1. ข้อใดถูกต้องมากที่สดุ เกี่ยวกับการนำเสนอของตารางนี้
ก. แสดงข้อมลู รายจา่ ยประจำวัน วนั ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2565 ของปอน
ข. แสดงขอ้ มลู รายจ่ายประจำวนั วนั ท่ี 11 มกราคม พ.ศ. 2565 ของปอน
ค. แสดงข้อมลู รายรับประจำวนั วันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2565 ของปอน
ง. แสดงข้อมูลรายรับประจำวนั วนั ท่ี 12 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2565 ของปอน
2. รายการจา่ ยของปอนมีกรี่ ายการ
ก. 8 รายการ ข. 7 รายการ
ค. 5 รายการ ง. 4 รายการ
3. รายการจ่ายของปอนมอี ะไรบา้ ง
ก. ดนิ สอ ปากกา อาหาร ขนม ยางลบ ไมบ้ รรทัด น้ำอดั ลม
ข. ดินสอ ปากกา อาหาร ขนม ยางลบ ไมบ้ รรทดั
ค. ดนิ สอ ปากกา อาหาร ขนม ยางลบ ไมบ้ รรทดั นำ้ ผลไม้
ง. ดินสอ ปากกา อาหาร ขนม ยางลบ
4. นกั เรียนพบความสมั พนั ธ์หรือความแตกต่างอย่างไรในตารางน้ี
ก. ปอนซื้อดินสอกับขนมในราคา 15 บาทเท่ากัน แต่ซื้อของรายการอ่นื ในราคาทต่ี า่ งกัน
ข. ปอนซ้อื ปากกากับนำ้ ผลไมใ้ นราคา 10 บาทเทา่ กนั แตซ่ อ้ื ของรายการอนื่ ในราคาทตี่ ่างกนั
ค. ปอนซือ้ ของทกุ รายการในราคาเทา่ กัน
ง. ปอนซ้ือดนิ สอกับขนมในราคา 15 บาทเท่ากัน และซอื้ ปากกากับน้ำผลไมใ้ นราคา 10 บาทเท่ากนั แต่ซอ้ื
ของรายการอ่ืนในราคาท่ีตา่ งกัน
5. สรุปตามความสมั พนั ธข์ องขอ้ มูลรายจา่ ยประจำวัน วนั ท่ี 12 มกราคม พ.ศ. 2565 ของปอนเป็นอยา่ งไร
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................……………………………………..
แบบฝกึ ท่ี 4 : การวิเคราะห์ อภปิ ราย และลงขอ้ สรปุ
................................................................................
จุดประสงค์การเรียนรู้
สามารถวิเคราะห์ อภปิ ราย และลงข้อสรุปได้
คำส่ัง/คำชแี้ จง
ให้นกั เรียนวิเคราะห์ อภปิ ราย และลงขอ้ สรปุ ขอ้ มูลตอ่ ไปนี้
หัวใจเป็นตัวสูบฉีดเลือดซึ่งหัวใจจะแบ่งเป็น 4 ห้อง ห้องบนขวา ห้องล้างขวา ห้องบนซ้าย
ห้องล่างซ้าย โดยระหว่างห้องด้านบนและห้องด้านล่างของหัวใจจะมีลิ้นหัวใจกั้นอยู่ทำหน้าที่ก้ันไม่ให้
เลือดไหลย้อนกลับหัวใจห้องบนขวาทำหน้าที่รับเลือดดำที่ส่งมาจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกายผ่านหลอด
เลือดที่นำเลือดเข้าสู่หัวใจหรือหลอดเลือดดำแล้วส่งต่อไปยังหัวใจห้องล่างขวาหัวใจห้องล่างขวาทำหน้าที่
ส่งเลือดดำไปยังปอดท้ังสองข้างเพ่ือฟอกเลือดหัวใจห้องบนซ้ายทำหน้าท่ีรับเลือดแดงจากปอดทั้งสองข้าง
ผ่านหลอดเลือดหลอดเลือดที่นำเลือดออกจากหัวใจหรือหลอดเลือดแดงแล้วส่งต่อไปยังหัวใจห้องล่างซ้าย
หัวใจห้องล่างซ้ายทำหน้าที่ส่งเลือดแดงไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายปอดเป็นอวัยวะที่สามารถฟอก
เลือดได้โดยการแลกเปลี่ยนแก๊สกับเม็ดเลือดเมื่อเลือดดำขจัดคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปและ
รับออกซิเจนเข้ามา เลือดก็จะกลับมามีสีแดงสด
1. การเรียงลำดับ
2. ขอ้ มูลดงั กล่าวนำเสนอแทนด้วยแผนภาพ ดังน้ี
แผนภาพ : ระบบการหมุนเวยี นของเลือดเมื่อไหลผ่านหัวใจ
1. แผนภาพนีต้ อ้ งการนำเสนอเก่ยี วกบั เรอ่ื งอะไร
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................……………………………………..
2. องค์ของประกอบใน ระบบหมนุ เวียนเลอื ดมอี ะไรบ้าง
ก. ไต ปอด ตบั ตับออ่ น
ข. ปอด หัวใจ เส้นเลือดดำ เสน้ เลอื ดแดง
ค. ลนิ้ ปี่ ซี่โครง หวั ใจ เส้นเลอื ด
ง. เส้นเลือด นำ้ เหลือง ปอด หัวใจ
3. นักเรยี นจงตอบคำถามตอ่ ไปนี้
3.1 ข้อใดคือหน้าทข่ี องปอด
ก. ฟอกเลือดโดยการแลกเปลย่ี นแก๊สออกซิเจน ส่งไปส่หู วั ใจ
ข. ฟอกเลือดโดยการแลกเปล่ยี นแกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์
ค. ฟอกเลือดโดยการแลกเปลย่ี นแกส๊ ไนโตรเจน
ง. ฟอกเลือดโดยการแลกเปล่ยี นแก๊สคารบ์ อนมอนอกไซด์
3.2 หัวใจทำหนา้ ท่อี ะไร
ก. ควบคมุ เส้นประสาท
ข. หัวใจทำหน้าทฟ่ี อกแกส๊
ค. จัดเก็บของเสียในสว่ นตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย
ง. หวั ใจเปน็ ตวั สูบฉีดเลอื ดไปเลี้ยงส่วนตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย
3.3 เส้นเลือดดำทำหนา้ ท่อี ะไร
ก. นำเลือดทม่ี แี ก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เขา้ ส่หู วั ใจ
ข. นำเลือดทม่ี ีแก๊สออกซิเจนเขา้ สหู่ วั ใจ
ค. นำเลือดทม่ี ีแกส๊ คารบ์ อนมอนอกไซด์เข้าส่หู ัวใจ
ง. นำเลอื ดทมี่ ีแก๊สไนโตรเจนเขา้ สู่หัวใจ
3.4 เส้นเลอื ดแดงทำหนา้ ที่อะไร
ก. นำเลอื ดทีม่ แี กส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์ออกจากหวั ใจ
ข. นำเลอื ดทมี่ แี กส๊ คาร์บอนมอนอกไซดอ์ อกจากหวั ใจ
ค. นำเลือดทม่ี แี ก๊สออกซเิ จนออกจากหัวใจ
ง. นำเลอื ดทมี่ แี ก๊สไนโตรเจนออกจากหัวใจ
4. นกั เรยี นพบความสมั พนั ธ์หรือความแตกตา่ งอย่างไรในแผนภาพน้ี
ก. ปอด หวั ใจ เส้นเลือดดำ เสน้ เลอื ดแดง มีหนา้ ทแ่ี ตกต่างกันแต่ทำงานร่วมกนั
ข. ปอด หวั ใจ เส้นเลอื ดดำ เส้นเลอื ดแดง มีหน้าทก่ี ารทำงานเหมือนกนั และทำงานรว่ มกัน
ค. ปอดกับหวั ใจ มีหน้าท่ีการทำงานเหมอื นกันและทำงานรว่ มกัน
ง. เสน้ เลือดดำกับเสน้ เลอื ดแดง มหี นา้ ที่การทำงานเหมอื นกนั แตท่ ำงานแตกต่างกัน
5. จากความสัมพันธท์ พ่ี บนักเรยี นสรปุ ได้วา่ ยา่ งไร
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................……………………………………..
แบบฝึกท่ี 5 : การวเิ คราะห์ อภิปราย และลงข้อสรปุ
................................................................................
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
สามารถวเิ คราะห์ อภิปราย และลงขอ้ สรปุ ได้
คำสัง่ /คำช้ีแจง
ให้นกั เรยี นวิเคราะห์ อภิปราย และลงข้อสรปุ ข้อมลู ตอ่ ไปนี้
จากการศึกษาหาความสัมพันธ์ระหว่างระยะการยืดของขดลวดสปริงที่มีเส้นผ่าศูนย์กลา ง
10 มิลลิเมตร ยาว 50 มิลลิเมตร และเสน้ ผา่ ศูนยก์ ลางของเส้นลวดสปรงิ 3 มลิ ลิเมตร กบั น้ำหนกั ท่ีใชแ้ ขวน
ขดลวดสปริง ผลการศึกษาพบว่า ข้อมูลสมมติที่ทำการบันทึกคือ ที่น้ำหนัก 10, 20, 30, 40, และ 50 กรัม
ขดลวดสปริงยืดได้ 10, 20, 30, 40 และ 50 มลิ ลิเมตร
1. การเรียงลำดับ
ผลการศึกษาพบว่า ข้อมูลสมมติที่ทำการบันทึกคือ ที่น้ำหนัก 10, 20, 30, 40, และ 50
กรัม ขดลวดสปริงยืดได้ 10, 20, 30, 40 และ 50 มิลลิเมตร
2. จากข้อมูลดังกล่าวนำเสนอแทนด้วยกราฟ ดังน้ี
กราฟ : แสดงความสัมพันธ์การยืดของขดลวดสปริงท่ีมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 มิลลิเมตร
ยาว 50 มิลลเิ มตร และเสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางของเส้นลวดสปรงิ 3 มลิ ลเิ มตรกับนำ้ หนกั ทแ่ี ขวน
แตกต่างกนั 5 ขนาด
กราฟ : แสดงความสมั พนั ธก์ ารยดื ของขดลวดสปรงิ ที่มีเสน้ ผ่านศนู ยก์ ลาง 10 มลิ ลเิ มตร ยาว 50
มิลลิเมตร
และเสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางของเสน้ ลวดสปรงิ 3 มิลลเิ มตรกบั นา้ หนกั ที่แขวนแตกต่างกนั 5 ขนาด
60
ระยะการยืดของขดลวดสป ิรง (มิล ิลเมตร) 50
40
30
20
10
0 20 30 40 50
10
ขนาดนา้ หนัก(กรัม)
1. กราฟนตี้ ้องการนำเสนอเก่ยี วกบั เรอ่ื งอะไร
..............................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................... ...........
2. นำ้ หนกั ทใี่ ชใ้ นการทดลองมกี ีร่ ะดบั อะไรบ้าง
ก. 5 ระดับ คอื 20 กรัม 30 กรมั 50 กรัม 60 กรัม และ 70 กรมั
ข. 5 ระดับ คือ 10 กรมั 20 กรัม 30 กรัม 40 กรมั และ 50 กรมั
ค. 5 ระดับ คอื 5 กรัม 10 กรัม 20 กรมั 30 กรมั และ 40 กรมั
ง. 5 ระดบั คอื 3 กรมั 15 กรมั 25 กรัม 35 กรมั และ 45 กรมั
3. นักเรยี นจงตอบคำถามตอ่ นี้
3.1 ที่นำ้ หนกั 10 กรมั ระยะของการยดื ขดลวดสปรงิ เปน็ เทา่ ไหร่
ก. 10 มิลลิเมตร ข. 20 มิลลเิ มตร
ค. 30 มิลลิเมตร ง. 40 มลิ ลิเมตร
3.2 ที่นำ้ หนกั 20 กรมั ระยะของการยดื ขดลวดสปริงเป็นเท่าไหร่
ก. 5 มิลลิเมตร ข. 10 มลิ ลเิ มตร
ค. 20 มลิ ลิเมตร ง. 30 มิลลิเมตร
3.3 ทน่ี ำ้ หนกั 30 กรมั ระยะของการยดื ขดลวดสปริงเป็นเท่าไหร่
ก. 5 มิลลิเมตร ข. 15 มลิ ลเิ มตร
ค. 30 มลิ ลเิ มตร ง. 50 มิลลิเมตร
3.4 ที่นำ้ หนกั 40 กรมั ระยะของการยดื ขดลวดสปรงิ เป็นเท่าไหร่
ก. 10 มิลลิเมตร ข. 25 มลิ ลเิ มตร
ค. 50 มิลลิเมตร ง. 40 มิลลิเมตร
3.5 ทีน่ ้ำหนัก 50 กรัมระยะของการยดื ขดลวดสปริงเป็นเทา่ ไหร่
ก. 20 มิลลเิ มตร ข. 50 มิลลิเมตร
ค. 60 มลิ ลิเมตร ง. 100 มลิ ลิเมตร
4. นกั เรียนพบความสมั พันธห์ รือความแตกต่างอย่างไรในกราฟน้ี
ก. ความสัมพนั ธ์ทพ่ี บนำ้ หนัก 20 กรมั 100 กรมั 70 กรมั 40 กรมั และ 10 กรัมไมม่ ีผลตอ่ การยืดของ
ขดลวดสปริง
ข. ความสัมพันธ์ท่ีพบน้ำหนัก 50 กรัม 10 กรมั 70 กรัม 40 กรัม และ 60 กรัมมีผลตอ่ การยืดของ
ขดลวดสปริงทไ่ี ม่แตกตา่ งกัน
ค. ความสัมพนั ธท์ พี่ บน้ำหนัก 5 กรัม 15 กรมั 25 กรมั 35 กรมั และ 45 กรมั มีผลต่อการยดื ของ
ขดลวดสปรงิ ที่ไมแ่ ตกตา่ งกัน
ง. ความสมั พันธท์ ีพ่ บน้ำหนัก 10 กรัม 20 กรัม 30 กรัม 40 กรัม และ 50 กรัมมีผลต่อการยดื ของขดลวด
สปริงทแ่ี ตกต่างกนั
5. จากความสมั พันธ์ทีพ่ บนักเรยี นสรุปได้ว่าย่างไร
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................……………………………………..
6. ถา้ ทำการทดลองน้กี บั ขดลวดสปริงชนดิ อน่ื ๆ นักเรียนคิดว่าผลการทดลองจะเปน็ อย่างไร
ก. การยืดของขดลวดสปรงิ จะแตกต่างกนั ตามน้ำหนักของวัตถุที่นำมาแขวน
ข. การยดื ของขดลวดสปริงไมข่ ึ้นอยู่กับน้ำหนงั ของวัตถทุ ีน่ ำมาแขวน
ค. การยืดของขดลวดสปริงจะยืดเม่อื วัตถุมนี ำ้ หนกั 50 กรัมขน้ึ ไป
ง. การยืดของขดลวดสปรงิ จะยดื เมอ่ื วัตถุมนี ้ำหนกั 100 กรัมขนึ้ ไป
ตารางรูบริคส์การวิเคราะห์ อภปิ ราย และลงข้อสรุปข้อมูล
กิจกรรมรูปแบบท่ี 1 : อภิปรายคำถามรว่ มกับนกั เรยี นเพ่อื คดิ วิธกี ารคำนวณ
สาระสำคญั การจัดกิจกรรม : จากข้อมลู เชงิ ปรมิ าณที่มีอยู่และตอ้ งลงขอ้ สรุปโดยวิธกี ารคำนวณ
อภปิ รายคำถามรว่ มกับนักเรยี นเพื่อคดิ วธิ กี ารคำนวณ นักเรยี นดำเนินการคำนวณตามวิธที ม่ี ี
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ตน้ แบบ :
1. สามารถบอกวิธีการคำนวณเพื่อหาคำตอบเรื่อง/เกี่ยวกับปริมาณของจำนวนไข่ไก่เก็บขายในหนึ่ง
อาทติ ย์ (K)
จุดประสงค์ท่ี 1 เกณฑ์รบู รคิ ส์ของแต่ละประเดน็ จำนวนคะแนนแต่ละเกณฑข์ องรูบรคิ ส์ (ด้าน)
ประเด็นทีท่ ำการประเมนิ
K คะแนน P คะแนน A คะแนน
วธิ กี ารคำนวณ บอกวธิ ีการคำนวณเพ่ือนำไปส่กู ารหา
ผลลัพธท์ ่ีตอ้ งการ
2. สามารถคำนวณเพ่ือหาคำตอบเรอ่ื ง/เกีย่ วกบั ปริมาณของจำนวนไข่ไก่เก็บขายในหน่งึ อาทิตย์ (P)
จุดประสงคท์ ี่ 2 เกณฑ์รบู ริคส์ของแตล่ ะประเดน็ จำนวนคะแนนแตล่ ะเกณฑข์ องรบู ริคส์ (ด้าน)
ประเดน็ ที่ทำการประเมิน K คะแนน P คะแนน A คะแนน
การดำเนนิ การคำนวณ แสดงวิธกี ารคำนวณตามวธิ กี ารทมี่ อี ยู่
คา่ ผลลัพธ์การคำนวณ แสดงค่าผลลัพธจ์ ากการคำนวณอย่าง
ถกู ต้องตามวิธีการคำนวณที่มีอยู่
การลงข้อสรุปผลการ ลงขอ้ สรปุ ข้อมลู จากคา่ ผลลัพธ์ทจ่ี าก
คำนวณ ผลการคำนวณ
กิจกรรมรูปแบบที่ 2 : นักเรยี นคิดวธิ ีการและแสดงการคำนวณด้วยตนเอง
จุดประสงคก์ ารเรยี นรตู้ ้นแบบ :
1. สามารถบอกวิธีการคำนวณเพื่อหาคำตอบเรื่อง/เกี่ยวกับปริมาณของจำนวนไข่ไก่เก็บขายในหน่ึง
อาทติ ย์ (K)
2. สามารถคำนวณเพ่ือหาคำตอบเร่อื ง/เกี่ยวกบั ปรมิ าณของจำนวนไขไ่ ก่เก็บขายในหนึง่ อาทิตย์ (P)
ประเด็นวัดและประเมินผล : กำหนดเช่นเดียวกับการออกแบบกิจกรรมการเรยี นรู้รูปแบบที่ 1
รูบรคิ ส์สำหรบั การวัดและประเมนิ ผล : กำหนดเช่นเดยี วกับการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบ
ท่ี 1
กิจกรรมรปู แบบที่ 3 : อภิปรายคำถามร่วมกบั นักเรยี นเพอ่ื การตีความและลงข้อสรปุ ข้อมูล
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นร้ตู ้นแบบ : สามารถวิเคราะห์ อภิปราย และลงข้อสรปุ ขอ้ มูลปริมาณของจำนวนไข่ไก่เก็บ
ขายในหนงึ่ อาทิตย์ (K)
จุดประสงค์ที่ 3 เกณฑ์รูบริคส์ของแต่ละประเดน็ จำนวนคะแนนแต่ละเกณฑข์ องรบู รคิ ส์
ประเดน็ ท่ที ำการประเมนิ (ด้าน)
K คะแนน P คะแนน A คะแนน
ระบุองค์รวมของข้อมูล
ระบจุ ดุ ประสงคข์ องการวเิ คราะห์
ข้อมลู
แยกแยะข้อมูลทัง้ หมดเป็น
องคป์ ระกอบย่อย
อธบิ ายคณุ สมบัติเฉพาะของแต่ละ
การลงข้อสรปุ ขอ้ มลู องค์ประกอบย่อย
อธิบายคณุ สมบัตเิ ฉพาะของแตล่ ะ
องค์ประกอบย่อย
วเิ คราะห์ความสัมพันธข์ องแต่ละ
องคป์ ระกอบย่อยตามจุดประสงคก์ าร
วิเคราะห์
ลงขอ้ สรุปข้อมูลเปน็ สารสนเทศตาม
ความสมั พันธ์ที่พบ
การตีความโดยการอ้างอิง ตคี วามข้อมูลโดยอา้ งองิ สารสนเทศ
สารสนเทศ เพอ่ื สรุปเปน็ ความรูท้ างวทิ ยาศาสตร์
กจิ กรรมรูปแบบที่ 3 : นกั เรียนตีความและลงข้อสรุปด้วยตนเอง
จดุ ประสงค์การเรยี นร้ตู ้นแบบ :
1. สามารถบอกวิธีการคำนวณเพื่อหาคำตอบเรื่อง/เกี่ยวกับปริมาณของจำนวนไข่ไก่เก็บขายในหน่ึง
อาทิตย์ (K)
2. สามารถคำนวณเพื่อหาคำตอบเรื่อง/เกี่ยวกับปริมาณของจำนวนไข่ไก่เก็บขายในหนึ่งอาทิตย์(P)
รบู รคิ ส์สำหรับการวดั และประเมินผล : กำหนดเช่นเดยี วกับการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบ
ท่ี 1
กิจกรรมรูปแบบที่ 1 : อภิปรายคำถามร่วมกบั นักเรยี นเพื่อคดิ วธิ กี ารคำนวณ
สาระสำคัญการจัดกจิ กรรม : จากข้อมลู เชงิ ปรมิ าณทมี่ ีอยู่และต้องลงข้อสรปุ โดยวิธีการคำนวณ
อภปิ รายคำถามรว่ มกบั นักเรียนเพ่ือคิดวธิ ีการคำนวณ นักเรียนดำเนินการคำนวณตามวธิ ีที่มี
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ต้นแบบ :
1. สามารถบอกวธิ กี ารคำนวณเพ่ือหาคำตอบเรื่อง/เกย่ี วกับแสดงการเปรียบเทียบให้เห็นความ
แตกต่างของการเดินทางมาโรงเรียนของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 6 ทั้งหมด 36 คน (K)
จุดประสงค์ท่ี 1 เกณฑ์รบู ริคส์ของแต่ละประเด็น จำนวนคะแนนแตล่ ะเกณฑข์ องรูบรคิ ส์ (ด้าน)
ประเดน็ ที่ทำการประเมิน
K คะแนน P คะแนน A คะแนน
วธิ กี ารคำนวณ บอกวิธกี ารคำนวณเพื่อนำไปสูก่ ารหา
ผลลพั ธท์ ่ีต้องการ
2. สามารถคำนวณเพื่อหาคำตอบเรื่อง/เกีย่ วกับการเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างของการ
เดินทางมาโรงเรียนของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 6 ทั้งหมด 36 คน (P)
จุดประสงคท์ ่ี 2 เกณฑ์รบู รคิ ส์ของแตล่ ะประเดน็ จำนวนคะแนนแต่ละเกณฑข์ องรูบริคส์ (ดา้ น)
ประเด็นที่ทำการประเมิน K คะแนน P คะแนน A คะแนน
การดำเนินการคำนวณ แสดงวธิ กี ารคำนวณตามวิธีการทีม่ ีอยู่
คา่ ผลลัพธ์การคำนวณ แสดงคา่ ผลลัพธจ์ ากการคำนวณอย่าง
ถกู ต้องตามวิธกี ารคำนวณที่มีอยู่
การลงข้อสรุปผลการ ลงขอ้ สรุปข้อมลู จากคา่ ผลลัพธ์ที่จาก
คำนวณ ผลการคำนวณ
กิจกรรมรปู แบบที่ 2 : นกั เรียนคิดวิธีการและแสดงการคำนวณดว้ ยตนเอง
จุดประสงค์การเรยี นรูต้ ้นแบบ :
1. สามารถบอกวธิ กี ารคำนวณเพ่ือหาคำตอบเร่ือง/เกี่ยวกับแสดงการเปรียบเทยี บให้เห็นความแตกต่าง
ของการเดินทางมาโรงเรียนของนกั เรียนชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6 ทั้งหมด 36 คน (K)
2. สามารถคำนวณเพอื่ หาคำตอบเรื่อง/เก่ียวกบั การเปรยี บเทยี บใหเ้ ห็นความแตกต่างของการเดนิ ทาง
มาโรงเรียนของนักเรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 ท้ังหมด 36 คน (P)
ประเดน็ วัดและประเมินผล : กำหนดเช่นเดียวกับการออกแบบกิจกรรมการเรยี นรรู้ ปู แบบท่ี 1
รูบริคส์สำหรบั การวดั และประเมนิ ผล : กำหนดเช่นเดียวกับการออกแบบกิจกรรมการเรยี นรู้รูปแบบ
ท่ี 1
กิจกรรมรูปแบบท3ี่ : อภปิ รายคำถามร่วมกับนักเรียนเพ่ือการตคี วามและลงข้อสรุปข้อมลู
จุดประสงค์การเรยี นร้ตู น้ แบบ : สามารถวิเคราะห์ อภิปราย และลงข้อสรุปข้อมูลการแสดง
เปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างของการเดินทางมาโรงเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ทั้งหมด 36 คน (K)
จดุ ประสงคท์ ่ี 3 จำนวนคะแนนแตล่ ะเกณฑ์ของรบู ริคส์
ประเดน็ ท่ที ำการ เกณฑ์รูบริคส์ของแต่ละประเดน็ (ด้าน)
ประเมนิ K คะแนน P คะแนน A คะแนน
การลงข้อสรปุ ข้อมลู ระบุองคร์ วมของข้อมลู
ระบุจดุ ประสงค์ของการวเิ คราะห์
ขอ้ มลู
แยกแยะข้อมลู ทั้งหมดเปน็
องค์ประกอบย่อย
อธิบายคณุ สมบตั ิเฉพาะของแต่ละ
องค์ประกอบย่อย
อธบิ ายคณุ สมบัตเิ ฉพาะของแต่ละ
องค์ประกอบย่อย
วิเคราะห์ความสมั พันธข์ องแต่ละ
องค์ประกอบย่อยตามจุดประสงค์การ
วิเคราะห์
ลงข้อสรุปข้อมลู เปน็ สารสนเทศตาม
ความสมั พนั ธ์ท่ีพบ
การตีความโดยการอา้ งอิง ตีความข้อมูลโดยอา้ งอิงสารสนเทศ
สารสนเทศ เพ่อื สรุปเปน็ ความรู้ทางวทิ ยาศาสตร์
กจิ กรรมรูปแบบที่ 2 : นกั เรียนตคี วามและลงข้อสรปุ ด้วยตนเอง
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ต้นแบบ :
1. สามารถบอกวธิ กี ารคำนวณเพื่อหาคำตอบเรื่อง/เกีย่ วกับข้อมูลการแสดงเปรียบเทียบให้เห็น
ความแตกต่างของการเดินทางมาโรงเรียนของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 ทั้งหมด 36 คน (K)
2. สามารถคำนวณเพือ่ หาคำตอบเร่ือง/เกีย่ วกบั การเดินทางมาโรงเรียนของนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปีท่ี 6 ทั้งหมด 36 คน (P)
รูบรคิ ส์สำหรับการวัดและประเมินผล :กำหนดเชน่ เดยี วกับการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบ
ท่ี 1
กิจกรรมรปู แบบที่ 1 : อภิปรายคำถามรว่ มกับนักเรียนเพ่อื คดิ วธิ กี ารคำนวณ
สาระสำคญั การจดั กจิ กรรม : จากขอ้ มูลเชงิ ปริมาณท่ีมีอยู่และตอ้ งลงข้อสรปุ โดยวธิ กี ารคำนวณ
อภปิ รายคำถามรว่ มกบั นกั เรียนเพ่ือคดิ วธิ ีการคำนวณ นักเรยี นดำเนินการคำนวณตามวธิ ีทม่ี ี
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ตน้ แบบ :
1. สามารถบอกวิธีการคำนวณเพื่อหาคำตอบเรือ่ ง/เกีย่ วกับข้อมูลรายจ่ายประจำวัน วันที่ 12 มกราคม
พ.ศ. 2565 ของปอน (K)
จดุ ประสงค์ท่ี 1 เกณฑ์รบู ริคส์ของแต่ละประเด็น จำนวนคะแนนแตล่ ะเกณฑข์ องรบู ริคส์ (ดา้ น)
ประเดน็ ท่ที ำการประเมิน
K คะแนน P คะแนน A คะแนน
วธิ กี ารคำนวณ บอกวธิ ีการคำนวณเพื่อนำไปส่กู ารหา
ผลลพั ธท์ ีต่ ้องการ
2. สามารถคำนวณเพ่ือหาคำตอบเรือ่ ง/เกย่ี วกับขอ้ มลู รายจ่ายประจำวัน วนั ท่ี 12 มกราคม พ.ศ. 2565
ของปอน (P)
จุดประสงค์ท่ี 2 เกณฑ์รบู รคิ ส์ของแต่ละประเด็น จำนวนคะแนนแตล่ ะเกณฑข์ องรบู รคิ ส์ (ด้าน)
ประเดน็ ทท่ี ำการประเมิน K คะแนน P คะแนน A คะแนน
การดำเนินการคำนวณ แสดงวธิ กี ารคำนวณตามวิธีการทมี่ อี ยู่
ค่าผลลัพธ์การคำนวณ แสดงคา่ ผลลพั ธจ์ ากการคำนวณอย่าง
ถกู ต้องตามวิธกี ารคำนวณท่ีมีอยู่
การลงข้อสรปุ ผลการ ลงข้อสรุปข้อมลู จากคา่ ผลลพั ธ์ที่จาก
คำนวณ ผลการคำนวณ
กิจกรรมรูปแบบท่ี 2 : นกั เรียนคิดวธิ กี ารและแสดงการคำนวณด้วยตนเอง
จดุ ประสงค์การเรยี นรตู้ น้ แบบ :
1. สามารถบอกวธิ กี ารคำนวณเพื่อหาคำตอบเรื่อง/เก่ียวกบั ขอ้ มูลรายจ่ายประจำวัน วันที่ 12 มกราคม
พ.ศ. 2565 ของปอน (K)
2. สามารถคำนวณเพื่อหาคำตอบเรื่อง/เกี่ยวกับข้อมูลรายจ่ายประจำวัน วันที่ 12 มกราคม พ.ศ.
2565 ของปอน (P)
ประเดน็ วดั และประเมินผล : กำหนดเช่นเดียวกับการออกแบบกจิ กรรมการเรียนรูร้ ปู แบบท่ี 1
รบู รคิ ส์สำหรบั การวดั และประเมนิ ผล : กำหนดเชน่ เดียวกบั การออกแบบกจิ กรรมการเรียนรู้รูปแบบ
ที่ 1
กจิ กรรมรูปแบบท่ี 3 : อภปิ รายคำถามร่วมกบั นักเรยี นเพื่อการตีความและลงข้อสรปุ ข้อมูล
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ตน้ แบบ : สามารถวิเคราะห์ อภปิ ราย และลงข้อสรปุ ข้อมลู รายจ่ายประจำวัน วันท่ี 12
มกราคม พ.ศ. 2565 ของปอน (K)
จุดประสงคท์ ี่ 3 จำนวนคะแนนแตล่ ะเกณฑ์ของรบู รคิ ส์
ประเด็นที่ทำการ เกณฑ์รบู ริคส์ของแตล่ ะประเด็น (ดา้ น)
ประเมนิ K คะแนน P คะแนน A คะแนน
การลงข้อสรปุ ขอ้ มูล ระบุองคร์ วมของข้อมูล
ระบจุ ุดประสงค์ของการวเิ คราะห์
ข้อมูล
แยกแยะข้อมูลทั้งหมดเปน็
องค์ประกอบย่อย
อธบิ ายคุณสมบัตเิ ฉพาะของแต่ละ
องค์ประกอบย่อย
อธบิ ายคุณสมบตั ิเฉพาะของแต่ละ
องค์ประกอบย่อย
วิเคราะหค์ วามสัมพนั ธ์ของแต่ละ
องค์ประกอบย่อยตามจดุ ประสงคก์ าร
วเิ คราะห์
ลงข้อสรปุ ข้อมลู เป็นสารสนเทศตาม
ความสัมพันธ์ท่ีพบ
การตคี วามโดยการอา้ งอิง ตคี วามข้อมลู โดยอา้ งองิ สารสนเทศ
สารสนเทศ เพอ่ื สรปุ เป็นความรู้ทางวทิ ยาศาสตร์
กจิ กรรมรูปแบบที่ 1 : นกั เรียนตคี วามและลงข้อสรปุ ด้วยตนเอง
จุดประสงค์การเรยี นร้ตู น้ แบบ :
1. สามารถบอกวิธีการคำนวณเพอื่ หาคำตอบเรื่อง/เกี่ยวกับข้อมลู รายจ่ายประจำวนั วันที่ 12 มกราคม
พ.ศ. 2565 ของปอน (K)
2. สามารถคำนวณเพื่อหาคำตอบเรื่อง/เกี่ยวกับข้อมูลรายจ่ายประจำวัน วันที่ 12 มกราคม พ.ศ.
2565 ของปอน (P)
รูบรคิ ส์สำหรับการวัดและประเมนิ ผล : กำหนดเช่นเดยี วกบั การออกแบบกจิ กรรมการเรยี นรรู้ ปู แบบที่ 1
กิจกรรมรูปแบบท่ี 1 : อภปิ รายคำถามร่วมกบั นกั เรยี นเพ่ือคิดวธิ กี ารคำนวณ
สาระสำคัญการจดั กจิ กรรม : จากข้อมลู เชงิ ปริมาณท่มี ีอยู่และตอ้ งลงข้อสรุปโดยวิธกี ารคำนวณ
อภปิ รายคำถามร่วมกับนักเรยี นเพอื่ คดิ วิธกี ารคำนวณ นักเรียนดำเนนิ การคำนวณตามวิธที ่ีมี
จดุ ประสงค์การเรยี นรตู้ ้นแบบ :
1. สามารถบอกวิธีการคำนวณเพื่อหาคำตอบเร่ือง/เกยี่ วกับระบบการหมนุ เวียนของเลอื ดเม่ือไหลผ่าน
หัวใจ (K)
จุดประสงคท์ ี่ 1 เกณฑ์รูบรคิ ส์ของแตล่ ะประเด็น จำนวนคะแนนแตล่ ะเกณฑข์ องรูบริคส์ (ด้าน)
ประเดน็ ท่ีทำการประเมนิ
K คะแนน P คะแนน A คะแนน
วิธกี ารคำนวณ บอกวธิ ีการคำนวณเพ่ือนำไปสู่การหา
ผลลัพธ์ท่ตี อ้ งการ
2. สามารถคำนวณเพ่ือหาคำตอบเร่ือง/เก่ยี วกบั การระบบการหมนุ เวียนของเลือดเมื่อไหลผา่ นหัวใจ(P)
จุดประสงค์ท่ี 2 เกณฑ์รบู ริคส์ของแต่ละประเดน็ จำนวนคะแนนแตล่ ะเกณฑข์ องรบู ริคส์ (ด้าน)
ประเด็นทที่ ำการประเมิน K คะแนน P คะแนน A คะแนน
การดำเนนิ การคำนวณ แสดงวธิ ีการคำนวณตามวธิ ีการท่ีมอี ยู่
คา่ ผลลพั ธ์การคำนวณ แสดงค่าผลลัพธ์จากการคำนวณอย่าง
ถูกต้องตามวธิ ีการคำนวณที่มีอยู่
การลงข้อสรปุ ผลการ ลงขอ้ สรปุ ข้อมลู จากค่าผลลพั ธ์ทจี่ าก
คำนวณ ผลการคำนวณ
กจิ กรรมรูปแบบท่ี 2 : นักเรียนคิดวิธกี ารและแสดงการคำนวณดว้ ยตนเอง
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ต้นแบบ :
1. สามารถบอกวิธกี ารคำนวณเพ่ือหาคำตอบเร่ือง/เกย่ี วกับระบบการหมุนเวยี นของเลือดเม่ือไหลผ่าน
หัวใจ (K)
2. สามารถคำนวณเพ่อื หาคำตอบเรอ่ื ง/เกี่ยวกบั ระบบการหมนุ เวียนของเลือดเมื่อไหลผ่านหัวใจ (P)
ประเดน็ วัดและประเมนิ ผล : กำหนดเช่นเดียวกับการออกแบบกิจกรรมการเรียนรรู้ ูปแบบท่ี 1
รูบริคส์สำหรบั การวดั และประเมินผล : กำหนดเช่นเดยี วกบั การออกแบบกจิ กรรมการเรียนรู้รปู แบบ
ท่ี 1
กจิ กรรมรูปแบบท3่ี : อภปิ รายคำถามร่วมกบั นักเรียนเพอื่ การตคี วามและลงขอ้ สรุปข้อมลู
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรตู้ น้ แบบ : สามารถวิเคราะห์ อภิปราย และลงข้อสรปุ ขอ้ มลู ระบบการ
หมุนเวียนของเลือดเม่ือไหลผ่านหัวใจ (K)
จดุ ประสงค์ที่ 3 จำนวนคะแนนแต่ละเกณฑข์ องรบู รคิ ส์
ประเดน็ ที่ทำการ เกณฑ์รูบริคส์ของแตล่ ะประเดน็ (ด้าน)
ประเมิน K คะแนน P คะแนน A คะแนน
การลงข้อสรปุ ข้อมลู ระบอุ งค์รวมของข้อมูล
ระบุจุดประสงคข์ องการวเิ คราะห์
ข้อมลู
แยกแยะข้อมลู ทง้ั หมดเป็น
องคป์ ระกอบย่อย
อธบิ ายคณุ สมบัติเฉพาะของแตล่ ะ
องคป์ ระกอบย่อย
อธิบายคุณสมบตั ิเฉพาะของแต่ละ
องคป์ ระกอบย่อย
วเิ คราะห์ความสัมพนั ธ์ของแต่ละ
องคป์ ระกอบย่อยตามจุดประสงคก์ าร
วเิ คราะห์
ลงขอ้ สรุปข้อมูลเปน็ สารสนเทศตาม
ความสมั พนั ธ์ท่ีพบ
การตีความโดยการอ้างองิ ตคี วามข้อมูลโดยอ้างอิงสารสนเทศ
สารสนเทศ เพื่อสรุปเป็นความรู้ทางวิทยาศาสตร์
กจิ กรรมรปู แบบท่ี 2 : นกั เรียนตคี วามและลงข้อสรุปด้วยตนเอง
จุดประสงค์การเรียนรตู้ น้ แบบ :
1. สามารถบอกวิธีการคำนวณเพื่อหาคำตอบเรื่อง/เกี่ยวกับขอ้ มลู ระบบการหมนุ เวยี นของเลือดเมื่อไหล
ผ่านหวั ใจ (K)
2. สามารถคำนวณเพอ่ื หาคำตอบเร่อื ง/เกย่ี วกบั ระบบการหมนุ เวียนของเลือดเมื่อไหลผ่านหัวใจ (P)
รูบริคส์สำหรับการวัดและประเมินผล : กำหนดเช่นเดียวกบั การออกแบบกจิ กรรมการเรียนรรู้ ูปแบบ
ท่ี 1
กิจกรรมรปู แบบท่ี 1 : อภปิ รายคำถามรว่ มกบั นกั เรยี นเพ่ือคิดวธิ กี ารคำนวณ
สาระสำคัญการจดั กจิ กรรม : จากข้อมลู เชงิ ปรมิ าณทีม่ ีอยู่และตอ้ งลงข้อสรปุ โดยวธิ กี ารคำนวณ
อภิปรายคำถามร่วมกับนักเรยี นเพ่ือคิดวธิ กี ารคำนวณ นักเรียนดำเนนิ การคำนวณตามวิธีที่มี
จุดประสงค์การเรียนร้ตู ้นแบบ :
1. สามารถบอกวิธีการคำนวณเพื่อหาคำตอบเรื่อง/เกี่ยวกับแสดงความสัมพันธ์การยืดของ
ขดลวดสปริงท่มี เี สน้ ผ่านศูนยก์ ลาง 10 มิลลเิ มตร ยาว 50 มลิ ลเิ มตร และเส้นผ่านศนู ย์กลางของเส้นลวดสปริง
3 มลิ ลเิ มตรกับน้ำหนักทแ่ี ขวนแตกต่างกัน 5 ขนาด (K)
จุดประสงค์ที่ 1 เกณฑ์รบู ริคส์ของแตล่ ะประเด็น จำนวนคะแนนแตล่ ะเกณฑข์ องรูบริคส์ (ด้าน)
ประเดน็ ทท่ี ำการประเมนิ
K คะแนน P คะแนน A คะแนน
วธิ ีการคำนวณ บอกวธิ ีการคำนวณเพ่ือนำไปสกู่ ารหา
ผลลัพธท์ ่ีต้องการ
2. สามารถคำนวณเพื่อหาคำตอบเร่อื ง/เกย่ี วกับแสดงความสัมพันธก์ ารยืดของขดลวดสปริงที่
มเี ส้นผา่ นศนู ยก์ ลาง 10 มลิ ลเิ มตร ยาว 50 มลิ ลเิ มตร และเสน้ ผ่านศูนย์กลางของเสน้ ลวดสปริง 3 มิลลิเมตรกบั
นำ้ หนักทแ่ี ขวนแตกต่างกนั 5 ขนาด (P)
จุดประสงค์ท่ี 2 เกณฑ์รบู ริคส์ของแตล่ ะประเดน็ จำนวนคะแนนแตล่ ะเกณฑข์ องรูบริคส์ (ดา้ น)
ประเด็นที่ทำการประเมิน K คะแนน P คะแนน A คะแนน
การดำเนินการคำนวณ แสดงวิธกี ารคำนวณตามวธิ กี ารที่มีอยู่
คา่ ผลลัพธก์ ารคำนวณ แสดงค่าผลลัพธจ์ ากการคำนวณอย่าง
ถูกต้องตามวิธกี ารคำนวณท่ีมีอยู่
การลงข้อสรปุ ผลการ ลงขอ้ สรุปข้อมูลจากคา่ ผลลัพธ์ทีจ่ าก
คำนวณ ผลการคำนวณ
กิจกรรมรปู แบบท่ี 2 : นักเรียนคิดวธิ ีการและแสดงการคำนวณด้วยตนเอง
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรูต้ น้ แบบ :
1. สามารถบอกวิธีการคำนวณเพื่อหาคำตอบเรื่อง/เกี่ยวกับแสดงความสัมพันธ์การยืดของ
ขดลวดสปริงทม่ี เี ส้นผ่านศนู ยก์ ลาง 10 มิลลิเมตร ยาว 50 มลิ ลเิ มตร และเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นลวดสปริง
3 มลิ ลิเมตรกบั นำ้ หนักที่แขวนแตกต่างกนั 5 ขนาด(K)
2. สามารถคำนวณเพือ่ หาคำตอบเรื่อง/เก่ียวกบั แสดงความสัมพนั ธ์การยืดของขดลวดสปรงิ ที่
มเี สน้ ผา่ นศูนย์กลาง 10 มลิ ลเิ มตร ยาว 50 มิลลเิ มตร และเส้นผ่านศนู ยก์ ลางของเสน้ ลวดสปริง 3 มิลลิเมตรกบั
น้ำหนักทแ่ี ขวนแตกต่างกนั 5 ขนาด(P)
ประเด็นวัดและประเมินผล : กำหนดเช่นเดียวกบั การออกแบบกจิ กรรมการเรยี นรู้รูปแบบท่ี 1
รบู ริคส์สำหรับการวดั และประเมินผล : กำหนดเช่นเดียวกับการออกแบบกจิ กรรมการเรยี นร้รู ูปแบบ
ที่ 1
กิจกรรมรูปแบบที่ 3 : อภปิ รายคำถามรว่ มกบั นกั เรยี นเพ่ือการตคี วามและลงข้อสรปุ ข้อมลู
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรตู้ น้ แบบ : สามารถวเิ คราะห์ อภิปราย และลงข้อสรปุ ข้อมลู แสดงความสมั พันธ์
การยืดของขดลวดสปริงที่มีเส้นผา่ นศนู ยก์ ลาง 10 มิลลเิ มตร ยาว 50 มิลลิเมตร และเสน้ ผา่ นศูนย์กลางของเส้น
ลวดสปริง 3 มลิ ลิเมตรกับน้ำหนกั ทีแ่ ขวนแตกต่างกัน 5 ขนาด (K)
จุดประสงคท์ ี่ 3 จำนวนคะแนนแต่ละเกณฑ์ของรูบริคส์
ประเดน็ ที่ทำการ เกณฑ์รบู รคิ ส์ของแต่ละประเดน็ (ดา้ น)
ประเมนิ K คะแนน P คะแนน A คะแนน
การลงข้อสรุปข้อมูล ระบอุ งค์รวมของข้อมลู
ระบจุ ดุ ประสงค์ของการวิเคราะห์
ขอ้ มลู
แยกแยะข้อมลู ทัง้ หมดเป็น
องคป์ ระกอบย่อย
อธิบายคณุ สมบัตเิ ฉพาะของแตล่ ะ
องค์ประกอบย่อย
อธบิ ายคณุ สมบัตเิ ฉพาะของแตล่ ะ
องคป์ ระกอบย่อย
วเิ คราะหค์ วามสัมพันธข์ องแต่ละ
องคป์ ระกอบย่อยตามจดุ ประสงค์การ
วเิ คราะห์
ลงขอ้ สรปุ ข้อมูลเป็นสารสนเทศตาม
ความสัมพนั ธ์ที่พบ
การตคี วามโดยการอ้างองิ ตีความข้อมูลโดยอ้างองิ สารสนเทศ
สารสนเทศ เพื่อสรุปเป็นความรูท้ างวิทยาศาสตร์
กจิ กรรมรูปแบบที่ 1 : นกั เรียนตีความและลงข้อสรุปด้วยตนเอง
จุดประสงคก์ ารเรียนรตู้ น้ แบบ :
1. สามารถบอกวิธีการคำนวณเพ่ือหาคำตอบเร่ือง/เก่ียวกับขอ้ มูลแสดงความสัมพนั ธ์การยดื
ของขดลวดสปริงที่มเี ส้นผ่านศนู ยก์ ลาง 10 มลิ ลิเมตร ยาว 50 มิลลิเมตร และเส้นผ่านศนู ย์กลางของเสน้ ลวด
สปรงิ 3 มลิ ลิเมตรกับนำ้ หนกั ที่แขวนแตกตา่ งกัน 5 ขนาด (K)
2. สามารถคำนวณเพื่อหาคำตอบเรื่อง/เกยี่ วกับข้อมลู แสดงความสัมพนั ธ์การยืดของขดลวด
สปริงทีม่ ีเส้นผา่ นศูนยก์ ลาง 10 มลิ ลเิ มตร ยาว 50 มลิ ลเิ มตร และเสน้ ผา่ นศนู ย์กลางของเสน้ ลวดสปรงิ
3 มลิ ลเิ มตรกับน้ำหนักทแ่ี ขวนแตกตา่ งกนั 5 ขนาด (P)
รบู ริคส์สำหรับการวดั และประเมินผล:กำหนดเชน่ เดยี วกับการออกแบบกิจกรรมการเรยี นรรู้ ูปแบบที่ 1
ภาคผนวก ค
การคำนวณความเหมาะสมนวัตกรรม
การคำนวณคา่ Pretest – posttest
การคำนวณคา่ ความพงึ พอใจของนกั เรยี น
การคำนวณคา่ สถิตขิ องแบบทดสอบก่อนเรยี น - หลงั เรยี น
การคำนวณหาคา่ เฉล่ยี และคา่ สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐานของแบบฝึกเรอ่ื ง สมมตฐิ าน
การคำนวณหาค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานของแบบฝึกเร่ือง การแปลงขอ้ มลู
การคำนวณหาคา่ เฉลี่ย และคา่ สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐานของแบบฝกึ
เรือ่ ง การวเิ คราะห์ อภปิ รายและลงขอ้ สรปุ