The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กฎหมายเบื้องต้น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by suphajit.chan, 2021-05-10 02:31:49

กฎหมายเบื้องต้น

กฎหมายเบื้องต้น

กฎหมายเบื้องตน้ ส 30228 หนา้ 95

✓ สญั ญาขายเผอื่ ชอบ

สัญญาขายเผื่อชอบ คือ สัญญาซ้ือขายอย่างหนึ่งที่มีเงื่อนไขว่าให้ผู้ซ้ือได้มีโอกาสตรวจดูทรัพย์สินก่อน
โดยผู้ซ้อื จะซอ้ื หรือไมก่ ็ได้ ถา้ ซ้อื กรรมสทิ ธจิ์ ะโอนไปเป็นของผูซ้ ือ้ ทันที แต่ถ้าไมซ่ ือ้ สัญญาซือ้ ขายกไ็ มเ่ กดิ ขนึ้

✓ สญั ญาขายทอดตลาด

สัญญาขายทอดตลาด คือ สัญญาซื้อขายอยา่ งหนง่ึ ที่ผู้ขายนาทรัพยส์ ินออกเสนอขายโดยใหผ้ ูซ้ ้อื สูร้ าคา
กัน โดยการขายทอดตลาดอยา่ งเปิดเผย ซ่ึงจะเปิดโอกาสให้ผู้ซ้ือหลาย ๆ คน ประมูลราคากัน ถ้าใครให้
ราคาสูงสูดกจ็ ะขายทรัพย์สนิ ดังกลา่ วให้แก่ผูน้ ้นั

✓ สญั ญาเชา่ ทรพั ย์

สัญญาเชา่ ทรพั ย์ คือ สัญญาซึ่งบุคคลหน่ึงทีเ่ รียกวา่ “ผู้ให้เช่า” ตกลงให้บุคคลอีกคนหน่ึงเรียกว่า “ผู้เช่า”
ได้ใชป้ ระโยชน์ในทรัพย์สนิ อยา่ งใดอย่างหนึ่งชั่วระยะเวลาอันจากัด และผู้เช่าตกลงจะใหค้ า่ เชา่ เพื่อการนน้ั

 แบบของสญั ญาเชา่ ทรพั ย์

สัญญาเชา่ ทรัพย์น้นั กฎหมายไม่ไดก้ าหนดแบบของสัญญาไว้แต่อย่างใด โดยสัญญาจะสมบรู ณไ์ ด้เมื่อมีการ

ตกลงกันระหว่างผู้เช่าและผู้ให้เช่า ไม่ว่าจะตกลงกันด้วยวาจาหรือลายลักษณ์อักษร แต่การเช่า

อสังหาริมทรัพย์น้ัน กฎหมายกาหนดให้มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้รับผิด มิฉะน้ันจะไม่สามารถ

ฟ้องรอ้ งบงั คับคดีได้

หลกั ฐานในการฟอ้ งรอ้ งบงั คบั คดี

 สัญญาเช่าสังหารมิ ทรัพย์ - ไมไ่ ด้กาหนด

 สัญญาเชา่ อสังหารมิ ทรัพยไ์ ม่เกนิ 3 ปี - ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้รับผิด
มฉิ ะนัน้ จะฟอ้ งรัองบงั คับคดีกันตามสัญญาเช่าไมไ่ ด้

 สัญญาเชา่ อสังหารมิ ทรัพยเ์ กนิ กวา่ 3 ปี - ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อ
พนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะน้ันจะฟ้องร้องบังคับได้

เพยี ง 3 ปี

 การซ่อมแซมทรัพย์สิน เล็กๆน้อยๆ เป็นหน้าที่ของผู้เช่า (ผู้เช่า จะเรียกร้องให้เจ้าของทรัพย์สิน
ซ่อมแซมไม่ได้ ) ยกเว้นเป็นการซ่อมแซมอะไรใหญ่ ๆ เปน็ หน้าที่ของผู้ใหเ้ ชา่

☺ เด็ก ๆควรรู้ การเช่าอสังหาริมทรัพย์น้ัน กฎหมายห้ามไม่ให้เช่ากันนานเกินกว่า 30 ปี
หากสัญญานานกว่าน้ันก็มีผลบังคับกันได้เพียง 30 ปี โดยสัญญาเช่าจะระงับเมื่อมีการตกลงเลิก

สัญญา ครบกาหนดตามอายุการเช่า มีการบอกเลิกสัญญาเชา่ ทรัพย์ทีเ่ ชา่ สูญหายหรือผู้เช่าตาย

CHAPTER 6 : กฎหมายว่าด้วยเอกเทศสัญญา หน้า 96

✓ สญั ญาเชา่ ซอื้

สัญญาเชา่ ซอื้ คือ สัญญาซ่งึ เจ้าของทรัพยท์ ีเ่ รียกว่า “ผู้ให้เชา่ ซอื้ ” เอาทรัพย์สนิ ออกใหเ้ ชา่ และใหค้ ามั่น
ว่าจะขายทรัพย์สินน้ัน หรือให้ทรัพย์สินน้ันตกเป็นสิทธิแก่ “ผู้เช่าซื้อ” โดยมีเงื่อนไขว่า เมื่อผู้เช่าซ้ือได้ชาระ
ราคาเป็นจานวนเงินครบตามจานวนครัง้ ที่กาหนดไว้ในสัญญา

 แบบของสญั ญาเชา่ ซอื้

 สัญญาเช่าซ้ือต้องทาเป็นหนังสือ โดยคู่สัญญาทั้งสองได้ลงลายมือชื่อในสัญญาเช่าซ้ือน้ัน จะตกลงกัน
ดว้ ยวาจาไมไ่ ด้ มิฉะนัน้ จะเป็นโมฆะ

 หลกั เกณฑข์ องสญั ญาเชา่ ซอื้

 การเช่าซ้ือ เป็นการทาสัญญาเช่าส่วนหน่ึง โดยยังไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์ จนกว่าจะจ่ายค่างวดครบ
และทรัพย์สินน้นั จึงจะตกเป็นสทิ ธขิ องผู้เช่า ตัวอย่างเช่น การทาสัญญาเช่าซือ้ บ้านจดั สรร อาคารพาณิชย์ และ
รถยนต์ เป็นตน้
 ในระหว่างอายุสัญญาเช่าซ้ือ ผู้เช่าซ้ือไม่สามารถโอนทรัพย์น้ันไปให้ผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ให้
เช่าซื้อได้ มฉิ ะนัน้ จะถือว่าผิดสัญญาเชา่ ซือ้ และถือเปน็ ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ดว้ ย

 การบอกเลกิ สญั ญาเชา่ ซอื้

 ผูเ้ ชา่ ซื้อจะบอกเลกิ สัญญาเมื่อใดก็ได้ โดยการสง่ มอบทรัพย์สนิ กลบั คืนให้แก่เจา้ ของ
 ผูใ้ ห้เชา่ ซื้อจะบอกเลกิ สัญญาไดต้ ่อเมื่อผูเ้ ชา่ ซื้อผิดนัด ไมใ่ ชเ้ งนิ 2 งวดตดิ ๆ กัน หรือ ผูเ้ ชา่ ซือ้ กระทาผิด
สัญญา ในข้อที่เป็นส่วนสาคัญ และให้ผู้ให้เช่ากลับครอบครองทรัพย์สินที่ให้เช่าได้ ส่วนเงินที่ได้ชาระไปแล้ว
ให้รบิ เป็นของผูใ้ ห้เช่าซือ้

☺ เด็ก ๆควรรู้ ความแตกตา่ งระหวา่ งสญั ญาเชา่ ซอื้ VS สญั ญาซอื้ ขายเงนิ ผอ่ น
สัญญาเชา่ ซือ้ ตา่ งกับสัญญาซือ้ ขายเงนิ ผ่อนที่ว่าสัญญาเชา่ ซื้อนั้น ตัง้ ตน้ ทาเป็นสัญญาเช่า และให้สทิ ธผิ ู้

เช่าได้เปลี่ยนมาเป็นผู้ซอ้ื ในภายหลงั หรือจะกลับใจไม่ซอ้ื กไ็ ด้ แต่สัญญาซื้อขายเงินผ่อน แมต้ ัง้ ต้นเป็นการ
ซ้ือขายกันซ่ึงต้องผูกพันกันตามน้ี จะกลับใจไม่ซ้ือหรือไม่ขายในภายหลังไม่ได้ นอกจากน้ีสัญญาเช่าซ้ือ
กรรมสทิ ธจิ์ ะตกเป็นของผู้เชา่ เมือ่ สง่ ครบ แตส่ ัญญาซือ้ ขายเงนิ ผ่อน กรรมสิทธจ์ิ ะตกเปน็ ของผูซ้ ื้อตั้งแตท่ า
สัญญา

กฎหมายเบือ้ งต้น ส 30228 หนา้ 97

✓ สญั ญายมื

สัญญายืม แบง่ ออกเปน็ สัญญายืมใชค้ งรูป และสัญญายืมใชส้ นิ เปลือง จาแนกได้ดงั นี้
ประเภทการยืม

ยืมใช้คงรูป ยืมใชส้ นิ้ เปลือง

- ไม่มีการโอนการรมสทิ ธิ์ - มีการโอนกรรมสิทธ์ิทรัพย์สิน
ผู้ ยื ม ต ก ล ง จ ะ คื น ท รั พ ย์ ชนิดใช้แล้วหมดไป และผู้ยืมตกลง
เมื่อใชส้ อยเสร็จ จะคืนทรัพย์สินประเภทเดียวกัน
เช่น หนงั สือ กระเปา๋ เสื้อ แทนทรัพยส์ นิ ซ่ึงยืมไป
เชน่ ขา้ วสาร ยาสีฟัน เงิน

☺ ความสมบูรณข์ องสัญญา สัญญายืมจะบริบูรณ์ต่อเมื่อสง่ มอบทรัพยส์ ิน

 ลักษณะของสญั ญายมื

สัญญา ลกั ษณะ
 ยมื ใชค้ งรปู - เปน็ สัญญาไมต่ า่ งตอบแทน
- เปน็ สัญญาไม่มคี ่าตอบแทน
 ยมื ใชส้ นิ้ เปลอื ง - เป็นสัญญาที่บรบิ ูรณเ์ มือ่ มีการสง่ มอบทรัพยส์ นิ
- เปน็ สัญญาทไี่ มม่ ีการโอนกรรมสทิ ธใิ์ นทรัพยส์ นิ ที่ยืม
- เปน็ สัญญาทถี่ ือคุณสมบัติของผู้ยืมเป็นสาระสาคัญ (หากผูย้ ืมตาย สัญญา
ย่อมระงับลง)
- เป็นสัญญาไมต่ า่ งตอบแทน
- เป็นสัญญาที่จะมีคา่ ตอบแทนหรือไมก่ ็ได้
- เปน็ สัญญาที่บรบิ ูรณเ์ มือ่ มีการสง่ มอบทรัพย์สนิ
- เปน็ สัญญาที่โอนกรรมสทิ ธใ์ิ นทรัพยส์ นิ ที่ยืม
- เปน็ สัญญาทไี่ ม่ถือคณุ สมบัติของผูย้ ืมเป็นสาระสาคัญ (หากผู้ยืมตาย
สัญญายืมใชส้ ิ้นเปลืองยอ่ มไม่ระงับลง)

 หลกั เกณฑใ์ นการยมื

 สัญญายืมไม่ตอ้ งทาเป็นหนงั สือ เพยี งแตต่ กลงยินยอมก็เกิดเปน็ สัญญายืมขน้ึ แลว้
 เมื่อถึงกาหนดทีไ่ ดต้ กลงกันไว้ ผู้ยืมจะตอ้ งสง่ ทรัพย์สินที่ยืมให้แก่ผูใ้ หย้ ืม
 ผูย้ ืมตอ้ งใชค้ วามระมัดระวังในทรัพย์สินที่ยืม และจะนาทรัพยท์ ี่ยืมไปให้บุคคลอืน่ ใชไ้ มไ่ ด้

CHAPTER 6 : กฎหมายว่าดว้ ยเอกเทศสัญญา หน้า 98

 ความแตกตา่ งระหวา่ งสญั ญายมื ใชค้ งรปู VS สญั ญายมื ใชส้ น้ิ เปลอื ง

ประเด็น สัญญายืมใช้คงรูป สัญญายืมใชส้ ิน้ เปลือง

 ลกั ษณะการใช้ทรัพย์สิน ☺ การใช้ทรัพย์สินที่ยืมจะไม่ทา  การใช้ทรัพย์สินที่ยืมจะทาให้

ให้ทรัพย์เสียสภาพและไม่ทาให้ ทรัพย์เสียสภาพและส้ินเปลือง

ส้นิ เปลืองหมดไป หมดไป

 การ เป็นเจ้ าข อ ง ท รั พ ย์ ☺ ผู้ให้ยืมไม่จาเป็นต้องเป็น  ผูใ้ หย้ ืมตอ้ งเปน็ เจ้าของทรัพย์

ผู้ให้ยืม เจ้าของทรัพย์

 การโอนกรรมสิทธ์ิในทรัพย์ ☺ กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ยืม  กรรมสิทธ์ิในทรัพย์ที่ยืมโอน

ทีย่ ืม ไมโ่ อนไปเปน็ ของผูย้ ืม ไปเป็นของผู้ยืม

 ค่าตอบแทนในการใช้สอย ☺ ไม่มีค่าตอบแทนการได้ใช้  มีค่าตอบแทนการได้ใช้ทรัพย์

ทรัพย์ ทรัพย์ หรือไม่กไ็ ด้

 การคืนทรัพยส์ ินที่ยืม ☺ ผู้ยืมต้องคืนทรัพย์สินช้ิน  ผู้ ยืม ไ ม่ ต้อ ง คื นทรัพย์สิน

เดยี วกับชิ้นที่ยืมมา ช้ินเดียวกับที่ยืมมา แต่ต้องคืน

ทรัพย์สินที่มี ประเภท ชนิด และ

ปริมาณเดียวกับที่ยืมมา

✓ สญั ญากยู้ มื เงนิ

สัญญากู้ยืมเงิน เป็นสัญญายืมใช้ส้ินเปลืองอย่างหนึ่ง โดยกฎหมายกาหนดว่าในการกู้ยืมเงินเกินกว่า
2,000 บาทขึ้นไป จะต้องมีหลักฐานในการฟ้องร้อง ได้แก่ หนังสือลงลายมือชื่อผู้ให้ยืม มิฉะน้ันจะฟ้องร้อง
บังคับคดีไม่ได้ อย่างไรก็ดี หากไมท่ า สัญญาก็ยังคงสมบรู ณ์ ไม่ตกเปน็ โมฆะหรือโมฆยี ะ

 หลกั เกณฑใ์ นสญั ญากยู้ มื เงนิ

 ผู้ให้ยืมจะตอ้ งสง่ มอบและโอนกรรมสทิ ธใิ์ นเงินจานวนหนึง่ แกผ่ ู้ยืม
 ห้ามคดิ ดอกเบีย้ เกินร้อยละ 15 ตอ่ ปี (ร้อยละ 1.25 ต่อเดือน) หากเรียกเกนิ ดอกเบีย้ น้นั เป็นโมฆะ

ผู้ให้ยืมจะเรียกดอกเบีย้ ไม่ไดเ้ ลย จะเรียกคืนได้เฉพาะเงินต้นเท่านัน้
 การกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงนิ เช่น ธนาคารพาณชิ ย์ เรียกดอกเบีย้ เกินร้อยละ 15 ต่อปไี ด้
 กรณีไม่ได้กาหนดดอกเบีย้ กันไว้ กฎหมายใหค้ ิดในอัตราดอกเบี้ยรอ้ ยละ 7.5 ต่อปี
 อายุความในการฟอ้ งร้อง ภายใน 10 ปี นบั แตว่ ันทีถ่ งึ กาหนดชาระเงิน
 ห้ามคดิ ดอกเบีย้ ทบต้น (การคดิ ดอกเบีย้ จากดอกเบี้ยอีกที)

☺ ความสมบรู ณข์ องสญั ญา สัญญาจะสมบรู ณก์ ็ต่อเมื่อส่งมอบเงินที่ยืม หากยังไมไ่ ดส้ ่งมอบ แม้ทาสัญญา
กูย้ ืมกันเสรจ็ แลว้ สัญญาก็ยังไมบ่ รบิ รู ณ์ และใหถ้ ือว่ายังไม่มีการกู้ยืมเงนิ ต่อกัน

กฎหมายเบื้องต้น ส 30228 หนา้ 99

✓ สญั ญาคา้ ประกนั

สัญญาคา้ ประกัน คือ สัญญาที่บุคคลภายนอก เรียกว่า “ผู้ค้าประกัน”ตกลงจะชาระหน้ีแทนลูกหน้ี
ถา้ ลูกหนไ้ี ม่ชาระหนี้ โดยเมื่อผูค้ า้ ประกันไดช้ าระหน้ใี ห้แก่เจา้ หน้ไี ปแลว้ กส็ ามารถมาเรียกคืนจากลูกหน้ไี ด้

 ลักษณะของสญั ญาคา้ ประกนั

 เป็นสัญญาอุปกรณ์
 เป็นสัญญาระหว่างเจา้ หน้กี ับผู้คา้ ประกัน
 เป็นสัญญาที่ผู้คา้ ประกันจะชาระหนีแ้ ทนเมื่อลูกหนผ้ี ิดนดั ไมช่ าระหนี้
 เป็นสัญญาทีไ่ ม่มีแบบ

 หลกั เกณฑก์ ารทาสญั ญาคา้ ประกนั

 สัญญาค้าประกนั ต้องทาหลกั ฐานเป็นหนงั สือและลงลายมือชื่อของผูค้ ้าประกัน มิฉะนัน้ จะฟ้องรอ้ ง
บังคับคดีไม่ได้
 กอ่ นลงลายมือชือ่ ในสัญญา ผู้ค้าประกันต้องอ่านสัญญาค้าประกนั อย่างละเอียด
 ถา้ หากผูค้ ้าประกันต้องการคา้ ประกันหนจ้ี ากัดความรับผิดชอบก็ควรเขียนระบไุ วใ้ ห้ชัดเจนในสัญญา
ค้าประกันวา่ ตอ้ งการค้าประกันเป็นจานวนเทา่ ใด
 ผู้ค้าประกันมีสทิ ธิจะขอใหเ้ จา้ หน้ไี ปเรียกให้ลูกหน้ชี าระหนีก้ อ่ นได้ เว้นแต่วา่ ลูกหนต้ี กเป็นคน
ลม้ ละลายหรือลูกหนห้ี ายตัวไปไม่รู้วา่ อยู่ทไี่ หน

 ชนดิ ของสญั ญาคา้ ประกนั

 สัญญาคา้ ประกันชนดิ ไมจ่ ากัดความรับผิด คือ เมื่อลูกหน้ีต้องรับผิดชดใช้หน้ีให้แก่เจ้าหน้ีเท่าใด
ผู้คา้ ประกันจะตอ้ งชดใช้ให้แกเ่ จ้าหนเ้ี ป็นจานวนเท่านัน้ เช่น เงนิ ตน้ ดอกเบีย้

 สัญญาคา้ ประกันทจี่ ากัดความรบั ผดิ คือ ผู้ค้าประกันได้ระบุจานวนเงนิ ทีอ่ ยู่ในความรับผดิ เอาไว้
ในสัญญาวา่ จะชดใช้หน้เี ฉพาะจานวนที่ระบุไว้เทา่ นั้น

 ความระงบั แหง่ สญั ญาคา้ ประกนั

 สัญญาคา้ ประกนั จะระงับลงเมื่อ (หน้ขี องลูกหน้นี น้ั ระงับไป / ผู้ค้าประกันบอกเลิกสัญญา / เจา้ หน้ี
ไม่รับชาระหนีจ้ ากผู้คา้ ประกัน )

☺ เดก็ ๆควรรู้ สัญญาค้าประกนั จะต้องเปน็ การคา้ ประกันในหนท้ี ี่สมบูรณ์เทา่ นน้ั เชน่ สัญญาพนัน
เป็นสัญญาที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน สัญญาการพนันจึงเป็นโมฆะ
ทาใหไ้ ม่มีการคา้ ประกันในหนท้ี ี่เกดิ จากการพนนั ได้

CHAPTER 6 : กฎหมายวา่ ด้วยเอกเทศสัญญา หนา้ 100

✓ สญั ญาจานอง

สัญญาจานอง คือ สัญญาซ่งึ บุคคลคนหนึ่ง เรียกวา่ “ผูจ้ านอง” เอาทรัพย์สนิ ตราไวแ้ กบ่ ุคคลอีกคนหนงึ่
เรียกวา่ “ผูร้ ับจานอง” ซง่ึ เปน็ การประกันในการชาระหนีโ้ ดยไม่มีการสง่ มอบทรัพยส์ นิ ให้แก่ผูร้ ับจานอง

 ลักษณะของสญั ญาจานอง

 เป็นสัญญาอุปกรณ์ เชน่ จานองทีด่ ิน ต้องเอาโฉนดทีด่ นิ เปน็ ประกัน
 ผูจ้ านองจะเปน็ ลูกหน้หี รือบุคคลภายนอกก็ได้ แต่ผูจ้ านองตอ้ งเปน็ เจ้าของทรัพยท์ ี่นามาจานอง
 เปน็ สัญญาที่ไมม่ ีการสง่ มอบทรัพย์สนิ ที่จานอง
 เป็นสัญญาที่มีแบบ (ถา้ ไมท่ าตามแบบสัญญาจะตกเป็น..........)

 ทรพั ยส์ นิ ทสี่ ามารถจานองได้

 อสงั หารมิ ทรพั ย์ เชน่ ทีด่ ิน บา้ นเรือน สิ่งปลูกสรา้ งทีอ่ ยู่ตดิ กับทดี่ นิ
 สงั หารมิ ทรพั ยช์ นดิ พเิ ศษ เช่น เรือทีม่ ีระวางตัง้ แต่ 5 ตันข้นึ ไป สัตวพ์ าหนะ แพทีอ่ ยู่อาศัย
 สงั หารมิ ทรพั ยท์ กี่ ฎหมาย เชน่ เครื่องจักร เครื่องบิน รถยนตท์ ีจ่ ดทะเบียนแลว้ รถพว่ ง รถบดถนน
กาหนดใหจ้ านองได้ รถแทรกเตอรท์ ีจ่ ดทะเบียนแลว้

 หลกั เกณฑก์ ารจานอง

 สัญญาจานองจะต้องทาเปน็ หนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจา้ หนา้ ที่ มฉิ ะนัน้ จะตกเปน็ โมฆะ
 การบังคับจานอง เมื่อหนถ้ี งึ กาหนดชาระแล้วลูกหนไ้ี ม่ชาระหน้ี ผู้รับจานองตอ้ งมีจดหมายบอกกล่าว
ไปยังลูกหน้กี อ่ นภายในเวลาอันควร ซึง่ กาหนดไว้ในคาบอกกล่าวน้นั และถ้าลูกหน้ลี ะเลยไม่ปฏิบัติตามคา
บอกกล่าว ผู้รับจานองจึงฟ้องคดีต่อศาล เพื่อให้ศาลพิพากษาสั่งยึดทรัพย์สินที่จานองน้ันออกขาย
ทอดตลาด
 เมื่อมีการบังคับขายทอดตลาด ทรัพย์สินที่จานอง เงินที่ได้จากการขายทอดคลาดภายหลังหัก
ค่าธรรมเนียมแล้ว เหลือเป็นจานวนเทา่ ใดก็ต้องคืนให้แก่ผู้จานอง แต่ถ้าขายทอดตลาดไดเ้ งินไม่พอชาระ
หน้ี ลูกหนก้ี ็ไม่ต้องรับผดิ ในเงินนั้นอีก เวน้ แตจ่ ะมีขอ้ ตกลงกันไวเ้ ป็นพิเศษ

 ความระงบั แหง่ สญั ญาจานอง

 หน้ีที่ประกันไว้ระงับ / การปลดจานองให้แก่ผู้จานองด้วยหนังสือเป็นสาคัญ /เมื่อทรัพย์สินซ่ึง
จานองถูกขายทอดตลาดเน่อื งจากการบังคับจานอง

☺ เด็ก ๆควรรู้ กรรมสิทธ์ิในทรัพย์สินที่จานองยังเป็นของผู้จานองซึ่งเป็นเจ้าของทรัพย์น้ัน
กรรมสิทธิ์ไม่ได้โอนไปเป็นของผู้รับจานองแตอ่ ย่างใด อีกทั้งเจ้าของยังมีสิทธิใช้สอยและจาหน่ายจา่ ย
โอนทรัพย์น้นั ให้กับบุคคลอืน่ ได้

กฎหมายเบื้องต้น ส 30228 หน้า 101

✓ สญั ญาจานา

สัญญาจานา คือ สัญญาซ่ึงบุคคลหนึ่ง เรียกว่า “ผู้จานา ” ส่งมอบสังหาริมทรัพย์ส่ิงหนึ่งให้แก่บุคคล
อีกคนหนึ่ง เรียกวา่ “ผู้รับจานา” เพ่อื เปน็ การประกันชาระหนี้

 ลักษณะของสญั ญาจานา

 เป็นสัญญาอุปกรณ์
 ผู้จานาจะเป็นลูกหน้หี รือคคลภายนอกกไ็ ด้ แต่ผู้จานาตอ้ งเปน็ เจ้าของทรัพยท์ ีน่ ามาจานา
 เปน็ สัญญาทีต่ อ้ งสง่ มอบทรัพยส์ ินทีจ่ านาแกผ่ ูร้ ับจานา
 เป็นสัญญาทีไ่ มม่ ีแบบ

 ทรพั ยส์ นิ ทสี่ ามารถจานาได้

 ทรัพย์สนิ ทีน่ ามาจานาได้ต้องเป็นสังหารมิ ทรัพย์ และทรัพยท์ ีน่ ามาจานาต้องเปน็ ของผูจ้ านาเท่านั้น
ส่วนสังหาริมทรัพยช์ นิดพิเศษ เช่น เรือที่มีระวางตัง้ แต่ 5 ตันข้ึนไป สัตว์พาหนะ แพที่อยู่อาศัย รวมไปถึง
สังหาริมทรัพย์อื่นที่กฎหมายกาหนด เช่น เครื่องจักร เครื่องบิน รถยนต์ที่จดทะเบียนแล้ว รถพ่วง รถบด
ถนน รถแทรคเตอร์ทีจ่ ดทะเบียนแลว้ สามารถนาไปจานองหรือจานากไ็ ด้

 หลกั เกณฑก์ ารจานา

 สัญญาจานาไม่ต้องทาตามแบบหรือหลักฐานเป็นหนังสือแต่อย่างใด แต่ต้องมีการส่งมอบทรัพย์
ที่จานาใหผ้ ูร้ ับจานายึดถือไวเ้ ปน็ สาคญั ไมม่ ีสิทธิครอบครองทรัพยส์ ินน้นั ในขณะที่มีการจานาอยู่
 ผูร้ ับจานาต้องรักษาทรัพยส์ ินทีจ่ านาไว้ ถ้าเกดิ ความเสียหายขึ้นต้องรับผิดชอบ
 เจ้าหน้สี ามารถบังคับจานาเอากับทรัพย์ที่ยดึ ถือไวไ้ ดโ้ ดยวิธที าหนงั สือแจง้ ไปยังลูกหน้วี ่าให้มาชาระ
หนท้ี ีค่ ้างชาระภายในกาหนดเวลาที่กาหนดให้ ถา้ ลูกหนไ้ี มย่ อมชาระหน้ี ผู้รับจานากจ็ ะนาทรัพยท์ ี่จานา
ออกขายทอดตลาด เอาเงินมาชาระหนไ้ี ด้ เมือ่ หักชาระหนี้แลว้ ยังมีเงินเหลือก็ให้คืนแก่ผู้จานา

 ความระงบั แหง่ สญั ญาจานา

 หนซ้ี งึ่ ประกันอยูร่ ะงับไป
 ผู้รับจานาคืนทรัพย์สินที่จานากลับไปสู่การครอบครองของผู้จานา ถึงแม้ว่าแท้จริงแล้วจะยังไม่
ได้มาขายทรัพยค์ ืนก็ตาม ถ้าหากว่า ผู้จานาได้กลับเข้าครอบครองทรัพยส์ นิที่จานาแล้วการจานาสิน้ สุด
กันที

CHAPTER 6 : กฎหมายว่าด้วยเอกเทศสัญญา หน้า 102

 ความแตกตา่ งระหวา่ งสญั ญาจานอง VS สญั ญาจานา

ประเดน็ สัญญาจานอง สัญญาจานา

 ทรัพยท์ ีน่ ามาประกนั ☺ อสังหารมิ ทรัพย์  สังหาริมทรัพยท์ ุกชนิด

สังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษ และ

สังหาริมทรัพยซ์ งึ่ เปน็ กฎหมาย

กาหนดให้จดทะเบียนเปน็ การ

เฉพาะ

 แบบของสัญญา ☺ ทาเป็นหนงั สือและจดทะเบียน  ไมม่ ีแบบ

ต่อพนกั งานเจา้ หน้าที่

 การส่งมอบทรัพย์ที่นามา ☺ ไมต่ ้องส่งมอบทรัพย์ที่จานอง  ตอ้ งส่งมอบทรัพย์ทีจ่ านา

ประกนั

 การบังคับทรัพย์ที่นามา ☺ ต้ อ ง ฟ้ อ ง ศ า ล เ พื่ อ ข า ย  ขายทอดตลาดได้เอง โดยไม่

ประกนั ทอดตลาด ต้องฟอ้ งศาล

 ความรับผิดของลูกหน้ีในหน้ี ☺ ลูกหน้ีไม่ต้องรับผิดในส่วน  ลูกหน้ีต้อ ง รับผิ ดใ น ส่ ว น

ทีเ่ หลือจากบังคับทรัพยท์ ี่ประกัน ทีเ่ หลือ ที่เหลือ

 ดอกผลของทรัพย์ ☺ ดอกผลของทรัพย์ที่จานอง  ดอกผลของทรัพย์ที่จานาเป็น

เป็นของผู้จานอง ของผู้รับจานา

 ตารางเปรยี บเทยี บ คา้ ประกนั -จานอง -จานา

สญั ญา สงิ่ ทนี่ มาประกันหนี้ การสง่ มอบ แบบ/ หลกั ฐานในการฟอ้ งรอ้ ง
ค้าประกัน บุคคล - หลกั ฐานในการฟอ้ งร้อง
จานอง หนงั สือลงลายมือชือ่ ผูค้ ้าประกัน
(บุคคลภายนอกเทา่ นั้น) ไมต่ ้องสง่ มอบ แบบ : ทาเปน็ หนงั สือและจด
จานา ทรัพยส์ ิน ทะเบียนต่อพนกั งานเจ้าหน้าที่

(อสังหารมิ ทรัพยแ์ ละ ต้องสง่ มอบ -
สังหารมิ ทรัพยช์ นดิ พเิ ศษ)

ทรัพยส์ นิ
(สังหารมิ ทรัพย์ ทั้งสังหาริมทรัพย์

ชนิดและสังหาริมทรัพย์ทวั่ ไป)

☺ เด็ก ๆควรรู้ ความแตกตา่ งของการไมท่ านติ กิ รรมตามแบบ หรอื หลกั ฐานทีก่ ฎหมายกาหนด
กรณแี รก การไม่ทานติ ิกรรมตามแบบ ผลของนติ กิ รรมจะตกเป็นโมฆะทันที
กรณที สี่ อง การไม่ยอมทานติ กิ รรมตามหลกั ฐานทีก่ ฎหมายกาหนด ผลของนติ กิ รรม กย็ ังคงสมบูรณ์
เพยี งแต่จะฟอ้ งรอ้ งบงั คับคดีไม่ได้ เพราะไมม่ ีหลกั ฐาน ระวังจะสับสน เพราะ “หลกั ฐาน”ไม่ใช่ “แบบ”

กฎหมายเบื้องต้น ส 30228 หนา้ 103

✓ สญั ญาจา้ งแรงงาน

สัญญาจา้ งแรงงาน คือ สัญญาซึ่งบุคคลหนึ่งเรียกว่า “ลูกจ้าง” ตกลงที่จะทางานให้แก่บุคคลอีกคน
หนง่ึ เรียกวา่ “นายจา้ ง” และนายจา้ งตกลงจะใหส้ ินจ้างตลอดเวลาที่ทางาน

 ลักษณะของสญั ญาจา้ งแรงงาน

 เป็นสัญญาต่างตอบแทน
 เปน็ สัญญาทีส่ าระสาคญั อยู่ที่ตัวบุคคลเป็นคู่สัญญา
 เป็นสัญญาที่คู่สัญญามีความสัมพันธ์พิเศษแตกตา่ งไปจากสัญญาชนิดอื่น
 เปน็ สัญญาที่ไมม่ ีแบบ (ตกลงกันดว้ ยวาจากส็ มบูรณแ์ ละสามารถฟอ้ งรอ้ งบงั คับคดีกันได้)

☺ เด็ก ๆควรรู้ ในการทาสัญญาแรงงาน ห้ามจ้างเดก็ อายุตา่ กว่า 15 ปี ทางานโดยเดด็ ขายด หาก
จ้างผู้เยาว์ที่มีอายุเกนิ 15 ปี ก็ห้ามทางานล่วงเวลา หรือทางานในวันหยุด (ถ้าอายุตัง้ แต่ 18 ปขี นึ้ ไป
ไม่ถือว่าเป็นแรงงานเด็ก ) และขอ้ พิพาทอันเกดิ ขึน้ จากสัญญาจ้างแรงงานต้องฟ้องศาลแรงงาน

✓ สญั ญาจา้ งทาของ
สัญญาจ้างทาของ คือ สัญญาซ่ึงบุคคลคนหน่ึงเรียกว่า “ผู้รับจ้าง” ตกลงรับจะทาการงานส่ิงใด
สิ่งหน่ึงจนสาเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่า “ผู้ว่าจา้ ง” และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสาเร็จ
แห่งการทีท่ านั้น เชน่ จ้างให้สรา้ งบ้าน จ้างใหซ้ ่อมรถยนต์

 ลักษณะของสญั ญาจา้ งทาของ

 เป็นสัญญาตา่ งตอบแทน
 เปน็ สัญญาที่มีวัตถุประสงค์ตรงที่ผลสาเรจ็ ของงานทีว่ า่ จา้ ง
 เป็นสัญญาที่ไม่มีแบบ (ตกลงกันดว้ ยวาจาก็สมบูรณ์และสามารถฟอ้ งรอ้ งบงั คับคดีกันได)้

 ในสัญญาจ้างทาของ นายจ้างไม่มีอานาจบังคับบัญชาลูกจ้าง เมื่อมีข้อพิพาทต้องฟ้องศาลแพ่ง
ศาลจังหวัด ศาลแขวง

CHAPTER 6 : กฎหมายว่าดว้ ยเอกเทศสัญญา หน้า 104

 ความแตกตา่ งระหวา่ งสญั ญาจา้ งแรงงาน VS สญั ญาจา้ งทาของ

ประเดน็ สัญญาจ้างแรงงาน สัญญาจ้างทาของ
 วัตถูประสงคข์ องสัญญา
 สนิ จา้ ง ☺ แรงงานของลูกจ้าง  ผลสาเร็จของงานที่ว่าจา้ ง
 การจ่ายสินจา้ ง
☺ ต้องเปน็ เงนิ เท่านัน้  อาจเป็นเงินหรือทรัพย์สิน
 อานาจบังคับบัญชา
 การให้บุคคลอืน่ ทางานแทน ใด ๆก็ได้

 ความรับผดิ ในการทาละเมิด ☺ นายจ้างต้องจ่ายสินจ้ าง  ผู้ว่าจ้างจะจ่ายสินจ้างเมื่อ

 ศาลที่มีอานาจพิจารณาคดี ตลอดเวลาที่ลูกจ้างทางานแม้ ผู้รับจ้างทางานสาเร็จ หากผู้

ลูกจ้างจะทางานไมส่ าเร็จก็ตาม รับจ้างทางานไม่สาเร็จ ผู้ว่าจ้าง

ก็ไมต่ ้องจ่ายสินจ้าง

☺ นายจา้ งมีอานาจบังคับบัญชา  ผู้ว่าจ้างไม่มีอานาจบังคับ

ลูกจ้าง บัญชาผูร้ ับจ้าง

☺ ลูกจ้างให้บุคคลอื่นทางาน  ผู้รับจ้างสามารถให้บุคคลอื่น

แทนไม่ได้ ทางานแทนได้ หากสาระสาคัญ

ข อ ง ง า น น้ั น ไ ม่ ไ ด้ อ ยู่ ที่ ค ว า ม รู้

ความสามารถของผู้รับจา้ ง

☺ เ มื่ อ ลู ก จ้ า ง ท า ล ะ เ มิ ดใน  เมื่อผู้รับจ้างทาละเมิด ผู้ว่า

การงานที่จ้าง นายจ้างจะต้อง จ้างไม่ต้องร่วมรับผิดกับผู้รับจ้าง

รว่ มรับผดิ กับลูกจ้างด้วย เว้นแต่การละเมิดเกิดจากการ

งานที่ผูว้ า่ จา้ งสัง่ ให้ทา หรือคาสั่ง

ของผูว้ า่ จา้ ง

☺ ศาลแรงงาน  ศาลแพ่ง ศาลจังหวัด หรือ

ศาลแขวงเวน้ แต่กรณี

 สรปุ สญั ญาตา่ ง ๆ

☺ ของไปแลกเงนิ = สัญญาซือ้ ขาย
☺ ของ+ ฝมี ือการทางาน แลกเงิน = สัญญาจ้างทาของ
☺ แรงงานแลกเงนิ = สัญญาจ้างแรงงาน

กฎหมายเบือ้ งตน้ ส 30228 หนา้ 105

✓ สญั ญาตวั๋ เงนิ
สัญญาตั๋วเงิน คือ สัญญาอย่างหน่ึงซ่ึงได้ทาเป็นหนังสือตราสารอันเรียกว่า “ตั๋วเงิน” เพื่อสั่งให้
จ่ายเงินหรือสัญญาว่าจะจ่ายเงิน เช่น แดงออกเช็คสั่งธนาคารจ่ายเงิน 3,000 บาทให้แก่ขาว ถือเป็น
สัญญาตั๋วเงินอยา่ งหนึง่

 ลักษณะของสญั ญาตวั๋ เงนิ

 สัญญาตั๋วเงนิ ต้องทาเป็นหนงั สือตราสาร (ทาเปน็ ลายลกั ษณอ์ ักษร + มีลายมือชื่อผู้ออกตราสาร)
 วัตถุแหง่ หนี้ตามสัญญาตัว๋ เงนิ ต้องเปน็ เงินตรา (ไม่สามารถส่งมอบทรัพยส์ ินอืน่ ที่ไม่ใชเ่ งินตราไมไ่ ด)้

 ประเภทของตวั๋ เงนิ ☺ เปน็ หนงั สือตราสารซึง่ บุคคลหนง่ึ เรียกว่า “ผูส้ ัง่ จ่าย”
 ตวั๋ แลกเงนิ สั่งบุคคลหนึ่งเรียกว่า “ผู้จ่าย” ให้ใช้เงินจานวนหน่ึงแก่
บุคคลอีกบุคคลหน่ึง เช่น แดงออกตั๋วแลกเงินสั่งดาให้
จ่ายเงนิ 10,000 บาทใหแ้ กเ่ ขียวเพ่อื ชาระคา่ สินค้า

 ตวั๋ สญั ญาใชเ้ งนิ ☺ เป็นหนงั สือตราสารซง่ึ บุคคลหนึ่งเรียกวา่ “ผูอ้ อกตัว๋ ”
ใ ห้ ค า มั่ น สั ญ ญ า ว่ า จ ะ ใ ช้ เ งิ น จ า น ว น ห น่ึ ง ใ ห้ แ ก่ บุ ค ค ล
อีกคนหนึ่ง เช่นแดงออกตัว๋ สัญญาใชเ้ งินโดยแดงสัญญาวา่
จะจ่ายเงินใหแ้ ก่ดาเพ่อื ชาระหนี้คา่ เช่าบา้ น

 เชค็ ☺ เปน็ หนงั สือตราสารซง่ึ บุคคลหนง่ึ เรียกว่า “ผู้สัง่ จา่ ย”
สั่ง “ธนาคาร” ให้ใช้เงินจานวนหนึ่งเมื่อทวงถามแก่บุคคล
อีกคนหน่ึง หรือใช้ตามคาสั่งของบุคคลอีกบุคคลหนึ่ง
เรียกวา่ “ผูร้ ับเงิน”

 ขอ้ สังเกต ตั๋วสัญญาใช้เงนิ มีบุคคลที่เกี่ยวขอ้ งเพยี ง 2 ฝ่ายเทา่ นั้น ซ่งึ ตา่ งจากตั๋วแลกเงินและเช็ค
ที่มีบุคคลที่เกี่ยวข้อง 3 ฝ่ายด้วยกัน ส่วนตั๋วแลกเงินกับเช็คมีความแตกต่างกันเพียงประการเดียว
คือ หากผูจ้ า่ ยไมใ่ ชธ่ นาคาร ก็จะเป็น ตั๋วแลกเงนิ แตห่ ากผูจ้ า่ ยเป็นธนาคาร ก็จะเปน็ เชค็

CHAPTER 6 : กฎหมายว่าดว้ ยเอกเทศสัญญา หนา้ 106

✓ สญั ญาจดั ตงั้ หา้ งหนุ้ สว่ นหรอื บรษิ ทั

สัญญาจัดตัง้ ห้างหุ้นส่วนหรือบรษิ ัท คือ สัญญาซ่ึงบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปตกลงเข้ากันเพื่อกระทา
กจิ การรว่ มกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งปนั กาไรที่เกดิ ขน้ึ จากกจิ การที่ทานัน้

 ลักษณะของสญั ญาจดั ตงั้ หา้ งหนุ้ สว่ นหรอื บรษิ ทั

 ต้องมีบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปร่วมกันจัดตั้งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท (หากต้องการจัดตั้งเป็นบริษัท
ต้องมีผู้เร่ิมก่อการ (ผู้จัดตั้ง) ตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ) ดังน้ัน หากมีบุคคลเพียงคนเดียวแม้จะประกอบ
กจิ การการคา้ ก็ไมเ่ ปน็ หุน้ สว่ นหรือบริษัท
 ต้องเข้าทากิจการร่วมกัน (คูส่ ัญญาทุกคนต้องนาเงนิ หรือทรัพยส์ นิ เพอ่ื แสวงหากาไรรว่ มกัน)
 ต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งปันกาไร หากไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งปันกาไร ก็ไม่เป็นห้างหุ้นส่วน
หรือบริษัท แตอ่ าจเปน็ สมาคมหรือมูลนิธิ

 ประเภทของหา้ งหนุ้ สว่ น

 หา้ งหุ้นสว่ นสามญั  หา้ งหุ้นสว่ นสามญั จดทะเบียน  หา้ งหุ้นส่วนจากัด

 เป็นห้างหุ้นส่วนที่ไม่ได้นาไป  เป็นห้างหุ้นส่วนทีจ่ ดทะเบียน เป็นห้างหุ้นส่วนที่จดทะเบียน

จดทะเบียนและมีหุ้นส่วนประเภท โดยมีฐานะเป็นนิติบุคคล และมี โ ด ย มี ฐ า น ะ เ ป็ น นิ ติ บุ ค ค ล

เดียว คือ หุ้นส่วนไม่จากัดความ หุ้นส่วนประเภทเดียว ได้แก่ มีหุ้นสว่ น 2 ประเภท คือ หุน้ ส่วน

รับผดิ กล่าวคือ ทุกคนต้องรับผิด ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จากัดความ ไม่จากัดความรับผิด และหุ้นส่วน

ร่วมกันโดยไม่จากัดจา นว น รับผิด นิยมเรียกว่าห้างหุ้นส่วน จากัดความรับผิด (หุ้นส่วนจะรับ

ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่มีฐานะเป็น ประเภทน้ีว่า “ห้างหุ้นส่วนสามัญ ผิดไม่เกินจานวนทีต่ กลงกันไว)้

นติ ิบุคคล นิตบิ ุคคล”

 ประเภทของบรษิ ทั

ตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชยไ์ ด้บัญญัติถึงบรษิ ัทไว้เพยี งประเภทเดียว คือ บริษัทจากัด แตย่ ังมี
บรษิ ัทอีกประเภทหนึง่ คือ บรษิ ัทมหาชนจากัด ซึ่งบัญญัติไวใ้ นพระราชบัญญัตบิ รษิ ัทมหาชนจากัด พ.ศ.2535

☺ เด็ก ๆ ควรรู้ บริษัททั้งสองประเภท กฎหมายบังคับให้ตอ้ งจดทะเบียนเทา่ นั้น โดยบริษทั จากัด
ต้องมผี เู้ รม่ิ กอ่ การตงั้ แต่ 3 คนขึ้นไป ส่วนบริษทั มหาชนจากดั ตอ้ งมผี เู้ รม่ิ กอ่ การตงั้ แต่ 15 คนข้ึนไป อีก
ทั้งผู้ถือหุ้นบริษัททั้งสองประเภทมีความรับผดิ ไม่เกินจานวนที่ตนตกลงจะลงหุ้นไว้เช่นเดียวกับหุ้นส่วน
จากัดความรับผิด

กฎหมายเบือ้ งต้น ส 30228 หนา้ 107

 กฎหมายเกยี่ วกบั หนแี้ ละละเมดิ

คาว่า หนี้ หมายถึง นิติสัมพันธ์ระหว่างบุคคลสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเรียกว่า “เจ้าหนี้” อีกฝ่ายหน่ึง
เรียกว่า ลูกหนี้ โดยเจ้าหนม้ี ีสิทธทิ ี่จะเรียกร้องให้ลูกหน้ปี ฏิบัตกิ ารชาระหนีไ้ ดต้ ามกฎหมาย

 องคป์ ระกอบแหง่ หนี้

 ตอ้ งมีความผูกพันทางกฎหมายอันจะกอ่ ใหเ้ กิดหนข้ี ้ึนได้
 ต้องมีเจ้าหนแ้ี ละลูกหน้ี
 ต้องมีวัตถุแห่งหนี้

 วตั ถแุ หง่ หนี้

 การกระทาการ ไดแ้ ก่ การซึง่ ตอ้ งกระทาตามสญั ญา เช่น นายแดงจา้ งนายดาทาสีบา้ น
วัตถุแหง่ หนี้ที่นายดาตอ้ งปฏิบัติการชาระหนีแ้ ก่นายแดง คือ ทาสีบ้าน
 การงดเวน้ กระทาการ ไดแ้ ก่ ข้อตกลงวา่ จะไม่กระทาการตามสญั ญา
 การสง่ มอทรพั ยส์ นิ
ไดแ้ ก่ การสง่ มอบทรัพยส์ นิ ตามสัญญา

 บอ่ เกดิ แหง่ หนี้

 สญั ญา เป็นการแสดงเจตนาของบุคคลทีจ่ ะกอ่ ให้เกิดหน้ีตามกฎหมาย

 การจดั การงานนอกสงั่ เปน็ การทีบ่ ุคคลเขา้ ทากิจการแทนผู้อืน่ โดยที่เขามิได้วา่ ขานวานใชใ้ ห้ทา

 ลาภมคิ วรได้ เปน็ การทีบ่ ุคคลหนึ่งได้ทรัพยส์ นิ จากการที่ผู้อื่นชาระหนี้หรือได้มาดว้ ย

ประการใด ๆ อันปราศจากมูลจะอ้างกฎหมายได้

 ละเมดิ เปน็ การทีบ่ ุคคลใดไดก้ ระทาโดยจงใจ หรือ ประมาทเลินเล่อ เป็นสาเหตุให้

เกดิ ความเสียหายแก่ผูอ้ ืน่ ผูก้ ระทาละเมิดจะตอ้ งชดใช้คา่ สินไหมทดแทน

 บทบญั ญตั แิ หง่ กฎหมาย เกดิ ข้ึนจากกฎหมายบัญญัติไวเ้ ป็นพเิ ศษ เชน่ กฎหมายกาหนดใหบ้ ุคคล

เสียภาษีต่อรัฐ เปน็ ตน้

 หลกั ทวั่ ไปของการชาระหนี้

 หนี้ต้องถงึ กาหนดชาระ ตราบใดที่หน้ียังไมถ่ ึงกาหนดชาระ ลูกหน้ียังได้รับประโยชน์แห่งเงื่อนเวลา
อยู่ เจ้าหนจ้ี ึงไม่สามารถเรียกให้ลูกหนช้ี าระหน้ไี ด้ เวน้ แต่หนี้ละเมิด ซ่งึ กฎหมายกาหนดใหผ้ ทู้ าละเมดิ ตอ้ ง
ชดใช้คา่ สนิ ไหมทดแทนนับตงั้ แตว่ นั ทาละเมดิ อยา่ งไรกต็ าม หนี้ทีไ่ มไ่ ดก้ าหนดเวลาชาระหนี้ ลูกหนจ้ี ะผิด
นดั กต็ ่อเมือ่ (1) หน้ถี ึงกาหนดชาระแล้ว (2) เจ้าหน้เี ตือนให้ลูกหนช้ี าระแลว้ และลูกหน้ไี ม่ยอมชาระ
 หนี้ตอ้ งไมพ่ น้ วิสัยที่จะชาระหนี้ ถ้าพน้ วิสัย ลูกหนไ้ี ม่ตอ้ งปฏิบัตกิ ารชาระหนี้นัน้

CHAPTER 6 : กฎหมายวา่ ดว้ ยเอกเทศสัญญา หนา้ 108

 การกาหนดเวลาชาระหนี้

 หนี้ที่กาหนดเวลาการชาระหนไี้ วต้ ามวนั เวลาแหง่ ปฏิทนิ ลูกหน้ยี อ่ มรู้ไดเ้ องเพราะเวลาในการชาระ
หนร้ี ะบุไวต้ ามวันเวลาแหง่ ปฏิทิน
 หนี้ที่ไมไ่ ดก้ าหนดเวลาในการชาระหนี้ ลูกหน้ีต้องชาระหน้ีโดยพลนั หมายความวา่ เมื่อใดที่เจ้าหน้ี
เรียกร้องใหช้ าระหนี้ ลูกหน้ตี อ้ งชาระเมื่อนน้ั

 หนที้ ไี่ มอ่ าจบงั คบั ไดต้ ามกฎหมาย

 หนขี้ าดอายคุ วาม เป็นหน้ีที่เจ้าหน้ีไม่ได้ฟ้องคดีต่อสาลบังคับให้ลูกหน้ีชาระหนี้
 หนที้ ขี่ าดหลกั ฐานในการฟอ้ งรอ้ ง ภายในระยะเวลาทีก่ ฎหมายกาหนด
เ ป็ น ก ร ณี ที่ ก ฎ ห ม า ย ก า ห น ด ใ ห้ ห น้ี บ า ง ป ร ะ เ ภ ท ต้ อ ง มี
 หนตี้ ามหนา้ ทศี่ ลี ธรรมหรอื ตาม หลักฐานเป็นหนังสือ แต่ขาดหลักฐานน้ัน จึงทาให้ฟ้องร้อง
สมควรแกอ่ ธั ยาศยั ในสมาคม บังคับคดีไม่ได้
 หนที้ ตี่ กเปน็ โมฆะ เป็นกรณีที่ผู้ชาระหน้ีไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องชาระ
หน้ี เช่น ตาให้ค่าขนมหลาน ต่อมาตาไม่มีให้ หลานจะ
ฟอ้ งรอ้ งบงั คับใหช้ าระหนีไ้ ม่ได้
เช่น หน้ีที่ไม่ได้ทาตามแบบที่กาหมายกาหนด หน้ีที่เกิดจาก
ข้อตกลงที่ขัดต่อกฎหมายหรือความสงบเรียบร้อยศีลธรรม
อันดีของประชาชน

 ความระงบั แหง่ หนี้

 การชาระหนี้ เป็นการที่ลกู หนไ้ี ดช้ าระหน้ถี ูกต้องตามวัตถุแหง่ หนี้แกเ้ จ้าหน้ถี ูกต้องแลว้
 การปลดหนี้
เป็นการที่เจ้าหน้แี สดงเจตนาตอ่ ลูกหน้วี า่ ยนิ ยอมยกหนใ้ี ห้แกล่ ูกหน้โี ดย
 หักลบกลบหนี้ ไม่เรียกร้องคา่ ตอบแทนใด ๆ โดยการปลดหนต้ี ้องทาเปน็ หนงั สือดว้ ย
เป็นการที่บุคคลสองคนต่างเป็นเจ้าหน้ีและลูกหน้ีซึ่งกันและกัน และหน้ี
 แปลงหนี้ใหม่ นน้ั มีวัตถุจานวนทีต่ รงกัน
 หนเี้ กลอื นกลนื กนั เปน็ การระงับหน้เี ก่า แต่มีหนใ้ี หมข่ ้นึ มาแทน

เป็นกรณีที่สิทธิและหน้าที่ของเจ้าหน้ีและลูกหน้ีรวมกันอยู่ในตัวบุคคล
เดียวกัน เช่น นายก่อเป็นหน้ีนายกิจอยู่ 5,000 บาท ต่อมานายกิจตาย
และทาพินัยกรรมยกเงินให้นายก่อ 70,000 บาท ดังน้ีสิทธิของนายกิจที่
จะไดร้ ับชาระหนี้จากนายกอ่ มาตกอยู่กับนายกอ่ บุคคลคนเดียวกัน หน้ีจงึ
เป็นอันระงับไป

กฎหมายเบือ้ งตน้ ส 30228 หน้า 109

 ละเมดิ

ละเมิด หมายถึง การกระทาโดยจงใจหรือประมาทเลนิ เลอ่ ต่อบุคคลอืน่ โดยผิดกฎหมาย เป็นเหตุให้เขา
เสียหายแก่ชีวติ ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ทรัพยส์ นิ หรือสทิ ธิอยา่ งใดอยา่ งหน่งึ กฎหมายจงึ ถือว่าผู้นั้นทา
ละเมดิ จะต้องรับผิดชดใช้ค่าสนิ ไหมทดแทนเพือ่ การละเมดิ นัน้

 ความรบั ผดิ เมอื่ ละเมดิ

 บุคคลที่ทาละเมิดจะต้องรับผิดชอบชดใช้สินไหมทดแทนในการกระทาของตน กรณียุยง ส่งเสริม
สนับสนุน หรือ รว่ มกันกระทาผิด ก็ต้องรับผิดเชน่ กัน

 กรณที ตี่ อ้ งรบั ผดิ ในการทาละเมดิ ของผอู้ นื่

 นายจา้ งต้องรว่ มกันรับผิดชอบกับลูกจา้ งในผลแห่งละเมิด ซงึ่ ลูกจา้ งไดก้ ระทาไปในทางการทีจ่ า้ งนั้น
 ตัวการตอ้ งรับผิดชอบกับตัวแทนในผลละเมิด ซึ่งตัวแทนได้กระทาไปภายในขอบอานาจแหง่ ฐานะ
ตัวแทน

 บิดา มารดา ของผู้เยาว์ หรือผู้อนุบาลของผู้วิกลจริตจะต้องร่วมรับผิดในผลละเมิดที่ผู้เยาว์หรือผู้
วกิ ลจริตกระทา เวน้ แตพ่ ิสูจน์ได้ว่า ไดใ้ ช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าทีด่ ูแลแลว้

 ครูบาอาจารย์ นายจา้ ง หรือบุคคลซง่ึ รบั หนา้ ทดี่ ูแลบุคคลผู้ไร้ความสามารถอยเู่ ป็นนติ ย์ หรือชัว่ คราว
จะต้องรับผิดร่วมกับผูไ้ ร้ความสามารถในการละเมิด ซ่ึงเขาได้กระทาลงในระหว่างทีอ่ ยู่ในความดูแลของ
ตน ถา้ หากพสิ ูจนไ์ ด้วา่ ครูบาอาจารย์ นายจา้ ง หรือบุคคลอืน่ มไิ ดใ้ ช้ความระมัดระวังตามสมควร

 เจ้าของสัตว์หรือบุคคลผู้รับเลี้ยงรับรักษาไว้แทนเจ้าของ ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ฝ่ายที่ต้อง
เสียหาย เมื่อความเสียหายนัน้ เกิดจากสัตว์ของตน เวน้ แตพ่ ิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควร

 คา่ สนิ ไหมทดแทนเพอื่ ละเมดิ

 คา่ สนิ ไหมทเี่ กดิ ความ ได้แก่ การคืนทรัพย์แกเ่ จา้ ของ ชดใชร้ าคาหรือค่าซอ่ ม ชดใชค้ า่ เสียหาย
เสยี หายแกท่ รพั ยส์ นิ การขาดประโยชน์ทีไ่ มไ่ ดใ้ ชส้ อย เป็นตน้

 คา่ สนิ ไหมทเี่ กดิ ความ ไดแ้ ก่ ค่าปลงศพ ค่ารักษาพยาบาลก่อนตาย คา่ ขาดประโยชน์ คา่ ขาดไร้
เสยี หายแกช่ วี ติ อุปการะ เป็นต้น

 คา่ สนิ ไหมทเี่ กดิ ความ ได้แก่ ค่าใช้จ่ายอันต้องเสียไป ค่าขาดประโยชน์ทามาหาได้ระหว่าง
เสยี หายแกร่ า่ งกายและ เจ็บป่วย ค่าเสียความสามารถในการประกอบการงานในอนาคต
อนามยั เป็นต้น

 คา่ สนิ ไหมทเี่ กดิ ความ ได้แก่ คา่ สนิ ไหมทดแทนเพื่อความเสยี หายแก่ชือ่ เสียง สทิ ธิอื่น ๆ การขาด
เสยี หายแกเ่ สรภี าพ การงานของบุคคลภายนอก เป็นตน้

 สิทธิเรยี กรอ้ งคา่ เสยี หายในมูลละเมิดน้นั จะใช้สิทธิน้ันไม่ได้เมื่อพ้น 1 ปีนับแต่วันทีร่ ู้ถึงการละเมดิ
และรู้ตัวผูท้ าละเมิด หรือเมือ่ พ้น 10 ปนี ับแตว่ ันทาละเมดิ

CHAPTER 6 : กฎหมายวา่ ด้วยเอกเทศสัญญา หน้า 110
แบบฝึกหัดที่ 6.1 อ่านสถานการณ์ แลว้ ตอบคาถาม

ธีรภัทร ขายบ้านพร้อมที่ดิน 1. จากสถานการณ์ดังกล่าวภัทรผิดสัญญาหรือไม่ และ
ให้แก่ภัทรเป็นเงิน 2 ,500,000 ธรี ภัทรควรปฏบิ ัติตนอย่าไร
บาท ซ่ึงภัทรวางมัดจาไว้จานวน ................................................................................................................
50,000 บาท ทั้งสองคนจึงนัดกัน ................................................................................................................
ไ ปจดท ะ เบีย นซ้ือ ข าย ต่ อ เ จ้ า ................................................................................................................
พนักงานที่ดิน เมื่อถึงวันนัดภัทร ...............................................................................................................
กลบั ไม่มาตามที่ตกลงกันไว้
2. หากภัทรไมไ่ ด้วางมัดจาและไมม่ ีหลักฐานการซ้อื ขาย
เป็นหนงั สือจะสง่ ผลอย่างไร
................................................................................................................
................................................................................................................
................................................................................................................
................................................................................................................

ม่ิงขวัญจอดรถจักรยานยนต์ 1. จากสถานการณ์ดังกล่าวการกระทาของมานิดเป็น
เพื่อซ้ือของที่หน้าร้าน มานิดขับ อย่างไร และต้องรับผิดชอบต่อม่ิงขวัญอย่างไร
รถยนต์มาด้วยความเร็วสูงพุ่งเข้า ................................................................................................................
ชนรถจักรยายนต์ของมิ่งขวัญจน ................................................................................................................
ได้รับความเสียหาย ทาให้เธอต้อง ................................................................................................................
เสียค่าซ่อมแซมเป็นเงินจานวน ...............................................................................................................
12,000 บาท
2. ลักษณะของการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นจาก
ก า ร ก ร ะ ท า ล ะ เ มิ ด ข อ ง ม า นิ ด เ ป็ น อ ย่ า ง ไ ร
เพราะเหตุใด
................................................................................................................
................................................................................................................
................................................................................................................
................................................................................................................

กฎหมายเบือ้ งต้น ส 30228 หนา้ 111

แบบฝึกหัดที่ 6.2 อ่านกรณีศกึ ษา แล้วตอบคาถาม

กรณีศึกษาที่ 1 กรณีศึกษาที่ 2

“สุดสวยตกลงขายแหวนเพชร 1 วง ราคา “ โอมตกลงเช่าบ้านของเดี่ยวเป็นเวลา 5 ปี
400,000 บาท ใหแ้ กส่ ายฝน โดยตกลงกันด้วย โดยทาสัญญาเช่าเป็นหนังสือ แต่ไม่ได้จด
วาจา ต่อมาสุดสวยเปลี่ยนใจไม่ขายแหวนเพชร ทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อครบ 3 ปี
ให้แก่สายฝน ดังน้ันสายฝนมีสิทธิฟ้องบังคับคดี เดี่ยวไม่ยอมให้โอมเช่าบ้านต่อ ” โอมจะฟ้อง
กับสุดสวย” สายฝนมีสิทธิฟ้องบังคับคดีกับสุด บังคับคดีเดีย่ วได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
สวยหรือไม่ เพราะเหตุใด
......................................................................................................
...................................................................................................... ......................................................................................................
...................................................................................................... ......................................................................................................
...................................................................................................... ......................................................................................................
...................................................................................................... ......................................................................................................
...................................................................................................... ......................................................................................................
......................................................................................................

กรณีศกึ ษาที่ 3 กรณีศึกษาที่ 4

“เอกนาที่ดนิ ซง่ึ ตนมีกรรมสิทธิ์ 1 แปลง ใหน้ าย “ฝนได้กู้ยืมเงินทรายเป็นจานวน 3,000 บาท”
ชัยเช่าซ้ือในราคา 500,000 บาท และให้นาย โดยไม่ได้ทาสัญญากู้ยืมไว้ ต่อมาฝนเขียน
ชัยชาระคา่ เชา่ ซื้อ 10 งวด งวดละ 50,000 บาท จดหมายไปบอกทรายว่า “ตามที่ในได้กู้ยืมเงิน
เมื่อถึงกาหนดนายชัยชาระเงินครบ 10 งวด จึง ทรายเป็นจานวน 3,000 บาทน้ัน จะมาชาระใน
ขอให้นายเอกไปทาหนังสือและจดทะเบียนการ วันที่ 1 มี.ค. 61 ” พรอ้ มลงลายมือชื่อในจดหมาย
โอนต่อพนกั งานเจา้ หน้าที่ แตน่ ายเอกไม่ยอมไป เมือ่ ครบกาหนดเวลาฝนไมย่ อมชาระหนี้ ” ทราย
จดทะเบียนการโอน ” นายชัยมีสิทธิฟ้องคดีต่อ จะฟ้องศาลเพื่อบังคับการชาระหน้ีได้หรือไม่
ศาลบังคับให้นายเอกไปจดทะเบียนการโอน เพราะเหตุใด
ได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
......................................................................................................
...................................................................................................... ......................................................................................................
...................................................................................................... ......................................................................................................
...................................................................................................... ......................................................................................................
...................................................................................................... ......................................................................................................
...................................................................................................... ......................................................................................................
......................................................................................................

CHAPTER 6 : กฎหมายว่าด้วยเอกเทศสัญญา หน้า 112

แบบฝึกหัดที่ 6.3 ศึกษากรณีตัวอย่างตอ่ ไปนี้ แล้ววเิ คราะหค์ าตอบลงในช่องว่าง

1. อิสระ อายุ 18 ปี รักใครช่ อบพอกับกัลยา อายุ 16 ปี ทั้งสองต้องการสมรสกนั จึงไปขออนญุ าตจากพ่อแม่
ซ่งึ พอ่ แม่ทั้งสองฝ่ายก็เหน็ ดว้ ยเพราะต้องการใหล้ ูกของตนเปน็ ฝั่งเป็นฝา อสิ ระกับกัลยาจะสมรสกนั ได้หรือไม่
เพราะเหตุใด
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................

2. มาวิน อายุ 14 ปี ได้รับมรดกจากพ่อแม่ที่เสียชีวิตเป็นเงิน 5 ล้านบาท มาวินเป็นโรคหัวใจจึงเขียน
พินัยกรรมมอบเงิน 2 ล้านบาท ให้ทอฝันซ่ึงเป็นเพื่อนรัก และเมื่ออายุ 16 ปี ได้เขียนพินัยกรรมอีก 1 ฉบับ
มอบเงนิ 5 แสนบาท ให้กับเกรกิ เพอ่ื นของบดิ า จากเหตุการณ์ บุคคลใดไมส่ ามารถรับเงินได้ตามพินัยกรรม
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................

3. ฟ้าใสขายฝากรถจักรยานยนตใ์ ห้แก่ลนั ตาในราคา 40,000 บาท โดยตกลงกันว่าให้ฟา้ ใสไถร่ ถคืนภายใน
กาหนดเวลา 1 ปี ต่อมาฟ้าใสนาเงินไถ่รถแต่เกินกาหนดไป 2 วัน ลันตาจึงปฏิเสธการไถ่รถคืนฟ้าใสจะไป
ฟอ้ งร้องไดห้ รือไม่ เพราะเหตุใด
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................

4. ปรีชาทาสัญญากู้ยืมเงินจากนิพนธ์เปน็ เงิน 1 แสนบาท โดยมีกาหนดการชาระเงินตน้ และดอกเบี้ยตามที่
กฎหมายกาหนดในวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ.2557 เมื่อถึงกาหนดปรากฎว่าปรีชาไม่สามารถชาระหน้ีให้แก่
นิพนธไ์ ดค้ รบ จากกรณีนี้ นพิ นธ์สามารถทาสิ่งใดได้บ้าง
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................

5. กนกขอกู้เงินจากนงคราญ จานวน 20,000 บาท โดยกนกได้นาสร้อยคอทองคาหนกั 2 บาท มามอบให้
เพื่อเป็นการจานา และสัญญาว่าจะนาเงนิ มาใช้คืนจนครบภายในเวลา 15 วัน เมื่อครบกาหนด 15 วัน หาก
กนกยังไม่นาเงนิ มาชาระหน้ี นงคราญควรดาเนินการอย่างไร
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................

กฎหมายเบือ้ งต้น ส 30228 หนา้ 113

แบบฝึกหัดที่ 6.4

คาชี้แจง ให้นักเรยี นอา่ นกรณตี วั อยา่ ง และตอบคาถามตามประเดน็ ทกี่ าหนดใหโ้ ดยยดึ หลกั
ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์

กรณีตัวอย่างที่ 1
นายดอกรัก มีความจาเป็นต้องใช้เงินจึงบอกขาย

ทีด่ นิ ที่มีโฉนดที่ดินจานวน 2 ไร่ ให้แกน่ างดอกทอ้ เป็น
จานวนเงิน 1 ล้านบาท นางดอกท้อจ่ายเงินสดให้แก่
นายดอกรักทันทีโดยตกลงจะไปโอนที่ดินในวันที่ 1
กันยายน พ.ศ.2563 แต่เมื่อถึงวันนัด นายดอกรักไม่
ยอมไปโอนทีด่ ินให้

ประเด็นคาถาม ถา้ นกั เรียนเป็นนางดอกท้อจะแก้ปญั หาอย่างไร บอกเหตุผล
.......................................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................................
...............

กรณีตัวอยา่ งที่ 2
นางดารณีตกลงขายนาฬิกาข้อมือตัวเรือนฝังเพชรให้แก่นางสาวดวงนภาเป็นเงิน 3 หมื่น

บาท ดวงนภาดใี จมากจงึ รีบวางมัดจาใหแ้ ก่ดารณี เปน็ เงิน 2,000 บาท ตอ่ มาดารณีไมย่ อมขาย
นาฬิกาให้แก่ดวงนภา

ประเด็นคาถาม ดวงนภาจะฟ้องร้องบังคับคดีให้ดารณี
ขายนาฬกิ าให้แกต่ นเองได้หรือไม่ บอกเหตุผล
........................................................................................................................
........................................................................................................................
........................................................................................................................
........................................................................................................................
........................................................................................................................
............................................................

CHAPTER 6 : กฎหมายวา่ ด้วยเอกเทศสัญญา หนา้ 114

กรณีตัวอยา่ งที่ 3
นายแขกมีห้องแถว 10 ห้อง ให้คนเช่าโดยคิดค่าเช่าห้องละ 1 พันบาทต่อเดือน นายหวาน

มาขอเช่าห้องจากนายแขก และเข้าไปอยู่ในห้องเช่า โดยจ่ายค่าเช่าทุกเดือนแต่ไม่ได้ทาสัญญา
เป็นหนังสือ ต่อมานายหวานค้างค่าเช่าต่อนายแขกเป็นเวลา 3 เดือน นายแขก มาทวงค่าเช่า
หอ้ งจากนายหวานแต่นายหวานไม่ยอมให้

ประเด็นคาถาม นายแขกจะสามารถฟ้องร้องบังคับคดี
แก่นายหวานไดห้ รือไม่ บอกเหตุผล
........................................................................................................................
........................................................................................................................
........................................................................................................................
........................................................................................................................
........................................................................................................................
............................................................

กรณีตัวอย่างที่ 4
นางสาวนกน้อยตกลงเช่าซ้ือบ้านพร้อมที่ดินจาก

บรษิ ัทโฮมเพลส มีกาหนดการชาระเงนิ 48 งวด งวดละ
20,000 บาท ต่อมานางสาวนกน้อยไม่สามารถชาระ
เงินงวดที่ 47 และงวดที่ 48 ดังน้ันบริษัทโฮมเพลสจึง
กลบั เขา้ ครอบครองบา้ นพร้อมที่ดินดังกล่าว

ประเดน็ คาถาม บริษัทโฮมเพลสสามารถครอบครองบ้านพร้อมที่ดินจากนางสาวนกน้อยได้หรือไม่
พร้อมบอกเหตุผล
.......................................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................................
...............

กฎหมายเบือ้ งต้น ส 30228 หนา้ 115

กรณีตัวอย่างที่ 5
นายแสดกู้เงินนายมว่ งเป็นจานวนเงนิ 4,000 บาท มีกาหนดเวลา 1 ปี โดยเขียนในสัญญา

กู้ยืมเงินว่า คิดดอกเบี้ยตามกกฎหมาย ดังน้ันเมื่อครบกาหนดเวลา นายแสดต้องนาเงินต้น
พร้อมดอกเบีย้ จานวนเท่าไรมาชาระให้แกน่ ายม่วง

........................................................................................................................
........................................................................................................................
........................................................................................................................
........................................................................................................................
........................................................................................................................
............................................................

กรณีตัวอย่างที่ 6
นายไก่กู้ยืมเงินนายเปิดเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563 แต่ไม่ได้ทาสัญญากู้ยืมเงิน ต่อมา

วันที่ 18 กันยายน 2563 นายไก่ได้เขียนสัญญากู้ยืมเงินให้นายเป็ดเป็นหลักฐาน เมื่อครบ
กาหนดชาระเงินคืน นายไก่ไม่ยอมชาระหน้ี ดังน้ันนายเป็ดจะฟ้องร้องบังคับคดีได้หรือไม่
บอกเหตุผล
........................................................................................................................
........................................................................................................................
........................................................................................................................
........................................................................................................................
........................................................................................................................
............................................................

CHAPTER 6 : กฎหมายว่าดว้ ยเอกเทศสัญญา หนา้ 116

กรณีตัวอยา่ งที่ 7
กลอยใจตอ้ งการกูย้ ืมเงินจากสาวิตรีเปน็ จานวนเงิน

1 แสนบาท จึงให้มรกตเป็นผู้คาประกัน โดยมี
ก า ห น ด เ ว ล า ว่ า ก ล อ ย ใ จ จ ะ น า เ งิ น ม า ช า ร ะ ห น้ี กู้ ยื ม
ภายในเวลา 1 ปี แตเ่ มือ่ ครบกาหนดกลอยใจนาเงินมา
คืนสาวิตรี 8 หมื่นบาท เหลือเงินหน้ีสินอีก 2 หมื่นบาท
กลอยใจจึงขอผลัดไปอีก 2 เดือน แต่สาวิตรีไม่ยอม จึง
เรียกใหม้ รกตเปน็ ผูช้ าระหน้ที ีเ่ หลือทัง้ หมด

ประเด็นคาถาม นางสาวิตรีจะสามารถเรียกให้นางมรกตเป็นผู้ชาระหน้ีสินที่เหลือได้หรือไม่
บอกเหตุผล
.......................................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................................
...............

กรณีตัวอยา่ งที่ 8
นายนพดลต้องการกู้ยืมเงิน 1 หมื่นบาท จากนาย

ไม่ตรี เขาจึงนาเอาโฉนดที่ดินจานวน 1 แปลง ไปมอบ
ให้นายไมตรีและนายไมตรีได้มอบเงินให้แก่นายนพดล
โดยนายนพดลได้ทาหนังสือจานองที่ดินไว้ให้แก่นาย
ไมตรี และเมื่อครบกาหนดตามสัญญา นายนพดลไมน่ า
เงนิ ทีก่ ู้ยืมมาคืน

ประเด็นคาถาม นายไมตรีจะฟอ้ งรอ้ งตอ่ ศาลเพ่อื บังคับจานองไดห้ รือไม่ บอกเหตุผล
.......................................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................................................

กฎหมายเบื้องตน้ ส 30228 หนา้ 117

CHECK CONCEPT 6

คาชี้แจง จงตอบคาถามตอ่ ไปนี้

1. “นิตกิ รรมนน้ั ตอ้ งก่อใหเ้ กิดการเคล่อื นไหวแหง่ สทิ ธิ ” ใหน้ กั เรียนระบุว่านติ ิกรรมต่อไปนีก้ อ่ ให้เกิดการ
เคล่อื นไหวแห่งสทิ ธิประเภทใด

1.1 การทาสัญญากู้เงิน ทาให้เกิดความเป็นเจ้าหน้ี 1.4 จากสัญญากู้เงิน เจ้าหน้ีสามารถขอให้ลูกหน้ีหา
และลูกหนต้ี ามสัญญากู้เงนิ บุคคลที่สามมาค้าระกันแทนลูกหน้ีได้ เพื่อเป็น
หลกั ประกนั ในกรณีทีล่ กู หน้ผี ิดสัญญา
............................................................................................................. .............................................................................................................
1.2 นางสาวแดงทาสัญญาจ้างนางดา ตัดชุดวิวาห์ 1.5 จากสัญญากู้เงิน เจ้าหน้ียกหน้ีให้ลูกหน้ี ทาให้
ลูกหนไ้ี มต่ อ้ งจา่ ยหน้อี ีกต่อไป
เป็นราคา 10,000 บาท เมื่อถงึ งานแตง่ งาน .............................................................................................................
น า ง ส า ว แ ด ง ไ ด้ จ่ า ย เ งิ น แ ก่ น า ง ด า 1.6 นายเด่นดวง ตกลงขายเครื่องเล่นซีดีแก่นาง
เป็นคา่ ตอบแทน ยุพา
........................................................................................................... .............................................................................................................
1.3 จากสัญญากู้เงิน เจ้าหน้ีสามารถให้ผู้อื่นเป็น 1.7 การเซ็นสลกั หลงั เชค็ ให้ผูอ้ ื่นไป
เจา้ หนแ้ี ทนตนได้ .............................................................................................................
...........................................................................................................

จงพจิ ารณาว่ากรณีตอ่ ไปนี้เป็นการทาสัญญาหรือไม่ เพราะเหตุใด

กรณีที่ 1 ก เสนอจ้าง ข โฆษณาสนิ ค้าให้ ก โดยตกลงใหค้ ่าโฆษณา 100,000 บาท และ ข ตกลง
.............................................................................................................................................................................................................................
กรณีที่ 2 ก เสนอจ้าง ข โฆษณาสนิ คา้ ให้ ก โดยคิดคา่ โฆษณา 100,000 บาท ข ตอบตกลงรับจ้างแต่
ขอเพ่มิ คา่ จ้าง 150,000 บาท
............................................................................................................................................................................................................................
กรณีที่ 3 ก เสนอจ้าง ข ไปร้องเพลงในงานวันมงคลสมรสของ ก โดยเสนอค่าจ้าง ข เป็นเงิน
2,000 บาท ข ทราบคาเสนอแล้ว แตไ่ ด้ขอค่าจ้างเปน็ 3,000 บาท ซ่ึง ก ตอบตกลง
...........................................................................................................................................................................................................................

CHAPTER 6 : กฎหมายว่าดว้ ยเอกเทศสัญญา หนา้ 118

จงพจิ ารณาวา่ กรณีตอ่ ไปนี้ สามารถยกเลกิ สัญญาได้หรือไม่ เพราะเหตุใด

กรณีที่ 1 ก ให้ ข เช่าบา้ นของตนโดยมีขอ้ ตกลงว่า หา้ มขอนาบุคคลภายนอกทีไ่ ม่ใชภ่ รรยา บุตรและ
บิดามารดาของนาย ข อาศัยอยู่ด้วย โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากนาย ก
วันหน่ึง นาย ก นาเพื่อนมาอาศัยด้วยเพ่ือช่วยอาหารค่าเช่าบ้าน โดยไม่ไดบ้ อกนาย ก ดังน้ันนาย ก
มีสิทธบ์ิ อกเลิกสัญญาหรือไม่

.............................................................................................................................................................................................................................

กรณีที่ 2 นาย ก จา้ งนาย ข เป็นชา่ งซ่อมคอมพวิ เตอรท์ ีร่ ้านนาย ก โดยนาย ข สัญญาวา่ จะไม่เปิด
ร้านซอ่ มเครือ่ งคอมพวิ เตอรบ์ นถนนสายเดียวกับร้าน ก มิฉะนั้นให้ นาย ก เลกิ จ้างนาย ข ได้ ต่อมา
นาย ข เปิดรา้ นซอ่ มเครือ่ งคอมพิวเตอร์บนถนนสายเดียวกับร้าน ก นาย ก มีสทิ ธเ์ิ ลกิ จา้ งหรือไม่

.............................................................................................................................................................................................................................

กรณีที่ 3 นาย ก จ้างนาย ข ให้มาเขียนรูปนาย ก ต่อมานาย ข ประสบอุบัติเหตุจากรถชน เปน็ เหตุ
ให้แขนนาย ข ขาดทัง้ สองขา้ ง นาย ก มีสทิ ธเิ์ ลิกจางนาย ข หรือไม่

............................................................................................................................................................................................................................

จงพจิ ารณานิตกิ รรมต่อไปนี้มีผลสมบูรณ์ หรือ โมฆะ หรือ โมฆยี ะ

นิตกิ รรม สมบูรณ์ โมฆะ โมฆยี ะ
นายเดชา ตกลงจ้างนายวิชา ให้ทาร้ายนายมาโนช เป็นลาย
ลกั ษณอ์ ักษร โดยใหค้ า่ จา้ งเป็นเงนิ 10,000 บาท
นายวนิ ยั ใชป้ นื ขูน่ ายวชิ า ใหล้ งชื่อในสัญญากู้เงนิ
นายกบอายุ 16 ปี ขายรถจักรยานยนต์ของตนให้นายไก่
โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม
สุวิทย์ คนวิกลจรติ และศาลมีคาสั่งให้เป็นบุคคลไรค้ วามสามารถ
แล้วไดม้ อบเงินจานวน 10,000 บาทแก่โกมล
ก ตกลงขายโฉนดที่ดินให้ ข ในราคา 100,000 บาท โดยทา
สัญญาเป็นหนังสือซ้ือขายกันเอง และส่งมอบให้ ข ส่วน ข ได้
ชาระเงินดงั กล่าวเป็นการตอบแทน
สมรักษ์อายุยา่ งเขา้ 15 ปี ยกมรดกใหน้ ้องชายทาพนิ ัยกรรม
นายแดง อายุ 18 ปี ไปซื้อบ้านพรอ้ มที่ดินโดยลาพัง
นาย ค ทาพินัยกรรมยกบา้ นให้กับแมวตัวโปรด
นาย ค แต่งงานกับนาง ฉ ภายหลังพบวา่ คนแตง่ งานดว้ ยไมใ่ ช่
นาง ฉ เปน็ ช ซ่ึงเปน็ ฝาแฝดกัน
นางสาวบัวผนิ ไปซื้อแหวนเพชรที่รา้ นขายเครื่องประดับแหง่ หนึ่ง
โดยเข้าใจว่าเป็นของแท้ ภายหลงั พบวา่ คนขายไดเ้ อาของปลอม
มาขาย ซงึ่ เป็นคนละชน้ิ ทีไ่ ด้ทาสัญญาในครั้งแรก
นายเกตุ บุคคลวิกลจริต ได้ขายโทรศัพท์มือถือ แก่นายโกมล
โดยที่นายโกมล ไม่รูว้ ่านายเกตุ เป็นบุคคลวิกลจรติ

CHAPTER เพราะเราคูก่ นั เธอคฉู่ นั ฉันคเู่ ธอ

7

กฎหมายว่าด้วยครอบครัวและมรดก เกี่ยวข้องกับการหมั้น การสมรส การส้ินสุดการสมรส

การรับรองบุตร การทาพินัยกรรม การรับพินยั กรรม ซึ่งมีเงือ่ นไขที่ควรรู้ในหลาย ๆ ประการ

ประเดน็ ทจ่ี ะศกึ ษา
กฎหมายเกี่ยวกับครอบครัว
การหมัน้ และการสมรส
ทรพั ยส์ ินระหวา่ งสามีและภรรยา
การสิ้นสุดการสมรส
กฎหมายเกี่ยวกับมรดก
ผูม้ ีสิทธิรบั มรดก
การทาและรบั พินัยกรรม

CHAPTER 7 : กฎหมายวา่ ด้วยครอบครัวและมรดก หนา้ 120

 กฎหมายเกยี่ วกบั ครอบครวั

✓ การหมนั้

การหมัน้ หมายถึง สัญญาที่ฝ่ายชายและฝ่ายหญงิ ตกลงกันว่าจะกระทาการสมรสตามกฎหมายตอ่ ไป
กฎหมายไม่ได้บังคับวา่ จะตอ้ งมีการหมั้นก่อนสมรส ชายหญงิ อาจสมรสกนั โดยไมจ่ าเปน็ ต้องหมน้ั กไ็ ด้

 เงอื่ นไขของการหมนั้

 อายขุ องคหู่ มนั้ - ชายและหญิงจะทาสัญญาหมั้นกันได้ทัง้ คูต่ ้องมีอายุไมต่ ่ากว่า 17 ปี ในกรณที ี่
ผู้เยาว์อายุเกิน 17 ปีแต่ยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ ผู้เยาว์ยังจาเป็นต้องได้รับ
 ความยนิ ยอมของ ความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมก่อนเสมอ จึงจะสามารถทาการหมั้นได้
ผแู้ ทนโดยชอบธรรม - ในกรณีที่ผูเ้ ยาวท์ าการหมัน้ ผูเ้ ยาว์จะทาการหมัน้ ได้ต้องไดร้ ับความยนิ ยอม
จากผูแ้ ทนโดยชอบธรรมก่อน มฉิ ะนัน้ จะตกเป็น โมฆยี ะ

 แบบของการหมนั้

 การหมนั้ สามารถกระทาดว้ ยวาจาหรือลายลักษณอ์ ักษณก็ได้ แต่ฝ่ายชายจะตอ้ งสง่ มอบของหมนั้
ใหแ้ กฝ่ า่ ยหญงิ ในขณะทที่ าการหมนั้ มิฉะนั้น การหมั้นไม่สมบรู ณ์ กล่าวคือ ถา้ ฝา่ ยชายไม่ส่งมอบของหมน้ั
ให้แก่ฝ่ายหญิงในขณะทาการหมั้น สัญญาหมั้นไม่เกิด เพราะ สัญญาหมั้นจะเกิดขึน้ ต่อเมือชายสง่ มอบของ
หมัน้ ให้แกห่ ญิงแล้วเทา่ นั้น และการใหข้ องหม้นั ในวันอื่นจะถือว่าไม่เป็นของหม้นั

 ของหมนั้

ของหมั้น คือ ทรัพย์สินที่ฝ่ายชายส่งมอบหรือโอนให้แก่หญิงเพื่อเป็นหลักฐานว่าจะสมรสกับหญิงน้นั
เมือ่ หมัน้ แลว้ ของหม้นั ยอ่ มตกเปน็ กรรมสิทธแ์ิ ก่หญิงทันที

 ลักษณะของหมนั้

 ของหมัน้ จะต้องเป็นทรัพยส์ ิน (จะมีราคามากน้อยเพยี งใดกไ็ ด้)
 ของหมัน้ ต้องสง่ มอบหรือโอนให้แกห่ ญิงขณะทาการหมั้น
 ของหมั้นต้องสง่ มอบหรือโอนใหแ้ กห่ ญงิ เทา่ นัน้

 วตั ถปุ ระสงคข์ องการหมนั้

 การหมั้นเปน็ การสัญญาวา่ จะสมรสด้วย โดยการทีช่ ายส่งมอบของหมน้ั ให้กับฝ่ายหญิงในขณะที่ทา
การหมั้น ซึ่งหากชายส่งมอบหรือโอนทรัพย์ให้แก่หญิงโดยไม่มีเจตนาจะสมรสกันตามกฎหมายกับหญิง
คูห่ มั้น ทรัพย์สนิ ทีใ่ หไ้ ว้ ก็จะไม่ใช่ของหมน้ั สัญญาดังกล่าวกจ็ ะไมใ่ ชส่ ัญญาหมั้น

กฎหมายเบื้องต้น ส 30228 หนา้ 121

 การผดิ สญั ญาหมนั้

กรณีที่หญงิ ต้องคืนของหมน้ั กรณีทีห่ ญงิ ไมต่ ้องคืนของหม้นั

 หญงิ เป็นฝา่ ยผิดสัญญาหมัน้ ☺ ชายเป็นฝา่ ยผิดสัญญาหมั้น

 ชายบอกเลิกสัญญาหมั้นอันเน่ืองจากเหตุ ☺ หญิงบอกเลิกสัญญาหมั้นอันเน่ืองจากเหตุ

สาคัญที่เกิดจากหญิงคู่หมั้น เช่น เป็นโรคติดต่อ สาคัญที่เกิดจากชายคู่หมั้น เช่น เป็นโรคติดต่อ

รา้ ยแรง วกิ ลจริต เปน็ ชูก้ ับชายอื่น รา้ ยแรง เป็นหมัน ยกหญงิ อื่นเป็นภรยิ า ติดคุก

 คู่หมั้นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งบอกล้างสัญญาหมั้นที่ ☺ คูห่ มัน้ ฝา่ ยใดฝา่ ยหน่ึงถงึ แกค่ วามตาย

เป็นโมฆียะ

 หากมีการผิดสัญญาหมั้น ฝ่ายทีไ่ มไ่ ด้ผดิ สัญญาหมั้นจะฟ้องบังคับให้ฝา่ ยที่ผิดสัญญาหมั้นให้ทาการ
สมรสกับตนไม่ได้ เพราะการสมรสต้องเกิดจากการสมัครใจทั้งสองฝ่าย และเมื่อมีการผิดสัญญาหมั้น
ฝา่ ยใดผิดสัญญาหมัน้ อีกฝา่ ยมีสิทธเิ รียกใหร้ ับผิดใชค้ า่ ทดแทน

 คา่ ทดแทนจากการผดิ สญั ญาหมนั้

 ค่าทดแทนความเสยี หายตอ่ กายหรอื ชอื่ เสยี งแหง่ ชายหรอื หญงิ ทมี่ คี วามเสยี หายแกก่ าย เช่น กอด จูบ
ลูบ คลา ความเสียหายต่อชื่อเสียง เชน่ การไดร้ ับความรังเกียจจากผู้อื่น หรือ ความอับอายที่เกิดขน้ึ

 ค่าทดแทนความเสียหายเนื่องจากการที่คู่หมั้น บิดามารดา ได้ใช้จ่ายหรือต้องตกเป็นหนี้ในการ
เตรียมการสมรสโดยสุจริต เช่น คา่ ใชจ้ า่ ยในการปลูกเรือนหอ

 ค่าทดแทนความเสียหายเนื่องจากการทีค่ ู่หมั้นได้จัดการทรัพย์สินหรือการอื่นอันเกี่ยวกับอาชีพ
เช่น เลิกทาการค้า เลิกประกอบอาชีพ ขายที่ดนิ ขาดทุนเพ่อื เตรียมงานแต่ง

 สนิ สอด

สนิ สอด คือ ทรัพย์สินทีฝ่ ่ายชายมอบให้แกบ่ ิดามารดา หรือ ผู้ปกครองของหญิงทีต่ นจะสมรสด้วย เพอ่ื
ตอบแทนหญิงที่ยอมสมรสกับชาย ซึ่งการสมรสไม่จาเป็นต้องมีสินสอดก็ได้ แม้สมรสโดยไม่มีการให้
สนิ สอด การสมรสนั้นก็สมบูรณ์

 ลักษณะของสนิ สอด

 สินสอดจะต้องเปน็ ทรัพยส์ นิ (จะมีราคามากนอ้ ยเพยี งใดก็ได)้
 สินสอดนั้นชายต้องส่งมอบแก่บิดามารดาหรือผูป้ กครอง
 สนิ สอดจะสง่ มอบเมือ่ ใดก็ได้
 สนิ สอดต้องให้เพือ่ ตอบแทนการที่หญงิ ยอมสมรส
 สินสอดต้องใหโ้ ดยมีเจตนาจะสมรสกันตามกฎหมาย

CHAPTER 7 : กฎหมายวา่ ดว้ ยครอบครัวและมรดก หนา้ 122

 ความแตกตา่ งระหวา่ งของหมนั้ VS สนิ สอด

ประเด็น ของหม้นั สนิ สอด
 ความสาคัญ
☺ เปน็ เงือ่ นไขแหง่ ความสมบรู ณ์  ไม่เป็นเงื่อนไขแห่งความ
 วัตถุประสงค์
ของสัญญาหมัน้ สมบูรณข์ องสัญญาหมัน้
 ผูร้ ับ
☺ ให้เพื่อเป็นหลักฐานว่าจะ  ให้เพื่อตอบแทนการที่หญิง
 เวลาทีส่ ง่ มอบ
สมรสตามกฎหมายกับหญงิ ยอมสมรสตามกฎหมาย

☺ ต้องส่งมอบของหมั้นให้แก่  ต้องส่งมอบสนิ สอดให้แก่บดิ า

หญงิ คูห่ มั้น มารดา หรือผุป้ กครองของหญิง

☺ ต้องส่งมอบในขณะทาการ  ส่งมอบเมื่อใดก็ได้

หมัน้

 กรณที ฝี่ า่ ยชายเรยี กสนิ สอดคนื ได้

 กรณีที่ไม่มีการสมรสโดยมีเหตุสาคัญอันเกิดแก่หญิงทให้ชายไมส่ มควรหรือไม่อาจสมรสกับหญิงน้ัน
เชน่ หญงิ คูห่ มั้นไปมีเพศสัมพันธ์กับชายอื่น เป็นโรคติดตอ่ รา้ ยแรง

 กรณีไม่มีการสมรสโดยพฤตกิ ารณ์ซึ่งฝ่ายหญงิ ตอ้ งรับผิดชอบทาให้ชายไม่สมควรหรือไม่อาจสมรส
กับหญิงนน้ั เชน่ หญิงไมย่ อมไปจดทะเบียนกับชาย

✓ การสมรส

การสมรส หมายถึง สัญญาที่ชายและหญิงได้ตกลงจะใช้ชีวิตอยู่กินฉันสามีภริยากัน โดยการจด
ทะเบียนสมรสเพือ่ กอ่ สถานะเปน็ สามีภรยิ าที่ชอบด้วยกฎหมาย

 เงอื่ นไขของการสมรส

 ชายและหญิงจะต้องมีอายุครบ 17 ปีบริบูรณ์ทัง้ สองคน หากอายุต่ากว่า 17 ปีการสมรสน้ันเป็น
โมฆยี ะ เวน้ แตศ่ าลอนญุ าตให้ทาการสมรสได้ และถา้ อายุยังไม่ครบ 20 ปีบรบิ ูรณ์ ตอ้ งไดร้ ับความยินยอม
จากบดิ ามารดา หรือผูป้ กครองเสียก่อน ถา้ ฝ่าฝืนเป็น โมฆยี ะ
 ชายและหญงิ ตอ้ งไมเ่ ปน็ บคุ คลวกิ ลจรติ หรอื เปน็ คนไรค้ วามสามารถ หากเป็นบุคคลดังกลา่ วการสมรส
ถือเป็นโมฆะ (แต่หากคู่สมรสคนใดคนหนง่ึ เป็นคนเสมือนไรค้ วามสามารถ การสมรส สมบูรณ์)
 ชายและหญิงต้องไมเ่ ป็นญาตสิ ืบสายโลหิตโดยตรงทั้งข้ึนไปและลงมา
 ผู้รับบุตรบุญธรรมและบุตรบุญธรรมจะสมรสกันไมไ่ ด้ (หากสมรส การสมรส สมบูรณ์ แต่มีผลทาให้
การรับบุตรบุญธรรมยกเลกิ ไป)
 ทาการสมรสขณะที่ตนมีคูส่ มรสอยูก่ ่อนแล้วไม่ได้ (หญงิ หมา้ ยจะสมรสใหม่ได้เมือ่ ผ่านพ้น 310 วัน )
 การสมรสต้องเกินจากความยินยอมโดยใจสมัคร ไม่บกพร่องในการแสดงเจตนา เช่น ถูกฉ้อฉล
ถูกข่มขู่ หรือสาคญั ผิดในคู่สมรส ซงึ่ จะทาให้การสมรสนัน้ เป็น โมฆยี ะ

กฎหมายเบือ้ งต้น ส 30228 หนา้ 123

 การสมรสทไี่ มส่ มบรู ณต์ ามกฎหมาย

การสมรสทีเ่ ป็นโมฆะ การสมรสทีเ่ ป็นโมฆยี ะ

 การสมรสที่ชายหรือหญิงเป็นคนวิกลจริต  การสมรสที่ชายหรือหญิงอายุไม่ครบ 17 ปี

หรือ คนไร้ความสามารถ บรบิ ูรณ์

 การสมรสระหว่างญาติสืบสายโลหิตโดยตรง  การสมรสโดยสาคัญผดิ ตัวคูส่ มรส

หรือเปน็ พี่นอ้ งกัน  การสมรสโดยถูกกลฉอ้ ฉล

 การสมรสซอ้ น  การสมรสโดยถูกข่มขู่

 การสมรสที่ชายและหญิงไม่มีเจตนาเป็นสามี  การสมรสของผู้เยาว์ที่ไม่ได้รับความยินยอม

ภริยากัน จากบดิ ามารดา หรือ ผูป้ กครอง

 แบบของการสมรส
 การสมรสจะสมบรู ณแ์ ละมีผลชอบด้วยกฎหมายก็ต่อเมื่อชายและหญงิ จดทะเบียนสมรส

 ทรพั ยส์ นิ ระหวา่ งสามภี รรยา

สินส่วนตัว (ของใครของมัน) สนิ สมรส (กรรมสทิ ธริ์ ่วมกัน)

☺ ทรัพยส์ ินทีม่ ีมาอยูก่ อ่ นสมรส ☺ ทรัพย์สินที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรส เช่น

☺ เครื่องใช้สอยสว่ นตัว เครื่องประดับตามสมควร เงินเดือน เบีย้ เลี้ยง เงินทีถ่ ูกลอตเตอรี่

แก่ฐานะ (ไม่ว่าจะได้มาก่อนหรือหลังสมรส) ☺ พินยั กรรมหรือหนังสือระบุว่าใหเ้ ปน็ สินสมรส

เครือ่ งใชป้ ระกอบอาชีพ ☺ ทรัพย์สินที่เป็นดอกผลของสินสว่ นตัว ทั้งดอก

☺ ทรัพย์สินที่ได้มาโดยการรับมรดกหรือให้โดย ผลธรรมดาและดอกผลนติ ินยั เชน่ ดอกเบีย้

เสน่หา (ไม่วา่ จะได้มาก่อนหรือหลังสมรส) ☺ เมื่อหย่ากันแล้ว ให้แบ่งสินสมรสให้ชายและ

☺ ของหมั้น เป็นสินส่วนตัวของภรรยาและได้มา หญิงมีส่วนเท่า ๆ กัน + หน้ที ีต่ อ้ งรับผิดชอบรว่ มกัน

กอ่ นสมรสด้วย ดว้ ย

☺ เจ้าของทรัพยเ์ ป็นผูจ้ ัดการดูแล

 การจดั การสนิ สมรส

 โดยหลักแล้วสามีหรือภริยามีอานาจจัดการสินสมรสได้โดยลาพัง แต่ยกเว้นเรื่องดังต่อไปน้ี
ที่สามีและภริยาต้องจัดการร่วมกัน เช่น ขาย แลกเปลี่ยน ขายฝาก ให้เช่าซ้ือ จานอง ก่อตั้งหรือ
ยกเลิกภาระจายอม สิทธิอาศัย ให้เช่าบ้านหรือที่ดินเกิน 3 ปี ให้กู้ยืมเงิน ให้โดยเสน่หา เว้นแต่
การใหเ้ พ่อื การกุศล การประนีประนอมยอมความ การนาทรัพย์สนิ ไปประกันตอ่ เจา้ พนกั งานหรือศาล

CHAPTER 7 : กฎหมายวา่ ด้วยครอบครัวและมรดก หนา้ 124

 การสนิ้ สดุ การสมรส ตายโดยธรรมชาติ (เทา่ นนั้ ) ไมไ่ ดท้ าให้การสมรส
ความตาย ตายโดยกฎหมาย สนิ้ สดุ เนเพยี งเหตหุ ยา่

เหตสุ น้ิ สดุ การสมรส ศาลเพิกถอน ฝา่ ฝืนเงอื่ นไข/ สาคญั ตวั ผดิ /กลฉอ้ ฉล / การขม่ ข/ู่ ไมข่ อ
ความยนิ ยอม

การหยา่ หยา่ ดว้ ยความยนิ ยอมของทงั้ สามแี ละภรรยา
หยา่ โดยการฟอ้ งศาล จาก (เหตฟุ อ้ งหยา่ )
 เหตฟุ อ้ งหยา่

 สามียกยอ่ งหญิงอืน่ ฉันสามีภรรยาหรือภรยิ ามีชู้
 สามีหรือภรยิ าประพฤติชัว่ จนอับอายร้ายแรง ถูกเกลียดชัง เดือดร้อน
 สามีหรือภรยิ าทารา้ ยรา่ งกายหรือจิตใจ หมน่ิ ประมาทอีกฝา่ ยหรือบุพการี
 สามีหรือภริยาจงใจละทง้ิ ร้างอีกฝ่ายหน่ึงไปเกิน 1 ปี หรือถูกศาลสั่งให้จาคุกเกิน 1 ปี หรือถูกศาลสั่ง
ใหเ้ ป็นคนสาบสูญ หรือจากภูมลิ าเนาไปเกิน 3 ปี

 สามีและภริยาสมัครใจแยกกันอยู่ตามคาสัง่ ศาล นานเกิน 3 ปี
 ไมอ่ ุปการะเลีย้ งดูกัน หรือเป็นปฏิปกั ษ์ต่อการเป็นสามีภริยากัน
 สามีหรือภรยิ าวกิ ลจรติ เกิน 3 ปี ยากทีจ่ ะหายและไมส่ ามารถทนอยู่ต่อไปได้
 สามีทาผดิ ทัณฑ์บนเรื่องความประพฤติ
 สามีหรือภริยาเป็นโรคติดตอ่ ร้ายแรงอันอาจเป็นภัยแก่อีกฝา่ ยหนึง่
 สามีหรือภรียามีสภาพแห่งกายที่ไม่อาจรว่ มประเวณีไดต้ ลอดการ เช่น อวัยวะเพศใช้งานไมไ่ ด้

 บดิ า มารดา และบตุ ร

ในปัจจุบันกฎหมายกาหนดว่า บุตรทีค่ ลอดจากหญงิ ใด บุตรนน้ั ยอ่ มตอ้ งเปน็ บุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของ
หญงิ น้นั เสมอ แต่ในกรณีผู้เป็นบิดาของบุตรนน้ั กฎหมายเพยี งแตก่ าหนดข้อสันนษิ ฐานเอาไวเ้ ทา่ นัน้

 สาหรับกรณีทีห่ ญงิ ไม่ได้ทาการสมรสกับชาย บุตรที่คลอดออกมาจะเป็นบุตรโดยชอบด้วยกาหมายได้
ตอ่ เมือ่ บิดามารดาไดส้ มรสกนั ในภายหลงั หรือบิดาได้จดทะเบียนว่าเปน็ บุตร หรือศาลพิพากษาวา่ เป็นบุตร
โดยบิดามารดามีสิทธแิ ละหน้าที่ตอ่ บุตรดังนี้

 บิดามารดามีหนา้ ที่อุปการะเลี้ยงดูบุตรจนกวา่ จะบรรลุนติ ิภาวะ
 ใช้อานาจในการปกครองบุตรในการกาหนดหน้าทีข่ องบุตร ทาโทษตามสมควร ใช้บุตรทางานตาม
สมควรแก่ ความสามารถ ฐานานุรูป และเรียกบุตรคืนจากบุคคลอืน่ ตลอดจนจัดการทรัพยส์ ินของบุตร

กฎหมายเบื้องต้น ส 30228 หน้า 125

บุตรที่ชอบดว้ ยกฎหมาย บุตรนอกกฎหมาย

☺ เป็นบุตรที่เกิดจากบิดามารดาจดทะเบียน ☺ เปน็ บุตรที่เกิดจากบิดามารดาไมไ่ ด้จดทะเบียน

สมรสกัน ในกรณีที่เด็กเกิดแต่หญิงขณะเป็นภริยา สมรสกัน ถือว่า บุตรน้ันเป็นบุตรนอกกฎหมาย

ของชายภายใน 310 วัน นบั แต่การสมรสสิน้ สุดลง ของชายผู้เป็นบิดา แต่เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย

ให้สันนิษฐานว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของ ของผู้เป็นมารดา

ผู้ชายทีเ่ ป็นสามีหรือเคยเปน็ สามี

☺ เดก็ ๆ ควรรู้ บุตรนอกกฎหมายจะเปน็ บุตรทีช่ อบดว้ ยกฎหมายเมือ่
 บดิ ามารดาไดจ้ ดทะเบียนสมรสกนั ในภายหลงั  บดิ าได้จดทะเบียนวา่ เปน็ บุตร
 ศาลพพิ ากษาว่าเปน็ บุตร

 สทิ ธแิ ละหนา้ ทขี่ องบตุ รตอ่ บดิ ามารดา

 บุตรมีสิทธใิ ชช้ ือ่ สกุลของบดิ า แตห่ ากไมป่ รากฏบดิ าที่ชอบดว้ ยกฎหมาย บุตรกม็ ีสทิ ธิใช้ชือ่ สกุลมารดา
ได้ เพราะบุตรย่อมเปน็ บุตรทีช่ อบดว้ ยกฎหมายของมารดาเสมอ
 บุตรมีสิทธิไดส้ ัญชาตไิ ทยตามบดิ าหรือมารดา
 บุตรจะฟอ้ งบุพการีของตนเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญาไมไ่ ด้ (บุพการีในทีน่ ้ีหมายถงึ บดิ า มารดา ปู่ ยา่
ตา ยาย ทวด ) หากประสงค์จะฟ้องบุพการี บุตรต้องขอให้พนักงานอัยการฟ้องคดีแทน ในขณะเดียวกัน
กฎหมายไม่ได้หา้ มบุพการีฟ้องผู้สืบสันดาน ดังนัน้ บดิ ามารดาสามารถฟอ้ งรอ้ งบุตรได้
 บุตรมีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา เริ่มตั้งแต่เกิด และบุตรมีหน้าทีอ่ ุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาไป
ตลอดชีวติ
 บุตรมีสิทธิรับมรดกของบิดามารดาในฐานะทายาทโดยธรรมเป็นอันดับแรก และบุตรนอกกฎหมาย
ที่บิดารับรอง กม็ ีสทิ ธิรับมรดกเช่นกัน

 บตุ รบญุ ธรรม

บุตรบุญธรรม หมายถึง บุตรที่เกดขึ้นตามกฎหมายกาหนให้มีสิทธิเหมือนบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย
ซึง่ การรับบุตรบุญธรรมจะตอ้ งจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมเท่านัน้ จึงจะมีผลตามกฎหมาย

 คณุ สมบตั ขิ องผรู้ บั บตุ รบญุ ธรรม

 ผูร้ ับบุตรบุญธรรมตอ้ งมีอายุไมต่ า่ กวา่ 25 ปี
 ผู้รับบุตรบุญธรรมตอ้ งมีอายุแกก่ ว่าบุตรบุญธรรมอยา่ งนอ้ ย 15 ปี
 ในส่วนของบุตรบุญธรรมกฎหมายไม่กาหนดอายุ ดังน้ันบุตรบุญธรรมจะมีอายุท่าใดก็ได้ แต่ต้องมี
อายุมากกวา่ บุตรบุญธรรมอยา่ งน้อย 15 ปี

CHAPTER 7 : กฎหมายว่าด้วยครอบครัวและมรดก หน้า 126

 การรบั ผเู้ ยาวเ์ ปน็ บตุ รบญุ ธรรม

 หากผู้เยาว์อายุตา่ กวา่ 15 ปี ต้องไดร้ ับความยนิ ยอมจากบดิ าและมารดาของผูเ้ ยาว์
 หากผู้เยาว์อายุตั้งแต่ 15 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากบิดาและมารดาของผู้เยาว์ รวมทั้งต้อง
ได้รับความยินยอมจากตัวผูเ้ ยาว์ดว้ ย
 ผู้ขอรับบุตรบุญธรรมถา้ มีคู่สมรส ตอ้ งขอความยินยอมจากคูส่ มรสด้วย

 สทิ ธหิ น้าทรี่ ะหวา่ งผรู้ บั บตุ รบญุ ธรรมกบั บตุ รบญุ ธรรม

 บุตรบุญธรรมมีฐานะอย่างเดียวกันกับบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้รับบุตรบุญธรรม มีสิทธิรับ
มรดก แต่ก็ไมเ่ สียสทิ ธใิ นการรับมรดกของครอบครัวเดิม
 ผู้รับบุตรบุญธรรมไมใ่ ช่บุพการีของบุตรบุญธรรม
 ผู้รับบุตรบุญธรรมไม่มีสทิ ธไิ ดร้ ับมรดกของบุตรบุญธรรมในฐานะทายาทโดยธรรม

☺ เด็ก ๆ ควรรู้ ผู้เยาว์ที่เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลใดอยู่จะเป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่น
ในขณะเดียวกันไมไ่ ด้ เว้นแต่เป็นบุตรบุญธรรมของคู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรม

 การเลกิ รับบตุ รบญุ ธรรม

 บุตรบุญธรรมกับผู้รับบุตรบุญธรรมตกลงกันเอง ถ้าบุตรบุญธรรมยังไม่บรรลุนิติภาวะต้องได้รับ
ความยินยอมจากบิดามารดาเดิมและตอ้ งจดทะเบียนเลกิ การรับบุตรต่อนายทะเบียน
 บุตรบุญธรรมสมรสกบั ผู้รับบุตรบุญธรรม ความเป็นบุตรบุญธรรมยกเลิกทันที
 การฟอ้ งคดีเลิกการรับบุตรบุญธรรมโดยมีเหตุในการฟอ้ งคดี

กฎหมายเบื้องต้น ส 30228 หนา้ 127

 กฎหมายเกยี่ วกบั มรดก

มรดก หมายถึง ทรัพย์สิน สิทธิ หน้าที่และความรับผิดชอบทั้งหมดของผู้ตาย (เจ้ามรดก) เว้นแต่
ทรัพย์สิน สิทธิ หนา้ ที่ทีม่ ีลกั ษณะเป็นการเฉพาะตัวของผู้ตาย จะไม่ตกเปน็ มรดก เช่น การหมั้น สทิ ธอิ าศัย
สิทธติ ามสัญญาเช่า (กฎหมายมรดกจะไมม่ ีการบังคับใชก้ ับจังหวัดปัตตานี สตูล ยะลา นราธวิ าส )
 ผมู้ สี ทิ ธริ บั มรดก

ทายาท

ทายาทโดยพนิ ยั กรรม ทายาทโดยธรรม

ผตู้ ายประสงคจ์ ะใหม้ สี ทิ ธิ ญาติ 6 ลาดบั ต้องเปน็ บคุ คลธรรมดา คสู่ มรส
รบั มรดกของตน

บคุ คล นติ บิ คุ คล  ผสู้ บื สนั ดาน ถา้ 1 และ 2 มอี ยทู่ งั้ คู่ ถา้ มลี าดบั 1 คสู่ มรสได้
ธรรมดา กไ็ ด้  บดิ า -มารดา มสี ทิ ธริ บั มรดกเทา่ กนั เสมอื นชนั้ บตุ ร

มสี ทิ ธไิ ดร้ บั มรดกกอ่ น  พี่น้องรว่ มบดิ า ถา้ มลี าดบั 2 หรอื 3
ทายาทโดยธรรมเสมอ มารดาเดียวกัน คสู่ มรสไดก้ ง่ึ หนง่ึ

หายกใหผ้ รู้ บั พนิ ยั กรรม  พี่นอ้ งรว่ มบดิ าหรือ ถา้ มลี าดบั 4,5,6
ทงั้ หมดทายาทโดยธรรม มารดาเดียวกัน คสู่ มรสได้ 2 ใน 3

ไมม่ สี ทิ ธเิ ลย  ปู่ ยา ตา ยาย ถา้ ไมม่ ลี าดบั 1-6
 ลุง ปา้ นา้ อา คสู่ มรสไดม้ รดกทงั้ หมด

 กรณีของพระสงฆ์ ถ้าพระภิกษุสงฆ์ได้ทรัพย์สินมาระหว่างบวช ให้ตกเป็นของวัด แต่ถ้าได้มาก่อน
บวชเปน็ พระภกิ ษุ (ไมไ่ ด้ทาพินัยกรรม) จะเป็นมรดกตกทอดแกท่ ายาท

 ทายาทไมจ่ าเป็นตอ้ งรับผิดเกนิ กว่าทรัพย์มรดกที่ตนไดร้ ับ

CHAPTER 7 : กฎหมายวา่ ดว้ ยครอบครัวและมรดก หน้า 128

 ตวั อยา่ งการแบง่ มรดก

ลาดบั ชนั้ สดั สว่ นมรดกทคี่ ู่ ตวั อยา่ ง
ของทายาทโดยธรรมทมี่ ี สมรสไดร้ บั (กรณนี าย ก มมี รดกจานวน 6 ลา้ นบาท)
ก มี ข เป็นคูส่ มรส มีพอ่ และแม่ที่ยังมีชีวิตอยู่ และมี
ลาดับที่ 1 และ 2 : ได้เทา่ กับทายาท บุตร 3 คน
ผูส้ ืบสันดาน , บดิ ามารดา ในสัดส่วนที่เทา่ กัน = ทายาทของ ก มีทั้งหมด 6 คน คือ คู่สมรส พ่อ
แม่ และบุตร อีก 3 คน โดยทุกคนมีสทิ ธริ ับมรดกใน
ลาดับที่ 3 : ได้รับก่ึงหนงึ่ สัดส่วนที่เท่า ๆ กัน คือ ไดร้ ับมรดกคนละ 1 ล้านบาท
พี่นอ้ งรว่ มบดิ ามารดา ก มี ข เป็นคู่สมรสที่มีชีวิตอยู่ ไม่มีพ่อแม่ ไม่มีบุตร
ได้รับ 2/3 และมี A และ B เปน็ พน่ี อ้ งรว่ มบดิ ามารดา
ลาดับที่ 4,5,6 : = ทายาทของ ก มีทั้งสิ้น 3 คน คือ ข A และ B
พี่น้องร่วมบิดาหรือมารดา ได้รับทั้งหมด โดย ข มีสทิ ธิไดร้ ับมรดกของ ก คร่ึงหนง่ึ คือ 3 ล้าน
ลุงป้านา้ อา ,ปยู่ า่ ตายาย ส่วน A และ B มีสิทธิได้รับมรดกของ ก ในอีก
ครึ่งหนง่ึ ในจานวนเท่า ๆ กัน คือ คนละ 1.5 ล้านบาท
ไมม่ ีทายาทลาดับใด ๆ เลย ก มี ข เป็นคู่สมรส ไม่มีพ่อแม่ หรือบุตร ไม่มีพีน่ อ้ ง
ไมม่ ีลุงปา้ นา้ อา แตม่ ีปแู่ ละย่าที่ยังมีชีวิตอยู่
= ทายาทของ ก มีทั้งสิ้น 3 คน คือ ข ปู่ และ ย่า
โดย ข มีสิทธิรับมรดก 2/3 คือจานวน 4 ล้านบาท
ส่วน ปู่ และยามีสิทธิได้รับมรดก ของ ก ในส่วนที่
เหลือเท่า ๆกัน คือ คนละ 1 ลา้ นบาท
ก มี ข เป็นคู่สมรสเพียงคนเดียว โดยไม่มีญาติคน
อื่นอีก ดังนี้ ข จะมีสิทธริ ับมรดกของ ก ทั้งสิ้น 6 ลา้ น
บาท

 การเสยี สทิ ธใิ นการรบั มรดก

การเสยี สทิ ธิ เหตทุ ที่ าใหเ้ สยี สทิ ธิ
โดยผลของ ☺ ทายาทที่ยักย้าย ถ่ายเท หรือปิดบังทรัพย์มรดก หรือ ทายาทที่ถูกจักดมิให้รับ
กฎหมาย มรดกฐานเป็นผู้ไม่สมควร เช่น ผู้ที่ข่มขู่ให้เจ้ามรดกทาพินัยกรรม ผู้ที่ปลอม หรือ
ทาลายพินัยกรรม เป็นตน้
โดยเจา้ มรดก
☺ เจ้ามรดกตัดมิให้รับมรดก โดยการทาพินัยกรรม หรือทาเป็นหนังสือให้แก่
โดยทายาท พนกั งานเจ้าหนา้ ที่

☺ ทายาทแสดงเจตนาชัดแจง้ วา่ จะสละมรดก โดยการทาเป็นสัญญาประนีประนอม
ยอมความ หรือทาเปน็ หนงั สือมอบไว้แกพ่ นกั งานเจ้าหนา้ ที่

กฎหมายเบือ้ งตน้ ส 30228 หน้า 129

 พนิ ยั กรรม

พินัยกรรม คือ เอกสารที่บุคคลได้แสดงเจตนาก่อนเสียชีวิตซ่ึงกาหนดการเผื่อตาย โดยจะยกทรัพย์
มรดกให้แกผ่ ู้รับพินยั กรรม (เป็นนติ กิ รรมฝา่ ยเดียว และไมใ่ ชส่ ัญญา)

 ผทู้ าพนิ ยั กรรม ผลถา้ ฝ่าฝืน

บุคคลผูท้ าพนิ ัยกรรม ➢ถ้าต่ากวา่ 15 ปี เปน็ “โมฆะ”
 ผู้เยาว์ = ต้องมีอายุ 15 ปขี ้ึนไป (ทาไดด้ ว้ ยตนเอง) ➢ถ้าทา เปน็ “โมฆะ”
 คนไรค้ วามสามารถ ➢ถ้าทา เป็น “โมฆะ”
 คนวิกลจริต (ยังไมถ่ ูกศาลสัง่ ใหเ้ ปน็ คนไร้ความสามารถ) ➢ สามารถทาได้ดว้ ยตนเองโดยไมต่ อ้ ง
 คนเสมือนไร้ความสามารถ ได้รับความยนิ ยอมจากผูพ้ ทิ ักษ์

 บคุ คลผไู้ มส่ ามารถเปน็ ผรู้ บั พนิ ยั กรรมได้

 ผู้เขียนพินัยกรรมและคูส่ มรสของผู้เขียนพนิ ัยกรรม
 ผู้เป็นพยานในพินัยกรรม ตลอดจนคู่สมรสของผูเ้ ขียนหรือผูเ้ ปน็ พยาน
 พนกั งานเจ้าหนา้ ที่ซงึ่ ได้จดแจ้งขอ้ ความแหง่ พินัยกรรมและคู่สมรสของพนักงานเจา้ หน้าที่

 บคุ คลผไู้ มส่ ามารถเปน็ พยานในการทาพนิ ยั กรรมได้

 บุคคลทีย่ ังไม่บรรลุนิตภิ าวะ
 คนไร้ความสามารถ หรือ คนวิกลจริต หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
 บุคคลที่หูหนวก หรือเปน็ ใบ้ หรือตาบอดทั้งสองขา้ ง

 แบบของพนิ ยั กรรม

 พินัยกรรมตอ้ งทาให้ถูกต้องตามแบบที่กฎหมายกาหนด หากมิได้ทาให้ถูกต้องตามแบบทีก่ ฎหมาย
กาหนดไว้ พินยั กรรมนน้ั ย่อมตกเป็น “โมฆะ”

CHAPTER 7 : กฎหมายว่าด้วยครอบครัวและมรดก หน้า 130

 แบบของพนิ ยั กรรม

 พนิ ยั กรรมทเี่ ขยี นเองทงั้ ฉบบั ☺ เป็นพินัยกรรมที่ผูท้ าพินัยกรรมตอ้ งเขียนดว้ ยมือ
ตนเองซึ่งมีข้อความทั้งหมด วัน เดือน ปี และลายมือ

ชือ่ ของตน

 พนิ ยั กรรมทที่ าตามแบบ ☺ เปน็ พินัยกรรมที่ตอ้ งทาเปน็ หนงั สือ ลง วัน เดือน
ปี ในขณะทาข้ึนและผู้ทาพินัยกรรมต้องลงลายมือชือ่
ไว้ต่อหน้าพยาน 2 คน และพยานก็ต้องลงลายมือชื่อ
รับรองผู้ทาพินัยกรรมดว้ ย

 พนิ ยั กรรมแบบเอกสารฝา่ ยเมอื ง ☺ เป็นพินัยกรรมที่ผู้ทาพินัยกรรมไปแจ้งให้
นายอาเภอเป็นผู้จัดทา

 พนิ ยั กรรมแบบเอกสารลบั ☺ เป็นพินัยกรรมที่ผู้ทาพินัยกรรมเขียนข้อความ
เป็นพินัยกรรม ลงลายมือชือ่ แล้วผนึกพินยั กรรมแล้ว
 พนิ ยั กรรมแบบพเิ ศษ ลงลายมือชื่อคาบรอยผนึก แล้วนาไปส่งต่อให้
 พนิ ยั กรรมทาในตา่ งประเทศ นายอาเภอและมีพยานอย่างน้อย 2 คน และให้
 พนิ ยั กรรมในระหวา่ งสงคราม ถอ้ ยคาต่อนายอาเภอวา่ เปน็ พินยั กรรมของตน

☺ เป็นพินัยกรรมด้วยวาจา ซ่ึงเกิดจากพฤติการณ์
พิเศษที่บุคคลไม่สามารถทาพินัยกรรมแบบอื่นได้
เพราะตกอยู่ในอันตราย สงคราม ผู้ทาพินัยกรรมตอ้ ง
แสดงเจตนาต่อหน้าพยานสองคน และพยานสองคน
น้นั ตอ้ งรีบไปแจง้ นายอาเภอ

☺ เป็นพินัยกรรมที่ทาตามแบบกฎหมายของ
ประเทศน้ัน ๆ หรือทาตามแบบกฎหมายไทย โดยไป
ตดิ ต่อยังสถานทูต หรือสถานกงสุล

☺ เป็นพนิ ัยกรรมที่เกี่ยวขอ้ งกับบุคคลทีร่ ับราชการ
ทหารและให้นายทหารมีหนา้ ทีเ่ ช่นเดียวกับนายอาเภอ

กฎหมายเบื้องต้น ส 30228 หน้า 131

แบบฝึกหัดที่ 7.1

คาชี้แจง จงเติมคาตอบลงในชอ่ งวา่ งให้ไดใ้ จความทีส่ มบูรณ์

1. ทรัพยส์ นิ หมายถึง ..............................................................................................................................................................................
2. สว่ นประกอบของทรัพย์ ประกอบดว้ ย ......................................................................................................................................
3. ส่วนควบของทรัพย์ หมายถึง .........................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................................
4. ทรัพยสทิ ธิ หมายถึง ...........................................................................................................................................................................
5. การครอบครองทรัพย์สนิ ของผอู้ ื่นไว้โดยความสงบโดยเปิดเผยเจตนาเปน็ เจ้าของ เรียกวา่
.............................................................................................................................................................................................................................
6. หญงิ ชายจะหมน้ั กันได้ตามกฎหมายต้องมีอายุ .....................................................................................................................
7. ทรัพยส์ นิ ที่ฝา่ ยชายใหไ้ ว้กับบิดามารดา หรือผปู้ กครองฝา่ ยหญิงเรียกว่า ..............................................................
8. เมือ่ หมัน้ แลว้ ฝ่ายใดผดิ สัญญาอีกฝ่ายหน่งึ มีสทิ ธิ.................................................................................................................
9. การเลกิ สัญญาหมัน้ กระทาได้ .......................วธิ ี ได้แก่ ...........................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................................
10.การสมรสจะถูกต้องตามกฎหมายตอ้ ง .....................................................................................................................................
11.หญิงทีส่ มรสแลว้ จะสมรสใหม่ได้ เมื่อ .........................................................................................................................................
12.ผู้เยาว์จะสมรสไดต้ อ่ เมื่อ....................................................................................................................................................................
13.เมือ่ สมรสแล้วของหมน้ั จะจัดเปน็ ทรัพยส์ ินประเภท ............................................................................................................
14.ดอกผลของสนิ ส่วนตัวทไี่ ดม้ าหลงั สมรสแล้วจัดเป็น............................................................................................................
15.การสมรสสิน้ สุดลงดว้ ยเหต.ุ ........................ประการ คือ ........................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................................
16.การรับรองบุตรบดิ า กระทาได้................กรณี คอื ..................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................................
17.บุตรบุญธรรม หมายถงึ ....................................................................................................................................................................
18.ผูร้ ับบุตรบุญธรรมจะต้องมีอายไุ มต่ า่ กวา่ .....................ปี และห่างจากบุตรบุญธรรม อยา่ งนอ้ ย .................ปี
19.บตุ รบุญธรรมจะมฐี านะเชน่ เดียวกับ............................................................................................................................................
20.ผูท้ ีจ่ ะเปน็ บุตรบุญธรรมต้องมอี ายุไมต่ า่ กว่า .....................................................................................................................ปี

CHAPTER 7 : กฎหมายว่าดว้ ยครอบครัวและมรดก หนา้ 132
แบบฝึกหัดที่ 7.2 อ่านข้อความ พร้อมแกไ้ ขใหถ้ ูกตอ้ ง

1) หากฝ่ายหญิงผิดสัญญาหมั้น ฝ่ายชาย 2) หญิงที่เคยสมรสแต่สามีเสียชีวิต หรือหย่า
ไม่สามารถเรียกค่าทดแทนได้ แต่ศาลยังบังคับ ขาดกันแล้ว สามารถทาการสมรสใหม่กับชาย
ใหม้ ีการสมรสกนั ได้ อื่นได้ทันที โดยไม่ต้องตรวจร่างกาย หรือรอ
คาสัง่ จากศาล

...................................................................................................... ......................................................................................................
...................................................................................................... ......................................................................................................
...................................................................................................... ......................................................................................................
...................................................................................................... ......................................................................................................
...................................................................................................... ......................................................................................................
...................................................................................................... ......................................................................................................

3) เด็กที่เกิดจากบิดามารดาที่มิได้สมรสกัน จะเป็นบุตรชอบธรรม
ของทัง้ สองฝ่าย แตจ่ ะเปน็ บุตรชอบดว้ ยกฎหมายของมารดาเทา่ นั้น

.........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................

4) บิดามารดามีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูและให้ 5) บุตรสามารถฟ้องบิดามารดา หรือบุพการีอื่น
การศึกษาตามสมควรแก่บุตรระหว่างที่บุตรยัง ของตนในคดแี พง่ หรือคดีอาญาได้โดยไม่ต้องให้
เป็นผูเ้ ยาว์ ยกเว้นบรรลุนิติภาวะแล้ว ผู้อื่นยกคดีข้นึ วา่ กลา่ วให้

...................................................................................................... ......................................................................................................
...................................................................................................... ......................................................................................................
...................................................................................................... ......................................................................................................
...................................................................................................... ......................................................................................................
...................................................................................................... ......................................................................................................
...................................................................................................... ......................................................................................................

กฎหมายเบื้องตน้ ส 30228 หนา้ 133

แบบฝึกหัดที่ 7.3
คาชี้แจง ใหน้ ักเรียนพจิ ารณากรณีตัวอยา่ งแล้วตอบประเดน็ คาถาม

ดนัยและเดือนเพ็ญได้หมั้นกัน โดยดนัยมอบแหวน
เพชร 1 วง และสร้อยคอทองคาเป็นของหมั้น กาหนด
วันสมรสในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 เดือนเพ็ญได้
เตรียมการซ้ือที่นอน หมอน มุ้ง เป็นจานวนเงิน 2
หมื่นบาท และได้ซ้ือตู้โชว์เป็นเครือ่ งเรือนราคา 3 หมื่น
บาท เมื่อถงึ กาหนดวันสมรส ดนัยเปลีย่ นใจไมย่ อมเข้า
พิธีสมรส เดือนเพ็ญจึงบอกกับดนัยว่าแหวนเพชรและ
สร้อยคอทองคาตอ้ งตกเปน็ ของเดือนเพ็ญ และดนัยตอ้ ง
จ่ายค่าที่นอน หมอน มุ้ง ราคา 2 หมื่นบาท เครื่อง
เรือนราคา 3 หมื่นบาท และต้องชดใช้ค่าเสียหายที่ทา
ให้เสื่อมเสียชื่อเสียงอีก 1 แสนบาท แตด่ นัยไมย่ อม เขา
บอกวา่ ยนิ ดีใหเ้ ฉพาะของหม้นั เทา่ นัน้

ประเดน็ คาถาม ถ้านักเรียนเป็นเดือนเพ็ญจะปฏิบัติอย่างไรต่อทรัพย์สินและค่าเสียหายที่ทาให้
เสือ่ มเสียชือ่ เสียงตอ่ ไปนี้ พรอ้ มทั้งบอกเหตุผลดว้ ย

ทรพั ยส์ นิ ของหมนั้ เหตผุ ล
1. แหวนเพชร 1 วง และสรอ้ ยคอทองคา ..........................................................................................................
..........................................................................................................
2. ที่นอน หมอน มุ้ง ..........................................................................................................
..........................................................................................................
3. ตูโ้ ชว์ ..........................................................................................................
..........................................................................................................
4. ค่าเสียหายจากการเสือ่ มเสียชอื่ เสียง ..........................................................................................................
..........................................................................................................
..........................................................................................................
..........................................................................................................
..........................................................................................................
..........................................................................................................
..........................................................................................................
..........................................................................................................
..........................................................................................................

CHAPTER 7 : กฎหมายว่าด้วยครอบครัวและมรดก หน้า 134

แบบฝึกหัดที่ 7.4

คาชี้แจง ให้นักเรียนพิจารณาขอ้ ความตอ่ ไปนีว้ า่ การกระทาใดไม่ถูกต้อง ให้แก้ไขโดยขีดเส้นใต้
ข้อความนั้น และใสห่ มายเลข 1 , 2, 3… แล้วนาไปอธิบายลงในตาราง พร้อมทั้งบอก
เหตุผลและวธิ ีแกไ้ ข

เมื่อนทีอายุได้ 19 ปี เขาตกลงใจทาการสมรสกับ
มณีซึ่งอายุครบ 17 ปี โดยได้รับความเห็นชอบจากบิดา
มารดาทั้งสองฝ่าย ซ่ึงมณีเป็นบุตรสาวของจงจิตร ซึ่ง
เป็นภรรยาอีกคนของพ่อนที ดังน้ันญาติผู้ใหญ่ทั้งสอง
ฝ่ายจึงมีความสนทิ สนมกันเปน็ พเิ ศษ ตอ่ มาอีกประมาณ
1 เดือน ทัง้ สองจึงไปจดทะเบียนสมรสกนั ณ สานกั งาน
อาเภอเมืองกาแพงเพชร เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 7
ปิ ทั้งนทีและมณีก็ยังไม่มีบุตร ดังน้ันทั้งสองจึงไปขอ
เด็กชายต๋อง ซ่ึงมีอายุ 1 ปี จากนายมั่นและนางนวลผู้
เป็นบิดามารดาของเด็ก เพื่อนามาเลี้ยงเป็นบุตรบุญ
ธรรม หลังจากน้ันประมาณ 2 ปี นทีได้ไปทางานที่
ต่างจังหวัด และไปได้สดสวยเป็นภรรยา มีบุตรด้วยกัน
1 คน คือ เด็กชายตุ้ม นทีต้องการให้ตุ้มเป็นบุตรที่
ถูกต้องตามกฎหมายของตน จึงตัดสินใจไปจดทะเบียน
รับเป็นบุตรบุญธรรม

การกระทาที่ไม่ถูกตอ้ ง เหตุผล วิธแี กไ้ ข

...................................................................... ...................................................................... ......................................................................

..................................................................... ..................................................................... .....................................................................

..................................................................... ..................................................................... .....................................................................

..................................................................... ..................................................................... .....................................................................

..................................................................... ..................................................................... .....................................................................

..................................................................... ..................................................................... .....................................................................

..................................................................... ..................................................................... .....................................................................

..................................................................... ..................................................................... .....................................................................

..................................................................... ..................................................................... .....................................................................

..................................................................... ..................................................................... .....................................................................

..................................................................... ..................................................................... .....................................................................

..................................................................... ..................................................................... .....................................................................

..................................................................... ..................................................................... .....................................................................

..................................................................... ..................................................................... .....................................................................

..................................................................... ..................................................................... .....................................................................

กฎหมายเบื้องต้น ส 30228 หน้า 135

แบบฝึกหัดที่ 7.5

คาชีแ้ จง ให้นักเรยี นพจิ ารณากรณีตัวอยา่ งแล้วตอบประเด็นคาถามตามประเดน็ ทีก่ าหนดให้

กรณีตัวอย่างที่ 1
นายต่อมีภรรยาซ่ึงจดทะเบียนสมรสชื่อนางแต้ว

ทั้งสองมีบุตร 3 คน คือ ต๋อย ต๋มิ และ ต่าย นายต่อมี
บิดาชื่อตะวัน มีมารดาชื่อ นางแตน นาแต๋วมีบิดาชื่อ
ตวง มีมารดาชื่อ ตุ้ม ต่อมานายตอ่ แอบไปมีภรรยาใหม่
ชื่อ ต่ิง และมีบุตรด้วยกันชื่อต้อม เขาจึงไปจดทะเบียน
รับรองต้อม เป็นบุตรทีช่ อบด้วยกฎหมาย นายต่อมีที่ดิน
ซึ่งทามาหากินรวม 800 ไร่ ไม่นานนายต่อประสบ
อุบัติเหตุเสียชีวติ

ประเด็นคาถาม ให้นกั เรียนลองแบ่งทรัพยส์ ินและมรดก
.....................................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................................
......

กรณีตัวอย่างที่ 2
นายดามีภรรยาชื่อขาว ทั้งสองมีบุตร 3 คน ชื่อ

เขียว เหลือง ม่วง นายดามีบิดาชื่อเทา มีมารดาชื่อ ฟ้า
สว่ นนางขาวมีบิดาชือ่ แสดและมีมารดาชือ่ น้าตาล ตอ่ มา
นายดาถงึ แกก่ รรม โดยนายดามีที่ดนิ ซ่งึ เขาและภรรยา
ร่วมกันทามาหากนิ เป็นจานวน 360 ไร่

ประเด็นคาถาม ใหน้ กั เรียนลองแบ่งทรัพย์สินและมรดก
.....................................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................................
......

CHAPTER 7 : กฎหมายวา่ ดว้ ยครอบครัวและมรดก หนา้ 136

CHECK CONCEPT 7.1

คาชีแ้ จง จงตอบคาถามต่อไปนี้

1. ในกรณีทีม่ ีการยกเลิกสัญญาหมั้น ทัง้ สองฝ่ายจะทาอย่างไรกับสินสอดและของหมน้ั

กรณี ของหม้นั สนิ สอด
ทั้งสองฝา่ ยยินยอมเลิกสัญญาหมั้น
ฝา่ ยชายถึงแก่ความตาย
ฝา่ ยหญิงถึงแกค่ วามตาย
ฝา่ ยหญงิ ไปร่วมประเวณีกับชายอืน่
ฝา่ ยหญงิ ผดิ สัญญาหมั้น
ฝ่ายชายผิดสัญญาหมั้น

2. ถูกหรือผิด (ถ้าผิดจงแก้ไขใหถ้ ูกตอ้ ง )

.................1 ชายและหญิงอายุ 18 ปี บริบูรณ์สามารถ ........................................................................
แต่งงานไดด้ ว้ ยการจดทะเบียนสมรสให้ ........................................................................
ถูกต้องตามกฎหมาย ........................................................................
........................................................................
.................2 ของหมน้ั มีไว้เพอ่ื เป็นการตอบแทนทีพ่ อ่ แม่ ........................................................................
ฝ่ายหญิงยกฝา่ ยหญงิ ใหแ้ ก่ฝา่ ยชาย ........................................................................
........................................................................
.................3 ของหม้ันจะตกเป็นของฝ่ายหญิงเม่ือมกี าร ........................................................................
หมัน้ ทันที ........................................................................
........................................................................
..................4 สินสอดจะให้แก่ฝา่ ยหญิงเม่ือไรก็ได้ ........................................................................
..................5 ของหม้ันจะคนื กับฝ่ายชายไดท้ ุกกรณี ........................................................................
........................................................................
เมื่อไม่มีการสมรส ........................................................................
..................6 ผู้รบั บุตรบุญธรรมจะแต่งงานกับบุตรบุญธรรม ........................................................................
........................................................................
ได้ เพราะไม่ใช่ญาตสิ ืบสายโลหิตโดยตรง ........................................................................
..................7 หลานกับน้าสามารถแต่งงานกนั ได้ ........................................................................
..................8 บตุ รสามารถฟ้องบุพการีได้ หากถูกทาร้าย ........................................................................

รา่ งกายอย่างสาหัส
..................9 หญิงที่เคยสมรสจะสมรสใหม่ไดก้ ็ต่อเม่ือผ่านไป

310 วันเทา่ นั้น
..................10 การสมรสจะถูกต้องตามกฎหมายเม่อื มกี าร

ขอคายนิ ยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม

กฎหมายเบือ้ งตน้ ส 30228 หนา้ 137

3. จงพิจารณาว่าการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการสมรสต่อไปน้ี มีผลทางกฎหมายเป็นโมฆะ หรือโมฆียะ
โดยทาเครื่องหมาย / ลงในตาราง

เงือ่ นไขการสมรส ผลทางกฎหมาย
โมฆะ โมฆยี ะ
1. คู่สมรสต้องมีอายุ 17 ปีบรบิ ูรณ์ ทั้ง 2 ฝา่ ย ได้รับความยนิ ยอม เวน้
แตศ่ าลอนญุ าต
2. คู่สมรสตอ้ งไม่เปน็ คนวกิ ลจรติ หรือคนสัง่ ไรค้ วามสามารถ
3. คู่สมรสต้องไม่ใช่ญาตสิ ืบสายโลหิตโดยตรง หรือเป็นพี่น้องกัน
4. ผูร้ ับบุตรบุญธรรมและบุตรบุญธรรมจะสมรสกนั ไมไ่ ด้
5. ชายและหญงิ จะสมรสกนั ขณะมีคูส่ มรสอยูด่ ้วยกันไม่ได้

6. หญงิ ทีเ่ คยสมรสและสามีตายหรือหย่าร้าง จะสมรสใหม่ได้เมือ่ พ้นไป
310 วัน ยกเว้นบุตรคลอดระหว่างน้ันหรือแต่งกับสามีคู่เดิม หรือมี
ใบรับรองแพทยว์ า่ ไมม่ ีบุตร หรือมีคาสั่งศาลใหส้ มรสได้
7. การสมรสจะถูกต้องตามกฎหมายและสมบรู ณเ์ มื่อจดทะเบียนสมรส

8. ผู้เยาวต์ อ้ งไดร้ ับคายินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม

4. นายแดงอายุ 18 ปี และนางสาวเขียวอายุ 21 ปี ได้รักใคร่ชอบพอกัน และมีความต้องการจะสมรส
กัน หากนกั เรียนเปน็ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายให้กับคู่รักคูน่ ี้ นกั เรียนจะให้คาปรกึ ษาอย่างไร
.............................................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................................
5. ใหน้ กั เรียนทาเครื่องหมาย / หนา้ ขอ้ ที่ สามารถสมรสได้ถูกตอ้ งตามกฎหมาย และทาเครื่องหมาย X
หนา้ ข้อ ทีไ่ มม่ ีผลสมบรู ณต์ ามกฎหมาย
..................1 ชายหญิงโสดที่มีอายุต่ากว่า 20 ปี สามารถจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายโดยลาพงั
.................2 ชายหญิงโสดอายุต่ากว่า 17 ปี สามารถจดทะเบียนสมรสได้โดบไดร้ ับคายินยอมจากผูแ้ ทน

โดยชอบธรรม
................3 ชายหญิงที่ยังไม่มีคสู่ มรส อายุ 17 ปีบริบูรณ์ และไม่เป็นญาติสบื สายโลหิต สามารถจดทะเบียน

ถูกต้องตามกฎหมายโดยลาพัง
................4 ชายหญิงที่ยังไม่มีคสู่ มรส อายุ 20 ปีบรบิ ูรณ์ ไมเ่ ปน็ ญาตทิ างสืบสายโลหติ สามารถจด

ทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย
...............5 ชายหญิง ร่วมบิดา แต่ต่างมารดาสมรสกันได้
...............6 หญิงหม้ายสมรสกบั คู่สมรสเดมิ นับจากวนั หย่าก่อน 310 วนั
...............7 พอ่ บุญธรรมสมรสกบั บุตรบุญธรรมซึ่งเปน็ หญงิ ที่บรรลุนิตภิ าวะแลว้ ได้

CHAPTER 7 : กฎหมายวา่ ด้วยครอบครัวและมรดก หนา้ 138

6. จากกรณีตอ่ ไปนี้ ให้นกั เรียนทาเครื่องหมาย / ขอ้ ความทถี่ ูกต้อง
นาย ก หมนั้ กบั นางสาว ข ภายหลงั นางสาว ข ไปแตง่ งานกบั นาย ค

..............1 นางสาว ข มีสิทธคิ รอบครองแหวนหมัน้ โดยไมต่ อ้ งสง่ คืนนาย ก
..............2 นาย ก สามารถรอ้ งขอต่อศาลให้นางสาว ข คืนของหม้ันแก่นาย ก ได้
..............3 นาย ก ไม่มีสทิ ธเิ รยี กสินสอดคนื จากพอ่ แม่นางสาว ข
..............4 นางสาว ข มีความผดิ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์วา่ ดว้ ยครอบครวั
..............5 นาย ก สามารถร้องขอตอ่ ศาลให้การแต่งงานของนางสาว ข และนาย ค เป็นโมฆะได้
..............6 นาย ก สามารถฟ้องร้องศาลให้นางสาว ข มาแต่งงานกับ นาย ก ได้

7. นาย ก อายุ 30 ปี ชาวจันทบุรี เปน็ เจ้าของที่ดิน 200 ไร่ สนิ ส่วนตัว
และมีอาชีพเลีย้ งสุกร นางสาว ข ชาวยโสธร อายุ 40 ปี เปน็
เจ้าของสวนส้ม และประกอบอาชีพรับราชการครู เมื่อทั้งสอง ............................................................................
แต่งงานนาย ก ได้มอบแหวนหมั้น 40 กะรัตเป็นของหมั้น ............................................................................
และเงินสดอีก 1 แสนบาทเป็นสินสอด ต่อมาคุณแม่ของ ............................................................................
นางสาว ข ได้ให้ที่ดินอีก 400 ไร่ เป็นมรดกแก่นางสาว ข ............................................................................
จากกรณีนี้ จงจาแนกสนิ สว่ นตัว และสินสมรสลงในตารางให้
ถูกตอ้ งและครบถว้ น สินสมรส

............................................................................
............................................................................
............................................................................
............................................................................

8. นายชาญชัย อายุ 35 ปี ไดร้ ับเดก็ หญงิ ชือ่ ลูกแกว้ อายุ 14 ปี มาเป็นบุตรบุญธรรม ตอ่ มาเดก็ หญิง
ลูกแก้ว เสียชีวิตเดก็ หญิงลูกแกว้ มีเงนิ สดในธนาคาร 50,000 บาท จงตอบคาถามต่อไปนี้

1. นายชาญชยั สามารถรับเด็กหญิงลูกแก้ว เปน็ บุตรบุญธรรมได้หรือไม่ จงอธิบายเหตุผล
.................................................................................................................................................................................................................

2. ชาญชัย มีสทิ ธไิ ดร้ ับมรดกของเดก็ หญงิ ลูกแกว้ หรือไม่ จงอธบิ ายเหตุผล
................................................................................................................................................................................................................

กฎหมายเบื้องตน้ ส 30228 หนา้ 139

กิจกรรม พสิ ูจน์ข้อเทจ็ จรงิ

คาชีแ้ จง ใหน้ ักเรียนพิจารณาสถานการณ์ตอ่ ไปนี้ พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบ

สถานการณ์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ เหตุผล

1. ชาย 18 หมัน้ หญิง 18 มอบของหมั้นในวัน
หมัน้ แตพ่ ่อแม่ทัง้ คู่ไมร่ ับรใู้ นการหมั้นดว้ ย

2. ชาย 16 หญิง 16 แตง่ งานโดยไม่ขอผูแ้ ทน
โดยชอบธรรม แตม่ ีคาสั่งศาลใหส้ มรสได้

3. นายโฟกัส ทาการหมัน้ กับนางสาวฟ้าและ
ทาการสง่ มอบของหมัน้ 1 วันหลังจากการหมั้น

4. โอม บอกกับปริมวา่ “เราให้แหวนเพชร 1
กะรตั เพอ่ื เปน็ ของหมั้นใช้ในการล้างหนี้สิน
แทนพอ่ แม่นะ”

5.ภาคนิ ได้หม้นั กับมะนาว แต่ตอ่ มาภาคนิ ร้สู กึ
วา่ มะนาวไม่ถูกใจตนเหมือนแตก่ อ่ น จึงทาการ

เรยี กของหมัน้ คืนจากมะนาว

6. สุดหลอ่ ไดท้ าการหมัน้ กับสุดสวย ต่อมาสดุ
หลอ่ เสียชีวิตลง ญาติของสุดหลอ่ ต้องการของ

หมั้นคืน แตส่ ุดสวยไม่ยอมคืน

7. ตุย้ กับนา้ ได้ทาการแต่งงานกันเมือ่ ตอนอายุ
22 ปี โดยไมข่ อผูแ้ ทนโดยชอบธรรม และไมม่ ี
การมอบสินสอดในการแต่งงาน

8. เอสมรสกับบี ซึ่งเปน็ น้องสาวของตนซงึ่ มี
อายุหา่ งกนั 20 ปี
9. นายไก่ ปฏิเสธการสมรสกับนางสาวไข่
เพราะร้วู ่านางสาวไขเ่ ปน็ คนวิกลจริต

10.ผู้รับบุตรบุญธรรมสมรสกับบุตรบุญธรรม

CHAPTER 7 : กฎหมายวา่ ดว้ ยครอบครัวและมรดก หนา้ 140

สถานการณ์ ทาได้ ทาไม่ได้ เหตุผล

11.ยูโรยอมแต่งงานกับนา้ ฝนเพอ่ื ลา้ งหนี้ที่

ครอบครัวตนเองเปน็ หนีอ้ ยู่

12. ใบเตยบังคบั เจลใหย้ อมสมรสกับตนเอง

13. เวฟสมรสกับพรีม เมื่ออายุ 24 ปี โดยการ

จดทะเบียนสมรส

14. มีนเขา้ ใจผดิ คิดว่าเพลงเปน็ คนทีต่ นจะสมรส

ดว้ ย แต่แทจ้ ริงแล้ว คือ เนย มีนจึงยกเลกิ การ

สมรสที่จะเกิดขึน้

15. ปลืม้ ซือ้ เคร่อื งประดับมาแลว้ บอกกับอั๊งวา่
เคร่อื งประดับที่ตนซื้อหลังจากแต่งงานเปน็ สิน

สว่ นตัว

16. หมวิ ต้องการสว่ นแบ่งจากนิค ซึ่งเป็นสามี
ของตน จากการทีน่ คิ ถูกลอ็ ตเตอร่รี างวลั ที่ 1
เพราะเข้าใจว่า เงินรางวัลดังกล่าวเป็น

สินสมรส

17.ต้นออ้ ไดร้ บั มรดกเปน็ ทีด่ นิ ผืนใหญห่ ลังจาก

แต่งงาน ไอซผ์ ู้เป็นสามีจึงร้องขอส่วนแบ่งจาก

ทีด่ นิ เพราะถือเป็นสนิ สมรส

18. โฟรน์ าสินสมรสที่ได้ ไปบริจาคเพื่อการกุศล

โดยไม่ขอความเห็นชอบจากโม ซึ่งเปน็ ภรรยา

ของตน

19. โอมกับปรมิ แยกกนั อยู่ตามคาสั่งศาลเปน็

เวลา 3 ปี ปริมสามารถฟ้องหยา่ ได้

20. การต์ ูนทาการสมรสใหม่หลังจากที่สามีของ
ตนไดเ้ สียชีวติ ลงไปเมื่อเดือนกอ่ น โดยมี

ใบรบั รองจากแพทย์ว่าตนไมไ่ ดต้ ั้งครรภ์

กฎหมายเบือ้ งต้น ส 30228 หน้า 141

CHECK CONCEPT 7.2

คาชี้แจง ให้นักเรียนตอบคาถามจากกรณีตัวอยา่ งตอ่ ไปนี้

1. นายนรินทร์ มีสินส่วนตัว 4,000 บาท นางนุทรา
มีสินส่วนตัว 5,000 บาท ทั้งคู่แต่งงานกัน มีทรัพย์สินที่ได้มา
ระหว่างแต่งงานทั้งหมด 30,000 บาท ต่อมาสามีเสียชีวิต
มีพินัยกรรมระบุให้เป็นทรัพย์สินร่วมกันของคู่สมรสทั้งสอง
เปน็ เงิน 6,000 บาท ทัง้ 2 คนมีบุตร 3 คน และอาศัยอยู่กับ
ปู่ ยา่ และ ตา ในบา้ นเดียวกัน

จงตอบคาถามต่อไปนี้

1. ใครมีสิทธิได้รับมรดกจากนายนรนิ ทร์บ้าง และได้รับคนละเทา่ ไร

.............................................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................................

2. นางนุทราจะไดเ้ งินมรดกทั้งหมดกี่บาท
.............................................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................................

2. นาย ก ไดแ้ ต่งงานกับนางสาว ข ทั้งคู่มีสินสมรสทั้งหมด 2,000,000 บาท และมีบุตรคือ เดก็ ชาย ค
และต่อมานาย ก เกิดเบื่อหน่ายชีวิตทางโลกจึงได้บวชเป็นพระภิกษุ หลังจากน้ันพระภิกษุ ก ก็ถูก
ลอตเตอรีร่ างวัลเป็นเงิน 16,000,000 บาท เมื่อรับเงนิ มาไมน่ าน พระภกิ ษุ ก ถงึ แกม่ รณภาพ ดังนั้น
ทรัพย์ของพระภกิ ษุ ก จะตกเป็นของใครบา้ ง คนละกี่บาท

....................................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................
..........................

CHAPTER กฎหมายอาญาท่คี วรรู้

8

กฎหมายอาญาเป็นกฎหมายที่ว่าด้วยความผิดทางอาญา ซ่ึงบัญญัติลักษณะความผิดและความรับผิดไว้

การเรียนรูก้ ฎหมายอาญาจะช่วยให้เราปฏิบัติตนตามกฎหมายไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง รวมทัง้ มีความระมัดระวังตัวไมพ่ ลาดพล้งั
ไปกระทาผความผดิ จนนาไปสูก่ ารลงโทษ

ประเดน็ ทจ่ี ะศกึ ษา

ลักษณะและโครงสร้างของประมวล
กฎหมายอาญา
ลักษณะความผิดและความรับผิด
ทางอาญา
ลักษณะและประเภทขอ งโทษ
ทางอาญา

บุคคลที่เกี่ยวข้องในการกระทา
ความผิด

เหตุยกเว้นโทษทางอาญา

ความผิดตามประมวลกฎหมาย
อาญาที่ควรรู้

การระงับความผดิ ละโทษ

กฎหมายเบือ้ งต้น ส 30228 หน้า 143

กฎหมายอาญา

กฎหมายอาญาเป็นกฎหมายมหาชนที่กาหนดว่าการกระทาหรือไม่กระทาการอย่างใดอย่างหน่ึง

ของบุคคล ซ่ึงกฎหมายในขณะน้ันบัญญัติไว้เป็นความผิดและกาหนดโทษที่จะลงแก่ผู้กระทาความผิดไว้ด้วย
โดยมีลักษณะที่รัฐเข้ามาคุ้มครองเอกชนเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของสังคม ซึ่งประมวลกฎหมายอาญา
เร่ิมใช้เมื่อ 1 มกราคม 2500 จนถึงปัจจุบันน้ี มีทั้งสิ้น 398 มาตรา แบ่งออกเป็น 3 หมวด ได้แก่
ภาค 1 บทบัญญัตทิ ั่วไป ภาค 2 ความผิด และ ภาค 3 ลหุโทษ

 หลกั เกณฑส์ าคญั ของกฎหมาย
อาญา
 ไม่มีกฎหมาย ไม่มีความผิด ไม่มีโทษ และต้องตีความโดยเคร่งครัด จะนากฎหมายใกล้เคียง จารีต
ประเพณีมาใชใ้ ห้เป็นผลร้ายไมไ่ ด้
 กฎหมายอาญาย้อนหลงั ใหผ้ ลร้ายไมไ่ ด้ แต่ยอ้ นหลงั เปน็ คุณแกผ่ ู้กระทาความผดิ ได้
 บัญญัติไว้เปน็ ลายลักษณอ์ ักษรและตอ้ งชัดเจนแน่นอน ว่าควรกระทาหรือปฏบิ ัตอิ ยา่ งไรจึงจะผดิ ไมผ่ ดิ
 ใชบ้ ังคับเฉพาะการกระทาในอาณาเขตของรัฐ (พืน้ อากาศ ใตด้ นิ ใต้นา้ ทอ้ งทะเลจากชายฝั่ง 12 ไมล์)

 ประเภทความผดิ ทางอาญา

ประเภท ลักษณะความผดิ

 การแบ่งแยกประเภทความผิดในแง่ของ 1.1) ความผดิ ในตวั เอง เปน็ การกระทาผดิ ศีลธรรมและ

กฎหมาย ผิดกฎหมายอาญาดว้ ย
- เชน่ การข่มขืน ลกั ทรัพย์ การฆา่ คน

1.2) ความผิดเพราะกฎหมายห้าม อาจไม่เป็นความผิด

ทางศีลธรรม แต่กฎหมายหา้ ม

- เช่น ตอ้ งมีใบอนญุ าตขับรถ การแจง้ ยา้ ย

 การแบ่งแยกประเภทความผดิ ในแง่โทษและ 2.1) ค ว า ม ผิด อ า ญ า แ ผ่น ดิน ไ ด้ แ ก่ ค ว า ม ผิ ด ที่

การดาเนินคดี กระทบกระเทือนตอ่ สังคมสว่ นใหญ่ รัฐจาเป็นตอ้ งเขา้ มา

เปน็ ผูเ้ สียหายและดาเนินคดี ไมส่ ามารถยอมความได้

2.2 ) ความผดิ อนั ยอมความได้ ได้แก่ ความผิดอาญาที่ไม่

มีผลร้ายกระทบกระเทือนแก่สังคมส่วนใหญ่ สามารถ

ถอนฟ้องหรือประนีประนอม ยอมความได้ และต้องร้อง

ทุกข์ภายใน 3 เดือนนบั แตร่ ู้เรือ่ ง

2.3) ความผดิ ลหโุ ทษ ได้แก่ ความผดิ อาญาทีม่ ีโทษเบา ๆ

คือ จาคุกไม่เกินหน่ึงเดือน ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

หรือทั้งจาทั้งปรับ โดยความผิดลหุโทษถึงแม้ว่าจะเป็น

โทษเบา แต่กไ็ มส่ ามารถยอมความได้

CHAPTER 8 : กฎหมายอาญาที่ควรรู้ หนา้ 144

 ขอบเขตการใชก้ ฎหมายอาญา

หลกั กฎหมายอาญาทใี่ ช้ คาอธิบาย

 หลักดนิ แดน สง่ิ เรียกว่าดนิ แดนไทยตามกฎหมาย ไดแ้ ก่

** ห ลั ก น้ี ไ ม่ ค า นึ ง ถึ ง  พืน้ ดนิ ของประเทศไทย เช่น บนดนิ ใต้ดนิ ภูเขา(ใชส้ ันปันนา้ )

สัญชาติผู้กระทาความผิด ป่า เกาะ

และสัญชาตขิ องผูเ้ สียหาย  พื้นน้าของประเทศไทย แมน่ ้า (ใช้รอ่ งนา้ ลกึ ) ลาธาร คลอง ห้วย

หนอง บึง ทะเลสาบ / ทะเลซ่งึ เปน็ อ่าวไทย / ทะเลซ่ึงห่างจากชาย

แผน่ ดนิ ของประเทศไทยไมเ่ กนิ 12 ไมล์ทะเล (22.224) กโิ ลเมตร

 พืน้ อากาศของประเทศไทย รวมถงึ ดินแดนบนทอ้ งฟ้าเหนอื พืน้ ดิน

พืน้ นา้ ภูเขา รวมทัง้ นา่ นน้าภายในดว้ ย

 สาหรับสถานทูตไทยในต่างประเทศไม่ถือเป็นราชอาณาจักรไทย และ

สถานทูตต่างประเทศในไทยก็ไม่ถือวา่ เป็นดินแดนของรัฐต่างประเทศเช่นเดียวกัน

ซง่ึ ไมอ่ าจบังคับใช้กฎหมายของรัฐน้ัน ๆ ได้ เพราะ สถานทูตตา่ ง ๆ ไดร้ ับเอกสิทธ์ิ

และความคุ้มกันในกฎหมายระหว่างประเทศแทน

กฎหมายอาญาสามารถบังคับใช้ตามหลักดินแดนในกรณีต่อไปนี้

 ผู้กระทาความผิดได้กระทาความผิดลงบนดินแดนไทย หรือส่วนใดส่วน

หน่ึงที่อยูในราชอาณาจักรไทย เช่น ลักพาตัวเด็กจากกรุงเทพ ไปขายที่มาเลเซยี

ถือว่าความผิดสว่ นหนงึ่ ไดท้ าในไทย

 ผู้กระทาความผิดกระทาความผิดในเรือสัญชาติไทย หรืออากาศยาน

(เครื่องบิน)สัญชาติไทย ให้ถือว่ากระทาความผิดในราชอาณาจักรไทย เช่นขู่ฆ่า

คนบนเครือ่ งบนิ การบนิ ไทยขณะที่เครื่องจอดอยู่ทีอ่ ังกฤษ ถือวา่ กระทาผิดในราชา

อาณาจักรไทย ตอ้ งได้รับโทษตามกฎหมายไทย

 ผลของการกระทาความผิดเกิดข้ึนในราชอาณาจักรไทย แม้ว่าจะไม่มีการ

กระทาความผิดส่วนใดในไทยเลย ก็ให้ถือว่าความผิดน้ันเกิดขึ้นในราชอาณาจกั ร

เช่น ดา ยืนอยูร่ มิ แมน่ า้ โขงในฝง่ั ลาว ยิงมายังแดงทีอ่ ยูฝ่ ัง่ ไทย หรือ บีเป็นคนพม่า

โดนหลอกให้กินยาพิษ ซ่ึงต่อมาบีเดินทางมาไทยแล้วยาพิษออกฤทธิ์แลว้ มาตายที่

ประเทศไทย

 หลักอานาจลงโทษ การกระทาความผิดต่อไปน้ีต้องลงโทษในราชอาณาจักร ได้แก่ ความผิด

สากล เกี่ยวกับความมั่นคงในราชอาณาจักร ความผดิ เกี่ยวกับการกอ่ การร้าย ความผิด

เกี่ยวกับการปลอมและแปลง (เงินตรา) ความผิดเกี่ยวกับเพศ ความผิดเกี่ยวกับ

การชงิ ทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ไดก้ ระทาในทอ้ งทะเลหลวง

 หลักบคุ คล กรณีที่กระทาความผดิ นอกอาณาจักร สามารถใช้กฎหมายไทยมาลงโทษกับ

ผูก้ ระทาความผดิ ในกรณีตอ่ ไปนี้

 ผู้กระทาความผดิ เป็นคนไทย ซงึ่ ผู้เสียกายขอใหล้ งโทษตามกฎหมายไทย

 ผู้กระทาความผิดไม่ใช่คนไทย แต่มีคนไทยเป็นผู้เสียหาย ซึ่งร้องขอให้

ลงโทษตามกฎหมายไทย


Click to View FlipBook Version