The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เรื่องวุ่นๆของวัยรุ่น 3 คน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by bensas, 2021-10-06 02:38:33

เรื่องวุ่นๆของวัยรุ่น 3 คน

เรื่องวุ่นๆของวัยรุ่น 3 คน

เรืว่อัยงรุ่วนุ่นๆ3ขคอนง

คำนำ

รายงาน E-book เล่มนี้จัดทำขึ้นซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชากฎหมาย
อาญา 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบถึงเรื่องราวต่างๆ ในส่วนของรายวิชา
1.เพื่อให้สามารถวิเคราะห์เรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับกฎหมายอาญาได้ โดยรู้จักใช้
วิจารณญาณของตนเอง ตลอดจนสามารถแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล
โดยมีหลักฐานอ้างอิง 2.เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการศึกษาในรายวิชากฎหมายอาญา
ว่ามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนั้นอย่างไร

ข้าพเจ้าหวังว่าเนื้อหาในรายวิชาฉบับนี้ที่ได้เรียบเรียงมาจะเป็นประโยชน์
ต่อผู้สนใจเป็นอย่างดี หากมีสิ่งใดในรายงานฉบับนี้จะต้องปรับปรุง ข้าพเจ้าขอ
น้อมรับในข้อชี้แนะและจะนำไปแก้ไขหรือพัฒนาให้ถูกต้อง สมบูรณ์ต่อไป

ในส่วนสุดท้ายขอขอบคุณอาจารย์วิรัตน์ นาทิพเวทย์ และเพื่อนใน
กลุ่ม ที่เป็นที่ปรึกษาให้งานฉบับนี้ผ่านไปได้ด้วยดี หากผิดพลาดประการใดต้อง
ขออภัยไว้ ณ ที่นี่ด้วย

คณะผู้จัดทำ

นางสาวกัญญาพัชร ศรีบุญเรือง 631081020
นายณัฐพงศ์ ขุนทอง 631081079
นายธนายุทธ คงแก้ว 631081115
นายธนาศาล นพรัตน์ 631081117
นางสาวนลินทิพย์ จันเซ่ง 631081132
นางสาวบุณยาพร พ้นภัย 631081157
นางสาวบุรัสกร ชำนาญอักษร 631081158
นางสาวบุษกร จันทร์ด้วง 631081159
นางสาวประกายฟ้า ทองพิมพ์ 631081170

สารบัญ

บทที่ หน้า
1 เนื้อหานิทาน 1
2 เนื้อหากฎหมาย คำพิพากษา และบทสรุป
17
เนื้อหาประกอบนิทาน
2.1 ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตราย 31
ต่อประชาชน
2.2 การดูหมิ่นเจ้าพนักงานและการวางเพลิง 36
เผาทรัพย์ของผู้อื่น 64
2.3 ลักทรัพย์และวิ่งราวทรัพย์
2.4 ยักยอกทรัพย์และความผิดฐานจัดการทรัพย์สิน 86
ของผู้อื่นผิดหน้าที่ ตามมาตรา352และมาตรา353 101
2.5 ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
2.6 การเบิกความอันเป็นเท็จและช่วยผู้กระทำ 119
ความผิด ตามมาตรา 177และ 189
2.7 ความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม 135
มาตรา 190 มาตรา 191 178
2.8 ลักทรัพย์เเละชิงทรัพย์ มาตรา334มาตรา339
2.9 ความผิดต่อเจ้าพนักงาน

เรื่องวุ่นๆของ
วัยรุ่น 3 คน



เรื่องวุ่นๆวัยรุ่นอยากรวย คดีสุดฮาที่ไม่เน้นสาระ

เรื่องวุ่นๆวัยรุ่นอยากรวย

คดีสุดฮาที่นำพาให้คุณมาพบกับความตรึงเครียด

ออฟกับ เตเป็นเพื่อนรักกัน ทั้งคู่ได้เดินทางกลับมาจากงานเลี้ยงสังสรรค์ แต่ใน
ระหว่างนั้น อาร์มและเพื่อนๆในที่ทำงานได้ตั้งด่าน จึงได้มีปากเสียงกันและทำให้ เตได้
ไปพูดดูหมิ่นตำรวจไป

จอดรถด้วย อะไรอ่ะดาบพวก
ครับ ผมจะกลับบ้าน

แอลเกชิอญคฮตรัอบรวลจ์ก่อน พวกผมไม่เมา กหนัล่มน้าาสๆจิัพบไวกอูกก้็นตลี้ำถอ้ราวงมึจดงู
จะตรวจทำไม

2

แต่ในระหว่างนั้นก็มีนนท์ ซึ่งซุ่มดูอยู่ ก็ได้ยิงปืนขึ้นฟ้า แต่กระสุนดันลั่นก่อนที่ชูขึ้นฟ้า
ทำให้กระสุนพลาดไปโดนนายตำรวจคนนึง ออฟกับเตจึงอาศัยช่วงเหตุการณ์ชุลมุนหลบ
หนีไปได้ พร้อมเยอะเย้ยแล้วหลบหนีไป

บ๊ายบาย เว้ย!!
ไอ้ตำรวจกระจอก

5555

โชคดีเว้ยเพื่อน
5555

3

และนนท์ก็ขับรถหนีไป และในวันต่อมา อาร์มกับเพื่อนที่ทำงาน กลับไปที่เกิดเหตุการณ์
อีกครั้ง กลับพบโทรศัพท์มือถือของนนท์ ที่กำลังถูกเก็บเป็นหลักฐาน

ต่อมา นนท์ ได้รู้ข่าวว่ามีนายตำรวจคนนึงเสียชีวิต จึงกลัวว่าความผิดจะลามมาถึงตน
จึงเดินทางไป สถานีตำรวจ

ผมมา เยลัดง่ัาบงเกอแหลตตกุ่่พอากีวลากรวจ่าณาดะ์ดวนึโังนดาปเนืยกนิตดตมัำเวหารเยอตวิุจงงแผคลมนะ วันเชนีิ้ญคเุนรณืั่่องมกง่าออแนะจไ้รงคครัวบาม
แจ้งความครับ

4

แต่คำให้การณ์ไม่สอดคลองกับเหตุการณ์ในที่เกิดเหตุ อาร์มที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดจึงรู้สึก
แค้นใจที่เพื่อนตนต้องตาย จึงหากล้องวงจรปิดในบริเวณดังกล่าว เมื่อเปิดกล้องวงจรดู ก็
เห็นว่า ทิศทางของกระสุนมาจากบริเวณที่นนท์ยืนอยู่

ศาลจึงส่งหมายเรียกไปหานนท์ เพราะนนท์ได้แจ้งความเท็จ

ดไ้อปควุยอไณดฟ้ไแดแล้ลช่ะวะยนยังเาใหยหล้เกืตาอหรใเลหท้็นจบอาหียกนี

พวกคุณจับผม
ข้อหาอะไร

5

แต่ในนี้เป็นข้อมูลของคุณ
ได้กล่าวความเท็จศาลสั่ง
ผมไม่ได้ทำ นี่ใช่โทรศัพท์ของคุณ ให้คุณจำคุก 6 ปี
พวกคุณกล่าวหาผม หรือเปล่า
แบบนี้ได้อย่างไร

ไม่ใช่

ใน 2 ปีต่อมา นนท์ได้รู้จักกับเจย์ ในเรือนจำ โดย เจย์วางแผนจะหนีออกจากเรือน
จำ เเละได้ชักชวน นนท์ให้หนีไปกับตน

เออได้ รอพรุ่งนี้ ไหปนีทกำันคมวั้กายรมะพสโดรุะ่งอดนีา้ดตค่ออนย

6

และในวันต่อ เจย์กระโดดออกจากเรือนจำไปเพียงคนเดียว แต่ใน 2 สัปดาห์ต่อมานั้น
เตได้มาเยี่ยม นนท์และได้ช่วยเหลือนนท์โดยการให้กุญแจรถยนต์เเก่นนท์ เพื่อที่จะใช้ใน
การหลบหนี เพื่อเป็นการตอบแทนที่เคยช่วยไว้

รถจอดอยู่ข้างกำแพง ขอบใจ
ทางซ้ายมือ

และวันที่นนท์หลบหนีจากเรือนจำโดยกระโดดกำเเพงเเละใช้รถที่เตได้นำมาจอดทิ้งไว้เมื่อวัน
ก่อน นนท์หลบหนีได้สำเร็จ และได้มีการนัดหมายพบเจอกับพวกเพื่อที่จะทำงานบางอย่าง

หึ เจอกันอีก เออ จัดไป
2 วัน ช่วงนี้ขาดรายได้

7

จากนั้นทั้ง3คนได้เจอกัน และวางแผนที่จะลักทรัพย์ในบ้านของเลิฟ ในอีก2วัน เนื่องจากรู้
ว่าครอบครัวของเลิฟไปเที่ยวกันที่เขาใหญ่ เเละไม่มีใครอยู่บ้าน

เดี๋ยว บ่ายโมง เออ งั้นรอเวลา
ก็ออกจากบ้านไป นั้นค่อยไป
เที่ยวล่ะ กูเช็คมาแล้ว

ในวันที่นัดกัน เวลาบ่ายโมงพวกเขาทั้ง3คนได้เเบ่งหน้าที่โดยเเบ่งกันไปหาสิ่งของมีค่าใน
บ้าน ออฟเเละเต ขึ้นไปดูด้านบน ส่วนนนท์เฝ้าด้านล่าง


ฉันนะสิ ๆๆ
ใครอยากเป็นเศรษฐี

8

เมื่อทั้ง 3 คน ได้ขโมยทรัพย์ที่มีมูลค่าที่พอจะขายได้ จึงได้ลงมาเจอกันที่ด้านล่าง

ได้ไรมาบ้างว่ะ. พนวากฬแิกหใาหว้นหคมอสดมร้อเอยา รีบออกไปกันเหอะ
เดี๋ยวพวกมันกลับบ้าน

กันมาหรอก

ในระหว่างนั้นเลิฟเเละเพื่อนกลับมาบ้านเนื่องจากลืมของเเละได้เปิดประตูเข้ามาในบ้านทั้ง
สามคน ได้ยินเสียงกุกๆกักๆเเละรีบเข้ามาดูจึงพบว่าบ้านถูกขโมย ทั้งสามตกใจทำอะไรไม่
ถูกจึงได้โทรเเจ้งตำรวจ ในขณะที่พวกของออฟ เตเเละ นนท์นั้น ได้รีบหนีออกจากบ้าน

ขคโุมณยพรขะโมย กล้ามากนะ โทร 191 เร็ว

เห้ย!!?! พวกมึง
วิ่ง!!

9

ขนาดที่วิ่งออกมานั้น ออฟเจอกระเป๋าสตางค์ที่ตรงอยู่ทางเข้าหลบหนี ออฟ เห็นว่า
กระเป๋าสตางค์ตกอยู่ออฟจึงเก็บกระเป๋าสตางค์นั้นกลับมาด้วย เเละรีบวิ่งหนีไป

ไไม่ดต้้มอางไลวรีเบหะคตมรืำอรนวจในไม่

ผ่านมา 2 สัปดาห์ หลังจากที่ทั้งสามคนได้ลักทรัพย์บ้านของเลิฟ เมื่อทั้งสามเห็นว่า
เเค่ไป ลักทรัพย์เเปปเดียวก็มีเงินไม่ต้องเหนื่อยมาก เเละรวยเร็ว จึงคิดที่จะกระทำความผิด
อีก

อรพอดวกบตเไรามาย่นตแั้้นนอ่พงทวำกเอรีาก เคดอืีนกอวน่ีกาู้เเรห็านค่ดอ้วยยดกัักบเมอึงา แเยอกอกัไนด้ไป

10

เมื่อทั้งสามคนได้วางเเผนกันเรียบร้อย ทั้งสามจึงได้เเยกกันไปตระเวน โดยเเยกย้ายกัน
ตามสถานที่ต่างๆ โดย ออฟเเละเต ไปด้วยกัน ส่วน นนท์ได้เเยกไปคนเดียว

พร้อมป่าววะ ใค่หอ้เผยลลองมกื่ออนเเล้ว สถานการณ์ ออฟเต
ไป !!
อืมซื้ออะไรดี
เออ !!!??
คนนั้นน่าจะกระเป๋าหนัก
ชิงคนนี้แล้วกัน
มึงพร้อมยัง

แล้วทั้ง 2 ก็แยกกันไป เตก็เดินเข้าไปใกล้นางยอดหญิงเเละใช้โอกาสที่นางยอดหญิง
เผลอ จึงใช้โอกาสนั้นผลักนางยอดหญิงทำให้นางยอดหญิงล้มลง เตจึงหยิบกระเป๋า
ของนางยอดหญิงเเละวิ่งหลบหนี เเละนางยอดหญิงกำลังตะโกนขอความช่วยเหลือเเละ
วิ่งตามเต เตจึงข่มขู่นางยอดหญิงว่าอย่าส่งเสียงมิเช่นนั้นจะใช้มีดเเทงให้ตาย ทำให้นาง
ยอดหญิงกลัวไม่กล้าที่จะส่งเสียขอความช่วยเหลือ

อยเ่เาทสง่ใงหเ้สไีสย้เงเตก ช่วย ช่วย สถานการณ์ ออฟเต


ด้วยค่ะ

คนนั้นน่าจะกระเป๋าหนัก
ชิงคนนี้แล้วกัน
มึงพร้อมยัง

11

นนท์เดินเเละเห็นร้านสะดวกซื้อเมื่อเห็นว่าในร้านไม่มีคนจึงได้ลงมือโดยการ เข้าบีบคอ ส้ม
ส้ม (พนักงาน) แล้วกระชากสร้อยคอห้อยพระเครื่องที่สวมอยู่ที่คอจนสร้อยขาด เเต่ยังดีที่
ส้มส้ม ได้ใช้มือกุมสร้อยคอที่หลุดจากคอไว้ได้ทัน เเละนนท์กำลังจะเอามือมากระชากแย่ง
เอาสร้อยไป เเต่ส้มส้มก็กุมสร้อยเอาไว้ได้เเละวิ่งไปนอกร้านเเละขอความช่วยเหลือ เผอิญมี
คนผ่านมาพอดีจึงทำให้นนท์รีบหนีทำให้ นนท์ชิงทรัพย์ของส้มส้มไม่สำเร็จ

กซ่อวยนเดเลีก้วว่หา นี ช่ใวสนยรดร้้้าอวนยยจคโะอกจรระอชายูก่ ให้ช่มวียอไะหไรม

สถานการณ์นนท์

1 ชั่วโมงต่อมา เมื่อทั้ง3คนกลับมาจึงมารวมตัวกันที่บ้าน เพื่อนับเงินว่าได้เท่าไหร่ โดยที่
พวกเขาทั้ง3ไม่รู้สึกเกรงกลัวในความผิดที่พวกเขาได้ก่อขึ้นเเต่อย่างใด

ไม่ได้อะไรเลย ไอ้นนท์ ครั้งห5น5้5าเ5อาใหม่ คน9,ล00ะ03฿,0งั้0น0แ฿บ่ง
เซ็ง ชิบ.... ได้อะไรมาบ้าง

เตได้เท่าไหร่

12

หลังจากวันนั้น นนท์ก็โดนจับเข้าคุก เเต่ออฟเเละเตหนีไปได้ 1 ปีต่อมา ⏲️ออฟได้ทำงาน
โดยดูแลรถยนต์ของบอสวอร์ เพราะบอสวอร์ต้องไปทำงานต่างจังหวัด วันหนึ่งเตเพื่อนรัก
มาหาออฟ เเละ เตคิดว่ารถยนต์เป็นของออฟจึงเอ่ยปากขอ ออฟบอกว่าเป็นรถของออฟ
จึงยกให้ เเม้ความจริงจะมิใช่ก็ตาม

รถครัถนมนึีง้สหรวอยจวั่ะง หมราูหกรกากหกมาเห่า พึเ่องซอื้อรมถกาูเไอม่งนาน นไอม่กมจีอากะไเงริเนลย

ขับโชตวิ์ดสตาวรึๆมคง มึนงไกาห็อมนีีนกงกูกๆาีข่ชนมอึางทไตกดำิั้วบแมะัลก้กูยู้กจ็ววค่ะะมไบีหเกเับนนบๆมนีา้ มึงขอมอี่หะ รกืุอญกแูจจะไม่ให้
ขอบใจว่เะพื่กอูไนปรลั่กะ

13

เมื่อบอสวอร์กลับมาจากต่างจังหวัดนายออฟไปทำงาน เเละบอกว่ารถของบอสวอร์
นั้น เข้าศูนย์ซ่อมคงอีกหลายเดือนกว่าจะที่ช่างจะซ่อมเสร็จ บอสวอร์ไม่ได้สงสัย
อะไร เเละยังมอบหมายให้ ออฟนำรถเเทรกเตอร์ไปตั้งโชว์

หแอนท่อรอกฟยเตนเดอะี๋ยร์วไปนตำั้รงถโชว์ ครับ เดี๋ยว
ผมจัดการให้

ออฟก็ได้ขับเเทรกเตอร์ แต่ว่าออฟไม่ได้ขับไปตั้งโชว์ แต่ออฟคิดคึกคะนองจึงขับเล่น
และได้เห็นทุ่งนาชาวบ้านจึงนำรถแทรกเตอร์ไปไถทุ่งนาของชาวบ้านเกิดความเสียหาย
แต่ในระหว่างนั้นนายเตมาเห็นเหตุการณ์

เฮ วัยรุ่นทำไร

ทำอุปกรณ์ เอ้ย ไม่ใช่
ทำเรื่องที่คนดีๆไม่ทำ




14

ออฟเเละเตคิดเล่นสนุกๆ จึงได้จุดไฟเผาทุ่งนาของชาวบ้านโดยเเต่เมื่อเตเห็นไฟมันเริ่ม
ลุกลามจึงได้ห้ามเเต่ไม่ทันการณ์ ไฟที่ออฟได้จุดนั้นกําลังเริ่มลุกลามไปเต็มทุ่งนา ทั้ง
ควันไฟที่ลุกไหม้นั้นยากเกินที่จะควบคุม

ได้เวเเลล้าวสสินๆุก ทำอะไรว่ะ อย่า!!!




ไฟได้เริ่มลุกลามไปยังบ้าน ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงกับไร่นา ทุกคนต่างโกลาหลวุ่นวายกัน เมื่อออฟเเละ
เตเห็นว่าสิ่งที่ตัวทำนั้นเป็นเรื่องใหญ่โตเเล้ว ออฟ เเละเตจึงเกิดกลัวความผิดเเละคิดที่กำลังที่จะหนี

ไฟไหม้ ไฟไหม้ ไฟไหม้

เไเกลฟูช้ัมวกัแนจหะไเลมเป่ไะลดกู้วเ่กผาๆซาเเวเเลคย่้ทเวุเ่ลนง้นะวมมาึึงง มึงกลัวอะไรวะ
หนีดิรอ
ไรอยู่ เรารอมากี่คดีเเล้ว

15

เเต่ชาวบ้านที่ได้เห็นเหตุการณ์ที่อยู่กลางทุ่งนาทําให้ชาวบ้านเกิดความไม่พอใจเเละเเจ้งตํารวจ
เพราะไฟที่เตกับออฟได้ลงมือจุดกันได้ลุกลามไปยังข้าวของในบ้านของชาวบ้านเเละทําให้ชาว
บ้านเดือนร้อนกันตามๆไป และสุดท้ายนายเตกับนายออฟก็โดนตำรวจจับ

หนีเร็วพ่อ ลต้ออมนไนวี้้หตมำรดวเจเล้ว
มึงมา

เเละเเล้วทั้งออฟ เเละ เต ก็ถูกจับในหลายคดีที่ได้กระทำความผิด เมื่อ ออฟเเละ เตได้เข้าไป
ใน เรือนจำ ก็ได้เจอกับนนท์ ทั้ง3ได้นั่งพูดคุยกันถึงเรื่องราวที่พวกเขาได้กระทำ เเละได้นึก
ย้อนถึงอดีต เตพูดขึ้นมาว่า ชีวิตคนเรามีทางเดินให้เลือกมากมายเเต่ทำไมเราถึงเลือกเดิน
ในทางเดินที่ไม่ดี ถ้าเราย้อนเวลากลับไปได้เราจะเลือกที่จะกระทำเเบบนี้อีกไหม

สวัสดี ทำไมพวกเราถึง บางครั้งชีวิตก็ไม่มีปุ่ม Undo เเต่ตอนนี้เราสามารถ
เรือนจำ ชั่วขนาดนั้น เริ่มต้นใหม่ปรับปรุงตัว
ที่ย้อนกลับไปเเก้ไขได้น่ะเว้ย ให้ดีได้ คงยังไม่สาย

16





























บทท่ี 1
โครงสร้างความรับผดิ ทางอาญา

มาตรา 217 “ผใู้ ดวางเพลิงเผาทรพั ยข์ องผอู้ ่ืน ตอ้ งระวางโทษจาคุกต้งั แตห่ กเดือนถงึ เจด็
ปี และปรับต้งั แตห่ น่ึงพนั บาทถึงหน่ึงหมื่นส่ีพนั บาท”
องคป์ ระกอบ
1 ผใู้ ด คือ บุคคลผกู้ ระทาความผดิ
2 วางเพลงิ คือ จุดไฟเผาอาคารบา้ นเรือนหรือทรัพยส์ มบตั ิ
3 ทรัพยข์ องผอู้ ่ืน คือ ส่ิงท่ีถือเอาไดแ้ ละมีราคาซ่ึงเป็นของบคุ คลอื่น

มาตรา 136 ผใู้ ดดูหมน่ิ เจา้ พนกั งานซ่ึงกระทาการตามหนา้ ที่ หรือเพราะไดก้ ระทาการ
ตามหนา้ ท่ี ตอ้ งระวางโทษจาคุกไมเ่ กินหน่ึงปี หรือปรับไม่เกินสองหม่ืนบาท หรือท้งั
จาท้งั ปรับ
องคป์ ระกอบ
1. ดูหม่นิ คือ การดูถกู เหยยี ดหยาม ทาใหอ้ บั อาย ทาใหเ้ สียหาย เป็นที่เกลียดชงั สบ
ประมาท หรือด่า แต่คาหยาบคายไมส่ ุภาพ คาสาปแช่ง คาขู่ ไมถ่ ือวา่ เป็นการดูหมิ่น
2. เจา้ พนกั งาน คือ บคุ คลผไู้ ดร้ ับแต่งต้งั ใหป้ ฏิบตั ิราชการ ไมว่ า่ เป็นประจาหรือ
ชวั่ คราว และหมายความรวมถึงบคุ คลผทู้ าหนา้ ที่ช่วยราชการ
3. ซ่ึงกระทาการตามหนา้ ท่ีหรือเพราะไดก้ ระทาการตามหนา้ ที่ คือ ระหวา่ งทเ่ี จา้
พนกั งานปฏิบตั ิงานหรือเพราะมีเหตุจึงไดก้ ระท

31

บทท่ี 2
คาพิพากษาศาลฏีกา

คาพิพากษาศาลฎีกาท่ี 4327/2540
การกระทาอนั เป็นองคป์ ระกอบสาคญั ประการหน่ึงของความผิดตามประมวลกฎหมาย
อาญา มาตรา 136 คือ "ดูหม่ิน" ซ่ึงหมายถึงการด่า ดูถกู เหยยี ดหยามหรือสบประมาทให้
อบั อายถอ้ ยคาที่จาเลยกล่าวต่อ ข. เจา้ พนกั งานซ่ึงกระทาตามหนา้ ท่ีวา่ "แน่จริงมึงถอด
เส้ือมาต่อยกบั กูเลย" เป็นการกล่าวทา้ ทายให้ ข. ออกมาตอ่ สู้กบั จาเลยเป็นเพียงคากล่าว
ที่ไมส่ ุภาพและไม่สมควรเท่าน้นั ยงั ไมถ่ ึงข้นั ท่ีพอจะใหเ้ ขา้ ใจวา่ จาเลยมีความมุง่ หมาย
ท่ีจะด่า ดูถูกเหยยี ดหยามหรือสบประมาทให้ ข. อบั อายแตอ่ ยา่ งใดการกระทาของ
จาเลยจึงไม่เป็นความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136

คาพพิ ากษาศาลฎีกาท่ี 5889/2554
จาเลยท่ี 1 ร่วมอยใู่ นกลมุ่ ผชู้ ุมนุมประทว้ งต้งั แต่สิบคนข้ึนไปและเป็นผจู้ ุดไฟเผา
ทรัพยส์ ินของผอู้ ่ืนอนั เป็นการเขา้ ร่วมมวั่ สุมกนั ต้งั แตส่ ิบคนข้ึนไปและกระทาการอยา่ ง
หน่ึงอยา่ งใดใหเ้ กิดการวนุ่ วายข้ึนในบา้ นเมืองโดยมีอาวธุ การกระทาของจาเลยที่ 1 จึง
เป็นความผดิ ตาม ป.อ. มาตรา 215 วรรคสอง 217 และ 358 ตอ่ มาเจา้ พนกั งานตารวจได้
ประกาศผา่ นเครื่องกระจายเสียงวา่ ไมใ่ หก้ ลมุ่ ผชู้ ุมนุมประทว้ งกระทาผิดกฎหมายซ่ึง
เป็นการสง่ั ใหเ้ ลิกมวั่ สุมในการก่อเหตุวนุ่ วายข้ึนในบา้ นเมืองภายหลงั จากท่ีจาเลยท่ี 1
ไดม้ วั่ สุมและกระทาการก่อความวนุ่ วายข้ึนในบา้ นเมืองแลว้ จาเลยที่ 1 จึงไม่มี

32

ความผดิ ตาม ป.อ. มาตรา 216 ท่ีมงุ่ ประสงคล์ งโทษผทู้ ี่ขดั ขืนคาสงั่ ของเจา้ พนกั งานอนั
เป็นการกระทาท่ียงั ไมถ่ ึงข้นั ความผดิ สาเร็จตามมาตรา 215
การวางเพลงิ เผาทรัพยแ์ ละทาใหเ้ สียทรัพย์ เป็นส่วนหน่ึงของการกระทาความผิดฐาน
ร่วมกนั มวั่ สุมต้งั แต่สิบคนข้ึนไปกระทาการอยา่ งหน่ึงอยา่ งใดใหเ้ กิดความวนุ่ วายข้ึน
ในบา้ นเมือง จึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดตอ่ กฎหมายหลายบท

33

บทที่ 3
สรุป
มาตรา 217 “ผใู้ ดวางเพลิงเผาทรัพยข์ องผอู้ ื่น ตอ้ งระวางโทษจาคุกต้งั แต่หกเดือนถงึ เจด็
ปี และปรับต้งั แต่หน่ึงพนั บาทถึงหน่ึงหม่นื ส่ีพนั บาท”
การดูหมิ่นเหยยี ดหยามจะตอ้ งทาใหบ้ คุ คลอื่นเสียหายหรือไดร้ ับความอบั อายและ
จะตอ้ งเป็นพนกั งานที่ไดร้ ับการแตง่ ต้งั เป็นขา้ ราชการแมว้ า่ จะเป็นชวั่ คราวและตอ้ ง
ขณะปฏิบตั ิหนา้ ที่หรือเพราะมีเหตจุ ึงไดป้ ฏิบตั หิ นา้ ที่

มาตรา 136 ผใู้ ดดูหม่นิ เจา้ พนกั งานซ่ึงกระทาการตามหนา้ ท่ี หรือเพราะไดก้ ระทาการ
ตามหนา้ ท่ี ตอ้ งระวางโทษจาคุกไมเ่ กินหน่ึงปี หรือปรับไมเ่ กินสองหมื่นบาท หรือท้งั
จาท้งั ปรับ
การวางเพลิงจะตอ้ งทาใหท้ รัพยข์ องผอู้ น่ื เสียหายซ่ึงและจะตอ้ งมีองคป์ ระกอบคือ
บคุ คลจุดไฟเผาและการวางเพลิงทาใหท้ รัพยข์ องผอู้ ่ืนเสียหายจึงตรงตามมาตรา 217
ซ่ึงความผิดฐานวางเพลิงเผาทรัพย์ ทรัพยจ์ ะตอ้ งเป็นของผอู้ ่นื เทา่ น้นั ถา้ เผาทรัพยข์ อง
ตนเองแมผ้ อู้ ื่นจะเป็นเจา้ ของร่วมดว้ ย กไ็ มเ่ ป็นความผิดฐานวางเพลงิ

34

อา้ งอิง
หลกั และคาพพิ ากษากฎหมายอาญา

35

บทท่ี 1 คาํ อธิบายเชิงโครงสร้างความรับผิดทางอาญา
โครงสร้างความรับผิดทางอาญา

(1.) การกระทาํ ครบองค์ ประกอบทก่ี ฎหมาย บัญญัติหรือไม่

1.)การกระทาํ มกี ารเคล่ือนไหวร่างกายโดยรู้สํานึก คดิ
ตกลงใจ
การไม่เคล่ือนไหวร่างกายโดยรู้สํานึก
ลงมือกระทาํ ความผดิ
ตามทไ่ี ด้ต้งั ใจไว้

งดเว้น ละเวน้

1.ตอ้ งไมม่ ีการเคล่ือนไหว 1.ตอ้ งไมม่ ีการเคลื่อนไหวร่างกาย
2.ผกู้ ระทามีหนา้ ที่ตอ้ งกระทา 2.ผกู้ ระทามีหนา้ ที่ตอ้ งกระทา
3.หนา้ ที่น้นั ตอ้ งกระทาเพอ่ื ป้องกนั มิให้เกิดผล 3.หนา้ ที่น้นั เป็นหนา้ ที่โดยทวั่ ไป
**หนา้ ที่ท่ีจะตอ้ งทาอยแู่ ลว้ **ไมใ่ ช่หนา้ ที่ก็ช่วยได้

(หนา้ ท่ีโดยเฉพาะ) ผิดลหุโทษ

2.การกระทาํ น้ันครบองค์ประกอบภายนอก ของ 1.มีผ้กู ระทาํ โดยตรง
ความผดิ ในเรื่องน้ันๆ 2.มีการลงมืกระทาํ โดยอ้อม

Ex ม. 228 ผ้ใู ด ฆ่า ผ้อู ่ืน 3.มีวตั ถุแห่งการกระทาํ ส่ิงทผี่ ้กู ระทาํ มุ่งหมายในการกระทาํ
= (ครบองค์ประกอบภายนอก)

36

3.การกระทาํ น้ัน ครบองค์ประกอบภายใน เจตนา (ม.59 ว.2 ว.3)

ประมาท (ม.59 ว.4) 1.ประสงค์ต่อผล คือ เจตนาโดยตรง เจตนาโดยอ้อม
(ใช้ให้คนอื่นทาํ ความผดิ )
Ex. เจตนากบั ประมาทไม่สามารถ เกดิ ผลตามทไ่ี ด้ต้งั ใจไว้ 2.ย่อมเลง็ เหน็ ผล คือ
อยู่ด้วยกนั ได้(คนละเร่ืองกนั )
ไม่เกดิ ตรงแต่รู้ว่ามนั จะ
เกดิ ผล

4.การกระทาํ มผี ลสัมพนั ธ์กบั การกระทาํ หรือไม่

ผลโดยตรง ถ้าไม่ทาํ ผลไม่เกดิ ผลย่อมเกดิ มาจากการกระทาํ ของผ้กู ระเอง

ผลธรรมดา (ม.63) ผ้กู ระทาํ คาดเห็นความเป็ นไปได้ของผลน้ัน (ไม่จําเป็ นต้องถงึ ขนาดเลง็ เห็นผล) วญิ ํูชน

ผลแห่งการกระทาํ เกดิ ขึน้ โดยมีเหตุ แทรกแซง คือ เหตุทเ่ี กดิ ขึน้ ใหม่ภายหลงั จากการกระทาํ ตอนแรก
และเป็ นเหตุทก่ี ่อให้เกดิ ผลในบ้นั ปลายขึน้

(2.) การกระทาํ ไม่มี กฎหมาย ยกเว้น ความผดิ ทาํ แล้วไม่ผดิ

กฎหมายอาญา กฎหมายทว่ั ไป กฎหมายรัฐธรรมนูญ

ป้องกนั (ม.68) พอสมควรแก่เหตุ หลกั ยนิ ยอม หลกั เอกสิทธ์ิ ม.124
ม.305 ม.331 ม.329 -ยนิ ยอม Ex.ยนิ ยอมให้ลกั
-ยนิ ยอมแล้วขาด องค์ประกอบภายนอก

37

(3.)การกระทาํ ไม่มี กฎหมายยกเว้นโทษ Ex.(มคี วามผดิ แต่ยกเว้นโทษ)

จําเป็ น (ม.67)
อายุ ตาม (ม.73,74)
วกิ ลจริต (ม.65)
มึนเมา (ม.66)

ทาํ ตามคําส่ังเจ้าพนักงาน (ม.70)
ความผดิ เกยี่ วกบั ทรัพย์ บางประเภท (ม.71)
(ลกั ทรัพย์ระหว่างสามภี รรยา)

โครงสร้างความรับผดิ ทางอาญา มาตรา 334 ความผดิ ฐานลกั ทรัพย์

(1.) การกระทาํ ครบองค์ประกอบทีก่ ฎหมายบญั ญัตหิ รือไม่

1.การกระทาํ มีการเคล่ือนไหวร่างกายโดยรู้สํานึก คดิ
ตกลงใจ
2.การกระทาํ น้ัน ครบองค์ประกอบ
ภายนอก ของความผดิ ในเรื่องน้ันๆ ลงมือกระทาํ ความผดิ
ตามทไี่ ด้ต้งั ใจไว้

1.มผี ู้กระทาํ โดยตรง 1.ผ้ใู ด คือ ผู้กระทาํ ความผดิ

38

2.มีการลงมือกระทาํ 2.เอา…ไป คือ เป็ นการทาํ ให้ทรัพย์น้ันหายไปจากทอี่ ยู่เดมิ ทๆ่ี เคยอยู่,ทาํ ให้ทรัพย์สินน้นั ห่างไกลจากเจ้า
ของเดมิ หรือเป็ นการตดั กรรมสิทธ์ิออกจากตวั ทรัพย์กบั เจ้าของทรัพย์สินเดมิ แม้เพยี งเคลื่อนทเ่ี ลก็ น้อย
กเ็ ป็ นความผดิ สําเร็จแล้ว และทรัพย์จะต้องอยู่ในความครอบครองของผู้อ่ืนทรัพย์จะต้องอยู่ในลกั ษณะ
ทเ่ี คล่ือนทไ่ี ด้ โดยทเ่ี จ้าของทรัพย์ไม่ยนิ ยอม

3.มีวตั ถุแห่งการกระทาํ หรือ 3.ทรัพย์ของผ้อู ่ืนหรือทผ่ี ู้อ่ืนเป็ นเจ้าของรวมอยู่ด้วย คือ ทรัพย์ของใครกไ็ ด้ทมี่ ใิ ช่ของผู้กระทาํ
ส่ิงทผี่ ้กู ระทาํ มุ่งหมายในการ ความผดิ เอง หรือ เป็ นทรัพย์สินของผ้กู ระทาํ ความผดิ เองแต่คดิ ว่าเป็ นของบุคคลอ่ืนจงึ ลกั
กระทาํ ทรัพย์ไปกไ็ ม่มคี วามผดิ เพราะขาดองค์ประกอบภายนอกนี้

3.การกระทาํ น้ัน ครบ เจตนา (ม.59 ว.2 ว.3) เจตนาโดยตรง (ผ้กู ระทาํ ได้กระทาํ โดยตรง)
องค์ประกอบภายใน เจตนาธรรมดา
เป็ นการกระทาํ ทผ่ี ้กู ระทาํ ต้องได้รู้ข้อเทจ็ จริงอนั เป็ องค์
เจตนาพเิ ศษ มูลเหตุจูใจ ประกอบภายนอกของความผดิ และผู้กระทาํ ประสงค์ต่อผล
หรือเลง็ เห็นผลของการกระทาํ

คือ โดยทจุ ริต เป็ นการแสวงหาประโยชน์ทมี่ คิ วรได้
โดยชอบด้วยกฎหมายสําหรับตนเองหรือผ้อู ่ืน

4.การกระทาํ มีผลสัมพนั ธ์กบั การกระทาํ หรือไม่

ทฤษฎเี ง่ือนไข

ผลโดยตรง ถ้าไม่ทาํ ผลไม่เกดิ ผลย่อมเกดิ มาจากการกระทาํ ของผ้กู ระทาํ เอง

(2.)การกระทาํ ไม่มกี ฎหมายยกเว้นความผดิ = ทาํ แล้วไม่ผดิ

แม้จะมอี งค์ประกอบครบตามโครงสร้างแรก

มาตรา 334 ลกั ทรัพย์ ซ่ึงไม่มีกฎหมาย ยกเว้น 39
ความผดิ
การลกั ทรัพย์ ย่อมเป็ นความผดิ จะต้องรับผดิ ในทาง
อาญา

(3.)การกระทาํ ไม่มกี ฎหมาย ยกเว้นโทษ = มคี วามผดิ แต่ยกเว้นโทษ

แม้จะมีองค์ประกอบครบตามโครงสร้างแรก

และไม่มีกฎหมายยกเว้นความผดิ ตามโครงสร้างท่ี 2
แต่ถ้ามีกฎหมาย ยกเว้นโทษ ผ้กู ระทาํ น้ันย่อมมีความผดิ แต่ไม่ต้องรับโทษ

เช่น ความผดิ เกยี่ วกบั ทรัพย์ มาตรา 71 เป็ นการลกั ทรัพย์ระหว่างสามี
ภรรยา = มคี วามผดิ แต่ยกเว้นโทษ

แต่ถ้า ความผดิ เกยี่ วกบั การลกั ทรัพย์ มาตรา 334 เป็ นการเอาสิ่งของทข่ี องบุคคลอื่นได้วางไว้แล้วได้
ลกั ขโมยไป แต่ไม่ใช่เป็ นการลกั ทรัพย์ระหว่างสามภี รรยา = ต้องรับโทษ ทางอาญา คือ จาํ คกุ ไม่เกนิ 3
ปี และปรับไม่เกนิ 60,000 บาท

โครงสร้างความรับผดิ ทางอาญา มาตรา 336 ความผดิ ฐานวง่ิ ราวทรัพย์

(1.) การกระทาํ ครบองค์ประกอบทกี่ ฎหมาย บญั ญตั หิ รือไม่ *** ความรู้ ***

คิด ความผดิ ฐานวงิ่ ราวทรัพย์ จะต้องมคี วามผิดฐานลกั
ตกลงใจ ทรัพย์มาก่อน

1.การกระทาํ มกี ารเคล่ือนไหวร่างกายโดยรู้สํานึก

ได้ลงมือกระทาํ ความผดิ ตามทไ่ี ด้ต้งั ใจไว้

2.การกระทาํ น้ัน ครบองค์ประกอบ
ภายนอกของความผดิ ในเรื่องน้ันๆ

1.มีผู้กระทาํ ผ้ใู ด คือ ผ้กู ระทาํ ความผดิ

40

2.มีการลงมือกระทาํ ลกั ทรัพย์ คือ เป็ นการเอาสิ่งของทขี่ องบุคคลอื่นได้วางไว้แล้วได้ลกั ขโมยไป เป็ นการทาํ ให้ทรัพย์
3.มีวตั ถุแห่งการกระทาํ น้ันหายไปจากทอี่ ยู่เดมิ ทๆ่ี ทรัพย์น้ันเคยอยู่ทาํ ให้ทรัพย์สินน้ันห่างไกลจากเจ้าของเดมิ หรือเป็ น
การตดั กรรมสิทธ์ิออกจากตวั ทรัพย์กบั เจ้าของทรัพย์สินเดมิ แม้เพยี งเคล่ือนทเ่ี ลก็ น้อยกเ็ ป็ น
ความผดิ สําเร็จแล้วและทรัพย์ทลี่ กั ขโมยไปจะต้องอยู่ในความครอบครองของผ้อู ื่นและทรัพย์
ต้องอยู่ในลกั ษณะทส่ี ามารถเคลื่อนทไ่ี ด้โดยทเ่ี จ้าของทรัพย์ไม่ได้ยนิ ยอมให้เอาไปน้นั

โดยฉกฉวยเอาซึ่งหน้า คือ เป็ นการเอาไปต่อหน้าต่อตาของเจ้าของทรัพย์เดมิ ในระยะประชิดโดย
เจ้าของทรัพย์รู้สึกตวั หรือเหน็ การฉกฉวยโดยการ หยบิ ฉวย หรือ กระชากเอาไป และวงิ่ ไปอย่าง
รวดเร็วโดยทเ่ี จ้าของทรัพย์ต้องเหน็ การเอาไปน้นั

3.การกระทาํ น้ัน ครบ เจตนา (ม.59 ว.2 ว.3 ) เจตนาโดยตรง (ผู้กระทาํ ได้กระทาํ โดยตรง)
องค์ประกอบภายใน

เจตนา เป็ นการกระทาํ ทผ่ี ู้กระทาํ ต้องได้รู้ข้อเทจ็ จริงอนั เป็ นองค์ประกอบ

ภายนอกของความผดิ และผู้กระทาํ ประสงค์ต่อผลหรือเลง็ เห็นผลของ
การกระทาํ

เจตนาพเิ ศษ คือ เอาไปโดยทุจริตเป็ นการแสวงหาประโยชน์ทม่ี คิ วรได้โดย
มูลเหตุจูงใจ ชอบด้วยกฎหมายสําหรับตนเองหรือผู้อื่น

4.การกระทาํ มีผลสัมพนั ธ์กบั การกระทาํ หรือไม่

ทฤษฎีเงื่อนไข ผลโดยตรง ถ้าไม่ทาํ ผลไม่เกดิ ผลย่อมเกดิ มาจากการกระทาํ ของผ้กู ระทาํ เอง

ทฤษฎเี หตุทเ่ี หมาะสม ผลธรรมดา( ม.63) ผู้กระทาํ ย่อมคาดเห็นความเป็ นไปได้ของผลน้ัน

(ไม่จําเป็ นต้องถึงขนาดเลง็ เหน็ ผล)

เหตุเพมิ่ โทษหนักขนึ้ (ว.2 ว.3 ว.4) **ต้องรับโทษหนักขึน้

วรรค 2 การวง่ิ ราวทรัพย์เป็ นเหตุให้ผ้อู ่ืน รับอนั ตรายแก่กายหรือจติ ใจ วรรค 3 การวงิ่ ราวทรัพย์เป็ นเหตุให้ผู้อื่น รับอนั ตรายสาหสั
วรรค 4 การวงิ่ ราวทรัพย์เป็ นเหตุให้ผ้อู ื่น ถึงแก่ความตาย

41

(2.)การกระทาํ ไม่มกี ฎหมายยกเว้นความผดิ = ทาํ แล้วไม่ผดิ

แม้จะมอี งค์ประกอบครบตามโครงสร้างแรก
มาตรา 336 วงิ่ ราวทรัพย์ ซ่ึงไม่มีกฎหมายยกเว้นความผดิ
การวง่ิ ราวทรัพย์ ย่อมเป็ นความผดิ จะต้องรับผดิ ในทางอาญา

(3.)การกระทาํ ไม่มกี ฎหมายยกเว้นโทษ = มคี วามผดิ แต่ยกเว้นโทษ

แม้จะมีองค์ประกอบครบตามโครงสร้างแรก
และไม่มีกฎหมายยกเว้นความผดิ ตามโครงสร้างท่ี 2
แต่ถ้ามกี ฎหมาย ยกเว้นโทษ ผ้กู ระทาํ น้ันย่อมมีความผดิ แต่ไม่ต้องรับโทษ

ซ่ึง การวงิ่ ราวทรัพย์ ไม่มกี ฎหมายยกเว้นโทษ จะต้องรับโทษทางอาญา
การวงิ่ ราวทรัพย์ จะต้องรับโทษทางอาญา ต้องระวางโทษจาํ คกุ ไม่เกนิ 5 ปี และปรับไม่เกนิ 100,000 บาท
**เหตุทที่ าํ ให้เพม่ิ โทษหนกั ขนึ้ **

วรรค 2 ถ้าการวิ่งราวทรัพย์เป็ นเหตุให้ผู้อ่ืน รับอนั ตรายแก่กายหรือจติ ใจ ผู้กระทําต้องระวางโทษจาํ คุกต้ังแต่ 2 ปี ถึง 7 ปี และปรับต้งั แต่ 40,000 บาท
ถึง 140,000 บาท
วรรค 3 ถ้าการว่งิ ราวทรัพย์เป็ นเหตุให้ผู้อื่น รับอนั ตรายสาหัส ผู้กระทาํ ต้องระวางโทษจาํ คุกต้ังแต่ 3 ปี ถงึ 10 ปี และปรับต้งั แต่ 60,000 บาท ถงึ
200,000 บาท
วรรค 4 ถ้าการวง่ิ ราวทรัพย์เป็ นเหตุให้ผู้อื่น ถึงแก่ความตาย ผู้กระทําต้องระวางโทษจาํ คุกต้งั แต่ 5 ปี ถึง 15 ปี และปรับต้งั แต่ 100,000 บาท ถงึ
300,000 บาท

42

บทที่ 2 คาํ อธิบายจากบรรทดั ฐานคาํ พพิ ากษาศาลฎกี า

แนวคาํ พพิ ากษาฎกี า มาตรา 334 ความผดิ ฐานลกั ทรัพย์

คาํ พพิ ากษาศาลฎกี าท่ี 16502/2557 จาเลยท่ี 1 ใหโ้ จทกร์ ่วมกยู้ มื เงินเพ่อื นาไปใชจ้ ่ายในการเลน่ การพนนั โดยยดึ ถือรถ

กระบะท่ีโจทกร์ ่วมเช่าซ้ือมาจากผใู้ หเ้ ช่าซ้ือเป็ นหลกั ประกนั การชาระหน้ี เม่ือจาเลยท่ี 1 ยอมใหโ้ จทกร์ ่วมนารถกระบะ
กลบั ไปใช้ และโจทกร์ ่วมไมน่ ารถกระบะกลบั มาคืนภายในเวลาที่ตกลงกนั ไว้ จาเลยท่ี 1 กไ็ ม่มีอานาจนารถกระบะกลบั มา
ยดึ ถือครอบครองโดยโจทกร์ ่วมไม่ยนิ ยอม การท่ีจาเลยที่ 1 เอารถกระบะไปจากโจทกร์ ่วม แมน้ ่าเชื่อวา่ หากโจทกร์ ่วมชาระ
หน้ีแก่จาเลยท่ี 1 ครบถว้ น จาเลยท่ี 1 คงจะคืนรถกระบะให้ แตก่ เ็ ห็นไดว้ า่ ถา้ โจทกร์ ่วมไมช่ าระหน้ี จาเลยที่ 1 คงไม่คืนรถ
กระบะให้ การที่จาเลยท่ี 1 เอารถกระบะไปดงั กล่าวจึงเป็ นการตดั กรรมสิทธ์ิในรถกระบะของผใู้ หเ้ ช่าซ้ือขณะอยใู่ นความ
ครอบครองของโจทกร์ ่วมตลอดไปแลว้ และเมื่อเป็นการใชอ้ านาจบงั คบั เพ่ือใหต้ นไดร้ ับชาระหน้ีโดยไม่ชอบดว้ ยกฎหมาย
ยอ่ มตอ้ งถือวา่ เป็ นการแสวงหาประโยชนท์ ี่มิควรไดโ้ ดยชอบดว้ ยกฎหมายสาหรับตนเอง ดงั น้ี การกระทาของจาเลยที่ 1 จึง
เป็ นการเอาทรัพยข์ องผอู้ ่ืนไปโดยทุจริต อนั เป็นความผดิ ฐานลกั ทรัพย์ และไม่วา่ โจทกร์ ่วมจะผิดสญั ญาเช่าซ้ือหรือไมก่ ต็ าม
เมื่อโจทกร์ ่วมเป็ นผคู้ รอบครองรถกระบะคนั ดงั กล่าวในขณะที่กลา่ วอา้ งวา่ จาเลยท้งั สองร่วมกนั เอารถกระบะของผใู้ หเ้ ช่า
ซ้ือไปโดยทจุ ริต โจทกร์ ่วมยอ่ มเป็ นผเู้ สียหายและเขา้ ร่วมเป็ นโจทกร์ ่วมคดีน้ีได้

วเิ คราะห์ จากแนวคาพิพากษาศาลฎีกา ดงั กลา่ ว ศาลฎีกากลบั มองวา่ จาเลยที่ 1 มีความผดิ ฐานลกั ทรัพย์ โดยโจทย์
ร่วม ไดก้ ยู้ มื เงินไปเพ่ือนาไปใชจ้ ่ายในการล่นการพนนั เพอื่ แลกกบั เงินที่ไดก้ ไู้ ปน้นั จาเลยที่ 1 จึงไดย้ ดึ ถือรถกระบะเช่าซ้ือ
มาจากผใู้ หเ้ ช่าซ้ือเป็ นหลกั ประกนั การชาระหน้ี แต่ในฎีกาโจทยร์ ่วมไม่ไดไ้ ปชาระหน้ี ต่อจาเลยท่ี 1 แตอ่ ยา่ งใด จาเลยที่ 1
จึงยดึ รถกระบะคนั ดงั กลา่ วไปไวโ้ ดยการครอบครองเป็ นเจา้ ของเสียเอง จาเลยท่ี 1 จึงมีความผดิ ฐานลกั ทรัพย์ โดยทุจริต เป็น
การแสวงหาประโยชน์ที่มิควรไดโ้ ดยชอบดว้ ยกฎหมายสาหรับตนเองหรือผอู้ ่ืน จากโครงสร้างความรับผดิ ทางอาญา มาตรา
334 ความผิดฐานลกั ทรัพย์ สามารถแบ่งไดด้ งั น้ี

(1.)การกระทาครบองคป์ ระกอบที่กฎหมายบญั ญตั หิ รือไม่

1.ตอ้ งมีการกระทา จาเลยท่ี 1 มีการเคลื่อนไหวร่างกายโดยรู้สานึก มีการคิด ตกลงใจ และมีการลงมอื กระทาความผดิ ตามที่
ไดต้ ้งั ใจเอาไว้

2.การกระทาน้นั ครบองคป์ ระกอบภายนอกของความผดิ ในเร่ืองน้นั ๆ

1.มีผกู้ ระทาโดยตรง คือผใู้ ด คือจาเลยท่ี 1

2.มีการลงมือกระทา คือเอา…ไป คือ เป็นการทาใหร้ ถกระบะน้นั หายไปจากท่ีอยเู่ ดิมท่ีๆเคยอยู่ ทาใหท้ รัพยส์ ินน้นั ห่างไกล
จากเจา้ ของเดิม หรือเป็ นการตดั กรรมสิทธ์ิออกจากตวั ทรัพยก์ บั เจา้ ของทรัพยส์ ินเดิมแมเ้ พยี งเคล่ือนท่ีเลก็ นอ้ ยก็เป็ นความผดิ
สาเร็จแลว้ และทรัพยจ์ ะตอ้ งอยใู่ นความครอบครองของโจทยร์ ่วมดว้ ย

43

3.มีวตั ถุแห่งการกระทาหรือส่ิงท่ีผกู้ ระทามุง่ หมายในการกระทา คอื ทรัพยข์ องผอู้ น่ื หรือท่ีผอู้ นื่ เป็ นเจา้ ของรวมอยดู่ ว้ ย คือ
ทรัพยข์ องใครก็ไดท้ ่ีมิใช่ของจาเลยที่ 1 เองหรือเป็ นทรัพยส์ ินของผกู้ ระทาความผิดเองและจาเลยท่ี 1 ก็รู้อยแู่ ลว้ วา่ รถกระบะ
คนั น้นั ไมใ่ ช่ของตนจึงไดล้ กั ทรัพยข์ องโจทยร่วมไปโดยทจุ ริต
3.การกระทาน้นั ครบองคป์ ระกอบภายใน จาเลยที่ 1 มีเจตนา (ม.59 ว.2 ว.3) และมีเจตนาโดยตรง (ผกู้ ระทาไดก้ ระทา
โดยตรง)
เจตนาธรรมดา เป็ นการกระทาท่ีผกู้ ระทาตอ้ งไดร้ ู้ขอ้ เทจ็ อนั เป็ นองคป์ ระกอบภายนอกของความผิดและจาเลยที่ 1 ประสงค์
ต่อผลหรือเลง็ เห็นผลของการกระทา และมี
เจตนาพเิ ศษ มูลเหตจุ ูงใจ คือโดยทุจริต เป็ นการแสวงหาประโยชท์ ่ีมิควรไดโ้ ดยชอบดว้ ยกฎหมายสาหรับตนเองหรือผอู้ ื่น
4.การกระทามีผลสมั พนั ธ์กบั การกระทาหรือไม่
ผลโดยตรง  ถา้ ไม่ทาผลไมเ่ กิด  ผลยอ่ มเกิดมาจากการกระทาของผกู้ ระทาเอง
(2.)การกระทาไมม่ ีกฎหมายยกเวน้ ความผดิ =ทาแลว้ ไมผ่ ดิ
แมจ้ ะมีองคป์ ระกอบครบตามโครงสร้างแรก มาตรา 334 ลกั ทรัพย์ ซ่ึงไม่มีกฎหมาย ยกเวน้ ความผดิ ไวแ้ ตอ่ ยา่ งใด การลกั
ทรัพยน์ ้นั ยอ่ มเป็ นความผิด จาเลยที่ 1 จะตอ้ งรับผิดในทางอาญา
(3.)การกระทาไม่มีกฎหมายยกเวน้ โทษ = มีความผิดแตย่ กเวน้ โทษ
แมจ้ ะมีองคป์ ระกอบครบตามโครงสร้างแรก และไมม่ ีกฎหมายยกเวน้ ความผดิ ตามโครงสร้างท่ี 2 แตถ่ า้ มีกฎหมาย ยกเวน้
โทษ ผกู้ ระทาน้นั ยอ่ มมีความผดิ แต่ไม่ตอ้ งรับโทษ เช่น ความผดิ เกี่ยวกบั ทรัพย์ มาตรา 71 ซ่ึงเป็ นการลกั ทรัพยร์ ะหวา่ งสามี
ภรรยา ลูก หรือญาติที่ใกลส้ นิทกนั = มีความผิด แต่ยกเวน้ โทษ แตถ่ า้ ความผิดเกี่ยวกบั การลกั ทรัพย์ มาตรา 334 น้ีเป็ นการ
เอาทรัพยส์ ่ิงของของผอู้ ื่นไปโดยการตดั กรรมสิทธ์ิออกจากเจา้ ของทรัพยเ์ ดิมไป แตไ่ ม่ใช่เป็นการลกั ทรัพยร์ ะหวา่ งสามี
ภรรยา = จะตอ้ งรับโทษทางอาญา คือ จาคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไมเ่ กิน 60,000 บาท

44

คําพพิ ากษาศาลฎกี าท่ี 3142/2557 แมจ้ าเลยและผเู้ สียหายเป็นเจา้ ของรวมในสวนยางพาราท่ีเกิดเหตุ แต่ก่อนเกิดเหตุ

จาเลยยอมใหผ้ เู้ สียหายครอบครองและไดป้ ระโยชน์เพยี งผเู้ ดียว การท่ีจาเลยจา้ ง ส. เขา้ ไปกรีดยางพาราจะเอาน้ายางพาราไป
เพยี งผเู้ ดียว จึงเป็ นการแสวงหาประโยชน์ที่มคิ วรไดโ้ ดยชอบดว้ ยกฎหมายสาหรับตนเอง ยอ่ มเป็นการทุจริตแลว้ เมื่อน้า
ยางพาราท่ีกรีดยงั อยใู่ นถว้ ยรองน้ายางยงั ไม่ไดถ้ กู นาไป เป็ นเพยี งพยายามกระทาความผิดฐานลกั ทรพั ย์ ศาลฎีกาวนิ ิจฉยั วา่
ขอ้ เทจ็ จริงเบ้ืองตน้ ฟังเป็ นยตุ ิวา่ ผเู้ สียหายและจาเลยต่างเคยมีคูส่ มรสและมีบุตรมาก่อน ตอ่ มาไดอ้ ยกู่ ินฉนั สามีภริยาต้งั แต่ปี
2516 แลว้ จดทะเบียนสมรสกนั ในปี 2527 และมีบุตรดว้ ยกนั ปี 2539 จาเลยไปมีภริยาใหม่ ปี 2546 จาเลยฟ้องหยา่ ผเู้ สียหาย
แลว้ ถอนฟ้อง ปี 2548 ผเู้ สียหายฟ้องหยา่ จาเลยและศาลมีคาพิพากษาในปี 2549 ใหห้ ยา่ ขาดจากกนั และคดีถึงที่สุด ที่ดิน
โฉนดเลขที่ 3558 เดิมจาเลยมีชื่อถือกรรมสิทธ์ิ ตอ่ มาจาเลยไดโ้ อนกรรมสิทธ์ิใหผ้ เู้ สียหาย ที่ดินท่ีเกิดเหตอุ ยทู่ างดา้ นทิศ
ตะวนั ออกของท่ีดินดงั กล่าวเป็ นท่ีดินสาธารณะซ่ึงปลกู ยางพาราประมาณ 1,000 ตน้ ซ่ึงผเู้ สียหายอา้ งวา่ ตนกบั บุตรสาวท่ีเกิด
จากสามีเดิมเป็นผปู้ ลกู และบารุงรักษาโดยจาเลยไมเ่ กี่ยวขอ้ งเพราะรับราชการอยทู่ ี่อื่น ส่วนจาเลยอา้ งวา่ ตนเป็นผจู้ บั จองทา
ประโยชนโ์ ดยปลูกตน้ ไมร้ วมตน้ ยางพาราบางส่วนเม่ือประมาณปี 2516 หรือปี 2517 ภายหลงั เกิดพายเุ กยไ์ ดร้ ับความ
เสียหายจึงไดซ้ ้ือตน้ ยางพารามาปลกู ทดแทนประมาณ 1,000 ตน้ และกรีดน้ายางไดเ้ ม่ือปี 2539 โดยจาเลยและผเู้ สียหาย
ช่วยกนั ดูแลรักษาและนารายไดม้ าใชจ้ ่ายในครัวเรือน เมื่อวนั เวลาและสถานท่ีเกิดเหตุตามฟ้องภายหลงั การหยา่ จาเลยได้
วา่ จา้ งนาย ส.และนาย อ. ไปกรีดน้ายางพาราในท่ีดินเกิดเหตุ บุคคลท้งั สองไดก้ รีดน้ายางรองใส่ถว้ ยยางแตย่ งั ไม่ไดเ้ ก็บน้า
ยางไปรวมประมาณ 300 ตน้ เป็ นเหตใุ หบ้ คุ คลท้งั สองและจาเลยถกู จบั กมุ ดาเนินคดีน้ี มีปัญหาตอ้ งวนิ ิจฉยั วา่ จาเลยกระทา
ผิดฐานพยายามลกั ทรัพยต์ ามท่ีศาลอทุ ธรณ์ภาค 8 พิพากษาหรือไม่ จาเลยอา้ งวา่ ผเู้ สียหายและจาเลยเป็ นเจา้ ของรวมในสวน
ยางพาราท่ีเกิดเหตุ และยอมรับวา่ ก่อนเกิดเหตุยอมใหผ้ เู้ สียหายครอบครองและไดป้ ระโยชนเ์ พียงผเู้ ดียว ที่จาเลยจา้ งนาย ส.
เขา้ ไปกรีดน้ายางพาราก็ทาโดยเปิ ดเผยเพราะเขา้ ใจวา่ มีอานาจทาได้ เห็นวา่ การเอาทรัพยท์ ี่ผอู้ นื่ เป็ นเจา้ ของรวมอยดู่ ว้ ยไป
โดยทุจริตกเ็ ป็ นความผดิ ฐานลกั ทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334, 335 ดงั น้นั แมฟ้ ังไดต้ ามขอ้ อา้ งของจาเลยวา่
จาเลยและผเู้ สียหายเป็นเจา้ ของรวมในน้ายางพารา แต่จาเลยกจ็ ะเอาน้ายางพาราท่ีนาย ส. กรีดจากตน้ ยางพาราไปเพียงผเู้ ดียว
โดยขณะน้นั ผเู้ สียหายเป็ นผเู้ ดียวท่ีครอบครองและไดป้ ระโยชน์ ซ่ึงเป็ นไปไมไ่ ดท้ ่ีผเู้ สียหายจะครอบครองสวนยางพาราที่
เกิดเหตแุ ทนจาเลยดว้ ยเพราะมีเหตุพิพาทและหยา่ ขาดจากกนั แลว้ การกระทาของจาเลยจึงเป็นการแสวงหาประโยชนท์ ่ีมิ
ควรไดโ้ ดยชอบดว้ ยกฎหมายสาหรับตนเองยอ่ มเป็นการทุจริตแลว้ จึงเป็นความผดิ ฐานลกั ทรัพย์ เม่ือน้ายางพาราท่ีกรีดยงั อยู่
ในถว้ ยรองน้ายางยงั ไม่ไดถ้ กู นาไปเป็นเพียงพยายามกระทาความผดิ ฐานลกั ทรัพย์

วเิ คราะห์ จากแนวคาพิพากษาดงั กลา่ ว ก่อนเกิดเหตุการหยา่ จาเลย และ ผเู้ สียหาย เป็นเจา้ ของรวมสวนยางพาราอยู่ แต่
ก่อนเกิดเหตุจาเลยยอมใหผ้ เู้ สียหายครอบครองและไดป้ ระโยชนเ์ พียงผเู้ ดียว และต่อมา จาเลย และ ผเู้ สียหาย ไดฟ้ ้องหยา่ กนั
โดยฝ่ ายจาเลยเป็ นผฟู้ ้องหยา่ ผเู้ สียหายก่อน แลว้ จึงไดถ้ อนฟ้องในภายหลงั ตอ่ มาฝ่ ายของผเู้ สียหายไดฟ้ ้องหยา่ จาเลยข้ึนอีก
คร้ัง จึงทาใหม้ ีคาสงั่ ของศาลให้ จาเลย และ ผเู้ สียหาย ใหห้ ยา่ ขาดกนั และคดีถงึ ที่สุด เดิมที่ดินสวนยางพาราดงั กล่าวจาเลยมี
ชื่อถือกรรมสิทธ์ิอยู่ ตอ่ มาในภายหลงั จาเลยไดโ้ อนท่ีดินสวนยางพาราดงั กล่าวใหก้ บั ผเู้ สียหาย ซ่ึงในสวนยางพาราน้นั มีตน้
ยางอยปู่ ระมาณ 1,000 ตน้ หลงั จากการหยา่ จาเลยไดจ้ า้ ง นาย ส. และนาย อ. ไปกรีดน้ายางพาราในที่ดินของผเู้ สียหายเพื่อ
การแสวงหาประโยชน์ต่อจาเลยแต่เพยี งผเู้ ดียว ตอ่ มาศาลวนิ ิจฉยั วา่ การกระทาของจาเลยและ นาย ส. กบั นาย อ. น้นั มี

45

ความผดิ ฐานพยายามลกั ทรัพยข์ องผอู้ ื่น ดงั น้นั 1.จาเลย 2.นาย ส. และ 3.นาย อ. ตอ้ งรับผิด ดงั น้ี ตามโครงสร้างความรับผดิ
ทางอาญา มาตรา 334 ความผิดฐานลกั ทรัพย์ ดงั น้ี
(1.)การกระทาครบองคป์ ระกอบที่กฎหมายบญั ญตั ิหรือไม่
1.มีการกระทา โดยจาเลยและพวกมีการเคลื่อนไหวร่างกายโดยรู้สานึก โดยจาเลยคดิ วา่ สวนยางพาราน้นั ตนสามารถเขา้ ทา
ประโยชนไ์ ด้ ไดต้ กลงใจ และไดล้ งมือกระทาความผิดตามท่ีไดต้ ้งั ใจเอาไว้
2.การกระทาน้นั ครบองคป์ ระกอบภายนอกของความผดิ ในเรื่องน้นั ๆ
1.มีผกู้ ระทาโดยตรงและโดยออ้ ม คือผใู้ ด คือจาเลยและพวกไดก้ ระทาความผดิ
2.มีการลงมือกระทา คือเอา…ไป คือเป็นการทาใหท้ รัพยน์ ้นั หายไปจากท่ีอยเู่ ดิมท่ีๆเคยอยแู่ มเ้ พียงเคลื่อนที่เลก็ นอ้ ยก็เป็น
ความผิดสาเร็จแลว้ และทรัพย(์ คือน้ายาง)จะตอ้ งอยใู่ นความครอบครองของผเู้ สียหายอยโู่ ดยท่ีผเู้ สียหายน้นั ไม่ไดย้ นิ ยอมแต่
อยา่ งใด
3.มีวตั ถแุ ห่งการกระทาหรือสิ่งที่ผกู้ ระทามุ่งหมายในการกระทา คือการที่ จาเลย ไดโ้ อนที่ดินสวนยางพารา 1,000 ตน้ ใหก้ บั
ผเู้ สียหายสวนยางพาราดงั กลา่ ว จึงเป็ นทรัพยข์ องผเู้ สียหาย หรือที่ผอู้ ่ืนเป็นเจา้ ของรวมอยดู่ ว้ ย คือทรัพย(์ น้ายาง)ของใครก็ได้
ท่ีมิใช่ของจาเลยผกู้ ระทาความผดิ เองหรือเป็นทรัพยส์ ินของจาเลยเองแตค่ ิดวา่ เป็ นของบคุ คลอื่นจึงไดล้ กั ทรัพยไ์ ปกไ็ ม่มี
ความผดิ เพราะขาดองคป์ ระกอบภายนอกน้ี
3.การกระทาน้นั ครบองคป์ ระกอบภายใน จาเลยมีเจตนา (ม.59 ว.2 ว.3) เป็ นเจตนาโดยออ้ ม (เป็ นการใชใ้ หผ้ อู้ น่ื กระทา
ความผดิ แทนตนเอง) เจตนาธรรมดา เป็ นการกระทาท่ีผกู้ ระทาตอ้ งไดร้ ู้ขอ้ เทจ็ จริงอนั เป็ นองคป์ ระกอบภายนอกของ
ความผิดและประสงคผ์ ลหรือเลง็ เห็นผลของการกระทาน้นั และจาเลยยอ่ มมี เจตนาพิเศษ มลู เหตจุ ูงใจ คือ โดยทุจริต เป็ น
การแสวงหาประโยชน์ที่มคิ วรไดโ้ ดยชอบดว้ ยกฎหมายสาหรับตนเองหรือผอู้ ่ืน

4.การกระทามีผลสมั พนั ธก์ บั การกระทาหรือไม่
ผลโดยตรง  ถา้ ไมท่ าผลยอ่ มไม่เกิด  ผลยอ่ มเกิดมาจากการกระทาของผกู้ ระทาเอง

(2.)การกระทาไม่มีกฎหมายยกเวน้ ความผิด=ทาแลว้ ไม่ผดิ

แมจ้ ะมีองคป์ ระกอบครบตามโครงสร้างแรก มาตรา 334 ลกั ทรัพย์ ซ่ึงไม่มีกฎหมายยกเวน้ ความผิด
การลกั ทรัพยข์ องคนอ่ืน ยอ่ มเป็ นความผดิ จะตอ้ งรับผดิ ทางอาญา

(3.)การกระทาไม่มีกฎหมายยกเวน้ โทษ=มีความผิดแตย่ กเวน้ โทษ
แมจ้ ะมีองคป์ ระกอบครบตามโครงสร้างแรก และไมม่ ีกฎหมายยกเวน้ ความผดิ ตามโครงสร้างท่ี 2

46

แต่ถา้ มีกฎหมาย ยกเวน้ โทษ ผกู้ ระทาน้นั ยอ่ มมคี วามผดิ แต่ไมต่ อ้ งรับโทษ เช่น ความผิดเก่ียวกบั ทรัพย์ มาตรา 71 เป็ นการ
ลกั ทรัพยร์ ะหวา่ งสามีภรรยา ในเครือญาติกนั =มีความผิดแต่ยกเวน้ โทษ

แตถา้ ความผดิ เก่ียวกบั การลกั ทรัพยข์ องผอู้ ่ืน มาตรา 334 เป็ นการเอาสิ่งของที่ของบุคคลอ่ืนไดว้ างไวแ้ ลว้ ไดล้ กั ขโมยไป แต่
ไม่ใช่เป็ นการลกั ทรัพยร์ ะหวา่ งสามีภรรยาหรือภรรยาระหวา่ งสามี = จะตอ้ งรบั โทษทางอาญา คือจาคุกไมเ่ กิน 3 ปี และปรับ
ไม่เกิน 60,000 บาท

คําพพิ ากษาศาลฎกี าท่ี 483/2557 จาเลยเป็นพนกั งานช่วยงานพยาบาลซ่ึงทางานในโรงพยาบาลที่เกิดเหตุ หอ้ งน้าท่ีเกิด

เหตเุ ป็ นสถานท่ีท่ีจาเลยตอ้ งเขา้ ไปทางานตามหนา้ ท่ี และเหตคุ ดีน้ีเกิดในช่วงเวลาที่จาเลยทางาน กรณีจึงมิใช่เรื่องท่ีจาเลยเขา้
ไปโดยไม่ไดร้ ับอนุญาตแลว้ ลกั ทรัพยใ์ นสถานที่ดงั กลา่ ว การกระทาของจาเลยยอ่ มเป็ นความผดิ ฐานลกั ทรัพยต์ าม ป.อ.
มาตรา 334 มิใช่ลกั ทรัพยใ์ นสถานท่ีราชการ ปัญหาดงั กล่าวเป็นปัญหาขอ้ กฎหมายที่เกี่ยวกบั ความสงบเรียบร้อย แมจ้ าเลย
มิไดฎ้ ีกา ศาลฎีกากม็ ีอานาจยกข้ึนวนิ ิจฉยั แกไ้ ขใหถ้ ูกตอ้ งไดต้ าม ป.ว.ิ อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ศาลฎีกา
วนิ ิจฉยั วา่ ขอ้ เทจ็ จริงที่คูค่ วามไม่ไดโ้ ตแ้ ยง้ ในช้นั ฎีการับฟังไดว้ า่ เมื่อวนั ที่ 8 มิถุนายน 2553 เวลา 6.15 นาฬิกา ผเู้ สียหายซ่ึง
ไปเฝ้าดูแลพนั เอก บ. บิดาของผเู้ สียหายท่ีพกั รักษาโรคปอดอยทู่ ี่หอ้ งผปู้ ่ วยพิเศษเลขท่ี 1301 หอผปู้ ่ วย 1 อายรุ กรรมชายใน
โรงพยาบาลอานนั ทมหิดล สถานท่ีเกิดเหตตุ ามฟ้อง ไดเ้ ขา้ หอ้ งน้าภายในหอ้ งผปู้ ่ วยดงั กลา่ ว แลว้ ถอดแหวนเพชร 1 วง ราคา
20,000 บาท กบั แหวนทองคาประดบั พลอย 1 วง ราคา 10,000 บาท ไวบ้ นถาดวางสบู่เหนือที่ใส่มว้ นกระดาษชาระที่มี
ลกั ษณะตามภาพถา่ ยสถานท่ีเกิดเหตุ เม่ืออาบน้าและซกั ผา้ เสร็จผเู้ สียหายออกจากหอ้ งน้านาผา้ ท่ีซกั ไปตากท่ีระเบียงดา้ นขา้ ง
หอ้ งผปู้ ่ วยน้นั ช่วงเวลาดงั กลา่ วจาเลยซ่ึงเป็ นพนกั งานช่วยงานพยาบาลนาถุงปัสสาวะของพนั เอก บ. ใส่กระป๋ องไปเทใส่โถ
สว้ มชกั โครกในหอ้ งน้าท่ีผเู้ สียหายเพิ่งออกมา หลงั จากน้นั จาเลยออกจากหอ้ งผปู้ ่ วยพิเศษเลขท่ี 1301 ไป ตอ่ มาผเู้ สียหายเขา้
หอ้ งน้าเพื่อจะเอาแหวนท้งั สองวงท่ีวางไว้ แต่พบวา่ หายไป ผเู้ สียหายทราบจากพนั เอก บ. วา่ เห็นจาเลยนาถงุ ปัสสาวะไปเท
ทิ้งในหอ้ งน้าจึงแจง้ เร่ืองใหห้ วั หนา้ หอผปู้ ่ วยทราบ หวั หนา้ หอผปู้ ่ วยเรียกพยาบาล 2 คน ผชู้ ่วยพยาบาล 2 คน และจาเลยซ่ึง
อยเู่ วรและเกี่ยวขอ้ งในวนั ดงั กลา่ วมาตรวจคน้ ตวั และตรวจคน้ ลอ็ กเกอร์ประจาตวั ของบุคคลท้งั หา้ น้นั แลว้ ไมพ่ บแหวนของ
ผเู้ สียหายท่ีหายไป จากน้นั เวลาประมาณ 9 นาฬิกา ผเู้ สียหายไปแจง้ ความร้องทุกขต์ ่อพนกั งานสอบสวนที่สถานีตารวจภูธร
เมืองลพบุรี พนกั งานสอบสวนไปตรวจสถานท่ีเกิดเหตแุ ลว้ ทาแผนที่สงั เขปแสดงสถานที่เกิดเหตุ ถ่ายรูปสถานท่ีเกิดเหตุ
และทาบนั ทึกการตรวจสถานที่เกิดเหตคุ ดีอาญา วนั ท่ี 23 กรกฎาคม 2553 จาเลยเขา้ มอบตวั เพ่ือขอตอ่ สูค้ ดีตามบนั ทึกการ
มอบตวั ผตู้ อ้ งหา ช้นั สอบสวนพนกั งานสอบสวนแจง้ ขอ้ หาแก่จาเลยวา่ ลกั ทรัพยใ์ นสถานที่ราชการ จาเลยใหก้ ารปฏิเสธตาม
บนั ทึกคาใหก้ ารของผตู้ อ้ งหาคดีมีปัญหาตอ้ งวนิ ิจฉยั ตามฎีกาของจาเลยวา่ จาเลยคือคนร้ายที่ลกั แหวน 2 วงของผเู้ สียหายไป
หรือไม่ เห็นวา่ แมโ้ จทกไ์ ม่มีประจกั ษพ์ ยานใดที่เห็นจาเลยเอาแหวนท้งั สองวงของผเู้ สียหายไป และหวั หนา้ หอผปู้ ่ วยตรวจ
คน้ ไมพ่ บแหวนของผเู้ สียหายท่ีจาเลยก็ตาม แต่ในเหตุท่ีมีจาเลยเพยี งคนเดียวเขา้ ไปเทปัสสาวะของพนั เอก บ. ลงโถสว้ มใน
หอ้ งน้าที่เกิดเหตุแลว้ แหวนท้งั สองวงของผเู้ สียหายซ่ึงวางอยใู่ กลโ้ ถสว้ มดงั กลา่ วหายไป ท้งั การตรวจคน้ จาเลยก็มิไดก้ ระทา

47


Click to View FlipBook Version