The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้และบันทึกหลังแผนหน่วยการเรียนรู้ที่3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by turnglove555, 2021-10-18 10:52:55

แผนการจัดการเรียนรู้และบันทึกหลังแผนหน่วยการเรียนรู้ที่3

แผนการจัดการเรียนรู้และบันทึกหลังแผนหน่วยการเรียนรู้ที่3

บนั ทกึ ผลหลังการจัดการเรียนรู้
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 18 เร่ือง เซลล์ (ส่วนทหี่ ่อหุ้มเซลล์)

1. ผลการจัดการเรยี นรู้

1.1 ผลประเมินด้านความรู้ (K)
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 สามารถอธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของส่วนที่ห่อหุ้มเซลล์

ของเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ได้จากการทำคำถามตรวจสอบความเข้าใจซึ่งนักเรียนผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ ทก่ี ำหนด 70% ข้ึนไปเป็นจำนวน 24 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 100 ของนักเรยี นทง้ั หมด 24 คน

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 สามารถอธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของส่วนที่ห่อหุ้มเซลล์
ของเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ได้จากการทำคำถามตรวจสอบความเข้าใจซึ่งนักเรียนผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ ท่ีกำหนด 70% ขนึ้ ไปเปน็ จำนวน 26 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 100 ของนักเรียนทั้งหมด 26 คน

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3 สามารถอธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของส่วนที่ห่อหุ้มเซลล์
ของเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ได้จากการทำคำถามตรวจสอบความเข้าใจซึ่งนักเรียนผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ ท่กี ำหนด 70% ขึน้ ไปเป็นจำนวน 31 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 100 ของนักเรยี นทั้งหมด 31 คน

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/4 สามารถอธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของส่วนที่ห่อหุ้มเซลล์
ของเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ได้จากการทำคำถามตรวจสอบความเข้าใจซึ่งนักเรียนผ่านเกณฑ์การ
ประเมินทก่ี ำหนด 70% ขน้ึ ไปเปน็ จำนวน 13 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 100 ของนักเรยี นทั้งหมด 13 คน

1.2 ผลประเมนิ ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 สามารถวิเคราะห์ อภิปราย ตีความ และลงข้อสรุปเกี่ยวกบั

โครงสรา้ งและหน้าที่ของเซลล์ได้จากการทำใบงานที่ 3.3 ซึ่งนักเรียนผา่ นเกณฑ์การประเมินท่กี ำหนด
70% ข้นึ ไปเป็นจำนวน 24 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 100 ของนักเรียนทั้งหมด 24 คน

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 สามารถวิเคราะห์ อภิปราย ตีความ และลงข้อสรุปเกี่ยวกบั
โครงสรา้ งและหน้าท่ีของเซลล์ได้จากการทำใบงานท่ี 3.3 ซ่ึงนักเรยี นผ่านเกณฑ์การประเมินท่ีกำหนด
70% ขน้ึ ไปเป็นจำนวน 26 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 100 ของนกั เรียนท้ังหมด 26 คน

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3 สามารถวิเคราะห์ อภิปราย ตีความ และลงข้อสรุปเกี่ยวกับ
โครงสร้างและหนา้ ท่ีของเซลล์ได้จากการทำใบงานท่ี 3.3 ซึ่งนักเรียนผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ท่กี ำหนด
70% ขน้ึ ไปเป็นจำนวน 31 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 100 ของนักเรียนทงั้ หมด 31 คน

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/4 สามารถวิเคราะห์ อภิปราย ตีความ และลงข้อสรุปเกี่ยวกบั
โครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์ได้จากการทำใบงานที่ 3.3 ซงึ่ นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์การประเมินที่กำหนด
70% ขึน้ ไปเป็นจำนวน 13 คน คิดเปน็ ร้อยละ 100 ของนกั เรยี นท้งั หมด 13 คน



แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 19

รายวิชา ชวี วิทยา 1 (ว30241) กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 เรื่อง เซลล์และการทำงานของเซลล์ ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 19 เรอื่ ง เซลล์ (ออร์แกเนลล์) จำนวนเวลา 3 ช่ัวโมง

ผ้สู อน นายชินวตั ร เจริญอนิ ทร์ โรงเรียนเตรยี มอดุ มศกึ ษาน้อมเกลา้ อุตรดติ ถ์

1. ผลการเรียนรู้
1.1 สืบค้นขอ้ มูล อภปิ ราย และระบชุ นดิ และหนา้ ที่ของออร์แกเนลล์
1.2 อธิบายโครงสร้างและหน้าท่ขี องนิวเคลยี ส

2. สาระสำคัญ
เซลล์เป็นหนว่ ยพน้ื ฐานท่เี ล็กทส่ี ุดของสิง่ มีชวี ติ โครงสรา้ งของเซลล์ประกอบด้วยส่วนที่ห่อหุ้ม

เซลล์ ไซโทพลาซึม และนิวเคลียส เซลล์มีรูปร่างแตกต่างกัน ส่วนมากมีขนาดเล็กมากจนไม่สามารถ
มองเห็นไดด้ ว้ ยตาเปล่า จึงต้องอาศยั กลอ้ งจุลทรรศน์ช่วยในการศกึ ษา โครงสรา้ งของเซลล์ทศี่ กึ ษาด้วย
กล้องจลุ ทรรศนอ์ ิเล็กตรอนจะเห็นรายละเอียดมากกวา่ การศึกษาด้วยกล้องจุลทรรศนใ์ ชแ้ สง

ไซโทพลาซึมอย่ภู ายในเย่อื ห้มุ เซลล์ ประกอบด้วยไซโทซอลและออร์แกเนลล์
นิวเคลียสเป็นศูนย์กลางควบคุมการทำงานของเซลล์ยูคาริโอต ประกอบด้วยเยื่อหุ้ม ซ่ึง
ภายในมี DNA RNA และโปรตีนบางชนิด
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ดา้ นความรู้ (K)

1) สามารถอธิบายชนดิ และหน้าทข่ี องออรแ์ กเนลล์
2) สามารถอธบิ ายโครงสร้างและหน้าทีข่ องนวิ เคลียส
3.2 ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
1) สามารถสืบคน้ ข้อมลู เกีย่ วกับโครงสรา้ งและหนา้ ท่ขี องเซลล์
2) สามารถจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมลู จากการสืบคน้ เกย่ี วกับโครงสร้างและ
หนา้ ที่ของออร์แกเนลล์
3) สามารถวเิ คราะห์ อภิปราย ตคี วาม และลงข้อสรุปเกีย่ วกับโครงสรา้ งและหน้าทขี่ อง
ออรแ์ กเนลล์
4) มที ักษะการสือ่ สารในการนำเสนอผลงานดว้ ยวาจาหนา้ ชน้ั เรยี น
3.3 ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
1) มวี นิ ัย

2) ใฝ่เรียนรู้
4. สาระการเรียนรู้

4.1 ออร์แกเนลล์
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น

5.1 ผู้เรยี นมีความสามารถในการสือ่ สาร ถา่ ยทอดความคิด ความเขา้ ใจ การใชเ้ ทคโนโลยี
เร่ือง ในใบกิจกรรม เรื่อง เซลล์

5.2 ผู้เรยี นมคี วามสามารถในการคิด สามารถคดิ วเิ คราะห์ เพือ่ สรปุ ความรเู้ ก่ียวกับเซลล์
6. ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

6.1 การสังเกต
6.2 ลงความเหน็ จากข้อมูล
7. ทกั ษะแห่งศตวรรษท่ี 21
7.1 การสื่อสารสารสนเทศและการรู้ เท่าทันสอื่
7.2 ความร่วมมือ การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผ้นู ำ
8. จติ วิทยาศาสตร์
8.1 ความอยากรอู้ ยากเหน็
8.2 ความมุ่งมนั่ อดทน
8.3 ความซอ่ื สตั ย์
9. การบูรณาการ
โครงการโรงเรียนสจุ ริต
10. ช้ินงาน/ภาระงาน
ใบกจิ กรรม เรื่อง เซลล์
11. คำถามสำคญั
ถ้าในเซลล์ไมม่ ีไรโบโซม จะมีสง่ ผลอย่างไรต่อเซลล์
12. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ (ใช้กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ (5E))
12.1 ข้นั สรา้ งความสนใจ (Engagemant)

1. นักเรียนและครูทบทวนความรู้เดิมเรื่องโครงสร้างเซลล์และหน้าที่ของเซลล์ โดยมี
ชดุ คำถามดงั น้ี

1) ผนังเซลลม์ ีความสำคัญตอ่ เซลลอ์ ย่างไร (แนวตอบ : ผนังเซลลท์ ำหนา้ ท่เี พิ่ม
ความแข็งแรงให้แกเ่ ซลล์ และทำใหเ้ ซลล์คงรูปร่างอยู่ได)้

2) เยอ่ื หมุ้ เซลล์มีความสำคัญตอ่ เซลล์อย่างไร (แนวตอบ : เยอ่ื หุม้ เซลล์ทำหน้าท่ี
แสดงขอบเขตของเซลล์ และควบคุมการเขา้ ออกของสารต่างๆ)

2. นกั เรียนดูวิดโี อโครงสร้างของเซลล์ แล้วตอบคำถามว่านักเรยี นเห็นโครงสร้างใดบา้ ง
และคดิ ว่าโครงสร้างต่างๆ มหี น้าท่อี ย่างไร โดยมีชดุ คำถามดังนี้

1) ร่างแหเอนโดพลาซึมแบบผวิ ขรขุ ระกับแบบผิวเรยี บมีความแตกตา่ งกนั อย่างไร

(แนวตอบ : ร่างแหเอนโดพลาซึมแบบผิวขรุขระจะมีไรโบโซมเกาะอยู่ มหี น้าท่ีสงั เคราะหโ์ ปรตนี สว่ น

แบบผวิ เรียบจะไม่มีไรโบโซมกะอยู่ ทำหนา้ ที่สงั เคราะห์สารพวกไขมัน และสเตอรอยด์ฮอร์โมน)

2) พบไรโบโซมไดใ้ นบรเิ วณใดของเซลล์ (แนวตอบ : พบกระจายตวั อยู่อิสระในไซ

โทพลาซมึ และพบอยู่บนร่างแหเอนโดพลาซึม)

3) กอลจคิ อมเพลก็ ซ์มลี ักษณะอยา่ งไร (แนวตอบ : ลักษณะเป็นถงุ กลมแบนขนาด

ใหญ่ท่ีบริเวณขอบจะโปง่ ออก เรียกวา่ เวสิเคิล แต่ละถงุ เรียงซอ้ นกันเป็นชน้ั ๆ เรียกว่า ซีสเทอร์นา)

4) ไลโซโซมมีความสำคัญต่อเซลล์อย่างไร (แนวตอบ : ไลโซโซมทำหนา้ ทย่ี ่อยสาร

และสลายโครงสร้างของเซลล์เมื่อเซลลต์ าย)

5) จงอธิบายความแตกตา่ งของแวคิวโอลแตล่ ะชนิด (แนวตอบ : แซบแวควิ โอล

พบเฉพาะในเซลลพ์ ืช ทำหน้าทีส่ ะสมสารต่างๆ เช่น สารสี ไอออน

คอนแทร็กไทล์แวคิวโอล พบในโพรโตซัวน้ำจืดหลายชนิด เช่น อะมีบา พารามี

เซยี ม ทำหนา้ ท่ีรกั ษาสมดุลนำ้ และกำจดั ของเสยี ออกจากเซลล์

ฟูดแวคิวโอล พบในโพรโตซัวพวกอะมีบาและพารามีเซียม อีกทั้งยังพบในเซลล์

เม็ดเลือดขาวและฟาโกไซติกเซลล์ ภายในฟูดแวคิวโอลมีอาหารอยู่ ซึ่งจะถูกย่อยโดยเอนไซม์จาก

ไลโซโซม)

12.2 ขนั้ สำรวจและค้นหา (Exploration)

1. นกั เรยี นแบง่ ออกเป็นกลุ่มละ 3-4 คน เพ่ือทำกิจกรรมแบบจำลองโครงสร้างของ

เซลล์พืชและเซลล์สตั ว์ โดยการใชด้ ินน้ำมันและชี้บอกชอ่ื ออร์แกเนลล์ และจะตอ้ งออรแ์ กเนลล์ให้ครบ

ตามหัวข้อทก่ี ำหนด ดงั นี้

- เย่ือหมุ้ เซลล์ - ผนังเซลล์

- นวิ เคลียส - ไรโซโซม

- แวควิ โอล - คลอโรพลาสต์

- ไมโทคอนเดรีย - เซนทริโอล

- กอลจคิ อมเพล็กซ์ - ไลโซโซม

- รา่ งแหเอนโดพลาซึม

จากนน้ั ให้แต่ละกลุม่ นำเสนอหน้าชั้นเรยี น

2. นักเรียนปฏิบัติกิจกรรม และครูทำการสังเกตนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรมโดยใช้

แบบสังเกตบันทึกการปฏิบัติกิจกรรม มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานแสดงการวัดและ

ประเมินผล

12.3 ขัน้ อธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation)

1. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายและลงข้อสรุปหน้าที่ของออร์แกเนลล์แต่ละชนิด

โดยครูอาจใช้ข้อความต่างๆ เพื่อให้นักเรียนร่วมกันระบุว่า ข้อความนั้นเกี่ยวข้องกับออร์แกเนลล์ใด

ดงั น้ี

- ถุงบรรจุอาหาร (ฟดู แวคิวโอล)

- แหล่งสารพนั ธุกรรม (นิวเคลียส)

- แหลง่ สงั เคราะห์โปรตีน (ไรโซโซม)

- ผลติ อาหารให้แกพ่ ืช (คลอโรพลาสต์)

- แยกโครมาทดิ ออกจากกนั (เซนทรโิ อล)

- คำ้ จนุ รปู ร่างของเซลล์ (ผนังเซลล์)

- แหลง่ พลังงานของเซลล์ (ไมโทคอนเดรีย)

- รวบรวมและขนสง่ สาร (กอลจคิ อมเพลก็ ซ์)

- ทำลายออร์แกเนลลเ์ มอ่ื เซลล์ตาย (ไลโซโซม)

- สงั เคราะหฮ์ อรโ์ มนสเตอรอยด์ (ร่างแหเอนโดพลาซึมแบบผิวเรยี บ)

- หอ่ หุ้มเซลลแ์ ละคัดเลือกสารเขา้ ออกเซลล์ (เย่อื หมุ้ เซลล)์

2. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลการวิเคราะห์และลงข้อสรุปสาระการเรียนรู้

หากพบว่าผู้เรียนกลุ่มอื่นมีผลการวิเคราะห์และลงข้อสรุปข้อมูลขัดแย้งกับผลการอภิปรายให้

ดำเนนิ การแกไ้ ขดงั กล่าวใบกจิ กรรมของตนเองให้ถูกต้อง

12.4 ขั้นขยายความ (Elaboration)

1.นกั เรียนและครูร่วมกนั ตอบคำถาม โดยมีชดุ คำถามดังน้ี

1) ไมโทคอนเดรยี มีลกั ษณะอย่างไร (แนวตอบ : มรี ปู ร่างหลายแบบ มเี ยอ่ื หุ้ม 2 ชนั้

โดยช้ันนอกผวิ เรียบ ทำหน้าท่ีควบคุมการผ่านเขา้ ออกของสาร ส่วนชน้ั พบั ทบไปมายน่ื เข้าดา้ นในเพ่ือ

เพ่มิ พื้นท่ผี วิ สำหรบั สรา้ งพลังงาน)

2) ไมโทคอนเดรียมีความสำคัญตอ่ เซลลอ์ ยา่ งไร (แนวตอบ : ไมโทคอนเดรียทำ
หน้าที่เป็นแหล่งสรา้ งพลงั งานในเซลล์)

3) พลาสติดมีลักษณะอย่างไร และมีหน้าท่ีอย่างไร (แนวตอบ : มเี ยือ่ หุม้ 2 ชั้น พบ
ในเซลล์พชื และโพรทิสต์บางชนิด ทำหน้าท่ีสังเคราะหส์ ารบางชนดิ และเปน็ ที่เกบ็ เมด็ สหี รือรงควตั ถุ)

4) จงอธบิ ายความแตกตา่ งของพลาสตดิ แตล่ ะชนดิ (แนวตอบ : คลอโรพลาสต์ มสี ี
เขียว มีสารสี คือ คลอโรฟลิ ล์ ทำหน้าทสี่ ร้างอาหารใหแ้ กเ่ ซลลพ์ ืชและโพรทิสตบ์ างชนดิ จากการบวน
การสังเคราะห์ด้วยแสง

โครโมพลาสต์ ทำหนา้ ทส่ี งั เคราะหแ์ ละสะสมสารสี เช่น แคโรทนี อยด์ แซนโท
ฟลิ ล์ ซึง่ ทำให้สว่ นตา่ งๆ ของพชื มสี ีสนั ตา่ งกนั

ลวิ โคพลาสต์ ไม่มีสี ทำหนา้ ที่เก็บสะสมแป้งทีไ่ ด้จากกระบวนการสังเคราะหด์ ้วย
แสง พบในเซลลร์ ากที่มีการสะสมอาหาร เช่น มัน เผอื ก แหว้

5) จงอธบิ ายโครงสร้างของคลอโรพลาสต์ (แนวตอบ : ภายในคลอโรพลาสตม์ ี
ลกั ษณะคลา้ ยถุงแบนๆ เรยี กวา่ ไทลาคอยด์ ซึ่งไทลาคอยด์เรยี งซอ้ นกันเปน็ ต้งั ๆ เรยี กว่า กรานุม
บริเวณรอบไทลาคอยดม์ ขี องเหลว เรยี วกว่า สโตมา)

6) นิวเคลียสมีความสำคัญตอ่ เซลล์อย่างไร (แนวตอบ : นิวเคลียสเป็นท่อี ยู่ของสาร
พันธกุ รรม ซงึ่ มีหน้าท่ีควบคุมการแบง่ เซลล์และกระบวนการเมแทบอลิซึมของเซลล์)

7) จงอธิบายโครงสร้างของนวิ เคลยี ส (แนวตอบ : โครงสรา้ งของนิวเคลยี ส
ประกอบดว้ ย 2 สว่ น ได้แก่ 1. เย่ือหุม้ นิวเคลียส ซงึ่ เปน็ เยื่อบางๆ 2 ชั้น มชี อ่ งเล็กๆ กระจายอยู่ทว่ั ไป
เรียกวา่ นิวเคลียร์พอร์ 2. นวิ คลีโอพลาซมึ ซึ่งประกอบไปด้วยนวิ คลีโอลสั และโครมาทนิ )

12.5 ข้นั ประเมินผล (Evaluation)
1. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มพิจารณาวา่ จากหวั ข้อที่เรียนมาและการปฏบิ ตั ิกิจกรรม มีจุด

ใดบ้างทยี่ ังไมเ่ ข้าใจหรือยังมีข้อสงสยั ถ้ามี ครูช่วยอธิบายเพ่ิมเตมิ ใหน้ ักเรยี นเข้าใจ
2. นกั เรียนอยา่ งน้อย 2 คน กลา่ วสะทอ้ นการเรยี นรู้โดยกล่าวถงึ ประสบการณ์วิธีการ

เรียนรู้ ความพงึ พอใจ ขอ้ เสนอแนะทีค่ วรปรับปรุง
13. สือ่ และแหลง่ การเรียนรู้
13..1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนังสือแบบเรยี นเสริมรายวิชาเพ่ิมเติมชวี วทิ ยา 1
2) ใบกิจกรรม เรอ่ื ง แบบจำลองเซลล์
3) Powerpiont เรอ่ื ง เซลล์
13.2 แหล่งการเรียนรู้
1) อินเทอรเ์ น็

14. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้
14.1 วธิ กี ารวัดและประเมนิ ผล

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วธิ กี ารวดั และประเมนิ เครอื่ งมือการวัดและ เกณฑ์การประเมนิ
ประเมนิ ผ่านตัง้ แต่ 70 % ขน้ึ ไป
1.ดา้ นความรู้ (K)
- ใบกิจกรรม เรอ่ื ง ผา่ นในระดบั ดี ขึน้ ไป
1) สามารถอธิบายชนิด เซลล์

และหนา้ ท่ีของออร์ - แบบจำลองเซลล์
- แบบจำลองเซลล์
แกเนลล์ - ตรวจใบกิจกรรม
- แบบจำลองเซลล์
2) สามารถอธิบาย
- แบบสงั เกต
โครงสรา้ งและหนา้ ท่ี

ของนิวเคลยี ส

2.ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)

1) สามารถสบื ค้นขอ้ มูล - ตรวจใบกจิ กรรม

เกย่ี วกับโครงสรา้ งและ

หน้าท่ีของเซลล์

2) สามารถจดั กระทำ - ตรวจคณุ ภาพข้อมูล

และสื่อความหมาย

ขอ้ มูลจากการสืบค้น

เกี่ยวกับโครงสรา้ งและ

หนา้ ท่ีของออรแ์ กเนลล์

3) สามารถวิเคราะห์ - ตรวจคุณภาพข้อมลู

อภปิ ราย ตีความ และ

ลงขอ้ สรุปเกี่ยวกับ

โครงสรา้ งและหนา้ ที่

ของออร์แกเนลล์

4) มที ักษะการสอื่ สาร - การสงั เกต

ในการนำเสนอผลงาน

ด้วยวาจาหนา้ ช้นั เรียน

3.ด้านคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)

1) ซือ่ สัตย์ สจุ รติ -การสงั เกต - แบบสงั เกต ผา่ นในระดับ ดี ข้ึนไป
2) มงุ่ มัน่ ในการทำงาน

14.2 เกณฑก์ ารตดั สินคะแนนเกบ็

1. เกณฑ์การให้คะแนนแตล่ ะประเด็นท่ีทำการวดั ผลจะใหค้ ะแนนตามเกณฑ์ของ

คะแนนแบบรบู รคิ ส์ (Rubric Score) เกณฑ์การให้คะแนนดงั กลา่ วแนบท้ายแผนการเรยี นร้นู ้ีแล้ว

2. เกณฑ์การตัดสินระดบั คุณภาพผู้เรียนจากคะแนนรวมท้งั หมด ระดบั บุคคล นักเรียน

มีผลงานระดบั ดี ถือว่า ผ่าน (ประกันผลการเรยี นรู้ของนักเรยี น)

3. เกณฑ์การตัดสินคะแนนที่เก็บ 10 คะแนนจากการทำกิจกรรมรวมทั้งหมด 30

คะแนน

คะแนนเกบ็ = คะแนนทนี่ ักเรียนไดใ้ นการทำกิจกรรมทั้งหมด X คะแนนเก็บ (10 คะแนน)

คะแนนจากกจิ กรรมท้ังหมด (30 คะแนน)

ใบกจิ กรรม
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 3 เซลลแ์ ละการทำงานของเซลล์ เรอ่ื ง แบบจำลองโครงสร้างของเซลล์

********************
วัตถปุ ระสงค์ : เพอื่ ให้นกั เรียนสืบค้นขอ้ มูล อภิปราย และระบุชนดิ และหน้าท่ีของออรแ์ กเนลล์
คำชี้แจง : ให้นักเรียนสร้างแบบจำลองโครงสร้างของเซลล์พืชและเซลล์สัตว์

วิธีการดำเนินงาน

1. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน

2. ให้นักเรียนสร้างแบบจำลองโครงสร้างของเซลล์พืชและเซลล์สัตว์

3. ให้นักเรียนปั้นดินน้ำมันและช้ีบอกช่ือออร์แกเนลล์ และจะต้องออร์แกเนลล์ให้ครบตาม

หัวข้อที่กำหนด ดังน้ี

- เยื่อหุม้ เซลล์ - ผนงั เซลล์

- นิวเคลยี ส - ไรโซโซม

- แวคิวโอล - คลอโรพลาสต์

- ไมโทคอนเดรีย - เซนทรโิ อล

- กอลจคิ อมเพล็กซ์ - ไลโซโซม

- ร่างแหเอนโดพลาซึม

4. จากน้ันให้นักเรียนนำเสนอ โดยการบอกลักษณะสำคัญของและหน้าที่ออร์แกเนล์ให้

ครบถ้วน

แบบประเมินพฤติกรรมการสืบคน้ ข้อมูล
ใบกิจกรรมเรอื่ ง แบบจำลองเซลล์

ประเมนิ ครั้งที่ ...................วนั ท.่ี ...................................................

เกณฑ์การให้คะแนน

กลุ่มท่ี ขอ้ มูลการสืบคน้ การใชอ้ ปุ กรณ์และ/หรือ รวม ระดับคุณภาพ
เครือ่ งมือ (6)

321321

1

2

3

4

5

6

7

8

เกณฑ์การให้คะแนน :

เกณฑ์การให้คะแนน 3 ระดบั คะแนน 1
2

ข้อมูลการสบื ค้นที่ ข้อมูลการสบื ค้นที่ ขอ้ มลู การสบื ค้นไว้โดยมี ขอ้ มูลการสบื คน้ ที่

กำหนด กำหนดไวอ้ ย่างถูกตอ้ ง ครเู ปน็ ผูแ้ นะนำบางส่วน กำหนดไว้อย่างถูกตอ้ ง มี

มีการปรบั ปรุงแก้ไข มกี ารปรบั ปรุงแก้ไข การปรบั ปรุงแกไ้ ข

การใชอ้ ุปกรณแ์ ละ/ ใช้อปุ กรณ์และ/หรือ ใชอ้ ปุ กรณ์และ/หรือ ใชอ้ ุปกรณ์และ/หรือ

หรือเครือ่ งมือในการ เคร่ืองมืออยา่ งถูกต้อง เคร่ืองมอื อยา่ งถูกต้องแต่ เครอื่ งมือไมถ่ ูกต้อง

สืบคน้ และคลอ่ งแคล่ว ไมค่ ล่องแคล่ว

เกณฑ์การประเมิน :

7– 9 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพดี

4– 6 หมายถึง ระดับคณุ ภาพพอใช้

ต่ำกวา่ 3 หมายถึง ระดับคณุ ภาพควรปรับปรุง

สรุปผลการประเมิน :ระดบั คุณภาพนกั เรยี นในภาพรวม

แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
เร่อื ง แบบจำลองเซลล์

ประเมินครงั้ ท่ี ................... วนั ที่ ....................................................

คำชี้แจง กรอกคะแนน 1 (มี) หรือ 0 (ไม่ม)ี ลงในช่องท่ตี รงกับความคิดเห็นมากท่ีสดุ (10 คะเเนน)

รายการประเมนิ กลุ่มท่ี

12345678

1. มสี าระสำคญั ของเรอื่ ง

ทนี่ ำเสนอ

2. มเี น้อื หาถูกต้องครบถว้ น

3. มีการลำดบั เรือ่ งทีน่ ำเสนอ

ราบรนื่ เนน้ ประเดน็ สำคัญ

4. มีการใช้ภาษาท่ถี กู ต้องตาม

อกั ขระ ชัดเจน

5. มีส่ือประกอบการนำเสนอ

6. มีบุคลกิ ภาพท่ีเหมาะสมใน

การส่ือสาร

7. มรี ูปแบบการนำเสนอที่

น่าสนใจ ไม่นา่ เบื่อ

8. มคี วามสามารถในการตอบ

คำถามไดช้ ัดเจน ตรงประเด็น

9. มกี ารแก้ปัญหาและอุปสรรค

เฉพาะหนา้ ไดด้ ี

10. มีการตรงตอ่ เวลาใน การ

นำเสนอ

รวม

เกณฑก์ ารให้คะแนน :

มี = 1 คะแนน ไมม่ ี = 0 คะแนน

เกณฑก์ ารประเมนิ ผล : 7- 10 คะแนน ระดับคณุ ภาพดี

4 - 6 คะแนน ระดับคณุ ภาพพอใช้

1 - 3 คะแนน ระดบั คณุ ภาพควรปรบั ปรุง

สรปุ ผลการประเมนิ : ระดบั คณุ ภาพของนักเรียนโดยรวม

(.....) ดี (.....) พอใช้ (.....) ควรปรบั ปรุง

แบบสังเกตพฤตกิ รรมคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
ประเมนิ ครั้งท่ี ................... วนั ท่ี ....................................................

ซื่อสัตย์ สุจรติ มุ่งมั่นใน สรุปผล
321 การทำงาน
ที่ ชอ่ื -สกลุ 32 1 รวม
(6)
ผ่าน
ไ ่มผ่าน

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27

ซ่ือสตั ย์ สุจรติ มุง่ มนั่ ใน สรปุ ผล
321 การทำงาน
ที่ ช่อื -สกลุ 32 1 รวม ผ่าน
(6) ไ ่มผ่าน

28

29

30

31

32

33

34

35

36

37

38

39

40

เกณฑ์การให้คะแนน

คุณลักษณะ เกณฑ์การให้ระดบั คะแนน

อนั พงึ ประสงค์ ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)
- ใหข้ ้อมูลไม่เปน็
1. ซ่อื สตั ย์ -ใหข้ ้อมลู ท่ีถกู ตอ้ ง และ -ใหข้ ้อมลู ท่ีถกู ตอ้ ง -ใหข้ ้อมูลทถ่ี กู ต้อง ความจริง
-ไมป่ ฏิบตั ิในสง่ิ ที่
สจุ รติ ความเป็นจริงเป็นประจำ และความเป็นจรงิ และความเปน็ จริง ถกู ตอ้ ง
-ไม่ปฏิบตั ติ นต่อ
-ปฏิบัติในส่ิงทถี่ กู ตอ้ ง บอ่ ยคร้งั เปน็ บางคร้ัง ผอู้ ่นื ด้วยความ
ซือ่ ตรง
ละอาย และเกรงกลวั ที่จะ -ปฏบิ ัติในส่งิ ที่ถกู ตอ้ ง -ปฏบิ ัตใิ นสิ่งท่ี

ทำความผิดเปน็ ประจำ ละอาย และเกรงกลัวท่ี ถกู ต้อง ละอาย และ

-ปฏิบตั ิตนต่อผู้อืน่ ดว้ ย จะทำความผดิ บ่อยคร้ัง เกรงกลัวท่จี ะทำ

ความซอ่ื ตรง และเปน็ -ปฏิบตั ติ นต่อผ้อู ืน่ ด้วย ความผิดเปน็ บางคร้ัง

แบบอยา่ งทด่ี ีแกเ่ พ่อื น ความซื่อตรง และเป็น -ปฏิบัตติ นตอ่ ผูอ้ น่ื

ดา้ นความซือ่ สตั ยเ์ ปน็ แบบอยา่ งที่ดแี กเ่ พอ่ื น ดว้ ยความซื่อตรง

ประจำ ดา้ นความซอื่ สัตย์ และเป็นแบบอย่างที่

บอ่ ยครง้ั ดแี กเ่ พอื่ นด้านความ

ซื่อสัตยเ์ ปน็ บางคร้ัง

2. มงุ่ ม่นั ในการ - ตง้ั ใจและรบั ผดิ ชอบหนา้ ท่ี - ตง้ั ใจและรับผิดชอบ - ต้งั ใจและรบั ผดิ ชอบ - ไมต่ งั้ ใจปฏบิ ตั ิ

ทำงาน ทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย หน้าทีท่ ไี่ ด้รบั มอบ หนา้ ทีท่ ่ีได้รับ หนา้ ทก่ี ารงาน

ให้สำเรจ็ มกี ารปรับปรุงและ หมายให้สำเร็จมกี าร มอบหมายใหส้ ำเร็จ - ไม่ขยัน อดทนใน

พฒั นาการทำงานใหด้ ขี ึ้น ปรบั ปรงุ การทำงานใหด้ ี - ทำงานดว้ ยความขยนั การทำงาน

-ทำงานด้วยความขยันและ ข้นึ และพยายามเพื่อให้

พยายามเพ่ือให้งานเสร็จตาม -ทำงานด้วยความขยนั งานเสร็จตามเปา้ หมาย

เปา้ หมายไมย่ อ่ ท้อตอ่ ปัญหา และพยายามเพ่อื ให้งาน

ในการทำงานและชื่นชม เสรจ็ ตามเปา้ หมาย

ผลงานดว้ ยความภาคภมู ิใจ และชน่ื ชมผลงานดว้ ย

ความภาคภูมิใจ

เกณฑ์การประเมนิ
4 หมายถึง ระดับดีมาก 3 หมายถงึ ระดับดี
2 หมายถึง ระดบั พอใช้ 1 หมายถึง ปรบั ปรงุ

เกณฑ์การผา่ น : แตล่ ะรายการตอ้ งไม่น้อยกว่าระดับ 3





บันทกึ ผลหลังการจัดการเรียนรู้
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 19 เรือ่ ง เซลล์ (ออรแ์ กเนลล)์

1. ผลการจัดการเรยี นรู้

1.1 ผลประเมนิ ดา้ นความรู้ (K)
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 สามารถอธิบายชนิดและหน้าที่ของออร์แกเนลล์ได้จากการ

ทำคำถามตรวจสอบความเข้าใจซึ่งนักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนด 70% ขึ้นไปเป็นจำนวน
24 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของนักเรยี นทัง้ หมด 24 คน

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 สามารถอธิบายชนิดและหน้าที่ของออร์แกเนลล์ได้จากการ
ทำคำถามตรวจสอบความเข้าใจซึ่งนักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนด 70% ขึ้นไปเป็นจำนวน
26 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 100 ของนกั เรียนทงั้ หมด 26 คน

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3 สามารถอธิบายชนิดและหน้าที่ของออร์แกเนลล์ได้จากการ
ทำคำถามตรวจสอบความเข้าใจซึ่งนักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนด 70% ขึ้นไปเป็นจำนวน
31 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 100 ของนักเรยี นทัง้ หมด 31 คน

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/4 สามารถอธิบายชนิดและหน้าที่ของออร์แกเนลล์ได้จากการ
ทำคำถามตรวจสอบความเข้าใจซึ่งนักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนด 70% ขึ้นไปเป็นจำนวน
13 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 100 ของนักเรยี นทง้ั หมด 13 คน

1.2 ผลประเมนิ ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 สามารถวิเคราะห์ อภิปราย ตีความ และลงข้อสรุปเกี่ยวกบั

โครงสร้างและหน้าที่ของออร์แกเนลล์ได้จากการทำใบงานที่ 3.4 ซึ่งนักเรยี นผ่านเกณฑ์การประเมินท่ี
กำหนด 70% ขน้ึ ไปเป็นจำนวน 24 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 100 ของนกั เรียนทั้งหมด 24 คน

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 สามารถวิเคราะห์ อภิปราย ตีความ และลงข้อสรุปเกี่ยวกบั
โครงสร้างและหน้าที่ของออร์แกเนลล์ได้จากการทำใบงานที่ 3.4 ซึ่งนักเรียนผ่านเกณฑก์ ารประเมินท่ี
กำหนด 70% ขน้ึ ไปเป็นจำนวน 26 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 100 ของนกั เรยี นท้งั หมด 26 คน

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3 สามารถวิเคราะห์ อภิปราย ตีความ และลงข้อสรุปเกี่ยวกบั
โครงสร้างและหนา้ ทีข่ องออร์แกเนลล์ได้จากการทำใบงานท่ี 3.4 ซึ่งนักเรยี นผ่านเกณฑ์การประเมินท่ี
กำหนด 70% ขน้ึ ไปเป็นจำนวน 31 คน คิดเปน็ ร้อยละ 100 ของนักเรียนทง้ั หมด 31 คน

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/4 สามารถวิเคราะห์ อภิปราย ตีความ และลงข้อสรุปเกี่ยวกบั
โครงสร้างและหนา้ ที่ของออร์แกเนลล์ได้จากการทำใบงานที่ 3.4 ซึ่งนักเรียนผ่านเกณฑก์ ารประเมินที่
กำหนด 70% ขน้ึ ไปเป็นจำนวน 13 คน คิดเปน็ ร้อยละ 100 ของนกั เรียนท้งั หมด 13 คน



แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 20

รายวิชา ชีววิทยา 1 (ว30241) กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เร่ือง เซลล์และการทำงานของเซลล์ ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 20 เร่ือง การลำเลียงสารผ่านเซลล์ จำนวนเวลา 3 ช่ัวโมง

ผ้สู อน นายชนิ วัตร เจริญอินทร์ โรงเรยี นเตรียมอดุ มศึกษานอ้ มเกล้า อตุ รดติ ถ์

1. ผลการเรยี นรู้
อภปิ รายและเปรียบเทียบการแพร่ ออสโมซสิ การแพร่แบบฟาซลิ เิ ทต และ

แอกทฟี ทรานสปอรต์
2. สาระสำคัญ
ร่างกายของสิ่งมีชีวิตจะดำรงชีวิตได้อย่างสมดุล จะต้องมีกระบวนการรักษาดุลยภาพเกิดข้นึ

โดยเฉพาะในระดับเซลล์ ซึ่งเซลล์จำเป็นต้องรับสารจากภายนอกและกำจัดสารออกจากเซลล์โดย
อาศยั กระบวนการตา่ งๆ ไม่ว่าจะเปน็ การแพร่ ออสโมซิส การแพรแ่ บบฟาซิลิเทต แอกทฟี ทราน
สปอร์ต กระบวนการเอกโซไซโทซิส และกระบวนการเอนโดไซโทซิส

3. จุดประสงค์การเรียนรู้
3.1 ดา้ นความรู้ (K)
1) สามารถอธิบายและเปรียบเทียบการแพร่ ออสโมซิส การแพร่แบบฟาซิลิเทต และ

แอกทีฟทรานสปอร์ต
3.2 ด้านทักษะกระบวนการ (P)
1) สามารถสบื ค้นข้อมูลเก่ยี วกบั อธบิ ายการแพร่ ออสโมซสิ การแพรแ่ บบฟาซลิ ิเทต และ

แอกทีฟทรานสปอรต์
2) สามารถจดั กระทำและส่ือความหมายข้อมูลจากการสบื คน้ เก่ียวกบั การแพร่ ออสโม

ซสิ การแพรแ่ บบฟาซลิ เิ ทต และแอกทีฟทรานสปอรต์
3) สามารถวิเคราะห์ อภปิ ราย ตคี วาม และลงข้อสรปุ เกี่ยวกับการแพร่ ออสโมซสิ การ

แพร่แบบฟาซิลเิ ทต และแอกทฟี ทรานสปอร์ต
4) มที ักษะการสอื่ สารในการนำเสนอผลงานด้วยวาจาหน้าชัน้ เรยี น

3.3 ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)
1) มวี ินยั
2) ใฝเ่ รียนรู้

4. สาระการเรียนรู้
4.1 การแพร่ธรรมดา
4.2 ออสโมซสิ
4.3 การแพร่แบบฟาซลิ เิ ทต
4.4 แอกทีฟทรานสปอรต์

5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
5.1 ผู้เรยี นมีความสามารถในการส่ือสาร ถ่ายทอดความคดิ ความเข้าใจ การใชเ้ ทคโนโลยี

เรือ่ ง ในใบกิจกรรม เร่ือง การลำเลียงสารผ่านเซลล์
5.2 ผูเ้ รยี นมีความสามารถในการคดิ สามารถคิดวิเคราะห์ เพ่ือสรุปความรเู้ กี่ยวกบั การ

ลำเลียงสารผา่ นเซลล์
6. ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
6.1 การสังเกต
6.2 การจำแนกประเภท
6.3 ลงความเหน็ จากข้อมูล
7. ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21
7.1 การส่อื สารสารสนเทศและการรู้ เทา่ ทันสอ่ื
7.2 การคดิ แบบมวี จิ ารณญาณ และการแก้ปญั หา
8. จติ วทิ ยาศาสตร์
8.1 ความอยากรอู้ ยากเหน็
8.2 การใชว้ ิจารณญาณ
8.3 ความซื่อสัตย์
8.4 ความรอบคอบ
8.5 ความใจกวา้ ง
9. การบูรณาการ
โครงการโรงเรียนสจุ ริต
10. ชิน้ งาน/ภาระงาน
ใบกิจกรรม เร่ือง การลำเลียงสารผา่ นเซลล์
11. คำถามสำคัญ
การลำเลยี งสารแบบใชพ้ ลงั งานมีทศิ ทางการลำเลยี งตา่ งจากการแพรแ่ บบธรรมดาอย่างไร
12. การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (5E))
12.1 ขัน้ สรา้ งความสนใจ (Engagemant)

1. นักเรียนและครูร่วมกนั ตอบคำถามเกย่ี วกับชีวติ ประจำวัน โดยมชี ดุ คำถามดงั น้ี
1) เพราะเหตุใดจึงต้องแช่ดอกไม้ในแจกนั ทีม่ ีนำ้ อยู่
2) เพราะเหตุใดแมค่ า้ ผักสดจึงมกั พรมน้ำลงบนผกั และใช้ผ้าคลุมไว้

2. ครเู ตรียมเกลด็ ด่างทบั ทิมเพอื่ ใหน้ ักเรียนใส่ลงในบีกเกอรท์ ีม่ นี ำ้ อยู่ แล้วสงั เกตการ
แพร่ของดา่ งทบั ทิม จากนัน้ นักเรยี นและครตู อบคำถามรว่ มกนั

1) การแพรข่ องสาร โมเลกุลสารมีทศิ ทางการเคลื่อนทอี่ ยา่ งไร (แนวตอบ : โมเลกุล
ของสารจะเคลือ่ นท่จี ากบริเวณทีม่ คี วามเขม้ ขน้ สงู ไปยังบริเวณท่ีมีความเขม้ ขน้ ต่ำ จนกระทงั่ ทุก
บริเวณมคี วามเข้มข้นของสารเทา่ กัน)

2) สารทีจ่ ะเกดิ การแพร่นนั้ อยูใ่ นสถานะใด (แนวตอบ : ของแขง็ ของเหลว และ
แก๊ส)

12.2 ขน้ั สำรวจและคน้ หา (Exploration)
1. นักเรียนและครูเข้าสู่เรื่อง ออสโมซสิ โดยให้นกั เรียนดวู ิดีโอเรื่อง ออสโมซิส ท่ีเซลล์

มีลกั ษณะเปล่ียนแปลงไปเน่อื งมาจากมีการลำเลยี งสารเข้าและออกจาก

2. จากน้ันนกั เรียนและครูรว่ มกันวิเคราะห์ว่า
1) หากเซลล์อยู่ในสภาวะที่สารละลายภายนอกเซลล์มีความเข้มข้นต่ำกว่าภายใน

เซลล์ เซลล์พืชและเซลล์สัตวจ์ ะมีการเปลี่ยนแปลงเหมอื นกันหรือไม่ อย่างไร (แนวตอบ : ทั้งเซลล์พชื
และเซลล์สตั ว์จะเต่งมากข้ึน เนื่องจากน้ำออสโมซสิ เข้าสูเ่ ซลล์ แต่เซลลพ์ ชื ยงั คงรูปรา่ งอยู่ไดเ้ นื่องจากมี
ผนังเซลล์ ส่วนเซลลส์ ตั ว์อาจแตกได้)

3. นกั เรยี นศึกษาภาพเซลลเ์ มด็ เลอื ดแดง ที่มีความแตกต่างกนั ดงั น้ี

4. นกั เรียนและครรู ่วมกนั ตอบคำถามเก่ียวกบั ภาพเซลลเ์ มด็ เลือดแดงท่ีนกั เรยี นศกึ ษา
1) เซลลเ์ ม็ดเลือดแดงท้ัง 3 ภาพ มีลักษณะอย่างไร (แนวตอบ : ภาพแรก เซลล์เปน็

ปกติ ภาพที่สอง เซลล์เห่ยี ว ภาพทส่ี าม เซลล์เตง่ จนแตก)
2) ในแต่ละภาพ นักเรียนคิดว่าความเข้มข้นของสารละลายภายนอกเซลล์เป็น

อย่างไร (แนวตอบ : ภาพแรก ความเข้มข้นของสารละลายภายนอกเท่ากับภายในเซลล์ ภาพที่สอง
ความเข้มข้นของสารละลายภายนอกมากกว่าภายในเซลล์ ภาพที่สาม ความเข้มข้นของสารละลาย
ภายนอกน้อยกวา่ ภายในเซลล์)

5. นักเรียนแต่ละคนสืบค้นข้อมูลเรื่อง การแพร่แบบฟาซิลิเทต จากแหล่งเรียนรู้อื่นๆ
จากนน้ั ครถู ามคำถามเพื่อตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียน

1) การแพร่แบบฟาซิลิเทตต่างจากการแพร่แบบธรรมดาอย่างไร (แนวตอบ : เป็น
การแพรท่ ต่ี ้องอาศัยโปรตีนตวั พาซ่งึ แทรกตัวอยู่ในเยื่อหมุ้ เซลล)์

2) อัตราการการแพร่แบบฟาซลิ เิ ทตต่างจากอตั ราการแพรแ่ บบธรรมดาอยา่ งไร
(แนวตอบ : มอี ตั ราเรว็ สูงกว่า เพราะมโี ปรตนี เป็นตัวชว่ ยพาสารในการแพร)่

6. นักเรียนปฏิบัติกิจกรรม และครูทำการสังเกตนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรมโดยใช้
แบบสังเกตบันทึกการปฏิบัติกิจกรรม มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานแสดงการวัดและ
ประเมนิ ผล

12.3 ข้ันอธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explanation)
1. นกั เรยี นและครูรว่ มกนั อภิปรายและลงข้อสรุปว่า การแพร่ การออสโมซิส และการ

แพรแ่ บบฟาซลิ เิ ทต เปน็ การลำเลียงสารแบบไม่ใชพ้ ลงั งาน โดยมีแนวทางการสรปุ ดงั นี้
1) การออสโมซิสเป็นการแพร่โมเลกลุ ของน้ำจากบริเวณที่มีน้ำมาก (ความเข้มข้น

ของสารละลายตำ่ ) ไปยังบริเวณทม่ี ีน้ำนอ้ ย (ความเข้มข้นของสารละลายสูง) โดยผา่ ยเยื่อเลอื กผ่าน
2) การออสโมซสิ จะเกิดจากบริเวณที่มแี รงดันออสโมติกต่ำไปยีงบริเวณที่มีแรงดัน

ออสโมติกสูง

2. นกั เรยี นและครรู ว่ มกันอภปิ รายผลการวิเคราะห์และลงข้อสรปุ สาระการเรียนรู้ หาก
พบว่าผู้เรียนกลุ่มอื่นมีผลการวิเคราะห์และลงข้อสรุปข้อมูลขัดแย้งกับผลการอภิปรายให้ดำเนินการ
แกไ้ ขดังกลา่ วใบกจิ กรรมของตนเองให้ถูกตอ้ ง

12.4 ขน้ั ขยายความ (Elaboration)
1. นกั เรยี นรว่ มกันคน้ ควา้ เพิม่ เติมเก่ยี วกับการแพร่ แลว้ สรปุ ความรู้ลงในสมดุ โดยควร

มีแนวทางการสรุป ดงั น้ี
1) การแพรเ่ ป็นการเคล่ือนทขี่ องสารจากบรเิ วณที่มีความเขม้ ข้นสูงไปยังบริเวณท่ีมี

ความเข้มขน้ ต่ำ
2) สารที่สามารถเกดิ การแพรไ่ ดน้ ้ันอาจอยใู่ นสถานะของแข็ง ของเหลว หรือแกส๊
3) การแพรข่ องสารไมจ่ ำเปน็ ตอ้ งผา่ นเย่อื หมุ้ เซลล์เสมอไป
4) ปัจจัยที่มีผลต่อการแพร่ ได้แก่ ความเข้มข้นของสาร อุณหภูมิ ความดัน และ

ขนาดอนุภาคของสาร
5) เมื่อสารทุกบริเวณมีความเข้มข้นเท่ากัน เรียกว่า ภาวะสมดุลของการแพร่ ซึ่ง

โมเลกลุ ของสารยังคงเคลือ่ นทอี่ ยู่ แต่อัตราการเคลื่อนท่ีในทกุ บรเิ วณเทา่ กนั
12.5 ขัน้ ประเมินผล (Evaluation)
1. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มพิจารณาว่าจากหัวข้อที่เรยี นมาและการปฏิบัติกิจกรรม มจี ุด

ใดบ้างท่ยี ังไม่เข้าใจหรือยังมีข้อสงสัย ถา้ มี ครูชว่ ยอธบิ ายเพ่ิมเตมิ ให้นักเรยี นเข้าใจ
2. นักเรียนอยา่ งนอ้ ย 2 คน กล่าวสะทอ้ นการเรียนรโู้ ดยกล่าวถึงประสบการณว์ ธิ ีการ

เรียนรู้ ความพึงพอใจ ขอ้ เสนอแนะทคี่ วรปรับปรุง
13. สื่อและแหลง่ การเรียนรู้
13..1 สื่อการเรียนรู้
1) หนงั สือแบบเรยี นเสริมรายวชิ าเพ่มิ เติมชีววิทยา 1
2) ใบกิจกรรม เรื่อง การลำเลยี งสารผ่านเซลล์
3) Powerpiont เร่อื ง การลำเลยี งสารผ่านเซลล์
4) ภาพตวั อยา่ งเซลล์เม็ดเลือดแดง
13.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) อินเทอรเ์ น็ต
14. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้
14.1 วธิ กี ารวัดและประเมนิ ผล

จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ กี ารวดั และประเมนิ เครื่องมือการวดั และ เกณฑก์ ารประเมนิ
ประเมนิ ผ่านต้งั แต่ 70 % ขึ้นไป
1.ด้านความรู้ (K)
- ใบกิจกรรม เรอื่ ง การ ผา่ นในระดับ ดี ขึน้ ไป
1) สามารถอธิบายและ ลำเลียงสารผา่ นเซลล์

เปรยี บเทียบการแพร่ - ตรวจใบกิจกรรม - ใบกิจกรรม เรอื่ ง การ
ออสโมซิส การแพร่ ลำเลยี งสารผ่านเซลล์

แบบฟาซิลเิ ทต และ - ใบกจิ กรรม เรื่อง การ
ลำเลยี งสารผ่านเซลล์
แอกทฟี ทรานสปอรต์
- ใบกจิ กรรม เร่อื ง การ
2.ด้านทักษะกระบวนการ (P) ลำเลยี งสารผา่ นเซลล์

1) สามารถสบื ค้นขอ้ มลู - ตรวจใบกิจกรรม - แบบสังเกต

เกย่ี วกบั อธบิ ายการแพร่

ออสโมซิส การแพร่

แบบฟาซิลิเทต และ

แอกทฟี ทรานสปอร์ต

2) สามารถจัดกระทำ - ตรวจคุณภาพข้อมลู

และสอื่ ความหมาย

ขอ้ มูลจากการสบื ค้น

เกย่ี วกบั การแพร่

ออสโมซิส การแพร่

แบบฟาซลิ ิเทต และ

แอกทฟี ทรานสปอร์ต

3) สามารถวิเคราะห์ - ตรวจคุณภาพข้อมลู

อภปิ ราย ตคี วาม และ

ลงข้อสรปุ เก่ยี วกับการ

แพร่ ออสโมซสิ การ

แพร่แบบฟาซลิ เิ ทต

และแอกทีฟทรานส

ปอร์ต

4) มที ักษะการส่ือสาร - การสังเกต

ในการนำเสนอผลงาน

ดว้ ยวาจาหนา้ ชัน้ เรยี น

3.ด้านคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)

1) มีวินยั -การสังเกต - แบบสงั เกต ผา่ นในระดบั ดี ขึ้นไป
2) ใฝเ่ รยี นรู้

14.2 เกณฑก์ ารตดั สนิ คะแนนเกบ็
1. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแต่ละประเดน็ ที่ทำการวัดผลจะให้คะแนนตามเกณฑ์ของ

คะแนนแบบรูบรคิ ส์ (Rubric Score) เกณฑ์การให้คะแนนดงั กล่าวแนบท้ายแผนการเรียนรู้นี้แล้ว
2. เกณฑ์การตัดสนิ ระดับคณุ ภาพผเู้ รยี นจากคะแนนรวมทงั้ หมด ระดับบคุ คล นกั เรียน

มผี ลงานระดบั ดี ถือวา่ ผ่าน (ประกนั ผลการเรยี นรู้ของนักเรียน)
3. เกณฑ์การตัดสินคะแนนที่เก็บ 10 คะแนนจากการทำกิจกรรมรวมทั้งหมด 30

คะแนน
คะแนนเกบ็ = คะแนนท่นี ักเรยี นไดใ้ นการทำกิจกรรมทง้ั หมด X คะแนนเก็บ (10 คะแนน)

คะแนนจากกิจกรรมทัง้ หมด (30 คะแนน)

ใบกิจกรรม

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 เซลล์และการทำงานของเซลล์ เร่อื ง กลไกการลำเลยี งสารเขา้ และออกจากเซลล์

วชิ าชีววทิ ยา1 (ว30241) ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4

********************

คำช้แี จง : อธิบายหรือเตมิ ข้อความเก่ียวการกลไกการลำเลยี งสารเขา้ และออกจากเซลล์ ให้

ถกู ตอ้ ง และสมบรู ณ์

1. การแพร่แบบธรรมดา (.........................................................)

คอื การลำเลียง....................................................................................................................

ทศิ ทางการลำเลียง…………………………………………………………………………………………………

ตวั อยา่ งสารทีล่ ำเลยี ง……………………………………………………………………………………………...

2. ออสโมซิส (.........................................................)
คอื การลำเลยี ง....................................................................................................................
ทิศทางการลำเลียง…………………………………………………………………………………………………
ตวั อย่างสารที่ลำเลยี ง……………………………………………………………………………………………...

3. การแพร่แบบฟาซลิ ิเทต (.........................................................)
คอื การลำเลยี ง....................................................................................................................
ทิศทางการลำเลยี ง…………………………………………………………………………………………………
ตวั อยา่ งสารท่ีลำเลยี ง……………………………………………………………………………………………...

4. แอกทีฟทรานสปอรต์ (.........................................................)
คือการลำเลียง....................................................................................................................
ทิศทางการลำเลยี ง…………………………………………………………………………………………………
ตัวอย่างสารที่ลำเลียง……………………………………………………………………………………………...

การลำเลียงสารโดยการสรา้ งเวสิเคิล
1. การลำเลยี งสารออกจากเซลล์ (.........................................................)

ลักษณะสารทีล่ ำเลียง……………………………………………………………..…….…………………..…
ได้แก…่ …………………………………………………………………………………………….…………………

2. การลำเลียงสารเข้าสูเ่ ซลล์ (.............................................................)
2.1 ฟาโกไซโทซสิ (............................................)

ลกั ษณะสารท่ีลำเลียง………………………………………………………………………………………
ไดแ้ ก…่ …………………………………………………………………………….……………………………
2.2 พิโนไซโทซิส (............................................)
ลกั ษณะสารท่ีลำเลียง………………………………………………………………………………………
ได้แก…่ …………………………………………………………………………………….……………………
2.3 การนำสารเขา้ สูเ่ ซลลโ์ ดยอาศัยตัวรับ (.....................................................................)
ลกั ษณะสารที่ลำเลยี ง………………………………………………………………………………………
ไดแ้ ก…่ …………………………………………………………………………………….…………………

แบบประเมนิ คำตอบแบบเติมคำหรอื ข้อความ

กจิ กรรม เรอื่ ง การลำเลียงสารผา่ นเซลล์

ประเมินคร้งั ท่ี ................... วนั ท่ี ....................................................

เลขท่ี ชอื่ -สกลุ คะแนน ระดับ เลขที่ ชื่อ-สกลุ คะแนน ระดบั
(4) คณุ ภาพ (4) คณุ ภาพ

1 21

2 22

3 23

4 24

5 25

6 26

7 27

8 28

9 29

10 30

11 31

12 32

13 33

14 34

15 35

16 36

17 37

18 38

19 39

20 40

เกณฑก์ ารให้คะแนน คะแนน
เกณฑ์
1 คะแนน 0 คะแนน
การเตมิ คำตอบ เตมิ คำตอบถกู ต้อง 1 ข้อ เตมิ คำตอบไมถ่ ูกตอ้ ง

เกณฑ์การประเมินผล : การลำเลยี งสารผ่านเซลล์

เกณฑ์ ด(ี 3) คณุ ภาพ ควรปรบั ปรงุ (1)
ผ้เู รยี นตอบถูกต้อง 3 ขอ้ พอใช(้ 2) ผูเ้ รยี นตอบถูกตอ้ ง 1 ข้อ
ความถกู ต้องของ ผ้เู รยี นตอบถกู ตอ้ ง 2 ข้อ
การเตมิ คำตอบ รอ้ ยละ 80 ข้ึนไป รอ้ ยละ 70-79 ต่ำกวา่ ร้อยละ70

สรุปผลการประเมนิ : ระดับคณุ ภาพของนักเรียนโดยรวม

(........) ดี (.......) พอใช้ (........) ปรบั ปรุง

หมายเหตุ : ระดับคณุ ภาพที่ทำไดข้ ้นึ อยูก่ ับจำนวนขอ้ ในแตล่ ะกิจกรรม

แบบประเมนิ พฤติกรรมการสืบค้นขอ้ มูล
ใบกิจกรรมเร่อื ง การลำเลยี งสารผ่านเซลล์
ประเมนิ คร้ังที่ ...................วันท.ี่ ...................................................

เกณฑ์การให้คะแนน

กลุม่ ท่ี ข้อมูลการสบื คน้ การใชอ้ ุปกรณ์และ/หรือ รวม ระดบั คุณภาพ
เคร่อื งมือ (6)

321321

1

2

3

4

5

6

7

8

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : 3 ระดบั คะแนน
ขอ้ มูลการสบื ค้นท่ี 21
เกณฑ์การให้คะแนน กำหนดไว้อย่างถูกตอ้ ง
มกี ารปรับปรงุ แกไ้ ข ข้อมลู การสืบคน้ ไวโ้ ดยมี ข้อมูลการสืบคน้ ที่
ขอ้ มูลการสืบคน้ ที่ ใช้อุปกรณ์และ/หรือ ครเู ปน็ ผแู้ นะนำบางส่วน กำหนดไวอ้ ย่างถูกต้อง มี
กำหนด เคร่ืองมืออยา่ งถูกต้อง มีการปรบั ปรงุ แก้ไข การปรับปรุงแก้ไข
และคลอ่ งแคลว่ ใช้อุปกรณ์และ/หรือ ใชอ้ ปุ กรณ์และ/หรือ
การใชอ้ ุปกรณแ์ ละ/ เครื่องมืออย่างถูกต้องแต่ เครอ่ื งมอื ไมถ่ ูกต้อง
หรือเครื่องมือในการ ไมค่ ล่องแคล่ว
สบื คน้

เกณฑ์การประเมนิ :

7– 9 หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพดี

4– 6 หมายถึง ระดับคณุ ภาพพอใช้

ต่ำกว่า 3 หมายถงึ ระดับคณุ ภาพควรปรับปรุง

สรปุ ผลการประเมิน :ระดบั คุณภาพนักเรียนในภาพรวม

แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
เรอ่ื ง การลำเลยี งสารผ่านเซลล์

ประเมินครง้ั ท่ี ................... วันท่ี ....................................................

คำชแี้ จง กรอกคะแนน 1 (มี) หรือ 0 (ไม่มี) ลงในช่องท่ตี รงกับความคดิ เห็นมากท่สี ดุ (10 คะเเนน)

รายการประเมนิ กลมุ่ ท่ี

12345678

1. มสี าระสำคญั ของเรือ่ ง

ท่ีนำเสนอ

2. มีเนือ้ หาถูกตอ้ งครบถว้ น

3. มีการลำดบั เรอ่ื งทีน่ ำเสนอ

ราบรน่ื เน้นประเด็นสำคัญ

4. มกี ารใช้ภาษาทถ่ี กู ตอ้ งตาม

อกั ขระ ชัดเจน

5. มสี ่อื ประกอบการนำเสนอ

6. มีบคุ ลิกภาพทีเ่ หมาะสมใน

การสื่อสาร

7. มีรปู แบบการนำเสนอท่ี

น่าสนใจ ไมน่ ่าเบือ่

8. มคี วามสามารถในการตอบ

คำถามไดช้ ดั เจน ตรงประเด็น

9. มีการแกป้ ัญหาและอปุ สรรค

เฉพาะหน้าได้ดี

10. มีการตรงต่อเวลาใน การ

นำเสนอ

รวม

เกณฑ์การใหค้ ะแนน :

มี = 1 คะแนน ไมม่ ี = 0 คะแนน

เกณฑก์ ารประเมินผล : 7- 10 คะแนน ระดับคณุ ภาพดี

4 - 6 คะแนน ระดับคุณภาพพอใช้

1 - 3 คะแนน ระดบั คณุ ภาพควรปรับปรุง

สรุปผลการประเมนิ : ระดบั คณุ ภาพของนักเรยี นโดยรวม

(.....) ดี (.....) พอใช้ (.....) ควรปรบั ปรุง

แบบสังเกตพฤติกรรมคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
ประเมนิ คร้ังท่ี ................... วนั ท่ี ....................................................

ซื่อสัตย์ สุจรติ มุ่งมั่นใน สรปุ ผล
321 การทำงาน
ที่ ชื่อ-สกลุ 32 1 รวม
(6)
ผ่าน
ไ ่มผ่าน

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18

ซ่ือสัตย์ สจุ รติ มุ่งม่นั ใน สรปุ ผล
321 การทำงาน
ท่ี ช่ือ-สกลุ 32 1 รวม ผ่าน
(6) ไ ่มผ่าน

19
20

21

22

23
24
25
26

27

28

29

30
31
32
33

34

35

36
37
38
39

40

เกณฑ์การให้คะแนน

คณุ ลักษณะ เกณฑ์การให้ระดับคะแนน
ดี (3) พอใช้ (2)
อันพึงประสงค์ ดมี าก (4) ปรับปรงุ (1)
ปฏิบัติตามข้อตกลง ปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลง ไม่ปฏบิ ตั ติ นตาม
1. มีวนิ ัย ปฏิบัตติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อตกลง
ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั ขอ้ บังคบั ของ กฎเกณฑ์ระเบยี บ
กฎเกณฑ์ ระเบยี บ และโรงเรียน ตรงตอ่ ครอบครัว และ ขอ้ บังคบั ของ

ขอ้ บงั คบั ของครอบครวั

โรงเรยี น และสังคม ไม่

ละเมดิ สิทธขิ องผู้อนื่ ตรง เวลาในการปฏิบัติ โรงเรยี น ตรงต่อ ครอบครัวและ
เวลาในการปฏบิ ตั ิ โรงเรยี น
ตอ่ เวลาในการปฏิบตั ิ กจิ กรรมต่างๆใน กจิ กรรมต่างๆใน
ชีวติ ประจำวัน - ไมต่ ั้งใจเรยี น
กจิ กรรมต่างๆใน ชีวิตประจำวัน และ - ไม่ศึกษาค้นคว้า
- ตั้งใจเรียน เอาใจใส่ หาความรู้
ชวี ิตประจำวัน และ รับผดิ ชอบในการ และมีความเพยี ร
พยายามในการเรียนรู้
รบั ผิดชอบในการทำงาน ทำงาน และเข้ารว่ มกจิ กรรม
การเรยี นรตู้ ่างบางครั้ง
2. ใฝเ่ รยี นรู้ - ตงั้ ใจเรียน เอาใจใส่ - ต้ังใจเรียน เอาใจใส่และ - ศึกษาคน้ คว้าหา
ความรจู้ ากหนงั สือ
และมคี วามเพียรพยายามใน มคี วามเพียรพยายามใน เอกสาร หรือจาก
แหลง่ เรยี นรู้ ท้งั
การเรยี นรู้และเขา้ รว่ ม การเรยี นรแู้ ละเข้าร่วม ภายในและภายนอก
โรงเรียน และมีการ
กจิ กรรมการเรียนรตู้ า่ ง เปน็ กจิ กรรมการเรยี นรู้ บนั ทึกความรู้

ประจำ บอ่ ยคร้ัง

- ศึกษาคน้ ควา้ หาความรจู้ าก -ศึกษาค้นคว้าหาความรู้

หนงั สือ เอกสารหรอื จาก จากหนงั สือเอกสาร หรอื

แหล่งเรยี นรู้ ทัง้ ภายในและ จากแหลง่ เรยี นรู้ ทง้ั

ภายนอกโรงเรียนและมกี าร ภายในและภายนอก

บนั ทึกความรูส้ รปุ เป็นองค์ โรงเรยี น และมีการบนั ทกึ

ความรู้ นำเสนอแนะ ความรสู้ รปุ เป็นองค์

แลกเปลยี่ นความรู้ ด้วย ความรู้ นำเสนอแนะ

วธิ ีการ ท่หี ลากหลาย แลกเปลยี่ นความรู้

เกณฑก์ ารประเมิน
4 หมายถงึ ระดบั ดมี าก 3 หมายถึง ระดับดี
2 หมายถงึ ระดับพอใช้ 1 หมายถึง ปรับปรงุ

เกณฑก์ ารผ่าน : แต่ละรายการตอ้ งไมน่ อ้ ยกวา่ ระดับ 3





บันทึกผลหลงั การจัดการเรียนรู้
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 20 เร่อื ง การลำเลียงสารผา่ นเซลล์

1. ผลการจดั การเรียนรู้

1.1 ผลประเมนิ ดา้ นความรู้ (K)
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 สามารถอธิบายและเปรียบเทียบการแพร่ ออสโมซิส การ

แพร่แบบฟาซิลิเทต และแอกทีฟทรานสปอร์ตได้จากการทำคำถามตรวจสอบความเข้าใจซึ่งนักเรียน
ผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนด 70% ขึ้นไปเป็นจำนวน 24 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของนักเรียน
ทง้ั หมด 24 คน

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 สามารถอธิบายและเปรียบเทียบการแพร่ ออสโมซิส การ
แพร่แบบฟาซิลิเทต และแอกทีฟทรานสปอร์ตได้จากการทำคำถามตรวจสอบความเข้าใจซึ่งนักเรียน
ผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนด 70% ขึ้นไปเป็นจำนวน 26 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของนักเรียน
ทงั้ หมด 26 คน

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3 สามารถอธิบายและเปรียบเทียบการแพร่ ออสโมซิส การ
แพร่แบบฟาซิลิเทต และแอกทีฟทรานสปอร์ตได้จากการทำคำถามตรวจสอบความเข้าใจซึ่งนักเรียน
ผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนด 70% ขึ้นไปเป็นจำนวน 31 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของนักเรียน
ทงั้ หมด 31 คน

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/4 สามารถอธิบายและเปรียบเทียบการแพร่ ออสโมซิส การ
แพร่แบบฟาซิลิเทต และแอกทีฟทรานสปอร์ตได้จากการทำคำถามตรวจสอบความเข้าใจซึ่งนักเรียน
ผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนด 70% ขึ้นไปเป็นจำนวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของนักเรียน
ทั้งหมด 13 คน

1.2 ผลประเมนิ ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 สามารถวิเคราะห์ อภิปราย ตีความ และลงข้อสรุปเกี่ยวกบั

การแพร่ ออสโมซิส การแพร่แบบฟาซิลิเทต และแอกทีฟทรานสปอร์ตได้ ซึ่งนักเรียนผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ ที่กำหนด 70% ข้นึ ไปเปน็ จำนวน 24 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 100 ของนักเรยี นทงั้ หมด 24 คน

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 สามารถวิเคราะห์ อภิปราย ตีความ และลงข้อสรุปเกี่ยวกับ
การแพร่ ออสโมซิส การแพร่แบบฟาซิลิเทต และแอกทีฟทรานสปอร์ต ซึ่งนักเรียนผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ ทีก่ ำหนด 70% ขึน้ ไปเป็นจำนวน 26 คน คดิ เป็นร้อยละ 100 ของนกั เรียนท้งั หมด 26 คน



แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 21

รายวชิ า ชวี วทิ ยา 1 (ว30241) กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 เร่ือง เซลล์และการทำงานของเซลล์ ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 21 เรอ่ื ง การลำเลยี งสารเข้าและออกจากเซลล์ จำนวนเวลา 3 ช่ัวโมง

ผูส้ อน นายชินวัตร เจริญอินทร์ โรงเรียนเตรียมอดุ มศึกษานอ้ มเกลา้ อุตรดติ ถ์

1. ผลการเรยี นรู้
สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเขียนแผนภาพการลำเลียงสารโมเลกุลใหญ่ออกจากเซลล์โดย

กระบวนการเอกโซไซโทซสิ และการลำเลยี งสารโมเลกลุ ใหญ่เข้าสเู่ ซลลโ์ ดยกระบวนการเอนโดไซโทซิส
2. สาระสำคัญ
ร่างกายของสิ่งมีชีวิตจะดำรงชีวิตได้อย่างสมดุล จะต้องมีกระบวนการรักษาดุลยภาพเกิดข้ึน

โดยเฉพาะในระดับเซลล์ ซึ่งเซลล์จำเป็นต้องรับสารจากภายนอกและกำจัดสารออกจากเซลล์โดย
อาศยั กระบวนการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการแพร่ ออสโมซสิ การแพรแ่ บบฟาซิลิเทต แอกทีฟทราน
สปอร์ต กระบวนการเอกโซไซโทซสิ และกระบวนการเอนโดไซโทซิส

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ดา้ นความรู้ (K)
1) สามารถอธิบายและเปรยี บเทียบกระบวนการเอกโซไซโทซิส และกระบวนการเอนโด

ไซโทซิส
3.2 ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
1) สามารถสืบคน้ ขอ้ มูลเกีย่ วกับอธบิ ายกระบวนการเอกโซไซโทซิส และกระบวนการ

เอนโดไซโทซสิ
2) สามารถจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมลู จากการสืบค้นเก่ียวกับกระบวนการเอก

โซไซโทซสิ และกระบวนการเอนโดไซโทซิส
3) สามารถวิเคราะห์ อภิปราย ตีความ และลงข้อสรปุ เกี่ยวกับกระบวนการเอกโซไซโท

ซิส และกระบวนการเอนโดไซโทซิส
4) มที ักษะการส่ือสารในการนำเสนอผลงานดว้ ยวาจาหน้าช้นั เรียน

3.3 ด้านคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
1) มีวนิ ยั
2) ใฝเ่ รียนรู้

4. สาระการเรยี นรู้
4.1 กระบวนการเอกโซไซโทซิส
4.2 กระบวนการเอนโดไซโทซิส

5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
5.1 ผู้เรียนมคี วามสามารถในการสอ่ื สาร ถา่ ยทอดความคดิ ความเขา้ ใจ การใชเ้ ทคโนโลยี

เรอ่ื ง ในใบกิจกรรม เร่ือง การลำเลยี งสารผา่ นเซลล์
5.2 ผ้เู รยี นมีความสามารถในการคิด สามารถคิดวิเคราะห์ เพือ่ สรปุ ความรเู้ ก่ยี วกบั การ

ลำเลยี งสารผา่ นเซลล์
6. ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
6.1 การสังเกต
6.2 การจำแนกประเภท
6.3 ลงความเหน็ จากข้อมลู
7. ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21
7.1 การส่ือสารสารสนเทศและการรู้ เท่าทันสอ่ื
7.2 การคิดแบบมีวจิ ารณญาณ และการแกป้ ญั หา
8. จติ วิทยาศาสตร์
8.1 ความอยากรูอ้ ยากเห็น
8.2 การใช้วจิ ารณญาณ
8.3 ความซ่ือสัตย์
8.4 ความรอบคอบ
8.5 ความใจกว้าง
9. การบรู ณาการ
โครงการโรงเรียนสุจริต
10. ชิน้ งาน/ภาระงาน
ใบกจิ กรรม เร่ือง การลำเลียงสารผา่ นเซลล์
11. คำถามสำคญั
การลำเลียงสารแบบใช้พลังงานมที ศิ ทางการลำเลียงตา่ งจากการแพร่แบบธรรมดาอย่างไร
12. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (ใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (5E))
12.1 ขน้ั สรา้ งความสนใจ (Engagemant)
1. นักเรียนและครูร่วมกนั ตอบคำถามทบทวนความรู้เดิมเก่ยี วกับการลำเลียงสาร โดย

มีชุดคำถามดังน้ี

1) การแพร่ของสาร โมเลกุลสารมที ิศทางการเคล่ือนทีอ่ ยา่ งไร (แนวตอบ : โมเลกุล
ของสารจะเคลอื่ นท่จี ากบรเิ วณท่ีมคี วามเข้มข้นสงู ไปยังบริเวณทม่ี คี วามเขม้ ขน้ ต่ำ จนกระทงั่ ทุก
บรเิ วณมีความเข้มข้นของสารเทา่ กัน)

2) การแพรแ่ บบฟาซิลเิ ทตตา่ งจากการแพร่แบบธรรมดาอย่างไร (แนวตอบ : เป็น
การแพร่ทต่ี ้องอาศัยโปรตีนตวั พาซ่ึงแทรกตวั อยู่ในเยื่อหมุ้ เซลล)์

12.2 ขน้ั สำรวจและคน้ หา (Exploration)
1. นกั เรยี นและครูเข้าสู่การนำสารผา่ นเยื่อหุ้มเซลลว์ ่า สารทสี่ ามารถผา่ นเยอื่ หุ้มเซลล์

ได้มักมขี นาดเลก็ เชน่ นำ้ กลโู คส ไอออนบางชนดิ โดยใช้ชุดคำถาม ดังนี้
1) นักเรยี นคิดวา่ สารขนาดใหญส่ ามารถลำเลียงเข้า-ออกจากเซลล์ได้อย่างไร

2. นักเรียนและครูเข้าสู่การลำเลียงสารโดยการสร้างถุงจากเยื่อหุ้มเซลล์ โดยใช้ชุด
คำถาม ดังนี้

1) การลำเลยี งสารแบบเอกโซไซโทซสิ มีวิธีการอยา่ งไร (แนวตอบ : เวสิเคลิ ทบ่ี รรจุ
สารอยู่จะเคลื่อนที่ไปยังเยื่อหุ้มเซลล์ แล้วเยื่อหุ้มเวสิเคิลจะรวมตัวกับเยื่อหุ้มเซลล์ ทำให้สารที่อยู่
ภายในเวสิเคิลถกู ปล่อยออกไปนอกเซลล์)

2) เวสิเคิลทนี่ ำสารออกนอกเซลล์ ถกู สร้างมาจากออร์แกเนลลใ์ ด (แนวตอบ : กอล
จคิ อมเพล็กซ์)

3) การลำเลียงสารแบบเอนโดไซโทซิส จำแนกได้เป็นกี่แบบ อะไรบ้าง (แนวตอบ :
3 แบบ ได้แก่ ฟาโกไซโทซิส พโิ นไซโทซสิ และการลำเลยี งสารเขา้ สเู่ ซลล์โดยอาศยั ตัวรับ)

3. นักเรียนแต่ละคนสืบค้นข้อมูลเรื่องวิธีการเอนโดไซโทซิส มีกี่วิธี อย่างไรบ้าง จาก
แหลง่ เรียนรูอ้ นื่ ๆ

4. นกั เรียนรบั ใบกจิ กรรม เรอื่ ง การลำเลียงสารผ่านเซลล์
5. นักเรียนปฏิบัติกิจกรรม และครูทำการสังเกตนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรมโดยใช้
แบบสังเกตบันทึกการปฏิบัติกิจกรรม มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานแสดงการวัดและ
ประเมินผล
12.3 ข้นั อธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)
1. นักเรยี นและครูร่วมกนั อภิปรายและลงข้อสรุปว่าการลำเลียงสารแบบเอนโดไซโท
ซิสท้งั 3 แบบ โดยมีแนวทางการสรปุ ดงั นี้

1) ฟาโกไซโทซิส ลำเลียงสารที่เปน็ ของแข็ง โดยเซลลย์ ื่นไซโทพลาซึมหรือขาเทียม
ออกมาโอบล้อมสาร เกิดเปน็ ถุงเวสเิ คลิ แล้วหลดุ เข้าไปในเซลล์

2) พิโนไซโทซิส ลำเลียงสารที่เป็นสารละลาย โดยเยื่อหุ้มเซลล์เว้าตัวโอบล้อมสาร
เกิดเปน็ ถุงเวสเิ คลิ แล้วหลุดเขา้ ไปในเซลล์

3) การลำเลียงสารเข้าสู่เซลล์โดยอาศัยตัวรับ อาศัยโปรตีนตัวรับบนเยื่อหุ้มเซลล์
ซ่งึ เย่อื หมุ้ เซลลจ์ ะเวา้ โอบล้อมสาร เกดิ เปน็ ถงุ เวสิเคลิ แลว้ หลุดเขา้ ไปในเซลล์

2. นักเรยี นและครรู ่วมกนั อภิปรายผลการวิเคราะห์และลงข้อสรุปสาระการเรียนรู้ หาก
พบว่าผู้เรียนกลุ่มอื่นมีผลการวิเคราะห์และลงข้อสรุปข้อมูลขัดแย้งกับผลการอภิปรายให้ดำเนินการ
แก้ไขดงั กล่าวใบกจิ กรรมของตนเองให้ถูกต้อง

12.4 ขนั้ ขยายความ (Elaboration)
1. นักเรียนช่วยกันสืบค้นข้อมูลว่า กระบวนการลำเลียงสารของเซลล์จะมีการลำเลียง

ด้วยวธิ ใี ดนนั้ ข้ึนอย่กู บั ปจั จยั ใดบา้ ง แลว้ สรุปเปน็ องค์ความร้รู ว่ มกัน ซึ่งมแี นวทางการสรุป ดังน้ี
“กระบวนการลำเลียงสารของเซลลจ์ ะมีการลำเลยี งดว้ ยวิธใี ดน้ัน ขึ้นอยู่กบั ปจั จยั ตา่ งๆ ดังนี้

1) ขนาดของสาร
2) ความสามารถของสารในการละลายในไขมัน
3) สภาพขัว้ ของสาร
4) สารอิเล็กโทรไลต์
5) จำนวนโปรตนี ตวั พาและพลงั งานในเซลล์”
12.5 ข้นั ประเมนิ ผล (Evaluation)
1. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มพิจารณาวา่ จากหวั ข้อท่ีเรียนมาและการปฏบิ ัติกจิ กรรม มีจดุ
ใดบา้ งทยี่ ังไม่เข้าใจหรือยังมขี ้อสงสัย ถา้ มี ครูชว่ ยอธิบายเพ่ิมเตมิ ใหน้ ักเรียนเข้าใจ
2. นกั เรียนอยา่ งนอ้ ย 2 คน กลา่ วสะทอ้ นการเรียนรูโ้ ดยกลา่ วถึงประสบการณ์วธิ กี าร
เรยี นรู้ ความพงึ พอใจ ข้อเสนอแนะท่คี วรปรบั ปรุง
13. ส่ือและแหล่งการเรยี นรู้
13..1 สือ่ การเรยี นรู้
1) หนังสอื แบบเรียนเสรมิ รายวิชาเพม่ิ เตมิ ชวี วทิ ยา 1
2) ใบกจิ กรรม เรื่อง การลำเลียงสารผ่านเซลล์
3) Powerpiont เรือ่ ง การลำเลียงสารผ่านเซลล์
13.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) อินเทอร์เน็ต

14. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ เครอ่ื งมอื การวดั และ เกณฑ์การประเมนิ
14.1 วิธกี ารวัดและประเมนิ ผล ประเมิน

จุดประสงค์การเรยี นรู้ วิธีการวัดและประเมิน

1.ดา้ นความรู้ (K)

1)สามารถอธิบายและ

เปรียบเทยี บ - ตรวจใบกจิ กรรม - ใบกิจกรรม เรื่อง การ ผ่านตง้ั แต่ 70 % ขน้ึ ไป
กระบวนการเอกโซไซโท ลำเลียงสารผา่ นเซลล์

ซสิ และกระบวนการ

เอนโดไซโทซสิ

2.ด้านทักษะกระบวนการ (P) - ใบกิจกรรม เรอื่ ง การ
1) สามารถสืบคน้ ข้อมูล - ตรวจใบกจิ กรรม ลำเลียงสารผา่ นเซลล์
เก่ยี วกบั อธิบาย
กระบวนการเอกโซไซโท - ใบกจิ กรรม เร่อื ง การ
ซสิ และกระบวนการ ลำเลียงสารผ่านเซลล์
เอนโดไซโทซสิ
2) สามารถจัดกระทำ - ตรวจคุณภาพข้อมลู ผา่ นในระดับ ดี ขึ้นไป
และสือ่ ความหมาย
ขอ้ มูลจากการสืบค้น - ใบกจิ กรรม เรือ่ ง การ
เก่ยี วกบั กระบวนการ ลำเลยี งสารผา่ นเซลล์
เอกโซไซโทซสิ และ
กระบวนการเอนโดไซโท
ซสิ
3) สามารถวเิ คราะห์ - ตรวจคณุ ภาพข้อมูล
อภปิ ราย ตคี วาม และ
ลงขอ้ สรปุ เกีย่ วกับ
กระบวนการเอกโซไซโท

ซิส และกระบวนการ

เอนโดไซโทซิส

จุดประสงค์การเรยี นรู้ วธิ ีการวัดและประเมิน เครื่องมอื การวดั และ เกณฑก์ ารประเมนิ
ประเมนิ ผา่ นในระดบั ดี ขน้ึ ไป

4) มที ักษะการส่ือสาร - การสงั เกต - แบบสงั เกต ผ่านในระดบั ดี ขนึ้ ไป

ในการนำเสนอผลงาน

ดว้ ยวาจาหน้าช้นั เรียน

3.ด้านคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)

1) มีวนิ ัย -การสังเกต - แบบสังเกต
2) ใฝ่เรียนรู้

14.2 เกณฑก์ ารตัดสินคะแนนเกบ็
1. เกณฑก์ ารให้คะแนนแตล่ ะประเด็นท่ีทำการวดั ผลจะให้คะแนนตามเกณฑ์ของ

คะแนนแบบรูบริคส์ (Rubric Score) เกณฑ์การให้คะแนนดงั กล่าวแนบทา้ ยแผนการเรยี นรนู้ ้ีแลว้
2. เกณฑก์ ารตัดสินระดบั คุณภาพผ้เู รยี นจากคะแนนรวมท้งั หมด ระดับบคุ คล นักเรียน

มีผลงานระดับ ดี ถือวา่ ผ่าน (ประกันผลการเรียนรู้ของนักเรยี น)
3. เกณฑ์การตัดสินคะแนนที่เก็บ 10 คะแนนจากการทำกิจกรรมรวมทั้งหมด 30

คะแนน
คะแนนเก็บ = คะแนนท่ีนกั เรยี นไดใ้ นการทำกิจกรรมทง้ั หมด X คะแนนเก็บ (10 คะแนน)

คะแนนจากกจิ กรรมทงั้ หมด (30 คะแนน)

ใบกจิ กรรม
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 เซลลแ์ ละการทำงานของเซลล์
เรอ่ื ง กลไกการลำเลียงสารเขา้ และออกจากเซลล์ วิชาชีววิทยา 1 (ว30241) ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 4

********************
คำช้ีแจง : อธิบายหรือเติมข้อความเก่ียวการกลไกการลำเลยี งสารเข้าและออกจากเซลล์ ให้
ถูกตอ้ ง และสมบรู ณ์
1. การแพร่แบบธรรมดา (.........................................................)
คอื การลำเลียง....................................................................................................................
ทิศทางการลำเลียง…………………………………………………………………………………………………
ตัวอย่างสารทล่ี ำเลยี ง……………………………………………………………………………………………...

2. ออสโมซสิ (.........................................................)
คอื การลำเลียง....................................................................................................................
ทศิ ทางการลำเลียง…………………………………………………………………………………………………
ตวั อย่างสารท่ีลำเลยี ง……………………………………………………………………………………………...

3. การแพรแ่ บบฟาซลิ เิ ทต (.........................................................)
คือการลำเลียง....................................................................................................................
ทิศทางการลำเลียง…………………………………………………………………………………………………
ตัวอย่างสารท่ีลำเลียง……………………………………………………………………………………………...

4. แอกทีฟทรานสปอรต์ (.........................................................)
คือการลำเลยี ง....................................................................................................................
ทศิ ทางการลำเลยี ง…………………………………………………………………………………………………
ตัวอย่างสารท่ีลำเลียง……………………………………………………………………………………………...

การลำเลียงสารโดยการสรา้ งเวสเิ คิล
1. การลำเลียงสารออกจากเซลล์ (.........................................................)

ลักษณะสารทล่ี ำเลียง……………………………………………………………..…….…………………..…
ได้แก…่ …………………………………………………………………………………………….…………………

2. การลำเลยี งสารเข้าสู่เซลล์ (.............................................................)
2.1 ฟาโกไซโทซิส (............................................)
ลกั ษณะสารทล่ี ำเลียง………………………………………………………………………………………

ไดแ้ ก…่ …………………………………………………………………………….……………………………
2.2 พิโนไซโทซสิ (............................................)

ลักษณะสารที่ลำเลยี ง………………………………………………………………………………………
ได้แก…่ …………………………………………………………………………………….……………………
2.3 การนำสารเขา้ สเู่ ซลล์โดยอาศยั ตัวรับ (.....................................................................)
ลกั ษณะสารที่ลำเลียง………………………………………………………………………………………
ได้แก…่ …………………………………………………………………………………….…………………

แบบประเมนิ คำตอบแบบเตมิ คำหรอื ข้อความ

กิจกรรม เรอื่ ง การลำเลยี งสารผ่านเซลล์

ประเมนิ ครง้ั ท่ี ................... วนั ที่ ....................................................

เลขท่ี ช่อื -สกลุ คะแนน ระดับ เลขที่ ช่ือ-สกลุ คะแนน ระดับ
(4) คุณภาพ (4) คณุ ภาพ

1 21

2 22

3 23

4 24

5 25

6 26

7 27

8 28

9 29

10 30

11 31

12 32

13 33

14 34

15 35

16 36

17 37

18 38

19 39

20 40

เกณฑ์การให้คะแนน คะแนน
เกณฑ์
1 คะแนน 0 คะแนน
การเตมิ คำตอบ เติมคำตอบถูกตอ้ ง 1 ข้อ เติมคำตอบไมถ่ กู ตอ้ ง

เกณฑก์ ารประเมินผล : การลำเลยี งสารผา่ นเซลล์

เกณฑ์ ดี(3) คณุ ภาพ ควรปรับปรงุ (1)
ผเู้ รยี นตอบถูกตอ้ ง 3 ข้อ พอใช(้ 2) ผู้เรยี นตอบถูกตอ้ ง 1 ขอ้
ความถกู ตอ้ งของ ผเู้ รยี นตอบถกู ต้อง 2 ขอ้
การเตมิ คำตอบ รอ้ ยละ 80 ขึ้นไป ร้อยละ 70-79 ต่ำกวา่ ร้อยละ70

สรุปผลการประเมนิ : ระดับคณุ ภาพของนักเรียนโดยรวม

(........) ดี (.......) พอใช้ (........) ปรบั ปรุง

หมายเหตุ : ระดับคณุ ภาพที่ทำไดข้ ้นึ อยูก่ ับจำนวนขอ้ ในแตล่ ะกิจกรรม

แบบประเมนิ พฤติกรรมการสืบค้นขอ้ มูล
ใบกิจกรรมเร่อื ง การลำเลยี งสารผ่านเซลล์
ประเมนิ คร้ังที่ ...................วันท.ี่ ...................................................

เกณฑ์การให้คะแนน

กลุม่ ท่ี ข้อมูลการสบื คน้ การใชอ้ ุปกรณ์และ/หรือ รวม ระดบั คุณภาพ
เครอื่ งมือ (6)

321321

1

2

3

4

5

6

7

8

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : 3 ระดบั คะแนน
ขอ้ มูลการสบื ค้นท่ี 21
เกณฑ์การให้คะแนน กำหนดไว้อย่างถูกตอ้ ง
มกี ารปรับปรงุ แกไ้ ข ข้อมูลการสืบคน้ ไวโ้ ดยมี ข้อมูลการสืบคน้ ที่
ขอ้ มูลการสืบคน้ ที่ ใช้อุปกรณ์และ/หรือ ครเู ปน็ ผแู้ นะนำบางส่วน กำหนดไวอ้ ย่างถูกต้อง มี
กำหนด เคร่ืองมืออยา่ งถูกต้อง มีการปรบั ปรงุ แก้ไข การปรับปรุงแก้ไข
และคลอ่ งแคลว่ ใช้อปุ กรณ์และ/หรือ ใชอ้ ปุ กรณ์และ/หรือ
การใชอ้ ุปกรณแ์ ละ/ เครอ่ื งมืออย่างถูกต้องแต่ เครอ่ื งมอื ไมถ่ ูกต้อง
หรือเครื่องมือในการ ไมค่ ล่องแคล่ว
สบื คน้


Click to View FlipBook Version