The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอน วิชาการบัญชีเบื้องต้น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by rotjanawingdet, 2021-05-13 23:20:28

แผนการสอน วิชาการบัญชีเบื้องต้น

แผนการสอน วิชาการบัญชีเบื้องต้น

แผนการจัดการเรยี นรู้มุ่งเนน้ สมรรถนะอาชีพ
และบูรณาการหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

รหัสวชิ า 30200- 0001 วิชา การบัญชเี บ้ืองต้น
หลักสูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพชน้ั สูง พทุ ธศักราช 2563

ประเภทวชิ าบริหารธรุ กจิ

จัดทำโดย

นางสาวรจนา ว่งิ เดช

สาขาวชิ า การบัญชี วทิ ยาลยั อาชีวศกึ ษาขอนแก่น
สำนักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

แผนการจัดการเรยี นรู้

หลักสตู รประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ชั้นสงู พุทธศกั ราช 2563
ประเภทวชิ า บริหารธรุ กจิ รายวิชา ปรับพนื้ ฐาน
วชิ า การบัญชีเบอ้ื งตน้ รหัสวิชา 30200- 0001

ผู้สอน นางสาวรจนา วงิ่ เดช
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564

(ลงชื่อ)...........................................หวั หน้าแผนกวชิ า
(นางฉลวยสิริ สริ ริ ัตนากลุ )

(ลงช่ือ)...................................รองผอู้ ำนวยการฝา่ ยวชิ าการ
(นายจกั รกฤษณ์ ทพิ เลศิ )
.........../............/..........

(ลงชอ่ื )................................................ผู้อำนวยการ
( นางสาวกรรณกิ า ยอดสงา่ )
.........../............/..........

ฝ่ายวชิ าการ วิทยาลัยอาชวี ศึกษาขอนแกน่

สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

รหสั 30200-0001 4(3) วิชา การบัญชเี บื้องต้น
ชน้ั ประกาศนียบตั รวชิ าชีพชัน้ สงู หมวดวชิ าทักษะวชิ าชีพ กลุ่มวชิ าทักษะวิชาชพี พืน้ ฐาน

พฤติกรรม พุทธพิ ิสัย (40%)

ช่ือหน่วย ความ ู้ร
ความเข้าใจ
การนำไปใช้
การวิเคราะห์
การ ัสงเคราะ ์ห
การประเมิน ่คา
ิจตพิ ัสย (30%)
ัทกษะ ิพ ัสย (30%)
รวม
ลำดับความสำ ัคญ
จำนวนชั่วโมง

1. ความรเู้ บื้องตน้ ทางการบญั ชี และแม่บทการบัญชี 1 1 1 - - - 1 15 4

2. สินทรพั ย์ หน้สี นิ และส่วนของเจ้าของตามแม่บท 1 1 1 1 - - 1 16 4
การบัญชี
- 1 17 4
3. สมการบญั ชี 111 2- - 2 2 11 8

4. การวเิ คราะห์รายการค้า 112 3- - 2 2 11 8

5. การบนั ทกึ รายการค้าตามหลกั การบัญชที ่รี บั รอง - 2 28 4
- 2 29 4
ท่วั ไปของธุรกจิ บริการเจา้ ของคนเดียวในสมดุ 1 1 2 3 - - 2 28 4
- 2 29 4
รายวันทว่ั ไป - 2 2 10 8
- 2 29 8
6. สมดุ เงินสด 2 ช่อง 111 1- - 1 17 4

7. การผา่ นรายการไปบญั ชแี ยกประเภท 112 1- 4
4
8. งบทดลอง 1111 - 72

9. กระดาษทำการ 6 ช่อง 1112-

10. งบการเงิน 1122-

11. รายการปรบั ปรุงบัญชี 1112-

12. การปิดบญั ชี และสรปุ วงจรบญั ชี 1112-

สอบกลางภาค 12 12 16 20 20 20 100
สอบปลายภาค 11

รวม
ลำดบั ความสำคัญ

รหัส 30200-0001 4(3) วิชา การบญั ชีเบือ้ งต้น
3 หนว่ ยกิต (4 ชัว่ โมง) เวลาเรียนต่อภาค 72 ชวั่ โมง

รายวชิ าตามหลักสตู ร สมรรถนะรายวิชา ช่วั โมง
72
จุดประสงค์รายวิชา เพอ่ื ให้ สมรรถนะรายวชิ า

1. มีความเข้าใจหลักการ วิธีการ และขั้นตอนการ 1. แสดงความรเู้ ก่ียวกบั หลกั การ และ

จัดทำบญั ชีสำหรับกิจการเจา้ ของคนเดียวประเภท วธิ กี ารบญั ชีสำหรบั กจิ การเจา้ ของคน

ธุรกจิ บรกิ าร เดียวประเภทธรุ กจิ บริการ

2. มีทักษะปฏิบตั งิ านบญั ชีเบ้ืองตน้ ตามหลักการบัญชี 2. ปฏบิ ตั ิงานบญั ชสี ำหรบั กิจการเจา้ ของ

ที่รับรองทั่วไป สำหรับกิจการเจ้าของคนเดียว คนเดยี วประเภทธรุ กิจบรกิ ารตาม

ประเภทธุรกิจบรกิ าร หลักการบญั ชีท่ีรบั รองท่วั ไป

3. มีกิจนิสัย มีระเบียบ ละเอียดรอบคอบ ซื่อสัตย์ มี รวม
วนิ ยั ตรงต่อเวลา และมเี จตคตทิ ด่ี ตี อ่ วิชาชพี บัญชี

คำอธิบายรายวชิ า
ศกึ ษาและปฏิบัติเกย่ี วกับความหมาย

วัตถปุ ระสงคแ์ ละประโยชนข์ องการบญั ชี ข้อสมมติทาง
บญั ชี ความหมายของสินทรัพย์ หนส้ี ิน และส่วนของ
เจา้ ของตามแม่บทการบญั ชี สมการบัญชี การ
วิเคราะห์รายการคา้ การบนั ทกึ รายการคา้ ตาม
หลักการบญั ชที ี่รับรองท่ัวไปของธรุ กิจบรกิ ารเจา้ ของ
คนเดียวในสมดุ รายวันทว่ั ไป สมดุ เงนิ สด 2 ชอ่ ง ผา่ น
รายการไปบัญชแี ยกประเภท งบทดลอง กระดาษทำ
การชนิด 6 ชอ่ ง งบการเงิน ปรบั ปรงุ ปดิ บัญชีและสรปุ
วงจรบญั ชี

กำหนดการสอนท่ีบูรณาการคุณธรรม จริยธรรม
คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

วชิ า รหสั 30200-0001 วิชา การบญั ชเี บ้อื งต้น (2-2-3)

หนว่ ย ชอื่ หนว่ ย/สาระสำคญั สปั ดาห์ท่ี ชว่ั โมง จุดประสงค์การเรยี นรู้ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม
ท่ี ที่ ค่านิยม และคณุ ลักษณะ

อนั พงึ ประสงค์

1 ความรูเ้ บอื้ งต้นทางการบญั ชี และแมบ่ ท 1 1-4 1. อธิบายความหมายของการบัญชีได้

การบญั ชี 2. บอกวตั ถปุ ระสงคข์ องการบญั ชีได้

1. ความหมายของการบญั ชี 3. บอกประโยชนข์ องขอ้ มลู การบญั ชี

2. วัตถปุ ระสงคข์ องการบญั ชี ได้

3. ประโยชนข์ องข้อมลู การบญั ชี 4. แนะนำการเรยี นวชิ าบญั ชไี ด้

4. ขอ้ แนะนำการเรียนวชิ าบญั ชี 5. แสดงความรู้เก่ียวกับข้อสมมติทาง

5. ขอ้ สมมติทางบัญชี บัญชไี ด้

2 สนิ ทรพั ย์ หนส้ี ิน และสว่ นของ 2 5-8 1. อธิบายและคำนวณสินทรัพยข์ อง

เจา้ ของตามแมบ่ ทการบญั ชี ตามแม่บทการบัญชไี ด้

1. สนิ ทรัพยต์ ามแมบ่ ทการบัญชี 2. อธิบายและคำนวณหน้สี ินของตาม

2. หนี้สินตามแม่บทการบัญชี แม่บทการบัญชีได้

3. ส่วนของเจา้ ของตามแม่บทการบญั ชี 3. อธิบายและคำนวณส่วนของเจ้าของ ความมมี นุษยสมั พนั ธ์

ตามแม่บทการบัญชไี ด้ ความมวี ินยั

3 สมการบญั ชี 3 9-12 1. อธิบายความหมายของสมการ ความรับผดิ ชอบ
ความเช่ือมัน่ ในตนเอง
1. ความหมายของสมการบญั ชี บัญชไี ด้
2. เขียนสมการบญั ชีและคำนวณ ความสนใจใฝร่ ู้
2. การเขียนสมการบัญชแี ละการคำนวณ ความรกั สามัคคี
ความกตัญญูกตเวที
สมการบญั ชี สมการบัญชไี ด้
3. งบแสดงฐานะการเงนิ 3. แสดงการจัดทำงบแสดงฐานะ

การเงินได้

4 การวเิ คราะห์รายการคา้ 4 13-16 1. บอกประเภทของธรุ กิจ และ

1. ประเภทของธุรกจิ และรปู แบบการ รูปแบบการดำเนนิ ธุรกิจได้

ดำเนินธุรกจิ 2. อธบิ ายรายการคา้ ได้

2. รายการคา้ 3. วเิ คราะห์รายการค้าตามหลกั การ

3. หลกั การวเิ คราะห์รายการคา้ บัญชที ่วั ไปได้

4. ผลกระทบของรายการค้าตอ่ สมการ 5 17-20 4. เคราะหผ์ ลกระทบของรายการค้า

บญั ชีและงบแสดงฐานะการเงิน ตอ่ สมการบญั ชีและงบแสดง

5. การวิเคราะหร์ ายการค้าตามหลกั การ ฐานะการเงินได้

บัญชีคู่ 5. วเิ คราะห์รายการคา้ ตามหลักการ
บญั ชคี ู่ได้

หน่วย ชอื่ หนว่ ย/สาระสำคัญ สัปดาห์ที่ ช่ัวโมง จดุ ประสงค์การเรียนรู้ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม
ท่ี ที่ และคณุ ลกั ษณะ
อนั พึงประสงค์

5 การบนั ทกึ รายการคา้ ตามหลักการ 6 21-24 1. อธบิ ายความหมาย และ

บัญชที ี่รบั รองทวั่ ไปของธรุ กจิ บรกิ าร ประโยชน์ของสมุดรายวนั ทว่ั ไป

เจ้าของคนเดยี วในสมุดรายวนั ท่วั ไป ได้

1. ความหมาย และประโยชนข์ องสมดุ 2. บอกประเภทของสมดุ บัญชีได้

รายวนั ทวั่ ไป 3. อธิบายรูปแบบของสมุดรายวัน

2. ประเภทของสมุดบญั ชี ทั่วไปได้

3. รูปแบบของสมุดรายวันทัว่ ไป 4. จดั ทำผังบญั ชไี ด้

4. ผงั บญั ชี

5. หลกั การบนั ทกึ รายการค้าในสมุด 7 25-28 5. บันทกึ รายการค้าในสมุดรายวัน

รายวันทวั่ ไป ทั่วไปตามหลักการบญั ชีได้
6 สมดุ เงินสด 2 ช่อง
1. ความหมายของสมุดเงนิ สด 2 ช่อง 8 29-32 1. อธิบายความหมายของสมุดเงิน

2. ลักษณะของสมดุ เงนิ สด 2 ชอ่ ง สด 2 ชอ่ งได้

3. รูปแบบและการบันทึกรายการใน 2. อธิบายลักษณะของสมุดเงนิ สด 2

สมุดเงนิ สด 2 ช่อง ช่องได้

3. อธิบายรูปแบบและบันทึกรายการ

ในสมดุ เงนิ สด 2 ช่องได้

7 การผ่านรายการไปบญั ชแี ยกประเภท 9 33-36 1. อธบิ ายความหมายและบอก

1. ความหมาย และประเภทของบญั ชี ประเภทของบัญชีแยกประเภทได้ ความมีมนุษยสัมพนั ธ์
แยกประเภท 2. อธบิ ายรูปแบบของบญั ชีแยก ความมีวินยั
ความรบั ผดิ ชอบ
2. รปู แบบของบญั ชแี ยกประเภท ประเภทได้ ความเช่ือมั่นในตนเอง
3. การผา่ นรายการจากสมุดรายวนั 3. บันทกึ บัญชีการผ่านรายการจาก ความสนใจใฝ่รู้
ความรกั สามคั คี
ท่วั ไปไปสมุดบัญชีแยกประเภท สมดุ รายวันทัว่ ไปไปสมดุ บัญชี ความกตัญญกู ตเวที
4. วิธกี ารหายอดคงเหลือในบญั ชแี ยก แยกประเภทได้
4. คำนวณหายอดคงเหลอื ในบญั ชี
ประเภท แยกประเภทได้

- สอบกลางภาคเรยี น 10 37-40

งบทดลอง 11 41-44 1. อธิบายความหมาย และ

1. ความหมาย และประโยชน์ของงบ ประโยชนข์ องบทดลองได้

8 ทดลอง 2. อธิบายรปู แบบของงบทดลองได้
2. รปู แบบของงบทดลอง 3. จดั ทำงบทดลองได้

3. หลกั การจัดทำงบทดลอง 4. บอกแนวทางปฏบิ ัตเิ มอ่ื งบ

4. แนวทางปฏบิ ัติเมอ่ื งบทดลองไมล่ งตัว ทดลองไม่ลงตัวได้

กระดาษทำการ 6 ช่อง 12 45-48 1. อธิบายความหมายและประโยชน์

1. ความหมายและประโยชน์ของ ของกระดาษทำการได้

กระดาษทำการ 2. บอกรูปแบบของกระดาษทำการ

9 2. รูปแบบของกระดาษทำการชนิด 6 ชนิด 6 ช่องได้
ชอ่ ง 3. จัดทำกระดาษทำการ 6 ช่อง

3. ขั้นตอนในการจดั ทำกระดาษทำการ ตามขั้นตอนได้

6 ชอ่ ง

หนว่ ย ชือ่ หนว่ ย/สาระสำคัญ สปั ดาหท์ ี่ ช่วั โมง จดุ ประสงค์การเรียนรู้ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม
ที่ ท่ี และคุณลักษณะ
อันพึงประสงค์

10 งบการเงิน 13 49-52 1. อธิบายความหมายของงบการเงิน
1. ความหมายของงบการเงนิ ได้
2. จุดม่งุ หมายของงบการเงิน
3. งบการเงินฉบบั สมบูรณ์ 2. บอกจุดมุ่งหมายของงบการเงินได้
4. การกำหนดรายการยอ่ ท่ีต้องมใี นงบ 3. อธบิ ายงบการเงินฉบับสมบูรณ์ได้
การเงนิ 4. อธิบายการกำหนดรายการยอ่ ที่
5. งบกำไรขาดทุน
ต้องมีในงบการเงินได้
5. จัดทำงบกำไรขาดทุนได้

6. งบแสดงฐานะการเงิน 14 53-56 6. จดั ทำงบแสดงฐานะการเงนิ ได้

11 รายการปรบั ปรุงบญั ชี 15 57-60 1. อธบิ ายเกณฑ์การบนั ทกึ บญั ชีได้

1. เกณฑก์ ารบนั ทกึ บัญชี 2. อธิบายความหมายและบอก

2. ความหมายและประเภทของรายการ ประเภทของรายการปรบั ปรุงบญั ชี

ปรบั ปรงุ บญั ชี ได้

3. รายไดร้ ับล่วงหน้า 3. คำนวณและบันทกึ บญั ชรี ายไดร้ บั

4. รายไดค้ ้างรบั ลว่ งหนา้ ได้

5. คา่ ใชจ้ ่ายล่วงหนา้ 16 61-64 4. คำนวณและบนั ทึกบัญชีรายได้ค้าง ความมีมนษุ ยสมั พนั ธ์
รับได้ ความมีวนิ ยั
6. ค่าใชจ้ า่ ยคา้ งจ่าย ความรบั ผดิ ชอบ
7. หนส้ี งสัยจะสญู 5. คำนวณและบันทึกบัญชีคา่ ใช้จา่ ย ความเชอื่ ม่ันในตนเอง
8. วัสดสุ ำนักงาน ล่วงหน้าได้ ความสนใจใฝ่รู้
9. คา่ เสอื่ มราคา ความรกั สามคั คี
6. คำนวณและบนั ทกึ บัญชีค่าใช้จ่าย ความกตญั ญูกตเวที
คา้ งจา่ ยได้

7. คำนวณและบนั ทกึ บัญชีหนส้ี งสยั
จะสญู ได้

8. คำนวณและบนั ทกึ บญั ชีวัสดุ

สำนกั งานได้

9. คำนวณและบนั ทกึ บัญชีคา่ เส่อื ม

ราคาได้

12 การปดิ บญั ชี และสรปุ วงจรบญั ชี 17 65-68 1. อธิบายความหมายของการปิด

1. ความหมายของการปิดบัญชี บัญชไี ด้

2. ขนั้ ตอนการปดิ บญั ชี 2. บอกขน้ั ตอนการปดิ บญั ชีได้

3. การปดิ บญั ชีในสมุดรายวนั ทัว่ ไป 3. บันทึกการปิดบัญชีในสมุดรายวัน

4. การปิดบญั ชีแยกประเภททัว่ ไป ท่วั ไปได้

5. การจดั ทำงบทดลองหลงั การปดิ 4. บันทึกการปิดบญั ชีแยกประเภท

บญั ชี ทัว่ ไปได้

6. การสรปุ วงจรบัญชี 5. จัดทำงบทดลองหลังการปดิ บญั ชี

ได้

6. แสดงความรู้เกี่ยวกับการสรุป

วงจรบญั ชไี ด้

- ทบทวน/สอบปลายภาคเรียน 18 69-72

การวดั ผล 20%
20%
1. สอบกลางภาค 10%
2. สอบปลายภาค 10%
3. บรู ณาการคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ 20%
4. การเข้าชั้นเรยี น 20%
5. กจิ กรรมการเรยี นการสอนในหอ้ งเรยี น
6. ใบงาน/แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้

การประเมินผล
กำหนดคา่ ระดับคะแนน ตามเกณฑ์ดงั น้ี
คะแนนรอ้ ยละ 80-100 ไดเ้ กรด 4
คะแนนร้อยละ 75-79 ได้เกรด 3.5
คะแนนรอ้ ยละ 70-74 ได้เกรด 3
คะแนนร้อยละ 65-69 ไดเ้ กรด 2.5
คะแนนรอ้ ยละ 60-64 ได้เกรด 2
คะแนนร้อยละ 55-59 ได้เกรด 1.5
คะแนนร้อยละ 50-54 ได้เกรด 1
คะแนนรอ้ ยละ 0-49 ได้เกรด 0

แผนการจัดการเรียนรแู้ บบบรู ณาการท่ี 1 หน่วยที่ 1

รหัสวชิ า 30200-0001 การบัญชีเบ้อื งต้น (2-2-3) สอนครง้ั ท่ี 1 (1--4)
จำนวนชว่ั โมง 4 ชม.
ช่ือหน่วย/เรอ่ื ง ความร้เู บอ้ื งต้นทางการบัญชี และแมบ่ ทการ

บญั ชี

➢สาระสำคญั
การบัญชีมีบทบาทและมีความสำคัญในกิจการทุกประเภท ไม่ว่าจะดำเนินการโดยหวังผลกำไรหรือไม่ก็ตาม เพื่อให้เกิดความ

เข้าใจในการนำไปปฏิบัติงานด้านบัญชีหรือการประยุกต์ใช้บัญชีแบบครัวเรือน ตามแนวคิด หลักเศรษฐกิจพอเพียง จึงควรเข้าใจ
ความหมายของการบัญชี จุดประสงคข์ องการบัญชี ประโยชนข์ องข้อมลู การบัญชี ข้อแนะนำการเรยี นวิชาบญั ชี รวมท้งั ความรู้เก่ียวกับ
แมบ่ ทการบญั ชี เพ่ือประยกุ ตใ์ ช้กับงานดงั กล่าวขา้ งต้นใหม้ ีประสทิ ธภิ าพย่งิ ขึ้น

➢จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1. อธบิ ายความหมายของการบัญชีได้

2. บอกวัตถุประสงค์ของการบญั ชไี ด้

3. บอกประโยชน์ของข้อมูลการบญั ชไี ด้

4. แนะนำการเรยี นวชิ าบญั ชไี ด้

5. แสดงความรเู้ กย่ี วกบั ข้อสมมติทางบัญชีได้

6. มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงคข์ องผูส้ ำเรจ็ การศกึ ษา สำนกั งาน

คณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทีค่ รสู ามารถสังเกตไดข้ ณะทำการสอนในเร่ือง

6.1 ความมีมนษุ ยสมั พันธ์ 6.2 ความมีวินยั

6.3 ความรับผิดชอบ 6.4 ความซื่อสัตยส์ ุจรติ

6.5 ความเชื่อมั่นในตนเอง 6.6 การประหยดั

6.7 ความสนใจใฝร่ ู้ 6.8 การละเวน้ สิ่งเสพตดิ และการพนนั

6.9 ความรักสามคั คี 6.10 ความกตญั ญกู ตเวที

➢สมรรถนะรายวชิ า
1. แสดงความรเู้ กีย่ วกบั หลกั การ และวิธกี ารบัญชีสำหรบั กจิ การเจา้ ของคนเดียวประเภทธรุ กจิ บรกิ าร
2. ปฏบิ ัตงิ านบญั ชีสำหรับกจิ การเจ้าของคนเดียวประเภทธุรกิจบรกิ ารตามหลกั การบัญชีทีร่ บั รองทว่ั ไป

➢เนื้อหาสาระ ภาพรวม (Big Idea)
1. ความหมายของการบญั ชี
2. วตั ถปุ ระสงค์ของการบัญชี วตั ถุประสงค์
3. ประโยชน์ของข้อมลู การบัญชี ของการบญั ชี
4. ข้อแนะนำการเรียนวิชาบญั ชี
5. ข้อสมมตทิ างบญั ชี

ความหมาย

ของการบญั ชี

ความหมาย วตั ถปุ ระสงค์ ประโยชน์ของ
การบญั ชีและขอ้ สมมติทางบญั ชี

ประโยชน์ของขอ้ มลู ขอ้ แนะนาการเรยี น ขอ้ สมมติ

การบญั ชี วชิ าบญั ชี ทาง

➢กิจกรรมการเรียนรู้ บญั ชี

ขน้ั นำเขา้ สู่บทเรยี น

1. ครูอธบิ ายเนอ้ื หารายวชิ าและหลกั เกณฑก์ ารประเมินผล ครูกล่าวถงึ ทกุ คนเม่อื ทำงานแลว้ ก็ต้องมีรายได้และกต็ ้อง

จ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในชีวติ ประจำวัน

2. ผูเ้ รยี นยกตวั อยา่ งการไปซ้อื ของร้านสะดวกซ้ือทว่ั ไป กจ็ ะไดร้ บั ใบเสรจ็ รับเงนิ ซึง่ เป็นคา่ ใชจ้ ่าย ในการไปซือ้ สิ่งของ

เครอื่ งใชบ้ างครั้งกม็ กี ารวางแผน แตบ่ างคร้งั กไ็ มส่ ามารถวางแผนได้ เนอื่ งจากสินคา้ ท่ีตอ้ งการซอื้ น้ันมคี วามจำเป็นต่อการดำเนิน

ชีวติ ของตนเอง

3. ครูให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรียนโดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที แลว้ เกบ็ คะแนนไวป้ ระเมนิ ผลรวมกันอกี ครงั้

ขนั้ สอน
4. ครอู ธบิ ายความหมายของการบญั ชี บอกวัตถปุ ระสงคข์ องการบญั ชี และประโยชน์ของขอ้ มูลการบญั ชี โดยการใชส้ ื่อ
แผ่นใสอธิบายประกอบ
สมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย หรือ ส.บช. (The Institute of Certified Accountants and
Auditor of Thailand: ICAAT) ในปัจจุบนั คอื สภาวชิ าชีพบัญชี
ในพระบรมราชปู ถัมภ์ (Federation of Accounting Professions under the Royal Patronage of His Majesty the
King) ไดใ้ หค้ วามหมายของการบัญชไี วด้ ังน้ี
การบัญชี (Accounting) หมายถึง ศิลปะของการเก็บรวบรวม บันทึก จำแนก และทำสรปุ ข้อมูลอันเกี่ยวกับเหตุการณ์
ทางเศรษฐกิจในรปู ตัวเงนิ ผลงานขน้ั สุดทา้ ยของการบญั ชกี ็คือการให้ขอ้ มูลทางการเงนิ ซ่ึงเป็นประโยชน์แกบ่ ุคคลหลายฝ่าย และผู้
ทส่ี นใจในกจิ กรรมของกิจการ

สมาคมผู้สอบบัญชีรับอนญุ าตของประเทศสหรัฐอเมริกา (The American Institute of Certified Public Accountants:
AICPA) ได้ใหค้ วามหมายของการบญั ชไี วด้ ังนี้

“Accounting is the art of recording, classifying and summarizing in a significant manner and in terms of
money, transactions and events which are, in part at least, of financial character and interpreting the results
thereof.”

จากคำนิยามดงั กลา่ ว การบัญชี หมายถึง ศิลปะของการจดบนั ทกึ การจำแนกใหเ้ ป็นหมวดหมู่ และการสรปุ ผลสิ่งสำคัญใน
รูปตัวเงิน รายการและเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งเกี่ยวข้องด้านการเงิน รวมทั้งการแปลความหมายของผลการปฏิบัติ ซึ่งเป็นคำนิยามท่ี
ไดร้ ับการยอมรับโดยทวั่ ไป

การบญั ชี

Accounting

 การทาบญั ชี  การให้ขอ้ มูล
Bookkeeping ทางการเงิน

▪การรวบรวม (Collecting) Users of financial information
▪การบนั ทึก (Recording)

▪การจาแนก (Classifying)

6.▪กคารรูนสำรใปุบขเส้อรม็จรลู ับ(เSงuินmมาmแaสrดizงiใnหg้ผ) ู้เรียนดู แล้วให้พิจารณาบัญชีซื้อสินค้าต่อไปนี้ว่าถือเป็นความหมายของการบัญชี
อยา่ งไรบา้ ง และใหพ้ จิ ารณาใบเสรจ็ รบั เงินรา้ นซอ่ มเครอื่ งใชไ้ ฟฟ้าต่อไปน้ีว่าเปน็ ความหมายของการบญั ชอี ยา่ งไรบา้ ง
7. ผเู้ รียนพิจารณางบกำไรขาดทุนของรา้ นงามวิไลบวิ ตี้ ว่ามีวตั ถปุ ระสงคข์ องการบญั ชอี ย่างไรบ้าง

8. ผู้เรียนพิจารณางบกำไรขาดทุนของร้าน ช.ประดบั ยนต์ ว่าจะส่งผลทำให้กจิ การไดร้ บั ประโยชน์ของข้อมูลการบัญชี

อย่างไรบา้ ง
9. ครูให้ข้อแนะนำการเรียนวิชาบัญชี เช่นการเขียนตัวเลขนั้นควรให้ตรงหลักเสมอ เช่น หลักหน่วยก็เขียนให้ตรงกับ
หลกั หน่วยเหล่านี้ เปน็ ตน้ ตัวเลขทุกๆ 3 ตัว ให้ใช้เคร่ืองหมาย “ , ” โดยนบั จากจดุ ทศนิยมไปทางซา้ ยมอื ทกุ 3 ตวั และถา้ ไม่มเี ศษ
สตางคใ์ หใ้ ชเ้ ครือ่ งหมาย “ - ” เชน่
5,250.75

15,000.-

25,200.50

ถ้าเขียนตัวเลขผิดใหข้ ีดเส้นฆา่ ตัวเลขที่ผิด แล้วเขียนตัวเลขใหม่ที่ถูกต้องไว้ข้างบนตัวเลขทีผ่ ิด และลงชื่อย่อกำกับไว้ ไม่

ควรขูดลบตัวเลขที่ผิดหรือเขียนตัวเลขอื่นทับตัวเลขที่ผิด เช่น ตัวเลขที่ถูกต้องคือ 3,500 แต่เขียนเป็น 5,300 ดังนั้น จึงแก้ไขให้

ถกู ต้อง คอื

3,500

5,300
10. ผเู้ รยี นฝกึ ปฏิบตั ิเขยี นตวั เลข หรอื ตัวอักษรใหถ้ ูกตอ้ งตามหลักการบญั ชี แต่ละกรณดี ังน้ี

1) เขยี นเครอ่ื งหมายจลุ ภาค ( , ) ในจำนวนเงนิ ตอ่ ไปนี้ให้ถกู ตอ้ งตามหลกั การบัญชีที่รับรองทวั่ ไป

จำนวนเลข จำนวนเงิน สต.
บาท

10000

100000

1000000000

2) แกไ้ ขตัวเลขดังตอ่ ไปนี้ให้ถกู ตอ้ ง

ตัวเลขผิด ตัวเลขถูก แก้ไขให้ถกู ตอ้ ง

25,000.- 52,000.-

45,000.- 54,000.-

200,050.- 200,050.50

3) เขยี นตัวเลขตอ่ ไปน้ีเป็นตัวอักษรใหถ้ กู ตอ้ ง

จำนวนเงิน (ตวั เลข) จำนวนเงิน (ตวั อักษร)

21,345.10

59,999.50

14,552.20

2,234,550.50

4) เขยี นจำนวนเงินตัวอักษรตอ่ ไปน้ีให้เปน็ ตวั เลขและรวมยอดใหถ้ ูกต้อง

จำนวนเงนิ (ตวั อกั ษร) จำนวนเงนิ (ตัวเลข)

สองหมื่นหา้ สบิ บาทถ้วน

หนึ่งหมน่ื ส่ีพนั สามสบิ บาทย่สี ิบสตางค์

หนง่ึ แสนสามร้อยหา้ สบิ บาทถ้วน

สามลา้ นหา้ แสนหกหมน่ื เจ็ดรอ้ ยบาทถ้วน
11. ครอู ธบิ ายให้ผู้เรียนฟังเรือ่ งขอ้ สมมติทางบญั ชี ถอื เปน็ สว่ นหนึ่งของแม่บทการบัญชีท่ีนำมาใช้ในการจัดทำงบการเงิน
ประกอบด้วย (1) เกณฑ์คงค้าง และ (2) การดำเนินงานต่อเนื่อง แต่ก่อนที่จะกล่าวถงึ ขอ้ สมมติทางบัญชี ควรจะทำความเข้าใจกบั
แม่บทการบัญชี เพ่ือจะไดน้ ำไปประยุกตใ์ ชอ้ ย่างถูกตอ้ ง
12. ครูเน้นให้เข้าใจเรื่องแม่บทการบัญชีว่ามีความสำคัญต่อการเรียนบัญชีอย่างไรบ้าง โดยครูเน้นย้ำว่าคณะกรรมการ
กำหนดมาตรฐานการบัญชี สภาวิชาชีพบัญชีได้กำหนดแม่บทการบัญชีฉบับนี้ขึ้นจากมาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศเรื่องแม่บท
การบัญชี โดยไม่มีความแตกต่าง โดยมีความประสงค์ทีจ่ ะใช้แม่บทการบัญชีเป็นเกณฑ์ในการปรับปรุงมาตรฐานการบัญชีที่มีอยู่ใน
ปัจจุบัน และพฒั นามาตรฐานการบญั ชที จ่ี ะใช้ในอนาคตให้สอดคลอ้ งกันและสอดคลอ้ งกับมาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศ (IAS)
อีกทงั้ ยังมีความประสงค์ให้ผจู้ ัดทำและผู้ใช้งบการเงินเขา้ ใจถึงทม่ี าและเน้ือหามาตรฐานการบญั ชไี ด้ลกึ ซ้ึงย่ิงข้ึน เพื่อนำไปใช้อ้างอิง
ในการนำมาตรฐานการบญั ชีท่ีมีอยูม่ าถือปฏิบัติ รวมท้งั การปฏบิ ตั ทิ างบญั ชใี นเรอ่ื งที่ยงั ไมม่ มี าตรฐานการบัญชกี ำหนดไว้

13. ผู้เรียนอ่านกรณีศึกษาทค่ี รูกำหนดให้ แลว้ สรุปเกี่ยวกับสมมติฐานทางการบัญชเี ป็นอย่างไรบา้ ง
14. ผู้เรียนอ่านและแข่งขนั เลน่ เกมส์คำศัพทบ์ ญั ชหี นว่ ยท่ี 1 เพ่อื นำไปประยุกต์ใชใ้ นการทำงานและในชวี ิตประจำวัน
15. ครูผู้สอนและผู้เรียน ร่วมกันแสดงความคิดเห็นในการทำบัญชีครัวเรือน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้
การศกึ ษา การฝึกตน เพอ่ื ใหเ้ กดิ การปฏบิ ตั พิ ัฒนาความรู้ ความคดิ และการปฏบิ ัติท่ีถูกต้อง ก่อใหเ้ กดิ ความเจริญในด้านอาชีพหรือ
เศรษฐกจิ สังคม และวัฒนธรรม ซึ่งการทำบญั ชีครวั เรอื นเป็นเรอ่ื งการบนั ทึกรายรับรายจา่ ยประจำวนั /เดือน/ปี ว่ามรี ายรบั รายจ่าย

จากอะไรบ้าง จำนวนเท่าใด รายการใดจ่ายน้อยจา่ ยมาก จำเปน็ น้อยจำเปน็ มาก กอ็ าจลดลงหรอื เพ่ิมขึ้นตามความจำเป็น ถ้าทุกคน
คดิ ได้ก็แสดงวา่ เปน็ คนรู้จักพัฒนาตนเอง มเี หตมุ ีผล รู้จักพอประมาณ รักตนเอง รักครอบครวั รักชุมชน และรกั ประเทศชาติมากขนึ้
จึงเห็นได้ว่าการทำบัญชีครัวเรือน คือวถิ แี ห่งการเรียนรูเ้ พอ่ื พฒั นาชีวติ ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

16. ผู้เรียนแสดงแผนผังเรื่องความหมายของการบัญชี จุดประสงค์ของการบัญชี ประโยชน์ของข้อมูลการบัญชี
ข้อแนะนำการเรยี นวชิ าบัญชี และแมบ่ ทการบัญชี

17. เปดิ โอกาสให้ผเู้ รยี นแสดงความคดิ เหน็ เพมิ่ เตมิ
18. ผูเ้ รยี นทำใบงาน

ขั้นสรุปและการประยกุ ต์
19. ผู้สอนสุ่มผู้เรียนตอบคำถามความหมายของการบัญชี จุดประสงค์ของการบัญชี ประโยชน์ของข้อมูลการบัญชี
ข้อแนะนำการเรียนวิชาบญั ชี และแม่บทการบัญชี เพอื่ ให้สามารถประยุกตใ์ ชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์ต่อไป
20. ผู้เรียนและผู้สอนสรุปการบัญชี หมายถึง ศิลปะของการจดบันทึก การจำแนกให้เป็นหมวดหมู่ และการสรุปผลสง่ิ
สำคัญในรปู ตวั เงนิ รายการ และเหตุการณ์ตา่ งๆ ซงึ่ เกย่ี วขอ้ งด้านการเงนิ รวมทงั้ การแปลความหมายของผลการปฏิบัตดิ ังกลา่ ว ใน
การจัดทำบัญชคี วรคำนึงถงึ วัตถุประสงคแ์ ละประโยชนข์ องขอ้ มูลการบัญชีเปน็ หลัก เนือ่ งจากเปน็ ส่วนทชี่ ว่ ยใหก้ จิ การดำเนินงานไป
ในทิศทางที่ถูกต้องตามพระราชบัญญตั ิการบัญชีและยังเป็นประโยชน์ต่อผู้ใชข้ ้อมูลทางบัญชี และสิ่งที่สำคญั ตอ่ ผู้ศึกษาวิชาบัญชกี ็
คอื การปฏิบัตติ นให้สม่ำเสมอต่อการเรยี น จงึ จะบรรลตุ ามเปา้ หมายในชวี ิตที่ตัง้ ใจไว้
21. ผู้เรยี นและผู้สอนสรุปแม่บทการบัญชี (Accounting Framework) ไม่ถือเปน็ มาตรฐานการบัญชี แต่เป็นกรอบหรือ
แนวคิดขั้นพื้นฐานในการจัดทำและนำเสนองบการเงิน ตลอดจนกำหนดและนำมาตรฐานการบัญชีมาปฏิบัติ และเป็นแนวทางใน
การปฏิบตั ิสำหรับเรื่องท่ียงั ไมม่ ีมาตรฐานการบญั ชรี องรับ เพ่ือใหผ้ ใู้ ช้งบการเงินทกุ ฝา่ ยมีความเข้าใจและปฏบิ ัติในแนวทางเดียวกนั
22. ผเู้ รียนทำแบบประเมินผลหนว่ ยที่ 1 และนำผลงานส่งครูผสู้ อน

➢สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้

1. หนังสอื เรยี นวชิ าบัญชีเบ้ืองตน้ 1 (2201-1004) ของสำนักพิมพเ์ อมพันธ์
2. ใบงาน
3. มาตรฐานการบัญชี
4. อนิ เทอรเ์ น็ต
5. Power Point

➢หลกั ฐาน

1. บนั ทึกการสอนของสถานศกึ ษา
2. ผลงานของผ้เู รยี น
3. แผนจดั การเรยี นรู้

➢การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ วี ัดผล

1. สงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล
2. ตรวจใบงาน
3. ตรวจแบบประเมินผลการเรยี นรกู้ ่อน/หลงั เรียน
4. ตรวจแบบประเมินผลการฝกึ ปฏิบตั ิ
5. ประเมนิ กิจกรรมเสนอแนะผเู้ รียนเปน็ สำคัญ และสง่ เสริมคุณธรรมนำความรู้
6 ประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่
7 สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุม่
8 การสังเกตและประเมินพฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

เครือ่ งมือวัดผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. แบบประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยครู)
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลมุ่ (โดยผเู้ รยี น)
4. แบบประเมนิ กิจกรรมใบงาน
5. แบบประเมินผลแบบฝกึ ปฏิบตั ิ
6. แบบประเมินผลการเรยี นรกู้ อ่ น/หลงั เรียน
7. แบบประเมนิ กจิ กรรมเสนอแนะผูเ้ รียนเป็นสำคญั และสง่ เสรมิ คุณธรรมนำความรู้
8. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ โดยครูและผู้เรยี นร่วมกันประเมนิ

เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ีช่องปรบั ปรุง
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ข้นึ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. กิจกรรมใบงาน เกณฑ์ผา่ น คือ 50%
5. แบบประเมนิ ผลแบบฝกึ ปฏบิ ตั ิ เกณฑ์ผา่ น 50%
6. แบบประเมินผลการเรยี นรกู้ อ่ น/หลงั เรยี นมเี กณฑผ์ า่ น 50%
7. แบบประเมนิ กิจกรรมเสนอแนะผ้เู รยี นเป็นสำคญั และสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนำความร้ผู ่าน 50%
8 แบบประเมินคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนข้ึนอยู่กบั การประเมนิ ตาม

สภาพจริง

➢กิจกรรมเสนอแนะ
1. ทำใบงานและแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้กอ่ น/หลงั เรยี น
2. บนั ทึกการรับ-จ่าย
3. กจิ กรรมเสนอแนะผู้เรียนเปน็ สำคญั และส่งเสริมคณุ ธรรมนำความรู้
4. มอบหมายใหผ้ เู้ รยี นศกึ ษามาตรฐานการบญั ชีและแม่บทการบญั ชีเพมิ่ เติม เพ่ือเสรมิ สร้างทักษะและประสบการณ์

➢การบรู ณาการ
1. กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ไดแ้ ก่ ทกั ษะการฟัง ทักษะการอ่าน ทักษะการเขียนและทักษะการพูด
2. ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
3. คณุ ธรรมจรยิ ธรรม และศีลธรรม
4. หน้าที่พลเมืองดี

ความหมาย การบรู ณาการ กล่มุ วิชาภาษาไทย
วตั ถปุ ระสงค์ ประโยชน์ กล่มุ วิชาคณิตศาตร์
ของการบญั ชีและขอ้ กล่มุ วิชาวิทยาศาสตร์
กล่มุ วิชากฏหมาย
สมมติทางบญั ชี ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

หนา้ ท่ีพลเมือง
กล่มุ วิชาการขายและคอมพิวเตอร์
กล่มุ วิชาภาษาองั กฤษ

เพ่มิ สาระใบความรเู้ กย่ี วกบั เศรษฐกจิ พอเพียง
ความหมายของปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

แนวทางการพัฒนาทตี่ ั้งอยบู่ นพ้นื ฐานของ ความพอเพยี ง หมายถึง ความพอประมาณ ความมเี หตุผล รวมถงึ ความจำเปน็ ท่ี
ตอ้ งมีระบบภมู คิ มุ้ กนั ในตวั ท่ดี ีพอสมควรต่อผลกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปล่ยี นแปลงท้งั ภายนอกและภายใน การตัดสนิ ใจและการ
ดำเนินกจิ กรรมต่างๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียงน้ัน ต้องอาศยั ท้งั ความร้แู ละคณุ ธรรมเปน็ พน้ื ฐาน

กลา่ วไดว้ า่ ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ประกอบดว้ ย 3 ห่วง 2 เง่ือนไข
-3 ห่วง ประกอบด้วย ความพอประมาณ ความมเี หตผุ ล และการมีภูมคิ ุ้มกันในตวั ท่ีดี
-ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดที ี่ไม่นอ้ ยเกนิ ไปและไมม่ ากเกนิ ไป โดยไม่เบียดเบยี นตนเองและผอู้ นื่ เชน่ การผลิต
และการบรโิ ภคทอ่ี ยู่ในระดบั พอประมาณ

-ความมเี หตุผล หมายถึง การตัดสนิ ใจเก่ียวกบั ระดบั ของความพอเพยี งจะต้องเปน็ ไปอยา่ งมีเหตผุ ล โดยพจิ ารณาจากเหตุ
ปัจจัยทเ่ี กย่ี วข้อง และคำนึงถงึ ผลทค่ี าดวา่ จะเกิดขน้ึ จากการกระทำน้ันๆ อยา่ งรอบคอบ

-การมีภูมคิ ุ้มกนั ท่ีดใี นตวั หมายถงึ การเตรียมตวั ให้พร้อมรับผลกระทบและการเปล่ยี นแปลงดา้ นตา่ งๆ ทจ่ี ะเกดิ ขึ้นโดย
คำนึงถึงความเปน็ ไปไดข้ องสถานการณต์ ่างๆทคี่ าดวา่ จะเกดิ ขึ้นในอนาคต

2 เงอื่ นไข ประกอบด้วย เงือ่ นไขความรู้ และเง่อื นไขคุณธรรม
-เงอื่ นไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบร้เู ก่ยี วกับวชิ าการตา่ งๆ ท่เี ก่ยี วข้องอย่างรอบดา้ น ความรอบคอบท่จี ะนำความรู้
เหลา่ น้นั มาพิจารณาใหเ้ ชอื่ มโยงกันเพื่อประกอบการวางแผนและความระมดั ระวงั ในข้ันปฏิบัติ
-เงอ่ื นไขคณุ ธรรม ประกอบดว้ ย มคี วามตระหนกั ในคุณธรรม มคี วามซือ่ สตั ย์สจุ รติ และมคี วามอดทน มคี วามเพยี ร ใช้

สตปิ ญั ญาในการดำเนนิ ชวี ติ
การอาศัยความรอบรู้ รอบคอบ และระมัดระวังอยา่ งยิง่ ในการนำวิชาการต่างๆ มาใชใ้ นการวางแผนและการดำเนนิ การทกุ

ขั้นตอน รวมถึงการเสริมสร้างพนื้ ฐานจิตใจของคนในชาตเิ ปน็ เรือ่ งทีส่ ำคัญอยา่ งยิง่ โดยเฉพาะเจา้ หน้าทข่ี องรฐั นกั ทฤษฎี และนักธุรกิจ
ในทุกระดับ เพอ่ื ให้มสี ำนกึ ในคณุ ธรรม ความซื่อสตั ยส์ จุ รติ และให้มคี วามรอบรู้ท่เี หมาะสม กอ่ ให้การดำเนนิ ชวี ิตเป็นไปด้วยความซอื่ สตั ย์
สจุ รติ อดทน มคี วามเพียร มีสติปญั ญา และแบง่ ปัน

การใชค้ วามร้คู วบคูก่ ับคุณธรรม จะก่อให้เกดิ สมดุลและพร้อมตอ่ การรองรับการเปลย่ี นแปลงอยา่ งรวดเร็วและกว้างขวางท้ัง
ด้านวตั ถุ สังคม ส่งิ แวดลอ้ ม และวฒั นธรรมจากโลกภายนอกไดเ้ ปน็ อยา่ งดี

2. ซอ่ื สตั ย์ เสียสละ อดทน มีอดุ มการณ์ในส่ิงทด่ี ีงามเพือ่ 
สว่ นรวม 

3. กตญั ญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครบู าอาจารย์ 

4. ใฝ่หาความรู้ หมนั่ ศกึ ษาเลา่ เรยี นทางตรงและทางอ้อม 

5. รกั ษาวัฒนธรรมไทย ประเพณไี ทยอันงดงาม 

6. มศี ีลธรรม รกั ษาความสตั ย์ หวงั ดตี อ่ ผอู้ น่ื เผื่อแผ่และ
แบ่งปนั 

7. เข้าใจ เรียนรู้ การเปน็ ประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษตั ริย์ 
ทรงเป็นประมขุ ท่ถี ูกตอ้ ง

8. มีระเบียบวินยั เคารพกฎหมาย ผู้นอ้ ยรจู้ กั เคารพผู้ใหญ่

9. มีสตริ ู้ตวั รู้คิด รทู้ ำ รู้ปฏิบัติ ตามพระราช ดำรสั ของ
พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั

10. รู้จักดำรงตนอยูโ่ ดยใช้หลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งตาม
พระราชดำรัสของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ ัว รู้จักอด
ออมไว้ใช้เมือ่ ยามจำเป็น มีไวพ้ อกินพอใช้ ถ้าเหลือก็
แจกจา่ ย จำหน่าย และขยายกจิ การเม่อื มคี วามพรอ้ มโดยมี
ภมู ิคุ้มกนั ท่ดี ี

11. มีความเขม้ แขง็ ทั้งรา่ งกายและจิตใจ ไมย่ อมแพ้ตอ่ อำนาจ
ฝ่ายตำ่ หรือกิเลส มคี วามละอายเกรงกลวั ตอ่ บาปตามหลกั
ของศาสนา

12. คำนงึ ถงึ ผลประโยชนข์ องสว่ นรวมและตอ่ ชาติมากกวา่
ผลประโยชน์ของตนเอง

รวมคะแนนท่ไี ด้......................................คะแนน ผปู้ ระเมิน.....……………..........................

เกณฑ์การประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

28-30 คะแนน = ดมี าก 25-27 คะแนน = ดี 20-24 คะแนน = ปรบั ปรงุ 0-19 คะแนน = ปรับปรงุ

หมายเหตุ อ้างอิงค่านยิ ม 12 ประการ: คณะรักษาความสงบแห่งชาติ: กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

ออกแบบโดย; เพญ็ ศรี เลิศเกียรตวิ ทิ ยา

บนั ทกึ หลังการสอน

ข้อสรุปหลงั การสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปัญหาท่ีพบ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแก้ปัญหา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

แผนการจดั การเรยี นรแู้ บบบรู ณาการท่ี 2 หน่วยที่ 2

รหสั วชิ า 30200-0001 การบัญชเี บ้ืองต้น (2-2-3) สอนครงั้ ที่ 2 (5-8)

ชอื่ หน่วย/ชอ่ื เรื่อง สินทรพั ย์ หน้ีสิน และส่วนของเจ้าของตาม จำนวนชว่ั โมง 4 ชม.
แม่บทการบญั ชี

➢สาระสำคญั

การจัดทำบัญชีสำหรับกิจการเจ้าของคนเดียวประเภทธุรกิจบริการ จำเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสินทรัพย์
หนี้สินและส่วนของเจ้าของ เพื่อนำไปคำนวณหาตัวเลขของข้อมูลทางบัญชีต่างๆ ของรายการค้าได้อย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นข้อมูล

พื้นฐานในการจัดทำงบแสดงฐานะการเงินเพ่ือแสดงว่า ณ วันใดวันหนึ่ง กิจการมีสินทรัพย์ หนี้สินและสว่ นของเจ้าของเป็นจำนวน

เทา่ ใด

➢จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. อธิบายและคำนวณสนิ ทรัพย์ของตามแมบ่ ทการบญั ชไี ด้

2. อธิบายและคำนวณหน้ีสินของตามแมบ่ ทการบัญชีได้

3. อธบิ ายและคำนวณสว่ นของเจา้ ของตามแม่บทการบญั ชีได้

4. มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ ำเรจ็ การศกึ ษาสำนักงาน

คณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา ท่ีครูสามารถสังเกตได้ขณะทำการสอนในเรอื่ ง

4.1 ความมีมนษุ ยสมั พันธ์ 4.2 ความมีวนิ ัย

4.3 ความรบั ผิดชอบ 4.4 ความซอ่ื สัตยส์ ุจรติ

4.5 ความเช่ือมน่ั ในตนเอง 4.6 การประหยดั

4.7 ความสนใจใฝ่รู้ 4.8 การละเว้นสงิ่ เสพตดิ และการพนนั

4.9 ความรกั สามัคคี 4.10 ความกตัญญกู ตเวที

➢สมรรถนะรายวชิ า
1. แสดงความรเู้ กย่ี วกับหลกั การ และวิธกี ารบัญชีสำหรับกิจการเจา้ ของคนเดียวประเภทธรุ กจิ บริการ
2. ปฏบิ ัตงิ านบญั ชีสำหรับกจิ การเจา้ ของคนเดยี วประเภทธุรกจิ บริการตามหลักการบญั ชที รี่ บั รองทัว่ ไป

➢เนือ้ หาสาระ

1. สนิ ทรัพยต์ ามแม่บทการบญั ชี
2. หน้ีสนิ ตามแมบ่ ทการบญั ชี
3. สว่ นของเจา้ ของตามแมบ่ ทการบญั ชี

ภาพรวม (Big Idea)

สนิ ทรพั ย์ หน้ สี ิน และสว่ นของเจา้ ของ
ตามแมบ่ ทการบญั ชี

สนิ ทรพั ยต์ าม หน้สี นิ ตาม ส่วนของเจา้ ของ

แม่บทการบญั ชี แม่บทการบญั ชี ตามแมบ่ ทการบญั ชี

➢กิจกรรมการเรียนรู้

ขน้ั นำเข้าสู่บทเรยี น
1. ครกู ล่าวถงึ ลกั ษณะของสนิ ทรัพย์ และใช้โทรศพั ทเ์ ปน็ สอื่ ในการอภิปรายรปู รา่ งลักษณะของสินทรัพย์
2. ผู้เรียนยกตัวอย่างสินทรัพย์ประกอบ เช่น เงินสด (Cash) เงินฝากธนาคาร (Deposits at financial institutions)
ลูกหน้ี (Account receivables) รถยนต์ อาคาร เครื่องใช้สำนักงาน ที่ดิน ลิขสิทธ์ิ (Copyright) สิทธิบัตร (Patent) ค่าความนิยม
(Goodwill) สัมปทาน (Franchises) เครื่องหมายการคา้ (Trademarks) เป็นตน้
3. ครูวิธีใชค้ ำถามกระตุ้นผู้เรยี น และคำแนะนำรูปแบบการเรยี นการสอนแบบร่วมแรงร่วมใจด้วยวิธีการรวมกลุ่ม การ
จับคู่ เพ่อื ฝกึ ใหผ้ ู้เรียนมคี วามสามคั คีในหมคู่ ณะ
4. ผู้เรยี นทำแบบประเมนิ ก่อนเรียน โดยใชเ้ วลาประมาณ 10 นาที แล้วสลับกนั ตรวจ

ขัน้ สอน
5. ครูและผู้เรียนช่วยกันอภิปรายเกี่ยวกับสินทรัพย์ตามแม่บทการบัญชี โดยสินทรัพย์ (Asset) ตามแม่บทการบัญชี
หมายถึง ทรัพยากรที่อยู่ในความควบคุมของกิจการ ทรัพยากรดังกล่าวเป็นผลของเหตุการณ์ในอดีตซึ่งกิจการคาดว่าจะได้รับ
ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจจากทรัพยากรนั้นในอนาคต เช่น เงินสด (Cash) เงินฝากธนาคาร (Deposits at financial institutions)
ลูกหนี้ (Account receivables) รถยนต์ อาคาร เครื่องใช้สำนักงาน ที่ดิน ลิขสิทธ์ิ (Copyright) สิทธิบัตร (Patent) ค่าความนิยม
(Goodwill) สัมปทาน (Franchises) เครือ่ งหมายการค้า (Trademarks) เปน็ ตน้

6. ครูและผเู้ รียนบอกประเภทของสนิ ทรพั ย์ ซึ่งแบ่งออก 2 ประเภท คือ สินทรัพยห์ มุนเวยี น และสินทรัพย์ไม่
หมนุ เวยี น ดงั นี้

1) สินทรัพย์หมุนเวยี น (Current Asset) หมายถึง สินทรพั ย์ทมี่ ีสภาพคล่อง สามารถจะเปลีย่ นมาเป็นเงนิ สด หรอื
ขายหรือจะใชห้ มดไปภายในเวลา 1 ปี หรือน้อยกวา่ น้นั ซง่ึ เปน็ ไปตามการดำเนินธรุ กจิ ขององคก์ ร เช่น เงินสด (Cash) หรอื
สินทรัพย์อืน่ ทสี่ ามารถเปล่ยี นมาเปน็ เงนิ สดไดโ้ ดยเรว็ เงินฝากธนาคาร ลกู หน้ีการคา้ และลกู หน้อี ืน่ (Trade and other
receivables) และสนิ ค้าคงเหลอื (Inventories) รวมทั้งสนิ ทรัพยห์ มนุ เวียนอ่นื (Other current assets) เปน็ ตน้

2) สนิ ทรพั ยไ์ ม่หมนุ เวียน (Non-Current Asset) หมายถงึ สินทรพั ยท์ ่ีไม่สามารถเปลี่ยนมาเปน็ เงินสดได้โดยเรว็
หรือเปน็ สนิ ทรพั ยท์ ี่กิจการมไี วใ้ ชง้ านและมีอายุการใชง้ านนานเกินกว่า 1 ปี เช่น เงินลงทนุ ระยะยาว (Long-term investments)
ทด่ี ิน อาคาร และอุปกรณ์ (Property, Plant and Equipment) นอกจากนน้ั ยงั อาจมีสินทรัพย์ทไี่ มม่ ตี วั ตน (Intangible assets)
เชน่ ลิขสทิ ธิ์ สิทธบิ ตั ร สมั ปทาน เปน็ ต้น และสินทรัพยไ์ ม่หมนุ เวียนอื่น (Other non-current assets) ได้ด้วย โดยแตล่ ะรายการ
อาจแยกย่อยได้อีก

ตัวอยา่ งที่  เมอื่ วนั ท่ี 1 มีนาคม 2558 นายพจน์ได้สำรวจตนเองพบว่ามีทรัพยส์ นิ สว่ นตัวดังนี้

เงินสด 100,000 บาท

รถยนต์ 172,000 บาท

อุปกรณส์ ำนกั งาน 200,000 บาท

รวมทงั้ สิน้ 472,000 บาท

หมายเหตุ 1.ทรัพย์สนิ ดงั กลา่ วน้ใี นทางบัญชเี รยี กวา่ “สินทรัพย์ (Asset)”

2.จะเห็นได้ว่านายพจนม์ ีสนิ ทรัพยส์ ว่ นตัวท้งั ส้ินจำนวน 472,000 บาท

ตวั อย่างที่  ตอ่ ไปนเ้ี ปน็ รายการสนิ ทรัพย์ของรา้ นเสรบี ริการ ซง่ึ มนี ายเสรเี ปน็ เจ้าของ

เงินสด 100,000 บาท

เงนิ ฝากธนาคาร 60,000 บาท รา้ นเสรีการคา้ มีสนิ ทรพั ย์
เคร่ืองตกแต่ง 80,000 บาท

อาคาร 200,000 บาท ทงั้ สนิ้ 840,000 บาท
รถยนต์ 400,000 บาท

รวม 840,000 บาท ซ่ึงเป็นสนิ ทรพั ย์ส่วนตวั

ตวั อย่างท่ี  เม่อื วนั ท่ี 1 พฤษภาคม 2558 รา้ นนาวินบริการ มสี นิ ทรัพยต์ า่ งๆ ดังน้ี

เงินสด 23,200 บาท

ลกู หนี้ 17,000 บาท

เครือ่ งตกแต่ง 25,500 บาท รา้ นนาวินบริการ
มีสินทรพั ยท์ งั้ ส้ิน 518,600 บาท
อปุ กรณส์ ำนกั งาน 52,900 บาท

รถยนต์ 400,000 บาท

รวม 518,600 บาท

7. ผ้เู รยี นยกตวั อยา่ งสนิ ทรัพย์หมนุ เวยี น และสินทรพั ยไ์ มห่ มนุ เวียนมาอยา่ งละ 10 ชนิด
8. ผเู้ รยี นคำนวณหาสนิ ทรพั ยเ์ กยี่ วกบั
1) อยากทราบวา่ ร้านแก้วเกลา้ มสี นิ ทรัพยท์ งั้ สิ้น……………………บาท
2) สนิ ทรัพยห์ มนุ เวยี นมจี ำนวน……………………………………..บาท
3) สนิ ทรัพย์ไมห่ มุนเวยี นมจี ำนวน…………………………………..บาท
9. ครูอธิบายและสาธติ หนี้สินตามแมบ่ ทการบัญชี โดยหนีส้ นิ (Liability) ตามแมบ่ ทการบญั ชี หมายถึง ภาระผกู พนั
ในปัจจุบนั ของกิจการท่ตี ้องจา่ ยชำระคนื แก่บคุ คลภายนอกในอนาคต ภาระผกู พนั ดังกลา่ วเปน็ ผลของเหตุการณใ์ นอดีตซง่ึ การชำระ
ภาระผูกพนั น้ันคาดว่าจะสง่ ผลใหก้ ิจการสญู เสียทรัพยากรทม่ี ปี ระโยชนเ์ ชิงเศรษฐกจิ เชน่ เจ้าหนก้ี ารค้า เงินกู้ เงินเบกิ เกนิ บญั ชี
เจ้าหนี้จำนอง เป็นต้น
10. ครแู ละผู้เรยี นบอกประเภทของหน้ีสิน หนีส้ นิ แบ่งออก 2 ประเภท ได้แก่ ก.หนสี้ นิ หมนุ เวียน (Current
Liabilities) หมายถงึ หน้ีสินทีถ่ งึ กำหนดชำระภายใน 12 เดือนนับจากวนั ท่ใี นงบแสดงฐานะการเงิน และกิจการคาดวา่ จะชำระ
หน้ีสนิ นนั้ คนื ภายในรอบระยะเวลาดำเนินงานปกติ มลี กั ษณะดงั น้ี

1) หนี้สนิ ท่มี ีระยะเวลาการชำระคนื ภายใน 12 เดือน หรอื ภายในรอบระยะเวลาการดำเนนิ งานตามปกตขิ อง
กิจการ

2) ชำระคืนดว้ ยสนิ ทรัพยห์ มนุ เวียน หรือ
3) การกอ่ หนสี้ นิ ระยะส้ันอนื่ แทน

ตัวอย่างหนส้ี ินหมุนเวยี น ไดแ้ ก่ เจา้ หนี้การค้า (Accounts Payable) เจ้าหน้ีอน่ื (Other payables) เงินกู้ยืมระยะ
สนั้ จากสถาบันการเงิน (Short-term borrowings from financial institutions) เงินเบกิ เกินบัญชธี นาคาร (Bank Overdrafts)
ต๋ัวเงินจา่ ย (Notes Payable) เงินกู้ยืมระยะสัน้ (Short-term borrowings) ภาษีเงนิ ไดค้ า้ งจ่าย (Current Income tax
payable) และหนส้ี นิ หมนุ เวยี นอนื่ (Other current liabilities) เชน่ ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย รายไดร้ ับล่วงหนา้ เป็นต้น

ข. หน้ีสินไม่หมนุ เวียน (Non-Current Liabilities) คือ หนสี้ ินทีม่ รี ะยะเวลาการชำระเงนิ นานเกินกวา่ 1 ปี
หรอื เกินกวา่ รอบระยะเวลาการดำเนนิ งานตามปกตขิ องกิจการ หนสี้ นิ ไม่หมนุ เวยี นอาจเกดิ จากการกยู้ มื เงนิ มาใช้ในกิจการเพื่อซ้อื
สนิ ทรัพย์ทีม่ ีราคาสงู การแสดงหนส้ี นิ ไมห่ มุนเวยี นในงบแสดงฐานะการเงินจะเปดิ เผยข้อมลู เกีย่ วกบั ภาระผกู พนั และขอ้ ตกลงต่างๆ
เชน่ อตั ราดอกเบ้ยี วันครบกำหนดชำระ ลักษณะของภาระผกู พัน ไดแ้ ก่ เงินกู้ยืมระยะยาว (Long-term Loans) หุน้ กู้ (Bonds
Payable) เป็นต้น ตัวอย่างหน้สี นิ ไม่หมนุ เวียน ไดแ้ ก่ เงินกยู้ ืมระยะยาว (Long-term borrowings) หนส้ี ินภาษเี งินไดร้ อการตดั
บญั ชี (Deferred tax liabilities) ภาระผูกพนั ผลประโยชน์พนกั งาน ประมาณการหนสี้ นิ ระยะยาว และหนี้สินไม่หมุนเวียนอ่นื
(Other non-current liabilities)

ตัวอยา่ งที่  นางเกศมณเี ปดิ รา้ นเสรมิ สวยได้ซอื้ อุปกรณ์ 250,000 บาท เป็นเงินเช่ือจากรา้ นบวิ ต้ี ดังนัน้ จึงตอ้ ง
ชำระเงินให้รา้ นบิวตี้ในภายหน้า ซง่ึ เป็นเจา้ หนนี้ างเกศมณีดงั นี้

เจา้ หน้ี – ร้านบิวตี้ 250,000 บาท

11. ผเู้ รยี นฝึกปฏิบตั ติ ามโจทย์ เมอ่ื วันท่ี 1 มกราคม 2558 รา้ นคา้ แหง่ หน่งึ มีสินทรัพยแ์ ละหนสี้ นิ ตา่ งๆ

สนิ ทรพั ย์ หนี้สนิ

รายการบัญชี สนิ ทรัพย์ สนิ ทรัพยไ์ ม่ หนี้สนิ หนี้สินไม่

หมุนเวยี น หมุนเวียน หมนุ เวยี น หมุนเวียน

เงนิ สด 120,000

ลกู หนี้ 50,000

อาคาร 250,000

เจา้ หนก้ี ารคา้ 50,000

เงินเบิกเกนิ บญั ชี 230,000

ค่าใช้จา่ ยคา้ งจ่าย 13,000

รายไดร้ บั ล่วงหน้า 16,000

เงนิ กูย้ มื ระยะเวลา 5 ปี 500,000

ภาษีเงินไดค้ า้ งจา่ ย 12,000

รวม

12. ผู้เรยี นยกตวั อย่างหนสี้ ินหมุนเวยี น และหนส้ี นิ ไม่หมุนเวียนมาอยา่ งละ 5 ประเภท

สินทรัพย์หมุนเวยี น สินทรพั ยไ์ ม่หมุนเวยี น

1.

2.

3.

4.

5.

13. ครูอธิบายส่วนของเจ้าของตามแม่บทการบัญชี โดยส่วนของเจ้าของ (Owner’s Equity) ตามแม่บทการบัญชี
(ปรบั ปรุง 2552) หมายถึง สว่ นไดเ้ สยี คงเหลอื ในสินทรัพย์ของกจิ การ หลังจากหกั หนส้ี ินทั้งสิ้นออกแลว้ กรรมสิทธทิ์ ่ีเจ้าของกิจการ
มีในสนิ ทรัพย์ เรียกวา่ สนิ ทรัพย์สุทธิ (สนิ ทรพั ย-์ หนส้ี นิ )

ลกั ษณะสว่ นของเจา้ ของกิจการแบง่ ได้ 3 ประเภท คือ
1) ส่วนของเจา้ ของกจิ การเจ้าของคนเดียว
2) สว่ นของเจ้าของกิจการห้างหุ้นสว่ น
3) ส่วนของเจา้ ของกจิ การบริษัทจำกดั

แต่จะกล่าวในหนว่ ยน้ีเฉพาะสว่ นของเจ้าของกิจการคนเดยี วประเภทธุรกจิ บรกิ ารเทา่ นั้น แสดงไดด้ ังน้ี
ส่วนของเจา้ ของ = จำนวนเงินท่ีเจา้ ของนำมาลงทนุ +ผลกำไร-ถอนใช้ (เงินถอน)-ผลขาดทนุ (ถ้าม)ี

ตวั อย่างท่ี  ต่อไปน้ีเป็นสินทรพั ยส์ ว่ นตัวของนายราชา ดังน้ี
เงนิ สด
เงนิ ฝากธนาคาร 100,000 บาท นายราชามสี นิ ทรพั ยท์ งั้ ส้นิ 800,000 บาท
รถยนต์
อาคาร 100,000 บาท
รวมสินทรัพย์
300,000 บาท แสดงวา่ เขามสี ทิ ธใ์ิ นสนิ ทรพั ย์ 800,000 บาท (สนิ ทรพั ยส์ ุทธ)ิ
300,000 บาท หรอื ส่วนของเจา้ ของเท่ากบั 800,000 บาท
800,000 บาท

14. ผเู้ รยี นฝกึ ปฏิบตั ิกิจกรรมดังต่อไปน้ี ตามโจทยต์สอ่รไปุ ปนส้ีเนิ ปท็นรสพั ินยท์ร8พั 0ย0ส์,0ว่ 0น0ต=วั ขสอ่วงนนขายอชงเงิ จภา้ พขอดงงั น8้ี00,000 บาท

เงินสด 100,000 บาท

เงนิ ฝากธนาคาร 100,000 บาท

รถยนต์ 300,000 บาท

อาคาร 300,000 บาท

เจ้าหนี้การคา้ 100,000 บาท

1. สินทรพั ย์หมนุ เวียนมจี ำนวน…………………… บาท

2. สินทรพั ย์ไม่หมุนเวียนมีจำนวน………………… บาท

3. หน้สี นิ หมนุ เวยี นมจี ำนวน………………………. บาท

4. หนส้ี นิ ไม่หมุนเวยี นมจี ำนวน…………………… บาท

5. ส่วนของเจา้ ของมีจำนวน………………………. บาท

15. ผู้เรยี นอภปิ รายเพ่อื แสดงความคดิ เหน็ พรอ้ มยกตัวอยา่ ง โดยใชค้ ำถามกระตุ้นนำจากส่ิงทใ่ี กลต้ วั ผูเ้ รยี นเก่ยี วกับ

ความหมายของสนิ ทรัพย์ หนสี้ นิ สว่ นของเจา้ ของ (ทนุ )

16. ผเู้ รยี นอภิปรายข้อแตกต่างระหวา่ งสนิ ทรัพย์มตี ัวตนและสนิ ทรัพยไ์ มม่ ตี ัวตน หนสี้ ินและสว่ นของเจา้ ของ

17. ผเู้ รยี นจับคูค่ ุยกัน เพ่อื แลกเปล่ียนความรู้จากการศกึ ษาในความรู้และเอกสาร ตำราเรยี น
18. ผู้เรียนวางแผนการนำหลักของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในการคำนวณ ซึ่งในเนื้อหาของสัปดาห์นี้สามารถ
สรุปไดด้ งั นี้
(1) สรา้ งภมู คิ ุ้มกนั ท่ดี ีในตัวเองได้ เช่น ใชค้ วามรอบคอบในการคำนวณไมใ่ หผ้ ดิ พลาด
(2) มีเหตผุ ลในการวเิ คราะห์รายการคา้ แตล่ ะรายการ เพอื่ คำนวณ
(3) มีความเพยี งพอ ในการนำเงินมาลงทนุ ในกิจการ
(4) มเี ง่อื นไขดา้ นคณุ ธรรม ไดแ้ ก่ การคำนวณใหถ้ กู ตอ้ ง
(5) มีเง่อื นไขวิชาการ ได้แก่ การคำนวณตามหลกั การบัญชีที่ยอมรบั ทัว่ ไปและมคี วามรมู้ าตรฐานการบญั ชี

ข้ันสรุปและการประยุกต์

19. ส่มุ ผเู้ รยี นให้ออกมาจดั ประเภทของสินทรพั ย์ หนสี้ นิ และสว่ นของเจา้ ของ (ทุน) หน้าชั้นเรียน

20. ครูและผู้เรียนร่วมกันสรุปความหมายของสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ (ทุน) และนำผลงานทุกชิ้นส่ง
ครผู ้สู อน

21. สุ่มผเู้ รียนใหอ้ อกมาคำนวณหาสมการบญั ชเี ปน็ รายบคุ คลหน้าชั้นเรยี น
22. ผู้เรยี นทำกิจกรรมใบงาน และแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้

➢ส่อื และแหล่งการเรียนรู้

1. หนงั สือเรียนวิชาบัญชเี บือ้ งตน้ 1 (2201-1004) ของสำนักพิมพ์เอมพนั ธ์
2. มาตรฐานการบญั ชี
3. ใบงาน
4. อนิ เทอร์เนต็
5. Power Point

➢หลักฐาน

1. บันทึกการสอนของสถานศึกษา
2. ผลงานของผู้เรยี น
3. แผนจดั การเรยี นรู้

➢การวัดผลและการประเมนิ ผล

วธิ วี ัดผล
1. สังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล
2. ตรวจใบงาน
3. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ก่อน/หลงั เรยี น
4. ตรวจแบบประเมินผลการฝึกปฏบิ ตั ิ
5. ประเมินกจิ กรรมเสนอแนะผู้เรยี นเป็นสำคัญ และส่งเสรมิ คณุ ธรรมนำความรู้
6 ประเมินพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุ่ม
7 สังเกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
8 การสังเกตและประเมินพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

เครือ่ งมือวัดผล
1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล
2. แบบประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยครู)
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุ่ม (โดยผเู้ รยี น)
4. แบบประเมนิ กจิ กรรมใบงาน
5. แบบประเมินผลแบบฝึกปฏิบัติ
6. แบบประเมินผลการเรียนรูก้ อ่ น/หลงั เรียน
7. แบบประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรยี นเปน็ สำคัญ และสง่ เสริมคณุ ธรรมนำความรู้
8. แบบประเมินคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครแู ละผู้เรียนร่วมกนั ประเมิน

เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ต้องไม่มชี อ่ งปรับปรงุ
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขึน้ ไป)

4. กิจกรรมใบงาน เกณฑผ์ า่ น คอื 50%
5. แบบประเมินผลแบบฝกึ ปฏบิ ัติ เกณฑ์ผา่ น 50%
6. แบบประเมนิ ผลการเรยี นร้กู ่อน/หลงั เรียนมีเกณฑ์ผา่ น 50%
7. แบบประเมินกจิ กรรมเสนอแนะผู้เรียนเปน็ สำคญั และส่งเสริมคณุ ธรรมนำความร้ผู า่ น 50%
8 แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ คะแนนข้นึ อยู่กับการประเมนิ ตาม
สภาพจรงิ

➢กิจกรรมเสนอแนะ

1. ทำใบงานและแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
2. บนั ทกึ การรับ-จ่าย
3. กจิ กรรมเสนอแนะผเู้ รียนเป็นสำคญั และส่งเสริมคณุ ธรรมนำความรู้
4. ศึกษามาตรฐานการบญั ชเี พม่ิ เตมิ เพือ่ เสรมิ สรา้ งทักษะและประสบการณ์
5. กิจกรรมฝึกปฏิบตั เิ พม่ิ เติมจากเนื้อหา
6. แข่งขนั การตอบปัญหาทางบญั ชี
7. แข่งขนั เขียนคำศัพท์บญั ชี

➢การบูรณาการ

1. กลมุ่ วิชาภาษาไทย ได้แก่ ทกั ษะการฟัง ทักษะการอา่ น ทักษะการเขยี นและทักษะการพูด
2. ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
3. คุณธรรมจรยิ ธรรม และศลี ธรรม
4. หนา้ ทพ่ี ลเมืองดี
5. อ่ืนๆ

สินทรพั ย์ หนี้สิน และส่วน การบูรณาการ กกลล่มุ ่มุ ววิชิชาาคภณาษิตาศไาทตยร์
ของเจ้าของตาม กล่มุ วิชาวิทยาศาสตร์
กล่มุ วิชากฏหมาย
แม่บทการบญั ชี ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

หนา้ ท่ีพลเพมือง
กล่มุ วิชาการขายและคอมพิวเตอร์
กล่มุ วิชาภาษาองั กฤษ

บนั ทกึ หลังการสอน

ขอ้ สรุปหลงั การสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปัญหาทีพ่ บ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแก้ปญั หา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

แผนการจัดการเรยี นรแู้ บบบรู ณาการท่ี 3 หนว่ ยท่ี 3

รหสั วชิ า 30200-0001 การบัญชีเบ้ืองตน้ (2-2-3) สอนครัง้ ท่ี 3 (9-12)
ชอื่ หน่วย/ชื่อเรือ่ ง สมการบัญชี จำนวนช่วั โมง 4 ชม.

➢สาระสำคญั

การจดั ทำบัญชสี ำหรับกิจการเจ้าของคนเดยี วประเภทธรุ กิจบริการ มคี วามจำเปน็ ต้องมที ักษะปฏบิ ัติงานบัญชีเบ้ืองต้นตาม
หลักการบญั ชีที่รับรองทั่วไป มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ เพื่อนำไปคำนวณหาตัวเลขของ
ข้อมูลทางบัญชีต่างๆ ของรายการค้าได้อย่างถูกต้อง สามารถเขียนและคำนวณในรูปสมการบัญชีได้ถูกต้อง ซึ่งเป็นพื้นฐานในการ
จดั ทำ
งบแสดงฐานะการเงนิ เพอ่ื แสดงฐานะการเงินของกจิ การ ณ วันใดวันหน่ึงได้

➢จุดประสงค์การเรียนรู้

1. อธบิ ายความหมายของสมการบญั ชไี ด้

2. เขยี นสมการบัญชีและคำนวณสมการบัญชีได้

3. แสดงการจดั ทำงบแสดงฐานะการเงินได้

4. มีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา สำนักงาน

คณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทีค่ รูสามารถสังเกตได้ขณะทำการสอนในเรอ่ื ง

4.1 ความมีมนุษยสัมพนั ธ์ 4.2 ความมีวินยั

4.3 ความรบั ผิดชอบ 4.4 ความซือ่ สัตยส์ ุจรติ

4.5 ความเช่ือม่ันในตนเอง 4.6 การประหยัด

4.7 ความสนใจใฝ่รู้ 4.8 การละเว้นสิง่ เสพตดิ และการพนนั

4.9 ความรกั สามคั คี 4.10 ความกตญั ญูกตเวที

➢สมรรถนะรายวชิ า

1. แสดงความร้เู กยี่ วกบั หลกั การ และวิธกี ารบญั ชีสำหรบั กิจการเจ้าของคนเดยี วประเภทธุรกจิ บริการ
2. ปฏบิ ตั ิงานบัญชสี ำหรับกจิ การเจ้าของคนเดยี วประเภทธรุ กจิ บรกิ ารตามหลกั การบัญชีที่รับรองทั่วไป

➢เน้ือหาสาระ

1. ความหมายของสมการบญั ชี
2. การเขียนสมการบญั ชีและการคำนวณสมการบัญชี
3. งบแสดงฐานะการเงนิ

ภาพรวม (Big Idea)

สมการบญั ชี

ความหมายของ การเขยี นสมการ งบแสดงฐานะ

สมการบญั ชี บญั ชแี ละการคานวณ การเงนิ
สมการบญั ชี
➢กจิ กรรมการเรียนรู้

ขน้ั นำเข้าสู่บทเรียน

1. ครูกล่าวว่าสมการบัญชีนี้ถือได้ว่าเป็นความรู้พื้นฐานที่มีความสำคญั ก่อนที่จะศึกษาเรื่องการวเิ คราะห์รายการค้าให้

ถูกต้อง และจะได้นำความรู้ไปวิเคราะห์และลงรายการตอ่ ไป การที่จะบันทึกข้อมูลทางด้านบัญชีนั้นจำเป็นต้องเรียนรู้สมการทาง

บญั ชีก่อน จึงจะสามารถบันทึกขอ้ มูลตามหลกั การบญั ชที รี่ บั รองทวั่ ไปได้ เพื่อใหไ้ ดข้ อ้ มูลที่นา่ เชื่อถือได้อย่างถกู ตอ้ ง

2. ครูแนะนำรปู แบบการเรียนการสอน และแจ้งผลการเรียนรทู้ ี่คาดหวงั ในสัปดาห์น้ี

ข้นั สอน

3. ครูอธิบายความหมายของสมการบัญชี โดยสมการบัญชี (Accounting Equation) หมายถึง การแสดงถึง
ทรัพยากรของกิจการเชิงเศรษฐกจิ ท่ีอยู่ในการดูแลและควบคุมของกิจการและมีสิทธิในการครอบครองทั้งหมดที่มีในทรัพยากรนน้ั
ไม่ว่าจะเป็นสินทรพั ย์หนี้สินและส่วนของเขา้ ของ โดยสมการจะแสดงความสัมพนั ธ์ระหวา่ งสินทรพั ย์ หนี้สิน และส่วนของเจา้ ของ
ตามแม่บทการบัญชี

จะแสดงความสมดลุ กนั อย่เู สมอ สามารถเขยี นในรูปสมการไดด้ งั นี้

สินทรัพย์ = หน้ีสนิ + ส่วนของเจา้ ของ (ทุน)
Assets = Liabilities + Owner's Equity
แสดงเป็นสัญลกั ษณย์ ่อไดด้ ังนี้
A= L + OE

ดงั นั้นจะเหน็ ได้วา่ สนิ ทรัพย์จะอยดู่ า้ นซา้ ย ซง่ึ เท่ากับหนสี้ ินและส่วนของเจา้ ของอยูด่ า้ นขวามอื จะตอ้ งมคี วามเทา่ กัน หาก

มผี ลกระทบก็จะเป็นการกระทบไปทง้ั สองดา้ นด้วยกนั เชน่ กเู้ งนิ จากธนาคารมาลงทนุ 500,000 บาท ก็จะทำใหห้ น้สี นิ เพ่ิมขน้ึ และ

มสี นิ ทรพั ย์ทเ่ี ป็นเงินสดเพิ่มขึ้นด้วยส่วนของเจ้าของนัน้ ไมก่ ระทบ

สินทรัพย์ = หนีส้ นิ + สว่ นของเจ้าของ (ทุน)

500,000 = 500,000 + สว่ นของเจา้ ของ (ทนุ )

4. ครูสาธติ การเขยี นสมการบัญชีและแสดงการคำนวณสมการบัญชี โดยการจำแนกสินทรพั ย์ หน้ีสิน และสว่ นของ

เจ้าของ จะนำไปสกู่ ารคำนวณหาความสมั พนั ธร์ ะหว่างสนิ ทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจา้ ของ เพ่ือจดั ทำสมการบญั ชี ซ่งึ ผู้จัดทำบญั ชี

จะเขียนสมการบญั ชใี นรูปแบบใดก็ตาม ความสมดุลระหวา่ งสินทรพั ย์ หนีส้ ิน และส่วนของเจ้าของจะยงั คงอยูต่ ลอดไปตามหลักการ

ของแม่บทการบัญชี ซ่งึ สามารถเขยี นไดห้ ลายลักษณะดงั นี้

1) การเขียนสมการบญั ชกี รณีไมม่ หี นี้สนิ สินทรัพย์ = ส่วนของเจ้าของ
เขยี นสมการบญั ชไี ดด้ ังน้ี

A = OE

การคำนวณสมการบญั ชีกรณีไมม่ ีหนี้สนิ

การคำนวณสมการบัญชสี ามารถจะสบั เปลี่ยนทีก่ ันได้ หรอื เขียนใหมจ่ ากสมการเดมิ ได้ ซึ่งมลี ักษณะเหมือนกับการคำนวณ

สมการโดยท่วั ไป
ตัวอยา่ งท่ี  ต่อไปน้ีเป็นสินทรพั ย์ของรา้ นช่างทองบริการ ซ่ึงมนี ายช่างทองเปน็ เจ้าของดังน้ี

หน่วย: บาท

เงนิ สด 120,000 รถบรรทกุ 300,000

เงนิ ฝากธนาคาร 240,000 ทด่ี ิน อาคารและอุปกรณ์ 550,000

ลูกหนีก้ ารค้า 45,000

แทนคา่ สมการบัญชไี ด้ดงั นี้

สินทรพั ย์ = สว่ นของเจ้าของ (ทนุ )

A = OE

1,255,000 = สว่ นของเจา้ ของ

ดงั นั้น สนิ ทรัพย์ของนายชา่ งทอง 1,255,000 มีคา่ เทา่ กับสว่ นของเจา้ ของ

สินทรัพย์ 1,255,000 บาท = ส่วนของเจ้าของ 1,255,000 บาท

5. ผเู้ รยี นคำนวณสมการบัญชีตามโจทยข์ องรา้ นปลูกแปลงบรกิ าร ซึ่งมนี ายปลูกแปลงเปน็ เจ้าของดงั นี้

หนว่ ย : บาท

เงนิ สด 18,000 รถบรรทุก 200,000

เงินฝากธนาคาร 140,000 ท่ดี นิ อาคารและอุปกรณ์ 400,000

ลูกหนก้ี ารค้า 40,000

6. ผเู้ รยี นสาธติ และแสดงการคำนวณตามขอ้ 2) การเขียนสมการบญั ชกี รณีมีหน้สี ิน

เขียนสมการบัญชไี ด้ดังน้ี สินทรัพย์ = หนีส้ นิ + สว่ นของ

เจา้ ของ

A = L + OE

ตวั อย่างที่  ตอ่ ไปนเ้ี ป็นสินทรัพยข์ องรา้ นอุ้มบญุ บริการ ซง่ึ มนี ายอุม้ บญุ เป็นเจา้ ของดังนี้

หน่วย: บาท

เงินสด 120,000 ทด่ี นิ อาคาร และอุปกรณ์ 550,000

เงนิ ฝากธนาคาร 240,000 เจา้ หนกี้ ารคา้ 300,000

ลูกหนกี้ ารค้า 45,000 เงินกจู้ ำนอง 50,000

รถบรรทุก 300,000

แทนคา่ สมการบญั ชไี ดด้ งั นี้

สนิ ทรัพย์ = หน้ีสิน + สว่ นของเจ้าของ

A = L+OE

1,255,000 = 350,000+ส่วนของเจ้าของ

ส่วนของเจา้ ของ = 1,255,000-350,000

ดงั นนั้ ส่วนของเจ้าของ = 905,000 บาท

7. ผ้เู รยี นคำนวณสมการบัญชีของรา้ นอุ้มบุญบรกิ าร ซง่ึ มีนายอมุ้ บญุ เปน็ เจา้ ของดังนี้

เงนิ สด 60,000 ท่ีดนิ อาคาร และอุปกรณ์ หน่วย: บาท
เงนิ ฝากธนาคาร 80,000 เจ้าหนก้ี ารคา้ 500,000
ลูกหนีก้ ารค้า 32,000 เงินเบกิ เกนิ บัญชี 70,000
รถบรรทกุ 100,000 40,000

8. ครูสาธติ และแสดงการคำนวณตามข้อ 3) การเขยี นสมการบญั ชีกรณีสมการบญั ชีเปล่ียนทกี่ นั ได้

เขยี นสมการบัญชไี ด้ดังนี้ หนี้สิน = สินทรพั ย-์ ส่วนของ
เจ้าของ

ตวั อย่างที่  ให้ใชข้ อ้ มูลจากตวั อย่างที่ L = A - OE

แทนคา่ สมการบญั ชีได้ดงั นี้

หนสี้ นิ = สนิ ทรพั ย์ - ส่วนของเจา้ ของ (ทุน)

L = A - OE (P)

350,000 = 1,255,000-905,000

350,000 = 350,000 บาท

9. ผูเ้ รยี นคำนวณสมการบญั ชโี ดยใชส้ ูตรแทนคา่ สมการบัญชดี ังน้ี
หนี้สิน = สินทรัพย์ - ส่วนของเจ้าของ (ทนุ )
L = A - OE (P)

10. ครูสาธิตและแสดงการคำนวณตามข้อ 4) การเขียนสมการบัญชีกรณีของค่าสุทธิของกิจการ (สินทรัพย์สุทธิ) โดย
หลักการบญั ชีที่รบั รองโดยทั่วไปที่สำคัญนัน้ เรยี กว่าสินทรัพย์สทุ ธิ จะคำนวณหาโดยนำสินทรพั ย์ทั้งหมดหักหน้ีสินทัง้ หมด

เขยี นสมการบญั ชไี ด้ดังน้ี สว่ นของเจ้าของ = สนิ ทรัพย-์ หนีส้ นิ
OE (P) = A-L

ตัวอย่างที่  ใหใ้ ชข้ อ้ มลู จากตวั อยา่ งที่ 
แทนคา่ สมการบญั ชีได้ดังน้ี
สว่ นของเจา้ ของ= สนิ ทรัพย์ - หนี้สิน
OE = A - L
905,000 = 1,255,000 - 350,000
905,000 = 905,000 บาท

11. ผ้เู รยี นคำนวณสมการบัญชโี ดยใช้สูตรสมการบญั ชีดังนี้

ส่วนของเจา้ ของ (OE) = สินทรพั ย์ – หนส้ี ิน (A-L)

12. ครูสาธิตการจัดทำงบแสดงฐานะการเงิน โดยสมการบัญชีเป็นพื้นฐานเบื้องต้นของการจัดทำงบแสดงฐานะการเงิน

ตามมาตรฐานการบัญชีฉบับท่ี 1 (ปรับปรุง 2555) เรื่อง การนำเสนองบการเงิน ซึ่งเป็นฉบับปรับปรงุ ของคณะกรรมการมาตรฐานการ

บัญชีระหว่างประเทศที่สิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2554 (IAS 1: Presentation of Financial Statements (Bound volume 2012

Consolidated without early application)) ได้ให้ความหมายงบแสดงฐานะการเงิน (Statement of Financial Position) ว่า

คอื รายงานทจี่ ัดทำข้ึนเพื่อแสดงฐานะทางการเงินของกจิ การ ณ วันใดวนั หนงึ่ ซึ่งรูปแบบของงบแสดงฐานะการเงินตามประกาศกรม

ทะเบียนการค้า เรื่องกำหนดรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงินมีรูปแบบเดียวคือรูปแบบรายงาน (Report From) แต่ก็ยังมีการจัดทำ

แบบบัญชีอยู่ในประเทศไทย เนื่องจากหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไปรับแบบอย่างมาจากสมาคมผู้สอบบัญชีรับอนุญาตของ

สหรฐั อเมรกิ า (AICPA) และจากประเทศอังกฤษ อีกทง้ั เพ่อื เป็นการสอื่ ความหมายให้เขา้ ใจงา่ ยยิ่งขน้ึ จงึ นำเอาแบบบัญชีมาใช้ในการ

วเิ คราะห์ความสัมพนั ธร์ ะหว่างสนิ ทรพั ย์ หนส้ี นิ และสว่ นของเจ้าของ

13. ครบู อกข้ันตอนการจดั ทำงบแสดงฐานะการเงนิ แบบบญั ชี มีดงั นี้
ข้ันท่ี  เขียนหัวงบแสดงฐานะการเงนิ 3 บรรทัด

บรรทดั ท่ี 1 เขียนชอื่ กิจการ

บรรทดั ที่ 2 เขียนคำวา่ “งบแสดงฐานะการเงิน”

บรรทดั ท่ี 3 เขียนวนั เดอื น ปี ทจ่ี ดั ทำงบแสดงฐานะการเงนิ
ขัน้ ที่  ด้านซ้ายมอื ใหเ้ ขียนรายละเอยี ดของสนิ ทรพั ย์ แสดงรายการตา่ งๆ ของสนิ ทรัพย์ท่มี อี ยู่
ขั้นท่ี  ทางดา้ นขวามือใหเ้ ขียนรายละเอยี ดของหนีส้ นิ และส่วนของเจา้ ของทกี่ จิ การมีอยู่

ขน้ั ที่  รวมยอดท้ัง 2 ดา้ นให้เทา่ กันและอยู่ในระดบั เดียวกัน

ชื่อกจิ การ.................. 

งบแสดงฐานะการเงนิ

วันท.ี่ ...........................

 สนิ ทรัพย์ บาท สต. หนีส้ นิ และส่วนของเจ้าของ  บาท สต.

สินทรพั ย์หมนุ เวยี น หนีส้ นิ หมุนเวียน XX -
เงนิ สด +
ลกู หนกี้ ารค้า XX - เจา้ หนา้ การค้า
XX -
สนิ ทรัพยไ์ มห่ มุนเวยี น XX - หนส้ี นิ ไมห่ มนุ เวยี น
เคร่อื งตกแต่ง
อุปกรณ์ + เงินกู้ระยะยาว
XX - สว่ นของเจ้าของ

XX - ทุน.................

 XX -  XX -

Business’s name…………………

Statements of the financial position

Date...............................

Assets Bath St. Liabilities + Owner's Equity Bath St.

Current Assets Current liabilities

Cash XX +- Payable XX - +
Receivable XX - ฯลฯ XX -

Total current assets XX - Total current liabilities  XX -

Non-Current Assets Non-Current liabilities

Decoration XX -+ Loan 5 years XX - +
Equipment XX - ฯลฯ XX -

Total non-current XX - Total non-current liabilities  XX -

assets

Total liabilities + =  XX -

Owner's Equity

Capital................. XX - +
ฯลฯ XX -

Total owner's equity  XX -

Total assets + XX - Total liabilities+ owner's equity  XX -

14. ครูอธิบายการจดั ทำงบแสดงฐานะการเงินแบบรายงาน (Report Form) จะใชแ้ บบฟอร์มของกรมพัฒนาธุรกจิ

การคา้ เรอื่ งกำหนดรายการย่อท่ีตอ้ งมีในงบการเงิน ซง่ึ เป็นรปู แบบทตี่ อ้ งนำเสนออย่างเปน็ ทางการ

15. ครบู อกขน้ั ตอนการจดั ทำงบแสดงฐานะการเงินแบบรายงาน มดี ังนี้
ขนั้ ที่  เขยี นหวั งบแสดงฐานะการเงิน 3 บรรทัด

บรรทัดท่ี 1 เขียนชอื่ กิจการ

บรรทดั ท่ี 2 เขียนคำว่า “งบแสดงฐานะการเงิน”

บรรทัดท่ี 3 เขยี นวัน เดอื น ปี ทจ่ี ดั ทำงบแสดงฐานะการเงนิ

ข้ันท่ี  เขียนคำว่า “สินทรัพย์” ไว้ตรงกลางกระดาษตอนบน เขียนหัวข้อสินทรัพย์หมุนเวียนและสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน

พรอ้ มรายละเอียดต่างๆ ของสินทรพั ย์ที่กิจการมีอยู่แลว้ รวมยอดทง้ั หมดของสนิ ทรพั ย์
ขัน้ ท่ี  เขียนคำว่า “หนี้สินและส่วนของเจ้าของ” ไว้ตรงกลางกระดาษต่อจากสินทรัพย์ให้แสดงรายการที่เป็นหนี้สิน

หมุนเวียนและหนี้สินไม่หมุนเวียนก่อนและตามด้วยรายการที่เป็นส่วนของเจ้าของ แล้วรวมยอดทั้งหมดของหนี้สินและส่วนของ

เจา้ ของซึ่งจะมยี อดเทา่ กับสนิ ทรพั ย์

ชอื่ กิจการ................... 

งบแสดงฐานะการเงนิ
วันที.่ ..........................
สินทรัพย์ 
สนิ ทรัพยห์ มนุ เวยี น
เงนิ สด XX
เงนิ ฝากธนาคาร XX +

รวมสินทรพั ยห์ มนุ เวยี น XX
สินทรพั ย์ไม่หมุนเวยี น
ทดี่ นิ อาคารและอปุ กรณ์ +XXXX +
รถยนต์ XX
รวมสนิ ทรัพยไ์ มห่ มุนเวยี น
รวมสนิ ทรัพย์ XX
หนสี้ นิ และส่วนของเจ้าของ 
หนี้สนิ หมุนเวยี น
เจ้าหน้ี XX +XXXXเท่ากนั
เงนิ เบกิ เกนิ บญั ชี
รวมหนสี้ ินหมนุ เวยี น
หนส้ี นิ ไมห่ มนุ เวียน
เงนิ กู้ระยะเวลา 5 ปี XX +
รวมหนีส้ นิ ไมห่ มนุ เวยี น XX
รวมหนส้ี นิ XX
ส่วนของเจา้ ของ
ทุน............... XX +
รวมหนี้สนิ และสว่ นของเจ้าของ XX

Report form will use the format of the notification of the Department of Business Development (แบบ

รายงานจะใช้ตามแบบกรมพัฒนาธุรกจิ การค้า)

Business’s name…………………

Statements of the financial position

Date...............................

Assets

Unit: bath

Current Assets

Cash XX +
Deposits XX

Total Current Assets XX

Non-Current Assets

Property, Plant and Equipment-net XX +
Vehicle XX

Total non-current Assets XX

Total Assets XX

Liabilities + Owner's Equity

Current liabilities

Payable XX

Bank overdrafts XX

Total current liabilities XX +

Non-current liabilities

Long-term loans XX

ฯลฯ XX

Total non-current liabilities XX

Total liabilities XX

Owner's Equity

Capital..................... XX +

ฯลฯ XX

Total liabilities + owner's equity XX

งบแสดงฐานะแบบรายงานสำหรับกจิ การเจ้าของคนเดยี วประเภทธุรกจิ บริการนี้ จะนำไปศกึ ษารายละเอยี ดในเร่ืองงบ

การเงินอกี ครงั้ หนงึ่

ตวั อยา่ งท่ี  ต่อไปนเี้ ปน็ รายการสนิ ทรพั ย์ หนส้ี นิ ของร้านปรุงแตง่ บรกิ าร ซง่ึ นายปรุงเป็นเจ้าของ ณ วันที่ 31 ธนั วาคม

2558 มเี งินสด 20,000 บาท เงนิ ฝากธนาคาร 50,000 บาท ท่ีดิน อาคาร และอุปกรณ์ 260,000 บาท รถยนต์ 300,000 บาท และ

เจา้ หนี้การคา้ 80,000 บาท

ใหท้ ำ 1. แทนคา่ ในสมการบญั ชี

2. งบแสดงฐานะการเงนิ ณ วนั ท่ี 31 ธันวาคม 2558

สนิ ทรัพย์ = หน้ีสิน + สว่ นของเจา้ ของ

ส่วนของเจ้าของ = 20,000+50,000+260,000+300,000 - 80,000

= 630,000-80,000 = 550,000 บาท

แทนค่าในสมการบญั ชี (A) 630,000 = (L+OE) 80,000+ 550,000 บาท

630,000 = 630,000

รา้ นปรงุ แตง่ บรกิ าร

งบแสดงฐานะการเงิน

ณ วันท่ี 31 ธนั วาคม 2558

สินทรพั ย์ บาท สต. หนสี้ นิ และส่วนของเจา้ ของ บาท สต.
สนิ ทรัพยห์ มุนเวยี น 80,000 -
หนสี้ นิ หมุนเวียน 80,000 -
เงนิ สด 550,000 -
20,000 - เจ้าหนี้การคา้
เงนิ ฝากธนาคาร 630,000 -
รวมสินทรพั ยห์ มนุ เวยี น รวมหนส้ี นิ
สนิ ทรัพย์ไม่หมนุ เวยี น
ทด่ี ิน อาคารและอุปกรณ์ 50,000 - หมนุ เวยี น
ยานพาหนะ
รวมสินทรัพยไ์ มห่ มุนเวียน 70,000 - สว่ นของเจา้ ของ

ทุน-นายปรงุ

260,000 -

300,000 -

560,000 -

630,000 -

ร้านปรุงแต่งบรกิ าร

งบแสดงฐานะการเงนิ

ณ วนั ที่ 31 ธันวาคม 2558

สนิ ทรัพย์ (หน่วย: บาท)

สินทรัพยห์ มนุ เวียน

เงินสด 20,000

เงินฝากธนาคาร 50,000

รวมสนิ ทรัพย์หมุนเวยี น 70,000

สนิ ทรัพยไ์ ม่หมนุ เวยี น

อาคาร ทีด่ นิ และอปุ กรณ์ 260,000

ยานพาหนะ 300,000

รวมสนิ ทรพั ย์ไมห่ มุนเวียน 560,000

รวมสนิ ทรพั ย์ 630,000

หนส้ี นิ และส่วนของเจา้ ของ

หนสี้ นิ หมุนเวียน

เจา้ หน้กี ารคา้ 80,000

สว่ นของเจ้าของ

ทุน-นายปรงุ 550,000

รวมหนสี้ นิ และส่วนของเจา้ ของ 630,000

16. ผเู้ รยี นฝึกปฏบิ ัติแทนคา่ ในสมการบัญชี และจัดทำงบแสดงฐานะการเงนิ ตามโจทยด์ ังนี

รายการสินทรัพย์ หนส้ี นิ ของร้านซักรดี ไหมไทยบรกิ ารซง่ึ นางไหมเปน็ เจ้าของมดี งั น้ี

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 มีเงนิ สด 60,000 บาท เงนิ ฝากธนาคาร 80,000 บาท

ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ 60,000 บาท รถยนต์ 400,000 บาท และเจ้าหนก้ี ารค้า 120,000 บาท

17. ครูแนะนำผู้เรียนให้นำวิถีชีวิตที่พอเพียงไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อที่จะช่วยให้รู้จักพฒั นาทักษะ ความรู้ และ

ความสามารถรวมทัง้ สติปัญญาเพือ่ แกป้ ญั หาการดำเนนิ ชีวิตตามแนวปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ผเู้ รยี นวชิ านี้นอกจากจะไดค้ วามรู้

ขนั้ สรปุ และการประยุกต์
18. สุ่มผู้เรียนให้วิเคราะห์รายการค้า และแสดงรายการในงบแสดงฐานะการเงิน โดยประยุกต์ใช้เนื้อหาที่ศึกษามาครู
และผู้เรียนสรปุ เนอื้ หาการเรียนการสอนรว่ มกัน ครูเป็นที่ปรึกษา แนะนำการเรยี นการสอนในชน้ั เรยี น
19. ผู้เรยี นสรุปสินทรพั ย์ หมายถึง ทรัพยากรท่ีอยู่ในความควบคุมของกจิ การ อาจมตี วั ตน หรอื ไมม่ ีตัวตนกไ็ ด้ ท่ีสามารถ
ตีราคามูลคา่ เป็นเงนิ ได้ ซงึ่ กิจการคาดว่าจะไดร้ บั ประโยชนเ์ ชิงเศรษฐกิจในอนาคต
20. ผู้เรยี นสรปุ หนี้สนิ หมายถงึ ภาระผูกพนั ในปจั จุบนั ของกจิ การทีต่ ้องจา่ ยชำระคืนแกบ่ ุคคลภายนอกในอนาคต
21. ผู้เรียนสรุปส่วนของเจ้าของ หมายถึง ส่วนได้เสียคงเหลือในสินทรัพย์ของกิจการ หลังจากหักหนี้สินทั้งสิ้นออกแล้ว
เรียกว่าสินทรพั ยส์ ทุ ธิ (สนิ ทรพั ย์ – หน้สี ิน)
22. ผู้เรียนสรุปสมการบัญชี หมายถึง สมการที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ จะ
แสดงความสมดลุ กันอย่เู สมอ
23. ผู้เรียนสรปุ งบแสดงฐานะการเงนิ คอื รายงานท่ีจดั ทำขึน้ เพอ่ื แสดงฐานะทางการเงนิ ของกจิ การ ณ วันใดวนั หน่ึง
24. ผ้เู รียนปฏบิ ตั ติ ามใบงาน และซักถามข้อสงสยั พรอ้ มทำแบบประเมินผลการเรียนรู้ และนำผลงานทุกช้นิ ส่งครูผสู้ อน
25. ผเู้ รยี นทำแบบประเมนิ ผลหลังเรียน

➢สอื่ และแหล่งการเรียนรู้

1. หนงั สอื เรยี นวิชาบัญชีเบ้อื งตน้ 1 (2201-1004) ของสำนักพิมพ์เอมพนั ธ์
2. มาตรฐานการบญั ชี
3. ใบงาน
4. คน้ คว้าทางอินเทอรเ์ น็ต
5. Power Point

➢หลกั ฐาน

1. บันทกึ การสอนของสถานศึกษา
2. ผลงานของผเู้ รียน
3. แผนจัดการเรยี นรู้

➢การวดั ผลและการประเมนิ ผล

วิธีวดั ผล
1. สังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ตรวจใบงาน
3. ตรวจแบบประเมินผลการเรยี นรกู้ ่อน/หลงั เรยี น
4. ตรวจแบบประเมนิ ผลการฝึกปฏิบัติ
5. ประเมินกจิ กรรมเสนอแนะผู้เรยี นเปน็ สำคญั และส่งเสรมิ คุณธรรมนำความรู้
6 ประเมินพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
7 สังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุม่
8 การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

เคร่ืองมือวดั ผล
1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม (โดยครู)
3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกล่มุ (โดยผเู้ รียน)
4. แบบประเมนิ กิจกรรมใบงาน
5. แบบประเมนิ ผลแบบฝึกปฏิบตั ิ
6. แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อน/หลงั เรยี น
7. แบบประเมนิ กจิ กรรมเสนอแนะผ้เู รยี นเปน็ สำคัญ และสง่ เสริมคุณธรรมนำความรู้
8. แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผูเ้ รยี นรว่ มกนั ประเมนิ

เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไม่มีชอ่ งปรบั ปรุง
2. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50 % ข้ึนไป)
3. เกณฑผ์ ่านการสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4. กิจกรรมใบงาน เกณฑผ์ า่ น คือ 50%
5. แบบประเมนิ ผลแบบฝึกปฏบิ ตั ิ เกณฑ์ผา่ น 50%
6. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้กอ่ น/หลังเรียนมเี กณฑผ์ า่ น 50%
7. แบบประเมินกจิ กรรมเสนอแนะผ้เู รียนเป็นสำคัญและสง่ เสริมคุณธรรมนำความรผู้ ่าน 50%
8 แบบประเมินคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนข้ึนอยู่กบั การประเมนิ ตาม

สภาพจรงิ

➢กิจกรรมเสนอแนะ

1. ทำใบงานและแบบประเมินผลการเรียนรู้
2. บันทึกการรับ-จ่าย
3. กิจกรรมเสนอแนะผู้เรยี นเป็นสำคญั และสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนำความรู้
4. ฝกึ ปฏิบัติกจิ กรรมเพ่ิมเติม

➢การบรู ณาการ

1. กลุ่มวิชาภาษาไทย ไดแ้ ก่ ทักษะการฟัง ทกั ษะการอา่ น ทกั ษะการเขียนและทกั ษะการพูด
2. ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
3. คุณธรรมจรยิ ธรรม และศลี ธรรม
4. หน้าท่ีพลเมืองดี
5. อื่นๆ

สมการบญั ชี การบรู ณาการ กล่มุ วิชาภาษาไทย
กล่มุ วิชาคณิตศาตร์
กล่มุ วิชาวิทยาศาสตร์
กล่มุ วิชากฏหมาย
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

หนา้ ท่ีพลเมือง
กล่มุ วิชาการขายและคอมพิวเตอร์
กล่มุ วิชาภาษาองั กฤษ

บนั ทกึ หลังการสอน

ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปญั หาทพี่ บ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแกป้ ัญหา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

แผนการจดั การเรยี นรแู้ บบบรู ณาการท่ี 4 หนว่ ยท่ี 4
สอนคร้งั ที่ 4 (13-16)
รหัสวชิ า 30200-0001 การบัญชีเบอื้ งต้น (2-2-3) จำนวนช่ัวโมง 4 ชม.
ช่อื หน่วย/เร่ือง การวเิ คราะห์รายการคา้

➢สาระสำคัญ

การวเิ คราะห์รายการค้าถือเปน็ จดุ เร่ิมตน้ ของวงจรบญั ชี ถ้าวิเคราะห์รายการคา้ ผดิ ก็จะทำใหข้ น้ั ตอนต่างๆ ในลำดบั ถัดไป
ผิดไปด้วย ดังนั้นหากมีความผิดพลาดเกิดขึ้นแล้ว ก็จะทำให้ผู้ใช้ข้อมูลทางการบัญชีนั้นตัดสินใจผิดพลาดไปด้วย จึงควรให้ความ
สนใจและทำความเข้าใจให้ถูกต้อง โดยก่อนจะทำการวิเคราะห์ต้องตรวจสอบรายการค้าทุกรายการที่เกิดขึ้นให้รอบคอบ จึ ง
วเิ คราะหต์ ามหลักในการวเิ คราะหร์ ายการค้าต่อไป

➢จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. บอกประเภทของธรุ กจิ และรปู แบบการดำเนินธรุ กิจได้

2. อธิบายรายการค้าได้

3. วเิ คราะหร์ ายการค้าตามหลักการบัญชที ่ัวไปได้

4. มีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา สำนักงาน

คณะกรรมการการอาชวี ศึกษา ทค่ี รูสามารถสงั เกตไดข้ ณะทำการสอนในเรอื่ ง

4.1 ความมีมนษุ ยสมั พันธ์ 4.2 ความมวี นิ ยั

4.3 ความรับผิดชอบ 4.4 ความซ่อื สัตยส์ จุ รติ

4.5 ความเชอื่ มั่นในตนเอง 4.6 การประหยัด

4.7 ความสนใจใฝร่ ู้ 4.8 การละเวน้ สิ่งเสพตดิ และการพนนั

4.9 ความรักสามัคคี 4.10 ความกตัญญกู ตเวที

สมรรถนะรายวชิ า
1. แสดงความรเู้ กย่ี วกับหลักการ และวธิ ีการบัญชสี ำหรบั กจิ การเจา้ ของคนเดยี วประเภทธุรกิจบรกิ าร
2. ปฏบิ ัตงิ านบัญชีสำหรบั กจิ การเจ้าของคนเดยี วประเภทธรุ กิจบรกิ ารตามหลกั การบัญชีทีร่ บั รองทั่วไป

➢เน้อื หาสาระ

1. ประเภทของธรุ กิจ และรปู แบบการดำเนนิ ธรุ กิจ
2. รายการคา้
3. หลักการวิเคราะห์รายการคา้

ภาพรวม (Big Idea)

ประเภทของธรุ กจิ และ รายการคา้
รปู แบบการดาเนินธรุ กจิ

การวิเคราะหร์ ายการคา้

การวเิ คราะหร์ ายการคา้ ผลกระทบของรายการคา้ ต่อสมการ หลกั การวเิ คราะห์
ตามหลกั การบญั ชคี ู่ บญั ชแี ละงบแสดงฐานะการเงนิ รายการคา้

➢กิจกรรมการเรยี นรู้

ข้ันนำเขา้ สู่บทเรยี น
1. ครูสนทนากับผูเ้ รียนว่ารูปแบบของกิจการค้าแต่ละประเภทจะแตกต่างกันออกไปตามสภาพการลงทนุ ลักษณะการ

จดั ต้งั การดำเนนิ งาน และความสำคัญทางเศรษฐกจิ แบง่ ไดด้ ังน้ี
 กิจการเจ้าของคนเดียว (Single Proprietorship) ได้แก่ กิจการที่มีบุคคลคนเดียวเป็นเจ้าของ การจัดตั้งทำได้

ง่าย เจ้าของดำเนินงานเองและรับผดิ ชอบในหน้ีสนิ ของร้านโดยไมจ่ ำกดั จำนวน
 หา้ งหุ้นส่วน (Partnership) คอื กิจการท่มี ีบุคคลตงั้ แต่ 2 คนข้นึ ไปร่วมกันเป็นเจ้าของโดยมสี ัญญาตกลงรวมทุน

กนั เปน็ หุ้นส่วนประกอบการค้าเพอื่ หวังกำไร
 บรษิ ัทจำกดั (Corporation or Limited Company) คือ กิจการท่จี ดั ต้งั ข้นึ โดยมผี ู้เริ่มก่อการจดั ตั้งบรษิ ัทไมต่ ่ำ

กว่า 3 คน ผู้เริ่มก่อการต้องจดทะเบยี นบรคิ ณห์สนธิจัดตัง้ บริษัท โดยกำหนดวัตถุประสงค์ของบริษทั จำนวนทุนและจำนวนหุน้ จด
ทะเบียน และแบ่งทุนออกเปน็ หุน้ แตล่ ะหุน้ มีมลู ค่าเทา่ ๆ กนั บริษทั จำกัดต้องจดทะเบยี นเป็นนิตบิ คุ คลแยกตา่ งหากจากเจ้าของคอื ผู้
ถือหุ้น (Stockholders or Shareholders) ผู้ถือหุ้นทุกคนรับผิดชอบในหน้ีสินจำกัดจำนวนเพียงไม่เกินจำนวนเงินค่าหุ้นที่ยังสง่ ใช้
ไม่ครบมลู ค่าของหนุ้ ท่ตี นถอื อยู่เท่านั้น

บริษัทจะให้ผู้ถือหุ้นชำระเงินคา่ หุ้นครง้ั แรกเปน็ จำนวนเงินเท่าใดก็ได้แต่ต้องไมน่ อ้ ยกว่า 25% ของราคาหุ้นที่ขาย ผู้ถือหุ้นจะ
ไดร้ บั สว่ นแบง่ กำไรในรปู ของเงนิ ปันผล (Dividends) บรษิ ทั ท่ีจดทะเบยี นแลว้ จะใช้คำนำหนา้ ว่า “บริษัท” และคำลงทา้ ยว่า “จำกัด”
ยกเว้นธนาคารพาณชิ ย์จะใชค้ ำวา่ “บรษิ ัท….จำกัด” หรือไมก่ ็ได้

2. ผเู้ รยี นทำแบบประเมนิ ผลก่อนเรยี น โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที แล้วให้สลับกนั ตรวจ

ข้ันสอน
3. ครบู อกประเภทของธุรกิจ และรปู แบบการดำเนนิ ธรุ กิจโดยทั่วไปสามารถแบ่งธรุ กิจที่มุ่งแสวงหากำไรได้ 3 ประเภท
ดังนี้

1) ธุรกิจบริการ (Service Businesses) เป็นธุรกิจที่มีรายได้เกิดขึ้นจากการให้บริการ ซึ่งบริการนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตน
เช่น รา้ นเสริมสวย รา้ นซ่อมรถยนต์ ร้านซกั รีดเสือ้ ผา้ หอพกั กจิ การรถเช่า โรงภาพยนตร์ คลินิก โรงแรม รถ
ประจำทาง เปน็ ตน้
2) ธุรกจิ ซื้อขายสินคา้ (Merchandising Businesses) หรือธรุ กิจพาณิชยกรรม เปน็ ธรุ กจิ ท่ีดำเนนิ

ธรุ กจิ โดยการซ้อื สนิ คา้ เขา้ มาแล้วขายสนิ คา้ นน้ั ออกไปในราคาท่สี งู กวา่ เดิม โดยไม่มีการ
แปรรูปหรือแปลงสภาพสินคา้ แตอ่ ย่างใด เชน่ ห้างสรรพสนิ ค้า รา้ นสะดวกซอื้ ซุปเปอรม์ ารเ์ กต บรษิ ทั ขาย
รถยนต์ เป็นต้น
3) ธุรกิจอตุ สาหกรรม (Manufacturing Businesses) หรอื ธุรกิจผลติ สินค้า เปน็ ธรุ กจิ ท่ีผลติ สนิ คา้ มี
การแปรรปู วัตถุดิบทซ่ี ื้อเขา้ มาเปน็ สินคา้ สำเร็จรูปแล้วขายออกไป เชน่ โรงงานผลติ รถยนต์ โรงงานกระเบือ้ ง

โรงงานทอผ้า เปน็ ต้น

4. ครบู อกรูปแบบของการดำเนนิ ธุรกิจ ธรุ กิจท่ีกลา่ วมาขา้ งตน้ สามารถเลอื กดำเนนิ ธรุ กจิ ได้ดงั น้ี

1) กิจการเจา้ ของคนเดียว ((Single Proprietorship) เปน็ กจิ การท่มี เี จา้ ของเพยี งคนเดียวเป็นผู้กอ่ ต้งั กจิ การ จึง

มีความคล่องตวั ในการบรหิ ารงานสูง เนอ่ื งจากตัดสินใจเรื่องตา่ งๆ ได้เอง หาก กิจการมีกำไรก็จะไดร้ บั

กำไรนั้นแตเ่ พยี งผเู้ ดยี ว แตถ่ ้าขาดทนุ กต็ ้องรบั ผิดชอบผลขาดทนุ และหนสี้ ินแต่ เพียงผเู้ ดยี ว กิจการน้ี

มักจะหาแหลง่ เงินทนุ เพม่ิ ได้ยาก เนอ่ื งจากมีเจ้าของเพียงคนเดยี ว

2) กิจการหา้ งหุ้นส่วน (Partnership) เปน็ การดำเนนิ ธุรกจิ ทมี่ ี บคุ คลตัง้ แต่ 2 คนขน้ึ ไปมา

ร่วมกนั จัดต้งั กจิ การ โดยมสี ญั ญาเขา้ เป็นหนุ้ ส่วนกันและแบง่ ผลกำไรกัน กิจการ จะกำหนดให้หุ้นส่วนคนใด

คนหนึง่ เป็นผ้บู รหิ ารงานเรียกว่าหนุ้ สว่ นผจู้ ดั การ ห้างหุ้นส่วนมี 2 ประเภท คอื

2.1 หา้ งหุน้ ส่วนสามัญ (Ordinary Partnership) คือ ห้างหุ้นสว่ นท่ีผู้เป็นหุ้นส่วน ทุกคนต้องรับผิดชอบ

รว่ มกันในหนส้ี นิ โดยไมจ่ ำกดั จำนวน โดยจะจดทะเบียนเปน็ นติ บิ คุ คลหรอื ไมก่ ็ได้

2.2 ห้างหุ้นส่วนจำกัด (Limited Partnership) คือ ห้างหุ้นส่วนที่มีหุ้นส่วน 2 จำพวก คือ จำพวก

จำกัดความรบั ผดิ ชอบและไม่จำกัดความรบั ผดิ ชอบ กฎหมายบังคับให้จดทะเบยี น

หา้ งหุ้นสว่ นจะหาแหลง่ เงนิ ทนุ ได้งา่ ยกว่ากิจการเจ้าของคนเดยี ว เพราะมจี ำนวนเจา้ ของมากกว่า แตถ่ ้ามกี ำไรกแ็ บ่งให้

หนุ้ สว่ นทกุ คน ถา้ ขาดทนุ กจ็ ะตอ้ งรับผิดชอบหนสี้ ินรว่ มกนั ทุกคน

3) บรษิ ทั จำกดั (Corporation or Limited Company) คือ กจิ การที่จัดต้งั ขนึ้ โดยมผี เู้ รม่ิ ก่อ

การไมต่ ำ่ กว่า 3 คน ผเู้ รมิ่ กอ่ การตอ้ งจดทะเบียนบรคิ ณหส์ นธิจดั ตงั้ บริษทั โดยกำหนดวตั ถุประสงคข์ องบรษิ ัท จำนวนทุนและ

จำนวนห้นุ จดทะเบยี น และแบง่ ทนุ ออกเป็นห้นุ แตล่ ะหุ้นมีมลู ค่าเท่าๆ กนั บรษิ ัทจำกัดตอ้ งจดทะเบียนเป็นนติ ิบคุ คลแยกตา่ งหาก

จากเจา้ ของคอื ผถู้ ือหุน้ (Stockholders or Shareholders) ผถู้ อื หุ้นทุกคนรับผิดชอบในหนสี้ ินจำกดั จำนวนเพยี งไมเ่ กินจำนวนเงนิ

คา่ หนุ้ ทย่ี ังส่งใชไ้ ม่ครบมูลคา่ ของหนุ้ ที่ตนถืออย่เู ท่านนั้ จะไดร้ บั ผลตอบแทนเป็นเงินปันผล

บริษทั จะให้ผถู้ ือหุ้นชำระเงนิ คา่ หนุ้ ครงั้ แรกเป็นจำนวนเงินเท่าใดก็ไดแ้ ตต่ ้องไมน่ อ้ ยกวา่ 25% ของราคาหนุ้ ทีข่ าย ผถู้ ือหนุ้

จะไดร้ บั ส่วนแบง่ กำไรในรูปของเงนิ ปนั ผล (Dividends) บรษิ ัทท่จี ด ทะเบยี นแลว้ จะใชค้ ำนำหน้าว่า

“บรษิ ทั ” และคำลงท้ายวา่ “จำกดั ” ยกเวน้ ธนาคารพาณชิ ยจ์ ะใช้คำ ว่า “บริษทั ….….จำกัด” หรอื ไม่ก็ได้

บริษทั จำกดั มี 2 ประเภท คอื

3.1 บริษัทเอกชนจำกัด (Private Company Limited) เป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

(ปพพ.) ตามมาตรา 1096 มีผ้เู ร่ิมกอ่ การไม่ตำ่ กว่า 3 คน

3.2 บรษิ ทั มหาชนจำกัด (Public Company Limited) จัดต้งั ขน้ึ ตามพระราชบัญญัติบรษิ ทั มหาชนจำกดั พ.ศ. 2535 มีผู้

เริ่มจัดตั้งไม่ต่ำกว่า 15 คน และต้องจองหุ้นรวมอย่างน้อย 5% ของทุนจดทะเบียน แต่ละคนถือหุ้นไม่เกิน 10% ของหุ้นที่จด

หมายเหตุ อย่างไรกต็ าม สาหรบั การบญั ชเี บอื้ งตน้ 1 นนั้ จะศกึ ษาเฉพาะเนอื้ หาสาหรบั กจิ การ

ทะเบียน และตั้งขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป ต้องมีคำนำหน้าชื่อว่า “บริษัท” และคำลงท้ายว่า
“จำกดั (มหาชน)”

5. ผู้เรียนบอกประเภทธรุ กิจ และรูปแบบธรุ กจิ ตามโจทย์ท่คี รกู ำหนดให้

6. ครูอธิบายรายการค้า โดยรายการค้า (Business Transaction Or Accounting transaction) หมายถึง รายการท่ี

กอ่ ใหเ้ กิดการแลกเปล่ียน หรอื โอนเงินหรอื สิ่งท่มี ีคา่ เป็นตัวเงินระหว่างกิจการกบั บุคคลอื่น ซ่งึ จะมจี ำนวนมากและแตกต่างกันไปตาม

ลักษณะของกิจการ เช่น กิจการเจ้าของคนเดียว ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัด และตามประเภทธุรกิจ เช่น ธุรกิจบริการ ธุรกิจซื้อ-

ขายสนิ คา้ หรือธรุ กิจผลิตสนิ คา้

รายการค้าเป็นรายการท่กี จิ การนำมาบนั ทึกบัญชเี พ่ือเปน็ ข้อมลู ในการจดั ทำงบการเงินต่างๆซ่งึ ทางการบญั ชีเรยี กว่า

รายการทางบญั ชี เปน็ เหตุการณ์ทท่ี ำใหเ้ กิดการโอนหรือการแลกเปลี่ยนระหวา่ งหนว่ ยของบัญชหี รอื บคุ คลทีม่ ผี ลตอ่ สินทรัพย์

หน้สี ินและส่วนของเจ้าของ ทำให้เกิดการเปลย่ี นแปลงเพิม่ ขน้ึ และลดลง จะทำใหย้ อดทัง้ สองในสมการบัญชีน้นั มคี วามสมดลุ กนั ท้ัง

สองด้าน

7. ครูบอกประเภทของรายการค้า รายการค้าจำแนกออกเป็น 2 ประเภท คอื รายการคา้ ภายนอก และรายการคา้

ภายใน ดงั นี้

1) รายการค้าภายนอก เปน็ รายการแลกเปล่ียนระหว่างร้านคา้ หนึ่งกบั อกี ร้านคา้ หน่ึง เชน่

1.1 การซอ้ื สินทรพั ย์ตา่ งๆ เป็นเงนิ สด และเงินเชอื่ 1.6 การก้ยู ืมเงนิ

1.2 ซ้อื สนิ คา้ เปน็ เงินสด และเงนิ เชอ่ื 1.7 การจา่ ยชำระหนเี้ งนิ ก้พู ร้อมดอกเบ้ีย

1.3 ขายสนิ ค้าเปน็ เงนิ สด และเงินเช่อื 1.8 การจ่ายค่าใชจ้ า่ ยต่างๆ

1.4 การรบั ชำระหนีจ้ ากลูกหน้ี 1.9 การรบั รายไดต้ า่ งๆ

1.5 การจา่ ยชำระหนเี้ จา้ หน้ี

2) รายการค้าภายใน เป็นรายการที่เกิดขึน้ ภายในกิจการ ไม่เกี่ยวขอ้ งกับบุคคลภายนอก แต่มีผลตอ่ การเปลีย่ นแปลง
ของสินทรัพย์ หนสี้ นิ และส่วนของเจา้ ของ (ทนุ ) ดังน้ี

2.1 การนำเงินสด หรือสินทรพั ย์อนื่ มาลงทุน
2.2 การถอนเงนิ สด หรอื สนิ ค้าไปใชส้ ่วนตวั

ใบสำคัญรับชำระเงินลงทุน
ของ

รา้ นกีรติผจญบริการซักรีด
วันท่ี 15 มกราคม 2558

ใบสำคญั ฉบับนอ้ี อกใหเ้ พอ่ื แสดงวา่ ร้านกีรตผิ จญบรกิ ารซกั รดี ไดร้ บั เงินจำนวน 200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน) จาก
นางสวยสม สง่าดี เพ่อื ชำระเปน็ สว่ นเงนิ ลงทุนในการจดั ตง้ั รา้ นกรี ตผิ จญบริการซกั รีด ไวเ้ มือ่ วันท่ี 15 มกราคม 2558

ลงชือ่ …………………………………………

(นางเพ็ญศรี เลศิ เกยี รติวิทยา)
ผจู้ ดั การรา้ น

8. ผู้เรียนยกตัวอย่างรายการที่ไม่ใช่รายการค้า (Non-Business Transaction) ส่วนการดำเนินงานที่ไม่ก่อให้เกิดการ
โอนเงนิ หรือสิ่งของท่ีมีค่าเป็นตัวเงิน เชน่ การจัดร้านใหส้ วยงามเพื่อดึงดดู ใจลูกค้า การเชญิ ชวนลกู ค้าไปชมสินค้า และการต้อนรับ
ลกู คา้ เปน็ ตน้ รายการเหล่าน้ีถอื ว่าไมใ่ ชร่ ายการคา้ ดงั น้ันจงึ ไมม่ ีการนำมาบนั ทกึ ในสมดุ บญั ชีของกิจการ

9. ผู้เรียนยกตัวอย่างรายการค้า (Business Transaction) และรายการที่ไม่ใช่รายการค้า (Non-Business

Transaction) โดยแสดงเปน็ เอกสารประกอบ มาคนละ 2 รายการ

10. ครูอธิบายและแสดงการสาธิตหลักการวิเคราะห์รายการค้า โดยการวิเคราะห์รายการค้า (Business transaction

analysis) คือ การวิเคราะห์รายการค้าที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจในแต่ละวัน ว่าจะมีผลกระทบต่อสินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของ

เจา้ ของ รายได้ และค่าใชจ้ ่ายอยา่ งไร และผลกระทบตอ่ การเปลีย่ นแปลงน้ันจะแสดงใหเ้ ห็นถึงฐานะการเงนิ และผลการดำเนินงาน

ของกิจการได้ ซ่ึงการวิเคราะหร์ ายการค้านน้ั เปน็ จุดเรม่ิ ต้นของวงจรบญั ชี เป็นขนั้ แรกของการจดั ทำบัญชี ซึง่ สำคัญมาก เพราะหาก

วิเคราะห์รายการค้าผิด ก็จะทำให้ขั้นตอนต่อๆ ไปผิดไปด้วย เช่น การบันทึกบัญชีในสมุดรายวัน การผ่านบัญชีไปสมุดบัญชีแยก

ประเภท ตลอดจนถึงการจัดทำงบการเงินก็ผิดไปด้วย หากมีความผิดพลาดแล้วจะทำให้ผู้ใช้ข้อมูลทางการบัญชีนั้นตัดสินใจ

ผิดพลาดด้วย ดังนั้นถึงแม้ว่าการวิเคราะห์รายการค้าจะเป็นเพียงขั้นเริ่มต้นของการทำบัญชี แต่ก็ควรให้ความส นใจและทำความ

เข้าใจใหถ้ ูกต้อง โดยกอ่ นทีจ่ ะวิเคราะหร์ ายการคา้ นัน้ จะต้องมีความเขา้ ใจเกีย่ วกับรายการคา้ ใหม้ ากทส่ี ุด ซึ่งโดยทว่ั ไปมีหลกั ในการ

วเิ คราะหร์ ายการคา้ ดงั นี้

1) วิเคราะห์รายการค้าที่เกิดขึ้นว่าทำให้สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของกิจการเปล่ียนแปลง โดยการเพ่มิ ข้นึ

หรือลดลงอย่างไรบา้ ง

2) รายการค้าทีเ่ กดิ ข้นึ เมอื่ วเิ คราะหแ์ ล้ว การเปลี่ยนแปลงของสินทรพั ย์ หนี้สิน และสว่ นของเจา้ ของน้ันจะต้องทำให้

สมการบัญชเี ป็นจริงเสมอ กล่าวคอื เมือ่ วเิ คราะห์รายการคา้ แลว้ สินทรัพยท์ ่เี ปล่ยี นแปลง จะตอ้ งเท่ากบั หนส้ี ินทีเ่ ปลี่ยนแปลงบวก

ด้วยส่วนของเจ้าของท่ีเปลี่ยนแปลงเสมอ

11. ครอู ธบิ ายหลักการบญั ชี (Accounting Principles) หมายถึง แนวทางที่แนะนำใหน้ กั บญั ชใี ชย้ ึดถือหลักปฏิบัติใน

การรวบรวม จดบันทึก จำแนก สรุปผล และรายงานเหตุการณ์เกี่ยวกับการเงิน โดยหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป (Generally

accepted accounting principles) หมายถึง แนวทางที่ได้รับการรับรองและยอมรับเป็นส่วนใหญ่จากผู้มีอำนาจหน้าที่ใน

วิชาชีพการบัญชี เพื่อให้นักบัญชีใช้ยึดถือเป็นหลักปฏิบัติในการรวบรวม จดบันทึก จำแนก สรุปผล และจัดทำงบการเงินอย่างมี

หลักเกณฑ์ มีมาตรฐาน โดยกระกระทำข้นึ อยา่ งสม่ำเสมอและสามารถเขา้ ใจไดง้ ่าย

หลกั ในการวเิ คราะห์รายการคา้ ขั้นต้น มดี งั น้ี

1. สินทรพั ย์เพิ่ม (+) ส่วนของเจ้าของเพ่ิม (+)

2. สินทรพั ยล์ ด (-) สว่ นของเจา้ ของลด (-)

3. สินทรัพย์อย่างหน่ึงเพิม่ (+) สินทรพั ย์อกี อยา่ งหนึ่งลด (-)

4. สินทรัพยเ์ พมิ่ (+) หนสี้ นิ เพิม่ (+)
5. สนิ ทรพั ยล์ ด (-) หนีส้ ินลด (-)

12. ผเู้ รยี นวเิ คราะห์รายการคา้ ของร้านแพตเสรมิ สวยของเดือนมกราคม 25X8 โดยใสเ่ ครอ่ื งหมาย  ดงั น้ี
สว่ นของ
ว.ด.ป. รายการคา้ สนิ ทรพั ย์ หนส้ี นิ เจ้าของ

25X8 เพิ่ม ลด เพ่มิ ลด เพ่มิ ลด
ม.ค. 1 นางสาวแพตนำเงนิ สดมาลงทนุ 
2 นำเงนิ สดไปฝากธนาคารพาณิชย์แห่งหนึง่ 
3 จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ และคา่ โทรศพั ท์ 
4 ซือ้ อปุ กรณเ์ สรมิ สวยเปน็ เงินสด 
5 ซือ้ อปุ กรณ์เสรมิ สวยเปน็ เงินเช่อื 
6 ได้รับเงนิ ค่าบรกิ ารเสรมิ สวย 
7 จ่ายค่าเช่ารา้ นเสริมสวย 
8 ใหบ้ รกิ ารเสรมิ สวยแกผ่ เู้ ขา้ ประกวดนางสาวไรส่ ม้ ยงั ไมไ่ ด้
รบั เงนิ  

9 จ่ายชำระหนคี้ า่ อปุ กรณว์ นั ท่ี 5 มกราคม 
10 รบั ชำระหนจ้ี ากกองประกวดวันท่ี 8 มกราคม 
11 กเู้ งินจากธนาคารและนำเขา้ บญั ชขี องรา้ น 
12 นางสาวแพตเบกิ เงนิ ของกจิ การไปใช้ส่วนตวั  
13 จ่ายเงนิ เดือนลกู จา้ งในรา้ น 

13. ผ้เู รยี นวเิ คราะหก์ ารเพ่มิ หรอื ลดของรายการค้าสนิ ทรพั ย์ หนสี้ ิน และส่วนของเจ้าของ ดงั น้ี

รายการคา้ สนิ ทรัพย์ หน้ีสิน ส่วนของเจ้าของ

1. นำเงนิ สดมาลงทนุ ในกจิ การ 200,000 บาท +200,000 +200,000

2. กูเ้ งนิ จากธนาคาร 20,000 บาท +20,000 +20,000

3. ซอื้ เครอ่ื งตกแตง่ เปน็ เงนิ เชอ่ื 6,000 บาท +6,000 +6,000

4. รบั รายไดค้ ่าบรกิ าร 3,000 บาท +3,000 +3,000

5. จ่ายค่าพาหนะ 1,000 บาท -1,000 -1,000

6. สง่ บิลเก็บเงินจากลกู หนีค้ ่าซ่อมรถยนต์ 3,600 บาท +3,600 +3,600

7. ซ้อื วสั ดุสำนักงานเป็นเงินเช่อื 4,000 บาท +4,000 +4,000

8. จ่ายชำระหน้ใี หเ้ จา้ หนี้ 3,000 บาท -3,000 -3,000

9. จ่ายค่าเบี้ยประกันร้าน 9,000 บาท -9,000 -9,000

10. ถอนเงินสดในร้านไปใชส้ ว่ นตัว 2,000 บาท -2,000 -2,000

รวม 221,600 27,000 194,600

14. ผู้เรียนวิเคราะห์รายการค้าของรา้ นชายขอบบริการ ดังต่อไปนี้

รายการคา้ การวเิ คราะหร์ ายการค้า

1. นายชายนำเงนิ สดมาลงทนุ ในร้านเป็นเงินสด +สินทรพั ย์เพิม่ +สว่ นของเจ้าของเพ่มิ

2. นายชายกู้เงนิ จากธนาคารมาลงทนุ ในกจิ การ +สนิ ทรัพยเ์ พ่ิม +หน้สี ินเพิม่

3. ซอ้ื อุปกรณ์ และเครอื่ งมอื เครอ่ื งใช้เปน็ เงนิ เช่อื +สนิ ทรพั ย์เพิม่ +หนส้ี นิ เพิ่ม

4. รับรายได้คา่ บรกิ ารเสริมสวย +สนิ ทรัพย์เพม่ิ +ส่วนของเจา้ ของเพิม่

5. ลกู ค้ารายหนึง่ คา้ งชำระคา่ บรกิ ารเสริมสวย +สินทรพั ยเ์ พิม่ +ส่วนของเจ้าของเพ่มิ

6. สง่ บลิ เก็บเงนิ จากลูกหนี้ท่คี า้ งชำระ +สินทรพั ยเ์ พ่ิม +สว่ นของเจา้ ของเพม่ิ

7. ซอ้ื วัสดุสำนกั งานเปน็ เงินเชื่อ +สนิ ทรัพย์เพิ่ม +หน้สี ินเพิ่ม

8. จ่ายชำระหนีท้ ี่คา้ งในวันท่ี 3 +สินทรพั ย์ลด +หนส้ี ินลด

9. จ่ายค่าเช่ารา้ นเป็นเงินสด +สินทรพั ย์ลด +ส่วนของเจา้ ของลด

10. จ่ายเงินเดือนให้พนักงานในร้าน +สนิ ทรพั ยล์ ด +สว่ นของเจ้าของลด

15. ผเู้ รยี นวเิ คราะห์รายการคา้ ต่อไปน้ี มีผลตอ่ การเปลยี่ นแปลงสินทรัพย์ หน้ีสนิ และสว่ นของเจ้าของอยา่ งไร โดยใส่

เครอ่ื งหมาย  ลงในตารางการวเิ คราะห์

รายการคา้ สนิ ทรพั ย์ หน้สี ิน ส่วนของเจ้าของ
เพมิ่ ลด เพิ่ม ลด เพ่มิ ลด

1. นำเงนิ สดมาลงทนุ ในกจิ การ (ตัวอยา่ ง)  

2. นำเงนิ สดของกิจการไปฝากธนาคาร

3. รบั เงินจากลกู หน้กี ารค้าคา้ งชำระ

4. จ่ายค่าสาธารณูปโภค

5. สง่ บิลเกบ็ เงินจากลูกหนค้ี ่าบริการซอ่ มรถยนต์

6. ซือ้ เคร่ืองคอมพิวเตอร์เปน็ เงนิ เชือ่

7. รับชำระหน้จี ากลูกหนี้

8. จา่ ยชำระหน้ใี หเ้ จ้าหน้ี

9. กู้เงนิ จากธนาคารมาใชใ้ นกจิ การ

10. ถอนเงนิ สดในรา้ นไปใช้ส่วนตวั

16. เปดิ โอกาสใหผ้ เู้ รยี นซกั ถามข้อสงสัย และแลกเปลี่ยนความรรู้ ะหวา่ งกันภายในช้ันเรียน

17. ครูแนะนำผู้เรียนให้บันทึกรายรับ-รายจ่าย โดยกล่าวถึงเศรษฐกิจพอเพียงกับการแก้ไขปัญหาความยากจน

ภาคปฏิบัติ เปน็ การลงมอื ปฏบิ ตั ิเพอ่ื นำพาตวั เองสเู่ ศรษฐกิจพอเพยี ง ซง่ึ ก็คอื การอยู่อย่างพ่ึงตนเองในระดับครัวเรือน จะต้องมีความ

พร้อมที่จะอยู่อย่างพึ่งตนเองด้วยการ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ เพื่อให้เกิดการออมการพึ่งตนเองจะต้องอาศัยการจดบันทึกหรือ

เรียกว่า “จดเป็น พ่ึงตนเองได้” การจดบนั ทึกนั้นเรม่ิ ต้งั แตก่ ารทำบญั ชีรายรับ-รายจ่ายของครวั เรือน ไดม้ าเทา่ ไรจดไว้ จ่ายไปเท่าไร

ก็จดไว้ ในแต่ละวนั กน็ ำสมดุ บัญชีรายรับ-รายจ่าย ท่จี ดไวม้ าเปิดดูว่า วันนี้ได้เงนิ มาเท่าไร และจา่ ยคา่ อะไรบ้าง มคี ่าอะไรบ้างท่ีไม่มี

ความจำเป็นต้องจา่ ย คิดทบทวนใหร้ อบคอบ แล้วก็ตดั รายการทีจ่ ่ายไปโดยไม่จำเปน็ ทิ้งไป เช่น คา่ เหลา้ ค่าบหุ รี่ เปน็ ตน้

18. ผู้เรยี นทำกจิ กรรมใบงาน

ขัน้ สรปุ และการประยุกต์
19. ครูสรุปเนื้อหาทั้งหมดโดยอภิปรายสั้น ๆ และให้นักเรียนบอกรายการค้าและรายการใดที่ไม่ใช่รายการค้าเพื่อให้มี
ความรู้ และเขา้ ใจในการนำไปใชใ้ นชีวิตประจำวันต่อไปได้

20. ผ้เู รยี นทำแบบฝึกปฏบิ ัติ และกจิ กรรมที่กำหนดไว้ รวมทั้งแบบประเมินผลการเรยี นรู้

➢ส่อื และแหลง่ การเรยี นรู้

1. หนงั สอื เรยี นวชิ าบัญชเี บือ้ งตน้ 1 (2201-1004) ของสำนักพิมพเ์ อมพนั ธ์
2. มาตรฐานการบญั ชี
3. ใบงาน
4. อินเทอรเ์ นต็
5. Power Point

➢หลกั ฐาน

1. บนั ทึกการสอนของสถานศกึ ษา
2. ผลงานของผ้เู รยี น
3. แผนจัดการเรยี นรู้

➢การวดั ผลและการประเมนิ ผล

วิธวี ดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ตรวจใบงาน
3. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรูก้ ่อน/หลังเรยี น
4. ตรวจแบบประเมินผลการฝึกปฏบิ ตั ิ
5. ประเมินกจิ กรรมเสนอแนะผเู้ รียนเปน็ สำคญั และส่งเสรมิ คุณธรรมนำความรู้
6 ประเมินพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุ่ม
7 สังเกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม
8 การสังเกตและประเมินพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

เคร่ืองมอื วดั ผล
1. แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. แบบประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุม่ (โดยครู)
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่ (โดยผเู้ รียน)
4. แบบประเมินกิจกรรมใบงาน
5. แบบประเมินผลแบบฝึกปฏบิ ัติ
6. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรกู้ อ่ น/หลงั เรียน
7. แบบประเมนิ กจิ กรรมเสนอแนะผเู้ รียนเปน็ สำคัญ และสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนำความรู้
8. แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผู้เรยี นรว่ มกันประเมนิ

เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ต้องไมม่ ีช่องปรบั ปรงุ
2. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ข้ึนไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขนึ้ ไป)
4. กจิ กรรมใบงาน เกณฑ์ผา่ น คือ 50%
5. แบบประเมนิ ผลแบบฝึกปฏบิ ัติ เกณฑผ์ า่ น 50%
6. แบบประเมินผลการเรยี นร้กู ่อน/หลงั เรยี นมเี กณฑ์ผา่ น 50%
7. แบบประเมนิ กจิ กรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นสำคัญและสง่ เสริมคุณธรรมนำความรูผ้ ่าน 50%

8 แบบประเมินคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ คะแนนข้ึนอยกู่ ับการประเมนิ ตาม
สภาพจริง

➢กิจกรรมเสนอแนะ

1. ทำใบงานและแบบประเมินผลการเรยี นรู้
2. บันทกึ การรบั -จ่าย
3. กจิ กรรมเสนอแนะผเู้ รยี นเปน็ สำคญั และสง่ เสริมคณุ ธรรมนำความรู้

➢การบูรณาการ

1. กลุ่มวชิ าภาษาไทย ไดแ้ ก่ ทักษะการฟงั ทักษะการอา่ น ทกั ษะการเขยี นและทักษะการพดู
2. ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
3. คุณธรรมจริยธรรม และศลี ธรรม
4. หน้าท่ีพลเมอื งดี
5. อนื่ ๆ

กล่มุ วิชาภาษาไทย
กล่มุ วิชาคณิตศาตร์

การวิเคราะห์ การบรู ณาการ กล่มุ วิชาวิทยาศาสตร์
รายการค้า กล่มุ วิชากฏหมาย
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
หนา้ ที่พลเมือง
กล่มุ วิชาการขายและคอมพิวเตอร์
กล่มุ วิชาภาษาองั กฤษ

บนั ทกึ หลังการสอน

ขอ้ สรุปหลงั การสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปัญหาท่ีพบ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแก้ปญั หา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

แผนการจัดการเรยี นรแู้ บบบรู ณาการที่ 5 หนว่ ยที่ 4
สอนครัง้ ที่ 5 (17-20)
รหสั วิชา 30200-0001 การบัญชเี บ้อื งตน้ (2-2-3) จำนวนชวั่ โมง 4 ชม.
ช่อื หนว่ ย/เร่อื ง การวิเคราะหร์ ายการค้า

➢สาระสำคญั

การวเิ คราะหร์ ายการคา้ ถือเป็นจุดเรม่ิ ตน้ ของวงจรบัญชี ถา้ วิเคราะห์รายการคา้ ผดิ ก็จะทำใหข้ ้ันตอนต่างๆ ในลำดบั ถัดไป
ผิดไปด้วย ดังนั้นหากมีความผิดพลาดเกิดขึ้นแล้ว ก็จะทำให้ผู้ใช้ข้อมูลทางการบัญชีนั้นตัดสินใจผิดพลาดไปด้วย จึงควรให้ความ
สนใจและทำความเข้าใจให้ถูกต้อง โดยก่อนจะทำการวิเคราะห์ต้องตรวจสอบรายการค้าทุกรายการที่เกิดขึ้นให้รอบคอบ จึง
วิเคราะหต์ ามหลักในการวเิ คราะห์รายการคา้ ต่อไป

➢จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

4. วเิ คราะห์ผลกระทบของรายการคา้ ต่อสมการบญั ชแี ละงบแสดงฐานะการเงินได้

5. วิเคราะหร์ ายการค้าตามหลกั การบัญชีค่ไู ด้

6. มีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษาสำนักงาน

คณะกรรมการการอาชวี ศึกษา ท่คี รสู ามารถสังเกตไดข้ ณะทำการสอนในเร่ือง

6.1 ความมมี นุษยสมั พันธ์ 6.2 ความมวี นิ ยั

6.3 ความรบั ผิดชอบ 6.4 ความซอื่ สัตยส์ จุ รติ

6.5 ความเชอื่ ม่ันในตนเอง 6.6 การประหยดั

6.7 ความสนใจใฝร่ ู้ 6.8 การละเว้นสงิ่ เสพตดิ และการพนนั

6.9 ความรกั สามัคคี 6.10 ความกตญั ญูกตเวที

สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรเู้ กี่ยวกบั หลักการ และวธิ ีการบญั ชสี ำหรบั กิจการเจา้ ของคนเดียวประเภทธุรกจิ บริการ
2. ปฏบิ ัตงิ านบญั ชีสำหรบั กจิ การเจ้าของคนเดียวประเภทธุรกจิ บรกิ ารตามหลกั การบัญชที รี่ บั รองทั่วไป

➢เนือ้ หาสาระ

4. ผลกระทบของรายการคา้ ต่อสมการบัญชแี ละงบแสดงฐานะการเงนิ
5. การวิเคราะห์รายการคา้ ตามหลักการบัญชีคู่


Click to View FlipBook Version