The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตโรงเรียนสวนพระยาวิทยาม.ต้น.10.02.2564 (ฉบับสมบูรณ์)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Asmaa Chedahing, 2021-11-12 06:32:23

งานหลักสูตรสถานศึกษา

หลักสูตโรงเรียนสวนพระยาวิทยาม.ต้น.10.02.2564 (ฉบับสมบูรณ์)

คาอธิบายรายวชิ า

ค23202 คณิตศาสตรเ์ พม่ิ เติม 6 กลุ่มสาระการเรียนร้คู ณติ ศาสตร์

ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 ช่วั โมง จานวน 1.0 หน่วยกติ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศกึ ษา ฝกึ ทกั ษะการคิดคานวณ และฝึกการวเิ คราะห์โจทย์ปัญหาในสาระตอ่ ไปนี้
การแก้ระบบสมการสองตัวแปรที่มีดีกรีไม่เกินสอง การแก้โจทย์ปัญหาเก่ียวกับระบบสมการสอง
ตัวแปรที่มดี กี รีไม่เกินสอง การบวก การลบ การคณู และการหารเศษส่วนของพหุนาม
การแก้สมการเศษส่วนของพหุนาม การแก้โจทย์ปญั หาเกี่ยวกบั เศษส่วนของพหนุ าม
สมบัติเกี่ยวกับรูปสามเหล่ียมและรูปสี่เหล่ียม การให้เหตุผลเกี่ยวกับการพิสูจน์รูปสามเหล่ียมและ
รปู สี่เหลยี่ ม สมบตั ิเก่ียวกบั วงกลม การให้เหตผุ ลเก่ยี วกับการสร้างรปู เรขาคณติ

โดยใช้กระบวนการเรียนรู้โดยจัดประสบการณ์ หรือสร้างสถานการณ์ในชีวิตประจาวันที่ใกล้ตัว
ให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าโดยการปฏิบัติการจริง การฝึกทักษะ ทดลอง สรุป และรายงานเพ่ือพัฒนาทักษะ
และกระบวนการในการคิดคานวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และ
นาประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ทักษะ กระบวนการท่ีได้ไปใช้ในการเรียนรู้ส่ิงต่างๆ และใช้ใน
ชีวิตประจาวันอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงมีจิตสานึกในการอนุรักษ์พลังงาน อีกท้ังเห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อ
คณิตศาสตร์ สามารถทางานอย่างเป็นระบบระเบียบมีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ
และความเชือ่ มนั่ ในตนเอง และ มีคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ เพ่อื การพัฒนาสปู่ ระชาคมอาเซยี น

ผลการเรียนรู้
1. แกร้ ะบบสมการสองตวั แปรท่ีมีดีกรไี ม่เกนิ สองได้
2. บวก ลบ คูณ หาร แกส้ มการ และ แกโ้ จทย์ปัญหาเกยี่ วกบั เศษสว่ นของพหุนามได้
3. บอกสมบตั ิเกี่ยวกับรูปสามเหลีย่ มและรปู ส่ีเหลี่ยมในการให้เหตุผลได้
4. บอกสมบัติเกย่ี วกบั วงกลมในการใหเ้ หตุผล หาขนาดของมุมในส่วนโค้ง มมุ ทจี่ ุดศูนย์กลางได้หาความยาว

ของคอรด์ รัศมี เส้นต้งั ฉาก และสมบัติของเสน้ สัมผัส
5. มที กั ษะการสรปุ การรายงาน การแก้ปัญหา การใช้เหตผุ ล และการนาเสนอด้วยเทคโนโลยี
6. มีทกั ษะในการแก้ปญั หาโจทย์การนาไปใช้ ทเ่ี ป็นลกั ษณะเช่ือมโยงกับท้องถนิ่
7. เกดิ เจตคติทีด่ ตี ่อรายวิชาและมคี ุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ เพื่อการพฒั นา สู่ประชาคมอาเซียน

รวมทง้ั หมด 7 ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวิทยา พทุ ธศักราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 46

คาอธบิ ายรายวิชา

ค20201 คณติ ศาสตร์เพิ่มพูนประสบการณ์ 1 กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หน่วยกติ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษาฝึกฝนการคิดวิเคราะห์ สืบค้นหาความรู้ ฝึกทักษะที่ต้องใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ฝึกการ
แก้ปัญหาและฝึกทักษะอ่ืน ๆ ท่ีอยู่นอกเหนือจากจุดมุ่งหมายในการเรียนของหลักสูตรปกติในสาระต่อไปน้ี
ลาดับเชงิ รูป คณิตศาสตร์กับ ICT การใช้โปรแกรมสาเร็จรูป เช่น GSP Euler และ Toolbox อีกทั้งการใช้เกม
คณติ ศาสตรเ์ สริมสมอง เช่น เกมส์ Sudoku เกม 25 และ เกมส์A – math โดยสืบค้นหาจากอินเทอร์เน็ตเพื่อ
เพิ่มพูนประสบการณ์ เช่น History of mathematics Fibonacci Number และ Mathematical
Olympaid

การจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์เพ่ือพัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถด้านคณิตศาสตร์ใน
ระดับท่ีกว้าง ยาก และลึกซ้ึง โดยเน้นกระบวนการรู้ กระบวนการคิดที่หลากหลาย ฝึกการทาโครงสร้าง การ
เรียนรู้ การวางแผน และการจัดการตามความถนัดและศักยภาพ สามารถบูรณาการกับวิชาอ่ืน ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง
ได้ ให้ผู้เรียนเข้าใจธรรมชาติ ฝึกการทางานอย่างมีระบบมีระเบียบ มีความรอบคอบมีความรับผิดชอบ มี
วจิ ารณญาณและมคี วามเชื่อมัน่ ในตัวเอง

ผลการเรียนรู้
1. วิเคราะห์และอธบิ ายความสัมพนั ธข์ องรปู แบบที่กาหนดให้ได้
2. ใชภ้ าษาและสัญลักษณท์ างคณติ ศาสตรไ์ ด้ถกู ต้อง
3. เชื่อมโยงความรูต้ า่ ง ๆ ในคณิตศาสตรก์ บั ศาสตร์อืน่
4. เกิดความคิดรเิ ริม่ สร้างสรรค์

รวมทัง้ หมด 4 ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวิทยา พุทธศกั ราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 47

คาอธิบายรายวิชา

ค20202 คณิตศาสตรเ์ พม่ิ พนู ประสบการณ์ 2 กลุ่มสาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์

ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-----

ศกึ ษาฝกึ ฝนคดิ วเิ คราะห์ สืบคน้ หาความรู้ ฝึกทักษะทีต่ ้องใชค้ วามคิดริเร่ิมและความคิดสร้างสรรค์ ฝึก
การแกป้ ญั หาและฝกึ ทกั ษะอ่ืน ๆ ในสาระตอ่ ไปนี้

1. การคานวณด้วยวธิ กี ารท่หี ลากหลาย เช่น เลขคณติ เรขาคณติ
2. จานวนจรงิ
3. เซต
4. ลาดบั และอนุกรม
สบื คน้ หาจากอนิ เทอร์เน็ตเพ่อื เพม่ิ พนู ประสบการณ์ เช่น Fractal Geometry , Math and Chess
การจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถด้านคณิตศาสตร์ใน
ระดับที่กว้าง ยาก และลึกซึ้ง โดยเน้นกระบวนการรู้ กระบวนการคิดที่หลากหลาย ฝึกการทาโครงสร้าง การ
เรียนรู้ การวางแผน และการจัดการตามความถนัดและศักยภาพ สามารถบูรณาการกับวิชาอ่ืน ๆ ที่เก่ียวข้อง
ได้ ให้ผู้เรียนเข้าใจธรรมชาติ ฝึกการทางานอย่างมีระบบมีระเบียบ มีความรอบคอบมีความรับผิดชอบ มี
วจิ ารณญาณและมีความเชอื่ มน่ั ในตัวเอง

ผลการเรยี นรู้
1. หาผลบวก ผลลบ ผลคณู และผลหารของจานวนจรงิ
2. เซต การดาเนินการของเซต แผนภาพเวนน์ – ออยเลอร์ และการแกป้ ญั หาลาดับและพจน์ทั่วไปของลาดับ
3. หาลาดบั และหาพจน์ทัว่ ไปของลาดบั เลขคณิตและลาดับเรขาคณิต
4. หาผลบวกของอนุกรมเลขคณิตและอนุกรมเรขาคณติ

รวมท้ังหมด 4 ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวทิ ยา พทุ ธศกั ราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 48

คาอธบิ ายรายวิชา

ค20203 คณิตศาสตร์เพ่ิมพูนประสบการณ์ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 ชัว่ โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-----

ศึกษาฝกึ ฝนคิดวเิ คราะห์ สืบค้นหาความรู้ ฝึกทกั ษะทต่ี ้องใชค้ วามคิดริเริ่มและความคิดสร้างสรรค์ ฝึก
การแกป้ ัญหาและฝกึ ทกั ษะอ่นื ๆ ในสาระตอ่ ไปน้ี

1. การใหเ้ หตผุ ลแบบอปุ นยั และนิรนัย
2. การแปลงทางเรขาคณิต
3. พหุนาม
สืบค้นหาจากอินเทอร์เน็ตเพ่อื เพิ่มพนู ประสบการณ์ เช่น History of mathematics
การจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถด้านคณิตศาสตร์ใน
ระดับที่กว้าง ยาก และลึกซึ้ง โดยเน้นกระบวนการรู้ กระบวนการคิดที่หลากหลาย ฝึกการทาโครงสร้าง การ
เรียนรู้ การวางแผน และการจัดการตามความถนัดและศักยภาพ สามารถบูรณาการกับวิชาอื่น ๆ ที่เก่ียวข้อง
ได้ ให้ผู้เรียนเข้าใจธรรมชาติ ฝึกการทางานอย่างมีระบบมีระเบียบ มีความรอบคอบมีความรับผิดชอบ มี
วจิ ารณญาณและมคี วามเชือ่ ม่นั ในตวั เอง

ผลการเรียนรู้
1. ให้เหตผุ ลแบบอุปนยั และนิรนัยได้ บอกไดว้ ่าการอ้างเหตุผลที่กาหนดให้สมเหตสุ มผลหรอื ไม่
2. สามารถเล่ือนขนาน สะท้อน หมุน เมือ่ กาหนดปัญหาหรือสถานการณ์
3. บวก ลบ คณู และหารพหนุ าม

รวมทั้งหมด 3 ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวทิ ยา พุทธศักราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 49

คาอธบิ ายรายวชิ า

ค20204 คณิตศาสตรเ์ พิม่ พูนประสบการณ์ 4 กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ชวั่ โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

----- ศึกษาฝึกฝนคดิ วิเคราะห์ สบื คน้ หาความรู้ ฝกึ ทกั ษะทต่ี อ้ งใชค้ วามคิดริเริ่มและความคิดสร้างสรรค์ ฝึก

การแกป้ ัญหาและฝึกทกั ษะอ่ืน ๆ ในสาระตอ่ ไปนี้

1. เรขาคณติ วิเคราะห์เบ้อื งตน้
2. ความสมั พันธแ์ ละฟงั กช์ ัน
สบื คน้ หาจากอนิ เทอร์เนต็ เพื่อเพ่มิ พูนประสบการณ์ เช่น Fibonacci Number , Fractal Geometry
การจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์เพ่ือพัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถด้านคณิตศาสตร์ใน
ระดับที่กว้าง ยาก และลึกซ้ึง โดยเน้นกระบวนการรู้ กระบวนการคิดที่หลากหลาย ฝึกการทาโครงสร้าง การ
เรียนรู้ การวางแผน และการจัดการตามความถนัดและศักยภาพ สามารถบูรณาการกับวิชาอื่น ๆ ที่เก่ียวข้อง
ได้ ให้ผู้เรียนเข้าใจธรรมชาติ ฝึกการทางานอย่างมีระบบมีระเบียบ มีความรอบคอบมีความรับผิด ชอบ มี
วจิ ารณญาณและมีความเช่อื มัน่ ในตัวเอง

ผลการเรยี นรู้
1. หาเส้นตรง ระยะระหวา่ งจดุ สองจุด จดุ กึง่ กลางระหว่างจดุ สองจุด ความชนั ของเสน้ ตรง เสน้ ขนาน เสน้ ตง้ั

ฉาก ความสมั พันธ์ซึง่ มีกราฟเปน็ เสน้ ตรง ระยะหา่ งระหวา่ งเส้นตรงกับจดุ
2. ดาเนินการต่าง ๆ เกี่ยวกับความสัมพันธ์และฟงั กช์ ัน
3. หาโดเมนและเรนจ์ของความสัมพันธแ์ ละฟงั กช์ นั

รวมท้ังหมด 3 ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวทิ ยา พุทธศกั ราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 50

คาอธบิ ายรายวชิ า : กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

คาอธบิ ายรายวิชา

ว 21101 วิทยาศาสตร์ 1 กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ช่ัวโมง จานวน 1.5 หนว่ ยกติ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษาเกี่ยวกับสารรอบตัว สมบัติของสาร การจาแนกสารด้วยสถานะ เน้ือสาร และขนาดอนุภาค
ของสาร การเปล่ียนแปลงของสาร สารบริสุทธ์ิและสารผสม สมบัติของสารบริสุทธ์ิและสารผสม การใช้ความรู้
ทางเคมีให้เป็นประโยชน์ต่อการเลือกใช้สารเคมีในชีวิตประจาวันได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย ประเภท
โครงสร้างและหน้าที่ของส่วนประกอบภายในเซลล์สิ่งมีชีวิตด้วยกล้องจุลทรรศน์ กระบวนการลาเลียงสาร
เข้าและออกจากเซลล์ด้วยวิธีการแพร่ และการออสโมซิส การดารงชีวิตของพืช กระบวนการสังเคราะห์ด้วย
แสง การลาเลียงสารในพืช การเจริญเติบโตของพืช การสืบพันธุ์ของพืช และเทคโนโลยีชีวภาพของพืช โดยใช้
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์ เปรียบเทียบ
อธิบาย อภิปราย และสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติ
การทางวิทยาศาสตร์ มีการเช่ือมโยงความรทู้ างวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์กับกระบวนการทางวิศวกรรมศาสตร์
รวมทั้งทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคิดและการแก้ปัญหา
ด้านการส่ือสาร สามารถส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม
คุณธรรม และคา่ นยิ มทเ่ี หมาะสม

รหัสตวั ชว้ี ัด
ว 1.2 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4 , ม.1/5 , ม.1/6 , ม.1/7 , ม.1/8 , ม.1/9 , ม.1/10 ,

ม.1/11 , ม.1/12 , ม.1/13 , ม.1/14 , ม.1/15 , ม.1/16 , ม.1/17 , ม.1/18
ว 2.1 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4 , ม.1/5 , ม.1/6 ,ม.1/7 , ม.1/8 , ม.1/9 , ม.1/10

รวม 28 ตวั ชวี้ ดั

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวทิ ยา พทุ ธศักราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 51

คาอธิบายรายวิชา

ว 21102 วิทยาศาสตร์ 2 กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชว่ั โมง จานวน 1.5 หน่วยกิต

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษาเก่ียวกับ องค์ประกอบของบรรยากาศ การแบ่งชั้นบรรยากาศ ผลของรังสีจากดวงอาทิตย์

ตอ่ บรรยากาศ องค์ประกอบของบรรยากาศ ได้แก่ อุณหภูมิอากาศ ความดัน อากาศ ความช้ืนอากาศ ลักษณะ

ของชนั้ บรรยากาศ องค์ประกอบของบรรยากาศ การพยากรณ์อากาศ มรสุม พายุฟูาคะนอง พายุหมุนเขตร้อน

ปรากฏการณ์เรือนกระจก อุณหภูมิและการวัด ผลของความร้อนที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงของสาร การถ่ายโอน

ความร้อน การดูดกลืนและคายความร้อน สมดุลความร้อน โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะ

หาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์ เปรียบเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพ่ือให้เกิดความรู้

ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ มีการเช่ือมโยงความรู้ทาง

วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์กับกระบวนการทางวิศวกรรมศาสตร์ รวมทั้งทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคิดและการแก้ปัญหา ด้านการส่ือสาร สามารถสื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู้

และนาความรไู้ ปใชใ้ นชีวิตของตนเอง มจี ติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมทเี่ หมาะสม

รหสั ตวั ชีว้ ดั
ว 2.2 ม.1/1
ว 2.3 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4 , ม.1/5 ,ม.1/6 , ม.1/7
ว 3.2 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4 , ม.1/5 ,ม.1/6 , ม.1/7

รวม 15 ตวั ชี้วัด

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวทิ ยา พทุ ธศกั ราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 52

คาอธิบายรายวิชา

ว 21103 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษา อธิบายความหมายของเทคโนโลยี วิเคราะห์สาเหตุหรือปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลง

ของเทคโนโลยี ระบุปัญหาหรือความต้องการในชีวิตประจาวัน รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูล แนวคิดท่ีเก่ียวข้อง

กับปัญหา การออกแบบวิธีการแก้ปัญหา ตัดสินใจเลือกข้อมูลท่ีจาเป็น นาเสนอแนวทางการแก้ปัญหาให้ผู้อื่น

เข้าใจ วางแผน ดาเนินการแก้ปัญหา ด้วยการทดสอบ ประเมินผล ระบุข้อบกพร่องท่ีเกิดขึ้น พร้อมท้ังหา

แนวทางการปรับปรุงแก้ไข และนาเสนอผลการแก้ปัญหา โดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมซ่ึงใช้

ความรู้ ทักษะ และเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ กลไก ไฟฟูาและอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อแก้ปัญหาได้อย่าง

ถูกต้อง เหมาะสม ปลอดภัย มีการใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการออกแบบและนาเสนอผลงาน ตลอดจนนาความรู้

ความเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม และการดารงชีวิต จนสามารถ

พัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหาและการจัดการทักษะในการสื่อสาร

ความสามารถในการตัดสนิ ใจ เป็นผู้ทมี่ ีจติ วทิ ยาศาสตร์มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ มในการใช้วิทยาศาสตร์และ

เทคโนโลยอี ย่างสรา้ งสรรค์

รหัสตวั ช้ีวดั
ว 8.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5

รวมท้ังหมด 5 ตัวช้วี ดั

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวทิ ยา พทุ ธศกั ราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 53

คาอธิบายรายวชิ า

ว 21104 วิทยาการคานวณ 1 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษาการออกแบบอัลกอริทึมที่ใช้แนวคิดเชิงนามธรรมเพื่อแก้ปัญหาหรืออธิบายการทางานที่พบ
ในชีวิตจริง การออกแบบและเขียนโปรแกรมท่ีมีการใช้ตัวแปร เงื่อนไข วนซ้า การออกแบบอัลกอริทึม
เพ่อื แกป้ ัญหาทางคณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์อย่างง่าย การเขียนโปรแกรมโดยใช้ซอฟต์แวร์ Scratch, python,
java และ c เป็นต้น ศึกษาการรวบรวมข้อมลู จากแหล่งข้อมูลปฐมภูมิ ประมวลผล สร้างทางเลือก ประเมินผล
ตลอดจนใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภยั การจดั การอตั ลักษณ์ การพิจารณาความเหมาะสมของเนื้อหา
ใช้สื่อและแหล่งข้อมูลตามข้อกาหนดและข้อตกลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้แบบ
ใช้โครงงานโดยการนาข้อมูลปฐมภูมิเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ วิเคราะห์ ประเมิน นาเสนอ ข้อมูลและ
สารสนเทศ ได้ตามวัตถุประสงค์ ใช้ทักษะการคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริง และเขียน
โปรแกรมอย่างง่าย เพ่ือช่วยในการแก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารอย่างรู้เท่าทันและ
รับผิดชอบตอ่ สังคม ตลอดจนนาความรคู้ วามเขา้ ใจในวิชาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยไี ปใช้ใหเ้ กิดประโยชน์ต่อ
สังคม และ การดารงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการ
แก้ปญั หาและการจดั การทักษะในการสื่อสาร และความสามารถในการตัดสินใจ และเป็นผู้ที่มีจิตวิทยาศาสตร์
มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านยิ มในการใชว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยอี ย่างสรา้ งสรรค์

รหัสตัวชี้วดั
ว 8.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4
รวมทงั้ หมด 4 ตวั ชี้วดั

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวิทยา พทุ ธศักราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 54

คาอธิบายรายวชิ า

ว 22101 วิทยาศาสตร์ 3 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ชั่วโมง จานวน 1.5 หน่วยกติ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษาเกี่ยวกับ ระบบประสาทและการแสดงพฤติกรรม ระบบสืบพันธ์ุ การรับรู้และการตอบสนอง

ภูมิคุ้มกัน ดินหินแร่ พลงั งานทดแทน ดิน แหลง่ นา้ ผวิ ดิน แหล่งน้าใต้ดิน ผลกระทบของน้าท่วม เช้ือเพลิง ซาก

ดึกดาบรรพ์ การผุพัง การกรอ่ น โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล

การสังเกต วิเคราะห์ เปรียบเทียบ อธิบาย อภิปราย และสรุป เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มี

ความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ มีการเช่ือมโยงความรู้ทางวิทยาศาสตร์

คณติ ศาสตร์ กับกระบวนการทางวศิ วกรรมศาสตร์ รวมทั้งทักษะการเรยี นรใู้ นศตวรรษท่ี 21 ในด้านการใช้

เทคโนโลยสี ารสนเทศ ด้านการคิดและการแก้ปัญหา ด้านการส่ือสาร สามารถสื่อสารส่ิงที่เรียนรู้และนาความรู้

ไปใช้ ในชวี ิตของตนเอง มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม

รหสั ตัวช้ีวัด ม 2/1 - 2 ม 2/1 - 3
ว 1.2 ม 2/1 - 1 ม 2/1 - 5 ม 2/1 - 6
ม 2/1 - 8 ม 2/1 - 9
ม 2/1 - 4 ม 2/1 - 11 ม 2/1 - 12
ม 2/1 - 7 ม 2/1 - 14 ม 2/1 - 15
ม 2/1 – 10 ม 2/1 - 17
ม 2/1 – 13
ม 2/1 – 16

ว 3.2 ม 2/1 - 1 ม 2/1 - 2 ม 2/1 - 3
ม 2/1 - 4 ม 2/1 - 5 ม 2/1 - 6
ม 2/1 - 7 ม 2/1 - 8 ม 2/1 - 9
ม 2/1 - 10

รวม 27 ตัวช้ีวัด

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวทิ ยา พุทธศกั ราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 55

คาอธบิ ายรายวชิ า

ว 22102 วทิ ยาศาสตร์ 4 กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ช่ัวโมง จานวน 1.5 หน่วยกิต

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษา งานและกาลงั ที่เกดิ จากแรงกระทาต่อวตั ถุ รวมท้ังวิเคราะห์สถานการณ์และคานวณหางานและ

เครอื่ งกลอยา่ งง่าย พลังงานกลและเครื่องกอย่างง่าย อธิบานพลังงานศักย์โน้มถ่วงและพลังงานจลน์ วิเคราะห์

สถานการณแ์ ละอธิบายการเปล่ียนพลงั งานระหว่างพลังงานศักย์โน้มถ่วงและพลังงานจลน์ท่ีเป็นไปตามกฎการ

อนุรักษ์พลังงานกล อธิบายการแยกสารโดยการระเหยแห้ง การตกผลึก การกล่ันอย่างง่าย โครมาโทกราฟี

แบบกระดาษ และการสกัดด้วยตัวทาละลาย สร้างแบบจาลองที่อธิบายโครงสร้างภาในโลกตามองค์ประกอบ

ทางเคมี อธิบายกระบวนการผุพังอยู่กับที่ การกร่อน และการสะสมตัวของตะกอนแบบจาลอง โดยใช้

กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์ เปรียบเทียบ

อธิบาย อภิปราย และสรุป เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการ

ทางวิทยาศาสตร์ มีการเชื่อมโยงความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์กับกระบวนการทางวิศวกรรมศาสตร์

รวมท้ังทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคิดและการแก้ปัญหา

ด้านการสื่อสาร สามารถส่ือสารสิ่งที่เรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม

คณุ ธรรม และค่านิยมท่เี หมาะสม

รหสั ตัวช้ีวัด
ว 2.1 ม 2/1 - 6 ว 2.2 ม 2/1 – 15 ว 2.3 ม2/1 – 6
รวม 27 ตัวช้วี ัด

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวทิ ยา พุทธศักราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 56

คาอธิบายรายวชิ า

ว 22103 การออกแบบและเทคโนโลยี 2 กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หน่วยกิต

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษาสาแหตุหรือปัจจัยที่ทาให้เกิดการเปลี่ยนเทคโนโลยี ตลอดจนคาดการณ์แนวโน้ม

เทคโนโลยีในอนาคต เลือกใช้เทคโนโลยีคานึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อชีวิต สังคม และ ส่ิงแวดล้อม

ประยุกต์ใช้ความรู้ทักษะ และทรัพยากร โดยวิเคราะห์ เปรียบเทียบและเลือกข้อมูลท่ีจาเป็นเพื่อออกแบบ

วิธีการแก้ปญั หาในชุมชนหรือท้องถิน่ ในดา้ นพลังงาน สิง่ แวดลอ้ ม การเกษตรและอาหาร และสร้างช้ินงานหรือ

พัฒนาวธิ กี ารโดยใชก้ ระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม รวมท้ังเลอื กใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือในการแก้ปัญหา

ได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม และปลอดภยั

ตัวชี้วัด
ว 4.1 ม. 2/1 , ม.2/2, ม.2/3 , ม.2/4 , ม.2/5
รวมทงั้ หมด 5 ตวั ช้วี ัด

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวิทยา พทุ ธศักราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 57

คาอธบิ ายรายวชิ า

ว 22104 วิทยาการคานวณ 2 กลุม่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษาแนวคิดออกแบบอัลกอริทึมเชิงคานวณ เขียนโปรแกรมที่ใช้ตรรกะและฟังก์ช่ัน การเขียน

โปรแกรมโดยใช้ซอฟต์แวร์ Scratch, python, java และ c เป็นต้น องค์ประกอบและการทางานของระบบ

คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีการส่ือสาร เพื่อประยุกต์ใช้งานและแก้ปัญหาอย่างรู้เท่าทันและรับผิดชอบต่อ

สังคม ตลอดจนนาความรู้ความเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและ

การดารงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหาและการ

จัดการทักษะใน การสื่อสาร และความสามารถในการตัดสินใจ และเป็นผู้ที่มีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม

จริยธรรม และค่านยิ มในการ ใช้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยอี ยา่ งสรา้ งสรรค์

รหัสตัวชี้วดั
ว 8.2 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4

รวมทั้งหมด 4 ตวั ช้ีวัด

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวทิ ยา พทุ ธศกั ราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 58

คาอธบิ ายรายวชิ า

ว 23101 วทิ ยาศาสตร์ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ช่ัวโมง จานวน 1.5 หน่วยกติ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษาวงจรไฟฟูาเบ้ืองต้น ความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์ กระแสไฟฟูา ความต้านทาน

วงจรไฟฟูาในบ้านและกาลังไฟฟูา พลังงานไฟฟูาของเครื่องใช้ไฟฟูา ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ วงจร

อิเล็กทรอนิกส์เบ้ืองต้น ธรรมชาติของคลื่นกล คลื่นแม่เหล็กไฟฟูา แสง สมบัติของแสง การเกิดภาพจาก

กระจกและเลนส์ ทัศนอุปกรณ์ ความสว่าง ตาและการมองเห็น สมบัติทางกายภาพและการใช้ประโยชน์ของ

พอลเิ มอร์ เซรามิกส์ และวัสดุผสม การเกิดปฏิกิริยาเคมี กฎทรงมวล ปฏิกิริยาดูดและคายความร้อน ปฏิกิริยา

เคมีในชีวิตประจาวัน สมบัติทางกายภาพและการใช้ประโยชน์ของพอลิเมอร์ เซรามิกส์ และวัสดุผสม การ

เกิดปฏิกิริยาเคมี กฎทรงมวล ปฏิกิริยาดูดและคายความร้อน ปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจาวัน โดยใช้

กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์ เปรียบเทียบ

อธบิ าย อภปิ ราย และสรปุ เพือ่ ให้เกดิ ความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการ

ทางวิทยาศาสตร์ มีการเชื่อมโยงความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์กับกระบวนการทางวิศวกรรมศาสตร์

รวมท้ังทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคิดและการแก้ปัญหา

ด้านการสื่อสาร สามารถสื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม

คุณธรรม และค่านยิ มท่ีเหมาะสม

รหสั ตัวชว้ี ัด

ว 2.1 ม.3/1 , ม.3/2 , ม.3/3 , ม.3/4 , ม.3/5 , ม.3/6 , ม.3/7 , ม.3/8
ว 2.3 ม3/1 , ม.3/1 , ม.3/2 , ม.3/3 , ม.3/4 , ม.3/5 , ม.3/6 , ม.3/7 , ม.3/8 , ม.3/9 , ม.
3/10 , ม.3/11 , ม.3/12 , ม.3/13 , ม.3/14 , ม.3/15 , ม.3/16 , ม.3/17 , ม.3/18 , ม.3/19 , ม.
3/20 , ม.3/21

รวมท้ังหมด 29 ตัวชี้วดั

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวิทยา พุทธศักราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 59

คาอธบิ ายรายวชิ า

ว 23102 วทิ ยาศาสตร์ 6 กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ชั่วโมง จานวน 1.5 หน่วยกิต

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศกึ ษาวิเคราะห์ องคป์ ระกอบของระบบนิเวศ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสิง่ มชี วี ิตที่อาศัยอยู่ร่วมกัน วัฎจักร

ของสารในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน ประชากร ความหลากหลายทางชีวภาพ ปัญหาสิ่งแวดล้อมและ

ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ลักษณะทาง

พันธุกรรม โครโมโซม ดีเอ็นเอและยีน กระบวนการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม ความผิดปกติทาง

พันธุกรรม การใช้ประโยชน์จากความรู้ด้านพันธุศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างดวงอาทิตย์ โลก ดวงจันทร์

ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะเอกภพและกลุ่มดาวในท้องฟูา กล้องโทรทรรศน์ ดาวเทียมและยานอวกาศ เพ่ือให้

ผู้เรียนเรียนวิทยาศาสตร์ท่ีสามารถนาไปใช้ในการอธิบาย แก้ปัญหาหรือสร้างสรรค์พัฒนางานในชีวิตจริงได้

โดยเนน้ การเชอ่ื มโยงความรทู้ างวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์กับกระบวนการทางวิศวกรรมศาสตร์และให้มีทักษะ

สาคัญในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ โดยใช้กระบวนการในการสืบเสาะหาความรู้และแก้ปัญหาที่

หลากหลาย ให้ผู้เรียนใช้ทักษะการคิดและมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ทุกขั้นตอน มีการทากิจกรรมด้วยการลงมือ

ปฏบิ ตั ิการจริงอยา่ งหลากหลายและเหมาะสมกับระดับชน้ั มีจิตวิทยาศาสตร์ มคี ณุ ธรรมและจริยธรรม

รหัสตวั ชีว้ ดั

ว 1.1 ม.3/1 , ม.3/2 , ม.3/3 , ม.3/4 ม.3/5 , ม.3/6
ว 1.3 ม.3/1 , ม.3/2 , ม.3/3 , ม.3/4 , ม.3/5 , ม.3/6 , ม.3/7 , ม.3/8 , ม.3/9 , ม.3/10 ,
ม.3/11
ว 3.1 ม.3/1 ม.3/2 , ม.3/3 , ม.3/4 ,

รวมทั้งหมด 21 ตัวชว้ี ัด

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวทิ ยา พุทธศกั ราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 60

คาอธบิ ายรายวชิ า

ว 23103 การออกแบบและเทคโนโลยี 3 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษา วิเคราะห์สาเหตุหรือปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยี และความสัมพันธ์ของ

เทคโนโลยีกับศาสตร์อื่นๆ โดยเฉพาะวิทยาศาสตร์ซ่ึงเป็นพื้นฐานความรู้นาสู่การพัฒนาเทคโนโลยี หรือ

คณิตศาสตร์ เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน ระบุปัญหาหรือความต้องการในชุมชนหรือ

ทอ้ งถ่นิ เพื่อพฒั นางานอาชีพ สรุปกรอบของปญั หา รวบรวม วิเคราะหข์ ้อมูล แนวคดิ ที่เกย่ี วข้องกับปัญหา การ

ออกแบบวธิ ีการแกป้ ญั หา โดยวเิ คราะห์เปรยี บเทียบ ตัดสินใจเลือกข้อมลู ท่จี าเป็นภายใตเ้ งื่อนไขและทรัพยากร

ที่มอี ยู่ นาเสนอแนวทางการแก้ปัญหาให้ผู้อ่ืนเข้าใจด้วยเทคนิคหรือวิธีการท่ีหลากหลาย วางแผน ขั้นตอนการ

ทางาน ดาเนนิ การแกป้ ัญหา ด้วยการทดสอบ ประเมินผล วิเคราะห์และให้เหตุผล ของปัญหาหรือข้อบกพร่อง

ท่ีเกิดข้ึนภายใต้กรอบเง่ือนไข พร้อมท้ังหาแนวทางการปรับปรุงแก้ไข และนาเสนอผลการแก้ปัญหา โดยใช้

กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมซ่ึงใช้ความรู้ ทักษะ และเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ กลไก ไฟฟูาและ

อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม ปลอดภัย คานึงถึงทรัพย์สินทางปัญญา มีการใช้

ซอฟต์แวร์ช่วยในการออกแบบและนาเสนอผลงาน ตลอดจนนาความรู้ความเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์ และ

เทคโนโลยีไปใช้ให้เกิด ประโยชน์ต่อสังคม และการดารงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและ

จินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหาและการจัดการทักษะในการสื่อสาร ความสามารถในการตัดสินใจ

เป็นผู้ทีม่ ีจิตวิทยาศาสตร์มีคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยมในการใชว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยอี ย่างสรา้ งสรรค์

รหัสตัวชี้วัด
ว 8.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5

รวมทั้งหมด 5 ตวั ชี้วัด

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวิทยา พุทธศกั ราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 61

คาอธิบายรายวิชา

ว 23104 วทิ ยาการคานวณ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษา พัฒนาแอปพลิเคชั่น Internet of Things (IoT) โดยใช้ซอฟต์แวร์ Scratch, python, java, c

และ Applnventor โดยบูรณาการกับวิชาอ่ืนๆ อย่างสร้างสรรค์ รวมรวมข้อมูล ประมวลผล ประเมินผล

นาเสนอข้อมูลและสารสนเทศ เพื่อใช้ในการแก้ปัญหาหรือการตัดสินใจ ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล

วิเคราะห์สื่อและรู้เท่าทันสื่อ และเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย และรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดจน

นาความรู้ความเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและการดารงชีวิ ต

จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหาและการจัดการทักษะ

ในการสื่อสาร และความสามารถในการตัดสินใจ และเป็นผู้ท่ีมีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม

และคา่ นยิ มในการใชว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยอี ย่างสร้างสรรค์

รหัสตัวชี้วดั
ว 8.2 ม. 3/1 ม. 3/2 ม. 3/3 ม. 3/4
รวมทั้งหมด 4 ตวั ชว้ี ัด

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวทิ ยา พุทธศักราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 62

คาอธบิ ายรายวิชา

ว 21201 วิทยาศาสตรเ์ สรมิ ทักษะ 1 กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 เวลาเรยี น 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หน่วยกติ

............................................................................................................................. ...................................................................... ............................................................................................................................. .......

ใช้ทักษะทางวิทยาศาสตร์ วิธีการทางวิทยาศาสตร์ และจิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้
ในการแกป้ ญั หา ร้วู า่ ปรากฏการณ์ตา่ งๆทางธรรมชาติท่ีเกิดข้ึนส่วนใหญ่มีรูปแบบแน่นอน สามารถอธิบายและ
ตรวจสอบได้ภายใต้ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลานั้นๆ สารวจ ทดลอง ตรวจสอบ ศึกษา สืบค้น
อธิบาย วิเคราะห์ และสังเคราะห์ได้ว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคม และส่ิงแวดล้อมมีความสัมพันธ์กัน
โครงสร้างของดอกไม้มีความเก่ียวข้องกับการสืบพันธ์ของพืช อธิบายกระบวนการสืบพันธ์ของพืชดอก สารวจ
และอธิบายความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถ่ินที่ทาให้ส่ิงมีชีวิตดารงอยู่อย่างสมดุล ระบบนิเวศต่างๆ
ในท้องถิ่น และอธิบายความสัมพันธ์ขององค์ประกอบภายในระบบนิเวศ อธิบายวัฎจักรของน้า วัฎจักร
คาร์บอน และความสาคัญที่มีระบบนิเวศ ความสาคัญของความหลายหลายทางชีววิทยาในการดูแลรักษา
วิเคราะห์สภาพปัญหาสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติในท้องถ่ิน และเสนอแนวทางในการแก้ปัญหา และ
ใช้ทรัพยากรธรรมชาตอิ ย่างย่งั ยืน

เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มีความคิดระดับสูงในการสร้างองค์ความรู้โดยใช้กระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีจิตวิทยาศาสตร์ คุณธรรม จริยธรรมและ
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

ผลการเรียนรู้
1. ทอลองอธบิ ายโครงสรา้ งของดอกทีเ่ กย่ี วข้องกับการสบื พันธข์ องพชื
2. สารวจและอธิบายความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถนิ่ ที่ทาให้สงิ่ มีชวี ติ ดารงอยู่ได้อย่างสมดุล
3. อธบิ ายผลของความหลากหลายทางชวี ภาพทีม่ ตี ่อมนุษย์ สัตว์ พืช และสิง่ แวดล้อม
4. วเิ คราะหส์ ภาพส่งิ แวดลอ้ ม ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถ่ิน และเสนองแนวทางในการแก้ปัญหา
5. อธิบายแนวทางในการรักษาสมดลุ ของระบบนิเวศ
6. อภิปรายการใชท้ รัพยากรธรรมชาตอิ ยา่ งยงั่ ยนื
7. วเิ คราะห์และอธิบายการใชท้ รพั ยากรธรรมชาติ ตามปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
8. ตัง้ คาถามกาหนดประเดน็ หรือตัวแปรทสี่ าคัญในการสารวจตรวจสอบ หรอื ศึกษาคน้ คว้าเร่อื งที่สนใจ ได้

อยา่ งครอบคลมุ และเชือ่ ถอื ได้
9. สรา้ งสมมตฐิ านที่สามารถตรวจสอบได้และวางแผนการสารวจตรวจสอบหลาย ๆ วิธี
10. เลือกเทคนิควธิ ีการสารวจตรวจสอบท้ังเชงิ ปริมาณ และเชิงคณุ ภาพท่ไี ด้ผลเทีย่ งตรง และปลอดภยั

โดยใชว้ สั ดแุ ละเคร่ืองมอื ที่เหมาะสม
11. รวบรวมขอ้ มูลจัดทาขอ้ มลู เชงิ ปรมิ าณและคณุ ภาพ
รวมทั้งหมด 11 ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวิทยา พุทธศกั ราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 63

คาอธบิ ายวชิ า

ว 21202 วิทยาศาสตรเ์ สรมิ ทกั ษะ 2 กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 2 เวลาเรยี น 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

............................................................................................................................. ............................................................................................................................. .........................................................................

สืบค้นข้อมูล ปฎิบัติการ ทดลอง สารวจตรวจสอบสมมุติฐานของปัญหาที่สนใจเป็นพิเศษเก่ียวกับ

วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อมมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ บันทึกและรวบรวมข้อมูลเก่ียวกับ

ความเป็นกรด – เบส อุณหภูมิและการวัดความชื้น และความกดอากาศท่ีมีผลต่อปรากฏการณ์ทางลมฟูา

อากาศ ความสมั พนั ธร์ ะหว่างดวงอาทติ ย์ โลก ดวงจันทร์ และดาวเคราะห์อ่ืน ๆ และผลที่เกิดต่อการดารงชีวิต

ของส่ิงมชี ีวิต

เพื่อให้เกิดการเรียนรู้กระบวนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ จากความรู้ ความเข้าใจในงานวิจัยที่ศึกษา

ส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มีคุณสมบัติ และจรรยาบรรณนักวิทยาศาสตร์ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีจิต

วิทยาศาสตร์ คุณธรรม จรยิ ธรรม และคณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์

ผลการเรยี นรู้
1. ทดลองและอธบิ ายสมบัติความเปน็ กรด – เบส ของสารละลาย
2. ตรวจสอบค่า pH ของสารละลายและนาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
3. สืบคน้ ขอ้ มูลและอภิปรายผลของสารเคมี ปฎกิ ริ ิยาเคมตี ่อสิ่งมีชวี ติ และสง่ิ แวดล้อม
4. สบื ค้นข้อมูลและอธบิ ายการใชส้ ารเคมอี ยา่ งถูกต้อง ปลอดภยั วธิ ีปอู งกนั และแก้ไขอนั ตรายท่ีเกดิ ข้นึ จาก

การใชส้ ารเคมี
5. ทดลองและอธบิ ายอุณหภูมิและการวดั อุณหภมู ิ
6. ทดลองและอธิบายความสัมพันธร์ ะหว่างอุณหภูมิ ความชืน้ และความกดอากาศท่มี ผี ลต่อปรากฏการณ์ทาง

ลมฟูาอากาศ
7. สืบค้น วเิ คราะห์ และอธบิ ายผลของลมฟาู อากาศตอ่ การดารงชวี ิตของส่งิ มีชีวติ และส่งิ แวดลอ้ ม
8. สบื คน้ วเิ คราะห์ และอธบิ ายปัจจัยทางธรรมชาตแิ ละการกระทาต่อมนุษย์ที่มีผลต่อการเปลย่ี นแปลง

อณุ หภมู ิของโลก รูโหวโ่ อโซน และฝนกรด
9. สืบคน้ และอธบิ ายความสัมพันธ์ระหว่าง ดวงอาทิตย์ โลก ดวงจันทร์ และดาวเคราะหอ์ ่ืน ๆ และผลทีเ่ กดิ ข้ึน

ตอ่ สง่ิ แวดล้อมและสงิ่ มีชวี ติ บนโลก
10. วิเคราะหแ์ ละประเมนิ ความสอดคล้องของประจกั ษ์พยานกับขอ้ สรปุ ทั้งท่สี นับสนนุ หรือข้อขดั แย้งกับ

สมมติฐานและความผิดปกติของข้อมลู จากการสารวจตรวจสอบ
11. สรา้ งแบบจาลอง หรอื รูปแบบ ท่อี ธบิ ายผลหรอื แสดงผลของการสารวจตรวจสอบ

รวมทั้งหมด 11 ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวิทยา พทุ ธศักราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 64

คาอธิบายรายวชิ า

ว 22201 วิทยาศาสตรโ์ ลกทัง้ ระบบ 1 กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรียน 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หน่วยกิต

........................................................................................................ ............................................................................................................................. ..................................................................................................
.

ศึกษา วิเคราะห์ ความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบต่างๆ ในธรรมชาติ รูปแบบความสัมพันธ์

และแนวโน้มท่ีเกิดข้ึน การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมตาม ธรรมชาติในท้องถ่ิน โดยใช้ กระบวนการวิจัย

การสังเกต การต้ังคาถาม การตั้งสมมติฐาน การวางแผน การเขียนเค้าโครงวิจัย ด้วยกระบวนการ

ทางวิทยาศาสตร์ เพ่ือพัฒนากระบวนการคิด การสืบเสาะหาความรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ และ

สามารถส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรู้ นาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรมและ

คา่ นิยมทเ่ี หมาะสม

ผลการเรยี นรู้
1. ตั้งคาถามท่ีกาหนดประเดน็ หรอื ตัวแปรที่สาคัญในการสารวจตรวจสอบหรือศึกษา คน้ ควา้ เรือ่ งทสี่ นใจได้

อยา่ งครอบคลมุ และเช่ือถือได้
2. สร้างสมมติฐานทีส่ ามารถตรวจสอบไดแ้ ละวางแผนการสารวจตรวจสอบหลายๆ วธิ ี
3. เลือกเทคนคิ วธิ ีการสารวจตรวจสอบท้งั เชิงปรมิ าณและเชงิ คุณภาพท่ีไดผ้ ลเท่ียงตรง และปลอดภยั โดยใช้

วสั ดุและเครือ่ งมอื ที่เหมาะสม

รวมทั้งหมด 3 ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวทิ ยา พทุ ธศักราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 65

คาอธิบายรายวิชา

ว 22202 วทิ ยาศาสตร์โลกท้ังระบบ 2 กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2 เวลาเรยี น 40 ช่วั โมง จานวน 1.0 หน่วยกิต

............................................................................................................................. ...................................................................... ............................................................................................................................. ....

ดาเนนิ การตรวจวดั สิง่ แวดล้อม การวิเคราะห์และแปลความหมายข้อมูลโดย ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

การลงข้อสรุป การเขียนรายงาน และการนาเสนองานวิจัย ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพ่ือพัฒนา

กระบวนการคิด การสืบเสาะหาความรู้ มี ความสามารถในการตัดสินใจ และสามารถสื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้

นาความรไู้ ปใชใ้ น ชีวิตประจาวนั มจี ติ วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรมและค่านิยมทเี่ หมาะสม

ผลการเรียนรู้
1. รวบรวมข้อมูลจัดกระทาขอ้ มูลเชิงปรมิ าณและคณุ ภาพ
2. วเิ คราะหแ์ ละประเมินความสอดคล้องของประจักษ์พยานกับข้อสรปุ ทง้ั ทสี่ นบั สนุน หรอื ขัดแยง้ กับ

สมมตฐิ านและความผิดปกติของข้อมูลจากการสารวจตรวจสอบ
3. สร้างแบบจาลองหรือรปู แบบที่อธิบายผลหรือแสดงผลของการสารวจตรวจสอบ
4. สร้างคาถามทีน่ าไปสูก่ ารสารวจตรวจสอบในเรือ่ งท่ีเก่ียวขอ้ งและนาความรทู้ ไี่ ด้ไปใช้ ในสถานการณ์ใหม่

หรืออธิบายเกยี่ วกับแนวคดิ กระบวนการและผลของโครงงานหรอื ชนิ้ งานให้ผู้อ่นื เข้าใจ
5. บนั ทึกและอธบิ ายผลการสังเกตการสารวจตรวจสอบค้นคว้าเพมิ่ เติมจากแหล่งความรู้ ต่าง ๆ ใหไ้ ดข้ ้อมลู ที่

เชือ่ ถือได้ และยอมรบั การเปล่ียนแปลงความร้ทู ่ีคน้ พบเม่ือมีข้อมูล และประจักษ์พยานใหม่ เพิ่มข้นึ หรือ
โตแ้ ยง้ จากเดิม
6. จดั แสดงผลงาน เขยี นรายงาน และ/หรอื อธิบายเก่ยี วกบั แนวคิดกระบวนการและผล ของโครงงานหรอื
ชนิ้ งานให้ผอู้ น่ื เข้าใจ
รวมท้ังหมด 6 ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวทิ ยา พุทธศักราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 66

คาอธบิ ายรายวิชา

ว 23201 วิทยาศาสตรอ์ าหารและยา กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรยี น 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หน่วยกิต

............................................................................................................................. ............................................................................................................................. .............................................................................

ศึกษา ค้นคว้า สารวจ ทดลอง อภิปรายแสดงและเสนอความคิดเห็นในรูปแบบหลากหลาย สามารถ

วิเคราะห์สาเหตุและผลกระทบท่ีเกิดขึ้นจากการรับประทานอาหารและยา ระบบการย่อยอาหารด้วยอวัยวะ

หลาย ๆ อวัยวะ ได้แก่ ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ตับ ตับอ่อน ลาไส้เล็ก สาไส้ใหญ่ สารอาหารใน

อาหาร มปี ริมาณพลังงานและสัดสว่ นทเ่ี หมาะสมกบั เพศและวยั กลไลการควบคมุ ดุลยภาพของน้า แร่ธาตุ และ

อณุ หภูมิของมนษุ ย์ เพอื่ ให้ความรู้ ความเข้าใจจิตวิทยาศาสตร์ และนาความรไู้ ปใช้ประโยชน์

ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายโครงสร้างและการทางานของระบบย่อยอาหาร ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบหายใจ ระบบ
ขบั ถ่าย ระบบสบื พันธข์ องมนุษย์และสตั ว์ รวมทงั้ ระบบประสาทของมนุษย์
2. อธบิ ายความสัมพนั ธ์ของระบบต่าง ๆ ของมนุษยแ์ ละนาความร้ไู ปใช้ประโยชน์
3. ทดลอง วิเคราะห์และอธิบายสารอาหารในอาหารมีปริมาณพลังงานและสัดส่วนท่ีเหมาะสมกับเพศ
และวัย

รวมทัง้ หมด 3 ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวิทยา พุทธศกั ราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 67

คาอธิบายรายวชิ า

ว 23202 วิทยาศาสตร์พลังงาน กลุ่มสาระการเรยี นรู้และเทคโนโลยวี ิทยาศาสตร์

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรยี นที่ 2 เวลาเรียน 40 ชวั่ โมง จานวน 1.0 หน่วยกิต

............................................................................................................................. ...................................................................... ............................................................................................................................. .......

ศึกษา วิเคราะห์เกี่ยวกับกาวัดกระแสไฟฟูาแอมมิเตอร์ การวัดความต่างศักย์ไฟฟูาด้วยโวลต์ การวัด

กระแสไฟฟูา ความต่างศักย์ไฟฟูา และความต้านทานไฟฟูาด้วยมัลติมิเตอร์ การอ่านค่าความต้านทานไฟฟูา

ด้วยแถบสี การตอ่ ความตา้ นทานไฟฟาู ไฟฟูาลดั วงจร ลอ้ และเพลา ลม่ิ สกรู

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถนาเสนอ

บันทึก จดั กระทาขอ้ มูล และการอภิปรายเพ่อื ให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถนาเสนอส่ือสารสิ่งท่ี

เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีจิต

วิทยาศาสตร์ คุณธรรม จริยธรรม และคา่ นยิ มทเ่ี หมาะสม

ผลการเรยี นรู้
1. ทดลองและอธิบายความแตกต่างระหว่างแรงเสยี ดทานสถิตกบั แรง และนาความรู้ไปใช้ประโยชน์
2. ทดลองและวิเคราะหโ์ มเมนต์ของแรงและนาความรู้ไปใช้ประโยชน์
3. ทดลองและอธบิ ายความสมั พันธ์ระหว่างความตา่ งศักย์ กระแสไฟฟูา ความต้านทานและนาความรูไ้ ปใช้

ประโยชน์
4. คานวณพลงั งานไฟฟูาของเครื่องใชไ้ ฟฟูา และนาความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
5. สังเกตและอภิปรายการต่อวงจรไฟฟูาในบ้านอยา่ งถกู ต้อง ปลอดภัยและประหยัด
6. ตัง้ คาถามท่ีกาหนดประเดน็ หรอื ตัวแปรทสี่ าคัญในการสารวจตรวจสอบหรือศึกษาค้นคว้าเร่อื งที่สนใจได้

อย่างครอบคลมุ และเช่ือถือได้
รวมทัง้ หมด 6 ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวทิ ยา พุทธศกั ราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 68

คาอธบิ ายรายวชิ า

ว 20201 เริม่ ต้นกับโครงงานวทิ ยาศาสตร์ กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ เวลาเรยี น 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หน่วยกิต

..................................................................................... ............................................................................................................................. .....................................................................................................................

ศึกษาการใช้ระเบียบวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ตง้ั แต่การกาหนดปัญหา ต้ังสมมติฐาน ทดลองและเก็บ
รวบรวมข้อมูลวิเคราะห์ข้อมูลและสรุปผล โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 13 ข้ัน ได้แก่
การสังเกต การลงความเห็นจากข้อมูล การจาแนกประเภทการวัด การใช้ตัวเลข การหาความสัมพันธ์ระหว่าง
สเปสกับสเปสและสเปสกับเวลา การสื่อความหมายข้อมูล การพยากรณ์ การชี้บ่งและการควบคุมตัวแปร
การตัง้ สมมติฐาน การกาหนดนิยามเชิงปฏิบัติการของตัวแปร การทดลอง การตีความหมายข้อมูลและการลง
ขอ้ สรปุ โดยใช้กระบวนการการสบื ค้นทางวิทยาศาสตร์

เพือ่ ใหเ้ กิดความคิด ความเขา้ ใจ มพี ้ืนฐานของนักวิจัย สามารถสอื่ สารสิง่ ทีเ่ รยี นรู้ มีความสามารถใน
การตัดสนิ ใจ นาความรู้ไปใช้ในชีวติ ประจาวัน มีจติ วิทยาศาสตร์ มจี รยิ ธรรม คณุ ธรรมและคา่ นยิ มทเี่ หมาะสม

ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายขัน้ ตอนระเบยี บวิธกี ารทางวิทยาศาสตร์ได้
2. ใช้ทกั ษะการสงั เกตข้อมลู เชงิ ปริมาณ ขอ้ มูลเชงิ คณุ ภาพ และขอ้ มูลการเชงิ เปลีย่ นแปลงได้
3. ลงความเหน็ ข้อมลู โดยใช้ความรู้และประสบการณ์เดิมได้
4. ระบุเกณฑใ์ นการจาแนกประเภทวัตถุ สง่ิ ของ เหตกุ ารณต์ ่างๆได้
5. เลอื กใชเ้ คร่ืองมือในการวดั พรอ้ มระบหุ น่วยและวัดได้อย่างแม่นยา
6. ใช้ทกั ษะทางคณติ ศาสตรใ์ นการบนั ทกึ ข้อมูล และนาเสนอขอ้ มูลได้
7. นาเสนอข้อมลู ที่ได้จากการสังเกต การวัด ในรูปตาราง กราฟแทง่ กราฟเส้นและรปู แบบอน่ื ได้อยา่ ง

เหมาะสม
8. ระบุมิตขิ องวตั ถุที่กาหนดให้ได้
9. บอกความสมั พนั ธ์ระหว่างสเปสกบั สเปส สเปสกับเวลาได้
10.พยากรณข์ ้อมลู เหตุการณ์โดยใชข้ ้อมลู ที่มีอยู่และพยากรณ์ภายนอกขอบเขตข้อมูลที่มีอยู่ได้อยา่ ง

เหมาะสม
11.กาหนดตัวแปรทเี่ ก่ียวข้องกับประเด็นปญั หาได้
12.ตง้ั คาถามเชิงวจิ ยั จากประเดน็ ปญั หาท่ศี ึกษาได้
13.ต้ังสมมตฐิ านที่มีความสัมพนั ธเ์ ชือ่ มโยงระหวา่ งตัวแปรต้นและตวั แปรตามได้
14.กาหนดนิยามเชิงปฏบิ ตั ิการในประเด็นปัญหาท่ศี ึกษาได้
15.วางแผนและออกแบบการทดลองเพ่ือทดสอบสมมติฐานที่ต้ังไวไ้ ด้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม
16.ลงขอ้ สรุปของข้อมูลท่ไี ด้จากการทดลอง และข้อมูลท่ีอย่ใู นรปู ตาราง กราฟ หรอื แผนภาพได้อยา่ ง

ถูกต้องและเหมาะสม
17.ใชก้ ระบวนการสบื คน้ ทางวิทยาศาสตร์ ศกึ ษาประเดน็ ปัญหาที่สนใจได้
18.ใชท้ ักษะกระบวนการกล่มุ ในการทางานได้
19.มจี ิตวิทยาศาสตร์และเจตคติท่ีดตี ่อการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์

รวมทั้งหมด 19 ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวิทยา พทุ ธศกั ราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 69

คาอธิบายรายวชิ า

ว 20202 มหัศจรรยป์ า่ ชายเลน กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชนั้ มธั ยมศึกษาตอนตน้ เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หน่วยกติ

..........................................................................................................................................................................................................................

ศกึ ษา สารวจ สืบคน้ ทดลอง วเิ คราะหแ์ ละอภปิ รายความหมายของปาุ ชายเลน ถ่นิ กาเนิดปาุ ชายเลน

ปัจจัยทางส่ิงแวดล้อมของปุาชายเลน การกระจายของปุาชายเลนในประเทศจังหวัดนราธิวาสและในประเทศ

ไทย ความสาคัญของปาุ ชายเลนดา้ นการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศปุาชายเลน วงชีวิตของพืช

และสัตว์ปุาชายเลน การสารวจปุาชายเลน รวมทั้งวิธีการแก้ไขโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์

การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจ การสืบค้นและการอภิปราย เพื่อให้เกิดความเข้าใจ สามารถส่ือสารสิ่งที่

เรียนรู้ สืบค้นขอ้ มลู และนาความรไู้ ปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จิตสาธารณะ จริยธรรม

คุณธรรมและคา่ นยิ มท่เี หมาะสม

ผลการเรียนรู้
1. สบื ค้น สารวจ ความหมาย ถน่ิ กาเนิด ปจั จัยทางสิง่ แวดลอ้ ม และการกระจายของ ปาุ ชายเลนใน
จงั หวดั นราธิวาสและประเทศไทยได้
2. สบื คน้ สารวจและอภปิ รายถึงความสาคัญของปาุ ชายเลนทางดา้ นตา่ งๆได้
3. สืบค้น สารวจและอภิปรายพืช สัตว์และความสมั พนั ธ์ของสิง่ มชี ีวติ ปาุ ชายเลน
4. มีจติ สานึกและปฏิบัตกิ ิจกรรมการอนรุ ักษ์ปุาชายเลน
5. สารวจและนาเสนอผลการสารวจปุาชายเลนในรปู แบบของโครงงานวิทยาศาสตร์

รวมทั้งหมด 5 ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวทิ ยา พุทธศักราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 70

คาอธบิ ายรายวชิ า

ว 20203 สารเคมใี นชีวิตประจาวนั กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชัน้ มัธยมศึกษาตอนตน้ เวลาเรียน 40 ชวั่ โมง จานวน 1.0 หน่วยกติ

..........................................................................................................................................................................................................................

ศึกษา วิเคราะห์ สารเคมใี นชวี ิตประจาวัน สารอาหาร สารเคมีที่มีพิษในอาหาร สารเคมีในพืชท้องถิ่น

อันตรายของสารเคมีท่ีมีต่อผู้บริโภค ความเป็นกรดเบสของสารในชีวิตประจาวัน สารเคมีในการทาความ

สะอาด สารระเหย พลาสตกิ ผลกระทบทีเกิดจากกการใช้สารเคมีในชีวิตประจาวันและแนวทางในการปูองกัน

แกไ้ ข

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบค้นข้อมูล การอภิปราย การวิเคราะห์ การเปรียบเทียบ

การสารวจตรวจสอบและการทดลอง เพ่อื ใหเ้ กิดความรูค้ วามเข้าใจ สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ใน

ชีวติ ประจาวันได้ มีจติ วิทยาศาสตร์ คณุ ธรรม จริยธรรม และคณุ ธรรมอนั พงึ ประสงค์

ผลการเรยี นรู้
1. สบื คน้ ขอ้ มลู สารวจตรวจสอบ จัดทาข้อมลู และสรุปเกยี่ วกบั สารเคมีท่ีพบในชีวิตประจาวันและสารเคมี

ในอาหาร
2. การทดลอง วเิ คราะห์อธิบายเก่ียวกับสารเคมีทม่ี ีพษิ ในอาหารและในพชื ท้องถน่ิ
3. สารวจตรวจสอบ จดั ทาขอ้ มูลและสรปุ ความเป็นกรด – เบส ของสารเคมใี นชีวติ ประจาวัน
4. สบื ค้นข้อมลู สารวจตรวจสอบ จดั ทาข้อมูล อภิปรายและสรุป สารเคมีในการทาความสะอาด สาร

ระเหย
5. สารวจตรวจสอบ จาแนก ประเภทของพลาสติกและพลาสติกรีไซเคลิ
6. ระดมความคิด อภิปรายและอธิบายผลกระทบทีเ่ กิดจากการใชส้ ารเคมีพร้อมทง้ั เสนอแนวทางในการ

ปูองกันและแกไ้ ข
7. มีจติ วทิ ยาศาสตร์ คุณธรรม จริยธรรมและคุณธรรมอนั พึงประสงค์

รวมท้ังหมด 7 ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวิทยา พุทธศกั ราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 71

คาอธิบายรายวชิ า

ว 20204 ของเล่นเชิงวิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ช้นั มธั ยมศึกษาตอนตน้ เวลาเรียน 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หน่วยกิต

..................................................................................................................................................................................................................

ศึกษา วิเคราะห์ ทดลอง สร้างอุปกรณ์ของเล่นเชิงวิทยาศาสตร์อย่างง่ายตาม แบบท่ีกาหนดให้

ออกแบบ ดัดแปลงหรือประดษิ ฐอ์ ุปกรณ์ของเล่นที่ใช้กลไกทางเครื่องกลทางไฟฟูาและอิเล็กทรอนิกส์อย่างง่าย

และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการ ประกอบช้ินส่วน ดัดแปลงประดิษฐ์อุปกรณ์ และอธิบายหลักการทาง

วิทยาศาสตร์ โดย ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถ

ส่ือสารส่ิงที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาวัน มีจิต วิทยาศาสตร์

จรยิ ธรรม คุณธรรมและคา่ นิยมทเี่ หมาะสม

ผลการเรียนรู้
1. ระบขุ องเล่นท่ีมีอปุ กรณ์ทางเคร่อื งกลทางไฟฟาู และอเิ ลก็ ทรอนิกส์เปน็ สว่ นประกอบได้
2. นาอปุ กรณท์ างเครื่องกลทางไฟฟูาและอเิ ลก็ ทรอนิกส์มาประกอบเป็นวงจรในของเลน่ ได้
3. อธบิ ายการทางานของกลไก วงจรทป่ี ระกอบขึ้นได้
4. ตรวจสอบและแกไ้ ขข้อบกพร่องของกลไก วงจรไฟฟาู และอเิ ลก็ ทรอนิกส์ที่ประกอบข้ึนได้
5. สามารถเสนอแนวคดิ ในการนากลไก วงจรไฟฟูา อิเล็กทรอนกิ ส์บางชนิดไป ประยกุ ต์ใชไ้ ด้อย่างเหมาะสม
6. มีเจตคตทิ ดี่ ีตอ่ งานด้านเครื่องกล ไฟฟาู และอิเลก็ ทรอนกิ ส์

รวมทั้งหมด 6 ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวทิ ยา พทุ ธศกั ราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 72

คาอธบิ ายรายวชิ า

ว 20205 วิทยาศาสตร์กบั การแก้ปัญหา กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชั้นมัธยมศึกษาตอนตน้ เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หน่วยกิต

..........................................................................................................................................................................................................................

ศึกษา วิเคราะห์ ปัญหาวิทยาศาสตร์จากกิจกรรม โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

และทกั ษะเบ้ืองตน้ ในการสืบค้นขอ้ มูล สารวจตรวจสอบ ทดลอง วิเคราะห์ อภิปราย สังเกตและอธิบายเพ่ือให้

เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ ส่ือสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจนาความรู้ไปใช้ใน

ชีวติ ประจาวัน มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรมและคา่ นิยมทเ่ี หมาะสม

ผลการเรยี นรู้
1. มีความสนใจในการร่วมกิจกรรมเชิงวทิ ยาศาสตร์
2. ฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรต์ ามความเหมาะสมของวัยและประสบการณ์
3. สบื คน้ ข้อมลู เกยี่ วกบั ปญั หาการจัดระเบยี บข้อมลู การวเิ คราะห์ข้อมูล การแปรขอ้ มูล และลงข้อสรปุ
4. มจี ติ วิทยาศาสตร์ คุณธรรม จริยธรรม คณุ ธรรมและค่านยิ มทเ่ี หมาะสม

รวมทั้งหมด 4 ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวทิ ยา พุทธศกั ราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 73

คาอธิบายรายวชิ า

ว 20206 โครงงานวทิ ยาศาสตร์ กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชั้นมธั ยมศึกษาตอนตน้ เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หน่วยกิต

..................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษาปัญหาทางวิทยาศาสตร์ที่สนใจโดยการศึกษาค้นคว้ารวบรวมข้อมูลกาหนดประเด็นปัญหา

ตั้งสมมติฐาน ออกแบบการทดลอง บันทึกข้อมูล มีการแปรผลและสรุปข้อมูล ตลอดจนนาเสนอผลงานจาก

การศึกษาของตนเองแก่สาธารณชน

โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ทกั ษะกระบวนการกลุ่ม การสารวจตรวจสอบในประเด็น

ทีต่ นเองหรอื กล่มุ สนใจ

เพ่ือให้มีความรู้ ความคิด ทักษะในการแสวงหาความรู้อย่างเป็นระบบระเบียบมีแบบแผน

มีจิตวทิ ยาศาสตร์ เจตคตทิ ่ดี ีต่อวทิ ยาศาสตร์ มีคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่ดี สามารถนาความรู้และทักษะไป

ใชใ้ ห้เกิดประโยชน์ในชวี ติ ประจาวัน

ผลการเรียนรู้
1. ตั้งคาถามที่กาหนดประเดน็ สาคัญจากเรื่องที่สนใจได้อยา่ งครอบคลุมและเช่ือถือได้
2. ศกึ ษาคน้ คว้าข้อมลู เกีย่ วกับเร่ืองทสี่ นใจจากแหล่งข้อมลู ตา่ งๆไดอ้ ย่างหลากหลาย
3. สรา้ งสมมติฐานจากการศึกษาค้นคว้าข้อมลู ของเร่ืองที่สนใจได้
4. กาหนดจุดมุ่งหมาย/จดุ ประสงคข์ องการศึกษาได้อยา่ งสอดคลอ้ งกับประเด็นคาถามและสมมตฐิ าน
5. กาหนดตัวแปรของประเดน็ ปัญหาท่ีศกึ ษาไดช้ ดั เจน
6. เลอื กเทคนิควธิ กี ารสารวจตรวจสอบ พรอ้ มทั้งเลือกใชว้ ัสดุและเคร่ืองมือทเี่ หมาะสม
7. บนั ทึกข้อมลู รวบรวมขอ้ มลู จดั กระทาขอ้ มูลทงั้ เชิงปรมิ าณและคุณภาพไดเ้ หมาะสม
8. วิเคราะหแ์ ละประเมนิ ความสอดคล้องของประจักษ์พยานกับข้อสรปุ ทง้ั ทส่ี นับสนุนหรอื ขัดแยง้ กบั

สมมตฐิ าน และความผดิ ปกติของขอ้ มูลจากการสารวจตรวจสอบ
9. สร้างแบบจาลองหรือรูปแบบทอ่ี ธิบายผลหรือแสดงผลของการสารวจตรวจสอบ
10.เขียนรายงานผลการศึกษา หรืออธบิ ายเกี่ยวกบั ผลการศึกษาได้
11.จดั แสดงผลงานในรปู นทิ รรศการ เพื่อเผยแพร่ผลงานโครงงานใหก้ บั ผูอ้ ื่นเข้าใจได้

รวมทั้งหมด 11 ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวิทยา พุทธศักราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 74

คาอธิบายรายวชิ า

ว20207 แสงและทศั นปู กรณ์ กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชนั้ มธั ยมศึกษาตอนต้น เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

..................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษา วิเคราะห์ เก่ียวกับตัวกลางประเภทต่าง ๆ สเปกตรัม รังสีอินฟราเรด รังสีอัลตราไวโอเลต

มุมตกกระทบ มุมหักเห มุมสะท้อน เส้นปกติ ดัชนี หักเห มุมวิกฤติ การสะท้อนกลับหมด หลักการ

สะทอ้ นแสง การหกั เหของแสงผา่ นตัวกลางชนิดต่าง ๆ เขียนทิศทางการเดินทางของแสง คานวณการเกิดภาพ

จากกระจกเงาระนาบ กระจกเวา้ กระจกนนู เลนส์นนู เลนส์เวา้ หลักการทางานของทศั นูปกรณช์ นิดต่าง ๆ

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบค้นข้อมูล การอภิปราย การวิเคราะห์ การ

เปรียบเทยี บ การสารวจตรวจสอบ การทดลองอย่างง่าย ๆ และการนาเสนอ

เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจสามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจาวันได้มีจิตวิทยา

ศาสตร์ คุณธรรม จรยิ ธรรม และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

ผลการเรียนรู้
1. อธบิ ายความหมายของคาหรือข้อความต่อไปนี้ไดต้ วั กลางโปร่งใส่ ตวั กลางทึบแสงตวั กลางโปร่งแสง
สเปกตรัม รงั สอี ินฟราเรด รังสอี ัลตราไวโอเลต มมุ ตกกระทบ มุมหักเห มุมสะท้อน เส้นปกติ ภาพเสมือน
ภาพจรงิ ดชั นีหกั เห มุมวกิ ฤติ การสะท้อนกลับหมด สายตาส้ัน สายตายาว
2. อธิบายหลักการสะทอ้ น แสงและการหักเหผ่านตวั กลางชนิดต่างๆได้ ตลอดจนเขียนทิศทางเดนิ ของแสง
ได้
3. ศึกษา ทดลอง และคิดคานวณ เกยี่ วกบั การเกิดภาพจากกระจกเงาระนาบ
4. ศึกษา ทดลอง และคิดคานวณ เกย่ี วกบั การเกิดภาพจากกระจกเว้า กระจกนนู และเขยี นทศิ ทางเดนิ
ของแสงได้
5. ศกึ ษา ทดลอง และคิดคานวณเกี่ยวกับการเกดิ ภาพเลนสเ์ ว้า เลนส์นูน และเขียนทิศทางเดนิ ของแสงได้
6. อธิบายหลกั การทางานของทัศนูปกรณ์ชนิดต่าง ๆ

รวมท้ังหมด 6 ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวิทยา พุทธศกั ราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 75

คาอธิบายรายวชิ า

ว20208 ธรณีวิทยาเบ้อื งต้น กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนต้น เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หน่วยกติ

..................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษาและวิเคราะห์เกี่ยวกับการกาเนิดของโลก ส่วนประกอบภายโลก ทฤษฎีธรณีแปรสัณฐาน

ธรณีกาล ซากดึกดาบรรพ์ ไดโนเสาร์ในประเทศไทย ตลอดจนประโยชน์ของการศึกษาซากดึกดาบรรพ์

โครงสร้างทางธรณีวิทยา การเกิดแผ่นดินไหว ขบวนการเคล่ือนท่ีของแผ่นเปลือกโลก การตรวจวัดคล่ืน

แผน่ ดนิ ไหว ธรณแี ปรสัณฐาน(เพลตเทคโทนคิ )ของภูมภิ าคเอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต้ แผน่ ดินไหวกับประเทศไทย

ขนาดและความรุ่นแรง บริเวณที่มีความเสี่ยงภัยสูง หินและแร่ในประเทศไทย ในท้องถิ่น และบริเวณ

หินแกรนิต และหินปูนในท้องถิ่น ตลอดจนการใช้ประโยชน์ข้อมูลทางธรณีวิทยาในด้านการพัฒนาโครงสร้าง

พน้ื ฐานการบรรเทาธรณีพิบัติภัย การวางแผนการใช้ประโยชน์พื้นท่ีแหล่งท่องเที่ยว ตลอดจนการใช้ประโยชน์

ในการแกไ้ ขความเช่อื ท่ีผิดบางประการ

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์การะบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสารวจ ตรวจสอบ

การสงั เกต การสืบค้นข้อมูล การอภิปราย และการสรุปความ

เพื่อใหเ้ กดิ ความรู้ ความเข้าใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นาความรู้

ไปใช้ในชวี ติ ประจาวัน มีจติ วทิ ยาศาสตร์ คุณธรรม จรยิ ธรรม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

ผลการเรยี นรู้
1. สืบค้นขอ้ มลู และวเิ คราะหเ์ ก่ียวกบั โลก ส่วนประกอบและทฤษฎธี รณีแปรสณั ฐาน
2. สารวจ ตรวจสอบ สบื ค้นขอ้ มูล และวิเคราะหเ์ ก่ยี วกับธรณีกาลและซากดกึ ดาบรรพ์
3. สืบค้นข้อมลู และวิเคราะห์ปัญหาเกย่ี วกบั โครงสร้างทางธรณีวทิ ยา การเกิดแผน่ ดินไหว ธรณีแปรสัณฐาน

(เพลตเทคโทนคิ ) ตลอดจนการหลบภยั กรณเี กิดแผ่นดนิ ไหว
4. ปฏิบัติการทดลอง และตรวจสอบหนิ และแร่ การใชป้ ระโยชน์จากหินและแร่
5. วิเคราะห์เกยี่ วกับใชป้ ระโยชน์ข้อมลู ทางธรณีวทิ ยาในด้านต่างๆ
6. มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ คุณธรรม จริยธรรมและคุณลักษณะอนั พึงประสงค์

รวมท้ังหมด 6 ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวิทยา พุทธศกั ราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 76

คาอธิบายรายวชิ า

ว 20209 ล่มุ แมน่ ้าบางนรา กลุม่ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1-3 เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หน่วยกิต

..................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษา สารวจ สืบค้น ทดลอง วิเคราะห์และอภิปรายความหมาย ถ่ินกาเนิด ปัจจัยทางส่ิงแวดล้อม

ทางภมู ิศาสตร์ ความสาคญั ของลมุ่ แมน่ า้ บางนรา ด้านการประกอบอาชีพ วงชีวิตของพืชและสัตว์ลุ่มแม่น้าบาง

นรา ปญั หา ผลกระทบ ท่เี กิดจากส่ิงแวดล้อม การจัดการทรัพยากร แนวทางการอนุรักษ์ กิจกรรมการอนุรักษ์

การรณรงค์

โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพอ่ื ใหเ้ กิดความเข้าใจ สามารถส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรู้ และนาความรู้

ไปใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจาวนั

เพอ่ื ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ส่ือสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นาความรู้

ไปใช้ในชีวิตประจาวันมีจิตวิทยาศาสตร์ จิตสาธารณะ จริยธรรม คุณธรรมและค่านิยมที่เหมาะสมและ

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

ผลการเรยี นรู้
1. ศกึ ษา สารวจ ความหมาย ถ่ินกาเนดิ ปัจจยั ทางสงิ่ แวดลอ้ ม และภูมศิ าสตร์ของลุ่มแมน่ ้าบางนราได้
2. สืบคน้ สารวจ และอภิปราย ถึงความสาคัญ ปญั หาและผลกระทบทางด้านต่างๆ ของลุ่มแมน่ า้ บางนราได้
3. สบื คน้ สารวจ และอภปิ รายพืช สัตว์ และความสมั พนั ธ์ของส่งิ มชี ีวิตล่มุ แม่นา้ บางนราได้
4. สืบค้น สารวจ และอภิปราย การจดั การลมุ่ แม่นา้ บางนราได้
5. สารวจและนาเสนอผลการสารวจลุม่ แมน่ ้าบางนราได้
6. มจี ติ สานกึ และปฏิบตั ิกิจกรรมอนรุ กั ษล์ ุ่มแม่น้าบางนราได้

รวมทั้งหมด 6 ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวทิ ยา พทุ ธศักราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 77

คาอธิบายรายวชิ า

ว 20210 วิทยาศาสตร์กับคุณภาพชวี ิต กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

..................................................................................................................................................................................................................................

ศกึ ษาคน้ ควา้ วิเคราะหเ์ กยี่ วกบั ความสาคัญของอาหารและยาต่อคุณภาพชีวิต อันตรายของสารเคมี

ในอาหารและพืชในท้องถ่ิน พฤติกรรมท่ีมีผลต่อสุขภาพจิตและสุขภาพกาย โดยใช้กระบวนการทาง

วิทยาศาสตร์ สบื คน้ ขอ้ มูล อภิปรายและนาเสนอ

เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรู้ความเขา้ ใจ สามารถนาความรู้ไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชนใ์ นชีวติ ประจาวนั ได้

มีจติ วิทยาศาสตร์ คณุ ธรรม จริยธรรมและคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

ผลการเรยี นรู้
1. มีความรคู้ วามเข้าใจเกย่ี วกับคุณคา่ และจาเป็นของอาหารที่มีตอ่ รา่ งกาย
2. ทดลอง วิเคราะห์ และอธิบายเกยี่ วกับสารเคมีในอาหารและพชื ในท้องถิ่น
3. มีความรคู้ วามเข้าใจเกีย่ วกบั การใชย้ าในชวี ติ ประจาวนั
4. สบื คน้ ขอ้ มลู เกย่ี วกับพฤติกรรมท่ีมีผลต่อสุขภาพจิตและสขุ ภาพกาย
5. อภิปรายและนาเสนอเก่ียวกบั วิทยาศาสตร์กับคณุ ภาพชวี ติ ได้
6. มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ คณุ ธรรม จรยิ ธรรมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์

รวมท้ังหมด 6 ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวทิ ยา พุทธศักราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 78

คาอธบิ ายรายวิชา

ว 20211 นาโนเทคโนโลยี กลุม่ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนต้น เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต

..................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษา วิเคราะห์ความรู้เก่ียวกับหน่วยการวัดที่เล็กระดับนาโนเมตร การเปรียบเทียบขนาดของสิ่งท่ี
เล็กขนาดนาโนทั้งท่ีเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และส่ิงท่ีมนุษย์สร้างขั้น ความสัมพันธ์ของส่ิงต่างๆ ที่มีขนาด
ระดับนาโน ศึกษาปรากฏการณ์ในธรรมชาติท่ีเก่ียวข้องกับส่ิงมีชีวิต หรือส่วนของสิ่งมีชีวิตระดับนาโน
โครงสรา้ งของคาร์บอนรูปแบบต่างๆ การสังเคราะห์ผลิตภัณฑ์ระดับนาโน การใช้ประโยชน์จากนาโนเทคโนโลยี
ดา้ นการแพทย์ อิเลก็ ทรอนิกส์ วัสดุ เครอื่ งสาอาง พลังงาน ส่งิ แวดลอ้ ม การเกษตรและอาหาร การพัฒนานาโน
เทคโนโลยใี นอนาคต ขอ้ ดีและข้อเสยี ของนาโนเทคโนโลยี

โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทักษะการทางานกลุ่ม การสารวจตรวจสอบ การนาเสนอ
ร่วมอภิปรายเพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจ มีจิตวิทยาศาสตร์ เจตคติท่ีดีต่อวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม
จริยธรรม คา่ นิยมทด่ี ี ตลอดจนสามารถนาความรู้ไปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์ในชีวิตประจาวันและคุณลักษณะอัน
พงึ ประสงค์

ผลการเรยี นรู้
1. บอกความหมายของนาโนเมตรได้
2. เปรียบเทียบสง่ิ ทีม่ ีขนาดระดับนาโน ท้งั สิ่งมีชวี ติ ในธรรมชาติและสิ่งท่ีมนษุ ยป์ ระดษิ ฐ์ข้ึน
3. อธิบายความสมั พันธข์ องสิ่งต่างๆ ทีม่ ขี นาดระดับนาโนได้
4. นาเสนอความร้เู กี่ยวกับนาโนเทคโนโลยีในธรรมชาตไิ ด้
5. อธบิ ายโครงสรา้ งของคาร์บอนที่มกี ารสรา้ งพนั ธะระดบั นาโน ทาใหเ้ กิดรูปแบบตา่ งๆได้
6. อธบิ ายการสังเคราะห์ผลิตภัณฑร์ ะดับนาโนได้
7. อธบิ ายหลกั การทางานของกล้องจลุ ทรรศน์ AFM และ STM ได้
8. อธิบายการใชป้ ระโยชนจ์ ากนาโนเทคโนโลยดี ้านการแพทย์ อิเลก็ ทรอนิกส์ วัสดุ เครือ่ งสาอาง พลังงาน
สิง่ แวดล้อม การเกษตรและอาหารได้
9. อธบิ ายความเป็นมาของการคน้ พบและพัฒนานาโนเทคโนโลยีจากอดีตสูป่ จั จุบนั และอนาคตได้
10.วเิ คราะห์ผลกระทบท่เี กิดจากการนาเทคโนโลยมี าใชป้ ระโยชน์
11.มจี ติ วทิ ยาศาสตร์และเจตคติทด่ี ตี อ่ การเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์
12.วางแผนการทางานอยา่ งเปน็ ระบบและมที ักษะการทางานกลมุ่

รวมทั้งหมด 12 ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวทิ ยา พุทธศกั ราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 79

คาอธบิ ายรายวิชา

ว 20212 การจัดการพลังงานตามหลักเศรษฐกิจพอเพยี ง กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนตน้ เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต

..........................................................................................................................................................................................................................

ศึกษาวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน การเปล่ียนรูปพลังงาน แหล่งกาเนิด

พลังงานไฟฟูา การใช้ประโยชน์จากพลังงานไฟฟูา สภาพการใช้พลังงานปัจจุบันและแนวโน้มความต้องการ

ปริมาณพลังงานในอนาคต ผลกระทบจากการใช้พลังงานต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม หลักการ แนวคิด

เศรษฐกิจพอเพียง การประยุกต์ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงในการวางแผนการใช้พลังงาน เพื่อลดผลกระทบ

จากการใช้พลังงานต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม สร้างเครือข่ายการใช้พลังงานอย่างประหยัดและคุ้มค่า คานึงถึง

ผลกระทบที่เกิดจากการใช้พลังงานและรกั ษาสง่ิ แวดล้อมอย่างน่งั ยืน

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสารวจ ตรวจสอบ

การสังเกต การสืบค้นข้อมูล การอภปิ ราย สรุปผล

เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ ส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ

นาความรู้ไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน มจี ติ วิทยาศาสตร์ คณุ ธรรม จริยธรรม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

ผลการเรียนรู้
1. อธบิ ายความหมาย พลงั งาน ปฏิสัมพนั ธ์ระหว่างสสารกับพลงั งานได้
2. อภปิ รายเก่ยี วกบั การเปลี่ยนรูปพลงั งานรูปแบบตา่ งๆ
3. สืบค้นขอ้ มลู การผลิตพลังงานไฟฟาู จากแหลง่ กาเนิดต่างๆ
4. เลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟาู ทีเ่ หมาะสม ประหยัดและคุ้มคา่
5. สืบค้นข้อมูล วเิ คราะห์และอภปิ รายสภาพการใชพ้ ลงั งานในปจั จบุ ันและแนวโนม้ ความ ตอ้ งการพลังงาน
ในอนาคต
6. สารวจ วิเคราะห์และอธิบายเก่ยี วกับสภาพปัญหาการจดั การพลังงานทสี่ ่งผลกระทบต่อส่ิงแวดลอ้ มใน
ทอ้ งถิ่น
7. เสนอแนวคดิ ในการจัดการพลังงาน เพอื่ ลดผลกระทบของการใช้พลงั งานต่อสงิ่ แวดล้อมในท้องถิ่น
8. อธิบายความเป็นมาของ ความหมาย หลกั เศรษฐกจิ พอเพียง
9. ประยุกตใ์ ช้หลกั เศรษฐกจิ พอเพียงในการจดั การพลังงาน
10.อาสาสมคั รเป็นกลมุ่ ร่วมกนั เฝูาระวงั การใช้พลงั งานอยา่ งประหยดั และลดผลกระทบจากการใช้พลังงาน

รวมท้ังหมด 10 ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวทิ ยา พุทธศักราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 80

คาอธิบายรายวิชา

ว 20213 เคร่อื งกลและเครื่องมือ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ช้ันมธั ยมศึกษาตอนต้น เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หน่วยกติ

..........................................................................................................................................................................................................................

ศึกษา ทดลอง วเิ คราะห์ และอธิบาย หลักการทางานของเคร่ืองกลอย่างง่าย การหาค่าของงานที่เกิด

จากเคร่ืองกลอย่างง่าย ประสิทธิภาพของเครอื่ งกลอย่างงา่ ย การทางานของเครื่องใช้ไฟฟูา การหาค่าพลังงาน

จากเครื่องใช้ไฟฟูา การเปลี่ยนรูปพลังงานของพลังงานกล การเปลี่ยนรูปของพลังงานพลังงานไฟฟูา การ

เปล่ียนรปู พลังงานความร้อนกับการเปล่ียนแปลงสถานะของสาร ประสิทธิภาพของเคร่ืองใช้ไฟฟูา การเปล่ียน

รูปพลังงานเสียง การเปล่ียนรูปพลังงานแสง หลักการทางานและหลักการเกิดภาพของทัศนอุปกรณ์ การถ่าย

โอนพลังงานผา่ นสายพานและเกียร์

โดยใช้กระบวนการวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล

อภิปรายและการทดลอง

เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารส่ิงที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ

นาความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ คุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะอันพึง

ประสงค์

ผลการเรียนรู้
1. อธบิ ายหลกั การทางานของเครอ่ื งกลอย่างง่ายเชน่ คาน รอก ล้อและเพลา พนื้ เอียง สกรู เป็นต้น
2. อธบิ ายหลกั การเกิดงานของเครอื่ งกลอยา่ งง่ายอันเนื่องมาจากโมเมนตข์ องแรง
3. คานวณหาปรมิ าณต่างๆทเี่ กดิ จากการทางานของเครอ่ื งกลอย่างเมื่อกาหนดสถานการณ์ให้ได้
4. อธบิ ายหลกั การทางานของเครื่องใชไ้ ฟฟูา
5. อธบิ ายการเปลย่ี นรูปของพลงั งานกลเป็นพลงั งานรูปอ่นื ๆ
6. อธบิ ายการเปล่ยี นรปู พลังงานของเคร่อื งใชไ้ ฟฟาู เป็นพลังงานรปู อน่ื ๆ
7. อธบิ ายการเปลย่ี นรปู พลงั งานความร้อนกับการเปล่ียนสถานะของสาร
8. คานวณหาปริมาณตา่ งๆทเี่ กดิ จากการใช้เคร่ืองใช้ไฟฟูา เม่ือกาหนดสถานการณ์ให้ได้
9. อธิบายการเปล่ียนรูปและการเกดิ พลังงานเสยี ง
10.อธิบายการเปล่ยี นรปู และการเกิดพลงั งานแสง
11.คานวณหาปริมาณตา่ งๆจากพลังงานเสยี งและพลังงานแสง เมือ่ กาหนดสถานการณม์ าใหไ้ ด้
12.อธบิ ายหลกั การทางานและหลักการเกดิ ภาพของทัศนอุปกรณ์
13.คานวณหาปรมิ าณต่างๆทเี่ กี่ยวกบั ทัศนอุปกรณ์ เมอื่ กาหนดสถานการณ์ใหไ้ ด้
14.อธบิ ายหลกั การถ่ายโอนพลังงานผา่ นสายพานและเกยี ร์
15.มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ คุณธรรม จรยิ ธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์

รวมทั้งหมด 15 ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวทิ ยา พุทธศักราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 81

คาอธบิ ายรายวชิ า

ว 20214 วทิ ยาศาสตร์สง่ิ แวดล้อม กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต

..................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษาค้นคว้า สารวจ ทดลอง อภิปราย แสดงและเสนอความคิดในรูปแบบหลากหลาย สามารถ
วิเคราะห์ สาเหตุและผลกระทบท่ีเกิดขึ้นกับประชากรและกลุ่มส่ิงมีชีวิตในระบบนิเวศทรัพยากร น้า
ดิน พลังงาน ปุาไม้ ความหลากหลายทางชีวภาพ มลภาวะท่ีเกิดจากกิจกรรมของคนในชุมชนจากการเกษตร
การอุตสาหกรรมและแนวคิดในการพัฒนาส่ิงแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาตทิ ยี่ ่ังยนื

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ สารวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล
บนั ทึก จดั กล่มุ ขอ้ มูล การอภิปรายและการวิเคราะห์

เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจความสัมพันธ์ของมนุษย์กับสิ่งล้อมท้ังระบบ สามารถแก้ปัญหาและ
จัดการทรัพยากรธรรมชาติ โดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้มีความรักในสิ่งแวดล้อม ตลอดจนให้เกิด
ความตระหนกั มจี ติ สานกึ ในกิจกรรมการอนุรกั ษแ์ ละพฒั นาส่งิ แวดล้อมท่ียั่งยนื มีความสามารถในการตัดสินใจ
จาแนกและนาความรู้มาประยุกต์ใช้ในการดารงชีวิต ในสถานการณ์ปัจจุบัน มีจิตวิทยาศาสตร์ คุณธรรม
จริยธรรม และมีคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

ผลการเรียนรู้
1. สารวจอธบิ ายและเขยี นภาพแสดงความสัมพันธ์ขององค์ประกอบภายในระบบนเิ วศในท้องถน่ิ และ
ถา่ ยทอดพลงั งาน
2. สบื ค้น ข้อมูลและอธบิ ายเก่ียวกับวฎั จักรของคาร์บอน ไนโตรเจนและนา้ ทเ่ี กยี่ วข้องกับความสัมพนั ธ์
ภายในระบบนเิ วศ
3. สารวจ ทดลองและอธบิ ายการเปลีย่ นแปลงขนาดประชากร
4. สารวจวเิ คราะห์และอธบิ ายเกี่ยวกับสภาพปญั หาสิง่ แวดลอ้ มและทรัพยากรธรรมชาติในท้องถนิ่
5. เสนอแนวคดิ ในการดแู ลรกั ษาเกี่ยวกับระบบนเิ วศและสง่ิ แวดลอ้ ม การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอยา่ งยนื
6. อาสาสมัครเปน็ กลุม่ รว่ มปูองกันและเฝาู ระวงั ทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อมในท้องถน่ิ มจี ิต

วิทยาศาสตร์

รวมทั้งหมด 6 ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวทิ ยา พุทธศกั ราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 82

คาอธิบายรายวชิ า

ว 20215 พันธกุ รรมเบือ้ งต้น กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ช้นั มัธยมศกึ ษาตอนต้น เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หน่วยกติ

..........................................................................................................................................................................................................................

ศึกษาวิเคราะห์ ทดลอง ฝึกกระบวนการคิดแก้ปัญหาพันธุกรรมเก่ียวกับความแปรผันทางพันธุกรรม

การทดลองของเมนเดล ลักษณะเด่น ลักษณะด้อย การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมหนึ่งลักษณะ การ

ถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมสองลักษณะ ทฤษฎีความน่าจะเป็น โครโมโซมและยีน การกาหนดเพศใน

มนษุ ย์ การข่มแบบสมบรู ณ์ การขม่ แบบไมส่ มบูรณ์ มัลพเิ พิลอัลลีล มลั ติเพลิ ยีน การถ่ายทอดยีนบนโครโมโซม

เพศ พนั ธกุ รรมท่ขี น้ึ กับอทิ ธิพลเพศ พันธุกรรมจากดั เพศ พันธุกรรมกับสิ่งแวดล้อม มิวเทชัน ความผิดปกติของ

โครโมโซม และประโยชนข์ องความร้ดู ้านพนั ธศุ าสตร์ทง้ั ในระดับสากลและครอบครัว

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล

การสังเกตและการอภิปราย

เพอ่ื ให้เกดิ ความรคู้ วามเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ นาความรู้ไปใช้แก้ปัญหาในครอบครัว

และในสังคมได้ มีจิตวทิ ยาศาสตร์ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์

ผลการเรยี นรู้
1. สบื คน้ ความสาคัญของสารพนั ธกุ รรมหรอื DNA (ดีเอ็นเอ) และกระบวนการถา่ ยทอด ลกั ษณะทาง

พันธุกรรม
2. สงั เกตและอธิบายลักษณะของโครโมโซมท่ที ม่ี ีหน่วยพันธุกรรมหรอื ยีนในนวิ เคลยี สของเซลล์
3. สารวจตรวจสอบสงิ่ มีชีวติ ในทอ้ งถิ่นที่มพี ันธุกรรมนอกเหนือกฎของเมนเดล วเิ คราะห์ สาเหตุข้อดี ข้อเสีย

และแนวโนม้ ในอนาคต
4. อภปิ รายโรคทางพนั ธุกรรมท่เี กิดจากความผิดปกติของยนี และโครโมโซม และนาความรู้ไป ใชป้ ระโยชน์

ในสงั คมและชีวิตประจาวนั
5. มีจิตวิทยาศาสตร์ คณุ ธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

รวมท้ังหมด 5 ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวิทยา พทุ ธศกั ราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 83

คาอธิบายรายวิชา

ว 20216 ป่าพรุ กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต

..........................................................................................................................................................................................................................

ศึกษาสารวจ ตรวจสอบ สืบค้น อภิปราย อธิบายเกี่ยวกับลักษณะทางภูมิศาสตร์ของปุาพรุ แสดง

และเสนอความคิดรูปแบบหลากหลาย สามารถวิเคราะห์สาเหตุและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชากรและกลุ่ม

สิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศปุาพรุ ทรัพยากรน้า ดิน ปุาไม้ ความหลากหลายทางชีวภาพ มลภาวะที่เกิดขึ้น

จากกิจกรรมของมนษุ ย์ และธรรมชาติ การวางแผนการใช้ประโยชนพ์ ้ืนที่แหล่งท่องเที่ยว และแนวคิดในการ

พัฒนาส่งิ แวดล้อม และทรัพยากรทางธรรมชาติท่ีย่งั ยืน

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ การสังเกต

การสบื คน้ ขอ้ มูล บนั ทกึ จดั กล่มุ ขอ้ มูล การอภิปราย และการวเิ คราะหส์ รุปข้อมูล

เพ่อื ให้เกิดความร้คู วามเข้าใจ ตระหนัก รักและหวงแหนทรัพยากร ภูมิปัญญา ปุาพรุ ส่ือสารสิ่งท่ี

เรียนรู้ นาความรู้มาใช้ในชีวิตประจาวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ คุณธรรม จริยธรรมและคุณลักษณะอันพึง

ประสงค์

ผลการเรียนรู้
1. สบื คน้ ขอ้ มลู ความสาคัญของปุาพรุ ลักษณะทางภูมศิ าสตร์
2. สารวจ ตรวจสอบ สืบค้นขอ้ มูล และวิเคราะห์เก่ยี วกบั สาเหตุและผลกระทบที่เกดิ ข้ึนกับประชากร กลุม่

ส่งิ มชี วี ิต ในปุาพรุ
3. เสนอแนวคดิ ในการดแู ลรักษาเก่ียวกับระบบนิเวศและส่ิงแวดล้อม การใชท้ รัพยากรธรรมชาตจิ ากปุาพรุ

อยา่ งยงั่ ยืน
4. อภิปรายมลภาวะทเี่ กดิ ขึ้น จากกจิ กรรมของมนุษยแ์ ละธรรมชาติ เพือ่ หาวิธีการปูองกัน ปรบั ปรงุ ฟนื้ ฟู
5. วางแผนการใชป้ ระโยชน์ พืน้ ทแี่ หลง่ ทอ่ งเท่ียว เพ่ือเปน็ แหล่งเศรษฐกิจและหาแนวทางในการพฒั นาปุา

พรุให้เปน็ ทรัพยากรที่ยัง่ ยืน
6. มีจิตวทิ ยาศาสตร์ คุณธรรม จริยธรรมและคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

รวมทั้งหมด 6 ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวิทยา พทุ ธศกั ราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 84

คาอธบิ ายรายวชิ า

ว 20217 วิทยาศาสตร์กบั ความงาน กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

..........................................................................................................................................................................................................................

ศึกษา วิเคราะห์ ตรวจสอบ และอธิบาย ความงามที่สมวัยและปัจจัยที่มีผลต่อ ความงาม การดูแล

ความงามและการเลอื กใช้เครื่องสาอาง เคร่ืองสาอางในชีวิตประจาวัน การใช้สมุนไพรในท้องถ่ินเพื่อความงาม

และสุขภาพ เทคโนโลยีเพื่อความงามและสุขภาพ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้

ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารสิ่งที่รู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาวัน

มีจิตวิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรมและคา่ นิยมทเ่ี หมาะสม

ผลการเรียนรู้
1. อธิบายสว่ นตา่ งๆ ของร่างกายทีเ่ กย่ี วขอ้ งกบั ความงาม และแนวทางในการดูแลอยถูกต้องและเหมาะสม
2. สืบคน้ ข้อมูล สารวจตรวจสอบและอธบิ ายผลิตภณั ฑแ์ ละเทคโนโลยีเกย่ี วกบั ความงาม ประเภทต่างๆ
3. สืบค้นข้อมูลและสารวจตรวจสอบภมู ปิ ญั ญาไทยท่ีเก่ียวกับความงาม
4. นาความรไู้ ปใชใ้ นการเลือกใช้ผลิตภัณฑแ์ ละเทคโนโลยเี กีย่ วกับความงามได้อยา่ ง ถูกต้องและเหมาะสม
5. ส่อื สารสิ่งท่ีเรยี นรู้ และสร้างสรรคผ์ ลงานเกี่ยวกบั ความงามอยา่ งมคี ุณธรรมและ จรยิ ธรรม

รวมทั้งหมด 5 ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวทิ ยา พทุ ธศักราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 85

คาอธบิ ายรายวชิ า

ว 20261 คอมพิวเตอร์เบ้ืองต้น กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนต้น เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หน่วยกิต

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อธิบายหลักการทางานของคอมพิวเตอร์ บทบาท ประโยชน์ และองค์ประกอบหลักของ

คอมพวิ เตอร์ทง้ั 5 สว่ น ได้แก่ หนว่ ยรบั เข้า หนว่ ยประมวลผลกลาง หน่วยความจาหลัก หนว่ ยความจาสา

ลอง และหน่วยส่งออก บทบาทของคอมพิวเตอร์ในการอานวยความสะดวกต่อการดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ

ในการเป็นเครือ่ งมือในการสร้างงาน ตดิ ต่อสื่อสาร

โดยใช้กระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูล ตรวจสอบ รวบรวมเป็นแฟูมข้อมูล การจัดเรียงข้อมูล

การคานวณ การทารายงาน การดแู ลรกั ษา การจัดเกบ็ การทาสาเนา การแจกจา่ ยและการสอ่ื สารข้อมูล

มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยีในการสืบค้น ปฏิบัติได้อย่าง

สร้างสรรค์ บนพื้นฐานของคุณลักษณะอันพึงประสงค์ท้ัง 8 ประการ ได้แก่ รักชาติ ศาสน์

กษัตริย์ ซื่อสตั ย์สุจริต มวี นิ ัย ใฝเุ รียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ันในการทางาน รักความเป็นไทย และมีจิต

สาธารณะ

ผลการเรยี นรู
1. สามารถระบุองคป์ ระกอบของระบบคอมพิวเตอร์ได้
2. จาแนกประเภทของอปุ กรณ์และยกตัวอย่างอปุ กรณ์ฮาร์ดแวร์ได้
3. อธบิ ายหนา้ ทแี่ ละเปรยี บเทยี บความแตกต่างของอปุ กรณ์รับข้อมลู แตล่ ะชนิดได้
4. อธิบายหน้าท่ขี องหน่วยประมวลผลกลางและหน่วยความจาหลักได้
5. อธบิ ายหน้าทแ่ี ละความแตกต่างของอปุ กรณแ์ สดงผลประเภทต่างๆได้
6. อธบิ ายหนา้ ทแ่ี ละความแตกต่างของอุปกรณ์เก็บข้อมลู แต่ละชนดิ ได้
7. อธิบายบทบาทและความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศได้
8. อธบิ ายวธิ ีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศได้
9. อธบิ ายลักษณะการประยุกตใ์ ช้เทคโนโลยีสารสนเทศในชีวติ ประจาวนั ได้
10. รวบรวมข้อมูลและยกตวั อย่างการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศในชวี ติ ประจาวนั ได้

รวมท้ังหมด 10 ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวิทยา พุทธศักราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 86

คาอธิบายรายวชิ า

ว 20262 คอมพิวเตอร์ประยุกต์ 1 กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ เวลา 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หน่วยกิต

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษา ประเภทของช้ินงานคอมพิวเตอร์ โปรแกรมประยุกต์ที่ใช้สร้างชิ้นงานคอมพิวเตอร์วิธีการใช้

งานโปรแกรมประยุกต์ในด้านต่างๆ อาทิ การตกแต่งรูปภาพ การนาเสนอด้วยคอมพิวเตอร์ในรูปแบบ

สอ่ื ผสม การเขียนโฮมเพจ และการวิเคราะห์ขัน้ ตอนการสรา้ งช้ินงานคอมพวิ เตอร์

ปฏิบัติการสร้างชิ้นงานคอมพิวเตอร์อย่างมีกระบวนการถ่ายทอดความคิดในการสร้างสรรค์ช้ินงาน

คอมพวิ เตอร์ได้อยา่ งมีระบบ

เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการวิเคราะห์ข้ันตอนการแก้ปัญหา การออกแบบ

โปรแกรม การเขียนโปรแกรม และสามารถประยุกต์นาไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล

สามารถใชช้ วี ติ อยใู่ นสงั คมไดอ้ ย่างมคี วามสขุ

ผลการเรียนรู้
1. สามารถประยุกต์ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอรเ์ พื่อสร้างงานด้านคอมพิวเตอร์ได้
2. ใชโ้ ปรแกรมนาเสนอ เพื่อนาเสนอชิ้นงานคอมพวิ เตอร์ได้

รวมทั้งหมด 2 ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวทิ ยา พุทธศกั ราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 87

คาอธิบายรายวิชา

ว 20263 คอมพิวเตอร์ประยกุ ต์ 2 กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ช้นั มธั ยมศึกษาตอนต้น เวลา 40 ชัว่ โมง จานวน 1.0 หน่วยกติ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษาประโยชนข์ องการนาเสนอรายงานด้วยการตดั ตอ่ วิดโี อ คุณธรรมของผทู้ าการตดั ต่อวิดโี อ การใช้

แถบเคร่ืองมือต่าง ๆ การวางคลิปใน storyboard การแตง่ การตัดต่อคลิปวิดโี อ การปรับแต่งเสียงในคลิป

วดิ โี อ การตดั ต่อเสยี งในงานนาเสนอ การสรา้ งภาพเคลื่อนไหว การแทรก effect ตา่ ง ๆ การแทรกข้อความ

การสรา้ งไฟล์วดี โี อรูปแบบต่าง ๆ สามารถสร้างชน้ิ งานเป็นของตวั เอง และสามารถนาไปใช้ในชีวิตประจาวนั ได้

ผลการเรียนรู้
1. นักเรียนสามารถประยุกต์ใช้คอมพวิ เตอรเ์ พ่ือสร้างงานดา้ นคอมพิวเตอร์ได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ
2. นกั เรยี นสามารถใช้โปรแกรมการนาเสนอรายงานโดยการตัดต่อวิดีโอ เพื่อนาเสนอช้นิ งานคอมพวิ เตอรไ์ ด้

อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
3. นกั เรยี นสามารถวางโครงเรื่องใน Storyboard ได้
4. บอกส่วนประกอบต่าง ๆ ในโปรแกรม Ulead Videostudio ได้
5. นักเรยี นสามารถแทรกรปู ภาพลงใน Storyboard ได้
6. นักเรียนสามารถสร้างภาพเคล่อื นไหวได้
7. นกั เรียนสามารถแทรก Effect ได้
8. นักเรียนสามารถแทรกเสียงเพลงได้
9. นักเรียนสามารถแทรกขอ้ ความได้
10.นกั เรยี นสามารถสรา้ งไฟลว์ ดี โี อรปู แบบต่างๆ ได้
11.นักเรียนสามารถสรา้ งชน้ิ งานของตวั เองได้

รวมทั้งหมด 11 ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวิทยา พุทธศกั ราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 88

คาอธิบายรายวชิ า

ว 20264 ตารางการทางาน กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ เวลา 40 ช่วั โมง จานวน 1.0 หน่วยกิต

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษาหลักการของตารางทางาน การคานวณของตารางทางาน รูปแบบของงานที่อยู่บนตาราง

ทางาน ศึกษาหลักการของตารางทางาน การคานวณของตารางทางาน รูปแบบของงานท่ีอยู่บนตาราง

ทางาน การปูอนข้อมูล การแก้ไขข้อมูล การเก็บข้อมูลลงแฟูมข้อมูล การเรียกข้อมูลจากแฟูมข้อมูลม า

ดาเนนิ การ การจัดรปู แบบชนิ้ งาน การพิมพ์ การสรา้ งกราฟ ฟงั ก์ชนั่ การทางานตา่ ง ๆ

ปฏิบัติการสร้างงานบนตารางทางาน ปูอนข้อมูล แก้ไขข้อมูล เก็บข้อมูลลงแฟูมข้อมูลเรียกข้อมูล

จากแฟูมข้อมูลมาดาเนินการจัดรูปแบบช้ินงาน สร้างกราฟ ใช้ฟังก์ชั่นการคานวณฟังก์ชั่นการทางานต่าง ๆ

ประยุกต์ตารางทางานในงานต่าง ๆ

เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจและทักษะเก่ียวกับการใช้โปรแกรมตารางทางานและสามารถนาไป

ประยุกตใ์ ชใ้ นการทางานได้

เห็นคุณค่าและประโยชนข์ องคอมพิวเตอร์ สามารถนาความรู้เกี่ยวกับการทางานของตารางทางานไป

ใช้ในชีวิตประจาวันได้ มีคุณธรรมและจริยธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์ มีจิตสาธารณและค่านิยมที่เหมาะสม

มงุ่ มนั่ ในการทางานและมีความรับผดิ ชอบ

ผลการเรยี นรู้
1.บอกลักษณะของโปรแกรมและหลักการทางานของโปรแกรมตารางทางานได้
2.ปฏบิ ตั ิการสร้างสมุดงาน เปดิ -ปดิ สมดุ งาน เพ่ิม ลบ และแก้ไขสมุดงานได้
3.ปฏบิ ัติเกีย่ วกับการปอู นข้อมูล การจัดรูปแบบข้อมลู แก้ไขข้อมลู จดั รปู แบบตารางทางาน

การตกแต่งข้อมลู ประเภทข้อความและขอ้ มูลจานวนและจัดเกบ็ ข้อมลู ลงแฟูมได้
4.ปฏบิ ตั กิ ารสรา้ งชิน้ งาน สรา้ งกราฟ และใช้ฟังก์ช่นั การคานวณ ฟงั กช์ นั การทางานต่าง ๆ ได้
5.สามารถนาโปรแกรมตารางทางานไปประยุกตใ์ ชก้ บั งานต่าง ๆ ได้

รวมท้ังหมด 5 ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวทิ ยา พุทธศักราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 89

คาอธบิ ายรายวิชา

ว 20265 การเขียนเวบ็ เพจ กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนต้น เวลา 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หน่วยกติ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษาและปฏิบัติเก่ียวกับการใช้โปรแกรมสาเร็จรูปเพื่อการพัฒนาเว็บเพจ ศึกษาเกี่ยวกับหลักการ

สร้างเว็บเพจ โครงสรา้ งภาษาการเขียนเวบ็ เพจ การจัดและการตกแต่งขอ้ ความ การแทรกรูปภาพลงในเว็บเพจ

การสรา้ งตาราง การเชือ่ มโยงหนา้ เว็บเพจ การสร้างฟอรม์ ชนิดต่างๆ การสร้างเฟรม เทคนิคพิเศษในการสร้าง

สไตลช์ ีต การทาภาพเคล่ือนไหวบนเว็บเพจเพ่ือการตกแต่งเว็บเพจให้สวยงาม การโอนย้ายข้อมูล (upload) สู่

อินเตอร์เนต็ เพ่อื จัดทาเวบ็ ไซต์

ปฏิบัติและประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการสร้างสรรค์ผลงานทางด้าน

เทคโนโลยีสารสนเทศ การนาเสนอผลงานของท้องถ่ินผ่านเว็บไซต์ และเกิดเจตคติท่ีดีทาให้สามารถใช้

คอมพวิ เตอร์ในทางสร้างสรรคไ์ ด้

ผลการเรียนรู้
1. อธิบายหลักการสร้างและออกแบบเว็บเพจ
2. อธบิ ายหลกั การเลือกใช้ซอฟต์แวรท์ ีเ่ หมาะสมในการพัฒนาเว็บเพจ
3. มีความรู้ ความเข้าใจ หลักการสรา้ งและเขยี นโปรแกรมทาเวบ็ เพจ
4. ปฏบิ ัตกิ ารจดั ทาเว็บไซต์
5. นาเสนอผลงานของท้องถ่ินผา่ นเวบ็ ไซต์

รวมท้ังหมด 5 ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวทิ ยา พทุ ธศักราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 90

คาอธบิ ายรายวิชา : กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวณั นธรรม

คาอธิบายรายวชิ า

ส 21101 สงั คมศกึ ษา 1 สาระการเรยี นรสู้ งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ชวั่ โมง จานวน 1.5 หน่วยกิต

.................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษาการเผยแผ่พระพุทธศาสนา หรือศาสนาท่ีตนนับถือสู่ประเทศไทย วิเคราะห์ ความสาคัญของ

พระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาท่ีตนนบั ถือทีม่ ตี อ่ สภาพแวดล้อมในสงั คมไทย รวมทั้งการ พัฒนาตนและครอบครัว

วิเคราะห์ และประพฤติตนตามแบบอย่างการดาเนินชีวิตและข้อคิดจากประวัติสาวก อธิบายพุทธคุณและข้อ

ธรรม สาคัญในกรอบอริยสัจ ๔ หรือตามแบบอย่างของศาสนาที่ตนนับถือ เห็นคุณค่าของการพัฒนาจิตเพื่อ

การเรียนรู้ สวดมนต์แผ่เมตตา บริหารจิต ตามแนวทางของศาสนาที่ตนนับถือ วิเคราะห์และปฏิบัติตนตาม

หลักธรรมทางศาสนาท่ีตนนับถือในการดารงชีวิตแบบพอเพียงและดูแลรักษ์ส่ิงแวดล้อม เพ่ือการอยู่ร่วมกันได้

อย่างสันติสุข วิเคราะห์เหตุผล ความจาเป็นที่ทุกคนต้องศึกษาเรียนรู้ศาสนาอื่นๆ ปฏิบัติตนต่อศาสนิกชนอื่น

ในสถานการณ์ต่าง ๆได้อย่างเหมาะสม วิเคราะห์การกระทาของบุคคลที่เป็นแบบอย่างด้านศาสนสัมพันธ์

และนาเสนอแนวทางการปฏบิ ตั ิของตนเอง

ศึกษากฎหมายในการคุ้มครองสิทธิของบุคคล ความสามารถของตนเองในการทาประโยชน์ต่อสังคม

และประเทศชาติ คุณค่าทางวฒั นธรรมท่ีเป็นปัจจัยในการสร้างความสัมพันธ์ท่ีดีหรืออาจนาไปสู่ความเข้าใจผิด

ต่อกัน การเคารพในสิทธิเสรีภาพของตนเองและผู้อื่น หลักการ เจตนารมณ์ โครงสร้าง และสาระสาคัญ

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน บทบาทการถ่วงดุลอานาจอธิปไตยในรัฐธรรมนูญแห่ง

ราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน ที่เก่ียวข้อง

กับตนเอง ศึกษาเคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ การสืบค้นข้อมูล ท่ีแสดงลักษณะทางกายภาพและสังคมของ

ประเทศไทย ทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย เส้นแบ่งเวลา วันเวลาของประเทศไทยกับทวีปต่าง ๆ

สาเหตุ และแนวทางปูองกันภัยธรรมชาติ และการระวังภัยที่เกิดข้ึนในประเทศไทยและทวีปเอเชีย

ออสเตรเลยี และโอเชียเนยี

โดยใช้กระบวนการวิเคราะห์ การสืบค้นข้อมูล อภิปราย การคิด กระบวนการกลุ่ม เพ่ือร่วมมือกัน

ในการศึกษาค้นคว้า ทาให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรู้ มีความสามารถใน

การถ่ายทอด มีจิตสานึกสาธารณะเห็นคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีวินัย ใฝุเรียนรู้

มีค่านิยมทดี่ งี าม ปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบียบบนพ้นื ฐานของวิถปี ระชาธิปไตย

รหัสตวั ชวี้ ดั
ส ๑.๑ ม.๑/๑ ม. /๒ ม.๑/๓ ม.๑/๔ ม.๑/๕ ม.๑/๖ ม.๑/๗ ม.๑/๘ ม.๑/๙ ม.๑/๑๐ ม. ๑/
๑๑
ส 2.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4
ส 2.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3
ส 5.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3
รวมทั้งหมด 21 ตวั ชีว้ ัด

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวทิ ยา พทุ ธศกั ราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 91

คาอธบิ ายรายวชิ า

ส 21103 สังคมศกึ ษา 2 สาระการเรียนรูส้ งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ช่วั โมง จานวน 1.5 หนว่ ยกติ

.................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษาเกี่ยวกับการบาเพ็ญประโยชน์ต่อศาสนสถานของศาสนาท่ีตนนับถือ อธิบายจริยวัตรของสาวก
เพื่อเป็นแบบอย่างในการประพฤติปฏิบัติ และปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมต่อสาวกของศาสนาท่ีตนนับถือ
ปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมต่อบุคคลต่างๆ ตามหลักศาสนาที่ตนนับถือ จัดพิธีกรรมและปฏิบัติตนในศาสนพิธี
พิธีกรรมทางศาสานาที่ตนนับถือ อธิบายประวัติความสาคัญและปฏิบัติตนในวันสาคัญทางศาสนาท่ีตนนับถือ
ตามทีก่ าหนดได้ถูกตอ้ ง

ศึกษาผลกระทบจากการเปล่ียนแปลงทางธรรมชาติของทวีปเอเชีย ออสเตรเลียและโอเชียเนีย
ความรว่ มมอื ของประเทศตา่ งๆท่ีมีผลต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติของทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย
ทาเลที่ตง้ั กจิ กรรมทางเศรษฐกจิ และสังคมในทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย ปัจจัยทางกายภาพและ
สังคมทม่ี ีผลกระทบต่อการเล่ือนไหลของความคิด เทคโนโลยี สินค้าและประชากรในทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย
และโอเชียเนีย ศึกษาความหมายและความสาคัญของเศรษฐศาสตร์เบ้ืองต้น ค่านิยมและพฤติกรรมการ
บริโภคของคนในสังคมซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจของชุมชนและประเทศชาติ ความเป็นมา หลักการและ
ความสาคัญของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงต่อสังคมไทย บทบาทหน้าท่ีและความแตกต่างของสถาบันการเงิน
แต่ละประเภทและธนาคารกลาง การพ่ึงพาอาศัยกันและการแข่งขันทางเศรษฐกิจในประเทศ ปัจจัยที่มี
อทิ ธิพลต่อการกาหนดอปุ สงคแ์ ละอปุ ทาน กฎหมายท่เี กีย่ วกับทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญา

โดยใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ การสืบค้นข้อมูล การอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความ
เขา้ ใจ สามารถสือ่ สารสง่ิ ทเ่ี รียนรู้ มีความสามารถในการถ่ายทอด ประหยัด อดออม พึ่งพาตนเอง นาความรู้
ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีจิตสานึกและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม

รหัสตวั ชี้วดั
ส ๑.๒ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓ ม.๑/๔ ม.๑/๕
ส 3.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3
ส 3.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4
ส 5.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/5
รวมทง้ั หมด 15 ตัวชี้วดั

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวิทยา พทุ ธศักราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 92

คาอธิบายรายวิชา

ส22101 สงั คมศกึ ษา 3 สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ชัว่ โมง จานวน 1.5 หน่วยกติ กติ

.................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษาการเผยแผ่และความสาคัญของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาอิสลามสู่ประเทศเพ่ือนบ้าน
ความสาคัญของพุทธศาสนาหรือศาสนาอิสลามในฐานะที่เป็นรากฐานของวัฒนธรรมของชาติ ท่ีช่วยส่งเสริม
ความเข้าใจอันดีกับประเทศเพ่ือนบ้าน ศาสนากับการพัฒนาชุมชนและจัดระเบียบสังคมไทย สรุป และ
วิเคราะห์ประวัติศาสนาพุทธและอิสลาม พุทธสาวกหรือศาสดา พุทธสาวิกา ชาดก ชาวพุทธตัวอย่างหรือศอ
ฮาบะฮ์ พระไตรปิฎกหรือคัมภีร์อัลกุรอาน หลักธรรม หลักปฎิบัติ หลักศรัทธา การพัฒนาจิตและเจริญปัญญา
ทิศเบื้องต้น มารยาท ชาวพุทธหรืออิสลาม วันสาคัญทางพระพุทธศาสนาหรืออิสลาม ศาสนพิธีในอิสลาม
พิธีกรรมต่างๆ ศึกษากฎหมายเก่ียวกับ ตนเอง ครอบครัว ชุมชน และประเทศ สถานภาพ บทบาท สิทธิ
เสรีภาพ พลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย สถาบันทางสังคม วัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมของประเทศใน
ภูมภิ าค เอเชยี การตรากฎหมาย การเมืองการปกครองทมี่ ผี ลกระทบต่อสงั คมไทย

โดยใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ อภิปราย สืบค้นข้อมูล เสนอความรู้ เพ่ือนาความรู้ไปปรับใช้ใน
ชวี ิตประจาวันอยา่ งมีเหตุผล อดทน เสยี สละอยู่รว่ มในสังคมได้อย่างมคี วามสุข

เพอื่ ให้เกิดทักษะจาเป็นในการดาเนินชีวิตประจาวัน เข้าใจและสามารถปฎิบัติถึงหลักศาสนาที่ตนนับ
ถอื และพุทธศาสนา ปฎบิ ตั ติ นตามแบบอย่างท่ดี ีเพือ่ อย่ใู นสังคมพหุวัฒนธรรมได้อยา่ งมคี วามสุข

รหสั ตวั ชีว้ ัด ม 2 /6 ม 2 /7 ม 2 /8
ส 1.1 ม 2 /1 ม 2 /2 ม 2 /3 ม 2 /4 ม 2 /5
ม 2 /9 ม 2 /10 ม 2 /11
ส 1.2 ม 2 /1 ม 2 /2 ม 2 /3 ม 2 /4 ม 2 /5
ส 2.1 ม 2 /1 ม 2 /2 ม 2 /3 ม 2 /4
ส 2.2 ม 2 /1 ม 2 /2

รวมทง้ั หมด 22 ตวั ช้วี ดั

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวิทยา พุทธศักราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 93

คาอธบิ ายรายวิชา

ส22103 สงั คมศกึ ษา 4 สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชว่ั โมง จานวน 1.5 หนว่ ยกติ

.................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษา การลงทุนและการออม การผลิต และบริการ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การคุ้มครองสิทธิ
ผู้บริโภค ระบบเศรษฐกิจ การพ่ึงพาอาศัยและการแข่งขันทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย การกระจายของ
ทรัพยากรที่มีผลต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ศึกษา เคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ ลักษณะทาง
กายภาพและสังคม การเปลี่ยนแปลงประชากร เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม ปัญหาสิ่งแวดล้อม ผลกระทบที่ไทยได้รับจากการเปลี่ยนแปลงของส่ิงแวดล้อมในยุโรปและ
แอฟริกา

โดยใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ อภปิ ราย สบื คน้ เสนอความรู้ เพื่อนาความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจา
วันอยา่ งมีเหตุผล รอบคอบ ประหยัด อนุรักษส์ ่ิงแวดล้อม

เพื่อให้เกิดทักษะที่จาเป็นสามารถปรับตัวได้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ด้วยการบูรณา
การ การจัดการเรียนการสอนโดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและไปใช้ในชีวิตประจาวัน เห็นคุณค่า
ของวฒั นธรรม ภมู ปิ ัญญาไทยและรกั ชาตไิ ทย

รหัสตวั ชวี้ ัด
ส 3.1 ม 2/1 ม 2/2 ม 2/3 ม 2/4
ส 3.2 ม 2/1 ม 2/2 ม 2/3 ม 2/4
ส 5.1 ม 2/1 ม 2/2
ส 5.2 ม 2/1 ม 2/2 ม2 /3 ม 2/4

รวมทั้งหมด 14 ตัวช้วี ดั

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวทิ ยา พุทธศักราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 94

คาอธบิ ายรายวิชา

ส๒๓๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ๕ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ ๓ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๖๐ ชัว่ โมง จานวน ๑.๕ หนว่ ยกติ

............................................................................................... ...............................................................................

การเผยแผศ่ าสนาทตี่ นนบั ถือสปู่ ระเทศตา่ งๆทัว่ โลก วเิ คราะห์ ความสาคญั ของศาสนาท่ตี นนับถอื ในฐานะ

ท่ีช่วยสร้างสรรค์อารยธรรมและความสงบสุขแก่โลก อภิปราย ความสาคัญของศาสนาที่ตนนับถือกับปรัชญา

เศรษฐกิจพอเพยี งและการพฒั นาอย่างย่ังยืน วิเคราะห์ประวัติศาสดาท่ีตนนับถือ และประพฤติตนตาม แบบอย่าง

การดาเนินชีวติ และขอ้ คดิ จากประวตั ิสาวก ชาดก เร่ืองเล่าสนิกชนตัวอย่าง เห็นคุณค่าและวิเคราะห์การปฏิบัติตน

ตามหลกั ธรรมในการ พัฒนาตน เพ่ือเตรียมพรอ้ มสาหรับการทางานและการมคี รอบครวั เห็นคณุ ค่าของการพฒั นา

จิตเพื่อ การเรียนรู้ และการดาเนินชีวิต วิเคราะห์ความแตกต่างและยอมรับวิถีการดาเนินชีวิตของศาสนิกชนของ

ศาสนาอนื่ ๆ

อธิบายความแตกตา่ งของการกระทาความผดิ ระหว่างคดอี าญาและคดแี พ่ง การมีส่วนร่วมใน การปกป้อง

คุ้มครองผู้อ่ืนตามหลักสิทธิมนุษยชน อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยและเลือกรับวัฒนธรรมสากล ที่เหมาะสม วิเคราะห์

ปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในประเทศและเสนอแนวคิดในการลดความ ขัดแย้ง เสนอแนวคิดในการ

ดารงชีวิตอย่างมีความสุขในประเทศและสังคมโลก อธิบายระบอบการปกครองแบบต่างๆที่ใช้ในยุคปัจจุบัน

วิเคราะห์เปรียบเทียบระบอบการปกครองของไทยกับประเทศ อ่ืนๆทีมีการปกครองระบอบประชาธิปไตย

วิเคราะห์รฐั ธรรมนญู ฉบับปัจจุบนั ในมาตราตา่ งๆที่ เกีย่ วขอ้ งกบั การเลือกตงั้ การมีสว่ นร่วม และการตรวจสอบการ

ใช้อานาจรัฐ วิเคราะห์ประเด็นปัญหา ที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศไทย และเสนอแนว

ทางแก้ไข

อธิบายกลไกราคาในระบบเศรษฐกิจ มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาท้องถ่ินตาม ปรัชญา

เศรษฐกิจพอเพียง วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงกับระบบสหกรณ์ อธิบายบทบาท

หนา้ ทข่ี องรัฐบาลในระบบเศรษฐกิจ แสดงความคดิ เหน็ ต่อนโยบายและกิจกรรมทาง เศรษฐกิจของรัฐท่ีมีต่อบุคคล

กลมุ่ คนและประเทศชาติ อภิปรายบทบาทความสาคัญของการรวมกลุ่ม ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ อภิปราย

ผลกระทบท่เี กดิ จากภาวะเงินเฟ้อเงินฝดื วิเคราะห์ผลเสียจาก การว่างงานและแนวทางแก้ปัญหา วิเคราะห์สาเหตุ

และวิธีการกีดกันทางการค้าในการค้าระหว่าง ประเทศ โดยใช้กระบวนการศึกษาหาความรู้ อภิปราย วิเคราะห์

การสืบค้นข้อมูล วิธีการทางภูมิศาสตร์ การอภิปราย เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการ

ถา่ ยทอด เห็นคุณคา่ มีจิตสานกึ มคี ่านิยมท่ีดีงาม ปฏิบตั ิตามกฎระเบยี บบนพน้ื ฐานของวถิ ีประชาธิปไตย

รหัสตัวช้ีวัด

ส ๑.๑ ม.๓/๑,,ม.๓/๒,ม.๓/๓,ม.๓/๔,ม.๓/๕,ม.๓/๖,ม.๓/๗,ม.๓/๘,ม.๓/๙,ม.๓/๑๐

ส ๒.๒ ม.๓/๑,ม.๓/๒,ม.๓/๓,ม.๓/๔,ม.๓/๕,ม.๓/๖

ส ๒.๑ ม.๓./๑,ม.๓/๑,ม.๓/๒,ม.๓/๓,ม.๓/๔,ม.๓/๕

ส ๓.๑ ม.๓/๑,ม.๓/๒,ม.๓/๓,ม.๓/๔

ส ๓.๒ ม.๓/๑,ม.๓/๒,ม.๓/๓,ม.๓/๔,ม.๓/๕,ม.๓/๖

รวมทง้ั หมด ๓๑ ตวั ชีว้ ดั

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวทิ ยา พุทธศกั ราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 95


Click to View FlipBook Version