ใบงานที่ 2.1
เรือ่ ง เซลลข์ องสง่ิ มชี วี ติ
คำช้ีแจง จงวาดภาพเซลล์ หรือสงิ่ มชี ีวติ ภายใตก้ ล้องจลุ ทรรศน์ และอธบิ ายลักษณะหรือหน้าท่ขี องเซลล์
สงิ่ มีชวี ติ ชนดิ นน้ั ลงในตารางให้สมบูรณ์
ภาพที่เห็นภายใตก้ ลอ้ งจลุ ทรรศน์ ประเภทของเซลล์ ลักษณะ/หนา้ ที่ของ
(เซลล/์ ส่ิงมีชีวติ ) เซลล์
ภาพวาดรปู ร่างของเซลล์ ช่ือ
ใบงานท่ี 2.1 เฉลย
เร่อื ง เซลล์ของสง่ิ มีชีวติ
คำชี้แจง จงวาดภาพเซลล์ หรือสิง่ มชี ีวิตภายใต้กลอ้ งจลุ ทรรศน์ และอธบิ ายลักษณะหรือหน้าที่ของเซลล์
ส่งิ มีชีวติ ชนิดนัน้ ลงในตารางให้สมบูรณ์
ภาพทีเ่ หน็ ภายใตก้ ลอ้ งจุลทรรศน์ ประเภทของเซลล์ ลกั ษณะ/หน้าที่ของ
(เซลล/์ สิ่งมีชีวติ ) เซลล์
ภาพวาดรปู ร่างของเซลล์ ชอ่ื
พารามีเซียม สง่ิ มีชวี ิตเซลล์เดยี ว เซลลม์ รี ปู ร่างคล้าย
รองเทา้ และมีขนเลก็ ๆ
ยกู ลีนา สงิ่ มีชวี ิตเซลลเ์ ดยี ว
รอบเซลล์
เซลล์เม็ดเลอื ด เซลล์ของสงิ่ มชี ีวติ
แดง หลายเซลล์ เซลล์มีลกั ษณะคล้ายกบั
รปู กระสวยปลายหัวและ
เซลลอ์ สุจิ เซลลข์ องสิ่งมชี ีวติ ท้ายแหลม มีขนยาว 1
หลายเซลล์
เส้น
เซลล์มีลกั ษณะเปน็ ทรง
กลม ตรงกลางมรี อยบุ๋ม
เพ่ือทำหน้าท่จี ับกบั
ออกซเิ จน
เซลลม์ ลี กั ษณะคล้าย
ลกู อ๊อด มีสว่ นหัว ลำตัว
และหางซ่ึงใชใ้ นการ
เคลอื่ นที่ไปหาเซลลไ์ ข่
เซลลป์ ระสาท เซลลข์ องสิ่งมชี ีวิต เซลล์มลี กั ษณะเป็นแฉก
เซลลค์ มุ หลายเซลล์ ทำหน้าท่รี ับสง่ กระแส
เซลลข์ องสง่ิ มีชีวติ ประสาท
หลายเซลล์
เซลลม์ ีลักษณะคลา้ ย
เมล็ดถั่ว 1 คู่ ประกบกนั
ตรงกลางมชี อ่ งวา่ ง
เรียกวา่ ปากใบ
คะแนนท่ไี ด้
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม
ชอื่ กลุ่ม……………………………………………….....
สมาชกิ ในกลุ่ม 1. ……………………………………………………………………………………………………….
2. ……………………………………………………………………………………………………….
3. ……………………………………………………………………………………………………….
4. ……………………………………………………………………………………………………….
5. ……………………………………………………………………………………………………….
คำชแ้ี จง : ใหผ้ ้สู อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลา แลว้ ขีด / ลงในชอ่ งท่ีตรงกับ
ระดับคะแนน
พฤตกิ รรมทส่ี ังเกต ระดับคุณภาพคะแนน
3 21
1. เร่ิมตน้ งานที่ไดร้ ับมอบหมายทนั ที
2. ทำกิจกรรมด้วยความสนกุ สนานและเต็มใจ
3. มีสว่ นร่วมในการทำกจิ กรรมอย่างสม่ำเสมอ
4. มเี นื้อหาครบถ้วนสมบูรณ์ และมีความถกู ต้อง
5. ใชเ้ วลาในการทำงานตามเวลาที่กำหนด
รวม
ลงช่ือ……………………………………………(ผู้สอน)
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
พฤติกรรมทีท่ ำอยา่ งสมำ่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมทท่ี ำบอ่ ยคร้ัง ให้ 1 คะแนน
พฤติกรรมท่ที ำบางคร้ัง
ดี
คุณภาพคะแนน = ปานกลาง
10 - 15 คะแนน = พอใช้
5 - 9 คะแนน =
1 - 4 คะแนน
แบบประเมนิ ผลการเรยี นรขู้ องนกั เรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1/2
วิชาวิทยาศาสตรพ์ ืน้ ฐาน เรื่อง เซลล์ของสิง่ มีชวี ิต
ลำดบั ช่ือ-สกุล ความรู้ ทกั ษะ คุณลกั ษณะ รวม ผลการประเมนิ
33 3 9 ผา่ น ไม่ผา่ น
1 เดก็ หญิงลกั ขณา ทาเกดิ
2 เด็กชายเทพพิทักษ์ โสภณ
3 เด็กหญงิ ณิชากร บวั สวุ รรณ
4 เด็กชายฉตั รเมธี โสภาวนั
5 เดก็ หญงิ วณิ ีนชุ มาลัยจรญู
6 เดก็ ชายบญุ มี ทรงชยั เจรญิ
7 เดก็ ชายพชิ ยั ยทุ ธ โชคขจรไพศาล
8 เด็กชายภูบดินทร์ ปน่ิ หย่า
9 เดก็ ชายวิทวสั ชยั ศรี
10 เดก็ ชายนมิ ิต อุดมไพศาลศักดิ์
11 เดก็ หญิงพิมพ์มาดา สรุ ิยะ
12 เด็กหญิงชลธชิ า คีรีมาลัย
13 เด็กหญิงมาลี แซ่ลี
14 เด็กหญงิ ขวัญชนก ววิ ัฒน์พรไชย
15 เดก็ ชายณฐั วัชร แซ่หาง
16 เด็กชายกฤษณกนั ณฑ์ จนั ทรอ์ นิ ทร์
17 เดก็ ชายณัฐภทั ร พิชชาพงศ์
**หมายเหตุ ผ่านเกณฑค์ ะแนนรวมไม่ตำ่ กวา่ 5 คะแนน
ผา่ น……………………..คน
ไม่ผา่ น………………….คน
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 13 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1
เวลาท้ังหมด 12 ช่วั โมง
รายวิชาวิทยาศาสตร์ เวลา 3 คาบ
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 เรอ่ื ง หนว่ ยของสิ่งมีชวี ติ ผูส้ อน นางสาวนสุ รนิ ทร์ อนิ่ คำ
แผนท่ี 12 เรอ่ื ง เซลล์พืชและเซลลส์ ตั ว์
สอนวนั ที่ 28 กรกฎาคม 2564
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วดั
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออกจาก
เซลล์ ความสัมพนั ธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสตั วแ์ ละมนุษยท์ ท่ี ำงานสมั พันธ์กัน ความสัมพนั ธ์
ของโครงสรา้ งและหน้าท่ีของอวยั วะต่าง ๆ ของพชื ทท่ี ำงานสมั พันธ์กัน รวมทง้ั นำความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์
ตวั ชี้วัด
ม.1/1 เปรียบเทียบรูปร่างและโครงสร้างของเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ รวมทั้งบรรยายหน้าที่ของผนังเซลล์
เยือ่ หมุ้ เซลล์ ไซโทพลาซึม นิวเคลียส แวควิ โอล ไมโทคอนเดรยี และคลอโรพลาสต์
สาระสำคัญ
เซลล์สิ่งมีชีวิตมีส่วนประกอบพื้นฐานสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ เยื่อหุ้มเซลล์ ไซโทพลาซึม และนิวเคลียส แต่
เซลล์พืชและเซลล์สัตว์จะมีบางส่วนประกอบที่แตกต่างกัน เช่น เซลล์พืชจะมีผนังเซลล์ห่อหุ้มเยื่อหุ้มเซลล์อีก
ชั้นหนึง่ และมีคลอโรพลาสต์ ทำหน้าที่สร้างอาหารให้แกเ่ ซลล์ ซึ่งทั้งผนังเซลล์และคลอโรพลาสต์จะไม่พบในเซลล์
สัตว์
สาระการเรยี นรู้
โครงสร้างพื้นฐานที่พบทั้งในเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ และสามารถสังเกตได้ด้วยกล้องจุลทรรศน์ใช้แสง
ได้แก่ เยื่อหุ้มเซลล์ ไซโทพลาซึม และนิวเคลียส โครงสร้างที่พบในเซลล์พืชแต่ไม่พบในเซลล์สัตว์ ได้แก่ ผนังเซลล์
และคลอโรพลาสต์
โครงสรา้ งต่าง ๆ ของเซลลม์ หี น้าที่แตกตา่ งกนั
• ผนงั เซลล์ ทำหน้าทใ่ี หค้ วามแขง็ แรงแก่เซลล์
• เยื่อหุม้ เซลล์ ทำหนา้ ท่หี ่อหุ้มเซลล์ และควบคมุ การลำเลยี งสารเขา้ และออกจากเซลล์
• นิวเคลียส ทำหน้าทค่ี วบคุมการทำงานของเซลล์
• ไซโทพลาซึม มีออร์แกเนลล์ที่ทำหน้าทแี่ ตกตา่ งกัน
• แวคิวโอล ทำหนา้ ที่เก็บน้ำและสารตา่ ง ๆ
• ไมโทคอนเดรีย ทำหนา้ ทีเ่ ก่ียวกับการสลายสารอาหารเพ่ือใหไ้ ด้พลงั งานแก่เซลล์
• คลอโรพลาสต์ เปน็ แหล่งทเ่ี กิดการสังเคราะหด์ ว้ ยแสง
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
ด้านความรู้ (K)
1) นักเรยี นสามารถระบุโครงสรา้ ง และอธิบายหน้าทโ่ี ครงสรา้ งของเซลล์พชื และเซลลส์ ตั ว์ได้
2) นักเรยี นสามารถบอกความแตกตา่ งระหวา่ งเซลลพ์ ืชและเซลลส์ ัตวไ์ ด้
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
นักเรยี นสามารถเปรียบเทียบรปู รา่ งและโครงสรา้ งของเซลลพ์ ืชและเซลลส์ ัตว์ได้
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
นักเรียนมคี วามรบั ผดิ ชอบในภาระงานทค่ี รูมอบหมาย และส่งงานไดใ้ นเวลาที่กำหนด
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการคดิ
2. ความสามารถในการส่อื สาร
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. มีวนิ ัย
2. มีความสนใจใฝเ่ รียนรู้
3. ม่งุ มั่นต้งั ใจทำงานด้วยความเพียรพยายาม
4. มีจิตสาธารณะ
กระบวนการจัดการเรียนรู้
ขน้ั ที่ 1 : ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) (10 นาที)
ครูตั้งคำถามกระตุ้นความคดิ นักเรียนว่า เซลล์พืชและเซลล์สตั ว์มีลกั ษณะเหมือนหรือต่างกนั อย่างไรแลว้
ใหน้ ักเรียนชว่ ยกันระดมความคดิ ในการตอบคำถาม
(แนวคำตอบ เซลล์พืชและเซลล์สัตว์จะมีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ 3 ส่วนที่เหมือนกัน คือ ส่วนที่ห่อหุ้ม
เซลล์ ไซโทพลาซมึ และนิวเคลียส แต่แตกต่างกันที่รูปร่างของเซลล์ ซึ่งเซลล์พชื จะมีรูปรา่ งเหล่ียม ส่วนเซลลส์ ตั ว์จะ
มีรูปร่างกลม)
ขัน้ ที่ 2 : ข้ันสำรวจและคน้ หา (Exploration) (80 นาท)ี
1. ครูให้ความรู้เกี่ยวกับ เรื่อง “เซลล์พืชและเซลล์สัตว์” แก่นักเรียน โดยใช้สื่อคลิปวิดีโอโครงสร้างและ
หน้าท่ขี องเซลล์ (วทิ ยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1 หนว่ ยที่ 3 บทท่ี 1 เซลล)์ (ทม่ี า: https://www.youtube.com/watch
?v=gHa4UT3yTuk) และใช้หนงั สือวิชาวิทยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1 (อจท.) หนา้ 34-35
2. ครูเปิดคลิปวีดโี อ เร่อื ง “ความแตกต่างระหว่างเซลล์พืชและเซลลส์ ตั ว์” ใหน้ ักเรยี นรบั ชม
(ทม่ี า: https://www.youtube.com/watch?v=Y-5ZAf7h1NM&t=103s)
3. ครใู ห้นกั เรยี นทำกิจกรรม โดยมขี นั้ ตอนดงั ต่อไปนี้
4.1 ครูให้นักเรยี นแบง่ กล่มุ ออกเป็น 4 กลมุ่ กลมุ่ ละ 6-7 คน โดยใหน้ กั เรยี นจบั กลุ่มกนั เอง
4.2 ครูอธิบายกิจกรรมและให้นักเรียนทำกิจกรรม เรื่อง การสร้างแบบจำลองเซลล์พืชและเซลล์สัตว์
ดังตอ่ ไปนี้
4.2.1 ครเู ตรยี มอปุ กรณ์ ดงั นี้
1. แปง้ โดว์
2. กระดาษลัง 8 แผน่
3. กระดาษ A4 12 แผ่น
4. ไม้จม้ิ ฟัน
5. กาว
4.2.2 ครูให้นักเรยี นแต่ละกลุม่ สง่ ตวั แทนออกมาเอาอุปกรณท์ ี่จะนำไปใชใ้ นการทำกจิ กรรม
4.2.3 ครอู ธบิ ายขั้นตอนการทำกิจกรรม ดงั นี้
4.2.3.1 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสร้างแบบจำลองเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ จากการปั้นแป้ง
โดวล์ งบนกระดาษลัง
4.2.3.2 ใหน้ ักเรียนระบุชื่อโครงสรา้ งของเซลล์พืชและเซลลส์ ตั ว์ เขียนลงบนกระดาษ A4
แลว้ ตัดเป็นชิ้นนำไปตดิ บนไมจ้ ้ิมฟัน แลว้ ปกั ลงบนโครงสร้างตา่ ง ๆ ของเซลล์พืชและเซลลส์ ัตว์
4.2.3.3 ให้นกั เรยี นทำใบกจิ กรรมที่ 1 ให้เสร็จภายในคาบ
ขัน้ ท่ี 3 : อธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation) (30 นาที)
1. ครูสุ่มเลือกนักเรียน 2-3 กลุ่ม ออกมานำเสนอข้อมูลการเปรียบเทียบเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ และ
อธบิ ายหน้าทขี่ องส่วนประกอบต่าง ๆ ของเซลล์ และตอบคำถามท้ายกจิ กรรม
2. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลจากการทำกิจกรรม และเฉลยคำตอบจากคำถามท้ายกิจกรรมใน
แบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1
ขน้ั ที่ 4 : ขนั้ ขยายความรู้ (Elaboration) (20 นาท)ี
1. ครูตั้งคำถามเพื่อต่อยอดการทำกิจกรรมว่า นอกจากรูปร่างของเซลล์ที่แตกต่างกันแล้ว นักเรียนคิดว่า
เซลลพ์ ชื และเซลล์สัตวม์ ีอะไรทีแ่ ตกต่างกนั
(แนวคำตอบ เซลลพ์ ืชจะพบผนงั เซลล์และคลอโรพลาสต์ ส่วนในเซลล์สตั ว์จะพบเพยี งเซนทริโอล)
2. ครูให้นักเรียนร่วมกันสรุปและทำแผ่นพับ เรื่อง เซลล์พืชและเซลล์สัตว์ ในประเด็นต่าง ๆ ดังน้ี
โครงสรา้ งและหนา้ ท่ี สว่ นประกอบตา่ ง ๆ ของเซลล์ และความแตกตา่ งระหวา่ งเซลลพ์ ชื และเซลล์สัตว์
3. ครูใหน้ กั เรียนทำแบบฝกึ หดั ในแบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1
ขั้นท่ี 5 : ขั้นประเมนิ (Evaluation) (10 นาท)ี
ครูประเมินผลการเรียนรู้จากผลงานการสร้างแบบจำลองของเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ ใบงานที่ 2.2 และ
ประเมนิ การทำกิจกรรมกลุม่ โดยใชเ้ กณฑก์ ารประเมินจากแผนการเรยี นรทู้ ี่ 13
สอ่ื อปุ กรณก์ ารเรียนรู้ และแหล่งการเรยี นรู้
1) คลปิ วดิ ีโอโครงสรา้ งและหนา้ ท่ีของเซลล์ (วิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1 หน่วยที่ 3 บทที่ 1 เซลล์)
(ทม่ี า: https://www.youtube.com/watch?v=gHa4UT3yTuk)
2) หนงั สือวชิ าวิทยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1 (อจท.)
3) คลปิ วิดีโอ “ความแตกต่างระหว่างเซลลพ์ ืชและเซลล์สตั ว์”
(ทม่ี า: https://www.youtube.com/watch?v=Y-5ZAf7h1NM&t=103s)
4) อุปกรณ์ตา่ ง ๆ ได้แก่ แปง้ โดว์ กระดาษลัง 8 แผน่ กระดาษ A4 12 แผน่ ไมจ้ ้มิ ฟนั และกาว
5) ทำแบบฝึกหัดในแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1
6) ใบงานที่ 2.2 เรื่อง เซลลพ์ ืชและเซลลส์ ัตว์
การวัดและการประเมนิ วธิ ีการวดั เครือ่ งมือวดั เกณฑ์ใชป้ ระเมนิ
ประเด็นการประเมิน
ด้านความรู้ (K)
1) นักเรียนสามารถระบโุ ครงสร้าง ตรวจจากใบงานท่ี 2.2 ใบงานท่ี 2.2 เซลล์พชื และ ระดบั คุณภาพ
และอธบิ ายหนา้ ทโ่ี ครงสรา้ งของ
เซลลพ์ ชื และเซลลส์ ตั วไ์ ด้ เซลล์พชื และเซลลส์ ตั ว์ เซลลส์ ัตว์ ตอนที่ 1 พอใช้ ผา่ นเกณฑ์
2) นกั เรยี นสามารถบอกความ ตรวจจากใบงานท่ี 2.2 ใบงานท่ี 2.2 เซลลพ์ ชื และ ระดับคุณภาพ
แตกต่างระหว่างเซลลพ์ ืชและเซลล์ เซลล์พืชและเซลลส์ ตั ว์ เซลลส์ ัตว์ ตอนที่ 2 พอใช้ ผา่ นเกณฑ์
สตั วไ์ ด้
ด้านทกั ษะ (P)
นักเรียนสามารถเปรียบเทียบรูปร่าง ตรวจจากผลงานการ แบบประเมนิ ผลงานการ ระดับคุณภาพ
และโครงสรา้ งของเซลล์พืชและเซลล์ สรา้ งแบบจำลองของ สร้างแบบจำลองของเซลล์ พอใช้ ผ่านเกณฑ์
สตั วไ์ ด้ เซลลพ์ ืชและเซลล์สัตว์ พชื และเซลล์สตั ว์
ด้านคุณลกั ษณะ (A)
นกั เรียนมีความรับผดิ ชอบในภาระ ตรวจจากใบงานท่ี 2.2 แบบบนั ทึกการส่งงาน ระดบั คุณภาพ
งานทีค่ รูมอบหมาย และสง่ งานได้ใน และสมดุ พอใช้ ผา่ นเกณฑ์
เวลาที่กำหนด
เกณฑ์การประเมนิ ดา้ นความรู้ (K)
ประเดน็ การประเมิน ระดบั คณุ ภาพ
1. นักเรียนสามารถ 3 21 0
ระบุโครงสร้าง และ นักเรยี นสามารถระบุ นกั เรียนไมส่ ามารถ
อธิบายหน้าที่ โครงสรา้ ง และ นกั เรียนสามารถระบุ นกั เรียนสามารถระบุ ระบุโครงสรา้ ง และ
โครงสร้างของเซลล์ อธบิ ายหนา้ ที่ อธิบายหนา้ ท่ี
พชื และเซลล์สตั วไ์ ด้ โครงสรา้ งของเซลล์ โครงสรา้ ง และ โครงสร้าง และ โครงสรา้ งของเซลล์
(3 คะแนน) พืชและเซลลส์ ตั ว์ พชื และเซลลส์ ัตว์
ใบงานท่ี 2.2 ตอนที่ อธิบายหน้าที่ อธบิ ายหน้าท่ี ใบงานที่ 2.2 ตอนท่ี
2) นกั เรยี นสามารถ 1 ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง 1 ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
บอกความแตกต่าง 12-17 ข้อ โครงสรา้ งของเซลล์ โครงสร้างของเซลล์
ระหว่างเซลลพ์ ืชและ นกั เรยี นสามารถ นกั เรยี นไมส่ ามารถ
เซลล์สัตว์ได้ บอกความแตกต่าง พชื และเซลลส์ ตั ว์ พืชและเซลลส์ ตั ว์ บอกความแตกตา่ ง
(3 คะแนน) ระหว่างเซลล์พืช ระหวา่ งเซลลพ์ ืช
และเซลล์สัตว์ใบงาน ใบงานท่ี 2.2 ตอนท่ี ใบงานที่ 2.2 ตอนท่ี และเซลล์สตั ว์ใบงาน
ที่ 2.2 ตอนที่ 2 ได้ ท่ี 2.2 ตอนท่ี 2 ได้
อยา่ งถูกต้อง 12-17 1 ได้อย่างถูกตอ้ ง 1 ได้อยา่ งถูกต้อง อย่างถูกต้อง
ขอ้
6-11 ข้อ 1-5 ข้อ
นกั เรยี นสามารถ นกั เรียนสามารถ
บอกความแตกตา่ ง บอกความแตกต่าง
ระหว่างเซลลพ์ ชื ระหว่างเซลลพ์ ชื
และเซลล์สตั ว์ใบงาน และเซลลส์ ัตว์ใบงาน
ที่ 2.2 ตอนท่ี 2 ได้ ท่ี 2.2 ตอนท่ี 2 ได้
อย่างถูกต้อง 6-11 อยา่ งถูกต้อง 1-5 ข้อ
ขอ้
คุณภาพคะแนน
คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
4 - 6 ดี
2 - 3 พอใช้
0 - 1 ปรบั ปรงุ
เกณฑ์การประเมนิ ดา้ นทักษะ (P)
ประเดน็ การประเมิน ระดับคณุ ภาพ
3 21 0
นักเรยี นไมส่ ามารถ
นักเรยี นสามารถ นกั เรยี นสามารถ นักเรยี นสามารถ นักเรียนสามารถ สรา้ งแบบจำลอง
โครงสร้างของเซลล์
เปรยี บเทยี บรูปร่างและ สร้างแบบจำลอง สร้างแบบจำลอง สร้างแบบจำลอง พืชและเซลลส์ ตั ว์ได้
โครงสร้างของเซลล์พชื โครงสร้างของ โครงสร้างของเซลล์ โครงสรา้ งของ
และเซลลส์ ัตว์ได้ เซลลพ์ ืชและเซลล์ พชื และเซลล์สตั ว์ได้ เซลลพ์ ชื และเซลล์
(3 คะแนน) สตั ว์ได้ถกู ต้อง ถกู ต้องท้ังหมด สตั ว์ได้ถูกต้อง
ทั้งหมด - เซลล์พชื มี ทง้ั หมด
- เซลล์พืชมี องค์ประกอบครบ - เซลล์พืชมี
องค์ประกอบครบ 4-5 ออร์แกเนลล์ องคป์ ระกอบครบ
8 ออรแ์ กเนลล์ - เซลล์สตั ว์มี 1-3 ออร์แกเนลล์
- เซลล์สตั วม์ ี องคป์ ระกอบครบ - เซลลส์ ัตว์มี
องคป์ ระกอบครบ 3-4 ออร์แกเนลล์ องคป์ ระกอบครบ
6 ออร์แกเนลล์ 1-2 ออร์แกเนลล์
คณุ ภาพคะแนน
คะแนน ระดับคุณภาพ
3 ดี
2
พอใช้
0-1 ปรบั ปรุง
เกณฑ์การประเมินด้านความรู้ (A)
ประเด็นการประเมนิ 3 ระดบั คณุ ภาพ 0
21
นกั เรียนมีความ ส่งงานตรงตามที่ สง่ งานชา้ กว่ากำหนด สง่ งานช้ากว่ากำหนด ส่งงานชา้ กว่ากำหนด
รบั ผิดชอบในภาระงาน กำหนด (อาทติ ย์ทนี่ ัด 1-2 วนั 3 วัน มากกวา่ 3 วันหรอื ไม่
ท่คี รมู อบหมาย และส่ง สง่ งาน) สง่
งานได้ในเวลาท่ีกำหนด
(3 คะแนน)
คณุ ภาพคะแนน
คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
3 ดี
2 พอใช้
0 - 1 ปรับปรงุ
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 13
เรอื่ ง เซลล์พชื และเซลล์สตั ว์ ชน้ั ม.1/2 .
ผลการประเมนิ ตามแบบประเมิน
-นักเรยี นจำนวน......... คน คิดเป็นร้อยละ............ มผี ลการประเมินด้าน K ในระดบั …….......
-นักเรียนจำนวน......... คน คดิ เป็นร้อยละ............. มผี ลการประเมินด้าน P ในระดับ ……......
-นกั เรียนจำนวน..........คน คิดเปน็ ร้อยละ.............. มผี ลการประเมินดา้ น A ในระดบั …….....
ปญั หาท่พี บจากการสอนในคาบเรยี น
..................................................................................................................................................................... ...............
.................................................................................................................... ....................................................
............................................................................................................................. .................................................
การแก้ไขปัญหาและอปุ สรรค
................................................................................................................................ ....................................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ผลการแก้ไข
............................................................................................................................. .......................................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ขอ้ เสนอแนะในการสอนครง้ั ถัดไป
............................................................................................................................. .......................................................
.......................................................................................................................................... ..............................
ลงช่อื .....................................................................
(นางสาวนุสรินทร์ อ่นิ คำ) .
นกั ศกึ ษาฝึกประสบการณ์วชิ าชพี ครู
ความคิดเหน็ ของผู้พ่เี ล้ยี ง
ได้ทำการตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
(ว21101) และมคี วามคิดเหน็ ดังน้ี
1. เป็นหนว่ ย/แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี ดีมาก ดี พอใช้
2. การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ ได้นำเอาทกั ษะกระบวนการเรยี นรู้
ท่ีเน้นผู้เรยี นเปน็ สำคญั ใชใ้ นการสอนอย่างเหมาะสม
ท่ยี งั ไม่เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
3. เป็นหนว่ ย/แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี นำไปใช้ในการสอนไดจ้ รงิ
ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปสอน
………………………………………………………………………………………………………………………………….………….…………….……
….……………………………………………………………………………………………………………………….………….………………...........
................................................................................................................................................................ ....................
..........................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .........................................................
(นางพัชรา ภริ ะกนั ทา) .
ครพู ่เี ลี้ยง .
................../................./..................
ใบงานท่ี 2.2
เรื่อง เซลล์พืชและเซลลส์ ตั ว์ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1
ชอ่ื ......................................................................................................................... .........เลขที่.............................
ตอนที่ 1 จงเติมส่วนประกอบ และอธิบายหนา้ ที่ของเซลล์พืชและเซลล์สตั ว์ใหถ้ กู ต้อง
เซลล์พืช
เซลล์สตั ว์
ช่ือ ลักษณะ หนา้ ท่ี
สว่ นประกอบ
ผนงั เซลล์ อยูด่ ้านนอกสุดของ …………………………………………………………………………………………………………
เซลล์พืช
เย่อื หมุ้ เซลล์ เปน็ เยอื่ บาง ๆ …………………………………………………………………………………………………………
ไซโทพลาซึม ล้อมรอบเซลล์อยถู่ ัด เป็นแหล่งสะสมสารตา่ ง ๆ และเป็นที่อยขู่ องออร์แกเนลล์
จากผนังเซลล์
เปน็ สารกึง่ เหลว
ประกอบด้วยน้ำและ
สารตา่ ง ๆ
นิวเคลียส เปน็ กอ้ นกลมหรือ …………………………………………………………………………………………………………
ค่อนข้างกลม …………………………………………………………………………………………………………
แวคิวโอล เป็นถงุ บรรจุของเหลวอยภู่ ายใน และเป็นทีเ่ กบ็ สะสมของเสียภายในเซลล์
ไมโทคอนเดรีย มรี ปู ร่างไม่แนน่ อน …………………………………………………………………………………………………………
ส่วนใหญ่มีรปู ร่างกลม
ท่อนสนั้ หรือท่อนยาว
คลอโรพลาสต์ เปน็ เม็ดกลมๆ …………………………………………………………………………………………………………
เซนทรโิ อล มรี ูปรา่ งคลา้ ยท่อ …………………………………………………………………………………………………………
ทรงกระบอก
ตอนที่ 2 ใหน้ ักเรยี นเปรียบเทียบความแตกตา่ งระหวา่ งเซลลพ์ ชื และเซลลส์ ตั ว์
เซลล์พืช เซลลส์ ตั ว์
มรี ปู ร่าง……………………………………………………………. มรี ปู รา่ ง…………………………………………………………….
มีลักษณะ…………………………………………………………. มลี ักษณะ………………………………………………………….
เพราะ……………………………………………………………… เพราะ………………………………………………………………
มีนิวเคลยี สอยู่บริเวณ………………………………………….. มีนิวเคลียสอยู่บรเิ วณ…………………………………………..
แวคิวโอลมีขนาด…………………………………………………. แวควิ โอลมีขนาด…………………และพบใน...................
มี……………………………………….อยดู่ ้านนอกสุดของเซลล์ ม…ี …………………………………….อยดู่ ้านนอกสดุ ของเซลล์
เซลล์พชื มี……………………………แตไ่ ม่ม…ี …………………… เซลล์สตั ว์มี……………………………แต่ไม่
มี………………………
เฉลย
ใบงานท่ี 2.2
เร่อื ง เซลลพ์ ชื และเซลลส์ ัตว์ ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 1
ชื่อ......................................................................................................................... .........เลขที่.............................
ตอนท่ี 1 จงเติมส่วนประกอบ และอธิบายหนา้ ที่ของเซลลพ์ ืชและเซลล์สัตวใ์ ห้ถูกต้อง
ผนงั เซลล์ นิวเคลยี ส เซลลพ์ ชื
คลอโรพลาสต์
แวควิ โอล
เย่อื หมุ้ เซลล์
ไซโทพลาสซึม ไมโทคอนเดรยี
เซลลส์ ตั ว์
นวิ เคลียส แวควิ โอล
เยือ่ หมุ้ เซลล์
เซนทรโิ อล
ชอ่ื โครงสรา้ ง ลกั ษณะ หนา้ ท่ี
ผนงั เซลล์ อยดู่ ้านนอกสุดของ ทที่ ำใหเ้ ซลล์พืชแข็งแรงและคงรปู อย่ไู ด้
เซลล์พืช
เยื่อหมุ้ เซลล์ เป็นเยอ่ื บาง ๆ ควบคุมการแลกเปลี่ยนสารระหว่างภายในและภายนอกเซลล์
ไซโทพลาซึม ล้อมรอบเซลล์อยถู่ ดั เป็นแหลง่ สะสมสารตา่ ง ๆ และเป็นท่ีอยู่ของออรแ์ กเนลล์
จากผนังเซลล์
เป็นสารก่งึ เหลว
ประกอบดว้ ยนำ้ และ
สารต่าง ๆ
นิวเคลียส เป็นก้อนกลมหรอื ควบคมุ การทำงานของเซลล์ และถา่ ยทอดลักษณะทางพนั ธกุ รรมของ
ค่อนข้างกลม สงิ่ มชี ีวิตชนดิ นน้ั ๆ
แวควิ โอล เป็นถุง บรรจุของเหลวอยภู่ ายใน และเปน็ ท่ีเกบ็ สะสมของเสียภายในเซลล์
ไมโทคอนเดรีย มีรูปร่างไม่แน่นอน
สว่ นใหญ่มรี ปู รา่ งกลม สรา้ งพลงั งานให้แก่เซลล์
ทอ่ นสัน้ หรอื ท่อนยาว
คลอโรพลาสต์ เปน็ เมด็ กลมๆ ดูดกลืนพลังงานแสง เพื่อนำมาใช้สร้างอาหารในกระบวนการสงั เคราะห์
ดว้ ยแสง
เซนทรโิ อล มีรปู ร่างคล้ายท่อ ช่วยในการเคล่อื นท่ีของโครโมโซมในขณะที่มีการแบ่งเซลล์
ทรงกระบอก
ตอนท่ี 2 ให้นักเรยี นเปรียบเทียบความแตกต่างระหวา่ งเซลล์พืชและเซลล์สัตว์
เซลลพ์ ชื เซลล์สตั ว์
มรี ปู รา่ ง คล้ายกล่องสี่เหลย่ี ม มีรปู ร่าง กลมหรือรี
มีลักษณะ แข็ง มลี กั ษณะ อ่อนนุ่ม
เพราะ มีผนังเซลล์ เพราะ มีเพยี งเย่ือหมุ้ เซลล์
มนี ิวเคลยี สอยบู่ ริเวณ ด้านขา้ งเซลล์ มีนิวเคลียสอยบู่ รเิ วณ ตรงกลางเซลล์
แวควิ โอลมขี นาด ใหญ่ แวควิ โอลมขี นาด เล็ก
มี ผนังเซลล์ อยดู่ า้ นนอกสดุ ของเซลล์ มี เยือ่ หุม้ เซลล์ อยู่ด้านนอกสุดของเซลล์
เซลลพ์ ืชมี คลอโรพลาสต์ แต่ไม่มี เซนทริโอล เซลล์สตั ว์มี เซนทรโิ อล แต่ไม่มี คลอโรพลาสต์
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม
ช่อื กลุ่ม……………………………………………….....
สมาชิกในกลุ่ม 1. ……………………………………………………………………………………………………….
2. ……………………………………………………………………………………………………….
3. ……………………………………………………………………………………………………….
4. ……………………………………………………………………………………………………….
5. ……………………………………………………………………………………………………….
6. ……………………………………………………………………………………………………….
7. ……………………………………………………………………………………………………….
คำชแี้ จง : ให้ผู้สอน สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลา แลว้ ขดี / ลงในชอ่ งทีต่ รงกับ
ระดบั คะแนน
พฤตกิ รรมทส่ี ังเกต ระดับคณุ ภาพคะแนน
3 21
1. มีการวางแผนการทำงานกลุม่
2. มสี ่วนร่วมในการปฏิบัตกิ จิ กรรมครบทุกคน
3. มีความรบั ผิดชอบในงานท่ีได้รับมอบหมายครบทุกคน
4. มขี ้นั ตอนในการทำงานอย่างถกู ต้องเปน็ ระบบ
5. มกี ารแลกเปล่ียนความคดิ เหน็ ซ่ึงกันและกัน
รวม
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
พฤติกรรมทท่ี ำอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน
คะแนน
พฤติกรรมที่ทำบอ่ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมทีท่ ำบางคร้ัง ให้ 1
คณุ ภาพคะแนน = ดี
10 - 15 คะแนน = ปานกลาง
5 - 9 คะแนน = พอใช้
1 - 4 คะแนน
แบบประเมินผลการเรียนรขู้ องนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1/2
วิชาวิทยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน เรอ่ื ง เซลลพ์ ืชและเซลล์สตั ว์
ลำดับ ช่ือ-สกุล ความรู้ ทักษะ คณุ ลกั ษณะ รวม ผลการประเมิน
ผา่ น ไม่ผา่ น
1 เด็กหญิงลกั ขณา ทาเกิด 63 3 12
2 เด็กชายเทพพิทักษ์ โสภณ
3 เดก็ หญงิ ณิชากร บัวสุวรรณ
4 เดก็ ชายฉตั รเมธี โสภาวัน
5 เด็กหญงิ วิณนี ุช มาลยั จรญู
6 เด็กชายบุญมี ทรงชยั เจรญิ
7 เดก็ ชายพิชัยยุทธ โชคขจรไพศาล
8 เดก็ ชายภบู ดนิ ทร์ ป่ินหยา่
9 เด็กชายวิทวัส ชัยศรี
10 เดก็ ชายนมิ ิต อุดมไพศาลศกั ดิ์
11 เด็กหญิงพมิ พ์มาดา สุรยิ ะ
12 เดก็ หญิงชลธิชา ครี ีมาลยั
13 เด็กหญงิ มาลี แซ่ลี
14 เด็กหญงิ ขวญั ชนก ววิ ฒั นพ์ รไชย
15 เดก็ ชายณฐั วัชร แซ่หาง
16 เด็กชายกฤษณกันณฑ์ จันทรอ์ นิ ทร์
17 เดก็ ชายณฐั ภทั ร พิชชาพงศ์
**หมายเหตุ ผ่านเกณฑค์ ะแนนรวมไมต่ ำ่ กว่า 6 คะแนน
ผ่าน……………………..คน
ไมผ่ ่าน………………….คน
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 14 ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1
เวลาท้ังหมด 12 ชว่ั โมง
รายวชิ าวิทยาศาสตร์ เวลา 3 คาบ
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 เร่ือง หน่วยของสิ่งมชี วี ิต ผสู้ อน นางสาวนุสรนิ ทร์ อิน่ คำ
แผนที่ 14 เร่ือง การแพร่และออสโมซิส
สอนวนั ท่ี 4 สิงหาคม 2564
มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชีว้ ัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออกจาก
เซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหนา้ ทขี่ องระบบต่าง ๆ ของสตั ว์และมนุษยท์ ่ีทำงานสัมพนั ธก์ นั ความสัมพันธ์
ของโครงสรา้ งและหนา้ ที่ของอวยั วะตา่ ง ๆ ของพืชทท่ี ำงานสมั พันธก์ ัน รวมทงั้ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์
ตัวชวี้ ดั
ม.1/5 อธิบายกระบวณการแพร่และออสโมซิสจากหลักฐานเชิงประจักษ์ และยกตัวอย่างการแพร่และ
ออสโมซิสในชีวิตประจำวนั
สาระสำคญั
เซลลม์ กี ารนำสารเขา้ สู่เซลล์ เพือ่ ใชใ้ นกระบวนการตา่ ง ๆ ของเซลล์ และมีการขจัดสารบางอย่างทเี่ ซลล์ไม่
ต้องการออกนอกเซลล์ การนำสารเข้าและออกจากเซลล์มีหลายวิธี เช่น การแพร่เป็นการเคลื่อนที่ของสารจาก
บริเวณที่มีความเข้มข้นของสารสูงไปสู่บริเวณที่มีความเข้มข้นของสารต่ำ ส่วนออสโมซิส เป็นการแพร่ของน้ำผ่าน
เย่ือหุ้มเซลล์ จากดา้ นท่มี ีความเข้มขน้ ของสารละลายตำ่ ไปยังดา้ นท่ีมีความเข้มขน้ ของสารละลายสูงกวา่
สาระการเรยี นรู้
1. การแพร่ (Diffusion)
การแพร่ (Diffusion) คอื การกระจายอนภุ าคของสารจากที่ซ่งึ มีความเข้มข้นของอนุภาคสารมาก ไปสู่
ที่ซึ่งมีความเขม้ ข้นของอนุภาคสารน้อย จนกว่าอนภุ าคของสารทั้งสองบริเวณมีความเขม้ ข้นที่เท่ากนั การแพร่ของ
อนุภาคของสารไม่มีทิศทางที่แน่นอน ตัวอย่างเช่น การแพร่ของน้ำหอมในอากาศ การแพร่ของด่างทั บทิมในน้ำ
การแพร่ของออกซิเจนจากถุงลมในปอด โดยมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ คือ ความเข้มข้นของสารของอนุภาค
อุณหภมู ิ ความดัน สถานะ ตัวกลาง และความสามารถในการละลายของสาร
• ปัจจัยทีม่ ผี ลตอ่ การแพร่
การแพร่ที่เกิดขึ้นแต่ละครั้ง มีความรวดเร็วและอัตราการแพร่ที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยปัจจัยต่าง ๆ
เช่น
1. อุณหภูมิ : บริเวณที่มีอุณหภูมิสูงจะเกิดอัตราการแพร่ได้เร็วกว่าอุณหภูมิต่ำ เพราะอนุภาคเคลื่อนที่ได้
เร็วข้นึ
2. ความดนั : เม่อื ความดันเพมิ่ ขน้ึ อตั ราการแพร่จะเพิ่มสูงข้ึนไปด้วย
3. สถานะของสาร : สารที่มีสถานะเป็นแก๊สจะแพร่ไดร้ วดเรว็ กว่าสถานะของเหลวและของแข็ง เนื่องจาก
อนุภาคเป็นอิสระมากกว่า
4. สถานะของตัวกลาง : ปจั จยั นจ้ี ะคลา้ ยกบั ขอ้ ทแ่ี ลว้ คอื สถานะแกส๊ จะเปน็ ตวั กลางท่ีทำให้อัตราการแพร่
เกดิ ขน้ึ เรว็ กว่าของแข็งและของเหลว
5. ขนาดอนุภาค : สารที่มีอนุภาคขนาดเล็กจะเกิดการแพร่ได้ง่ายและเร็วกว่า เนื่องจากเคลื่อนที่ได้ดีกว่า
สารทม่ี อี นุภาคใหญ่
6. ความแตกต่างของความเขม้ ขน้ สาร 2 บริเวณ : ยิ่งความเข้มข้นของสารท้ังสองบรเิ วณ มีความแตกต่าง
กนั มากเทา่ ไร การแพรม่ ักจะเกดิ ขึ้นไดด้ ีมากเทา่ นั้น
2. การออสโมซิส (Osmosis)
ออสโมซิส (Osmosis) คือ เป็นการแพร่ของตัวละลาย เช่น น้ำจากบริเวณที่มีอนุภาคของน้ำมาก หรือ
สารละลายที่เจือจางไปยังบริเวณที่มีอนุภาคของน้ำน้อยกว่า หรือสารละลายเข้มข้นกว่า จะผ่านเยื่อเลือกผ่าน
ที่ยอมให้สารเพียงบางอย่างผ่านได้ ตัวอย่างเช่น การแช่ผักในน้ำ การปักดอกไม้ในแจกัน การหุบของต้นไมยราบ
การเหย่ี วของต้นพชื และการพองของเน้ือเย่ือช้ันในของไขเ่ มื่อแช่ในน้ำ โดยมีปัจจยั ท่ีเก่ยี วข้องกับการออสโมซิส คือ
ความเข้มข้นของสาร อุณหภูมิ ขนาดของอนภุ าค และสมบัติของเยอื่ กั้น
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ด้านความรู้ (K)
นกั เรยี นสามารถระบุความแตกตา่ งระหวา่ งการแพร่และการออสโมซสิ ได้
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
นักเรียนสังเกตผลการทดลองการการแพร่ และตอบคำถามท้ายกิจกรรมได้กระชับ ได้ใจความ
สมบรู ณ์
ด้านคณุ ลกั ษณะ (A)
นกั เรียนมีความรบั ผดิ ชอบในภาระงานท่ีครมู อบหมาย และส่งงานได้ในเวลาทีก่ ำหนด
สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการคิด
2. ความสามารถในการส่ือสาร
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวินยั
2. มีความสนใจใฝ่เรยี นรู้
3. มุง่ มน่ั ตงั้ ใจทำงานดว้ ยความเพียรพยายาม
4. มจี ติ สาธารณะ
กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั ที่ 1 : ขน้ั สรา้ งความสนใจ (Engagement) (10 นาที)
1. ครนู ำเข้าสู่บทเรยี น โดยการให้นักเรียนดมู ะม่วงดอง และกล่าวถึงการดองว่าเปน็ วธิ ีการที่นิยมใช้ในการ
ถนอมอาหาร โดยใชเ้ กลือหรอื น้ำตาลเติมลงในอาหาร เพื่อไมใ่ ห้อาหารน้ันเน่าเสียและเก็บไดน้ านข้ึน
2. ครูใช้คำถามถามนักเรียนว่า “นักเรียนรู้หรือไม่ว่า น้ำตาลหรือเกลือเคลื่อนที่เข้าไปในเนื้อของผลไม้ได้
อย่างไร” (แนวคำตอบ : เกิดจากความเข้มของของเกลือหรือน้ำตาลที่อยู่รอบ ๆ เนื้อผลไม้มีความเข้มข้นสูงกว่า
ของเหลวทีอ่ ยู่ในเนื้อผลไม้ ทำใหน้ ำ้ ตาลหรอื เกลอื เคลอื่ นที่เขา้ ไปในเนอื้ มะมว่ ง)
ขั้นที่ 2 : ข้นั สำรวจและคน้ หา (Exploration) (80 นาท)ี
1. ครูให้ความรู้เกี่ยวกับ เรื่อง “การแพร่และออสโมซิส” แก่นักเรียน โดยใช้สื่อคลิปวิดีโอการแพร่และ
ออสโมซิส และใช้หนงั สือวชิ าวทิ ยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1 (อจท.) หน้า 39-43
(ที่มา : https://proj14.ipst.ac.th/m1/m1-sci-book1/sci-m1b1-006/)
(ทีม่ า : https://proj14.ipst.ac.th/m1/m1-sci-book1/sci-m1b1-007/)
2. ครใู ห้นักเรยี นทำกจิ กรรมที่ 1 การแพร่ (จากคลิปวดิ ีโอ) ซึ่งมขี ้นั ตอนดังต่อไปน้ี
2.1 ใส่น้ำในบกี เกอร์ 40 ลูกบาศก์เซนติเมตร ใช้ช้อนตักเกล็ดด่างทับทิม 2-3 เกล็ดลงไปในน้ำ จากน้ัน
สักเกตและบนั ทึกผลการเปลี่ยนแปลงเป็นเวลา 5 นาที
2.2 ครอู ภปิ รายผลจากการทำกิจกรรมที่ 1 การแพร่
3. ครใู ห้นักเรยี นทำกจิ กรรมท่ี 2 การออสโมซสิ (จากคลปิ วิดโี อ) ซ่ึงมีขั้นตอนดงั ตอ่ ไปน้ี
3.1 นำเซลโลเฟนขนาด 15 ซม.× 15 ซม. ชุบน้ำให้เปียก จุ่มลงในบีกเกอร์ขนาด 100 ลูกบาศก์
เซนตเิ มตร แล้วเทสารละลายน้ำตาลทราย ความเข้มขน้ 20% ปรมิ าณ 30 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร
3.2 จากนั้นจุ่มหลอดแก้วขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5 เซนติเมตร ประมาณ 3 เซนติเมตร แล้วมัดติด
กบั หลอดแกว้ พยายามไม่ใหเ้ กดิ ฟองอากาศ
3.3 ยึดหลอดแก้วกับที่ตั้งตรง ใส่น้ำลงไปในบีกเกอร์ให้อยู่ล่างยางรัดเล็กน้อย แล้วทำเครื่องหมาย
ปริมาณสารละลายในหลอดแกว้ สังเกตการเปล่ียนแปลงทุก ๆ 5 นาที เป็นเวลา 30 นาที
4.3 ครอู ภิปรายผลจากการทำกจิ กรรมออสโมซสิ
ข้ันท่ี 3 : อธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation) (30 นาที)
1. ครูให้นักเรียนสังเกตผลการทดลองจากคลิปวิดีโอ “การแพร่” แล้วตอบคำถามในนาทีที่ 7.13 ลงใน
สมุด
1.1 นกั เรียนรู้จักการแพรท่ ีเ่ กดิ ขนึ้ ในชีวติ ประจำวนั หรือไม่
(แนวคำตอบ : ยกตัวอย่าง การแพร่ของน้ำมันหอมระเหย กลิ่นดอกไม้ กลิ่นอาหาร และการแพร่
ของแกส๊ ออกซิเจนผา่ นปากใบ)
2. ครสู รุปเนอื้ หาการแพรแ่ ละออสโมซิสใหน้ กั เรียนฟัง
ข้นั ที่ 4 : ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration) (20 นาที)
ครใู ห้นกั เรยี นทำแบบฝกึ หัดลงในสมุด
ขน้ั ท่ี 5 : ขน้ั ประเมนิ (Evaluation) (10 นาที)
ครูประเมินผลการเรียนรู้จากแบบฝึกหัดลงในสมุด และประเมินการทำกิจกรรมกลุ่ม โดยใช้เกณฑ์การ
ประเมนิ จากแผนการเรียนรทู้ ี่ 14
สื่ออุปกรณก์ ารเรยี นรู้ และแหล่งการเรยี นรู้
1) คลปิ วดิ ีโอ “การแพร่และออสโมซสิ ”
(ที่มา : https://proj14.ipst.ac.th/m1/m1-sci-book1/sci-m1b1-006/)
(ท่มี า : https://proj14.ipst.ac.th/m1/m1-sci-book1/sci-m1b1-007/)
2) หนงั สือวชิ าวทิ ยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1 (อจท.)
3) แบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ม.1
การวัดและการประเมนิ วธิ ีการวัด เครอ่ื งมอื วดั เกณฑ์ใช้ประเมนิ
ประเด็นการประเมนิ
ด้านความรู้ (K)
นกั เรียนสามารถระบคุ วามแตกตา่ ง ตรวจจากแบบฝึกหัด แบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ระดบั คุณภาพ
ระหวา่ งการแพรแ่ ละการออสโมซสิ วทิ ยาศาสตร์ ม.1 ม.1 พอใช้ ผ่านเกณฑ์
ได้
ด้านทักษะ (P)
นักเรียนสงั เกตผลการทดลองการ ตรวจจากการตอบคำถาม การตอบคำถามท้าย ระดบั คุณภาพ
การแพร่ และตอบคำถามท้าย พอใช้ ผ่านเกณฑ์
กิจกรรมไดก้ ระชบั ไดใ้ จความ ท้ายกจิ กรรม กิจกรรม (ในสมดุ )
สมบรู ณ์
ดา้ นคณุ ลักษณะ (A)
นกั เรียนมคี วามรับผิดชอบในภาระ ตรวจจากแบบฝึกหัด แบบบนั ทกึ การส่งงาน ระดบั คุณภาพ
พอใช้ ผ่านเกณฑ์
งานทคี่ รมู อบหมาย และสง่ งานได้ใน วทิ ยาศาสตร์ ม.1 และ
เวลาทก่ี ำหนด สมุด
เกณฑ์การประเมนิ ด้านความรู้ (K)
ประเดน็ การประเมนิ 3 ระดบั คณุ ภาพ 0
21
นักเรยี นสามารถระบุ นกั เรยี นสามารถระบุ นักเรยี นสามารถระบุ นักเรยี นสามารถระบุ นกั เรยี นไมส่ ามารถ
ความแตกต่างระหว่าง ความแตกต่าง ความแตกตา่ ง ความแตกตา่ ง ระบุความแตกตา่ ง
การแพร่และการ ระหว่างการแพรแ่ ละ ระหว่างการแพรแ่ ละ ระหวา่ งการแพร่และ ระหวา่ งการแพร่และ
ออสโมซสิ ได้ การออสโมซิสใน การออสโมซสิ ใน การออสโมซิสใน การออสโมซิสใน
(3 คะแนน) แบบฝึกหดั แบบฝึกหดั แบบฝกึ หดั แบบฝกึ หัด
วิทยาศาสตร์ ม.1 ได้ วทิ ยาศาสตร์ ม.1 ได้ วทิ ยาศาสตร์ ม.1 ได้ วิทยาศาสตร์ ม.1 ได้
ถกู ต้อง 3 ข้อ ถกู ต้อง 2 ข้อ ถกู ต้อง 1 ข้อ ถูกต้อง
คุณภาพคะแนน
คะแนน ระดับคุณภาพ
3 ดี
2 พอใช้
0 - 1 ปรับปรงุ
เกณฑ์การประเมินด้านทักษะ (P)
ประเด็นการประเมิน ระดบั คุณภาพ
นักเรียนสังเกตผลการ 3 21 0
ทดลองการการแพร่ นักเรยี นสงั เกตผล นักเรียนไมส่ ังเกต
และตอบคำถามท้าย การทดลองการ นักเรยี นสังเกตผล นกั เรียนสังเกตผล ผลการทดลองการ
กจิ กรรมไดก้ ระชับ ได้ การแพร่ และตอบ การแพร่ และตอบ
ใจความสมบูรณ์ คำถามทา้ ย การทดลองการการ การทดลองการ คำถามท้าย
(3 คะแนน) กิจกรรมไดก้ ระชับ กิจกรรมได้กระชบั
ไดใ้ จความสมบูรณ์ แพร่ และตอบ การแพร่ และตอบ ไดใ้ จความสมบูรณ์
ทง้ั 3 ข้อ
คำถามทา้ ยกจิ กรรม คำถามทา้ ย
ไดก้ ระชับ ได้ กจิ กรรมไดก้ ระชบั
ใจความสมบรู ณ์ 2 ไดใ้ จความสมบรู ณ์
ข้อ 1 ขอ้
คณุ ภาพคะแนน
คะแนน ระดับคณุ ภาพ
3 ดี
2
พอใช้
0-1 ปรับปรุง
เกณฑ์การประเมินด้านความรู้ (A)
ประเด็นการประเมนิ 3 ระดบั คณุ ภาพ 0
21
นกั เรียนมีความ ส่งงานตรงตามที่ สง่ งานชา้ กว่ากำหนด สง่ งานช้ากว่ากำหนด ส่งงานชา้ กว่ากำหนด
รบั ผิดชอบในภาระงาน กำหนด (อาทติ ย์ทนี่ ัด 1-2 วนั 3 วัน มากกวา่ 3 วันหรอื ไม่
ท่คี รมู อบหมาย และส่ง สง่ งาน) สง่
งานได้ในเวลาท่ีกำหนด
(3 คะแนน)
คณุ ภาพคะแนน
คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
3 ดี
2 พอใช้
0 - 1 ปรับปรงุ
แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 14
เรือ่ ง การแพร่และออสโมซิส ชน้ั ม.1/2 .
ผลการประเมนิ ตามแบบประเมิน
-นกั เรยี นจำนวน......... คน คิดเปน็ ร้อยละ............ มีผลการประเมินดา้ น K ในระดบั …….......
-นกั เรียนจำนวน......... คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ............. มผี ลการประเมินดา้ น P ในระดับ ……......
-นกั เรยี นจำนวน..........คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ.............. มผี ลการประเมนิ ดา้ น A ในระดบั …….....
ปญั หาท่ีพบจากการสอนในคาบเรียน
............................................................................................................................. .......................................................
........................................................................................................................................................................ ............
การแก้ไขปัญหาและอปุ สรรค
................................................................................................. ...................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
ผลการแก้ไข
............................................................................................................................. .......................................................
........................................................ ................................................................................................................ ............
ขอ้ เสนอแนะในการสอนครงั้ ถัดไป
..................................................................................................... ...............................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
ลงชื่อ.....................................................................
(นางสาวนุสรินทร์ อ่นิ คำ) .
นักศกึ ษาฝึกประสบการณ์วชิ าชพี ครู
ความคิดเห็นของผู้พ่เี ลยี้ ง
ได้ทำการตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
(ว21101) และมีความคิดเห็นดังนี้
1. เป็นหนว่ ย/แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ดมี าก ดี พอใช้
2. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ ไดน้ ำเอาทักษะกระบวนการเรียนรู้
ทเี่ น้นผเู้ รยี นเปน็ สำคัญใชใ้ นการสอนอยา่ งเหมาะสม
ท่ียงั ไม่เน้นผเู้ รียนเป็นสำคญั ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป
3. เป็นหนว่ ย/แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ นำไปใช้ในการสอนไดจ้ รงิ
ควรปรับปรุงก่อนนำไปสอน
………………………………………………………………………………………………………………………………….………….…………….……
….……………………………………………………………………………………………………………………….………….………………...........
....................................................................................................................................... .............................................
....................................................................................................................................................................................
ลงช่อื .........................................................
(นางพชั รา ภริ ะกันทา) .
ครูพเ่ี ลย้ี ง .
................../................./.................
แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ของนกั เรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1/2
วิชาวิทยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน เรอื่ ง เทคโนโลยีชีวภาพของพืช
ลำดับ ช่อื -สกุล ความรู้ ทกั ษะ คณุ ลักษณะ รวม ผลการประเมนิ
33 3 9 ผา่ น ไม่ผ่าน
1 เด็กหญิงลกั ขณา ทาเกิด
2 เดก็ ชายเทพพทิ ักษ์ โสภณ
3 เดก็ หญิงณชิ ากร บัวสวุ รรณ
4 เด็กชายฉตั รเมธี โสภาวัน
5 เด็กหญงิ วณิ ีนชุ มาลัยจรูญ
6 เด็กชายบญุ มี ทรงชยั เจรญิ
7 เดก็ ชายพชิ ัยยุทธ โชคขจรไพศาล
8 เดก็ ชายภบู ดินทร์ ปิ่นหย่า
9 เด็กชายวทิ วัส ชัยศรี
10 เด็กชายนมิ ิต อุดมไพศาลศกั ดิ์
11 เดก็ หญงิ พมิ พม์ าดา สรุ ยิ ะ
12 เดก็ หญิงชลธชิ า ครี มี าลยั
13 เด็กหญงิ มาลี แซล่ ี
14 เด็กหญงิ ขวญั ชนก วิวัฒนพ์ รไชย
15 เดก็ ชายณฐั วชั ร แซ่หาง
16 เด็กชายกฤษณกนั ณฑ์ จันทร์อินทร์
17 เด็กชายณฐั ภัทร พิชชาพงศ์
**หมายเหตุ ผ่านเกณฑ์คะแนนรวมไม่ต่ำกวา่ 5 คะแนน
ผา่ น……………………..คน
ไม่ผา่ น………………….คน
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 15 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1
เวลาท้งั หมด 21 ชวั่ โมง
รายวิชาวิทยาศาสตร์ เวลา 3 คาบ
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 เร่ือง การดำรงชีวิตของพืช ผสู้ อน นางสาวนุสรินทร์ อน่ิ คำ
แผนท่ี 15 เร่ือง การสังเคราะห์ด้วยแสง
สอนวนั ที่ 11 สิงหาคม 2564
มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวช้ีวดั
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออกจาก
เซลล์ ความสมั พันธข์ องโครงสร้างและหน้าท่ขี องระบบตา่ ง ๆ ของสตั ว์และมนษุ ยท์ ี่ทำงานสมั พนั ธก์ นั ความสมั พนั ธ์
ของโครงสร้างและหน้าที่ของอวยั วะตา่ ง ๆ ของพืชทีท่ ำงานสัมพนั ธ์กนั รวมท้ังนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
ตวั ชี้วดั
ม.1/6 ระบุปัจจัยที่จำเป็นในการสังเคราะห์ด้วยแสงและผลผลิตที่เกิดขึ้นจากการสังเคราะห์ด้วยแสง โดยใช้
หลกั ฐานเชิงประจกั ษ์
ม.1/7 อธิบายความสำคญั ของการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพืชต่อส่ิงมชี ีวิตและสิง่ แวดลอ้ ม
สาระสำคัญ
กระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง (photosynthesis) เป็นกระบวนการผลิตอาหารของพชื โดยพืชจะใช้สาร
คลอโรฟิลล์ที่อยู่ในใบดูดกลืนพลังงานแสงจากดวงอาทิตย์มาเปลี่ยนให้เป็นพลังงานเคมีในรูปของสารอินทรีย์
จำพวกน้ำตาล โดยมีน้ำและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เป็นสารตั้ง และได้ผลิตภัณฑ์เป็นน้ำตาลกลโู คส น้ำ และแก๊ส
ออกซิเจน ซึง่ สงิ่ มีชวี ิตนำแกส๊ ออกซิเจนมาใช้ในกระบวนหายใจ
สาระการเรียนรู้
กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชที่เกิดขึ้นในคลอโรพลาสต์ จำเป็นต้องใช้แสง คลอโรฟิลล์ แก๊ส
คาร์บอนไดออกไซด์ และนำ้ ผลผลิตทีไ่ ดจ้ ากการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง ได้แก่ นำ้ ตาล และแก๊สออกซเิ จน
การสงั เคราะหด์ ้วยแสงเป็นกระบวนการท่ีสำคัญต่อสิ่งมีชวี ิต เพราะเปน็ กระบวนการเดยี วทสี่ ามารถนำพลังงานแสงมา
เปลี่ยนเป็นพลังงานในรปู สารประกอบอนิ ทรีย์ และเก็บสะสมในรูปแบบตา่ ง ๆ ในโครงสร้างของพืช พชื จึงเป็นแหล่งอาหาร และ
พลงั งานที่สำคญั ของสิ่งมชี วี ิตอน่ื นอกจากนี้กระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงยังเป็นกระบวนการหลักในการสร้างแก๊สออกซิเจน
ใหก้ บั บรรยากาศเพื่อให้ส่ิงมีชีวิตอื่นใชใ้ นกระบวนการหายใจ
จุดประสงค์การเรียนรู้
ด้านความรู้ (K)
1) นักเรียนสามารถระบุปัจจัยที่จำเป็นในการสังเคราะห์ด้วยแสงและผลผลิตที่เกิดขึ้นจากการ
สังเคราะห์ด้วยแสง
2) นักเรียนสามารถอธิบายความสำคัญของการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชต่อสิ่งมีชีวิตและ
สิ่งแวดลอ้ มได้
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
นักเรียนสังเกตผลการทดลองปัจจัยในการสังเคราะห์ด้วยแสง และตอบคำถามท้ายกิจกรรมได้
กระชบั ได้ใจความสมบูรณ์
ดา้ นคุณลักษณะ (A)
นักเรียนมคี วามรับผดิ ชอบในภาระงานท่คี รมู อบหมาย และสง่ งานไดใ้ นเวลาทีก่ ำหนด
สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น
1. ความสามารถในการคดิ
2. ความสามารถในการส่ือสาร
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. มวี นิ ยั
2. มคี วามสนใจใฝ่เรยี นรู้
3. มงุ่ มั่นต้งั ใจทำงานด้วยความเพยี รพยายาม
กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ข้ันท่ี 1 : ขั้นสรา้ งความสนใจ (Engagement) (10 นาที)
1. ครูแจ้งผลการเรียนรใู้ ห้นกั เรยี นทราบ
2. ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนเกี่ยวกับเรื่องที่จะเรียนวันนี้ โดยนำต้นไม้ขนาดเล็ก เช่น ต้น
กระบองเพชรและขวดโหลทีม่ ีปลากัดมาให้นักเรียนเปรยี บเทียบความแตกต่างในการดำรงชีวิตระหว่างพืชกับสัตว์
แล้วถามคำถามว่า “พืชดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างไร โดยไม่มีการเคลื่อนที่” แล้วให้นักเรียนระดมความคิดในการตอบ
คำถาม
(แนวคำตอบ พืชจะใช้ส่วนประกอบต่าง ๆ เช่น ใบ ทำหน้าที่สังเคราะห์ด้วยแสงเพื่อผลิตอาหารให้กับพืช
ราก ทำหน้าที่ดูดน้ำและแร่ธาตุซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการผลิตอาหารของพืช และอาศัยเนื้อเยื่อลำเลียงที่อยู่ภายใน
ราก ลำต้น และใบช่วยลำเลียงอาหารไปยงั ส่วนต่างของพืช เพื่อใช้ในการเจริญเติบโต ดังนั้น พืชจึงเป็นสิ่งมีชีวิตที่
สามารถสร้างอาหารเองได้ ซึ่งแตกต่างจากสง่ิ มชี วี ติ อนื่ ทจี่ ำเป็นตอ้ งมกี ารเคล่ือนทีเ่ พ่อื หาอาหาร เป็นต้น)
ข้นั ท่ี 2 : ขน้ั สำรวจและคน้ หา (Exploration) (80 นาท)ี
1. ครใู หน้ ักเรียนดูคลิปวีดีโอ เรื่อง “การสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ” พร้อมศึกษากระบวนการสงั เคราะห์
ดว้ ยแสง และปัจจัยทีส่ ำคญั ต่อกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงในหนังสือวิชาวทิ ยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1 (อจท.) 47-
52
(ที่มา: https://proj14.ipst.ac.th/m1/m1-sci-book1/sci-m1b1-018/?fbclid=IwAR2YjVmRQ92
pBfhQw9cPRjGpD8gzmS_e-AC_mOHEZvioLdlyW3wzdrAdXLs)
2. ครูให้นักเรียนดูกิจกรรมปัจจัยในการสังเคราะห์ด้วยแสงตอนที่ 1 (จากคลิปวิดีโอ) ซึ่งมีขั้นตอน
ดงั ตอ่ ไปน้ี
2.1 นำต้นชบาไปวางไว้ที่มืดเป็นเวลา 48 ช่ัวโมง เพื่อไม่ให้มีการสังเคราะห์ด้วยแสง เมื่อครบแล้วให้
เลือกใบชบา 2 ใบที่มีขนาดใกลเ้ คียงกันมาทำการทดลอง โดยหุ้มใบชบาจำนวน 1 ใบด้วยกระดาษทึบแสงสีดำ แต่
อกี ใบไม่หมุ้ แตใ่ หท้ ำเครอื่ งหมายผูกเชือกทต่ี ้นใบ
2.2 นำตน้ ชบาไปวางกลางแดด 2-3 ช่วั โมง ทดสอบการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง
2.3 จากนั้นต้มใบชบาในน้ำเดือดประมาณ 5 นาที เพื่อทำให้เซลล์ใบชบาตาย เมื่อครบ 5 นาที สกัด
คลอโรฟิลลอ์ อกจากใบชบาด้วยแอลกอฮอล์ โดยครีบใบชบาท่ีตม้ แล้ว ใส่ในหลอดทดลองขนาดใหญ่ เติมเอทานอล
จนท่วมใบชบา
2.4 นำหลอดทดลองแช่ในบีกเกอร์ที่มนี ้ำร้อน ต้มต่อไปจนใบชบาซีดขาว ลา้ งใบชบาทส่ี กัดคลอโรฟิลล์
แลว้ ด้วยนำ้ เปลา่
2.5 แล้วพับใบชบาไปมา เพื่อให้เส้นใบหัก จากนั้นหยดสารละลายไอโอดีนจนทั่วใบชบาทั้ง 2 ใบ
สังเกตการเปลีย่ นสี
2.6 ครสู รปุ ผลการทำกจิ กรรมปัจจัยในการสังเคราะหด์ ว้ ยแสงกิจกรรมท่ี 1
3. ครูให้นักเรียนดูกิจกรรมปัจจัยในการสังเคราะห์ด้วยแสงตอนที่ 2 (จากคลิปวิดีโอ) ซึ่งมีขั้นตอน
ดังตอ่ ไปนี้
3.1 นำใบชบาดา่ งจากต้นทไ่ี ด้รบั แสงมาแล้ว 3 ชวั่ โมง สังเกตลักษณะของใบชบาดา่ ง
3.2 ต้มใบชบาด่างในน้ำเดือดประมาณ 5 นาที เพื่อทำให้เซลล์ใบชบาด่าตาย เมื่อครบ 5 นาที สกัด
คลอโรฟิลล์ออกจากใบชบาด่างดว้ ยแอลกอฮอล์ โดยครบี ใบชบาด่างท่ีต้มแล้วใสล่ งในหลอดทดลองขนาดใหญ่ เติม
เอทานอลจนท่วมใบชบาด่าง
3.3 นำหลอดทดลองแช่ในบีกเกอรท์ มี่ นี ำ้ ร้อน ตม้ จนใบชบาดา่ งซดี ขาว ล้างใบชบาด่างที่สกดั คลอโรฟิลล์
แลว้ ด้วยนำ้ เปลา่ จากนัน้ พับใบชบาด่างไปมาเพ่ือให้เส้นใบหัก
3.4 จากนั้นหยดสารละลายไอโอดีนจนทั่วใบชบาด่าง สังเกตการณ์เปลี่ยนสีของสารละลายไอโอดีนบน
ใบชบาด่าง
3.5 ครสู รุปผลการทำกจิ กรรมปัจจยั ในการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงกจิ กรรมที่ 2
ข้ันท่ี 3 : อธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation) (30 นาท)ี
1. ครูใหน้ กั เรียนสังเกตผลท้ายการทดลองในกจิ กรรม “ปัจจยั ในการสังเคราะห์แสงมีอะไรบา้ ง” จากคลิป
วดิ ีโอนาทีที่ 3.13 - 8.56 แลว้ เขียนผลจากการสงั เกตท้ายการทดลองลงในสมดุ
(แนวคำตอบ : ใบชบาดา่ งบริเวณทเ่ี ป็นสขี าว สีของสารละลายไอโอดนี ไม่มกี ารเปลี่ยนแปลง แตบ่ ริเวณ
ที่เป็นสีเขียว สีของสารละลายไอโอดีนเปลี่ยนจากสีน้ำตาลเป็นสีน้ำเงินหรือสีดำ เนื่องจากเมื่อทดสอบด้วย
สารละลายไอโอดนี พบว่ามีแป้งเกดิ ขน้ึ จากการสงั เคราะหด์ ้วยแสง ส่วนใบพชื ทีเ่ ป็นสีขาวไม่มแี ป้งเกิดข้ึน)
2. ครสู รปุ เนอื้ หาจากกิจกรรมเช่ือมโยงกับเน้อื หาในบทเรียนให้นักเรยี นฟัง จากคลปิ วีดโี อ เรอ่ื ง “การ
สังเคราะหด์ ้วยแสงของพชื ”
ข้นั ที่ 4 : ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration) (20 นาท)ี
ครใู หน้ กั เรยี นทำใบงาน 3.1 การสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื
ขน้ั ท่ี 5 : ขั้นประเมิน (Evaluation) (10 นาที)
ครูประเมินผลการเรียนรู้จากใบงาน 3.1 และประเมินการส่งงานตรงตามเวลาท่ีกำหนด โดยใช้เกณฑ์การ
ประเมินจากแผนการเรยี นรทู้ ี่ 15
สอ่ื อุปกรณก์ ารเรยี นรู้ และแหล่งการเรียนรู้
1) คลิปวิดโี อ “การสงั เคราะหด์ ้วยแสงของพืช”
(ท่ีมา: https://proj14.ipst.ac.th/m1/m1-sci-book1/sci-m1b1-018/?fbclid=IwAR2YjVmRQ92
pBfhQw9cPRjGpD8gzmS_e-AC_mOHEZvioLdlyW3wzdrAdXLs)
2) หนงั สือวิชาวิทยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1 (อจท.)
3) ใบงาน 3.1 การสังเคราะหด์ ้วยแสงของพชื
การวัดและการประเมนิ วธิ ีการวัด เครอ่ื งมือวัด เกณฑใ์ ชป้ ระเมนิ
ประเด็นการประเมนิ
ด้านความรู้ (K)
1) นักเรียนสามารถระบปุ ัจจัยท่ี ตรวจจากใบงาน 3.1 ใบงาน 3.1 การสังเคราะห์ รอ้ ยละ 60
จำเปน็ ในการสังเคราะหด์ ว้ ยแสงและ การสงั เคราะห์ด้วยแสง ด้วยแสงของพืช ผา่ นเกณฑ์
ผลผลติ ท่ีเกดิ ข้นึ จากการสังเคราะห์ ของพชื
ดว้ ยแสง
2) นกั เรียนสามารถอธิบาย ตรวจจากใบงาน 3.1 ใบงาน 3.1 การสงั เคราะห์ ร้อยละ 60
ความสำคญั ของการสงั เคราะหด์ ว้ ย การสังเคราะห์ด้วยแสง ดว้ ยแสงของพืช ผ่านเกณฑ์
แสงของพืชต่อส่ิงมีชีวติ และ ของพืช
สิ่งแวดล้อมได้
ด้านทักษะ (P)
นกั เรียนสังเกตผลการทดลองปจั จยั ตรวจจากการตอบ การตอบคำถามทา้ ย ระดบั คุณภาพ
ในการสังเคราะห์ดว้ ยแสง และตอบ คำถามทา้ ยกิจกรรม กจิ กรรม (ในสมดุ ) พอใช้ ผ่านเกณฑ์
คำถามทา้ ยกจิ กรรมได้กระชบั ได้
ใจความสมบูรณ์
ด้านคณุ ลักษณะ (A)
นักเรียนมคี วามรับผิดชอบในภาระ ตรวจจากการส่งงานใบ แบบบนั ทึกการส่งงาน ระดบั คุณภาพ
งานทค่ี รูมอบหมาย และสง่ งานไดใ้ น งานที่ 3.1 และสมดุ พอใช้ ผ่านเกณฑ์
เวลาที่กำหนด
เกณฑ์การประเมินด้านความรู้ (K)
ประเดน็ การประเมนิ 3 ระดับคณุ ภาพ 0
21
1. นักเรยี นสามารถ นกั เรยี นสามารถระบุ นกั เรยี นสามารถระบุ นักเรยี นสามารถระบุ นักเรยี นไมส่ ามารถ
ระบปุ ัจจยั ทีจ่ ำเป็นใน ปจั จยั ท่จี ำเปน็ ในการ ปัจจยั ท่ีจำเปน็ ในการ ปจั จยั ทีจ่ ำเปน็ ในการ ระบปุ จั จัยทีจ่ ำเปน็ ใน
การสงั เคราะหด์ ว้ ย สงั เคราะห์ดว้ ยแสง สงั เคราะห์ด้วยแสง สงั เคราะหด์ ว้ ยแสง การสงั เคราะหด์ ว้ ย
แสงและผลผลติ ที่ และผลผลติ ทเ่ี กดิ ข้นึ และผลผลิตทเ่ี กดิ ขึน้ และผลผลิตทีเ่ กดิ ขนึ้ แสงและผลผลิตที่
เกิดขนึ้ จากการ จากการสังเคราะห์ จากการสังเคราะห์ จากการสังเคราะห์ เกดิ ขน้ึ จากการ
สงั เคราะหด์ ว้ ยแสง ด้วยแสงในใบงาน ด้วยแสงในใบงาน ดว้ ยแสงในใบงาน สงั เคราะห์ด้วยแสงใน
(3 คะแนน) 3.1 การสงั เคราะห์ 3.1 การสังเคราะห์ 3.1 การสงั เคราะห์ ใบงาน 3.1 การ
ด้วยแสงของพืชได้ ดว้ ยแสงของพชื ได้ ด้วยแสงของพืชได้ สังเคราะหด์ ว้ ยแสง
ถกู ต้อง 4-5 ช่องวา่ ง ถกู ต้อง 2-3 ชอ่ งว่าง ถูกต้อง 1 ช่องวา่ ง ของพชื ได้ถูกต้อง
2) นักเรียนสามารถ นกั เรียนสามารถ นกั เรียนสามารถ นักเรียนสามารถ นกั เรยี นไมส่ ามารถ
อธบิ ายความสำคัญ อธบิ ายความสำคัญ อธบิ ายความสำคัญ อธบิ ายความสำคัญ อธิบายความสำคัญ
ของการสังเคราะห์ ของการสังเคราะห์ ของการสงั เคราะห์ ของการสงั เคราะห์ ของการสังเคราะห์
ดว้ ยแสงของพชื ตอ่ ด้วยแสงของพชื ตอ่ ด้วยแสงของพืชตอ่ ดว้ ยแสงของพืชตอ่ ดว้ ยแสงของพืชตอ่
สิง่ มีชวี ติ และ สิ่งมีชวี ติ และ สิง่ มชี ีวติ และ สง่ิ มชี วี ติ และ ส่ิงมชี ีวิตและ
สิง่ แวดล้อมได้ สิง่ แวดลอ้ มได้ในใบ สิง่ แวดล้อมได้ในใบ สง่ิ แวดล้อมได้ในใบ สงิ่ แวดลอ้ มได้ในใบ
(3 คะแนน) งาน 3.1 การ งาน 3.1 การ งาน 3.1 การ งาน 3.1 การ
สงั เคราะห์ด้วยแสง สังเคราะหด์ ้วยแสง สงั เคราะหด์ ้วยแสง สังเคราะห์ดว้ ยแสง
ของพืชได้ถกู ต้อง ของพชื ได้ถกู ต้อง ของพชื ได้ถกู ต้อง ของพืชได้ถูกต้อง
7-10 ช่องวา่ ง 4-6 ช่องว่าง 1-3 ช่องว่าง
คุณภาพคะแนน
คะแนน ระดบั คุณภาพ
4 - 6 ดี
2 - 3 พอใช้
0 - 1 ปรับปรงุ
เกณฑ์การประเมินด้านทกั ษะ (P)
ประเด็นการประเมิน ระดับคุณภาพ
นกั เรยี นสงั เกตผลการ 3 2 10
ทดลองปัจจยั ในการ
สังเคราะห์ด้วยแสง นักเรยี นสังเกตผล นกั เรยี นสงั เกตผล นกั เรียนไมส่ งั เกต
และตอบคำถามทา้ ย
กจิ กรรมได้กระชับ ได้ การทดลองปัจจยั ใน การทดลองปัจจัยใน ผลการทดลอง
ใจความสมบูรณ์
(2 คะแนน) การสังเคราะห์ด้วย การสังเคราะห์ด้วย ปจั จัยในการ
แสง และตอบ แสง และตอบคำถาม สังเคราะห์ดว้ ยแสง
คำถามท้ายกจิ กรรม ท้ายกิจกรรมได้ และตอบคำถาม
ได้กระชับ ได้ กระชบั ได้ใจความ ทา้ ยกจิ กรรมได้
ใจความสมบรู ณ์ มี สมบูรณ์ มี กระชบั ได้ใจความ
องคป์ ระกอบ ดงั นี้ องค์ประกอบ ดังนี้ สมบรู ณ์
- เปรียบเทียบ - เปรยี บเทยี บ
ลักษณะสขี องใบ ลักษณะสีของใบ
- เปรยี บเทียบ - เปรียบเทียบ
ลกั ษณะสขี อง ลกั ษณะสีของ
ไอโอดีน ไอโอดีน
คณุ ภาพคะแนน
คะแนน ระดับคณุ ภาพ
2 ดี
1
0 พอใช้
ปรับปรุง
เกณฑ์การประเมินด้านความรู้ (A)
ประเด็นการประเมนิ 3 ระดบั คณุ ภาพ 0
21
นกั เรียนมีความ ส่งงานตรงตามที่ สง่ งานชา้ กว่ากำหนด สง่ งานช้ากว่ากำหนด ส่งงานชา้ กว่ากำหนด
รบั ผิดชอบในภาระงาน กำหนด (อาทติ ย์ทนี่ ัด 1-2 วนั 3 วัน มากกวา่ 3 วันหรอื ไม่
ท่คี รมู อบหมาย และส่ง สง่ งาน) สง่
งานได้ในเวลาท่ีกำหนด
(3 คะแนน)
คณุ ภาพคะแนน
คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
3 ดี
2 พอใช้
0 - 1 ปรับปรงุ
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 15
เร่อื ง การสังเคราะห์ดว้ ยแสง ช้ัน ม.1/2 .
ผลการประเมนิ ตามแบบประเมนิ
-นักเรยี นจำนวน......... คน คิดเป็นรอ้ ยละ............ มีผลการประเมนิ ด้าน K ในระดบั …….......
-นักเรียนจำนวน......... คน คดิ เป็นร้อยละ............. มีผลการประเมินดา้ น P ในระดับ ……......
-นกั เรยี นจำนวน..........คน คิดเปน็ รอ้ ยละ.............. มีผลการประเมินดา้ น A ในระดบั …….....
ปญั หาทพี่ บจากการสอนในคาบเรยี น
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. ...........................................
...................................................................................................................................................................... ........
การแก้ไขปัญหาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .......................................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ผลการแกไ้ ข
............................................................................................................................. .......................................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ข้อเสนอแนะในการสอนครงั้ ถัดไป
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................... .................................
ลงชอ่ื .....................................................................
(นางสาวนุสรนิ ทร์ อิ่นคำ) .
นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์วิชาชีพครู
ความคิดเหน็ ของผพู้ ่เี ลีย้ ง
ได้ทำการตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
(ว21101) และมคี วามคิดเหน็ ดังน้ี
1. เป็นหนว่ ย/แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้
2. การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ ได้นำเอาทกั ษะกระบวนการเรียนรู้
ท่เี นน้ ผเู้ รียนเป็นสำคัญใช้ในการสอนอย่างเหมาะสม
ทย่ี ังไม่เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาตอ่ ไป
3. เปน็ หนว่ ย/แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี นำไปใชใ้ นการสอนไดจ้ ริง
ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปสอน
………………………………………………………………………………………………………………………………….………….…………….……
….……………………………………………………………………………………………………………………….………….………………...........
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ.........................................................
(นางพชั รา ภริ ะกันทา) .
ครูพีเ่ ลี้ยง .
................../................./..................
ใบงานที่ 3.1
เรื่อง การสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื
คำชี้แจง : ใหน้ ักเรียนเติมคำท่ีกำหนดมาให้ลงในภาพใหส้ มบรู ณแ์ ละเตมิ คำลงในช่องว่างใหถ้ กู ต้อง
กระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง นำ้ แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์
แสง แกส๊ ออกซเิ จน น้ำตาล
เคมี ใบ สารประกอบอนิ ทรีย์
ผูผ้ ลิต
กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง คือ กระบวนการที่พืชเปลี่ยนพลังงาน________________ ให้กลาย
เป็นพลังงาน________________ในรปู ของสารประกอบ__________________ โดยกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ย
แสงมักเกิดขึ้นที่บริเวณ________________ เนื่องจากภายในมีสารประกอบ_______________อยู่ภายใน
คลอโรพลาสต์
กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงมี_______________ และ _________________ เป็นสารตั้งต้น แล้ว
ได_้ ______________ และ ________________ เปน็ ผลิตภณั ฑ์ ซง่ึ เปน็ ส่ิงสำคญั ในการดำรงชีวิตของสงิ่ มีชีวิตใน
ระบบนเิ วศ จึงกล่าวไดว้ ่าพืชทำหน้าท่เี ปน็ ________________ในระบบนเิ วศ
ใบงานท่ี 3.1 เฉลย
เร่ือง การสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพืช
คำชีแ้ จง : ให้นักเรียนเติมคำทก่ี ำหนดมาให้ลงในภาพให้สมบรู ณแ์ ละเติมคำลงในช่องว่างใหถ้ กู ต้อง
กระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสง น้ำ แกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์
แสง แก๊สออกซเิ จน นำ้ ตาล
เคมี ใบ สารประกอบอนิ ทรยี ์
ผูผ้ ลติ
กระบวนการสังเคราะห์ดว้ ย แกส๊ ออกซิเจน
แสง แสง
แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์
นำ้
กระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสง คือ กระบวนการท่ีพืชเปล่ยี นพลงั งาน แสง ให้กลายเป็น
พลังงาน เคมี ในรปู ของสารประกอบ อินทรยี ์ โดยกระบวนการสงั เคราะห์
ดว้ ยแสงมกั เกิดขึ้นท่ีบริเวณ ใบ เนอื่ งจากภายในมสี ารประกอบ คลอโรฟิลล์ อยู่
ภายในคลอโรพลาสต์
กระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงมี น้ำ และ แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ เปน็ สารตงั้ ตน้
แลว้ ได้ นำ้ ตาล และ แก๊สออกซิเจน เป็นผลิตภณั ฑ์ ซงึ่ เป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชวี ิตของ
สิ่งมชี วี ติ ในระบบนเิ วศ จงึ กล่าวไดว้ ่าพชื ทำหนา้ ที่เปน็ ผผู้ ลิต ในระบบนเิ วศ
แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ของนกั เรียนชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1/2
วิชาวิทยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน เรอ่ื ง การสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง
ลำดับ ชื่อ-สกุล ความรู้ ทักษะ คณุ ลักษณะ รวม ผลการประเมนิ
ผา่ น ไม่ผ่าน
1 เด็กหญงิ ลักขณา ทาเกดิ 62 3 11
2 เด็กชายเทพพิทักษ์ โสภณ
3 เดก็ หญงิ ณิชากร บวั สวุ รรณ
4 เดก็ ชายฉตั รเมธี โสภาวนั
5 เดก็ หญงิ วณิ ีนุช มาลยั จรูญ
6 เด็กชายบุญมี ทรงชยั เจริญ
7 เดก็ ชายพิชยั ยทุ ธ โชคขจรไพศาล
8 เดก็ ชายภูบดนิ ทร์ ปนิ่ หย่า
9 เด็กชายวิทวัส ชัยศรี
10 เด็กชายนมิ ติ อดุ มไพศาลศกั ดิ์
11 เด็กหญงิ พมิ พม์ าดา สุรยิ ะ
12 เดก็ หญิงชลธิชา คีรมี าลัย
13 เด็กหญงิ มาลี แซล่ ี
14 เด็กหญิงขวัญชนก ววิ ฒั นพ์ รไชย
15 เดก็ ชายณฐั วชั ร แซห่ าง
16 เด็กชายกฤษณกนั ณฑ์ จันทร์อนิ ทร์
17 เด็กชายณัฐภทั ร พิชชาพงศ์
**หมายเหตุ ผ่านเกณฑ์คะแนนรวมไมต่ ่ำกวา่ 6 คะแนน
ผา่ น……………………..คน
ไม่ผา่ น………………….คน
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 16 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1
เวลาทั้งหมด 21 ช่ัวโมง
รายวชิ าวิทยาศาสตร์ เวลา 3 คาบ
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 3 เร่ือง การดำรงชวี ิตของพชื ผสู้ อน นางสาวนสุ รนิ ทร์ อิน่ คำ
แผนที่ 16 เรื่อง การลำเลยี งในพืช
สอนวันท่ี 18 สิงหาคม 2564
มาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตวั ชี้วดั
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออกจาก
เซลล์ ความสมั พนั ธ์ของโครงสรา้ งและหนา้ ทขี่ องระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสมั พันธ์กนั ความสัมพันธ์
ของโครงสร้างและหน้าท่ีของอวยั วะตา่ ง ๆ ของพชื ท่ีทำงานสมั พนั ธ์กนั รวมทั้งนำความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
ตวั ช้วี ดั
ม.1/9 บรรยายลกั ษณะและหน้าท่ีของไซเลม็ และโฟลเอ็ม
ม.1/10 เขยี นแผนภาพท่ีบรรยายทศิ ทางการลำเลียงสารในไซเล็มและโฟลเอ็มของพืช
สาระสำคญั
พืชมีระบบลำเลียงสาร โดยพืชจะอาศัยเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่เฉพาะในการลำเลียงสาร เรียกว่า เนื้อเยื่อลำเลียง เช่น
ท่อไซเลม็ (xylem) ทำหนา้ ที่ลำเลียงนำ้ และแร่ธาตจุ ากรากไปสู่ใบ ส่วนทอ่ โฟลเอ็ม (pholem) ทำหน้าที่ลำเลียงอาหารจาก
ใบไปยงั ส่วนตา่ งๆของพืช
สาระการเรยี นรู้
พชื มไี ซเล็มและโฟลเอ็ม ซึง่ เป็นเนอื้ เยอื่ มลี กั ษณะคลา้ ยท่อเรียงตัวกันเปน็ กลุ่มเฉพาะท่ี โดยไซเล็มทำหน้าที่
ลำเลยี งนำ้ และธาตุอาหาร มที ศิ ทางลำเลียงจากรากไปสลู่ ำตน้ ใบ และสว่ นตา่ ง ๆ ของพชื เพื่อใช้ในการสังเคราะห์
ด้วยแสง รวมถึงกระบวนการอื่น ๆ ส่วนโฟลเอ็มทำหน้าที่ลำเลียงอาหารที่ได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสง มีทิศทาง
ลำเลียงจากบรเิ วณทม่ี กี ารสังเคราะห์ดว้ ยแสงไปส่สู ว่ นต่าง ๆ ของพืช
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
ด้านความรู้ (K)
นักเรียนสามารถบรรยายลักษณะและหน้าทขี่ องไซเล็มและโฟลเอ็มได้
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
นกั เรียนสามารถเขยี นแผนภาพทบ่ี รรยายทศิ ทางการลำเลียงสารในไซเล็มของพืช
ด้านคุณลักษณะ (A)
นกั เรยี นมีความรับผิดชอบในภาระงานท่ีครูมอบหมาย และสง่ งานไดใ้ นเวลาท่ีกำหนด
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการคิด
2. ความสามารถในการสื่อสาร
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวินยั
2. มีความสนใจใฝ่เรียนรู้
3. ม่งุ มัน่ ต้งั ใจทำงานด้วยความเพียรพยายาม
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ขน้ั ท่ี 1 : ข้ันสร้างความสนใจ (Engagement) (10 นาท)ี
1. ครูแจ้งผลการเรียนร้ใู หน้ ักเรียนทราบ
2. ครูใช้คำถามกระตนุ้ ความสนใจของนักเรียนว่า “พชื จะนำนำ้ และแร่ธาตทุ ี่อยูภ่ ายในดินไปใช้ได้อยา่ งไร”
(แนวคำตอบ : พืชจะใช้รากดูดน้ำที่อยู่ภายในดิน โดยน้ำที่อยู่ภายในดินจะออสโมซิสเข้าสู่ราก ส่วน
แร่ธาตุที่อยู่ในดินจะละลายน้ำอยู่ในรูปสารละลาย โดยพืชจะลำเลียงสารละลายที่มีแร่ธาตดุ ้วยการลำเลียงแบบใช้
พลงั งาน เรียกวา่ แอคทีฟทรานสปอรต์ )
3. ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียน โดยการนำผักกาดมาแช่น้ำสีผสมอาหาร 7 สี (สีรุ้ง) เป็นเวลา 2
ชวั่ โมง กอ่ นนำมาให้นกั เรยี นสงั เกตทิศทางการลำเลียงนำ้ แล้วถามคำถาม ดงั น้ี
- พชื ใชส้ ว่ นใดทำหนา้ ที่ดูดนำ้ (แนวคำตอบ : ราก)
- ทิศทางการลำเลยี งน้ำเป็นอยา่ งไร (แนวคำตอบ : จากพชื จะลำเลยี งน้ำจากรากไปสูใ่ บ)
ขนั้ ท่ี 2 : ขน้ั สำรวจและคน้ หา (Exploration) (80 นาท)ี
1. ครูให้ความรู้เกี่ยวกับ เรื่อง “การลำเลียงของพืช” แก่นักเรียน โดยใช้สื่อคลิปวิดีโอการลำเลียงของพืช
(วิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1 หน่วยที่ 4 บทที่ 3) (ท่ีมา: https://proj14.ipst.ac.th/m1/m1-sci-book1/sci-m1b1-
019/) และใช้หนงั สอื วิชาวทิ ยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1 (อจท.) หนา้ 53-57
2. ครูให้นักเรียนดกู จิ กรรมพืชลำเลียงน้ำและธาตอุ าหารอยา่ งไร (จากคลิปวดิ ีโอ) ซึง่ มีข้นั ตอนดังต่อไปนี้
2.1 เตรียมต้นเทียน เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นประมาณ 1 เซนติเมตร ล้างรากต้นเทียนให้สะอาด และ
พักไว้ 2 ช่วั โมง
2.2 แช่ตน้ เทียนในน้ำสแี ดง สงั เกตทศิ ทางการเคลื่อนทขี่ องนำ้ สแี ดง แชท่ ง้ิ ไว้เปน็ เวลา 1 ชัว่ โมง
2.3 นำตน้ เทียนมาตัดตามขวาง แล้วทำสไลด์สดเนอื้ เยอ่ื ลำต้นตามขวางต้นเทียน
2.4 จากน้ันนำไปสอ่ งกลอ้ งจลุ ทรรศน์
2.5 ครสู รุปกิจกรรมพชื ลำเลยี งน้ำและธาตอุ าหารให้นกั เรยี นฟัง
ขั้นท่ี 3 : อธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) (30 นาที)
1. ครูให้นักเรียนสังเกตผลการทดลองจากคลิปวิดีโอในนาทีที่ 4.47 แล้ววาดภาพตัดตามขวางของลำต้น
พชื ลงในสมุด
2. ครูสรุปเนื้อหาจากกิจกรรมเชื่อมโยงกับเนื้อหาในบทเรียนให้นักเรียนฟัง จากคลิปวีดีโอ เรื่อง “การ
ลำเลียงในพชื ”
ขน้ั ท่ี 4 : ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration) (20 นาที)
ครใู ห้นกั เรยี นทำใบงาน 3.2 การลำเลยี งและแร่ธาตุของพชื
ขั้นที่ 5 : ขัน้ ประเมนิ (Evaluation) (10 นาท)ี
ครูประเมินผลการเรียนรู้จากใบงาน 3.2 และประเมินการส่งงานตรงตามเวลาที่กำหนด โดยใช้เกณฑ์การ
ประเมนิ จากแผนการเรยี นรู้ที่ 16
ส่ืออุปกรณ์การเรยี นรู้ และแหลง่ การเรียนรู้
1) คลิปวิดีโอการลำเลียงของพชื (วิทยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1 หนว่ ยที่ 4 บทท่ี 3)
(ทมี่ า: https://proj14.ipst.ac.th/m1/m1-sci-book1/sci-m1b1-019/)
2) หนังสอื วิชาวิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1 (อจท.)
3) ใบงาน 3.2 การลำเลยี งและแร่ธาตุของพชื
การวัดและการประเมนิ วธิ ีการวัด เคร่อื งมอื วัด เกณฑ์ใชป้ ระเมนิ
ประเดน็ การประเมนิ
ด้านความรู้ (K)
นักเรียนสามารถบรรยายลักษณะ ตรวจจากใบงาน 3.2 ใบงาน 3.2 การลำเลยี ง ระดับคุณภาพ
และหน้าทขี่ องไซเล็มและโฟลเอ็มได้ การลำเลียงและแรธ่ าตุ และแร่ธาตุของพืช ตอนท่ี พอใช้ ผ่านเกณฑ์
ของพชื 2
ด้านทักษะ (P)
นักเรียนสามารถเขียนแผนภาพที่ ตรวจจากใบงาน 3.2 ใบงาน 3.2 การลำเลยี ง ระดบั คุณภาพ
บรรยายทิศทางการลำเลียงสารใน การลำเลียงและแรธ่ าตุ และแร่ธาตขุ องพืช ตอนที่ พอใช้ ผ่านเกณฑ์
ไซเล็มของพชื ของพืช 1
ดา้ นคุณลกั ษณะ (A)
นกั เรียนมคี วามรับผดิ ชอบในภาระ ตรวจจากการส่งงานใบ แบบบนั ทึกการสง่ งาน ระดบั คุณภาพ
งานท่คี รูมอบหมาย และส่งงานได้ใน งานที่ 3.2 และสมดุ พอใช้ ผา่ นเกณฑ์
เวลาทกี่ ำหนด
เกณฑ์การประเมนิ ด้านความรู้ (K)
ประเดน็ การประเมนิ 3 ระดับคุณภาพ 0
21
นกั เรียนสามารถ นกั เรยี นสามารถ นักเรยี นสามารถ นกั เรียนสามารถ นักเรยี นไมส่ ามารถ
บรรยายลักษณะและ บรรยายลกั ษณะและ บรรยายลกั ษณะและ บรรยายลักษณะและ บรรยายลักษณะและ
หน้าทข่ี องไซเล็ม หนา้ ท่ีของไซเล็ม หนา้ ที่ของไซเล็ม หนา้ ทีข่ องไซเล็ม หน้าที่ของไซเล็ม
และโฟลเอ็มได้ และโฟลเอ็มใน และโฟลเอ็มใน และโฟลเอ็มใน และโฟลเอ็มใน
(3 คะแนน) ใบงาน 3.2 ตอนท่ี 2 ใบงาน 3.2 ตอนที่ 2 ใบงาน 3.2 ตอนท่ี 2 ใบงาน 3.2 ตอนที่ 2
ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง 3 ข้อ ไดอ้ ย่างถูกต้อง 2 ข้อ ได้อยา่ งถกู ต้อง 1 ขอ้ ไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
คณุ ภาพคะแนน
คะแนน ระดับคุณภาพ
3 ดี
2 พอใช้
0 - 1 ปรับปรุง
เกณฑ์การประเมนิ ด้านทกั ษะ (P)
ประเดน็ การประเมนิ 3 ระดับคุณภาพ 0
21
นกั เรยี นสามารถเขยี น นักเรยี นสามารถ นกั เรียนสามารถเขยี น นักเรียนสามารถเขียน นักเรยี นไม่
แผนภาพทบ่ี รรยายทิศ เขยี นแผนภาพท่ี แผนภาพท่บี รรยายทิศ แผนภาพที่บรรยายทิศ สามารถเขยี น
ทางการลำเลียงสารใน บรรยายทิศทางการ ทางการลำเลยี งสารใน ทางการลำเลียงสารใน แผนภาพท่ี
ไซเลม็ ของพืช ลำเลยี งสารในไซเล็ม ไซเล็มของพืชในใบ ไซเล็มของพชื ในใบงาน บรรยายทศิ
(3 คะแนน) ของพืชในใบงาน 3.2 งาน 3.2 ตอนที่ 1 ได้ 3.2 ตอนที่ 1 ได้ถูกต้อง ทางการลำเลยี ง
ตอนที่ 1 ไดถ้ กู ตอ้ ง 3 ถกู ต้อง 3 ประเด็น 3 ประเดน็ ดังน้ี (ข้อใด สารในไซเลม็ ของ
ประเดน็ ดังนี้ ดังน้ี (ขอ้ ใดก็ได้) กไ็ ด้) พืชในใบงาน 3.2
- วาดรปู ไซเล็ม - วาดรูปไซเล็ม - วาดรปู ไซเล็ม ตอนที่ 1 ได้
- อธบิ ายทศิ ทางการ - อธบิ ายทิศทางการ - อธบิ ายทิศทางการ ถูกต้อง
ลำเลียง ลำเลียง ลำเลียง
- สีสันสวยงาม - สสี ันสวยงาม - สีสันสวยงาม