The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนภาคเรียนที่1ปีการศึกษา2560

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chatreewr chatreewr, 2019-11-15 18:06:30

แผนการสอนภาคเรียนที่1ปีการศึกษา2560

แผนการสอนภาคเรียนที่1ปีการศึกษา2560

2.5 แบบบันทกึ การออกแบ
กิจกรรมตามตวั

2-5-1

บบหนว่ ยการเรียนรู้/การออกแบบ
วช้วี ดั /(โครงการสอน)

แบบบันทึกการวิเคราะห์กิจ
สาระการเร

วิชาฟิสกิ ส์ 1 รหัสวิชา
สาระฟิสกิ ส์
1 เขา้ ใจธรรมชาติทางฟิสิกส์ ปริมาณและกระบวนการวัด การเคลือ่ นที่แนว

สมดุลกลของวัตถุ งาน และกฎการอนรุ กั ษพ์ ลังงานกล โมเมนตัมและกฎ

ผลการเรยี นรู้ นักเรยี นทาอะไรได้ นกั เรยี น ปร
รูอ้ ะไร ต

หนว่ ยที่ 1 การศกึ ษาวชิ า 1.อธิบายการคน้ หา 1.ความร้ทู างฟิสิกส์ 1.ควา
1.สบื ค้น และอธิบายการ ความรู้ทางฟสิ กิ ส์ 2.ประวตั ิความเปน็ (K)
คน้ หาความร้ทู างฟสิ ิกส์ 2.ประวตั คิ วามเป็นมา 3.พัฒนาการของ 2.กระ
ประวตั คิ วามเป็นมา รวมทัง้ บวนก
พัฒนาการของหลักการและ รวมทง้ั พัฒนาการของ หลักการและแนวคดิ
แนวคิดทางฟิสกิ สท์ มี่ ผี ลต่อ
การแสวงหาความรู้ใหมแ่ ละ หลักการและแนวคดิ ทาง ทางฟสิ กิ ส์
การพฒั นาเทคโนโลยี
ฟสิ กิ สท์ ี่มผี ลต่อการ
(บูรณาการหลกั สูตรท้องถน่ิ และ
ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง) แสวงหาความรใู้ หมแ่ ละ

การพัฒนาเทคโนโลยี

2-5-2

จกรรมการจัดการเรยี นรูต้ ามตัวช้ีวัด
รยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์
ว30201 ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 4

วตรงแรงและกฎการเคลือ่ นทีข่ องนิวตัน กฎความโน้มถ่วงสากล แรงเสียดทาน
ฎการอนรุ ักษโ์ มเมนตัม การเคลื่อนท่แี นวโคง้ รวมท้งั นาความรูไ้ ปใช้ในประโยชน์

ระเภท สมรรถนะสาคัญ คุณลกั ษณะ แนวทางการจัด แนวการวดั
ตวั ช้วี ัด ของผ้เู รยี น อันพงึ ประสงค์ การเรยี นรู้ และประเมินผล

ามรู้ 1. ความสามารถใน 1.มวี นิ ยั 1. นาเข้าสู่บทเรยี น ดา้ นความรู้
การสอ่ื สาร 2.ใฝเ่ รียนรู้ โดยการตง้ั คาถาม 1. กระบวนการทาง
ะ 2.ความสามารถใน 3.ม่งุ ม่ันในการทางาน หรอื ให้นกั เรยี น วทิ ยาศาสตร์ในการ
การ (P) การคดิ 4.มีจิตสาธารณะ ยกตัวอยา่ ง สืบเสาะหาความรู้
3. ความสามารถใน เหตุการณ์ ทางฟิสิกส์ จากการ
การแก้ปัญหา ต่าง ๆ ที่เก่ียวขอ้ ง สรุปและการเขยี น
กบั การสืบเสาะ ผงั มโนทศั น์
ค้นพบทางฟิสกิ ส์ 2. ประวตั ิความ
และนกั วทิ ยาศาสตร์ เปน็ มาของ
ทีร่ ูจ้ กั พัฒนาการทาง
2. ยกตัวอย่าง ฟิสิกส์ ฟสิ กิ ส์
เกย่ี วกับการค้นพบ กับการพฒั นา
ทางฟสิ กิ ส์ จากนั้น วิทยาศาสตร์
ใหน้ ักเรยี นสบื ค้น เทคโนโลยี และการ
และอภิปรายร่วมกัน แสวงหาความรู้ใหม่



2-5-3

โดยเน้นท่ี จากการสรปุ การทา

กระบวนการทาง แบบฝึกหดั

วิทยาศาสตร์และ และแบบทดสอบ

บุคลิกลักษณะอันพงึ ดา้ นทกั ษะ

ประสงค์ของ การลงความเหน็ จาก

นักวิทยาศาสตร์ ข้อมลู การสอื่ สาร

3. จัดกิจกรรม เช่น สารสนเทศ

เกม ละครทาง และการรเู้ ทา่ ทนั สื่อ

วทิ ยาศาสตร์ เพ่อื ให้ ความรว่ มมอื การ

นกั เรียนเขา้ ใจ ทางานเป็นทมี

เกย่ี วกับ และภาวะผ้นู าการ

กระบวนการทาง คิดอย่างมี

วิทยาศาสตร์ในการ วิจารณญาณและ

สืบเสาะหาความรู้ การแก้ปญั หา จาก

ทางฟิสิกส์ การทากจิ กรรม

4. จดั กิจกรรม ด้านจิต

เก่ียวกบั การคน้ พบ วิทยาศาสตร์

ทางฟสิ ิกส์ เพื่อให้ ความอยากรอู้ ยาก

นักเรียนได้รับ เห็น และความ

ประสบการณ์ รอบคอบ จากการ

ตรงในการคน้ หา เขยี นรายงานและ

หลกั การหรอื องค์ จากการนาเสนอผล

ความรูท้ างฟสิ กิ ส์

โดยใช้กระบวนการ

สืบเสาะหาความรู้

และอภิปรายร่วมกนั



2-5-4

เกี่ยวกับกิจกรรม
5. ให้นกั เรียนสบื ค้น
และอภิปรายร่วมกัน
โดยเน้นการ
เช่อื มโยงการค้นพบ
ในอดตี กับการ
พัฒนาเทคโนโลยี
เพือ่ ประยุกตใ์ ช้ใน
ชีวิตประจาวันและ
การนาเทคโนโลยไี ป
ใชค้ ้นหาความรู้ใหม่
ในทางวทิ ยาศาสตร์
ซง่ึ อาจให้
นกั เรียนเสนอ
สถานการณ์ท่ี
สามารถนาวิธกี าร
ทางวิทยาศาสตร์ มา
เป็นเครื่องมอื หา
คาตอบ จากนน้ั
นาเสนอผล
6. ใหน้ ักเรยี นสรปุ
เพอ่ื ตรวจสอบ
ความรคู้ วามเข้าใจ

ผลการเรยี นรู้ นกั เรยี นทาอะไรได้ นักเรียน ปร
รอู้ ะไร ต

2.วัดและรายงานผลการวดั 1.อธิบายความหมาย 1.ความหมายของการ 1.ควา
ปริมาณทางฟิสิกสไ์ ดถ้ กู ตอ้ ง ของการวัด วดั (K)
เหมาะสม โดยนาความ 2.ทดลองการวัด 2.ทดลองการวัด 2.กระ
คลาดเคล่ือนในการวดั มา 3.ทดลองเขียนกราฟ 3.ความหมายของ บวนก
พิจารณาในการนาเสนอ 4.อธบิ ายความหมาย กราฟ
ผลรวมท้งั แสดงผลการ ของกราฟ
ทดลองในรูปของกราฟ
วิเคราะห์และแปล
ความหมายจากกราฟ
เส้นตรง

2-5-5

ระเภท สมรรถนะสาคัญ คุณลักษณะ แนวทางการจดั แนวการวัด
ตัวชี้วดั ของผู้เรยี น อนั พึงประสงค์ การเรยี นรู้ และประเมินผล

ามรู้ 1. ความ สามารถใน 1.มวี นิ ยั 1. นาเข้าสูบ่ ทเรยี น ดา้ นความรู้
การสอื่ สาร 2.ใฝเ่ รียนรู้
ะ 2.ความ สามารถใน 3.มุ่งมน่ั ในการทางาน โดยการตงั้ คาถาม 1. เหตุผลความ
การ (P) การคิด 4.มจี ติ สาธารณะ
3. ความ สามารถใน หรือให้นักเรยี น จาเปน็ ทตี่ ้องวดั ได้
การแก้ปญั หา
ยกตวั อย่าง อยา่ งเหมาะสม

เหตุการณ์หรือ และถูกตอ้ ง ความ

สถานการณต์ า่ ง ๆ เปน็ มาของการวดั

ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การ หนว่ ย และ

วดั จากนนั้ อภปิ ราย สัญกรณ์

ร่วมกนั เก่ยี วกบั วทิ ยาศาสตร์ จาก

เหตุผลและความ การอภิปรายรว่ มกนั

จาเปน็ ทตี่ ้องวดั ได้ และการสรปุ

อยา่ งเท่ียงตรงและ 2. เครื่องมอื วัด การ

แม่นยา รวมทง้ั เลือกใชเ้ ครื่องมือวัด

ความเปน็ มาของการ และวธิ กี ารวดั

วัดและหนว่ ย ให้เหมาะสมกับสง่ิ ที่

2. จัดกจิ กรรม ตอ้ งการวดั จากการ

เพอ่ื ใหน้ กั เรยี น ทากิจกรรม

ศกึ ษาเกีย่ วกบั การทาแบบฝึกหดั

เครื่องมอื วดั ชนดิ และแบบทดสอบ

ตา่ ง ๆ ท่ีหลากหลาย 3. การนาเสนอผล

รวมทั้งการใชง้ านให้ การวดั ทีถ่ กู ตอ้ ง

เหมาะสม เหมาะสม โดย



2-5-6

3. ใหน้ ักเรยี นทา คานงึ ถึงความ

กิจกรรมการใช้ คลาดเคล่ือนในการ

เครื่องมือวัด เช่น วดั เลขนยั สาคัญ

เคร่อื งชงั่ สปรงิ เวอร์ หน่วย และ

เนียร์แคลิเปอร์ สญั กรณ์

ไมโครมิเตอร์ เพื่อให้ วทิ ยาศาสตร์ จาก

นักเรียนไดเ้ รยี นรู้ การทาแบบฝกึ หดั

และฝกึ ทกั ษะการใช้ และแบบทดสอบ

เคร่อื งมอื วัด วิธีการ 4. การเขยี นกราฟ

วัด การอ่านคา่ ท่ีวดั การวิเคราะหแ์ ละ

ได้ และนาเสนอผล การแปลความหมาย

การวดั ท่ีถกู ตอ้ ง จากกราฟเส้นตรง

เหมาะสม โดย จากการทา

คานึงถึงความ แบบฝกึ หัดและ

คลาดเคลอ่ื น เลข แบบทดสอบ

นัยสาคญั หน่วย ดา้ นทักษะ

และสญั กรณ์ 1. การวัด การใช้

วทิ ยาศาสตร์ จานวน การจดั

4. ตงั้ คาถาม กระทาและสอ่ื

เก่ยี วกับกิจกรรมใน ความหมาย

ข้อ 3 จากน้นั ให้ เสนอขอ้ มูล การ

นกั เรยี นอภปิ ราย ตคี วามหมายและลง

ร่วมกันเกยี่ วกับ ข้อสรุป จากการ

ข้อจากัดของ ทากิจกรรม การทา

เครอื่ งมอื วดั แตล่ ะ แบบฝกึ หดั และ

ชนดิ ความคลาด แบบทดสอบ



2-5-7

เคลือ่ นเลขนยั สาคญั 2. ความรว่ มมือ การ
หนว่ ย และสญั กรณ์ ทางานเป็นทมี และ
วิทยาศาสตร์ ภาวะผนู้ า
และการส่อื สาร
5. ใหน้ กั เรยี นทา สารสนเทศและการ
กิจกรรมโดยนาขอ้ มลู รเู้ ท่าทนั ส่ือ
ความสมั พันธ์ของ จากการอภิปราย
ร่วมกัน การทา
ปรมิ าณสองปริมาณท่ี กิจกรรม และการ
กาหนดให้ เช่น มวล นาเสนอผลการวดั
กับปริมาตรของวัตถุ ด้านจติ
กระแสไฟฟา้ กับความ วิทยาศาสตร์
ตา่ งศกั ย์แรงดึงกบั ความอยากร้อู ยาก
ระยะยดื ของสปริง เหน็ ความซอ่ื สตั ย์
ปริมาตรกบั อณุ หภูมิ และความ
ของแก๊ส ความเรว็ กับ รอบคอบ จากการ
เวลาที่มคี วามเร่งคง อภปิ รายรว่ มกัน
ตัว มาเขียนกราฟ การทากจิ กรรม
รวมท้ังวิเคราะห์และ และการนาเสนอผล
แปลความหมายจาก การวดั
กราฟเส้นตรง เชน่
ความชัน จดุ ตดั แกน
พนื้ ทใี่ ต้กราฟ
6. ให้นกั เรียน
อภปิ รายร่วมกัน
เกี่ยวกบั การใช้
คณติ ศาสตร์ใน
การศกึ ษา ค้นคว้า
และการสอื่ สาร
สาหรบั ฟิสกิ ส์



2-5-8

7. ให้นักเรยี นสรุปเพ่อื
ตรวจสอบความรู้
ความเข้าใจ

ผลการเรยี นรู้ นกั เรยี นทาอะไรได้ นกั เรียน ปร
รู้อะไร ต

หน่วยท่ี 2 การเคลือ่ นทีใ่ น 1.ทดลอง และอธิบาย 1.ความสมั พันธ์ 1.ควา
แนวตรง ความสมั พันธร์ ะหวา่ ง ระหวา่ ง ตาแหน่ง การ (K)
3.ทดลอง และอธบิ าย ตาแหนง่ การกระจัด กระจดั ความเร็ว และ 2.กระ
ความสัมพันธร์ ะหวา่ ง ความเรว็ และความเรง่ ความเร่ง ของการ บวนก
ตาแหนง่ การกระจดั ของการเคลือ่ นที่ของ เคลือ่ นท่ีของวัตถใุ น
ความเรว็ และความเร่ง ของ วตั ถใุ นแนวตรงท่มี ี แนวตรงที่มีความเรง่
การเคลอื่ นท่ขี องวตั ถุในแนว ความเรง่ คงตวั จากกราฟ คงตัวจากกราฟและ
ตรงทม่ี คี วามเร่งคงตวั จาก และสมการ สมการ
กราฟและสมการ รวมท้งั 2.ทดลองหาค่าความเร่ง 2.ความเร่งโนม้ ถ่วง
ทดลองหาค่าความเรง่ โนม้ ของโลกและคานวณ
ถว่ งของโลก โน้มถ่วงของโลกและ ปริมาณตา่ ง ๆ ที่
และคานวณปรมิ าณตา่ ง ๆ เกย่ี วขอ้ ง
ทีเ่ กีย่ วขอ้ ง คานวณปรมิ าณต่าง ๆ ท่ี

เก่ยี วข้อง

2-5-9

ระเภท สมรรถนะสาคญั คุณลักษณะ แนวทางการจดั แนวการวดั
ตวั ชี้วดั ของผเู้ รยี น อนั พึงประสงค์ การเรยี นรู้ และประเมนิ ผล

ามรู้ 1. ความ สามารถใน 1.มวี นิ ยั 1. นาเขา้ สบู่ ทเรยี น ด้านความรู้
การสื่อสาร 2.ใฝเ่ รยี นรู้ โดยการตงั้ คาถาม 1. การเคลือ่ นที่ใน
ะ 2.ความ สามารถใน 3.มงุ่ มั่นในการทางาน หรือใหน้ ักเรยี น แนวตรงดว้ ย
การ (P) การคดิ 4.มีจติ สาธารณะ ยกตัวอยา่ ง ความเร่งคงตัว และ
3. ความ สามารถใน เหตกุ ารณ์ ปรมิ าณต่าง ๆ ที่
การแก้ปญั หา ต่าง ๆ ท่เี กยี่ วข้อง เกยี่ วข้อง จากการ
กบั การเคล่อื นทข่ี อง อภปิ รายร่วมกนั
วตั ถุ จากนัน้ ให้ การสรุป การทา
นกั เรียนอภิปราย แบบฝกึ หดั และ
รว่ มกันเก่ียวกับ แบบทดสอบ
ลักษณะการ 2. ความเร่งโนม้ ถ่วง
เคลือ่ นที่ของวตั ถุ ของโลก และผลตอ่
และนาเสนอผล การเคล่อื นที่
2. อภปิ รายรว่ มกนั ของวัตถุในแนวดิง่
เพอ่ื ทบทวนความ จากการวเิ คราะห์
เขา้ ใจเก่ียวกบั ลกั ษณะ
ปรมิ าณตา่ ง ๆ ของ การเคลอ่ื นที่ของ
การเคลอ่ื นท่ี เชน่ วตั ถจุ ากกราฟ การ
ระยะทาง การ ทาแบบฝกึ หัด
กระจดั อตั ราเรว็ และแบบทดสอบ
และความเร็ว ดา้ นทักษะ
3. ยกสถานการณ์ 1. การวัด การ



2-5-10

เพื่อให้ความรู้ ทดลอง การจัด
เก่ียวกบั ตาแหนง่ กระทาและสอื่
จากนัน้ อภปิ ราย ความหมาย
รว่ มกัน ข้อมลู การ
เกี่ยวกับ การนา ตีความหมายข้อมลู
ตาแหนง่ ไปใช้หา และลงขอ้ สรุป
ระยะทางและการ การสอ่ื สาร
กระจดั เพือ่ นาไปสู่ สารสนเทศและ
อัตราเร็วและ ความร่วมมือ
ความเร็ว โดยมกี าร การทางานเปน็ ทมี
เนน้ ว่า การกระจดั และภาวะผ้นู าจาก
ความเร็ว และ การทาการทดลอง
ความเรง่ เป็น และรายงานผลการ
ปริมาณเวกเตอร์ ทดลอง
ส่วนระยะทางและ 2. การใช้จานวน ใน
อัตราเรว็ เป็น การหาปรมิ าณต่าง
ปริมาณสเกลาร์ ๆ ท่ีเกย่ี วข้อง
4. ยกสถานการณ์ กบั การเคลือ่ นทแ่ี นว
เพ่อื ใหค้ วามรู้ ตรงทมี่ ีความเร่งคง
เกยี่ วกบั ความเรง่ ตวั จากแบบฝึกหดั
จากนน้ั ให้นักเรยี น และแบบทดสอบ
ทากิจกรรมเพื่อ ดา้ นจิต
ศึกษาความเรว็ เฉลีย่ วทิ ยาศาสตร์
ความเรว็ ขณะหน่งึ 1. ความซ่ือสตั ย์
ความเร่งเฉลย่ี และ และความรอบคอบ
ความเร่งขณะหนึง่ จากรายงาน



2-5-11

โดยใช้มอื ดึงแถบ ผลการทดลอง
กระดาษผ่านเคร่อื ง 2. ความมุ่งม่ัน
เคาะสญั ญาณเวลา อดทน จากการทา
วิเคราะห์ และ การทดลองและ
นาเสนอผล จากนน้ั การอภปิ รายร่วมกนั
อภปิ รายรว่ มกนั จน
สรปุ ไดว้ ่า ในการ
เคล่ือนที่ของวตั ถใุ ด
ๆ ความเรว็ และ
ความเร่งอาจไมค่ ง
ตวั
5. ให้นกั เรียน
ทดลองการเคลื่อนท่ี
แนวราบท่ีมีความเรง่
คงตวั พรอ้ มทัง้ เขยี น
กราฟความเร็วกับ
เวลา จากน้ัน
อภปิ รายร่วมกนั จน
สรปุ ได้ความสัมพนั ธ์
ตามสมการ
v=u+at
s=(u+v)t/2
s=ut+1/2at^2
v^2=u^2+2as
6. ให้นกั เรียน
ทดลองหาค่า



2-5-12

ความเร่งโนม้ ถ่วง
ของโลกจากการตก
แบบเสรีของ
วัตถุ นาเสนอผล
และอภปิ รายร่วมกัน
7. ใหน้ กั เรียน
อภปิ รายร่วมกนั
เกีย่ วกบั การ
เคลอื่ นทแ่ี นวตรง ทั้ง
ความเร็วคงตัว
และความเรง่ คงตวั
โดยวิเคราะห์
ลกั ษณะการ
เคล่ือนท่ขี องวัตถุ
จากกราฟหรอื เขยี น
กราฟจากข้อมลู การ
เคลื่อนท่ีของวตั ถุ
8. ยกตวั อยา่ งการ
คานวณปรมิ าณต่าง
ๆ ทีเ่ กย่ี วข้องกับการ
เคลื่อนทีแ่ นวตรง
ที่มีความเร่งคงตัว
โดยใหน้ กั เรยี นรว่ ม
เสนอแนวคิดและ
หลกั การในการ
แก้ปัญหา



2-5-13

9. ให้นักเรยี นสรุป
เพือ่ ตรวจสอบ
ความรูค้ วามเขา้ ใจ

ผลการเรยี นรู้ นกั เรียนทาอะไรได้ นักเรยี น ปร
รอู้ ะไร ต

หนว่ ยท่ี 3 แรงและกฎการ 1.ทดลอง และอธิบาย 1.แรงลัพธข์ องแรงสอง 1.ควา
เคลอ่ื นที่ การหาแรงลัพธข์ องแรง แรงท่ีทามมุ ต่อกัน (K)
4.ทดลอง และอธิบายการ สอง แรงทที่ ามมุ ตอ่ กัน
หาแรงลัพธข์ องแรงสอง แรง 2.กระ
ที่ทามมุ ต่อกัน บวนก
(บูรณาการหลกั สตู รทอ้ งถิ่น
และปรชั ญาเศรษฐกจิ
พอเพยี ง)

2-5-14

ระเภท สมรรถนะสาคญั คณุ ลักษณะ แนวทางการจัด แนวการวัด
ตวั ชี้วดั ของผู้เรียน อนั พึงประสงค์ การเรยี นรู้ และประเมินผล

ามรู้ 1. ความ สามารถใน 1.มีวนิ ยั 1. นาเข้าสบู่ ทเรยี น ดา้ นความรู้
การสอ่ื สาร 2.ใฝเ่ รียนรู้ โดยการสาธติ ออก 1. การหาขนาดและ
ะ 2.ความ สามารถใน 3.มุ่งม่ันในการทางาน แรงสองแรงท่ีทามมุ ทิศทางของแรงลัพธ์
การ (P) การคดิ 4.มีจิตสาธารณะ ตอ่ กนั กระทาตอ่ เมือ่ มแี รง
3. ความ สามารถใน วตั ถหุ นงึ่ ให้นักเรยี น สองแรงทีท่ ามมุ ตอ่
การแก้ปญั หา สังเกตทิศทางการ กันกระทาต่อวตั ถมุ ี
เคลื่อนทข่ี องวตั ถุ ผลทาให้วตั ถุ
จากนั้นอภิปราย เคลื่อนท่ีในทิศ
รว่ มกนั และนาเสนอ เดยี วกบั แรงลัพธ์
ผล จากรายงานผลการ
2. อภปิ รายรว่ มกัน ทดลอง การสรุป
เพอื่ ทบทวนความรู้ การทาแบบฝกึ หดั
เกยี่ วกบั แรงเปน็ และ แบบทดสอบ
ปริมาณเวกเตอร์ 2. การเปล่ยี นสภาพ
รวมท้งั การเขยี น การเคลื่อนที่ของ
ลกู ศรแทนแรง วัตถุเมอ่ื แรงลัพธ์
3. ใหน้ กั เรียน ทีก่ ระทาตอ่ วัตถไุ ม่
ทดลองหาขนาดและ เปน็ ศูนย์ จากการ
ทิศทางของแรงลัพธ์ อภิปรายรว่ มกัน
เมื่อมแี รงกระทา และการสรุป
ตอ่ วัตถสุ องแรง เพอื่ ด้านทักษะ
หาแรงลัพธโ์ ดยวิธี 1. การวดั การ



2-5-15

สรา้ งรปู สามเหลยี่ ม ทดลอง การจัด

และวิธีสร้าง กระทาและสอ่ื

รปู สเ่ี หลยี่ มดา้ น ความหมาย

ขนาน ข้อมลู การ

4. ตงั้ คาถาม และให้ ตคี วามหมายข้อมลู

นักเรยี นอภิปราย และลงข้อสรปุ

รว่ มกนั เกี่ยวกบั การ ความร่วมมือ การ

หาแรงลัพธ์ ทางานเปน็ ทีมและ

เม่อื มแี รงกระทาตอ่ ภาวะผู้นาจากการ

วตั ถุมากกว่าสองแรง อภิปรายร่วมกนั

ในระนาบเดยี วกนั การทาการทดลอง

5. ให้ความรเู้ รอ่ื ง และรายงานผลการ

การแยกแรง ทดลอง

ออกเปน็ แรงยอ่ ย 2. การส่อื สาร

สองแรงทีต่ ัง้ ฉากกัน สารสนเทศและการ

และการคานวณแรง ร้เู ท่าทนั ส่อื จากการ

ลัพธ์โดยใช้แรงย่อย อภิปรายร่วมกันและ

6. สาธติ กิจกรรม การนาเสนอผล

เกยี่ วกับแรงลัพธ์ที่ 3. การใช้จานวน ใน

กระทาต่อวัตถไุ ม่ การหาแรงลพั ธเ์ ม่อื

เปน็ ศนู ย์ ใหน้ ักเรียน มแี รงมากกว่า

สงั เกตและอภิปราย หนงึ่ แรง จาก

ร่วมกันจนสรุปได้ว่า รายงานผลการ

วัตถุจะเปล่ียนสภาพ ทดลอง แบบฝึกหัด

การเคลือ่ นที่ และแบบทดสอบ

เมือ่ แรงลพั ธท์ ี่ ดา้ นจิต



2-5-16

กระทาตอ่ วัตถุมคี า่ วทิ ยาศาสตร์
ไม่เปน็ ศูนย์ 1. ความซอ่ื สตั ย์
7. ยกตัวอย่างการ และความรอบคอบ
คานวณแรงลัพธ์ จากรายงาน
เม่อื มีแรงมากกว่า ผลการทดลอง
หนึง่ แรงกระทาต่อ 2. ความมุ่งม่นั
วตั ถจุ ากนน้ั ให้ อดทน จากการ
นกั เรียนรว่ มเสนอ ทดลองและการ
แนวคดิ และหลักการ อภปิ ราย
ในการแก้ปัญหา รว่ มกนั
8. ให้นักเรยี นสรุป
เพือ่ ตรวจสอบ
ความรู้ความเขา้ ใจ

ผลการเรยี นรู้ นักเรียนทา นกั เรยี น ปร
อะไรได้ รอู้ ะไร ต

5.เขยี นแผนภาพของแรงที่ 1.เขยี นแผนภาพของ 1.แผนภาพของแรงที่ 1.ควา
กระทาตอ่ วัตถอุ สิ ระทดลอง แรงทกี่ ระทาตอ่ วัตถุ กระทาตอ่ วตั ถุอสิ ระ (K)
และอธิบายกฎการเคลอ่ื นท่ี อิสระ ทดลอง 2.กระ
ของนิวตนั และการใช้กฎการ 2.ทดลองและ อธิบาย 2.กฎการเคลื่อนทข่ี อง บวนก
เคล่ือนทข่ี องนิวตนั กับสภาพ กฎการเคลื่อนทขี่ องนิว นวิ ตนั
การเคล่ือนท่ีของวัตถุ ตัน 3.การใช้กฎการ
รวมทั้งคานวณปริมาณตา่ ง 3.ใชก้ ฎการเคล่อื นทข่ี อง เคล่อื นทขี่ องนิวตันกับ
ๆทเ่ี กยี่ วขอ้ ง นิวตนั กบั สภาพการ สภาพการเคลือ่ นท่ี
เคล่อื นทีข่ องวัตถุ ของวัตถุ
4.คานวณปรมิ าณตา่ ง ๆ 4.ปรมิ าณต่าง ๆที่
ทเี่ กย่ี วข้อง เกยี่ วขอ้ ง

2-5-17

ระเภท สมรรถนะสาคญั คุณลกั ษณะ แนวทางการจัด แนวการวัด
ตัวชวี้ ดั ของผู้เรียน อันพึงประสงค์ การเรยี นรู้ และประเมินผล

ามรู้ 1. ความ สามารถใน 1.มีวนิ ัย 1. นาเขา้ สู่บทเรยี น ด้านความรู้
การส่ือสาร 2.ใฝเ่ รยี นรู้ โดยการยกตัวอย่าง 1. ความเฉ่ือย กฎ
ะ 2.ความ สามารถใน 3.มุง่ มั่นในการทางาน สถานการณ์เกีย่ วกบั การเคล่ือนท่ขี อง
การ (P) การคดิ 4.มจี ิตสาธารณะ การเคล่ือนท่ี นวิ ตนั และสภาพ
3. ความ สามารถใน ของวัตถุ เชน่ การ การเคลอ่ื นท่ีของ
การแกป้ ัญหา ปล่อยวัตถุให้ตกใน วตั ถุ จากการ
แนวดิ่งจนกระทบ อภปิ รายร่วมกนั
พนื้ ให้นกั เรยี น การสรุป การทา
อภปิ รายร่วมกนั แบบฝกึ หดั และ
เกี่ยวกับแรงที่ แบบทดสอบ
กระทาตอ่ วัตถุ 2. การเขียน
ขณะท่วี ตั ถอุ ยู่ในมือ แผนภาพของแรงท่ี
ขณะทว่ี ัตถกุ าลงั กระทากับวัตถุอสิ ระ
เคลอ่ื นท่ี ขณะทีว่ ตั ถุ จากการสรุป การทา
กระทบพ้นื และ แบบฝกึ หัดและ
ขณะที่วตั ถุหยดุ น่ิง แบบทดสอบ
2. ให้นกั เรียน ด้านทักษะ
อภปิ รายร่วมกนั 1. การวัด การ
เกี่ยวกบั ผลของแรง ทดลอง การจัด
ลพั ธ์ท่ีมีตอ่ สภาพ กระทาและสือ่
การเคลอ่ื นท่ีของ ความหมาย
วัตถุ กรณวี ตั ถุอยนู่ ง่ิ ขอ้ มูล การ



2-5-18

และวตั ถุเคล่อื นท่ี ตีความหมายข้อมูล

ด้วยความเร็วคงตัว และลงข้อสรปุ

จากนนั้ ใหค้ วามรู้ ความร่วมมอื การ

เกี่ยวกับความเฉือ่ ย ทางานเป็นทีมและ

และกฎการเคล่อื นท่ี ภาวะผนู้ าจากการ

ขอ้ ท่หี นึง่ ของนิวตนั อภิปรายร่วมกัน

3. ตง้ั คาถาม การทาการทดลอง

เก่ียวกับแรงลัพธ์ที่ และรายงานผลการ

กระทาต่อวัตถมุ คี ่า ทดลอง

ไมเ่ ป็นศูนย์ สภาพ 2. การสอ่ื สาร

การเคลื่อนทขี่ อง สารสนเทศและการ

วัตถุจะเป็นอยา่ งไร รู้เท่าทนั ส่ือ จากการ

ใหน้ กั เรยี นอภปิ ราย อภิปรายร่วมกนั และ

ร่วมกนั และนาเสนอ การนาเสนอผล

ผล 3. การใชจ้ านวน ใน

4. ใหน้ ักเรยี น การหาปรมิ าณต่าง

ทดลองเพอ่ื ศึกษา ๆ ท่ีเกย่ี วขอ้ ง

ความสัมพนั ธ์ กับการเคลื่อนท่ีของ

ระหว่างแรงลัพธท์ ่ี วตั ถโุ ดยใช้กฎการ

กระทาตอ่ เคลอ่ื นทขี่ อง

วัตถกุ บั ความเรง่ เมือ่ นิวตัน จากรายงาน

มวลของวัตถมุ คี า่ คง ผลการทดลอง การ

ตัว อภิปรายรว่ มกัน ทาแบบฝกึ หดั

จนสรุปได้ และแบบทดสอบ

ความสัมพันธต์ าม

กฎการเคล่ือนที่ข้อท่ี ด้านจติ



2-5-19

สองของนิวตัน ตาม วทิ ยาศาสตร์

สมการ F=ma 1. ความซือ่ สตั ย์

5. สาธิตเกี่ยวกบั แรง และความรอบคอบ

กิรยิ าและแรง จากรายงาน

ปฏกิ ริ ยิ า เชน่ การ ผลการทดลอง

ออกแรงดึงเครอ่ื งชง่ั 2. ความมงุ่ มนั่

สปริง อดทน จากการทา

สองอันท่ีเกี่ยวเขา้ การทดลอง

ดว้ ยกัน อภปิ ราย

ร่วมกันจนไดข้ ้อสรปุ

ตามกฎการ

เคลอ่ื นทข่ี อ้ ท่สี าม

ของนวิ ตัน

6. ให้ความรเู้ ก่ยี วกับ

การเขยี นแผนภาพ

ของแรงทกี่ ระทาตอ่

วัตถอุ ิสระใน

สถานการณ์ตา่ งๆ

เพอื่ แสดงแรงท่ี

กระทาต่อวตั ถแุ ละ

ใชห้ าแรงลพั ธท์ ่ี

กระทาต่อวตั ถุ

จากนัน้ ให้นกั เรยี น

ฝกึ การเขยี น

แผนภาพของแรงที่

กระทาต่อวัตถอุ สิ ระ



2-5-20

7. ยกตัวอยา่ งการ
คานวณปรมิ าณต่าง
ๆ ทีเ่ กย่ี วข้องกับการ
เคลอ่ื นทข่ี องวัตถุ
โดยใชก้ ฎการ
เคลือ่ นทข่ี องนวิ ตัน
โดยใหน้ กั เรียนรว่ ม
เสนอแนวคิดและ
หลกั การในการ
แก้ปญั หา
8. ให้นกั เรียนสรปุ
เพ่ือตรวจสอบ
ความรูค้ วามเขา้ ใจ

ผลการเรยี นรู้ นักเรียนทาอะไรได้ นกั เรยี น ปร
รู้อะไร ต

6.อธบิ ายกฎความโนม้ ถว่ ง 1.อธบิ ายกฎความโนม้ 1.กฎความโน้มถว่ ง 1.ควา
สากลและผลของสนามโน้ม ถ่วงสากล สากล (K)
ถว่ งท่ที าใหว้ ตั ถุ มีนา้ หนกั 2.อธบิ ายผลของสนาม 2.ผลของสนามโน้ม 2.กระ
รวมทงั้ คานวณปริมาณตา่ ง โน้มถว่ งทท่ี าให้วตั ถุ มี ถ่วงที่ทาใหว้ ตั ถุ มี บวนก
ๆ ที่เกี่ยวข้อง นา้ หนกั น้าหนกั
3.คานวณปรมิ าณตา่ ง ๆ 3.ปริมาณตา่ ง ๆ ที่
ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง เกี่ยวขอ้ ง

2-5-21

ระเภท สมรรถนะสาคญั คณุ ลักษณะ แนวทางการจดั แนวการวดั
ตัวชวี้ ดั ของผู้เรยี น อนั พึงประสงค์ การเรยี นรู้ และประเมนิ ผล

ามรู้ 1. ความ สามารถใน 1.มีวินัย 1. นาเขา้ ส่บู ทเรยี น ด้านความรู้
การสื่อสาร 2.ใฝเ่ รียนรู้ โดยทบทวนเก่ยี วกับ 1. กฎความโนม้ ถ่วง
ะ 2.ความ สามารถใน 3.มุ่งมนั่ ในการทางาน การตกของวัตถุสู่ สากล จากการ
การ (P) การคดิ 4.มีจติ สาธารณะ พนื้ ทเ่ี ป็นผลมาจาก อภปิ รายรว่ มกัน
3. ความ สามารถใน แรงโนม้ ถว่ งของโลก การสรุป การทา
การแกป้ ญั หา ดึงดดู วัตถุ แบบฝึกหัดและ
2. อภิปรายรว่ มกนั แบบทดสอบ
เพอ่ื ทบทวนความรู้ 2. สนามโน้มถ่วง
เร่ืองกฎการเคลื่อนท่ี แรงโนม้ ถ่วงและ
ของนวิ ตนั จากน้ัน น้าหนกั ของวตั ถุ
ให้ความรูเ้ ก่ยี วกบั กรณีท่วี ัตถุอย่ทู ผี่ วิ
กฎความโนม้ ถ่วง โลกและที่ตาแหนง่
สากลและ ใด ๆ หา่ งจาก
ยกตัวอยา่ งประกอบ ผิวโลก ตลอดจน
เพ่ือให้ นา้ หนักของวตั ถุบน
ทราบว่าแรงดึงดูด ดาวอ่ืน ๆ
ระหวา่ งมวลเปน็ แรง จากการสรุป การทา
คูก่ ริ ยิ า-ปฏกิ ริ ิยา ซึ่ง แบบฝกึ หัดและ
มีความสมั พันธ์ แบบทดสอบ
ตามสมการ ดา้ นทกั ษะ
3. ให้ความรู้และ 1. การส่อื สาร
ความหมายของ สารสนเทศและการ



2-5-22

สนามโนม้ ถ่วง ( ) รเู้ ท่าทนั สอื่

โดย จากน้นั ความรว่ มมอื การ

ต้งั คาถามเก่ยี วกับ ทางานเปน็ ทมี และ

คา่ สนามโนม้ ถว่ งใน ภาวะผู้นาจากการ

กรณีเมือ่ วตั ถอุ ย่ทู ่ี อภิปรายรว่ มกันและ

ตาแหน่งใด ๆ การนาเสนอผล

หา่ งจากผิวโลก ให้ 2. การใชจ้ านวน ใน

นกั เรียนอภิปราย การหาปรมิ าณตา่ ง

รว่ มกนั จนสรปุ ได้วา่ ๆ ท่เี กี่ยวข้องกบั

คา่ สนามโนม้ ถว่ ง กฎความโนม้ ถว่ ง

ของโลกทต่ี าแหนง่ สากล คา่ สนามโน้ม

ใดจะแปรผกผันกับ ถ่วงและนา้ หนักของ

ระยะทางท่ตี าแหนง่ วัตถุบนดาวอน่ื ๆ

นน้ั หา่ งจาก จากการทา

ศูนย์กลางของโลก แบบฝึกหัด

ยกกาลงั สอง และแบบทดสอบ

4. ใหค้ วามรู้เก่ยี วกบั ดา้ นจติ

ความสมั พันธ์ วิทยาศาสตร์

ระหวา่ งมวลและ การใช้วจิ ารณญาณ

น้าหนักของวตั ถุ จากการอภิปราย

อภิปรายรว่ มกันจน ร่วมกัน

สรุปได้ว่านา้ หนัก

เป็นแรงดึงดูดของ

โลกทกี่ ระทาตอ่ วัตถุ

เป็นไปตาม

ความสมั พนั ธ์



2-5-23

5. ต้ังคาถาม
เก่ียวกับน้าหนักของ
วตั ถุ เมอ่ื วตั ถุอยูท่ ี่
ผวิ โลกและหา่ งจาก
ผิวโลกออกไป
จากนั้นใหน้ กั เรยี น
อภิปรายรว่ มกัน จน
สรปุ ได้วา่ นา้ หนกั
ของวตั ถจุ ะ
เปลีย่ นไปตาม
ตาแหน่งทหี่ ่างจาก
ศนู ยก์ ลางโลก
6. ตง้ั คาถามเพื่อ
นาไปสูก่ ารสืบค้น
เกี่ยวกบั สนามโนม้
ถว่ งของดาวอ่ืน ๆ
และนา้ หนักของวัตถุ
บนดาวนนั้ ๆ จากน้ัน
ใหน้ กั เรียนสบื ค้น
อภปิ รายร่วมกนั และ
นาเสนอผล
7. ยกตัวอย่างการ
คานวณปรมิ าณตา่ ง
ๆ ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกับกฎ
ความโน้มถว่ งสากล
โดยให้นักเรยี น



2-5-24

รว่ มกนั เสนอแนวคิด
และหลกั การในการ
แก้ปญั หา
8. ใหน้ ักเรยี นสรุป
เพอื่ ตรวจสอบ
ความร้คู วามเขา้ ใจ

ผลการเรยี นรู้ นักเรยี นทาอะไรได้ นกั เรยี น ปร
รูอ้ ะไร ต

7.วิเคราะห์ อธบิ าย และ 1.วเิ คราะห์ อธิบาย และ 1.แรงเสียดทาน 1.ควา
ระหว่างผวิ สัมผสั ของ (K)
คานวณแรงเสยี ดทาน คานวณแรงเสยี ดทาน วตั ถุคูห่ นงึ่ ๆ ในกรณที ี่ 2.กระ
วตั ถุหยุดนิ่งและวตั ถุ บวนก
ระหว่างผิวสัมผัสของวตั ถคุ ู่ ระหวา่ งผิวสัมผสั ของ เคลอ่ื นท่ี
2.สัมประสิทธค์ิ วาม
หน่ึง ๆ ในกรณีท่ีวตั ถหุ ยดุ น่งิ วตั ถคุ ู่หนึ่ง ๆ ในกรณที ่ี เสียดทานระหวา่ ง
ผิวสมั ผสั ของวัตถุคู่
และวตั ถเุ คลอื่ นที่ รวมทัง้ วตั ถหุ ยดุ นง่ิ และวตั ถุ หน่งึ ๆ
3.การนาความรเู้ ร่อื ง
ทดลองหาสัมประสทิ ธิค์ วาม เคลอ่ื นท่ี 2.ทดลองหา แรงเสียดทานไปใชใ้ น
ชวี ติ ประจาวนั
เสียดทานระหว่างผิวสัมผสั สัมประสิทธิ์ความเสยี ด

ของวัตถุคูห่ น่งึ ๆ และนา ทานระหว่างผวิ สมั ผัส

ความรเู้ ร่ืองแรงเสยี ดทานไป ของวตั ถคุ ่หู นงึ่ ๆ

ใช้ในชีวิตประจาวนั 3.นาความร้เู รือ่ งแรง

เสียดทานไปใช้ใน

ชวี ติ ประจาวนั

2-5-25

ระเภท สมรรถนะสาคัญ คณุ ลักษณะ แนวทางการจดั แนวการวัด
ตัวช้ีวัด ของผ้เู รียน อนั พึงประสงค์ การเรยี นรู้ และประเมินผล

ามรู้ 1. ความ สามารถใน 1.มีวนิ ยั 1. นาเข้าส่บู ทเรยี น ด้านความรู้
การสอ่ื สาร 2.ใฝเ่ รียนรู้ โดยการยก 1. แรงเสยี ดทาน
ะ 2.ความ สามารถใน 3.มุ่งม่ันในการทางาน สถานการณก์ ารออก และปรมิ าณตา่ งๆ ที่
การ (P) การคดิ 4.มีจติ สาธารณะ แรงกระทาต่อวัตถทุ ี่ เก่ยี วข้อง จากการ
3. ความ สามารถใน อยู่นงิ่ แลว้ วัตถุยังคง อภิปรายรว่ มกนั
การแกป้ ัญหา อยูน่ ง่ิ ใหน้ กั เรยี น การสรุป การทา
อภปิ รายรว่ มกัน แบบฝกึ หัดและ
เกยี่ วกับแรงท้งั หมด แบบทดสอบ
ท่ีกระทาตอ่ วัตถุ 2. ประโยชนข์ อง
และนาเสนอผล การเพมิ่ และลดแรง
2. สาธติ การผลกั เสยี ดทาน
วตั ถุ ใหน้ กั เรียน ในสถานการณ์ต่าง
สงั เกตแรงทผี่ ลัก ๆ ในชวี ติ ประจาวัน
วตั ถุ ในขณะทีว่ ัตถุ จากการอภิปราย
ยังไมเ่ คลื่อนที่ รว่ มกัน การทา
ขณะทวี่ ตั ถุกาลงั จะ แบบฝกึ หดั และ
เคล่อื นทแี่ ละขณะที่ แบบทดสอบ
วตั ถกุ าลังเคลอื่ นท่ี ดา้ นทักษะ
จากนนั้ อภปิ ราย 1. การสงั เกต การ
ร่วมกันเพอ่ื ทบทวน วัด การทดลอง การ
ความรเู้ กี่ยวกบั แรง จัดกระทาและ
เสียดทานสถิต สอื่ ความหมายขอ้ มูล


Click to View FlipBook Version
Previous Book
2020 International gold nuggets and gold bars for sale 98.4% +27613119008 in US, Canada Uk, France, Switzerland
Next Book
2020 Call Grand master +27734818506 HOW TO JOIN 666 ILLUMINATI SECRET SOCIETY FOR MONEY IN USA,UK,Canada,Spain