The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอน วิชาการบัญชีเบื้องต้น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by rotjanawingdet, 2021-05-13 23:20:28

แผนการสอน วิชาการบัญชีเบื้องต้น

แผนการสอน วิชาการบัญชีเบื้องต้น

➢กิจกรรมการเรียนรู้

ขน้ั นำเขา้ ส่บู ทเรยี น
1. ครูกลา่ ววา่ การวเิ คราะห์รายการคา้ เป็นจดุ เร่ิมต้นของวงจรบญั ชี เป็นข้นั แรกของการจดั ทำบัญชี ซ่งึ สำคัญมาก เพราะ
หากวิเคราะห์รายการค้าผิด ก็จะทำให้ขั้นตอนตอ่ ๆ ไปผิดไปด้วย เช่น การบันทึกบัญชีในสมุดรายวัน การผ่านบัญชีไปสมุดบัญชีแยก
ประเภท ตลอดจนถึงการจัดทำงบการเงินก็ผิดไปด้วย หากมีความผิดพลาดแล้วจะทำให้ผู้ใช้ข้อมูลทางการบัญชีนั้นตัดสินใจ
ผิดพลาดด้วย ดังนั้นถึงแม้ว่าการวิเคราะห์รายการค้าจะเป็นเพียงขั้นเริ่มต้นของการทำบัญชี แต่ก็ควรให้ความสนใจและทำความ
เขา้ ใจใหถ้ ูกต้อง โดยกอ่ นท่จี ะวเิ คราะหร์ ายการค้านนั้ จะต้องมีความเขา้ ใจเก่ียวกบั รายการคา้ ให้มากทีส่ ุด
2. ครทู บทวนรายการบญั ชสี นิ ทรัพย์ หน้ีสินและส่วนของเจ้าของอกี คร้งั เพ่อื จะเชอื่ มโยงไปสกู่ ารวิเคราะห์รายการคา้
3. ครูกล่าวเพิม่ เติมว่าเม่ือกิจการมีรายกาค้าเกดิ ขึ้นก็ย่อมจะมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของสมการบัญชีหมวดใด
หมวดหนึง่ ซึง่ จะทำให้สินทรพั ยเ์ ทา่ กับหน้ีสนิ และส่วนของเจ้าของเสมอ ส่วนหมวดรายได้และหมวดค่าใชจ้ า่ ยน้ันเมื่อวิเคราะห์แล้ว
จะทำให้ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้นในกรณีที่มีผลกำไร และจะทำให้ส่วนของเจ้าของลดลงในกรณีที่มีผลขาดทุน โดยการวิเคราะห์
รายการคา้ แตล่ ะรายการจะมผี ลกระทบต่อบัญชีทั้ง 5 หมวด คอื สินทรัพย์ หนส้ี นิ สว่ นของเจา้ ของ รายไดแ้ ละค่าใชจ้ ่าย ซึ่งรายได้
และคา่ ใช้จา่ ยนั้นจะกระทบต่อบัญชสี ่วนของเจ้าของดงั นี้
สินทรัพย์ = หนสี้ ิน + ส่วนของเจา้ ของ

❖กจิ การมีรายไดเ้ กดิ ขนึ้ ย่อมจะมผี ลทำใหส้ ว่ นของเจา้ ของเพม่ิ ขึ้นในบญั ชีกำไรสุทธิ
❖กจิ การมคี า่ ใช้จ่ายเกดิ ข้ึน ย่อมจะมีผลทำให้ส่วนของเจ้าของลดลงในบญั ชีกำไรสทุ ธิ

ขัน้ สอน

4. ครแู ละผเู้ รียนวเิ คราะหผ์ ลกระทบของรายการคา้ ตอ่ สมการบัญชแี ละงบแสดงฐานะการเงิน

ผลกระทบของรายการค้าต่อสมการบญั ชีและงบแสดงฐานะการเงนิ มีดังต่อไปนี้
รายการค้าที่ 1 1 ม.ค.นางรดั เกลา้ นำเงนิ สดมาลงทนุ ในรา้ น 120,000 บาท

การวเิ คราะหร์ ายการค้า เปน็ ดังนี้ สว่ นของเจา้ ของเพ่ิม (+)
สินทรัพยเ์ พม่ิ (+)
เงนิ สด 120,000 บาท ทนุ -นางรัดเกล้า 120,000 บาท

ผลกระทบตอ่ สมการบญั ชี

สินทรพั ย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจา้ ของ
ทุน-รดั เกลา้ +120,000
เงนิ สด +120,000

การแสดงรายการในงบแสดงฐานะการเงนิ

ร้านรดั เกล้าบรกิ าร

งบแสดงฐานะการเงิน

วนั ท่ี 1 มกราคม 25X8

สนิ ทรพั ย์ บาท สต. หน้ีสินและสว่ นของเจ้าของ บาท สต.

สนิ ทรพั ยห์ มนุ เวียน ส่วนของเจา้ ของ 120,000 -
120,000 -
เงนิ สด 120,000 - ทนุ -นางรัดเกล้า

120,000 -

รายการคา้ ท่ี 2 2 ม.ค.จา่ ยเงินซือ้ อปุ กรณ์เสรมิ สวย 80,000 บาท

การวิเคราะห์รายการค้า เปน็ ดงั น้ี

สินทรพั ย์เพมิ่ (+) สินทรัพยล์ ด (-)

อปุ กรณ์ 80,000 บาท เงนิ สด 80,000 บาท

ผลกระทบต่อสมการบัญชี

สินทรัพย์ = หน้สี ิน + สว่ นของเจา้ ของ

อุปกรณ์ +80,000

เงินสด -80,000

การแสดงรายการในงบแสดงฐานะการเงนิ

ร้านรดั เกล้าบริการ

งบแสดงฐานะการเงนิ
วันท่ี 2 มกราคม 25X8

สินทรัพย์ บาท สต. หนีส้ ินและสว่ นของเจ้าของ บาท สต.

สินทรัพยห์ มุนเวียน สว่ นของเจ้าของ
เงินสด (120,000-
40,000 - ทุน-นางรดั เกล้า 120,000 -
80,000) 120,000 -
สินทรัพยไ์ ม่หมนุ เวยี น 80,000 -
120,000 -
อปุ กรณ์

รายการค้าที่ 3 3 ม.ค. ซือ้ เคร่อื งตกแตง่ เปน็ เงินเชื่อจากร้านปนิ่ จำนวน 5,000 บาท

การวเิ คราะหร์ ายการค้า เปน็ ดงั น้ี

สินทรัพย์เพ่มิ (+) หนีส้ ินเพ่มิ (+)
5,000 บาท
เครอื่ งตกแต่ง 5,000 บาท เจ้าหน้ีการคา้ -ร้านปิ่น

ผลกระทบตอ่ สมการบญั ชี

สินทรพั ย์ = หนี้สิน + สว่ นของเจ้าของ
เจ้าหนีก้ ารคา้ -รา้ นปน่ิ +5,000
เครื่องตกแต่ง +5,000 บาท สต.
5,000 -
การแสดงรายการในงบแสดงฐานะการเงิน
120,000 -
ร้านรดั เกล้าบรกิ าร 125,000 -
งบแสดงฐานะการเงนิ
วนั ที่ 3 มกราคม 25X8

สินทรพั ย์ บาท สต. หนส้ี นิ และสว่ นของเจ้าของ

สินทรพั ยห์ มนุ เวียน 40,000 - หนสี้ นิ หมนุ เวยี น
เงนิ สด (120,000-80,000) เจา้ หนีก้ ารคา้ -ร้านปนิ่
80,000 -
สนิ ทรพั ย์ไม่หมนุ เวียน 5,000 - สว่ นของเจ้าของ
อปุ กรณ์ 125,000 - ทนุ -นางรดั เกลา้
เครอ่ื งตกแต่ง

รายการคา้ ที่ 4 5 ม.ค.ใหบ้ รกิ ารเสรมิ สวยแกก่ องประกวดนางงามชาวสวน 4,000 บาท

ยงั ไม่ได้รบั เงนิ

การวเิ คราะห์รายการค้า เป็นดังน้ี

สนิ ทรพั ย์เพิ่ม (+) ส่วนของเจา้ ของเพ่มิ (+)

ลูกหนก้ี ารค้า-นางงามฯ 4,000 บาท ทุน-นางรัดเกลา้ 4,000 บาท

ผลกระทบต่อสมการบญั ชี

สนิ ทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจา้ ของ
ทนุ -นางรดั เกลา้ + 4,000
ลกู หนก้ี ารค้า-นางงาม +4,000

การแสดงรายการในงบแสดงฐานะการเงิน

รา้ นรดั เกล้าบรกิ าร

งบแสดงฐานะการเงนิ

วันท่ี 5 มกราคม 25X8

สินทรพั ย์ บาท สต. หน้สี ินและส่วนของเจ้าของ บาท สต.

สินทรัพยห์ มุนเวยี น หนส้ี นิ หมนุ เวียน

เงินสด (120,000-80,000) 40,000 - เจา้ หนีก้ ารคา้ -รา้ นป่ิน 5,000 -

ลูกหน้กี ารค้า-นางงามฯ 4,000 - ส่วนของเจา้ ของ

สินทรพั ยไ์ ม่หมุนเวยี น ทนุ -นางรัดเกล้า 124,000 -

อุปกรณ์ 80,000 -

เครือ่ งตกแตง่ 5,000 -

129,000 - 129,000 -

*ทุน-นายสายนำ้ 120,000+4,000=124,00

รายการคา้ ที่ 5 10 จา่ ยเงนิ ชำระหนี้ใหร้ า้ นปิ่น 3,000 บาท

การวเิ คราะห์รายการคา้ เป็นดังน้ี

สนิ ทรัพยล์ ด (-) หนส้ี ินลด (-)

เงินสด 3,000 บาท เจา้ หน้ีการคา้ -ร้านป่นิ 3,000 บาท

ผลกระทบตอ่ สมการบญั ชี

สนิ ทรพั ย์ = หน้สี ิน + สว่ นของเจา้ ของ
เจา้ หน้ีการคา้ -ร้านปิน่ - 3,000
เงนิ สด - 3,000

การแสดงรายการในงบแสดงฐานะการเงิน

ร้านรดั เกล้าบริการ
งบแสดงฐานะการเงิน
วันที่ 10 มกราคม 25X8

สินทรัพย์ บาท สต. หนส้ี ินและส่วนของเจ้าของ บาท สต.
2,000 -
สนิ ทรัพย์หมุนเวียน หน้สี นิ หมุนเวียน 124,000 -
เงินสด (40,000-3,000)
ลูกหนก้ี ารคา้ -นางงามฯ 37,000 - เจา้ หนก้ี ารคา้ -รา้ นป่ิน 126,000 -

สนิ ทรพั ย์ไมห่ มุนเวียน 4,000 - ส่วนของเจ้าของ
อุปกรณ์
เครือ่ งตกแต่ง ทนุ -นางรัดเกลา้

80,000 -

5,000 -

126,000 -

*เจ้าหนีก้ ารคา้ -รา้ นปน่ิ 5,000+3,000=2,000

รายการค้าที่ 6 15 ก้เู งินจากธนาคารพาณชิ ย์ 120,000 บาท ระยะเวลาครบกำหนด 2 ปี

การวเิ คราะหร์ ายการค้า เปน็ ดงั น้ี

สินทรพั ย์เพ่มิ (+) หน้สี ินเพมิ่ (+)

เงินสด 120,000 บาท เงนิ กู้-ธนาคารพาณิชย์ 120,000 บาท

ผลกระทบต่อสมการบัญชี

สนิ ทรัพย์ = หน้สี ิน + ส่วนของ
เงนิ กู้-ธนาคารพาณิชย์ 120,000 บาท เจ้าของ

เงนิ สด + 120,000

การแสดงรายการในงบแสดงฐานะการเงิน

ร้านรัดเกล้าบรกิ าร
งบแสดงฐานะการเงิน
วันท่ี 15 มกราคม 25X8

สนิ ทรัพย์ บาท สต. หน้สี นิ และส่วนของเจ้าของ บาท สต.

สินทรพั ยห์ มนุ เวียน หน้ีสินหมุนเวยี น
เงนิ สด
157,000 - เจ้าหนก้ี ารคา้ -รา้ นปนิ่ 2,000 -
(37,000+120,000)
ลูกหนี้การค้า-นางงามฯ 4,000 - หนสี้ ินไม่หมนุ เวียน 120,000 -

สินทรพั ย์ไมห่ มุนเวียน เงนิ กู้-ธนาคารพาณชิ ย์ 124,000 -
อปุ กรณ์ 246,000 -
เครื่องตกแตง่ 80,000 - ส่วนของเจา้ ของ

5,000 - ทนุ -นางรัดเกลา้

246,000 -

รายการคา้ ท่ี 7 18 นางรดั เกลา้ นำเงินของกิจการไปใชส้ ่วนตวั 10,000 บาท

การวิเคราะหร์ ายการค้า เป็นดังนี้

สินทรัพย์ลด (-) ส่วนของเจา้ ของ (-)

เงินสด 10,000 บาท ถอนใช้สว่ นตัว 10,000 บาท

ผลกระทบต่อสมการบญั ชี

สนิ ทรัพย์ = หนส้ี ิน + สว่ นของเจ้าของ
ถอนใชส้ ว่ นตัว – 10,000
เงนิ สด + 100,000

การแสดงรายการในงบแสดงฐานะการเงิน

ร้านรัดเกล้าบรกิ าร

งบแสดงฐานะการเงนิ

วนั ที่ 18 มกราคม 25X8

สินทรพั ย์ บาท สต. หนี้สนิ และส่วนของเจ้าของ บาท สต.

สินทรพั ยห์ มุนเวยี น หน้ีสินหมนุ เวียน 2,000 -
120,000 -
เงนิ สด 114,000 -
236,000 -
(157,000+10,000) 147,000 - เจา้ หน้กี ารคา้ -ร้านปิน่

ลูกหน้กี ารค้า-นางงามฯ 4,000 - หนี้สินไมห่ มนุ เวียน

สนิ ทรพั ยไ์ มห่ มุนเวยี น เงินกู้-ธนาคารพาณิชย์

อปุ กรณ์ 80,000 - สว่ นของเจ้าของ

เคร่ืองตกแต่ง 5,000 - ทนุ -นางรัดเกลา้

236,000 -

**124,000-10,000=114,000

รายการคา้ ท่ี 8 25 รับชำระหนี้จากตวั แทนนางงามชาวงามชาวสวน 4,000 บาท

การวิเคราะห์รายการคา้ เป็นดงั น้ี

สนิ ทรพั ย์ลด (+) สนิ ทรัพยล์ ด (-)

เงนิ สด 4,000 บาท ลกู หน-ี้ นางงามฯ 4,000 บาท

ผลกระทบต่อสมการบัญชี

สนิ ทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ

เงนิ สด + 4,000

ลกู หน-ี้ นางงามฯ -4,000

การแสดงรายการในงบแสดงฐานะการเงิน

ร้านรดั เกลา้ บรกิ าร
งบแสดงฐานะการเงิน
วันที่ 25 มกราคม 25X8

สินทรพั ย์ บาท สต. หนีส้ นิ และส่วนของเจา้ ของ บาท สต.

สนิ ทรัพยห์ มนุ เวียน หน้ีสนิ หมนุ เวียน
เงนิ สด (147,000+4,000)
ลกู หนกี้ ารคา้ -นางงามฯ 151,000 - เจ้าหนี้การคา้ -รา้ นปิน่ 2,000 -

สนิ ทรัพยไ์ ม่หมุนเวยี น - หนีส้ ินไมห่ มนุ เวยี น 120,000 -
อุปกรณ์
เครอ่ื งตกแต่ง เงินกู้-ธนาคารพาณชิ ย์ 114,000 -
236,000 -
80,000 - ส่วนของเจา้ ของ

5,000 - ทนุ -นางรัดเกล้า

236,000 -

**ลกู หน-้ี นางงามฯ (4,000-4,000=0)

รายการคา้ ท่ี 9 30 รับเงินจากลกู คา้ คา่ บริการทำผม 5 คน เปน็ เงินจำนวน 25,000 บาท

การวเิ คราะหร์ ายการคา้ เปน็ ดงั นี้

สินทรัพยล์ ด (+) สว่ นของเจา้ ของเพิม่ (+)

เงนิ สด 25,000 บาท ทนุ -นางรดั เกล้า 25,000 บาท

ผลกระทบตอ่ สมการบัญชี

สินทรพั ย์ = หนส้ี นิ + ส่วนของเจา้ ของ
ทนุ -นางรดั เกลา้ + 25,000
เงนิ สด + 25,000

การแสดงรายการในงบแสดงฐานะการเงนิ

รา้ นรดั เกลา้ บรกิ าร
งบแสดงฐานะการเงนิ
วนั ที่ 30 มกราคม 25X8

สินทรัพย์ บาท สต. หนี้สนิ และสว่ นของเจา้ ของ บาท สต.

สนิ ทรัพย์หมนุ เวียน หน้ีสนิ หมุนเวยี น
เงนิ สด
176,000 - เจา้ หนี้การคา้ -รา้ นปน่ิ 2,000 -
(151,000+25,000)
ลูกหนีก้ ารค้า-นางงามฯ - หนี้สินไม่หมนุ เวียน 120,000 -

สนิ ทรพั ยไ์ ม่หมุนเวยี น เงนิ กู้-ธนาคารพาณชิ ย์ 139,000 -
อุปกรณ์ 261,000 -
เครื่องตกแต่ง 80,000 - ส่วนของเจ้าของ

5,000 - ทนุ -นางรัดเกลา้

261,000 -

**ทนุ -นางรัดเกล้า (114,000+25,000=139,000)

รายการคา้ ที่ 10 31 จ่ายเงนิ เดือนพนกั งานในรา้ น 15,000 บาท

การวเิ คราะหร์ ายการคา้ เปน็ ดงั นี้

สนิ ทรัพยล์ ด (-) ส่วนของเจ้าของเพ่ิม (-)

เงินสด 15,000 บาท ทุน-นางรดั เกล้า 15,000 บาท

ผลกระทบต่อสมการบัญชี

สินทรพั ย์ = หน้สี นิ + ส่วนของเจา้ ของ
ทนุ -นางรดั เกลา้ + 15,000
เงนิ สด + 15,000

การแสดงรายการในงบแสดงฐานะการเงิน

รา้ นรดั เกล้าบรกิ าร

งบแสดงฐานะการเงิน

วันที่ 31 มกราคม 25X8

สินทรพั ย์ บาท สต. หน้ีสินและสว่ นของเจ้าของ บาท สต.

สินทรัพย์หมุนเวียน หนส้ี นิ หมุนเวยี น

เงินสด

(176,000+15,000) 161,000 - เจ้าหนี้การคา้ -ร้านปนิ่ 2,000 -

ลกู หนี้การค้า-นางงามฯ - หนสี้ ินไม่หมนุ เวยี น

สินทรัพย์ไมห่ มนุ เวียน เงนิ กู้-ธนาคารพาณชิ ย์ 120,000 -

อุปกรณ์ 80,000 - สว่ นของเจ้าของ

เครื่องตกแตง่ 5,000 - ทุน-นางรัดเกล้า 124,000 -

246,000 - 246,000 -

**ทนุ -นางรัดเกลา้ (139,000-15,000=124,000)

5. ผูเ้ รียนฝกึ ทกั ษะการวเิ คราะห์รายการคา้ ตามโจทยท์ ก่ี ำหนดใหแ้ ตล่ ะรายการ

6. ครูและผู้เรียนสาธิตการวิเคราะห์รายการค้าตามหลักการบัญชีคู่ โดยหลักการบัญชีคู่ (Double-Entry) เป็น

หลักการบัญชีที่ได้รับการยอมรับและใช้กันทั่วไป ในปัจจุบัน ซึ่งก็คือ รายการค้าทุกรายการที่เกิดขึ้น เมื่อวิเคราะห์แล้วก็จะนำไป

บันทึกบัญชี 2 ด้านเสมอ คือด้านเดบิตและด้านเครดิตในจำนวนที่เท่ากัน ปกติรายการค้าทุกรายการจะบนั ทึกโดยเดบิตบญั ชีหนึ่ง

และเครดิตอีกบัญชีหนึ่งในจำนวนเงินที่เท่ากันเรียกว่าบัญชีนั้นได้ดุลกัน (Single Journal Entry) แต่อาจจะมีบางรายการต้อง

บันทึกบัญชีโดยเดบิตหรือเครดิตหลายบัญชีก็ได้ แต่จำนวนเงินรวมด้านเดบิตและด้านเครดิตจะต้องเท่ากันตามหลักการบัญชีคู่

เรยี กว่าการรวมรายการ (Compound Journal Entry)

ด้านเดบติ (Debit) หรือ Dr. หมายถงึ ด้านเครดิต (Credit) หรือ Cr. หมายถึง

1. จำนวนเงินที่แสดงทางดา้ นซา้ ยของบญั ชี 1. จำนวนเงนิ ท่แี สดงทางด้านขวาของบญั ชี

2. การลงรายการดา้ นซ้ายของบัญชหี รอื การผ่านบญั ชี 2. การลงรายการดา้ นขวาของบัญชี หรือการผา่ นบัญชี

ท่ีทำให้สนิ ทรัพย์หรอื ค่าใช้จ่ายเพมิ่ ขน้ึ ทท่ี ำให้สนิ ทรัพย์หรอื คา่ ใชจ้ ่ายลดลง

3. การลงรายการดา้ นซ้ายของบัญชีหรือการผ่านบัญชี 3. การลงรายการดา้ นขวาของบญั ชหี รือการผ่านบญั ชีท่ี

ที่ทำใหห้ นี้สนิ รายการเงินทนุ หรอื รายไดล้ ดลง ทำใหห้ นส้ี นิ รายการเงนิ ทนุ หรือรายไดเ้ พม่ิ ขนึ้

7. ครูและผ้เู รียวเิ คราะห์ และแสดงความรูเ้ ก่ยี วกบั หลกั การบันทกึ บัญชีตามหลักการบญั ชคี ู่

การบนั ทึกบญั ชตี ามระบบบญั ชคี ู่ มหี ลกั ดังน้ี

1) การบนั ทึกบัญชหี มวดสนิ ทรัพย์ รายการคา้ ใดท่วี ิเคราะห์แล้วจะบนั ทกึ ไวด้ งั น้ี
❖สนิ ทรัพยเ์ พ่ิมขึน้ ให้บันทึกบญั ชีสินทรัพย์ด้านเดบิต (Dr.)
❖สนิ ทรพั ย์ลดลง ใหบ้ ันทึกบญั ชสี นิ ทรัพย์ด้านเครดติ (Cr.)

เดบิต สนิ ทรพั ย์ เครดติ

บนั ทึกสินทรพั ย์เพม่ิ (+) บันทึกสินทรัพยล์ ด (-)

2) การบนั ทึกบัญชีหมวดหน้สี นิ รายการค้าใดท่ีวิเคราะหแ์ ลว้ จะบนั ทึกไว้ดังนี้
❖หน้ีสนิ เพิ่มขน้ึ ให้บนั ทึกบัญชีหนส้ี นิ ดา้ นเครดิต (Cr.)
❖หนส้ี ินลดลง ให้บันทึกบญั ชีหนี้สินดา้ นเดบติ (Dr.)

เดบติ หน้สี ิน เครดติ

บันทกึ หนส้ี นิ ลด (-) บนั ทกึ หน้สี นิ เพม่ิ (+)

3) การบันทึกบญั ชีหมวดส่วนของเจา้ ของ (ทนุ ) รายการค้าใดที่วเิ คราะห์แล้วจะบนั ทกึ ดงั นี้
❖สว่ นของเจา้ ของ (ทุน) เพิม่ ขน้ึ ให้บันทกึ ที่บัญชสี ว่ นของเจ้าของดา้ นเครดิต (Cr.)
❖สว่ นของเจ้าของ (ทนุ ) ลดลง ใหบ้ นั ทึกท่ีบญั ชสี ่วนของเจ้าของดา้ นเดบิต (Dr.)

เดบิต สว่ นของเจ้าของ เครดติ

บันทกึ สว่ นของเจ้าของ (ทุน) ลด (-) บันทกึ สว่ นของเจา้ ของ (ทนุ ) เพม่ิ (+)

4) การบนั ทึกบญั ชหี มวดรายได้ จากการวเิ คราะหส์ มการบญั ชี ถ้าบัญชีรายไดเ้ พ่มิ ขนึ้ จะมีผลทำให้ส่วนของ

เจ้าของเพิ่มขึ้น หลกั การวเิ คราะหย์ ดึ ตามหลักหมวดบัญชสี ่วนของเจา้ ของ ดังนี้
❖ถ้ารายได้เพ่ิมข้ึนจะทำให้สว่ นของเจ้าของเพม่ิ ขนึ้ ให้บันทกึ บญั ชสี ่วนของเจา้ ของด้านเครดติ
❖ถา้ รายไดล้ ดลงจะทำใหส้ ่วนของเจ้าของลดลง ให้บนั ทกึ บัญชีสว่ นของเจา้ ของด้านเดบติ

เดบติ ส่วนของเจ้าของ เครดติ

บนั ทกึ สว่ นของเจ้าของ (ทนุ ) ลด (-) บนั ทึกส่วนของเจ้าของ (ทุน) เพมิ่ (+)

5) การบันทึกบญั ชีหมวดคา่ ใช้จา่ ย จากการวิเคราะห์สมการบญั ชี ถ้าบญั ชคี ่าใชจ้ ่ายเพ่ิมขึน้ จะมีผลทำใหส้ ่วนของ

เจ้าของลดลง หลักการวเิ คราะห์ยดึ ตามหลกั หมวดบัญชสี ่วนของเจา้ ของ ดังน้ี
❖ถ้าค่าใชจ้ ่ายเพิม่ ขึ้นจะทำให้สว่ นของเจ้าของลดลงให้บันทึกบญั ชสี ว่ นของเจ้าของดา้ นเดบติ
❖ถา้ ค่าใช้จ่ายลดลงจะทำให้สว่ นของเจา้ ของลดลงให้บันทึกบัญชสี ว่ นของเจา้ ของดา้ นเครดติ

เดบติ สว่ นของเจ้าของ เครดติ

บนั ทึกสว่ นของเจา้ ของ (ทนุ ) ลด (-) บนั ทกึ สว่ นของเจา้ ของ (ทนุ ) เพิ่ม (+)

8. ครูอธิบายการตงั้ ชอื่ บญั ชีจากการวิเคราะห์รายการคา้
1) บญั ชีสินทรพั ย์ ให้นำชือ่ ของสินทรพั ย์นนั้ ๆ มาตง้ั เปน็ ชือ่ บญั ชี เชน่ เงนิ สด ลูกหนก้ี ารค้า อปุ กรณ์ เคร่อื งตกแต่ง

เปน็ ต้น
2) บัญชหี นส้ี ิน ใหน้ ำชอื่ ของหนี้สนิ น้ันๆ มาตงั้ เป็นชื่อบญั ชี เชน่ เจ้าหน้กี ารคา้ เงนิ กู้ เปน็ ตน้
3) บัญชีส่วนของเจ้าของ (ทุน) ให้นำชื่อส่วนที่เกี่ยวข้องกับเจ้าของมาตั้งเป็นชื่อบัญชี เช่น บัญชีทุน... ใช้ส่วนตัว

รายไดค้ า่ บริการ เงนิ เดือน เป็นต้น สามารถแยกลกั ษณะการบันทึกบญั ชปี ระเภทส่วนของเจา้ ของไดด้ งั น้ี
3.1 ลักษณะของบญั ชีทุน จะถกู บันทึกทางด้านเครดิตเมอื่ มกี ารลงทุนคร้ังแรก, ลงทนุ เพ่มิ และจะถูกบนั ทึกดา้ น

เดบติ เมอ่ื มกี ารถอนทุน
3.2 ลักษณะของบัญชีถอนใชส้ ว่ นตวั จะถูกบนั ทึกดา้ นเดบติ เพราะทำใหส้ ว่ นของเจา้ ของลดลง
3.3 ลักษณะของบญั ชีรายได้ จะถกู บันทึกดา้ นเครดติ เมื่อมรี ายไดเ้ กดิ ข้นึ เพราะทำให้ส่วนของเจ้าของเพมิ่ ข้ึน
3.4 ลักษณะบญั ชีค่าใช้จ่าย จะถูกบนั ทกึ ดา้ นเดบติ เมือ่ มีคา่ ใชจ้ า่ ยเกิดขึน้ เพราะทำใหส้ ่วนของเจ้าของลดลง

9. ครูอธิบายการจัดทำเอกสารประกอบการบันทึกบัญชี โดยผู้ทำบัญชี (Bookkeeper) เป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ซ่ึง
กอ่ นจะจดั ทำบญั ชีนั้นผู้ทำบญั ชีต้องตรวจสอบเอกสารประกอบการบันทึกบญั ชใี ห้ถกู โดยเอกสารประกอบการบนั ทกึ บัญชมี ีดังน้ี

1) ใบสำคัญท่ใี ชใ้ นการบันทึกบัญชใี นสมุดขั้นต้น ได้แก่ สมุดรายวันทว่ั ไปและสมดุ รายวันเฉพาะ ใบสำคัญทจี่ ัดทำขึ้น
นัน้ จะต้องกำหนดเลขท่เี รียงลำดบั ใบสำคญั เพื่อสะดวกในการตรวจสอบ อา้ งองิ ในการบนั ทึกบัญชี ซึง่ ใบสำคญั เหล่านั้นจะเป็นการ
สรุปรายการ จำนวนเงนิ และมเี อกสารหลกั ฐานการรบั -จา่ ยเงนิ แนบประกอบดว้ ย เชน่ ใบสำคญั รับ ใบสำคญั จ่าย เป็นต้น

2) เอกสารหลักฐานทางการค้า เชน่ ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกบั ภาษี ใบส่งของ ใบขอซื้อ ใบส่ังซ้ือ ใบแจง้ หน้ี เป็นต้น
3) เอกสารหลักฐานทางการเงนิ เช่น เช็ค ใบแจ้งยอดธนาคาร ใบฝากเงิน ใบถอนเงิน สมุดคู่ฝาก ใบสำคัญเงินสด
ยอ่ ย เป็นตน้

10. ผู้เรยี นสรปุ การวเิ คราะห์สนิ ทรพั ย์ หน้สี นิ และสว่ นของเจ้าของ ดังน้ี

รายการคา้ สรุปการวิเคราะห์

ด้านเดบติ ด้านเครดิต

1. นำหนมุ่ เงนิ สดมาลงทุน 10,000 บาท เงินสด 10,000 ทนุ -หนุ่ม 10,000

2. ซอื้ อปุ กรณ์ 8,000 บาท อปุ กรณ์ 8,000 เงนิ สด 8,000

3. ซื้อเครื่องตกแตเ่ งินเชื่อจากรา้ นปัน่ 5,000 บาท เครื่องตกแต่ง 5,000 เจ้าหน้ีการคา้ -ปน่ั 5,000

4. ตัดผมให้ลูกค้ายังไมไ่ ดร้ บั เงิน 3,000 บาท ลูกหนี้การคา้ 3,000 รายไดค้ า่ บรกิ าร 3,000

5. ชำระหนี้ใหร้ ้านปั่น 5,000 บาท เจา้ หน้กี ารคา้ -ปน่ั 5,000 เงินสด 5,000

6. กเู้ งินจากธนาคารพาณชิ ย์ 30,000 บาท เงินสด 30,000 เงนิ กู้-ธ.พาณิชย์ 30,000

7. ยอดนำเงนิ ของกจิ การไปใช้ส่วนตัว 5,000 บาท ถอนใช้สว่ นตัว 5,000 เงนิ สด 5,000

8. รบั ชำระหนจ้ี ากลูกคา้ 3,000 บาท เงนิ สด 3,000 ลูกหน้ีการค้า 3,000
9. รบั เงินจากลูกคา้ คา่ เสรมิ สวย 2,000 บาท เงนิ สด 2,000 รายไดค้ า่ บรกิ าร 2,000
10. จา่ ยเงินเดือน 5,000 บาท เงินเดือน 5,000 เงนิ สด 5,000

11. ผเู้ รยี นวเิ คราะห์การเพิ่มหรอื ลดของสนิ ทรพั ย์ หน้ีสิน และสว่ นของเจา้ ของ ดังน้ี

ว.ด.ป. รายการคา้ สนิ ทรพั ย์ หนส้ี นิ สว่ นของเจา้ ของ
2558 เพ่ิม ลด เพิม่ ลด เพ่มิ ลด

ม.ค. 1 โดง่ นำเงนิ สดมาลงทนุ เงินสด ทุน-โดง่

2 นำเงินสดไปฝากธนาคาร เงนิ ฝากธนาคาร เงินสด

4 ซอื้ อปุ กรณเ์ สริมสวย อุปกรณ์ เงนิ สด

5 ซื้อเคร่อื งตกแตง่ รา้ นเงินเชือ่ เครอ่ื งตกแตง่ เจ้าหน้ี

6 ไดร้ ับเงินคา่ บรกิ ารเสริมสวย เงนิ สด รายไดค้ า่ บริการ

7 จ่ายค่าเชา่ รา้ น เงนิ สด ค่าเช่า

8 ให้บริการเสรมิ สวยแกล่ กู ค้า ลูกหน้ี รายได้ค่าบริการ
ยงั ไมไ่ ด้รบั เงนิ

9 จา่ ยชำระหนี้เมอ่ื วันท่ี 5 เงนิ สด เจา้ หนี้

10 รับชำระหน้ีเม่ือวันที่ 8 เงนิ สด ลูกหน้ี

11 กเู้ งนิ ธนาคารฝากเข้าบญั ชี เงินฝากธนาคาร เงินกู้

12 โด่งเบิกเงนิ ไปใชส้ ่วนตัว เงินฝากฯ ถอนใช้ฯ

13 จา่ ยเงนิ เดือนพนักงาน เงนิ สด เงนิ เดือน

12. ผเู้ รยี นวเิ คราะห์รายการคา้ ของร้านแดนไดนาโมประจำเดอื นมนี าคม ตามตารางดังนี้

ผลการวเิ คราะห์ การบนั ทึกบญั ชี

รายการคา้ A L OE เดบติ เครดติ จำนวนเงิน
เพิม่ ลด เพม่ิ ลด เพ่มิ ลด

1 แดนนำเงนิ สดมาลงทุน 80,000 บาท

2 จ่ายค่าเช่าร้าน 5,000 บาท
3 ซื้อเครอ่ื งตกแต่งเงนิ เชอื่ 12,000 บาท
4 รับเงนิ คา่ บริการลูกคา้ 15,000 บาท
15 สง่ บิลเก็บเงนิ จากลกู คา้ 8,000 บาท
20 จ่ายชำระหนใ้ี หเ้ จ้าหน้ี 7,000 บาท
27 รบั ชำระหนี้จากลกู หนี้ 8,000 บาท
29 แดนถอนเงนิ ใช้ส่วนตัว 4,000 บาท
30 จา่ ยคา่ แรงงานลูกจา้ ง 6,000 บาท

13. ครปู ลูกฝงั ใหผ้ เู้ รียนประพฤติตนตามระเบยี บกฎเกณฑ์ของสังคม มคี วามรบั ผิดชอบตอ่ หนา้ ท่ขี องตนเอง และการอยู่
ร่วมกันของทุกคนย่อมมีความสัมพันธก์ ัน ซึ่งต้องนำกฎระเบียบและหลักคุณธรรมตามศาสนาที่ตนนับถือมาปรับใช้ เพื่อความเปน็
ระเบียบเรยี บร้อยในการอยรู่ ว่ มกันทำให้สงั คมมีความสขุ ดงั น้ันผู้เรียนต้องรว่ มกันทำประโยชนเ์ พอ่ื สังคมส่วนรวม เช่น การเปิด-ปิด
ไฟ ภายในหอ้ งเรยี น หอ้ งนำ้ เป็นต้น

ข้ันสรุปและการประยกุ ต์

14. ผู้เรียนสรุปรายการค้า หมายถึง รายการที่ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนหรือโอนเงินหรือสิ่งที่มีค่าเป็นตัวเงินระหว่าง

กิจการกับบุคคลอื่น ซึ่งลักษณะของรายการค้าจะแตกตา่ งตามลักษณะของกจิ การค้าเช่น เจ้าของคนเดยี ว ห้างหุ้นส่วน หรือบรษิ ทั

จำกดั ซึ่งจะมีหลกั ในการวเิ คราะห์รายการค้า ดงั น้ี สว่ นของเจ้าของเพ่มิ (+)
1) สินทรัพย์เพมิ่ (+)
2) สินทรัพยล์ ด (-) ส่วนของเจา้ ของลด (-)
3) สินทรพั ยอ์ ยา่ งหน่ึงเพมิ่ (+) สนิ ทรพั ย์อกี อย่างหน่ึงลด (-)
4) สินทรัพยเ์ พมิ่ (+) หนีส้ ินเพมิ่ (+)
5) สินทรัพยล์ ด (-) หน้ีสินลด (-)

12. ผูเ้ รียนการวิเคราะหร์ ายการคา้ ตามหลักการบัญชคี ู่ มหี ลักการบนั ทึกบญั ชีดงั น้ี
1) บญั ชสี นิ ทรัพย์เพม่ิ ข้นึ ให้บันทกึ ด้านเดบิต (Dr.) และลดลงให้บนั ทกึ ด้านเครดิต (Cr.)
2) บัญชหี นสี้ ินเพ่มิ ขน้ึ ใหบ้ ันทึกดา้ นเครดิต (Cr.) และลดลงให้บนั ทึกด้านเดบติ (Dr.)
3) บัญชีส่วนของเจา้ ของเพม่ิ ขึ้นให้บนั ทกึ ด้านเครดิต (Cr.) และลดลงให้บนั ทึกด้านเดบติ (Dr.)

15. ผูเ้ รยี นทำแบบฝกึ ทกั ษะ เพ่ือฝึกทกั ษะความรูแ้ ละความเขา้ ในการหลกั เกณฑ์และขนั้ ตอนในการการบนั ทึกบญั ชเี พือ่

นำไปประยุกต์ใชต้ อ่ ไป
16. ผ้เู รยี นทำแบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
17. ผเู้ รยี นทำกิจกรรมใบงาน
18. ผเู้ รยี นทำแบบประเมนิ ผลหลังเรยี นหนว่ ยที่ 3

➢สอ่ื และแหลง่ การเรยี นรู้

1. หนงั สอื เรยี นวิชาบญั ชเี บอ้ื งตน้ 1 (2201-1004) ของสำนกั พิมพ์เอมพันธ์
2. แผน่ ใส
3. มาตรฐานการบญั ชี
4. ใบงาน
5. อนิ เทอร์เนต็
6. Power Point

➢หลกั ฐาน

1. บันทกึ การสอนของสถานศกึ ษา
2. ผลงานของผู้เรยี น
3. แผนจดั การเรยี นรู้

➢การวัดผลและการประเมินผล

วิธวี ัดผล
1. สงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
2. ตรวจใบงาน
3. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรียนร้กู ่อน/หลังเรยี น
4. ตรวจแบบประเมนิ ผลการฝกึ ปฏิบตั ิ
5. ประเมนิ กจิ กรรมเสนอแนะผเู้ รียนเปน็ สำคญั และสง่ เสริมคณุ ธรรมนำความรู้
6 ประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่
7 สังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
8 การสังเกตและประเมนิ พฤติกรรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

เครื่องมือวัดผล
1. แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. แบบประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลมุ่ (โดยครู)
3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยผเู้ รยี น)
4. แบบประเมนิ กจิ กรรมใบงาน
5. แบบประเมนิ ผลแบบฝกึ ปฏิบัติ
6. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรกู้ อ่ น/หลังเรยี น
7. แบบประเมินกิจกรรมเสนอแนะผเู้ รยี นเป็นสำคญั และส่งเสริมคุณธรรมนำความรู้
8. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ โดยครแู ละผเู้ รยี นรว่ มกนั ประเมนิ

เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ต้องไม่มชี อ่ งปรบั ปรงุ
2. เกณฑผ์ ่านการประเมินพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ขึ้นไป)
3. เกณฑผ์ ่านการสังเกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ข้นึ ไป)
4. กจิ กรรมใบงาน เกณฑ์ผา่ น คอื 50%
5. แบบประเมนิ ผลแบบฝึกปฏบิ ตั ิ เกณฑ์ผา่ น 50%
6. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้กอ่ น/หลังเรยี นมเี กณฑผ์ า่ น 50%
7. แบบประเมนิ กิจกรรมเสนอแนะผู้เรยี นเปน็ สำคญั และสง่ เสรมิ คุณธรรมนำความรู้ผ่าน 50%
8 แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่กับการประเมินตาม
สภาพจรงิ

➢กจิ กรรมเสนอแนะ

1. ทำใบงานและแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
2. บันทกึ การรับ-จ่าย
3. กจิ กรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นสำคญั และสง่ เสริมคณุ ธรรมนำความรู้

➢การบรู ณาการ

1. กลุ่มวชิ าภาษาไทย ไดแ้ ก่ ทักษะการฟัง ทักษะการอ่าน ทกั ษะการเขยี นและทักษะการพูด
2. ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
3. คุณธรรมจริยธรรม และศลี ธรรม
4. หน้าที่พลเมอื งดี
5. อ่นื ๆ

กล่มุ วิชาภาษาไทย

กล่มุ วิชาคณิตศาตร์

กล่มุ วิชาวิทยาศาสตร์

กล่มุ วิชากฏหมาย

การวิเคราะห์ การบูรณาการ ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
รายการคา้ หนา้ ที่พลเมือง

กล่มุ วิชาการขายและคอมพิวเตอร์

กล่มุ วิชาภาษาองั กฤษ

บนั ทกึ หลังการสอน

ข้อสรปุ หลงั การสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปัญหาทีพ่ บ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแกป้ ัญหา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

แผนการจัดการเรียนรแู้ บบบูรณาการที่ 6 หนว่ ยที่ 5
สอนครัง้ ที่ 6 (21-24)
รหสั วชิ า 30200-0001 การบัญชเี บอ้ื งต้น (2-2-3)
จำนวนช่วั โมง 4 ชม.
ชอ่ื หน่วย/เรอ่ื ง การบันทกึ รายการคา้ ตามหลักการบญั ชที ีร่ ับรองทวั่ ไป

ของธุรกิจบรกิ ารเจา้ ของคนเดยี วในสมดุ รายวันทว่ั ไป

➢สาระสำคญั

สมุดรายวันท่ัวไปเป็นสมดุ ขั้นต้นทีใ่ ช้บันทึกรายการค้าทีเ่ กิดขึน้ ทนั ที ซึ่งจะบนั ทกึ เรียงตามลำดับวันที่ก่อนหลังของการเกิด
รายการค้าขึ้น การบันทึกรายการค้าที่เกิดขึน้ นั้นจะบันทกึ โดยเดบิตบัญชีหน่ึง และเครดิตอีกบัญชีหน่ึงไว้ดว้ ยกัน พร้อมทั้งอธิบาย
รายการค้าที่เกิดขึ้นโดยยอ่ นอกจากนี้สมุดรายวันทั่วไปยังสามารถตรวจสอบรายการค้าย้อนหลังได้ ช่วยเป็นแหล่งอ้างอิงข้อมูลที่
ผ่านรายการไปบันทึกบัญชีในสมุดบัญชีแยกประเภท ซึ่งตรวจสอบความถูกต้องของการบันทึกบัญชีแยกประเภทได้สะดวกและ
รวดเรว็ ขึน้

➢จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1. อธบิ ายความหมาย และประโยชน์ของสมุดรายวนั ทว่ั ไปได้

2. บอกประเภทของสมดุ บญั ชไี ด้

3. อธบิ ายรปู แบบของสมดุ รายวันทั่วไปได้

4. จดั ทำผงั บัญชีได้

5. มีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา สำนักงาน

คณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รูสามารถสงั เกตไดข้ ณะทำการสอนในเรอ่ื ง

5.1 ความมีมนุษยสมั พนั ธ์ 5.2 ความมวี ินัย

5.3 ความรับผิดชอบ 5.4 ความซือ่ สตั ยส์ ุจรติ

5.5 ความเชื่อม่นั ในตนเอง 5.6 การประหยดั

5.7 ความสนใจใฝร่ ู้ 5.8 การละเวน้ ส่งิ เสพตดิ และการพนนั

5.9 ความรักสามัคคี 5.10 ความกตัญญูกตเวที

➢สมรรถนะรายวชิ า

1. แสดงความรเู้ ก่ยี วกับหลักการ และวิธกี ารบัญชีสำหรบั กจิ การเจา้ ของคนเดยี วประเภทธุรกจิ บริการ
2. ปฏบิ ตั ิงานบญั ชสี ำหรับกจิ การเจ้าของคนเดยี วประเภทธรุ กิจบริการตามหลักการบัญชที ร่ี ับรองท่ัวไป

➢เนอื้ หาสาระ

1. ความหมาย และประโยชนข์ องสมดุ รายวันท่วั ไป
2. ประเภทของสมดุ บญั ชี
3. รูปแบบของสมุดรายวนั ทวั่ ไป
4. ผงั บญั ชี

ภาพรวม (Big Idea)

ความหมายและประโยชน์ ประเภทของ รูปแบบของ
ของสมุดรายวนั ทวั่ ไป สมุดรายวนั ทวั่ ไป
สมุดบญั ชี

การบันทึกรายการค้าตามหลักการบญั ชที ี่
รับรองท่วั ไปของธรุ กจิ บริการเจ้าของ
คนเดยี วในสมดุ รายวนั ท่ัวไป

ผงั บญั ชี หลกั การบนั ทึกรายการใน
สมดุ รายวนั ทวั่ ไป

➢กจิ กรรมการเรยี นรู้

ขน้ั นำเข้าสู่บทเรยี น
1. ครูเล่าให้ผู้เรียนฟังวา่ สมดุ รายวันขัน้ ต้น (Book of Original Entry) หรอื สมดุ รายวนั (Journal) หมายถงึ สมุดบัญชี
ที่จะใช้จดบันทึกรายการค้าต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นขั้นแรก โดยการจดบันทึกรายการค้าที่เกิดขึ้นนั้น จะจดบันทึกโดยเรียงตามลำดับ
กอ่ นหลงั ของการเกดิ รายการค้า
2. ผเู้ รียนเล่าถงึ การบนั ทกึ บัญชีส่วนตวั เปรียบเทยี บการบนั ทกึ รายการคา้ ในสมุดรายวันทั่วไป
3. ผูเ้ รยี นยกตวั อยา่ งสมดุ รายวนั ขั้นต้น
4. ผู้เรยี นทำแบบประเมนิ ผลก่อนเรยี น โดยใช้เวลา 10 นาที

ขั้นสอน
5. ครูอธิบายความหมาย และประโยชน์ของสมุดรายวันทั่วไป โดยสมุดรายวันทั่วไป (General journal) หมายถึง
สมุดขั้นต้นที่ใช้บันทึกรายการค้าที่เกิดขึ้นทันที โดยจะบันทึกเรียงตามลำดับวันที่ก่อนหลังของการเกิดรายการค้าขึ้น การบันทึก
รายการค้าทเ่ี กิดขน้ึ นั้นจะบันทกึ โดยเดบติ บญั ชหี นึ่ง และเครดิตอีกบญั ชหี นงึ่ ไวด้ ว้ ยกนั พร้อมท้ังอธบิ ายรายการค้าท่เี กิดข้ึนโดยสรุป
เมื่อบันทึกรายการค้าในสมุดรายวันทั่วไปแล้ว ก็จะผ่านรายการไปยังบัญชีแยกประเภททั่วไปที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องอ้างอิง
หน้าบัญชีของสมุดรายวันทั่วไปในสมุดบัญชีแยกประเภท โดยใช้อักษรย่อว่า “รว” แทนสมุดรายวันทั่วไป และอ้างอิงเลขที่บัญชี
แยกประเภทในสมดุ รายวนั ทว่ั ไปดว้ ย
6. ครูบอกประโยชน์ของสมุดรายวันท่ัวไปมีประโยชนด์ ังต่อไปนี้

1) ช่วยบันทึกรายการค้าต่างๆ ที่เกิดขึ้นทุกรายการโดยเรียงลำดับวันที่ก่อนหลังที่เกิดรายการนั้นๆ ซึ่งสามารถ
ตรวจสอบรายการค้าย้อนหลังได้

2) ช่วยเป็นแหล่งอ้างอิงข้อมูลที่ผ่านรายการไปบันทึกบัญชีในสมุดบัญชีแยกประเภท ซึ่งสามารถตรวจสอบความ
ถูกต้องของการบันทกึ บัญชีแยกประเภทได้สะดวกและรวดเร็วข้ึน

3) ช่วยค้นหาข้อผิดพลาดที่เกิดจากการบันทึกรายการผิดบัญชีได้เร็วขึ้น เนื่องจากมีการอธิบายลักษณะของ
รายการค้าทบี่ นั ทกึ บัญชไี ว้ ทำให้ตรวจสอบไดว้ า่ บันทกึ บญั ชีถูกต้องตามประเภทบญั ชีท่คี วรจะบันทกึ หรอื ไม่

7. ครูบอกประเภทของสมุดบัญชี ซึง่ สมุดบญั ชีทใ่ี ช้ในการบันทึกบัญชี แบง่ ออกเป็น 2 ประเภท ดังน้ี
1) สมดุ รายวนั (Journal) แบง่ ได้อกี 2 ประเภท ได้แก่
1.1 สมุดรายวันทั่วไป (General Journal) คือ สมุดบัญชีขั้นต้นหรือสมุดรายวันที่ใช้จดบันทึกรายการค้าท่ี

เกิดขึ้นทันทีทุกรายการ ถ้ากิจการนั้นไม่มีสมุดรายวันเฉพาะ ถ้ากิจการมีการใช้สมุดรายวันเฉพาะ สมุดรายวันทั่วไปก็จะมีไว้เพ่ือ
บนั ทึกรายการคา้ อื่นท่เี กดิ ข้ึนและไมส่ ามารถนำไปบนั ทึกในสมดุ รายวันเฉพาะเล่มใดเล่มหนงึ่ ได้

1.2 สมดุ รายวันเฉพาะ (Special Journal) คอื สมดุ รายวันหรือสมดุ บัญชีข้ันตน้ ท่ีใช้

บนั ทึกรายการค้าท่เี กดิ ข้นึ เรือ่ งใดเรื่องหน่ึงโดยเฉพาะ เชน่

1.2.1 สมดุ รายวันรบั เงิน (Cash Received Journal) เป็นสมดุ รายวันท่ีใชบ้ นั ทกึ รายการคา้ ที่เก่ียวกับการ

รบั เงินเท่านนั้ เช่น การรบั รายได้ การรับชำระหนี้ เป็นต้น

1.2.1 สมุดรายวันจ่ายเงิน (Cash Payment Journal) เป็นสมุดรายวันที่ใช้บันทึกรายการค้าที่เกี่ยวกับ

การจ่ายเงินเท่านัน้ เชน่ จา่ ยค่าใชจ้ า่ ย ซอื้ สินทรัพย์ จ่ายเงินชำระหน้ี เป็นตน้

1.2.3 สมุดรายวนั ซือ้ (Purchases Journal) เป็นสมดุ รายวันทใี่ ช้บันทกึ รายการค้าทีเ่ กี่ยวกับการซ้ือสินค้า

เป็นเงินเช่อื เท่านนั้

1.2.4 สมดุ รายวนั ขาย (Sales Journal) เป็นสมดุ รายวนั ทใี่ ช้บันทึกรายคา้ ที่เกี่ยวกับการขายสินค้าเปน็ เงิน

เช่อื เท่าน้ัน

1.2.5 สมุดรายวันส่งคืนสินค้า (Purchases Returns and Allowance Journal) เป็นสมุดรายวันที่ใช้

บันทึกรายการค้าที่เก่ียวกับการสง่ คนื สินค้าท่ซี ื้อมาเป็นเงินเช่อื เทา่ นัน้

1.2.6 สมุดรายวนั รบั คืนสินค้า (Sales Returns and Allowance Journal) เปน็ สมดุ รายวันที่ใช้บันทึกรายการ

ค้าทีเ่ กยี่ วกบั การรบั คนื สนิ ค้าทีข่ ายไปเป็นเงินเช่ือเท่าน้นั

2) สมุดบัญชีแยกประเภท (Ledger) แบ่งออได้ 2 ประเภท ได้แก่

2.1 สมุดบญั ชแี ยกประเภทท่วั ไป (General ledger) เปน็ สมุดทรี่ วมบัญชแี ยกประเภททุกบญั ชี เชน่ บญั ชีแยก

ประเภทเงินสด สินคา้ เจ้าหนี้ เปน็ ตน้

2.2 สมดุ บัญชีแยกประเภทย่อย (Subsidiary ledger) เป็นบญั ชีแยกประเภทสำหรบั บนั ทกึ รายการเคล่ือนไหว

ของลูกหน้ี หรือเจ้าหนีแ้ ต่ละราย

8. ครูอธิบายรูปแบบของสมุดรายวันทัว่ ไป โดยสมุดรายวนั ท่ัวไปมีหลายรูปแบบหรือแบบฟอร์ม แล้วแต่

กิจการจะเลือกใช้ให้เหมาะสมกับกิจการของตนเองขึ้นอยู่กับขนาดและลักษณะการดำเนินกิจการนั้นๆ รูปแบบที่นิยมทั่วไป และ

นำมาใชก้ ันในปัจจบุ ัน คอื รูปแบบมาตรฐาน (Standard Form) ซึ่งมีลักษณะและสว่ นประกอบดงั นี้ หน้า..
สมุดรายวนั ทัว่ ไป 

วนั เดอื น ปี รายการ เลขที่ เดบิต เครดติ
 
บญั ชี บาท สต. บาท สต.

 

9. ครูบอกสว่ นประกอบของสมดุ รายวนั ท่วั ไป มดี งั น้ี
 เขียนคำว่า “สมุดรายวันทั่วไป (General Journal)” อยู่ตรงก่ึงกลางหัวกระดาษ เพื่อที่จะบอกว่าแบบฟอร์มท่ี

จดั ทำนค้ี อื สมดุ รายวันทวั่ ไป
 เขยี นเลขที่หน้า (Page) ของสมดุ รายวันทว่ั ไปใหอ้ ยู่ตรงมุมบนด้านขวามือของกระดาษ เพอื่ บอกว่าสมุดรายวัน

ท่ัวไปท่บี ันทึกอย่ขู ณะน้เี ป็นหนา้ ที่เท่าไหร่
 เป็นช่องวัน เดือน ปี ซึ่งเป็นช่องที่แสดงวันที่ (Date) ของรายการค้าที่เกิดขึ้น โดยจะต้องเรียงลำดับวันท่ี

ก่อนหลังของรายการค้าที่เกิดขึ้น ในการบันทึกรายการในช่องวันที่นั้น ให้บันทึก ปี พ.ศ.ก่อนโดยบันทึกไว้ตรงกลาง ต่อมาบันทึก
เดือนโดยบันทึกไว้ด้านหน้า แล้วจึงบันทึกวันที่ หากวันต่อไปของรายการค้าที่จะต้องบันทกึ บัญชีเปน็ ปีเดียวกัน เดือนเดยี วกันกไ็ ม่
จำเป็นตอ้ งบนั ทกึ ใหม่อีก

 เป็นช่องรายการ (Account Names and Explanation) ใช้บันทึกชื่อบัญชีที่เดบิตให้เขียนชิดซ้าย พร้อมท้ัง
บนั ทึกจำนวนเงินในช่องเดบติ ส่วนบญั ชที ่เี ครดติ ใหเ้ ขียนเยอ้ื งมาทางขวาเลก็ น้อย พรอ้ มทั้งบนั ทกึ จำนวนเงนิ ในช่องเครดิต จากน้ัน
ให้เขียนคำอธิบายรายการค้าที่เกิดขึ้นในบรรทัดถัดมาโดยสรุป โดยการเขียนคำอธิบายรายการให้ เขียนชิดซ้ายติดกับเส้นทาง

ด้านซ้ายของช่อง สุดท้ายให้ขีดเส้นใต้เพื่อแสดงการสิ้นสุดการบันทึกรายการค้านั้นๆ ในการขีดเส้นใต้นี้ให้ขีดเส้นใต้เฉพาะช่อง

รายการเท่านั้น หากรายการค้าใดท่ีมบี ัญชีที่จะต้องบันทึกดา้ นเดบิตมากกว่า 1 บัญชีให้บันทึกบัญชีทางด้านเดบติ ให้หมดเสียก่อน

ต่อจากน้นั ใหบ้ ันทึกบญั ชที ี่จะต้องบนั ทกึ ทางดา้ นเครดติ โดยเย้อื งมาทางด้านขวามอื เล็กน้อยประมาณ 1-1.5 นวิ้
 เป็นช่องเลขที่บัญชี (Account No.) ใช้บันทึกเลขที่บัญชีแยกประเภทเมื่อทำการผ่านรายการจากสมุดรายวัน

ทั่วไปไปยังบัญชีแยกประเภทที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยบันทึกไว้ในช่องรายการทั้งทางด้านเดบิตและเครดิต ซึ่งเรื่องเลขที่บัญชีนี้จะได้

อธิบายให้ละเอยี ดในหวั ขอ้ ถดั ไป
 เป็นชอ่ งเดบติ (Debit) ใชบ้ นั ทึกจำนวนเงนิ ทบ่ี นั ทึกบญั ชีแต่ละบญั ชีทางด้านเดบิต โดยแบ่งเปน็ 2 ชอ่ งย่อย คือ

ช่องบาท และช่องสตางค์
 เป็นช่องเครดติ (Credit) ใชบ้ นั ทกึ จำนวนเงนิ ทบี่ นั ทึกบัญชแี ตล่ ะบญั ชีทางด้านเครดิต โดยแบ่งเป็น 2 ช่องย่อย

คือ ชอ่ งบาท และช่องสตางค์

10. ครูอธิบายและแสดงการเขยี นผังบัญชี โดยผังบัญชี (Chart of account) คือ ผังที่แสดงรายชื่อบัญชแี ยกประเภท

ของแต่ละกจิ การทุกบญั ชี โดยจัดเรยี งตามหมวดหมู่บัญชี ได้แก่ หมวดสินทรัพย์ หมวดหนสี้ นิ หมวดส่วนของเจา้ ของ หมวดรายได้

และหมวดค่าใช้จา่ ย พร้อมทั้งกำหนดเลขท่บี ัญชขี องแตล่ ะบัญชี

ในการกำหนดเลขที่บัญชีนั้น ตัวแรกจะใช้เป็นเลขที่ของหมวดบัญชีและตามด้วยตัวเลขอีก 2 หรือ 3 ตัวก็ได้ ทั้งนี้

ขึ้นอยูก่ ับขนาดของกิจการว่าจะมีบัญชีมากหรือนอ้ ยเพียงใด ถ้าเป็นกจิ การขนาดเลก็ ก็จะกำหนดผังบญั ชีแค่เพียง 2 หลัก เช่น เงิน

สด เลขท่ี 11 ลูกหนก้ี ารค้า เลขที่ 12 เปน็ ต้น ซ่ึงการกำหนดเลขที่บญั ชจี ะมปี ระโยชน์ในการอา้ งองิ การผา่ นรายการจากสมุดรายวัน

ทัว่ ไปไปยังบญั ชแี ยกประเภท และเพ่ือสะดวกในการค้นหาบัญชีตา่ งๆ

11. ครแู ละผ้เู รียนกำหนดเลขทบ่ี ัญชี หรือ “ผงั บัญชี” จะกำหนดอย่างมรี ะบบตามมาตรฐานโดยท่ัวไปแลว้ โดยเลขที่บัญชีจะ

ถกู กำหนดตามหมวดบญั ชี ซึง่ แบ่งออก 5 หมวด ดังนี้

หมวดท่ี 1 หมวดสนิ ทรพั ย์ รหสั บญั ชี คือ 1

หมวดที่ 2 หมวดหนส้ี นิ รหสั บญั ชี คือ 2

หมวดท่ี 3 หมวดสว่ นของเจ้าของ (ทุน) รหัสบญั ชี คือ 3

หมวดที่ 4 หมวดรายได้ รหสั บญั ชี คือ 4

หมวดท่ี 5 หมวดคา่ ใช้จา่ ย รหัสบญั ชี คอื 5

หากเป็นบัญชีหมวดสนิ ทรัพย์ เช่น เงินสด ลูกหนี้การค้า ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ เลขที่บัญชีก็จะขึ้นต้นด้วยเลข 1

ถ้าเป็นบัญชีหมวดหนี้สิน เช่น เจ้าหนี้การค้า เงินกู้ระยะยาว หุ้นกู้ เลขที่บัญชีก็จะขึ้นต้นด้วยเลข 2 หรือหากเป็นบัญชีหมวดส่วน

ของเจ้าของ เช่น ทุน ถอนใช้ส่วนตัว เลขที่บัญชีก็จะขึ้นต้นด้วยเลข 3 หากเป็นบัญชีหมวดรายได้ เช่น รายได้ค่าเช่า ดอกเบี้ยรับ

รายได้อื่นๆ เลขทีบ่ ญั ชีกจ็ ะขึ้นต้นด้วยเลข 4 และบัญชีหมวดค่าใชจ้ ่าย เช่น ค่าเช่า เงินเดือน เลขที่บญั ชีกจ็ ะขึ้นต้นด้วยเลข 5 การ

กำหนดให้มเี ลขท่ีบญั ชมี ากกวา่ 2 หลัก เช่น

1. หมวดสนิ ทรัพย์ เลขท่ี 100-199

2. หมวดหนสี้ นิ เลขที่ 200 - 299

3. หมวดสว่ นของเจ้าของ เลขที่ 300 - 399

4. หมวดรายได้ เลขท่ี 400 - 499

5. หมวดคา่ ใช้จา่ ย เลขท่ี 500 – 500

ส่วนหลักหลงั ของเลขท่ีบญั ชีในแตล่ ะหมวดน้ันก็จะถกู กำหนดดว้ ยหลกั เกณฑ์ที่แตกต่างกนั ไป โดยหมวดสนิ ทรัพย์นั้น หลัก

หลังของเลขท่ีบัญชีจะเรียงตามสภาพคลอ่ งของสินทรัพย์ โดยเรียงจากสภาพคล่องมากไปหาสภาพคล่องน้อย เชน่ เลขทบี่ ัญชีเงินสดจะมา

ก่อนเลขที่บัญชีลูกหนี้การค้า เป็นต้น สำหรับหมวดหนี้สินก็จะเรียงตามสภาพคล่องของหนี้สิน เช่น เลขที่บัญชีเจ้าหนี้จะมาก่อนเลขที่

บัญชีของเงินกู้ระยะยาว เป็นต้น สำหรับหมวดส่วนของเจ้าของ หลักหลังของเลขที่บัญชีจะเรียงตามการเกิดขึ้นก่อนหลัง เช่น การที่นำ

สินทรัพยม์ าลงทุนทำใหเ้ กิดบญั ชที ุน ก่อนที่เจ้าของกิจการจะถอนเงินออกไปใช้ จึงทำให้เลขที่บัญชีของบญั ชีทนุ มาก่อนเลขที่บัญชีถอน

ใชส้ ่วนตัว ส่วนหมวดรายได้และหมวดคา่ ใช้จ่าย หลกั หลังของเลขทีบ่ ัญชจี ะเรียงความสำคัญของรายได้และค่าใช้จ่าย

12. ผู้เรียนตัวอยา่ งการกำหนดเลขทบี่ ญั ชหี รือผังบัญชี (Chart of Account)

หมวดบัญชี ชือ่ บญั ชี เลขท่ีบญั ชี

หมวดท่ี  สนิ ทรพั ย์ เงนิ สด 101

ลกู หนกี้ ารค้า 102

สินคา้ คงเหลือ 103

วสั ดุสำนักงาน 104

ทีด่ นิ อาคารและอุปกรณ์ ฯลฯ 105

หมวดท่ี  หน้ีสิน เจา้ หน้กี ารคา้ 201

เงนิ เบกิ เกนิ บัญชี 202

ตวั๋ เงินจา่ ย 203

เงินกรู้ ะยาว ฯลฯ 204

หมวดท่ี  สว่ นของเจ้าของ ทนุ -เจา้ ของกิจการ 301

กำไรขาดทนุ 302

ถอนใช้ส่วนตวั ฯลฯ 303

หมวดที่  รายได้ รายไดค้ ่าบริการ 401

รายได้อ่นื ๆ ฯลฯ 402

หมวดท่ี  คา่ ใช้จา่ ย ตน้ ทุนขาย 501

ค่าเชา่ 502

เงินเดือน 503

ค่าใช้จา่ ยอื่นๆ ฯลฯ 504

หมายเหตุ ในช่องเลขทีบ่ ัญชี เลขตวั หนา้ หมายถงึ หมวดบญั ชี

เลขตวั หลัง หมายถงึ ลำดบั ที่บญั ชีแยกประเภทแตล่ ะหมวด

13. ครูปลกู ฝังใหผ้ เู้ รยี นประพฤติตนตามระเบียบกฎเกณฑข์ องสังคม มคี วามรบั ผดิ ชอบต่อหนา้ ทีข่ องตนเอง และการอยู่

ร่วมกันของทุกคนย่อมมีความสัมพันธก์ ัน ซึ่งต้องนำกฎระเบียบและหลักคุณธรรมตามศาสนาที่ตนนับถือมาปรับใช้ เพื่อความเป็น

ระเบียบเรยี บรอ้ ยในการอยูร่ ่วมกนั ทำให้สังคมมคี วามสุข ดงั นน้ั ผูเ้ รียนต้องร่วมกันทำประโยชนเ์ พื่อสงั คมส่วนรวม เชน่ การเปิด-ปิด

ไฟ ภายในหอ้ งเรียน หอ้ งน้ำ เป็นต้น

14. ผู้เรยี นทำกิจกรรมใบงาน และแบบประเมินผล

ขนั้ สรุปและการประยุกต์
15. ผเู้ รยี นสรปุ โดยออกมาบนั ทกึ รายการในสมดุ รายวนั ทั่วไปบางรายการหนา้ ชน้ั เรยี น
16. ผู้เรยี นทำแบบฝึกทักษะ เพื่อฝกึ ทักษะความรู้และความเขา้ ในการหลกั เกณฑแ์ ละขนั้ ตอนในการบนั ทกึ บัญชีเพ่อื นำไป
ประยุกตใ์ ชต้ อ่ ไป

➢สือ่ และแหล่งการเรียนรู้

1. หนังสอื เรียนวชิ าบัญชีเบื้องตน้ 1 (2201-1004) ของสำนกั พิมพ์เอมพนั ธ์
2. แผ่นใส
3. ใบงาน
4. มาตรฐานการบญั ชี
5. อินเทอร์เน็ต
6. Poewer Point

➢หลักฐาน

1. บนั ทึกการสอนของสถานศึกษา
2. ผลงานของผูเ้ รียน
3. แผนจดั การเรยี นรู้

➢การวัดผลและการประเมินผล

วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. ตรวจใบงาน
3. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อน/หลังเรยี น
4. ตรวจแบบประเมินผลการฝึกปฏิบัติ
5. ประเมินกจิ กรรมเสนอแนะผเู้ รียนเปน็ สำคัญ และสง่ เสริมคณุ ธรรมนำความรู้
6 ประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่
7 สังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
8 การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

เครอ่ื งมือวัดผล
1. แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยครู)
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลมุ่ (โดยผเู้ รียน)
4. แบบประเมนิ กจิ กรรมใบงาน
5. แบบประเมนิ ผลแบบฝึกปฏบิ ตั ิ
6. แบบประเมินผลการเรยี นรกู้ ่อน/หลังเรียน
7. แบบประเมินกจิ กรรมเสนอแนะผเู้ รียนเป็นสำคัญ และสง่ เสรมิ คุณธรรมนำความรู้
8. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ โดยครูและผูเ้ รยี นรว่ มกันประเมนิ

เกณฑ์การประเมินผล
1. เกณฑผ์ ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล ตอ้ งไม่มีช่องปรับปรุง
2. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50 % ขึน้ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขึ้นไป)
4. กิจกรรมใบงาน เกณฑ์ผา่ น คือ 50%
5. แบบประเมนิ ผลแบบฝกึ ปฏบิ ตั ิ เกณฑ์ผา่ น 50%
6. แบบประเมนิ ผลการเรียนร้กู ่อน/หลังเรียนมีเกณฑ์ผา่ น 50%
7. แบบประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรยี นเป็นสำคญั และส่งเสริมคุณธรรมนำความร้ผู ่าน 50%
8 แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ คะแนนขึ้นอยูก่ ับการประเมนิ ตาม

สภาพจรงิ

➢กิจกรรมเสนอแนะ

1. ทำใบงานและแบบประเมินผลการเรียนรู้
2. บนั ทกึ การรบั -จ่าย
3. กจิ กรรมเสนอแนะผเู้ รยี นเปน็ สำคญั และสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนำความรู้
4. ควรทำแบบฝึกปฏิบตั เิ พมิ่ เตมิ

➢การบูรณาการ

1 กล่มุ วชิ าภาษาไทย ได้แก่ ทกั ษะการฟัง ทักษะการอ่าน ทักษะการเขยี นและทกั ษะการพูด

2 ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

3 คณุ ธรรมจรยิ ธรรม และศีลธรรม กล่มุ วิชาภาษาไทย

4 หน้าทพี่ ลเมอื งดี

5. อืน่ ๆ กล่มุ วิชาคณิตศาตร์

การบนั ทึกรายการคา้ การบูรณาการ กล่มุ วิชาวิทยาศาสตร์
ตามหลกั การบญั ชีที่ กล่มุ วิชากฏหมาย
รบั รองทวั ่ ไปของธรุ กิจ ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
บริการเจา้ ของคนเดียว หนา้ ที่พลเพมือง
ในสมุดรายวนั ทวั ่ ไป กล่มุ วิชาการขายและคอมพิวเตอร์

กล่มุ วิชาภาษาองั กฤษ

บนั ทกึ หลังการสอน

ข้อสรปุ หลงั การสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปัญหาทพี่ บ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแกป้ ัญหา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

แผนการจดั การเรียนรแู้ บบบูรณาการท่ี 7 หน่วยที่ 5
สอนครั้งท่ี 7 (25-28)
รหัสวชิ า 30200-0001 การบัญชีเบอื้ งต้น (2-2-3)
จำนวนชว่ั โมง 4 ชม.
ชื่อหนว่ ย/เรอ่ื ง การบันทึกรายการคา้ ตามหลักการบัญชที ีร่ ับรองทัว่ ไปของ

ธรุ กิจบรกิ ารเจ้าของคนเดยี วในสมุดรายวนั ท่วั ไป

➢สาระสำคญั

สมุดรายวนั ทั่วไปเป็นสมุดขั้นต้นที่ใช้บันทึกรายการค้าทีเ่ กิดขึน้ ทนั ที ซึ่งจะบันทกึ เรียงตามลำดับวนั ที่ก่อนหลังของการเกดิ
รายการค้าขึ้น การบันทึกรายการค้าทีเ่ กิดขึ้นนั้นจะบันทกึ โดยเดบิตบัญชีหนึ่ง และเครดติ อีกบัญชีหน่ึงไว้ดว้ ยกัน พร้อมทั้งอธิบาย
รายการค้าที่เกิดขึ้นโดยยอ่ นอกจากนี้สมุดรายวันทั่วไปยังสามารถตรวจสอบรายการค้าย้อนหลังได้ ช่วยเป็นแหล่งอ้างอิงข้อมูลท่ี
ผ่านรายการไปบันทึกบัญชีในสมุดบัญชีแยกประเภท ซึ่งตรวจสอบความถูกต้องของการบันทึกบัญชีแยกประเภทได้สะดวกและ
รวดเร็วขึ้น

➢จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

5. บนั ทึกรายการค้าในสมดุ รายวนั ทว่ั ไปตามหลักการบญั ชไี ด้

6. มีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา สำนักงาน

คณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา ทค่ี รูสามารถสังเกตไดข้ ณะทำการสอนในเรือ่ ง

6.1 ความมมี นษุ ยสัมพนั ธ์ 6.2 ความมีวนิ ยั

6.3 ความรับผดิ ชอบ 6.4 ความซ่ือสตั ยส์ จุ รติ

6.5 ความเชื่อมัน่ ในตนเอง 6.6 การประหยดั

6.7 ความสนใจใฝ่รู้ 6.8 การละเว้นสง่ิ เสพตดิ และการพนนั

6.9 ความรกั สามัคคี 6.10 ความกตัญญกู ตเวที

สมรรถนะรายวชิ า
1. แสดงความร้เู ก่ยี วกบั หลักการ และวธิ กี ารบัญชีสำหรับกจิ การเจา้ ของคนเดยี วประเภทธรุ กจิ บรกิ าร
2. ปฏบิ ัติงานบัญชีสำหรบั กจิ การเจ้าของคนเดียวประเภทธุรกิจบรกิ ารตามหลกั การบัญชที ร่ี ับรองทว่ั ไป

➢เนื้อหาสาะ

5. หลกั การบันทึกรายการคา้ ในสมดุ รายวนั ทั่วไป

➢กิจกรรมการเรียนรู้

ข้นั นำเข้าสู่บทเรยี น

1. ครูทบทวนสมุดรายวันทั่วไป เพื่อเป็นพื้นฐานในการบันทึกบญั ชีต่อในสับดาห์นี้ โดยตั้งคำถามให้ผู้เรียนตอบและสุม่
ผเู้ รียนออกมาอภปิ รายการวเิ คราะห์รายการเพื่อนำไปบนั ทึกรายการในสมดุ รายวนั ทั่วไป

2. ครูแนะนำรูปแบบการเรียนการสอน และสุ่มผู้เรียนบางคนวิเคราะห์รายการค้าและนำไปบันทึกรายการในสมุด
รายวันทั่วไป ร่วมกับผเู้ รยี นคนอนื่ ๆ หนา้ ชนั้ เรยี น

ข้ันสอน
3. ครอู ธบิ ายและสาธิตหลักการบนั ทกึ รายการคา้ ในสมุดรายวนั ท่วั ไป โดยใชส้ ่อื แผน่ ใสประกอบการเรียนการสอน

4. ครูและผู้เรยี นแสดงการบนั ทกึ รายการในสมุดรายวนั ทัว่ ไปตามหลักการบันทึกบญั ชคี ู่ (Double-entry book-keeping)

เปน็ หลักการบัญชีทส่ี มบูรณ์แบบ และใช้กันโดยทวั่ ไปในปัจจุบนั รวมถึงเป็นหลักการบัญชที ใี่ ช้ในการศกึ ษาวชิ าบญั ชีต่างๆ ซงึ่ เป็นการ

บนั ทกึ บัญชีของรายการคา้ ทกุ รายการท่เี กิดขึน้ เม่ือทำการวเิ คราะหแ์ ล้วจะต้องนำไปบันทึกบัญชี 2 ดา้ นเสมอคอื ด้านเดบิต กับด้าน

เครดติ

1) ด้านเดบิต (Debit) จะใช้ตัวย่อว่า Dr. คือ ด้านซ้ายของสมการบัญชี ดังนั้นด้านเดบิตจึงเป็นด้านที่ใช้บันทึก

รายการบัญชีที่ทำให้ด้านซ้ายของสมการบัญชีเพิม่ ขึ้นหรือรายการบัญชที ี่ทำให้ด้านขวาของสมการบัญชีลดลง คือ การเพิ่มขึน้ ของ

สินทรพั ย์ การลดลงของหนส้ี ิน และการลดลงของส่วนของเจา้ ของ

2) ดา้ นเครดิต (Credit) จะใช้ตวั ย่อว่า Cr. คอื ดา้ นขวาของสมการบญั ชี ดังนน้ั ดา้ นเครดิตจึงเป็นด้านที่ใช้บันทึก

รายการบัญชีที่ทำให้ด้านขวาของสมการบัญชีเพิ่มขึ้นหรือรายการบัญชีที่ทำให้ด้านซ้ายของสมการบัญชีลดลง คือการลดลงของ

สินทรัพย์ การเพ่มิ ข้ึนของหน้ีสิน และการเพิ่มขึน้ ของสว่ นของเจ้าของ

สรปุ หลักการบันทึกบัญชตี ามหลกั การบัญชีคู่

ด้านเดบิต (Debit) ดา้ นเครดติ (Credit)

1. สินทรัพย์เพิม่ ขึ้น 1. สินทรัพยล์ ดลง

2. หนี้สนิ ลดลง 2. หน้สี นิ เพม่ิ ข้ึน

3. ส่วนของเจา้ ของลดลง 3. สว่ นของเจ้าของเพมิ่ ขึ้น

-รายไดล้ ดลง -รายไดเ้ พม่ิ ขน้ึ

-คา่ ใชจ้ ่ายเพมิ่ ขึ้น -คา่ ใชจ้ ่ายลดลง

5. ครูแสดงความรู้เก่ียวกับการบันทกึ บญั ชีตามหลักการบญั ชีคู่ในสมุดรายวันทัว่ ไป โดยรายการค้าที่จะบันทึกบัญชีใน

สมดุ รายวนั ท่วั ไป แบง่ ออกเป็น 2 ประเภท คอื

1) รายการเปดิ บัญชี (Opening Entry)

2) รายการปกติของกิจการ (Journal Entry)

6. ครูและผู้เรียนสาธิตการบันทึกรายการเปิดบัญชีในสมุดรายวันทั่วไป โดยรายการเปิดบัญชี ( Opening Entry)

หมายถึง รายการแรกของการบันทึกบัญชีในสมุดรายวันทั่วไป ซึ่งอาจจะเกิดจากมีการลงทุนครั้งแรก หรือเมื่อมีการเริ่มรอบ

ระยะเวลาบญั ชใี หม่

1.1 การลงทนุ ครง้ั แรก มี 3 กรณี ดงั นี้
กรณที ่ี  การนำเงนิ สดมาลงทนุ เพยี งอย่างเดียว
ตวั อยา่ งที่  นายบุรีเปดิ กจิ การ “อู่ซอ่ มรถยนต์บรุ ีบรกิ าร” เรมิ่ กิจการเมื่อ 1 มกราคม 25X8

และนำเงินสดมาลงทุนในกจิ การจำนวน 200,000 บาท การบันทกึ บัญชีเปน็ ดงั น้ี

สมุดรายวันทว่ั ไป หน้า 1

พ.ศ.25X8 รายการ เลขท่ี เดบติ เครดิต
เดือน วนั ที่
บัญชี บาท สต. บาท สต.

ม.ค. 1 เงินสด 101 200,000 -

ทนุ -นายบุรี 301 200,000 -

นายบรุ ีนำเงินสดมาลงทนุ

กรณีท่ี  การนำเงนิ สด และสนิ ทรัพย์อ่ืนมาลงทนุ
ตัวอยา่ งท่ี  นางแพรวเปิดกจิ การร้านเสรมิ สวย “แพรวซาลอน” เมอ่ื 1 มกราคม 25X8 โดยนำเงินสด 500,000

บาท อาคาร ท่ดี ินและอุปกรณ์ 300,000 บาท มาลงทนุ การบันทกึ บญั ชีเปน็ ดังนี้

สมุดรายวันทวั่ ไป หน้า 1

พ.ศ.25X8 รายการ เลขที่ เดบิต เครดิต
เดอื น วนั ที่
บัญชี บาท สต. บาท สต.

ม.ค. 1 เงินสด 101 500,000 -

อาคาร ท่ดี ิน และอปุ กรณ์ 102 300,000 -

ทุน-นางแพรว 301 800,000 -

นางแพรวนำเงินสดและสนิ ทรพั ยอ์ นื่ มาลงทุน

กรณที ี่  การนำเงนิ สด สนิ ทรพั ยอ์ น่ื และหนี้สนิ มาลงทุน
ตัวอยา่ งท่ี  นางสาวลูกศรเปิดร้านสปาเพื่อสุขภาพชื่อ “ลูกศรสปา” ในวันที่ 1 มกราคม 25X8 ได้นำเงินสดจำนวน

150,000 บาท วัสดสุ ำนกั งานจำนวน 20,000 บาท อาคาร ท่ดี นิ และอุปกรณ์ 800,000 บาท และเจา้ หนีก้ ารค้า 120,000 บาท มา

ลงทุน การบันทกึ บญั ชเี ปน็ ดังนี้

สมุดรายวันทั่วไป หนา้ 1

พ.ศ. 25X8 รายการ เลขที่ เดบติ เครดติ
เดอื น วันที่
บญั ชี บาท สต. บาท สต.

ม.ค. 1 เงนิ สด 101 150,000 -

วสั ดสุ ำนักงาน 102 20,000 -

อาคาร ทด่ี นิ และอปุ กรณ์ 103 800000

เจ้าหนีก้ ารคา้ 201 120,000 -

ทนุ -ลูกศร (970,000-120,000) 301 850,000 -

ลูกศรนำเงินสด สินทรัพย์อ่ืนและหนส้ี นิ มาลงทนุ

หมายเหตุ กรณที ี่ 2, 3

1. การบันทึกบัญชีเป็นลักษณะการบันทกึ บัญชีที่มีรายการด้านเดบิตหรือด้านเครดิตมากกว่า 1 รายการ เรียกว่า

การบนั ทกึ รายการแบบรวม (Compound Journal)

2. ใหเ้ ขียนบันทึกบญั ชเี งินสดและสนิ ทรัพยอ์ ่นื กอ่ นแลว้ จึงเขียนบันทกึ บญั ชีทนุ

7. ผู้เรยี นสรปุ การบันทึกรายการคา้ ลงในสมดุ รายวนั ทว่ั ไป ตามกรณีดังตอ่ ไปน้ี
กรณีท่ี  นำเงนิ สดมาลงทุนในกิจการเพยี งอย่างเดยี ว

นางสาวลซิ ่าสรา้ งอพาทเมน้ ต์ให้เชา่ ห้องพกั ในวนั ที่ 1 มนี าคม 25X8 โดยนำเงินสดมาลงทนุ ในกิจการจำนวน 10 ล้านบาท
กรณที ี่  นำเงนิ สดและสนิ ทรัพยอ์ น่ื มาลงทุน

วันที่ 1 มถิ นุ ายน 25X8 นายถิน่ ไทเปิดรา้ นตัดผม ได้นำเงินสด 200,000 บาท วสั ดุสำนักงาน 24,000 บาท อาคาร ทดี่ นิ และ

อปุ กรณ์ 500,000 บาท มาลงทนุ
กรณที ี่  นำเงนิ สด สินทรัพยอ์ น่ื และหนีส้ นิ มาลงทุน

ว ั น ท ี ่ 1 ม ก ร า ค ม 25X8 น า ง ส า ว เ พ ล ง เ ป ิ ด ร ้ า น เ ส ร ิ ม ส ว ย “เ พ ล ง บ ิ ว ต ี ้ ซ า ล อ น ” โ ด ย น ำ

เงินสด 300,000 บาท ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ 800,000 บาท เจ้าหนี้การค้า 70,000 บาท เงินกู้ยืม 1 ปี จำนวน 60,000 บาท

มาลงทนุ

1.2 เรม่ิ รอบระยะเวลาบญั ชใี หม่ (งวดบัญชใี หม่) การบันทกึ รายการในสมุดรายวันท่วั ไปจะบนั ทกึ เหมือนกรณกี าร

ลงทุนคร้งั แรก คอื ต้องบนั ทกึ ในสมุดรายวันท่วั ไปแบบรวม โดยเขยี นเงินสด สินทรัพย์อ่ืนใหห้ มดกอ่ น แล้วจึงเขียนหน้สี นิ ให้หมด (ถ้า

มี) ตามด้วยทุนเป็นลำดับสุดท้าย และเขียนคำอธิบายรายการว่าบันทึกสินทรัพย์ หนี้สินและทุนที่มีอยู่ ณ วันเปิดบัญชี การบันทึก

รายการเปิดบัญชี เมื่อเริ่มรอบระยะเวลาบญั ชีใหม่น้ี อาจจะใช้สมุดรายวนั ทั่วไปและบัญชีแยกประเภทเล่มเดิม เพื่อบันทึกรายการ

ต่อไป หรือจะใชส้ มดุ เล่มใหม่ก็ได้ แล้วแต่กจิ การ

รอบระยะเวลาบัญชี หมายถึง ช่วงระยะเวลาหนึ่งที่ต้องแสดงผลการดำเนินงานและฐานะการเงินของกิจการ เช่น 3

เดอื น 6 เดอื น หรอื 12 เดือน ก็ได้ ขน้ึ อยู่กบั กิจการแตล่ ะแหง่

8. ผ้เู รยี นฝึกทักษะแสดงการบันทึกรายการในสมุดรายวันทว่ั ไปตามโจทย์ทค่ี รูกำหนดให้

9. ครูแสดงการบันทึกบัญชีตามข้อ 2.การบันทึกรายการปกติของกิจการในสมุดรายวันทั่วไปรายการปกติของกิจการ

(Journal Entry) เปน็ การบนั ทึกรายการคา้ ต่างๆ ท่ีเกิดขึ้นหลงั จากมีการลงทนุ หรอื เริ่มระยะเวลาบญั ชใี หม่แล้วในแตล่ ะวัน โดยการ

บนั ทึกรายการค้าปกตขิ องกจิ การจะบันทึกโดยเรยี งตามลำดบั กอ่ นหลงั ของการเกิดรายการค้า ซ่ึงจะเหมือนกบั การบันทกึ รายการใน

สมดุ รายวันดังกล่าวขา้ งตน้

10. ผ้เู รียนเขยี นชอื่ บญั ชี โดยแยกตามหมวดบัญชที ก่ี ำหนดให้

หมวดบญั ชี ช่อื บัญชี

หมวดท่ี 1

หมวดท่ี 2

หมวดที่ 3

หมวดที่ 4

หมวดท่ี 5

11. ผู้เรียนบันทึกรายการในสมุดรายวนั ทว่ั ไป โดยใช้ช่อื บญั ชีที่รว่ มกนั กำหนดไวต้ ามข้อ 10

12. ผู้เรียนแสดงวิธีทำไปพร้อมกับการสาธิตของครูผู้สอน ในกรณีที่ไม่เข้าใจผู้เรียนก็สามารถสอบถามหรือเสนอแนะ

ขอ้ คดิ เหน็ ตา่ งๆ ไดอ้ ยา่ งเสรี
13. ผู้เรียนและครูผ้สู อนยกตวั อยา่ งอีกครง้ั โดยเชื่อมโยงการวิเคราะห์รายการคา้ ไปสมดุ รายวันทว่ั ไป
14. ครใู ช้วิธีต้งั คำถามใหผ้ ู้เรียนตอบ
15. ผเู้ รยี นทำกจิ กรรมฝึกทกั ษะดังนี้

15.1 วเิ คราะหร์ ายการคา้

15.2 .ผา่ นรายการไปสมุดรายวันทั่วไป

16. ผเู้ รยี นแขง่ ขนั ตอบปัญหาคำศัพท์ ดังน้ี

ขั้นสรปุ และการประยกุ ต์
17. สรปุ สมุดรายวันท่วั ไปโดยวธิ สี ุม่ ให้ผูเ้ รียนตอบคำถามและสาธิตการบันทึกบญั ชีในสมุดรายวันท่วั ไป
18. ครูและผู้เรียนสรุปสมดุ รายวันขั้นต้น เป็นสมุดบัญชีเล่มแรกที่มีไว้บันทึกรายการค้าทีเ่ กดิ ข้ึน โดยบันทึกเกี่ยวกับชื่อ
บัญชีที่เดบิตและชื่อบัญชีที่เครดิต สมุดรายวันขั้นต้นแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ สมุดรายวันเฉพาะ และสมุดรายวันทั่วไป ซึ่งการ
บนั ทึกบัญชมี อี ยู่ 2 หลักการ คอื หลกั การบัญชีเดี่ยว (Single-entry book-keeping) และหลกั การบนั ทึกบญั ชีคู่ (Double-entry book-
keeping) การบนั ทึกบญั ชีตามหลักการบัญชีคูใ่ นสมดุ รายวันทวั่ ไปแบ่งออกเปน็ 2 ประเภท คอื

1) รายการเปดิ บญั ชี (Opening Entry)
2) รายการปกติของกิจการ (Journal Entry)
19. ทำประเมนิ ผลการเรียนรู้หลังเรยี นโดยสลบั กนั ตรวจ ครเู ฉลยใส่แผน่ ใสหน้าช้ันเรยี น
20. ผูเ้ รียนทำกจิ กรรมใบงาน
21. ครเู นน้ การจะเรยี นร้ปู รชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง ผู้เรียนต้องมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวข้องกับการบรหิ ารจัดการทรัพยากร
ที่มีอยู่อย่างจำกัดเพื่อให้มนุษย์ดำรงชีวิตในระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน ประเทศ ไปจนถึงระดับโลกอย่างมีคุณภาพ และ
ประสิทธภิ าพเพอ่ื สนองความต้องการของสังคมทุกระดับใหส้ ามารถดำรงชีวติ อยไู่ ด้อย่างพอเพียงและมคี วามสุขบนพ้ืนฐานของทาง
สายกลางและความไมป่ ระมาท โดยคำนึงถงึ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการสรา้ งภูมคิ ้มุ กนั ในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ และ
คุณธรรม เปน็ พืน้ ฐานในการดำรงชีวิตใหอ้ ยไู่ ดอ้ ยา่ งมัน่ คงและยง่ั ยนื ตามปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

➢สอ่ื และแหลง่ การเรยี นรู้

1. หนังสอื เรียนวิชาบญั ชเี บือ้ งต้น 1 (2201-1004) ของสำนักพมิ พ์เอมพันธ์

2. แผ่นใส

3. ใบงาน

4. มาตรฐานการบัญชี

5. อินเทอรเ์ นต็

6. Power Point

➢หลกั ฐาน

1. บันทกึ การสอนของสถานศกึ ษา
2. ผลงานของผเู้ รียน
3. แผนจัดการเรยี นรู้

➢การวัดผลและการประเมินผล

วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ตรวจใบงาน
3. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรียนรกู้ ่อน/หลงั เรยี น
4. ตรวจแบบประเมินผลการฝึกปฏิบัติ
5. ประเมนิ กจิ กรรมเสนอแนะผู้เรยี นเปน็ สำคัญ และสง่ เสริมคณุ ธรรมนำความรู้
6 ประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
7 สังเกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลมุ่
8 การสังเกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

เครือ่ งมือวัดผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. แบบประเมินพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่ (โดยครู)
3. แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุม่ (โดยผเู้ รยี น)
4. แบบประเมนิ กจิ กรรมใบงาน
5. แบบประเมินผลแบบฝกึ ปฏิบตั ิ
6. แบบประเมินผลการเรียนรกู้ ่อน/หลงั เรียน
7. แบบประเมนิ กจิ กรรมเสนอแนะผ้เู รียนเปน็ สำคญั และสง่ เสรมิ คุณธรรมนำความรู้
8. แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ โดยครแู ละผเู้ รยี นรว่ มกันประเมนิ

เกณฑ์การประเมนิ ผล
1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไม่มชี ่องปรับปรงุ
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ข้นึ ไป)
3. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50% ขึน้ ไป)
4. กิจกรรมใบงาน เกณฑผ์ า่ น คอื 50%
5. แบบประเมินผลแบบฝกึ ปฏบิ ัติ เกณฑผ์ า่ น 50%
6. แบบประเมนิ ผลการเรียนรูก้ อ่ น/หลังเรยี นมีเกณฑผ์ า่ น 50%
7. แบบประเมนิ กจิ กรรมเสนอแนะผูเ้ รียนเปน็ สำคัญและส่งเสรมิ คุณธรรมนำความรูผ้ ่าน 50%
8 แบบประเมินคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขน้ึ อย่กู บั การประเมนิ ตาม

สภาพจรงิ

➢กจิ กรรมเสนอแนะ

1. ทำใบงานและแบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
2. บนั ทกึ การรับ-จ่าย
3. กิจกรรมเสนอแนะผเู้ รยี นเปน็ สำคญั และส่งเสรมิ คณุ ธรรมนำความรู้
4. ผ้เู รยี นฝึกทักษะบันทึกรายการในสมุดรายวันทัว่ ไปเพิม่ เตมิ

➢การบูรณาการ

1. กล่มุ วิชาภาษาไทย ไดแ้ ก่ ทักษะการฟัง ทักษะการอ่าน ทกั ษะการเขยี นและทักษะการพูด
2. ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
3. คณุ ธรรมจรยิ ธรรม และศีลธรรม
4. หนา้ ท่พี ลเมอื งดี
5. อืน่ ๆ

การบนั ทึกรายการคา้ การบูรณาการ กล่มุ วิชาภาษาไทย
ตามหลกั การบญั ชีท่ี กล่มุ วิชาคณิตศาตร์
รบั รองทวั ่ ไปของธรุ กิจ กล่มุ วิชาวิทยาศาสตร์
บริการเจ้าของคนเดียว กล่มุ วิชากฏหมาย
ในสมดุ รายวนั ทวั ่ ไป ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

หนา้ ท่ีพลเมือง
กล่มุ วิชาการขายและคอมพิวเตอร์
กล่มุ วิชาภาษาองั กฤษ

บนั ทกึ หลังการสอน

ขอ้ สรุปหลังการสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปญั หาทพ่ี บ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแกป้ ญั หา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

แผนการจดั การเรยี นรแู้ บบบูรณาการท่ี 8 หน่วยท่ี 6
สอนครงั้ ท่ี 8 (29-32)
รหัสวิชา 30200-0001 การบัญชีเบอื้ งต้น (2-2-3)
ชื่อหน่วย/เรอ่ื ง สมุดเงนิ สด 2 ชอ่ ง จำนวนช่วั โมง 4 ชม.

➢สาระสำคัญ

สมุดเงินสด 2 ช่อง เป็นการนำรายการค้าที่เกิดขึ้นมาบันทึกบัญชีที่เกี่ยวข้องกับเงินสด เช่น ซื้อสินทรัพย์เป็นเงินสด รับ
รายได้เป็นเงินสด จ่ายค่าใช้จ่ายเป็นเงนิ สด และจ่ายชำระหนี้เป็นเงนิ สด เป็นต้น ซึ่งรายการค้าทีเ่ กิดขึ้นจะมีความเกี่ยวข้องกับเงิน
สด การที่จะบันทกึ บัญชีรายการที่เป็นเงินสดทุกรายการในสมุดรายวันทัว่ ไปจะมีความซ้ำซ้อนและเสียเวลามาก อีกทั้งยังต้องผา่ น
รายการเงินสดทุกรายการในสมุดรายวันทั่วไปไปยังบัญชีแยกประเภทด้วย ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าวจึงนำสมุดรายวนั
ข้นั ตน้ ที่ทำการบนั ทึกเฉพาะรายการท่ีเก่ียวขอ้ งกับเงนิ สดเท่าน้นั มาใชบ้ นั ทึกบัญชแี ทนสมดุ รายวนั ทัว่ ไปเรยี กวา่ สมุดเงินสด 2 ช่อง

➢จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. อธบิ ายความหมายของสมุดเงินสด 2 ช่องได้

2. อธบิ ายลักษณะของสมุดเงินสด 2 ชอ่ งได้

3. อธิบายรูปแบบและบนั ทึกรายการในสมดุ เงินสด 2 ช่องได้

4. มีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา สำนักงาน

คณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ที่ครูสามารถสังเกตไดข้ ณะทำการสอนในเร่อื ง

4.1 ความมมี นษุ ยสัมพนั ธ์ 4.2 ความมวี นิ ยั

4.3 ความรับผดิ ชอบ 4.4 ความซ่ือสัตยส์ ุจรติ

4.5 ความเชื่อมั่นในตนเอง 4.6 การประหยัด

4.7 ความสนใจใฝร่ ู้ 4.8 การละเวน้ ส่ิงเสพตดิ และการพนนั

4.9 ความรักสามัคคี 4.10 ความกตญั ญกู ตเวที

➢สมรรถนะรายวชิ า

1. แสดงความร้เู กย่ี วกับหลักการ และวธิ ีการบญั ชสี ำหรบั กิจการเจา้ ของคนเดยี วประเภทธุรกจิ บริการ
2. ปฏบิ ัตงิ านบัญชีสำหรับกิจการเจ้าของคนเดยี วประเภทธุรกิจบรกิ ารตามหลกั การบญั ชที ร่ี บั รองทวั่ ไป

➢เนอ้ื หาสาระ

1. ความหมายของสมดุ เงนิ สด 2 ชอ่ ง
2. ลกั ษณะของสมดุ เงินสด 2 ชอ่ ง
3. รปู แบบและการบันทึกรายการในสมุดเงินสด 2 ชอ่ ง

ภาพรวม (Big Idea)

ความหมายของสมดุ
เงนิ สด 2 ชอ่ ง

สมุดเงินสด 2 ช่อง

ลกั ษณะของสมดุ รปู แบบและการบนั ทกึ รายการใน
เงนิ สด 2 ช่อง สมุดเงนิ สด 2 ชอ่ ง

➢กจิ กรรมการเรยี นรู้

ขน้ั นำเข้าสบู่ ทเรียน
1. ครกู ลา่ วถึงสมุดเงินสด 2 ช่อง เป็นสมดุ รายวนั ขั้นต้นที่มีลกั ษณะคล้ายกบั บัญชแี ยกประเภททวั่ ไป และทำหน้าท่ีเป็น
บัญชีแยกประเภทเงินสด และแยกประเภทธนาคารอกี ด้วย ดังนั้นเมื่อมีการบันทึกรายการในสมุดเงินสด 2 ช่อง รายการทีเ่ ป็นเงิน
สดและธนาคารก็ไม่ต้องผ่านรายการไปยังบัญชีแยกประเภททั่วไปอีก แต่รายการอื่นยังคงต้องผ่านไปยังบัญชีแยกประเภท
เหมอื นเดมิ ส่วนในช่องเลขที่ใบสำคัญจะมไี ว้สำหรับบันทึกเลขที่ของเอกสาร เช่น ในสมดุ เงนิ สด ด้านเดบิต (ด้านรับเงิน) จะบันทึก
เลขที่ใบสำคัญของกิจการที่ออกให้กับบุคคลภายนอก คือ ใบเสร็จรับเงินหรือใบสำคัญรับโดยเรียงตามลำดับเลขที่จากน้อยไปหา
มาก ทางด้านเครดิต (ด้านจ่ายเงิน) จะบันทึกเลขท่ีเอกสารได้รับจากบุคคลอื่นมา เช่น ใบเสรจ็ รบั เงินหรอื ใบสำคัญจ่าย การบันทึก
เลขที่ใบสำคัญเพื่อใช้ในการอ้างอิงและตรวจสอบที่มาของการบันทึกบัญชีว่าเกิดขึ้นจากรายการใด ซึ่งสามารถดูได้จากเอ กสารที่
อ้างองิ ในชอ่ งเลขทใ่ี บสำคญั
2. ผเู้ รียนยกตวั อย่างรายการใดบ้างทคี่ วรจะบันทกึ ในสมุดเงนิ สด 2 ชอ่ ง เพอ่ื เชือ่ มโยงเข้าสู่เน้ือหาการเรยี นการสอน
3. ครแู นะนำรปู แบบการเรยี นการสอนในสปั ดาหน์ ี้
4. ผู้เรยี นทำแบบประเมินผลก่อนเรียน โดยใชเ้ วลาประมาณ 10 นาที่ แลว้ เปลี่ยนกันตรวจ

ขัน้ สอน

5. ครูอธิบายความหมายของสมุดเงินสด 2 ช่อง และลักษณะของสมุดเงินสด 2 ช่อง โดยใช้สอื่ แผน่ ใสประกอบการเรยี น

การสอน

6. ครูบอกลกั ษณะของสมดุ เงินสด 2 ชอ่ ง

7. ครอู ธบิ ายและแสดงรูปแบบ และสาธติ การบนั ทกึ รายการในสมดุ เงินสด 2 ช่อง โดยจะมรี ูป 2 แบบ

ตามกรณี ดงั นี้
กรณีที่  กิจการไม่มีเงินฝากธนาคาร กิจการจะมีการรับและจ่ายเป็นเงินสดเท่านั้น ช่องบันทึกจำนวนเงินจึงมีช่อง

เดยี วแบง่ เปน็ ด้านเดบติ และดา้ นเครดิต เขียนรูปแบบได้ดงั นี้

สมุดเงินสด 1 หนา้ ..2

พ.ศ. ….. เลขท่ี รายการ เลขที่ เดบติ พ.ศ. ….. เลขที่ รายการ เลขที่ เครดติ
เดอื น วนั ที่ ใบสำคญั ใบสำคัญ บญั ชี บาท สต.
บญั ชี บาท สต. เดอื น วันท่ี

3 4 5 67 8 9 10 11 12

8. ผเู้ รียนบอกข้ันตอนการบนั ทึกรายการในสมดุ เงนิ สด ดงั นี้
1) เขียนคำวา่ “สมดุ เงินสด” กลางหนา้ กระดาษ

2) เขียนเลขท่ีหน้าไว้ทางด้านขวามือ
รายการทีบ่ นั ทึกบัญชีด้านเดบติ (ด้านการรับเงนิ )

3) เขยี น พ.ศ. เดือน วันท่ี
4) เขียนเลขที่ใบสำคัญรับ หรือใบเสร็จรบั เงนิ ของกจิ การ
5) เขียนชื่อบัญชที ี่เกิดรายการ (ด้านรับเงนิ ) เชน่ รายได้........
6) เขียนเลขทีบ่ ัญชที ่ีเกดิ รายการ (ดา้ นรับเงิน) เชน่ 401
7) เขยี นจำนวนเงนิ ในช่องเดบติ
รายการทีบ่ นั ทึกบัญชดี ้านเครดติ (ด้านการจ่ายเงิน)
8) เขยี น พ.ศ. เดอื น วนั ที่
9) เขียนเลขทีใ่ บสำคญั จา่ ย หรือใบเสรจ็ รบั เงนิ ของบุคคลภายนอก
10) เขยี นชื่อบญั ชที เี่ กิดรายการ (ดา้ นรับเงนิ ) เช่น เงินเดือน
11) เขียนเลขท่ีบญั ชที ่เี กิดรายการ (ด้านรบั เงนิ ) เช่น 501
12) เขียนจำนวนเงินในช่องเครดิต

9. ครูสาธิตแสดงวิธีการบันทึกบัญชีในสมุดเงินสด 2 ช่อง และบัญชีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยให้ผู้เรียนฝึกทักษะแสดงวิธี
บันทึกบัญชตี ามโจทย์ที่ครกู ำหนดให้ ดงั นี้

สมดุ รายวันทั่วไป หน้า 1

พ.ศ. 25X8 รายการ เลขท่ี เดบติ เครดติ
เดือน วันที่
บัญชี บาท สต. บาท สต.

ม.ี ค. 1 เงนิ สด 101 160,000 -

อปุ กรณ์ 102 80,000 -

เจา้ หนี้-รา้ นนาโน 201 24,000 -
ทุน-นางเพลนิ 301 216,000 -

บันทกึ สินทรพั ย์ หน้สี นิ และสว่ นของเจ้าของ

12 อุปกรณ์ 102 50,000 -

เจ้าหน้ี-ร้านนาโน 201 50,000 -
ซอ้ื อปุ กรณน์ วดสปาเป็นเงินเชื่อ

สมุดเงินสด หน้า 1

พ.ศ.25X8 เลขที่ รายการ เลขที่ เดบติ พ.ศ.25X8 เลขที่ รายการ เลขท่ี เครดติ
เดอื น วันท่ีใบสำคญั บญั ชี บาท สต. เดอื น วันท่ี ใบสำคญั บญั ชี บาท สต.
501 5,000 -
มี.ค. 1 - ยอดยกมา ✓ 160,000 - ม.ี ค. 4 1 คา่ เช่า 502 25,000 -
302 17,000 -
8 1 รายไดค้ ่าบรกิ าร 401 84,000 - 15 2 ค่าสาธารณปู โภค 201 50,000 -
503 35,000 -
27 2 รายไดค้ ่าบรกิ าร 401 70,000 - 18 3 ถอนใช้สว่ นตัว  182,000 -

25 4 เจา้ หนีก้ ารค้า 314,000 -

31 6 เงินเดอื น 101

31 ยอดยกไป เลขท่ี 102

314,000 -

เม.ย. 1 ยอดยกมา  182,000 -

101

หมายเหตุ รายการวันท่ี 1 มี.ค. อา้ งอิงยอดยกมาเน่ืองจากเป็นยอดคงเหลือยกมาจากงวดบัญชีก่อน

อปุ กรณ์

พ.ศ.25X8 รายการ หน้า เดบติ พ.ศ.25X8 รายการ หน้า เครดติ
เดอื น วันท่ี บญั ชี บาท สต.
บญั ชี บาท สต. เดอื น วันที่

มี.ค. 1 ยอดยกมา ✓ 80,000 -
12 เจ้าหน้กี ารค้า ร.ว.1 50,000 -

เจ้าหนีก้ ารค้า เลขท่ี 201

พ.ศ.25X8 รายการ หน้า เดบติ พ.ศ.25X8 รายการ หน้า เครดิต
เดอื น วนั ท่ี บัญชี บาท สต. เดือน วันท่ี บัญชี บาท สต.

มี.ค. 25 เงนิ สด ง.ส.1 50,000 - ม.ี ค. 1 ยอดยกมา ✓ 24,000 -
ร.ว.1 50,000 -
12 อปุ กรณ์
เลขที่ 301
ทนุ -นางเพลนิ

พ.ศ.25X8 รายการ หนา้ เดบติ พ.ศ.25X8 รายการ หน้า เครดติ
เดือน วันท่ี บัญชี บาท สต. เดอื น วนั ท่ี บญั ชี บาท สต.

ม.ี ค. 1 ยอดยกมา ✓ 216,000 -

ถอนใช้ส่วนตวั เลขที่ 302

พ.ศ.25X8 รายการ หนา้ เดบติ พ.ศ.25X8 รายการ หนา้ เครดติ
เดือน วันท่ี บญั ชี บาท สต. เดอื น วันที่ บัญชี บาท สต.

มี.ค. 18 เงนิ สด ง.ส.1 17,000 -

รายไดค้ า่ บริการ เลขท่ี 401

พ.ศ.25X8 รายการ หนา้ เดบติ พ.ศ.25X8 รายการ หน้า เครดติ
เดือน วันที่ บญั ชี บาท สต. เดือน วนั ท่ี บัญชี บาท สต.

มี.ค. 8 เงินสด ง.ส.1 84,000 -
ง.ส.1 70,000 -
27 เงนิ สด
เลขท่ี 501
คา่ เช่า
หน้า เครดิต
พ.ศ.25X8 รายการ หน้า เดบติ พ.ศ.25X8 รายการ บัญชี บาท สต.
เดอื น วันท่ี
บญั ชี บาท สต. เดอื น วันท่ี

ม.ี ค. 4 เงนิ สด ง.ส.1 5,000 -

ค่าสาธารณูปโภค เลขท่ี 502
หนา้ เครดิต
พ.ศ.25X8 รายการ หน้า เดบติ พ.ศ.25X8 รายการ บญั ชี บาท สต.
เดือน วันที่ รายการ
บญั ชี บาท สต. เดอื น วันท่ี เลขท่ี 503
หน้า เครดิต
มี.ค. 15 เงนิ สด ง.ส.1 25,000 - บญั ชี บาท สต.

เงินเดือน

พ.ศ.25X8 รายการ หน้า เดบติ พ.ศ.25X8
เดอื น วนั ที่
บญั ชี บาท สต. เดือน วนั ท่ี

ม.ี ค. 31 เงนิ สด ง.ส.1 70,000 -

10. ครูและผู้เรียนฝึกปฏิบัติโจทย์ตัวอย่าง เพื่อบันทึกสมุดเงินสด 2 ช่อง สมุดรายวันทั่วไป ผ่านรายการไปบัญชีแยก
ประเภท และจัดทำงบทดลอง

11. ผ้เู รยี นแขง่ ขันกนั ตอบคำศพั ท์บญั ชี
12. ครูเน้นความรู้เรื่องความพอเพียงของเศรษฐกิจพอเพียง จะต้องประกอบด้วยคุณลักษณะ 3 ประการ คือ ความ
พอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมคิ ุ้มกันที่ดีในตวั โดยความหมายของความพอประมาณน้ัน หมายถึง ความพอดี ที่ไมน่ ้อย
เกินไปและไม่มากเกนิ ไป โดยไมเ่ บียดเบียนตนเองและผู้อ่นื เชน่ การผลิตและการบริโภคท่อี ยู่ในระดบั พอประมาณ
13. ผู้เรียนฝกึ ปฏิบตั ิกจิ กรรมจัดทำสมุดเงินสด 2 ช่อง ในใบงาน

ขน้ั สรปุ และการประยกุ ต์

14. ผู้เรยี นตอบคำถามเป็นรายบุคคลหรอื กลุ่ม เกย่ี วกับสมดุ เงินสด 2 ชอ่ ง และให้ทำแบบฝึกปฏิบตั ิ
15. ครแู ละผูเ้ รียนสรุปสมดุ เงนิ สด 2 ชอ่ ง มีลักษณะคล้ายกบั บญั ชแี ยกประเภทท่ัวไป ด้านเดบิตใชบ้ ันทึกรายการรับเงิน
ส่วนด้านเครดิตใช้บันทึกรายการจ่ายเงิน นอกจากนี้ยังทำหนา้ ที่เป็นบัญชีแยกประเภทเงนิ สดและเงินฝากธนาคาร ซึ่งรูปแบบของ
สมุดเงินสด 2 ช่อง มี 2 รูปแบบ คือ แบบท่ีกิจการไม่มีเงินฝากธนาคาร และกรณีที่กิจการมีเงินฝากธนาคาร แต่ที่นิยมใช้กันมาก
ท่สี ุดคอื แบบท่ีกิจการมีเงนิ ฝากธนาคาร
16. ผู้เรยี นทำแบบประเมินหลังเรียน
17. ผเู้ รยี นทำแบบฝกึ ปฏบิ ัติ

➢สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้

1. หนงั สือเรยี นวชิ าบัญชีเบ้อื งต้น 1 (2201-1004) ของสำนกั พิมพ์เอมพนั ธ์
2. แผ่นใส
3. ใบงาน
4. มาตรฐานการบัญชี
5. อินเทอรเ์ น็ต
6. Power Point

➢หลักฐาน

1. บันทกึ การสอนของสถานศกึ ษา
2. ผลงานของผูเ้ รยี น
3. แผนจดั การเรยี นรู้

➢การวัดผลและการประเมนิ ผล

วธิ วี ัดผล
1. สังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ตรวจใบงาน
3. ตรวจแบบฝึกปฏบิ ัติ
4. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรูก้ ่อน/หลังเรยี น
5. ประเมนิ กิจกรรมเสนอแนะผเู้ รียนเป็นสำคัญ และส่งเสรมิ คณุ ธรรมนำความรู้
6 ประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่
7 สงั เกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุ่ม
8 การสงั เกตและประเมนิ พฤติกรรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

เครอ่ื งมือวัดผล
1. แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยครู)
3. แบบสงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุ่ม (โดยผเู้ รียน)
4. แบบประเมินกจิ กรรมใบงาน
5. แบบประเมินแบบฝึกปฏบิ ัติ
6. แบบประเมนิ ผลการเรยี นร้กู อ่ น/หลงั เรียน
7. แบบประเมนิ กิจกรรมเสนอแนะผูเ้ รยี นเป็นสำคัญ และสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนำความรู้
8. แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ โดยครแู ละผู้เรียนร่วมกนั ประเมนิ

เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1. เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ีชอ่ งปรบั ปรุง
2. เกณฑผ์ ่านการประเมินพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขึน้ ไป)
4. กจิ กรรมใบงาน เกณฑ์ผา่ น คือ 50%
5. กิจกรรมฝึกปฏบิ ตั ิ เกณฑผ์ า่ น คือ 50%
6. แบบประเมินผลการเรียนรู้กอ่ น/หลงั เรียนมเี กณฑ์ผ่าน 50%
7. แบบประเมินกจิ กรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นสำคัญและสง่ เสริมคณุ ธรรมนำความรู้ผ่าน 50%
8 แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ คะแนนขน้ึ อย่กู บั การประเมนิ ตาม

สภาพจริง

➢กจิ กรรมเสนอแนะ

1. ทำใบงานและแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
2. บันทึกการรับ-จ่าย
3. กจิ กรรมเสนอแนะผ้เู รียนเป็นสำคญั และสง่ เสริมคณุ ธรรมนำความรู้
4. ผเู้ รยี นควรฝึกปฏบิ ตั กิ จิ กรรมการบนั ทกึ รายการในสมุดเงนิ สด 2 ช่อง เพิม่ เติม

➢การบรู ณาการ

1. กลมุ่ วิชาภาษาไทย ไดแ้ ก่ ทักษะการฟัง ทกั ษะการอา่ น ทกั ษะการเขียนและทักษะการพดู
2. ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
3. คุณธรรมจรยิ ธรรม และศลี ธรรม
4. หนา้ ทีพ่ ลเมอื งดี
5. อ่นื ๆ

สมุดเงินสด 2 ชอ่ ง การบรู ณาการ กล่มุ วิชาภาษาไทย
กล่มุ วิชาคณิตศาตร์
กล่มุ วิชาวิทยาศาสตร์
กล่มุ วิชากฏหมาย
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

หนา้ ที่พลเมือง

กล่มุ วิชาการขายและคอมพิวเตอร์

กล่มุ วิชาภาษาองั กฤษ

บนั ทกึ หลังการสอน

ขอ้ สรุปหลงั การสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปัญหาทพี่ บ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแก้ปญั หา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

แผนการจดั การเรยี นรแู้ บบบูรณาการท่ี 9 หน่วยที่ 7
สอนครง้ั ท่ี 9 (33-36)
รหัสวิชา 30200-0001 การบัญชเี บื้องต้น (2-2-3) จำนวนชั่วโมง 4 ชม.
ช่ือหน่วย/เร่ือง การผา่ นรายการไปบญั ชีแยกประเภท

➢สาระสำคญั

สมุดบัญชีแยกประเภทเป็นสมุดบันทึกรายการขั้นปลาย ซึ่งจัดทำต่อจากการบันทึกรายการในสมุดรายวันขั้นต้นและ
รวบรวมบัญชีแยกประเภทตา่ งๆ เปน็ หมวดหม่ไู ว้ในเลม่ เดียวกนั โดยสามารถบนั ทกึ รายการในรูปแบบทก่ี ำหนด ซ่งึ ส่วนมากจะนิยม
ใชส้ มุดแยกประเภทแบบมาตรฐาน เพ่อื บนั ทึกการผา่ นรายการจากสมดุ รายวนั ท่วั ไปไปยังสมุดบัญชีแยกประเภท

การผ่านรายการ หมายถึง การนำรายการค้าที่บันทึกไว้ในสมุดขั้นต้น ไปบันทึกไว้ในบัญชีแยกประเภทที่เกี่ยวข้องตาม
รายการคา้ ท่ีบนั ทึกไว้ เมือ่ ผา่ นรายการเสร็จแลว้ ต้องอา้ งองิ หน้าบญั ชีของสมดุ ขัน้ ตน้ และเลขทบี่ ัญชแี ยกประเภททีเ่ ก่ียวข้อง เพื่อให้
ทราบว่ารายการเดบิตหรือเครดิตที่บันทึกไว้ในบัญชีแยกประเภท เป็นการผ่านรายการมาจากสมุดขั้นต้นประเภทใด หน้าบัญชีใด
และรายการในสมดุ ขั้นต้นท่บี ันทึกผา่ นรายการไปยังบัญชแี ยกประเภทบญั ชใี ดและเลขทบี่ ัญชอี ะไร

➢จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1. อธบิ ายความหมายและบอกประเภทของบัญชีแยกประเภทได้

2. อธิบายรปู แบบของบัญชแี ยกประเภทได้

3. บนั ทกึ บญั ชีการผา่ นรายการจากสมุดรายวนั ท่วั ไปไปสมุดบัญชแี ยกประเภทได้

4. คำนวณหายอดคงเหลือในบัญชีแยกประเภทได้

5. มีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา สำนักงาน

คณะกรรมการการอาชวี ศึกษา ท่ีครสู ามารถสังเกตได้ขณะทำการสอนในเรอื่ ง

5.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์ 5.2 ความมีวนิ ยั

5.3 ความรบั ผดิ ชอบ 5.4 ความซ่ือสตั ยส์ ุจรติ

5.5 ความเช่อื ม่ันในตนเอง 5.6 การประหยัด

5.7 ความสนใจใฝร่ ู้ 5.8 การละเว้นสิ่งเสพตดิ และการพนัน

5.9 ความรักสามัคคี 5.10 ความกตญั ญกู ตเวที

➢สมรรถนะรายวิชา

1. แสดงความรู้เกีย่ วกบั หลกั การ และวธิ กี ารบัญชีสำหรับกิจการเจา้ ของคนเดียวประเภทธุรกจิ บริการ
2. ปฏิบัตงิ านบัญชสี ำหรบั กจิ การเจ้าของคนเดียวประเภทธรุ กิจบรกิ ารตามหลักการบญั ชีทร่ี บั รองท่ัวไป

➢เน้ือหาสาระ

1. ความหมาย และประเภทของบญั ชีแยกประเภท
2. รูปแบบของบญั ชีแยกประเภท
3. การผา่ นรายการจากสมุดรายวันทวั่ ไปไปสมดุ บญั ชีแยกประเภท
4. วิธีการหายอดคงเหลือในบัญชแี ยกประเภท

ความหมาย และประเภท ภาพรวม (Big Idea)
ของบญั ชแี ยกประเภท
รปู แบบของบญั ชี
แยกประเภท

การผ่านรายการไปบญั ชีแยกประเภท

การผ่านรายการจากสมุดรายวนั การผ่านรายการจากสมดุ รายวนั ทวั่ ไป
ทวั่ ไปไปสมุดบญั ชแี ยกประเภท ไปสมุดบญั ชแี ยกประเภท

➢กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นนำเข้าส่บู ทเรยี น

1. ครูสนทนากับผู้เรียนว่าการผ่านรายการ (Posting) หมายถึง การนำรายการค้าทีบ่ ันทึกไว้ในสมุดขั้นต้น ไปบันทึกไว้
ในบัญชีแยกประเภททเี่ กี่ยวข้องตามลักษณะรายการคา้ ทบี่ ันทึกไว้ในสมุดข้ันตน้ เม่ือผ่านรายการเสรจ็ แลว้ ต้องอ้างอิงหน้าบัญชีของ
สมดุ ข้ันตน้ และเลขทีบ่ ัญชีแยกประเภททเี่ ก่ยี วข้อง เพ่ือใหท้ ราบวา่ รายการเดบติ หรือเครดติ ที่บันทึกไว้ในบญั ชีแยกประเภทเป็นการ
ผ่านรายการมาจากสมุดขั้นต้นประเภทใด หน้าบัญชีใด และรายการในสมุดขั้นต้นที่บันทึกได้ผ่านรายการไปยังบัญชีแยกประเภท
บญั ชีใด และเลขท่ีบัญชอี ะไร

2. ผเู้ รียนยกตวั อยา่ งรายการบัญชี 5 หมวด เพ่อื ผา่ นไปยงั บญั ชแี ยกประเภท

ข้ันสอน
3. ครูอธิบายความหมาย และประเภทของบัญชีแยกประเภท โดยใช้สอื่ Power Point ประกอบโดยบัญชีแยกประเภท
ท่วั ไป หรือบญั ชีแยกประเภท (Ledger) หมายถึง บญั ชที จี่ ัดแยกประเภทรายการค้าทม่ี ีลักษณะเดียวกันไปบนั ทกึ ไว้ในบัญชเี ดยี วกัน
ใหเ้ ปน็ หมวดหมู่ เพอ่ื ให้สามารถหายอดคงเหลอื ของบญั ชนี ัน้ ๆ

การจัดเรยี งลำดับบัญชีแยกประเภทจะต้องเรยี งตามหมวดบัญชี คือ สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจา้ ของ รายได้ และ
ค่าใช้จ่าย ในแต่ละหมวดบัญชีจะประกอบด้วยบัญชีหลายประเภท เช่น หมวดสินทรัพย์จะประกอบด้วยบัญชีแยกประเภทเงินสด
ต๋ัวเงนิ รบั ลกู หนี้การค้า หมวดหนส้ี น้ิ จะประกอบดว้ ยบญั ชีแยกประเภทเจา้ หนกี้ ารคา้ ตัว๋ เงินจ่าย เงนิ ก้จู ากธนาคาร เปน็ ตน้

รายการคา้

การวเิ คราะหร์ ายการคา้

การบนั ทึกรายการคา้
ในสมุดรายวนั ทวั่ ไป

การผ่านรายการไปบนั ทกึ
ในสมุดบญั ชีแยกประเภท

4. ครบอกรูปแบบของบัญชแี ยกประเภท โดยใช้สื่อ Power Point ประกอบ โดยสมดุ บัญชีแยกประเภท แบ่งออกเปน็
2 ชนดิ คือ

1) สมุดบญั ชีแยกประเภททั่วไป (General Ledger) หรือบัญชีแบบมาตรฐาน คือ เป็นสมุดที่รวบรวมหรอื คมุ ยอด
ของบัญชีแยกประเภททุกบัญชี ซึ่งใช้บันทึกการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์ หนี้สินและส่วนของเจ้าของ (ทุน) ต่อจากการบันทึกลงใน
สมุดรายวันทั่วไป ได้แก่ บัญชีแยกประเภทสินทรัพย์ เช่น เงินสด ลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ เป็นต้น
บัญชีแยกประเภทหนี้สิน เช่น เจ้าหนี้การค้า เงินกู้ เจ้าหนี้อื่นๆ เป็นต้น บัญชีแยกประเภทส่วนของเจ้าของ เช่น ทุน รายได้
ค่าใชจ้ ่าย และบัญชีถอนใช้ส่วนตัว

2) สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย (Subsidiary Ledger) หรือบัญชีแบบแสดงยอดดุล คือ เป็นสมุดที่รวบรวมของ
บัญชีแยกประเภทย่อยของบัญชีคุมยอด (Controlling Accounts) ในสมุดแยกประเภททั่วไป เช่น สมุดบัญชีแยกประเภทลูกหน้ี
รายตัว บญั ชเี จ้าหนี้รายตวั ซ่งึ ยอดรวมของบญั ชแี ยกประเภทรายตวั ทงั้ หมดจะเทา่ กบั ยอดรวมในสมุดบัญชีแยกประเภทท่วั ไป

5. ครูสาธติ การผา่ นรายการจากสมุดรายวันท่ัวไปไปสมุดบญั ชีแยกประเภท โดยการผา่ นรายการ (Posting) หมายถึง
การนำรายการค้าที่บันทึกไว้ในสมุดขั้นต้น ไปบันทึกไว้ในบัญชีแยกประเภทที่เกี่ยวข้องตามลักษณะรายการค้าที่บันทึกไว้ในสมุด
ขน้ั ตน้

เมื่อผ่านรายการเสร็จแล้วต้องอ้างอิงหน้าบัญชีของสมุดขั้นต้นและเลขที่บัญชีแยกประเภทที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทราบว่า
รายการเดบิตหรือเครดิตที่บันทึกไว้ในบัญชีแยกประเภทเป็นการผ่านรายการมาจากสมุดขั้นต้นประเภทใด หน้าบัญชีใด และ
รายการในสมุดขั้นตน้ ท่บี ันทกึ ไดผ้ า่ นรายการไปยังบญั ชีแยกประเภทบัญชใี ด และเลขทีบ่ ัญชีอะไร

6. ครแู ละผเู้ รียนสาธิตการบนั ทึกรายการค้าในบญั ชแี ยกประเภท มดี งั น้ี
1) เปิดบัญชีแยกประเภททั่วไปและให้นำชื่อบัญชีที่เดบิตสมุดรายวันทั่วไปมาตั้งเป็นชื่อของบัญชีแยกประเภทและ

บันทึกไว้ทางด้านเดบิต โดยเขียน พ.ศ. เดือน วันที่ ตามที่ปรากฏในสมดุ รายวันท่ัวไป เขียนชื่อบญั ชีที่เครดติ ลงในชอ่ งรายการและ
เขยี นจำนวนเงนิ ตามทปี่ รากฏในสมดุ รายวนั ท่ัวไปลงในช่องจำนวนเงินเดบติ

2) การผ่านรายการด้านเครดิตให้ปฏิบัตเิ ช่นเดียวกันกับด้านเดบิตแต่เปลี่ยนมาบันทกึ ทางด้านเครดิตของบัญชีแยก
ประเภทท่ัวไป

3) ในชอ่ งรายการให้เขยี นคำอธิบาย
3.1 ถ้าเป็นรายการเปิดบัญชีหรือการลงทุนครัง้ แรก เช่น กิจการนำสินทรัพย์หลายอย่างมาลงทุน และเจ้าหนี้

ใหเ้ ขียนในช่องรายการว่า “สมุดรายวันทวั่ ไป” แตถ่ า้ เปน็ การนำเงินสดมาลงทุนอย่างเดยี วใหเ้ ขียนในช่องรายการเป็นชื่อบัญชีแยก
ประเภทตรงกนั ขา้ ม

3.2 ถ้าเป็นรายการเปิดบัญชีโดยเริ่มรอบระยะเวลาบัญชีใหม่ ในช่องรายการให้เขียนคำว่า “ยอดยกมา” ซ่ึง
หมายความวา่ เป็นยอดคงเหลือยกมาจากรอบระยะเวลาบญั ชีกอ่ น

3.3 ถ้ารายการระหวา่ งเดือน ในช่องรายการให้เขยี นชื่อบัญชีแยกประเภทตรงข้ามกัน การบันทึกบัญชีในสมุด
รายวันทั่วไปทางด้านเดบิตและเครดิต ถ้ามีการบันทึกบัญชีมากกว่า 1 บัญชีแล้ว รายการค้าลักษณะนี้เรียกว่า “รายการรวม”
(Compound Entries)

การผ่านรายการจากสมดุ รายวนั ท่ัวไปไปบัญชแี ยกประเภทท่ัวไปนนั้ ในสมดุ รายวันทว่ั ไปจะตอ้ งใส่เลขทบ่ี ญั ชีตามประเภท
บัญชีนนั้ ๆ ทไ่ี ด้บนั ทึกไวใ้ นสมดุ รายวันทัว่ ไปในช่อง “เลขทบ่ี ญั ชี” และในช่อง “หนา้ บญั ชี” ของบัญชแี ยกประเภทจะใส่หน้าบัญชี
ของสมดุ รายวนั ท่ัวไปทผ่ี ่านรายการมา ซงึ่ เรียกวา่ “การอ้างองิ การผ่านรายการ (Posting Reference)”

ตัวอย่างท่ี  1 มกราคม 25X8 นายปกั ษานำเงินสดมาลงทนุ ในรา้ นซกั รีดเส้อื ผ้า 400,000 บาท

การวิเคราะหร์ ายการคา้

สนิ ทรพั ยเ์ พิ่ม (+) ส่วนของเจ้าของเพม่ิ (+)

เงินสด +400,000 บาท ทุน-นายปักษา +400,000 บาท

หลกั การเดบิต - เครดติ

เดบิต เงนิ สด 400,000.-

เครดติ ทุน-นายปกั ษา 400,000.-

การบนั ทกึ รายการในสมุดรายวันทวั่ ไป เปน็ ดงั นี้

สมดุ รายวนั ทวั่ ไป หน้า 1

พ.ศ.25X8 รายการ เลขที่ เดบติ เครดติ
เดอื น วันท่ี
บัญชี บาท สต. บาท สต.

ม.ค. 1 เงนิ สด 101 400,000 -

ทุน-นายปักษา 301 400,000 -

นายปักษานำเงนิ สดมาลงทนุ

การผ่านรายการไปยังบัญชแี ยกประเภท

บัญชเี งินสด

เลขที่ 101

พ.ศ.25X8 รายการ หนา้ เดบติ พ.ศ.25X8 รายการ หน้า เครดิต
เดือน วันท่ี บญั ชี บาท สต. เดือน วันที่ บัญชี บาท สต.

ม.ค. 1 ทนุ -ปกั ษา ร.ว.1 400,000 -

บญั ชที ุน-นายปกั ษา

เลขที่ 301

พ.ศ.25X8 รายการ หน้า เดบติ พ.ศ.25X8 รายการ หนา้ เครดิต
เดอื น วันที่ บญั ชี บาท สต. เดือน วนั ท่ี บญั ชี บาท สต.

ม.ค. 1 เงินสด ร.ว.1 400,000 -

การอา้ งองิ การผ่านรายการ” (Posting Reference) ในชอ่ งเลขท่บี ญั ชี” ของสมดุ รายวนั

ท่วั ไป และในช่อง “หนา้ บญั ชี”ของบญั ชีแยกประเภท

7. ผเู้ รยี นบนั ทกึ รายการค้าในสมุดรายวนั ท่วั ไปและผา่ นรายการไปสมุดบัญชีแยกประเภทท่ัวไป

8. ผเู้ รียนวเิ คราะหร์ ายการคา้ บันทกึ รายการในสมดุ รายวันท่ัวไป และผา่ นไปบัญชแี ยกประเภทเป็นดงั นี้

สมดุ รายวนั ทวั่ ไป หน้า 1

พ.ศ.25X8 รายการ เลขท่ี เดบติ เครดติ
เดอื น วนั ท่ี
บญั ชี บาท สต. บาท สต.

ม.ค. 5 เงนิ สด 101 100,000 -
เงินกู้-ธนาคารพาณิชย์ 202 100,000 -

นายปกั ษากู้เงินมาใช้ในกจิ การ

การผ่านรายการไปยังบัญชีแยกประเภท

บัญชีเงินสด เลขที่ 101

พ.ศ.25X8 รายการ หน้า เดบิต พ.ศ.25X8 รายการ หนา้ เครดติ
เดอื น วนั ท่ี บัญชี บาท สต.
บญั ชี บาท สต. เดอื น วนั ท่ี

ม.ค. 1 ทนุ -นายปกั ษา ร.ว.1 400,000 -

5 เงินกู้-ธ.พาณิชย์ ร.ว.1 100,000 -

บญั ชเี งนิ กู้-ธนาคารพาณชิ ย์ เลขท่ี 202

พ.ศ.25X8 รายการ หน้า เดบิต พ.ศ.25X8 รายการ หนา้ เครดติ
เดือน วันท่ี บญั ชี บาท สต.
บญั ชี บาท สต. เดอื น วนั ที่
ร.ว.1 100,000 -
ม.ค. 5 เงนิ สด

9. ผู้เรยี นบันทกึ รายการค้าในสมดุ รายวนั ทัว่ ไปและผ่านรายการไปยงั สมุดบญั ชีแยกประเภททั่วไปตามโจทยท์ ี่ครู

กำหนดให้

10. ครแู ละผเู้ รียนฝกึ ทกั ษะการวิเคราะห์รายการคา้ การบันทึกรายการในสมดุ รายวันท่วั ไป และผ่านรายการไปยังบัญชี

แยกประเภท
ตัวอยา่ งท่ี  จากตัวอย่างที่ 1 และ 2 เมื่อวันที่ 10 มกราคม 25X8 ซื้ออุปกรณ์สำนักงานจากร้านกันเองในราคา

680,000 บาท จา่ ยเงินสดทนั ที 200,000 บาท ท่ีเหลอื ขอชำระในภายหลัง

การวเิ คราะหร์ ายการคา้

สินทรัพย์เพ่ิม (+) สนิ ทรัพยล์ ด (-) หนสี้ นิ เพ่ิม (+)

อุปกรณส์ ำนกั งาน +680,000 บาท เจา้ หนก้ี ารคา้ -ร้านกนั เอง +480,000 บาท

เงนิ สด -200.000 บาท

หลกั การเดบิต-เครดิต

เดบิต อปุ กรณส์ ำนักงาน 680,000.-

เครดติ เงนิ สด 200,000.-

เจ้าหน้ีการคา้ -ร้านกนั เอง 480,000.-

การบนั ทกึ รายการในสมุดรายวนั ท่วั ไป เปน็ ดังน้ี

สมุดรายวนั ทั่วไป หนา้ 1

พ.ศ.25X8 รายการ เลขที่ เดบิต เครดติ
เดือน วันที่
บัญชี บาท สต. บาท สต.

ม.ค. 10 อุปกรณส์ ำนักงาน 102 680.000 -

เงินสด 101 200,000 -

เจา้ หนกี้ ารคา้ -ร้านกนั เอง 201 480,000 -

ซ้อื อุปกรณส์ ำนกั งานจ่ายเงินสดบางสว่ น

การผ่านรายการไปยังบัญชีแยกประเภท

บัญชีเงินสด เลขที่ 101
เครดติ
พ.ศ.25X8 รายการ หน้า เดบิต พ.ศ.25X8 รายการ หน้า บาท สต.
เดือน วันที่ บัญชี บาท สต. เดือน วนั ท่ี บญั ชี 200,000 -

ม.ค. 1 ทุน-ปกั ษา ร.ว.1 400,000 - ม.ค. 10 อุปกรณ์สำนกั งาน ร.ว.1
ร.ว.1
5 เงินกู้-ธ.พาณิชย์ 100,000 -

พ.ศ.25X8 รายการ บญั ชีอุปกรณส์ ำนกั งาน รายการ เลขที่ 102
เดือน วนั ท่ี
หน้า เดบติ พ.ศ.25X8 หน้า เครดติ
บญั ชี บาท สต. เดือน วนั ที่ บญั ชี บาท สต.

ม.ค. 10 เงนิ สด ร.ว.1 200,000 -
ร.ว.1 480,000 -
5 เจ้าหน้ีการคา้ ฯ

บญั ชเี จ้าหนก้ี ารค้า-รา้ นกนั เอง เลขที่ 201

พ.ศ.25X8 รายการ หนา้ เดบิต พ.ศ.25X8 รายการ หนา้ เครดติ
เดอื น วันที่ บัญชี บาท สต. เดือน วนั ท่ี บัญชี บาท สต.

ม.ค. 10 อุปกรณ์สำนกั งาน ร.ว.1 480,000 -

11. ผู้เรียนบันทึกรายการค้าในสมุดรายวนั ทั่วไปและผ่านรายการไปยังสมุดบัญชแี ยกประเภททัว่ ไปตามโจทย์ ดังนี้ จาก
ใบงานที่ 7.1 และ 7.2 เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ซื้ออุปกรณ์สำนักงานจากร้านกันแต่งมาใช้ในกิจการ 80,000 บาท จ่ายเงินสดทันที
20,000 บาท ทีเ่ หลือขอชำระในภายหลงั

12. ผูเ้ รยี นบันทกึ รายการคา้ ในสมดุ รายวันทว่ั ไปและผ่านรายการไปสมดุ บัญชีแยกประเภททวั่ ไปดงั นี้ 15 ม.ค.25X8 รา้ น
เอกบรกิ ารเสรมิ สวย ได้รับค่าบรกิ ารจากลกู คา้ เป็นเงนิ สด 12,000 บาท

13. ผู้เรียนบันทกึ รายการค้าในสมุดรายวันทั่วไปและผ่านรายการไปสมุดบัญชีแยกประเภททั่วไปดังนี้ วันที่ 31 มีนาคม
25X8 จา่ ยเงินเดอื นให้พนักงานในร้านจำนวน 3 คนเปน็ เงนิ สด 36,000 บาท

14. วิธีการหายอดคงเหลอื ในบัญชีแยกประเภท โดยการหายอดคงเหลอื ในบญั ชี หรือยอดดุลบัญชี เปน็ การนำจำนวนเงนิ
ที่บันทึกไวท้ างดา้ นเดบติ และจำนวนเงนิ รวมที่บันทกึ ไว้ทางด้านเครดิตของบัญชแี ยกประเภทนั้นมาหักออกจากกัน ถ้าผลรวมด้าน
เดบิตมีมากกว่าด้านเครดิต ยอดคงเหลือหลังหักกันแล้วก็จะเป็นยอดทางด้านเดบิตแสดงว่าบัญชีแยกประเภทนั้นมียอดดุลเดบิต
(Debit balance) แต่ถ้าผลรวมทางด้านเครดิตมากว่าเดบิต ยอดคงเหลือหลงั หักกันแล้วจะเป็นยอดทางด้านเครดิต แสดงว่าบัญชี
แยกประเภทน้นั มยี อดดลุ เครดิต (Credit balance) ยอดดุลบญั ชีของแต่ละหมวดบญั ชจี ะเป็นดังน้ี

หมวดบัญชี ยอดดลุ
 สินทรัพย์ เดบิต (Debit balance)
 หนี้สิน เครดติ (Credit balance)
สว่ นของเจา้ ของ เครดติ (Credit balance)
รายได้ เครดติ (Credit balance)
 คา่ ใชจ้ า่ ย
เดบติ (Debit balance)

วิธีหายอดคงเหลือในบัญชีแยกประเภทแต่ละบัญชีเรียกว่า Footings หรือ Memorandum Totals วิธีนี้มักจะใช้ดินสอ

เพอ่ื หายอดคงเหลือจึงเรียกอีกอยา่ งหนง่ึ วา่ “Pencil Footings”

15. ครแู ละผ้เู รียนบอกขนั้ ตอนการหายอดคงเหลือในบญั ชีต่างๆ ของแต่ละบัญชี มีดังนี้

1) รวมจำนวนเงินท้งั หมดในช่องเดบติ แลว้ เขยี นจำนวนเงินด้วยดนิ สอดำลงในช่องเดบติ ชิดกบั เส้นบรรทดั สุดท้ายตอ่

จากจำนวนเงนิ ของบญั ชีน้ันๆ

2) รวมจำนวนเงินทัง้ หมดในช่องเครดติ แลว้ เขียนจำนวนเงนิ ด้วยดินสอดำลงในช่องเครดิตชิดกับเส้นบรรทัดสุดท้าย

ตอ่ จากจำนวนเงินของบัญชนี นั้ ๆ

3) หาผลต่างระหวา่ งจำนวนเงนิ ในชอ่ งเดบติ และเครดติ (ขอ้ 1 และ ขอ้ 2) ดังน้ี

3.1 ถ้ายอดรวมเดบิตมากกว่ายอดรวมเครดิต ผลต่างที่เกิดขึ้นเรียกว่า “ยอดคงเหลือเดบิต หรือยอดดุลเดบิต

(Debit Balance)”

บญั ชเี งินสด เลขท่ี 101

พ.ศ.25X8 รายการ หนา้ เดบิต พ.ศ.25X8 รายการ หนา้ เครดติ
เดอื น วันท่ี บัญชี บาท สต.
บัญชี บาท สต. เดอื น วันท่ี

ม.ค. 1 ทุน-นายขจร ร.ว.1 400,000 - ม.ค. 10 อุปกรณ์สำนกั งาน ร.ว.1 200,000 -

5 เงินกู้-ธนาคารไทย ร.ว.1 100,000 - 15 คา่ เชา่ ร.ว.1 60,000 -

240,000 500,000 - 260,000 -

3.2 ถา้ ยอดรวมเครดติ มากกว่ายอดรวมเดบิต ผลต่างท่ีเกิดข้นึ เรยี กวา่ “ยอดคงเหลอื เครดติ หรอื ยอดดลุ เครดติ

(Credit Balance)”

บญั ชเี จา้ หน้กี ารคา้ เลขท่ี 201

พ.ศ.25X8 รายการ หน้า เดบิต พ.ศ.25X8 รายการ หนา้ เครดิต
เดือน วันที่ บญั ชี บาท สต.
บัญชี บาท สต. เดอื น วันที่

ม.ค. 20 เงนิ สด ร.ว.1 300,000 - ม.ค. 10 อปุ กรณส์ ำนักงาน ร.ว.1 480,000 -

16 เครอื่ งตกแต่ง ร.ว.1 20,000 -

200,000 500,000 -

3.3 ถา้ ยอดรวมเดบิตเทา่ กับยอดรวมเครดติ จะไมม่ ียอดคงเหลอื จงึ ไมต่ อ้ งนำไปลงในงบทดลอง

บญั ชเี จา้ หนี้-รา้ นโชคดี

เลขท่ี 201

พ.ศ.25X8 รายการ หน้า เดบติ พ.ศ.25X8 รายการ หนา้ เครดติ
เดือน วนั ที่ บญั ชี บาท สต.
บญั ชี บาท สต. เดือน วันท่ี

ม.ค. 10 เงินสด ร.ว.1 80,000 - ม.ค. 2 เครื่องใช้สำนกั งาน ร.ว.1 80,000 -

3.4 ถ้าในบัญชีแยกประเภทมรี ายการเพียงรายการเดยี ว หรือดา้ นเดยี วใหถ้ ือว่ารายการนน้ั เป็นยอดคงเหลอื ไมต่ อ้ ง

รวมด้วยดินสอ

บญั ชวี สั ดุสำนักงาน เลขท่ี 105

พ.ศ.25X8 รายการ หน้า เดบิต พ.ศ.25X8 รายการ หนา้ เครดิต
เดอื น วนั ที่ บญั ชี บาท สต.
บญั ชี บาท สต. เดอื น วันท่ี

ม.ค. 4 เงนิ สด ร.ว.1 10,000 -

บญั ชเี งินกู้-ธนาคารไทยนคร เลขที่ 201

พ.ศ.25X8 รายการ หน้า เดบิต พ.ศ.25X8 รายการ หน้า เครดติ
เดอื น วันท่ี บัญชี บาท สต. เดือน วันที่ บัญชี บาท สต.

มี.ค. 5 เงินสด ร.ว.1 400,000 -

16. ผู้เรยี นกำหนดบญั ชีแยกประเภททจี่ ำเปน็ มีดังนี้  หมวดรายได้
 หมวดสนิ ทรัพย์ รายได้ค่าบรกิ าร
เลขทีบ่ ญั ชี  หมวดค่าใช้จา่ ย เลขทบี่ ัญชี
ค่าเชา่ 401
เงนิ สด 101 ค่าพาหนะ
ค่าสาธารณูปโภค 501
เงินฝากธนาคาร 102 เงินเดือน 502
503
ลกู หน้ีการคา้ 103 504

เครอ่ื งใช้สำนักงาน 104

อปุ กรณ์ 105
 หมวดหนสี้ ิน

เจ้าหนีก้ ารคา้ -ร้านรวดเรว็ 201
 หมวดส่วนของเจา้ ของ

ทุน-นายเทียน 301

ถอนใชส้ ว่ นตวั 302

17. ผเู้ รยี นฝกึ ปฏบิ ัตกิ ารบนั ทกึ บัญชเี ปน็ ดังน้ี หนา้ 1
สมุดรายวันท่วั ไป เครดติ
บาท สต.
พ.ศ. 25X8 รายการ เลขท่ี เดบิต 100,000 -
เดือน วันที่ บัญชี บาท สต.
101 100,000 - 80,000 -
ม.ค. 1 เงินสด 301
80,000 - 60,000 -
ทุน-นายเทียน 104
นายเทียนนำเงนิ สดมาลงทนุ 201 60,000 - 22,000 -

2 เครอื่ งใช้สำนกั งาน 102 12,000 - 25,000 -
101 10,000 -
เจ้าหน้กี ารคา้ -ร้านรวดเร็ว
501 25,000 -
ซื้อเครือ่ งใชส้ ำนกั งานเปน็ เงินเชอ่ื 105
3 เงนิ ฝากธนาคาร 101

เงินสด 102
401
นำเงนิ ฝากธนาคาร
201
4 คา่ เชา่ 102
อปุ กรณ์
502
เงนิ สด 101

จ่ายค่าเช่ารา้ นและซื้ออปุ กรณ์ 103
101
7 เงนิ ฝากธนาคาร 401

รายไดค้ ่าบริการ 502
101
รบั รายไดค้ า่ บรกิ ารนำฝากธนาคาร

10 เจา้ หนีก้ ารคา้ -รา้ นรวดเร็ว 80,000 -

เงินฝากธนาคาร 80,000 -

จา่ ยชำระหนด้ี ้วยเช็ค

14 ค่าพาหนะ 800 -
800 -
เงินสด

จ่ายค่าพาหนะ

16 ลกู หนก้ี ารคา้ 8,000 -
18,000 -
เงนิ สด

รายได้ค่าบรกิ าร 26,000 -

สง่ บิลเกบ็ ค่าบรกิ ารไดร้ ับเงนิ สดบางสว่ น

20 ค่าพาหนะ 600 -
600 -
เงนิ สด

จ่ายค่าพาหนะ

สมุดรายวนั ทวั่ ไป หน้า 2

พ.ศ.25X8 รายการ เลขท่ี เดบิต เครดติ
เดอื น วนั ที่
บัญชี บาท สต. บาท สต.

ม.ค. 25 คา่ สาธารณูปโภค 503 2,500 -

เงนิ สด 101 2,500 -

จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์

30 ถอนใช้ส่วนตวั 302 8,000 -

เงินสด 101 8,000 -

นายเทยี นนำเงินสดไปใช้ส่วนตัว

31 เงนิ ฝากธนาคาร 102 4,000 -

ลูกหนีก้ ารค้า 103 4,000 -

รับชำระหน้จี ากลูกหนเ้ี ปน็ เช็ค

เงนิ เดอื น 504 8,500 -

เงินสด 101 8,500 -
จา่ ยเงนิ เดือน
การผา่ นรายการไปยังบญั ชแี ยกประเภททเี่ ก่ยี วขอ้ ง บัญชเี งินสด

เลขท่ี 101

พ.ศ.25X8 รายการ หนา้ เดบติ พ.ศ.25X8 รายการ หน้า เครดิต
เดือน วนั ท่ี บญั ชี บาท สต.
บัญชี บาท สต. เดอื น วนั ท่ี

ม.ค. 1 ทุน-นายเทียน ร.ว.1 100,000 - ม.ค. 3 เงินฝากธนาคาร ร.ว.1 60,000 -
4 ค่าเชา่ ร.ว.1 12,000 -
16 รายไดค้ ่าบรกิ าร ร.ว.1 18,000 - ร.ว.1 10,000 -
อปุ กรณ์ ร.ว.1 800 -
15,600 118,000 - 14 คา่ พาหนะ ร.ว.1 600 -
20 คา่ พาหนะ ร.ว.2 2,500 -
25 ค่าสาธารณปู โภค ร.ว.2 8,000 -
30 ถอนใช้ส่วนตวั ร.ว.2 8,500 -
31 เงนิ เดอื น
102,400 -
บัญชเี งนิ ฝากธนาคาร เลขท่ี 102

พ.ศ.25X8 รายการ หน้า เดบิต พ.ศ.25X8 รายการ หนา้ เครดิต
เดือน วนั ที่ บัญชี บาท สต.
บญั ชี บาท สต. เดอื น วันท่ี

ม.ค. 3 เงนิ สด ร.ว.1 60,000 - ม.ค. 10 เจ้าหนีก้ ารคา้ ร.ว.1 80,000 -
25,000 - เลขที่ 103
7 รายได้ค่าบรกิ าร ร.ว.1 4,000 -
89,000 -
31 ลูกหนีก้ ารค้า ร.ว.2
บัญชลี กู หนกี้ ารคา้
9,000

พ.ศ.25X8 รายการ หนา้ เดบติ พ.ศ.25X8 รายการ หนา้ เครดติ
เดอื น วันที่ บญั ชี บาท สต.
บญั ชี บาท สต. เดอื น วนั ท่ี

ม.ค. 16 รายได้ค่าบรกิ าร ร.ว.1 8,000 - ม.ค. 31 เงนิ ฝากธนาคาร ร.ว.1 4,000 -
4,000 8,000 -

บญั ชเี ครื่องใช้สำนกั งาน เลขที่ 104
หนา้ เครดติ
พ.ศ.25X8 รายการ หน้า เดบิต พ.ศ.25X8 รายการ บญั ชี บาท สต.
เดอื น วนั ที่ รายการ
บญั ชี บาท สต. เดอื น วนั ที่ เลขท่ี 105
หน้า เครดิต
ม.ค. 2 เจา้ หนีก้ ารคา้ ฯ ร.ว.1 80,000 - บัญชี บาท สต.

บญั ชีอปุ กรณ์ เลขที่ 201
หนา้ เครดิต
พ.ศ.25X8 รายการ หนา้ เดบิต พ.ศ.25X8 บญั ชี บาท สต.
เดอื น วันท่ี ร.ว.1 80,000 -
บัญชี บาท สต. เดอื น วันที่
เลขที่ 301
ม.ค. 4 เงินสด ร.ว.1 10,000 - หน้า เครดติ
บญั ชี บาท สต.
บัญชเี จ้าหนีก้ ารค้า-รา้ นรวดเร็ว ร.ว.1 100,000 -

พ.ศ.25X8 รายการ หนา้ เดบิต พ.ศ.25X8 รายการ เลขท่ี 302
เดือน วันที่ หน้า เครดติ
บัญชี บาท สต. เดือน วันที่ บัญชี บาท สต.

ม.ค. 10 เงนิ ฝากธนาคาร ร.ว.1 80,000 - ม.ค. 2 เครอื่ งใชส้ ำนกั งาน เลขที่ 401
หนา้ เครดติ
บัญชที นุ -นายเทยี น บญั ชี บาท สต.
ร.ว.1 25,000 -
พ.ศ.25X8 รายการ หน้า เดบิต พ.ศ.25X8 รายการ ร.ว.1 8,000 -
เดอื น วนั ที่ ร.ว.1 18,000 -
บญั ชี บาท สต. เดอื น วันที่
51,000 -
ม.ค. 1 เงนิ สด เลขที่ 501

บัญชถี อนใชส้ ว่ นตวั หนา้ เครดติ
บัญชี บาท สต.
พ.ศ.25X8 รายการ หนา้ เดบติ พ.ศ.25X8 รายการ
เดือน วนั ท่ี เลขที่ 502
บัญชี บาท สต. เดอื น วันท่ี หนา้ เครดิต
บญั ชี บาท สต.
ม.ค. 30 เงินสด ร.ว.2 8,000 -

บญั ชรี ายไดค้ า่ บริการ

พ.ศ.25X8 รายการ หน้า เดบติ พ.ศ.25X8 รายการ
เดือน วันที่
บญั ชี บาท สต. เดือน วันท่ี

ม.ค. 7 เงนิ ฝากธนาคาร

16 ลกู หนี้การคา้

เงินสด

บญั ชคี า่ เชา่

พ.ศ.25X8 รายการ หนา้ เดบิต พ.ศ.25X8 รายการ
เดือน วันท่ี
บญั ชี บาท สต. เดอื น วันท่ี

ม.ค. 4 เงินสด ร.ว.1 12,000 -

บัญชคี า่ พาหนะ

พ.ศ.25X8 รายการ หน้า เดบติ พ.ศ.25X8 รายการ
เดอื น วนั ท่ี
บญั ชี บาท สต. เดอื น วันท่ี

ม.ค. 14 เงินสด ร.ว.1 800 -

20 เงนิ สด ร.ว.1 600 -

1,400 -

บัญชีค่าสาธารณูปโภค เลขท่ี 503

พ.ศ.25X8 รายการ หน้า เดบิต พ.ศ.25X8 รายการ หน้า เครดติ
เดือน วันที่ บญั ชี บาท สต.
บัญชี บาท สต. เดอื น วนั ท่ี

ม.ค. 25 เงนิ สด ร.ว.2 2,500 -

บญั ชเี งนิ เดอื น เลขท่ี 504

พ.ศ.25X8 รายการ หน้า เดบิต พ.ศ.25X8 รายการ หน้า เครดิต
เดือน วันที่ บัญชี บาท สต.
บญั ชี บาท สต. เดอื น วันท่ี

ม.ค. 31 เงินสด ร.ว.1 8,500 -

19. ผ้เู รยี นปฏิบัตกิ จิ กรรมดังนี้
1) บันทึกรายการเปดิ บญั ชีและรายการค้าระหว่างเดือนกรกฎาคม ในสมุดรายวนั ทัว่ ไป
2) ผ่านรายการไปบัญชีแยกประเภททั่วไป

20. ครูเนน้ ใหผ้ ูเ้ รยี นจัดทำบญั ชคี รวั เรอื น หรือบญั ชีรายรบั รายจ่ายน้ี ไมใ่ ช่เปน็ แตเ่ พียงการจดบันทกึ รายการต่างๆ ทเี่ ป็น
เงินเท่านั้น แต่ยังเปน็ การสร้างความสามัคคีภายในครอบครวั รู้จักช่วยเหลือแบ่งปันกันในสังคม มีการเรียนรูซ้ ึ่งกันและกัน ซึ่งเกิด
จากประสบการณ์ต่างๆ ที่ได้รับจากการจดบันทึกข้อมูลที่เปน็ ประโยชน์ ทำให้ประชาชนทุกคนรู้จักการบริหารจดั การด้านการเงิน
และการวางแผนการทำงานทุกอย่างเพื่อให้บรรลุเป้าหมายได้ การทำบัญชีครัวเรือนทำให้ครอบครัวมีความสุขใช้ชีวิตโดยยึดหลัก
ความพอเพียง มีเหตุมีผล รู้จักพึ่งพาตนเอง มีความพอประมาณ การเงินมสี ภาพคล่อง รู้จักการเก็บออม ทุกคนรู้ถึงแหล่งทีม่ าของ
รายรับและการใชไ้ ปของคา่ ใชจ้ ่ายในแต่ละวนั สามารถนำข้อมลู การใช้จ่ายมาวางแผนบริหารการเงนิ ในอนาคตได้

21. ผเู้ รยี นแข่งขนั กนั ตอบศัพทบ์ ัญชี
22. ผู้เรยี นทำกิจกรรมใบงานและแบบประเมินผลการเรียนรู้

ขนั้ สรปุ และการประยุกต์
23. ครูสุ่มผู้เรยี นออกมาอภิปรายหนา้ ชน้ั เรียน และสรปุ เนื้อหารว่ มกับผ้เู รยี น ผู้เรียนทำแบบฝกึ ปฏิบตั แิ ละแบบ
ประเมนิ ผลการเรยี นรู้
24. ครแู ละผูเ้ รียนสรุปบญั ชแี ยกประเภท หมายถึง การรวบรวมการบนั ทกึ รายการคา้ ท่เี กดิ ขึน้ ไวเ้ ปน็ หมวดหมู่
หลงั จากบนั ทกึ รายการคา้ ในสมุดรายวนั ทว่ั ไปแล้ว ซึ่งแบ่งเปน็ 2 ชนดิ คอื สมดุ บัญชีแยกประเภททัว่ ไปและสมดุ บัญชแี ยกประเภท
ยอ่ ย มรี ูปแบบบญั ชีแยกประเภทท่วั ไปและแบบบญั ชีแยกประเภทยอ่ ยท่นี ำมาใช้
25. ครแู ละผู้เรียนสรุปการผ่านรายการ (Posting) หมายถึง การนำรายการคา้ ท่ีบันทกึ ไว้ในสมดุ ขั้นต้น ไปบันทกึ ไว้
ในบญั ชแี ยกประเภทท่ีเกี่ยวขอ้ งตามรายการคา้ ท่ีบันทึกไว้ เมอื่ ผ่านรายการเสรจ็ แล้วตอ้ งอา้ งองิ หน้าบญั ชีของสมดุ ข้นั ต้นและเลขที่
บญั ชีแยกประเภทท่เี ก่ียวขอ้ ง เพือ่ ใหท้ ราบว่ารายการเดบิตหรือเครดติ ท่บี นั ทึกไว้ในบญั ชแี ยกประเภท เปน็ การผา่ นรายการมาจาก
สมดุ ข้ันต้นประเภทใด หน้าบญั ชใี ด และรายการในสมุดข้นั ตน้ ทบี่ นั ทึกไดผ้ า่ นรายการไปยังบัญชแี ยกประเภทบญั ชีใด และเลขที่
บัญชีอะไร
26. ผเู้ รยี นทำแบบประเมินผลหลงั เรยี น

➢สอื่ และแหล่งการเรียนรู้

1. หนังสอื เรยี นวิชาบัญชเี บื้องตน้ 1 (2201-1004) ของสำนักพิมพ์เอมพันธ์
2. แผ่นใส
3. ใบงาน
4. อินเทอรเ์ น็ต
5. Power Point

➢หลกั ฐาน

1. บันทกึ การสอนของสถานศึกษา
2. ผลงานของผู้เรียน
3. แผนจัดการเรยี นรู้

➢การวัดผลและการประเมนิ ผล

วิธวี ดั ผล
1. สังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ตรวจใบงาน
3. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้กอ่ น/หลังเรียน
4. ตรวจแบบประเมินผลการฝกึ ปฏิบตั ิ
5. ประเมินกจิ กรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นสำคญั และส่งเสรมิ คณุ ธรรมนำความรู้
6 ประเมินพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลมุ่
7 สังเกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่
8 การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

เครอ่ื งมอื วัดผล
1. แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
2. แบบประเมินพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยครู)
3. แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุม่ (โดยผเู้ รยี น)
4. แบบประเมินกจิ กรรมใบงาน
5. แบบประเมินผลแบบฝกึ ปฏบิ ตั ิ
6. แบบประเมินผลการเรียนร้กู ่อน/หลังเรียน
7. แบบประเมนิ กจิ กรรมเสนอแนะผเู้ รียนเป็นสำคัญ และส่งเสรมิ คุณธรรมนำความรู้
8. แบบประเมินคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ โดยครแู ละผเู้ รยี นรว่ มกันประเมนิ

เกณฑก์ ารประเมนิ ผล

1. เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ต้องไม่มีชอ่ งปรับปรุง
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50 % ข้ึนไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50% ขึน้ ไป)
4. กจิ กรรมใบงาน เกณฑผ์ า่ น คือ 50%
5. แบบประเมนิ ผลแบบฝกึ ปฏบิ ัติ เกณฑ์ผา่ น 50%
6. แบบประเมินผลการเรียนรกู้ อ่ น/หลงั เรยี นมเี กณฑ์ผา่ น 50%
7. แบบประเมินกจิ กรรมเสนอแนะผู้เรยี นเป็นสำคัญและสง่ เสรมิ คุณธรรมนำความร้ผู า่ น 50%
8 แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ คะแนนขนึ้ อย่กู บั การประเมนิ ตาม

สภาพจรงิ

➢กจิ กรรมเสนอแนะ

1. ทำใบงานและแบบประเมินผลการเรยี นรู้
2. บนั ทกึ การรบั -จ่าย
3. กจิ กรรมเสนอแนะผู้เรียนเปน็ สำคญั และสง่ เสริมคณุ ธรรมนำความรู้
4. ควรฝึกการผ่านรายการไปบญั ชแี ยกประเภทเพม่ิ เตมิ สม่ำเสมอเพอื่ ให้เกดิ ความชำนาญ

➢การบรู ณาการ

1. กลมุ่ วิชาภาษาไทย ได้แก่ ทกั ษะการฟงั ทักษะการอา่ น ทักษะการเขียนและทกั ษะการพูด
2. ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
3. คณุ ธรรมจริยธรรม และศลี ธรรม
4. หน้าท่พี ลเมอื งดี
5. อืน่ ๆ


Click to View FlipBook Version