต้อง ตามข้อเท็จจริง และหลักวิชา ต้องแก้ไข เป็นส่วนใหญ่


ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 2 1 0 2. การอภิปราย การทดลอง การอภิปรายผลถูกต้อง ชัดเจนผู้อภิปราย นำเสนอการอภิปราย ได้ดี การอภิปรายผลถูกต้อง แต่ไม่ชัดเจนผู้อภิปราย นำเสนอการอภิปราย ได้ไม่ดี การอภิปรายผล ไม่ถูกต้องผู้อภิปราย นำเสนอการอภิปราย ได้ไม่ดี 3.การสรุปรายงาน การทดลอง การจัดทำสรุปรายงาน ได้อย่างละเอียด ครบถ้วน และสอดคล้อง กับวัตถุประสงค์ การทดลอง อย่างชัดเจน การจัดทำสรุปรายงาน ได้ไม่ค่อยละเอียด แต่มีความสอดคล้อง กับวัตถุประสงค์ การทดลอง มีการจัดทำ สรุปรายงาน แต่ไม่สอดคล้อง กับวัตถุประสงค์ การทดลอง องค์ประกอบที่ 3 ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์(คะแนนเต็ม 10 คะแนน) ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 2 1 0 1. การออกแบบ ขั้นตอนการทำงาน ออกแบบวิธีการ ขั้นตอนการแก้ปัญหา ตั้งสมมติฐาน ได้ถูกต้องเหมาะสม ออกแบบวิธีการ ขั้นตอนการแก้ปัญหา ตั้งสมมติฐาน ได้เหมาะสมพอใช้ ออกแบบวิธีการ ขั้นตอน การแก้ปัญหา ตั้งสมมติฐาน ได้ไม่เหมาะสม 2.เลือกใช้อุปกรณ์ได้ ถูกต้อง เหมาะสม เลือกใช้อุปกรณ์ ได้ถูกต้องเหมาะสม ปลอดภัย เลือกใช้อุปกรณ์ ได้ถูกต้อง เหมาะสม แต่ขาดความปลอดภัย เลือกใช้อุปกรณ์ ได้ไม่ถูกต้อง เหมาะสม และขาด ความปลอดภัย 3. ลงมือปฏิบัติ มีทักษะ ในการทดลอง ลงมือทำงานแก้ปัญหา ตามขั้นตอน ที่กำหนดไว้ อย่างครบถ้วน สามารถค้นพบความรู้ ข้อคิดแนวทาง การปฏิบัติตามประเด็น ลงมือทำงานแก้ปัญหา ตามขั้นตอน ที่กำหนดไว้ อย่างครบถ้วน สามารถค้นพบความรู้ ข้อคิดแนวทาง การปฏิบัติตามประเด็น ปัญหาที่ตั้งไว้ ลงมือทำงาน แก้ปัญหาตามขั้นตอน ที่กำหนดไว้ อย่างครบถ้วน ไม่สามารถค้นพบ ความรู้ข้อคิดแนวทาง การปฏิบัติ


ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 2 1 0 ปัญหาที่ตั้งไว้ ด้วยตนเองทั้งหมด ด้วยตนเองเป็น บางส่วน ตามประเด็นปัญหา ที่ตั้งไว้ 4. ทำความสะอาด และจัดเก็บอุปกรณ์ ทำความสะอาด และจัดเก็บอุปกรณ์ เรียบร้อย ทำความสะอาด แต่ไม่จัดเก็บอุปกรณ์ ให้เรียบร้อย ไม่ทำความสะอาด และไม่จัดเก็บ อุปกรณ์ให้เรียบร้อย


15. บันทึกการจัดการเรียนรู้ 1. ผลการจัดการเรียนการสอน 1.1 ด้านความรู้………………………………………………………………………………………..…………………………… .............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................. 1.2 ด้านทักษะกระบวนการ……………………………………………………………………..…………………………...… .............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................. 1.3 ด้านคุณลักษณะ……………………………………………………………………………………………………………… .............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................. 2. ปัญหา / อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………….……………………….………………… …………………………………………………………………………..………………………………………………………………… …………………………………………………………………….……………………………………………………………………… .............................................................................................................................................................. 3. แนวทางแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………….………….……………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… .............................................................................................................................................................. 4. ผลการวิเคราะห์ / ประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ ……………………………………………………………………………….………………………………………….………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… .............................................................................................................................................................. ลงชื่อ…………………………….ผู้บันทึก (นางสาวมณีรัตน์ เชื้อตาหมื่น)


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 21 ชื่อเรื่อง การชุบด้วยไฟฟ้า หน่วยที่ 2 เรื่อง ไฟฟ้าเคมี รหัสวิชา ว 30224 รายวิชา เคมีเพิ่มเติม 4 เวลา 2 ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1. สาระเพิ่มเติม เคมี 2. มาตรฐานการเรียนรู้ สาระเคมี ข้อ 2 เข้าใจการเขียนและการดุลสมการเคมี ปริมาณสัมพันธ์ในปฏิกิริยาเคมี อัตราการ เกิดปฏิกิริยาเคมี สมดุลในปฏิกิริยาเคมี สมบัติและปฏิกิริยาของกรด–เบส ปฏิกิริยารีดอกซ์และเซลล์เคมีไฟฟ้า รวมทั้งการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ 3. ผลการเรียนรู้ ม.5/18 ทดลองชุบโลหะและแยกสารเคมีด้วยกระแสไฟฟ้า และอธิบายหลักการทางเคมีไฟฟ้าที่ใช้ใน การชุบโลหะ การแยกสารเคมีด้วยกระแสไฟฟ้า การทำโลหะให้บริสุทธิ์ และการป้องกันการกัดกร่อนของโลหะ 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง เซลล์อิเล็กโทรลิติกสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ทั้งในชีวิตประจำวัน และในอุตสาหกรรม หลาย ประเภท เช่น การชุบโลหะ การแยกสารเคมีด้วยกระแสไฟฟ้า การทำโลหะให้บริสุทธิ์การป้องกันการกัดกร่อน ของโลหะ 5. สาระสำคัญ การชุบโลหะด้วยไฟฟ้า สิ่งที่นำมาชุบต้องอยู่ด้านแคโทดเสมอ โลหะที่ใช้ชุบต้องอยู่ด้านแอโนดเสมอ สารละลายที่ใช้ต้องเป็นชนิดเดียวกับแอโนด(โลหะที่ใช้ชุบ) กระแสไฟฟ้าที่ใช้ต้องเป็นกระแสตรง และความ เข้มข้นของสารละลายจะไม่เปลี่ยนแปลง กระบวนการของปฏิกิริยารีดอกซ์ที่เกิดจากโลหะถูกออกซิไดส์เป็นสารประกอบในภาวะแวดล้อม ต่างๆกัน เช่นการเกิดสนิมเหล็ก โลหะเงินเกิดความหมอง เป็นต้น สิ่งที่ทำให้เกิดการผุกร่อนหรือสนิมคือ O2 และความชื้น 6. จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) 1.อธิบายหลักการชุบด้วยไฟฟ้า 2.อธิบายวิธีการป้องกันการกัดกร่อนของโลหะได้ ด้านทักษะกระบวนการ (P) 1.ทดลองชุบด้วยไฟฟ้า และการป้องกันการกัดกร่อนของโลหะได้ 2.เขียนสมการแสดงปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นที่ขั้วไฟฟ้าในการชุบด้วยไฟฟ้า และสมการแสดงปฏิกิริยาที่ เกิดขึ้นในการป้องกันการกัดกร่อนของโลหะได้ ด้านคุณลักษณะ (A) 1. มีวินัยและความซื่อสัตย์สุจริต 2. ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น 7. จุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 7.1 ด้านความสามารถและทักษะ


แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ ใช้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) มี ทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ตามช่วงวัย 7.2 ด้านคุณลักษณะเฉพาะช่วงวัย มุ่งมั่นในการศึกษาและการทำงาน 8. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1.การจัดการตนเองอย่างมีสุขภาวะ 2.ความคิดขั้นสูงและการเรียนรู้ 3.การสื่อสารด้วยภาษา 4.การจัดการและการทำงานเป็นทีม 5.การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง 6.การอยู่รวมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน 9. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน มีจิตสาธารณะ อยู่อย่างพอเพียง รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ รักความเป็นไทย 10. หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 10.1 ความพอประมาณ - คำนึงถึงศักยภาพในการทำการทดลองกรดเบสที่จะก่อให้เกิดการเรียนรู้ต่อตนเอง - การใช้ประโยชน์จากวัสดุอุปกรณ์ที่มีอยู่รอบตัวมาปรับใช้ในการทดลองไฟฟ้าเคมี 10.2 ความมีเหตุผล - ใช้กระบวนการคิดและการแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล 10.3 การมีภูมิคุ้มกันที่ดี - การเรียนรู้เพิ่มเติมจากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ - หมั่นฝึกทำแบบฝึกหัดให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น 10.4 ความรู้ - มีความรู้ความเข้าในในเรื่อง ไฟฟ้าเคมี 10.5 คุณธรรม - มีความสื่อสัตย์ รับผิดชอบในการปฏิบัติงาน ตั้งใจเรียน และทำงานร่วมกันเป็นทีม 11. การบูรณาการ 11.1 ต่างกลุ่มสาระการเรียนรู้ 1. บูรณาการกับสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี เรื่อง การใช้เทคโนโลยีสืบค้นข้อมูล เกี่ยวกับไฟฟ้าเคมี 2. บูรณาการกับสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง เขียนบรรยายหรือจัดทำแผนผังมโนทัศน์เกี่ยวกับไฟฟ้า เคมี 3. บูรณาการกับสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ เรื่อง การฟัง พูด อ่าน เขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับไฟฟ้าเคมีที่เรียนรู้หรือที่นักเรียนสนใจ


11.2 หลักสูตรอาเซียน การฟัง พูด อ่าน เขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับไฟฟ้าเคมีเพื่อการสื่อสารและการทำงานตาม มาตรฐานอาชีพที่กำหนดและการสนับสนุนการเรียนรู้ภาษาอาเซียนและภาษาเพื่อนบ้านเพื่อช่วยเสริมสร้าง สัมพันธภาพทางสังคมและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติท่ามกลางความหลากหมายทางวัฒนธรรม 11.3 ค่านิยม 12 ประการ ข้อที่ 4 ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรงและทางอ้อม - การเรียนด้วยตนเองจากการสืบค้นหนังสือเรียนอื่นๆ และจากอินเทอร์เน็ต ข้อที่ 9 มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ - ครูสอนเรื่องการมีสติ รู้ตัว รู้คิด รู้ทำ ในกิจกรรมการเรียนการสอนและในการทำการทดลอง 11.4 ทักษะการเรียนรู้ศตวรรษที่ 21 1. การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา 12. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1.1 ครูผู้สอนทบทวนการแยกสลายสารด้วยกระแสไฟฟ้า โดยยกตัวอย่างการ แยกสลาย Al2(SO4)3 ขั้นที่ 2 ขั้นสำรวจและค้นคว้า (Exploration) 1.1 ให้นักเรียนทำการทดลอง การชุบด้วยไฟฟ้า (การชุบตะปูด้วยสังกะสี) ขั้นที่ 3 ขั้นอภิปรายและลงข้อสรุป (Explantion) 1.1 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายตามแนวคำถามท้ายการทดลองแล้วนำข้อสรุปของทุก กลุ่ม มาร่วมกันอภิปรายอีกครั้งซึ่งสรุปได้ดังนี้ 1. ขั้วที่ต่อกับขั้วบวกของแบตเตอรี่ คือ ขั้ว Zn ให้อิเล็กตรอนเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันเป็น Zn2+ (aq) ละลายอยู่ในสารละลาย ดังสมการ Zn (s) → Zn2+ (aq) + 2e2. ขั้วที่ต่อกับขั้วลบของแบตเตอรี่คือ ตะปูเหล็ก ซึ่งจุ่มอยู่ในสารละลาย Zn2+ (aq) โดย Zn2+ (aq) จะรับอิเล็กตรอนเกิดปฏิกิริยารีดักชันได้โลหะสังกะสีเกาะตะปูเหล็ก ดังสมการ Zn2+ (aq) + 2e- → Zn (s) 1.2 ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปหลักการชุบด้วยไฟฟ้า 1. จัดสิ่งที่ต้องการชุบเป็นขั้วแคโทด 2. ต้องการชุบด้วยโลหะใด ใช้โลหะนั้นเป็นขั้วแอโนด 3. สารละลายอิเล็กโทรไลต์ต้องมีไอออนของโลหะที่เป็นขั้วที่ต้องการชุบ 4. ต้องใช้ไฟฟ้ากระแสตรงเพื่อให้อิเล็กตรอนไหลในทิศทางเดียวตลอดเวลา 5. ขณะชุบโลหะ ความเข้มข้นของสารละลายอิเล็กโทรไลต์ไม่เปลี่ยนแปลงตราบใดที่ขั้วแอโนด ยังไม่กร่อนหมด ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 1.1 ให้นักเรียนทำการทดลองเรื่อง การป้องกันการกัดกร่อนของโลหะ 1.2 ครูให้นักเรียนออกมาอภิปรายการผลการทดลองหน้าชั้นเรียน และร่วมสรุปผลทดลองด้วยกัน


อีกครั้งหนึ่ง ดังนี้ การทดลอง การเปลี่ยนแปลงที่สังเกตได้ ก่อนหยดสารละลาย หยดฟีนอล์ฟทาลีน หยด K3Fe(CN)6 บีกเกอร์ที่ 1ตะปูเหล็กในบีกเกอร์ ไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง เกิดสีชมพูอ่อน เกิดสีน้ำเงินอ่อน บีกเกอร์ที่ 2ตะปูเหล็กที่เคลือบด้วย วาสลีน ไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่เปลี่ยนแปลง บีกเกอร์ 3ตะปูเหล็กที่วางในแนวตั้ง ให้ส่วนหัวตะปูอยู่ด้านบนเติมน้ำกลั่น สูงประมาณ 2 cm เกิดสนิมที่ผิวตะปู เหล็ก ตรง รอยต่อระหว่างน้ำกับอากาศ เกิดสีชมพูเข้มกว่าบีก เกอร์ 1 เล็กน้อย เกิดสีน้ำเงินเข้มกว่า บีกเกอร์ 1 เล็กน้อย บีกเกอร์ 4ตะปูเหล็ก ที่พันด้านแหลม ด้วยลวดแมกนีเซียม ตะปูเหล็กไม่เปลี่ยน ลวด แม็กนีเซียมผิวขุ่นกว่าเดิม เล็กน้อย เกิดสีชมพูเข้มกว่าบีก เกอร์ที่ 3 ไม่เปลี่ยนแปลง บีกเกอร์ 5 ตะปูเหล็กที่พันด้านแหลม ด้วยลวดทองแดง สังเกตพบสนิมเล็กน้อย เกิดสีชมพูเข้มกว่าบีก เกอร์ 4 เกิดสีน้ำเงินเข้ม บีกเกอร์ 6 ตะปูเหล็กที่ต่อด้านหัว ตะปูกับลวดตัวนำแล้วต่อปลายลวด ตัวนำอีกด้านเข้ากับขั้วบวกของ ถ่านไฟฉาย ไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง เกิดสีชมพูอ่อน เกิดสีน้ำเงินอ่อน บีกเกอร์ 7 ตะปูเหล็กที่ต่อด้านหัว ตะปู กับลวดตัวนำแล้วต่อปลาย อีก ด้านของลวดตัวนำเข้ากับขั้วลบของ ถ่านไฟฉาย ไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่เปลี่ยนแปลง ครูผู้สอนถามนักเรียน จากผลการทดลองภาวะที่ตะปูเหล็กไม่เกิดสนิมคือ ? (ภาวะที่ไม่สัมผัสกับอากาศและน้ำ) 1.3 ในภาวะที่ตะปูเหล็กสัมผัสกับน้ำและอากาศ ทำไมถึงเกิดสนิมได้ สมการเคมีที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร (เหล็กสัมผัสกับน้ำและอากาศซึ่งมีแก๊สออกซิเจนและไอน้ำหรือความชื้นจึงเกิดสนิมขึ้น) สมการเคมี 2Fe (s) + O2 (g) +2H2O (l) → 2Fe2+ (aq) + 4OH4Fe(OH)2 (s) + O2 (g) + 2H2O (l) → 4Fe(OH)3 (s) → 2Fe2O3 . 3H2O (s) เนื่องจากมี OH- (aq) เกิดขึ้นเมื่อหยดฟีนอล์ฟทาลีนจึงเกิดสีชมพู และเมื่อหยด K3Fe(CN)6 จึง เกิดสีน้ำเงินของ KFe[Fe(CN)6 ]


1.4 ครูผู้สอนให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันการกัดกร่อนของโลหะวิธีอื่นๆ เช่น การเคลือบโลหะ ด้วยการทาน้ำมัน ชุบพลาสติก ทาสี ชุบโลหะ วิธีแคโทดิก กัลป์วาไนซิง การอะโนไดส์ การรมดำ ขั้นที่ 5 ขั้นสรุปผล (Evaluation) 5.1 ให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด 13. สื่อและอุปกรณ์ 1. ใบความรู้ เรื่อง ไฟฟ้าเคมี 14. การวัดและการประเมินผล การวัดผลประเมินผลด้าน วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การผ่าน ด้านความรู้ความเข้าใจ 1. อธิบายหลักการของการแยกสารด้วย กระแสไฟฟ้า 2.อธิบายวิธีการป้องกันการกัดกร่อนของ โลหะได้ -สังเกตจากการตอบ คำถาม การอภิปราย --แบบฝึกหัด 1. ได้คะแนน 80% ขึ้นไป ด้านทักษะกระบวนการ 1. ทดลองการแยกสลายสารด้ว ย กระแสไฟฟ้าและการป้องกันการกัด กร่อนของโลหะได้ 2. เขียนสมการแสดงปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นใน การแยกสลายสารด้วยกระแสไฟฟ้า และ ปฏิกิริยาที่เกิดข้ึนในการป้องกันการกดั กร่อนของโลหะได้ -ตรวจตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝึกหัด ได้คะแนนในระดับ 80% ขึ้นไป ด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1. มีวินัยและความซื่อสัตย์สุจริต 2. ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น -สังเกตจากการร่วม กิจกรรม -แบบสังเกต พฤติกรรมการร่วม กิจกรรม ได้คะแนนในระดับ 2 ขึ้นไป


แบบประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คำชี้แจง จงพิจารณารายการประเมินและเกณฑ์การให้คะแนนพร้อมเติมคะแนนให้ตรงกับลักษณะ พฤติกรรมที่นักเรียนแสดงออกตามความเป็นจริงกลุ่มที่/เลขที่ รายการพฤติกรรม ผล การประเมิน การทำงานกลุ่ม รายงาน การปฏิบัติกิจกรรม การทดลอง ทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ รวมคะแนน ระดับคะแนน ผ่าน-ไม่ผ่าน การร่วมกันวงแผนในการทำงานและแบ่ง หน้าที่รับผิดชอบ ลงมือทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย ยอบรับข้อสรุปและผลงานของกลุ่ม ความถูกต้องของเนื้อหาสาระ การอภิปรายการทดลอง การสรุปรายงานการทดลอง การออกแบบขั้นตอนการทำงาน เลือกใช้อุปกรณ์ได้ถูกต้อง เหมาะสม ลงมือปฏิบัติมีทักษะในการทดลอง ทำความสะอาดและจัดเก็บอุปกรณ์ 2 2 2 2 2 2 2 2 2 2 20 กลุ่มที่ 1 เลขที่ ......... ......... ......... ......... ......... กลุ่มที่ 2 . เกณฑ์การให้คะแนน 16-20 = ดีมาก 11-15 = ดี 6-10 = พอใช้ 1-5 = ปรับปรุง เกณฑ์การตัดสิน 1. นักเรียนได้คะแนนอยู่ในระดับ ดี ดีมาก ถือว่าผ่าน ใส่เครื่องหมาย✓ 2. นักเรียนได้คะแนนอยู่ในระดับ ปรับปรุง พอใช้ ถือว่าไม่ผ่าน ใส่เครื่องหมาย


เกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ องค์ประกอบที่ 1 การทำงานกลุ่ม (คะแนนเต็ม 6 คะแนน) ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 2 1 0 1. ร่วมกันวางแผน ในการทำงานและ แบ่งหน้าที่รับผิดชอบ ร่วมมือวางแผน การทำงานทุกขั้นตอน ชัดเจน ครบถ้วนดีมาก และมีการแบ่งหน้าที่ ให้สมาชิกในกลุ่ม ทุกคนรับผิดชอบ ในการปฏิบัติกิจกรรม ทดลอง ร่วมมือวางแผน การทำงานบ้าง แต่ไม่ครบทุกขั้นตอน ครบถ้วนพอใช้และมี การแบ่งหน้าที่ ให้สมาชิกในกลุ่ม ทุกคนรับผิดชอบ ในการปฏิบัติกิจกรรม ทดลองแต่ไม่ครบ ทุกคน ไม่ร่วมมือวางแผน การทำงาน ระบุขั้นตอน ทุกขั้นตอน การทำงาน ด้วยตนเองไม่ได้และ ไม่มีการแบ่งหน้าที่ ให้สมาชิกในกลุ่ม ทุกคนรับผิดชอบ ในการปฏิบัติกิจกรรม ทดลอง 2. ลงมือทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ลงมือทำงาน ตามหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ตามขั้นตอน ครบถ้วนดีมาก ลงมือทำงาน ตามหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ได้บางขั้นตอน ต้องมีครูคอยดูแล ลงมือทำงาน ตามหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายไม่ ทำงาน ตามขั้นตอน งานไม่สำเร็จ 3. ยอบรับข้อสรุป และผลงานของกลุ่ม มีส่วนร่วมในการสรุป ยอบรับข้อสรุป และผลงานของกลุ่ม ด้วยความเต็มใจ มีส่วนร่วมในการสรุป บ้าง ยอมรับข้อสรุป และผลงานของกลุ่ม บางส่วน เกือบไม่มีส่วนร่วม ในการสรุป ยอมรับข้อสรุป และผลงานของกลุ่ม เพียงเล็กน้อย องค์ประกอบที่ 2 รายงานการปฏิบัติกิจกรมการทดลอง (คะแนนเต็ม 6 คะแนน) ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 2 1 0 1. ความถูกต้อง ของเนื้อหาสาระ เนื้อหาสาระถูกต้อง ตามข้อเท็จจริง และหลักวิชา เนื้อหาสาระบางส่วน ถูกต้องตามข้อเท็จจริง และหลักวิชา ต้องแก้ไข เป็นส่วนใหญ่ เนื้อหาสาระ ไม่ถูกต้อง ตามข้อเท็จจริง และหลักวิชา ต้องแก้ไข เป็นส่วนใหญ่


ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 2 1 0 2. การอภิปราย การทดลอง การอภิปรายผลถูกต้อง ชัดเจนผู้อภิปราย นำเสนอการอภิปราย ได้ดี การอภิปรายผลถูกต้อง แต่ไม่ชัดเจนผู้อภิปราย นำเสนอการอภิปราย ได้ไม่ดี การอภิปรายผล ไม่ถูกต้องผู้อภิปราย นำเสนอการอภิปราย ได้ไม่ดี 3.การสรุปรายงาน การทดลอง การจัดทำสรุปรายงาน ได้อย่างละเอียด ครบถ้วน และสอดคล้อง กับวัตถุประสงค์ การทดลอง อย่างชัดเจน การจัดทำสรุปรายงาน ได้ไม่ค่อยละเอียด แต่มีความสอดคล้อง กับวัตถุประสงค์ การทดลอง มีการจัดทำ สรุปรายงาน แต่ไม่สอดคล้อง กับวัตถุประสงค์ การทดลอง องค์ประกอบที่ 3 ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์(คะแนนเต็ม 10 คะแนน) ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 2 1 0 1. การออกแบบ ขั้นตอนการทำงาน ออกแบบวิธีการ ขั้นตอนการแก้ปัญหา ตั้งสมมติฐาน ได้ถูกต้องเหมาะสม ออกแบบวิธีการ ขั้นตอนการแก้ปัญหา ตั้งสมมติฐาน ได้เหมาะสมพอใช้ ออกแบบวิธีการ ขั้นตอน การแก้ปัญหา ตั้งสมมติฐาน ได้ไม่เหมาะสม 2.เลือกใช้อุปกรณ์ได้ ถูกต้อง เหมาะสม เลือกใช้อุปกรณ์ ได้ถูกต้องเหมาะสม ปลอดภัย เลือกใช้อุปกรณ์ ได้ถูกต้อง เหมาะสม แต่ขาดความปลอดภัย เลือกใช้อุปกรณ์ ได้ไม่ถูกต้อง เหมาะสม และขาด ความปลอดภัย 3. ลงมือปฏิบัติ มีทักษะ ในการทดลอง ลงมือทำงานแก้ปัญหา ตามขั้นตอน ที่กำหนดไว้ อย่างครบถ้วน สามารถค้นพบความรู้ ข้อคิดแนวทาง การปฏิบัติตามประเด็น ลงมือทำงานแก้ปัญหา ตามขั้นตอน ที่กำหนดไว้ อย่างครบถ้วน สามารถค้นพบความรู้ ข้อคิดแนวทาง การปฏิบัติตามประเด็น ปัญหาที่ตั้งไว้ ลงมือทำงาน แก้ปัญหาตามขั้นตอน ที่กำหนดไว้ อย่างครบถ้วน ไม่สามารถค้นพบ ความรู้ข้อคิดแนวทาง การปฏิบัติ


ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 2 1 0 ปัญหาที่ตั้งไว้ ด้วยตนเองทั้งหมด ด้วยตนเองเป็น บางส่วน ตามประเด็นปัญหา ที่ตั้งไว้ 4. ทำความสะอาด และจัดเก็บอุปกรณ์ ทำความสะอาด และจัดเก็บอุปกรณ์ เรียบร้อย ทำความสะอาด แต่ไม่จัดเก็บอุปกรณ์ ให้เรียบร้อย ไม่ทำความสะอาด และไม่จัดเก็บ อุปกรณ์ให้เรียบร้อย


15. บันทึกการจัดการเรียนรู้ 1. ผลการจัดการเรียนการสอน 1.1 ด้านความรู้………………………………………………………………………………………..…………………………… .............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................. 1.2 ด้านทักษะกระบวนการ……………………………………………………………………..…………………………...… .............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................. 1.3 ด้านคุณลักษณะ……………………………………………………………………………………………………………… .............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................. 2. ปัญหา / อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………….……………………….………………… …………………………………………………………………………..………………………………………………………………… …………………………………………………………………….……………………………………………………………………… .............................................................................................................................................................. 3. แนวทางแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………….………….……………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… .............................................................................................................................................................. 4. ผลการวิเคราะห์ / ประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ ……………………………………………………………………………….………………………………………….………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… .............................................................................................................................................................. ลงชื่อ…………………………….ผู้บันทึก (นางสาวมณีรัตน์ เชื้อตาหมื่น)


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 22 ชื่อเรื่อง ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเซลล์ไฟฟ้าเคมี หน่วยที่ 2 เรื่อง ไฟฟ้าเคมี รหัสวิชา ว 30224 รายวิชา เคมีเพิ่มเติม 4 เวลา 2 ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1. สาระเพิ่มเติม เคมี 2. มาตรฐานการเรียนรู้ สาระเคมี ข้อ 2 ข้าใจการเขียนและการดุลสมการเคมี ปริมาณสัมพันธ์ในปฏิกิริยาเคมี อัตราการ เกิดปฏิกิริยาเคมี สมดุลในปฏิกิริยาเคมี สมบัติและปฏิกิริยาของกรด–เบส ปฏิกิริยารีดอกซ์และเซลล์เคมีไฟฟ้า รวมทั้งการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ 3. ผลการเรียนรู้ ม.5/19 สืบค้นข้อมูลและนำาเสนอตัวอย่างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับเซลล์เคมีไฟฟ้า ในชีวิตประจำวัน 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง ปฏิกิริยาเคมีหลายปฏิกิริยาที่พบในชีวิตประจำวัน เป็นปฏิกิริยารีดอกซ์เช่น ปฏิกิริยาการเผาไหม้ ปฏิกิริยาในเซลล์เคมีไฟฟ้า ซึ่งความรู้เรื่อง เซลล์เคมีไฟฟ้าและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับเซลล์ เคมีไฟฟ้า นำไปสู่นวัตกรรม ด้านพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 5. สาระสำคัญ จากความรู้เรื่องเซลล์ไฟฟ้าเคมีทั้งที่เป็นเซลล์กัลป์วานิกและเซลล์อิเล็กโทรไลติก สามารถนำมา ประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาเครื่องมือเครื่องใช้และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโลหะและสารละลายอิเล็กโทร ไลต์ได้มาก ตัวอย่างเช่น แบตเตอรี่อิเล็กโทรไลต์แข็ง แบตเตอรี่อากาศ การทำอิเล็กโทรไดอะลิซิสน้ำทะเล 6. จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) 1.อธิบายวิธีการนำความรู้เรื่องเซลล์ไฟฟ้าเคมีไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ ด้านทักษะกระบวนการ (P) 1.สืบค้น รวบรวมข้อมูล นำเสนอ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ที่เกี่ยวกับเซลล์ไฟฟ้าเคมีได้ ด้านคุณลักษณะ (A) 1. มีวินัยและความซื่อสัตย์สุจริต 2. ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น 7. จุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 7.1 ด้านความสามารถและทักษะ แสวงหาความรู้เพื่อการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ ใช้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) มี ทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ตามช่วงวัย 7.2 ด้านคุณลักษณะเฉพาะช่วงวัย มุ่งมั่นในการศึกษาและการทำงาน 8. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1.การจัดการตนเองอย่างมีสุขภาวะ 2.ความคิดขั้นสูงและการเรียนรู้


3.การสื่อสารด้วยภาษา 4.การจัดการและการทำงานเป็นทีม 5.การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง 6.การอยู่รวมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน 9. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน มีจิตสาธารณะ อยู่อย่างพอเพียง รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ รักความเป็นไทย 10. หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 10.1 ความพอประมาณ - คำนึงถึงศักยภาพในการทำการทดลองไฟฟ้าเคมีที่จะก่อให้เกิดการเรียนรู้ต่อตนเอง - การใช้ประโยชน์จากวัสดุอุปกรณ์ที่มีอยู่รอบตัวมาปรับใช้ในการทดลองไฟฟ้าเคมี 10.2 ความมีเหตุผล - ใช้กระบวนการคิดและการแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล 10.3 การมีภูมิคุ้มกันที่ดี - การเรียนรู้เพิ่มเติมจากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ - หมั่นฝึกทำแบบฝึกหัดให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น 10.4 ความรู้ - มีความรู้ความเข้าในในเรื่อง ไฟฟ้าเคมี 10.5 คุณธรรม - มีความสื่อสัตย์ รับผิดชอบในการปฏิบัติงาน ตั้งใจเรียน และทำงานร่วมกันเป็นทีม 11. การบูรณาการ 11.1 ต่างกลุ่มสาระการเรียนรู้ 1. บูรณาการกับสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี เรื่อง การใช้เทคโนโลยีสืบค้นข้อมูล เกี่ยวกับไฟฟ้าเคมี 2. บูรณาการกับสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง เขียนบรรยายหรือจัดทำแผนผังมโนทัศน์เกี่ยวกับไฟฟ้า เคมี 3. บูรณาการกับสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ เรื่อง การฟัง พูด อ่าน เขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับไฟฟ้าเคมีที่เรียนรู้หรือที่นักเรียนสนใจ 11.2 หลักสูตรอาเซียน การฟัง พูด อ่าน เขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับไฟฟ้าเคมีเพื่อการสื่อสารและการทำงานตาม มาตรฐานอาชีพที่กำหนดและการสนับสนุนการเรียนรู้ภาษาอาเซียนและภาษาเพื่อนบ้านเพื่อช่วยเสริมสร้าง สัมพันธภาพทางสังคมและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติท่ามกลางความหลากหมายทางวัฒนธรรม 11.3 ค่านิยม 12 ประการ ข้อที่ 4 ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรงและทางอ้อม - การเรียนด้วยตนเองจากการสืบค้นหนังสือเรียนอื่นๆ และจากอินเทอร์เน็ต ข้อที่ 9 มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ - ครูสอนเรื่องการมีสติ รู้ตัว รู้คิด รู้ทำ ในกิจกรรมการเรียนการสอนและในการทำการทดลอง


11.4 ทักษะการเรียนรู้ศตวรรษที่ 21 1. การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา 12. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1.1 ทบทวนหลักการของเซลล์กัลป์วานิก และเซลล์อิเล็กโทรไลต์ รวมทั้งการนำหลักการ ของ เซลล์ไฟฟ้าเคมีทั้งสองประเภทมาใช้ประโยชน์ เพื่อนำไปสู่เรื่อง ความก้าวหน้า ทาง เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับเซลล์ไฟฟ้าเคมี ขั้นที่ 2 ขั้นสำรวจและค้นคว้า (Exploration) 1.1 แบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็น 6 กลุ่ม กลุ่มละ 7 คน 1.2 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มไปศึกษาเรื่องต่อไปนี้ แบตเตอรี่อิเล็กโทรไลต์แข็ง แบตเตอรี่อากาศ การทำอิ เล็กโทรไดอะลิซิสน้ำทะเล 1.3 โดยในแต่ละเรื่องให้มีหัวข้อต่อไปนี้ -ลักษณะของเครื่องมือเครื่องใช้และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่ได้รับ -ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น ในเครื่องมือเครื่องใช้และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่ได้รับ -การนำไปใช้งานในชีวิตประจำวัน -รูปภาพแสดงส่วนประกอบของ เครื่องมือ เครื่องใช้ และวัสดุอุปกรณ์ที่ได้รับ -ตั้งคำถามแบบเลือกตอบจากเรื่องนั้นๆ 10 ข้อ -การนำเสนอ จะนำเสนอในรูปแบบใดก็ได้ ขั้นที่ 3 ขั้นอภิปรายและลงข้อสรุป (Explantion) 1.1 ให้นักเรียนที่นำเสนอเรื่อง แบตเตอรี่อิเล็กโทรไลต์ 2 กลุ่ม นำเสนอหน้าชั้นเรียน 1.2 เมื่อนำเสนอเสร็จครูผู้สอนและนักเรียนร่วมกันสรุป เป็นภาพรวมอีกครั้งหนึ่ง ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 1.1 ครูผู้สอนอธิบายเพิ่มเติมในหัวข้อ การเขียนสมการแสดงปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในแบตเตอรี่ อิเล็กโทรไลต์ ขั้นที่ 5 ขั้นสรุปผล (Evaluation) 1.1 ครูผู้สอนให้นักเรียนทำแบบทดสอบ โดยครูผู้สอนจะเลือก คำถาม มาจาก คำถามที่นักเรียน ใน แต่ละกลุ่มตั้งมา 13. สื่อและอุปกรณ์ 1. ใบความรู้ เรื่อง ไฟฟ้าเคมี 14. การวัดและการประเมินผล การวัดผลประเมินผลด้าน วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การผ่าน ด้านความรู้ความเข้าใจ 1.อธิบายวิธีการนำความรู้เรื่องเซลล์ไฟฟ้า เคมีไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ -สังเกตจากการตอบ คำถาม การอภิปราย -แบบฝึกหัด 1. ได้คะแนน 80% ขึ้นไป ด้านทักษะกระบวนการ -ตรวจตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝึกหัด ได้คะแนนในระดับ 80% ขึ้นไป


1.สืบค้น รวบรวมข้อมูล นำเสนอ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ที่เกี่ยวกับ เซลล์ไฟฟ้าเคมีได้ ด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1. มีวินัยและความซื่อสัตย์สุจริต 2. ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น -สังเกตจากการร่วม กิจกรรม -แบบสังเกต พฤติกรรมการร่วม กิจกรรม ได้คะแนนในระดับ 2 ขึ้นไป


แบบประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คำชี้แจง จงพิจารณารายการประเมินและเกณฑ์การให้คะแนนพร้อมเติมคะแนนให้ตรงกับลักษณะ พฤติกรรมที่นักเรียนแสดงออกตามความเป็นจริงกลุ่มที่/เลขที่ รายการพฤติกรรม ผล การประเมิน การทำงานกลุ่ม รายงาน การปฏิบัติกิจกรรม การทดลอง ทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ รวมคะแนน ระดับคะแนน ผ่าน-ไม่ผ่าน การร่วมกันวงแผนในการทำงานและแบ่ง หน้าที่รับผิดชอบ ลงมือทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย ยอบรับข้อสรุปและผลงานของกลุ่ม ความถูกต้องของเนื้อหาสาระ การอภิปรายการทดลอง การสรุปรายงานการทดลอง การออกแบบขั้นตอนการทำงาน เลือกใช้อุปกรณ์ได้ถูกต้อง เหมาะสม ลงมือปฏิบัติมีทักษะในการทดลอง ทำความสะอาดและจัดเก็บอุปกรณ์ 2 2 2 2 2 2 2 2 2 2 20 กลุ่มที่ 1 เลขที่ ......... ......... ......... ......... ......... กลุ่มที่ 2 . เกณฑ์การให้คะแนน 16-20 = ดีมาก 11-15 = ดี 6-10 = พอใช้ 1-5 = ปรับปรุง เกณฑ์การตัดสิน 1. นักเรียนได้คะแนนอยู่ในระดับ ดี ดีมาก ถือว่าผ่าน ใส่เครื่องหมาย✓ 2. นักเรียนได้คะแนนอยู่ในระดับ ปรับปรุง พอใช้ ถือว่าไม่ผ่าน ใส่เครื่องหมาย


เกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ องค์ประกอบที่ 1 การทำงานกลุ่ม (คะแนนเต็ม 6 คะแนน) ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 2 1 0 1. ร่วมกันวางแผน ในการทำงานและ แบ่งหน้าที่รับผิดชอบ ร่วมมือวางแผน การทำงานทุกขั้นตอน ชัดเจน ครบถ้วนดีมาก และมีการแบ่งหน้าที่ ให้สมาชิกในกลุ่ม ทุกคนรับผิดชอบ ในการปฏิบัติกิจกรรม ทดลอง ร่วมมือวางแผน การทำงานบ้าง แต่ไม่ครบทุกขั้นตอน ครบถ้วนพอใช้และมี การแบ่งหน้าที่ ให้สมาชิกในกลุ่ม ทุกคนรับผิดชอบ ในการปฏิบัติกิจกรรม ทดลองแต่ไม่ครบ ทุกคน ไม่ร่วมมือวางแผน การทำงาน ระบุขั้นตอน ทุกขั้นตอน การทำงาน ด้วยตนเองไม่ได้และ ไม่มีการแบ่งหน้าที่ ให้สมาชิกในกลุ่ม ทุกคนรับผิดชอบ ในการปฏิบัติกิจกรรม ทดลอง 2. ลงมือทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ลงมือทำงาน ตามหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ตามขั้นตอน ครบถ้วนดีมาก ลงมือทำงาน ตามหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ได้บางขั้นตอน ต้องมีครูคอยดูแล ลงมือทำงาน ตามหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายไม่ ทำงาน ตามขั้นตอน งานไม่สำเร็จ 3. ยอบรับข้อสรุป และผลงานของกลุ่ม มีส่วนร่วมในการสรุป ยอบรับข้อสรุป และผลงานของกลุ่ม ด้วยความเต็มใจ มีส่วนร่วมในการสรุป บ้าง ยอมรับข้อสรุป และผลงานของกลุ่ม บางส่วน เกือบไม่มีส่วนร่วม ในการสรุป ยอมรับข้อสรุป และผลงานของกลุ่ม เพียงเล็กน้อย องค์ประกอบที่ 2 รายงานการปฏิบัติกิจกรมการทดลอง (คะแนนเต็ม 6 คะแนน) ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 2 1 0 1. ความถูกต้อง ของเนื้อหาสาระ เนื้อหาสาระถูกต้อง ตามข้อเท็จจริง และหลักวิชา เนื้อหาสาระบางส่วน ถูกต้องตามข้อเท็จจริง และหลักวิชา ต้องแก้ไข เป็นส่วนใหญ่ เนื้อหาสาระ ไม่ถูกต้อง ตามข้อเท็จจริง และหลักวิชา ต้องแก้ไข เป็นส่วนใหญ่


ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 2 1 0 2. การอภิปราย การทดลอง การอภิปรายผลถูกต้อง ชัดเจนผู้อภิปราย นำเสนอการอภิปราย ได้ดี การอภิปรายผลถูกต้อง แต่ไม่ชัดเจนผู้อภิปราย นำเสนอการอภิปราย ได้ไม่ดี การอภิปรายผล ไม่ถูกต้องผู้อภิปราย นำเสนอการอภิปราย ได้ไม่ดี 3.การสรุปรายงาน การทดลอง การจัดทำสรุปรายงาน ได้อย่างละเอียด ครบถ้วน และสอดคล้อง กับวัตถุประสงค์ การทดลอง อย่างชัดเจน การจัดทำสรุปรายงาน ได้ไม่ค่อยละเอียด แต่มีความสอดคล้อง กับวัตถุประสงค์ การทดลอง มีการจัดทำ สรุปรายงาน แต่ไม่สอดคล้อง กับวัตถุประสงค์ การทดลอง องค์ประกอบที่ 3 ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์(คะแนนเต็ม 10 คะแนน) ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 2 1 0 1. การออกแบบ ขั้นตอนการทำงาน ออกแบบวิธีการ ขั้นตอนการแก้ปัญหา ตั้งสมมติฐาน ได้ถูกต้องเหมาะสม ออกแบบวิธีการ ขั้นตอนการแก้ปัญหา ตั้งสมมติฐาน ได้เหมาะสมพอใช้ ออกแบบวิธีการ ขั้นตอน การแก้ปัญหา ตั้งสมมติฐาน ได้ไม่เหมาะสม 2.เลือกใช้อุปกรณ์ได้ ถูกต้อง เหมาะสม เลือกใช้อุปกรณ์ ได้ถูกต้องเหมาะสม ปลอดภัย เลือกใช้อุปกรณ์ ได้ถูกต้อง เหมาะสม แต่ขาดความปลอดภัย เลือกใช้อุปกรณ์ ได้ไม่ถูกต้อง เหมาะสม และขาด ความปลอดภัย 3. ลงมือปฏิบัติ มีทักษะ ในการทดลอง ลงมือทำงานแก้ปัญหา ตามขั้นตอน ที่กำหนดไว้ อย่างครบถ้วน สามารถค้นพบความรู้ ข้อคิดแนวทาง การปฏิบัติตามประเด็น ลงมือทำงานแก้ปัญหา ตามขั้นตอน ที่กำหนดไว้ อย่างครบถ้วน สามารถค้นพบความรู้ ข้อคิดแนวทาง การปฏิบัติตามประเด็น ปัญหาที่ตั้งไว้ ลงมือทำงาน แก้ปัญหาตามขั้นตอน ที่กำหนดไว้ อย่างครบถ้วน ไม่สามารถค้นพบ ความรู้ข้อคิดแนวทาง การปฏิบัติ


ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 2 1 0 ปัญหาที่ตั้งไว้ ด้วยตนเองทั้งหมด ด้วยตนเองเป็น บางส่วน ตามประเด็นปัญหา ที่ตั้งไว้ 4. ทำความสะอาด และจัดเก็บอุปกรณ์ ทำความสะอาด และจัดเก็บอุปกรณ์ เรียบร้อย ทำความสะอาด แต่ไม่จัดเก็บอุปกรณ์ ให้เรียบร้อย ไม่ทำความสะอาด และไม่จัดเก็บ อุปกรณ์ให้เรียบร้อย


15. บันทึกการจัดการเรียนรู้ 1. ผลการจัดการเรียนการสอน 1.1 ด้านความรู้………………………………………………………………………………………..…………………………… .............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................. 1.2 ด้านทักษะกระบวนการ……………………………………………………………………..…………………………...… .............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................. 1.3 ด้านคุณลักษณะ……………………………………………………………………………………………………………… .............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................. 2. ปัญหา / อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………….……………………….………………… …………………………………………………………………………..………………………………………………………………… …………………………………………………………………….……………………………………………………………………… .............................................................................................................................................................. 3. แนวทางแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………….………….……………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… .............................................................................................................................................................. 4. ผลการวิเคราะห์ / ประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ ……………………………………………………………………………….………………………………………….………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… .............................................................................................................................................................. ลงชื่อ…………………………….ผู้บันทึก (นางสาวมณีรัตน์ เชื้อตาหมื่น)


Click to View FlipBook Version