The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ม.1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนชลประทานผาแตก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nus.bee, 2021-10-11 14:27:56

แผนการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ม.1

แผนการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ม.1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนชลประทานผาแตก

ใบกิจกรรมที่ 1.2 วชิ าวิทยาศาสตร์ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 คะแนนทีไ่ ด้

หนว่ ยท่ี 1 สารรอบตัว ใบงานท่ี 2 เร่ือง การเปลยี่ นแปลงสถานะของสาร

❖ การทดลอง : อณุ หภูมิกับการเปลี่ยนสถานะ
ช่ือกลุ่ม……………………………………………….....
1. สมาชิกในกลมุ่ 1. ……………………………………………………………………………………………………….
2. ……………………………………………………………………………………………………….
3. ……………………………………………………………………………………………………….
4. ……………………………………………………………………………………………………….
5. ……………………………………………………………………………………………………….
6. ……………………………………………………………………………………………………….
7. ……………………………………………………………………………………………………….
2. จุดประสงค์ : เพ่อื ศึกษาอุณหภมู ิกบั การเปล่ียนสถานะของสสาร
3. ข้นั ตอนการทดลอง
3.1 นำบีกเกอร์ท่มี นี ำ้ สูงประมาณ 1 ซม. แล้วใสน่ ำ้ แขง็ บดลงไป จนกระท่ังระดับนำ้ สูงข้นึ จากก้นบีกเกอร์ 3

ซม.
3.2 จุ่มเทอร์มอมิเตอร์ลงในบีกเกอร์ แลว้ อา่ นอุณหภูมขิ องนำ้ ผสมนำ้ แข็ง บันทึกผล
3.3 ให้ความร้อนแก่บีกเกอร์ด้วยตะเกียงแอลกอฮอล์พร้อมจับเวลาทุกๆ 1 นาที แล้วอ่านอุณหภูมิของน้ำ

บนั ทกึ อุณหภมู ิสังเกตการเปลีย่ นแปลงของน้ำผสมนำ้ แข็ง จนครบ 5 นาที
3.4 จากนั้นดับตะเกยี งแอลกอฮอลแ์ ล้วตั้งอณุ หภูมทิ ิ้งไว้ใหเ้ ยน็

ตารางบนั ทกึ ผล อณุ หภูมิ (˚C) การเปลี่ยนแปลงท่ีสงั เกตได้
เวลา (นาที)

0
1
2
3
4
5

อภปิ รายผลกิจกรรม
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

คำถามทา้ ยกิจกรรม
1. นำ้ ผสมน้ำแขง็ มีการเปลย่ี นแปลงอณุ หภูมิอยา่ งไร

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. หลงั ให้ความรอ้ นแก่นำ้ ในบีกเกอร์เป็นเวลา 3 นาทื น้ำในบกี เกอรม์ กี ารเปลี่ยนแปลงอย่างไร

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ใบกจิ กรรมท่ี 1.2 วิชาวทิ ยาศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 1 เฉลย

คะแนนที่ได้

หน่วยท่ี 1 สารรอบตวั ใบงานท่ี 2 เรื่อง การเปล่ยี นแปลงสถานะของสาร

❖ การทดลอง : อุณหภูมกิ ับการเปล่ียนสถานะ
ชือ่ กลุ่ม……………………………………………….....
1. สมาชิกในกลมุ่ 1. ……………………………………………………………………………………………………….
2. ……………………………………………………………………………………………………….
3. ……………………………………………………………………………………………………….
4. ……………………………………………………………………………………………………….
5. ……………………………………………………………………………………………………….
6. ……………………………………………………………………………………………………….
7. ……………………………………………………………………………………………………….
2. จุดประสงค์ : เพ่ือศึกษาอุณหภูมิกับการเปลีย่ นสถานะของสสาร
3. ขน้ั ตอนการทดลอง
3.1 นำบีกเกอรท์ ่ีมีนำ้ สูงประมาณ 1 ซม. แลว้ ใส่น้ำแขง็ บดลงไป จนกระทัง่ ระดับน้ำสงู ขน้ึ จากกน้ บีกเกอร์ 3

ซม.
3.2 จมุ่ เทอรม์ อมิเตอร์ลงในบกี เกอร์ แลว้ อ่านอุณหภูมขิ องน้ำผสมน้ำแข็ง บนั ทกึ ผล
3.3 ให้ความร้อนแก่บีกเกอร์ด้วยตะเกียงแอลกอฮอล์พร้อมจับเวลาทุกๆ 1 นาที แล้วอ่านอุณหภูมิของน้ำ

บันทึกอณุ หภมู สิ ังเกตการเปลี่ยนแปลงของนำ้ ผสมน้ำแข็ง จนครบ 5 นาที
3.4 จากนนั้ ดับตะเกียงแอลกอฮอลแ์ ล้วตัง้ อุณหภูมิทงิ้ ไว้ให้เย็น

ตารางบนั ทึกผล อุณหภมู ิ (˚C) การเปลย่ี นแปลงท่ีสังเกตได้
เวลา (นาที) ตำ่ กวา่ 25
สูงกว่า 25 น้ำแขง็ บดมีปริมาณลดลง นำ้ แข็งเปลยี่ นสถานะเป็นของเหลว
0 สูงกว่า 50 นำ้ แข็งเปลยี่ นเป็นนำ้ ทำใหป้ ริมาณในบีกเกอร์สงู ข้นึ
1 นำ้ เดือดมีฟองแกส๊ ผดุ ขึน้ มา
2 100 ปรมิ าณนำ้ เรมิ่ ลดลง น้ำระเหยกลายเป็นไอนำ้
3 มากกว่า 100 ปริมาณน้ำเรม่ิ ลดลง น้ำระเหยกลายเปน็ ไอน้ำ (มากกว่า 4 น.)
4 มากกวา่ 100
5

อภปิ รายผลกจิ กรรม
……จ…า…กผ…ล…ก…า…รท…ด…ล…อ…ง…พ…บ…ว…่า …เม…ื่อ…น…ำ…น…้ำแ…ข…็ง…ผ…สม…ก…ับ…น…้ำ…จ…ะม…ีก…า…ร…เป…ล…ี่ย…น…แ…ปล…ง…ท…ั้ง…อ…ุณ…ห…ภ…ูม…ิแล…ะ…ส…ถ…าน…ะ…..

…โ…ด…ย…ขณ……ะท…ี่น…้ำ…แ…ข…็งห…ล…อ…ม…เห…ล…ว…เป…็น…น…้ำ…น…้ำ…แ…ข็ง…จ…ะ…เป…ล…ี่ย…น…สถ…า…น…ะ…จา…ก…ข…อ…งแ…ข…็ง…เป…็น…ข…อ…งเ…ห…ลว……แต…่อ…ุณ…ห…ภ…ูม…ิจ…ะ…ไม…่ …
…เ…ป…ล…่ยี น…แ…ป…ล…ง…(0…˚…C…) …จ…าก…น…้นั …น…้ำท…ีห่ …ล…อ…มเ…ห…ล…วจ…ะ…ม…ีอุณ……หภ…ูม…สิ …งู …ข้นึ…จ…น…ก…ระ…ท…ั่ง…ม…ีอุณ……หภ…ูม…หิ …้อ…ง…เม…ื่อ…ใ…ห้ค…ว…า…ม…ร้อ…น…ด…้วย……
…ต…ะ…เก…ีย…ง…แอ…ล…ก…อ…ฮอ…ล…์ …พบ…ว…่า…อ…ณุ …ห…ภ…ูม…ขิ อ…ง…น…้ำส…ูง…ข…ึน้ …เร…ื่อย……ๆ…จ…น…ก…ระ…ท…่ังถ…ึง…จ…ุดเ…ด…ือด……(1…0…0…˚…C)…ท…บ่ี …ร…ิเว…ณ…ผ…ิว…ห…น้า…ข…อ…ง…
…น…้ำ…จ…ะ…เป…ล…ี่ยน…ส…ถ…าน…ะ…จ…า…กข…อ…ง…เห…ล…วก…ล…า…ยเ…ป…็น…แก…ส๊ …ห…รอื…ไ…อ…นำ้………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

คำถามท้ายกิจกรรม
1. น้ำผสมนำ้ แข็งมีการเปลีย่ นแปลงอุณหภูมอิ ย่างไร

…………………น…ำ้ แ…ข…ง็ …จะ…ห…ล…อ…มเ…ห…ล…วก…ล…า…ยเ…ป…็น…นำ้…จ…น…ห…มด……จา…ก…น…นั้ …น…ำ้ จ…ะ…ม…อี ุณ…ห…ภ…ูม…ิส…งู …ขนึ้…เ…ท่า…ก…ับ…อ…ุณ…ห…ภ…มู หิ…้อ…ง………………
2. หลังใหค้ วามรอ้ นแกน่ ำ้ ในบกี เกอร์เป็นเวลา 3 นาทื นำ้ ในบีกเกอร์มีการเปล่ยี นแปลงอยา่ งไร

…………………อ…ณุ …ห…ภ…มู …ิขอ…ง…น…ำ้ จ…ะ…ส…งู ข…ึ้น…จ…น…ก…ระ…ท…ง่ั …ถ…ึงจ…ดุ …เด…ือ…ด…ที่อ…ณุ …ห…ภ…ูม…ิ 1…0…0…อ…ง…ศา…เ…ซล…เ…ซีย…ส…แ…ล…ะ…ระ…เ…หย…ก…ล…าย…เ…ป…น็ ……
……ไ…อ…น…ำ้ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

เฉลย

แบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1

หน่วยที่ 1 ระบบตา่ ง ๆ ของมนุษย์ ใบกิจกรรมที่ 2 เรอ่ื ง ระบบหมนุ เวียนเลอื ด

อ้างองิ : หนังสือวชิ าวทิ ยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1 (อจท.) หน้า 9
1.
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 5 ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 1
เวลาทง้ั หมด 26 ช่วั โมง
รายวิชาวิทยาศาสตร์ เวลา 1 คาบ
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เรือ่ ง สารรอบตวั ผู้สอน นางสาวนุสรนิ ทร์ อ่นิ คำ
แผนท่ี 5 เร่อื ง สารบรสิ ุทธ์ิ
สอนวนั ท่ี 21 มิถุนายน 2564

มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชวี้ ดั
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบตั ิของสสารกับ

โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิด
สารละลาย และการเกิดปฏิกิรยิ าเคมี

ตวั ชว้ี ดั
ม.1/1 อธิบายสมบัติทางกายภาพบางประการของธาตุโลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะ โดยใช้หลักฐานเชิง
ประจักษ์ที่ไดจ้ ากการสังเกตและการทดสอบ และใช้สารสนเทศที่ไดจ้ ากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งจัดกลุ่มธาตุเป็น
โลหะ อโลหะ และกงึ่ โลหะ
ม.1/2 วิเคราะหผ์ ลจากการใชธ้ าตโุ ลหะ อโลหะ ก่ึงโลหะ และธาตกุ มั มันตรังสี ทม่ี ตี อ่ สง่ิ มีชีวติ สงิ่ แวดล้อม
เศรษฐกิจและสงั คม จากขอ้ มลู ทีร่ วบรวมได้
ม.1/3 ตระหนักถึงคุณค่าของการใช้ธาตุโลหะ อโลหะ กึ่งโลหะ ธาตุกัมมันตรังสี โดยเสนอแนวทางการใช้
ธาตอุ ย่างปลอดภยั ค้มุ คา่
ม.1/7 อธิบายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างอะตอมธาตุ และสารประกอบ โดยใช้แบบจำลอง และ
สารสนเทศ
ม.1/8 อธบิ ายโครงสร้างอะตอมที่ประกอบด้วยโปรตอน นวิ ตรอน และอิเลก็ ตรอน โดยใชแ้ บบจำลอง

สาระสำคญั
สารท่อี ยู่รอบตัวลว้ นประกอบดว้ ยธาตุและสารประกอบ ธาตุ เป็นสารท่ีประกอบดว้ ยอะตอมเพยี งชนิด

เดยี ว เมื่อธาตุมากกวา่ 1 ชนดิ มารวมกนั ทางเคมีในอัตราส่วนโดยมวลคงท่ี จะได้สารประกอบท่ีมสี มบตั ิแตกตา่ ง
จากธาตุทเี่ ปน็ องค์ประกอบเดิม ธาตุและสารประกอบจึงจดั เป็นสารบริสทุ ธ์ิ

สาระการเรียนรู้
- ธาตแุ ตล่ ะชนดิ มีสมบัตเิ ฉพาะตวั และมีสมบัตทิ างกายภาพบางประการเหมอื นกันและบางประการต่างกนั

ซึ่งสามารถนำมาจัดกลุม่ ธาตเุ ป็นโลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะ ธาตุโลหะมจี ุดเดอื ด จุดหลอมเหลวสงู มีผวิ มันวาว นำ
ความรอ้ น นำไฟฟา้ ดงึ เปน็ เส้น หรือตีเป็นแผน่ บาง ๆ ได้ และมีความหนาแนน่ ทัง้ สงู และต่ำ ธาตุอโลหะ มจี ดุ เดือด
จดุ หลอมเหลวต่ำ มีผวิ ไม่มันวาว ไม่นำความร้อน ไม่นำไฟฟ้า เปราะแตกหักง่าย และมีความหนาแนน่ ตำ่ ธาตกุ ึ่ง
โลหะ มสี มบัติบางประการเหมอื นโลหะ และสมบัติ บางประการเหมือนอโลหะ

- ธาตุโลหะ อโลหะ และกง่ึ โลหะ ทีส่ ามารถแผร่ งั สีได้ จัดเป็นธาตกุ มั มนั ตรงั สี
- ธาตุมีท้งั ประโยชน์และโทษ การใชธ้ าตโุ ลหะ อโลหะ กง่ึ โลหะ ธาตุกัมมันตรงั สี ควรคำนึงถงึ ผลกระทบ
ตอ่ สง่ิ มชี ีวิต ส่งิ แวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม
- สารบริสุทธแิ์ บง่ ออกเป็นธาตแุ ละสารประกอบธาตุประกอบดว้ ยอนภุ าคท่เี ลก็ ท่สี ุดทยี่ งั แสดงสมบตั ิของ
ธาตนุ ้ันเรียกว่า อะตอม ธาตุแตล่ ะชนดิ ประกอบดว้ ยอะตอมเพยี งชนิดเดยี วและไม่สามารถแยกสลายเปน็ สารอน่ื ได้
ดว้ ยวิธที างเคมี ธาตุเขียนแทนดว้ ยสญั ลกั ษณธ์ าตุ สารประกอบเกิดจากอะตอมของธาตุต้ังแต่ 2 ชนิดขนึ้ ไปรวมตัว
กนั ทางเคมใี นอตั ราส่วนคงที่ มสี มบตั แิ ตกตา่ งจากธาตทุ เ่ี ป็นองคป์ ระกอบ สามารถแยกเปน็ ธาตุได้ด้วยวิธีทางเคมี
ธาตแุ ละสารประกอบสามารถเขียนแทนไดด้ ว้ ยสูตรเคมี
- อะตอมประกอบด้วยโปรตอน นิวตรอน และอเิ ล็กตรอน โปรตอนมปี ระจไุ ฟฟ้าบวก ธาตุชนดิ เดยี วกนั มี
จำนวนโปรตอนเท่ากันและเป็นคา่ เฉพาะของธาตนุ ั้น นวิ ตรอนเปน็ กลางทางไฟฟ้า ส่วนอิเลก็ ตรอนมปี ระจไุ ฟฟา้ ลบ
เมอ่ื อะตอมมีจำนวนโปรตอนเท่ากับจำนวนอิเล็กตรอน จะเปน็ กลาง ทางไฟฟ้า โปรตอนและนวิ ตรอนรวมกนั ตรง
กลางอะตอมเรียกว่า นิวเคลยี ส ส่วนอเิ ล็กตรอนเคล่ือนที่อยู่ในทีว่ ่างรอบนิวเคลยี ส

จุดประสงค์การเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (K)

นกั เรียนสามารถอธบิ ายความสมั พันธ์ระหวา่ งอะตอม ธาตุ และสารประกอบ โดยใชแ้ บบจำลองได้
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)

นกั เรยี นสามารถสรา้ งและวาดภาพแบบจำลองอะตอมของธาตไุ ด้
ด้านคณุ ลักษณะ (A)

นกั เรยี นมคี วามรบั ผดิ ชอบในภาระงานท่คี รูมอบหมาย และสง่ งานไดใ้ นเวลาท่ีกำหนด

สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น
1. ความสามารถในการคิด
2. ความสามารถในการส่อื สาร

3. ความสามารถในการแก้ปญั หา

คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. มีวนิ ัย
2. มีความสนใจใฝ่เรยี นรู้
3. มงุ่ มนั่ ต้งั ใจทำงานดว้ ยความเพยี รพยายาม

กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ขัน้ ท่ี 1 : ขน้ั สรา้ งความสนใจ (Engagement) (10 นาที)

1. ครสู นทนากบั นักเรียนในเร่อื งทวั่ ไป โดยครูถามนกั เรียนว่า “นักเรยี นต่นื กันรึยงั คาบท่แี ล้วเรียนอะไร”
2. ครนู ำเขา้ สู่บทเรยี นโดยถามนกั เรียนวา่ “อากาศทอี่ ย่รู อบตัวของนักเรยี นมีธาตใุ ดเปน็ องคป์ ระกอบ”

(แนวคำตอบ : ไนโตรเจน ออกซิเจน อาร์กอน คารบ์ อน เป็นตน้ )
ขน้ั ที่ 2 : ขัน้ สำรวจและค้นหา (Exploration) (25 นาที)

1. ครูให้ความรู้แก่นักเรียน เรื่อง “สารบริสุทธิ์” แก่นักเรียน โดยใช้สื่อ Power point และหนังสือวิชา
วทิ ยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1 (อจท.) หนา้ 10

2. ครเู ขยี นคำถามบนกระดานใหน้ กั เรียนตอบคำถาม ดังนี้
- สารบริสุทธ์ิ คืออะไร
(แนวคำตอบ สารทม่ี ีองคป์ ระกอบเพยี งชนดิ เดียว มสี มบตั ิเฉพาะทางกายภาพและสมบัติทางเคมี)
- เพราะเหตุใด ธาตุจงึ จดั เป็นสารบริสุทธิ์
(แนวคำตอบ เพราะธาตุประกอบด้วยอะตอมเพยี งชนิดเดียว ไม่สามารถแยกหรือสลายออกเปน็

สารอื่นได้ แตส่ ามารถทำปฏกิ ิริยากับสารอน่ื แลว้ เกิดเปน็ สารใหม่ได)้
- อะตอมคืออะไร ประกอบไปดว้ ยอะไรบา้ ง
(แนวคำตอบ อะตอม คือ อนุภาคทเ่ี ลก็ ที่สดุ ของธาตปุ ระกอบไปดว้ ยอนุภาคมูลฐาน คือ โปรตอน

นิวตรอน และอิเล็กตรอน)
3. ครนู ำกอ้ นดนิ น้ำมนั มาปั้นเป็นลกู ทรงกลม 3 ลกู 3 สี ดังนี้
- ลูกแรก สแี ดง คือ นวิ ตรอน
- ลูกท่สี อง สีฟ้า คอื โปรตอน
- ลูกทส่ี าม สีเหลือง คือ อิเล็กตรอน
4. ครใู ห้นกั เรยี นสบื คน้ ข้อมลู เก่ยี วกับแบบจำลองอะตอมของธาตุ หรือศกึ ษาจากหนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตร์

ม.1 เล่ม 1 หน้าที่ 10

ขั้นที่ 3 : อธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explanation) (5 นาที)
1. ครูสมุ่ ตัวแทนนักเรยี นออกมาสร้างและอธิบายแบบจำลองอะตอมโดยใช้ดินน้ำมันที่ครูเตรียมมา โดยใช้

ความรจู้ ากการสบื ค้นข้อมลู
2. ครตู รวจแบบจำลองอะตอมที่นักเรียนปั้น และเพ่ิมเติมขอ้ มลู ทน่ี กั เรยี นนำเสนอใหถ้ ูกตอ้ ง
3. ครูยกตวั อยา่ งแบบจำลองอะตอมของธาตบุ างชนดิ เช่น คาร์บอน ออกซเิ จน เป็นต้น

ขั้นที่ 4 : ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration) (5 นาที)
1. ครูเปดิ คลิปวดี ีโอ เรอื่ ง “วิวัฒนาการของแบบจำลองอะตอม” ใหน้ ักเรยี นดู
(ทมี่ า: https://www.youtube.com/watch?v=mZspImyEYyw)
2. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันอภิปรายและสรุปเทคนิครินนำ้ ใหก้ ลายเปน็ เกร็ดนำ้ แข็ง

ขนั้ ที่ 5 : ข้ันประเมิน (Evaluation) (5 นาท)ี
ครูประเมนิ ผลการเรยี นรูจ้ ากใบงานที่ 1.3 และประเมินการทำกิจกรรมกลุ่ม โดยใชเ้ กณฑก์ ารประเมินจาก

แผนการเรียนรทู้ ่ี 5

สอื่ อุปกรณก์ ารเรยี นรู้ และแหลง่ การเรยี นรู้
1) สื่อ Power point เร่อื ง “สารบริสทุ ธิ์”
2) หนงั สือวชิ าวิทยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1 (อจท.) หน้า 10
3) อปุ กรณต์ ่าง ๆ ได้แก่ ดนิ นำ้ มัน
4) คลปิ วิดโี อ “ววิ ฒั นาการของแบบจำลองอะตอม”
(ทม่ี า: https://www.youtube.com/watch?v=mZspImyEYyw)

การวัดและการประเมิน วิธีการวดั เครื่องมือวัด เกณฑใ์ ชป้ ระเมนิ
ประเดน็ การประเมนิ
ร้อยละ 60
ดา้ นความรู้ (K) ผา่ นเกณฑ์

นักเรียนสามารถอธิบายความสัมพันธ์ ตรวจจากใบงานที่ 1.3 ใบงานท่ี 1.3 ตอนที่ 1
ระหว่างอะตอม ธาตุ และสารประกอบ ตอนท่ี 1
โดยใชแ้ บบจำลองได้

ดา้ นทกั ษะ (P)

นักเรียนสามารถสร้างและวาดภาพ ตรวจจากใบงานท่ี 1.3 ใบงานที่ 1.3 ตอนที่ 2 ระดับคุณภาพ

แบบจำลองอะตอมของธาตุได้ ตอนท่ี 2 พอใช้ ผ่านเกณฑ์

ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)

นักเรียนมีความรับผิดชอบในภาระงาน 1. สังเกตพฤติกรรม 1. แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ
ที่ครูมอบหมาย และส่งงานได้ในเวลาที่ รายบคุ คล
กำหนด 2. ใบกิจกรรมท่ี 1.3 รายบุคคล พอใช้ ผ่านเกณฑ์

2. แบบบนั ทกึ การสง่ งาน

เกณฑ์การประเมินด้านความรู้ (K)

ประเดน็ การประเมิน 3 ระดับคุณภาพ 0
21 นักเรยี นสามารถ
นกั เรียนสามารถ นักเรยี นสามารถ นกั เรียนสามารถ นกั เรียนสามารถ อธิบายความสมั พันธ์
อธบิ ายความสัมพนั ธ์ อธบิ ายความสัมพันธ์ ระหวา่ งอะตอม ธาตุ
อธิบายความสมั พันธ์ อธบิ ายความสัมพันธ์ ระหว่างอะตอม ธาตุ ระหว่างอะตอม ธาตุ และสารประกอบ
และสารประกอบ และสารประกอบ โดยใช้แบบจำลองได้
ระหวา่ งอะตอม ธาตุ ระหวา่ งอะตอม ธาตุ โดยใช้แบบจำลองได้ โดยใช้แบบจำลองได้ ในใบงานท่ี 1.3 ตอน
ในใบงานที่ 1.3 ตอน ในใบงานท่ี 1.3 ท่ี 1 ไดอ้ ย่างถูกต้อง
และสารประกอบ โดย และสารประกอบ ที่ 1 ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง ตอนที่ 1 ไดอ้ ยา่ ง (0 ข้อ)
(2 ข้อ) ถูกต้อง (1 ข้อ)
ใชแ้ บบจำลองได้ โดยใช้แบบจำลองได้

(3 คะแนน) ในใบงานท่ี 1.3 ตอน

ท่ี 1 ไดอ้ ย่างถูกต้อง

(3 ขอ้ )

คุณภาพคะแนน

คะแนน ระดับคุณภาพ

3 ดี

2 พอใช้

0 - 1 ปรบั ปรงุ

เกณฑ์การประเมินดา้ นทักษะ (P)

ประเดน็ การประเมิน 3 ระดับคณุ ภาพ 0
21 นกั เรยี นไมส่ ามารถ
นกั เรียนสามารถสร้าง นักเรยี นสามารถสร้าง นกั เรียนสามารถ นักเรียนสามารถ สร้างแบบจำลอง
สร้างแบบจำลอง สร้างแบบจำลอง อะตอมของธาตุได้
และวาดภาพแบบจำลอง แบบจำลองอะตอม อะตอมของธาตุได้ อะตอมของธาตุได้ ในใบงานที่ 1.3
ในใบงานท่ี 1.3 ในใบงานที่ 1.3 ตอนท่ี 2 ไดถ้ ูกตอ้ ง
อะตอมของธาตุได้ ของธาตุได้ ในแบบใบ ตอนท่ี 2 (2 ธาตุ) ตอนท่ี 2 (1 ธาตุ)

(3 คะแนน) งานท่ี 1.3 ตอนที่ 2

ไดถ้ ูกตอ้ ง (ท้งั 3 ธาตุ)

คุณภาพคะแนน

คะแนน ระดับคุณภาพ
3 ดี

2 พอใช้
0 - 1 ปรับปรุง

เกณฑ์การประเมินดา้ นความรู้ (A)

ประเด็นการประเมิน ระดบั คุณภาพ

3 210

นักเรยี นมคี วาม ส่งงานตรงตามที่ ส่งงานชา้ กวา่ กำหนด สง่ งานช้ากว่ากำหนด ส่งงานช้ากวา่ กำหนด

รบั ผดิ ชอบในภาระงาน กำหนด (อาทิตย์ 1-2 วัน 3 วัน มากกวา่ 3 วันหรือไม่

ท่คี รมู อบหมาย และสง่ ถัดไป) ส่ง

งานไดใ้ นเวลาที่กำหนด

(3 คะแนน)

คณุ ภาพคะแนน

คะแนน ระดบั คณุ ภาพ

3 ดี
2 พอใช้
0 - 1 ปรับปรุง

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 5

เร่อื ง สารบริสุทธิ์ ชั้น ม.1/2 .

จำนวนนักเรียนท่ีมาเรยี น.............................คน
จำนวนนกั เรยี นที่ไม่มาเรยี น.........................คน
1. ผลการสอน

1.1 ผลการจัดการเรียนรู้ในห้อง
นกั เรยี นร้อยละ............จากคนท่มี าเรียนทั้งหมด ให้ความร่วมมือในการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอน โดยสามารถ
.............................................................ได้

1.2 ผลการประเมนิ ตามแบบประเมิน
-นักเรยี นจำนวน......... คน คดิ เปน็ ร้อยละ............ มีผลการประเมนิ ดา้ น K ในระดับ …….......
-นกั เรยี นจำนวน......... คน คดิ เป็นร้อยละ............. มีผลการประเมนิ ดา้ น P ในระดบั ……......
-นกั เรยี นจำนวน..........คน คิดเปน็ ร้อยละ.............. มีผลการประเมินดา้ น A ในระดับ …….....

12.2 ปัญหาท่พี บจากการสอนในคาบเรยี น
............................................................................................................................. .......................................................
........................................................................................................................................................................ ............
12.3 การแก้ไขปัญหาและอุปสรรค
........................................................................................... .........................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
12.4 ผลการแก้ไข
............................................................................................................................. .......................................................
........................................................................................................................................................................ ............
12.5 ข้อเสนอแนะในการสอนครง้ั ถัดไป
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................

ลงช่ือ.....................................................................
(นางสาวนสุ รินทร์ อิ่นคำ) .

นักศกึ ษาฝึกประสบการณ์วิชาชพี ครู

ความคดิ เห็นของผูพ้ ่เี ลย้ี ง

ได้ทำการตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (ว21101)
และมคี วามคิดเหน็ ดังน้ี

1. เปน็ หนว่ ย/แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ ดมี าก ดี พอใช้
2. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ ได้นำเอาทักษะกระบวนการเรยี นรู้

ท่เี นน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญใชใ้ นการสอนอย่างเหมาะสม
ทย่ี งั ไม่เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคญั ควรปรบั ปรงุ พัฒนาต่อไป
3. เปน็ หน่วย/แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี นำไปใช้ในการสอนได้จริง

ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปสอน
………………………………………………………………………………………………………………………………….………….…………….……
….……………………………………………………………………………………………………………………….………….………………...........
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

ลงช่อื .........................................................

(นางพชั รา ภริ ะกันทา) .

ครูพ่เี ล้ยี ง .

................../................./..................

แบบประเมินผลการเรยี นร้ขู องนักเรียนชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 1/2
วชิ าวิทยาศาสตร์พ้นื ฐาน เร่อื ง สารบรสิ ุทธิ์

ลำดับ ชอ่ื -สกุล ความรู้ ทกั ษะ คุณลักษณะ รวม ผลการประเมนิ
33 3 9 ผา่ น ไมผ่ า่ น
1 เด็กหญิงลกั ขณา ทาเกิด
2 เดก็ ชายเทพพทิ ักษ์ โสภณ
3 เด็กหญิงณชิ ากร บัวสวุ รรณ
4 เดก็ ชายฉัตรเมธี โสภาวนั
5 เดก็ หญงิ วณิ ีนุช มาลัยจรูญ
6 เด็กชายบุญมี ทรงชัยเจรญิ
7 เดก็ ชายพิชัยยุทธ โชคขจรไพศาล
8 เดก็ ชายภูบดนิ ทร์ ป่นิ หย่า
9 เดก็ ชายวิทวสั ชยั ศรี
10 เด็กชายนิมิต อุดมไพศาลศกั ดิ์
11 เด็กหญิงพมิ พ์มาดา สุริยะ
12 เด็กหญงิ ชลธชิ า ครี ีมาลยั
13 เดก็ หญงิ มาลี แซล่ ี
14 เด็กหญงิ ขวญั ชนก ววิ ฒั น์พรไชย
15 เด็กชายณฐวชั ร แซห่ าง
16 เดก็ ชายกฤษณกันณฑ์ จันทรอ์ นิ ทร์
17 เด็กชายณัฐภทั ร พิชชาพงศ์
18 เด็กหญิงศุภกานต์ ดำรงพรกุล
19 เด็กหญงิ กมลชนก จะหย่อ

**หมายเหตุ ผ่านเกณฑ์คะแนนรวมไมต่ ำ่ กว่า 8 คะแนน
ผ่าน……………………..คน
ไม่ผ่าน………………….คน

ใบกิจกรรมใบงานท่ี 1.3 วิชาวิทยาศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 คะแนนท่ไี ด้

หน่วยท่ี 1 สารรอบตวั ใบงานที่ 3 เร่ือง สารบริสทุ ธ์ิ

ตอนที่ 1 : ใหน้ กั เรียนทำกิจกรรมและตอบคำถามตอ่ ไปน้ี

1. สารบริสุทธ์ิ คอื อะไร และเพราะเหตใุ ด ธาตุจึงจดั เป็นสารบริสุทธ์ิ
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
2. จาแนกสารบริสุทธ์ิตามประเภทของสารไดก้ ่ีประเภท อะไรบา้ ง
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………...
3. ถา้ นกั เรียนมีสารบริสุทธ์ิอยชู่ นิดหน่ึงจะบอกไดอ้ ยา่ งไรวา่ เป็นธาตุหรือสารประกอบ
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………

ตอนที่ 2 : ให้นักเรียนวาดภาพแบบจาลองอะตอมของธาตุออกซิเจน คาร์บอน และไนโตรเจน

ชอ่ื ……………………………………………………………………………… ชัน้ /หอ้ ง ………………………. เลขที่ ……………….

ใบกจิ กรรมใบงานท่ี 1.3 วิชาวทิ ยาศาสตร์ ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 1 เฉลย

คะแนนท่ไี ด้

หนว่ ยที่ 1 สารรอบตัว ใบงานท่ี 3 เร่ือง สารบรสิ ุทธ์ิ

ตอนที่ 1 : ใหน้ กั เรยี นตอบคำถามต่อไปน้ี

1. สารบริสุทธ์ิ คืออะไร และเพราะเหตใุ ด ธาตุจึงจดั เป็นสารบริสุทธ์ิ
……………สา…รบ…ริส…ุท…ธิ์ …คือ…ส…าร…ที่ม…ีอ…งค…์ปร…ะก…อบ…เพ…ีย…งช…นิด…เด…ีย…ว ม…ีส…มบ…ัต…ิเฉพ…า…ะท…าง…กา…ยภ…า…พแ…ละ…ส…มบ…ัติท…า…งเค…ม…ี
…ธ…าต…ุจัด…เป…็น…สา…รบ…ริส…ุท…ธ์ิเพ…ร…าะ…ธา…ตุป…ระ…ก…อบ…ด้ว…ย…อะ…ตอ…ม…เพ…ียง…ชน…ิดเ…ดีย…ว…ไม…่สา…มา…รถ…แ…ยก…หร…ือส…ล…าย…ออ…กเ…ป็น…ส…าร…
…อ…น่ื ไ…ด้…แต…ส่ า…ม…ารถ…ท…ำป…ฏิก…ริ …ยิ า…กบั …สา…รอ…น่ื …แล…ว้ เ…กิด…เป…น็ ส…าร…ให…ม่ไ…ด้…………………………………………………

2. จาแนกสารบริสุทธ์ิตามประเภทของสารไดก้ ี่ประเภท อะไรบา้ ง
…ส…าร…บร…ิสทุ…ธ…์ิ จ…ำแ…นก…ออ…ก…เป็น…3…ช…น…ิด ด…งั …น้ี ………………………………………………………………………
……………1.…โล…หะ…ต…ัวอ…ย่า…งธ…าต…โุ ล…ห…ะ เ…ชน่ ……เห…ล็ก…ท…อ…งแ…ดง…ส…ังก…ะส…ี …แม…กน…เี ซ…ียม…เ…ป็น…ต…้น ………………………
……………2.…อโ…ลห…ะ…เป…น็ ไ…ดท้ …ง้ั …3 …สถ…าน…ะ…เช…น่ …กำ…มะ…ถัน……………………………………………………………
……………3.…ธา…ตกุ …ึง่ โ…ลห…ะ…เป…็น…ธา…ตุท…่ีม…สี ม…บัต…ิก…่ึงโล…ห…ะแ…ละ…อโ…ลห…ะ…เช…น่ …โบ…รอ…น……………………………………

3. ถา้ นกั เรียนมีสารอยชู่ นิดหน่ึงจะบอกไดอ้ ยา่ งไรวา่ เป็นธาตหุ รือสารประกอบ
……………สัง…เก…ตจ…าก…จำ…นว…น…ธา…ตุ ถ…า้ …มีเพ…ยี …งช…นิด…เด…ยี ว…เป…็นธ…าต…ุ แ…ต…ถ่ า้ …มี …2 ธ…าต…หุ …รอื …มา…กก…วา่…เ…ปน็ …สา…รป…ร…ะก…อบ…เ…ชน่ …
…H…2O…ม…ีจ…ำน…วน…2…ธ…าต…ุคือ…H…แ…ละ…O…2…แส…ด…งว…า่ เป…็น…สา…รป…ระ…กอ…บ…เป…็น…ตน้ …………………………………………

ตอนที่ 2 : ให้นกั เรียนวาดภาพแบบจาลองอะตอมของธาตุออกซิเจน คาร์บอน และไนโตรเจน

ชือ่ ……………………………………………………………………………… ช้ัน/ห้อง ………………………. เลขท่ี ……………….

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 6 ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 1
เวลาทง้ั หมด 26 ช่วั โมง
รายวิชาวิทยาศาสตร์ เวลา 2 คาบ
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เรือ่ ง สารรอบตวั ผู้สอน นางสาวนุสรนิ ทร์ อ่นิ คำ
แผนท่ี 6 เร่อื ง สารบรสิ ุทธ์ิ
สอนวนั ท่ี 24 มิถุนายน 2564

มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชวี้ ดั
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบตั ิของสสารกับ

โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิด
สารละลาย และการเกิดปฏิกิรยิ าเคมี

ตวั ชว้ี ดั
ม.1/1 อธิบายสมบัติทางกายภาพบางประการของธาตุโลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะ โดยใช้หลักฐานเชิง
ประจักษ์ที่ไดจ้ ากการสังเกตและการทดสอบ และใช้สารสนเทศที่ไดจ้ ากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งจัดกลุ่มธาตุเป็น
โลหะ อโลหะ และกงึ่ โลหะ
ม.1/2 วิเคราะหผ์ ลจากการใชธ้ าตโุ ลหะ อโลหะ ก่ึงโลหะ และธาตกุ มั มันตรังสี ทม่ี ตี อ่ สง่ิ มีชีวติ สงิ่ แวดล้อม
เศรษฐกิจและสงั คม จากขอ้ มลู ทีร่ วบรวมได้
ม.1/3 ตระหนักถึงคุณค่าของการใช้ธาตุโลหะ อโลหะ กึ่งโลหะ ธาตุกัมมันตรังสี โดยเสนอแนวทางการใช้
ธาตอุ ย่างปลอดภยั ค้มุ คา่
ม.1/7 อธิบายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างอะตอมธาตุ และสารประกอบ โดยใช้แบบจำลอง และ
สารสนเทศ
ม.1/8 อธบิ ายโครงสร้างอะตอมที่ประกอบด้วยโปรตอน นวิ ตรอน และอิเลก็ ตรอน โดยใชแ้ บบจำลอง

สาระสำคญั
สารท่อี ยู่รอบตัวลว้ นประกอบดว้ ยธาตุและสารประกอบ ธาตุ เป็นสารท่ีประกอบดว้ ยอะตอมเพยี งชนิด

เดยี ว เมื่อธาตุมากกวา่ 1 ชนดิ มารวมกนั ทางเคมีในอัตราส่วนโดยมวลคงท่ี จะได้สารประกอบท่ีมสี มบตั ิแตกตา่ ง
จากธาตุทเี่ ปน็ องค์ประกอบเดิม ธาตุและสารประกอบจึงจดั เป็นสารบริสทุ ธ์ิ

สาระการเรยี นรู้
- ธาตแุ ต่ละชนดิ มสี มบตั ิเฉพาะตวั และมสี มบัติทางกายภาพบางประการเหมือนกันและบางประการต่างกัน

ซึ่งสามารถนำมาจัดกล่มุ ธาตุเป็นโลหะ อโลหะ และก่ึงโลหะ ธาตุโลหะมจี ุดเดอื ด จดุ หลอมเหลวสงู มผี วิ มันวาว นำ
ความร้อน นำไฟฟา้ ดึงเป็นเส้น หรือตีเป็นแผน่ บาง ๆ ได้ และมคี วามหนาแน่นทัง้ สูงและต่ำ ธาตุอโลหะ มีจดุ เดือด
จุดหลอมเหลวต่ำ มีผิวไม่มันวาว ไมน่ ำความร้อน ไม่นำไฟฟ้า เปราะแตกหักงา่ ย และมีความหนาแนน่ ต่ำ ธาตุกึ่ง
โลหะ มสี มบัตบิ างประการเหมือนโลหะ และสมบัติ บางประการเหมือนอโลหะ

- ธาตุโลหะ อโลหะ และก่ึงโลหะ ทส่ี ามารถแผ่รงั สีได้ จดั เป็นธาตกุ ัมมันตรังสี
- ธาตมุ ีทัง้ ประโยชนแ์ ละโทษ การใชธ้ าตุโลหะ อโลหะ กง่ึ โลหะ ธาตกุ มั มนั ตรงั สี ควรคำนึงถึงผลกระทบ
ต่อสง่ิ มีชวี ิต สิง่ แวดลอ้ ม เศรษฐกจิ และสงั คม
- สารบรสิ ุทธแ์ิ บง่ ออกเป็นธาตุและสารประกอบธาตปุ ระกอบดว้ ยอนภุ าคทเี่ ลก็ ทีส่ ดุ ทยี่ งั แสดงสมบัตขิ อง
ธาตุนั้นเรียกวา่ อะตอม ธาตุแต่ละชนดิ ประกอบด้วยอะตอมเพียงชนดิ เดียวและไม่สามารถแยกสลายเป็นสารอน่ื ได้
ดว้ ยวธิ ีทางเคมี ธาตุเขยี นแทนดว้ ยสัญลักษณ์ธาตุ สารประกอบเกิดจากอะตอมของธาตุต้ังแต่ 2 ชนดิ ข้ึนไปรวมตัว
กนั ทางเคมใี นอตั ราสว่ นคงที่ มีสมบัติแตกตา่ งจากธาตุที่เป็นองค์ประกอบ สามารถแยกเปน็ ธาตุได้ดว้ ยวธิ ีทางเคมี
ธาตแุ ละสารประกอบสามารถเขยี นแทนได้ดว้ ยสูตรเคมี
- อะตอมประกอบด้วยโปรตอน นวิ ตรอน และอเิ ล็กตรอน โปรตอนมปี ระจุไฟฟ้าบวก ธาตุชนดิ เดยี วกันมี
จำนวนโปรตอนเทา่ กนั และเป็นคา่ เฉพาะของธาตุนัน้ นวิ ตรอนเปน็ กลางทางไฟฟ้า ส่วนอเิ ล็กตรอนมปี ระจุไฟฟา้ ลบ
เมอื่ อะตอมมจี ำนวนโปรตอนเทา่ กบั จำนวนอิเล็กตรอน จะเป็นกลาง ทางไฟฟา้ โปรตอนและนวิ ตรอนรวมกันตรง
กลางอะตอมเรียกว่า นิวเคลียส สว่ นอิเลก็ ตรอนเคลื่อนที่อยู่ในท่วี า่ งรอบนวิ เคลยี ส

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ด้านความรู้ (K)

นักเรียนสามารถเปรียบเทียบสมบัติทางกายภาพบางประการของธาตุโลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะ
รวมทง้ั จดั กลุ่มธาตุเป็นโลหะ อโลหะ และกงึ่ โลหะได้
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)

นกั เรยี นสามารถอธบิ ายสมบตั ิทางกายภาพบางประการของธาตุโลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะได้
ด้านคุณลกั ษณะ (A)

นกั เรยี นมีความรบั ผิดชอบในภาระงานทีค่ รูมอบหมาย และส่งงานได้ในเวลาที่กำหนด

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการคดิ

2. ความสามารถในการส่อื สาร
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา

คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. มวี นิ ัย
2. มีความสนใจใฝเ่ รยี นรู้
3. มงุ่ มน่ั ตัง้ ใจทำงานดว้ ยความเพยี รพยายาม

กระบวนการจดั การเรียนรู้
ขน้ั ท่ี 1 : ขนั้ สร้างความสนใจ (Engagement) (10 นาท)ี

1. ครูสนทนากับนักเรยี นในเรอ่ื งทัว่ ไป โดยครถู ามนักเรยี นวา่ “นกั เรียนตื่นกนั รึยัง คาบท่แี ล้วเรียนอะไร”
2. ครนู ำเขา้ สู่บทเรยี นโดยถามนักเรียนว่า “ธาตุในปัจจบุ นั มีมากว่า 117 ชนิด แลว้ ถามคำถามนักเรียนว่า
เราจะรูไ้ ด้อยา่ งไรว่า ธาตแุ ตล่ ะชนดิ คอื ธาตุใด” (แนวคำตอบ : ใช้สัญลักษณธ์ าตุเป็นตัวอักษรแทนชื่อธาตุ)
ขัน้ ที่ 2 : ข้ันสำรวจและค้นหา (Exploration) (70 นาท)ี
1. ครูให้ความรู้แก่นักเรียน เรื่อง “สารบริสุทธิ์” แก่นักเรียน โดยใช้สื่อ Power point และหนังสือวิชา
วิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1 (อจท.) หน้า 11-13
2. ครูใหน้ กั เรยี นทำกิจกรรม โดยมีขน้ั ตอนดงั ต่อไปน้ี

2.1 ครใู ห้นกั เรียนแบง่ กลุ่มออกเปน็ 4 กลุม่ กล่มุ ละ 4-5 คน โดยใหน้ ักเรยี นจับกลมุ่ กนั เอง
2.2 ครูอธิบายขั้นตอนการทำกิจกรรม โดยกิจกรรมมีชื่อว่า “ธาตุอะไรเอ่ย” ให้นักเรียนฟัง และให้แต่
ละกล่มุ สมุ่ เลอื กเซตบตั รคำหนา้ ช้ันเรียน
2.3 จากนั้นครูให้นักเรียนเริ่มทำกิจกรรม โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มยืนต่อแถวกัน คนแรกจะหันหน้า
เขา้ หาแถวกลุ่มของตนเอง ซ่ึงยนื ห่างประมาณ 1 เมตร
2.4 ครูให้บัตรคำกับนักเรยี นคนแรกถือไวเ้ หนือหัว ส่วนคนที่ 2 มีหน้าที่ใบ้ธาตุตามบัตรคำ สามารถใช้
ท่าทาง เสยี ง แต่หา้ มพูดชื่อธาตุน้นั เชน่ ธาตุสำคัญท่เี กย่ี วข้องกบั ระบบหายใจของมนุษย์ หรอื จะใบ้หายใจเข้าก็ได้
คำตอบคือออกซิเจน เป็นตน้
2.5 ครูและนักเรียนช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง โดยกลุ่มใดท่ีสามารถตอบได้ถูกต้องมากที่สุด
กำหนดเวลา 8 นาที จะได้รบั คะแนนเพมิ่ +1 คะแนน

ตารางธาตตุ ัวอย่างทม่ี สี ัญลกั ษณน์ ิวเคลยี ร์ เลขมวล เลขอะตอม
ข้ันท่ี 3 : อธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation) (5 นาท)ี

1. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั อภิปรายเนอ้ื หาจากกจิ กรรมเชื่อมโยงกับเน้ือหาในบทเรียน
2. ครสู รุปเนื้อหาสารบริสทุ ธ์ิให้นกั เรยี นฟัง
3. ครูเปดิ โอกาสให้นกั เรยี นได้ซักถามข้อสงสัย เพ่ือสะท้อนความคดิ ของนักเรียน
ข้ันท่ี 4 : ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration) (10 นาที)
1. ครูเปิดคลิปวีดีโอ เรื่อง “สมบัติของธาตุโลหะ ธาตุอโลหะ ธาตุกึ่งโลหะ และธาตุกัมมันตรังสี -
วทิ ยาศาสตร์ ม.2” ใหน้ กั เรียนดู

(ทม่ี า: https://www.youtube.com/watch?v=0n21XoPVgq4)
2. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายและสรปุ สมบตั ขิ องธาตุโลหะ ธาตุอโลหะ และธาตุกึ่งโลหะ
ขั้นที่ 5 : ขนั้ ประเมิน (Evaluation) (5 นาที)
ครูประเมินผลการเรียนรู้จากแบบฝึกหัด 1.3 ในสมุด, ประเมินการทำกิจกรรมกลุ่ม โดยใช้เกณฑ์การ
ประเมินจากแผนการเรยี นร้ทู ี่ 6

สื่ออุปกรณ์การเรียนรู้ และแหลง่ การเรียนรู้
1) สอื่ Power point เรอื่ ง “สารบริสทุ ธ์ิ”
2) หนงั สอื วชิ าวิทยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1 (อจท.) หนา้ 11-13
3) อุปกรณ์ตา่ ง ๆ ไดแ้ ก่ บตั รคำธาตตุ า่ ง ๆ

4) คลิปวดิ โี อ “สมบัติของธาตุโลหะ ธาตอุ โลหะ ธาตกุ ่งึ โลหะ และธาตุกัมมันตรงั สี - วิทยาศาสตร์ ม.2”
(ท่มี า: https://www.youtube.com/watch?v=0n21XoPVgq4)

การวดั และการประเมนิ วิธกี ารวัด เครอ่ื งมือวดั เกณฑใ์ ช้ประเมนิ
ประเดน็ การประเมิน

ด้านความรู้ (K)

นักเรียนสามารถเปรียบเทียบสมบัติ ตรวจจากแบบฝกึ หดั 1.3 แบบฝึกหดั 1.3 รอ้ ยละ 60
ทางกายภาพบางประการของธาตุโลหะ ผ่านเกณฑ์
อโลหะ และก่ึงโลหะรวมทงั้ จัดกลุ่มธาตุ
เป็นโลหะ อโลหะ และกึง่ โลหะได้

ด้านทกั ษะ (P)

นักเรียนสามารถอธิบายสมบัติทาง สังเกตพฤตกิ รรมการ แบบสงั เกตพฤติกรรมการ ระดบั คุณภาพ
กายภาพบางประการของธาตุโลหะ ทำงานกลมุ่ ทำงานกลมุ่ จากผสู้ อน พอใช้ ผา่ นเกณฑ์
อโลหะ และก่ึงโลหะได้

ด้านคณุ ลกั ษณะ (A)

นักเรียนมีความรับผิดชอบในภาระงาน 1. สังเกตพฤติกรรม 1. แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดับคุณภาพ
ที่ครูมอบหมาย และส่งงานได้ในเวลาท่ี รายบุคคล
กำหนด 2. สมุด รายบุคคล พอใช้ ผา่ นเกณฑ์

2. แบบบันทกึ การสง่ งาน

เกณฑ์การประเมินดา้ นความรู้ (K)

ประเดน็ การประเมนิ 3 ระดับคุณภาพ 0
21

นกั เรยี นสามารถ นักเรยี นสามารถ นักเรียนสามารถ นักเรียนสามารถ นักเรียนไมส่ ามารถ

เปรยี บเทยี บสมบตั ทิ าง เปรยี บเทยี บสมบตั ิ เปรียบเทียบสมบตั ิ เปรียบเทยี บสมบัติ เปรียบเทียบสมบัติ

กายภาพบางประการของ ทางกายภาพบาง ทางกายภาพบาง ทางกายภาพบาง ทางกายภาพบาง

ธาตุโลหะ อโลหะ และก่งึ ประการของธาตุโลหะ ประการของธาตุ ประการของธาตุ ประการของธาตุ

โลหะรวมทงั้ จดั กลมุ่ ธาตุ อโลหะ และกึ่งโลหะ โลหะ อโลหะ และก่งึ โลหะ อโลหะ และกง่ึ โลหะ อโลหะ และกงึ่

เป็นโลหะ อโลหะ และก่ึง รวมทัง้ จัดกลุม่ ธาตุ โลหะรวมท้งั จดั กลุ่ม โลหะรวมทง้ั จัดกล่มุ โลหะรวมทัง้ จดั กล่มุ

โลหะได้ เปน็ โลหะ อโลหะ และ ธาตเุ ป็นโลหะ อโลหะ ธาตเุ ป็นโลหะ อโลหะ ธาตเุ ป็นโลหะ อโลหะ

(3 คะแนน) กึ่งโลหะได้ใน และกึ่งโลหะได้ใน และก่งึ โลหะได้ใน และกง่ึ โลหะได้ ใน

แบบฝึกหดั 1.3 ได้ แบบฝึกหดั 1.3 ได้ แบบฝกึ หัด 1.3 ได้ แบบฝึกหัด 1.3 ได้

อยา่ งถูกต้อง (5-6 ข้อ) อยา่ งถูกต้อง (3-4 อย่างถูกต้อง (1-2 อยา่ งถูกต้อง (0 ข้อ)

ขอ้ ) ขอ้ )

คุณภาพคะแนน

คะแนน ระดับคุณภาพ

3 ดี

2 พอใช้

0 - 1 ปรบั ปรุง

เกณฑ์การประเมนิ ด้านทกั ษะ (P)

ประเดน็ การประเมิน ระดบั คุณภาพ

นกั เรียนสามารถอธิบาย 3 21 0
สมบัตทิ างกายภาพบาง ไดค้ ะแนนจากแบบ
ประการของธาตุโลหะ ประเมนิ การทำ ได้คะแนนจาก ไดค้ ะแนนจากแบบ ได้คะแนนจากแบบ
อโลหะ และก่ึงโลหะได้ กจิ กรรมกลุ่ม
(3 คะแนน) 10 – 15 คะแนน แบบประเมินการ ประเมนิ การทำ ประเมินการทำ

ทำกจิ กรรมกล่มุ กจิ กรรมกลมุ่ กจิ กรรมกลุม่

5 – 9 คะแนน 1 – 4 คะแนน 0 คะแนน

คณุ ภาพคะแนน

คะแนน ระดับคุณภาพ
3 ดี
2
พอใช้
0-1 ปรับปรุง

เกณฑ์การประเมนิ ด้านความรู้ (A)

ประเดน็ การประเมิน ระดับคณุ ภาพ

3 210

นักเรยี นมคี วาม ส่งงานตรงตามท่ี ส่งงานชา้ กว่ากำหนด สง่ งานชา้ กวา่ กำหนด ส่งงานชา้ กวา่ กำหนด

รับผดิ ชอบในภาระงาน กำหนด (อาทติ ย์ 1-2 วนั 3 วนั มากกว่า 3 วันหรือไม่

ท่คี รมู อบหมาย และสง่ ถัดไป) ส่ง

งานได้ในเวลาท่ีกำหนด

(3 คะแนน)

คุณภาพคะแนน

คะแนน ระดับคุณภาพ

3 ดี
2 พอใช้
0 - 1 ปรับปรงุ

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 6

เร่ือง สารบริสทุ ธิ์ ชนั้ ม.1/2 .

จำนวนนกั เรียนท่ีมาเรยี น.............................คน
จำนวนนักเรียนท่ีไม่มาเรียน.........................คน
1. ผลการสอน

1.1 ผลการจดั การเรยี นรใู้ นห้อง
นกั เรยี นร้อยละ............จากคนท่ีมาเรยี นท้งั หมด ใหค้ วามร่วมมอื ในการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอน โดยสามารถ
.............................................................ได้

1.2 ผลการประเมนิ ตามแบบประเมิน
-นักเรยี นจำนวน......... คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ............ มผี ลการประเมนิ ดา้ น K ในระดับ …….......
-นกั เรียนจำนวน......... คน คดิ เปน็ ร้อยละ............. มผี ลการประเมนิ ดา้ น P ในระดบั ……......
-นักเรยี นจำนวน..........คน คดิ เปน็ ร้อยละ.............. มผี ลการประเมนิ ดา้ น A ในระดับ …….....

12.2 ปญั หาทีพ่ บจากการสอนในคาบเรียน
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
12.3 การแก้ไขปัญหาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .......................................................
...................................................................... .................................................................................................. ............
12.4 ผลการแก้ไข
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
12.5 ข้อเสนอแนะในการสอนครง้ั ถดั ไป
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................

ลงช่อื .....................................................................
(นางสาวนสุ รินทร์ อน่ิ คำ) .

นักศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์วชิ าชีพครู

ความคดิ เห็นของผูพ้ ่เี ลย้ี ง

ได้ทำการตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (ว21101)
และมคี วามคิดเหน็ ดังน้ี

1. เปน็ หนว่ ย/แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ ดมี าก ดี พอใช้
2. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ ได้นำเอาทักษะกระบวนการเรยี นรู้

ท่เี นน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญใชใ้ นการสอนอย่างเหมาะสม
ทย่ี งั ไม่เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคญั ควรปรบั ปรงุ พัฒนาต่อไป
3. เปน็ หน่วย/แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี นำไปใช้ในการสอนได้จริง

ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปสอน
………………………………………………………………………………………………………………………………….………….…………….……
….……………………………………………………………………………………………………………………….………….………………...........
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

ลงช่อื .........................................................

(นางพชั รา ภริ ะกันทา) .

ครูพ่เี ล้ยี ง .

................../................./..................

แบบประเมินผลการเรยี นร้ขู องนักเรียนชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 1/2
วชิ าวิทยาศาสตร์พ้นื ฐาน เร่อื ง สารบรสิ ุทธิ์

ลำดับ ชอ่ื -สกุล ความรู้ ทกั ษะ คุณลักษณะ รวม ผลการประเมนิ
33 3 9 ผา่ น ไมผ่ า่ น
1 เด็กหญิงลกั ขณา ทาเกิด
2 เดก็ ชายเทพพทิ ักษ์ โสภณ
3 เด็กหญิงณชิ ากร บัวสวุ รรณ
4 เดก็ ชายฉัตรเมธี โสภาวนั
5 เดก็ หญงิ วณิ ีนุช มาลัยจรูญ
6 เด็กชายบุญมี ทรงชัยเจรญิ
7 เดก็ ชายพิชัยยุทธ โชคขจรไพศาล
8 เดก็ ชายภูบดนิ ทร์ ป่นิ หย่า
9 เดก็ ชายวิทวสั ชยั ศรี
10 เด็กชายนิมิต อุดมไพศาลศกั ดิ์
11 เด็กหญิงพมิ พ์มาดา สุริยะ
12 เด็กหญงิ ชลธชิ า ครี ีมาลยั
13 เดก็ หญงิ มาลี แซล่ ี
14 เด็กหญงิ ขวญั ชนก ววิ ฒั น์พรไชย
15 เด็กชายณฐวชั ร แซห่ าง
16 เดก็ ชายกฤษณกันณฑ์ จันทรอ์ นิ ทร์
17 เด็กชายณัฐภทั ร พิชชาพงศ์
18 เด็กหญิงศุภกานต์ ดำรงพรกุล
19 เด็กหญงิ กมลชนก จะหย่อ

**หมายเหตุ ผ่านเกณฑ์คะแนนรวมไมต่ ำ่ กว่า 5 คะแนน
ผ่าน……………………..คน
ไม่ผ่าน………………….คน

คะแนนทีไ่ ด้

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม

ช่ือกลุ่ม……………………………………………….....
สมาชิกในกลุ่ม 1. ……………………………………………………………………………………………………….

2. ……………………………………………………………………………………………………….
3. ……………………………………………………………………………………………………….
4. ……………………………………………………………………………………………………….
5. ……………………………………………………………………………………………………….

คำชี้แจง : ให้ผูส้ อน สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลา แล้วขีด / ลงในชอ่ งท่ีตรงกับ

ระดบั คะแนน

พฤติกรรมทส่ี ังเกต ระดับคณุ ภาพคะแนน
3 21

1. เร่มิ ต้นงานทไี่ ดร้ ับมอบหมายทันที

2. ทำกจิ กรรมด้วยความสนุกสนานและเต็มใจ

3. มีส่วนรว่ มในการทำกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ

4. มีเน้ือหาครบถว้ นสมบรู ณ์ และมคี วามถูกตอ้ ง

5. ใช้เวลาในการทำงานตามเวลาทีก่ ำหนด

รวม

ลงช่ือ……………………………………………(ผ้สู อน)

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
พฤติกรรมท่ีทำอย่างสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมทีท่ ำบอ่ ยครง้ั ให้ 1 คะแนน
พฤติกรรมท่ีทำบางคร้ัง
ดี
คุณภาพคะแนน = ปานกลาง
10 - 15 คะแนน = พอใช้
5 - 9 คะแนน =
1 - 4 คะแนน

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 1
เวลาท้งั หมด 26 ช่ัวโมง
รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ เวลา 1 คาบ
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เรื่อง สารรอบตัว ผู้สอน นางสาวนสุ รนิ ทร์ อ่นิ คำ
แผนที่ 7 เรอ่ื ง ธาตุกัมมันตรงั สี
สอนวนั ท่ี 28 มถิ นุ ายน 2564

มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชีว้ ดั
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกบั

โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิด
สารละลาย และการเกดิ ปฏิกริ ิยาเคมี

ตวั ชีว้ ัด
ม.1/2 วเิ คราะห์ผลจากการใชธ้ าตุโลหะ อโลหะ กึ่งโลหะ และธาตกุ ัมมันตรงั สี ทมี่ ตี ่อสงิ่ มีชวี ิต สิง่ แวดล้อม
เศรษฐกิจและสงั คม จากขอ้ มลู ที่รวบรวมได้
ม.1/3 ตระหนักถึงคุณค่าของการใช้ธาตุโลหะ อโลหะ กึ่งโลหะ ธาตุกัมมันตรังสี โดยเสนอแนวทางการใช้
ธาตอุ ยา่ งปลอดภยั คมุ้ ค่า

สาระสำคัญ
ธาตุบางชนิดที่มีเลขอะตอมสูงกวา่ 83 สามารถแผ่รังสีได้อยา่ งต่อเนื่อง เรียกว่า ธาตุกัมมันตรังสี เกิดจาก

นิวเคลียสในอะตอมของธาตไุ ม่เสถียร จึงสลายตวั แล้วเปล่ียนไปเป็นธาตทุ ี่มีความเสถียรมากขึ้น และปล่อยอนุภาค
ภายในนิวเคลียสออกมาในรูปของสี ซึ่งรังสีที่แผ่ออกมา เรียกว่า กัมมันตภาพรังสี ซึ่งมี 3 ประเภท ได้แก่ อนุภาค
แอลฟา อนภุ าคบีตา และรังสแี กมมา ซงึ่ ก่อให้เกดิ ประโยชนแ์ ละโทษตอ่ สงิ่ มชี ีวติ

สาระการเรยี นรู้
- ธาตุโลหะ อโลหะ และกึง่ โลหะ ทีส่ ามารถแผ่รังสีได้ จดั เปน็ ธาตุกมั มนั ตรังสี
- ธาตุมที ง้ั ประโยชน์และโทษ การใชธ้ าตโุ ลหะ อโลหะ กง่ึ โลหะ ธาตุกัมมันตรังสี ควรคำนงึ ถงึ ผลกระทบต่อ

สิง่ มีชวี ติ ส่งิ แวดล้อม เศรษฐกจิ และสงั คม

จุดประสงค์การเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K)

นักเรียนสามารถอธบิ ายลกั ษณะของธาตกุ ัมมันตรังสไี ด้
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)

นักเรียนสามารถสบื คน้ ข้อมลู และอธิบายเก่ยี วกบั แบบจำลองนวิ เคลียสของธาตุกัมมนั ตรังสไี ด้
ด้านคณุ ลกั ษณะ (A)

นักเรียนมคี วามรบั ผดิ ชอบในภาระงานท่คี รูมอบหมาย และสง่ งานได้ในเวลาทก่ี ำหนด

สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการคดิ
2. ความสามารถในการส่อื สาร
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา

คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มวี นิ ัย
2. มคี วามสนใจใฝ่เรียนรู้
3. มุ่งมัน่ ต้งั ใจทำงานด้วยความเพียรพยายาม

กระบวนการจัดการเรียนรู้
ขน้ั ท่ี 1 : ขนั้ สร้างความสนใจ (Engagement) (10 นาท)ี

1. ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนเกี่ยวกับเรื่อง “ธาตุกัมมันตรังสี โดยเปิดวีดีทัศน์ เรื่อง ผลกระทบ
นวิ เคลียร์ฟุกชุ ิมะ” ใหน้ กั เรยี นดู (ที่มา: https://www.youtube.com/watch?v=TIHc2v-zoec)

จากนั้นครูต้ังคำถามจากวดี ที ัศน์ ดังน้ี
- ครถู ามนักเรยี นว่า จากข่าวผลกระทบนวิ เคลียรฟ์ กุ ชุ ิมะเกิดการรัว่ ไหลของสารใด
(แนวคำตอบ สารกัมมนั ตรังส)ี
- ครูถามนกั เรยี นวา่ สารกัมมันตรงั สีส่งผลกระทบต่อส่งิ มีชีวติ อย่างไร
(แนวคำตอบ พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน ตัวอย่างเช่น
ทำใหเ้ กดิ การกลายพันธุ์ เปน็ ตน้ )

2. ครูถามนักเรียนว่า นักเรียนคิดว่า ธาตุที่เป็นองค์ประกอบของสารกัมมันตรังสีมีลักษณะอย่างไร จึงทำ
ให้เกิดผลกระทบต่าง ๆ ต่อสิ่งมีชีวิต (แนวคำตอบ พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของ
ครผู ูส้ อน ตวั อยา่ งเชน่ ธาตอุ าจมีการแผก่ ระจายของรงั สี เป็นตน้ )
ข้ันท่ี 2 : ขั้นสำรวจและคน้ หา (Exploration) (25 นาท)ี

1. ครูให้ความรู้แก่นักเรียน เรื่อง “ธาตุกัมมันตรังสี” แก่นักเรียน โดยใช้สื่อ Power point และหนังสือ
วิชาวทิ ยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1 (อจท.) หน้า 15-17

2. ครใู ห้นักเรยี นทำกิจกรรม โดยมขี น้ั ตอนดงั ต่อไปน้ี
2.1 ครูจัดเตรยี มชุดแบบจำลองนวิ เคลยี สของอะตอม 3 นิวเคลียส ไดแ้ ก่
1) นิวเคลียสขนาดใหญ่ท่มี ีจำนวนโปรตอนเทา่ กับอิเล็กตรอน ครจู ัดเตรียมโดยปั้นดนิ นำ้ มนั สเี ขยี ว

เป็นก้อนกลม 6 ลูก แต่ละลูกแทนเป็นโปรตอน 1 อนุภาค และปั้นดินน้ำมันสีส้ม 6 ลูก แต่ละลูกแทนเป็น
นวิ ตรอน 1 อนุภาค จากนัน้ นำกอ้ นดนิ น้ำมันมาตดิ กนั (อย่าติดแนน่ กันจนเกินไป)

2) นิวเคลียสทีม่ ีจำนวนโปรตอนมากกวา่ นวิ ตรอน โดยครูปั้นดินน้ำมันสีเขียวเปน็ ก้อนกลม 3 ลูก
และป้ันดนิ นำ้ มนั สสี ้ม 2 ลูก จากน้นั นำก้อนดนิ น้ำมันมาติดกัน (อย่าตดิ แนน่ กนั จนเกนิ ไป)

3) นิวเคลียสทีม่ ีจำนวนนิวตรอนมากกว่าโปรตอน โดยครูปั้นดินน้ำมันสีเขียวเป็นก้อนกลม 2 ลูก
และปนั้ ดินนำ้ มนั สสี ้ม 3 ลูก จากน้นั นำก้อนดนิ น้ำมันมาติดกนั (อย่าติดแนน่ กนั จนเกินไป)

4) นิวเคลียสขนาดปานกลางที่ได้รับพลังงานกระตุ้น โดยครูปั้นดินน้ำมันสีเขียวเป็นก้อนกลม 2
ลูก และปั้นดินน้ำมันสีส้ม 3 ลูก จากนั้นนำก้อนดินน้ำมันมาติดกัน (อย่าติดแน่นกันจนเกินไป) แล้ววางบนเครื่อง
เขย่าสารโดยใช้ความเรว็ ในการเขย่านอ้ ยทสี่ ุด

3. ครูนำเสนอนิวเคลยี สของธาตุกัมมันตรงั สใี ห้นกั เรียนดู แล้วดึงก้อนดินน้ำมนั สเี ขียวและสีเหลืองสี สีละ
2 ก้อนออกจากแบบจำลองนิวเคลียสขนาดใหญ่ จากนั้นครูตั้งคำถามนักเรียนว่า “นิวเคลียสที่ครูเตรียมทั้ง 4
นวิ เคลียส ซ่ึงเปน็ นิวเคลียสของธาตุกัมมนั ตรังสี จะมีการแผร่ ังสชี นดิ ใดออกมา เพราะเหตใุ ดจึงคิดเช่นน้ัน”

4. ครูให้นักเรียนแบง่ กลมุ่ ๆ ละ 5 คน ออกมารับใบงานท่ี 1.4 เร่ือง ธาตุกัมมันตรงั สี จากน้ันครูให้นกั เรยี น
ศึกษาคำชี้แจงในใบงาน สืบค้นเกี่ยวกับธาตุกัมมันตรังสีในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1 หน้าที่ 15 แล้ว
ตอบคำถามในใบงานที่ 1.4 เร่อื ง ธาตกุ ัมมันตรงั สี ตอนท่ี 1
ขัน้ ที่ 3 : อธบิ ายและลงขอ้ สรุป (Explanation) (5 นาที)

1. ครใู ห้ตวั แทนนกั เรยี นแต่ละกล่มุ ออกมานำเสนอคำตอบในใบงานท่ี 1.4 เรือ่ ง ธาตุกัมมันตรังสี ตอนที่ 1
หน้าชั้นเรียน จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องและความละเอียดของข้อมูลที่แต่ละกลุ่ม
นำเสนอหนา้ ชนั้ เรียน

2. ครูและนักเรยี นร่วมกันอภิปรายและหาขอ้ สรุปจากการปฏบิ ัติกจิ กรรม โดยใช้แนวคำถามต่อไปนี้
- ธาตุกัมมันตรงั สี คืออะไร
(แนวคำตอบ ธาตกุ ัมมันตรังสี คือ ธาตุท่มี เี ลขอะตอมสูงกวา่ 83 ซึ่งสามารถแผร่ ังสีได้อย่างต่อเน่ือง
เนื่องจากนิวเคลียสภายในอะตอมของธาตุไม่เสถียร จึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นธาตุที่มีความ
เสถียรมากขึ้นโดยการสลายตวั แล้วปลอ่ ยอนภุ าคภายในนิวเคลยี ส)
- กมั มันตภาพรังสมี กี ่ปี ระเภท อะไรบา้ ง
(แนวคำตอบ มี 3 ประเภท ได้แก่ อนภุ าคแอลฟา อนุภาคบีตา และรังสแี กมมา)
- อนภุ าคแตล่ ะประเภทเกิดขึ้นได้อยา่ งไร และมลี ักษณะอย่างไร
(แนวคำตอบ อนุภาคแอลฟา เกิดจากนิวเคลียสไม่เสถียร แล้วปล่อยอนุภาคที่มีโปรตอนและ
นิวตรอนออกมาอย่างละ 2 อนุภาค อนุภาคบีตาเกิดจากนิวเคลียสมีจำนวนอนุภาคโปรตอนและ
อนุภาคนิวตรอนแตกต่างกัน ทำให้มีการสลายอนุภาคโปรตอนหรือนิวตรอนส่วนเกินแล้วแผ่รังสี
บีตาออกมา รังสีแกมมาเกิดจากนิวเคลียสได้รับพลังงานกระตุ้นสูงทำให้ปลอดปล่อยพลังงาน
ออกมาในรปู ของคลน่ื แม่เหล็กไฟฟ้า)
- ความสามารถในการทะลุทะลวงของรังสแี ต่ละประเภทเปน็ อยา่ งไร
(แนวคำตอบ อนุภาคแอลฟามีอำนาจทะลุทะลวงต่ำ ไม่สามารถทะลุผ่านแผ่นกระดาษบาง ๆ ได้
อนภุ าคบตี าสามารถทะลุผา่ นแผ่นกระดาษบาง ๆ ได้ แตไ่ มส่ ามารถทะลุผ่านแผนอะลูมเิ นียมหนา 2
มิลลิเมตรได้ รังสีแกมมาสามารถทะลุทะลวงผ่านแผ่นกระดาษและแผ่นอะลูมิเนียมหนา 2
มิลลิเมตรได้ แตไ่ มส่ ามารถทะลุผา่ นแทง่ ตะก่วั หนา 10 เซนติเมตรได้)

3. ครูเปดิ โอกาสให้นักเรียนไดซ้ ักถามข้อสงสยั เพื่อสะทอ้ นความคิดของนักเรียน

ขัน้ ท่ี 4 : ข้ันขยายความรู้ (Elaboration) (5 นาที)
1. ครเู ปิดคลิปวดี ีโอ เรือ่ ง “ประโยชนแ์ ละโทษของธาตกุ ัมมนั ตรังสี” ใหน้ ักเรียนดู
(ท่มี า: https://www.youtube.com/watch?v=D8t7L3EKbgs)
2. ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั อภิปรายและสรปุ ประโยชนแ์ ละโทษของธาตุกัมมนั ตรงั สี

ข้ันท่ี 5 : ขนั้ ประเมนิ (Evaluation) (5 นาท)ี
ครูประเมินผลการเรียนรู้จากใบงานท่ี 1.4 ตอนที่ 1, ประเมินการทำกิจกรรมกลุ่ม โดยใช้เกณฑ์การ

ประเมนิ จากแผนการเรยี นรทู้ ่ี 7

สือ่ อุปกรณ์การเรยี นรู้ และแหล่งการเรียนรู้
1) สอ่ื Power point เรอื่ ง “ธาตกุ ัมมนั ตรงั สี”
2) หนังสอื วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1 (อจท.) หน้า 11-13
3) อปุ กรณ์ตา่ ง ๆ ได้แก่ ดนิ น้ำมัน
4) คลิปวิดีโอ “ธาตุกัมมนั ตรังสี โดยเปิดวดี ีทศั น์ เร่ือง ผลกระทบนิวเคลียรฟ์ ุกชุ มิ ะ”
(ทีม่ า: https://www.youtube.com/watch?v=TIHc2v-zoec)
5) คลิปวีดโี อ เรื่อง “ประโยชน์และโทษของธาตกุ ัมมนั ตรังสี”
(ท่ีมา: https://www.youtube.com/watch?v=D8t7L3EKbgs)
6) ใบงานที่ 1.4 เรอ่ื ง ธาตกุ มั มนั ตรงั สี

การวัดและการประเมนิ วธิ ีการวัด เครื่องมอื วดั เกณฑใ์ ช้ประเมนิ
ประเดน็ การประเมนิ

ด้านความรู้ (K)

นักเรียนสามารถอธิบายลักษณะของ ตรวจจากใบงานท่ี 1.4 ใบงานที่ 1.4 ตอนท่ี 1 ร้อยละ 60
ธาตกุ มั มนั ตรงั สีได้ ผา่ นเกณฑ์

ดา้ นทักษะ (P)

นักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูล และ สงั เกตพฤตกิ รรมการ แบบสงั เกตพฤติกรรมการ ระดับคุณภาพ
อธิบายเกี่ยวกับแบบจำลองนิวเคลียส ทำงานกลุ่ม ทำงานกล่มุ จากผสู้ อน พอใช้ ผา่ นเกณฑ์
ของธาตกุ ัมมนั ตรังสีได้

ด้านคณุ ลักษณะ (A) 1. แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ

นักเรียนมีความรับผิดชอบในภาระงาน 1. สังเกตพฤติกรรม รายบคุ คล พอใช้ ผา่ นเกณฑ์
ที่ครูมอบหมาย และส่งงานได้ในเวลาท่ี รายบุคคล
กำหนด 2. ใบงานที่ 1.4 2. แบบบนั ทึกการสง่ งาน

เกณฑ์การประเมินด้านความรู้ (K)

ประเดน็ การประเมิน 3 ระดับคณุ ภาพ 0
21

นักเรยี นสามารถอธบิ าย นักเรียนสามารถอธิบาย นักเรยี นสามารถ นักเรียนสามารถ นักเรยี นไมส่ ามารถ

ลักษณะของธาตุ ลกั ษณะของธาตุ อธิบายลักษณะของ อธิบายลกั ษณะของธาตุ อธิบายลกั ษณะของ

กัมมนั ตรังสีได้ กัมมันตรงั สีได้ ในใบงาน ธาตุกมั มันตรังสีได้ ใน กมั มนั ตรังสีได้ ในใบ ธาตกุ ัมมันตรงั สีได้

(3 คะแนน) ท่ี 1.4 ตอนท่ี 1 ไดอ้ ย่าง ใบงานที่ 1.4 ตอนที่ 1 งานท่ี 1.4 ตอนท่ี 1 ได้ ในใบงานที่ 1.4 ตอน

ถกู ต้อง (9-12 ข้อ) ได้อย่างถกู ตอ้ ง (5-8 อย่างถูกต้อง (1-4 ข้อ) ที่ 1 ได้อย่างถูกต้อง

ขอ้ ) (0 ข้อ)

คุณภาพคะแนน

คะแนน ระดับคุณภาพ

3 ดี

2 พอใช้

0 - 1 ปรบั ปรงุ

เกณฑ์การประเมินดา้ นทักษะ (P)

ประเดน็ การประเมนิ ระดับคณุ ภาพ

นกั เรียนสามารถสืบคน้ 3 21 0
ขอ้ มลู และอธิบาย ได้คะแนนจากแบบ
เกี่ยวกับแบบจำลอง ประเมินการทำ ได้คะแนนจาก ได้คะแนนจากแบบ ได้คะแนนจากแบบ
นิวเคลยี สของธาตุ กิจกรรมกลุ่ม
กมั มนั ตรังสีได้ 10 – 15 คะแนน แบบประเมนิ การ ประเมนิ การทำ ประเมนิ การทำ
(3 คะแนน)
ทำกิจกรรมกลมุ่ กจิ กรรมกลมุ่ กจิ กรรมกลุ่ม

5 – 9 คะแนน 1 – 4 คะแนน 0 คะแนน

คุณภาพคะแนน

คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
3 ดี
2
พอใช้
0-1 ปรบั ปรุง

เกณฑ์การประเมินด้านความรู้ (A)

ประเดน็ การประเมิน ระดบั คุณภาพ

3 210

นกั เรยี นมีความ ส่งงานตรงตามที่ ส่งงานช้ากวา่ กำหนด ส่งงานช้ากวา่ กำหนด ส่งงานช้ากวา่ กำหนด

รับผดิ ชอบในภาระงาน กำหนด (อาทิตย์ 1-2 วัน 3 วัน มากกว่า 3 วนั หรือไม่

ทีค่ รมู อบหมาย และสง่ ถัดไป) สง่

งานได้ในเวลาท่ีกำหนด

(3 คะแนน)

คุณภาพคะแนน

คะแนน ระดับคณุ ภาพ

3 ดี

2 พอใช้

0 - 1 ปรับปรุง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7

เร่อื ง ธาตุกมั มันตรงั สี ชัน้ ม.1/2 .

จำนวนนักเรียนท่มี าเรยี น.............................คน
จำนวนนกั เรยี นท่ไี ม่มาเรยี น.........................คน
1. ผลการสอน

1.1 ผลการจัดการเรยี นรู้ในห้อง
นักเรยี นร้อยละ............จากคนทม่ี าเรยี นทัง้ หมด ใหค้ วามร่วมมอื ในการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน โดยสามารถ
.............................................................ได้

1.2 ผลการประเมนิ ตามแบบประเมิน
-นกั เรียนจำนวน......... คน คดิ เป็นร้อยละ............ มีผลการประเมนิ ด้าน K ในระดบั …….......
-นกั เรียนจำนวน......... คน คดิ เป็นรอ้ ยละ............. มผี ลการประเมินด้าน P ในระดับ ……......
-นักเรยี นจำนวน..........คน คิดเป็นร้อยละ.............. มีผลการประเมินดา้ น A ในระดับ …….....

12.2 ปญั หาที่พบจากการสอนในคาบเรยี น
............................................................................................................................. .......................................................
........................................................................................................................................................................ ............
12.3 การแก้ไขปัญหาและอุปสรรค
........................................................................................... .........................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
12.4 ผลการแก้ไข
............................................................................................................................. .......................................................
........................................................................................................................................................................ ............
12.5 ขอ้ เสนอแนะในการสอนครัง้ ถดั ไป
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................

ลงชอ่ื .....................................................................
(นางสาวนุสรนิ ทร์ อน่ิ คำ) .

นกั ศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู

ความคดิ เห็นของผูพ้ ่เี ลย้ี ง

ได้ทำการตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (ว21101)
และมคี วามคิดเหน็ ดังน้ี

1. เปน็ หนว่ ย/แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ ดมี าก ดี พอใช้
2. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ ได้นำเอาทักษะกระบวนการเรยี นรู้

ท่เี นน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญใชใ้ นการสอนอย่างเหมาะสม
ทย่ี งั ไม่เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคญั ควรปรบั ปรงุ พัฒนาต่อไป
3. เปน็ หน่วย/แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี นำไปใช้ในการสอนได้จริง

ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปสอน
………………………………………………………………………………………………………………………………….………….…………….……
….……………………………………………………………………………………………………………………….………….………………...........
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

ลงช่อื .........................................................

(นางพชั รา ภริ ะกันทา) .

ครูพ่เี ล้ยี ง .

................../................./..................

แบบประเมินผลการเรยี นรู้ของนกั เรียนช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1/2
วิชาวิทยาศาสตร์พน้ื ฐาน เร่อื ง ธาตกุ มั มนั ตรงั สี

ลำดบั ชือ่ -สกุล ความรู้ ทักษะ คณุ ลักษณะ รวม ผลการประเมิน
33 3 9 ผา่ น ไมผ่ า่ น
1 เดก็ หญิงลกั ขณา ทาเกดิ
2 เด็กชายเทพพิทักษ์ โสภณ
3 เดก็ หญิงณชิ ากร บวั สวุ รรณ
4 เด็กชายฉตั รเมธี โสภาวัน
5 เดก็ หญงิ วิณนี ุช มาลยั จรูญ
6 เด็กชายบญุ มี ทรงชยั เจรญิ
7 เด็กชายพชิ ัยยุทธ โชคขจรไพศาล
8 เดก็ ชายภูบดนิ ทร์ ป่ินหยา่
9 เด็กชายวิทวสั ชยั ศรี
10 เด็กชายนมิ ิต อดุ มไพศาลศกั ดิ์
11 เดก็ หญงิ พมิ พ์มาดา สรุ ิยะ
12 เด็กหญิงชลธชิ า ครี มี าลยั
13 เด็กหญิงมาลี แซ่ลี
14 เด็กหญงิ ขวญั ชนก ววิ ัฒน์พรไชย
15 เดก็ ชายณฐวชั ร แซห่ าง
16 เดก็ ชายกฤษณกนั ณฑ์ จันทรอ์ นิ ทร์
17 เด็กชายณัฐภัทร พชิ ชาพงศ์
18 เด็กหญงิ ศภุ กานต์ ดำรงพรกุล
19 เด็กหญงิ กมลชนก จะหย่อ

**หมายเหตุ ผา่ นเกณฑ์คะแนนรวมไม่ตำ่ กว่า 5 คะแนน
ผา่ น……………………..คน
ไม่ผา่ น………………….คน

คะแนนทีไ่ ด้

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม

ช่ือกลุ่ม……………………………………………….....
สมาชิกในกลุ่ม 1. ……………………………………………………………………………………………………….

2. ……………………………………………………………………………………………………….
3. ……………………………………………………………………………………………………….
4. ……………………………………………………………………………………………………….
5. ……………………………………………………………………………………………………….

คำชี้แจง : ให้ผูส้ อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลา แล้วขดี / ลงในช่องท่ีตรงกับ

ระดบั คะแนน

พฤติกรรมท่สี ังเกต ระดบั คณุ ภาพคะแนน
3 21

1. เร่มิ ต้นงานทไี่ ดร้ ับมอบหมายทนั ที

2. ทำกจิ กรรมด้วยความสนกุ สนานและเตม็ ใจ

3. มีส่วนรว่ มในการทำกจิ กรรมอยา่ งสม่ำเสมอ

4. มีเน้ือหาครบถว้ นสมบรู ณ์ และมคี วามถกู ต้อง

5. ใช้เวลาในการทำงานตามเวลาท่กี ำหนด

รวม

ลงชอ่ื ……………………………………………(ผ้สู อน)

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
พฤติกรรมทที่ ำอยา่ งสมำ่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมทท่ี ำบอ่ ยครัง้ ให้ 1 คะแนน
พฤติกรรมทีท่ ำบางคร้ัง
ดี
คุณภาพคะแนน = ปานกลาง
10 - 15 คะแนน = พอใช้
5 - 9 คะแนน =
1 - 4 คะแนน

ใบงานท่ี 1.4 วิชาวิทยาศาสตร์ ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 1 คะแนนท่ไี ด้

หนว่ ยที่ 1 สารรอบตัว ใบงานท่ี 4 เร่ือง ธาตกุ ัมมันตรังสี

ตอนที่ 1 : ใหน้ กั เรียนแต่ละกลมุ่ ศกึ ษาเกยี่ วกับเรอ่ื ง ธาตุกมั มันตรังสี แล้วตอบคำถามเกย่ี วกับแบบจำลองนิวเคลยี สของ

ธาตุกมั มนั ตรังสีทคี่ รนู ำเสนอ

นวิ เคลยี สของ กัมมนั ตภาพรังสี ประจ/ุ การเบี่ยงเบนของ เหตผุ ล (ที่สนบั สนนุ ว่า

ธาตกุ มั มนั ตรงั สี ท่แี ผอ่ อกมา กมั มนั ตภาพรังสใี นสนามไฟฟ้า นวิ เคลยี สแผร่ ังสชี นิดนั้น ๆ )

1. อนภุ าคแอลฟา ประจุบวก/เบีย่ งเบนเข้าหาขั้ว นิวเคลียสมขี นาดใหญ่มาก และ

ลบ ปลอ่ ยอนภุ าคโปรตอนและ

นิวตรอนออกมาอยา่ งละ 2

อนภุ าค

2. อนภุ าคเบตาบวก ประจบุ วก/เบย่ี งเบนเขา้ หาขัว้ นวิ เคลยี สมีอนภุ าคโปรตอนมาา

หรือโพสิตรอน ลบ นิวตรอน

3. อนุภาคเบตาลบ ประจลุ บ/เบีย่ งเบนเข้าหา นิวเคลียสมีอนภุ าคนวิ ตรอน

หรอื อเิ ล็กตรอน ขว้ั บวก มากกวา่ โปรตอน

4. รงั สีแกรมมา ไมม่ ปี ระจ/ุ ไม่เบย่ี งเบน นิวเคลียสไดร้ บั พลังงานจึงทำ

ใหไ้ มเ่ สถยี ร

คำถามหลังกิจกรรม
1. ธาตุกัมมันตรงั สี คืออะไร
............................................................................................................................. .................................................
2. แบบจำลองนิวเคลียสที่ 2 และ 3 จะมีการเปลย่ี นแปลงอยา่ งไรเม่อื แผร่ ังสแี ลว้
.................................................................................................................................. ............................................
3. แบบจำลองนิวเคลยี สที่ 4 จะมีการเปลี่ยนแปลงเลขมวลและเลขอะตอมหรือไม่หลงั จากมีการแผ่รังสีแล้ว
............................................................................................................................. .................................................
4. กัมมันตภาพรงั สีแตล่ ะประเภทมคี วามสามารถในการทะลทุ ะลวงเป็นอย่างไร
.................................................................................................................................... ..........................................

ตอนท่ี 2 : ให้นักเรยี นแต่ละกลุ่มศกึ ษาเกี่ยวกับประโยชนข์ องธาตุกัมมนั ตรังสี แล้วตอบคำถามลงในใบงาน

การใช้ประโยชน์ดา้ นอุตสาหกรรม ประโยชน์
ช่ือธาตกุ ัมมนั ตรังสี/กัมมนั ตภาพรงั สี

การใช้ประโยชน์ด้านการแพทย์ ประโยชน์
ชือ่ ธาตุกัมมันตรงั สี/กัมมันตภาพรงั สี

การใช้ประโยชนด์ ้านการเกษตร ประโยชน์
ชอื่ ธาตกุ มั มนั ตรงั ส/ี กัมมนั ตภาพรงั สี

การใชป้ ระโยชนด์ า้ นธรณีวทิ ยา ประโยชน์
ชื่อธาตุกมั มันตรงั สี/กัมมนั ตภาพรังสี

ชื่อ ……………………………………………………………………………… ช้นั /หอ้ ง ………………………. เลขที่ ……………….

ใบงานที่ 1.4 วิชาวทิ ยาศาสตร์ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 เฉลย

หนว่ ยที่ 1 สารรอบตัว ใบงานที่ 4 เร่ือง ธาตุกมั มันตรังสี คะแนนทไ่ี ด้

คำชี้แจง ใหน้ ักเรียนแต่ละกลุ่มศกึ ษาเกีย่ วกับเร่อื ง ธาตุกมั มันตรงั สี แลว้ ตอบคำถามเกีย่ วกับแบบจำลองนิวเคลียส

ของธาตุกมั มันตรังสที ่ีครนู ำเสนอ

นวิ เคลียสของธาตุ กัมมันตภาพรังสี ประจ/ุ การเบย่ี งเบนของ เหตุผล (ที่สนบั สนุนว่า

กัมมนั ตรังสี ทแ่ี ผอ่ อกมา กัมมนั ภาพรังสีในสนามไฟฟ้า นวิ เคลียสแผ่รงั สชี นดิ นนั้ ๆ)

1. นวิ เคลียสมีขนาดใหญ่มาก และ

อนุภาคแอลฟา ประจุบวก/เบ่ยี งเบนเข้าหาข้ัว ปลอ่ ยอนุภาคโปรตอนและ
ลบ นิวตรอนออกมาอย่างละ 2

อนุภาค

2. อนุภาคเบตาบวก ประจบุ วก/เบ่ียงเบนเขา้ หาข้วั นวิ เคลยี สมีอนภุ าคโปรตอน

หรือโพสิตรอน ลบ มากกวา่ นวิ ตรอน

3. อนภุ าคเบตาลบ ประจลุ บ/เบ่ียงเบนเข้าหา นวิ เคลียสมอี นภุ าคนิวตรอน

หรอื อเิ ลก็ ตรอน ข้วั บวก มากกวา่ โปรตอน

4. นิวเคลียสได้รับพลังงานจึงทำให้
ไมเ่ สถยี ร
รังสแี กรมมา ไมม่ ีประจ/ุ ไมเ่ บี่ยงเบน

คำถามหลังกิจกรรม
1. ธาตุกัมมันตรังสี คืออะไร

ธาตุทมี่ นี ิวเคลียสภายในอะตอมไม่เสถียร ทำใหเ้ กิดการสลายตวั แล้วปลอ่ ยรงั สีออกมา
2. แบบจำลองนวิ เคลียสที่ 2 และ 3 จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรเมอื่ แผ่รงั สีแลว้

แบบจำลองนิวเคลยี สท่ี 2 อนุภาคโปรตอน 1 อนภุ าคจะสลายและปล่อยโพสิตรอนออกมา
แบบจำลองนวิ เคลยี สท่ี 3 อนุภาคนิวตรอน 1 อนุภาคจะสลายและปลอ่ ยอิเล็กตรอนออกมา
3. แบบจำลองนวิ เคลียสท่ี 4 จะมีการเปลี่ยนแปลงเลขมวลและเลขอะตอมหรือไมห่ ลังจากมกี ารแผ่รงั สีแล้ว
ไม่มีการเปล่ยี นแปลงเลขมวลและเลขอะตอม เน่ืองจากรังสแี กมมาเปน็ คลื่นแมเ่ หลก็ ไฟฟ้า
4. กัมมันตภาพรงั สีแต่ละประเภทมีความสามารถในการทะลทุ ะลวงเป็นอยา่ งไร
อนุภาคแอลฟา ไม่สามารถทะลผุ า่ นแผน่ กระดาษบาง ๆ ได้
อนุภาคเบตา ไม่สามารถทะลผุ า่ นแผ่นอะลมู ิเนียมหนา 2 มิลลิเมตรได้
รงั สีแกมมา ไม่สามารถทะลผุ ่านแทง่ ตะกวั่ หนา 10 เซนติเมตรได้

ตอนท่ี 2 : ให้นักเรยี นแต่ละกลุ่มศกึ ษาเกี่ยวกับประโยชนข์ องธาตุกัมมนั ตรังสี แล้วตอบคำถามลงในใบงาน

การใช้ประโยชน์ดา้ นอุตสาหกรรม ประโยชน์
ช่ือธาตกุ ัมมนั ตรังสี/กัมมนั ตภาพรงั สี

การใช้ประโยชน์ด้านการแพทย์ ประโยชน์
ชือ่ ธาตุกัมมันตรงั สี/กัมมันตภาพรงั สี

การใช้ประโยชนด์ ้านการเกษตร ประโยชน์
ชอื่ ธาตกุ มั มนั ตรงั ส/ี กัมมนั ตภาพรงั สี

การใชป้ ระโยชนด์ า้ นธรณีวทิ ยา ประโยชน์
ชื่อธาตุกมั มันตรงั สี/กัมมนั ตภาพรังสี

ชื่อ ……………………………………………………………………………… ช้นั /หอ้ ง ………………………. เลขที่ ……………….

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 8 ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 1
เวลาท้งั หมด 26 ชว่ั โมง
รายวชิ าวิทยาศาสตร์ เวลา 2 คาบ
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 1 เรอื่ ง สารรอบตัว ผู้สอน นางสาวนุสรนิ ทร์ อนิ่ คำ
แผนท่ี 8 เรอ่ื ง ธาตกุ ัมมนั ตรงั สี
สอนวันที่ 1 กรกฎาคม 2564

มาตรฐานการเรียนร้แู ละตัวช้ีวัด
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบตั ิของสสารกบั

โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิด
สารละลาย และการเกิดปฏิกริ ยิ าเคมี

ตัวช้วี ดั
ม.1/2 วิเคราะห์ผลจากการใช้ธาตุโลหะ อโลหะ กง่ึ โลหะ และธาตุกัมมันตรงั สี ท่ีมีต่อส่ิงมีชวี ิต สง่ิ แวดล้อม
เศรษฐกจิ และสงั คม จากข้อมลู ทรี่ วบรวมได้
ม.1/3 ตระหนักถึงคุณค่าของการใช้ธาตุโลหะ อโลหะ กึ่งโลหะ ธาตุกัมมันตรังสี โดยเสนอแนวทางการใช้
ธาตอุ ย่างปลอดภัย คุ้มคา่

สาระสำคัญ
ธาตุบางชนิดทีม่ ีเลขอะตอมสูงกวา่ 83 สามารถแผ่รังสีได้อย่างต่อเนื่อง เรียกว่า ธาตุกัมมันตรังสี เกิดจาก

นิวเคลียสในอะตอมของธาตุไม่เสถียร จึงสลายตัวแลว้ เปล่ียนไปเป็นธาตุที่มีความเสถียรมากข้ึน และปล่อยอนุภาค
ภายในนิวเคลียสออกมาในรูปของสี ซึ่งรังสีที่แผ่ออกมา เรียกว่า กัมมันตภาพรังสี ซึ่งมี 3 ประเภท ได้แก่ อนุภาค
แอลฟา อนุภาคบีตา และรงั สีแกมมา ซง่ึ กอ่ ใหเ้ กดิ ประโยชนแ์ ละโทษตอ่ สงิ่ มชี วี ติ

สาระการเรยี นรู้
- ธาตโุ ลหะ อโลหะ และกง่ึ โลหะ ที่สามารถแผ่รังสีได้ จัดเป็นธาตกุ ัมมนั ตรังสี
- ธาตมุ ที ง้ั ประโยชนแ์ ละโทษ การใชธ้ าตุโลหะ อโลหะ ก่งึ โลหะ ธาตุกมั มันตรงั สี ควรคำนึงถงึ ผลกระทบ

ตอ่ สิ่งมชี ีวิต สง่ิ แวดลอ้ ม เศรษฐกิจ และสงั คม

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ด้านความรู้ (K)

นกั เรยี นสามารถอธิบายประโยชน์ของธาตกุ ัมมนั ตรังสีได้
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)

นักเรียนสามารถสามารถสืบค้นข้อมูล และออกแบบแผนผังความคิด (mild map) เกี่ยวกับ
วิเคราะห์ผลจากการใชธ้ าตุกมั มนั ตรังสี ต่อส่งิ มีชวี ิต สิ่งแวดลอ้ ม เศรษฐกจิ และสงั คมได้
ด้านคณุ ลกั ษณะ (A)

1) นักเรียนตระหนักถงึ คณุ คา่ ของการใช้ธาตกุ ัมมนั ตรงั สี
2) นักเรียนมคี วามรบั ผิดชอบในภาระงานทค่ี รูมอบหมาย และส่งงานได้ในเวลาทีก่ ำหนด

สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1. ความสามารถในการคดิ
2. ความสามารถในการสื่อสาร
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา

คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. มวี ินัย
2. มคี วามสนใจใฝเ่ รยี นรู้
3. มุ่งมั่นต้งั ใจทำงานดว้ ยความเพียรพยายาม

กระบวนการจดั การเรียนรู้
ขั้นท่ี 1 : ขนั้ สร้างความสนใจ (Engagement) (10 นาที)

1. ครูสนทนากบั นกั เรียนในเรอื่ งท่วั ไป โดยครถู ามนักเรยี นว่า “นกั เรยี นตนื่ กันรึยงั คาบทแี่ ล้วเรียนอะไร”
2. ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยถามนักเรียนว่า “จากการศึกษาลักษณะของธาตุกัมมันตรังสี นักเรียนคิดว่า
ธาตุกัมมันตรังสีมีประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวติ หรือไม่ อย่างไร” (แนวคำตอบ : พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้
อยู่ในดุลยพนิ ิจของครูผู้สอน ตัวอย่างเช่น ใช้ในโรงไฟฟ้านวิ เคลียร์ ใช้ในการตรวจหาโรค ใช้ปรับปรุงพันธ์ุสิ่งมีชีวติ
เปน็ ต้น)
ข้ันท่ี 2 : ขั้นสำรวจและคน้ หา (Exploration) (70 นาที)
1. ครูให้ความรู้แก่นักเรียน เรื่อง “ธาตุกัมมันตรังสี (ต่อ)” แก่นักเรียน โดยใช้สื่อ Power point และ
หนงั สือวิชาวทิ ยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1 (อจท.) หนา้ 15-17

2. ครูให้นกั เรยี นทำกจิ กรรม โดยมีขั้นตอนดงั ตอ่ ไปน้ี
2.1 ครูให้นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ ออกเป็น 4 กลุ่ม กล่มุ ละ 4-5 คน โดยให้นกั เรยี นจบั กลุ่มกนั เอง
2.2 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสุ่มจับฉลากหัวข้อเกี่ยวกับการนำความรู้เกี่ยวกับธาตุกัมมันตรังสีไปใช้

ประโยชน์ ดงั น้ี หวั ข้อที่ 1 : การนำความรู้เกี่ยวกับธาตกุ ัมมนั ตรังสไี ปใชด้ ้านอตุ สาหกรรม
หวั ขอ้ ท่ี 2 : การนำความร้เู กยี่ วกบั ธาตุกมั มันตรงั สีไปใชด้ า้ นการแพทย์
หวั ขอ้ ท่ี 3 : การนำความรู้เก่ยี วกับธาตกุ ัมมนั ตรงั สไี ปใชด้ ้านการเกษตร
หวั ข้อท่ี 4 : การนำความรูเ้ กี่ยวกบั ธาตกุ มั มนั ตรงั สไี ปใช้ด้านธรณีวทิ ยา

2.3 ครูถามนักเรียนว่า นอกจากธาตุกัมมันตรังสีจะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้แล้ว ธาตุกัมมันตรังสี
จะกอ่ ใหเ้ กิดโทษต่อสงิ่ มชี ีวิตอย่างไรบ้าง (แนวคำตอบ พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยใหอ้ ยูใ่ นดุลยพินิจของ
ครผู สู้ อน ตัวอยา่ งเช่น ทำใหส้ ่ิงมชี ีวติ เกิดการกลายพันธ์ุ ทำใหม้ นษุ ยเ์ ป็นโรคมะเรง็ เปน็ ตน้ )

2.4 ครูให้นักเรียนศึกษาผลของกัมมันตรังสีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์
ม.1 เลม่ 1 หรอื จากแหล่งเรียนร้อู น่ื ๆ แลว้ ให้แต่ละกลุม่ รว่ มกันนำเสนอและอภิปราย
ข้นั ท่ี 3 : อธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explanation) (5 นาที)

1. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุม่ ออกมานำเสนอเกี่ยวกับการนำความรู้เกี่ยวกับธาตุกัมมันตรังสไี ปใชป้ ระโยชน์
จากน้ันใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกล่มุ บันทกึ คำตอบลงในใบงานท่ี 1.4 เรื่อง ธาตกุ ัมมนั ตรงั สี ตอนท่ี 2

2. ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการทำกิจกรรม และการนำ
ความรทู้ ่ไี ดไ้ ปใชป้ ระโยชน์

3. ครูเปดิ โอกาสใหน้ กั เรยี นได้ซกั ถามขอ้ สงสยั เพอ่ื สะท้อนความคิดของนักเรียน
ข้นั ที่ 4 : ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration) (10 นาท)ี

1. ครทู บทวนความเข้าใจของนักเรียนโดยการใช้แนวคำถาม ดงั นี้
– ธาตุกมั มันตรงั สี คืออะไร
(แนวคำตอบ ธาตกุ ัมมนั ตรังสี คอื ธาตทุ ่ีสามารถแผ่รังสไี ด้อย่างตอ่ เนื่อง เน่อื งจากนวิ เคลียสภายใน
อะตอมของธาตุไมเ่ สถยี ร จึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นธาตุที่มคี วามเสถยี รมากข้นึ โดยการ
สลายตวั แลว้ ปล่อยอนุภาคภายในนวิ เคลยี ส)
– ธาตุกัมมันตรงั สสี ามารถแผ่รังสไี ด้กป่ี ระเภท อะไรบ้าง
(แนวคำตอบ 3 ประเภท ไดแ้ ก่ อนุภาคแอลฟา อนุภาคบตี า และรังสแี กมมา)
– รังสีแตล่ ะประเภทเกดิ ขน้ึ ได้อยา่ งไร
(แนวคำตอบ อนุภาคแอลฟาเกิดจากอนภุ าคโปรตอนและอนุภาคนวิ ตรอนหลุดมาจากนวิ เคลียสอย่าง
ละ 2 อนุภาค อนภุ าคบีตาลบเกดิ จากนิวเคลียสมนี ิวตรอนมากกว่าโปรตอน อนุภาคบีตาบวกเกดิ จาก
นิวเคลยี สมีโปรตอนมากกว่านิวตรอน และรังสีแกรมมาเกิดจากนวิ เคลยี สมพี ลังงานสงู ทำให้ไม่เสถยี ร)

– ธาตกุ ัมมันตรังสีมีประโยชน์อย่างไรบ้าง
(แนวคำตอบ มปี ระโยชน์ในด้านการเกษตร การแพทย์ อตุ สาหกรรม และธรณวี ิทยา เป็นต้น)
– โทษของธาตุกัมมนั ตรังสมี อี ะไรบ้าง
(แนวคำตอบ ทำใหเ้ กดิ การกลายพันธข์ุ องสิ่งมีชวี ติ ทำให้เกิดโรคมะเรง็ เป็นตน้ )
ขนั้ ท่ี 5 : ขนั้ ประเมิน (Evaluation) (5 นาที)
ครูประเมินผลการเรียนรู้จากใบงานที่ 1.4 ตอนที่ 2, ประเมินการทำกิจกรรมกลุ่ม โดยใช้เกณฑ์การ
ประเมินจากแผนการเรยี นรทู้ ่ี 8

ส่ืออุปกรณก์ ารเรยี นรู้ และแหล่งการเรียนรู้
1) ส่อื Power point เรื่อง “ธาตกุ ัมมนั ตรังสี”
2) หนังสือวชิ าวิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1 (อจท.) หนา้ 15-17
3) อุปกรณต์ า่ ง ๆ ได้แก่ กระดาษ A3 และสไี ม้
4) ใบงานท่ี 1.4 เรือ่ ง ธาตกุ ัมมนั ตรังสี

การวดั และการประเมิน วิธกี ารวดั เครื่องมือวัด เกณฑใ์ ชป้ ระเมนิ
ประเด็นการประเมนิ

ด้านความรู้ (K)

นักเรยี นสามารถอธิบายลกั ษณะของธาตุ ตรวจจากแบบฝกึ หดั ท่ี แบบฝกึ หัดท่ี 1.4 ร้อยละ 60
ผ่านเกณฑ์
กมั มนั ตรังสีได้ 1.4

ดา้ นทกั ษะ (P)

นักเรียนสามารถสามารถสืบค้นข้อมูล 1. ผลงานกลุ่ม 1. คะแนนโหวตจาก ระดับคุณภาพ

และออกแบบแผนผังความคิด (mild 2. สังเกตพฤติกรรมการ นักเรยี นในห้อง พอใช้ ผา่ นเกณฑ์

map) เกี่ยวกับวิเคราะห์ผลจากการใช้ ทำงานกลุ่ม 2. แบบสังเกตพฤติกรรม

ธาตกุ มั มันตรงั สี ตอ่ สิง่ มชี ีวติ ส่งิ แวดล้อม การทำงานกลมุ่ จากผสู้ อน

เศรษฐกจิ และสงั คมได้

ดา้ นคุณลกั ษณะ (A)

1) ตระหนักถึงคุณค่าของการใช้ธาตุ ตรวจจากใบงานที่ 1.4 ใบงานท่ี 1.4 ตอนที่ 2 รอ้ ยละ 60
กัมมันตรังสี ผ่านเกณฑ์

2) นักเรียนมีความรับผิดชอบในภาระ 1. สงั เกตพฤติกรรม 1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คุณภาพ

งานที่ครูมอบหมาย และส่งงานได้ใน รายบุคคล รายบคุ คล พอใช้ ผ่านเกณฑ์

เวลาทก่ี ำหนด 2. ใบงานท่ี 1.4 2. แบบบันทึกการสง่ งาน

3. สมดุ บนั ทกึ

เกณฑ์การประเมินดา้ นความรู้ (K)

ประเดน็ การประเมนิ 3 ระดับคณุ ภาพ 0
นักเรียนสามารถ 21 นักเรยี นไมส่ ามารถ
นักเรียนสามารถอธบิ าย อธบิ ายลักษณะของ นกั เรียนสามารถ นกั เรยี นสามารถ อธบิ ายลักษณะของ
ลกั ษณะของธาตุ ธาตุกมั มันตรังสีได้ ใน อธิบายลกั ษณะของ อธบิ ายลกั ษณะของ ธาตกุ ัมมนั ตรังสีได้
กมั มนั ตรังสีได้ แบบฝึกหดั ท่ี 1.4 ได้ ธาตุกัมมันตรงั สีได้ ธาตุกมั มนั ตรงั สีได้ ในแบบฝกึ หดั 1.4 ได้
(3 คะแนน) อยา่ งถูกต้อง (5 ข้อ) ในแบบฝึกหัด 1.4 ได้ ในแบบฝึกหดั 1.4 ได้ อยา่ งถูกต้อง (0 ข้อ)
อย่างถูกต้อง (3-4 อย่างถูกต้อง (1-2
ข้อ) ขอ้ )

คุณภาพคะแนน

คะแนน ระดับคณุ ภาพ

3 ดี

2 พอใช้

0 - 1 ปรบั ปรงุ

เกณฑ์การประเมนิ ด้านทักษะ (P)

ประเด็นการประเมิน ระดบั คุณภาพ

3 21 0

นกั เรยี นสามารถ ไดค้ ะแนนจาก ได้คะแนนจาก ได้คะแนนจาก ไมไ่ ดค้ ะแนนจาก

สามารถสบื ค้นข้อมูล นักเรียนในหอ้ ง นักเรียนในห้องอยู่ นักเรยี นในห้องอยู่ นกั เรยี นในห้อง

และออกแบบแผนผัง มากกว่า 7 คะแนน ช่วง 4-6 คะแนน ช่วง 1-3 คะแนน และได้คะแนนจาก

ความคิด (mild map) และได้คะแนนจาก และได้คะแนน และได้คะแนนจาก แบบประเมนิ การทำ

เกย่ี วกับวเิ คราะห์ผลจาก แบบประเมนิ การทำ จากแบบประเมนิ แบบประเมนิ การ กิจกรรมกลุ่ม 0

การใชธ้ าตกุ ัมมนั ตรังสี กจิ กรรมกลมุ่ 10-15 การทำกิจกรรม ทำกิจกรรมกลมุ่ 1- คะแนน

ต่อส่งิ มีชีวติ สิ่งแวดล้อม คะแนน กลุ่ม 5-9 คะแนน 4 คะแนน

เศรษฐกิจ และสงั คมได้

(3 คะแนน)

คณุ ภาพคะแนน

คะแนน ระดับคุณภาพ
3 ดี
2
พอใช้
0-1 ปรบั ปรุง

เกณฑ์การประเมินด้านความรู้ (A)

ประเดน็ การประเมิน 3 ระดับคณุ ภาพ 0
21

1) นกั เรียนตระหนกั ถึง นกั เรียนตระหนักถงึ นกั เรยี นตระหนักถงึ นักเรยี นตระหนักถึง นักเรยี นไมต่ ระหนัก

คุณค่าของการใช้ธาตุ คุณคา่ ของการใชธ้ าตุ คุณคา่ ของการใชธ้ าตุ คุณค่าของการใช้ธาตุ ถึงคณุ ค่าของการใช้

กมั มนั ตรงั สี กัมมนั ตรังสี ในใบ กมั มนั ตรงั สี ในใบ กมั มนั ตรงั สี ในใบ ธาตกุ มั มันตรงั สี ใน

(3 คะแนน) งานที่ 1.4 ตอนท่ี 2 งานที่ 1.4 ตอนท่ี 2 งานท่ี 1.4 ตอนท่ี 2 ใบงานที่ 1.4 ตอนที่

ได้ถูกตอ้ ง (ครบ 4 ได้ถูกตอ้ ง (2-3 ดา้ น) ไดถ้ ูกต้อง (1 ด้าน) 2 ได้ถูกต้อง

ดา้ น)

2) นกั เรยี นมีความ สง่ งานตรงตามที่ สง่ งานช้ากวา่ กำหนด ส่งงานชา้ กว่ากำหนด สง่ งานชา้ กว่ากำหนด
รับผิดชอบในภาระงาน กำหนด (อาทติ ย์
ที่ครมู อบหมาย และส่ง ถัดไป) 1-2 วัน 3 วัน มากกวา่ 3 วันหรอื ไม่
งานไดใ้ นเวลาที่กำหนด
(3 คะแนน) ส่ง

คุณภาพคะแนน

คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
4-6 ดี
2-3
0-1 พอใช้
ปรับปรุง

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 8

เร่ือง ธาตกุ มั มนั ตรงั สี ช้ัน ม.1/2 .

จำนวนนักเรยี นที่มาเรยี น.............................คน
จำนวนนักเรียนท่ีไม่มาเรียน.........................คน
1. ผลการสอน

1.1 ผลการจดั การเรยี นร้ใู นห้อง
นกั เรียนรอ้ ยละ............จากคนที่มาเรียนทง้ั หมด ให้ความร่วมมือในการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน โดยสามารถ
.............................................................ได้

1.2 ผลการประเมนิ ตามแบบประเมนิ
-นักเรียนจำนวน......... คน คดิ เปน็ ร้อยละ............ มผี ลการประเมนิ ดา้ น K ในระดับ …….......
-นกั เรยี นจำนวน......... คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ............. มผี ลการประเมินดา้ น P ในระดบั ……......
-นกั เรียนจำนวน..........คน คิดเปน็ รอ้ ยละ.............. มีผลการประเมนิ ด้าน A ในระดับ …….....

12.2 ปัญหาทีพ่ บจากการสอนในคาบเรียน
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
12.3 การแก้ไขปัญหาและอุปสรรค
................................................................................................................................................... .................................
.................................................................................................. ...................................................................... ............
12.4 ผลการแก้ไข
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
12.5 ขอ้ เสนอแนะในการสอนคร้ังถดั ไป
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ.....................................................................
(นางสาวนสุ รินทร์ อิ่นคำ) .

นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์วิชาชีพครู


Click to View FlipBook Version