The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ม.1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนชลประทานผาแตก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nus.bee, 2021-10-11 14:27:56

แผนการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ม.1

แผนการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ม.1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนชลประทานผาแตก

ความคดิ เห็นของผู้พี่เลย้ี ง

ได้ทำการตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (ว21101)
และมคี วามคิดเหน็ ดังน้ี

1. เปน็ หนว่ ย/แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ ดมี าก ดี พอใช้
2. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ ได้นำเอาทกั ษะกระบวนการเรยี นรู้

ท่เี นน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญใชใ้ นการสอนอยา่ งเหมาะสม
ทย่ี งั ไม่เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคญั ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป
3. เปน็ หน่วย/แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี นำไปใช้ในการสอนได้จริง

ควรปรบั ปรงุ กอ่ นนำไปสอน
………………………………………………………………………………………………………………………………….………….…………….……
….……………………………………………………………………………………………………………………….………….………………...........
....................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................... ..........................

ลงชื่อ.........................................................

(นางพชั รา ภิระกนั ทา) .

ครพู ีเ่ ลี้ยง .

................../................./..................

แบบประเมนิ ผลคุณลกั ษณะ (A) ของนกั เรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 1/2
วิชาวิทยาศาสตร์พ้นื ฐาน เรอื่ ง ธาตุกมั มนั ตรังสี

พฤตกิ รรมท่ี ผลการ
แสดงออก ประมาณ

ลำดับ ชอ่ื -สกุล ตระห ันกถึงความสำคัญ ระดับคณุ ภาพ
่สงงานได้ในเวลาท่ีกำหนด ผา่ น ไมผ่ ่าน

รวม

3 36
1 เดก็ หญิงลกั ขณา ทาเกิด
2 เด็กชายเทพพิทกั ษ์ โสภณ
3 เดก็ หญิงณิชากร บัวสวุ รรณ
4 เด็กชายฉตั รเมธี โสภาวนั
5 เด็กหญงิ วิณีนุช มาลยั จรญู
6 เดก็ ชายบุญมี ทรงชยั เจริญ
7 เดก็ ชายพชิ ัยยุทธ โชคขจรไพศาล
8 เดก็ ชายภูบดินทร์ ป่นิ หยา่
9 เดก็ ชายวทิ วสั ชยั ศรี
10 เดก็ ชายนิมิต อุดมไพศาลศักด์ิ
11 เดก็ หญิงพมิ พม์ าดา สรุ ิยะ
12 เด็กหญิงชลธชิ า ครี ีมาลัย
13 เดก็ หญิงมาลี แซ่ลี
14 เดก็ หญิงขวญั ชนก วิวัฒน์พรไชย
15 เดก็ ชายณฐวชั ร แซห่ าง
16 เดก็ ชายกฤษณกนั ณฑ์ จันทรอ์ นิ ทร์
17 เด็กชายณฐั ภัทร พชิ ชาพงศ์

18 เด็กหญงิ ศุภกานต์ ดำรงพรกลุ
19 เด็กหญิงกมลชนก จะหย่อ

เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ
คะแนน 4-6 คะแนน อยู่ในระดบั 3 หมายถงึ ดี
คะแนน 2-3 คะแนน อยู่ในระดบั 2 หมายถงึ พอใช้
คะแนน 0-1 คะแนน อยใู่ นระดบั 1 หมายถึง ควรปรบั ปรุง

*หมายเหตุ คะแนนอยู่ในระดับ 2 ขนึ้ ไปถือวา่ ผ่านเกณฑ์

แบบประเมนิ ผลการเรยี นรขู้ องนกั เรียนช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 1/2
วชิ าวิทยาศาสตร์พื้นฐาน เรือ่ ง สารบรสิ ุทธ์ิ

ลำดับ ชอ่ื -สกุล ความรู้ ทกั ษะ คณุ ลกั ษณะ รวม ผลการประเมิน
ผ่าน ไม่ผ่าน
1 เดก็ หญิงลักขณา ทาเกดิ 33 6 12
2 เดก็ ชายเทพพิทักษ์ โสภณ
3 เดก็ หญิงณชิ ากร บวั สวุ รรณ
4 เด็กชายฉตั รเมธี โสภาวนั
5 เด็กหญงิ วณิ นี ุช มาลัยจรญู
6 เด็กชายบุญมี ทรงชยั เจรญิ
7 เดก็ ชายพิชยั ยทุ ธ โชคขจรไพศาล
8 เดก็ ชายภูบดนิ ทร์ ป่ินหย่า
9 เด็กชายวิทวัส ชัยศรี
10 เดก็ ชายนมิ ิต อุดมไพศาลศกั ดิ์
11 เด็กหญงิ พิมพ์มาดา สรุ ิยะ
12 เด็กหญิงชลธิชา คีรมี าลยั
13 เด็กหญงิ มาลี แซล่ ี
14 เด็กหญงิ ขวัญชนก วิวฒั นพ์ รไชย
15 เด็กชายณฐวัชร แซ่หาง
16 เดก็ ชายกฤษณกันณฑ์ จันทร์อินทร์
17 เด็กชายณฐั ภัทร พิชชาพงศ์
18 เดก็ หญงิ ศภุ กานต์ ดำรงพรกลุ
19 เด็กหญงิ กมลชนก จะหยอ่

**หมายเหตุ ผา่ นเกณฑ์คะแนนรวมไม่ตำ่ กว่า 8 คะแนน
ผ่าน……………………..คน
ไม่ผา่ น………………….คน

คะแนนท่ีได้

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม

ชอื่ กลุ่ม……………………………………………….....
สมาชิกในกลุ่ม 1. ……………………………………………………………………………………………………….

2. ……………………………………………………………………………………………………….
3. ……………………………………………………………………………………………………….
4. ……………………………………………………………………………………………………….
5. ……………………………………………………………………………………………………….

คำช้ีแจง : ให้ผสู้ อน สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลา แลว้ ขีด / ลงในชอ่ งท่ีตรงกับ

ระดับคะแนน

พฤตกิ รรมท่ีสังเกต ระดบั คณุ ภาพคะแนน
3 21

1. สีสันสวยงาม น่าดึงดูด

2. มเี นอ้ื หาครบถ้วนสมบูรณ์ และมคี วามถกู ตอ้ ง

3. มีความเปน็ ระเบียบ เปน็ สัดสว่ น

4. ใช้เวลาในการทำงานอยา่ งเหมาะสม

5. มีความคิดสรา้ งสรรค์

รวม

ลงชื่อ……………………………………………(ผูส้ อน)

เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
พฤติกรรมที่ทำอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมที่ทำบ่อยครัง้ ให้ 1 คะแนน
พฤติกรรมท่ีทำบางคร้ัง
ดี
คุณภาพคะแนน = ปานกลาง
10 - 15 คะแนน = พอใช้
5 - 9 คะแนน =
1 - 4 คะแนน

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 9 ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1
เวลาทง้ั หมด 26 ชว่ั โมง
รายวิชาวิทยาศาสตร์ เวลา 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 เร่อื ง สารรอบตัว ผูส้ อน นางสาวนสุ รนิ ทร์ อ่ินคำ
แผนท่ี 9 เรื่อง สารประกอบ
สอนวันท่ี 5 กรกฎาคม 2564

มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชี้วัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกบั

โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิด
สารละลาย และการเกิดปฏิกริ ิยาเคมี

ตวั ช้วี ัด
ม.1/7 อธิบายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างอะตอม ธาตุ และสารประกอบ โดยใช้แบบจำลองและ
สารสนเทศ

สาระสำคัญ
สารประกอบ คอื สารบรสิ ุทธ์ิที่เกิดจากอะตอมของธาตตุ ั้งแต่ 2 ชนิดขึน้ ไปมารวมกันทางเคมี โดย

อตั ราสว่ นโดยมวลคงที่ และมีสมบตั ิของสารแตกต่างไปจากสมบตั ขิ องธาตทุ ี่เป็นองคป์ ระกอบ ซ่ึงสามารถแยก
ออกเปน็ ธาตุได้ด้วยวธิ ีการทางเคมี

สาระการเรยี นรู้
- สารบริสุทธิ์แบง่ ออกเป็นธาตุและสารประกอบ ธาตุประกอบด้วยอนุภาคที่เลก็ ที่สุดท่ียังแสดงสมบัตขิ อง

ธาตุน้ันเรยี กว่า อะตอม ธาตแุ ต่ละชนิดประกอบด้วยอะตอมเพียงชนิดเดียวและไม่สามารถแยกสลายเป็นสารอื่นได้
ด้วยวธิ ีทางเคมี ธาตุเขียนแทนด้วยสญั ลกั ษณ์

- ธาตุ สารประกอบเกิดจากอะตอมของธาตุตั้งแต่ 2 ชนดิ ข้ึนไปรวมตวั กนั ทางเคมีในอัตราสว่ นคงที่ มี
สมบตั แิ ตกต่างจากธาตุทเ่ี ป็นองค์ประกอบ สามารถแยกเป็นธาตุไดด้ ้วยวธิ ที างเคมี ธาตแุ ละสารประกอบสามารถ
เขียนแทนได้ดว้ ยสูตรเคมี

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K)

1) นักเรียนสามารถอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างอะตอม ธาตุ และสารประกอบ โดยใช้
แบบจำลองได้

2) นักเรียนสามารถอธิบายโครงสร้างสารประกอบโดยใชแ้ บบจำลองได้
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)

นกั เรียนสามารถนำเสนอเกย่ี วกับสมบัตขิ องสารประกอบได้
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)

นักเรียนมีความรับผิดชอบในภาระงานทคี่ รมู อบหมาย และส่งงานไดใ้ นเวลาที่กำหนด

สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการคิด
2. ความสามารถในการส่อื สาร
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา

คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวินยั
2. มีความสนใจใฝเ่ รียนรู้
3. มุ่งมั่นตง้ั ใจทำงานด้วยความเพียรพยายาม

กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ขั้นที่ 1 : ข้ันสรา้ งความสนใจ (Engagement) (10 นาท)ี

1. ครูถามคำถามทบทวนความร้เู ดิมของนกั เรยี น ดังน้ี
- สารบริสทุ ธิ์ คอื อะไร
(แนวคำตอบ สารบรสิ ุทธ์ิ คอื สารทีม่ ีองค์ประกอบเพียงชนิดเดียว มสี มบตั ิเฉพาะทางกายภาพ และ

สมบัติทางเคมี)

- เพราะเหตุใด ธาตุจึงจดั เป็นสารบริสุทธิ์
(แนวคำตอบ เพราะธาตปุ ระกอบดว้ ยอะตอมเพียงชนิดเดยี ว ไม่สามารถแยกหรือสลายออกเป็นสาร

อ่ืนได้)
2. ครเู กร่นิ วา่ อะตอมของธาตสุ ามารถสร้างพนั ธะระหวา่ งกันได้ จากนน้ั นำเสนอแบบจำลองสารตอ่ ไปน้ี

Mn Cl
O O Na

Na H CH K
O

3. ครถู ามนกั เรียนเกยี่ วกับแบบจำลองโครงสร้างสารที่ครนู ำเสนอ ดังน้ี
- สารท่คี รูแสดงจัดเปน็ สารบริสุทธห์ิ รือไม่ เพราะเหตุใด
(แนวคำตอบ พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพินิจของครผู สู้ อน ตวั อยา่ งเช่น

จัดเปน็ สารบรสิ ุทธ์ิ เพราะมีการสร้างพันธะร่วมกนั เป็นตน้ )
- สารที่ครูแสดงมีคุณสมบัตแิ ตกต่างไปจากธาตุท่ีเปน็ องค์ประกอบของสารนนั้ หรอื ไม่
(แนวคำตอบ พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน ตวั อย่างเชน่

แตกต่าง เพราะธาตุตา่ งชนดิ กันทำพันธะกัน เปน็ ตน้ )
ขน้ั ที่ 2 : ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) (25 นาที)

1. ครูให้ความรู้แก่นักเรียน เรื่อง “สารประกอบ” แก่นักเรียน โดยใช้สื่อ Power point และหนังสือวิชา
วทิ ยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1 (อจท.) หนา้ 18

2. ครูใหน้ ักเรียนทำกจิ กรรม โดยมีขนั้ ตอนดงั ต่อไปนี้
2.1 ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน จากนั้นให้นักเรียนส่งตัวแทนกลุ่มออกมารับใบงานที่ 1.5

เรอื่ ง สารประกอบ
2.2 ครใู ห้นกั เรียนศึกษาเร่ือง สารประกอบ ในหนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1 หน้าที่ 18 หรือ

จากแหล่งการเรียนรูอ้ ่นื ๆ จากน้นั ใหน้ ักเรยี นบนั ทกึ ผลการสืบค้นลงในใบงานท่ี 1.5 เรอ่ื ง สารประกอบ ตอนท่ี 1
ขั้นท่ี 3 : อธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation) (5 นาที)

1. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอหน้าช้ันเรียน เกี่ยวกับการบันทึกผลการสบื ค้นลงใน
ใบงาน โดยนักเรียนกลมุ่ อ่นื ร่วมกนั อภิปรายเกีย่ วกบั คำตอบของกลุม่ เพ่ือนที่นำเสนอ

2. ครูและนักเรียนรว่ มกนั อภิปรายและหาข้อสรปุ จากกจิ กรรม โดยครูถามคำถามนักเรียน ดงั น้ี
- สารประกอบ คืออะไร
(แนวคำตอบ สารประกอบ คือ สารบริสุทธ์ิที่เกิดจากอะตอมของธาตตุ งั้ แต่ 2 ชนิดข้นึ ไปมารวมกนั

ทางเคมี)
- อัตราส่วนโดยมวลของธาตทุ ่ีรวมกนั เปน็ สารประกอบเปน็ อย่างไร
(แนวคำตอบ อตั ราสว่ นโดยมวลคงท่ี)
- สมบัตขิ องสารประกอบเปลี่ยนแปลงไปจากสมบตั ิของธาตทุ ่ีเปน็ องคป์ ระกอบเดมิ หรือไม่
(แนวคำตอบ สมบัตขิ องสารประกอบเปลีย่ นแปลงไปจากสมบัตขิ องธาตทุ ่ีเป็นองคป์ ระกอบเดมิ )
- สารประกอบชนิดใดทส่ี ามารถใช้สูตรโมเลกลุ ได้
(แนวคำตอบ สารประกอบท่ีมีธาตอุ โลหะเปน็ องค์ประกอบเท่านั้น)

3. ครูเปิดโอกาสให้นกั เรยี นไดซ้ กั ถามข้อสงสยั เพ่ือสะท้อนความคดิ ของนักเรยี น
ข้นั ท่ี 4 : ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration) (5 นาท)ี

1. ครถู ามนกั เรียนว่า นอกจากตัวอยา่ งแบบจำลองโมเลกลุ ของสารประกอบที่ครูนำเสนอแลว้ นกั เรียนคิด
วา่ มีสารใดรอบตัวนักเรยี นที่เป็นสารประกอบอีกบา้ ง

(แนวคำตอบ พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยให้อยใู่ นดลุ ยพนิ ิจของครผู สู้ อน ตวั อย่างเช่น ผงชรู ส
นำ้ แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ เป็นต้น)

2. ครใู ห้นกั เรยี นแต่ละกล่มุ ศึกษาค้นคว้าเก่ยี วกับสารประกอบท่ีอยู่รอบตวั นักเรียน แลว้ บันทกึ ผลการ
สืบค้นลงในใบงานท่ี 1.5 เรอื่ ง สารประกอบ ตอนท่ี 2
ขนั้ ที่ 5 : ข้นั ประเมนิ (Evaluation) (5 นาที)

ครูประเมินผลการเรียนรู้จากใบงานท่ี 1.5, ประเมินการทำกิจกรรมกลุ่ม โดยใช้เกณฑ์การประเมินจาก
แผนการเรียนรูท้ ่ี 9

สอื่ อุปกรณก์ ารเรยี นรู้ และแหล่งการเรียนรู้
1) ส่ือ Power point เรอ่ื ง “สารประกอบ”
2) หนังสอื วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1 (อจท.) หนา้ 18
3) แบบจำลองโครงสร้างของสาร
4) ใบงานที่ 1.5 เรือ่ ง สารประกอบ

การวดั และการประเมนิ วิธีการวัด เครอื่ งมอื วัด เกณฑใ์ ช้ประเมนิ
ประเดน็ การประเมิน

ดา้ นความรู้ (K)

นักเรียนสามารถอธิบายความสัมพันธ์ ตรวจจากใบงานที่ 1.5 ใบงานท่ี 1.4 ตอนท่ี 2 รอ้ ยละ 60
ระหว่างอะตอม ธาตุ และสารประกอบ ผา่ นเกณฑ์
โดยใชแ้ บบจำลองได้

นักเรียนสามารถอธิบายโครงสร้าง ตรวจจากใบงานท่ี 1.5 ใบงานท่ี 1.4 ตอนที่ 1 ร้อยละ 60
สารประกอบโดยใชแ้ บบจำลองได้ ผ่านเกณฑ์

ดา้ นทักษะ (P)

นักเรียนสามารถนำเสนอเกี่ยวกับ สังเกตพฤติกรรมการ แบบสังเกตพฤติกรรมการ ระดบั คุณภาพ

สมบัตขิ องสารประกอบได้ ทำงานกลมุ่ ทำงานกลมุ่ จากผสู้ อน พอใช้ ผา่ นเกณฑ์

ด้านคณุ ลกั ษณะ (A)

นักเรียนมีความรับผิดชอบในภาระงาน 1. สังเกตพฤติกรรม 1. แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ
ที่ครูมอบหมาย และส่งงานได้ในเวลาท่ี รายบุคคล
กำหนด 2. ใบงานท่ี 1.5 รายบคุ คล พอใช้ ผา่ นเกณฑ์

2. แบบบนั ทึกการสง่ งาน

เกณฑ์การประเมนิ ดา้ นความรู้ (K)

ประเดน็ การประเมนิ ระดับคณุ ภาพ

นกั เรยี นสามารถอธิบาย 3 21 0
ความสมั พนั ธ์ระหวา่ ง
อะตอม ธาตุ และ นักเรยี นสามารถอธบิ าย นกั เรยี นสามารถอธิบาย นักเรยี นสามารถอธบิ าย นกั เรียนไมส่ ามารถ
สารประกอบ โดยใช้ ความสัมพันธร์ ะหว่าง อธิบายความสมั พันธ์
แบบจำลองได้ อะตอม ธาตุ และ ความสมั พนั ธร์ ะหว่าง ความสมั พันธ์ระหว่าง ระหวา่ งอะตอม ธาตุ
(3 คะแนน) สารประกอบ โดยใช้ และสารประกอบ โดย
แบบจำลองได้ ในใบงาน อะตอม ธาตุ และ อะตอม ธาตุ และ ใช้แบบจำลองได้ ในใบ
ท่ี 1.5 ตอนที่ 2 ไดอ้ ย่าง งานท่ี 1.5 ตอนท่ี 2
ถูกต้อง (5-6 ข้อ) สารประกอบ โดยใช้ สารประกอบ โดยใช้ ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง

แบบจำลองได้ ในใบงาน แบบจำลองได้ ในใบงาน

ที่ 1.5 ตอนท่ี 2 ไดอ้ ยา่ ง ที่ 1.5 ตอนที่ 2 ได้อย่าง

ถูกต้อง (3-4 ข้อ) ถูกต้อง (1-2 ข้อ)

นกั เรยี นสามารถอธบิ าย นักเรียนสามารถอธบิ าย นกั เรยี นสามารถอธบิ าย นักเรยี นสามารถอธบิ าย นักเรยี นไมส่ ามารถ
โครงสร้างสารประกอบ โครงสรา้ งสารประกอบ โครงสรา้ งสารประกอบ โครงสรา้ งสารประกอบ อธบิ ายโครงสรา้ ง
โดยใชแ้ บบจำลองได้ โดยใช้แบบจำลองได้ ใน โดยใชแ้ บบจำลองได้ ใน โดยใช้แบบจำลองได้ ใน สารประกอบโดยใช้
(3 คะแนน) ใบงานที่ 1.5 ตอนท่ี 1 ใบงานที่ 1.5 ตอนที่ 1 ใบงานท่ี 1.5 ตอนท่ี 1 แบบจำลองได้ ในใบ
ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง (5 ข้อ) ได้อย่างถกู ตอ้ ง (3-4 ไดอ้ ย่างถกู ต้อง (1-2 งานท่ี 1.5 ตอนท่ี 1
ข้อ) ข้อ) ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง

คุณภาพคะแนน

คะแนน ระดบั คุณภาพ

4 - 6 ดี

2 - 3 พอใช้

0 - 1 ปรบั ปรงุ

เกณฑ์การประเมินดา้ นทักษะ (P)

ประเดน็ การประเมิน ระดับคณุ ภาพ

นกั เรียนสามารถ 3 21 0
นำเสนอเกีย่ วกับสมบัติ ไดค้ ะแนนจากแบบ
ของสารประกอบได้ ประเมินการทำ ไดค้ ะแนนจาก ได้คะแนนจากแบบ ไดค้ ะแนนจากแบบ
(3 คะแนน) กิจกรรมกลุม่
10 – 15 คะแนน แบบประเมนิ การ ประเมนิ การทำ ประเมนิ การทำ

ทำกิจกรรมกลมุ่ กิจกรรมกลมุ่ กิจกรรมกลุ่ม

5 – 9 คะแนน 1 – 4 คะแนน 0 คะแนน

คณุ ภาพคะแนน

คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
3 ดี
2
พอใช้
0-1 ปรบั ปรงุ

เกณฑ์การประเมนิ ดา้ นความรู้ (A)

ประเด็นการประเมนิ ระดับคุณภาพ

3 210

นักเรยี นมคี วาม สง่ งานตรงตามที่ ส่งงานชา้ กวา่ กำหนด สง่ งานช้ากว่ากำหนด ส่งงานชา้ กวา่ กำหนด

รับผดิ ชอบในภาระงาน กำหนด (อาทติ ย์ 1-2 วัน 3 วัน มากกว่า 3 วันหรอื ไม่

ที่ครูมอบหมาย และส่ง ถัดไป) ส่ง

งานไดใ้ นเวลาที่กำหนด

(3 คะแนน)

คณุ ภาพคะแนน

คะแนน ระดบั คุณภาพ

3 ดี

2 พอใช้

0 - 1 ปรบั ปรงุ

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 9

เรอื่ ง สารประกอบ ชั้น ม.1/2 .

จำนวนนักเรยี นทมี่ าเรยี น.............................คน
จำนวนนักเรยี นทไี่ ม่มาเรยี น.........................คน
1. ผลการสอน

1.1 ผลการจดั การเรยี นรู้ในห้อง
นักเรยี นร้อยละ............จากคนทม่ี าเรยี นทั้งหมด ให้ความร่วมมือในการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน โดยสามารถ
.............................................................ได้

1.2 ผลการประเมนิ ตามแบบประเมนิ
-นักเรียนจำนวน......... คน คดิ เป็นร้อยละ............ มผี ลการประเมินดา้ น K ในระดับ …….......
-นกั เรยี นจำนวน......... คน คิดเปน็ รอ้ ยละ............. มผี ลการประเมินดา้ น P ในระดับ ……......
-นกั เรยี นจำนวน..........คน คิดเปน็ ร้อยละ.............. มผี ลการประเมนิ ด้าน A ในระดบั …….....

12.2 ปญั หาทีพ่ บจากการสอนในคาบเรยี น
............................................................................................................................. .......................................................
........................................................................................................................................................................ ............
12.3 การแก้ไขปัญหาและอปุ สรรค
........................................................................................... .........................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
12.4 ผลการแก้ไข
............................................................................................................................. .......................................................
........................................................................................................................................................................ ............
12.5 ขอ้ เสนอแนะในการสอนครง้ั ถัดไป
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................

ลงชอื่ .....................................................................
(นางสาวนุสรนิ ทร์ อิ่นคำ) .

นกั ศึกษาฝึกประสบการณ์วชิ าชพี ครู

ความคดิ เห็นของผ้พู เ่ี ลย้ี ง

ได้ทำการตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (ว21101)
และมคี วามคิดเหน็ ดังน้ี

1. เปน็ หนว่ ย/แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ดมี าก ดี พอใช้
2. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ ได้นำเอาทักษะกระบวนการเรยี นรู้

ท่เี นน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญใชใ้ นการสอนอย่างเหมาะสม
ทย่ี งั ไม่เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ่ ไป
3. เปน็ หน่วย/แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี นำไปใช้ในการสอนได้จริง

ควรปรบั ปรงุ กอ่ นนำไปสอน
………………………………………………………………………………………………………………………………….………….…………….……
….……………………………………………………………………………………………………………………….………….………………...........
................................................................................................................................................................ ....................
....................................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .........................................................

(นางพชั รา ภิระกันทา) .

ครูพีเ่ ลย้ี ง .

................../................./..................

แบบประเมนิ ผลการเรยี นร้ขู องนักเรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1/2
วชิ าวิทยาศาสตร์พ้นื ฐาน เรอื่ ง ธาตกุ ัมมันตรงั สี

ลำดับ ช่อื -สกุล ความรู้ ทักษะ คุณลักษณะ รวม ผลการประเมนิ
ผ่าน ไมผ่ า่ น
1 เดก็ หญิงลักขณา ทาเกดิ 63 3 12
2 เดก็ ชายเทพพทิ กั ษ์ โสภณ
3 เดก็ หญงิ ณิชากร บัวสุวรรณ
4 เดก็ ชายฉัตรเมธี โสภาวนั
5 เด็กหญิงวณิ ีนุช มาลยั จรญู
6 เด็กชายบุญมี ทรงชัยเจรญิ
7 เด็กชายพชิ ัยยทุ ธ โชคขจรไพศาล
8 เด็กชายภูบดนิ ทร์ ปน่ิ หยา่
9 เดก็ ชายวิทวัส ชัยศรี
10 เด็กชายนมิ ิต อุดมไพศาลศักด์ิ
11 เด็กหญิงพิมพม์ าดา สรุ ิยะ
12 เด็กหญิงชลธิชา คีรมี าลัย
13 เด็กหญงิ มาลี แซ่ลี
14 เด็กหญิงขวญั ชนก วิวัฒน์พรไชย
15 เดก็ ชายณฐวัชร แซ่หาง
16 เด็กชายกฤษณกนั ณฑ์ จันทร์อินทร์
17 เด็กชายณฐั ภทั ร พิชชาพงศ์
18 เดก็ หญิงศภุ กานต์ ดำรงพรกุล
19 เดก็ หญิงกมลชนก จะหย่อ

**หมายเหตุ ผา่ นเกณฑ์คะแนนรวมไมต่ ำ่ กว่า 8 คะแนน
ผา่ น……………………..คน
ไมผ่ า่ น………………….คน

คะแนนทีไ่ ด้

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม

ช่ือกลุ่ม……………………………………………….....
สมาชิกในกลุ่ม 1. ……………………………………………………………………………………………………….

2. ……………………………………………………………………………………………………….
3. ……………………………………………………………………………………………………….
4. ……………………………………………………………………………………………………….
5. ……………………………………………………………………………………………………….

คำชี้แจง : ให้ผูส้ อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลา แล้วขดี / ลงในช่องท่ีตรงกับ

ระดบั คะแนน

พฤติกรรมท่สี ังเกต ระดบั คณุ ภาพคะแนน
3 21

1. เร่มิ ต้นงานทไี่ ดร้ ับมอบหมายทนั ที

2. ทำกจิ กรรมด้วยความสนกุ สนานและเตม็ ใจ

3. มีส่วนรว่ มในการทำกจิ กรรมอยา่ งสม่ำเสมอ

4. มีเน้ือหาครบถว้ นสมบรู ณ์ และมคี วามถกู ต้อง

5. ใช้เวลาในการทำงานตามเวลาท่กี ำหนด

รวม

ลงชอ่ื ……………………………………………(ผ้สู อน)

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
พฤติกรรมทที่ ำอยา่ งสมำ่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมทท่ี ำบอ่ ยครัง้ ให้ 1 คะแนน
พฤติกรรมทีท่ ำบางคร้ัง
ดี
คุณภาพคะแนน = ปานกลาง
10 - 15 คะแนน = พอใช้
5 - 9 คะแนน =
1 - 4 คะแนน

ใบงานที่ 1.5 วชิ าวิทยาศาสตร์ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 คะแนนท่ไี ด้

หน่วยที่ 1 สารรอบตวั ใบงานท่ี 5 เร่ือง สารประกอบ

ตอนท่ี 1 : ใหน้ ักเรียนศึกษาเกีย่ วกับสารประกอบ แล้วบันทกึ ผลการสบื ค้นลงในใบงาน

รปู โมเดลสารประกอบ ชื่อสารประกอบ สมบตั ิของ สมบตั ิของธาตทุ ่เี ปน็
สารประกอบ องคป์ ระกอบ

Na H โซเดยี มไฮดรอกไซด์
O กรดคาร์บอนิก
O
CH

Mn โพแทสเซยี มเปอร์-
O แมงกาเนต

K

Cl โซเดยี มคลอไรด์

Na

คำถามหลังกิจกรรม
1. สารประกอบ คืออะไร
............................................................................................................................. ......................................
............................................................................................ .......................................................................
2. สารประกอบมีสมบัติเหมือนกบั ธาตทุ ่ีเปน็ องค์ประกอบของสารประกอบนั้นหรือไม่
............................................................................................................................. ......................................

ตอนท่ี 2 : จงเขยี นชื่อและสูตรโมเลกุลของสารประกอบรอบตัวของนักเรยี นมาอย่างน้อย 5 ชนิด พร้อมกบั ระบุ
ประโยชน์และโทษของสารประกอบชนิดนั้น

ชือ่ สารประกอบ สูตรโมเลกลุ ประโยชน์/โทษของสารประกอบ

NH2CONH2 N,H,C,O
H2SO4 H,S,O
Hl

Na2B4O7·10H2O C,O
CO2

C5H8NO4Na

ชอ่ื ……………………………………………………………………………… ชน้ั /ห้อง ………………………. เลขท่ี ……………….

ใบงานท่ี 1.5 วิชาวทิ ยาศาสตร์ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 เฉลย

หนว่ ยที่ 1 สารรอบตวั ใบงานที่ 5 เรื่อง สารประกอบ คะแนนท่ไี ด้

ตอนท่ี 1 : ให้นักเรียนศึกษาเกยี่ วกับสารประกอบ แลว้ บนั ทึกผลการสืบค้นลงในใบงานตอนที่ 1

รูปโมเดลสารประกอบ ชื่อสารประกอบ สมบัตขิ อง สมบัตขิ องธาตุทีเ่ ปน็
สารประกอบ องค์ประกอบ

Na H โซเดียมไฮดรอกไซด์
O กรดคารบ์ อนกิ
O
CH

Mn โพแทสเซยี มเปอร์-
O แมงกาเนต

K โซเดยี มคลอไรด์

Cl
Na

คำถามหลังกิจกรรม
1. สารประกอบ คอื อะไร

สารประกอบ คอื สารบรสิ ุทธ์ิที่เกดิ จากอะตอมของธาตตุ งั้ แต่ 2 ชนิดขน้ึ ไปมารวมกันทางเคมี โดยมี
อตั ราสว่ นโดยมวลคงที่
2. สารประกอบมสี มบัติเหมือนกบั ธาตุทเี่ ปน็ องคป์ ระกอบของสารประกอบนั้นหรือไม่

สารประกอบมีสมบตั ิแตกตา่ งกับธาตุทีเ่ ปน็ องค์ประกอบของสารประกอบน้นั เน่อื งจากมีการสร้างพนั ธะ
ระหว่างอะตอมทำใหก้ ลายเป็นโมเลกุลใหม่

ตอนที่ 2 : จงเขียนชอ่ื และสตู รโมเลกุลของสารประกอบรอบตวั ของนักเรยี นมาอย่างน้อย 5 ชนดิ พร้อมกับระบุ
ประโยชน์และโทษของสารประกอบชนิดน้ัน

ชือ่ สารประกอบ สูตรโมเลกลุ ประโยชน์/โทษของสารประกอบ
Ca(OH)2
ตัวอย่างคำตอบ ประโยชน์
แคลเซียมไฮดรอกไซด์ 1. ใชแ้ กด้ นิ เปรยี้ ว
2. ใชท้ ำยาลดกรดในกระเพาะ
อาหาร
โทษ
1. เมอ่ื อยู่ในรูปสารละลายจะมีฤทธ์ิ
เปน็ เบส กดั กรอ่ นผิวหนงั ก่อใหเ้ กดิ
การระคายเคือง

ชอ่ื ……………………………………………………………………………… ช้นั /หอ้ ง ………………………. เลขที่ ……………….

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 10 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1
เวลาท้งั หมด 26 ชว่ั โมง
รายวชิ าวิทยาศาสตร์ เวลา 2 คาบ
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 เรื่อง สารรอบตวั ผูส้ อน นางสาวนุสรินทร์ อิ่นคำ
แผนท่ี 10 เรอ่ื ง สารผสม
สอนวันท่ี 8 กรกฎาคม 2564

มาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตัวช้ีวดั
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบตั ิของสสารกับ

โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิด
สารละลาย และการเกิดปฏิกริ ิยาเคมี

ตวั ชีว้ ัด
ม.1/4 เปรียบเทยี บจดุ เดือด จดุ หลอมเหลวของสารบรสิ ทุ ธิ์และสารผสม โดยการวดั อณุ หภมู ิ เขียนกราฟ
แปลความหมายขอ้ มูลจากกราฟหรอื สารสนเทศ
ม.1/5 อธิบายและเปรียบเทยี บความหนาแน่นของสารบรสิ ุทธแิ์ ละสารผสม
ม.1/6 ใชเ้ ครอ่ื งมอื วดั มวลและปรมิ าตรของสารบริสทุ ธิ์และสารผสม

สาระสำคัญ
สารผสมเกิดจากสารตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปมาผสมกัน โดยสารผสมบางชนิดผสมเป็นเนื้อเดียวกัน เรียกว่า

สารละลาย ซึง่ ประกอบดว้ ยตวั ละลายและตัวทำละลาย ซ่งึ ตวั ทำละลายจะมปี รมิ าณมากกวา่ และมีสถานะเดยี วกับ
สารละลาย นอกจากนี้สารผสมบางชนิดผสมไม่เป็นเนื้อเดียวกัน เรียกว่า สารเนื้อผสม ซึ่งมี 2 ประเภท ได้แก่ สาร
แขวนลอย และคอลลอยด์

สาระการเรยี นรู้
- สารบริสุทธิ์ประกอบด้วยสารเพียงชนิดเดียว ส่วนสารผสมประกอบด้วยสารตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป

สารบริสุทธิ์แต่ละชนิดมีสมบตั ิบางประการที่เป็น ค่าเฉพาะตัว เช่น จุดเดือดและจุดหลอมเหลวคงที่ แต่สารผสมมี
จดุ เดือดและจุดหลอมเหลวไมค่ งท่ี ขึน้ อยกู่ ับชนดิ และสดั สว่ นของสารทผ่ี สมอย่ดู ้วยกนั

- สารบริสทุ ธ์แิ ต่ละชนดิ มีความหนาแนน่ หรือมวลตอ่ หนึ่งหน่วยปริมาตรคงท่ี เป็นคา่ เฉพาะของสารน้ัน ณ
สถานะและอณุ หภูมิหน่ึง แตส่ ารผสมมคี วามหนาแนน่ ไมค่ งท่ีขึ้นอยู่กบั ชนิดและสัดสว่ นของสารทผ่ี สมอยู่ดว้ ยกัน

จุดประสงค์การเรียนรู้
ด้านความรู้ (K)

นกั เรยี นสามารถแยกระหวา่ งตวั ถกู ละลายกับตัวทำละลายได้อยา่ งถูกต้อง
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)

นกั เรียนสามารถปฏบิ ัติกิจกรรมการทดลองเตรียมสารละลายไดถ้ ูกต้องตามขัน้ ตอนได้
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)

นกั เรียนมคี วามรับผดิ ชอบในภาระงานทค่ี รูมอบหมาย และส่งงานไดใ้ นเวลาที่กำหนด

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการคิด
2. ความสามารถในการสื่อสาร
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา

คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
1. มวี นิ ัย
2. มีความสนใจใฝเ่ รียนรู้
3. มงุ่ ม่ันตั้งใจทำงานดว้ ยความเพียรพยายาม

กระบวนการจดั การเรียนรู้
ขัน้ ท่ี 1 : ขนั้ สรา้ งความสนใจ (Engagement) (10 นาที)

1. ครูนำสารมา 3 ชนิด ได้แก่ น้ำแดง น้ำนม น้ำโคลน แล้วให้นักเรียนเปรียบเทียบความเหมือน และ
ความแตกต่างของสารทั้งสามชนิด

2. ครูเกร่นิ นำถามคำถามนกั เรียนว่า สารผสม คอื อะไร และให้นกั เรียนยกตัวอย่างสารผสมท่ีนักเรียนรู้จัก
มาคนละชนดิ
ข้ันท่ี 2 : ขนั้ สำรวจและค้นหา (Exploration) (70 นาที)

1. ครูให้ความรู้แก่นักเรียน เรื่อง “สารผสม” แก่นักเรียน โดยใช้สื่อ Power point และหนังสือวิชา
วิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1 (อจท.) หนา้ 19

2. ครูให้นักเรียนทำกจิ กรรม โดยมีขัน้ ตอนดงั ต่อไปนี้
2.1 ครแู บ่งกลุ่มนักเรยี นออกเป็น 4 กลุม่ โดยใหน้ กั เรียนจับกลมุ่ กันเอง
2.2 ครเู ตรยี มอปุ กรณ์การทดลองให้กบั แต่ละกล่มุ ดงั น้ี
- โพแทสเซยี มเปิร์แมงกาเนต (ดา่ งทับทิม)
- นำ้ กลั่น
- บกี เกอร์ขนาด 100 ml
- แทง่ คนสารชอ้ นตักสาร
- กระบอกตวง 100 ml
- เครื่องช่ังสาร
2.3 จากนนั้ ครใู ห้นักเรยี นช่ังโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต (ดา่ งทบั ทิม) 5 g ใส่ลงในบีกเกอรข์ นาด 100

ml
2.4 ครูให้นักเรียนตวงน้ำกลั่นมา 20 ml เทลงในบีกเกอร์ในข้อ 1 แล้วใช้แท่งแก้วคนให้ด่างทับทิม

ละลายจนหมด
2.5 เทสารละลายจากข้อ 2 ลงในกระบอกตวงขนาด 100 ml เทน้ำกลั่นเล็กน้อยลงในบีกเกอร์ เพ่ือ

ลา้ งดา่ งทับทิมทีต่ ดิ อยกู่ ับบกี เกอร์ แลว้ นำไปเทในกระบอกตวง ทำซ้ำ 2-3 ครั้ง
2.6 เติมน้ำกลั่นลงในกระบอกตวงจนสารละลายมีปริมาณเป็น 100 ml สังเกตสีของสารละลาย แล้ว

บนั ทกึ ผล
2.7 ทำการทดลองซ้ำ ข้อ 1-4 แต่เปลี่ยนปริมาณด่างทับทิมเป็น 10 g สังเกตสีของสารละลาย แล้ว

บนั ทกึ ผล
2.8 เปรียบเทียบสขี องสารละลายท่เี ตรียมได้จาก ข้อ 4 และข้อ 5 แล้วบันทึกผล

ขั้นที่ 3 : อธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) (10 นาท)ี
1. ครถู ามคำถามเพื่อทดสอบความเขา้ ใจของนักเรยี น และอธบิ ายคำตอบ ดังน้ี
- จากกิจกรรม นกั เรยี นคดิ วา่ สารใดเปน็ ตัวละลาย และสารใดเป็นตัวทำละลาย
(แนวคำตอบ น้ำเป็นตวั ทำละลาย และโพแทสเซยี มเปอร์แมงกาเนต หรอื ด่างทับทิมเปน็ ตวั ละลาย)
- จากกิจกรรม สีของสารละลายด่างทบั ทิมทีเ่ ตรยี มได้แตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร
(แนวคำตอบ แตกต่างกัน สขี องสารละลายที่มดี ่างทับทิม 10 กรมั (ความเข้มข้นมากกว่า) จะมีสีเข้ม

กวา่ สารละลายที่มดี า่ งทับทมิ 5 กรมั (เจอื จางกวา่ ))
2. ครสู ุ่มนกั เรยี น 6 คน ออกมาคำนวณความเข้มข้นของสารละลายท่ีเตรียมได้จากกิจกรรมเป็นหน่วยร้อย

ละโดยมวล ร้อยละโดยปริมาตร และร้อยละโดยมวลต่อปริมาตร ตามลำดับ โดย 3 คนแรกคำนวณโดยใช้ปริมาณ
ด่างทับทิม 5 กรัม และอีก 3 คน คำนวณโดยใชป้ ริมาณดา่ งทบั ทิม 10 กรมั

(แนวคำตอบ สารละลายที่มีตัวละลายด่างทับทิม 5 กรัม จะมีความเข้มข้นร้อยละโดยมวลเท่ากับ 0.05
รอ้ ยละโดยปริมาตรเท่ากับ 0.02 และความเข้มขน้ ร้อยละโดยมวลตอ่ ปริมาตรเทา่ กบั 0.05

สารละลายที่มีตัวละลายด่างทับทิม 10 กรัม จะมีความเข้มข้นร้อยละโดยมวลเท่ากับ 0.10 ร้อยละโดย
ปรมิ าตรเทา่ กบั 0.04 และความเขม้ ข้นรอ้ ยละโดยมวลตอ่ ปริมาตรเท่ากับ 0.10)

3. ครูเปดิ โอกาสให้นักเรียนได้ซักถามข้อสงสยั เพ่อื สะทอ้ นความคิดของนักเรียน
ข้นั ที่ 4 : ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration) (5 นาที)

1. ครูเปิดคลปิ วดี โี อ เร่ือง “วิชาเคมี ม.2 | สารละลายคอื อะไร” ใหน้ กั เรยี นดู
(ที่มา: https://www.youtube.com/watch?v=57KMFF0dHJk)

2. ครูและนักเรยี นรว่ มกันอภปิ รายและสรุปเกีย่ วกับโรคติดต่อทางเพศสัมพนั ธ์
ขั้นท่ี 5 : ขั้นประเมนิ (Evaluation) (5 นาที)

ครูประเมินผลการเรยี นรู้จากใบกิจกรรมท่ี 1.6, ประเมนิ การทำกจิ กรรมกลุ่ม โดยใชเ้ กณฑก์ ารประเมินจาก
แผนการเรียนรูท้ ่ี 10

สือ่ อปุ กรณ์การเรียนรู้ และแหล่งการเรียนรู้
1) สือ่ Power point เรือ่ ง “สารผสม”
2) หนงั สอื วิชาวิทยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1 (อจท.) หนา้ 19
3) อุปกรณ์ต่าง ๆ ได้แก่ เกลือ น้ำกลั่น บีกเกอร์ขนาด 250 cm3 แท่งคนสารช้อนตักสาร กระบอกตวง

และเคร่อื งชง่ั สาร
4) คลปิ วดิ โี อ “วชิ าเคมี ม.2 | สารละลายคอื อะไร”
(ทีม่ า: https://www.youtube.com/watch?v=57KMFF0dHJk)
5) ใบกิจกรรมที่ 1.6 เร่ือง สารผสม

การวดั และการประเมนิ วิธกี ารวดั เคร่อื งมอื วดั เกณฑ์ใชป้ ระเมิน
ประเดน็ การประเมนิ
ร้อยละ 60
ดา้ นความรู้ (K) ผา่ นเกณฑ์

นักเรียนสามารถแยกระหว่างตัวถูก ตรวจจากแบบฝกึ หดั ท่ี แบบฝึกหัดท่ี 1.6
ละลายกบั ตัวทำละลายไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง 1.6

ดา้ นทักษะ (P) แบบสงั เกตพฤติกรรมการ ระดับคุณภาพ
ทำงานกลุ่มจากผู้สอน พอใช้ ผา่ นเกณฑ์
นักเรยี นสามารถปฏบิ ตั ิกิจกรรมการ สังเกตพฤติกรรมการ
ทดลองเตรียมสารละลายได้ถูกตอ้ งตาม ทำงานกลุ่ม 1. แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ
ขน้ั ตอนได้
รายบุคคล พอใช้ ผ่านเกณฑ์
ดา้ นคณุ ลักษณะ (A)
2. แบบบนั ทกึ การสง่ งาน
นกั เรียนมีความรับผดิ ชอบในภาระงาน 1. สงั เกตพฤติกรรม
ทคี่ รมู อบหมาย และสง่ งานได้ในเวลาที่ รายบคุ คล
กำหนด 2. ใบกิจกรรมที่ 1.6

เกณฑ์การประเมินด้านความรู้ (K)

ประเด็นการประเมนิ 3 ระดบั คณุ ภาพ 0
21

นกั เรียนสามารถแยก นกั เรยี นสามารถแยก นกั เรยี นสามารถแยก นักเรียนสามารถแยก นักเรยี นไมส่ ามารถ

ระหว่างตัวถกู ละลายกับ ระหวา่ งตวั ถูกละลายกบั ระหว่างตวั ถกู ละลายกับ ระหว่างตวั ถกู ละลายกับ แยกระหวา่ งตวั ถูก

ตัวทำละลายได้อย่าง ตวั ทำละลายได้อย่าง ตวั ทำละลายได้อยา่ ง ตวั ทำละลายได้อย่าง ละลายกับตวั ทำ

ถกู ต้อง ถกู ต้อง ในแบบฝึกหดั ท่ี ถูกต้อง ในแบบฝึกหัดท่ี ถูกต้อง ในแบบฝึกหดั ท่ี ละลายได้อยา่ งถูกต้อง

(3 คะแนน) 1.6 ไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง (5 1.6 ได้อย่างถกู ตอ้ ง (3-4 1.6 ได้อยา่ งถูกตอ้ ง (1-2 ในแบบฝึกหัดที่ 1.6

ข้อ) ขอ้ ) ข้อ) ได้อยา่ งถูกตอ้ ง

คณุ ภาพคะแนน

คะแนน ระดับคณุ ภาพ

3 ดี

2 พอใช้

0 - 1 ปรับปรงุ

เกณฑ์การประเมินด้านทักษะ (P)

ประเด็นการประเมนิ ระดับคุณภาพ

นักเรยี นสามารถปฏิบตั ิ 3 21 0
กจิ กรรมการทดลอง ได้คะแนนจากแบบ
เตรียมสารละลายได้ ประเมินการทำ ได้คะแนนจาก ได้คะแนนจากแบบ ไดค้ ะแนนจากแบบ
ถูกต้องตามข้ันตอนได้ กิจกรรมกลุ่ม
(3 คะแนน) 10 – 15 คะแนน แบบประเมนิ การ ประเมินการทำ ประเมนิ การทำ

ทำกจิ กรรมกลุ่ม กิจกรรมกลุ่ม กจิ กรรมกลุ่ม

5 – 9 คะแนน 1 – 4 คะแนน 0 คะแนน

คุณภาพคะแนน

คะแนน ระดบั คุณภาพ
3 ดี
2
พอใช้
0-1 ปรับปรุง

เกณฑ์การประเมินดา้ นความรู้ (A)

ประเดน็ การประเมนิ ระดบั คุณภาพ

3 210

นักเรยี นมคี วาม สง่ งานตรงตามท่ี ส่งงานช้ากว่ากำหนด สง่ งานช้ากว่ากำหนด ส่งงานชา้ กว่ากำหนด

รับผดิ ชอบในภาระงาน กำหนด (อาทติ ย์ 1-2 วัน 3 วัน มากกว่า 3 วนั หรือไม่

ทค่ี รมู อบหมาย และสง่ ถดั ไป) ส่ง

งานไดใ้ นเวลาท่ีกำหนด

(3 คะแนน)

คุณภาพคะแนน

คะแนน ระดับคุณภาพ

3 ดี

2 พอใช้

0 - 1 ปรับปรงุ

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 10

เรอื่ ง สารผสม ช้นั ม.1/2 .

จำนวนนักเรียนท่มี าเรียน.............................คน
จำนวนนกั เรยี นทไ่ี ม่มาเรยี น.........................คน
1. ผลการสอน

1.1 ผลการจดั การเรยี นร้ใู นห้อง
นกั เรียนรอ้ ยละ............จากคนทีม่ าเรียนท้งั หมด ให้ความร่วมมอื ในการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน โดยสามารถ
.............................................................ได้

1.2 ผลการประเมินตามแบบประเมนิ
-นักเรยี นจำนวน......... คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ............ มผี ลการประเมินดา้ น K ในระดบั …….......
-นักเรียนจำนวน......... คน คิดเป็นร้อยละ............. มผี ลการประเมินด้าน P ในระดับ ……......
-นักเรียนจำนวน..........คน คิดเป็นร้อยละ.............. มีผลการประเมินดา้ น A ในระดบั …….....

12.2 ปัญหาที่พบจากการสอนในคาบเรยี น
............................................................................................................................. .......................................................
........................................................................................................................................................................ ............
12.3 การแก้ไขปัญหาและอุปสรรค
........................................................................................... .........................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
12.4 ผลการแก้ไข
............................................................................................................................. .......................................................
........................................................................................................................................................................ ............
12.5 ขอ้ เสนอแนะในการสอนครั้งถัดไป
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................

ลงช่ือ.....................................................................
(นางสาวนุสรนิ ทร์ อ่นิ คำ) .

นักศึกษาฝึกประสบการณ์วชิ าชพี ครู

ความคดิ เห็นของผูพ้ ่เี ลย้ี ง

ได้ทำการตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (ว21101)
และมคี วามคิดเหน็ ดังน้ี

1. เปน็ หนว่ ย/แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ ดมี าก ดี พอใช้
2. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ ได้นำเอาทักษะกระบวนการเรยี นรู้

ท่เี นน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญใชใ้ นการสอนอย่างเหมาะสม
ทย่ี งั ไม่เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคญั ควรปรบั ปรงุ พัฒนาต่อไป
3. เปน็ หน่วย/แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี นำไปใช้ในการสอนได้จริง

ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปสอน
………………………………………………………………………………………………………………………………….………….…………….……
….……………………………………………………………………………………………………………………….………….………………...........
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

ลงช่อื .........................................................

(นางพชั รา ภริ ะกันทา) .

ครูพ่เี ล้ยี ง .

................../................./..................

แบบประเมินผลการเรยี นรู้ของนกั เรียนช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1/2
วิชาวิทยาศาสตร์พน้ื ฐาน เร่อื ง ธาตกุ มั มนั ตรงั สี

ลำดบั ชือ่ -สกุล ความรู้ ทักษะ คณุ ลักษณะ รวม ผลการประเมิน
33 3 9 ผา่ น ไมผ่ า่ น
1 เดก็ หญิงลกั ขณา ทาเกดิ
2 เด็กชายเทพพิทักษ์ โสภณ
3 เดก็ หญิงณชิ ากร บวั สวุ รรณ
4 เด็กชายฉตั รเมธี โสภาวัน
5 เดก็ หญงิ วิณนี ุช มาลยั จรูญ
6 เด็กชายบญุ มี ทรงชยั เจรญิ
7 เด็กชายพชิ ัยยุทธ โชคขจรไพศาล
8 เดก็ ชายภูบดนิ ทร์ ป่ินหยา่
9 เด็กชายวิทวสั ชยั ศรี
10 เด็กชายนมิ ิต อดุ มไพศาลศกั ดิ์
11 เดก็ หญงิ พมิ พ์มาดา สรุ ิยะ
12 เด็กหญิงชลธชิ า ครี มี าลยั
13 เด็กหญิงมาลี แซ่ลี
14 เด็กหญงิ ขวญั ชนก ววิ ัฒน์พรไชย
15 เดก็ ชายณฐวชั ร แซห่ าง
16 เดก็ ชายกฤษณกนั ณฑ์ จันทรอ์ นิ ทร์
17 เด็กชายณัฐภัทร พชิ ชาพงศ์
18 เด็กหญงิ ศภุ กานต์ ดำรงพรกุล
19 เด็กหญงิ กมลชนก จะหย่อ

**หมายเหตุ ผา่ นเกณฑ์คะแนนรวมไม่ตำ่ กว่า 5 คะแนน
ผา่ น……………………..คน
ไม่ผา่ น………………….คน

คะแนนทไี่ ด้

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม

ช่ือกลุ่ม……………………………………………….....
สมาชกิ ในกลุ่ม 1. ……………………………………………………………………………………………………….

2. ……………………………………………………………………………………………………….
3. ……………………………………………………………………………………………………….
4. ……………………………………………………………………………………………………….
5. ……………………………………………………………………………………………………….

คำช้แี จง : ใหผ้ สู้ อน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลา แลว้ ขีด / ลงในช่องทต่ี รงกับ

ระดบั คะแนน

พฤติกรรมทีส่ ังเกต ระดบั คุณภาพคะแนน
3 21

1. มีการวางแผนการทำงานกล่มุ

2. มขี นั้ ตอนในการทำงานอย่างถูกต้องเป็นระบบ

3. มีข้ันตอนในการทำงานท่ีได้รบั มอบหมายครบทุกคน

4. มีเนื้อหาครบถว้ นสมบรู ณ์ และมคี วามถกู ต้อง

5. ใชเ้ วลาในการทำงานตามเวลาทก่ี ำหนด

รวม

ลงชอ่ื ……………………………………………(ผสู้ อน)

เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
พฤติกรรมที่ทำอย่างสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมทีท่ ำบอ่ ยครง้ั ให้ 1 คะแนน
พฤติกรรมทท่ี ำบางครั้ง
ดี
คุณภาพคะแนน = ปานกลาง
10 - 15 คะแนน = พอใช้
5 - 9 คะแนน =
1 - 4 คะแนน

ใบกจิ กรรมท่ี 1.6 วิชาวิทยาศาสตร์ ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 เฉลย

หนว่ ยท่ี 1 สารรอบตัว ใบงานที่ 6 เร่ือง สารผสม คะแนนที่ได้

❖ การทดลอง : การเตรยี มสารละลาย
ชือ่ กลุ่ม……………………………………………….....
1. สมาชิกในกลมุ่ 1. ……………………………………………………………………………………………………….
2. ……………………………………………………………………………………………………….
3. ……………………………………………………………………………………………………….
4. ……………………………………………………………………………………………………….
5. ……………………………………………………………………………………………………….
2. จดุ ประสงค์ : เพ่ือศึกษาการเตรยี มสารละลาย และปฏิบัตกิ จิ กรรมได้ตามข้นั ตอน
3. ขัน้ ตอนการทดลอง
1. ชง่ั โพแทสเซียมเปอรแ์ มงกาเนต (ดา่ งทับทิม) 5 g ใสล่ งในบกี เกอร์ขนาด 100 ml
2. ตวงนำ้ กลน่ั มา 20 ml เทลงในบกี เกอร์ในขอ้ 1 แลว้ ใช้แท่งแกว้ คนให้ด่างทบั ทมิ ละลายจนหมด
3. เทสารละลายจากข้อ 2 ลงในกระบอกตวงขนาด 100 ml เทน้ำกลั่นเล็กน้อยลงในบีกเกอร์ เพื่อล้างด่าง

ทบั ทมิ ท่ตี ิดอยกู่ บั บกี เกอร์ แลว้ นำไปเทในกระบอกตวง ทำซำ้ 2-3 ครง้ั
4. เติมน้ำกลั่นลงในกระบอกตวงจนสารละลายมีปริมาณเป็น 100 ml สังเกตสีของสารละลาย แล้วบันทึก

ผล
5. ทำการทดลองซ้ำ ขอ้ 1-4 แต่เปลี่ยนปริมาณด่างทับทมิ เป็น 10 g สังเกตสขี องสารละลาย แลว้ บนั ทกึ ผล
6. เปรียบเทียบสขี องสารละลายทีเ่ ตรยี มไดจ้ าก ขอ้ 4 และขอ้ 5 แล้วบนั ทึกผล

ตารางบันทึกผล สีของสารละลาย
ปรมิ าณของด่างทบั ทิม (g) มสี ีมว่ งจางกว่า
5 มสี ีม่วงเข้มกว่า
10

อภิปรายผลกจิ กรรม
……จ…าก…ก…จิ …ก…รร…ม…ก…า…รเ…ต…รยี …ม…ส…าร…ล…ะล…า…ย…ด…่าง…ท…บั …ทมิ…ท…ี่ม…ดี …่า…งท…ับ…ท…มิ …เป…็น…ต…ัวล…ะ…ล…าย…อ…ย…ู่ 5…g……ใน…ส…าร…ล…ะ…ลา…ย…ด…่าง……..

…ท…บั …ท…มิ …1…0…0…m…l…จ…ะ…ได…้ค…ว…าม…เข…้ม…ข…น้ …ขอ…ง…ส…าร…ล…ะ…ลา…ย…ด…า่ ง…ท…ับ…ท…ิมเ…ท…่าก…บั …ร…้อ…ยล…ะ…5……โด…ย…มว…ล…ต…่อ…ป…ริม…า…ตร……เม…ื่อ…เป…ล…ี่ย…น……
…ป…ร…มิ …าณ……ขอ…ง…ต…ัวล…ะ…ล…าย…ด…่า…งท…ับ…ท…มิ …เป…น้ …1…0…g…จ…ะ…ได…้ค…ว…าม…เ…ข้ม…ข…้น…ข…อ…งส…า…รล…ะ…ล…าย…ด…า่ ง…ท…ับ…ท…มิ …เท…า่ …กับ…ร…้อ…ย…ละ……10……โด…ย……
…ม…ว…ล…ต…อ่ ป…ร…มิ …าต…ร…ซ…ึ่ง…ม…ีคว…า…ม…เข…้ม…ข้น…ม…า…ก…กว…า่ …2…เ…ท…า่ …ใน…ห…ล…ัก…ค…ำน…ว…ณ…ท…าง…ท…ฤ…ษ…ฎ…ี ซ…ึ่งส…อ…ด…ค…ล้อ…ง…ก…ับ…สขี…อ…ง…สา…ร…ละ…ล…า…ยท…ี่…
…ม…ดี …า่ …งท…ับ…ท…มิ …เป…น็ …ต…วั ล…ะ…ล…าย…อ…ย…ู่ 1…0…g…จ…ะ…เข…ม้ …ก…ว่า…ส…า…รล…ะ…ล…าย…ท…ี่ม…ีด…่าง…ท…บั …ท…มิ เ…ป…น็ …ตวั…ล…ะ…ลา…ย…อ…ยู่…5…g……………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

คำถามทา้ ยกิจกรรม
1. จากกจิ กรรมสารใดเป็นตัวละลายและสารใดเป็นตวั ทำละลาย

…น…้ำ…เป…็น…ต…ัว…ท…ำล…ะ…ลา…ย…แ…ล…ะ…โพ…แ…ท…ส…เซ…ยี …มเ…ป…อ…ร์แ…ม…งก…า…เน…ต…ห…ร…ือ…ด…่าง…ท…ับ…ท…ิมเ…ป…น็ …ตัว…ล…ะ…ล…าย…………………………………………
2. สีของสารละลายดา่ งทับทิมท่เี ตรยี มได้แตกต่างกันหรอื ไม่อย่างไร

……แ…ตก…ต…า่ …งก…นั …ส…ขี …อ…งส…า…ร…ละ…ล…า…ยท…มี่ …ีด…า่ …งท…ับ…ท…มิ …1…0…ก…ร…มั …(ค…ว…าม…เ…ข…้มข…น้ …ม…าก…ก…ว…า่ )…จ…ะ…ม…ีสีเ…ข…้มก…ว…า่ …ส…า…รล…ะ…ล…าย…ท…ีม่ …ดี …่าง……
……ท…บั …ท…มิ …5…ก…รัม……(เ…จอื…จ…า…งก…ว…า่ )………………………………………………………………………………………………………………………

3. สารละลายที่เตรียมได้จากด่างทับทิม 5 g และ 10 g มีความเข้มข้นเท่าใดในหน่วยร้อยละโดยมวลต่อ
ปรมิ าตร

………………ส…าร…ล…ะ…ลา…ย…ท…่มี …ตี วั…ล…ะ…ลา…ย…ด…า่ ง…ท…บั …ท…มิ …5…ก…ร…ัม…จ…ะม…ีค…ว…าม…เ…ข้ม…ข…น้ …ร…อ้ ย…ล…ะ…โด…ย…ม…วล…เ…ทา่…ก…บั …0….0…5…ร…อ้ …ย…ละ…โ…ดย………
…ป…ร…ิม…าต…ร…เท…่า…ก…บั …0….0…2…แ…ล…ะค…ว…า…มเ…ข…ม้ ข…้น…ร…้อ…ยล…ะ…โด…ย…ม…ว…ลต…่อ…ป…ริม…า…ต…รเ…ท…่าก…บั ……0.…0…5 ………………………………………………
………………ส…า…รล…ะ…ล…าย…ท…ม่ี …ีตวั…ล…ะ…ล…าย…ด…่าง…ท…ับ…ท…ิม…1…0…ก…รัม……จะ…ม…ีค…ว…าม…เ…ข้ม…ข…้น…รอ้…ย…ล…ะ…โด…ย…ม…วล…เท…่า…ก…บั …0….1…0…ร…อ้ …ยล…ะ…โด…ย……
…ป…ร…ิม…าต…ร…เท…า่ …ก…บั …0….0…4…แ…ล…ะค…ว…า…มเ…ข…้มข…้น…ร…้อ…ยล…ะ…โด…ย…ม…ว…ลต…อ่ …ป…ร…ิมา…ต…ร…เท…่าก…ับ……0.…1…0 ………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ใบกจิ กรรมที่ 1.6 วิชาวทิ ยาศาสตร์ ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 คะแนนท่ไี ด้

หนว่ ยท่ี 1 สารรอบตัว ใบงานท่ี 6 เรื่อง สารผสม

❖ การทดลอง : การเตรยี มสารละลาย
ชอ่ื กลุ่ม……………………………………………….....
1. สมาชิกในกล่มุ 1. ……………………………………………………………………………………………………….
2. ……………………………………………………………………………………………………….
3. ……………………………………………………………………………………………………….
4. ……………………………………………………………………………………………………….
5. ……………………………………………………………………………………………………….
2. จดุ ประสงค์ : เพื่อศึกษาการเตรียมสารละลาย และปฏบิ ัติกิจกรรมได้ตามข้ันตอน
3. ข้นั ตอนการทดลอง
1. ชั่งโพแทสเซียมเปอรแ์ มงกาเนต (ด่างทบั ทมิ ) 5 g ใส่ลงในบีกเกอรข์ นาด 100 ml
2. ตวงน้ำกล่ันมา 20 ml เทลงในบกี เกอร์ในข้อ 1 แลว้ ใชแ้ ทง่ แกว้ คนใหด้ ่างทบั ทิมละลายจนหมด
3. เทสารละลายจากข้อ 2 ลงในกระบอกตวงขนาด 100 ml เทน้ำกลั่นเลก็ น้อยลงในบีกเกอร์ เพื่อล้างด่าง

ทับทมิ ทตี่ ิดอย่กู บั บีกเกอร์ แลว้ นำไปเทในกระบอกตวง ทำซำ้ 2-3 ครั้ง
4. เติมน้ำกลั่นลงในกระบอกตวงจนสารละลายมีปริมาณเป็น 100 ml สังเกตสีของสารละลาย แล้วบันทึก

ผล
5. ทำการทดลองซำ้ ขอ้ 1-4 แต่เปล่ยี นปริมาณดา่ งทบั ทิมเป็น 10 g สงั เกตสีของสารละลาย แลว้ บันทึกผล
6. เปรยี บเทียบสขี องสารละลายทเ่ี ตรยี มได้จาก ขอ้ 4 และข้อ 5 แลว้ บันทึกผล

ตารางบันทกึ ผล สีของสารละลาย
ปริมาณของด่างทบั ทิม (g)
5
10

อภิปรายผลกจิ กรรม
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

คำถามทา้ ยกิจกรรม
1. จากกจิ กรรมสารใดเป็นตวั ละลายและสารใดเปน็ ตัวทำละลาย

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. สขี องสารละลายดา่ งทับทิมที่เตรียมได้แตกตา่ งกนั หรอื ไม่อยา่ งไร

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. สารละลายท่ีเตรียมได้จากด่างทับทิม 5 g และ 10 g มีความเข้มข้นเท่าใดในหน่วยร้อยละโดยมวลต่อ
ปรมิ าตร

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 11 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1
เวลาทง้ั หมด 26 ช่วั โมง
รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ เวลา 3 คาบ
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 เร่ือง สารรอบตัว ผู้สอน นางสาวนุสรินทร์ อ่นิ คำ
แผนท่ี 11 เรื่อง สมบัติของสารบรสิ ทุ ธ์แิ ละสารผสม
สอนวันที่ 14,16 กรกฎาคม 2564

มาตรฐานการเรยี นร้แู ละตวั ช้ีวดั
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบตั ิของสสารกับ

โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิด
สารละลาย และการเกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมี

ตัวชี้วัด
ม.1/4 เปรยี บเทยี บจดุ เดือด จดุ หลอมเหลวของสารบริสุทธ์ิและสารผสม โดยการวัดอุณหภูมิ เขยี นกราฟ
แปลความหมายข้อมลู จากกราฟหรอื สารสนเทศ
ม.1/5 อธบิ ายและเปรยี บเทยี บความหนาแนน่ ของสารบริสุทธแิ์ ละสารผสม
ม.1/6 ใช้เคร่ืองมอื วดั มวลและปริมาตรของสารบริสุทธ์แิ ละสารผสม

สาระสำคัญ
สารผสมเกิดจากสารตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปมาผสมกัน โดยสารผสมบางชนิดผสมเป็นเนื้อเดียวกัน เรียกว่า

สารละลาย ซงึ่ ประกอบด้วยตวั ละลายและตวั ทำละลาย ซง่ึ ตัวทำละลายจะมีปริมาณมากกวา่ และมีสถานะเดียวกับ
สารละลาย นอกจากนี้สารผสมบางชนิดผสมไม่เป็นเนื้อเดยี วกัน เรียกว่า สารเนื้อผสม ซึ่งมี 2 ประเภท ได้แก่ สาร
แขวนลอย และคอลลอยด์

สาระการเรยี นรู้
- สารบริสุทธิ์ประกอบด้วยสารเพียงชนิดเดียว ส่วนสารผสมประกอบด้วยสารตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป

สารบริสุทธิ์แต่ละชนิดมีสมบตั ิบางประการที่เปน็ ค่าเฉพาะตัว เช่น จุดเดือดและจุดหลอมเหลวคงที่ แต่สารผสมมี
จดุ เดือดและจดุ หลอมเหลวไมค่ งท่ี ข้นึ อยู่กับชนดิ และสัดสว่ นของสารทีผ่ สมอย่ดู ว้ ยกัน

- สารบริสุทธิ์แต่ละชนิดมีความหนาแน่น หรือมวลต่อหนึ่งหน่วยปริมาตรคงที่ เป็นค่าเฉพาะของสารนั้น
ณ สถานะและอุณหภูมหิ น่งึ แตส่ ารผสมมคี วามหนาแน่นไมค่ งทขี่ ึน้ อยูก่ บั ชนิดและสัดส่วนของสารที่ผสมอยดู่ ว้ ยกนั

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ด้านความรู้ (K)
นักเรยี นสามารถอธิบายความหนาแนน่ ของสารบริสทุ ธิ์และสารผสมได้
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
นกั เรียนสามารถเปรียบเทียบจุดเดอื ด จดุ หลอมเหลวของสารบรสิ ทุ ธ์ิและสารผสมได้
ดา้ นคุณลักษณะ (A)
นักเรียนมีความรบั ผิดชอบในภาระงานทค่ี รมู อบหมาย และสง่ งานได้ในเวลาที่กำหนด

สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการคดิ
2. ความสามารถในการสอื่ สาร
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา

คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. มวี นิ ยั
2. มีความสนใจใฝเ่ รยี นรู้
3. ม่งุ มั่นตั้งใจทำงานด้วยความเพยี รพยายาม

กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ขน้ั ท่ี 1 : ขน้ั สร้างความสนใจ (Engagement) (10 นาที)

1. ครแู จง้ ผลการเรียนร้ใู ห้นักเรยี นทราบ
2. ครูนำแก้วมา 2 ใบ โดยใบหนึ่งใส่น้ำเกลือ และอีกใบหนึ่งใส่น้ำธรรมดา จากนั้นครูหย่อนลูกปัด ลงใน
แก้วท่ีมีนำ้ เกลือและน้ำธรรมดา จากน้นั ครูให้นกั เรยี นเปรยี บเทียบผลทเ่ี กิดข้ึน เพ่ือใหน้ ักเรยี นเห็นถงึ ความแตกต่าง
ของสารบรสิ ทุ ธก์ิ บั สารผสม

ขนั้ ท่ี 2 : ขั้นสำรวจและคน้ หา (Exploration) (80 นาท)ี
1. ครูให้ความรู้แก่นักเรียน เรื่อง “สมบัติของสารบริสุทธิ์และสารผสม” แก่นักเรียน โดยใช้คลิปวิดีโอจุด

หลอมเหลวสารบริสุทธิ์และสารผสม (วิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1 หน่วยที่ 2 บทที่ 1 สมบัติของสารบริสุทธิ์) และ
หนงั สือวชิ าวิทยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1 (อจท.) หนา้ 22-23

(ทมี่ า : https://www.youtube.com/watch?v=K7rkJj7Olos)
2. ครูให้นักเรียนสืบค้นข้อมูล หรือศึกษาจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1 หน้าที่ 22 ว่าเพราะ
เหตุใดลูกปัดจึงจมในน้ำเกลือ แต่กลับลอยในน้ำธรรมดา เพื่อเกริ่นนำให้เรียนรู้จักความหนาแน่นจำเพาะของสาร
ซงึ่ เปน็ สมบตั ิทางกายภาพ
3. ครูเกริ่นนำว่าสารบริสุทธิ์และสารผสมมีสมบัติทางกายภาพ เช่น จุดเดือด จุดหลอมเหลว ความ
หนาแนน่ เปน็ ตน้ ทแ่ี ตกตา่ งกนั
4. ครูให้นักเรียนศึกษา เรื่อง สมบัติของสารบริสุทธ์ิและสารผสมในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1
หน้าท่ี 22-23
ขนั้ ท่ี 3 : อธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation) (10 นาท)ี
1. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั อภิปรายผลกิจกรรมการตรวจสอบสารบรสิ ทุ ธิ์และสารละลาย
2. ครูและนกั เรียนตอบคำถามท้ายกิจกรรม แลว้ บันทึกลงในแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1

แนวตอบคำถามทา้ ยกจิ กรรม
1. เพราะ การใหค้ วามรอ้ นโดยตรงแก่หลอดทดลอง และหลอดคะปิลลารจี ะทำให้อา่ นอุณหภมู ขิ องจุด
เดอื ด และจดุ หลอมเหลวของสารไมท่ ัน
2. แตกต่างกัน เพราะ เอทานอลเป็นสารบริสุทธิ์จะมีจุดเดือดคงที่ และต่ำกว่าสารผสม โดยกลีเซ
อรอลทผี่ สมกับเอทานอลซ่ึงเป็นสารไมบ่ รสิ ุทธิ์ หรือสารผสมจะมีจุดเดือดที่สูงกวา่
3. แตกต่างกัน เพราะ แนฟทาลีนเป็นสารบริสุทธิ์จะมีจุดหลอมเหลวสูงกว่าสารผสม โดยสารละลาย
เบนโซอคิ ในแนฟทาลนี ซ่งึ เป็นสารไมบ่ ริสทุ ธ์ิ หรอื สารผสมจะมีจุดหลอมเหลวต่ำกว่า
ขั้นที่ 4 : ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration) (5 นาท)ี
1. ครูให้นักเรียนศึกษาสมบัติตอลลิเกทีฟของสารละลาย ใน science focus จากหนังสือเรียน
วทิ ยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1 เพอ่ื ขยายความใจวา่ เพราะเหตุใดสารบริสุทธจิ์ ึงมจี ุดเดือดต่ำกวา่ สารผสม และสารบริสุทธ์ิ
มีจุดหลอมเหลวสูงกว่าสารผสม
2. ครูใหน้ กั เรียนทำแบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์ ม.1
ขน้ั ท่ี 5 : ขั้นประเมนิ (Evaluation) (5 นาที)
ครูประเมินผลการเรียนรู้จากแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ม.1 และประเมินการส่งงานตรงตามเวลาที่กำหนด
โดยใชเ้ กณฑก์ ารประเมนิ จากแผนการเรยี นร้ทู ่ี 11

สอื่ อุปกรณก์ ารเรียนรู้ และแหล่งการเรียนรู้
1) คลิปวิดโี อ “จุดหลอมเหลวสารบริสทุ ธิ์และสารผสม (วทิ ยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1 หน่วยท่ี 2 บทที่ 1 สมบตั ิ

ของสารบรสิ ุทธ์ิ)” (ทมี่ า : https://www.youtube.com/watch?v=K7rkJj7Olos)
2) หนงั สือวิชาวทิ ยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1 (อจท.)
3) แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ม.1

การวดั และการประเมิน วิธกี ารวัด เคร่อื งมือวดั เกณฑใ์ ช้ประเมนิ
ประเด็นการประเมิน

ดา้ นความรู้ (K)

นักเรยี นสามารถอธบิ ายความ ตรวจจากแบบฝึกหดั แบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ระดับคุณภาพ
หนาแน่นของสารบรสิ ุทธแ์ิ ละสาร วิทยาศาสตร์ ม.1 ม.1 พอใช้ ผ่านเกณฑ์
ผสมได้

ด้านทักษะ (P)

นกั เรียนสงั เกตผลการทดลองสมบัติ ตรวจจากการตอบคำถาม การตอบคำถามทา้ ย ระดบั คุณภาพ
ของสารบรสิ ุทธ์ิและสารผสม และ พอใช้ ผา่ นเกณฑ์
ตอบคำถามท้ายกิจกรรมได้กระชบั ท้ายกจิ กรรม กจิ กรรม (ในสมดุ )
ไดใ้ จความสมบูรณ์

ดา้ นคุณลักษณะ (A)

นกั เรยี นมีความรบั ผิดชอบในภาระ ตรวจจากแบบฝกึ หดั แบบบันทึกการส่งงาน ระดบั คุณภาพ
พอใช้ ผ่านเกณฑ์
งานทีค่ รูมอบหมาย และสง่ งานไดใ้ น วทิ ยาศาสตร์ ม.1 และ

เวลาทก่ี ำหนด สมดุ

เกณฑ์การประเมินด้านความรู้ (K)

ประเดน็ การประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

3 21 0
นักเรียนสามารถ
นักเรียนสามารถ นักเรียนสามารถ นกั เรยี นสามารถ นกั เรยี นสามารถ อธิบายความ
หนาแนน่ ของสาร
อธบิ ายความหนาแน่น อธิบายความ อธบิ ายความ อธิบายความ บรสิ ุทธ์แิ ละสารผสม
ในแบบฝึกหดั
ของสารบรสิ ุทธิแ์ ละ หนาแนน่ ของสาร หนาแน่นของสาร หนาแน่นของสาร วิทยาศาสตร์ ม.1 ได้
ถูกต้อง
สารผสมได้ บรสิ ุทธแิ์ ละสารผสม บริสทุ ธแ์ิ ละสารผสม บรสิ ุทธแ์ิ ละสารผสม

(3 คะแนน) ในแบบฝกึ หัด ในแบบฝกึ หดั ในแบบฝึกหัด

วทิ ยาศาสตร์ ม.1 ได้ วทิ ยาศาสตร์ ม.1 ได้ วิทยาศาสตร์ ม.1 ได้

ถูกต้อง 3 ข้อ ถูกต้อง 2 ข้อ ถูกต้อง 1 ข้อ

คณุ ภาพคะแนน

คะแนน ระดับคณุ ภาพ

3 ดี

2 พอใช้

0 - 1 ปรบั ปรงุ

เกณฑ์การประเมนิ ด้านทักษะ (P)

ประเดน็ การประเมนิ ระดับคณุ ภาพ

นักเรียนสงั เกตผลการ 3 21 0
ทดลองสมบตั ิของสาร นกั เรียนสังเกตผล นักเรียนไมส่ งั เกต
บรสิ ทุ ธิ์และสารผสม การทดลองสมบตั ิ นกั เรียนสงั เกตผล นักเรยี นสงั เกตผล ผลการทดลอง
และตอบคำถามท้าย ของสารบริสุทธ์ิ สมบัติของสาร
กจิ กรรมไดก้ ระชับ ได้ และสารผสม และ การทดลองสมบตั ิ การทดลองสมบัติ บรสิ ุทธิ์และสาร
ใจความสมบูรณ์ ตอบคำถามท้าย ผสม และตอบ
(3 คะแนน) กิจกรรมไดก้ ระชับ ของสารบริสทุ ธิ์และ ของสารบริสุทธิ์ คำถามท้าย
ได้ใจความสมบรู ณ์ กจิ กรรมไดก้ ระชบั
ทั้ง 3 ขอ้ สารผสม และตอบ และสารผสม และ ได้ใจความสมบรู ณ์

คำถามท้ายกจิ กรรม ตอบคำถามทา้ ย

ได้กระชับ ได้ กิจกรรมไดก้ ระชับ

ใจความสมบูรณ์ 2 ไดใ้ จความสมบูรณ์

ขอ้ 1 ขอ้

คณุ ภาพคะแนน

คะแนน ระดับคุณภาพ
3 ดี
2
พอใช้
0-1 ปรับปรุง

เกณฑ์การประเมนิ ดา้ นความรู้ (A)

ประเดน็ การประเมนิ 3 ระดับคณุ ภาพ 0
21

นักเรียนมีความ สง่ งานตรงตามท่ี ส่งงานชา้ กว่ากำหนด สง่ งานชา้ กวา่ กำหนด ส่งงานชา้ กวา่ กำหนด

รับผิดชอบในภาระงาน กำหนด (อาทติ ย์ทน่ี ัด 1-2 วนั 3 วนั มากกว่า 3 วันหรือไม่

ทค่ี รูมอบหมาย และส่ง ส่งงาน) ส่ง

งานได้ในเวลาที่กำหนด

(3 คะแนน)

คุณภาพคะแนน

คะแนน ระดับคุณภาพ

3 ดี
2 พอใช้
0 - 1 ปรับปรงุ

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 11

เรอื่ ง สมบตั ิของสารบริสทุ ธ์แิ ละสารผสม ชน้ั ม.1/2 .

ผลการประเมินตามแบบประเมนิ
-นกั เรียนจำนวน......... คน คิดเปน็ รอ้ ยละ............ มผี ลการประเมนิ ด้าน K ในระดบั …….......
-นักเรียนจำนวน......... คน คิดเปน็ ร้อยละ............. มีผลการประเมินด้าน P ในระดับ ……......
-นกั เรียนจำนวน..........คน คิดเปน็ ร้อยละ.............. มีผลการประเมนิ ด้าน A ในระดับ …….....

ปัญหาท่ีพบจากการสอนในคาบเรียน
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
การแก้ไขปัญหาและอุปสรรค
.......................................................................................................................................................................... ..........
......................................................................................................................... ...........................................................
ผลการแกไ้ ข
............................................................................................................................. .......................................................
................................................................................................................................. ...................................................
ข้อเสนอแนะในการสอนครงั้ ถัดไป
.............................................................................................................................................................................. ......
............................................................................................................................. .......................................................

ลงชอื่ .....................................................................
(นางสาวนุสรนิ ทร์ อนิ่ คำ) .

นกั ศึกษาฝกึ ประสบการณ์วิชาชีพครู

ความคดิ เหน็ ของผพู้ ี่เลีย้ ง

ได้ทำการตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
(ว21101) และมีความคิดเหน็ ดังนี้

1. เป็นหนว่ ย/แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ ดีมาก ดี พอใช้
2. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ ได้นำเอาทกั ษะกระบวนการเรยี นรู้

ทเี่ น้นผูเ้ รยี นเปน็ สำคญั ใช้ในการสอนอย่างเหมาะสม
ท่ียังไมเ่ น้นผเู้ รียนเป็นสำคัญ ควรปรบั ปรงุ พฒั นาต่อไป
3. เป็นหน่วย/แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ นำไปใชใ้ นการสอนไดจ้ ริง

ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปสอน
………………………………………………………………………………………………………………………………….………….…………….……
….……………………………………………………………………………………………………………………….………….………………...........
.......................................................................................................................................................... ..........................
....................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ.........................................................

(นางพชั รา ภริ ะกันทา) .

ครพู เ่ี ลยี้ ง .

................../................./.................

แบบประเมนิ ผลการเรยี นรขู้ องนักเรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 1/2
วิชาวิทยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน เรอ่ื ง สมบัติของสารบรสิ ทุ ธ์แิ ละสารผสม

ลำดับ ชื่อ-สกุล ความรู้ ทักษะ คณุ ลกั ษณะ รวม ผลการประเมนิ
33 3 9 ผ่าน ไมผ่ ่าน
1 เด็กหญิงลกั ขณา ทาเกิด
2 เด็กชายเทพพิทักษ์ โสภณ
3 เดก็ หญงิ ณิชากร บัวสุวรรณ
4 เด็กชายฉัตรเมธี โสภาวัน
5 เดก็ หญงิ วิณนี ุช มาลัยจรญู
6 เด็กชายบุญมี ทรงชยั เจริญ
7 เด็กชายพชิ ยั ยทุ ธ โชคขจรไพศาล
8 เดก็ ชายภูบดนิ ทร์ ปิ่นหยา่
9 เด็กชายวทิ วัส ชยั ศรี
10 เดก็ ชายนมิ ิต อุดมไพศาลศกั ดิ์
11 เดก็ หญิงพมิ พม์ าดา สุริยะ
12 เด็กหญงิ ชลธชิ า ครี มี าลยั
13 เดก็ หญิงมาลี แซ่ลี
14 เดก็ หญงิ ขวัญชนก วิวฒั น์พรไชย
15 เด็กชายณฐั วัชร แซ่หาง
16 เด็กชายกฤษณกนั ณฑ์ จนั ทร์อนิ ทร์
17 เดก็ ชายณฐั ภทั ร พชิ ชาพงศ์

**หมายเหตุ ผ่านเกณฑ์คะแนนรวมไม่ต่ำกว่า 5 คะแนน
ผ่าน……………………..คน
ไม่ผ่าน………………….คน

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 12 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1
เวลาทัง้ หมด 12 ชัว่ โมง
รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ เวลา 3 คาบ
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 2 เร่ือง หนว่ ยของสง่ิ มีชวี ิต ผูส้ อน นางสาวนุสรินทร์ อิ่นคำ
แผนที่ 12 เร่อื ง เซลล์ของสง่ิ มีชวี ิต
สอนวนั ท่ี 21 กรกฎาคม 2564

มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชวี้ ัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออก

จากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน
ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้
ประโยชน์

ตัวชีว้ ดั
ม.1/2 ใชก้ ลอ้ งจลุ ทรรศน์ใช้แสงศกึ ษาเซลลแ์ ละโครงสร้างตา่ ง ๆ ภายในเซลล์
ม.1/3 อธิบายความสมั พนั ธ์ระหว่างรูปรา่ งกับการทำหน้าที่ของเซลล์

สาระสำคญั
เซลล์ (cell) เป็นหน่วยพื้นฐานทีเ่ ล็กที่สดุ ของสิง่ มชี ีวิต ทั้งสิง่ มีชีวิตเซลล์เดียวและสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์

ซงึ่ เซลลแ์ ต่ละชนดิ จะมรี ูปรา่ งและลักษณะท่ีแตกต่างกนั โดยทว่ั ไปเซลล์ของสิ่งมีชีวิตจะมีขนาดเล็ก ไม่สามารถ
มองเหน็ ได้ดว้ ยตาเปล่า จึงต้องใชก้ ล้องจลุ ทรรศนใ์ นการศึกษารปู ร่างและลกั ษณะของเซลล์

สาระการเรียนรู้
เซลล์เป็นหน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตบางชนิดมีเซลล์เพียงเซลล์เดียว เช่น อะมีบา พารามี-

เซียม ยสี ต์ บางชนดิ มีหลายเซลล์ เชน่ พืช สตั ว์
เซลล์ของสิ่งมีชีวิตมีรูปร่างลักษณะที่หลากหลาย และมีความเหมาะสมกับหน้าที่ของเซลล์นั้น เช่น

เซลล์ประสาทส่วนใหญ่มีเส้นใยประสาทเป็นแขนงยาว นำกระแสประสาทไปยังเซลล์อื่น ๆ ที่อยู่ไกลออกไป
เซลล์ขนรากเป็นเซลล์ผิวของรากที่มีผนังเซลล์และ เยื่อหุ้มเซลล์ยื่นยาวออกมา ลักษณะคล้ายขนเส้นเล็ก ๆ
เพ่ือเพิ่มพน้ื ที่ผวิ ในการดดู น้ำและแร่ธาตุ

พืชและสัตว์เป็นสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์มีการจัดระบบ โดยเริ่มจาก เซลล์ไปเป็นเนื้อเยื่อ อวัยวะ ระบบ
อวัยวะ และสิ่งมีชีวิต ตามลำดับ เซลล์หลายเซลล์มารวมกันเป็นเนื้อเยื่อ เนื้อเยื่อหลายชนิดมารวมกันและ
ทำงานรว่ มกันเป็นอวยั วะ อวัยวะตา่ ง ๆ ทำงานร่วมกนั

จุดประสงค์การเรยี นรู้
ด้านความรู้ (K)

นักเรียนสามารถอธบิ ายความสมั พนั ธ์ระหวา่ งรปู รา่ งของเซลลต์ อ่ การทำหนา้ ท่ีของเซลลไ์ ด้
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)

นกั เรียนสามารถใช้งานกล้องจุลทรรศน์แบบใชแ้ สงตามขั้นตอนที่ถูกต้องได้
ด้านคณุ ลกั ษณะ (A)

นกั เรียนมีความรบั ผิดชอบในภาระงานทคี่ รมู อบหมาย และสง่ งานไดใ้ นเวลาท่กี ำหนด

สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการคดิ
2. ความสามารถในการสื่อสาร
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา

คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวินยั
2. มคี วามสนใจใฝเ่ รยี นรู้
3. มุ่งมั่นต้ังใจทำงานดว้ ยความเพยี รพยายาม
4. มจี ิตสาธารณะ

กระบวนการจดั การเรียนรู้
ขนั้ ที่ 1 : ขน้ั สร้างความสนใจ (Engagement) (10 นาที)

1. ครูแจง้ ผลการเรียนร้ใู ห้นักเรียนทราบ
2. ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนเกี่ยวกับเร่ืองที่จะเรียนวันนี้ โดยให้นักเรียนดูภาพสิ่งมีชวี ิตเซลล์
เดียวและสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ จากนั้นครูใช้คำถามถามนักเรียนว่า “สิ่งที่เล็กที่สุด ในร่างกายของเราคืออะไร”
แล้วให้นกั เรียนระดมความคดิ ในการตอบคำถาม

(แนวคำตอบ เซลล์ เปน็ หนว่ ยท่เี ลก็ ทีส่ ดุ ในร่างกายของสง่ิ มีชวี ิตทกุ ชนดิ )

ขัน้ ที่ 2 : ข้ันสำรวจและคน้ หา (Exploration) (80 นาท)ี
1. ครูให้ความรู้เกี่ยวกับ เรื่อง “เซลล์ของสิ่งมีชีวิต” แก่นักเรียน โดยใช้สื่อคลิปวิดีโอการศึกษาเซลล์

ด้วยกล้องจุลทรรศน์ (วิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1 หน่วยที่ 3 บทที่ 1 เซลล์) (ที่มา: https://proj14.ipst.ac.th
/m1/m1-sci-book1/sci-m1b1-003/) และใช้หนังสอื วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1 (อจท.) หน้า 29-33

2. ครูสาธิตการใช้งานกล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสงตามขั้นตอนที่ถูกต้อง จาก PPT หรือหนังสือเรียน
วิทยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1 หนา้ ท่ี 33

3. ครูให้นักเรียนจับกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน ฝึกปฏิบัติใช้งานกล้องจุลทรรศน์ โดยใช้สไลด์ตัวอย่างที่
จัดเตรียมไว้แล้ว ได้แก่ พารามีเซียม ยูกลีนา เซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์อสุจิ เซลล์ประสาท เซลล์คุม เป็นต้น
โดยแต่ละกลุ่มจะไดร้ ับสไลดต์ ัวอย่างท่ีแตกต่างกัน จากน้ันครใู ห้นักเรียนแตล่ ะกลุ่มสังเกตรูปร่าง แล้ววาดภาพ
และบรรยายลกั ษณะและหนา้ ทีข่ องเซลล์ แต่ละชนิดลงในใบงานที่ 2.1 เรอื่ ง เซลล์ของส่งิ มชี ีวติ
ขั้นที่ 3 : อธิบายและลงขอ้ สรปุ (Explanation) (30 นาท)ี

1. ครูสุ่มเลือกนักเรียน 4 คน ออกมานำเสนอใบงานที่ 2.1 หน้าชั้นเรียน โดยนักเรียนแต่ละคน
นำเสนอในหวั ข้อ ดังน้ี

นักเรียนคนท่ี 1 นำเสนอขน้ั ตอนการใชก้ ล้องจุลทรรศน์
นกั เรียนคนที่ 2 นำเสนอความแตกตา่ งระหว่างสิง่ มีชีวิตเซลลเ์ ดียวกับสงิ่ มชี วี ิตหลายเซลล์
นักเรียนคนที่ 3 และ 4 นำเสนอความสัมพันธ์ระหว่างรูปร่างของเซลล์ต่อการทำหน้าที่ของเซลล์
จากสไลดต์ วั อย่าง
2. ครูอธิบายเพ่มิ เติมเพ่อื เสริมความเข้าใจหลงั จากนักเรยี นแต่ละคนนำเสนอจบ
ขั้นที่ 4 : ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration) (20 นาที)
ครใู หน้ กั เรยี นทำแบบฝกึ หัดลงในแบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1
ขั้นที่ 5 : ขัน้ ประเมิน (Evaluation) (10 นาที)
ครูประเมินผลการเรียนรู้จากใบงานที่ 2.1 เรื่อง เซลล์ของสิ่งมีชีวิต, แบบฝึกหัดในแบบฝึกหัด
วิทยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1 และประเมนิ การทำกิจกรรมกลุ่ม โดยใชเ้ กณฑ์การประเมินจากแผนการเรียนร้ทู ่ี 12

สอ่ื อุปกรณ์การเรยี นรู้ และแหล่งการเรียนรู้
1) คลิปวิดีโอการศึกษาเซลล์ดว้ ยกลอ้ งจุลทรรศน์ (วิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1 หน่วยที่ 3 บทที่ 1 เซลล)์
(ทม่ี า: https://proj14.ipst.ac.th/m1/m1-sci-book1/sci-m1b1-003/)
2) หนังสอื วชิ าวิทยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1 (อจท.) หน้า 29-33
3) แบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ม.1 เลม่ 1
4) ใบงานที่ 2.1 เรอ่ื ง เซลล์ของส่ิงมีชีวติ

การวัดและการประเมนิ วิธกี ารวัด เคร่อื งมอื วัด เกณฑใ์ ช้ประเมนิ
ประเด็นการประเมนิ

ดา้ นความรู้ (K)

นกั เรยี นสามารถอธบิ าย ตรวจจากใบงาน 2.1 ใบงาน 2.1 เซลล์ของ ระดับคุณภาพ
ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งรูปร่างของ เซลล์ของสงิ่ มชี ีวติ สิ่งมชี ีวิต พอใช้ ผ่านเกณฑ์
เซลลต์ ่อการทำหน้าท่ขี องเซลลไ์ ด้

ด้านทกั ษะ (P)

นักเรยี นสามารถใช้งานกลอ้ ง ตรวจจากแบบสงั เกต แบบสงั เกตพฤติกรรมการ ระดบั คุณภาพ
ทำงานกลมุ่ พอใช้ ผ่านเกณฑ์
จลุ ทรรศนแ์ บบใช้แสงตามข้ันตอนที่ พฤติกรรมการทำงาน

ถูกต้องได้ กลุ่ม

ด้านคณุ ลกั ษณะ (A)

นักเรยี นมีความรบั ผิดชอบในภาระ ตรวจจากการส่งงานใบ แบบบันทึกการสง่ งาน ระดับคุณภาพ
งานทค่ี รมู อบหมาย และส่งงานไดใ้ น งาน 2.1 และสมุด พอใช้ ผา่ นเกณฑ์
เวลาท่กี ำหนด

เกณฑ์การประเมนิ ดา้ นความรู้ (K)

ประเดน็ การประเมนิ 3 ระดบั คุณภาพ 0
21

1. นักเรียนสามารถ นักเรยี นสามารถ นกั เรียนสามารถ นักเรียนสามารถ นักเรยี นไม่สามารถ

อธบิ ายความสมั พนั ธ์ อธบิ ายความสมั พนั ธ์ อธบิ ายความสมั พนั ธ์ อธบิ ายความสัมพันธ์ อธิบายความสมั พนั ธ์

ระหว่างรปู ร่างของ ระหวา่ งรปู ร่างของ ระหวา่ งรูปรา่ งของ ระหว่างรูปรา่ งของ ระหวา่ งรูปร่างของ

เซลล์ต่อการทำหน้าท่ี เซลลต์ อ่ การทำ เซลลต์ อ่ การทำหนา้ ที่ เซลลต์ ่อการทำหน้าท่ี เซลลต์ ่อการทำหนา้ ท่ี

ของเซลล์ได้ หน้าที่ของเซลล์ในใบ ของเซลล์ในใบงาน ของเซลล์ในใบงาน ของเซลล์ในใบงาน

(3 คะแนน) งาน 2.1 ได้อย่าง 2.1 ไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง 2.1 ไดอ้ ย่างถูกต้อง 2.1 ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง

ถกู ต้อง 5-6 ข้อ 3-4 ข้อ 1-2 ข้อ

คุณภาพคะแนน

คะแนน ระดับคณุ ภาพ

3 ดี

2 พอใช้

0 - 1 ปรบั ปรุง

เกณฑ์การประเมนิ ดา้ นทักษะ (P)

ประเดน็ การประเมิน 3 ระดับคุณภาพ 0
21

นักเรียนสามารถใชง้ าน ได้คะแนนจากแบบ ได้คะแนนจากแบบ ไดค้ ะแนนจากแบบ ได้คะแนนจากแบบ

กลอ้ งจลุ ทรรศน์แบบใช้ ประเมนิ การทำ ประเมินการทำ ประเมินการทำ ประเมนิ การทำ

แสงตามขนั้ ตอนท่ี กจิ กรรมกลุม่ กิจกรรมกลุ่ม กจิ กรรมกล่มุ กิจกรรมกลมุ่

ถูกต้องได้ 10 – 15 คะแนน 5 – 9 คะแนน 1 – 4 คะแนน 0 คะแนน

(3 คะแนน)

คณุ ภาพคะแนน

คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
3 ดี
2
พอใช้
0-1 ปรับปรุง

เกณฑ์การประเมนิ ด้านความรู้ (A)

ประเด็นการประเมนิ 3 ระดบั คุณภาพ 0
21

นกั เรยี นมคี วาม สง่ งานตรงตามท่ี ส่งงานชา้ กวา่ กำหนด สง่ งานชา้ กว่ากำหนด ส่งงานช้ากว่ากำหนด

รับผดิ ชอบในภาระงาน กำหนด (อาทติ ย์ท่นี ัด 1-2 วนั 3 วนั มากกวา่ 3 วนั หรอื ไม่

ท่ีครูมอบหมาย และสง่ ส่งงาน) สง่

งานได้ในเวลาท่ีกำหนด

(3 คะแนน)

คณุ ภาพคะแนน

คะแนน ระดบั คุณภาพ

3 ดี
2 พอใช้
0 - 1 ปรบั ปรุง

แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 12

เรื่อง เซลลข์ องสง่ิ มีชวี ติ ชัน้ ม.1/2 .

ผลการประเมินตามแบบประเมิน
-นักเรียนจำนวน......... คน คดิ เป็นร้อยละ............ มีผลการประเมินด้าน K ในระดบั …….......
-นกั เรียนจำนวน......... คน คิดเปน็ ร้อยละ............. มผี ลการประเมินด้าน P ในระดบั ……......
-นักเรียนจำนวน..........คน คิดเป็นร้อยละ.............. มีผลการประเมินดา้ น A ในระดบั …….....

ปัญหาท่ีพบจากการสอนในคาบเรียน
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
...................................................................................................................................................................... ........
การแก้ไขปัญหาและอปุ สรรค
................................................................................................. .............................................................................
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................. .............................................
ผลการแก้ไข
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
ขอ้ เสนอแนะในการสอนคร้งั ถัดไป
............................................................................................................................................................ ..................
................................................................................................................. .............................................................

ลงชอื่ .....................................................................
(นางสาวนุสรินทร์ อิ่นคำ) .

นกั ศึกษาฝกึ ประสบการณ์วิชาชีพครู

ความคดิ เหน็ ของผพู้ ี่เลยี้ ง

ได้ทำการตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
(ว21101) และมีความคดิ เหน็ ดงั นี้

1. เปน็ หนว่ ย/แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี ดมี าก ดี พอใช้
2. การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ ได้นำเอาทกั ษะกระบวนการเรียนรู้

ท่ีเน้นผู้เรยี นเป็นสำคัญใชใ้ นการสอนอยา่ งเหมาะสม
ทย่ี ังไม่เน้นผ้เู รียนเป็นสำคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ่ ไป
3. เปน็ หนว่ ย/แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ นำไปใช้ในการสอนไดจ้ ริง

ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปสอน
………………………………………………………………………………………………………………………………….………….……………
.……….……………………………………………………………………………………………………………………….………….……………
…............................................................................................................................ ...............................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .........................................................

(นางพชั รา ภิระกันทา) .

ครูพี่เล้ียง .

................../................./..................


Click to View FlipBook Version