The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตโรงเรียนสวนพระยาวิทยาม.ต้น.10.02.2564 (ฉบับสมบูรณ์)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Asmaa Chedahing, 2021-11-12 06:32:23

งานหลักสูตรสถานศึกษา

หลักสูตโรงเรียนสวนพระยาวิทยาม.ต้น.10.02.2564 (ฉบับสมบูรณ์)

คาอธิบายรายวชิ า

ส23103 สังคมศกึ ษา 6 สาระการเรียนรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ชว่ั โมง จานวน 1.5 หน่วยกิต

.................................................................................................................................................................................................................................
วเิ คราะหห์ น้าท่ีและบทบาทของสาวกและปฏิบัติตนต่อสาวกตามที่กาหนดได้ถูกต้อง ปฏิบัติ ตนอย่าง

เหมาะสมต่อบุคคลต่างๆตามหลักศาสนา ปฏิบัติหน้าท่ีของศาสนิกชนที่ดี ปฏิบัติตนในศาสนพิธี พิธีกรรมได้

ถูกตอ้ ง อธบิ ายประวตั ิวันสาคญั ทางศาสนาตามทีก่ าหนด และปฏิบัติตนได้ถูกต้อง แสดงตนเป็นศาสนิกชนของ

ศาสนาทีต่ นนบั ถอื นาเสนอแนวทางในการ ธารงรักษาศาสนาทีต่ นนบั ถือ

ใชเ้ ครือ่ งมอื ทางภูมิศาสตร์ในการรวบรวมวิเคราะห์ และนาเสนอข้อมูลเก่ียวกับลักษณะทาง กายภาพ

สังคม ของทวีปอเมริกาเหนอื และอเมริกาใต้ วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะ ความสาคัญทางกายภาพ

และสงั คมของทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ วิเคราะห์การก่อเกิด ส่ิงแวดล้อมทางสังคมอันเป็นผลจากการ

เปลี่ยนแปลงธรรมชาติ และสังคมของทวีปอเมริกาเหนือและ อเมริกาใต้ ระบุแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากร

ทางธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมของทวีปอเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ สารวจอภิปรายประเด็นปัญหาเก่ียวกับ

ส่ิงแวดล้อมท่ีเกิดข้ึน ในของทวีปอเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ วิเคราะห์เหตุและผลกระทบต่อเนื่องจากการ

เปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดลอ้ มของทวปี อเมรกิ าเหนอื และอเมริกาใต้ ที่ส่งผลต่อประเทศไทย

โดยใช้กระบวนการสืบค้นข้อมูล การอภิปราย เปรียบเทียบ วิเคราะห์ เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด
ความเข้าใจ สามารถส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการถ่ายทอด เห็นคุณค่า ประหยัด อดออมและ
นาหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในชีวิตประจาวัน มีจิตสานึกและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรและ
สิง่ แวดลอ้ มเพ่ือการพฒั นาที่ยง่ั ยืน

รหัสตวั ช้วี ัด
ส ๑.๒ ม.๓/๑,ม.๓/๒,ม.๓/๓,ม.๓/๔,ม.๓/๕,ม.๓/๖,ม.๓/๗
ส ๔.๑ ม.๓/๑,ม.๓/๒ ส ๔.๒ ม.๓/๑,ม.๓/๒ ส ๔.๓ ม.๓/๑,ม.๓/๒,ม.๓/๓,ม.๓/๔
ส ๕.๑ ม.๓/๑,ม.๓/๒ ส ๕.๒ ม.๓/๑,ม.๓/๒,ม.๓/๓,ม.๓/๔
รวมตวั ช้ีวัด ๒๑ตัวชีว้ ดั

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวทิ ยา พุทธศกั ราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 96

คาอธิบายรายวิชา

ส21102 ประวัตศิ าสตร์ 1 สาระการเรียนรสู้ งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หน่วยกติ

.................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษาความสาคัญของเวลาในการศึกษาประวัติศาสตร์ เทียบศักราชตามระบบต่าง ๆที่ใช้ศึกษา

ประวัติศาสตร์ วิธีการทางประวัติศาสตร์ในการนามาใช้ศึกษาเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ พัฒนาการทาง

สงั คม เศรษฐกิจและการเมืองของประเทศตา่ งๆในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉยี งใต้

โดยใช้กระบวนการทางประวัติศาสตร์ สืบค้นข้อมูล การอภิปราย วิเคราะห์ เปรียบเทียบ นาเสนอ

ข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพอ่ื ให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรู้ มีความสามารถใน

การถ่ายทอด รักและภูมิใจในความเป็นไทย นาความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวันซ่ึงก่อให้เกิดประโยชน์

ตอ่ ตนเอง ชุมชน สงั คม และความสนั ติสขุ ของประเทศชาติ

รหัสตัวช้ีวัด
ส4.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3
ส4.2 ม.1/1
รวมทงั้ หมด 4 ตวั ชี้วัด

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวทิ ยา พุทธศกั ราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 97

คาอธิบายรายวชิ า

ส21104 ประวตั ศิ าสตร์ 2 สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ

.................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษาความสาคัญของแหล่งอารยธรรมโบราณในภูมิภาคเอเชีย เรื่องราวทางประวัติศาสตร์สมัยก่อน

สุโขทัยในดินแดนไทย พัฒนาการของอาณาจักรสุโขทัยในด้านต่าง ๆ อิทธิพลของวัฒนธรรมและภูมิปัญญา

ไทยสมยั สุโขทัยและสงั คมไทยในปัจจุบัน

โดยใช้กระบวนการทางประวัติศาสตร์ สืบค้นข้อมูล การอภิปราย วิเคราะห์ เปรียบเทียบ นาเสนอ

ข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มีความสามารถใน

การถ่ายทอด รักและภูมิใจในความเป็นไทย เห็นคุณค่าของวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย นาความรู้ไปใช้

ประโยชน์ในชวี ติ ประจาวันซ่ึงก่อให้เกดิ ประโยชน์ต่อตนเอง ชมุ ชน สังคม และความสนั ติสุขของประเทศชาติ

รหสั ตวั ชีว้ ัด
ส4.2 ม.1/2
ส4.3 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3
รวมทัง้ หมด 4 ตวั ชว้ี ดั

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวทิ ยา พุทธศักราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 98

คาอธิบายรายวชิ า

ส22102 ประวัติศาสตร์ 3 สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ

.................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษา หลักฐานทางประวัติศาสตร์ในลักษณะต่าง ๆ ความแตกต่างระหว่างความจริงและข้อเท็จจริง

ของเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ การตีความหลักฐานทางประวัติศาสตร์ท่ีน่าเช่ือถือ พัฒนาการทางสังคม

เศรษฐกิจ การเมอื งและความสาคัญของแหล่งอารยธรรมในภมู ิภาคเอเชยี

โดยใช้กระบวนการการมีส่วนรว่ ม การสบื คน้ ข้อมูล อภิปราย นาเสนอข้อมูล มีนิสัย ใฝุเรียนรู้ มีวินัย

ต่อตนเอง ตระหนักถึงความสาคัญของประวัติศาสตร์และผลกระทบท่ีเกิดข้ึน สามารถใช้วิธีการทาง

ประวัติศาสตรม์ าวิเคราะหเ์ หตกุ ารณ์ต่างๆอยา่ งเปน็ ระบบ

รหัสตัวช้ีวัด
ส 4.1 ม 2/1 ม 2/2 ม 2/3
ส 4.2 ม 2/1 ม 2/2
รวมทง้ั หมด 5 ตัวชวี้ ัด

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวทิ ยา พทุ ธศกั ราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 99

คาอธิบายรายวชิ า

ส22104 ประวตั ิศาสตร์ 4 สาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ช่วั โมง จานวน 0.5 หน่วยกติ

.................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษา พัฒนาการของอาณาจักรอยุธยาและธนบุรีในด้านต่าง ๆ ปัจจัยที่ส่งผลต่อความม่ันคง และ

ความเจรญิ ร่งุ เรอื งของอาณาจักรอยธุ ยา ภมู ปิ ัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยาและธนบุรี และอิทธิพลของ

ภมู ปิ ัญญาดงั กล่าวตอ่ การพัฒนาชาตไิ ทย

โดยใช้กระบวนการ การมีส่วนร่วม การสืบค้นข้อมูล อภิปราย วิเคราะห์ มีนิสัยใฝุเรียนรู้ มีความ

สามัคคี ตระหนักถึงความสาคัญของประวัติศาสตร์ มีความเข้าใจความเป็นมาของชนชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิ

ปัญญาไทย มีความรกั ความภูมิใจและธารงความเปน็ ไทย

รหสั ตวั ช้วี ัด
ส 4.3 ม 2/1 ม 2/2 ม 2/3
รวมท้งั หมด 3 ตวั ชีว้ ดั

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวทิ ยา พทุ ธศกั ราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 100

คาอธบิ ายรายวิชา

ส23102 ประวัตศิ าสตร์ 5 สาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ช่วั โมง จานวน 0.5 หน่วยกิต

.................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษาเรื่องราวเหตุการณ์สาคัญทางประวัติศาสตร์ วิธีการทางประวัติศาสตร์ พัฒนาการทางสังคม

เศรษฐกิจ และการเมืองของภูมิภาคต่าง ๆในโลก ผลของการเปล่ียนแปลงที่นาไปสู่ความร่วมมือและความ

ขัดแยง้ ในคริสต์ศตวรรษที่ 20 ตลอดจนความพยายามในการขจัดปัญหาความขัดแยง้

โดยใช้กระบวนการทางประวัติศาสตร์ การสืบค้นข้อมูล การอภิปรายเพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด

ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้ เห็นคุณค่า ความภูมิใจในความเป็นไทย นาความรู้ไปใช้ในการ

พัฒนาตนเอง ชมุ ชน สงั คมได้อยา่ งสันติสขุ

รหสั ตัวชวี้ ดั
ส 4.1 ม.3/1 ม.3/2
ส 4.2 ม.3/1 ม.3/2
รวมทัง้ หมด 4 ตัวชวี้ ัด

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวิทยา พุทธศกั ราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 101

คาอธบิ ายรายวิชา

ส23104 ประวัตศิ าสตร์ 6 สาระการเรียนรสู้ งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ช่วั โมง จานวน 0.5 หน่วยกิต

.................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษาพัฒนาการของไทยสมัยรัตนโกสินทร์ในด้านต่าง ๆ ปัจจัยที่ส่งผลต่อความม่ันคงและความ

เจริญรุ่งเรืองของไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยรัตนโกสินทร์และอิทธิพลต่อ

พฒั นาชาตไิ ทย บทบาทของไทยในสมัยประชาธิปไตย

โดยใช้กระบวนการทางประวัติศาสตร์ การสืบค้นข้อมูล การอภิปรายเพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด

ความเขา้ ใจ สามารถสื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้ เห็นคุณค่าของวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจ

และธารงความเป็นไทย สามารถนาความรู้ไปใช้ในการพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สงั คมได้อย่างสนั ตสิ ุข

รหัสตัวชว้ี ดั
ส 4.3 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4
รวมทง้ั หมด 4 ตวั ช้วี ดั

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวิทยา พทุ ธศักราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 102

คาอธบิ ายรายวิชา

ส20201 กฎหมายนา่ รู้ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชั้นมธั ยมศึกษาตอนต้น เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ

.................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษากฎหมายสาคัญๆ ที่เก่ียวข้องกับชีวิตประจาวันทั้งในระดับตนเองครอบครัว ชุมชน ประเทศ

เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายในชีวิตประจาวัน เห็นความสาคัญของกฎหมายในฐานะท่ีเป็น

กตกิ าของสงั คม และปฏิบัตติ นตามกฎหมายในฐานะสมาชิกทีด่ ขี องสังคม

โดยใช้กระบวนการกลุ่ม แสดงความคิดเห็น อภิปราย วิเคราะห์ เสนอแนวทางร่วมแก้ปัญหา

และพัฒนา ตระหนักและเห็นความสาคัญของกฏหมาย มีจิตสานึกรักบ้านเกิด มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์

ส่งิ ท่ีดงี ามให้กับสังคม เพือ่ การอย่รู ่วมกันอยา่ งสนั ตสิ ุขในสงั คมอย่าถาวร

ผลการเรียนรู้
1. มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจ ความหมาย ลักษณะ และทม่ี าของกฎหมาย
2. มคี วามรคู้ วามเข้าใจกฎหมายเกย่ี วกบั บัตรประจาตัวประชาชน
3. มคี วามรคู้ วามเข้าใจกฎหมายแพง่ ลกั ษณะครอบครวั
4. มีความรคู้ วามเขา้ ใจกฎหมายเกี่ยวกบั การประถมศกึ ษา
5. มีความรูค้ วามเข้าใจกฎหมายเกีย่ วกับการจราจรทางบก
6. มคี วามรู้ความเขา้ ใจกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร
7. มคี วามร้คู วามเขา้ ใจพระธรรมนญู ยุตธิ รรม
8. มคี วามรู้ความเข้าใจเกีย่ วกับหลกั กฎหมายอาญา
9. ตระหนกั ถึงความสาคัญของกฎหมาย
10.ปฏบิ ัติตนตามกฎหมายได้
รวมทง้ั หมด 10 ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวิทยา พทุ ธศกั ราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 103

คาอธิบายรายวชิ า

ส20202 ส่งิ แวดลอ้ มศึกษา สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ช้ันมัธยมศึกษาตอนต้น เวลา 20 ชัว่ โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต

.................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษาความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับส่ิงแวดล้อมและส่ิงแวดล้อมศึกษา ความสัมพันธ์ของสรรพส่ิงใน

ส่งิ แวดล้อม สถานการณด์ า้ นสง่ิ แวดลอ้ มและปัญหาสิ่งแวดล้อมของจังหวัดนราธิวาส ประเทศไทยและโลก การ

อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม โครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดาริ และภูมิปัญญาพ้ืนบ้าน

ทางดา้ นส่งิ แวดลอ้ ม สาเหตุทก่ี ่อใหเ้ กดิ ปญั หาส่งิ แวดล้อม และเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขชวี ิตประจาวนั

โดยใชก้ ระบวนการกลุ่ม แสดงความคิดเห็น อภิปราย วิเคราะห์ เสนอแนวทางร่วมแก้ปัญหา

และพัฒนาเห็นความสาคัญของการมีดุลภาพทางธรรมชาติ ตระหนักในปัญหาส่ิงแวดล้อมที่เกิดข้ึน ภาคภูมิใจ

และเห็นคุณคา่ ของโครงการอนั เนื่องมาจากพะราชดาริ ภูมิปัญญาไทยและภูมิปัญญาท้องถ่ิน มีส่วนร่วมในการ

แกป้ ญั หาส่งิ แวดล้อม รักษาเสรมิ สร้างสิ่งแวดล้อมทางสังคม วัฒนธรรม ตลอดจนใช้ทรัพยากรอย่างชาญฉลาด

ให้เกิดประโยชนอ์ ยา่ งย่ังยืน

ผลการเรยี นรู้
1. บอกความหมายสิ่งแวดล้อมและสิง่ แวดลอ้ มศกึ ษาได้
2. วิเคราะห์ความสัมพันธข์ องสรรพสง่ิ ในระบบสิ่งแวดลอ้ ม(ระบบนเิ วศ) ได้
3. บอก ทรัพยากรและสง่ิ แวดล้อมดา้ นตา่ งๆ ในจงั หวดั นราธิวาสได้
4. วิเคราะหส์ ถานการณ์ด้านสิง่ แวดล้อม ปญั หา และผลกระทบของปัญหาสิง่ แวดล้อม
5. เหน็ ความสาคัญของการอนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมได้
6. วเิ คราะห์ความสาคัญของภมู ิปัญญาไทย และภมู ปิ ัญญาท้องถ่ินทมี่ ีต่อวิถชี ีวติ และปรบั ใช้ภูมิปญั ญาได้อยา่ ง

เหมาะสมกบั ชวี ติ ปจั จบุ นั
7. เห็นคณุ ค่าของโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดาริ
8. รู้แนวทางในการจดั กจิ กรรมและมีสว่ นร่วมในการดาเนนิ งานด้านการอนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละ

สง่ิ แวดลอ้ ม
รวมท้ังหมด 8 ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวิทยา พุทธศกั ราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 104

คาอธิบายรายวชิ า

ส20241 เศรษฐศาสตรค์ รอบครัว สาระการเรียนร้สู งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ

.................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษาความรู้เบ้ืองต้นทางเศรษฐศาสตร์ เก่ียวกับ การผลิต การบริการ การแลกเปล่ียน ภาวะ

เศรษฐกิจของครอบครัวและเสนอแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจของครอบครัว สภาพปัญหาและผลกระทบของ

กจิ กรรมทางเศรษฐกจิ ของครวั เรอื นที่มตี อ่ ภาวะเศรษฐกิจของทอ้ งถนิ่ และประเทศ มีค่านิยมท่ีดีในการผลิตและ

บริโภค การพ่ึงตนเอง การประหยดั และออมตลอดจนมีสว่ นรว่ มในการแก้ปญั หาเศรษฐกิจในชวี ิตประจาวนั

โดยใช้กระบวนการกลุ่ม แสดงความคิดเห็น อภิปราย วิเคราะห์ เสนอแนวทางร่วมแก้ปัญหาและ

พัฒนาในการบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จากัดได้อย่างมี

ประสิทธิภาพและคมุ้ คา่ นาหลกั การของเศรษฐกจิ พอเพียงเพ่ือการดารงชีวติ อย่างมีดุลยภาพในชีวติ ประจาวัน

ผลการเรยี นรู้
1. บอกความหมายของเศรษฐกิจและประโยชน์ของเศรษฐกจิ ครอบครัวได้
2. อธบิ ายความหมายของการผลิต การดาเนินกจิ กรรมการผลิตและการบริโภคได้
3. บอกปัจจัยที่กาหนดการบรโิ ภคสนิ ค้าและการบริการได้
4. วเิ คราะห์แนวทางการบรโิ ภคที่ถูกต้องได้
5. อธิบายววิ ฒั นาการของการแลกเปล่ียนได้
6. บอกองค์ประกอบของการแลกเปล่ยี นได้
7. อธิบายความหมายของอุปสงค์และอปุ ทานได้
8. วเิ คราะหบ์ ทบาทของสถาบนั ครอบครัวต่อการแก้ปัญหาทางเศรษฐกจิ ได้
9. เสนอแนวทางการแก้ปัญหาและพัฒนาเศรษฐกจิ ในครอบครวั ได้
รวมทงั้ หมด 9 ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวทิ ยา พุทธศักราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 105

คาอธบิ ายรายวชิ า

ส20204 นราธิวาส สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต

.................................................................................................................................................................................................................................

ศกึ ษาแนวคดิ สาคัญ ความหมายของท้องถน่ิ ความจาเป็น วิธีการศึกษา สภาพทางภูมิศาสตร์

ของจังหวัดนราธิวาส ท่ีตั้ง ขนาด อาณาเขต ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งท่องเท่ียว

ทรัพยากรดิน น้า สัตว์ปุาและทรัพยากรแร่ธาตุ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เศรษฐกิจ การประกอบ

อาชีพของประชากร การเกษตร การอุตสาหกรรม การท่องเท่ียว ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ ชุมชนโบราณ

ขนบธรรมเนียมประเพณี ภาษา ศลิ ปวัฒนธรรม การละเล่นพื้นบ้าน ภูมิปัญญาท้องถิ่น บุคคลสาคัญในจังหวัด

นราธิวาส การเมืองการปกครอง วถิ ีชีวิตในสังคม

โดยใช้กระบวนการกลุม่ แสดงความคิดเหน็ อภปิ ราย วิเคราะห์ เสนอแนวทางร่วมแก้ปัญหา

และพัฒนา ตระหนักและเห็นความสาคัญท้องถิ่นของตนเอง มีจิตสานึกรักบ้านเกิด มีส่วนร่วมในการ

สร้างสรรค์สิ่งท่ีดีงามให้กับท้องถ่ินของตนเอง ด้วยความรัก สมานฉันท์ เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขใน

สังคมอย่าถาวร

ผลการเรียนรู้
1. บอกแนวคิดสาคญั ความหมาย ความจาเป็นและวธิ กี ารศึกษาเกีย่ วกับทอ้ งถิ่นของตนเองได้
2. อธิบายทีต่ ้ัง ขนาด อาณาเขตภูมปิ ระเทศ ภมู ิอากาศ ของจงั หวดั นราธิวาสได้
3. อธบิ ายทรพั ยากรธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยว ทรัพยากรดิน ทรัพยากรน้า สัตว์ปุาและทรัพยากรแร่ธาตุใน

ท้องถน่ิ ของตนเองได้
4. วิเคราะห์วถิ กี ารดาเนนิ ชวี ิต การประกอบอาชีพของประชาชนในท้องถ่นิ ของตนเองได้
5. วเิ คราะหภ์ มู ิหลงั ทางประวัตศิ าสตร์ ชมุ ชนโบราณของจังหวดั นราธวิ าสได้
6. บอกขนมธรรมเนยี ม ประเพณี ภาษา ศิลปวฒั นธรรม ภูมปิ ญั ญาท้องถนิ่ ของจงั หวดั นราธวิ าสได้
7. บอกประวัติ และผลงานบุคคลสาคัญของจงั หวดั นราธิวาสได้
8. วิเคราะห์สภาพทางการเมืองการปกครอง เศรษฐกจิ สงั คมและวัฒนธรรมของจงั หวัดนราธวิ าสได้
9. มีความรักสามคั คี หาแนวทางรว่ มกนั แก้ไขปญั หา เพื่อความสันติสขุ ในจงั หวดั นราธิวาส
รวมท้งั หมด 9 ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวทิ ยา พุทธศักราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 106

คาอธบิ ายรายวิชา

ส20205 สนั ตศิ ึกษา สาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาตอนต้น เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ

.................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษาความหมาย ขอบเขตและความสาคญั ของสนั ติศึกษา ปัญหาความขดั แย้งและการใช้ความรุนแรง

ในระดับครอบครัว ชุมชน และประเทศชาติ ลักษณะประเภทและสาเหตุของความรุนแรง สิทธิมนุษยชน

ความเสมอภาคระหว่างมนุษย์ ความยุติธรรม ในการธารงไว้ซ่ึงสันติภาพ แนวทางสันติวิธีในการแก้ปัญหาท่ี

คกุ คามสนั ตภิ าพ บทบาทขององค์กรและสถาบันในการส่งเสริมสันติภาพ โดยอาศัยหลักธรรมของศาสนาที่ตน

นบั ถือในการแกไ้ ขปญั หา

โดยใช้กระบวนการการมีส่วนร่วม อภิปราย วิเคราะห์สถานการณ์ เสนอแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน

เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีจิตสานึกและมีส่วนร่วมในการสร้างสันติภาพ ไม่นิยม

ใช้ความรนุ แรงเพ่ือความสนั ตสิ ขุ ท่จี ะเกิดขึ้นในสังคมอยา่ งถาวร

ผลการเรยี นรู้
1. บอกความหมาย ขอบเขตและความสาคญั ของสันติศึกษาได้
2. บอกลักษณะ ประเภท สาเหตุของปัญหาความขัดแย้งและการใช้ความรุนแรงในระดับบุคคล ครอบครัว

ชมุ ชนและประเทศชาติได้
3. วเิ คราะห์ บทบาทของ หน่วยงาน สถาบัน ท่ีเก่ยี วข้องในการส่งเสริมสนั ตภิ าพ สนั ตวิ ิธี
4. วิเคราะห์ความสอดคล้องของหลักธรรมของแต่ละศาสนาในการส่งเสริมสันติวิธี เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่าง

สนั ติสุข
5. หาแนวทางร่วมกันในการแก้ไขปัญหา เพ่ือลดความขัดแย้ง การใช้ความรุนแรงในครอบครัว ชุมชนและ

ประเทศชาตไิ ด้
6. ปฏบิ ัตติ นเปน็ พลเมืองทดี่ ีไมใ่ ชค้ วามรุนแรงและยดึ มั่นในหลักสันติวิธี
รวมทัง้ หมด 6 ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวิทยา พุทธศกั ราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 107

คาอธบิ ายรายวิชา

ส20212 อาเซียนศึกษา สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ เวลา 20 ชัว่ โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต

.................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษาประวัติความเปนมา พัฒนาการประชาคมอาเซียน กลไกอาเซียน กฎบัตรอาเซียน วิสัยทัศน

วัตถุประสงค เปาหมาย โครงสรางภาพรวม ท่ีมาคาศัพท และท่ีมาของ AFTA เขตการคาเสรีและ สภาพ

เศรษฐกิจพ้ืนฐานประชาคมอาเซียนและเหตุผล องคประกอบของประเทศรวมเจรจา ที่มีผลกระทบตอ

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและประเทศไทย โดยการบูรณาการ กระบวนการกลุม กระบวนการทางาน

กระบวนการพัฒนา คานิยม กระบวนการคิดวิเคราะห สังเคราะห กระบวนการสรางความคิดรวบยอด

กระบวนการสบื คนจาก แหลงขอมูลตาง ๆ โดยใชส่ือเทคโนโลยี เพื่อใหเกิดคานิยม ตระหนัก เจตนคติในการ

เปนสมาชิกท่ีดี การเขามามีสวนรวมเปนสวนหนึ่ง ของประชาคมอาเซียน รูแนวโนมทิศทางการเปลี่ยนแปลง

ทางประชาสังคมวัฒนธรรม ปรับตนในการเปนพลเมืองท่ีดีภายใตกฎบัตรของอาเซียนสามารถดารงชีวิตในยุค

โลกาภิวฒั นไดอยางเหมาะสม

ผลการเรยี นรู
1. มีความรูเขาใจประวัติความเปนมา ความสาคัญ วิวัฒนาการ ของกลุมอาเซียนสูการพัฒนาเปน ประชาคม

อาเซียน
2. มีความรูเขาใจกลไกอาเซียน กฎบัตรอาเซียน คาอภิธานศัพท ของอาเซียนสามารถประยุกตใชได อยาง

เหมาะสมถูกตอง
3. มีความรูเขาใจ วิเคราะหการดาเนินงานของประชาคมการเมืองและความม่ันคงอาเซียน (ASEAN

Political and Security Community- APSC) เพ่ือใหภูมิภาคอาเซียนอยูอยางสันติสุข แกไขปญหา
ภายในภูมภิ าคโดยสนั ติวธิ ี และยึดมนั่ ในหลกั ความม่ันคงรอบดาน
4. สามารถศกึ ษาขอมูล ความเปนมาในจัดตง้ั เขตการคาเสรีอาเซียน ( ASEAN Free Trade Area : AFTA
รวมท้งั หมด 4 ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวทิ ยา พุทธศักราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 108

คาอธบิ ายรายวชิ า

ส21201 พระพทุ ธศาสนา 1 สาระการเรียนร้สู ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ

.................................................................................................................................................................................................................................

ศกึ ษาความหมายและประโยชนข์ องสมาธิ ฝกึ ปฎิบัติสมาธเิ บ้ืองต้นตามหลักอานาปานสติเพ่ือพัฒนาให้

เกิดปัญญา 3 และการคิดท่ีถูกวิธี ฝึกปฎิบัติเก่ียวกับมรรยาทชาวพุทธ การเข้าร่วมศาสนพิธีท่ีถูกต้องและ

สามารถนาไปปฎิบัติในชีวิตประจาวัน ตลอดจนฝึกอ่านภาษาบาลีท้ังที่สะกดแบบไทยและแบบบาลี เพ่ือ

นาไปใช้ในการอา่ นบทสวดมนต์ คาอาราธนาตา่ ง ๆ และพทุ ธศาสนสุภาษติ

โดยใช้กระบวนการความรู้ความเข้าใจ การคิดวิเคราะห์ กระบวนการกลุ่มและกระบวนการปฎิบัติ

เพือ่ ใหม้ ีความรูค้ วามเข้าใจ รกั การเรยี นรู้เก่ียวกบั พระพทุ ธศาสนา เห็นคุณค่าของมรรยาท ชาวพุทธ การ

เขา้ ร่วมพธิ ีกรรมในศาสนพิธี ประพฤตปิ ฎบิ ัติตนเปน็ พทุ ธศาสนกิ ชนท่ีดี มคี ุณธรรม จริยธรรม ในการดารงชีวิต

อยา่ งมคี ุณคา่ ต่อตนเองและสังคมโดยสว่ นรวม

ผลการเรยี นรู้
1. มีความรู้ความเข้าใจความหมายและประโยชน์ของสมาธิ สามารถปฎิบัติตนตามข้ันตอนของการฝึกสมาธิ

ตามหลักอานาปานสติ เพ่ือให้เกดิ ปญั ญา 3 และการคดิ ท่ถี ูกวธิ ี
2. ปฏิบตั ติ นเกี่ยวกับมรรยาทชาวพทุ ธไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม
3. ปฏบิ ัติตนในศาสนพธิ ีไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
4. อา่ นภาษาบาลที ัง้ ทสี่ ะกดแบบไทยและแบบบาลีได้
5. มีความรู้ความเขา้ ใจเกีย่ วกับพระพทุ ธศาสนากับการพฒั นาตนและครอบครวั
รวมทง้ั หมด 5 ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวิทยา พุทธศักราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 109

คาอธบิ ายรายวชิ า

ส21202 อิสลามศึกษา 1 สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หน่วยกติ

.................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษาชีวประวัติของท่านคอลีฟะห์ท้ังส่ี คุณธรรม จริยธรรมของท่านนาบีมูฮัมมัด ซอลเลาลอฮู

อาลัยฮิวาซัลลัม ส่ิงที่วาญิบ สุนัต และสิ่งที่ทาให้เสียการละหมาด วิธีการละหมาดสุนัตตะรอวีห และวิเตร

ศาสนาสถานท่ีสาคัญ ประวัติความเป็นมาของอัลกุรอาน อ่านตามหลักการอ่านมีมซากีนะฮฺ สูเราะฮฺอัล-ลัยล์

และซเู ราะฮฺอซั -ซมั ซ ท่องจาสูเราะฮฺอลั -กุรอยซ์ และ อลั -อมุ าซะฮฺ

โดยใช้กระบวนการสรา้ งความรคู้ วามเขา้ ใจ กระบวนการปฏิบตั ิและกระบวนการสร้างนิสัย เพื่อให้เกิด

ความรู้ ความเข้าใจ กระบวนการสร้างนิสัย เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณค่าและสามารถนาความรู้

มาปฏิบัติในชวี ติ ประจาวนั

ผลการเรียนรู้
1. อธบิ ายประวตั ิ ความหมาย ความสาคญ ของคอลีฟะฮฺทง้ั สี่
2. เหน็ คุณคา่ คุณธรรม จรยิ ธรรม ท่ดี ีงามของท่านนบมี ูฮมั มัดและคอลีฟะฮฺ และนาแบบอย่างมาใช้ในการ

ดารงชีวติ
3. วเิ คราะห์พฤตกิ รรม และปฏิบัตติ น เป็นมสุ ลิมท่ดี ี
4. ยอมรบั ผู้อ่นื ท่ปี ฏบิ ัตติ น ตามแบบอย่างของทา่ นนบมี ูฮัมมดั
5. อธบิ ายบทบัญญัตเิ กี่ยวกับการละหมาด
6. เห็นคุณค่าของการละหมาด และการปกปิดเอาเราะฮฺ
7. วิเคราะหค์ วามสาคัญ และบาเพญ็ ประโยคต่อศาสนาสถาน
8. อา่ น เขยี น อายะและท่องจาสเู ราะฮฺที่กาหนด
9. บอกความหมาย ความสาคัญ ของสเู ราะฮฺทก่ี าหนด และนาหลักคาสอนมาใชใ้ นชีวติ ประจาวัน
รวมทงั้ หมด 9 ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวทิ ยา พทุ ธศกั ราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 110

คาอธิบายรายวิชา

ส21203 พระพุทธศาสนา 2 สาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ชวั่ โมง จานวน 0.5 หน่วยกิต

.................................................................................................................................................................................................................................

ศกึ ษาเกี่ยวกบั พระรัตนตรัย(ธรรมคุณ 6) อริยสัจ 4 ทุกข์(ขันธ์ 5) สมุทัย(หลักกรรม อกุศลกรรมบถ

10 อบายมุข 6) นิโรธ (สุข2 ) มรรค ( บุพพนิมิตของมัชฌิมาปฏิปทา ดรุณธรรม 6 กุลจิรัฎฐิติธรรม 4

กุศลกรรมบถ 10 สติปัฏฐาน 4 มงคล 38 ) พุทธศาสนสุภาษิต การพัฒนาจิตเพื่อการเรียนรู้และการดาเนิน

ชวี ิตดว้ ยวธิ ีคดิ แบบโยนิโสมนสิการ คอื วธิ ีคดิ แบบ

อบุ าย ปลุกเร้าคณุ ธรรมและวิธีคิดแบบอรรถธรรมสัมพันธ์ สวดมนต์ แผ่เมตตา บริหารจิตและเจริญปัญญา

ด้วยอานาปานสติ การปฏิบัติตนตามหลักธรรมทางศาสนาท่ีตนนับถือเพื่อการดารงตนอย่างเหมาะสมใน

กระแสความเปลย่ี นแปลงของโลกและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข การปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมต่อบุคคลต่าง

ๆตามหลักศาสนาท่ีตนนับถือ มรรยาทของความเป็นศาสนิกชนท่ีดี คุณค่าของศาสนพิธีและปฏิบัติตนอย่าง

เหมาะสม คาสอนเกี่ยวเน่ืองกับวันสาคัญทางศาสนาอ่ืน ๆ เพ่ือนาไปสู่การยอมรับและความเข้าใจซ่ึงกันและ

กนั

โดยใช้กระบวนการศึกษาหาความรู้ กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ การ

คิดวเิ คราะห์ เพ่อื ใหส้ ามารถสื่อสาร ถ่ายทอดและปฏิบัติ มีวินัย ใฝุเรียนรู้ เห็นคุณค่าและ ตระหนักในการนา

ความรูไ้ ปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวติ ประจาวันบนพื้นฐานของคณุ ธรรม จรยิ ธรรม

ผลการเรยี นรู้
1. มีความรคู้ วามเข้าใจในความหมาย องค์ประกอบของหลักธรรมและสามารถนาไปปฏบิ ัติใชเ้ พื่อให้เกิดสนั ติ

สขุ
2. มีความรู้ความเข้าใจเกีย่ วกบั ระเบยี บพิธีการในวนั สาคญั ทางพระพทุ ธศาสนา ศาสนพธิ ี ตลอดจนสามารถ

ปฏบิ ตั ิตนในวนั สาคัญดงั กล่าวได้อย่างถูกต้องดว้ ยความเต็มใจและเหน็ คณุ ค่า
3. มีความรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกับพระพทุ ธศาสนาและสามารถนาหลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนามาใช้ในการ

พฒั นาชุมชนและจัดระเบียบสังคมได้
4. มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจในหน้าที่ของชาวพุทธและปฏบิ ตั ิตนเป็นชาวพุทธที่ดี
5. มคี วามรู้ความเข้าใจในความหมายและประโยชนข์ องสมาธิ สามารถปฏิบัติตนตามขั้นตอนของ การฝึก

สมาธติ ามหลกั อานาปานสติ เพือ่ ให้เกดิ ปญั ญาอนั จะนาไปสู่ความปกติ สขุ ใจ ใน การดาเนนิ ชวี ิต
รวมทงั้ หมด 5 ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวิทยา พทุ ธศกั ราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 111

คาอธิบายรายวิชา

ส21204 อสิ ลามศึกษา 2 สาระการเรียนรสู้ งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชวั่ โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ

.................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษาชีวประวัติท่านนาบีมูฮาหมัดและคอลีฟะฮฺทั้งส่ี ประวัติความเป็นมาของสถานท่ีสาคัญ เห็น

คุณค่าและปฏิบัติการละหมาดสูนัต และญัมฮฺ-ก็อศรฺ การเป็นมุสลิมท่ีดี มีคุณธรรม จริยธรรมตามแบบอย่าง

ของท่านนบีมูฮัมมัด อ่านตามหลักการอ่านหุกมมัดดฺ ซูเราะฮฺอัล-ฏอริก อัล-มุฏ็อฟฟี ฟีน และท่องจาซู

เราะฮฺอัต-ตากาซุรฺ และซูเราะฮฺอลั -กอรอี ะฮฺ

โดยใชก้ ระบวนการสรา้ งความร้คู วามเขา้ ใจ กระบวนการปฏิบตั แิ ละกระบวนการสร้างนิสัย เพ่ือให้เกิด

ความรู้ ความเขา้ ใจ เห็นคุณคา่ และสามารถนาความรมู้ าปฏิบตั ใิ นชวี ิตประจาวนั

ผลการเรยี นรู้
1. วเิ คราะหค์ วามสาคัญ ประวัตขิ องท่านนบมี ูฮมั มัด(ศ็อล)และคอลีฟะฮฺทงั้ สี่
2. ปฏบิ ตั ติ นและเชญิ ชวนผูอ้ ่นื ให้ปฏบิ ัติตามจรยิ วตั รของทา่ นนบี และคอลีฟะฮทฺ ้ังสี่
3. อธิบายประวัตคิ วามเปน็ มา ความสาคญั ของศาสนาสถานทีส่ าคัญในอิสลาม
4. อภิปรายความหมาย ความสาคัญ ของการละหมาดสนู ตั และญอั มฺ-ก็อศรฺ
5. เห็นคณุ ค่าของการละหมาดสูนัต และญัอมฺ-ก็อศรฺ
6. ปฏิบตั ิตามบทบัญญัติเกยี่ วกับการละหมาดสนู ตั และญัอมฺ-ก็อศรฺ
7. วิเคราะหพ์ ฤตกิ รรมและปฏบิ ัติตนเปน็ มสุ ลมิ ทีด่ ีมีคณุ ธรรมจริยธรรมตามแบบอย่างของท่านนบ(ี ศ็อลฯ)
8. ยอมรับและชื่นชมผูอ้ ่ืนท่ปี ฏิบัตติ นตามแบบอย่างของทา่ นนบีมูฮัมมดั (ศอ็ ลฯ)
9. อา่ นเขียนอาบะฮตฺ ามหลักการอา่ น และท่องจาสเู ราะฮฺทก่ี าหนด
10.อธิบายความหมาย ความสาคญั ของสเู ราะทก่ี าหนด และนาหลกั คาสอนมาใชใ้ นการดาเนินชีวติ
รวมทั้งหมด 10 ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวทิ ยา พุทธศักราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 112

คาอธิบายรายวิชา

ส22201 พระพุทธศาสนา 3 สาระการเรียนร้สู งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชัว่ โมง จานวน 0.5 หน่วยกิต

.................................................................................................................................................................................................................................

ศกึ ษาเก่ยี วกบั พระรัตนตรัย (สังฆคุณ 9) อริยสัจ 4 ทุกข์ (ธรรมท่ีควรรู้) ขันธ์ 5 ไตรลักษณ์ สมุทัย

(ธรรมท่ีควรละ) หลักกรรมวัฏฏะ 3 ปปัญจธรรม 3 ตัณหา มานะ ทิฏฐิ นิโรธ (ธรรมท่ีควรบรรลุ) อัตถะ 3

มรรค(ธรรมทค่ี วรเจริญ) มรรคมีองค์ 8 ปัญญา 3 สัปปุริสธรรม 7 บุญกิริยาวัตถุ 10 อุบาสกธรรม 7 มงคล

38 ในเรื่องศิลปะวิทยา พบสมณะ ฟังธรรมตามกาล สนทนาธรรมตามกาล พุทธสุภาษิต พระไตรภิฎก

โครงสรา้ ง ชอื่ คมั ภีย์และสาระสังเขปของพระอภิธรรมปฎิ ก เร่ืองน่าร้จู ากพระไตรปิฎก พุทธปณิธาน 4 ในมหา

ปรินิพานสูตร ศัพท์ทางพระพุทธศาสนา คือ อัตตา – อนัตตา การบริหารจิตและเจริญปัญญา สวดมนต์แปล

และแผ่เมตตา วิธีปฏิบัติและประโยชน์ของการบริหารจิตและเจริญปัญญา ฝึกการบริหารจิตและเจริญปัญญา

ตามหลักสตปิ ัฏฐานเน้นอานาปานสติ นาวิธีการบริหารจิตและเจริญปัญญาไปใช้ในชีวิตประจาวัน พัฒนาการ

เรียนรู้ด้วยวิธคิดแบบโยนิโสมสิการ 2 วิธีคือ วิธีคิดแบบอริยสัจ และวิธีคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัย ศึกษาภูมิ

ปัญญาท้องถ่ินในการนาหลักธรรมไปใช้ในชีวิตประจาวัน ประวัติพุทธสาวก พุทธสาวิกา เรื่องพระอัญญาโกณ

ฑัญญะ พระมหาปชาบดีเถรี พระเขมาเถรี พระเจ้าปเสนทิโกศล ชาวพุทธตัวอย่าง ม.จหญิงพูนพิสมัย ดิศกุล

ศาสตราจารย์สญั ญา ธรรมศักดิ์ หน้าท่ีของชาวพุทธ เร่ืองหน้าที่ของพะภิกษุในการปฏิบัติตามหลักพระธรรม

วินยั และจริยาวัตรอย่างเหมาะสม การปลูกฝังสานึกในด้านการบารุงรักษาวัดและพุทธสถานให้เกิดประโยชน์

การปฏิบัติหน้าท่ีชาวพุทธตามพุทธธปณิธาน 4 การเป็นศิษย์ที่ดีตามหลักทิศเบื้องขวาในทิศ 6 การเข้าค่าย

พุทธบตุ ร ศาสนพธิ ี มารยาทชาวพทุ ธและการปฏิบตั ิตนต่อพระภกิ ษุ พทุ ธศาสนากับเศรษฐกิจพอเพียง

โดยใช้กระบวนการศึกษาหาความรู้ กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ การ

คดิ วเิ คราะห์ เพือ่ ให้เกิดความรู้ ความเขา้ ใจ สามารถส่ือสาร ถ่ายทอดและปฏิบัติ มีวินัย ใฝุเรียนรู้ เห็นคุณค่า

และ ตระหนักในการนาความรไู้ ปใช้ประโยชนใ์ นชีวติ ประจาวันบนพื้นฐานของคุณธรรม จริยธรรม

ผลการเรียนรู้
1. มีความรคู้ วามเข้าใจในความหมาย องค์ประกอบของหลักธรรมและสามารถนาไปปฏิบัตใิ ชเ้ พื่อใหเ้ กดิ สนั ติ

สขุ
2. มีความรูค้ วามเขา้ ใจเกี่ยวกับระเบียบพธิ ีการในวันสาคัญทางพระพุทธศาสนา ศาสนพธิ ี ตลอดจนสามารถ

ปฏบิ ัติตนในวนั สาคญั ดงั กล่าวได้อยา่ งถูกต้องด้วยความเตม็ ใจและเห็นคุณค่า
3. มคี วามรคู้ วามเข้าใจเกยี่ วกับพระพทุ ธศาสนาและสามารถนาหลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนามาใช้ในการ

พฒั นาชุมชนและจดั ระเบียบสังคมได้
4. มีความรู้ความเขา้ ใจในหน้าท่ีของชาวพุทธและปฏิบตั ติ นเป็นชาวพุทธทีด่ ี
5. มคี วามรู้ความเข้าใจในความหมายและประโยชนข์ องสมาธิ สามารถปฏิบตั ติ นตามข้นั ตอนของการฝึก

สมาธติ ามหลกั อานาปานสติ เพอื่ ใหเ้ กิดปญั ญาอนั จะนาไปสคู่ วามปกติสุขใจ ใน การดาเนินชวี ติ
รวมทง้ั หมด 5 ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวิทยา พุทธศักราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 113

คาอธิบายรายวิชา

ส22202 อสิ ลามศึกษา 3 สาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ

.................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษาชีวประวัติของท่านนบีมูฮัมมัด เห็นคุณค่าและปฏิบัติการกุรบานและอากีเกาะฮฺ การจัดการญะ

นาซะฮฺ การบริโภคอาหารและเครื่องดื่มท่ีฮะลาล ฮะรอม ปฏิบัติการเป็นมุสลิมที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม ตาม

แบบอย่างของท่านนบี อ่ามตามหลักการอ่านการวากัฟและวะซัลและพยัญชนะ มูกอตตออะฮฺ ซูเราะฮฺอัลอิน

ซาน อะบะซะ และทอ่ งจาซูเราะฮอฺ ั-ฎฮู า และอนั -นศั

โดยใช้กระบวนการสร้างความรู้ความเข้าใจ กระบวนการปฏิบัติและกะบวนการสร้างนิสัย เพ่ือให้เกิด

ความรู้ ความเขา้ ใจ เห็นคุณคา่ และสามารถนาความรู้มาปฏิบัติในชวี ิตประจาวนั

ผลการเรียนรู้
1. วิเคราะหเ์ หตุการณ์ในประวตั ิศาสตรข์ องทา่ นนบีมูฮัมมดั (ศ็อล)พร้อมนาขอ้ คดิ ที่ไดม้ าใช้ในชีวิตประจาวัน
2. ปฏิบัติตามบทบัญญัตเิ กยี่ วกับการทากุรบ่านและอากีเกาะฮฺ
3. ปฏิบตั ติ ามบทบญั ญัตเิ ก่ยี วกับวธิ ีการจัดการญะนาญะฮฺ
4. วิเคราะห์ในการเลือกบรโิ ภคอาหารและเครื่องด่ืมทห่ี ะลาลและหะรอม
5. เห็นคณุ ค่าในการเลือกบรโิ ภคอาหารและเครอื่ งดื่มท่หี ะลาลและหะรอม
6. วิเคราะหพ์ ฤตกิ รรมและปฏิบัตติ นเปน็ มสุ ลิมทด่ี ีมคี ุณธรรมจริยธรรมตามแบบอย่างของท่านนบ(ี ศ็อลฯ)
7. ยอมรบั และช่ืนชมผ้อู น่ื ทีป่ ฏิบัติตนตามแบบอย่างของท่านนบมี ฮู ัมมัด(ศอ็ ลฯ)
8. อา่ นเขยี นอาบะฮฺตามหลกั การอา่ น และท่องจาสเู ราะฮฺท่ีกาหนด
9. สรปุ ความหมาย ความสาคัญของสเู ราะท่ีกาหนด และนาหลักคาสอนมาใช้ในการดาเนินชีวติ
รวมท้ังหมด 9 ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวิทยา พทุ ธศักราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 114

คาอธิบายรายวิชา

ส22203 พระพทุ ธศาสนา 4 สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ

.................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษา วิเคราะห์ ปฎิบัติ สรุป สร้างความคิดรวบยอด นาสภาพปัญหาชีวิต สภาพแวดล้อมเข้ามาเป็น

ส่วนหน่ึงของกระบวนการเรยี นรู้ เพอื่ ให้มีความรูค้ วามเข้าใจ ตระหนักและเห็นคุณค่าในเรอ่ื งต่อไปนี้

พระพุทธ เก่ียวกับประวัติและความสาคัญของพระพุทธศาสนา เร่ืองการสังคายนา การเผยแผ่

พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศไทย ความสาคัญของพระพุทธศาสนาต่อสังคมไทยในฐานะเป็นศาสนาประจา

ชาติ สถาบันหลักของสังคมไทย สภาพแวดล้อมท่ีกว้างขวางและครอบคลุมสังคมไทย พระพุทธศาสนากับ

การพัฒนาตนและครอบครัว พุทธประวัติ ต้ังแต่ ประสูติจนถึงการบาเพ็ญทุกรกิริยา ชาดก เร่ือง อัมพชาดก

และตติ ติรชาดก วนั สาคัญทางพระพุทธศาสนา เรอ่ื ง ระเบียบพิธี พิธีเวียนเทียน การปฎิบัติตนในวันมาฆบูชา

วันวิสาขบูชา วันอฎั ฐมบี ูชา วนั อาสาฬหบูชา ประวัติและความสาคญั ของวันธรรมสวนะ วันเข้าพรรษา วันออก

พรรษาและวนั เทโวโรหณะ

พระธรรม เก่ียวกับ หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เรื่อง พระรัตนตรัย( พุทธคุณ 9 ) อริยสัจ 4

ทกุ ข์ : ขนั ธ์ 5 – ธาตุ 4 , สมุทยั : หลักกรรม อบายมุข 6 , นิโรธ : สุข 2 (กายิกสุข เจตสิกสุข)คิหิสุข, มรรค :

ไตรสิกขา กรรมฐาน 2 ปธาน 4 โกศล 3 มงคล 38 เรื่อง ไม่คบคนพาล คบบัณฑิต บูชาผู้ควรบูชา พุทธ

ศาสนสุภาษิต คือ ย เว เสวติ ตาทิโส,อตฺตนา โจทยตฺตาน,นิสมฺม กรณ เสยฺโย, ทุราวาสา ฆรา ทุกฺขา การ

บริหารจิตและการเจริญปัญญา เกี่ยวกับการสวดมนต์แปล การแผ่เมตตา วิธีปฎิบัติและประโยชน์ของการ

บรหิ ารจิตและการเจริญปัญญา การบริหารจิตและการเจริญปัญญาตามหลักอานาปานสติ และนาวิธีบริหาร

จิตและการเจริญปัญญาไปใช้ในชีวิตประจาวัน พัฒนาการเรียนรู้ด้วยวิธีคิดแบบโยนิโสมนสิการ 2 วิธี คือ

วิธีคิดแบบคุณคา่ แท้-คณุ ค่าเทียม การคดิ แบบคุณ-โทษและทางออก และนาหลักธรรมไปประยุกต์ใช้ในการ

ดารงชีวติ แบบพอเพยี งตลอดจนดแู ลรกั ษาสงิ่ แวดลอ้ มเพ่ือการอยู่รว่ มกันได้อย่างสนั ติสขุ

พระสงฆ์ เกี่ยวกับประวัติพุทธสาวก พุทธสาวิกา คือพระมหากัสสปะ พระอุบาลี อนาถบิณฑิกะ นาง

วิสาขา ชาวพุทธตัวอย่าง คือ พระเจ้าอโศกมหาราช พระโสณะและพระอุตตระ หน้าที่ชาวพุทธ ศึกษา

บทบาทหน้าท่ีของพระสงฆ์ในการเผยแผ่ศาสนา การปฎิบัติตนท่ีเหมาะสมต่อพระสงฆ์ท้ังทางกาย วาจา ใจ

การเปน็ เพื่อนที่ดตี ามหลักศาสนา การเข้าร่วมพิธีกรรมและศาสนพิธีทางพระพุทธศาสนา การจัดโต๊ะหมู่บูชา

คาอาราธนาต่าง ๆ ตลอดจนการปฎิบัติตนเป็นชาวพุทธท่ีดีและสามารถปฎิบัติตน ต่อศาสนิกอื่นได้อย่าง

เหมาะสม

โดยใช้กระบวนการความรู้ความเข้าใจ การคิดวิเคราะห์ กระบวนการกลุ่มและการปฎิบัติ เพื่อให้มี

ความรคู้ วามเข้าใจเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาและหลักธรรมอย่างถูกต้อง เห็นคุณค่าของพระรัตนตรัย เกิดความ

ศรัทธาและสานึกในความสาคัญของพระพุทธศาสนาในฐานะเป็นศาสนาประจาชาติ สามารถปฎิบัติตนตาม

หน้าท่ีชาวพุทธได้อย่างถูกต้องเหมาะสม มีคุณธรรม จริยธรรม ตลอดจนนาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไป

ประยุกต์ใช้ในการดาเนินชีวติ เพื่อพัฒนาตนเองและสงั คมโดยสว่ นรวม

ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายการเผยแผ่พระพทุ ธศาสนาส่ปู ระเทศไทย
2. วิเคราะห์ความสาคัญของพระพทุ ธศาสนาท่ีมีต่อสภาพแวดล้อม ในสงั คมไทย รวมทงั้ การพัฒนาตนและ

ครอบครวั
3. วเิ คราะหพ์ ุทธประวตั ิต้งั แตป่ ระสตู จิ นถึงบาเพญ็ ทกุ รกิริยาหรอื ประวัตศิ าสดา

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวทิ ยา พทุ ธศักราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 115

4. วิเคราะห์และประพฤติตนตามแบบอยา่ งการดาเนนิ ชวี ิตและข้อคดิ จากประวตั สิ าวก ชาดก เรือ่ งเล่า
และศาสนกิ ชนตัวอยา่ งตามท่ีกาหนด

5. อธบิ ายพทุ ธคุณ และข้อธรรมสาคัญในกรอบอริยสัจ ๔ ตามท่ีกาหนด เห็นคุณค่าและนาไปพัฒนา
แกป้ ัญหาของตนเองและครอบครัว

6. อธบิ าย จรยิ วัตรของสาวกเพ่อื เป็นแบบอย่างในการประพฤตปิ ฏิบัติ และปฏบิ ตั ติ นอย่างเหมาะสมต่อ
สาวกของพระพทุ ธศาสนา

7. ปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมต่อบุคคลต่างๆตามหลกั พระพทุ ธศาสนา
8. จดั พธิ ีกรรมและปฏิบัติตนในศาสนพิธี พธิ ีกรรมไดถ้ ูกตอ้ ง
9. อธบิ าย ประวตั คิ วาม สาคัญและปฏบิ ัติตนในวันสาคญั ทางศาสนาท่ตี นนบั ถือตามทีก่ าหนดไดถ้ ูกตอ้ ง
รวมท้งั หมด 9 ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวทิ ยา พุทธศกั ราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 116

คาอธิบายรายวิชา

ส22204 อสิ ลามศกึ ษา 4 สาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ชัว่ โมง จานวน 0.5 หน่วยกิต

.................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษาการศรทั ธาต่ออลั ลอฮฺ คุณลักษณะของอัลลอฮฺ ประโยชน์ของเตาฮีดอัร-รูบูบียะฮฺและบทลงโทษ

ของชีริก สิ่งที่วาญิบ สุนัต และส่ิงที่ทาให้เสียการละหมาด วิธีการละหมาดสุนัตตะรอวีหฺและวิเตรฺ การปกปิด

เอาเราะฮฺ ชีวประวตั ิก่อนและหลังรับวะฮยฺ ู คุณลกั ษณะ บทบาทหน้าท่ี คาสงั่ สอน คุณธรรม จริยธรรมของท่าน

นาบี และคอลฟี ะฮทฺ ัง้ สี่ ศาสนสถานทีส่ าคญั ประวัติความเป็นมาของอัลกุรอาน อ่านตามหลักการอ่านมีมซากี

นะฮฺ เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนในการเป็นผู้นา ผู้ตาม ระเบียบวินัยของครอบครัว การตรงต่อเวลา การรู้จัก

พอเพียงและพอใจในสิ่งที่ตนมใี นทศั นะอิสลาม

โดยใช้กระบวนการสรา้ งความร้คู วามเขา้ ใจ กระบวนการปฏบิ ัตแิ ละกระบวนการสร้างนิสัย เพ่ือให้เกิด

ความรู้ ความเข้าใจ เหน็ คุณค่าและสามารถนาความรูม้ าปฏิบตั ิในชีวิตประจาวัน

ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายการศรัทธาและคณุ ลักษณะของอลั ลอฮฺ
2. ปฏิบตั ิตามบทบญั ญัติเตาฮีดอัร – รูบบู ียะฮฺ
3. เขา้ ใจและปฏิบตั ิการละหมาดสนุ ัตตารอวหี แฺ ละวติ รฺ
4. วเิ คราะห์ความสาคัญของท่านนบแี ละคอลีฟะห์ทั้งส่ี
5. เหน็ คุณค่าและปฏิบตั ิตนในการเป็นผนู้ า แบบอย่างตา่ ง ๆ ในทัศนะอสิ ลาม
รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวิทยา พุทธศกั ราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 117

คาอธิบายรายวชิ า

ส23201 พระพทุ ธศาสนา 5 สาระการเรียนรูส้ ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หน่วยกิต

.................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ีตนนับถือสู่ประเทศเพ่ือนบ้าน ความสาคัญของ

พระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ีตนนับถือในฐานะที่เป็นรากฐานของวัฒนธรรม เอกลักษณ์ของชาติและมรดก

ของชาติ ความสาคัญของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ีตนนับถือกับการพัฒนาชุมชนและการจัดระเบียบ

สงั คม พุทธประวัติ ( การผจญมาร การตรัสรู้ การสั่งสอน) การปฏิบัติตนตามแบบอย่างการนาเนินชีวิต และ

ข้อคิดจากประวัติสาวก(พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ นางขุชชุตตรา พระเจ้าพิมพิสาร ) ชาดกเร่ืองเล่า (

มิตตวินทุกชาดก ราโชวาทชาดก )และศาสนิกชนตัวอย่าง (พระมหาธรรมราชาลิไท สมเด็จพรมหาสมณ

เจา้ กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ) อธิบาย โครงสร้างและสาระสังเขปของพระไตรปิฎกหรือคัมภีร์ของศาสนาท่ี

ตนนับถือ พระรัตนตรัย(ธรรมคุณ 6) อริยสัจ 4 ทุกข์(ขันธ์ 5) สมุทัย(หลักกรรม อกุศลกรรมบถ 10

อบายมุข 6) นิโรธ (สุข2 ) มรรค ( บุพพนิมิตของมัชฌิมาปฏิปทา ดรุณธรรม 6 กุลจิรัฎฐิติธรรม 4 กุศล

กรรมบถ 10 สติปัฏฐาน 4 มงคล 38 ) พุทธศาสนสุภาษิต การพัฒนาจิตเพื่อการเรียนรู้และการดาเนินชีวิต

ด้วยวิธีคิดแบบโยนิโสมนสิการ คือ วิธีคิดแบบอุปายปลุกเร้าคุณธรรมและวิธีคิดแบบอรรถธรรมสัมพันธ์ สวด

มนต์ แผ่เมตตา บริหารจิตและเจริญปัญญาด้วยอานาปานสติ การปฏิบัติตนตามหลักธรรมทางศาสนาท่ีตน

นับถือเพ่ือการดารงตนอย่างเหมาะสมในกระแสความเปล่ียนแปลงของโลกและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

การปฏิบัติตนอยา่ งเหมาะสมต่อบคุ คลตา่ ง ๆตามหลักศาสนาท่ีตนนับถือ มรรยาทของความเป็นศาสนิกชนท่ีดี

คณุ คา่ ของศาสนพิธแี ละปฏบิ ตั ติ นอยา่ งเหมาะสม คาสอนเก่ียวเน่อื งกบั วนั สาคัญทางศาสนาอ่ืน ๆ เพ่ือนาไปสู่

การยอมรับและความเขา้ ใจซ่ึงกนั และกัน

โดยใชก้ ระบวนการศึกษาหาความรู้ กระบวนการคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ การคดิ วิเคราะห์ เพ่ือให้เกิด

ความรู้ ความเข้าใจ และปฏิบัตติ นเป็นศาสนิกชนท่ีดี เหน็ คณุ คา่ มวี นิ ัย ตระหนักและเห็นความสาคัญในการ

นาความรไู้ ปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวิตประจาวนั บนพืน้ ฐานของคณุ ธรรม จรยิ ธรรม

ผลการเรียนรู้

1. อธิบายการเผยแผ่พระพุทธศาสนา สปู่ ระเทศเพ่อื นบา้ น

2. อภิปราย ความสาคัญของพระพุทธศาสนาการพฒั นาชุมชนและการจดั ระเบียบสงั คม

3. เห็นคณุ คา่ ของการพัฒนาจิตเพือ่ การเรียนรแู้ ละดาเนนิ ชวี ติ ด้วยวิธคี ดิ แบบโยนิโสมนสิการ คอื วธิ ีคิด

แบบอุบายปลุกเร้าคุณธรรม และวธิ ีคดิ แบบอรรถธรรมสมั พันธ์ หรือการพัฒนาจติ ตามแนวทางของศาสนา

ทตี่ นนบั ถือ

4. สวดมนต์ แผเ่ มตตา บริหารจิตและเจริญปญั ญาด้วยอานาปานสติ

5. วเิ คราะห์การปฏิบัติตนตามหลักธรรมทางศาสนาเพอื่ การดารงตนอยา่ งเหมาะสมในกระแสความ

เปลี่ยนแปลงของโลก และการอย่รู ว่ มกนั อย่างสนั ติสขุ

6. มีมรรยาทของความเป็นศาสนิกชนทด่ี ีตามท่ีกาหนด

7. วิเคราะห์คุณค่าของ ศาสนพิธี และปฏิบัตติ นไดถ้ ูกต้อง

8. อธิบาย คาสอนทเี่ ก่ยี วเน่ืองกับวนั สาคญั ทางพระพุทธศาสนาศาสนาและปฏิบตั ติ นไดถ้ ูกตอ้ ง

9. อธบิ ายความแตกต่างของศาสนพิธพี ธิ ีกรรม ตามแนวปฏิบตั ิของศาสนาอ่นื ๆเพ่ือนาไปสูก่ ารยอมรับ และ

ความเข้าใจซ่งึ กนั และกนั

รวมท้ังหมด 9 ผลการเรียน

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวทิ ยา พุทธศักราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 118

คาอธิบายรายวชิ า

ส23202 อิสลามศกึ ษา 5 สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต

.................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษาการศรัทธาและคุณลักษณะของอัลลอฮฺตามเตาฮีดอูลูฮียะฮฺ บทลงโทษของอูลูฮียะฮฺ

ความสัมพันธ์ของโครงสร้างอิสลาม จริยวัตร สภาพก่อนและหลังอพยพ การเผยแผ่ศาสนาอิสลามของท่านนา

บีมูฮาหมัดและคอลีฟะฮฺทั้งส่ี ประวัติความเป็นมาของมัสยิดอัล-หะรอม อัล-นะบะวีย์ และอัล-อักซอ เห็น

คุณค่าและปฏิบัติการละหมาดสูนัต และญัมฮฺ-ก็อศรฺ การจ่ายซะกาตฟิตเราะฮฺ การถือศีลอดสุนัต การจัดการ

ญะนาซะฮฺ การขออภัยโทษ การอดกล้ันและการให้อภัย ความกล้าหาญ และการเป็นผู้มีจิตอาสา อ่านตาม

หลกั การอา่ นหหุ มุ มัด ซูเราะฮอฺ ลั -ฆอซยี ะฮฺ และการทอ่ งจาซเู ราะฮอฺ ตั -ตากาซุรฺ และซเู ราะฮฺอัล-กอรอี ะฮฺ

โดยใชก้ ระบวนการสร้างความรู้ความเข้าใจ กระบวนการปฏบิ ัตแิ ละกระบวนการสร้างนิสัย เพื่อให้เกิด

ความรู้ ความเข้าใจ เห็นคณุ คา่ และสามารถนาความรู้มาปฏบิ ตั ใิ นชวี ติ ประจาวนั

ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายความศรัทธาและคุณลักษณะของอัลลอฮ.ตามเตาฮดี อูลฮู ียะฮฺ
2. วิเคราะหค์ วามสมั พนั ธข์ องโครงสร้างอิสลาม จริยวัตร สภาพก่อนและหลังอพยพ
3. อธิบายประวัติความเป็นมาของมสั ยิดอัล-หะรอม อัล-นะบะวีย์ และอลั -อักซอ
4. ปฏิบัติการละหมาดสนู ัต และญัมฮฺ-ก็อศรฺ การจา่ ยซะกาตฟิตเราะฮฺ
5. เข้าใจและปฏิบัตกิ ารจดั การญะนาซะฮฺ
6. ปฏิบัตติ นการขออภยั โทษ การอดกล้ันและการให้อภัย ความกล้าหาญ และการเปน็ ผ้มู จี ิตอาสา
7. อ่านเขยี นซเู ราะฮฺอลั -ฆอซียะฮฺ และการท่องจาซูเราะฮฺอตั -ตากาซุรฺ และซูเราะฮฺอัล-กอรีอะฮฺ
รวมท้งั หมด 7 ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวทิ ยา พทุ ธศกั ราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 119

คาอธิบายรายวิชา

ส23203 พระพุทธศาสนา 6 สาระการเรยี นร้สู ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หน่วยกิต

.................................................................................................................................................................................................................................

ศกึ ษาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาหรือหลักศาสนาที่ตนนับถือสู่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก ความสาคัญของ

พระพุทธศาสนาในฐานะท่ีช่วยสร้างสรรค์อารายธรรมและความสงบสุขแก่โลก พุทธศาสนากับปรัชญา

เศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน พุทธประวัติจากพระพุทธรูปปางต่างๆ ประพฤติตนตาม

แบบอย่างการดาเนินชีวติ และขอ้ คดิ จากพระสาวก ชาดก เรื่องเล่า และศาสนิกชนตัวอย่างตามที่กาหนด สังฆ

คุณและข้อธรรมสาคัญในกรอบอรยิ สจั 4 การปฏิบตั ิตนตามหลกั ธรรมในการพัฒนาตนเพ่ือเตรียมความพร้อม

สาหรับการทางานและการมีครอบครัว การพัฒนาจิตเพื่อการเรียนรู้และดาเนินชีวิตด้วยวิธีคิดแบบโยนิโส

มนสิการคือ วิธีคิดแบบอริยสัจ และวิธีคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัยหรือการพัฒนาจิต สวดมนต์ แผ่เมตตา

บริหารจติ และเจรญิ ปญั ญาดว้ ยอานาปานสติ ความแตกต่างและยอมรับวิถีการดาเนินชีวิตของ ศาสนิกชนใน

ศาสนาอื่นๆ ศึกษาหน้าท่ีและบทบาทของสาวก และปฏิบัติตนต่อสาวกตามที่กาหนดได้อย่างถูกต้อง ปฏิบัติ

ตนอย่างเหมาะสมต่อบุคคลต่างๆ ตามหลักศาสนา หน้าท่ีของศาสนิกชนท่ีดี ศาสนพิธี พิธีกรรม ประวัติวัน

สาคญั ทางศาสนา การแสดงตนเปน็ พุทธมามกะ การธารงรักษาพทุ ธศาสนา

โดยใช้กระบวนการศึกษาหาความรู้ กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ การ

คิดวิเคราะห์ เพ่ือใหเ้ กิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถสื่อสาร ถ่ายทอดและปฏิบัติ มีวินัย ใฝุเรียนรู้ เห็นคุณค่า

และ ตระหนักในการนาความรู้ไปใช้ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวันบนพ้นื ฐานของคุณธรรม จริยธรรม

ผลการเรียนรู้
1. อธิบายการเผยแผ่พระพุทธศาสนาสปู่ ระเทศต่างๆ ท่ัวโลก
2. วเิ คราะหค์ วามสาคัญของพระพุทธศาสนาในฐานะทชี่ ่วยสร้างสรรค์ อารยธรรมและความสงบสขุ แก่โลก
3. อภิปรายความสาคัญของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ีตนนับถือกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการ

พัฒนาอย่างยง่ั ยืน
4. วิเคราะหพ์ ุทธประวัตจิ ากพระพุทธรูปปางต่าง ๆ
5. วิเคราะห์และประพฤติตนตามแบบอย่างการดาเนินชีวิตและข้อคิดจากประวัติสาวก ชาดก เรื่องเล่า

และศาสนิกชนตวั อย่างตามท่ีกาหนด
6. อธิบาย สังฆคุณ และ ข้อธรรมสาคัญในกรอบอรยิ สัจ ๔ หรอื หลักธรรมของพระพุทธศาสนา
7. วเิ คราะห์หน้าทีแ่ ละบทบาทของสาวกและปฏิบัตติ นตอ่ สาวกตามท่ีกาหนดได้ถูกต้อง
8. ปฏบิ ัติตนอย่างเหมาะสมต่อบุคคลตา่ งๆ ตามหลกั ศาสนาตามที่กาหนด
9. ปฏบิ ตั ิหนา้ ทข่ี องศาสนกิ ชนท่ดี ี
10.แสดงตน เปน็ พุทธมามกะหรือแสดงตนเป็นศาสนิกชนของพระพุทธศาสนา
11.นาเสนอแนวทางในการธารงรักษาพระพุทธศาสนา
รวมท้ังหมด 11 ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวิทยา พุทธศกั ราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 120

คาอธบิ ายรายวิชา

ส23204 อิสลามศึกษา 6 สาระการเรยี นร้สู งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต

.................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษาและการศรัทธาและคุณลักษณะของอัลลอฮฺตามเตาฮีดอัสมาอฺวัสซิฟาอฺ ประโยชน์ของเตาฮีดอูลู

ฮียะฮฺ หลักการเตาฮีดตามแนวสะลัฟ เตาฮีดอัร-รูบูอียะฮฺ เตาฮีดอัลอูลูฮียะฮฺ เตาฮีดอัสมาอฺวัสซิฟาอฺ

บทลงโทษของชีริกอัสมาอฺวัสซิฟาอฺ เห็นคุณค่าและปฏิบัติการประกอบพิธีฮัจญ์และอุมเราะฮฺ การกุรบานและ

อากีเกาะฮฺ การจัดการญะนาซะฮฺ การบริโภคอาหารและเครื่องดื่มท่ีฮะลาล ฮะรอม ชีวประวัติ คุณลักษณะ

บทบาทหน้าที่ จริยธรรม การเผยแผ่ศาสนาของบรรดารอซูล อูลุลอัซมีย์ ยุทธศาสตร์ของนาบีมูฮาหมัดในการ

แก้ปัญหา และประวัติความเป็นมาความเจริญรุ่งเรืองในสมัยคอลีฟะฮฺท้ัง 4 ศาสนสถานที่สาคัญในอิสลาม

ความยตุ ิธรรมความใฝุรู้ ใฝุเรียน ความสามัคคี อ่ามตามหลักการอ่านการบทบาทหน้าท่ี จริยธรรม การเผยแผ่

ศาสนาของบรรดารอซลู อูลลุ อซั มยี ์

โดยใช้กระบวนการสร้างความรู้ความเข้าใจ กระบวนการปฏิบัติและกะบวนการสร้างนิสัย เพื่อให้เกิด

ความรู้ ความเขา้ ใจ เหน็ คุณค่าและสามารถนาความรู้มาปฏิบัตใิ นชีวติ ประจาวัน

ผลการเรียนรู้
1. อธบิ ายการศรัทธาและคุณลกั ษณะของอลั ลอฮตฺ ามเตาฮีดอัสมาอฺวัสซฟิ าอฺ
2. อภิปรายประโยชน์ของเตาฮีดอูลูฮยี ะฮฺ หลักการเตาฮีดตามแนวสะลัฟ เตาฮีดอัร-รูบูอียะฮฺ เตาฮดี อลั อลู ูฮี

ยะฮฺ เตาฮีดอสั มาอฺวสั ซิฟาอฺ
3. เห็นคุณคา่ และปฏิบัตกิ ารประกอบพธิ ีฮัจญ์และอุมเราะฮฺ
4. อธบิ ายการกรุ บานและอากีเกาะฮฺ การจัดการญะนาซะฮฺ
5. วิเคราะห์การบรโิ ภคอาหารและเครอื่ งดม่ื ที่ฮะลาล ฮะรอม
6. วิเคราะห์บทบาทหน้าที่ จรยิ ธรรม การเผยแผ่ศาสนาของบรรดารอซลู อูลุลอัซมีย์
7. อ่านบทบาทหน้าท่ี จริยธรรม การเผยแผ่ศาสนาของบรรดารอซูล อลู ุลอซั มีย์
รวมทง้ั หมด 7 ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวทิ ยา พุทธศักราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 121

คาอธิบายรายวิชา : กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ขุ ศึกษาและพลศกึ ษา

คาอธบิ ายรายวชิ า

พ21101 สุขศกึ ษา 1 กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ุขศึกษาและพลศึกษา

ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ

.................................................................................................................................................................................................................................

ศกึ ษาเพอ่ื ใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจ มีเจตคติและให้มีส่วนร่วมในการคิด วิเคราะห์เร่ืองการเจริญเติบโต

พัฒนาการของมนุษย์ การปฏิบัติตนในการดูแลรักษาสุขภาพ และพัฒนาการของร่างกายตนเอง ชีวิตและ

ครอบครัว สุขภาพทางเพศในวัยร่นุ การเกดิ โรค ความตา้ นทานโรคและการปอู งกันโรค สิทธิผูบ้ ริโภคและสถาน

บรกิ ารสุขภาพ

โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ ความเข้าใจ กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด

วิเคราะห์ กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ การสืบค้นข้อมูล การ

สรุปใจความสาคญั และการนาเสนอ

เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ และเห็นคุณค่าเก่ียวกับการมีสุขภาพท่ีดีท้ังทางร่างกาย จิตใจ และ

อารมณ์ มีทักษะและมคี วามสามารถในการคน้ หาแนวปฏิบตั กิ ารแก้ปัญหา เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพ

คุณธรรม จริยธรรม สามารถส่ือสารกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนาไปปฏิบัติในชีวิตประจาวันจนเป็น

สุขนิสัย มีความรับผิดชอบ มีวินัย สามัคคี ซื่อสัตย์และมีคุณลักษณะอันพ่ึงประสงค์ มีความพึ่งพอใจในการ

เรียนวชิ าสขุ ศกึ ษา

รหสั ตวั ชี้วดั
พ 1.1 ม.1/1 ม.1/2
พ 2.1 ม.1/3 ม.1/4
รวมทง้ั หมด 4 ตวั ช้วี ัด

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวทิ ยา พทุ ธศักราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 122

คาอธบิ ายรายวิชา

พ21102 พลศึกษา 1 กลุม่ สาระการเรียนรูส้ ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา

ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ

.................................................................................................................................................................................................................................

ศกึ ษาหลักการเคล่อื นไหว ตลอดจนมที ักษะปฏิบตั เิ กยี่ วกบั การสรา้ งเสริมและพัฒนาการเคลือ่ นไหว

แบบต่างๆ สามารถนาไปใชใ้ นการเลน่ เกม กีฬาไทยและกฬี าสากลได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ โดยร่วมเล่นและ

แข่งขันอย่างสนุกสนานและปลอดภัย ปฏบิ ตั ิได้ตามกฎ กติกา หลกั การรุก การปูองกัน มนี ้าใจนักกีฬา มจี ติ

วิญญาณในการแขง่ ขัน มีสนุ ทรียภาพของการกีฬา ทง้ั ในการเลน่ การดู และการแข่งขัน แสดงออกถึงความ

ร่วมมือ ความรับผิดชอบตนเองในการร่วมกจิ กรรม มีการวางแผนในการออกกาลงั กาย และการเล่นกีฬา เพ่ือ

พฒั นาบคุ ลกิ ภาพและสมรรถภาพของตนเองเปน็ ประจาสม่าเสมอ รวมทง้ั รู้จักการสรา้ งเสริมสขุ ภาพและ

สมรรถภาพ มีคุณลักษณะท่พี ึงประสงค์

รหัสตัวชี้วัด
พ 3.1 ม. 1/1 ม. 1/2 ม. 1/3
พ 3.2 ม. 1/1 ม. 1/2 ม. 1/3 ม. 1/4
รวมทั้งหมด 9 ตวั ช้วี ัด

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวทิ ยา พทุ ธศักราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 123

คาอธบิ ายรายวชิ า

พ21103 สุขศกึ ษา 2 กลมุ่ สาระการเรียนร้สู ุขศึกษาและพลศึกษา

ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต

.................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษาเพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจ มีเจตคติและให้มีส่วนร่วมในการคิด วิเคราะห์เร่ืองอาหารและ
โภชนาการ การส่งเสริมสุขภาพทางกายและจิต พฤติกรรมเส่ียงต่อสุขภาพและความปลอดภัยในชีวิต การจุด
การกบั อารมณ์และความเครียด ยาละสารเสพติดใหโ้ ทษ ความรุนแรง

โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ ความเข้าใจ กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด
วิเคราะห์ กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ การสืบค้นข้อมูล การ
สรุปใจความสาคัญและการนาเสนอ

เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ และเห็นคุณค่าเก่ียวกับการมีสุขภาพท่ีดีทั้งทางร่างกาย จิตใจ และ
อารมณ์ มีทกั ษะและมีความสามารถในการค้นหาแนวปฏิบตั กิ ารแก้ปัญหา เพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพ
คุณธรรม จริยธรรม สามารถสื่อสารกับผู้อ่ืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนาไปปฏิบัติในชีวิตประจาวันจนเป็น
สุขนิสัย มีความรับผิดชอบ มีวินัย สามัคคี ซ่ือสัตย์และมีคุณลักษณะอันพึ่งประสงค์ มีความพ่ึงพอใจในการ
เรยี นวชิ าสุขศกึ ษา

รหัสตวั ช้ีวดั
พ 4.1 ม.1/3 ม.1/4
พ 5.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4
รวมทง้ั หมด 6 ตวั ช้ีวดั

=
หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวิทยา พทุ ธศกั ราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 124

คาอธบิ ายรายวิชา

พ21104 พลศึกษา 2 กลมุ่ สาระการเรียนร้สู ุขศกึ ษาและพลศึกษา

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ชัว่ โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ

.................................................................................................................................................................................................................................

ศกึ ษา อธิบาย วิเคราะห์ ความสาคัญของการออกกาลงั กาย การเลน่ กฬี า รูปแบบการเลน่ ความ

แตกต่างของวธิ กี ารเล่น เลอื กเขา้ ร่วมกีฬาตามความถนดั และความสนใจ ปฏิบตั ิตาม กฎ กตกิ าและข้อตกลง

รว่ มมอื ในการเล่นกีฬาและการทางานเป็นทีม กาย ยอมรับความสามารถและความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคลใน

การเล่นกีฬา การทดสอบสมรรถภาพทางกาย

เพอื่ ให้มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ ความหมาย ความสาคญั เห็นคณุ คา่ ของตนเองและผอู้ ื่น ศกึ ษาหา

ความรู้ องคป์ ระกอบของสมรรถภาพทางกายเพ่ือสขุ ภาพ มที ักษะการเคลื่อนไหวในชวี ิตประจาวนั มที ักษะ

การเคลื่อนไหวเบือ้ งต้นมรี ะเบียบวินัยเคารพสิทธิกฎและกติกา เข้าร่วมกจิ กรรมทางกายอยา่ งสม่าเสมอ มี

สมรรถภาพทางกายเพอื่ สุขภาพ รักการออกกาลงั กายและการเลน่ กฬี า มีนา้ ใจนักกีฬา เปน็ ผู้นาและผตู้ ามที่ดี

ช่นื ชมในสนุ ทรียภาพของกีฬา เอ้อื อาทร เสียสละและคานึงถงึ ส่วนรวม มีจติ วญิ ญาณในการแข่งขนั และ

รว่ มมืออย่างสนั ติ รับผิดชอบหนา้ ทท่ี ่ไี ด้รบั มอบหมาย มจี ติ สานกึ ในการใชเ้ วลาให้เปน็ ประโยชนแ์ ละสรา้ งสรรค์

และพยายามแก้ไขข้อบกพรอ่ งของตนเอง

รหสั ตัวชี้วดั
พ 3.2 ม. 1/1 ม.1//2 ม.1/3
รวมท้งั หมด 3 ตวั ชว้ี ัด

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวทิ ยา พทุ ธศักราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 125

คาอธิบายรายวิชา

พ22101 สุขศกึ ษา 3 กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ุขศกึ ษาและพลศึกษา

ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ช่วั โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต

.................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษาเพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจ มีเจตคติและให้มีส่วนร่วมในการคิด วิเคราะห์ ในเรื่องการ

เจริญเติบโตและพัฒนาการของวัยต่างๆ คุณค่าของชีวิต ครอบครัว การสร้างเสริมสุขภาพทางเพศของวัยรุ่น

อาหาร โภชนาการเพ่ือการสร้างเสริมสุขภาพ ความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพกายกับสุขภาพจิต การดูแลตนเอง

และการปูองกันโรคตดิ ตอ่ โรคไมต่ ิดตอ่

โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ ความเข้าใจ กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด

วิเคราะห์ กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ การสืบค้นข้อมูล การ

สรุปใจความสาคญั และการนาเสนอ

เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจ และเห็นคุณค่าเกี่ยวกับการมีสุขภาพที่ดีทั้งทางร่างกาย จิตใจ และ

อารมณ์ มที ักษะและมีความสามารถในการค้นหาแนวปฏิบตั กิ ารแก้ปัญหา เพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพ

คุณธรรม จริยธรรม สามารถสื่อสารกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนาไปปฏิบัติในชีวิตประจาวันจนเป็น

สุขนิสัย มีความรับผิดชอบ มีวินัย สามัคคี ซื่อสัตย์และมีคุณลักษณะอันพึ่งประสงค์ มีความพ่ึงพอใจในการ

เรยี นวชิ าสุขศึกษา

รหสั ตัวช้ีวดั
พ 1.1 ม.2/1 ม.2/2
พ 2.1 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4
รวมท้งั หมด 6 ตวั ช้วี ัด

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวทิ ยา พุทธศกั ราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 126

คาอธบิ ายรายวชิ า

พ22102 พลศกึ ษา 3 กลมุ่ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศกึ ษา

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ

.................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษา นาหลักการความรู้การปฏิบัติทักษะการเคล่ือนไหวในการเลน่ กีฬาไทย และกีฬาสากลทั้ง

ประเภทบุคคลและประเภททีมโดยการเลือกกจิ กรรมการออกกาลงั กาย การเลน่ กีฬา เพื่อพัฒนาทางดา้ น

ร่างกาย อารมณ์ สังคม สร้างเสริมสุขภาพท่ีดีในการออกกาลงั กายและเลน่ กีฬาเป็นประจาจนเป็นวิถชี ีวติ โดย

รว่ มเลน่ และแข่งขันอย่างสนกุ สนาน มีวินยั ปฏบิ ตั ติ ามกฎกตกิ า มกี ารวางแผนหลักการรุกและปูองกนั และรจู้ ัก

ประโยชน์ คณุ ค่าของการเล่นกีฬา การทางานเปน็ ทีม มีการรว่ มกจิ กรรมนันทนาการ และนาความร้แู ละ

หลักการที่ได้ไปปรบั ใช้ในชวี ติ ประจาวัน มีคณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์

รหสั ตัวชีว้ ัด
พ 3.1 ม. 2/1 ม. 2/2 ม. 2/3 ม. 2/4
พ 3.2 ม. 2/1 ม. 2/2 ม. 2/3 ม. 2/4 ม. 2/5
รวมทง้ั หมด 9 ตวั ช้วี ดั

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวทิ ยา พุทธศกั ราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 127

คาอธิบายรายวชิ า

พ22103 สขุ ศกึ ษา 4 กลุ่มสาระการเรียนร้สู ุขศกึ ษาและพลศึกษา

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต

.................................................................................................................................................................................................................................

ศกึ ษาเพ่ือให้ความรู้ ความเขา้ ใจ มีเจตคติและให้มีส่วนร่วมในการคิด วิเคราะห์ ในเร่ืองการจัดการกับ

อารมณ์ ความเครยี ด อบุ ัตเิ หตุ อุบตั ิภยั สารเสพตดิ ความรุนแรง การดแู ลตนเองและการปฐมพยาบาล

โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ ความเข้าใจ กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด

วิเคราะห์ กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ การสืบค้นข้อมูล การ

สรุปใจความสาคัญและการนาเสนอ

เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ และเห็นคุณค่าเกี่ยวกับการมีสุขภาพท่ีดีทั้งทางร่างกาย จิตใจ และ

อารมณ์ มที กั ษะและมคี วามสามารถในการคน้ หาแนวปฏิบัติการแก้ปัญหา เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพ

คุณธรรม จริยธรรม สามารถส่ือสารกับผู้อ่ืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนาไปปฏิบัติในชีวิตประจาวันจนเป็น

สุขนิสัย มีความรับผิดชอบ มีวินัย สามัคคี ซ่ือสัตย์และมีคุณลักษณะอันพึ่งประสงค์ มีความพ่ึงพอใจในการ

เรยี นวิชาสขุ ศกึ ษา

รหัสตวั ชวี้ ดั
พ 4.1 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม.2/4 ม.2/5
พ 5.1 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3
รวมท้งั หมด 8 ตวั ชี้วดั

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวทิ ยา พทุ ธศกั ราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 128

คาอธบิ ายรายวิชา

พ22104 พลศกึ ษา 4 กลุม่ สาระการเรียนรสู้ ุขศึกษาและพลศึกษา

ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หน่วยกิต

.................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษา อธบิ าย วเิ คราะห์ ความสาคญั ของสาเหตุการเปลยี่ นแปลงทางดา้ นร่างกาย จิตใจ อารมณ์

สังคมและสตปิ ัญญาจากการออกกาลงั กายและการเล่นกีฬาอย่างสม่าเสมอ ออกกาลังกายและเลน่ กฬี าตาม

ความถนัดและความสนใจ ความแตกตา่ งระหว่างบคุ คลเพื่อเปน็ แนวทางในการพัฒนาตนเอง วนิ ัย ปฏิบตั ิตาม

กฎ กติกา และข้อตกลงในการเล่นกฬี าที่เลือก วางแผนการรกุ และการปอู งกนั ในการเล่นกฬี าที่เลอื กนาไปใช้

ในการเล่นอยา่ งเหมาะสมกับทีมอยา่ งมงุ่ มัน่ พฒั นาสมรรถภาพทางกายตนเอง

โดยใช้กระบวนการปฏบิ ตั ิ การสารวจ การสบื ค้นข้อมูล การบนั ทึก เพื่อให้มีความรู้ ความ

เขา้ ใจ ความหมาย ความสาคญั เห็นคณุ คา่ ของตนเองและผู้อนื่ ศกึ ษาหาความรู้ องคป์ ระกอบของ

สมรรถภาพทางกายเพ่อื สุขภาพ มที กั ษะการเคล่ือนไหวในชีวิตประจาวัน มที ักษะการเคลือ่ นไหวเบ้ืองตน้ มี

ระเบียบวนิ ัยเคารพสทิ ธิกฎและกติกา เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางกายอยา่ งสม่าเสมอ มีสมรรถภาพ

ทางกายเพ่ือสขุ ภาพ รักการออกกาลงั กายและการเลน่ กีฬา มีนา้ ใจนกั กีฬา เปน็ ผู้นาและผตู้ ามท่ีดี ชนื่ ชมใน

สนุ ทรียภาพของกีฬา เออื้ อาทร เสยี สละและคานึงถึงสว่ นรวม มจี ิตวญิ ญาณในการแขง่ ขนั และร่วมมืออยา่ ง

สันติ รบั ผิดชอบหน้าที่ทีไ่ ด้รบั มอบหมาย มจี ิตสานึกในการใชเ้ วลาใหเ้ ป็นประโยชน์และสรา้ งสรรค์ และ

พยายามแกไ้ ขข้อบกพร่องของตนเอง

รหสั ตัวชี้วดั
พ 3.2 ม. 2/1 ม. 2/2 ม. 2/3 ม. 2/4 ม. 2/5
พ 4.1 ม.2/7
รวมท้ังหมด 6 ตัวชวี้ ดั

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวิทยา พทุ ธศักราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 129

คาอธิบายรายวชิ า

พ 23101 สขุ ศึกษา 5 กลมุ่ สาระการเรียนรู้สุขศึกษา พลศกึ ษา

ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ชวั่ โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ

.................................................................................................................................................................................................................................

ศกึ ษาเพือ่ ใหม้ ีความรู้ ความเข้าใจ มีเจตคติและใหม้ สี ว่ นรว่ มในการคดิ วิเคราะห์ เกี่ยวกับลักษณะและ

ปัจจัยที่มผี ลตอ่ พัฒนาการของบุคคลวัยทอง และวัยสูงอายุ อารมณ์ทางเพศ การสร้างสัมพันธภาพ ความเสี่ยง

ต่อการมีเพศสัมพันธ์ พฤติกรรมสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพ ภาวะโภชนาการ การดูแลรักษาสุภาพ

ตนเอง โรคไม่ตดิ ตอ่ สุขภาพผู้บริโภคและการคมุ้ ครองผ้บู ริโภค

โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ ความเข้าใจ กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด

วิเคราะห์ กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ การสืบค้นข้อมูล การ

สรปุ ใจความสาคัญและการนาเสนอ

เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจ และเห็นคุณค่าเกี่ยวกับการมีสุขภาพที่ดีทั้งทางร่างกาย จิตใจ และ

อารมณ์ มีทกั ษะและมีความสามารถในการค้นหาแนวปฏบิ ัตกิ ารแก้ปัญหา เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพ

คุณธรรม จริยธรรม สามารถสื่อสารกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนาไปปฏิบัติในชีวิตประจาวันจนเป็น

สุขนิสัย มีความรับผิดชอบ มีวินัย สามัคคี ซื่อสัตย์และมีคุณลักษณะอันพ่ึงประสงค์ มีความพึ่งพอใจในการ

เรยี นวิชาสขุ ศกึ ษา

รหสั ตวั ชวี้ ัด ม.3/4
พ 1.1 ม.3/1 ม.3/2
พ 2.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3
รวมทั้งหมด 6 ตัวช้ีวัด

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวิทยา พุทธศักราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 130

คาอธบิ ายรายวิชา

พ23102 พลศกึ ษา 5 กลมุ่ สาระการเรยี นรูส้ ขุ ศึกษาและพลศกึ ษา

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หน่วยกิต

.................................................................................................................................................................................................................................

ศกึ ษา หลักการ ความร้แู ละทกั ษะในการเคลื่อนไหว กจิ กรรมทางกาย การเล่นเกม และการเลน่ กีฬา

ไทยและกีฬาสากล ทัง้ ประเภทบคุ คลและประเภททีม โดยออกกาลงั กายและเล่นกฬี าอยา่ งสม่าเสมอ และนา

หลกั การจากการเล่นไปพฒั นาคุณภาพชีวติ ของตนเองดว้ ยความภาคภูมิใจ และนาเทคนิควธิ ีการรกุ การ

ปูองกัน ปฏิบัตติ นตามกฎ กติกา มารยาทผเู้ ลน่ และผู้ดูที่ดี และทักษะพน้ื ฐานของการกีฬา โดยเข้ารว่ มกจิ กรรม

นนั ทนาการ การแขง่ ขันด้วยความสนกุ สนาน ปลอดภยั มคี ุณลกั ษณะที่พึงประสงค์

รหสั ตวั ชีว้ ัด ม. 3/4 ม. 3/5
พ 3.1 ม. 3/1 ม. 3/2 ม. 3/3
พ 3.2 ม. 3/1 ม. 3/2 ม. 3/3
รวมทั้งหมด 8 ตัวชี้วดั

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวิทยา พทุ ธศกั ราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 131

คาอธบิ ายรายวิชา

พ23103 สขุ ศึกษา 6 กลุม่ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา

ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ช่วั โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ

.................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษาเพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจ มีเจตคติและให้มีส่วนร่วมในการคิด วิเคราะห์ เก่ียวกับการสร้าง

เสริมสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี อารมณ์ ความเครียด ปัจจัยและพฤติกรรมเส่ียงทางสุขภาพ ความ

ปลอดภัยในการประกอบอาชีพ สารเสพติด อุบตั เิ หตุ ความรนุ แรงและการปฐมพยาบาล

โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ ความเข้าใจ กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด

วิเคราะห์ กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ การสืบค้นข้อมูล การ

สรปุ ใจความสาคัญและการนาเสนอ

เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ และเห็นคุณค่าเกี่ยวกับการมีสุขภาพที่ดีทั้งทางร่างกาย จิตใจ และ

อารมณ์ มที กั ษะและมคี วามสามารถในการค้นหาแนวปฏบิ ตั กิ ารแก้ปัญหา เพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพ

คุณธรรม จริยธรรม สามารถส่ือสารกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนาไปปฏิบัติในชีวิตประจาวันจนเป็น

สุขนิสัย มีความรับผิดชอบ มีวินัย สามัคคี ซื่อสัตย์และมีคุณลักษณะอันพ่ึงประสงค์ มีความพ่ึงพอใจในการ

เรียนวิชาสขุ ศึกษา

รหัสตวั ชี้วัด ม.3/4
พ 4.1 ม.3/1 ม.3/2
พ 5.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3
รวมทัง้ หมด 6 ตัวช้วี ัด

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวิทยา พทุ ธศักราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 132

คาอธิบายรายวชิ า

พ23104 พลศกึ ษา 6 กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต

.................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษา วเิ คราะห์ เก่ยี วกับมารยาทในการเลน่ และการดูกฬี าดว้ ยความมีน้าใจนักกีฬา ออกกาลงั กาย

และเล่นกีฬาอยา่ งสมา่ เสมอ นาแนวคิดหลกั การจากการเล่นทั้งประเภทบุคคลและประเภททีม กฎ กติกาและ

ข้อตกลงในการเลน่ กฬี า วธิ กี ารประยกุ ตใ์ ช้กลวีในการรุกและการปูองกนั ในการเลน่ กฬี าได้ตามสถานการณ์

ของการเล่น พัฒนาสขุ ภาพตนเองทเ่ี กดิ จากการออกกาลังกายและการเล่นกีฬา ทดสอบสมรรถภาพทางกาย

โดยใช้กระบวนการฝึกปฏิบัติ เพื่อให้มีความรู้ เหน็ คุณค่าของตนเองและผู้อนื่ ศึกษาหา

ความรู้ องคป์ ระกอบของสมรรถภาพทางกายเพ่ือสขุ ภาพ มที ักษะการเคล่ือนไหวในชวี ิตประจาวนั

มที กั ษะการเคล่ือนไหวเบอ้ื งต้นมรี ะเบียบวนิ ยั เคารพสทิ ธิกฎและกติกา เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางกายอย่าง

สม่าเสมอ มีสมรรถภาพทางกายเพ่ือสขุ ภาพ รกั การออกกาลงั กายและการเลน่ กีฬา มีน้าใจนักกีฬา เปน็ ผนู้ า

และผตู้ ามที่ดี ชื่นชมในสนุ ทรียภาพของกีฬา เอื้ออาทร เสยี สละและคานงึ ถึงสว่ นรวม มจี ิตวญิ ญาณในการ

แขง่ ขนั และร่วมมืออย่างสันติ รบั ผิดชอบหนา้ ท่ีทไี่ ด้รับมอบหมาย มจี ติ สานกึ ในการใชเ้ วลาให้เปน็ ประโยชน์

และสร้างสรรค์ และพยายามแก้ไขข้อบกพร่องของตนเอง

รหัสตัวชว้ี ัด
พ 3.2 ม. 3/1 ม. 3/2 ม. 3/3 ม. 3/4 ม. 3/5
พ 4 .1 ม. 3/5
รวมท้งั หมด 6 ตวั ชวี้ ัด

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวิทยา พทุ ธศกั ราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 133

คาอธิบายรายวิชา

พ20201 ฟุตบอล กลุม่ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศกึ ษา

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ เวลา 20 ชวั่ โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ

.................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษาเพื่อให้มีความรู้, ความเข้าใจ มีเจตคติ ตลอดจนมีทักษะ, ปฏิบัติเก่ียวกับการเสริมสร้าง

พัฒนาการเคลื่อนไหวแบบต่าง ๆ สามารถนาไปใช้ในการเล่นฟุตบอลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยร่วมเล่นและ

แข่งขันอย่างสนุกสนานและปลอดภัย ปฏิบัติตามกฎกติกา หลักการรุก การปูองกัน มีน้าใจนักกีฬามีจิต

วิญญาณในการแข่งขัน มีสุนทรียภาพของการกีฬาทั้งการเล่น การดู และการแข่งขัน แสดงออก ทั้งร่วมมือ

ความรบั ผิดชอบในการร่วมกิจกรรม มีการวางแผนการออกกาลงั กาย และการเล่นกฬี า เพื่อพัฒนาบุคลิกภาพ

และสมรรถภาพของตนเองเป็นประจาสม่าเสมอ รวมทั้งรู้จักการเสริมสร้างสุขภาพและสมรรถภาพมี

คุณลักษณะทีพ่ ึงประสงค์

ผลการเรยี นรู้
1. มีความรู้ ความเขา้ ใจ รู้คณุ คา่ และมีทักษะปฏบิ ตั ิการทดสอบสมรรถภาพ
2. มีความรู้ ความเข้าใจ เหน็ คุณคา่ ของการออกกาลงั กายเล่นกฬี าสมา่ เสมอ
3. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะการเคล่อื นไหวในการเล่นกฬี า
4. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ ปฏบิ ตั ทิ ักษะการจับบอลได้
5. มคี วามรู้ ความเข้าใจ ปฏบิ ตั ทิ กั ษะการสง่ บอล
6. มีความรู้ ความเขา้ ใจ ปฏิบตั ิทกั ษะการเล่นลกู ศรี ษะ
7. มีความรู้ ความเขา้ ใจ ปฏิบัติทกั ษะการครองบอล
8. มคี วามรู้ ความเข้าใจ ปฏิบตั ิทักษะการยงิ ประตู
9. มีความรู้ ความเข้าใจ ทกั ษะในการเลน่ ทมี
10.อธิบายกฎกตกิ าการแขง่ ขันและการเลน่ ทมี ได้
รวมท้งั หมด 10 ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวิทยา พทุ ธศักราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 134

คาอธบิ ายรายวชิ า

พ20202 แบดมนิ ตนั กลมุ่ สาระการเรียนรู้สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา

ชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนตน้ เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หน่วยกติ

.................................................................................................................................................................................................................................

ศกึ ษาเพ่ือใหม้ ีความรู,้ ความเขา้ ใจ เกย่ี วกับการเสรมิ สร้างสขุ ภาพ การสร้างสมรรถภาพทางกาย การ

ทดสอบสมรรถภาพทางกาย การบรหิ ารรา่ งกายท่ัวไปและการบริหารรา่ งกายสาหรับกีฬาแบดมนิ ตัน ความรู้

ทัว่ ไปเกยี่ วกบั ประวัติ ความเป็นมา กติกา การเล่นกฬี าแบดมินตัน ขณะการรุกและการปอู งกันในการเล่นกฬี า

แบดมนิ ตัน การแข่งขนั กีฬาแบดมนิ ตันประเภทเดี่ยว การแข่งขันกฬี าแบดมินตันประเภทคู่ การแขง่ ขนั กีฬา

แบดมินตนั ประเภทคผู่ สม ความปลอดภัยในการเล่น ตลอดจนนาหลกั การทางวิทยาศาสตร์การเคลอ่ื นไหวไปใช้

ในการออกกาลังกาย

นาทกั ษะกระบวนการคิด วิเคราะหแ์ ละปฏบิ ัตมิ าใช้ในการคดิ วเิ คราะหแ์ ละปฏบิ ัติ เก่ยี วกบั ความ

ปลอดภัยในการเล่นกีฬาแบดมินตัน การรกุ และการปูองกันในการเลน่ กีฬาแบดมนิ ตัน การแข่งขนั กฬี า

แบดมินตันประเภทเด่ยี ว การแข่งขนั กฬี าแบดมนิ ตันประเภทคู่ การแขง่ ขันกีฬาแบดมนิ ตันประเภทคูผ่ สม

ตลอดจนนาหลกั การทางวิทยาศาสตร์การเคล่ือนไหวไปใชใ้ นการออกกาลงั กาย โดยใช้กีฬาแบดมนิ ตนั เปน็ ส่ือ

ยอมรับและเห็นคุณคา่ ของการออกกาลงั กาย และการเล่นกีฬาแบดมนิ ตนั โดยปฏบิ ัตติ นตามสิทธิ กฎ

กติกาความรบั ผดิ ชอบตามบทบาทและหนา้ ทีท่ ่ีไดร้ ับมอบหมาย ช่นื ชมสุนทรภี าพในการเล่น การดู การแข่งขัน

เป็นประจาสมา่ เสมอ มนี ้าใจนกั กฬี า มรี ะเบยี บวนิ ยั มคี ณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ และสามารถนาไปใช้

ประโยชน์ในชีวติ ประจาวนั

ผลการเรยี นรู้
1. มีความรู้ ความเขา้ ใจ สามารถปฏบิ ัตติ นตามกฎเกณฑ์ ระเบียบการเรียน ระเบียบการวดั ผลประเมนิ ผล

รายวชิ าแบดมินตัน พ21202 ไดถ้ กู ตอ้ ง 100 % มีความรู้ ความเข้าใจ และปฏิบตั ิเกย่ี วกับกีฬาแบดมินตัน
กระบวนการทดสอบสมรรถภาพทางกาย ไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง 80% ตลอดจนมคี วามปลอดภัย สนุกสนาน มี
น้าใจนักกีฬา มีระเบยี บวนิ ัย มคี ณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ และสามารถนาไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน
2. มีความรู้ ความเขา้ ใจ และปฏิบตั กิ ารบริหารร่างกายท่วั ไป การบรหิ ารรา่ งกายสาหรับกีฬาแบดมินตนั และ
วิเคราะหค์ วามสาคญั และประโยชน์ของการออกกาลังกายดว้ ยการเล่นแบดมนิ ตันได้อยา่ งถูกตอ้ ง 80%
ยอมรับและเหน็ คณุ ค่าของการออกกาลงั กาย เลน่ กีฬาอย่างสม่าเสมอ ตลอดจนมีความปลอดภยั สนกุ สนาน
มนี า้ ใจนกั กฬี า มีระเบยี บวินยั มีคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ และสามารถนาไปใชป้ ระโยชน์ ในชวี ิตประจาวนั
3. มีความรู้ ความเขา้ ใจ สามารถฝกึ ทักษะการเคล่ือนไหวและการสรา้ งความคนุ้ เคยกบั กีฬาแบดมนิ ตัน รปู แบบ
การเคลือ่ นไหวต่างๆ ขณะรุกและปูองกันในการเล่นกฬี าแบดมนิ ตนั การแขง่ ขันกฬี า แบดมินตันประเภทเดี่ยว
การแขง่ ขันกฬี าแบดมนิ ตันประเภทคู่ การแขง่ ขนั กฬี าแบดมนิ ตันประเภท คู่ผสมได้อย่างถูกต้อง 80%
ตลอดจนมีความปลอดภัย สนกุ สนาน มนี ้าใจนักกฬี า มรี ะเบียบวินัย มคี ุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ และ
สามารถนาไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน
4. มีความรู้ ความเขา้ ใจ และวเิ คราะหก์ ารใชก้ ล้ามเน้ือตามหลกั การทางวิทยาศาสตร์ การเคล่ือนไหว เกี่ยวกบั
การเล่นกีฬาแบดมินตนั เชน่ การเคลอื่ นไหวขณะรกุ และการปอู งกันในการเล่นกฬี าแบดมินตนั การแขง่ ขนั กีฬา
แบดมนิ ตนั ประเภทเดี่ยว การแขง่ ขนั กีฬาแบดมินตันประเภทคู่ การแข่งขนั กฬี า แบดมินตันประเภทค่ผู สมได้
อย่างถกู ต้อง 80% ตลอดจนมคี วามปลอดภยั สนุกสนาน มีน้าใจนกั กีฬา มรี ะเบยี บวินัย มีคณุ ลกั ษณะอัน
พงึ ประสงค์ และสามารถนาไปใช้ประโยชนใ์ นชีวิตประจาวนั
รวมทง้ั หมด 4 ผลการเรยี นร

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวิทยา พุทธศักราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 135

คาอธบิ ายรายวิชา

พ20203 ยดื หยนุ่ 1 กล่มุ สาระการเรียนรู้สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา

ชน้ั มธั ยมศึกษาตอนตน้ เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หน่วยกิต

.................................................................................................................................................................................................................................

ศกึ ษาเพื่อใหม้ ีความรู,้ ความเขา้ ใจ เกีย่ วกบั การเสริมสรา้ งสุขภาพ การสรา้ งสมรรถภาพทางกาย การ

ทดสอบสมรรถภาพ การบริหารรา่ งกายทัว่ ไปและการบรหิ ารรา่ งกายสาหรบั กีฬายดื หย่นุ ความรูท้ ่ัวไปเกีย่ วกับ

ประวัตคิ วามเปน็ มา การเล่นกฬี ายืดหยนุ่ หลักการ รปู แบบการเคลอื่ นไหวต่าง ๆ ปฏิบตั ิการม้วนหน้าขางอ ขา

แยก ขาเหยียด มว้ นหลังขางอ ขาแยก ขาเหยยี ด ม้วนหลังหกสูง ลอ้ เกวียน ความปลอดภัยในการเล่นกีฬา

ยดื หย่นุ ตลอดจนการนาหลักการทางวทิ ยาศาสตร์ การเคลื่อนไหว ไปใช้ในการออกกาลังกาย

ยอมรบั และเห็นคณุ ค่าของการออกกาลังกาย และการเล่นกฬี ายดื หยนุ่ โดยการปฏบิ ตั ติ น ตามกฎ

กติกา ความรบั ผดิ ชอบตามบทบาทและหน้าทท่ี ่ีได้รับมอบหมาย ให้ความรว่ มมือ เปน็ ผู้ท่มี ีนา้ ใจนกั กีฬา ช่ืนชม

สนุ ทรภี าพในการเล่น การดูแลการแข่งขนั เป็นประจาสมา่ เสมอ

มคี วามรู้ ความเข้าใจ รู้จกั วางแผน เลือกปฏบิ ัติ ปรบั ปรุงแกไ้ ข และพฒั นาสมรรถภาพทางกาย

สมรรถภาพทางจิตใจ และสมรรถภาพทางกลไก โดยใชก้ ีฬายืดหย่นุ เป็นส่ือ เพื่อใหเ้ ป็นผ้มู สี รรถภาพทางกาย

และทางจติ ทดี่ ีตลอดจนเหน็ คุณคา่ และนาไปปฏบิ ตั ิในชวี ิตประจาวนั

ผลการเรียนรู้
1. มีความรู้ ความเข้าใจ ร้คู ุณค่าและมที ักษะปฏิบัตกิ ารทดสอบสมรรถภาพ
2. มีความรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณคา่ ของการออกกาลงั กายและเล่นกีฬาสมา่ เสมอ
3. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ ปฏิบตั กิ าร มว้ นหนา้ ขางอ ขาแยกได้
4. มคี วามรู้ ความเข้าใจ ปฏิบัตกิ าร มว้ นหน้าขาเหยียดได้
5. มคี วามรู้ ความเข้าใจ ปฏิบัตกิ าร มว้ นหลงั ขางอ ขาเหยียดได้
6. มคี วามรู้ ความเข้าใจ ปฏบิ ัตกิ าร มว้ นหลังขาเหยยี ดได้
7. มคี วามรู้ ความเข้าใจ ปฏิบตั กิ ารนง่ั ยืน กระโดดพุ่งมว้ นได้
8. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ ปฏบิ ัติการเลน่ ท่าหกกบ หกสามเสา้ หกสงู ได้
รวมท้ังหมด 8 ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวทิ ยา พุทธศกั ราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 136

คาอธิบายรายวิชา

พ20204 ยดื หยุ่น 2 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา

ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หน่วยกิต

.................................................................................................................................................................................................................................

ศกึ ษาเพื่อใหม้ ีความรู้ ความเข้าใจ เกีย่ วกับการเสรมิ สร้างสุขภาพ การสรา้ งสมรรถภาพทางกาย การ

ทดสอบสมรรถภาพ การบรหิ ารร่างกายทว่ั ไปและการบริหารร่างกายสาหรับกีฬายืดหยนุ่ ความรู้ทัว่ ไปเก่ียวกบั

ประวัติความเปน็ มา การเลน่ กีฬายืดหยนุ่ หลกั การ รปู แบบการเคลื่อนไหวตา่ ง ๆ ปฏบิ ัตกิ ารมว้ นหนา้ ราวด๊อบ

แบ็ควอก ขว้อนวอก ควกิ เควค็ ความปลอดภัยในการเล่นกีฬายืดหยุ่นตลอดจนการนาหลักการทาง

วิทยาศาสตร์ การเคล่ือนไหว ไปใช้ในการออกกาลังกาย

ยอมรับและเหน็ คุณค่าของการออกกาลงั กาย และการเลน่ กฬี ายืดหยุ่นโดยการปฏบิ ัติตน ตามกฎ

กติกา ความรับผดิ ชอบตามบทบาทและหนา้ ที่ท่ีได้รบั มอบหมาย ให้ความรว่ มมือ เป็นผ้ทู ีม่ นี ้าใจนักกฬี า ช่ืนชม

สนุ ทรีภาพในการเลน่ การดแู ลการแข่งขนั เปน็ ประจาสมา่ เสมอ

มคี วามรู้ ความเข้าใจ รู้จกั วางแผน เลอื กปฏิบตั ิ ปรับปรงุ แก้ไข และพัฒนาสมรรถภาพทางกาย

สมรรถภาพทางจิตใจ และสมรรถภาพทางกลไก โดยใชก้ ีฬายืดหยุ่นเป็นสื่อ เพื่อให้เป็นผู้มีสรรถภาพทางกาย

และทางจติ ทดี่ ีตลอดจนเห็นคุณค่าและนาไปปฏบิ ตั ิในชีวติ ประจาวนั

ผลการเรียนรู้
1. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ ปฏิบตั กิ ารตอ่ ตวั แบบตา่ งๆ ได้
2. มีความรู้ ความเขา้ ใจ ปฏบิ ัตกิ ารเล่นท่าลอ้ เกวยี นได้
3. มคี วามรู้ ความเข้าใจ ปฏิบตั ิการเล่นทา่ ราวดอ๊ ฟได้
4. มีความรู้ ความเข้าใจ ปฏิบตั ิการเล่นท่าแบค็ วอกได้
5. มีความรู้ ความเขา้ ใจ ปฏบิ ัติการเล่นท่าขว้อนวอกได้
6. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ ปฏบิ ัติการเล่นทา่ ควิกเคว็คได้
รวมท้งั หมด 6 ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวทิ ยา พุทธศกั ราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 137

คาอธิบายรายวชิ า

พ20205 ฟุตซอล กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ุขศึกษาและพลศกึ ษา

ชนั้ มธั ยมศึกษาตอนตน้ เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต

.................................................................................................................................................................................................................................

ศกึ ษา วเิ คราะห์ ความคดิ รวบยอด เก่ยี วกบั ประวตั ิ ความเป็นมาของกีฬาฟตุ ซอล การสรา้ งเสริม

และพฒั นาการเคลื่อนไหวแบบต่างๆ อุปกรณ์ การเกบ็ รักษาอปุ กรณ์ กตกิ าการเล่นกฬี าฟตุ ซอลอย่าง

ปลอดภัย วางแผนการแขง่ ขัน ร่วมเลน่ และแข่งขันกฬี าฟุตซอล อยา่ งสรา้ งสรรค์ มสี ุนทรยี ภาพของการ

กีฬา ทั้งในการเล่น การดูและการแข่งขัน แสดงออกถึงความรว่ มมือ ความรับผดิ ชอบ ร้จู กั การวางแผนใน

การออกกาลังกายและการเล่นกฬี าเพ่อื พัฒนาบุคลิกภาพและสมรรถภาพของตนเอง รวมทั้งร้จู กั การสร้างเสริม

สุขภาพและสมรรถภาพ มคี ุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ เห็นคุณค่าในการเขา้ รว่ มกจิ กรรมทางกายและเล่นกีฬา

อย่างมีความสุข ช่นื ชมในความงดงามของการกฬี า สามารถนาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวันได้

ผลการเรียนรู้
1. บอกความหมาย ประวัติความเปน็ มา และประโยชน์ที่ไดร้ ับจากการเลน่ กีฬาฟุตซอลได้
2. รู้และเข้าใจเกย่ี วกับการใช้อุปกรณ์และวธิ ีการเลน่ กีฬาฟุตซอลได้
3. มคี วามรแู้ ละเข้าใจ กฎ กติกา ของการเลน่ กีฬาฟุตซอลได้
4. ฝกึ ปฏิบัตกิ ารเล่นกีฬาฟุตซอลขน้ั พ้นื ฐานได้
5. นาทกั ษะท่ีได้ไปประยุกตใ์ ชใ้ นการเล่นกีฬาฟุตซอลได้
รวมท้งั หมด 5 ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวทิ ยา พุทธศกั ราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 138

คาอธบิ ายรายวิชา

พ20206 เปตอง กลมุ่ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศกึ ษา

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต

.................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษาเพ่ือให้มีความรู้, ความเข้าใจ มีเจตคติ และใหม้ ีสว่ นรว่ มในการคดิ วิเคราะห์ ตลอดจนมีทักษะ
ปฏบิ ัติเก่ียวกบั การสร้างเสริมสขุ ภาพและสมรรถภาพทางกาย การบริหารรา่ งกายสาหรับกีฬาเปตองและ
พฒั นาการเคลอื่ นไหวแบบต่าง ๆ สามารถนาไปใชใ้ นการเล่นกีฬาเปตอง ในเรื่องความรู้เบื้องต้นเก่ียวกับประวตั ิ
กฬี าเปตองปฏบิ ตั ิทกั ษะพ้ืนฐานการเล่นเปตอง ทกั ษะการเล่นเปตองเทคนคิ การเล่นเปตอง การเขา้ เกาะ การตี
กระทบ การเคล่อื นทขี่ องลกู เปตอง การเลน่ เป็นทมี ปฏิบตั ไิ ดต้ ามกฎ กติกา การแข่งขนั และอ่นื ๆ อย่าง
ถกู ต้องปลอดภัยและสนกุ สนาน พร้อมกับใหเ้ รยี นรู้ การปอู งกันการแกไ้ ข การสร้างเสรมิ สขุ ภาพ เพ่อื ให้รูห้ ลัก
และวธิ กี ารออกกาลังกายทีถ่ ูกตอ้ ง เพ่ือให้มีทักษะพัฒนาบุคลกิ ภาพและสมรรถภาพของตนเองเป็นประจา
สม่าเสมอ

โดยใช้กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคดิ วเิ คราะห์ ทักษะการนาเสนอขอ้ มูล การสรปุ ใจความสาคญั
การสบื ค้นข้อมลู ฝึกปฏิบตั ิ ลงมอื ปฏิบตั จิ ริงเกีย่ วกับความปลอดภัยในการเลน่ กีฬาเปตอง เทคนคิ การเข้าเกาะ
การตกี ระทบ การรกุ และการปอู งกันในการเล่นกีฬาเปตอง การแข่งขันกีฬาเปตองประเภทเดีย่ ว ประเภทคู่
ประเภททมี ตลอดจนนาหลกั การทางวิทยาศาสตร์การเคล่ือนไหวไปใชใ้ นการออกกาลงั กาย โดยใชก้ ีฬาเปตอง
เป็นส่ือ

ยอมรับและเหน็ คณุ ค่าของการออกกาลังกายและ การเลน่ กีฬาเปตอง ในการปฏิบตั ิกจิ กรรม เป็นผู้มี
น้าใจนกั กีฬา มจี ิตวิญญาณในการเล่นทีม มีสุนทรียภาพของการกฬี าทง้ั ในการเลน่ การดู และการแข่งขนั
แสดงออก ถงึ ความรว่ มมอื ความรบั ผดิ ชอบตนเอง มรี ะเบียบวินัย เหน็ คณุ ค่า มีคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
และสามารถนาไปประยุกต์ ให้เปน็ ประโยชนใ์ นชีวติ ประจาวัน

ผลการเรยี นรู้

1. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ และเหน็ คุณค่าของการออกกาลังกายในเรอ่ื งความรูท้ ่ัวไปเกีย่ วกับเปตอง อยา่ งมี
ระเบียบวินัย และสนกุ สนาน

2. มคี วามรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณค่าของการออกกาลังกายในการปฏบิ ัติทักษะการบริหารร่างกายและการ
เคลอ่ื นไหว อย่างมีระเบยี บวนิ ัยและ สนกุ สนาน

3. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ และเห็นคณุ ค่าของการออกกาลงั กายในการปฏบิ ัติทักษะพืน้ ฐานการเล่นเปตองอย่าง
มรี ะเบียบวินยั และสนุกสนาน

4. มีความรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณค่าของการออกกาลังกายในการปฏบิ ตั ิทักษะเทคนิคการเล่นเปตองอยา่ งมี
ระเบยี บวินัย และสนุกสนาน

5. มคี วามรู้ ความเข้าใจ และเห็นคณุ ค่าของการออกกาลงั กายในการปฏิบตั ทิ ักษะการเล่นเปตองและกลวธิ ี
หลกั การรุก การปูองกันอย่างสรา้ งสรรคใ์ นการเลน่ และแขง่ ขัน อยา่ งมรี ะเบยี บวนิ ัยและ สนุกสนาน

6. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ และเหน็ คณุ ค่าของการออกกาลงั กายในการปฏิบัตทิ ักษะตามกฎ กตกิ าการแข่งขัน
อยา่ งมีระเบยี บวินัย และสนุกสนาน

รวมทั้งหมด 6 ผลการเรียนรู

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวทิ ยา พุทธศกั ราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 139

คาอธิบายรายวชิ า

พ20207 ตะกร้อ กลมุ่ สาระการเรยี นรูส้ ุขศกึ ษาและพลศึกษา

ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนต้น เวลา 20 ชวั่ โมง จานวน 0.5 หน่วยกิต

.................................................................................................................................................................................................................................

ศกึ ษาเพ่ือใหม้ ีความร,ู้ ความเข้าใจ เก่ยี วกับการเสรมิ สร้างสุขภาพ การสร้างสมรรถภาพทางกาย การ

ทดสอบสมรรถภาพทางกาย การบรหิ ารร่างกายทว่ั ไปและการบรหิ ารรา่ งกายสาหรับกีฬาตะกร้อ ความร้ทู ั่วไป

เก่ยี วกบั ประวัติความเป็นมากตกิ าและมารยาทการเลน่ กีฬาตะกร้อการเลน่ ลูกขา้ งเทา้ ด้านใน การเล่นลกู หลัง

เท้า การเล่นลกู ด้วยเขา่ การเลน่ ลูกดว้ ยศีรษะ ทกั ษะการโต้คู่ ตลอดถงึ ความปลอดภัยในการเล่น การนา

หลกั การทางวิทยาศาสตร์การเคลอ่ื นไหวไปใช้ในการออกกาลังกาย

นาทักษะกระบวนการคิด วิเคราะห์และปฏบิ ตั มิ าใช้ในการคิด วิเคราะห์และปฏบิ ตั ิ เกยี่ วกบั ความ

ปลอดภยั ในการเล่นกีฬาตะกรอ้ การเล่นลูกขา้ งเท้าด้านใน การเล่นลูกหลงั เท้า การเลน่ ลกู ด้วยเขา่ การเล่นลูก

ดว้ ยศีรษะ ทักษะการโตค้ ู่ ตลอดจนนาหลกั การทางวิทยาศาสตรก์ ารเคลอื่ นไหวไปใช้ในการออกกาลังกาย โดย

ใชก้ ีฬาตะกร้อเป็นสอื่

ยอมรับและเหน็ คณุ ค่าของการออกกาลงั กาย และการเลน่ กฬี าตะกร้อการเล่นลูกข้างเท้าด้านใน การ

เล่นลกู หลังเทา้ การเลน่ ลกู ด้วยเขา่ การเล่นลกู ด้วยศีรษะ ทกั ษะการโตค้ ู่ โดยปฏบิ ัติตนตามสทิ ธิ กฎกตกิ า

ความรับผิดชอบตามบทบาทและหน้าทที่ ี่ไดร้ บั มอบหมาย ชื่นชมสนุ ทรีภาพในการเลน่ การดู การแขง่ ขนั เปน็

ประจาสม่าเสมอ มีนา้ ใจนกั กีฬา มีระเบยี บวินยั มีคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ และสามารถนาไปใช้ประโยชนใ์ น

ชวี ติ ประจาวัน

ผลการเรยี นรู้
1. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ สามารถปฏิบัตติ นตามกฎเกณฑ์ ระเบยี บการเรยี น ระเบยี บการวัดผลประเมินผล

รายวิชาตะกรอ้ พ22203 ไดถ้ ูกต้อง 100 % มคี วามรู้ ความเข้าใจ และปฏิบตั ิเกยี่ วกับกีฬาตะกร้อ
กระบวนการทดสอบสมรรถภาพทางกาย ได้อย่างถูกต้อง 80% ตลอดจนมีความปลอดภัย สนกุ สนาน มี
นา้ ใจนกั กีฬา มีระเบยี บวินัย มีคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ และสามารถนาไปใชป้ ระโยชนใ์ น ชวี ติ ประจาวัน
2. มีความรู้ ความเข้าใจ และปฏบิ ตั ิการบริหารรา่ งกายทว่ั ไป การบริหารร่างกายสาหรบั กีฬาตะกร้อ
วิเคราะหค์ วามสาคญั และประโยชนข์ องการออกกาลังกายด้วยการเล่นตะกร้อการเล่นลูกข้างเท้าด้านใน
การเลน่ ลกู หลงั เท้า การเล่นลูกดว้ ยเข่า การเล่นลกู ด้วยศีรษะ ทักษะการโต้คู่ ได้อย่างถกู ต้อง 80%
ยอมรบั และเหน็ คุณคา่ ของการออกกาลงั กาย เล่นกฬี าอยา่ งสม่าเสมอ ตลอดจนมีความปลอดภยั
สนุกสนานมนี า้ ใจนักกีฬา มีระเบยี บวินัย มีคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ และสามารถนาไปใช้ ประโยชน์ใน
ชวี ิตประจาวนั
3. มคี วามรู้ ความเข้าใจ สามารถฝึกทักษะการเคลื่อนไหวและการสรา้ งความคุ้นเคยกบั กีฬาตะกร้อ หลกั การ
รูปแบบการเคล่ือนไหวตา่ งๆขณะเล่นลกู ขา้ งเทา้ ดา้ นใน เลน่ ลกู หลังเทา้ เล่นลกู ด้วยเข่า เล่น ลกู ด้วยศรี ษะ
ทกั ษะการโตค้ ู่ ได้อย่างถกู ต้อง 80% ตลอดจนมีความปลอดภยั สนุกสนาน มีน้าใจ นกั กฬี า มีระเบียบ
วนิ ัย มคี ณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ และสามารถนาไปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวติ ประจาวนั
4. มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจและวเิ คราะหก์ ารใช้กล้ามเน้ือตามหลกั การทางวทิ ยาศาสตรก์ าร เคลื่อนไหวรูปแบบ
การเคลอื่ นไหวตา่ งๆ เช่นการเคลอื่ นไหวขณะปฏบิ ัติการเล่นลกู ข้างเท้าด้านใน การเล่นลกู หลงั เท้า การ
เล่นลูกดว้ ยเข่า การเล่นลูกด้วยศรี ษะ ทักษะการโต้คู่ ได้อยา่ งถูกต้อง 80% ตลอดจนมคี วามปลอดภัย
สนุกสนาน มีน้าใจนักกฬี า มีระเบียบวนิ ยั มคี ณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ และสามารถนาไปใชป้ ระโยชนใ์ น
ชีวติ ประจาวัน
รวมทง้ั หมด 4 ผลการเรยี น

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวทิ ยา พุทธศักราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 140

คาอธบิ ายรายวิชา

พ20208 มวยไทย กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ขุ ศึกษาและพลศึกษา

ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เวลา 20 ชวั่ โมง จานวน 0.5 หน่วยกติ

.................................................................................................................................................................................................................................

ศกึ ษาเพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจ เก่ยี วกบั การเสรมิ สร้างสุขภาพ การสร้างสมรรถภาพทางกาย การ

ทดสอบสมรรถภาพทางกาย การบริหารร่างกายท่วั ไปและการบรหิ ารรา่ งกายสาหรบั กฬี ามวยไทย ความรทู้ ั่วไป

เก่ียวกบั ประวตั ิ ความเป็นมา กติกา การแข่งขนั กีฬามวยไทย การการด์ มวยไทย การเตะ การชกหมัดฮคุ

การชกหมดั อัฟเปอร์คัต การถีบ การเขา่ การศอก ความปลอดภัยในการเลน่ ตลอดจนนาหลกั การทาง

วทิ ยาศาสตรก์ ารเคลอื่ นไหวไปใชใ้ นการออกกาลงั กาย

นาทักษะกระบวนการคดิ วเิ คราะห์และปฏบิ ตั ิมาใชใ้ นการคิด วเิ คราะห์และปฏิบตั ิ เก่ียวกบั ความ

ปลอดภัยในการเล่นกีฬามวยไทย การการ์ดมวยไทย การเตะ การชกหมดั ฮุค การชกหมัดอัฟเปอร์คตั การ

ถบี การเขา่ การศอก ตลอดจนนาหลกั การทางวิทยาศาสตร์การเคลือ่ นไหวไปใชใ้ นการออกกาลงั กาย โดยใช้

กีฬามวยไทยเป็นส่ือ

ยอมรับและเห็นคุณค่าของการออกกาลังกาย และการเล่นกฬี ามวยไทย โดยปฏบิ ตั ติ นตามสิทธิ กฎ

กติกาความรบั ผดิ ชอบตามบทบาทและหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับมอบหมาย ช่นื ชมสนุ ทรีภาพในการเลน่ การดู การแข่งขนั

เปน็ ประจาสม่าเสมอ มนี า้ ใจนกั กีฬา มรี ะเบียบวนิ ยั มคี ุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสามารถนาไปประยกุ ต์

ให้เป็นประโยชนใ์ นชีวิตประจาวนั

ผลการเรียนรู้
1. มีความรู้ ความเขา้ ใจ สามารถปฏบิ ตั ติ นตามกฎเกณฑ์ ระเบียบการเรียน ระเบยี บการวดั ผลประเมนิ ผล

รายวิชามวยไทย พ33202 ไดถ้ ูกต้อง 100 % มคี วามรู้ ความเข้าใจ และปฏิบตั เิ กีย่ วกบั กฬี ามวยไทย
กระบวนการทดสอบสมรรถภาพทางกาย ได้อยา่ งถูกต้อง 80% ตลอดจนมีความปลอดภยั สนกุ สนาน มี
น้าใจนกั กีฬา มรี ะเบยี บวินัย มีคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ และสามารถนาไปประยุกต์ ให้เป็น ประโยชน์ใน
ชวี ติ ประจาวนั
2. มคี วามรู้ ความเข้าใจ และปฏบิ ัตกิ ารบรหิ ารร่างกายทัว่ ไป การบรหิ ารรา่ งกายสาหรับกีฬามวยไทย และ
วิเคราะหค์ วามสาคญั และประโยชนข์ องการออกกาลงั กายด้วยการเล่นมวยไทยได้อยา่ งถกู ต้อง 80%
ยอมรบั และเห็นคณุ คา่ ของการออกกาลังกาย เลน่ กีฬาอยา่ งสมา่ เสมอ ตลอดจนมีความปลอดภยั
สนุกสนานมนี ้าใจนักกฬี า มีระเบยี บวินยั มคี ุณลักษณะอนั พึงประสงค์ และสามารถนาไปประยุกต์ ให้ เป็น
ประโยชน์ในชวี ติ ประจาวัน
3. มคี วามรู้ ความเข้าใจ สามารถฝกึ ทักษะการเคลอื่ นไหวและการสร้างความคุ้นเคยกับกีฬามวยไทย การ
การด์ มวยไทย การเตะ การชกหมดั ฮุค การชกหมดั อัฟเปอรค์ ตั การถบี การเข่า การศอก ไดอ้ ย่าง
ถกู ต้อง 80% ตลอดจนมีความปลอดภยั สนกุ สนาน มนี า้ ใจนักกีฬา มรี ะเบียบวินยั มีคุณลกั ษณะอนั พงึ
ประสงค์ และสามารถนาไปประยุกต์ ใหเ้ ปน็ ประโยชน์ในชวี ิตประจาวัน
4. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ และวิเคราะห์การใชก้ ล้ามเนอื้ ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ การ เคลื่อนไหว
เก่ยี วกับการเลน่ กฬี ามวยไทย การการ์ดมวยไทย การเตะ การชกหมัดฮุค การชกหมัดอัฟเปอรค์ ัต การ
ถีบ การเข่า การศอก ได้อย่างถกู ต้อง 80% ตลอดจนมคี วามปลอดภัย สนกุ สนาน มนี ้าใจนกั กีฬา มี
ระเบยี บวินัย มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสามารถนาไปประยุกต์ ให้เป็นประโยชน์ในชีวติ ประจาวัน
รวมท้ังหมด 4 ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวทิ ยา พทุ ธศักราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 141

คาอธบิ ายรายวิชา

พ20209 กจิ กรรมเขา้ จงั หวะ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา

ชั้นมธั ยมศึกษาตอนตน้ เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หน่วยกิต

.................................................................................................................................................................................................................................

ศกึ ษาหลกั การเก่ยี วกับกิจกรรมพลศึกษาและกีฬา การฝึกทักษะการบริหารร่างกาย การเคล่ือนไหว

พ้ืนฐานตามลาดับข้ันตอน โดยการพัฒนาตามศักยภาพของแต่ละคนอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และสนุกสนาน

มีทักษะ สมรรถภาพทางกายและจิตใจ มีระเบียบ เห็นคุณค่า และปฏิบัติในชีวิตประจาวัน อยู่ในสังคมอย่างมี

ความสุข

นาทักษะกระบวนการคิดวิเคราะห์และปฏิบัติมาใช้ในการคิดวิเคราะห์เกี่ยวกับการออกกาลังกายด้วย

กิจกรรมเข้าจังหวะ ตลอดจนนาหลักการทางวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวไปใช้ในการออกกาลังกาย โดยใช้

กจิ กรรมเข้าจงั หวะเปน็ ส่ือ

ยอมรับและเหน็ คณุ ค่าของการออกกาลังกายและการเล่นกจิ กรรมเข้าจังหวะ โดยปฏิบัติตามกฎกติกา

ความรับผิดชอบตามบทบาทหน้าที่ท่ีได้รับมอบหมาย มีน้าใจเป็นนักกีฬาในการเล่น การดูกิจกรรม เป็น

ประจาสม่าเสมอ สามารถไปใช้ในชวี ติ ประจาวันไดอ้ ยา่ งมีความสขุ

ผลการเรียนรู้
1. นกั เรยี นสามารถบอกมารยาทของกิจกรรมทค่ี วรทราบได้
2. นักเรียนสามารถปฏิบตั ิกายบริหารได้
3. นกั เรยี นสามารถปฏิบตั กิ ารเคลอ่ื นไหวเบ้อื งตน้ ได้
รวมทั้งหมด 3 ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวิทยา พทุ ธศักราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 142

คาอธิบายรายวิชา

พ20210 เทเบลิ เทนนสิ กลมุ่ สาระการเรียนรู้สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา

ช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนต้น เวลา 20 ชวั่ โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ

.................................................................................................................................................................................................................................

ศึกษาเพือ่ ใหม้ ีความร,ู้ ความเขา้ ใจ เก่ียวกับการเสริมสรา้ งสขุ ภาพ การสรา้ งสมรรถภาพทางกาย การ

ทดสอบสมรรถภาพทางกาย การบริหารร่างกายท่วั ไปและการบริหารร่างกายสาหรับกีฬาเทเบิลเทนนสิ ความรู้

ทั่วไปเก่ียวกับประวตั ิ ความเป็นมา กติกา การเลน่ กฬี าเทเบิลเทนนิส หลักการ รูปแบบการเคลอ่ื นไหวตา่ งๆ การ

จับไม้เทเบิลเทนนสิ การเดาะลูกเทเบลิ เทนนิส การตลี กู เทบิลเทนนิสกระทบพนื้ โดยการจับไม้แบบแบบธรรมดา

และ แบบจบั ปากกา ความปลอดภยั ในการเลน่ เทบิลเทนนิส

นาทักษะกระบวนการคิด วิเคราะห์และปฏบิ ัตมิ าใชใ้ นการคิด วเิ คราะห์และปฏบิ ัติ เกย่ี วกับความ

ปลอดภัยในการเลน่ กีฬาเทเบิลเทนนิสการเคลื่อนไหวการสร้างความคนุ้ เคยกบั กฬี าเทเบลิ เทนนิส การจับไมเ้ ทบลิ

เทนนิส การจบั ไม้เทเบลิ เทนนิสการเดาะลกู ดว้ ยหนา้ ไม้ การเดาะลกู ด้วยหลังไม้ การเดาะลกู ด้วยหน้าไมส้ ลบั การ

เดาะลกู ด้วยหลงั ไม้ การเดาะลูกด้วยหน้าไม้กระทบพ้นื การเดาะลกู ดว้ ยหลงั ไมก้ ระทบพ้นื การเดาะลูกหน้าไม้สลับ

การเดาะลูกดว้ ยหลังไม้กระทบพ้ืนโดยการจับไมแ้ บบธรรมดา การตีลูกดว้ ยหน้าไม้ การตลี ูกดว้ ยหลังไม้ การตีลูก

ดว้ ยหนา้ ไม้กบั ฝาผนงั การตีลูกดว้ ยหลังไม้กบั ฝาผนงั การตีลกู หนา้ ไม้กระทบพนื้ การตีลูกหลังไมก้ ระทบพื้น โดย

การจับไม้แบบธรรมดา การตีลกู หน้าไม้ การตีลกู หลงั ไม้ การตีลูกกระดอนจากพื้นกระทบฝาผนงั โดยการจบั ไม้

แบบจับปากกา โดยใช้กฬี าเทเบลิ เทนนสิ เป็นสื่อ

ยอมรบั และเห็นคณุ ค่าของการออกกาลงั กาย และการเล่นกีฬาเทเบิลเทนนสิ โดยปฏบิ ตั ิตนตามสิทธิ กฎ

กตกิ าความรับผิดชอบตามบทบาทและหนา้ ท่ีท่ีได้รับมอบหมาย ช่ืนชมสุนทรีภาพในการเล่น การดู และการแข่งขัน

เป็นประจาสม่าเสมอ มีนา้ ใจนักกีฬา มรี ะเบยี บวนิ ัย มีคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ และสามารถนาไปประยกุ ต์ ให้

เป็นประโยชนใ์ นชวี ิตประจาวัน

ผลการเรียนรู้
1. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ สามารถปฏิบัติตนตามกฎเกณฑ์ ระเบยี บการเรยี น ระเบียบการวัดผลประเมนิ ผล

รายวิชาเทเบิลเทนนสิ พ 21203 ได้ถกู ต้อง 100 % มีความรู้ ความเขา้ ใจ และปฏิบตั ิเกยี่ วกับกฬี าเท
เบลิ เทนนสิ กระบวนการทดสอบสมรรถภาพทางกาย ไดอ้ ย่างถูกต้อง 80% ตลอดจนมีความปลอดภัยและ
สนกุ สนาน
2. มีความรู้ ความเขา้ ใจ การบรหิ ารรา่ งกายทว่ั ไป การบริหารรา่ งกายสาหรบั กีฬาเทเบิลเทนนิส และวเิ คราะห์
ความสาคญั และประโยชน์ของการออกกาลงั กายด้วยการเล่นเทเบลิ เทนนิสได้อย่างถกู ต้อง 80% ยอมรับและ
เหน็ คุณคา่ ของการออกกาลงั กายและเลน่ กีฬาอย่างสมา่ เสมอ ตลอดจนมคี วามปลอดภัย และสนุกสนาน
3. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ สามารถฝึกทกั ษะการเคลื่อนไหวและการสร้างความคนุ้ เคยกับกฬี าเทเบลิ เทนนสิ และ
การเคลอ่ื นท่ีการเดาะลูกดว้ ยหนา้ ไม้ การเดาะลกู ด้วยหลังไม้ การเดาะลูกด้วยหน้าไมส้ ลับการเดาะลูกด้วย
หลงั ไม้ การเดาะลกู ดว้ ยหน้าไมก้ ระทบพื้น การเดาะลูกดว้ ยหลังไม้กระทบพื้น การเดาะลูกดว้ ยหน้าไม้สลับ
การเดาะลูกดว้ ยหลังไม้กระทบพืน้ โดยการจับไม้แบบธรรมดาไดอ้ ยา่ งถูกต้อง 80% ตลอดจนมคี วาม
ปลอดภัย และสนกุ สนาน
4. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ และวิเคราะหก์ ารใช้กล้าเนือ้ ตามหลกั การทางวิทยาศาสตร์ การเคลอื่ นไหวสามารถฝึก
ทักษะการเคลอื่ นไหว ในการเล่นกีฬาเทเบลิ เทนนิส การตลี ูกด้วยหน้าไม้ การตีลูกดว้ ยหลังไม้ การตีลกู ดว้ ย
หน้าไมก้ ับฝาผนงั การตีลกู ด้วยหลงั ไม้กับฝาผนัง การตีลูกหน้าไม้กระทบพนื้ การตีลกู หลงั ไมก้ ระทบพ้นื โดย
การจบั ไม้แบบธรรมดา การตีลูกหนา้ ไม้ การตลี ูกหลังไม้ การตีลูกกระดอนจากพ้นื กระทบฝาผนังโดยการ
จบั ไม้แบบจับปากกา ได้อยา่ งถกู ต้อง 80% ตลอดจนมีความปลอดภยั และสนุกสนาน
รวมทงั้ หมด 4 ผลการเรียนรู้

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวิทยา พุทธศกั ราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 143

พ22102 การละเลน่ พน้ื บ้าน คาอธิบายรายวชิ า
ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 2 กลมุ่ สาระการเรยี นรูส้ ุขศึกษาและพลศึกษา
เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1 หน่วยกิต

ศึกษา อธิบาย วิเคราะห์ เลือกใช้บริการทางสุขภาพอย่างมีเหตุผล ผลของการใช้เทคโนโลยีท่ีมีต่อ
สขุ ภาพ ความเจรญิ กา้ วหน้าทางการแพทยท์ ีม่ ผี ลต่อสขุ ภาพ ความสมั พันธข์ องภาวะสมดลุ ระหว่างสขุ ภาพกายและ
สุขภาพจิต ลักษณะอาการเบื้องต้นของผู้มีปัญหาสุขภาพจิต วิธีปฏิบัติตนเพ่ือจัดการกับอารมณ์และความเครียด
พัฒนาสมรรถภาพทางกายตนเองให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กาหนด มีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะปฏิบัติตนในเร่ือง
สุขภาพ ทักษะกลไกและทักษะการเคลื่อนไหวในการเล่นกีฬาจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลายมาสรุปเป็นวิธีที่
เหมาะสม ในบริบทของตนเอง เล่นกีฬาสากล กรีฑา ประวัติความเป็นมา กฎ กติกา ข้อตกลง มารยาท ลักษณะ
วิธีการเล่น เพ่ือให้เกิดประโยชน์ต่อการสร้างเสริมสุขภาพ การพัฒนาสมรรถภาพทางกายตนเองให้เป็นไปตาม
เกณฑ์ท่ีกาหนด มีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะปฏิบัติและสมรรถภาพของตน โดยใช้ทักษะพ้ืนฐานตามชนิดกีฬา
เช่น กีฬาพ้ืนบ้าน มอญซ่อนผ้า ปิดตาตีปี๊บ เดิน 3 ขา เดินกะลามะพร้าว ว่ิงเป้ียว ข่ีม้าส่งเมือง ชักคะ
เย่อ กระโดดเชือก หมากรุก หมากฮอส ฯลฯ ท้ังประเภทบุคคลและทีมได้อย่างละ 1 ชนิด เปรียบเทียบ
ประสิทธิภาพของรูปแบบการเคล่ือนไหวที่ส่งผลต่อการเล่นกีฬาและกิจกรรมในชีวิตประจาวัน ร่วมกิจกรรม
นันทนาการอย่างน้อย 1 กิจกรรม และนาความรู้และหลักการท่ีได้ไปปรับใช้ในชีวิตประจาวันอย่างเป็นระบบ
สาเหตุการเปลี่ยนแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ที่เกิดจากการออกกาลังกาย และเล่นกีฬา
เปน็ ประจาจนเป็นวถิ ชี วี ติ เลอื กเขา้ ร่วมกจิ กรรมการออกกาลังกาย เลน่ กฬี าตามความถนัดและความสนใจ พร้อม
ทั้งวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างบุคคล เพ่ือเป็นแนวทางในการพัฒนาตนเอง มีวินัย ปฏิบัติตามกฎ กติกา และ
ขอ้ ตกลงในการเล่นกฬี าทเี่ ลือก วางแผนการรุก และการปอู งกันในการเล่นกีฬาทเี่ ลือกและนาไปใช้ในการเล่นอย่าง
เหมาะสมกับทีม นาผลการปฏิบตั ิในการเลน่ กฬี ามาสรุปเป็นวธิ ีที่เหมาะสมกับวัยตนเองด้วยความมุ่งม่ัน มีเจตคติที่
ดีต่อการสร้างเสริมสุขภาพ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝุเรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ันใน การทางาน รักความเป็น
ไทย มจี ติ สาธารณะ มีน้าใจเป็นนักกีฬา ทั้งประเภทบุคคลและทีมได้อย่างละ 1 ชนิด เปรียบเทียบประสิทธิภาพะ
หลีกเล่ียงสถานการณ์

โดยใช้ทักษะกระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด กระบวนการอ่าน เขียน ฟัง พูด ดู การอธิบาย การ
แสวงหา การแสดงทักษะ และการปฏิบัติตน เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ ด้านพฤติกรรมสุขภาพท่ีดีท้ังร่างกาย
จิตใจ และสังคม มีความสามารถในการเคลื่อนไหวในการเล่นกีฬาได้อย่างถูกต้องตามข้ันตอน ปลอดภัย มีความ
อดทน มกี ารตดั สินใจ มีเจตคติทดี่ ตี อ่ การเล่นกีฬา เคารพสิทธิ กฎ กติกาในการเล่นกีฬาอย่างเคร่งครัด สร้างเสริม
สุขภาพ รวมถึงปฏิบัติการเคล่ือนไหวที่ใช้ทักษะกลไกและทักษะพ้ืนฐาน สามารถนาองค์ความรู้ไปใช้ใน
ชีวิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ

รหัสตวั ช้วี ัด

พ 3.1 ม. 2/1 , ม. 2/2 , ม. 2/3 , ม.2/4
พ 3.2 ม. 2/1 , ม. 2/2 , ม. 2/3 , ม. 2/4 , ม. 2/5
พ 4.1 ม. 2/1 , ม. 2/2 , ม. 2/3 , ม. 2/4 , ม. 2/5 , ม.2/6 , ม. 2/7
รวมทั้งหมด 16 ตัวชี้วดั

หลกั สตู รโรงเรยี นสวนพระยาวทิ ยา พุทธศกั ราช 2563 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) 144

คาอธิบายรายวิชา : กลมุ่ สาระการเรยี นร้ศู ิลปะ

คาอธิบายรายวิชา

ศ21101 ศลิ ปะ 1 กล่มุ สาระการเรียนรู้ศลิ ปะ

ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชัว่ โมง จานวน 1.0 หน่วยกิต

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษาทัศนธาตุ ความแตกต่างและความคล้ายคลึงกันของทัศนธาตุในงานทัศนศิลป์และส่ิงแวดล้อม

หลกั การออกแบบงานทัศนศลิ ปท์ ม่ี ีความเป็นเอกภาพ ความกลมกลืนและความสมดุล การวาดภาพทัศนียภาพ

แสดงให้เห็นระยะไกลใกล้เป็น 3 มิติ การรวบรวมงานป้ันหรืองานส่ือผสมเพื่อประยุกต์งานป้ันหรือส่ือผสม

สร้างเปน็ เรือ่ งราว 3 มิติ

ศกึ ษาทฤษฎีดนตรสี ากล เคร่ืองหมายและสัญลักษณท์ างดนตรี การอ่าน เขียน และร้องโน้ตสากล

ในกุญแจซอลและฟา ในบันไดเสียง C Major การเปรียบเทียบเสียงร้องและเสียงของเครื่องดนตรีในบทเพลง

จากวัฒนธรรมต่าง ๆ การร้องเพลงและใช้เคร่ืองดนตรีบรรเลงประกอบการร้องเพลงที่หลากหลายรูปแบบ

การแสดงความคิดเห็นต่ออารมณ์ของบทเพลงท่ีมีความเร็วของจังหวะและความดัง-เบาแตกต่างกัน การสร้าง

เกณฑ์ประเมินคณุ ภาพงานดนตรีหรือเพลงทีฟ่ งั ปฏิบตั ิการขับรอ้ งเพลงหรือบรรเลงเคร่ืองดนตรีท่ีชื่นชอบและ

อภปิ รายลกั ษณะเดน่ ท่ที าใหง้ านนั้นน่าช่นื ชม

ศึกษาอิทธิพลของนักแสดงชื่อดัง ที่มีผลต่อ การโน้มน้าวอารมณ์ ความคิดหรือพฤติกรรมของผู้ชม

ประวัตินักแสดงท่ีช่ืนชอบ นาฏยศัพท์หรือศัพท์ทางการละครในการแสดงภาษาท่าและการตีบท ท่าทาง

เคลื่อนไหวที่แสดงส่ือทางอารมณ์ ระบาเบ็ดเตล็ด ราวงมาตรฐาน การสร้างเกณฑ์ประเมินคุณภาพจากงาน

แสดงทช่ี ม ปฏบิ ัติการแสดงผลงานนาฏศิลปแ์ ละละครในรูปแบบงา่ ย ๆ

โดยใชก้ ระบวนการสาธิต กระบวนการปฏบิ ตั ิ กระบวนการ แสวงหาความรู้ กระบวนการอภิปราย

กระบวนการคดิ จินตนาสร้างสรรค์ และการนาเสนอผลงาน

เพ่ือให้มีความรู้และทักษะ เกิดความชื่นชม และเห็นคุณค่าของการนาศิลปะไปปรับใช้ประโยชน์ใน

ชีวติ ประจาวัน มีความมั่นใจ กล้าแสดงออก รักความเป็นไทย มีวินัย ใฝุเรียนรู้ แสดงออกซึ่งผลงานด้าน

ศิลปะอย่างมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและมีคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

รหัสตวั ช้ีวดั
ศ 1.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4
ศ 2.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/5 ม.1/6 ม.1/7 ม.1/8
ศ 3.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/4 ม.1/5
รวมท้ังหมด 15 ตัวช้ีวัด

หลกั สตู รโรงเรียนสวนพระยาวิทยา พทุ ธศักราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) 145


Click to View FlipBook Version