• A cat was sleeping as a dog was playing.
แมวกำลังนอนหลบั ขณะที่หมากำลงั เลน่
ประโยคบอกปฏิเสธ
• I wasn’t sleeping when you came.
ผมไม่ไดก้ ำลังนอนหลับ ตอนทค่ี ุณมา
• He was not watching TV when the phone rang.
เขาไมไ่ ด้กำลังดูทวี ี ตอนทีโ่ ทรศพั ท์ดงั
• She wasn’t singing while he was dancing.
หล่อนไม่ได้กำลังรอ้ งเพลง ขณะท่เี ขากำลังเตน้ รำ
• It was not raining when we went out.
ฝนไม่ได้กำลงั ตกอยู่ ตอนที่เราออกไป
• A cat wasn’t sleeping as a dog was playing.
แมวไมไ่ ด้กำลงั นอนหลบั ขณะท่หี มากำลงั เลน่
• You weren’t walking while they were running.
คุณไม่ได้กำลงั เดิน ขณะท่ีพวกเขากำลังวงิ่
• We were not cleaning the room when it stated to snow.
• พวกเราไม่ไดก้ ำลังทำความสะอาดห้อง ตอนทห่ี ิมะเร่ิมตก
• They weren’t cooking when we arrived.
• พวกเขาไม่ไดก้ ำลังทำอาหาร ตอนทพี่ วกเราไปถงึ
• Cats were not drinking water while dogs were standing.
• แมวหลายตวั ไม่ได้กำลงั ดืม่ น้ำ ขณะทห่ี มาหลายตวั กำลงั ยนื
ประโยคคำถาม Yes / No Question
การถามในรปู แบบบอกเล่า
• Was I sleeping when you came?
ผมกำลงั นอนหลับใช่ไหม ตอนทีค่ ุณมา
Yes, you were. / No, you weren’t.
ใช่ / ไม่ใช่
• Was he watching TV when the phone rang?
เขากำลงั ดทู วี ีใชไ่ หม ตอนท่ีโทรศพั ท์ดงั
Yes, he was. / No, he wasn’t.
ใช่ / ไมใ่ ช่
หนว่ ยการเรยี นรู้องิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565 หนา้ 101
• Was she singing while he was dancing?
หล่อนกำลงั รอ้ งเพลงใช่ไหม ขณะท่ีเขากำลงั เต้นรำ
Yes, she was. / No, she wasn’t.
ใช่ / ไมใ่ ช่
• Was it raining when we went out.
ฝนกำลังตกอยู่ใชไ่ หม ตอนท่ีเราออกไป
Yes, it was. / No, it wasn’t.
ใช่ / ไมใ่ ช่
• Was a cat sleeping as a dog was playing.
แมวกำลงั นอนหลบั ใช่ไหม ขณะที่หมากำลงั เลน่
Yes, a cat was. / No, a cat wasn’t.
ใช่ / ไม่ใช่
การถามในรปู แบบปฏเิ สธ
• Weren’t you walking while they were running.
คุณไม่ได้กำลังเดินใช่ไหม ขณะที่พวกเขากำลังว่งิ
Yes, I was. / No, I wasn’t.
ใช่ / ไมใ่ ช่
• Were you not cleaning the room when it stated to snow.
พวกคุณไมไ่ ด้กำลงั ทำความสะอาดหอ้ งใชไ่ หม ตอนทีห่ ิมะเริม่ ตก
Yes, we were. / No, we weren’t.
ใช่ / ไมใ่ ช่
• Weren’t they cooking when we arrived.
พวกเขาไมไ่ ด้กำลังทำอาหารใช่ไหม ตอนทีพ่ วกเราไปถงึ
Yes, they were. / No, they weren’t.
ใช่ / ไมใ่ ช่
• Were cats not drinking water while dogs were standing.
แมวหลายตวั ไม่ไดก้ ำลังด่ืมนำ้ ใชไ่ หม ขณะทหี่ มาหลายตัวกำลังยืน
Yes, cats were. / No, cats weren’t.
ใช่ / ไม่ใช่
หนว่ ยการเรียนร้อู งิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 หนา้ 102
4. ขยายความรู้ (Elaborate)
4.1 นกั เรยี นฟังครูอธิบายเพิ่มเตมิ เพ่ือเสริมความเขา้ ใจในเรื่อง Past Continuous Tense โดยครู
อธิบายเพมิ่ เติมว่า While, When, As ถือว่าเป็น Key word สำคัญทบ่ี ่งบอกวา่ ประโยคน้ีเป็นประโยค Past
continuous tense เลยกว็ า่ ได้ เชน่
• When the police arrived, we were sleeping.
ตอนทต่ี ำรวจมาถงึ พวกเรากำลังนอนหลับกันอยู่
• While she was drawing a picture, I came in the room.
ขณะทีเ่ ธอกำลังวาดภาพ ผมก็เขา้ มาในห้อง
เทคนคิ การจำ
- ประโยคที่อยู่หลงั while และ as ใช้ past continuous (Subject + was/were +V.ing) เพราะ
เป็นเหตกุ ารณ์ทีย่ ังจะเกดิ ต่อเนือ่ งไปอีกระยะหนงึ่ เชน่ We were sleeping, The car was running, She was
drawing a picture
- ประโยคทอี่ ยหู่ ลัง when ใช้ past simple (Subject + V.2) เพราะเป็นเหตกุ ารณท์ ีแ่ ทรกเข้ามา
สัน้ ๆ และจบไปแลว้ พดู ง่าย ๆ ว่าเกดิ ขึน้ แปบ๊ เดียว เชน่ the police arrived, the phone rang, I came in the
room, it started to rain
4.2 นกั เรียนแต่ละกลุ่มชว่ ยระดมความคิดและช่วยกนั ตอบแบบฝกึ หดั เรอ่ื ง Past Continuous Tense
บน PowerPoint จำนวน 20 ขอ้ โดยแตล่ ะกลุ่มเขยี นคำตอบลงบนกระดาษเปลา่ A4 ท่ีครูไดเ้ ตรียมไว้ให้
Instructions : Make the past continuous (you need to choose positive, negative or
question): =…Y…o…u……w…e…r…e…s…h…o…p…p…in…g…w……h…e…n…I…c…a…ll…e…d…y…o…u…… .
you / shop when I called you
1. he / cook =………………………………………………………………………………… .
2. she / play cards? =………………………………………………………………………………… .
3. I / not / cry =………………………………………………………………………………… .
4. you / not / feel well =………………………………………………………………………………… .
5. where / I / go when I met you? =………………………………………………………………………………… .
6. she / not / sleeping at midnight =………………………………………………………………………………… .
7. I / work? =………………………………………………………………………………… .
8. you / sleep when I got home? =………………………………………………………………………………… .
9. it / rain at lunchtime =………………………………………………………………………………… .
10. what / you / do? =………………………………………………………………………………… .
Answer Key : 1. He was cooking.
2. Was she playing cards?
หนว่ ยการเรยี นรูอ้ งิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 หนา้ 103
3. I wasn’t crying.
4. You weren’t feeling well.
5. Where was I going when I met you?
6. She wasn’t sleeping at midnight.
7. Was I working?
8. Were you sleeping when I got home?
9. Was it raining at lunchtime?
10. What were you doing
5. ประเมินผล (Evaluate)
5.1 นกั เรยี นและครูรว่ มกนั ตรวจสอบคำตอบแบบฝึกหดั เร่ือง Past Continuous Tense บน
PowerPoint
5.2 นักเรียนและครูช่วยกันอธบิ ายถงึ สาเหตุในการตอบคำถามหรือเลือกตอบในแต่ละข้อเพื่อใหน้ ักเรยี น
ทกุ ๆ คนเขา้ ใจหลักการใช้ Past Continuous Tense
ช่ัวโมงท่ี 3 - 4
1. สรา้ งความสนใจ (Engage)
1.1 ทบทวนเนอ้ื หา Past Continuous Tense ทน่ี กั เรียนเรียนในช่วั โมงกอ่ นหน้านี้
1.2 นักเรียนดรู ูปภาพและประโยคบน PowerPoint พร้อมร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปภาพ
และประโยคทีน่ ักเรยี นเห็น
2. สำรวจและค้นหา (Explore)
2.1 นกั เรียนดวู ิดโี อคลปิ การใช้ Past continuous tense in English จาก https://www.youtube
.com/watch?v=UeKZ6Mm-SlY
2.2 นักเรียนดวู ดิ โี อคลิป ติว TOEIC Grammar: Past Continuous กบั 'While' ทมี่ กั มาด้วยกัน จาก
https://www.youtube.com/watch?v=1tHej6HLSeU
หน่วยการเรยี นรู้องิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 หนา้ 104
2.3 นกั เรียนช่วยกนั สรปุ ความรูท้ ไ่ี ดจ้ ากการดูโอคลปิ ทั้ง 2 วโิ อคลิป
2.4 นกั เรียนดู Time Line เสน้ เวลาของ Past Continuous Tense บน PowerPoint
2.5 นักเรยี นฟงั ครูอธิบาย
ลูกศรสีดำนั้นคือ past continuous tense เปน็ เหตุการณ์ทเี่ กิดขึน้ ก่อนและกำลังเกดิ ขึน้ อยู่ และจะ
ดำเนนิ ตอ่ ไปอีกสักพักเพ่อื ให้จบกระบวนการ ส่วนลกู ศรสแี ดงคอื past simple tense ตวั นเ้ี ขา้ มาแทรกทีหลงั
กลางคนั
2.6 นกั เรียนดู Time Line เส้นเวลาและประโยค Past Continuous Tense บน PowerPoint
2.7 นักเรียนฟังครูอธบิ ายเพ่ิมเตมิ
When มคี วามหมายว่า “ตอนท่ี, เมื่อ” ถ้าใช้ในสถานการณ์ที่มเี หตุการณห์ นึ่งเกิดขึ้นแลว้ อีก
เหตกุ ารณ์หนง่ึ มาขัดจังหวะ เรามักจะใช้ when ตามหลังด้วยเหตุการณท์ ีม่ าขัดจงั หวะ หรอื พูดง่ายๆก็คอื When
ตามหลังดว้ ย past simple tense เชน่
• I was surfing the web when he sent me a message.
ฉนั กำลังเลน่ เน็ตอยู่เลยตอนท่ีเขาสง่ ข้อความมา
• He wasn’t sleeping when I arrived.
เขาไม่ได้นอนอยู่ตอนที่ฉันมาถึง
และ when กย็ ังใชใ้ นสถานการณป์ กตไิ ด้เช่นกนั ในความหมายวา่ “ตอนท…ี่ . หรอื เมื่อ….” เชน่
หน่วยการเรียนร้อู งิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565 หนา้ 105
• When I was five, I couldn’t swim.
ตอนท่ฉี ันอายหุ า้ ขวบ ฉนั ว่ายน้ำไมเ่ ปน็
• My mom took a very good care of me when I was in a hospital.
แม่ดูแลฉันดีมาก ๆ ตอนทีฉ่ นั อยู่โรงพยาบาล
สว่ น while มคี วามหมายวา่ “ในขณะท่ี” มักจะตามหลงั ด้วย past continuous ในสถานการณ์ท่ใี ช้
คกู่ ับ past simple เชน่
• While I was walking along the street, I heard strange noise.
ขณะทีฉ่ นั กำลังเดินไปตามถนน ก็ไดย้ นิ เสยี งแปลกๆ
• I fell over while I was playing volleyball.
ฉนั ลม้ ลงขณะท่ีกำลงั เลน่ วอลเล่ยบ์ อลอยู่
While ยังใชพ้ ดู ถงึ เหตุการณ์คู่ขนาน คือพูดถงึ เหตุการณ์ท่เี กิดข้นึ พร้อมกนั ในอดตี เชน่
• He was talking to his friends while I was cooking dinner.
เขากำลงั คุยกับเพอ่ื นอยุข่ ณะทฉ่ี ันก็กำลงั ทำอาหารเย็น
2.8 นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ชว่ ยกันแตง่ ประโยค Past Continuous Tense จากรปู ภาพ
“while”. Instructions : Look at the picture and make sentences by using both “when” and
1. The postman / deliver the letters / John / clean the windows.
2. My grandmother / dust the house / my mother / answer the door.
3. Sandra / look through the window / the postman / come
4. Sally / see the postman / my uncle / speak with me.
5. The dog / bark / my mother / answer the door.
Answer Key :
หนว่ ยการเรยี นรู้องิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 หนา้ 106
1. While John was cleaning the windows, the postman delivered the letters.
When the postman delivered the letters, John was cleaning the windows.
2. While my grandmother was dusting the house, my mother answered the door.
When my mother answered the door, my grandmother was dusting the house.
3. While Sandra was looking through the window, the postman come.
When the postman come, Sandra was looking through the window.
4. Sally was seeing the postman when my uncle spoke with me.
My uncle spoke with me while Sally was seeing the postman.
5. The dog was barking when my mother answered the door.
My mother answered the door while the dog was barking.
2.9 นกั เรยี นและครรู ่วมกนั ตรวจสอบคำตอบจากการทำใบงานเร่ืองการใช้ when และ while ใน Past
Continuous Tense
2.10 นักเรียนฟังครอู ธิบายถึงสาเหตุในการตอบคำถามหรือเลอื กตอบในแตล่ ะข้อให้นักเรียนเขา้ ใจ
หลกั การใช้ when และ while ใน Past Continuous Tense ครูสรปุ หลักการของกฎต่าง ๆ ใหน้ กั เรยี นฟังอีกคร้ัง
2.11 นกั เรียนศึกษาเน้ือหาเรื่อง Past Continuous Tense ในเอกสารประกอบการเรียน
3. อธบิ าย (Explain)
3.1 นักเรียนช่วยกนั อธิบายและสรปุ เรอ่ื ง Past Continuous Tense
3.2 นกั เรียนยกตัวอย่าง Past Continuous Tense ในรูปประโยคบอกเล่า ปฏิเสธ และคำถาม
โดยนักเรียนสามารถยกตวั อยา่ ง เชน่
1. ประโยคบอกเล่า
• I was driving my car last night at 9 p.m.
ผม / ฉนั กำลงั ขับรถอยตู่ อนสามทมุ่ เม่ือคืนนี้
• The teacher was talking to the class when the fire alarm went off.
ครูกำลังพูดกับนักเรียนในชนั้ เม่อื สญั ญาณเตอื นไฟไหม้ดังข้นึ
• She was eating rice for dinner when the phone rang.
เธอกินข้าวเปน็ อาหารเยน็ อยู่ตอนที่โทรศพั ทด์ ัง
• I was looking for a new job when the store manager hired me.
ผมกำลงั มองหางานใหมต่ อนทผ่ี จู้ ดั การตกลงรับผมเข้าทำงาน
2. ประโยคปฏิเสธ
• He wasn’t studying in the class room all day last week.
เขาไม่ไดก้ ำลงั ศกึ ษาในหอ้ งเรยี นตลอดท้ังวันเม่ือสัปดาหท์ ่ีแล้ว
• I was not playing football at 4 pm. yesterday.
หน่วยการเรียนรูอ้ งิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 หนา้ 107
ฉันไมไ่ ดก้ ำลังเล่นฟตุ บอลตอน 4 โมงเย็นวานน้ี
• They weren’t studying in the class room all day last week.
เขาไมไ่ ด้กำลงั ศกึ ษาในห้องเรยี นตลอดท้ังวนั เมื่อสัปดาหท์ ี่แล้ว
• We were not studying English at 9 am. yesterday.
พวกเราไมไ่ ดก้ ำลงั เรยี นภาษาอังกฤษตอน 9 โมงเช้าเมอ่ื วานนี้
3. ประโยคคำถาม
• Were you listening while he was talking?
คุณกำลงั ฟงั อยูห่ รือเปลา่ เมอ่ื ตอนท่เี ขากำลังพูด
• Were you listening while he was talking?
คณุ กำลงั ฟงั ในขณะทีเ่ ขากำลังพูดหรือเปลา่
• Was she cooking yesterday evening?
เม่อื วานเยน็ หล่อนกำลงั ทำอาหารอยหู่ รือเปล่า
• Was he listening while we were talking?
เขากำลังฟงั อยหู่ รือเปลา่ ขณะที่พวกเรากำลงั พูดคยุ กนั
4. ขยายความรู้ (Elaborate)
4.1 นกั เรียนฟังครูอธิบายเพ่ิมเติมเพ่ือเสรมิ ความเข้าใจในเร่ืองการ Past Continuous Tense ใน
ประโยคคำถาม Wh-questions ซง่ึ จะมโี ครงสรา้ งประโยคคำถามดงั นี้
Wh-question : Who / What / Where / When / Why / How + was / were + Subject +
Verb-ing?
• Where was he going?
• How were they travelling?
4.2 นักเรียนทำใบงานเรอื่ ง Past Continuous Tense ในเอกสารประกอบการเรยี น
5. ประเมนิ ผล (Evaluate)
5.1 นกั เรียนและครูร่วมกันตรวจสอบคำตอบจากการทำใบงานเรื่อง Past Continuous Tense
5.2 นกั เรียนและครชู ่วยกันอธิบายถงึ สาเหตใุ นการตอบคำถามหรือเลือกตอบในแต่ละข้อเพื่อใหน้ ักเรียน
ทกุ ๆ คนเขา้ ใจหลกั การใช้ Past Continuous Tense
5.3 นักเรียนและครรู ม่ กนั สรุปหลกั การของกฎต่าง ๆ ของ Past Continuous Tense
10. ส่อื การเรียนรู้ / แหลง่ เรียนรู้
10.1 สือ่ การเรยี นรู้
1. เอกสารประกอบการเรยี นเร่ือง Past Continuous Tense
หนว่ ยการเรยี นรอู้ งิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 หนา้ 108
10.2 แหลง่ เรยี นรู้
1. ใบงานเร่ือง Past Continuous Tense
11. การวดั และประเมนิ ผล วิธีการ เคร่อื งมือ เกณฑ์
ตรวจใบงานท้ายบท ใบงานทา้ ยบท
ลำดับ รายการท่วี ัดและประเมนิ ผล นั ก เรีย น ให้ ค ว าม
1 ใบงานเร่ือง Past Continuous ร่ว ม มื อ ใน ก ารท ำ
Tense แบบฝึกหัดและตอบ
ถูกร้อยละ 60 ข้ึนไป
ผ่านเกณฑ์
12. เกณฑ์การประเมนิ ดมี าก
16 - 20 คะแนน ดี
11 - 15 คะแนน พอใช้
6 - 10 คะแนน ควรปรับปรุง
น้อยกวา่ 6 คะแนน
ลงชื่อ ผจู้ ดั ทำ
(นางสาวอารีรตั น์ บัวบาน)
ตำแหน่ง ครู
หน่วยการเรยี นร้อู งิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 หนา้ 109
บนั ทึกหลังการใช้แผนการจดั การเรียนรู้
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................... .................................
......................................................................................................................................................................................
ลงช่อื ผจู้ ัดทำ
(นางสาวอารรี ัตน์ บวั บาน)
ตำแหนง่ ครู
วันท่ี..............เดือน..................................พ.ศ. ..................
หนว่ ยการเรียนรอู้ งิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 หนา้ 110
โรงเรยี นหนิ กอง (พบิ ูลอนสุ รณ)์
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 2 เรื่อง Let’s celebrate!
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 10
รหัสวชิ า อ22101 เร่ือง Past Perfect Tense
กลุม่ สาระการเรยี นร้ภู าษาต่างประเทศ
ผสู้ อน นางสาวอารรี ัตน์ บัวบาน รายวชิ า ภาษาอังกฤษ 3 ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 2
ปกี ารศึกษา 2565 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 4 ชวั่ โมง
1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด
1.1 มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปล่ียนข้อมลู ข่าวสาร แสดงความร้สู ึกและ
ความคิดเห็นอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมลู ขา่ วสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเห็นในเร่ืองตา่ ง ๆ โดยการพดู
และการเขยี น
มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับ
ภาษาและวฒั นธรรมไทย และนำมาใชอ้ ย่างถูกต้องและเหมาะสม
มาตรฐาน ต 4.2 ใชภ้ าษาต่างประเทศเป็นเคร่ืองมอื พ้นื ฐานในการศกึ ษาต่อ การประกอบอาชีพ
และการแลกเปลี่ยนเรียนร้กู บั สงั คมโลก
1.2 ตวั ชีว้ ัด
ต 1.2 ม.2/3 พดู และเขียนแสดงความต้องการ เสนอและให้ความชว่ ยเหลือ ตอบรบั และปฏเิ สธการให้
ความชว่ ยเหลือ ในสถานการณ์ต่าง ๆ อยา่ งเหมาะสม
ต 1.3 ม.2/3 พดู และเขยี นแสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกับกจิ กรรม เรอื่ งตา่ ง ๆ ใกลต้ ัว และประสบการณ์
พรอ้ มทัง้ ให้เหตุผลส้นั ๆ ประกอบ
ต 2.2 ม.2/1 เปรียบเทยี บและอธบิ ายความเหมอื นและความแตกตา่ งระหว่างการออกเสยี งประโยค
ชนิดตา่ ง ๆ และการลำดบั คำตามโครงสร้างประโยค ของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย
ต 4.2 ม.2/1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น / ค้นคว้า รวบรวมและสรุปความรู้ / ข้อมลู ต่าง ๆ
จากสอื่ และแหล่งการเรยี นรู้ต่าง ๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.1 ดา้ นความรู้ ความเข้าใจ (K)
- นักเรยี นมคี วามรเู้ กย่ี วกับการใช้ Past Perfect Tense
2.2 ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
หนว่ ยการเรียนรู้องิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565 หนา้ 111
- นักเรียนพูดและเขียนประโยคโดยใช้ Past Perfect Tense เพื่อแสดงความต้องการ เสนอและให้
ความช่วยเหลอื ตอบรบั และปฏเิ สธการให้ความชว่ ยเหลือในสถานการณ์ตา่ ง ๆ และใหเ้ หตุผลประกอบได้
- นักเรียนสามารถสืบค้น ค้นคว้าความรู้ ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เก่ียวกับ
Past Perfect Tense เพ่ือใช้การเขียนประโยคเพ่ือเปรียบเทียบและการอธิบายความเหมือนและความแตกต่าง
ระหวา่ งชีวติ ความเปน็ อยู่และวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษากับของไทยได้
2.3 คณุ ลกั ษณะ เจตคติ คา่ นิยม (A)
- รักการเรยี นรู้ภาษาองั กฤษและฝึกฝนอย่างจรงิ จังเพียงพอ
- ผ้เู รยี นใชภ้ าษาองั กฤษอยา่ งมีมารยาท ถูกตอ้ งตามกาลเทศะ และบคุ คล
3. สาระสำคัญ / ความคดิ รวบยอด
- พูดและเขียนประโยคโดยใช้ Past Perfect Tense เพ่ือแสดงความต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลือ
ตอบรบั และปฏิเสธการใหค้ วามช่วยเหลือในสถานการณต์ ่าง ๆ เปรยี บเทียบและสบื ค้น / การคน้ ควา้ ความรู้ / ข้อมูล
ตา่ ง ๆ จากส่ือและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกบั Past Perfect Tense เพอื่ อธิบายละใหเ้ หตุผลประกอบในความ
เหมือนและความแตกตา่ งระหว่างชีวติ ความเป็นอยแู่ ละวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย มที ักษะในการเลอื ก
พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน และมีคุณธรรม ในการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
พูดและเขียนประโยคโดยใช้ Past Perfect Tense เพื่อแสดงความต้องการ เสนอและให้ความ
ช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่าง ๆ เปรียบเทียบและสืบค้น / การค้นคว้า
ความรู้ / ข้อมูลต่าง ๆ จากส่ือและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับ Past Perfect Tense เพ่ืออธิบายละให้เหตุผล
ประกอบในความเหมือนและความแตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษากับของไทยได้
4.2 สาระการเรียนร้ทู ้องถนิ่
1. คำศัพทใ์ นเร่อื ง Unit 2 : Let’s celebrate!
2. บทสนทนาในเรื่อง Unit 2 : Let’s celebrate!
3. การใชโ้ ครงสร้าง Past Perfect Tense ในรูปแบบต่าง ๆ
5. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (เฉพาะท่ีเกิดในหน่วยการเรยี นรนู้ ี้)
5.1 คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (ตามหลกั สูตรแกนกลาง)
1) รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ 2) ซอื่ สตั ยส์ ุจริต 3) มวี นิ ยั 4) ใฝเ่ รียนรู้
5) อยูอ่ ย่างพอเพยี ง 6) ม่งุ ม่ันในการทำงาน 7) รกั ความเปน็ ไทย 8) มจี ิตสาธารณะ
5.2 คณุ ลักษณะตามหลกั สตู รมาตรฐานสากล
หนว่ ยการเรยี นรอู้ งิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565 หนา้ 112
1) มีความรูพ้ ื้นฐานในยุคดิจติ อล วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี รภู้ าษา พหุวฒั นธรรม
ตระหนกั สำนึกระดับโลก
2) สามารถคดิ ประดษิ ฐ์อย่างสรา้ งสรรค์ ปรบั ตัวใฝ่รู้ ใฝ่เรยี น วิเคราะห์ สังเคราะห์ สรปุ สร้างองคค์ วามรู้
3) มที กั ษะสอื่ สารอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
4) มีความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
5) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. ทักษะของผเู้ รยี นในศตวรรษท่ี 21 (3R 7C เฉพาะท่ีเกิดในหน่วยการเรยี นรนู้ )้ี
6.1 ทักษะการอา่ น (Reading)
6.2 ทกั ษะการเขียน (Writing)
6.3 ทกั ษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
6.4 ทกั ษะดา้ นการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทกั ษะในการแกป้ ญั หา (Critical thinking and
problem solving)
6.5 ทักษะดา้ นการสรา้ งสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation)
6.6 ทักษะด้านความร่วมมอื การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and
leadership)
6.7 ทักษะดา้ นความเข้าใจตา่ งวัฒนธรรมตา่ งกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)
6.8 ทักษะดา้ นการสอ่ื สารสารสนเทศและร้เู ทา่ ทนั สือ่ (Communication information and
media literacy)
6.9 ทกั ษะด้านคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สาร (Computing)
6.10 ทักษะอาชพี และทกั ษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
7. การบูรณาการตามพระราชบัญญตั ิการศึกษาแห่งชาติ (เฉพาะที่เกดิ ในหน่วยการเรยี นรู้น้ี)
7.1 บรู ณาการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรยี น
7.2 บรู ณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
7.3 บูรณาการห้องเรียนสเี ขยี ว
7.4 อนื่ ๆ (โปรดระบุ).................................................................................................................................................
8. ชิ้นงาน / ภาระงาน
หนว่ ยการเรียนรอู้ งิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565 หนา้ 113
1. ภาระงาน
- ใบงานเรื่อง Past Perfect Tense
2. ชิ้นงาน
-
9. กจิ กรรมการเรียนรู้ (Active Learning)
เรอื่ ง Past Perfect Tense วิธกี ารสอน (วธิ ีการสอนแบบ Inquiry Method : 5Es)
ช่ัวโมงที่ 1 - 2
1. สร้างความสนใจ (Engage)
1.1 ทบทวนเน้อื หาเดิมเรื่อง Past Simple Tense ที่นักเรียนเรียนในชวั่ โมงก่อนหนา้ นี้
1.2 นักเรียนดูรูปภาพและประโยคบน PowerPoint และช่วยกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับ Past
Perfect Tense
2. สำรวจและค้นหา (Explore)
2.1 นกั เรยี นดูประโยคบน PowerPoint
Statement : I had learned English before.
Negative : I had not learned English before.
Question : Had you learned English before?
2.2 นกั เรียนชว่ ยกันแสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกบั ประโยคบน PowerPoint วา่ เป็นประโยคแบบใด ใช้
โครงสร้างแบบไหน
2.3 นกั เรยี นฟังครูอธิบายเร่อื ง Past Perfect Tense
Past perfect tense หรอื มอี กี ช่ือหนง่ึ ว่า Pluperfect เปน็ Tense ทีใ่ ช้เพอ่ื อธบิ ายถึงสิ่งทีเ่ กดิ ขึ้น
กอ่ นหนา้ ชว่ งที่พง่ึ ผ่านมา เพ่อื ใหเ้ กิดความชดั เจนวา่ มสี งิ่ หนึ่งเกิดขน้ึ กอ่ นและมีอีกสิง่ หน่ึงเกิดขน้ึ ตามมาทีหลงั โดย
ทั้ง 2 สงิ่ นเี้ กิดขนึ้ ในอดตี และไมส่ ำคญั วา่ สง่ิ ใดจะถกู กล่าวก่อนหรือหลัง การใช้ tense นจ้ี ะบอกให้เห็นอย่างชดั เจน
เองว่า สง่ิ ใดเกิดข้นึ ก่อน
1. ใช้ Past Perfect Tense ค่กู ับ Past Simple Tense เพื่อบอก เหตุการณใ์ นอดีต 2
เหตกุ ารณ์ เหตุการณ์ท่ีเกิดขึ้นก่อนใช้ Past Perfect Tense เหตุการณท์ ่ีเกิดข้ึนทหี ลังใช้ Past Simple Tense
เหตกุ ารณ์ที่ 1 : Mary went out at 10 o'clock
เหตุการณ์ท่ี 2 : I arrived at 11 o'clock.
= Mary had gone out when I arrived.
เหตุการณท์ ี่ 1 : I was pleased to meet Oliver.
หน่วยการเรยี นร้อู งิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565 หนา้ 114
เหตกุ ารณ์ที่ 2 : I did not see her for 3 years.
= I was pleased to see Oliver because I had not seen her for 3 years.
2. ใช้กบั if-clause เม่ือประโยคหลกั เปน็ would, could, might + have + Verb 3
• He would have told her if he had met her.
3. ใชใ้ นประโยคหลัง I wish เพือ่ บอกความหมายท่ีตรงข้ามกบั ทพี่ ูดในอดีต
• I wish I had met her five years ago.
ฉันหวงั วา่ จะเจอเขาเมื่อ 5 ปีท่แี ลว้ (ความจรงิ ไม่ไดเ้ จอกัน)
• I wish she had not died.
ฉนั หวังวา่ เขาจะยงั ไม่ตาย (ความจรงิ คือเธอตายแล้ว)
4. มกั ใชใ้ นประโยคที่มีคำว่า already, after
• He had already gone when I arrived.
• After Ethan had watched the Business program in Channel 3, he went out.
ขอ้ สังเกต
ความแตกตา่ งระหวา่ ง Past Perfect Tense กับ Present Perfect Tense คอื
Present Perfect Tense สัมพนั ธก์ ับ Present Simple Tense
Past Perfect Tense สัมพันธ์กับ Past Simple Tense
• I’m not hungry. I have had breakfast. เนน้ ผลการกระทำในปัจจบุ ัน
• I was not hungry. I had had breakfast. เน้นผลการกระทำในอดีต
2.4 นักเรียนแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน โดยสมาชิกประกอบไปด้วยเก่ง ปานกลาง และ
ออ่ น
2.5 นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ทำกจิ กรรมช่วยกนั เขยี นคำตอบลงในใบงานที่ครูมอบให้
Instructions : Complete the sentences with the correct form of the verb given in
the bracket to make a sentence into the Past Perfect Tense.
1. A : …………........……...……….Jim ever…………........……...……….(fly) before his flight last week?
B : Yes, he…………........……...………. .
2. A : …………........……...……….your sister…………........……...……….(eat) breakfast before she left?
B : No, she…………........……...………. .
3. James said he………….......…...……….already…………........……...……….(see) the movie last year.
4. I got lost because I…………........……...……….(forget) to bring a map.
5. They…………........……...……….(not study) English before last year.
6. She…………........……...……….(live) in Leeds before she moved to London.
หนว่ ยการเรยี นรู้องิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 หนา้ 115
7. The baby…………........……...……….(fall asleep) before eight o’clock.
8. I…………........……...……….(not think) of that question before.
9. Violet got wet because she…………........……...……….(not bring) an umbrella.
10. He…………........……...……….(own) his car for a year before he sold it.
11. I didn’t notice that the traffic light…………........……...……….(turn) red.
12. Dylan…………........……...……….(order) rice, but the waiter served him soup.
Answer Key : 1. had / flown / had 2. had / eaten / hadn’t
3. had / seen 4. had forgotten
5. hadn’t studied 6. had lived
7. had fallen asleep 8. hadn’t thought
9. hadn’t brought 10. had owned
11. had turned 12. had ordered
3. อธบิ าย (Explain)
3.1 นกั เรยี นชว่ ยกนั อธบิ ายและสรุปเร่ือง Past Perfect Tense
3.2 นักเรียนแต่ละทีมเฉลยและอธิบายเหตุผลในการตอบแบบฝึกหัดทีละข้อสลับกันไปมา จนครบทุก
กลุ่มและทกุ ข้อ
3.3 นกั เรยี นฟงั ครอู ธิบายเพมิ่ เตมิ เพอื่ เสริมความเข้าใจในเรอ่ื ง Past Perfect Tense
Past perfect tense หรือมีอกี ช่ือหน่งึ ว่า Pluperfect เปน็ Tense ทใ่ี ชเ้ พือ่ อธบิ ายถงึ สงิ่ ท่ีเกดิ ขนึ้
กอ่ นหน้าชว่ งที่พงึ่ ผ่านมา เพอื่ ใหเ้ กดิ ความชัดเจนว่า มสี ่ิงหน่ึงเกดิ ข้ึนกอ่ นและมีอีกสง่ิ หนึ่งเกดิ ข้ึนตามมาทีหลัง โดย
ทง้ั 2 สง่ิ น้ีเกิดขนึ้ ในอดตี และไม่สำคัญวา่ ส่ิงใดจะถกู กลา่ วก่อนหรือหลงั การใช้ tense นจ้ี ะบอกให้เห็นอย่างชัดเจน
เองวา่ สิง่ ใดเกิดข้ึนก่อน
เหตกุ ารณ์แรก ใช้ Past Perfect
ประโยคบอกเล่า Subject + had + V.3 He had cleaned his room.
ประโยคปฏเิ สธ Subject + had not + V.3 He had not cleaned his room.
ประโยคคำถาม Had + Subject + V.3 Had he cleaned his room?
เหตกุ ารณ์ที่ 2 จบลงแลว้ ใช้ Past Simple Tense (Subject + V.2) โดยมักมีคำเช่ือม เชน่ when,
beforeระหวา่ ง 2 เหตุการณ์น้ี
เหตกุ ารณ์แรก ใช้ Past Perfect คำเชอ่ื ม เหตกุ ารณ์ท่ี 2 ใช้ Past Simple ความหมาย
He had cleaned his room before he left home. เขาทำความสะอาดหอ้ งก่อนที่
จะออกจากบา้ น
The train had left when we got to the station. รถไฟออกไปแลว้ ตอนทเี่ รา
มาถึงสถานี
หน่วยการเรียนรอู้ งิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 หนา้ 116
4. ขยายความรู้ (Elaborate)
4.1 นกั เรยี นฟงั ครูอธบิ ายเพ่มิ เติมเพื่อเสรมิ ความเข้าใจในเรื่อง Past Perfect Tense โดยครูอธบิ ายเพ่ิมเติม
วา่ เน่อื งจาก 2 เหตุการณ์นี้จะเกิดขนึ้ ในอดีตในเวลาใกล้เคียงกัน และจุดเด่นของ Past Perfect Tense คอื ใช้เล่าถึง
เหตกุ ารณห์ นง่ึ ซึ่งจบไปแล้วอีกเหตุการณจ์ งึ ค่อยเกิดข้ึน ดงั นัน้ เราจึงมักพบคำเชอื่ มประโยค เช่น after, already,
just, yet, until, till, as soon as, when, by the time
• I had waited for 2 hours before they arrived.
ฉันรอมาแลว้ 2 ชั่วโมงก่อนที่พวกเขาจะมาถึง
• After the guests had left, I went to bed.
หลังจากท่แี ขกกลบั แลว้ ฉันถึงได้เขา้ นอน
• Before I went to my house, I had had* a car accident.
ก่อนที่ฉันกลบั บ้าน ฉนั เกิดอุบัติเหตรุ ถชน
*had ตัวหลงั ในประโยคนี้ คือ Verb 3 ของ have
• By the time they came here, I already had finished my work.
ในตอนท่ีพวกเขามาที่นี่ ฉนั ทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว
• My dad had not arrived by the time I left.
พ่อยังไม่มา ตอนท่ีฉันออกจากบ้าน
• They hadn’t believed until they saw it.
พวกเขาไม่เช่ือ จนกระทั่งไดเ้ หน็ เอง
ประโยคน้ีเปน็ ตัวอยา่ งการใช้คำปฏิเสธรูปยอ่ ของ had not คอื hadn’t อ่านวา่ แฮดดึน
• Had he studied English before he moved to New York?
เขาได้เรยี นภาษาองั กฤษก่อนเขาย้ายไปนวิ ยอรก์ หรือเปลา่
4.2 นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ชว่ ยระดมความคิดและชว่ ยกนั ตอบแบบฝึกหัดเรอ่ื ง Past Perfect Tense บน
PowerPoint จำนวน 20 ข้อ โดยแตล่ ะกลุม่ เขียนคำตอบลงบนกระดาษเปล่า A4 ท่ีครูไดเ้ ตรียมไวใ้ ห้
Instructions : Complete the sentences with the correct form of the verb given in
the bracket to make a sentence into the Past Perfect Tense or Past Simple Tense.
1. We had already eaten when Victoria…………........……...……….(come) home.
2. Last year Owen…………........……...………. (pass) all his exams.
3. When I…………........……...……….(get) to the airport I discovered I had forgotten my
passport.
4. I went to the library, then I…………........……...……….(buy) some milk and went home.
หนว่ ยการเรียนรู้องิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 หนา้ 117
5. I opened my handbag to find that I…………........……...……….(forgot) my credit card.
6. When we…………........……...……….(arrive) at the station, the train had already left.
7. We got home to find that someone…………........……...……….(break) into the house.
8. I opened the fridge to find someone…………........……...……….(eat) all my chocolate.
9. I had known my husband for three years when we…………........……...……….(get) married.
10. Hannah was very pleased to see that John…………........……...……….(clean) the kitchen.
11. It…………........……...……….(not rain) all summer, so the grass was completely dead.
12. When he…………........……...……….(arrive) at the party, Julie had just left.
13. After arriving home, I realised I…………........……...……….(not buy) any milk.
14. The laundry was wet – it…………........……...……….(rain) while I was out.
15. William felt ill last night because he…………........……...……….(eat) too many cakes.
16. Henry…………........……...……….(meet) William last September.
17. First I tidied the flat, then I…………........……...……….(sit) down and had a cup of coffee.
18. David…………........……...……….(play) the piano when he was a child, but he doesn’t
play now.
19. When I opened the curtains the sun was shining but the ground was white.
It…………........……...……….(snow) during the night.
20. When Julie got home from her holiday, her flat was a mess.
Matthew…………........……...……….(have) a party.
Answer Key : 1. came 2. passed
3. got 4. bought
5. had forgotten 6. arrived
7. had broken 8. had eaten
9. we got 10. had cleaned
11. hadn’t rained 12. arrived
13. realised 14. had rained
15. had eaten 16. met
17. sat 18. played
19. had snowed 20. had had
5. ประเมินผล (Evaluate)
5.1 นักเรียนและครูรว่ มกันตรวจสอบคำตอบแบบฝกึ หัดเรื่อง Past Perfect Tense บนPowerPoint
หนว่ ยการเรยี นรูอ้ งิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 หนา้ 118
5.2 นกั เรียนและครูช่วยกันอธบิ ายถึงสาเหตุในการตอบคำถามหรือเลือกตอบในแต่ละข้อเพ่ือใหน้ ักเรียน
ทุก ๆ คนเข้าใจหลกั การใช้ Past Perfect Tense
ช่วั โมงท่ี 3 - 4
1. สร้างความสนใจ (Engage)
1.1 ทบทวนเน้อื หา Past Perfect Tense ทน่ี กั เรียนเรยี นในชวั่ โมงก่อนหน้าน้ี
1.2 นกั เรยี นดรู ูปภาพและประโยคบน PowerPoint พร้อมรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกบั รูปภาพ
และประโยคทน่ี ักเรยี นเห็น
2. สำรวจและค้นหา (Explore)
2.1 นักเรยี นดูวิดโี อคลปิ การใช้ Past Simple และ Past Perfect Tense จาก https://www.
youtube.com/watch?v=XV716wDmKAs
2.2 นกั เรียนดูวดิ ีโอคลปิ เรือ่ ง Past Perfect Tense ที่มกั มาดว้ ยกนั จาก https://www.youtube
.com/watch?v=SCSLBkSgicQ
2.3 นกั เรียนช่วยกนั สรุปความร้ทู ่ีไดจ้ ากการดูโอคลปิ ท้ัง 2 วโิ อคลปิ
2.4 นกั เรยี นศึกษาเน้ือหาเร่ือง Past Perfect Tense ในเอกสารประกอบการเรยี น
3. อธิบาย (Explain)
3.1 นักเรยี นชว่ ยกันอธบิ ายและสรปุ เรือ่ ง Past Perfect Tense
3.2 นกั เรยี นยกตัวอย่าง Past Perfect Tense ในรูปประโยคบอกเลา่ ปฏเิ สธ และคำถาม
โดยนักเรยี นสามารถยกตัวอย่าง เช่น
1. ประโยคบอกเล่า
• Natalie had never seen a beautiful beach before she went to Rayong .
นาตาเลยี ไม่เคยเหน็ ชายหาดที่สวยงามมาก่อนที่เธอไปท่ีระยอง
• I did not have any money because I had lost my wallet.
(ตอนนัน้ ) ฉันไม่มเี งินเลยเพราะฉันได้ทำกระเปา๋ สตางคห์ าย
หน่วยการเรียนร้อู งิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565 หนา้ 119
• Christopher knew Chiang Mai so well because he had visited the city several
times.
ครสิ โตเฟอรร์ ้จู ักเมอื งเชียงใหมเ่ ป็นอยา่ งดีเพราะเขาเคยไปท่ีเมืองนนั้ หลายครง้ั
• She understood the movie because she had read the book.
เธอดูภาพยนตรร์ ู้เร่อื งเพราะเธอได้เคยอา่ นหนังสือเรอ่ื งนน้ั มาก่อน
• Lucy had never been to an opera before last night .
ลซู ่ไี มเ่ คยไปท่ีโรงละครมากอ่ นหน้าเมื่อคนื ทีผ่ ่านมา
2. ประโยคปฏเิ สธ
• We were not able to get a hotel room because we had not booked in
advance.
พวกเราไมไ่ ด้ห้องพกั โรงแรมเพราะพวกเราไม่ไดจ้ องหอ้ งพักเอาไวล้ ่วงหน้า
• Caroline had not help Nathan when he needed her help.
เคาโรไลน์จนไม่ไดช้ ว่ ยนาธานเม่ือเขาต้องการความช่วยเหลอื จากเธอ
• Christian had not told me the truth when I asked him.
คริสเตยี นไม่ไดบ้ อกความจรงิ กับฉนั ตอนที่ฉนั ถามเขา
3. ประโยคคำถาม
• Had Jonathan ever studied Thai before he moved to Thailand ?
โจนาธานเคยเรียนภาษาไทยมากอ่ นหรอื เปล่าก่อนท่ีเขาจะย้ายมาประเทศไทย
• Had you finished your work when the manager came here?
คณุ ทำงานเสรจ็ แล้วยังเม่อื ผจู้ ัดการมาท่นี ่ี
• Had you ever visited the London before your trip in 2006?
คุณได้เคยไปลอนดอนมาก่อนเมือ่ ครง้ั ทค่ี ุณไปมาตอนปี 2007 หรอื เปล่า
Yes, I had been to the Bangkok once before .
ใช่ ฉนั เคยไปกรงุ เทพฯมากอ่ นหนหน่ึง
4. ขยายความรู้ (Elaborate)
4.1 นักเรยี นฟงั ครอู ธิบายเพิ่มเติมเพ่ือเสริมความเขา้ ใจในเร่ืองการ Past Perfect Tense
Past Perfect Tense คือ Past Perfect Tense (Tense อดตี สมบูรณ์) Past พาสท= อดตี
Perfect เพอเฟ็คท = สมบรู ณ์ คำว่าสมบรู ณใ์ น Tense นห้ี มายความวา่ เหตุการณ์ดังกลา่ วจบลงไปแลว้ หรอื สน้ิ สุด
แลว้ อย่างสน้ิ เชงิ ตา่ งกับ Present Perfect Tense ซงี่ กลา่ วถึงเหตุทด่ี ำเนินมาถึงปัจจุบนั และจะดำเนนิ ต่อไปใน
อนาคต
*** ประธานทุกตัวใช้โครงสร้างเดียวกันเลย
หลกั การใช้ Past Perfect Tense
หน่วยการเรยี นรู้องิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565 หนา้ 120
ใช้บอกเหตุการณ์ในอดตี ท่ีสน้ิ สดุ ไปแล้ว ก่อนจะมีอกี เหตุการณเ์ ข้ามาแทรกทีหลงั
หมายความวา่ มันมสี องเหตุการณ์ (คล้าย past continuous) มักจะมีการใช้ before, after มา
ร่วมกับประโยค และต้องใชต้ ามนี้ คอื
เหตุการณท์ ่เี กิดก่อน (ใช้ Past Perfect Tense)
เหตุการณท์ เ่ี กิดทหี ลัง (ใช้ Past Simple Tense)
**** ให้นกั เรียนท่องว่า พาสเพอ (past per) เกดิ ก่อน พาสซิม (past sim) เกดิ หลัง
(เป็นครง้ั ที่ 2 ที่ past simple เปน็ พระรองเพราะเกิดหลงั )
ตัวอย่างแนวข้อสอบ
The train………………..when we………………. to the station.
1) has left / get 2) had left / had got
3) left / had got 4) had left / got
ใจความของประโยคข้างบนคือวา่ “รถไฟออกไป ตอนที่เราไปถึงสถานี” ทีน้ีกต็ อ้ งถามตัวเองแลว้ ว่า
ระหว่าง รถไฟออกไปกบั เราไปถงึ สถานี เหตกุ ารณไ์ หนเกิดกอ่ น คำตอบต้องเปน็ รถไฟออกไปกอ่ นใช่ไหมเอ่ย แล้วเรา
กม็ าใส่สตู รเข้าไป พาสเพอ (past per) เกิดกอ่ น พาสซมิ (past sim) เกิดหลงั
1) has left (ผดิ present perfect), get (ผดิ present simple)
2) had left (ถกู ต้อง เกิดก่อน past per) , had got (ผิด อนั น้ี past per)
3) left (ผิด past simple), had got (ถูกต้อง past per)
4) had left (ถกู ต้อง เกิดก่อน past per), got (ถูกตอ้ ง past per)
ดงั น้นั จึงตอบขอ้ 4) “รถไฟออกไปก่อนแลว้ ตอนที่เราไปถึงสถานี”
4.2 นกั เรียนทำใบงานเรือ่ ง Past Perfect Tense ในเอกสารประกอบการเรียน
5. ประเมินผล (Evaluate)
5.1 นักเรียนและครูรว่ มกันตรวจสอบคำตอบจากการทำใบงานเร่ือง Past Perfect Tense
5.2 นักเรียนและครูช่วยกันอธิบายถึงสาเหตใุ นการตอบคำถามหรอื เลือกตอบในแตล่ ะข้อเพ่ือให้นักเรยี น
ทกุ ๆ คนเขา้ ใจหลกั การใช้ Past Perfect Tense
5.3 นักเรยี นและครรู ่มกันสรปุ หลักการของกฎตา่ ง ๆ ของ Past Perfect Tense
10. สอ่ื การเรยี นรู้ / แหลง่ เรยี นรู้
10.1 สือ่ การเรียนรู้
1. เอกสารประกอบการเรยี นเรื่อง Past Perfect Tense
10.2 แหล่งเรยี นรู้
1. ใบงานเรือ่ ง Past Perfect Tense
11. การวัดและประเมนิ ผล วิธีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์
ลำดบั รายการท่วี ดั และประเมนิ ผล
หนว่ ยการเรยี นรู้องิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 หนา้ 121
1 ใบงานเร่อื ง Past Perfect Tense ตรวจใบงานทา้ ยบท ใบงานท้ายบท นั ก เรีย น ให้ ค ว าม
ร่ว ม มื อ ใน ก ารท ำ
แบบฝึกหัดและตอบ
ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป
ผ่านเกณฑ์
12. เกณฑ์การประเมนิ ดมี าก
16 - 20 คะแนน ดี
11 - 15 คะแนน พอใช้
6 - 10 คะแนน ควรปรบั ปรงุ
น้อยกว่า 6 คะแนน
ลงชื่อ ผจู้ ดั ทำ
(นางสาวอารีรัตน์ บวั บาน)
ตำแหน่ง ครู
บันทกึ หลังการใช้แผนการจดั การเรียนรู้
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................... ...............................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ ผูจ้ ดั ทำ
(นางสาวอารีรัตน์ บัวบาน)
ตำแหนง่ ครู
วนั ท่ี..............เดอื น..................................พ.ศ. ..................
หน่วยการเรยี นรอู้ งิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 หนา้ 122
โรงเรยี นหินกอง (พิบูลอนุสรณ์)
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 2 เรื่อง Let’s celebrate!
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 11
รหัสวชิ า อ22101 เร่ือง Past Tense (Revision)
กล่มุ สาระการเรยี นร้ภู าษาตา่ งประเทศ
ผ้สู อน นางสาวอารรี ัตน์ บัวบาน รายวชิ า ภาษาอังกฤษ 3 ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 2
ปกี ารศึกษา 2564 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 2 ชวั่ โมง
1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวช้วี ัด
1.1 มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ต 1.2 มีทกั ษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอ้ มูลข่าวสาร แสดงความรู้สกึ และ
ความคดิ เห็นอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลขา่ วสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเหน็ ในเร่อื งตา่ ง ๆ โดยการพูด
และการเขยี น
มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมอื นและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับ
ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อย่างถกู ต้องและเหมาะสม
มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเปน็ เคร่ืองมือพ้นื ฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ
และการแลกเปลยี่ นเรียนรู้กับสังคมโลก
1.2 ตวั ชี้วดั
ต 1.2 ม.2/3 พูดและเขียนแสดงความต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลอื ตอบรบั และปฏิเสธการให้
ความช่วยเหลอื ในสถานการณต์ ่าง ๆ อย่างเหมาะสม
ต 1.3 ม.2/3 พดู และเขยี นแสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกับกิจกรรม เรอื่ งต่าง ๆ ใกลต้ วั และประสบการณ์
พรอ้ มท้งั ใหเ้ หตุผลสน้ั ๆ ประกอบ
ต 2.2 ม.2/1 เปรียบเทยี บและอธิบายความเหมือนและความแตกตา่ งระหว่างการออกเสยี งประโยค
ชนดิ ต่าง ๆ และการลำดับคำตามโครงสร้างประโยค ของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย
ต 4.2 ม.2/1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น / คน้ คว้า รวบรวมและสรุปความรู้ / ขอ้ มูลต่าง ๆ
จากสื่อและแหล่งการเรยี นรตู้ ่าง ๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชพี
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.1 ดา้ นความรู้ ความเข้าใจ (K)
- นักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับการใช้ Past Tense
2.2 ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
หนว่ ยการเรยี นรู้องิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 หนา้ 123
- นักเรียนพูดและเขียนประโยคโดยใช้ Past Tense เพื่อแสดงความต้องการ เสนอและให้ความ
ช่วยเหลอื ตอบรับและปฏิเสธการใหค้ วามช่วยเหลอื ในสถานการณ์ตา่ ง ๆ และใหเ้ หตผุ ลประกอบได้
- นักเรียนสามารถสืบค้น ค้นคว้าความรู้ ข้อมูลต่าง ๆ จากส่ือและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับ
Past Tense เพื่อใช้การเขียนประโยคเพื่อเปรียบเทียบและการอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างชีวิต
ความเป็นอยแู่ ละวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษากบั ของไทยได้
2.3 คณุ ลกั ษณะ เจตคติ คา่ นยิ ม (A)
- รักการเรยี นรภู้ าษาอังกฤษและฝึกฝนอย่างจรงิ จังเพียงพอ
- ผเู้ รียนใชภ้ าษาอังกฤษอย่างมมี ารยาท ถกู ต้องตามกาลเทศะ และบคุ คล
3. สาระสำคญั / ความคิดรวบยอด
- พูดและเขียนประโยคโดยใช้ Past Tense เพื่อแสดงความต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลือ ตอบรับ
และปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่าง ๆ เปรียบเทียบและสืบค้น / การค้นคว้าความรู้ / ข้อมูลต่าง ๆ
จากสือ่ และแหลง่ การเรียนรู้ต่าง ๆ เกยี่ วกับ Past Tense เพ่ืออธิบายละใหเ้ หตผุ ลประกอบในความเหมือนและความ
แตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย มีทักษะในการเลือก พอประมาณ มี
เหตผุ ล มภี มู ิคมุ้ กนั และมคี ณุ ธรรม ในการปฏบิ ัติตนอย่างเหมาะสม ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
พูดและเขียนประโยคโดยใช้ Past Tense เพื่อแสดงความต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลือ ตอบ
รับและปฏเิ สธการใหค้ วามช่วยเหลอื ในสถานการณ์ต่าง ๆ เปรยี บเทียบและสืบค้น / การค้นคว้าความรู้ / ข้อมูลต่าง
ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับ Past Tense เพ่ืออธิบายละให้เหตุผลประกอบในความเหมือนและ
ความแตกตา่ งระหว่างชวี ิตความเป็นอยู่และวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษากับของไทยได้
4.2 สาระการเรียนรทู้ ้องถนิ่
1. คำศพั ทใ์ นเรือ่ ง Unit 2 : Let’s celebrate!
2. บทสนทนาในเรอื่ ง Unit 2 : Let’s celebrate!
3. การใช้โครงสรา้ ง Past Tense ในรูปแบบต่าง ๆ
5. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (เฉพาะที่เกิดในหนว่ ยการเรยี นรู้นี)้
5.1 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ตามหลักสูตรแกนกลาง)
1) รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ 2) ซ่อื สตั ยส์ ุจริต 3) มวี นิ ัย 4) ใฝ่เรยี นรู้
5) อยอู่ ย่างพอเพยี ง 6) มงุ่ มัน่ ในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มจี ติ สาธารณะ
5.2 คณุ ลกั ษณะตามหลกั สตู รมาตรฐานสากล
1) มีความรพู้ นื้ ฐานในยุคดจิ ติ อล วทิ ยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี รภู้ าษา พหุวัฒนธรรม
หนว่ ยการเรยี นรูอ้ งิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565 หนา้ 124
ตระหนกั สำนึกระดับโลก
2) สามารถคิดประดิษฐอ์ ยา่ งสรา้ งสรรค์ ปรับตวั ใฝร่ ู้ ใฝเ่ รียน วิเคราะห์ สังเคราะห์ สรุป สร้างองค์ความรู้
3) มที กั ษะสือ่ สารอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
4) มีความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
5) มีความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. ทักษะของผเู้ รียนในศตวรรษที่ 21 (3R 7C เฉพาะทเ่ี กดิ ในหน่วยการเรยี นรู้น)้ี
6.1 ทกั ษะการอา่ น (Reading)
6.2 ทักษะการเขียน (Writing)
6.3 ทักษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
6.4 ทกั ษะด้านการคดิ อย่างมวี ิจารณญาณและทักษะในการแกป้ ญั หา (Critical thinking and
problem solving)
6.5 ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรคแ์ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation)
6.6 ทกั ษะดา้ นความรว่ มมือการทำงานเปน็ ทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and
leadership)
6.7 ทกั ษะดา้ นความเขา้ ใจตา่ งวัฒนธรรมต่างกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)
6.8 ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศและรู้เทา่ ทนั ส่อื (Communication information and
media literacy)
6.9 ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing)
6.10 ทักษะอาชพี และทกั ษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
7. การบรู ณาการตามพระราชบัญญตั กิ ารศึกษาแห่งชาติ (เฉพาะท่ีเกิดในหน่วยการเรียนรู้น้ี)
7.1 บูรณาการสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียน
7.2 บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง
7.3 บรู ณาการห้องเรยี นสเี ขียว
7.4 อนื่ ๆ (โปรดระบ)ุ .................................................................................................................................................
8. ชิ้นงาน/ภาระงาน
1. ภาระงาน
- ใบงานเรอื่ ง Past Tense (Revision)
2. ชน้ิ งาน
-
หนว่ ยการเรียนรอู้ งิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 หนา้ 125
9. กิจกรรมการเรียนรู้ (Active Learning)
เรื่อง Past Tense (Revision) วิธีการสอน (วิธีการสอนแบบ 2W3P)
ชวั่ โมงท่ี 1
1. ขน้ั กระตนุ้ ทบทวนและปพู ้ืนฐานความรู้ (Warm up)
1.1 นกั เรียนทำกจิ กรรม Duet เพือ่ ทบทวนความรู้ เรื่อง Past Tense
1.2 นักเรยี นแบ่งออกเปน็ 4 ทีม ทีมละเทา่ ๆ กนั โดยแตล่ ะทีมประกอบไปด้วยนกั เรยี นกลมุ่ เกง่ ปาน
กลางและออ่ น
1.3 นักเรยี นสง่ ตัวแทนครั้งละ 1 คนโดยไม่ซำ้ กันออกมายนื่ บริเวณหน้าชน้ั เรยี น
1.3.1 นกั เรียนคนที่ 1 เปน็ ผคู้ ดิ คำศัพท์กริยาช่องท่ี 1
1.3.2 นกั เรยี นคนท่ี 2 เปลี่ยนกรยิ าชอ่ งท่ี 1 เปน็ กรยิ าช่องท่ี 2
1.3.3 นักเรียนคนที่ 3 เปลี่ยนกรยิ าช่องที่ 2 ให้อย่ใู นรูป Past Continuous
1.3.4 นักเรยี นคนท่ี 4 เปลี่ยนกรยิ าทีอ่ ยู่ในรูป Past Continuous เป็น Past Perfect
เชน่
นกั เรยี นคนท่ี 1 นกั เรียนคนที่ 2 นกั เรยี นคนที่ 3 นกั เรียนคนท่ี 4
see saw was seeing had seen
เมอื่ นกั เรยี นคนที่ 4 พูดเสร็จเรยี บรอ้ ยแล้วใหน้ ักเรียนคนท่ี 2 เป็นผเู้ รม่ิ คำศัพท์คำใหม่ โดยสลับกัน
เรม่ิ คำศัพทใ์ หม่จนครบทั้ง 4 กลุม่
2. ขัน้ นำเสนอเนือ้ หาสาระ (Presentation)
2.1 นักเรียนดูคำศัพท์ท่ีครูเขียนบนกระดาน โดยคำศัพท์ที่ครูเขียนนั้นมาจากคำศัพท์ท่ีนักเรียนใช้ในใน
กจิ กรรม Duet เชน่
washed were washing had washed
cut was cutting had cut
drove was driving had driven
2.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันแต่งประโยคโดยใช้กริยาท่ีอยู่บนกระดาน โดยเลือกคำกริยาเพียง 1 แถว
ตามแนวนอนมาแต่งเป็นประโยคพร้อมกับแปลความหมายของประโยค โดยครูเดินดูประโยคท่ีนักเรียนเขียนพร้อม
ให้คำแนะนำ ช่วยแก้ไขในกรณีท่ีนักเรียนแต่งประโยคไม่ถูกต้อง โดยครูให้แรงเสริมด้วยการกล่าวชม เช่น good,
excellent, well done, fantastic เปน็ ตน้
3. ขนั้ ฝกึ ฝนโดยยดึ ผู้เรยี นเป็นศูนย์ (Practice)
3.1 นักเรียนใหอ้ อกมาเขียนโครงสรา้ งและตวั อย่างประโยค Past Tense ประเภทตา่ ง ๆ ลงบน Past
Tense Chart ถ้าเขยี นไม่ไดใ้ หเ้ พ่ือนในห้องช่วยกนั บอก จะไดโ้ ครงสร้างดงั นี้
หน่วยการเรยี นรอู้ งิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565 หนา้ 126
3.2 นกั เรียนฟังครูอธิบาย Past Tense
Past Tense คอื รปู แบบของคำกริยาทแี่ สดงถึงเหตุการณ์หรือการกระทำที่เกดิ ขึน้ ในอดตี สำหรบั
Past Tense ทน่ี กั เรียนได้เรยี นมานัน้ ประกอบไปด้วย
1. Past Simple มโี ครงสร้างรปู แบบคือ Subject + Verb 2 หรอื Verb เติม ed
2. Past Continuous มโี ครงสรา้ งรูปแบบคอื Subject + was / were + Verb (ing)
3. Past Perfect มีโครงสร้างรูปแบบคือ Subject + had + Verb 3
ซึง่ ในแต่ละรปู แบบ / โครงสร้าง กม็ วี ธิ กี ารใชท้ ีแ่ ตกตา่ งกันออกไป ดังน้ี
1. Past Simple Tense (Subject + Verb 2 หรือ Verb เติม ed) ใชก้ ับเหตุการณห์ รือการกระทำ
ทเี่ กิดข้นึ และจบลงในอดีต มักมีคำหรอื กลมุ่ คำของอดีตมากำกบั ด้วย เช่น ago (แต่ก่อน) once (คร้งั หนงึ่ ในอดีต)
yesterday (เมอื่ วานน้ี) last night (เมอ่ื คืนก่อน) last month (เม่ือเดือนท่ีแลว้ ) when he was young (เมอ่ื ตอน
ท่ีเขายังเปน็ เด็ก) after they had gone (หลังจากทพี่ วกเขาไปแล้ว)
• I went to church yesterday.
ฉนั ไปโบสถเ์ ม่ือวานนี้
• She bought that car last year.
เธอซื้อรถคันนั้นเมื่อปที ่ีแลว้
2. Past Continuous Tense (Subject + was / were + Verb (ing) ซง่ึ มีวธิ ีการใช้ดงั นี้
2.1 ใชร้ ว่ มกบั Past Simple Tense เม่อื มีเหตุการณ์หรือการกระทำ 2 อย่างเกดิ ขนึ้ ไม่พร้อมกัน
ในอดีต โดยใหใ้ ช้ Past Simple Tense กับเหตุการณส์ น้ั ๆ ที่เกิดขึ้นทีหลงั และใช้ Past Continuous Tense กบั
เหตกุ ารณ์ท่ีเกิดขึ้นก่อนและกำลังดำเนนิ อยู่ในขณะน้ัน เช่น
• While I was watching the football match, I had a headache.
ขณะทฉ่ี ันกำลังดกู ารแขง่ ขนั ฟุตบอลอยูน่ ั้น ฉันกป็ วดศรี ษะ
2.2 ใช้กับเหตกุ ารณห์ รือการกระทำ 2 อย่างที่กำลงั ดำเนนิ อยู่ในอดตี ในเวลาเดียวกนั เช่น
• We were playing while they are studying.
พวกเรากำลังเลน่ กัน ขณะท่ีพวกเขากำลังเรียน
3. Past Perfect Tense (Subject + had + Verb 3) มวี ิธกี ารใชด้ งั น้ี
3.1 ใช้กบั เหตกุ ารณ์หรอื การกระทำ 2 อย่างที่เกดิ ข้ึนและสิ้นสดุ ลงในอดีต โดยเหตุการณ์ทเ่ี กดิ ข้นึ
ก่อนให้ใช้ Past Perfect Tense ส่วนเหตกุ ารณ์ท่ีเกิดขนึ้ ทหี ลงั ใหใ้ ช้ Past Simple Tense เชน่
• I went to work after I had eaten breakfast.
หนว่ ยการเรียนรอู้ งิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 หนา้ 127
ฉนั ไปทำงานหลังจากที่ได้ทานอาหารเชา้
• We had learnt Japanese before we went to Japan.
พวกเราได้เรียนภาษาญี่ปนุ่ ก่อนทพี่ วกเราจะไปประเทศญ่ปี ุ่น
3.2 ใชก้ ับการแสดงความปรารถนาในสิง่ ที่ไม่เปน็ จรงิ ทไี่ ด้เกิดขนึ้ แลว้ ในอดตี เชน่
• We wish we had passed the examination.
พวกเขาอยากให้พวกเราสอบผ่าน ซง่ึ ในความเป็นจริงแล้วพวกเราสอบไมผ่ า่ น
ชั่วโมงที่ 2
4. ขั้นนำไปใช้หรอื การบรู ณาการความรู้ (Production)
4.1 นกั เรยี นทบทวนโครงสรา้ ง Past Tense อกี ครงั้
4.2 นกั เรยี นดรู ูปภาพและประโยคบน PowerPoint และช่วยกันเติมคำท่ีหายไป
4.3 นกั เรียนชว่ ยกนั เปล่ียนรูปประโยค Past Simple Tense บน PowerPoint ใหเ้ ป็น Past
Continuous Tense และ Past Perfect Tense
4.4 นกั เรียนทำแบบฝึกหดั เรื่อง Past Tense (Past Simple, Past Continuous, and Past Prefect
Tenses) ในเอกสารประกอบการเรียน
4.5 นักเรียนและครรู ว่ มกนั เฉลยแบบฝึกหดั เรอื่ ง Past Tense (Past Simple, Past Continuous, and
Past Prefect Tenses ในเอกสารประกอบการเรียน
5. ขัน้ สรปุ ความรู้ทีไ่ ด้รับจากกระบวน การเรยี นรู้ (Wrap up)
5.1 สังเกตความเข้าใจของนักเรียนในการทำกิจกรรมและการเขียนประโยคภาษาอังกฤษโดยใช้ Past
Tense (Past Simple, Past Continuous, and Past Prefect Tenses ของนักเรยี น
หนว่ ยการเรียนรอู้ งิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 หนา้ 128
5.2 นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับเนื้อหาเรื่อง Past Tense (Past Simple, Past Continuous,
and Past Prefect Tenses
10. สอื่ การเรยี นรู้ / แหลง่ เรยี นรู้
10.1 สอื่ การเรียนรู้
1. เอกสารประกอบการเรียนเรื่อง Past Tense (Revision)
10.2 แหล่งเรียนรู้
1. ใบงานเร่ือง Past Tense (Revision)
11. การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์
ตรวจใบงานทา้ ยบท ใบงานทา้ ยบท
ลำดับ รายการที่วัดและประเมนิ ผล นั ก เรีย น ให้ ค ว าม
1 ใบงานเร่อื ง Past Tense ร่ว ม มื อ ใน ก ารท ำ
(Revision) แบบฝึกหัดและตอบ
ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป
ผ่านเกณฑ์
12. เกณฑ์การประเมิน ดมี าก
16 - 20 คะแนน ดี
11 - 15 คะแนน พอใช้
6 - 10 คะแนน ควรปรบั ปรงุ
น้อยกว่า 6 คะแนน
ลงชือ่ ผ้จู ดั ทำ
(นางสาวอารีรัตน์ บวั บาน)
ตำแหนง่ ครู
หนว่ ยการเรยี นรู้องิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 หนา้ 129
บันทกึ หลังการใช้แผนการจดั การเรยี นรู้
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................... .................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................... ...............................
ลงช่อื ผู้จัดทำ
(นางสาวอารีรตั น์ บวั บาน)
ตำแหนง่ ครู
วนั ท่ี..............เดือน..................................พ.ศ. ..................
หนว่ ยการเรียนรู้องิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 หนา้ 130
โรงเรียนหินกอง (พบิ ูลอนสุ รณ์)
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 2 รายวิชา ภาษาอังกฤษ 3 เร่ือง Let’s celebrate!
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 12 ปีการศกึ ษา 2565 ภาคเรียนท่ี 1 เร่ือง Botanical Garden
รหสั วิชา อ22101
กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาต่างประเทศ ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 2
ผ้สู อน นางสาวอารรี ตั น์ บัวบาน เวลา 2 ชว่ั โมง
1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชว้ี ัด
1.1 มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ต 1.2 มที ักษะการสอ่ื สารทางภาษาในการแลกเปล่ียนขอ้ มูลข่าวสาร แสดงความรสู้ กึ และ
ความคดิ เห็นอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเหน็ ในเร่ืองต่าง ๆ โดยการพดู
และการเขียน
มาตรฐาน ต 2.2 เขา้ ใจความเหมอื นและความแตกตา่ งระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากบั
ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อยา่ งถกู ตอ้ งและเหมาะสม
มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเคร่ืองมือพนื้ ฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ
และการแลกเปลยี่ นเรยี นร้กู ับสงั คมโลก
1.2 ตวั ช้ีวัด
ต 1.2 ม.2/3 พดู และเขียนแสดงความต้องการ เสนอและให้ความชว่ ยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้
ความชว่ ยเหลอื ในสถานการณต์ า่ ง ๆ อยา่ งเหมาะสม
ต 1.3 ม.2/3 พดู และเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั กจิ กรรม เรื่องตา่ ง ๆ ใกล้ตวั และประสบการณ์
พรอ้ มทัง้ ใหเ้ หตุผลสนั้ ๆ ประกอบ
ต 2.2 ม.2/1 เปรยี บเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกตา่ งระหว่างการออกเสยี งประโยค
ชนิดต่าง ๆ และการลำดับคำตามโครงสรา้ งประโยค ของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย
ต 4.2 ม.2/1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น / ค้นคว้า รวบรวมและสรปุ ความรู้ / ข้อมลู ต่าง ๆ
จากสอ่ื และแหล่งการเรยี นรตู้ ่าง ๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชพี
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.1 ด้านความรู้ ความเข้าใจ (K)
- นกั เรียนมคี วามรเู้ ก่ียวกับการใช้ Past Tense
2.2 ด้านทักษะกระบวนการ (P)
หน่วยการเรียนรอู้ งิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565 หนา้ 131
- นักเรียนพูดและเขียนประโยคโดยใช้ Past Tense เพื่อแสดงความต้องการ เสนอและให้ความ
ช่วยเหลอื ตอบรับและปฏเิ สธการใหค้ วามชว่ ยเหลอื ในสถานการณ์ตา่ ง ๆ และใหเ้ หตผุ ลประกอบได้
- นักเรียนสามารถสืบค้น ค้นคว้าความรู้ ข้อมูลต่าง ๆ จากส่ือและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับ
Past Tense เพื่อใช้การเขียนประโยคเพ่ือเปรียบเทียบและการอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างชีวิต
ความเป็นอยแู่ ละวฒั นธรรมของเจ้าของภาษากบั ของไทยได้
2.3 คณุ ลกั ษณะ เจตคติ ค่านยิ ม (A)
- รักการเรียนรู้ภาษาอังกฤษและฝึกฝนอย่างจริงจงั เพียงพอ
- ผเู้ รียนใชภ้ าษาอังกฤษอย่างมมี ารยาท ถกู ต้องตามกาลเทศะ และบคุ คล
3. สาระสำคญั / ความคดิ รวบยอด
- พูดและเขียนประโยคโดยใช้ Past Tense เพื่อแสดงความต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลือ ตอบรับ
และปฏิเสธการให้ความช่วยเหลอื ในสถานการณ์ต่าง ๆ เปรียบเทียบและสืบค้น / การค้นคว้าความรู้ / ข้อมูลต่าง ๆ
จากสือ่ และแหลง่ การเรียนรตู้ า่ ง ๆ เก่ียวกับ Past Tense เพ่ืออธิบายละใหเ้ หตผุ ลประกอบในความเหมือนและความ
แตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย มีทักษะในการเลือก พอประมาณ มี
เหตผุ ล มภี มู ิคมุ้ กนั และมีคุณธรรม ในการปฏบิ ัติตนอย่างเหมาะสม ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
พูดและเขียนประโยคโดยใช้ Past Tense เพื่อแสดงความต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลือ ตอบ
รับและปฏเิ สธการใหค้ วามช่วยเหลือในสถานการณ์ต่าง ๆ เปรียบเทียบและสืบค้น / การค้นคว้าความรู้ / ข้อมูลต่าง
ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับ Past Tense เพ่ืออธิบายละให้เหตุผลประกอบในความเหมือนและ
ความแตกตา่ งระหวา่ งชวี ติ ความเปน็ อยู่และวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษากับของไทยได้
4.2 สาระการเรียนรทู้ ้องถิ่น
1. คำศพั ทใ์ นเรือ่ ง Unit 2 : Let’s celebrate!
2. บทสนทนาในเรอื่ ง Unit 2 : Let’s celebrate!
3. การใชโ้ ครงสรา้ ง Past Tense ในรูปแบบต่าง ๆ
5. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (เฉพาะทีเ่ กดิ ในหนว่ ยการเรยี นรู้นี)้
5.1 คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ (ตามหลกั สูตรแกนกลาง)
1) รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ 2) ซ่อื สตั ยส์ ุจรติ 3) มวี นิ ัย 4) ใฝ่เรยี นรู้
5) อยูอ่ ย่างพอเพยี ง 6) มงุ่ มัน่ ในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มจี ติ สาธารณะ
5.2 คณุ ลกั ษณะตามหลกั สตู รมาตรฐานสากล
1) มีความรพู้ ื้นฐานในยุคดจิ ติ อล วทิ ยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี รภู้ าษา พหุวฒั นธรรม
หนว่ ยการเรยี นรูอ้ งิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565 หนา้ 132
ตระหนักสำนึกระดับโลก
2) สามารถคดิ ประดษิ ฐอ์ ย่างสรา้ งสรรค์ ปรับตวั ใฝ่รู้ ใฝ่เรยี น วิเคราะห์ สงั เคราะห์ สรุป สร้างองคค์ วามรู้
3) มที ักษะส่อื สารอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
4) มีความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
5) มคี วามสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. ทักษะของผู้เรยี นในศตวรรษที่ 21 (3R 7C เฉพาะทเ่ี กิดในหน่วยการเรยี นรนู้ )้ี
6.1 ทกั ษะการอา่ น (Reading)
6.2 ทกั ษะการเขียน (Writing)
6.3 ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
6.4 ทกั ษะดา้ นการคดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณและทกั ษะในการแกป้ ญั หา (Critical thinking and
problem solving)
6.5 ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
6.6 ทกั ษะดา้ นความรว่ มมอื การทำงานเป็นทีมและภาวะผูน้ ำ (Collaboration, teamwork and
leadership)
6.7 ทักษะดา้ นความเข้าใจต่างวฒั นธรรมตา่ งกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)
6.8 ทกั ษะดา้ นการสื่อสารสารสนเทศและรูเ้ ทา่ ทันสื่อ (Communication information and
media literacy)
6.9 ทกั ษะด้านคอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (Computing)
6.10 ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
7. การบูรณาการตามพระราชบญั ญัตกิ ารศกึ ษาแห่งชาติ (เฉพาะทีเ่ กิดในหนว่ ยการเรยี นรู้น้ี)
7.1 บรู ณาการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรยี น
7.2 บรู ณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
7.3 บรู ณาการห้องเรยี นสีเขียว
7.4 อน่ื ๆ (โปรดระบ)ุ .................................................................................................................................................
8. ชิ้นงาน / ภาระงาน
1. ภาระงาน
-
2. ชิ้นงาน
- Botanical Garden
หนว่ ยการเรียนรู้องิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 หนา้ 133
9. กิจกรรมการเรียนรู้ (Active Learning)
เรื่อง Botanical Garden วิธีการสอน (วธิ ีการสอนแบบ 3Ps)
ช่ัวโมงที่ 1
1. ขั้นการนำเขา้ สบู่ ทเรียน (Warm-up)
1.1 นักเรียนทบทวนความรู้เรอื่ ง Tense ตา่ ง ๆ
1.2 นักเรียนเตมิ โครงสรา้ งประโยคของแต่ละ Tense ลงไปในตาราง
Action Simple Continuous Perfect
Time : V.1 : v. to be + V.ing : v. to have + V.3
Present S. + V.1 (-s / -es) S. + is / am / are + V.ing S. + have / has + V.3
Past S. + V.2 (-ed)
Future S. + will + V.inf.
1.3 นักเรยี นชว่ ยกนั บอกหลักการใช้แตล่ ะ Tense
1.3.1 Present Simple Tense
Form: S + V. 1 (s, es ในกรณที ีป่ ระธาน เปน็ เอกพจน์บรุ ษุ ท่ี 3)
ใชแ้ สดงเหตกุ ารณ์ การกระทำทเ่ี ป็นจริงโดยทั่วไป หรือความจริงโดยธรรมชาต,ิ การกระทำ
อันเปน็ นสิ ยั
Key Words: Adv. of Time: every day/week/month, once/ twice a week, on
Monday, etc.
Adv. of Frequency: always, usually, generally, , often, sometimes, never..etc
1.3.2 Present Continuous Tense
Form : S + is / am / are + V.ing
ใช้กับเหตุการณ์ หรอื การกระทำท่ีกำลงั เกิดข้ึนในขณะพูด, ใชก้ บั การกระทำที่อยู่ในระหว่าง
การดำเนินการ แต่ในขณะพูดเหตกุ ารณ์ยงั ไมเ่ กดิ ข้ึนก็ได,้ และเหตุการณ์ทีจ่ ะเกดิ ขน้ึ ในอนาคตอันใกล้
Key Words : now, right now, at present, at the moment, presently, today, this
week…etc
Look! , Watch out! etc.
1.3.3 Present Perfect Tense
Form : S + has / have + V.3
ใช้กบั เหตกุ ารณ์ หรือการกระทำท่เี กิดขนึ้ ตัง้ แต่อดยี ดำเนินมาเรือ่ ย ๆ จนถึงปจั จบุ นั , ละ
เหตุการณท์ เี่ พงิ่ จะจบลงไปไม่นาน
Key Words: since, for, yet, already, just, recently, before, after…etc
1.3.4 Past Simple Tense
Form : S + V2
หนว่ ยการเรยี นร้อู งิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565 หนา้ 134
ใชก้ ับเหตกุ ารณ์หรือ การกระทำท่ีเกิดข้ึนแล้วและจบส้นิ ลงในอดีต, นิสยั ทีเ่ คยทำในอดีต และ
การกระทำต่อเน่อื งในอดตี
Key Word : usually, yesterday, last week, in the old day, the other day
formerly…,
when I was young,-ago
1.3.5 Future Simple Tense
Form : S + will / be going to + V.inf.
ใชแ้ สดงการกระทำทจี่ ะเกดิ ขึ้นในอนาคต
Key Word : tomorrow, next week, tonight…etc.
1.4 นักเรียนทวนคำกริยา 3 ช่อง (Irregular Verb) โดยนักเรยี นเขยี นคำกริยาแบบ Irregular Verb
เท่าที่ตนจำได้ ใหม้ ากทสี่ ุดเพ่ือให้ครเู ขียนบนกระดาน
1.5 นักเรยี นชว่ ยกนั รวบรวมความคดิ และสรุปดังนี้
1.5.1 โครงสร้างของประโยคของแตล่ ะ Tense
1.5.2 คำแสดงเวลาทใ่ี ช้ในแต่ละ Tense
2. ขัน้ การนำเสนอ (Presentation)
2.1 นักเรยี นแต่งประโยคของแตล่ ะ Tense ซ่ึงประกอบด้วยคำบอกเวลา
2.2 นักเรียนเขียนคำกริยา 3 ชอ่ ง (Irregular Verb) ตามกล่มุ การจำใสส่ มุด และบอกหลักการจำ
2.3 นักเรยี นฟังครูอธบิ ายการเชือ่ มโยงการใช้ Tense กบั เวลา จากบทความส้ันๆ (Short Passage)
และ / หรอื จากขา่ วและบทความในหนังสอื พมิ พ์
2.4 นักเรียนฟังครอู ธิบายเรื่องความแตกต่างของการใช้ที่สอดคล้องกนั ของ
2.4.1 Present Simple กับ Present Continuous ในการใช้ทแี่ ตกตา่ งกนั
2.4.2 Present Continuous กับ Future Simple ในความหมายของความต้งั ใจท่จี ะทำในอดีต
2.5 นกั เรียนสอบถามครูผูส้ อนเพ่ิมเติมเมื่อนักเรียนไมเ่ ข้าใจ
ชัว่ โมงที่ 2
3. การฝกึ (Practice)
3.1. นกั เรยี นทำแบบฝกึ หดั เรื่อง Tense ในเอกสารประกอบการเรยี นร้ใู นแตล่ ะเร่ือง
3.2 นักเรียนและครูช่วยกนั ตรวจสอบความถกู ต้องและครอู ธิบายเพม่ิ เตมิ เมอื่ นักเรียนไม่เขา้ ใจ
3.3 นักเรยี นทำความเข้าใจคำกรยิ า 3 ชอ่ ง (Irregular Verb) ตามกลุม่ จากหลักการจำ
4. การนำไปใช้ (Production)
4.1 นกั เรยี นเลอื กพรรณไม้ท่ีตนเองชอบ 5 ชนดิ และนำมาแตง่ ประโยคโดยใช้ Tense ท่ีเรียนมา ได้แก่
Present Simple, Present Continuous, Present Perfect, Past Simple, and Future Simple ใหม้ ี
รายละเอยี ดของแตล่ ะ Tense ดังต่อไปน้ี
หน่วยการเรยี นรู้องิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565 หนา้ 135
- ชือ่ Tense
- Structure
- Sentence
- แปลความหมายประโยค
- รูปภาพประกอบ
10. สอื่ การเรียนรู้ / แหล่งเรยี นรู้
10.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1. เอกสารประกอบการเรียนเรอ่ื ง Past Tense
10.2 แหลง่ เรยี นรู้
1. ใบงานเรื่อง Past Tense
11. การวัดและประเมินผล วิธีการ เครอ่ื งมือ เกณฑ์
ตรวจช้ินงาน ช้ินงาน
ลำดบั รายการทว่ี ดั และประเมนิ ผล นั ก เรีย น ให้ ค ว าม
1 ช้ินงาน Botanical Garden ร่ว ม มื อ ใน ก ารท ำ
ชิ้นงาน และทำถูก
ร้อ ย ล ะ 60 ขึ้ น ไป
ผ่านเกณฑ์
12. เกณฑก์ ารประเมนิ ดมี าก
16 - 20 คะแนน ดี
11 - 15 คะแนน พอใช้
6 - 10 คะแนน ควรปรับปรุง
น้อยกว่า 6 คะแนน
ลงชอื่ ผูจ้ ดั ทำ
(นางสาวอารีรตั น์ บัวบาน)
ตำแหนง่ ครู
หน่วยการเรยี นรูอ้ งิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 หนา้ 136
บนั ทกึ หลังการใชแ้ ผนการจัดการเรียนรู้
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................... ...............................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ผู้จัดทำ
(นางสาวอารรี ัตน์ บัวบาน)
ตำแหนง่ ครู
วนั ที่..............เดอื น..................................พ.ศ. ..................
หนว่ ยการเรยี นรอู้ งิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565 หนา้ 137
โรงเรยี นหนิ กอง (พบิ ลู อนสุ รณ)์
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 เร่ือง Past Lives
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 13
รหสั วชิ า อ22101 เร่ือง Vocabulary, reading and conversation
กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ
ผสู้ อน นางสาวอารีรตั น์ บัวบาน รายวิชา ภาษาอังกฤษ 3 ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 2
ปีการศกึ ษา 2565 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 2 ชั่วโมง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวช้ีวดั
1.1 มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตคี วามเร่ืองท่ีฟงั และอ่านจากส่อื ประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความคดิ เหน็
อยา่ งมเี หตุผล
มาตรฐาน ต 1.2 มที กั ษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลีย่ นขอ้ มลู ข่าวสาร แสดงความร้สู ึกและ
ความคิดเหน็ อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาตา่ งประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กบั กลุ่มสาระการเรยี นรู้อื่น และเป็นพนื้ ฐาน
ในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปดิ โลกทศั น์ของตน
มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมอื พน้ื ฐานในการศกึ ษาต่อ การประกอบอาชพี
และการแลกเปลยี่ นเรียนรูก้ บั สังคมโลก
1.2 ตัวชว้ี ัด
ต 1.1 ม.2/1 ปฏิบัตติ ามคำขอร้อง คำแนะนำ คำชแี้ จง และคำอธิบายง่าย ๆ ทีฟ่ งั และอ่าน
ต 1.2 ม.2/4 พูดและเขยี นเพือ่ ขอและให้ข้อมลู บรรยาย และแสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกับเรื่องทีฟ่ ังหรอื
อา่ นอย่างเหมาะสม
ต 3.1 ม.2/1 คน้ ควา้ รวบรวม และสรปุ ขอ้ มูล / ข้อเท็จจรงิ ที่เกีย่ วข้องกับกล่มุ สาระ
การเรยี นร้อู นื่ จากแหล่งเรยี นรู้ และนำเสนอด้วยการพดู / การเขยี น
ต 4.2 ม.2/1 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการสืบคน้ / คน้ คว้า รวบรวมและสรปุ ความรู้ / ขอ้ มูลต่าง ๆ
จากสือ่ และแหล่งการเรยี นรู้ต่าง ๆ ในการศึกษาตอ่ และประกอบอาชพี
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
2.1 ด้านความรู้ ความเขา้ ใจ (K)
- นักเรยี นมีความรใู้ นคำขอรอ้ ง คำแนะนำ คำช้ีแจง และคำอธบิ าย
- นักเรียนมีความรูใ้ นการใช้ Vocabulary เพ่ือใชใ้ นการขอและใหข้ อ้ มูลและแสดงความคิดเหน็
2.2 ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
หนว่ ยการเรียนรอู้ งิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 หนา้ 138
- พูดและเขียนประโยคง่ายๆ โดยใช้ Vocabulary เพื่อใช้ในการขอและให้ข้อมูลและแสดงความ
คิดเหน็ ได้
- นักเรียนสามารถ สืบค้น / การค้นคว้าความรู้ / ข้อเท็จจริง / ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการ
เรยี นรูต้ า่ ง ๆ เกีย่ วกบั Vocabulary ด้วยการพดู และเขยี นได้
2.3 คณุ ลกั ษณะ เจตคติ คา่ นิยม (A)
- รกั การเรยี นร้ภู าษาองั กฤษและฝกึ ฝนอย่างจริงจังเพียงพอ
- ผเู้ รียนใชภ้ าษาอังกฤษอยา่ งมีมารยาท ถกู ต้องตามกาลเทศะ และบุคคล
3. สาระสำคญั / ความคดิ รวบยอด
- พูดและเขียนประโยคโดยเลือกใช้ Vocabulary เพ่ือใช้ในการขอและให้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็น
สืบค้น รวบรวม ข้อมูลต่าง ๆ จากส่ือและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ สรุปและนำเสนอข้อมูล / ข้อเท็จจริงด้วยการพูด
และเขียน มีทักษะในการเลือก พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน และมีคุณธรรม ในการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม
ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
4. สาระการเรียนรู้
4.1 สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
พูดและเขียนประโยคโดยเลือกใช้ Vocabulary เพ่ือใช้ในการขอและให้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็น
สืบค้น รวบรวม ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ สรุปและนำเสนอข้อมูล / ข้อเท็จจริงด้วยการพูด
และเขียนได้
4.2 สาระการเรยี นร้ทู ้องถน่ิ
1. คำศัพท์ในเรือ่ ง Unit 3 : Past Lives
2. บทสนทนาในเรอ่ื ง Unit 3 : Past Lives
3. การใช้ Vocabulary ในรูปแบบตา่ ง ๆ
5. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (เฉพาะทเ่ี กดิ ในหน่วยการเรยี นรู้น)ี้
5.1 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (ตามหลกั สตู รแกนกลาง)
1) รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ 2) ซือ่ สตั ยส์ ุจริต 3) มวี นิ ยั 4) ใฝเ่ รยี นรู้
5) อย่อู ยา่ งพอเพียง 6) มงุ่ มนั่ ในการทำงาน 7) รักความเปน็ ไทย 8) มีจติ สาธารณะ
5.2 คณุ ลกั ษณะตามหลักสูตรมาตรฐานสากล
1) มคี วามร้พู ืน้ ฐานในยุคดจิ ติ อล วทิ ยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี ร้ภู าษา พหวุ ัฒนธรรม
ตระหนกั สำนกึ ระดบั โลก
2) สามารถคิดประดษิ ฐอ์ ย่างสรา้ งสรรค์ ปรบั ตัวใฝร่ ู้ ใฝเ่ รียน วิเคราะห์ สงั เคราะห์ สรุป สรา้ งองค์ความรู้
3) มีทักษะสือ่ สารอยา่ งมีประสิทธิภาพ
หน่วยการเรียนร้อู งิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 หนา้ 139
4) มคี วามสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
5) มีความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. ทกั ษะของผู้เรยี นในศตวรรษที่ 21 (3R 7C เฉพาะทเี่ กิดในหน่วยการเรยี นรนู้ ้)ี
6.1 ทักษะการอ่าน (Reading)
6.2 ทักษะการเขยี น (Writing)
6.3 ทักษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
6.4 ทักษะด้านการคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและทกั ษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and
problem solving)
6.5 ทักษะด้านการสรา้ งสรรคแ์ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation)
6.6 ทกั ษะดา้ นความรว่ มมือการทำงานเปน็ ทีมและภาวะผนู้ ำ (Collaboration, teamwork and
leadership)
6.7 ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรมต่างกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)
6.8 ทกั ษะด้านการสือ่ สารสารสนเทศและรู้เทา่ ทันสอื่ (Communication information and
media literacy)
6.9 ทักษะดา้ นคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing)
6.10 ทักษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
7. การบรู ณาการตามพระราชบัญญัติการศกึ ษาแห่งชาติ (เฉพาะท่เี กิดในหน่วยการเรียนรนู้ ้ี)
7.1 บรู ณาการสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น
7.2 บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง
7.3 บูรณาการห้องเรยี นสีเขียว
7.4 อน่ื ๆ (โปรดระบุ).................................................................................................................................................
8. ชิ้นงาน / ภาระงาน
1. ภาระงาน
- ใบงานเรอ่ื ง Vocabulary
- แบบฝกึ หัดเร่ือง Reading and conversation ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ภาษาอังกฤษ
Access 2 Student’s book ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2
2. ชน้ิ งาน
-
หน่วยการเรยี นรู้องิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565 หนา้ 140
9. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (Active Learning)
เรอ่ื ง Vocabulary, reading and conversation
วธิ กี ารสอน (วิธีการสอนแบบค้นพบ Discovery Method)
ชวั่ โมงที่ 1
1. ขั้นนำเขา้ สูบ่ ทเรยี น
1.1 นักเรียนดรู ูปภาพเก่ยี วกับบคุ คล (Characters) บน PowerPoint และร่วมกันสนทนาและตอบ
คำถาม What is the activities can the characters in the picture do?
1.2 นักเรยี นสามารถตอบได้ว่า
• Superman has very strength.
• Spiderman can spins webs.
• The Human Torch can burst into flames.
• Daredevil can hear very well.
1.3 นักเรยี นทำกิจกรรม Reading : Superheroes ในหนังสอื เรียน Access 2 หนา้ ท่ี 32
1.4 นักเรียนทำกจิ กรรม Read the text and mark the sentences (1-6) T (true) or F (false).
Correct the false statements. Why does Stan Lee think the Hulk is a hero? ในหนังสอื เรยี น Access 2
หน้าที่ 32
1.5 นักเรียนและครรู ่วมกนั เฉลยคำตอบในกจิ กรรม Read the text and mark the sentences (1-6)
T (true) or F (false). Correct the false statements. Why does Stan Lee think the Hulk is a hero? ใน
หนังสอื เรียน Access 2 หนา้ ท่ี 32 หากมีข้อใดท่นี ักเรียนยังตอบไดไ้ มถ่ กู ตอ้ งให้ครผู ู้สอนอธบิ ายคำตอบให้นักเรียน
ฟงั เพื่อให้นักเรยี นมีความเข้าใจมากขน้ึ
2. ขนั้ เรยี นรู้
2.1 นกั เรยี นทำกิจกรรม Reading : Superman ในหนงั สอื เรียน Access 2 หน้าที่ 34
2.2 นกั เรยี นชว่ ยกนั สรปุ เนอ้ื หา Reading : Superman ในหนงั สือเรยี น Access 2 หนา้ ท่ี 34
หนว่ ยการเรียนรู้องิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 หนา้ 141
2.3 นกั เรียนทำกจิ กรรม Which of the words in the list can you use to describe Superman?
และกิจกรรม Read the text. Use words from Exercise 1 to complete the sentences. Explain the
words in bold. ในหนังสอื เรียน Access 2 หน้าที่ 34
2.4 นักเรยี นฟงั บทสนทนาในหนังสอื เรยี น Access 2 หน้าท่ี 38
2.4 นักเรยี นจบั กลุม่ เพ่ือฝึกบทสนทนา และส่งตัวแทนออกมา 1 กลุ่มเพอื่ ออกมาพูดบทสนทนา
2.5 นกั เรียนทำกจิ กรรมในหนังสอื เรียน Access 2 หน้าที่ 38 กจิ กรรม Listen to the dialogue and
answer the questions.
2.6 นักเรียนและครูรว่ มกนั เฉลยกจิ กรรมในหนงั สือเรยี น Access 2 หนา้ ท่ี 38 กิจกรรม Listen to the
dialogue and answer the questions. หากมีขอ้ ใดที่นักเรยี นยงั ตอบไดไ้ ม่ถกู ตอ้ งให้ครูผ้สู อนอธิบายคำตอบให้
นกั เรยี นฟงั เพ่ือให้นกั เรียนมีความเขา้ ใจมากขึ้น
ชั่วโมงท่ี 2
3. ข้ันนำไปใช้
3.1 นกั เรยี นศกึ ษาคำศพั ท์ในเอกสารประกอบการเรยี น
3.2 นกั เรยี นทำใบงานแบบฝกึ หดั เกี่ยวกบั คำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรยี น
3.3 นกั เรียนและครูรว่ มกันเฉลยแบบฝึกหดั เกี่ยวกบั คำศัพท์ในเอกสารประกอบการเรียน หากมขี ้อใดที่
นักเรยี นยงั ตอบได้ไม่ถูกต้องให้ครผู สู้ อนอธบิ ายคำตอบใหน้ ักเรียนฟงั เพื่อใหน้ กั เรียนมีความเขา้ ใจมากขนึ้
10. ส่อื การเรยี นรู้ / แหล่งเรียนรู้
10.1 สื่อการเรียนรู้
1. หนังสอื เรยี นรายวชิ าพื้นฐาน ภาษาองั กฤษ Access 2 Student’s book ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2
2. ใบความรู้เร่อื ง Vocabulary
3. ใบงานเรื่อง Vocabulary
4. แบบฝึกหัดเร่อื ง Reading and conversation ในหนงั สือเรยี นรายวิชาพืน้ ฐาน ภาษาองั กฤษ Access 2
Student’s book ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 2
10.2 แหลง่ เรียนรู้
1. หนงั สือพมิ พ์
2. อนิ เทอรเ์ นต็ หรือสือ่ อื่น ๆ
11. การวัดและประเมนิ ผล วธิ กี าร เครอ่ื งมือ เกณฑ์
ตรวจใบงานทา้ ยบท ใบงานทา้ ยบท
ลำดับ รายการทว่ี ัดและประเมินผล นั ก เรีย น ให้ ค ว าม
1 ใบงานเรอ่ื ง Vocabulary ร่ว ม มื อ ใน ก ารท ำ
แบบฝึกหัดและตอบ
หนว่ ยการเรยี นรอู้ งิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565 หนา้ 142
2 แบบฝกึ หดั เรื่อง Reading and ตรวจแบบฝกึ หดั แบบฝกึ หดั ถูกร้อยละ 60 ข้ึนไป
conversation ในหนังสือเรยี น ผ่านเกณฑ์
รายวิชาพน้ื ฐาน ภาษาองั กฤษ
Access 2 Student’s book นั ก เรีย น ให้ ค ว าม
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ร่ว ม มื อ ใน ก ารท ำ
แบบฝึกหัดและตอบ
ถูกร้อยละ 60 ขึ้นไป
ผา่ นเกณฑ์
12. เกณฑ์การประเมิน ดมี าก
16 - 20 คะแนน ดี
11 - 15 คะแนน พอใช้
6 - 10 คะแนน ควรปรบั ปรุง
น้อยกวา่ 6 คะแนน
ลงชือ่ ผู้จดั ทำ
(นางสาวอารรี ตั น์ บัวบาน)
ตำแหนง่ ครู
บนั ทึกหลงั การใช้แผนการจดั การเรียนรู้
......................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................... .................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................... ...............................
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ ผจู้ ดั ทำ
(นางสาวอารรี ัตน์ บัวบาน)
ตำแหนง่ ครู
วันที่..............เดอื น..................................พ.ศ. .................
หนว่ ยการเรยี นรูอ้ งิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565 หนา้ 143
โรงเรยี นหนิ กอง (พบิ ลู อนสุ รณ)์
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 เรื่อง Characters larger than life
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 14
รหัสวิชา อ22101 เรือ่ ง Active Voice
กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาต่างประเทศ
ผ้สู อน นางสาวอารีรตั น์ บัวบาน รายวชิ า ภาษาองั กฤษ 3 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2
ปกี ารศกึ ษา 2565 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 4 ชัว่ โมง
1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ชวี้ ดั
1.1 มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเรื่องท่ีฟังและอา่ นจากส่อื ประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเหน็
อย่างมีเหตุผล
มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสือ่ สารทางภาษาในการแลกเปล่ียนขอ้ มลู ข่าวสาร แสดงความรูส้ ึกและ
ความคิดเห็นอยา่ งมีประสิทธิภาพ
มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาตา่ งประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรยี นร้อู ืน่ และเป็นพื้นฐาน
ในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทศั น์ของตน
มาตรฐาน ต 4.2 ใชภ้ าษาต่างประเทศเปน็ เครือ่ งมือพ้ืนฐานในการศกึ ษาต่อ การประกอบอาชีพ
และการแลกเปลยี่ นเรียนร้กู ับสงั คมโลก
1.2 ตวั ช้วี ัด
ต 1.1 ม.2/1 ปฏิบัติตามคำขอร้อง คำแนะนำ คำชี้แจง และคำอธิบายงา่ ย ๆ ทฟ่ี ังและอ่าน
ต 1.2 ม.2/4 พูดและเขยี นเพื่อขอและใหข้ ้อมลู บรรยาย และแสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกับเร่ืองทฟ่ี ังหรอื
อา่ นอยา่ งเหมาะสม
ต 3.1 ม.2/1 ค้นคว้า รวบรวม และสรุปขอ้ มูล / ขอ้ เทจ็ จริงที่เก่ียวข้องกับกลุม่ สาระ
การเรียนร้อู นื่ จากแหลง่ เรียนรู้ และนำเสนอดว้ ยการพดู / การเขยี น
ต 4.2 ม.2/1 ใช้ภาษาตา่ งประเทศในการสืบคน้ / ค้นควา้ รวบรวมและสรปุ ความรู้ / ข้อมลู ต่าง ๆ
จากส่ือและแหล่งการเรยี นรู้ต่าง ๆ ในการศึกษาตอ่ และประกอบอาชพี
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
2.1 ดา้ นความรู้ ความเข้าใจ (K)
- นกั เรียนมคี วามรู้ในคำขอรอ้ ง คำแนะนำ คำช้แี จง และคำอธบิ าย
- นกั เรยี นมีความรู้ในการใช้ Active Voice เพื่อใช้ในการขอและใหข้ ้อมลู และแสดงความคดิ เหน็
หนว่ ยการเรียนร้อู งิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 หนา้ 144
2.2 ด้านทักษะกระบวนการ (P)
- พูดและเขียนประโยคง่ายๆ โดยใช้ Active Voice เพื่อใช้ในการขอและให้ข้อมูลและแสดงความ
คดิ เหน็ ได้
- นักเรียนสามารถ สืบค้น / การค้นคว้าความรู้ / ข้อเท็จจริง / ข้อมูลต่าง ๆ จากส่ือและแหล่งการ
เรียนรู้ต่าง ๆ เกีย่ วกับ Active Voice ด้วยการพูดและเขียนได้
2.3 คณุ ลกั ษณะ เจตคติ คา่ นยิ ม (A)
- รกั การเรียนรูภ้ าษาองั กฤษและฝึกฝนอย่างจริงจังเพียงพอ
- ผูเ้ รียนใช้ภาษาองั กฤษอยา่ งมีมารยาท ถูกตอ้ งตามกาลเทศะ และบุคคล
3. สาระสำคัญ / ความคดิ รวบยอด
- พดู และเขียนประโยคโดยใช้ Active Voice ท่ีใช้ในโครงสรา้ งประโยคงา่ ย ๆ เพอ่ื ใชใ้ นการขอและใหข้ ้อมูล
และแสดงความคิดเห็น สืบค้น รวบรวม ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับ Active Voice
สรุปและนำเสนอข้อมูล / ข้อเท็จจริงด้วยการพูดและเขียน มีทักษะในการเลือก พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน
และมีคุณธรรม ในการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
4. สาระการเรียนรู้
4.1 สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
พูดและเขียนประโยคโดยใช้ Active Voice ที่ใช้ในโครงสร้างประโยคง่าย ๆ เพื่อใช้ในการขอและให้
ข้อมูลและแสดงความคิดเห็น สืบค้น รวบรวม ข้อมูลต่าง ๆ จากส่ือและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับ Active
Voice สรปุ และนำเสนอข้อมลู / ขอ้ เทจ็ จรงิ ด้วยการพูดและเขียนได้
4.2 สาระการเรยี นรู้ท้องถิ่น
1. คำศัพท์ในเรอ่ื ง Unit 3 : Past Lives
2. บทสนทนาในเรอ่ื ง Unit 3 : Past Lives
3. การใช้โครงสร้าง Active Voice ในรูปแบบตา่ ง ๆ
5. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ (เฉพาะที่เกดิ ในหนว่ ยการเรยี นรนู้ ี้)
5.1 คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (ตามหลักสูตรแกนกลาง)
1) รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ 2) ซือ่ สัตย์สุจรติ 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้
5) อยู่อยา่ งพอเพยี ง 6) ม่งุ มน่ั ในการทำงาน 7) รกั ความเปน็ ไทย 8) มีจิตสาธารณะ
5.2 คณุ ลกั ษณะตามหลักสตู รมาตรฐานสากล
1) มคี วามรพู้ นื้ ฐานในยคุ ดจิ ิตอล วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี ร้ภู าษา พหวุ ัฒนธรรม
ตระหนกั สำนกึ ระดับโลก
หน่วยการเรียนรู้องิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565 หนา้ 145
2) สามารถคดิ ประดษิ ฐอ์ ย่างสร้างสรรค์ ปรบั ตวั ใฝร่ ู้ ใฝเ่ รียน วิเคราะห์ สงั เคราะห์ สรุป สร้างองค์ความรู้
3) มที กั ษะส่อื สารอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
4) มคี วามสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
5) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. ทกั ษะของผูเ้ รียนในศตวรรษท่ี 21 (3R 7C เฉพาะท่ีเกิดในหน่วยการเรียนร้นู ้)ี
6.1 ทักษะการอา่ น (Reading)
6.2 ทักษะการเขียน (Writing)
6.3 ทกั ษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
6.4 ทกั ษะดา้ นการคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและทกั ษะในการแกป้ ญั หา (Critical thinking and
problem solving)
6.5 ทกั ษะดา้ นการสรา้ งสรรคแ์ ละนวัตกรรม (Creativity and innovation)
6.6 ทกั ษะดา้ นความรว่ มมือการทำงานเปน็ ทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and
leadership)
6.7 ทกั ษะด้านความเข้าใจตา่ งวฒั นธรรมตา่ งกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)
6.8 ทักษะด้านการสือ่ สารสารสนเทศและรูเ้ ทา่ ทันสอ่ื (Communication information and
media literacy)
6.9 ทักษะดา้ นคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร (Computing)
6.10 ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
7. การบูรณาการตามพระราชบญั ญัตกิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ (เฉพาะทเ่ี กดิ ในหน่วยการเรียนรู้นี้)
7.1 บรู ณาการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรยี น
7.2 บรู ณาการเศรษฐกจิ พอเพียง
7.3 บูรณาการห้องเรยี นสเี ขียว
7.4 อ่นื ๆ (โปรดระบ)ุ .................................................................................................................................................
8. ช้ินงาน / ภาระงาน
1. ภาระงาน
- ใบงานเรอื่ ง Active Voice
2. ช้นิ งาน
-
หนว่ ยการเรยี นรู้องิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 หนา้ 146
9. กิจกรรมการเรียนรู้ (Active Learning)
เรอ่ื ง Active Voice วิธีการสอน (วธิ กี ารสอนแบบ 2W3P)
ชัว่ โมงท่ี 1 - 2
1. ขน้ั กระตุน้ ทบทวนและปพู ืน้ ฐานความรู้ (Warm up)
1.1 นักเรียนดูรปู ภาพคำว่า Active Voice บน PowerPoint พร้อมร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ ว่ามี
ความหมายว่าอย่างไร เปน็ Grammar ประเภทไหน ใช้อย่างไร
1.2 นกั เรียนทบทวนเร่ือง Tense ตา่ ง ๆ ที่นักเรียนเคยเรยี นมา โดยส่งตวั แทนออกมาเขียนชื่อ Tense
บนกระดาน
1.3 นกั เรียนช่วยกันแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั การใช้ Tense ตา่ ง ๆ ทนี่ กั เรียนเขียนบนกระดาน
2. ข้นั นำเสนอเนื้อหาสาระ (Presentation)
2.1 นักเรียนออกมาเขยี นประโยคบนกระดานจนครบทุก Tense ทน่ี กั เรยี นไดเ้ รยี นมา
Present Simple : Jane feeds the dog.
Present Continuous : Jane is feeding the dog.
Present Perfect : Jane has feeded the dog.
Past Simple : Jane feeded the dog.
Past Continuous : Jane was feeding the dog.
Past Perfect : Jane had feeded the dog.
Future Simple : Jane will feed the dog.
2.2 นักเรยี นฟังครูชี้แจงวา่ ประโยคท่นี กั เรียนเขยี นท้งั หมดน้ันเป็น Active Voice ซง่ึ Active Voice คอื
รปู ของกริยาซ่ึงประธานเปน็ ผู้กระทำโดยตรง (ใคร ทำอะไร) เชน่ Thai people eat rice. คนไทยกินข้าว (ประธาน
คอื คนไทย)
2.3 นักเรียนฟงั ครอู ธบิ ายเรื่อง Tense โดย Tense ใหญ่ ๆ มี 3 Tense คือ Present Tense, Past
Tense, Future Tense แต่ละ Tense แบง่ ยอ่ ยออกเป็น 4 Tense ยอ่ ย คอื Simple, Continuous, Perfect,
Perfect Continuous แตล่ ะ Tense ย่อย แบ่งรูปแบบประโยคออกเปน็ 2 ชนดิ คือ Active Voice และ Passive
Voice โดย Tense เรียนไปแล้วทง้ั หมดนน้ั เป็นประโยค Active Voice คือ ประธานเป็นคนกระทำท้ังหมด
2.4 นักเรียนฟังครอู ธิบายเหตุผลที่ใหเ้ รยี นโครงสรา้ ง Active Voice ใหเ้ ข้าใจก่อนนน้ั กเ็ พราะว่ามันเปน็
หวั ใจของภาษาอังกฤษ ถา้ เขา้ ใจตรงนแ้ี ลว้ ภาษาองั กฤษกจ็ ะเปน็ เรื่องงา่ ย ๆ ทันที
หน่วยการเรียนรูอ้ งิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 หนา้ 147
3. ขน้ั ฝึกฝนโดยยดึ ผเู้ รียนเปน็ ศนู ย์ (Practice)
3.1 นักเรียนดูรูปภาพบน PowerPoint พร้อมชว่ ยกนั แต่งประโยคให้ครบทกุ โครงสร้างประโยคท่ี
นักเรียนเคยเรยี นมา
3.2 นักเรยี นส่งตัวแทนออกมาเขียนประโยคทีน่ ักเรียนชว่ ยกันแต่งบนกระดาน เชน่
• He grows rice in rainy season.
• That man is growing rice in the rice field.
• He has grown rice for two hours.
• He grew rice yesterday.
• He will grow rice tomorrow.
3.3 นักเรียนชว่ ยกันอธบิ ายและบอกว่าประโยคบนกระดานเป็น Tense ใด
3.4 นักเรียนช่วยกันสรปุ โครงสร้างและรายละเอยี ดตามความเข้าใจของนกั เรียน
4. ข้นั นำไปใช้หรือการบรู ณาการความรู้ (Production)
4.1 นักเรยี นดปู ระโยคบน PowerPoint พร้อมชว่ ยกนั แสดงความคิดเห็น
Bread is eaten by John.
ขนมปงั ถูกทานโดย John
4.2 นกั เรยี นฟังครอู ธิบาย จากประโยคบน PowerPoint คือรูปประโยคทปี่ ระธานเปน็ ผู้ถูกกระทำ
ดังน้ันใหน้ กั เรยี นชว่ ยกันเรียงประโยคใหม่ให้ประธานเปน็ ผู้กระทำ (Active Voice)
4.3 นักเรยี นชว่ ยกนั เปลย่ี นประโยคบน PowerPoint ให้อยู่ในรูปประธานเป็นผกู้ ระทำ (Active Voice)
John eats bread.
John ทานขนมปัง
4.4 นักเรียนแบง่ ออกเป็นกลุ่ม กลมุ่ ละเทา่ ๆ กัน โดยสมาชิกประกอบไปดว้ ยนักเรียน เกง่ อ่อน และ
ปานกลาง
4.5 นกั เรียนแตล่ ะกลุม่ ชว่ ยกันเปลีย่ นประโยคประโยคบน PowerPoint ให้อยู่ในรูปประธานเป็น
ผ้กู ระทำ (Active Voice) จำนวน 10 ขอ้
หน่วยการเรยี นร้อู งิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 หนา้ 148
Instructions : Change the following sentences to be a sentence in active voice.
1. The butter is kept in the fridge by me.
2. My house is being kept tidy by John.
3. Mary’s schedule was kept meticulously.
4. A seat was being kept for you by the theater.
5. All your old letters have been kept by me.
6. His training regimen had been kept up for a month.
7. The ficus will be kept by Mark.
8. The boy is punished by the teacher.
9. Homework is done by Mark every day.
10. A new hotel has been built by them.
Answer Key
1. I keep the butter in the fridge.
2. John is keeping my house tidy.
3. Mary kept her schedule meticulously.
4. The theater was keeping a seat for you.
5. I have kept all your old letters.
6. He had kept up his training regimen for a month.
7. Mark will keep the ficus.
8. The teacher punishes the boy.
9. Mark does homework every day.
10. They have built a new hotel
4.6 นักเรียนและครรู ่วมกนั เฉลยประโยคบน PowerPoint ท่นี กั เรยี นแตล่ ะกลุ่มชว่ ยกนั เปลี่ยนใหอ้ ยู่รปู
ประธานเปน็ ผ้กู ระทำ (Active Voice)
5. ขนั้ สรุปความร้ทู ่ไี ด้รับจากกระบวน การเรยี นรู้ (Wrap up)
5.1 สังเกตความเข้าใจของนักเรียนในการทำกิจกรรมและการเขียนประโยคภาษาอังกฤษโดยใช้ Active
Voice ของนกั เรียน
5.2 นกั เรยี นและครรู ่วมกนั สรปุ เกยี่ วกับเนื้อหาเรอื่ ง Active Voice ที่ไดเ้ รยี นไป
ชั่วโมงท่ี 3 - 4
1. ขนั้ กระตุ้นทบทวนและปูพน้ื ฐานความรู้ (Warm up)
1.1 นักเรยี นทบทวนเรอ่ื ง Active Voice ท่ีนักเรยี นเคยเรียนมา โดยสง่ ตัวแทนออกมาเขียนประโยคบน
กระดาน
หนว่ ยการเรยี นรู้องิ มาตรฐาน รายวิชาภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 หนา้ 149
1.2 นักเรยี นช่วยกันแสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกบั ประโยค Active Voice ที่นกั เรยี นเขียนบนกระดาน
2. ขน้ั นำเสนอเนอ้ื หาสาระ (Presentation)
2.1 นกั เรียนฟังครูอธิบายเพิม่ เติมประโยคที่เราถูกสอนกันมาตัง้ แตเ่ ริม่ เรียนภาษาองั กฤษนัน้ คอื ประโยค
แบบ Active voice คือ ประโยคที่ประธานเปน็ ผู้กระทำกริยา เชน่
• Johan is drinking coffee.
โจฮนั กำลงั ด่ืมกาแฟ (โจฮัน เปน็ ผกู้ ระทำกริยา ดม่ื )
• Jack and Thomas always go to school together.
แจ๊คและโธมัสไปโรงเรียนดว้ ยกันเสมอ (แจ๊คกับโธมัส ซงึ่ เป็นประธานของประโยคเปน็ ผู้กระทำ
กริยา)
นอกจากประโยคปกตแิ ลว้ ประโยคคำถาม Yes / No Question และประโยคคำถามข้ึนตน้ ด้วยคำ
Question Words กเ็ ปน็ ประโยคแบบ Active Voice
• Do you always laugh at him?
• Are the students doing the exercises?
• Did the servant polish Tom’s shoes?
• Weren't they digging this hole when you went past yesterday?
• Had he seen you before?
• Will Mary invite Jack to her party?
• Is she going to open the shop?
• Will she have announced the results by the end of next month?
2.2 นักเรียนฟังอธบิ ายเพิ่มเติมเก่ยี วกบั Active Voice ว่านอกจากประโยคตามโครงสร้าง Tense ทงั้
12 Tense ประโยคคำถาม Yes / No Question และประโยคคำถามขน้ึ ต้นด้วยคำ Question Words ทีเ่ ปน็
Active Voice แล้วยงั มปี ระโยคทใี่ ช้ Modal Verb ด้วย เชน่
• They can do it.
• You could sell your car.
• He might fix the refrigerator.
• They may make a donation.
• You must finish this today.
• He has to send that email.
• They need to find that document.
• She should fix her writing.
หน่วยการเรียนรู้องิ มาตรฐาน รายวชิ าภาษาองั กฤษ 3 (อ22101) ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 หนา้ 150