๒. ขั้นนำ�เสนอความรู้
๑. คณุ ครตู ดิ บตั รค�ำ ควบกลา้ํ ไมแ่ ทบ้ นกระดาน แนะน�ำ ให้
นักเรยี นรู้จกั ค�ำ ควบกลา้ํ ไม่แท้
๒. ค ุณครูพานักเรยี นชี้อา่ นบนกระดานไปทลี ะคำ�
๓. คณุ ครูชีแ้ ละใหน้ กั เรยี นอา่ นเองจนคลอ่ ง
๔. ให้นักเรียนช้ีอ่านคำ�ควบกล้ําไม่แท้ในหนังสือเรียน
พรอ้ มกนั ท้งั หอ้ ง
๓. ขั้นลงมอื เรียนรู้
๑. ใ หน้ กั เรยี นท�ำ แบบฝกึ หดั ในหนงั สอื เรยี น (การท�ำ แบบฝกึ หดั คณุ ครสู ามารถใหน้ กั เรยี นแบง่ ท�ำ ไดต้ ามความ
เหมาะสม)
๒. ใ ห้นักเรยี นท�ำ กจิ กรรม เขยี นตามคำ�บอก (จะตอ้ งเป็นค�ำ ที่คณุ ครสู อนบนชารต์ หรอื ในหนังสอื เรยี น)
๓. เ มื่อนักเรียนเขียนตามคำ�บอกเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณครูให้นักเรียนเปลี่ยนกันตรวจ และเฉลยพร้อมกัน
ในหอ้ ง
๔. ข้ันสรปุ ความรู้
๑. ค ุณครูแจกใบงาน “อ่านให้ถูก”
ใหน้ กั เรยี นทกุ คน เพอื่ ใหน้ กั เรยี น
ฝึกอ่านและเขียนคำ�ควบกลํ้าไม่
แท้ไดอ้ ย่างชำ�นาญ
๒. เม่ือนักเรียนทำ�ใบงานเสร็จแล้ว
ติดใบงานลงในสมดุ
๕. ข้นั ประยุกตใ์ ช้ความรู้
๑. ค ุณครูให้นักเรียนนำ�คำ�ศัพท์ใน
ใบงานมาแต่งประโยค
๒. นักเรยี นแต่งประโยคลงในสมดุ เสรจ็ แล้ว ให้นกั เรียนเปล่ยี นกนั อ่านกบั เพ่ือน
เคร่อื งมอื - สอ่ื การเรียนรู้
๑. ชาร์ตบทร้องเลน่ “จี จอ่ เจ๊ียบ”
๒. บัตรค�ำ ควบกลา้ํ ไม่แท้
๓. หนงั สอื เรียนอา่ นออกเขยี นได้ ป.๓ เลม่ ๓
๔. ใบงาน “อา่ นใหถ้ ูก (3D-GO : Flip)”
การวัดและประเมนิ ผล
๑. สังเกตพฤตกิ รรมการอ่าน / การออกเสียง / การสะกดค�ำ ของนกั เรยี น
๒. ป ระเมินผลจากคะแนนการทำ�แบบฝกึ หัดของนักเรยี น
(การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม บางชั้นเรียนอาจมีการทดสอบ
ก่อนเรยี น - หลงั เรยี น การเขียนตามค�ำ บอก การทดสอบการอา่ น ฯลฯ)
บริษัทธารปัญญา จำ�กัด สงวนลิขสิทธ์ิ © ๒๕๖๒ 51
ใบง�นประกอบแผนก�รจัดก�รเรียนรู้ บทที่ ๗ (๒) :
อ่�นใหถ้ กู (3D-GO : Flip)
ดูรูปภาพและคาำ ศพั ท์ จากน้ันเขยี นคำาอ่านลงใน GO ให้ถกู ตอ้ ง
ตดั ตามรอยประ
ทร-
หาดทราย ตน้ ไทร พุทรา อนิ ทรี
ศร-
เศร้า อาศรม เศรษฐี ปราศรัย
สร-
สระนำ้า สรา้ ง สรอ้ ย ส่งเสรมิ
*หมายเหตุ : ในหมวด จร ไมไ่ ดน้ ำามาสอนในใบงานน้ี เนือ่ งจากวา่ คำา จร- มีคาำ เดียว คอื
คำาวา่ “จริง”
บรษิ ทั ธารปัญญา จำากัด สงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๖๒ 52
แผนก�รจดั ก�รเรียนรู้
หน่วยก�รเรยี นรู้ อ�่ นออก เขยี นได้ เลม่ ๓
กลมุ่ ส�ระก�รเรยี นรูภ้ �ษ�ไทย ชนั้ ประถมศึกษ�ปีท่ี ๓
บทท่ี ๘ ก�รอ�่ นคำ�ท่ีมอี ักษรน�ำ ก�รอ�่ นคำ�แบบเรยี งพย�งค์ (๑) จำานวน ๔ ชัว่ โมง
ม�ตรฐ�นก�รเรียนรู้
๑. ม�ตรฐ�น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพอ่ื นาำ ไปใชต้ ดั สนิ ใจ แกป้ ญั หาในการดาำ เนนิ
ชีวิต และมีนิสยั รกั การอา่ น
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภมู ปิ ญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ
๒. ตวั ช้วี ัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๓/๑ อา่ นออกเสยี งคาำ ขอ้ ความ เรอื่ งสนั้ ๆ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง คลอ่ งแคลว่
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๑ เขียนสะกดคาำ และบอกความหมายของคำา
ส�ระสำ�คัญ
การเรียนรู้ การอา่ น และการเขียนคาำ อกั ษรนำา หลักการใชจ้ งึ จะสามารถนำาคาำ ไปใชไ้ ด้ถกู ต้องตามสถานการณ์
จุดประสงค์ก�รเรยี นรู้
๑. สามารถอ่านและเขยี นคำาอกั ษรนำา
๒. สามารถนำาคำาอักษรนาำ ไปใช้ได้ถกู ตอ้ งตามสถานการณ์
๓. สามารถบอกได้ว่าคาำ อกั ษรนาำ มลี กั ษณะอยา่ งไร
ส�ระก�รเรยี นรูแ้ กนกล�ง
๑. การสะกดคาำ การแจกลกู และการอ่านเป็นคำา
๒. คาำ ที่มอี กั ษรนำา
๓. การเขยี นเรื่องตามจินตนาการจากคำา ภาพ และหัวขอ้ ท่ีกาำ หนด
๔. การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคาำ คาำ คลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ทปี่ ระกอบ
ดว้ ยคำาพ้นื ฐานเพ่ิมจาก ป.๒ ไมน่ อ้ ยกว่า ๑,๒๐๐ คำา
กระบวนก�รจัดก�รเรยี นรู้
๑. ข้ันนำ�เข�้ สู่บทเรียน
๑. คุณครใู ห้นกั เรียนทอ่ งและเคลอ่ื นไหวประกอบบทเพลง “ศนู ย์ สอง หา้ สิบ” ตามจังหวะ
๒. เคลอ่ื นไหวประกอบตามจังหวะและเนือ้ เพลง
๓. ศูนย์ สอง ห้า สบิ (ซา้ำ )
นวดไหลซ่ า้ ย นวดไหลข่ วา ศนู ย์ สอง
แล้วหันมาหัวเราะกนั (ซา้ำ ) ฮ่า ฮ่า ฮา่ ฮา่ ฮา่ ฮ่า หา้ สบิ
๔. นวดไหลซ่ ้าย นวดไหลข่ วา คอื หนั ไปดา้ นขา้ งแล้วนวดไหล่ใหเ้ พอื่ น
๕. คุณครตู ดิ ชารต์ บทเพลง “ศูนย์ สอง หา้ สบิ ” และพานักเรียนชอี้ ่านไป
ทลี ะประโยคจนคลอ่ ง
บรษิ ัทธารปญั ญา จาำ กัด สงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๖๒ 53
๒. ขั้นนำ�เสนอความรู้
๑. ค ุณครตู ดิ ชาร์ตคำ�อักษรน�ำ บนกระดาน ได้แก่ คำ� ห
น�ำ คำ�ทีม่ ี อ นำ� และคำ�อักษรนำ� แนะนำ�ให้นักเรยี น
รจู้ ักคำ�อกั ษรน�ำ
๒. ค ณุ ครพู านกั เรยี นชอี้ า่ นบนชารต์ ไปทลี ะค�ำ จนคลอ่ ง
(ควรสอนทีละชาร์ต เพื่อไม่ให้นักเรียนเกิดความ
สบั สน)
๓. ค ุณครูอธิบายความแตกต่างของคำ�อักษรนำ� ทั้ง
สามชาร์ต
๔. ใ หน้ ักเรียนชี้อา่ นคำ�อักษรน�ำ ในหนังสอื เรียน พรอ้ มกนั ท้ังหอ้ ง
๓. ขัน้ ลงมือเรยี นรู้
๑. ใหน้ กั เรยี นท�ำ แบบฝกึ หดั ในหนงั สอื เรยี น (การท�ำ แบบฝกึ หดั คณุ ครสู ามารถใหน้ กั เรยี นแบง่ ท�ำ ไดต้ ามความ
เหมาะสม)
๒. คุณครูเขยี นหวั ข้อไว้บนกระดาน ไดแ้ ก่ คำ� ห นำ�, คำ�ทม่ี ี อ นำ�, ค�ำ อักษรนำ�
๓. ค ุณครูแจกกระดาษทเ่ี ขียนคำ� ห น�ำ , คำ�ทมี่ ี อ นำ�, คำ�อักษรน�ำ ให้นกั เรยี นคนละ ๑ ค�ำ จากน้นั ใหน้ กั เรียน
ออกไปเขยี นคำ�ทต่ี นเองได้บนกระดาน ตามหมวดหม่ใู ห้ถกู ต้อง (ค�ำ ศัพทม์ อี ยู่ในใบงาน ค�ำ อกั ษรน�ำ ถ้า
จำ�นวนค�ำ ศัพท์ที่ให้ไมพ่ อกบั จ�ำ นวนของนกั เรยี น คณุ ครสู ามารถเขียนเพิ่มเติมได้)
๔. เมือ่ นกั เรยี นเขียนคำ�จนครบแล้ว ใหค้ ดั ค�ำ ศัพทบ์ นกระดานลงในสมุด
๔. ข้ันสรุปความรู้
๑. คณุ ครูแจกใบงาน “จดั หมวดหมคู่ ำ�” ใหน้ ักเรียนทุกคน เพ่ือให้
นกั เรียนฝึกอา่ นและเขียนคำ�อักษรนำ�ได้อย่างคลอ่ งแคลว่
๒. เมอ่ื นกั เรยี นทำ�ใบงานเสรจ็ แล้ว ติดใบงานลงในสมุด
๕. ข้นั ประยุกต์ใชค้ วามรู้
๑. ค ุณครูให้นักเรียนเลือกคำ�ศัพท์จาก ใบงาน “จัดหมวดหมู่คำ�”
มาคนละ ๑๐ คำ�
๒. นักเรียนนำ�คำ�ที่เลือกมาแต่งเรื่องตามจินตนาการของนักเรียน
เองลงในสมดุ
เครอื่ งมอื - สอ่ื การเรยี นรู้
๑. ชาร์ตบทเพลง “ศนู ย์ สอง หา้ สิบ”
๒. ชารต์ คำ�อักษรนำ�
๓. หนงั สอื เรียนอ่านออกเขยี นได้ ป.๓ เลม่ ๓
๔. ใบงาน “จดั หมวดหมคู่ �ำ ”
การวดั และประเมนิ ผล
๑. สงั เกตพฤตกิ รรมการอา่ น / การออกเสียง / การสะกดคำ� ของนักเรยี น
๒. ประเมนิ ผลจากคะแนนการท�ำ แบบฝึกหดั ของนกั เรยี น
(การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปล่ียนได้ตามความเหมาะสม บางช้ันเรียนอาจมีการทดสอบ
ก่อนเรียน - หลงั เรียน การเขยี นตามค�ำ บอก การทดสอบการอา่ น ฯลฯ)
บริษัทธารปญั ญา จำ�กัด สงวนลขิ สิทธ์ิ © ๒๕๖๒ 54
ใบง�นประกอบแผนก�รจัดก�รเรียนรู้ บทที่ ๘ (๑) : ตัดตามรอยประ
ค�ำ อกั ษรนำ� หมีดำา
ตดั ตามรอยประ แจกให้นกั เรยี นคนละ ๑ คาำ เพอ่ื ทาำ กิจกรรมในขน้ั ลงมือเรยี นรู้
บุหงา เหงอื่ ไหล ทศิ เหนือ
หมอฟัน หยากไย่ ขวดโหล เกาเหลา
หวผี ม น้ำาหวาน เหลก็ ไหล นอนหลบั
แบบอยา่ ง อดอยาก อย่าปีน อยู่บ้าน
สองอย่าง อยา่ กิน อยไู่ หม อยากไป
ไมอ่ ยู่ อยา่ งนี้ อย่าทาำ อยากเลน่
สนกุ ขยะ ฉลาด ฝรง่ั
เฉลย สนาม สละ ผลติ
องุ่น จมูก จรวด อรอ่ ย
ตลาด ตลก ตลบั ปลัด
บรษิ ัทธารปัญญา จำากัด สงวนลิขสิทธ์ิ © ๒๕๖๒ 55
ใบง�นประกอบแผนก�รจัดก�รเรยี นรู้ บทที่ ๘ (๑) :
จัดหมวดหมคู่ ำ�
เขียนคำาอักษรนาำ ท่ีกำาหนดให้ ลงในหมวดหมใู่ ห้ถกู ต้อง
หนอน ฝร่ัง อย่างไร ผหู้ ญงิ อยูน่ ี่ เฉลย
นำ้าหวาน หมีดาำ ขยำา อยา่ งนี้ ผลิต อยากได้
หยากไย่ หนูนา สนุก ผ้าไหม ฉลาด ตลาด
หรูหรา อย่าไป หงายมือ จรวด
ค�ำ ทีม่ ี ห น�ำ คำ�ท่มี ี อ น�ำ ค�ำ อกั ษรนำ�
-------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------- --------------------------------------------------------
-------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------- --------------------------------------------------------
-------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------- --------------------------------------------------------
-------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------- --------------------------------------------------------
-------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------- --------------------------------------------------------
-------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------- --------------------------------------------------------
-------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------- --------------------------------------------------------
-------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------- --------------------------------------------------------
-------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------- --------------------------------------------------------
บรษิ ัทธารปัญญา จาำ กัด สงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๖๒ 56
แผนก�รจัดก�รเรียนรู้
หนว่ ยก�รเรียนรู้ อ�่ นออก เขียนได้ เล่ม ๓
กลมุ่ ส�ระก�รเรียนรภู้ �ษ�ไทย ชนั้ ประถมศึกษ�ปที ี่ ๓
บทท่ี ๘ ก�รอ�่ นคำ�ทมี่ ีอกั ษรน�ำ ก�รอ�่ นคำ�แบบเรยี งพย�งค์ (๒) จาำ นวน ๓ ช่วั โมง
ม�ตรฐ�นก�รเรียนรู้
๑. ม�ตรฐ�น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพอื่ นาำ ไปใชต้ ดั สนิ ใจ แกป้ ญั หาในการดาำ เนนิ
ชีวติ และมีนิสัยรกั การอา่ น
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภมู ิปญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัตขิ องชาติ
๒. ตวั ชว้ี ัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๓/๑ อา่ นออกเสยี งคาำ ขอ้ ความ เรอ่ื งสน้ั ๆ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง คลอ่ งแคลว่
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๑ เขียนสะกดคาำ และบอกความหมายของคาำ
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๔ แต่งประโยคงา่ ยๆ
ส�ระส�ำ คัญ
การเรยี นรู้ และการอา่ นคำาแบบเรยี งพยางค์ หลกั การอ่านจงึ จะสามารถอ่านคาำ ได้ถกู ตอ้ ง
จดุ ประสงคก์ �รเรียนรู้
๑. สามารถอา่ นคำาแบบเรยี งพยางคไ์ ด้
๒. สามารถนำาคาำ อกั ษรนำาไปใชไ้ ดถ้ ูกตอ้ งตามสถานการณ์
๓. สามารถนำาคำาศพั ทไ์ ปแต่งประโยคเพ่อื สื่อสารได้ตามความต้องการ
ส�ระก�รเรยี นรู้แกนกล�ง
๑. การสะกดคาำ การแจกลูก และการอ่านเปน็ คาำ
๒. การแต่งประโยคเพื่อการสื่อสาร ได้แก่ ประโยคบอกเล่า ประโยคปฏิเสธ ประโยคคำาถาม ประโยคขอร้อง
ประโยคคำาสงั่
๓. การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคาำ คาำ คลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ทปี่ ระกอบ
ดว้ ยคาำ พน้ื ฐานเพ่มิ จาก ป.๒ ไม่นอ้ ยกว่า ๑,๒๐๐ คำา
กระบวนก�รจดั ก�รเรียนรู้
๑. ขั้นน�ำ เข้�สบู่ ทเรียน
๑. คณุ ครูให้นักเรียนทอ่ งและเคลอ่ื นไหวประกอบบทเพลง “ตบมอื ๕ คร้ัง” ตามจังหวะ
๒. เคลอื่ นไหวประกอบตามจงั หวะและเนื้อเพลง
๓. ตบมือ ๕ คร้งั (ตบมือ ๕ ครั้ง)
ตบให้ดังกว่าน้ี (ตบมือ ๕ คร้งั )
ตบใหมอ่ กี ที (ตบมอื ๕ ครงั้ )
ตบใหด้ กี วา่ เดมิ (ตบมือ ๕ คร้งั )
๔. คุณครูสามารถเปลยี่ นคำาส่งั จากตบมือเป็นอยา่ งอน่ื ได้ เชน่ เคาะแกว้ หัวเราะ กระทบื เท้า เปน็ ต้น
บริษทั ธารปัญญา จาำ กดั สงวนลขิ สทิ ธ์ิ © ๒๕๖๒ 57
๒. ขั้นนำ�เสนอคว�มรู้
๑. คณุ ครตู ิดชาร์ตการอ่านคำาแบบเรียงพยางค์
๒. คณุ ครูพานักเรียนชีอ้ า่ นบนชาร์ตไปทลี ะคาำ จนคลอ่ ง
๓. คณุ ครชู ี้ให้นักเรียนอา่ นเองจนคลอ่ ง
๔. ใหน้ กั เรยี นอา่ นการอา่ นคาำ แบบเรยี งพยางคใ์ นหนงั สอื เรยี น พรอ้ ม
กันทัง้ ห้อง
๓. ข้นั ลงมือเรียนรู้
๑. ให้นักเรียนทำาแบบฝึกหัดในหนังสือเรียน (การทำาแบบฝึกหัด
คณุ ครสู ามารถให้นกั เรยี นแบง่ ทำาไดต้ ามความเหมาะสม)
๒. คุณครูเตรียมคำาศัพท์ท่ีพยัญชนะตัวหน้าเป็นอักษรตำ่า อยู่หน้า
พยญั ชนะตวั หลงั คอื ง ญ น ม ย ร ล และ ง
๓. คุณครเู ขยี นคำาศพั ทท์ ่เี ตรยี มไว้ ลงบนกระดาษเอห้าทเ่ี ตรียมไว้
๔. แจกกระดาษเอห้าที่เขียนคำาศัพท์ให้นักเรียนทุกคน จากน้ันให้
นักเรียนเขียนคำาอ่านจากคำาศัพท์ที่นักเรียนได้ ลงในกระดาษ
แผน่ น้นั
๕. สมุ่ นักเรียนออกไปหน้าห้อง นกั เรียนชบู ตั รคาำ ศพั ท์ทไี่ ด้ แล้วอา่ นให้เพ่ือนฟงั ๑ รอบ และให้เพอ่ื นอา่ น
ตามอีก ๑ รอบ
๔. ขัน้ สรปุ คว�มรู้
๑. คุณครูแจกใบงาน “ไฮไลต์แล้วอ่าน” ให้
นักเรียนทุกคน เพ่ือให้นักเรียนฝึกอ่านคำา
แบบเรยี งพยางคไ์ ด้อย่างคลอ่ งแคล่ว
๒. เมื่อนักเรียนทาำ ใบงานเสรจ็ แลว้ ใหค้ ณุ ครู
เฉลยพร้อมกนั ในห้องเรยี น และตดิ ใบงาน
ลงในสมุด
๕. ขั้นประยุกตใ์ ชค้ ว�มรู้
๑. คุณครูให้นักเรียนนำาคำาศัพท์จาก ใบงาน
“ไฮไลต์แล้วอ่าน” มาแต่งประโยคลงใน
สมดุ
๒. นกั เรยี นเปล่ยี นกันอ่านประโยคของเพอ่ื นท่นี ่ังข้างๆ จากน้ัน เขยี นประโยคของเพ่ือนท่ีนกั เรียนชอบ ลง
ในสมดุ ตอ่ จากประโยคทีน่ กั เรยี นแตง่
เครอ่ื งมือ - สื่อก�รเรยี นรู้
๑. ชารต์ การอ่านคาำ แบบเรียงพยางค์
๒. กระดาษขนาดเอหา้ (เอสแี่ บง่ ครง่ึ )
๓. หนงั สอื เรยี นอ่านออกเขียนได้ ป.๓ เล่ม ๓
๔. ใบงาน “ไฮไลตแ์ ลว้ อ่าน (3D-GO : Windows 8 บาน)”
ก�รวัดและประเมินผล
๑. สังเกตพฤติกรรมการอา่ น / การออกเสียง / การสะกดคำา ของนักเรยี น
๒. ประเมินผลจากคะแนนการทาำ แบบฝึกหัดของนักเรียน
(การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปล่ียนได้ตามความเหมาะสม บางชั้นเรียนอาจมีการทดสอบ
ก่อนเรยี น - หลงั เรียน การเขยี นตามคำาบอก การทดสอบการอา่ น ฯลฯ)
บริษัทธารปัญญา จาำ กัด สงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๖๒ 58
ใบง�นประกอบแผนก�รจัดก�รเรียนรู้ บทที่ ๘ (๒) :
ไฮไลต์แล้วอ่�น (3D-GO : Windows 8 บ�น)
เขียนไฮไลต์คาำ ที่มพี ยญั ชนะตวั หน้าเป็นอักษรตำ่า อยหู่ น้าพยัญชนะ ง ญ น ม ย ร ล และ ว จากนัน้ เขยี นคำาอ่านลงใน
GO ตดั ตามรอยประ
พญาครฑุ บินมาใน
อากาศ
ชวา หมายถงึ
ประเทศอนิ โดนเี ชีย
สามัคคี คือ พลัง
พนา หมายถงึ ปา่
พีช่ าลีเป็นทนายความ
นักกฬี าทยอยเดินสู่
สนาม
เมือ่ พ่อแม่แก่ชราแลว้
ลูกก็ตอ้ งดแู ล
เวลาสวดมนตไ์ หวพ้ ระ
เราตอ้ งพนมมือ
บรษิ ทั ธารปัญญา จำากัด สงวนลขิ สิทธิ์ © ๒๕๖๒ 59
แผนก�รจัดก�รเรยี นรู้
หนว่ ยก�รเรยี นรู้ อ�่ นออก เขียนได้ เลม่ ๓
กลมุ่ ส�ระก�รเรยี นรู้ภ�ษ�ไทย ชัน้ ประถมศึกษ�ปที ี่ ๓
บทที่ ๙ คำ�น�ม คำ�สรรพน�ม ค�ำ กริย� ค�ำ วเิ ศษณ์ (๑) จำานวน ๓ ชวั่ โมง
ม�ตรฐ�นก�รเรยี นรู้
๑. ม�ตรฐ�น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพอ่ื นาำ ไปใชต้ ดั สนิ ใจ แกป้ ญั หาในการดาำ เนนิ
ชีวติ และมนี ิสยั รักการอา่ น
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัตขิ องชาติ
๒. ตวั ชว้ี ัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๓/๑ อา่ นออกเสยี งคาำ ขอ้ ความ เรอ่ื งสน้ั ๆ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง คลอ่ งแคลว่
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๓/๖ อธิบายความหมายของข้อมูลจากแผนภาพ แผนที่ และแผนภูมิ
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๑ เขยี นสะกดคำาและบอกความหมายของคาำ
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๒ ระบชุ นิดและหน้าท่ีของคาำ ในประโยค
ส�ระสำ�คัญ
การเรียนรู้ การเขียน การอ่าน และหลกั การใช้คาำ นามจงึ จะสามารถนาำ คาำ ไปใช้ได้ถกู ต้องตามสถานการณ์
จุดประสงค์ก�รเรยี นรู้
๑. สามารถอ่านคำานามได้
๒. สามารถบอกไดว้ า่ คำานามมลี ักษณะอยา่ งไร
๓. สามารถนาำ คาำ นามไปใช้ได้ถูกตอ้ ง
ส�ระก�รเรยี นรแู้ กนกล�ง
๑. การสะกดคำา การแจกลกู และการอ่านเปน็ คำา
๒. การอา่ นขอ้ มลู จากแผนภาพ แผนที่ และแผนภมู ิ
๓. ชนดิ และหนา้ ทข่ี องคาำ ได้แก่ คาำ นาม คาำ สรรพนาม และคาำ กรยิ า
๔. การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคาำ คาำ คลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ทป่ี ระกอบ
ด้วยคำาพื้นฐานเพ่ิมจาก ป.๒ ไมน่ ้อยกวา่ ๑,๒๐๐ คำา
กระบวนก�รจัดก�รเรยี นรู้ ทำาสลบั กันไป เม่อื พูดวา่ โปะ
ตามจงั หวะ
๑. ขน้ั นำ�เข้�ส่บู ทเรียน
๑. คุณครูให้นักเรียนท่องและเคลื่อนไหวประกอบบทเพลง
“ไขพ่ ะโล”้ ตามจงั หวะ
๒. จับคู่กับเพื่อนเคล่ือนไหวประกอบตามจังหวะและเน้ือ
เพลง เช่น หันหน้าเข้าหาเพ่ือน ชูมือข้ึนสองข้าง มือขวากำา
มือซ้ายแบ แลว้ สลับเป็น มือซ้ายกำา มือขวาแบ ตามจังหวะ
เพลง เมื่อถึงคาำ ว่า โปะ ให้ตบมือเพื่อนท้งั สองมือ
บรษิ ัทธารปัญญา จาำ กัด สงวนลขิ สทิ ธ์ิ © ๒๕๖๒ 60
๒. ขัน้ นำ�เสนอความรู้
๑. คุณครูติดชารต์ คำ�นามไว้บนกระดาน
๒. ค ุณครอู ธิบายวา่ คำ�นาม คืออะไร มลี ักษณะอย่างไร
๓. ค ณุ ครูพานักเรยี นช้อี า่ นค�ำ บนชารต์ จนคลอ่ ง
๔. ค ุณครูชี้บนชาร์ตแล้วใหน้ กั เรียนอ่านเอง
๕. ใ ห้นักเรียนชี้อ่านคำ�นาม ในหนังสือเรียนพร้อมกัน
ทั้งหอ้ ง
๓. ข้นั ลงมือเรยี นรู้
๑. ใหน้ กั เรยี นท�ำ แบบฝกึ หดั ในหนงั สอื เรยี น (การท�ำ แบบฝกึ หดั คณุ ครสู ามารถใหน้ กั เรยี นแบง่ ท�ำ ไดต้ ามความ
เหมาะสม)
๒. ค ณุ ครแู จกบัตรคำ�ศัพทค์ �ำ นาม หมวดหมู่ตา่ งๆ ตามจ�ำ นวนนักเรียน
๓. เ ขยี นบนกระดานเปน็ หวั ขอ้ ดงั นี้ ชื่อคน สตั ว์ ส่งิ ของ สถานท่ี และอาการตา่ งๆ
๔. ใ ห้นักเรยี นน�ำ บัตรค�ำ ศัพท์ทตี่ นเองได้ ไปตดิ บนกระดานให้ตรงกับหมวดหมู่
๕. เ ม่อื นักเรยี นตดิ บตั รคำ�ศัพทค์ รบทกุ คนแลว้ คณุ ครูชคี้ �ำ บนกระดาน ให้นักเรียนอา่ นพร้อมกันทั้งห้อง
๔. ขน้ั สรปุ ความรู้
๑. คุณครูแจกใบงาน “สมุดคำ�นาม” ให้นักเรียนทุกคน เพื่อให้
นกั เรยี นฝกึ อา่ นและเขยี นค�ำ นามลงในหมวดหมตู่ า่ งๆ เนอ่ื งจาก
คำ�นามนัน้ มคี วามหมายครอบคลมุ อย่หู ลายอยา่ ง
๒. เ มื่อนักเรียนทำ�ใบงานเสร็จแล้ว ให้คุณครูเฉลยพร้อมกันใน
ห้องเรียน และตดิ ใบงานลงในสมดุ
๕. ขั้นประยกุ ตใ์ ช้ความรู้
๑. แบ่งนกั เรยี นออกเปน็ กลุม่ กลมุ่ ละ ๓ คน จากน้ันแจกกระดาษ
เอสีใ่ ห้นกั เรียนกลุ่มละ ๑ แผ่น
๒. ให้นักเรยี นสรปุ ค�ำ นามในรูปแบบของแผนผงั ความคิด โดยทไี่ ม่
จำ�เป็นต้องใช้หัวข้อในการสรุปเหมือนกัน สรุปลงในกระดาษ
เอส่ีมคี ุณครแู จกให้
๓. เ มื่อสรุปเสร็จทุกกลุ่มแล้ว คุณครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกไป
น�ำ เสนอหน้าห้องเรียน
๔. เขยี นท่นี กั เรียนสรปุ ในกล่มุ ของตนเอง ลงในสมดุ
เครอื่ งมือ - สอ่ื การเรียนรู้
๑. ชารต์ บทเพลง “ไข่พะโล”้
๒. ชาร์ตค�ำ นาม
๓. บตั รคำ�ศัพท์คำ�นามหมวดตา่ งๆ
๔. หนังสือเรียนอ่านออกเขียนได้ ป.๓ เลม่ ๓
๕. ใบงาน “สมุดค�ำ นาม”
การวัดและประเมนิ ผล
๑. ส ังเกตพฤติกรรมการอ่าน / การออกเสียง / การสะกดค�ำ ของนักเรียน
๒. ประเมินผลจากคะแนนการทำ�แบบฝกึ หัดของนักเรยี น
(การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม บางช้ันเรียนอาจมีการทดสอบ
กอ่ นเรยี น - หลังเรยี น การเขียนตามคำ�บอก การทดสอบการอ่าน ฯลฯ)
บริษทั ธารปญั ญา จำ�กดั สงวนลขิ สทิ ธ์ิ © ๒๕๖๒ 61
ใบง�นประกอบแผนก�รจดั ก�รเรยี นรู้ บทท่ี ๙ (๑) : ตดั ตามรอยประ
สมุดคำ�น�ม
เขียนคำานามลงในหมวดหมทู่ ่กี าำ หนดให้ จากน้นั ตดั ตามรอยประแล้วทาำ เปน็ สมดุ เล่มเล็ก
ชอ่ื คน
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
๑---------------------------------------------------------------------------------------------------------
สัตว์
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
๒---------------------------------------------------------------------------------------------------------
บริษัทธารปญั ญา จำากัด สงวนลิขสทิ ธ์ิ © ๒๕๖๒ 62
ใบง�นประกอบแผนก�รจดั ก�รเรยี นรู้ บทท่ี ๙ (๑) : ตัดตามรอยประ
สมุดค�ำ น�ม (ตอ่ )
เขยี นคาำ นามลงในหมวดหม่ทู ่กี ำาหนดให้ จากนั้นตัดตามรอยประแล้วทาำ เป็นสมุดเล่มเล็ก
สง่ิ ของ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
๓---------------------------------------------------------------------------------------------------------
สถ�นท่ี
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
๔---------------------------------------------------------------------------------------------------------
อ�ก�ร
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
๕---------------------------------------------------------------------------------------------------------
บรษิ ัทธารปัญญา จำากัด สงวนลขิ สิทธ์ิ © ๒๕๖๒ 63
แผนก�รจัดก�รเรียนรู้
หนว่ ยก�รเรียนรู้ อ�่ นออก เขียนได้ เลม่ ๓
กลุ่มส�ระก�รเรียนรู้ภ�ษ�ไทย ชนั้ ประถมศึกษ�ปีที่ ๓
บทที่ ๙ ค�ำ น�ม คำ�สรรพน�ม ค�ำ กรยิ � คำ�วิเศษณ์ (๒) จำานวน ๓ ช่วั โมง
ม�ตรฐ�นก�รเรยี นรู้
๑. ม�ตรฐ�น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพอื่ นาำ ไปใชต้ ดั สนิ ใจ แกป้ ญั หาในการดาำ เนนิ
ชวี ติ และมีนิสัยรักการอ่าน
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ขิ องชาติ
๒. ตัวชว้ี ัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๓/๑ อา่ นออกเสยี งคาำ ขอ้ ความ เรอื่ งสนั้ ๆ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง คลอ่ งแคลว่
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๑ เขียนสะกดคำาและบอกความหมายของคำา
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๒ ระบชุ นดิ และหนา้ ทข่ี องคำาในประโยค
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๔ แต่งประโยคง่ายๆ
ส�ระส�ำ คญั
การเรยี นรู้ การเขยี น การอ่าน และหลักการใช้คาำ สรรพนามจงึ จะสามารถนำาคำาไปใชไ้ ด้ถูกต้องตามสถานการณ์
จุดประสงคก์ �รเรยี นรู้
๑. สามารถอา่ นคาำ สรรพนามได้
๒. สามารถบอกไดว้ า่ คำาสรรพนามมลี ักษณะอยา่ งไร
๓. สามารถนาำ คาำ สรรพนามไปใชไ้ ด้ถกู ตอ้ ง
ส�ระก�รเรยี นรแู้ กนกล�ง
๑. การสะกดคำา การแจกลูก และการอ่านเป็นคาำ
๒. ชนิดและหนา้ ที่ของคาำ ได้แก่ คำานาม คำาสรรพนาม และคาำ กรยิ า
๓. การแต่งประโยคเพื่อการสื่อสาร ได้แก่ ประโยคบอกเล่า ประโยคปฏิเสธ ประโยคคำาถาม ประโยคขอร้อง
ประโยคคาำ สั่ง
๔. การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคาำ คาำ คลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ทป่ี ระกอบ
ด้วยคาำ พืน้ ฐานเพม่ิ จาก ป.๒ ไม่นอ้ ยกวา่ ๑,๒๐๐ คำา
กระบวนก�รจัดก�รเรยี นรู้ แย่งกันจับแก้ว
เมอื่ พูดว่า “จบั ”
๑. ข้นั น�ำ เข้�สบู่ ทเรยี น
๑. คณุ ครูเตรียมความพร้อมกอ่ นเริม่ เรียนดว้ ยเกม “จบั แกว้ ”
๒. ให้นกั เรียนเลน่ เปน็ คู่ วางแกว้ ไวบ้ นโตะ๊ ๑ ใบ
๓. นกั เรียนแตะส่วนต่างๆ ของร่างกายตามท่คี ุณครูพูด เช่น หัว ไหล่ หู เม่อื คุณครูพูด
วา่ “จบั ” ใหน้ ักเรยี นแยง่ กนั จบั แก้ว
๔. คณุ ครูเริม่ พดู จากง่าย และเพมิ่ ความยากขึน้
บรษิ ทั ธารปญั ญา จำากดั สงวนลิขสทิ ธิ์ © ๒๕๖๒ 64
๒. ขั้นน�ำ เสนอความรู้
๑. ค ณุ ครูตดิ ชาร์ตค�ำ สรรพนามไว้บนกระดาน
๒. ค ุณครูอธิบายว่าคำ�สรรพนาม คืออะไร มีลักษณะ
อยา่ งไร
๓. คณุ ครูพานกั เรยี นช้ีอ่านค�ำ บนชาร์ตจนคล่อง
๔. ค ุณครชู บ้ี นชารต์ แลว้ ให้นกั เรยี นอา่ นเอง
๕. ใ หน้ กั เรยี นชอี้ า่ นค�ำ สรรพนาม ในหนงั สอื เรยี นพรอ้ ม
กนั ทงั้ ห้อง
๓. ขัน้ ลงมอื เรียนรู้
๑. ใหน้ กั เรยี นท�ำ แบบฝกึ หดั ในหนงั สอื เรยี น (การท�ำ แบบฝกึ หดั คณุ ครสู ามารถใหน้ กั เรยี นแบง่ ท�ำ ไดต้ ามความ
เหมาะสม)
๒. ค ุณครูเตรยี มสลากค�ำ สรรพนามไว้ตามจ�ำ นวนนักเรียน
๓. จากนั้น เขียนป้ายติดไว้บนกระดาน ได้แก่ คำ�สรรพนามที่ใช้แทนผู้พูด คำ�สรรพนามท่ีใช้แทนผู้ฟัง
ค�ำ สรรพนามที่ใชแ้ ทนผูท้ ก่ี ลา่ วถงึ และคำ�สรรพนามทใี่ ช้แทนสตั วห์ รือสง่ิ ของท่กี ลา่ วถึง
๔. คุณครูให้นักเรียนเปิดดูสลากท่ีตนเองได้ จากน้ันให้ลุกข้ึนไปยืนต่อแถวกันให้ตรงกับหมวดของ
คำ�สรรพนามทีต่ นเองได้
๕. เม่ือนักเรียนออกไปยืนจนครบทุกคนแล้ว คุณครูให้นักเรียนอ่านคำ�สรรพนามในหมวดท่ีตนเองยืนอยู่จน
ครบ
๔. ขน้ั สรปุ ความรู้
๑. ค ณุ ครแู จกใบงาน “แตง่ ประโยคจากค�ำ สรรพนาม” ใหน้ กั เรยี นทกุ คน
เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นฝกึ อา่ นและเขยี นค�ำ สรรพนาม รวมไปถงึ รหู้ ลกั การน�ำ
คำ�สรรพนามไปใช้ในสถานการณ์ต่างๆ
๒. เ มอื่ นกั เรยี นท�ำ ใบงานเสรจ็ แลว้ ใหค้ ณุ ครเู ฉลยพรอ้ มกนั ในหอ้ งเรยี น
และติดใบงานลงในสมดุ
๕. ขั้นประยุกตใ์ ชค้ วามรู้
๑. ค ุณครูเตรียมนิทานท่ีมีความยาวไม่เกิน ๑ หน้ากระดาษเอสี่ให้
นกั เรียนทกุ คน
๒. ใ ห้นกั เรยี นวงกลมล้อมรอบคำ�สรรพนามชนิดต่างๆ
๓. เขียนคำ�สรรพนามท่ีได้ ลงในสมุด โดยเขียนตามหมวดหมู่ของคำ�
สรรพนามชนิดนัน้ ๆ
เครอื่ งมือ - ส่อื การเรียนรู้
๑. ชาร์ตคำ�สรรพนาม
๒. สลากคำ�สรรพนาม
๓. หนงั สือเรียนอา่ นออกเขยี นได้ ป.๓ เลม่ ๓
๔. ใบงาน “แตง่ ประโยคจากคำ�สรรพนาม”
การวดั และประเมนิ ผล
๑. สังเกตพฤตกิ รรมการอ่าน / การออกเสียง / การสะกดคำ� ของนกั เรียน
๒. ประเมินผลจากคะแนนการทำ�แบบฝึกหดั ของนกั เรียน
(การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปล่ียนได้ตามความเหมาะสม บางชั้นเรียนอาจมีการทดสอบ
กอ่ นเรยี น - หลังเรยี น การเขยี นตามค�ำ บอก การทดสอบการอ่าน ฯลฯ)
บริษัทธารปญั ญา จ�ำ กดั สงวนลขิ สทิ ธิ์ © ๒๕๖๒ 65
ใบง�นประกอบแผนก�รจัดก�รเรียนรู้ บทท่ี ๙ (๒) :
แต่งประโยคจ�กคำ�สรรพน�ม
ให้นกั เรียนแต่งประโยคโดยใชค้ าำ สรรพนามท่ีกาำ หนดให้
ค�ำ สรรพน�มทีใ่ ช้แทนผู้พดู
ฉนั : --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ผม : --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เร� : --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คำ�สรรพน�มทใ่ี ชแ้ ทนผฟู้ ง
เธอ : --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คุณ : --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ท่�น : --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ค�ำ สรรพน�มทใี่ ชแ้ ทนผ้ทู ี่กล่�วถึง
เข� : --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
พวกเข� : -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
พระองคท์ ่�น : ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คำ�สรรพน�มทใ่ี ชแ้ ทนสัตว์หรือสง่ิ ของทกี่ ล�่ วถงึ
มนั : --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
มนั : --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
มนั : --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
บรษิ ัทธารปัญญา จำากัด สงวนลขิ สิทธ์ิ © ๒๕๖๒ 66
แผนก�รจัดก�รเรยี นรู้
หนว่ ยก�รเรยี นรู้ อ่�นออก เขยี นได้ เล่ม ๓
กลมุ่ ส�ระก�รเรียนรภู้ �ษ�ไทย ชัน้ ประถมศึกษ�ปที ี่ ๓
บทท่ี ๙ ค�ำ น�ม ค�ำ สรรพน�ม ค�ำ กริย� คำ�วิเศษณ์ (๓) จาำ นวน ๓ ช่ัวโมง
ม�ตรฐ�นก�รเรยี นรู้
๑. ม�ตรฐ�น
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียน เขยี นสื่อสาร เขียนเรยี งความ ยอ่ ความ และเขียนเร่ืองราวในรปู แบบ
ตา่ งๆ เขยี นรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ คว้าอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภมู ปิ ญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัติของชาติ
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วจิ ารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา่ งเหน็ คณุ คา่ และนาำ
มาประยุกต์ใชใ้ นชีวติ จรงิ
๒. ตัวชวี้ ัด
มาตรฐาน ท ๒.๑ ป.๓/๑ คัดลายมือตัวบรรจงเตม็ บรรทัด
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๒ ระบชุ นดิ และหน้าท่ขี องคาำ ในประโยค
มาตรฐาน ท ๕.๑ ป.๓/๑ ระบุข้อคดิ ทีไ่ ดจ้ ากการอา่ นวรรณกรรมเพ่อื นาำ ไปใช้ในชีวิตประจาำ วนั
ส�ระส�ำ คัญ
การเรียนรู้ การเขียน การอ่าน และหลักการใชค้ ำากริยาจึงจะสามารถนาำ คำาไปใช้ได้ถูกตอ้ งตามสถานการณ์
จดุ ประสงคก์ �รเรยี นรู้
๑. สามารถอ่านคำากริยาได้
๒. สามารถบอกได้วา่ คาำ กรยิ ามีลกั ษณะอย่างไร
๓. สามารถนำาคำากริยาไปใชไ้ ด้ถกู ต้อง
ส�ระก�รเรยี นรู้แกนกล�ง
๑. ชนิดและหนา้ ทข่ี องคาำ ไดแ้ ก่ คาำ นาม คาำ สรรพนาม และคำากริยา
๒. การคัดลายมือตวั บรรจงเตม็ บรรทดั ตามรูปแบบการเขียน ตัวอกั ษรไทย
๓. วรรณคดี วรรณกรรม และเพลงพ้ืนบ้าน เช่น นิทานหรือเรื่องในท้องถ่ิน เร่ืองส้ันง่ายๆ ปริศนาคำาทาย
บทรอ้ ยกรอง เพลงพืน้ บ้าน เพลงกลอ่ มเด็ก วรรณกรรมและวรรณคดใี นบทเรียนและ ตามความสนใจ
กระบวนก�รจดั ก�รเรยี นรู้ ๑๒
๑. ขั้นนำ�เข้�สบู่ ทเรยี น
๑. คุณครูให้นักเรียนท่องและเคล่ือนไหวประกอบบท
คล้องจอง “ตาหวังหลังโกง” ตามจงั หวะ
๒. ท่าเคล่อื นไหวท่ีใช้ควรเป็นทา่ ที่สนุกสนาน เช่น จับค่กู ับ
เพอื่ น กำาสองมือทุบโตะ๊ ชสู องมอื ตบมอื เพอ่ื น ทาำ สลับ กาำ สองมือทบุ โตะ๊ ชูมอื ตบมือเพอ่ื น
ไปเรือ่ ยๆ ตามจงั หวะจนจบ
๓. คุณครตู ดิ ชาร์ตบทคล้องจอง “ตาหวังหลงั โกง” และพานกั เรยี นชีอ้ า่ นไปทีละประโยคจนคล่อง
บรษิ ัทธารปัญญา จำากัด สงวนลิขสทิ ธ์ิ © ๒๕๖๒ 67
๒. ขน้ั น�ำ เสนอคว�มรู้ 68
๑. คณุ ครูติดชารต์ คำากรยิ าไว้บนกระดาน
๒. คณุ ครอู ธบิ ายว่าคาำ กรยิ า คอื อะไร มลี ักษณะอยา่ งไร
๓. คุณครพู านกั เรียนชอี้ ่านคาำ บนชารต์ จนคลอ่ ง
๔. คุณครชู บี้ นชารต์ แลว้ ใหน้ ักเรียนอ่านเอง
๕. ให้นักเรียนช้ีอ่านคำากริยา ในหนังสือเรียนพร้อมกันทั้ง
หอ้ ง
๓. ข้นั ลงมอื เรียนรู้
๑. ใหน้ ักเรียนทาำ แบบฝึกหัดในหนังสอื เรยี น (การทำาแบบ
ฝึกหัดคุณครูสามารถให้นักเรียนแบ่งทำาได้ตามความ
เหมาะสม)
๒. คุณครูแจกโพสต์อติ ให้นักเรยี นคนละ ๑ แผ่น
๓. จากนั้น ใหน้ กั เรยี นเขียนคำากรยิ าลงบนกระดาษโพสตอ์ ติ และนำาไปติดไวบ้ นกระดาน
๔. เมอ่ื นกั เรยี นเขยี นและนาำ มาตดิ ครบทกุ คนแลว้ คณุ ครถู ามนกั เรยี นวา่ คาำ ไหนซาำ้ กนั บา้ ง ถา้ ซา้ำ กนั คณุ ครดู งึ
ออก จนเหลือเฉพาะคำาทีไ่ ม่ซำา้
๕. คณุ ครชู ี้คาำ บนกระดานใหน้ ักเรยี นอ่าน จากนน้ั ใหน้ ักเรียนคดั คาำ ทอี่ ย่บู นกระดานลงในสมดุ
๔. ขน้ั สรปุ คว�มรู้
๑. คุณครูแจกใบงาน “คำาไหนบ้าง” ให้นักเรียนทุกคน เพื่อให้
นักเรียนฝึกเขียนและจำาคำากริยาผ่านการทำาความเข้าใจ ไม่ใช่
ท่องจำา
๒. เมื่อนักเรียนทำาใบงานเสร็จแล้ว ให้คุณครูเฉลยพร้อมกันใน
หอ้ งเรียน และติดใบงานลงในสมดุ
๕. ขั้นประยุกต์ใช้คว�มรู้
๑. คณุ ครเู ตรียมคำากริยาเอาไวป้ ระมาณ ๑๕ คำา
๒. ให้นักเรียนเล่นเกมใบ้คำากันเถอะ โดยสุ่มนักเรียนออกมาหน้า
ห้อง ครงั้ ละ ๑ คน
๓. คณุ ครเู อาคาำ กรยิ าทเี่ ตรยี มไว้ ใหน้ กั เรยี นอา่ น จากนน้ั ใหน้ กั เรยี น
ทำาท่าทางใบ้คำา นักเรียนคนอื่นๆ ในห้องเรียนช่วยกันตอบว่า
เพอ่ื นใบ้คำาว่าอะไร เล่นใบ้คำาไปเรื่อยๆ จนกว่าคำาที่คุณครเู ตรยี ม
ไว้จะหมด
เคร่อื งมือ - ส่ือก�รเรยี นรู้
๑. ชาร์ตบทคลอ้ งจอง “ตาหวงั หลงั โกง”
๒. ชาร์ตคาำ กรยิ า
๓. หนังสือเรยี นอ่านออกเขยี นได้ ป.๓ เล่ม ๓
๔. กระดาษโพสต์อิต
๕. ใบงาน “คาำ ไหนบา้ ง”
ก�รวัดและประเมินผล
๑. สังเกตพฤติกรรมการอา่ น / การออกเสียง / การสะกดคาำ ของนกั เรียน
๒. ประเมนิ ผลจากคะแนนการทำาแบบฝกึ หัดของนักเรียน
(การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปล่ียนได้ตามความเหมาะสม บางชั้นเรียนอาจมีการทดสอบ
กอ่ นเรยี น - หลงั เรยี น การเขยี นตามคำาบอก การทดสอบการอา่ น ฯลฯ)
บรษิ ทั ธารปัญญา จำากัด สงวนลขิ สิทธ์ิ © ๒๕๖๒
ใบง�นประกอบแผนก�รจดั ก�รเรียนรู้ บทท่ี ๙ (๓) :
ค�ำ ไหนบ�้ ง
ให้นกั เรยี นวงกลมเฉพาะคาำ กริยา จากนน้ั เขียนคำากริยาลงในชอ่ งวา่ งทีก่ ำาหนดให้
ว่ิง เสียงดัง เตน้ รอ้ งไห้
หยบิ หวั เร�ะ
บนิ ว�ด กระโดด หนงั สอื
นอน
ก�รบ�้ น ข้�วโพด กนิ
นั่ง เขยี น นำ้�ผ้ึง
โรงเรียน แบก หกลม้
ค�ำ กรยิ �
๑. ------------------------------------------------------------------------------ ๘. ----------------------------------------------------------------------------------
๒. ------------------------------------------------------------------------------ ๙. ----------------------------------------------------------------------------------
๓. ------------------------------------------------------------------------------ ๑๐. ------------------------------------------------------------------------------
๔. ------------------------------------------------------------------------------ ๑๑. ------------------------------------------------------------------------------
๕. ------------------------------------------------------------------------------ ๑๒. ------------------------------------------------------------------------------
๖. ------------------------------------------------------------------------------ ๑๓. ------------------------------------------------------------------------------
๗. ------------------------------------------------------------------------------ ๑๔. ------------------------------------------------------------------------------
บรษิ ัทธารปญั ญา จำากดั สงวนลิขสิทธ์ิ © ๒๕๖๒ 69
แผนก�รจดั ก�รเรยี นรู้
หนว่ ยก�รเรยี นรู้ อ�่ นออก เขียนได้ เลม่ ๓
กลมุ่ ส�ระก�รเรยี นรู้ภ�ษ�ไทย ช้นั ประถมศกึ ษ�ปีท่ี ๓
บทที่ ๙ คำ�น�ม คำ�สรรพน�ม คำ�กริย� ค�ำ วิเศษณ์ (๔) จาำ นวน ๓ ช่ัวโมง
ม�ตรฐ�นก�รเรียนรู้
๑. ม�ตรฐ�น
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียน เขยี นสื่อสาร เขยี นเรียงความ ยอ่ ความ และเขยี นเร่ืองราวในรปู แบบ
ต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นควา้ อย่างมปี ระสิทธิภาพ
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภมู ปิ ญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัตขิ องชาติ
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วจิ ารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา่ งเหน็ คณุ คา่ และนาำ
มาประยุกต์ใช้ในชวี ิตจรงิ
๒. ตวั ชว้ี ดั
มาตรฐาน ท ๒.๑ ป.๓/๑ คดั ลายมอื ตวั บรรจงเต็มบรรทดั
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๒ ระบชุ นิดและหน้าท่ีของคาำ ในประโยค
มาตรฐาน ท ๕.๑ ป.๓/๑ ระบุขอ้ คดิ ทีไ่ ดจ้ ากการอา่ นวรรณกรรมเพ่ือนำาไปใช้ในชวี ติ ประจาำ วัน
ส�ระส�ำ คัญ
การเรยี นรู้ การเขยี น การอา่ น และหลักการใช้คาำ วเิ ศษณ์จึงจะสามารถนาำ คาำ ไปใชไ้ ดถ้ กู ต้องตามสถานการณ์
จดุ ประสงค์ก�รเรียนรู้
๑. สามารถอา่ นคำาวเิ ศษณ์ได้
๒. สามารถบอกไดว้ า่ คำาวเิ ศษณ์มีลกั ษณะอย่างไร
๓. สามารถนาำ คาำ วเิ ศษณ์ไปใชไ้ ด้ถกู ต้อง
ส�ระก�รเรยี นรูแ้ กนกล�ง
๑. ชนิดและหนา้ ท่ีของคำา ไดแ้ ก่ คาำ นาม คำาสรรพนาม และคาำ กรยิ า
๒. การคดั ลายมอื ตวั บรรจงเต็มบรรทัดตามรูปแบบการเขยี น ตัวอกั ษรไทย
๓. วรรณคดี วรรณกรรม และเพลงพ้ืนบ้าน เช่น นิทานหรือเรื่องในท้องถ่ิน เร่ืองส้ันง่ายๆ ปริศนาคำาทาย
บทร้อยกรอง เพลงพน้ื บ้าน เพลงกลอ่ มเดก็ วรรณกรรมและวรรณคดีในบทเรยี นและ ตามความสนใจ
กระบวนก�รจัดก�รเรยี นรู้ ๑๒
๑. ข้ันนำ�เข�้ สูบ่ ทเรียน ตบมือ ไขว๒ม้ อื คตรบง้ั โตะ๊
๑. คุณครูให้นักเรียนท่องและเคล่ือนไหวประกอบบทดอกสร้อย ๓
“เดก็ เอย๋ เด็กน้อย” ตามจงั หวะ
๒. ทา่ เคลอ่ื นไหวที่ใช้ควรเปน็ ท่าที่สนกุ สนาน เชน่ ตบมอื ไขว้มอื สองมือตบโต๊ะ
ตบโตะ๊ ๒ ครัง้ สองมอื ตบโตะ๊ ทาำ สลับไปตามจังหวะจนจบ
๓. คุณครูติดชาร์ตบทดอกสร้อย “เด็กเอ๋ยเด็กน้อย” และพา
นกั เรียนช้ีอ่านไปทลี ะประโยคจนคล่อง
บรษิ ทั ธารปัญญา จำากัด สงวนลขิ สิทธ์ิ © ๒๕๖๒ 70
๒. ขนั้ นำ�เสนอคว�มรู้
๑. คุณครูติดชารต์ คำาวิเศษณ์ไวบ้ นกระดาน
๒. คุณครอู ธบิ ายว่าคำาวิเศษณ์ คืออะไร มลี กั ษณะอย่างไร
๓. คุณครพู านกั เรียนช้ีอา่ นคาำ บนชารต์ จนคล่อง
๔. คุณครูชบี้ นชาร์ตแลว้ ให้นักเรียนอา่ นเอง
๕. ใหน้ กั เรยี นชอ้ี า่ นคำาวเิ ศษณ์ ในหนังสือเรยี นพรอ้ มกนั ทั้งห้อง
๓. ขั้นลงมือเรียนรู้
๑. ใหน้ กั เรยี นทาำ แบบฝกึ หดั ในหนงั สอื เรยี น (การทาำ แบบฝกึ หดั คณุ ครสู ามารถใหน้ กั เรยี นแบง่ ทาำ ไดต้ ามความ
เหมาะสม)
๒. คุณครูเขียนคำานามหรอื คาำ กริยาบนกระดาน ให้ครบจาำ นวนนักเรียน อาจจะแบง่ เป็นรอบละ ๑๐ คน
๓. จากนั้น ใหน้ กั เรียนออกไปหน้าห้องตามเลขที่ แล้วเขยี นคาำ วเิ ศษณ์ต่อจากคำาทค่ี ณุ ครเู ขียนไว้บนกระดาน
(ลำาดับขอ้ ตามลำาดับเลขท่ี)
๔. เมื่อนกั เรียนเขียนครบ ๑ รอบ คุณครชู ้ี ให้นกั เรียนอา่ นคาำ ทไ่ี ดบ้ นกระดานพรอ้ มกัน
๔. ขน้ั สรุปคว�มรู้
๑. คุณครูแจกใบงาน “สมุดเลม่ เลก็ คำาวิเศษณ”์ ให้นักเรียนทุกคน
เพ่ือให้นักเรียนสรุปความเข้าใจเก่ียวกับคำาวิเศษณ์ และเพ่ือ
ทดสอบว่านกั เรียนสามารถนาำ คำาวิเศษณไ์ ปใช้ไดถ้ ูกตอ้ งหรือไม่
๒. เมื่อนักเรียนทำาใบงานเสร็จแล้ว ให้คุณครูเฉลยพร้อมกันใน
หอ้ งเรียน และตดิ สมุดเลม่ เลก็ ลงในสมดุ
๕. ข้นั ประยกุ ต์ใช้คว�มรู้
๑. คณุ ครแู จกกระดาษเอสี่ให้นักเรียนคนละ ๑ แผน่
๒. ให้นักเรียนทำาสมุดเล่มเล็กสรุปคำาวิเศษณ์ของตนเอง เขียน
ประโยคหรือข้อความเอง แล้วบอกว่า คำาใดคือคาำ วเิ ศษณแ์ ละ
ขยายคำาว่าอะไร
๓. วาดรปู ประกอบใหส้ วยงามตามประโยคหรอื ข้อความทเี่ ขียน
เครอ่ื งมือ - สอ่ื ก�รเรยี นรู้
๑. ชาร์ตบทดอกสร้อย “เด็กเอย๋ เดก็ นอ้ ย”
๒. ชารต์ คำาวิเศษณ์
๓. หนงั สอื เรยี นอา่ นออกเขยี นได้ ป.๓ เล่ม ๓
๔. ใบงาน “สมุดเลม่ เล็กคาำ วเิ ศษณ”์
ก�รวัดและประเมนิ ผล
๑. สงั เกตพฤตกิ รรมการอ่าน / การออกเสียง / การสะกดคำา ของนักเรียน
๒. ประเมนิ ผลจากคะแนนการทาำ แบบฝกึ หัดของนกั เรียน
(การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปล่ียนได้ตามความเหมาะสม บางช้ันเรียนอาจมีการทดสอบ
ก่อนเรียน - หลังเรยี น การเขียนตามคำาบอก การทดสอบการอา่ น ฯลฯ)
บริษัทธารปัญญา จำากัด สงวนลขิ สิทธิ์ © ๒๕๖๒ 71
ตัดตามรอยประ ัจกรย�นของโต ัคนใหญ่ เต่�เดินช้�จังเลย
ัคนให ่ญ ขยาย ำคาว่า ช้า ขยาย ำคาว่า บ ิรษัทธาร ัปญญา ำจา ักด สงวน ิลขสิทธ์ิ © ๒๕๖๒ 72
---------------------------------------------------- ----------------------------------------------------
ใบง�นประกอบแผนก�รจัดก�รเรียนรู้ บท ี่ท ๙ (๔) : กระต่�ยตวั นี้หยู �ว คณุ แม่สวมหมวกสฟี � ต�สีเดินหลงั ค่อม โจว่�ยน�ำ้ เก่งม�ก
หยู าว ขยายคำาว่า สีฟ้า ขยายคาำ วา่ คอ่ ม ขยายคาำ ว่า เกง่ มาก ขยายคำาวา่
ส ุมดเ ่ลมเล็ก ำค� ิวเศษณ์
---------------------------------------------------- ---------------------------------------------------- ---------------------------------------------------- ----------------------------------------------------
ใ ้ห ันกเรียนบอก ่วา ำคา ิวเศษ ์ณขยาย ำคาใด เ ีขยนลงในช่องว่าง จาก ั้นนทำาเป็นสมุดเล่มเล็ก
แผนก�รจัดก�รเรียนรู้
หนว่ ยก�รเรยี นรู้ อ�่ นออก เขยี นได้ เลม่ ๓
กลุ่มส�ระก�รเรยี นรภู้ �ษ�ไทย ชน้ั ประถมศกึ ษ�ปที ่ี ๓
บทท่ี ๑๐ ชนดิ ของประโยค จาำ นวน ๔ ช่ัวโมง
ม�ตรฐ�นก�รเรียนรู้
๑. ม�ตรฐ�น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพอื่ นาำ ไปใชต้ ดั สนิ ใจ แกป้ ญั หาในการดาำ เนนิ
ชีวติ และมนี สิ ยั รักการอ่าน
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภูมปิ ญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัติของชาติ
๒. ตวั ช้วี ัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๓/๑ อา่ นออกเสยี งคาำ ขอ้ ความ เรอื่ งสนั้ ๆ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง คลอ่ งแคลว่
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๕ แต่งประโยคงา่ ยๆ
ส�ระสำ�คัญ
ประโยคในภาษาไทยแต่ละชนิดแตกต่างกันไป ตามวัตถุประสงค์ในการสื่อสาร ผู้เรียนจึงต้องเรียนรู้เพื่อให้
สามารถสือ่ สารด้วยประโยคในภาษาไทยได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ
จดุ ประสงค์ก�รเรียนรู้
๑. สามารถอ่านและสรุปเร่อื งราวจากบทเรียนได้
๒. สามารถเขียนประโยคชนดิ ตา่ งๆ เพ่ือสือ่ สารได้
ส�ระก�รเรียนรแู้ กนกล�ง
๑. การอา่ นออกเสียงและการบอกความหมายของคาำ คาำ คล้องจอง ข้อความ และบทร้อยกรองงา่ ยๆ ที่
ประกอบดว้ ยคำาพืน้ ฐานเพมิ่ จาก ป.๒ ไมน่ ้อยกวา่ ๑,๒๐๐ คาำ
๒. การแต่งประโยคเพ่ือการสื่อสาร ได้แก่ ประโยคบอกเล่า ประโยคปฏิเสธ ประโยคคำาถาม ประโยคขอร้อง
ประโยคคาำ ส่ัง
กระบวนก�รจัดก�รเรยี นรู้ ยกมอื ไหวก้ นั และกนั
๑. ข้ันนำ�เข้�ส่บู ทเรียน
๑. คณุ ครใู หน้ กั เรยี นเคลอ่ื นไหวประกอบเพลง “สวสั ด”ี โดยรอ้ งเพลงวา่ “สวสั ดี
สวสั ดี วันนีเ้ รามาพบกนั เธอและฉนั พบกนั สวสั ดี” สาำ หรบั การเคลอื่ นไหว
ประกอบเพลง ให้เคลอื่ นไหวท่าทางตามเนอ้ื เพลง เชน่ ทอ่ น “สวัสดีๆ วันนี้
เรามาพบกนั ” ใหท้ าำ ทา่ ยกมอื ไหว้ ทอ่ น “เธอและฉนั ” ใหช้ เี้ พอ่ื นและตวั เอง
ท่อน “พบกนั สวัสดี” ให้ยกมอื ไหว้อีกครงั้
๒. คุณครตู ดิ ชาร์ตบทเพลง “สวัสดี” บนกระดานเคลอ่ื นท่ี ช้อี ่านใหน้ ักเรยี น
ฟัง แลว้ ให้นกั เรยี นอา่ นตามจนคล่อง
บริษทั ธารปญั ญา จำากัด สงวนลขิ สิทธิ์ © ๒๕๖๒ 73
๒. ขน้ั น�ำ เสนอความรู้
๑. คุณครูสอนโดยอธิบายลักษณะของประโยคชนิดต่างๆ โดย
ใชช้ ารต์ หรือแถบประโยคประกอบการสอน
๒. นกั เรียนอ่านประโยคชนิดตา่ งๆ ในหนงั สือเรียนพรอ้ มกัน
๓. คณุ ครูลองพูด หรอื แสดงแถบประโยค ใหน้ กั เรยี นอา่ นแลว้
ตอบว่าเปน็ ประโยคชนดิ ใด
๔. ท�ำ แบบฝกึ หัดเพ่ือทบทวนความเข้าใจในหนังสือเรยี น
๓. ข้ันลงมอื เรยี นรู้
๑. ค ณุ ครูตดิ ชารต์ ท่มี ชี ื่อชนดิ ของประโยคไวบ้ นกระดาน
๒. คุณครูแจกแถบประโยคใหน้ กั เรยี นคนละ ๑ ประโยค ให้นกั เรยี นนำ�แถบประโยคทีต่ นไดไ้ ปตดิ บนชาร์ต
ตามชนิดของประโยคใหถ้ ูกต้อง
๓. อ่านประโยคและตรวจสอบความถูกตอ้ งพรอ้ มกนั ท้งั หอ้ ง
๔. ขน้ั สรุปความรู้
๑. คณุ คร แู จกใบงาน “ประโยค ๖ ชนดิ (3D-GO : Windows 6 บาน)”
๒. นกั เรียนตัดใบงานตามรอยประ ติดใบงานลงในสมดุ
๓. เขยี นประโยคลงในใบงานตามชนิดของประโยค
๕. ขั้นประยุกต์ใช้ความรู้
๑. แบ่งนักเรียนเป็น ๖ กล่มุ ตามชนดิ ของประโยค
๒. แต่ละกลมุ่ ค้นควา้ และรวบรวมประโยคจากแหล่งความรู้ตา่ งๆ เชน่ หนงั สือ หนงั สือพมิ พ์ แผ่นพบั ฯลฯ
๓. เขยี นประโยคทไ่ี ดล้ งบนกระดาษปรฟู๊ ตกแตง่ ใหส้ วยงาม แลว้ น�ำ ผลงานของแตล่ ะกลมุ่ ตดิ แสดงในหอ้ งเรยี น
เครือ่ งมือ - ส่อื การเรยี นรู้
๑. ชารต์ เพลง “สวสั ด”ี
๒. หนงั สอื เรียนอ่านออกเขยี นได้ ป.๓ เล่ม ๓
๓. ชาร์ตสอนชนิดของประโยค
๔. ใบงาน “ประโยค ๖ ชนดิ (3D-GO : Windows 6 บาน)”
๕. กระดาษปรฟู๊
การวัดและประเมนิ ผล
๑. สังเกตพฤตกิ รรมการอา่ น / การออกเสียง / การสะกดคำ� ของนักเรียน
๒. ประเมนิ ผลจากคะแนนการทำ�แบบฝกึ หดั ของนกั เรียน
(การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม บางชั้นเรียนอาจมีการทดสอบ
ก่อนเรยี น - หลงั เรยี น การเขียนตามค�ำ บอก การทดสอบการอา่ น ฯลฯ)
บริษัทธารปัญญา จ�ำ กดั สงวนลิขสิทธ์ิ © ๒๕๖๒ 74
ใบง�นประกอบแผนก�รจัดก�รเรียนรู้ บทที่ ๑๐ : ตดั ตามรอยประ
แถบประโยค ✄
ตัดตามรอยประ แล้วนำาไปใช้ในกิจกรรมการสอน คุณครูสามารถจัดทำาเพิ่มได้
ตามจำานวนของนกั เรยี น โดยใชแ้ ถบประโยคเปล่าในหน้าถัดไป
โต้งชอบกินข�้ วมันไก่ กระเป�ใบละเท่�ไหรค่ รบั
พอ่ ก�ำ ลังรดน้�ำ ต้นไม้ ผกั ก�ดหนกั กก่ี ิโลกรมั
ไมม่ ใี ครชอบอ�ก�ศร้อน กรณุ �รกั ษ�คว�มสะอ�ด
น้องไม่อย�กกินย�แก้ไอ รบกวนเขยี นชือ่ ให้ดว้ ยคะ่
ผมอย�กไปเที่ยวทะเล ฉนั ตอ้ งก�รเช�่ ห้องพัก
อย่�ส่งเสียงดงั ในห้องสมดุ ห�้ มวิ่งบนอ�ค�รเรียน
คณุ ครชู อ่ื อะไรคะ แมวตัวน้ีน�่ รักจรงิ ๆ
บรษิ ทั ธารปญั ญา จำากดั สงวนลิขสิทธ์ิ © ๒๕๖๒ 75
ใบง�นประกอบแผนก�รจดั ก�รเรยี นรู้ บทท่ี ๑๐ :
แถบประโยค
แถบประโยคเปลา่ สาำ หรบั เขยี นประโยคเอง หรอื เพม่ิ ประโยคสาำ หรบั ทาำ กจิ กรรม
ตัดตามรอยประ
✄
บรษิ ัทธารปัญญา จำากดั สงวนลขิ สิทธ์ิ © ๒๕๖๒ 76
ใบง�นประกอบแผนก�รจัดก�รเรียนรู้ บทท่ี ๑๐ : ตัดตามรอยประ
พบั ตามรอย
ประโยค ๖ ชนดิ
✄
ตัดตามรอยประ ติดลงในสมุด แล้วเขียนประโยคชนดิ ตา่ งๆ ลงในใบงาน
จากน้นั ระบายสี ตกแตง่ ให้สวยงาม
ประโยคบอกเล�่
ประโยคปฏเิ สธ
ประโยคค�ำ ถ�ม
ประโยคขอรอ้ ง
ประโยคค�ำ ส่งั
ประโยคแสดงคว�มตอ้ งก�ร
บรษิ ัทธารปัญญา จำากัด สงวนลิขสิทธ์ิ © ๒๕๖๒ 77
แผนก�รจดั ก�รเรยี นรู้
หนว่ ยก�รเรียนรู้ อ�่ นออก เขียนได้ เลม่ ๓
กล่มุ ส�ระก�รเรียนรู้ภ�ษ�ไทย ช้ันประถมศึกษ�ปที ่ี ๓
บทที่ ๑๑ คำ�คล้องจอง ส�ำ นวนโวห�ร จำานวน ๔ ชั่วโมง
คำ�พังเพย สภุ �ษติ (๑)
ม�ตรฐ�นก�รเรยี นรู้
๑. ม�ตรฐ�น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพอ่ื นาำ ไปใชต้ ดั สนิ ใจ แกป้ ญั หาในการดาำ เนนิ
ชีวติ และมีนิสัยรกั การอ่าน
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของ
ภาษา ภูมปิ ญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัตขิ องชาติ
๒. ตัวชี้วัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๓/๑ อา่ นออกเสยี งคาำ ขอ้ ความ เรอื่ งสนั้ ๆ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง คลอ่ งแคลว่
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๖ แตง่ คำาคลอ้ งจองและคาำ ขวัญ
ส�ระส�ำ คัญ
คาำ คล้องจอง คือคาำ ทมี่ ีเสียงและตัวสะกดท่สี มั ผัสกัน ซึง่ สำานวนโวหารหลายสาำ นวน มีลักษณะของคำาคล้องจอง
ผเู้ รียนจึงตอ้ งเรยี นร้ทู ง้ั คาำ คล้องจองและสาำ นวนโวหาร
จดุ ประสงค์ก�รเรยี นรู้
๑. สามารถอา่ นคำาคล้องจองและสำานวนโวหารได้ถูกตอ้ ง
๒. รจู้ กั เข้าใจความหมาย และใชส้ าำ นวนโวหารไดถ้ กู ต้อง
ส�ระก�รเรียนร้แู กนกล�ง
๑. การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคาำ คาำ คลอ้ งจอง ข้อความ และบทร้อยกรองงา่ ยๆ ท่ี
ประกอบด้วยคาำ พ้นื ฐานเพม่ิ จาก ป.๒ ไม่น้อยกวา่ ๑,๒๐๐ คำา
๒. คาำ คลอ้ งจอง สำานวนโวหาร สุภาษติ คำาพงั เพย
กระบวนก�รจดั ก�รเรียนรู้ ขบั รถตุก๊ ๆ
๑. ขัน้ นำ�เข้�สู่บทเรียน
๑. คุณครูให้นักเรียนเคล่ือนไหวประกอบเพลง “ขับรถตุ๊กๆ” โดย
รอ้ งเพลงวา่ “ขบั รถต๊กุ ๆ ขบั รถตุ๊กๆ บรรทุกถา่ น บรรทุกถ่าน รถ
ข้ึนสะพาน มันชักกระตุก มันชักกระตุก กระตุกๆ” สำาหรับการ
เคลื่อนไหว ประกอบเพลงให้เคล่ือนไหวท่าทางตามเน้ือเพลง เช่น
ขบั รถตกุ๊ ๆ กท็ าำ ทา่ ขบั รถ เป็นต้น
๒. คณุ ครตู ดิ ชารต์ บทกลอน “ขบั รถต๊กุ ๆ” บนกระดานเคลือ่ นทช่ี ้อี า่ น
ให้นักเรียนฟงั แลว้ ให้นักเรียนอา่ นตามจนคล่อง
บริษัทธารปญั ญา จาำ กัด สงวนลิขสิทธ์ิ © ๒๕๖๒ 78
๒. ขน้ั น�ำ เสนอความรู้
๑. ค ณุ ครูอธบิ ายลักษณะของค�ำ คล้องจองและสำ�นวนโวหาร
๒. ค ณุ ครูตดิ ชาร์ตคำ�คล้องจองและส�ำ นวนโวหารบนกระดานเคลอ่ื นท่ี แลว้
๓. ชยกีพ้ ตานัวอักยเร่าียงนกอาร่าในช้คพ�ำ รค้อลมอ้ องธจบิ อางยแคลวะาสมำ�หนมวานยโวหาร
๔. อ่านเพ่ิมเตมิ และท�ำ แบบฝึกหัดในหนังสือเรยี น
๓. ขั้นลงมือเรียนรู้
๑. ค ุณครูใหน้ กั เรียนจบั คูก่ นั จากนั้นแจกใบงาน “จิกซอว์นม้ี ีคำ�คล้องจอง” ให้
นักเรียน
๒. นักเรยี นลงมอื ท�ำ ใบงาน โดยตัดตามรูปร่างจิกซอว์ ช่วยกันจับคู่ค�ำ ท่ีคลอ้ งจอง
กนั ใหถ้ กู ตอ้ ง แล้วติดลงบนกระดาษ
๓. เม่ือท�ำ ใบงานเสรจ็ แลว้ อ่านค�ำ คลอ้ งจองพรอ้ มกัน
๔. ขน้ั สรปุ ความรู้
๑. คณุ คร แู จกใบงาน “สมดุ เล่มเล็กสะสมส�ำ นวนฯ”
๒. น ักเรียนตัดใบงานตามรอยประ เขียนความหมายของสำ�นวนโวหารลงใน
ชอ่ งว่างใหถ้ กู ต้อง ระบายสีให้สวยงามและติดกาวใหเ้ ป็นสมดุ เล่มเล็ก
๓. จบั คูห่ รือจับกลุ่ม ๓ -๔ คน ผลัดกนั ทายความหมายของสำ�นวนโวหาร
๕. ขนั้ ประยกุ ตใ์ ช้ความรู้
๑. แบ่งนกั เรยี นเป็น ๒ กล่มุ แต่ละกล่มุ ส่งตวั แทน รอบละ ๑ คน เพอื่ จำ�ส�ำ นวนโวหารจากคณุ ครู
๒. ตัวแทนแตล่ ะกลุม่ จะต้องใบส้ ำ�นวนโวหาร โดยใช้ท่าทาง แตม่ ขี ้อแมว้ ่า ใบไ้ ดแ้ คก่ ลุ่มละ ๒ ครัง้
๓. ก ลมุ่ ไหนตอบกอ่ นและถกู ตอ้ ง จะไดค้ ะแนน เลน่ หลายๆ รอบ ใหค้ รบทกุ คน กลมุ่ ไหนไดค้ ะแนนมากทส่ี ดุ
เปน็ ฝ่ายชนะ
เครอ่ื งมอื - สื่อการเรยี นรู้
๑. ชารต์ เพลง “ขบั รถตุ๊กๆ”
๒. หนังสอื เรียนอ่านออกเขยี นได้ ป.๓ เลม่ ๓
๓. ใบงาน “จกิ ซอวน์ ้มี ีคำ�คล้องจอง”
๔. ใบงาน “สมดุ เล่มเล็กสะสมสำ�นวนฯ”
การวัดและประเมินผล
๑. สงั เกตพฤตกิ รรมการอ่าน / การออกเสียง / การสะกดคำ� ของนักเรยี น
๒. ประเมนิ ผลจากคะแนนการท�ำ แบบฝึกหัดของนักเรียน
(การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม บางช้ันเรียนอาจมีการทดสอบ
ก่อนเรยี น - หลังเรยี น การเขยี นตามค�ำ บอก การทดสอบการอ่าน ฯลฯ)
บริษทั ธารปญั ญา จ�ำ กัด สงวนลิขสิทธ์ิ © ๒๕๖๒ 79
ใบง�นประกอบแผนก�รจัดก�รเรียนรู้ บทท่ี ๑๑ (๑) :
จกิ ซอว์นม้ี คี ำ�คลอ้ งจอง
ตดั จกิ ซอว์ตามรอย คละกนั แล้วต่อจกิ ซอวค์ าำ คลอ้ งจองใหถ้ ูกตอ้ ง
✄
ขวญั หนี ปวดหวั หมูหม�
นำ้�ใส เอวบ�ง บ�ปบญุ
หมูเหด็ เหง่อื ไหล กระโดด
โลดเตน้ คณุ โทษ ก�ไก่
ไคลย้อย
เปด ไก่ ร่�งนอ้ ย ตัวรอ้ น
ใจจริง ดฝี อ
บรษิ ัทธารปัญญา จาำ กัด สงวนลขิ สิทธ์ิ © ๒๕๖๒ 80
ทากาว ทากาว ทากาวใบง�นประกอบแผนก�รจดั ก�รเรยี นรู้ บทท่ี ๑๑ (๑) :
สมดุ เล่มเล็กสะสมส�ำ นวนฯ
ตัดตามรอยประ เขยี นความหมายของสำานวนลงในชอ่ งว่าง แลว้ ตดิ กาว เขา้ เลม่ ใหเ้ ปน็ สมดุ เลม่ เล็ก
✄ตัดตามรอยประ
กันไวด้ กี ว่�แก้
หม�ยถงึ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ป�กกัดตีนถบี
หม�ยถึง
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
พดู จนลงิ หลบั
หม�ยถงึ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
บริษัทธารปญั ญา จาำ กดั สงวนลิขสทิ ธิ์ © ๒๕๖๒ 81
ใบง�นประกอบแผนก�รจัดก�รเรียนรู้ บทท่ี ๑๑ (๑) : ทากาว ทากาว ทากาว ทากาว
สมดุ เลม่ เล็กสะสมสำ�นวนฯ
ตัดตามรอยประ เขยี นความหมายของสาำ นวนลงในช่องว่าง แลว้ ติดกาว เข้าเลม่ ให้เป็นสมุดเล่มเล็ก
✄ตดั ตามรอยประ
เล็กพรกิ ข้หี นู
หม�ยถงึ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ฟงหูไว้หู
หม�ยถึง
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ดนิ พอกห�งหมู
หม�ยถงึ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สวยแต่รูป จูบไม่หอม
หม�ยถงึ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
บริษทั ธารปัญญา จาำ กดั สงวนลขิ สิทธ์ิ © ๒๕๖๒ 82
แผนก�รจัดก�รเรยี นรู้
หน่วยก�รเรียนรู้ อ่�นออก เขียนได้ เลม่ ๓
กลุ่มส�ระก�รเรียนรภู้ �ษ�ไทย ชนั้ ประถมศึกษ�ปที ่ี ๓
บทที่ ๑๑ คำ�คล้องจอง สำ�นวนโวห�ร จาำ นวน ๓ ชว่ั โมง
คำ�พงั เพย สภุ �ษติ (๒)
ม�ตรฐ�นก�รเรียนรู้
๑. ม�ตรฐ�น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพอื่ นาำ ไปใชต้ ดั สนิ ใจ แกป้ ญั หาในการดาำ เนนิ
ชีวิต และมนี สิ ัยรกั การอา่ น
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภมู ปิ ญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ขิ องชาติ
๒. ตวั ชวี้ ดั
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๓/๑ อา่ นออกเสยี งคาำ ขอ้ ความ เรอ่ื งสนั้ ๆ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง คลอ่ งแคลว่
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๕ แต่งประโยคง่ายๆ
ส�ระสำ�คญั
สภุ าษติ คาำ พงั เพย คอื ถอ้ ยคาำ ทไ่ี มไ่ ดม้ คี วามหมายโดยตรง แตเ่ ปน็ ถอ้ ยคาำ ทตี่ อ้ งรคู้ วามหมาย ซงึ่ มกั ใชเ้ ปรยี บเปรย
สอนใจ หรือใหข้ อ้ คดิ ผ้เู รียนจึงต้องเรยี นรเู้ พอ่ื ทำาความเขา้ ใจและใช้ในสถานการณต์ า่ งๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
จุดประสงคก์ �รเรยี นรู้
๑. สามารถอ่านออกเสียงสภุ าษติ คาำ พังเพยไดถ้ ูกต้อง
๒. รู้จกั เข้าใจความหมาย และแตง่ ประโยคโดยใช้สภุ าษิต คาำ พงั เพยได้ถูกต้อง
ส�ระก�รเรยี นร้แู กนกล�ง
๑. การอา่ นออกเสียงและการบอกความหมายของคำา คาำ คลอ้ งจอง ข้อความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ที่
ประกอบด้วยคำาพน้ื ฐานเพ่ิมจาก ป.๒ ไม่น้อยกว่า ๑,๒๐๐ คำา
๒. คำาคล้องจอง สำานวนโวหาร สภุ าษิต คำาพงั เพย
กระบวนก�รจดั ก�รเรยี นรู้ ๑ ๒
๑. ขน้ั น�ำ เข้�สู่บทเรียน แตะหัว แตะไหล่
๑. คุณครูให้นักเรียนเคลื่อนไหวประกอบเพลง “พรวนดิน” ด้วย
ทา่ ทางท่สี นกุ สนาน เช่น แตะหวั - แตะไหล่ - ตบมอื - ตบวืด ๓ ๔
๒. คณุ ครตู ดิ ชารต์ บทเพลง “พรวนดนิ ” บนกระดานเคลอ่ื นท่ี ชอี้ า่ น
ให้นักเรยี นฟงั แลว้ ให้นกั เรียนอา่ นตามจนคลอ่ ง
ตบมือ ตบวืด
บริษทั ธารปญั ญา จาำ กดั สงวนลขิ สทิ ธิ์ © ๒๕๖๒ 83
๒. ขน้ั น�ำ เสนอความรู้
๑. คุณครูอธิบายลกั ษณะของค�ำ พังเพยและสุภาษิต
๒. คุณครูติดชาร์ตคำ�พังเพยและสุภาษิตบนกระดานเคล่ือนท่ี แล้วช้ีพา
นกั เรยี นอ่าน พรอ้ มอธิบายความหมาย
๓. ยกตวั อย่างการใช้คำ�พงั เพยและสุภาษิต
๔. อา่ นเพ่มิ เตมิ ในหนังสอื เรยี น
๓. ข้ันลงมอื เรียนรู้
๑. ใ หน้ ักเรยี นจบั ค่กู นั จากนน้ั คณุ ครแู จกใบงาน “เซยี มซสี ภุ าษิตคำ�พังเพย” ให้นักเรียน
ตัดเปน็ ชนิ้ แล้วนำ�ใสแ่ ก้ว (๑๐ สำ�นวน)
๒. น ักเรียนคนหนึง่ เขย่าหรือหยิบเซยี มซีขึน้ มา ๑ ใบ แล้วให้เพ่อื นอีกคนหนง่ึ บอกความ
หมายของสุภาษิตค�ำ พงั เพยที่ได้
๓. ผลดั กันเลน่ จนกระทั่งเซยี มซหี มดแก้วหรอื ตามความเหมาะสม
๔. อ ่านสุภาษิตคำ�พังเพยจากเซียมซีพร้อมกันอีกคร้ังท้ังห้อง และถามตอบอีกครั้ง
เพอื่ ทบทวนความเขา้ ใจ
๕. ห ลังการท�ำ กิจกรรม ใหน้ กั เรยี นทำ�แบบฝกึ หัดในหนังสอื เรียน
๔. ขั้นสรปุ ความรู้
๑. คณุ ครแ ู จกใบงาน “พลิกแลว้ อ่าน (3D - GO : Flip)”
๒. นักเรียนลงมือทำ�ใบงานโดยเขียนความหมายของสุภาษิตคำ�พังเพยลงใน
ช่องวา่ งใหถ้ กู ตอ้ ง และระบายสีใหส้ วยงาม
๓. ตัดใบงานตามรอยประ เจาะรูที่มุมด้านซ้าย ใช้เชือกหรือห่วงร้อยให้
สามารถพลกิ เปดิ -ปดิ ได้
๕. ขนั้ ประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้
๑. คณุ ครูใหน้ กั เรยี นเลอื กสภุ าษติ หรอื ค�ำ พังเพยที่ชอบ ๑ ส�ำ นวน
๒. วาดภาพ ระบายสี ประกอบสุภาษิต คำ�พังเพยที่เลือก เช่น ข่ีช้างจับตั๊กแตน สีซอให้ควายฟัง เป็นต้น
ลงมอื ท�ำ ในกระดาษเอส่ี
๓. เขียนสภุ าษติ คำ�พงั เพย พรอ้ มความหมายลงในผลงาน
เครื่องมอื - สอ่ื การเรียนรู้
๑. ชารต์ เพลง “พรวนดิน”
๒. หนังสอื เรียนอา่ นออกเขยี นได้ ป.๓ เล่ม ๓
๓. ใบงาน “เซียมซสี ภุ าษิตค�ำ พังเพย”
๔. ใบงาน “พลิกแล้วอา่ น (3D - GO : Flip)”
การวัดและประเมนิ ผล
๑. ส ังเกตพฤติกรรมการอา่ น / การออกเสยี ง / การสะกดค�ำ ของนกั เรยี น
๒. ป ระเมินผลจากคะแนนการทำ�แบบฝกึ หัดของนกั เรียน
(การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม บางช้ันเรียนอาจมีการทดสอบ
ก่อนเรียน - หลงั เรียน การเขียนตามคำ�บอก การทดสอบการอา่ น ฯลฯ)
บริษทั ธารปญั ญา จ�ำ กดั สงวนลิขสทิ ธิ์ © ๒๕๖๒ 84
ใบง�นประกอบแผนก�รจดั ก�รเรยี นรู้ บทท่ี ๑๑ (๒) : ตัดตามรอยประ
เซียมซีสุภ�ษิตค�ำ พงั เพย ✄
ตัดตามรอยประ แล้วใชใ้ นกจิ กรรมเซียมซีสุภาษติ คำาพังเพย
นำ�้ พ่งึ เรอื เสือพ่ึงป�
น้ำ�นอ้ ย ยอ่ มแพไ้ ฟ
แพ้เปนพระ ชนะเปน ม�ร
เข้�เมอื งต�หล่วิ ตอ้ งหลว่ิ ต�ต�ม
รักวัวใหผ้ กู รักลกู ให้ตี
น้ำ�ผึง้ หยดเดียว
ทำ�คุณบชู �โทษ
ปด ทองหลังพระ
ขชี่ �้ งจบั ตก๊ั แตน
มอื ไมพ่ �ยเอ�เท�้ ร�นำ�้
บริษทั ธารปัญญา จำากัด สงวนลขิ สิทธิ์ © ๒๕๖๒ 85
ใบง�นประกอบแผนก�รจัดก�รเรียนรู้ บทที่ ๑๑ (๒) :
พลกิ แลว้ อ�่ น (3D-GO : Flip)
ตดั ตามรอยประ เขยี นความหมายและตวั อยา่ งประโยคในชอ่ งวา่ ง ระบายสใี หส้ วยงามแลว้ เจาะรรู อ้ ยเชอื กทม่ี มุ ซา้ ย
✄ตัดตามรอยประ
บรษิ ทั ธารปญั ญา จำากัด สงวนลขิ สทิ ธิ์ © ๒๕๖๒ 86
น�้ำ พึ่งเรอื คว�มหม�ย : ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เสอื พึง่ ป� ตวั อย่�งประโยค : ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
นำ�้ น้อยย่อมแพไ้ ฟ คว�มหม�ย : ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ตวั อย่�งประโยค : ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
แพ้เปนพระ คว�มหม�ย : ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ชนะเปน ม�ร ตัวอย่�งประโยค : ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ใบง�นประกอบแผนก�รจัดก�รเรียนรู้ บทที่ ๑๑ (๒) :
พลกิ แลว้ อ�่ น (3D-GO : Flip)
ตดั ตามรอยประ เขยี นความหมายและตวั อยา่ งประโยคในชอ่ งวา่ ง ระบายสใี หส้ วยงามแลว้ เจาะรรู อ้ ยเชอื กทม่ี มุ ซา้ ย
✄ตัดตามรอยประ
บรษิ ทั ธารปญั ญา จำากัด สงวนลขิ สทิ ธิ์ © ๒๕๖๒ 87
นำ้�ผงึ้ หยดเดยี ว คว�มหม�ย : ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ตวั อย�่ งประโยค : ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ปด ทองหลงั พระ คว�มหม�ย : ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ตวั อย�่ งประโยค : ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขี่ช�้ งจบั ตั๊กแตน คว�มหม�ย : ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ตัวอย่�งประโยค : ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สีซอให้คว�ยฟง คว�มหม�ย : ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ตัวอย่�งประโยค : ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
แผนก�รจัดก�รเรียนรู้
หน่วยก�รเรียนรู้ อ่�นออก เขียนได้ เล่ม ๓
กลุ่มส�ระก�รเรยี นรู้ภ�ษ�ไทย ชนั้ ประถมศึกษ�ปที ่ี ๓
บทที่ ๑๒ ก�รอ�่ นและสะกดค�ำ ท่ีมีตัวก�รันต์ จาำ นวน ๓ ชว่ั โมง
ก�รอ�่ นค�ำ ทม่ี ีตวั อักษรไม่ออกเสียง (๑)
ม�ตรฐ�นก�รเรียนรู้
๑. ม�ตรฐ�น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพอ่ื นาำ ไปใชต้ ดั สนิ ใจ แกป้ ญั หาในการดาำ เนนิ
ชีวติ และมนี สิ ัยรกั การอา่ น
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา
ภูมปิ ญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัตขิ องชาติ
๒. ตัวช้ีวดั
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๓/๑ อา่ นออกเสยี งคาำ ขอ้ ความ เรอ่ื งสนั้ ๆ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง คลอ่ งแคลว่
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๑ เขียนสะกดคำาและบอกความหมายของคาำ
ส�ระสำ�คัญ
เครือ่ งหมาย -์ เรียกว่าไมท้ ัณฑฆาต ตัวอกั ษรท่ีเติมไมท้ ณั ฑฆาตไว้ เรยี กว่า ตัวการันต์ ในภาษาไทยมคี าำ ท่ีมตี ัว
การันต์มากมาย ผเู้ รียนจงึ ตอ้ งเรียนรูเ้ พ่อื ใหส้ ามารถอา่ นและเขา้ ใจความหมายไดถ้ กู ต้อง
จุดประสงคก์ �รเรยี นรู้
๑. สามารถอ่านออกเสียงและเขยี นคาำ ที่มตี วั การันตไ์ ดถ้ ูกต้อง
๒. เขา้ ใจและบอกความหมายของคาำ ทมี่ ตี ัวการันตไ์ ด้
ส�ระก�รเรยี นรู้แกนกล�ง
๑. การอ่านออกเสียงและการบอกความหมายของคำา คาำ คล้องจอง ขอ้ ความ และบทร้อยกรองงา่ ยๆ ที่
ประกอบด้วยคำาพืน้ ฐานเพ่มิ จาก ป.๒ ไมน่ ้อยกวา่ ๑,๒๐๐ คำา ประกอบดว้ ย คาำ ที่มีตัวการนั ต์
คาำ ท่ีพยัญชนะและสระไม่ออกเสียง
๒. คาำ ท่มี ีตัวการันต์
กระบวนก�รจัดก�รเรยี นรู้ ๑๒
๑. ขัน้ นำ�เข�้ สบู่ ทเรยี น ตั้งมอื ซ้าย แบไว้ ใชม้ ือขวาตบมือซา้ ย
๑. คุณครูให้นักเรียนเคล่ือนไหวประกอบบทกลอน “คุณป้า”
(จากหนังสืออา่ นออกเขยี นได้ ป.๑ เล่ม ๑) ในทา่ ท่มี จี ังหวะ ๓๔
สนกุ สนาน
๒. ให้นักเรียนนั่งเป็นวงกลม แล้วตบมือเป็นจังหวะ คือ ต้ังมือ มอื ขวาตบโตะ๊ ๒ ครัง้ ใช้มือขวา
ซา้ ย แบไว้ ใชม้ อื ขวาตบมือซา้ ย ๑ ครัง้ - ใชม้ อื ขวาตบโต๊ะ ๒ ตบมือซา้ ยของเพอื่ น
ครง้ั - ใช้มอื ขวาตบบนมือซ้ายของเพอื่ นท่นี ั่งอยู่ขา้ งๆ
๓. คุณครูติดชาร์ตบทกลอน “คุณป้า” บนกระดานเคล่ือนที่
ชีอ้ ่านให้นกั เรียนฟัง แล้วใหน้ ักเรยี นอา่ นตามจนคลอ่ ง
บรษิ ทั ธารปัญญา จาำ กัด สงวนลิขสทิ ธ์ิ © ๒๕๖๒ 88
๒. ข้ันนำ�เสนอความรู้
๑. ค ณุ ครสู อนโดยอธบิ ายลกั ษณะของไมท้ ณั ฑฆาตและค�ำ ทม่ี ตี วั การนั ต์
โดยติดชาร์ตบนกระดานเคล่ีอนท่ีประกอบการสอน พร้อมแนะให้
สังเกตความเหมอื นหรอื ตา่ งของคำ�ท่มี ีตัวการันตใ์ นแต่ละแบบ
๒. คณุ ครูช้ีที่ค�ำ และพาอา่ นคำ�ทมี่ ีตัวการันต์
๓. อา่ นเพ่ิมเติมและทำ�แบบฝึกหัดในหนังสือเรียน
๓. ขน้ั ลงมอื เรียนรู้ สวรร ค์
๑. ค ุณครูให้นักเรียนจับคู่กัน จากนั้นแจกช้อนส้อมพลาสติก และใบงาน
“ช้อนส้อมตัวการันต์” แล้วให้นักเรียนช่วยกันตัดคำ�ตามรอยประ โดย
ติดส่วนหน้าของค�ำ บนช้อน ตดิ สว่ นตวั การันต์บนสอ้ ม (จ�ำ นวนค�ำ ข้ึนอยู่
กบั ดุลยพนิ ิจของผ้สู อน)
๒. นักเรียนนำ�ช้อนส้อมมาคละกัน แล้วช่วยกันจับคู่ช้อนส้อม ให้เป็นคำ�ที่
สะกดถกู ต้อง แลว้ เขยี นค�ำ ท่ไี ด้ลงในสมดุ ของตนเอง
๓. คณุ ครเู ฉลยค�ำ ทถี่ กู ตอ้ งบนกระดาน จากนนั้ อา่ นค�ำ ศพั ทพ์ รอ้ มกนั ทงั้ หอ้ ง
๔. ขัน้ สรปุ ความรู้
๑. คณุ คร ูแจกใบงาน “รม่ ตัวการนั ต์ (3D - GO : Flip)”
๒. นักเรียนลงมือทำ�ใบงานโดยตดั ใบงานตามรอยประ ตดิ ลงบนสมดุ ใหเ้ ปิดดู
ด้านล่างได้
๓. น ักเรียนค้นคว้าคำ�ท่ีมีตัวการันต์จากแหล่งความรู้ต่างๆ แล้วเขียนคำ�ท่ีมี
ตัวการันต์ ท้งั ๔ แบบ ใต้ใบงาน
๔. จบั คูก่ บั เพอ่ื นแลว้ ผลดั กันอ่านค�ำ ที่มตี วั การันตจ์ ากใบงานของตนเอง
๕. ขนั้ ประยุกต์ใชค้ วามรู้
๑. ค ุณครตู ดิ บัตรคำ�ทีม่ ตี วั การันต์บนบอรด์ ตะแกรง หรอื ให้นกั เรียนอา่ นพรอ้ มกนั จากหนังสอื เรียน
๒. นักเรียนน่ังล้อมเป็นวงกลม คุณครูนำ� “กะหลํ่าปลีคำ�ศัพท์” ให้นักเรียน (กระดาษที่เขียนคำ�ศัพท์ที่มี
ตัวการันต์ ขยำ�กระดาษซ้อนกันเป็นก้อนกลมคลา้ ยกะหลํ่าปลี เช่น ยกั ษ์ สัตว์ ดวงจันทร์ เปน็ ต้น)
๓. คณุ ครเู ปดิ เพลงหรอื ใหน้ กั เรยี นรอ้ งเพลง แลว้ สง่ กะหลา่ํ ปลคี �ำ ศพั ทต์ อ่ กนั ไปเรอื่ ยๆ เมอื่ เพลงหยดุ กะหลา่ํ
ปลีค�ำ ศพั ท์อยู่ท่ีใคร นกั เรียนคนนั้นจะต้องแกะกระดาษออก ๑ แผ่น จากน้นั ชูกระดาษ อ่านคำ�ศัพท์ และ
ให้นกั เรียนคนอ่ืนอา่ นตาม
เคร่อื งมือ - สอ่ื การเรียนรู้
๑. ชารต์ บทกลอน “คณุ ป้า”
๒. หนงั สอื เรียนอา่ นออกเขียนได้ ป.๓ เล่ม ๓
๓. ใบงาน “ชอ้ นส้อมตัวการนั ต์”
๔. ใบงาน “บา้ นตวั การนั ต์ (3D - GO : Flip)”
๕. กะหลํา่ ปลีคำ�ศัพท์
การวดั และประเมนิ ผล
๑. สงั เกตพฤตกิ รรมการอ่าน / การออกเสยี ง / การสะกดค�ำ ของนักเรียน
๒. ป ระเมนิ ผลจากคะแนนการท�ำ แบบฝกึ หัดของนกั เรียน
(การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปล่ียนได้ตามความเหมาะสม บางชั้นเรียนอาจมีการทดสอบ
ก่อนเรียน - หลังเรยี น การเขียนตามคำ�บอก การทดสอบการอ่าน ฯลฯ)
บรษิ ัทธารปัญญา จำ�กดั สงวนลิขสทิ ธิ์ © ๒๕๖๒ 89
ใบง�นประกอบแผนก�รจัดก�รเรียนรู้ บทท่ี ๑๒ (๑) :
ชอ้ นสอ้ มตัวก�รนั ต์
ตดั ตามรอยประ ตดิ ลงในสมดุ ใหส้ ามารถ เปดิ -ปดิ ได้ แลว้ เขยี นบรรยาย
ลักษณะอาหารแตล่ ะประเภท และตดั ภาพมาติดใหส้ ัมพนั ธก์ ัน
✄ตดั ตามรอยประ
ยกั วันศุก สวรร คำ�ศพั
คณิตศ�ส สวนสัต ก�ฬสนิ เหตกุ �ร
ภ�พยน สวดมน รถยน นกั ปร�ช
อ�จ�ร พระจัน สัปด� พระสง
ฆ์ ห์ ทร์ ย์
ญ์ ต์ ต์ ตร์
ณ์ ธ์ุ ว์ ตร์
ท์ ค์ ร์ ษ์
บริษัทธารปัญญา จำากดั สงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๖๒ 90
ใบง�นประกอบแผนก�รจดั ก�รเรียนรู้ บทท่ี ๑๒ (๑) :
ร่มตัวก�รนั ต์ (3D-GO : Flip)
ตัดตามรอยประ ตดิ กาวด้านหลงั เฉพาะส่วนบนลงในสมดุ ใหส้ ามารถ เปิด-ปดิ ได้ แล้วเขยี นคาำ ทม่ี ตี วั การนั ต์ใตใ้ บงาน
ทากาวดานหลัง ทากาวดา นหลงั
✄
ค�ำ ท่ีตัวก�รนั ต์ คำ�ที่ตัวก�รันต์
เปน พยญั ชนะ เปนพยัญชนะ ๒ ตวั
ตัวเดียวอยูท่ �้ ยคำ�
(ตัวก�รันต์มกั อยู่ท้�ยคำ�)
ทากาวดา นหลงั ทากาวดานหลัง
ค�ำ ทต่ี ัวก�รันต์ ค�ำ ทีม่ �จ�ก
มสี ระ ภ�ษ�องั กฤษ
มกั มีตวั ก�รนั ต์
ประสมอยดู่ ้วย อยกู่ ล�งหรอื ท�้ ยค�ำ
บริษัทธารปัญญา จำากัด สงวนลิขสทิ ธิ์ © ๒๕๖๒ 91
แผนก�รจดั ก�รเรียนรู้
หน่วยก�รเรยี นรู้ อ�่ นออก เขยี นได้ เลม่ ๓
กล่มุ ส�ระก�รเรียนรู้ภ�ษ�ไทย ชนั้ ประถมศกึ ษ�ปีที่ ๓
บทที่ ๑๒ ก�รอ�่ นและสะกดค�ำ ที่มตี ัวก�รันต์ จำานวน ๓ ชวั่ โมง
ก�รอ่�นคำ�ทมี่ ีตวั อักษรไม่ออกเสยี ง (๒)
ม�ตรฐ�นก�รเรียนรู้
๑. ม�ตรฐ�น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพอื่ นาำ ไปใชต้ ดั สนิ ใจ แกป้ ญั หาในการดาำ เนนิ
ชวี ิต และมีนสิ ัยรกั การอ่าน
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของ
ภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัติของชาติ
๒. ตวั ช้ีวดั
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๓/๑ อา่ นออกเสยี งคาำ ขอ้ ความ เรอื่ งสนั้ ๆ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง คลอ่ งแคลว่
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๑ เขยี นสะกดคาำ และบอกความหมายของคำา
ส�ระสำ�คัญ
คาำ ทม่ี พี ยญั ชนะและสระไมอ่ อกเสยี ง ปรากฏในภาษาไทยหลายคาำ ผเู้ รยี นตอ้ งเรยี นรเู้ พอื่ ใหส้ ามารถ ฟงั พดู อา่ น
และเขยี นไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
จดุ ประสงคก์ �รเรยี นรู้
๑. สามารถอ่านออกเสยี งและเขียนคาำ ท่ีมพี ยัญชนะและสระไม่ออกเสยี งได้ถกู ต้อง
๒. เข้าใจและบอกความหมายของคาำ ท่มี พี ยัญชนะและสระไมอ่ อกเสยี งได้
ส�ระก�รเรียนรแู้ กนกล�ง
๑. การอา่ นออกเสียงและการบอกความหมายของคำา คาำ คลอ้ งจอง ข้อความ และบทร้อยกรองง่ายๆ ท่ี
ประกอบดว้ ยคาำ พน้ื ฐานเพ่ิมจาก ป.๒ ไมน่ อ้ ยกว่า ๑,๒๐๐ คาำ ประกอบดว้ ย คาำ ทมี่ พี ยญั ชนะและสระไม่
ออกเสยี ง
๒. คาำ ท่ีมีพยัญชนะและสระไมอ่ อกเสยี ง
กระบวนก�รจัดก�รเรยี นรู้ ๑ ๒
๑. ขัน้ นำ�เข้�สบู่ ทเรียน แตะหัว แตะไหล่
๑. คุณครใู หน้ กั เรียนเคลื่อนไหวประกอบบทกลอน “ลกู เปด็ ” (ดงั
ตวั อยา่ ง) โดยทอ่ งกลอนวา่ “ตน่ื ขน้ึ แตเ่ ชา้ เอาขา้ วใหเ้ ปด็ อยา่ ๓ ๔
ทำาอึงเอด็ เป็ดข้ีตกใจ หาหอยหาปลา เริงรา่ น้าำ ใส เปด็ จึง
ออกไข่ ให้เราไดก้ นิ ”
๒. คณุ ครตู ดิ ชารต์ บทกลอน “ลกู เปด็ ” บนกระดานเคลอื่ นท่ี ชอี้ า่ น
ใหน้ ักเรยี นฟงั แล้วให้นักเรยี นอา่ นตามจนคล่อง
ตบมือ ตบวดื
บรษิ ทั ธารปัญญา จำากัด สงวนลขิ สิทธ์ิ © ๒๕๖๒ 92
๒. ขนั้ นำ�เสนอความรู้
๑. คณุ ครสู อนโดยอธบิ ายลกั ษณะของค�ำ ทมี่ พี ยญั ชนะและสระไมอ่ อก
เสียง โดยติดบัตรภาพ บัตรคำ� บนกระดานเคลี่อนที่ประกอบการ
สอน
๒. คณุ ครชู ี้ที่คำ�และพาอ่านไปทีละคำ� เช่น ค�ำ ว่า มติ ร เพชร ญาติ เหตุ
เไมมอ่ือ่ ออา่กนเสแยี ลงว้ แใหลน้ะอกั ธเรบิ ยี านยสเพงั เม่ิ กเตตวมิ า่วา่พถยงึ ญัแมชไ้นมะอ่ หอรกอื เสสยีระงแในตคย่ �ำงั ตนอ้น้ั งตเขวั ยี ในด
ตามกฎเกณฑข์ องภาษา
๓. อา่ นเพิม่ เติมและท�ำ แบบฝึกหดั ในหนังสือเรียน
๓. ขน้ั ลงมอื เรียนรู้
๑. คุณครใู ห้แจกใบงาน “ตัด ตดิ เขยี น” ให้นักเรียน
๒. น กั เรยี นลงมอื ท�ำ ใบงาน โดยดภู าพ ตดั ค�ำ ตามรอยประไปตดิ ลงในชอ่ งวา่ ง จากนนั้
เขียนคำ�อ่านให้ถูกต้อง เพื่อทบทวนความรู้และความเข้าใจเรื่องคำ�ที่มีพยัญชนะ
และสระไมอ่ อกเสียง
๓. เมื่อท�ำ ใบงานเสรจ็ แลว้ เฉลยและอ่านพร้อมกันท้ังหอ้ ง
๔. ขน้ั สรุปความรู้
๑. คณุ ครแู จกใบงาน “อะไรหายไป? (3D - GO : Flip)”
๒. น กั เรียนลงมือท�ำ ใบงานโดยตดั ใบงานตามรอยประ พบั จากนนั้ ดูภาพ แลว้ เตมิ
ตวั อักษรทหี่ ายไปลงในช่องว่างให้ถกู ตอ้ ง
๓. จับคู่กับเพือ่ นแล้วผลดั กนั อ่านคำ�ทีม่ ีพยัญชนะและสระไมอ่ อกเสยี ง
๕. ข้นั ประยกุ ต์ใชค้ วามรู้
๑. แ บง่ นกั เรยี นเปน็ ๒ - ๓ กลมุ่ เขา้ แถวตอนลกึ ดา้ นหนา้ กระดาน คณุ ครใู หน้ กั เรยี น
ทบทวนคำ�ศัพท์ส�ำ หรบั ทำ�กจิ กรรมโดยเขียนค�ำ บนกระดาน หรอื ใช้คำ�จากหนังสือเรยี น
๒. ค ณุ ครจู ะพดู ค�ำ ศพั ทท์ ม่ี พี ยญั ชนะและสระไมอ่ อกเสยี ง โดยใหน้ กั เรยี นทอ่ี ยหู่ วั แถวเขยี นค�ำ ศพั ทบ์ นกระดาน
เม่ือเขียนเสรจ็ ใหไ้ ปต่อทา้ ยแถว เปลีย่ นคนเขยี นไปเรอื่ ยๆ จนครบทกุ คน
๓. เฉลยพร้อมกนั บนกระดาน กลุ่มไหนเขียนถูกตอ้ งมากทส่ี ดุ เปน็ ฝา่ ยชนะ
๔. นกั เรียนทกุ คนเขียนค�ำ ศัพทท์ ไี่ ด้จากกิจกรรมลงในสมุดของตนเอง
เครื่องมอื - ส่อื การเรยี นรู้
๑. ชารต์ บทกลอน “ลูกเปด็ ”
๒. หนงั สอื เรยี นอ่านออกเขียนได้ ป.๓ เล่ม ๓
๓. ใบงาน “ตดั ติด เขียน”
๔. ใบงาน “อะไรหายไป? (3D - GO : Flip)”
การวัดและประเมนิ ผล
๑. ส ังเกตพฤติกรรมการอา่ น / การออกเสียง / การสะกดค�ำ ของนกั เรียน
๒. ประเมินผลจากคะแนนการทำ�แบบฝกึ หดั ของนักเรยี น
(การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปล่ียนได้ตามความเหมาะสม บางชั้นเรียนอาจมีการทดสอบ
กอ่ นเรยี น - หลงั เรียน การเขยี นตามคำ�บอก การทดสอบการอา่ น ฯลฯ)
บรษิ ัทธารปญั ญา จำ�กัด สงวนลิขสิทธ์ิ © ๒๕๖๒ 93
ใบง�นประกอบแผนก�รจัดก�รเรยี นรู้ บทท่ี ๑๒ (๒) :
ตดั ตดิ เขียน
ดภู าพแลวตัดคาำ มาติดใหถ้ ูกตอ้ ง จากนั้นเขยี นคาำ อา่ นในชอ่ งว่าง
ตัด ตดิ เขียน
๑ อ่�นว�่
ทากาว
--------------------------------
๒ อ�่ นว�่
ทากาว
--------------------------------
๓ อ�่ นว่�
ทากาว
--------------------------------
๔ อ�่ นว่�
ทากาว
--------------------------------
๕ อ่�นว่�
ทากาว
--------------------------------
มติ ร เพชร ตัดตามรอยประ
✄
บุตร ธงช�ติ พระพุทธ
บรษิ ทั ธารปญั ญา จาำ กัด สงวนลขิ สิทธิ์ © ๒๕๖๒ 94
ใบง�นประกอบแผนก�รจัดก�รเรียนรู้ บทที่ ๑๒ (๒) : ตดั ตามรอยประ
อะไรห�ยไป? (3D-GO : Flip)
ตดั ตามรอยประ เตมิ พยญั ชนะและสระทีห่ ายไปในช่องวา่ ง แล้วตกแตง่ ใหส้ วยงาม
✄
เพ _ ร
พร _ ห _ _์
เ _ ษต _ กร
ส _ บั _
ภู _ ใจ
ช� _ ไ _ ย
ทากาว
บรษิ ทั ธารปัญญา จำากัด สงวนลขิ สทิ ธิ์ © ๒๕๖๒ 95
แผนก�รจัดก�รเรยี นรู้
หน่วยก�รเรียนรู้ อ�่ นออก เขยี นได้ เลม่ ๓
กลุม่ ส�ระก�รเรียนรภู้ �ษ�ไทย ชน้ั ประถมศกึ ษ�ปที ่ี ๓
บทท่ี ๑๓ คำ�ที่มี ฤ ค�ำ ท่ใี ช้ บัน บรร จาำ นวน ๓ ชวั่ โมง
คำ�ท่ใี ช้ รร (ร หนั ) (๑)
ม�ตรฐ�นก�รเรยี นรู้
๑. ม�ตรฐ�น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพอื่ นาำ ไปใชต้ ดั สนิ ใจ แกป้ ญั หาในการดาำ เนนิ
ชีวติ และมนี ิสัยรักการอ่าน
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของ
ภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัตขิ องชาติ
๒. ตวั ช้ีวัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๓/๑ อา่ นออกเสยี งคาำ ขอ้ ความ เรอื่ งสน้ั ๆ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง คลอ่ งแคลว่
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๑ เขียนสะกดคำาและบอกความหมายของคาำ
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๕ แตง่ ประโยคงา่ ยๆ
ส�ระสำ�คัญ
คำาในภาษาไทย มหี ลายคาำ ทใี่ ช้ ฤ ฤๅ ซึง่ มกี ารออกเสยี งแตกต่างกันไป ผู้เรียนจงึ ตอ้ งเรียนรเู้ พื่อให้อา่ นและเขยี น
ได้อย่างถูกต้อง
จุดประสงคก์ �รเรยี นรู้
๑. สามารถอา่ นออกเสยี งและเขยี นคาำ ทีม่ ีพยัญชนะและสระไมอ่ อกเสียงได้ถูกตอ้ ง
๒. เขา้ ใจและบอกความหมายของคาำ ทมี่ ีพยัญชนะและสระไมอ่ อกเสียงได้
๓. สามารถแต่งประโยคจากคาำ ศัพท์ในบทเรียน
ส�ระก�รเรียนรู้แกนกล�ง
๑. การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคาำ คาำ คลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ทป่ี ระกอบ
ด้วยคำาพ้นื ฐานเพ่มิ จาก ป.๒ ไมน่ ้อยกวา่ ๑,๒๐๐ คาำ ประกอบด้วย คาำ พิเศษอ่ืนๆ เช่น คำาที่ใช้ ฤ ฤๅ
๒. คำาทีม่ ี ฤ ฤๅ
๓. การแต่งประโยคเพ่ือการส่อื สาร
กระบวนก�รจดั ก�รเรยี นรู้ ๑
๒
๑. ขั้นน�ำ เข้�ส่บู ทเรียน
๑. คณุ ครูนาำ เขา้ บทเพลง “ผีตวั ดาำ ” โดยถามว่า “ใครกลวั ผีบา้ ง” ใหน้ ักเรยี นทอ่ ง
บทเพลงจนคลอ่ ง และเคลอ่ื นไหวประกอบบทเพลง “ผตี วั ดาำ ” ในทา่ ทม่ี จี งั หวะ
สนกุ สนาน เช่น จีบมอื ขา้ งซ้าย - ทำามอื เป็นรปู ตัวแอล (L) ด้านขวา - จีบมือ
ข้างขวา - ทำามอื เป็นรูปตวั แอล (L) ด้านซา้ ย ทาำ สลบั ขา้ งไปเร่ือยๆ
๒. คุณครูติดชาร์ตบทเพลง “ผีตัวดำา” บนกระดานเคลื่อนท่ี คุณครูชี้อ่านให้
นกั เรยี นฟัง แล้วใหน้ กั เรียนรอ้ งตามไปทลี ะประโยคจนคลอ่ ง
บรษิ ัทธารปัญญา จาำ กัด สงวนลิขสทิ ธ์ิ © ๒๕๖๒ 96
๒. ขั้นนำ�เสนอความรู้
๑. ค ณุ ครูตดิ บัตรค�ำ ท่มี ี ฤ ฤๅ บนกระดานเคลอ่ื นท่ี แล้วชพี้ านักเรียน
อ่าน พรอ้ มแนะให้เหน็ ความแตกต่างของการออกเสยี งแต่ละค�ำ
๒. ใ หน้ กั เรยี นลองอา่ นค�ำ บนกระดานเคลอ่ื นท่อี กี ครงั้
๓. อา่ นเพิม่ เตมิ และท�ำ แบบฝึกหัดในหนงั สอื เรียน
๓. ข้ันลงมอื เรยี นรู้
๑. ค ณุ ครูใหน้ ักเรยี นจับคู่กนั แล้วแจกใบงาน “การ์ดตบ ฤ ฤๅ” ให้นกั เรียน
๒. ตดั ใบงานตามรอยประ จากนัน้ คละการ์ดบนโต๊ะ
๓. ค ณุ ครอู อกเสียงคำ�ที่มี ฤ ฤๅ นักเรียนจะต้องแข่งกนั หยิบการด์ คำ�ตามทีค่ ณุ ครู
ออกเสียง
๔. เมอื่ เลน่ จนครบทกุ ค�ำ แล้ว นักเรียนนับการ์ดในมอื ใครได้มากที่สดุ เป็นผชู้ นะ
๔. ขน้ั สรุปความรู้
๑. คณุ ครู แจกใบงาน “ค�ำ อ่าน ฤ ฤๅ (3D - GO : Flip)”
๒. น ักเรียนลงมือทำ�ใบงานโดยตัดใบงานตามรอยประ ติดลงในสมุด ให้สามารถ
เปดิ -ปดิ ได้
๓. ด ภู าพและค�ำ บนใบงาน แลว้ เขยี นค�ำ อา่ นดา้ นล่าง จากนนั้ อ่านคำ�ศัพทพ์ รอ้ มกัน
ท้งั หอ้ ง
๕. ข้ันประยกุ ต์ใช้ความรู้
๑. คณุ ครใู ห้นักเรียนเลือกคำ�ทีม่ ี ฤ ฤๅ จากบทเรยี น จ�ำ นวน ๑๐ ค�ำ
๒. แ ตง่ ประโยคจากคำ�ท่ีนกั เรียนเลอื กลงในสมดุ
๓. น ักเรยี นอ่านประโยคท่ีตนเองแต่งทีละคน
เครอื่ งมือ
๑. ชารต์ เพลง “ผีตวั ดำ�”
๒. หนังสอื เรียนอา่ นออกเขียนได้ ป.๓ เล่ม ๓
๓. บตั รค�ำ ทีม่ ี ฤ ฤๅ
๔. ใบงาน “การด์ ตบ ฤ ฤๅ”
๕. ใบงาน “ค�ำ อา่ น ฤ ฤๅ (3D - GO : Flip)”
การวัดและประเมนิ ผล
๑. สังเกตพฤตกิ รรมการอ่าน / การออกเสยี ง / การสะกดค�ำ ของนักเรยี น
๒. ป ระเมนิ ผลจากคะแนนการทำ�แบบฝึกหดั ของนกั เรียน
(การวัดและการประเมินผล คุณครูสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม บางช้ันเรียนอาจมีการทดสอบ
กอ่ นเรยี น - หลงั เรียน การเขียนตามคำ�บอก การทดสอบการอา่ น ฯลฯ)
บริษัทธารปญั ญา จำ�กดั สงวนลิขสทิ ธิ์ © ๒๕๖๒ 97
ใบง�นประกอบแผนก�รจดั ก�รเรียนรู้ บทท่ี ๑๓ (๑) : ✄
ก�ร์ดตบ ฤ
ตัดตามรอยประ
ฤดหู น�ว มฤคี ษี
พฤกษ� อังกฤษ ฤทธ์ิ
ฤกษ์ ฤทยั ฤดฝู น
พฤษภ�คม
พฤษภ�คม พฤศจิก�ยน พฤหสั บดี
บริษัทธารปัญญา จำากัด สงวนลิขสิทธ์ิ © ๒๕๖๒ 98
ใบง�นประกอบแผนก�รจดั ก�รเรียนรู้ บทท่ี ๑๓ (๑) :
ค�ำ อ�่ น ฤ (3D-GO : Flip)
✰ ตัดตามรอยประ พับ และติดลงในสมดุ ใหส้ ่วนที่มภี าพและคาำ ศพั ท์เปดิ ได้ แลว้ เขยี นคาำ อ่านใต้รูปภาพใหถ้ ูกต้อง
พฤกษ� ตัดตามรอยประ
พับตามรอย
✄
ฤกษ์ดี ษี
ค�ำ อ่�น
องั กฤษ ฤดฝู น
พฤหสั บดี
บริษทั ธารปัญญา จำากดั สงวนลขิ สทิ ธ์ิ © ๒๕๖๒ 99
แผนก�รจดั ก�รเรยี นรู้
หนว่ ยก�รเรยี นรู้ อ่�นออก เขยี นได้ เลม่ ๓
กลุ่มส�ระก�รเรียนรภู้ �ษ�ไทย ชน้ั ประถมศกึ ษ�ปที ่ี ๓
บทท่ี ๑๓ คำ�ทม่ี ี ฤ ค�ำ ทใี่ ช้ บัน บรร จำานวน ๓ ช่ัวโมง
ค�ำ ทใี่ ช้ รร (ร หนั ) (๒)
ม�ตรฐ�นก�รเรียนรู้
๑. ม�ตรฐ�น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพอื่ นาำ ไปใชต้ ดั สนิ ใจ แกป้ ญั หาในการดาำ เนนิ
ชีวติ และมนี ิสัยรกั การอา่ น
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของ
ภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ขิ องชาติ
๒. ตัวชีว้ ดั
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๓/๑ อา่ นออกเสยี งคาำ ขอ้ ความ เรอื่ งสน้ั ๆ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง คลอ่ งแคลว่
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๓/๑ เขยี นสะกดคำาและบอกความหมายของคำา
ส�ระส�ำ คัญ
คำาในภาษาไทย มีคำาทีใ่ ช้ บนั - และ บรร- ซง่ึ เป็นคำาทีอ่ อกเสียงเหมอื นกัน อาจทำาใหเ้ กดิ ความสบั สน ผเู้ รียนจึง
ตอ้ งเรยี นรู้และฝกึ ฝนเพื่อให้สามารถใชค้ าำ ทมี่ ี บนั - บรร- ในการสอ่ื สารได้อยา่ งถูกต้อง
จุดประสงค์ก�รเรียนรู้
๑. สามารถอ่านออกเสยี งและเขยี นคำาที่ใช้ บัน- บรร- ได้ถูกตอ้ ง
๒. เข้าใจและบอกความหมายของคำาท่ใี ช้ บัน- บรร-ได้
ส�ระก�รเรียนรแู้ กนกล�ง
๑. การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคาำ คาำ คลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ทป่ี ระกอบ
ด้วยคำาพ้ืนฐานเพิ่มจาก ป.๒ ไม่น้อยกว่า ๑,๒๐๐ คาำ
๒. คำาท่ใี ช้ บนั - บรร-
กระบวนก�รจดั ก�รเรียนรู้ ๑
๑. ขน้ั นำ�เข้�ส่บู ทเรียน ตบโตะ๊ ๑ ครงั้
๑. คุณครูให้นักเรียนเคล่ือนไหวประกอบบทกลอน “คำาที่ใช้บัน” โดยท่องว่า
“บนั ดาลลงบันได บนั ทึกไว้ จำาจงดี รน่ื เรงิ บนั เทงิ มี บนั ลือลนั่ สนัน่ ดัง ๒
บันโดยบันโหยไห้ บันเหินไปจากรวงรัง บันทึกถึงความหลัง บันเดิน
นัง่ นอนบนั ดล บนั กวดเอาลวดรดั บันจวบจัดตกแตง่ ตน คำาบันน้ันฉงน
ระวังปนกบั รอหนั ”
๒. เคลอ่ื นไหวประกอบดว้ ยทา่ ทางตา่ งๆ เชน่ คือ ตบโต๊ะ ๑ คร้ัง ตบมือ ๑ ครัง้
สลบั กนั ไป จนจบ
ตบมือ ๑ คร้ัง
บรษิ ทั ธารปญั ญา จาำ กัด สงวนลขิ สิทธิ์ © ๒๕๖๒ 100