The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กฎหมายเบื้องต้น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by suphajit.chan, 2021-05-10 02:31:49

กฎหมายเบื้องต้น

กฎหมายเบื้องต้น

กฎหมายเบื้องตน้ ส 30228 หนา้ 45

 ศาล

 ศาลเป็นองค์กรของกระบวนการยุติธรรม โดยมีผู้พิพากษาและตุลาการมีความเป็นอิสระในการ
พิจารณาพพิ ากษาคดี ซ่ึงการจัดตั้งศาลกระทาไดโ้ ดยตราเป็นพระราชบัญญัติ สาหรับระบบศาลในประเทศไทย
จะกาหนดไวอ้ ยูใ่ นรัฐธรรมนูญ ซงึ่ แบง่ ศาลออกเป็นดังนี้

 ศาลรฐั ธรรมนญู

 ความสาคญั - ศาลรัฐธรรมนูญ ถือเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นรูปแบบขององค์กร
 โครงสรา้ ง ครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 โดยมีวัตถุประสงค์เป็นศาลพิเศษ
 อานาจหนา้ ที่ แตกต่างจากศาลทั่วไป คือ เป็นศาลเพียงชั้นเดียว คาวินิจฉัยของศาล
รัฐธรรมนูญถือเปน็ เดด็ ขาด ไม่สามารถอุทรณ์และฎีกาได้
- กาหนดให้มีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจานวน 9 ท่าน ทาหน้าที่เป็นองค์
คณะ โดยมีประธานศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้บรหิ ารสูงสุดในองค์กร มีวาระใน
การดารงตาแหนง่ 9 ปี ดารงตาแหน่งไดเ้ พียงวาระเดียว
- ในการพิจารณาคดตี อ้ งประกอบด้วยตุลาการศาลรับธรรมนญู ไมน่ อ้ ยกว่า
5 คน คาวนิ จิ ฉัยของศาลรัฐธรรมนูญใหถ้ ือเสียงขา้ งมาก
- ศาลรัฐธรรมนูญทาหน้าที่วินิจฉัยอรรถคดีที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ /
การพจิ ารณาว่ากฎหมายใดขัดหรือแยง้ ต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ / การกระทา
ใด ๆ ของบุคคล หรือคณะบุคคลมีความขัดหรือแยง้ ต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

 ศาลปกครอง

 ความสาคญั - ศาลปกครองเป็นองค์กรอิสระทีจ่ ัดข้ึนตามรัฐธรรมนญู ปี 2540 ซ่ึงจัดตัง้
 โครงสรา้ ง ข้ึนเพือ่ ประสานประโยชนร์ ะหว่างรัฐกับราษฎร
 รปู แบบศาลปกครอง - ประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นประธานกรรมการ ทาหน้าที่พิจารณา
วนิ ิจฉัยอรรถคดี
 อานาจหนา้ ที่ - แบง่ ออกเปน็ 2 ชัน้ คือ ศาลปกครองชัน้ ตน้ และศาลปกครองสูงสุด
- ศาลปกครองชั้นต้น ได้แก่ ศาลปกครองกลางและศาลปกครองตาม
ภูมิภาค โดยศาลปกครองกลางมีอานาจตัดสินคดีในเขตกทม.และจังหวัด
ใกล้เคียงหรือคดีที่ยื่นฟ้องศาลปกครองกลาง ส่วนศาลปกครองส่วน
ภูมิภาคปัจจุบันมี 16 แห่ง ได้แก่ เชียงใหม่ สงขลา ขอนแก่น ระยอง
นครราชสีมา นครศรีธรรมราช และพิษณุโลก ชุมพร แพร่ ยะลา ลพบุรี
สกลนคร สุพรรณบุรี อุดรธานี อุบลราชธานี บุรีรัมย์
- ศาลปกครองสูงสุด มีอานาจตัดสินคดีที่ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุด
หรือคดีทีอ่ ุทรณค์ าพิพากษาหรือคาสัง่ ศาลปกครองชั้นต้น
- คดีพิพาทที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ /
ค ดี พิ พ า ท ที่ เ กี่ ย ว กั บ ก า ร ท า ล ะ เ มิ ด ห รื อ ค ว า ม รั บ ผิ ด ข อ ง ห น่ ว ย ง า น
ทางปกครอง การใชอ้ านาจ การละเลยตอ่ หน้าที่ การปฎบิ ัตทิ ี่ล่าช้าเกนิ ควร

 ศาลยตุ ธิ รรม CHAPTER 3 : เรียนรู้กระบวนการของกฎหมาย หน้า 46
 ความสาคญั
 โครงสรา้ ง - ศาลยุติธรรมเปน็ องค์กรที่ทาหนา้ ทีพ่ ิจารณาพพิ ากษาอรรถคดีตา่ ง ๆ ทั้ง
 รปู แบบศาลยตุ ธิ รรม ทางแพง่ และอาญา รวมไปถงึ กฎหมายพเิ ศษตา่ ง ๆ ตามที่กฎหมายกาหนด
- แบง่ งานศาลออกเปน็ 2 ดา้ น ไดแ้ ก่ 1) สานกั งานศาลยุตธิ รรม ดูแลงาน
 อานาจหนา้ ที่ ธุรการศาลยุติธรรม มีฐานะเป็นนิติบุคคล 2) คณะกรรมการตุลาการศาล
ยุติธรรม ดูแลงานตุลาการ มีหน้าที่พิพากษาคดีและคาสั่งต่าง ๆ โดย
คณะกรรมการศาลยุติธรรมประกอบด้วย

 ประธานศาลฏีกาเปน็ ประธานกรรมการ
 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในแตล่ ะชั้นศาล ไดแ้ ก่ ศาลฎีกาหกคน ศาล
อุทรณส์ ีค่ น และศาลชั้นต้นสองคน
 ศาลชั้นต้น เป็นศาลเร่ิมต้นในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีต่าง ๆ
โดยทัว่ ไปแบง่ ออกเป็นศาลตา่ ง ๆ ดังนี้
>> ศาลชั้นต้นทั่วไป หมายถึง ศาลชั้นต้นที่มิใช่ศาลพิเศษและศาลชานัญ
พิเศษ องค์คณะประกอบด้วย ผู้พิพากษาอย่างน้อย 2 คน มี 2 ประเภท
ได้แก่
1.1) ศาลชั้นต้นทั่วไปในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ ศาลอาญา ศาลแพ่ง
ศา่ ลอาญากรุงเทพใต้ ศาลแพง่ กรุงเทพใต้ ศาลอาญาธัญบุรี ศาลแพง่ ธัญบุรี
1.2) ศาลชั้นตน้ ทัว่ ไปในจังหวัดอื่น ไดแ้ ก่

 ศาลแขวง พิจารณาคดีแพ่งที่มีจานวนทุนทรัพย์ที่ฟ้องไม่เกิน
300,000 บาท หรือในคดีอาญาที่มีโทษจาคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน
60,000 บาทหรือทัง้ จาทัง้ ปรับ

 ศาลจังหวัด มีอานาจพิพากษาคดีต่าง ๆ ทั้งทางแพ่งและอาญา
กระจายอยูท่ ัว่ ประเทศไทย

>> ศาลพิเศษและศาลชานัญพิเศษ ได้แก่ ศาลเยาวชนและครอบครัว
ศาลชานัญพิเศษ ได้แก่ ศาลแรงงาน ศาลภาษีอากร ศาลทรัพย์สินทาง
ปญั ญาและการค้าระหว่างประเทศ ศาลลม้ ละลาย
 ศาลอทุ ธรณ์ เป็นศาลทีมีอานาจพพิ ากษาคดที ี่อุทธรณค์ าพพิ ากษาหรือ
คาสั่งศาลชั้นต้น มีองค์คณะผู้พากษาอย่างน้อย 3 คน ปะกอบด้วยศาล
อุทธรณ์กลาง และศาลอุทธรณภ์ าค 1-9 อีก 9 ศาล
 ศาลฎีกา เป็นศาลสูงสุดมีเขตอานาจทั่วราชอาณาจักร มีอานาจ
พิจารณาพิพากษาคดีหรือคาสั่งจากศาลอุทธรณ์ มีเพียงศาลเดียวตั้งอยู่ที่
กทม. มีองค์คณะพิจารณาพิพากษาคดีประกอบด้วยผู้พิพากษา
อย่างนอ้ ย 3 คน
- ทาหน้าที่พิจารณาพิพากษาอรรถคดีต่าง ๆ ทั้งทางแพ่งและอาญา
รวมไปถงึ กฎหมายพเิ ศษต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกาหนด

กฎหมายเบื้องตน้ ส 30228 หน้า 47
 ศาลทหาร

 ความสาคญั - มีอานาจหนา้ ทีพ่ จิ ารณาพิพากษาคดอี าญา ซ่งึ ผูก้ ระทาผดิ เปน็ ทหารตาม
 รปู แบบศาลทหาร กฎหมาย หรือตามทีก่ ฎหมายตา่ ง ๆ กาหนด
 ศาลทหารในยามปกติ คือ ศาลที่มีอานาจพิจารณาคดีต่าง ๆ ใน
 อานาจหนา้ ที่ ระยะเวลาปกติไม่ได้มีการประกาศใชก้ ฎอัยการศึกหรือสงคราม ซึ่งรูปแบบ
พิจารณาคดีมีอยู่ 3 ชั้น คล้ายกับศาลยุติธรรม คือ ศาลทหารชั้นต้น
ชั้นกลาง และชัน้ สูงสุด
 ศาลทหารในเวลาไมป่ กติ คือ ศาลทีม่ ีอานาจพจิ ารณาพิพากษาคดีที่มี่
การรบ หรือสถานการณ์สงคราม หรือได้ประกาศใชก้ ฎอัยการศึก ซึ่งศาล
ทหารในเวลาไม่ปกติ มีอยู่ชัน้ เดียวไมส่ ามารถอุทรณ์ ฎีกาได้
 ศาลอาญาศกึ เกดิ ข้นึ โดยศาลน้จี ะตั้งอยูใ่ นยุทธภูมิในการทาสงคราม
บุคคลทีอ่ ยูใ่ นอานาจหนา้ ที่ของศาลทหาร คือ
 ทหารประจาหารที่รับราชการเปน็ ทหารอาชีพและทหารกองประจาการ
 นักเรียนทหาร เช่น นักเรียนนายร้อย นักเรียนนายเรือ นักเรียน
เตรียมทหาร นกั ศึกษาวทิ ยาลัยแพทย์ศาสตรพ์ ระมงกุฎเกล้า
 บุคคลที่ไม่ได้เป็นทหาร เช่น ข้าราชการกลาโหมพลเรือน พยานที่ถูก
ศาลทหารออกหมายจับเพือ่ เบิกความ และบุคคลที่เปน็ เชลยศกึ หรือชนชาติ
ศัตรูในชว่ งเวลาที่มีศึกสงคราม

 กระบวนการยุตธิ รรม

 กระบวนการยตุ ธิ รรม หมายถงึ แบบแผนวิธดี าเนนิ การแก่ผู้ฝ่าฝืนกฎหมายเพ่อื ใหค้ วามยุติธรรมแก่
ทุกฝา่ ยในสังคม

ความผดิ ทางอาญา ความผิดทางแพง่

 ความผิดทางอาญาส่วนใหญ่ก่อให้เกิดความ  ความผดิ ทางแพ่งสว่ นใหญเ่ ป็นเรือ่ งของเอกชนกับ

เสียหายต่อความสงบเรียบรอ้ ยของสังคม เอกชนดว้ ยกันเองไม่เสียหายตอ่ สังคม

 ความผิดทางอาญาจะเกิดข้ึนได้ โดยหลักต้อง  ความผิดทางแพ่งไม่ว่าจะกระทาโดยเจตนาหรือ

กระทาโดยเจตนา เว้นแต่กฎหมายบัญญัติว่าต้องรับ โดยประมาทผูก้ ระทาตอ้ งรับผดิ ทัง้ ส้นิ

ผิดแม้กระทาโดยประมาท หรือ ไม่มีเจตนา

 ความผิดอาญาระงับเมื่อผู้กระทาความผิดตายไม่  ความผิดทางแพ่งไม่ระงับเมื่อผู้กระทาผิดตาย

ตกทอดแก่ทายาท ตกทอดไปยังทายาท

 ความผิดทางอาญาสว่ นใหญไ่ มอ่ าจยอมความได้  ค ว าม ผิ ดท าง แพ่ง คู่ กร ณีส าม าร ถ ต กล ง

ประนีประนอมยอมความกันได้เสมอ

 สถาพบังคับ ได้แก่ ประหารชีวิต จาคุก กักขัง  สภาพบังคับ คือ การบังคับชาระหน้ี ชดใช้

ปรับ ริบทรัพยส์ นิ คา่ สินไหมทดแทน

CHAPTER 3 : เรียนรูก้ ระบวนการของกฎหมาย หน้า 48

 กระบวนการยุตธิ รรมทางแพ่ง

 องค์กรและบุคคลในกระบวนการยุตธิ รรมทางแพ่ง

 คคู่ วาม ในคดแี พ่งไมว่ า่ จะเป็นผู้ยื่นฟ้อง (โจทก)์ หรือผูถ้ ูกฟ้อง (จาเลย) กฎหมาย
จะเรียกวา่ คู่ความ นอกจากนน้ั คู่ความยังหมาย ความถงึ ผู้ร้องเรียนสาหรับคดี
 ศาลยตุ ธิ รรม ไมม่ ีขอ้ พพิ าทดว้ ย และเน่อื งจากคดีแพง่ เป็นเรือ่ งของเอกชนที่จะต้องรักษาส่วน
 เจา้ พนกั งานบงั คบั คดี ได้เสียของตนเอง กระบวนการยุติธรรมทางแพ่งจึงยินยอมให้คู่ความ
มอบหมายให้ผู้อื่นดาเนินการแทนได้ ดังน้ัน คู่ความจึงหมายความรวมถึง
บุคคลผู้มีสิทธิกระทาแทนคู่ความตามกฎหมาย หรือในฐานะทนายความด้วย
นอกจากน้ีบุคคลภายนอกที่ศาลอนุญาตให้ร้องสอดเข้ามาเป็นโจทก์ หรือ
จาเลยในภายหลงั กถ็ ือวา่ เป็นคู่ความด้วยเชน่ กัน

ศาลเปน็ ผูพ้ ิพากษาคดแี พ่งทีค่ ูค่ วามฟ้องรอ้ งกัน พระธรรมนูญศาลยุติ-ธรรม
ศาลแบง่ ออกเป็น ๓ ชั้น คือ ศาลชั้นตน้ ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา
การฟ้องรอ้ งคดีแพ่งจะต้องฟ้องที่ศาลชั้นต้นเป็นลาดับแรก แต่เนือ่ งจากศาล
ชั้นต้นมีหลายประเภท และตัง้ อยู่ในทุกจังหวัด การเสนอคาฟอ้ งจะต้องเสนอให้
ถูกศาล มิฉะนั้นศาลกจ็ ะไมร่ ับฟ้องหรือยกฟ้องเสีย

พนักงานบังคับคดี คือ เจ้าพนักงานของศาลหรือพนักงานอื่นผู้มีอานาจ
ตามหาบัญญัติแห่งกฎหมาย ที่ใช้อยู่ในอันที่จะปฏิบัติตามวิธีการทีบ่ ัญญัตไิ วใ้ น
กฎหมาย เพื่อ คุ้มครองสิทธิของคู่ความในระหว่างพิจารณา หรือเพื่อบังคับ
ตามคาพิพากษาหรือคาสั่ง มีอานาจหน้าที่ดงั นี้

 เป็นผูแ้ ทนเจ้าหน้ใี นอันทีจ่ ะรับชาระหนี้ หรือทรัพยส์ ินลูกหน้ี
 ยึดหรืออายัดและยดึ ทรัพยส์ ินของลูกหนต้ี ามคาพิพากษาไว้
 เอาทรัพย์สินที่ยดึ หรืออายัดขายทอดตลาด ตลอดจนจาหนา่ ยทรัพย์สิน
หรือรายได้ของลูกหน้ตี ามคาพิพากษา
 ดาเนินวธิ กี ารบังคับทัว่ ๆไป ตามที่ศาลได้กาหนดไว้ในหมายบังคับคดี

 กระบวนการยตุ ธิ รรมทางแพง่

 กระบวนการยุติธรรมทางแพ่ง เป็นเรื่องระหว่างเอกชนกับเอกชนที่มีข้อพิพาทกันในทางกฎหมาย
โดยคดีแพ่งมี 2 ลกั ษณะ คือ

 คดีมีขอ้ พพิ าท คือ คดีทีม่ ีคูก่ รณี 2 ฝา่ ย ซงึ่ มีการโต้แยง้ สิทธใิ นอันทีจ่ ะเรียกใครมาเปน็ จาเลย โดย
โจทก์จะต้องยื่นต่อศาล เพื่อให้หมายเรียกจาเลยมาแก้คดี โดยทาเป็นคาฟ้อง ฝ่าที่ยื่นคาฟ้อง เรียก โจทก์
ฝา่ ยที่ถูกฟ้อง เรียก จาเลย

 คดีไมม่ ีข้อพิพาท คือ คดีที่มีคู่กรณีฝ่ายเดียว ไม่มีตัวจาเลย เป็นเรื่องผู้ร้องจาเป็นต้องใช้สิทธิทาง
ศาล เช่น การรอ้ งขอเป็นผูจ้ ัดการมรดก การรอ้ งขอตัง้ ผูแ้ ทนโดยชอบธรรม โดยผู้รอ้ งตอ้ งทาเปน็ คาร้อง

กฎหมายเบื้องตน้ ส 30228 หนา้ 49

 การดาเนนิ กระบวนการยตุ ธิ รรมทางแพง่

 บคุ คลทเี่ กยี่ วขอ้ งใน - ประกอบด้วย ผู้ฝ่าฝืนกฎหมาย ผู้เสียหาย คู่ความ ศาล เจ้าพนักงาน
กระบวนการยตุ ธิ รรมทางแพง่ บังคับดี และในบางกรณีอาจมีอัยการเขา้ มาเกี่ยวขอ้ งดว้ ย
 คา่ ใชจ้ า่ ยในการฟอ้ ง
 การยนื่ ฟอ้ งตอ่ ศาล - ในการฟ้องคดีทางแพ่ง คู่ความที่เสนอคาฟ้องจะตอ้ งเสียค่าธรรมเนียม
ตามที่กฎหมายกาหนด เช่น ในคดีที่มีทุนทรัพย์จะคิดอัตรา 2.50 บาทจาก
การพจิ ารณาคดใี นศาล ทุนทรัพยแ์ ต่ไม่เกนิ 200,000 บาท สว่ นในคดที ี่ไม่มีทุนทรัพยห์ รือคดีไม่มีข้อ
พิพาท คดิ เรือ่ งละ 200 บาท
 การบงั คบั คดที างแพง่ - ตอ้ งเรม่ิ เสนอต่อศาลชั้นตน้

กรณีคดีมีข้อพิพาท ต้องทาเป็นคาฟ้อง โดยให้ยื่นคาฟ้องต่อศาลที่
จาเลยมีภูมิลาเนาในเขตศาลภายใน 15วัน

กรณีคดีไม่มีข้อพาท ที่ผู้ร้องใช้สิทธิทางศาลเพื่อให้ศาลสั่งหรือรับรอง
สิทธิ ให้ยื่นคาร้องเสนอต่อศาลทีม่ ูลคดีเกิดในศาลหรือต่อศาลมราผู้รอ้ งมี
ภูมิลาเนาในเขตศาล
- กระบวนการยุติธรรมจะเร่มิ ต้น โดยคู่ความเสนอคาฟ้องต่อศาล
- ศาลจะรับคาฟ้องและออกหมายเรียก ส่งสาเนาคาฟ้องให้กับจาเลยเพื่อ
แก้คดี โดยจาเลยตอ้ งมายื่นคาใหก้ ารภายใน 15 วัน นบั แตว่ ันไดร้ ับคาฟ้อง
- เมือ่ จาเลยรับสาเนาคาฟ้องและยืน่ คาให้การแลว้ ศาลจะดาเนินการนัดชี้
สองสถาน คือ การตรวจดูคาฟ้องของโจทก์และคาให้การของจาเลยว่ารับ
หรือปฏิเสธในประเด็นข้อใด จากน้ันกาหนดประเด็นข้อพิพาทแล้วนัด
สืบพยาน
- จะทาต่อเมื่อลูกหน้ีตามคาพิพากษาไม่ยอมปฏิบัติตามคาพิพากษาหรือ
คาสั่งของศาล โดยเจ้าหน้ีหรือผู้ชนะคดีมีอานาจขอให้บังคับคดีภายใน 10
ปี เพื่อจัดการบังคับเรื่องน้ันให้เป็นไปตามคาพิพากษา เช่น ยึดหรืออายัด
ทรัพย์สนิ และนาเงนิ ขายทอดตลาดเอาเงนิ มาขาระหน้ใี ห้แก่เจ้าหน้ี

 แผนภูมิแสดงกระบวนการยุติธรรมทางแพง่

เกดิ ขอ้ พพิ าทหรอื มคี วาม โจทกย์ นื่ ฟอ้ ง ศาล สง่ คาฟอ้ งใหจ้ าเลย
จาเปน็ ตอ้ งใชส้ ทิ ธทิ างศาล

จาเลยยนื่ คาให้การ

โจทกไ์ ดร้ บั การชดใช้ เจา้ พนกั งานบงั คบั คดี

CHAPTER 3 : เรียนรูก้ ระบวนการของกฎหมาย หน้า 50

 กระบวนการยุตธิ รรมทางอาญา

 องคก์ รและบคุ คลในกระบวนการยตุ ธิ รรมทางอาญา

ผถู้ ูกกลา่ วหา - ผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทาความผิดอาญาฐานใดฐานหน่ึง ฐานะของผู้ถูก
กล่าวหาว่ากระทาความผิดจะเปลี่ยนแปลงไปตามขั้นตอนของการดาเนินคดี
 ผเู้ สยี หาย คือ ฐานะทีต่ กเป็นผูต้ อ้ งหา หมายถึง บุคคลผู้ถูกกล่าวหาว่าได้กระทาความผิด
 พนักงานสอบสวนหรอื แต่ยังไม่ฟ้องศาล ฐานะที่ตกเป็นจาเลย หมายถึง บุคคลซ่ึงถูกฟ้องศาลแล้ว
ตารวจ โดยขอ้ หาว่ากระทาความผดิ
- บุคคลผู้ได้รับความเสียหาย เน่ืองจากการกระทาความผิดฐานใดฐานหน่ึง
 ทนายความ รวมทัง้ บุคคลผูม้ ีอานาจจัดการแทนได้
 พนักงานอยั การ - พนักงานสอบสวนหรือตารวจ เป็นองค์กรที่สาคัญที่สุดองค์กรหน่ึงใน
กระบวนการยุติธรรมทางอาญา เพราะเป็นหน่วยงานแรกที่รับผิดชอบต่อ
 ศาลยตุ ธิ รรม กระบวนการยุติธรรมก่อนที่คดีหรือข้อพิพาทที่เกิดข้ึน จะผ่านไปยังพนักงาน
 กรมราชทณั ฑ์ อัยการ และเข้าสูก่ ารพจิ ารณาของศาล

ตารวจเป็นผู้จับกุมผู้กระทาความผิด และทาการรวบรวมพยานหลักฐานที่
ได้จากการสอบสวนแล้วส่งเรื่องหรือสานวนสอบสวนให้พนักงานอัยการ ซึ่ง
เป็นทนายของ แผ่นดิน ฟ้องผู้ต้องหาต่อศาล เมื่อศาลพิพากษาลงโทษแล้ว
เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะควบคุมตัวผู้น้ันไว้ในเรือนจาเพื่ออบรม ดัดนิสัย และฝึก
อาชีพต่อไป
- ทนายความเข้ามาเกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม คือ เข้ามาว่าความแก้
ต่างให้แกค่ ู่ความไมว่ ่าจะเปน็ โจทกห์ รือจาเลย
- พนักงานอัยการ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งดาเนินคดีต่อจากพนักงาน
สอบสวน เมื่อพนักงานสอบสวนได้สอบสวนคดีเสร็จแล้ว ก็จะส่งสานวนการ
สอบสวนให้พนักงานอัยการ เพื่อฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลต่อไป พนักงานอัยการ
จึงเปรียบเสมือนทนายของ แผ่นดิน มีอานาจหน้าที่ในการดาเนินคดีในนาม
ของรัฐ
- ศาลเป็นผูท้ าหน้าที่พจิ ารณาชีข้ าดคดีหรือตัดสนิ คดี
ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ศาลแบ่งออกเป็น 3 ชั้น คือ ศาลชั้นต้น
ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา
- เจ้าหน้าที่ฝ่ายราชทัณฑ์ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้ามาเกี่ยวข้องใน
กระบวนการยุตธิ รรมทางอาญาเกือบทุกขัน้ ตอน โดยทาหนา้ ที่ควบคุมผูต้ อ้ งหา
หรือจาเลยไว้ในระหว่างการดาเนินคดีอาญาไม่วา่ จะเป็นชั้นก่อนศาลพจิ ารณา
ระหวา่ งการพิจารณา ตลอดจนภายหลงั การพจิ ารณาพิพากษา เช่น ควบคุมตวั
ปล่อยตัว หรือแม้แต่คาพิพากษาประหารชีวิต ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่าย
ราชทัณฑ์ อย่างไรกต็ ามเจา้ หน้าทีฝ่ า่ ยราชทัณฑย์ ังมีความรับผดิ ชอบสาคญั อนื่
อีก คือ การฝึกอบรม และแก้ไขฟื้นฟูผู้ถูกคุมขังให้กลับตนเป็นคนดี เข้ากับ
สังคมภายนอกไดภ้ ายหลงั ได้รับการปลอ่ ยตัวไป

กฎหมายเบื้องต้น ส 30228 หนา้ 51

 การดาเนนิ กระบวนการยตุ ธิ รรมทางอาญา

 การจบั กมุ ผูก้ ระทาผดิ - เป็นการจากัดเสรีภาพในร่างกายของผู้ถูกจับ โดยหลักการจับจะต้องมี
หมายจับซึ่งออกโดยศาล ยกเว้นมีการกระทาความผิดซ่ึงหน้าหรือเหตุ
 การสบื สวนสอบสวน จาเป็นอยา่ งอืน่ ให้จับโดยไม่มีหมายจับ โดยผู้ถูกจับจะต้องได้รับการแจ้งข้อ
คดอี าญา กล่าวหาและรายละเอียดแห่งการจับ ผู้ที่ถูกจับซึ่งยังถูกควบคุมตัวอยู่ต้อง
 การสงั่ ฟอ้ งคดอี าญา ถูกนาตัวไปศาลภายใน 48 ชั่วโมงนบั แต่เวลาที่ถูกจับ
- การสืบสวน หมายถึง การแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐาน เพื่อทราบ
การพจิ ารณาคดอี าญา รายละเอียดเกี่ยวกับความผิด
 การพพิ ากษาคดอี าญา - การสอบสวน หมายถึง การรวบรวมพยานหลักฐานซ่ึงพนักงาน
 การบงั คบั คดอี าญา สอบสวนไดท้ าไปเกี่ยวกับความผิดที่กลา่ วหา เพ่อื ที่จะทราบข้อเทจ็ จริง หรือ
พิสูจน์ความผดิ แตถ่ ้าไมม่ ีมูลเพียงพอกพ็ ิพากษายกฟ้อง
- เป็นการขอให้ศาลลงโทษจาเลยว่ากระทาความผิด ผู้มีอานาจฟ้อง
คดีอาญาต่อศาล คือ ผู้เสียหายและพนักงานอัยการ ในกรณีที่ผู้เสียหาย
ฟ้องเอง ศาลต้องไต่สวนมูลฟ้องเสมอ เมื่อเห็นว่าคดีมีมูลจึงจะสั่งประทับ
ฟ้อง ถ้าไม่มีก็ยกฟ้อง ต่างจากการฟ้องคดีโดยพนักงานอัยการโดยปกติ
ศาลจะไม่ไต่สวนมูลฟ้อง เพราะ พนักงานอัยการจะฟ้องคดีได้ต้องมีการ
สอบสวนมาแลว้
- เมื่อสืบพยานเสร็จ ศาลจะพิจารณาหรือไม่ ถ้าศาลเห็นว่าจะเลยไม่ได้
กระทาความผิดจะพิพากษายกฟ้องก็จะให้ปล่อยตัวจาเลยไป แต่ถ้าเห็นว่า
ผดิ จรงิ กจ็ ะพพิ ากษาลงโทษจาเลย
- เมื่อโจทก์ฟ้องหนา้ ที่ประการแรกของศาล คือ ตรวจดูวา่ ทอ้ งที่ยื่นฟ้องมา
น้ันถูกต้องหรือไม่ ถ้าฟ้องถูกต้อง ศาลจะนัดสืบพยาน ซ่ึงจะต้องทาโดย
เปิดเผยและเปิดโอกาสให้สาธารณชนเข้าฟังได้ และต้องกระทาต่อหน้า
จาเลย เพอ่ื ให้โอกาสจาเลยในการตอ่ สู้คดี
- คดีอาญาถึงทีส่ ุดได้ 3 กรณี คือ
 ศาลชัน้ ตน้ พิพากษาแลว้ ไม่มีการอุทธรณ์ภายใน 1 เดือน
 ศาลอุทธรณพ์ พิ ากษาแล้วไมม่ ีการยืน่ ฎีกาภายใน 1 เดือน
 ศาลฎีกาพิพากษาถงึ ทีส่ ุด โดยต้องดาเนนิ การดังนี้

- กรณีลงโทษจาคุกหรือกกั ขัง เจ้าหน้าทีร่ าชทัณฑ์จะดาเนนิ การตาม
คาพิพากษา

- กรณีศาลพิพากษายกฟ้องปล่อยจาเลย ศาลจะออกหมายปล่อย
แจง้ ใหเ้ จา้ หน้าทีร่ าชทัณฑป์ ลอ่ ยตัวจาเลยทันที

- กรณีพิพากษาให้คุมประพฤติ พนักงานควบคุมความประพฤติจะ
ดาเนินการตามคาพิพากษา

- กรณีพพิ ากษาปรับหรือริบทรัพย์ ศาลจะเป็นผูบ้ ังคับเองโดยไม่ชักช้า
- กรณีต้องโทษประหารชีวติ จะเอาตัวจาเลยไปประหารทันทีไม่ได้ตอ้ ง
ปฏิบัติในเรื่องพระราชทานอภัยโทษกอ่ น ผู้รับผดิ ชอบ คือ กรมราชทัณฑ์

CHAPTER 3 : เรียนรู้กระบวนการของกฎหมาย หน้า 52
 แผนภูมแิ สดงกระบวนการยตุ ธิ รรมทางอาญา

เกดิ กระทา ผเู้ สยี หายหรอื แจง้ ความแก่ พนักงานสอบสวน
ความผดิ ทางอาญา ผพู้ บเหน็ เหตกุ ารณ์ พนักงานสอบสวน รวบรวมพยานหลกั ฐาน

ราชทณั ฑ์ ผูเ้ สียหายฟ้องศาลโดยตรง เสนอความเห็นสงั่
ศาล สงั่ ฟอ้ ง ฟอ้ งหรอื ไมฟ่ อ้ งตอ่
อยั การ

อยั การพจิ ารณา

กฎหมายเบื้องตน้ ส 30228 หนา้ 53

แบบฝึกหัดที่ 3.1
0คาชี้แจง จงนาขอ้ ความตอ่ ไปนี้เติมลงในแผนภูมใิ หถ้ ูกต้อง

พระราชกาหนด พระราชกฤษฎีกา เทศบัญญัติ
ประมวลกฎหมาย
กฎกระทรวง พระราชบัญญตั ิ ขอ้ บังคับตาบล
ขอ้ บัญญตั อิ งค์การบริหารสว่ นจงั หวัด
ข้อบัญญตั ิเมืองพัทยา ข้อบัญญตั กิ รุงเทพมหานคร

พระราชบัญญตั ิประกอบรัฐธรรมนูญ

องค์กรที่จัดทา
กฎหมาย

ออกโดยองคก์ ร ออกโดยรัฐสภา ออกโดย ออกโดยองค์กร
พเิ ศษ 1 2 คณะรัฐมนตรี 3 ปกครองตนเอง 4

2 2
3 3

1. รัฐธรรมนูญ 2...................................................3......................................................4.....................................................

1. ประกาศคณะปฏิวตั ิ 2...................................................3......................................................4.....................................................

1. ประกาศคณะบริหารฯ 2...................................................3......................................................4.....................................................

1. ประกาศคณะปฏิรูปฯ 2...................................................3......................................................4.....................................................

1. ประกาศ รสช. 2...................................................3......................................................4.....................................................

CHAPTER 3 : เรียนรู้กระบวนการของกฎหมาย หนา้ 54
แบบฝึกหัดที่ 3.2
คาชี้แจง เขียนขัน้ ตอนการเสนอรา่ งกฎหมายลงในช่องว่าง

.......................................................................... เสนอ รา่ งพระราชบัญญตั ิ
..........................................................................
..........................................................................
..........................................................................
..........................................................................
............................................

วุฒสิ ภา สภาผูแ้ ทนราษฎร
วาระที่ 1 ..................................................... วาระที่ 1 .....................................................
........................................................................ ........................................................................
วาระที่ 2 ................................................... วาระที่ 2 ...................................................
....................................................................... .......................................................................
วาระที่ 3 ................................................... วาระที่ 3 ...................................................
........................................................................ ........................................................................

................................................................
................................................................

................................................................
................................................................

................................................................
................................................................

บังคับใช้กฎหมาย

กฎหมายเบือ้ งตน้ ส 30228 หน้า 55

แบบฝึกหัดที่ 3.3

คาชีแ้ จง จงเตมิ คาตอบลงในชอ่ งว่างใหไ้ ด้ใจความที่สมบูรณ์

1. ในปัจจุบันการประกาศใชก้ ฎหมายกระทาโดยวิธ.ี ................................................................................................................
2. ผูเ้ กี่ยวข้องกับการใชก้ ฎหมาย ได้แก่ ........................................................................................................................................
3. โดยปกติเมือ่ กฎหมายประกาศในราชกจิ จานุเบกษาแล้วจะมีผลใชบ้ ังคับเมือ่ ........................................................
4. พระราชบัญญตั ิจราจรทางบกออกประกาศในราชกจิ จานุเบกษาวันที่ 1 กันยายน 2563 โดย
กาหนดใหม้ ีผลบังคับใชเ้ มื่อครบกาหนด 90 วัน นบั แต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา กฎหมายฉบับน้ี
จะใช้บังคับวันที.่ ...........................................................................................................................................................................................
5. หลกั กฎหมายไมม่ ีผลยอ้ นหลงั .......................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................................
6. กฎหมายอาญาจะไมม่ ีผลยอ้ นหลงั ยกเวน้ ...............................................................................................................................
7. กฎหมายทีน่ ามาใช้บังคับในกรณีการสมรสในต่างประเทศ คือ ..................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................................
8. พระราชบัญญัติว่าดว้ ยกฎหมายอสิ ลามใช้บังคบั ในจงั หวัด................................................................................................
9. การกระทาความผิดบนเรือไทย ทีอ่ ยู่บนราชอาณาจักรใหใ้ ช้..........................................................................บังคับ
10.พระราชบัญญตั บิ ัตรประจาตัวประชาชนยกเว้นบุคคลประเภทใดไม่ต้องมีบตั ร.......................................................
.............................................................................................................................................................................................................................
11.การตีความกฎหมาย หมายถึง ......................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................................
12.การอุดช่องวา่ งกฎหมาย หมายถึง .............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................................
13.ผู้ที่มีอานาจตีความวา่ กฎหมายใดขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ คอื .......................................................................................
14.เหตุทีเ่ กดิ ช่องว่างทางกฎหมายมี..........................................กรณี คอื

1)...................................................................................................................................................................................................................
2)..................................................................................................................................................................................................................

CHAPTER 3 : เรียนรูก้ ระบวนการของกฎหมาย หนา้ 56
แบบฝึกหัดที่ 3.4
คาชี้แจง ใหน้ ักเรียนจัดทาแผนผังความคดิ สรุปวธิ ีในการยกเลกิ กฎหมาย

กฎหมายเบือ้ งตน้ ส 30228 หนา้ 57

แบบฝึกหัดที่ 3.5

คาชีแ้ จง จงเติมคาตอบลงในช่องวา่ งใหไ้ ด้ใจความที่สมบูรณ์

1. การจัดตั้งศาลจะกระทาได้โดย........................................................................................................................................................
2. รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแบง่ ศาลออกเปน็ ......................... ประเภท คอื ................................................
.............................................................................................................................................................................................................................
3. ศาลรัฐธรรมนูญมีอานาจพจิ ารณาคด.ี ........................................................................................................................................
4. ศาลรัฐธรรมนูญประกอบด้วย.........................................................................................................................................................
5. อานาจหน้าที่สาคัญของศาลรัฐธรรมนูญ คือ ........................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................................
6. ศาลปกครองมีอานาจหน้าทีพ่ จิ ารณาคด.ี .................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................................
7. ผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คือ ............................
8. ศาลยุตธิ รรมแบ่งการดาเนนิ งานออกเป็น................................ดา้ น คอื ...........................................................................
.............................................................................................................................................................................................................................
9. รัฐมนตรีกระทรวงยตุ ิธรรมจะเข้าไปก้าวกา่ ยงานตุลาการไมไ่ ด้เพราะถือว่า..........................................................
.............................................................................................................................................................................................................................
10.ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม แบ่งศาล ออกเปน็ ...................ชัน้ คือ .........................................................................
.............................................................................................................................................................................................................................
11.การแบง่ ศาลออกเป็น 3 ชัน้ กเ็ พ่อื ...............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................................
12.ศาลแขวง หมายถึง ............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................................
13.หัวหนา้ ผู้รับผดิ ชอบงานของศาลจังหวัด คือ ..........................................................................................................................
14.องคค์ ณะผูพ้ ิพากษาของศาลฎีกา ประกอบดว้ ย .................................................................................................................
15.ศาลทหารมีอานาจในการพจิ ารณาพิพากษา..........................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................................

CHAPTER 3 : เรียนรูก้ ระบวนการของกฎหมาย หนา้ 58

แบบฝึกหัดที่ 3.6

คาชีแ้ จง ให้นักเรียนนาตัวอักษรหนา้ ขอ้ ความใน หมวด ข มาใส่ในช่องวา่ งหน้าหมวด ก
ให้สัมพันธ์กัน

หมวด ก หมวด ข
.................1 กระบวนการยตุ ิธรรม ก. เจ้าพนกั งานผูม้ ีหน้าที่ฟอ้ งผูต้ ้องหาตอ่ ศาล
.................2 เจ้าหน้าที่ราชทณั ฑ์ ข. กฎหมายใหม้ ีอานาจและหนา้ ทีร่ ักษาความสงบ
.................3 การสืบสวน
.................4 การนดั ช้ีสองสถาน เรียบรอ้ ยของประชาชน
.................5 พนกั งานอัยการ ค. การตรวจคาฟ้องของโจทก์และคาใหก้ ารของ
.................6 คดีไม่มีข้อพพิ าท
.................7 ผู้ร้องสอด จาเลยเพ่อื กาหนดประเดน็ ขอ้ พิพาท
.................8 เจ้าพนกั งานบังคับคดี ง. ควบคุมตัวผตู้ อ้ งหา หรือจาเลยไวใ้ นระหว่าง
.................9 การสอบสวน
.................10. เจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง ดาเนนิ คดอี าญา
จ. แบบแผนวธิ ดี าเนนิ การแกผ่ ู้ฝา่ ฝืนกฎหมาย

เพ่อื ให้ความยุตธิ รรมแกท่ ุกฝา่ ยในสังคม
ฉ. การแสวงหาขอ้ เท็จจรงิ และหลกั ฐานเพ่อื ทราบ

รายละเอียดของความผดิ
ช. การรวบรวมพยานหลกั ฐานและการ

ดาเนินการทัง้ หลายเพอ่ื ทราบขอ้ เทจ็ จริง หรือ
พสิ ูจนค์ วามผดิ
ซ. การรวบรวมพยานหลกั ฐานและการ
ดาเนินการทั้งหลายเพอ่ื ทราบข้อเท็จจริง หรือ
พสิ ูจน์ความผิด
ฌ. คดีทีไ่ ม่ไดฟ้ อ้ งบงั คับใคร ไมม่ ีตวั จาเลยเป็น
เรือ่ งทีผ่ ูร้ อ้ งจาเป็นต้องใชส้ ิทธทิ างศาล
ญ. เป็นผปู้ ระกอบวิชาชีพกฎหมายโดยอิสระเปน็
ตัวแทนของคูค่ วามในการดาเนินคดใี นศาล
ฎ. บุคคลซึ่งไม่ได้เปน็ คู่ความมาแตแ่ รกหากได้เขา้
มาเป็นคู่ความภายหลัง
ฏ. ทาหนา้ ที่ยึดหรืออายัดและยดึ ถอื ทรัพยส์ ินของ
ลูกหนต้ี ามคาพพิ ากษาของศาล
ฐ. คดีทีม่ ีการโต้แยว้ สทิ ธใิ นอันที่จะเรียกใครมา
เปน็ จาเลย

กฎหมายเบือ้ งตน้ ส 30228 หนา้ 59

แบบฝึกหัดที่ 3.7

คาชี้แจง ให้นักเรียนพิจารณาขอ้ ความตอ่ ไปนี้ แล้วเขยี นเรียงตามลาดับกอ่ นหลัง แสดงให้
เห็นขั้นตอนของกระบวนการยุตธิ รรมทางอาญา

1.นายมากเห็นนายเฉลิม 2.ตารวจรวบรวม 3. ตารวจเข้าจับกุมผู้กระทา
ขณะกาลังขายยาเสพติดให้ พยานหลักฐานและขอ ง ความผิดคือนายเฉลิมและ
นายบุญส่ง จงึ แจ้งเจ้าหน้าที่ ก ล า ง ท า ส า น ว น ส่ ง ใ ห้ นายบุญส่ง
ตารวจ อัยการ

4.เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์รับตัว 5.นายเฉลมิ ขายยาเสพติดให้ 6.ผู้พิพากษาพิจารณาตัดสิน
ผู้ต้องหา คือ นายเฉลิมและ นายบุญส่ง ตามบทบัญญัติของกฎหมาย
หานายบุญส่ง อาญาตัดสินจาคุกนายเฉลมิ
และนายบุญสง่

7.ตารวจนาตัวนายเฉลิมและ 8.อัยการตรวจสอบสานวน
นายบุญส่งมาสอบสวน และพยานหลกั ฐานพิจารณา
แลว้ เห็นสมควรสง่ ฟอ้ งศาล

คาตอบ

CHAPTER 3 : เรียนรู้กระบวนการของกฎหมาย หนา้ 60

แบบฝึกหัดที่ 3.8

คาชี้แจง ให้นักเรียนพจิ ารณาข้อความตอ่ ไปนี้ แล้วเขยี นเรียงตามลาดับก่อนหลัง แสดงให้
เห็นขัน้ ตอนของกระบวนการยุตธิ รรมทางแพ่ง

1.นายเกตุขอยืมเงิน 20,000 2.นายเกตุไม่สามารถชาระ 3. ศาลชั้นต้นพิจารณารับ
บาท จากนายค้อนแล้วไม่ หน้ี คืนตามทีศ่ าลสัง่ ได้ หรือไม่รับพจิ ารณาคดี
ยอมจ่ายคืน

4 . ศ า ล พิ พ า ก ษ า ตั ด สิ น ใ ห้ 5.นายสมคิดเป็นทนายความ 6.นายค้อนตัดสินใจปรึกษา
นายเกตุชาระหน้ีใหแ้ ก่ นาย ทาเรือ่ งฟอ้ งศาล ทนายความ
คอ้ น

7.เจ้าพนักงานบังคับคดีเข้า 8.นายค้อนได้รับการชดใช้ 9. ศ าลพิจ าร ณ าค ดีมี มู ล
ด า เ นิ น ก า ร เ อ า ท รั พ ย์ สิ น หน้สี ิน ประทับฟอ้ ง
นายเกตุขายทอดตลาด

คาตอบ

กฎหมายเบือ้ งตน้ ส 30228 หน้า 61
แบบฝึกหัดที่ 3.9 อา่ นข้อความเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมทางแพง่ พรอ้ มแกไ้ ขใหถ้ ูกตอ้ ง

กระบวนการยุติธรรมทางแพ่งเริ่มด้วยคู่ความ คู่ ค ว า ม ใ น ค ดี แ พ่ ง ซึ่ ง เ ป็ น ผู้ ยื่ น ฟ้ อ ง เ รี ย ก ว่ า
ฝา่ ยจาเลยเสนอคาฟ้องต่อศาล “จาเลย ” สว่ นผู้ถูกฟอ้ ง เรียกวา่ “โจทย์”

.................................................................................................... ....................................................................................................
.................................................................................................... ....................................................................................................
.................................................................................................... ....................................................................................................
.................................................................................................... ....................................................................................................
................................................................................................... ...................................................................................................

ในการดาเนินคดีทางแพ่งน้ัน กฎหมายยินยอมให้ตัวความ
มอบหมายให้คนที่รู้จัก หรือเพื่อนพ้องที่คุ้นเคยดาเนินการ
แทนได้

...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
..................................................................................................................................

การตั้งทนายความเป็นตัวแทนในการว่าคดี การบังคับคดีให้เป็นไปตามคาร้องขอของฝ่าย
สามารถวา่ ความต่อศาลได้ทันที โจทก์ โดยเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีดาเนินการ
บังคับคดี โดยไม่ตอ้ งรอคาสัง่ หรือ คา
พิพากษาของศาล

.................................................................................................... ....................................................................................................
.................................................................................................... ....................................................................................................
.................................................................................................... ....................................................................................................
.................................................................................................... ....................................................................................................
................................................................................................... ...................................................................................................

CHAPTER 3 : เรียนรูก้ ระบวนการของกฎหมาย หนา้ 62

แบบฝึกหัดที่ 3.10 อ่านกรณีศึกษา พร้อมเติมข้อความเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมทางอาญา
ลงในแผนผัง แล้วตอบคาถาม

นายขาวกับนายดารุมทาร้ายนายเขียว จนทาให้นายเขียวหน้าบวม ซ่ีโครงหักจน
ต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล หากนายเขียวได้ยื่นฟ้องต่อศาล กระบวนการ
ยุตธิ รรมทางอาญาจะเรม่ิ ต้นอยา่ งไร

การเริ่มต้นของ กรณีผูเ้ สียหาย ศาลจะไตส่ วนมูลฟอ้ ง
กระบวนการยุติธรรม ฟอ้ งคดีตอ่ ศาล คดีมีมูล คดีไม่มีมูล

ทางอาญาในศาล
ชัน้ ตน้

ศาลพิจารณาคดี ใหศ้ าล ใหศ้ าลพพิ ากษา
สืบพยานโจทย์ ประทับฟอ้ ง ยกฟอ้ ง

………………………………………………….. ……………………………………………… ………………………………………………
………………………………………………….. …..………………………………………… …..…………………………………………

โจทก์และจาเลยสามารถยื่นอุทธรณค์ าพพิ ากษา
ไปยังศาลอุทธรณแ์ ละศาลฎีกา ตามลาดับ

1. หากผูต้ ้องหา หรือจาเลยมีความประสงค์จะต่อสูค้ ดี ควรปฏิบัติอย่างไร
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
2.ในคดีอาญา หากผู้เสียหายต้องการจะเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการเพื่อฟ้องผู้ต้องหาต่อศาล
ควรปฏิบัตอิ ย่างไร
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................

กฎหมายเบื้องต้น ส 30228 หนา้ 63

CHECK CONCEPT 3

คาชีแ้ จง ให้นักเรียนตอบคาถามต่อไปนี้

1. ตารวจจับนายดา กลา่ ววา่ นายดา ขโมยนาฬกิ าของนายแดง นายดา มฐี านะเป็น...........................................
2. นายขาว ยักยอกทรัพยผ์ ูอ้ ืน่ จัดเป็นคดี ...................................................................................................................................
3. ขัน้ ตอนแรกของการดาเนนิ คดแี พง่ ตามกระบวนการยุตธิ รรม คือ ............................................................................
4. การบังคับคดี หมายถึง การดาเนินคดใี หเ้ ปน็ ไปตาม.........................................................................................................
5. เมือ่ ฝายใดฝา่ ยหน่งึ แพ้ ไมย่ อมปฏิบัตติ ามคาสงั่ ศาล สามารถ......................................................................................
6. พนกั งานสอบสวน หมายถึง............................................................................................................................................................

สังกัดกรม......................................................กระทรวง.......................................เกีย่ วขอ้ งกับคดี..............................................
7. พนกั งานฝา่ ยปกครอง หมายถึง..................................................................................................................................................

สังกัดกรม.....................................................กระทรวง......................................เกี่ยวขอ้ งกับคดี...............................................
8. พนกั งานคุมความประพฤติ เกี่ยวขอ้ งกับคดี..........................................................................................................................

สังกดั กรม.....................................................กระทรวง......................................................................................................................
9. ทนายความ เกี่ยวขอ้ งกับคดี.........................................................................................................................................................
10.พนกั งานราชทัณฑ์ เกี่ยวข้องกับคดี.....................................สังกัดกรม..............................กระทรวง.............................
11.พนกั งานบังคับคดี เกี่ยวข้องกับคดี.......................................สังกัดกรม..............................กระทรวง.............................
12.พนักงานพิทักษท์ รัพย์ พนกั งานยึดทรัพย์ เกี่ยวขอ้ งกับคดี...........................................................................................

สังกัดกรม....................................................กระทรวง.......................................................................................................................
13.ผู้มีหน้าที่ไตส่ วนมูลฟอ้ ง คือ .........................................................................................................................................................
14.ทนายของแผ่นดนิ หมายถงึ ........................................................................................................................................................

เพราะ.......................................................................................................................................................................................................
15.บุคคลมีหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวน หาพยานหลกั ฐานมาสอบปากคา และสรุปสานวน

คือ.............................................................................................................................................................................................................
16.ขั้นตอนแรกของการดาเนนิ คดอี าญาตามกระบวนการยุติธรรม คอื ......................................................................
17.ผูท้ ีม่ ีอานาจในการพจิ ารณาสานวนการสอบสวน และการสั่งไม่ฟ้อง

คือ............................................................................................................................................................................................................
18.จงเรียงลาดับบุคคลที่เกีย่ วขอ้ งกับคดีแพง่ ตามลาดับกระบวนการยุตธิ รรมคดีแพง่

19.จงเรียงลาดับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีอาญา ตามลาดับกระบวนการยุตธิ รรมคดีอาญา

20.เมื่อเกดิ คดีความ สิ่งแรกทตี่ อ้ งพจิ ารณาคอื ........................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................................

CHAPTER ฉันเป็นใคร มีสทิ ธแิ คไ่ หน ทาอะไรได้บา้ ง

4

กฎหมายว่าด้วยบุคคล ถือเป็นเรื่องที่นักเรียนควรรูแ้ ละทาความเขา้ ใจ เพราะมีความสาคัญต่อการดาเนนิ

ชีวติ ประจาวัน ตลอดจนมีความเกีย่ วพันกับสทิ ธิตา่ ง ๆ ทีจ่ ะมีผลพูกผันข้นึ ตามกฎหมายตัง้ แต่เริม่ ต้นแห่งการมีสทิ ธิตาม
กฎหมาย จนถงึ การสิ้นสุดลงตามสภาพแหง่ สทิ ธติ ามกฎหมาย

ประเดน็ ทจี่ ะศกึ ษา
กฎหมายเกี่ยวกับบุคคล
ประเภทบุคคลตามกฎหมาย
การนับอายุบุคคล
การสน้ิ สภาพบุคคล
ภูมิลาเนาของบุคคล
ความสามารถของบุคคล
ประเด็นน่ารูเ้ กี่ยวกับบุคคล

กฎหมายเบื้องตน้ ส 30228 หนา้ 65

กฎหมายแพ่งและกฎหมายบุคคล

กฎหมายแพ่งและพาณิชย์เป็นกฎหมายเอกชน เน่ืองจากกาหนดความสัมพันธ์ระหว่างเอกชนและเอกชน

ในฐานะเท่าเทียมกัน มีทัง้ หมด 6 บรรพดังนี้
บรรพ 1 วา่ ดว้ ยหลกั ทั่วไป
บรรพ 2 ว่าดว้ ยหน้ี
บรรพ 3 วา่ ดว้ ยเอกเทศสัญญา
บรรพ 4 วา่ ด้วยทรัพย์สิน
บรรพ 5 ว่าด้วยครอบครัว
บรรพ 6 ว่าด้วยมรดก

 บุคคลตามกฎหมาย

ในทางกฎหมายแบง่ บุคคลเปน็ 2 ประเภท คือ บุคคลธรรมดา กับ นติ ิบุคคล

บุคคลธรรมดา นติ บิ ุคคล

☺ บุคคลธรรมดา คือ มนุษย์หรือคนซึ่งมีชีวิตจิตใจ ☺ นติ บิ ุคคล คือ บุคคลทีก่ ฎหมายสมมตขิ น้ึ ให้มีสิทธิ

ไม่จากัด เพศ วัย ฐานะ สตปิ ญั ญา และหน้าที่เช่นเดียวกับบุคคลธรรมดา เช่น สามารถ

☺ เริ่มมีสภาพบุคคล “เมื่อคลอดแล้วอยูร่ อดเป็นทารก เปน็ เจา้ ของทรัพย์สนิ ได้ / จาหน่ายจา่ ยโอนทรัพย์สิน

สิ้นสภาพบุคคลเมื่อตายตามธรรมชาติหรือสาบสูญ ” ได้ / เป็นลูกหน้หี รือเจา้ หน้ไี ด้

กรณีส้นิ สภาพบุคคล ☺ นติ บิ ุคคลเริ่มมีสภาพบุคคลเมื่อ......................................

☺ ตายตามธรรมชาติ พิจารณาจาก..................................... สน้ิ สุดสภาพนติ ิบุคคลเมื่อเลิกกิจการหรือลม้ ละลาย
☺ ตายโดยผลของกฎหมาย (สาปสูญ) คือ การที่ *** นิติบุคคลจะมีสิทธิและหน้าทีไ่ ด้แต่เฉพาะภายใน
บุคคลนน้ั หายไปจากภูมิลาเนาหรือถ่ินที่อยู่อาศัยโดยไม่ วัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้เท่าน้ัน โดยสิทธิและหน้าที่ของ
นิติบุคคลจะเหมือนกับบุคคลธรรมดา เว้นแต่สิทธิ
สามารถตดิ ต่อได้อีกเลย
บางอย่างที่นิติบุคคลไม่สามารถมีได้ เช่น การหมั้น
>> กรณีปกติ ...........ปี
>> กรณีพิเศษ เหลือ ........ปี คือ หายไปในการรบ การสมรส รับรองบุตร เกณฑ์ทหาร สิทธิทาง
การสงคราม ยานพาหนะอับปาง (ในกรณีน้ีให้ผู้มี การเมือง เป็นต้น
ส่วนได้ส่วนเสียสามารถรอ้ งขอต่อศาลเพื่อให้กลายเปน็  นิติบุคคล แบง่ ออกเป็น 2 ประเภท คือ

คนสาบสูญเพอ่ื ให้สิ้นสุดสภาพบุคคล) >> นิติบุคคลตามกฎหมายเอกชน ได้แก่ สมาคม

☺ ในกรณีที่บุคคลหลายคนตายในเหตุภยันตราย (.....คน) / มูลนธิ ิ (.......คน) /หา้ งหุ้นสว่ นจากัด /บรษิ ัท
ร่วมกัน ถา้ เป็นการพ้นวิสัยที่จะกาหนดไดว้ า่ คนไหนตาย จากัด / ห้างหุ้นส่วนสามัญ(จดทะเบียน) /บริษัท
มหาชนจากัด โดยนิตลิ ะบคุ คลแต่ละแหง่ จะมีผูท้ าการ
ก่อนตายหลังให้ถือว่าตายพรอ้ มกัน
แทนในนามนิตบิ ุคคลเรียกวา่ ...........................................

>> นิติบุค ค ลต าม กฎ หม าย ม หาช น ไ ด้แก่

กระทรวง กรม จังหวัด รัฐวิสาหกิจ กองทัพ

เทศบาล วัด มัสยิด วัดโรมันคาทอลิกที่จดทะเบียน

มหาวทิ ยาลัย องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน

CHAPTER 4 : กฎหมายว่าดว้ ยบุคคล หนา้ 66

ประเดน็ นา่ รู้เกีย่ วกับกฎหมายว่าด้วยบุคคล

ประเด็น ความรูเ้ สรมิ
> สทิ ธขิ องบคุ คลเรมิ่ ตน้ เมอื่ ไร เริ่มตั้งแต่อยู่ในครรภม์ ารดา โดยปกติทารกในครรภ์มารดายัง
ไม่มีสภาพบุคคล จึงไม่อาจมีสิทธิใด ๆ แต่สาหรับกรณีของทารกที่
> การตายธรรมดาสง่ ผลตอ่ สทิ ธแิ ละ อยู่ในครรภ์มารดาน้ัน “สิทธิ” เกิดข้ึนตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา และ
หนา้ ทอี่ ยา่ งไรบา้ ง อยูใ่ นฐานะทีเ่ ป็นบุคคลได้ หากภายหลงั ไดค้ ลอดและมีชีวติ รอดอย่าง
>การสนิ้ สภาพบคุ คลตามกฎหมาย ปลอดภัย
กรณสี าบสญู นบั การตายตาม เมื่อบุคคลถึงแก่ความตายแล้ว ในเรื่องสิทธิ หน้าที่และความ
กฎหมายวนั ไหน รับผิดชอบที่เป็นการเฉพาะตัวของบุคคลน้ันระงับลงไปด้วย เช่น
คดีอาญาจะระงับลงเมือ่ ผู้กระทาความผิดถึงแก่ความตาย
> กรณคี นสาบสญู ไดก้ ลบั มา ตัวอย่าง นายแดงหายสาปสูญไปจากเหตุการณ์เครื่องบินตก
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2548 และจะครบกาหนด 2 ปี ในวันที่ 5
> การเปน็ บคุ คลลม้ ละลาย สิงหาคม 2550 โดยผูม้ ีสว่ นไดส้ ว่ นเสียสามารถรอ้ งขอต่อศาลให้แดง
ตามกฎหมาย เป็นคนสาบสูญไดต้ ัง้ แตว่ ันที่ 6 สงิ หาคม 2550 เป็นต้นไป หากศาลมี
> ความรบั ผดิ ของนติ บิ คุ คล คาสัง่ ให้นายแดงเป็นคนสาบสูญในวันที่ 1 ธนั วาคม 2550 กฎหมาย
ให้ถือว่า “นายแดงถึงแก่ความตายในวันที่ 5 สิงหาคม 2550 ”ซ่ึง
เป็นวันครบกาหนด 2 ปีนับแตเ่ ครื่องบินตก
ถ้าในภายหลังคนสาบสูญได้กลับมา หรือมีการพิสูจน์ได้ว่า
บุคคลน้ันยังมีชีวิตอยู่ หรือถึงแก่ความตายในเวลาอืน่ ซ่ึงไม่ใช่เวลาที่
ครบกาหนดแห่งการหายตัวไป ให้ศาลมีคาสั่งถอนการเป็นคน
สาบสูญ แต่การถอนคาสัง่ นไ้ี ม่กระทบต่อการใด ๆ ที่ทาไปโดยสุจริต
ระหว่างเป็นคนสาบสูญ เช่น หลังจากที่ศาลมีคาสั่งให้ ก เป็นคน
สาบสูญ ข ลูกชายของ ก ที่รับเงินมรดกของ ก จานวน 10 ล้าน
บาท ไดใ้ ช้เงนิ มรดกของ ก ไปจนหมด ต่อมาเมือ่ ก กลบั มา และศาล
มีคาสั่งถอนคาสั่งดังกล่าว ข ไม่ต้องคืนเงินจานวน 10 ล้านบาทให้
ก เพราะตนได้ใช้ไปโดยสุจริต ตรงกันข้ามหาก ข หลังจากที่ได้รับ
มรดกไดใ้ ชเ้ งินไปจานวน 3 ล้านบาท ตอ่ มา ข รูว้ า่ ก ยังไมต่ ายดว้ ย
ความกลวั ที่ ก มาทวงเงินคืนจากตนจึงรีบใช้เงนิ ส่วนทีเ่ หลือจานวน
7 ล้านบาทให้หมด เช่นน้ีย่อมถือว่า ข ไม่สุจริต ทาให้ ข ต้องคืนเงิน
จานวน 7 ล้านบาท ให้แก่ ก
 บุคคลธรรมดา (หน้ีสิน 1 ล้านบาทข้ึนไป ) ส่วนนิติบุคคล
(หนส้ี ิน 2 ลา้ นบาทขึ้นไป )
> ความรับผิดทางแพ่ง ผู้แทนนิติบุคคลเมื่อได้ทาการนหน้าที่
ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น นิติบุคคลจะต้องรับผิดชดใช้ค่า
สินไหมทดแทนให้
> ความรับผิดทางอาญา โทษทางอาญาที่จะใช้กับนิติบุคคลได้คือ
โทษปรับและริบทรัพยส์ นิ เท่านัน้

กฎหมายเบื้องตน้ ส 30228 หนา้ 67

 การนับอายุของบุคคล

การนบั อายุของบุคคล ใหเ้ ริม่ นบั ตัง้ แต่ “วันเกิด” วันเกิด หมายถึง วัน เดือน ปี ทีเ่ กิด ซ่ึงปญั หา
ในทางกฎหมายที่อาจจะเกดิ ขน้ึ ไดแ้ ยกเป็นกรณีดังนี้ คือ

กรณี วัน เดือน ปี ผลทางกฎหมาย

1 ไมร่ ู้ รู้ รู้ ใหน้ บั เอาวันที่ 1 ของ เดือนน้นั เปน็ วันเกิด

2 ไม่รู้ ไมร่ ู้ รู้ ให้นบั เอาวันที่ 1 มกราคมปนี ้นั ๆ เปน็ ปวี ันเกดิ

3 ไมร่ ู้ ไม่รู้ ไม่รู้ ให้พิจารณาจากรูปร่างและหน้าตา ลกั ษณะสัณฐานของ

บุคคลนน้ั ว่าควรมีอายุเทา่ ใด

 ส่ิงประกอบสภาพบุคคล

 ชื่อและชือ่ สกุล มลี กั ษณะทีไ่ ม่หยาบคายและไม่พ้องชอื่ พระปรมาภไิ ธยแลพระนามของพระราชนิ ี
 ภูมิลาเนา
 สถานะบุคคล ทีอ่ ยตู่ ามกฎหมายของบุคคล เพ่อื ให้รูแ้ หล่งที่จะตดิ ต่อผูน้ ้นั ได้

 สัญชาติ ฐานะหรือตาแหน่งซง่ึ บุคคลหน่งึ ดารงฐานะ อันเปน็ เครื่องบอกใหท้ ราบใน
ความสามารถในการใชส้ ทิ ธิและปฏิบัตติ ามทีก่ ฎหมายกาหนด
เครือ่ งบ่งบอกความเป็นพลเมืองของประเทศใดประเทศหนงึ่ ซงึ่ การได้สัญชาติมี 2 ทาง
ดังนี้
4.1 ) การได้สัญชาติโดยกาเนิด มี 2 หลัก คือ หลักดินแดน ซ่ึงถือว่าบุคคลเกิดใน
อาณาเขตของประเทศใดย่อมได้สัญชาติประเทศน้ัน และหลักสืบสายโลหิต ถือว่า
บุคคลทีเ่ กดิ จากบดิ ามารดามีสัญชาตขิ องประเทศใด ยอ่ มไดส้ ัญชาติของประเทศนน้ั ตาม
บดิ ามารดา
4.2 ) การได้สัญชาติหลังกาเนิด ไดแ้ ก่ การได้สัญชาตโิ ดยสมรส การขอแปลงสัญชาติ

 ภูมิลาเนาของบุคคล

1. ของสามีภรรยา  ถ่ินที่อยู่กนิ ดว้ ยกันฉันสามีภรรยา
2. ของผู้เยาว์  ภูมลิ าเนาผูแ้ ทนโดยชอบธรรม หรือ ผูป้ กครอง
3. คนไร้ความสามารถ  ภูมลิ าเนาของผู้อนุบาล
4. ของข้าราชการ  ที่ทางานตามตาแหนง่ หนา้ ที่
5. ของนกั โทษ  เรือนจา หรือ คุก
6. ของนติ บิ ุคคล  ที่ตั้งสานักงานใหญ่ หรือที่ตั้งทาการ หรือตามข้อบังคับ

ความรู้เสรมิ กรณีที่บุคคลใดไมม่ ีทีอ่ ยู่ถาวร ให้เอาทีอ่ ยูช่ วั่ คราวเปน็ ภูมลิ าเนาได้ / กรณที ี่บุคคลใดไมม่ ีทีอ่ ยู่
ถาวร และชวั่ คราว เชน่ ขอทาน ใหถ้ ือวา่ สถานทีท่ ี่พบตัวบุคคลนน้ั เป็นภูมลิ าเนา

 ความสามารถของบุคคลตามกฎหมาย CHAPTER 4 : กฎหมายว่าดว้ ยบุคคล หน้า 68

 ผูเ้ ยาว์ พ่อ แม่ หรือ ผู้ที่กฎหมายกาหนด

☺ มีผูด้ ูแล คือ ผูแ้ ทนโดยชอบธรรม
☺ ทานิติกรรมได้บางอยา่ ง

แบง่ เป็น 3 ประเภท  ผไู้ รค้ วามสามารถ ☺ มีผู้ดูแล คือ ผอู้ นบุ าล
☺ ทานิติกรรมไมไ่ ด้เลย

 ผูเ้ สมือนไร้ความสามารถ ☺ มีผูด้ ูแล คือ ผู้พทิ ักษ์
☺ ทานิติกรรมได้บ้าง

 ผู้เยาว์

ในทางกฎหมาย ผูเ้ ยาว์ คอื บุคคลซง่ึ ยังไมบ่ รรลุนิติภาวะ หรอื บุคคลทีม่ ีอายตุ า่ กว่า 20 ปี ซึ่งบุคคล
ธรรมดาจะบรรลุนิติภาวะได้เมื่ออายคุ รบ 20 ปบี ริบูรณ์

☺ การบรรลุนติ ิภาวะ

 การบรรลนุ ติ ภิ าวะโดยอายุ > เปน็ กรณีที่ผู้เยาว์มีอายุครบ 20 ปบี ริบูรณ์
 การบรรลนุ ติ ภิ าวะโดยการสมรส
> เป็นกรณีที่ทาการสมรสตามกฎหมาย คือ ชายและหญิงมีอายุ
ครบ .........ปีบริบูรณ์ โดยจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายและบิดา
มารดาหรือผู้ปกครองทั้งสองฝา่ ยให้ความยนิ ยอม
> เป็นกรณีที่ศาลอนุญาตให้สมรสในกรณีที่มีเหตุสมควรให้สมรส
กอ่ น

☺ ความสามารถในการใชส้ ิทธขิ องผูเ้ ยาว์  ผู้แทนโดยชอบธรรม คือ ผู้มีอานาจทานิติ
 ไดร้ ับความยินยอมจากผูแ้ ทนโดยชอบธรรม กรรมต่าง ๆ แทนผู้เยาว์ได้ หรือให้ความยินยอม
ในการทานิติกรรมแก่ผู้เยาว์ ได้แก่ ผู้ใช้อานาจ
ปกครอง ไดแ้ ก.่ ..................................................................
>> หากผูเ้ ยาวฝ์ ่าฝนื นติ ิกรรมจะตกเป็น..................

 ผู้เยาว์ใชส้ ิทธกิ ระทาได้เองไม่จาเปน็ ต้องขอ  .............................................................................
ความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม ...............................................................................
...............................................................................
...............................................................................

กฎหมายเบื้องต้น ส 30228 หนา้ 69

 ผูไ้ ร้ความสามารถ

ในทางกฎหมาย ผไู้ รค้ วามสามารถ คือ คนวกิ ลจรติ ที่ศาลไดม้ ีคาสงั่ แล้วว่าเปน็ คนไรค้ วามสามารถและ
ใหอ้ ยูใ่ นความดูแลของผู้อนบุ าล

 เด็กๆควรรู้ >> บุคคลที่จัดไดว้ ่าเปน็ บุคคลไรค้ วามสามารถ หากศาลยังไมไ่ ด้มีคาสั่งให้เรียกบุคคลนน้ั วา่
“บุคคลวกิ ลจรติ ” ทัง้ นี้บุคคลวิกลจรติ จะเปน็ คนไรค้ วามสามารถก็ต่อเมื่อศาลได้มีคาสัง่ แล้วเท่านนั้

Trick ในการจา คนไร้ความสามารถ คือ คนวกิ ลจรติ + ศาลมคี าสงั่ ใหเ้ ปน็ คนไรค้ วามสามารถ

☺ ความสามารถในการทานติ กิ รรม

 คนไรค้ วามสามารถ  คนวกิ ลจรติ

☺ นิติกรรมใด ๆ ที่คนไร้ความสามารถได้กระทา ☺ ตามหลักกฎหมายแล้ว ถ้าบุคคลวิกลจริตยังไม่ถูก

ลงย่อมตกเป็นโฆฆียะ เสมอ แม้การกระทา คาสั่งศาลให้กลายเป็นคนไร้ความสามารถ การใดๆ

นิติกรรมน้ันจะได้รับความยินยอมจากผู้อนุบาล ทีบ่ ุคคลน้นั ทา ยอ่ มมีผลสมบูรณ์

ก็ตาม >>ในทางกลับกัน กฎหมายจะถือว่านิติกรรมที่คน

>> ตรงน้ีต้องระวังให้ดี หากโจทย์ถามว่านิติกรรม วิกลจริตได้กระทาลงตกเป็นโมฆียะก็ต่อเมื่อเข้า

ของคนไรค้ วามสามารถที่ผูอ้ นบุ าลทาแทนสามารถ หลกั เกณฑ์ 2 ประการ

กระทาได้ไหม ตอบว่า ได้และมีผลสมบูรณ์ด้วย  คนวิกลจริตทานิติกรรมขณะที่ตนมีอาการจรติ

เพราะกฎหมายกาหนดให้ผู้อนุบาลเป็นผู้ทาแทน วิกล

และคนไร้ความสามารถจะทานิติกรรมเองไม่ได้  คู่กรณีอีกฝ่ายหน่ึงรู้ว่าบุคคลที่ทานิติกรรมกับ
ในทุกกรณี
ตนเป็นคนวิกลจรติ

CHAPTER 4 : กฎหมายว่าดว้ ยบุคคล หน้า 70

 ผเู้ สมือนไรค้ วามสามารถ

ในทางกฎหมาย ผูเ้ สมอื นไรค้ วามสามารถ คือ บุคคลทีม่ ีความบกพร่องบางประการแต่ไมถ่ งึ ขนาดวกิ ลจริต
หรือสูญเสียความสามารถในการกาหนดเจตนาของตนเองโดยสิ้นเชิง และศาลได้มีคาสั่งให้เป็นคนเสมือน
ไร้ความสามารถ

 บุคคลที่อาจถูกรอ้ งขอให้เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ ต้องมีลักษณะบกพร่องบางอยา่ งตามที่กฎหมาย
กาหนด ได้แก่ กายพิการ / จิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบไม่ถงึ ขนาดวกิ ลจรติ / ประพฤติตนสุรุ่ยสุร่ายเป็นอาจณิ /
ติดสุรายาเมา

☺ เด็ก ๆควรรู้ คนเสมือนไร้ความสามารถสามารถทานิตกิ รรมบางประเภทไดด้ วั ยตนเอง ต่างจาก
ผู้แทนโดยชอบธรรมและผู้อนบุ าลทีม่ ีอานาจทานติ กิ รรมแทนแลว้ แตก่ รณี

☺ ความสามารถในการทานิติกรรมของผเู้ สมือนไร้ความสามารถ

เน่ืองจากคนเสมือนไร้ความสามารถมีความสามารถในการทานิติกรรมได้เสมือนคนปกติ ดังน้ันคนเสมือน
ไร้ความสามารถจึงสามารถทานิติกรรมเกือบทุกประเภทๆได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจาก
ผู้พทิ ักษ์ นิติกรรมนน้ั ก็มีผลสมบูรณ์

แต่!ก็มีนิติกรรมบางส่วนที่กฎหมายกาหนดให้คนเสมือนไร้ความสามารถจะทาได้ก็ต่อเมือได้รับความ

ยนิ ยอมจากผู้พทิ ักษ์ก่อน มิเช่นนน้ั นติ ิกรรมจะตกเปน็ โมฆยี ะ

นติ กิ รรมตอ่ ไปนที้ คี่ นเสมอื นไรค้ วามสามารถจะตอ้ งขอผพู้ ทิ กั ษก์ อ่ น
 นาทรัพยส์ ินไปลงทุน
 รับคืนทรัพยส์ นิ ทไี่ ปลงทุน เงนิ ต้นหรือทุนอยา่ งอื่น
 กูย้ ืมหรือใหก้ ู้ยืมเงนิ ยืมหรือให้ยืมอสังหารมิ ทรัพยอ์ ันมีคา่
 รับประกนั โดยประการใด ๆ อันมีผลใหถ้ ูกบังคับชาระหนี้
 เช่าหรือให้เชา่ สังหาริมทรัพย์เกนิ 6 เดือน หรือ อสังหาริมทรัพย์เกินกว่า 3 ปี
 ใหโ้ ดยเสน่หา เวน้ แตก่ ารให้ทีพ่ อควรแก่ฐานุรูป เพ่อื การกุศล
 รับการใหโ้ ดยเสนห่ าที่มีภาระตดิ พัน
 ก่อสรา้ งดดั แปลงโรงเรือนหรือสง่ิ ปลูกสรา้ ง หรือซ่อมแซมอย่างใหญ่
 เสนอคดีตอ่ ศาล หรอื ประนีประนอมยอมความ

กฎหมายเบื้องต้น ส 30228 หน้า 71

แบบฝึกหัดที่ 4.1
0คาชีแ้ จง ใหน้ ักเรียนจาแนกบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลจากข้อความทีก่ าหนดให้

ขอ้ ความ บคุ คล นติ ิ ขอ้ ความ บคุ คล นติ ิ
ธรรมดา บคุ คล ธรรมดา บคุ คล
6. วัดคูยาง
1. ประหยุด จันทร์โอชา 7. มูลนิธิรว่ มกตัญญู
8. ดาวกิ า โฮเนย่ ์
2. ธนาคารกรุงเทพ 9. เทศบาลชากังราว
10.กรมทหารมา้
3. กระทรวงศึกษาธิการ

4. พรรคก้าวไกล

6. ณเดชน์ คูกิมยิ ะ

ให้นักเรียนวิเคราะหค์ วามแตกตา่ งระหว่างบุคคลธรรมดากับนติ ิบุคคล

บคุ คลธรรมดา นติ บิ คุ คล

1.บคุ คลธรรมดา คือ.............................................................. 1.นติ บิ ุคคล คือ .......................................................................

......................................................................................................... ........................................................................................................

2.สภาพบุคคลเร่มิ เมือ่ ........................................................... 2.เริ่มสภาพบุคคลเมื่อ...........................................................

........................................................................................................ ........................................................................................................

3.การทานิติกรรมด้วยตนเอง........................................... 3.การทานติ ิกรรม..................................................................

........................................................................................................ ........................................................................................................

4.บุคคลทีท่ าหนา้ ทีแ่ ทน คือ ............................................ 4.บุคคลทีท่ าหน้าทีแ่ ทน เช่น

4.1 ผู้เยาว์ ผทู้ าหนา้ ที่แทน คือ ................................... 4.1 กระทรวง ผูแ้ ทน คือ .............................................

........................................................................................................ .......................................................................................................

4.2 คนไร้ความสามารถ ผู้ทาหน้าที่แทน คือ 4.2 วัด ผูแ้ ทน คือ ...........................................................

........................................................................................................ 4.3 จังหวัด คือ ..................................................................

4.3 คนเสมือนไร้ความสามารถ ผู้ทาหนา้ ทีแ่ ทน 4.4 สมาคม คือ ................................................................

คือ ............................................................................................... 4.5 มูลนธิ ิ คอื .................................................................

CHAPTER 4 : กฎหมายวา่ ด้วยบุคคล หนา้ 72

แบบฝึกหัดที่ 4.2
คาชี้แจง จงนาตัวอักษรหน้าข้อความในหมวด ข ที่มีความสัมพันธ์กับข้อความหมวด ข

มาใส่ลงในชอ่ งวา่ งหนา้ ขอ้ ความหมวด ก

หมวด ก หมวด ข
.................1 การสาบสูญ ก. การกระทาที่มีผลบังคับได้ตามกฎหมายแต่
.................2 ผู้แทนโดยชอบธรรม
.................3 พนิ ยั กรรม สามารถบอกลา้ งได้
.................4 ผู้พทิ ักษ์ ข. การกระทาทีท่ าลงโดยชอบด้วยกฎหมาย
.................5 โมฆียกรรม
.................6 นิติกรรม กอ่ ใหเ้ กิดนิติสัมพันธ์ระหว่างบุคคล
.................7 สัญชาติ ค. นิตกิ รรมที่ผู้เยาวต์ ้องทาเองเฉพาะตวั
.................8 การรับรองบุตร ง. การใหค้ วามยนิ ยอมหรือการรับรองแก่
.................9 สตั ยาบัน
.................10. สญั ญา โมฆยี กรรม เพ่อื ให้มีผลสมบูรณต์ อ่ ไป
จ. การหายไปจากภูมิลาเนาโดยไม่มีผูใ้ ดทราบ

และหายไปเปน็ ระยะเวลานานตามปกติ 5 ปี
กรณีพเิ ศษ 2 ปี
ฉ. นิตกิ รรรมทีจ่ ะมีผลใช้บังคับไดต้ อ่ เมือผูก้ ระทา
ถึงแกค่ วามตาย
ช. ผู้ดูแลบุคคลที่หย่อนความสามารถทีม่ ีเหตุ
บกพรอ่ งทางรา่ งกายบางอยา่ ง
ซ. ถูกจากัดความสามารถเพราะสภาพแห่งจติ
ฌ. ผู้ที่มีอานาจทานิตกิ รรมตา่ ง ๆ แทนผูเ้ ยาว์หรือ
ใหค้ วามยนิ ยอมในการกระทานติ ิกรรมแก่
ผูเ้ ยาว์
ญ. เครื่องบางบอกความเปน็ พลเมืองของประเทศ
ใดประเทศหนึง่
ฎ. นิติกรรมสองฝ่ายทีเ่ กิดจากการแสดงเจตนาคา
เสนอและคาสนองตรงกัน
ฏ. การแสดงเจตนาบอกเลิกโมฆยี กรรม เพอ่ื ให้
โมฆยี กรรมตกเปน็ โมฆะ

กฎหมายเบื้องตน้ ส 30228 หนา้ 73
แบบฝึกหัดที่ 4.3
คาชี้แจง จงตอบคาถามตอ่ ไปนี้
ให้นักเรยี นวาดภาพแสดงการเริม่ ตน้ และสิ้นสดุ สภาพบุคคล การเร่มิ ตน้ การคุ้มครองสิทธบิ ุคคล และ
ความสามารถในการใช้สทิ ธขิ องบุคคลธรรมดา

ใหน้ ักเรียนวาดภาพแสดงการเร่มิ ต้นและสน้ิ สุดสภาพของนติ บิ ุคคล

CHAPTER 4 : กฎหมายว่าด้วยบุคคล หน้า 74

CHECK CONCEPT 4

คาชีแ้ จง จงตอบคาถามต่อไปนี้

1. นายกนก อายุ 18 ปี ทานติ ิกรรมตอ่ ไปนีโ้ ดยไม่ไดร้ ับคายนิ ยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม
นิตกิ รรมต่อไปนีจ้ ะมีผลตามกฎหมายอย่างไร
1.1 ทาพินัยกรรมยกทีด่ ิน 10 ไร่ ใหม้ ูลนิธิสายใจไทย
.............................................................................................................................................................................................................................
1.2 ไดร้ ับนาฬกิ าฝงั เพชรจากป้า
.............................................................................................................................................................................................................................
1.3 ทาการปลดหน้ีใหแ้ กน่ ายณัฐวิทย์ จานวน 5,000 บาท เพราะเหน็ ว่าณัฐวทิ ยเ์ ป็นคนดี
............................................................................................................................................................................................................................
1.4 นายกนก มีเงนิ ฝากธนาคารจานวน 5,000,000 บาท และนายกนก ได้ซื้อนาฬิกาฝงั เพชรราคา
100,000 บาท
...........................................................................................................................................................................................................................
1.5 ซอ้ื วิทยรุ าคา 500 บาท มาฟังข่าว
............................................................................................................................................................................................................................
1.6 ยืมเงินเพอ่ื นสนิทจานวน 1,000 บาท ต่อมาเพื่อนปลดหน้ีใหน้ ายกนก
............................................................................................................................................................................................................................

2. นายเมฆ เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถขายทีด่ นิ แปลงหนง่ึ ในราคา 1,000,000 บาทใหแ้ ก่นายหมอก

โดยได้รับคายินยอมจากนายฟา้ ซ่งึ เป็นผู้พทิ ักษ์ แต่ไมไ่ ด้ขออนญุ าตจากศาล นติ กิ รรมดังกลา่ วสามารถ

ทาได้หรือไมม่ ีผลตามกฎหมายอย่างไร

....................................................................................................
เมฆ หมอก ....................................................................................................

....................................................................................................

1,000,000 บาท ....................................................................................................

3.นายเฉลิม อายุยา่ งเข้า 15 ปี ต้องทานติ กิ รรม 3 อยา่ ง คอื

1. ทาพินัยกรรม

2. จดทะเบียนสมรสกบั นางสาวโฉมนภา แฟนสาว

3. ซ้อื รถยนตใ์ หม่ด้วยเงินของตนเองที่เกบ็ สะสมมาตั้งแตเ่ ดก็

นายเฉลมิ มีสิทธิทีจ่ ะทาตามกฎหมายไดห้ รอื ไม่ และผู้แทนโดยชอบธรรมของนายเฉลิม จะตอ้ งเขา้ มามี

ส่วนร่วมในการทานติ กิ รรมดังกล่าวนอ้ี ยา่ งไร

นายเฉลิม ทาพินัยกรรม โฉมนภา ....................................................................................................

กฎหมายเบือ้ งต้น ส 30228 หนา้ 75

4. นายดาอายุ 19 ปี ครอบครัวมีฐานะปานกลาง นายดา ไดร้ ับเงนิ จากบิดาจานวน 4,000 บาท เพอ่ื ไป
ซ้ือตาราเรียนและลงทะเบียนเรียน ปรากฏว่าใช้เงินไป 2,000 บาท นายดา จึงเอาเงินที่เหลือไปซ้ือ
จักรยาน เพื่อเป็นพาหนะไปโรงเรียนตามตึกต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย โดยมิได้บอกให้บิดามารดาทราบ
นิตกิ รรมต่อไปนี้มีผลสมบูรณห์ รือไม่ เพราะอะไร
1. การลงทะเบียนและซอ้ื ตาราเรียน
2. การซือ้ จักรยาน

...............................................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................................

5. พนิ ยั กรรมบคุ คลตอ่ ไปนี้มีผลออยา่ งไรตามกฎหมาย (โมฆะ โมฆยี ะ สมบูรณ์ )
5.1 เดก็ ชายเอก.............................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................................................
5.2 นายโท กายพิการ จิตไมส่ มประกอบ
...............................................................................................................................................................................................................................
5.3 นายตรี คนวิกลจรติ ..........................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................................
5.4 นายจัตวา คนไร้ความสามารถซึง่ ได้รับการรกั ษาจนหายเป็นปกติ
...............................................................................................................................................................................................................................

6. นายองอาจอายุ 18 ปี อยู่กินกับนางสาวอรอนงคอ์ ายุ 17 ปี ฉันสามีภรรยาโดยมิไดจ้ ดทะเบียนสมรส
มีบุตรหน่ึงคนทั้งสองอาศัยอยู่กับบิดามารดาของนายองอาจ ถ้านายองอาจ เอารถยนต์ส่วนตัวไปขาย
เพื่อนาเงินไปใช้ส่วนตัว บิดาของนายองอาจ ไม่พอใจที่นายองอาจมีครอบครัว บิดาของนายองอาจ
จะบอกล้างนิติกรรมขายรถยนตไ์ ดห้ รือไม่ เพราะอะไร

องอาจ (18 ปี ) อรอนงค์ (17 ปี )

...............................................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................................

CHAPTER 4 : กฎหมายว่าด้วยบุคคล หน้า 76

7. นายเอก เป็นคนวิกลจริต ซ่ึงศาลสั่งใหเ้ ปน็ คนไรค้ วามสามารถ ทานติ กิ รรมตอ่ ไปนีม้ ีผลอยา่ งไร
7.1 ทาพินัยกรรมยกเงิน 50,000 บาทแกน่ ายโท
..............................................................................................................................................................................................................................
7.2 ซ้อื จักรยานราคา 2,000 บาท จากนายตรี โดยทาขณะทีว่ ิกลจรติ แตน่ ายตรผี ูข้ ายไม่ทราบ
...............................................................................................................................................................................................................................
7.3 ซอ้ื รถยนต์ 100,000 บาท จากนายจัตวา โดยได้รับคายนิ ยอมจากผูอ้ นบุ าล
...............................................................................................................................................................................................................................

8. นายดามีร่างกายพิการมาแต่กาเนิด และหาเลี้ยงชีพโดยขายลอตเตอรี่ เมือ่ นายดา ย่างเขา้ 15 ปี ไดท้ า
พินยั กรรมยกที่ดิน 1 แปลงให้กับนายเขียว หลงั จากน้นั นายดามีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ ได้จดทะเบียนสมรส
กับนางแดง และมีบุตรหน่งึ คน คือ นางสาววาสนา ตอ่ มานางสาววาสนาเรียนจบมหาวทิ ยาลัย รสู้ กึ อับ
อายทีบ่ ิดาเป็นผู้พิการและหาเลีย้ งครอบครัวดว้ ยการขายลอ็ ตเตอรี่ นางวาสนาขอร้อง บดิ าก็ไมย่ อมเลกิ
นางสาววาสนาจงึ ตอ้ งรอ้ งขอต่อศาลให้สัง่ นายดาเป็นบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ
8.1 พินยั กรรมที่นายดาทา มีผลอยา่ งไร ตามกฎหมาย
...............................................................................................................................................................................................................................
8.2 นางสาววาสนา จะรอ้ งขอตอ่ ศาลเพ่อื ให้บดิ าเป็นคนเสมือนไรค้ วามสามารถได้หรอื ไม่
...............................................................................................................................................................................................................................
9. นกั เรียนคดิ วา่ เพราะเหตุใดจงึ ตอ้ งมีการจากัดความสามารถของบุคคล
...............................................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................................

CHAPTER ทรพั ย์ของใคร ของใครก็หวง

5

กฎหมายว่าด้วยทรัพย์ เป็นกฎหมายที่สาคัญอีกอันหน่ึง ซ่ึงเกี่ยวข้องกับการดาเนินชีวิตของนักเรียนและมี

หลักที่สาคัญในทางกฎหมายที่นักเรียนควรทราบในหลาย ๆ ประเด็น เช่น การทานิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สิน
การครอบครองทรัพยส์ ิน เป็นตน้

ประเดน็ ทจี่ ะศกึ ษา
กฎหมายเกี่ยวกับทรพั ย์
ประเภทของทรพั ย์
ส่วนประกอบของทรพั ย์
สิทธใิ นทรพั ย์
กรรมสทิ ธิ์
หลักคุม้ ครองกรรมสิทธิ์
ทรพั ย์สนิ ทางปัญญา

CHAPTER 5 : กฎหมายวา่ ดว้ ยทรัพย์ หนา้ 78

 กฎหมายวา่ ดว้ ยทรพั ย์

ทรัพยค์ ืออะไร?
ทรัพย์ คือ วัตถุทีม่ ีรูปร่าง ส่วนทรัพย์สินจะหมายความรวมไปถงึ วัตถุไม่มีรูปรา่ ง ซ่งึ อาจมีราคาและถือเอาได้
ทรัพย์สนิ คือ วัตถุที่มีรูปร่างและไม่มีรูปรา่ ง ซ่งึ อาจมีราคาและสามารถถือเอาได้ รวมถงึ ทรัพย์สนิ ทางปัญญา

ประเภทของทรพั ย์ ☺ เคล่อื นที่ไม่ได้ เช่น ที่ดนิ ภูเขา
อสงั หารมิ ทรพั ย์ ☺ ทรัพยท์ ตี่ ิดกับทีด่ ิน เช่น กรวด หิน ดิน ทราย ไมย้ ืนตน้
☺ ทรัพยสทิ ธิตดิ กับที่ดนิ เชน่ สทิ ธอิ าศัย สิทธคิ รอบครอง
สงั หารมิ ทรัพย์
☺ เคลอ่ื นทีไ่ ด้ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ยานพาหนะ
☺ สิทธิทั้งหลายอันเกี่ยวกับสังหาริมทรัพย์

เชน่ กรรมสทิ ธใิ์ นรถยนต์ สิทธคิ รอบครอง ลขิ สิทธิ์ เป็นต้น

ทรพั ยแ์ บ่งได้ ☺ สังหาริมทรัพย์ชนดิ พเิ ศษ ไดแ้ ก่ เรอื กาปั่นมีระวางตัง้ แต่
ทรพั ยแ์ บง่ ไมไ่ ด้ 6 ตันขึ้นไป,เรอื กลไฟ,เรือยนตท์ ีม่ ีระวางตัง้ แต่ 5 ตันขน้ึ ไป
แพ และสัตว์พาหนะ เชน่ ชา้ ง มา้ ลา ลอ่ ควาย เปน็ ต้น

☺ แยกออกกันเปน็ สว่ นๆไดโ้ ดยสภาพเดมิ อยู่

☺ ไมส่ ามารถแยกกันได้โดยสภาพ เชน่ บ้าน โต๊ะ เก้าอี้
☺ ทรัพย์ที่กฎหมายถือว่าแบ่งไม่ได้ เช่น หุ้นของบริษัท ส่วน
ควบของทรัพย์

ทรพั ยน์ อก ☺ ทรัพย์ทไี่ ม่อาจถอื เอาได้ เช่น กอ้ นเมฆ ดวงอาทติ ย์
พาณชิ ย์ ☺ ทรัพยท์ ไี่ มอ่ าจโอนกันได้โดยชอบดว้ ยกฎหมาย เช่น ทีด่ นิ
ธรณีสงฆ์ ,ยาเสพติด

☺ เด็ก ๆควรรู้ เนือ้ ดนิ ทถี่ ูกขุดออกจากที่ดินนน้ั เนื้อดนิ ดงั กลา่ วไม่ถือเปน็ ทีด่ ินอีกตอ่ ไป เนือ้ ดนิ น้นั จะ
เป็นเพียงสงั หารมิ ทรพั ยเ์ ทา่ นนั้

กฎหมายเบื้องตน้ ส 30228 หน้า 79

 ความแตกตา่ งระหวา่ งอสงั หารมิ ทรัพยแ์ ละสงั หารมิ ทรพั ย์

ประเด็น อสังหาริมทรัพย์ สังหารมิ ทรัพย์

 ความเปน็ เจ้าของ ☺ ต้องมีเจ้าของเสมอ หากไม่มี ☺ อาจไม่มีเจา้ ของก็ได้

บุคคลใดเป็นเจ้าของจะตกเป็นของ

แผ่นดิน

 การครอบครองปรปกั ษ์ ☺ ได้กรรมสิทธ์ิเมื่อครอบครอง ☺ ได้กรรมสิทธิ์เมื่อครอบครอง

ตดิ ตอ่ กันเปน็ เวลา 10 ปี ติดตอ่ กันเป็นระยะเวลา 5 ปี

 การโอนกรรมสิทธิ์ ☺ ต้องเป็นหนังสือและจดทะเบียน ☺ ไม่ต้องทาเป็นหนังสือและจด

ตอ่ พนกั งานเจา้ หนา้ ที่ ท ะ เ บี ย น ต่ อ พ นั ก ง า น เ จ้ า ห น้ า ที่

เ ว้ น แ ต่ เ ป็ น สั ง ห า ริ ม ท รั พ ย์ ช นิ ด

พิเศษ

 การสันนษิ ฐานความเป็น ☺ พิ จ า ร ณ า จ า ก ชื่ อ ที่ ป ร า ก ฏ ☺ พิจารณาจากการครอบครอง

เจา้ ของ ในทะเบียน ปรปกั ษ์

 แดนกรรมสิทธ์ิ ☺ กรรมสิทธ์ิไม่ได้จากัดอยู่ที่ตัว ☺ กรรมสทิ ธมิ์ ีจากัดอยูเ่ ฉพาะตัว

อสังหาริมทรัพย์เท่าน้ัน แต่ยัง สังหาริมทรัพยเ์ ท่านัน้

ร ว ม ถึ ง บ ริ เ ว ณ เ ห นื อ พื้ น ดิ น แ ล ะ

ใตพ้ ื้นดนิ นน้ั ด้วย

 การมีทรัพยสิทธิ ☺ ทรัพยสิทธิบางประเภท เช่น ☺ ไมอ่ าจมีทรัพยสิทธิบางประเภท

บางประเภท ภาระจายอม สิทธิอาศัย สิทธิเก็บ ได้ เช่น ภาระจายอม สิทธิอาศัย

กนิ สทิ ธิเหนอื พื้นดนิ ภาระตดิ พันใน สทิ ธเิ กบ็ กิน สิทธเิ หนอื พืน้ ดิน ภาระ

อสังหาริมทรัพย์ มีได้เฉพาะใน ติดพันในอสังหารมิ ทรัพย์

อสังหารมิ ทรัพย์เทา่ นัน้

สว่ นประกอบของทรพั ย์ สว่ นควบ ☺ ไม่สามารถแยกจากกันได้นอกจากทาลาย
อปุ กรณ์ หรือทาใหบ้ ุบสลาย เช่น บ้านที่ตดิ กับทีด่ ิน
ดอกผล ,ไมย้ ืนตน้ แต่ไม้ลม้ ลุก,ธัญชาตไิ ม่ใชส่ ่วนควบ

☺ สามารถแยกออกจากทรัพยป์ ระธานได้

☺ ดอกผลธรรมดา คือ เกิดข้ึนเองตาม
ธรรมชาติ เช่น ผลไม้ นา้ นม ลูกสัตว์

☺ ดอกผลนิตินัย เช่น ดอกเบี้ย กาไร
คา่ เช่า ค่าปันผล

CHAPTER 5 : กฎหมายวา่ ดว้ ยทรัพย์ หน้า 80

 ความแตกตา่ งระหวา่ งสว่ นควบกบั อปุ กรณ์

ประเดน็ สว่ นควบ อุปกรณ์
 ประเภทของทรัพย์
☺ อาจเปน็ อสังหารมิ ทรัพย์ ☺ ต้องเป็นสังหาริมทรัพย์
 ทรัพยป์ ระธาน
หรือสังหาริมทรัพยก์ ็ได้ เทา่ นัน้
 การแยกออกจากทรัพย์
ประธาน ☺ จะมีทรัพย์ประธานหรือไมม่ ี ☺ ต้องมีทรพั ย์ประธานเสมอ

ก็ได้

☺ แยกไม่ได้ หากแยกออจาก ☺ แยกได้โดยไม่ทาให้ทรัพย์

ทรัพย์ประธานจะทาให้ทรัพย์ ประธานบุบสลายหรือเสียสภาพ

ประธาน บุบสลายหรือเสีย ไป

สภาพไป

 สทิ ธใิ นทรพั ย์

บุคคลสทิ ธิ ทรัพยส์ ทิ ธิ การได้มาซึง่ ทรัพยส์ ทิ ธิ

☺ สิทธิในการบังคับใหก้ ระทา ☺ สิทธิเหนือทรัพย์สิน เช่น ☺ ผลของนิตกิ รรม เช่น สัญญา

การหรืองดเว้นกระทาการหรือ กรรมสิทธิ์ สิทธิอาศัย ภาระ ซ้อื ขาย

สง่ มอบทรัพยส์ นิ จายอม สิทธิเหนือพื้นดิน สิทธิ ☺ ผ ล ข อ ง ก ฎ ห ม า ย เ ช่ น

 โดยบุคคลสิทธิจะใช้ยันได้ เก็บกินและ ภ าร ะ ติดพันใน การครอบครองปรปักษ์/การ

ระหว่างคู่กรณีเท่าน้ัน เช่น อสังหาริมทรัพย์ ได้รับมรดก/การรับรองลิขสทิ ธ์ิ

เจ้าหน้ีกับลูกหน้ี โดยเจ้าหน้ีจะ  ทรัพยส์ ทิ ธิใช้ยันไดก้ ับบุคคล

เรียกได้แต่เฉพาะลกู หนช้ี าระหน้ี ทั่วไป (ยันได้กับทุกคน) เช่น

เท่านัน้ จะใชย้ ันบุคคลอื่นทีไ่ ม่ใช่ นายเอเป็นเจ้าของปากกา

คู่สัญญาไม่ได้ สามารถยันได้กับทุกคนว่าตน

เปน็ เจ้าของปากก

 กฎหมายทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญา

ลขิ สทิ ธิ์ สิทธิบัตร

☺ ไม่ต้องจดทะเบียน ใช้กับงานศิลปวัฒนธรรม  หนังสือสาคัญที่รัฐออกให้เพื่อคุ้มครองการ

คุ้มครองตลอดชีวติ ประดษิ ฐ์

☺ สน้ิ สุด 50 ปีหลงั จากเจา้ ของผลงานเสียชีวติ  เรียกอีกอย่างหน่ึงว่า อนุสิทธิบัตร จะมี

☺ หากมีการละเมิด ถือว่าเป็นความผิดที่ยอม ลักษณะคล้ายกับ การประดิษฐ์ แต่เป็นความคิด

ความได้ สร้างสรรค์ที่มีระดับเทคโนโลยีไม่สูงมาก หรือ

เป็นการประดิษฐค์ ิดค้นเพียงเลก็ นอ้ ย

กฎหมายเบือ้ งต้น ส 30228 หนา้ 81

 สาธารณสมบตั ขิ องแผน่ ดนิ

สาธารณสมบัติของแผ่นดิน หมายถึง ทรัพย์สินที่เป็นของแผ่นดิน ซึ่งบุคคลทั่วไปไม่สามารถเป็นเจ้าของได้
ดังนั้น สาธารณสมบัตขิ องแผ่นดนิ จะโอนใหแ้ ก่กันไม่ได้ หากมีการโอนให้แก่ใครการโอนนัน้ จะตกเป็น “ โมฆะ ”
โดยทรัพยส์ ินที่จะเปน็ สาธารณสมบัตขิ องแผน่ ดินไดจ้ ะมีลกั ษณะสาคัญ 6 อยา่ ง ดังนี้

➢ ที่ดนิ รกรา้ งซ่งึ ไมเ่ คยมีใครมีกรรมสทิ ธิ์ หรือมีสิทธิครอบครองมาก่อน
➢ ที่ดนิ ที่ถูกเวนคืน
➢ ที่ดินที่ถูกทอดทิ้ง คือ เคยเป็นที่ดินที่มีคนทั่วไปมีกรรมสิทธิ์ หรือมีสิทธิครอบครองก่อน แต่ต่อมาได้

ทอดทิ้งโดยการสละกรรมสิทธ์ิ หรือสิทธคิ รอบครองทัว่ ไป ทาให้กลายเปน็ ทีท่ ีไ่ ม่มีเจ้าของ
➢ ทีด่ นิ ทีก่ ลบั มาเป็นของแผน่ ดินด้วยเหตุอืน่ ๆ เช่น เจา้ ของที่ดินทาพนิ ัยกรรมยกให้รัฐ
➢ ทรัพย์สนิ ที่พลเมืองใชร้ ว่ มกัน ไดแ้ ก่ ทีช่ ายตลิง่ ทางน้า ทางหลวง ทะเลสาบ
➢ ทรัพยส์ ินที่ใช้ประโยชน์เพื่อแผ่นดนิ เช่น เรือรบ ตกึ ของสถานทีร่ าชการ

☺ เด็ก ๆควรรู้ ผลของการเปน็ สาธารณสมบตั ขิ องแผน่ ดนิ มดี งั นี้

 สาธารณสมบัติของแผ่นดนิ นน้ั จะโอนแก่กันไม่ได้ เว้นแตจ่ ะโอนโดยอาศัย
อานาจตามพระราชบัญญตั ิเฉพาะหรือพระราชกฤษฎีกา
 สาธารณสมบัติของแผน่ ดินไม่สามารถถูกครอบครองปรปกั ษ์ได้
 สาธารณสมบัตขิ องแผ่นดินไมส่ ามารถถูกยึดมาบังคับคดีได้

 กรรมสทิ ธ์ิ

กรรมสิทธ์ิ หมายถึง สิทธิในความเปน็ เจ้าของ การใช้สอย การจาหน่ายจ่ายโอน การได้ดอกผลในทรัพยน์ น้ั
ตลอดจนสิทธิในการขัดขวางมิให้ผู้อื่นเข้ามายุ่งกับทรัพย์ของตนหรือติดตามเอาทรัพย์คืนจากผู้ที่ไม่มีสิทธิถือไว้
เชน่ ก มีกรรมสทิ ธใ์ิ นรถยนต์ หมายถึง ก เป็นเจ้าของรถยนต์ โดยบุคคลที่มีกรรมสทิ ธิ์ในทรัพย์ใดสามารถจะทา
อะไรกับทรัพยน์ น้ั กไ็ ด้

☺ เดก็ ๆควรรู้ ในกรณขี องกรรมสทิ ธร์ิ ว่ ม ซง่ึ หมายถึง การมีเจ้าของหลายคนซ่งึ มีสทิ ธิในทรพั ย์สนิ
ร่วมกัน ถา้ เป็นการจัดการเรือ่ งสาคญั ต้องขอความยินยอมจากเจา้ ของรว่ มคนอื่น ๆ กอ่ น หรือถา้ เปน็
กรณีทีเ่ จ้าของรว่ มมีสทิ ธใิ นทรัพย์ไม่เทา่ กัน ให้เจ้าของร่วมมสี ทิ ธิในดอกผลตามส่วนที่มี

CHAPTER 5 : กฎหมายว่าด้วยทรัพย์ หน้า 82

 หลักคมุ้ ครองกรรมสทิ ธิ์

โดยปกติแล้ว กฎหมายแพ่งยึดหลักที่ว่า “ผู้รับโอนย่อมไมม่ ีสิทธิดีกว่าผู้โอน ” ซ่ึงหมายถึง กรณีที่มีผู้ใด
รับโอนทรัพย์สนิ ใด ๆ มาจากบุคคลอืน่ บุคคลนน้ั จะมีสิทธใิ นทรัพยส์ ินเท่าที่บุคคลให้ตนมีอยู่

ผู้โอน ผลที่ตามมาต่อผรู้ ับโอน

- เปน็ เจา้ ของกรรมสทิ ธิ์ -ได้รับกรรมสิทธต์ิ ่อจากผูโ้ อน

- ไมไ่ ดเ้ ป็นเจ้าของกรรมสิทธ์ิ มีสถานะ เปน็ ผูเ้ ช่า - ไม่มีกรรมสิทธใ์ิ นทรัพยส์ ินเช่นเดียวกับผูโ้ อน

อย่างไรกต็ าม กฎหมายกม็ ีข้อยกเว้นของหลักผู้รับโอนย่อมไมม่ ีสิทธิดีกว่าผูโ้ อนอยู่ ซึง่ เป็นข้อยกเวน้ ที่ทาให้
ผูร้ ับโอนสามารถเป็นเจ้าของ หรือมีกรรมสิทธใิ์ นทรัพย์สินน้นั ได้ แมว้ า่ ตนจะรับโอนมาจากผู้ที่ไม่ใช่เจ้าของน้ันก็
ตามโดยขอ้ ยกเว้นดังกลา่ ว ได้แก่

 บุคคลภายนอกได้รับทรัพย์สินมาโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน ไม่ต้องคืนทรัพย์สินในกรณีที่มี
การบอกล้างนติ ิกรรมทีต่ กเปน็ โมฆียะ
 ผู้ซ้ือทรัพย์สินมาโดยสุจริตจากการขายทอดตลาดตามคาสั่งศาล หรือคาสั่งพนักงานพิทักษ์
ทรัพยใ์ นคดลี ม้ ละลาย (โดยในกรณีนีอ้ าจเป็นกรณีที่ยึดทรัพย์ผดิ ตัวที่ไม่ใช่ลูกหน้ี) ซง่ึ ถา้ หากเจ้าของที่
แทจ้ รงิ มาตามทวงคืน ผู้ซ้อื ก็ไม่ตอ้ งคืนทรัพย์นน้ั เพราะไดร้ ับคุม้ ครองตามกฎหมาย
 ผู้ซอ้ื ที่ซือ้ ทรัพย์สนิ มาโดยสุจริตจากการขายทอดตลาด หรือจากท้องตลาด หรือจากพ่อคา้ ผู้ขาย
ของชนิดน้นั ไมต่ ้องคืนทรัพย์ให้แก่เจ้าของที่แทจ้ รงิ

 สทิ ธคิ รอบครอง

สิทธิครอบครอง หมายถึง การที่บุคคลใดมีทรัพย์น้ันอยู่ในครอบครอง โดยการครอบครองแยกออกจาก
กรรมสิทธ์ิ กล่าวคือ ผู้ที่มีสิทธิครอบครองอาจไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินน้ันก็ได้ เช่น การเช่าบ้านอยู่
ซ่ึงผู้เชา่ บา้ นอยูอ่ าจไม่ใช่เจ้าของบ้าน แต่กม็ ีสิทธคิ รอบครองในบ้านนน้ั

 การครอบครองปรปกั ษ์

การครอบครองปรปักษ์ หมายถึง การได้กรรมสิทธิ์โดยอายุความ หรือเป็นการที่กฎหมายให้มีการแย่ง
กรรมสิทธใิ์ นทรัพย์ทีบ่ ุคคลอื่นเปน็ เจา้ ของกรรมสทิ ธอิ์ ยู่ไดโ้ ดยถูกกฎหมาย โดยมีหลกั เกณฑ์ดงั นี้

☺ การทีบ่ ุคคลครอบครองทรัพย์สินผู้อื่นโดยสงบและเปดิ เผย
☺ เจตนาเปน็ เจา้ ของ
☺ ครอบครองตดิ ต่อกัน

- กรณี อสังหารมิ ทรัพย์ เปน็ เวลา ...............ปี
- กรณี สังหารมิ ทรัพย์ เป็นเวลา ............ปี
ผลในทางกฎหมาย บุคคลนน้ั ไดก้ รรมสิทธิ์

กฎหมายเบือ้ งต้น ส 30228 หนา้ 83

 ทางจาเปน็

ทางจาเปน็ หมายถึง ทางออกที่ต้องผา่ นที่ดินของบุคคลอื่นไปสู่ทางสาธารณะ หรืออธิบายง่าย ๆ ก็คือ ที่ดิน
น้ันถูกปิดล้อมไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็น ถนน แม่น้า ลาคลอง หรือที่เรียกกันภาษาชาวบา้ นว่า
“ทีดินตาบอด” ซง่ึ กฎหมายไดอ้ นุญาตให้เจา้ ของทีด่ ินสามารถร้องตอ่ ศาลเพ่ือเปิดทางออกสู่ทางสาธารณะได้

ทางสาธารณะ ทางจาเป็น

ที่ดินของ ก ทีด่ นิ
ทีด่ ิน ทีด่ ินของ ค ของ จ
ของ ข

แมน่ ้าตื้นเขนิ

 ภาระจายอม

ภาระจายอม คือ การที่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ต้องรับภาระบางอย่างอันกระทบถึงทรัพย์สินของตน หรือ
ต้องงดเว้นการใช้สิทธิบางอย่างซ่ึงตนควรจะมีสิทธิน้ันอยู่แต่ต้องงดเวน้ ไปเพื่อประโยชน์แก่อสังหาริมทรัพยอ์ ื่น
เช่น การทีเ่ จ้าของทีด่ นิ แปลง ก มีสทิ ธเิ ดินผา่ นทีด่ ินแปลง ข หรือวางท่อนา้ ผา่ นทีด่ ินแปลง ข ดังนีถ้ ือวา่ เจา้ ของ
ที่ดนิ แปลง ก มีภาระจายอมเหนอื ทีด่ ินแปลง ข

โดยนติ กิ รรม ☺ เป็นกรณีที่เจ้าของทรัพย์ทั้ง 2 คน ได้ทา
นิ ติ ก ร ร ม ก่ อ ตั้ ง ภ า ร ะ จ า ย อ ม โ ด ย ท า เ ป็ น

หนงั สือและจดทะเบียนตอ่ พนกั งานเจา้ หนา้ ที่

การไดม้ าซงึ่ ภาระจายอม

โดยผลของ ☺ เป็นกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้กระทาการ
กฎหมาย บางอย่างก่อให้เกิดภาระจายอมได้ เช่น การ
ไดภ้ าระจายอมโดยการครอบครองปรปกั ษ์

☺ เดก็ ๆควรรู้ ภาระจายอมจะเกดิ ขนึ้ ไดต้ อ้ งเขา้ องคป์ ระกอบ 3 ประการ คอื 1) ต้องมีอสังหารมิ ทรัพย์ 2
อสังหารมิ ทรัพย์ 2) อสงั หาริมทรัพยต์ ้องมีเจ้าของคนละคนกัน 3) เจ้าของภารยทรัพยต์ ้องมีหนา้ ที่บางอยา่ ง
หรือตอ้ งงดเว้นการใชส้ ิทธบิ างอยา่ งเพื่อประโยชนอ์ ดาสามายทรัพย์

CHAPTER 5 : กฎหมายวา่ ดว้ ยทรัพย์ หนา้ 84

 ความแตกตา่ งระหวา่ งทางจา VS ภาระจายอม

ทางจาเป็น ภาระจายอม

☺ จะต้องเป็นการขอทางผ่านไปสู่ทางสาธารณะ  ไม่จาเป็นต้องเป็นการผ่านไปสู่ทางสาธารณะ

เท่านั้น จะผา่ นไปสู่ที่ไดก้ ็ได้

☺ จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมือเป็นกรณีที่ที่ดินถูกล้อม  ไม่จาเป็นจะต้องเป็นที่ดินที่ถูกล้อมจนออกสู่

หาทางออกสู่ทางสาธารณะไม่ได้ ถือเปน็ การได้สิทธิ ทางสาธารณะไม่ได้ แม้ที่ดินไม่ถูกล้อมก็สามารถขอ

โดยกฎหมาย ใชท้ างภาระจายอมได้

☺ ผู้ขอใชจ้ ะตอ้ งเสียค่าทดแทนใหแ้ กเ่ จ้าของที่ดินที่  กฎหมายไม่ได้กาหนดว่าจะต้องเสียค่าทดแทน

ลอ้ มอยู่ จึงแล้วแต่จะตกลงกันว่าจะมีการเสียค่าทดแทน

หรือไม่

☺ เปน็ การได้สทิ ธติ ามกฎหมาย การได้สทิ ธไิ ม่ต้อง  ตอ้ งจดทะเบียนตอ่ พนกั งานเจ้าหน้าที่ มฉิ ะนั้น

จดทะเบียน ถือวา่ ไม่สมบรู ณ์

 หลักเกณฑอ์ นื่ ๆ ทนี่ า่ สนใจ

☺ สิทธิของบุคคลซึ่งทาให้ - บุคคลใดที่ทาใหส้ ัตวป์ า่ บาดเจ็บ โดยทาใหส้ ัตว์ปา่ น้นั ไม่อาจหนไี ปได้จน

สัตวป์ ่าบาดเจ็บ พ้นเปน็ อสิ ระ บุคคลนน้ั เป็นเจา้ ของกรรมสทิ ธิ์

☺ สิทธขิ องผู้ซื้อทรัพยส์ ิน -บุคคลน้ันต้องซ้ือทรัพย์สินโดยสุจริต กล่าวคือบุคคลน้ันต้องซ้ือ

มาโดยสุจรติ จากตลาดเปดิ เผย ทรัพย์สินโดยไม่รู้ว่าเป็นทรัพย์สินที่ขโมยมา หรือไม่รู้ว่าทรัพย์สินน้ัน

ไม่ใช่ของผูข้ าย หรือไมร่ ูว้ ่าผู้ขายไม่มีอานาจขายทรัพยส์ ินน้นั

☺ การที่บุคคลหลายคนเรียก - ในกรณีที่บุคคลหลายคนเรียกเอาสังหาริมทรัพย์เดียวกันโดยอาศัย

เอาสังหารมิ ทรัพย์เดียวกัน หลักกรรมสิทธิ์ต่างกัน ทรัพย์น้ันตกอยู่ในครอบครองของบุคคลใด

บุคคลน้ันย่อมมีสทิ ธิดีกวา่ บุคคลอืน่ ๆแต่บุคคลน้ันตอ้ งได้ทรัพยม์ าโดยมี

คา่ ตอบแทนและไดก้ ารครอบครองมาโดยสุจรติ

กฎหมายเบื้องต้น ส 30228 หนา้ 85

สืบคน้ เพมิ่ เตมิ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

CHAPTER ฉนั ทาอะไรไดบ้ า้ งตามนติ ิกรรม

6

สญั ญา

กฎหมายวา่ ด้วยนิติกรรมสญั ญา เกี่ยวขอ้ งกับการกระทาทีช่ อบด้วยกฎหมาย และสมัครใจ โดยมุ่งหวังให้

เกิดผลในทางกฎหมาย เช่น การผูกนิติสัมพันธ์ระหวา่ งบุคคล เพื่อจะก่อให้เกิดการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือ

ระงับซง่ึ สิทธิ

ประเดน็ ทจี่ ะศกึ ษา
กฎหมายวา่ ด้วยนิตกิ รรม
รปู แบบของนติ กิ รรม
ความไม่สมบูรณข์ องนติ กิ รรม
กฎหมายเกี่ยวกับเอกเทศสัญญา
องคป์ ระกอบของสัญญา
เอกเทศสัญญาทีน่ า่ สนใจ
กฎหมายเกยี่ วกับหนีแ้ ละละเมิด

กฎหมายเบื้องตน้ ส 30228 หน้า 87

 กฎหมายวา่ ดว้ ยเรอื่ งนติ กิ รรม

นิตกิ รรม หมายถึง การใด ๆ อันทาลงโดยชอบดว้ ยกฎหมายและดว้ ยใจสมัคร มุง่ โดยตรงตอ่ การผูกนติ ิสัมพันธ์
ข้ึนระหว่างบุคคล เพ่อื จะกอ่ ให้เกิด การเปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซง่ึ สิทธิ

บอ่ เกดิ แหง่ นติ กิ รรม ต้องมีการแสดงเจตนา
ตอ้ งทากระทาโดยใจสมัคร
มุง่ ให้มีผลผูกพันทางกฎหมาย
เป็นการกระทาทีช่ อบด้วยกฎหมาย
ผู้ที่ทานติ ิกรรมตอ้ งมี “ความสามารถในการทานิติกรรม”

เด็ก ๆ ควรทราบว่านติ กิ รรมมีกี่ 2 ประเภท ไดแ้ ก่
☺ นิติกรรมฝ่ายเดียว หมายถึง นิติกรรมที่เกิดขึ้นโดยการแสดงเจตนาของบุคคลเพียงฝ่ายเดียว
เชน่ การทาพินัยกรรม/การปลดหน้ี การบอกเลกิ สัญญา
☺ นิติกรรมหลายฝ่าย หมายถึง นิติกรรรมที่เกิดจากการแสดงเจตนาที่ถูกต้องตรงกันของบุคคลตั้งแต่
สองฝ่ายข้ึนไป และต้องมีคาเสนอกับคาสนอง เช่น สัญญาซ้ือขาย/สัญญาเช่า/สัญญาค้าประกัน สัญญา
กู้ยืมเงนิ เป็นต้น

รปู แบบของนติ ิกรรม 4 รูปแบบ

 ลักษณะ  ตัวอย่างนติ กิ รรม

 นติ ิกรรมที่ตอ้ งทาเป็นหนงั สือ+ จดทะเบียนตอ่ พนกั งาน - การซ้ือขาย /ขายฝาก อสังหาริมทรัพย์

เจา้ หน้าที่ หรือสังหาริมทรัพยช์ นดิ พิเศษ

- สัญญาจานอง

 นติ ิกรรมที่ตอ้ งจดทะเบียนตอ่ พนกั งานเจ้าหน้าที่ - การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน

- การจดทะเบียนสมรส

- การจดทะเบียนรับรองบตุ ร

 นิตกิ รรมทีต่ อ้ งทาเปน็ หนงั สือตอ่ พนกั งานเจ้าหนา้ ที่ - การทาพนิ ัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง

 นติ ิกรรมทีต่ อ้ งทาเปน็ หนงั สือ - การเชา่ ซื้อรถยนต์

 ความไมส่ มบรู ณข์ องนติ กิ รรม

☺ โมฆะ คือ การใดทีท่ าลงแลว้ มีผลสูญเปลา่ ในทางกฎหมาย และถือวา่ ไมเ่ คยมีการกระทาเกิดขน้ึ เลย
☺ โมฆียะ คือ การใดที่ทาลงแล้ว มีผลในทางกฎหมาย แต่อาจถูกบอกล้าง ซ่ึงมีผลให้นิติกรรมเป็น
โมฆะตัง้ แตเ่ ร่ิมแรก หรือ ให้สัตยาบัน ซง่ึ มีผลทาให้นติ ิกรรมสมบรู ณ์ตั้งแต่เรม่ิ แรก

CHAPTER 6 : กฎหมายว่าด้วยเอกเทศสัญญา หน้า 88

 โมฆะกรรม

เหตุทีท่ าใหน้ ติ ิกรรมเปน็ โมฆะ มีดังตอ่ ไปนี้ ☺ ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย
วตั ถปุ ระสงคข์ องนติ กิ รรม เชน่ สัญญาจ้างฆา่ คน , คดิ ดอกเบี้ยโหด
☺ เป็นการพน้ วสิ ยั (ไมม่ ีใครเขาทาได้)
เช่น สัญญาซ้ือขายดวงจันทร์ สัญญา
ทาใหค้ นตายฟ้นื คืนชีพ
☺ ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือ
ศีลธรรมอันดี
เชน่ สัญญาขายบรกิ ารทางเพศ

เหตทุ เี่ กดิ จาก แบบของนติ กิ รรม ☺ ไม่ทาตามแบบที่ถูกต้อง ตามแบบ
ที่กฎหมายกาหนด
การแสดงเจตนา
ในการทานติ กิ รรม ☺ การแสดงเจตนาลวง (สมคบคิดกับ
คูก่ รณีอีกฝ่ายที่ทานติ ิกรรมดว้ ย โดยไม่
สาคญั ผดิ ในสาระสาคญั ตอ้ งการผูกพันตามนิติกรรมนน้ั จรงิ ๆ )
ของสญั ญา ☺ การแสดงเจตนาซ้อนเร้น มีผล
สมบูรณ์ เว้นแต่คู่สัญญารู้ เช่น (ทาไป
เพื่ออวดคนอื่น + คู่สัญญารู้ จะตกเป็น
โมฆะทันที)
☺ นติ ิกรรมอาพราง

☺ สาคัญผดิ ในลักษณะของสัญญา
☺ สาคัญผดิ ในตัวบุคคลทีเ่ ปน็ คูก่ รณี
☺ สาคัญผิดในทรัพย์สินซึงเป็นวัตถุ
แห่งนิตกิ รรม

☺ เดก็ ๆควรรู้ ผลของโมฆะกรรม นติ กิ รรมทีต่ กเป็นโมฆะจะเสียเปล่า ไม่ก่อใหเ้ กิดผลในทางกฎหมายใด ๆ
ทั้งส้ิน สิทธิและหน้าที่ของคู่กรณีมีผลเสมือนไม่ได้ทานิติกรรมกันเลย โดยนิติกรรมที่เป็นโมฆะไม่อาจให้
สัตยาบันแก่กันได้

กฎหมายเบื้องต้น ส 30228 หนา้ 89 ☺ ผู้ท านิติกรรมฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
เปน็ ผูถ้ ูกจากัดความสามารถ เนื่องจาก
 โมฆยี ะกรรม เป็นผู้เยาว์ ผู้ไรค้ วามสามารถ ผู้เสมือน
เหตุที่ทาใหน้ ิตกิ รรมเปน็ โมฆียะ มีดังต่อไปนี้ ไรค้ วามสามารถ

ความสามารถ ☺ การแสดงเจตนาโดยสาคัญผิด
ในคุณสมบัติ (เป็นการแสดงเจตนา
เหตทุ เี่ กดิ จาก โดยเข้าใจข้อเท็จจริงไม่ตรงกับความ
จริง ซึ่งเป็นเรื่องคุณสมบัติของบุคคล
เจตนานติ กิ รรมทบี่ กพรอ่ ง หรือทรัพย์สิน ไม่ใช่สาระสาคัญของ
นติ กิ รรม)
☺ กลฉ้อฉล (การที่บุคคลได้แสดง
เจตนาไปเพราะถูกหลอกลวงจากคนอื่น
จนตนเข้าใจผิดจึงได้ตกลงทานิติกรรม
ไป) ***ถูกหลอกน่นั เอง

- กลฉ้อฉลเพื่อเหตุ (ไม่ได้ทาให้ถึง
ขั้นตัดสินใจทานิตกิ รรม เนือ่ งจากแม้ไม่
มีกลฉ้อฉลก็ทานิติกรรมอยู่ดี เพียงแต่
ทาให้รับภาระมากข้ึนกว่าการไม่ถูก
ฉ้อฉล ในกรณีน้ีนิติกรรมจะไม่ตกเป็น
โมฆยี ะ)

- กลฉ้อฉลโดยบุคคลภายนอก
ถ้าคู่กรณีไม่รู้ นิติกรรมจะไม่เป็น
โมฆยี ะ แม้จะทาไปเพราะถูกหลอกลวง
แตจ่ ะตกเป็นโมฆียะเมื่อคู่กรณีรู้
☺ ขม่ ขู่ (ตอ้ งเป็นการข่มขู่ดว้ ยภัยอัน
ใกล้จะถึงและร้ายแรงถึงขนาดทาให้ผู้
ข่มขูก่ ลวั จนต้องยอมทานิติกรรม)

☺ เด็ก ๆควรรู้ ผลของโมฆียะกรรม นิติกรรมที่ตกเป็นโมฆียะยอ่ มมีผลสมบูรณจ์ นกว่าจะถูกบอกล้าง โดย
ผู้ทานิติกรรมที่ตกเป็นโมฆียะสามารถเลือกได้ว่าจะให้สัตยาบันเพื่อทาให้นิติกรรมน้ันมีผลสมบูรณ์ตลอดไป
หรือบอกล้างใหน้ ิตกิ รรมนน้ั เสียเปล่าตัง้ แต่เร่ิมแรก โดยการบอกล้างต้องกระทาภายใน 1 ปีนับแตเ่ วลาทีอ่ าจให้
สัตยาบันไดห้ รือภายใน 10 ปนี ับแตไ่ ด้ทานิตกิ รรม

CHAPTER 6 : กฎหมายวา่ ด้วยเอกเทศสัญญา หนา้ 90

 สรปุ ความบกพรอ่ งของการทานติ กิ รรม

ความบกพร่องของนิตกิ รรม ลกั ษณะ ผล

 ไม่ทาตาม แบบ ทีก่ ฎหมาย 1) ทาเปน็ หนงั สอื และจดทะเบยี นตอ่ พนกั งานเจา้ หนา้ ที่ โมฆะ
กาหนด 2) จดทะเบยี นตอ่ พนกั งานเจา้ หนา้ ที่
3) ทาเปน็ หนงั สอื

 การแสดง เจต นาลวง คือ ผล : โมฆะ แต่จะยกขึ้นต่อสู้กับบุคคลภายนอกซึ่งสุจริตและ
เจตนาที่แสดงออกมาไม่ตรงกับ ตอ้ งเสียหายนั้นไม่ได้

ความเป็นจริง

 นติ กิ รรมอาพราง คือ มี 2 นติ ิ นิติกรรมที่แสดงออกมา โมฆะ
กรรม โดยนติ กิ รรมหน่ึงแสดงออก
แตไ่ มป่ ระสงคจ์ ะผูกพันแต่ตอ้ งการ
ผูกพันตามนิติกรรมที่ปกปิดไว้

 สาคัญผดิ ในส่งิ ซง่ึ เป็น สาคัญผิดใน ลกั ษณะ เนอื้ หาของนติ กิ รรม หรอื ตวั บคุ คล โมฆะ
สาระสาคญั ของนติ กิ รรม หรือ ตวั ทรพั ย์

 สาคัญผิดใน คุณสมบัติ สาคัญผิดในคุณสมบตั ิของบุคคลหรือทรัพย์ โมฆยี ะ

 การทานิติกรรมเพราะกลฉ้อฉล กลฉอ้ ฉลโดยคูก่ รณี คู่กรณีรู้ โมฆยี ะ
คูก่ รณีไม่รู้ โมฆยี ะ
คือ การหลอกลวง เพื่อให้บุคคลอื่น กลฉอ้ ฉลโดยบุคคลภายนอก สมบูรณ์
ทานิติกรรม

 การทานิติกรรมเพราะถูกข่มขู่ ข่มขู่โดยคู่กรณี คู่กรณีรู้ โมฆยี ะ
คือ ต้องเป็นการข่มขู่โดยไม่ชอบ ขม่ ขู่โดยบุคคลภายนอก คูก่ รณีไมร่ ู้ โมฆยี ะ
ดว้ ยกฎหมาย โมฆยี ะ

 การทานิติกรรมที่ต้องห้ามชัด วัตถุประสงคข์ องนติ กิ รรม โมฆะ
โมฆะ
แจ้งตามกฎหมาย มูลเหตุชักจูงใจ คือ เหตุจูงใจ คู่กรณีรู้ สมบูรณ์
คูก่ รณีไม่รู้
ให้เขา้ ทานติ กิ รรม

 การทานิติกรรม ที่พ้นวิสัย พน้ วสิ ยั คอื คนทุกคนไม่สามารถทาได้ เช่น เดินไปดวง โมฆะ
ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือ จันทร์ หรือ ซอ้ื ขายรถทีส่ ญู หายไปแล้ว

ศีลธรรมอันดีของประชาชน

กฎหมายเบื้องต้น ส 30228 หนา้ 91

 กฎหมายเกยี่ วกบั เอกเทศสญั ญา

สัญญา หมายถึง นติ ิกรรม 2 ฝ่ายที่เกิดจากการแสดงเจตนาคาเสนอและคาสนองถูกตอ้ งตรงกันของบุคคล
ตัง้ แต่ 2 ฝ่ายข้นึ ไปที่มุ่งจะก่อใหเ้ กิดผลผูกพันในทางกฎหมาย

☺ คาเสนอ คือ คาขอใหท้ าสัญญา เชน่ นายแดงบอกนายเขียวว่า จะขอซอ้ื หนงั สือในราคา 200 บาท
☺ คาสนอง คือ คาตอบรับทาสัญญาตามข้อเสนอ เชน่ นายเขียวตอบตกลงว่าจะขายหนังสือให้

คาเสนอ คาสนอง

สัญญาเกดิ

 องคป์ ระกอบของสญั ญา

 ตอ้ งมีบุคคลตั้งแต่ 2 คนขน้ึ ไป
 ต้องมีการแสดงเจตนาถูกตอ้ งตรงกัน กล่าวคือ อีกฝ่ายหน่ึงทาคาเสนอและอีกฝา่ ยหนง่ึ ทาคาสนอง และ
เมือคาเสนอและคาสนอตรงกัน สัญญาย่อมเกิดข้นึ แตถ่ ้าคาเสนอและคาสนองไมต่ รงกันสัญญายอ่ มไม่เกิดข้ึน
 ตอ้ งมีวัตถุประสงค์ทีเ่ กิดสัญญานัน้ โดยต้องดูคูก่ รณีทั้งสองฝา่ ยได้รับประโยชน์อะไรจากสัญญา

 ประเภทของสญั ญา

แ ่บงตาม ่คาตอบแทน แ ่บงตามการตอบแทนในทางทรัพย์ ิสน ประเภท ความหมาย ตัวอย่าง
 สัญญาต่างตอบแทน
- เป็นสัญญาที่ทาให้คู่สัญญาต่างเป็นเจ้าหน้ี  สัญญาซื้อขาย
 สัญญาไมต่ า่ งตอบแทน
 สัญญามีค่าตอบแทน และลูกหนซ้ี ่ึงกันและกัน  สัญญาแลกเปลีย่ น
สัญญาไมม่ ีคา่ ตอบแทน
 สัญญาเชา่ ทรัพย์ / เชา่ ซื้อ

 สัญญาจ้างแรงงาน /

จา้ งทาของ

- เป็นสัญญาที่ก่อให้เกิดการชาระหน้ี  สัญญายืมใช้คงรูป

จากคู่สัญญาฝา่ ยเดียว  สัญญายืมใช้สน้ิ เปลือง

 สัญญาฝากทรัพย์

- เป็นสัญญาที่คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจะต้องเสีย สัญญาต่างตอบแทนทุกชนิด

ค่าตอบแทนให้ สัญญากู้ยืมเงนิ มีดอกเบี้ย

สัญญาฝากทรัพย์มีบาเหนจ็

- เป็นสัญญาที่คู่สัญญาเพียงฝ่ายเดียว  สัญญาฝากทรัพย์ไ ม่ มี

ได้ประโยชน์ บาเหนจ็

 สัญญายืมใช้คงรูป

CHAPTER 6 : กฎหมายว่าด้วยเอกเทศสัญญา หน้า 92

 ประเภทของสญั ญา (ตอ่ )

ประเภท ความหมาย ตัวอยา่ ง
 สัญญาประธาน
แ ่บงตามความสมบูรณ์ในตัวเอง - เป็นสัญญาที่เกิดข้ึนได้เอง ไม่ขึ้นอยู่กับ  สัญญาซื้อขาย
 สัญญาอุปกรณ์
สัญญาใด ๆ และไม่ต้องอาศัยความสมบูรณ์  สัญญากู้ยืมเงนิ
ของสัญญาอืน่ อีก
 สัญญาจา้ งทาของ

 สัญญาเชา่ ทรัพย์

- เป็นสัญญาที่จะมีได้ก็ต่อเมือมีสัญญา  สัญญาจานอง

ประธานเท่าน้ัน สัญญาอุปกรณ์ จึงไม่อาจ  สัญญาจานา
เกดิ ข้ึนเองได้
 สัญญาคา้ ประกนั

 เอกเทศสญั ญาทนี่ า่ สนใจ

✓ สญั ญาซอื้ ขาย

สัญญาซื้อขาย คือ สัญญาซึ่งบุคคลฝ่ายหน่ึง เรียกว่า “ผู้ขาย” โอนกรรมสิทธ์ิ ให้กับอีกฝ่ายหนึ่ง เรียกว่า
“ผู้ซื้อ” และ ผู้ซ้อื ตกลงว่าจะใชร้ าคาทรัพยส์ ินแกผ่ ู้ขาย

สิทธิของผู้ซื้อ ส่งมอบทรัพย์สนิ หนา้ ที่รับผิดชอบของผู้ขาย

ผซู้ อื้ สญั ญาซอื้ ขาย ผขู้ าย

หนา้ ทีร่ ับผิดชอบของผู้ซือ้ ชาระราคา สทิ ธขิ องผูข้ าย

สง่ มอบทรพั ยส์ นิ การโอนกรรมสทิ ธ์ิ

หมายเหตุ การส่งมอบทรัพย์สิน กับ การโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน ที่ขายน้ันเป็นคนละกรณีกัน
เมื่อสัญญาเกิดขึ้นแล้ว ผลทางกฎหมาย คือ กรรมสิทธ์ิในทรัพย์สินจะโอนจากผู้ขายไปยังผู้ซ้ือทันที
แต่การส่งมอบทรัพยส์ นิ ผู้ขายออาจจะส่งมอบทรัพย์สินน้นั ภายหลงั ก็ไดแ้ ลว้ แต่จะตกลงกัน

 ลักษณะสัญญาซื้อขาย
 มีคู่สัญญา 2 ฝา่ ย คือ ผูข้ ายและผูซ้ ้อื
 ผู้ขายตกลงโอนกรรรมสทิ ธใ์ิ นทรัพยส์ ินของตนให้แก่ผู้ซ้อื
 ผู้ซอ้ื ตกลงที่จะชาระราคาเป็นการตอบแทน
 วัตถุสาคญั คือ “ทรัพยส์ ิน”

กฎหมายเบือ้ งตน้ ส 30228 หน้า 93

 แบบสญั ญาซอื้ ขาย

แบบของสญั ญา ผลของการไมท่ า

ตามแบบ

☺ สงั หารมิ ทรพั ย์ - ไมม่ ีแบบ สัญญาสมบรู ณ์

☺ สงั หารมิ ทรพั ยท์ มี่ มี ลู คา่ ตงั้ แต่ - ไม่มีแบบ แต่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ สัญญาสมบูรณ์แต่

20,000 บาทขน้ึ ไป ลงลายมือชื่อผู้ต้องรับผิด หรือมีการวางมัดจา ไม่สามารถฟ้องร้อง

หรือมีการชาระหน้ีบางส่วนแล้ว จงึ จะฟ้องรอ้ ง บังคับคดีได้

บังคับคดีได้

☺ อสงั หารมิ ทรพั ย์ และ - ทาเป็นหนงั สือและจดทะเบียนต่อพนกั งาน สัญญาเปน็ โมฆะ

สงั หารมิ ทรพั ยช์ นดิ พเิ ศษ เจ้าหนา้ ที่

 สังหาริมทรพั ยช์ นดิ พิเศษ ไดแ้ ก่ เรือระวางตั้งแต่ 5 ตันข้ึนไป, แพ (ทีใ่ ช้อยู่อาศัย) และสัตว์พาหนะ
(ช้าง มา้ โค กระบือ ล่อ ลา ทีต่ ีตัว๋ รูปพรรณแลว้ )

 สัญญาซ้ือขายสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาต่ากว่า 20,000 บาท แม้ไม่ทาเป็นหลักฐานเป็นหนังสือ
ลงลายมือชือ่ ฝา่ ยที่ตอ้ งรับผิด หรือวางมัดจา หรือชาระหน้ีบางสว่ น คู่สัญญาก็สามารถฟ้องร้องต่อศาลให้

รับผิดตามสัญญาไดเ้ สมอ

 ทรัพยส์ ินที่ซือ้ ขายกันไม่ได้ มีดังนี้
 สาธารณะสมบตั ขิ องแผน่ ดิน เชน่ ที่รกรา้ งว่างเปล่า ทีช่ ายตล่ิง ทางน้าทะเลสาบ
 วัดและธรณีสงฆ์
 ทรัพยส์ ินสว่ นพระมหากษัตริย์
 ทรัพยส์ ินอันต้องห้ามตามกฎหมายอันมีโทษอาญา เช่น ฝิ่น เฮโรอีน ยาบา้
 สิทธิซ่ึงกฎหมายหา้ มจาหน่ายจ่ายโอน เชน่ สิทธทิ ี่จะได้รับมรดก สทิ ธิที่จะไดบ้ าเหน็จบานาญ
 ทรัพยส์ นิ ที่ได้มาโดยขอ้ กาหนดหา้ มโอน

✓ สญั ญาจะซอื้ จะขาย

สัญญาจะซื้อจะขาย คือ สัญญาที่ผู้จะซ้ือตกลงกับผู้จะขายว่าจะมาทาสัญญาซ้ือขายกันในอนาคต โดย
ในกรณีของการจะซอ้ื จะขายอสังหาริมทรัพย์หรือสังหารมิ ทรัพยช์ นิดพิเศษนน้ั **กฎหมายไมไ่ ดก้ าหนดให้
ต้องทาตามแบบเหมือนอย่างสัญญาซ้ือขายอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษ แต่กฎหมาย
กาหนดให้ดาเนนิ การต่อไปนีอ้ ยา่ งใดอย่างหนึง่ มฉิ ะนัน้ จะฟอ้ งร้องบงั คับคดีตอ่ ศาลไมไ่ ด้

 ทาหลกั ฐานเปน็ หนงั สือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผดิ เป็นสาคญั หรือ
 วางมัดจา หรือ ชาระหนี้บางสว่ น
 อย่างไรกต็ าม หากไม่ทาการอย่างใดอย่างหนง่ึ สัญญาดังกลา่ วกย็ ังสมบูรณไ์ มต่ กเป็นโมฆะแตอ่ ยา่ งใด

CHAPTER 6 : กฎหมายวา่ ด้วยเอกเทศสัญญา หน้า 94

✓ สญั ญาขายฝาก

สัญญาขายฝาก คือ สัญญาซือ้ ขายซึง่ กรรมสิทธใิ์ นทรัพยส์ นิ ตกไปยังผูซ้ ือ้ โดยมีขอ้ ตกลกันว่า ผู้ขายอาจไถ่
ทรัพย์นน้ั คืนได้ภายในระยะเวลาทีก่ าหนด หากผู้ขายไม่ไถ่ทรัพย์คืนในระยะเวลาดังกล่าว ผู้ขายจะไมส่ ามารถ
ไถท่ รัพย์ไดอ้ ีกตอ่ ไป โดยทรัพยส์ นิ ที่ขายฝากจะตกเปน็ ของผู้ซื้อ

 ทรัพย์สนิ ทีส่ ามารถขายฝาก ได้แก่ ทรัพย์สินทุกชนิดไม่วา่ จะเปน็ อสังหาริมทรัพย์หรือสังหารมิ ทรัพย์

 ระยะเวลาการไถท่ รพั ยส์ นิ ของสญั ญาขายฝาก

กรณี ระยะเวลา
 อสังหารมิ ทรัพย์ - กาหนดระยะเวลาไถท่ รัพยส์ นิ 10 ปีนับแตท่ าสญั ญาซือ้ ขาย
 สังหาริมทรัพย์ - กาหนดระยะเวลาไถท่ รัพยส์ ิน 3 ปนี ับแตท่ าสญั ญาซื้อขาย

 อย่างไรก็ตาม คู่สัญญาสามารถกาหนดระยะเวลาไถ่ทรัพยค์ ืนสั้นกว่าที่กฎหมายกาหนดได้ แต่ถ้า
คู่สัญญากาหนดระยะเวลาไถ่ทรัพย์ยาวกว่าทีก่ ฎหมายกาหนด ก็ให้ระยะเวลาไถ่ทรัพยค์ ืนลดลงมาเป็น 10
และ 3 ปี ตามประเภทของทรัพย์ ส่วนการกาหนดเวลาไถ่ทรัพย์ต่ากว่า 10 ปี หรือ 3 ปี จะขยายเวลา
ตอ่ ไปอีกภายหลงั ไมไ่ ด้

 ผู้มีสิทธิไถ่ทรัพย์คืน ได้แก่ ผู้ขายเดิมหรือทายาท ผู้รับโอนสิทธิ หรือบุคคลซ่ึงในสัญญายอมไว้
โดยเฉพาะว่าให้เป็นผู้ไถ่ได้ โดยวิธีการไถ่ทรัพยค์ ืน คือ ให้ผู้ขายฝากนาเงินค่าไถ่ไปวางไว้ที่สานักงาน
วางทรัพย์ได้

 หลกั เกณฑข์ องสญั ญาขายฝาก

☺ การขายฝากอสังหาริมทรัพยแ์ ละสงั หาริมทรัพยช์ นดิ พเิ ศษ ต้องทาเป็นหนังสือ และจดทะเบียนต่อ
พนกั งานเจ้าหน้าที่ มฉิ ะนั้น ตกเปน็ โมฆะ

☺ การขายฝากสังหาริมทรัพยท์ มี่ ีราคา 20,000 บาทข้ึนไป ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อ
ผู้รับผิดชอบ หรือมีการวางมัดจา หรือชาระหน้ีบางส่วน จึงจะบังคับใช้ได้ ส่วนการขายฝากสังหารมิ ทรัพย์
ราคาตา่ กว่า 20,000 บาท ทาดัวยปากเปล่ากส็ ามารถบังคับได้

☺ เด็ก ๆควรรู้ ข้อควรระวัง เมื่อทาสัญญาขายฝากแล้วต้องไถ่ทรัพย์คืนภายในระยะเวลาที่กาหนด
มิฉะน้ันผู้ขายฝากจะหมดสิทธิไถ่คืน หากผู้ขายฝากได้ใช้สิทธิไถ่คืนในระยะเวลาที่กาหนดแล้ว แต่ไม่
สามารถไถ่ไดเ้ พราะความผิดของผู้ซื้อฝาก แมเ้ กนิ กาหนดเวลาไถแ่ ลว้ ผู้ขายฝากก็มีสิทธิฟอ้ งขอไถ่คืนได้


Click to View FlipBook Version