คมู่ อื ครูรายวชิ าพืน้ ฐานคณิตศาสตร์ บทท่ี 6 | การหาร
ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 2 เลม่ 2
หนังสอื เรยี นรายวิชาพ้ืนฐาน | คณิตศาสตร์ ป.2 หนังสอื เรยี นรายวชิ าพืน้ ฐาน | คณติ ศาสตร์ ป.2
บทที่ 6 | การหาร บทที่ 6 | การหาร
เตมิ ตวั เลขแสดงจาำ นวน ตรวจสอบความเขา้ ใจ
6 × 4 = 24 เตมิ ตัวเลขแสดงจาำ นวน 2
24 ÷ 6 = 4 4 × 7 = 28
24 ÷ 4 = 6 1
8 × 3 = 24 28 ÷ 4 = 7
ผลคณู ของสองจาำ นวนใด เมื่อหารด้วยจำานวนใดจาำ นวนหน่ึง 28 ÷ 7 = 4
ในสองจาำ นวนนนั้ จะไดผ้ ลหารเทา่ กบั จาำ นวนท่เี หลือ 24 ÷ 8 = 3
24 ÷ 3 = 8 4
1 7 × 5 = 35
3 5 × 8 = 40
35 ÷ 7 = 5 40 ÷ 5 = 8
35 ÷ 5 = 7 6 × 9 = 54 40 ÷ 8 = 5
54 ÷ 6 = 9
54 ÷ 9 = 6
2 2 × 9 = 18
18 ÷ 2 = 9
18 ÷ 9 = 2
3 8 × 6 = 48 4 3 × 7 = 21 สิง่ ท่ไี ด้เรยี นรู้
21 ÷ 7 = 3
48 ÷ 8 = 6 จำานวนสองจาำ นวนคณู กัน ผลคณู ทีไ่ ดห้ ารด้วยจาำ นวนใดจาำ นวนหน่งึ
48 ÷ 6 = 8 21 ÷ 3 = 7 ในสองจำานวนนนั้ ผลหารคือจำานวนอกี จำานวนหนงึ่
| 19สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แบบฝึกหัด 6.4
20 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
3. ครูแบง่ นักเรยี นเป็นกล่มุ ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลุ่มพิจารณาตวั อย่างในหนังสือเรยี นหนา้ 19
แล้วใหส้ ังเกตวา่ ผลคณู ของสองจำ�นวนใด เมื่อหารดว้ ยจำ�นวนใดจ�ำ นวนหนง่ึ ในสองจ�ำ นวนนน้ั
ผลหารคอื จ�ำ นวนอีกจำ�นวนหนึ่ง เช่น 6 × 4 = 24 ดังนั้น 24 ÷ 6 จะได้ผลหารเท่ากับ 4
และ 24 ÷ 4 จะได้ผลหารเท่ากบั 6
ครูอาจยกตัวอยา่ งเพิ่มเติม 1 – 2 ตวั อยา่ ง จากน้ันใหแ้ ตล่ ะกลุม่ ชว่ ยกนั ทำ�กิจกรรมข้อ 1 ถงึ 4
ตามหนงั สือเรยี นหน้า 19 เมื่อแต่ละกล่มุ ท�ำ เสรจ็ แล้ว ครแู ละนักเรียนรว่ มกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
การตรวจสอบความเขา้ ใจ
4. ตรวจสอบความเขา้ ใจของนักเรียน โดยใหน้ กั เรยี นเตมิ ตวั เลขแสดงจ�ำ นวน ขอ้ 1 ถงึ 4
ตามหนงั สอื เรยี นหนา้ 20 จากนน้ั ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ต้องและสรุปสงิ่ ทไี่ ดเ้ รยี นรู้
ถา้ พบวา่ มีนกั เรยี นทเี่ ติมตวั เลขแสดงจ�ำ นวนไมถ่ กู ตอ้ ง ครูควรให้นกั เรียนฝกึ เขียนประโยคสญั ลักษณ์
แสดงการคณู และประโยคสัญลักษณ์แสดงการหารท่ีแสดงความสัมพันธ์ของการคณู และการหารเปน็
รายบคุ คล
สง่ิ ท่ไี ดเ้ รยี นรู้
จ�ำ นวนสองจำ�นวนคณู กัน ผลคูณท่ไี ด้หารด้วยจำ�นวนใดจ�ำ นวนหนึ่งในสองจำ�นวนน้ัน ผลหารคอื
จ�ำ นวนอีกจ�ำ นวนหนึ่ง จากนัน้ ให้นักเรียนทำ�แบบฝกึ หดั 6.4 หน้า 9 - 10
14 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
บทที่ 6 | การหาร คู่มือครูรายวิชาพน้ื ฐานคณติ ศาสตร์
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 2 เล่ม 2
6.5 การหาผลหารโดยใช้ความสัมพนั ธ์ของ หนังสือเรยี นรายวิชาพืน้ ฐาน | คณติ ศาสตร ์ ป.2
การคณู และการหาร (2 ชั่วโมง) บทที่ 6 | การหาร
จุดประสงค์ 6.5 การหาผลหารโดยใช้ความสมั พันธ์
ของการคณู และการหาร
หาผลหารโดยใช้ความสมั พันธข์ องการคูณและการหาร
พฒั นาความรู้ จากรปู เขยี นแสดงความสัมพนั ธ์
ของการคูณและการหารได้อยา่ งไร
ส่อื การเรียนรู้ 3 × 6 = 18
18 ÷ 3 = 6
18 ÷ 6 = 3
− บตั รภาพแสดงจำ�นวนสิ่งตา่ ง ๆ วางเปน็ กลุม่ สามารถหาผลหาร โดยใชค้ วามสมั พันธข์ องการคณู และการหาร
กลมุ่ ละเทา่ ๆ กนั
− ตารางสตู รคูณแม่ 2 ถึงแม่ 9 16 ÷ 2 = ใช้ความสัมพนั ธข์ องการคูณและการหาร
เขยี นประโยคสัญลกั ษณก์ ารคณู ไดอ้ ยา่ งไร
แนวการจดั การเรียนรู้ สตู รคณู แม่ 2
การพัฒนาความรู้ 2 × 1 = 2 16 ÷ 2 =
2 × 2 = 4
2 × 3 = 6 2 × = 16
2 × 4 = 8
2 × 5 = 10 หาผลหาร 16 หารดว้ ย 2 วา่ เทา่ กบั จาำ นวนใด
2 × 6 = 12 โดยหาว่า 2 คูณกับจาำ นวนใดเทา่ กบั 16
2 × 7 = 14
2 × 8 = 16 2 × 8 = 16
2 × 9 = 18
ดงั นนั้ 16 ÷ 2 = 8
1. ครทู บทวนความสมั พนั ธข์ องการคณู และการหาร | 21สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โดยน�ำ บตั รภาพแสดงจ�ำ นวนสงิ่ ตา่ ง ๆ วางเป็นกลุ่ม
กล่มุ ละเท่า ๆ กนั มาใหน้ ักเรยี นเขียนแสดงความสมั พันธ์ หนังสือเรยี นรายวิชาพื้นฐาน | คณติ ศาสตร์ ป.2
ของการคณู และการหาร เช่น บทท่ี 6 | การหาร
30 ÷ 5 = หาผลหารโดยใช้ความสัมพันธข์ องการคูณและการหาร
5 คณู กบั จาำ นวนใด เท่ากับ 30
สตู รคูณแม่ 5
5 × 1 = 5 5 × = 30
5 × 2 = 10 5 × 6 = 30
5 × 3 = 15 ดังน้นั 30 ÷ 5 = 6
5 × 4 = 20
5 × 5 = 25
5 × 6 = 30
5 × 7 = 35
5 × 8 = 40
5 × 9 = 45
3 × 6 = 18 หาผลหารทำาไดโ้ ดยหาจาำ นวนที่นำามาคูณกับตัวหาร
18 ÷ 3 = 6 แลว้ ได้ผลคูณเทา่ กับตวั ตั้ง
18 ÷ 6 = 3 1 27 ÷ 9 =
จากประโยคสัญลักษณ์แสดงการคณู 3 × 6 = 18
ท�ำ ให้เราทราบได้วา่ 18 ÷ 3 = 6 และ 18 ÷ 6 = 3 9 คูณกับจาำ นวนใด เทา่ กับ 27
ดังน้นั ถ้าต้องการหาผลหารของจ�ำ นวนสองจ�ำ นวนใด ๆ
สามารถหาไดจ้ ากประโยคสัญลกั ษณ์แสดงการคณู จากนั้น 9 × 3 = 27
ครูใหน้ กั เรียนพจิ ารณาโจทย์การหาร 16 ÷ 2 = ดังนน้ั 27 ÷ 9 = 3
2 48 ÷ 6 =
6 คณู กับจาำ นวนใด เทา่ กบั 48
6 × 8 = 48
ดังน้นั 48 ÷ 6 = 8
22 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แลว้ ถามนักเรยี นวา่ จะหาผลหารได้อย่างไร (หาไดจ้ าก
ประโยคสัญลกั ษณแ์ สดงการคณู 2 คณู จ�ำ นวนใด แลว้ ได้ผลคณู เท่ากบั 16) ซึ่งใชค้ วามสัมพันธ์ของ
การคณู และการหารเขยี นเปน็ ประโยคสัญลักษณ์แสดงการคณู จะได ้ 2 × = 16 ครูอาจให้
นักเรียนทอ่ งสูตรคณู แม่ 2 หรือใชต้ ารางสตู รคณู แม่ 2 จะได้ว่า 2 คณู 8 เทา่ กบั 16 ครูสรปุ วา่
ดงั นน้ั 16 ÷ 2 = 8 และสรปุ ใหน้ ักเรียนเขา้ ใจอีกครง้ั หนึง่ ว่า การหาผลหารของ 16 หารดว้ ย 2
สามารถใช้ความสมั พันธข์ องการคณู และการหารหาผลหารได้ โดยหาว่า 2 คณู จ�ำ นวนใดเทา่ กับ 16
ในทนี ี้ 2 คูณ 8 เท่ากบั 16 ดงั นั้น 16 ÷ 2 = 8 ตามหนังสอื เรียนหน้า 21 ครูยกตวั อย่างเพมิ่ เตมิ
ตามหนงั สอื เรยี นหน้า 22
| 15สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คมู่ อื ครรู ายวชิ าพ้นื ฐานคณิตศาสตร์ บทที่ 6 | การหาร
ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 2 เล่ม 2
หนังสือเรยี นรายวิชาพ้นื ฐาน | คณิตศาสตร์ ป.2 หนงั สือเรียนรายวชิ าพื้นฐาน | คณติ ศาสตร์ ป.2
บทท่ี 6 | การหาร บทท่ี 6 | การหาร
หาผลหารโดยใช้ความสมั พันธ์ของการคณู และการหาร ตรวจสอบความเข้าใจ
2 4 ÷ 4 = หาผลหารโดยใชค้ วามสมั พันธ์ของการคูณและการหาร
24 ÷ 4 = 6
4 × 6 = 24 1 14 ÷ 2 = 7 2 24 ÷ 3 = 8
3 32 ÷ 4 = 8 4 25 ÷ 5 = 5
1 40 ÷ 8 = 5 2 27 ÷ 3 = 9 5 9 ÷ 9 = 1 6 7 ÷ 1 = 7
3 7 ÷ 7 = 1 4 36 ÷ 6 = 6
5 4 5 ÷ 9 = 5 6 5 ÷ 5 = 1
7 5 ÷ 1 = 5 8 1 8 ÷ 1 = 18 ส่ิงที่ไดเ้ รยี นรู้
สังเกต จาำ นวนใดหารดว้ ย 1 จะไดผ้ ลหารเท่ากับจาำ นวนนน้ั การหาผลหารโดยใช้ความสมั พนั ธ์ของการคูณและการหาร
จำานวนเดียวกันหารกนั ไดผ้ ลหารเทา่ กบั 1 ตอ้ งหาจาำ นวนทีน่ าำ มาคูณกบั ตัวหารแลว้ ได้ผลคูณเทา่ กบั ตวั ต้งั
| 23สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แบบฝึกหัด 6.5
24 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
2. ครูแบ่งนักเรียนเปน็ กลุ่ม ให้แต่ละกลุม่ พจิ ารณาตัวอย่างการหาผลหารโดยใชค้ วามสมั พันธ์
ของการคณู และการหารตามหนงั สือเรยี นหน้า 23 และหาผลหารขอ้ 1 ถึง 8 เม่อื แตล่ ะกลุ่ม
ท�ำ เสร็จแลว้ ครูและนักเรียนรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง สำ�หรบั โจทยก์ ารหารข้อ 7 และ 8
ครูให้นกั เรียนสังเกตวา่ จ�ำ นวนใดหารดว้ ย 1 จะได้ผลหารเท่ากบั จำ�นวนนัน้ และส�ำ หรับโจทย์
การหาร ข้อ 3 และ 6 ครูใหน้ กั เรียนสงั เกตวา่ จำ�นวนเดียวกันหารกันจะไดผ้ ลหารเท่ากบั 1
การตรวจสอบความเขา้ ใจ
3. ตรวจสอบความเขา้ ใจของนกั เรียนโดยหาผลหาร โดยใชค้ วามสมั พันธ์ของการคณู และ
การหารขอ้ 1 ถึง 6 ตามหนงั สือเรียนหน้า 24 จากน้นั ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
และสรุปสิง่ ทไ่ี ด้เรยี นรู้ ถ้าพบวา่ มีนกั เรียนท่ีหาผลหารไมถ่ กู ตอ้ ง ครูควรใหน้ กั เรยี นฝกึ หาผลหาร
เปน็ รายบุคคล
สิ่งที่ได้เรยี นรู้
การหารผลหารโดยใชค้ วามสมั พนั ธ์ของการคูณและการหาร ต้องหาจำ�นวนทนี่ �ำ มาคูณกบั ตัวหาร
แลว้ ได้ผลคณู เท่ากับตวั ตัง้
จากน้นั ให้นักเรยี นท�ำ แบบฝกึ หัด 6.5 หนา้ 11 - 13
16 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
บทท่ี 6 | การหาร คู่มือครรู ายวิชาพนื้ ฐานคณติ ศาสตร์
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 2 เลม่ 2
6.6 การหารลงตัวและการหารไมล่ งตัว หนังสือเรียนรายวชิ าพน้ื ฐาน | คณิตศาสตร์ ป.2
(1 ชวั่ โมง) บทท่ี 6 | การหาร
จดุ ประสงค์ 6.6 การหารลงตวั และการหารไมล่ งตัว
เขียนประโยคสญั ลกั ษณ์แสดงการหารทเ่ี ปน็ การหารลงตวั พฒั นาความรู้
หรือเขยี นในรปู การหารที่เปน็ การหารไมล่ งตัวจาก กจิ กรรม จัดไดก้ ี่กอง
อปุ กรณ์ 1. ตวั นบั 2. แบบบนั ทึกกจิ กรรม
สถานการณ์การหารที่กำ�หนดให้ วธิ จี ัดกิจกรรม
ครแู บง่ นกั เรยี นเปน็ กลมุ่ แจกตวั นบั กลมุ่ ละ 20 อนั ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ ปฏบิ ตั ติ าม
การจดั ตวั นบั เปน็ กองในแบบบนั ทึกกจิ กรรมทลี ะขอ้ เตมิ จาำ นวนกองทจ่ี ัดได้
และจำานวนตวั นบั ท่ีเหลอื จากการจดั เป็นกอง
ตวั อยา่ งแบบบันทึกกจิ กรรม
สอ่ื การเรียนรู้ ข้อที่ จำานวนตัวนับทงั้ หมด จาำ นวนตวั นับ จาำ นวนกอง จำานวนตวั นับทเ่ี หลอื จาก
ท่นี าำ มาจัดเป็นกอง ในแตล่ ะกอง ทจี่ ัดได้ ตวั นบั ทง้ั หมดทน่ี าำ มาจดั เปน็ กอง
− ตัวนับ
18 2 -4 ................. .............................
แนวการจัดการเรยี นรู้ 2 14 ................. .............................
การพัฒนาความรู้ 29 4 -3 ................. .............................
4 23 ................. .............................
1. ครแู บง่ นกั เรยี นเปน็ กลมุ่ ท�ำ กจิ กรรม “จดั ไดก้ ก่ี อง” 3 12 3 -5 ................. .............................
ตามหนงั สอื เรยี นหนา้ 25 แตล่ ะกลมุ่ บนั ทกึ ผลการท�ำ กจิ กรรม 3 45 ................. .............................
4 14
5 15
6 19
| 25สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ในแตล่ ะขอ้ ลงในแบบบนั ทกึ กจิ กรรม เมอ่ื นกั เรยี นท�ำ กจิ กรรม หนงั สือเรยี นรายวิชาพนื้ ฐาน | คณติ ศาสตร์ ป.2
เสรจ็ แล้ว ครทู บทวนความหมายการหารว่า มตี วั นับ 8 อนั บทท่ี 6 | การหาร
จดั เป็นกอง กองละ 4 อัน ได้ 2 กอง เขยี นเป็นประโยค จัดตัวนับ 9 อัน เปน็ กลุ่ม กลมุ่ ละ 4 อัน ได้ก่กี ลมุ่ เหลือตวั นับกีอ่ ัน
สัญลกั ษณแ์ สดงการหารได ้ 8 ÷ 4 = 2 ครูให้นักเรยี น จัดได ้ 2 กลมุ่ และเหลือตัวนบั 1 อัน
สงั เกตวา่ การจดั ตัวนบั เป็นกอง กองละเทา่ ๆ กนั ขอ้ 1 3 การจัดตวั นับ 9 อนั เปน็ กล่มุ กลมุ่ ละ 4 อนั
และ 5 จดั เปน็ กองแล้วตัวนบั หมดพอด ี สำ�หรับข้อ 2 4 จัดได้ 2 กลมุ่ และมตี วั นบั เหลือ 1 อนั
และ 6 จดั เปน็ กองแลว้ มตี วั นบั เหลอื ครแู นะน�ำ วา่ การหาร สามารถเขียนในรปู การหาร 9 ÷ 4 ได้ 2 เศษ 1
การหารท่ีมเี ศษ เปน็ การหารไม่ลงตวั
เศษเปน็ จำานวนทีเ่ หลอื จากการหาร
สังเกต เศษนอ้ ยกว่าตัวหาร
ในขอ้ 1 3 และ 5 เป็นการหารลงตวั และการหารในขอ้ จัดตัวนบั 8 อนั เปน็ กลมุ่ กลุ่มละ 4 อัน ได้กี่กลุ่ม เหลือตัวนบั กีอ่ นั
2 4 และ 6 เปน็ การหารไม่ลงตัว
จัดได้ 2 กลมุ่ หมดพอดี ไมเ่ หลือตวั นบั
2. ครูยกตัวอยา่ งการจดั ตัวนับ 9 อนั เปน็ กล่มุ
กลุ่มละ 4 อนั ไดก้ ีก่ ลุ่ม เหลือตัวนบั ก่อี นั ตามหนงั สือเรียน การจัดตวั นบั 8 อัน เป็นกลมุ่ กลุ่มละ 4 อัน จัดได ้ 2 กลมุ่
หนา้ 26 โดยใหน้ กั เรยี นสงั เกตวา่ จัดตัวนบั ได้ 2 กลุ่ม และ และตวั นบั หมดพอดี สามารถเขยี นประโยคสญั ลกั ษณก์ ารหาร
เหลอื ตวั นับ 1 อนั ครแู นะน�ำ วา่ จากสถานการณน์ ้ี เขยี นใน 8 ÷ 4 = 2
การหารทไ่ี ม่มเี ศษหรือเศษเปน็ 0 เป็นการหารลงตวั
26 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รปู การหารได้ 9 ÷ 4 ได้ 2 เศษ 1 การหารท่มี เี ศษ เปน็ การหารไม่ลงตัว และเศษทไ่ี ดจ้ ากการหารจะ
นอ้ ยกวา่ ตัวหาร จากนน้ั ครยู กตัวอยา่ งการจัดกลมุ่ ตวั นบั 8 อนั กลมุ่ ละ 4 อนั ไดก้ ก่ี ลมุ่ เหลอื ตวั นบั
กอ่ี นั โดยใหน้ กั เรยี นสงั เกตวา่ จดั ตวั นบั ได้ 2 กลุม่ พอดี ไมเ่ หลือตัวนบั ครแู นะนำ�ว่า จากสถานการณ์นี้
เขยี นประโยคสัญลักษณแ์ สดงการหารได้ 8 ÷ 4 = 2 การหารทไ่ี มม่ เี ศษหรอื เศษเปน็ 0 เปน็ การหาร
ลงตวั ครใู หน้ กั เรยี นสงั เกตวา่ ถา้ เปน็ การหารลงตวั จะใชค้ �ำ วา่ ประโยคสญั ลกั ษณแ์ สดงการหาร และถา้
เปน็ การหารไมล่ งตวั จะใชค้ �ำ วา่ เขยี นในรปู การหาร ครอู าจใชผ้ ลจากการทำ�กจิ กรรม “จดั ไดก้ ่กี อง” ให้
นกั เรยี นเขียนประโยคสญั ลกั ษณแ์ สดงการหาร หรอื เขยี นในรูปการหารจากพร้อมระบุ ตวั ตงั้ ตัวหาร
ผลหาร และเศษของแต่ละขอ้ คอื จ�ำ นวนใด
| 17สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คู่มือครรู ายวชิ าพน้ื ฐานคณติ ศาสตร์ บทท่ี 6 | การหาร
ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 2 เล่ม 2
หนงั สือเรียนรายวชิ าพนื้ ฐาน | คณิตศาสตร์ ป.2
หนงั สอื เรียนรายวิชาพ้ืนฐาน | คณติ ศาสตร์ ป.2 บทท่ี 6 | การหาร
บทท่ี 6 | การหาร
ตรวจสอบความเขา้ ใจ
จดั ตวั นบั 9 อนั เปน็ กลมุ่ กลมุ่ ละ 3 อนั ได ้ 3 กลมุ่ ตวั นบั หมดพอดี
ประโยคสญั ลกั ษณก์ ารหาร 9 ÷ 3 = 3 เป็นการหารลงตัว เขียนประโยคสัญลักษณ์การหาร หรอื เขยี นในรูปการหาร และหาคาำ ตอบ
1 จดั ตวั นบั 15 อนั เป็นกลุม่ กลมุ่ ละ 3 อนั ไดก้ ่ีกลุ่ม เหลือตวั นบั กีอ่ นั
15 ÷ 3 = 5 จัดได้ 5 กลุ่ม ไมเ่ หลอื ตัวนบั
ตวั นบั 11 อนั จดั เป็น 2 กลมุ่ กลุ่มละเท่า ๆ กนั 2 จัดตัวนบั 17 อนั เปน็ 4 กลุม่ กลมุ่ ละเทา่ ๆ กนั ได้กลมุ่ ละกี่อัน
จะได้กลุ่มละ 5 อัน เหลือตัวนบั 1 อนั เหลือตวั นบั ก่ีอัน 17 ÷ 4 ได้ 4 เศษ 1 จดั ได้ 4 กล่มุ เหลือตัวนบั 1 อนั
เขียนในรูปการหาร 11 ÷ 2 ได ้ 5 เศษ 1 เป็นการหารไมล่ งตัว
ส่งิ ท่ไี ด้เรยี นรู้
จัดตวั นับ แลว้ เขยี นประโยคสญั ลักษณ์การหาร
หรือเขียนในรูปการหาร และหาคาำ ตอบ การหารทีม่ ีเศษ เป็นการหารไม่ลงตัว และเศษน้อยกวา่ ตวั หาร
การหารทไ่ี ม่มีเศษ หรอื เศษเป็น 0 เป็นการหารลงตัว
1 จัดตัวนับ 12 อัน เป็นกลมุ่ กลุ่มละ 3 อัน ได้กก่ี ล่มุ
และเหลือตัวนับก่อี ัน 12 ÷ 3 = 4 จดั ได้ 4 กลุ่ม ไม่เหลอื ตวั นบั แบบฝกึ หดั 6.6
2 จดั ตัวนับ 15 อนั เปน็ กลุม่ กลมุ่ ละ 4 อัน ไดก้ ก่ี ล่มุ
และเหลือตัวนบั กอ่ี นั 15 ÷ 4 ได้ 3 เศษ 3 จัดได้ 3 กลุม่ เหลือตัวนับ 3 อัน 28 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
3 จดั ตัวนบั 17 อนั เป็น 3 กลุม่ กลุ่มละเท่า ๆ กนั ไดก้ ลุม่ ละกอี่ นั
และเหลอื ตวั นบั ก่อี ัน 17 ÷ 3 ได้ 5 เศษ 2 จัดได้ 5 กลมุ่ เหลอื ตัวนับ 2 อัน
4 จดั ตวั นับ 20 อนั เป็น 2 กลุ่ม กลมุ่ ละเท่า ๆ กนั ได้กลุ่มละกี่อนั
และเหลือตวั นับกอ่ี นั 20 ÷ 2 = 10 จดั ได้ 10 กลมุ่ ไมเ่ หลือตวั นับ
| 27สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
3. ส�ำ หรบั ตัวอย่างในหนงั สอื เรยี นหนา้ 27 เปน็ การน�ำ เสนอการหารลงตัว และการหาร
ไม่ลงตัวทีต่ ้องการใหน้ ักเรยี นทบทวนความหมายการหาร 2 ลกั ษณะ คือ ก�ำ หนดจ�ำ นวนสมาชกิ ใน
แตล่ ะกลมุ่ ใหห้ าจ�ำ นวนกลมุ่ และก�ำ หนดจ�ำ นวนกลมุ่ ใหห้ าจ�ำ นวนสมาชกิ ในแตล่ ะกลมุ่ ครแู บง่ นกั เรยี น
เป็นกลมุ่ และพจิ ารณาตวั อย่าง จากน้ันใหน้ กั เรยี นท�ำ กิจกรรมขอ้ 1 ถึง 4 ใหเ้ ขียนประโยคสัญลักษณ์
แสดงการหาร หรือเขียนในรูปการหาร และหาค�ำ ตอบโดยใช้ตวั นบั เสร็จแล้วครูและนักเรียนรว่ มกนั
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
การตรวจสอบความเข้าใจ
4. ตรวจสอบความเข้าใจของนกั เรยี น โดยให้นกั เรียนเขยี นประโยคสญั ลกั ษณ์แสดงการหาร
หรือเขียนในรูปการหาร และหาคำ�ตอบขอ้ 1 และ 2 ตามหนงั สอื เรยี นหนา้ 28 จากนน้ั
ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ งและสรปุ สง่ิ ทไ่ี ดเ้ รยี นร ู้
สิง่ ท่ีไดเ้ รียนรู้
•• การหารทีม่ ีเศษเป็นการหารไมล่ งตวั และเศษนอ้ ยกว่าตัวหาร
การหารทีไ่ มม่ ีเศษหรอื เศษเป็น 0 เป็นการหารลงตวั
จากน้ันใหน้ กั เรียน ทำ�แบบฝกึ หัด 6.6 หนา้ 14 - 15
18 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
บทที่ 6 | การหาร คู่มอื ครูรายวชิ าพนื้ ฐานคณติ ศาสตร์
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 เล่ม 2
6.7 การหาผลหารและเศษ (2 ชัว่ โมง) หนงั สอื เรยี นรายวิชาพืน้ ฐาน | คณติ ศาสตร์ ป.2
จดุ ประสงค์ บทท่ี 6 | การหาร
หาผลหารและเศษ 6.7 การหาผลหารและเศษ
พฒั นาความรู้
สือ่ การเรยี นรู้ จัดนมเปรีย้ ว 6 ขวด ใสถ่ งุ ถุงละ 2 ขวด
− จดั ได้ก่ถี ุง
แนวการจดั การเรียนรู้ ประโยคสัญลกั ษณ ์ 6 ÷ 2 =
การพฒั นาความรู้ ใชค้ วามสัมพนั ธ์ของการคณู และการหาร
2 × = 6
1. ครูทบทวนการหาผลหารทีเ่ ปน็ การหารลงตวั เนื่องจาก 2 × 3 = 6
ดังนั้น 6 ÷ 2 = 3
โดยใช้ความสมั พนั ธ์ของการคูณและการหารตามตวั อยา่ ง
6 ÷ 2 = 3 เศษเท่ากบั 0 ดังนน้ั จัดนมเปรี้ยวได้ 3 ถุงพอดี
ในหนังสือเรยี นหน้า 29 จัดนมเปรย้ี ว 6 ขวด ใส่ถงุ ถุงละ
หาผลหารและเศษ 20 ÷ 5 =
2 ขวด จัดไดก้ ีถ่ งุ สามารถเขียนเป็นประโยคสญั ลกั ษณ ์
ใชค้ วามสัมพันธ์ของการคณู และการหาร
แสดงการหาร 6 ÷ 2 = จากน้ันให้นกั เรียนช่วยกัน 5 × = 20
เน่ืองจาก 5 × 4 = 20
ดังน้ัน 20 ÷ 5 = 4 และเศษเทา่ กบั 0
| 29สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หาผลหารโดยใชค้ วามสัมพันธ์ของการคูณและการหารว่า หนังสือเรียนรายวิชาพ้นื ฐาน | คณิตศาสตร ์ ป.2
2 คูณจำ�นวนใดไดผ้ ลคณู เท่ากบั 6 ซึ่งจะไดว้ ่า 2 × 3 = 6 บทท่ี 6 | การหาร
ดงั นั้น 6 ÷ 2 = 3 ครูแนะน�ำ 6 ÷ 2 = 3 เปน็ การหาร จดั นมเปรยี้ ว 11 ขวด ใสถ่ ุง ถุงละ 4 ขวด
ลงตัวหรอื มีเศษเทา่ กับ 0 ดังนน้ั จดั นมเปรี้ยวได้ 3 ถงุ พอด ี จดั ไดก้ ถี่ งุ และเหลอื กข่ี วด
ครูยกตัวอยา่ งการหาผลหารและเศษของ 20 ÷ 5 = ประโยคสัญลักษณ์ 11 ÷ 4 = 4 × 2 = 8
โดยใชค้ วามสมั พนั ธข์ องการคณู และการหาร ทำ�นองเดยี วกัน ใชค้ วามสัมพนั ธ์ของการคูณและการหาร 4 × 3 = 12
กบั ตวั อยา่ งข้างตน้ ซึ่งจะได้ 20 ÷ 5 = 4 และเศษเท่ากับ 0
4 × = 11
จดั ถงุ ละ 4 ขวด ได ้ 2 ถุง จดั ไป 8 ขวด เหลือ 11 − 8 = 3 ขวด
ดังนน้ั 11 ÷ 4 ได ้ 2 เศษ 3 จัดได้ 2 ถุง เหลอื นมเปร้ยี ว 3 ขวด
2. ครูยกตวั อยา่ งสถานการณ์การหารท่ีเปน็ การหาร หาผลหารและเศษ 3 × 2 = 6
ไม่ลงตวั ตามตัวอยา่ งในหนงั สือเรียนหน้า 30 เชน่ 7 ÷ 3 = 3 × 3 = 9
จัดนมเปรี้ยว 11 ขวด ใสถ่ ุง ถุงละ 4 ขวด จะจัดนมเปรีย้ ว
ใชค้ วามสมั พันธข์ องการคูณและการหาร
3 × = 7
เน่อื งจาก 3 × 2 = 6 และ 7 − 6 = 1
ดังนน้ั 7 ÷ 3 ได ้ 2 เศษ 1
ได้กถี่ ุง และเหลือนมเปร้ียวกข่ี วด 7 ÷ 3 ได้ 2 เศษ 1
ครถู ามนกั เรียนว่า สงั เกต ตัวหารคณู ผลหาร แล้วบวกกบั เศษเท่ากบั ตวั ตั้ง
− จากสถานการณเ์ ขยี นเปน็ ประโยคสญั ลักษณ์ 3 × 2 = 6 และ 6 + 1 = 7
30 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แสดงการหารไดอ้ ยา่ งไร (11 ÷ 4 = )
− ใชค้ วามสัมพนั ธข์ องการคูณและการหารหาผลหารและเศษไดอ้ ยา่ งไร (4 × = 11)
− 4 คูณจำ�นวนใด ไดผ้ ลคูณเทา่ กับ 11 (ไมม่ จี ำ�นวนนับใดคณู 4 แล้วได้ 11) ครูแนะนำ�ว่า
เนือ่ งจาก 4 × 2 = 8 และ 4 × 3 = 12 เกิน 11 จึงเลอื ก 4 × 2 = 8 ดงั นน้ั จดั นมเปรี้ยวใสถ่ งุ ถงุ ละ
4 ขวด ได้ 2 ถุง จดั ไปแลว้ 8 ขวด จะเหลือนมเปรี้ยว 11 – 8 = 3 ขวด ดงั นนั้ 11 ÷ 4 ได้ 2 เศษ 3
ครยู กตวั อยา่ ง 7 ÷ 3 = โดยใชค้ วามสมั พนั ธข์ องการคณู และการหาร จะไดว้ า่ 3 × = 7
เน่ืองจาก 3 × 2 = 6 และ 3 × 3 = 9 เกิน 7 จงึ เลือก 3 × 2 = 6 และ 7 – 6 = 1
| 19สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คมู่ ือครรู ายวิชาพนื้ ฐานคณิตศาสตร์ บทที่ 6 | การหาร
ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 2 เลม่ 2
ดงั น้ัน 7 ÷ 3 ได้ 2 เศษ 1 ครูเน้นยำ�้ ว่า ในการหาผลหารและเศษนัน้ ตัวหารคูณผลหาร
แล้วบวกกับเศษจะเทา่ กบั ตวั ตัง้ เชน่ (3 × 2) + 1 = 7
หนังสือเรยี นรายวชิ าพ้นื ฐาน | คณิตศาสตร์ ป.2 หนงั สอื เรียนรายวชิ าพ้นื ฐาน | คณติ ศาสตร์ ป.2
บทท่ี 6 | การหาร บทที่ 6 | การหาร
หาผลหารและเศษ ตรวจสอบความเขา้ ใจ
หาผลหารและเศษ
23 ÷ 5 = 5 × 4 = 20
ใช้ความสัมพันธ์ของการคูณและการหาร 5 × 5 = 25
5 × = 23
เนือ่ งจาก 5 × 4 = 20 และ 23 − 20 = 3 1 10 ÷ 8 = 2 19 ÷ 5 =
ดังนัน้ 23 ÷ 5 ได ้ 4 เศษ 3
ได้ 1 เศษ 2 ได้ 3 เศษ 4
18 ÷ 6 = 18 ÷ 6 = 3 เป็นการหารลงตวั
ใชค้ วามสัมพันธข์ องการคูณและการหาร ไมม่ ีเศษ หรอื เศษเทา่ กับ 0
6 × = 18
เนื่องจาก 6 × 3 = 18 3 35 ÷ 7 = 4 40 ÷ 9 =
ดังนนั้ 18 ÷ 6 = 3
ได้ 5 เศษ 0 ได้ 4 เศษ 4
หาผลหารและเศษ 2 28 ÷ 7 = สิ่งทีไ่ ด้เรยี นรู้
1 1 5 ÷ 9 = ได้ 4 เศษ 0 การหาผลหารที่ใชค้ วามสมั พนั ธ์ของการคูณและการหารทำาได้โดย
หาจาำ นวนทน่ี ำามาคูณกับตัวหารแล้วผลคูณเท่ากับตัวต้ัง
ได้ 1 เศษ 6 4 18 ÷ 2 = หรือใกล้เคียงกบั ตัวตัง้ มากท่สี ุดแตน่ ้อยกวา่ ตวั ตัง้
3 23 ÷ 8 = ได้ 9 เศษ 0 แบบฝกึ หัด 6.7
ได้ 2 เศษ 7 6 31 ÷ 4 =
5 2 4 ÷ 3 = ได้ 7 เศษ 3
ได้ 8 เศษ 0 | 31สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
32 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
3. ครูแบ่งนักเรียนเปน็ กลุ่ม ให้นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ศกึ ษาการหาผลหารและเศษเพ่ิมเตมิ
จากหนงั สอื เรยี นหนา้ 31 และหาผลหารและเศษขอ้ 1 ถงึ 6 เสรจ็ แลว้ ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั ตรวจสอบ
ความถกู ตอ้ ง แลว้ สมุ่ ตวั แทนกลมุ่ ออกมาน�ำ เสนอการหาผลหารและเศษในแตล่ ะขอ้ พรอ้ มทง้ั อธบิ ายวธิ คี ดิ
การตรวจสอบความเขา้ ใจ
4. ตรวจสอบความเขา้ ใจของนักเรียน โดยใหน้ ักเรยี นหาผลหารและเศษข้อ 1 ถึง 4
ตามหนังสือเรียนหนา้ 32 จากน้ันครูและนกั เรยี น ร่วมกนั ตรวจสอบความถูกต้องและสรปุ
สิ่งทไ่ี ด้เรยี นรู้ ถ้าพบว่ามนี ักเรียนหาผลหารและเศษไม่ถูกต้อง ครูควรใหน้ ักเรียนฝึกการหาผลหาร
และเศษโดยใชต้ ัวนบั เปน็ รายบุคคล
สิ่งท่ีได้เรยี นรู้
การหาผลหารทใี่ ช้ความสมั พนั ธ์ของการคูณและการหารทำ�ได้โดย หาจ�ำ นวนท่นี �ำ มาคณู กบั ตวั หาร
แลว้ ผลคณู เทา่ กบั ตวั ตั้ง หรือใกลเ้ คียงกบั ตัวต้ังมากทสี่ ดุ แตน่ อ้ ยกว่าตัวตัง้
จากน้ันให้นักเรยี นทำ�แบบฝกึ หดั 6.7 หน้า 16 - 18
20 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
บทท่ี 6 | การหาร คู่มือครูรายวิชาพ้นื ฐานคณติ ศาสตร์
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 เล่ม 2
6.8 การพฒั นาความรสู้ กึ เชงิ จ�ำ นวนเกย่ี วกบั การหาร หนังสือเรยี นรายวิชาพืน้ ฐาน | คณิตศาสตร์ ป.2
(2 ชว่ั โมง) บทที่ 6 | การหาร
จุดประสงค์ 6.8 การพฒั นาความรสู้ กึ เชงิ จาำ นวนเกย่ี วกบั การหาร
พัฒนาความรู้
เปรยี บเทียบผลหารเมอื่ ตัวตงั้ เป็นจำ�นวนเดียวกัน หรอื กจิ กรรม ผลหารมากกวา่ หรอื น้อยกวา่ (1)
ตัวหารเป็นจ�ำ นวนเดียวกนั
อุปกรณ์ บตั รโจทยก์ ารหารจาำ นวน 5 บตั ร ทีต่ วั ตง้ั ในบตั รทุกบตั ร
เปน็ จำานวนเดยี วกัน เช่น
12 ÷ 1 12 ÷ 2 12 ÷ 3
12 ÷ 4 12 ÷ 6
สอ่ื การเรียนรู้ วิธจี ดั กิจกรรม
− บตั รโจทย์การหาร 1. ครูแบ่งกล่มุ นักเรียน แล้วใหแ้ ตล่ ะกล่มุ แขง่ กันหาผลหาร โดยครสู ุ่มหยิบ
บตั รโจทยก์ ารหารขน้ึ มาทลี ะบตั ร กลมุ่ ใดตอบกอ่ นและถกู ตอ้ งไดค้ ะแนน
แนวการจดั การเรียนรู้ บตั รละ 1 คะแนน กลมุ่ ใดได้คะแนนมากทีส่ ุดเป็นผ้ชู นะ
การพฒั นาความรู้
2. ครูตดิ บัตรโจทยก์ ารหารและเฉลยผลหารบนกระดาน โดยเรียงลาำ ดบั
1. ครแู บ่งนกั เรียนเปน็ กลมุ่ ทำ�กจิ กรรม “ผลหาร จากตัวหารน้อยไปตัวหารมาก ใหน้ ักเรยี นสังเกตผลหาร และชว่ ยกัน
สรปุ สิง่ ที่สังเกตได้
3. ครูตดิ บัตรโจทย์การหารและเฉลยผลหารบนกระดาน โดยเรียงลำาดับ
จากตัวหารมากไปตวั หารนอ้ ย ให้นักเรยี นสังเกตผลหาร และชว่ ยกนั
สรุปส่ิงทสี่ งั เกตได้
การหารจาำ นวนสองจาำ นวนท่ตี วั ตงั้ เป็นจาำ นวนเดยี วกัน
ถ้าตัวหารนอ้ ยกว่า ผลหารจะมากกว่า
ถา้ ตัวหารมากกวา่ ผลหารจะนอ้ ยกว่า
| 33สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
มากกว่าหรือนอ้ ยกวา่ (1)” ในการหาผลหารของโจทย์
การหารแต่ละบตั ร ตามหนงั สือเรยี นหน้า 33 นักเรยี น หนังสอื เรยี นรายวชิ าพน้ื ฐาน | คณติ ศาสตร์ ป.2
อาจใช้ความสมั พนั ธข์ องการคณู และการหารในการหา บทท่ี 6 | การหาร
ผลหาร เมือ่ ได้ผลหารแล้ว ครเู ขียนโจทย์การหารและ
ผลหารบนกระดาน แลว้ ใหน้ ักเรยี นสังเกต ตวั ตง้ั ตวั หาร กิจกรรม ผลหารมากกวา่ หรอื น้อยกว่า (2)
และผลหาร จะได้วา่ ตัวต้งั เป็นจ�ำ นวนเดยี วกนั อุปกรณ์ บตั รโจทยก์ ารหารจำานวน 6 บัตร ท่ตี ัวหารในบัตรทกุ บตั ร
เมอ่ื น�ำ บตั รโจทย์ 2 บตั รมาเปรยี บเทยี บผลหารกนั เปน็ จาำ นวนเดยี วกนั เช่น
จะไดว้ ่า ถ้าตวั หารน้อยกว่า ผลหารจะมากกวา่ ถ้าตวั หาร
มากกวา่ ผลหารจะนอ้ ยกวา่ หลังการท�ำ กิจกรรมนกั เรียน 6÷3 9÷3 12 ÷ 3
ควรสรุปไดว้ า่ การหารจ�ำ นวนสองจ�ำ นวนทต่ี ัวตง้ั เปน็
15 ÷ 3 18 ÷ 3 21 ÷ 3
วธิ ีจดั กจิ กรรม
1. ครแู บง่ กล่มุ นักเรยี น แล้วใหแ้ ตล่ ะกลุ่มแข่งกนั หาผลหาร โดยครู
สุ่มหยิบบตั รโจทย์การหารขึ้นมาทลี ะบตั ร กลุ่มใดตอบกอ่ นและถูกตอ้ ง
ไดค้ ะแนนบัตรละ 1 คะแนน กลุม่ ใดได้คะแนนมากทส่ี ุดเปน็ ผ้ชู นะ
2. ครูตดิ บตั รโจทย์การหารและเฉลยผลหารบนกระดาน โดยเรยี งลาำ ดบั
จากตวั ตง้ั นอ้ ยไปตวั ตงั้ มาก ใหน้ กั เรียนสังเกตผลหาร และช่วยกนั สรุป
สิ่งท่สี ังเกตได้
3. ครตู ดิ บตั รโจทยก์ ารหารและเฉลยผลหารบนกระดาน โดยเรียงลำาดบั
จากตัวตัง้ มากไปตวั ต้ังนอ้ ย ให้นกั เรยี นสงั เกตผลหาร และช่วยกนั สรุป
สิง่ ทีส่ งั เกตได้
จ�ำ นวนเดียวกัน ถ้าตัวหารน้อยกว่า ผลหารจะมากกวา่ การหารจาำ นวนสองจาำ นวนทต่ี วั หารเปน็ จาำ นวนเดยี วกนั
ถ้าตวั หารมากกว่าผลหารจะนอ้ ยกวา่ ถา้ ตวั ตัง้ มากกว่า ผลหารจะมากกว่า
ถ้าตัวต้งั นอ้ ยกว่า ผลหารจะน้อยกวา่
2. ครูแบ่งนักเรยี นเปน็ กล่มุ ทำ�กจิ กรรม “ผลหาร 34 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
มากกวา่ หรอื นอ้ ยกวา่ (2)” ในการหาผลหารของโจทยก์ ารหาร
แตล่ ะบัตร ตามหนังสอื เรยี นหน้า 34 นักเรยี นอาจใช้ความสัมพันธข์ องการคณู และการหารในการหา
ผลหาร เมือ่ ได้ผลหารแล้ว ครเู ขยี นโจทย์การหารและผลหารบนกระดาน แลว้ ใหน้ กั เรยี นสังเกต
ตวั ต้งั ตวั หาร และผลหาร จะไดว้ ่า ตัวหารเป็นจำ�นวนเดยี วกนั เม่ือน�ำ บัตรโจทย์ 2 บัตร
มาเปรยี บเทยี บผลหารกนั จะได้ว่า ถา้ ตัวตั้งมากกวา่ ผลหารจะมากกวา่ ถา้ ตัวต้ังน้อยกวา่ ผลหาร
จะนอ้ ยกวา่ หลงั การทำ�กจิ กรรมนกั เรียนควรสรุปได้ว่า การหารจ�ำ นวนสองจ�ำ นวนท่ีตวั หารเปน็
จำ�นวนเดยี วกนั ถา้ ตวั ตั้งมากกว่าผลหารจะมากกว่า ถ้าตวั ตัง้ น้อยกว่าผลหารจะนอ้ ยกว่า
| 21สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ค่มู ือครูรายวิชาพ้นื ฐานคณติ ศาสตร์ บทท่ี 6 | การหาร
ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 2 เล่ม 2
หนงั สือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน | คณิตศาสตร์ ป.2
3. ครแู บง่ นกั เรียนเป็นกลุ่ม และให้แตล่ ะกลมุ่ บทที่ 6 | การหาร
พจิ ารณาตัวอย่างตามหนงั สอื เรยี นหน้า 35 ทั้ง 2 ตัวอย่าง
ครแู ละนกั เรียนอภิปรายร่วมกนั เช่น 25 ÷ 5 ผลหาร เติมเครือ่ งหมาย > หรอื < ใน
มากกวา่ หรือน้อยกวา่ 45 ÷ 5 เพราะเหตใุ ด ซงึ่ นกั เรยี น
ควรตอบได้ว่าผลหารของ 25 ÷ 5 น้อยกวา่ 45 ÷ 5 25 ÷ 5 45 ÷ 5
เพราะตวั หารเปน็ จ�ำ นวนเดยี วกนั คอื 5 แตต่ วั ตง้ั 25
นอ้ ยกวา่ 45 สำ�หรบั ตัวอยา่ งที่ 2 อภิปรายในทำ�นอง ตวั หารเป็น 5 เท่ากนั แตต่ วั ต้งั 25 นอ้ ยกว่า 45
เดยี วกัน จากน้นั ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลมุ่ หาค�ำ ตอบของ จะได ้ 25 ÷ 5 มีผลหารนอ้ ยกวา่ 45 ÷ 5
ข้อ 1 ถึง 6 โดยไมต่ ้องคิดคำ�นวณ เสรจ็ แลว้ ครสู ่มุ
แตล่ ะกล่มุ เฉลยค�ำ ตอบแตล่ ะข้อ พรอ้ มอธบิ ายเหตผุ ล ดงั นนั้ 25 ÷ 5 < 45 ÷ 5
ประกอบค�ำ ตอบ สำ�หรับกิจกรรมรว่ มกันท�ำ ในกรอบทา้ ย
หนา้ 35 สามารถเตมิ ตัวเลขแสดงจ�ำ นวนในแตล่ ะข้อ 48 ÷ 6 48 ÷ 8
ไดห้ ลากหลาย ครูให้เลือกค�ำ ตอบเพียงค�ำ ตอบเดยี ว
พร้อมอธิบายเหตผุ ลประกอบ เช่น 48 ÷ 6 > 40 ÷ 6 ตวั ตั้งเปน็ 48 เท่ากนั แตต่ ัวหาร 6 น้อยกวา่ 8
นักเรียนอาจให้เหตุผลวา่ ทเี่ ติม 40 เนอ่ื งจากตวั หารเปน็ จะได ้ 48 ÷ 6 มผี ลหารมากกว่า 48 ÷ 8
6 เทา่ กนั ดงั นน้ั จงึ ควรเตมิ จ�ำ นวนใดกไ็ ดท้ น่ี อ้ ยกวา่ 48
ดงั นั้น 48 ÷ 6 > 48 ÷ 8
การตรวจสอบความเข้าใจ
1 6 ÷ 3 < 6 ÷ 2 > 2 12 ÷ 2 4 ÷ 2
4. ตรวจสอบความเข้าใจของนกั เรียน > 3 20 ÷ 5 0 ÷ 5 < 4 56 ÷ 8 56 ÷ 7
โดยใหน้ กั เรียนเติมเครื่องหมาย > หรอื < ใน > 5 36 ÷ 6 30 ÷ 6 > 6 18 ÷ 6 18 ÷ 9
ตามหนังสอื เรยี นหนา้ 36 จากนั้นครแู ละนักเรียนรว่ มกัน
ตรวจสอบความถกู ตอ้ งและสรปุ ส่ิงทไ่ี ดเ้ รียนรู้ ถ้าพบวา่ เติมตัวเลขแสดงจำานวน * ค�ำ ตอบอาจแตกต่างน้ี
มนี กั เรยี นเติมเครอ่ื งหมาย > หรือ < ไม่ถูกตอ้ ง
ครูควรใหน้ กั เรยี นฝกึ การใชค้ วามรสู้ กึ เชิงจ�ำ นวนเกย่ี วกับ 421 48 ÷ 6 > ÷ 6 7 2 35 ÷ 5 > 35 ÷
การหารเปน็ รายบคุ คล
หาคำาตอบได้ โดยไมต่ ้องคิดคำานวณ
| 35สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หนงั สือเรียนรายวิชาพื้นฐาน | คณติ ศาสตร์ ป.2
บทท่ี 6 | การหาร
ตรวจสอบความเขา้ ใจ
เติมเครือ่ งหมาย > หรอื < ใน
1 7 ÷ 1 > 7 ÷ 7
< 2 63 ÷ 9 63 ÷ 8
> 3 72 ÷ 5 27 ÷ 5
< 4 24 ÷ 4 28 ÷ 4
สง่ิ ที่ได้เรยี นรู้
การหารจำานวนสองจำานวนทต่ี วั ต้ังเปน็ จำานวนเดยี วกัน
ถา้ ตวั หารนอ้ ยกว่า ผลหารจะมากกว่า
ถา้ ตวั หารมากกวา่ ผลหารจะน้อยกว่า
การหารจาำ นวนสองจาำ นวนที่ตวั หารเปน็ จำานวนเดยี วกัน แบบฝกึ หัด 6.8
ถา้ ตัวต้งั มากกวา่ ผลหารจะมากกว่า
ถา้ ตวั ตัง้ น้อยกวา่ ผลหารจะนอ้ ยกว่า
36 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ส่ิงทไี่ ด้เรียนรู้
• การหารจ�ำ นวนสองจำ�นวนที่ตวั ต้งั เป็นจ�ำ นวนเดียวกนั ถา้ ตวั หารนอ้ ยกวา่ ผลหารจะมากกวา่
ถ้าตัวหารมากกว่าผลหารจะน้อยกว่า
• การหารจำ�นวนสองจำ�นวนที่ตวั หารเป็นจำ�นวนเดียวกัน ถา้ ตวั ตั้งมากกว่าผลหารจะมากกว่า
ถ้าตวั ตั้งน้อยกวา่ ผลหารจะนอ้ ยกวา่
จากน้นั ใหน้ กั เรียนทำ�แบบฝกึ หัด 6.8 หน้า 19 – 20
22 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
บทท่ี 6 | การหาร คู่มอื ครรู ายวิชาพืน้ ฐานคณติ ศาสตร์
ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 2 เล่ม 2
6.9 การหาค่าของตัวไมท่ ราบคา่ ในประโยคสัญลักษณ์แสดงการหาร (1 ช่ัวโมง)
จดุ ประสงค์
หาคา่ ของตวั ไม่ทราบค่าในประโยคสญั ลักษณแ์ สดงการหาร หนงั สือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน | คณิตศาสตร์ ป.2
บทท่ี 6 | การหาร
6.9 การหาค่าของตวั ไม่ทราบคา่
ในประโยคสัญลกั ษณก์ ารหาร
สอ่ื การเรยี นรู้ พฒั นาความรู้
− 6 ÷ 2 = หาคาำ ตอบได้อย่างไร
แนวการจัดการเรยี นรู้ ใชค้ วามสมั พนั ธ์ของการคูณและการหาร
การพัฒนาความรู้ 2 × = 6
เนอ่ื งจาก 2 × 3 = 6
1. ครูทบทวนการหาผลหารโดยใชค้ วามสัมพนั ธ์ ดงั นัน้ 6 ÷ 2 = 3
ของการคณู และการหาร ตามหนงั สือเรียน หน้า 37
6 ÷ 2 = จากความสัมพันธ์ของการคูณและ 8 ÷ = 4 หาคาำ ตอบไดอ้ ย่างไร
การหาร จะได้วา่ 2 คณู จ�ำ นวนใดได้ผลคณู เท่ากับ 6
คำ�ตอบคอื 3 จากนัน้ ครูยกตัวอย่างการหาคา่ ใช้ความสัมพนั ธข์ องการคูณและการหาร ใชส้ ูตรคณู แม ่ 4
× 4 = 8
เนอ่ื งจาก 4 × 2 = 8
ดังนน้ั 8 ÷ 2 = 4
หาตวั หาร 2 18 ÷ 3 = 6
34 27 ÷ = 9
41 12 ÷ = 3
53 25 ÷ = 5
| 37สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ของตวั ไมท่ ราบค่าทีต่ วั ไมท่ ราบค่าเปน็ ตัวหาร เช่น
8 ÷ = 4 จากความสมั พันธ์ของการคูณและการหาร หนงั สือเรยี นรายวชิ าพ้ืนฐาน | คณติ ศาสตร์ ป.2
บทที่ 6 | การหาร
จะไดว้ ่า 4 คณู จำ�นวนใดได้ผลคณู เทา่ กบั 8 คำ�ตอบคือ 2 ÷ 2 = 5 หาคาำ ตอบไดอ้ ย่างไร
ครใู หน้ ักเรียนช่วยกันหาค�ำ ตอบในกรอบทา้ ยหนา้ 37 ใชค้ วามสมั พันธ์ของการคณู และการหาร
ครูและนักเรยี นช่วยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง 2 × 5 =
เน่ืองจาก 2 × 5 = 10
ดงั นัน้ 10 ÷ 2 = 5
ครอู าจยกตวั อยา่ งเพ่ิมเตมิ เพ่อื ให้นกั เรยี นเขา้ ใจมากขึ้น ÷ 9 = 7 หาคำาตอบไดอ้ ยา่ งไร
2. การหาคา่ ของตวั ไมท่ ราบคา่ ในประโยคสญั ลกั ษณ์
ใช้ความสมั พนั ธข์ องการคูณและการหาร
แสดงการหารท่ีมีตัวไม่ทราบค่าเป็นตวั ตงั้ เช่น 9 × 7 =
÷ 2 = 5 จากความสัมพนั ธ์ของการคณู และการหาร เนอ่ื งจาก 9 × 7 = 63
ดังนนั้ 63 ÷ 9 = 7
จะไดว้ า่ 2 คูณ 5 เทา่ กบั จ�ำ นวนใด ค�ำ ตอบคือ 10 หาตวั ตง้ั 2 27 ÷ 3 = 9
ครูใหน้ กั เรียนชว่ ยกันหาคำ�ตอบในกรอบทา้ ยหนา้ 38 4 32 ÷ 8 = 4
ครแู ละนักเรยี นชว่ ยกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง 1 40 ÷ 5 = 8 6 18 ÷ 9 = 2
ครอู าจยกตัวอยา่ งเพิม่ เตมิ เพ่อื ให้นักเรยี นเขา้ ใจมากขึ้น 3 42 ÷ 7 = 6
5 40 ÷ 8 = 5
38 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
| 23สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คู่มอื ครรู ายวิชาพน้ื ฐานคณติ ศาสตร์ บทท่ี 6 | การหาร
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 2 เลม่ 2
3. ครแู บง่ นักเรียนเป็นกลมุ่ ใหแ้ ตล่ ะกลุม่ ศึกษา หาตัวต้ัง หนังสอื เรยี นรายวิชาพ้นื ฐาน | คณติ ศาสตร์ ป.2
การหาคา่ ของตัวไม่ทราบคา่ ท่เี ป็นตัวตัง้ และตวั ไมท่ ราบค่า ÷ 9 = 8 บทท่ี 6 | การหาร
ท่ีเป็นตวั หารตามหนงั สือเรียนหนา้ 39 แลว้ ใหแ้ ตล่ ะกลุม่
ฝึกหาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสญั ลักษณ์แสดง 72 ÷ 9 = 8 9 คณู 8 เท่ากับเทา่ ไร
9 × 8 = 72
การหาร ซง่ึ ในที่นเ้ี ป็นการหารลงตัว อาจท�ำ ไดโ้ ดยอาศัย 1 42 ÷ 6 = 7 2 16 ÷ 8 = 2
ความสมั พันธข์ องการคณู และการหาร ดังน้ี 3 27 ÷ 9 = 3 4 45 ÷ 5 = 9
5 54 ÷ 6 = 9 6 4 ÷ 4 = 1
− ถ้าต้องการหาตัวตง้ั ท�ำ ไดโ้ ดย น�ำ ผลหาร หาตัวหาร
คณู กับตัวหาร 10 ÷ = 2 2 คูณกับจาำ นวนใด เทา่ กบั 10
− ถา้ ตอ้ งการหาตัวหาร ท�ำ ไดโ้ ดย หาจำ�นวน 2 × 5 = 10
10 ÷ 5 = 2
ที่มาคณู กบั ผลหารแลว้ ไดผ้ ลคณู เทา่ กับตัวตัง้ ซ่ึงจำ�นวนนัน้ 71 35 ÷ = 5 2 20 ÷ 5 = 4
จะเป็นตัวหาร 63 54 ÷ = 9 44 28 ÷ = 7
65 42 ÷ = 7 86 64 ÷ = 8
จากน้นั ครูส่มุ ตวั แทนกลุม่ ออกมาน�ำ เสนอคำ�ตอบ | 39สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
พรอ้ มกบั แสดงวิธีคดิ หาคำ�ตอบ ครแู ละนักเรยี นรว่ มกัน
ตรวจสอบความถกู ต้อง หนังสอื เรียนรายวิชาพน้ื ฐาน | คณติ ศาสตร์ ป.2
บทที่ 6 | การหาร
การตรวจสอบความเขา้ ใจ ตรวจสอบความเข้าใจ
หาตวั ตง้ั หรือตวั หาร
4. ตรวจสอบความเข้าใจของนกั เรยี น 1 28 ÷ 7 = 4 2 64 ÷ 8 = 8
โดยใหน้ กั เรยี นหาคา่ ของตวั ไมท่ ราบคา่ ที่เป็นตวั ต้ัง
หรอื ตวั หารจากประโยคสญั ลกั ษณ์แสดงการหาร 3 45 ÷ 9 = 5 4 48 ÷ 8 = 6
ตามหนังสือเรยี นหน้า 40 โดยใช้ความสมั พันธก์ ารคณู และ
การหาร ดังนี้
− ถา้ ตอ้ งการหาตวั ต้ัง ทำ�ไดโ้ ดย นำ�ผลหาร
คูณตัวหาร สงิ่ ท่ีไดเ้ รียนรู้
− ถา้ ตอ้ งการหาตวั หาร ทำ�ไดโ้ ดยหาจำ�นวน
การหาค่าของตวั ไมท่ ราบค่าในประโยคสญั ลักษณ์การหาร
ทม่ี าคณู กบั ผลหารแลว้ ไดเ้ ทา่ กบั ตวั ตง้ั จากนนั้ อาจทำาไดโ้ ดยใชค้ วามสมั พนั ธข์ องการคูณและการหาร
แบบฝึกหดั 6.9
40 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ งและ
สรปุ สงิ่ ท่ไี ดเ้ รียนรู้ ถ้าพบวา่ มีนักเรียนทหี่ าค่าของตวั ไม่ทราบค่าไม่ถูกต้อง ครูควรให้นักเรียนฝกึ
การหาคา่ ของตวั ไม่ทราบคา่ เป็นรายบุคคล
ส่งิ ทไ่ี ดเ้ รียนรู้
การหาคา่ ของตวั ไมท่ ราบค่าในประโยคสญั ลกั ษณ์แสดงการหาร อาจทำ�ได้โดยใช้ความสัมพันธข์ อง
การคณู และการหาร
จากน้นั ให้นักเรยี นทำ�แบบฝกึ หัด 6.9 หน้า 21 - 23
24 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
บทที่ 6 | การหาร คูม่ ือครูรายวชิ าพนื้ ฐานคณติ ศาสตร์
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 2 เล่ม 2
6.10 โจทยป์ ัญหาการหาร (1) (2 ชั่วโมง) หนังสือเรยี นรายวชิ าพน้ื ฐาน | คณติ ศาสตร์ ป.2
จุดประสงค์ บทท่ี 6 | การหาร
เขยี นประโยคสัญลกั ษณแ์ ละแสดงวธิ หี าค�ำ ตอบ 6.10 โจทย์ปัญหาการหาร (1)
พัฒนาความรู้
สอ่ื การเรยี นรู้ แม่มีขนมตาล 24 ชนิ้ จดั ใสก่ ลอ่ ง
กลอ่ งละ 3 ชิน้
− ตัวนับ แม่จะจดั ขนมตาลได้ก่ีกล่อง
โจทยถ์ าม แมจ่ ะจัดขนมตาลได้กก่ี ลอ่ ง
โจทยบ์ อก แมม่ ขี นมตาล 24 ช้ิน จดั ใสก่ ลอ่ ง กล่องละ 3 ช้ิน
หาคำาตอบไดอ้ ย่างไร
ขนมตาล 24 ชิ้น จัดใสก่ ลอ่ ง กลอ่ งละ 3 ชน้ิ
หาจำานวนกลอ่ งไดจ้ าก 24 หารดว้ ย 3
แนวการจัดการเรียนรู้ ประโยคสญั ลกั ษณ์ 24 ÷ 3 =
การพัฒนาความรู้ 24 ÷ 3 = 8
ตอบ แม่จะจัดขนมตาลได ้ ๘ กล่อง
1. ครใู ห้นักเรยี นอา่ นโจทยป์ ัญหาตามหนงั สอื เรยี น
ตรวจคำาตอบ
หน้า 41 แล้วครใู ชค้ ำ�ถามให้นกั เรยี นได้วิเคราะห์โจทย์ เชน่ 8 กล่อง กล่องละ 3 ชิ้น ได ้ 8 × 3 = 24 ชน้ิ
เขียนประโยคสญั ลกั ษณ์ และหาคำาตอบ
แม่ค้ามีลกู ช้นิ 45 ลกู เสียบไม้ ไม้ละ 5 ลูก แมค่ า้ เสยี บลูกชิ้นได้ทง้ั หมดก่ไี ม้
โจทย์ถามอะไร โจทย์บอกอะไร นักเรยี นควรตอบไดว้ ่า เฉลย | 41สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โจทยถ์ าม แม่จะจดั ขนมตาลไดก้ ี่กล่อง
ประโยคสัญลกั ษณ์ 45 ÷ 5 =
ตอบ แมค่ ้าเสียบลูกชน้ิ ไดท้ งั้ หมด ๙ ไม้
โจทย์บอก แมม่ ขี นมตาล 24 ช้ิน จัดใสก่ ลอ่ ง หนงั สือเรียนรายวิชาพ้นื ฐาน | คณิตศาสตร ์ ป.2
กลอ่ งละ 3 ชน้ิ บทท่ี 6 | การหาร
ครูถามต่อไปว่า จะหาคำ�ตอบได้อยา่ งไร ซ่งึ นกั เรียน ครตู อ้ งการแบง่ ขนมชน้ั 28 ชน้ิ ใหข้ นุ ตน้ กลา้ แกว้ ตา และใบบวั คนละเทา่ ๆ กนั
อาจจะยงั หาค�ำ ตอบไมไ่ ด้ ครูอาจใช้ตัวนับแทนขนมตาล จะได้ขนมชั้นคนละกี่ช้นิ
24 ชิน้ จากนนั้ ใหจ้ ัดเป็นกอง กองละ 3 ชิ้น เพอื่ ให้นกั เรยี น
โจทยถ์ าม จะไดข้ นมชั้นคนละกีช่ ้นิ
โจทย์บอก ครตู อ้ งการแบ่งขนมชัน้ 28 ช้ิน ใหข้ นุ ต้นกล้า แกว้ ตา และใบบวั
คนละเทา่ ๆ กัน
ครแู บ่งขนมชนั้ ให้เดก็ กีค่ น
4 คน
สังเกตว่าสามารถใช้การหารในการหาค�ำ ตอบได้ จากนัน้ ครู แตล่ ะคนจะได้ขนมชนั้ คนละกช่ี ้ิน หาไดอ้ ย่างไร
ให้นักเรยี นเขยี นประโยคสญั ลกั ษณ์ และช่วยกนั หาคำ�ตอบ
ซง่ึ จะไดค้ �ำ ตอบตามหนงั สอื เรยี นหนา้ 41 ครคู วรใหน้ กั เรยี น ขนมชัน้ 28 ชิ้น แบง่ ให ้ 4 คน คนละเท่า ๆ กัน
ตรวจค�ำ ตอบโดยการคณู เพอ่ื ตรวจสอบวา่ ค�ำ ตอบทไ่ี ดถ้ กู ตอ้ ง หาจำานวนขนมช้นั ที่แตล่ ะคนไดร้ ับจาก
หรอื ไม่ ครใู หน้ กั เรียนอ่านโจทย์ในกรอบท้ายหน้า 41 28 หารด้วย 4
แลว้ ให้ช่วยกนั วเิ คราะหโ์ จทย์และเขยี นประโยคสญั ลักษณ์
พร้อมทง้ั หาค�ำ ตอบ ครแู ละนกั เรียนชว่ ยกัน ประโยคสัญลกั ษณ ์ 28 ÷ 4 =
ตรวจสอบความถูกต้อง 28 ÷ 4 = 7
ตอบ จะไดข้ นมช้นั คนละ ๗ ชิ้น
ตรวจคาำ ตอบ
4 คน ไดร้ ับขนมช้นั คนละ 7 ชิน้ เป็นขนมชัน้ ท้งั หมด 4 × 7 = 28 ชนิ้
เขยี นประโยคสัญลักษณ์ และหาคำาตอบ
ครูมไี กท่ อด 40 ชิ้น ตอ้ งการจัดใส่กลอ่ ง กลอ่ งละเท่า ๆ กนั 5 กล่อง
ครตู อ้ งจดั ไก่ทอดกล่องละกี่ช้นิ
เฉลย
42 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ประโยคสญั ลักษณ์ 40 ÷ 5
ตอบ ครตู ้องจดั ไกท่ อดกล่องละ ๘ ชิน้
2. ครใู หน้ กั เรยี นอา่ นโจทยป์ ญั หาตามหนงั สอื เรยี นหนา้ 42 แลว้ ครใู ชค้ �ำ ถามใหน้ กั เรยี นได้
วเิ คราะหโ์ จทย์ เชน่ โจทยถ์ ามอะไร โจทยบ์ อกอะไร จะหาค�ำ ตอบไดอ้ ยา่ งไร ครใู หน้ กั เรยี นสงั เกตวา่
ในขอ้ นไ้ี มป่ รากฏจ�ำ นวนทเ่ี ปน็ ตวั หาร แตต่ อ้ งวเิ คราะหจ์ ากโจทยว์ า่ แบง่ ใหก้ บั เดก็ 4 คน คนละเทา่ ๆ กนั
จงึ จะเขยี นประโยคสญั ลกั ษณแ์ สดงการหารเพอ่ื หาค�ำ ตอบได้ ครอู าจใชต้ วั นบั แทนขนมชน้ั 28 ชน้ิ จากนน้ั
ใหแ้ บง่ ตามเงอ่ื นไขทก่ี �ำ หนด เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นสงั เกตวา่ สามารถใชก้ ารหารในการหาค�ำ ตอบได้ เมอ่ื ไดค้ �ำ ตอบ
แลว้ ครคู วรใหน้ กั เรยี นตรวจค�ำ ตอบ ครใู หน้ กั เรยี นชว่ ยกนั เขยี นประโยคสญั ลกั ษณ์ และหาค�ำ ตอบใน
กรอบทา้ ยหนา้ 42 พรอ้ มทง้ั ตรวจค�ำ ตอบทไ่ี ด้ จากนน้ั ครแู ละนกั เรยี นชว่ ยกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
| 25สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คู่มือครูรายวิชาพน้ื ฐานคณติ ศาสตร์ บทท่ี 6 | การหาร
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 2 เลม่ 2
3. ครใู หน้ กั เรยี นอา่ นโจทยต์ ามหนงั สอื เรยี นหนา้ 43 หนงั สอื เรยี นรายวิชาพืน้ ฐาน | คณิตศาสตร์ ป.2
แลว้ ครใู ชค้ �ำ ถามใหน้ ักเรียนไดว้ เิ คราะห์โจทย์ ซงึ่ โจทย์น้ี บทที่ 6 | การหาร
สามารถหาคำ�ตอบได้โดยการคณู หรอื การหารก็ได้ นกั เรยี น
อาจเขียนประโยคสญั ลกั ษณ์ได้เปน็ 5 × = 35 หรือ แก้วตาซอื้ ขนมปงั ชนิดเดยี วกนั และราคาเท่ากันจำานวน 5 ช้ิน จ่ายเงนิ 35 บาท
35 ÷ 5 = ซึง่ ทงั้ สองประโยคสญั ลกั ษณน์ ี้ไดค้ �ำ ตอบ ขนมปังราคาชน้ิ ละก่บี าท
เทา่ กัน ครคู วรใหน้ ักเรียนไดแ้ สดงความคดิ เห็นในการ
วเิ คราะห์โจทย์ว่าท�ำ ไมจงึ เขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์ได้ โจทยถ์ าม ขนมปังราคาชิ้นละก่บี าท
เชน่ น้ี หากนกั เรยี นสามารถใหเ้ หตุผลทถ่ี กู ตอ้ ง ครคู วรให้ โจทย์บอก แกว้ ตาซื้อขนมปงั ชนิดเดยี วกนั และราคาเทา่ กนั จำานวน 5 ชนิ้
นกั เรยี นน�ำ เสนอความคดิ ใหเ้ พื่อนในหอ้ งฟัง ทั้งน้ไี มว่ ่า จา่ ยเงิน 35 บาท
นักเรียนจะเขียนประโยคสัญลกั ษณ์ไดแ้ บบใด ครูควรให้
นกั เรียนไดต้ รวจคำ�ตอบเพ่ือตรวจสอบว่าค�ำ ตอบทไี่ ด ้ จะหาว่าขนมปังราคาช้ินละกบี่ าท ไดอ้ ยา่ งไร
ถกู ตอ้ งหรือไม ่ จากนน้ั ครูใหน้ กั เรียนชว่ ยกนั วเิ คราะหโ์ จทย์
ท่อี ย่ใู นกรอบทา้ ยหนา้ 43 แล้วให้ช่วยกันเขยี น ขนมปงั 5 ชิน้ ช้ินละกี่บาท
ประโยคสญั ลกั ษณ์และหาคำ�ตอบ หากมนี กั เรียนคนใด จา่ ยเงินทง้ั หมด 35 บาท
ทมี่ ีความคิดต่างจากคนอน่ื ใหน้ �ำ เสนอพร้อมท้ังแสดงวธิ หี า
คำ�ตอบใหเ้ พอ่ื นฟัง ใชก้ ารคณู
ประโยคสัญลกั ษณ ์ 5 × = 35
5 × 7 = 35
ดังนั้น ขนมปงั ราคาช้นิ ละ 7 บาท
จ่ายเงิน 35 บาท ได้ขนมปงั 5 ชิน้
หาราคาขนมปงั แต่ละช้ินได้จาก 35 หารดว้ ย 5
ใช้การหาร
ประโยคสญั ลักษณ์ 35 ÷ 5 =
35 ÷ 5 = 7
ดังน้ัน ขนมปงั ราคาช้ินละ 7 บาท
เขียนประโยคสญั ลักษณ์ และหาคำาตอบ
นกั เรยี น 6 คน จ่ายเงนิ คนละเท่า ๆ กัน เพ่อื ซอ้ื น้ำาหวานราคา 30 บาท
นกั เรยี นตอ้ งจ่ายเงินคนละกบี่ าท
เฉลย | 43สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ประโยคสัญลกั ษณ์ 30 ÷ 6 =
ตอบ นกั เรียนต้องจ่ายเงินคนละ ๕ บาท
หนงั สอื เรียนรายวชิ าพืน้ ฐาน | คณติ ศาสตร์ ป.2
บทที่ 6 | การหาร
ตรวจสอบความเข้าใจ
เขยี นประโยคสัญลกั ษณ์ และหาคาำ ตอบ
1 ใบบัวมขี นมใส่ไส ้ 36 หอ่ จัดทาำ เป็นมัด 4 มัด มัดละเทา่ ๆ กนั
ใบบัวจะไดข้ นมใส่ไสม้ ัดละกหี่ ่อ
การตรวจสอบความเข้าใจ
4. ตรวจสอบความเขา้ ใจของนกั เรยี นโดยใหน้ กั เรยี น 2 ครูมดี ินสอ 15 แท่ง ตอ้ งการแบง่ ให้ แก้วตา ขนุ และต้นกลา้
เขียนประโยคสัญลักษณ์และหาค�ำ ตอบตามหนงั สอื เรียน คนละเท่า ๆ กัน จะไดด้ นิ สอคนละก่แี ท่ง
หนา้ 44 ซ่ึงโจทยป์ ญั หาในขอ้ 2 นกั เรยี นตอ้ งวเิ คราะห์
โจทย์เพอื่ หาตัวหารกอ่ น จึงจะเขียนประโยคสัญลกั ษณ์ สงิ่ ที่ได้เรยี นรู้
การหารได ้ จากนัน้ ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั ตรวจสอบ
ความถกู ตอ้ งและสรุปสิง่ ทไ่ี ด้เรยี นรู ้ ถา้ พบวา่ มนี กั เรียน การแกโ้ จทยป์ ญั หาทาำ ไดโ้ ดยอา่ นทาำ ความเขา้ ใจปญั หา วางแผนแกป้ ญั หา
ทเ่ี ขียนประโยคสัญลกั ษณแ์ ละหาค�ำ ตอบไม่ถูกต้อง หาคำาตอบ และตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคำาตอบ
ครคู วรใหน้ กั เรยี นฝกึ วเิ คราะหโ์ จทย์ เขยี นประโยคสญั ลกั ษณ์
และหาคำ�ตอบเปน็ รายบุคคล แบบฝึกหัด 6.10
44 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เฉลย
1. ประโยคสญั ลกั ษณ์ 36 ÷ 4 =
ตอบ ใบบวั จะไดข้ นมใสไ่ สม้ ดั ละ ๙ หอ่
สง่ิ ทไี่ ด้เรยี นรู้ 2. ประโยคสัญลกั ษณ์ 15 ÷ 3 =
ตอบ จะไดด้ นิ สอคนละ ๕ แทง่
การแกโ้ จทย์ปญั หาท�ำ ไดโ้ ดยอา่ นท�ำ ความเข้าใจปัญหา วางแผนแกป้ ัญหา หาคำ�ตอบ และตรวจสอบ
ความสมเหตสุ มผลของค�ำ ตอบ
จากนนั้ ใหน้ กั เรียนท�ำ แบบฝึกหดั 6.10 หนา้ 24 - 26
26 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
บทท่ี 6 | การหาร คมู่ ือครูรายวิชาพ้นื ฐานคณิตศาสตร์
ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 2 เล่ม 2
6.11 โจทย์ปญั หาการหาร (2) (2 ชัว่ โมง) หนงั สอื เรยี นรายวิชาพ้ืนฐาน | คณิตศาสตร์ ป.2
จดุ ประสงค์ บทที่ 6 | การหาร
เขียนประโยคสญั ลกั ษณแ์ ละแสดงวิธหี าคำ�ตอบ 6.11 โจทยป์ ญั หาการหาร (2)
พฒั นาความรู้
สอ่ื การเรียนรู้ แมม่ ขี นมกล้วย 32 ช้ิน จัดใสถ่ ุง
ถุงละ 5 ช้ิน แมจ่ ัดขนมกล้วยไดก้ ีถ่ ุง
− ตัวนบั และเหลือขนมกล้วยกช่ี ิน้
โจทยถ์ าม แม่จัดขนมกลว้ ยได้กถ่ี ุง และเหลอื ขนมกลว้ ยกช่ี นิ้
โจทย์บอก แมม่ ขี นมกลว้ ย 32 ชิ้น จดั ใสถ่ ุง ถงุ ละ 5 ช้ิน
หาคาำ ตอบไดอ้ ย่างไร
ขนม 32 ช้นิ จดั ใส่ถงุ ถงุ ละ 5 ช้ิน
หาจำานวนถุงที่จัดได้จาก 32 หารดว้ ย 5
แนวการจัดการเรยี นรู้ ประโยคสัญลักษณ ์ 32 ÷ 5 =
การพัฒนาความรู้ 32 ÷ 5 ได ้ 6 เศษ 2
ตอบ แมจ่ ัดขนมกล้วยได้ ๖ ถุง
1. ครใู ห้นักเรียนอา่ นโจทยต์ ามหนังสือเรียน เหลอื ขนมกลว้ ย ๒ ชน้ิ
หน้า 45 แลว้ ครใู ช้ค�ำ ถามให้นักเรียนได้วิเคราะห์โจทย์ ตรวจคาำ ตอบ
6 ถงุ ถงุ ละ 5 ช้ิน ได้ 6 × 5 = 30 ช้นิ รวมกบั ทเ่ี หลือ 2 ชนิ้ เปน็ 32 ชิน้
เขยี นประโยคสญั ลกั ษณ์ และหาคำาตอบ
แมม่ ฝี รัง่ 50 ผล จัดใสถ่ งุ ถุงละ 9 ผล จะตอ้ งใช้ถงุ กี่ใบ และเหลือฝร่ังกีผ่ ล
เชน่ โจทย์ถามอะไร นักเรยี นตอ้ งตอบค�ำ ถามก่ีคำ�ถาม เฉลย | 45สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(2 คำ�ถาม) คำ�ถามอะไรบ้าง (แม่จัดขนมกล้วยไดก้ ถี่ งุ และ
ประโยคสัญลกั ษณ์ 50 ÷ 9 =
ตอบ จะต้องใชถ้ งุ ๕ ใบ และเหลือฝร่ัง ๕ ผล
เหลอื ขนมกลว้ ยก่ีช้นิ ) จะหาคำ�ตอบไดอ้ ยา่ งไร นกั เรียนอาจ หนังสือเรียนรายวิชาพืน้ ฐาน | คณติ ศาสตร์ ป.2
จะยังคิดวธิ หี าคำ�ตอบไมไ่ ด้ ครอู าจใชต้ วั นับแทนขนมตาล บทท่ี 6 | การหาร
32 ชนิ้ จากนั้นให้จัดเป็นกอง กองละ 5 ช้ิน เพือ่ ใหน้ กั เรียน
สงั เกตว่าสามารถใชก้ ารหารในการหาค�ำ ตอบ แตเ่ ปน็ แมม่ ไี ขไ่ ก ่ 40 ฟอง จัดใสต่ ะกร้า 6 ใบ ใบละเท่า ๆ กัน ตะกร้าแต่ละใบ
การหารไม่ลงตัว เม่ือได้คำ�ตอบแล้ว ครคู วรใหน้ ักเรียนตรวจ มีไขไ่ กก่ ี่ฟอง และเหลอื ไขไ่ กก่ ฟี่ อง
คำ�ตอบโดยน�ำ คำ�ตอบทไ่ี ด้ คณู กับตัวหารแล้วน�ำ ไปบวกกบั โจทย์ถาม ตะกร้าแต่ละใบมีไข่ไกก่ ี่ฟอง และเหลอื ไข่ไก่กีฟ่ อง
โจทย์บอก แม่มไี ขไ่ ก ่ 40 ฟอง จัดใส่ตะกรา้ 6 ใบ ใบละเทา่ ๆ กัน
หาคำาตอบไดอ้ ย่างไร
ไข่ไก่ 40 ฟอง ใสต่ ะกร้า 6 ใบ ใบละเท่า ๆ กัน
หาจำานวนไขไ่ กใ่ นตะกร้าแตล่ ะใบได้จาก
40 หารดว้ ย 6
เศษได้ผลลัพธเ์ ท่ากับตวั ตัง้ จากน้นั ครใู ห้นักเรียนช่วยกัน ประโยคสญั ลกั ษณ์ 40 ÷ 6 =
วเิ คราะหโ์ จทย์ เขียนประโยคสัญลกั ษณ์และหาคำ�ตอบ 40 ÷ 6 ได ้ 6 เศษ 4
ในกรอบทา้ ยหน้า 45 เม่อื ได้คำ�ตอบแล้วครูควรใหน้ ักเรยี น ตอบ ตะกรา้ แต่ละใบมไี ขไ่ ก่ ๖ ฟอง
และเหลือไขไก ่ ๔ ฟอง
ตรวจคำาตอบ
ตะกร้า 6 ใบ มีไข่ไกใ่ บละ 6 ฟอง ได ้ 6 × 6 = 36 ฟอง
รวมกับท่ีเหลือ 4 ฟอง เป็น 40 ฟอง
ตรวจสอบค�ำ ตอบ จากน้นั ครแู ละนกั เรียนชว่ ยกันตรวจสอบ เขยี นประโยคสัญลกั ษณ แ์ ละหาคำาตอบ
ความถูกตอ้ ง
พอ่ มีส้ม 25 ผล ต้องการแบ่งใหต้ ้อม ตา่ ย และตุก๊ คนละเท่า ๆ กนั
2. ครใู หน้ กั เรยี นอา่ นโจทยต์ ามหนงั สอื เรยี นหนา้ 46 ต้อม ตา่ ย และตกุ๊ ได้สม้ คนละก่ผี ล และพ่อเหลอื ส้มกผ่ี ล
แลว้ ครูใช้ค�ำ ถามใหน้ ักเรียนได้วิเคราะห์โจทย์ เช่น
เฉลย
46 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ประโยคสัญลกั ษณ์ 25 ÷ 3 =
ตอบ ตอ้ ม ต่าย และตุ๊กได้ส้มคนละ ๘ ผล และพอ่ เหลือสม้ ๑ ผล
โจทย์ถามอะไร นกั เรยี นตอ้ งตอบค�ำ ถามกคี่ ำ�ถาม (2 ค�ำ ถาม) คำ�ถามอะไรบ้าง (ตะกรา้ แตล่ ะใบมี
ไขไ่ ก่กฟี่ อง และเหลอื ไขไ่ กก่ ฟี่ อง) โจทย์บอกอะไร จะหาค�ำ ตอบไดอ้ ย่างไร นกั เรยี นอาจจะยงั หา
ค�ำ ตอบไม่ได้ ครูอาจใช้ตวั นบั แทนไข่ 40 ฟอง หรอื วาดภาพประกอบ จากน้นั ให้แบ่งตามเง่ือนไข
ท่ีกำ�หนด เพ่อื ใหน้ กั เรยี นสงั เกตวา่ สามารถใชก้ ารหารในการหาคำ�ตอบได้ แต่เปน็ การหารไม่ลงตวั
เมอื่ ไดค้ �ำ ตอบแล้ว ครูควรใหน้ ักเรียนตรวจค�ำ ตอบ จากนน้ั ครูให้นักเรียนช่วยกนั วเิ คราะห์โจทย์
เขียนประโยคสญั ลกั ษณ์และหาคำ�ตอบในกรอบทา้ ยหน้า 46 เมื่อไดค้ �ำ ตอบแลว้ ครคู วรให้นักเรียน
ตรวจสอบคำ�ตอบ จากนัน้ ครแู ละนักเรยี นช่วยกันตรวจสอบความถกู ต้อง
| 27สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คมู่ ือครูรายวชิ าพนื้ ฐานคณติ ศาสตร์ บทที่ 6 | การหาร
ช้ันประถมศึกษาปีที่ 2 เลม่ 2
3. ครใู หน้ กั เรยี นอา่ นโจทยต์ ามหนงั สอื เรยี นหนา้ 47 หนงั สือเรียนรายวิชาพ้นื ฐาน | คณิตศาสตร์ ป.2
แลว้ ครูใชค้ ำ�ถามใหน้ กั เรียนได้วิเคราะหโ์ จทย์ว่า บทท่ี 6 | การหาร
โจทยถ์ ามอะไร โจทย์บอกอะไร นกั เรียนควรตอบไดว้ า่
ปา้ มขี นมถ้วย 20 ถว้ ย จดั ใสจ่ าน จานละเท่า ๆ กนั ได ้ 6 จาน
โจทย์ถาม ป้าจดั ขนมถ้วยจานละกี่ถว้ ย และเหลอื ขนมถว้ ยอีก 2 ถว้ ย ป้าจัดขนมถ้วยจานละก่ีถว้ ย
โจทยบ์ อก ป้ามีขนมถ้วย 20 ถว้ ย จดั ใส่จาน
จานละเทา่ ๆ กนั ได้ 6 จาน และเหลือขนมถ้วยอีก 2 ถว้ ย โจทยถ์ าม ปา้ จัดขนมถ้วยจานละกถ่ี ว้ ย
ครูถามนกั เรยี นวา่ ตอ้ งวิเคราะหส์ ง่ิ ที่โจทย์บอก โจทย์บอก ป้ามีขนมถว้ ย 20 ถว้ ย จัดใสจ่ าน จานละเท่า ๆ กัน ได ้ 6 จาน
อย่างไร (เม่ือจัดขนมถว้ ยใส่จานแลว้ ยงั เหลือขนมถ้วยอกี และเหลอื ขนมถว้ ยอกี 2 ถว้ ย
2 ถว้ ย) ครูถามต่อไปว่า ถา้ จัดขนมถว้ ยแล้วยังเหลอื อกี
แสดงวา่ จดั ได้พอดหี รือไม่ นักเรียนตอบว่าจดั ไดไ้ ม่พอดี ป้าจัดขนมถว้ ยจานละกถ่ี ว้ ย หาได้อย่างไร
ครถู ามต่อไปว่า ถา้ จัดแล้วไม่พอดีแสดงวา่ ขนมถ้วยทเ่ี หลอื
ต้องเปน็ เศษใชห่ รอื ไม่ (ใช)่ ดงั น้นั ในการหาค�ำ ตอบตอ้ งน�ำ ขนมถ�วยทจี่ ะจัดใสจ� าน เหลอื 2 ถ�วย
เศษมาลบออกจากขนมถ้วยที่มอี ย ู่ จงึ ได้วา่ 20 – 2 = 18
แล้วจงึ นำ� 18 ไปหารด้วย 6 ไดผ้ ลหารคอื 3 เป็นค�ำ ตอบ ขนมถว้ ย 20 ถ้วย จดั ใสจ่ านแล้วเหลอื 2 ถ้วย
ถ้านกั เรยี นยังไม่เข้าใจ ครอู าจใช้ตวั นบั หรือวาดรูปแทน ดงั นั้น ขนมถว้ ยทีจ่ ะจดั ใสจ่ าน 20 − 2 = 18 ถ้วย
ขนมถว้ ย 20 ถว้ ย แลว้ จดั เปน็ กอง 6 กอง กองละเทา่ ๆ กนั
ไดก้ องละ 3 ถว้ ย และเหลอื ตวั นบั 2 ตวั ดงั นน้ั ค�ำ ตอบคอื 3 ขนมถว้ ย 18 ถ้วย จดั ใสจ่ าน 6 จาน จานละเท่า ๆ กนั
ครูควรให้นักเรียนตรวจค�ำ ตอบ
หาจำานวนขนมถว้ ยในแต่ละจานได้จาก 18 หารด้วย 6
18 ÷ 6 = 3
ตอบ ปา้ จดั ขนมถ้วยจานละ ๓ ถ้วย
ตรวจคำาตอบ
ขนมถ้วย 6 จาน จานละ 3 ถ้วย มขี นมถ้วย 6 × 3 = 18 ถ้วย
รวมกบั ท่ีเหลือ 2 ถ้วย ดังนั้น มีขนมถว้ ยทง้ั หมด 18 + 2 = 20 ถว้ ย
หาคาำ ตอบ
เฉลย ปา้ มีแตงกวา 27 ผล จดั ใส่ถุง ถงุ ละ 4 ผล เหลือแตงกวา 3 ผล
ป้าจัดแตงกวาไดก้ ถ่ี งุ
ตอบ ป้าจัดแตงกวาได้ ๖ ถงุ | 47สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หนังสือเรยี นรายวิชาพน้ื ฐาน | คณิตศาสตร์ ป.2
บทที่ 6 | การหาร
ตรวจสอบความเขา้ ใจ
เขียนประโยคสัญลักษณ์ และหาคาำ ตอบ
1 แกว้ ตามดี อกบัว 38 ดอก จดั เปน็ กาำ กาำ ละ 5 ดอก จะไดท้ ้ังหมดกกี่ ำา
และเหลือดอกบัวก่ดี อก
การตรวจสอบความเขา้ ใจ 2 เดก็ 6 คน ต้องการแบ่งการด์ 50 ใบ ใหไ้ ด้คนละเท่า ๆ กนั แต่ละคน
จะไดก้ าร์ดคนละกใ่ี บ และเหลอื การ์ดก่ใี บ
4. ตรวจสอบความเขา้ ใจของนกั เรียน โดยใหเ้ ขยี น
ประโยคสญั ลกั ษณแ์ ละหาค�ำ ตอบ ตามหนงั สอื เรยี นหนา้ 48
ซ่งึ ในขอ้ 2 นักเรียนตอ้ งวเิ คราะห์โจทยเ์ พอื่ หา ตัวตง้ั และ สิง่ ทไี่ ด้เรยี นรู้
ตวั หารกอ่ น จงึ จะเขยี นประโยคสญั ลกั ษณก์ ารหารได้
การแกโ้ จทยป์ ญั หาอาจทาำ ไดโ้ ดยอา่ นทาำ ความเขา้ ใจปญั หา วางแผนแกป้ ญั หา
หาคาำ ตอบ และตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำาตอบ
จากนน้ั ครูและนกั เรียนรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ งและ แบบฝกึ หดั 6.11
สรปุ สง่ิ ทไ่ี ดเ้ รยี นร ู้ ถา้ พบวา่ มนี กั เรยี นทเ่ี ขยี นประโยคสญั ลกั ษณ์
และหาค�ำ ตอบไมถ่ กู ตอ้ ง ครคู วรใหน้ กั เรยี นฝกึ วเิ คราะหโ์ จทย์ 48 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เขยี นประโยคสญั ลกั ษณแ์ ละหาค�ำ ตอบเปน็ รายบคุ คล
เฉลย
สิง่ ท่ไี ดเ้ รยี นรู้ 1. ประโยคสัญลกั ษณ์ 38 ÷ 5 =
38 ÷ 5 ได้ 7 เศษ 3
ตอบ จะไดท้ ้งั หมด ๗ ก�ำ และเหลือดอกบัว ๓ ดอก
2. ประโยคสญั ลกั ษณ์ 50 ÷ 6 =
50 ÷ 6 ได้ 8 เศษ 2
ตอบ จะไดก้ ารด์ คนละ ๘ ใบ และเหลอื การด์ ๒ ใบ
การแกโ้ จทยป์ ัญหาทำ�ได้โดยอ่านทำ�ความเข้าใจปัญหา
วางแผนแกป้ ญั หา หาคำ�ตอบ และตรวจสอบความสมเหตุสมผลของค�ำ ตอบ
จากนน้ั ให้นกั เรยี นท�ำ แบบฝึกหดั 6.11 หนา้ 27 - 29
28 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
บทท่ี 6 | การหาร คู่มือครูรายวชิ าพื้นฐานคณิตศาสตร์
ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 2 เล่ม 2
6.12 การสร้างโจทยป์ ัญหาการหารจากภาพ หนงั สือเรยี นรายวิชาพนื้ ฐาน | คณิตศาสตร ์ ป.2
(1 ชวั่ โมง) บทที่ 6 | การหาร
จุดประสงค์ 6.12 การสร้างโจทย์ปัญหาการหารจากภาพ
สร้างโจทย์ปัญหาการหารจากภาพและ พฒั นาความรู้
เขียนประโยคสญั ลักษณ์ มีดอกบวั 21 ดอก
จะจดั กำละ 3 ดอก
ส่อื การเรยี นรู้ แมม่ ดี อกบัว 21 ดอก จะจัดเปน็ กำา กำาละ 3 ดอก
− บัตรภาพ การสรา้ งโจทยป์ ญั หาตอ้ งมีทัง้ ส่วนท่โี จทย์บอก และ
สว่ นทีโ่ จทย์ถาม จากภาพสร้างโจทยป์ ญั หาการหารไดอ้ ย่างไร
แม่มดี อกบวั 21 ดอก จะจัดเปน็ กาำ กำาละ 3 ดอก จะจดั ได้กก่ี ำา
แนวการจัดการเรยี นรู้ โจทยป์ ัญหา แมม่ ดี อกบัว 21 ดอก จะจัดเป็นกำา กำาละ 3 ดอก จะจดั ได้ก่กี ำา
การพฒั นาความรู้ โจทย์ถาม จะจดั ไดก้ ีก่ าำ
โจทยบ์ อก แมม่ ดี อกบัว 21 ดอก จะจดั เปน็ กาำ กาำ ละ 3 ดอก
1. ในการสอนการสรา้ งโจทย์ปัญหาจากภาพ ประโยคสญั ลักษณ์ 21 ÷ 3 =
โจทยป์ ญั หาทสี่ รา้ งมคี ำาตอบเปน็ เทา่ ไร
| 49สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ครูควรใหน้ กั เรยี นสงั เกตภาพแลว้ บอกสิ่งทีเ่ ห็นจากภาพ
เพ่ือน�ำ มาสร้างโจทย์ปญั หาในสว่ นทีโ่ จทย์บอก จากน้นั จงึ หนงั สือเรยี นรายวิชาพน้ื ฐาน | คณิตศาสตร์ ป.2
ให้เขยี นสว่ นท่โี จทยถ์ าม เมื่อไดโ้ จทยป์ ญั หาท่ีสมบูรณ์ บทท่ี 6 | การหาร
มโี ดนทั 28 ชิ้น
ครคู วรใหน้ กั เรยี นอ่านโจทยแ์ ละพจิ ารณาความเป็นไปได้
ของโจทย์ จากน้นั ใหน้ กั เรียนบอกสว่ นที่โจทย์ถามและ พวกเราม ี 7 คน
โจทย์บอกอีกคร้งั แล้วจงึ เขียนประโยคสัญลักษณ์ ครอู าจ
จากภาพ สรา้ งโจทยป์ ญั หาการหาร
และเขยี นประโยคสัญลักษณ์ได้อย่างไร
ใหน้ กั เรยี นหาค�ำ ตอบและตรวจสอบค�ำ ตอบรว่ มกนั เชน่ เด็ก 7 คน ต้องการแบง่ โดนทั 28 ชน้ิ ให้ทกุ คน
จากภาพตามหนังสือเรยี นหนา้ 49 ครูถามนกั เรียนวา่ คนละเทา่ ๆ กัน เด็กแตล่ ะคนจะไดโ้ ดนทั คนละกี่ช้ิน
จากภาพนักเรยี นเหน็ อะไรบ้าง (แม่ของขนุ กำ�ลงั จะจัด ประโยคสัญลกั ษณ์ 28 ÷ 7 =
มลี กู ชน้ิ 48 ลูก
เสยี บลกู ช้ินขายไม้ละ 5 ลกู
ดอกบัว 21 ดอก จัดเปน็ ก�ำ ก�ำ ละ 3 ดอก) ครถู าม
นักเรียนต่อไปวา่ จะสร้างโจทย์ปญั หาการหารในส่วนที่ จากภาพ สร้างโจทย์ปญั หาการหาร
โจทย์ถามอยา่ งไร (แมจ่ ะจัดดอกบวั ไดก้ ีก่ �ำ ) ครถู ามวา่ และเขยี นประโยคสญั ลักษณ์ไดอ้ ย่างไร
เขียนเป็นโจทยป์ ัญหาทส่ี มบูรณ์ไดอ้ ย่างไร (แมม่ ดี อกบวั
แม่ค้ามลี กู ชน้ิ 48 ลกู เสยี บลูกชน้ิ ขายไมล้ ะ 5 ลกู
แม่คา้ จะได้ลูกชน้ิ กี่ไม ้
ประโยคสญั ลกั ษณ์ 48 ÷ 5 =
50 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
21 ดอก จดั เปน็ กำ� กำ�ละ 3 ดอก จะจัดได้กีก่ ำ�) ครูถาม
ตอ่ ไปวา่ มนี ักเรียนคนใดทีค่ ดิ ต่างจากน้หี รอื ไม่ ถา้ ไมม่ ี
ครูถามวา่ จากโจทยป์ ัญหาท่ีสรา้ งนกั เรียนจะรู้ได้อยา่ งไรวา่ สรา้ งโจทยป์ ัญหาการหารไดถ้ กู ตอ้ ง
ครแู นะนำ�ว่า โจทยป์ ญั หาทส่ี ร้างควรมีความเปน็ ไปไดแ้ ละสามารถหาคำ�ตอบได ้ ส่วนท่ีโจทย์ถามและ
สว่ นท่ีโจทยบ์ อกคืออะไร ถ้าสามารถตรวจสอบได้ตามนี้แสดงว่าโจทย์ปัญหาการหารท่ีสรา้ งม ี
ความถกู ตอ้ งสมบรู ณ์ เมอ่ื สรา้ งโจทยป์ ญั หาแลว้ ครใู หน้ กั เรยี นเขยี นเปน็ ประโยคสญั ลกั ษณพ์ รอ้ มทง้ั หาค�ำ ตอบ
2. ครูให้นักเรียนดูภาพตามหนงั สือเรยี นหน้า 50 แล้วจดั กจิ กรรมการสอนท�ำ นองเดยี วกบั
การสอนหน้า 49
| 29สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คมู่ ือครรู ายวชิ าพ้ืนฐานคณติ ศาสตร์ บทท่ี 6 | การหาร
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 2 เล่ม 2
หนงั สอื เรียนรายวิชาพืน้ ฐาน | คณิตศาสตร์ ป.2
หนังสือเรียนรายวชิ าพ้นื ฐาน | คณติ ศาสตร ์ ป.2 บทท่ี 6 | การหาร
บทท่ี 6 | การหาร
ตรวจสอบความเข้าใจ
จากภาพ สร้างโจทย์ปัญหาการหารและเขยี นประโยคสัญลักษณ์
1 จัดใส่กลอ่ ง กล่องละ 4 ฟอง จากภาพ สรา้ งโจทยป์ ญั หาการหารและเขียนประโยคสัญลักษณ์
1
มนี กั เรียนทั้งหมด 30 คน
จัดเป็นกลมุ่ กลุ่มละ 6 คน
เฉลย ไขไ� ก� 34 ฟอง
ขุนมีไข่ไก่ 34 ฟอง จัดใสก่ ลอ่ ง กลอ่ งละ 4 ฟอง ขุนจะจัดได้กก่ี ล่อง และเหลอื ไข่ไกก่ ่ฟี อง จดั มังคุดใส่จาน จานละ 4 ผล
ประโยคสญั ลักษณ์ 34 ÷ 4 = มเี งิน 35 บาท 2
2
ฟองละ 5 บาท มงั คุด 28 ผล
เฉลย สงิ่ ทไี่ ด้เรียนรู้
ต้นกลา้ มเี งนิ 35 บาท ซอื้ ไข่ไก่ฟองละ 5 บาท ต้นกล้าจะได้ไข่ไกก่ ฟี่ อง
ประโยคสญั ลกั ษณ์ 35 ÷ 5 = การสร้างโจทยป์ ญั หาตอ้ งมีท้ังส่วนท่โี จทย์บอกและ
สว่ นทโ่ี จทยถ์ าม นอกจากนโ้ี จทยป์ ญั หาทส่ี รา้ งตอ้ งมคี วามเปน็ ไปได้
โจทยป์ ัญหาทสี่ ร้างมีคาำ ตอบเปน็ เทา่ ไร
หมายเหตุ : ค�ำ ตอบมีหลากหลาย ข้นึ อยูก่ ับดลุ ยพนิ ิจของครู | 51 แบบฝกึ หัด 6.12
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เฉลย 52 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
1. มนี กั เรยี นท้งั หมด 30 คน จดั เปน็ กลุม่ กลุ่มละ 6 คน จะไดน้ ักเรียนก่กี ลมุ่
ประโยคสญั ลกั ษณ์ 30 ÷ 6 =
3. ครูแบง่ นักเรยี นเป็นกลุม่ ใหน้ ักเรยี น 2. ใบบวั มมี ังคดุ 28 ผล จัดมังคุดใส่จาน จานละ 4 ผล ใบบัวจะจัดมังคดุ ไดก้ จ่ี าน
ประโยคสัญลักษณ์ 28 ÷ 4 =
แตล่ ะกลมุ่ ชว่ ยกนั สรา้ งโจทยป์ ญั หาการหารจากภาพ หมายเหตุ : คำ�ตอบมหี ลากหลาย ขึน้ อยู่กับดุลยพนิ ิจของครู
และเขียนประโยคสัญลักษณ์ ตามหนงั สือเรียนหน้า 51 แลว้ ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มออกมาน�ำ เสนอ
โจทยป์ ญั หาทส่ี รา้ งขน้ึ สว่ นทโ่ี จทยบ์ อก สว่ นทโ่ี จทยถ์ าม เขยี นประโยคสญั ลกั ษณแ์ ละหาค�ำ ตอบ
พร้อมท้งั ตรวจสอบคำ�ตอบ ครูและนักเรียนช่วยกนั ตรวจสอบความเป็นไปไดข้ องโจทย์ปัญหาทสี่ ร้าง
การตรวจสอบความเข้าใจ
4. ตรวจสอบความเข้าใจของนกั เรยี น โดยใหส้ รา้ งโจทย์ปญั หาการหารและเขยี นประโยค
สัญลักษณ์จากภาพทีก่ �ำ หนด ตามหนังสอื เรียนหนา้ 52 ครคู วรพิจารณาความเป็นไปได้ของโจทย์
ทนี่ ักเรยี นสร้างว่ามีความเปน็ ไปได้หรอื ไม่ จากนั้นครูและนกั เรยี นร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
และสรปุ สงิ่ ที่ไดเ้ รยี นรู ้ ถา้ พบว่ามีนกั เรยี นท่ีสรา้ งโจทยป์ ญั หาการหารและเขียนประโยคสญั ลกั ษณ์
จากภาพไมถ่ ูกต้อง ครูควรใหน้ ักเรียนฝึกสร้างโจทย์ปัญหาและเขียนประโยคสัญลกั ษณจ์ ากภาพ
ท่งี ่าย ๆ ไมซ่ บั ซอ้ นเปน็ รายบุคคล
ส่ิงทีไ่ ดเ้ รียนรู้
การสรา้ งโจทย์ปัญหาตอ้ งมที งั้ ส่วนทโ่ี จทยบ์ อกและส่วนท่ีโจทยถ์ าม นอกจากนี้โจทยป์ ญั หาท่ีสรา้ งตอ้ ง
มคี วามเป็นไปได้
จากนนั้ ใหน้ กั เรียนท�ำ แบบฝกึ หดั 6.12 หนา้ 30 - 32
30 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
บทท่ี 6 | การหาร ค่มู อื ครูรายวิชาพ้นื ฐานคณิตศาสตร์
ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 2 เล่ม 2
6.13 การสรา้ งโจทยป์ ญั หาการหารจากประโยคสัญลกั ษณ์ (1 ชัว่ โมง)
จุดประสงค์
สร้างโจทย์ปัญหาการหารจากประโยคสญั ลักษณ์ หนงั สือเรยี นรายวิชาพ้ืนฐาน | คณติ ศาสตร์ ป.2
บทที่ 6 | การหาร
สื่อการเรียนรู้
6.13 การสร้างโจทยป์ ัญหาการหาร
− จากประโยคสัญลักษณ์
พฒั นาความรู้
แนวการจัดการเรียนรู้
การพฒั นาความรู้ ลกู ละ 4 บาท
1. ครกู ำ�หนดประโยคสญั ลักษณ์แสดงการหาร ชว่ ยกันสร้างโจทยป์ ญั หาจากประโยคสัญลกั ษณ์ 20 ÷ 4 =
เพ่ือใหน้ กั เรียนสรา้ งโจทย์ปัญหาจากประโยคสัญลักษณ์ พรอ้ มทง้ั บอกสว่ นทีโ่ จทยถ์ ามและส่วนท่โี จทย์บอก
ท่ีก�ำ หนด ครูอาจใหน้ ักเรยี นดภู าพแลว้ บอกสง่ิ ท่ีเหน็
จากภาพ เพอ่ื นำ�มาสร้างโจทยป์ ัญหาการหาร เมือ่ นกั เรยี น แม่คา้ จดั ลูกชุบ 20 ลกู ใสก่ ลอ่ ง กล่องละ 4 ลกู
แมค่ ้าตอ้ งใชก้ ล่องกีใ่ บ
โจทย์ถาม แมค่ า้ ตอ้ งใช้กล่องก่ใี บ
โจทย์บอก แม่คา้ จดั ลูกชบุ 20 ลกู ใสก่ ล่อง กลอ่ งละ 4 ลูก
สร้างโจทย์ปัญหาแลว้ ครูควรให้นกั เรียนอา่ นโจทยแ์ ละ มีเงิน 20 บาท ซอ้ื ลกู ชบุ ลกู ละ 4 บาท ไดล้ กู ชุบกีล่ ูก
พิจารณาความเปน็ ไปได้ของโจทย์ อาจใหน้ กั เรยี นบอก
ส่วนท่โี จทย์ถามและโจทยบ์ อกอกี คร้ัง ซ่ึงในการสรา้ งโจทย์ โจทยถ์ าม ได้ลูกชบุ ก่ลี กู
โจทย์บอก มีเงนิ 20 บาท ซ้อื ลูกชบุ ลูกละ 4 บาท
| 53สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ปัญหาการหารจากประโยคสญั ลกั ษณ์ ครูควรให้นักเรียน หนังสอื เรยี นรายวิชาพ้นื ฐาน | คณติ ศาสตร์ ป.2
สรา้ งโจทยป์ ญั หาการหารโดยไมต่ อ้ งใช้ภาพก่อน บทที่ 6 | การหาร
ถ้านกั เรียนสามารถสร้างโจทยป์ ญั หาไดก้ ็ไม่จ�ำ เปน็
สรา้ งโจทย์ปญั หาจากประโยคสัญลักษณ์ 48 ÷ 6 =
ตอ้ งใช้ภาพ แตถ่ ้ามีนกั เรยี นทีไ่ ม่สามารถสร้างโจทย์ปัญหา แมเ่ กบ็ ไขเ่ ปด็ มา 48 ฟอง แบง่ ใสก่ ลอ่ ง กลอ่ งละ 6 ฟอง
แมต่ ้องใชก้ ล่องกใี่ บจึงจะใสไ่ ข่เปด็ ได้หมด
การหารจากประโยคสญั ลักษณ์ได้ ครูอาจใช้ภาพใน พอ่ คา้ มีข้าวโพด 48 ฝกั จัดเปน็ มดั 6 มดั มัดละเท่า ๆ กนั
หนังสือเรยี นหน้า 53 เพ่อื ใหน้ กั เรียนมขี อ้ มูลทีจ่ ะนำ�มาใช้ พ่อคา้ จะไดข้ า้ วโพดมดั ละกฝี่ ัก
ในการสร้างโจทย์ปัญหา
สรา้ งโจทย์ปญั หาจากประโยคสัญลกั ษณ์ 61 ÷ 7 =
2. ครกู ำ�หนดประโยคสญั ลักษณ์แสดงการหาร
แลว้ ใหน้ กั เรียนชว่ ยกนั สรา้ งโจทยป์ ญั หาการหารจาก 61 ÷ 7 เป็นการหารไมล่ งตัว
ประโยคสญั ลกั ษณ์ เมื่อสร้างโจทยป์ ัญหาแล้วใหน้ กั เรยี น
ดนิ สอ 61 แท่ง จดั ใส่กล่อง 7 กล่อง กล่องละเท่า ๆ กัน
จะได้กล่องละกแี่ ทง่ และเหลือดนิ สอกี่แท่ง
เชือกยาว 61 เมตร ตอ้ งการตดั เชือกยาวเส้นละ 7 เมตร
จะตดั เชือกได้ก่เี ส้น และเหลือเชอื กยาวกเ่ี มตร
บอกส่วนที่โจทย์ถาม และส่วนทีโ่ จทย์บอก พรอ้ มท้งั บอกว่า โจทย์ปัญหาท่สี รา้ งควรมคี วามเปน็ ไปได้
โจทยป์ ญั หาทีส่ ร้างมีความเป็นไปได้หรอื ไม่ และชว่ ยกนั หา ช่วยกันหาคาำ ตอบของโจทยป์ ัญหาทีน่ กั เรียนสรา้ ง
คำ�ตอบจากโจทยป์ ญั หาที่นกั เรียนสรา้ ง จากนัน้ ใหน้ กั เรยี น 54 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สร้างโจทย์ปญั หาการหารด้วยตนเอง ครูใหน้ กั เรยี น อ่านโจทยแ์ ละพจิ ารณาความเปน็ ไปไดข้ องโจทย์
และใหน้ ักเรียนบอกส่วนที่โจทยถ์ ามและสว่ นท่ี โจทย์บอกอกี ครง้ั ครยู กตัวอยา่ งการสรา้ งโจทย์ปญั หา
การหารจากประโยคสัญลักษณ์ที่เป็นการหารไมล่ งตัว ตามหนงั สือเรยี นหนา้ 54 โดยก่อนจะให้
นกั เรยี นสร้างโจทย์ปัญหาน้นั ครูควรถามนักเรยี นกอ่ นวา่ จากประโยคสัญลกั ษณ์น้เี ป็นการหารลงตัว
หรอื ไม่ลงตัว ถา้ เปน็ การหารลงตัว การตงั้ ค�ำ ถามในสว่ นท่โี จทย์ถามจะมคี �ำ ถามเดียว แตถ่ า้ เปน็
การหารไมล่ งตวั การตง้ั ค�ำ ถามในสว่ นทโ่ี จทยถ์ ามจะมี 2 ค�ำ ถาม ตามตวั อยา่ งในหนงั สอื เรยี นหนา้ 54
| 31สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คู่มอื ครูรายวิชาพ้ืนฐานคณติ ศาสตร์ บทท่ี 6 | การหาร
ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 2 เลม่ 2
หนังสือเรยี นรายวิชาพื้นฐาน | คณิตศาสตร์ ป.2 หนังสอื เรียนรายวิชาพ้นื ฐาน | คณติ ศาสตร์ ป.2
บทที่ 6 | การหาร บทที่ 6 | การหาร
สร้างโจทย์ปญั หาจากประโยคสญั ลักษณ์ ตรวจสอบความเขา้ ใจ
54 ÷ 9 = สรา้ งโจทยป์ ญั หาจากประโยคสญั ลักษณ์
แกว้ ตามลี ูกปัด 54 เม็ด รอ้ ยสรอ้ ยขอ้ มอื 1 42 ÷ 7 =
เส้นละ 9 เม็ด จะรอ้ ยลูกปดั ได้กเี่ ส้น
ออมสินเก็บเงินวนั ละ 7 บาท ไดเ้ งนิ ท้งั หมด 42 บาท
ครมู ีดินสอ 54 แทง่ แบง่ ใหน้ ักเรยี น 9 คน ออมสินใชเ้ วลาเก็บเงนิ กี่วนั
คนละเท่า ๆ กัน นกั เรียนจะได้ดนิ สอคนละกแี่ ท่ง
2 31 ÷ 5 =
72 ÷ 8 = 31 ÷ 5 เป็นการหารไมล่ งตวั
ใบบัวเกบ็ มะนาวได้ 72 ผล แบง่ ใสถ่ ุง ถงุ ละ 8 ผล ขนุ มีหนงั สือ 31 เลม่ จดั เขา้ ชนั้ วางหนังสอื ชนั้ ละ 5 เลม่ ไดก้ ่ชี ั้น
จะไดม้ ะนาวก่ถี ุง และเหลอื หนงั สอื กเี่ ลม่
เชือกเสน้ หน่งึ ยาว 72 เซนติเมตร ต้องการตัด
เชือกยาวเสน้ ละ 8 เซนตเิ มตร จะตัดเชือกได้กเี่ ส้น หมายเหตุ : คำ�ตอบมีหลากหลาย ขึ้นอยู่กบั ดลุ ยพนิ ิจของครู
โจทย์ปัญหาทีส่ รา้ งควรมคี วามเปน็ ไปได้ สิ่งทีไ่ ด้เรยี นรู้
ช่วยกนั หาคำาตอบของโจทย์ปัญหาที่นกั เรียนสรา้ ง
การสรา้ งโจทยป์ ญั หาตอ้ งมที ง้ั สว่ นทโ่ี จทยบ์ อกและสว่ นทโ่ี จทยถ์ าม
หมายเหตุ : ค�ำ ตอบมีหลากหลาย ขนึ้ อยู่กับดุลยพินิจของครู นอกจากนโ้ี จทยป์ ญั หาทส่ี รา้ งตอ้ งมคี วามเปน็ ไปได้
| 55สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แบบฝึกหดั 6.13
56 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
3. ครูแบง่ นักเรยี นเปน็ กลมุ่ ให้นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ชว่ ยกนั สร้างโจทย์ปญั หาการหาร
จากประโยคสัญลกั ษณท์ ก่ี ำ�หนดให้ ตามหนังสือเรยี นหนา้ 55 แลว้ ให้นกั เรียนแต่ละกล่มุ ออกมา
น�ำ เสนอโจทยป์ ญั หาทส่ี รา้ งขึ้น ส่วนทโ่ี จทย์บอก สว่ นท่ีโจทย์ถามและหาคำ�ตอบ พรอ้ มทั้งตรวจสอบ
คำ�ตอบ ครแู ละนกั เรยี นช่วยกนั ตรวจสอบความเปน็ ไปไดข้ องโจทย์ปัญหาทส่ี ร้าง
การตรวจสอบความเข้าใจ
4. ตรวจสอบความเขา้ ใจของนักเรียน โดยใหส้ ร้างโจทยป์ ัญหาการหารจากประโยคสญั ลกั ษณ์
ทีก่ ำ�หนด ตามหนังสอื เรยี นหนา้ 56 ครคู วรพจิ ารณาความเปน็ ไปไดข้ องโจทย์ที่นักเรยี นสร้าง
วา่ มีความเป็นไปไดห้ รอื ไม่ และในขอ้ 2 เปน็ การหารไมล่ งตวั ครคู วรตรวจสอบโจทย์ปญั หาทีส่ รา้ ง
วา่ มีส่วนทีโ่ จทย์ถามครบถว้ นหรอื ไม่ จากนน้ั ครูและนกั เรียน รว่ มกนั ตรวจสอบความถูกต้องและ
สรปุ สิ่งทไี่ ด้เรยี นรู้ ถ้าพบว่ามีนกั เรียนทีส่ ร้างโจทย์ปัญหาการหารจากประโยคสญั ลักษณไ์ ม่ถกู ตอ้ ง
ครคู วรใหน้ ักเรยี นฝึกสร้างโจทยป์ ญั หาจากประโยคสัญลักษณ์ โดยอาจใช้ภาพประกอบเปน็ รายบคุ คล
ส่ิงทีไ่ ด้เรยี นรู้
การสร้างโจทยป์ ัญหาต้องมที ง้ั ส่วนทโี่ จทย์บอกและสว่ นที่โจทยถ์ าม นอกจากนีโ้ จทยป์ ญั หาที่สร้าง
ตอ้ งมคี วามเปน็ ไปได้
จากนั้นให้นกั เรียนท�ำ แบบฝกึ หดั 6.13 หนา้ 33 – 34
32 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
บทที่ 6 | การหาร ค่มู ือครรู ายวชิ าพ้นื ฐานคณิตศาสตร์
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 2 เลม่ 2
รว่ มคดิ รว่ มท�ำ (1 ช่วั โมง) หนงั สอื เรียนรายวิชาพืน้ ฐาน | คณติ ศาสตร์ ป.2
บทท่ี 6 | การหาร
กิจกรรม แบง่ แบบไหนได้พอดบี ้าง
ร่วมคดิ ร่วมทำา
อปุ กรณ์ 1 ชดุ ประกอบดว้ ย
1. ตัวนับ 50 อัน กิจกรรม แบง่ แบบไหนได้พอดีบา้ ง
2. ถุงพลาสตกิ 10 ถงุ อปุ กรณ ์ 1 ชดุ ประกอบด้วย
3. ใบกิจกรรม 1. ตวั นบั 50 อัน 2. ถุงพลาสตกิ 10 ถุง 3. ใบกจิ กรรม
วธิ ีจัดกิจกรรม
1. ครูแบง่ นกั เรยี นเปน็ กล่มุ แลว้ แจกอุปกรณก์ ลมุ่ ละ 1 ชุด
2. ใหน้ ักเรียนแตล่ ะกล่มุ ใชต้ วั นับและถงุ พลาสตกิ ชว่ ยในการแกป้ ัญหา
สถานการณต์ ่าง ๆ ในใบกิจกรรม แลว้ นำาเสนอคำาตอบ
เตรียมสถานท่ี ตวั อย่างใบกจิ กรรม
จัดโตะ๊ เป็นกลุ่ม หรอื ให้นกั เรยี นนัง่ ในบรเิ วณทีม่ ี สถานการณ์ที่ 1 แมค่ ้ามขี นมตาลในถาด 28 ชน้ิ แม่ค้าสามารถแบ่งใสถ่ ุง
พ้ืนท่ีสำ�หรบั วางตัวนบั ถุงละเท่า ๆ กัน โดยไม่เหลือเศษ แบบใดไดบ้ า้ ง
วธิ จี ัดกิจกรรม สถานการณ์ท่ี 2 แมค่ ้ามขี นมกล้วยในถาด 36 ชนิ้ แม่คา้ สามารถแบง่ ใส่ถุง
1. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม แลว้ แจก ถงุ ละเทา่ ๆ กัน โดยใหเ้ หลือเศษไว้ 1 ชิ้น แบบใดได้บ้าง
สถานการณท์ ่ี 3 แมค่ า้ มนี ้ำาตาล 47 ถุง แตล่ ะวันต้องใช้นำา้ ตาลทำาขนม 5 ถุง
แมค่ า้ มนี ้าำ ตาลพอสำาหรบั ทำาขนมก่วี ัน
สถานการณท์ ่ี 4 คณุ ครูตอ้ งการไสก้ รอก 50 อัน แมค่ า้ ขายถุงละ 8 อัน
คณุ ครตู อ้ งซอ้ื อยา่ งนอ้ ยกถ่ี งุ จงึ จะไดไ้ สก้ รอกตามจาำ นวนทต่ี อ้ งการ
อปุ กรณก์ ลุ่มละ 1 ชุด
2. ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มใชต้ วั นับและ
ถงุ พลาสตกิ ช่วยในการแก้ปญั หาสถานการณ ์ | 57สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ตา่ ง ๆ ในใบกิจกรรม แลว้ นำ�เสนอค�ำ ตอบพร้อม
อธิบายเหตผุ ล ตวั อยา่ งค�ำ ตอบ
สถานการณท์ ่ี 1 ถุงละ 1 ช้นิ 28 ถงุ
หลงั จากจดั กจิ กรรมในแตล่ ะสถานการณ์ ถุงละ 28 ช้ิน 1 ถงุ
เสร็จแลว้ ครคู วรให้นกั เรียนไดอ้ ภิปรายรว่ มกัน ถุงละ 2 ชน้ิ 14 ถงุ
เชน่ ในสถานการณท์ ่ี 1 เราตอ้ งการหาวา่ มี ถงุ ละ 14 ชน้ิ 2 ถุง
จ�ำ นวนใดบ้างท่ีหาร 28 ลงตัว ซึง่ มหี ลายจ�ำ นวน ถงุ ละ 4 ช้ิน 7 ถุง
อาจใช้ตวั นับช่วยในการหาคำ�ตอบ เม่ือไดค้ �ำ ตอบ ถงุ ละ 7 ชนิ้ 4 ถุง
แล้วจะสังเกตได้ว่า อาจใชค้ วามสมั พนั ธข์ อง สถานการณท์ ี่ 2 ถุงละ 1 ชิน้ 35 ถุง
ถุงละ 35 ช้นิ 1 ถุง
ถงุ ละ 5 ชิ้น 7 ถงุ
ถงุ ละ 7 ช้นิ 5 ถุง
สถานการณ์ที่ 3 9 วนั
สถานการณ์ท่ี 4 7 ถงุ
การคณู และการหารชว่ ยในการหาค�ำ ตอบได้ เชน่
ถ้าต้องการหาว่า มจี �ำ นวนใดบา้ งทีห่ าร 28 ลงตวั คอื การหาว่า จ�ำ นวนใดบา้ งทีค่ ูณกันแล้วได้ 28
ไดแ้ ก่ 1 × 28 2 × 14 4 × 7 หรือในสถานการณท์ ่ี 2 นักเรียนอาจแกป้ ญั หาน�ำ ตวั นบั มา 36 อัน
แลว้ หยิบออกไป 1 อนั จะเหลือตวั นับ 35 อัน แล้วจงึ น�ำ ไปแบง่ ตามเง่อื นไขที่ก�ำ หนด ซ่ึงสามารถ
แบง่ ไดห้ ลากหลาย อาจใชว้ ธิ เี ดยี วกบั การแกป้ ญั หาในสถานการณท์ ่ี 1 ส�ำ หรบั สถานการณท์ ่ี 3 และ 4
เปน็ สถานการณ์ทีใ่ ห้นกั เรยี นได้อภปิ รายถงึ ค�ำ ตอบท่ไี ด้ เช่น สถานการณ์ท่ี 3 แม่คา้ กจ็ ะมใี ชเ้ พียงพอ
แค่ 9 วัน แตไ่ ม่พอสำ�หรับวนั ท่ี 10 หรอื สถานการณท์ ่ี 4 ถา้ ซอื้ 6 ถงุ ก็จะได้ไส้กรอกไมเ่ พียงพอ
ดังนัน้ จงึ ต้องซ้ือ 7 ถุง เปน็ ต้น
| 33สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คมู่ อื ครูรายวิชาพื้นฐานคณติ ศาสตร์ บทท่ี 6 | การหาร
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เลม่ 2
ตัวอย่างแบบทดสอบทา้ ยบท
ตัวอยา่ งแบบทดสอบน้ใี ชใ้ นการประเมินผลระหว่างเรียนเพือ่ พัฒนานักเรยี น หากมีนักเรียนคนใด
ทไ่ี มส่ ามารถท�ำ แบบทดสอบนไ้ี ด้ ครคู วรใหน้ กั เรยี นคนนน้ั ฝกึ ทกั ษะมากขน้ึ โดยอาจใชแ้ บบฝกึ เสรมิ
ในหนังสือเสรมิ เพิ่มปัญญาของสสวท.หรอื แบบฝึกอื่นตามท่เี หน็ สมควร กอ่ นสอบครูอาจทบทวน
ความรใู้ ห้กับนักเรียนก่อน 20 - 30 นาที ซึ่งแบบทดสอบท้ายบทนีม้ ีจ�ำ นวน 10 ข้อ คะแนนเตม็
15 คะแนน ใช้เวลาในการท�ำ แบบทดสอบ 20 นาที และวเิ คราะหเ์ ป็นรายจุดประสงค์ได้ดังนี้
จุดประสงค์การเรียนรู้ ขอ้ ที่
1. หาผลหารและเศษในประโยคสญั ลกั ษณแ์ สดงการหารทตี่ ัวตัง้ ไม่เกิน ตอนท่ี 1 ขอ้ 1-3
2 หลกั ตวั หาร 1 หลกั โดยทีผ่ ลหารมี 1 หลัก ตอนที่ 2 ขอ้ 1-2
2. หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลกั ษณ์แสดงการหารทีต่ วั ต้งั ไม่เกิน ตอนที่ 1 ข้อ 4-6
2 หลัก ตวั หาร 1 หลัก โดยทผี่ ลหารมี 1 หลัก
3. แสดงวิธีหาคำ�ตอบของโจทย์ปญั หาการหาร ตอนที่ 1 ขอ้ 7-9
ตอนที่ 2 ขอ้ 3
4. สรา้ งโจทย์ปัญหาการหาร ตอนที่ 1 ขอ้ 10
ตอนท่ี 2 ข้อ 4-5
ตวั อย่างแบบทดสอบท้ายบท บทที่ 6
ตอนที่ 1 เขยี น ทับค�ำ ตอบทถี่ ูกตอ้ ง
1. ผลหารของ 63 ÷ 9 เทา่ กบั ผลหารของขอ้ ใด
ก. 21 ÷ 7 ข. 18 ÷ 9 ค. 35 ÷ 5
2. ผลหารข้อใดมากทสี่ ุด
ก. 9 ÷ 9 ข. 9 ÷ 1 ค. 9 ÷ 3
3. เศษของการหารข้อใดมีคา่ นอ้ ยที่สดุ
ก. 17 ÷ 6 ข. 50 ÷ 8 ค. 39 ÷ 4
34 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
บทท่ี 6 | การหาร คู่มือครูรายวชิ าพืน้ ฐานคณติ ศาสตร์
ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 เลม่ 2
4. 42 ÷ = 6
ก. 6 ข. 7 ค. 8
5. ÷ 4 = 6
ก. 2 ข. 10 ค. 24
6. ÷ 3 = 2 มีคำ�ตอบตรงกบั ขอ้ ใด
ก. 12 ÷ = 2
ข. ÷ 3 = 3
ค. 6 ÷ 3 =
7. แมม่ ไี ก่ทอด 20 ชิน้ แบ่งให้ ขุน ใบบัว ตน้ กลา้ และแกว้ ตา คนละเท่า ๆ กนั จะได้คนละกีช่ นิ้
ก. 10 ชน้ิ ข. 5 ชน้ิ ค. 4 ชิน้
8. ยายมขี า้ วต้มมัด 22 มดั แบ่งใส่ถุง ถงุ ละ 3 มดั จะได้ท้งั หมดกี่ถุง
ก. 7 ถุง ข. 8 ถงุ ค. 9 ถุง
9. ต้นกล้ามีลูกแกว้ 25 ลูก แบ่งใหเ้ พ่อื น 3 คน คนละเทา่ ๆ กนั เพื่อนจะได้ลกู แก้วคนละกีล่ ูก
และตน้ กล้าเหลอื ลกู แก้วก่ลี กู
ก. เพ่อื นจะไดล้ กู แก้วคนละ 7 ลกู และเหลือลกู แกว้ 4 ลกู
ข. เพ่ือนจะไดล้ กู แกว้ คนละ 8 ลูก และเหลอื ลกู แก้ว 1 ลูก
ค. เพอ่ื นจะไดล้ ูกแก้วคนละ 9 ลกู และเหลอื ลูกแกว้ 2 ลูก
10. จากประโยคสญั ลกั ษณ์ 15 ÷ 3 = สรา้ งโจทย์ปญั หาไดต้ รงกบั ข้อใด
ก. ลุงมีไก่ 15 ตวั แบ่งให้เข้มกับก้องไป 3 ตวั ลงุ เหลือไก่กต่ี วั
ข. ลงุ มีไก่ 15 ตัว แบง่ ให้หลาน 3 คน คนละเทา่ ๆ กัน หลานจะได้ไกค่ นละก่ีตวั
ค. ลุงมไี ก่ 15 ตัว แบง่ ใหห้ ลาน 3 คน หลานจะไดไ้ ก่ก่ตี วั
| 35สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คู่มอื ครรู ายวชิ าพื้นฐานคณิตศาสตร์ บทท่ี 6 | การหาร
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 2 เลม่ 2
ตอนที่ 2 เขียนค�ำ ตอบลงในช่องว่าง
1. 48 ÷ 6 =
ตอบ …………………………………………….
2. 60 ÷ 9 =
ตอบ …………………………………………….
3. คณุ ยายมมี ะนาว 50 ผล แบ่งใส่ถงุ 8 ถุง ถงุ ละเทา่ ๆ กนั จะไดถ้ งุ ละกี่ผล และเหลือมะนาวกีผ่ ล
ประโยคสญั ลักษณ์ ………………………………………………………………………………………………………
ตอบ …………………………………………………………………………………………………………………………
4. จากภาพสรา้ งโจทย์การปญั หาการหาร และเขียนประโยคสญั ลักษณ์
โจทยป์ ญั หาการหาร
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
ประโยคสญั ลักษณ์
…………………………………………………………………………………………………………………………………
5. จากประโยคสัญลักษณ์ 21 ÷ 3 = สร้างโจทย์ปัญหา
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
36 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
บทท่ี 6 | การหาร คู่มือครรู ายวิชาพ้นื ฐานคณติ ศาสตร์
ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 2 เลม่ 2
จดุ ประสงค์
เฉลยแบบทดสอบท้ายบท บทที่ 6 6. ก. 7. ข. 8. ก. 9. ข. 10. ข.
ตอนที่ 1
1. ค. 2. ข. 3. ข. 4. ข. 5. ค.
ตอนท่ี 2
1. ๘
2. ๖ เศษ ๖
3. ประโยคสัญลกั ษณ์ 50 ÷ 8 =
ตอบ จะได้มะนาวถุงละ ๖ ผล และเหลือมะนาว ๒ ผล
4. (ตัวอย่างโจทย์ปัญหา) ครมู คี พั เค้ก 32 ถว้ ย แจกคัพเค้กท้งั หมดให้นกั เรยี น 7 คน คนละเท่า ๆ กัน
จะไดค้ นละก่ถี ้วย และเหลอื คัพเคก้ กี่ถ้วย
ประโยคสัญลักษณ์ 32 ÷ 7 =
5. (ตัวอยา่ งโจทย์ปญั หา) แม่คา้ มแี อปเปลิ 21 ผล จัดใสจ่ าน จานละ 3 ผล จะจดั ได้กีจ่ าน
| 37สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คูม่ อื ครูรายวิชาพืน้ ฐานคณติ ศาสตร์ บทท่ี 7 | เวลา
ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 2 เลม่ 2
บทท่ี 7 เวลา
จุดประสงค์การเรียนรู้และสาระส�ำ คญั
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ สาระสำ�คญั
นกั เรียนสามารถ • ปฏิทินเปน็ เครื่องมือท่ีบอก วัน เดือน ป ี
1. อา่ นปฏิทิน โดย 1 ปี มี 12 เดือน
(หวั ขอ้ 7.1 – 7.3)
• เดอื นท่ีลงท้ายดว้ ย คม มี 31 วัน เดอื นที่
2. บอกเวลาเปน็ นาฬิกาและนาที (ชว่ ง 5 นาท)ี ลงทา้ ยดว้ ย ยน มี 30 วนั เดือนกุมภาพนั ธม์ ี
(หวั ขอ้ 7.4 – 7.7) 28 วนั หรอื 29 วัน
• การเขียนแสดงวนั เดือน ปี อาจเขยี นช่ือเดือน
โดยใช้คำ�ย่อหรือใชล้ �ำ ดบั ทขี่ องเดอื น และ
อาจเขียนแสดงวนั ที ่ ปีพทุ ธศักราชหรือ
ครสิ ต์ศักราชเปน็ ตวั เลขสองหลัก
• พ.ศ. เปน็ คำ�ยอ่ ของพุทธศักราช และ
ค.ศ. เปน็ คำ�ยอ่ ของคริสตศ์ ักราช
• นาฬิกาเปน็ เครอ่ื งมอื บอกเวลาอาจบอกโดยใช้
เขม็ หรอื ตวั เลข
• การบอกเวลาเปน็ นาฬกิ า เมื่อเขม็ ยาวบน
หน้าปัดนาฬกิ าช้ที ี่ตัวเลข 12 และเขม็ ส้ัน
ชท้ี ต่ี วั เลขใดจะบอกเวลาเป็นนาฬกิ าตามที่
เข็มสัน้ ช้ี
• เวลากลางวันเร่มิ ตง้ั แต่ 6 นาฬกิ า ถึงก่อน
18 นาฬิกา
• เวลากลางคนื เร่ิมต้ังแต่ 18 นาฬิกา ถึงก่อน
6 นาฬกิ า
• 1 วนั เท่ากบั 24 ชวั่ โมง และ 1 ชัว่ โมง
เท่ากับ 60 นาที
38 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
บทที่ 7 | เวลา คูม่ อื ครรู ายวชิ าพ้นื ฐานคณติ ศาสตร์
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 2 เลม่ 2
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ สาระส�ำ คัญ
นักเรยี นสามารถ
• การบอกเวลาเปน็ นาฬกิ าและนาทีใหพ้ ิจารณา
3. แกโ้ จทย์ปญั หาเก่ียวกับเวลาที่มีหนว่ ยเดีย่ ว ท่ีตำ�แหนง่ เข็มส้ันจะบอกเวลาเปน็ นาฬิกาและ
และเปน็ หน่วยเดยี วกนั เขม็ ยาวจะบอกเวลาเป็นนาที
(หวั ขอ้ 7.8)
• การบอกระยะเวลาอาจบอกเปน็ ช่วั โมงหรือ
เปน็ นาที โดยนับจากเวลาเริม่ ตน้ จนถึงเวลา
ส้นิ สุด
• นาฬิกาแบบใชต้ ัวเลขใชเ้ คร่อื งหมาย : คัน่
ระหวา่ งตัวเลขทแี่ สดงเวลาเปน็ นาฬิกากบั
ตวั เลขที่แสดงเวลาเป็นนาที โดยตัวเลข
หน้าเครอ่ื งหมาย : แสดงเวลาเปน็ นาฬิกา
ตวั เลขหลังเครื่องหมาย : แสดงเวลาเป็นนาที
• การแก้โจทยป์ ญั หาทำ�ไดโ้ ดยอา่ นทำ�ความเขา้ ใจ
ปัญหา วางแผนแกป้ ัญหา และหาคำ�ตอบ
| 39สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คมู่ อื ครรู ายวชิ าพน้ื ฐานคณติ ศาสตร์ บทท่ี 7 | เวลา
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เลม่ 2
การวเิ คราะหเ์ นื้อหากับทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์
หวั ขอ้ เนอื้ หา เวลา ทกั ษะและกระบวนการ
(ชว่ั โมง) ทางคณิตศาสตร์
12345
เตรยี มความพรอ้ ม 1
7.1 การอา่ นปฏิทนิ (1) 1
7.2 การอา่ นปฏทิ ิน (2) 1
7.3 การเขียนแสดง วนั เดือน ปี 1
7.4 การบอกเวลาเปน็ นาฬิกา 2
7.5 การบอกเวลาเป็นนาฬิกาและนาที 2
7.6 การบอกระยะเวลาเป็นช่วั โมงและนาที 2
7.7 การบอกเวลาด้วยนาฬิกาแบบใช้ตวั เลข 1
7.8 โจทยป์ ญั หาเกย่ี วกบั เวลา 2
รว่ มคดิ ร่วมทำ� 1
1 การแกป้ ญั หา 2 การสอื่ สารและการส่ือความหมายทางคณติ ศาสตร์
3 การเชือ่ มโยง 4 การใหเ้ หตุผล 5 การคดิ สรา้ งสรรค์
ค�ำ ส�ำ คัญ
ปฏิทิน พุทธศกั ราช คริสต์ศกั ราช นาฬกิ า นาฬกิ าแบบใช้ตวั เลข เข็มสั้น เข็มยาว
การบอกเวลาเปน็ นาฬกิ า การบอกเวลาเปน็ นาท ี การบอกระยะเวลา ชั่วโมง หน่วยเดีย่ ว วนั ผลิต
วนั หมดอายุ
ความรู้หรอื ทกั ษะพน้ื ฐานของนกั เรยี น
1. การบวก การลบ การคูณ การหารจำ�นวนนบั
2. วัน เดอื น ปี สัปดาห์
3. วันน้ี วนั พร่งุ น ี้ เมือ่ วานน้ ี วนั แรก วันสดุ ทา้ ย วนั สำ�คัญ วันหยดุ
4. ลำ�ดบั ที่
5. กลางวัน กลางคนื
40 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
บทที่ 7 | เวลา คมู่ ือครรู ายวิชาพืน้ ฐานคณิตศาสตร์
ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 2 เลม่ 2
สื่อและแหล่งเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน หน้า 58 - 93
2. แบบฝกึ หดั หน้า 39 - 63
3. แบบบนั ทกึ กจิ กรรม ใบกิจกรรม บตั รภาพต่าง ๆ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ทใ่ี ช้ประกอบกิจกรรม
ดังน้ี
•• ปฏิทนิ
สินค้าตา่ ง ๆ ทร่ี ะบวุ นั ผลิตและวันหมดอายุ เชน่ นมกล่อง นมขวด ขนมปงั แซนดว์ ชิ
ขนมต่าง ๆ อาหารสำ�เร็จรูปต่าง ๆ แชมพู ยาต่าง ๆ
ใบปลวิ สินค้า ใบโฆษณา ฉลากสินค้า ท่ีระบวุ ันผลิตและวนั หมดอายุ
• นาฬิกาจริงหรือนาฬิกาจ�ำ ลองชนดิ มีเฟือง
• บตั รแสดงเวลา
• นาฬิกาแบบใชต้ ัวเลขชนดิ ตา่ ง ๆ
• บตั รภาพนาฬิกาแสดงเวลา
• บตั รค�ำ ส่ัง
• บัตรโจทยป์ ญั หา
•• ใบกิจกรรม แบบบันทกึ กจิ กรรม
4. สือ่ เพม่ิ เติม หนา้ 60 62 79 และ 93 (Download ไดจ้ าก QR code หนา้ 58)
5. สื่อวดี ิทัศน์ (QR code)
•• 1 วนั มี 24 ชั่วโมง หนา้ 73
ช่วง 5 นาที หนา้ 77
เวลาทีใ่ ชจ้ ัดการเรยี นรู้ 15 ชั่วโมง
| 41สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คมู่ ือครรู ายวิชาพ้ืนฐานคณติ ศาสตร์ บทท่ี 7 | เวลา
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 2 เลม่ 2
การจดั การเรียนรู้
การเตรยี มความพร้อม (1 ชั่วโมง)
11 12 111 12 1 2
10 10 2
9 93 3
บ ทท ี่ 7 เวลา 8 84 4
7 6 75 6 5
เรยี นจบบทนแ้ี ล้ว นกั เรียนสามารถ
อ่�นปฏทิ นิ
บอกเวล�เป็นน�ฬกิ �และน�ท ี (ชว่ ง 5 น�ที)
แก้โจทยป์ ัญห�เกย่ี วกับเวล�ท่มี ีหน่วยเดีย่ วและ
ส่ือเพ่มิ เติม เปน็ หนว่ ยเดียวกนั
ขณะน้เี ปน็ เวล�ก่ีน�ฬกิ � กีน่ �ที
ใกล้เค�รพธงช�ตแิ ล้ว
1. ใชข้ ้อมลู ในหนงั สอื เรียนหน้าเปดิ เพือ่ กระตนุ้ ความสนใจของผู้เรียน โดยใชค้ �ำ ถามเช่น
− สถานที่ในภาพคอื สถานท่ใี ด
− ในภาพนักเรียนกำ�ลงั ทำ�กจิ กรรมอะไร
− นักเรียนเข้าแถวเคารพธงชาติเวลาใด
− บา้ นของนกั เรยี นมีนาฬกิ าหรือไม่
− ทำ�ไมทุกบ้านต้องมนี าฬิกา
และร่วมกนั สนทนาเก่ยี วกบั ชนดิ ประเภทของนาฬกิ า รวมทง้ั ความจ�ำ เป็นและประโยชน์
ของนาฬกิ า เพอ่ื นำ�เขา้ สูบ่ ทเรยี น
42 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
บทท่ี 7 | เวลา คมู่ ือครูรายวชิ าพืน้ ฐานคณติ ศาสตร์
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 2 เล่ม 2
2. ใช้หนงั สอื หนา้ 60 เพือ่ เตรยี มความพร้อม โดยจัด
กจิ กรรม “วันเกิดของฉนั ” เพื่อตรวจสอบความรู้พ้ืนฐาน หนังสอื เรยี นรายวิชาพน้ื ฐาน | คณิตศาสตร์ ป.2
ของนกั เรยี นและใชค้ ำ�ถาม เช่น บทท่ี 7 | เวลา
− 1 สัปดาหม์ กี ีว่ นั ไดแ้ ก่วนั อะไรบา้ ง เตรยี มความพรอ้ ม
− 1 ปีมีกเ่ี ดอื น เดอื นอะไรบา้ ง
− นกั เรียนเกดิ เดอื นอะไร กจิ กรรม วันเกิดของฉัน
− วนั เกดิ ของนักเรยี นปนี ตี้ รงกบั วันอะไร เป็นตน้ อุปกรณ ์ แบบบันทึกกจิ กรรม
จากน้ันแบง่ นกั เรยี นเปน็ กลุม่ กลมุ่ ละเท่า ๆ กัน วธิ จี ัดกิจกรรม
แจกแบบบันทกึ กจิ กรรมกลมุ่ ละ 1 ใบ เพอ่ื ให้นักเรียน 1. ครใู ห้นกั เรียนตอบค�ำ ถ�มว�่ 1 สัปด�หม์ ีกว่ี นั วนั อะไรบ้�ง และ
ส�ำ รวจวนั เกดิ ของเพ่ือนในกลุ่ม และน�ำ เสนอหนา้ ชน้ั เรียน 1 ปมี ีกเี่ ดือน เดอื นอะไรบ�้ ง
ท้งั น้คี รอู าจเปลี่ยนค�ำ ถามในแบบบันทึกกิจกรรมไดต้ าม 2. ครแู บ่งกลมุ่ นกั เรยี น และแจกแบบบันทึกกิจกรรมกลมุ่ ละ 1 ใบ
ความเหมาะสม จ�กนั้นให้นักเรยี นส�ำ รวจวนั เกดิ ของเพ่ือนในกลุ่ม บันทกึ ลงใน
แบบบันทกึ กจิ กรรมและนำ�เสนอหน�้ ช้ันเรียน
ตัวอย่างแบบบันทึกกจิ กรรม
ชื่อ-สกลุ วันเกดิ
วัน วันท่ี ชอื่ เดือน
1.
2.
3.
4.
5.
ตอบคำาถามตอ่ ไปน้ี
1. มีใครบ้�งทีเ่ กดิ วนั จนั ทร ์ .....................................................................................................................
2. มใี ครบ�้ งที่เกดิ เดอื นเดียวกัน ..............................................................................................................
วนั คล้�ยวันเกิดของนกั เรยี นปีนตี้ รงกบั วนั อะไร
60 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
7.1 การอ่านปฏิทนิ (1) (1 ชั่วโมง) หนังสือเรยี นรายวิชาพืน้ ฐาน | คณติ ศาสตร์ ป.2
จดุ ประสงค์ บทท่ี 7 | เวลา
บอกเดอื นใน 1 ปี 7.1 การอ่านปฏทิ นิ (1) กาำ เนิดปฏทิ ินในประเทศไทย
ก�รพิมพ์ปฏทิ ินมขี ้ึนเปน็ ครงั้ แรกในประเทศไทย
พฒั นาความรู้
เมือ่ วนั ที ่ 14 มกร�คม พ.ศ.2385 ปล�ยสมัย
รัชก�ลท่ ี 3 ซ่งึ ใชต้ �มแบบ “จันทรคต”ิ ต่อม�
ในสมัยรชั ก�ลที ่ 5 ได้มีก�รปรบั ปฏทิ นิ เป็นแบบ
“สรุ ยิ คต”ิ ถอื เปน็ ตน้ แบบปฏทิ นิ ไทยในปจั จุบัน
ส่ือการเรยี นรู้ มกราคม 2562
− ปฏิทนิ อาทติ ย� จันทร� องั คาร พธุ พฤหัสบดี ศุกร� เสาร�
แนวการจดั การเรียนรู้ 6 7 วันข้ึนปใ� หม� 2 3 4 5
การพัฒนาความรู้ 13 14 9
1 10 11 วนั เด็กแหง� ชาติ
1. ใช้ปฏิทนิ จริงหรือภาพปฏิทนิ ตามหนังสอื เรียน 8 วนั ครู
หน้า 61 เพ่ือให้นกั เรยี นสงั เกต สว่ นประกอบตา่ ง ๆ 17 18 12
ในปฏิทนิ พร้อมทงั้ ตั้งคำ�ถามเพ่ือกระตุ้นความสนใจ เช่น 15 16 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31
ปฏิทนิ แสดงวันที ่ ชื่อวนั ช่อื เดอื น ปพี ทุ ธศกั ร�ช
ปฏทิ ินบ�งอนั อ�จแสดงปคี รสิ ต์ศกั ร�ชด้วย
ปฏิทนิ นเี้ ปน็ ปฏิทินเดือนมกร�คม
พทุ ธศกั ร�ช 2562 หรอื ครสิ ตศ์ กั ร�ช 2019
เดอื นมกร�คม เร่มิ ตงั้ แตว่ นั ที ่ 1 ถงึ วันท่ ี 31 รวมมที ้งั หมด 31 วัน
| 61สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
− ปฏิทินนีเ้ ป็นปี พ.ศ. และ ค.ศ. อะไร
− เดอื นท่กี �ำ หนดใหเ้ ปน็ เดอื นอะไร และมกี ี่วนั
− วนั แรกและวันสดุ ท้ายของเดือนตรงกบั วันอะไร ครอู าจใหค้ วามรูเ้ กี่ยวกบั พ.ศ. และ ค.ศ.
เพ่มิ เตมิ
| 43สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คู่มอื ครรู ายวิชาพนื้ ฐานคณติ ศาสตร์ บทที่ 7 | เวลา
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 2 เล่ม 2
หนงั สอื เรยี นรายวิชาพืน้ ฐาน | คณติ ศาสตร์ ป.2 หนงั สือเรยี นรายวชิ าพ้ืนฐาน | คณิตศาสตร์ ป.2
บทที่ 7 | เวลา บทที่ 7 | เวลา
กจิ กรรม ส�ำ รวจปฏทิ ิน ชือ่ เดอื นใน 1 ปี
อุปกรณ ์ 1. ปฏทิ นิ 2. แบบบนั ทึกกิจกรรม ลาำ ดับที่ ชื่อเดือน อกั ษรยอ่ จาำ นวนวัน
1 มกร�คม ม.ค. 31
วิธจี ัดกิจกรรม 2 กุมภ�พนั ธ์ ก.พ.
3 มีน�คม มี.ค. 28 หรือ 29
1. ครูแบ่งนักเรียนเปน็ กลุ่ม แจกปฏิทนิ กล่มุ ละ 1 อัน และใหน้ ักเรยี น 4 เมษ�ยน เม.ย. 31
ตอบค�ำ ถ�ม ดงั นี้ 5 พฤษภ�คม พ.ค. 30
6 มถิ นุ �ยน ม.ิ ย. 31
ปฏทิ นิ ทไี่ ด้รบั แจกเป็นปพี ทุ ธศกั ร�ชอะไร และปคี ริสต์ศักร�ชอะไร 7 กรกฎ�คม ก.ค. 30
ใน 1 ปี มที ั้งหมดกีเ่ ดอื น และมีเดือนอะไรบ�้ ง 8 สิงห�คม ส.ค. 31
แตล่ ะปเี ริม่ ดว้ ยเดอื นอะไร 9 กนั ย�ยน ก.ย. 31
10 ตุล�คม ต.ค. 30
2. ครแู จกแบบบนั ทึกกจิ กรรม ใหน้ ักเรียนรว่ มกนั สำ�รวจปฏทิ ินว่� 11 พฤศจกิ �ยน พ.ย. 31
แต่ละเดอื นมกี วี่ นั บนั ทกึ ลงในแบบบนั ทกึ กิจกรรม และน�ำ เสนอ 12 ธันว�คม ธ.ค. 30
หน�้ ชน้ั เรยี น 31
ตวั อย่างแบบบนั ทึกกจิ กรรม
ลาำ ดบั ท่ี ชื่อเดอื น จาำ นวนวนั ลำาดับท่ี ชือ่ เดอื น จาำ นวนวนั
1 มกร�คม 7 กรกฎ�คม เดือนท ่ี 10 ตรงกบั เดือนอะไร
2 กุมภ�พันธ์ 8 สิงห�คม เดือนตุล�คม
3 9 กนั ย�ยน
4 มีน�คม 10 ตลุ �คม
5 เมษ�ยน 11 พฤศจกิ �ยน
6 พฤษภ�คม 12 ธันว�คม
มถิ ุน�ยน
ตอบคาำ ถาม 1 เดอื น ม ี 30 วนั หรอื 31 วนั ยกเวน้ เดอื นกมุ ภ�พนั ธม์ ี 28 วนั หรอื 29 วนั
เดือนท่ีลงท�้ ยด้วย คม ม ี 31 วนั เดือนท่ีลงท�้ ยด้วย ยน ม ี 30 วัน
1. เดอื นที่ม ี 30 วนั ได้แกเ่ ดอื นอะไรบ้�ง มกี เ่ี ดอื น
......4....เ.ด...ือ...น....ไ..ด..แ้...ก...่ .เ.ม...ษ...า...ย..น.....ม..ิถ...นุ...า..ย...น....ก...นั ...ย...า..ย..น.....แ..ล...ะ...พ...ฤ...ศ..จ...ิก...า..ย..น............................... จากคำาใบ ้ เดก็ ชายเป็นเอกเกดิ เดือนอะไร เดือนสิงหาคม
คำ�ใบ้ที่ 1 เกิดเดือนท่ีลงท�้ ยดว้ ย คม
2. เดอื นที่มี 31 วนั ไดแ้ กเ่ ดือนอะไรบ้�ง มกี ี่เดือน คำ�ใบท้ ่ ี 2 หลังเดอื นเกิดเปน็ เดือนทล่ี งท้�ยด้วย ยน
......7....เ.ด...ือ...น....ไ..ด..แ้...ก...่ .ม...ก...ร..า..ค...ม....ม...นี ...า..ค...ม....พ...ฤ...ษ...ภ...า..ค...ม....ก...ร..ก...ฎ...า..ค...ม....ส..งิ...ห..า...ค..ม.....ต..ลุ...า..ค...ม....แ...ล..ะธันวาคม คำ�ใบ้ที่ 3 ก่อนหน�้ เดือนเกดิ เป็นเดอื นลงท�้ ยด้วย คม
3. เดอื นอะไรท่มี จี �ำ นวนวันน้อยกว่� 30 วนั และเดือนน้ันมีกีว่ นั | 63สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
......เ.ด...อื ..น...ก...มุ...ภ...า..พ...นั...ธ...์ .ม...ี .2...8....ว...นั ....ห...ร..อื....2...9....ว...ัน....................................................................
จ�กก�รตอบคำ�ถ�ม นกั เรียนได้ข้อสังเกตอะไรบ�้ ง
เดือนกมุ ภ�พนั ธ์จะมี 29 วนั ทุก ๆ 4 ป ี เรยี กปีนั้นว่� ปีอธิกสุรทนิ
62 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
2. แบง่ นกั เรยี นเปน็ กลุ่ม ใชป้ ฏิทนิ ปี พ.ศ. ต่างกัน แจกนกั เรยี นกลุ่มละ 1 อนั ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่
ส�ำ รวจและตอบค�ำ ถามตามแบบบนั ทกึ กจิ กรรม หนา้ 62 และน�ำ เสนอหนา้ ชน้ั เรยี น และรว่ มกนั สรปุ วา่
− 1 ปี มี 12 เดอื น
− 1 เดือนมี 30 หรอื 31 วัน ยกเวน้ เดือนกมุ ภาพนั ธ์มี 28 หรอื 29 วนั
− เดือนทีม่ ี 30 วนั ได้แกเ่ ดอื น เมษายน มถิ ุนายน กันยายน พฤศจิกายน (ใหส้ งั เกตว่า
ทุกเดอื นจะลงท้ายด้วยคำ�ว่า ยน)
− เดือนท่มี ี 31 วนั ได้แก่เดือน มกราคม มนี าคม พฤษภาคม กรกฎาคม สงิ หาคม ตลุ าคม
ธันวาคม (ใหส้ ังเกตว่า ทุกเดอื นจะลงท้ายด้วยค�ำ วา่ คม) จากน้ันให้ช่วยกนั ตอบคำ�ถามทา้ ยหน้า 62
3. ใชต้ ารางทแี่ สดงล�ำ ดบั ทขี่ องเดอื น ชอ่ื เดอื น อักษรย่อ และจ�ำ นวนวนั ในหนังสือเรียนหนา้
63 เพือ่ ให้นกั เรียนสังเกตอกั ษรย่อของแต่ละเดอื น ครูอาจใชส้ ่อื ใบปลวิ หรือภาพโฆษณาสินค้า
ตา่ ง ๆ ท่ีมีอกั ษรยอ่ ของเดอื น เพอ่ื แสดงให้นกั เรยี นเหน็ ว่ามกี ารเขียนชอื่ เดือนเปน็ อักษรย่อใน
ชวี ติ ประจ�ำ วนั และเนน้ ย�ำ้ ใหน้ กั เรยี นสงั เกตล�ำ ดบั ทข่ี องแตล่ ะเดอื น แลว้ รว่ มกนั สรปุ วา่ อกั ษรยอ่ ตวั หนา้
มาจากพยัญชนะตัวแรกของเดือน (ถ้าซ�ำ้ กันให้ใส่สระ) อักษรยอ่ ตวั หลัง มาจากคำ�ว่า ยนและคม ทอี่ ยู่
ทา้ ยชอ่ื เดอื นแตล่ ะเดือน (เดือนท่ีลงท้ายด้วย ยน ใช้ ย เดือนท่ลี งทา้ ยดว้ ย คม ใช้ ค ) แลว้ ใหน้ กั เรียน
ทำ�กิจกรรมหาเดอื นเกดิ ของเดก็ ชายเปน็ เอกตามหนงั สือเรยี นทา้ ยหนา้ 63 และรว่ มกันตรวจสอบ
ความถูกตอ้ ง
44 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
บทที่ 7 | เวลา คู่มอื ครรู ายวชิ าพื้นฐานคณิตศาสตร์
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 2 เล่ม 2
การตรวจสอบความเขา้ ใจ
หนังสอื เรียนร�ยวิช�พน้ื ฐ�น | คณิตศ�สตร์ ป.2
4. ตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียน บทท่ี 7 | เวลา
โดยให้นักเรยี นตอบค�ำ ถามเกย่ี วกบั ปฏิทนิ ตามหนังสือเรยี น
หนา้ 64 เพ่อื ให้นักเรียนไดเ้ น้นย�ำ้ ความเข้าใจเก่ยี วกับ ตรวจสอบความเข้าใจ
การอ่านปฏทิ นิ และเดือนตา่ ง ๆ ใน 1 ปี จากนน้ั ตอบคำาถาม
ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั สรุปสงิ่ ทีไ่ ด้เรียนร ู้ 1 เดอื นแรกของปคี อื เดือนอะไร และเดอื นสดุ ท�้ ยของปีคือเดือนอะไรแเดลอื ะนเดมือกนราธคนั มวาคม
2 เดือนมีน�คม เปน็ เดอื นทีเ่ ท�่ ไร มีกวี่ ัน เดอื นที่ 3 มี 31 วัน
3 เดอื นกนั ย�ยน เปน็ เดอื นท่เี ท่�ไร มกี ว่ี นั เดอื นท่ี 9 มี 30 วนั
4 เดือนท ่ี 8 คือเดอื นอะไร มีก่ีวนั เดือนสิงหาคม มี 31 วัน
5 เดือนอะไรที่มีจ�ำ นวนวนั นอ้ ยกว�่ 30 วัน เดือนกมุ ภาพนั ธ์
6 เดือนกันย�ยนอยู่ระหว่�งเดอื นอะไรกบั เดือนอะไร เด อื นสงิ หาคมกับเดอื นตลุ าคม
สง่ิ ท่ไี ด้เรยี นรู้ ส่ิงทีไ่ ด้เรยี นรู้ แบบฝึกหดั 7.1
ปฏทิ นิ เป็นเคร่อื งมอื ที่บอก วนั เดอื น ปี
ปฏทิ ินเป็นเคร่อื งมือบอก วัน เดอื น ปี 1 ปี มี 12 เดือน 1 ป ี ม ี 12 เดือน
1 เดือน มี 30 วัน หรือ 31 วัน ยกเว้นเดอื นกุมภาพันธม์ ี 1 เดอื น ม ี 30 วนั หรือ 31 วัน
28 วนั หรือ 29 วัน เดือนทีล่ งทา้ ยดว้ ย คม มี 31 วัน ยกเวน้ เดอื นกมุ ภ�พนั ธม์ ี 28 วัน หรือ 29 วัน
เดอื นท่ีลงทา้ ยด้วย ยน มี 30 วัน เดือนท่ลี งท�้ ยด้วย คม ม ี 31 วนั
จากนน้ั ใหน้ กั เรียนทำ�แบบฝกึ หัด 7.1 หนา้ 39 – 41 เดอื นทีล่ งท�้ ยด้วย ยน มี 30 วัน
64 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
7.2 การอา่ นปฏิทนิ (2) (1 ช่วั โมง) หนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน | คณติ ศาสตร์ ป.2
จดุ ประสงค์ บทท่ี 7 | เวลา
บอกวัน วันที่ เดอื น ปี และวนั สำ�คัญ จากปฏิทิน 7.2 การอา่ นปฏิทิน (2)
พัฒนาความรู้
ส่อื การเรยี นรู้ เมษายน 2562
− ปฏทิ นิ ช่วยกนั อ�่ นปฏทิ ิน อาทิตย� จนั ทร� องั คาร พธุ พฤหัสบดี ศกุ ร� เสาร�
แนวการจดั การเรยี นรู้ 7 1 2 345 วันจกั รี
การพฒั นาความรู้ 9 10 11 12
วันสงกรานต� วันหยดุ ชดเชย 17 18 19 6
วนั หยดุ ชดเชย
14 8วันจักรี วนั สงกรานต�
16วันสงกรานต�
วนั สงกรานต� 13
15 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30
ปฏิทนิ น้ีเป็นปฏทิ ินเดอื น เมษ�ยน พทุ ธศักร�ช 2562
เดอื นเมษ�ยน มี 30 วัน
1. ใช้ปฏิทิน 1 เดือน ตามหนงั สอื เรยี นหนา้ 65 ให้ เดือนนมี้ วี ันสาำ คัญคอื วันจกั ร ี ตรงกบั วันเส�รท์ ี่ 6 เมษ�ยน
และวนั สงกร�นต์ตรงกบั วนั ที่ 13 ถงึ 15 เมษ�ยน
นักเรยี นบอกสง่ิ ที่สังเกตได้จากปฏทิ ิน โดยครอู าจตั้งคำ�ถาม วนั เสารท์ ่สี องของเดือนตรงกบั วันที่ 13 เมษ�ยน
ดังนี้
ถ้�วันนี้เป็นวนั ท ่ี 18 ตรงกับวนั พฤหัสบดี เมอื่ วานนีเ้ ปน็ วันที ่ 17
− ปฏทิ นิ น้ีเปน็ เดือนอะไร ปีอะไร ตรงกับวนั พุธ และพรงุ่ นีเ้ ปน็ วันที ่ 19 ตรงกับวันศกุ ร์
− มีจำ�นวนกีว่ นั
ถ�้ วนั นี้เป็นวนั ท ่ี 23 อกี 5 วันจะเป็นวันที่ 28 เมษ�ยน
| 65สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
− มวี นั สำ�คัญอะไรบา้ ง และตรงกบั วนั อะไร วันท่ี
เทา่ ไร
− เสารท์ ส่ี องของเดอื นตรงกบั วนั ท่ีเทา่ ไร
− ถ้าวันนี้เป็นวนั ท่ี 18 เมอื่ วานนีแ้ ละวนั พรุ่งน้เี ปน็ วนั ทีเ่ ทา่ ไร
จากน้นั ใช้ปฏทิ นิ เดือนอ่ืน ๆ ต้งั คำ�ถามในลักษณะเดียวกัน
| 45สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คมู่ อื ครูรายวชิ าพ้นื ฐานคณติ ศาสตร์ บทท่ี 7 | เวลา
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 2 เล่ม 2
หนงั สอื เรยี นรายวชิ าพ้นื ฐาน | คณิตศาสตร์ ป.2 หนงั สือเรยี นรายวชิ าพื้นฐาน | คณติ ศาสตร์ ป.2
บทท่ี 7 | เวลา บทที่ 7 | เวลา
มกราคม 2562 กมุ ภาพนั ธ� 2562 มนี าคม 2562 กจิ กรรม วันสำ�คญั
อาทิตย� จันทร� องั คาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร� เสาร� อาทิตย� จันทร� อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร� เสาร� อาทิตย� จนั ทร� อังคาร พุธ พฤหสั บดี ศกุ ร� เสาร�
วนั ขึ้นป�ใหม�
6 7 2 3 4 5 1 2 1 2 อปุ กรณ์ ปฏทิ ินปปี ัจจุบนั
13 14 1 9
8 10 11 วนั เด็กแหง� ชาติ 34 5 6 7 8 9 3456789 วิธีจัดกจิ กรรม
วนั ครู 10 11 12 13 14 15 16
15 17 18 12 10 11 12 13 14 15 16
16 19
วนั มาฆบูชา
20 21 22 23 24 25 26 17 18 19 20 21 22 23 ครูแบง่ กล่มุ นกั เรียน แจกปฏิทินกลุ่มละ 1 อัน ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ ส�ำ รวจปฏิทนิ
17 18 19 20 21 22 23 และตอบค�ำ ถ�มต่อไปนี้
27 28 29 30 31 24 25 26 27 28 24 25 26 27 28 29 30
31
เฉลย อ่านปฏิทนิ แล้วตอบคำาถาม 1. ปฏทิ นิ ที่ได้รับแจกเปน็ ปีพทุ ธศักร�ชอะไร
1. เดอื นมกราคม เดอื นกมุ ภาพนั ธ์ 2. เดอื นกรกฎ�คมมีวนั สำ�คัญอะไรบ้�ง ตรงกบั วนั อะไร วันทีเ่ ท่�ไร
และเดอื นมนี าคม
2. วันที่ 1 มกราคมตรงกับวันองั คาร 3. วันสำ�คญั ต่อไปนี ้ ตรงกับวนั อะไร วนั ทีเ่ ท�่ ไร และเดอื นอะไร
และวันที่ 31 มกราคม ตรงกับวนั
พฤหัสบดี 1 ปฏิทนิ นเี้ ปน็ ปฏิทินของเดือนอะไรบ้�ง วันพืชมงคล วนั รัฐธรรมนูญ
3. พรุ่งนคี้ อื วันท่ี 1 ตรงกับวนั ศกุ ร์ 2 วนั ท่ี 1 มกร�คมตรงกับวนั อะไร และวันท่ี 31 มกร�คมตรงกบั วนั อะไร
เดือนกุมภาพันธ์ 3 ถ�้ วนั นี้เป็นวนั ที ่ 31 มกร�คม พรุ่งน้คี อื วนั ที่เท�่ ไร ตรงกบั วนั อะไร วันปิยมห�ร�ช วนั แรงง�นแห่งช�ติ
4. เม่อื วานนี้คอื วันท่ี 28 ตรงกบั และเดอื นอะไร
วนั พฤหัสบดีเดอื นกมุ ภาพนั ธ์
วนั แรกของเดือนกุมภ�พนั ธ์จะตอ่ จ�กวนั สุดท�้ ยของเดอื นมกร�คม
กรกฎาคม กรกฎาคม
4 ถ้�วนั น้เี ปน็ วันท ่ี 1 มีน�คม เมอ่ื ว�นน้คี อื วันทเ่ี ท่�ไร ตรงกบั วนั อะไร 123456 123456
และเดอื นอะไร
7 8 9 10 11 10 7 8 9 10 11 10
12 13 14 15 16 17 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 18 19 20 21 22 23
24 30 25 31 26 27 28 29 24 30 25 31 26 27 28 29
เฉลย ตอบคำาถาม | 67สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
1 วนั ที่ 1 เมษ�ยน 2562 ตรงกับวันอะไร
1. วนั จนั ทร์ 2 ถ้�วนั นเ้ี ป็นวันที่ 27 กุมภ�พันธ ์ 2562 อกี 6 วนั จะเป็นวันทเี่ ท�่ ไร
2. วนั ท่ี 5 ตรงกบั วันอังคาร ตรงกับวันอะไร และเดือนอะไร
เดือนมนี าคม 3 วันสิ้นปขี องปีพทุ ธศักร�ช 2561 ตรงกับวันท่ีเท�่ ไร เดอื นอะไร
3. วนั ท่ี 31 เดือนธันวาคม ตรงกับ และตรงกบั วนั อะไร
วันจนั ทร์
66 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
2. ใช้ปฏิทนิ ปีเดยี วกันทต่ี ่อเนอ่ื งกนั 3 เดือน ตามหนังสอื เรียนหนา้ 66 แลว้ ตง้ั คำ�ถามเพอื่
กระตุน้ ให้นักเรียนสงั เกตความต่อเน่อื งของวันสดุ ท้ายในเดือนปัจจบุ นั กับวันแรกของเดือนถัดไป
ใช้คำ�ถามเกย่ี วกับ วนั น้ี เมอื่ วาน และพร่งุ นี้ แลว้ จงึ อภปิ รายสรุปร่วมกันวา่ วนั แรกของเดอื นปัจจบุ นั
จะต่อจากวันสดุ ทา้ ยของเดือนก่อนหน้า และวันสดุ ท้ายของเดือนปัจจุบนั จะมาก่อนวนั แรกของ
เดอื นถัดไป จากน้ันร่วมกันตอบค�ำ ถามทา้ ยหน้า 66
3. ใชป้ ฏิทินปปี จั จุบนั จัดกิจกรรม “วนั สำ�คัญ” ตามหนังสอื เรยี นหน้า 67 โดยครูแบ่งนกั เรยี น
เปน็ กลุ่ม กล่มุ ละเท่า ๆ กนั หรือ ตามความเหมาะสม แล้วแจกปฏทิ นิ ให้แตล่ ะกล่มุ ช่วยกนั ส�ำ รวจ และ
ตอบคำ�ถามเกี่ยวกบั วันส�ำ คญั ต่าง ๆ ท่ีปรากฏในปฏิทนิ ของแต่ละเดือน และให้นักเรยี นสังเกตสีของ
วันทขี่ องวนั ส�ำ คัญและวันหยุด ซ่งึ สว่ นใหญ่จะใชอ้ ักษร
สแี ดงหรอื สีอืน่ ๆ ท่ีแตกต่างจากสขี องวนั ท่ขี องวนั ปกต ิ หนังสอื เรียนรายวิชาพ้ืนฐาน | คณิตศาสตร์ ป.2
โดยครอู าจใช้ค�ำ ถาม เชน่ บทท่ี 7 | เวลา
วันพชื มงคลตรงกบั วนั อะไร วนั ที่เท่าไร เดอื นอะไร ตรวจสอบความเข้าใจ
วนั รฐั ธรรมนญู ตรงกบั วนั อะไร วนั ทเ่ี ทา่ ไร เดอื นอะไร
ตลุ าคม 2562 พฤศจกิ ายน 2562 ธนั วาคม 2562
อาทิตย� จันทร� อังคาร พธุ พฤหัสบดี ศกุ ร� เสาร� อาทติ ย� จันทร� อังคาร พุธ พฤหสั บดี ศกุ ร� เสาร� อาทิตย� จนั ทร� องั คาร พธุ พฤหัสบดี ศกุ ร� เสาร�
123 4 5 1 2 วนั พ�อแหง� ชาติ
12
19 12 3 45 6 7
26 วันรฐั ธรรมนูญ
6 7 8 9 10 11 3456789
13สววันรครลคา� ตยรว.นั 9 14 10 11 12 13 14 15 16 8 9 10 11 12 13 14
21
วันออกพรรษา 15 16 17 18 15 16 17 18 19 20 21
วันปย� มหาราช
20 17 18 19 20 21 22 23 22 23 24 25 26 27 28
22 23 24 25 24 25 26 27 28 29 30 29 30 31วันสิ้นป�
27 28 29 30 31
อ่านปฏทิ นิ แลว้ ตอบคาำ ถาม
การตรวจสอบความเขา้ ใจ 1 วันท่ี 20 พฤศจกิ �ยน ตรงกับวันอะไร
4. ตรวจสอบความเข้าใจของนักเรยี น โดยใชป้ ฏทิ นิ 2 ถ�้ วนั นีเ้ ป็นวันที ่ 28 ตุล�คม อีก 4 วนั จะเปน็ วันที่เท่�ไร เดอื นอะไร
ทต่ี อ่ เนอ่ื งกนั 3 เดือน ตามหนงั สือเรียนหนา้ 68
ให้นักเรียนตอบค�ำ ถามเกีย่ วกบั วนั วนั ที่ และ วันส�ำ คัญ 3 วนั ศกุ ร์ที่สี่ของเดอื นธันว�คมตรงกบั วนั ท่ีเท�่ ไร
ในเดอื นที่ก�ำ หนดให้ เพ่อื ให้นกั เรยี นได้เนน้ ย้�ำ ความเข้าใจ
เกี่ยวกับการอ่านปฏิทิน เดือน และวันตา่ ง ๆ จากน้ัน 4 วนั ที ่ 1 มกร�คม 2563 ตรงกับวันอะไร
ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปสิ่งทีไ่ ดเ้ รยี นรู้
เฉลย 5 วันเส�ร์แรกของเดอื นมกร�คม 2563 ตรงกบั วันท่ีเท่�ไร
1. วนั พุธ 3. วันท่ี 27 5. วนั ท่ี 4
2. วนั ท่ี 1 เดอื นพฤศจิกายน 4. วันพธุ
ส่ิงทไ่ี ด้เรียนรู้
ปฏทิ นิ เป็นเครื่องมอื ท่บี อก วัน เดอื น ปี และอ�จแสดง
วนั สำ�คัญต�่ ง ๆ
แบบฝกึ หัด 7.2
68 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
46 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
บทท่ี 7 | เวลา ค่มู อื ครูรายวชิ าพ้นื ฐานคณติ ศาสตร์
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 2 เล่ม 2
สิง่ ท่ีไดเ้ รียนรู้
ปฏิทินเปน็ เครอื่ งมอื ทบ่ี อก วนั เดอื น ปี และอาจแสดงวันสำ�คัญตา่ ง ๆ
จากน้ันให้นักเรียนทำ�แบบฝึกหดั 7.2 หนา้ 42 – 44
7.3 การเขียนแสดง วัน เดอื น ปี (1 ชวั่ โมง) หนังสอื เรียนร�ยวิช�พน้ื ฐ�น | คณติ ศ�สตร์ ป.2
จุดประสงค์ บทที ่ 7 | เวลา
อ่านวนั เดือน ปี ท่ีกำ�หนดให้ 7.3 การเขียนแสดงวนั เดือน ปี
พัฒนาความรู้
ส่ือการเรยี นรู้ ในชีวิตประจ�ำ วนั เร�จะพบเหน็ ก�รเขียนแสดงวันเดอื นปไี ด้หล�ยแบบ
อ�จเขียนชอ่ื เดอื นโดยใช้คำ�ย่อ หรอื ใช้ล�ำ ดบั ท่ขี องเดอื น และเขยี นแสดงวันท ่ี
− ภาพสินคา้ ทร่ี ะบุวันผลติ และวันหมดอายุ เดือน และปีเป็นตัวเลขสองหลัก เชน่ วนั ที่ 1 พฤศจิก�ยน พุทธศกั ร�ช 2562
อ�จเขยี นเป็น 1 พ.ย. 62 หรือ 01/11/62 หรอื 01 11 62
5 มิ.ย. 62 หม�ยถงึ วันที ่ 5 มิถุน�ยน พทุ ธศกั ร�ช 2562
แนวการจัดการเรยี นรู้ ผลติ 06/11/61 หม�ยถงึ ผลติ วนั ท่ี 6 พฤศจกิ �ยน พุทธศกั ร�ช 2561
การพฒั นาความรู้ หมดอ�ย ุ 13/11/61 หม�ยถงึ หมดอ�ยวุ นั ท ่ี 13 พฤศจกิ �ยน พทุ ธศกั ร�ช 2561
1. ครูน�ำ ภาพสนิ ค้าหรือใบโฆษณาท่ีมกี ารเขยี น ควรบริโภคกอ่ น 14 08 19 หม�ยถึง
แสดงวัน เดอื น ปี เชน่ ภาพสนิ ค้าทีร่ ะบวุ นั ผลติ และวนั ควรบริโภคกอ่ น วันท ่ี 14 สงิ ห�คม ครสิ ตศ์ ักร�ช 2019
หมดอายุ เพือ่ ใหน้ กั เรียนเห็นการเขียนแสดงวนั เดอื น ปี
แบบต่าง ๆ ซ่ึงอาจเขียนชือ่ เดือนโดยใชอ้ ักษรยอ่ หรอื พุทธศักร�ช อ�จใช้คำ�ย่อ พ.ศ. และ ครสิ ตศ์ กั ร�ช อ�จใชค้ ำ�ย่อ ค.ศ.
| 69สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ใชล้ �ำ ดบั ทข่ี องเดอื น และเขยี นแสดงวนั ที่ เดือน ปี หนังสือเรยี นรายวิชาพื้นฐาน | คณิตศาสตร์ ป.2
เป็นตวั เลข 2 หลกั เชน่ วนั ท่ี 2 มกราคม พ.ศ. 2562 บทที่ 7 | เวลา
สามารถเขียนแสดงเป็น 02/01/62 หรอื 02 01 62
ครยู กตวั อยา่ งอืน่ เพม่ิ เตมิ หรอื ครอู าจบอกวนั ท่ี เดือน ปี กจิ กรรม ชวี ิตปลอดภัยถ้�ใสใ่ จวันเดือนปี
แล้วใหน้ กั เรยี นออกมาเขยี นแสดงวนั เดอื น ปี บนกระดาน อปุ กรณ์ สินค�้ ต�่ ง ๆ ที่ระบุวันผลติ และวนั หมดอ�ย ุ เชน่ นมกล่อง นมขวด
ขนมปงั แซนด์วชิ ขนมต่�ง ๆ อ�ห�รส�ำ เร็จรูปต�่ ง ๆ แชมพ ู ย�ต�่ ง ๆ
2. ครจู ัดกจิ กรรม “ชีวติ ปลอดภยั ถา้ ใส่ใจ วัน เดือน วธิ ีจดั กิจกรรม
1. ครแู บ่งกลมุ่ นกั เรียน แลว้ แจกสินค�้ ต�่ ง ๆ กลุม่ ละ 3 − 4 ชิน้
2. ครูใหน้ ักเรียนแต่ละกล่มุ อ่�นป้�ยแสดงวนั ผลิต วันหมดอ�ยุ
ของสง่ิ ของต�่ ง ๆ และน�ำ เสนอ
ตวั อยา่ งภาพสินค้า ทรี่ ะบุวนั ผลติ และวนั หมดอายุ
ปี” ตามหนงั สอื เรียนหน้า 70 โดยครูและนกั เรียนชว่ ยกัน
จัดหาสินค้าต่าง ๆ ที่พบในชีวิตจรงิ ท่รี ะบุวันผลิตและวัน
หมดอายุ แลว้ จดั นกั เรยี นเป็นกลุม่ ตามความเหมาะสม
จากนน้ั แจกสนิ คา้ ใหน้ กั เรยี นกลมุ่ ละ 3 – 4 ชน้ิ ใหน้ กั เรยี น
แต่ละกลมุ่ อา่ นปา้ ยแสดงวนั ผลติ และวนั หมดอาย ุ - ตัวอย�่ งคำ�ที่แสดงถึงวันผลติ เชน่ ผลิต วนั ทีผ่ ลติ MFG MFD
ของสนิ คา้ นัน้ ๆ และนำ�เสนอ แลว้ จงึ ร่วมกนั อภิปรายถึง - ตัวอย�่ งคำ�ทแ่ี สดงถึงวนั หมดอ�ยุ เชน่ หมดอ�ย ุ ส้ินอ�ย ุ EXP EXD
การเขยี น วัน เดือน ปี แบบต่าง ๆ จากนั้นครนู ำ�เสนอ - ตวั อย�่ งคำ�ท่แี สดงถงึ วันท่คี วรบริโภคก่อน เชน่ ควรบรโิ ภคกอ่ น BB BBF
70 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เกรด็ ความรู้เก่ยี วกับอักษรย่อภาษาอังกฤษทีป่ รากฏอย่บู น
ฉลากสินค้าที่นกั เรียนสามารถพบไดท้ ว่ั ไป เช่น MFG MFD หมายถงึ วันผลิต EXP EXD หมายถงึ
วนั หมดอาย ุ
| 47สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คมู่ ือครรู ายวิชาพืน้ ฐานคณิตศาสตร์ บทที่ 7 | เวลา
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เล่ม 2
หนงั สอื เรยี นรายวิชาพ้นื ฐาน | คณิตศาสตร์ ป.2 หนังสอื เรียนร�ยวิช�พ้ืนฐ�น | คณิตศ�สตร์ ป.2
บทที่ 7 | เวลา บทท่ี 7 | เวลา
จบั ค่ปู ้ายทแ่ี สดงวัน เดือน ปที ตี่ รงกนั ตรวจสอบความเขา้ ใจ
1ก ตอบคำาถามต่อไปน้ี
2ข 1 คณุ พ่อเขยี นว่� 27/02/61 ไปเทยี่ วทะเล
คณุ พอ่ ไปเทยี่ วทะเลวนั ท่เี ท่�ไร
3ค เดอื นอะไร พ.ศ.อะไร
4 ง เปด� ใช�งาน วนั ท่ี 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
วนั ที่ 14 กรกฎาคม 2562 2 ข้�วผัดแฮมผลิตวันท่ีเท่�ไร
เดือนอะไร ค.ศ.อะไร และควรบริโภคกอ่ น
5 วันที่เท�่ ไร เดอื นอะไร ค.ศ.อะไร
จ พธิ ีเป�ด 4 ก.ย. 62 ผลติ วนั ท่ี 25 ตุลาคม ค.ศ. 2018
ควรบรโิ ภคก่อนวนั ท่ี 25 ตลุ าคม ค.ศ. 2019
6
3 นมถัว่ เหลืองขวดน้ีควรบรโิ ภคให้หมด
ฉ ป�ดกิจการ กอ่ นวันทเ่ี ท�่ ไร เดอื นอะไร ค.ศ. อะไร
1 พฤษภาคม 2562
ควรบรโิ ภคใหห้ มดกอ่ น
วนั ที่ 23 พฤศจกิ ายน ค.ศ. 2018
ส่ิงท่ไี ด้เรียนรู้
ก�รเขยี นแสดงวัน เดอื น ป ี มหี ล�ยแบบ อ�จเขยี นชอ่ื เดอื น
โดยใช้คำ�ย่อหรือใช้ล�ำ ดบั ทีข่ องเดอื น อ�จเขยี นแสดงวันที่
และปีพุทธศกั ร�ชหรอื ครสิ ต์ศกั ร�ชเป็นตัวเลขสองหลกั
ขอ้ 6 ค่กู ับข้อ ก พ.ศ. เปน็ คำ�ย่อของพทุ ธศักร�ช และ ค.ศ. เปน็ ค�ำ ย่อ 5
ของคริสต์ศักร�ช
แบบฝึกหัด 7.3
เฉลย
ข้อ 3 คู่กับข้อ ข | 71สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 72 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ข้อ 1 คกู่ บั ขอ้ ง ขอ้ 4 คู่กับขอ้ จ
ข้อ 2 ค่กู ับข้อ ค ขอ้ 5 คู่กบั ขอ้ ฉ
3. ใหน้ กั เรียนช่วยกันจับคู่ วัน เดอื น ปี ท่ีตรงกนั และเขยี นแสดงวัน เดือน ปี ในแบบท ่ี
แตกต่างกัน ตามหนังสือเรยี นหน้า 71 แลว้ รว่ มกันสรปุ ความรทู้ ไ่ี ดว้ ่า การเขียนแสดงวนั เดอื น ปี
สามารถเขียนไดห้ ลายแบบ ซึง่ ไม่ว่าจะเขยี นแบบใด จะสามารถอ่านวนั เดือน ปี ได้ตรงกนั พรอ้ มทง้ั
ให้นกั เรียนออกมาเขียน วนั เดือน ปี บนกระดาน คนละ 1 แบบ เชน่ วนั ที่ 4 กนั ยายน พ.ศ. 2562
สามารถเขยี นไดเ้ ป็น 4 ก.ย. 62 04/09/62 เป็นตน้
การตรวจสอบความเข้าใจ
4. ตรวจสอบความเขา้ ใจของนักเรียน โดยใหน้ กั เรยี นเขยี นหรอื อา่ น วนั เดอื น ปี แบบต่าง ๆ
โดยเฉพาะการอ่าน ฉลากสินคา้ เนือ่ งจากเปน็ เรื่องใกล้ตัวทน่ี ักเรียนสามารถพบได้ในชวี ติ จรงิ
ตามหนังสือเรียนหน้า 72 จากนนั้ ครแู ละนกั เรียนร่วมกันสรุปสง่ิ ทีไ่ ด้เรยี นรู ้
สง่ิ ท่ไี ด้เรียนรู้
• การเขยี นแสดงวัน เดอื น ปี มีหลายแบบ อาจเขียนช่ือเดือนโดยใช้ค�ำ ยอ่ หรือใช้ล�ำ ดับทข่ี องเดือน
อาจเขยี นแสดงวนั ท่แี ละปีพุทธศักราชหรือคริสตศ์ กั ราชเป็นตัวเลขสองหลัก
• พ.ศ. เป็นคำ�ยอ่ ของพทุ ธศักราช และ ค.ศ. เป็นค�ำ ย่อของคริสต์ศักราช
จากนนั้ ใหน้ กั เรียนท�ำ แบบฝกึ หัด 7.3 หนา้ 45 – 46
48 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
บทที่ 7 | เวลา ค่มู ือครูรายวชิ าพื้นฐานคณติ ศาสตร์
ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 2 เล่ม 2
7.4 การบอกเวลาเป็นนาฬิกา (2 ช่วั โมง) หนังสอื เรียนร�ยวชิ �พื้นฐ�น | คณติ ศ�สตร์ ป.2
จดุ ประสงค์ บทท ี่ 7 | เวลา
บอกเวลาเปน็ นาฬกิ า 7.4 การบอกเวลาเป็นนาฬิกา
สอื่ การเรียนรู้ พัฒนาความรู้
11 12 1 ดูเวล�จ�กน�ฬกิ �
10 2
93
84
765
ขณะนเ้ี ปน็ เวล� 9 น�ฬกิ �
เร�ร้วู ่�เป็นเวล� 9 น�ฬิก� ไดอ้ ย�่ งไร
น�ฬิก�เปน็ เครื่องมอื ทใ่ี ชบ้ อกเวล�
เร�อ่�นเวล�ได้จ�กหน�้ ปัดน�ฬิก�
− นาฬิกาจริงหรอื นาฬิกาจ�ำ ลอง หน�้ ปัดน�ฬิก�ประกอบด้วยอะไรบ้�ง
แนวการจัดการเรียนรู้ เข็มยาว บนหน�้ ปดั น�ฬิก�
การพฒั นาความรู้
เข็มสั้น 11 12 1 มีเขม็ ชบี้ อกเวล� เรยี กว�่ เขม็ ส้ัน และ เข็มยาว
1. ครกู บั นักเรียนรว่ มกนั สนทนาเก่ียวกับเวลาใน
การท�ำ กจิ กรรมตา่ ง ๆ ในชวี ติ ประจำ�วนั ของนักเรยี น เชน่ 10 2 มีช่องใหญเ่ ท�่ ๆ กัน 12 ชอ่ ง หนึ่งชอ่ งใหญแ่ บ่งเปน็ ช่องเลก็
ตน่ื นอนเวลา 6 นาฬิกา เคารพธงชาติเวลา 8 นาฬกิ า เท่� ๆ กัน 5 ชอ่ ง
9 765 43
8 มีตัวเลข 12 ตวั ได้แก ่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12
1 วนั มี 24 ชัว่ โมง เริ่มช่วั โมงที ่ 1 เรยี กว่� 1 น�ฬิก�
จนถงึ ชัว่ โมงท ี่ 24 เรยี กว�่ 24 น�ฬกิ �
1 วัน ม ี 24 ช่วั โมง เทย่ี งคนื เท่ยี งวัน เที่ยงคนื
11 12 1 11 12 1 11 12 1
10 2 10 2 10 2
93 93 93
84 84 84
765 765 765
กลางคนื กลางวัน กลางคนื
0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24
1 ชั่วโมง
1 วัน
| 73สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รับประทานอาหารกลางวนั เวลา 12 นาฬิกา แล้วครถู าม
นกั เรยี นว่า เราจะร้ไู ดอ้ ยา่ งไรว่าเราตน่ื นอนเวลา 6 นาฬิกา หนังสอื เรยี นรายวชิ าพ้นื ฐาน | คณติ ศาสตร์ ป.2
หรือเราเคารพธงชาติเวลา 8 นาฬกิ า และเรารบั ประทาน บทที่ 7 | เวลา
อาหารกลางวนั เวลา 12 นาฬิกา (ดเู วลาจากนาฬกิ า)
จากนัน้ ครแู นะนำ�นาฬกิ าและส่วนประกอบตา่ ง ๆ การบอกเวลาช่วงเวลากลางวนั
ของนาฬกิ าวา่ นาฬิกาเปน็ เครื่องมอื ใช้บอกเวลา
หนา้ ปัดนาฬกิ าประกอบด้วยเข็มส้ัน เข็มยาว และตวั เลข ต้ังแต่ 6 น�ฬิก� ถึงก่อน 18 น�ฬกิ �เปน็ เวล�กล�งวนั
1 – 12 เป็นตัวเลขบอกเวลา ครหู มุนเข็มนาฬิกา
เพื่อแสดงใหเ้ หน็ ว่า ใน 1 วัน นาฬิกาจะหมนุ 2 รอบ 11 12 1 11 12 1 11 12 1
รอบละ 12 ชัว่ โมง เปน็ กลางวันและกลางคืน ดงั นนั้ 1 วัน 10 2 10 2 10 2
เทา่ กบั 12 + 12 = 24 ชว่ั โมง 93 93 93
84 84 84
2. ครใู ช้นาฬิกาจรงิ หรอื นาฬิกาจำ�ลองชนิดมเี ฟอื ง
หมุนเข็มนาฬกิ า เพือ่ แสดงเวลากลางวนั เริม่ ต้งั แต่ 765 765 765
6 น�ฬกิ � 7 น�ฬกิ � 8 น�ฬกิ �
11 12 1 11 12 1 11 12 1
10 2 10 2 10 2
93 93 93
84 84 84
765 765 765
9 น�ฬิก� 10 น�ฬกิ � 11 น�ฬิก�
11 12 1 11 12 1 12 + 1 11 12 1 12 + 2
10 2 10 2 10 2
93 93 93
84 84 84
765 765 765
12 น�ฬกิ � 13 น�ฬกิ � 14 น�ฬกิ �
สงั เกต เข็มย�วชท้ี ตี่ วั เลข 12 เสมอ
บอกเวลาเป็นนาฬกิ า
1 11 12 1 12 + 3 2 11 12 1 3 11 12 1
10 2 10 2 10 2
93 93 93
84 84 84
765 765 765
15 นาฬกิ า 16 นาฬิกา12 + 4 17 นาฬิกา12 + 5
74 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
6 นาฬิกา 7 นาฬกิ า … จนถึงเวลาก่อน 18 นาฬิกา
(12 ชวั่ โมง) ครแู นะน�ำ การอ่านเวลาเปน็ นาฬกิ าจากหนา้ ปดั นาฬิกาโดยเร่ิมอ่านจาก 6 นาฬิกา
7 นาฬกิ า … จนถึง12 นาฬกิ า หลงั จาก 12 นาฬกิ า เข็มส้ันจะชีท้ ีต่ วั เลข 1 แต่ให้อ่านเวลาเปน็
13 นาฬกิ า เม่ือหมนุ เขม็ ไปท่ีตวั เลข 2 ใหอ้ ่านเวลาเปน็ 14 นาฬิกา อ่านเช่นนไ้ี ปเรอ่ื ย ๆ จนถึง
เวลาก่อน 18 นาฬกิ า ซ่งึ เข็มสั้นจะช้ีทีต่ ัวเลข 6 แลว้ ให้นักเรยี นสังเกตตำ�แหน่งของเข็มสน้ั และ
เขม็ ยาวว่าชี้ท่ตี ัวเลขใด และสรปุ ว่า นาฬิกาเป็นเครื่องมอื บอกเวลา เม่ือเข็มยาวบนหน้าปดั นาฬกิ า
ชี้ท่ตี ัวเลข 12 จะบอกเวลาเป็นนาฬกิ า โดยดูจากตวั เลขทเ่ี ขม็ สน้ั ชี้ และเวลาตั้งแต่ 6 นาฬิกา ถึงก่อน
18 นาฬิกา เป็นเวลากลางวนั จากนัน้ ให้นกั เรยี นชว่ ยกันบอกเวลาจากหน้าปัดนาฬิกาทา้ ยหน้า 74
| 49สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คมู่ อื ครรู ายวิชาพืน้ ฐานคณติ ศาสตร์ บทท่ี 7 | เวลา
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 2 เลม่ 2
หนังสอื เรยี นรายวิชาพื้นฐาน | คณิตศาสตร์ ป.2
3. ครูใชน้ าฬกิ า แสดงช่วงเวลากลางคืน พรอ้ มกบั บทท่ี 7 | เวลา
แนะน�ำ การอ่านบอกเวลา โดยเร่ิมตง้ั แต่ 18 นาฬกิ า ซ่ึง
เขม็ สั้นจะชีท้ ่ีตัวเลข 6 แล้วหมนุ เข็มแสดงเวลา 19 นาฬิกา การบอกเวลาชว่ งเวลากลางคนื
ซ่งึ เขม็ ส้ันจะชท้ี ่ตี ัวเลข 7 หมุนเข็มแสดงเวลาไปเรอื่ ย ๆ ต้งั แต่ 18 น�ฬกิ � ถงึ กอ่ น 6 น�ฬิก�เป็นเวล�กล�งคนื
จนถงึ 24 นาฬิกา หรือ 0 นาฬกิ า เขม็ สั้นและเข็มยาวจะช้ี
ท่ตี ัวเลข 12 ครอู ธิบายว่า เวลา 24 นาฬิกาหรือ 0 นาฬิกา 11 12 1 12 + 7 11 12 1 12 + 8 11 12 1
เปน็ เวลาสนิ้ สดุ ของวนั เมอ่ื เข็มยาวเคล่ือนทเ่ี ลยตัวเลข 12 10 2 10 2 10 2
จะเปน็ การเรมิ่ ตน้ นบั วันใหม่ ครหู มนุ เข็มนาฬิกาต่อไป 93 93 93
เพอ่ื แสดงเวลา 1 นาฬกิ า 2 นาฬกิ า … 5 นาฬกิ า ใหน้ กั เรยี น 84 84 84
อา่ นเวลาตา่ ง ๆ ทค่ี รหู มนุ และใหส้ งั เกตตำ�แหน่งของ
เขม็ ยาววา่ จะชท้ี เ่ี ลข 12 เสมอ และสรปุ วา่ ตง้ั แต่ 18 นาฬกิ า 765 765 765
ถึงก่อน 6 นาฬิกา เป็นเวลากลางคืน
12 + 6 18 น�ฬิก� 19 น�ฬกิ � 20 น�ฬิก�
11 12 1 11 12 1 12 + 11 11 12 1
10 2 10 2 10 2
93 12 + 10 93 93
84 84 84
12 + 9
765 765 765
21 น�ฬิก� 22 น�ฬิก� 23 น�ฬกิ �
12 + 12 11 12 1 11 12 1
11 12 1 10 2 10 2
93 93
10 2 84 84
93
84 765 765
765 1 น�ฬิก� 2 น�ฬกิ �
24 น�ฬิก� สังเกต เขม็ ย�วชที้ ต่ี วั เลข 12 เสมอ
หรอื 0 น�ฬิก�
บอกเวลาเป็นนาฬกิ า
1 11 12 1 2 11 12 1 3 11 12 1
10 2 10 2 10 2
93 93 93
84 84 84
765 765 765
3 นาฬกิ า 4 นาฬิกา 5 นาฬกิ า
| 75สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
การตรวจสอบความเขา้ ใจ หนังสือเรยี นรายวิชาพ้ืนฐาน | คณติ ศาสตร์ ป.2
บทท่ี 7 | เวลา
4. ตรวจสอบความเข้าใจของนกั เรียน โดยใหน้ กั เรยี น
บอกเวลา จากภาพนาฬิกาท่กี �ำ หนด ทงั้ ชว่ งเวลากลางวัน ตรวจสอบความเข้าใจ
และชว่ งเวลากลางคืน ตามหนงั สอื เรียนหนา้ 76 จากนัน้
ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ งและสรปุ บอกเวลาเป็นนาฬกิ า กลางคืน
สิง่ ท่ไี ดเ้ รียนรู้ กลางวนั
สิง่ ทไ่ี ดเ้ รียนรู้ 11 12 11 12 1 11 12 11 12 1
10 10 2 2 10 10 2 2
•• 1 วัน มี 24 ช่ัวโมง 1 9 93 3 49 9 3 3
นาฬกิ าเปน็ เคร่อื งมือบอกเวลา เมอื่ เข็มยาวบนหน้าปดั 8 84 4 8 84 4
นาฬกิ าชที้ ตี่ วั เลข 12 จะบอกเวลาเป็นนาฬิกา โดยดจู าก 7 6 57 6 5 7 6 57 6 5
ตัวเลขที่เขม็ ส้นั ชี้
11 12 11 12 1 11 12 11 12 1 2
• เวลากลางวันเร่ิมตั้งแต่ 6 นาฬิกา หลังจาก 12 นาฬกิ า 2 10 10 2 2 5 10 10 2 3
จะเปน็ เวลา 13 นาฬิกา 14 นาฬกิ า 15 นาฬิกา 9 93 3 9 93
16 นาฬิกา 17 นาฬกิ า จนถงึ กอ่ น 18 นาฬกิ า
8 84 4 8 84 4
• เวลากลางคืนเร่ิมตง้ั แต่ 18 นาฬิกา หลังจาก 24 นาฬกิ า 7 6 57 6 5 7 6 57 6 5
จะเป็นเวลา 1 นาฬิกา 2 นาฬกิ า 3 นาฬกิ า 4 นาฬิกา 11 12 11 12 1 11 12 11 12 1
5 นาฬิกา จนถึงก่อน 6 นาฬิกา 3 10 10 2 2 6 10 10 2 2
จากนนั้ ใหน้ กั เรียนท�ำ แบบฝกึ หัด 7.4 หน้า 47 – 49 9 93 3 9 93 3
8 84 4 8 84 4
7 6 57 6 5 7 6 57 6 5
สง่ิ ทีไ่ ดเ้ รยี นรู้
1 วนั ม ี 24 ชั่วโมง
น�ฬิก�เปน็ เคร่ืองมือบอกเวล� เมือ่ เข็มย�วบนหน�้ ปัดน�ฬิก�
ชท้ี ต่ี วั เลข 12 จะบอกเวล�เปน็ น�ฬกิ � โดยดจู �กตวั เลขทเ่ี ขม็ สน้ั ช้ี
เวล�กล�งวนั เร่ิมตัง้ แต่ 6 น�ฬิก� หลังจ�ก 12 น�ฬกิ �
จะเป็นเวล� 13 น�ฬกิ � 14 น�ฬกิ � 15 น�ฬกิ � 16 น�ฬกิ �
17 น�ฬกิ � จนถงึ กอ่ น 18 น�ฬกิ �
เวล�กล�งคนื เรม่ิ ต้งั แต ่ 18 น�ฬิก� หลงั จ�ก 24 น�ฬิก�
จะเป็นเวล� 1 น�ฬกิ � 2 น�ฬกิ � 3 น�ฬิก� 4 น�ฬกิ �
5 น�ฬิก� จนถงึ กอ่ น 6 น�ฬกิ � แบบฝกึ หดั 7.4
76 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เฉลย 4. 22 นาฬกิ า
1. 7 นาฬิกา
2. 10 นาฬิกา 5. 2 นาฬิกา
3. 16 นาฬกิ า 6. 4 นาฬกิ า
50 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
บทท่ี 7 | เวลา คูม่ อื ครรู ายวชิ าพ้นื ฐานคณิตศาสตร์
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 2 เล่ม 2
7.5 การบอกเวลาเปน็ นาฬกิ าและนาที (ชว่ ง 5 นาท)ี หนงั สือเรียนร�ยวิช�พน้ื ฐ�น | คณิตศ�สตร์ ป.2
(2 ชั่วโมง) บทท่ี 7 | เวลา
จุดประสงค์ 7.5 การบอกเวลาเปน็ นาฬกิ าและนาท ี (ชว่ ง 5 นาท)ี
บอกเวลาเป็นนาฬิกาและนาที (ช่วง 5 นาที) พฒั นาความรู้
11 12 1
10 2
93
84
765
5 5 55 60 5
11 12 1 11 12 1
สอ่ื การเรยี นรู้ 11 12 1 10 2 10 2 10 50 11 12 1 10
10 2 93
− นาฬกิ าจริงหรือนาฬกิ าจำ�ลองและบัตรแสดงเวลา 93 84 9 3 15 10 2
84 765
84 45 9 3 15
765 8 น�ฬิก� 5 น�ที
765 20 84
8 น�ฬิก� 40 7 6 5 20
30 25 35 30 25
8 น�ฬิก� 30 น�ที 9 น�ฬกิ �
เข็มย�วเคลื่อนทีจ่ �กตวั เลข 12 ไปที่ตวั เลข 1 2 3 ... 12
ชว่ งละ 5 น�ท ี ใชเ้ วล� 5 10 15 … 60 น�ที ต�มลำ�ดับ
แนวการจัดการเรยี นรู้ ในขณะทเี่ ขม็ ย�วเคลือ่ นท่ีครบ 1 รอบใชเ้ วล� 60 น�ที
การพฒั นาความรู้ เข็มสน้ั เคลอ่ื นทีจ่ �กตวั เลข 8 ไปตวั เลข 9 ใชเ้ วล� 1 ชัว่ โมง
ดงั นั้น 60 นาท ี เทา่ กับ 1 ชั่วโมง
1. ครทู บทวนการบอกเวลาเป็นนาฬกิ าโดยการ
11 12 1 เวล� 8 น�ฬิก� 20 น�ที
ถาม-ตอบ เช่น หมุนเข็มสน้ั ไปที่ตัวเลข 3 เขม็ ยาวไปที่ 10 2
11 12 1 93
10 2 84
93
84 765
ช่วง 5 น�ที 765
เวล� 8 น�ฬิก� 55 น�ที
เวล� 8 น�ฬิก� 55 น�ท ี เขม็ สัน้ อยเู่ กอื บถงึ ตวั เลข 9
| 77สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ตวั เลข 12 แล้วให้นักเรยี นบอกเวลาวา่ เปน็ เวลาอะไร
โดยบอกทง้ั ชว่ งเวลากลางวนั และกลางคนื แล้วใชค้ �ำ ถาม หนงั สือเรียนร�ยวชิ �พนื้ ฐ�น | คณติ ศ�สตร์ ป.2
ถามน�ำ เข้าสู่บทเรยี นวา่ ถา้ เขม็ ยาวไม่ได้ชท้ี ่ตี วั เลข 12 บทท ี่ 7 | เวลา
จะอา่ นเวลาไดอ้ ยา่ งไร จากนั้นครูหมนุ เขม็ แสดงเวลา 8
นาฬกิ า ซงึ่ เขม็ ส้ันจะช้ีท่ีตัวเลข 8 และเข็มยาวชีท้ ่ีตวั เลข ช่วยกันบอกเวล� 5 เวล� 20 น�ฬิก� 5 น�ที
12 แล้วครหู มนุ เข็มยาวชี้ไปทต่ี วั เลข 1 ครแู นะน�ำ การอ่าน 11 12 1 เวล� 22 น�ฬกิ � 40 น�ที
เวลา 8 นาฬิกา 5 นาที แล้วครหู มุนเขม็ ยาวชท้ี ่ีตัวเลข 2 10 2
ครแู นะนำ�การอา่ นเวลา 8 นาฬิกา 10 นาที แล้วครหู มนุ
เขม็ ยาวชท้ี ่ีตัวเลข 3 ครแู นะนำ�การอ่านเวลา 8 นาฬิกา 93
15 นาที แล้วครูหมนุ เข็มยาวชท้ี ตี่ วั เลข 4 ครแู นะน�ำ
84
765
5
11 12 1 10
10 2
9 3 15
84
40 7 6 5 20
35 30 25
บอกเวลาเปน็ นาฬกิ าและนาที
กลางวนั กลางคนื
11 12 1 11 12 1
10 2 10 2
19 49
3 3
84 84
765 765
11 12 1 11 12 1
10 2 10 2
29 59
3 3
84 84
765 765
การอา่ นเวลา 8 นาฬกิ า 20 นาที ... ครแู นะนำ�การอา่ น 11 12 1 11 12 1
ชว่ ง 5 นาที เชน่ นไ้ี ปเรอ่ื ย ๆ จนถงึ 8 นาฬกิ า 55 นาที แลว้ 10 2 10 2
หมุนเข็มยาวชที้ ต่ี ัวเลข 12 เขม็ สัน้ เคล่อื นทไ่ี ปทีต่ วั เลข 9 39 69
3 3
84 84
765 765
สังเกตตำ�แหนง่ ของเข็มสั้นในเวล�ต�่ ง ๆ
78 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
พอดี ครแู นะนำ�ว่า เข็มยาวช้ีท่ตี วั เลข 12 เปน็ การเคลอ่ื นท่ี เฉลย 4. 19 นาฬกิ า 10 นาที
ไป 60 นาที ครถู ามนกั เรยี นวา่ อา่ นเปน็ เวลาใด (9 นาฬิกา) 1. 7 นาฬกิ า 10 นาที
ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรปุ ว่า ในขณะที่เขม็ ยาวเคล่ือนท ี่ 2 . 1 0 น า ฬ ิก า 2 0 น า ท ี 5 . 1 น า ฬ ิก า 3 0 น า ท ี
ครบ 1 รอบ ใช้เวลา 60 นาที เข็มสั้นเคล่อื นทจี่ ากตวั เลข 8 3 . 1 3 น า ฬ ิก า 5 0 น าท ี 6 . 4 น า ฬ กิ า 4 0 น า ท ี
ไปตัวเลข 9 ใช้เวลา 1 ชั่วโมง ดงั นน้ั 60 นาที เท่ากับ
1 ช่วั โมง จากน้ันครูหมนุ เข็มอกี 1 รอบ โดยหมนุ เขม็ เพือ่
แสดงเวลาตอ่ จาก 9 นาฬิกา ถงึ 10 นาฬิกา ใหน้ ักเรยี นอ่านเวลาตา่ ง ๆ ที่เข็มเคลอ่ื นท่ไี ปทกุ ๆ
5 นาที จนครบ 60 นาที หรือ 1 ชวั่ โมง
| 51สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คู่มอื ครรู ายวิชาพน้ื ฐานคณติ ศาสตร์ บทที่ 7 | เวลา
ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 2 เลม่ 2
หนังสอื เรียนรายวชิ าพน้ื ฐาน | คณิตศาสตร์ ป.2
2. ครใู หน้ กั เรยี นอ่านเวลาเป็นนาฬิกา บทที่ 7 | เวลา
และนาที จากเวลาท่ีครูกำ�หนด โดยให้บอกเวลา
เปน็ กลางวนั และกลางคนื และใหน้ ักเรยี น กิจกรรม สนกุ กับน�ฬิก�
ร่วมกันตรวจสอบความถกู ตอ้ งและให้นักเรียน อุปกรณ์ 1. น�ฬกิ �จรงิ หรอื น�ฬิก�จำ�ลองชนดิ มีเฟือง
สงั เกตตำ�แหน่งของเขม็ ส้ันและเข็มยาว ณ เวลา 2. บัตรแสดงเวล�
ตา่ ง ๆ เชน่ เวลา 8 นาฬิกา 30 นาที เขม็ ส้นั ช้ี วิธจี ัดกิจกรรม
ระหวา่ งตวั เลข 8 กบั ตัวเลข 9 เขม็ ยาวช้ที ่ี 1. ครใู หน้ กั เรยี นออกม�หมุนเข็มน�ฬกิ �แสดงเวล�ต�มบัตรแสดงเวล�
ตวั เลข 6 เวลา 8 นาฬิกา 55 นาที เขม็ สนั้ ช้ี ที่สุ่มหยบิ ได้
เกอื บถึงตัวเลข 9 เข็มยาวช้ีทตี่ วั เลข 11 เป็นตน้ 2. ครูและนักเรียนรว่ มกนั ตรวจสอบคว�มถกู ต้อง
3. ครจู ดั กจิ กรรม “สนกุ กับนาฬิกา” ตัวอย่างบัตรแสดงเวลา
โดยใชส้ อ่ื นาฬกิ าจรงิ หรอื นาฬกิ าจ�ำ ลองชนดิ มเี ฟอื ง
ครทู �ำ บัตรแสดงเวลา ดังตวั อย่างในหนงั สอื เรยี น 8 นา�ิกา 30 นาที 23 นา�ิกา 25 นาที 15 นา�ิกา 5 นาที
หนา้ 79 ใหน้ ักเรยี นออกมาจบั บัตรแสดงเวลา
แลว้ หมุนเข็มนาฬิกาตามเวลาท่ีนักเรียนหยิบได้ 10 นา�กิ า 0 นา�กิ า 45 นาที 2 นา�กิ า 15 นาที
ตามบตั ร ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
ของตำ�แหนง่ เขม็ สั้นและเขม็ ยาว 11 12 1
10 2
การตรวจสอบความเข้าใจ 93
84
4. ตรวจสอบความเข้าใจของนักเรยี นโดย
ใหน้ ักเรยี นจับคูเ่ วลาใหต้ รงกบั เวลาบนหนา้ ปดั 765
นาฬิกาที่ก�ำ หนดเปน็ รายบุคคลตามหนังสอื เรียน
หนา้ 80 จากนัน้ ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันตรวจสอบ 4 นา�กิ า 55 นาที
ความถกู ต้องและสรุปสิ่งทีไ่ ดเ้ รียนร ู้
| 79สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ส่งิ ทีไ่ ดเ้ รียนรู้
หนังสอื เรยี นรายวิชาพ้ืนฐาน | คณติ ศาสตร์ ป.2
•• 60 นาที เท่ากบั 1 ชวั่ โมง บทท่ี 7 | เวลา
การบอกเวลาเป็นนาฬกิ าและนาทีให้
พจิ ารณาทตี่ �ำ แหน่งเขม็ ส้ันและเขม็ ยาว ตรวจสอบความเขา้ ใจ
จากนนั้ ใหน้ ักเรียนทำ�แบบฝกึ หดั 7.5
หนา้ 50 - 52 เลือก ก หรอื ข ให้ตรงกบั เวลาบนหน้าปดั นาฬิกา
เฉลย 1 11 12 1 ก ข
10 2 9 น�ฬกิ � 12 น�ฬิก�
1. ก 2. ก 3. ข 4. ข 5. ก 93
84 ก ข
52 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 765 5 น�ฬกิ � 15 น�ที 5 น�ฬกิ � 3 น�ที
2 11 12 1 ก ข
10 2 1 น�ฬกิ � 55 น�ที 0 น�ฬกิ � 55 น�ที
93
84 ก ข
765 10 น�ฬิก� 30 น�ที 10 น�ฬิก� 35 น�ที
3 11 12 1 ก ข
10 2 20 น�ฬิก� 50 น�ที 9 น�ฬิก� 50 น�ที
93
84
765
4 11 12 1
10 2
93
84
765
5 11 12 1
10 2
93
84
765
สิง่ ที่ไดเ้ รียนรู้ 11 12 1
10 2
60 น�ที เท่�กับ 1 ชว่ั โมง 93
84
765
ก�รบอกเวล�เปน็ น�ฬกิ �และน�ที ใหพ้ จิ �รณ�ทีต่ �ำ แหน่ง
เข็มสั้นและเขม็ ย�ว
แบบฝกึ หัด 7.5
80 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
บทท่ี 7 | เวลา คมู่ ือครูรายวชิ าพื้นฐานคณติ ศาสตร์
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 เล่ม 2
7.6 การบอกระยะเวลาเป็นช่ัวโมง เปน็ นาที (2 ชั่วโมง)
จุดประสงค์
บอกระยะเวลาเป็นชว่ั โมง เป็นนาที เมือ่ กำ�หนดเวลาเร่มิ ตน้ และเวลาสิน้ สดุ กจิ กรรม
สอื่ การเรียนรู้
− นาฬกิ าจรงิ หรอื นาฬิกาจำ�ลอง
− บตั รภาพนาฬิกาที่แรเงาแสดงระยะเวลา
หนงั สือเรยี นรายวิชาพ้นื ฐาน | คณิตศาสตร์ ป.2
บทที่ 7 | เวลา
แนวการจดั การเรียนรู้ 7.6 การบอกระยะเวลาเปน็ ชั่วโมง เปน็ นาที
การพฒั นาความรู้ พัฒนาความรู้
1. ครตู ดิ บตั รภาพตามหนงั สือเรยี น พอ่ ล้างรถ แมท่ าำ งานบา้ น
หนา้ 81 ที่แสดงระยะเวลาทพ่ี อ่ ใชล้ ้างรถ โดยใช้
การถาม-ตอบ ดงั น้ี 11 12 1 11 12 1 11 12 1 11 12 1
10 2 10 2 10 2 10 2
− พอ่ เริม่ ล้างรถเวลาใด (8 นาฬกิ า) 93 93 93 93
− พอ่ ล้างรถเสร็จเวลาใด (10 นาฬิกา) 84 84 84 84
765 765 765 765
เริ่ม เสรจ็ เร่มิ เสร็จ
เขม็ สน้ั เคลอ่ื นไป 2 ชอ่ งใหญ่ เขม็ สน้ั เคลอ่ื นไป 3 ชอ่ งใหญ่
ดงั นน้ั ระยะเวลาทพ่ี อ่ ใชล้ า้ งรถ คอื 2 ชว่ั โมง ดงั นน้ั ระยะเวลาทแ่ี มใ่ ชท้ าำ งานบา้ น คอื 3 ชว่ั โมง
หรอื พอ่ ลา้ งรถใชเ้ วลา 2 ชว่ั โมง หรอื แมท่ าำ งานบา้ นใชเ้ วลา 3 ชว่ั โมง
พอ่ ล้างรถใช้เวลานอ้ ยกว่าแมท่ าำ งานบา้ น
จากนน้ั ครถู ามวา่ พอ่ ใชเ้ วลาลา้ งรถกช่ี ว่ั โมง บอกระยะเวลาที่ใชใ้ นการทาำ กจิ กรรม
รูไ้ ดอ้ ยา่ งไร นักเรียนอาจจะยงั ตอบไม่ได้
ครูควรแนะนำ�วธิ กี ารหาระยะเวลาเป็นชว่ั โมง 1 เรยี นคณติ ศาสตร์ 11 12 1 11 12 1 1 ช่วั โมง
โดยนบั จาก เวลาเรม่ิ ตน้ คอื 8 นาฬกิ า ไปจนถงึ 10 2 10 2 2 ชัว่ โมง
เวลาสน้ิ สดุ คือ 10 นาฬกิ า นบั ได้ 2 ชั่วโมง 93 93
84 84
765 765
2 ซ้อมกฬี า เริ่มเรยี น เลิกเรยี น
11 12 1 11 12 1
10 2 10 2
93 93
84 84
765 765
เร่ิมซ้อม เลิกซ้อม
กจิ กรรมใดใชเ้ วลามากกวา่ ซ้อมกฬี า
ดังน้ัน พ่อใช้เวลาลา้ งรถ 2 ชั่วโมง จากน้นั | 81สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ครตู ดิ บตั รภาพแมท่ �ำ งานบา้ นแลว้ ใชก้ ารถาม-ตอบ
ในทำ�นองเดยี วกนั แล้วครูถามว่า พ่อใชเ้ วลา
ล้างรถมากกวา่ หรือน้อยกว่าที่แมใ่ ช้เวลาท�ำ งานบ้าน (พ่อใช้เวลาลา้ งรถนอ้ ยกวา่ แมใ่ ชเ้ วลาท�ำ งานบา้ น)
แลว้ เปรยี บเทยี บใหน้ กั เรยี นเหน็ วา่ ระยะเวลาทพ่ี อ่ ลา้ งรถ 2 ชว่ั โมง นอ้ ยกว่าระยะเวลาทีแ่ ม่ทำ�งานบ้าน
3 ชว่ั โมง อยู่ 1 ช่ัวโมง โดยการเปรยี บเทียบสว่ นทแี่ รเงาแสดงระยะเวลาในบัตรภาพทต่ี า่ งกัน
อยู่ 1 ช่อง ชอ่ งละ 1 ชั่วโมง จากนนั้ ให้นักเรยี นช่วยกนั บอกระยะเวลาทเี่ รียนคณติ ศาสตรต์ ั้งแต่
9 นาฬกิ า ถึง 10 นาฬิกา และระยะเวลาในการซอ้ มกฬี าตง้ั แต่ 14 นาฬิกา ถึง 16 นาฬิกา แล้วให้
นกั เรียนเปรยี บเทยี บวา่ กิจกรรมใดใชเ้ วลามากกวา่ กนั แลว้ รว่ มกนั สรปุ วา่ การบอกระยะเวลา
เปน็ ชว่ั โมง ใหส้ งั เกตการเคลอ่ื นทข่ี องเขม็ สน้ั วา่ เคลอ่ื นทไ่ี ปกช่ี อ่ ง
| 53สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คมู่ ือครรู ายวชิ าพ้ืนฐานคณิตศาสตร์ บทที่ 7 | เวลา
ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 2 เล่ม 2
2. ครูติดบตั รภาพตามหนังสอื เรยี นหน้า 82 ทแ่ี สดง หนงั สือเรยี นร�ยวชิ �พ้นื ฐ�น | คณิตศ�สตร์ ป.2
บทท ี่ 7 | เวลา
ระยะเวลาที่นิดล้างจาน โดยใช้การถาม-ตอบ ดังนี้ นิดล�้ งจ�น หนอ่ ยล�้ งหอ้ งนำ�้
− นิดเริม่ ล้างจานเวลาใด (17 นาฬิกา)
− นดิ ล้างจานเสร็จเวลาใด (17 นาฬิกา 15 นาท)ี 11 12 1 5 10 11 12 1 11 12 1
10 2 11 12 1 15 10 2 10 2
จากนั้นครูถามวา่ นิดใช้เวลาลา้ งจานกนี่ าที ร้ไู ด้อยา่ งไร 93 10 2 93
84 93 84 9 35
765 84 765 84
765 765
เรม่ิ 10
20 15
เรม่ิ เสร็จ เสรจ็
เขม็ ย�วเคลอื่ นทจ่ี �กตัวเลข 12 ไปท่ตี วั เลข 3 เขม็ ย�วเคลือ่ นทีจ่ �กตวั เลข 2 ไปทตี่ วั เลข 6
ใชเ้ วล� 15 น�ที ใชเ้ วล� 20 น�ที
ดังน้นั ระยะเวล�ที่นดิ ใช้ล�้ งจ�น 15 น�ที ดงั นั้น ระยะเวล�ทหี่ นอ่ ยล้�งหอ้ งนำ�้ 20 น�ท ี
หรอื นิดล�้ งจ�นใชเ้ วล� 15 น�ที หรือ หนอ่ ยล้�งหอ้ งน�ำ้ ใชเ้ วล� 20 น�ที
นักเรยี นอาจจะยังตอบไม่ได้ ครคู วรแนะนำ�วธิ กี ารหาระยะ หนอ่ ยล�้ งหอ้ งน้ำ�ใช้เวล�ม�กกว่�นดิ ล้�งจ�น
เวลาเปน็ นาที โดยนบั จากเวลาเรม่ิ ตน้ คอื 17 นาฬกิ า 0 นาที บอกระยะเวลาทีใ่ ช้ในการทำากจิ กรรม
จนถึงเวลาสน้ิ สุด คอื 17 นาฬกิ า 15 นาที นับได้ 15 นาที
ดงั น้นั นดิ ใช้เวลาล้างจาน 15 นาที จากนน้ั ครูติดบตั รภาพ 11 12 1 5 10
หน่อยลา้ งหอ้ งน�้ำ แล้วใช้การถาม-ตอบในทำ�นองเดยี วกนั 10 2 11 12 1
แล้วถามว่า หน่อยใชเ้ วลาล้างหอ้ งน�ำ้ มากกวา่ หรอื น้อยกว่า 1 อ�บนำ�้ 93 10 2
84 93
10 นาที 84
765 765
2 รับประท�นอ�ห�ร
เรม่ิ เสรจ็
25 นาที
11 12 1 11 12 1 5
10 2 10 2 10
93 93
84 84 15
765 765
เร่มิ 25 20
เสร็จ
อาบน้�ำกิจกรรมใดใชเ้ วล�น้อยกว�่
นดิ ใชเ้ วลาล้างจาน (หน่อยใช้เวลาลา้ งหอ้ งนำ้�มากกวา่ 82 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
นดิ ใชเ้ วลาลา้ งจาน) แล้วเปรียบเทียบใหน้ ักเรียนเหน็ วา่
ระยะเวลาทีน่ ิดใชเ้ วลาล้างห้องน�ำ้ 20 นาที มากกวา่ ระยะเวลาท่ีนิดล้างจาน 15 นาที อยู่ 5 นาที
โดยการเปรียบเทียบส่วนทแี่ รเงาแสดงระยะเวลาในบัตรภาพที่ตา่ งกันอยู่ 1 ชอ่ ง ชอ่ งละ 5 นาที
จากนนั้ ใหน้ กั เรียนช่วยกันบอกระยะเวลาที่อาบนำ้�ตง้ั แต่ 6 นาฬกิ า ถึง 6 นาฬกิ า 10 นาท ี และ
ระยะเวลาในการรบั ประทานอาหาร ตั้งแต ่ 7 นาฬิกา 5 นาที ถงึ 7 นาฬกิ า 30 นาที แลว้ ให้นักเรียน
เปรียบเทียบวา่ กจิ กรรมใดใช้เวลามากกวา่ กัน แล้วร่วมกนั สรุปว่า การบอกระยะเวลาเป็นนาที ให้
สงั เกตการเคล่ือนที่ของเขม็ ยาววา่ เคล่อื นท่ไี ปกชี่ ่อง
3. ครตู ิดบตั รภาพตามหนังสือเรียนหนา้ 83 แล้วใช้ หนงั สือเรยี นรายวิชาพืน้ ฐาน | คณิตศาสตร์ ป.2
การถาม-ตอบ โดยใชน้ าฬกิ าเป็นสอ่ื ให้นกั เรยี นเหน็ เวลาเริม่ บทที่ 7 | เวลา
ท�ำ การบ้านคือ 19 นาฬิกา แลว้ หมนุ เข็มให้นาฬกิ าเดินไป
1 ช่ัวโมง เพือ่ แสดงเวลาท่ีต้นกล้าท�ำ การบา้ นเสร็จคือ ต้นกลา้ เรมิ่ ทาำ การบา้ นเวลา 19 นาฬกิ า ใช้เวลา
20 นาฬิกา แลว้ ครถู ามวา่ ตน้ กล้าทำ�การบ้านเสรจ็ เวลาใด ทำาการบา้ น 1 ช่วั โมง ตน้ กลา้ ทำาการบ้านเสร็จเวลาใด
11 12 1 เวลาผา่ นไป 1 ชั่วโมง 11 12 1
10 2 10 2
93 93
84 84
765 765
เร่ิมทำาการบา้ น ทำาการบ้านเสร็จ
ทำาการบา้ นเสรจ็ เวลา 20 นาฬกิ า
(20 นาฬิกา) จากนน้ั ครูติดบัตรภาพแกว้ ตาเร่มิ ป่ันจักรยาน แกว้ ตาเรม่ิ ปน่ั จักรยานเวลา 17 นาฬิกา 10 นาที
เวลา 17 นาฬกิ า 10 นาที และเวลาผา่ นไป 25 นาที ใชเ้ วลาปัน่ จกั รยาน 25 นาที แก้วตาป่นั จกั รยานเสรจ็ เวลาใด
ครูหมนุ เข็มนาฬิกาให้นกั เรียนเหน็ การเคลอ่ื นทข่ี อง
เขม็ ยาวจากเวลา 17 นาฬิกา 10 นาที โดยใช้เวลา 11 12 1 11 12 1
25 นาที หรอื 5 ชอ่ ง ไปสิน้ สุดกิจกรรมทเี่ วลา 17 นาฬกิ า 10 2 10 2
35 นาที ครถู ามนกั เรียนว่าแกว้ ตาป่ันจักรยานเสร็จเวลาใด 93
(17นาฬกิ า 35 นาท)ี จากน้ันให้นกั เรยี นรว่ มกนั อ่านโจทย์ 84 9 35
และตอบค�ำ ถามเกย่ี วกบั ระยะเวลาทา้ ยหนงั สอื เรยี นหนา้ 83
ครูและนักเรยี นรว่ มกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง และสรุปบทเรยี น 765 เวลาผา่ นไป 25 นาที 84
765
เรม่ิ ป่นั จกั รยาน 10
25 20 15
ปนั่ จักรยานเสรจ็
ปัน่ จักรยานเสรจ็ เวลา 17 นาฬิกา 35 นาที
ตอบค�ำ ถ�ม
1 11 12 1 ครอบครัวขนุ เดนิ ทางไปบ้านยายตา่ งจังหวัด
10 2 ใช้เวลา 4 ชวั่ โมง จะถึงบ้านยายเวลาใด
93
84
765
เรมิ่ เดนิ ทาง
2 11 12 1 แมข่ องใบบวั ต้ังเวลาอบน่องไก่ 30 นาที
10 2 แมจ่ ะอบนอ่ งไก่เสร็จเวลาใด
93
84
765
เรมิ่ อบน่องไก่
เฉลย | 83สถ�บันส่งเสริมก�รสอนวิทย�ศ�สตร์และเทคโนโลยี
1. ขุนเดินทางถงึ บ้านยายเวลา 11 นาฬกิ า หรือ 23 นาฬิกา
2. แมจ่ ะอบนอ่ งไกเ่ สรจ็ เวลา 8 นาฬกิ า 25 นาที
หรอื 20 นาฬกิ า 25 นาที
54 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
บทที่ 7 | เวลา คู่มือครูรายวชิ าพืน้ ฐานคณิตศาสตร์
ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 2 เล่ม 2
การตรวจสอบความเข้าใจ หนังสือเรยี นรายวิชาพื้นฐาน | คณิตศาสตร์ ป.2
บทที่ 7 | เวลา
4. ตรวจสอบความเข้าใจของนกั เรยี น โดยกำ�หนด
เวลาเร่มิ กิจกรรมและเวลาสน้ิ สุดกจิ กรรมให้ 2 กิจกรรม ตรวจสอบความเขา้ ใจ
ตามหนงั สอื เรียนหนา้ 84 ให้นกั เรยี นหาระยะเวลา 1 บอกระยะเวลาในการทาำ กิจกรรมต่อไปน้ี
ในการท�ำ กจิ กรรมเปน็ ชว่ั โมง เป็นนาที และกำ�หนดเวลา
เร่มิ กิจกรรมและระยะเวลาในการท�ำ กจิ กรรมเปน็ ชว่ั โมง กิจกรรม เวลาเริ่มทาำ กิจกรรม เวลาส้นิ สุดกจิ กรรม
เปน็ นาที ให ้ 2 กจิ กรรม ให้นกั เรยี นหาเวลาสน้ิ สุดกิจกรรม
เปน็ รายบคุ คล จากนั้นครแู ละนกั เรียนร่วมกันตรวจสอบ เรยี น 11 12 1 11 12 1
ความถกู ต้องและ สรุปส่ิงทไ่ี ดเ้ รียนรู้ 10 2 10 2
7 ชั่วโมง 93 93
สิ่งที่ได้เรียนรู้ 84 84
รบั ประท�นอ�ห�รกล�งวนั
การบอกระยะเวลาอาจบอกเป็นชว่ั โมงหรือเปน็ นาท ี 765 765
โดยนบั จากเวลาเริ่มต้นจนถึงเวลาส้ินสดุ 30 นาที 11 12 1
11 12 1 10 2
จากนน้ั ใหน้ กั เรยี นท�ำ แบบฝกึ หดั 7.6 หนา้ 53 – 55 10 2 93
93 84
7.7 การบอกเวลาดว้ ยนาฬิกาแบบใช้ตัวเลข 84 765
(1 ชวั่ โมง)
765 ระยะเวลา
จดุ ประสงค์
2 บอกเวลาสน้ิ สุดกิจกรรมตอ่ ไปนี้ 3 ชวั่ โมง
บอกเวลาเป็นนาฬิกาและนาทจี ากนาฬิกาแบบใชต้ ัวเลข
กจิ กรรม เวลาเร่มิ ทาำ กจิ กรรม 35 น�ที
ส่ือการเรยี นรู้
เท่ียวสวนสนกุ 11 12 1
− นาฬกิ าแบบใชต้ วั เลขชนิดตา่ ง ๆ 10 2
− บตั รแสดงเวลา 13 นาฬิกา 93
84
ว�่ ยน้�ำ
765
10 นาฬิกา 5 นาที
11 12 1
10 2
93
84
765
ส่ิงท่ีได้เรยี นรู้ แบบฝึกหดั 7.6
ก�รบอกระยะเวล�อ�จบอกเป็นช่วั โมงหรือเป็นน�ที
โดยนบั จ�กเวล�เริม่ ตน้ จนถงึ เวล�ส้ินสุด
84 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หนังสอื เรยี นรายวิชาพ้ืนฐาน | คณิตศาสตร์ ป.2
บทท่ี 7 | เวลา
7.7 การบอกเวลาดว้ ยนาฬิกาแบบใช้ตัวเลข
พัฒนาความรู้
ตวั อย่างนาฬกิ าแบบใช้ตัวเลข
ตัวเลข หนา้ เครือ่ งหมาย : แสดงเวล�เป็น นาฬกิ า
ตวั เลข หลงั เครือ่ งหมาย : แสดงเวล�เปน็ นาที
น�ฬิก�เรือนนีบ้ อกเวล� 12 นาฬิกา 30 นาที
บอกเวล�จ�กน�ฬิก�
0 น�ฬิก� 30 น�ที
14 น�ฬกิ � 5 น�ที
แนวการจดั การเรยี นรู้ | 85สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
การพฒั นาความรู้
1. ครูใช้นาฬิกาแบบใชต้ วั เลขหรือบัตรภาพนาฬิกาแบบใช้ตัวเลขหลาย ๆ แบบ มาแนะนำ�ให้
นกั เรยี นไดร้ ู้จกั พรอ้ มท้งั แนะนำ�การบอกเวลาว่า ตวั เลขหนา้ เครอื่ งหมาย : แสดงเวลาเป็นนาฬกิ า
และตัวเลขหลังเคร่ืองหมาย : แสดงเวลาเปน็ นาที
จากนั้นครอู าจใชบ้ ตั รแสดงเวลา แล้วใหน้ กั เรยี นบอกเวลาวา่ เป็นเวลาก่ีนาฬกิ ากี่นาที ครูและ
นักเรยี นรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกต้อง
| 55สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ค่มู อื ครรู ายวิชาพ้ืนฐานคณิตศาสตร์ บทท่ี 7 | เวลา
ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 2 เล่ม 2
หนังสอื เรยี นร�ยวิช�พนื้ ฐ�น | คณิตศ�สตร์ ป.2 จบั คูน่ าฬกิ าที่แสดงเวลาเดียวกัน หนงั สือเรียนรายวิชาพ้นื ฐาน | คณติ ศาสตร์ ป.2
บทท ่ี 7 | เวลา 1ก บทที่ 7 | เวลา
บอกเวล�จ�กน�ฬิก� 11 12 1
10 2
3 น�ฬกิ � 5 น�ที 93
10 น�ฬิก� 20 น�ที 84
18 น�ฬกิ � 35 น�ที
765
11 12 1
10 2
2 ข 93
84
765
เฉลย 21 น�ฬกิ � 11 12 1
10 2
1. 23 นาฬกิ า 10 นาที 3
2. 2 นาฬกิ า 45 นาที 6 3 ค 93
3. 13 นาฬกิ า 20 นาที 84
4. 0 นาฬกิ า 55 นาที 765
5. 3 นาฬิกา 25 นาที
6. 5 นาฬกิ า 30 นาที บอกเวลาจากนาฬิกา 11 12 1
12
เฉลย10 2
45
4 ง 93
86 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
84
765
ขอ้ 1 คู่กบั ข้อ ข
ข้อ 1 คู่กับขอ้ ข ขอ้ 2 คกู่ ับข้อ ก
ข้อ 3 ค่กู บั ขอ้ ง
| 87สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ข้อ 4 คกู่ ับขอ้ ค
2. ครูติดภาพนาฬิกาแล้วให้นกั เรียนบอกเวลาจากภาพนาฬกิ า อาจยกตวั อย่างเพมิ่ เติม
เพือ่ ใหน้ กั เรียนฝกึ การบอกเวลามากขนึ้ โดยครูเน้นย�ำ้ ให้สังเกตวา่ ตวั เลขทบ่ี อกเวลาเปน็ นาฬิกา
จะมหี ลกั เดียวหรือสองหลกั กไ็ ด้ แต่ตวั เลขท่บี อกเวลาเป็นนาทตี ้องมีสองหลกั เสมอ ถา้ ไม่ถงึ 10 นาที
จะต้องเติมเลข 0 ไว้ขา้ งหน้า เชน่ 3 : 05 อา่ นว่า 3 นาฬิกา 5 นาท ี 21 : 00 อ่านว่า 21 นาฬิกา
จากนัน้ ครูใหน้ ักเรียนบอกเวลาจากภาพนาฬกิ าแบบใชต้ ัวเลขท้ายหนังสอื เรียนหน้า 86 และ
ร่วมกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง
3. ครใู ห้นักเรียนจบั ค่นู าฬิกาทีแ่ สดงเวลาเดยี วกัน แลว้ รว่ มกันตรวจสอบความถกู ต้อง
การตรวจสอบความเข้าใจ หนงั สือเรียนรายวิชาพ้นื ฐาน | คณิตศาสตร์ ป.2 5 น�ฬิก� 50 น�ที
บทที่ 7 | เวลา
4. ตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียน โดยให้
นักเรยี นจบั คนู่ าฬกิ าแบบใชต้ ัวเลขกับเวลาทีต่ รงกัน ตรวจสอบความเขา้ ใจ
เป็นรายบคุ คลตามหนังสือเรยี นหน้า 88 จากนัน้ จบั คนู่ าฬกิ ากบั เวลา
ครูและนักเรยี นรว่ มกัน ตรวจสอบความถูกตอ้ งและสรปุ
ส่งิ ท่ไี ดเ้ รยี นรู้ 1ก
ส่งิ ทไี่ ด้เรยี นรู้ 2 ข 10 น�ฬกิ � 5 น�ที
• นาฬิกาแบบใช้ตวั เลขใช้เครื่องหมาย : คนั่ ระหว่างตัวเลข 3 ค 14 น�ฬกิ � 30 น�ที
ท่แี สดงเวลาเป็นนาฬิกากบั ตวั เลขท่แี สดงเวลาเปน็ นาที 4 ง 0 น�ฬิก� 25 น�ที
• ตัวเลขหนา้ เคร่อื งหมาย : แสดงเวลาเปน็ นาฬกิ า ตัวเลข 5 จ 23 น�ฬกิ � 15 น�ที
หลังเคร่ืองหมาย : แสดงเวลาเป็นนาที
จากนน้ั ใหน้ กั เรยี นท�ำ แบบฝกึ หดั 7.7 หนา้ 56 – 58 ส่ิงทไี่ ด้เรียนรู้
น�ฬกิ �แบบใชต้ ัวเลขใชเ้ ครอื่ งหม�ย : ค่ันระหว่�งตวั เลขทีแ่ สดงเวล�
เป็นน�ฬิก�กับตวั เลขทีแ่ สดงเวล�เป็นน�ที
ตวั เลขหน้�เครอื่ งหม�ย : แสดงเวล�เป็นน�ฬกิ �
ตวั เลขหลงั เคร่ืองหม�ย : แสดงเวล�เปน็ น�ที
แบบฝึกหัด 7.7
88 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เฉลย
ขอ้ 1 คกู่ บั ขอ้ ค ขอ้ 2 คกู่ บั ขอ้ ข ข้อ 3 ค่กู บั ข้อ ก
ขอ้ 4 คู่กบั ข้อ จ ข้อ 5 คูก่ บั ข้อ ง
56 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
บทที่ 7 | เวลา คูม่ อื ครรู ายวิชาพื้นฐานคณิตศาสตร์
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 2 เลม่ 2
7.8 โจทยป์ ัญหาเกีย่ วกบั เวลา (2 ชั่วโมง)
จุดประสงค์
แก้โจทย์ปญั หาเก่ียวกับเวลาท่ีมีหน่วยเด่ยี วและเป็นหนว่ ยเดียวกนั
สอ่ื การเรยี นรู้ หนังสอื เรยี นรายวิชาพืน้ ฐาน | คณิตศาสตร์ ป.2
บทที่ 7 | เวลา
− แถบโจทย์ปัญหา และนาฬิกาจริงหรือนาฬิกาจ�ำ ลอง
7.8 โจทยป์ ัญหาเกย่ี วกับเวลา
แนวการจดั การเรียนรู้
การพฒั นาความรู้ พฒั นาความรู้
1. ครูตดิ แถบโจทยป์ ญั หาหรอื เขยี นโจทย์ปญั หา ต้นกล้�อ�ย ุ 8 ป ี ตน้ ออ้ อ�ย ุ 12 ปี ทัง้ สองคนอ�ยุรวมกันกป่ี ี 8 + 12 = 20
บนกระดาน ดงั น้ี ตน้ กลา้ อายุ 8 ปี ตน้ ออ้ อายุ 12 ป ี
ทง้ั สองคนอายุรวมกนั กีป่ ี แลว้ ครถู ามนักเรยี นวา่ โจทย์ถาม โจทยถ์ าม ทง้ั สองคนอ�ยรุ วมกันกี่ปี
อะไร โจทย์บอกอะไร ค�ำ ตอบตอ้ งมากกวา่ หรือน้อยกวา่ 12 โจทย์บอก ต้นกล�้ อ�ย ุ 8 ปี
จะหาคำ�ตอบได้อยา่ งไร ครูอาจใช้ bar model ประกอบ ตน้ ออ้ อ�ยุ 12 ปี
การอธบิ ายเพอ่ื ใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจวา่ ตอ้ งน�ำ อายขุ องทง้ั สองคน ตอบ ท้ังสองคนอ�ยุรวมกัน ๒๐ ปี
มารวมกัน จากนน้ั ครูติดแถบโจทยป์ ัญหาหรือเขียนโจทย์
ปญั หาอกี 1 ขอ้ แล้วถามค�ำ ถามในทำ�นองเดียวกับข้อแรก นทตี อ้ งท�ำ ง�น 10 เดอื น เข�ทำ�ง�นไปแลว้ 7 เดือน เข�ตอ้ งทำ�ง�นต่อไป
เพื่อให้นกั เรียนฝกึ การวเิ คราะห์โจทยแ์ ละใหน้ ักเรียน อีกก่ีเดือนจึงจะครบ 10 เดอื น
ร่วมกนั ทำ�โจทย์ปญั หาอีก 2 ขอ้ ในกรอบท้ายหนา้ 89
และใหท้ กุ คนร่วมกันตรวจสอบความถกู ต้อง โจทย์ถาม เข�ตอ้ งท�ำ ง�นตอ่ อีกกีเ่ ดือน 10 − 7 = 3
2. ครูติดแถบโจทย์ปญั หาหรอื เขียนโจทย์ปัญหา โจทยบ์ อก นทตี อ้ งทำ�ง�น 10 เดือน
บนกระดานตามหนงั สอื เรียนหนา้ 90 แล้วให้นักเรียน เข�ทำ�ง�นไปแลว้ 7 เดอื น
รว่ มกันวิเคราะห์โจทยว์ า่ โจทย์ถามอะไร โจทยบ์ อกอะไร
และจะหาค�ำ ตอบได้อยา่ งไร โดยมีครชู ่วยให้คำ�แนะนำ� ตอบ เข�ตอ้ งทำ�ง�นตอ่ ไปอีก ๓ เดือน
ซึง่ โจทยใ์ นหนังสือเรียนหน้าน้จี ะมีลักษณะท่ียากข้ึน
ครูอาจใชน้ าฬิกาจ�ำ ลองชว่ ยในการอธบิ ายหรอื อาจใช้ หาคำาตอบ
bar model ประกอบค�ำ อธบิ าย ดังตัวอยา่ งในหนังสือเรยี น
จากนั้นให้นักเรยี นจับคู่กันวเิ คราะห์โจทย์ปัญหาเพือ่ หา 1 ลูกแมวอ�ยุ 5 เดอื น ลูกสุนขั อ�ยุม�กกว่�ลกู แมว 3 เดอื น
ค�ำ ตอบในหนงั สอื เรยี นทา้ ยหนา้ 90 แลว้ ให้นกั เรียนทุกคน
ชว่ ยกันตรวจสอบความถกู ต้อง ลกู สุนขั อ�ยกุ เี่ ดอื น 8 เดอื น
2 ฟ�้ ต้องทำ�ง�นเปน็ เวล� 25 วัน ฟ้�ท�ำ ง�นไปแลว้ 21 วัน
ฟ�้ ตอ้ งท�ำ ง�นต่ออีกกีว่ ันจึงจะครบ 25 วัน 4 วัน
| 89สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หนังสือเรียนรายวิชาพืน้ ฐาน | คณิตศาสตร์ ป.2
บทที่ 7 | เวลา
นิดใช้เวล�อ่�นหนงั สือ 2 ช่วั โมง แนนใช้เวล�อ่�นหนงั สือม�กกว่�นดิ 1 ชั่วโมง
แนนใชเ้ วล�อ�่ นหนังสอื กชี่ ัว่ โมง
โจทยถ์ าม แนนใชเ้ วล�อ�่ นหนงั สอื กช่ี ั่วโมง
โจทยบ์ อก นิดใช้เวล�อ�่ นหนงั สือ 2 ชั่วโมง แนนใชเ้ วล�อ�่ นหนังสือ
ม�กกว�่ นิด 1 ช่วั โมง
นิด 2 ช่ัวโมง เวลาที่แนนใช�มากกว�านิด
แนน 2 ช่ัวโมง 1 ช่ัวโมง
ตอบ แนนใชเ้ วล�ในก�รอ่�นหนงั สอื ๓ ชั่วโมง
แก้วต�ใชเ้ วล�ว�ดภ�พ 35 น�ท ี น�รใี ช้เวล�ว�ดภ�พ 28 น�ที น�รใี ช้เวล�
ว�ดภ�พนอ้ ยกว่�แก้วต�กีน่ �ที
โจทยถ์ าม น�รใี ช้เวล�ว�ดภ�พน้อยกว่�แก้วต�กีน่ �ที
โจทยบ์ อก แก้วต�ใชเ้ วล�ว�ดภ�พ 35 น�ท ี น�รีใชเ้ วล�ว�ดภ�พ 28 น�ที
ตอบ น�รีใช้เวล�ว�ดภ�พนอ้ ยกว่�แก้วต� ๗ น�ที 35 − 28 = 7
หาคาำ ตอบ
1 ต้นกล�้ ปน่ั จกั รย�น 25 น�ท ี และว่ิงอกี 20 น�ท ี ตน้ กล�้ ใชเ้ วล�
ปั่นจกั รย�นและวง่ิ รวมกันกี่น�ที
2 พ่อขับรถไปบ�้ นย�ยใชเ้ วล� 3 ชั่วโมง และขบั รถไปทะเลใช้เวล�
2 ชวั่ โมง พอ่ ขบั รถไปบ้�นย�ยใชเ้ วล�น�นกว�่ ขับรถไปทะเลกชี่ ัว่ โมง
90 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เฉลย
1. 45 นาที 2. 1 ช่ัวโมง
| 57สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คู่มอื ครรู ายวชิ าพน้ื ฐานคณิตศาสตร์ บทที่ 7 | เวลา
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 2 เลม่ 2
3. ครตู ดิ แถบโจทย์ปญั หา แล้วให้นักเรยี น หนงั สือเรียนร�ยวิช�พ้นื ฐ�น | คณติ ศ�สตร์ ป.2
วเิ คราะห์ว่า โจทย์บอกอะไร โจทยถ์ ามอะไร และ บทท ่ี 7 | เวลา
จะหาค�ำ ตอบไดอ้ ย่างไร ครูอาจใช้สื่อนาฬิกา
จำ�ลองหรือนาฬกิ าจริง หมุนเวลาประกอบการ ครอบครวั ของโดง่ ออกจ�กบ�้ นเวล� 6 น�ฬกิ � ไปถึงสวนสัตวเ์ วล� 9 น�ฬกิ �
อธิบายใหน้ กั เรียนเห็นภาพชัดเจนเกยี่ วกบั เวลาท่ี โด่งใชเ้ วล�ในก�รเดนิ ท�งกี่ช่ัวโมง
ผา่ นไปเป็นชั่วโมง เปน็ นาที และให้สังเกตการ
เคล่ือนท่ขี องเขม็ นาฬิกาวา่ ถา้ โจทยถ์ ามเกยี่ วกับ โจทย์ถาม โด่งใช้เวล�ในก�รเดนิ ท�งกช่ี ั่วโมง
ระยะเวลาเปน็ ชัว่ โมงการเคลอ่ื นทข่ี องเข็มสั้นจะ
เคลอ่ื นทไี่ ปกีช่ อ่ ง เช่น ตามตวั อย่างแรกใน โจทย์บอก ครอบครวั ของโดง่ ออกจ�กบ้�นเวล�
หนงั สือเรียนหน้า 91 เข็มสั้นเคล่ือนที่ไป 3 ชอ่ ง 6 น�ฬกิ � ไปถงึ สวนสัตว์เวล� 9 น�ฬกิ �
ดังนัน้ เวลาผ่านไป 3 ชั่วโมง ถา้ โจทย์ถามเกี่ยวกบั
ระยะเวลาเปน็ นาทกี ารเคลอ่ื นทข่ี องเข็มยาวจะ 11 12 1 11 12 1
เคล่ือนท่ไี ปกี่ช่อง เชน่ ตามตัวอย่างตอ่ มา เข็มส้ัน 10 2 10 2
เคลอื่ นท่ไี ป 6 ชอ่ ง ชอ่ งละ 5 นาท ี ดงั นน้ั เวลา 93 93
ผา่ นไป 30 นาที จากนน้ั ครใู ห้ นกั เรยี นช่วยกนั 84 84
วิเคราะหโ์ จทยแ์ ละหาค�ำ ตอบของโจทยป์ ัญหา
ในกรอบทา้ ยหน้า 91 765 765
การตรวจสอบความเข้าใจ ตอบ โด่งใช้เวล�ในก�รเดินท�ง ๓ ชว่ั โมง
4. ตรวจสอบความเขา้ ใจของนักเรยี น ธ�ร�ออกเดินท�งจ�กบ�้ นเวล� 7 น�ฬิก� ใช้เวล�ในก�รเดินท�งไปโรงเรยี น
โดยใหน้ ักเรยี นอา่ นโจทย์ปัญหาเกย่ี วกบั เวลา 30 น�ท ี ธ�ร�ไปถงึ โรงเรยี นเวล�ใด
วเิ คราะห์โจทยป์ ญั หา และหาค�ำ ตอบ
เปน็ รายบุคคล ครแู ละนักเรียนช่วยกัน โจทยถ์ าม ธ�ร�ไปถงึ โรงเรยี นเวล�ใด
ตรวจสอบความถกู ตอ้ งและสรุปส่ิงทีไ่ ด้เรยี นร ู้
โจทยบ์ อก ธ�ร�ออกเดินท�งจ�กบ�้ นเวล� 7 น�ฬกิ � ใชเ้ วล�ในก�รเดนิ ท�ง
สิง่ ทีไ่ ดเ้ รยี นรู้
30 น�ที 11 12 1 5
การแกโ้ จทยป์ ัญหาท�ำ ไดโ้ ดยอ่านทำ�ความเขา้ ใจ 10 2 11 12 1
ปัญหา วางแผนแกป้ ัญหา และหาค�ำ ตอบ 93 10 2 10
84 93 15
จากนน้ั ให้นกั เรียนทำ�แบบฝึกหัด 7.8
หน้า 59 – 61 765 84 20
765
เฉลย
30 25
1. 17 ป ี 2. 50 นาท ี
ตอบ ธ�ร�ไปถึงโรงเรียนเวล� ๗ น�ฬิก� ๓๐ น�ที
หาคำาตอบ
1 อ้อเร่มิ ทำ�ก�รบ้�นเวล� 17 น�ฬกิ � เสรจ็ เวล� 17 น�ฬกิ � 45 น�ที
ออ้ ใช้เวล�ท�ำ ก�รบ�้ นน�นเท�่ ไร
2 อัม้ ใชเ้ วล�ท�ำ ง�น 2 ชัว่ โมง ถ้�เริม่ ท�ำ เวล� 9 น�ฬกิ � จะเสร็จเวล�ใด
เฉลย | 91สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
1. 45 นาที 2. 11 นาฬิกา
หนังสือเรยี นรายวชิ าพน้ื ฐาน | คณิตศาสตร์ ป.2
บทท่ี 7 | เวลา
ตรวจสอบความเข้าใจ
หาคาำ ตอบ
1 ด�ำ รงค์อ�ย ุ 12 ป ี แดงสริ ิอ�ยุม�กกว�่ ด�ำ รงค์ 5 ปี แดงสริ อิ �ยกุ ี่ปี
11 12 1
10 2
93
84
765
2 โดง่ ออกจ�กบ้�นเวล� 8 น�ฬกิ � 20 น�ท ี ไปถึงสวนสนกุ เวล�
9 น�ฬิก� 10 น�ท ี โด่งใช้เวล�เดนิ ท�งไปสวนสนุกก่ีน�ที
สง่ิ ทไี่ ดเ้ รยี นรู้
ก�รแก้โจทย์ปัญห� ท�ำ ไดโ้ ดยอ�่ นทำ�คว�มเข�้ ใจปญั ห�
ว�งแผนแก้ปญั ห� และห�ค�ำ ตอบ
แบบฝกึ หดั 7.8
92 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
58 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
บทที่ 7 | เวลา คู่มือครรู ายวิชาพน้ื ฐานคณิตศาสตร์
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 2 เล่ม 2
ร่วมคดิ รว่ มทำ� (1 ช่ัวโมง) หนงั สือเรียนรายวิชาพื้นฐาน | คณติ ศาสตร์ ป.2
บทที่ 7 | เวลา
กจิ กรรม เวลาฮาเฮ
รว่ มคิดร่วมทำา
อุปกรณ์ กจิ กรรม เวล�ฮ�เฮ
− อปุ กรณใ์ นแตล่ ะดา่ น ไดแ้ ก่
ดา่ นท่ี 1 : ปฏทิ นิ อุปกรณ ์ 1. อุปกรณ์ในแตล่ ะด�่ น ได้แก่
ดา่ นท่ี 2 : บตั รภาพนาฬกิ าแสดงเวลา ด�่ นท่ ี 1 : ปฏิทินปปี ัจจุบนั ด�่ นที่ 2 : บตั รภ�พน�ฬิก�แสดงเวล�
ดา่ นท่ี 3 : บตั รค�ำ สง่ั ด�่ นท่ ี 3 : บัตรค�ำ สัง่ ด่�นท่ี 4 : บัตรโจทยป์ ัญห�
2. แบบบันทึกกิจกรรม
วิธจี ัดกจิ กรรม
1. ครแู บ่งนักเรยี นเป็นกลมุ่ แจกแบบบันทึกกิจกรรมกลมุ่ ละ 1 ใบ
2. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ช่วยกันห�ค�ำ ตอบในด�่ นต่�ง ๆ และบนั ทึกคำ�ตอบ
ลงในแบบบันทกึ กจิ กรรมจนครบทกุ ด�่ น กลุ่มใดใชเ้ วล�น้อยท่สี ุดและ
ตอบถูกตอ้ งม�กทส่ี ุดเปน็ ผูช้ นะ
ดา่ นท่ี 4 : บตั รโจทยป์ ญั หา ตัวอยา่ งกิจกรรมดา่ นต่าง ๆ ตัวอยา่ งแบบบนั ทึกกจิ กรรม
− แบบบนั ทกึ กจิ กรรม สม�ชกิ 1………...… 2…………… 3…………….
ดา่ นท ี่ 1 : ปฏทิ ินหรรษา
เตรยี มสถานที่
จดั ห้องเรยี นใหโ้ ลง่ สะดวกตอ่ การทำ�กิจกรรม ใช้ปฏิทินปปี จั จุบนั ตอบคำ�ถ�มต่อไปนี้
จดั ด่านทง้ั 4 ด่าน ไวท้ ี่ 4 มุมของหอ้ ง
หรอื ตามความเหมาะสม โดยแตล่ ะดา่ นจดั เตรยี ม 1. วันท ี่ 10 กมุ ภ�พนั ธ์ ตรงกับวนั อะไร 1. ตอบ .....................
อปุ กรณด์ ังน้ี 2. ตอบ .....................
ดา่ นท่ี 1 : วางปฏทิ นิ ปเี ดยี วกนั 1 – 2 อนั 2. วนั ท ่ี 27 พฤศจกิ �ยน ตรงกบั วนั ศกุ รใ์ ชห่ รอื ไม่ ดา่ นที่ 1 3. ตอบ .....................
ปฏิทนิ หรรษา
3. วนั เดก็ แห่งช�ตติ รงกบั วนั ท่เี ท�่ ไร เดือนอะไร
ดา่ นที่ 2 : นาฬิกาของเรา
เขียนบอกเวล�ตอ่ ไปน้ี
11 12 1 11 12 1 11 12 1 11 12 1
10 2 10 2 10 2 10 2
93 93 93
84 84 84 93
765 765 กล�งวนั 765 กล�งค8นื 7 6 4 ด่านที่ 2 กล�งวนั .....................
5 นาฬกิ าของเรา กล�งคืน .....................
ด่านท ี่ 3 : เรียงลาำ ดบั ระยะเวลา ด่านที่ 3
เรยี งลำ�ดับระยะเวล�จ�กนอ้ ยไปม�ก เรยี งลำาดบั ระยะเวลา ....... ....... ....... .......
30 นาที 15 นาที 4 ชัว่ โมง 2 ช่ัวโมง
ดา่ นท ี่ 4 : โจทยป์ ัญหารา่ เรงิ ดา่ นที่ 4 1. ตอบ .....................
ห�คำ�ตอบ โจทย์ปญั หาร่าเรงิ 2. ตอบ .....................
1. นทั ใชเ้ วล�อ�บน�ำ้ 30 น�ท ี นนุ่ ใชเ้ วล�อ�บน�ำ้
45 น�ท ี นนุ่ ใชเ้ วล�อ�บน�ำ้ น�นกว�่ นทั กน่ี �ที
2. ตม้ั อ�ยุ 9 ป ี ตน้ อ�ยมุ �กกว่�ตัม้ 4 ปี
ต้นอ�ยกุ ป่ี ี
| 93สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ใหน้ กั เรยี นตอบค�ำ ถามจากปฏิทนิ
ด่านที่ 2 : วางบตั รภาพนาฬกิ าแสดงเวลาจำ�นวน 2 บตั ร ซงึ่ ควรมีทั้งกลางวนั และกลางคนื
ใหน้ กั เรียนเขยี นบอกเวลาจากบตั รภาพ
ด่านที่ 3 : วางบัตรแสดงระยะเวลาเป็นช่วั โมง เป็นนาที (เวลาต่างกัน) จำ�นวน 4 บัตร
ใหน้ กั เรียนเขียนเรียงเวลาจากระยะเวลาที่นอ้ ยท่สี ดุ ไปหาระยะเวลาทม่ี ากที่สดุ
ดา่ นที่ 4 : วางบัตรโจทยป์ ัญหา จ�ำ นวน 2 บัตร ให้นักเรยี นหาคำ�ตอบของโจทย์ปญั หา
วิธจี ดั กจิ กรรม
ครแู บ่งนักเรียนเป็นกลมุ่ แจกแบบบนั ทึกกิจกรรมกลมุ่ ละ 1 ใบ ใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุ่มช่วยกนั
หาคำ�ตอบในด่านต่าง ๆ และบันทึกคำ�ตอบลงในแบบบนั ทกึ จนครบทุกด่าน กลมุ่ ใดใช้เวลาน้อยท่สี ุด
และตอบถกู ตอ้ งมากท่ีสุดเปน็ ผชู้ นะ
จากน้นั ใหน้ กั เรียนท�ำ แบบฝกึ ทา้ ทายหน้า 62 - 63
| 59สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คูม่ ือครูรายวชิ าพนื้ ฐานคณติ ศาสตร์ บทท่ี 7 | เวลา
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 เล่ม 2
ตัวอยา่ งแบบทดสอบทา้ ยบท
ตวั อยา่ งแบบทดสอบนใ้ี ชใ้ นการประเมนิ ผลระหวา่ งเรยี นเพอ่ื พฒั นานกั เรยี น หากมนี กั เรยี นคนใด
ทไี่ ม่สามารถทำ�แบบทดสอบนไ้ี ด้ ครูควรให้นักเรยี นคนน้นั ฝึกทักษะมากข้ึนโดยอาจใช้แบบฝกึ เสริม
ในหนงั สอื เสริมเพมิ่ ปญั ญาของสสวท. หรือแบบฝกึ อ่ืนตามท่ีเหน็ สมควร กอ่ นสอบครูอาจทบทวน
ความรใู้ หก้ บั นักเรยี นกอ่ น 20 - 30 นาที ซ่งึ แบบทดสอบทา้ ยบทนมี้ ีจ�ำ นวน 10 ขอ้ คะแนนเต็ม 10
คะแนน ใชเ้ วลาในการทำ�แบบทดสอบ 20 นาที และวิเคราะห์เป็นรายจดุ ประสงค์ได้ดังนี้
จุดประสงค์การเรยี นรู้ ขอ้ ที่
1. อา่ นปฏทิ ิน 1-4
2. บอกเวลาเปน็ นาฬิกาและนาที (ชว่ ง 5 นาท)ี 5-8
3. แก้โจทยป์ ญั หาเกยี่ วกับเวลาทม่ี ีหน่วยเดีย่ วและเปน็ หนว่ ยเดยี วกัน 9 - 10
ตัวอยา่ งแบบทดสอบท้ายบท บทท่ี 7
อา่ นปฏิทินแล้วเติมค�ำ ตอบ
1. เดือนกุมภาพนั ธม์ …ี ……………….วัน
2. วนั เสาร์แรกของเดอื นมีนาคมตรงกับวันท…ี่ …………………..
3. วันขนึ้ ปีใหม่พ.ศ. 2564 ตรงกบั วัน…………………วนั ท่ี …………เดอื น………………………พ.ศ…………….
4. วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2564 ตรงกับวัน……………………..
60 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
บทท่ี 7 | เวลา คู่มอื ครูรายวชิ าพน้ื ฐานคณติ ศาสตร์
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 2 เล่ม 2
บอกเวลาจากนาฬกิ า
กลางคืน
กลางวัน 6. 11 12 1
5. 11 12 1
10 2
10 2 93
93 84
84
765
765
กลางคืน
กลางวนั 8.
7. 11001111 1122 11 22
11 12 1
99 33 10 2
88 77 66 55 44 93
84
765
เติมคำ�ตอบ 11 12 1
9. นอ้ ยใชเ้ วล910าท�ำ การบา้ 23น 50 นาท ี นำ้�ใชเ้ วลาทำ�การบา้ น 45 นาที น้อยใชเ้ วลาท�ำ การบ้าน
นานกวา่ น8ำ้�ก่ีนาที 4
ตอบ ……....7.....6.....5......................................................................…………………………………..
10. ตน้ ข้าวเร่ิมเรียนเตน้ ร�ำ เวลา 9 นาฬกิ า และเรียนเสร็จเวลา 11 นาฬกิ า ต้นข้าวใชเ้ วลา
เรียนเต้นร�ำ นานกี่ชว่ั โมง
ตอบ ………………………………………..
11 12 1
10 2
93
84
765
| 61สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คูม่ ือครรู ายวชิ าพืน้ ฐานคณิตศาสตร์ บทที่ 7 | เวลา
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 เลม่ 2
เฉลยแบบทดสอบท้ายบท บทท่ี 7
1. 29
2. 7
3. วันศกุ ร์ วนั ที่ 1 เดอื น มกราคม พ.ศ. 2564
4. วนั จนั ทร์
5. 17 นาฬกิ า 10 นาที
6. 20 นาฬกิ า
7. 14 นาฬิกา 30 นาที
8. 5 นาฬิกา 40 นาที
9. 5 นาที
10. 2 ชัว่ โมง
62 | สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
บทที่ 8 | การวัดปรมิ าตร คูม่ อื ครรู ายวชิ าพืน้ ฐานคณิตศาสตร์
ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 2 เล่ม 2
บทที่ 8 การวัดปรมิ าตร
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้และสาระสำ�คญั
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ สาระส�ำ คัญ
นักเรียนสามารถ • การวดั ปริมาตรของของเหลวหรือของแห้ง
ทำ�ได้โดยการตวงของเหลวหรอื ของแห้ง
1. วดั และบอกปริมาตรและความจเุ ปน็ ลติ ร ด้วยภาชนะต่าง ๆ เช่น แก้ว ถ้วย ขวด
(หวั ข้อ 8.1 - 8.4 8.6 - 8.7) กระปอ๋ ง การตวงของเหลวหรอื ของแห้ง
ตอ้ งใชเ้ ครอ่ื งตวงใหเ้ หมาะสมและตวงใหถ้ กู วธิ ี
สำ�หรบั การตวงของเหลวตอ้ งเทของเหลว
ใหเ้ ต็มภาชนะนัน้ ส่วนการตวงของแหง้ ต้องใส่
ของแหง้ ให้พูนภาชนะแล้วใชไ้ มป้ าดของแหง้
ให้เรยี บเสมอขอบภาชนะ
• การวัดปริมาตรของของเหลวหรอื ของแหง้
ด้วยการตวงอาจบอกปรมิ าตรเปน็ ชอ้ นชา
ช้อนโต๊ะ ถ้วยตวง หรอื ลิตร อาจท�ำ ไดโ้ ดย
การตวงของเหลวหรอื ของแห้งด้วยช้อนชา
ชอ้ นโต๊ะ ถ้วยตวง ลิตร หรอื เครอื่ งตวงน�ำ้ มัน
เช้อื เพลิง
• การคาดคะเนปริมาตรของส่งิ ตา่ ง ๆ เป็น
การบอกปริมาตรโดยไม่ใชเ้ ครอ่ื งตวงอาจ
คาดคะเนโดยเทยี บกบั 1 ลติ ร
• การหาความจขุ องภาชนะอาจท�ำ ได้โดยเติมน�้ำ
ใหเ้ ต็มภาชนะ แล้วตวงนำ้�ท่ีอยู่ในภาชนะนั้น
ปรมิ าตรของน�ำ้ ทีต่ วงได้จะเทา่ กับความจุของ
ภาชนะนั้น
| 63สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี