โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๔๒ ประเทศที่ไม่ได้นับถือพุทธศาสนาแต่มีศาสนาอื่นประจำ รัฐ เช่น มาเลเซียบรูไน หรือฟิลิปปินส์ ทำ ให้ พุทธศาสนาไม่ใช่เป็นศาสนาหลักทางการของรัฐ แม้ได้การยอมรับจากรัฐให้ถูกต้องตามกฎหมายก็ตาม Association of Southeast Asia อาเซียนมีความหลากหลายของกลุ่มพหุสังคม - วัฒนธรรม ภาษา และศาสนาอาเซียนเป็นภูมิภาคเปิดกว้างดินแดนแห่งชุมทางอาเซียนรับอิทธิพล วัฒนธรรมภายนอกอาเซียนมายาวนาน ภารตาภิวัฒน์(indianization) อารยธรรมอินเดียเป็นอารยธรรมแรกเริ่มที่ปรากฏชัดว่ามีอิทธิพลต่อดินแดนแถบนี้ซึ่งเรียกว่า สุวรรณภูมิ/สุวรรณทวีป/ชวาทวีป มีการติดต่อกันระหว่างอินเดียกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตั้งแต่ พุทธศตวรรษที่ ๒ ผ่านกลุ่มคนพ่อค้าพราหมณ์ พระสงฆ์ (ศรัญญาประสพชิงชนะ, ๒๕๔๗:๒๑) การ ผสมผสานของอารยธรรมอินเดียกับชนพื้นเมือง ตำนานพระทองนางนาค หรือการเเต่งงานระหว่าง พารหมร์อินเดียกับหญิงพื้นเมืองต่อมาพัฒนามาเป็นอาณาจักรใหญ่ๆ เช่น ฟูนัน พระนคร ตลอดทั้ง ภาษาวัฒนธรรม การกิน เป็นต้น จีนาภิวัฒน์(Sinicization) สมัยราชวงศ์ฉิน เป็นจักรวรรดิแรกของจีนที่ขยายมาจรดแคว้นตังเกี๋ยของเวียดนาม (ศรัญญา ประสพชิงชนะ, ๒๕๔๗:๒๓) ศรีวิชัยนี้เจริญด้วยพุทธศาสนาทำ ให้ง่ายต่อการเดินทางมาศึกษาพระ ธรรมของชาวจีนแทนที่จะเดินทางไปที่อินเดีย ซึ่งขณะนั้นพุทธศาสนาในอินเดียมีความเสื่อมแล้ว สำหรับอาณาจักรอื่นๆ แม้จะมีการติดต่อกันอยู่ แต่ไม่ได้ชัดเจนเท่ากับเวียดนามและศรีวิชัย เช่น อาณาจักรฟูนัน จีนส่งทูตเข้าไปและอาณาจักรเจนละที่ปรองดองและติดต่อกับจีนอยู่ตลอดเวลา เป็น ต้น และยุคต่อมามีการอพยพของคนจีนเข้ามา ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายกระแส ตั้งแต่สมัย นายพลเจิ้งเหอ ยุคราชวงศ์ชิง (พ.ศ.๑๙๑๑-๒๑๘๗) การอพยพครั้งใหญ่ช่วงสงครามฝิ่นการเปลี่ยนการ ปกครองเป็นระบอบคอมมิวนิสต์ นำโดยเหมา เจอตุง และการอพยพช่วงโลกาภิวัฒน์ต่อมาจนเกิดมี การตั้งรกรากและนำ พาวัฒนธรรมของจีนเข้ามาสู่ดินแดนแถบนี้ อิสลาา มาภิวัฒน์(islamization) อารยธรรมอิสลามสามารถแบ่งออกเป็นอารยธรรมอาหรับและมิใช่อาหรับ วัฒนธรรมมุสลิม อินเดีย เปอร์เซีย เติร์ก หรือมองโกล ที่เปลี่ยนไปรับอิสลามในภายหลัง อารยธรรมนี้มาถึงเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้โดยกลุ่มพ่อค้าอาหรับที่เดินทางเข้ามาทางเรือเพื่อมาติดต่อค้าขายอารยธรรมอิสลาม จึงเจริญขึ้นแทนที่ฮินดูและพุทธมหายาน ด้วยอิทธิผลด้านการค้าขายและด้านการเมืองรวมทั้ง ประชากร วัฒนธรรมอิสลามที่ปรากฏในดินแดนนี้ ประกอบด้วย ความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์สำ หรับ คำนวณ มีการใช้ไซน์ (Sine) และแทนเจนท์ (Tangent) ทางเรขาคณิตมีการสร้างวัตถุโดยใช้วงกลม
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๔๓ เส้นตรงและระบบตัวเลขอาราบิคในทางศาสนา มีคัมภีร์อัลกุรอ่าน และนิยายอาหรับราตรีหรือพัน หนึ่งทิวา รวมทั้งสถาปัตยกรรมมีรูปแบบ เฉพาะของวัฒนธรรมอิสลาม การสร้างสุเหร่า และ พระราชวัง มีการเขียนแผนที่เดินทางไปเมกกะ ตำ แหน่งประมุขเรียกว่า สุลต่าน (ศรัญญา ประสพชิง ชนะ) อัศดงคตาภิวัฒน์ (westenization) อิทธิพลตะวันตกที่มีต่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรื่อง ศาสนาคริสต์ ศิลปะสถาปัตยกรรม ตะวันตกระบบการศึกษาสมัยใหม่ ระบบการแพทย์สาธารณสุข ระบบการคมนาคมทางน้ำและทางบก เช่น รถไฟ รวมทั้งระบบการสื่อสารโทรคมนาคมการจัดตั้งไปรษณีย์ผ่านจดหมายและโทรเลข การตั้ง โรงพิมพ์ การจัดพิมพ์หนังสือด้วยกระบวนการสมัยใหม่ระบอบการเมือง ที่เน้นแบบตะวันตกซึ่งให้ ความหวังว่าจะนำ ความเจริญทางวัตถุมา ให้ระบบเศรษฐกิจทุนนิยม อะไรคือความท้าทายพุทธศาสนาอาเซียนในยุคโลกาภิวัตน์ในความคิดของท่าน ? องค์กรพุทธศาสนาสู่ความทันสมัยระบบศึกษาทางพุทธศาสนาเข้าสู่ความทันสมัยการ ปรับเปลี่ยนการสื่อสารของพุทธสู่ความทันสมัยขบวนการพุทธใหม่ในฐานะเป็นศาสนารูปแบบใหม ความขัดแย้งระหว่างศาสนา นโยบายและการวางแผนยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาสังคม คำสำคัญ นโยบาบสาธารณะ Public Polic การวางแผน Planning ยุทธศาสตร์ในการประกาศศาสนาของพระพุทธเจ้า ยุทธศาสตร์ในการประกาศศาสนาของพระพุทธเจ้า กรอบความคิดเชิงยุทธวิธีของพระพุทธเจ้าคือ การประพฤติพรหมจรรย์ เพื่อประโยชน์ ประโยชน์เกื้อกูล และความสุขของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย "จรถ ภิกฺขเว จาริกํ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺ สาน เทเสถ ภิกุขเว ธมฺมํ อาทิกลฺยาณ มฌฺเชกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ" ส่วนฐานความคิดมี "อโลภะ" เป็นพื้นฐานรองรับ "มีสุขเป็นกำไร" (สุขุทริยะ) ไม่ว่าจะเป็นกาม สุข คือความสุขอันเกิดจากกามคุณ ๕ สำหรับผู้ครองเรือน หรือเนกขัมมะสุข มีความสุขวันเกิดจาก การละกามออกบวชของบรรพชิต โดยมีพระนิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๔๔ ศึกษาการวางแผนเชิงยุทธวิธีของพระพุทธเจ้า ศึกษาการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกและภายในองค์การของพระพุทธเจ้า ศึกษาลัทธิพราหมณ์และศาสดาร่วมสมัย เพราะศาสนาพราหมณ์ถือว่า พรหมเป็นผู้สร้างโลก เป็นต้นแหล่งของอัตตา หรืออาตมัน เรียกว่า ปรมาตมัน เป็นโคตรเหง้าของอัตตา กล่าวคือ ชีวิต ลัทธิครูทั้ง ๖ได้แก่ ปูรณกัสสปะ มักชลิโคสาละ อชิตเกสกัมพละ ปกุธกัจจายนะ นิครนด์ นาฏบุตร และสัญชัยเวลัฏฐบุตร ซึ่งเป็นเจ้าลัทธิสมัยพุทธกาล การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางการเมืองการปกครอง สภาพการเมืองการปกครอง สมัยพุทธกาลนั้นชมพูทวีปมีมหาอาณาจักรหรือมหาชนบท คือ แคว้นใหญ่ถึง ๑๖ แควัน ได้แก่ อังคะ มคธ กาสี โกศล วัชชี มัลละ เจตี วังสะ กุรุ ปัญจาละ มัจฉะ สุรเสนะ อัสสกะ อวันตี คันธาระ และกัมโพชะ วันอังคาร ที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๖๖ (ภาคเย็น) หัวข้อการบรรยาย : ความสำเร็จของพระธรรมทูตเถรวาทในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา สถานที่ : ณ เธียเตอร์ โซน C มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยากร : พระครูใบฎีกาแสงเฮือง นรินฺโท, ดร. รักษาการของผู้อำนวยการฝ่ายบริหารวิทยาลัยพระธรรมทูต ประโยชน์/เนื้อหาที่ได้จากการรับฟัง : ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับศาสนา ๑. ความหมายของศาสนา ๒. ลักษณะของศาสนา ๓. องค์ประกอบของศาสนา ๔. วิวัฒนาการของศาสนา ๕. มูลเหตุการเกิดของศาสนา ๖. ประเภทของศาสนา ๗. ความสำคัญของศาสนา ๘. คุณค่าทางศาสนา ความหมายของศาสนา ภาษาสันสฤต = ศาสนํ ภาษาบาลี = สาสนํ แปลว่า คำสั่งสอน คำสั่ง หมายถึง ข้อห้ามทำความชั่ว เรียกว่า ศีล หรือ วินัย
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๔๕ คำสอน หมายถึง คำแนะนำให้ทำความดี เรียกว่า ธรรม รวมคำสั่งและคำสอน จึงเรียกว่า "ศีลธรรม" หรือ "ศีลกับธรรม" Religion คำว่า Religion มาจากภาษาละตินว่า Religare = to bind fast แปลว่า ยึดถือ/ผูกพันอย่าง แน่นแฟ้ง หมายถึง การผูกพันอย่างเหนียวแน่นต่อพระผู้เป็นเจ้า (God) หรือ พระผู้สร้าง (Creator) Relation between human beings and God ความสัมพันธ์ (ทางวิญญาณ) ระหว่างมนุษย์กับพระ เจ้า ทำไมต้องมีศาสนา ? ในการดำเนินชีวิตประจำวันของมนุษย์มีความจำเป็นต้องมีเกณฑ์ตัดสินที่จะวัดหรือจำแนก แยกแยะว่าอะไรดี อะไรชั่ว อะไรถูก อะไรผิด อะไรควร อะไรไม่ควร มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่ได้ต้องการทางด้านวัตถุเพียงอย่างเดียว แต่มนุษย์ยังมีความคิดและ จิตใจที่จำเป็นจะต้องได้รับการสนองต่อความต้องการอีกด้วย ยิ่งมนุษย์อยู่ร่วมกันเป็นสังคมใหญ่เท่าใด มนุษย์ก็ยิ่งมีความต้องการศาสนามากขึ้นเท่านั้น มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการที่พึ่งพิงทางจิตใจและต้องการหลักประกันในการกระทำของ ตนเอง องค์ประกอบของศาสนา ๑๐.ศาสดา ๑๑.ศาสนธรรม ๑๒.ศาสนทายาท/ศาสนทูต ๑๓.ศาสนพิธี ๑๔.ศาสนสถาน ๑๕.ศาสนิก ลักษณะของศาสนา ๑. ศาสนาเป็นศูนย์รวมของความเคารพนับถือสูงสุดของมนุษย์ ๒. ศาสนาเป็นที่ยึดเหนี่ยวเป็นที่พึ่งทางใจ ๓. ศาสดาเป็นผู้นำศาสนามาเผยเเผ่ สั่งสอนแก่มวลมนุษย์ ๔. ศาสนามีสาระสำคัญอยู่ที่การสอนให้มนุทย์ละเว้นจากความชั่ว กระทำแต่ความดี ๕. คำสอนในศาสนามีทั้งระดับโลกียะและโลกุตตระ ๖. มนุษย์ต้องฏิบัติตามคำสั่งสอนในศาสนาด้วยความเคารพเลื่อมใสและศรัทธา
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๔๖ ๗. ศาสนาต้องมีพิธีกรรมเพื่อความศักดิ์สิทธิ์ และมีสัญลักษณ์อันเป็นเครื่องหมาย มูลเหตุการเกิดของศาสนา ๑. เกิดจากอวิชชา ๒. เกิดจากความกลัว ๓. เกิดจากความภักดี ๔. เกิดจากความต้องการรู้แจ้งความจริงของชีวิต ๕. เกิดจากความต้องการความสงบสุขของสังคม จุดมุ่งหมายที่แท้จริงของการศึกษาศาสนา การศึกษาศาสนาในแง่มุมต่าง ๆ มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิดความเข้าใจศาสนาที่ตนนับถือและ ศาสนาที่ผู้อื่นนับถือด้วยเมื่อเกิดความเข้าใจในลักษณะและธรรมชาติของศาสนา ก็จะทำให้บุคคล สามารถพึ่งพาศาสนาของตนได้อย่างมั่นใจ มีศรัทธาได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งเข้าใจในมุมของคนอื่น เห็น ความเป็นธรรมดาของการมีหลายศาสนา ไม่เกิดความยึดมั่นในความเชื่อของตนแต่ผู้เดียว ทำให้การ อยู่ร่วมกันของมนุษย์ที่ความหลากหลายได้พบกับสันติสุข ประเภทของศาสนา แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ ๑. เอกเทวนิยม (Monotheism) บูชาพระเจ้าองค์เดียว เช่น ศาสนายิว ศาสนาคริสตร์ และศาสนาอิสลาม เป็นต้น ๒. พหุเทวนิยม (Polytheism) บูชาในพระเจ้าหลายองค์ เช่น ศาสนาฮินดู และศาสนากรีกโบราณ เป็นต้น ๓. สัพพัตถเทวนิยม (Pantheism) บูชาพระเจ้าสถิตอยู่ในทุกหนทุกแห่ง เช่น ศาสนาฮินดู (บางลัทธิ) เชื่อว่าพระพรหมสถิตอยู่ในทุก หนทุกแห่ง ๔. อเทวนิยม (Atheism) ไม่เชื่อว่าพระเจ้าเป็นผู้สร้างโลก ได้แก่ พุทธศาสนา เป็นต้น วันพุธ ที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๖ (ภาคเช้า) หัวข้อการบรรยาย : การต่างประเทศ การเมือง การปกครอง กฎหมาย เศรษฐกิจ ประวัติศาสตร์ ประเพณี วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สถานที่ : ณ เธียเตอร์ โซน C มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยากร : รศ.ดร.ธัชชนันท์ อิศรเดช ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๔๗ ประโยชน์/เนื้อหาที่ได้จากการรับฟัง : การระหว่างประเทศในความหมายที่กว้างกว่านั้น ความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศ ศึกษาถึงกิจกรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างรัฐ อาทิ สงคราม การทูต การค้า และนโยบายการ ต่างประเทศ นอกจากนี้ยังศึกษาเกี่ยวกับผู้ทำกิจกรรมระหว่างประเทศ (international actor) อื่น ๆ อาทิ องค์กรระหว่างรัฐบาล รูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ๑. ความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอาจกระทำ อย่างเป็นทางการโดยรัฐ หรือโดยตัวแทนที่ชอบธรรมของรัฐ ๒. ความสัมพันธ์ในลักษณะร่วมมือหรือขัดแย้ง ๓. ความสัมพันในลักษณะเข้มชันรุนแรงหรือห่างเหิน ขอบเขตของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์ทางการเมือง ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นข้ามพรมแดนของรัฐ อาจเป็นความสัมพันธ์ในเชิงการเมือง คือ ความสัมพันธ์ในแง่อำนาจและผลประโยชน์เป็นหลัก เช่น การตำเนินการทางการทูตทางทหาร การ แสวงหาพันธมิตร การแทรกแชงบ่อนทำลายประเทศอื่น การใช้กำลังบีบบังคับ การกำหนดและดำเนิน นโยบายต่างประเทศ เป็นต้น กิจกรรมความสัมพันธ์ทางการเมืองเช่นนี้ เรียกโดยทั่วไปว่า การเมือง ระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจเป็นเรื่องของการแลกเปลี่ยนทรัพยากรต้านบริการหรือวัตถุเพื่อ ตอบสนองความต้องการในการอุปโภคของผู้แลกเปลี่ยน เช่น การซื้อขายสินค้าการให้ทุนกู้ยืม การ ธนาคาร เป็นตัน ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจเกิดขึ้น เนื่องจากแต่ละประเทศมิได้มีทรัพยากรทุกอย่าง ทุกประโดยสมบูรณ์ ยังต้องการทรัพยากรของประเทศอื่น ความต้องการทรัพยากรซึ่งกันและกันเช่นนี้ ทำให้เกิดความสัมพันธ์เพื่อแลกเปลี่ยนทรัพยากร (วัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เกษตรกรรม เทคโนโลยี บริการ ฯลฯ) โดยทั่วไปความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจเช่นนี้ เรียกว่า เศรษฐกิจระหว่าง ประเทศ ความสัมพันธ์ทางสังคม ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอาจเป็นเรื่องที่มีวัตถุประสงค์ในการแลกเปลี่ยนทางการศึกษา การศาสนาวัฒนธรรม การพักผ่อนหย่อนใจ การท่องเที่ยว ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ทางสังคมข้ามขอบเขต พรมแดนของรัฐ ดังตัวอย่างเช่น การส่งทูตวัฒนธรรมหรือคณะนาฏศิลป์ไปแสดงในประเทศต่าง ๆ
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๔๘ การเผยแพร่ศาสนาโดยตัวแทนทางศาสนาของประเทศอื่น การเผยแพร่ศิลปะของประเทศหนึ่งใน ประเทศอื่น เป็นต้น ความสัมพันธ์ทางกฎหมาย เมื่อมีการแลกเปลี่ยนและปฏิสัมพันธ์ข้ามเขตพรมแดนของรัฐมากขึ้น เพื่อให้กิจกรรมดังกล่าว ดำเนินไปโดยเรียบร้อยและมีระเบียบแบบแผน ประเทศต่าง ๆ จึงได้กำหนดกฎเกณฑ์ ระเบียบ หรือ แนวทางปฏิบัติที่แต่ละประเทศพึงยึดถือปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ขึ้น กฎเกณฑ์หรือระเบียบนี้อาจปรากฎ ในรูปข้อตกลงลายลักษณ์อักษร ซึ่งมีชื่อเรียกต่าง ๆ กัน เป็นต้นว่าสนธิสัญญา (treaty) อนุสัญญา (convention) กติกาสัญญา (pact) กฏบัตร (charter) ความตกลง (agreement) ฯลฯ หรือ อาจเป็น ความเข้าใจกันซึ่งแต่ละฝ่ายยึดถือปฏิบัติโดยไม่ปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรก็ได้ ซึ่งเรียกว่า กฎหมาย จารีตประเพณีระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ความสัมพันธ์ประเภทนี้เป็นความสัมพันธ์ที่มุ่งให้มีการแลกเปลี่ยน พัฒนาความรู้และความ ช่วยเหลือทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่น มีการร่วมมือกันค้นคว้า ทดลองและวิจัยในบริเวณ ทวีปแอนตาร์กติกา การร่วมมือกันระหว่างนักวิทยาศาสตร์หลายประเทศเพื่อกำจัดโรคภัยไข้เจ็บ สำคัญ เช่น โรคมะเร็ง การร่วมมือกันส่งเสริมพัฒนาการทางวิทยาศาสตร์ เช่น การให้รางวัลระหว่าง ประเทศ การจัดการประชุมสัมมนาระหว่างประเทศ เป็นต้น การประสานประโยชน์ร่วมกันระหว่างประเทศ ปัจจัยของการรวมกลุ่มของประเทศต่าง ๆ ปัจจัยในการรวมกลุ่มมีหลายประการ ดังนี้ ๑. สภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ เช่น มีพรมแดนติดต่อกัน ๒. ระบบเศรษฐกิจที่เหมือนกันหรือคล้ายคลึงกัน ๓. ระบบการเมืองการปกครองที่คล้ายคลึงกันจะรวมกลุ่มเพื่อประสานประโยชน์ร่วมกัน ๔. ลักษณะทางสังคมและวัฒนธรรม เป็นการรวมกลุ่มเพื่อสร้างความก้าวหน้าทางสังคม การศึกษา วัฒนธรรมในแต่ละประเทศให้เท่าเทียมกัน รูปแบบการรวมกลุ่มระหว่างประเทศ การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ มี ๕ ระดับ คือ ๑. เขตการค้าเสรี (Free Trade Area) ๒. สหภาพศุลกากร (Custom Union) ๓. ตลาดร่วม (Common Market) ๔. สหภาพเศรษฐกิจ (Economic Union)
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๔๙ ๕. สหภาพเหนือชาติ (Supranational Union) การรวมกลุ่มการเมืองระหว่างประเทศ ในอดีตการรวมกลุ่มความร่วมมือทางการเมืองระหว่างประเทศเป็นการรวมกลุ่มเพื่อรักษาความ ปลอดภัยและความมั่นคงร่วมกันเนื่องจากหวาดกลัวภัยคอมมิวนิสต์ ภายหลังสงครามเย็นสิ้นสุดจึงเปลี่ยนไป เป็นความร่วมมือในการประสานผลประโยชน์ในเขตภูมิภาค เช่น องค์การสนธิสัญญาป้องกันร่วมกันในเอเชีย อาคเนย์ (SEATO) ซึ่งพัฒนาไปเป็นสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือสมาคมอาเซียน (ASEAN) องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) เป็นต้น วันพฤหัสบดี ที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๖ (ภาคเช้า) หัวข้อการบรรยาย : พระธรรมทูตกับปัญหาจริยธรรมในสังคมโลกปัจจุบัน สถานที่ : ณ เธียเตอร์ โซน C มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยากร : พระครูธรรมธรวรเดชา อคฺคเตโช, ดร. อาจารย์ประจำวิทยาลัยพระธรรมทูต ประโยชน์/เนื้อหาที่ได้จากการรับฟัง : จริยธรรม มาจากคำศัพท์ ๒ คำ ใด้แก่ ๑. จริยะ หมายถึง ความประพฤติ, กิริยาที่ควรประพฤติ ๒. ธรรมะ หมายถึง คุณความดี, คำสั่งสอนในศาสนา, หลักประพฤติปฏิบัติในศาสนา ความจริง ความยุติธรรม ความถูกตัอง กฎเกณฑ์ กฎหมาย พจนานุกรฉบับราชบัณทิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๓๕ ให้คำนิยามว่า "จริยธรม" คือ ธรรมที่เป็นข้อประพฤติปฏิบัติ ศีลธรรม กฎศีลธรรม ทัศนะเกี่ยวกับ จริยธรรม ๑. คำสอนทางศาสนามีส่วนสร้างระบบจริยธรรมให้สังคมดังคำกล่าวของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ที่ว่า ๒. "จริยธรมของสังคมไทยขึ้นอยู่กับระบบศีลธรรมของพุทศาสนาว่า กำหนดหลักในการปฏิบัติ ในชีวิตประจำไว้อย่างไร หลักจริยธรรมก็จะกำหนดให้ปฏิบัติตามนั้น" ๓. "เพราะเราได้ปล่อยปละละเลยในเรื่องระบบควบคุมดูแลไม่ได้ใส่ใจจัดสรรค์ระบบควบคุมทาง จริยธรรมต่าง ๆ จึงได้ปรากฎผลออกมาอย่างนี้" (พระพรหมคุณาภรณ์ ป. อ.ปยุตฺโต) การ พัฒนาจริยธรรม ๔. "การปฏิบัติเพื่อสนองความต้องการ หรือทำให้สำเร็จตามความต้องการนั้น ปฏิบัติไม่ถูก เมื่อ ปฏิบัติไม่ถูกต้อง ในการสนองความต้องการของตนเอง หรือของสังคมของตนก็เลยเกิดปัญหา
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๕๐ ขึ้นมา" โดยเฉพาะในเรื่องศีลธรรมนี้ ประชาชนมีเสื่อมโทรมมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นในตอน หลัง ๆ นี้ การพัฒนาประเทศชาติจึงหามาให้ความสนใจ เน้นในเรื่องการพัฒนาคน และ พัฒนาจิตมากขึ้น หันมาสนใจปัญหาเรื่องคุณธรรมจริยธรรมกันมากขึ้น" ปัญหาจริยธรรม ๑. ปัญหาเรื่องกากลุ่มหลงในอบายมุข ๒. ปัญหาเรื่องการไม่เคารพต่อกฎหมาย ๓. ปัญหาเรื่องการมีค่านิยมเรื่องวัสถุนิยม ๔. ปัญหาเรื่องการขาดระเบียบวินัย ๕. ปัญหาเรื่องความเห็นแกตัวที่มากขึ้น ๖. ปัญหาเรื่องการทำแห้ง ๗. ปัญหาเรื่องสื่อ ปัญหาเรื่องการลุ่มหลงในอบายมุข ๑. ดื่มน้ำเมา ๒. เที่ยวกลางคืน ๓. ดูการละเล่น ๔. เล่นการพนัน ๕. เกียจคร้านทำการงาน ๖. คบคนชั่วเป็นมิตร ปัญหาเรื่องการไม่เคารพต่อกฎหมาย ๑. กฎหมาย คือ ข้อบังคับ กติกาของรัฐหรือของชาติ กำหนดขึ้นมาเพื่อใช้บังคับ ควบคุม ความ ประพฤติของบุคคลในสังคม ให้ปฏิบัติตามหากมีการฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามจะมีความผิดและ ได้รับโทษตามที่กำหนดไว้ ๒. กฎหมายแพ่ง เป็นกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องบุคคล ทรัพย์สิน นิติกรรมสัญญา ละเมิด ครจบครัว และมรตก ที่มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตลังแต่เกิดจนตาย ๓. กฎหมายอาญา มีความสำคัญช่วยให้ประชาชนอยู่ในสังคมได้อยู่มีความสุขและปลอดภัย ปัญหาเรื่องการมีค่านิยมเรื่องวัตถุนิยม ๑. ค่านิยมแบบวัตถุนิยม หมายถึง ค่านิยมที่บุคคลให้ความสำคัญแก่ทรัพย์สินเงินทอง
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๕๑ ๒. นิยามนิยามศัพท์ ค่านิยมแบบวัตถุนิยม มีองค์ประกอบเรื่องความสุขในชีวิต คือ การที่ นักศึกษาให้ความสำคัญกับการมีเงินทอง มากและเชื่อว่าการได้เป็นเจ้าของทรัพย์สินเป็น จำนวนมากจะทำให้ชีวิตมีความสุข เป็นต้น ปัญหาวัตถุนิยม ดร.ปิยากร หวังมหาทร ผู้อำนวยการสำนักวิจัย มหาวิทยาลัยศรีปทุม เปิดเผยว่า ครีปทุมโพล "การตำรวจความคิดเห็นประชาชนที่มีต่อเยาวชนไทย" พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ ๓๑.๖๓ เห็นว่าเยาวชนที่ดีควรจะเป็นคนดีของสังคม รองลงมาร้อยละ ๒๓.๓๓ คือ ขยันหมั่นเพียร ตั้งใจเรียน ร้อยละ ๒๓.๑๓ เรื่องฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่ ร้อยละ ๑๒.๙๗ มีความรับผิดชอบ ร้อยละ ๖.๘๓ ซื่อสัตย์ อดทน เกี่ยวกับล้านปัญหาเกี่ยวกับเยาวชนพบปัญหาที่ควรแก้ไขมากที่สุด ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ ๒๑.๓๓ คือ ปัญหาค้านวัตถุนิยม รองลงมา ร้อยละ ๑๗.๙๗ คือ ปัญญาด้านยาเสพดิด ร้อยละ ๑๗.๓๐ ปัญหาการมีเทศสัมพันธ์มากขึ้น ร้อยละ ๑๒.๓๐ปัญหาด้านการเรียน ร้อยละ ๘.๙๗ ปัญหาด้านกิริยามารยาท เช่น ก้าวร้าว พูดจาแข็ง สรุป เครื่องมือแก้ไขปัญหาจริยธรรม ๑. สังคหวัตถุ ๔ ๒. พรหมวิหาร ๔ ๓. เบญจศีล ๕, เบญจธรรม ๕ ๔. ไตรสิกขา ๓ ๕. กรรมฐาน ๒ สรุปปัญหาจริยธรรม ๑. ปัญหาจริยธรรม เกิดจากความเจริญทางด้านวัตถุ ความประมาท ขาดสติสมปชัญญะ ความไม่รู้จักเพียงพอ ๒. ปัญหาจริยธรรม เกิดจากสังคมที่เห็นแก่ตัว ความโลภ ๓. ปัญหาจริยธรรม เกิดจากความไม่จริงใจ การทุจริต ช้อโกง การเอาเปรียบ
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๕๒ วันศุกร์ ที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๖ (ภาคเช้า) หัวข้อการบรรยาย : พุทธธรรมสำหรับพระธรรมทูตยุต New Normal สถานที่ : ณ เธียเตอร์ โซน C มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยากร : พระสุววณเมธาภรณ์, ผศ. ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรุงเทพมหานคร ประโยชน์/เนื้อหาที่ได้จากการรับฟัง : นักเศรษฐศาสตร์ได้แบ่งกลุ่มประชากรออกเป็น ๔ กลุ่ม ๑. Baby Boomer อายุ ๕๔-๗๒ (ผู้สูงวัย) ๒. Gen X อายุระหว่าง ๓๘-๕๓ ๓. Gen Y อายุระหว่าง ๒๑-๓๗ ๔. Gen Z อายุระหว่าง ๘-๒๐ โลกยิ่งพัฒนายิ่งห่างไกลความสุขเพราะขาดคุณธรรม ? ๑. โลกต้องการความสงบสุข ๒. สร้างสันติภาพกันแบบไหน ๓. ทำไมจึงหาไม่เจอสักที ๔. ได้ชื่อว่ามีเสรีภาพแต่ไม่สงบสุข โลกต้องประสบภัยธรรมชาติ ๑. หลีกเลี่ยงไม่ได้ ๒. ประสบกับความทุกข์ยาก ๓. ลำบากจนถึงสิ้นชีวิต ๔. เป็นภัยที่ควบคุมไม่ได้ ๕. คาดเดาไม่ได้ ขอร้องไม่ได้ ๖. พยากรณ์ได้ก็แค่ใกล้เคียง ๗. แต่หยุดมันไม่ได้ ภัยที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ๑. ร้ายแรงตั้งแต่อดีตไม่เคยเบาบาง ๒. มนุษย์สามารถควบคุมได้ ๓. ยิ่งแข่งขันกันพัฒนา (อาวุธ) ๔. เรียกว่าความเจริญหรือ ๕. แต่ช่วยทำร้ายมนุษย์และโลก
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๕๓ ๑๖.มนุษย์โลกจะช่วยกันหยุดภัยที่เกิดจากมนุษย์ได้อย่างไร ๑๗.หันมาช่วยบรรเทาภัยที่เกิดจากธรรมชาติ ช่วยเหลือพึงพาอาศัย ๑๘.แค่ภัยธรรมชาติก็ย่ำแย่แล้วกลับเอาแต่แข่งขันกันพัฒนาความเจริญภายนอก อย่างเดียวไม่ใส่ใจพัฒนาความเจริญในใจ ปัจจัย ๔ ๑. อาหาร = นำเข้าสู่อายตนะภายใน ๖ ๒. เครื่องนุ่งห่ม = ที่ปกปิดกาย,เครื่องใช้อื่น ๓. ที่อยู่อาศัย = บ้านเรือน ที่พึ่งพิงอาศัยของอายตนะภายใน ๖ ๔. ยารักษาโรค = โรคทางอายตนะภายใน ๖ พระพุทธศาสนา (เรื่องภายใน) ๑. ไม่ให้ติดอดีต = เพราะจะเป็นอุปสรรคของการดำชีพในปัจจุบัน ๒. อยู่กับปัจจุบัน = ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทั้งปวง ทำจิตใจให้ผ่องใส ๓. อนาคต = อย่ากังวลไม่รู้จะมีวันนั้นหรือไม่ ทฤษฎีในการพัฒนาโลก (วัตถุภายนอก) ๑. เรื่องอดีต = ข้อมูล Big Data ๒. ปัจจุบัน = คือการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อพัฒนาอนาคต ๓. อนาคต = คือการวางแผน ระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว การอยู่กับปัจจุบัน ๑. ไม่ได้หมายความว่านิ่งเฉยหรืออยู่เฉย ๆ ๒. อย่าออกแบบอนาคตให้ลูกหลาน มิเช่นนั้น ๓. ปัจจุบันของพวกเราจะวุ่นวายอย่างที่เป็น ๔. อนาคตลูกหลานเขาแก้ปัญหากันเองได้ อยากรู้เท่าทันความคิดของคนอื่นต้องเรียนรู้จริต ๖ ๑. ราคะจริต ๒. โทสะจริต ๓. โมหะจริต ๔. วิตกจริต ๕. ศรัทธาจริต ๖. พุทธิจริต
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๕๔ คนเราจะมีมัชฌิมาได้อย่างไร ทางสายกลาง ต้องปลูกฝังอคติ ๔ ให้มี ให้เกิดในสันดานหรือเป็นอุปนิสัยให้ได้ ๑. ฉันทาคติ = ลำเอียงเพราะชอบ รักใคร่ ๒. โทสาคติ = ลำเอียงเพราะเกลียดชัง ๓. โมหาคติ = ลำเอียงเพราะไม่รู้จริง เขลา ๔. ภยาคติ = ลำเอียงเพราะกลัวภัย คุณธรรมภายใน ที่ทำให้สังคมเกิดสันติสุข ๑. ไม่เบียดเบียน เสียสละ แบ่งปัน ๒. พอเพียง มีจิตเมตตา มีจิตอาสา ๓. มีความเป็นกัลยาณมิตร ๔. ปล่อยวางสร้างความสามัคคี ๕. มีคุณธรรม (รักษาศีล ๕ คือชีวิต) ๖. เป็นกัลยาณมิตรต่อกัน คุณธรรม จริยธรรม ที่พระพุทธศาสนาปลูกฝังไว้ ๑. คนไทยได้รับการปลูกฝังคุณธรรมเหล่านี้ ตั้งแต่เกิด-วันตาย เช่นการรู้จักให้ ให้อภัยชอบ ช่วยเหลือผู้อื่น ยิ้มให้เพื่อผ่อนคลาย ๒. การรู้จักให้ ให้ทาน เสียสละ (สอนให้ใส่บาตร) ๓. ตั้งสติเมื่อมีเหตุร้าย (ไม่มีปัญหา) ๔. เมื่อมีความผิดพลาดเกิดขึ้น (ไม่เป็นไร) ๕. เมื่อเห็นใครมีความโกรธในเรื่องเล็กน้อย (ใจเย็น ๆ) ฯลฯ วันศุกร์ ที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๖ (ภาคบ่าย) หัวข้อการบรรยาย : กรรมฐานกับการเผยแผ่พระพุทธศาสนา สถานที่ : ณ เธียเตอร์ โซน C มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยากร : พระครูวินัยธรกิตติเชษฐ์ สิริวฑฺฒโก เจ้าอาวาสวัดพุทธเมตตาบุญญานุภาพ, ประธานมูลนิธิ บุญญานุภาพและมูลนิธพิุทธะมหาเมตตา ประโยชน์/เนื้อหาที่ได้จากการรับฟัง :
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๕๕ กรรมฐานกับการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ด้านเผยแผ่ ประกาศพระศาสนาในต่างประเทศและ สอนวิปัสสนากรรมฐานในประเทศ ต่างๆ ตัวอย่าง เช่น ๑. ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ๒. ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ๓. ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆอีกมากมาย คนที่อยู่ในต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนในประเทศนั้นๆล้วนแต่เป็นโลกซึมเศร้าเเละมีปัญหา ชีวิตมากมายที่ไม่สามารถปรึกษาหรือแก้ไขได้โดยธรรมะสามารถเปลี่ยนชีวิตคน จากครอบครัวที่จะแตกแยก ให้มากลมเกลียวกันได้ถ้าเราปฏิบัติได้สอนให้ถูกวิธีสำคัญคือเราต้องเข้าใจและเป็นที่พึ่งให้เขา เราก็จะอยู่ ได้การให้กำลังใจเป็นสิ่งที่สำคัญโดยเฉพาะในต่างประเทศ ที่ผู้คนอยู่กับสังคมที่ต่างออกไป ที่เร่งรีบที่มี ความเครียดมากกว่าที่เมืองไทย จากคนจะฆ่าตัวตาย เมื่อมีธรรมะก็สามารถที่จะเข้าใจชีวิตได้ก็สามารถเปลี่ยน ชีวิตของตัวเองได้ ความรู้สึกผู้มาปฎิบัติธรรมของคนต่างชาติ ได้รับความสุขจากการปฏิบัติธรรมเริ่มมองเห็นคุณค่าของชีวิต ได้อยู่กับปัจจุบันเข้าใจชีวิตมาก ขึ้น รู้สึกโชคดีที่ได้มาปฎิบัติธรรมสามารถแบ่งปันความรักให้แก่ทุกคน มีจิตใจที่โอบอ้อมอารีมีความ เมตตา มีความปลื้มปิติยินดีและสามารถปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ได้อย่างเหมาะสม ถูกต้องตามที่พระอาจารย์ได้เมตตาสอนปฏิบัติธรรมเด็กที่ไม่มีความกตัญญูต่อพ่อเเละแม่เมื่อได้เข้า โครงการปฏิบัติธรรมทำให้เด็กเกิดความรู้สึกซาบซึ้งกตัญญูในพระคุณของพ่อแม่ ด้านสาธารณูปการ จุดเริ่มต้นของการสร้างสถานที่ปฏิบัติธรรมจากมีนาว่างเปล่า โดยมีพระภิกษุสงฆ์คณะลูกศิษย์ มาช่วยกันทำงานไม่ว่าจะเป็นงานวางท่อน้ำประปาภายในอาคารและนอกอาคารและระบบไฟฟ้าของ อาคารปฏิบัติธรรม ด้านสาธารณะสงเคราะห์ ในปีพ.ศ.๒๕๖๕ ได้เกิดอุทกภัยน้ำท่วมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้มอบเรือเเละถุงยังชีพให้กับ ประชาชนจำนวน ๔๐๐ หลังเรือน โดยมีเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ในฐานะประธาน คณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม เป็นประธานในการมอบเรือเเละถุงยังชีพ ให้กับประชาชน
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๕๖ ด้านงานบริการ ๑. เปิดคลินิกทันตกรรม สิริวฑฺฒโก รักษาพระภิกษุสามเณร และประชาชนทั่วไป ในพื้นที่ใกล้เคียงโดย ไม่คิดค่าบริการ โดยมีการขุดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน รักษาฟัน ฯ (โดยมีคณะแพทย์ซึ่งเป็นลูกศิษย์ ได้มาดูแลรักษา) ๒. คลินิกฝังเข็ม รักษาพระภิกษุอาพาธ เเละประชาชนทั่วไป ๓. มอบวิทยุธรรมแก่ประชาชนที่ป่วย และติดเตียง ๔. มอบถุงยังชีพแก่ประชาชน และทุนการศึกษาแก่นักเรียน วันศุกร์ ที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๖ (ภาคเย็น) หัวข้อการบรรยาย : จิตวิทยาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาสำหรับพระธรรมทูต สถานที่ : ณ เธียเตอร์ โซน C มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยากร : พระมหาอดิเดช สติวโร, ผศ.ดร. หัวหน้าภาควิชาพระพุทธศษสนา คณะพุทธศาสตร์ ประโยชน์/เนื้อหาที่ได้จากการรับฟัง : พระธรรมทูต คือ พระที่ทำหน้าที่เป็นทูต หรือเป็นผู้แทนของพระพุทธเจ้าในการเผยแผ่ พระพุทธศาสนาให้แก่ผู้คนทั้งในและต่างประเทศ เปรียบเสมือนทูตทางธรรม หรือทูตของพระพุทธเจ้าทบทวน แสดงธรรมโดยพัจารณาถึงดอกบัว ๔ เหล่า พระพุทธเจ้าพิจารณาเห็นความจำเป็นที่จะต้องแสดงธรรมแก่ มหาชน โดยเปรียบเทียบบุคคลกับบัว ๔ เหล่า ๑. อุคฆฏิตัญญู ผู้สามารถรู้ได้อย่างฉับพลัน เพียงยกหัวข้อขึ้นแสดงก็รู้ทันที ๒. วิปจิตัญญู ผู้สามารถรู้ได้เมื่ออธิบายความอย่างละเอียด ๓. เนยยะ ผู้สามารถเข้าใจได้เมื่ออธิบายความอย่างละเอียดแล้วซักถาม ๔. ปทปรมะ ผู้ไม่สามารถเข้าใจอะไรที่ลึกซึ้งและมีความเห็นผิดอย่างรุนแรง บทบาท และหน้าที่ของพระธรรมทูต (แปล) ภิกษุทั้งหลาย เราพ้นแล้วจากบ่วงทั้งปวง ทั้งที่เป็นของทิพย์ ทั้งที่เป็นของมนุษย์ แม้พวกเธอ ก็พ้นแล้ว จากบ่วงทั้งปวง ทั้งที่เป็นของทิพย์ ทั้งที่เป็นของมนุษย์ ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงจาริกไป เพื่อประโยชน์สุขแก่ชนจำนวนมากเพื่ออนุเคราะห์ชาวโลก เพื่อ ประโยชน์เกื้อกูลและความสุขแก่ทวยเทพและมนุษย์ อย่าไปโดยทางเดียวกันสองรูป จงแสดงธรรมมีความงามในเบื้องต้นมี ความงามในท่ามกลาง และมี ความงามในที่สุด จงประกาศพรหมจรรย์ พร้อมทั้งอรรถและพยัญชนะบริสุทธิ์บริบูรณ์ครบถ้วน สัตว์ทั้งหลายที่มีธุลีในตาน้อย มีอยู่ ย่อมเสื่อมเพราะไม่ได้ฟังธรรมมีผู้รู้ธรรม ภิกษุทั้งหลาย แม้เราก็จัก ไปยังตำบลอุรเวลาเสนานิคมเพื่อแสดงธรรม (วิ.ม. ไทย ๔/๓๒/๔๐.)
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๕๗ ปฐมนิเทศพระธรรมทูตรุ่นแรก เรื่องสำคัญ ๓ ประการ ๑. หลักการสอนประชาชน (ให้สอน ๓ ระดับ คือประโยชน์ ๓) ๒. เส้นทางจาริกโดยทรงแบ่งเป็น ๖๑ สาย สายละรูป (พระพุทธเจ้าไปอุรุเวลาเสนานิคม) ๓. เรื่องอื่นๆ ถ้ามีผู้จะขอบวชให้นำมาเฝ้าพระพุทธองค์ พระธรรมโพธิวงศ์ : การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศอินเดีย พระธรรมโพธิวงศ์ (วีรยุทธ์ วีรยุทฺโธ) ได้กล่าวถึงพระธรรมทูตไทยที่เผยพระพุทธศาสนาใน ประเทศอินเดียมีอยู่ ๔ ประการ ดังนี้ ๑. พระธรรมทูตที่ได้รับมอบหมายงานจากสายงานพระธรรมทูตต่างประเทศและได้รับการ แต่งตั้งจากคณะสงฆ์ ๒. พระนักศึกษาไทยที่มาเรียนหนังสือที่ประเทศอินเดียซึ่งปฏิบัติหน้าที่งานอาสาเผยแผ่พุทธ ธรรม ๓. ว่าที่พระบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มหาวิทยาสัยมหามกุฎราช วิทยาลัยที่มาฝึกปฏิบัติงานในประเทศอินเดีย ๔. พระสงฆ์ที่มาปฏิบัติธรรม ๔ เดือน ๕ เดือน หรือ ๖ เดือน เพื่อประโยชน์ พระพุทธศาสนา และบิณฑบาตหรือสวดมนต์ให้ชาวอินเดียได้เห็น คุณสมบัติเฉพาะ ๘ ประการสำหรับพระธรรมทูต ๑. รู้จักฟัง ๒. สามารถพูดให้ผู้อื่นฟังได้ ๓. ใฝ่ศึกษา ๔. ทรงจำได้ดี ๕. เป็นผู้รู้ได้เข้าใจชัด ๖. สามารถพูดให้ผู้อื่นเข้าใจได้ ๗. ฉลาดในสิ่งที่เป็นประโยนช์และไม่เป็นประโยนช์ ๘. ไม่ก่อความทะเลาะวิวาท คุณสมบัติเพื่อความเป็นพระธรรมทูตที่ดี ๑. ความมั่นคงในคุณค่าความดีงาม โดยเฉพาะการเป็นพระธรรมทูตที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาใน ต่างประเทศจะต้องมีจิตใจที่มั่นคงว่า เราเป็นผู้ที่ประเสริฐและมีสิ่งที่ดีที่เป็นประโยชน์จะมอบ ให้เขา
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๕๘ ๒. การเข้าใจสภาพปัญหาและความต้องการของถิ่น พระธรรมทูตต้องรู้ภูมิหลังว่า เขามีวิธีคิด และวิธีการอย่างไร บางพื้นที่มีความเจริญแต่อยู่ในภาวะเสื่อมด้านจิตใจหรือปัญหาจากความ เจริญทางวัตถุที่ส่งกระทบต่อการดำเนินชีวิตของเขา เช่น ค่าครองชีพหรือความยากลำบาก ของการใช้ชีวิตในเมือง ๓. วิธีสื่อสารให้ได้ผลเนื่องจากงานพระธรรมทูต คือการนำ พุทธธรรมไปให้เขา ซึ่งต้องสื่อให้ เข้าใจ ทั้งหลักธรรมที่เหมาะสมกับบุคคลและเวลา รวมถึงการใช้ภาษาในการสื่อสารและสื่อ อุปกรณ์ต่าง ๆ ๔. ความมุ่งมั่นแน่วแน่ต่ออุดมการณ์ของพระพุทธศาสนาจุดหมายในการปฏิบัติหน้าที่ของพระ ธรรมทูตในพระพุทธศาสนาต้องแน่วแน่ด้วยอุดมการณ์ที่ว่าทั้งหลาย พวกเธอจงจาริกไป เพื่อ ประโยชน์สุขแก่นวนมากเพื่ออนุเคราะห์ชาวโลก เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ทวยเทพและ มนุษย์" พุทธจิตวิทยา คืออะไร ? ศึกษาเกี่ยวกับจิต ความสำคัญของจิตที่มีต่อการโดยพระพุทธศาสนาถือว่า สิ่งมีชีวิตนั้น มีจิต สำคัญกว่ากาย จิตจึงมีบทบาทมากเพราะจิตเป็นต้นกำเนิดของความประพฤติดีหรือชั่วทางกายวาจา ความเศร้าหมองหรือผ่องใสของจิต มีผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจ จิตยังทำให้เราไปเกิดในที่ดี (สุคติ) หรือไม่ดี (ทุคติ ) ได้ด้วย ดังปรากฎในพระไตรปิฎกว่า "เมื่อจิตเศร้าหมอง ทุคติเป็นอันหวังได้" "เมื่อจิตไม่เศร้าหมอง สุคติเป็นอันหวังได้" รูปแบบการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ๗ ประการ ๑. อุปนิสินนกถา (ถ้อยคำของผู้อื่นเข้าไปใกล้) ๒. ธัมมิกกถา (ถ้อยคำที่กล่าวถึงธรรม) ๓. โอวาทกถา (ถ้อยคำที่กล่าวสอน) ๔. อนุสาสนิกถา (ถ้อยคำที่สอนให้เห็นจริง) ๕. ธัมมสากัจฉากถา (ถ้อยคำที่สนทนากันในทางธรรม) ๖. ปุจฉาวิสัชชนากถา (ถ้อยคำที่ถาม ตอบ) ๗. ธรรมเทสนากถา (ถ้อยคำที่แสดงธรรม) โอวาทปาติโมกข์ แบ่งได้เป็น ๓ ด้าน ๑. ด้านบุคลิกภาพ พระธรรมทูตจะต้องเป็นผู้ที่มีความอดทน ไม่แสดงกิริยาท่าที อันจะทำให้เสีย บุคลิกภาพ ความอดทนคือความอดกลั้น จึงต้องรู้จักข่มจิตใจในการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่เห็น แก่ความลำบาก
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๕๙ ๒. ด้านคุณธรรม พระธรรมทูตจะต้องเป็นผู้มีคุณธรรม เช่น การไม่ทำบาปทั้งปวง การทำกุศลให้ ถึงพร้อม การทำจิตใจให้ผ่องใส ๓. ด้านการดำเนินชีวิต พระธรรมทูตจะต้องดำเนินชีวิตเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ประชาชนมีชีวิต เรียบง่าย ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เป็นผู้ดำเนินชีวิตอยู่ด้วยสงัด ไม่เบียดเบียนใคร มี เมตตาต่อผู้อื่น อิทธิพลที่มีต่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา ๕ ประการ ๑. ข้อมูลหรือสิ่งที่นำออกไปเผยแผ่ ๒. ข้อมูลที่นำไปใช้ในการสื่อสาร ๓. เงื่อนไขด้านเวลา ๔. ธรรมชาติของสังคมชุมชนที่จะเผยแผ่ ๕. การยอมรับ (คำนึงถึงจริตที่แตกต่างกัน) สังคหวัดถุ 4 ธรรมสำหรับการครองใจคน สร้างไมตรี มี 4 ประการ ๑. ทาน คือ การให้แบ่งปันสิ่งของที่ควรให้ ๒. ปียวาจา คือ การเจรจากันด้วยถ้อยคำที่สุภาพ ๓. อัตถจริยา คือ การประพฤติแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อกัน ๔. สมานัตตตา คือ การทำตนเสมอต้นเสมอปลาย “ โอบอ้อมอารีวจีไพเราะสงเคราะห์การงาน สมานไมตรี " วันเสาร์ ที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๖ (ภาคบ่าย) หัวข้อการบรรยาย : กลยุทธ์การวางแผนเพื่อการการเผยแผ่พระพุทธศาสนาสำหรับพระธรรมทูตในยุค New Narmal. สถานที่ : ณ เธียเตอร์ โซน C มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยากร : พระราชวัชรสารบัณฑิต, รศ.ดร. รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา ประโยชน์/เนื้อหาที่ได้จากการรับฟัง : คำนิยาม พุทธนวัตกรรม หมายถึง สิ่งที่ถูกปรับปรุงหรือพัฒนาขึ้นใหม่ โดยใช้หลักธรรมทาง พระพุทธศาสนาที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านผลผลิต กระบวนการ การให้บริการ และการบริหาร
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๖๐ จัดการ เพื่อนําไปสู่การสร้างคุณค่า การเพิ่มมูลค่า การสร้างสรรค์ใหม่ๆในด้านสุขภาพใจ สุขภาพกาย รวมไปถึงอาชีพและชุมชน นิยามศัพท์ ยุทธศาสตร์ คือ ประเด็นใหญ่ๆที่ต้องการการพัฒนาเช่น ยุทธศาสตร์ ๑ การจัดการศึกษาเพอ พัฒนา สติปัญญาและคุณธรรม เป้าประสงค์คือ เป้าหมายที่ต้องการจะเห็น ในการพัฒนาเช่น เป้าประสงค์ ๑.๑ บัณฑิตมี คุณลักษณะทางสติปัญญาและคุณธรรม นิยามศัพท์ KPI หรือตัวชี้วัด คือ เป็นดัชนี ชี้วัดผลงานหรือความสำเร็จของงาน โดยเทียบผลการ ปฏิบัติงานกับเป้าหมาย หรือมาตรฐานที่ตกลงกันไว้ กลยุทธ์ คือ วิธีการในการทำให้ยุทธศาสตร์และเป้าประสงค์ สำเร็จตามที่ตั้งใจ วิสัยทัศน์วิทยาลัยพระธรรมทูต "ศูนย์กลางผลิตพระธรรมทูตเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาทั้งในประเทศและต่างประเทศ" กลยุทธ์? หมายถึง แผนการ แนวทางที่ทำให้เกิดการกระทำเพื่อนำไปสู่จุดมุ่งหมาย หรือความสำเร็จที่ ได้ตั้งไว้ กลยุทธ์การวางแผนเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาสำหรับพระธรรมทูตในยุค New normal หมายถึง : แผนการ แนวทาง วิธีการที่จะวางแผนเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาสำหรับพระ ธรรมทูตในยุคปกติใหม่(New Normal) เป้าหมายของพระธรรมทูต ๑. เผยแผ่พระพุทธศาสนาทั้งในประเทศและต่างประเทศ ๒. สนองงานการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ๓. สร้างเครื่อข่ายความร่วมมือด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๖๑ ยุค New Normal New Normal หมายถึง ความปกติใหม่" นั่นคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คนในการใช้ ชีวิตประจำวันและการขับเคลื่อนทางเทคโนโลยีโดยเฉพาะออนไลน์ ในช่วงการระบาดของโรค Covid๑๙ ยุค Next Normal Next Normal" หรือ ชีวิตวิถีถัดไป คือ การใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ของคนในสังคมทุกช่วงวัย หลังจากที่ได้ปรับตัวกับสถานการณ์โควิด ๑๙ จนคุ้นชิน ทั้งในเรื่องการสื่อสาร การคิดและเรียนรู้ต่างๆ รอบตัว วิสัยทัศน์วิทยาลัยพระธรรมทูต "ศูนย์กลางผลิตพระธรรมทูตเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาทั้งในประเทศและต่างประเทศ" ตัวอย่างการสร้างกลยุทธ์ การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในยุค New Normal หรือ Next Normal ขึ้นกับ ปัจจัย ๓ อย่าง ๑. คน (พระธรรมทูต) ๒. ระบบการบริหารจัดการ ๓. เทคโนโลยี คน (พระธรรมทูต) กลยุทธ์เชิงรุก (S + o) S : มีความเชี่ยวชาญด้านพระพุทธศาสนา o : พุทธศาสนิกชนในต่างประเทศต้องการที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ตัวอย่างกลยุทธ์ "ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพการ Coaching แนวพุทธ" ระบบการบริหารจัดการ กลยุทธ์เชิงรับ (W + T) จุดอ่อน + ภาวะคุกคาม W : ระบบกำกับติดตามการทำงานของพระธรรมทูตยังไม่เป็นรูปธรรม T : จำนวนที่เพิ่มขึ้นของคนรุ่นใหม่ที่ไม่นับถือศาสนา ตัวอย่างกลยุทธ์ "พัฒนาระบบกำกับติดตามและการเผยแผ่พระพุทธศาสนจผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล"
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๖๒ เทคโนโลยีสารสนเทศ กลยุทธ์เชิงแก้ไข (W + O) จุดอ่อน + โอกาส W : ระบบกำกับติดตามการทำงานของพระธรรมทูตยังไม่เป็นรูปธรร O : เทคโนโลยีดิจิทัสมีความหลากหลายเข้าถึงง่าย ตัวอย่างกลยุทธ์ "พัฒนาระบบกำกับติดตามและการเผยแผ่พระพุทธศาสนจผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล" สรุป แนวทางการจัดทำกลยุทธ์เพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในยุค NEW Normal ๑. วิเคราะห์ตนเองด้วย SWOT Analysis ๒. ศึกษาพันธกิจของตนเองให้แน่ชัด ๓. หาความเชื่อมโยงระหว่างวิสัยทัศน์กับบริบทตนเอง ๔. สร้างเครื่องมือ วิธีการในการทำงาน (กลยุทธ์) โดยพิจารณาจากข้อมูลที่ได้จาก SWOT วันอาทิตย์ ที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๖ (ภาคบ่าย) หัวข้อการบรรยาย : ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสำหรับพระธรรมทูต สถานที่ : ณ เธียเตอร์ โซน C มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยากร : รศ.ดร.สุรีย์พงศ์ โพธ์ทองสุนันท์ คณบดีคณะศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ประโยชน์/เนื้อหาที่ได้จากการรับฟัง : This presentation will help the participants ๑. Understand the basic communication skills ๒. Comprehend the significance of the soft skills ๓. Develop the abilities for effective presentation What is Communication ? (การสื่อสารคืออะไร ?) Definitions : คำจำกัดความ - A process by which information is exchanged between individuals through a common system of symbols, signs.or behavior. กระบวนการที่แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างบุคคลผ่านระบบสัญลักษณ์ เครื่องหมาย หรือพฤติกรรมร่วมกัน - Communication is the intercourse by words, letters การติดต่อสื่อสาร คือ การติดต่อกันด้วยคำพูด ตัวอักษร
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๖๓ - The imparting or interchange of thoughts. Opinions information by speech. writing. or signs. การให้หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อมูลด้วยคำพูด การเขียน. หรือป้าย - Two-way process of reaching mutual understanding creating and sharing meaning. In general. communication is a means of connecting people or places. กระบวนการสองทางในการเข้าถึงความเข้าใจร่วมกันสร้างและแบ่งปันความหมาย โดยทั่วไป การสื่อสารเป็นช่องทางเชื่อมโยงผู้คนหรือสถานที่ต่างๆ - The way we communicate with others and withourselves ultimately determines the quality of วิธีที่เราสื่อสารกับผู้อื่นและกับตัวเราเองจะกำหนดคุณภาพของ Process of Communication (กระบวนการสื่อสาร) Seven constituents of a communication cycle. องค์ประกอบเจ็ดประการของวงจรการสื่อสาร - Sender : ผู้ส่ง - Message : ข้อความ - Encoding : การเข้ารหัส - Channel : ช่อง - Receiver : เครื่องรับ - Decoding : ถอดรหัส - Feedback. : ข้อเสนอแนะ Process of Communication. (กระบวนการสื่อสาร) - Channel: Means/medium by which the message is sent. ช่องทาง : หมายถึง/สื่อกลางที่ข้อความถูกส่ง - Receiver: Source that receives the message thussent. ผู้รับ : แหล่งที่ได้รับข้อความดังนั้นส่งแล้ว - Decoding: Act of interpretation or comprehension of the message sent. ถอดรหัส : พระราชบัญญัติการตีความหรือความเข้าใจในข้อความที่ส่งมา - Feedback : Receiver's response to the message. ข้อเสนอแนะ : การตอบสนองของผู้รับต่อข้อความ
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๖๔ Types of Communication. (ประเภทของการสื่อสาร) - Style and Purpose สไตล์และวัตถุประสงค์ - Number of Participants / Interlocutors จำนวนผู้เข้าร่วม / คู่สนทนา - Medium Used ใช้ปานกลาง Types of Communication: Style and Purpose. (ประเภทของการสื่อสาร: รูปแบบและ วัตถุประสงค์) - Formal Communication: Communication in a formally situation. Involves manners. formal behaviour. Formal language, accent and tone. การสื่อสารอย่างเป็นทางการ: การสื่อสารในสถานการณ์ที่เป็นทางการ เกี่ยวข้องกับ มารยาท พฤติกรรมที่เป็นทางการ ภาษาที่เป็นทางการ สำเนียง และน้ำเสียง Factors : Organizational Communication Formal Meetings Informal Gettogethers Formal Correspondence ปัจจัย : การสื่อสารในองค์กร การประชุมอย่างเป็นทางการ การพบปะสังสรรค์อย่าง ไม่เป็นทางการ การติดต่อสื่อสารอย่างเป็นทางการ - Informal Communication: Communication in informal or intimate situation. Involves informality intimacy & friendliness. informal language/slang abbreviations. Pet names. การสื่อสารแบบไม่เป็นทางการ: การสื่อสารในสถานการณ์ที่ไม่เป็นทางการหรือ ใกล้ชิด เกี่ยวข้องกับความสนิทสนมและความเป็นมิตรอย่างไม่เป็นทางการ คำย่อ ของภาษาที่ไม่เป็นทางการ/สแลง ชื่อสัตว์เลี้ยง. Factors ปัจจัย Family ตระกูล Family Gatherings การรวบรวมครอบครัว Friend Circle วงเพื่อน Types of Communication: Participants. (ประเภทของการสื่อสาร: ผู้เข้าร่วม) - Intrapersonal Communication : Communication withoneself. การสื่อสารภายในบุคคล: การสื่อสารกับตัวเอง Factors ปัจจัย Self-concept / Awareness อัตมโนทัศน์/ความตระหนักรู้ Perception การรับรู้ Expectations ความคาดหวัง
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๖๕ Intelligence Quotient (IQ) เชาวน์ปัญญา (IQ) Emotional Intelligence (EQ) ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) - Interpersonal Communication : Communication between two persons. การสื่อสารระหว่างบุคคล: การสื่อสาร ระหว่างคนสองคน Factors ปัจจัย Verbal วาจา Non-verbal ไม่ใช่คำพูด Paraverbal ภาษิต Combination of all Factors การรวมกันของปัจจัยทั้งหมด - Organizational Communication : Communication concernwith business activities. การสื่อสารในองค์กร : ข้อกังวลด้านการสื่อสารกับกิจกรรมทางธุรกิจ Factors ปัจจัย Culture วัฒนธรรม Comprehension ความเข้าใจ Emotions อารมณ์ Past Experiences ประสบการณ์ที่ผ่านมา Education การศึกษา Intelligence ปัญญา Power พลัง - Mass Communication : Communication with a large group of unknown and mixed people. การสื่อสารมวลชน : การสื่อสารกับคนหมู่มากของคนที่ไม่รู้จักและผสมปนเปกัน Factors: ปัจจัย Journalism: Print. Audio. วารสารศาสตร์ : พิมพ์ เครื่องเสียง Audio-Visual โสตทัศนูปกรณ์ Audio-Visual Media: Films. สื่อโสตทัศน์: ภาพยนตร์. Television. D โทรทัศน์ Advertisements โฆษณา Social Media สื่อสังคม Fine Arts ศิลปกรรม Politics การเมือง
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๖๖ Types of Communication: Medium ประเภทของการสื่อสาร : ปานกลาง There are different types of communication as follows การสื่อสารมีหลายประเภทดังนี้ - Vocal Communication การสื่อสารด้วยเสียง - Written Communication การสื่อสารที่เป็นลายลักษณ์อักษร - Non-verbal Communication. การสื่อสารแบบไม่ใช้คำพูด - Visual Communication. นิเทศศิลป์ Examples of Vocal Communication (ตัวอย่างการสื่อสารด้วยเสียง) - Face to face Interaction ปฏิสัมพันธ์ตัวต่อตัว - Speaking on the Phone / LINE calls คุยโทรศัพท์/ไลน์ - Video Conferencing การประชุมทางวิดีโอ - Interviews สัมภาษณ์ - Oral Presentation/Reporting การนำเสนอปากเปล่า / การรายงาน - Narration คำบรรยาย - Audio-visual Ads โฆษณาภาพและเสียง Examples of Written Communication. (ตัวอย่างของการสื่อสารที่เป็นลายลักษณ์อักษร) - Letter Writing การเขียนจดหมาย - Resume Writing การเขียนเรซูเม่ - Report Writing การเขียนรายงาน - Review Writing การเขียนรีวิว - Describing อธิบาย - Narrating บรรยาย - Emails อีเมล์ - Blogs บล็อก Examples of Non-Verbal Communication. (ตัวอย่างของการสื่อสารที่ไม่ใช้คำพูด ภาษามือ) - Sign Language ภาษามือ Signs: Visual and Audio สัญญาณภาพและเสียง
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๖๗ Visual Signs- Traffic signals. Railway signals, Digital Icons. Emojis, Emoticons , Hotel Menu สัญญาณภาพและเสียง สัญญาณไฟจราจร สัญญาณรถไฟดิจิตอล ไอคอน อีโมจิ, อี โมติคอน , เมนูโรงแรม Audio Signs- Ambulance, Police, Working Shifts. Class Alarms, Prayers, National Anthem สัญญาณเสียง - รถพยาบาล, ตำรวจ, กะการทำงาน ระดับนาฬิกาปลุก สวดมนต์ เพลงชาติ Top Soft Skills on Language Development Language-related "soft skills" which employers seek. (ทักษะด้านภาษายอดนิยมในการพัฒนาภาษา "ทักษะด้านภาษา" ที่เกี่ยวข้อง กับภาษาซึ่งนายจ้างแสวงหา) - Grammar (rules -hard skills). ไวยากรณ์ (กฎ-ทักษะยาก) - Writing skills. ทักษะการเขียน - Good references. การอ้างอิงที่ดี - Valuing education. การให้คุณค่ากับการศึกษา - Critical thinking skills. ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ - Basic spelling. การสะกดคำพื้นฐาน - Ability to read and follow instructions. ความสามารถในการอ่านและปฏิบัติตามคำแนะนำ - Ability to listen and document what youhave heard. ความสามารถในการฟังและบันทึกสิ่งที่คุณเคยได้ยิน - Communication skills with the public , fellow employees, supervisors, and student. ทักษะในการสื่อสารกับสาธารณะเพื่อนพนักงาน หัวหน้างาน และนักศึกษา
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๖๘ วันอาทิตย์ ที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๖ (ภาคเย็น) หัวข้อการบรรยาย : งานวิชาการสำหรับพระธรรมทูต สถานที่ : ณ เธียเตอร์ โซน C มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยากร : รศ.ดร.เกียรติศักดิ์ สุขเหลือง ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ประโยชน์/เนื้อหาที่ได้จากการรับฟัง : งานวิชาสำหรับพระธรรมทูต มีอยู่ ๓ หัวข้อ ใหญ่ คือ ๑. วิชาการ ๒. วิชาชีพ ๓. วิชาชีวิต ทักษะ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน อธิบายว่าทักษะ หมายถึง ความชำนาญ มาจากคำ ภาษาอังกฤษว่า Skill ทักษะ (Skill) หมายถึง ความชำนาญหรือความสามารถในการกระทำหรือการ ปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นทักษะด้านร่างกาย สติปัญญา หรือสังคม ที่เกิดขึ้นจากการฝึกฝน หรือการกระทำบ่อยๆ การพัฒนาตามหลักทศวรรษที่ ๒๑ ๑. ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม - คิดสร้างสรรค์ - ไส่ใจนวัตกรรม - มีวิจารณญาณ - แก้ปัญหาเป็น - สื่อสารดี - เต็มใจร่วมมือ ๒. ทักษะสารสนเทศสื่อ เทคโนโลยี - อัพเดตทุกข้อมูลข่าวสาร - รู้เท่าทันสื่อ - รอบรู้เทคโนโลยีสารสนเทศ - ฉลาดสื่อสาร ๓. ทักษะชีวิตและอาชีพ - มีความยืดหยุ่น - รู้จักปรับตัว - ริเริ่มสิ่งใหม่
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๖๙ - ใส่ใจดูแลตัวเอง - รู้จักเข้าสังคม - เรียนรู้วัฒนธรรม - มีความเป็นผู้นำ - รับผิดชอบหน้าที่ - พัฒนาอาชีพ - หมั่นหาความรู้รอบด้าน ปัญญา 3 สุตมยปัญญา - ปัญญาเกิดจากการฟัง (เรียน) จินตมยปัญญา - ปัญญาเกิดจากการคิด (ทบทวน) ภาวนามยปัญญา - ปัญญาเกิดจากการลงมือปฏิษัติ วันจันทร์ ที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖ (ภาคเช้า) หัวข้อการบรรยาย : พระธรรมทูตกับการพัฒนาสังคม (Dhammaduta & Social Development) สถานที่ : ณ เธียเตอร์ โซน C มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยากร : รศ.ดร.โกนิฏฐ์ ศรีทอง รองผู้อำนวยการวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ ประโยชน์/เนื้อหาที่ได้จากการรับฟัง : ขอบเขตเนื้อหาการแลกเปลี่ยน ๑. ความหมายและแนวคิดของการพัฒนาสังคม ๒. พุทธรรมกับการพัฒนาสังคม ๓. บทบาทพระสงฆ์กับการพัฒนาสังคม พระธรรมทูตกับการพัฒนาสังคม ตัวอย่างพระธรรมทูตกับการพัฒนาสังคม BANI World B = Brittle ความเปราะบาง A = Anxious ความวิตกกังวล N = Nonlinear ความไม่เป็นเส้นตรง I = Incomprehensible ความไม่สามารถเข้าใจ
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๗๐ การพัฒนาคุณภาพชีวิต ๑. การเรียนรู้ ๒. สุขภาพ ๓. รายได้ ๔. ครอบครัวและชุมชนดี ๕. สภาพแวดล้อมดี ๖. การสื่อสาร คมนาคม ๗. ความเป็นอิสระแห่งจิตใจ และปัญญา ๘. ความสุข การพัฒนาคุณภาพสังคม ๑. สังคมมีความเสมอภาค ๒. มีความยุติธรรม ๓. ควาสงบสุข สันติภาพ ๔. Socio economic ๕. Secuity ๖. Secialincusion ๗. Conesion Sociat ๘. Emdloynont ๙. สังคมสมดุล มั่งคั่ง ยังยืน พุทธธรรมกับการพัฒนาสังคม ๑. หลักมัชเฌนธรรม:หลักการแห่งความเป็นจริง ตามธรรมชาติ ๒. หลักมัชฌิมปฏิปทา:หลักการเพื่อพัฒนาบุคคล ๓. หลักอารยธรรมวิถี:หลักการเพื่อพัฒนาสังคม เป้าหมายของการพัฒนาสังคมเชิงพุทธ ๑. เป้าหมายระดับต้น เป็นเป้าหมายเพื่อประโยชน์ปัจจุบัน ได้การมีคุณภาพชีวิตที่ดีมีความ สมบูรณ์ทางด้านร่างกายและความเป็นอยู่ที่ดี มีสุขภาพดี ๒. เป๋าหมายระดับกลาง เป็นไปเพื่อประโยชน์เบื้องหน้าได้แก่คุณธรรมความดีงามทางด้านจิตใจ มีความสุขสงบใจ มีสุขภาพจิตที่ดี ๓. เป้าหมายระดับสูง อันเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดคือการเข้าถึงธรรมหรือบรรลความหลุดพัน ได้แก่ พระนิพพาน
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๗๑ วันจันทร์ ที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖ (ภาคเย็น) หัวข้อการบรรยาย : การเผยแผ่พระพุทธศาสนาด้วยวิปัสสนากรรมฐาน สถานที่ : ณ เธียเตอร์ โซน C มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยากร : พระราชปัญญารังสี,ดร. เจ้าคณะเขตบางกอกใหญ่ ,เจ้าอาวาสวัดชิโนรสาราม กรุงเทพมหนคร ประโยชน/์เนือ้หาทไี่ด้จากการรับฟัง : ๑. คันถธุระได้แก่ การศึกษาเล่าเรียนให้รู้เรื่องพระศาสนาและหลักศีลธรรม ๒. วิปัสสนาธุระ ได้แก่ ธุระ หรือ งานอย่างสูงสุดในพระศาสนา ซึ่งเป็นงานที่จะช่วยให้ผู้นับถือพระพุทธศาสนาได้รู้จักดับ ทุกข์ หรือเปลื้องทุกข์ออกจากตนมากน้อยตามควรแก่การปฏิบัติ ทางนี้ทางเดียวเท่านั้น ที่จะท าให้คนพ้นทุกข์ตั้งแต่ทุกข์ เล็กจนถึงทุกข์ใหญ่ เช่น การเกิด แก่ เจ็บ ตาย และเป็นทางปฏิบัติที่มีอยู่ในศาสนาของพระพุทธเจ้าเท่านั้น กรรมฐานมี ๒ ประเภท ๑. สมถกรรมฐาน กรรมฐานชนิดนี้เป็นอุบายให้ใจสงบ คือ ใจที่อบรมในทางสมถะแล้ว จะเกิดนิ่งและ เกาะอยู่กับอารมณ์หนึ่งเพียงอารมณ์เดียว อารมณ์ของสมถกรรมฐานนั้น แบ่งออกเป็น ๔๐ กอง คือ กสิณ ๑๐ อสุภะ ๑๐ อนุสสติ ๑๐ พรหมวิหาร ๔ อาหาเรปฏิกูลสัญญา ๑ จตุธาตุวัฏฐาน ๑ อรูปธรรม ๔ ๒. วิปัสสนากรรมฐาน กรรมฐานชนิดนี้เป็นอุบายให้เรืองปัญญา คือ เกิดปัญญาเห็นแจ้ง หมายความ ว่าเห็นปัจจุบัน เห็นรูปเห็นนาม เห็นพระไตรลักษณ์ และเห็นมรรค ผล นิพพาน วิปัสสนากรรมฐานคืออะไร วิปัสสนากรรมฐาน เป็นเรื่องของการศึกษาชีวิต เพื่อจะปลดเปลื้องความทุกข์นานาประการ ออกเสีย จากชีวิต เป็นเรื่องของการค้นหาความจริงว่า ชีวิตมันคืออะไรกันแน่ ปกติเราปล่อยให้ชีวิตดำเนินไปตามความ เคยชินของมันปีแล้วปีเล่ามันมีแต่ความมืดบอด วิปัสสนากรรมฐาน เป็นเรื่องของการตีปัญหาซับซ้อนของชีวิต เป็นเรื่องของการค้นหาความจริงของ ชีวิต ตามที่พระพุทธเจ้าทรงกระทำมา วิปัสสนากรรมฐาน เป็นการเริ่มต้นในการปลดเปลื้องตัวเราให้พ้นจากความเป็นทาสของความเคยชิน ในตัวเรา เรามีของดีที่มีคุณค่าอยู่แล้ว คือ สติสัมปชัญญะ แต่เรานำออกมาใช้น้อยนัก ทั้งที่เป็นของมีคุณค่าแก่ ชีวิตหาประมาณมิได้ วิปัสสนากรรมฐาน เป็นการระดมเอาสติทั้งหมดที่มีอยู่ในตัวเรา เอาออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๗๒ วิปัสสนากรรมฐาน คือ การอัญเชิญสติที่ถูกทอดทิ้ง ขึ้นมานั่งบัลลังค์ของชีวิต เมื่อมีสติขึ้นมานั่งบัล ลังค์แล้ว จิตจะคลานเข้ามา หมอบถวายบังคมอยู่เบื้องหน้าสติ สติจะควบคุมจิต มิให้แส่ออกไปคบหาอารมณ์ ต่างๆ ภายนอก ในที่สุดจิตก็จะคุ้นเคยกับการสงบอยู่กับอารมณ์เดียว เมื่อจิตตั้งมั่นดีแล้ว การรู้ตามความเป็น จริงก็เป็นผลตามมา เมื่อนั้นแหละเราก็จะทราบได้ว่า ความทุกข์มาจากไหน เราจะสกัดกั้นมันได้อย่างไร นั่น แหละผลงานของสติละ ภายหลังจากที่ทุ่มเทสติสัมปชัญญะลงไปอย่างเต็มที่แล้ว จิตใจของผู้ปฏิบัติก็จะได้สัมผัสกับสัจจะแห่ง สภาวธรรมต่างๆ อันผู้ปฏิบัติไม่เคยเห็นอย่างซึ้งใจมาก่อน ผลงานอันมีค่าล้ำเลิศของสติสัมปชัญญะ จะทำให้เรา เห็นอย่างแจ้งชัดว่าความทุกข์ร้อนนานาประการนั้น มันไหลเข้ามาสู่ชีวิตของเราทางช่องทวารทั้ง ๖ ช่องทวาร ทั้ง ๖ นั้น เป็นที่ต่อและบ่อเกิดสิ่งเหล่านี้ คือ ขั้นธ์ ๕ จิต กิเลส… การเรียนรู้วิปัสสนากรรมฐานนั้นเรียนได้ ๒ อย่างคือ ๑. เรียนอันดับ ๒. เรียนสันโดษ การเรียนอันดับ คือ การเรียนให้รู้จักขันธ์ ๕ ว่าได้แก่อะไรบ้าง ย่อให้สั้นในทางปฏิบัติ เหลือเท่าใด ได้แก่อะไรบ้าง เกิดที่ไหน เกิดเมื่อไร เมื่อเกิดขึ้นแล้วอะไรจะเกิดตามมาอีก จะกำหนดตรงไหน จึงจะถุกขันธ์ ๕ เมื่อกำหนดถุกแล้วจะได้ประโยชน์อย่างไรบ้างเป็นต้น นอกจากนี้ก็ต้องเรียนรู้ในเรื่องอายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ อินทรีย์ ๒๒ อริยสัจ ๔ ปฏิจจสมุปบาท ๑๒ โดยละเอียดเสียก่อน เรียกว่า เรียนภาคปริยัติ วิปัสสนาภูมินั่นเอง แล้วจึงจะลงมือปฏิบัติ เรียนสันโดษ คือ การเรียนย่อๆ สั้นๆ สอนเฉพาะที่ต้องปฏิบัติเท่านั้น เรียนชั่วโมงนี้ก็ปฏิบัติชั่วโมงนี้ เลย เช่น สอนการเดินจงกรม สอนวิธีนั่งกำหนด สอนวิธีกำหนดเวทนา สอนกำหนดจิต แล้วลงมือปฏิบัติเลย หลักใหญ่ในการปฏิบัติวิปัสสนาฯ มีหลักอยู่ ๓ ประการ ๑. อาตาปีทำความเพียรเผากิเลสให้เร่าร้อน ๒. สติมา มีสติ คือระลึกอยู่เสมอว่าขณะนี้เราทำอะไร ๓. สัมปชาโน มีสติสัมปชัญญะ คือขณะนี้ทำอะไรอยู่นั้นต้องรู้ตัวอยู่ตลอดเวลา นอกจากนั้นผู้ปฏิบัติต้องมีศรัทธา ความเชื่อว่าการปฏิบัติเช่นนี้มีผลจริง ความมีศรัทธานี้เปรียบประดุจเมล็ดพืช ที่สมบูรณ์ดีพร้อม ที่จะงอกงามได้ทันทีที่นำไปปลูก ความเพียรประดุจน้ำที่พรมลงไปที่เมล็ดพืชนั้น เมื่อเมล็ด พืชได้น้ำพรมลงไปก็จะงอกงามสมบูรณ์ทันที เพราะฉะนั้นผู้ปฏิบัติจะได้ผลมากน้อยเพียงใด ย่อมขึ้นอยู่กับสิ่ง เหล่านี้ด้วย การปฏิบัติ ผู้ปฏิบัติจะต้องเปรียบเทียบจิตใจของเราในระหว่าง ๒ วาระ ว่าก่อนที่ยังไม่ปฏิบัติ และ หลังการปฏิบัติแล้ว วิเคราะห์ตัวเองว่า มีความแตกต่างกันประการใด…
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๗๓ วันอังคาร ที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๖ (ภาคบ่าย) หัวข้อการบรรยาย : การใช้เหตุผลเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาสำหรับพระธรรมทูต สถานที่ : ณ เธียเตอร์ โซน C มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยากร : ศ.ดร.วัชระ งามจิตรเจริญ ประโยชน์/เนื้อหาที่ได้จากการรับฟัง : การใช้เหตุผลกับการหาความจริง การใช้เหตุผลเป็นความพยายามทางปัญญาที่จะหาความจริงหรือคำตอบสำหรับคำถามหรือ ปัญหาที่ต้องการคำตอบ เช่น ในการตอบคำถามแบบทดสอบเซาวน์ปริชาน (Cognitive Reflection Test CRT) หากเราไม่ใช้เหตุผลอย่างมีประสิทธิภาพ เราจะตอบคำถามผิด ดังตัวอย่างคำถามต่อไปนี้ - โทรศัพท์มือถือและเคสใส่โทรศัพท์มีราคารวมกัน ๑๑๐ บาทราคาของ โทรศัพท์มือถือแพงกว่าเคส ๑๐๐ บาท คำถามคือ เคสราคาเท่าไร" - "พริ้นเตอร์ ๘ เครื่อง ใช้เวลา ๘ นาที ในการพิมพ์โบรชัวร์ ๘ แผ่นถามว่า ต้องใช้เวลา เท่าใดในการใช้พริ้นเตอร์ ๒๔ เครื่อง เพื่อพิมพ์โบรชัวร์ ๒๔ แผ่น การใช้เหตุผลกับพระธรรมทูต การใช้เหตุผลมีความสำคัญต่อการแสวงหาความจริงการถกเถียงในเชิงวิชาการและการเผย แผ่และการปกป้องพระพุทธศาสนา มีความสำคัญต่อภารกิจพระธรรมทูต เมื่อเกิดคำถามเกี่ยวกับคำสอนหรือข้อปฏิบัติทางพระพุทธศาสนา การตอบคำถามด้วยการใช้ เหตุผลที่ดีจะช่วยเผยแผ่และปกป้องพระพุทธศาสนา แม้การใช้เหตุผลไม่อาจ "พิสูจน์ความจริง" ให้ทุก คนยอมรับได้ก็ตาม แต่อย่างน้อยก็ยังสร้างความน่าเชื่อถือให้ได้ ความสามารถในการใช้เหตุผลจึงมี ประโยชน์แม้บางกรณีอาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อยคล้ายนิทานเรื่องมนต์ที่ห้ามสวดก็ตาม การอ้างเหตุผลแบบนิรนัย (Deduction) การอ้างเหตุผลที่อ้างความจริงสากลหรือความจริงทั่วไปมายืนยันข้อสรุปที่เป็นความจริงสากล หรือความจริงบางสวน การอ้างเหตุผลนิรนัยที่ดีคือการอ้างเหตุผลที่มีรูปแบบสมเหตุสมผล (valid) เช่นคนไทยทุกคนมีผมสีดำ ผผข้ออ้าง) นายเขียวเป็นคนไทย ข้ออ้างดังนั้น นายเขียวมีผมสีดำ การอ้าง เหตุผลนี้สมเหตุสมผลเพราะถ้าข้ออ้างจริงหมด ข้อสรุปไม่สามารถเป็นเท็จได้ ข้ออ้างเป็นหลักฐาน สนับสนุนข้อสรุป การใช้เหตุผลที่ดี ๑. ตรงเรื่อง เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ต้องการยืนยันหรือถกเถียง “เราควรทานอาหารร้านนี้ เพราะเจ้าของร้านสวย” เป็นการใช้เหตุผลที่เหตุผลไม่ตรงเรื่องเพราะการที่เจ้าของร้าน
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๗๔ สวยไม่เกี่ยวกับเรื่องอาหาร “เราควรทานอาหารร้านนี้เพราะอาหารอร่อยและสะอาดถูก หลักสุขอนามัย” เป็นการใช้เหตุผลที่ดีเพราะเหตุผลตรงเรื่อง ๒. มีน้ำหนัก มีความน่าเชื่อถือ คนส่วนใหญ่ยอมรับเช่น การทำสมาธิเป็นสิ่งที่ดีเพราะทำให้ ร่างกายสุขภาพดี เนื่องจากวิทยาศาสตร์วิจัยพบว่า ทำให้เกิดการหลั่งสาร้อ็นโดฟินส์ที่มี ประโยนช์ต่อร่างการ “เหตุผลมีน้ำหนักเพราะเป็นข้อมูลจากการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่มี วิธีการน่าเชื่อถือและได้รับการยอมรับกันโดยทั่วไป การอ้างเหตุผลที่ดีตามหลัก ตรรกวิทยาตะวันตก” ๓. หลีกเลียงการใช้เหตุผลวิบัติ ไม่อ้างเหตุผลอ่อนหรือไม่ตรงเรื่อง (Fallacy) เช่น - การอ้างความไม่รู้ เช่น ผีไม่มีเทวดาไม่มีจริงเพราะไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่า ผีเทวดามีจริง - การสรุปเกินข้ออ้าง ยืนยันความจริงที่กว้างกว่าหลักฐาน เช่น พระภิกษุทุกวันนี้ไม่น่า นับถือเพราะมีข่าวพระทำผิดออกมาอยู่เรื่อยๆ ๔. กฎหรือความจริงทางตรรถวิทยา เช่น การอ้างว่า พระเป็นเจ้ามีจริง เพราะกัมภีร์ไบเบิล บอกไว้ และดัมภีร์ไบเบิลบอกเรื่องจริงเนื่องจากเป็นพระวจนะของพระเป็นเจ้า เป็นการ อ้างเหตุผลที่ผิดกฤตรรกะที่ the เรียกว่า การทวนปัญหา (asking question) ซึ่งเป็น เหตุผลวิบัติ (fallacy) ตัวอย่างการใช้เหตุผลเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา คำสอนเกี่ยวกับโลกและชีวิตของมนุษย์ในพระพุทธศาสนามีความน่าเชื่อถือและมีประโยชน์ เพราะสอดคล้องกับประสบการณ์หรือข้อเท็จจริง และความจริงทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งมีประโยชน์ ต่อชีวิตจริง เช่น ๑. คำสอนเรื่องปฏิจจสมุปบาทสามารถยืนยันตามหลักการอนุมานแบบอุปนัยได้ เพราะความ จริงของปฏิจจสมฺปบาทที่ว่า ทุกสิ่งมีเหตุเกิด หรือสรรพสิ่งเป็นไปตามเหตุปัจจัย อ้างเหตุผล จากข้อเท็จจริงในประสบการณ์ที่สิ่งต่างๆ โดยทั่วไปล้วนมีเหตุเกิดเมื่อสิ่งที่เราพบเห็นส่วน ใหญ่มีเหตุเกิด จึงอาจสรุปได้ว่า สรรพสิ่งมีเหตุเกิดหรือเป็นไปตามเหตุปัจจัย ๒. ความเป็นไปตามเหตุปัจจัยทำให้ไม่มี "สิ่งมีจริงตายตัว" ที่เป็นอยู่ได้ด้วยตัวเองและมีลักษณะ ไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งนาคารชุนเรียกว่า "ความว่าง" (ศูนยตา) จากสาภาวะ (ความเป็นอยู่ด้วย ตัวเอง) และสวลักษณะ (ลักษณะเฉพาะตนที่ตายตัว) คำสอนเรื่องความว่างดังกล่าวนี้ก็ สามารถอ้างเหตุผลจากประสบการณ์และความจริงของโลกในทฤษฎีควอนตัม เพราะสิ่งต่างๆ ในประสบการณ์เช่น ปากกา อาจเปลี่ยนเป็น "อาวุธ" เมื่อใช้ทำร้ายคน และในทฤษฎีควอนตัม สสารหรืออนุภาคและพลังงานหรือคลื่นไม่ได้แยกขาดจากกันแต่จะปรากฏเป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยขึ้นอยู่กับการทดลอง ๓. คำสอนเรื่องความว่างดังกล่าวนี้ก็สามารถอ้างเหตุผลจากประสบการณ์และความจริงของโลก ในทฤษฎีควอนตัม เพราะสิ่งต่างๆในประสบการณ์เช่น ปากกา อาจเปลี่ยนเป็น "อาวุธ" เมื่อ
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๗๕ ใช้ทำร้ายคน และในทฤษฎีควอนตัมสสารหรืออนุภาคและพลังงานหรือคลื่นไม่ได้แยกขาด จากกันแต่จะปรากฏเป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยขึ้นอยู่กับการทดลองว่า "การกระโดดควอนตัม" (quantum jump) "การซ้อนทับควอนตัม'" (quantum superposition)"อุโมงค์ควอนตัม" (quantum tunnelling) ๔. มีผู้โจมดีว่า "นรกสวรรค์ไม่มีจริง และปัจจุบันไม่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตในสังคม" อาจ อ้างเหตุผลโต้แย้งได้ว่า สิ่งที่พิสูจน์ให้รู้แน่ชัดว่ามีหรือไม่มีไม่ได้ไม่สามารถตัดสินได้ว่าไม่มีจริง การยืนยันว่าไม่มีจริงเพราะพิสูจน์ไม่ได้จะเป็นเหตุผลวิบัติเพราะข้างความไม่รู้ นอกจากนั้น การศึกษาด้านปะจิตวิทยากี่ยวกับคนตายแล้วฟื้นและคนระลึกชาติได้จำนวนมากเป็น หลักฐานช่วยยืนยันความเป็นไปได้ของนรกสวรรค์นอกจากนั้น นรกสวรรค์ทั้งแบบข้ามภพ ข้ามชาติหรืออยู่ในอีกมิติหนึ่งกับนรกสวรรค์แบบชาติปัจจุบันยังมีประโยชน์ต่อสังคมปัจจุบัน เพราะเป็นกลไกช่วยเหนี่ยวร้งคนให้ไม่ทำชั่วและมีกำลังใจในการทำดี หากขาดกลไกของ ความเชื่อเหล่านี้คนจะยิ่งทำบาปมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากสถานการณ์ปัจจุบันว่า มีคนทำชั่ว มากมายทั้งที่ยังสอนเรื่องนรกสวรรค์กันอยู่ หากไม่สอนจะยิ่งแย่ ๕. มีผู้โจมตีว่า "พระพุทธเจ้าเป็นคนไม่ดีเพราะทิ้งบุตรภรรยาออกบวช" อาจโต้แย้งด้วยเหตุผลว่า พระพุทธเจ้าทรงเสียสละบุตรภรรยารวมทั้งทรัพย์สินออกบวซเพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์ ไม่ใช่ การทอดทิ้งแบบไม่รับผิดชอบด้วยความเห็นแก่ตัวอย่างที่ผู้ชายทั่วไปทำกัน ซึ่งเป็นการ ทอดทิ้งเพราะไม่ต้องการรับภาระเลี้ยงดูบุตรกรรยาหรือเพราะต้องการหาฎรรยาใหม่ ซึ่งเป็น การกระทำที่ขาดความรับผิดชอบ บกพร่องต่อหน้าที่ เป็นความเห็นแก่ตัวนอกจากนั้น พระพุทธเจ้าทรงเสียสละมากกว่าคนทั่วไป เพราะคนธรรมดาก็จะเห็นแก่ตัวเองและบุตร ภรรยา ไม่ยอมเสียสละเพื่อส่วนรวม จึงมีน้อยคนที่เสียสละได้อย่างพระพุทธเจ้า เหมือน วีรบุรุษที่ยอมเสียสละชีวิตของตนเองพร้อมทั้งครอบครัวเพื่อประเทศชาติ หากไม่มีวีรบุรุษ ประเทศก็ย่อมล่มสลาย ขาดมหาบุรุษอย่างพระพุทธเจ้า โลกก็ไม่อาจพ้นทุกข์ได้ ๖. มีผู้โจมดีว่า "พระเวสสันดร์เป็นคนไม่ดีเพราะบริจาคบุตรภรรยาเป็นทาน ซึ่งเป็นการละเมิด สิทธิมนุษยชน" อาจโต้แย้งด้วยเหตุผลว่า พระเวสสันตรไม่ได้คิดละเมิดสิทธิของบุตรภรรยา เพราะไม่มีแนวคิดสิทธิแบบตะวันตกในความคิดของพระเวสสันดร ทรงมีแต่แนวคิดเรื่อง หน้าที่ และความคิดที่จะเสียสละตัดความเห็นแก่ตัวเพื่อบรรลุโพธิญาณจะได้ช่วยเหลือสรรพ สัตว์ได้ โดยทรงขอความร่วมมือจากกัณหาชาลีด้วย และการบริจาคกัณหาชาลีก็ทรงทราบอยู่ แล้วว่า กัณหาชาลีจะได้รับการไถ่ตัว ๗. มีคำถามว่า "พระพุทธศาสนาปฏิเสธอัตตา คือ สัตว์ บุคคล หรือผู้กระทำ แล้วการรับผิดชอบ ทางศีลธรรมจะเป็นไปได้อย่างไร" อาจตอบคำถามด้วยเหตุผลว่าการรับผิดชอบทางศิลธรรม ยังเป็นไปได้ เพราะในระดับสมมติสัจยังมีอัตตาสมมติมารับผลของการกระทำ และมีความ ยุติธรรมเพราะแม้ทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงแต่มีความสืบต่อทำให้ผู้ทำกรรมกับผู้รับผลกรรม ไม่ใช่คนเดียวกันแต่ก็ไม่ใช่คนละคนเหมือนเด็กที่โตเป็นผู้ใหญ่ไม่ใช่คนเดียวกันแต่ก็ไม่ใช่คนละ
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๗๖ คน และในระดับปรมัตถสัจมีแต่ขันธ์ 4 หรือกระบวนการของปัจจัยต่างๆ มีอวิชชา สังธาร วิญญาณ เป็นต้นที่เกิดการทำกรรมและการรับผลของกรรมอยู่ในกระบวนการนี้ โดยไม่ต้องมี "ผู้กระทำ" มารับผลกรรมเลย ๘. มีคำถามว่า "พระพุทธศาสนาปฏิเสธอัตตา แล้วใครอยากไปนิพพาน เพราะเท่ากับตายแล้ว สูญ ไม่มีอะไรเหลือ" อาจตอบคำถามด้วยเหตุผลว่า ผู้ที่เช้าใจความจริงของชีวิตจนตัดตัณหา ความอยาก ปล่อยวางความยึดติดตัวตนได้ย่อมอยากไปนิพพาน เพราะตัณหาและความยึด ติดทำให้เราอยากมีตัวเองเหลือเพื่อเสพสุร แต่ความสุขที่มีตัวตนและความอยากจะเจือปน ด้วยทุกข์เสมอ ความสุขที่แท้จริงคือการไม่เสพอะไร ไม่ต้องการสิ่งมาสนองความอยากของ ตัวเองอีก เหมือนการนอนหลับสนิทโดยไม่ฝัน แม้จะดูเหมือนไม่นำปร่ารถนาแต่ที่จริงเป็น ความสุขอีกแบบหนึ่งที่หากปลุกให้ตื่นมาทานอาหารแสนอร่อยก็ไม่ยอมแลกด้วย วันอังคาร ที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๖ (ภาคเย็น) หัวข้อการบรรยาย : หลักสิทธิมนุษยชนที่พระธรรมทูตควรทราบ สถานที่ : ณ เธียเตอร์ โซน C มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยากร : พระครูสิริรัตนบัณฑิต, ผศ.ดร. ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุวรรณาราม ราชวรวิหาร, รองคณบดีคณะพุทธ ศาสตร์ ฝ่ายวิชาการ ประโยชน์/เนื้อหาที่ได้จากการรับฟัง : ประเด็นการบรรยาย ๑. พระธรรมทูต คืออะไร ? ๒. พระธรรมทูต มีบทบาทและหน้าที่อะไร ? ๓. อุดมการณ์ของพระธรรมทูต คืออะไร ? ๔. สิทธิมนุษยชน คืออะไร ? ๕. พระธรรมทูต ต้องรู้สิทธิมนุษยชนเรื่องอะไร ? พระธรรมทูต คืออะไร พระธรรมทูต หมายถึง ภิกษุที่เดินทางไปแสดงธรรมในที่ต่างๆ ทำหน้าที่เหมือนทูตทางธรรม หรือทูตของพระศาสนา มี ๒ ประเภท คือ ๑. พระธรรมทูตสายในประเทศ ๒. พระธรรมทูตสายต่างประเทศ พระธรรมทูต มีบทบาทและหน้าที่อะไร ?
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๗๗ บทบาทและหน้าที่ของพระธรรมทูต คือ การประกาศพระศาสนาให้ผู้อื่นได้รู้และเข้าใจ หลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ สันติภาพทั้งทางกายและทางใจของ มวลมนุษยชาติ งานของคณะสงฆ์ ๖ ด้าน ๑. ด้านการปกครอง ๒. ด้านการเผยแผ่ ๓. ด้านการศาสนศึกษา ๔. ด้านการศึกษาสงเคราะห์ ๕. ด้านการสาธารณูปการ ๖. ด้านการสาธารณะสงเคราะห์ อุดมการณ์ของพระธรรมทูต คีออะไร ? "จรถ ภิกฺขเว จาริกํ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมมปาย อตถาย หิตาย สุขาย เทว มนุสสานํ มา เกน เทว อคมิตถ เทเสถ ภิกขเว ธมมํ อาทิกลยาณ์ มชเฌกลยาณิ ปริโยสานกลยาณํ สาตถํ สพยญชนํ เกวลปริปุณณ์ ปริสุทฺธํพรหมจาริกํ ปกาเสถ." ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงเที่ยวจาริก เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ชนหมู่มากเพื่ออนุเคราะห์ โลก เพื่อประโยชน์เกื้อกูลและความสุขแก่ทวยเทพ และมนุษย์พวกเธออย่าได้ไปร่วมทางเดียวกันสอง รูป จงแสดงธรรมงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด จงประกาศพรหมจรรย์ พร้อมทั้งอรรถ พร้อมทั้งพยัญชนะ ครบบริบูรณ์ บริสุทธิ์ สิทธิมนุษยชน คืออะไร ? สิทธิมนุษยชน หมายถึง สิทธิที่มนุษย์ทุกคนมีความเท่าเทียมกัน มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลที่ได้รับการรับรองทั้งความคิดและกรกระทำที่ไม่มีใคร ล่วงละเมิดได้ โดยได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และสนธิสัญญาระหว่าง ประเทศ สิทธิมนุษยชน ๕ ประเภท ๑. สิทธิพลเมือง ได้แก่ สิทธิในชีวิตและร่างกาย ๒. สิทธิทางการเมือง ได้แก่ สิทธิในการเลือกวิถีชีวิตของตนเอง ๓. สิทธิทางเศรษฐกิจ ได้แก่ สิทธิในการมีทำงาน, มีทรัพย์สิน ๔. สิทธิทางสังคม ได้แก่ การศึกษา, ความมั่นคงในสังคม ๕. สิทธิทางวัฒนธรรม ได้แก่ มีเสรีภาพในการเชื่อ, ค่านิยม
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๗๘ พระธรรมทูต ต้องรู้สิทธิมนุษยชนเรื่องอะไร ? ๑. กฎหมาย ๒. ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ๓. จารีต ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม ๔. พระธรรมวินัย มหาปเทส ๔ เกณฑ์การวินิจฉัยพระวินัย ๑. สิ่งใดไม่ได้ทรงห้ามไว้ว่าไม่ควร แต่เข้ากับสิ่งไม่ควร ขัดกับสิ่งที่ควร สิ่งนั้นไม่ควร ๒. สิ่งใดไม่ได้ทรงห้ามไว้ว่าไม่ควร แต่เข้ากับสิ่งที่ควร ขัดกับสิ่งที่ไม่ควร สิ่งนั้นควร ๓. สิ่งใดไม่ได้ทรงอนุญาตไว้ว่าควร แต่เข้กับสิ่งที่ไม่ควร ขัดกับสิ่งที่ควร สิ่งนั้นไม่ควร ๔. สิ่งใดไม่ได้ทรงอนุญาตไว้ว่าควร แต่เข้ากับสิ่งที่ควร ขัดกับสิ่งที่ไม่ควร สิ่งนั้นควร มหาปเทส เกณฑ์ตัดสินธรรมะของพระพุทธเจ้า ๑. ถ้าบทและพยัญชนะเหล่านั้น สอบลงในสูตรก็ไม่ได้ เทียบเข้าในวินัยก็ไม่ได้ พึงลงสันนิษฐาน ว่า นี้มิใช่ดำรัสของพระผู้มีพระภาคแน่นอน ภิกษุนี้ (สงฆ์นั้น พระเถระเหล่านั้น พระเถระรูป นั้น ถือไว้ผิด พึงทิ้งเสีย ๒. ถ้าบทและพยัญชนะเหล่านั้น สอบลงในสูตรก็ได้ เทียบเข้าในวินัยก็ได้ พึงลงสันนิษฐานว่า นี้ เป็นดำรัสของพระผู้มีพระภาคแน่แท้ ภิกษุนี้ (สงฆ์นั้น พระเถระเหล่านั้น พระเถระรูปนั้น) รับมาด้วยดี วันพุธ ที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๖ (ภาคเช้า) หัวข้อการบรรยาย : การสาธารณสุขสาหรับพระธรรมทูต สถานที่ : ณ เธียเตอร์ โซน C มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยากร : รองศาสตราจารย์พิเศษ ดร. จุฑามาศ วารีแสงทิพย์อาจารย์พิเศษคณะพุทธศาสตร์ ประโยชน์/เนื้อหาที่ได้จากการรับฟัง : วัตถุประสงค์การเรียนรู้ ๑. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสาธารณสุข ๒. สาธารณสุขในคัมภีร์พระพุทธศาสนา ๓. กรณีศึกษาการดูแลสุขภาพในคัมภีร์พระไตรปิฎก
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๗๙ ๔. BIOLOGICAL CLOCKS "นาฬิกา ๕. อาหารและโภชนาการสำหรับพระธรรม ๖. การสาธารณสุขสำหรับพระธรรมทูตเพื่อเตรียมพร้อมเดินทางไปต่างประเทศ ๗. Healthcare System around การสาธารณสุข (Public Health) หมายถึงการแพทย์ฝ่ายป้องกัน เรียกว่าเวชศาสตร์ป้องกัน หรือเวซกรรมป้องกัน (Preventive Medicine) มุ่งถึงการป้องกันโรคอันจะพึงเกิดแก่ชุมชน มิใช่มุ่งแต่การรักษาโรคเฉพาะ รายเท่านั้น เช่นโรคระบาดที่เกิดในชุมชนต่างๆ เมื่อเกิดขึ้นต้องใช้แพทย์พยาบาล และเจ้าหน้าที่หลาย ฝ่ายเข้าไปร่วมมือกันแก้ไขจึงทำให้โรคภัยสงบลงได้ สำหรับผู้ที่ยังไม่ติดโรคระบาดหรือชุมชนที่ยังไม่มี โรคระบาด ก็ต้องหาทางป้องกันโดยการเพิ่มความต้านทานโรค เช่นการให้ภูมิคุ้มกันโรคและการรู้จัก ป้องกันตนเอง และพยายามตรวจหาแหล่งแพร่เชื้อโรคเพื่อจัดทำลาย ปรับปรุงสภาวะแวดล้อมต่างๆ ให้อยู่ในสภาวะที่ปราศจากเชื้อโรค ศาสตราจารย์ชารลส์ เอดวาร์ด เอ วิ้นสโลว์ (Charles-Edward A. Winslow) ผู้มืชื่อเสี่ยงทางด้านสาธารณสุข ได้ให้คำจำกัดความของการสาธารณสุข ไว้เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๔ ว่า "การสาธารณสุขเป็นวิทยาการและศิลปะแห่งการป้องกันโรค การทำให้อายุยืนยาว การส่งเสริม อนามัย และประสิทธิภาพของบุคคลโดยความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจของชุมชนในเรื่องต่างๆ อันได้แก่ การสุขาภิบาล สิ่งแวดล้อม การควบคุมโรคติดต่อ การให้สุขศึกษาเกี่ยวกับสุขวิทยาส่วนบุคคล การ จัดบริการทางด้านการแพทย์และพยาบาล เพื่อการวินิจจัยโรคตั้งแต่เริ่มแรก และให้การรักษาเพื่อมิให้ ลุกลามต่อไป รวมทั้งการพัฒนากลไกแห่งสังคม เพื่อให้ทุกคนมีมาตรฐานการครองชีพที่เพียงพอต่อ การดำรงไว้ ซึ่งอนามัยที่ดีของตน" การสาธารณสุข (Public Health) การสาธารณสุข เป็นงานจำเป็นที่ต้องทำแก่ประชาชนในชุมชนต่างๆ โดยถือหลักการว่า ชุมชนหนึ่ง ก็คือคนไข้ซึ่งแพทย์ต้องดูแล รักษา แก้ไขให้ปราศจากโรคภัย ชุมชนหนึ่งๆ จะประกอบด้วย มนุษย์ สัตว์ สิ่งแวดล้อมต่างๆ ซึ่งต้องตระหนักโดยการตรวจให้รู้ถึงสภาพต่างๆ เพื่อค้นหาสิ่งบกพร่อง และแก้ไขได้ทันท่วงที่เพื่อให้ทันการณ์ด้วยวิธีที่เหมาะสม
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๘๐ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๖ (ภาคเช้า) หัวข้อการบรรยาย : การบริหารจัดการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน สถานที่ : ณ เธียเตอร์ โซน C มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยากร : พระธรรมราชานุวัตร เจ้าคณะภาค ๑๐, เจ้าอาวาสวัดโมลีโลกยารามราชวรวิหาร, รองแม่กองบาลี สนามหลวง ประโยชน์/เนื้อหาที่ได้จากการรับฟัง : ธุระ ๒ อย่าง หน้าที่ของพระภิกษุสามเณรสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ๑. คันถธุระ หน้าที่ด้านการศึกษาพระพุทธพจน์ทั้งหมดหรือบางส่วนตวามกำลังสติปัญญา ทรงจำบอกกล่าวสอนคนอื่น (รักษาพระพุทธพจน์) ๒. วิปัสสนาธุระ หน้าที่ด้านการปฏิบัติวิปัสสนากัมฐานตั้งแต่เริ่มต้นจนบรรลุเป้าหมายสูงสุด ของพระพุทธศาสนา คือการบรรลุพระอรหันต์ การศึกษาของคณะสงฆ์ ๑. การเรียนเพื่อรู้ (Know) ๒. การเรียนเพื่อปฏิบัติได้จริง (Do) ๓. การเรียนเพื่อจะอยู่ร่วมกัน (Live Together) ๔. การเรียนเพื่อรู้ชีวิต (Be) ประเภทของการศึกษา ๑. แผนกบาลี มคธี, (ภาษาทีรักษาไว้ซึ่งพระพุทธพจน์) - การศึกษาแผนเดิมของคณะของคณะสงฆ์ - ลักษณะทั่วไปของหลักสูตร หลักสูตรชั้นต้น (อรรภกถาธรรมบท) ชั้นกลาง (อรรถ ถามมงคลสูตร-วินัย) ชั้นสูง (อรรถกถาวินัย, วิสุทธิมรรค, ฎีกาอภิธรรม) ๒. แผนกธรรม - ประวัติของนักธรรม - ลักษณะทั่วไปของหลักสูตร เป็นการแปลจากบาลีพระไตรปิฎก อรรถถา ฎีกา ปกรณ์ วิเสส วัตถุประสงค์ของการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรม (ม.๕) ๑. เพื่อให้เป็นไปตามหลักธรรมในพระไตรปิฎกโบราณราชประเพณี และสอดคล้องกับ มาตรฐานการศึกษาของชาติ
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๘๑ ๒. เพื่อให้พระเณรนำหลักธรรมมาปฏิบัติเพื่อพัฒนาจิตใจและปัญญา รักษาพระธรรมวินัย ให้เป็นไปอย่างถูกต้องดีงามโดยเคร่งครัด เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของพระพุทธสนิกชน ทั่วไป ๓. เพื่อให้พระศาสนิกชนนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตได้ อย่างถูกต้อง ความสำคัญของศาสนศึกษา ๑. เป็นกระบวนสร้างศาสนทายาทสืบทอดอายพระพุทธศาสนา (การศาสนศึกษา-วิชา สามัญ) - ภาคทฤษฎี - ภาคปฏิบัติ ๒. เป็นฐานรองรับงานการคณะสงฆ์ทั้ง ๖ งานที่มหาเถรสมาคมกำหนด - ด้านการศาสนศึกษา - ด้านการปกคครอง - ด้านการเผยแผ่ - ด้านสาธารณูปการ - ด้านสาธารณสงเคราะห์ - ด้านงานศึกษาวงเคราะห์ เรียนพระปริยัติธรรมได้อะไร การศึกษาสงฆ์ : โดยคณะสงฆ์ เพื่อคณะสงฆ์ ๑. เรียนภาษา (บาลี) จารึกคำสอนพระพุทธเจ้า ๒. วินิจฉัยข้อโต้แย้ง / สัทธรรมปฏิรูป ๓. พัฒนาศาสนทายาท (พระภิกษุสามเณร) ให้งอกงามด้านวิชชาและจรณะ ๔. พัฒนาคุณธรรม (อธิฏฺฐาน ขนฺติ วิริย ปญฺญา) ๕. เป็นการยกวิทยฐานะของพระภิกษุสามเณร ๖. เป็นฐานการเรียนวิชาการด้านอื่นๆ ๗. เป็นฐานรองรับการพัฒนาบุคลากรของสงฆ์ ๘. เป็นฐานรองรับงานการคณะสงฆ์ ๙. เป็นคุณลักษณะพิจารณาความดีความชอบ คุณลักษณะของผู้เรียนพระปริยัติธรรม (ม.๑๗) ๑. เป็นศาสนทายาทที่ดีของพระพุทธศาสนาและพลเมืองที่ดีของสังคม
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๘๒ ๒. มีความรู้และทักษะในวิชาการทางพระพุทธศาสนา ๓. มีนิสัยใฝ่หาความรู้ ปฏิบัติตามข้อบังคับ ระเบียบและวินัยสงฆ์ ๔. มีสุขภาพดีทั้งร่างกายและจิตใจ ๕. รู้จักบำรุงรักษาศาสนสมบัติ อนุรักษ์ และเสริมสร้างสภาพแวดล้อม ๖. มีความภูมิใจความเป็นสมณะ จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ๗. มีความคิดสร้างสรรค์ และส่งเสริมสนับสนุนแนวทางปฏิบัติให้เกิดความเจริญแก่ชุมชน สังคม และพระพุทธศาสนา ฐานปฏิบัติการของการศาสนา ๑. วัด - สำนักสฆ์ (ม.๑๖ ให้วัดมีสิทธ์จัดตั้งสถานศึกษาพระปริยัติธรรม) ๒. สำนักเรียน – สำนักศาสนศึกษา ๓. องค์กรต่ำเป็นรองรับกิจการคณะสงฆ์และการพระศาสนา เป็นหน่วยบริการและจัด กิจการโดยตรง มีเจ้าอาวาสในฐานะเจ้าสำนักเรียน/เจ้าสำนักศาสนศึกษาเป็นผู้บริหาร สูงสุด มีรอง/ผู้ช่วยเจ้าอาวาสเป็นผู้ช่วย แล้วแต่กรณี การศึกษาพระปริยัติธรรมในต่างประเทศ ๑. พระปริยัติธรรม แผนกบาลี - โซนอเมริกา - โซนยุโรป - โซนเอเชีย - โซนอินเดีย-เนปาล - การจัดการเรียนการสอนบาลี ๒. พระปริยัติธรรม แผนกธรรม - การจัดการเรียนการสอนธรรมศึกษา - การจัดสอบธรรมศึกษา - การประเมินผลการศึกษา ภาพความสำเร็จของการศาสนศึกษา ๑. หลักประสิทธิภาพ (Efficiency) หมายถึง การดำเนินงานให้เป็นไปตามที่คาดหมายไว้ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ การทำงานที่ต้องการให้ได้ประโยนช์สูงสุด ๒. หลักประสิทธิผล (Effectiveness) หมายถึง การพิจารณาผลการทำงานที่สำเร็จลุล่วงดัง ประสงค์หรือที่คาดหวังไว้เป็นหลัก
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๘๓ ๓. หลักประหยัด (Economy) หมายถึง การแสวงหาวิธีการที่จะจ่ายเงินหรือทรัพยากรของ โรงเรียนด้วยความพิจารณารอบคอบประกอบด้วยเหตุผลและมุ่งประโยนช์ของโรงเรียน เป็นที่ตั้ง กล้วยไม้ออกดอกช้า ฉันใด การศึกษาเป็นไป ฉันนั้น แต่ออกดอกคราวใด งามเด่น งานสั่งสอนปลูกปั้น เสร็จแล้ว แสนงาม วันพฤหัสบดี ที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๖ (ภาคบ่าย) หัวข้อการบรรยาย : Buddhism in English for Dhammaduta Bhikkhus. สถานที่ : ณ เธียเตอร์ โซน C มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยากร : พระมหาสมบูรณ์ วุฑฺฒิกโร, รศ.ดร. รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ประโยชน์/เนื้อหาที่ได้จากการรับฟัง : Buddhism in English for Dhammaduta Bhikkhus. - What is Buddhism? - Buddhism is a major religion of the world. - Buddhism is a religion founded by the Buddha. \ - Buddhism comes from the Pali word ‘Budha’, which means to know, to understand, to wake up and so on. So Buddhism the religion of knowing, understanding, waking up. Are there how many schools of Buddhism? There are three schools of Buddhism: - Theravada school - Mahayana school - Vajrayana school. Who was the Buddha? - The Buddha was the founder of Buddhism. - In the year 563 B.C., a baby was born into a royal family in northern India. His father was king Suddhodana; his mother was queen
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๘๔ Mahamaya; his wife was princess Yasodhara; and his son was prince Rahula. - When he was 29, he left his family to become a recluse (an ascetic). Why did the Buddha leave the World? One day, he saw (encountered) the four divine signs: - The old man - The sick man - The dead man - The ascetic - He thought in comparison that when there is sickness, it would be nonsickness; when there is death, it would be deathlessness. Then he chose the last divine sign to be the way to enlightenment. In Search for Enlightenment - After leaving his family, he went to see the two spiritual teachers: Alara Tapasa and Uddaka Tapasa. He learned and practiced everything taught by both teachers but he could not achieve Enlightenment. - After that he left the two teachers to practice the self-mortification (self-torture) by himself. But he could not achieve enlightenment. The Middle Way - What is the Middle Way? - The Middle Way is the way avoiding the two extremes: Sensual pleasures and self-mortification. - In Dhammacakkappavattana Sutta, the Buddha said, ‘Bhikkhus, the Tathagata, avoiding the two extremes, has awakened to the Middle way, which gives rise to vision, which gives rise to knowledge, which leads to peace, to direct knowledge, to enlightenment, and to Nibbana. - Compromise ประนีประนอม The Middle Way or The Noble Eightfold Path - Right View
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๘๕ - Right Intention (thought) - Right Speech - Right Action - Right Livelihood - Right Effort (comfort, Oxford, Effort) - Right Mindfulness - Right Concentration The Four Noble Truths (Ariyasacca) - Dukkha – Suffering birth is suffering, aging is suffering, illness is suffering, death is suffering, union with what is displeasing is suffering, separation from what is pleasing is suffering, not to get what one wants is suffering, in brief, the five aggregates subject to clinging are suffering. - Samudaya – the Origin (cause) of Suffering (tanha = craving, desire) The Noble Truth of Suffering - birth is suffering; - aging is suffering; - illness is suffering; - death is suffering; - union with what is displeasing is suffering; -separation from what is pleasing is -suffering; -not to get what one wants is suffering; - in brief, the five aggregates subject to clinging are suffering. The Noble Truth of the Origin of Suffering - The origin of suffering is craving/desire (tanha). - There are three kinds of craving: Craving for sensual pleasures (kama-tanha) Craving for becoming (bhava-tanha) Craving for non-becoming (vibhava-tanha) The Noble Truth of the Cessation of Suffering
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๘๖ - Nirodha - The cessation of suffering is the cessation of craving (tanhakkhaya) - Nibbana–Theextinctionof defilements. - ไวพจน์ = synonyme. The Noble Truth of the Way leading to the Cessation of Suffering - The Noble Eightfold Path or the Middle Way วันพฤหัสบดี ที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๖ (ภาคเย็น) หัวข้อการบรรยาย : ปัญหา อุปสรรค และความท้าทายของการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในโอเซียเนีย สถานที่ : ณ เธียเตอร์ โซน C มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยากร : พระกิตติโสภณวิเทศ ประธานสหภาพพระธรรมทูตไทในโอเซียเนีย Mr. Robert Heide ประโยชน์/เนื้อหาที่ได้จากการรับฟัง : พระเดชพระคุณท่านได้เล่าว่า ตอนท่านอายุ ๖๐-๗๐ ปี สุขภาพเริ่มอ่อนแอ ถ้าเรามองเห็นทุกข์ รู้ ตนเองดี สอนตัวเองได้ความทุกข์เกิดขึ้น เช่น พ่อแม่ทุกข์เมื่อลูกตายท่านแนะนำ พระธรรมทูตเมื่ออบรม จบ หลักสูตรแล้ว ให้รีบทำงานพระพุทธศาสนา อย่าคิดว่า อายุจะยืนยาว ช่วงสถานการณ์โควิด วัดนาคปรกมีค่าใช้จ่าย เช่น ค่าน้ำค่าไฟ เดือนละ ๔ แสนบาท วัดมีรายได้มา เพราะสวดมนต์ทุกวัน ที่วัดพระเณรสวดมนต์บ่อยๆ ทุกวัน (เช่น เวลา๘โมงเช้า, เวลาบ่ายสี่โมง และและเวลา สองทุ่ม) ยกตัวอย่างของพระไทยในประเทศอังกฤษ เช่น พระมหาเหลา ดร. ผู้เรียนจบดร.ที่เมืองเบอร์มิงแฮม ท่านชอบสวดมนต์ และสอนฝรั่งสวดมนต์อีกด้วย สวดมนต์เป็นบุญของเรา ศักดิ์สิทธิ์ คนมีลาภ ยศ ก็มีความทุกข์ แชมป์รักษาแชมป์ได้ แต่รักษาแชมป์ตลอดไม่ได้แม้ทำความดีตลอดก็ ทุกข์ได้ตอนไปที่ประเทศนิวซีแลนด์ใหม่ๆ ที่นั่นยังไม่มีวัดไทย คนน้อย ตอนวัดเปิดใหม่ๆ ได้มีการเชิญคนมา ร่วมงานกันเยอะ ทางวัดได้เปิดประตูต้อนรับทั้งเพื่อนบ้านและสาธุชน เมื่อมีคนมาวัด เขามาคนเดียวก็รับ เขา อยากมาเรียนรู้และ ทานอาหารทางวัดได้จัดให้มีพระสงฆ์ไปดูแลเยี่ยมคนป่วย อีกทั้งได้มีการเทศน์ให้ฝรั่งฟัง ฝรั่งมักพูดว่า เจอพระไทยมีแต่ยิ้ม “ยิ้มน้อยๆ ดีกว่า พูด ๑๐๐ คำ”โยมอยากพึ่งพระสงฆ์แต่ใน ๒ เรื่อง คือ ๑. โรคภัยไข้เจ็บ มีน้ำปลา ช่วยน้ำแกง รสอร่อยขึ้น ๒. ชีวิตคนทุกข์ เราสอนแก้ทุกข์ให้ญาติโยม เราต้องจัดวัดให้สวยสะอาดเรียบร้อย และต้องเรียนรู้ว่า ทำอย่างไรไม่ให้ชาวบ้านด่า ต้องเอาของดีๆ ให้เขาไป
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๘๗ วันศุกร์ ที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๖ (ภาคเช้า) หัวข้อการบรรยาย : พระธรรมทูตกับความสัมพันธ์ระหว่างประเท สถานที่ : ณ เธียเตอร์ โซน C มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยากร : ดร.สาเนียง เมืองนิล พธ.บ. รุ่น ๒๑, M.A.,M.Phil., Ph.D. (Linguistics) อดีตหัวหน้ากงศุลใหญ่ สถานเอกอัครราชฑตู ประเทศไทยประจาออสเตรเลียและ มาดากัสการ์แอฟริกาตะวันออก ประโยชน์/เนื้อหาที่ได้จากการรับฟัง : จรถ ภิกฺขเว จาริกํ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย อตฺถาย หิตาย สุขาย เทว มนุสฺสานํ มา เกน อคมิตฺถ ภิกฺขเว ธมฺมํ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํสพฺยฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหมจาริยํ ปกาเสถ ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงเที่ยวจาริก เพื่อประโยชนและความสุขแกชนหมูมาก เพื่อ อนุเคราะหโลก เพื่อประโยชนเกื้อกูล และความสุขแกทวยเทพและมนุษย พวกเธออยาไดไปทาง เดียวกันสองรูป จงแสดงธรรม งามในเบื้องตน งามในทามกลาง งามในที่สุด จงประกาศพรหมจรรย พรอมทั้งอรรถ พรอมทั้งพยัญชนะ ครบ บริบูรณ บริสทุธิ์ หลวงพ่อสุเมโธสอนฝรั่ง Here and Now. - อย่าไปยึดติดมาก - อย่าอยากมาก - อยู่ที่ไหนก็ได้ในโลก วันศุกร์ ที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๖ (ภาคบ่าย) หัวข้อการบรรยาย : การเผยแผ่ของพระธรรมทูตไทยในสหรัฐอเมริกา สถานที่ : ณ เธียเตอร์ โซน C มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยากร : พระวิเทศรัตนาภรณ์ (ถนัด อตฺถจารี ป.ธ.๕,ดร.) เจ้าอาวาสวัดป่าธรรมรัตน์ เลขาธิการสมัชชา สงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ประธานคณะกรรมการองค์กรพุทธสมาคมแห่งสหรัฐอเมริกา ประโยชน์/เนื้อหาที่ได้จากการรับฟัง : มีวิชชาและจรณะ ความรู้และความประพฤติ จะเป็นที่พึ่งของญาติโยมเช่น พระอัสสชิ เดินบิณบาตที่ กรุงราชคฤห์ การปรากฏตัวของพระธรรมทูต ที่มีศีลาจารวัตร คือ การเผยแผ่พระพุทธศาสนา (ในทางตรงกัน ข้าม ไม่มีศีลาจารวัตร คือการทำลายพระพุทธศาสนา)
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๘๘ อเมริกาเป็น ประเทศเสรีภาพ จร.เห็นความตั้งใจ จะสมัคร กรีนการ์ดให้ เพราะอยากให้อยู่กับท่าน นานทำความดีให้ปรากฏ ความดีจะส่งผลสะท้อมกลับมาหาพระ บทบาทหน้าของวัด วัดเป็นแหล่งให้ข่าวสารข้อมูล ทุกๆ ด้านสอนกัมมัฎฐาน สอนไม่ได้ เพราะไม่มีประสบการณ์ พระ ทิเบต ไม่พูดภาษาอังกฤษ แต่ภูมิธรรมเขาได้ ภูมิธรรม ภูมิปัญญา มีทั้งสอง เหมือนตาดี ทั้งสองข้าง ทำไมประเทศไทย สอนกัมมัฎฐานมากมายไม่เหมือนกัน มีหลายสำนัก ในไทย เรายกย่องครูบาอาจารย์ ไม่ยก ย่องเชิดชูพระพุทธเจ้า ยึดหลักพระไตรปิฎก มิฉะนั้นจะแยกเป็นลัทธิ สำนัก เช่น พระไตรปิฎก อานาปานาสติ อย่าลืมหลัก ไม่มีหลัก จะพลาดจากหลักความเป็นจริง พระธรรมทูต ต้องมีความรู้ลึกซึ้งใจ พุทธธรรม และจิตภาวนา วันศุกร์ ที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๖ (ภาคเย็น) หัวข้อการบรรยาย : พระธรรมทูตกับงานสาธารณูปการและสาธารณสงเคราะห์ สถานที่ : ณ เธียเตอร์ โซน C มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยากร : พระอุดมสิทธินายก, รศ.ดร.คณบดีคณะสังคมศาสตร์ ประโยชน์/เนื้อหาที่ได้จากการรับฟัง : คุณสมบัติของพระธรรมทูต อย่าอยู่กับที่ ต้องก้าวหน้าไปเรื่อยๆ มือยื่นปากอ้า เจอหน้าญาติโยม ต้องถามทุกข์สุกดิบ มีมนุษย์สัมพันธ์ สอนแบบมีอิทธิบาท ๔ และขันติ ในฐานะผู้รับใช้ หรือลูกน้องจากหนังสือ หมาน้อยธรรมดา ได้พูดถึงเจ้านายมี ๘ ประเภท ดังนี้ คือ ๑. ภูเขาหัวโล้น ไม่สามารถเป็นที่พึ่งให้ลูกน้องได้ ๒. ร่มไม้ใบโกร๋น โลเลเหลาะแหละ ๓. ไม่หลักปักโคลน ไม่มีความมั่นคง เจ้านายไม่มีจุดยืน ใครรายงานก่อนได้เปรียบ ๔. ตะโกน ๒ หน้า ๕. น้ำใสในป่า ไม่มีประโยชน์อะไร ไม่ช่วย ยังทำร้ายเรา ๖. ตีหน้าให้คม เหมือนดี ไปอยู่แต่ไม่มีใครอยู่ต่อ ตำหนัก ๑๐ ล้าน ไม่มีคนอยู่ด้วย ๗. หมอเสน่ห์ ๘. สมภารกินไก่วัด
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๘๙ วันเสาร์ที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๖ (ภาคบ่าย) หัวข้อการบรรยาย : พระสงฆ์ไทยพระสงฆ์โลก : การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเชิงรุก สถานที่ : ณ หอสมุดนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยากร : พระพรหมบัณฑิต, ศ.ดร. กรรมการมหาเถระสมาคม อุปนายกสภามหาวิทยาลัย ประธานสภา สากล วันวิสาขบูชาโลก(ICDV) ประธานคณะอนุกรรมการแปลพระไตรปิฎกเป็นภาษาอังกฤษ เจ้าอาวาสวัด ประยูรวงศาวาส ประโยชน์/เนื้อหาที่ได้จากการรับฟัง : ในอดีตเมื่อ ๕๐ ปีที่แล้ว ศาสนาพุทธนิกายเซน ประสบความสำเร็จใน การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศตะวันตก ต่อมาศาสนาพุทธ นิกายวชิรยาน ได้รับความนิยมเป็นอย่าง มาก จากการที่พระจากทิเบตพากันลี้ภัยทางการเมืองไปประเทศตะวันตกหลายแห่ง เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และประเทศอื่นๆ ในยุโรป องค์ดาไลลามะ ผู้นำทางศาสนาพุทธ นิกายวชิรญาณ และพระทิเบตอื่นๆ ทั้งมีจำนวนไม่มากกว่า ต่างก็เผยแผ่พุทธศาสนาในประเทศนั้นๆ อย่างเต็มที่ ด้วยไม่คิดว่า จะได้กลับประเทศ ของตนอีก พุทธศาสนา นิกายวชิรยาน จึงกลายเป็นศาสนาที่คนตะวันตกให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะองค์ดาไลลามะ ได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ได้รับการยอมรับแพร่หลายในหลายประเทศใน ยุโรป และอเมริกา ท่านสามารถเทศน์เป็นภาษาอังกฤษได้ดี อีกทั้งเหล่าดาราดังฮอลลีวูดหลายคน เช่น ริชาร์ด เกียร์ ทิน่า เทอร์เนอร์ หันมาสนใจ นับถือพุทธศาสนาตาม ท่านอีกด้วย นอกจากนี้ยังได้มีการใช้เครื่องมือตรวจอันทันสมัย MRI เพื่อทำการทดสอบทางสมองของพระทิเบตผู้ ปฏิบัติสมาธิ เพื่อยืนยันประโยชน์ของการฝึกจิต และสมาธิ ทำให้กัมมัฏฐานสามารถนำไปประยุกต์เข้ากับชีวิต ของชาวตะวันตก เกิดการตื่นตัวเรื่องกัมมัฏฐานขึ้นทั่วโลก ขณะที่พระสงฆ์ไทยต่างกับพระทิเบต ยังมีประเทศ ที่สามารถเดินทางกลับมาได้ จึงขาดความตั้งใจที่จะไปเผยแผ่พุทธศาสนาในระยะยาว อีกทั้งพระไทยยังขาด เรื่องทักษะทางด้านภาษาต่างประเทศ จึงทำให้การเผยแผ่พุทธศาสนาในต่างประเทศยังทำได้ไม่เต็มที่ พระไทย ต้องศึกษาพระปริยัติ และปฏิบัติ รวมทั้งภาษาต่างประเทศ ต้องแสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง กลยุทธเชิงรุกในการเผยแผ่พุทธศาสนาในต่างประเทศ มีดังนี้ ๑. ตกปลานอกบ้าน - อย่าอยู่แต่ในวัด ต้องออกไปข้างนอกวัด เช่น เดินบิณฑบาต หรือใช้สื่อธรรมะ ส่ง ธรรมะออกไป เช่น เทศน์ทุกวันพระ ๑๕ ค่ำ ๒. ประสานสิบทิศ ผูกมิตรทั่วหล้า - มจร.เกิดขึ้นมาได้ เพราะท่านออกไปเทศน์พร้อมเลขาฯ ให้เลขาฯ แลกเบอร์ติดต่อ แล้วดึงคนมาช่วยงานมหาจุฬาฯ เช่น งานวิสาขบูชาโลกปีนี้ ท่านเชิญท่าน นายกรัฐมนตรีประเทศศรีลังกามาร่วมงาน ๓. บริหารปัญญา – ใช้ปัญญาคนอื่นมาบริหาร มีคนเก่งเราเชิญมาใช้งาน หากไปต่างประเทศ ยังพูด ภาษาต่างประเทศไม่ได้ เราก็ต้องหาล่ามมาแปล นอกจากนี้เราสามารถดึงนักการเมืองท้องถิ่นมา
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๙๐ สนับสนุนได้ เช่น ตอนสร้างวัด ต้องทำประชาพิจารณ์ หากเราสร้างเสร็จแล้ว ยังเปิดใช้งานไม่ได้ เราก็ เอาแบบไปที่ city โยธาเพื่อขอคำแนะนำ และศึกษากฎระเบียบต่างๆ ๔. สาลิกาป้อนเหยื่อ - ศึกษาหลักคำสอนพระไตรปิฎก เวลาไปเผยแผ่ให้นึกถึงธรรมะกำมือเดียว วิเคราะห์ ธรรมะอะไรที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ต่อเขา ต้องเตรียมไว้ ถึงเวลาต้องพึ่งตนเองและพึ่งปัญญา ของคนอื่น เช่น หลวงพ่อวัดไร่ขิง ดึงคนเข้าวัด เพราะวัดกว้าง ต้องหาพระเณรมาช่วยกวาดวัด วันจันทร์ ที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๖ (ภาค เช้า) หัวข้อการบรรยาย : บทบาทพระธรรมทูตกับความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาบนฐานพระวินัย สถานที่ : ณ เธียเตอร์ โซน C มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยากร :รศ.ดร.ประพันธ์ ศุภษร รองคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย ผู้อำนวยการหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต ภาคเสาร์อาทิตย์ ประโยชน์/เนื้อหาที่ได้จากการรับฟัง บทบาทของพระธรรมทูตบนฐานพระวินัย พระอภิธรรม พระสูตร พระวินัย พระวินัยคืออายุของพระพุทธศาสนา ทำไม พระวินัยจึงเป็นสิ่งที่บ่งบอกอายุ/ความเจริญรุ่งเรือง...ของพระพุทธศาสนา ๑. อายุพระศาสนาของพระพุทธเจ้า ๖ พระองค์ ๒. อันตรธาน ๕ บ่งชี้ว่าพระวินัยจะเสื่อมภายหลัง ๓. พระอัสสชิ สะท้อนให้เห็นพระวินัย เสขิยวัตร ๔. พระสิทธัตถะเมื่อคราวผนวชแรกๆ อันตรธาน ๕ ๑. อธิคมอันตรธาน (การสูญหายไปแห่งการบรรลุ) ๒. ปฏิปัตติอันตรธาน (การสูญหายไปแห่งการปฏิบัติ) ๓.ปริยัตติอันตรธาน (การสูญหายไปแห่งการเล่าเรียน) ๔. ลิงคอันตรธาน (การสูญหายไปแห่งเพศ) ๕. ธาตุอันตรธาน (การสูญายไปแห่งธาตุ)
โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๒๙ หน้า ๑๙๑ บทเรียน คำสอนจากพุทธพจน์นี้ - ศาสนาของพระพุทธเจ้า ๓ พระองค์ มีการบัญญัติพระวินัย การแสดงพระปาติโมกข์ แสดงพระสูตร นวังคสัตถุสาสน์ - ศาสนาจึงดำรงอยู่นาน - พฺรหฺมจริยํ จิรฏฺฐิติกํ อำนาจประโยชน์แห่งการบัญญัติพระวินัย ๑๐ อย่าง ๑. เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๒. เพื่อความผาสุกแห่งสงฆ์ ๓. เพื่อข่มบุคคลผู้เก้อยาก ๔. เพื่อความอยู่ผาสุกแห่งเหล่าภิกษุผู้มีศีลดีงาม ๕. เพื่อปิดกั้นอาสวะทั้งหลายอันจะบังเกิดในปัจจุบัน ๖. เพื่อกำจัดอาสวะทั้งหลายอันจะบังเกิดในอนาคต ๗. เพื่อความเลื่อมใสของคนที่ยังไม่เลื่อมใส ๘. เพื่อความเลื่อมใสยิ่งขึ้นไปของคนที่เลื่อมใสแล้ว ๙. เพื่อความตั้งมั่นแห่งสัทธรรม ๑๐. เพื่อเอื้อเฟื้อวินัย วันจันทร์ ที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๖ (ภาคบ่าย) หัวข้อการบรรยาย : พระพุทธศาสนากับปรัชญาตะวันตก สถานที่ : ณ เธียเตอร์ โซน C มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยากร : ศ.ดร.วัชระ งามจิตรเจริญ กรรมการสภามหาวิทยาลัย ประโยชน์/เนื้อหาที่ได้จากการรับฟัง : พระพุทธศาสนา" ที่กล่าาถึงในที่นี่มุ่งเอาพุทธศาสนาเถรวาทที่ถือกันว่า สืบทอดและอนุรักย์คำสอนขอพระพุทธเจ้าหรือพุทธศาสนาดั้งเดิม (earlyBuddhism) ไว้ได้มากที่สุด และ "ปรัชญาตะวันตก"หรือที่นิยมรียกกันสั้น ๆ ว่า "ปรัชญา (ยกเว้นในบริบทที่ใช้ในความหมายกว้างรวมถึงปรัชญา ตะวันออกด้วย) หมายถึง Philosophyเป็นความคิคหรือโลกทัศน์และวิธีการคิดเพื่อแสวงหาความจริงหรือ ความรู้ของคนตะวันตก ความแตกต่างของพระพุทธศาสนากับปรัชญาตะวันตกพระพุทธศาสนาเป้าหมาย : ความพ้นทุกข์ได้ ความรู้แล้วหมดทุกข์ -การเข้าถึงความรู้ด้วยการปฏิบัติ (ประสบการณ์ตรง) ปรัชญาตะวันตก