The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้และบันทึกหลังแผนหน่วยการเรียนรู้ที่3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by turnglove555, 2021-10-18 10:52:55

แผนการจัดการเรียนรู้และบันทึกหลังแผนหน่วยการเรียนรู้ที่3

แผนการจัดการเรียนรู้และบันทึกหลังแผนหน่วยการเรียนรู้ที่3

เกณฑก์ ารประเมิน :

7– 9 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดี

4– 6 หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพพอใช้

ต่ำกวา่ 3 หมายถึง ระดับคณุ ภาพควรปรับปรงุ

สรุปผลการประเมิน :ระดับคุณภาพนักเรยี นในภาพรวม

แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
เรือ่ ง การลำเลยี งสารผ่านเซลล์
ประเมินครง้ั ท่ี ................... วันที่ ....................................................

คำช้ีแจง กรอกคะแนน 1 (มี) หรอื 0 (ไม่ม)ี ลงในช่องท่ีตรงกบั ความคดิ เห็นมากทีส่ ดุ (10 คะเเนน)

รายการประเมนิ กลุม่ ที่

12345678

1. มสี าระสำคญั ของเรอ่ื ง

ที่นำเสนอ

2. มีเนื้อหาถูกตอ้ งครบถ้วน

3. มีการลำดับเร่อื งที่นำเสนอ

ราบรนื่ เน้นประเดน็ สำคัญ

4. มกี ารใช้ภาษาที่ถูกตอ้ งตาม

อกั ขระ ชัดเจน

5. มสี อื่ ประกอบการนำเสนอ

6. มบี คุ ลิกภาพทเี่ หมาะสมใน

การส่อื สาร

7. มรี ปู แบบการนำเสนอท่ี

น่าสนใจ ไมน่ ่าเบือ่

8. มคี วามสามารถในการตอบ

คำถามไดช้ ัดเจน ตรงประเดน็

9. มกี ารแกป้ ญั หาและอปุ สรรค

เฉพาะหนา้ ไดด้ ี

10. มีการตรงตอ่ เวลาใน การ

นำเสนอ

รวม

เกณฑ์การให้คะแนน :

มี = 1 คะแนน ไมม่ ี = 0 คะแนน

เกณฑ์การประเมินผล : 7- 10 คะแนน ระดับคณุ ภาพดี

4 - 6 คะแนน ระดบั คณุ ภาพพอใช้

1 - 3 คะแนน ระดับคณุ ภาพควรปรบั ปรุง

สรุปผลการประเมิน : ระดับคณุ ภาพของนักเรียนโดยรวม

(.....) ดี (.....) พอใช้ (.....) ควรปรบั ปรงุ

แบบสงั เกตพฤติกรรมคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ประเมินครง้ั ท่ี ................... วันที่ ....................................................

ซอ่ื สตั ย์ สจุ รติ ม่งุ ม่นั ใน สรุปผล
321 การทำงาน
ท่ี ชอื่ -สกลุ 32 1 รวม ผ่าน
(6) ไ ่มผ่าน

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19

ซือ่ สตั ย์ สุจรติ มุง่ มนั่ ใน สรปุ ผล
321 การทำงาน
ที่ ชอ่ื -สกลุ 32 1 รวม ผ่าน
(6) ไ ่มผ่าน

20

21

22

23

24

25

26

27

28

29

30

31

32

33

34

35

36

37

38

39

40

เกณฑ์การใหค้ ะแนน

คณุ ลกั ษณะ เกณฑก์ ารให้ระดับคะแนน
ดี (3) พอใช้ (2)
อนั พงึ ประสงค์ ดมี าก (4) ปรบั ปรงุ (1)
ปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลง ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง ไมป่ ฏบิ ตั ติ นตาม
1. มีวนิ ยั ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อตกลง
ข้อบังคับของครอบครวั ขอ้ บงั คบั ของ กฎเกณฑ์ระเบยี บ
กฎเกณฑ์ ระเบยี บ และโรงเรียน ตรงตอ่ ครอบครวั และ ข้อบงั คับของ
เวลาในการปฏบิ ัติ โรงเรยี น ตรงตอ่
ขอ้ บังคับของครอบครวั

โรงเรียน และสงั คม ไม่

ละเมิดสทิ ธิของผู้อ่นื ตรง

ต่อเวลาในการปฏิบัติ กิจกรรมต่างๆใน เวลาในการปฏบิ ัติ ครอบครวั และ
กิจกรรมต่างๆใน โรงเรียน
กจิ กรรมต่างๆใน ชวี ิตประจำวัน และ ชวี ิตประจำวนั
- ไม่ตงั้ ใจเรียน
ชีวิตประจำวัน และ รบั ผดิ ชอบในการ - ตงั้ ใจเรียน เอาใจใส่ - ไม่ศึกษาคน้ ควา้
และมคี วามเพียร หาความรู้
รบั ผิดชอบในการทำงาน ทำงาน พยายามในการเรยี นรู้
และเขา้ รว่ มกจิ กรรม
2. ใฝ่เรยี นรู้ - ต้ังใจเรียน เอาใจใส่ - ตัง้ ใจเรียน เอาใจใส่และ การเรยี นรตู้ ่างบางครงั้
- ศึกษาค้นคว้าหา
และมีความเพยี รพยายามใน มคี วามเพียรพยายามใน ความรจู้ ากหนงั สือ
เอกสาร หรอื จาก
การเรยี นร้แู ละเข้าร่วม การเรยี นรแู้ ละเขา้ รว่ ม แหล่งเรยี นรู้ ทั้ง
ภายในและภายนอก
กิจกรรมการเรยี นรตู้ ่าง เปน็ กิจกรรมการเรยี นรู้ โรงเรยี น และมกี าร
บันทึกความรู้
ประจำ บ่อยคร้ัง

- ศึกษาคน้ คว้าหาความรจู้ าก -ศึกษาค้นคว้าหาความรู้

หนังสอื เอกสารหรือจาก จากหนงั สอื เอกสาร หรือ

แหลง่ เรยี นรู้ ทงั้ ภายในและ จากแหลง่ เรยี นรู้ ทงั้

ภายนอกโรงเรียนและมีการ ภายในและภายนอก

บันทกึ ความรสู้ รปุ เป็นองค์ โรงเรียน และมกี ารบันทึก

ความรู้ นำเสนอแนะ ความรสู้ รุปเป็นองค์

แลกเปลย่ี นความรู้ ด้วย ความรู้ นำเสนอแนะ

วธิ ีการ ทีห่ ลากหลาย แลกเปลยี่ นความรู้

เกณฑก์ ารประเมนิ
4 หมายถงึ ระดับดีมาก 3 หมายถึง ระดับดี
2 หมายถงึ ระดับพอใช้ 1 หมายถึง ปรบั ปรุง

เกณฑ์การผ่าน : แต่ละรายการตอ้ งไม่นอ้ ยกว่าระดับ 3





บนั ทกึ ผลหลงั การจดั การเรยี นรู้
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 21 เร่อื ง การลำเลียงสารเขา้ และออกจากเซลล์

1. ผลการจัดการเรียนรู้

1.1 ผลประเมินดา้ นความรู้ (K)
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 4/1 สามารถอธิบายและเปรียบเทียบกระบวนการเอกโซไซโทซสิ

และกระบวนการเอนโดไซโทซิสได้จากการทำคำถามตรวจสอบความเข้าใจซึ่งนักเรียนผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ ท่กี ำหนด 70% ขน้ึ ไปเปน็ จำนวน 24 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของนกั เรียนท้ังหมด 24 คน

นักเรยี นชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 4/2 สามารถอธิบายและเปรียบเทียบกระบวนการเอกโซไซโทซิส
และกระบวนการเอนโดไซโทซิสได้จากการทำคำถามตรวจสอบความเข้าใจซึ่งนักเรียนผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ ทกี่ ำหนด 70% ขนึ้ ไปเป็นจำนวน 26 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของนกั เรยี นทั้งหมด 26 คน

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3 สามารถอธบิ ายและเปรยี บเทียบกระบวนการเอกโซไซโทซิส
และกระบวนการเอนโดไซโทซิสได้จากการทำคำถามตรวจสอบความเข้าใจซึ่งนักเรียนผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ ที่กำหนด 70% ขน้ึ ไปเปน็ จำนวน 31 คน คดิ เป็นร้อยละ 100 ของนกั เรยี นทง้ั หมด 31 คน

นักเรยี นชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 4/4 สามารถอธบิ ายและเปรยี บเทียบกระบวนการเอกโซไซโทซิส
และกระบวนการเอนโดไซโทซิสได้จากการทำคำถามตรวจสอบความเข้าใจซึ่งนักเรียนผ่านเกณฑ์การ
ประเมินทก่ี ำหนด 70% ขึ้นไปเปน็ จำนวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของนกั เรยี นทั้งหมด 13 คน

1.2 ผลประเมนิ ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 สามารถวิเคราะห์ อภิปราย ตีความ และลงข้อสรุปเกี่ยวกบั

กระบวนการเอกโซไซโทซิส และกระบวนการเอนโดไซโทซิส ซึ่งนักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินที่
กำหนด 70% ขน้ึ ไปเป็นจำนวน 24 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 100 ของนักเรียนทั้งหมด 24 คน

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 สามารถวิเคราะห์ อภิปราย ตีความ และลงข้อสรุปเกี่ยวกับ
กระบวนการเอกโซไซโทซิส และกระบวนการเอนโดไซโทซิส ซึ่งนักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินท่ี
กำหนด 70% ขึน้ ไปเปน็ จำนวน 26 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 100 ของนักเรียนท้งั หมด 26 คน

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3 สามารถวิเคราะห์ อภิปราย ตีความ และลงข้อสรุปเกี่ยวกับ
กระบวนการเอกโซไซโทซิส และกระบวนการเอนโดไซโทซิส ซึ่งนักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินที่
กำหนด 70% ขน้ึ ไปเปน็ จำนวน 31 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 100 ของนักเรียนทั้งหมด 31 คน

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/4 สามารถวิเคราะห์ อภิปราย ตีความ และลงข้อสรุปเกี่ยวกับ
กระบวนการเอกโซไซโทซิส และกระบวนการเอนโดไซโทซิส ซึ่งนักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินที่
กำหนด 70% ขึ้นไปเปน็ จำนวน 13 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 100 ของนกั เรียนทงั้ หมด 13 คน



แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 22

รายวิชา ชีววิทยา 1 (ว30241) กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 เรอ่ื ง เซลล์และการทำงานของเซลล์ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 22 เรอ่ื ง การหายใจระดับเซลล์ (ใชO้ 2) จำนวนเวลา 3 ช่ัวโมง

ผสู้ อน นายชินวัตร เจริญอินทร์ โรงเรียนเตรียมอดุ มศกึ ษานอ้ มเกลา้ อตุ รดติ ถ์

1. ผลการเรยี นรู้
อธิบาย เปรียบเทียบ และสรุปขั้นตอนการหายใจระดับเซลล์ในภาวะที่มีออกซิเจนเพียงพอ

และภาวะท่ีมอี อกซเิ จนไม่เพียงพอ
2. สาระสำคญั
การสลายสารอาหารระดับเซลล์หรือการหายใจระดับเซลล์(Cellular Respiration) เป็น

กระบวนการนำเอาสารอาหาร ที่ได้จากกระบวนการย่อยอาหารได้แก่ น้ำตาลกลูโคส (glucose)
กรดอะมิโน (amino acid) และกรดไขมัน (fatty acid) ไปใช้สร้างเป็นพลังงาน โดยเก็บไว้ในรูปของ
สารท่มี พี ลังงานสูง ที่เรียกว่า ATP (Adenosine Triphosphate)

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
1) สามารถอธิบายและเปรียบเทียบขั้นตอนการหายใจระดับเซลล์ในภาวะที่มีออกซิเจน

เพียงพอและภาวะท่ีมีออกซเิ จนไม่เพียงพอ
3.2 ด้านทักษะกระบวนการ (P)
1) สามารถสบื ค้นข้อมลู เกยี่ วกบั ขั้นตอนการหายใจระดับเซลล์ในภาวะที่มีออกซิเจน

เพยี งพอและภาวะท่ีมอี อกซเิ จนไมเ่ พียงพอ
2) สามารถจดั กระทำและสื่อความหมายข้อมูลจากการสืบคน้ เกยี่ วกับข้ันตอนการหายใจ

ระดับเซลล์ในภาวะท่ีมีออกซเิ จนเพยี งพอและภาวะทมี่ อี อกซเิ จนไม่เพียงพอ
3) สามารถวิเคราะห์ อภิปราย ตีความ และลงข้อสรุปเกี่ยวกับขั้นตอนการหายใจระดับ

เซลล์ในภาวะท่ีมีออกซเิ จนเพียงพอและภาวะที่มีออกซเิ จนไม่เพียงพอ
4) มที กั ษะการส่ือสารในการนำเสนอผลงานด้วยวาจาหน้าชัน้ เรียน

3.3 ด้านคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
1) มีวนิ ยั
2) ใฝ่เรยี นรู้

4. สาระการเรียนรู้
4.1 การสลายสารอาหารแบบใชอ้ อกซิเจน

5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
5.1 ผ้เู รียนมีความสามารถในการสอ่ื สาร ถ่ายทอดความคิด ความเข้าใจ การใช้เทคโนโลยี

เร่อื ง ในใบกิจกรรม เร่ือง การสลายสารอาหารระดบั เซลล์
5.2 ผเู้ รยี นมคี วามสามารถในการคิด สามารถคิดวเิ คราะห์ เพ่ือสรุปความรเู้ กย่ี วกับการสลาย

สารอาหารระดบั เซลล์
6. ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
6.1 การจำแนกประเภท
7. ทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21
7.1 การสื่อสารสารสนเทศและการรู้ เทา่ ทันส่ือ
8. จิตวิทยาศาสตร์
8.1 ความอยากรอู้ ยากเหน็
9. การบูรณาการ
โครงการโรงเรยี นสุจรติ
10. ชิ้นงาน/ภาระงาน
ใบกจิ กรรม เร่ือง การสลายสารอาหารระดบั เซลล์
11. คำถามสำคญั
กระบวนการหายใจระดับเซลลม์ ีผลตอ่ ส่ิงมีชวี ติ อยา่ งไร
12. การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ใชก้ ระบวนการสบื เสาะหาความรู้ (5E))
12.1 ขน้ั สร้างความสนใจ (Engagemant)
1. นักเรยี นร่วมกันอภปิ รายถึงกระบวนการหายใจ โดยครูใชค้ ำถามดงั ต่อไปนี้
1) สิ่งมีชีวิตจะดำรงอยู่ได้หรือไม่ ถ้าไม่มีการหายใจ (แนวคำตอบ : ไม่สามารถ

ดำรงชวี ติ อยู่ได้ )
2) การหายใจมีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตอย่างไร (แนวคำตอบ : เป็นกระบวนการ

นำเอาสารอาหารที่ได้จากกระบวนการย่อยอาหารได้แก่ น้ำตาลกลูโคส (glucose) กรดอะมิโน
(amino acid) และกรดไขมนั (fatty acid) ไปใช้สรา้ งเปน็ พลงั งาน)

12.2 ขั้นสำรวจและคน้ หา (Exploration)
1. นักเรียนดูวิดีโอจาก youtube เรื่อง การสลายสารอาหารระดับเซลล์ เพื่อกระตุ้น

ความสนใจของนกั เรยี น

2. นักเรียนและครูเข้าสู่การสลายสารอาหารระดับเซลล์ว่า กระบวนการสลาย
สารอาหารระดับเซลล์แบ่งออกเปน็ 2 แบบ คือ การสลายสารอาหารแบบใช้ออกซิเจน และการสลาย
สารอาหารแบบไมใ่ ช้ออกซิเจน เกบ็ ไวใ้ นรปู ของสารท่มี ีพลังงานสงู ที่เรียกว่า ATP เป็นสารทมี่ พี ลงั งาน
สูงทำหน้าที่เก็บพลังงานที่ได้จากกระบวนการสลายสารอาหารของเซลล์ประกอบด้วย อะดีนีน
(adenine) กับน้ำตาลไรโบส (ribose) รวมเรียกว่าอะดีโนซนี (adenosine) แล้วจงึ ต่อกบั หมู่ฟอสเฟต
(P) 3 หมู่ พันธะท่เี กดิ ข้นึ ระหว่างหมู่ฟอสเฟตหมู่ท่ี 2 และ 3

3.นักเรียนแบ่งกลุ่ม 4 กลุ่ม โดยการให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลตามหัวข้อที่กำหนดให้

และเขยี นสรุปขนั้ ตอนลงในใบกิจกรรม เรื่องการสลายสารอาหารระดับเซลล์ นำเสนอหนา้ ช้นั เรยี น

กลมุ่ ท่ี 1 ไกลโคลซิ สิ กลุ่มที่ 2 การสร้างอะเซทิลโคเอนไซม์เอ

กลมุ่ ท่ี 3 วัฏจักรเครบส์ กลุ่มที่ 4 การถา่ ยทอดอเิ ลก็ ตรอน

4. นักเรยี นและครูรว่ มกันตอบคำถาม ระหว่างทำการนำเสนอ โดยใช้ชุดคำถาม ดังน้ี

1) กระบวนการไกลโคลิซิสเกิดขึ้นที่ใด (แนวคำตอบ : เกิดขึ้นในไซโทพลาซึมหรือ

ไซโทซอล )

2) กระบวนการไกลโคลิซิสเป็นขั้นตอนการสลายอะไร เป็นอะไร (แนวคำตอบ :

เป็นขั้นตอนการสลายน้ำตาลกลูโคสที่มีคาร์บอน 6 อะตอม (C6) ไปเป็นกรดไพรูวิก (pyruvic acid)

หรือไพรูเวท (pyruvate) )

3) การสร้างอะเซทิลโคเอนไซม์ เอ เกดิ ข้ึนท่ีใด (แนวคำตอบ : บรเิ วณไซโทซอลใน
พวกโปรคาริโอต และแมทริกซ์ (matrix) ของไมโทคอนเดรีย (พวกยูคารโี อต) )

4) วฏั จักรเครบส์ (Krebs Cycle) เกดิ ขน้ึ ที่ใด (แนวคำตอบ : เกดิ ขนึ้ ทบ่ี รเิ วณ
แมทริกซ์ของไมโทคอนเดรยี )

5) สารตัวแรกทถ่ี ูกสรา้ งขึ้นในวัฏจกั รเครบส์ คือสารใด (แนวคำตอบ : กรดซิตริก
(citric acid) )

6) การถา่ ยทอดอิเล็กตรอน เกดิ ขนึ้ ที่ใด (แนวคำตอบ : เกิดขน้ึ ทเี่ ย่ือหุ้มชน้ั ในของ
ไมโทคอนเดรยี ตรงส่วนท่ีเรียกว่า คริสตี (cristae) )

5. นักเรียนปฏิบัติกิจกรรม และครูทำการสังเกตนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรมโดยใช้
แบบสังเกตบันทึกการปฏิบัติกิจกรรม มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานแสดงการวัดและ
ประเมนิ ผล

12.3 ขน้ั อธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explanation)
1. นกั เรียนและครรู ว่ มกันอภิปรายและลงข้อสรุปวา่ การสลายสารอาหารระดับเซลล์

การสลายนำ้ ตาลกลโู คส 1 โมเลกุล ไดพ้ ลงั งานใดบ้าง โดยมีแนวทางการสรปุ ดงั น้ี

2. นักเรยี นและครรู ว่ มกนั อภปิ รายผลการวิเคราะหแ์ ละลงข้อสรุปสาระการเรียนรู้ หาก
พบว่าผู้เรียนกลุ่มอื่นมีผลการวิเคราะห์และลงข้อสรุปข้อมูลขัดแย้งกับผลการอภิปรายให้ดำเนินการ
แกไ้ ขดังกล่าวใบกิจกรรมของตนเองใหถ้ ูกตอ้ ง

12.4 ข้นั ขยายความ (Elaboration)
1. นกั เรียนทำแบบฝกึ หัดทา้ ยกจิ กรรม เร่อื ง การสลายสารอาหารระดบั เซลล์

12.5 ขัน้ ประเมนิ ผล (Evaluation)
1. นักเรียนแต่ละกลุ่มพิจารณาว่าจากหวั ข้อทีเ่ รยี นมาและการปฏิบตั ิกิจกรรม มีจดุ

ใดบา้ งทยี่ งั ไมเ่ ขา้ ใจหรือยงั มีข้อสงสยั ถ้ามี ครชู ่วยอธบิ ายเพ่ิมเติมใหน้ ักเรยี นเข้าใจ

2. นกั เรยี นอย่างน้อย 2 คน กล่าวสะท้อนการเรยี นร้โู ดยกลา่ วถงึ ประสบการณ์วิธกี าร

เรียนรู้ ความพงึ พอใจ ข้อเสนอแนะที่ควรปรบั ปรุง

13. สือ่ และแหลง่ การเรียนรู้

13..1 สือ่ การเรียนรู้

1) หนังสอื แบบเรียนเสรมิ รายวิชาเพมิ่ เตมิ ชีววิทยา 1

2) ใบกิจกรรม เรอื่ ง การสลายสารอาหารระดบั เซลล์

3) Powerpiont เรอื่ ง การหายใจระดบั เซลล์

13.2 แหล่งการเรยี นรู้

1) อินเทอรเ์ นต็

14. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

14.1 วธิ กี ารวดั และประเมินผล

จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดและประเมนิ เครอื่ งมือการวัดและ เกณฑก์ ารประเมิน
ประเมิน

1.ดา้ นความรู้ (K)

1) สามารถอธิบายและ

เปรียบเทียบขัน้ ตอนการ - ใบกจิ กรรม เรือ่ ง การ
หายใจระดบั เซลล์ใน - ตรวจใบกิจกรรม สลายสารอาหารระดับ ผ่านตง้ั แต่ 70 % ขนึ้ ไป
ภาวะที่มอี อกซเิ จน เซลล์
เพยี งพอและภาวะที่มี

ออกซิเจนไม่เพยี งพอ

จุดประสงค์การเรยี นรู้ วธิ ีการวดั และประเมิน เครอ่ื งมอื การวดั และ เกณฑก์ ารประเมนิ
ประเมนิ

2.ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)

1) สามารถสบื คน้ ขอ้ มูล - ตรวจใบกจิ กรรม - ใบกจิ กรรม เรื่อง การ

เกีย่ วกบั ขนั้ ตอนการ สลายสารอาหารระดับ

หายใจระดบั เซลล์ใน เซลล์

ภาวะที่มอี อกซเิ จน ผา่ นในระดบั ดี ขน้ึ ไป
เพียงพอและภาวะที่มี

ออกซเิ จนไมเ่ พียงพอ

2) สามารถจดั กระทำ - ตรวจคณุ ภาพข้อมลู

และสอ่ื ความหมาย

ขอ้ มูลจากการสืบคน้ - ใบกจิ กรรม เรือ่ ง การ

เก่ียวกับข้นั ตอนการ สลายสารอาหารระดับ

หายใจระดับเซลล์ใน เซลล์

ภาวะทม่ี ีออกซเิ จน

เพยี งพอและภาวะท่ีมี

ออกซิเจนไม่เพยี งพอ

3) สามารถวิเคราะห์ - ตรวจคณุ ภาพข้อมลู

อภิปราย ตคี วาม และ

ลงข้อสรปุ เกี่ยวกับ - ใบกิจกรรม เร่ือง การ

ข้นั ตอนการหายใจ สลายสารอาหารระดบั

ระดับเซลล์ในภาวะท่ีมี เซลล์

ออกซเิ จนเพียงพอและ

ภาวะทม่ี ีออกซิเจนไม่

เพยี งพอ

4) มีทักษะการส่ือสาร - การสงั เกต

ในการนำเสนอผลงาน

ด้วยวาจาหน้าชั้นเรียน - แบบสงั เกต

3.ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)

1) มีวินยั -การสงั เกต - แบบสงั เกต ผ่านในระดบั ดี ขน้ึ ไป
2) ใฝเ่ รียนรู้

14.2 เกณฑ์การตดั สนิ คะแนนเก็บ

1. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแต่ละประเด็นท่ีทำการวัดผลจะใหค้ ะแนนตามเกณฑข์ อง

คะแนนแบบรูบริคส์ (Rubric Score) เกณฑ์การให้คะแนนดงั กล่าวแนบทา้ ยแผนการเรยี นรนู้ ีแ้ ล้ว

2. เกณฑก์ ารตัดสนิ ระดบั คุณภาพผเู้ รยี นจากคะแนนรวมทั้งหมด ระดบั บุคคล นักเรยี น

มีผลงานระดับ ดี ถือวา่ ผา่ น (ประกันผลการเรียนรู้ของนักเรยี น)

3. เกณฑ์การตัดสินคะแนนที่เก็บ 10 คะแนนจากการทำกิจกรรมรวมทั้งหมด 30

คะแนน

คะแนนเก็บ = คะแนนทนี่ กั เรียนไดใ้ นการทำกจิ กรรมทัง้ หมด X คะแนนเก็บ (10 คะแนน)

คะแนนจากกิจกรรมทั้งหมด (30 คะแนน)

ใบกิจกรรม เรือ่ ง การสลายสารอาหารระดับเซลล์

คำช้แี จง : ให้นกั เรยี นเขียนสรปุ ขัน้ ตอนการสลายสารอาหารระดบั เซลล์ให้ถกู ตอ้ ง พร้อมนำเสนอหนา้ ช้นั เรยี น

แบบประเมนิ การเขียนแผนผังความคิด
กิจกรรม เรือ่ ง การสลายสารอาหารระดับเซลล์
ประเมินครั้งท่ี .......................วนั ที่ ........................................................

รายการประเมนิ สรุปผล

ที่ ช่ือ-สุกล ความถกู ตอ้ งของ ความคิด รวม ผ่าน ไม่
ข้อมูล สร้างสรรค์ (8) ผ่าน
4
4

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

23

24

25

26

27
28
29

รายการประเมนิ สรุปผล

ท่ี ชอื่ -สุกล ความถูกต้องของ ความคดิ รวม ผ่าน ไม่
ข้อมลู สร้างสรรค์ (8) ผ่าน
4
4

30

31

32

33

34

35

36

37

38

39

40

เกณฑก์ ารประเมินแผนผังความคดิ

รายการประเมิน ระดบั คะแนน

32 1
ขาดทั้ง 2 ประการ
1. ความถกู ต้องของข้อมูล - เขียนแผนผงั ความคดิ ท่ี ขาดประการใดประการ
- ไมร่ ะบายสี และตกแต่ง
ศึกษาได้ถูกต้องครบถว้ น หน่ึง แผนผงั ความคดิ

- บอกจำนวนพลงั งานได้

ถูกต้อง

2. ความคิดสรา้ งสรรค์ - ระบายสี และตกแตง่ - ระบายสี และตกแตง่

แผนผังความคดิ อยา่ ง แผนผงั ความคดิ แตด่ ู

สวยงาม เลอะเทอะ

เกณฑก์ ารประเมิน : 4 – 8 คะแนน ผ่าน

0 – 3 คะแนน ไม่ผา่ น

สรุปผลการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพของนักเรียนโดยรวม

(..........) ผ่าน (...........) ไมผ่ า่ น

แบบประเมนิ พฤติกรรมการสืบคน้ ขอ้ มลู
ใบกิจกรรมเรือ่ ง การสลายสารอาหารระดบั เซลล์
ประเมนิ ครัง้ ท่ี ...................วันท.ี่ ...................................................

เกณฑ์การให้คะแนน

กลุม่ ท่ี ข้อมูลการสบื ค้น การใช้อปุ กรณ์และ/หรือ รวม ระดบั คุณภาพ
เครอื่ งมือ (6)

321321

1

2

3

4

5

6

7

8

เกณฑ์การให้คะแนน :

เกณฑ์การให้คะแนน 3 ระดบั คะแนน 1
2

ข้อมลู การสืบค้นที่ ขอ้ มูลการสบื ค้นท่ี ข้อมูลการสืบคน้ ไวโ้ ดยมี ข้อมูลการสบื คน้ ท่ี

กำหนด กำหนดไวอ้ ย่างถูกต้อง ครูเป็นผู้แนะนำบางสว่ น กำหนดไว้อย่างถูกต้อง มี

มกี ารปรบั ปรงุ แกไ้ ข มีการปรับปรงุ แก้ไข การปรบั ปรงุ แกไ้ ข

การใชอ้ ุปกรณ์และ/ ใช้อปุ กรณ์และ/หรือ ใชอ้ ปุ กรณ์และ/หรือ ใช้อุปกรณ์และ/หรือ

หรอื เครื่องมือในการ เครอ่ื งมืออย่างถูกต้อง เครอื่ งมอื อย่างถูกต้องแต่ เครือ่ งมอื ไม่ถูกต้อง

สบื ค้น และคลอ่ งแคล่ว ไมค่ ล่องแคลว่

เกณฑก์ ารประเมิน :

7– 9 หมายถึง ระดับคณุ ภาพดี

4– 6 หมายถงึ ระดับคณุ ภาพพอใช้

ตำ่ กวา่ 3 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพควรปรบั ปรุง

สรปุ ผลการประเมิน :ระดบั คุณภาพนกั เรียนในภาพรวม

แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
เรอ่ื ง การสลายสารอาหารระดบั เซลล์
ประเมินคร้ังที่ ................... วนั ที่ ....................................................

คำชี้แจง กรอกคะแนน 1 (มี) หรือ 0 (ไม่ม)ี ลงในช่องทต่ี รงกบั ความคดิ เหน็ มากทส่ี ดุ (10 คะเเนน)

รายการประเมิน กลุ่มที่

12345678

1. มีสาระสำคญั ของเรอ่ื ง

ทีน่ ำเสนอ

2. มีเน้อื หาถูกตอ้ งครบถว้ น

3. มีการลำดับเร่อื งทน่ี ำเสนอ

ราบรนื่ เน้นประเด็นสำคญั

4. มกี ารใช้ภาษาที่ถกู ต้องตาม

อกั ขระ ชัดเจน

5. มสี อ่ื ประกอบการนำเสนอ

6. มีบุคลกิ ภาพทเี่ หมาะสมใน

การส่ือสาร

7. มรี ปู แบบการนำเสนอท่ี

น่าสนใจ ไม่น่าเบ่อื

8. มีความสามารถในการตอบ

คำถามได้ชดั เจน ตรงประเด็น

9. มกี ารแก้ปญั หาและอปุ สรรค

เฉพาะหน้าได้ดี

10. มกี ารตรงตอ่ เวลาใน การ

นำเสนอ

รวม

เกณฑ์การใหค้ ะแนน :

มี = 1 คะแนน ไม่มี = 0 คะแนน

เกณฑ์การประเมินผล : 7- 10 คะแนน ระดบั คณุ ภาพดี

4 - 6 คะแนน ระดับคณุ ภาพพอใช้

1 - 3 คะแนน ระดับคณุ ภาพควรปรับปรงุ

สรปุ ผลการประเมนิ : ระดบั คณุ ภาพของนักเรียนโดยรวม

(.....) ดี (.....) พอใช้ (.....) ควรปรับปรุง

แบบสังเกตพฤติกรรมคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ประเมินคร้ังท่ี ................... วนั ที่ ....................................................

มีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ รวม สรุปผล
321 (6)
ท่ี ชือ่ -สกลุ 3 2 1 ผ่าน
ไ ่มผ่าน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28

มีวินัย ใฝเ่ รียนรู้ รวม สรปุ ผล
321 (6)
ท่ี ชอ่ื -สกลุ 3 2 1 ผ่าน
ไ ่มผ่าน

29

30

31

32

33
34
35

36

37

38

39
40

เกณฑ์การใหค้ ะแนน

คณุ ลักษณะ เกณฑก์ ารให้ระดบั คะแนน

อนั พึงประสงค์ ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1)
ไม่ปฏิบตั ติ นตาม
1. มวี นิ ยั ปฏบิ ตั ิตามข้อตกลง ปฏบิ ัตติ ามขอ้ ตกลง ปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลง ขอ้ ตกลง
กฎเกณฑร์ ะเบียบ
กฎเกณฑ์ ระเบยี บ กฎเกณฑ์ ระเบยี บ กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บังคับของ
ครอบครัวและ
ขอ้ บังคับของครอบครัว ข้อบังคบั ของครอบครัว ข้อบงั คบั ของ โรงเรยี น

โรงเรียน และสงั คม ไม่ และโรงเรยี น ตรงตอ่ ครอบครวั และ - ไม่ตั้งใจเรียน
- ไม่ศกึ ษาคน้ คว้า
ละเมดิ สทิ ธขิ องผ้อู ืน่ ตรง เวลาในการปฏบิ ัติ โรงเรียน ตรงต่อ หาความรู้

ตอ่ เวลาในการปฏิบตั ิ กิจกรรมต่างๆใน เวลาในการปฏบิ ัติ

กจิ กรรมตา่ งๆใน ชีวิตประจำวนั และ กิจกรรมต่างๆใน

ชวี ติ ประจำวัน และ รบั ผดิ ชอบในการ ชวี ติ ประจำวัน

รับผิดชอบในการทำงาน ทำงาน

2. ใฝเ่ รยี นรู้ - ตั้งใจเรียน เอาใจใส่ - ตงั้ ใจเรยี น เอาใจใส่และ - ตั้งใจเรียน เอาใจใส่

และมีความเพยี รพยายามใน มีความเพยี รพยายามใน และมีความเพยี ร

การเรยี นรแู้ ละเข้ารว่ ม การเรยี นรแู้ ละเข้ารว่ ม พยายามในการเรยี นรู้

กจิ กรรมการเรยี นรตู้ ่าง เปน็ กิจกรรมการเรยี นรู้ และเขา้ รว่ มกจิ กรรม

ประจำ บ่อยครัง้ การเรยี นรู้ต่างบางคร้ัง

- ศึกษาค้นคว้าหาความรจู้ าก -ศึกษาคน้ คว้าหาความรู้ - ศึกษาคน้ ควา้ หา

หนงั สอื เอกสารหรอื จาก จากหนงั สอื เอกสาร หรือ ความรจู้ ากหนงั สอื

แหลง่ เรยี นรู้ ท้ังภายในและ จากแหล่งเรยี นรู้ ท้ัง เอกสาร หรือจาก

ภายนอกโรงเรยี นและมกี าร ภายในและภายนอก แหลง่ เรียนรู้ ท้งั

บันทกึ ความรู้สรปุ เป็นองค์ โรงเรียน และมีการบนั ทึก ภายในและภายนอก

ความรู้ นำเสนอแนะ ความรสู้ รปุ เปน็ องค์ โรงเรยี น และมีการ

แลกเปลยี่ นความรู้ ด้วย ความรู้ นำเสนอแนะ บนั ทึกความรู้

วิธีการ ทหี่ ลากหลาย แลกเปลยี่ นความรู้

เกณฑก์ ารประเมนิ
4 หมายถงึ ระดับดมี าก 3 หมายถึง ระดับดี
2 หมายถงึ ระดับพอใช้ 1 หมายถงึ ปรบั ปรุง

เกณฑ์การผ่าน : แต่ละรายการตอ้ งไมน่ ้อยกว่าระดบั 3





บันทกึ ผลหลังการจัดการเรียนรู้
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 22 เรอ่ื ง การหายใจระดับเซลล์ (ใช้O2)

1. ผลการจดั การเรียนรู้

1.1 ผลประเมินด้านความรู้ (K)
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 สามารถอธิบายและเปรียบเทียบขั้นตอนการหายใจระดับ

เซลล์ในภาวะที่มีออกซิเจนเพียงพอและภาวะที่มอี อกซิเจนไม่เพียงพอได้จากการทำคำถามตรวจสอบ
ความเขา้ ใจซง่ึ นักเรยี นผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ทก่ี ำหนด 70% ข้ึนไปเป็นจำนวน 24 คน คิดเป็นรอ้ ยละ
100 ของนกั เรยี นทงั้ หมด 24 คน

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 สามารถอธิบายและเปรียบเทียบขั้นตอนการหายใจระดับ
เซลล์ในภาวะที่มีออกซิเจนเพียงพอและภาวะที่มีออกซิเจนไม่เพียงพอได้จากการทำคำถามตรวจสอบ
ความเข้าใจซึง่ นกั เรียนผ่านเกณฑ์การประเมินทีก่ ำหนด 70% ขึ้นไปเป็นจำนวน 26 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ
100 ของนกั เรยี นทง้ั หมด 26 คน

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3 สามารถอธิบายและเปรียบเทียบขั้นตอนการหายใจระดับ
เซลล์ในภาวะที่มีออกซิเจนเพียงพอและภาวะที่มีออกซิเจนไม่เพียงพอได้จากการทำคำถามตรวจสอบ
ความเขา้ ใจซง่ึ นักเรยี นผา่ นเกณฑก์ ารประเมินที่กำหนด 70% ขนึ้ ไปเปน็ จำนวน 31 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ
100 ของนักเรยี นทั้งหมด 31 คน

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/4 สามารถอธิบายและเปรียบเทียบขั้นตอนการหายใจระดับ
เซลล์ในภาวะที่มอี อกซิเจนเพียงพอและภาวะที่มีออกซิเจนไม่เพียงพอได้จากการทำคำถามตรวจสอบ
ความเขา้ ใจซึ่งนกั เรียนผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ทกี่ ำหนด 70% ขน้ึ ไปเป็นจำนวน 13 คน คิดเป็นรอ้ ยละ
100 ของนักเรียนทั้งหมด 13 คน

1.2 ผลประเมินด้านทักษะกระบวนการ (P)
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 สามารถวิเคราะห์ อภิปราย ตีความ และลงข้อสรุปเกี่ยวกับ

ขั้นตอนการหายใจระดับเซลล์ในภาวะที่มีออกซิเจนเพียงพอและภาวะที่มีออกซิเจนไม่เพียงพอ ซ่ึง
นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนด 70% ขึ้นไปเป็นจำนวน 24 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของ
นักเรยี นทัง้ หมด 24 คน

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 สามารถวิเคราะห์ อภิปราย ตีความ และลงข้อสรุปเกี่ยวกบั
ขั้นตอนการหายใจระดับเซลล์ในภาวะที่มีออกซิเจนเพียงพอและภาวะที่มีออกซิเจนไม่เพียงพอ ซ่ึง
นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนด 70% ขึ้นไปเป็นจำนวน 26 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของ
นกั เรยี นท้งั หมด 26 คน



แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 23

รายวชิ า ชวี วทิ ยา 1 (ว30241) กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 3 เร่อื ง เซลลแ์ ละการทำงานของเซลล์ ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรียนที่ 1

แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 23 เรอ่ื ง การหายใจระดับเซลล์ (ไม่ใชO้ 2) จำนวนเวลา 3 ชั่วโมง

ผ้สู อน นายชนิ วตั ร เจรญิ อินทร์ โรงเรียนเตรียมอุดมศกึ ษาน้อมเกลา้ อุตรดติ ถ์

1. ผลการเรียนรู้
อธิบาย เปรียบเทียบ และสรุปขั้นตอนการหายใจระดับเซลล์ในภาวะที่มีออกซิเจนเพียงพอ

และภาวะท่มี อี อกซเิ จนไม่เพยี งพอ
2. สาระสำคญั
การสลายสารอาหารระดับเซลล์หรือการหายใจระดับเซลล์(Cellular Respiration) เป็น

กระบวนการนำเอาสารอาหาร ที่ได้จากกระบวนการย่อยอาหารได้แก่ น้ำตาลกลูโคส (glucose)
กรดอะมิโน (amino acid) และกรดไขมัน (fatty acid) ไปใช้สร้างเป็นพลังงาน โดยเก็บไว้ในรูปของ
สารทมี่ ีพลงั งานสงู ทเ่ี รียกว่า ATP (Adenosine Triphosphate)

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
1) สามารถอธิบายและเปรียบเทียบขั้นตอนการหายใจระดับเซลล์ในภาวะที่มีออกซิเจน

เพยี งพอและภาวะทม่ี ีออกซเิ จนไม่เพยี งพอ
3.2 ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
1) สามารถสบื ค้นขอ้ มลู เกีย่ วกบั ข้นั ตอนการหายใจระดับเซลลใ์ นภาวะที่มีออกซิเจน

เพยี งพอและภาวะท่ีมีออกซเิ จนไม่เพียงพอ
2) สามารถจดั กระทำและส่ือความหมายข้อมูลจากการสืบค้นเก่ียวกับข้ันตอนการหายใจ

ระดับเซลล์ในภาวะทมี่ ีออกซิเจนเพียงพอและภาวะที่มีออกซเิ จนไมเ่ พยี งพอ
3) สามารถวิเคราะห์ อภิปราย ตีความ และลงข้อสรุปเกี่ยวกับขั้นตอนการหายใจระดับ

เซลลใ์ นภาวะท่ีมอี อกซิเจนเพียงพอและภาวะท่มี ีออกซเิ จนไม่เพียงพอ
4) มีทกั ษะการสื่อสารในการนำเสนอผลงานด้วยวาจาหน้าชัน้ เรยี น

3.3 ด้านคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
1) มีวนิ ัย
2) ใฝเ่ รยี นรู้

4. สาระการเรียนรู้
4.1 การสลายสารอาหารแบบไมใ่ ชอ้ อกซิเจน

5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
5.1 ผเู้ รียนมคี วามสามารถในการส่อื สาร ถ่ายทอดความคดิ ความเขา้ ใจ การใช้เทคโนโลยี

เรื่อง ในใบกิจกรรม เร่ือง การสลายสารอาหารระดับเซลล์
5.2 ผ้เู รยี นมีความสามารถในการคดิ สามารถคิดวิเคราะห์ เพ่ือสรุปความรู้เก่ียวกับการสลาย

สารอาหารระดบั เซลล์
6. ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
6.1 การจำแนกประเภท
7. ทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21
7.1 การส่อื สารสารสนเทศและการรู้ เท่าทนั สอื่
8. จติ วิทยาศาสตร์
8.1 ความอยากรู้อยากเหน็
9. การบูรณาการ
โครงการโรงเรยี นสจุ ริต
10. ช้ินงาน/ภาระงาน
ใบกจิ กรรม เรื่อง การสลายสารอาหารระดบั เซลล์
11. คำถามสำคญั
กระบวนการหายใจระดับเซลล์มีผลตอ่ ส่งิ มีชีวิตอยา่ งไร
12. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ (ใชก้ ระบวนการสบื เสาะหาความรู้ (5E))
12.1 ข้นั สรา้ งความสนใจ (Engagemant)
1. นักเรียนและครูทบทวนความรเู้ ดิม โดยครใู ช้คำถามดังต่อไปนี้
1) กระบวนการไกลโคลิซิสเป็นขั้นตอนการสลายอะไร เป็นอะไร (แนวคำตอบ :

เป็นขั้นตอนการสลายน้ำตาลกลูโคสที่มีคาร์บอน 6 อะตอม (C6) ไปเป็นกรดไพรูวิก (pyruvic acid)
หรือไพรเู วท (pyruvate) )

2) การถ่ายทอดอิเลก็ ตรอน NADH 1 โมเลกุล ได้ก่ี ATP (แนวคำตอบ : 3 ATP)
12.2 ขั้นสำรวจและคน้ หา (Exploration)

1. นักเรียนดูวิดีโอจาก youtube เรื่อง การสลายสารอาหารระดับเซลล์แบบไม่ใช้
ออกซเิ จน เพ่อื กระตุ้นความสนใจของนกั เรยี น

2. นกั เรียนและครูเข้าสู่การสลายสารอาหารระดบั เซลล์แบบไมใ่ ชอ้ อกซิเจนว่า
การสลายสารอาหารไมจ่ ำเปน็ ต้องใช้ออกซิเจนเสมอไป สิง่ มีชีวติ บางชนดิ เนือ้ เยอื่ บางอยา่ งได้พลังงาน
มาจากการสลายอาหารโดยไม่ใช้ออกซิเจน ไดแ้ ก่ พยาธติ วั ตืด ยสี ต์ เมลด็ พืช แบคทเี รยี บางชนดิ ส่วน
กลา้ มเนอ้ื ลายเปน็ ตวั อยา่ งของเนอื้ เยื่อสตั ว์ช้นั สงู ทสี่ ามารถสลายสารอาหารแบบไม่ใชอ้ อกซิเจนได้
การสลายสารอาหารแบบไมใ่ ช้ออกซเิ จน (Anaerobic respiration) ประกอบดว้ ย 2 ข้ันตอน คอื

1) ไกลโคลิซิส (Gycolysis)
2) การหมัก (Fermentation)
3.นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน (เก่ง : กลาง : อ่อน) โดยการให้นักเรียนสืบค้น
ขอ้ มลู เรื่อง กระบวนการหมกั กรดแลกติก และกระบวนการหมกั แอลกอฮอล์ และเขยี นสรปุ ข้ันตอนลง
ในใบกจิ กรรม เรอ่ื งการสลายสารอาหารระดับเซลล์แบบไม่ใช้ออกซิเจน นำเสนอหนา้ ชน้ั เรียน
4. นกั เรียนและครูรว่ มกนั ตอบคำถาม ระหวา่ งทำการนำเสนอ โดยใชช้ ดุ คำถาม ดงั นี้
1) การหายใจแบบใชอ้ อกซิเจนและแบบไม่ใชอ้ อกซเิ จนมีกระบวนการใดเหมือนกัน
(แนวคำตอบ : กระบวนการไกลโคลิซสิ )
2) กระบวนการหมกั เกดิ ขนึ้ ไดอ้ ยา่ งไร (แนวคำตอบ :ในสภาวะทไ่ี ม่มีแกส๊ ออกซิเจน
หรือแก๊สออกซิเจนไม่เพียงพอจะทำให้ NADH และ FADH2 ถ่ายทอดอิเล็กตรอนให้กับตัวรับ
อิเล็กตรอนต่าง ๆ ที่ฝังตัวอยู่ในเยื่อหุ้มชั้นในของไมโทคอนเดรียได้ เนื่องจากขาดแก๊สออกซิเจนซึ่ง
เป็นตัวรับอิเล็กตรอนในขั้นตอนสุดท้าย จึงไม่สามารถสร้าง ATP ได้ และมีการสะสม NADH และ
FADH2 มากขึน้ จงึ ทำใหข้ าดแคลน NAD+ และ FAD มีผลให้ปฏิกริ ิยาไกลโคลซิ ีส วัฏจักรเครบส์ และ
การถ่ายทอดอเิ ล็กตรอนดำเนินต่อไปไมไ่ ด้ และยังทำให้เซลล์ขาด ATP เซลล์จึงมีกระบวนการผันกลับ
ให้ NADH กลายเป็น NAD+ เพื่อให้กระบวนการไกลโคลซิ สี ไม่หยุดชะงัก และสามารถสรา้ ง ATP
ต่อไปได)้
5. นักเรียนปฏิบัติกิจกรรม และครูทำการสังเกตนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรมโดยใช้
แบบสังเกตบันทึกการปฏิบัติกิจกรรม มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานแสดงการวัดและ
ประเมนิ ผล

12.3 ขัน้ อธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explanation)
1. นกั เรียนและครรู ่วมกันอภิปรายและลงข้อสรปุ ว่าการสลายสารอาหารระดับเซลล์

แบบไม่ใชอ้ อกซเิ จน ได้พลงั งานใดบ้าง โดยมีแนวทางการสรุป ดงั นี้
1) กระบวนการหมกั แอลกอฮอล์ เป็นการปลดปล่อยพลงั งานแบบไม่ใช้ออกซเิ จน

เกดิ ข้ึนใน ไซโทพลาสซมึ โดยใชไ้ พรเู วตจากไกลโคลิซิสเปน็ สารตั้งตน้ ปฏิกิริยาที่เกดิ ขน้ึ ในขน้ั ตอน
การหมักจะมีการสร้าง NAD+ ขึน้ มาใหม่ แต่จะไม่มกี ารสรา้ ง ATP เพ่มิ อกี ดงั น้นั การสลายกลูโคส
แบบไม่ใช้ออกซเิ จนจึงสร้าง ATP ได้เพยี ง 2 โมเลกลุ จากไกลโคลิซิสเท่านั้น ดังสมการ

2) กระบวนการหมักกรดแลกติกที่เกิดจากกระบวนการหมักจะมีการลำเลียงออก
จากเซลล์กล้ามเนื้อไปยังตับ เพื่อสังเคราะห์กลับเป็นกลูโคสซึ่งร่างกายสามารถนำไปใช้ต่อไปได้ใน
สภาวะที่ร่างกายขาดออกซเิ จนหรือได้รับแกส๊ ออกซิเจนไม่เพยี งพอ การสลายกลโู คสในเซลล์กล้ามเน้ือ
จะไม่สมบูรณ์ และไม่เข้าสู่วัฏจักรเครบส์ และระบบถ่ายทอดอิเล็กตรอน แต่จะสลายไปสู่กรดแลก
ติกหรือแลกเตดโดยตรง ทำให้ได้พลังงานน้อยมากเพียง 2 ATP ต่อกลูโคส 1 โมเลกุลเท่านั้น แต่กรด
แลกติกสามารถเปล่ียนไปเป็นกรดไพรูวิก หรอื ไพรเู วตแลว้ เข้าสู่วัฏจกั รเครบส์ไดต้ ่อไปอีก สำหรับกรด
แลกติกถ้าหากมีสะสมอยู่ในกล้ามเนื้อมาก ๆ ทำให้กล้ามเนื้อล้าจนกระทั่งทำงานไม่ได้ต้องได้รับแก๊ส
ออกซิเจนมาชดเชย เพื่อสลายกรดแลกติกต่อไปจนสมบูรณ์ ได้น้ำ และแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่ง
จะถูกกำจัดออกนอกร่างกายได้ การหายใจแบบไม่ใช้แก๊สออกซิเจนแล้วเกิดกรดแลกติก (C3H6O3)
การหมักแลกเทต NAD+ ถูกสร้างขึน้ มาโดย NADH (จากไกลโคลซิ ีส) ใหอ้ ิเล็กตรอนและไฮโดรเจน
แกไ่ พรูเวตโดยตรง ทำใหเ้ กิดแลกเทตขึน้ 2 โมเลกลุ ดังสมการ

2. นกั เรยี นและครรู ่วมกนั อภิปรายผลการวิเคราะหแ์ ละลงข้อสรปุ สาระการเรียนรู้ หาก
พบว่าผู้เรียนกลุ่มอื่นมีผลการวิเคราะห์และลงข้อสรุปข้อมูลขัดแย้งกับผลการอภิปรายให้ดำเนินการ
แก้ไขดังกล่าวใบกจิ กรรมของตนเองใหถ้ ูกตอ้ ง

12.4 ขัน้ ขยายความ (Elaboration)
1. นักเรียนทำแบบฝึกหดั ทา้ ยกิจกรรม เร่อื ง การสลายสารอาหารระดับเซลล์
2. นักเรียนและครอู ภิปรายรว่ มกันเกี่ยวกับ แหล่งทม่ี ีการหมักให้เกิดกรดแลกตกิ
1) เซลลก์ ล้ามเนือ้ มนุษย์และสัตว์ในสภาพท่ีขาดออกซิเจน หรอื มีปรมิ าณออกซิเจน

น้อย เชน่ กล้ามเนือ้ ทำงานหนกั หรือออกกำลงั กาย
2) เซลล์ของแบคทีเรีย ในกลุ่ม lactic acid bacteria ได้แก่ Lactobacillus

,Streptococcus, Lactococcus, Leuconostoc ที่สามารถหมัก (fermentation) ให้เกิดกรดแลก
ติก (lactic acid)

12.5 ข้ันประเมินผล (Evaluation)
1. นกั เรียนแต่ละกลุ่มพิจารณาว่าจากหวั ข้อท่ีเรยี นมาและการปฏิบัติกจิ กรรม มจี ดุ

ใดบา้ งทีย่ ังไม่เขา้ ใจหรือยงั มีข้อสงสัย ถา้ มี ครูช่วยอธิบายเพ่ิมเติมใหน้ ักเรยี นเข้าใจ
2. นักเรียนอย่างนอ้ ย 2 คน กล่าวสะท้อนการเรียนรู้โดยกลา่ วถึงประสบการณ์วิธีการ

เรียนรู้ ความพงึ พอใจ ขอ้ เสนอแนะทคี่ วรปรับปรุง
13. ส่ือและแหล่งการเรยี นรู้
13..1 สือ่ การเรียนรู้
1) หนังสอื แบบเรียนเสริมรายวชิ าเพม่ิ เตมิ ชวี วิทยา 1
2) ใบกจิ กรรม เร่อื ง การสลายสารอาหารระดับเซลล์
3) Powerpiont เรอื่ ง การหายใจระดบั เซลล์
4) วิดโี อ Youtube เรือ่ ง Fermentation และ Anaerobic respiration
13.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) อนิ เทอร์เนต็

14. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ เครือ่ งมอื การวัดและ เกณฑก์ ารประเมนิ
14.1 วิธีการวัดและประเมินผล ประเมนิ

จุดประสงค์การเรยี นรู้ วิธีการวัดและประเมิน

1.ด้านความรู้ (K)

1) สามารถอธิบายและ - ใบกิจกรรม เร่ือง การ
เปรยี บเทียบขัน้ ตอนการ สลายสารอาหารระดบั ผ่านตัง้ แต่ 70 % ข้นึ ไป
หายใจระดับเซลลใ์ น - ตรวจใบกจิ กรรม เซลล์
ภาวะท่มี ีออกซิเจน
เพยี งพอและภาวะท่ีมี
ออกซิเจนไมเ่ พยี งพอ

2.ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) - ใบกิจกรรม เรือ่ ง การ
1) สามารถสบื ค้นขอ้ มูล - ตรวจใบกิจกรรม สลายสารอาหารระดับ
เกีย่ วกบั ขน้ั ตอนการ เซลล์
หายใจระดับเซลล์ใน
ภาวะทม่ี ีออกซิเจน - ใบกจิ กรรม เรอื่ ง การ ผา่ นในระดับ ดี ข้ึนไป
เพยี งพอและภาวะท่ีมี สลายสารอาหารระดับ
ออกซิเจนไม่เพยี งพอ เซลล์
2) สามารถจัดกระทำ - ตรวจคณุ ภาพข้อมลู
และสอ่ื ความหมาย - ใบกจิ กรรม เรือ่ ง การ
ขอ้ มูลจากการสบื คน้ สลายสารอาหารระดบั
เกยี่ วกับขนั้ ตอนการ เซลล์
หายใจระดบั เซลล์ใน
ภาวะทม่ี อี อกซิเจน
เพียงพอและภาวะท่ีมี
ออกซเิ จนไม่เพยี งพอ
3) สามารถวเิ คราะห์ - ตรวจคุณภาพข้อมลู
อภิปราย ตีความ และ
ลงขอ้ สรปุ เกยี่ วกับ
ขน้ั ตอนการหายใจ

ระดบั เซลล์ในภาวะท่ีมี - การสงั เกต - แบบสงั เกต
ออกซิเจนเพียงพอและ
ภาวะท่ีมอี อกซเิ จนไม่
เพยี งพอ
4) มีทักษะการส่อื สาร
ในการนำเสนอผลงาน
ดว้ ยวาจาหน้าช้นั เรียน

จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วธิ กี ารวดั และประเมิน เครื่องมอื การวดั และ เกณฑก์ ารประเมิน
ประเมนิ ผ่านในระดบั ดี ขน้ึ ไป

3.ด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)

1) มีวินยั -การสังเกต - แบบสงั เกต
2) ใฝ่เรยี นรู้

14.2 เกณฑ์การตัดสินคะแนนเกบ็
1. เกณฑ์การใหค้ ะแนนแตล่ ะประเดน็ ที่ทำการวดั ผลจะให้คะแนนตามเกณฑ์ของ

คะแนนแบบรูบรคิ ส์ (Rubric Score) เกณฑ์การให้คะแนนดงั กล่าวแนบท้ายแผนการเรียนร้นู ี้แล้ว
2. เกณฑ์การตัดสนิ ระดบั คณุ ภาพผเู้ รียนจากคะแนนรวมท้งั หมด ระดับบุคคล นักเรยี น

มผี ลงานระดับ ดี ถือวา่ ผ่าน (ประกนั ผลการเรยี นรู้ของนักเรียน)
3. เกณฑ์การตัดสินคะแนนที่เก็บ 10 คะแนนจากการทำกิจกรรมรวมทั้งหมด 30

คะแนน
คะแนนเก็บ = คะแนนทีน่ ักเรียนไดใ้ นการทำกจิ กรรมทง้ั หมด X คะแนนเก็บ (10 คะแนน)

คะแนนจากกจิ กรรมท้ังหมด (30 คะแนน)

ใบกิจกรรม เร่ือง การสลายสารอาหารระดับเซลล์

ตอนท่ี 1 คำชีแ้ จง : ให้นักเรียนเขยี นสรุปข้ันตอนการสลายสารอาหารระดับเซลล์แบบไมใ่ ชอ้ อกซเิ จนให้
ถกู ต้อง พร้อมนำเสนอหน้าชั้นเรียน

ตอนที2่ : ตอบคำถามใหถ้ ูกต้องหรือเติมข้อความใหส้ มบูรณ์

1. สารโมเลกลุ ขนาดเล็กของสารอาหารตอ่ ไปน้ีได้แก่อะไรบา้ ง
- คอื ........................................................................................................

2. ATP คืออะไร มคี วามสำคญั อย่างไร และประกอบด้วยโครงสร้างของอะไรบา้ ง
ตอบ

................................................................................................................................................................
................................................................................................................... .............................................
................................................................................................................................ ................................
.................................................................................................. ..............................................................
............................................................................................................................. ...................................
3. การสลายโมเลกุลของสารอาหารแบบใช้ ออกซิเจนประกอบด้วย 3 ข้นั ตอน ไดแ้ ก่อะไรบ้าง
ตอบ
1......................................................................................................................... .....................................
2.................................................................................................. ............................................................
3........................................................................................................ ......................................................
4. ในกระบวนการ Glycolysis เติมข้อความให้สมบรู ณ์

- เกิดข้ึนท่ี .................................................. เป็นกระบวนการสลาย .....................................ใหไ้ ด.้ .........................................
จานวน.........โมเลกลุ ได.้ ..........ATP และ ............NADH

5. ในกระบวนการสรา้ ง Acetyl Coenzyme A เติมข้อความให้สมบรู ณ์

- เกิดข้นึ ที่ ............................................. เป็นกระบวนการเปล่ียน .........................................ใหเ้ ป็น.....................................
จานวน.........โมเลกุล ได.้ ..........ATP ............NADH และ .............Co2

6. ใน Krebs Cycle เตมิ ข้อความให้สมบรู ณ์

- เกิดข้ึนที่ .....................................................................เป็นกระบวนการท่ี .........................................................................
ทาปฏิกิริยากบั .........................................(ท่ีมีอยแู่ ลว้ ในวฏั จกั ร)
ถา้ ใช้ 1 Acetyl Coenzyme A เขา้ ใน Krebs Cycle ได.้ ..........ATP ............NADH .............Co2 และ ......... .FADH2
ถา้ ใช้ 2 Acetyl Coenzyme A เขา้ ใน Krebs Cycle ได.้ ..........ATP ............NADH .............Co2 และ ......... .FADH2

7. ในกระบวนการElectron Transport Chain เติมข้อความให้สมบูรณ์

- เกิดข้นึ ท่ี .................................................................. เป็นกระบวนการที่ NADH ให้อิเลก็ ตรอนกบั ..........................
และ FADH2ใหอ้ ิเลก็ ตรอนกบั ..........................
- โดย 1 NADH เม่ือให้ อิเลก็ ตรอนกบั ...........................แลว้ จะได้ ...3......ATP
และ 1 FA8D.Hส2รเปุมพ่ือใลหังง้ อาิเนลท็กีไ่ตดร้จอานกกกบั ระ..บ...ว..น...ก..า..ร..ก..า..ร..ส...ลแาลยว้ สจาะรไอดา้ .ห..า..ร2ระ.ด...บั .AเซTลPล์ จากกลโู คส 1 โมเลกุล
- โดยท่ี มี ................เป็นตวั รับอิเลก็ ตรอนตวั สุดทา้ ย และได้ ......................เป็นผลิตภณั ฑ์

ขั้นตอน ได้ ATP ได้ NADH และ **4. Electron Transport Chain

FADH2 เซลลต์ า่ ง ๆ ของรา่ งกาย

หัวใจ ไต ตับ กล้ามเนือ้ ยึดกระดกู สมอง

1. Glycolysis ATP NADH
2. สรา้ ง Acetyl Coenzyme A ATP
3. Krebs Cycle ATP NADH

NADH

- รวม……. ATP FADH2 รวม .....….ATP
รวม ATP สทุ ธิ - รวม ..........ATP

............... ATP ............... ATP

*** ในเซลล์ กลา้ มเนื้อยึดกระดกู สมอง NADH ในกระบวนการ Glycolysis มีการถา่ ยทอด
อเิ ล็กตรอน
ใหก้ ับ FAD จึงได้ 2 ATP ต่อ 1 NADH

แบบฝกึ หดั ทบทวน

1. กระบวนการไกลโคลซิ สิ พบในข้อใด

ก. เซลลท์ กุ ชนดิ ข. แบคทีเรียท่ีไม่ใช้ออกซิเจน ค. เซลลย์ ูคารโิ อต ง. เซลล์

กล้ามเนื้อส่วนใหญ่

2. ในกระบวนการไกลโคลซิ สิ ใชอ้ อกซิเจนกี่โมเลกุล

ก. 36 ข. 16 ค. 1 ง. 0

3. ระหว่างเกดิ ปฏิกิรยิ าไกลโคลิซีส กลูโคส 1 โมเลกลุ ถกู ทำใหแ้ ตกตวั กลายเป็นอะไร

ก. กรดแลกตกิ 2 โมเลกลุ ข. กรดไพรูวิก 2 โมเลกลุ

ค. กรดแลกติก 2 โมเลกุล เอทลิ แอลกอฮอล์ 1 โมเลกลุ ง. โคเอนไซม์ เอ 2 โมเลกุล

4. ในชว่ งกระบวนการสรา้ งแอซิตลิ โคเอนไซม์ เอ 2 โมเลกุล จะเกดิ อะไรบา้ ง

ก. ได้ O2 1 โมเลกลุ ข. ไดก้ รดไพรวู ิก

ค. ได้ 2 NADH ง. เกดิ ทงั้ ข้อ ก , ข และขอ้ ค

5. Acelyl CoA 1 โมเลกลุ ท่ีเข้าสู่วัฏจักรเครบสจ์ ะใหพ้ ลังงานในรูปแบบของสารใดบ้างและอย่าง

ละกโ่ี มเลกลุ

ก. 2 ATP , 6 NADH , 2 FADH2 ข. 1 ATP , 2 NADH , 2

FADH2

ค. 1 ATP , 3 NADH , 2 FADH2 ง. 1 ATP , 3 NADH , 1

FADH2

6. บริเวณใดในเซลลท์ เ่ี กดิ วฏั จกั รเครบส์ (Kreb cycle)

ก. เกดิ ขึ้นใน Matrix ของไมโทคอนเดรยี ข. เกิดข้นึ ใน cytosol ของ

เซลล์

ค. เกิดทเ่ี ยือ่ หุ้มดา้ นในของไมโทคอนเดรีย ง. ไม่มีข้อใดถกู ต้อง

7. คาร์บอนไดออกไซด์ ส่วนใหญใ่ นกระบวนการสลายสารอาหาร จะถูกปลดปล่อยออกมาจาก

กระบวนการใด

ก. การถ่ายทอดอเิ ล็กตรอน ข. ไกลโคลซิ ิส ค. วฏั จกั รเครปส์ ง.

ฟอสโฟรเิ ลชนั

8. จากภาพ ระหวา่ งการถา่ ยทอดอิเลก็ ตรอน มกี ารเคล่อื นยา้ ยโปรตอนเขา้ ไปไว้ท่ตี ำแหนง่ หมายเลข

ใด

ก. หมายเลข 4 ข. หมายเลข 2

ค. หมายเลข 5 ง. หมายเลข 1

9. จากภาพ โครงสรา้ ง X คอื อะไร

ก. ATP ข. Oxygen

ค. ATP synthase ง. Cytochrome complex

10. กระบวนการใดไมไ่ ดเ้ กิดข้ึนภายในไมโทคอนเดรีย

ก. ไกลโคลซิ ิส ข. วัฏจักรเครบส์

ค. การถา่ ยทอดอิเล็กตรอน ง. ทง้ั ข้อ ก , ข และ ค

11. ข้อใดเปน็ ปฏกิ ิรยิ าที่เกิดขึ้นในเยื่อหุ้มชน้ั ในของไมโทคอนเดรีย (Cristae)

ก. การสรา้ งอะซทิ ลิ โคเอนไซม์ เอ(Acetyl CO A) ข. วฏั จกั รเครบส์ (Kreb cycle)

ค. ไกลโคไลซสิ (Glycolysis) ง. การถ่ายทอดอิเล็กตรอน (Electron

transport system)

12. การสลายกลูโคสแบบใชอ้ อกซิเจนอยา่ งสมบูรณ์ จะไดน้ ้ำเกิดข้ึนกี่โมเลกุล

ก. 12 ข. 8 ค. 10 ง. 6

13. เพราะเหตุใดการถ่ายทอดอิเลก็ ตรอนจึงเกิดขน้ึ ทผี่ นังชั้นในของไมโทคอนเดรยี

ก. มพี ้ืนทผี่ ิวมาก ATP สามารถสะสมไดม้ ากเมื่อถูกสร้างขึ้น

ข. มสี ารตา่ งๆท่เี กี่ยวข้องกับการถา่ ยทอดอิเลก็ ตรอนอยู่

ค. อยใู่ กล้ชิดกับส่วนทเ่ี ปน็ วฏั จักรเครบสม์ ากกวา่ บรเิ วณอื่น

ง. มผี นังพับไปมาการถา่ ยทอดอเิ ล็กตรอนจงึ เกิดได้มากและงา่ ย

14. เมื่อตัวสมบูรณร์ ีดวิ ซ์ เข้าสกู่ ระบวนการถ่ายทอดอเิ ล็กตอน แต่ละสารจะใหจ้ ำนวน ATP ตามข้อ

ใด

ก. 1 NADH ให้ 3 ATP ข. 1 NADH ให้ 2 ATP

ค. 1 FADH2ให้ 3 ATP ง. 1 FADH2ให้ 4 ATP

15. ออกซิเจนทเ่ี ข้าไปอยู่ในกระบวนการถา่ ยทอดอเิ ล็กตรอนนั้น ผ่านเขา้ ไมโทรคอนเดรียในรปู ของ

ก. กรดไพรวู กิ ข. กา๊ ซออกซิเจน ค. คารบ์ อนไดออกไซด์ ง.

กลโู คส

16. ในการหายใจระดบั เซลล์ชนดิ ใดใชอ้ อกซเิ จน ATP ส่วนใหญ่เกดิ ในชว่ งใด

ก. วัฏจกั รเครบส์ ข. กรดไพรูวิก ค. การถ่ายทอดอเิ ลก็ ตรอน ง.

ไกลโคลิซิส

แบบประเมินคำตอบแบบเตมิ คำหรอื ข้อความ

กิจกรรมท่ี 1 เร่ือง สลายสารอาหารระดบั เซลล์

ประเมนิ ครง้ั ท่ี ................... วนั ท่ี ....................................................

เลขที่ ช่ือ-สกุล คะแนน ระดับ เลขที่ ช่ือ-สกลุ คะแนน ระดบั
(4) คณุ ภาพ (4) คุณภาพ

1 21

2 22

3 23

4 24

5 25

6 26

7 27

8 28

9 29

10 30

11 31

12 32

13 33

14 34

15 35

16 36

17 37

18 38

19 39

20 40

เกณฑก์ ารให้คะแนน คะแนน
เกณฑ์
1 คะแนน 0 คะแนน
การเตมิ คำตอบ เตมิ คำตอบไดถ้ กู ต้อง เตมิ คำตอบไมถ่ ูกตอ้ ง

เกณฑ์การประเมนิ ผล : การอธิบายสลายสารอาหารระดบั เซลล์

เกณฑ์ ดี(3) คุณภาพ ควรปรับปรงุ (1)
ผ้เู รยี นตอบถกู ต้อง 6 ขอ้ พอใช(้ 2) ผูเ้ รยี นตอบถูกต้อง 2 ขอ้
ความถกู ต้องของ ผู้เรยี นตอบถูกต้อง 4 ข้อ
การเตมิ คำตอบ ร้อยละ 80 ขึ้นไป รอ้ ยละ 70-79 ตำ่ กวา่ ร้อยละ70

สรุปผลการประเมนิ : ระดบั คณุ ภาพของนักเรียนโดยรวม

(........) ดี (.......) พอใช้ (........) ปรับปรงุ

หมายเหตุ : ระดบั คุณภาพทที่ ำไดข้ ึ้นอยูก่ บั จำนวนขอ้ ในแต่ละกจิ กรรม

แบบประเมนิ การเขียนแผนผังความคิด
กิจกรรม เรือ่ ง การสลายสารอาหารระดับเซลล์
ประเมินครั้งท่ี .......................วนั ที่ ........................................................

รายการประเมนิ สรุปผล

ที่ ช่ือ-สุกล ความถกู ตอ้ งของ ความคิด รวม ผ่าน ไม่
ข้อมูล สร้างสรรค์ (4) ผ่าน
2
2

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

23

24

25

26

27
28
29

รายการประเมนิ สรุปผล

ท่ี ชอื่ -สุกล ความถูกต้องของ ความคดิ รวม ผ่าน ไม่
ข้อมลู สร้างสรรค์ (4) ผ่าน
2
2

30

31

32

33

34

35

36

37

38

39

40

เกณฑก์ ารประเมินแผนผังความคดิ

รายการประเมิน ระดบั คะแนน

32 1
ขาดทั้ง 2 ประการ
1. ความถกู ต้องของข้อมูล - เขียนแผนผงั ความคดิ ท่ี ขาดประการใดประการ
- ไมร่ ะบายสี และตกแต่ง
ศึกษาได้ถูกต้องครบถว้ น หน่ึง แผนผงั ความคดิ

- บอกจำนวนพลงั งานได้

ถูกต้อง

2. ความคิดสรา้ งสรรค์ - ระบายสี และตกแตง่ - ระบายสี และตกแตง่

แผนผังความคดิ อยา่ ง แผนผงั ความคดิ แตด่ ู

สวยงาม เลอะเทอะ

เกณฑก์ ารประเมิน : 3 – 4 คะแนน ผ่าน

0 – 2 คะแนน ไม่ผา่ น

สรุปผลการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพของนักเรียนโดยรวม

(..........) ผ่าน (...........) ไมผ่ า่ น

แบบประเมนิ พฤติกรรมการสืบคน้ ขอ้ มลู
ใบกิจกรรมเรือ่ ง การสลายสารอาหารระดบั เซลล์
ประเมนิ ครัง้ ท่ี ...................วันท.ี่ ...................................................

เกณฑ์การให้คะแนน

กลุม่ ท่ี ข้อมูลการสบื ค้น การใช้อปุ กรณ์และ/หรือ รวม ระดบั คุณภาพ
เครอื่ งมือ (6)

321321

1

2

3

4

5

6

7

8

เกณฑ์การให้คะแนน :

เกณฑ์การให้คะแนน 3 ระดบั คะแนน 1
2

ข้อมลู การสืบค้นที่ ขอ้ มูลการสบื ค้นท่ี ข้อมูลการสืบคน้ ไวโ้ ดยมี ข้อมูลการสบื คน้ ท่ี

กำหนด กำหนดไวอ้ ย่างถูกต้อง ครูเป็นผู้แนะนำบางสว่ น กำหนดไว้อย่างถูกต้อง มี

มกี ารปรบั ปรงุ แกไ้ ข มีการปรับปรงุ แก้ไข การปรบั ปรงุ แกไ้ ข

การใชอ้ ุปกรณ์และ/ ใช้อปุ กรณ์และ/หรือ ใชอ้ ปุ กรณ์และ/หรือ ใช้อุปกรณ์และ/หรือ

หรอื เครื่องมือในการ เครอ่ื งมืออย่างถูกต้อง เครอื่ งมอื อย่างถูกต้องแต่ เครือ่ งมอื ไม่ถูกต้อง

สบื ค้น และคลอ่ งแคล่ว ไมค่ ล่องแคลว่

เกณฑก์ ารประเมิน :

7– 9 หมายถึง ระดับคณุ ภาพดี

4– 6 หมายถงึ ระดับคณุ ภาพพอใช้

ตำ่ กวา่ 3 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพควรปรบั ปรุง

สรปุ ผลการประเมิน :ระดบั คุณภาพนกั เรียนในภาพรวม

แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน
เรื่อง การสลายสารอาหารระดับเซลล์
ประเมนิ ครง้ั ที่ ................... วันท่ี ....................................................

คำช้ีแจง กรอกคะแนน 1 (มี) หรือ 0 (ไม่มี) ลงในช่องที่ตรงกับความคดิ เห็นมากท่ีสดุ (10 คะเเนน)

รายการประเมิน กลุ่มที่

12345678

1. มสี าระสำคญั ของเรอื่ ง

ท่ีนำเสนอ

2. มเี นือ้ หาถกู ตอ้ งครบถ้วน

3. มกี ารลำดับเร่อื งท่นี ำเสนอ

ราบรนื่ เน้นประเด็นสำคญั

4. มีการใช้ภาษาท่ถี กู ต้องตาม

อกั ขระ ชดั เจน

5. มีส่อื ประกอบการนำเสนอ

6. มบี คุ ลิกภาพท่ีเหมาะสมใน

การส่ือสาร

7. มีรูปแบบการนำเสนอท่ี

น่าสนใจ ไมน่ ่าเบื่อ

8. มคี วามสามารถในการตอบ

คำถามไดช้ ัดเจน ตรงประเดน็

9. มีการแก้ปัญหาและอปุ สรรค

เฉพาะหนา้ ได้ดี

10. มกี ารตรงต่อเวลาใน การ

นำเสนอ

รวม

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน :

มี = 1 คะแนน ไมม่ ี = 0 คะแนน

เกณฑก์ ารประเมินผล : 7- 10 คะแนน ระดบั คณุ ภาพดี

4 - 6 คะแนน ระดบั คณุ ภาพพอใช้

1 - 3 คะแนน ระดบั คณุ ภาพควรปรับปรุง

สรปุ ผลการประเมิน : ระดับคณุ ภาพของนักเรยี นโดยรวม

(.....) ดี (.....) พอใช้ (.....) ควรปรับปรุง

แบบสังเกตพฤติกรรมคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ประเมินครงั้ ที่ ................... วนั ท่ี ....................................................

มวี นิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ รวม สรุปผล
321 (6)
ท่ี ชอ่ื -สกลุ 3 2 1 ผ่าน
ไ ่มผ่าน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28

มีวินัย ใฝเ่ รียนรู้ รวม สรปุ ผล
321 (6)
ท่ี ชอ่ื -สกลุ 3 2 1 ผ่าน
ไ ่มผ่าน

29

30

31

32

33
34
35

36

37

38

39
40

เกณฑ์การใหค้ ะแนน

คณุ ลักษณะ เกณฑก์ ารให้ระดบั คะแนน

อนั พึงประสงค์ ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1)
ไม่ปฏิบตั ติ นตาม
1. มวี นิ ยั ปฏบิ ตั ิตามข้อตกลง ปฏบิ ัตติ ามขอ้ ตกลง ปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลง ขอ้ ตกลง
กฎเกณฑร์ ะเบียบ
กฎเกณฑ์ ระเบยี บ กฎเกณฑ์ ระเบยี บ กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บังคับของ
ครอบครัวและ
ขอ้ บังคับของครอบครัว ข้อบังคบั ของครอบครัว ข้อบงั คบั ของ โรงเรยี น

โรงเรียน และสงั คม ไม่ และโรงเรยี น ตรงตอ่ ครอบครวั และ - ไม่ตั้งใจเรียน
- ไม่ศกึ ษาคน้ คว้า
ละเมดิ สทิ ธขิ องผ้อู ืน่ ตรง เวลาในการปฏบิ ัติ โรงเรียน ตรงต่อ หาความรู้

ตอ่ เวลาในการปฏิบตั ิ กิจกรรมต่างๆใน เวลาในการปฏบิ ัติ

กจิ กรรมตา่ งๆใน ชีวิตประจำวนั และ กิจกรรมต่างๆใน

ชวี ติ ประจำวัน และ รบั ผดิ ชอบในการ ชวี ติ ประจำวัน

รับผิดชอบในการทำงาน ทำงาน

2. ใฝเ่ รยี นรู้ - ตั้งใจเรียน เอาใจใส่ - ตงั้ ใจเรยี น เอาใจใส่และ - ตั้งใจเรียน เอาใจใส่

และมีความเพยี รพยายามใน มีความเพยี รพยายามใน และมีความเพยี ร

การเรยี นรแู้ ละเข้ารว่ ม การเรยี นรแู้ ละเข้ารว่ ม พยายามในการเรยี นรู้

กจิ กรรมการเรยี นรตู้ ่าง เปน็ กิจกรรมการเรยี นรู้ และเขา้ รว่ มกจิ กรรม

ประจำ บ่อยครัง้ การเรยี นรู้ต่างบางคร้ัง

- ศึกษาคน้ คว้าหาความรจู้ าก -ศึกษาคน้ คว้าหาความรู้ - ศึกษาคน้ ควา้ หา

หนงั สอื เอกสารหรอื จาก จากหนงั สอื เอกสาร หรือ ความรจู้ ากหนงั สอื

แหลง่ เรยี นรู้ ท้ังภายในและ จากแหล่งเรยี นรู้ ท้ัง เอกสาร หรือจาก

ภายนอกโรงเรยี นและมกี าร ภายในและภายนอก แหลง่ เรียนรู้ ท้งั

บันทกึ ความรู้สรปุ เป็นองค์ โรงเรียน และมีการบนั ทึก ภายในและภายนอก

ความรู้ นำเสนอแนะ ความรสู้ รปุ เปน็ องค์ โรงเรยี น และมีการ

แลกเปลยี่ นความรู้ ด้วย ความรู้ นำเสนอแนะ บนั ทึกความรู้

วิธีการ ท่ีหลากหลาย แลกเปลยี่ นความรู้

เกณฑก์ ารประเมนิ
4 หมายถงึ ระดับดมี าก 3 หมายถึง ระดับดี
2 หมายถงึ ระดับพอใช้ 1 หมายถงึ ปรบั ปรุง

เกณฑ์การผ่าน : แต่ละรายการตอ้ งไมน่ ้อยกว่าระดบั 3





บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรียนรู้
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 23 เรือ่ ง การหายใจระดับเซลล์ (ไม่ใช้O2)

1. ผลการจัดการเรียนรู้

1.1 ผลประเมินด้านความรู้ (K)
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 สามารถอธิบายและเปรียบเทียบขั้นตอนการหายใจระดับ

เซลล์ในภาวะที่มีออกซิเจนเพียงพอและภาวะที่มีออกซิเจนไม่เพียงพอได้จากการทำคำถามตรวจสอบ
ความเขา้ ใจซึ่งนกั เรยี นผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ที่กำหนด 70% ข้นึ ไปเปน็ จำนวน 24 คน คิดเป็นร้อยละ
100 ของนักเรยี นทง้ั หมด 24 คน

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 สามารถอธิบายและเปรียบเทียบขั้นตอนการหายใจระดับ
เซลล์ในภาวะที่มอี อกซิเจนเพียงพอและภาวะที่มีออกซิเจนไม่เพียงพอได้จากการทำคำถามตรวจสอบ
ความเขา้ ใจซ่งึ นกั เรียนผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ท่กี ำหนด 70% ขน้ึ ไปเป็นจำนวน 26 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ
100 ของนกั เรียนท้งั หมด 26 คน

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3 สามารถอธิบายและเปรียบเทียบขั้นตอนการหายใจระดับ
เซลล์ในภาวะที่มีออกซิเจนเพียงพอและภาวะทีม่ ีออกซิเจนไม่เพียงพอได้จากการทำคำถามตรวจสอบ
ความเข้าใจซึง่ นักเรยี นผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ที่กำหนด 70% ขน้ึ ไปเปน็ จำนวน 31 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ
100 ของนกั เรียนทงั้ หมด 31 คน

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/4 สามารถอธิบายและเปรียบเทียบขั้นตอนการหายใจระดับ
เซลล์ในภาวะที่มีออกซิเจนเพียงพอและภาวะที่มอี อกซิเจนไม่เพียงพอได้จากการทำคำถามตรวจสอบ
ความเข้าใจซง่ึ นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินท่กี ำหนด 70% ข้นึ ไปเปน็ จำนวน 13 คน คิดเป็นรอ้ ยละ
100 ของนักเรียนทัง้ หมด 13 คน

1.2 ผลประเมินด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 สามารถวิเคราะห์ อภิปราย ตีความ และลงข้อสรุปเกี่ยวกับ

ขั้นตอนการหายใจระดับเซลล์ในภาวะที่มีออกซิเจนเพียงพอและภาวะที่มีออกซิเจนไม่เพียงพอ ซึ่ง
นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนด 70% ขึ้นไปเป็นจำนวน 24 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของ
นักเรียนทง้ั หมด 24 คน

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 สามารถวิเคราะห์ อภิปราย ตีความ และลงข้อสรุปเกี่ยวกับ
ขั้นตอนการหายใจระดับเซลล์ในภาวะที่มีออกซิเจนเพียงพอและภาวะที่มีออกซิเจนไม่เพียงพอ ซ่ึง
นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนด 70% ขึ้นไปเป็นจำนวน 26 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของ
นกั เรียนท้ังหมด 26 คน


Click to View FlipBook Version