The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กฎหมายเบื้องต้น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by suphajit.chan, 2021-05-10 02:31:49

กฎหมายเบื้องต้น

กฎหมายเบื้องต้น

กฎหมายเบือ้ งตน้ ส 30228 หนา้ 145

 โครงสรา้ งความรับผดิ ทางอาญา

 การกระทาครบองคป์ ระกอบทีก่ ฎหมายบัญญัติ

1.1 มีการกระทา เคลอ่ื นไหวรา่ งกาย งดเวน้
ไมเ่ คลื่อนไหวรา่ งกาย ละเวน้

ผูก้ ระทาผดิ เอง

1.2 การกระทาครบองค์ประกอบภายนอก ผูก้ ระทา ผู้กระทาโดยอ้อม
การกระทา ผู้รว่ มในการกระทาความผิด

วัตถุแห่งการกระทา ตัวการ

1.3 การกระทาครบองคป์ ระกอบใน เจตนา ประสงคต์ ่อผล ผู้ใช้
ประมาท
เลง็ เห็นผล ผู้สนบั สนุน
พลาด (โอน)
พิเศษ

1.4 ผลสัมพันธก์ ับการกระทา ทฤษฎีเงือ่ นไข ผลโดยตรง

ทฤษฎีเหตุทีเ่ หมาะสม ผลธรรมดา

เหตุแทรกแซง

 ไมม่ ีกฎหมายยกเว้นความผิดและยกเว้นโทษ

☺ กฎหมายยกเวน้ ความผดิ ☺ กฎหมายยกเวน้ โทษ
ปอ้ งกันโดยชอบดว้ ยกฎหมาย ทาโดยความจาเป็น
การกระทาไม่เกนิ ขอบเขต ความไม่สามารถรู้ชอบ (การกระทาของคนวกิ ลจริต)
ความยินยอมให้กระทา กระทาขณะมึนเมา
การกระทาเพือ่ ป้องกันสิทธติ นเองและผูอ้ ืน่ ทาตามคาสัง่ ที่มิชอบ
ภยันตรายใกล้จะถึง เป็นความผดิ ระหวา่ งสามีภรรยาในความผดิ เกีย่ วกับ
การกระทาโดยแพทยใ์ นกรณีหญงิ ถูกข่มขืน
ทรัพย์
หรอื กระทาอนาจาร
เด็กอายุไม่เกิน 10 ปี และเกิน 10 ปี แตไ่ มเ่ กนิ 15 ปี
กระทาผิด

สรุป กฎหมายยกเวน้ โทษ คือ มีความผิดแต่ไม่ตอ้ ง

รับโทษ

CHAPTER 8 : กฎหมายอาญาทีค่ วรรู้ หนา้ 146

 การกระทาครบองคป์ ระกอบตามทกี่ ฎหมายกาหนด

1.1 มีการกระทา หมายถงึ การเคล่อื นไหว หรือ การไมเ่ คลือ่ นไหว รา่ งกายโดยรูส้ านึก

1.1.1 เคลอื่ นไหว ได้แก่ ชก ต่อย เตะ ยงิ หยิบ ทาลาย เช่น แดงยงิ ดา แดงชกดา แดงหยบิ
1.1.2 ไมเ่ คลอื่ นไหว ทรัพยข์ องดา

 การกระทาโดยงดเวน้ หมายถงึ การไม่เคลือ่ นไหวร่างกายทั้งที่บุคคลนน้ั
มีหนา้ ที่ต้องกระทาเพื่อป้องกันมิใหผ้ ลร้ายเกิดข้ึน ซ่งึ เกดิ จากกรณีตา่ ง ๆ คือ
 หน้าที่ตามกฎหมาย เชน่ บดิ ามารดามีหน้าทีเ่ ลีย้ งดูบุตร หากไม่ยอมให้
นมบุตร หรือไมย่ อมพาบุตรไปรักษาเวลาปว่ ย ถือเป็นการกระทาโดยงดเว้น
 หนา้ ทีต่ ามสญั ญา เช่น สัญญาจะเป็นผูด้ ูแลความปลอดภัยในสระวา่ ยนา้
แลว้ ไม่ทา เชน่ คนเปน็ ตะคริวจมน้า แลว้ ไม่เข้าไปชว่ ยเหลือ
 หน้าที่อันเกิดจากการกระทาของตน เช่น ขุดหลุมในทีส่ าธารณะแล้วไม่
ทาเครือ่ งหมาย สญั ญาเตือนให้คนผา่ นไปมาทราบ
 การกระทาโดยละเวน้ หมายถงึ การไมเ่ คลื่อนไหวร่างกายทัง้ ๆ ที่บุคคล
นน้ั มีหน้าที่เคลือ่ นไหวร่างกายเพอ่ื ทาตามหน้าที่ซ่ึงมีลักษณะเป็นการทัว่ ไปใน
การชว่ ยเหลือเพื่อนมนษุ ย์ เชน่ นายอ้วนเดินผ่านแม่นา้ เหน็ เดก็ ชายแดงกาลัง
จมน้าตาย นายอ้วนสามารถชว่ ยได้แต่ไม่ชว่ ย นายอ้วนมีความผิดฐานละเว้น

สรุป การกระทาโดยงดเวน้ คือ การทีเ่ รามีหน้าที่เฉพาะแตไ่ มท่ า ส่วนการกระทาโดยละเวน้ คอื
เราไมไ่ ดม้ ีหนา้ ที่เฉพาะตรงน้นั แตเ่ ปน็ การที่เราต้องเข้าไปช่วย ซ่ึงเราช่วยไดแ้ ต่ไมช่ ว่ ย

1.2 การกระทาครบองค์ประกอบภายนอกแหง่ ความผิด

1.2.1 ผกู้ ระทา - ผู้กระทาจะต้องเป็นบุคคลเท่าน้ัน จะเป็นสัตว์หรือส่ิงของไม่ได้
1.2.2 การกระทา หากบุคคลใดใช้สัตวเ์ ป็นเครื่องมือในการกระทาความผิดถือวา่ บุคคลน้ัน
1.2.3 วตั ถแุ หง่ การกระทา เป็นผู้กระทาความผิดเอง ตลอดจนผู้ใช้ให้ผู้อืน่ กระทาความผดิ โดยอ้อม
(หลอกให้ผุอ้ ื่นทาผิด) รวมไปจนถึงผู้ร่วมในการกระทาความผิด (ตัวการ
ผูใ้ ช้ ผู้สนบั สนุน)
- การกระทาของผู้กระทาจะต้องถึงขั้นตอนที่กฎหมายบัญญัติให้เป็น
ความผิด และหากเป็นการกระทาโดยเจตนา การกระทาจะต้องถงึ “ขนั้
ลงมือ” หากมีการกระทาเพียง “ขั้นตระเตรียมการ”ผู้กระทาย่อมไม่มี
ความผดิ เว้นแตก่ ฎหมายบัญญัตเิ อาไวว้ ่าตอ้ งรับผดิ ในขั้นตระเตรียมการ
- หมายถึง ส่ิงที่ผู้กระทามุ่งหมายกระทาต่อ เช่น ความผิดฐานฆ่า
ทารา้ ย โดยวัตถุแห่งการกระทาก็คือ ผู้อื่น

ข้อสังเกต ถ้าขาดองค์ประกอบภายนอก ผลในทางกฎหมายถือว่า ผู้กระทา “ไม่มีความผิด”
เช่น แดงต้องการฆา่ ดา แต่ดาหัวใจวายตายก่อน ญาตจิ ึงเอาผ้าคลมุ ศพดาไว้ แต่แดงคดิ วา่ นอนคลมุ โปง
จึงเอาปืนยิงดา กรณีนี้ถือวา่ ขาดองค์ประกอบภายนอก เพราะ ขาดผู้อืน่ เนื่องจากดาตายแล้ว ไม่มีชีวิต

กฎหมายเบือ้ งตน้ ส 30228 หนา้ 147

1.3 การกระทาครบองค์ประกอบภายในแห่งความผดิ

1.3.1 เจตนา ไ ด้ แ ก่ ก า ร ก ร ะ ท า โ ด ย รู้ส า นึ ก แ ละ รู้ข้อ เ ท็จ จ ริ ง ใ น ก า ร กร ะ ท า
และในขณะเดียวกัน ผู้กระทาประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผลของการ
1.3.2 ประมาท กระทานั้น ซงึ่ เจตนามี 4 ประเภทไดแ้ ก่
1.3.3 ไมเ่ จตนา
1. ประสงคต์ อ่ ผล หมายถึง มุง่ หมายจะใหผ้ ลเกดิ ขึน้ หากลเกดิ ขนึ้ ตามที่มุง่
ไมป่ ระมาท หมายกเ็ ป็นความผดิ สาเรจ็ หากผลไม่เกิดตามทีม่ ุ่งหมายก็เปน็ ความผิดฐานะ
พยายาม เชน่ ดาตอ้ งการฆา่ แดง ดาจึงยกปนื ขึน้ ยิงแดงเพื่อให้แดงตาย

2. เล็งเหน็ ผล หมายถึง ผู้กระทาไม่ประสงค์ให้เกิดผลโดยตรง แต่รู้ว่าถ้า
หากกระทาไปตามนั้น กจ็ ะเกิดผลนัน้ ข้นึ แน่นอน เชน่ แดงใช้ปนื ยงิ ดา ซ่งึ นั่ง
จู๋จี๋กับฟ้าริมชายหาก กระสุนถูกดาตายและฟ้าตาย แดงไม่มีความตั้งใจที่จะ
ฆ่าฟ้า แต่กรณีดังกล่าวกฎหมายกาหนดให้แดงต้องมีความรับผิดต่อฟ้า
เพราะ การที่แดงยิงดาน้นั ฟ้าน่ังอยู่ใกล้ ๆ ดา แดงย่อมเล็งเห็นได้วา่ กระสุน
ปืนย่อมถูกฟ้าด้วย ดังน้ัน ความรับผิดที่แดงมีต่อฟ้า คือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
เล็งเหน็ ผล

3. เจตนาโอน (กระทาโดยพลาด) หมายถึง ผู้กระทาเจตนากระทาต่อ
บุคคลหน่ึง แต่ ผล ของการกระทาเกิดแก่อีกบุคคลหน่ึงโดยพลาดไป เช่น
แดงใช้ปืนยิงดา แต่ดาหลบทัน ลูกกระสุนพลาดไปถูกขาวตาย ถือว่าแดงมี
เจตนาฆา่ ขาว เปน็ เจตนาโอน แดงจึงมีความผดิ ฐานฆ่าผูอ้ ื่นโดยพลาด

4. เจตนาพเิ ศษ หมายถงึ มูลเหตุจูงใจในการกระทาความผิดบางฐาน ซ่ึง
มใิ ชเ่ พยี งเจตนาอย่างเดียวเท่านัน้ ต้องมเี จตพเิ ศษดว้ ย จึงจะมีความผดิ
เชน่ ความผิดลกั ทรัพย์ เจตนาพิเศษ คอื โดยทจุ รติ (เพอ่ื แสวงหาประโยชน์
ทีม่ คิ วรได้ ) หรือ ความผดิ ฐานปลอมแปลงเอกสาร เจตนาพเิ ศษ คอื เพอื่ ใหผ้ ู้
หนงึ่ ผใู้ ดหลงเชอื่ วา่ เปน็ เอกสารทแี่ ทจ้ รงิ
เป็นการกระทาโดยไม่เจตนาและไม่ต้องการให้เกิดผลน้ัน แต่เป็นการ
กระทาโดยปราศจากความระมัดระวัง องคป์ ระกอบที่สาคญั ของการกระทา
โดยประมาท คือ

 เป็นการกระทาโดยรูส้ านกึ
 ไมป่ ระสงคต์ ่อผล หรือไมม่ ีการเล็งเห็นผล
 ขาดความระมัดระวัง
 กฎหมายบัญญัติว่าผดิ
เช่น แดงใช้อาวุธปืนขู่ดาไม่ให้เอาถา่ นมาป้ายหน้า โดยแดงไม่รู้ว่าอาวุธปนื
น้นั มีกระสุนอยู่ กระสุนปนื ลั่นถูกดาตาย จงึ มีความผดิ ฐานประมาทเกดิ ขน้ึ
กฎหมายกาหนดให้ผู้กระทาต้องรับผิดถึงแม้กระทาจะไม่ได้กระทาโดย
เจตนาและประมาทก็ตาม ความผิดน้ีส่วนใหญ่ ได้แก่ ความผิดลหุโทษ เช่น
นายดาเป็นผู้ดูแลแหล่งน้าที่ประชาชนใช้ร่วมก้น โดยนาสารเคมีปรับสภาพ
น้าเติมลงทุกวัน วันหนึ่งสารเคมีน้ันเป็นพษิ เพราะเกิดจากความผิดพลาดใน
กระบวนการผลิต แม้นายดาไมเ่ จตนาและไม่ประมาท นายก็ตอ้ งรับผดิ

CHAPTER 8 : กฎหมายอาญาที่ควรรู้ หน้า 148

1.4 ผลของการกระทาต้องสัมพันธก์ ับการกระทา

1.4.1 ทฤษฎเี งอื่ นไข หรอื - ผู้กระทาจะต้องรับผิดในผลน้ัน หากไม่ใช่ผลโดยตรง ก็ไม่ต้องรับผดิ

ผลโดยตรง ในผลนัน้ ตัวอยา่ งเชน่ แดงชกดา ดาหลบไดแ้ ต่เซไปชนรถที่จอดอยู่จน

ได้รับบาดเจ็ดหัวแตก เช่นน้ี แม้การบาดเจ็บจะไม่ได้เกิดจากการโดน

ชกก็ตาม แต่แดงก็ต้องรับผิด เพราะการบาดเจ็บเป็นผลโดยตรงจาก

การ ชก แล้ว หลบ แลว้ ฟาด หัวจงึ แตกนน่ั เอง

1.4.2 ทฤษฎเี หตทุ เี่ หมาะสม  ผลธรรมดา หากผลน้ันทาให้ผู้กระทาต้องรับโทษหนักข้ึน

ผูก้ ระทาจะต้องรับผิดในผลนั้น กต็ ่อเมือ่ ผลนน้ั เปน็ “ผลธรรมดา” หาก

ไมใ่ ช่ “ผลธรรมดา”ก็ไม่ตอ้ งรับโทษหนกั ข้นึ

 เหตุแทรกแซง คือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใหม่หลังจากการกระทา

ของผู้กระทาการในตอนแรก และเป็นเหตุที่ก่อให้เกิดผลในบั้นปลาย

ข้ึน ผู้กระทาจะต้องรับผิดในผลน้ัน ก็ต่อเมือผลน้ัน เกิดจาก

“เหตุแทรกแซง ” ที่วิญญูชน “คาดหมายได้” หากเกิดจากเหตุ

แทรกแซงที่วิญญูชน “คาดหมายไมไ่ ด”้ ก็ไม่ต้องรับผดิ ในผลน้ัน เชน่

แดงชกดาจนสลบแลว้ นาร่างของดาไปโนท้ิงไวท้ ี่ชายหาด เช้าวันรุ่งขึ้น

พบศพดาซ่ึงสาลักน้าทะเลตาย กรณีน้ีแดงต้องรับผิดในผลแห่งความ

ตายของดา ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไม่เจตนา แต่หากเป็นกรณีที่เหตุ

แทรกแซงคาดหมายไม่ได้ เช่น เมื่อชกแล้วนาร่างไปทิ้งไว้ที่ต้นไม้

หลังจากน้ันฝนตกหนัก ดาถูกฟ้าผ่าตาย อย่างน้ีแดงไม่ต้องรับผิดใน

ผลแห่งความตาย แตจ่ ะรับผิดแค่ฐานทารา้ ยรา่ งกายเทา่ นั้น

 การกระทาความผดิ ของเดก็ และเยาวชน

ผูท้ าผดิ อายุ วธิ กี ารสาหรับเด็ก โทษ
เดก็ ไม่เกิน 10 ปี ไม่ต้องใชว้ ธิ กี ารสาหรับเดก็ ไม่ตอ้ งรับโทษ
เดก็ กวา่ 10-15 ปี ใช้วธิ กี ารสาหรับเดก็ ไม่ตอ้ งรับโทษ
เยาวชน กวา่ 15-18 ปี ศาลจะใชว้ ธิ กี ารสาหรับเด็กกไ็ ดห้ รือศาล ศาลจะลงโทษโดยลด
จะลงโทษก็ได้ มาตราส่วนโทษให้กึ่ง
เยาวชน กว่า 18 -20 ปี หน่งึ
ศาลจะใช้วิธกี ารสาหรับเดก็ ในการ ศาลจะลดมาตราส่วน
พจิ ารณาลงโทษ โ ท ษ ให้หนึ่ง ใน ส า ม
หรือไม่ลดกไ็ ด้ หรืออาจ
ล ง โ ท ษ เ ช่ น เ ดี ย ว กั บ
ผูใ้ หญ่

 โทษประหารชวี ิตและจาคุกตลอดชวี ติ มิให้ใช้บังคับกับผู้กระทาความผดิ ขณะที่มีอายุต่ากว่า 18 ปี
ในกรณีทีผ่ ู้กระทาความผดิ ในขณะทีม่ ีอายุตา่ กวา่ 18 ปีได้กระทาความผดิ ที่มีระวางโทษประหารชีวิตและ
โทษจาคุกตลอดชีวติ ใหเ้ ปลีย่ นระวางโทษดังกลา่ วเปน็ จาคุก 50 ปี

กฎหมายเบือ้ งต้น ส 30228 หน้า 149

 เหตลุ ดโทษ

 เหตุลดโทษทีก่ ฎหมายกาหนดไว้ จาแนกได้ 2 ประเภทใหญ่ ๆ

☺ เหตลุ ดโทษ เป็นการที่ผู้กระทาถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุไม่เป็นธรรม
เพราะบนั ดาลโทษะ จึงกระทาผิดต่อผู้ข่มเห่งในขณะน้ัน ศาลจะลงโทษผู้น้ันน้อยกว่าที่
กฎหมายกาหนดไวสาหรับความผิดน้ันเพียงใดก็ได้ เช่น แดงเมาสุราจึง
☺ เหตลุ ดโทษทวั่ ไป เอาเท้าของตนพาดศีรษะของดา แลว้ เอาเทา้ ลูบศีรษะของดาเลน่ ถือเป็น
การข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม ดาโกรธมากจึงใช้ปนื
ยิงแดงถงึ แกค่ วามตาย ดายอ่ มมีความผดิ ฐานฆ่าผูอ้ ืน่ โดยบันดาลโทสะ
 ความไม่รกู้ ฎหมาย เป็นกรณีที่ผู้กระทาแสดงหลักฐานและศาลเชื่อ
ว่าผู้กระทาความผดิ ไม่รู้กฎหมาย
 คนวกิ ลจริต ซ่ึงยังสามารถรู้ผดิ ชอบอยู่บ้าง หรือยังสามารถบังคับ
ตัวเองไดบ้ า้ ง
 ผูก้ ระทาความผดิ อายกุ วา่ 15 ปีแตต่ ่ากวา่ 18 ปี หรือตั้งแต่ 18 ปี
แต่ไมเ่ กิน 20 ปี
 การกระทาความผิดเกี่ยวกับทรัพย์บางมาตราระหว่างญาติสนิท
คือ การกระทาความผิดระหว่างบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือพี่น้องร่วม
บดิ ามารดาเดียวกัน
 มีเหตุบรรเทาโทษ ได้แก่ ผู้กระทาความผิดเป็นผู้โฉดเขลาเบา
ปญั ญา ตกอยู่ในความทุกขอ์ ย่างสาหัส มีคุณความดีมาแตก่ อ่ น สานึกผิด
และพยายามบรรเทาผลร้ายแห่งความผิดน้ัน ให้ความร่วมมือต่อเจ้า
พนกั งานหรือให้ความรูแ้ กศ่ าลอันเป็นประโยชน์
 การป้องกันจาเป็นที่เกินสมควรแกเ่ หตุ

 การพยายามกระทาความผดิ

การพยายามกระทาความผิด หมายถึง การกระทาที่ไม่บรรลุผลตามที่ผู้กระทามุ่งหวัง โดยปกติ
การกระทาความผิดในทางอาญาจะประกอบดว้ ยขั้นตอนของการกระทา 5 ขัน้ ตอน ได้แก่

ขั้นที่  มีความคิดทีจ่ ะกระทา
ขั้นที่  ตกลงใจที่จะกระทา
ขั้นที่  ตระเตรียมการทีจ่ ะกระทา
ขัน้ ที่  ลงมือกระทา
ขั้นที่  ความผิดเกดิ ขึน้

กฎหมายไม่ลงโทษผู้ที่คิดและตกลงใจที่จะทาความผิด เพราะอยู่ในจิตใจของผู้น้ัน ส่วนการ
ตระเตรียมกระทาความผดิ ในขั้นที่ 3 ถือว่าไดแ้ สดงออก แต่กฎหมายยังไม่ลงโทษ แต่จะลงโทษต่อ
เมือเข้าขั้นลงมือกระทา ซ่งึ ถือว่าเปน็ การกระทาความผิด

CHAPTER 8 : กฎหมายอาญาทีค่ วรรู้ หนา้ 150

ในบางกรณีการตระเตรียมกระทาความผดิ อาจถือไดว้ า่ เป็นความผดิ แลว้ และตอ้ งรับโทษ เชน่
 ความผิดฐานตระเตรียมการที่จะปลงพระชนม์หรือประทุษร้ายต่อพระองค์ พระราชินี หรือ
รัชทายาท
 ความผดิ ฐานตระเตรียมการเปน็ กบฏหรือเปน็ การกระทาความผดิ ต่อความม่นั คงของรัฐ
 ความผดิ ฐานตระเตรียมการวางเพลิงเผาทรัพยข์ องผู้อื่น
สาหรับการกระทาในขั้นตอนที่ 4 คือ ขัน้ ลงมือกระทาความผิดนั้น แยกพิจารณาได้ 2 กรณี
 การกระทาน้ันปรากฎของผลของความคิดข้ึนสมดังเจตนาของผู้กระทาอันเป็นขั้นตอนของ
การกระทาในขั้นที่ 5 ผู้กระทาย่อมมีความผิด และต้องรับโทษเต็มตามที่กฎหมายกาหนดไว้สาหรับ
ความผดิ นั้น
 การกระทานั้นไม่ปรากฏผลของความผิดเกิดขึน้ ซ่ึงอาจเป็นเพราะได้กระทาไปใตลอด หรือ
กระทาไปตลอดแล้ว การกระทาน้ันไม่บรรลุสาเร็จ กฎหมายจึงถึงว่าเป็นการพยายามกระทา
ความผดิ ทแต่จะรับโทษเพยี งสองในสามส่วนของโทษที่กฎหมายกาหนดไว้สาหรับความผิดนั้น

 หลกั เกณฑก์ ารพยายามกระทาความผดิ

 มีเจตนา
 ได้ลงมือกระทาความผดิ แล้ว
 กระทาไปไมต่ ลอด หรือ กระทาไปแลว้ ไมบ่ รรลุผล
 ตอ้ งรับโทษ 2 ใน 3 ส่วน
 ถา้ พยายามในส่งิ ที่เปน็ ไปไมไ่ ด้อยา่ งแนแ่ ท้ รับโทษไมเ่ กนิ ก่งึ หน่งึ
 ถา้ ผู้นน้ั ยังยั้งกลบั ใจได้ ไมใ่ หก้ ารกระทานัน้ บรรลุผล จะมีความผิดฐานพยายามทาผิด แตไ่ มต่ ้อง
รับผิด

 การยบั ยงั้ กลบั ใจ

มีหลกั เกณฑด์ งั นี้

 ผูก้ ระทาจะตอ้ งลงมือกระทาความผดิ แล้ว
 ความผดิ ทีก่ ระทายังไมส่ าเร็จผลตามที่ผูก้ ระทาเจตนา
 ผู้กระทายับยัง้ เสียเองไม่กระทาให้ตลอด หรือ กระทาไปตลอดแล้วแต่กลับใจ แก้ไขไม่ให้การ
กระทานัน้ บรรลุผล
 การยับยัง้ หรือกลับใจจะตอ้ งเปน็ ไปโดยสมัครใจ

 ผลของการยบั ยงั้ หรอื กลบั ใจ มีผลให้ผู้กระทาไม่ต้องรับโทษสาหรับการพยายามกระทาความผดิ
ที่ไดท้ ามากอ่ นแล้วน้นั โดยการยับยัง้ กลบั ใจจะตอ้ งเป็นไปโดยสมัครใจ

 การพยายามกระทาความผิดลหุโทษ ผู้กระทาไมต่ ้องรับโทษ

กฎหมายเบือ้ งต้น ส 30228 หนา้ 151

 ลกั ษณะความผดิ ทางอาญา

ซ่ึงจะแบง่ การกระทาความผดิ ทางอาญาออกเปน็ 2 ลกั ษณะ

☺ ความผดิ อาญาแผน่ ดนิ - ผูเ้ สียหายได้รับผลรา้ ย + รัฐหรือสังคมได้รับผลร้ายด้วย
 พนกั งานสอบสวนทาการสอบสวนได้โดยไม่ต้องมีคารอ้ งทุกข์
☺ ความผดิ อนั ยอมความได้  ผูเ้ สียหายไมส่ ามารถยอมความได้
หรอื ความผดิ สว่ นตวั ตัวอยา่ งความผิดที่เป็นอาญาแผน่ ดนิ

- ทาร้ายร่างกาย
- ฆ่าคนตาย
- ลกั ทรัพย์ วิง่ ราวทรัพย์ ชงิ ทรัพย์ ปล้นทรัพย์
- วางเพลิง
- กบฏ
- ทุจรติ ต่อหน้าที่
- กอ่ การรา้ ย
- เจา้ พนกั งานปฏบิ ัติหน้าที่โดยมิชอบ
- ผู้เสียหายได้รับผลร้ายโดยตรง
 ตอ้ งมีคารอ้ งทุกขข์ องผู้เสียหาย
 ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่รู้เรื่องและรู้ตัว
ผู้กระทาความผิด มิฉะน้ันคดีขาดอายุความ ผู้กระทาความผิดไม่
ตอ้ งรับโทษ
 ผู้เสียหายยอมความเพือ่ ระงับคดีได้
ตัวอยา่ งความผิดที่เป็นความผิดอันยอมความได้
- ความผิดฐานกระทาชาเรา
- ความผดิ ฐานกระทาอนาจาร
- ความผดิ ฐานทาให้เสียเสรีภาพ
- ความผิดฐานเปดิ เผยความลับ
- ความผดิ ฐานหมิน่ ประมาท
- ความผิดฐานฉ้อโกง
- ความผดิ ฐานโกงเจ้าหน้ี
- ความผดิ ฐานยักยอก
- ความผิดฐานทาให้เสียทรัพย์
- ความผิดฐานบุกรุก
- ความผิดฐานหนว่ งเหน่ยี วกักขัง

CHAPTER 8 : กฎหมายอาญาทีค่ วรรู้ หน้า 152

 ลกั ษณะและประเภทของโทษทางอาญา

กฎหมายได้กาหนดลักษณะของโทษทางอาญา เพื่อเป็นการกาหนดขอบเขตการลงโทษให้มีความ
ชัดเจน เน่ืองจากโทษทางอาญาส่วนใหญ่จะมีการกาจัดหรือตัดเสรีภาพของบุคคล ไม่ว่าจะทาง
รา่ งกายหรือทรัพยส์ ิน โดยลกั ษณะของโทษอาญานัน้ มีดังต่อไปนี้

 ต้องใช้บังคับด้วยความเสมอภาค จะมีเพอ่ื ลงโทษบุคคลโดยเฉพาะไม่ได้
 ต้องใชบ้ ังคับโดยรัฐ และมีกระบวนการตามกฎหมายกาหนดไว้
 ต้องเปน็ ผลร้ายแก่ผูก้ ระทาความผิด

 ประเภทของโทษทางอาญา ☺ เป็นโทษที่ร้ายแรงที่สุด ดาเนินการด้วยวิธีฉีด
 โทษประหารชวี ติ สารพิษให้ตาย โดยจะประหารชีวติ เมื่อพ้นกาหนด 60
วันนับแต่วันที่ศาลมีคาพิพากษาให้ถึงที่สุด และ
สามารถขอพระราชทานอภัยโทษได้ โดยโทษประหาร
ชีวิตลดโทษได้แต่จะไม่มีการเพิ่มโทษโดยเด็ดขาด

เรียงจากหนกั สุด ไป หาเบาสุด  โทษจาคกุ ☺ เป็นโทษที่เอาตัวผู้กระทาความผิดไปขังไว้ใน
เรือนจา โดยโทษจาคุกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
จาคุกตลอดชีวิต และจาคุกมีกาหนดเวลา สาหรับโทษ
จาคุกตลอดชีวิต หากลดโทษจะลดเปน็ จาคุก 50 ปี

 โทษกกั ขงั ☺ เป็นการเอาตัวผู้กระทาความผิดไปกักขังหรือ
ควบคุมไว้ในสถานทีก่ าหนดไว้ ทีไ่ มใ่ ช่เรือนจา

 โทษปรบั ☺ เป็นโทษที่ศาลพิพากษาให้ผู้ต้องโทษชาระเงิน
 โทษรบิ ทรพั ยส์ นิ ค่าปรับต่อศาลภายใน 30 วันนบั แตว่ ันทีศ่ าลพิพากษา
ถ้าไม่ทาตามจะถูกยึดทรัพย์หรือกักขังแทน คิดอัตรา
500 บาท /วัน ห้ามกักขังแทนค่าปรับเกิน 1 ปีเว้นแต่
ปรับ 200,000 บาทขึ้น ปรับเกนิ 1 ปีแตไ่ มเ่ กนิ 2 ปี

☺ เป็นลงโทษริบเอาทรัพย์สนิ ของผู้กระทาความผดิ
มาเปน็ ของรัฐ โดยทรัพย์สินนัน้ เป็นทรัพยส์ ิน ที่
เกี่ยวขอ้ งกับการกระทาความผดิ

กฎหมายเบือ้ งต้น ส 30228 หนา้ 153

 การรอลงอาญา

การรอลงอาญา หรือ รอการกาหนดโทษ หรือรอการลงโทษ ในคดอี าญาผู้ใดกระทาความผิดและ
ศาลพิพากษาว่าผู้น้นั มีความผดิ แต่รอการลงโทษไว้ มีหลกั เกณฑด์ งั นี้

 มีการกระทาความผดิ ในคดนี ้นั ศาลลงโทษจาคุกไม่เกิน 3 ปี
 ไม่ปรากฎว่าผู้นัน้ ไดร้ ับโทษจาคุก
 เมือ่ ศาลไดค้ านงึ ถงึ อายุ ประวัติ ความประพฤติ สตปิ ญั ญา การศึกษา อบรมหรือสภาพความผดิ
หรือเหตุอืน่ ควรปราณีแลว้ ศาลเห็นสมควรจะรอการลงโทษไว้ก็ได้

 ในระหว่างการรอลงอาญาหรือการลงโทษให้ผู้น้ันมารายงานตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เช่น
พนักงานคุมประพฤติ เป็นครั้งคราว หรือให้ประกอบอาชีพทีเป็นกิจจะลักษณะละเว้นจากการคบหา
สมาคมทีอ่ าจนาไปสู่การกระทาความผดิ อีก

 วธิ กี ารเพอื่ ความปลอดภยั

วิธีการเพื่อความปลอดภัย เป็นมาตรการของกฎหมายอันหน่ึง ซ่ึงนามาใช้เพื่อสนับสนุน
การปรับปรุงแกไ้ ขตัวบุคคลทีม่ ีลกั ษณะเป็นอันตรายต่อสังคม เช่น เสพสุรา ยาเสพติด วกิ ลจรติ ซึ่งยัง
ไม่ได้กระทาความผิด หากปล่อยตัวบุคคลเหล่าน้ีไป อาจจะไปก่อความผิดขึ้นได้ โดยวิธีเพื่อความ
ปลอดภัยมีอยูด่ ้วยกัน 5 ประการดังนี้

 กักกัน คือ การควบคุมผู้กระทาความผิดติดนิสัยไว้ภายในเขตกาหนดเพื่อดัดนิสัยและเพื่อฝึก
อาชีพ โดยศาลจะพิพากษาให้กักกันมีกาหนดเวลาไมน่ ้อยกว่าสามปี และไม่เกินสบิ ปีก็ได้
 ห้ามเข้าเขตกาหนด คือ การห้ามมิให้เข้าไปในทอ้ งที่ทีก่ าหนดไว้ในคาพพิ ากษา และเมื่อผู้น้ันพ้น
โทษตามคาพพิ ากษาแลว้ ห้ามมใิ หผ้ ู้น้นั เขา้ ในเขตกาหนดเป็นเวลาไมเ่ กินห้าปี
 การเรียกประกันทัณฑ์บน เป็นกรณีที่ศาลเห็นว่าผู้ใดจะก่อเหตุร้ายให้เกิดภยันตรายแก่บุคคล
หรือทรัพยส์ นิ ของผูอ้ ืน่ โดยศาลอาจจะไมล่ งโทษผู้ถูกฟ้อง แต่ศาลอาจสั่งให้ผู้น้ันทาทัณฑ์บนว่าจะไม่
กอ่ เหตุดงั กล่าวตลอดเวลาที่ศาลกาหนด โดยกาหนดจานวนเงนิ ไม่เกินกว่าห้าพันบาท ในเวลาไมเ่ กนิ
สองปี
 การคมุ ตวั ไวใ้ นสถานพยาบาล เป็นกรณีที่ศาลเหน็ ว่าการปลอ่ ยตัวผูท้ ีม่ ีจิตบกพรอ่ ง โรคจิต หรือ
จิตฟั่นเฟือน ซึ่งไม่ต้องรับโทษ จะไม่เป็นการปลอดภัยแก่ประชาชน ศาลเลยสั่งคุมตัวไว้ที่
สถานพยาบาล
 หา้ มประกอบอาชพี บางอย่าง กรณีทีศ่ าลพิพากษาใหล้ งโทษ เมือ่ ศาลเหน็ วา่ ผู้นั้นกระทาความผดิ
โดยอาศัยโอกาสจากการประกอบอาชีพ เช่น เปน็ พ่อคา้ ปลอมปนสินค้า เปน็ ทนายเปดิ เผยความลับ
ของลูกความ เป็นต้น ศาลอาจสั่งห้ามผู้น้ันประกอบอาชีพดังกล่าวได้ ไม่เกินห้าปีนับแต่วันพ้นโทษ
หากมีกรฝ่าฝนื คาสัง่ ดังกลา่ วยอ่ มเป็นความผดิ

CHAPTER 8 : กฎหมายอาญาที่ควรรู้ หนา้ 154

 บคุ คลทเี่ กยี่ วขอ้ งในการกระทาความผดิ

 ในการกระทาความผิดอาญาครั้งหน่ึงอาจมีผู้กระทาหลายคนที่เกี่ยวข้องอยู่ด้วย ซ่ึงกฎหมาย
อาญามีบทบัญญัติเฉพาะเกี่ยวกับผูเ้ กีย่ วขอ้ งในการกระทาความผดิ ดงั นี้

➢ ตวั การ ผู้ที่ได้ร่วมกระทาผิดตั้งแต่ 2 คนข้ึนไป โดยบุคคลที่จะเป็นตัวการได้
➢ ผใู้ ช้ จะตอ้ งมีองค์ประกอบครบ 3 ประการดังนี้

➢ ผสู้ นบั สนนุ  ตอ้ งมีบุคคลตัง้ แต่ 2 คนขน้ึ ไป
 ตอ้ งได้ร่วมกระทาความผิดดว้ ยกัน
 ตอ้ งได้เจตนาทีจ่ ะรว่ มกระทาความผดิ ดว้ ยกัน
ผูท้ ี่กอ่ ให้บุคคลอื่นกระทาความผิดอาญามี 2 กรณี คือ
 ผู้ใช้ให้กระทาความผดิ ซึ่งเป็นผู้ที่ก่อให้ผู้อื่นได้กระทาความผิด
ไม่ว่าด้วยการใช้ บังคับ ขู่เข็ญ จ้างวาน หรือ ยุยง ส่งเสริม ซ่ึงถ้าผู้ถูก
ใช้ได้กระทาความผิดน้ัน “ผู้ใช้ต้องรับโทษเสมือนตัวการ” ถ้าความผิด
มิได้กระทาลงตอ้ งระวางโทษ เพียงหน่งึ ในสาม ของโทษทีก่ าหนดไว้
 ผู้โฆษณาให้กระทาความผิด ผู้ใดโฆษณาหรือประกาศแก่
บุคคลทั่วไปให้กระทาความผิด และความผิดน้ันมีกาหนดโทษไม่ตา่ กวา่
หกเดือน ผู้น้ันต้องระวางโทษกึ่งหนึ่งของโทษที่กาหนดไว้สาหรับ
ความผิดน้ัน และถ้าได้กระทาความผิดเพราะเหตุที่ได้มีการโฆษณาหรือ
ประการ “ผู้โฆษณาหรือประกาศตอ้ งรับโทษเสมือนตัวการ”

ผู้ชว่ ยเหลือหรือให้ความสะดวก ซึง่ ตามกาหมายกาหนดให้ตอ้ งรับโทษ
สองในสาม สาหรับความผดิ น้ัน ๆ โดยการช่วยเหลือดังกล่าว มีส่วนใน
หารช่วยเหลือหรืออานวยความสะวดกในการกระทาความผิดด้วยวิธี
ใด ๆ ก็ได้ที่เป็นการสนับสนุน เช่น ช่วยดูต้นทาง ช่วยจัดหาอุปกรณ์ใน
การกระทาความผิดให้ ช่วยเปน็ สายลับส่งข่าวให้ ซง่ึ จะกระทากอ่ นหรือ
ขณะกระทาความผดิ ก็ถือว่าเปน็ ผูส้ นบั สนุนทัง้ สน้ิ

 การสนับสนุนให้กระทาความผิดในความผิดลหุโทษ ผู้สนบั สนุน
ไมต่ อ้ งรับโทษ

 การสนับสนุนในความผิดบางฐาน ผู้สนับสนุนต้องรับโทษ
เท่ากับตัวการ ได้แก่ การสนับสนุนในความผิดเกี่ยวกับความมน่ั คงแหง่
ราชาอาณาจักร ความผิดเกีย่ วกับการกอ่ รา้ ย ความผิดฐานเรียกค่าไถ่

☺ เด็ก ๆ ควรรู้ การสนับสนุนจะต้องเป็นการช่วยเหลือก่อนหรือขณะกระทาความผิดเท่าน้ัน
ถ้าสนับสนุนภายหลังที่การกระทาความผิดได้เกิดขึ้นแล้วไม่ถือวา่ เป็นผู้สนับสนุน แต่อาจมีความผดิ
ฐานชว่ ยผอู้ นื่ ใหพ้ น้ อาญาหรือความผดิ อืน่ ตา่ งหากก็ได้ โดยการสนับสนุนไม่จาเปน็ ต้องมีการร่วมใจ
ถงึ แมว้ ่าจะเปน็ การสนับสนุนช่วยเหลือโดยผูก้ ระทาความผดิ ไม่รูต้ ัวกถ็ ือว่าเป็นผู้สนบั สนุน

กฎหมายเบือ้ งตน้ ส 30228 หน้า 155

 การระงบั ความผดิ และโทษ

 ความผิดทางอาญาและโทษทางอาญานั้นสามารถระงับไดด้ ว้ ยเหตุตา่ ง ๆ ตามประมวลกฎหมาย
อาญาได้กาหนดเรื่องระงับผดิ และโทษ ดังตอ่ ไปนี้

 ความตายของผุ้กระทาความผดิ
 การยอมความในความผิดอันยอมความได้
 การชาระค่าปรับสูงสุดในคดที ีม่ ีโทษปรับสถานเดียว
 อายุความในการฟ้องร้องดาเนนิ คดีหมดอายุ

 อายคุ วามฟอ้ งคดี

 ในคดีอาญา ถ้ามิได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทาความผิดมายังศาลภายในกาหนดดังต่อไปน้ี นับแต่
กระทาความผดิ เปน็ อันขาดอายุความ

 20 ปี สาหรับความผดิ ตอ้ งระวางโทษประหารชีวิต จาคุกตลอดชีวิตหรือจาคุก 20 ปี
 15 ปี สาหรับความผดิ ตอ้ งระวางโทษจาคุกกว่า 7 ปี แตย่ ังไม่ถงึ 20 ปี
 10 ปี สาหรับความผิดตอ้ งระวางโทษจาคุก 1 ปี ถงึ 7 ปี
 5 ปี สาหรับความผิดต้องระวางโทษจาคุกกว่า 1 เดือน ถงึ 1 ปี
 1 ปี สาหรับความผิดตอ้ งระวางโทษจาคุกตัง้ แต่ 1 เดือน ลงมา

 การเร่มิ นบั อายุความ นบั ตัง้ แตว่ ันกระทาความผิด

 อายคุ วามลว่ งเลยการลงโทษ

 ในคดีอาญาเมื่อได้มีคาพพิ ากษาถึงที่สุดให้ลงโทษผูใ้ ด ผู้น้ันยังมิได้รับโทษก็ดี ได้รับโทษแต่ยังไม่
ครบถว้ น หลบหนกี ด็ ี ถา้ ยังมิไดน้ ับตัวผูน้ ้นั มาเพ่อื รับโทษนบั แตว่ ันทีค่ าพิพากษาถึงที่สุด หรือนับแตว่ ันที่
ผู้กระทาความผิดหลบหนี หากเกนิ กาหนดเวลาดังตอ่ ไปนี้เปน็ อันล่วงเลยการลงโทษ จะลงโทษผูน้ น้ั มิได้

 20 ปี สาหรับโทษประหารชีวติ จาคุกตลอดชีวิตหรือจาคุก 20 ปี
 15 ปี สาหรับโทษจาคุกกว่า 7 ปี แต่ยังไมถ่ งึ 20 ปี
 10 ปี สาหรับโทษจาคุก 1 ปี ถึง 7 ปี
 5 ปี สาหรับโทษจาคุกตัง้ แต่ 1 ปี ลงมาหรือโทษอยา่ งอื่น (กักขัง รบิ ทรัพย์ )

CHAPTER 8 : กฎหมายอาญาที่ควรรู้ หนา้ 156

 ความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญาทคี่ วรรรู้

 ความผดิ ตอ่ ชวี ติ

ฐานความผิด ลกั ษณะ

ความผดิ ฐานฆา่ ผอู้ นื่ โดยเจตนา  ความผิดฐานนว้ี ัตถุแหง่ การกระทาต้องเป็น “ผอู้ นื่ ”

ระวางโทษประหารชวี ติ จาคกุ ตลอดชวี ติ ดังน้ันการฆ่าตัวตายหรือกระทาต่อศพจึงไม่เป็นความผดิ

หรอื จาคุกตงั้ แตส่ บิ หา้ ถงึ ยสี่ บื ปี ฐานน้ี เพราะไมใ่ ช่ผู้อืน่

 ผู้กระทาต้องมีเจตนาฆ่า หากเพียงเจตนาทาร้าย

แต่ผลปรากฎว่าผู้ถูกกระทาถึงแก่ความตาย ผู้น้ันไม่มี

ความผิดฐานฆ่าผู้อื่น แต่จะมีความผิดฐานทาร้ายผู้อื่น

จนถงึ แกค่ วามตายแทน

อย่างไรก็ตามหากมีเหตุอื่นเข้ามาแทรกแซงภายหลัง

เช่น ใช้มีดฟันเขาที่แขน ในขณะที่จะฟันซ้า รถยนต์ก็เข้า

มาชนตายเสียก่อน ความตายเกิดจากรถยนต์ไม่เกิดจาก

การฟัน ผู้กระทามีความผดิ ฐานพยายามฆ่าเท่านัน้

 ความผดิ ฐานทารา้ ยผอู้ นื่  ความผิดฐานน้ีมีเพียงเจตนาทาร้ายผู้อื่นโดยไม่มี

จนถงึ แกค่ วามตาย เจตนาฆ่า แต่การทาร้ายดังกล่าวเป็นเหตุให้ผู้ถูกทาร้าย

ระวางโทษจาคกุ สามปถี งึ สบิ หา้ ปี ถงึ แกค่ วามตาย มีความผิดฐานฆา่ ผู้อืน่ โดยไม่เจตนา

 ผูก้ ระทาจะมีความผดิ ฐานนี้ก็ต่อเมื่อที่ทาให้ผู้อื่นถึง

แก่ความตายน้ันเป็นผลโดยตรงจากการทาร้ายของ

ผู้กระทาน้ัน และผลที่เกิดขึ้นต้องเป็นผลที่ตามธรรมดา

ย่อมเกิดข้นึ ได้จากการทารา้ ยนัน้

 ความผดิ ฐานประมาทเปน็ เหตใุ หผ้ อู้ นื่ - ความผิดฐานน้ผี ูก้ ระทาไมม่ ที งั้ เจตนาฆา่ และเจตนาทา

ถงึ แกค่ วามตาย รา้ ย แตเ่ ป็นการกระทาโดยประมาท

ระวางโทษจาคกุ ไมเ่ กนิ สบิ ปี ปรบั ไมเ่ กนิ

สองหมนื่ บาท

 กรณีการกกระทาความผิดฐานฆ่าบุคคลดังต่อไปน้ี ย่อมมีความผิดที่ต้องรับโทษหนักกว่า
การฆ่าผูอ้ ืน่ โดยทั่ว ๆ ไป คือ ตอ้ งระวางโทษประหารชีวติ สถานเดียว

 ฆ่าบุพการี (พอ่ แม่ ปู่ ยา ตา ยาย)
 ฆ่าเจ้าพนักงานซง่ึ กระทาตามหน้าที่
 ฆ่าผู้ชว่ ยเหลือเจา้ พนักงานในการทเี่ จา้ พนักงานนั้นกระทาตามหนา้ ที่ หรือเพราะเหตุ
บุคคลนัน้ จะช่วยหรือได้ช่วยเจา้ พนักงานดังกลา่ ว

 ฆา่ ผูอ้ ืน่ โดยไตร่ตรองไวก้ อ่ น
 ฆา่ ผู้อืน่ โดยทรมานหรือกระทาทารุณโหดรา้ ย

กฎหมายเบือ้ งต้น ส 30228 หน้า 157

 ความผดิ ตอ่ รา่ งกาย

ฐานความผดิ ลกั ษณะ

 ความผิดฐานใช้กาลังทาร้ายผู้อื่น - ผู้กระทาจะมีความผิดฐานน้ีก็ต่อเมื่อถูกทาร้ายไม่ได้

โดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตราย รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ เช่น ถูกตบ ชก ต่อย

แกก่ ายและจติ ใจ มีบาดแผลเล็กน้อย เคล็ดขัดยอก รักษาเพียงไม่กี่วัน

ก็หาย กรณีนี้ยังไม่เกิดอันตรายแก่ร่างกายและจติ ใจ

 ความผดิ ฐานทารา้ ยรา่ งกาย - ในความผิดฐานน้ีผู้ถูกทาร้ายต้องได้รับอันตรายแก่

โทษจาคกุ ไมเ่ กนิ สองปหี รอื ปรบั ไมเ่ กนิ สี่ กายหรือจิตใจ เช่น ถูกตีด้วยไม้จนแขนหัก ถูกต่อยจนฟัน

พนั บาท หัก 2 ซ่ี หรือถูกหลอกให้เสียใจจนวิกลจริตไป

 การทาร้ายศพไม่เป็นความผิด ถึงแม้ว่าผู้กระทา

จะเขา้ ใจว่าผูถ้ ูกทาร้ายยังมีชีวิตอยูก่ ็ตาม

 ความผดิ ฐานทารา้ ยรา่ งกายจนเปน็ - อันตรายสาหัส ได้แก่ ตาบอด หูหนวก ลิ้นขาด เสีย

อนั ตรายสาหสั ความสามารถในการดมกลิ่น เสียอวัยวะสืบพันธ์ุหรือ

โทษจาคกุ ตงั้ แตห่ กเดอื นถงึ สบิ ปี ความสามารถสืบพันธ์ุ เสียแขน ขา มือ เท้า นิ้ว หน้า

เสียโฉมอย่างติดตัว แท้งลูก จิตพิการอย่างติดตัว ทุพพล

ภาพหรือป่วยเจ็บเรื้อรังอาจถงึ ตลอดชีวติ ทุพพลถาพหรือ

ป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่า 20 วันหรือจน

ประกอบกรณียกิจตามปกตไิ มไ่ ด้เกินกวา่ 20 วัน

 ความผดิ เกยี่ วกบั เพศ

 ผูใ้ ดขม่ ขืนกระทาชาเราผู้อื่น โดยขูเ่ ขญ็ ใชก้ าลังประทุษร้าย ต้องรับโทษจาคุกสี่ปถี ึงยี่สิบปี ปรับ
แปดพันถงึ สีห่ มน่ื บาท
 การกระทาชาเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยเดก็ น้นั จะยนิ ยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจาคุก
สีป่ ีถึงยี่สบิ ปี ปรับแปดพันถึงสีห่ ม่นื บาท
 ผู้ใดกระทาอนาจากรแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยขู่เข็ญ ใช้กาลังประทุษร้าย ต้องระวางโทษ
จาคุกไมเ่ กินสบิ ปี หรือปรับไม่เกินสองหม่นื บาท หรือทั้งจาทัง้ ปรับ
 ผู้กระทาอนาจารแก่เด็ก (ทั้งหญิงหรือชาย)อายุยังไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กน้ันจะยินยอมหรือไม่ก็
ตาม ตอ้ งระวางโทษจาคุกไมเ่ กนิ สิบปี หรือปรับไม่เกินสองหมน่ื บาท หรือทั้งจาทัง้ ปรับ
 ผู้ใดพาบุคคลอายุเกิน 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี ไปเพื่ออนาจาร แม้ผู้น้ันจะยินยอมก็ตาม ต้อง
ระวางโทษจาคุกไมเ่ กินห้าปี หรือปรับไม่เกนิ หน่ึงหมืน่ บาท หรือทั้งจาทั้งปรับ (อายุต่ากว่า 15 จาคุก
ไม่เกนิ เจด็ ปี ปรับไมเ่ กินหนงึ่ หมื่นสีพ่ ันบาท)

CHAPTER 8 : กฎหมายอาญาที่ควรรู้ หนา้ 158

 ความผดิ เกยี่ วกบั ทรพั ย์

ฐานความผดิ ความหมาย-ขอ้ ควรจา
 ลักทรพั ย์ - การเอาทรัพย์ของผู้อืน่ หรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรว่ มอยู่ด้วย ไปโดยมีเจตนา
ทุจรติ (ขโมย)
 วงิ่ ราวทรพั ย์ - ความผิดสาเร็จเมื่อ ทรัพย์เคลื่อนทีไ่ ปจากเดิม แม้เคลื่อนที่เพียงเล็กน้อยก็
เป็นความผิดสาเรจ็ เช่น ล้วงหยิบธนบัตรในกระเป๋ากางเกงของผู้อืน่ ออกมา
 ชงิ ทรพั ย์ นอกกระเป๋า ไม่ทันไรก็ถูกเจ้าของตบที่มือธนบัตรตกพื้น ก็เป็นความฐานลัก
 ปล้นทรพั ย์ ทรัพย์แล้ว
 กรรโชกทรพั ย์ - ทรัพย์ที่จะถูกลกั ไดต้ อ้ งเป็นสังหาริมทรัพย์เท่านั้น
- เอาทรัพยไ์ ปแล้วนามาคืน ย่อมเป็นความผดิ สาเรจ็ แลว้
- ทรัพย์ทีจ่ ะถูกลักไดต้ ้องอยูใ่ นความครอบครองของผู้อืน่ มิฉะน้ันจะไม่เป็น
ความผิดฐานลักทรัพย์ หากทรัพย์อยู่ในความครอบของตนแล้วเบียดบัง
เอาทรัพย์ไป ผูก้ ระทามีความผิดฐานยักยอก
- แม้ทรัพย์ที่ถูกลักจะไม่ใช่กรรมสิทธ์ิของผู้ครอบครอง ผู้เอาไปก็มีความผิด
ฐานลักทรัพย์เชน่ เดียวกัน
- ลักทรัพย์โดยการฉกฉวยเอาซ่ึงหน้า ซึ่งหมายถึง การเอาไปโดย
ผู้ครอบครองรตู้ วั หรือเป็นการเอาไปตอ่ หน้าต่อตา ผู้ครอบครองรูถ้ ึงการฉก
ฉวย
- วิธีการฉกฉวยเอาไปซ่ึงหน้า หมายความว่า กริยาคว้า จับ กระชากเอา
หรือหยิบเอาไปโดยเร็วจะต้องเป็นการฉกฉวยเอาทรัพย์ไปจากมือ ร่างกาย
หรือเครื่องน่งุ หม่ ทีต่ ัวของเจ้าทรัพย์ แลว้ พาหนไี ปต่อหน้า
- ลักทรัพย์โดยใช้กาลังประทุษร้ายหรือขู่เข็นว่าจะใช้กาลังประทุษร้ายใน
ทันทีทันใด
- ต้องเป็นการขู่ว่าจะประทุษร้ายทันทีทันใด (ถ้าประทุษร้ายภายหลังจะเปน็
กรรโชกทรัพย)์
- ชิงทรัพย์ตั้งแต่ 3 คนข้ึนไป

- เริ่มจากการข่มขืนใจผู้อื่น+ใช้กาลังประทุษร้ายหรือขู่เข็นโดยมีเงื่อนไข
วา่ จะทาอันตรายต่อชีวติ ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพยส์ นิ ของผู้ถูกขู่
เข็ญหรือบุคคลทีส่ าม จน ผูถ้ ูกขู่เข็ญยอม
- ในการวินจิ ฉัยว่าจะเป็นกรรโชกหรือชิงทรัพย์ต้อวดูพฤตกิ ารณว์ ่าเป็นการขู่
เขญ็ ทันทีทันใดหรือไม่ หากใช่ก็ชิงทรัพย์ หากไม่ใชก่ ็กรรโชก
- ความผิดฐานน้ตี ่างจากชงิ ทรัพย์ตรงที่ ชิงทรัพยเ์ ปน็ การแย่งการครอบครอง
แต่กรรโชก เป็นการข่มขืนใจให้ผูอ้ ื่นยินยอมให้หรือยอมจะให้ จึงอาจไมม่ ีการ
ไดท้ รัพย์ไปจริง ๆก็ได้

กฎหมายเบื้องตน้ ส 30228 หน้า 159

 ความผดิ เกยี่ วกบั ทรพั ย์ (ตอ่ )

ฐานความผิด ความหมาย-ข้อควรจา
 รดี เอาทรพั ย์ - ข่มขืนใจโดยขูเ่ ขญ็ ว่าจะเปดิ เผยความลับ
 ฉอ้ โกงทรพั ย์
 ยกั ยอกทรพั ย์ - หลอกลวง แสดงข้อความเท็จ ปกปดิ ความจริง ใหไ้ ดม้ าซึ่งทรัพย์
 รบั ของโจร
- ครอบครองทรัพยผ์ ูอ้ ื่นแลว้ เบียดบังมาเปน็ ของตน
ทาใหเ้ สยี ทรพั ย์
- ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจาหน่าย ซ้ือ รับจานาหรือรับไว้ ซ่ึงทรัพย์อันได้มาโดย
การกระทาความผิด
- ทาให้เสียหาย ทาลาย เสื่อมค่า ซึ่งทรัพย์ของผู้อื่น หรือผู้อื่นเป็นเจ้าของ
อยู่ด้วย

 ความผดิ ฐานอนื่ ๆ ทนี่ า่ สนใจ

ฐานความผดิ ความหมาย-ขอ้ ควรจา

 กบฏ - เป็นการใช้กาลังประทุษร้ายเพื่อล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ

ล้มล้างอานาจนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ รวมถึงแบ่งแยกราชอาณาจักร

หรือยึดอานาจการปกครองสว่ นใดสว่ นหนง่ึ

 ใหส้ นิ บน - เปน็ การให้ หรือเสนอใหท้ รัพยส์ ินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจา้ พนกั งาน เพ่อื

เจา้ พนกั งาน จูงใจให้กระทาการ ไม่กระทาการ หรือประวิงการกระทาอันไม่ชอบด้วย

หนา้ ที่

- ความผิดฐานน้ีแม้เจ้าพนักงานปฏิเสธไม่รับทรัพย์สนิ หรือประโยชน์อื่นใด

ผู้เสนอก็มีความผดิ ฐานนแ้ี ลว้

 เจา้ พนกั งาน - เป็นการเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสาหรับ

เรยี กหรอื รบั สนิ บน ตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ชอบ เพื่อกระทาการหรือไม่กระทาการน้ันจะชอบ

หรือไมช่ อบดว้ ยหน้าที่

- ความผิดฐานนเ้ี พยี งแค่เรียกสนิ บนกเ็ ป็นความผิดแล้ว

องั้ ยี่ - เปน็ ความผดิ ทีผ่ ู้ใดเปน็ สมาชิกของคณะบุคคลซ่ึงปกปดิ วธิ ดี าเนินการและมี

ความมุง่ หมายเพอ่ื การอันไมช่ อบดว้ ยกฎหมาย

 ซอ่ งโจร - เป็นการสมคบกันตั้งแต่ 5 คนข้ึนไป เพื่อกระทาความผิดอย่างใด

อย่างหนง่ึ

 วางเพลงิ เผา - เปน็ การวางเพลงิ เผาทรัพยผ์ ูอ้ ืน่

ทรพั ย์ - หากเผาทรัพย์ของตนเองหรือที่ตนเองเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย ย่อมไม่มี

ความผดิ ฐานน้ี

ขม่ ขนื่ กระทาชาเรา - เป็นการขม่ ขืนกระทาชาเราผูอ้ ืน่ โดยใช้อวัยวะเพศสอดเขา้ ไปในอวัยวะเพศ

ทวารหนกั หรือชอ่ งปากของผูอ้ ื่น ไมว่ า่ จะเป็น ข่มขืนภรรยาหรือสามีตนเอง

หญงิ ข่มขืนชาย ชายข่มขืนชาย หญิงขม่ ขืนหญงิ ยกเวน้ ข่มขืนศพไม่ผิดฐานน้ี

 หม่นิ ประมาท - เป็นการใส่ความผูอ้ ืน่ ตอ่ บุคคที่สาม ทาให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมนิ่ เกลียดชัง

CHAPTER 8 : กฎหมายอาญาที่ควรรู้ หนา้ 160

 ความผดิ ลหโุ ทษ

 ความผดิ ลหโุ ทษ คือ ความผดิ ซึ่งตอ้ งรางโทษจาคุกไมเ่ กินหนึ่งเดือน ปรับไม่เกินหน่งึ หมนื่ บาท
หรือทั้งจาทัง้ ปรับ โดยลกั ษณะของความผิดลหุโทษมีดังนี้

 ความผดิ ลหุโทษแม้กระทาโดยไม่เจตนาก็เปน็ ความผดิ
 การพยายามกระทาความผิดลหุโทษไม่ตอ้ งรับโทษ ไม่ว่าการพยายามกระทาความผิดนั้นจะทา
ไปไม่ตลอด หรือ ทาตลอด แตไ่ ม่บรรลุผล กไ็ ม่ต้องรับโทษฐานพยายาม
 การเปน็ ผูส้ นบั สนุนในความผดิ ลหุโทษไมต่ อ้ งรับโทษ
 ความผิดลหุโทษเป็นอาญาแผ่นดิน ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันรู้เรื่อง
ความผดิ และรูต้ ัวผูก้ ระทาความผิด

 การกระทาที่เป็นความผิดลหุโทษทีก่ าหนดไว้ประมวลกฎหมายอาญา ไดแ้ ก่

☺ เจ้าพนักงานถามชื่อ หรือที่อยู่เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายไม่ยอมบอก หรือแกล้งบอกชื่อที่อยู่
อันเป็นเท็จ
☺ ไมป่ ฏิบัติตามคาสั่งของเจ้าพนกั งานโดยไม่มีเหตุผลสมควร
☺ ทาลายประกาศที่เจา้ พนักงานผู้กระทาตามหนา้ ที่ปดิ หรือแสดงให้
☺ สง่ เสียงดัง หรือกระทาความอื้ออึงโดยไม่มีเหตุสมควร
☺ พกพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณโดยเปิดเผยไม่มีเหตุสมควร
☺ ทะเลาะกันอย่างอื้ออึงในทางสาธารณะหรือสาธารณสถาน
☺ ควบคุมบคุ คลวกิ ลจรติ แล้วปลอ่ ยปละละเลยใหอ้ อกไปเทีย่ วโดยลาพัง
☺ เหน็ ผู้อืน่ ตกอยูใ่ นภยันตรายแห่งชีวติ ซง่ึ ตนอาจช่วยไดแ้ ตไ่ ม่ช่วย
☺ เปลือยกายหรือทาลามกต่อหน้าธารกานัน
☺ ทาการทารุณสัตว์
☺ ท้ิงซากสัตวท์ ีอ่ าจเน่าเหมน็ ในริมทางสาธารณะ
☺ ยงิ ปนื ในเมืองหมบู่ ้านหรือทีช่ ุมชน
☺ ควบคุมสัตว์ดุรา้ ย แล้วปล่อยปละละเลยให้สัตว์น้นั ไปทาอันตรายแก่บุคคลอืน่
☺ ดูหม่ินผูอ้ ื่นซ่ึงหน้าดว้ ยการโฆษณา เชน่ ปิดใบปลวิ หรือลงข้อความในหนงั สือพมิ พ์
☺ กระทาโดยประมาทเป็นเหตุใหผ้ ู้อืน่ ไดร้ ับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ
☺ เสพสุราหรือของมึนเมาอย่างอืน่ แลว้ ประพฤตติ ัววุ่นวาย หรือควบคุมสตไิ ม่ไดข้ ณะอยูใ่ นทีส่ าธารณะ
หรือสาธารณสถาน
☺ แกล้งบอกเล่าความเทจ็ ใหเ้ ลื่องลือ เปน็ เหตุใหป้ ระชาชนตกใจ

กฎหมายเบื้องตน้ ส 30228 หน้า 161

แบบฝึกหัดที่ 8.1

คาชีแ้ จง จงเติมคาตอบลงในชอ่ งว่างใหไ้ ดใ้ จความทีส่ มบูรณ์

1. กฎหมายอาญา หมายถงึ .................................................................................................................................................................
2. หลกั กฎหมายอาญาที่ว่า “จะไม่มีความผิด ไมม่ ีโทษ หากไมม่ ีกฎหมาย ” หมายความวา่ ...........................
............................................................................................................................................................................................................................
3. การแบง่ แยกประเภทความผิดในแงข่ องกฎหมาย แบง่ ออกเปน็ ..............................................................ประเภท
คือ.......................................................................................................................................................................................................................
4. ความผิดอาญาแผ่นดิน หมายถงึ .................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................................
5. ความผิดลหุโทษ คือ ..........................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................................
6. บุคคลรับผิดทางอาญาเมือ่ 1).............................................................................2)........................................................................
3........................................................................4)....................................................................5).....................................................................
7. องค์ประกอบที่กฎหมายบัญญัติเปน็ ความผดิ แยกพิจารณาได.้ ............................................................ประเภท คือ
1).....................................................................................................................................................................................................................
2)....................................................................................................................................................................................................................
8. องค์ประกอบภายนอกของความผดิ อาญา แบง่ ได้เป็น..........................สว่ น คือ 1).....................................................
2)....................................................................................................................................................................................................................
3).....................................................................................................................................................................................................................
9. องคป์ ระกอบภายในของความผดิ อาญามี...............................ประเภท คอื 1).................................................................
2)......................................................................................................3)..........................................................................................................
10.การกระทาที่กฎหมายยกเว้นความผิดให้ ไดแ้ ก่ 1)..............................................................................................................
2)....................................................................................................................................................................................................................
11.การพยายามกระทาความผดิ หมายถงึ ......................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................................
12.ขั้นตอนการกระทาความผิดทางอาญา มี .....................................ขั้น คือ 1)...................................................................

2)..........................................................................................................3)....................................................................................................
4)..........................................................................................................5)....................................................................................................

CHAPTER 8 : กฎหมายอาญาทีค่ วรรู้ หน้า 162

แบบฝึกหัดที่ 8.2
คาชีแ้ จง ให้นักเรียนนาตัวอักษรหน้าข้อความใน หมวด ข มาใสใ่ นชอ่ งว่างหน้าหมวด ก

ให้สัมพันธก์ ัน

หมวด ก หมวด ข
.................1 ตัวการ ก. การกระทาโดยป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
.................2 ผู้สนับสนุน ข. การกระทาความผิดโดยบันดาลโทสะ เพราะ
.................3 ผู้ใช้
.................4 กระทาโดยประมาท ถูกข่มเหงอยา่ งรา้ ยแรงด้วยเหตุไม่เป็นธรรม
.................5 วิธีการเพ่ือความปลอดภยั ค. การกระทาความผิดของเดก็ อายุไม่เกิน 14 ปี
.................6 การกระทาโดยเจตนา ง. ผู้กระทาความผดิ เปน็ ผูโ้ ฉดเขลาเบาปัญญา
.................7 เหตุลดหย่อนผอ่ นโทษ
.................8 เหตุบรรเทาโทษ หรือตกอยูใ่ นความทุกข์อยา่ งสาหัส
.................9 เหตุกฎหมายยกเว้นโทษ จ. ผู้ทีก่ ่อใหผ้ ู้อืน่ กระทาความผดิ ด้วยวิธกี ารต่าง ๆ
.................10. ผู้กระทาไม่มีความผดิ ฉ. การให้ความชว่ ยเหลือหรือใหค้ วามสะดวกแก่

ผู้กระทาความผิดทั้งก่อนและหลงั
ช. บุคคคลตัง้ แตส่ องคนข้นึ ไปรว่ มกันกระทา

ความผดิ
ซ. ผูก้ ระทากระทาไปไมต่ ลอดหรือกระทาไปตลอด

แตไ่ มบ่ รรลุผล
ฌ. การควบคุมตัวผูก้ ระทาผิดทีม่ ีจติ บกพรอ่ งไวใ้ น

โรงพยาบาล
ญ. การกระทาโดยปราศจากความระมัดระวังซ่ึง

บุคคลตอ้ งมีตามวสิ ัยหรือพฤตกิ ารณ์
ฎ. การกระทาโดยรูส้ านกึ ในการกระทาและ

ขณะเดียวกันประสงค์ตอ่ ผลหรอื เลง็ เห็นผลของ
การกระทานั้น

กฎหมายเบื้องต้น ส 30228 หน้า 163

แบบฝึกหัดที่ 8.3

คาชี้แจง ใหน้ ักเรียนวเิ คราะหเ์ หตกุ ารณท์ กี่ าหนดให้วา่ เปน็ ความรับผดิ ในทางอาญาประเภทใด
แล้วเขียนเครือ่ งหมาย / ลงในตารางใหถ้ ูกต้อง

เหตกุ ารณ์ ความรบั ผดิ ทางอาญา
เจตนา ไมเ่ จตนา ประมาท
1. นายดาใช้มีดยาว 1 คืบ แทงนายแดงทที่ ้องถูกอวัยวะภายใน
นายแดงตายในวันรุ่งขึน้
2. นายดนิ สอผลักนายยางลบเพยี งจะหยอกลอ้ แต่บังเอญิ นาย
ยางลบลม้ ศีรษะฟาดขอบถนนถึงแก่ความตาย
3. นายตุ่นสอ่ งปนื พกไปยิงนางสาวต๋มิ ซงึ่ เปน็ คูร่ ัก เพยี งลอ้ เลน่
เพราะเขา้ ใจวา่ ปืนไมม่ ีกระสุน แลว้ เหนย่ี วไกปนื กระสุนระเบดิ ถูก
คู่รักบาดเจ็บสาหัส
4. นายมะมว่ งและนายสมานเมาสุราพายเรือมาด้วยกันแล้วเกดิ
โต้เถียงกัน นายมว่ งใชไ้ ม้พายตีนายสมานทีห่ นา้ 1 ทีมีบาดแผล
ฟกชา้ เรือเกิดล่ม นายสมานจมนา้ ตาย
5. นายน่นุ ทะเลาะกับเพอ่ื น นายนอ้ ยเขา้ ไปห้าม แต่ถูกนายน่นุ
เอาเหลก็ ตีที่ชายโครง 1 ที โดยแรง นายน้อยไปตายที่
โรงพยาบาล
6. นายดาขับรถยนตห์ ลอกลวงหญงิ วา่ จะพาไปส่งบา้ น เมื่อรถ
ผ่านบา้ น กลบั เร่งรถเรว็ ขนึ้ พวกของนายดาทอี่ ยทู่ า้ ยรถ จึงดงึ
มือหญงิ ไวม้ ิให้ลงจากรถ ตอ่ มาหญงิ ตกจากรถตาย
7. นายเขียวกาลังโหนตัวอยูน่ อกรถดา้ นขวา และกาลังมีรถสวน
มาด้วยความเรว็ นายฟ้าคนขับมิได้ชะลอความเรว็ แตห่ ักรถหลบ
ในระยะกระชั้นชดิ รถเฉี่ยวโดน นายเขยี วตาย
8. นายแดงนานา้ หวานมาให้นางสาวอ้อยดื่ม โดยไม่รวู้ ่าใน
น้าหวานมียาพิษ ผลนางสาวอ้อยตาย
9.ส้มหยุดได้ไปเทยี่ วโรงน้าชาของนายสม้ ซา่ แลว้ จุดไฟเผาที่นอน
ในห้องพัก สาเหตุเพราะไมพ่ อใจชายบรกิ ารของโรงนา้ ชา
10.นายแพทยผ์ า่ ตัดคนไข้ โดยใช้เครือ่ งมือทีไ่ มไ่ ดผ้ ่านการฆา่ เชือ้
คนไข้ตายเพราะแผลตดิ เชื้อ

CHAPTER 8 : กฎหมายอาญาทีค่ วรรู้ หนา้ 164

แบบฝึกหัดที่ 8.4

คาชีแ้ จง ให้นักเรียนอ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วพิจารณาวา่ เป็นการกระทาผิดทางอาญาทีไ่ ด้
บัญญัติเหตุยกเวน้ โทษไวห้ รือไม่ พร้อมทัง้ ใหเ้ หตุผลประกอบ

ขอ้ ความ การกระทาผดิ เหตผุ ล
ยกเวน้ ไมย่ กเวน้
1. นายแดงถูกพวกคนร้ายใช้อาวุธครบมือ โทษ โทษ ....................................................................
ขู่ บั ง คั บ ใ ห้ ห า เ รื อ รั บ ส่ ง ข้ าม ฟ ากไ ป ....................................................................
ปล้นทรัพยบ์ า้ นเศรษฐี ....................................................................
2. ด.ช.ป้อม อายุ 20 ปี ขโมยปืนพ่อไปเล่น ....................................................................
กระสุนปนื ลั่นใส่เพือ่ นบาดเจ็บทีข่ า ....................................................................
....................................................................
3. นายสอนตั้งใจยิงนายดา จึงยกปืนเล็ง ....................................................................
ตรงไปที่นายดา พอดีตารวจมาพบเข้า ....................................................................
จงึ เข้าขัดขวางเสียกอ่ น ....................................................................
4. สารวัตรใหญ่สั่งให้ ส.ต.ต.บุญส่งไปจบั กุม ....................................................................
นายสมหมาย คูอ่ ริเก่าฐานลกั ทรัพย์ ตอ่ มา ....................................................................
พิสูจน์ได้วา่ ไมไ่ ดก้ ระทา ....................................................................
5. นายชัยดื่มสุรามากไป จงึ ทาให้คุมสติ ....................................................................
ไมอ่ ยู่เขา้ ชกตอ่ ยนายใจ ซ่ึงเดนิ ขวางทาง ....................................................................
เดิน มีผลใหน้ ายใจศีรษะแตก ....................................................................
6. น.ส.ศติ างส์เป็นพยาบาล มีหนา้ ที่ดูแล ....................................................................
ผู้ปว่ ยแลว้ ปล่อยให้คนปว่ ยอดอาหารตาย ....................................................................
....................................................................
7. นายทองซึง่ เป็นสามีของนางมว้ นไดล้ ัก ....................................................................
แหวนของนางมว้ น เพอ่ื เอาไปจานา ....................................................................
....................................................................
8. ด.ช.ตูมตามอายุ 7 ปี ใชห้ มอนอุดปาก ....................................................................
นอ้ งเพือ่ ใหน้ อ้ งหยุดรอ้ งไห้ ตอ่ มาน้อง ....................................................................
เสียชีวติ ....................................................................

กฎหมายเบื้องตน้ ส 30228 หนา้ 165

แบบฝึกหัดที่ 8.5
0คาชีแ้ จง ใหน้ ักเรียนนาข้อความในกรอบไปเติมลงหนา้ ข้อ 1 -10 ใหถ้ ูกตอ้ ง

ขม่ ขืนกระทาชาเรา ลกั ทรัพย์ ชิงทรัพย์ ฆ่าคนตายโดยเจตนา
ปล้นทรัพย์
อันตรายสาหัส ยักยอกทรัพย์ ฉ้อโกงทรัพย์ ว่งิ ราวทรัพย์

การกระทาโดยประมาท ทารา้ ยรา่ งกาย โทรมหญิง

..........................................1 จาเลยใช้มดี ฟนั ผู้ตาย 3 ที ที่กลางศีรษะที่ขมบั ขวา ขอ้ มือขวา
..........................................2 จาเลยเอาบัตรรับฝากรถจกั รยานไปจากผู้รบั ฝาก แล้วมาขอรับรถและกล่าวเท็จว่า

เจา้ ของรถให้มารับ
..........................................3 นายหมา่ ถูกฟนั ที่ท้ายหางตา พาดไปถึงหูซ้ายกว้าง 2 นวิ้ ยาว 6 นวิ้ หูแหว่ง
..........................................4 รถนายแดงเฉยี่ วรถนายดา เปน็ เหตุใหน้ ายแสดที่โดยสารรถนายดามา ไดร้ บั

อันตรายสาหัส
..........................................5 นายชุนเห็นนางสาวเขียวนั่งรอรถเมล์โดยเอากระเป๋าถือสะพายไหล่ไว้ จึงได้

กระชากกระเปา๋ ไปได้ แลว้ ขับรถจักรยานยนต์หนไี ป เขียวตกใจแต่ไมส่ ามารถ
ทาอะไรได้ จงึ เข้าแจ้งตารวจ
..........................................6 นายมากขจู่ ะเอาเงินจากนายนอ้ ย บอกว่าถ้าไม่ให้จะใช้ปนื ยิงนายนอ้ ย นายนอ้ ย
จงึ ตอ้ งมอบเงินให้นายมาก
..........................................7 นายนิดกับนายหนรู ่วมกันเตะผู้เสียหาย ทาให้ผูเ้ สียหายได้รับบาดเจบ็ เขียวชา้
บริเวณลนิ้ ป่ี หน้าทอ้ งนูนเขียว รักษาประมาณ 15 วันหาย
..........................................8 นายฟา้ นายเมฆ นายดาวร่วมกนั ต่อยและตีศีรษะนายสุก แลว้ แยง่ เอาสร้อยคอ
ทองคาหลบหนไี ป
..........................................9 นายทองดเี ป็นเจ้าอาวาสร่วมกบั นายสมหวงั และพรรคพวก ลักลอบเอา
พระพุทธรูปของวัดไปขาย
.........................................10 จาเลยสองคนรว่ มกันใชม้ ีดปลายแหลมจีบ้ ังคับและใช้กาลังฉุดหญงิ เขา้ ไปในสวน
มะพร้าวข้างทางแลว้ รว่ มกนั กระทาชาเราหญงิ

CHAPTER 8 : กฎหมายอาญาทีค่ วรรู้ หน้า 166

แบบฝึกหัดที่ 8.6

0คาชี้แจง ให้นักเรียนอา่ นเรือ่ งนี้แลว้ วินิจฉัยว่ามีความผิดตามประมวลกกฎหมายอาญา
ในมาตราใด และมีองคป์ ระกอบอย่างใด

โคตรทรหด

นางเลอะเป็นเมียนายลุย อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงกับนางไหล ซึง่ เปน็ เมียของนายแหลม นางเลอะ
ทะเลาะเบาะแว้งกับนางไหล เลยพาลใหน้ ายลุยไมช่ อบขี้หน้านายแหลมไปด้วย ต่อมาไดม้ ีการฟอ้ งร้องกัน
เรื่องแยง่ ที่ดินปลูกบ้าน กเ็ ลยไมถ่ ูกกันมาโดยตลอด ล่าสุดก่อนเกดิ เหตุนางเลอะมาที่บริเวณบ้านของนาง
ไหล แล้วกล่าวหานางไหลว่าลักไก่ของตน นายไหลปฏิเสธ เลยเกิดโต้เถียงกันยกใหญ่ นายลุยปราดเข้า
มาตบนางไหลซึง่ ยืนอยู่หัวบันไดบ้าน นางไหลจงึ ใช้ไม้ตีนายลุย แต่ไมห้ ลุดมือ จงึ ถูกนายลุยบีบคอจนหน้า
เขียว นางไหลร้องเรียกให้นายแหลมช่วยที่หนูหายใจไม่ออก จะตายอยู่แล้ว นายแหลมได้ยินจึงลงจาก
บ้านมาห้ามให้เลิกแล้วตอ่ กัน อย่าตีกันเลย ดูสิ เดี๋ยวน้ีไทยยังญาตดิ ีกับฮุนเซนแล้วไฉนเราจึงมาทะเลาะ
กันอีก แตน่ ายลุยไม่ฟงั เสียง บอกวา่ กูไมร่ ู้ กูไม่ใช่เขมร ว่าแล้วกถ็ ีบนายแหลมลม้ ลงและใชไ้ มต้ ีนายแหลม
จนได้รับบาดเจ็บระหว่างน้ีเอง นายเลอะก็ถือมีดตรงมายังนางไหล พอนางไหลเห็นมีดก็ร้องไอ้หย๋า !
เพราะปรากฏว่าเป็นมีดปังตอ ตัวมีดยาว 8 นิว้ กวา้ ง 8 นิ้ว แตน่ างไหลไม่รู้จะหลบเรน้ ไปไหน เพราะนาง
เลอะมาแรงเหลือกัน เจ้าหลอนตรงเข้าฟันลูกเดียวโดยจ้องจะฟันที่ศีรษะของนางไหล ซ่ึงเป็นส่วนที่
มองเหน็ ได้ถนดั คล้ายกับลูกมะพรา้ วที่นางเลอะเคยสับกินเนอ้ื ขา้ งใน และดื่มน้าอันหวาน แตน่ างไหลบอก
ว่าฉันไม่ใช่มะพร้าวนะเธอ โดยยกมือรับไว้ทาให้เกิดบาดแผลที่มือด้านหน้า 1x8 เซนติเมตร ด้านหลัง
ขนาด 1x8 เซนตเิ มตร บริเวณง่ามระหวางนิวชี้กับน้ิวกลาง กับมีบาดแผลที่สะโพกขวา เนือ่ งจากระหว่าง
ที่นางเลอะฟันอย่างไม่ยั้งพอดีมีคนมาก กระชากตัวนางไหลออกไปได้จึงถูกคมมีดเฉี่ยว สะโพกอันงอน
งามเป็นแผลเหวอะ ไมง่ ัน้ นางไหลกอ็ าจถึงแกช่ ีวิตแล้วก็ได้ เรียกวา่ นางไหลแกโคตรทรหดจรงิ ๆ ทีร่ อด
มาได้

1. นางเลอะมีความผดิ ฐาน .......................................................................................ตามมาตรา....................................................
2. องค์ประกอบความผดิ มาตรานีม้ ี........................................................ประการ คือ ..............................................................
.............................................................................................................................................................................................................................
3. นายลุยมีความผดิ ฐาน...........................................................................................ตามมาตรา.....................................................
4. องคป์ ระกอบความผิด มาตรานี.้ .......................................................ประการ คือ..................................................................
.............................................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................................

กฎหมายเบือ้ งต้น ส 30228 หน้า 167

แบบฝึกหัดที่ 8.7 อา่ นกรณีศกึ ษา วิเคราะหข์ อ้ มูลลงในตาราง แลว้ ตอบคาถาม

กรณีที่ 1 กรณีที่ 2

รั้ ว บ้ า น ข อ ง ฉั น ถู ก ร ถ ข อ ง เ พื่ อ น บ้ า น ช น คริตแกล้งเป็นผีหลอกโบว์ จนโบว์
จนได้รับความเสียหาย คุณพ่อจึงเรียกร้อง ตกใจเป็นลมหมดสติ และได้รับความ
ค่าเสียหายทีเ่ กดิ ขึ้น แตก่ ็ไม่สามารถตกลงกันได้ กระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างรุนแรง

ประเดน็ ข้อความที่ 1 ขอ้ ความที่ 2
ประเภทของคดีความ
รูปแบบการกระทาความผิด ....................................................................... ........................................................................

ผลกระทบจากการกระทาผิด ....................................................................... ........................................................................

ลกั ษณะของบทลงโทษ ....................................................................... .......................................................................

....................................................................... .......................................................................

....................................................................... .......................................................................

....................................................................... .......................................................................

....................................................................... .......................................................................

....................................................................... .......................................................................

....................................................................... .......................................................................

....................................................................... .......................................................................

....................................................................... .......................................................................

....................................................................... .......................................................................

....................................................................... .......................................................................

....................................................................... .......................................................................

การกระทาผิดทางแพง่ และทางอาญามีลักษณะแตกต่างกันอยา่ งไร
....................................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................................................................

CHAPTER 8 : กฎหมายอาญาที่ควรรู้ หน้า 168

แบบฝึกหัดที่ 8.8 อา่ นสถานการณ์ จากน้นั ระบุผู้กระทาผดิ และฐานความผดิ ลงในช่องว่าง

สถานการณ์

1) นาย A เป็นช่างตัดเสื้อ วันหน่ึงเขาถือ ผูก้ ระทาผิด..................................................................
กรรไกรตัดผา้ เดินมาหยอกล้อกับนาง B ซึ่งเป็น ฐานความผดิ ..............................................................
ภรรยา แต่กรรไกรกลับหลุดมือกระเด็นไปโดย ..........................................................................................
ประตูและกระเด้งมาถูกช่องท้องของนาง B ..........................................................................................
ทาให้เลือดไหลไม่หยุด เธอจึงถึงแก่ความตายใน
เวลาต่อมา ผู้กระทาผดิ ..................................................................
ฐานความผิด..............................................................
2) นาย C นาไม้กระบองมาแกว่งเล่นกับ ..........................................................................................
นาย D ซึ่ง เป็นเพื่อ นส นิท แต่เข าไ ม่ ทัน ..........................................................................................
ระมัดระวังจนเป็นเหตุให้ไม้กระบองฟาดไปถูก
ศีรษะของนาย D ส่งผลให้ศีรษะแตกและเกิด ผู้กระทาผิด..................................................................
บาดแผลขนาดใหญ่ จนต้องนาส่งโรงพยาบาล ฐานความผิด..............................................................
อย่างเร่งดว่ น ..........................................................................................
..........................................................................................
3) นาง E เดินซ้ือของอยู่ในตลาดสดแห่งหนึ่ง
จู่ ๆ นาย F ได้วิง่ เข้ามากระชากกระเปา๋ ของเธอ ผูก้ ระทาผดิ ..................................................................
แล้วรีบวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว แต่นาย G กับ ฐานความผิด..............................................................
เพื่อน ๆ ที่อยู่บริเวณน้ันช่วยกันจับตัวนาย F ..........................................................................................
ไว้ได้ แล้วนาส่งเจ้าหน้าที่ตารวจ เพื่อให้ ..........................................................................................
ดาเนินคดตี อ่ ไป
ผู้กระทาผิด..................................................................
4) นาย H ซ้ือดอกไม้ไฟมาเล่น เมื่อเขาจุดไฟ ฐานความผดิ ..............................................................
เสร็จจะขว้างใส่ตามสถานที่ต่าง ๆ อย่าง ..........................................................................................
สนุกสนาน โดยไม่ได้สังเกตเห็นว่าบริเวณน้ันมี ..........................................................................................
คนเดินผ่าน จึงทาให้สะเก็ดไฟกระเด็นไปถูกที่
เท้าของนาง I ทาให้เธอตกใจจนเป็นลมหมดสติ
และเกดิ บาดแผลทีเ่ ทา้ เล็กน้อย

5) นาย J มีปากเสียงกับนาย K เพื่อนบ้าน
เน่ืองจากเขาถูกล้อเลียนเรื่องหน้าตาที่ไม่หล่อ
เทา่ คนอื่นจงึ ทาใหเ้ กดิ ความโมโห เขา้ ไปชกนาย
K หลายหมัดจนชาวบ้านต้องเข้ามาช่วยและห้าม
ปรามไว้ ทาให้นาย K ต้องรักษาตัวอยู่ที่
โรงพยาบาล 1 เดือนเตม็

กฎหมายเบื้องต้น ส 30228 หน้า 169

แบบฝึกหัดที่ 8.9 ปฏิบัติตามคาชีแ้ จงที่กาหนดให้

ตอนที่ 1 วิเคราะหค์ วามแตกตา่ งระหวา่ งกฎหมายอาญากับกฎหมายแพง่ ลงในตาราง

กฎหมายอาญา กฎหมายแพง่

....................................................................... ......................................................................

....................................................................... ......................................................................

....................................................................... ......................................................................

....................................................................... ......................................................................

....................................................................... ......................................................................

....................................................................... .....................................................................

....................................................................... ......................................................................

....................................................................... ......................................................................

....................................................................... ......................................................................

....................................................................... ......................................................................

....................................................................... ......................................................................

ตอนที่ 2 พิจารณากรณีตัวอย่าง แล้ววิเคราะหค์ าตอบลงในชอ่ งว่าง

นายมดขับรถยนต์ตามรถยนต์ที่นายกรณ์ขับอยู่ข้างหน้า บังเอิญมีรถจักรยานยนต์ตัดหน้ารถ
นายกรณ์ นายกรณ์จึงเบรกกรถกระทันหัน ทาให้รถยนต์ของนายมดชนทา้ ยรถยนต์ของนายกรณ์
นายมดและนายกรณ์จึงลงมาจากรถและโต้เถียงกันรุนแรง นายมดโมโหไดช้ ักมีดออกแทงนายกรณ์
นายกรณ์ใช้มือปัดมีดกระเด็นไปตกอยู่ข้างทาง ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับเจ้าหน้าที่ตารวจผ่านมา จึง
เขา้ หา้ มปรามไว้ มใิ ห้เหตุการณ์บานปลายย่ิงข้ึน

คาถาม นายกรณ์และนายมดตอ้ งรับผิดชอบทางอาญาอยา่ งไร
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................

CHAPTER 8 : กฎหมายอาญาที่ควรรู้ หนา้ 170

CHECK CONCEPT 8

คาชี้แจง จงพจิ ารณาขอ้ ความต่อไปนี้ว่าถูกหรือผดิ ถา้ ผดิ จงแก้ไขใหถ้ ูกต้อง

.................1 ผู้กระทาความผดิ ไมต่ ้องรับผิดทางอาญา หากการกระทาน้ันไม่มีบทบญั ญัติไว้ในขณะที่
กระทาความผิดวา่ เปน็ ความผดิ และกาหนดโทษไว้
แกไ้ ข...........................................................................................................................................................................

.................2 กฎหมายอาญาจะยอ้ นหลงั ไปให้ผลร้ายไมไ่ ด้ แต่กฎหมายอาญายอ้ นหลงั ไปให้คุณแกจ่ าเลยได้
แก้ไข............................................................................................................................................................................

.................3 บทบญั ญตั ิของกฎหมายอาญาต้องชัดเจน ปราศจากความคลุมเครือ
แกไ้ ข............................................................................................................................................................................

.................4 การพิจารณาคดีอาญาถา้ ไม่มีตัวบทกฎหมาย สามารถใช้จารีตประเพณีและบทบญั ญตั ิ
ใกลเ้ คียงมาปรับคดีได้
แก้ไข............................................................................................................................................................................

.................5 โกอายุระหว่าง 10 -15 ปี กระทาความผดิ อาญา ถอื ว่ามีความผิด ไมต่ อ้ งรับโทษ
แต่ศาลสามารถใช้วิธกี ารอื่นไดต้ ามกฎหมายกาหนด
แกไ้ ข............................................................................................................................................................................

.................6 การกระทาความผดิ ฐานกระทาชาเราเดก็ หญิงอายุไม่เกิน 15 ปี มิใช่ภรยิ าตน หญิงจะยนิ ยอม
หรือไม่ ถือเป็นความผิดเสมอ
แก้ไข............................................................................................................................................................................

..................7 ความผดิ ฐานหมนิ่ ประมาท เป็นความผิดที่ยอมความได้
แกไ้ ข............................................................................................................................................................................

.................8 การชกมวยตามกติกา และการป้องกันตวั ที่ชอบดว้ ยกฎหมาย ถอื ว่า ไม่มีความผดิ
แกไ้ ข...........................................................................................................................................................................

.................9 การกระทาความผดิ ด้วยความบกพร่องทางจติ กฎหมายยกเว้นโทษทางอาญาแก่ผู้กระทา
ความผิด
แกไ้ ข...........................................................................................................................................................................

................10 การกระทาโดยบนั ดาลโทสะ ถือว่าผู้กระทาไม่มีความผดิ ทางอาญา
แก้ไข...........................................................................................................................................................................

................11 การกระทาโดยความจาเป็นจะไดร้ ับการยกเว้นโทษทางอาญา
แกไ้ ข...........................................................................................................................................................................

................12 เดก็ ชายขาวอายุ 6 ปี ลกั ทรัพย์ของนางเขียว ถอื ว่าไมม่ คี วามผดิ ทางอาญา
แกไ้ ข...........................................................................................................................................................................

................13 ความผดิ ลหุโทษ คอื ความผดิ ท่ีมโี ทษจาคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไมเ่ กิน 1,000 บาท
หรือทัง้ จาทั้งปรับ
แกไ้ ข..............................................................................................................................................................................

กฎหมายเบือ้ งต้น ส 30228 หน้า 171

................14 การตีความกฎหมายอาญา สามารถตีขยายความเพ่ือเป็นประโยชนแ์ ก่จาเลย
แก้ไข.................................................................................................................................................................

................15 การตีความกฎหมายอาญา สามารถตีขยายความเพ่ือลงโทษให้หนักขนึ้ ไม่ได้
แกไ้ ข................................................................................................................................................................

................16 นักการทูตประเทศ A ข่มขืนหญงิ ไทย ทีก่ รุงเทพมหานคร เป็นบุคคลที่ได้รับการยกเวน้
ไมต่ อ้ งรับโทษตามกฎหมายไทย แมจ้ ะกระทาผดิ ในราชอาณาจักรไทย
แกไ้ ข................................................................................................................................................................

................17 นายกบ ขณะเป็นลมบ้าหมไู ดล้ ้มทบั เพ่อื นจนแขนหกั ถือว่านายกบไม่ไดก้ ระทาความผดิ
ทางอาญา
แกไ้ ข...............................................................................................................................................................

................18 นายณัฐวงศ์ ละเมอยกเท้าถีบเพ่ือนจนแขนหัก ถือว่านายณัฐวงศ์ได้กระทาความผดิ
ทางอาญา
แก้ไข..............................................................................................................................................................

................19 การลงโทษทางอาญามีจุดมุ่งหมายเพอื่ ป้องกันไม่ให้ผ้อู ื่นเอาเยี่ยงอย่าง และลดความ
เคยี ดแคน้ ของผู้เสยี หาย
แกไ้ ข.................................................................................................................................................................

...............20 โทษที่หนักสุดรองจากโทษประหาร คอื จาคกุ
แก้ไข................................................................................................................................................................

CHAPTER 8 : กฎหมายอาญาทีค่ วรรู้ หน้า 172

จงพิจารณากรณีที่กาหนดให้วา่ บุคคลดังกล่าวมีความผิดทางอาญาหรือไม่ ถ้ามี จัดเป็นความผดิ ฐาน
อะไร และต้องไดร้ ับโทษทางอาญาเท่าไร

1. แดง กาลังยกปืนเล็งจะยิงดา ดาจึงสวนด้วยหมัดจนล้มลง ทาให้ศีรษะกระทบกับพื้นอย่างแรง
จนถึงแกค่ วามตาย
2. เหลือง ตกลงกับแดง จะไปลักทรัพย์ด้วยกัน พอถงึ บ้านที่จะลักทรัพย์ แดง ไมย่ อมเขา้ ไปลกั ทรัพย์
แต่เป็นผู้ดตู น้ ทางทาใหเ้ หลือง ลกั ทรัพยจ์ นสาเร็จ
3. นายกบดืม่ สุรากับเพ่อื น ขณะที่ตนเองกาลังเปน็ ไข้จึงมีอาการเมามากกว่าปกติ ตอ่ มานายกบ ได้
ขับรถกลับบ้านระหวา่ งทางเกิดอาการหลับใน นายกบ จงึ ขับรถชนนายไก่ คนวิกลจรติ ซงึ่ เดินอยู่บน
ที่มืดได้รับบาดเจบ็ สาหัส
4. นายโจ ลกั โทรศัพท์มือถือของนางสาวจีนา ไปใช้ ตอ่ มานายโจ เปลี่ยนใจแอบนาโทรศัพทม์ ือถือ
กลบั คืนไวท้ ีเ่ ดมิ
5. เดก็ ชายหาญ อายุ 13 ปี ไดช้ กตอ่ ยเด็กชายกาญ ล้มลงศีรษะฟาดพื้นเสียชีวิต
6. นายเสือ อายุ 15 ปี ลกั รถยนตข์ องนายสิงห์ ผูเ้ ปน็ บิดาของนายเสือ
7. นางสาวแห้ว อายุ 15 ปี ทะเลาะวิวาทกับนางสาวสมหวัง ได้จับศีรษะนางสาวสมหวัง โขกกับ
กาแพงจนบาดเจบ็ สาหัส
8. นายวิชญ์ อายุ 25 ปี ลกั ทรัพยน์ ายพอล ซ่งึ เปน็ บดิ าของนายวิชญ์
9. นายโท ได้กระทาชาเราเด็กหญิงตรี อายุยา่ งเขา้ 15 ปี โดยเด็กหญิงตรี ยนิ ยอมพร้อมใจไปอยู่กิน
ฉันสามีภรรยากับนายโท
10. นางสาวพรรณทพิ า ต้องการฆ่านางสาวจิราภา จึงยกปืนลูกซองบรรจุเล็งไปที่นางสาวจริ าภา
แต่ถูกนางสาววรางคณาผู้มีร่างกายแข็งแรงกอดห้ามไว้ นางสาวจิราภา จึงได้โอกาสว่ิงหลบหนี
สว่ นนางสาววรางคณาได้รับบาดเจบ็ สาหัส
11. นายชมลอบทารา้ ยนายเทือก โดยเจตนาจะฆา่ ใหต้ าย แต่นายเทือก กลบั ได้รับบาดเจ็บ
12. นายดา ขว้างระเบิดไปในกลุ่มผู้ชมภาพยนตร์ เปน็ เหตุใหผ้ ูช้ มถึงแกค่ วามตาย
13. นายดา เขา้ ไปลกั ทรัพยใ์ นบา้ นเจ้าของทรัพย์ นายแดง นารถมาช่วยขนทรัพย์ที่นายดา ลกั ทรัพย์
ไปทีอ่ ื่น
14. นาย ก โกรธนาย ข ประสงคจ์ ะฆา่ นาย ข จึงไปเตรียมปนื มาดักรอนาย ข เมือ่ นาย ข เดนิ ผ่าน
มา นาย ก ควันปนื ออกมาเล็งที่นาย ข แต่ถูกเจา้ หนา้ ที่จับกุมเสียกอ่ น
15. นายดา ใช้ปนื บังคับนายแดง ใหต้ ่อยนายขาว นายแดงจงึ ชกนายขาว ได้รับบาดเจ็บ
16. นาย ก ขับรถยนตเ์ ร็วมาก ในถนนทีม่ ีคนพลุกพล่าน จนไปชนคนเสียชีวติ
17. นาย ก ถูกนาย ข รังแก แต่สู้ไม่ไดจ้ ึงกลับไปบ้านหาทางแก้แค้นกัน วันรุ่งขึ้นนาย ก เอาไม้ตี
นาย ข จนตาย
18. นายเขียว เป็นโรคหัวใจเรือ้ รัง ขณะขับรถยนตส์ ่วนตัวไปบนถนน อาการหัวใจกาเรบิ นายเขียว
หมดสติบังคับรถยนต์ไม่ได้ พุ่งชนแม่ค้าหาบเร่เสียชีวติ
19. นายดาตั้งใจจะฟันนายแดง ด้วยมีด แตพ่ ลาดไปถูกคนทีม่ าหา้ มได้รับบาดเจบ็ จนขอ้ มือขาด
20. สุธีเป็นตารวจไปสาธิตการยิงปนื ให้เดก็ ดูในวันเด็ก ดว้ ยมือขา้ งเดียว ปรากฏวา่ กระสุนไปถูกเด็ก
ตายไป 2 คน

กฎหมายเบื้องต้น ส 30228 หน้า 173

21. นายมาโนชได้ฆ่านายวิชา จนเสียชีวิต ในขณะที่ทาการฆ่าน้ัน นายมาโนช ไม่สามารถบังคับ
ตนเองได้เพราะจติ ฟัน่ เฟือน
22. นาย ก รูปร่างเล็ก ถูกนาย ข รูปร่างใหญ่ชกต่อยรังแกด้วยเหตุที่ไม่เป็นธรรม นาย ก จึงคว้า
เอามีดใกล้ๆ บรเิ วณน้นั ย้อนแทงนาย ข ถงึ แก่ความตาย
23. นายดายกปืนเลง็ ไปที่นายแดง เตรียมยิง แตน่ ายดา เกิดสงสารนายแดง จงึ ไม่เหนย่ี วไกปนื
24. นายเขียวโกรธนายขาว จึงยกปืนเล็งนายขาว แต่กระสุนไม่ถูกอวัยวะสาคัญ นายขาว จึงไม่
เสียชีวิต
25. นายแดง เดนิ ผ่านมาเห็นนายดา ชกตอ่ ยทารา้ ยร่างกายนางขาว นายแดง จึงเข้าไปชว่ ยเหลือ
นางขาว โดยชกตอ่ ยนายดา จนนายดาได้รับบาดเจ็บ
26. หญิงยอมร่วมประเวณีชาย แต่ครั้งสุดทา้ ยหญงิ ไม่ยนิ ยอม
27. นาย ก ยินยอมใหน้ าย ข ฟันแขนตัวเองเพื่อลองวชิ าอยูย่ งคงกระพัน นาย ก จึงฟนั แขนนาย ข
ได้รับบาดเจ็บ
28. สามีทารา้ ยรา่ งกายภรรยา
29. มารดาสามีลกั ทรัพย์ของลูกสะใภ้
30. นายคาแสน ชาวประเทศ A ทาร้ายนายเมียกชาวประเทศ B ที่ประเทศ C แล้วหลบหนีมา
เมืองไทย
31. นายดา เหน็ นายขาวนัง่ รับประทานข้าว จึงแกลง้ เอาเท้าลูบศีรษะนายขาว แลว้ เดนิ หนี นายขาว
ลุกข้นึ ควา้ ไมไ้ ลต่ ีนายดาจนตาย
32. นายโหด ชนนายเลว ไปตีนายดี นายเลว ไมม่ ีปนื แตไ่ ดไ้ ปกับนายโหดดว้ ย เมื่อนายโหด ยิงนาย
ดี ตายแล้ว นายเลว ก็หลบหนไี ปกับนายโหดดว้ ย
33. นายหน่ึง ชวนนายสองไปลักทรัพยบ์ ้านนายรวย นายสองไม่ไปด้วย แต่ได้ให้ยืมรถยนต์ไป เมื่อ
นายหนงึ่ ลกั ทรัพย์สาเร็จ และได้ใช้รถยนต์ที่นายสอง ให้ยืมไปเพื่อหลบหนเี จ้าหน้าที่ตารวจ
34. นางสาวติน๊ า เลี้ยงสุนัขตัวโตไมด่ ูแลใหด้ ี สุนัขหลุดจากรัว้ ไปกัดเด็กหญิงตุ้ยน้ยุ เสียชีวติ
35. เดก็ หญงิ หน่อย อายุ 14 ปี ชวนนายเอก อายุ 20 ปี ไปเที่ยว และยนิ ยอมรว่ มประเวณี
36. ชา้ งของนายเอกตกมัน และหลุดออกมาที่ทางเดินสาธารณะในชุมชน ชา้ งเขา้ ทาร้ายนายเก่งจน
ไดร้ ับบาดเจบ็ แตน่ ายเกง่ ตกใจมากจงึ วงิ่ พังประตูบา้ นนายโทเขา้ ไปเพื่อหลบหนชี ้าง
37. นายเขียว ถือปืนไปลอบยิงนายดาที่บ้าน เห็นสุนัขสีดาของนายดานอนอยู่บนเตียงผ้าใบ นาย
เขียว คิดวา่ เป็นนายดา จึงใชป้ นื ยิงถูกสุนัขตาย
38. นายดา คิดและตกลงใจที่จะเผาบ้านนายขาว นายดา ได้เตรียมการหาซ้ือเชื้อเพลิงและไปแอบ
ซ่มุ ที่หน้าบา้ น นายขาว พอดีตารวจเห็นเสียก่อนจงึ ถูกจับกุมตัวไปสถานตี ารวจ

CHAPTER 8 : กฎหมายอาญาทีค่ วรรู้ หนา้ 174

แบบฝึกหัดที่ 8.10

คาชีแ้ จง จงตอบคาถามต่อไปนี้ในเรื่อง “ความผิดเกี่ยวกับทรัพยส์ นิ ”

1. การเอาทรัพยข์ องผูอ้ ืน่ หรือของที่ผูอ้ ื่นเป็นเจา้ ของอยูด่ ว้ ยโดยทุจรติ เรียกวา่ ......................................................
2. การลกั ทรัพย์ผู้อืน่ โดยฉกฉวยเอาไปซึง่ ๆ หนา้ เรียกวา่ .................................................................................................
3. การลกั ทรัพยโ์ ดยใช้กาลังประทุษร้าย หรอื ขูเ่ ขญ็ วา่ ทันทีทันใดจะใชก้ าลังประทุษร้าย เรยี กว่า ..................
.............................................................................................................................................................................................................................
4. การชิงทรัพยโ์ ดยการกระทาตั้งแต่ 3 คนขน้ึ ไป เรียกว่า..................................................................................................
5. การข่มขูเ่ พื่อใหผ้ ู้อื่นให้ทรัพย์หรือจะให้ทรัพย์แกต่ น เรียกว่า..........................................................................................
6. ข่มขืนใจผู้อื่นยอมใหต้ นหรือผูอ้ ื่น โดยขูว่ า่ จะเปิดเผยความลับ เรียกว่า....................................................................
7. การทีผ่ ู้กระทาความผิดเบียดบังเอาทรัพยผ์ ู้อืน่ หรือผูอ้ ื่นเปน้ เจา้ ของร่วมกันอยู่ด้วยมาเป็นของตน

เรยี กวา่ .....................................................................................................................................................................................................
8. การชว่ ยซ่อนเร้น ชว่ ยจาหนา่ ย ชว่ ยพาไปเสีย ซอ้ื รับจานา หรือรับไว้โดยประการ ซงึ่ ทรัพย์น้นั ไดม้ า
โดยการลกั ทรัพย์ กรรโชกทรัพย์ รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ หรือยักยอกทรัพย์ เรียกวา่ ..........
..........................................................................................................................................................................................................................
9. ทาให้ทรัพย์สนิ ของผูอ้ ืน่ เสียหาย ทาลาย ทาให้เสือ่ มค่าหรือทาให้ไรป้ ระโยชน์ เรียกว่า...............................
10. ผูใ้ ดเขา้ ไปในอสังหารมิ ทรัพย์ เพอ่ื เขา้ ไปแย่งการครอบครอง หรือเข้าไปรบกวนการครอบครอง

เรียกวา่ ...............................................................................................................................................................................................

CHAPTER กฎหมายทปี่ ระชาชนควรรู้

9

ในการดาเนินชีวิตประจาวันมีกฎหมายมากมายที่เกี่ยวข้องกับชีวิตเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซ่ึง

เป็นสง่ิ ที่ทุกคนจะตอ้ งปฏิบัติตามเพ่อื การเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม จึงเป็นสงิ่ ที่เราควรเรยี นร้แู ละนาไปใช้
อย่างถูกต้อง

ประเดน็ ทจี่ ะศกึ ษา
กฎหมายทะเบียนราษฎร

กฎหมายว่าด้วยชื่อบุคคลและสัญชาติ
กฎหมายเกี่ยวกับบัตรประจาตวั ประชาชน
กฎหมายภาษีอากร
กฎหมายแรงงาน
กฎหมายเดก็
กฎหมายรบั ราชการทหาร
กฎหมายดจิ ทิ ัลและทรพั ยส์ นิ ทางปัญญา

CHAPTER 9 : กฎหมายที่ประชาชนควรรู้ หนา้ 176

 กฎหมายทะเบียนราษฎร

หลักเกณฑส์ าคญั เกยี่ วกบั กฎหมายเกยี่ วกบั ทะเบยี นราษฎร์

แจง้ เกดิ ☺ ภายใน 15 วัน/ถ้าไมท่ ราบวัน เดือน ปี เกิดให้ถือเอาวันที่ 1 มกราคม
ของปีนั้นเปน็ ปีเกิด
☺ ในการตัง้ ชื่อ ไมค่ วรเป็นภาษาตา่ งประเทศ คาอุทาน คาหยาบ และ
ต้องไม่อ่านออกเสียงหรือสะกดคล้ายกับพระปรมาภิไธย พระนามของ

พระมหากษัตรยิ ์และพระบรมวงศานุวงศ์

แจง้ ตาย ☺ ภายใน 24 ชม./กรณีถ้าตายในบ้านให้เจ้าบ้านเป็นคนแจ้งแต่ถ้าตาย
นอกบ้านให้ผูท้ ีพ่ บศพเปน็ ผู้แจ้ง

แจง้ ยา้ ย ☺ ภายใน 15 วัน/เมื่อไปอยู่ภูมิลาเนาอื่นให้แจ้งย้ายเข้าภายใน
15 วันเชน่ กัน

 สถานทีแ่ จง้ เกิด/ตาย /ย้ายทอี่ ยู่ คือ ถ้าเปน็ ในเขตเทศบาลใหแ้ จ้งที่สานักทะเบียนท้องถิน่ ในสานักงาน
เทศบาล สว่ นถา้ เปน็ นอกเขตเทศบาลให้แจง้ ตอ่ สานกั งานทะเบียนตาบล คือบา้ นกานันผูใ้ หญบ่ ้าน สว่ นในเขต
กรุงเทพมหานครให้แจ้งตอ่ สานกั งานทเบียนทอ้ งทีถนิ่ ซ่งึ ตั้งอยู่ ณ ที่ทาการเขตท้องที่

 กฎหมายวา่ ดว้ ยชือ่ บุคคล

 หลักเกณฑ์การตัง้ ชือ่ ตัวและชือ่ รอง
– ต้องไมพ่ ้องหรือมุ่งหมายใหค้ ล้ายกับพระปรมาภิไธย พระนามของพระราชินี หรือราชทินนาม
– ต้องไม่มีคาหรือความหมายหยาบคาย
– ผู้ไดร้ ับหรือเคยได้รับพระราชทานบรรดาศักด์ิ แตไ่ ดอ้ อกจากบรรดาศักดิ์นั้นโดยมไิ ด้ถูกถอน จะใช้
ราชทินนามตามบรรดาศักด์ิเป็นชือ่ ตัวหรือชื่อรองก็ได้
– ชื่อหนงึ่ ให้มีคารวมกันไม่เกิน 5 พยางค์ (เดมิ กาหนดไวไ้ ม่เกนิ 3 พยางค์)

กฎหมายเบื้องตน้ ส 30228 หน้า 177

 หลกั เกณฑก์ ารตงั้ ชอื่ สกลุ

- ไมพ่ ้องหรือมุง่ หมายให้คลา้ ยกับพระปรมาภไิ ธยหรือพระนามของพระราชนิ ี
– ไม่พ้องหรือมุ่งหมายให้คล้ายกับพระราชทินนาม (เว้นแต่เป็นราชทินนามของตนหรือของบุพการีหรือ
ผูส้ ืบสันดาน)
– ไมซ่ า้ กับชือ่ สกุลทีไ่ ดร้ ับการจดทะเบียนแลว้
– ไม่ซ้ากับชื่อสกุลทีพ่ ระมหากษัตริย์พระราชทาน
– ไมม่ ีคาหรือความหมายที่หยาบคาย
– มีพยัญชนะไม่เกิน 10 พยัญชนะ เว้นแต่เป็นการใช้พระราชทินนามเป็นชื่อสกุล ชื่อสกุลควรมีความหมาย
เหมาะสมตามหลกั ภาษาไทยดว้ ย

 การใชช้ อื่ สกลุ ของผหู้ ญงิ

– ผู้หญงิ ที่สมรสแล้วใหใ้ ช้ชือ่ สกุลของสามีหรือของตนเองได้
– ผู้หญิงที่เป็นหมา้ ยโดยการหยา่ กับสามี จะต้องกลบั ไปใชช้ ื่อสกุลเดมิ ของตนเอง หรือใช้นามสกุลของสามีได้
หากไดร้ ับการยินยอม
– ผูห้ ญิงที่เป็นหมา้ ยโดยการที่สามีตาย จะยังคงชือ่ สกุลของสามีหรือจะกลบั ไปใชช้ ือ่ สกุลเดิมของตนเองก็ได้
- หญิงซ่ึงจดทะเบียนสมรสแล้ว จะใช้คานาหนา้ นามวา่ “นาง” หรือ “นางสาว” ได้ตามความสมัครใจ และ
หญงิ ซง่ึ จดทะเบยี นสมรสแลว้ หากตอ่ มาการสมรสได้สนิ้ สดุ ลงจะใชค้ านาหนา้ นามวา่ “นาง” หรือ “นางสาว”
ก็ได้ตามความสมัครใจ

 การเปลยี่ นชอื่ ตวั

บุคคลที่ประสงค์จะเปลีย่ นชือ่ ตัว ชือ่ รอง หรือชือ่ สกุล จะตอ้ งยืนคาร้องตอ่ นายทะเบียนทอ้ งทีท่ ี่ตนเอง
มีชื่ออยูใ่ นทะเบียนบ้าน

หากนายทะเบียนพิจารณาแล้วเห็นวา่ เป็นไปตามหลักเกณฑท์ ี่กฎหมายกาหนดก็จะอนญุ าตให้เปลีย่ นชื่อ
ตัว ชือ่ รองหรือจดทะเบียนชื่อสกลุ ใหม่ได้ แล้วออกหนงั สือมอบให้เก็บไว้เป็นหลักฐานการเปลี่ยนชือ่ ตัว ชื่อรอง
หรือการจดชื่อทะเบียนใหม่ เพอ่ื ใชอ้ า้ งอิงหรือนาไปขอเปลีย่ นแปลงแก้ไขชือ่ ตัว ชือ่ รอง หรือชื่อสกุลในเอกสาร
สาคัญต่าง ๆ

CHAPTER 9 : กฎหมายที่ประชาชนควรรู้ หน้า 178

 กฎหมายสัญชาติ

 การได้มาซ่งึ สัญชาติไทยมีเงื่อนไขดังตอ่ ไปนี้

ลกั ษณะการไดส้ ัญชาติ เงือ่ นไข
 โดยหลักสายโลหิต
 โดยหลักดินแดน - ผู้เกิดโดยบิดาหรือมารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทย ไม่ว่าจะเกิดในหรือนอก
 โดยการสมรส ราชอาณาจักร

 โดยการแปลงสัญชาติ - ผูเ้ กิดในราชอาณาจักรไทย ย่อมได้สัญชาติไทย
ยกเว้นแต่ ผู้เกิดโดยบดิ าและมารดาเปน็ คนต่างดา้ ว

- หญิงซึ่งเป็นคนต่างด้าวและได้สมรสกับผู้มีสัญชาติไทยถ้าประสงค์จะได้
สัญชาตไิ ทย ให้ยืน่ คาขอต่อพนกั งานเจา้ หนา้ ทีต่ ามแบบและวิธกี ารที่กาหนด
ในกฎกระทรวง
หลักเกณฑ์

(1) เป็นหญิงต่างด้าว จะมีสัญชาตใิ ด หรือไมก่ ็ได้
(2) หญิงน้ันได้สมรสกับผู้มีสัญชาติไทยโดยถูกต้องตามกฎหมายไทย

ซ่งึ สมรสในที่นี้ หมายถึง การสมรสทีช่ อบด้วยกฎหมาย มใิ ชเ่ พยี งแต่
การสมรสในทางประเพณี

- คนต่างด้าวซ่ึงมีคุณสมบัติครบถ้วนดังต่อไปนี้ อาจขอแปลงสัญชาติ
เป็นไทยได้

 บรรลุนิติภาวะแล้วตามกฎหมายไทยและกฎหมายที่บุคคลน้ันมี
สัญชาติ

 มีความประพฤตดิ ี
 มีอาชีพเปน็ หลกั ฐาน
 มีภูมิลาเนาในราชอาณาจักรไทยต่อเน่ืองมาจนถึงวันที่ยื่นคาขอ
แปลงสัญชาตเิ ป็นไทยเปน็ เวลาไมน่ ้อยกวา่ หา้ ปี
 มีความรู้ภาษาไทยตามที่กาหนดในกฎกระทรวง

 การยนื่ ขอสญั ชาติ

 ยื่นต่อรัฐมนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทย การอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้แปลงสัญชาติเป็นไทย
ใหอ้ ยูใ่ นดุลพินิจของรัฐมนตรี

กฎหมายเบือ้ งต้น ส 30228 หนา้ 179

 กฎหมายเกีย่ วกับบัตรประชาชน

☺ การขอมีบัตรประชาชน : บุคคลที่มีอายุ 7-70 ปี มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ต้องยืนคาขอมีบัตร
ภายใน 60 วัน ถ้าอายุ70 ปขี ึ้นไป ไม่ตอ้ งทาบัตรใหม่ ใช้บัตรนน้ั ได้ตลอดชีวติ
☺ อายุของบตั ร : มีอายุ 8 ปนี ับแตว่ ันออกบัตร
☺ ข้อยกเว้น : บุคคลที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีบัตรฯ ได้แก่ พระมหากษัตริย์จนถึงชั้นพระองค์เจ้า,
องคมนตรี,พระภิกษุและนกั บวช,กรรมการอิสลามแหง่ ประเทศไทย,คนพกิ าร,จิตวิปลาส,ผู้ต้องขัง

 กฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร

 ภาษีอากร คือสิ่งที่รัฐบาลบังคับเกบ็ จากราษฎร เพ่อื ใช้เป็นประโยชนส์ ่วนรวม

 ประเภทของภาษอี ากร

ประเภทภาษี ลกั ษณะ
 ภาษีทางตรง - ภาษีที่ภาระภาษีตกแก่บุคคลที่กฎหมายประสงค์จะให้รับภาระ หรือผู้เสียภาษี
ผลักภาระภาษีไปให้ผู้อื่นได้ยาก เช่น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติ
 ภาษีทางออ้ ม บุคคล
- ภาษีที่ภาระภาษีไม่แน่ว่าจะตกแก่บุคคลที่กฎหมายประสงค์จะให้รับภาระ
หรือไม่ หรือผู้เสียภาษีผลักภาระภาษีไปให้ผู้อื่นได้โดยง่าย เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ภาษีธุรกิจเฉพาะ ภาษีศุลกากร ภาษีสรรพสามิต

 อตั ราภาษอี ากร

อัตราภาษี ลกั ษณะ

 อัตราคงที่ - ฐานภาษีเปลี่ยนแปลง แตอ่ ัตราภาษีคงที่เท่าเดิม เชน่

☺ ภาษีเงินไดน้ ิตบิ ุคคล อัตรารอ้ ยละ 20 จากฐานกาไรสุทธิ

☺ ภาษีมูลคา่ เพ่มิ อัตรารอ้ ยละ 7 ของมูลคา่ การบรโิ ภค

 อัตรากา้ วหน้า - ฐานภาษีเพ่ิมขึ้นอัตราภาษีก็จะเพิ่มขึ้น เช่น ภาษีเงินได้บุคคล ธรรมดา

ฐานภาษีคือเงนิ ไดส้ ุทธิ

 อัตราภาษีแบบถดถอย - ฐานภาษีเพ่มิ ขน้ึ แตอ่ ัตราภาษีกลบั ลดลง เชน่ ภาษีบารุงทอ้ งที

CHAPTER 9 : กฎหมายทีป่ ระชาชนควรรู้ หน้า 180

 ภาษเี งนิ ไดบ้ คุ คลธรรมดา

 ภาษีเงนิ ได้บุคคลธรรมดา คือ คือ ภาษีที่จัดเก็บจากบุคคลทั่วไป หรือจากหน่วยภาษีที่มีลักษณะพิเศษ
ตามที่กฎหมายกาหนดและมีรายได้เกิดข้ึนตามเกณฑ์ที่กาหนด โดยปกติจัดเก็บเป็นรายปี รายได้ที่เกิดข้ึน
ในปีใดๆ ผู้มีรายได้มีหน้าที่ต้องนาไปแสดงรายการตนเองตามแบบแสดงรายการภาษีที่กาหนดภายในเดือน
มกราคมถงึ มีนาคมของปีถัดไป

ขนั้ เงนิ ไดส้ ทุ ธติ งั้ แต่ ชว่ งเงนิ ไดส้ ทุ ธิ อตั ราภาษี ภาษแี ตล่ ะขนั้ ภาษสี ะสม สงู สดุ ของขนั้
สงู สดุ ของแตล่ ะขนั้ รอ้ ยละ เงนิ ไดส้ ทุ ธิ
1 – 150,000 ไดร้ บั ยกเวน้
150,001 – 300,000 150,000 -* -*
300,001 – 500,000 150,000 5
500,001 – 750,000 200,000 10 7,500 7,500
750,001 – 1,000,000 250,000 15
250,000 20 20,000 27,500

37,500 65,000

50,000 115,000

1,000,001 – 2,000,000 1,00,000 25 250,000 365,000

2,000,001 – 4,000,000 2,000,000 30 600,000 965,000
4,000,001 บาทขน้ึ ไป - 35 - -

 วธิ เี สยี ภาษี

 การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปกติจะยื่นปีละ 1 ครั้ง โดยใช้แบบ ภ.ง.ด. 90 ,91, 92 แล้วแต่กรณี
ซ่ึงผู้มีหน้าที่เสียภาษีต้องยื่นเสียภาษีภายในวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไป โดยยื่นเองที่กรมสรรพากรในพื้นที่
หรือยืน่ ผา่ นระบบออนไลนท์ ีก่ รมสรรพากรจัดทาข้นึ กไ็ ด้

 ภาษเี งนิ ไดน้ ติ บิ คุ คล

 ภาษีเงินได้นิตบิ ุคคล เป็นภาษีที่จัดเก็บกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเป็นผู้เสียภาษี ซึ่งปัจจุบัน
อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุดอยู่ที่ 20% โดยมีกรมสรรพากรเป็นหน่วยงานผู้รับผิดชอบการจัดเก็บ
กาหนดให้เสียปีละ 2ครั้ง คิดคานวณจากาไรสุทธิ ครั้งแรกเสียภายใน 2 เดือนนับแต่ระยะเวลาครบกาหนด
6 เดือนแรกของระยะเวลาบัญชี สว่ นครัง้ 2 จะต้องเสียภายใน 150 วันนบั ตั้งแต่วันสุดท้ายของระยะเวลาบัญชี

กฎหมายเบื้องตน้ ส 30228 หน้า 181

 ภาษมี ลู คา่ เพมิ่

 ภาษีมูลคา่ เพิม่ เป็นการเก็บภาษีจากการขายสินค้า หรือการให้บริการในแต่ละขั้นตอนการผลติ
และจาหน่ายสินค้าหรือบริการ ทั้งที่ผลิต ภายในประเทศและนาเข้าจากต่างประเทศ โดยทั่วไป
ผู้ประกอบการจะต้องยื่นภาษีมูลค่าเพ่ิมเป็นรายเดือน ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป และมีหน้าที่ต้อง
ออก ใบกากับภาษี ดว้ ย

 ภาษศี ลุ กากร

 ภาษีศลุ กากร เป็นภาษีทีเ่ รียกเก็บจากการนาสินคา้ เข้าจากต่างประเทศ หรือสง่ สนิ ค้าออกไปนอก
ราชอาณาจักร ในกรณีนาเขา้ เรียกวา่ "อากรขาเข้า" และในกรณีสง่ ออกเรียกวา่ "อากรขาออก" โดยจะ
จัดเก็บตามราคาหรือร้อยละของมูลค่าสินค้า และจัดเก็บตามสภาพของสินค้า ตามปริมาณ น้าหนัก
ความยาว หรือปริมาตร เป็นต้น

 ภาษสี รรพสามติ

 ภาษีสรรพสามิต เป็นภาษีที่เรียกเก็บสินค้าและบริการบางประเภท โดยสินค้าหรือบริการน้ันๆ
มีลกั ษณะเปน็ การฟุม่ เฟือย หรือสนิ ค้าที่ได้รับผลประโยชนเ์ ป็นพเิ ศษจากรัฐ

• สุรา
• ยาสูบ
• ไพ่
• นา้ หอม หัวน้าหอมและนา้ มนั หอม
• แบตเตอรี่
• นา้ มันและผลติ ภัณฑน์ า้ มนั
• เครือ่ งดื่ม
• เครื่องไฟฟ้า (เฉพาะเครือ่ งปรับอากาศและโคมระยา้ ที่ทาจากแก้วครสิ ตัล )
• แก้วเลดคริสตัล และแก้วครสิ ตัลอื่น ๆ
• รถยนต์ (รถยนต์นง่ั รถยนตก์ ระบะ รถยนต์โดยสารทีม่ ีทีน่ ัง่ ไม่เกิน 10 คน)
• เรือยอชต์และยานพาหนะทางน้าทีใ่ ชเ้ พ่อื ความสาราญ
• พรมและส่งิ ทอปพู ืน้ อืน่ (เฉพาะทีท่ าด้วยขนสัตว)์
• รถจักรยานยนต์
• สถานบริการ (สนามแข่งม้า สนามกอลฟ์ )

CHAPTER 9 : กฎหมายที่ประชาชนควรรู้ หน้า 182

 กฎหมายแรงงาน

เรื่อง เงือ่ นไข

 เวลาทางาน  ไมเ่ กนิ 8 ชัว่ โมงตอ่ วัน และ 48 ชัว่ โมงต่อสัปดาห์

 งานอันตรายตามที่กาหนดในกฎกระทรวงไม่เกิน 7 ชั่วโมงต่อวัน

และ 42 ชัว่ โมงตอ่ สัปดาห์

 เวลาพัก  ในวันที่มีการทางาน ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างมีเวลาพักติดต่อกันไม่น้อย

กว่าวันละ 1 ชั่วโมง ภายใน 5 ชั่วโมงแรกของการทางาน

 นายจ้างและลูกจ้างจะตกลงกันล่วงหน้าให้มีเวลาพักน้อยกว่าครั้งละ 1

ชั่วโมงก็ได้แต่ต้องไม่น้อยกว่าครั้งละ 20 นาที และเมื่อรวมกันแล้วต้องไม่

นอ้ ยกว่าวันละ 1 ชัว่ โมง

 วันหยุด  วันหยุดประจาสัปดาห์ ต้องไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 1 วัน โดยมีระยะห่าง

กันไม่เกนิ 6 วัน

 ลูกจา้ งมีสิทธไิ์ ดร้ ับคา่ จ้างในวันหยุดประจาสัปดาห์ (ยกเวน้ ลูกจ้างรายวัน

รายชัว่ โมง หรือตามผลงานโดยคานวณเป็นหนว่ ย)

 นายจ้างและลูกจ้างจะตกลงกันล่วงหน้า กาหนดให้มีวันหยุดประจา

สัปดาห์วันใดก็ได้

 ลูกจา้ งมีสทิ ธไิ์ ดร้ ับค่าจ้างในวันหยุดตามประเพณี

 ลูกจ้างซ่ึงทางานติดต่อกันมาครบ 1 ปี มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจาปีไม่

น้อยกว่าปลี ะ 6 วันทางาน

 ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยโดยได้รับค่าจ้างตามปกติปีหน่ึงไม่เกิน 30 วัน

ทางาน

 ค่าลว่ งเวลา คา่ ทางาน  ถ้าทางานเกินเวลาทางานปกติของวันทางาน นายจ้างต้องจ่ายค่า

ในวันหยุดและค่าล่วงเวลา ล่วงเวลา ไม่น้อยกว่าหน่ึงเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทางาน

ในวันหยุด ตาม จานวนชั่วโมงที่ทาหรือไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าคร่ึงของอัตราค่าจ้างต่อ

หน่วย ในวันทางานตามจานวนผลงานที่ทาได้สาหรับลูกจ้างที่ได้รับค่าจา้ ง

ตามผลงาน

 การเลิกจ้าง  นายจ้างจะต้องแจ้งวันที่จะเลิกจ้าง เหตุผลของการเลิกจ้าง และรายชื่อ

ลูกจา้ งทีจ่ ะ ถูกเลิกจา้ ง ใหล้ ูกจ้างและพนักงานตรวจแรงงานทราบล่วงหน้า

ไม่น้อยกว่าหกสบิ วันก่อนวันที่จะเลิกจ้าง ถ้าไม่แจ้งแก่ลูกจ้างที่จะเลิกจ้าง

ทราบล่วงหน้า หรือแจ้งล่วงหน้าน้อยกว่าระยะเวลาหกสิบวัน นายจ้างต้อง

จ่ายคา่ ชดเชยพเิ ศษแทน

กฎหมายเบือ้ งต้น ส 30228 หนา้ 183

 กฎหมายแรงงาน (ตอ่ )

เรื่อง เงื่อนไข
การใชแ้ รงงานผหู้ ญงิ
- หา้ มนายจา้ งให้ลูกจ้างหญิงทางานตอ่ ไปนี้
 การใชแ้ รงงานเดก็  งานเหมืองแร่หรืองานก่อสร้างที่ต้องทาใต้ดิน ใต้น้า ในถ้า ในอุโมงค์
หรือปล่องในภูเขาเว้นแต่ลักษณะของงานไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือ
ร่างกายของลูกจ้างหญงิ น้นั
 งานทีต่ ้องทาบนนั่งรา้ นที่สูงกวา่ พ้นื ดินตัง้ แต่ 10 เมตรขน้ึ ไป
 งานผลติ หรือขนสง่ วัตถุระเบดิ หรือวัตถุไวไฟ
- ห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างหญิงที่มีครรภ์ทางานในระหว่างเวลา 22.00น.-
06.00น. ทางานล่วงเวลา ทางานในวันหยุดหรือทางานอย่างหนึ่งอย่างใด
ดังต่อไปนี้
 งานเกี่ยวกับเครื่องจักรหรือเครื่องยนต์ที่มีความสัน่ สะเทือน
 งานขับเคล่อื นหรือติดไปกับยานพาหนะ
 งานยก แบก หาม หาบ ทูน ลาก หรือเขน็ ของหนักเกนิ 15 กโิ ลกรัม
 งานที่ทาในเรือ

 ห้ามนายจา้ งจา้ งเด็กอายุตา่ กว่า 15 ปเี ปน็ ลูกจ้าง
 กรณีที่มีการจ้างเด็กอายุต่ากว่า 18 ปี เป็นลูกจ้าง นายจ้างต้องแจ้งต่อ
พนักงาน ตรวจแรงงานภายใน 15 วันนับแต่วันที่เด็กเข้าทางาน และแจ้ง
การสิ้นสุดการ จ้างเด็กน้ันต่อพนักงานตรวจแรงงานภายใน 7 วันนับแต่
วันที่เด็กออกจากงาน
 นายจ้างต้องจัดให้มีเวลาพัก 1 ชั่วโมงต่อวันภายใน 4 ชั่วโมงแรกของ
การทางาน และใหม้ ีเวลาพักยอ่ ยไดต้ ามทีน่ ายจ้างกาหนด
 ห้ามนายจา้ งใชล้ ูกจ้างเดก็ ที่มีอายุตากวา่ 18 ปี ทางานในระหว่างเวลา
22.00 น.- 06.00 น. เว้นแตไ่ ดร้ ับอนญุ าตจากอธบิ ดี
 ห้ามนายจา้ งใชล้ ูกจ้างเด็กที่มีอายุตากว่า 18 ปี ทางานลว่ งเวลา
 ห้ามนายจา้ งใหล้ ูกจา้ งเดก็ ทีม่ ีอายุตา่ กว่า 18 ปี ทางานในสถานที่ตอ่ ไปนี้
- โรงฆ่าสัตว์
- สถานทีเ่ ลน่ การพนนั
- สถานที่เต้นรา ราวง หรือ รองเง็ง
- สถานที่ที่มีอาหาร สุรา น้าชา หรือเครื่องดื่ม อย่างอื่นจาหน่ายและ
บริการ โดยมีผู้บาเรอสาหรับปรนนิบัติลูกจ้าง หรือโดยมีที่สาหรับพักผ่อน
หลบั นอน หรือมีบริการนวดให้แกล่ ูกค้า

CHAPTER 9 : กฎหมายที่ประชาชนควรรู้ หน้า 184

 กฎหมายเกี่ยวกับเด็ก

 ในพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 “เด็ก” หมายความว่า บุคคลซึ่งมีอายุต่ากว่าสิบแปดปี
บรบิ ูรณ์ แตไ่ มร่ วมถึงผู้ทีบ่ รรลุนิติภาวะด้วยการสมรส

บุคคลทัว่ ไป กฎหมายบัญญัตหิ ้ามมิให้ผู้ใดกระทาการดังตอ่ ไปนี้ ไม่ว่าเด็กจะยนิ ยอมหรือไมก่ ็ตาม คือ
(1) กระทาหรือละเวน้ การกระทาอันเปน็ การทารุณกรรมต่อรา่ งกายหรือจิตใจของเด็ก

(2) จงใจหรือละเลยไม่ให้ส่ิงจาเป็นแก่การดารงชีวิต หรือการรักษาพยาบาลแก่เด็กที่อยู่ในความดูแล
ของตน จนนา่ จะเกดิ อันตรายแก่ร่างกายหรือจติ ใจของเด็ก

(3) บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยนิ ยอมให้เด็กประพฤตติ นไม่สมควร หรือนา่ จะทาให้เด็กมีความ
ประพฤตเิ สีย่ งต่อการกระทาผดิ

(4) โฆษณาทางสื่อมวลชนหรือเผยแพร่ด้วยประการใด เพื่อรับเด็กหรือยกเด็กให้แก่บุคคลอื่นที่มิใช่
ญาตขิ องเด็ก เว้นแต่เป็นการกระทาของทางราชการ หรือได้รับอนญุ าตจากทางราชการแลว้

(5) บังคับ ขูเ่ ข็ญ ชักจูง ส่งเสรมิ ยินยอม หรือกระทาด้วยประการใดให้เด็กไปเป็นขอทาน เดก็ เร่ร่อน
หรือใช้เด็กเป็นเครื่องมือในการขอทาน หรือการกระทาผิด หรือกระทาด้วยประการใดอันเป็นการ
แสวงหาประโยชนโ์ ดยมชิ อบจากเดก็

(6) ใช้ จ้าง หรือวานเด็กให้ทางาน หรือกระทาการอันอาจเป็นอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ
มีผลกระทบตอ่ การเจรญิ เติบโต หรือขัดขวางตอ่ พัฒนาการของเด็ก

(7) บังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กเล่นกีฬา หรือให้กระทาการใด เพื่อ
แสวงหาประโยชน์ทางการค้าอันมีลักษณะเป็นการขัดขวางต่อการเจริญเตบิ โต หรือพัฒนาการของ
เด็ก หรือมีลกั ษณะเป็นการทารุณกรรมต่อเดก็

(8) ใช้หรือยินยอมให้เด็กเล่นการพนันไม่ว่าชนิดใด หรือเข้าไปในสถานที่เล่นการพนัน สถาน
คา้ ประเวณี หรือสถานที่ทีห่ ้ามมิให้เด็กเข้า

(9) บังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กแสดงหรือกระทาการอันมีลักษณะลามก
อนาจาร ไม่ว่าจะเปน็ ไปเพ่อื ใหไ้ ด้มาซงึ่ ค่าตอบแทนหรือเพื่อการใด

(10) จาหนา่ ย แลกเปลี่ยน หรือให้สุราหรือบุหรี่แก่เด็ก เว้นแต่การปฏบิ ัตทิ างการแพทย์

(11) ห้ามโฆษณาหรือเผยแพร่ทางสื่อมวลชนหรือสื่อสารสนเทศประเภทใด ซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็ก
หรือผู้ปกครอง โดยเจตนาที่จะทาให้เกิดความเสียหายแก่จิตใจ ชื่อเสียง เกียรติคุณ หรือสิ ทธิ
ประโยชนอ์ ื่นใดของเด็ก หรือเพื่อแสวงหาประโยชนส์ าหรับตนเองหรือผูอ้ ื่นโดยมิชอบ

กฎหมายเบือ้ งตน้ ส 30228 หน้า 185

 กฎหมายเกีย่ วกับการรบั ราชการทหาร

☺ คุณสมบัติ :ชายไทยเมื่ออายุ 18 ปี ต้องแสดงตนเพื่อข้ึนบัญชีเป็นทหารกองเกิน (สด.9)/ เมื่ออายุ
ยา่ งเขา้ 21 ปี ชายไทยทุกคนตอ้ งไปแสดงตนเพือ่ รับหมายเรียกเข้ารับราชการทหารเป็นเวลา 2 ปี

หนา้ ทขี่ องชายไทยทจี่ ะตอ้ งปฏบิ ตั เิ กยี่ วกบั การรบั ราชการทหาร มดี งั นี้

 การลงบญั ชที หารกองเกิน (การข้ึนทะเบียนทหาร) ชายไทยเมื่ออายยุ ่างเขา้ ๑๘ ปี (๑๗ ปีบริบูรณ)์
ใน พ.ศ.ใด ใหไ้ ปแสดงตนเพื่อข้ึนทะเบียนทหารภายในปี พ.ศ.นัน้

 การรับหมายเรียก (การรับหมายเกณฑ์) ทหารกองเกินทุกคนเมื่อมีอายุย่างเข้า ๒๑ ปี (๒๐ ปี
บริบูรณ์ ) ใน พ.ศ. ใด ต้องไปแสดงตนเพื่อรับหมายเรียกที่อาเภอท้องที่ที่เป็นภูมิลาเนาทหารของตน
ภายใน พ.ศ.นั้น

 การเขา้ รบั การตรวจเลอื ก (การเขา้ เกณฑ์ทหาร) ทหารกองเกนิ เมื่อได้รับหมายเรียกแล้ว จะตอ้ ง
ไปเกณฑท์ หารตามวัน เวลา และสถานที่ทีก่ าหนดไวใ้ นหมายเรียก

 การเข้ารับการเรียกพลของทหารกองหนุน ทหารที่ปลดจากกองประจาการโดยรับราชการ
ในกองประจาการจนครบตามที่กฎหมายกาหนดหรือทหารกองเกินซึ่งสาเร็จการฝึกวิชาทหารตาม
กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหารและได้ข้ึนทะเบียนกองประจาการแล้วปลดเป็นทหาร
กองหนุนเมือ่ มีหมายเรียกพล (เพอ่ื ตรวจสอบ เพอ่ื ฝึกวชิ าทหาร หรือเพือ่ ทดลองความพรั่งพรอ้ ม) จะตอ้ ง
ไปรายงานตัวเพอ่ื เขา้ รับการฝึก หรือทบทวนวชิ าทหาร ใหม้ ีความรู้ความสามารถพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 บุคคลซึ่งจะเข้ารับราชการทหารกองประจาการน้นั ต้องมีขนาดรอบตัวตัง้ แต่ ๗๖ เซนติเมตร
ขน้ึ ไป ในเวลาหายใจออก และสูงตัง้ แต่ ๑๔๐ เซนติเมตรขึน้ ไป ถ้าขนาดสูงหรือขนาดรอบตัวอยา่ งใด
อยา่ งหนึ่งตา่ กว่ากาหนดน้ี ให้ถือวา่ เปน็ คนไม่ได้ขนาดจะส่งเข้ากองประจาการไมไ่ ด"้

 การตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจาการหรือที่รู้จักกันดี
คือ การเกณฑ์ทหารน้ันตามปกติกระทรวงกลาโหม ได้กาหนดไว้ในเดือนเมษายน(วันที่ ๑เมษายน ถึง
วันที่ ๑๑ เมษายน ของทุกปี) ดังน้ันทหารกองเกินเมื่อได้รับหมายเรียกแล้วจะต้องไปเข้ารับการตรวจ
เลือกตามวัน เวลาและสถานที่ที่กาหนดในหมายเรียก ทั้งน้ี โดยนาหลักฐานต่าง ๆ ได้แก่ ใบสาคัญ
ทหารกองเกิน (แบบ สด.๙), หมายเรียก(แบบ สด.๓๕.) ,บัตรประจาตัวประชาชน, ประกาศนยี บัตร หรือ
หลกั ฐานทางการศึกษา ไปแสดงด้วยหากทหารกองเกินผู้ใดไม่ไปถือวา่ หลีกเลี่ยงขัดขืน

CHAPTER 9 : กฎหมายที่ประชาชนควรรู้ หน้า 186

 กฎหมายทรพั ย์สินทางปัญญา

ทรัพยส์ ินทางปัญญา หมายถึง ผลงานอันเกิดจากการประดิษฐ์ คิดค้น หรือสร้างสรรค์ของมนุษย์
ซง่ึ เน้นทีผ่ ลผลิตของสตปิ ญั ญาและความชานาญ

ประเภท ลกั ษณะ
 ลขิ สทิ ธ์ิ - เปน็ กฎหมายที่มีไวค้ ุ้มครองงานสร้างสรรคท์ ี่มีลักษณะเป็นงานศิลปกรรม
วรรณกรรม งานถ่ายภาพ งานแพร่ภาพกระจายเสียง หรืองานทางด้าน
 สทิ ธบิ ตั ร ศลิ ปะอืน่ ๆ ซงึ่ มีระบุไว้ในพรบ.ลิขสิทธ์ิ ดังต่อไปนี้

 เครอื่ งหมายการคา้  งานวรรณกรรม (รวมไปถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร)์
 งานการแสดง
 งานวิจิตรศลิ ป์ ศิลปกรรม ไดแ้ ก่ ภาพวาด ภาพเขียน งานพิมพ์ งาน
ตกแต่งสถาปัตย์ งานดนตรี งานบันทึกเสียง งานโสตทัศนวัสดุ งาน
ภาพยนตร์ งานแพรเ่ สียงแพร่ภาพ
- ลิขสิทธ์ิจะได้รับความคุ้มครองทันทีเมื่อมีการสร้างขึ้นมา ซ่ึงจริงๆ แล้ว
ไม่จาเป็นต้องไปจดทะเบียนก็ได้ แต่ถ้าเกิดว่าเราต้องการหลักฐาน
สามารถไปจดแจ้งลิขสิทธิ์ได้กับกรมทรัพยส์ ินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์
- ลิขสิทธิ์ จะคุ้มครองตัวมันเองจนถึงผู้สร้างสรรคเ์ สียชีวติ และคุ้มครองต่อ
ตั้งแต่ผู้สร้างสรรค์เสียชีวิตอีก 50 ปี จึงจะหมดอายุและเป็นของ
สาธารณะ (พูดงา่ ยๆ คือผู้สรา้ งสรรคเ์ สียชีวิต +50 ปี)
- สิทธิบัตรน้ันมีไว้เพื่อคุ้มครองงานประดิษฐ์ งานออกแบบผลิตภัณฑ์ หรือ
งานวิจัย ซึ่งจะต้องมีประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และสามารถผลิตได้ในระบบ
อุตสาหกรรมดว้ ย
- สิทธิบัตรน้นั จะตอ้ งจดทะเบียนกอ่ นจงึ จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย
โดยยึดหลักที่ว่าใครจดทะเบียนก่อนก็ไดม้ ีสิทธ์ิก่อน คนที่มาทีหลังก็จะไม่
สามารถจดทะเบียนซา้ เดิมกับที่เราจดไปแลว้ ได้
ประเภทของสิทธิบัตรแบ่งไดด้ ังนี้
2.1 สทิ ธบิ ัตรการประดิษฐ์ จะเปน็ ส่งิ ประดิษฐ์ ที่มขี ั้นตอนซับซอ้ น และ
เป็นส่งิ ที่คดิ คน้ ขึน้ มาใหม่ อายุการคุ้มครอง 20 ปี ตอ่ อายุไมไ่ ด้
2.2 อนสุ ิทธิบัตร จะเปน็ สงิ่ ประดษิ ฐง์ า่ ยๆ ขนั้ ตอนไม่ซบั ซ้อน และเป็น
ส่งิ ทีค่ ิดคน้ ข้ึนมาใหม่ อายุการคุ้มครอง 6 ปี ตอ่ อายุได้ 2 ครัง้ ครงั้ ละ 2 ปี
2.3 สทิ ธบิ ัตรออกแบบ จะเปน็ การออกแบบผลติ ภัณฑ์ ตา่ ง ๆ ที่มีรูปร่าง
รูปทรงทไี่ ม่เหมือนใครและเป็นการคิดค้นขึ้นมาใหม่ อายุการคุม้ ครอง 10 ปี
ต่ออายไุ มไ่ ด้
- เป็นตราสัญลักษณ์ของสินค้าหรือบริการร้านค้าต่าง ๆ จะมีอายุการ
คุม้ ครอง 10 ปี ต่ออายุได้ตลอด

กฎหมายเบื้องตน้ ส 30228 หนา้ 187

 กฎหมายในยุคดิจทิ ัล

CHAPTER 9 : กฎหมายทีป่ ระชาชนควรรู้ หน้า 188

แบบฝึกหัดที่ 9.1

คาชีแ้ จง จงเตมิ คาตอบลงในชอ่ งวา่ งให้ไดใ้ จความทีส่ มบูรณ์

1. กฎหมายทะเบียนราษฎรเป็นกฎหมายเกี่ยวกับ......................................................................................................................
2. คนเกดิ ในบา้ นกฎหมายกาหนดให้ .................................................หรือ........................................แจ้งต่อนายทะเบียน

ผูร้ ับแจ้งแหง่ ท้องทีท่ คี่ นเกิดภายใน ........................................วัน
3. สูตบิ ตั ร หมายถึง ..................................................................................................................................................................................
4. คนตายนอกบา้ นให.้ .....................................................................................หรือ...............................................................................

แจ้งตอ่ นายทะเบียนผูร้ ับแจง้ ภายใน...............................................................................นับแตเ่ วลาตาย
5. ทอ้ งที่ใดที่การคมนาคมไม่สะดวกกฎหมายขยายเวลาการแจ้งตายออกไปไดไ้ ม่เกิน ............................วัน
6. ผูใ้ ดฝา่ ฝืนไม่แจ้งเกดิ แจง้ ตายตามกาหนดเวลาต้องระวางโทษ ....................................................................................
7. การแจง้ ย้ายผูใ้ ดเข้ามาอยูใ่ นบ้าน เจา้ บา้ นตอ้ งนา..........................................................ไปแสดงตอ่ นายทะเบียน

ผู้รับแจ้งดว้ ย
8. ทะเบียนบ้าน หมายถึง ......................................................................................................................................................................
9. ประโยชนข์ องกฎหมายเกี่ยวกับทะเบียนราษฎร .................................................................................................................
10. กฎหมายกาหนดใหผ้ ู้ทีม่ ีสัญชาตไิ ทยตอ้ งมี ...........................................................................................................................
11. ชื่อตัวตอ้ งไม่พอ้ งหรือมุง่ หมายใหค้ ล้ายกับ ...........................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................................
12. ผู้มีสญั ชาตไิ ทยผูใ้ ดประสงคจ์ ะจดทะเบียนตั้งชอื่ สกลุ ให้ยื่นคาขอ ............................................................................
.............................................................................................................................................................................................................................
13. การเปลี่ยนชือ่ ตวั ทางราชการอนญุ าตใหเ้ ปลีย่ นได้เฉพาะ ............................................................................................
14. การใช้ชื่อสกุลของสตรี แยกเป็น 3 ประเภท คือ

1) หญิงมีสามี .........................................................................................................................................................................................
2) หญงิ หมา้ ยโดยการหยา่ .............................................................................................................................................................
3) หญิงหม้ายโดยการตายของสามี ...........................................................................................................................................
15. ผูม้ ีสทิ ธิอนญุ าตให้ใชช้ ือ่ สกุลรว่ ม ได้แก่
1) ..............................................................................................................................................................................................................
2) .............................................................................................................................................................................................................
3)...............................................................................................................................................................................................................

กฎหมายเบือ้ งตน้ ส 30228 หน้า 189

แบบฝึกหัดที่ 9.2 อา่ นสถานการณ์ แลว้ ตอบคาถาม

สถานการณ์ที่ 1

พ.ศ 2558 ณภัทรมีอายุ 18 ปี เขาจึงไปขึ้นบัญชีทหารกองเกิน
ที่สัสดีอาเภอ หรือ เขต เมื่อเวลาผ่านไป 3 ปี เขามีอายุ 21 ปี จึงไป
แสดงตนเพื่อรับหมายเรียกเข้ารับการตรวจเลอื กทหารกองประจาการ

1. จากสถานการณ์ดังกลา่ วณภัทรปฏบิ ัตติ นตามกฎหมายใด
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
2. หากณภัทรไม่ไปแสดงตนเพื่อรับหมายเรียกเข้ารับการตรวจเลอื กทหารประจาการจะไดร้ ับโทษอย่างไร
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................

สถานการณ์ที่ 2

วัลลีเป็นพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เธอได้รับเงิน
ค่าจ้างจากการทางานเดือนละ 30,000 บาท เธอจึงต้อง
เสียภาษีเงนิ ได้ บุคคลธรรมดาตามที่กฎหมายกาหนด

1. จากสถานการณด์ ังกล่าววัลลีปฏบิ ัติตนตามกฎหมายใด
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................
2. หากวัลลีไมช่ าระภาษีเงนิ ไดภ้ ายในเวลาทีก่ าหนดจะเป็นอยา่ งไร
......................................................................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................................................................

หนา้ 190

Lecture note 

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

กฎหมายเบื้องตน้ ส 30228 หนา้ 191

Lecture note 

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

หนา้ 192

Lecture note 

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

บรรณานุกรม

คมกรชิ วัฒนาเสถียร . ความรเู้ บอื้ งตน้ เกยี่ วกบั กฎหมายทวั่ ไป. พมิ พ์ครงั้ ที่ 8.กรุงเทพ ฯ
สานกั พมิ พบ์ ณั ฑิตไทย .2558

จิตตวิ ัฒน์ ทองนวล และคณะ.เอกสารประกอบการเรยี นการสอนสอบตรงเขา้ คณะนติ ศิ าสตร์ .โครงการ
เตรยี มสมองสู่คณะทีใ่ ชส่ าขาที่ชอบ.2554

ซินดี้ . พรอ้ มสอบเขา้ นติ ศิ าสตร.์ พิมพค์ รั้งที่ 2. นนทบุรี .: อมรนิ ทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์ จากัด .2562
พิเดช ปรางทอง . สรปุ สงั คม ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย . พมิ พค์ รั้งที่ 12 . เชียงใหม่ : สานกั พิมพ์สถาบัน

สอนสังคม อ.ปุ๊ สับแหลก. 2559
พรรษวัฒน์ พูนทองพัฒน์ และคณะ . เตรยี มสอบเขา้ นติ ศิ าสตร์ ความรเู้ บอื้ งตน้ เกยี่ วกบั กฎหมายทวั่ ไป.

พิมพค์ รัง้ ที่ 8 .กรุงเทพ ฯ : วิญญชู น .2559
สุคนธ์ สินธพานนท์ และคณะ .กฎหมายทปี่ ระชาชนควรรู้ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4-6 . พมิ พค์ รงั้ ที่ 6.

กรุงเทพฯ: สานกั พมิ พ์อักษรเจรญิ ทศั น์ . 2561
สุรียร์ ตั น์ หวังใจชืน่ . เอกสารประกอบการเรยี นรายวชิ าความรเู้ กยี่ วกบั กฎหมายเบอื้ งตน้ .

โรงเรยี นสตรีนครสวรรค์ .2553
อธิป ล้ิมไพบูลย์ และคณะ . คมู่ อื เตรยี มสอบคณะนติ ศิ าสตร์ มนั่ ใจเตม็ 100 . นนทบุรี : ไอดีซี. 2559


Click to View FlipBook Version