กล่มุ ท่ี 4 ศึกษาเรื่องการใช้ never และ ever
2.3 นักเรียนแต่ละกลุ่มที่จับฉลากได้เร่ืองไหนให้รวมกลุ่มศึกษาด้วยกัน โดยการอภิปรายซักถาม
แลกเปลยี่ นความรู้ และร่วมระดมความคิดเหน็ จนเข้าใจครบทกุ คน
2.4 นักเรียนแต่ละกลุ่มถ่ายทอดสิ่งท่ีได้ศึกษามาให้เพ่ือนร่วมช้ันฟังจนเข้าใจครบทุกคน ครูสุ่มถามเพ่ือ
ทดสอบความเข้าใจเป็นรายกลมุ่
2.5 นักเรยี นดูตัวอยา่ งประโยคเพมิ่ เตมิ ที่ครูเขยี นบนกระดาน
• They have lived together since 2009.
• I haven’t eaten in a restaurant for 1 year.
• Have you done your homework yet?
• He hasn’t watered the flowers yet.
• Richard has just finished reading a book.
• She still hasn’t forgiven me.
• Have you already taken the money?
• We’ve already made plan for our holiday.
• I have never been to Moscow.
• Have you ever tried to change your hairstyle?
2.6 นักเรยี นชว่ ยกนั แสดงความคดิ เห็นเก่ียวกับประโยคและตำแหนง่ ของคำทีข่ ดี เส้นใต้ท่ีนกั เรียนเห็นบน
กระดาน
ขน้ั ท่ี 3 การเรียนรู้เพ่อื สรา้ งองคค์ วามรู้ (Learning to Construct)
3.1 นกั เรียนฟังครูอธิบายเพิม่ เตมิ เกี่ยวกับการใช้ just, yet, already, since, for, still, and never
Since (adv.) แปลว่า ตงั้ แต่ ใช้เพือ่ บอกจดุ เรมิ่ ตน้ ของเวลา มคี วามหมายว่า “ตั้งแต”่ ใช้บอก
เหตุการณท์ ีเ่ ร่ิมตน้ ตั้งแตอ่ ดีตดำเนนิ มาจนถึงปัจจุบนั เช่น
• They have built the house since last Monday.
พวกเขาสร้างบ้านตั้งแตว่ นั จันทร์ทีแ่ ล้ว
• Irene has cleaned the house since last hour.
ไอรนี ทำความสะอาดบ้านต้ังแต่ชว่ั โมงท่ีแลว้
For (adv.) แปลวา่ เป็นระยะเวลา, เป็นเวลา มักอยู่ท้ายประโยคเพื่อขยายวา่ เหตุการณน์ ั้นใช้
เวลานานเทา่ ใด เป็นการบอก “ชว่ งเวลา” ท่เี กดิ ขน้ึ มคี วามหมายวา่ “เปน็ เวลา” เช่น
• I have studied English for 3 hours.
ฉนั เรียนภาษาอังกฤษมาเป็นเวลา 3 ช่ัวโมงแล้ว
• Jenny has waited for her mom for 15 minutes.
หน่วยการเรียนรู้องิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565 หนา้ 51
เจนนี่รอคอยแม่ของเธอเป็นเวลา 15 นาทีแลว้
Yet (adv.) แปลวา่ ยงั ... ใชพ้ ดู เก่ียวกับบางสงิ่ ทคี่ าดวา่ จะเกิดขึ้น แตย่ งั ไมเ่ กดิ จนกระทงั่ ขณะนี้ จะ
ใชก้ บั ประโยคคำถามและประโยคปฏเิ สธ มกั ใช้กับ Present Perfect Tense และจะวางไวท้ ้ายประโยค
• Has Peter arrived yet?
ปีเตอร์มาถึงแลว้ หรือยัง
• Haven’t you decided yet?
คุณยงั ไมไ่ ดต้ ดั สนิ ใจหรอื ?
• I haven’t found a job yet.
ฉันยงั หางานไมไ่ ด้เลย
Just (adv.) แปลว่า เพง่ิ จะ... ใชเ้ มื่อเราต้องการบง่ บอกวา่ บางสิ่งบางอย่างเพิ่งจะเกิดขน้ึ ไปเม่อื
ลา่ สดุ น้ี ซง่ึ จะใชก้ บั Present Perfect Tense หรือ Past Perfect Tense เสมอ โดยตำแหน่งในประโยคจะอยู่
ระหวา่ งกรยิ าช่วย (have / has) และ past participle (V.3)
• My brother has just come home.
นอ้ งชายของฉนั เพิ่งจะมาบ้าน
• I have just finished my work.
ฉันเพิ่งจะทำงานเสร็จ
Still (adv.) แปลว่า ยังคง... ใชบ้ ง่ บอกวา่ เหตกุ ารณน์ ้ัน ๆ ยังคงดำเนินอยู่ ตำแหน่งวางอยู่หลัง
have / has หน้า past participle (V3) และวางอยู่หนา้ have / has
• I’ve still got all those letters you sent me.
ฉนั ยงั คงมจี ดหมายท้งั หมดท่ีคุณสง่ ถึงฉัน
• She still hasn’t replied to my message.
เธอก็ยังไมไ่ ด้ตอบข้อความของฉนั
Already (adv.) แปลวา่ แล้ว... ใชบ้ ง่ บอกวา่ บางสิง่ บางอยา่ งไดเ้ กิดข้ึนไปแล้ว ตำแหนง่ อยู่กลาง
ประโยค โดยวางหนา้ คำกริยา และมักใช้กับ Present Perfect Tense นอกจากน้ี already ยงั สามารถนำมาใช้ใน
คำถามได้อกี ดว้ ย
• I’ve already read this book.
ฉันอ่านหนงั สือเล่มนแ้ี ล้ว
• Dad has already gone to bed.
พอ่ ไปนอนแล้ว
• Have you already written to John?
คณุ เขยี นถึงจอห์นแล้วหรือยงั
หน่วยการเรยี นรูอ้ งิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565 หนา้ 52
• Has she finished her homework already?
เธอทำการบ้านเสรจ็ แลว้ หรอื ยงั ?
never (adv.) แปลว่า ไม่เคยจนถึงตอนน้ี และมีความหมายเหมอื น not…ever ใชใ้ นประโยคบอก
เล่าแต่ให้ความหมายปฏิเสธ โดยวางไว้ดา้ น have / has และหน้ากรยิ าหลัก (กริยาช่อง 3)
• He has never eaten roasted duck.
เขาไม่เคยทานเปด็ ยา่ ง
• We have never met her until now.
พวกเราไม่เคยเจอเธอเลยจนกระทั่งตอนน้ี
ever แปลว่า เคย ใช้ในประโยคคำถามหรอื ปฏเิ สธโดยวางไว้ด้านหลัง have / has และหน้า
กรยิ าหลกั (กริยาช่อง 3)
• Have you ever played badminton?
เธอเคยเลน่ แบดมนิ ตันไหม?
• This is the first time I have ever heard this song.
นเ่ี ปน็ ครงั้ แรกเลยนะท่ีได้ฟังเพลงน้ี
• Nobody has ever heard of this strange rumor.
ไมเ่ คยมีใครได้ยนิ ข่าวลือแปลก ๆ น้ีมาก่อน
• A : Have you ever been to London?
คุณเคยไปลอนดอนไหม
B : No, I haven’t ever been to London.
ไม่ ฉนั ไมเ่ คยไปลอนดอน
3.2 นักเรยี นแต่ละกล่มุ ทำใบงานเพ่ิมเติมเกยี่ วกับการใช้ just, yet, already, since, for, still, and
never
Instructions : Underline the correct words.
1. They haven’t booked their place at the camp already / yet.
2. Isabella has for / just come in.
3. The bus still / already hasn’t come.
4. Lucien has yet / already gone to sleep.
5. It hasn’t rained just / for three week.
6. Has your brother ever / still been to India?”
7. Don’t come in here! I’ve just / yet cleaned the floor.
8. They have never / still washed the car.
หนว่ ยการเรยี นรอู้ งิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 หนา้ 53
9. Olivier hasn’t been to his grandparents’ house already / since last summer.
10. Bryant has lived in Russia for / since 1995.
11. Has Olivia left the party yet / already?
12. I haven’t talked to him since / for days.
13. They’ve been married since / for 20 years and are still in love.
14. I haven’t ever / never been here before.
15. We have never / just been here before.
Answer Key : 1. yet 2. just 3. still 4. already
5. for 6. ever 7. just 8. never
9. since 10. since 11. yet 12. for
13. for 14. ever 15. never
3.3 นักเรียนแต่ละกลุ่มเลน่ เกมต่อประโยค โดยครูแจกบัตรคำให้นกั เรียนกลมุ่ ละ 4 บตั รคำ ให้นักเรยี น
แต่ละกลุ่มเติมคำ just, yet, already, since, for, still, and never ในประโยคให้ไดใ้ จความภายในเวลาท่ีกำหนด
Instructions : Fill in the blanks using “just, yet, already, since, for, still, and never.”
1. Have you…………........……...……….been in America?
2. Do you hear the noise? The train has…………........……...……….arrived.
3. Your daughter has…………........……...……….returned home. You don’t have to worry
anymore.
4. Andrew : Haven’t you finished your food…………........……...……….?
Maximus : No, I am still eating mom.
5. I am a very lucky person. I have…………........……...……….had nightmares.
6. Bastien…………........……...……….still got about six months to pull.
7. I have…………........……...……….realized how beautiful you are.
8. Sophia : Would you like to have dinner with us?
Darlene : No thanks, I have…………........……...……….had dinner.
9. Have you…………........……...……….seen such a big ant?
10. They promised me that report yesterday but they…………........……...……….haven’t
finished it.
Answer keys : 1. ever 2. just 3. just 4. yet 5. never
6. still 7. just 8. already 9. ever 10. Still
หนว่ ยการเรยี นร้อู งิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 หนา้ 54
3.4 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยใบงานเพ่ิมเติมเก่ียวกับการใช้ just, yet, already, since, for, still,
and never โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเปล่ียนกันตรวจพร้อมรวมคะแนนให้เรียบร้อย ชมเชยนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์
การประเมนิ และให้นักเรียนที่ไมผ่ ่านเกณฑ์แก้ไขให้ถกู ต้อง
3.5 นักเรยี นศึกษาขอ้ มลู เรือ่ ง Present Perfect Tense ในเอกสารประกอบการเรยี น
3.6 นกั เรยี นทำใบงานในเอกสารประกอบการเรยี นเรื่อง Present Perfect Tense
3.7 นกั เรียนและครูรว่ มกนั เฉลยใบงานเรื่อง Present Perfect Tense โดยให้นกั เรยี นแต่ละกลุ่มเปลีย่ น
กนั ตรวจพร้อมรวมคะแนนให้เรียบรอ้ ย
ข้ันที่ 4 การเรียนรเู้ พอ่ื การส่ือสาร (Learning to Communicate)
4.1 นักเรยี นรวบรวมข้อมลู Present Perfect Tense ทง้ั หมดทไ่ี ด้เรยี นมาจากหนังสือ Internet หรือ
แหล่งขอ้ มูลอน่ื ๆ โดยทำลงใบกระดาษฟรปุ๊ ทีค่ รแู จกให้
4.2 ผู้แทนนักเรียนแตล่ ะกลมุ่ นำเสนอผลการทำกจิ กรรม หนา้ ชัน้ เรียนโดยใหน้ ำขอ้ มลู ของแต่ละกลุ่มติด
ทกี่ ระดาน
4.3 นักเรียนและครูรว่ มสนทนาเกยี่ วกับ Present Perfect Tense แล้วรว่ มกนั สรุปเป็นความรู้
4.4 นกั เรยี นประเมินผลงานของตนเองและผลงานกลมุ่ วา่ อยใู่ นระดับใด โดยมรี ะดบั การประเมิน 4
ระดับ คือ ปรบั ปรุง พอใช้ดแี ละดมี าก
4.5 นักเรียนเขียนสะทอ้ นเก่ียวกับสิ่งที่ได้เรียนรู้ ปัญหาและอุปสรรคในการเรียน และความรู้สกึ ในการ
เรียนชัว่ โมงนี้
ขัน้ ท่ี 5 การเรยี นรู้เพ่ือตอบแทนสงั คม (Learning to Service)
5.1 นกั เรยี นนำข้อมลู Present Perfect Tense ทน่ี ักเรยี นได้รวบรวมและผา่ นการนำเสนอ นำไปติดท่ี
ป้ายนเิ ทศหน้าห้องเรียนและบรเิ วณภายในหอ้ งเพอื่ ใหน้ ักเรยี นหอ้ งอืน่ ท่ีสนใจร่วมแลกเปลีย่ นเรยี นรู้
5.2 นกั เรียนรบั การประเมนิ การเรยี นรู้โดยครูสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนขณะทำงานร่วมกนั สังเกต
การตอบคำถามของนักเรยี นในช้นั เรยี น
10. สื่อการเรยี นรู้ / แหล่งเรียนรู้
10.1 ส่ือการเรยี นรู้
1. หนังสือเรยี นรายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาอังกฤษ Access 2 Student’s book ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2
2. ใบความรเู้ ร่ือง Present Perfect Tense
3. ใบงานเร่อื ง Present Perfect Tense
10.2 แหล่งเรยี นรู้
1. หนงั สือพิมพ์
2. อนิ เทอรเ์ น็ตหรอื สอื่ อ่ืน ๆ
หน่วยการเรียนรอู้ งิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565 หนา้ 55
11. การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ์
ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท
ลำดับ รายการท่วี ดั และประเมนิ ผล นั ก เรีย น ให้ ค ว าม
1 ใบงานเรอื่ ง Present Perfect ร่ว ม มื อ ใน ก ารท ำ
Tense แบบฝึกหัดและตอบ
ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป
ผ่านเกณฑ์
12. เกณฑ์การประเมนิ ดมี าก
16 - 20 คะแนน ดี
11 - 15 คะแนน พอใช้
6 - 10 คะแนน ควรปรบั ปรงุ
นอ้ ยกว่า 6 คะแนน
ลงชื่อ ผู้จดั ทำ
(นางสาวอารีรัตน์ บัวบาน)
ตำแหน่ง ครู
บนั ทึกหลงั การใชแ้ ผนการจดั การเรียนรู้
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................... ................................................
......................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ผจู้ ดั ทำ
(นางสาวอารรี ตั น์ บวั บาน)
ตำแหน่ง ครู
วนั ท่ี..............เดือน..................................พ.ศ. ..................
หนว่ ยการเรยี นรูอ้ งิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565 หนา้ 56
โรงเรยี นหนิ กอง (พบิ ูลอนสุ รณ)์
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 เร่ือง Day after day
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 5
รหัสวชิ า อ22101 เรอ่ื ง Future Simple Tense
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ผู้สอน นางสาวอารรี ัตน์ บัวบาน รายวิชา ภาษาอังกฤษ 3 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 2
ปีการศกึ ษา 2565 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 2 ช่วั โมง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชวี้ ดั
1.1 มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสือ่ สารทางภาษาในการแลกเปล่ียนขอ้ มูลข่าวสาร แสดงความรู้สึกและ
ความคิดเห็นอยา่ งมีประสิทธิภาพ
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเหน็ ในเรื่องตา่ ง ๆ โดยการพูด
และการเขยี น
มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเคร่อื งมือพ้นื ฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชพี
และการแลกเปล่ยี นเรียนรู้กบั สงั คมโลก
1.2 ตัวช้ีวดั
ต 1.2 ม.2/1 สนทนา แลกเปลย่ี นข้อมลู เกยี่ วกับตนเอง เรื่องต่าง ๆ ใกล้ตัว และสถานการณ์ตา่ ง ๆ
ในชวี ติ ประจำวนั อย่างเหมาะสม
ต 1.2 ม.2/3 พดู และเขยี นแสดงความต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลือ ตอบรบั และปฏิเสธการให้
ความชว่ ยเหลือ ในสถานการณ์ตา่ ง ๆ อยา่ งเหมาะสม
ต 1.3 ม.2/3 พดู และเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั กิจกรรม เร่อื งต่าง ๆ ใกล้ตัว และประสบการณ์
พร้อมทงั้ ให้เหตผุ ลส้ันๆ ประกอบ
ต 4.2 ม.2/1 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการสืบค้น / ค้นคว้า รวบรวมและสรปุ ความรู้ / ขอ้ มูลต่าง ๆ
จากสอ่ื และแหลง่ การเรยี นร้ตู ่าง ๆ ในการศึกษาตอ่ และประกอบอาชีพ
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
2.1 ดา้ นความรู้ ความเขา้ ใจ (K)
- นักเรยี นมคี วามรูใ้ นการสือ่ สารระหว่างบคุ คลพูดแลกเปล่ียนข้อมลู เกีย่ วกับตนเอง เรอื่ งใกล้ตัว
สถานการณต์ ่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน
- นกั เรียนมีความรู้เก่ยี วกับโครงสรา้ งประโยคและการใช้ Future Simple Tense
2.2 ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
หน่วยการเรยี นรอู้ งิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 หนา้ 57
- นกั เรยี นพูดและเขยี นประโยค Future Simple Tense เพอ่ื ใช้ในการส่ือสารระหว่างบุคคล เช่น การ
ทกั ทาย กลา่ วลา ขอบคุณ ขอโทษ แสดงความตอ้ งการ เสนอและใหค้ วามช่วยเหลือ ตอบรบั และปฏเิ สธการให้ความ
ชว่ ยเหลอื ในสถานการณต์ ่าง ๆ แสดงความคดิ เหน็ และใหเ้ หตุผลประกอบ
- นักเรียนสามารถสืบค้น ค้นคว้าความรู้ ข้อมูลต่าง ๆ จากส่ือและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เก่ียวกับ
Future Simple Tense เพื่อใชก้ ารพูดและเขียนประโยคได้
2.3 คณุ ลกั ษณะ เจตคติ คา่ นิยม (A)
- รกั การเรียนรภู้ าษาอังกฤษและฝกึ ฝนอยา่ งจริงจังเพียงพอ
- ผเู้ รยี นใชภ้ าษาองั กฤษอยา่ งมมี ารยาท ถูกต้องตามกาลเทศะ และบุคคล
3. สาระสำคญั / ความคดิ รวบยอด
- พูดและเขียนประโยคโดยเลือกใช้ Future Simple Tense ในการส่ือสารระหวา่ งบุคคล เช่น การทักทาย
กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ แสดงความต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความ
ช่วยเหลือในสถานการณ์ต่าง ๆ แสดงความคิดเห็น ให้เหตุผลประกอบ สืบค้น / การค้นคว้าความรู้ / ข้อมูลต่าง ๆ
จากส่ือและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับ Future Simple Tense มีทักษะในการเลือก พอประมาณ มีเหตุผล มี
ภมู ิคุ้มกัน และมคี ุณธรรม ในการปฏิบัตติ นอย่างเหมาะสม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
พูดและเขยี นประโยคโดยเลอื กใช้ Future Simple Tense ในการสื่อสารระหว่างบุคคล เช่น การ
ทกั ทาย กลา่ วลา ขอบคุณ ขอโทษ แสดงความต้องการ เสนอและใหค้ วามช่วยเหลอื ตอบรบั และปฏิเสธการให้ความ
ช่วยเหลอื ในสถานการณ์ต่าง ๆ แสดงความคิดเห็น ใหเ้ หตุผลประกอบ สืบค้น / การคน้ คว้าความรู้ / ขอ้ มูลตา่ ง ๆ
จากสื่อและแหลง่ การเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกบั Future Simple Tense ได้
4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น
1. คำศพั ท์ในเร่ือง Unit 1 : Day after day
2. บทสนทนาในเร่ือง Unit 1 : Day after day
3. การใชโ้ ครงสรา้ ง Future Simple Tense ในรูปแบบต่าง ๆ
5. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (เฉพาะที่เกดิ ในหนว่ ยการเรียนรู้น)ี้
5.1 คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (ตามหลักสูตรแกนกลาง)
1) รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซอื่ สตั ย์สจุ รติ 3) มีวนิ ยั 4) ใฝเ่ รยี นรู้
5) อย่อู ยา่ งพอเพยี ง 6) มุง่ มน่ั ในการทำงาน 7) รกั ความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ
5.2 คณุ ลกั ษณะตามหลักสตู รมาตรฐานสากล
1) มคี วามร้พู นื้ ฐานในยคุ ดจิ ิตอล วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ภาษา พหุวัฒนธรรม
หน่วยการเรียนรอู้ งิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 หนา้ 58
ตระหนกั สำนึกระดับโลก
2) สามารถคดิ ประดิษฐอ์ ยา่ งสร้างสรรค์ ปรับตัวใฝ่รู้ ใฝเ่ รยี น วเิ คราะห์ สงั เคราะห์ สรปุ สร้างองคค์ วามรู้
3) มีทกั ษะส่ือสารอยา่ งมีประสิทธภิ าพ
4) มีความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
5) มีความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. ทกั ษะของผู้เรยี นในศตวรรษท่ี 21 (3R 7C เฉพาะทเี่ กิดในหน่วยการเรียนร้นู )ี้
6.1 ทกั ษะการอ่าน (Reading)
6.2 ทักษะการเขียน (Writing)
6.3 ทกั ษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
6.4 ทกั ษะดา้ นการคิดอย่างมวี ิจารณญาณและทักษะในการแกป้ ญั หา (Critical thinking and
problem solving)
6.5 ทักษะดา้ นการสร้างสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
6.6 ทกั ษะดา้ นความรว่ มมือการทำงานเป็นทีมและภาวะผนู้ ำ (Collaboration, teamwork and
leadership)
6.7 ทักษะดา้ นความเข้าใจต่างวฒั นธรรมตา่ งกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)
6.8 ทกั ษะดา้ นการสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสือ่ (Communication information and
media literacy)
6.9 ทกั ษะดา้ นคอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing)
6.10 ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
7. การบูรณาการตามพระราชบญั ญัติการศกึ ษาแหง่ ชาติ (เฉพาะท่เี กิดในหน่วยการเรียนร้นู ี้)
7.1 บรู ณาการสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียน
7.2 บรู ณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
7.3 บูรณาการห้องเรียนสเี ขยี ว
7.4 อ่นื ๆ (โปรดระบ)ุ .................................................................................................................................................
8. ช้ินงาน / ภาระงาน
1. ภาระงาน
- ใบงานเรื่อง Future Simple Tense
2. ชน้ิ งาน
-
หนว่ ยการเรยี นรอู้ งิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565 หนา้ 59
9. กิจกรรมการเรียนรู้ (Active Learning)
เรื่อง Future Simple Tense วธิ ีการสอน (วิธีการสอนแบบ Inquiry Method : 5Es)
ชั่วโมงท่ี 1
1. สรา้ งความสนใจ (Engage)
1.1 นักเรียนเขียนประโยค โดยเล่มเกม Running Dictation โดยนักเรียนจับคู่ แล้วแบ่งหน้าที่กัน
นกั เรียนคนหนงึ่ เป็นคนอา่ นประโยคจากครซู งึ่ ครูจะให้นักเรยี นอา่ นทีละประโยค ส่วนนกั เรยี นคนที่สอง เปน็ คนเขียน
ประโยค นักเรียนทำกิจกรรมทลี ะประโยค จนหมดประโยคท่คี รูเตรียมมา เช่น
• She’ll have breakfast later.
• The mall will offer discounts to new customers.
• I won’t go to university next week.
• They will not swim this afternoon.
• Will Jack not come to school next Monday?
• Will you go to the library with me?
• Where will you go on travelling next year?
• Why won’t you tell him the truth?
1.2 นักเรยี นแต่ละคแู่ ลกเปลย่ี นกับคู่อืน่ ตรวจการเขยี น
1.3 นักเรยี นอ่านประโยคท่เี ขยี นพร้อมกันทั้งชน้ั
2. สำรวจและค้นหา (Explore)
2.1 นักเรยี นดรู ูปภาพและประโยคบน PowerPoint พรอ้ มร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั ประโยค
What will You will meet an old
happen in friend. You’ll be
the future? happy.
2.4 นักเรียนดวู ิดีโอคลิปท่ี 1 เร่ือง Future Simple Tense จาก https://www.youtube.com/
watch?v=vjoZvhzWfxI
2.5 นกั เรียนดวู ิดโี อคลปิ ที่ 2 เรอื่ ง Future : Will - English Language จาก https://www.youtube.
com/watch?v=gZ8GYVYTnHk
2.6 นักเรียนช่วยกนั สรุปความรู้ท่ไี ด้จากการดวู โิ อคลิปท้ัง 2 วดิ โี อ
หน่วยการเรยี นรอู้ งิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565 หนา้ 60
2.7 นกั เรียนฟังครูอธิบายเรือ่ ง Future Simple Tense
Future Simple Tense คือ Tense ทีใ่ ช้พูดถงึ เหตุการณ์ท่ยี ังไมเ่ กิดขึ้น มนั อาจใชเ้ พ่ือเดา
เหตกุ ารณ์ ให้คำสญั ญา หรือ อธิบายสง่ิ ท่จี ะเกิดขึน้ ในอนาคต อธบิ ายถงึ สง่ิ ที่ไม่ได้วางแผนมาก่อน หรอื เสนอวา่ จะ
ทำอะไรสักอยา่ ง
โครงสรา้ งของ Future Simple Tense
ประโยคบอกเลา่ : Subject + will + Verb Infinitive + Object
NOTE: Verb infinitive คือ คำกรยิ าทีอ่ ยู่ในรูปปกติ ไม่มกี ารผันและไมม่ ีการเตมิ สง่ิ ใดตอ่ ท้าย
ตวั อย่างเช่น talk, swim, go
ประโยคปฏิเสธ : Subject + will not (won’t) + Verb Infinitive + Object
ประโยคคำถาม : Will / Shall + Subject + Verb Infinitive?
หลักการใช้ Future Simple Tense
1. ใชก้ ับเหตุการณ์ท่ีคาดว่าจะเกิด หรือมโี อกาสที่จะข้นึ ในอนาคต โดยท่เี หตุการณ์นนั้ จะเกิดขน้ึ
หรอื ไม่เกดิ ข้ึนก็ได้
• They say it will rain all week.
พวกเขาบอกวา่ ฝนจะตกตลอดทั้งสปั ดาหเ์ ลย (ซง่ึ ความจรงิ แล้วฝนอาจจะไม่ตกก็ได้)
• Jane will come to the party.
เจนจะไปงานเลย้ี ง (ซงึ่ ความจรงิ แลว้ เจนอาจจะไม่ไปงานเลี้ยงก็ได้)
2. ใช้ในโครงสรา้ ง If-clause แบบท่ี 1 แสดงถึงเหตุการณท์ ่ีมแี นวโน้มจะเกิดขึ้น เม่ือมีอกี เหตุการณ์
หนงึ่ เกิดข้นึ มาก่อน
• If Patrick comes, I will go.
ถา้ แพทรคิ มา ฉันจะไป
• All the students will be kept in detention if they misbehave.
นักเรยี นทั้งหมดจะถูกลงโทษโดยการกักตวั ถ้าพวกเขาประพฤตติ วั ไมด่ ี
3. ใช้กับการให้สญั ญา หรือการเสนอสง่ิ ๆ หนึ่งใหผ้ ู้อื่น
• I will give you a lift to the university if you want to.
ฉันจะไปส่งเธอทมี่ หาวทิ ยาลัยเองถ้าเธอต้องการ
• Will you have some more juice?
คุณจะรบั น้ำผลไม้เพมิ่ หน่อยไหม
4. ใช้กับเหตกุ ารณ์ทีเ่ พ่ิงคิดได้วา่ จะทำเดีย๋ วนน้ั ไม่มกี ารเตรียมตัวมาก่อนล่วงหน้าว่าจะทำ
• Kate : Can we go to the department store?
เราไปห้างสรรพสินค้ากันดีไหม
หน่วยการเรียนรูอ้ งิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 หนา้ 61
Carl : We’ll see.
ขอฉันคิดดูก่อนนะ
สามารถใช้ shall แทน will ได้ในกรณีทีต่ อ้ งการแสดงความจริงใจ ต้ังใจหรือแสดงความหนกั แน่น
จรงิ จังของการกระทำ
• Mary shall be glad to see Ken.
แมร่ีคงต้องดใี จท่จี ะได้พบเคน
• I shall be disappointed if she isn’t happy.
ฉันคงต้องผดิ หวงั ถา้ เธอไม่มีความสุข
• Tonight, you shall sleep outside.
คืนนีแ้ กจะต้องนอนข้างนอก
นอกจากน้ยี งั พบการใช้ shall แทน will ในหนงั สือสำคัญและสนุ ทรพจน์ทีเ่ ปน็ ทางการมาก เช่น
• We here highly resolve this nation under God shall have a new birth of
freedom.
ณ บดั น้ี เราไดต้ ัดสินใจอยา่ งเด็ดเดี่ยวแลว้ วา่ ชนชาตภิ ายใต้ความคุ้มครองของพระเจ้าชน
ชาตนิ ้ี จะต้องก่อกำเนิดเสรภี าพขน้ึ ใหม่ (สุนทรพจน์ของประธานาธิบดเี อบ็ บราฮัม ลิงคอร์น
ในการเลกิ ทาส)
3. อธบิ าย (Explain)
3.1 นักเรยี นชว่ ยกันอธิบายและสรปุ เรอ่ื ง Future Simple Tense
3.2 นักเรยี นฟงั ครูอธิบายเพม่ิ เติมเพือ่ เสรมิ ความเขา้ ใจในเร่ือง Future Simple Tense
Future Simple Tense หลักภาษาดั้งเดิม I กับ We ใช้ shall ที่เหลือใช้ will แต่ในปัจจุบันน้ีนิยม
ใช้ will แทน shall และในประโยคมกั มี Adverb of Time หรือคำกำกบั เวลา คอื
• tomorrow พรุ่งนี้ • in the future ในอนาคต
• next week สปั ดาห์หน้า • in a short time ในเวลาอันใกล้
• next month เดือนหน้า • this evening เย็นน้ี
• next year ปีหน้า • this afternoon บา่ ยน้ี
• soon เรว็ ๆ น้ี • this Monday วนั จันทร์นี้
• shortly เรว็ ๆ นี้ • tonight คนื นี้
4. ขยายความรู้ (Elaborate)
4.1 นกั เรียนยกตวั อย่างประโยคบอกเลา่ ปฏเิ สธ และประโยคคำถามโดยใช้ Future Simple Tense
4.2 นักเรยี นช่วยกันทำแบบฝึกหดั เรือ่ ง Future Simple Tense บน PowerPoint
Instructions : Fill in the correct form of the verb with the future simple tense as in
the examples.
หนว่ ยการเรยี นรู้องิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565 หนา้ 62
1. I…………........……...……….(drive) you to your lesson at 4 pm.
2. He…………........……...……….(not work) overtime anymore
3. Sam…………........……...……….(bring) the documents over to you tomorrow.
4. The managers…………........……...……….(not decide) about the budget until next
Thursday.
5. …………........……...……….your sister…………........……...……….(get) married in a large church?
6. …………........……...……….he…………........……...……….(not help) you move to your new
apartment?
7. I…………........……...……….(forgive) him this time. He mustn’t do that again.
8. We…………........……...……….(let) you know as soon as there’s any news.
9. A : When…………........……...……….you…………........……...……….(finish) your work?
B : In around half an hour.
10. A : Who…………........……...……….(win) the football match tomorrow evening?
B : I think Liverpool.
Answers key : 1. will drive 2. will not work / won’t work
3. will bring 4. will not decide / won’t decide
5. Will / get 6. Won’t / help
7. will forgive 8. will let
9. will / finish 10. Will win
5. ประเมินผล (Evaluate)
5.1 นกั เรยี นและครูร่วมกันเฉลยแบบฝึกหดั เรอ่ื ง Future Simple Tense บน PowerPoint
5.2 นักเรียนฟังครูอธิบายถึงสาเหตุในการตอบคำถามหรือเลือกตอบในแต่ละข้อให้นักเรียนเข้าใจ
หลักการใช้ Future Simple Tense ครสู รุปหลกั การของกฎต่าง ๆ ให้นกั เรียนฟงั อกี คร้งั
ชั่วโมงที่ 2
1. สร้างความสนใจ (Engage)
1.1 นกั เรียนจบั ค่แู ล้วทำกิจกรรม “ประโยค-ความหมาย” โดยนักเรยี นคนที่ 1 พูดประโยค คนที่ 2 พูด
ความหมายของประโยค แล้วเปลีย่ นให้นักเรียนคนที่ 2 พดู ประโยค นักเรียนคนที่ 1 พดู ความหมายของประโยค
1.2 นักเรยี นแตล่ ะคู่สลบั กันพูดประโยค Future simple tense และใหค้ ตู่ นเองบอกความหมายของ
ประโยค พร้อมหลกั การใช้ประโยค Future simple tense ท่สี อดคลอ้ งกับประโยคที่คตู่ นเองพูด
2. สำรวจและค้นหา (Explore)
2.1 นกั เรียนดรู ูปภาพและประโยคบน PowerPoint พร้อมร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกบั ประโยค
หน่วยการเรียนรอู้ งิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 หนา้ 63
I am going What are you
to play going to do
soccer. after class?
2.4 นักเรยี นดวู ิดีโอคลิปท่ี 1 เร่อื ง การใช้ Will กับ going to ทแี่ ปลวา่ “จะ” ใชต้ า่ งกันอย่างไรใน
ภาษาอังกฤษ จาก https://www.youtube.com/watch?v=wXQlpbrB0eo
2.5 นกั เรียนดูวิดโี อคลิปที่ 2 เร่ือง หลักการใช้งาน will และ Going to / ไวยากรณ์ภาษาองั กฤษขั้น
พืน้ ฐาน / แกรมม่าภาษาองั กฤษเบ้ืองต้น จาก https://www.youtube.com/watch?v=Zg6DL1d-tJA
2.6 นักเรียนช่วยกันสรปุ ความรู้ท่ีได้จากการดวู ิโอคลปิ ท้ัง 2 วิดโี อ
2.7 นักเรียนฟงั ครอู ธบิ ายเร่ือง Future Simple Tense : Will and Going to
1. Will และ Going to แปลเหมือนกันว่า “จะ...” เชน่ จะไป จะทำ... ใช้เพ่ือบอกสิง่ ทีจ่ ะทำใน
อนาคต แต่ท้ังสองคำนี้มีจุดแตกต่างกนั เลก็ น้อย เวลานำไปใชจ้ ึงตอ้ งระวงั
Will ใชเ้ ม่ือตดั สนิ ใจจะทำอะไรในขณะท่ีพดู นน้ั เลย ไม่ไดว้ างแผนไวล้ ว่ งหน้า ดังนี้
1.1 พูดเม่ือตดั สินใจจะทำเด๋ียวน้นั
• I will do it now.
ฉนั จะทำมันเดี๋ยวน้แี หละ
1.2 พูดเมอ่ื คิดว่า เช่อื วา่ หรือ นา่ จะ เกิดบางสิง่ ขึน้ ในอนาคต โดยมีคำใหส้ ังเกตคือ I think, I
hope, probably, possibly, doubt เป็นต้น
• I think the train will come soon.
ฉนั คดิ วา่ รถไฟจะมาในไม่ชา้ นี้แหละ
• Emma hopes that Lucien will ask her out.
เอ็มมา่ หวังว่าลเู ซี่ยนจะชวนเธอออกเดท
1.3 เพอื่ ให้คำสัญญาหรือตอบรบั ขอ้ เสนอในขณะเวลาที่พดู นัน้
• I will gladly help you with this project
ฉันยนิ ดจี ะช่วยคณุ ในโปรเจก็ นี้
1.4 เมือ่ เป็นรูปปฏเิ สธจะใช้ Won’t
• I won’t say anything to anyone.
ฉนั จะไมพ่ ูดอะไรกับใคร
หนว่ ยการเรียนรอู้ งิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565 หนา้ 64
2. Going to เปน็ การบอกถึงส่ิงทก่ี ำลงั จะทำในอนาคตทมี่ ีการตดั สนิ ใจและวางแผนมาแล้ว ดังน้ี
2.1 พูดถงึ สง่ิ ท่ีกำลังจะเกิดขน้ึ ซึ่งตดั สินใจหรอื ตง้ั ใจแล้ว 100% วา่ จะทำในอนาคต เช่น
• He is going to buy a new car soon.
เขากำลงั จะซื้อรถใหม่เรว็ ๆ น้ี
• I’m going to Japan next year.
ปหี นา้ ฉันจะไปญีป่ ุน่
• We are going to have fun at the party.
พวกเราจะไปสนกุ กันในงานปารต์ ี้
2.2 พูดถงึ สิง่ ท่คี ่อนข้างแนใ่ จวา่ จะเกดิ ขน้ึ เชน่
• I feel dreadful; I’m going to be sick.
ฉนั รู้สกึ แย่มาก ฉันกำลงั จะไม่สบาย
• It’s 8.30! You’re going to miss your train!
แปดโมงคร่งึ แล้ว! นายกำลงั จะพลาดรถไฟนะ!
2.8 นักเรยี นศึกษาเนอ้ื หาเรือ่ ง Future Simple Tense ในเอกสารประกอบการเรยี น
3. อธบิ าย (Explain)
3.1 นักเรียนชว่ ยกนั อธบิ ายและสรปุ เรื่อง Future Simple Tense
3.2 นักเรียนฟังครอู ธบิ ายเพ่มิ เติมเพ่ือเสรมิ ความเขา้ ใจในเรื่อง Future Simple Tense
Future Simple Tense คอื ประโยคท่ีพดู ถึงการกระทำหรอื เหตุการณ์ที่คาดวา่ จะเกิดในอนาคต
โดยมีคำหรอื วลบี อกเวลาอยู่ด้วย อนั เปน็ การคาดหมายลว่ งหนา้ ใหค้ ำม่นั สญั ญา หรือแสดงความตง้ั ใจเอาไว้ และท่ี
เปน็ การขออนญุ าต หรือขอความเหน็ ชอบดว้ ย
โครงสรา้ งประโยค : Subject + will / shall + verb 1
1. ใช้กบั เหตกุ ารณห์ รือการกระทำท่จี ะเกิดขน้ึ ในอนาคตอย่างใดอย่างหน่ึง ซ่งึ ขณะที่พูดเหตกุ ารณ์ยัง
ไมเ่ กิดขน้ึ มักมี Adverb บอกเวลา เช่น Soon, shortly, in a short time, tonight, next month, next
Monday เปน็ ต้น
2. ประโยคแสดงอนาคตที่มกี รยิ า 2 ตวั ให้ใช้ Future Simple Tense กับกริยาเพยี งตัวเดยี ว ส่วน
อกี ตวั หน่ึง (คือประโยคที่อยหู่ ลังคำเช่ือม) ใหใ้ ช้ Present Simple Tense หรอื Present Perfect Tense กรยิ าท่ี
ใช้ Future Simple Tense คอื กรยิ าท่อี ยหู่ น้าคำเชอื่ ม และคำเชือ่ มทนี่ ำมาใช้เทา่ ท่ีพบมาก ได้แก่ if, unless,
when, until, as soon as, before, after, the moment that, by the time that, now that
2.1 การใช้ (be) going to + verb 1 เพ่ือแสดงความตัง้ ใจ แทน will, shall ได้ เช่น
• I am going to write to Darlene this evening.
ฉนั จะเขียนถึงดาร์เลเน่เยน็ นี้
2.2 ใช้ (be) going to + verb 1 เพื่อแสดงการคาดคะเนแทน will, shall ได้ เชน่
หนว่ ยการเรียนรอู้ งิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 หนา้ 65
• I think it is going to rain.
ฉนั คดิ ว่าฝนกำลังจะตก
2.3 ใช้ (be) going to + verb 1 เพื่อแสดงข้อความซ่ึงเชือ่ ว่าเป็นจริงเช่นนั้นโดยปราศจากข้อ
สงสัย แทน will, shall ได้ เชน่
• My wife is going to have a baby.
ภรรยาของฉันกำลังจะมีลูก
4. ขยายความรู้ (Elaborate)
4.1 นักเรยี นยกตัวอย่างประโยคบอกเลา่ ปฏเิ สธ และประโยคคำถามโดยใช้ Future Simple Tense
• I’ll help you with your homework.
• I will be angry if she doesn’t come today.
• I won’t go!
• A : I’m cold.
B : I’ll close the window.
• I am going to study harder next year.
• They are going to fly to Japan.
• The first train will be arriving tomorrow at 6 o’clock.
• Where are you going to hang the picture?
• What are you going to wear tonight?
• Will you give me a hand?
• Will you please help me?
• A : Will it rain tomorrow?
B : I don’t know if it will rain. Check the weather channel.
4.2 นกั เรยี นช่วยกนั ทำแบบฝึกหัดเรอ่ื ง Future Simple Tense ในเอกสารประกอบกรสอน
5. ประเมินผล (Evaluate)
5.1 นักเรยี นและครูรว่ มกันเฉลยแบบฝึกหัดเรอื่ ง Future Simple Tense ในเอกสารประกอบกรสอน
5.2 นักเรียนฟังครูอธิบายถึงสาเหตุในการตอบคำถามหรือเลือกตอบในแต่ละข้อให้นักเรียนเข้าใจ
หลกั การใช้ Future Simple Tense ครูสรุปหลักการของกฎต่าง ๆ ใหน้ ักเรียนฟังอีกครงั้
10. สอ่ื การเรียนรู้ / แหลง่ เรยี นรู้
10.1 สอื่ การเรยี นรู้
1. หนังสอื เรียนรายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาอังกฤษ Access 2 Student’s book ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2
หนว่ ยการเรยี นรู้องิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565 หนา้ 66
2. ใบความรเู้ รอ่ื ง Future Simple Tense
3. ใบงานเรอ่ื ง Future Simple Tense
10.2 แหลง่ เรยี นรู้
1. หนังสอื พมิ พ์
2. อนิ เทอรเ์ น็ตหรือสอื่ อ่นื ๆ
11. การวัดและประเมนิ ผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์
ตรวจใบงานทา้ ยบท ใบงานท้ายบท
ลำดับ รายการทีว่ ดั และประเมินผล นั ก เรีย น ให้ ค ว าม
1 ใบงานเรอื่ ง Future Simple ร่ว ม มื อ ใน ก ารท ำ
Tense แบบฝึกหัดและตอบ
ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป
ผ่านเกณฑ์
12. เกณฑก์ ารประเมิน ดมี าก
16 - 20 คะแนน ดี
11 - 15 คะแนน พอใช้
6 - 10 คะแนน ควรปรบั ปรงุ
นอ้ ยกว่า 6 คะแนน
ลงชอื่ ผู้จดั ทำ
(นางสาวอารีรตั น์ บวั บาน)
ตำแหนง่ ครู
หน่วยการเรยี นรู้องิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565 หนา้ 67
บนั ทึกหลังการใช้แผนการจัดการเรยี นรู้
......................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................... .................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................... ...............................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................... ...............................
ลงชือ่ ผู้จัดทำ
(นางสาวอารรี ัตน์ บวั บาน)
ตำแหน่ง ครู
วนั ที่..............เดอื น..................................พ.ศ. ..................
หน่วยการเรยี นรู้องิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565 หนา้ 68
โรงเรยี นหินกอง (พิบลู อนุสรณ)์
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 เรื่อง Day after day
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 5
รหสั วิชา อ22101 เรอ่ื ง Present and Future Tenses (Revision)
กล่มุ สาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ
ผู้สอน นางสาวอารรี ัตน์ บัวบาน รายวิชา ภาษาองั กฤษ 3 ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 2
ปกี ารศกึ ษา 2565 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 2 ชว่ั โมง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวช้ีวดั
1.1 มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ต 1.2 มที ักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปล่ยี นข้อมูลข่าวสาร แสดงความร้สู กึ และ
ความคดิ เห็นอย่างมีประสิทธิภาพ
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเหน็ ในเรื่องต่าง ๆ โดยการพดู
และการเขยี น
มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเคร่ืองมือพ้ืนฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชพี
และการแลกเปลี่ยนเรยี นรู้กับสังคมโลก
1.2 ตัวชวี้ ดั
ต 1.2 ม.2/1 สนทนา แลกเปลีย่ นข้อมลู เกี่ยวกบั ตนเอง เรื่องต่าง ๆ ใกลต้ ัว และสถานการณ์ต่าง ๆ
ในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม
ต 1.2 ม.2/3 พูดและเขียนแสดงความต้องการ เสนอและให้ความชว่ ยเหลือ ตอบรบั และปฏิเสธการให้
ความช่วยเหลือ ในสถานการณต์ า่ ง ๆ อย่างเหมาะสม
ต 1.3 ม.2/3 พดู และเขยี นแสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกบั กจิ กรรม เรอื่ งตา่ ง ๆ ใกล้ตัว และประสบการณ์
พรอ้ มทง้ั ให้เหตุผลสน้ั ๆ ประกอบ
ต 4.2 ม.2/1 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการสืบค้น / คน้ คว้า รวบรวมและสรุปความรู้ / ข้อมลู ต่าง ๆ
จากสอื่ และแหลง่ การเรียนรูต้ ่าง ๆ ในการศึกษาตอ่ และประกอบอาชีพ
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
2.1 ด้านความรู้ ความเข้าใจ (K)
- นกั เรียนมีความรู้ในการส่อื สารระหวา่ งบุคคลพูดแลกเปล่ียนขอ้ มูลเกยี่ วกับตนเอง เรือ่ งใกล้ตวั
สถานการณต์ ่าง ๆ ในชีวิตประจำวนั
- นักเรยี นมคี วามรเู้ กีย่ วกับโครงสรา้ งประโยคและการใช้ Present and Future Tenses
หน่วยการเรียนรู้องิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565 หนา้ 69
2.2 ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
- นักเรียนพูดและเขียนประโยค Present and Future Tenses เพื่อใช้ในการสื่อสารระหว่างบุคคล
เช่น การทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ แสดงความต้องการ เสนอและให้ความชว่ ยเหลือ ตอบรบั และปฏิเสธการ
ใหค้ วามชว่ ยเหลือในสถานการณ์ต่าง ๆ แสดงความคดิ เห็นและใหเ้ หตผุ ลประกอบ
- นักเรียนสามารถสืบค้น ค้นคว้าความรู้ ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับ
Present and Future Tenses เพ่อื ใชก้ ารพดู และเขยี นประโยคได้
2.3 คณุ ลกั ษณะ เจตคติ คา่ นิยม (A)
- รกั การเรียนรูภ้ าษาองั กฤษและฝกึ ฝนอย่างจริงจงั เพยี งพอ
- ผู้เรียนใชภ้ าษาอังกฤษอย่างมมี ารยาท ถกู ต้องตามกาลเทศะ และบคุ คล
3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
- พูดและเขียนประโยคโดยเลือกใช้ Present and Future Tenses ในการสื่อสารระหว่างบุคคล เช่น การ
ทกั ทาย กลา่ วลา ขอบคุณ ขอโทษ แสดงความต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลือ ตอบรบั และปฏิเสธการให้ความ
ช่วยเหลือในสถานการณ์ต่าง ๆ แสดงความคิดเห็น ให้เหตุผลประกอบ สืบค้น / การค้นคว้าความรู้ / ข้อมูลต่าง ๆ
จากส่ือและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับ Present and Future Tenses มีทักษะในการเลือก พอประมาณ มี
เหตุผล มภี มู ิคุ้มกนั และมคี ุณธรรม ในการปฏิบัตติ นอยา่ งเหมาะสม ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
พดู และเขียนประโยคโดยเลือกใช้ Present and Future Tenses ในการสือ่ สารระหวา่ งบคุ คล เช่น
การทักทาย กลา่ วลา ขอบคณุ ขอโทษ แสดงความต้องการ เสนอและให้ความชว่ ยเหลอื ตอบรับและปฏิเสธการให้
ความช่วยเหลอื ในสถานการณ์ต่าง ๆ แสดงความคิดเห็น ให้เหตผุ ลประกอบ สืบค้น / การคน้ ควา้ ความรู้ / ข้อมูล
ต่าง ๆ จากสอ่ื และแหล่งการเรยี นรตู้ ่าง ๆ เกีย่ วกบั Present and Future Tenses ได้
4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น
1. คำศพั ท์ในเรอ่ื ง Unit 1 : Day after day
2. บทสนทนาในเรอ่ื ง Unit 1 : Day after day
3. การใชโ้ ครงสรา้ ง Present and Future Tenses ในรูปแบบตา่ ง ๆ
5. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (เฉพาะทเ่ี กดิ ในหน่วยการเรียนรู้นี้)
5.1 คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (ตามหลักสูตรแกนกลาง)
1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซอ่ื สตั ยส์ จุ ริต 3) มวี นิ ัย 4) ใฝ่เรียนรู้
5) อยู่อย่างพอเพยี ง 6) ม่งุ ม่นั ในการทำงาน 7) รักความเปน็ ไทย 8) มจี ติ สาธารณะ
5.2 คณุ ลกั ษณะตามหลกั สตู รมาตรฐานสากล
หนว่ ยการเรียนร้อู งิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 หนา้ 70
1) มีความรู้พื้นฐานในยคุ ดจิ ติ อล วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี รภู้ าษา พหวุ ัฒนธรรม
ตระหนักสำนกึ ระดับโลก
2) สามารถคดิ ประดิษฐ์อย่างสร้างสรรค์ ปรับตวั ใฝร่ ู้ ใฝเ่ รียน วเิ คราะห์ สงั เคราะห์ สรุป สร้างองค์ความรู้
3) มีทักษะสอื่ สารอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
4) มีความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
5) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. ทกั ษะของผู้เรยี นในศตวรรษที่ 21 (3R 7C เฉพาะท่ีเกดิ ในหนว่ ยการเรียนรูน้ )้ี
6.1 ทักษะการอ่าน (Reading)
6.2 ทักษะการเขยี น (Writing)
6.3 ทกั ษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
6.4 ทกั ษะด้านการคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณและทักษะในการแกป้ ัญหา (Critical thinking and
problem solving)
6.5 ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรคแ์ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation)
6.6 ทักษะดา้ นความร่วมมือการทำงานเป็นทีมและภาวะผนู้ ำ (Collaboration, teamwork and
leadership)
6.7 ทกั ษะดา้ นความเขา้ ใจตา่ งวฒั นธรรมตา่ งกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)
6.8 ทักษะดา้ นการส่อื สารสารสนเทศและรูเ้ ทา่ ทนั สื่อ (Communication information and
media literacy)
6.9 ทักษะดา้ นคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing)
6.10 ทักษะอาชีพและทกั ษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
7. การบูรณาการตามพระราชบญั ญตั ิการศกึ ษาแหง่ ชาติ (เฉพาะทเ่ี กดิ ในหนว่ ยการเรียนรนู้ )้ี
7.1 บรู ณาการสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น
7.2 บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
7.3 บรู ณาการหอ้ งเรยี นสีเขียว
7.4 อนื่ ๆ (โปรดระบ)ุ .................................................................................................................................................
8. ชิ้นงาน / ภาระงาน
1. ภาระงาน
- ใบงานเร่ือง Present and Future Tenses (Revision)
2. ชิ้นงาน
หนว่ ยการเรียนรู้องิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 หนา้ 71
9. กจิ กรรมการเรียนรู้ (Active Learning)
เรอ่ื ง Present and Future Tenses (Revision)
วิธีการสอน (วธิ ีการสอนแบบการเรยี นรเู้ ชิงรกุ (Active Learning)
ช่ัวโมงท่ี 1
ขัน้ ที่ 1 ขนั้ นำ
1.1 นกั เรียนดภู าพและข้อความบน PowerPoint และช่วยกนั แสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกับขอ้ ความบน
PowerPoint
1.3 นักเรียนดูรปู ภาพและขอความบน PowerPoint และช่วยกันวเิ คราะหป์ ระโยคและแสดงความคิดเหน็
เกี่ยวกบั ประโยคบน PowerPoint
eat is eating have eaten
ขนั้ ที่ 2 ข้นั การสืบค้นความร้จู ากแหลง่ ข้อมูลและสารสนเทศ
2.1 นกั เรยี นดูขอ้ มูล Present Tenses บน PowerPoint
หน่วยการเรียนร้อู งิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 หนา้ 72
2.2 นกั เรยี นดูฟงั ครอู ธิบาย Present Simple Tense, Present Continuous Tense และ Present
Perfect Tense บนหนา้ จอ Projector
2.3 นกั เรยี นสบื คน้ หาข้อมลู เพิม่ เติมเกย่ี วกับตัวอยา่ งประโยคที่ใช้ Present Simple Tense, Present
Continuous Tense และ Present Perfect Tense จากเว็บไซต์ ตา่ ง ๆ จากอนิ เทอร์เน็ต โดยครูตง้ั กติกาวา่
จะต้องศึกษาอย่างน้อย 1 เวบ็ ไซต์
ขน้ั ที่ 3 ขัน้ เชื่อมโยงความรู้
3.1 นกั เรยี นสง่ ตวั แทนจำนวน 8 เพอ่ื ออกมาเขยี นประโยค Present Simple Tense, Present
Continuous Tense และ Present Perfect Tense ท่ีได้ศึกษามา
3.2 นักเรียนและครรู ่วมกันตรวจสอบความถกู ต้องของประโยคทต่ี วั แทนทั้ง 8 คนออกมาเขยี น
3.3 นกั เรยี นฟงั ครูอธบิ ายเพมิ่ เตมิ เก่ียวกบั Present Simple Tense, Present Continuous Tense และ
Present Perfect Tense
ข้นั ท่ี 4 ข้ันการแลกเปลี่ยนประสบการณป์ ฏิบตั ิงานกลุ่ม
4.1 นักเรยี นแบง่ ออกเป็น 5 กลมุ่ ๆ ละ 5 - 6 คน โดยคละนกั เรยี นออกตามความสามารถ ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่
เลือกหวั หนา้ กลมุ่ ของตนเอง
4.2 นกั เรยี นนง่ั เป็นวงกลมและชว่ ยกันแบง่ ปันความรู้ท่ีศึกษา Present Simple Tense, Present
Continuous Tense และ Present Perfect Tense มาจากเวบ็ ไซต์ ตา่ ง ๆ จากอินเทอร์เน็ต
4.3 นักเรียนฟงั ครอู ธิบายหลักการใช้ Present Simple Tense, Present Continuous Tense และ
Present Perfect Tense
1. Present Simple Tense
ลกั ษณะการใช้ Present Simple Tense
Present แปลวา่ ปัจจบุ ัน ดงั น้นั Present Simple Tense จงึ เปน็ ประโยคทมี่ ีโครงสรา้ งแบบงา่ ย ๆ
เพอื่ ใชพ้ ูดถึงเหตกุ ารณ์ในปจั จุบนั น่ันเอง โดยมีลกั ษณะต่าง ๆ ดงั น้ี
1.1 ใช้เพอ่ื พูดถงึ ความเป็นจริงในชีวิตประจำวัน หรือความเปน็ จรงิ ตามธรรมชาติ ถึงแมว้ ่าเหตกุ ารณ์
นั้นจะเป็นอดีตหรืออนาคตก็ตาม เชน่
• When the earth moves around itself, it makes Day and Night.
เมือ่ โลกหมนุ รอบตวั เอง มันทำให้เกิดกลางวันกลางคนื
• Durian is the king of fruit.
ทุเรียนเป็นราชาผลไม้
1.2 ใช้เพ่อื พดู ถึงเหตกุ ารณ์ นิสัย หรือการกระทำท่ีเกดิ ข้ึนซ้ำ ๆ บ่อย ๆ เป็นประจำทุกวัน เชน่
• I walk to school every day.
ฉันเดนิ ไปโรงเรยี นทุกวนั
• Caroline always help other people so everyone loves her.
แครอลรนี ช่วยเหลือคนอ่ืนเป็นประจำ ดังน้ันทุกคนจงึ รักหลอ่ น
หนว่ ยการเรียนรู้องิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 หนา้ 73
1.3 ใชเ้ พือ่ ให้คำแนะนำหรือการบอกทิศทาง เชน่
• You go straight for 300 meters, then the destination is on your left.
คุณเดนิ ตรงไป 300 เมตรและจุดหมายปลายทางจะอยู่ทางซา้ ยมอื ของคุณ
2. Present Continuous Tense
ลักษณะการใช้ Present Continuous Tense
Present Continuous Tense หรอื หลายคนอาจจะรู้จักในช่ือ Present Progressive Tense
อย่างท่ีเรารูว้ า่ present แปลวา่ ปัจจบุ ัน ส่วน continuous/progressive แปลว่า ดำเนินอยา่ งต่อเนอื่ ง ดังนั้น
Tense นจี้ งึ เป็นการบอกเล่าสิ่งที่กำลงั เกดิ ขน้ึ อยูใ่ นปัจจบุ ัน โดยมลี กั ษณะการใชด้ ังนี้
2.1 ใช้เพือ่ บอกเลา่ เหตุการณ์หรือการกระทำในปัจจุบันท่ีกำลังดำเนนิ อยูแ่ ละยงั ไมจ่ บลง (จะจบ
ลงในอนาคต) โดยอาจพบคำบอกเวลา (Adverbs of time) ปรากฏอยใู่ นประโยคดว้ ย เช่น now, at the
moment, right now เป็นต้น ตวั อย่างการใช้เชน่
• I am studying at Chulalongkorn university.
ฉันกำลงั ศึกษาอยทู่ ี่มหาวทิ ยาลยั จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย
• Nadia is trying to lose weight now.
นาเดียกำลงั พยายามลดนำ้ หนักอย่ตู อนน้ี
2.2 ใช้กบั เหตกุ ารณห์ รือการกระทำที่กำลังเป็นกระแสหรือเปน็ ท่ีนิยมอยู่ในขณะนั้น เชน่
• These day, most people are favoring healthy food.
ปัจจบุ ันผู้คนส่วนใหญก่ ำลงั นิยมอาหารเพื่อสุขภาพ
2.3 ใช้กับเหตกุ ารณห์ รอื การกระทำท่ีกำลังจะเกดิ ขนึ้ ในอนาคต โดยมกี ารเตรยี มและวางแผนไว้
ลว่ งหน้าอย่างแน่นอนแลว้ และมักพบคำบอกเวลา (Adverbs of time) เช่น tonight, this evening, tomorrow,
next week เปน็ ต้น ตวั อย่างการใชเ้ ช่น
• I am meeting my parent tonight.
ฉันจะพบกบั พอ่ แมใ่ นคนื นี้
• Sarah and Julia are going on holiday next week.
ซารา่ และจูเลียจะไปพักร้อนสปั ดาห์หน้า
2.4 ใช้กับเหตกุ ารณ์หรือการกระทำทีเ่ กิดขึ้นบ่อยจนเกินไป ทำใหซ้ ้ำซากและนา่ เบ่อื ตวั อยา่ งเช่น
• Emerson is constantly talking. I wish he would shut up.
อเี มอรส์ นั พูดไม่หยุดเลย ฉันหวงั วา่ เขาจะหยดุ พูดเสียที
**ผูพ้ ูดแสดงอาการรำคาญจากการพูดไมห่ ยดุ ของอีเมอร์สนั
• I don’t like gangster near my house because they are always making noisy.
ฉนั ไมช่ อบกลุ่มอันธพาลใกล้บ้านของฉนั เพราะพวกเขามักจะทำเสียงดังเสมอ
หน่วยการเรยี นร้อู งิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565 หนา้ 74
ถงึ แม้ว่าเปน็ เหตุการณ์ทเ่ี กดิ ขึ้นประจำ แตม่ นั เกินพอดีจงึ ใช้ในรูปประโยค Present Continuous
Tense
3. Present Perfect Tense
หลกั การใช้ Present Perfect Tense คือ
3.1 ใช้กบั เหตุการณท์ ่ีเพิง่ จบไป หรอื เพง่ิ จบลงใหม่ ๆ มกั จะมคี ำวา่ just, already หรอื yet ใน
ประโยค เชน่
• Has the train arrived yet?
รถไฟมาถึงหรอื ยัง
• Daniel has just informed us where to meet tomorrow.
แดเนียลเพิง่ แจ้งเราวา่ พรุง่ น้ีจะให้ไปเจอกันทไี่ หน
3.2 ใชก้ บั เหตุการณ์ท่ีเกิดขนึ้ ต้ังแตอ่ ดีตและมีผลหรอื ยงั คงสภาพจนถึงปจั จบุ นั แตเ่ หตุการณ์น้ันได้
จบลงไปแล้ว โดยสว่ นใหญจ่ ะมีคำว่า since, for, ever since, so far อยู่ในประโยค เช่น
• I’ve known her for years.
ฉนั รจู้ กั เธอมาหลายปีแลว้
• Bryant has lived here ever since.
ไบรอันต์อยทู่ ีน่ ่ีมาตง้ั แต่บดั น้ัน
3.3 ใช้ในการเล่าประสบการณ์ต่าง ๆ สว่ นใหญจ่ ะมีคำว่า never, ever, once, twice รวมอยู่ด้วย
เชน่
• Have you ever been to Japan?
คณุ เคยไปประเทศญป่ี ุ่นไหม
• She has been to Japan twice.
เธอเคยไปญี่ปุ่นสองคร้งั
3.4 ใช้ในโครงสรา้ ง If-clause แบบที่ 1 ในสว่ นของเง่ือนไขทแ่ี สดงว่าถ้าทำเหตุการณ์หนึ่งเสร็จแล้ว
อีกเหตุการณ์จะเกดิ ขนึ้ เช่น
• The children can go out, if they have finished their homework.
เด็ก ๆ สามารถออกไปเลน่ ขา้ งนอกได้ ถา้ พวกเขาทำการบ้านเสร็จ
ข้นั ท่ี 5 ขัน้ การสรา้ งองค์ความรู้ร่วมกนั
5.1 นักเรียนแต่ละคนในกลุ่มพดู สรุปความร้เู ร่ือง Present Simple Tense, Present Continuous
Tense และ Present Perfect Tense
5.2 หวั หนา้ กลมุ่ รวบรวมคำพูด องค์ความรจู้ ากสง่ิ ทเ่ี พื่อนทุกคนพูดเกี่ยวกับหลักการใช้ หลักการแต่ง
ประโยค Present Simple Tense, Present Continuous Tense และ Present Perfect Tense
หนว่ ยการเรียนรูอ้ งิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 หนา้ 75
5.3 นักเรียนช่วยกนั ทำใบงานเรอื่ ง Present Tenses Revision (Present Simple Tense, Present
Continuous Tense และ Present Perfect Tense) ในเอกสารประกอบการเรียนรู้
5.4 นกั เรยี นและครูรว่ มกันตรวจสอบคำตอบจากการทำใบงานเรื่อง Present Tenses Revision (Present
Simple Tense, Present Continuous Tense และ Present Perfect Tense)
5.5 นกั เรยี นฟงั ครูอธิบายเหตุผลในการตอบในแตล่ ะข้อ
ข้นั ท่ี 6 ขั้นการสื่อสารและการนำเสนอ
6.1 นกั เรียนตวั แทนกลมุ่ รบั กระดาษปรู๊ฟและอปุ กรณ์การเขยี นเพ่ือทำการสรุปเนอ้ื หาท่ีไดเ้ รียนในวนั น้ี
6.2 นักเรยี นแต่งประโยคโดยใชโ้ ครงสรา้ ง Present Tenses (Present Simple Tense, Present
Continuous Tense และ Present Perfect Tense) ท่ไี ด้เรยี นมา
6.3 นกั เรยี นส่งตวั แทนกล่มุ ออกมานำเสนอประโยค Present Tenses (Present Simple Tense,
Present Continuous Tense และ Present Perfect Tense) หนา้ ชัน้ เรยี น
6.4 นักเรยี นนำกระดาษปรู๊ฟทน่ี กั เรียนเขยี นสรุปและตวั อย่างประโยคไปตดิ บริเวณดา้ นหลงั ห้อง และ
รอบ ๆ หอ้ ง
6.5 นกั เรียนสลับหมนุ เวยี นเพ่ือศึกษาข้อมลู ของกลุม่ อ่นื ๆ จนครบทัง้ 5 กลุม่
ขัน้ ท่ี 7 ขั้นประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
7.1 นักเรยี นร่วมกันสรุป Present Tenses (Present Simple Tense, Present Continuous Tense
และ Present Perfect Tense) ทเี่ รยี นไปแล้ว
7.2 นักเรียนยกตัวอย่างการนำความรู้เร่ือง Present Tenses (Present Simple Tense, Present
Continuous Tense และ Present Perfect Tense) ท่แี ต่ละกลมุ่ ไดเ้ รียนรู้โดยสรุปรว่ มกันท้งั ห้องแลว้ บนั ทกึ
ความรู้ลงในสมดุ บันทึก
ชั่วโมงที่ 2
1. สร้างความสนใจ (Engage)
1.1 นกั เรยี นเล่นเกม “Future: WILL vs GOING TO - Unit 8” จาก https://wordwall.net/
es/resource/4919799/future-will-vs-going-to-unit-8ฃ
หนว่ ยการเรยี นรู้องิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565 หนา้ 76
2. สำรวจและคน้ หา (Explore)
2.1 นักเรียนดวู ดิ โี อคลิปที่ 1 เรื่อง Future Simple จาก https://www.youtube.com/watch?v
=vjoZvhzWfxI&t=3s
2.2 นักเรียนดูวิดโี อคลิปท่ี 2 เรอ่ื ง Will vs. Going to : The difference between will and going
to / Future Tense in English Grammar จาก https://www.youtube.com/watch?v=CI0Kr4e4vzI
2.3 นักเรียนชว่ ยกนั สรปุ ความรทู้ ี่ได้จากการดวู ิโอคลปิ ทงั้ 2 วิดีโอ
3. อธิบาย (Explain)
3.1 นกั เรียนชว่ ยกนั อธิบายและสรุปเร่ือง Future Simple Tense
3.2 นกั เรียนฟังครอู ธบิ ายเพ่มิ เตมิ เพอื่ เสรมิ ความเขา้ ใจในเรอ่ื ง Future Simple Tense
1. Future Simple Tense ใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดข้ึน มันอาจใช้เพ่ือเดาเหตุการณ์ ให้คำ
สัญญา หรอื อธบิ ายสิง่ ท่จี ะเกิดข้ึนในอนาคต อธบิ ายถงึ ส่งิ ท่ีไมไ่ ด้วางแผนมากอ่ น หรอื เสนอว่าจะทำอะไรสักอย่าง
หลกั การใช้ Future Simple Tense
1.1 ใช้พดู ถึงเหตุการณ์หรอื การกระทำท่ี จะเกดิ ข้ึนในอนาคต โดยมักใชก้ ับ Adverb of Time
เช่น tomorrow, next…, soon, shortly, later และอน่ื ๆ เช่น
• I will go to the hospital tomorrow.
ฉันจะไปโรงพยาบาลในวนั พรุ่งน้ี
1.2 ใชก้ บั ประโยคท่ี ตดั สินใจในขณะที่พดู โดยไม่ได้วางแผนมาก่อน เชน่
• I think I will buy a new mobile phone next week.
ฉนั คดิ วา่ ฉันจะซอื้ มือถือเครือ่ งใหมอ่ าทิตย์หนา้
1.3 เราอาจใช้ “to be going to” แทน will / shall ใน Future Simple Tense เมอื่ …
กลา่ วถึง แผนการ หรอื ความตั้งใจ เช่น
• He is going to have a new pet next month.
เขากำลังจะไดส้ ัตวเ์ ลย้ี งตัวใหมใ่ นเดอื นหน้า
• I am going to leave him alone for a while.
ฉันจะปลอ่ ยใหเ้ ขาอยู่คนเดยี วสกั พัก
1.4 กล่าวถงึ เหตุการณ์ที่เชื่อจะเกดิ ขน้ึ อยา่ งแน่นอน เชน่
• Your ice cream is going to melt in a minute.
ไอศกรีมของคุณกำลังจะละลายในอกี นาทขี ้างหนา้
1.5. กลา่ วถงึ การคาดคะเน เชน่
• They are going to scream if they know you’re here.
พวกเขาคงต้องกรดี ร้องออกมาถา้ รูว้ า่ คุณอย่ทู นี่ ี่
2. Present continuous with future planning เปน็ การนำเอา Present continuous มาใช้กบั
เหตกุ ารณใ์ นอนาคต โครงสรา้ งและรูปประโยคเหมอื นกับ Present continuous ท่ัวไป
หนว่ ยการเรยี นรู้องิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 หนา้ 77
รปู ประโยคบอกเล่า : Subject + V.to be + V. ing
รปู ประโยคปฏิเสธ : Subject + V.to be + not + V. ing
รูปประโยคคำถาม : V. to be + Subject + V. ing
• We’re playing our first concert on 15th May in New York. The next day, we’re
taking the train to Washington D.C. We’re performing in Washington D.C. on 18th and we’re going
to Europe.
พวกเราจะไปแสดงคอนเสริต์แรกท่นี วิ ยอร์คในวันที่ 15 พฤษภาคม และวันรุ่งข้ึนก็จะเดินทางโดย
รถไฟไปวอชงิ ตนั ด.ี ซ.ี และจะไปแสดงท่นี ั่นในวนั ที่ 18 พฤษภาคม และจะออกเดินทางต่อไปยงั ยุโรป
4. ขยายความรู้ (Elaborate)
4.1 นกั เรยี นยกตวั อยา่ งประโยคบอกเล่า ปฏเิ สธ และประโยคคำถามโดยใช้ Future Simple Tense
• Austin will travel around the world next year.
• Apple will launch a new product soon.
• She won’t buy a bike next month.
• It will not snow next season
• Will you go to school tomorrow?
• Will the plane tickets be expensive?
• I’m spending Christmas and New Year with my Mum and Dad.
• We’re meeting Helena at 3 o'clock tomorrow afternoon.
4.2 นักเรยี นชว่ ยกันทำแบบฝึกหดั เรือ่ ง Future Simple Tense (Revision) ในเอกสารประกอบกรสอน
5. ประเมนิ ผล (Evaluate)
5.1 นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยแบบฝึกหัดเร่ือง Future Simple Tense (Revision) ในเอกสาร
ประกอบกรสอน
5.2 นักเรียนฟงั ครอู ธิบายถึงสาเหตใุ นการตอบคำถามหรือเลอื กตอบในแต่ละข้อให้นกั เรียนเข้าใจหลักการใช้ Future
Simple Tense (Revision) ครสู รุปหลักการของกฎตา่ ง ๆ ให้นักเรยี นฟังอกี ครงั้
10. สือ่ การเรียนรู้ / แหลง่ เรยี นรู้
10.1 สื่อการเรียนรู้
1. หนังสือเรยี นรายวิชาพนื้ ฐาน ภาษาองั กฤษ Access 2 Student’s book ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2
2. ใบความรู้เรอ่ื ง Present and Future Tenses
3. ใบงานเรือ่ ง Present and Future Tenses
10.2 แหลง่ เรียนรู้
1. หนังสือพิมพ์
หน่วยการเรยี นรูอ้ งิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 หนา้ 78
2. อนิ เทอร์เนต็ หรอื ส่ืออ่นื ๆ
11. การวดั และประเมนิ ผล วิธกี าร เคร่อื งมอื เกณฑ์
ตรวจใบงานทา้ ยบท ใบงานทา้ ยบท
ลำดับ รายการทว่ี ดั และประเมนิ ผล นั ก เรีย น ให้ ค ว าม
1 ใบงานเรอื่ ง Present and Future ร่ว ม มื อ ใน ก ารท ำ
Tenses (Revision) แบบฝึกหัดและตอบ
ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป
ผ่านเกณฑ์
12. เกณฑ์การประเมนิ ดีมาก
16 - 20 คะแนน ดี
11 - 15 คะแนน พอใช้
6 - 10 คะแนน ควรปรบั ปรุง
นอ้ ยกว่า 6 คะแนน
ลงชือ่ ผู้จดั ทำ
(นางสาวอารีรัตน์ บวั บาน)
ตำแหนง่ ครู
บันทกึ หลงั การใชแ้ ผนการจดั การเรียนรู้
......................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................... .................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................... ...............................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ผจู้ ัดทำ
(นางสาวอารีรตั น์ บวั บาน)
ตำแหนง่ ครู
วนั ท่ี..............เดอื น..................................พ.ศ. ..................
หน่วยการเรยี นรูอ้ งิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 หนา้ 79
โรงเรียนหินกอง (พบิ ูลอนุสรณ)์
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 เรื่อง Let’s celebrate!
แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 7
รหัสวชิ า อ22111 เรื่อง Vocabulary, reading and conversation
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ผูส้ อน นายสุจินดา ปรากฏวงศ์ รายวิชา ภาษาอังกฤษ 3 ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 2
ปกี ารศึกษา 2565 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 1 ชวั่ โมง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ช้วี ดั
1.1 มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ต 1.2 มีทกั ษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความร้สู ึกและ
ความคดิ เหน็ อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมลู ข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเห็นในเร่ืองตา่ ง ๆ โดยการพูด
และการเขียน
มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมอื นและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากบั
ภาษาและวฒั นธรรมไทย และนำมาใชอ้ ย่างถกู ตอ้ งและเหมาะสม
มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเคร่ืองมอื พ้ืนฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชพี
และการแลกเปล่ยี นเรียนรกู้ บั สงั คมโลก
1.2 ตวั ช้ีวดั
ต 1.2 ม.2/3 พดู และเขียนแสดงความต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลอื ตอบรบั และปฏเิ สธการให้
ความชว่ ยเหลอื ในสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างเหมาะสม
ต 1.3 ม.2/3 พดู และเขียนแสดงความคิดเห็นเก่ยี วกบั กิจกรรม เรอื่ งต่าง ๆ ใกลต้ ัว และประสบการณ์
พร้อมทัง้ ใหเ้ หตุผลสัน้ ๆ ประกอบ
ต 2.2 ม.2/1 เปรยี บเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกตา่ งระหว่างการออกเสยี งประโยค
ชนดิ ตา่ ง ๆ และการลำดับคำตามโครงสร้างประโยค ของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย
ต 4.2 ม.2/1 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการสืบคน้ / ค้นควา้ รวบรวมและสรุปความรู้ / ขอ้ มูลต่าง ๆ
จากสอื่ และแหลง่ การเรียนรู้ต่าง ๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชพี
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
2.1 ด้านความรู้ ความเขา้ ใจ (K)
- นกั เรียนมคี วามร้เู กีย่ วกับการใช้ Vocabulary
2.2 ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
หนว่ ยการเรียนรอู้ งิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 หนา้ 80
- นักเรียนพูดและเขียนประโยคโดยใช้ Vocabulary เพ่ือแสดงความต้องการ เสนอและให้ความ
ชว่ ยเหลอื ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณต์ า่ ง ๆ และใหเ้ หตผุ ลประกอบได้
- นักเรียนสามารถสืบค้น ค้นคว้าความรู้ ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับ
Vocabulary เพื่อใช้การเขียนประโยคเพื่อเปรียบเทียบและการอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างชีวิต
ความเปน็ อยแู่ ละวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษากบั ของไทยได้
2.3 คุณลกั ษณะ เจตคติ ค่านยิ ม (A)
- รกั การเรียนรภู้ าษาองั กฤษและฝกึ ฝนอย่างจรงิ จังเพียงพอ
- ผเู้ รียนใชภ้ าษาอังกฤษอย่างมีมารยาท ถกู ตอ้ งตามกาลเทศะ และบุคคล
3. สาระสำคญั / ความคดิ รวบยอด
- พูดและเขียนประโยคโดยเลือกใช้ Vocabulary เพ่ือแสดงความต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลือ
ตอบรับและปฏิเสธการใหค้ วามช่วยเหลือในสถานการณต์ า่ ง ๆ เปรยี บเทียบและสบื ค้น / การค้นคว้าความรู้ / ขอ้ มูล
ต่าง ๆ จากส่ือและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับ Vocabulary เพื่ออธิบายละให้เหตุผลประกอบในความเหมือน
และความแตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย มีทักษะในการเลือก
พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน และมีคุณธรรม ในการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง
4. สาระการเรียนรู้
4.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
พดู และเขียนประโยคโดยเลอื กใช้ Vocabulary เพ่ือแสดงความตอ้ งการ เสนอและใหค้ วามชว่ ยเหลอื
ตอบรับและปฏเิ สธการใหค้ วามช่วยเหลอื ในสถานการณต์ ่าง ๆ เปรยี บเทียบและสืบค้น / การค้นคว้าความรู้ / ขอ้ มูล
ต่าง ๆ จากส่ือและแหลง่ การเรยี นรู้ต่าง ๆ เกย่ี วกับ Vocabulary เพ่ืออธิบายละให้เหตุผลประกอบในความเหมือน
และความแตกตา่ งระหว่างชีวิตความเป็นอยู่และวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษากบั ของไทยได้
4.2 สาระการเรยี นร้ทู ้องถนิ่
1. คำศัพท์ในเรือ่ ง Unit 2 : Let’s celebrate!
2. บทสนทนา ในเรอ่ื ง Unit 2 : Let’s celebrate!
3. การใช้ Vocabulary ในรูปแบบต่าง ๆ
5. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (เฉพาะท่เี กิดในหนว่ ยการเรยี นรนู้ ี้)
5.1 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (ตามหลักสตู รแกนกลาง)
1) รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ 2) ซ่อื สตั ย์สุจริต 3) มวี นิ ยั 4) ใฝเ่ รียนรู้
5) อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง 6) มงุ่ มั่นในการทำงาน 7) รักความเปน็ ไทย 8) มจี ิตสาธารณะ
5.2 คณุ ลกั ษณะตามหลกั สูตรมาตรฐานสากล
หนว่ ยการเรยี นรู้องิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 หนา้ 81
1) มคี วามร้พู ื้นฐานในยคุ ดจิ ติ อล วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ภาษา พหวุ ฒั นธรรม
ตระหนักสำนึกระดบั โลก
2) สามารถคดิ ประดษิ ฐ์อยา่ งสร้างสรรค์ ปรับตวั ใฝร่ ู้ ใฝเ่ รยี น วเิ คราะห์ สงั เคราะห์ สรุป สรา้ งองค์ความรู้
3) มที กั ษะสอ่ื สารอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
4) มคี วามสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
5) มีความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. ทกั ษะของผเู้ รยี นในศตวรรษที่ 21 (3R 7C เฉพาะทเี่ กดิ ในหน่วยการเรียนร้นู ี)้
6.1 ทักษะการอา่ น (Reading)
6.2 ทักษะการเขียน (Writing)
6.3 ทกั ษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
6.4 ทักษะด้านการคดิ อยา่ งมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปญั หา (Critical thinking and
problem solving)
6.5 ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation)
6.6 ทกั ษะด้านความรว่ มมอื การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and
leadership)
6.7 ทกั ษะดา้ นความเขา้ ใจตา่ งวฒั นธรรมต่างกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)
6.8 ทกั ษะด้านการสอ่ื สารสารสนเทศและรเู้ ท่าทันสอ่ื (Communication information and
media literacy)
6.9 ทักษะด้านคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร (Computing)
6.10 ทกั ษะอาชีพและทกั ษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
7. การบูรณาการตามพระราชบญั ญัตกิ ารศึกษาแหง่ ชาติ (เฉพาะท่เี กดิ ในหน่วยการเรยี นรนู้ )้ี
7.1 บรู ณาการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน
7.2 บรู ณาการเศรษฐกจิ พอเพียง
7.3 บูรณาการห้องเรยี นสีเขียว
7.4 อนื่ ๆ (โปรดระบุ).................................................................................................................................................
8. ชิ้นงาน / ภาระงาน
1. ภาระงาน
- ใบงานเรื่อง Vocabulary
หน่วยการเรียนรอู้ งิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565 หนา้ 82
- แบบฝกึ หัดเร่ือง Reading and conversation ในหนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาอังกฤษ
Access 2 Student’s book ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2
2. ชิ้นงาน
-
9. กิจกรรมการเรยี นรู้ (Active Learning)
เรอื่ ง Vocabulary and Reading วิธกี ารสอน (วธิ ีการสอนแบบค้นพบ Discovery Method)
1. ขน้ั นำเขา้ สู่บทเรียน
1.1 นักเรียนทบทวนความรูเ้ ดิมโดยช่วยกันระดมความคดิ เขียนคำศัพทเ์ กี่ยวกับกจิ กรรมท่ีทำในงาน
เทศกาลหรือวนั เฉลิมฉลองต่าง ๆ ที่นกั เรยี นรจู้ กั บนกระดานภายในเวลาท่ีกำหนด
1.2 เม่ือหมดเวลานักเรยี นและครูร่วมกันตรวจสอบตัวสะกด และใหอ้ ่านพร้อม ๆ กนั เพ่ือทดสอบการ
ออกเสียง
1.3. นักเรียนฟังครูพูดคำศัพท์ท่ีเก่ียวกับ festival and celebration โดยครูพูดคำศัพท์เป็นภาษาไทย
และนักเรยี นบอกคำศพั ท์น้ันเปน็ ภาษาองั กฤษ
1.4 นกั เรียนดภู าพเกยี่ วกบั สภาพอากาศและกจิ กรรมในหนังสือเรียน Access 2 หนา้ ที่ 20
1.5 นักเรยี นดรู ูปภาพที่ 1 และตวั อยา่ งประโยค It’s wet and rainy. People are watching a
contest. ในหนังสือเรียน Access 2 หนา้ ท่ี 20
1.6 นกั เรยี นทำกจิ กรรม Use words related to the weather and phrase below to describe
the picture ในหนงั สือเรียน Access 2 หน้าท่ี 20 และส่งตัวแทนออกมาเขยี นประโยคบนกระดาน
1.7 นักเรยี นและครูร่วมกันตรวจสอบประโยคที่นักเรยี นออกมาเขยี น เมอ่ื พบวา่ ไม่ถูกตอ้ งใหน้ ักเรียน
ชว่ ยกันแสดงความคิดเหน็ และชว่ ยกันแก้ไขให้ถกู ต้อง โดยครูคอยเปน็ ผชู้ ว่ ยและคอยให้คำแนะนำ
1.8 นกั เรยี นทำกิจกรรม Reading : Special days ในหนังสือเรียน Access 2 หน้าที่ 22
หนว่ ยการเรยี นรอู้ งิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 หนา้ 83
1.9 นักเรียนและครรู ว่ มกันเฉลยคำตอบในกิจกรรมทีน่ ักเรียนทำท้ังหมด หากมีข้อใดทน่ี กั เรยี นยังตอบได้
ไม่ถูกตอ้ งให้ครูผูส้ อนอธิบายคำตอบใหน้ ักเรยี นฟงั เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจมากข้นึ
2. ข้ันเรยี นรู้
2.1 นักเรียนทำกจิ กรรม Which of the phrases in the list best match the pictures A and B
ในหนังสือเรียน Access 2 หน้าที่ 24
2.2 นกั เรียนทำกจิ กรรม Read the texts and complete the sentences. Explain the words in
bold. ในหนังสือเรียน Access 2 หนา้ ที่ 24
2.3 นักเรียนฟงั บทสนทนาในหนงั สือเรียน Access หนา้ ที่ 28
2.2 นกั เรียนจับกลมุ่ เพอื่ ฝึกบทสนทนา และส่งตวั แทนออกมา 1 กลุ่มเพอื่ ออกมาพดู บทสนทนา
2.3 นกั เรยี นทำกิจกรรมในหนังสือเรียน Access หนา้ ท่ี 28 กจิ กรรม Read the dialogue and
answer the questions และกิจกรรม Find phrases in the dialogue which mean.
2.4 นักเรียนและครูร่วมกนั เฉลยกจิ กรรมในหนังสือเรยี น Access หน้าท่ี 28 กิจกรรม Read the
dialogue and answer the questions และกิจกรรม Find phrases in the dialogue which mean. หากมีข้อ
ใดท่ีนักเรียนยังตอบไดไ้ ม่ถูกต้องใหค้ รผู สู้ อนอธบิ ายคำตอบให้นักเรยี นฟงั เพอ่ื ให้นักเรยี นมีความเข้าใจมากขึน้
3. ข้นั นำไปใช้
3.1 นักเรยี นศกึ ษาคำศัพทใ์ นเอกสารประกอบการเรียน
3.2 นกั เรยี นทำใบงานแบบฝกึ หัดเกยี่ วกับคำศพั ทใ์ นเอกสารประกอบการเรียน
3.3 นกั เรียนและครรู ่วมกันเฉลยแบบฝึกหดั เก่ยี วกับคำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน หากมขี ้อใดที่
นักเรยี นยังตอบได้ไม่ถูกต้องใหค้ รูผู้สอนอธิบายคำตอบใหน้ ักเรียนฟังเพ่ือใหน้ ักเรียนมคี วามเข้าใจมากขนึ้
10. สอ่ื การเรียนรู้ / แหล่งเรียนรู้
10.1 สื่อการเรียนรู้
1. หนังสอื เรยี นรายวชิ าพนื้ ฐาน ภาษาองั กฤษ Access 2 Student’s book ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 2
2. ใบความรู้เรื่อง Vocabulary
3. ใบงานเรื่อง Vocabulary
4. แบบฝึกหัดเรื่อง Reading and conversation ในหนังสอื เรยี นรายวชิ าพน้ื ฐาน ภาษาองั กฤษ Access 2
Student’s book ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 2
10.2 แหลง่ เรยี นรู้
1. หนงั สือพิมพ์
2. อนิ เทอรเ์ น็ตหรอื สือ่ อ่นื ๆ
หน่วยการเรียนรอู้ งิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 หนา้ 84
11. การวดั และประเมนิ ผล วิธกี าร เครอ่ื งมอื เกณฑ์
ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานท้ายบท
ลำดบั รายการท่วี ัดและประเมินผล นั ก เรีย น ให้ ค ว าม
1 ใบงานเรอ่ื ง Vocabulary ร่ว ม มื อ ใน ก ารท ำ
แบบฝึกหัดและตอบ
2 แบบฝกึ หดั เรอื่ ง Reading and ตรวจแบบฝึกหดั แบบฝึกหดั ถูกร้อยละ 60 ข้ึนไป
conversation ในหนังสอื เรยี น ผา่ นเกณฑ์
รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาอังกฤษ
Access 2 Student’s book นั ก เรีย น ให้ ค ว าม
ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ร่ว ม มื อ ใน ก ารท ำ
แบบฝึกหัดและตอบ
ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป
ผ่านเกณฑ์
12. เกณฑก์ ารประเมิน ดมี าก
16 - 20 คะแนน ดี
11 - 15 คะแนน พอใช้
6 - 10 คะแนน ควรปรบั ปรุง
น้อยกวา่ 6 คะแนน
ลงชอื่ ผู้จดั ทำ
(นางสาวอารีรตั น์ บวั บาน)
ตำแหน่ง ครู
หน่วยการเรยี นรอู้ งิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565 หนา้ 85
บนั ทึกหลงั การใชแ้ ผนการจดั การเรยี นรู้
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................... .................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................... ...............................
ลงชอื่ ผู้จัดทำ
(นางสาวอารรี ัตน์ บวั บาน)
ตำแหน่ง ครู
วนั ท่ี..............เดอื น..................................พ.ศ. ..................
หนว่ ยการเรยี นร้อู งิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 หนา้ 86
โรงเรยี นหินกอง (พิบลู อนสุ รณ์)
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 2 เรอื่ ง Let’s celebrate!
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 8
รหสั วิชา อ22111 เร่อื ง Past Simple Tense
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ผูส้ อน นางสาวอารรี ัตน์ บัวบาน รายวิชา ภาษาองั กฤษ 3 ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 2
ปกี ารศกึ ษา 2565 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 2 ชัว่ โมง
1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ชวี้ ดั
1.1 มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ต 1.2 มที ักษะการสือ่ สารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นข้อมลู ข่าวสาร แสดงความรสู้ กึ และ
ความคดิ เห็นอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเหน็ ในเรอ่ื งต่าง ๆ โดยการพดู
และการเขยี น
มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมอื นและความแตกต่างระหวา่ งภาษาและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษากบั
ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใชอ้ ยา่ งถูกต้องและเหมาะสม
มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครอ่ื งมือพ้ืนฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ
และการแลกเปลยี่ นเรียนรู้กบั สงั คมโลก
1.2 ตัวช้ีวัด
ต 1.2 ม.2/3 พดู และเขียนแสดงความต้องการ เสนอและให้ความชว่ ยเหลือ ตอบรับและปฏเิ สธการให้
ความช่วยเหลือ ในสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างเหมาะสม
ต 1.3 ม.2/3 พดู และเขียนแสดงความคดิ เห็นเกีย่ วกบั กจิ กรรม เรอ่ื งต่าง ๆ ใกล้ตวั และประสบการณ์
พรอ้ มทั้งให้เหตผุ ลส้นั ๆ ประกอบ
ต 2.2 ม.2/1 เปรียบเทยี บและอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งการออกเสยี งประโยค
ชนดิ ตา่ ง ๆ และการลำดบั คำตามโครงสรา้ งประโยค ของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย
ต 4.2 ม.2/1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น / คน้ คว้า รวบรวมและสรปุ ความรู้ / ข้อมูลต่าง ๆ
จากสอ่ื และแหลง่ การเรียนรตู้ ่าง ๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชพี
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
2.1 ด้านความรู้ ความเขา้ ใจ (K)
- นกั เรยี นมีความร้เู กย่ี วกบั การใช้ Past Simple Tense
2.2 ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
หนว่ ยการเรียนร้อู งิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565 หนา้ 87
- นักเรียนพูดและเขียนประโยคโดยใช้ Past Simple Tense เพ่ือแสดงความต้องการ เสนอและให้
ความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความชว่ ยเหลือในสถานการณต์ ่าง ๆ และใหเ้ หตุผลประกอบได้
- นักเรียนสามารถสืบค้น ค้นคว้าความรู้ ข้อมูลต่าง ๆ จากส่ือและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เก่ียวกับ
Past Simple Tense เพื่อใช้การเขียนประโยคเพื่อเปรียบเทียบและการอธิบายความเหมือนและความแตกต่าง
ระหวา่ งชีวิตความเปน็ อย่แู ละวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษากบั ของไทยได้
2.3 คุณลกั ษณะ เจตคติ คา่ นิยม (A)
- รกั การเรียนรู้ภาษาองั กฤษและฝึกฝนอยา่ งจริงจงั เพียงพอ
- ผเู้ รียนใชภ้ าษาอังกฤษอย่างมมี ารยาท ถูกตอ้ งตามกาลเทศะ และบุคคล
3. สาระสำคญั / ความคิดรวบยอด
- พูดและเขียนประโยคโดยใช้ Past Simple Tense เพื่อแสดงความต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลือ
ตอบรบั และปฏิเสธการใหค้ วามชว่ ยเหลือในสถานการณ์ตา่ ง ๆ เปรยี บเทียบและสบื ค้น / การคน้ ควา้ ความรู้ / ข้อมูล
ต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เก่ยี วกบั Past Simple Tense เพ่ืออธบิ ายละให้เหตุผลประกอบในความ
เหมือนและความแตกต่างระหว่างชีวติ ความเป็นอยแู่ ละวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากบั ของไทย มที ักษะในการเลือก
พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน และมีคุณธรรม ในการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
พูดและเขียนประโยคโดยใช้ Past Simple Tense เพื่อแสดงความต้องการ เสนอและให้ความ
ช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่าง ๆ เปรียบเทียบและสืบค้น / การค้นคว้า
ความรู้ / ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับ Past Simple Tense เพ่ืออธิบายละให้เหตุผล
ประกอบในความเหมอื นและความแตกตา่ งระหวา่ งชีวติ ความเปน็ อยแู่ ละวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษากบั ของไทยได้
4.2 สาระการเรยี นรทู้ ้องถิ่น
1. คำศัพท์ในเรื่อง Unit 2 : Let’s celebrate!
2. บทสนทนาในเร่ือง Unit 2 : Let’s celebrate!
3. การใช้โครงสรา้ ง Past Simple Tense ในรปู แบบตา่ ง ๆ
5. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (เฉพาะท่ีเกิดในหนว่ ยการเรียนรู้นี้)
5.1 คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (ตามหลกั สตู รแกนกลาง)
1) รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซ่อื สัตย์สุจริต 3) มีวนิ ัย 4) ใฝ่เรียนรู้
5) อยู่อย่างพอเพยี ง 6) มุง่ มนั่ ในการทำงาน 7) รกั ความเป็นไทย 8) มจี ติ สาธารณะ
5.2 คุณลกั ษณะตามหลักสตู รมาตรฐานสากล
หนว่ ยการเรียนรอู้ งิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 หนา้ 88
1) มคี วามรพู้ ืน้ ฐานในยคุ ดจิ ิตอล วทิ ยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี ร้ภู าษา พหวุ ฒั นธรรม
ตระหนักสำนกึ ระดับโลก
2) สามารถคิดประดิษฐอ์ ยา่ งสรา้ งสรรค์ ปรับตวั ใฝร่ ู้ ใฝ่เรยี น วเิ คราะห์ สังเคราะห์ สรปุ สรา้ งองคค์ วามรู้
3) มีทักษะส่ือสารอยา่ งมีประสิทธภิ าพ
4) มีความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
5) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. ทกั ษะของผู้เรียนในศตวรรษท่ี 21 (3R 7C เฉพาะที่เกดิ ในหนว่ ยการเรียนรู้น้ี)
6.1 ทักษะการอ่าน (Reading)
6.2 ทักษะการเขยี น (Writing)
6.3 ทกั ษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
6.4 ทกั ษะดา้ นการคดิ อย่างมีวิจารณญาณและทกั ษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and
problem solving)
6.5 ทักษะด้านการสร้างสรรคแ์ ละนวัตกรรม (Creativity and innovation)
6.6 ทักษะดา้ นความรว่ มมอื การทำงานเป็นทมี และภาวะผูน้ ำ (Collaboration, teamwork and
leadership)
6.7 ทกั ษะดา้ นความเข้าใจต่างวัฒนธรรมตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
6.8 ทกั ษะดา้ นการส่ือสารสารสนเทศและร้เู ทา่ ทันส่อื (Communication information and
media literacy)
6.9 ทักษะด้านคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (Computing)
6.10 ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
7. การบูรณาการตามพระราชบญั ญัติการศึกษาแห่งชาติ (เฉพาะที่เกิดในหนว่ ยการเรียนรูน้ ี้)
7.1 บรู ณาการสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียน
7.2 บรู ณาการเศรษฐกิจพอเพียง
7.3 บรู ณาการห้องเรียนสีเขยี ว
7.4 อนื่ ๆ (โปรดระบ)ุ .................................................................................................................................................
8. ชิ้นงาน / ภาระงาน
1. ภาระงาน
- ใบงานเรื่อง Past Simple Tense
2. ชิ้นงาน
หนว่ ยการเรียนรู้องิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565 หนา้ 89
9. กจิ กรรมการเรียนรู้ (Active Learning)
เรอื่ ง Past Simple Tense วิธกี ารสอน (วิธกี ารสอนแบบ 2W3P)
ชวั่ โมงท่ี 1
1. ขน้ั กระตุน้ ทบทวนและปูพน้ื ฐานความรู้ (Warm up)
1.1 นกั เรยี นทบทวนความรู้เรื่อง Past Form (กริยาชอ่ ง 2) โดยใช้เกม Past Tense Game - ลอ้ สมุ่
จาก https://wordwall.net/th/resource/21782609/past-tense-game
1.2 นกั เรยี นแบ่งออกเปน็ 4 ทีม ทีมละเทา่ ๆ กนั โดยแตล่ ะทีมประกอบไปด้วยนกั เรียนกลมุ่ เก่ง ปาน
กลางและออ่ น
1.3 นักเรียนเรยี งลำดบั สมาชิกในกล่มุ เพื่อออกมาเขยี นคำศัพทก์ รยิ าช่อง 2 ภายในเวลาท่ีกำหนด โดย
คร้ังแรกครูผสู้ อนเป็นผู้ดำเนินการกดปุ่มหมนุ หลงั จากนัน้ ให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนหมนุ เวียนกนั ออกมากดปุ่มหมุน
เม่อื แตล่ ะกลมุ่ เขียนคำศพั ทล์ งบนกระดานเรยี นรอ้ ยแลว้ เพื่อน ๆ ในห้องช่วยกันตรวจสอบวา่ ถูกต้องหรอื ไม่
1.4 นกั เรียนฟังครูชแ้ี จงเพิ่มเตมิ วา่ กรยิ าชอ่ ง 2 มีรูปแบบการเขยี น 3 ประเภท คือ 1. เปลี่ยนรูปรา่ ง เช่น
have = had, do = did 2. เติม ed เช่น walk = walked, clean = cleaned และ 3. เขยี นเหมือนกริยาชอ่ ง 1
คือไม่เปลย่ี นรปู เชน่ cut = cut, put = put
2. ขั้นนำเสนอเนอื้ หาสาระ (Presentation)
2.1 นกั เรียนออกมาเขยี นกริยาช่อง 2 บนกระดานดำคนละ 1 คำพรอ้ มความหมาย โดยไม่ซ้ำกบั คำศัพท์
ท่ีใช้เล่นในเกม Past Tense Game - ล้อสุ่ม
2.2 นักเรยี นช่วยกันตรวจสอบคำศพั ท์และความหมาย ถา้ ไม่ถกู ต้องสามารถชว่ ยกันแกไ้ ขได้
2.3 นักเรียนดูรูปภาพและประโยคบน PowerPoint หลังจากนั้นร่วมกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับ
รูปภาพและประโยคทป่ี รากฏบน PowerPoint
หน่วยการเรียนรอู้ งิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 หนา้ 90
2.4 นักเรียนฟังครูช้ีแจงโครงสร้าง Past Simple Tense คือการกระทำท่ีเกิดข้ึนจะใช้ กริยาช่องท่ี 2
และเป็นเหตุการณ์หรือการกระทำท่ีจบลงในอดีต มักมีคำหรือกลุ่มคำของอดีตมากำกับ เช่น ago (แต่ก่อน) once
(ครง้ั หนงึ่ ในอดตี ) yesterday (เม่อื วานน)้ี
3. ขนั้ ฝึกฝนโดยยึดผู้เรยี นเปน็ ศนู ย์ (Practice)
3.1 นักเรยี นช่วยกันเขียนโครงสรา้ งประโยค Present Simple Tense จะไดโ้ ครงสร้างดงั นี้
ประธาน + กริยาชอ่ งท่ี 2 + กรรมหรอื สว่ นขยาย
3.2 นกั เรียนแตง่ ประโยคโดยใชก้ รยิ าชอ่ ง 2 คนละ 3 ประโยคพร้อมกบั แปลความหมายของประโยค
โดยครเู ดนิ ดูประโยคท่นี ักเรยี นเขียนพร้อมให้คำแนะนำ ชว่ ยแกไ้ ขในกรณีที่นักเรยี นแต่งประโยคไม่ถกู ต้อง โดยครู
ใหแ้ รงเสริมด้วยการกลา่ วชม เช่น good, excellent, well done, fantastic เป็นตน้
3.2 นกั เรยี นดคู ำศัพท์ท่ีครเู ขียนบนกระดาน
Subject : He
Verb : buy
Complement : a radio last month.
3.3 นักเรียนชว่ ยกันนำศัพทท์ ี่ครเู ขียนบนกระดานมาแต่งประโยคตามโครงสรา้ ง Past Simple Tense
โดยสง่ ตัวแทนออกมาเขียนบนกระดานจะได้ประโยคที่ถกู ต้อง คือ He bought a radio last month.
3.4 นกั เรียนฝึกเปลี่ยนประธานกริยาและสว่ นขยายไปตามความเหมาะสม โดยนกั เรยี นเปน็ ผู้กำหนด
ดว้ ยตนเอง เชน่
• My mother bought a new iPhone yesterday.
• The teacher bough an ice-cream this morning.
3.5 นกั เรยี นชว่ ยกันสรุปโครงสรา้ งและรายละเอียดตามความเขา้ ใจของนักเรียน
3.6 นักเรียนฟังครูอธิบาย Past simple tense เพิ่มเติม
Past Simple Tense ใชใ้ นเหตกุ ารณ์ในอดีตท่จี บไปแล้ว หรือ ใช้บอกในเร่อื งทเี่ ปน็ กิจวัตรประจำใน
อดตี หรือเคยไปที่ไหนในอดตี มาแล้ว โดยมโี ครงสรา้ งดงั น้ี
ประโยคบอกเลา่ S. + V.2 I went to the theme park yesterday.
ประโยคปฎเิ สธ S. + did not + V.1 She didn’t come to Thailand last year.
ประโยคคำถาม Did + S + V.1 Did you see Jane at the bank last hour?
จำง่าย ๆ ว่า ประโยคบอกเล่าใชก้ ริยาชอ่ ง 2 สว่ นประโยคปฏเิ สธและประโยคคำถาม ใช้ did
ร่วมกบั กรยิ าช่อง 1
หลกั การใช้และโครงสรา้ งของ Past Simple Tense
1. ใชก้ บั เรอ่ื งท่ีเกดิ ข้นึ ในอดีตและจบส้นิ ลงไปเรยี บร้อยแล้ว สังเกตง่าย ๆ วา่ มักจะมีการระบุ
ช่วงเวลาไว้ด้วยวา่ เกิดขนึ้ เม่อื ไหร่ และใชก้ รยิ าช่อง 2 เช่น
• They came here yesterday.
หน่วยการเรยี นร้อู งิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 หนา้ 91
พวกเขามาที่นีเ่ มอ่ื วานน้ี
• He left home ten minutes ago.
เขาออกจากบา้ นเม่ือ 50 นาทีทีแ่ ล้ว
• I bought a new phone two days ago.
ฉนั ซอื้ โทรศัพท์ใหม่มาเมอ่ื 2 วันกอ่ น
2. ใช้พดู ถึงนสิ ัยหรอื กจิ วตั รทเี่ คยทำในอดีต หรือการบอกวา่ ใครเคยทำอะไร เคยไปไหนในอดีต
มาแลว้ และเหตุการณน์ นั้ จบลงแล้ว
• We cooked every day last year.
พวกเราทำอาหารกันทุกวนั เม่ือปที ี่แล้ว
• He always went to office late last month.
เขาไปสำนักงานสายเสมอเมื่อเดือนทแี่ ล้ว
• I was in London in 2017.
ฉนั อยู่ทีล่ อนดอนในปี 2017
ชว่ั โมงท่ี 2
4. ขัน้ นำไปใช้หรือการบูรณาการความรู้ (Production)
4.1 นักเรยี นทบทวนโครงสรา้ ง Past Simple Tense อกี คร้ัง
4.2 นักเรยี นศกึ ษาหลกั การ เตมิ ed ว่ามวี ธิ ีการอยา่ งไร เพื่อใหเ้ กิดความแม่นยำมากยงิ่ ขึน้ นักเรียนทำ
กิจกรรมโดยนักเรยี นเลขที่ 1 พูดคำศัพทม์ า 1 คำ นกั เรยี นเลขท่ี 2 บอกวา่ คำนน้ั ต้องเปลี่ยน y เปน็ i แล้วเตมิ ed
หรือสามารถเติม ed ได้เลย หลงั จากนนั้ นักเรยี นเลขท่ี 3 พดู คำศพั ท์ นักเรียนเลขท่ี 4 เป็นผู้ตอบทำแบบนตี้ ่อไป
เรอ่ื ย ๆ จนครบทุกคน โดยเพ่ือนและครเู ป็นผู้ตรวจจสอบว่าถกู ต้องหรือไม่
4.3 นักเรยี นฟงั ครูอธิบายเพ่มิ เติมเก่ียวกับปะโยค Past Simple Tense โดยในประโยคของ Past
Simple Tense จะมี key word บอกเวลาซึ่งจบไปแล้ว ท่ีพบบ่อย ๆ ในประโยค Past Simple Tense ได้แก่
Yesterday, Last , Ago โดยใช้รว่ มกบั คำบอกเวลาอื่น ๆ
Last last + เวลา / วนั / last hour, last night, last Monday,
สปั ดาห์ / เดือน / ฤดู last week, last month, last summer,
/ ปี last winter, last year
Ago วนิ าที / นาที / 5 minutes ago, 3 day ago, 2 weeks ago,
ชั่วโมง / วัน / 1 month ago, 4 years ago
สัปดาห์ / เดอื น / ปี
+ ago
4.4 นักเรียนศึกษาเนอื้ หาเรอ่ื ง Past Simple Tense ในเอกสารประกอบการเรียน
หน่วยการเรยี นรู้องิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565 หนา้ 92
4.5 นักเรยี นช่วยกันตอบแบบฝึกหดั บน PowerPoint
Instructions : Complete the sentences, put the verb into the correct form, positive
or negative. (simple past tense)
1. It was warm, so I…………........……...……….(take) off my coat.
2. The film wasn’t very good. I…………........……...……….(not enjoy) it very much.
3. I…………........……...……….(know) Olivia was very busy, so I…………........……...……….(not
disturb) her.
4. I was very tired, so I…………........……...……….(go) to bed early.
5. The bed was very uncomfortable. I…………........……...……….(not sleep) very well.
6. Hannah wasn’t hungry, so she…………........……...……….(not eat) anything.
7. We…………........……...……….(go) to Sofia’s house but she…………......……...……….(be) at home.
8. It was a funny situation but nobody…………........……...……….(laugh).
9. The window was open and a bird…………........……...……….(not fly) into the room.
10. The hotel wasn’t very expensive. It…………........……...……….(not cost) very much.
11. I was in a hurry, so I…………........……...………(have) time to phone you.
12. It was hard work carrying the bags. They…………........……...……….(be) very heavy.
Answer key : 1. took 2. didn’t enjoy 3. knew / didn’t disturb
4. went 5. didn’t sleep 6. didn’t eat
7. went / wasn’t 8. laughed 9. flew
10. didn’t cost 11. didn’t have 12. were
4.6 นกั เรยี นทำแบบฝึกหดั เร่ือง Past Simple Tense ในเอกสารประกอบการเรยี น
4.7 นกั เรยี นและครรู ว่ มกนั เฉลยแบบฝกึ หดั เร่อื ง Past Simple Tense ในเอกสารประกอบการเรียน
5. ขัน้ สรปุ ความรูท้ ไี่ ด้รับจากกระบวน การเรยี นรู้ (Wrap up)
5.1 สังเกตความเข้าใจของนักเรียนในการทำกิจกรรมและการเขียนประโยคภาษาอังกฤษโดยใช้ Past
Simple Tense ของนกั เรียน
5.2 นักเรยี นและครูรว่ มกนั สรปุ เกีย่ วกบั เน้ือหาเร่ือง Past Simple Tense
10. สือ่ การเรยี นรู้ / แหล่งเรยี นรู้
10.1 สอื่ การเรยี นรู้
1. เอกสารประกอบการเรียนเรื่อง Past Simple Tense
หนว่ ยการเรยี นรอู้ งิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 หนา้ 93
10.2 แหลง่ เรียนรู้
1. ใบงานเรอ่ื ง Past Simple Tense
11. การวดั และประเมินผล วธิ กี าร เคร่อื งมอื เกณฑ์
ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานทา้ ยบท
ลำดบั รายการทว่ี ดั และประเมนิ ผล นั ก เรีย น ให้ ค ว าม
1 ใบงานเรื่อง Past Simple Tense ร่ว ม มื อ ใน ก ารท ำ
แบบฝึกหัดและตอบ
ถูกร้อยละ 60 ข้ึนไป
ผ่านเกณฑ์
12. เกณฑ์การประเมิน ดีมาก
16 - 20 คะแนน ดี
11 - 15 คะแนน พอใช้
6 - 10 คะแนน ควรปรบั ปรงุ
น้อยกว่า 6 คะแนน
ลงชื่อ ผู้จดั ทำ
(นางสาวอารรี ัตน์ บัวบาน)
ตำแหน่ง ครู
บนั ทกึ หลังการใช้แผนการจัดการเรียนรู้
......................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................... .................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................... ...............................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ผู้จดั ทำ
(นางสาวอารรี ัตน์ บัวบาน)
ตำแหน่ง ครู
วนั ที่..............เดือน..................................พ.ศ. ..................
หน่วยการเรยี นรอู้ งิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 หนา้ 94
โรงเรียนหนิ กอง (พบิ ลู อนุสรณ์)
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 เรอ่ื ง Let’s celebrate!
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 9
รหสั วิชา อ22101 เรือ่ ง Past Continuous Tense
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ
ผูส้ อน นางสาวอารรี ัตน์ บัวบาน รายวิชา ภาษาอังกฤษ 3 ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2
ปีการศกึ ษา 2565 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 4 ชัว่ โมง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชว้ี ัด
1.1 มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ต 1.2 มีทกั ษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปลยี่ นขอ้ มูลข่าวสาร แสดงความรูส้ กึ และ
ความคดิ เหน็ อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเห็นในเร่ืองต่าง ๆ โดยการพดู
และการเขยี น
มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกตา่ งระหวา่ งภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับ
ภาษาและวฒั นธรรมไทย และนำมาใชอ้ ย่างถกู ต้องและเหมาะสม
มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเปน็ เครือ่ งมอื พื้นฐานในการศกึ ษาต่อ การประกอบอาชพี
และการแลกเปล่ียนเรียนรู้กบั สงั คมโลก
1.2 ตวั ช้วี ัด
ต 1.2 ม.2/3 พดู และเขยี นแสดงความต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลือ ตอบรบั และปฏิเสธการให้
ความช่วยเหลอื ในสถานการณต์ า่ ง ๆ อย่างเหมาะสม
ต 1.3 ม.2/3 พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรม เรือ่ งต่าง ๆ ใกล้ตัว และประสบการณ์
พรอ้ มท้งั ให้เหตผุ ลสั้นๆ ประกอบ
ต 2.2 ม.2/1 เปรียบเทยี บและอธบิ ายความเหมือนและความแตกตา่ งระหวา่ งการออกเสยี งประโยค
ชนดิ ตา่ ง ๆ และการลำดบั คำตามโครงสร้างประโยค ของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย
ต 4.2 ม.2/1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น / คน้ ควา้ รวบรวมและสรุปความรู้ / ข้อมลู ต่าง ๆ
จากส่ือและแหล่งการเรียนร้ตู ่าง ๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
2.1 ด้านความรู้ ความเข้าใจ (K)
- นกั เรียนมีความรู้เกย่ี วกับการใช้ Past Continuous Tense
2.2 ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
หนว่ ยการเรียนรอู้ งิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565 หนา้ 95
- นักเรียนพูดและเขียนประโยคโดยใช้ Past Continuous Tense เพื่อแสดงความต้องการ เสนอและ
ให้ความชว่ ยเหลอื ตอบรบั และปฏิเสธการให้ความชว่ ยเหลือในสถานการณ์ตา่ ง ๆ และให้เหตุผลประกอบได้
- นักเรียนสามารถสืบค้น ค้นคว้าความรู้ ข้อมูลต่าง ๆ จากส่ือและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับ
Past Continuous Tense เพ่ือใช้การเขียนประโยคเพ่ือเปรยี บเทียบและการอธิบายความเหมือนและความแตกต่าง
ระหวา่ งชวี ติ ความเปน็ อยู่และวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษากบั ของไทยได้
2.3 คุณลักษณะ เจตคติ คา่ นิยม (A)
- รักการเรยี นร้ภู าษาองั กฤษและฝกึ ฝนอยา่ งจรงิ จังเพยี งพอ
- ผ้เู รยี นใชภ้ าษาองั กฤษอย่างมมี ารยาท ถกู ต้องตามกาลเทศะ และบุคคล
3. สาระสำคญั / ความคิดรวบยอด
- พูดและเขียนประโยคโดยใช้ Past Continuous Tense เพื่อแสดงความต้องการ เสนอและให้ความ
ช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่าง ๆ เปรียบเทียบและสืบค้น / การค้นคว้า
ความรู้ / ข้อมูลต่าง ๆ จากส่ือและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เก่ียวกับ Past Continuous Tense เพ่ืออธิบายละให้
เหตผุ ลประกอบในความเหมอื นและความแตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยแู่ ละวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากบั ของ
ไทย มีทักษะในการเลือก พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน และมีคุณธรรม ในการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม ตาม
หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
4. สาระการเรียนรู้
4.1 สาระการเรียนร้แู กนกลาง
พูดและเขียนประโยคโดยใช้ Past Continuous Tense เพ่ือแสดงความต้องการ เสนอและให้ความ
ช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่าง ๆ เปรียบเทียบและสืบค้น / การค้นคว้า
ความรู้ / ข้อมูลต่าง ๆ จากส่ือและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เก่ียวกับ Past Continuous Tense เพ่ืออธิบายละให้
เหตุผลประกอบในความเหมือนและความแตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยูแ่ ละวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของ
ไทยได้
4.2 สาระการเรยี นรทู้ ้องถิน่
1. คำศัพทใ์ นเรื่อง Unit 2 : Let’s celebrate!
2. บทสนทนาในเรอ่ื ง Unit 2 : Let’s celebrate!
3. การใชโ้ ครงสร้าง Past Continuous Tense ในรูปแบบตา่ ง ๆ
5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (เฉพาะทเี่ กดิ ในหน่วยการเรียนรนู้ )้ี
5.1 คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ (ตามหลกั สูตรแกนกลาง)
1) รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ 2) ซื่อสัตยส์ จุ ริต 3) มีวินัย 4) ใฝเ่ รยี นรู้
5) อย่อู ย่างพอเพยี ง 6) มุ่งม่นั ในการทำงาน 7) รกั ความเป็นไทย 8) มีจติ สาธารณะ
หนว่ ยการเรยี นรู้องิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 หนา้ 96
5.2 คุณลกั ษณะตามหลักสูตรมาตรฐานสากล
1) มีความรู้พื้นฐานในยุคดิจิตอล วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี รภู้ าษา พหุวัฒนธรรม
ตระหนักสำนกึ ระดับโลก
2) สามารถคิดประดิษฐอ์ ยา่ งสร้างสรรค์ ปรบั ตวั ใฝ่รู้ ใฝเ่ รียน วิเคราะห์ สงั เคราะห์ สรุป สรา้ งองค์ความรู้
3) มีทกั ษะสื่อสารอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
4) มคี วามสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
5) มีความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษท่ี 21 (3R 7C เฉพาะทีเ่ กดิ ในหนว่ ยการเรยี นรู้น)ี้
6.1 ทกั ษะการอา่ น (Reading)
6.2 ทักษะการเขียน (Writing)
6.3 ทกั ษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
6.4 ทักษะดา้ นการคิดอย่างมวี ิจารณญาณและทักษะในการแกป้ ัญหา (Critical thinking and
problem solving)
6.5 ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
6.6 ทกั ษะดา้ นความร่วมมือการทำงานเปน็ ทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and
leadership)
6.7 ทกั ษะด้านความเข้าใจตา่ งวฒั นธรรมต่างกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)
6.8 ทกั ษะดา้ นการสอื่ สารสารสนเทศและรู้เทา่ ทันสอื่ (Communication information and
media literacy)
6.9 ทักษะดา้ นคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (Computing)
6.10 ทักษะอาชีพและทกั ษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
7. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศกึ ษาแห่งชาติ (เฉพาะทเ่ี กดิ ในหนว่ ยการเรียนรู้นี้)
7.1 บรู ณาการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรยี น
7.2 บรู ณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
7.3 บูรณาการห้องเรียนสีเขยี ว
7.4 อน่ื ๆ (โปรดระบ)ุ .................................................................................................................................................
8. ช้นิ งาน / ภาระงาน
1. ภาระงาน
- ใบงานเรอื่ ง Past Continuous Tense
หนว่ ยการเรียนรู้องิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565 หนา้ 97
2. ช้นิ งาน
-
9. กจิ กรรมการเรียนรู้ (Active Learning)
เร่อื ง Past Continuous Tense วธิ ีการสอน (วธิ ีการสอนแบบ Inquiry Method : 5Es)
ช่วั โมงท่ี 1 - 2
1. สรา้ งความสนใจ (Engage)
1.1 ทบทวนเน้ือหาเดมิ เรื่อง Past Simple Tense ท่ีนกั เรยี นเรยี นในชั่วโมงก่อนหนา้ น้ี
1.2 นักเรียนดูรูปภาพและประโยคบน PowerPoint และช่วยกันแสดงความคิดเห็นว่าท้ัง 2 ประโยคมี
ความเหมอื นและแตกต่างกันอย่างไร
We were watching TV when you called last night.
1.3 นักเรียนสามารถตอบได้วา่
We were watching TV. จากประโยคจะเห็นไดว้ า่ พวกเขากำลงั ดูโทรทศั น์ ซ่ึงเป็นเหตกุ ารณ์ที่เกิด
ก่อนและกำลังเกิดอยู่ (ในอดตี )
You called last night. จากประโยคจะเห็นว่าโทรศัพท์ดังในขณะที่พวกเขากำลงั ดูโทรทัศนซ์ ่งึ
เหตกุ ารณท์ ่เี กิดทีหลงั หรือเข้ามาขัดจงั หวะ
1.4 นกั เรยี นชว่ ยกนั แสดงความคดิ เห็นว่าประโยคท่ี 1 และ 2 เป็นรูปแบบของประโยคแบบใด โดย
นักเรียนสามารถตอบ
ประโยคท่ี 1 We were watching TV. เปน็ ประโยค Past Continuous Tense
ประโยคท่ี 2 You called last night. เปน็ ประโยค Past Simple Tense
2. สำรวจและคน้ หา (Explore)
2.1 นักเรียนดูประโยคบน PowerPoint
Statement : You were studying when she called last night.
Negative : You were not studying when she called last night.
Question : Were you studying when she called last night?
Negative Question : Weren’t you studying when she called last night?
2.2 นักเรยี นช่วยกนั แสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกบั ประโยคบน PowerPoint วา่ เป็นประโยคแบบใด ใช้
โครงสรา้ งแบบไหน
2.3 นักเรยี นฟังครอู ธบิ ายเรอื่ ง Past Continuous Tense
หนว่ ยการเรยี นรูอ้ งิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 หนา้ 98
Past continuous tense เป็นประโยคท่ีกล่าวถึงเหตุการณ์ท่ีกำลังเกิดข้ึนอย่างต่อเนื่องในอดีต
เสมือนว่าเราน่ังไทม์แมชชีนไปจ้องมองดูเหตุการณ์ท่ีกำลังเกิดข้ึนในอดีตอย่างไรอย่างน้ันเลย เพ่ือให้เข้าใจ โดยมี
รูปแบบโครงสร้างดังน้ี
• ประโยคบอกเล่า S + was / were + V.ing
• ประโยคปฏิเสธ S + was /were + not + V.ing
• ประโยคคำถาม Was / Were+ S + V.ing
เช่น
• He was playing football yesterday at 10 am.
• He was not playing football yesterday at 10 am.
• Was he playing football yesterday at 10 am?
หลกั การใช้ Was / Were
Subject ประธานประโยค Verb to be ทใี่ ช้
(กรยิ าช่อง 2 ของ is และ are)
I, He, She, It, A cat (ประธานเอกพจน์) was
You, We, They, Cats (ประธานพหูพจน์) were
Past continuous tense ใช้เลา่ ถึงเหตกุ ารณ์ในอดตี ซึ่งมีด้วยกนั 3 แบบ คือ
1. เหตกุ ารณท์ กี่ ำลังเกดิ ในอดีต เช่น
• It was raining yesterday at noon.
ฝนตกลงมาเมื่อวานตอนเทีย่ ง
2. เหตุการณ์ท่ีกำลังเกิดต่อเน่ืองอยู่ในอดีต ซึ่งเกิดขึ้นอยู่ก่อน แล้วก็มีอีกเหตุการณ์หนึ่งเข้ามา
แทรก เช่น
• I was having a beautiful dream when the alarm clock rang.
ฉนั กำลังฝันดีอยเู่ ชยี ว นาฬกิ าปลุกกด็ นั ดังขึน้
3. เหตุการณ์กำลังเกิดไปพรอ้ ม ๆ กนั ในอดตี ไม่มอี นั ไหนเกดิ กอ่ นเกิดหลัง เช่น
• While my mom was cooking, my dad was washing his car.
ขณะทแี่ ม่กำลังทำอาหาร พอ่ ก็กำลังลา้ งรถ
2.4 นักเรียนแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน โดยสมาชิกประกอบไปด้วยเก่ง ปานกลาง และ
ออ่ น
2.5 นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ ทำกิจกรรมชว่ ยกนั เขยี นคำตอบลงในใบงานท่ีครูมอบให้
Past Continuous Tense
Instructions : Write down the correct usage of past continuous tense against each sentence.
1 What…………........……...……….(you, do) when I opened the door? were you doing
หนว่ ยการเรยี นรูอ้ งิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 หนา้ 99
2 I bought a new bike. My old bike…………........……...……….(give) me a lot of
trouble.
3 Tom…………........……...……….(learn) the poem by heart.
4 Jonathon…………........……...……….(struggle) with his health. Now he is fit.
5 They…………........……...……….(leave) when I entered the house.
6 Jim…………........……...……….(study) when his friend came.
7 It…………........……...……….(rain) when I came out of the room.
8 I…………........……...……….(not use) a credit card because I had cash.
9 …………........……...……….(you, sleep) when the doorbell rang?
10 They…………........……...……….(go) to the station at 9 pm yesterday.
Answer Key : 1. were you doing 2. was giving
3. was learning 4. was struggling
5. were leaving 6. was studying
7. was raining 8. was not using
9. Were you sleeping 10. were going
3. อธบิ าย (Explain)
3.1 นกั เรียนชว่ ยกันอธบิ ายและสรุปเรื่อง Past Continuous Tense
3.2 นักเรียนแต่ละทีมเฉลยและอธิบายเหตุผลในการตอบแบบฝึกหัดทีละข้อสลับกันไปมา จนครบทุก
กล่มุ และทกุ ข้อ
3.3 นักเรียนฟังครอู ธิบายเพิ่มเติมเพ่ือเสริมความเข้าใจในเร่ือง Past Continuous Tense โดยครูเขียน
ตัวอย่างประโยคบนกระดานให้นักเรียนเห็นความหลากหลายมากข้ึนพร้อมอธิบายความหมายของประโยคแต่ละ
ประโยค
ประโยคบอกเลา่
• I was sleeping when you came.
ผมกำลงั นอนหลบั ตอนทค่ี ณุ มา
• He was watching TV when the phone rang.
เขากำลงั ดทู วี ี ตอนท่โี ทรศพั ท์ดัง
• She was singing while he was dancing.
หล่อนกำลังรอ้ งเพลง ขณะทเี่ ขากำลังเตน้ รำ
• It was raining when we went out.
ฝนกำลังตกอยู่ ตอนท่เี ราออกไป
หน่วยการเรยี นรอู้ งิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 หนา้ 100