The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอน อ่านออก เขียนได้ ป.3 เล่ม3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Forfern2649, 2022-04-20 09:45:47

แผนการสอน อ่านออก เขียนได้ ป.3 เล่ม3

แผนการสอน อ่านออก เขียนได้ ป.3 เล่ม3

บริษัทธารปัญญา จำากดั

สงวนลขิ สทิ ธิ์ © ๒๕๖๒
ห้�มมิใหน้ �ำ แผนก�รจดั ก�รเรยี นรู้นี้
ไปใช้เพ่อื ก�รจำ�หน่�ยหรือก�รค�้ ใดๆ
ในทกุ รปู แบบ ไม่ว่�จะเปนหนงั สอื
หรือในระบบคอมพิวเตอรท์ กุ ชนดิ

แผนจดั ก�รเรยี นรู้

อ�่ นออก เขยี นได้

ประถมศกึ ษ�ปที ่ี ๓

เลม่ ๓

กลุ่มส�ระก�รเรยี นรูภ้ �ษ�ไทย

ต�มหลกั สตู รแกนกล�งก�รศกึ ษ�ขั้นพ้ืนฐ�น พุทธศักร�ช ๒๕๕๑

ค�ำ แนะน�ำ การใชแ้ ผนการสอนอา่ นออก เขยี นได้ 2

หนงั สอื อา่ นออก เขยี นได้ ชดุ น้ี ออกแบบขน้ึ มา เพอื่ ใหน้ กั เรยี นเรยี นรอู้ ยา่ งเปน็ ขน้ั เปน็ ตอน ไมม่ กี าร
ข้ามข้ันตอน แต่ละเล่มจะก้าวไปทลี ะขัน้ (step) คณุ ครูทุกทา่ นทีใ่ ช้แผนการสอนน้ี โปรดทำ�ความเข้าใจ
หลักการของแผนการสอนชุดน้ี ดังนี้

๑. กระบวนการสอน ๕ ขน้ั แบบ Brain-based Learning (BBL)

กระบวนการสอนอ่านออก เขยี นได้ ในแผนการสอนน้ี ยดึ การสอนทแ่ี บ่งออกเปน็ ๕ ขน้ั ดังราย
ละเอียดข้างลา่ งนี้ เพ่ือประกันผลสำ�เร็จ ว่านักเรยี นจะอ่านออก เขยี นได้แมน่ ยำ� คือ

๑.๑ อุ่นเครอื่ ง (Warm-up)
ก ารอนุ่ เครอ่ื ง (warm-up) เปน็ กจิ กรรมทที่ �ำ เพอื่ ใหส้ มองตนื่ ตวั เตรยี มพรอ้ มทจี่ ะเรยี นรวู้ ชิ า
ตอ่ ไป หรือระหวา่ งชว่ั โมง ถ้าเนอ้ื หาที่จะเรยี นรนู้ ั้นค่อนขา้ งยาก คณุ ครสู ังเกตว่านกั เรียน
เรมิ่ หมดความสนใจหรอื อ่อนล้า ควรใหท้ �ำ Warm-up เพ่อื กระตนุ้ สมอง การ Warm-up
นัน้ ทำ�ได้ ๓ วธิ ี คอื ๑) Brain Exercise ๒) การเคลอ่ื นไหวเป็นจังหวะ (Rhythm) อาจมี
เสยี งเพลงและค�ำ กลอนประกอบ และ ๓) ยดื เสน้ ยืดสาย (Stretching)

๑.๒ ข้นั นำ�เสนอความรู้ (Present)
นักเรียนทุกคนมีความต่างกัน มีประสบการณ์ มีพื้นฐานเฉพาะตัว ดังน้ัน การนำ�เสนอ
ความรู้ (การสอน) จึงควรเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนได้เรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย
นำ�เสนอความรูใ้ หม่ ผ่านส่อื การเรยี นรู้ท่ีนา่ สนใจ เชน่ สอ่ื ของจรงิ บัตรภาพ บตั รคำ� บตั ร
ตวั เลข ชาร์ตบทกลอน บทเพลง กระดานเคล่ือนที่ เปน็ ตน้

๑.๓ ข้ันลงมือเรียนรู-้ ฝกึ ท�ำ -ฝกึ ฝน (Learn-Practice)
เปิดโอกาสให้นักเรียนฝึกทำ� โดยลงมือทดลองใช้ความรู้ ด้วยกิจกรรมต่างๆ เช่น ฝึกทำ�
โดยใช้สื่อจากมุมสอ่ื BBL พานกั เรยี นไปดูของจรงิ ส�ำ รวจและบนั ทึกจากสงิ่ ทีพ่ บเห็น ทำ�
กจิ กรรมจากใบงาน เช่น กจิ กรรมตัดปะ เลน่ เกมบงิ โก ใชอ้ ุปกรณ์เคาะลงบนข้อความหรอื
คำ�ศัพท์ ใหเ้ ด็กไดเ้ คลื่อนไหว เชน่ ลกุ ขึน้ จากโตะ๊ เพื่อไปทำ�กจิ กรรม และควรมใี บงานทีใ่ ห้
นกั เรียนไดป้ ระยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้ และคิดสรา้ งสรรค์ด้วยตวั เอง

๑.๔ ข น้ั สรปุ ความรู้ (Summary)
แม้ว่าการเรียนรู้จะดำ�เนินมาตั้งแต่ขั้นเริ่มเรียนรู้ความรู้ใหม่ (present) ข้ันที่นักเรียนได้
ทดลองน�ำ ความรูใ้ หมน่ น้ั มาลงมอื ปฏิบัติ ฝกึ ลองทำ�ด้วยตัวเอง (learn-practice) ลงมอื
ทำ�แบบฝึกหัดแล้วก็ตาม แต่ในท่ีสุด การนำ�ประสบการณ์ท้ังหมดมาสรุปรวบยอด เป็น
ความรทู้ ชี่ ดั เจนอกี ครง้ั หนง่ึ กม็ คี วามจ�ำ เปน็ อยา่ งยง่ิ โดยเฉพาะเรามกั สงั เกตไดว้ า่ นกั เรยี น
อาจทำ�การฝึกผิดพลาด ทำ�แบบฝึกหัดไม่ถูก สร้างความรู้จาก concept ท่ีผิด เป็นต้น
ความผิดพลาดเหล่าน้ี แม้จะเกดิ ขน้ึ เพยี ง ๑๐-๓๐% แต่กแ็ สดงว่า มีสง่ิ ผิดพลาดเกิดขึ้น
แล้ว การเขียนกากบาทหรือ comment นักเรียนว่า ยังมีส่ิงผิดพลาด ก็ไม่ได้ช่วยอะไร
มากนกั ทางเดยี วทจ่ี ะแกไ้ ขไดก้ ค็ อื การใหฝ้ กึ ซาํ้ ในสว่ นผดิ นนั้ และตอ้ งท�ำ การสรปุ ความรู้
ร่วมกับนกั เรยี น

บริษทั ธารปญั ญา จำ�กดั สงวนลิขสทิ ธ์ิ © ๒๕๖๒

๑.๕ ป ระยกุ ต์ใช้ความรู้ (Apply)
ถ ้าเป็นไปได้และมีเวลา กระบวนการเรียนรู้ควรทำ�ไปถึงข้ันให้นักเรียนประยุกต์ใช้ความรู้
ในสถานการณใ์ หม่ๆ ในขั้นนี้ โดยมากนักเรียนจะเรมิ่ นำ�ความรู้ไปสร้าง (make) หรอื ผลิต
(produce) ชน้ิ งานใหมๆ่ เชน่ แต่งนทิ าน ทำ�หนงั สอื เลม่ เลก็ แสดงละคร โต้วาที จัดบอรด์
ผลงาน นทิ รรศการ เปน็ ตน้ แตง่ านขน้ั นี้ เปน็ ไปไดย้ ากทจี่ ะท�ำ ทกุ ชว่ั โมง ทกุ เนอ้ื หาทเ่ี รยี น
เพราะเวลาเรียนไม่พอ อีกท้ัง เน้ือหาท่ีเรียนมีมากเกินกว่าท่ีจะเน้นให้นักเรียนลงมือทำ�
กจิ กรรมต่างๆ ได้หมดสนิ้ ด้วยเหตุน้ี ขั้นประยกุ ตใ์ ช้ความรู้ จึงอาจเลือกทำ�เฉพาะหัวขอ้ ที่
ส�ำ คญั หรอื หวั ขอ้ ที่พอจะนำ�ไปประยกุ ต์ใช้ได้สำ�หรับเด็กแต่ละวัย ในหัวข้อง่ายๆ เช่น การ
ประสมพยญั ชนะกบั สระ อาจจะยงั ไมม่ คี วามจ�ำ เปน็ ทจี่ ะตอ้ งประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้ เปน็ ตน้ แต่
ทง้ั น้ี กข็ ึ้นอยู่กับความรู้ ความสามารถ และความช�ำ นาญของผสู้ อนเอง

๒. วธิ ีการปรับแผนการสอนในชวั่ โมงการสอนจริง

แมว้ า่ ในแผนการสอนชดุ น้ี ในทกุ บทจะเสนอแนะการสอนครบ ทกุ ขนั้ ตอน แตใ่ นชว่ั โมงการสอน
จรงิ คุณครอู าจปรบั แผนบางขนั้ การสอนใหก้ ระชบั รวดเรว็ ลดั ขัน้ ตอนได้ตามความเหมาะสม ไมจ่ �ำ เปน็
ต้องเดนิ ๕ ขน้ั อยา่ งเครง่ ครัด ส�ำ หรับอา่ นออก เขยี นได้ เล่ม ๑ นกั เรียนยงั ไม่ร้จู ักพยัญชนะและสระ
คณุ ครูอาจต้องสอนละเอยี ด ใช้เวลายาวนาน และอดทน แต่เมอื่ นักเรยี นเรมิ่ แม่นยำ�แลว้ กา้ วสู่เลม่ ท่ี ๒
และ ๓ นกั เรยี นอาจจะอา่ นได้มากขึ้น สะกดไดด้ ขี ้ึน ท�ำ ให้เรยี นคำ�ทีม่ ีวรรณยุกตแ์ ละคำ�ทมี่ ีตัวสะกดได้
รวดเร็ว เม่อื นกั เรียนเรยี นเร็วข้ึนมากแล้ว บางข้ันคุณครูกไ็ มค่ วรเสยี เวลามากเกนิ ไป เช่น จำ�นวนใบงาน
ในขน้ั ลงมอื เรยี นรู้ กบั ขน้ั สรปุ ความรู้ อาจลดจ�ำ นวนลง หรอื บรู ณาการสองขนั้ น้ี รวบเปน็ ขนั้ เดยี วกนั กไ็ ด้
ส่วนขน้ั ประยกุ ตใ์ ชค้ วามรนู้ ้ัน เราเพ่มิ เขา้ มาเพอ่ื ใหแ้ ผนการสอนสมบูรณ์ เสนอแนะครบถ้วน แตค่ ณุ ครู
อาจไมม่ เี วลาท�ำ ในชว่ั โมงการสอนจรงิ เพราะจ�ำ นวนชว่ั โมง ๒๐๐ ชว่ั โมงตอ่ ปที ก่ี �ำ หนดไวน้ น้ั นา่ จะไมพ่ อ
ส�ำ หรบั กระบวนการสอนใหค้ รบทกุ ข้ัน

๓. ทา่ นสามารถสรา้ งแผนการสอนที่ดีกว่า

คุณครูทุกคน โรงเรียนทุกโรงเรียนล้วนมีความแตกต่างกัน ไม่มีแผนการสอนใดใช้ได้กับทุก
หอ้ งเรยี น ๑๐๐% คณุ ครทู ม่ี คี วามรคู้ วามสามารถ มปี ระสบการณส์ งู เอาใจใสน่ กั เรยี นมาก จะทราบดวี า่
แผนการสอนแตล่ ะแผนจะตอ้ งเพม่ิ หรอื ลด แมก้ ระทงั่ ตอ้ งเปลยี่ นกระบวนการใดบา้ ง เพอื่ ใหเ้ หมาะสมกบั
นักเรียนในห้องเรียนของตน ดังน้ัน คุณครูสามารถนำ�แผนการสอนชุดนี้ ไปพัฒนาต่อยอด สร้างเป็น
แผนการสอนใหม่ๆ เพอ่ื ให้เป็นประโยชน์สงู สุดตอ่ การเรียนรู้ของนักเรียน

๔. ในกรณีทต่ี อ้ งการปรบั ใช้แผนการสอนน้ีกบั หนังสอื เรียนชดุ อ่ืนๆ ทไี่ มใ่ ช่ ชุด
อ่านออก เขยี นได้ ชุดน้ี

ในกรณีที่คุณครูใช้หนังสือเรียนชุดอ่ืนๆ ท่ีไม่ใช่ชุดอ่านออก เขียนได้ ของเรา ท่านสามารถนำ�
แผนการสอนชุดน้ไี ปประยุกต์ใช้ได้ แมจ้ ะไมค่ รบขั้นตอน ท�ำ ไมไ่ ด้ทั้งหมด และเน้อื หาของหนงั สือไม่ตรง
กัน คุณครูกส็ ามารถนำ�เอาเทคนิคการสอนในบางขน้ั ตอน เขา้ ไปประยุกต์ใชใ้ นช่วั โมงการสอนของท่าน
โดยเลอื กขนั้ ตอนทจี่ ะชว่ ยใหน้ กั เรยี นมคี วามสขุ ในการเรยี นรู้ สนใจการเรยี นมากขน้ึ เรยี นไดเ้ รว็ ขน้ึ มสี อื่
และใบงานชว่ ยในการสอนตามความเหมาะสม

บริษทั ธารปัญญา จำ�กดั สงวนลิขสิทธ์ิ © ๒๕๖๒ 3

แผนการจดั การเรียนรู้
หน่วยการเรียนรู้ อา่ นออก เขียนได้ เล่ม ๓
กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓

หนว่ ยท่ี ชือ่ หน่วย จ�ำ นวนชว่ั โมง

๑ มาตราตวั สะกด ๖
๒ สระคงรูป สระเปลี่ยนรปู และสระลดรูป ๙

๓ การผันวรรณยกุ ต์ ๙

๔ คำ�ที่ประวิสรรชนยี ์และไมป่ ระวสิ รรชนยี ์ ๕
๕ คำ�ทีใ่ ช้ -�ำ และ -ัม คำ�ท่ใี ช้ ใ- ไ- ไ-ย และ -ยั ๖

๖ ค�ำ ตรงกันขา้ ม ค�ำ ทีม่ คี วามหมายเหมือนกนั ๖
๗ คำ�ควบกลํ้า ๖

๘ การอา่ นค�ำ ทม่ี ีอกั ษรนำ� การอา่ นค�ำ แบบเรียงพยางค์ ๗
๙ คำ�นาม ค�ำ สรรพนาม ค�ำ กริยา คำ�วิเศษณ์ ๑๒
๑๐ ชนิดของประโยค ๔

๑๑ คำ�คล้องจอง ส�ำ นวนโวหาร คำ�พังเพย สุภาษิต ๗
๑๒ การอ่านและสะกดคำ�ท่ีมกี ารันต์ ๖

การอา่ นค�ำ ท่มี ตี วั อกั ษรไม่ออกเสียง ๙
๑๓ ค�ำ ทม่ี ี ฤ ฤๅ

ค�ำ ท่ใี ช้ บัน บรร ค�ำ ทีใ่ ช้ รร (ร หนั ) ๓
๑๔ คำ�พอ้ งเสียง ค�ำ พอ้ งรูป
๑๕ เครอื่ งหมายวรรคตอน

๑๖ การเขียนจดหมาย ๔

บรษิ ทั ธารปญั ญา จ�ำ กดั สงวนลิขสทิ ธิ์ © ๒๕๖๒ 4

หนว่ ยที่ ช่อื หน่วย จ�ำ นวนชว่ั โมง

๑๗ ค�ำ ราชาศัพท์ คำ�สภุ าพ ๖
๑๘ ภาษาถิ่น ๖

ภาษาตา่ งประเทศในประเทศไทย ๙

๑๙ ประกาศ โฆษณา ค�ำ ขวัญ ๓
๑๐ การอ่านเครือ่ งหมายและสญั ลกั ษณ์ ๔

๒๑ การใชพ้ จนานุกรม ๑๓๖

๒๒ กลอนส่ี
การเขียนบนั ทกึ ประจำ�วัน
รวม

หมายเหตุ
จ�ำ นวนบทเรียน กจิ กรรมการเรียนรู้ หรอื เวลาในการสอน สามารถปรบั เปลย่ี นและ

ยดื หยนุ่ ได้ตามความเหมาะสม ข้นึ อยู่กับดุลยพินจิ ของครผู ้สู อน

บริษทั ธารปัญญา จ�ำ กดั สงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๖๒ 5

แผนก�รจดั ก�รเรียนรู้
หนว่ ยก�รเรยี นรู้ อ่�นออก เขียนได้ เล่ม ๓
กล่มุ ส�ระก�รเรยี นรภู้ �ษ�ไทย ชนั้ ประถมศกึ ษ�ปีที่ ๓

บทที่ ๑ ม�ตร�ตวั สะกด (๑) จาำ นวน ๓ ชั่วโมง

ม�ตรฐ�นก�รเรียนรู้

๑. ม�ตรฐ�น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพอ่ื นาำ ไปใชต้ ดั สนิ ใจ แกป้ ญั หาในการดาำ เนนิ
ชีวิต และมีนสิ ยั รกั การอ่าน
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภมู ปิ ญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ขิ องชาติ

๒. ตัวชวี้ ดั
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๓/๑ อา่ นออกเสยี งคาำ ขอ้ ความ เรอ่ื งสน้ั ๆ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง คลอ่ งแคลว่
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๑ เขยี นสะกดคำาและบอกความหมายของคำา

ส�ระส�ำ คัญ

การเรียนรู้ มาตราตวั สะกด ท้ัง ๘ มาตรา ได้แก่ แม่ กก กด กบ กง กน กม เกย เกอว การเขยี นและการอา่ นคาำ
ท่สี ะกดตรงตามมาตรา ความหมายและหลกั การใชจ้ งึ จะสามารถนำาคำาไปใชไ้ ด้ถูกตอ้ งตามสถานการณ์

จุดประสงค์ก�รเรียนรู้

๑. สามารถจาำ แนกมาตราตวั สะกดได้
๒. สามารถเขยี นคาำ ท่ีสะกดตรงตามมาตรา
๓. สามารถอา่ นคำาที่สะกดตรงตามมาตรา

ส�ระก�รเรยี นรแู้ กนกล�ง

๑. การสะกดคำา การแจกลกู และการอา่ นเป็นคำา
๒. มาตราตัวสะกดที่ตรงตามมาตรา
๓. การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคาำ คาำ คลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ทปี่ ระกอบ

ด้วยคาำ พน้ื ฐานเพม่ิ จาก ป.๒ ไมน่ อ้ ยกวา่ ๑,๒๐๐ คำา

กระบวนก�รจัดก�รเรยี นรู้ ตบมอื ตบขวา
ตบมือ ตบซา้ ย
๑. ขั้นนำ�เข้�ส่บู ทเรียน
๑. คณุ ครใู หน้ กั เรยี นทอ่ งและเคลอื่ นไหวประกอบบทคลอ้ งจอง “ระฆงั
ดงั หงา่ งหงา่ ง” ตามจงั หวะ
๒. ทา่ เคลอื่ นไหวทใี่ ชค้ วรเปน็ ทา่ ทสี่ นกุ สนาน เชน่ ตบมอื มอื ขวาตบมอื
ขวาเพอ่ื น ตบมือ มอื ซา้ ยตบมือซา้ ยเพือ่ น
๓. คณุ ครตู ดิ ชารต์ บทรอ้ ยกรอง “ระฆงั ดงั หงา่ งหงา่ ง” และพานกั เรยี น
ชี้อ่านไปทลี ะประโยคจนคลอ่ ง

บริษัทธารปญั ญา จาำ กดั สงวนลิขสิทธ์ิ © ๒๕๖๒ 6

๒. ขน้ั นำ�เสนอความรู้
๑. คุณครสู อนกอ่ นวา่ มาตราตัวสะกดมที ง้ั หมด ๘ มาตรา ได้แก่ แม่
กก กด กบ กง กน กม เกย เกอว
๒. ค ณุ ครแู สดงชารต์ บัตรค�ำ ท่สี ะกดตรงตามมาตรา ทงั้ ๘ มาตรา
๓. ค ณุ ครพู านกั เรยี นชอ้ี า่ นค�ำ ทสี่ ะกดดว้ ยมาตราตา่ งๆ ไปทลี ะมาตรา
จนครบทุกมาตรา
๔. เ มอ่ื คณุ ครพู าอา่ นครบทกุ มาตราแลว้ ลองใหน้ กั เรยี นอา่ นเอง โดยท่ี
คณุ ครูชบี้ ัตรคำ�ไปทีละคำ�ตามมาตรา
๕. คณุ ครลู องชบี้ ตั รค�ำ โดยทไี่ มเ่ รยี งไปทลี ะมาตรา ชคี้ ละไปใหน้ กั เรยี น
อา่ นจนคล่อง ตัวอย่าง ชาร์ตบัตรค�ำ
ค�ำ ท่สี ะกดตรงตามมาตรา
๓. ขั้นลงมอื เรียนรู้
๑. จ ากชาร์ตคำ�ท่ีสะกดตรงตามมาตรา คุณครูดึงบัตรคำ�ที่ติดไว้ในชาร์ตท้ังหมดออกมารวมกัน แล้วแจกให้
นกั เรยี นในห้องจนครบทกุ คน
๒. ใหน้ กั เรียนแต่ละคนพิจารณาและน�ำ บตั รคำ�ทต่ี วั เองได้ นำ�ไปติดชารต์ ใหต้ รงกับมาตราตวั สะกด
๓. เ ม่อื นกั เรยี นตดิ บตั รค�ำ จนเสร็จแล้ว ใหน้ กั เรียนช้ีอา่ นคำ�ท่ีสะกดตรงตามมาตราในหนงั สือเรยี น พรอ้ มกัน
ท้ังหอ้ ง
๔. ใ หน้ กั เรยี นท�ำ แบบฝกึ หดั ในหนงั สอื เรยี น (การท�ำ แบบฝกึ หดั คณุ ครสู ามารถใหน้ กั เรยี นแบง่ ท�ำ ไดต้ ามความ
เหมาะสม)

๔. ขั้นสรปุ ความรู้
๑. คณุ ครแู จกใบงาน “ค�ำ ในมาตราตา่ งๆ” ให้
นักเรียนทุกคน เพื่อฝึกให้นักเรียนคิดและ
หาคำ�ที่สะกดตรงตามมาตราท่ีกำ�หนดให้
ดว้ ยตัวเอง
๒. ใหน้ กั เรยี นหาค�ำ ทส่ี ะกดตรงตามมาตราค�ำ
อน่ื ๆ นอกเหนอื จากในหนงั สอื และทคี่ ณุ ครู
สอน แยกเขยี นลงตามมาตราท่ีก�ำ หนดให้
๓. เม่ือนักเรียนทำ�ใบงานเสร็จแล้ว คุณครู
เฉลยในห้องเรียน เพ่ือให้นักเรียน
ไดแ้ ลกเปล่ียนกันค�ำ ทตี่ นเองหาได้
๔. ติดใบงานลงในสมดุ

๕. ข้นั ประยุกตใ์ ชค้ วามรู้
๑. แลกเปลีย่ นคำ�ที่สะกดตรงตามมาตรากบั เพือ่ นในห้อง ในใบงาน “ค�ำ ในมาตราตา่ งๆ”
๒. ใ ห้นักเรียนเขียนค�ำ ทเ่ี พอื่ นหาได้ แตต่ นเองไมไ่ ดเ้ ขียนลงในใบงาน ใหเ้ ขยี นลงในสมุด

เคร่อื งมอื - ส่ือการเรียนรู้

๑. ชารต์ บทคล้องจอง “ระฆัง ดังหง่างหงา่ ง”
๒. หนงั สือเรยี นอ่านออกเขียนได้ ป.๓ เล่ม ๓
๓. ใบงาน “คำ�ในมาตราตา่ งๆ (3D-GO : Windows 8 บาน)”

การวัดและประเมินผล 7

๑. ส ังเกตพฤติกรรมการอา่ น / การออกเสียง / การสะกดคำ� ของนกั เรยี น
๒. ประเมนิ ผลจากคะแนนการทำ�แบบฝึกหดั ของนกั เรยี น
(การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม บางชั้นเรียนอาจมีการทดสอบ
กอ่ นเรยี น - หลงั เรยี น การเขยี นตามคำ�บอก การทดสอบการอา่ น ฯลฯบ)ริษัทธารปัญญา จ�ำ กดั สงวนลขิ สทิ ธ์ิ © ๒๕๖๒

ใบง�นประกอบแผนก�รจดั ก�รเรยี นรู้ บทท่ี ๑ (๑) : ตัดตามรอยประ

คำ�ในม�ตร�ต�่ งๆ (3D-GO : Windows 8 บ�น)

 เขียนคำาที่สะกดตรงตามมาตรา ลงใน GO ท่ีกำาหนดให้

คำ�ใน แม่ กก

คำ�ใน แม่ กด

ค�ำ ใน แม่ กบ

คำ�ใน แม่ กง

ค�ำ ใน แม่ กน

คำ�ใน แม่ กม

ค�ำ ใน แม่ เกย

คำ�ใน แม่ เกอว

บริษทั ธารปัญญา จาำ กดั สงวนลขิ สทิ ธ์ิ © ๒๕๖๒ 8

แผนก�รจัดก�รเรียนรู้
หนว่ ยก�รเรยี นรู้ อ่�นออก เขียนได้ เล่ม ๓
กล่มุ ส�ระก�รเรยี นรู้ภ�ษ�ไทย ชัน้ ประถมศกึ ษ�ปีท่ี ๓

บทที่ ๑ ม�ตร�ตวั สะกด (๒) จาำ นวน ๓ ชวั่ โมง

ม�ตรฐ�นก�รเรียนรู้

๑. ม�ตรฐ�น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพอื่ นาำ ไปใชต้ ดั สนิ ใจ แกป้ ญั หาในการดาำ เนนิ
ชวี ติ และมนี ิสัยรักการอา่ น
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภูมปิ ญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัตขิ องชาติ

๒. ตัวช้วี ัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๓/๑ อา่ นออกเสยี งคาำ ขอ้ ความ เรอ่ื งสน้ั ๆ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง คลอ่ งแคลว่
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๑ เขยี นสะกดคาำ และบอกความหมายของคาำ

ส�ระส�ำ คญั

การเรยี นรู้ มาตราตวั สะกด การเขยี นและการอา่ นคาำ ทสี่ ะกดไมต่ รงตามมาตรา ความหมายและหลกั การใชจ้ งึ จะ
สามารถนาำ คำาไปใช้ได้ถกู ตอ้ งตามสถานการณ์

จุดประสงค์ก�รเรียนรู้

๑. สามารถจำาแนกมาตราตวั สะกดได้
๒. สามารถบอกความแตกต่างระหวา่ งคาำ ท่ีสะกดตรงตามมาตราและไม่ตรงตามมาตราได้
๓. สามารถอา่ นและเขยี นคาำ ทีส่ ะกดตรงตามมาตราและไมต่ รงตามมาตราได้

ส�ระก�รเรียนรู้แกนกล�ง

๑. การสะกดคำา การแจกลูก และการอ่านเปน็ คำา
๒. มาตราตัวสะกดท่ีตรงตามมาตราและไมต่ รงตามมาตรา
๓. การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคาำ คาำ คลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ทป่ี ระกอบ

ดว้ ยคำาพืน้ ฐานเพม่ิ จาก ป.๒ ไมน่ ้อยกว่า ๑,๒๐๐ คาำ

กระบวนก�รจดั ก�รเรยี นรู้ สองมือตบโตะ๊ กาำ สองมือทุบโต๊ะ
๒ คร้ัง
๑. ขัน้ น�ำ เข้�สบู่ ทเรียน
๑. คณุ ครใู หน้ กั เรยี นทอ่ งและเคลอื่ นไหวประกอบบทรอ้ ยกรอง
“ไก่เอย๋ ไกแ่ จ้” ตามจังหวะ
๒. ท่าเคลื่อนไหวท่ีใช้ควรเป็นท่าท่ีสนุกสนาน เช่น สองมือตบ
โต๊ะ กาำ มือสองมอื ทบุ โตะ๊ ๒ ครัง้ สลับไปเรอ่ื ยๆ ตามจังหวะ
จนจบ
๓. คณุ ครตู ดิ ชารต์ บทรอ้ ยกรอง “ไกเ่ อย๋ ไกแ่ จ”้ และพานกั เรยี น
ชอี้ ่านไปทีละประโยคจนคล่อง

บรษิ ัทธารปัญญา จำากัด สงวนลขิ สิทธ์ิ © ๒๕๖๒ 9

๒. ขั้นน�ำ เสนอความรู้
๑. คุณครูสอนคำ�ท่ีสะกดไม่ตรงตามมาตรา ในมาตรา กก กด กบ และกน
๒. ค ุณครูแสดงชารต์ บตั รคำ�ทีส่ ะกดไม่ตรงตามมาตรา
๓. ค ุณครูพานักเรียนช้ีอ่านคำ�ที่สะกดด้วยมาตราต่างๆ ไปทีละมาตราจน
ครบทุกมาตรา
๔. เ ม่ือคุณครูพาอ่านครบทุกมาตราแล้ว ลองให้นักเรียนอ่านเอง โดยที่
คุณครูช้ีบัตรคำ�ไปทีละค�ำ ตามมาตรา
๕. คุณครูลองช้ีบัตรคำ�โดยที่ไม่เรียงไปทีละมาตรา ชี้คละไปให้นักเรียน
อา่ นจนคลอ่ ง ตัวอย่าง ชาร์ตบตั รคำ�
คำ�ทีส่ ะกดไม่ตรงตามมาตรา
๓. ขั้นลงมอื เรียนรู้
๑. จากชาร์ตคำ�ท่ีสะกดตรงตามมาตรา คุณครูดึงบัตรคำ�ท่ีติดไว้ในชาร์ตท้ังหมดออกมารวมกัน แล้วแจกให้
นักเรยี นในหอ้ งจนครบทกุ คน
๒. ใหน้ กั เรียนแต่ละคนพจิ ารณาและนำ�บัตรค�ำ ที่ตัวเองได้ น�ำ ไปติดชารต์ ให้ตรงกบั มาตราตัวสะกด
๓. เ ม่ือนกั เรยี นตดิ บัตรค�ำ จนเสร็จแลว้ ให้นกั เรยี นชีอ้ ่านค�ำ ทสี่ ะกดตรงไมต่ ามมาตราในหนงั สอื เรียน พรอ้ ม
กันท้ังหอ้ ง
๔. ใ หน้ กั เรยี นท�ำ แบบฝกึ หดั ในหนงั สอื เรยี น (การท�ำ แบบฝกึ หดั คณุ ครสู ามารถใหน้ กั เรยี นแบง่ ท�ำ ไดต้ ามความ
เหมาะสม)

๔. ข้ันสรปุ ความรู้
๑. ค ุณครูแจกใบงาน “มาตราไหนนะ” ให้
นกั เรยี นทกุ คน เพอ่ื ฝกึ ใหน้ กั เรยี นคดิ และ
หาค�ำ ทส่ี ะกดไมต่ รงตามมาตราทกี่ �ำ หนด
ให้ดว้ ยตวั เอง
๒. ให้นักเรียนหาคำ�ท่ีสะกดตรงตามมาตรา
คำ�อื่นๆ นอกเหนือจากในหนังสือและ
ท่ีคุณครูสอน แยกเขียนลงตามมาตราท่ี
กำ�หนดให้
๓. เมอื่ นกั เรยี นท�ำ ใบงานเสรจ็ แลว้ คณุ ครเู ฉลยในหอ้ งเรยี น เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นไดแ้ ลกเปลยี่ นกนั ค�ำ ทต่ี นเองหาได้
๔. ติดใบงานลงในสมดุ

๕. ขัน้ ประยุกต์ใช้ความรู้
๑. แลกเปลยี่ นคำ�ทส่ี ะกดตรงตามมาตรากับเพอ่ื นในห้อง ในใบงาน “มาตราไหนนะ”
๒. ให้นกั เรียนเขยี นคำ�ทเ่ี พือ่ นหาได้ แตต่ นเองไม่ได้เขียนลงในใบงาน ให้เขียนลงในสมดุ

เคร่ืองมือ - ส่ือการเรยี นรู้

๑. ชาร์ตบทรอ้ ยกรอง “ไกเ่ อย๋ ไกแ่ จ้”
๒. หนังสอื เรียนอา่ นออกเขียนได้ ป.๓ เล่ม ๓
๓. ใบงาน “มาตราไหนนะ (3D-GO : Windows 4 บาน)”

การวัดและประเมนิ ผล

๑. สงั เกตพฤตกิ รรมการอ่าน / การออกเสียง / การสะกดคำ� ของนกั เรียน
๒. ประเมนิ ผลจากคะแนนการทำ�แบบฝึกหดั ของนักเรยี น
(การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม บางชั้นเรียนอาจมีการทดสอบ
กอ่ นเรยี น - หลงั เรยี น การเขยี นตามคำ�บอก การทดสอบการอ่าน ฯลฯ)

บรษิ ทั ธารปญั ญา จ�ำ กดั สงวนลขิ สทิ ธ์ิ © ๒๕๖๒ 10

ใบง�นประกอบแผนก�รจดั ก�รเรยี นรู้ บทท่ี ๑ (๒) : ตัดตามรอยประ

ม�ตร�ไหนนะ (3D-GO : Windows 4 บ�น)

 เขยี นคำาที่สะกดไม่ตรงตามมาตรา ลงใน GO ที่กาำ หนดให้

คำ�ใน

แ ่ตสะกดด้วย

ขคฆ

คำ�ใน

แต่สะกด ้ดวย

จศฑ ชษฒซสตฎถฏทฐธ

ำค�ใน

แต่สะกดด้วย

ญณรลฬ

ำค�ใน

แต่สะกด ้ดวย

ปพฟภ


บริษัทธารปญั ญา จำากดั สงวนลิขสิทธ์ิ © ๒๕๖๒ 11

แผนก�รจดั ก�รเรยี นรู้
หนว่ ยก�รเรียนรู้ อ่�นออก เขยี นได้ เล่ม ๓
กล่มุ ส�ระก�รเรยี นรภู้ �ษ�ไทย ชนั้ ประถมศกึ ษ�ปีที่ ๓

บทที่ ๒ สระคงรูป สระเปล่ียนรูป และสระลดรปู (๑) จาำ นวน ๓ ชวั่ โมง

ม�ตรฐ�นก�รเรยี นรู้

๑. ม�ตรฐ�น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพอ่ื นาำ ไปใชต้ ดั สนิ ใจ แกป้ ญั หาในการดาำ เนนิ
ชวี ิต และมนี ิสยั รกั การอ่าน
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภูมิปญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ิของชาติ

๒. ตัวช้ีวัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๓/๑ อา่ นออกเสยี งคาำ ขอ้ ความ เรอ่ื งสน้ั ๆ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง คลอ่ งแคลว่
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๑ เขียนสะกดคาำ และบอกความหมายของคำา

ส�ระสำ�คญั

การเรยี นรู้ การอา่ น และการเขียนคาำ ทป่ี ระสมดว้ ยสระคงรปู ความหมายและหลักการใชจ้ งึ จะสามารถนาำ คำาไป
ใช้ได้ถูกตอ้ งตามสถานการณ์

จุดประสงค์ก�รเรยี นรู้

๑. สามารถบอกลักษณะของสระคงรปู ได้
๒. สามารถอ่านและเขียนคาำ ที่ประสมดว้ ยสระคงรปู ได้
๓. สามารถบอกความหมายคำาทปี่ ระสมดว้ ยสระคงรูปได้

ส�ระก�รเรียนรแู้ กนกล�ง

๑. การสะกดคำา การแจกลูก และการอา่ นเป็นคาำ
๒. ความหมายของคาำ
๓. การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคาำ คาำ คลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ทป่ี ระกอบ

ด้วยคำาพืน้ ฐานเพ่มิ จาก ป.๒ ไม่น้อยกวา่ ๑,๒๐๐ คำา

กระบวนก�รจัดก�รเรยี นรู้ กาำ แบ กำา แบ
สลบั ไปเรอ่ื ยๆ
๑. ข้ันนำ�เข้�สบู่ ทเรยี น
๑. คุณครูให้นักเรียนท่องและเคลื่อนไหวประกอบบทสักวา “สักวาดาว
จระเข้” ตามจังหวะ
๒. ใหน้ กั เรยี นจบั คู่ คนหนง่ึ กาำ มอื ชขู น้ึ อกี คนแบมอื ชขู น้ึ แลว้ ตบกบั มอื เพอ่ื น
บนอากาศ ทาำ สลบั กนั ไปเรื่อยๆ กำา แบ กาำ แบ เริ่มจากจงั หวะชา้ ๆ และ
เพมิ่ ความเรว็ ข้นึ เรือ่ ยๆ
๓. คุณครูติดชาร์ตบทสักวา “สักวาดาวจระเข้” และพานักเรียนชี้อ่านไป
ทีละประโยคจนคล่อง

บรษิ ทั ธารปญั ญา จาำ กดั สงวนลขิ สิทธ์ิ © ๒๕๖๒ 12

๒. ขน้ั นำ�เสนอความรู้
๑. คณุ ครูแนะน�ำ และบอกความหมายของสระคงรูป
๒. ค ณุ ครูแสดงชาร์ตคำ�ทป่ี ระสมสระคงรูป
๓. คุณครูพานักเรยี นชี้อ่านคำ�ศพั ท์จนครบทุกค�ำ
๔. เ มอ่ื คณุ ครพู าอา่ นครบทกุ ค�ำ แลว้ ลองใหน้ กั เรยี นอา่ น
เอง โดยท่คี ณุ ครูช้ีบตั รคำ�ไปทลี ะคำ�
๕. คุณครูลองชี้คำ�คละไปเพื่อให้นักเรยี นอ่านจนคล่อง

๓. ขั้นลงมือเรยี นรู้
๑. ค ุณครูให้นักเรยี นชีอ้ า่ นคำ�ที่ประสมสระคงรูป ในหนังสอื เรยี นพรอ้ มกันทง้ั หอ้ ง ๑ รอบ
๒. สุม่ นกั เรยี นใหย้ ืนขึ้นอ่านคำ�ศพั ทใ์ นหนังสอื เรียน จนครบทุกค�ำ
๓. เมอ่ื นกั เรยี นอา่ นค�ำ ในหนงั สอื ครบทกุ ค�ำ แลว้ ใหน้ กั เรยี นท�ำ แบบฝกึ หดั ในหนงั สอื เรยี น (การท�ำ แบบฝกึ หดั
คุณครสู ามารถให้นกั เรยี นแบ่งทำ�ไดต้ ามความเหมาะสม)

๔. ข้นั สรุปความรู้
๑. ค ณุ ครแู จกใบงาน “สะกดอยา่ งไร” ใหน้ กั เรยี นทกุ คน เพอ่ื ใหน้ กั เรยี น
ฝึกอ่านและเขียนคำ�ท่ีประสมสระคงรูป รวมไปถึงบอกความหมาย
ของคำ�
๒. ใ หน้ ักเรียนเขียนสะกดค�ำ ทก่ี ำ�หนดให้ ให้ถูกตอ้ ง
๓. เมอื่ นกั เรียนทำ�ใบงานเสรจ็ แลว้ คุณครูเฉลยในห้องเรยี น
๔. ตดิ ใบงานลงในสมุด

๕. ขน้ั ประยุกตใ์ ชค้ วามรู้
๑. ค ุณครูใหน้ กั เรยี นเขียนค�ำ ลงในสมุด คนละ ๕ คำ� (ตอ้ งเป็นคำ�ทไี่ มม่ ี
ในหนังสอื เรยี น)
๒. ใ ห้นักเรยี นแลกกันทำ�แบบฝึกหดั กบั เพอ่ื นทน่ี ัง่ ขา้ งๆ โดยแลกสมุดกัน เขียนสะกดค�ำ ท่เี พอ่ื นเขยี น
๓. เ ม่ือนักเรียนเขียนสะกดคำ�ในสมุดเพ่ือนเสร็จแล้ว ให้ช่วยกันเฉลย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันว่าเขียน
ถูกหรือไม่

เครอ่ื งมอื - สอ่ื การเรียนรู้

๑. ชารต์ บทสักวา “สักวาดาวจระเข”้
๒. หนังสอื เรยี นอา่ นออกเขียนได้ ป.๓ เลม่ ๓
๓. ใบงาน “สะกดอย่างไร (3D-GO : Windows 8 บาน)”

การวดั และประเมินผล

๑. สงั เกตพฤตกิ รรมการอา่ น / การออกเสียง / การสะกดคำ� ของนกั เรียน
๒. ประเมินผลจากคะแนนการทำ�แบบฝึกหัดของนักเรียน
(การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปล่ียนได้ตามความเหมาะสม บางชั้นเรียนอาจมีการทดสอบ
ก่อนเรียน - หลงั เรยี น การเขยี นตามค�ำ บอก การทดสอบการอ่าน ฯลฯ)

บรษิ ัทธารปัญญา จ�ำ กัด สงวนลขิ สทิ ธิ์ © ๒๕๖๒ 13

ใบง�นประกอบแผนก�รจัดก�รเรยี นรู้ บทที่ ๒ (๑) :

สะกดอย�่ งไร

 เขียนสะกดคาำ ทกี่ าำ หนดให้ต่อไปนี้ แล้วโยงเสน้ จับคู่รูปภาพที่มคี วามหมายตรงกนั ให้ถูกต้อง

๑. เรือ ----------------------------------------------------------------------

๒. จ�น ----------------------------------------------------------------------

๓. ขดุ ----------------------------------------------------------------------

๔. ปนี ----------------------------------------------------------------------

๕. สอน ----------------------------------------------------------------------

๖. แยม ----------------------------------------------------------------------

๗. โหน ----------------------------------------------------------------------

๘. เขียด ----------------------------------------------------------------------

๙. เชือก ----------------------------------------------------------------------

๑๐. เรอื น ----------------------------------------------------------------------

บริษัทธารปญั ญา จำากดั สงวนลขิ สิทธ์ิ © ๒๕๖๒ 14

แผนก�รจัดก�รเรยี นรู้
หน่วยก�รเรยี นรู้ อ่�นออก เขียนได้ เล่ม ๓
กลุม่ ส�ระก�รเรียนรู้ภ�ษ�ไทย ชั้นประถมศึกษ�ปีท่ี ๓

บทที่ ๒ สระคงรปู สระเปล่ยี นรูป และสระลดรูป (๒) จาำ นวน ๓ ชว่ั โมง

ม�ตรฐ�นก�รเรยี นรู้

๑. ม�ตรฐ�น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพอื่ นาำ ไปใชต้ ดั สนิ ใจ แกป้ ญั หาในการดาำ เนนิ
ชวี ิต และมนี สิ ัยรกั การอ่าน
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภมู ิปญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ขิ องชาติ

๒. ตัวช้วี ัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๓/๑ อา่ นออกเสยี งคาำ ขอ้ ความ เรอื่ งสน้ั ๆ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง คลอ่ งแคลว่
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๑ เขยี นสะกดคาำ และบอกความหมายของคำา
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๔ แต่งประโยคง่ายๆ

ส�ระสำ�คัญ

การเรียนรู้ การอา่ น และการเขยี นคาำ ทป่ี ระสมด้วยสระเปล่ียนรปู ความหมายและหลักการใชจ้ งึ จะสามารถนาำ
คำาไปใช้ได้ถกู ต้องตามสถานการณ์

จุดประสงคก์ �รเรียนรู้

๑. สามารถบอกลักษณะของสระเปลยี่ นรปู ได้
๒. สามารถอา่ นและเขียนคำาที่ประสมดว้ ยสระเปลีย่ นรูปได้
๓. สามารถบอกความหมายคาำ ทีป่ ระสมด้วยสระเปลย่ี นรปู ได้

ส�ระก�รเรียนรู้แกนกล�ง

๑. การสะกดคาำ การแจกลูก และการอ่านเปน็ คำา
๒. ความหมายของคำา
๓. การแต่งประโยคเพื่อการสื่อสาร ได้แก่ ประโยคบอกเล่า ประโยคปฏิเสธ ประโยคคำาถาม ประโยคขอร้อง

ประโยคคาำ สง่ั
๔. การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคาำ คาำ คลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ทป่ี ระกอบ

ดว้ ยคำาพ้ืนฐานเพ่ิมจาก ป.๒ ไม่นอ้ ยกวา่ ๑,๒๐๐ คำา

กระบวนก�รจดั ก�รเรยี นรู้
๑. ขัน้ น�ำ เข้�สู่บทเรียน
๑. คณุ ครใู หน้ กั เรยี นเบรนยมิ ดว้ ยการทาำ กจิ กรรม หวั ไหล่
เขา่ ใช้เวลา ๕ นาทกี อ่ นเรม่ิ เรยี น หัว ไหล่ เข่า
๒. ให้นักเรียนใช้มือแตะส่วนต่างๆ ของร่างกาย ตามที่
ครพู ูด เช่น ถ้าพดู ว่า หัว ให้นักเรียนเอามือแตะท่หี วั ถ้าพูดว่า ไหล่ ใหน้ ักเรียนเอามอื แตะทีไ่ หล่ เปน็ ต้น
๓. เรมิ่ จากสเต็ปช้า และเร็วข้ึนเรื่อยๆ

บรษิ ทั ธารปญั ญา จำากัด สงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๖๒ 15

๒. ขนั้ น�ำ เสนอความรู้
๑. ค ุณครูแนะนำ�และบอกความหมายของสระเปล่ียนรูป
และอธบิ ายสระทมี่ กี ารเปลยี่ นแปลงรปู สระ ไดแ้ ก่ สระ -ื
มีตัวสะกด และสระ เ-าะ มีตวั สะกด
๒. ค ุณครูอธิบายความแตกต่างระหว่างสระบางตัวที่มีการ
เปลย่ี นแปลงรปู สระ กบั สระทมี่ กี ารเปลยี่ นรปู ใหน้ กั เรยี น
เหน็ ถึงความตา่ ง
๓. ค ณุ ครแู สดงชาร์ตคำ�ทีป่ ระสมสระเปลี่ยนรปู ได้แก่ คำ�ท่ี
ประสมสระ -ะ, สระ เ-ะ, สระ แ-ะ, สระ เ-อ มีตัวสะกด
๔. คณุ ครพู านักเรยี นชีอ้ า่ นคำ�ไปทลี ะค�ำ
๕. เมอื่ คณุ ครูพาอา่ นครบทกุ คำ�แล้ว ลองให้นักเรียนอ่านเอง โดยท่คี ุณครชู ้คี �ำ ไปทลี ะคำ�
๖. ค ุณครลู องชคี้ ำ�คละกนั เพ่อื ใหน้ ักเรยี นอ่านจนคล่อง

๓. ข้นั ลงมือเรยี นรู้
๑. คณุ ครใู ห้นักเรยี นช้อี ่านคำ�ทป่ี ระสมสระเปล่ยี นรูป ในหนังสอื เรยี นพรอ้ มกนั ทง้ั ห้อง ๑ รอบ
๒. ค ุณครู แบง่ นกั เรยี นออกเปน็ ทีม ๓ ทมี ให้แตล่ ะทีม ผลัดกนั สง่ ตัวแทนออกมาเขยี นค�ำ ที่คุณครูอา่ นลงบน
กระดาน โดยคำ�ทีค่ ุณครอู า่ นจะเปน็ คำ�ในหนงั สือเรยี น
๓. เมอ่ื คณุ ครอู ่านค�ำ จนครบแล้ว ใหเ้ ฉลยพร้อมกนั ทง้ั หอ้ ง ทีมไหนเขยี นถูกเยอะทสี่ ุด จะเป็นฝ่ายชนะ
๔. ห ลังจากเล่นเกมเสรจ็ แล้ว ให้นกั เรียนท�ำ แบบฝึกหดั ในหนังสือเรียน (การทำ�แบบฝึกหัดคุณครสู ามารถให้
นกั เรยี นแบ่งท�ำ ได้ตามความเหมาะสม)

๔. ขนั้ สรปุ ความรู้
๑. คุณครแู จกใบงาน “ประกอบเปน็ คำ�” ให้นกั เรียนทกุ คน เพ่ือให้
นักเรียนฝึกอ่านและเขียนคำ�ท่ีประสมสระคงรูป รวมไปถึงบอก
ความหมายของค�ำ
๒. ให้นักเรียนเขียนสะกดค�ำ ท่กี ำ�หนดให้ ให้ถกู ต้อง
๓. เมอื่ นักเรียนท�ำ ใบงานเสร็จแลว้ คุณครูเฉลยในหอ้ งเรยี น
๔. ตดิ ใบงานลงในสมุด

๕. ขั้นประยุกตใ์ ชค้ วามรู้
๑. จากใบงาน “ประกอบเปน็ ค�ำ ” ใหน้ ักเรยี นน�ำ ค�ำ ทีป่ ระกอบได้ใน
ใบงาน มาแต่งประโยค
๒. เขียนประโยคลงใตใ้ บงานท่ตี ดิ อยูใ่ นสมดุ

เครอื่ งมอื - สื่อการเรียนรู้

๑. ชาร์ตสระเปลยี่ นรูป
๒. หนงั สอื เรียนอ่านออกเขียนได้ ป.๓ เล่ม ๓
๓. ใบงาน “ประกอบเปน็ ค�ำ ”

การวัดและประเมนิ ผล

๑. ส ังเกตพฤตกิ รรมการอ่าน / การออกเสียง / การสะกดคำ� ของนักเรียน
๒. ป ระเมินผลจากคะแนนการท�ำ แบบฝึกหัดของนักเรยี น
(การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปล่ียนได้ตามความเหมาะสม บางช้ันเรียนอาจมีการทดสอบ
กอ่ นเรยี น - หลงั เรียน การเขยี นตามค�ำ บอก การทดสอบการอา่ น ฯลฯ)

บริษัทธารปัญญา จ�ำ กดั สงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๖๒ 16

ใบง�นประกอบแผนก�รจดั ก�รเรียนรู้ บทที่ ๒ (๒) :

ประกอบเปนค�ำ

 ตดั คาำ ศพั ทด์ า้ นลา่ ง แลว้ นำามาตดิ ลงในชอ่ ง  ให้มีความหมายตรงกบั รูปภาพ
จากนน้ั เขียนคำาศพั ทล์ งในชอ่ งว่างอีกคร้งั



----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตดั ตามรอยประ

เหด็ แข็ง โกง่ ต่�ง คอ
เปด ขัน ตวั หน�้ ม�ก
เลก็ จิว๋ แรง ซอ้ื ฟ�ง


บรษิ ทั ธารปญั ญา จำากดั สงวนลิขสิทธ์ิ © ๒๕๖๒ 17

แผนก�รจดั ก�รเรยี นรู้
หนว่ ยก�รเรียนรู้ อ�่ นออก เขียนได้ เลม่ ๓
กลุม่ ส�ระก�รเรียนรูภ้ �ษ�ไทย ชน้ั ประถมศกึ ษ�ปีที่ ๓

บทท่ี ๒ สระคงรูป สระเปลี่ยนรปู และสระลดรูป (๓) จำานวน ๓ ชวั่ โมง

ม�ตรฐ�นก�รเรียนรู้

๑. ม�ตรฐ�น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพอ่ื นาำ ไปใชต้ ดั สนิ ใจ แกป้ ญั หาในการดาำ เนนิ
ชวี ิต และมีนิสัยรกั การอ่าน
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภมู ิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ขิ องชาติ

๒. ตัวชว้ี ัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๓/๑ อา่ นออกเสยี งคาำ ขอ้ ความ เรอ่ื งสน้ั ๆ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง คลอ่ งแคลว่
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๑ เขียนสะกดคำาและบอกความหมายของคำา
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๔ แต่งประโยคงา่ ยๆ

ส�ระส�ำ คญั

การเรยี นรู้ การอ่าน และการเขยี นคาำ ท่ปี ระสมดว้ ยสระลดรปู ความหมายและหลกั การใช้จงึ จะสามารถนาำ คำาไป
ใชไ้ ด้ถูกตอ้ งตามสถานการณ์

จดุ ประสงค์ก�รเรียนรู้

๑. สามารถบอกลักษณะของสระลดรูปได้
๒. สามารถอา่ นและเขยี นคำาท่ีประสมดว้ ยสระลดรูปได้
๓. สามารถบอกความหมายคาำ ทป่ี ระสมด้วยสระลดรปู ได้

ส�ระก�รเรียนรู้แกนกล�ง

๑. การสะกดคาำ การแจกลกู และการอา่ นเป็นคำา
๒. ความหมายของคาำ
๓. การแต่งประโยคเพ่ือการสื่อสาร ได้แก่ ประโยคบอกเล่า ประโยคปฏิเสธ ประโยคคำาถาม ประโยคขอร้อง

ประโยคคำาส่งั
๔. การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคาำ คาำ คลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ทป่ี ระกอบ

ดว้ ยคำาพ้ืนฐานเพ่มิ จาก ป.๒ ไมน่ อ้ ยกว่า ๑,๒๐๐ คำา

กระบวนก�รจดั ก�รเรยี นรู้
๑. ข้ันนำ�เข้�สบู่ ทเรยี น
๑. คุณครูใหน้ กั เรียนเตรียมความพร้อมกอ่ นเรยี น
๒. ยกมอื ท้งั สองข้างขึน้ มา มือขวาชนู วิ้ ชขี้ นึ้ ๑ น้วิ นบั หน่งึ มือซ้าย
ชีม้ าที่มือขวา สลับมอื ซ้ายชูน้วิ ขน้ึ ๒ นิว้ นบั ๒ มือขวาชี้มาทม่ี อื
ซ้าย ทาำ สลบั ไปเร่อื ย นบั ๑ นับ ๒

๓. เริม่ จากทาำ ช้าๆ จนเรว็ ขนึ้ เมื่อนกั เรียนเริ่มคลอ่ งและคณุ ครูสามารถเพม่ิ จาำ นวนนับนว้ิ ไปได้ถึงห้า

บริษัทธารปญั ญา จำากัด สงวนลขิ สทิ ธ์ิ © ๒๕๖๒ 18

๒. ขั้นนำ�เสนอความรู้
๑. คณุ ครูแนะน�ำ และบอกความหมายของสระลดรปู
๒. คณุ ครแู สดงชารต์ ค�ำ ทป่ี ระสมสระลดรปู ไดแ้ ก่ ค�ำ ทปี่ ระสม
สระ -วั , สระ โ-ะ, สระ -อ, สระ เ-อ มตี ัวสะกด
๔. คุณครูพานักเรยี นช้ีอ่านคำ�ไปทีละคำ�
๕. เ ม่ือคุณครูพาอ่านครบทุกคำ�แล้ว ลองให้นักเรียนอ่านเอง
โดยทคี่ ุณครชู ค้ี ำ�ไปทลี ะคำ�
๖. คุณครูลองช้ีค�ำ คละกนั เพ่ือให้นักเรียนอ่านจนคลอ่ ง

๓. ข้นั ลงมือเรียนรู้
๑. คณุ ครใู หน้ กั เรยี นชี้อา่ นค�ำ ทป่ี ระสมสระลดรูป ในหนงั สอื เรียนพร้อมกนั ทงั้ หอ้ ง ๑ รอบ
๒. คณุ ครูให้นกั เรียนแบง่ เปน็ กลุ่ม กล่มุ ละ ๓ คน
๓. แจกการ์ดคำ�ทปี่ ระสมสระลดรูปให้ทกุ กลมุ่ กล่มุ ละ ๑ ชดุ (๑๒ คำ�)
๔. ว างการด์ กระจายไว้บนโตะ๊ ให้เห็นคำ�ศัพทช์ ัดเจน
๕. ค ุณครูอ่านคำ�ที่อยู่ในการ์ดทีละคำ� ให้นักเรียนแย่งกันตบการ์ดคำ�ที่คุณครูอ่าน ใครตบการ์ดได้ให้เก็บไว้
ทต่ี วั เอง
๖. ใ ครตบการด์ ได้มากทส่ี ุดเปน็ ผู้ชนะ จากนน้ั ให้นกั เรยี นอา่ นคำ�ทอ่ี ยใู่ นการ์ดพร้อมกนั
๗. ใหน้ กั เรยี นท�ำ แบบฝกึ หดั ในหนงั สอื เรยี น (การท�ำ แบบฝกึ หดั คณุ ครสู ามารถใหน้ กั เรยี นแบง่ ท�ำ ไดต้ ามความ
เหมาะสม)

๔. ขน้ั สรุปความรู้
๑. คุณครูแจกใบงาน “ดอกไม้สะกดคำ�” ให้
นักเรยี นทกุ คน เพื่อใหน้ ักเรียนฝกึ อา่ น ฝึก
เขยี นสะกดค�ำ ทปี่ ระสมสระลดรปู และบอก
ความหมายของคำ�ทเี่ รยี น
๒. ใหน้ กั เรยี นเขยี นค�ำ ศพั ทล์ งใตภ้ าพทก่ี �ำ หนด
ให้ และเขียนสะกดค�ำ ลงใต้ GO
๓. เ มื่อนักเรียนทำ�ใบงานเสร็จแล้ว คุณครูพา
นกั เรียนเฉลยพรอ้ มกนั ในหอ้ ง
๔. ติดใบงานลงในสมดุ

๕. ขนั้ ประยกุ ตใ์ ช้ความรู้
๑. จากใบงาน “ดอกไมส้ ะกดคำ�” ให้นักเรียนเลอื กค�ำ ในใบงานมาแต่งประโยค คนละ ๕ คำ�
๒. เขยี นประโยคลงดา้ นลา่ งใบงานทตี่ ิดอยใู่ นสมดุ

เครื่องมอื - ส่ือการเรียนรู้

๑. หนังสอื เรียนอา่ นออกเขียนได้ ป.๓ เลม่ ๓
๒. ใบงาน “การด์ ค�ำ ที่ประสมสระลดรปู ”
๓. ใบงาน “ดอกไม้สะกดคำ�”

การวัดและประเมนิ ผล

๑. สงั เกตพฤตกิ รรมการอา่ น / การออกเสียง / การสะกดคำ� ของนกั เรียน
๒. ประเมนิ ผลจากคะแนนการทำ�แบบฝกึ หดั ของนักเรยี น
(การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม บางช้ันเรียนอาจมีการทดสอบ
ก่อนเรยี น - หลังเรยี น การเขยี นตามค�ำ บอก การทดสอบการอา่ น ฯลฯ)

บริษัทธารปญั ญา จ�ำ กัด สงวนลขิ สิทธ์ิ © ๒๕๖๒ 19

ใบง�นประกอบแผนก�รจดั ก�รเรียนรบทที่ ๒ (๓) : ตดั ตามรอยประ

ก�ร์ดคำ�ที่ประสมสระลดรูป 

 แจกการด์ ตบใหน้ กั เรียนกลมุ่ ละ ๑ ชดุ

มดแดง รดนาํ้ ดดู วง

นกแกว เงยหนา ปช วด

ขอพร คนรวย สวยงาม

สวนผกั นักมวย ใบเตย

บริษัทธารปัญญา จำากดั สงวนลขิ สทิ ธิ์ © ๒๕๖๒ 20

ใบง�นประกอบแผนก�รจดั ก�รเรยี นรบทท่ี ๒ (๓) :

ดอกไมส้ ะกดคำ�

 เขียนคำาศพั ทล์ งใต้ภาพทีก่ ำาหนดให้ จากนัน้ เขยี นสะกดคำาลงใน GO

ตดั ตามรอยประ



-----------------------------------------

----------------------------------------- -----------------------------------------

----------------------------------------- คำ�ท่ีประสม -----------------------------------------
สระลดรปู

----------------------------------------- -----------------------------------------

-----------------------------------------

บริษทั ธารปัญญา จาำ กัด สงวนลขิ สทิ ธ์ิ © ๒๕๖๒ 21

แผนก�รจดั ก�รเรียนรู้
หน่วยก�รเรียนรู้ อ่�นออก เขยี นได้ เล่ม ๓
กลุม่ ส�ระก�รเรียนร้ภู �ษ�ไทย ช้ันประถมศึกษ�ปที ่ี ๓

บทท่ี ๓ ก�รผนั วรรณยุกต์ (๑) จาำ นวน ๓ ชวั่ โมง

ม�ตรฐ�นก�รเรยี นรู้

๑. ม�ตรฐ�น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพอื่ นาำ ไปใชต้ ดั สนิ ใจ แกป้ ญั หาในการดาำ เนนิ
ชวี ติ และมนี สิ ยั รักการอ่าน
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภูมปิ ญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัติของชาติ

๒. ตัวชีว้ ัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๓/๑ อา่ นออกเสยี งคาำ ขอ้ ความ เรอื่ งสน้ั ๆ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง คลอ่ งแคลว่
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๑ เขียนสะกดคำาและบอกความหมายของคำา

ส�ระสำ�คญั

การเรยี นรู้อักษรกลาง คำาอักษรกลาง หลกั การผนั เสียงอกั ษรกลาง ความหมายและหลักการใช้จึงจะสามารถนำา
คำาไปใช้ไดถ้ ูกต้องตามสถานการณ์

จดุ ประสงคก์ �รเรียนรู้

๑. สามารถบอกได้ว่าคาำ อักษรกลางมีตวั อะไรบ้าง
๒. สามารถผันเสียงอกั ษรกลางไดค้ รบทกุ เสียง
๓. สามารถบอกความหมายคาำ อกั ษรกลางได้

ส�ระก�รเรยี นรูแ้ กนกล�ง

๑. การสะกดคำา การแจกลูก และการอา่ นเป็นคำา
๒. การผนั อักษรกลาง อกั ษรสูง และอกั ษรต่ำา
๓. ความหมายของคาำ
๔. การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคาำ คาำ คลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ทปี่ ระกอบ

ด้วยคำาพื้นฐานเพิม่ จาก ป.๒ ไมน่ ้อยกวา่ ๑,๒๐๐ คาำ

กระบวนก�รจดั ก�รเรยี นรู้ แพะ แกะ
กุ้ง
๑. ขน้ั นำ�เข้�สูบ่ ทเรยี น
๑. คณุ ครใู หน้ กั เรียนเตรยี มคงามพรอ้ มก่อนเรยี น โดยการเลน่ เกม
๒. คณุ ครอู ธบิ ายวธิ เี ลน่ คอื ถา้ พดู วา่ “แพะ” ใหต้ บมอื ถา้ พดู วา่ “แกะ”
ใหต้ บโต๊ะ และถา้ พดู ว่า “กุ้ง” ใหต้ บวดื
๓. ขนั้ แรกใหค้ ณุ ครพู ดู จังหวะท่ีงา่ ยกอ่ น เช่น แพะ แกะ กุ้ง จากน้ันเริ่ม
สลบั คำา เช่น กุง้ แกะ แพะ และเพมิ่ จาำ นวนคาำ สงั่ หรือเรว็ ขนึ้ เช่น กุ้ง
ก้งุ แกะ กุ้ง แพะ เป็นตน้

บรษิ ทั ธารปัญญา จำากัด สงวนลิขสทิ ธิ์ © ๒๕๖๒ 22

๒. ข้ันนำ�เสนอคว�มรู้
๑. คณุ ครตู ดิ ชารต์ คาำ และหลกั การผนั เสยี งอกั ษรกลาง
ไวบ้ นกระดาน
๒. คุณครูแนะนำาให้นักเรียนรู้จักคำาอักษรกลางว่า
ประกอบดว้ ยตวั อกั ษรอะไรบา้ ง ผันได้กี่เสยี ง
๓. คณุ ครยู กตวั อยา่ งการผนั เสยี งใหด้ ู โดยพดู วา่ “กาง
ก่าง ก้าง กา๊ ง ก๋าง” และใช้ไม้ชไ้ี ปในช่องตารางใน
อกั ษรกลาง นกั เรยี นผนั เสยี งตาม พรอ้ มทงั้ ใหส้ งั เกต
วา่ สามารถผันไดค้ รบ ๕ เสียง
๔. คณุ ครยู กตัวอยา่ งคาำ อักษรกลางคาำ อนื่ ๆ และผนั ใหด้ อู ยา่ งเดียวกนั
๕. ใหน้ กั เรยี นทาำ แบบฝกึ หดั ในหนงั สอื เรยี น (การทาำ แบบฝกึ หดั คณุ ครสู ามารถใหน้ กั เรยี นแบง่ ทาำ ไดต้ ามความ
เหมาะสม)

๓. ข้ันลงมือเรียนรู้
๑. คณุ ครูให้นกั เรียนช้อี ่านการผนั เสียงวรรณยุกต์อกั ษรกลาง ในหนงั สือเรียนพรอ้ มกันทง้ั หอ้ ง
๒. จากน้นั คณุ ครูเขยี นคาำ ศพั ท์บนกระดาน แลว้ ส่มุ ให้นกั เรียนออกไปหน้าหอ้ งตามจาำ นวนคาำ ทค่ี ุณครูเขียน
๓. คุณครชู ีค้ ำา แลว้ ให้ตวั แทนนักเรยี นพาเพือ่ นผนั เสยี ง
๔. เม่ือผันเสียงครบทุกคำาแล้ว ให้นักเรียนทำาแบบฝึกหัดในหนังสือเรียน (การทำาแบบฝึกหัดคุณครูสามารถ
ให้นักเรยี นแบง่ ทำาไดต้ ามความเหมาะสม)

๔. ขน้ั สรปุ คว�มรู้
๑. คุณครูแจกใบงาน “ตารางผันเสียงอักษรกลาง” เพื่อให้นักเรียน
เข้าใจหลักการผันเสียงอักษรกลาง และรู้ว่าอักษรกลางสามารถ
ผนั ได้ ๕ เสียง
๒. เมอื่ นกั เรยี นทาำ ใบงานเสรจ็ แลว้ คณุ ครพู านกั เรยี นเฉลยในหอ้ ง เพอ่ื
ให้นกั เรยี นไดแ้ ลกเปล่ยี นความคิดกัน
๓. ติดใบงานลงในสมุด

๕. ขัน้ ประยุกตใ์ ชค้ ว�มรู้
๑. คณุ ครเู ขยี นคาำ ศพั ทท์ เี่ ปน็ คาำ อกั ษรกลางบนกระดานประมาณ ๒๐
คำา คาำ ท่ีไมม่ ใ่ี นหนงั สือเรียน
๒. ใหน้ กั เรยี นเขยี นผนั เสยี งคาำ อกั ษรกลาง ทอี่ ยบู่ นกระดาน ลงในสมดุ

เครอ่ื งมอื - สอ่ื ก�รเรียนรู้

๑. ชารต์ คาำ อกั ษรกลาง
๒. หนังสือเรยี นอา่ นออกเขียนได้ ป.๓ เล่ม ๓
๓. ใบงาน “ตารางผันเสียงอักษรกลาง”

ก�รวัดและประเมนิ ผล

๑. สังเกตพฤติกรรมการอ่าน / การออกเสียง / การสะกดคำา ของนกั เรียน
๒. ประเมนิ ผลจากคะแนนการทำาแบบฝึกหดั ของนกั เรยี น
(การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม บางชั้นเรียนอาจมีการทดสอบ
กอ่ นเรียน - หลงั เรียน การเขยี นตามคำาบอก การทดสอบการอา่ น ฯลฯ)

บริษัทธารปญั ญา จาำ กัด สงวนลิขสทิ ธ์ิ © ๒๕๖๒ 23

ใบง�นประกอบแผนก�รจัดก�รเรยี นรู้ บทท่ี ๓ (๑) :

ต�ร�งผนั เสยี งอกั ษรกล�ง

 ผันเสียงคำาที่กาำ หนดให้ตอ่ ไปน้ี

เสยี งสามัญ เสยี งเอก เสยี งโท เสียงตรี เสียงจตั วา

เกยี ว บริษัทธารปัญญา จำากดั สงวนลิขสทิ ธ์ิ © ๒๕๖๒ 24
แจง
อาง
ดาม
ตอน
โตง
อมิ
ปูน

แผนก�รจดั ก�รเรยี นรู้
หน่วยก�รเรียนรู้ อ่�นออก เขยี นได้ เลม่ ๓
กลุม่ ส�ระก�รเรยี นรูภ้ �ษ�ไทย ชั้นประถมศึกษ�ปีที่ ๓

บทที่ ๓ ก�รผันวรรณยุกต์ (๒) จำานวน ๓ ชว่ั โมง

ม�ตรฐ�นก�รเรียนรู้

๑. ม�ตรฐ�น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพอื่ นาำ ไปใชต้ ดั สนิ ใจ แกป้ ญั หาในการดาำ เนนิ
ชวี ิต และมีนสิ ยั รกั การอ่าน
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภมู ปิ ญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติของชาติ

๒. ตัวชว้ี ัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๓/๑ อา่ นออกเสยี งคาำ ขอ้ ความ เรอ่ื งสนั้ ๆ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง คลอ่ งแคลว่
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๑ เขียนสะกดคาำ และบอกความหมายของคำา
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๔ แต่งประโยคง่ายๆ

ส�ระสำ�คัญ

การเรียนรู้อักษรสูง คำาอักษรสูง หลักการผันเสียงอักษรสูง ความหมายและหลักการใช้จึงจะสามารถนำาคำาไป
ใช้ได้ถกู ต้องตามสถานการณ์

จุดประสงคก์ �รเรยี นรู้

๑. สามารถบอกไดว้ ่าคาำ อกั ษรสูงมีตวั อะไรบา้ ง
๒. สามารถผนั เสยี งอักษรสูงไดค้ รบทุกเสยี ง
๓. สามารถบอกความหมายคาำ อักษรสงู ได้

ส�ระก�รเรียนรู้แกนกล�ง

๑. การผนั อกั ษรกลาง อักษรสงู และอักษรต่าำ
๒. ความหมายของคำา
๓. การแต่งประโยคเพ่ือการสื่อสาร ได้แก่ ประโยคบอกเล่า ประโยคปฏิเสธ ประโยคคำาถาม ประโยคขอร้อง

ประโยคคำาสง่ั
๔. การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคาำ คาำ คลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ทปี่ ระกอบ

ดว้ ยคาำ พน้ื ฐานเพม่ิ จาก ป.๒ ไม่นอ้ ยกวา่ ๑,๒๐๐ คำา

กระบวนก�รจดั ก�รเรยี นรู้

๑. ขั้นน�ำ เข้�สบู่ ทเรียน
๑. คณุ ครทู กั ทาย ใหน้ กั เรียนเลน่ เกม “ขึน้ และ ลง”
๒. แบง่ นักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลมุ่ ละ ๓-๕ คน
๓. กำามือทงั้ สองข้าง แลว้ วางตอ่ กัน เมอื่ คณุ ครูพูดวา่ ขน้ึ มือของคนท่อี ยูล่ า่ ง
สุด ตอ้ งเอาขึน้ มาไว้บนสดุ ถา้ พดู วา่ ลง มือที่อย่บู นสุด ตอ้ งลงไปอย่ลู ่างสุด

บรษิ ัทธารปัญญา จาำ กดั สงวนลขิ สิทธ์ิ © ๒๕๖๒ 25

๒. ข้ันน�ำ เสนอความรู้
๑. คุณครูติดชาร์ตคำ�และหลักการผันเสียงอักษรสูงไว้บน
กระดาน
๒. คณุ ครแู นะน�ำ ใหน้ กั เรยี นรจู้ กั ค�ำ อกั ษรสงู วา่ ประกอบดว้ ย
ตวั อกั ษรอะไรบ้าง ผันได้กเี่ สยี ง
๓. ค ณุ ครูยกตวั อยา่ งการผันเสยี งใหด้ ู โดยพดู วา่ “ขาว ขา่ ว
ขา้ ว” และใชไ้ มช้ ไ้ี ปในชอ่ งตารางในอกั ษรสงู นกั เรยี นผนั
เสยี งตาม พร้อมทง้ั ให้สงั เกตว่า สามารถผนั ได้ ๓ เสยี ง
๔. คุณครยู กตัวอย่างคำ�อักษรสงู คำ�อ่นื ๆ และผนั ให้ดอู ยา่ งเดียวกนั
๕. ใหน้ กั เรยี นท�ำ แบบฝกึ หดั ในหนงั สอื เรยี น (การท�ำ แบบฝกึ หดั คณุ ครสู ามารถใหน้ กั เรยี นแบง่ ท�ำ ไดต้ ามความ
เหมาะสม)

๓. ขั้นลงมอื เรยี นรู้
๑. คุณครใู หน้ ักเรียนชีอ้ ่านการผันเสียงวรรณยุกต์อกั ษรสงู ในหนังสือเรยี นพรอ้ มกนั ทงั้ ห้อง
๒. จ ากน้นั คุณครูเขยี นค�ำ ศพั ท์บนกระดาน แลว้ สมุ่ ให้นักเรียนออกไปหน้าห้องตามจำ�นวนค�ำ ทีค่ ณุ ครูเขียน
๓. คุณครูชี้ค�ำ แล้วให้ตัวแทนนกั เรียนพาเพอ่ื นผนั เสยี ง
๔. เ มื่อผันเสียงครบทุกคำ�แล้ว ให้นักเรียนทำ�แบบฝึกหัดในหนังสือเรียน (การทำ�แบบฝึกหัดคุณครูสามารถ
ให้นักเรยี นแบง่ ท�ำ ได้ตามความเหมาะสม)

๔. ขั้นสรปุ ความรู้
๑. คุณครูแจกใบงาน “ซ่อนอยู่ตรงไหน” ให้นักเรียนทุกคนในห้อง
เพอื่ ให้นักเรยี นสามารถบอกไดว้ า่ ค�ำ อักษรสงู มตี ัวอะไรบา้ ง โดยท่ี
ไมต่ อ้ งเปดิ ดหู นงั สอื การฝกึ บอ่ ยๆ จะท�ำ ใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจมากกวา่
การท่องจ�ำ
๒. เมอ่ื นกั เรยี นท�ำ ใบงานเสรจ็ แลว้ คณุ ครพู านกั เรยี นเฉลยในหอ้ ง เพอื่
ให้นกั เรยี นไดแ้ ลกเปลยี่ นความคิดกนั

๓. ตดิ ใบงานลงในสมดุ

๕. ขน้ั ประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้
๑. ค ุณครูเตรียมนิทานหรือเร่ืองส้ันท่ีมีความยาวไม่เกิน ๑ หน้า
กระดาษเอสี่ ให้นกั เรยี นทกุ คน
๒. ใ หน้ ักเรยี นวงกลมลอ้ มรอบค�ำ อกั ษรสงู ในนิทานหรอื เรอ่ื งสั้น จากนนั้ คุณครเู ฉลยพรอ้ มกันในหอ้ ง

เคร่อื งมอื - ส่ือการเรยี นรู้

๑. ชาร์ตค�ำ อักษรสูง
๒. หนงั สอื เรียนอ่านออกเขยี นได้ ป.๓ เลม่ ๓
๓. ใบงาน “ซอ่ นอยู่ตรงไหน”

การวดั และประเมนิ ผล

๑. ส ังเกตพฤตกิ รรมการอา่ น / การออกเสียง / การสะกดค�ำ ของนกั เรียน
๒. ประเมนิ ผลจากคะแนนการท�ำ แบบฝึกหดั ของนกั เรียน
(การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม บางช้ันเรียนอาจมีการทดสอบ
กอ่ นเรียน - หลังเรียน การเขียนตามคำ�บอก การทดสอบการอา่ น ฯลฯ)

บริษทั ธารปญั ญา จ�ำ กดั สงวนลขิ สทิ ธิ์ © ๒๕๖๒ 26

ใบง�นประกอบแผนก�รจดั ก�รเรยี นรู้ บทท่ี ๓ (๒) :

ซ่อนอยตู่ รงไหน

 ระบายเฉพาะชอ่ งที่มคี าำ อักษรสูง จากน้นั นาำ คำาอักษรสงู มาแต่งประโยคลงในชอ่ งวา่ งดา้ นลา่ ง

ปู สอ้ ม งู ชอ้ น
ค�ง ฉงิ่
แพ
ดู

บ�ง ขอ้ ง ก� หอม แล ดุ จ�น
แหว้ ข่�ว ฝ�ย
น� นก
ข้�ว

ว่ิง ช่ือ ย� มวย

๑. ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
๒. ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
๓. ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
๔. ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
๕. ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
๖. ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
๗. ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
๘. ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บริษทั ธารปญั ญา จาำ กดั สงวนลขิ สิทธ์ิ © ๒๕๖๒ 27

แผนก�รจดั ก�รเรียนรู้
หนว่ ยก�รเรียนรู้ อ�่ นออก เขยี นได้ เล่ม ๓
กลุ่มส�ระก�รเรยี นรภู้ �ษ�ไทย ชนั้ ประถมศึกษ�ปีที่ ๓

บทที่ ๓ ก�รผนั วรรณยุกต์ (๓) จาำ นวน ๓ ชว่ั โมง

ม�ตรฐ�นก�รเรียนรู้

๑. ม�ตรฐ�น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพอื่ นาำ ไปใชต้ ดั สนิ ใจ แกป้ ญั หาในการดาำ เนนิ
ชีวิต และมีนิสัยรกั การอ่าน
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภูมิปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัตขิ องชาติ

๒. ตัวช้วี ดั
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๓/๑ อา่ นออกเสยี งคาำ ขอ้ ความ เรอ่ื งสน้ั ๆ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง คลอ่ งแคลว่
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๑ เขียนสะกดคาำ และบอกความหมายของคำา

ส�ระสำ�คญั

การเรียนรู้อักษรต่ำา คำาอักษรตำ่า หลักการผันเสียงอักษรตำ่า ความหมายและหลักการใช้จึงจะสามารถนำาคำาไป
ใช้ได้ถูกตอ้ งตามสถานการณ์

จดุ ประสงค์ก�รเรยี นรู้

๑. สามารถบอกไดว้ า่ คำาอักษรตำา่ มตี วั อะไรบ้าง
๒. สามารถผนั เสยี งอักษรตำา่ ไดค้ รบทกุ เสยี ง
๓. สามารถบอกความหมายคำาอกั ษรตำา่ ได้

ส�ระก�รเรียนรู้แกนกล�ง

๑. การสะกดคำา การแจกลูก และการอ่านเป็นคำา
๒. การผนั อกั ษรกลาง อักษรสูง และอักษรตาำ่
๓. ความหมายของคาำ
๔. การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคาำ คาำ คลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ทปี่ ระกอบ

ด้วยคำาพื้นฐานเพิ่มจาก ป.๒ ไม่น้อยกว่า ๑,๒๐๐ คำา

กระบวนก�รจดั ก�รเรยี นรู้ มตบอื ซบา้นยมหืองซาา้ยยมเพอื อื่ขนวา ตมบอื ซบา้นยมหืองซาา้ยยมเพือื่อขนวา

๑. ขั้นน�ำ เข้�สูบ่ ทเรียน
๑. คณุ ครใู หน้ กั เรยี นทอ่ งและเคลอื่ นไหวประกอบบทคลอ้ งจอง
“มีปลาอยู่ในบึง” ตามจังหวะ
๒. ตใหบน้ บกั นเรมยี อื นซจ้าบัยเคพู่ หอ่ื นันหสนลา้ ับเขมา้ ือหขาวกานั หมงาอื ยซา้ มยอื หซง้าายยคมวอื าำ่ ขวตาบคบวนาำ่
มอื ขวาเพ่ือนทำาสลบั กนั ไปมาตามจังหวะจนจบ
๓. คุณครูติดชาร์ตบทคล้องจอง “มีปลาอยู่ในบึง” และพา
นกั เรยี นชี้อ่านไปทลี ะประโยคจนคล่อง

บรษิ ัทธารปัญญา จาำ กัด สงวนลิขสทิ ธ์ิ © ๒๕๖๒ 28

๒. ขั้นน�ำ เสนอความรู้
๑. ค ุณครูติดชาร์ตคำ�และหลักการผันเสียงอักษรต่ําไว้บน
กระดาน
๒. ค ณุ ครแู นะน�ำ ใหน้ กั เรยี นรจู้ กั ค�ำ อกั ษรตา่ํ วา่ ประกอบดว้ ย
ตัวอักษรอะไรบ้าง ผนั ได้กเ่ี สียง
๓. ค ุณครูยกตวั อยา่ งการผันเสียงใหด้ ู โดยพดู วา่ “คาง คา่ ง
ค้าง” และใช้ไม้ชี้ไปในช่องตารางในอักษรต่ํา นักเรียน
ผันเสียงตาม พร้อมทัง้ ใหส้ งั เกตว่า สามารถผนั ได้กเี่ สยี ง
๔. คุณครูยกตวั อย่างค�ำ อักษรตํา่ ค�ำ อืน่ ๆ และผันใหด้ อู ย่างเดียวกัน
๕. ใหน้ กั เรยี นท�ำ แบบฝกึ หดั ในหนงั สอื เรยี น (การท�ำ แบบฝกึ หดั คณุ ครสู ามารถใหน้ กั เรยี นแบง่ ท�ำ ไดต้ ามความ
เหมาะสม)

๓. ขนั้ ลงมือเรยี นรู้
๑. คณุ ครใู หน้ กั เรยี นชอี้ ่านการผนั เสียงวรรณยกุ ต์อักษรตาํ่ ในหนงั สอื เรียนพรอ้ มกันทง้ั หอ้ ง
๒. จ ากนนั้ คณุ ครูเขยี นคำ�ศพั ท์บนกระดาน แลว้ สุ่มให้นกั เรยี นออกไปหนา้ หอ้ งตามจำ�นวนค�ำ ท่ีคณุ ครเู ขยี น
๓. คุณครูชีค้ �ำ แลว้ ใหต้ วั แทนนกั เรียนพาเพือ่ นผนั เสียง
๔. เ ม่ือผันเสียงครบทุกคำ�แล้ว ให้นักเรียนทำ�แบบฝึกหัดในหนังสือเรียน (การทำ�แบบฝึกหัดคุณครูสามารถ
ใหน้ ักเรียนแบง่ ทำ�ไดต้ ามความเหมาะสม)

๔. ขนั้ สรปุ ความรู้
๑. ค ุณครูแจกใบงาน “คำ�ไหนนะ” เพ่ือให้นักเรียนฝึกเรียนรู้
ค�ำ อกั ษรตาํ่ แมว้ ่าจะเป็นคำ�อักษรต่ําเหมอื นกนั แตเ่ มอื่ อกเสียงตา่ ง
กนั ความหมายของคำ�กเ็ ปล่ียนไปด้วย
๒. เ ม่ือนักเรียนทำ�ใบงานเสร็จแล้ว คุณครพู านกั เรียนเฉลยในหอ้ ง เพื่อ
ให้นกั เรยี นได้แลกเปล่ยี นความคดิ กนั

๓. ตดิ ใบงานลงในสมดุ

๕. ข้นั ประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้
๑. ใ ห้นักเรยี นหาขา่ วในหนงั สอื พมิ พ์มาคนละ ๑ ข่าว แลว้ ตัดติดลงใน
สมุด
๒. ใหน้ กั เรยี นไฮไลตค์ �ำ อกั ษรตาํ่ ในขา่ ว จากนนั้ คดั ค�ำ ทไี่ ฮไลตล์ งในสมดุ

เคร่ืองมือ - สือ่ การเรียนรู้

๑. ชาร์ตบทคลอ้ งจอง “มีปลาอยู่ในบงึ ”
๒. ชารต์ คำ�อักษรตาํ่
๓. หนงั สอื เรยี นอ่านออกเขยี นได้ ป.๓ เลม่ ๓
๔. ใบงาน “ค�ำ ไหนนะ”

การวดั และประเมินผล

๑. ส ังเกตพฤติกรรมการอ่าน / การออกเสยี ง / การสะกดคำ� ของนักเรียน
๒. ป ระเมินผลจากคะแนนการทำ�แบบฝึกหดั ของนักเรียน
(การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปล่ียนได้ตามความเหมาะสม บางช้ันเรียนอาจมีการทดสอบ
ก่อนเรียน - หลังเรยี น การเขียนตามค�ำ บอก การทดสอบการอา่ น ฯลฯ)

บริษทั ธารปัญญา จำ�กดั สงวนลขิ สทิ ธิ์ © ๒๕๖๒ 29

ใบง�นประกอบแผนก�รจัดก�รเรยี นรู้ บทที่ ๓ (๓) :

ค�ำ ไหนนะ

 ระบายสีคาำ ทมี่ ีความหมายตรงกับรปู ภาพ จากนน้ั คัดคาำ นัน้ ลงในชอ่ งว่างด้านขวา

๑ ช�ง ช�่ ง ช�้ ง ----------------------------------------------
๒ ล�ง ล่�ง ล�้ ง ----------------------------------------------
๓ ว�ว ว่�ว ว้�ว ----------------------------------------------
๔ วงิ วิ่ง วงิ้ ----------------------------------------------
๕ ชอน ช่อน ชอ้ น ----------------------------------------------
๖ คอน ค่อน คอ้ น ----------------------------------------------
๗ มวย มว่ ย มว้ ย ----------------------------------------------
๘ แรง แรง่ แร้ง ----------------------------------------------
เลือย เลือ่ ย เล้อื ย๙ ----------------------------------------------
เลือย เลื่อย เลื้อย๑๐ ----------------------------------------------

บรษิ ัทธารปญั ญา จาำ กดั สงวนลิขสิทธ์ิ © ๒๕๖๒ 30

แผนก�รจดั ก�รเรียนรู้
หนว่ ยก�รเรียนรู้ อ่�นออก เขยี นได้ เลม่ ๓
กลมุ่ ส�ระก�รเรียนรูภ้ �ษ�ไทย ช้ันประถมศึกษ�ปีท่ี ๓

บทท่ี ๔ คำ�ทปี่ ระวสิ รรชนีย์และไม่ประวสิ รรชนีย์ (๑) จาำ นวน ๕ ชว่ั โมง

ม�ตรฐ�นก�รเรียนรู้

๑. ม�ตรฐ�น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพอ่ื นาำ ไปใชต้ ดั สนิ ใจ แกป้ ญั หาในการดาำ เนนิ
ชวี ติ และมีนิสยั รกั การอา่ น
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขยี น เขียนสอ่ื สาร เขยี นเรยี งความ ยอ่ ความ และเขยี นเรือ่ งราวในรูปแบบ
ต่างๆ เขียนรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นควา้ อย่างมีประสทิ ธภิ าพ
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภูมิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัตขิ องชาติ

๒. ตัวชวี้ ดั
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๓/๑ อา่ นออกเสยี งคาำ ขอ้ ความ เรอ่ื งสนั้ ๆ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง คลอ่ งแคลว่
มาตรฐาน ท ๒.๑ ป.๓/๕ เขียนเร่อื งตามจนิ ตนาการ
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๑ เขียนสะกดคำาและบอกความหมายของคำา

ส�ระส�ำ คญั

การเรยี นรู้คำาทป่ี ระวิสรรชนยี ์ ความหมายและหลักการใชจ้ ึงจะสามารถนาำ คาำ ไปใชไ้ ดถ้ กู ตอ้ งตามสถานการณ์

จดุ ประสงค์ก�รเรยี นรู้

๑. สามารถอา่ นคำาทป่ี ระวิสรรชนยี ์และไม่ประวิสรรชนยี ไ์ ด้
๒. สามารถบอกความตา่ งของคาำ ท่ีประวสิ รรชนียแ์ ละไม่ประวสิ รรชนยี ์ได้
๓. สามารถเขยี นและบอกความหมายของคาำ ทีป่ ระวสิ รรชนยี แ์ ละไมป่ ระวิสรรชนีย์ได้

ส�ระก�รเรียนรู้แกนกล�ง

๑. การสะกดคาำ การแจกลูก และการอ่านเป็นคำา
๒. คาำ ท่ีประวิสรรชนีย์และคาำ ท่ีไมป่ ระวิสรรชนีย์
๓. การเขียนเรือ่ งตามจินตนาการจากคำา ภาพ และหัวขอ้ ท่กี าำ หนด
๔. การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคาำ คาำ คลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ทปี่ ระกอบ

ด้วยคำาพน้ื ฐานเพม่ิ จาก ป.๒ ไม่นอ้ ยกวา่ ๑,๒๐๐ คำา

กระบวนก�รจดั ก�รเรยี นรู้ ถ้าพูดว่า "นงั่ " ถ้าพดู ว่า "ยนื "
ให้ยนื ขนึ้ ให้นั่งลง
๑. ข้ันน�ำ เข้�สบู่ ทเรยี น
๑. คณุ ครูทกั ทายนกั เรยี นก่อนเริ่มเรยี นหัวข้อใหม่
๒. คณุ ครูให้นักเรยี นเล่นเกม “ทาำ สลบั กัน”
๓. คณุ ครูบอกวธิ กี ารเลน่ คอื ถ้าบอกวา่ นั่ง ให้นกั เรยี นยนื ถา้ บอกวา่
ยืน ใหน้ ักเรียนนงั่
๔. เรม่ิ จากสั่งง่าย เชน่ ยนื น่งั เพ่มิ ความยากเป็น นง่ั ยืน ยนื

บริษัทธารปญั ญา จำากดั สงวนลิขสทิ ธิ์ © ๒๕๖๒ 31

๒. ขนั้ นำ�เสนอความรู้
๑. ค ณุ ครตู ดิ ชารต์ คำ�และหลกั การอ่านคำ�ท่ีประวสิ รรชนีย์
และคำ�ทีไ่ มป่ ระวิสรรชนยี ์บนกระดาน
๒. คณุ ครแู นะน�ำ ใหน้ กั เรยี นรจู้ กั ค�ำ ทป่ี ระวสิ รรชนยี แ์ ละค�ำ
ทีไ่ ม่ประวิสรรชนียบ์ นกระดาน วา่ ต่างกนั อยา่ งไร
๓. ค ุณครูพานักเรียนชี้อ่านบนกระดาน โดยเริ่มจาก
อ่านคำ�ที่ประวิสรรชนีย์ก่อน จากนั้น จึงชี้อ่านคำ�ท่ี
ไมป่ ระวิสรรชนยี ์ เพือ่ ไมใ่ หน้ ักเรยี นเกิดความสับสน
๔. เมื่อคุณครูสอนอ่านจนครบแล้ว คณุ ครูใหน้ ักเรียนอา่ น
เอง โดยอ่านค�ำ ท่ีคุณครูชบ้ี นกระดาน จนคลอ่ ง
๕. ใหน้ กั เรยี นท�ำ แบบฝกึ หดั ในหนงั สอื เรยี น (การท�ำ แบบฝกึ หดั คณุ ครสู ามารถใหน้ กั เรยี นแบง่ ท�ำ ไดต้ ามความ
เหมาะสม)

๓. ข้นั ลงมือเรยี นรู้
๑. คุณครูใหน้ ักเรยี นช้ีอ่านคำ�ที่ประวิสรรชนยี แ์ ละคำ�ทีไ่ มป่ ระวิสรรชนีย์ ในหนงั สอื เรยี นพรอ้ มกันท้งั ห้อง
๒. จ ากนั้น แบ่งนักเรยี นออกเป็นกลุ่ม กล่มุ ละ ๓ คน แจกแก้วให้นักเรยี น กลมุ่ ละ ๓ ใบ และใบงาน “แยก
ค�ำ หรรษา” ใหก้ ลมุ่ ละ ๑ แผ่น
๓. ใ ห้นักเรียนทำ�กิจกรรม โดยตัดใบงาน “แยกคำ�หรรษา” ตามรอยประ จากนั้นติดหัวข้อท่ีกำ�หนดให้ลง
บนแกว้
๔. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ชว่ ยกันแยกคำ�ลงในแกว้ ให้ถกู ต้อง

๔. ขน้ั สรปุ ความรู้
๑. คุณครูแจกใบงาน “คำ�ที่ได้” เพ่ือให้
นักเรียนทบทวนและเข้าใจคำ�ที่ประ
วิสรรชนยี ์และค�ำ ทีไ่ ม่ประวิสรรชนีย์
๒. เมื่อนักเรียนทำ�ใบงานเสร็จแล้ว คุณครู
พานักเรียนเฉลยในห้อง เพื่อให้นักเรียน
ไดแ้ ลกเปลีย่ นความคิดกัน

๓. ตดิ ใบงานลงในสมดุ

๕. ขั้นประยุกต์ใชค้ วามรู้
๑. ให้นักเรียนเลือกคำ�ท่ีอย่ใู นใบงาน “ค�ำ ที่ได”้ มาคนละ ๕ คำ�
๒. ใ หน้ ักเรียนแตง่ เร่อื งตามจินตนาการ โดยใชค้ ำ�ท้งั ๕ ค�ำ ท่นี กั เรียนเลอื ก ลงในสมดุ

เครอื่ งมอื - สอ่ื การเรยี นรู้

๑. ชารต์ คำ�ทปี่ ระวิสรรชนยี ์และคำ�ทไ่ี มป่ ระวิสรรชนีย์
๒. หนงั สอื เรยี นอา่ นออกเขยี นได้ ป.๓ เล่ม ๓
๓. ใบงาน “แยกค�ำ หรรษา”
๔. ใบงาน “คำ�ท่ไี ด้ (3D-GO : Windows 3 บาน)”

การวดั และประเมนิ ผล

๑. ส งั เกตพฤติกรรมการอ่าน / การออกเสยี ง / การสะกดคำ� ของนักเรียน
๒. ป ระเมินผลจากคะแนนการท�ำ แบบฝกึ หัดของนักเรยี น
(การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปล่ียนได้ตามความเหมาะสม บางชั้นเรียนอาจมีการทดสอบ
กอ่ นเรยี น - หลังเรยี น การเขยี นตามคำ�บอก การทดสอบการอ่าน ฯลฯ)

บริษทั ธารปัญญา จ�ำ กดั สงวนลขิ สิทธ์ิ © ๒๕๖๒ 32

ใบง�นประกอบแผนก�รจดั ก�รเรยี นรู้ บทท่ี ๔ (๑) :

แยกค�ำ หรรษ�

 อ่านคาำ ในใบงาน แล้วตดั ตามรอยประ

หัวขอ้ ตดั ตามรอยประ

คำ�ทมี่ ีรปู สระ -ะ คำ�ทม่ี รี ปู สระ -ะ คำ�ที่ไมป่ ระวสิ รรชนยี ์
อยู่พย�งค์หลัง อยู่พย�งคห์ น้� ไมม่ รี ปู สระ -ะ ประสม
อ่�นออกเสยี งอะเต็มเสยี ง อ�่ นออกเสียงอะครง่ึ เสยี ง

คะนา้ บะหมี่ กะทิ มะพร้าว ละมดุ
ยะลา ชะนี ละมง่ั คะมำา ทะเล
ตะขาบ มะม่วง สะอาด ชะอม จะเข้
หมิ ะ โยคะ จังหวะ สาระ พบปะ
สุรยิ ะ พาหะ ชำาระ ฐานะ ธุระ
มานะ เทอะทะ ทักษะ เกะกะ เปะปะ
สนุก ถนน ขนม จราจร อร่อย
ขนุน ธนู อธบิ าย สบาย สนาม
สลกั สลดั ถนดั สวิง ตลก

บริษทั ธารปัญญา จาำ กัด สงวนลิขสิทธ์ิ © ๒๕๖๒ 33

ใบง�นประกอบแผนก�รจัดก�รเรยี นรู้ บทที่ ๔ (๑) : ตดั ตามรอยประ

คำ�ทไ่ี ด้ (3D-GO : Windows 3 บ�น)

 เขยี นคาำ ที่อยใู่ นกิจกรรมจากใบงาน แยกคาำ หรรษา ลงในหมวดหมู่ให้ถูกตอ้ ง

ค�ำ ท่มี ีรูปสระ -ะ
อ่�นอออยกู่พเสยยี �งงอคะห์ คนร�้ ึ่งเสียง

ค�ำ ทม่ี รี ูปสระ -ะ
อ่�นอออยกพู่ เสยีย�งงอคะห์ เลตังม็ เสยี ง

ค�ำ ท่ีไมป่ ระวสิ รรชนีย์
ไมม่ รี ูปสระ -ะ ประสม


บรษิ ัทธารปญั ญา จาำ กัด สงวนลขิ สิทธิ์ © ๒๕๖๒ 34

แผนก�รจัดก�รเรยี นรู้
หน่วยก�รเรียนรู้ อ�่ นออก เขยี นได้ เล่ม ๓
กลุม่ ส�ระก�รเรียนรูภ้ �ษ�ไทย ช้ันประถมศึกษ�ปที ่ี ๓

บทที่ ๕ คำ�ทีใ่ ช้ -ำ� และ -ัม ค�ำ ทใ่ี ช้ ใ- ไ- ไ-ย และ -ยั (๑) จำานวน ๓ ชัว่ โมง

ม�ตรฐ�นก�รเรยี นรู้

๑. ม�ตรฐ�น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพอื่ นาำ ไปใชต้ ดั สนิ ใจ แกป้ ญั หาในการดาำ เนนิ
ชีวิต และมนี ิสัยรกั การอ่าน
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัตขิ องชาติ

๒. ตัวชี้วัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๓/๑ อา่ นออกเสยี งคาำ ขอ้ ความ เรอื่ งสน้ั ๆ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง คลอ่ งแคลว่
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๑ เขียนสะกดคาำ และบอกความหมายของคำา

ส�ระส�ำ คญั

การเรียนรคู้ าำ ทีใ่ ช้ -าำ และ -มั ความหมายและหลักการใชจ้ ึงจะสามารถนาำ คำาไปใชไ้ ด้ถกู ต้องตามสถานการณ์

จุดประสงคก์ �รเรยี นรู้

๑. สามารถอา่ นคาำ ทใี่ ช้ -ำา และ -ัม ได้
๒. สามารถบอกความตา่ งและความเหมอื นของคาำ ท่ใี ช้ -าำ และ -มั ได้
๓. สามารถเขยี นคำาทใ่ี ช้ -ำา และ -ัม ได้

ส�ระก�รเรียนรู้แกนกล�ง

๑. การสะกดคาำ การแจกลกู และการอ่านเปน็ คาำ
๒. คาำ ที่ใช้ -ำา และ -ัม
๓. ความหมายของคาำ
๔. การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคาำ คาำ คลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ทปี่ ระกอบ

ด้วยคาำ พ้นื ฐานเพ่มิ จาก ป.๒ ไมน่ อ้ ยกว่า ๑,๒๐๐ คาำ

กระบวนก�รจัดก�รเรยี นรู้ ตบไหล่

๑. ขน้ั น�ำ เข�้ สู่บทเรียน
๑. คุณครูใหน้ กั เรียนท่องและเคลื่อนไหวประกอบบทเพลง “มือ มอื มอื ” ตามจังหวะ
๒. ท่าเคลอื่ นไหวประกอบตามจงั หวะและเนือ้ เพลง
๓. มอื มอื มือ
ตบตัก ตบมอื ตบมือ ตบไหล่ (ซา้ำ )
แล้วสลับ แล้วสลับกันไป (ซำ้า)
ตบตกั ตบไหล่ ตบมือ ตบมอื
ตบตกั ตบมอื

บรษิ ัทธารปัญญา จำากัด สงวนลิขสทิ ธ์ิ © ๒๕๖๒ 35

๒. ขัน้ นำ�เสนอความรู้
๑. ค ณุ ครตู ดิ ชารต์ ค�ำ และหลกั การอา่ นค�ำ ทใ่ี ช้ -�ำ และ -มั
๒. คุณครแู นะน�ำ ใหน้ กั เรียนรจู้ กั ค�ำ ท่ีใช้ -�ำ และ -มั บน
กระดาน ว่าตา่ งกนั หรอื เหมอื นกนั อย่างไร
๓. ค ุณครูพานักเรียนช้ีอ่านบนกระดาน โดยเริ่มจาก
อา่ นคำ�ทใ่ี ช้ -�ำ จากน้ัน จงึ ช้อี า่ นค�ำ ทีใ่ ช้ -ัม เพ่อื ไม่
ใหน้ ักเรียนเกดิ ความสับสน
๔. เ ม่ือคุณครูสอนอ่านจนครบแล้ว คุณครูให้นักเรียน
อ่านเอง โดยอา่ นคำ�ท่คี ณุ ครชู ้บี นกระดาน จนคล่อง
๕. ใ หน้ กั เรยี นท�ำ แบบฝกึ หดั ในหนงั สอื เรยี น (การท�ำ แบบฝกึ หดั คณุ ครสู ามารถใหน้ กั เรยี นแบง่ ท�ำ ไดต้ ามความ
เหมาะสม)

๓. ข้ันลงมือเรียนรู้
๑. คุณครใู ห้นักเรียนชี้อา่ นค�ำ ทใี่ ช้ -�ำ และ -ัม ในหนังสือเรยี นพรอ้ มกนั ท้ังหอ้ ง
๒. จ ากนัน้ คณุ ครเู ขียนหัวขอ้ ค�ำ ท่ีใช้ -�ำ และ คำ�ที่ใช้ -ัม ไว้ ๒ ฝงั่ ของกระดาน และแจกกระดาษโพสตอ์ ิต
ใหน้ กั เรียนคนละ ๑ แผ่น
๓. ใ ห้นกั เรยี นใช้ปากเมจิกเขียนคำ�ท่ีใช้ -�ำ หรือ -ัม เลอื กอย่างใดอยา่ งหน่งึ คนละ ๑ คำ� แลว้ นำ�ไปติดบน
กระดานฝงั่ ทีต่ รงกับค�ำ ท่เี ขยี น
๔. เม่อื น�ำ ไปตดิ ครบทกุ คนแลว้ คณุ ครพู านักเรยี นอ่านคำ�ทีอ่ ยู่บนกระดาน ถ้าค�ำ ใดซา้ํ แล้วเอาออก

๔. ขั้นสรปุ ความรู้
๑. คณุ ครูแจกใบงาน “แยกได้ไหม” เพ่อื ใหน้ ักเรยี นฝึกแยกความตา่ ง
ระหวา่ งค�ำ ทอ่ี อกเสยี ง อ�ำ เหมอื นกนั แตเ่ ขยี นคนละแบบ และเพอื่
ทบทวนความเข้าใจของนักเรยี น
๒. เมอ่ื นกั เรยี นท�ำ ใบงานเสรจ็ แลว้ คณุ ครพู านกั เรยี นเฉลยในหอ้ ง เพอื่
ให้นักเรยี นไดแ้ ลกเปลี่ยนความคดิ กนั

๓. ติดใบงานลงในสมุด

๕. ขน้ั ประยกุ ต์ใช้ความรู้
๑. ใหน้ กั เรยี นเขยี นค�ำ ศพั ทท์ แ่ี ยกไดใ้ นใบงาน “แยกไดไ้ หม” ลงในสมดุ
๒. จ ากน้ัน ใหน้ กั เรยี นเขียนค�ำ อ่านของคำ�ศัพท์

เครอื่ งมอื - สอื่ การเรียนรู้

๑. ชาร์ตคำ�ท่ใี ช้ -�ำ และ -ัม
๒. หนังสอื เรียนอา่ นออกเขียนได้ ป.๓ เล่ม ๓
๓. กระดาษโพสต์อติ
๔. ใบงาน “แยกได้ไหม”

การวดั และประเมินผล

๑. สงั เกตพฤตกิ รรมการอา่ น / การออกเสียง / การสะกดคำ� ของนักเรียน
๒. ป ระเมินผลจากคะแนนการทำ�แบบฝกึ หดั ของนกั เรียน
(การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปล่ียนได้ตามความเหมาะสม บางช้ันเรียนอาจมีการทดสอบ
กอ่ นเรยี น - หลงั เรยี น การเขียนตามคำ�บอก การทดสอบการอ่าน ฯลฯ)

บริษัทธารปญั ญา จำ�กัด สงวนลขิ สทิ ธิ์ © ๒๕๖๒ 36

ใบง�นประกอบแผนก�รจัดก�รเรยี นรู้ บทท่ี ๕ (๑) :

แยกได้ไหม

 เลือกเขียนคาำ ที่กาำ หนดใหใ้ นกรอบสีเ่ หล่ียม ลงในช่องว่างด้านลา่ งตามหมวดหมู่ใหถ้ กู ต้อง

ตม้ ยาำ กัมพูชา สัมบูรณ์ กาำ นนั สัมผัส
กัมปนาท สม้ ตำา บาำ บัด คัมภรี ์ สมั พันธ์
บุรรี มั ย์ สำาเภา สมั ปทาน ขาำ ขัน ทองคาำ
ท่องจำา สมั ภาษณ์ กาำ ลัง ตำานาน สมั ภาระ
อัมพวา จาำ ปี รมั ภา อมั พร ลาำ ไย
ราำ วง เพาะชาำ อมั พาต คาำ นับ มมั มี่

คำ�ทใี่ ช้ -�ำ ค�ำ ทใี่ ช้ -มั

------------------------------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------------------------------

บรษิ ัทธารปัญญา จาำ กัด สงวนลขิ สทิ ธิ์ © ๒๕๖๒ 37

แผนก�รจัดก�รเรยี นรู้
หนว่ ยก�รเรียนรู้ อ่�นออก เขยี นได้ เลม่ ๓
กลุม่ ส�ระก�รเรียนรภู้ �ษ�ไทย ช้นั ประถมศึกษ�ปีท่ี ๓

บทที่ ๕ ค�ำ ทีใ่ ช้ -ำ� และ -ัม คำ�ท่ใี ช้ ใ- ไ- ไ-ย และ -ยั (๒) จำานวน ๓ ชัว่ โมง

ม�ตรฐ�นก�รเรียนรู้

๑. ม�ตรฐ�น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพอื่ นาำ ไปใชต้ ดั สนิ ใจ แกป้ ญั หาในการดาำ เนนิ
ชวี ิต และมีนิสยั รกั การอ่าน
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภูมปิ ญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ

๒. ตวั ชวี้ ัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๓/๑ อา่ นออกเสยี งคาำ ขอ้ ความ เรอื่ งสนั้ ๆ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง คลอ่ งแคลว่
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๑ เขียนสะกดคำาและบอกความหมายของคำา

ส�ระส�ำ คญั

การเรยี นรคู้ าำ ทใี่ ช้ ใ- ไ- ไ-ย และ -ยั ความหมายและหลกั การใชจ้ งึ จะสามารถนาำ คาำ ไปใชไ้ ดถ้ กู ตอ้ งตามสถานการณ์

จุดประสงค์ก�รเรยี นรู้

๑. สามารถอ่านคำาทีใ่ ช้ ใ- ไ- ไ-ย และ -ยั ได้
๒. สามารถบอกความต่างและความเหมอื นของคาำ ท่ใี ช้ ใ- ไ- ไ-ย และ -ัย ได้
๓. สามารถเขยี นคำาที่ใช้ ใ- ไ- ไ-ย และ -ยั ได้

ส�ระก�รเรยี นร้แู กนกล�ง

๑. การสะกดคำา การแจกลกู และการอา่ นเป็นคำา
๒. คำาทีใ่ ช้ ใ- ไ- ไ-ย และ -ัย
๓. ความหมายของคำา
๔. การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคาำ คาำ คลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ทปี่ ระกอบ

ด้วยคำาพ้นื ฐานเพ่มิ จาก ป.๒ ไม่นอ้ ยกวา่ ๑,๒๐๐ คำา

กระบวนก�รจัดก�รเรียนรู้ ๑ ๒
แตะหัว
๑. ข้ันน�ำ เข้�ส่บู ทเรยี น ตบมือ
๑. คณุ ครูใหน้ ักเรยี นทอ่ งและเคลอื่ นไหวประกอบบทรอ้ ยกรอง “ผ้ใู หญ่ ๓
หาผา้ ใหม”่ ตามจงั หวะ
๒. ท่าเคล่ือนไหวท่ีใชค้ วรเปน็ ทา่ ทส่ี นุกสนาน เชน่ ตบมอื แตะหัว แตะ แตะไหล่
ไหล่ ทาำ สลับตามจงั หวะ จนจบ
๓. คณุ ครตู ดิ ชารต์ บทเพลง “ผใู้ หญห่ าผา้ ใหม”่ และพานกั เรยี นชอ้ี า่ นไป
ทลี ะประโยคจนคล่อง

บริษทั ธารปัญญา จำากัด สงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๖๒ 38

๒. ข้นั น�ำ เสนอความรู้
๑. คุณครูติดชาร์ตคำ�และหลกั การอา่ นคำ�ทีใ่ ช้ ใ- ไ- ไ-ย
และ -ยั
๒. ค ณุ ครแู นะน�ำ ใหน้ กั เรยี นรจู้ กั ค�ำ ทใ่ี ช้ ใ- ไ- ไ-ย และ -ยั
บนกระดาน ว่าต่างกันหรอื เหมอื นกันอยา่ งไร
๓. ค ณุ ครพู านกั เรยี นชอ้ี า่ นบนกระดาน โดยเรมิ่ จากอา่ น
คำ�ทใี่ ช้ ใ- จากนน้ั จึงชีอ้ ่านค�ำ ท่ใี ช้ ไ- ไ-ย และ -ัย
ตามลำ�ดบั เพื่อไมใ่ หน้ ักเรยี นเกิดความสบั สน
๔. เ ม่ือคุณครูสอนอ่านจนครบแล้ว คุณครูให้นักเรียน
อา่ นเอง โดยอ่านค�ำ ที่คุณครูชบี้ นกระดาน จนคล่อง ตวั อยา่ งการสอนดว้ ยชารต์

๕. ใ หน้ กั เรยี นท�ำ แบบฝกึ หดั ในหนงั สอื เรยี น (การท�ำ แบบฝกึ หดั คณุ ครสู ามารถใหน้ กั เรยี นแบง่ ท�ำ ไดต้ ามความ
เหมาะสม)

๓. ข้นั ลงมือเรยี นรู้
๑. ค ุณครใู หน้ ักเรียนชอ้ี ่านคำ�ทีใ่ ช้ ใ- ไ- ไ-ย และ -ัย ในหนงั สือเรียนพร้อมกันท้งั ห้อง
๒. จากนนั้ แบ่งนกั เรียนออกเปน็ กลุ่ม ๔ กลุ่ม แลว้ แบง่ หัวขอ้ ใหแ้ ต่ละกลุ่ม ได้แก่ ค�ำ ทใี่ ช้ ใ- คำ�ที่ใช้ ไ- ค�ำ ท่ี
ใช้ ไ-ย และ คำ�ทใ่ี ช้ -ัย และแจกกระดาษเอสามใหน้ กั เรยี นกลุ่มละ ๑ แผ่น
๓. ใ หน้ ักเรียนเขียนคำ�ทใ่ี ช้สระ ตามหวั ข้อทีก่ ลมุ่ ตนเองได้ เม่ือเสร็จแล้ว ให้แต่ละกลุ่มออกไปน�ำ เสนอหนา้
หอ้ ง และพาเพอ่ื นอ่าน

๔. ขัน้ สรปุ ความรู้
๑. ค ณุ ครแู จกใบงาน “สมุดเล่มเลก็ สรุปค�ำ ” ให้นกั เรยี นทกุ คน เพ่อื
ใหน้ กั เรยี นฝกึ เขยี นและอา่ นค�ำ ทอ่ี อกเสยี งเหมอื นกนั แตใ่ ชส้ ระตา่ ง
กนั และบอกความหมายของค�ำ เหล่าน้ัน
๒. เ มอ่ื นกั เรยี นท�ำ ใบงานเสรจ็ แลว้ คณุ ครพู านกั เรยี นเฉลยในหอ้ ง เพอื่
ให้นกั เรียนได้แลกเปล่ยี นความคิดกัน

๓. ติดใบงานลงในสมดุ

๕. ขัน้ ประยกุ ตใ์ ช้ความรู้
๑. คณุ ครูเตรยี มบตั รคำ�ศพั ท์คำ�ทใ่ี ช้ ใ- ไ- ไ-ย และ -ยั ตามจ�ำ นวน
นกั เรียน จากนนั้ แจกใหน้ ักเรียนทกุ คน
๒. ใหค้ ณุ ครเู รยี กนกั เรยี นตามเลขท่ี เมอื่ คณุ ครเู รยี กเลขทใี่ ด เลขทน่ี น้ั
จะตอ้ งยนื ขึ้น และอ่านคำ�ศพั ทท์ ่ตี นเองได้ให้เพอื่ นฟัง

เคร่ืองมือ - สื่อการเรยี นรู้

๑. ชารต์ บทรอ้ ยกรอง “ผ้ใู หญห่ าผา้ ใหม”่
๒. ชาร์ตคำ�ทใี่ ช้ ใ- ไ- ไ-ย และ -ยั
๓. หนงั สอื เรียนอา่ นออกเขยี นได้ ป.๓ เล่ม ๓
๔. กระดาษเอสาม
๕. ใบงาน “สมุดเลม่ เลก็ สรุปค�ำ ”

การวัดและประเมนิ ผล

๑. สงั เกตพฤตกิ รรมการอ่าน / การออกเสยี ง / การสะกดคำ� ของนักเรยี น
๒. ประเมินผลจากคะแนนการท�ำ แบบฝึกหัดของนักเรยี น
(การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปล่ียนได้ตามความเหมาะสม บางชั้นเรียนอาจมีการทดสอบ
ก่อนเรยี น - หลังเรียน การเขยี นตามค�ำ บอก การทดสอบการอา่ น ฯลฯ)

บรษิ ัทธารปัญญา จำ�กัด สงวนลขิ สิทธ์ิ © ๒๕๖๒ 39

ใบง�นประกอบแผนก�รจัดก�รเรียนรู้ บทท่ี ๖ (๑) :

สมุดเล่มเล็กสรุปคำ�

 ดรู ปู ภาพ แลว้ เตมิ พยญั ชนะที่หายไปลงในช่องวา่ งใตค้ ำาใหถ้ กู ต้อง จากน้ันนาำ ไปประกอบเป็นสมดุ เล่มเล็ก
ตดั ตามรอยประ

เรื ใบ-------- หั ใจ-------- สะ ภ้--------

ทิศ ต้-------- เสยี งใ--------ร ใ--------ล้ชิด

ลำ� ย-------- ก�ำ ไ------- ร-้ -------งไห้

ไ น�-------- หย�--------ไย่ นำ้�แข็ ไ------- -------
อ� �ไ ย-------- --------
ภูวไน--------

ประเ ศไ ย-------- -------- ประ �ธปิ ไต-------- --------

ม�ลั-------- ชั ชนะ-------- ส สยั--------

นั--------น์ต� เ--------�ว์วัย ปร�ศร-ั ------ 

บรษิ ัทธารปัญญา จำากดั สงวนลิขสทิ ธิ์ © ๒๕๖๒ 40

แผนก�รจัดก�รเรียนรู้
หนว่ ยก�รเรยี นรู้ อ�่ นออก เขยี นได้ เลม่ ๓
กล่มุ ส�ระก�รเรียนรูภ้ �ษ�ไทย ชั้นประถมศึกษ�ปีที่ ๓

บทที่ ๖ คำ�ตรงกนั ข้�ม ค�ำ ทีม่ ีคว�มหม�ยเหมอื นกัน (๑) จาำ นวน ๓ ชั่วโมง

ม�ตรฐ�นก�รเรยี นรู้

๑. ม�ตรฐ�น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพอื่ นาำ ไปใชต้ ดั สนิ ใจ แกป้ ญั หาในการดาำ เนนิ
ชวี ติ และมนี สิ ยั รกั การอ่าน
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภมู ิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัตขิ องชาติ

๒. ตวั ช้วี ัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๓/๑ อา่ นออกเสยี งคาำ ขอ้ ความ เรอ่ื งสนั้ ๆ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง คลอ่ งแคลว่
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๑ เขยี นสะกดคาำ และบอกความหมายของคำา

ส�ระส�ำ คัญ

การเรยี นรู้ การอ่าน และการเขยี นคำาตรงกันขา้ ม หลกั การใช้จึงจะสามารถนำาคำาไปใช้ได้ถูกต้องตามสถานการณ์

จดุ ประสงค์ก�รเรยี นรู้

๑. สามารถบอกความหมายของคำาตรงกนั ขา้ มได้
๒. สามารถนำาคาำ ตรงกันขา้ มไปใชไ้ ด้ถกู ตอ้ งตามสถานการณ์

ส�ระก�รเรยี นร้แู กนกล�ง

๑. การสะกดคาำ การแจกลกู และการอ่านเป็นคำา
๒. คาำ ตรงกันข้าม
๓. ความหมายของคำา
๔. การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคาำ คาำ คลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ทป่ี ระกอบ

ดว้ ยคำาพืน้ ฐานเพิ่มจาก ป.๒ ไม่น้อยกวา่ ๑,๒๐๐ คาำ

กระบวนก�รจดั ก�รเรยี นรู้

๑. ขัน้ น�ำ เข�้ สู่บทเรียน
๑. คุณครูใหน้ ักเรียนทอ่ งและเคล่อื นไหวประกอบบทเพลง “จับหัว จบั หู จบั ไหล่” ตามจงั หวะ
๒. เคลื่อนไหวประกอบตามจงั หวะและเนือ้ เพลง
๓. จับหวั จับหู จบั ไหล่ (ซำ้า)
จบั ดูใหม่ จับไหล่ จบั หู
จบั ใหม่ จับใหฉ้ ันดู (ซำ้า)
จับหวั จบั หู แล้วมาจับไหล่
จับหัว จับหู จบั ไหล่

บรษิ ทั ธารปัญญา จำากดั สงวนลขิ สทิ ธิ์ © ๒๕๖๒ 41

๒. ขน้ั นำ�เสนอความรู้ 42
๑. คุณครูติดชาร์ตคำ�ตรงกันข้ามบนกระดาน แนะนำ�ให้
นักเรยี นร้จู กั ค�ำ ตรงกันขา้ ม
๒. ค ณุ ครพู านักเรียนช้อี ่านบนกระดานไปทลี ะค�ำ
๓. เ มอื่ คณุ ครสู อนอา่ นจนครบแลว้ คณุ ครใู หน้ กั เรยี นอา่ นเอง
โดยอ่านคำ�ทคี่ ุณครชู บ้ี นกระดาน จนคลอ่ ง
๔. คุณครูให้นักเรียนอ่านคำ�ตรงกันข้าม ในหนังสือเรียน
พรอ้ มกันทงั้ หอ้ ง
๕. ใ ห้นักเรียนทำ�แบบฝึกหัดในหนังสือเรียน (การทำ�แบบ
ฝึกหดั คุณครสู ามารถให้นกั เรียนแบง่ ท�ำ ได้ตามความเหมาะสม)

๓. ขน้ั ลงมอื เรียนรู้
๑. คณุ ครเู ตรยี มไมไ้ อศกรมี ทตี่ ดั แบง่ ครงึ่ ๒ ทอ่ น จากนน้ั ตดิ หรอื เขยี น
ค�ำ ตรงกนั ข้ามไว้บนไม้ไอศกรมี แต่ละทอ่ น เชน่ ข้นึ -ลง, ใกล้-ไกล,
หนมุ่ -แก่ (ควรเตรยี มไวไ้ อศกรมี หรือค�ำ ศพั ท์ตามจ�ำ นวนนกั เรยี น)
๒. แ จกไมไ้ อศกรีมที่มคี �ำ ศพั ท์ใหน้ ักเรียนทกุ คน คนละท่อน
๓. ส มุ่ นกั เรยี นใหย้ นื ขนึ้ พรอ้ มกบั อา่ นค�ำ บนไมไ้ อศกรมี ทตี่ นเองได้ เมอ่ื
อ่านจบ คนท่ีได้คำ�ตรงกันข้ามกัน ให้ยืนข้ึน แล้วอ่านคำ�น้ัน เช่น
เมื่อคนแรกอ่านคำ�วา่ ร้อน คนทม่ี ีคำ�วา่ เยน็ กต็ ้องยืนขน้ึ อ่าน ท�ำ
กิจกรรมจนครบทกุ คนในห้อง

๔. ข้นั สรปุ ความรู้
๑. ค ณุ ครูแจกใบงาน “จิกซอว์ค�ำ ตรงกนั ขา้ ม” ให้นกั เรยี นทุกคน เพือ่
ให้นักเรียนฝึกทักษะการคิดและจับคู่คำ�ที่มีความหมายตรงกันได้
อย่างถกู ตอ้ ง
๒. ใหน้ กั เรยี นตอ่ และตดิ จกิ ซอวล์ งในสมดุ เสรจ็ แลว้ คณุ ครพู านกั เรยี น
เฉลยในห้อง เพือ่ ใหน้ ักเรียนได้แลกเปลีย่ นความคิดกนั

๕. ขน้ั ประยุกต์ใช้ความรู้
๑. นักเรียนจับคู่กับเพ่ือนท่ีนั่งข้างๆ แล้วเล่นเกม ทายคำ�ตรงกันข้าม
โดยท่ีเปลี่ยนกนั พูดค�ำ ศพั ท์ เชน่ คนหนงึ่ พดู ว่า ผอม อกี คนต้องรีบ
พูดคำ�วา่ อว้ น
๒. เ มอ่ื พดู จบคำ�ตรงข้ามกัน ๑ คู่ ให้นักเรียนเขียนลงในสมดุ จะท�ำ ให้นักเรยี นมคี ลงั ค�ำ ตรงกนั ขา้ มไว้ทบทวน

เครื่องมือ - สอ่ื การเรียนรู้

๑. ชาร์ตเพลง “จับหัว จับหู จบั ไหล่”
๒. ชารต์ ค�ำ ตรงกันขา้ ม
๓. หนงั สือเรียนอ่านออกเขยี นได้ ป.๓ เลม่ ๓
๔. ไมไ้ อศกรีม
๕. ใบงาน “จิกซอว์คำ�ตรงกันข้าม”

การวัดและประเมินผล

๑. ส ังเกตพฤตกิ รรมการอา่ น / การออกเสยี ง / การสะกดคำ� ของนกั เรียน
๒. ป ระเมินผลจากคะแนนการทำ�แบบฝึกหัดของนักเรยี น
(การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปล่ียนได้ตามความเหมาะสม บางชั้นเรียนอาจมีการทดสอบ
กอ่ นเรยี น - หลังเรียน การเขยี นตามค�ำ บอก การทดสอบการอา่ น ฯลฯ)

บรษิ ัทธารปัญญา จ�ำ กัด สงวนลิขสทิ ธิ์ © ๒๕๖๒

ใบง�นประกอบแผนก�รจัดก�รเรียนรู้ บทท่ี ๖ (๒) : ตดั ตามรอยประ

จิกซอว์คำ�ตรงกันข�้ ม เต้ยี

 ตัดจิกซอวต์ ามรอยประ จากน้นั ต่อจิกซอวค์ ำาท่ีตรงข้ามกนั ลงในสมุดใหถ้ กู ต้อง กลัว
อว้ น
ใหญ่ เล็ก สงู นอก

ขน้ึ
ลง กล้�

หน�้ หลงั ผอม

รอ้ น เย็น ใน

รวย จน
เปน ต�ย

ปด เปด รอ้ งไห้ หวั เร�ะ
หอม เหมน็
แขง็ แรง อ่อนแอ 

บรษิ ทั ธารปัญญา จำากัด สงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๖๒ 43

แผนก�รจดั ก�รเรียนรู้
หนว่ ยก�รเรยี นรู้ อ่�นออก เขยี นได้ เลม่ ๓
กลมุ่ ส�ระก�รเรียนรูภ้ �ษ�ไทย ชัน้ ประถมศึกษ�ปีที่ ๓

บทท่ี ๖ ค�ำ ตรงกนั ข้�ม ค�ำ ท่มี ีคว�มหม�ยเหมอื นกนั (๒) จำานวน ๓ ชัว่ โมง

ม�ตรฐ�นก�รเรียนรู้

๑. ม�ตรฐ�น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพอื่ นาำ ไปใชต้ ดั สนิ ใจ แกป้ ญั หาในการดาำ เนนิ
ชีวติ และมีนิสยั รักการอ่าน
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัตขิ องชาติ

๒. ตัวช้ีวัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๓/๑ อา่ นออกเสยี งคาำ ขอ้ ความ เรอื่ งสนั้ ๆ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง คลอ่ งแคลว่
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๑ เขยี นสะกดคาำ และบอกความหมายของคาำ

ส�ระสำ�คญั

การเรียนรู้ การอ่าน และการเขียนคำาท่ีมีความหมายเหมือนกัน หลักการใช้จึงจะสามารถนำาคำาไปใช้ได้ถูกต้อง
ตามสถานการณ์

จดุ ประสงคก์ �รเรยี นรู้

๑. สามารถอ่านละเขียนคำาทม่ี ีความหมายเหมือนกันได้
๒. สามารถนาำ คาำ ที่มีความหมายเหมอื นกนั ไปใชไ้ ด้ถูกต้องตามสถานการณ์

ส�ระก�รเรียนรแู้ กนกล�ง

๑. การสะกดคำา การแจกลูก และการอ่านเปน็ คำา
๒. คาำ ทีม่ ีความหมายเหมือนกนั
๓. ความหมายของคำา
๔. การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคาำ คาำ คลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ทป่ี ระกอบ

ด้วยคำาพนื้ ฐานเพมิ่ จาก ป.๒ ไมน่ อ้ ยกวา่ ๑,๒๐๐ คำา

กระบวนก�รจดั ก�รเรียนรู้

๑. ขนั้ น�ำ เข�้ สู่บทเรียน
๑. คณุ ครูให้นกั เรยี นทอ่ งและเคลือ่ นไหวประกอบบทคล้องจอง “กรรไกร ไข่ ผ้าไหม” ตามจงั หวะ
๒. ใหน้ กั เรยี นทาำ ทา่ ทางเคลอื่ นไหวประกอบตามจงั หวะ ลองทาำ คนเดยี วกอ่ น จากนน้ั คเู่ ลน่ กบั เพอื่ น เรม่ิ จาก
จังหวะช้าๆ และเรว็ ขึ้นเรื่อยๆ
๓. คณุ ครูตดิ ชารต์ บทคลอ้ งจอง “กรรไกร ไข่ ผ้าไหม” และพานกั เรยี นชอี้ ่านไปทีละประโยคจนคล่อง

กรรไกร ไข่ ผ้าไหม ๑ ใบ

บริษทั ธารปญั ญา จาำ กัด สงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๖๒ 44

๒. ขน้ั น�ำ เสนอความรู้
๑. คุณครูติดชาร์ตคำ�ท่ีมีความหมายเหมือนกันบนกระดาน
แนะน�ำ ให้นกั เรยี นรู้จักคำ�ทีม่ ีความหมายเหมอื นกนั
๒. ค ณุ ครูพานกั เรียนช้ีอ่านบนกระดานไปทลี ะคำ�
๓. เม่ือคุณครูสอนอ่านจนครบแล้ว คุณครูให้นักเรียนอ่านเอง
โดยอา่ นค�ำ ทค่ี ุณครชู บี้ นกระดาน จนคลอ่ ง
๔. ค ณุ ครใู หน้ กั เรยี นอา่ นค�ำ ทม่ี คี วามหมายเหมอื นกนั ในหนงั สอื
เรียนพรอ้ มกันท้ังหอ้ ง
๕. ใ หน้ กั เรยี นท�ำ แบบฝกึ หดั ในหนงั สอื เรยี น (การท�ำ แบบฝกึ หดั
คุณครูสามารถใหน้ กั เรยี นแบ่งทำ�ได้ตามความเหมาะสม)

๓. ขน้ั ลงมือเรียนรู้
๑. ค ุณครูแบ่งนกั เรยี นออกเปน็ กลุม่ กลุ่มละ ๓ คน แจกจานกระดานกลุ่มละ ๑ ใบ ตัวหนบี ไม้ กลุ่มละ ๑๐
ตัว แจกใบงานจับคู่คำ�ศพั ทก์ บั รปู ภาพ ให้นกั เรยี น กลุม่ ละ ๑ ใบ
๒. ให้นักเรียนตัดกระดาษตามรอยประ ติดรูปภาพลงในจานกระดาษ ติดคำ�ศัพท์บนไม้หนีบ จากน้ัน ให้
นกั เรยี นช่วยกนั นำ�ไม้หนีบค�ำ ศพั ท์ ไปหนบี ใหช้ ่องรูปภาพท่ีมคี วามหมายตรงกัน
๓. เ มื่อท�ำ กิจกรรมเสร็จแลว้ ใหน้ กั เรียนอา่ นคำ�ศพั ท์บนไม้หนีบพร้อมกนั ท้งั หอ้ ง

๔. ขน้ั สรุปความรู้
๑. ค ุณครแู จกใบงาน “ความหมายเหมอื นกัน” ใหน้ ักเรยี นทกุ คน เพอ่ื ให้
นักเรียนฝึกทักษะการคิดและจับคู่คำ�ที่มีความหมายตรงกันได้อย่าง
ถูกตอ้ ง
๒. เมื่อนกั เรยี นท�ำ ใบงานเสรจ็ แลว้ คณุ ครพู านกั เรียนเฉลยในหอ้ ง เพอื่ ให้
นกั เรียนได้แลกเปล่ียนความคิดกนั จากนั้นตดิ ลงในสมดุ

๕. ข้นั ประยุกต์ใช้ความรู้
๑. น ักเรียนจับคู่กับเพ่ือนท่ีน่ังข้างๆ แล้วเล่นเกม ทายคำ�ท่ีมีความหมาย
เหมอื นกัน โดยที่เปลี่ยนกันพูดคำ�ศัพท์ เชน่ คนหนงึ่ พดู วา่ กิน อีกคน
ตอ้ งรบี พดู คำ�ว่า รบั ประทาน
๒. เ มอ่ื พดู จบค�ำ ทมี่ คี วามหมายเหมอื นกนั ๑ คู่ ใหน้ กั เรยี นเขยี นลงในสมดุ
จะทำ�ใหน้ ักเรียนมคี ลังค�ำ ที่มคี วามหมายเหมือนกันไว้ทบทวน

เครื่องมอื - สื่อการเรยี นรู้

๑. ชารต์ บทคลอ้ งจอง “กรรไกร ไข่ ผ้าไหม”
๒. ชารต์ คำ�ตรงกนั ขา้ ม
๓. หนงั สือเรยี นอ่านออกเขียนได้ ป.๓ เล่ม ๓
๔. จานกระดาษ
๕. ตัวหนบี ไม้
๖. ใบงาน “ความหมายเหมอื นกัน”

การวัดและประเมนิ ผล

๑. ส ังเกตพฤตกิ รรมการอา่ น / การออกเสียง / การสะกดคำ� ของนักเรียน
๒. ประเมนิ ผลจากคะแนนการทำ�แบบฝกึ หัดของนักเรียน
(การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปล่ียนได้ตามความเหมาะสม บางช้ันเรียนอาจมีการทดสอบ
กอ่ นเรยี น - หลงั เรียน การเขยี นตามค�ำ บอก การทดสอบการอา่ น ฯลฯ)

บริษทั ธารปัญญา จำ�กัด สงวนลิขสทิ ธ์ิ © ๒๕๖๒ 45

ใบง�นประกอบแผนก�รจัดก�รเรียนรู้ บทท่ี ๗ (๑) :

คว�มหม�ยเหมอื นกัน

 ดรู ูปภาพและคำาทกี่ าำ หนดให้ จากน้นั เขยี นคาำ ท่มี ีความหมายเหมือนกบั คาำ ท่กี ำาหนดใหล้ งในช่องวา่ ง

๑๒๓

คว�ย ผู้หญิง กิน

------------------------------------------------------------ ------------------------------------------------------------ ------------------------------------------------------------

๔ ๕ ๖

ไฟ คดิ ป�

------------------------------------------------------------ ------------------------------------------------------------ ------------------------------------------------------------

๗ ๘ ๙

เยอะแยะ ยินดี พดู คยุ

------------------------------------------------------------ ------------------------------------------------------------ ------------------------------------------------------------

๑๐ ๑๑ ๑๒

ซ่อน ววั หม�

------------------------------------------------------------ ------------------------------------------------------------ ------------------------------------------------------------

บริษัทธารปญั ญา จำากดั สงวนลขิ สทิ ธิ์ © ๒๕๖๒ 46

แผนก�รจัดก�รเรยี นรู้
หน่วยก�รเรยี นรู้ อ�่ นออก เขยี นได้ เล่ม ๓
กลมุ่ ส�ระก�รเรยี นรภู้ �ษ�ไทย ชน้ั ประถมศกึ ษ�ปที ่ี ๓

บทที่ ๗ คำ�ควบกลำ�้ (๑) จาำ นวน ๓ ชว่ั โมง

ม�ตรฐ�นก�รเรียนรู้

๑. ม�ตรฐ�น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพอื่ นาำ ไปใชต้ ดั สนิ ใจ แกป้ ญั หาในการดาำ เนนิ
ชีวิต และมนี ิสัยรกั การอ่าน
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียน เขยี นสอื่ สาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขียนเร่ืองราวในรูปแบบ
ต่างๆ เขียนรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ คว้าอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภมู ิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัติของชาติ

๒. ตวั ชี้วดั
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๓/๑ อา่ นออกเสยี งคาำ ขอ้ ความ เรอื่ งสนั้ ๆ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง คลอ่ งแคลว่
มาตรฐาน ท ๒.๑ ป.๓/๕ เขียนเร่ืองตามจนิ ตนาการ
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๑ เขียนสะกดคำาและบอกความหมายของคำา

ส�ระส�ำ คัญ

การเรยี นรู้ การอา่ น และการเขยี นคาำ ควบกลา้ำ แท้ หลกั การใชจ้ งึ จะสามารถนาำ คาำ ไปใชไ้ ดถ้ กู ตอ้ งตามสถานการณ์

จดุ ประสงคก์ �รเรยี นรู้

๑. สามารถอ่านและเขียนคาำ ควบกลำา้ แท้ได้
๒. สามารถนำาคำาควบกลา้ำ แท้ไปใช้ได้ถูกต้องตามสถานการณ์
๓. สามารถแตง่ เรือ่ งสน้ั ๆ ตามจินตนาการได้

ส�ระก�รเรยี นรแู้ กนกล�ง

๑. การสะกดคาำ การแจกลูก และการอา่ นเป็นคาำ
๒. คาำ ทม่ี พี ยญั ชนะควบกลา้ำ
๓. การเขียนเรือ่ งตามจนิ ตนาการจากคำา ภาพ และหัวขอ้ ที่กาำ หนด
๔. การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคาำ คาำ คลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ทปี่ ระกอบ

ด้วยคำาพืน้ ฐานเพิ่มจาก ป.๒ ไมน่ ้อยกวา่ ๑,๒๐๐ คาำ

กระบวนก�รจัดก�รเรยี นรู้
๑. ขนั้ น�ำ เข้�สู่บทเรยี น
๑. คุณครูให้นักเรียนท่องและเคลื่อนไหวประกอบคล้องจอง “จำ้าจี้มะเขือเปราะ” หน้ามอื ตบมอื เพ่ือน
ตามจังหวะ
๒. ทา่ เคลอื่ นไหวทใี่ ชค้ วรเปน็ ทา่ ทส่ี นกุ สนาน เชน่ เลน่ เปน็ คู่ ชสู องมอื ใชห้ นา้ มอื ตบมอื
เพอ่ื น ชูสองมอื ใช้หลังมือตบมอื เพอื่ น ทำาสลบั ไปตามจงั หวะจนจบ
๓. คุณครูติดชาร์ตบทคล้องจอง “จำ้าจี้มะเขือเปราะ” และพานักเรียนชี้อ่านไปทีละ
ประโยคจนคล่อง หลังมอื ตบมือเพอ่ื น

บริษัทธารปญั ญา จำากดั สงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๖๒ 47

๒. ข้ันน�ำ เสนอความรู้
๑. คุณครูติดบัตรคำ�ควบกลํ้าแท้บนกระดาน แนะนำ�ให้
นักเรียนรจู้ กั คำ�ควบกลา้ํ แท้
๒. ค ณุ ครพู านกั เรยี นชีอ้ า่ นบนกระดานไปทีละค�ำ
๓. ค ุณครูช้แี ละใหน้ กั เรยี นอา่ นเองจนคล่อง
๔. ใ หน้ กั เรยี นชอ้ี า่ นค�ำ ควบกลา้ํ แทใ้ นหนงั สอื เรยี น พรอ้ ม
กันท้งั หอ้ ง

๓. ขั้นลงมอื เรยี นรู้
๑. ใ หน้ กั เรยี นท�ำ แบบฝกึ หดั ในหนงั สอื เรยี น (การท�ำ แบบฝกึ หดั คณุ ครสู ามารถใหน้ กั เรยี นแบง่ ท�ำ ไดต้ ามความ
เหมาะสม)
๒. ให้นกั เรยี นทำ�กจิ กรรม เขยี นตามคำ�บอก (จะต้องเปน็ คำ�ทคี่ ุณครูสอนบนชาร์ตหรือในหนงั สอื เรยี น)
๓. เ ม่ือนักเรียนเขียนตามคำ�บอกเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณครูให้นักเรียนเปลี่ยนกันตรวจ และเฉลยพร้อมกัน
ในห้อง

๔. ข้นั สรปุ ความรู้
๑. ค ุณครูแจกใบงาน “เรื่องราวของฉัน” ให้นักเรียน
ทกุ คน เพอื่ ใหน้ กั เรยี นฝกึ น�ำ ค�ำ ควบกลาํ้ แทม้ าแตง่ เรอ่ื งตาม
จินตนาการของนักเรยี นเอง
๒. เมื่อนักเรียนทำ�ใบงานเสรจ็ แลว้ ติดใบงานลงในสมดุ

๕. ข้นั ประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้
๑. ค ุณครูสุ่มให้นักเรียนออกมาเล่าเร่ืองท่ีตนเองเขียน
หน้าห้องเรยี นให้เพอ่ื นฟงั
๒. นกั เรยี นแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ กนั แลว้ เขยี นวา่ ชอบเรอื่ ง
ของเพอ่ื นคนไหนลงในสมดุ พร้อมบอกเหตผุ ล

เครอ่ื งมือ - สื่อการเรียนรู้

๑. ชารต์ บทคล้องจอง “จํา้ จี้มะเขือเปราะ”
๒. บตั รค�ำ ควบกลา้ํ แท้
๓. หนงั สือเรียนอ่านออกเขียนได้ ป.๓ เล่ม ๓
๔. ใบงาน “เรอ่ื งราวของฉัน”

การวดั และประเมินผล

๑. สังเกตพฤติกรรมการอา่ น / การออกเสยี ง / การสะกดคำ� ของนกั เรียน
๒. ป ระเมนิ ผลจากคะแนนการทำ�แบบฝึกหัดของนักเรยี น
(การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปล่ียนได้ตามความเหมาะสม บางชั้นเรียนอาจมีการทดสอบ
กอ่ นเรียน - หลงั เรยี น การเขยี นตามคำ�บอก การทดสอบการอา่ น ฯลฯ)

บรษิ ัทธารปญั ญา จำ�กัด สงวนลิขสทิ ธิ์ © ๒๕๖๒ 48

ใบง�นประกอบแผนก�รจัดก�รเรียนรู้ บทท่ี ๗ (๑) :

เรือ่ งร�วของฉนั

 แต่งเรื่องตามจนิ ตนาการของนักเรยี น โดยใช้คำาทีก่ ำาหนดให้ แลว้ วาดภาพประกอบระบายสีใหส้ วยงาม

กรง โกรธ กลวั กว่�ง ปลอ่ ย

เพลง คว�ย โพรง โคลน ครอบครวั

เรอื่ ง ----------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตอนแรก -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตอ่ ม� --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ในที่สุด ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 49

บรษิ ัทธารปญั ญา จาำ กดั สงวนลิขสิทธ์ิ © ๒๕๖๒

แผนก�รจดั ก�รเรียนรู้
หนว่ ยก�รเรยี นรู้ อ่�นออก เขยี นได้ เล่ม ๓
กลมุ่ ส�ระก�รเรียนรูภ้ �ษ�ไทย ช้ันประถมศกึ ษ�ปที ่ี ๓

บทท่ี ๗ คำ�ควบกล�ำ้ (๒) จำานวน ๓ ช่วั โมง

ม�ตรฐ�นก�รเรียนรู้

๑. ม�ตรฐ�น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพอื่ นาำ ไปใชต้ ดั สนิ ใจ แกป้ ญั หาในการดาำ เนนิ
ชวี ิต และมีนิสัยรกั การอ่าน
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟงั และดูอย่างมวี ิจารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึก
ในโอกาสตา่ งๆอย่างมวี ิจารณญาณและสรา้ งสรรค์
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภมู ิปญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัตขิ องชาติ

๒. ตวั ชีว้ ัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๓/๑ อา่ นออกเสยี งคาำ ขอ้ ความ เรอื่ งสน้ั ๆ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง คลอ่ งแคลว่
มาตรฐาน ท ๓.๑ ป.๓/๔ พูดแสดงความคิดเห็นและความรสู้ กึ จากเร่อื งทฟ่ี งั และดี
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๑ เขยี นสะกดคาำ และบอกความหมายของคำา

ส�ระส�ำ คญั

การเรยี นรู้ การอา่ น และการเขยี นคาำ ควบกลา้ำ ไมแ่ ท้ หลกั การใชจ้ งึ จะสามารถนาำ คาำ ไปใชไ้ ดถ้ กู ตอ้ งตามสถานการณ์

จุดประสงค์ก�รเรียนรู้

๑. สามารถอา่ นและเขียนคำาควบกล้ำาไมแ่ ท้ได้
๒. สามารถนาำ คำาควบกลำ้าไมแ่ ท้ไปใชไ้ ดถ้ ูกตอ้ งตามสถานการณ์

ส�ระก�รเรียนรูแ้ กนกล�ง

๑. การสะกดคาำ การแจกลกู และการอา่ นเป็นคาำ
๒. คำาทมี่ พี ยัญชนะควบกลาำ้
๓. การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคาำ คาำ คลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ทป่ี ระกอบ

ดว้ ยคำาพนื้ ฐานเพ่ิมจาก ป.๒ ไมน่ ้อยกว่า ๑,๒๐๐ คาำ

กระบวนก�รจดั ก�รเรียนรู้

๑. ขนั้ น�ำ เข้�สู่บทเรียน
๑. คุณครใู ห้นักเรียนทำาเบรนยมิ ด้วยการเคลื่อนไหวประกอบ
บทรอ้ งเล่น “จี จ่อ เจยี๊ บ”
๒. ใหน้ กั เรยี นแบมอื ซา้ ยขน้ึ แลว้ เอานวิ้ ชขี้ วาไปจม้ิ ทก่ี ลางฝา่ มอื
ซา้ ยคนที่อยู่ขวามอื
๓. คณุ ครูท่องบทร้องเล่น นักเรียนก็เอาน้วิ ชีจ้ ิม้ ไปเร่ือยๆ พอถงึ คำาวา่ วับ มอื ทแี่ บอยู่ จะต้องจับนว้ิ ชเี้ พื่อนให้
ได้ และนวิ้ ชีท้ ่ีจ้ิมมือเพอ่ื นอยู่กต็ อ้ งเอาออกใหท้ ัน

บริษทั ธารปัญญา จำากดั สงวนลขิ สิทธ์ิ © ๒๕๖๒ 50


Click to View FlipBook Version