แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 16
รายวชิ า ชีววทิ ยา 1 (ว30241) กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 3 เรือ่ ง เซลล์และการทำงานของเซลล์ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 ภาคเรยี นท่ี 1
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 16 เรือ่ ง กล้องจุลทรรศน์ จำนวนเวลา 3 ชั่วโมง
ผ้สู อน นายชนิ วตั ร เจริญอนิ ทร์ โรงเรยี นเตรียมอดุ มศึกษานอ้ มเกลา้ อตุ รดติ ถ์
1. ผลการเรยี นรู้
บอกวิธีการและเตรียมตวั อย่างส่งิ มีชวี ติ เพอื่ ศกึ ษาภายใต้กล้องจุลทรรศน์ใชแ้ สง วัดขนาด
โดยประมาณและวาดภาพท่ีปรากฏภายใต้กลอ้ ง บอกวธิ กี ารใช้ และการดแู ลรักษากลอ้ งจุลทรรศน์ใช้
แสงที่ถกู ตอ้ ง
2. สาระสำคญั
ทฤษฎีเซลล์มใี จความวา่ สง่ิ มีชีวติ ทั้งหลายประกอบด้วยเซลล์ และเซลล์คือหน่วยพืน้ ฐานของ
สงิ่ มชี ีวิตทกุ ชนิด การศึกษาเซลลจ์ ำเปน็ ต้องอาศยั กลอ้ งจลุ ทรรศน์ ซง่ึ กล้องจลุ ทรรศน์เปน็ เครอื่ งมอื ท่ี
ช่วยในการขยายภาพ ทำใหส้ ามารถมองเหน็ สง่ิ มชี วี ิตขนาดเลก็ ๆ ได้ โดยกล้องจลุ ทรรศน์มที ั้งแบบทีใ่ ช้
แสงและแบบอเิ ล็กตรอน ซึง่ แตล่ ะแบบมีประสิทธภิ าพและกำลงั ขยายแตกต่างกัน
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
1) สามารถอธิบายเกี่ยวกับระบุส่วนประกอบ และบอกหน้าที่ของส่วนประกอบกล้อง
จุลทรรศน์ใชแ้ สง
2) สามารถบอกวธิ ีการใช้และการดแู ลรกั ษากล้องจลุ ทรรศนใ์ ช้แสงท่ถี กู ต้อง
3.2 ด้านทักษะกระบวนการ (P)
1) สามารถสบื ค้นข้อมูลเก่ียวกับกล้องจลุ ทรรศน์
2) สามารถจัดกระทำและส่ือความหมายข้อมูลจากการสืบคน้ เรอื่ งกล้องจลุ ทรรศน์
3) สามารถวเิ คราะห์ อภิปราย ตีความ และลงขอ้ สรุปกล้องจุลทรรศน์
4) มีทกั ษะการสื่อสารในการนำเสนอผลงานด้วยวาจาหน้าชั้นเรียน
3.3 ดา้ นคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
1) ซ่อื สัตย์
2) ม่งุ มั่นในการทำงาน
4. สาระการเรียนรู้
4.1 กลอ้ งจลุ ทรรศน์
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
5.1 ผ้เู รยี นมคี วามสามารถในการส่ือสาร ถ่ายทอดความคิด ความเข้าใจ การใช้เทคโนโลยี
เรอื่ ง ในใบกจิ กรรม เรื่อง กล้องจลุ ทรรศน์
5.2 ผ้เู รยี นมคี วามสามารถในการคิด สามารถคิดวเิ คราะห์ เพ่อื สรปุ ความรเู้ ก่ยี วกบั กลอ้ ง
จุลทรรศน์
6. ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
6.1 การสังเกต
6.2 การวดั
6.3 การจำแนกประเภท
6.4 การใช้จำนวน
7. ทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21
7.1 การคิดอยา่ งมีวิจารณญาณและ การแก้ปญั หา
7.2 การสอ่ื สารสารสนเทศและการรู้ เท่าทันสอ่ื
7.3 ความรว่ มมอื การทำงานเปน็ ทีม และภาวะผู้นำ
8. จิตวิทยาศาสตร์
8.1 ความอยากรู้อยากเห็น
8.2 ความมงุ่ ม่ันอดทน
8.3 ความใจกวา้ ง
8.4 การยอมรับความตา่ ง
8.5 ความซอ่ื สัตย์
9. การบรู ณาการ
โครงการโรงเรียนสจุ ริต
10. ชิ้นงาน/ภาระงาน
ใบกิจกรรม เร่ือง กล้องจลุ ทรรศน์
11. คำถามสำคญั
ภาพทเ่ี ห็นจากกลอ้ งจุลทรรศนแ์ บบใช้แสงเปน็ ภาพแบบใด
12. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ (ใชก้ ระบวนการสบื เสาะหาความรู้ (5E))
12.1 ขัน้ สรา้ งความสนใจ (Engagemant)
1. นักเรียนและครูดูภาพโครงร่างสิ่งมีชีวิต ซึ่งประกอบไปด้วยระบบอวัยวะ อวัยวะ
เนอื้ เยื่อ และเซลล์ รว่ มกนั พจิ ารณาจากน้ันครูนำอภปิ รายเพ่ือให้ได้ข้อสรปุ ว่า เซลล์เป็นหน่วยพื้นฐาน
ของสง่ิ มีชีวิต และมชี ดุ คำถามดังนี้
1) เซลลค์ ืออะไร (แนวตอบ : เซลล์ คือ หน่วยโครงสร้างพืน้ ฐานทีเ่ ล็กทส่ี ดุ ของ
สิง่ มชี ีวติ )
2) นกั เรยี นเคยเห็นเซลล์ดว้ ยตาเปล่าหรือไม่ (แนวตอบ : นกั เรียนสว่ นมากอาจ
ตอบวา่ ไมเ่ คย เพราะเซลลส์ ว่ นใหญ่มีขนาดเล็กมาก ซึ่งต้องศึกษาด้วยกลอ้ งจุลทรรศน์ แตน่ ักเรียน
บางคนอาจตอบว่า เคย เชน่ เซลลไ์ ข่ของไก่ นก เต่า เป็นต้น)
2. นักเรียนและครูอภิปรายร่วมกันเพื่อเข้าสู่กิจกรรมเรื่อง กล้องจุลทรรศน์ โดยให้
นักเรยี นจบั คู่กนั ศึกษาเร่ือง กลอ้ งจลุ ทรรศน์ใช้แสง และกลอ้ งจุลทรรศน์อิเล็กตรอน จากหนังสือเรียน
ชีววทิ ยา ม.4 เล่ม 1 และอนิ เตอรเ์ น็ต จากนนั้ รว่ มกันแลกเปลีย่ นความรเู้ พ่ือใหไ้ ด้ข้อสรุปร่วมกนั
12.2 ข้ันสำรวจและคน้ หา (Exploration)
1. นกั เรียนและครเู ชอ่ื มโยงความรจู้ ากเนือ้ หาที่จะศึกษาเขา้ กับคำตอบจากคำถามข้อ 2
ซึ่งประเด็นของคำถามท่ีนักเรียนจะต้องคิดค้นหาคำตอบจากหนังสือเรียน ครูควรอธิบายเพิ่มเติม
เกีย่ วกับกลอ้ งจลุ ทรรศน์ ซง่ึ มชี ดุ คำถามตอ่ ไปน้ี
1) กลอ้ งจลุ ทรรศนใ์ ชแ้ สงแบบธรรมดากบั กล้องจลุ ทรรศนใ์ ชแ้ สงแบบสเตอริโอใช้
ศึกษาวัตถทุ ม่ี ีลักษณะเหมือนกนั หรือไม่ อย่างไร (แนวตอบ : ไม่เหมอื นกัน โดยกลอ้ งจลุ ทรรศนใ์ ช้แสง
แบบธรรมดา ใช้ศึกษาวตั ถทุ ี่มีขนาดเล็กมากจนไมส่ ามารถมองเหน็ ได้ดว้ ยตาเปลา่ ส่วนกล้อง
จลุ ทรรศนใ์ ชแ้ สงแบบสเตอริโอ ใช้ศึกษาวัตถุที่มขี นาดเล็กท่ียังสามารถมองเหน็ ไดด้ ว้ ยตาเปล่า แตเ่ หน็
รายละเอียดไม่เพียงพอ)
2) หากใชก้ ล้องจุลทรรศน์ใช้แสงแบบธรรมดาศึกษาเซลล์ชนดิ หนง่ึ ซึง่ เมอื่ มองภาพ
ลำกลอ้ งเห็นภาพเซลลแ์ ล้ว แต่เไม่ชัดเจน นักเรยี นควรปฏบิ ัติอยา่ งไร (แนวตอบ : หมุนปุ่มปรับภาพ
ละเอยี ด)
3) หากต้องการเคลอ่ื นยา้ ยกล้องจุลทรรศน์ นกั เรยี นควรปฏิบัติอย่างไร
(แนวตอบ : ใช้มือข้างหนึ่งจับที่แขนกล้อง ส่วนมืออีกข้างหนึ่งสอดไว้ใต้กล้อง แล้วเคลื่อนย้ายอย่าง
ระมดั ระวัง)
3. นกั เรียนรบั ใบกิจกรรม เรอื่ ง กล้องจุลทรรศน์
4. นกั เรยี นปฏบิ ตั กิ ิจกรรม และครูทำการสังเกตนักเรียนขณะปฏิบตั ิกิจกรรมโดยใช้แบบ
สังเกตบันทึกการปฏิบัติกิจกรรม ความซื่อสัตย์ มุ่งมั่นในการทำงาน เพื่อใช้เป็นหลักฐานแสดงการวัด
และประเมนิ ผล
12.3 ขนั้ อธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation)
1. นกั เรยี นและครรู ว่ มกันอภิปรายระหว่างทำกิจกรรมมีชดุ คำถาม ดงั น้ี
1) กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนมีหลักการทำงานต่างจากกล้องจุลทรรศน์ใช้แสง
อย่างไร (แนวตอบ : กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนใช้ลำอนุภาคอิเลก็ ตรอนพลังงานสูงในการตรวจสอบ
วัตถแุ ทนการใชแ้ สง และใชเ้ ลนสส์ นามแมเ่ หลก็ ไฟฟ้า)
2) กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องผ่านกับกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบ
ส่องกราดใช้ศึกษาวัตถุที่มีลักษณะเหมือนกันหรือไม่ อย่างไร (แนวตอบ : กล้องจุลทรรศน์อเิ ล็กตรอน
แบบส่องผ่าน ใช้ศึกษาโครงสร้างภายในของวัตถุ ส่วนกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด ใช้
ศกึ ษาโครงสรา้ งภายนอกของวัตถ)ุ
3) ภาพที่ได้จากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องผ่านกับกล้องจุลทรรศน์
อิเล็กตรอนแบบสอ่ งกราด เหมือนหรอื แตกตา่ งกนั อยา่ งไร
(แนวตอบ : เหมือนกัน โดยได้ภาพขาว-ดำ แต่แตกต่างกัน โดยภาพที่ได้จากกล้อง
จลุ ทรรศน์อิเลก็ ตรอนแบบส่องผ่าน เป็นภาพ 2 มติ ิ สว่ นภาพทไ่ี ดจ้ ากกลอ้ งจุลทรรศน์อเิ ล็กตรอนแบบ
ส่องกรด เป็นภาพ 3 มิติ)
4) กลอ้ งจลุ ทรรศน์ท่ีใชศ้ ึกษาภายในโรงเรียนสว่ นใหญ่ เป็นกลอ้ งชนดิ ใด
(แนวตอบ : กลอ้ งจลุ ทรรศนใ์ ชแ้ สงแบบธรรมดา)
2. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเรื่องกล้องจุลทรรศน์ โดยการนำกล้องจุลทรรศน์
มาบอกส่วนประกอบของกล้องจุลทรรศน์ วิธีการใช้กล้องจุลทรรศน์ และการดูแลรักษากล้อง
จุลทรรศน์ทถี่ กู ตอ้ ง
3. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลการวิเคราะห์และลงข้อสรุปสาระการเรียนรู้
หากพบว่าผู้เรียนกลุ่มอื่นมีผลการวิเคราะห์และลงข้อสรุปข้อมูลขัดแย้งกับผลการอภิปรายให้
ดำเนนิ การแก้ไขดงั กลา่ วใบกจิ กรรมของตนเองให้ถูกตอ้ ง
12.4 ขน้ั ขยายความ (Elaboration)
1. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเรื่องกล้องจุลทรรศน์ โดยการนำกล้องจุลทรรศน์
มาบอกส่วนประกอบของกล้องจุลทรรศน์ วิธีการใช้กล้องจุลทรรศน์ และการดูแลกล้องจุลทรรศน์ท่ี
ถกู ต้อง
12.5 ข้นั ประเมนิ ผล (Evaluation)
1. นักเรยี นแต่ละกลุ่มพิจารณาว่าจากหวั ข้อทีเ่ รียนมาและการปฏบิ ัติกจิ กรรม มจี ุด
ใดบ้างที่ยงั ไมเ่ ขา้ ใจหรือยังมขี ้อสงสยั ถ้ามี ครชู ว่ ยอธบิ ายเพ่ิมเติมใหน้ ักเรียนเขา้ ใจ
2. นกั เรียนอย่างน้อย 2 คน กลา่ วสะทอ้ นการเรยี นรูโ้ ดยกลา่ วถึงประสบการณว์ ิธกี าร
เรยี นรู้ ความพึงพอใจ ข้อเสนอแนะทค่ี วรปรับปรุง
13. ส่ือและแหล่งการเรยี นรู้
13..1 สือ่ การเรยี นรู้
1) หนังสอื เรียนรายวชิ าชวี วทิ ยา 1
2) ใบกิจกรรม เรือ่ ง กลอ้ งจลุ ทรรศน์
3) Powerpiont เร่อื ง กลอ้ งจุลทรรศน์
13.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) อนิ เทอร์เนต็
14. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้
14.1 วิธกี ารวดั และประเมินผล
จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวัดและประเมนิ เคร่อื งมือการวัดและ เกณฑ์การประเมิน
ประเมนิ
1.ดา้ นความรู้ (K)
1) สามารถอธบิ าย
เกย่ี วกบั ระบสุ ่วน
ประกอบ และบอก
หนา้ ท่ขี องส่วนประกอบ - ตรวจใบกจิ กรรม - ใบกจิ กรรม กล้อง ผา่ นต้งั แต่ 70 % ขึ้นไป
กล้องจลุ ทรรศน์ใชแ้ สง จลุ ทรรศน์
2) สามารถบอก
วธิ กี ารใช้และการดแู ล
รกั ษากล้องจลุ ทรรศน์ใช้
แสงทถ่ี ูกตอ้ ง
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วธิ กี ารวดั และประเมิน เครื่องมือการวัดและ เกณฑก์ ารประเมิน
ประเมิน ผา่ นในระดับ ดี ข้นึ ไป
ผ่านในระดับ ดี ขึ้นไป
2.ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
1) สามารถสืบคน้ ข้อมูล -การสงั เกต -แบบสงั เกต
เกี่ยวกับกล้องจุลทรรศน์
2) สามารถจดั กระทำ - ตรวจใบกจิ กรรม - ใบกจิ กรรม เรื่อง
และส่ือความหมาย กลอ้ งจุลทรรศน์
ขอ้ มลู จากการสืบค้น
เร่ืองกล้องจลุ ทรรศน์
3) สามารถวเิ คราะห์ - ตรวจคุณภาพข้อมลู - ใบกิจกรรม เร่อื ง
อภปิ ราย ตคี วาม และ กล้องจลุ ทรรศน์
ลงข้อสรปุ กล้อง
จุลทรรศน์
4) มที ักษะการสอื่ สาร - การสังเกต - แบบสังเกต
ในการนำเสนอผลงาน
ดว้ ยวาจาหนา้ ช้นั เรยี น
3.ด้านคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
1) ซ่อื สัตย์ สุจรติ -การสงั เกต - แบบสังเกต
2) ม่งุ ม่ันในการทำงาน
14.2 เกณฑ์การตดั สินคะแนนเกบ็
1. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแตล่ ะประเดน็ ท่ีทำการวัดผลจะให้คะแนนตามเกณฑข์ อง
คะแนนแบบรูบริคส์ (Rubric Score) เกณฑ์การให้คะแนนดงั กล่าวแนบท้ายแผนการเรยี นรนู้ ี้แล้ว
2. เกณฑก์ ารตัดสนิ ระดับคุณภาพผู้เรียนจากคะแนนรวมทงั้ หมด ระดับบุคคล นักเรยี น
มผี ลงานระดบั ดี ถือว่า ผา่ น (ประกันผลการเรยี นรู้ของนักเรยี น)
3. เกณฑ์การตัดสินคะแนนที่เก็บ 10 คะแนนจากการทำกิจกรรมรวมทั้งหมด 30
คะแนน
คะแนนเกบ็ = คะแนนที่นักเรียนไดใ้ นการทำกจิ กรรมทงั้ หมด X คะแนนเก็บ (10 คะแนน)
คะแนนจากกจิ กรรมท้งั หมด (30 คะแนน)
ใบกิจกรรม เรื่อง กล้องจลุ ทรรศน์
ทเี่ กิดขึน้ ในสง่ิ มชี ีปฏิกริ ิยาเคมีที่เกดิ ขึน้ ในสิ่งมีชีวติ
คำช้แี จง ใหน้ กั เรียนระบสุ ว่ นประกอบของกล้องจลุ ทรรศน์แบบใชแ้ สงใหถ้ ูกตอ้ ง
แบบประเมินคำตอบแบบเติมคำหรือข้อความ
กจิ กรรม เรอ่ื ง กล้องจลุ ทรรศน์
ประเมนิ ครัง้ ท่ี ................... วนั ท่ี ....................................................
เลขท่ี ชอ่ื -สกลุ คะแนน ระดับ เลขที่ ชอื่ -สกุล คะแนน ระดับ
(5) คณุ ภาพ (5) คณุ ภาพ
1 21
2 22
3 23
4 24
5 25
6 26
7 27
8 28
9 29
10 30
11 31
12 32
13 33
14 34
15 35
16 36
17 37
18 38
19 39
20 40
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
เกณฑ์ คะแนน
1 คะแนน 0 คะแนน
การเตมิ คำตอบ เตมิ คำตอบได้ถกู ต้อง เติมคำตอบไม่ถูกตอ้ ง
เกณฑ์การประเมนิ ผล :
เกณฑ์ ด(ี 3) คณุ ภาพ ควรปรับปรงุ (1)
ผ้เู รยี นตอบถกู ตอ้ ง พอใช้(2) ผเู้ รยี นตอบถูกตอ้ ง
ความถกู ต้องของ ร้อยละ 80 ขึ้นไป ผู้เรยี นตอบถกู ต้อง ต่ำกว่าร้อยละ70
การเตมิ คำตอบ ร้อยละ 70-79
สรุปผลการประเมนิ : ระดับคณุ ภาพของนักเรียนโดยรวม
(........) ดี (.......) พอใช้ (........) ปรบั ปรุง
หมายเหตุ : ระดับคณุ ภาพทที่ ำไดข้ ้ึนอยกู่ ับจำนวนข้อในแต่ละกจิ กรรม
แบบประเมนิ พฤติกรรมการสืบค้นขอ้ มูล
ใบกิจกรรมเรื่อง กล้องจลุ ทรรศน์
ประเมินครง้ั ท่ี ...................วนั ท.่ี ...................................................
เกณฑ์การให้คะแนน
กลมุ่ ท่ี ขอ้ มลู การสบื คน้ การใชอ้ ปุ กรณ์และ/หรือ รวม ระดับคุณภาพ
เคร่ืองมอื (6)
321321
1
2
3
4
5
6
7
8
เกณฑ์การให้คะแนน :
เกณฑ์การให้คะแนน 3 ระดับคะแนน 1
2
ข้อมูลการสบื ค้นทกี่ ำหนด ข้อมูลการสืบคน้ ทก่ี ำหนด ขอ้ มลู การสืบค้นไวโ้ ดยมีครู ขอ้ มูลการสบื คน้ ทกี่ ำหนดไว้
ไวอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง มีการ เปน็ ผแู้ นะนำบางส่วน มีการ อยา่ งถกู ตอ้ ง มกี ารปรบั ปรงุ
ปรับปรุงแกไ้ ข ปรับปรงุ แกไ้ ข แก้ไข
การใช้อปุ กรณแ์ ละ/หรือ ใชอ้ ปุ กรณ์และ/หรอื ใช้อุปกรณแ์ ละ/หรือ ใช้อุปกรณแ์ ละ/หรือ
เคร่ืองมอื ในการสบื ค้น เครอื่ งมอื อยา่ งถกู ตอ้ งและ เครื่องมอื อยา่ งถูกต้องแตไ่ ม่ เคร่อื งมอื ไม่ถกู ต้อง
คลอ่ งแคลว่ คลอ่ งแคลว่
เกณฑ์การประเมิน :
7– 9 หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพดี
4– 6 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพพอใช้
ตำ่ กวา่ 3 หมายถงึ ระดับคณุ ภาพควรปรบั ปรุง
สรุปผลการประเมนิ :ระดบั คุณภาพนักเรยี นในภาพรวม
แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน
เรือ่ ง กล้องจลุ ทรรศน์
ประเมนิ ครั้งท่ี ................... วนั ท่ี ....................................................
คำชีแ้ จง กรอกคะแนน 1 (มี) หรอื 0 (ไม่ม)ี ลงในช่องทต่ี รงกับความคิดเห็นมากท่ีสดุ (10 คะเเนน)
รายการประเมิน กลุ่มท่ี
12345678
1. มสี าระสำคญั ของเรอื่ ง
ทนี่ ำเสนอ
2. มเี นอื้ หาถกู ตอ้ งครบถว้ น
3. มกี ารลำดับเรื่องท่นี ำเสนอ
ราบรน่ื เน้นประเด็นสำคญั
4. มกี ารใช้ภาษาท่ถี กู ตอ้ งตาม
อักขระ ชดั เจน
5. มสี ื่อประกอบการนำเสนอ
6. มบี คุ ลกิ ภาพท่เี หมาะสมใน
การส่ือสาร
7. มีรูปแบบการนำเสนอที่
นา่ สนใจ ไม่น่าเบอื่
8. มคี วามสามารถในการตอบ
คำถามได้ชดั เจน ตรงประเดน็
9. มกี ารแกป้ ญั หาและอุปสรรค
เฉพาะหน้าได้ดี
10. มกี ารตรงตอ่ เวลาใน การ
นำเสนอ
รวม
เกณฑ์การใหค้ ะแนน :
มี = 1 คะแนน ไมม่ ี = 0 คะแนน
เกณฑก์ ารประเมินผล : 7- 10 คะแนน ระดับคณุ ภาพดี
4 - 6 คะแนน ระดับคุณภาพพอใช้
1 - 3 คะแนน ระดับคณุ ภาพควรปรบั ปรงุ
สรุปผลการประเมนิ : ระดับคณุ ภาพของนกั เรยี นโดยรวม
(.....) ดี (.....) พอใช้ (.....) ควรปรับปรุง
แบบสังเกตพฤตกิ รรมคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
ประเมนิ ครั้งท่ี ................... วนั ท่ี ....................................................
ซื่อสัตย์ สุจรติ มุ่งมั่นใน สรุปผล
321 การทำงาน
ที่ ชอ่ื -สกลุ 32 1 รวม
(6)
ผ่าน
ไ ่มผ่าน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
ซ่ือสตั ย์ สุจรติ มุง่ มนั่ ใน สรปุ ผล
321 การทำงาน
ที่ ช่อื -สกลุ 32 1 รวม ผ่าน
(6) ไ ่มผ่าน
28 เกณฑ์การให้ระดบั คะแนน
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
เกณฑ์การให้คะแนน
คุณลักษณะ
อันพงึ ประสงค์ ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)
- ใหข้ ้อมูลไม่เปน็
1. ซอ่ื สตั ย์ -ใหข้ ้อมลู ท่ีถกู ตอ้ ง และ -ใหข้ ้อมลู ท่ีถกู ตอ้ ง -ใหข้ ้อมูลทถ่ี กู ต้อง ความจริง
-ไมป่ ฏิบตั ิในสง่ิ ที่
สจุ รติ ความเป็นจริงเป็นประจำ และความเป็นจรงิ และความเปน็ จริง ถกู ตอ้ ง
-ไม่ปฏิบตั ติ นต่อ
-ปฏิบัติในส่ิงทถี่ กู ตอ้ ง บอ่ ยคร้งั เปน็ บางคร้ัง ผอู้ ่นื ด้วยความ
ซื่อตรง
ละอาย และเกรงกลวั ที่จะ -ปฏบิ ัติในส่งิ ที่ถกู ตอ้ ง -ปฏบิ ัตใิ นสิ่งท่ี
ทำความผิดเปน็ ประจำ ละอาย และเกรงกลัวท่ี ถกู ต้อง ละอาย และ
-ปฏิบตั ิตนต่อผู้อืน่ ดว้ ย จะทำความผดิ บ่อยคร้ัง เกรงกลัวท่จี ะทำ
ความซอ่ื ตรง และเปน็ -ปฏิบตั ติ นต่อผ้อู ืน่ ด้วย ความผิดเปน็ บางคร้ัง
แบบอยา่ งทด่ี ีแกเ่ พ่อื น ความซื่อตรง และเป็น -ปฏิบัตติ นตอ่ ผูอ้ น่ื
ด้านความซือ่ สตั ยเ์ ปน็ แบบอยา่ งที่ดแี กเ่ พอ่ื น ดว้ ยความซื่อตรง
ประจำ ดา้ นความซอื่ สัตย์ และเป็นแบบอย่างที่
บอ่ ยครง้ั ดแี กเ่ พอื่ นด้านความ
ซื่อสัตยเ์ ปน็ บางคร้ัง
2. ม่งุ มนั่ ในการ - ต้ังใจและรบั ผิดชอบหนา้ ท่ี - ต้งั ใจและรับผิดชอบ - ต้งั ใจและรบั ผดิ ชอบ - ไมต่ งั้ ใจปฏบิ ตั ิ
ทำงาน ท่ีไดร้ บั มอบหมาย หนา้ ทีท่ ไี่ ด้รบั มอบ หนา้ ทีท่ ่ีได้รับ หนา้ ทก่ี ารงาน
ให้สำเรจ็ มีการปรับปรงุ และ หมายให้สำเร็จมกี าร มอบหมายใหส้ ำเร็จ - ไม่ขยัน อดทนใน
พัฒนาการทำงานใหด้ ขี นึ้ ปรับปรงุ การทำงานใหด้ ี - ทำงานดว้ ยความขยนั การทำงาน
-ทำงานดว้ ยความขยนั และ ข้นึ และพยายามเพื่อให้
พยายามเพือ่ ใหง้ านเสร็จตาม -ทำงานด้วยความขยนั งานเสร็จตามเปา้ หมาย
เปา้ หมายไมย่ อ่ ท้อตอ่ ปัญหา และพยายามเพ่อื ให้งาน
ในการทำงานและชนื่ ชม เสรจ็ ตามเปา้ หมาย
ผลงานด้วยความภาคภมู ใิ จ และชน่ื ชมผลงานดว้ ย
ความภาคภูมิใจ
เกณฑก์ ารประเมิน
4 หมายถงึ ระดบั ดมี าก 3 หมายถึง ระดบั ดี
2 หมายถึง ระดบั พอใช้ 1 หมายถึง ปรับปรุง
เกณฑ์การผ่าน : แตล่ ะรายการตอ้ งไมน่ ้อยกว่าระดับ 3
บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 16 เร่อื ง กล้องจุลทรรศน์
1. ผลการจดั การเรียนรู้
1.1 ผลประเมนิ ดา้ นความรู้ (K)
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 สามารถอธิบายเกี่ยวกับระบุส่วนประกอบ และบอกหน้าที่
ของส่วนประกอบกล้องจุลทรรศน์ใช้แสงได้จากการทำคำถามตรวจสอบความเข้าใจซึ่งนักเรียนผ่าน
เกณฑก์ ารประเมินที่กำหนด 70% ขึ้นไปเปน็ จำนวน 24 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของนักเรียนท้ังหมด
24 คน
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 สามารถอธิบายเกี่ยวกับระบุส่วนประกอบ และบอกหน้าท่ี
ของส่วนประกอบกล้องจุลทรรศน์ใช้แสงได้จากการทำคำถามตรวจสอบความเข้าใจซึ่งนักเรียนผ่าน
เกณฑก์ ารประเมนิ ที่กำหนด 70% ขึ้นไปเป็นจำนวน 26 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 100 ของนักเรียนท้ังหมด
26 คน
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3 สามารถอธิบายเกี่ยวกับระบุส่วนประกอบ และบอกหน้าท่ี
ของส่วนประกอบกล้องจุลทรรศน์ใช้แสงได้จากการทำคำถามตรวจสอบความเข้าใจซึ่งนักเรียนผ่าน
เกณฑก์ ารประเมนิ ที่กำหนด 70% ขน้ึ ไปเป็นจำนวน 31 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของนกั เรียนท้ังหมด
31 คน
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/4 สามารถอธิบายเกี่ยวกับระบุส่วนประกอบ และบอกหน้าที่
ของส่วนประกอบกล้องจุลทรรศน์ใช้แสงได้จากการทำคำถามตรวจสอบความเข้าใจซึ่งนักเรียนผ่าน
เกณฑ์การประเมินท่ีกำหนด 70% ขึน้ ไปเปน็ จำนวน 13 คน คดิ เป็นร้อยละ 100 ของนกั เรียนท้ังหมด
13 คน
1.2 ผลประเมินดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 สามารถวิเคราะห์ อภิปราย ตีความ และลงข้อสรุปกล้อง
จุลทรรศน์ได้จากการทำใบงานที่ 3.1 ซึ่งนักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนด 70% ขึ้นไปเป็น
จำนวน 24 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 100 ของนกั เรียนทง้ั หมด 24 คน
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 สามารถวิเคราะห์ อภิปราย ตีความ และลงข้อสรุปกล้อง
จุลทรรศน์ได้จากการทำใบงานที่ 3.1 ซึ่งนักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนด 70% ขึ้นไปเป็น
จำนวน 26 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของนกั เรียนท้งั หมด 26 คน
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 17
รายวชิ า ชวี วิทยา 1 (ว30241) กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 เรอ่ื ง เซลลแ์ ละการทำงานของเซลล์ ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 17 เร่อื ง กล้องจลุ ทรรศน์ (ต่อ) จำนวนเวลา 2 ช่ัวโมง
ผู้สอน นายชินวตั ร เจรญิ อินทร์ โรงเรียนเตรียมอดุ มศกึ ษานอ้ มเกลา้ อตุ รดติ ถ์
1. ผลการเรียนรู้
บอกวิธีการและเตรยี มตัวอย่างส่ิงมชี ีวิตเพอื่ ศึกษาภายใต้กล้องจลุ ทรรศน์ใช้แสง วดั ขนาด
โดยประมาณและวาดภาพทีป่ รากฏภายใตก้ ล้อง บอกวธิ ีการใช้ และการดูแลรักษากล้องจลุ ทรรศนใ์ ช้
แสงท่ีถกู ต้อง
2. สาระสำคัญ
ทฤษฎีเซลลม์ ใี จความวา่ สงิ่ มีชีวติ ทั้งหลายประกอบดว้ ยเซลล์ และเซลล์คือหนว่ ยพ้นื ฐานของ
สง่ิ มชี วี ิตทุกชนดิ การศึกษาเซลล์จำเปน็ ตอ้ งอาศยั กลอ้ งจลุ ทรรศน์ ซง่ึ กลอ้ งจลุ ทรรศน์เปน็ เคร่อื งมอื ที่
ช่วยในการขยายภาพ ทำให้สามารถมองเหน็ สงิ่ มีชวี ติ ขนาดเลก็ ๆ ได้ โดยกล้องจุลทรรศน์มที ้งั แบบท่ีใช้
แสงและแบบอเิ ล็กตรอน ซ่ึงแตล่ ะแบบมีประสทิ ธภิ าพและกำลังขยายแตกตา่ งกัน
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ดา้ นความรู้ (K)
1) สามารถบอกวธิ กี ารและเตรียมตัวอย่างส่ิงมชี วี ิตเพ่ือศึกษาภายใต้กล้องจุลทรรศนใ์ ช้แสง
2) สามารถวัดขนาดโดยประมาณและวาดภาพตัวอย่างสิ่งมีชีวีติที่ปรากฏภายใต้กล้อง
จุลทรรศน์ใชแ้ สงเชงิ ประกอบ
3.2 ด้านทักษะกระบวนการ (P)
1) สามารถศกึ ษาโครงสร้างและขนาดของเซลล์ภายใต้กล้องจุลทรรศน์
2) สามารถจดั กระทำและส่อื ความหมายข้อมูลจากการสบื คน้ เกีย่ วกบั โครงสร้างและ
ขนาดของเซลลภ์ ายใต้กล้องจุลทรรศน์
3) สามารถวิเคราะห์ อภปิ ราย ตคี วาม และลงข้อสรุปเกย่ี วกับโครงสรา้ งและขนาดของ
เซลล์ภายใตก้ ลอ้ งจุลทรรศน์
4) มีทกั ษะการส่อื สารในการนำเสนอผลงานดว้ ยวาจาหน้าชนั้ เรยี น
3.3 ด้านคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
1) ซอื่ สัตย์
2) มงุ่ ม่ันในการทำงาน
4. สาระการเรียนรู้
4.1 กล้องจลุ ทรรศน์
5. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
5.1 ผ้เู รียนมีความสามารถในการสือ่ สาร ถา่ ยทอดความคิด ความเข้าใจ การใชเ้ ทคโนโลยี
เรอื่ ง ในใบกิจกรรม เรื่อง กล้องจลุ ทรรศน์
5.2 ผู้เรียนมคี วามสามารถในการคดิ สามารถคิดวิเคราะห์ เพอื่ สรุปความรเู้ กี่ยวกบั กลอ้ ง
จลุ ทรรศน์
6. ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
6.1 การสงั เกต
6.2 การวดั
6.3 การจำแนกประเภท
6.4 การใชจ้ ำนวน
7. ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21
7.1 การคิดอย่างมีวจิ ารณญาณและ การแกป้ ัญหา
7.2 การสอ่ื สารสารสนเทศและการรู้ เท่าทนั สือ่
7.3 ความร่วมมอื การทำงานเปน็ ทีม และภาวะผนู้ ำ
8. จติ วิทยาศาสตร์
8.1 ความอยากรูอ้ ยากเหน็
8.2 ความมงุ่ ม่นั อดทน
8.3 ความใจกว้าง
8.4 การยอมรบั ความต่าง
8.5 ความซอ่ื สตั ย์
9. การบรู ณาการ
โครงการโรงเรยี นสุจรติ
10. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
ใบกิจกรรม เรื่อง กล้องจุลทรรศน์
11. คำถามสำคัญ
ภาพที่เห็นจากกล้องจุลทรรศนแ์ บบใชแ้ สงเปน็ ภาพแบบใด
12. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ (ใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (5E))
12.1 ขัน้ สรา้ งความสนใจ (Engagemant)
1. นกั เรียนและครูทบทวนความรเู้ ดิม และมชี ดุ คำถามดงั นี้
1) กล้องจุลทรรศน์ใชแ้ สงแบบธรรมดากับกล้องจลุ ทรรศน์ใชแ้ สงแบบสเตอรโิ อใช้
ศึกษาวัตถุทม่ี ลี ักษณะเหมือนกันหรือไม่ อย่างไร (แนวตอบ : ไม่เหมอื นกนั โดยกลอ้ งจลุ ทรรศน์ใช้แสง
แบบธรรมดา ใชศ้ กึ ษาวตั ถทุ ี่มีขนาดเล็กมากจนไมส่ ามารถมองเหน็ ได้ดว้ ยตาเปล่า สว่ นกล้อง
จลุ ทรรศน์ใชแ้ สงแบบสเตอริโอ ใช้ศึกษาวตั ถทุ ่ีมขี นาดเล็กท่ียงั สามารถมองเห็นไดด้ ้วยตาเปลา่ แตเ่ หน็
รายละเอียดไม่เพยี งพอ)
2) หากต้องการเคลือ่ นยา้ ยกล้องจลุ ทรรศน์ นักเรียนควรปฏิบัติอย่างไร
(แนวตอบ : ใช้มือข้างหน่ึงจบั ที่แขนกล้อง สว่ นมอื อกี ขา้ งหนึง่ สอดไวใ้ ต้กลอ้ ง แลว้ เคลื่อนย้ายอย่าง
ระมัดระวงั
12.2 ขั้นสำรวจและคน้ หา (Exploration)
1. นักเรียนแบง่ กล่มุ กล่มุ ละ 5-6 คน เพื่อทำกิจกรรม เร่ือง การศกึ ษาเซลล์ของ
สิง่ มีชีวิตดว้ ยกลอ้ งจลุ ทรรศนใ์ ชแ้ สง
2. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มกำหนดให้สมาชกิ แตล่ ะคนภายในกลุ่มมีบทบาทหน้าที่ของ
ตนเอง
สมาชิกคนท่ี 1 และ 2 : ทำหนา้ ทเ่ี ตรยี มวัสดอุ ุปกรณ์
สมาชกิ คนท่ี 3 และ 4 : ทำหน้าทอี่ า่ นวิธีการทำกิจกรรม และอธบิ ายให้สมาชกิ ใน
กลมุ่ ฟัง
สมาชกิ คนท่ี 5 และ 6 : ทำหน้าทีบ่ ันทึกผลการทำกจิ กรรม
สมาชกิ คนที่ 7 และ 8 : ทำหนา้ ทีน่ ำเสนอผลการทำกิจกรรม
3. นกั เรียนรบั ใบกิจกรรม เรื่อง กลอ้ งจลุ ทรรศน์
4. นกั เรียนปฏิบตั กิ จิ กรรม และครูทำการสังเกตนักเรียนขณะปฏิบตั ิกิจกรรมโดยใช้แบบ
สังเกตบันทึกการปฏิบัติกิจกรรม ความซื่อสัตย์ มุ่งมั่นในการทำงาน เพื่อใช้เป็นหลักฐานแสดงการวัด
และประเมนิ ผล
12.3 ข้ันอธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation)
1. นักเรียนแต่ละกลุ่มและครูร่วมกันอภิปรายผลกิจกรรม และ ตอบคำถามท้าย
กิจกรรม มีชดุ คำถาม ดงั นี้
1) ตอนที่ 1 การทดลองศึกษาการใช้กล้องจุลทรรศน์แบบเลนส์ประกอบจาก
ตัวอย่างกระดาษที่มีตัวอักษร ภาพภายใต้กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสงกับแบบสเตอริโอ เหมือนกัน
หรือไม่ (แนวคำตอบ : ต่างกัน เนื่องจากกล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสงเป็นภาพเสมือนหัวกลับและเป็น
ภาพสองมิติ ส่วนกล้องจลุ ทรรศนแ์ บบสเตอริโอเปน็ ภาพหวั ต้ัง และเปน็ ภาพสามมิติ)
2) ตอนท่ี 2 การทดลองศกึ ษาตัวอย่างเซลลพ์ ชื จากเซลล์สาหรา่ ยหางกระรอก ภาพ
ภายใต้กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง มีลักษณะเป็นอย่างไร (แนวคำตอบ : มีลักษณะเป็นรูปร่างเป็น
เหลี่ยมมีเม็ดสีเขียวไหลอยู่ด้านในเซลล์ และที่เป็นเหลี่ยมเรียกว่า ผนังเซลล์ ส่วน เม็ดสีเขียว เรียกวา่
คลอโรพลาสต์ ท่ีกำลังไหลเวยี นอยูใ่ นไซโทพลาซมึ )
3) ตอนที่ 3 การทดลองศึกษาตัวอย่างเซลล์สัตว์จากเยื่อบุกระพุ้งข้างแก้ม ภาพ
ภายใต้กล้องจลุ ทรรศน์แบบใชแ้ สง มีลักษณะเป็นอย่างไร (แนวคำตอบ : มีลกั ษณะเปน็ รปู ร่างเป็นเย่ือ
กลมมีจุดสีแดง1จุด อยู่กลางเซลล์ และที่เป็นเยื่อกลมเรียกว่า เยื่อหุ้มเซลล์ ส่วน จุดสีแดง เรียกว่า
นิวเคลียส)
4) ตอนที่ 4 การทดลองศึกษาตัวอย่างพืชจากกล้องจุลทรรศน์แบบสเตอริโอ ภาพ
ภายใต้กล้องจุลทรรศน์แบบสเตอริโอ มีลักษณะเป็นอย่างไร (แนวคำตอบ : เป็นภาพหัวตั้ง สามมิติ
เหน็ เส้นใบและขนใบชัดเจน)
5) โครงสร้างภายในของเซลล์ทนี่ ักเรียนศกึ ษาในตอนที่ 2 และ ตอนท่ี 3 เหมอื นหรือ
แตกต่างกันอย่างไร (แนวตอบ : ต่างกัน โดยเซลล์พืชมีรูปร่างเป็นเหลี่ยมและมีผนังเซลล์ ส่วนเซลล์
สัตว์มีรปู ร่างคอ่ นขา้ งกลมและไมม่ ีผนงั เซลล์)
2. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลการวิเคราะห์และลงข้อสรุปสาระการเรียนรู้
หากพบว่าผู้เรียนกลุ่มอื่นมีผลการวิเคราะห์และลงข้อสรุปข้อมูลขัดแย้งกับผลการอภิปรายให้
ดำเนนิ การแก้ไขดังกลา่ วใบกจิ กรรมของตนเองใหถ้ ูกตอ้ ง
12.4 ขนั้ ขยายความ (Elaboration)
1. นักเรยี นและครรู ว่ มกนั อภิปรายเรอ่ื งการวัดขนาดภายใต้กลอ้ งจลุ ทรรศน์
1) ถ้าขนาดจริงของยูกลีนาวัดได้ 50 ไมโครเมตร (µm) หากนักเรียนนำไปศึกษา
ภายใต้กล้องจุลทรรศน์กำลังขยายของเลนส์ใกล้ตา 10X และกำลังขยายของเลนส์ใกล้วัตถุ 10X
นกั เรียนจะเห็นภาพยกู ลีนามคี วามยาวเพิม่ ข้ึนกเ่ี ทา่ และภาพของยกู ลีนามคี วามยาวเทา่ ใด
(แนวตอบ : จะเหน็ ภาพยกู ลีนามีความยาวเพม่ิ ขึน้ 10 x 10 = 100 เทา่
จากสูตร
กำลงั ขยายของภาพ = ขนาดของภาพ
ขนาดของวตั ถุ
100 = ขนาดของภาพ
50 µm
ขนาดของภาพ = 100 x 50
= 5,000 µm
= 0.5 cm)
2) ถ้าวัตถุมีความยาว 7 ไมโครเมตร (µm) เมื่อนำมาศึกษาภายใต้กลอ้ งจุลทรรศน์
จะมคี วามยาวประมาณ 7 มลิ ลิเมตร จงหาวา่ กลอ้ งน้มี กี ำลังขยายเท่าใด
(แนวตอบ จากสูตร ขนาดของภาพ
ขนาดของวตั ถุ
กำลงั ขยายของภาพ =
กำลังขยายของภาพ = 7 x 1,000 µm
7 µm
กำลงั ขยายของภาพ = 7,000 เทา่
7 µm
กำลังขยายของภาพ = 1,000 เท่า )
3) เพราะเหตุใดจงึ ต้องใชก้ ลอ้ งจุลทรรศน์ในการศกึ ษาเซลล์ของส่งิ มีชีวติ
(แนวตอบ : สว่ นใหญเ่ ซลล์ของสิง่ มีชีวิตมขี นาดเลก็ มากจนไมส่ ามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า จึงต้อง
อาศยั กลอ้ งจุลทรรศน์ในการศึกษาเซลล์)
4) ถ้ากลอ้ งจลุ ทรรศนม์ กี ำลงั ขยายเปน็ 40X 100X และ 400X เม่ือใชไ้ ม้บรรทัดวดั
เส้นผ่านศนู ย์กลางท่ีกำลังขยายต่ำ (40X) ได้ 2.5 มิลลเิ มตร (2,500 ไมโครเมตร) อยากทราบวา่ เส้น
ผ่านศูนย์กลางของจอภาพเมื่อกำลงั ขยายของเลนสเ์ ป็น 100X และ 400X มีคา่ เท่าใด
(แนวตอบ : จากสูตร เสน้ ผ่านศนู ย์กลางของภาพ (ขณะที่ศกึ ษา)
= (กำลังขยายของเลนส์ตำ่ สดุ x เส้นผา่ นศนู ย์กลางของจอภาพที่กำลงั ขยายต่ำสดุ )/กำลังขยายของ
เลนส์
เสน้ ผา่ นศูนย์กลางของภาพ ท่ีกำลงั ขยาย 100X = (40 x 2,500 µm)/100 = 1,000 µm
เส้นผา่ นศูนย์กลางของภาพ ท่ีกำลงั ขยาย 400X = (40 x 2,500 µm)/400 = 250 µm)
5) ถา้ นำสาหรา่ ยหางกระรอกไปศึกษาภายใต้กล้องจลุ ทรรศนท์ ่มี ขี นาดเสน้ ผา่ น
ศูนยก์ ลางของจอภาพประมาณ 2.0 มิลลเิ มตร หรอื 2,000 ไมโครเมตร พบวา่ เซลลเ์ รียงตอ่ กนั 10
เซลล์ จงคำนวณหาความยาวของเซลลส์ าหรา่ ยหางกระรอก 1 เซลล์
(แนวตอบ : ความยาวของเซลลส์ าหรา่ ยหางกระรอก 1 เซลล์ = (2,000 µm)/10 = 200 µm )
12.5 ขน้ั ประเมินผล (Evaluation)
1. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มพิจารณาว่าจากหวั ข้อทเ่ี รยี นมาและการปฏิบตั ิกจิ กรรม มจี ุด
ใดบา้ งที่ยงั ไม่เข้าใจหรือยังมขี ้อสงสยั ถา้ มี ครูชว่ ยอธิบายเพ่ิมเตมิ ใหน้ ักเรียนเข้าใจ
2. นกั เรียนอย่างน้อย 2 คน กลา่ วสะท้อนการเรยี นรู้โดยกล่าวถงึ ประสบการณ์วิธีการ
เรยี นรู้ ความพงึ พอใจ ขอ้ เสนอแนะท่ีควรปรบั ปรุง
13. ส่ือและแหลง่ การเรยี นรู้
13.1 สือ่ การเรยี นรู้
1) หนงั สอื แบบเรียนเสริมรายวชิ าเพ่มิ เตมิ ชวี วิทยา 1
2) ใบกิจกรรม เรอื่ ง กล้องจุลทรรศน์
3) Powerpiont เร่อื ง กล้องจลุ ทรรศน์
13.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) อนิ เทอร์เน็ต
14. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้
14.1 วิธีการวัดและประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วิธกี ารวัดและประเมนิ เครอ่ื งมอื การวัดและ เกณฑ์การประเมนิ
ประเมิน
ผ่านตัง้ แต่ 70 % ขึ้นไป
1.ด้านความรู้ (K)
ผา่ นในระดับ ดี ขน้ึ ไป
1) สามารถบอกวิธีการ เกณฑก์ ารประเมิน
และเตรยี มตัวอยา่ ง ผา่ นในระดบั ดี ขนึ้ ไป
สง่ิ มชี วี ติ เพ่ือศึกษา
ภายใตก้ ลอ้ งจลุ ทรรศน์
ใชแ้ สง - ตรวจใบกจิ กรรม - ใบกจิ กรรม กล้อง
2) สามารถวัดขนาด จลุ ทรรศน์
โดยประมาณและวาด
ภาพตวั อย่างสิ่งมชี วี ีตทิ ี่
ปรากฏภายใตก้ ลอ้ ง
จุลทรรศน์ใช้แสงเชิง
ประกอบ
2.ด้านทักษะกระบวนการ (P)
1) สามารถศึกษา -การสังเกต -แบบสังเกต
โครงสรา้ งและขนาด
ของเซลลภ์ ายใต้กลอ้ ง
จุลทรรศน์
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วิธกี ารวดั และประเมนิ เคร่อื งมือการวดั และ
ประเมิน
2) สามารถจัดกระทำ - ตรวจใบกจิ กรรม - ใบกิจกรรม เร่อื ง
และสื่อความหมาย กล้องจลุ ทรรศน์
ขอ้ มลู จากการสืบค้น
เก่ยี วกับโครงสร้างและ
ขนาดของเซลล์ภายใต้
กลอ้ งจลุ ทรรศน์
3) สามารถวเิ คราะห์ - ตรวจคณุ ภาพข้อมูล - ใบกิจกรรม เรอื่ ง
กล้องจลุ ทรรศน์
อภิปราย ตคี วาม และ
- แบบสงั เกต
ลงขอ้ สรุปเก่ยี วกับ
- แบบสังเกต
โครงสรา้ งและขนาด
ของเซลล์ภายใต้กลอ้ ง
จุลทรรศน์
4) มที ักษะการสื่อสาร - การสังเกต
ในการนำเสนอผลงาน
ด้วยวาจาหน้าชนั้ เรียน
3.ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
1) ซือ่ สัตย์ สุจริต -การสงั เกต ผา่ นในระดับ ดี ข้นึ ไป
2) มุ่งม่นั ในการทำงาน
14.2 เกณฑก์ ารตดั สนิ คะแนนเกบ็
1. เกณฑ์การให้คะแนนแต่ละประเดน็ ที่ทำการวัดผลจะให้คะแนนตามเกณฑ์ของ
คะแนนแบบรูบริคส์ (Rubric Score) เกณฑ์การให้คะแนนดงั กลา่ วแนบทา้ ยแผนการเรยี นรู้น้ีแลว้
2. เกณฑ์การตัดสนิ ระดับคณุ ภาพผู้เรยี นจากคะแนนรวมทง้ั หมด ระดับบุคคล นกั เรยี น
มีผลงานระดบั ดี ถือวา่ ผ่าน (ประกนั ผลการเรยี นรู้ของนักเรยี น)
3. เกณฑ์การตัดสินคะแนนที่เก็บ 10 คะแนนจากการทำกิจกรรมรวมทั้งหมด 30
คะแนน
คะแนนเกบ็ = คะแนนทีน่ กั เรียนไดใ้ นการทำกิจกรรมทงั้ หมด X คะแนนเกบ็ (10 คะแนน)
คะแนนจากกจิ กรรมทง้ั หมด (30 คะแนน)
แบบประเมินคำตอบแบบเติมคำหรือข้อความ
กจิ กรรม เรอื่ ง กล้องจลุ ทรรศน์
ประเมินครั้งท่ี ................... วันท่ี ....................................................
เลขท่ี ช่อื -สกลุ คะแนน ระดบั เลขท่ี ชื่อ-สกุล คะแนน ระดบั
(5) คณุ ภาพ (5) คุณภาพ
1 21
2 22
3 23
4 24
5 25
6 26
7 27
8 28
9 29
10 30
11 31
12 32
13 33
14 34
15 35
16 36
17 37
18 38
19 39
20 40
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน คะแนน
เกณฑ์
1 คะแนน 0 คะแนน
การเตมิ คำตอบ เติมคำตอบได้ถูกตอ้ ง เตมิ คำตอบไมถ่ กู ต้อง
เกณฑก์ ารประเมินผล : ดี(3) คณุ ภาพ ควรปรับปรงุ (1)
เกณฑ์ ผูเ้ รยี นตอบถกู ต้อง พอใช้(2) ผูเ้ รยี นตอบถูกต้อง
รอ้ ยละ 80 ขึ้นไป ผู้เรยี นตอบถกู ต้อง ต่ำกวา่ ร้อยละ70
ความถูกต้องของ ร้อยละ 70-79
การเตมิ คำตอบ
สรปุ ผลการประเมิน : ระดับคณุ ภาพของนักเรยี นโดยรวม
(........) ดี (.......) พอใช้ (........) ปรบั ปรุง
หมายเหตุ : ระดับคุณภาพท่ีทำไดข้ ึ้นอยกู่ บั จำนวนข้อในแตล่ ะกิจกรรม
แบบประเมนิ การปฏบิ ตั กิ าร
กิจกรรม เรือ่ ง กล้องจุลทรรศน์
ประเมินครั้งท่ี .......................วันท่ี ........................................................
รายการประเมิน สรปุ ผล
ที่ ชอื่ -สกุ ล ทำการทดลอง การใชอ้ ปุ กรณ์ ขอ้ มลู การ รวม ผา่ น ไม่
33 ทดลอง (9) ผา่ น
3
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
เกณฑก์ ารประเมินปฏิบตั กิ าร ระดบั คะแนน
รายการประเมนิ
32 1
4 ทำการทดลอง
1. การปฏบิ ัติการทดลอง ทำการทดลองตามลำดบั ทำการทดลอง ทำการทดลอง ตามลำดับขั้น ใชว้ ัสดุ
อุปกรณก์ ารสำรวจไม่
ขั้น ใชว้ สั ดุอุปกรณก์ าร ตามลำดบั ข้ัน ใช้วัสดุ ตามลำดบั ขั้น และเก็บ ถกู ต้อง และเก็บ
สำรวจ และเกบ็ ข้อมลู ได้ ข้อมลู ไมค่ รบถ้วน
ถูกตอ้ งครบถว้ น อุปกรณก์ ารสำรวจ ขอ้ มลู ไดถ้ ูกตอ้ งเป็น
และเกบ็ ข้อมลู ได้ สว่ นใหญ่
ถกู ต้อง
เกณฑ์การประเมนิ : 6 – 10 คะแนน ผา่ น
สรปุ ผลการประเมิน
0 – 5 คะแนน ไม่ผา่ น
ระดบั คณุ ภาพของนกั เรยี นโดยรวม
(..........) ผ่าน (...........)ไมผ่ า่ น
แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน
เรือ่ ง กล้องจลุ ทรรศน์
ประเมนิ ครั้งท่ี ................... วนั ท่ี ....................................................
คำชีแ้ จง กรอกคะแนน 1 (มี) หรอื 0 (ไม่ม)ี ลงในช่องทต่ี รงกับความคิดเห็นมากท่ีสดุ (10 คะเเนน)
รายการประเมิน กลุ่มท่ี
12345678
1. มีสาระสำคญั ของเรอื่ ง
ทนี่ ำเสนอ
2. มเี นื้อหาถกู ตอ้ งครบถว้ น
3. มกี ารลำดับเรื่องท่นี ำเสนอ
ราบรน่ื เน้นประเด็นสำคัญ
4. มีการใช้ภาษาท่ถี กู ตอ้ งตาม
อักขระ ชดั เจน
5. มสี ื่อประกอบการนำเสนอ
6. มบี คุ ลกิ ภาพท่เี หมาะสมใน
การส่ือสาร
7. มีรูปแบบการนำเสนอที่
นา่ สนใจ ไม่น่าเบอื่
8. มคี วามสามารถในการตอบ
คำถามได้ชดั เจน ตรงประเดน็
9. มกี ารแกป้ ญั หาและอุปสรรค
เฉพาะหน้าได้ดี
10. มกี ารตรงตอ่ เวลาใน การ
นำเสนอ
รวม
เกณฑ์การใหค้ ะแนน :
มี = 1 คะแนน ไมม่ ี = 0 คะแนน
เกณฑก์ ารประเมินผล : 7- 10 คะแนน ระดับคณุ ภาพดี
4 - 6 คะแนน ระดับคุณภาพพอใช้
1 - 3 คะแนน ระดับคณุ ภาพควรปรบั ปรงุ
สรุปผลการประเมนิ : ระดับคณุ ภาพของนกั เรยี นโดยรวม
(.....) ดี (.....) พอใช้ (.....) ควรปรับปรุง
แบบสังเกตพฤตกิ รรมคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
ประเมนิ ครั้งท่ี ................... วนั ท่ี ....................................................
ซื่อสัตย์ สุจรติ มุ่งมั่นใน สรุปผล
321 การทำงาน
ที่ ชอ่ื -สกลุ 32 1 รวม
(6)
ผ่าน
ไ ่มผ่าน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
ซ่ือสตั ย์ สุจรติ มุง่ มนั่ ใน สรปุ ผล
321 การทำงาน
ที่ ช่อื -สกลุ 32 1 รวม ผ่าน
(6) ไ ่มผ่าน
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
เกณฑ์การให้คะแนน
คุณลักษณะ เกณฑ์การให้ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงค์ ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)
- ใหข้ ้อมูลไม่เปน็
1. ซ่อื สตั ย์ -ใหข้ ้อมลู ท่ีถกู ตอ้ ง และ -ใหข้ ้อมลู ท่ีถกู ตอ้ ง -ใหข้ ้อมูลทถ่ี กู ต้อง ความจริง
-ไมป่ ฏิบตั ิในสง่ิ ที่
สจุ รติ ความเป็นจริงเป็นประจำ และความเป็นจรงิ และความเปน็ จริง ถกู ตอ้ ง
-ไม่ปฏิบตั ติ นต่อ
-ปฏิบัติในส่ิงทถี่ กู ตอ้ ง บอ่ ยคร้งั เปน็ บางคร้ัง ผอู้ ่นื ด้วยความ
ซื่อตรง
ละอาย และเกรงกลวั ที่จะ -ปฏบิ ัติในส่งิ ที่ถกู ตอ้ ง -ปฏบิ ัตใิ นสิ่งท่ี
ทำความผิดเปน็ ประจำ ละอาย และเกรงกลัวท่ี ถกู ต้อง ละอาย และ
-ปฏิบตั ิตนต่อผู้อืน่ ดว้ ย จะทำความผดิ บ่อยคร้ัง เกรงกลัวท่จี ะทำ
ความซอ่ื ตรง และเปน็ -ปฏิบตั ติ นต่อผ้อู ืน่ ด้วย ความผิดเปน็ บางคร้ัง
แบบอยา่ งทด่ี ีแกเ่ พ่อื น ความซื่อตรง และเป็น -ปฏิบัตติ นตอ่ ผูอ้ น่ื
ดา้ นความซือ่ สตั ยเ์ ปน็ แบบอยา่ งที่ดแี กเ่ พอ่ื น ดว้ ยความซื่อตรง
ประจำ ดา้ นความซอื่ สัตย์ และเป็นแบบอย่างที่
บอ่ ยครง้ั ดแี กเ่ พอื่ นด้านความ
ซื่อสัตยเ์ ปน็ บางคร้ัง
2. มงุ่ ม่นั ในการ - ตง้ั ใจและรบั ผดิ ชอบหนา้ ท่ี - ตง้ั ใจและรับผิดชอบ - ต้งั ใจและรบั ผดิ ชอบ - ไมต่ งั้ ใจปฏบิ ตั ิ
ทำงาน ทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย หน้าทีท่ ไี่ ด้รบั มอบ หนา้ ทีท่ ่ีได้รับ หนา้ ทก่ี ารงาน
ให้สำเรจ็ มกี ารปรับปรุงและ หมายให้สำเร็จมกี าร มอบหมายใหส้ ำเร็จ - ไม่ขยัน อดทนใน
พฒั นาการทำงานใหด้ ขี ึ้น ปรบั ปรงุ การทำงานใหด้ ี - ทำงานดว้ ยความขยนั การทำงาน
-ทำงานด้วยความขยันและ ข้นึ และพยายามเพื่อให้
พยายามเพ่ือให้งานเสร็จตาม -ทำงานด้วยความขยนั งานเสร็จตามเปา้ หมาย
เปา้ หมายไมย่ อ่ ท้อตอ่ ปัญหา และพยายามเพ่อื ให้งาน
ในการทำงานและชื่นชม เสรจ็ ตามเปา้ หมาย
ผลงานดว้ ยความภาคภมู ิใจ และชน่ื ชมผลงานดว้ ย
ความภาคภูมิใจ
เกณฑ์การประเมนิ
4 หมายถึง ระดับดีมาก 3 หมายถงึ ระดับดี
2 หมายถึง ระดบั พอใช้ 1 หมายถึง ปรบั ปรงุ
เกณฑ์การผา่ น : แตล่ ะรายการตอ้ งไม่น้อยกว่าระดับ 3
บนั ทึกผลหลงั การจัดการเรยี นรู้
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 17 เร่อื ง กล้องจลุ ทรรศน์ (ต่อ)
1. ผลการจัดการเรยี นรู้
1.1 ผลประเมนิ ดา้ นความรู้ (K)
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 สามารถบอกวิธีการและเตรียมตัวอย่างสิ่งมีชีวิตเพื่อศึกษา
ภายใต้กล้องจุลทรรศน์ใช้แสงได้จากการทำคำถามตรวจสอบความเข้าใจซึ่งนักเรียนผ่านเกณฑ์การ
ประเมินทกี่ ำหนด 70% ขน้ึ ไปเป็นจำนวน 24 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 100 ของนกั เรยี นทัง้ หมด 24 คน
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 สามารถบอกวิธีการและเตรียมตัวอย่างสิ่งมีชีวิตเพื่อศึกษา
ภายใต้กล้องจุลทรรศน์ใช้แสงได้จากการทำคำถามตรวจสอบความเข้าใจซึ่งนักเรียนผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ ทก่ี ำหนด 70% ขึน้ ไปเป็นจำนวน 26 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 100 ของนกั เรยี นทั้งหมด 26 คน
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3 สามารถบอกวิธีการและเตรียมตัวอย่างสิ่งมีชีวิตเพื่อศึกษา
ภายใต้กล้องจุลทรรศน์ใช้แสงได้จากการทำคำถามตรวจสอบความเข้าใจซึ่งนักเรียนผ่านเกณฑ์การ
ประเมินทก่ี ำหนด 70% ขึ้นไปเปน็ จำนวน 31 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 100 ของนกั เรยี นทัง้ หมด 31 คน
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/4 สามารถบอกวิธีการและเตรียมตัวอย่างสิ่งมีชีวิตเพื่อศึกษา
ภายใต้กล้องจุลทรรศน์ใช้แสงได้จากการทำคำถามตรวจสอบความเข้าใจซึ่งนักเรียนผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ ทก่ี ำหนด 70% ขึ้นไปเปน็ จำนวน 13 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 100 ของนกั เรยี นทงั้ หมด 13 คน
1.2 ผลประเมินด้านทักษะกระบวนการ (P)
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 สามารถวิเคราะห์ อภิปราย ตีความ และลงข้อสรุปเกี่ยวกับ
โครงสร้างและขนาดของเซลล์ภายใต้กล้องจลุ ทรรศน์ได้จากการทำใบงานที่ 3.2 ซง่ึ นักเรยี นผ่านเกณฑ์
การประเมินที่กำหนด 70% ขึ้นไปเป็นจำนวน 24 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของนักเรียนทั้งหมด
24 คน
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 สามารถวิเคราะห์ อภิปราย ตีความ และลงข้อสรุปเกี่ยวกบั
โครงสรา้ งและขนาดของเซลล์ภายใต้กล้องจลุ ทรรศน์ไดจ้ ากการทำใบงานท่ี 3.2 ซง่ึ นกั เรียนผา่ นเกณฑ์
การประเมินที่กำหนด 70% ขึ้นไปเป็นจำนวน 26 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของนักเรียนทั้งหมด
26 คน
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3 สามารถวิเคราะห์ อภิปราย ตีความ และลงข้อสรุปเกี่ยวกับ
โครงสร้างและขนาดของเซลล์ภายใต้กล้องจลุ ทรรศน์ไดจ้ ากการทำใบงานท่ี 3.2 ซ่งึ นักเรยี นผ่านเกณฑ์
การประเมินที่กำหนด 70% ขึ้นไปเป็นจำนวน 31 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของนักเรียนทั้งหมด
31 คน
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 18
รายวชิ า ชีววทิ ยา 1 (ว30241) กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 เรอ่ื ง เซลลแ์ ละการทำงานของเซลล์ ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 4 ภาคเรยี นท่ี 1
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 18 เรือ่ ง เซลล์ (ส่วนท่หี ่อหุ้มเซลล)์ จำนวนเวลา 3 ชั่วโมง
ผู้สอน นายชินวตั ร เจริญอินทร์ โรงเรยี นเตรยี มอุดมศกึ ษาน้อมเกล้า อุตรดติ ถ์
1. ผลการเรียนรู้
อธิบายโครงสรา้ งและหนา้ ท่ขี องสว่ นท่หี ่อหุ้มเซลลข์ องเซลลพ์ ืชและเซลลส์ ตั ว์
2. สาระสำคัญ
เซลล์เปน็ หนว่ ยพ้ืนฐานท่ีเล็กทีส่ ุดของสง่ิ มีชีวิต โครงสร้างของเซลล์ประกอบด้วยส่วนที่ห่อหุ้ม
เซลล์ ไซโทพลาซึม และนิวเคลียส เซลล์มีรูปร่างแตกต่างกัน ส่วนมากมีขนาดเล็กมากจนไม่สามารถ
มองเหน็ ไดด้ ้วยตาเปล่า จงึ ตอ้ งอาศยั กล้องจุลทรรศนช์ ่วยในการศกึ ษา โครงสรา้ งของเซลลท์ ่ีศกึ ษาด้วย
กลอ้ งจลุ ทรรศน์อเิ ล็กตรอนจะเห็นรายละเอียดมากกวา่ การศกึ ษาดว้ ยกล้องจุลทรรศนใ์ ช้แสง
ส่วนท่ีห่อหุ้มเซลลท์ พ่ี บในเซลลท์ ุกชนิด คือ เยอื่ ห้มุ เซลล์ แต่ในแบคทีเรีย สาหร่าย ฟังไจ และ
พชื จะมีผนงั เซลล์เปน็ ส่วนหอ่ หุ้มเซลลเ์ พิม่ เติมขึ้นมาอกี ชน้ั หนึ่ง
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ดา้ นความรู้ (K)
1) สามารถอธิบายโครงสรา้ งและหนา้ ทีข่ องส่วนทีห่ อ่ หุม้ เซลล์ของเซลลพ์ ืชและเซลลส์ ัตว์
3.2 ด้านทักษะกระบวนการ (P)
1) สามารถสืบค้นข้อมลู เกยี่ วกับโครงสร้างและหน้าท่ีของเซลล์
2) สามารถจดั กระทำและส่ือความหมายข้อมูลจากการสืบคน้ เกีย่ วกับโครงสร้างและ
หนา้ ท่ขี องเซลล์
3) สามารถวเิ คราะห์ อภิปราย ตีความ และลงข้อสรุปเก่ียวกับโครงสรา้ งและหน้าทข่ี อง
เซลล์
4) มีทักษะการสอ่ื สารในการนำเสนอผลงานดว้ ยวาจาหนา้ ช้นั เรียน
3.3 ด้านคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)
1) ซอ่ื สัตย์
2) มุ่งม่นั ในการทำงาน
4. สาระการเรียนรู้
4.1 เซลล์
5. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น
5.1 ผ้เู รียนมีความสามารถในการสอื่ สาร ถ่ายทอดความคดิ ความเขา้ ใจ การใชเ้ ทคโนโลยี
เรือ่ ง ในใบกิจกรรม เรื่อง เซลล์
5.2 ผู้เรียนมคี วามสามารถในการคดิ สามารถคิดวิเคราะห์ เพ่อื สรุปความรเู้ กี่ยวกบั เซลล์
6. ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
6.1 การสังเกต
6.2 ลงความเหน็ จากข้อมูล
7. ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21
7.1 การสอื่ สารสารสนเทศและการรู้ เท่าทนั สือ่
7.2 ความร่วมมอื การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผ้นู ำ
8. จติ วิทยาศาสตร์
8.1 ความอยากรู้อยากเห็น
8.2 ความมงุ่ มัน่ อดทน
8.3 ความซอ่ื สตั ย์
9. การบรู ณาการ
โครงการโรงเรียนสจุ รติ
10. ชิน้ งาน/ภาระงาน
ใบกิจกรรม เรื่อง เซลล์
11. คำถามสำคัญ
โมเลกุลของฟอสโฟลพิ ิดแตล่ ะสว่ นมสี มบัติอยา่ งไรบา้ ง
12. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ (ใช้กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ (5E))
12.1 ขั้นสรา้ งความสนใจ (Engagemant)
1. นักเรียนและครูทบทวนความรู้เดิมเรื่องการศึกษาเซลล์ของสิ่งมีชีวิตด้วยกล้อง
จุลทรรศน์ใช้แสง ท่ีนักเรยี นได้ปฏิบัตไิ ปแล้ว และมีชดุ คำถามดงั น้ี
1) เม่ือศกึ ษาเซลลด์ ้วยกล้องจุลทรรศนใ์ ชแ้ สง นกั เรียนสงั เกตเห็นโครงสร้างใดบา้ ง
(แนวตอบ : นิวเคลยี ส ไซโทพลาซมึ เยื่อหมุ้ เซลล์ คลอโรพลาสต์ แวคิวโอล)
2) กลอ้ งจุลทรรศน์ใช้แสงท่ีใชอ้ ยูท่ วั่ ไปในโรงเรียนมกี ำลงั ขยายสูงสุดเท่าใด
(แนวตอบ : 400 เทา่ )
3) หากใชก้ ล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนศึกษาโครงสร้างของเซลล์ นักเรียนคิดวา่ จะ
ไดผ้ ลอยา่ งไร (แนวตอบ : พบโครงสร้างอ่ืนๆ ที่นอกเหนือจากที่สังเกตได้จากล้องจุลทรรศน์ใช้แสง
และเหน็ รายละเอยี ดของโครงสร้างตา่ งๆ ได้มากข้นึ )
2. นกั เรยี นดภู าพโครงสรา้ งของเซลล์ แล้วตอบคำถามว่านักเรียนเหน็ โครงสรา้ งใดบา้ ง
และคดิ วา่ โครงสร้างต่างๆ มหี น้าท่อี ย่างไร (แนวตอบ : นวิ เคลียส ไซโทพลาซึม เยือ่ หมุ้ เซลล์ คลอโรพ
ลาสต์ แวควิ โอล)
12.2 ขน้ั สำรวจและค้นหา (Exploration)
1. นกั เรียนในห้องแบ่งออกเป็น 12 กลมุ่ เพ่ือศึกษาโครงสร้างของเซลลต์ ามหวั ข้อที่
กำหนด ดงั นี้
กลมุ่ ท่ี 1 ศึกษาเรื่อง ผนังเซลล์ กลุ่มท่ี 2 ศึกษาเร่ือง เยื่อหมุ้ เซลล์
กลมุ่ ที่ 3 ศึกษาเรื่อง ร่างแหเอนโดพลาซึม กลุ่มท่ี 4 ศึกษาเร่ือง ไรโบโซม
กลมุ่ ท่ี 5 ศึกษาเรื่อง กอลจคิ อมเพล็กซ์ กลุ่มท่ี 6 ศึกษาเรื่อง ไลโซโซม
กลุ่มท่ี 7 ศึกษาเรื่อง แวคิวโอล กล่มุ ที่ 8 ศึกษาเรื่อง ไมโทคอนเดรยี
กล่มุ ที่ 9 ศึกษาเรื่อง พลาสตดิ กลมุ่ ที่ 10 ศึกษาเร่ือง เซนทริโอล
กลุ่มที่ 11 ศึกษาเรอ่ื ง ไซโทสเกเลตอน กลุ่มท่ี 12 ศึกษาเรอื่ ง นิวเคลียส
จากน้ันใหแ้ ตล่ ะกลุม่ สรุปความรู้ แลว้ นำเสนอในรูปแบบนทิ รรศนาการ
2. นกั เรียนกล่มุ ที่ศกึ ษาเรือ่ ง ผนงั เซลล์ ออกมาอธบิ ายให้เพื่อนฟัง จากนัน้ ตอบคำถาม
เพื่อตรวจสอบความเข้าใจของนกั เรยี นทัง้ ห้อง
1) สามารถพบผนงั เซลล์ได้ในเซลล์ทุกชนิดหรอื ไม่ อยา่ งไร (แนวตอบ : พบผนงั
เซลล์ได้ในเซลลบ์ างชนิด ได้แก่ พืช สาหร่าย โพรโทซัว แบคทีเรยี เหด็ รา)
2) ผนังเซลลม์ ีความสำคัญตอ่ เซลล์อยา่ งไร (แนวตอบ : ผนงั เซลลท์ ำหน้าทเ่ี พ่ิม
ความแข็งแรงใหแ้ กเ่ ซลล์ และทำให้เซลล์คงรปู รา่ งอยู่ได)้
3) พลาสโมเดสมาตา คอื อะไร (แนวตอบ : เป็นช่องเล็กๆ บนผนงั เซลล์ ซ่ึงเปน็ ทาง
สำหรับให้ไซโทพลาซึมของเซลล์หน่งึ เชอ่ื มตอ่ กับไซโทพลาซึมของอีกเซลลห์ นึ่งได้)
3. นักเรียนปฏิบัติกิจกรรม และครูทำการสังเกตนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรมโดยใช้
แบบสังเกตบันทึกการปฏิบัติกิจกรรม ความซื่อสตั ย์ มงุ่ มน่ั ในการทำงาน เพอ่ื ใชเ้ ป็นหลกั ฐานแสดงการ
วัดและประเมินผล
12.3 ขัน้ อธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)
1. นักเรียนกลุ่มที่ศึกษาเรื่อง เยื่อหุ้มเซลล์ ออกมาอธิบายให้เพื่อนฟัง จากนั้นตอบ
คำถามเพือ่ ตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนทงั้ ห้อง
1) สามารถพบเยื่อหุ้มเซลล์ได้ในเซลล์ทุกชนิดหรือไม่ อย่างไร (แนวตอบ : สามารถ
พบเย่ือหุ้มเซลล์ได้ในเซลลท์ กุ ชนิด)
2) โครงสร้างของเย่ือหุ้มเซลล์มีลักษณะอย่างไร (แนวตอบ : ประกอบด้วยฟอสโฟ
ลิพิด และมีโมเลกุลโปรตีนแทรกกระจายอยู่ อีกทั้งยังมีคอเลสเตอรอล ไกลโคลิพิด และไกลโคโปรตนี
ด้วย)
3) เยื่อหุ้มเซลล์มีความสำคัญต่อเซลล์อย่างไร (แนวตอบ : เยื่อหุ้มเซลล์ทำหน้าที่
แสดงขอบเขตของเซลล์ และควบคมุ การเขา้ ออกของสารต่างๆ)
2. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลการวิเคราะห์และลงข้อสรุปสาระการเรียนรู้ หาก
พบว่าผู้เรียนกลุ่มอื่นมีผลการวิเคราะห์และลงข้อสรุปข้อมูลขัดแย้งกับผลการอภิปรายให้ดำเนินการ
แก้ไขดังกลา่ วใบกจิ กรรมของตนเองให้ถูกต้อง
12.4 ขัน้ ขยายความ (Elaboration)
1.นักเรียนดูวิดีโอ เรื่อง Biology: Cell Structure I Nucleus Medical Media และ
ทำใบกิจกรรม เรื่อง เซลล์
12.5 ขั้นประเมนิ ผล (Evaluation)
1. นักเรยี นแต่ละกลุ่มพิจารณาว่าจากหัวข้อทเี่ รียนมาและการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม มจี ุด
ใดบา้ งทีย่ งั ไมเ่ ข้าใจหรือยังมขี ้อสงสยั ถา้ มี ครชู ว่ ยอธบิ ายเพิ่มเตมิ ให้นักเรียนเขา้ ใจ
2. นักเรยี นอย่างน้อย 2 คน กลา่ วสะท้อนการเรียนรโู้ ดยกล่าวถงึ ประสบการณ์วิธีการ
เรียนรู้ ความพึงพอใจ ขอ้ เสนอแนะที่ควรปรบั ปรุง
13. ส่อื และแหลง่ การเรยี นรู้
13..1 สอื่ การเรียนรู้
1) หนังสือแบบเรียนเสรมิ รายวิชาเพ่มิ เติมชีววทิ ยา 1
2) ใบกจิ กรรม เร่ือง เซลล์
3) Powerpiont เรอ่ื ง เซลล์
13.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) อินเทอรเ์ นต็
14. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
14.1 วธิ กี ารวัดและประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดและประเมิน เครอื่ งมอื การวัดและ เกณฑ์การประเมิน
ประเมนิ ผา่ นตั้งแต่ 70 % ขน้ึ ไป
1.ดา้ นความรู้ (K)
- ใบกจิ กรรม เรื่อง ผ่านในระดับ ดี ขึน้ ไป
1) สามารถอธบิ าย เซลล์
เกณฑ์การประเมนิ
โครงสร้างและหน้าท่ี - ตรวจใบกจิ กรรม - ใบกจิ กรรม เรื่อง ผา่ นในระดบั ดี ขน้ึ ไป
ของส่วนทห่ี ่อหมุ้ เซลล์ เซลล์
- ใบกิจกรรม เรอ่ื ง
ของเซลล์พืชและเซลล์ เซลล์
สตั ว์ - ใบกจิ กรรม เรือ่ ง
เซลล์
2.ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
เคร่ืองมอื การวัดและ
1) สามารถสบื คน้ ขอ้ มลู - ตรวจใบกิจกรรม ประเมิน
เกี่ยวกบั โครงสรา้ งและ - แบบสังเกต
หนา้ ทีข่ องเซลล์
2) สามารถจัดกระทำ - ตรวจคุณภาพข้อมูล
และสื่อความหมาย
ข้อมูลจากการสืบค้น
เก่ยี วกับโครงสรา้ งและ
หนา้ ทข่ี องเซลล์
3) สามารถวเิ คราะห์ - ตรวจคณุ ภาพข้อมูล
อภิปราย ตีความ และ
ลงข้อสรปุ เกี่ยวกับ
โครงสรา้ งและหน้าท่ี
ของเซลล์
จุดประสงค์การเรยี นรู้ วธิ กี ารวัดและประเมนิ
4) มีทักษะการสอ่ื สาร - การสังเกต
ในการนำเสนอผลงาน
ดว้ ยวาจาหน้าชัน้ เรยี น
3.ด้านคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
1) ซือ่ สัตย์ สจุ รติ -การสงั เกต - แบบสงั เกต ผา่ นในระดับ ดี ข้ึนไป
2) มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
14.2 เกณฑก์ ารตดั สนิ คะแนนเก็บ
1. เกณฑ์การให้คะแนนแต่ละประเด็นท่ีทำการวดั ผลจะใหค้ ะแนนตามเกณฑ์ของ
คะแนนแบบรบู ริคส์ (Rubric Score) เกณฑ์การให้คะแนนดงั กลา่ วแนบท้ายแผนการเรยี นร้นู ้ีแล้ว
2. เกณฑ์การตัดสินระดบั คณุ ภาพผู้เรียนจากคะแนนรวมท้งั หมด ระดบั บุคคล นักเรียน
มีผลงานระดบั ดี ถือว่า ผ่าน (ประกนั ผลการเรยี นรู้ของนักเรยี น)
3. เกณฑ์การตัดสินคะแนนที่เก็บ 10 คะแนนจากการทำกิจกรรมรวมทั้งหมด 30
คะแนน
คะแนนเกบ็ = คะแนนที่นกั เรียนไดใ้ นการทำกิจกรรมทั้งหมด X คะแนนเก็บ (10 คะแนน)
คะแนนจากกจิ กรรมท้ังหมด (30 คะแนน)
ใบกจิ กรรม
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 เซลลแ์ ละการทำงานของเซลล์ เรื่อง โครงสรา้ งและหนา้ ทข่ี องเซลล์
********************
วัตถปุ ระสงค์ : เพอ่ื ใหน้ ักเรียนสืบคน้ ขอ้ มลู อภิปราย และระบุชนิดและหน้าที่ของออร์แกเนลล์
คำช้ีแจง : จากข้อมูลท่ีกำหนดให้ เติมข้อความให้สมบูรณ์และถูกต้อง
ชื่อโครงสรา้ งเซลล์ หนา้ ท่ีของเซลล์
Cell membrane Cell wall ห่อหุม้ เซลล์ และควบคุมการผา่ นเข้าออกของสาร สังเคราะห์โปรตีน ใชใ้ นเซลล์
Nucleus Golgi body รวบรวมบรรจุ และขนส่งสาร สงั เคราะหโ์ ปรตนี ใช้นอกเซลล์
Lysosome Vacuole สงั เคราะหล์ ิพดิ และกำจดั สารพษิ สร้างพลงั งานให้แกเ่ ซลล์
Mitochondria Ribosome ห่อหมุ้ เซลล์ ช่วยให้เซลลค์ งรปู รา่ งอยไู่ ด้ เกีย่ วขอ้ งกบั กระบวนการสงั เคราะหด์ ้วยแสง
Centriole Chloroplast ควบคุมกระบวนการตา่ งๆ ภายในเซลล์ ขนสง่ เอนไซม์
RER SER ทำให้โครมาทดิ แยกออกจากกนั ในขณะทม่ี ีการแบง่ เซลล์ ถงุ บรรจสุ าร
ลำดับ ภาพ ชือ่ โครงสร้างเซลล์ หน้าทข่ี องเซลล์
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
แบบประเมินคำตอบแบบเติมคำหรือข้อความ
กจิ กรรม เร่อื ง เซลล์
ประเมินครัง้ ท่ี ................... วันที่ ....................................................
เลขท่ี ชอ่ื -สกลุ คะแนน ระดับ เลขที่ ชื่อ-สกลุ คะแนน ระดบั
(5) คุณภาพ (5) คุณภาพ
1 21
2 22
3 23
4 24
5 25
6 26
7 27
8 28
9 29
10 30
11 31
12 32
13 33
14 34
15 35
16 36
17 37
18 38
19 39
20 40
เกณฑก์ ารให้คะแนน คะแนน
เกณฑ์
1 คะแนน 0 คะแนน
การเตมิ คำตอบ เตมิ คำตอบได้ถูกตอ้ ง เติมคำตอบไม่ถูกตอ้ ง
เกณฑ์การประเมินผล : เซลล์
เกณฑ์ ด(ี 3) คุณภาพ ควรปรบั ปรุง(1)
ผเู้ รยี นตอบถูกต้อง พอใช้(2) ผู้เรยี นตอบถกู ต้อง
ความถกู ตอ้ งของ ร้อยละ 80 ขนึ้ ไป ผ้เู รยี นตอบถกู ต้อง ต่ำกวา่ รอ้ ยละ70
การเตมิ คำตอบ รอ้ ยละ 70-79
สรุปผลการประเมนิ : ระดับคณุ ภาพของนกั เรยี นโดยรวม
(........) ดี (.......) พอใช้ (........) ปรับปรุง
หมายเหตุ : ระดบั คณุ ภาพทีท่ ำไดข้ นึ้ อยู่กับจำนวนข้อในแต่ละกจิ กรรม
แบบประเมนิ พฤติกรรมการสืบค้นข้อมลู
ใบกิจกรรมเร่ือง เซลล์
ประเมินครัง้ ที่ ...................วนั ท.ี่ ...................................................
เกณฑ์การให้คะแนน
กลุ่มที่ ขอ้ มลู การสืบคน้ การใช้อุปกรณ์และ/หรอื รวม ระดบั คุณภาพ
เครื่องมอื (6)
321321
1
2
3
4
5
6
7
8
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน :
เกณฑ์การให้คะแนน 3 ระดบั คะแนน 1
2
ขอ้ มูลการสบื ค้นที่ ข้อมูลการสบื คน้ ท่ี ข้อมลู การสบื ค้นไวโ้ ดยมี ขอ้ มูลการสบื คน้ ที่
กำหนด กำหนดไวอ้ ย่างถูกตอ้ ง ครเู ป็นผแู้ นะนำบางสว่ น กำหนดไว้อย่างถูกตอ้ ง มี
มีการปรับปรุงแกไ้ ข มกี ารปรบั ปรุงแก้ไข การปรบั ปรงุ แกไ้ ข
การใชอ้ ปุ กรณ์และ/ ใชอ้ ุปกรณ์และ/หรือ ใช้อุปกรณ์และ/หรือ ใช้อปุ กรณ์และ/หรือ
หรือเครือ่ งมือในการ เครือ่ งมืออยา่ งถูกต้อง เครอื่ งมอื อย่างถูกต้องแต่ เครื่องมอื ไมถ่ ูกต้อง
สืบค้น และคลอ่ งแคล่ว ไมค่ ล่องแคลว่
เกณฑก์ ารประเมนิ :
7– 9 หมายถึง ระดับคณุ ภาพดี
4– 6 หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพพอใช้
ต่ำกว่า 3 หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพควรปรับปรุง
สรปุ ผลการประเมนิ :ระดบั คณุ ภาพนักเรียนในภาพรวม
แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
เรื่อง เซลล์
ประเมินครั้งที่ ................... วนั ที่ ....................................................
คำชแ้ี จง กรอกคะแนน 1 (มี) หรือ 0 (ไม่ม)ี ลงในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นมากท่ีสดุ (10 คะเเนน)
รายการประเมิน กลุ่มท่ี
12345678
1. มสี าระสำคญั ของเรื่อง
ที่นำเสนอ
2. มเี นื้อหาถกู ตอ้ งครบถว้ น
3. มีการลำดบั เรือ่ งที่นำเสนอ
ราบร่นื เนน้ ประเด็นสำคัญ
4. มกี ารใชภ้ าษาที่ถูกต้องตาม
อกั ขระ ชดั เจน
5. มสี ่ือประกอบการนำเสนอ
6. มีบุคลิกภาพท่เี หมาะสมใน
การสื่อสาร
7. มรี ูปแบบการนำเสนอที่
น่าสนใจ ไมน่ ่าเบือ่
8. มีความสามารถในการตอบ
คำถามได้ชดั เจน ตรงประเด็น
9. มีการแกป้ ญั หาและอปุ สรรค
เฉพาะหน้าไดด้ ี
10. มกี ารตรงตอ่ เวลาใน การ
นำเสนอ
รวม
เกณฑ์การใหค้ ะแนน :
มี = 1 คะแนน ไม่มี = 0 คะแนน
เกณฑ์การประเมนิ ผล : 7- 10 คะแนน ระดับคณุ ภาพดี
4 - 6 คะแนน ระดบั คณุ ภาพพอใช้
1 - 3 คะแนน ระดบั คณุ ภาพควรปรบั ปรุง
สรุปผลการประเมนิ : ระดับคณุ ภาพของนักเรียนโดยรวม
(.....) ดี (.....) พอใช้ (.....) ควรปรับปรงุ
แบบสังเกตพฤติกรรมคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ประเมินคร้งั ท่ี ................... วนั ที่ ....................................................
ซือ่ สตั ย์ สุจรติ มงุ่ มัน่ ใน สรปุ ผล
321 การทำงาน
ท่ี ชือ่ -สกลุ 32 1 รวม ผ่าน
(6) ไ ่มผ่าน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
ซือ่ สตั ย์ สจุ รติ มุ่งมน่ั ใน สรุปผล
321 การทำงาน
ที่ ชอ่ื -สกลุ 32 1 รวม ผ่าน
(6) ไ ่มผ่าน
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
คุณลักษณะ เกณฑ์การให้ระดบั คะแนน
อนั พงึ ประสงค์ ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)
- ใหข้ ้อมูลไม่เป็น
1. ซอื่ สตั ย์ -ให้ข้อมูลท่ีถูกตอ้ ง และ -ให้ข้อมูลท่ีถูกต้อง -ให้ข้อมลู ทถี่ ูกตอ้ ง ความจริง
-ไมป่ ฏิบตั ิในส่งิ ที่
สจุ รติ ความเปน็ จริงเป็นประจำ และความเปน็ จริง และความเปน็ จรงิ ถูกต้อง
-ไม่ปฏบิ ตั ิตนต่อ
-ปฏบิ ตั ใิ นส่ิงทถ่ี ูกต้อง บ่อยคร้ัง เปน็ บางครั้ง ผู้อ่ืนดว้ ยความ
ซื่อตรง
ละอาย และเกรงกลัวทจ่ี ะ -ปฏิบตั ิในสง่ิ ทีถ่ ูกต้อง -ปฏิบตั ิในสิ่งที่
- ไมต่ ้ังใจปฏิบตั ิ
ทำความผิดเป็นประจำ ละอาย และเกรงกลัวที่ ถกู ต้อง ละอาย และ หน้าที่การงาน
- ไม่ขยนั อดทนใน
-ปฏิบัติตนต่อผอู้ ่นื ดว้ ย จะทำความผดิ บ่อยครั้ง เกรงกลวั ท่จี ะทำ การทำงาน
ความซ่ือตรง และเปน็ -ปฏบิ ัติตนตอ่ ผอู้ นื่ ด้วย ความผดิ เป็นบางครั้ง
แบบอยา่ งทีด่ ีแกเ่ พื่อน ความซื่อตรง และเปน็ -ปฏิบัติตนต่อผู้อ่ืน
ดา้ นความซอื่ สตั ยเ์ ป็น แบบอยา่ งท่ดี ีแกเ่ พือ่ น ดว้ ยความซ่อื ตรง
ประจำ ด้านความซอื่ สัตย์ และเปน็ แบบอย่างที่
บ่อยครั้ง ดแี ก่เพ่ือนดา้ นความ
ซอื่ สัตยเ์ ปน็ บางครงั้
2. มงุ่ ม่นั ในการ - ตั้งใจและรบั ผดิ ชอบหนา้ ท่ี - ต้งั ใจและรบั ผดิ ชอบ - ตั้งใจและรับผดิ ชอบ
ทำงาน ที่ไดร้ ับมอบหมาย
ให้สำเรจ็ มีการปรบั ปรงุ และ หน้าทที่ ี่ได้รบั มอบ หน้าทีท่ ีไ่ ดร้ บั
พฒั นาการทำงานใหด้ ขี นึ้
-ทำงานด้วยความขยนั และ หมายให้สำเรจ็ มกี าร มอบหมายใหส้ ำเรจ็
พยายามเพอื่ ให้งานเสรจ็ ตาม
ปรับปรุงการทำงานใหด้ ี - ทำงานด้วยความขยนั
ขน้ึ และพยายามเพอ่ื ให้
-ทำงานด้วยความขยัน งานเสรจ็ ตามเปา้ หมาย
เป้าหมายไมย่ อ่ ทอ้ ตอ่ ปญั หา และพยายามเพ่อื ให้งาน
ในการทำงานและช่นื ชม เสร็จตามเปา้ หมาย
ผลงานด้วยความภาคภูมิใจ และชน่ื ชมผลงานดว้ ย
ความภาคภูมใิ จ
เกณฑ์การประเมนิ
4 หมายถึง ระดับดมี าก 3 หมายถงึ ระดบั ดี
2 หมายถึง ระดับพอใช้ 1 หมายถงึ ปรบั ปรุง
เกณฑ์การผา่ น : แตล่ ะรายการตอ้ งไม่นอ้ ยกว่าระดบั 3