กฎหมายเบ้ืองต้น ส 30228
สำหรบั นกั เรยี นชน้ั มัธยมศึกษำปีที่ 4 (ศิลปน์ ติ ิ-รัฐศำสตร์)
เรยี บเรยี งโดย ครศู ภุ จิต จนั ทรี
ตารางบนั ทกึ คะแนนจากแบบฝกึ หดั
กอ่ นกลางภาคมี.................แบบฝึกหดั ทาทงั้ สิ้น...............แบบฝึกหดั =...............คะแนน
หลังกลางภาคมี.................แบบฝึกหดั ทาทงั้ สิ้น...............แบบฝึกหดั =...............คะแนน
คานา
เอกสารประกอบการเรียน รายวิชา กฎหมายเบื้องต้น ( ส 30228 ) ปรับปรุงครั้งที่ 2
(2564) โดยผู้จัดทาได้จัดทาขึ้นเพื่อใช้พัฒนาการเรียนการสอนรายวิชา ส 30228 ในกลุ่ม
สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียน
วัชรวิทยา ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวช้ีวัด และสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ซ่ึงผู้จัดทาได้ใช้ความเพียรพยายามในการจัดทาเอกสาร
ประกอบการเรียนจากประสบการณ์การสอนและการค้นคว้าเพ่ิมเติม จัดทาเป็นรูปเล่ม
พร้อมภาพประกอบที่สวยงาม เพ่ือให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ในชนั้ เรียน
เอกสารประกอบการเรียน รายวิชากฎหมายเบือ้ งต้น ( ส 30228 ) ที่จดั ทาขึ้นมเี นือ้ หา
ครอบคลมุ ในเนอื้ หาเก่ียวกบั ความรู้เบ้ืองตนทางกฎหมายแพง่ กฎหมายอาญา ประเภทของ
กฎหมาย และกฎหมายพเิ ศษที่ควรรู้
ผจู้ ัดทาหวงั ว่าเอกสารประกอบการเรียนรายวิชา กฎหมายเบ้ืองต้น ( ส 30228 ) เล่มนี้
จะมีประโยชน์ต่อนักเรียน ได้เรียนรู้อย่างมีความสุข เต็มศักยภาพของผู้เรียน และสามารถ
พฒั นาการเรียนการสอนให้มีคุณภาพ ตามวตั ถุประสงคข์ องหลักสูตร
ศภุ จิต จันทรี
โรงเรียนวัชรวิทยา
THIS IS LAW เพราะทกุ สงั คมตอ้ งมกี ฎหมาย 2
4
ความสาคญั และลักษณะของกฎหมาย 6
ระบบกฎหมายและที่มาของกฎหมาย 9
ประเภทและศักดิข์ องกฎหมาย
แบบฝึกหัดประจาบท
HISTORY OF LAW ววิ ฒั นาการของกฎหมาย 28
29
วิวัฒนาการของกฎหมาย 32
วิวฒั นาการของกฎหมายสากลและไทย 33
พระบิดาของกฎหมายไทย
แบบฝึกหดั ประจาบท
LEARN TO LAW เรยี นรกู้ ระบวนการของกฎหมาย 36
41
การจดั ทากฎหมายหลกั ที่ใชใ้ นการปกครองประเทศ 45
การบังคับใช้ การตคี วาม และการยกเลิกกฎหมาย 48
ศาลและกระบวนการยตุ ิธรรม 53
กระบวนการยุติธรรมทางแพ่งและอาญา
แบบฝึกหดั ประจาบท
PERSONAL LAW กฎหมายวา่ ดว้ ยบคุ คล 65
67
ประเภทของบคุ คลตามกฎหมาย 68
การนบั อายแุ ละการสิ้นสภาพบุคคล 71
ความสามารถของบคุ คล
แบบฝึกหัดประจาบท
PROPERTY LAW กฎหมายวา่ ดว้ ยทรพั ย์ 78
80
ประเภทและส่วนประกอบของทรพั ย์ 82
สิทธิและกรรมสิทธิใ์ นทรัพย์
หลกั คมุ้ ครองกรรมสิทธิ์
CONTRACT LAW กฎหมายวา่ ดว้ ยนติ กิ รรมสญั ญา
รปู แบบของนติ ิกรรม 87
ความไมส่ มบูรณข์ องนติ ิกรรม 88
เอกเทศสัญญาที่นา่ สนใจ 92
แบบฝึกหดั ประจาบท 110
FAMILY LAW กฎหมายวา่ ดว้ ยครอบครวั และมรดก 120
123
การหมนั้ และการสมรส 124
ทรัพย์สินระหวา่ งสามีและภรรยา 127
การสิน้ สุดการสมรส 131
กฎหมายเกย่ี วมรดก
แบบฝึกหัดประจาบท
CRIMINAL LAW กฎหมายอาญาทค่ี วรรู้ 145
151
โครงสรา้ งของประมวลกฎหมายอาญา 152
ลกั ษณะความผิดและความรบั ผิดทางอาญา 156
ประเภทของโทษทางอาญา 161
ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
แบบฝึกหัดประจาบท 176
177
LAW IN DAIRY LIFE กฎหมายทปี่ ระชาชนควรรู้ 188
193
กฎหมายทะเบียนราษฎร
กฎหมายอืน่ ๆ ที่น่าสนใจ
แบบฝึกหดั ประจาบท
บรรณานกุ รม
CHAPTER เพราะทุกสงั คมต้องมีกฎหมาย
1
สังคมมีความจาเป็นทีจ่ ะต้องสร้างกฎเกณฑต์ ่าง ๆ ขน้ึ เพ่อื ควบคุมความประพฤติของสมาชิกในสังคม
ให้เป็นไปในทานองเดียวกันและรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมไว้ ดังนั้น “กฎหมาย” จึงเป็น
บรรทัดฐานที่สาคัญอย่างหน่งึ ในสังคมที่จะช่วยรกั ษาความสงบเรยี บรอ้ ยของสังคมไว้ได้
ประเดน็ ทจี่ ะศกึ ษา
ความสาคัญและลักษณะของกฎหมาย
ระบบกฎหมายและทีม่ าของกฎหมาย
ประเภทและศักด์ิของกฎหมาย
CHAPTER 1 : เพราะทุกสังคมต้องมีกฎหมาย หน้า 2
กฎหมายคอื อะไร
กฎหมาย คือ ข้อบังคับของรัฐฎาธิปัตย์ ที่บัญญัติข้ึนเพื่อใช้ควบคุมพฤติกรรมของพลเมือง
หากใครฝา่ ฝนื จะถูกลงโทษ
รัฐฎาธิปัตย์ คือ ผู้มีอานาจสูงสุดในรัฐ (ของประเทศไทยรัฐฎาธิปัตย์ แบ่งออกเป็น 3 ฝ่าย ได้แก่
ฝา่ ยนติ บิ ัญญัติ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายตุลาการ แต่ละฝา่ ยก็จะมีอานาจสูงสุด เฉพาะดา้ นของตนเท่านั้น
โทษในทางกฎหมาย ก็ จะมีโทษทางอาญา กับโทษทางแพ่ง โทษทางอาญามี ๕ ขั้น(สถาน) ได้แก่
ป ร ะ ห า ร ชี วิ ต จ า คุ ก กั ก ขั ง ป รั บ ริ บ ท รั พ ย์ สิ น ส า ห รั บ โ ท ษ ท า ง แ พ่ ง ก็ คื อ ก า ร ช ด ใ ช้
ค่าเสียหายให้แก่ผูเ้ สียหาย ซ่ึงเรียกว่า “ค่าสินไหมทดแทน”
ความสาคญั ของกฎหมาย
☺ สร้างความสงบเรียบรอ้ ยในสังคม
☺ แกไ้ ขข้อขัดแย้งในสังคมและผลักดันใหป้ ระชาชนรูจ้ ักสทิ ธแิ ละหน้าที่
จากเหตุผลดังกล่าว กฎหมายจึงถือเป็นเครื่องยึดเหน่ียวสังคมให้อยู่รอด ดังคากล่าวที่ว่า
“มีสังคมทีไ่ หน มีกฎหมายทีน่ ั่น”
ลกั ษณะทสี่ าคญั ของกฎหมาย
ต้องเป็นคาสัง่ หรือข้อบังคับของผู้มีอานาจในรัฐ (รฐั าธปิ ตั ย์)
ต้องเป็นขอ้ บังคับ ใช้บังคับพลเมือง (บังคับสมาชกิ ของสังคมนั้น ๆ)
ตอ้ งบงั คับทัว่ ไป คือบังคับกับคนทุกคนทีอ่ ยูใ่ นราชอาณาจักร คาว่าราชอาณาจกั ร
ตอ้ งมีโทษสาหรับผู้ฝา่ ฝืนหรือไม่ปฏบิ ัตติ าม
กฎหมายเปน็ ขอ้ บังคับที่ใช้ไดเ้ สมอไปจนกว่าจะมีการแกไ้ ขหรือยกเลิก
องคก์ รทที่ าหนา้ ทอี่ อกกฎหมาย
รฐั สภา (ส.ส.+ส.ว.) > เปน็ อานาจหนา้ ที่โดยตรง ในการบัญญัติกฎหมายออกมาบังคับใช้
รฐั บาล หรอื คณะรฐั มนตรี > รัฐบาลสามารถออกกฎหมายมาใชบ้ ังคับในยามฉุกเฉนิ และกฎหมาย
ในลาดับรอง ๆ ลงมา
องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ > มีอานาจในการออกกฎหมายมาใชบ้ ังคับภายในเขตพื้นที่ของตน
องคก์ รพเิ ศษ > เปน็ องคก์ รที่จัดตัง้ ขึ้นมาเฉพาะกิจ เช่น สภารา่ งรัฐธรรมนูญเพื่อรา่ ง
รัฐธรรมนูญ
กฎหมายเบื้องตน้ ส 30228 หน้า 3
ระบบกฎหมาย
ระบบของกฎหมาย หรือตาราบางเลม่ เรยี กวา่ สกุลของกฎหมาย (Legal Family) เป็นความพยายาม
ของนักกฎหมาย ที่จะจับกลุ่มของกฎหมายที่มีใชอ้ ยูใ่ นประเทศตา่ ง ๆ ในโลก ที่มีลักษณะใกล้เคียงกันเขา้ ไว้
ด้วยกัน ซงึ่ ในปัจจุบันน้รี ะบบกฎหมายอาจแบ่งออกได้เป็น 4 ระบบ คือ
ระบบกฎหมายลายลกั ษณ์ > นักกฎหมายบางท่านเรียกว่า ระบบประมวลกฎหมาย (Code Law)
อกั ษร (Civil Law) หรือสกุลโรมาโน เยอรมานิค ( Romano Germanic) กฎหมายระบบน้ี
กาเนิดข้ึนในทวีปยุโรป จากการศึกษาค้นคว้ากฎหมายโรมัน
ระบบกฎหมายไมเ่ ปน็ ลาย โดยเฉพาะอิตาลีกับเยอรมันซึ่งได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมโรมัน ถือ
ลักษณอ์ กั ษร (Common Law) ว่าเป็นประเทศที่พัฒนากฎหมายระบบน้ีให้เกิดข้ึนอย่างจริงจัง
กฎหมายระบบน้ีให้ความสาคัญกับกฎหมายที่มีการบัญญัติไว้เป็น
ระบบกฎหมายประเทศ ลายลักษณ์อักษร การศึกษากฎหมายตอ้ งเร่มิ จากตัวบทกฎหมายเปน็
สงั คมนยิ ม (Socialist Law) สาคัญ
ระบบกฎหมายศาสนา ปัจจุบันประเทศที่ใช้ระบบกฎหมายลายลักษณ์อักษร ได้แก่ อิตาลี
(Religon Law) เยอรมัน สวิตเซอร์แลนด์ สเปน ฝรัง่ เศส ญี่ปุน่ และไทย
> ตาราบางเล่มเรียกว่า กฎหมายจารตี ประเพณี กาเนิดขึ้นในประเทศ
อังกฤษ กฎหมายระบบน้ีให้ความสาคัญกับจารีตประเพณี โดยใช้เป็น
หลักในการพิจารณาตัดสินคดีความต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เมื่อตัดสินชี้ขาด
แล้วก็กลายเป็นหลักการ เมื่อมีคดีความที่มีลักษณะคล้ายกันเกิดข้ึน
กต็ อ้ งใชห้ ลกั ของคดีแรกเปน็ บรรทัดฐานในการตัดสนิ ชีข้ าด
ปัจจุบันประเทศที่ใช้ระบบกฎหมายไม่เป็นลายลักษณ์อักษร ได้แก่
สหรัฐอเมรกิ า อังกฤษ และประเทศในเครือจักรภพ
> เกิดขนึ้ และใช้อยู่ในสหภาพโซเวียตและกลุม่ ประเทศบรวิ าร เกิดจาก
ความต้องการของนักกฎหมายของประเทศสังคมนิยม ตามปรัชญา
ของลักทธิมารก์ ซ์ ซ่ึงความจริงก็คือกฎหมายลายลักษณ์อักษรน่นั เอง
แต่กม็ ีสว่ นที่แตกต่างกันก็คือ กฎหมายระบบน้ตี ้องการสร้างความเท่า
เทียมกันใหเ้ กดิ ข้ึนในสังคม ให้ความสาคัญเรือ่ งกรรมสทิ ธิ์ในทรัพย์สิน
โดยรัฐมีอานาจเข้าไปจัดการถือกรรมสิทธ์ิในทรัพย์สินของประชาชน
ได้ และรัฐเป็นผู้จัดสวัสดิการให้ ประชาชนไม่มีอานาจต่อรองใด ๆ
ทั้งสน้ิ
> เกิดข้ึนในกลุ่มประเทศที่ใช้หลักทางศาสนาเป็นแม่บทในการ
ปกครอง เช่น กฎหมายศาสนาอิสลามซ่ึงใช้อยู่ในกลุ่มประเทศ
ตะวันออกกลาง กฎหมายระบบน้ีให้ความสาคัญกับกฎเกณฑ์
ข้อบัญญัติศาสนา การพิจารณาตัดสินคดีความก็จะใช้กฎแห่งศาสนา
เป็นหลกั
CHAPTER 1 : เพราะทุกสังคมตอ้ งมีกฎหมาย หนา้ 4
ระบบกฎหมายของประเทศไทย
สาหรับประเทศไทย ในระยะแรกกรมหลวงราชบุรีดเิ รกฤทธ์ิ(พระองคเ์ จา้ รพพี ัฒนศักด์ิ) ทรงสาเร็จ
การศึกษาวิชากฎหมายจากประเทศอังกฤษ ทรงตั้งโรงเรียนกฎหมาย และนาเอาหลักกฎหมายไม่เป็นลาย
ลกั ษณอ์ ักษรมาใช้ ต่อมาไดม้ ีการปรับปรุงการศาลยุติธรรมและเปลีย่ นแปลงระบบกฎหมาย โดยมีการจัดทา
ประมวลกฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 เป็นฉบับแรก จากน้ันก็มีการจัดทาประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชย์ และประมวลกฎหมายอื่น ๆ จึงถือได้ว่าประเทศไทยใช้ระบบกฎหมายลายลักษณ์อักษร หรือระบบ
ประมวลกฎหมาย
ทมี่ าของกฎหมาย
คาว่า ที่มาของกฎหมาย นักกฎหมายหลายท่านให้ความหมายไว้แตกต่างกัน บางท่าน หมายถึง
แหล่งที่มาหรือบ่อเกิดของกฎหมาย บางท่านหมายความถึงแหล่งที่จะค้นพบกฎหมาย หรือบางท่านอาจ
หมายความถึงศาลหรือผูท้ ีจ่ ะนากฎหมายไปปรับใช้กับคดีที่เกิดข้ึน ถงึ แม้วา่ นักกฎหมายจะมีความเหน็ แตกต่าง
กันออกไป แต่ที่มาของกฎหมายโดยทั่วไปแล้วมีความใกล้เคียงกัน โดยพิจารณาถึงที่มาของกฎหมายหลัก
สองระบบคือ ระบบกฎหมายลายลักษณ์อักษร และระบบกฎหมายไมเ่ ปน็ ลายลักษณอ์ ักษร
ทมี่ าของระบบกฎหมาย กฎหมายลายลักษณ์อักษร ที่มาประการสาคัญของระบบกฎหมายลาย
ลายลักษณอ์ กั ษร ลักษณ์อักษร ก็คือกฎหมายที่มีการบัญญัติไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น
รัฐธรรมนูญ ประมวลกฎหมาย พระราชบัญญัติ พระราชกาหนด พระราช
กฤษฎีกา กฎกระทรวง เป็นตน้
จารีตประเพณี ในบางครั้งการบัญญัตกิ ฎหมายเป็นลายลกั ษณอ์ ักษร จะให้
ครอบคลุมทุกเรือ่ งเป็นไปได้ยาก จงึ ต้องมีการนาเอาจารีตประเพณี มาบัญญัติ
ใช้เปน็ กฎหมายลายลักษณอ์ ักษรด้วย เช่น การชกมวยบนเวที ถา้ เปน็ ไปอย่าง
ถูกต้องตามกติกา ถึงแม้ว่าคู่ต่อสู้จะบาดเจ็บหรือเสียชีวิตก็ไม่มีความผิด หรือ
แพทยท์ ีต่ ัดแขนตัดขาคนไขโ้ ดยที่คนไข้ยนิ ยอมก็ไม่มีความผดิ
หลักกฎหมายทวั่ ไป เป็นการนาเอาหลักกฎหมายทั่วไป ซึ่งประเทศอื่น ๆ
ที่มีความก้าวหน้าทางกฎหมาย ได้ยอมรับกฎหมายน้ันแล้ว มาปรับใช้ในการ
พิจารณาตัดสินคดีความ เช่น หลักผู้รับโอนไม่มีสิทธ์ิดีกว่าผู้รับ โอน
โจทย์พิสูจน์ไม่ได้ต้องปล่อยตัวจาเลย คดีอย่างเดียวกันต้องพิพากษาตัดสิน
เหมือนกัน ฯลฯ เปน็ ต้น
กฎหมายเบือ้ งต้น ส 30228 หน้า 5
ทมี่ าของกฎหมาย (ตอ่ )
ทมี่ าของระบบกฎหมาย จารีตประเพณี ถือว่าเป็นที่มาประการสาคัญของระบบกฎหมายไม่เป็น
ไมเ่ ปน็ ลายลกั ษณอ์ กั ษร ลายลักษณอ์ ักษร เน่ืองจากกฎหมายระบบน้ีเกิดจากการนาเอาจารีตประเพณี
ซึ่งคนในสังคมยอมรับและปฏิบัติสืบต่อกันมานาน มาใช้เป็นหลักในการ
พจิ ารณาตัดสนิ คดีความ
คาพิพากษาของศาล จารีตประเพณีใดที่ถูกนามาใช้เป็นหลักในการ
พิจารณาตัดสินคดีความแล้ว ก็จะกลายเป็นคาพิพากษาของศาล ซ่ึงคา
พิพากษาบางเรื่องอาจถูกนาไปใช้เป็นหลัก หรือเป็นบรรทัดฐานในการ
พิจารณาตัดสินคดีความตอ่ ๆ ไป คาพิพากษาของศาลจึงเป็นที่มาอีกประการ
หน่ึงของระบบกฎหมายไมเ่ ป็นลายลักษณอ์ ักษร
กฎหมายลายลักษณ์อักษร ในสมัยต่อ ๆ มาบ้านเมืองเจริญข้ึนอย่าง
รวดเร็ว การที่จะรอให้จารีตประเพณีเกิดข้ึนย่อมไม่ทันกาล บางครั้ง
จงึ จาเปน็ ตอ้ งสร้างกฎหมายที่เป็นลายลกั ษณอ์ ักษรข้ึนมาใชด้ ว้ ย
ความเห็นของนักนิติศาสตร์ ระบบกฎหายไม่เป็นลายลักษณ์อักษร
ยังยอมรับความเหน็ ของนกั นิตศิ าสตร์มาใช้เป็นหลักในการตัดสินคดีความด้วย
เพราะนกั นิตศิ าสตร์เปน็ ผู้ที่ศึกษากฎหมายอยูเ่ สมอ เปน็ ผูท้ ี่มีความรู้ ความคิด
มีเหตุผล ความเห็นของนักนิติศาสตร์ที่มีชื่อเสสียงและเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป
ย่อมมีน้าหนกั พอที่จะนาไปใช้อ้างองิ ในการพิจารณาตัดสินความได้
หลักความยุตธิ รรมหรือมโนธรรมของผูพ้ พิ ากษา ในระยะหลังที่บ้านเมือง
เจริญข้ึนสภาพสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ก็เปลี่ยนแปลงไป การใช้จารีตประเพณีและ
คาพพิ ากษากอ่ น ๆ มาเป็นหลกั ในการพิจารณาตัดสินคดีความอาจไมย่ ุติธรรม
จึงเกิดศาลระบบใหม่ขึ้น ซ่ึงศาลระบบน้ีจะไม่ผูกมัดกับจารีตประเพณีหรือคา
พิพากษาของศาลเดิม แต่จะยึดหลักความยุติธรรมและให้ความเป็นธรรมแก่
คู่กรณี ซ่ึงเรียกว่ามโนธรรมของผู้พิพากษา(Squity) ซ่ึงต่อมาได้รับการ
ยอมรับเปน็ สว่ นหน่ึงของระบบกฎหมายไมเ่ ปน็ ลายลักษณ์อักษร
ประเภทของกฎหมาย
การแบ่งประเภทของกฎหมาย อาจแบ่งได้หลายลักษณะ ขึ้นอยู่กับผู้แบ่งว่าจะใช้อะไรเป็นหลัก
แต่โดยทัว่ ไปแล้วเราจะแบ่งอย่างคร่าว ๆ ก่อนโดยแบ่งกฎหมายออกเป็นสองประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ กฎหมาย
ภายใน ซ่ึงเป็นกฎหมายที่บัญญัติข้ึนใช้โดยองค์กรที่มีอานาจภายในรัฐหรือประเทศ และกฎหมายภายนอก
ซงึ่ เป็นกฎหมายที่บัญญัตขิ ้นึ จากสนธิสัญญา หรือขอ้ ตกลงระหว่างประเทศ
CHAPTER 1 : เพราะทุกสังคมต้องมีกฎหมาย หนา้ 6
ประเภทของกฎหมาย (ตอ่ )
กฎหมายภายใน และกฎหมายภายนอก ยังอาจแบง่ ย่อยไดอ้ ีกหลายลกั ษณะ ดังนี้
ใชเ้ นอื้ หาของกฎหมาย กฎหมายลายลักษณอ์ กั ษร ได้แก่ ตัวบทกฎหมายต่าง ๆ ที่บัญญัติ
เปน็ หลักเกณฑ์การแบง่ ขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร โดยองค์กรที่มีอานาจตามกระบวนการนิติ
บัญญัติ เช่น รัฐธรรมนูญ ประมวลกฎหมายอาญา ประมวลกฎหมาย
ใชส้ ภาพบงั คับกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ พระราชบัญญัติต่าง ๆ ฯลฯ เป็นตน้
เป็นหลักในการแบง่ กฎหมายไม่เป็นลายลักษณ์อักษร ได้แก่ จารีตประเพณีต่าง ๆ
ทีน่ ามาเป็นหลกั ในการพจิ ารณาตัดสนิ คดีความ
ใชบ้ ทบาทของกฎหมาย กฎหมายทมี่ สี ภาพบงั คบั ทางอาญา ไดแ้ ก่ กฎหมายตา่ ง ๆ ที่มีโทษ
เปน็ หลักเกณฑ์ในการแบง่ ตามบัญญัติไวใ้ นประมวลกฎหมายอาญา เช่น ประมวลกฎหมายอาญา
พระราชบัญญัตยิ าเสพตดิ ใหโ้ ทษ พระราชบัญญัติรับราชการทหาร ฯลฯ
ใชค้ วามสมั พนั ธข์ องผทู้ ตี่ อ้ ง เป็นตน้
เกยี่ วขอ้ งหรอื ถกู ใชบ้ งั คบั เปน็ กฎหมายที่มีสภาพบังคับทางแพ่ง สภาพบังคับทางแพ่งมิได้มี
หลกั เกณฑใ์ นการแบง่ บัญญัติไว้ชัดเจนเหมือนสภาพบังคับทางอาญา แต่ก็อาจสังเกตได้จาก
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ เช่น การบังคับชาระหน้ี การชดใช้
คา่ เสียหาย
กฎหมายสารบัญญตั ิ ได้แก่ กฎหมายที่กล่าวถึงการกระทาต่าง ๆ
ที่เป็นองค์ประกอบของความผิดโดยทั่วไปแล้วกฎหมายส่วนใหญ่
จะเป็นกฎหมายสารบัญญัติ
กฎหมายวิธีสบัญญัติ ได้แก่ กฎหมายที่กล่าวถึงวิธีการที่จะนา
กฎหมายสารบัญญัติไปใช้ว่าเมื่อมีการทาผิดบทบัญญัติกฎหมาย จะ
ฟ้องร้องอย่างไร จะพิจารณาตัดสินอย่างไร พูดให้เข้าใจง่าย ๆ เช่น
ประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญาและแพ่ง
กฎหมายเอกชน ได้แก่ กฎหมายทีบ่ ัญญัตถิ งึ ความสัมพันธ์ระหว่าง
ประชาชนด้วยกัน โดยที่รัฐไม่เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ประมวลกฎหมาย
แพ่งและพาณิชย์ พระราชบัญญัติบริษัทมหาชน จากัด เปน็ ตน้
กฎหมายมหาชน ได้แก่ กฎหมายที่บัญญัตถิ ึงความสัมพันธร์ ะหวา่ ง
รัฐกับประชาชน ในฐานะที่รัฐเป็นผู้ปกครอง จึงต้องมีอานาจบังคับให้
ประชาชนปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบรอ้ ย
และสงบสุข เชน่ กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายปกครอง กฎหมาย
อาญา กฎหมายวธิ พี ิจารณาความอาญาและแพ่ง เป็นต้น
กฎหมายระหว่างประเทศ เป็นกฎหมายหรือข้อตกลงร่วมกัน
ระหวา่ งรัฐหรือประเทศ แบง่ เปน็ แผนกคดีเมือง แผนกคดีบุคคล และ
แผนกคดีอาญา
กฎหมายเบื้องตน้ ส 30228 หน้า 7
ศกั ดขิ์ องกฎหมาย
การจัดลาดับศักดิ์ของกฎหมายไทยสามารถจัดลาดับไดด้ งั นี้
ลาดบั ศกั ดข์ิ องกฎหมายไทย ลาดบั
☺ รัฐธรรมนูญ กฎหมายสูงสุด
กฎหมายอืน่ จะขัดไมไ่ ด้
ออกโดยฝ่ายนิตบิ ัญญัติ
☺ พระราชบัญญตั ปิ ระกอบรัฐธรรมนูญ กฎหมายแม่บทออกโดยฝา่ ยนิติ
☺ พระราชบัญญตั ิ บัญญตั ยิ กเว้นแต่พระราชกาหนด
☺ พระราชกาหนด ออกโดยฝ่ายบรหิ าร
☺ ประมวลกฎหมาย
☺ ประกาศกฎอัยการศึก
☺ พระราชกฤษฎีกา กฎหมายลาดับรอง
ออกโดยฝ่ายบริหาร
☺ กฎกระทรวง,ขอ้ บัญญตั ิทอ้ งถ่ิน กฎหมายลาดับรอง
เปน็ กฎหมายอืน่ ที่ออกโดย
องค์กรอื่นไมใ่ ชฝ่ า่ ยบริหาร
เชน่ องค์กรปกครองท้องถนิ่
เด็กๆควรทราบ
⚫ ถา้ กฎหมายลาดับรองขัดแยง้ กับกฎหมายแมบ่ ทจะไม่สามารถบังคับใชไ้ ด้
⚫ การจะออกกฎหมายลาดับรองต้องอาศัยกฎหมายแม่บทเป็นผูใ้ ห้อานาจ
ลาดบั ศกั ดิ์กฎหมาย
รัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมายสูงสุดที่กาหนดรูปแบบการปกครองและระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
ตลอดจนรับรองและส่งเสริมสิทธิต่าง ๆ ของประชาชนทั้งประเทศ นอกจากน้ี รัฐธรรมนูญยังเป็นกฎหมาย
แมบ่ ทของกฎหมายอื่นทุกฉบับ กฎหมายอื่นจงึ จะขัดหรือแยง้ กับรัฐธรรมนูญมไิ ด้ มเิ ช่นนน้ั เป็นอันใช้บังคับมิได้
พระราชบัญญตั ิประกอบรัฐธรรมนูญ กฎหมายชนิดน้ีอยูใ่ นรูปของพระราชบัญญัติ และมีศักด์ิเดียวกัน
กับพระราชบัญญัติ แต่มีวิธีการตราที่พิสดารกว่าพระราชบัญญัติ เน่ืองด้วย เพราะเป็นกฎหมายที่อธิบาย
รายละเอียดตา่ ง ๆ ของรัฐธรรมนูญ
CHAPTER 1 : เพราะทุกสังคมต้องมีกฎหมาย หน้า 8
ลาดบั ศกั ดิ์กฎหมาย (ตอ่ )
พระราชบัญญัติ และประมวลกฎหมาย เปน็ กฎหมายชั้นรองลงมาจากรัฐธรรมนูญ และเปน็ กฎหมายที่
ถือได้ว่าคลอดออกมาจากท้องของรัฐธรรมนูญโดยตรง องค์กรที่มีหน้าที่ตรากฎหมายสองประเภทน้ีได้แก่
รัฐสภา ผู้มีสิทธิเสนอร่างพระราชบัญญัติ คือ คณะรัฐมนตรีหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อสภา
ผู้แทนราษฎรเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติแล้วก็จะส่งให้วุฒิสภาพจิ ารณา หากเห็นชอบก็จะนาข้ึนทูลเกล้าฯ
พระมหากษัตริยท์ รงลงพระปรมาภไิ ธย เมือ่ ไดล้ งประกาศในราชกจิ จานุเบกษาแลว้ กส็ ามารถใช้บังคับได้
พระราชกาหนด เป็นกฎหมายที่รัฐธรรมนูญมอบอานาจในการตราให้แก่ฝ่ายบรหิ ารคือคณะรัฐมนตรี
เพอ่ื ให้ใชใ้ นกรณีรีบด่วนหรือฉุกเฉนิ พระราชกาหนดนน้ั เมื่อมีการประการใชแ้ ล้วคณะรัฐมนตรีตอ้ งนาเสนอต่อ
รัฐสภาเพือ่ พจิ ารณาให้ความเหน็ ชอบ ถ้ามไิ ด้รับความเหน็ ชอบกเ็ ปน็ อันสุดสุดลง โดยพระราชกาหนดจะออกใช้
ต่อเมื่อเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจาเป็นเร่งด่วนในการรักษาความปลอดภัยของประเทศ หรือความปลอดภัย
ของสาธารณะ หรือความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือการป้องกันภัยพิบัติของสาธารณะ และไม่
อาจจะเรียกประชุมรัฐสภาให้ทันท่วงที พระราชกาหนดมี 2 ประเภท คือ พระราชกาหนดในเรือ่ งทั่วไปและพระ
ราชกาหนดเกี่ยวดว้ ยเรื่องภาษีอากรและเงนิ ตรา
พระราชกฤษฎกี า เป็นกฎหมายที่กาหนดรายละเอียดซึ่งเป็นหลักการยอ่ ย ๆ ของพระราชบัญญัติหรือ
ของพระราชกาหนด เปรียบเสมือนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญซึ่งมีหน้าที่อธิบายขยายความใน
รัฐธรรมนูญ
กฎกระทรวง เป็นกฎหมายที่รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตกิ าหนดรายละเอียดเพ่ิมเติมเพือ่
ดาเนินการใหเ้ ป็นไปตามกฎหมาย โดยรัฐมนตรีผู้รับผดิ ชอบจะเปน็ ผูเ้ สนอร่างกฎกระทรวงตอ่ คณะรัฐมนตรีให้
พิจารณา หากเห็นชอบก็จะนาลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาใช้บังคับเป็นกฎหมายต่อไป
ข้อบัญญัตจิ ังหวัด เป็นกฎหมายท้องถิ่นที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดได้รับอานาจตามพระราชบัญญัติ
ระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด หรือกฎหมายอื่น ให้ออกข้อบัญญัติจังหวัดเพื่อใช้บังคับในเขตจังหวัดที่
รับผิดชอบ นอกเขตเทศบาล เขตสุขาภิบาล และเขตตาบลในกรณีที่ตาบลใดมีการจัดตั้งองค์การบริหารส่วน
ตาบลแล้ว โดยผู้ว่าราชการจังหวัดหรือสมาชิกสภาจังหวัดเสนอร่างข้อบัญญัติจังหวัดต่อสภาจังหวัดเพื่อ
พจิ ารณา เมือ่ เหน็ ชอบแลว้ กจ็ ะประกาศที่ศาลากลางจังหวัดเปน็ เวลา 15 วันก็ใชบ้ ังคับเป็นกฎหมาย
เทศบัญญัติ เป็นกฎหมายท้องถ่นิ ที่เทศบาลได้รับอานาจตามพระราชบัญญัติเทศบาล หรือกฎหมายอื่น
ให้ออกเทศบัญญัติเพื่อใช้บังคับในเขตเทศบาลที่รับผิดชอบ คณะเทศมนตรีหรือสมาชิกสภาเทศบาลจะเป็นผู้
เสนอรา่ งเทศบัญญัตติ อ่ สภาเทศบาลเพ่ือพจิ ารณา เมือ่ เหน็ ชอบแล้วกจ็ ะประกาศที่สานักงานเทศบาลเป็นเวลา
7 วันกใ็ ช้บังคับเปน็ กฎหมาย เวน้ แตก่ รณีเรง่ ดว่ นก็อาจใหม้ ีผลใชบ้ ังคับในวันที่ประกาศนน้ั
ข้อบังคับตาบล เป็นกฎหมายท้องถ่ินที่องค์การบรหิ ารส่วนตาบลได้รับอานาจตามพระราชบัญญัตสิ ภา
ตาบลและองค์การบริหารส่วนตาบล พ.ศ. 2537 หรือกฎหมายอื่น ให้ออกข้อบังคับตาบลเพื่อใช้บังคับในเขต
ตาบลทีร่ ับผิดชอบ
ขอ้ บัญญัติกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา เปน็ กฎหมายทีใ่ ห้อานาจพิเศษบังคับใช้ในเขตพื้นทีข่ องตน
กฎหมายเบื้องต้น ส 30228 หนา้ 9
แบบฝึกหัดที่ 1.1 แสดงความคดิ เห็นโดยวิเคราะห์ตามประเดน็ คาถามทีก่ าหนด
กฎหมายในชีวิตของฉัน
1. กฎหมายมีความสาคัญต่อการดาเนนิ ชีวิตของนกั เรียนอย่างไร
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
2. วถิ ีชีวติ ของนกั เรียนในปัจจุบันต้องเกีย่ วขอ้ งกับกฎหมายใดบ้าง จงยกตัวอย่าง
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
3. การกระทาใดที่แสดงใหเ้ หน็ วา่ ปฏิบัตติ ตามหรอื เกี่ยวข้องกับกฎหมายในขอ้ 2
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
4. นกั เรียนคดิ วา่ ถ้าคนในสังคมไมป่ ฏิบัตติ ามกฎหมาย สังคมน้นั จะเปน็ อย่างไร
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
5. ถา้ นกั เรียนพบเห็นผูท้ ีไ่ มป่ ฏบิ ัติตามกฎหมายหรือทาผิดกฎหมาย นกั เรียนควรปฏิบัตติ นอย่างไร
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
CHAPTER 1 : เพราะทุกสังคมต้องมีกฎหมาย หนา้ 10
แบบฝึกหัดที่ 1.2 แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความสาคัญของกฎหมายที่มีต่อสังคม
ลงในแผนผังความคดิ
.............................................
............................................
.............................................
............................................. ความสาคัญของ .............................................
............................................ กฎหมายต่อสังคม ............................................
............................................. .............................................
............................................. .............................................
............................................ ............................................
............................................. .............................................
กฎหมายเบือ้ งต้น ส 30228 หนา้ 11
แบบฝึกหัดที่ 1.3 อา่ นข้อความแล้วตอบคาถามที่กาหนดให้
ผิดกฎหมาย ..... ไม่รู้กฎหมาย
“เวลาทาผิดกฎหมายจะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายได้หรือไม่” เป็นคาถามที่ค้างคาใจของใครหลายๆคน ซ่ึงใน
ความจริงแล้วเราไม่สามารถที่จะอ้างได้ว่า เวลาที่เรากระทาความผดิ และเป็นความผิดที่กฎหมายบอกว่า
เปน็ ความผดิ แตเ่ รากลบั บอกวา่ ไมร่ ู้ ไมท่ ราบ หรือไม่ไดท้ า ซึง่ ตามกฎหมายได้ระบุไว้ว่า บุคคลจะแกต้ ัวว่า
ไมร่ ูก้ ฎหมายไมไ่ ด้ เว้นแตม่ ีเหตุสมควรบางประการ ดังนั้นเวลาทีเ่ ด็กหรือเยาวชนกระทาความผิดและต้อง
ไดร้ ับโทษทางอาญา เชน่ บุตรของนาย ก อายุ 12 ปี ไปขโมยของคนอื่น กฎหมายเรียกว่า การลกั ทรัพย์
ของผู้อื่น ซึ่งถือเป็นความผิดและยอมความไม่ได้ จะต้องนาตัวเด็กไปทีส่ ถานีตารวจ เพื่อแจ้งให้เจ้าหน้าที่
รับทราบ และดาเนินการตามกฎหมายต่อไป เป็นต้น ดังน้ัน ในฐานะผู้ปกครองหรือเยาวชนก็ควรที่จะมี
ความรู้เรื่องกฎหมายไว้บ้าง เพ่อื รักษาสิทธขิ อองบุตรหลานไว้ตามที่กฎหมายให้การคุ้มครอง
1.สาระสาคญั ของขอ้ ความข้างต้นคืออะไร และตอ้ งการบอกถงึ ใคร เพราะเหตุใด
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
2.เพราะเหตุใดการลกั ทรัพยผ์ ู้อืน่ จึงเป็นความผิดที่ยอมความไมไ่ ด้ และในกรณีที่เดก็ และเยาวชนอายุไมเ่ กนิ
15 ปี กระทาความผดิ ฐานลกั ทรัพย์ จะไดร้ ับโทษตามกฎหมายหรือไม่ อย่างไร
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
CHAPTER 1 : เพราะทุกสังคมต้องมีกฎหมาย หนา้ 12
แบบฝึกหัดที่ 1.4
คาชีแ้ จง ให้นักเรียนอธบิ ายลักษณะโดยทัว่ ไปของกฎหมายให้ได้ใจความสมบูรณ์
1. กฎหมายตอ้ งเป็นคาสั่งหรือข้อบังคับของรัฏฐาธิปตั ย์ ..................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................................
2. กฎหมายต้องเป็นคาสัง่ หรือข้อบังคับทีก่ าหนดความประพฤติของมนุษย.์ ........................................................
.....................................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................................
3. กฎหมายต้องเปน็ คาสั่งหรือข้อบังคับที่ใชไ้ ดท้ ั่วไป.........................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................................
4. กฎหมายตอ้ งเปน็ คาสั่งหรือข้อบังคับที่ใชไ้ ดเ้ สมอไป...................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................................
5. กฎหมายต้องมีสภาพบังคับ ...................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................................
กฎหมายเบือ้ งตน้ ส 30228 หน้า 13
แบบฝึกหัดที่ 1.5
คาชี้แจง จงเตมิ คาตอบลงในช่องว่างใหไ้ ด้ใจความที่สมบูรณ์
1. ระบบกฎหมายในปัจจุบันแบ่งออกเป็น .......................ระบบ ได้แก่....................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................................
2. ระบบซวี ลิ ลอว์มีรากฐานมาจาก....................................................................................................................................................
3. กฎหมายที่หลายประเทศนามาใช้เปน็ แบบอยา่ งและมีอิทธิพลอยา่ งมากตอ่ ระบบซวี ิลลอว์ คอื
กฎหมาย................................................................................ของประเทศ..........................................................................................
4. ปจั จุบนั ประเทศไทยใช้กฎหมายระบบ.........................................................................................................................................
5. กฎหมายคอมมอนลอวเ์ ป็นกฎหมายที่นาเอา..........................................................................................................................
มาใช้ในการตัดสินคดีในศาล
6. ระบบกฎหมายคอมมอนลอว์ มีพัฒนาการทางประวัติศาสตร์มาจากประเทศ........................................................
7. “บรรทัดฐานแหง่ คาพพิ ากษา” หมายถึง ................................................................................................................................
8. ระบบกฎหมายสังคมนยิ มยดึ ถอื หลกั การและแนวคิดของ.................................................................................................
9. ประเทศทีใ่ ชร้ ะบบกฎหมายระบบสังคมนยิ ม ไดแ้ ก่ ............................................................................................................
10.ระบบกฎหมายศาสนาให้ความสาคัญในเรื่อง .......................................................................................................................
11.กฎหมายของอินเดียที่ประเทศไทยนามาเปน็ รากฐาน คือ ..............................................................................................
12.กฎหมายอสิ ลามทีใ่ ช้บังคับอยูใ่ น 4 จงั หวัดภาคใต้ของไทย บังคับใช้เฉพาะเรื่อง.................................................
13.หลกั ฐานที่พบวา่ ได้มีกฎหมายใช้แล้วในสมัยสุโขทัย คือ ..................................................................................................
14.กฎหมายที่พระมหากษัตรยิ ์ในสมัยกรุงศรีอยุธยาสรา้ งขึน้ จากการวินิจฉัยอรรถคดตี ่าง ๆ คอื ................
.............................................................................................................................................................................................................................
15.กฎหมายทาเนยี บศักดนิ าพลเรือน พ.ศ.1988 จัดทาในสมัย..............................................................................................
16.กฎหมายตราสามดวงจัดทาข้นึ ในสมัย.......................................................................................................................................
17.กฎหมายตราสามดวงที่จัดทาขึ้นทัง้ หมดมี........................ฉบับ ไดแ้ ก่.................................................................................
18.การปฏริ ูปกฎหมายไทยเกดิ ขนึ้ ในสมัย.......................................................................................................................................
19.สาเหตุที่ต้องทาการปฏริ ูปกฎหมายแบบอารยประเทศ
1)...................................................................................................................................................................................................................
2)..................................................................................................................................................................................................................
3)..................................................................................................................................................................................................................
20.กฎหมายไทยฉบับแรกทีท่ ันสมัยเทยี บเท่ากฎหมายทางตะวันตก คือ .....................................................................
CHAPTER 1 : เพราะทุกสังคมต้องมีกฎหมาย หน้า 14
แบบฝึกหัดที่ 1.6
คาชี้แจง จงเติมคาตอบลงในช่องวา่ งใหไ้ ดใ้ จความที่สมบูรณ์
1. การพจิ ารณาทีม่ าของกฎหมายตามระบบของกฎหมายแบ่งออกเปน็ ........................................................ประเภท
.......................................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................................
2. ทีม่ าของกฎหมายในระบบคอมมอนลอว์ ไดแ้ ก.่ .....................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................................
3. จารีตประเพณี หมายถึง ...................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................................
4. คาพิพากษาของศาลเปน็ ทีม่ าของกฎหมายในระบบ .........................................................................................................
5. ทีม่ าของกฎหมายที่สาคัญที่สุดของประเทศทีใ่ ชร้ ะบบซวี ิลลอร์ คือ ............................................................................
6. กฎหมายลายลกั ษณอ์ ักษรอันแท้จรงิ หมายถึง ....................................................................................................................
ไดแ้ ก่...........................................................................................................................................................................................................
7. นกั มวยที่ชกกันบนเวทีถึงแก่ความตาย คชู่ กไมม่ ีความผิดฐานฆ่าคนตาย เพราะ ..............................................
.......................................................................................................................................................................................................................
8. คาพิพากษาของศาลทีเ่ ป็นทีม่ าของกฎหมาย หมายถึง ....................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................................
9. ทีม่ าของกฎหมายในประเทศไทย ประกอบดว้ ย ...................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................................
10. ลกั ษณะของจารีตประเพณีทีถ่ อื เปน็ ทีม่ าของกฎหมาย คือ
1 .................................................................................................................................................................................................................
2..................................................................................................................................................................................................................
3..................................................................................................................................................................................................................
4..................................................................................................................................................................................................................
กฎหมายเบื้องต้น ส 30228 หน้า 15
แบบฝึกหัดที่ 1.7
คาชีแ้ จง จงเปรียบเทียบข้อแตกตา่ งของกฎหมายประเภทต่าง ๆ
กฎหมายเอกชนกับมหาชน กฎหมายสารบัญญัติกับ
.................................................................................................... กฎหมายวิธสี บัญญัติ
....................................................................................................
.................................................................................................... ....................................................................................................
.................................................................................................... ....................................................................................................
.................................................................................................... ....................................................................................................
.................................................................................................... ....................................................................................................
.................................................................................................... ....................................................................................................
.................................................................................................... ....................................................................................................
.................................................................................................... ....................................................................................................
.................................................................................................... ....................................................................................................
.................................................................................................... ....................................................................................................
....................................................................................................
....................................................................................................
กฎหมายลายลกั ษณอ์ ักษรกับ กฎหมายตามเน้อื ความกับ
กฎหมายจารีตประเพณี กฎหมายตามแบบพธิ ี
.................................................................................................... ....................................................................................................
.................................................................................................... ....................................................................................................
.................................................................................................... ....................................................................................................
.................................................................................................... ....................................................................................................
.................................................................................................... ....................................................................................................
.................................................................................................... ....................................................................................................
.................................................................................................... ....................................................................................................
.................................................................................................... ....................................................................................................
.................................................................................................... ....................................................................................................
.................................................................................................... ....................................................................................................
.................................................................................................... ....................................................................................................
CHAPTER 1 : เพราะทุกสังคมต้องมีกฎหมาย หนา้ 16
แบบฝึกหัดที่ 1.8 อ่านกรณีศึกษา จากน้ันวิเคราะห์ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับกฎหมาย
แพง่ และพาณิชย์ หรือกฎหมายอาญา พรอ้ มทัง้ ระบุการกระทาผิดลงในชอ่ งวา่ ง
ทศพลตกลงเช่าตึกแถวพาณิชย์ 2 คูหา ของอุทัย เจ้าหน้าที่ตารวจได้รับแจ้งความจากเจ้าของร้าน
รัตน์เป็นเวลา 5 ปี โดยกาหนดจ่ายค่าเช่า ทองในตัวเมืองแห่งหนึ่งว่า มีคนร้าย 2 คน
ทุกวันที่ 1 ของเดือน ทศพลจ่ายคา่ เช่าตรงกาหนด บุกเข้ามาภายในร้านพร้อมอาวุธครบมือ และใช้
เปน็ เวลา 6 เดือนติดต่อกัน หลงั จากนน้ั ก็ไมช่ าระ ปืนขู่ทาร้าย จากน้ันได้ทาการทุบกระจกตู้ทอง
ค่าเช่าอีกเลย และทศพลได้ขนของย้ายหนีออก กวาดทองรูปพรรณจานวนมาก แล้วหลบหนีไป
จากตึกแถวพาณชิ ย์ในทีส่ ุด อยา่ งรวดเร็ว
.......................................................................................................... ..........................................................................................................
.......................................................................................................... ..........................................................................................................
.......................................................................................................... ..........................................................................................................
.......................................
พรชัยมีปากเสียงกับกฤษณะซึ่งเป็นเพื่อ น
กรองกาญจน์ขับรถมาด้วยความเร็วสูง เมื่อขับ ร่วมงานเมื่อทาความเข้าใจกันไม่ได้ พรชัยจึงเกิด
มาถึงสามแยก มีเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งกาลังข้าม ความรู้สึกโมโห เขาจึงผลักกฤษณะล้มลงทาใหข้ า
ถนนบนทางมา้ ลาย เธอจงึ เบรกกะทันหันแต่ไมท่ ัน ของกฤษณะกระแทกเข้ากับโต๊ะทางานอย่างแรง
ส่งผลทาให้รถพุ่งชนเด็กวัยรุ่นคนหน่ึงอย่างแรง จึงเกิดอาการบวมช้า ไม่สามารถมาทางาน
ซ่ึงเดก็ วัยรุน่ คนนัน้ เสียชีวิตทันทีในที่เกดิ เหตุ ตามปกติได้ โดยแพทย์สั่งให้นอนพักรักษาตัวเปน็
เวลา 2 สัปดาห์
..........................................................................................................
.......................................................................................................... ..........................................................................................................
.......................................................................................................... ..........................................................................................................
..........................................................................................................
ดารกาเป็นลูกสาวของประภาศรี เธอถือจดหมายของแม่ไปสง่ ใหก้ ับสุชาวดีซงึ่ เป็นเพ่อื นของแมเ่ ธอ โดยใน
จดหมายมีเนือ้ ความถึงการขอยืมเงนิ สุชาวดีจึงให้เงินจานวนนัน้ ให้แกแ่ ม่ของดารกายืม พรอ้ มทัง้ ทาหนงั สือ
สัญญาคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 12 ต่อปี แต่เมื่อเวลาถึงกาหนดคืนเงินประภาศรีกลบั ไมย่ อมนาเงนิ ที่ยืมมา
คืนแก่สุชาวดี
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
.
กฎหมายเบื้องตน้ ส 30228 หน้า 17
แบบฝึกหัดที่ 1.9 อ่านข้อความ จากน้ันจาแนกประเภทกฎหมายแพ่งและกฎหมายอาญา โดยนา
หมายเลข 1-10 มาเตมิ ในชอ่ งว่าง พรอ้ มบนั ทึกขอ้ มูล
1.บทบัญญัตเิ รื่องของบุคคล ครอบครัว ทรัพยส์ นิ นติ กิ รรม และสัญญา
2.กฎหมายที่ว่าดว้ ยเรื่องของชือ่ บุคคล ภูมิลาเนา สถานะ ความสามารถ ฯลฯ
3.กฎหมายเอาผิดกับผูซ้ ึ่งเอาทรัพยข์ องผู้อื่น หรือผูอ้ ื่นเปน็ เจา้ ของอยูไ่ ปโดยทุจริต
4.กฎหมายเกีย่ วกับความผดิ และโทษ โดยมีการกาหนดวา่ การกระทาใดบ้างทีเ่ ปน็ ความผดิ
5.โทษตามระดับของการกระทาความผดิ ไดแ้ ก่ ประหารชีวิต จาคุก กักขัง ปรับ และรบิ ทรัพย์สนิ
6.กาหนดว่าทรัพย์สนิ ที่หามาไดร้ ะหวา่ งชีวิตอยู่นั้น จะใหต้ กเปน็ มรดกแกท่ ายาทคนใดบา้ ง
7.กาหนดนิติกรรมและสัญญาข้ึน เพอ่ื ให้บุคคลเปลีย่ นแปลงสทิ ธิของตนได้ดว้ ยความสมัครใจ
8.บญั ญัตใิ หก้ ารทาร้ายรา่ งกายผูอ้ ืน่ เปน็ เหตุใหเ้ กิดอันตราย เป็นความผิดฐานทาร้ายรา่ งกาย
9.ผูก้ ระทาความผดิ หากร่วมมือรว่ มใจในการกระทาโดยการเปน็ ตัวการจะไดร้ ับโทษเช่นเดียวกัน
10.กฎหมายลขิ สทิ ธใิ์ ห้การคุ้มครองผลงานที่สร้างสรรคข์ ึ้นโดยทันที ผูส้ รา้ งสรรค์ไมต่ อ้ งจดทะเบียน
กฎหมายแพ่ง กฎหมายอาญา
.............................................................................. ..............................................................................
ลกั ษณะสาคญั ............................................................. ลกั ษณะสาคญั .............................................................
............................................................................................ ............................................................................................
........................................................................................... ...........................................................................................
........................................................................................... ...........................................................................................
ตัวอย่าง........................................................................ ตัวอย่าง........................................................................
.......................................................................................... ..........................................................................................
.......................................................................................... ..........................................................................................
......................................................................................... .........................................................................................
......................................................................................... .........................................................................................
CHAPTER 1 : เพราะทุกสังคมต้องมีกฎหมาย หนา้ 18
แบบฝกึ หดั ที่ 1.10
คาชี้แจง ใหน้ ักเรียนเขียนแผนภูมแิ สดงลาดับศักดิ์ของกฎหมายใหถ้ ูกต้อง
กฎหมายเบือ้ งต้น ส 30228 หนา้ 19
แบบฝึกหัดที่ 1.11
คาชีแ้ จง ให้นักเรียนจับคู่ขอ้ ความให้สมั พันธก์ ัน โดยเลือกตัวอักษรทางขวามือมาใส่
หนา้ ขอ้ ความทางซ้ายมือให้ถูกตอ้ ง
.................1 กฎหมายทพี่ ระมหากษัตรยิ ์ทรงตราขนึ้ ตาม ก. พระราชกาหนด
คาแนะนาของคณะรัฐมนตรี เพ่อื กาหนดการ ข. พระราชกฤษฎีกา
ต่าง ๆ ตามที่พระราชบัญญตั ิใหอ้ านาจไว้ ค. ข้อบัญญตั ิองค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวัด
ง. เทศบัญญัติ
.................2 กฎหมายที่เทศบาลประกาศใชบ้ ังคับในเขต จ. รัฐธรรมนูญ
เทศบาล ฉ. ขอ้ บัญญตั กิ รุงเทพมหานคร
ช. กฎกระทรวง
.................3 กฎหมายทกี่ รุงเทพมหานครประกาศใช้บังคบั ซ. ข้อบังคับตาบล
ในเขตกรุงเทพมหานคร ฌ. ขอ้ บัญญตั ิเมืองพัทยา
ญ. พระราชบัญญตั ิ
.................4 กฎหมายทพี่ ระมหากษัตรยิ ์ทรงตราขนึ้ ตาม ฎ. ประมวลกฎหมาย
คาแนะนาของคณะรัฐมนตรีในกรณีฉุกเฉนิ ฏ. ขอ้ บังคับองคก์ ารบริหารส่วนตาบล
หรือเป็นความลับ มีฐานะเทียบเทา่ กฎหมาย
ทีอ่ อกโดยรัฐสภา
..................5 กฎหมายทอี่ งค์การบริหารส่วนจงั หวัด
ประกาศใช้บังคับภายในเขตจังหวัด
.................6 กฎหมายทอี่ งค์การบริหารส่วนตาบล
ประกาศบังคับในเขตองค์การบรหิ ารสว่ นตาบล
..................7 กฎหมายสูงสุดของประเทสว่าดว้ ยหลกั การจัด
ระเบียบในการปกครองประเทศ
.................8 กฎหมายทพี่ ระมหากษัตรยิ ์ทรงตราขนึ้ ตาม
คาแนะนาและยนิ ยอมของรฐั สภา ซึ่งเปน็
องค์กรฝา่ ยนติ บิ ัญญตั ิของประเทศ
.................9 กฎหมายทีเ่ มอื งพทั ยาประกาศใช้บงั คบั ในเขต
เมืองพทั ยา
................10 กฎหมายทีร่ ฐั มนตรีผรู้ ักษาการตาม
พระราชบญั ญัตจิ ัดทาข้นึ เพ่อื กาหนด
รายละเอยี ดต่าง ๆ ตามทีพ่ ระราชบัญญัติ
ใหอ้ านาจไว้
CHAPTER 1 : เพราะทุกสังคมตอ้ งมีกฎหมาย หน้า 20
แบบฝกึ หดั ที่ 1.12 อา่ นขอ้ ความที่กาหนดให้ แลว้ พิจารณาว่าถูกหรือผิด หากผดิ แก้ไขขอ้ ความให้ถูกต้อง
1. เมือ่ พระราชบัญญัตผิ า่ นมติในรัฐสภากจ็ ะมีผลบังคับใช้ทันที
ถูก ผิด แกไ้ ข ....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................................
2. พระราชกาหนด พระราชกฤษฎีกา และ กฎกระทรวง เป็นกฎหมายทีจ่ ัดโดยฝา่ ยบรหิ าร
ถูก ผดิ แกไ้ ข ....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................................
3. กฎหมายเอกชนเปน็ กฎหมายที่กาหนดความสัมพันธร์ ะหว่างรัฐกับรัฐ
ถูก ผิด แก้ไข ....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................................
4. กฎหมายเอกชนเปน็ กฎหมายทีก่ าหนดความสัมพันธร์ ะหวา่ งรัฐกับรัฐ
ถูก ผิด แกไ้ ข ....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................................
5. พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัตเิ ป็นกฎหมายที่ออกโดยฝา่ ยนติ บิ ัญญัติ
ถูก ผดิ แกไ้ ข ....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................................
6. ข้อบัญญัติและขอ้ บังคับขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิน่ มีผลบังคับใช้ทัว่ ประเทศ
ถูก ผดิ แกไ้ ข ....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................................
7. กฎหมายระหว่างประเทศเป็นกฎหมายทีอ่ อกโดยรัฐใดรัฐหนึง่
ถูก ผิด แกไ้ ข ....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................................
8. กฎหมายเอกชน กฎหมายมหาชน และ กฎหมายระหว่างประเทศ เป็นการแบ่งประเภทตามลักษณะ
ความสัมพันธข์ องคู่กรณี
ถูก ผดิ แก้ไข ....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................................
9. บทบัญญัติของกฎหมายอื่นสามารถขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญได้ แล้วแต่การตีความ
ถูก ผิด แก้ไข ....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................................
10. ประเทศไทยเร่มิ มีประมวลกฎหมายในรัชสมัยพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูห่ ัว
ถูก ผิด แกไ้ ข ....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................................
กฎหมายเบือ้ งตน้ ส 30228 หน้า 21
CHECK CONCEPT
คาชี้แจง จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้วา่ ถูกหรือผดิ ถา้ ผิดจงแก้ไขให้ถูกต้อง
.....................1 กฎหมายถูกกาหนดข้นึ โดยผู้มีอานาจทาง .........................................................................
การเมือง ดังนัน้ ผู้ทีม่ ีอานาจทางการเมือง .........................................................................
จึงอยูเ่ หนอื กฎหมาย .........................................................................
.....................2 รัฐย่อมมีอานาจเหนอื กฎหมายและในบรรดา .........................................................................
กฎหมายทั้งหลาย รัฐธรรมนูญ คือกฎหมาย .........................................................................
สูงสุด .........................................................................
.....................3 รัฐย่อมมีรูปแบบและกระบวนการใช้อานาจ .........................................................................
ตามททีก่ ฎหมายกาหนด เพราะกฎหมายมี .........................................................................
อานาจควบคุมรัฐ .........................................................................
.....................4 กรมหลวงราชบุรีดเิ รกฤทธิ์ กลา่ วว่า กฎหมาย .........................................................................
คือ คาสั่งทั้งหลายของผู้ปกครอง เมือ่ ไม่ทา .........................................................................
ตาม จะตอ้ งได้รับโทษ .........................................................................
.....................5 กฎหมาย คือ บทบัญญัติของสังคมที่เขียนเปน็ .........................................................................
ลายลกั ษณอ์ ักษร .........................................................................
.....................6 บิดาแห่งกฎหมายไทย คือ กรมหมื่น .........................................................................
นครสวรรค์วรพินจิ .........................................................................
.....................7 กฎหมายต้องเปน็ ไปตามรัฐฎาธปิ ตั ย์ คาทีข่ ีด .........................................................................
เสน้ ใต้ หมายถึง รัฐธรรมนูญในสังคมปจั จุบนั .........................................................................
.....................8 กฎหมาย คือ กฎเกณฑท์ ีม่ ีสภาพบังคับ .........................................................................
.....................9 กฎหมาย คือ กฎเกณฑท์ ีใ่ ช้บังคับจติ ใจของ .........................................................................
คนในสังคม .........................................................................
.....................10 กฎหมายลาดับรองที่ออกตามกฎหมาย .........................................................................
แมบ่ ททุกฉบับ ตอ้ งผ่านการพิจารณาจาก .........................................................................
รัฐสภาอีกครัง้ เพราะเป็นกฎหมายทีฝ่ ่าย .........................................................................
บรหิ าร เปน็ ผูอ้ อกมาบังคับใช้ .........................................................................
CHAPTER 1 : เพราะทุกสังคมตอ้ งมีกฎหมาย หนา้ 22
.....................11 กฎหมายเกิดจากรัฏฐาธิปตั ย์ หมายถึง .........................................................................
กฎหมายต้องมาจากพลเมือง .........................................................................
.....................12 วัตถุประสงคข์ องกฎหมาย คือ การรักษา .........................................................................
ความสงบเรียบร้อยและความมน่ั คงให้กับรัฐ .........................................................................
.....................13 ประเทศไทยถือว่า คาพิพากษา เปน็ กฎหมาย .........................................................................
และเปน็ แนวทางในการพจิ ารณาคดไี ด้ .........................................................................
.....................14 ระบบกฎหมายใหค้ วามสาคัญกับบุคคล .........................................................................
น้อยกวา่ รัฐ คือ ระบบกฎหมายศาสนา .........................................................................
.....................15 กฎหมายเอกชน คือ กฎหมายทีก่ าหนด .........................................................................
ความสัมพันธร์ ะหวา่ งเอกชนกับเอกชน หรือ .........................................................................
เอกชนกับรัฐ โดยรัฐอยู่ในสถานะทีเ่ หนอื กวา่ .........................................................................
เอกชน .........................................................................
.....................16 กฎหมายทีอ่ อกมาบังคับใช้แลว้ กฎหมายนน้ั .........................................................................
จะส้นิ ผลบังคับเมือ่ รัฐบาลชุดนน้ั หมดวาระ .........................................................................
การทางาน .........................................................................
.....................17 องคป์ ระกอบที่สาคญั ที่สุดในทางกฎหมาย .........................................................................
ทุกฉบับ คือ ข้อบังคับและบทลงโทษ .........................................................................
.....................18 กฎหมายทุกฉบับย่อมมาจากฝา่ ยบรหิ าร .........................................................................
.....................19 ผูป้ ฏบิ ัตติ ามกฎหมายตอ้ งบรรลุนิติภาวะ .........................................................................
.....................20 กฎหมายที่เปน็ กฎเกณฑใ์ นสังคมและรักษา .........................................................................
ความสงบเรียบร้อยโดยกฎหมายชนิดแรก .........................................................................
ที่เกดิ ขน้ึ กอ่ นกฎหมายอื่น ๆ ในโลก คือ .........................................................................
กฎหมายอาญา .........................................................................
.....................21 วันที่ 7 สิงหาคม ของทุกปี เปน็ วันรพี .........................................................................
มีความสาคัญ คือ เป็นวันทีม่ ีการ
.........................................................................
พระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับแรก และมีการ .........................................................................
กอ่ ตัง้ สถาบันทางกฎหมาย อันเปน็ สถาบันที่ .........................................................................
ผลติ นกั กฎหมายไทย .........................................................................
.....................22 กฎหมายไทยทีเ่ ป็นแบบตะวันตกฉบับแรก .........................................................................
ทีส่ าคัญของไทย เกิดขน้ึ ในสมัยรัชกาลที่ 7 .........................................................................
กฎหมายเบื้องต้น ส 30228 หนา้ 23
.....................23 กฎหมายของกลุม่ ประเทศในเอเชียตะวันตก .........................................................................
เฉียงใต้หรือกลุม่ ตะวันออกกลาง สว่ นใหญ่ .........................................................................
ไดร้ ับอิทธิพลจากระบบกฎหมายศาสนา .........................................................................
.....................24 นายตา้ นกั มวยไทย ชกคูต่ ่อสู้ตายบนเวที .........................................................................
ตามกตกิ า ยอ่ มไม่มีความผดิ ฐานฆ่าคนตาย .........................................................................
โดยเจตนา .........................................................................
.....................25 ประเทศที่ใชร้ ะบบกฎหมายที่เนน้ ความมน่ั คง .........................................................................
และความปลอดภัยในรัฐมากกว่าเรื่องสิทธิ .........................................................................
เสรีภาพของประชาชน ไดแ้ ก่ ประเทศเกาหลี .........................................................................
เหนอื จีน เวียดนาม เป็นต้น .........................................................................
.....................26 ระบบกฎหมายจารีตประเพณีมีวิวัฒนาการ .........................................................................
ครั้งแรกในประเทศอังกฤษ .........................................................................
.....................27 ดาโตะ๊ ยุตธิ รรม เกีย่ วข้องกับ Religious Law .........................................................................
.....................28 ระบบลายลกั ษณอ์ ักษร ระบบซวี ิลลอร์ .........................................................................
ระบบประมวลกฎหมาย และระบบคอมมอน .........................................................................
ลอว์ ล้วนเป็นระบบกฎหมายกลุ่มเดียวกัน .........................................................................
.....................29 ระบบกฎหมายลายลกั ษณอ์ ักษรกับระบบ .........................................................................
กฎหมายจารีตประเพณี แตกต่างกันที่ที่มา .........................................................................
ของกฎหมาย .........................................................................
.....................30 ฝรั่งเศส อติ าลี สเปน ญี่ปุน่ ไทย ใชร้ ะบบ .........................................................................
ประมวลกฎหมายแบบเดียวกัน .........................................................................
.....................31 กฎหมายที่กาหนดโครงสร้างทางการเมือง .........................................................................
การปกครอง และการใชอ้ านาจอธปิ ไตย .........................................................................
คือ กฎหมายรัฐธรรมนูญ .........................................................................
.....................32 การประกาศยุบสภาจะตอ้ งประกาศเปน็ .........................................................................
พระราชกฤษฎีกา .........................................................................
.....................33 กฎหมายทีต่ อ้ งผา่ นการพิจารณาของรัฐสภา .........................................................................
คือ รัฐธรรมนูญ พระราชกาหนด พระราช .........................................................................
บัญญัติ ประมวลกฎหมาย และพระราช .........................................................................
กฤษฎีกา .........................................................................
CHAPTER 1 : เพราะทุกสังคมตอ้ งมีกฎหมาย หนา้ 24
.....................34 กฎหมายอสิ ลามในประเทศไทยใช้ในเขต .........................................................................
พืน้ ที่จังหวัดยะลา สงขลา ปตั ตานี นราธวิ าส .........................................................................
.....................35 กฎหมายฉุกเฉนิ คือ พระราชกาหนด .........................................................................
.....................36 กฎหมายชั่วคราว คือ พระราชกฤษฎีกา .........................................................................
.....................37 เนือ้ หากฎหมายที่เน้นเรือ่ งสทิ ธิบุคคล .........................................................................
ตลอดจนคุม้ ครองสิทธขิ ัน้ พ้นื ฐานของบุคคล .........................................................................
คือกฎหมายแพง่ .........................................................................
.....................38 กฎหมายสารบัญญัติ ไดแ้ ก่ กฎหมายวิธี .........................................................................
พจิ ารณาความแพง่ และพาณชิ ย์ กฎหมาย .........................................................................
วิธพี จิ ารณาความอาญา .........................................................................
.....................39 กฎหมายที่ว่าดว้ ยระเบียนการดาเนินการ .........................................................................
ฟ้องร้องดาเนินคดี เมื่อมีคู่พพิ าทโตแ้ ย้งกัน .........................................................................
คือ กฎหมายวิธสี บัญญัติ .........................................................................
.........................................................................
.....................40 กฎหมายวา่ ด้วยการจัดการศาล เขตอานาจ .........................................................................
ศาล และอานาจของผูพ้ ิพากษา คือ .........................................................................
พระธรรมนูญศาลยุติธรรม
.........................................................................
.....................41 กฎหมายทีก่ าหนดความสัมพันธร์ ะหว่าง .........................................................................
เอกชนกับเอกชนทีม่ ีสัญชาตติ า่ งกัน คือ .........................................................................
กฎหมายระหวา่ งประเทศแผนกคดีแพง่
.........................................................................
.....................42 กรณีทีป่ ระเทศสหรัฐอเมรกิ าโจมตีทาง .........................................................................
อากาศประเทศอัฟกานิสถานน้นั ถือว่า .........................................................................
ประเทศสหรัฐอเมรกิ าทาผิดกฎหมาย .........................................................................
ระหวา่ งประเทศ จะตอ้ งดาเนนิ คดีตาม .........................................................................
กฎหมายระหวา่ งประเทศแผนกคดีเมือง .........................................................................
.........................................................................
.....................43 การสง่ ผู้ร้ายข้ามแดน เปน็ เรือ่ งกฎหมาย
วธิ พี จิ ารณาความอาญา .........................................................................
.........................................................................
.....................44 นายไมเคิล คนสัญชาติอเมริกัน สมรสกบั .........................................................................
นางสมศรี สัญชาติไทย ตอ้ งเป็นไปตาม .........................................................................
กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล .........................................................................
.....................45 กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายปกครอง
และกฎหมายอาญา จัดเปน็ กฎหมายมหาชน
กฎหมายเบือ้ งตน้ ส 30228 หนา้ 25
.....................46 สมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎร คณะรัฐมนตรี .........................................................................
นายกรัฐมนตรี มีสทิ ธเิ์ สนอร่าง พ.ร.บ. ได้ .........................................................................
.....................47 พระราชกฤษฎีกาเปน็ กฎหมายที่ออกโดย .........................................................................
ฝ่ายบรหิ าร การออกพระราชกฤษฎีกาจะทา .........................................................................
ได้เมื่อมีกฎหมายที่มีฐานะสูงกวา่ หรือกฎหมาย .........................................................................
แมบ่ ทให้อานาจไว้ คาทีข่ ีดเสน้ ใต้ หมายถงึ .........................................................................
รัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ พระราชกาหนด .........................................................................
.....................48 พระราชบัญญัติมีผลบังคับใชเ้ มือ่ .........................................................................
พระมหากษัตรยิ ์ทรงลงพระปรมาภไิ ธย .........................................................................
.....................49 กฎหมายระหวา่ งประเทศ แบ่งออกเปน็ .........................................................................
3 แผนก คือ แผนกคดีเมือง แผนกคดีแพ่ง .........................................................................
และแผนกคดีอาญา .........................................................................
.....................50 จุดมุง่ หมายของการลงโทษทางแพง่ คือ .........................................................................
การชดใชค้ ่าเสียหายใหก้ ลบั คืนสู่สภาพเดมิ .........................................................................
หรือใกล้เคียงสภาพเดิมมากทีส่ ุด .........................................................................
.....................51 จุดมุง่ หมายของการลงโทษทางอาญา คือ .........................................................................
การใหผ้ ูก้ ระทาความผดิ กลบั ตัวเป็นคนดี .........................................................................
และไมใ่ หก้ ระทาความผิดนั้นซ้าอีก .........................................................................
.....................52 กฎหมายส่วนใหญท่ ีป่ ระเทศไทยใชป้ จั จุบนั .........................................................................
คือ กฎหมายทีบ่ ัญญัติขนึ้ หรือกฎหมาย .........................................................................
ลายลกั ษณ์อักษร .........................................................................
คาชีแ้ จง ให้เลือกคาตอบทถี่ กู ทสี่ ดุ หรอื เหมาะสมทสี่ ดุ แลว้ อธบิ ายเหตผุ ลเพอื่ สนบั สนนุ
คาตอบนัน้
พฤติกรรมใดเกีย่ วขอ้ งกับกฎหมายเอกชน
ก. ศาลตัดสนิ ลงโทษจาคุกนายศักด์ิโทษฐานเขา้ เมืองผดิ กฎหมาย
ข. นายกรัฐมนตรียุบสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 10 มถิ ุนายน 2563
ค. นางสาวอรสุมน ทาสัญญาเงนิ กู้กับนายประวชิ เพ่อื นาเงินไปซือ้ บ้านและทีด่ ิน
ง. เจา้ หน้าที่ตารวจวิสามัญฆาตกรรมนกั คา้ ยาเสพตดิ ทีข่ ัดขืนการจับกุม
คาอธิบาย / เหตุล
............................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................
CHAPTER 1 : เพราะทุกสังคมต้องมีกฎหมาย หน้า 26
แบบฝกึ หดั ที่ 1.13
คาชี้แจง จงเติมคาตอบลงในชอ่ งว่างให้ไดใ้ จความที่สมบูรณ์
1. ระบบกฎหมายในปัจจุบันแบง่ ออกเปน็ .......................ระบบ ไดแ้ ก่....................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................................
2. ระบบซวี ลิ ลอว์มีรากฐานมาจาก....................................................................................................................................................
3. กฎหมายที่หลายประเทศนามาใช้เป็นแบบอย่างและมีอทิ ธิพลอยา่ งมากต่อระบบซวี ิลลอว์ คอื
กฎหมาย................................................................................ของประเทศ..........................................................................................
4. ปจั จุบนั ประเทศไทยใช้กฎหมายระบบ.........................................................................................................................................
5. กฎหมายคอมมอนลอวเ์ ป็นกฎหมายทีน่ าเอา..........................................................................................................................
มาใชใ้ นการตัดสนิ คดีในศาล
6. ระบบกฎหมายคอมมอนลอว์ มีพัฒนาการทางประวัติศาสตรม์ าจากประเทศ........................................................
7. “บรรทัดฐานแหง่ คาพิพากษา” หมายถึง ................................................................................................................................
8. ระบบกฎหมายสังคมนิยมยึดถอื หลกั การและแนวคดิ ของ.................................................................................................
9. ประเทศที่ใช้ระบบกฎหมายระบบสังคมนยิ ม ไดแ้ ก่ ............................................................................................................
10.ระบบกฎหมายศาสนาใหค้ วามสาคัญในเรือ่ ง .......................................................................................................................
11.กฎหมายของอินเดียที่ประเทศไทยนามาเป็นรากฐาน คือ ..............................................................................................
12.กฎหมายอิสลามทีใ่ ชบ้ ังคับอยู่ใน 4 จงั หวัดภาคใต้ของไทย บังคับใชเ้ ฉพาะเรื่อง.................................................
13.หลกั ฐานที่พบวา่ ไดม้ ีกฎหมายใช้แล้วในสมัยสุโขทัย คือ ..................................................................................................
14.กฎหมายที่พระมหากษัตรยิ ์ในสมัยกรุงศรีอยุธยาสรา้ งขึน้ จากการวนิ จิ ฉัยอรรถคดตี า่ ง ๆ คอื ................
.............................................................................................................................................................................................................................
15.กฎหมายทาเนยี บศักดินาพลเรือน พ.ศ.1988 จัดทาในสมัย..............................................................................................
16.กฎหมายตราสามดวงจัดทาขน้ึ ในสมัย.......................................................................................................................................
17.กฎหมายตราสามดวงทีจ่ ัดทาข้ึนทัง้ หมดมี........................ฉบับ ได้แก่.................................................................................
18.การปฏิรูปกฎหมายไทยเกิดขน้ึ ในสมัย.......................................................................................................................................
19.สาเหตุที่ต้องทาการปฏริ ูปกฎหมายแบบอารยประเทศ
1)...................................................................................................................................................................................................................
2)..................................................................................................................................................................................................................
3)..................................................................................................................................................................................................................
20.กฎหมายไทยฉบับแรกที่ทันสมัยเทยี บเท่ากฎหมายทางตะวันตก คือ .....................................................................
2CHAPTER ววิ ฒั นาการของกฎหมาย
ในทุกสังคม ย่อมมีกฎหมายเป็นข้อบังคับหลักเพ่ือรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมมาเป็นเวลา
ยาวนาน ซ่ึงการเรียนรู้ในเร่ืองของวิวัฒนาการของกฎหมายและบิดาแห่งกฎหมายไทย จะช่วยทาให้
นักเรียนมองเห็นถึงความสัมพันธเ์ ชื่อมโยงระหว่างอิทธิพลของกฎหมายสากลและกฎหมายไทยได้ดียิง่ ขนึ้
ประเดน็ ทจี่ ะศกึ ษา
วิวัฒนาการของกฎหมาย
บดิ าแห่งกฎหมายไทย
CHAPTER 2 : วิวัฒนาการของกฎหมาย หน้า 28
ววิ ฒั นาการของกฎหมาย
จากการวิเคราะห์ในแง่นิติศาสตร์และในแง่ประวัติศาสตร์กฎหมายแล้ว พอสรุปอย่างคร่าวๆได้ว่า
ประวัติศาสตร์ของมนุษย์เปน็ 3 รูปแบบ คือ
ยคุ กฎหมายชาวบา้ น > กฎหมายในยุคน้ีเป็นกฎเกณฑ์ความประพฤตทิ ี่ปรากฎออกมาในรูป
(Volksrecht) ของขนบธรรมเนียมจารีตประเพณี ซึ่งมีองค์ประกอบสองประการคือ
องค์ประกอบภายนอก คือต้องประพฤติปฏิบัติอย่างสม่าเสมอและเปน็
เวลานมนาน ส่วนองค์ประกอบภายใน ได้แก่ส่ิงที่ปฏิบัติอย่าง
สม่าเสมอนันได้รับการยอมรับกันในชุมชนว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าไม่
1. รัฐธรรมนูญ ปฏบิ ัตเิ ชน่ นั้นก็รู้สึกวา่ เปน็ ส่ิงที่ผิดหรือนัยหนง่ึ รู้สึกว่าจาเป็นต้องปฏิบัติ
เช่นน้ัน กฎหมายในยุคน้ีจึงเริ่มจากกฎเกณฑ์ที่เป็นขนบธรรมเนียม
ประเพณีและจารีตประเพณีงา่ ยๆซ่งึ รู้จักกันโดยทั่วไปในสังคม
ยคุ กฎหมายนกั กฎหมาย > เป็นยุคที่กฎหมายเจริญขึ้นต่อจากยุคแรก คนจะเริ่มมองเห็นว่า
(Juristenrecht) กฎหมายเป็นกฎเกณฑ์อีกแบบหน่ึง ซ่ึงต่างจากศีลธรรมและจารีต
2. พระราชบัญญัติ ประเพณี เป็นยุคที่เริ่มมีนักกฎหมายและอานาจตุลาการ คือ
มีกระบวนการชีข้ าดและบังคับคดี เมือ่ มีการชีข้ าดบังคับคดีเป็นประจา
ติดต่อกันเป็นเวลานาน จึงทาให้เกิดกฎเกณฑ์ใหม่ซึ่งเป็นการเสริม
กฎเกณฑ์เก่าเพื่อเติมแต่งให้มีราย ละเอียด เพื่อใช้แก้ปัญหาในคดีที่
พระราชบัญญัตปิ ระกอบรัฐธรรมซนับูญซ้อน ลักษณะการใช้เหตุผลโดยการตัดสินชี้ขาดคดีน้ีเรียกว่า
"เหตุผลปรุงแต่งทางกฎหมาย(Artificial Juristic Reason)" ซึ่งทาให้
เกิดหลกั กฎหมายในที่สุด อันทีจ่ ริงแลว้ เหตุผลที่ใช้ในกฎหมายของสอง
ยุคทีก่ ล่าวมาไมไ่ ด้แตกตา่ งกันมาก นกั เพยี งแต่กฎหมายในยุคที่สองมี
พยรคุ ะกรฎาหชมกาายหเนทดคนคิ ความละเอียดออ่ นลกึ ซง้ึ กว่าเทา่ นัน้
> เมือ่ สังคมเจรญิ ขึน้ มีการตดิ ตอ่ ระหว่างกันมากขน้ึ ทาให้มีข้อขัดแยง้
(Technical Law) ในสังคมมากขึ้น จึงมีการกาหนดกฎเกณฑ์บางอย่างข้ึนมาเพื่อ
วัตถุประสงค์เฉพาะเจาะจง ไม่เกี่ยวกับศีลธรรมขนบธรรมเนียมจารีต
ประเพณีและไม่เกี่ยวกับหลกั กฎหมาย ในยุคน้ไี ด้ก่อให้เกดิ กระบวนการ
ประมวลกฎหมาย นิตบิ ัญญัติ ซึ่งมีหน้าทีใ่ นการบัญญัติกฎหมายขน้ึ มา เหตุผลในกฎหมาย
ยุคน้ีเป็นเหตุผลทางเทคนิค ไม่มีเหตุผลในทางศีลธรรมหรือหลัก
กฎหมายคอยสนับสนุนอยู่ เช่นการที่กาหนดห้ามรถฝ่าไฟแดง การที่
รถฝ่าไฟแดงน้ันไม่ใช่ว่าจะผิดศีลธรรม หรือหลักกฎหมายแต่อย่างใด
3. พระราชกฤษฎีกา แต่อาจทาใหเ้ กดิ อุบตั เิ หตุขึ้นได้ น่นั คือเหตุผลเทคนคิ ที่ใช้ในกฎหมายยุค
น้ี
กล่าวโดยสรุป เมื่อสังคมเจริญข้ึน ซับซ้อนมากยิ่งข้ึน กฎหมายจึงความซับซ้อนตามไปด้วย โดย
กฎหมายในช่วงแรกจะอิงกับศีลธรรมขนบธรรมเนียมจารีตประเพณี ต่อมากฎหมายได้มีความละเอียดอ่อน
ลึก4ซ.้ึงกมฎากรยะ่ิงทขร้นึ วงมีการปรุงแตง่ ความคดิ ทางกฎหมายมากยิง่ ขน้ึ และเมื่อสังคมเจริญก้าวหน้ามากข้ึน ก็ได้ทา
ให้มีการบัญญัตกิ ฎหมายเพอ่ื แกไ้ ขปญั หาเฉพาะหนา้ ขึ้นมา
บริหารบัญญัติ
กฎหมายเบือ้ งต้น ส 30228 หน้า 29
ววิ ฒั นาการของกฎหมายสากล
กฎหมายที่ใช้กันทั่วโลกในปัจจุบันน้ี มิได้มีลักษณะเดียวเหมือนกันหมดทุกประเทศ แต่มีการใช้ตาม
ลกั ษณะของแตล่ ะระบบกฎหมายที่ประเทศน้นั เหน็ ว่าเหมาะสมกับสภาพสังคมของตน ระบบกฎหมายทีส่ าคัญ
มีอยู่ 2 ระบบ ไดแ้ ก่ ระบบกฎหมายลายลกั ษณ์อักษร และระบบกฎหมายไม่เป็นลายลักษณอ์ ักษร
ระบบกฎหมาย > ระบบกฎหมายลายลักษณ์อักษรเป็นระบบกฎหมายที่มีต้นกาเนิดมาจาก
ล1า. ยรลัฐักธรษรณมอ์นกั ูญษร กฎหมายโรมัน คาว่ากฎหมายโรมัน หมายถงึ กฎหมายทีใ่ ช้ในมหาอาณาจักร
( Civil Law System ) โรมัน (Roman Empire) ซึง่ ประกอบ ด้วยกฎหมายสาคัญได้แก่ กฎหมายสิบ
สองโต๊ะ กฎหมายชาวโรมัน (Jus Civile) กฎหมายชนต่างชาติ (Jus
Gentium) และตัวบทกฎหมายอื่นของมหาอาณาจักรโรมัน ตอ่ มาในรัชสมัย
2. พระราชบัญญัติ ของพระเจ้าจักรพรรดิจัสติเนียนที่ 1 (Justinian I) นักกฎหมายที่สาคัญใน
สมัยของพระองค์ได้จัดทาร่างกฎหมายแพ่งข้ึนเป็นประมวลกฎหมาย โดย
ยดึ ถือเอาจารีตประเพณี (Custom) เปน็ พ้นื ฐาน และนาเอาคาพิพากษาความ
คิดเห็นหรือการตีความกฎหมายของนักปราชญ์กฎหมายและนักนิติศาสตร์
ขึ้นมาบัญญัติเป็นกฎหมายลายลักษณ์อักษรอีกด้วย พระเจ้าจักรพรรดิ
พระราชบัญญัตปิ ระกอบรจัฐัสธตริเรนมียนนูญได้ทรงบัญญัติกฎหมายขึ้นในลักษณะประมวลกฎหมาย เรียกว่า
“กฎหมายจัสติเนียน” (Justinian Law) อันเป็นประมวลกฎหมายที่เป็น
แบบอย่างให้แก่ประเทศต่างๆ ในภายหลังได้คัดลอกเลียนแบบและนาไป
บัญญัตขิ ึน้ เป็นกฎหมายของประเทศตน โดยเฉพาะประเทศสว่ นใหญ่ในยุโรป
รพะบระบรกาฎชหกมาาหยนไดมเ่ ปน็ > ระบบกฎหมายไม่เป็นลายลักษณ์อักษร หรือระบบกฎหมายจารีตประเพณี
ลายลักษณอ์ กั ษร มีต้นกาเนิดมาจากประเทศอังกฤษ เป็นกฎหมายที่ใช้กันในประเทศอังกฤษ
( Common Law System ) และสหรัฐอเมริกา ตลอดจนประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ ในยุคแรกของ
แองโกลแซกซอน พระเจ้าวิลเลียมที่ 1 ซ่ึงเป็นชาว Norman พระองค์
ประมวลกฎหมาย ประกาศริบที่ดินในเกาะอังกฤษทัง้ หมดมาเป็นของพระองค์ แล้วจัดแบง่ ให้แก่
ขุนนางแต่ละคนที่จงรักภักดีตามศักดินา ซึ่งเรียกกันว่า “ระบบ Feudalism”
ชนแตล่ ะเผ่าของอังกฤษในขณะนัน้ ตา่ งมีจารีตประเพณีทอ้ งถิ่นเป็นของตนเอง
การพิจารณาคดีจึงเริ่มจากระดับท้องถิ่นโดยผู้พิพากษาที่ไปจากศา ลหลวง
3. พระราชกฤษฎีกา (ศูนย์กลางอยู่ที่กรุง London เรียกว่า Westminster) ถูกจัดส่งหมุนเวียนไป
พิจารณาคดีในระดับท้องถิ่น ศาลหลวงพยายามปรับปรุงกฎหมายให้เป็น
กลางที่สุดทีเ่ รียกว่า Common Lawคือใชบ้ ังคับไดท้ ั่วไป และเอาจารีตประเพณี
ในเรื่องต่างๆ มารวมเข้าไว้ การพิจารณาคดีของผู้พิพากษาจะนาเอา
หลักเกณฑ์จากจารีตประเพณีทีใ่ ช้เป็นกฎหมายอยู่แล้วมาปรับแก่คดีที่เกดิ ขึน้
4. กฎกระทรวง ซึ่งศาลย่อมมีอานาจใช้ดุลพินิจในการปรับแก่ข้อเท็จจริงแล้วตัดสินคดีไป
ตามทีเ่ ห็นว่ายุตธิ รรม จงึ เป็นทีม่ าของระบบกฎหมายไมเ่ ปน็ ลายลักษณอ์ ักษร
บริหารบัญญัติ
CHAPTER 2 : ววิ ัฒนาการของกฎหมาย หน้า 30
ววิ ฒั นาการของกฎหมายไทย
สมยั กอ่ นสโุ ขทยั > ในยุคเหล่าน้ีไม่ปรากฏหลักฐานเกี่ยวกับกฎหมายที่ใช้ให้เห็นแน่ชัด
สมยั สโุ ขทยั คงมีเพียงในยุคล้านนาที่ปรากฏให้เห็นเกี่ยวกับกฎหมายใช้บังคับใน
อาณาจักรล้านนา คือ”กฎหมายพระเจา้ มังราย”(มังรายศาสตร)์ ซึ่งได้นา
สมยั อยธุ ยา จารีตประเพณีมาบัญญัตเิ ปน็ กฎหมายไวอ้ ย่างชัดเจน
> หากจะกล่าวถึงกฎหมายในสมัยสุโขทัย ก็เช่นเดียวกับการกล่าวถึง
กฎหมายในสังคมโบราณอื่นๆ ที่กฎหมายก็คือหลัก “ธรรมะ” และจารีต
ประเพณีในสังคมน้ันๆ ศ. ดร.ปรีดี เกษมทรัพย์ ได้ให้ข้อสังเกตใน เรื่องน้ีว่า
ลักษณะของกฎหมายในสมัยสุโขทัยมีลักษณะเป็นแบบกฎหมายชาวบ้าน
(Volksrecht) กล่าวคือ เป็นกฎเกณฑ์ที่เกิดขึ้นจากเหตุผลธรรมดาของสามัญ
ชนหรือสามัญสานึก (Simple Natural Reason) เป็นความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่
เกิดจากการประพฤติปฏิบัติติดต่อกันมาเป็นเวลานาน กฎเกณฑ์ประเภทน้ีมี
พื้นฐานมาจากความคิดทางศีลธรรม กฎเกณฑ์บางประการที่ถือปฏิบัติใน
สมัยน้ัน เช่น เรื่องที่เกี่ยวกับกรรมสิทธ์ิในทรัพย์สิน จากหลักฐานในศิลา
จารึกสมัยพ่อขุนรามคาแหงมีข้อความแสดงให้เห็นถึงเสรีภาพการค้าขายใน
เวลานน้ั ว่ามีเสรีภาพอย่างเต็มทีแ่ ละนอกจากนย้ี ังได้แสดงถงึ ระบบกรรมสิทธิ์
ที่ชัดเจน ถ้าหากบุคคลใดเสียชีวิต ทรัพย์สินที่มีอยู่ถือเป็นมรดกตกได้แก่
ลูกหลานของบุคคลน้นั แสดงถึงการตกทอดในเรือ่ งทรัพย์สินของบุคคล ซงึ่ มี
ลกั ษณะเป็นกฎหมายมรดก
> ระบบกฎหมายในสมัยอยุธยามีรากฐานมาจาก “ คัมภีร์พระธรรมศาสตร”์
แล “หลักอินทภาษ” ซ่ึงไทยได้มาจากมอญ ซ่ึงมอญได้รับคัมภีร์
พระธรรมศาสตร์และหลักอินทภาษมาจากอินเดีย เป็นกฎหมายเก่าแก่ของ
อินเดียโบราณ (ชมพูวีป) และไทยได้รับเอาคัมภีร์พระธรรมศาสตร์มาเป็น
หลักในการบัญญัติกฎหมาย นอกจากน้ีในสมัยอยุธยายังมี “พระราช
ศาสตร์” ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหน่ึงของระบบกฎหมายไทยโบราณ พระราช
ศาสตร์เป็นพระบรมราชวินิจฉัยในอรรถคดีของพระมหากษัตริย์ นอกจาก
คัมภีร์พระธรรมศาสตร์และพระราชศาสตร์แล้ว ในสมัยอยุธยายังมี
“กฎหมายสารบัญญัติ” ในสว่ นแพง่ ได้แก่ กฎหมายลกั ษณะผัวเมีย ลกั ษณะ
ทาส ลักษณะลักพา ลักษณะมรดก ลักษณะกู้หน้ี และลักษณะเบ็ดเสร็จ
ในส่วนอาญา ได้แก่ กฎหมายลักษณะมูลคดีววิ าท และบทพระอัยการอาญา
หลวง สาหรับ“กฎหมายวิธีสบัญญัติ” ก็มีหลายลักษณะเช่นกัน ได้แก่
กฎหมายลักษณะพระธรรมนูญ ลักษณะรับฟ้อง ลักษณะพยาน ลักษณะ
พสิ ูจน์ดาน้าลุยเพลงิ ลกั ษณะตระลาการ และลักษณะอุทธรณ์ เป็นต้น
กฎหมายเบื้องต้น ส 30228 หน้า 31
ววิ ฒั นาการของกฎหมายไทย (ตอ่ )
สมยั กรงุ รตั นโกสนิ ทร์ > กฎหมายที่ใช้ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นกฎหมายที่สืบทอดมาจาก
สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นสว่ นใหญ่ หลงั จากกรุงศรีอยุธยาแตกในปี พ.ศ.2310
ตัวบทกฎหมายต่างๆ ถูกเผาทิ้งเป็นจานวนมาก ที่เหลืออยู่บางส่วนก็ไม่
สมบูรณ์ ทาให้หลักเกณฑ์ในการตัดสินคดีคลาดเคลื่อนและเกิดความไม่เป็น
ธรรม พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกจึงได้ให้มีการชาระสะสาง
กฎหมายข้นึ ครั้งใหญ่ โดยมีการรวบรวมกฎหมายและตรวจชาระให้ยุติธรรม
เหมาะสมกับกาลสมัยยงิ่ ขึ้นกวา่ เดมิ เท่ากับเปน็ การปฏริ ูปกฎหมายครั้งใหญ่
ของไทยเลยทีเดียว กฎหมายที่ชาระสะสางขึ้นใหม่น้ีมีชื่อว่า “กฎหมาย
ตราสามดวง” ตราสามดวงดังกลา่ วนไ้ี ด้แก่
1. ตราราชสหี ์ เปน็ ตราประจาตาแหนง่ สมุหนายก ต่อมาเป็นตราของ
กระทรวง มหาดไทย
2. ตราคชสีห์ เป็นตราประจาตาแหน่งสมุหกลาโหม ต่อมาเป็นตรา
ของกระทรวง กลาโหม
3. ตราบัวแก้ว เป็นตราประจาตาแหน่งโกษาธิบดี ต่อมาเป็นตรา
ของกระทรวงการต่างประเทศ
ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมหาราช
รัชกาลที่ 5 มีการเปลี่ยนแปลงประเทศครั้งใหญ่พร้อมกันในทุกด้าน
เพ่อื พัฒนาประเทศให้ตา่ งชาตยิ อมรับ จะไดแ้ กไ้ ขปญั หาสทิ ธิสภาพนอกอาณา
เขตในไทยให้หมดไป พระองค์ทรงพัฒนาด้านต่างๆหลายด้านได้แก่ ด้าน
กฎหมาย ทรงให้มีการแก้ไขกฎหมายและเปลี่ยนระบบกฎหมาย เช่น
มีการประกาศใช้“กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127” ซ่ึงถือว่าเป็นประมวล
กฎหมายฉบับแรกของไทย และเปน็ กฎหมายที่ทันสมัยยง่ิ ในสมัยน้นั ตอ่ มา
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้ทรงสืบ
ทอดนโยบายของรัชกาลที่ 5 ที่มุ่งจะปลดพันธะอันเนอ่ื งมาจากสิทธิสภาพ
นอกอาณาเขตให้หมดไปจากไทย พระองค์จึงทรงให้ดาเนินงานร่าง “
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ ” และประมวลกฎหมายอืน่ ๆ ไปพร้อมกัน
โดยกฎหมายดังกล่าวน้ี ถือเป็นรากฐานที่สาคัญของกฎหมายที่บังคับใช้ใน
ปจั จุบนั ต่อเนือ่ งกันมา
CHAPTER 2 : วิวัฒนาการของกฎหมาย หนา้ 32
บดิ าแหง่ กฎหมายไทย
พระประวตั ิ
พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธ์ิ ทรงมี
พระนามเดิมว่า พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ เป็น พระราชโอรส
องค์ที่ ๑๔ ในสมเด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา
จุฬาลงกรณ์พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ( พระปิยมหาราช )
รัชกาลที่ ๕ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ซ่ึงประสูติแต่เจ้าจอม
มารดาตลับ ตรงกับวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๔๑๗
การศกึ ษา
ทรงเข้าศึกษาในโรงเรียนมัธยมอยู่นกรุงลอนดอนเป็น เวลา ๓ ปี เมื่อสาเร็จการศึกษาแล้ว ได้
ทรงเลอื กศกึ ษาวชิ า กฎหมายต่อทีว่ ิทยาลัยไครสต์ เชิช มหาวิทยาลัยออกฟอรด์ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๓ เมือ่ ได้ทรงเข้า
ศกึ ษาในวทิ ยาลัย ไครส์ตเชชิ แล้วไดท้ รงอุตสาหะเอาพระทัยใส่เป็นอย่างมาก ในที่สุดได้ทรงสอบไล่ผ่านทุก
วิชาตามหลกั สูตร ไดร้ ับปรญิ ญาตรีเกียรตนิ ยิ ม ในทางกฎหมายของมหาวิทยาลัย ภายในเวลา ๓ ปี ช่วงขณะนั้น
ทรงมี พระชนมายุเพียง 20 พรรษา
เน่ืองจากช่วงเวลาน้ัน ประเทศไทยกาลังประสบปัญหาตา่ ง ๆ มากมาย โดยเฉพาะการรุกรานของ
ฝรั่งเศส ในพุทธ ศักราช ๒๔๓๖ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ได้เสด็จกลับประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าลูกยาเธอพระองค์เจ้ารพีพัฒนศักด์ิทรงฝึกหัด
ราชการในกรมราชเลขานุการ และได้ทรงศึกษากฎหมาย ไทยทั้งหมดที่หม่อมลัดเลย์ได้พิมพ์ไว้ พระองค์ทรง
แตกฉานในกฎหมายไทยและสามารถปฏิบัตริ าชการได้อยา่ งคลองแคลว้
พระราชกรณยี กจิ
ด้วยพระปรีชาสามารถอันเป็นอัจฉริยะประกอบกับพระวิริยะอุตสาหะของพระเจ้าบรมวงศ์ เธอกรม
หลวง ราชบุรีดิเรกฤทธ์ิ พระองค์ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจ อันเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศไทยเปน็
เอนกประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวงการกฎหมายไทย กล่าวคือ ทรงปรับปรุงศาลยุติธรรมสู่ระบบใหม่ทรง
ตรวจชาระสะสางกฎหมาย ทรงตั้งโรงเรียนกฎหมายเพื่อเปิดการสอนกฎหมาย ครั้งแรก ทรงรวบรวม และ
แต่งตาราคาอธิบายกฎหมายลกั ษณะตา่ งๆ มากมายทรงเปน็ กรรมการตรวจตัดสิน ความฎีกาซ่ึงทาหนา้ ที่ศาล
สูงสุดของประเทศ ทรงตั้ง กองพิมพ์ลายมือขึ้น เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๓ สาหรับตรวจ ลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหาใน
คดีอาญา
สน้ิ พระชนม์
ในวันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๓ เวลา ๒๑.๐๐ น. พระองค์ก็เสด็จส้ินพระชน ณ กรุงปารีส
นับพระชนมายุได้ ๔๗ พรรษา และประชาชนทั่วไป ถวาย พระสมญานามวา่ “ พระบิดาและปรมาจารยแ์ หง่
นกั กฎหมายไทย ” และ เรียกวันที่ ๗ สิงหาคม ของทุกปี วา่ วัน “ รพี ”
กฎหมายเบื้องตน้ ส 30228 หนา้ 33
แบบฝึกหัดที่ 2.1
คาชีแ้ จง จงเติมคาตอบลงในช่องว่างใหไ้ ด้ใจความที่สมบูรณ์
1. บรรทัดฐานทางสังคม หมายถงึ ...................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................................................................
2. วถิ ีประชา หมายถึง ...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................................................
3. จารีตหรอื กฎศีลธรรม หมายถึง .................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................................................................
4. สานกั กฎหมายธรรมชาติเกดิ ข้นึ ในสมัย.................................................................................................................................
5. กฎหมายตามความหมายของสานักกฎหมายธรรมชาติ คือ ........................................................................................
...........................................................................................................................................................................................................................
6. กฎหมายตามความหมายของสานักกฎหมายฝ่ายบา้ นเมือง คือ.................................................................................
...........................................................................................................................................................................................................................
7. รัฏฐาธิปตั ย์ หมายถึง ......................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................................................
8. พระบิดาของกฎหมายไทย ไดอ้ ธิบายความหมายของกฎหมาย คอื .......................................................................
...........................................................................................................................................................................................................................
9. กฎหมายมีความสาคัญ คือ ..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................................................................
10. ประโยชนข์ องการรูก้ ฎหมาย คอื ............................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................................................................
CHAPTER 2 : วิวัฒนาการของกฎหมาย หนา้ 34
แบบฝึกหัดที่ 2.2
คาชี้แจง ให้นักเรียนเปรียบเทียบกฎหมายกับกฎเกณฑค์ วามประพฤติของมนุษยใ์ นสังคม
ลงในตาราง
รายการ ความคลา้ ยคลงึ ความแตกตา่ ง
1.กฎหมายกับศีลธรรม
.................................................................... ....................................................................
................................................................... ...................................................................
................................................................... ...................................................................
.................................................................. ..................................................................
.................................................................. ..................................................................
.................................................................... ....................................................................
................................................................... ...................................................................
................................................................... ...................................................................
.................................................................. ..................................................................
.................................................................. ..................................................................
2.กฎหมายกับศาสนา .................................................................... ....................................................................
................................................................... ...................................................................
................................................................... ...................................................................
.................................................................. ..................................................................
.................................................................. ..................................................................
.................................................................... ....................................................................
................................................................... ...................................................................
................................................................... ...................................................................
.................................................................. ..................................................................
.................................................................. ..................................................................
3.กฎหมายกับจารีต .................................................................... ....................................................................
................................................................... ...................................................................
................................................................... ...................................................................
.................................................................. ..................................................................
.................................................................. ..................................................................
.................................................................... ....................................................................
................................................................... ...................................................................
CHAPTER เรยี นรกู้ ระบวนการของกฎหมาย
3
ประเทศไทยใช้กฎหมายกฎหมายลายลักษณ์อักษรในการบริหารประเทศ จึงถึงว่ากฎหมายลายลักษณ์
อักษรเป็นหัวสาคัญ การเรียนรู้ถึงกระบวนการจัดทากฎหมาย การบังคับใช้ และตีความ ตลอดจนศาล
และกระบวนการยุติธรรม จะชว่ ยใหน้ ักเรียนมองเหน็ ภาพของกระบวนการทางกฎหมายชัดเจนย่งิ ข้นึ
ประเดน็ ทจ่ี ะศกึ ษา
การจัดทากฎหมายหลักทีใ่ ช้
ในการปกครองประเทศ
การบังคับใช้ การตีความ
ช่องวา่ งและการยกเลิกกฎหมาย
ปัญหาการใช้กฎหมาย
ศาลและกระบวนการยุติธรรม
กระบวนการยุติธรรมทางแพง่
กระบวนการยุติธรรมทางอาญา
CHAPTER 3 : เรียนรูก้ ระบวนการของกฎหมาย หน้า 36
การจดั ทากฎหมายหลกั ทใี่ ชใ้ นการปกครองประเทศ
กระบวนการจัดทากฎหมาย มีขั้นตอนในการจัดทาตามลาดับต่อไปนี้
กระบวนการ รายละเอยี ด
การกาหนดนโยบายยกรา่ ง > เป็นการเขียนหรือเรียบเรียงถ้อยคา ข้อความข้ึนเป็นตัวบทฎหมาย
โดยมีผู้ยกร่าง อาจเป็นคนเดียว หรือหลายคน ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ทาง
การพจิ ารณา กฎหมาย สามารถร่างกฎหมายให้เคลือบคลุม ไม่ให้เกิดช่องว่าง
การตรา ทางกฎหมายข้นึ
> เป็นการตรวจสอบว่าสมควรจะออกกฎหมายน้ันได้หรือไม่ ตั้งแต่
การประกาศใช้ การใชถ้ ้อยคา ความถูกต้อง ตลอดจนความเหมาะสมด้านอื่น ๆ
> เป็นการลงชื่อเพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมาย ผู้มีอานาจตรา ได้แก่
บุคคลสาคัญในสังคมที่จะออกกฎหมายน้ัน เช่น รัฐธรรมนูญ
พระราชบัญญัติ พระมหากษัตรยิ ท์ รงตราแล้วตอ้ งมีผู้รับสนองพระบรม
ราชโองการอีกขึ้นหน่งึ เพื่อรับผิดชอบแทนประมุขของประเทศ
> เป็นการประกาศให้ประชาชนทราบ โดยในปัจจุบันใช้วิธี พิมพ์
เผยแพรใ่ นหนงั สือของราชการ ซง่ึ เรียกว่า ราชกจิ จานุเบกษา
การจดั ทากฎหมายลายลกั ษณอ์ กั ษรทอี่ อกโดยฝา่ ยนติ บิ ญั ญตั ิ
ชือ่ กฎหมาย ผู้เสนอร่าง ผูพ้ ิจารณา ผู้ตรา การบังคับใช้
รัฐธรรมนูญ
คณะรัฐมนตรี รัฐสภา พระมหากษัตริย์ เมือ่ ได้ประกาศใน
พระราชบัญญตั ิ ส.ส.ไม่น้อยกวา่ 1 ใน 5
ประกอบรัฐธรรมนูญ ของ ส.ส.ทีม่ อี ยู่ ราชกจิ จานุเบกษา
พระราชบัญญตั ิ
คณะรัฐมนตรี รัฐสภา พระมหากษัตริย์ เมือ่ ไดป้ ระกาศใน
ส.ส.ไม่นอ้ ยกวา่ 20 คน ราชกจิ จานุเบกษา
คณะรัฐมนตรี
ส.ส.ไมน่ อ้ ยกว่า 20 คน รัฐสภา พระมหากษัตริย์ เมือ่ ไดป้ ระกาศใน
ผู้มีสิทธเิ ลือกตัง้ ไม่นอ้ ย ราชกจิ จานุเบกษา
กว่า 10,000 คน
กฎหมายเบื้องต้น ส 30228 หนา้ 37
การจดั ทากฎหมายลายลกั ษณอ์ กั ษรทอี่ อกโดยฝา่ ยบรหิ าร
ชือ่ กฎหมาย ผูเ้ สนอรา่ ง ผู้พิจารณา ผูต้ รา การบังคับใช้
พระราชกาหนด
พระราชกฤษฎีกา รัฐมนตรีผจู้ ะรักษาการ คณะรัฐมนตรี พระมหากษัตริย์ เมื่อไดป้ ระกาศใน
กฎกระทรวง ตามพระราชกาหนด ราชกจิ จานุเบกษา
รัฐมนตรีผู้จะรักษาการ คณะรัฐมนตรี พระมหากษัตริย์ เมือ่ ไดป้ ระกาศใน
ตามพระราชกฤษฎีกาหรือ ราชกิจจานุเบกษา
ผู้ รั ก ษ า ก า ร ต า ม ก ฎ ห ม า ย
แ ม่ บ ท ใ ห้ อ า น า จ อ อ ก พ ร ะ
ราชกฤษฎีกา
รัฐมนตรีผรู้ ักษาการ คณะรัฐมนตรี รัฐมนตรีผรู้ ักษา เมื่อได้ประกาศใน
ตามกฎหมายแมบ่ ทที่ให้ การตาม ราชกิจจานุเบกษา
อานาจกระทรวง กฎหมายแม่บท
ทีใ่ หอ้ านาจออก
กฎกระทรวง
CHAPTER 3 : เรียนรู้กระบวนการของกฎหมาย หน้า 38
การจดั ทากฎหมายลายลกั ษณอ์ กั ษรทอี่ อกโดยองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่
ชือ่ กฎหมาย ผูเ้ สนอรา่ ง ผู้พิจารณา ผูต้ รา การบังคับใช้
ขอ้ บัญญตั อิ งคก์ าร
บรหิ ารสว่ นจงั หวัด นายกอบจ. สภาองคก์ าร ผู้วา่ ราชการ ประกาศไว้เปิดเผย
เทศบัญญัติ สมาชิกสภา อบจ. บริหารสว่ น จังหวัด ณ.ที่ทาการอบจ.
ราษฎรผู้มีสทิ ธิ จังหวัด 15 วัน เว้นแตก่ รณี
ข้อบังคับตาบล เลือกตั้งในเขตอบจ. ฉุกเฉินทีร่ ะบุให้
บังคับใช้ทันที
ข้อบัญญตั ิกทม.
นายกเทศมนตรี สภาเทศบาล ผู้ว่าราชการ เมื่อได้ประกาศไว้
ขอ้ บัญญตั เิ มือง
พัทยา สมาชิกสภาเทศบาล จังหวัด เปิดเผย ณ
ร า ษ ฎ ร ผู้ มี สิ ท ธิ สานกั งานเทศบาล
เลือกตัง้ ในเขตเทศบาล แลว้ 7 วัน
คณะกรรมการอบต. สภาองค์การ นายอาเภอ เมื่อประธาน
สมาชิกสภา อบต. บรหิ ารสว่ น คณะกรรมการ
ราษฎรผูม้ ีสทิ ธิ ตาบล บรหิ ารลงชื่อและ
เลือกตัง้ ในเขตอบต. ประกาศเปน็
ข้อบังคับตาบล
ผูว้ า่ กทม. สภา ผู้ว่าราชการ เมือ่ ได้ประกาศใน
สมาชิกสภา กทม. กรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานคร ราชกิจจานุเบกษา
ราษฎรผู้มีสทิ ธิ
เลือกตั้งในเขตกทม.
ปลัดเมืองพัทยา สภาเมืองพัทยา นายกเมืองพัทยา เมื่อไดป้ ระกาศไว้
สมาชิกสภาเมืองพัทยา โดยเปดิ เผย ณ
ราษฎรผู้มีสทิ ธเิ ลือกตัง้ ศาลาว่าการเมือง
ในเขตเมืองพัทยา พัทยา 3 วัน
การจดั ทากฎหมายลายลกั ษณอ์ กั ษรในกรณพี เิ ศษ
ชอื่ กฎหมาย ผู้เสนอร่าง ผูพ้ จิ ารณา ผู้ตรา การบังคับใช้
ประกาศของคณะ หัวหน้าคณะ เมื่อมีการอ่าน
ปฏวิ ัติ คณะผู้ก่อการปฏวิ ัติซง่ึ หัวหนา้ คณะ ปฏวิ ัติ ประกาศคณะปฏิวัติ
กฎอัยการศึก ได้ทาการยดึ อานาจ ปฏวิ ัติ หัวหนา้ คณะ เมื่อมีการประกาศ
น้นั ๆ บังคับใชก้ ฎอัยการ
หัวหน้าคณะปฏิวัติหรือ หัวหน้าคณะ ศกึ
รัฐประหาร น้นั ๆ
กฎหมายเบือ้ งต้น ส 30228 หน้า 39
กระบวนการจดั ทารฐั ธรรมนญู
CHAPTER 3 : เรียนรูก้ ระบวนการของกฎหมาย หนา้ 40
กระบวนการตราพระราชบญั ญตั ิ
กฎหมาย
(พระราช
บญั ญัติ)
รา่ งตวั บท เสนอร่างนั้น ................... ตราเปน็ กฎหมาย ประกาศใช้ใน
กฎหมาย ราชกิจจานเุ บกษา
บงั คับใชก้ ฎหมาย ประกาศในราชกิจจานุเบกษา พระมหากษตั รยิ ท์ รง
ลงพระปรมาภไิ ธย
ทูลเกล้าฯ ถวาย
คณะรัฐมนตรี / เสนอ ร่างพระราชบญั ญัติ นายกรฐั มนตรีเห็นชอบ
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร/ ร่างพระราชบัญญัติ
ศาล และองค์กรอิสระตาม รฐั สภา (ประกอบด้วย
รฐั ธรรมนูญ ส.ส. และ ส.ว.)
ประชาชนผมู้ ีสิทธิ์เลือกตง้ั เสนอ
(จานวนไมน่ อ้ ยกว่า
10,000 คน )
กฎหมายเบื้องตน้ ส 30228 หน้า 41
การบังคับใช้ การตีความ ชอ่ งว่างและการยกเลกิ กฎหมาย
ผใู้ ชก้ ฎหมาย
ศาลหรือผู้พพิ ากษา หมายถึง ผู้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมาย มีอานาจพิจารณาพิพากษาคดีที่
นามาสู่ศาลทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา เมื่อศาลพิจารณาข้อเท็จจริงจากคาฟ้องคาให้การของคู่ความและ
พยานหลักฐานได้ความแน่นอนอย่างใดแล้ว ศาลจะต้องหาตัวบทกฎหมายมาปรับแก่คดีให้ได้เสมอ
จะยกฟอ้ งโดยอ้างว่าไม่มีตัวบทกฎหมายมาใช้ปรับแกค่ ดีไมไ่ ด้
เจ้าพนักงาน ไดแ้ ก่ พนกั งานสอบสวน พนกั งานฝ่ายปกครอง ตารวจ พนกั งานอัยการ ซึง่ มี
หนา้ ทีใ่ ช้กฎหมายตามประมวลกฎหมายวธิ พี ิจารณาความอาญา นอกจากบุคคลเหลา่ น้ีแลว้ ยังรวมถึงเจ้า
พนกั งานอืน่ ๆ ที่ตอ้ งอาศัยกฎหมายเปน็ เครือ่ งมือในการปฏิบัติหน้าทีด่ ้วย เชน่ เจา้ พนกั งานสรรพากรใช้
ประมวลกฎหมายรัษฏากรในการเก็บภาษีอากรต่างๆ เจ้าพนักงานสรรพสามิตใช้กฎหมายว่าด้วยภาษี
สุรายาสูบ เจ้าพนักงานศุลกากรใช้กฎหมายศุลกากรจัดเก็บภาษีสินค้าส่งเข้าและส่งออกไปนอก
ราชอาณาจักร เปน็ ต้น
ราษฏร หมายถึง ประชาชนทั้งหลายที่นากฎหมายมาใช้เพื่อรักษาสิทธิและหน้าที่ของตน และ
เพ่อื ให้ได้มาซึ่งสิทธิและหนา้ ทีข่ องตนตามทีก่ ฎหมายรับรอง นอกจากน้ี ทนายความก็จัดเปน็ ผูใ้ ช้กฎหมาย
ในฐานะทีเ่ ปน็ ราษฎรเชน่ กัน
วนั เรมิ่ ใชก้ ฎหมาย
กรณี รายละเอยี ดและตวั อยา่ ง
ใหใ้ ชต้ งั้ แตว่ นั ประกาศ > กรณีนี้มักเป็นกรณีรีบด่วน โดยกฎหมายที่ถูกกาหนดให้มีผลบังคับใช้
ในราชกจิ จานุเบกษา ในวันเดียวกันกับทีป่ ระกาศในราชกิจจานเุ บกษามักจะได้แก่ กฎหมาย
ที่เกีย่ วกับการเก็บภาษีอากร พิกัดอัตราสนิ ค้าต่าง ๆ หรือการควบคุม
ใหใ้ ชต้ งั้ แตว่ นั ถดั จากวนั การสั่งสนิ ค้าเขา้ หรือสนิ คา้ ออก เป็นต้น
ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา > เป็นกฎหมายที่ไม่ต้องการความรวดเร็วมากนัก วิธีน้ีเป็นวิธีที่ใช้
กาหนดเวลาให้ใชใ้ นอนาคต ปฏิบัตอิ ยู่เปน็ ปกติสาหรับกฎหมายทัว่ ไปในปัจจุบัน
> ประชาชนเตรียมพรอ้ มที่จะปฏิบัติ หรือใหท้ างการมีโอกาสตระเตรียม
เครื่องมือ เครื่องใช้ บุคลากร เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายน้ัน การ
กาหนดเวลาใหใ้ ชก้ ฎหมายในอนาคต แบ่งออกได้ 3 กรณีคือ
กาหนด วัน เดือน ปี ให้ใชก้ ฎหมายที่แน่นอน
กาหนดให้ใช้ในอนาคต โดยไม่ระบุวัน เดือน ปี แต่กาหนดให้
ใชเ้ มื่อระยะเวลาหน่ึงลว่ งพน้ ไป
ไม่ระบุวัน เดือน ปี หรือระยะเวลาที่แน่นอน แต่กาหนดไว้
กวา้ ง ๆ ว่าจะใหใ้ ช้กฎหมายบังคับเมื่อไร
CHAPTER 3 : เรียนรูก้ ระบวนการของกฎหมาย หนา้ 42
สถานทใี่ ชก้ ฎหมาย
กรณี รายละเอยี ด
ใชบ้ งั คับทวั่ ราชอาณาจกั ร > เมื่อมีการประกาศใช้กฎหมายใดแล้ว ถ้าไม่มีบทบัญญัติกาหนด
สถานที่ไว้เป็นอย่างอืน่ กฎหมายน้ันต้องใช้บังคับได้ทั่วราชอาณาจักร
ไทย คาวา่ ราชอาณาจักร ในทีน่ ี้หมายถงึ
พื้นดินในประเทศไทย รวมถงึ แมน่ า้ ลาคลอง บึง ทะเลสาบ
ทะเลอันเปน็ อ่าวไทย
ทะเลห่างจากฝั่งแผน่ ดนิ ของประเทศไทยไม่เกิน 12 ไมลท์ ะเล
พื้นอากาศตามขอ้
ใชบ้ งั คับเฉพาะทอ้ งถน่ิ > เช่น การใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยกฎหมายอิสลามในเขตจังหวัด
บางสว่ นในราชอาณาจกั ร ปัตตานี นราธิวาส ยะลา และ สตูล ในส่วนที่เกี่ยวกับครอบครัวและ
มรดกแทนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์
ใชบ้ งั คับการกระทาทเี่ กดิ ขนึ้ > แบง่ เป็น 2 กรณี คือ
นอกราชอาณาจกั ร ทางแพง่ คดีทีม่ ีข้อเท็จจรงิ พัวพันกับตา่ งประเทศไมว่ า่ ทางใดทาง
หนง่ึ ทาใหเ้ กิดปัญหาว่าจะนากฎหมายของประเทศใดมาบังคับใช้ เชน่
การสมรสในต่างประเทศ ศาลตอ้ งนา พ.ร.บ. การขัดกันแห่งกฎหมาย
มาใชใ้ นการพจิ ารณา
ทางอาญา ประมวลกฎหมายอาญาบัญญัตใิ ห้ศาลไทยพิจารณา
พพิ ากษาความผิดที่เกิดนอกราชอาณาจักรไทยไดใ้ น 2 กรณี คือ
กรณีเกี่ยวกับสภาพความผิด ได้แก่ ความผิดต่อองค์
พระมหากษัตริย์ ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและแปลง ความผิดฐาน
ชิงทรัพย์และปลน้ ทรัพย์ซ่ึงไดก้ ระทาในทะเลหลวง
กรณีเกี่ยวกับผู้กระทา ได้แก่ กรณีที่คนไทยได้กระทาผิด
นอกราชอาณาจักรและกรณีที่คนต่างด้าวได้กระทาความผิดนอก
ราชอาณาจักรโดยรัฐบาลไทยหรือคนไทยเปน็ ผูเ้ สียหาย
บคุ คลที่กฎหมายใชบ้ งั คบั
กฎหมายใช้บังคับบุคคลทุกคนที่อยู่ภายในราชอาณาจักรของรัฐน้ัน ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคน
ต่างดา้ ว อยา่ งไรก็ตาม กฎหมายมีขอ้ ยกเวน้ อยู่ 2 ประการ คือ
ขอ้ ยกเวน้ ตามกฎหมายไทย ซึง่ บัญญัติยกเว้นไม่ให้ใชบ้ ังคับแก่บุคคลบางคนหรือบุคคลบางจาพวก
ได้แก่ พระมหากษัตรยิ ์ ผู้ใดจะฟอ้ งร้องพระองคใ์ นคดแี พ่ง คดีอาญา หรือจะกลา่ วหาในทางใด ๆ ไมไ่ ด้ และ
สมาชิกวุฒสิ ภา สมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎร ที่อยู่ในสมัยประชุมสภาใดสภาหนงึ่ หรือทัง้ สองสภาร่วมกัน
ขอ้ ยกเวน้ ตามกฎหมายระหวา่ งประเทศแผนกคดีเมือง ไดแ้ ก่ ประมุขแหง่ รัฐตา่ งประเทศ ทูตและ
คณะทูต บุคคลที่ทางานในหน่วยงานขององคก์ ารสหประชาชาติ
กฎหมายเบือ้ งต้น ส 30228 หนา้ 43
การตคี วามกฎหมาย ตคี วามตามตวั อกั ษร คือ การหยั่งทราบความหมายของตวั อักษรน้นั
ตคี วามตามเจตนารมณ์ คือ การหยั่งทราบความหมายของถอ้ ยคา ใน
หลักเกณฑก์ ารตคี วาม บทกฎหมายจากเจตนารมณ์หรือความมุ่งหมายของกฎหมายนน้ั
ในกฎหมายทวั่ ไป
- ต้องตีความตัวอักษรโดยเคร่งครัด ห้ามขยายความให้เป็นโทษ
หลักเกณฑก์ ารตคี วาม ต้องตีความใหผ้ ลดีแกผ่ ู้ต้องหา
ในกฎหมายพเิ ศษ
การอดุ ชอ่ งวา่ งกฎหมาย
ช่องว่างแห่งกฎหมาย (GAP IN THE LAW) หมายถึง กรณีที่ไม่มีกฎหมายลายลักษณ์อักษร หรือ
กฎหมายจารีต ประเพณีทีจ่ ะนาไปใช้ปรับแก่ข้อเทจ็ จรงิ ได้ โดยการอุดชอ่ งว่างของกฎหมาย มี 2 วธิ ี
ไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้ ใหใ้ ช้หลักเกณฑ์ทั่วไป
มีกฎหมายบัญญัตไิ ว้ ใหเ้ ปน็ ไปตามหลักกฎหมาย
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กาหนดหลักเกณฑ์ให้นาประมวลกฎหมาย
วธิ พี จิ ารณาความแพง่ มาใช้บังคับได้ ถ้ากฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญาไมไ่ ด้บัญญัติไว้
ตามพระราชบัญญัติการขัดกันแห่งกฎหมาย กาหนดให้ใช้กฎหมายทั่วไปแห่งกฎหมายระหว่าง
ประเทศ แผนกคดีบุคคลอุดช่องว่างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กาหนดหลักเกณฑ์ว่าถ้าไม่มีบท
กฎหมายที่จะแยกมาปรับแก่คดีได้ ให้วินิจฉัยคดีน้ันตามครรลองจารีตประเพณีแห่งท้องถ่ิน ถ้าไม่มีจารีต
ประเพณีให้วินิจฉัยคดีเทียบบทกฎหมายที่ใกล้เคียงกันอย่างยิ่ง และถ้าบทกฎหมายน้ันก็ไม้มีด้วย
ให้วนิ จิ ฉัยตามหลกั กฎหมายทัว่ ไป
การยกเลกิ กฎหมาย - การยกเลิกโดยตรง คือ การระบุยกเลิกกฎหมายน้ัน ๆ ไว้ในกฎหมาย
การยกเลกิ โดยตรง ฉบับที่ออกมาใช้บังคับใหม่ เป็นลักษณะการออกกฎหมายใหม่มายกเลิก
กฎหมายเก่านัน่ เอง
ยกเลิกโดยปรยิ าย - การยกเลกิ โดยปรยิ าย คือ การที่กฎหมายฉบับน้ัน ๆ เลิกบังคับใชไ้ ปเอง
โดยที่ไม่ต้องมีกฎหมายฉบับใหม่ออกมา ระบุหรือบัญญัติให้ยกเลิกแต่
ประการใด แบง่ เปน็ กรณีตา่ ง ๆ ดังนี้
ก. กฎหมายใหม่ และกฎหมายเก่า มีบทบัญญัติสาหรับกรณีหน่ึง ๆ
อย่างเดียวกัน ในกรณีเชน่ วา่ นีต้ ้องถือว่ากฎหมายใหม่ยกเลิกกฎหมายเกา่
ข. กฎหมายใหม่ มีข้อความขัดแย้งกับกฎหมายเก่า กลา่ วคือ กฎหมาย
ใหม่บัญญัติไว้อยา่ งหนึ่ง กฎหมายเก่าบัญญัติไว้อีกอย่างหนึ่ง ไม่เหมือนกัน
หรือตรงกันขา้ มกัน ต้องใชก้ ฎหมายใหม่บงั คับ
ค. การยกเลิกกฎหมายแม่บททีม่ อบอานาจให้ ย่อมจะทาให้กฎหมายที่
ออกโดยอาศัยอานาจนัน้ พลอยยกเลกิ ไปดว้ ย
CHAPTER 3 : เรียนรูก้ ระบวนการของกฎหมาย หนา้ 44
การยกเลิกกฎหมาย (ตอ่ )
การยกเลกิ กฎหมายโดย - เน่ืองจากรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ กฎหมายอื่นจึงมี
ศาลรฐั ธรรมนญู ข้อความที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญมิได้ กฎหมายใดที่มีข้อความขัดหรือ
แย้งกับรัฐธรรมนูญ ย่อมไมม่ ีผลใช้บังคับ
การยกเลกิ กฎหมายโดย - มีกฎหมายหลายประเภทซึ่งประกาศใช้โดยมิได้ผ่านการพิจารณาของ
ผลแหง่ คาพพิ ากษาของศาล รัฐสภา ซึ่งได้แก่ พระราชกาหนด พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง และ
กฎหมายที่ใช้บังคับในท้องถิ่น อันได้แก่ข้อบัญญัติจังหวัด เทศบัญญัติ
ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เป็นต้น กฎหมายเหล่าน้ีต้องไม่มีข้อความขัด
หรือแยง้ กับกฎหมายอืน่ เพราะเป็นเรื่องที่ไดร้ ับมอบอานาจตามกฎหมายให้
บัญญัตไิ ดอ้ ีกขั้นหนึง่
ดังน้ันถ้าเกิดปัญหาข้ึน ศาลยุติธรรมมีอานาจพิจารณาพิพากษาว่าพระ
ราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง หรือกฎหมายที่ใชบ้ ังคับในทอ้ งถิ่นที่ขัดหรือแย้ง
ต่อกฎหมายอื่น หรือที่เกินขอบเขตที่ได้รับมอบอานาจน้ันตกเป็นโมฆะ
ซ่งึ เทา่ กับมีผลเปน็ การยกเลิกกฎหมายเหลา่ น้นั ได้
ปัญหาการใช้กฎหมาย
ปญั หาทเี่ กดิ จากผใู้ ช้กฎหมาย เจา้ หนา้ ที่ของรัฐทางานขาดประสทิ ธภิ าพ
การไม่ไดร้ ับความเปน็ ธรรมจากเจ้าหนา้ ทีผ่ ูบ้ ังคับใชก้ ฎหมาย
ปญั หาทเี่ กดิ จากดา้ นประชาชน การฉอ้ ราษฎร์บังหลวง
ปญั หาทเี่ กดิ จากตวั บทกฎหมาย เจ้าหน้าที่ผู้ซึ่งใช้กฎหมายมีจานวนไม่เพยี งพอ
ความล่าชา้ ของกระบวนการยุติธรรม
การขาดการศกึ ษาและขาดความรว่ มมือในการใชบ้ ังคับกฎหมาย
การใช้ช่องว่างกฎหมายหลีกเลี่ยงการทาความผดิ
กฎหมายไม่สอดคลอ้ งกับสภาพสังคม
กฎหมายเปิดโอกาสให้ผู้ใช้กฎหมายใช้ดุลยพินิจและใช้อานาจ
หน้าที่ได้กว้างขวาง