49
วาดเส้นขอบเอง (Draw Table)
คุณสามารถวาดเส้นขอบลงไปในแต่ละเซลล์ หรือแต่ละขอบเขตไดเ้ องเหมือน
การขีดเส้นดว้ ยดินสอ ดว้ ยการเลือกคาส่ัง Draw Border หรือคลิกเลือกสีเส้นก็จะเปิ ด
คาสง่ั วาดเส้นอตั โนมตั ิ การวาดเส้นทาไดด้ งั น้ี
คลิก Line Color และเลือกสีเสน้ คลิก Line Style เลือกลกั ษณะเสน้
คลิกขวาเลือกคาสง่ั Format Cells แลว้ คลิกแทบ็ Border
คลิกเลือกการแสดงเสน้ จากคา่ ท่ีต้งั ไว้ (Presets)
เลือกรูปแบบและลกั ษณะแบบทต่ี ้งั คา่ ไว้
เลือกสีเสน้
คลิกเลือกแสดงหรือไม่แสดงเสน้
ดูตวั อยา่ งเสน้ ที่ได้
50
ดงั ตวั อยา่ งไดเ้ ลือกกลุ่มเซลลท์ ้งั หมด แลว้ เลือกใส่เสน้ แบบ Outline จะไดเ้ สน้ รอบเซลลท์ ้งั หมด
ลบ/ยกเลกิ เส้นขอบ
การยกเลิกเส้นขอบออกจากเซลลท์ าได้ 2 วิธี คือ เลือกคาสั่ง No Border และใช้
เคร่ืองมือ Eraser Border เหมือนใชย้ างลบไปลบทเ่ี ส้น
ยกเลิกเสน้ ในเซลลท์ ี่เลือก กรณีเลือก Eraser Border เมาส์พอยเตอร์จะเป็นรูปยางลบ
ใหน้ าไปคลิกลบเสน้ ในเซลลต์ ่างๆ ไดเ้ ลย หรือจะลากคลุม
ลบเสน้ ในแตล่ ะจดุ เอง
51
ลบข้อมูลและลบรูปแบบ (Clear)
การลบขอ้ มูลในเซลล์ที่เก็บอยู่ในชีตของ Excel จะลบไดเ้ หมือนการลบขอ้ มูล
ทวั่ ไปคือ เลือกเซลลข์ อ้ มูลแลว้ กดป่ ุม Delete แต่ว่ารูปแบบต่างๆ ท่ีไดใ้ ชจ้ ดั ขอ้ มูลน้นั จะ
ไม่ถูกลบไปดว้ ย เช่น ขนาดตวั อกั ษร, สี, เส้น, ตวั เลข, ทศนิยม, รูปแบบวนั ท่ี และเวลา
รวมถึงสีพ้ืนเซลล์ดว้ ย หากคุณตอ้ งการลบขอ้ มูลบางอยา่ งก็เลือกใชค้ าส่ังจากป่ ุม Clear
แลว้ เลือกการลบส่ิงท่ตี อ้ งการได้ ดงั น้ี
คลิกป่ มุ Clear แลว้ เลือกการลบ
เลือกขอ้ มลู
- ลบท้งั หมด ลบหมดทุกอยา่ ง
- ลา้ งรูปแบบ ลบเฉพาะรูปแบบท้งั หมด
- ลา้ งเน้ือหา ลบเฉพาะเน้ือมาในเซลล์ รูปแบบคงอยู่
- ลา้ งขอ้ คิดเห็น ลบขอ้ คิดเห็น
- ลา้ งไฮเปอร์ลิง้ ค์ ลบลิ้งคก์ ารเชื่อมโยง
52
จัดรูปแบบด้วยเซลล์สไตล์ (Cell Style)
Cell Style (ลกั ษณะเซลล)์ เรียกส้ันๆ ว่า “สไตล์” คือ รูปแบบสาเร็จรูปที่รวมเอา
การจดั รูปแบบต่างๆ เช่น แบบอกั ษรและขนาด รูปแบบตวั เลข เส้นขอบเซลล์ สีพ้ืน
เซลลม์ าต้งั เป็นชื่อต่างๆ เริ่มตน้ จะเป็นสไตล์ท่ีโปรแกรมสร้างไวใ้ หแ้ ต่คุณสามารถสร้าง
สไตลเ์ กบ็ รูปแบบที่คุณชอบใชง้ านบ่อยๆ มาเกบ็ เพม่ิ ไดเ้ พ่ือนามาใชง้ านซ้าได้
เลือกกลมุ่ เซลลท์ ่ีจะใชส้ ไตล์ คลิกป่ ุม Cell Styles
คลิกเลือกสไตลท์ จ่ี ะใช้
สไตลท์ ่ีโปรแกรมมีใหจ้ ะแบ่งรูปแบบออกเป็นกลุ่มตามลกั ษณะงานหรือขอ้ มูล
เช่น Title and Headings ใชก้ บั ขอ้ ความประเภทหวั เร่ือง หรือ Themed Cell Styles สไตล์
ทีเ่ ขา้ ชุดกบั สีของชุดธีมทใ่ี ชใ้ นเอกสาร
คลิกขอ้ มูลในเซลลก์ ลุ่มอื่นๆ คลิกเลือกสไตล์
53
การย่อ / ขยายสมุดงาน
การย่อ / ในการทางานของสมุดงาน เราสามารถย่อ / ขยาย มุมมองสมุดงาน
เพื่อแสดงขอ้ มูลไดอ้ ยา่ งเหมาะสม โดยใน Office 2013 เราสามารถยอ่ / ขยาย สมุด
งาน ไดอ้ ยา่ งสะดวกและรวดเร็ว ดงั รายละเอียดต่อไปน้ี
วิธีท่ี 1 การย่อ / ขยายโดยการใช้แถบเมนู
คลิกท่ีเมนู มุมมอง
คลิกทไ่ี อคอน ยอ่ /ขยาย
เม่ือทาการคลิกป่ ุมยอ่ /ขยายเรียบร้อยแลว้ โปรแกรม Microsoft Excel จะปรากฏ
ไดอะลอ็ คบอ็ กซ์ดงั รูปภาพ
54
ทาการกาหนดขนาดท่ีตอ้ งการ
โดยการเล่ือนเมาส์ไปคลิกท่ี ช่อง
ขนาดท่ีตอ้ งการ หรือ ถา้ ตอ้ งการ
ก า ห น ด ข น า ด เ อ ง ใ ห้ ค ลิ ก ท่ี หั ว
ขอ้ กาหนดเอง แล้วใส่ตวั เลขของ
มุมมองที่ตอ้ งการลงไป
คลิกป่ มุ ตกลง
เมื่อทาการเลือกขนาดท่ีตอ้ งการไดแ้ ลว้ น้นั โปรแกรม Microsoft Excel 2013
จะทาการยอ่ ขนาดท่ีตอ้ งการไดด้ งั รูปภาพ
มมุ มองของสมดุ งานที่ขยายโดยมีการขยายขนาดท่ี 166 %
55
วธิ ีที่ 2 การ ย่อ / ขยาย สมดุ งานโดยการใช้แถบ Slide บน Status bar
แถบ Slide ของการกาหนดมุมมองดว้ ยตนเอง
** หรือสามารถคลิกที่ตวั เลขที่บอก คลิกทป่ี ่ มุ + คา้ งไว้
จานวนของมุมมองจะปรากฏกรอบ เม่ือ ตอ้ งการเพมิ่ ขนาด
คาสง่ั ตวั เลือกมุมมองเช่นเดียวกบั การ ของสมุดงาน
ใชแ้ ถบมุมมอง **
คลิกทปี่ ่ มุ – คา้ งไว้
เมื่อ ตอ้ งการลดขนาด
ของสมุดงาน
** หรื อสามารถคลิกที่ลากแท่งสไลด์ไปยัง
ตา แห น่ ง ข อ ง ตัว เล ข ที่ ต้อ ง ก า ร ปรั บ ก็ ไ ด้
เช่นเดียวกนั **
56
การเคลอื่ นย้ายข้อมลู
บางคร้ังเราอาจป้ อนขอ้ มูลลงผิดเซลล์ เราจาเป็ นท่ีจะตอ้ งแกไ้ ขขอ้ มูลที่ป้ อนผิด
เซลลแ์ ต่เราไม่จาเป็นที่จะตอ้ งทาการแกไ้ ขขอ้ มูลโดยการลา้ งขอ้ มูลและพิมพล์ งไปใหม่
เราสามารถทาการ แกไ้ ขขอ้ มูลไดโ้ ดยการเคลื่อนยา้ ยตาแหน่งขอ้ มูล
การเคล่ือนยา้ ยขอ้ มูลในกระดาษทาการ หมายถึง การยา้ ยขอ้ มูลในเซลล์หรือ
พิสยั หน่ึงไปอยใู่ นเซลลห์ รือพิสัยใหม่ การเคลื่อนยา้ ยต่างจากการคดั ลอก กล่าวคือผล
จากการคดั ลอกจะทาให้มีขอ้ มูลเพ่ิมข้ึนจากเดิม ผลจากการเคลื่อนยา้ ยไม่ทาใหข้ อ้ มูล
เพ่ิมข้ึน เพยี งแต่เป็นการยา้ ยขอ้ มูลท่ีอยอู่ อกจากบริเวณเดิมไปอยบู่ ริเวณใหม่
ขอ้ มูลท่ีเคลื่อนยา้ ยมาจะเขา้ ไปในเซลล์หรือพิสัยใหม่ โดยการเขา้ ไปแทนที่
ขอ้ มลู ท่มี ีอยเู่ ดิมทาให้ขอ้ มูลที่มีอย่เู ดิมหายไป และไม่สามารถเรียกคืนมาไดอ้ ีก ดงั น้นั
การกาหนดเซลลห์ รือพิสยั สาหรับรับขอ้ มลู ท่เี คล่ือนยา้ ยจะตอ้ งแน่ใจว่าเซลลท์ ี่เราจะยา้ ย
ไปไม่มีขอ้ มูลทย่ี งั ตอ้ งการใชอ้ ยู่
ยา้ ยสิ่งที่เลือกไวจ้ ากชีทและวางไวบ้ นคลิบบอร์ด ส่ิงที่เลือกไวน้ ้นั สามารถที่จะ
เป็นเซลล์ , ช่องของเซลล,์ ตวั อกั ษรจะถกู ลบออกและไปแทนทใี่ นคลิบบอร์ด เน้ือหาที่
ตดั มาสามารถนาไปวางลงในตาแหน่งใหม่ได้
วธิ ที ่ี 1 การยา้ ยขอ้ มลู โดยการลากเมาส์
ทาการเลือกเซลลห์ รือกลุ่ม เล่ือนตวั ช้ีเมาส์ใหต้ รงกบั ส่วนของกรอบ
เซลลท์ ตี่ อ้ งการยา้ ย ที่ลอ้ มรอบเซลล์ ซ่ึงตวั ช้ีเมาส์จะเปลี่ยนเป็ น
รูปลูกศร
57
คลิกเมาส์คา้ งไว้ จากน้นั ทาการเล่ือน เมื่อถึงตาแหน่งท่ีตอ้ งการแลว้ ทาการ
เมาสไ์ ปยงั ตาแหน่งใหม่ท่ีตอ้ งการ ปล่อยเมาส์
เม่ือทาการปล่อยเมาส์โปรแกรม Microsoft Excel จะทาการยา้ ยขอ้ มูลให้ดงั
รูปภาพ
ในกรณีทย่ี า้ ยไปแทรกยงั ส่วนทีม่ ีขอ้ มลู อยแู่ ลว้ ใหก้ ดป่ ุม Shift คา้ งไวใ้ นขณะท่ลี าก
วธิ ีท่ี 2 การย้ายข้อมูลโดยการใช้คาส่ังจากแถบเมนู
คลิกท่คี าสงั่ ตัด คลิกแถบ Ribbon หนา้ แรก
จะสงั เกตเห็นวา่ ส่วน
ของเซลลท์ เ่ี ลือกจะมี
ลกั ษณะเป็นจุดประ
ลอ้ มรอบขอ้ ความที่
เลือก
เลือกเซลลห์ รือกลุ่มเซลลท์ ่ีตอ้ งการยา้ ย
58
เลื่อนเมาส์ ไปยงั ตาแหน่งทตี่ อ้ งการวาง ขอ้ ความจะปรากฏบนตาแหน่งใหม่ท่ี
คลิกทีค่ าสง่ั วาง เลือก
เมื่อสิ้นสุดคาสั่งโปรแกรม Microsoft Excel จะทาการยา้ ยขอ้ มูลไปยงั เซลล์ท่ีเรา
ตอ้ งการ
การคดั ลอกข้อมลู
หากตอ้ งการป้ อนขอ้ มูลเดียวกนั ลงในเซลลห์ ลายเซลลภ์ ายในสมุดงาน แทนที่จะตอ้ ง
ป้ อนขอ้ มลู ลงไปใหม่หรือป้ อนขอ้ มลู เดียวกนั หลาย ๆ คร้ัง ผเู้รียนสามารถทาการคดั ลอกได้
ซ่ึงจะเป็ นการง่ายกวา่
เมื่อตอ้ งการนาข้อมูลที่มีอยู่แล้วในกระดาษทาการไม่ว่าจะเป็ นข้อมูลแบบ
ขอ้ ความ หรือตวั เลขไปใชใ้ นบริเวณอืน่ ของกระดาษทาการเดียวกนั น้นั กระดาษทาการ
59
มีคาส่ังอานวยความสะดวกสาหรับการคดั ลอกส่ิงที่มีอยแู่ ลว้ ไปใชโ้ ดยไม่จาเป็ นตอ้ งใส่
เขา้ ไปใหม่
ในการคดั ลอกขอ้ มูลน้นั สิ่งที่คดั ลอกมาจะเขา้ ไปในเซลลห์ รือพิสัยใหม่โดยการ
เขา้ ไปแทนที่ส่ิงที่มีอยู่เดิมทาให้ส่ิงที่มีอยู่เดิมหายไปและไม่สามารถเรียกคืนได้อีก
ดงั น้นั การกาหนดเซลลห์ รือพสิ ัยสาหรับส่ิงทค่ี ดั ลอกจะตอ้ งไม่ใหซ้ ้ากบั เซลล์หรือพิสัยท่ี
มีขอ้ มลู ที่ผเู้ รียนยงั ตอ้ งการอยู่
วธิ ีที่ 1 การคดั ลอกโดยใช้แถบ Ribbon
คลิกป่ ุมคาสง่ั คดั ลอก เลือกกลุ่มขอ้ มลู ท่ตี อ้ งการ
โดยเลือกคาสง่ั ยอ่ ย คดั ลอก
60
คลิกทค่ี าสง่ั วาง
คลิกเซลลท์ ตี่ อ้ งการนาขอ้ มลู ไปวาง
จะปรากฏขอ้ มูลทีท่ าการคดั ลอกในตาแหน่งใหม่ทผี่ เู้ รียนเลือก
61
Tip
สาหรบั การ คดั ลอก โดยใชป้ ่ มุ คาสง่ั น้ีผใู้ ชง้ านในเวอร์ชนั่ 2013 สามารถเลือกไดว้ า่ สิ่งที่
จะคดั ลอกไม่วา่ จะเป็นขอ้ ความ หรือ รูปภาพ น้นั จะใหเ้ ป็นชนิดใด เช่น ขอ้ ความ , หรือ
เป็นรูปภาพ ดงั รูป
วธิ ีท่ี 2 การคดั ลอกโดยการใช้แป้ นคยี ์บอร์ด (ป่ ุม Ctrl)
เลือกกลุ่มเซลล์
ที่ตอ้ งการคดั ลอก
กดป่ มุ Ctrl + C ท่ีแป้ นคียบ์ อร์ด เพอ่ื คดั ลอก และกดป่ มุ Ctrl + V เพอ่ื วางในเซลลท์ ีต่ อ้ งการ
เม่ือวางขอ้ มลู ในเซลลท์ ี่ตอ้ งการจะไดข้ อ้ มูลที่ทาการวาง
ดงั รูป
62
การกาหนดเส้นแบ่งหน้า
สาหรับการใชง้ านในโปรแกรม Excel น้นั จะเปรียบเสมือนกระดาษแผน่ ใหญ่ ๆ
ท่ีให้เราใส่ขอ้ มูลตามตอ้ งการ แต่ถา้ หากเราตอ้ งการแบ่งกระดาษทาการออกเป็ นหน้า
หรือ ส่วน ๆ สามารถกาหนดเสน้ แบง่ หนา้ ไดต้ ามตอ้ งการ ตามข้นั ตอนดงั น้ี
คลิกแทบ็ มมุ มอง จะปรากฏป่ มุ คาสงั่ ตา่ ง ๆ ของแทบ็ มุมมอง
คลิกป่ มุ คาสง่ั
แสดงตวั อย่างตัวแบ่งหน้า
โดยโปรแกรม Excel จะมีเส้นสีน้าเงินจุดไข่ปลาข้ึนมาใหโ้ ดยเส้นสีน้าเงินน้ีจะ
เ ป็ น เ ส้ น ท่ี ใ ช้ ส า ห รั บ แ บ่ ง
หน้ากระดาษออกเป็ นส่ วน ๆ
โดยโปรแกรมจะมีหมายเลขหนา้
บอกดว้ ยว่าขณะน้ีมีการแบ่งหนา้
ไ ว้เ ท่ า ไ ร ห า ก ต้ อ ง ก า ร
เปลี่ยนแปลงขนาดของการแบ่ง
หนา้ น้ีใหท้ าการคลิกเมาส์ที่เส้นสี
น้าเงิน แล้วลากไปยงั ตาแหน่ง
ใหม่ทีต่ อ้ งการ ลากเสน้ สีน้าเงินเพอ่ื กาหนดขอบเขตของเสน้ แบ่งหนา้ ตามตอ้ งการ
63
การยกเลกิ การแสดงเส้นแบ่งหน้าและกลบั สู่มมุ มองปกติ
คลิกทปี่ ่ มุ คาส่ัง ปกติ ในแทป็ มมุ มอง โปรแกรมจะทาการยกเลิกการแสดงเส้น
แบ่งหนา้ และกลบั สู่มุมมองปกติ ดงั รูป
คลิกป่ มุ คาสงั่ ปกติ บนแทป็ มุมมอง
จะยกเลิกเสน้ แบ่งหนา้ และกลบั สู่ มมุ มองปกติ
เรื่อง สูตรคานวณ
Formula & Function
ความสามารถท่ีโดดเด่นของ Excel คือ การนาขอ้ มูลที่เก็บอยใู่ นเวิร์กชีตมาวิเคราะห์และ
ประมวลผล เพอ่ื ใหไ้ ดผ้ ลลพั ธจ์ ากการใชส้ ูตรคานวณ โดนการนาค่าคงที่ ตวั เลข ควั แปร หรือการ
อา้ งอิงตาแหน่งเซลลบ์ นเวริ ์กชีตทเี่ ก็บค่าต่างๆ แลว้ ใชต้ วั ดาเนินการหรือเคร่ืองหมายคานวณ เช่น
บวก, ลบ, คูณ หรือหาร และแสดงผลลัพธ์ในเซลล์ เราจึงมาดูวิธรการสร้างสูตรคานวณพ้ืนฐาน
และการอา้ งอิงตาแหน่งเซลลท์ ใี่ ชใ้ นสูตรคานวณในลกั ษณะตา่ งๆ
นอกจากการคานวณพ้ืนฐานแลว้ Excel ยงั มี Function (ฟังก์ชนั ) สาเร็จรูปเพ่ือนามา
คานวณค่าอตั โนมตั สิ าเร็จรูปทไ่ี ดเ้ ขียนเอาไวเ้ รียบร้อยแลว้ เพยี งแต่ใส่ชื่อ Function แลว้ ระบุค่าท่ีจา
นะไปคานวณตามรูปแบบของฟังกช์ นั กค็ านวณสูตรยากๆท่ีซบั ซอ้ นไดแ้ บบรวดเร็ว และโปรแกรม
ไดเ้ ตรียมฟังกช์ นั ใหห้ ลายร้อยฟังก์ชนั แยกเป็ นประเภทต่างๆ เช่น ฟังก์ชนั การเงิน, ฟังกช์ นั สถิติ
เป็ นตน้
สูตรคานวณและตวั ดาเนนิ การ
การคานวณพน้ื ฐานใน Excel ทาไดง้ า่ ยๆเหมือนเราใชเ้ ครื่องคิดเลขทวั่ ไปในชีวิตประจาวนั
เช่น + (บวก), - (ลบ), * (คูณ), / (หาร) และ ^ (ยกกาลงั ) จะต่างกนั ท่ีสูตรคานวณ (Formula) ใน
Excel น้นั จะตอ้ งใส่เครื่องหมาย = (เท่ากบั ) นาหนา้ สูตรก่อน แลว้ ตามดว้ ยตาแหน่งเซลล์ หรือตวั
เลขที่เป็ นเหมือนตวั แปรที่จะนาค่าไปคานวณ เช่น =A2+50 คือ การนาค่าท่ีเก็บในเซลล์ A5 ไป
บวกกบั ค่า 50 เป็ นตน้
ตวั ดาเนินการทางคณติ ศาสตร์ (Arithmetic Operator)
หรือเรียกงา่ ยๆวา่ “เคร่ืองหมายคานวณ” เช่น บวก, ลบ, คูณ, หาร และยกกาลงั ซ่ึงตวั แปรท่ี
ใชก้ บั ตวั ดาเนินการน้ีจะตอ้ งเป็นขอ้ มูลตวั เลขเทา่ น้นั และผลลพั ธท์ ่ไี ดก้ จ็ ะเป็ นตวั เลขเช่นเดียวกนั
เครื่องหมายคานวณ ตัวอย่างการใช้งาน
+ บวก =A2+A3 นาค่าในเซลล์ A2 ไปบวกกบั ค่าในเซลล์ A3
หรือ =A2+50 นาคา่ A2 ไปบวกกบั คา่ 50
- ลบ =B2-C2 นาคา่ ในเซลล์ B2 ไปลบกบั คา่ ในเซลล์ C2 หรือ =B2-10 นา
คา่ B2 ไปลบ 10
* คูณ =A2*A3 นาค่าในเซลล์ A2 ไปคูณกบั ค่าในเซลล์ A3 หรือ =A2*5
หรือ =5*5
/ หาร =B2/C2 นาค่าในเซลล์ B2 ไปหารกบั คา่ ในเซลล์ C2 หรือ B2*3 หรือ
=100/4
% เปอร์เซ็นต์ =15% ผลลพั ธท์ ่ีไดค้ อื 0.1.5
^ ยกกาลงั =A2^3 ถา้ คา่ ในเซลล์ A2 คอื 5 ผลลพั ธท์ ไี่ ดค้ ือ 125
ตวั ดาเนนิ การอ้างองิ (Reference Operator)
ใชใ้ นการอา้ งอิงตาแหน่งเซลลบ์ นเวริ ์กชีต โดยใชเ้ คร่ืองหมาย , (comma), : (colon) หรือ
เวน้ วรรค (space) ในการอา้ งอิงถึงกลุ่มเซลลบ์ นเวริ ์กชีต
การอ้างอิงเซลล์ สูตรตวั อย่าง การทางาน
: (colon) =SUM(A2:A7) นาค่าในเซลล์ A2,A3,A4,A5,A6,A7 มาบวกรวมกนั
, (comma) ข้อมูล 2 ช่วง =SUM(B2:B5,C5:C10) นาค่าในเซลล์ B2 ถึง B5 มาบวกกนั และนาคา่ C5 ถึง
C10 มาบวกรวม รวมท้งั หมด 10 เซลล์
เว้นวรรค (space) ช่องว่าง =SUM(B2:B5 D2:D5) นาค่าในเซลล์ B2 ถึง B5 มาบวกรวมกบั เป็ นชุดที่ 1
และนาค่า D2 ถึง D5 มาบวกรวมกนั เป็นชุดท่ี 2
ตวั ดาเนินการข้อความ (Text Operation)
ใชส้ าหรับเช่ือมขอ้ ความ อาจจะเป็ นขอ้ ความแบบค่าคงท่ี หรือขอ้ ความที่เก็บอยใู่ นเซลล์
มาแสดงร่วมกนั ได้ หรือจะใชเ้ ชื่อมเน้ือหาหลายๆ เซลลใ์ หแ้ สดงท่เี ซลลใ์ หม่ได้
ตวั ดาเนินการ สูตรตวั อยา่ ง การทางาน
& =A5 & B5 นาคา่ ในเซลล์ A5 และ B5 มาแสดงตอ่ กนั
=”ยอดขาย” & A4 นาค่าจาก A4 มาแสดงต่อกบั คาวา่ ยอดขาย
ซ่ึงคา่ ในเซลล์ A4 อาจเป็ นไดท้ ้งั ขอ้ ความและตวั เลข
ตัวดาเนนิ การเปรียบเทยี บ (Comparison Operator)
ใชเ้ ปรียบเทียบขอ้ มูล เช่น = (เท่ากบั ), > (มากกวา่ ) เป็ นตน้ โดยแปรฟลในเชิงตรรกะคือ
TRUE (จริง) หรือ FALSE (เทจ็ ) เช่น 15>20 คือ 15 มากกวา่ 20 หรือไม่ ซ่ึงก็คือไม่ใช่ก็เป็ น เทจ็
(FALSE) เป็นตน้
เครื่องหมายเปรียบเทียบ ตวั อยา่ งการใชง้ าน
< น้อยกว่า A3 < B3 ถา้ A3 เก็บค่า 10 และ B3 เกบ็ คา่ 12 ผลการเปรียบเทียบที่
ไดค้ ือ TRUE (จริง) เพราะ 10 นอ้ ยกวา่ 12
<= น้อยกว่าหรือเท่ากบั A3<B3 ถา้ A3 เกบ็ ค่า 10 และ B3 เกบ็ คา่ 12 ผลการเปรียบเทียบท่ไี ด้
> มากกว่า คือ FALSE (เทจ็ ) เพราะ 10 นอ้ ยกวา่ แตก่ ็ไม่เท่ากบั 12
A2 > 20 ถา้ A2 เก็บคา่ 50 ผลการเปรียบเทียบทไ่ี ดค้ ือ FALSE (เทจ็ )
>= มากกว่าหรือเท่ากับ B4 >=90 นาคา่ B4 ไปเทียบกบั คา่ 90 วา่ มากกวา่ หรือเท่ากบั 90 ถา้
ใช่ก็คอื จริง
= เท่ากบั B5=”Sale” เป็ นการเจาะจงคา่ ที่ใชเ้ ปรียบเทียบ เช่น ในเซลล์ B5 มีคา่
คาวา่ Sale หรือไม่ ถา้ มคี ือจริงถา้ ไม่มีคอื เทจ็
< > ไม่เท่ากบั B5< >”Sale” หรือ B5< >90 จะใชค้ ่าทีร่ ะบุมาเปรียบเทียบ ถา้ เป็ นค่า
จริงจะยกเวน้ คา่ ท่รี ะบนุ ้ี
ระดบั ความสาคญั เคร่ืองหมายคานวณ (ลาดบั การคานวณ)
สูตรการคานวณใน Excel จะคานวณจากซา้ ยไปขวาเสมอ แต่เครื่องหมายคานวณทาง
คณิตศาสตร์ต่างๆ จะมีลาดบั ความสาคญั ตา่ งกนั โดยจะประมวลผลจากตวั ดาเนินการระดบั สูงไปยงั
ระดับรองลงมา หรือตามลาดับการคานวณภายในสูตร เช่น A5+B5*C5-10 จะกระโดดขา้ ม
เคร่ืองหมาย + ไปทาทเ่ี คร่ืองหมาย * (คูณ) ก่อนตามลาดบั ความสาคญั แลว้ จึงยอ้ นกลบั ไปคานวณยงั
เครื่องหมายท่เี หลือ และถา้ ในสูตรคานวณเดียวกนั มีตวั ดาเนินการที่มีระดบั ความสาคญั เทา่ ๆกนั เช่น
+ หรือ – ก็จะคานวณจากซา้ ยไปขวาจนครบตามปกติ
ตวั ดาเนินการ การทางาน
: (โคล่อน) ตวั ดาเนินการอา้ งอิง
ช่องว่าง การคูณ (*) และหาร (/)
; (เซมิโคล่อน)
* และ /
+ และ - การบวก (+) และลบ (-)
& นาขอ้ ความต้งั แตส่ องขอ้ ความข้นึ ไปมาเช่ือมเป็นขอ้ ความเดียวกนั
=, <, >, <=, >=, < > เครื่องหมายเปรียบเทียบค่าต่างๆ
- (ค่าลบ) เครื่องหมายลบทแี่ สดงค่าตดิ ลบของตวั เข เช่น -1
% เปอร์เซ็นต์ เช่น 20% โปรแกรมจะแปลงค่าเป็น 0.3 ก่อนแลว้ จึงคานวณ
คา่ อื่นๆ ตามเลขยกกาลงั เช่น 2^3 (หรือเลขช้ีกาลงั )
^ เลขยกกาลงั เช่น 2^3 (หรือเลขช้ีกาลงั )
สร้างสูตรคานวณพนื้ ฐาน
คลิกในเซลลท์ จี่ ะแสดงผล ใส่เครื่องหมาย = ตามดว้ ยช่ือเซลลท์ ี่จะนามาคานวณ เช่น =B3
สูตรคานวณบนแถบสูตร
ใส่เครื่องหมาย = ตามดว้ ยชื่อเซลลท์ ี่จะนามาคานวณดว้ ย เช่น =B3-C3 แลว้ กดป่ มุ Enter
ผลลพั ธก์ ารคานวณคา่ คลิกลากทจ่ี ุดจบั เดิมถา้ ตอ้ งการก๊อปป้ี สูตรลงไปยงั เซลลด์ า้ นล่าง
แถบสูตร (Formula Bar)
การใส่สูตรคานวณลงในเซลลน์ ้นั จะทาไดโ้ ดยคลิกเซลลท์ ่ีตอ้ งการแสดงผลลพั ธก์ ่อน แลว้
พมิ พส์ ูตรลงไปในเซลลโ์ ดยตรง หรือจะพมิ พล์ งบนแถบสูตร (Formula Bar) ซ่ึงจะมีการใชง้ านแถบ
สูตร ดงั น้ี
ยกเลิกสูตร นาสูตรลงเซลล์
แสดงชื่อฟังกช์ นั ทีใ่ ชง้ านยอ่ ย แทรกฟังกช์ นั สูตรคานวณ
Enter หรือป่ มุ กด Enter นาสูตรลงไปในเซลล์
Center ยกเลิกการสร้างสูตร
Insert Function แทรกฟังกช์ นั
Expand Formula Bar ขยายแถบสูตร
Collapse Formula ยอ่ แถบสูตร
แก้ไขสูตรคานวณ
สูตรคานวรที่ลงบนเซลล์ไปแลว้ หากตอ้ งการแกไ้ ข เช่น เปล่ียนตาแหน่งเซลล์ที่อา้ งอิง
หรือแกไ้ ขเคร่ืองหมายคานวณ เปลี่ยนช่ือฟังกช์ นั กจ็ ะทาได้ 2 แบบ ดงั น้ี
วิธีท่ี 1
คลิกบนแถบสูตร
คลิกในเซลลท์ ีม่ ีสูตร
วิธีที่ 2
ช่วงเซลลท์ ่อี า้ งอิงสูตร สามารถปรบั
ยอ่ -ขยาย หรือเปลี่ยนการอา้ งอิงใหม่ได้
ดบั เบลิ คลิกในเซลลท์ ่มี ีสูตร
เลอื กเซลล์ทจ่ี ะนามาคานวณด้วยเมาส์
การอา้ งอิงตาแหน่งเซลลใ์ นสูตรคานวณของ Excel ทีง่ า่ ยและแม่นยาทส่ี ุด สามารถทาได้
โดยใชเ้ มาส์คลิกเลือกเพอื่ นาเอาตาแหน่งเซลลม์ าใส่ไดเ้ ลย โดยไม่ตอ้ งพมิ พช์ ื่อของตาแหน่งเซลล์
ลงไปเอง การเลือกน้นั จะคลิกเลอื กเพยี งเซลลเ์ ดียว หรือคลิกลากเลือกช่วงเซลลแ์ บบกลุม่ หลายๆ
เซลลก์ ท็ าไดเ้ ช่นกนั
คลิกในเซลลผ์ ลลพั ธ์
แลว้ ใส่เคร่ืองหมาย =
ตาแหน่งจะปรากฏในสูตร
คลิกเลือกเซลลท์ ี่ตอ้ งการ
ใส่เคร่ืองหมายคานวณ
เช่น * (หรือเครื่องหมาย
คานวณอ่ืนๆ ทจี่ ะใช)้
สูตรคานวณอื่นๆบนแถบ Formula Bar
คลิกเลือกเซลลท์ จี่ ะนามาคานวณดว้ ย
กดป่ มุ Enter ก็จะ
ได้ ผลลพั ธ์ หรือคลิก
บนแถบสูตร
การจดั ลาดบั การคานวณค่าก่อนหรือหลงั
การคานวณของ Excel จะคานวณสูตรทใ่ี ชจ้ ากซา้ ยไปขวา ตาจะตรวจสอบความสาคญั
หรือลาดบั ก่อนวา่ จะทาอะไรก่อนหรือหลงั ฉะน้นั ถา้ จดั ลาดบั ไม่ถกู ตอ้ งผลลพั ธท์ ีอ่ อกมากอ็ าจจะไม่
ถูกตอ้ งไปดว้ ย วธิ ีการจดั ลาดบั เราจะใชเ้ คร่ืองหมายวงเล็บ ( ) มาช่วยจดั ลาดบั เพอ่ื บงั คบั วา่ ใหท้ า
อะไรก่อนหรือหลงั เช่น =(B2+50)/SUM(D2:D5) ใหน้ า B2 บวกกบั 50 ก่อนแลว้ ไปหาผลรวมจาก
ฟังกช์ นั SUM จากน้นั กเ็ อาผลลพั ธข์ องค่าแรกไปหารกบั ผลรวมเป็ นตน้
สรา้ งสูตรในเซลล์ F3 =
D3+(E3*D3) แลว้ ก๊อปป้ี ไป
ยงั เซลลอ์ ่ืนๆ
สร้างสูตรคานวณด้วย Function
Function (ฟังกช์ นั ) คอื ชุดคาสง่ั ในการคานวณอตั โนมตั ิเป็ นฟังกช์ นั สาเร็จรูปที่ไดเ้ ขยี น
เอาไวเ้ รียบร้อยแลว้ เพยี งแตใ่ ส่ช่ือฟังกช์ นั แลว้ ระบุค่าทีจ่ ะนาไปคานวณตามรูปแบบของฟังกช์ นั
หรือเรียกวา่ Argument (อาร์กิวเมนต)์ เช่น การคานวณทางการตาแหน่งเซลล์ และคาสที่กาหนด
เพอ่ื ใหฟ้ ังกช์ นั นาไปคานวณแลว้ แสดงผลออกมาไดถ้ ูกตอ้ ง เช่น การคานวณทางการเงนิ บางฟังกช์ นั
ตอ้ งระบเุ งนิ ตน้ , ดอกเบ้ยี และระยะเวลา เป็นตน้
คลิกในเซลลแ์ ลว้ ใส่เคร่ืองหมาย = คลิกลากเลอื กกลุ่มเซลลท์ จ่ี ะนามา
ตามดว้ ยชื่อฟังกช์ นั เช่น = sum คานวณ แลว้ กดป่ มุ Enter
เม่ือใส่ตวั อกั ษรเร่ิมตน้ ซ่ึงจะเป็ นตวั อกั ษรของชื่อฟังกช์ นั เช่น =S กจ็ ะแสดงรายการของ
ฟังกช์ นั ที่ข้นึ ตน้ ดว้ ยตวั S ข้นึ มาใหเ้ ลือกหากพมิ พต์ วั ต่อไปก็จะกรองเขา้ ไปถึงช่ือฟังกช์ นั ตามท่จี ะ
ใชง้ าน เช่น =SUM กจ็ ะข้นึ รายการฟังกช์ นั ที่ข้ึนตน้ ดว้ ย SUM ท้งั หมดข้นึ มาใหเ้ ลือก
หรือคลิกแทนการกดป่ มุ Enter สูตรทไ่ี ดใ้ นแถบสูตร
เลอื กฟังก์ชันคานวณพนื้ ฐาน
การเลือกฟังกช์ นั เพอ่ื ใหค้ านวณอตั โนมตั ิ ซ่ึงเป็ นฟังกช์ นั พ้นื ฐานเลือกไดอ้ ีกวธิ ีหน่ึง ซ่ึงเป็ น
วธิ ีเดิมๆ ท่ีเคยใชก้ นั มาทุกเวอร์ชนั คือ คลิกป่ มุ AutoSum โดยจะมีฟังกช์ นั ใหเ้ ลือกใชง้ านหลาย
ตวั เลือกไดง้ า่ ยๆ ดงั น้ี
การคานวณอตั โนมตั ิน้ีโปรแกรมจะตดั สินใจเลือกกลุ่มเซลลม์ าคานวณจากตาแหน่งเซลล์
ผลลพั ธท์ ่ีเลือก เช่น เลือกแสดงผลดา้ นล่างกจ็ ะมองไปหาเซลลท์ ีอ่ ยเู่ หนือตาแหน่งผลลพั ธ์ แต่ถา้
เลือกเซลลแ์ สดงผลทางขวากจ็ ะมองหาเซลลต์ วั เลขทอี่ ยดู่ า้ นซา้ ยมาคานวณ
เลือกช่วงเซลลท์ จี่ ะแสดงผลลพั ธ์
คลิกบนป่ ุม AutoSum (จะได้
ฟังกช์ นั Sum) หรือคลิกลูกศร เพอื่
เลือกฟังกช์ นั อ่ืนๆ
ผลลพั ธก์ ารคานวณจะแสดงใน
เซลลท์ ี่เลือก
คลิกทีส่ ูตรเพอื่ เลือกฟังกช์ นั อ่ืน
ฟังกช์ นั พ้นื ฐานจะเป็นฟังกช์ นั ทนี่ ิยมนามาใชง้ านบ่อยๆ เช่น
- Sum (ผลรวม) หาผลรวมตวั เลข
- Average (ค่าเฉล่ยี ) หาคา่ เฉลี่ย
- Count Numbers (นับจานวนตวั เลข) นบั จานวนเซลลท์ เี่ กบ็ คา่ ตวั เลขเอาไว้
- Min (ค่าท่ีน้อยทีส่ ุด) หาค่าต่าสุดของตวั เลขทเี่ ลอื ก
- Max (ค่ามากทส่ี ุด) หาคา่ สูงสุดของตวั เลขท่เี ลือก
- More Functions… เลือกฟังกช์ นั อื่นๆ
ดผู ลการคานวณพนื้ ฐานโดยไม่ต้องใส่สูตร
หารคุณตอ้ งการดูผลลพั ธก์ ารคานวณแบบรวดเร็วโดยไม่ตอ้ งสร้างสูตร ก็เลือกตวั เลขแลว้
ดูผลลพั ธท์ ่ีแสดงผลแถบสถานะดา้ นล่างได้ ซ่ึงจะมีการคานวณพน้ื ฐานเช่น Sum หาผลรวม,
Average หาคา่ เฉล่ีย และ Count นบั จานวนเซลลข์ อ้ มูลท่เี ลอื ก
เลือกช่วงเซลลท์ ่ีจะคานวณ ดูผลลพั ธไ์ ดท้ ี่แถบสถานะ
เพม่ิ ฟังก์ชันการแสดงค่าบนแถบสถานะ
คุณสามารถเพม่ิ ฟังกช์ นั การคานวณค่าพน้ื ฐาน อน่ื ๆ ใหแ้ สดงค่าที่แถบสถานะได้ เช่น
ฟังกช์ นั Minimun แสดงค่าต่าสุด และ Maximum แสดงค่าสูงสุด หือจะคลิกปิ ดฟังกช์ นั ท่ไี ม่ตอ้ งการ
แสดงค่าได้
คลิกขวาบนแถบสถานะ เลือกฟังกช์ นั ทีจ่ ะแสดงค่า
เลอื กฟังก์ชันจากแท็บสูตร FORMULAS
เลือกฟังกช์ นั กล่มุ ต่างๆ ท่แี ยกออกเป็ นกลุ่มๆ หรือคลิกเลือกฟังกช์ นั กลุ่มอ่ืนๆ
ฟังกช์ นั ในแตล่ ะกลุ่ม
- Financial (การเงิน) ฟังกช์ นั ทางดา้ นการเงิน ใชค้ านวณหาคา่ ทางการเงินตา่ งๆ เช่น มูลค่าเงินใน
อนาคต, อตั ราดอกเบ้ยี , คา่ เสื่อมราคา, จานวนเงนิ ชาระตอ่ งวด หรือจานวนงวดสาหรับการลงทุน
เป็ นตน้
- Logical (ตรรกะ) ฟังกช์ นั ทางดา้ นตรรกศาสตร์ ใชใ้ นการคานวณแบบกาหนดเง่ือนไข เช่น การ
เปรียบเทยี บค่าท่ใี หผ้ ลลพั ธเ์ ป็นจริง (TRUE) หรือเทจ็ (FALSE)
- Text (ข้อความ) ใชจ้ ดั การกบั ขอ้ มูลประเภทขอ้ ความ เช่น นบั จานวนตวั อกั ษร คน้ หาคา แทนท่ี
ขอ้ ความแปลงขอ้ ความ แปลงตวั อกั ษร พมิ พเ์ ลก็ พมิ พใ์ หญ่ เป็ นตน้
- Date & Time (วนั ทีแ่ ละเวลา) ฟังกช์ นั เกี่ยวกบั วนั ทแ่ี ละเวลา ใชค้ านวณหาวนั และเวลา แสดงวนั ท่ี
ปัจจุบนั แปลงวนั ทเี่ ป็นเลขลาดบั หรือแปลงเลขลาดบั เป็นวนั เดือน สปั ดาห์ หรือปี เป็นตน้
- Lookup & Reference (การค้นหาและการอ้างองิ ) ฟังกช์ นั ทีใ่ ชใ้ นการคน้ หาและอา้ งอิง โดยใช่
คน้ หาขอ้ มลู ในตารางเพอ่ื ดึงค่าทีค่ น้ หาเจอมาใชง้ าน
- Math & Trig (คณติ ศาสตร์และตรีโกณมติ )ิ ฟังกช์ นั ทางดา้ นคณิตศาสตร์และตรีโกณมิติใช้
คานวณหาค่าทางคณิตศาสตร์หรือตรีโกณมิติ เช่น คา่ ผลรวม ค่าสมั บูรณ์ ค่าปัดเศษทศนิยม แปลง
มุมเรเดียนเป็นมุมองศาหาค่ารากที่สองของตวั เลข เป็ นตน้
- Statistical (ทางสถิติ) ฟังกช์ นั การวเิ คราะห์ขอ้ มูลทางสถิติ ใชค้ านวณหาคา่ สถิติต่างๆ เช่น
คา่ เฉลี่ยสูงสุด ต่าสุด คา่ มธั ยฐาน ค่าเฉล่ียเรขาคณิต นบั จานวนค่า นบั จานวนตวั เลข นบั เซลลว์ า่ ง หา
ค่าลอการิทมึ หรือหาคา่ รากทสี่ องของตวั เลข เป็ นตน้
- Database (ข้อมูล) ฟังกช์ นั เก่ียวกบั ฐานขอ้ มูลใชจ้ ดั การขอ้ มูลท่ีถกู จดั เกบ็ ในตาราง เช่น คน้ หา
คานวณค่าในตาราง เช่น หาผลรวม, หาคา่ สูงสุด-ต่าสุด, นบั จานวน, หาคา่ เฉล่ียในกลุ่มฐานขอ้ มูล
เป็ นตน้
- Information (ข้อมูล) ฟังกช์ นั ทางดา้ นสารสนเทศทีใ่ ชต้ รวจสอบลกั ษณะหรือสถานะของขอ้ มลู ที่
อยใู่ นเซลล์ เช่น ตรวจสอบวา่ มีขอ้ มูลในเซลลน์ ้นั หรือไม่ ขอ้ มูลในเซลลเ์ ป็ นตวั เลขหรือขอ้ ความ
เป็ นตน้
- More Functions (ฟังก์ชันเพ่มิ เติม) เลือกฟังกช์ นั กลุ่มอ่ืนๆเพม่ิ เติม
ใส่สูตรคานวณอตั โนมัติจาก Quick Analysis
ฟังกช์ นั ใหม่ของ Excel 2013 เม่ือคุณคลิกลากคลมุ เซลลข์ อ้ มูลท่ีเป็นตวั เลข สามารถคลิกป่ มุ
Quick Analysis ในหวั ขอ้ TOTALS เพอ่ื เลือกการคานวณคา่ ดว้ ยฟังกช์ นั พ้นื ฐานตา่ งๆได้ เช่น
Sum, Average, Count ไดแ้ บบรวดเร็ว
เลือกเซลลต์ วั เลขท่ีจะคานวณคา่
คลิกป่ มุ แลว้ เล่ือนไปที่แทบ็ TOTALS
รายการฟังกช์ นั (แถบสีฟ้ าจะคานวณค่า
แถวดา้ นบนแลว้ แสดงผลแถวล่างสุด)
คลิกเล่ือนไปเลือกฟังกช์ นั จะคานวณคา่ ดา้ นบนแลว้ แสดง
ผลลพั ธใ์ นเซลลด์ า้ นล่างถดั ไปทนั ที
หรือคลิกเลื่อนไปเลือก
ฟังกช์ นั คานวณแนวต้งั
คลิกเลอื กฟังกช์ นั Sum
ถา้ เลือกฟังกช์ นั คานวณแนวต้งั
(ดูแถบสีสม้ ) จะคานวณคา่ ทางซา้ ย
และแสดงผลคอลมั นข์ วาสุด
เช่น เลือกฟังกช์ นั Sum
การกอ็ ปปี้สูตรคานวณ
คุณสมบตั เิ ด่นทางดา้ นการคานวณของ Excel คอื จากการท่เี ราอา้ งอิงตาแหน่งเซลลท์ ่เี กบ็ คา่
ตวั เลขมาใชใ้ นสูตรหากวา่ สูตรคานวณลกั ษณะน้ีตอ้ งนาไปใชก้ บั เซลลอ์ ื่นๆ ทค่ี านวณแบบเดียวกนั
เราจะสร้างแคส่ ูตรแรกท่เี หลือใชว้ ิธีก็อปป้ี สูตรแทนตาแหน่งเซลลท์ ่อี า้ งถึงกจ็ ะเปล่ียนตามทศิ
ทางการก็อปป้ี สูตรไปวาง ผลการคานวณกจ็ ะเปลี่ยนตามโดยอตั โนมตั ิ
กอ็ ปปี้ สูตรคานวณแบบต่อเน่ือง
การก็อปป้ี สูตรแบบต่อเน่ืองจะทาไดง้ ่าย ดว้ ยการใส่สูตรแรกเสร็จแลว้ ใหค้ ลิกเลือกเซลลท์ ี่
มีสูตร แลว้ เลื่อนเมาสไ์ ปทเ่ี ครื่องหมาย + ท่ีเป็นจุดจบั เตมิ ในมุมล่างขวาของเซลล์ แลว้ คลิกลากไป
ตามทศิ ทางทจี่ ะก็อปป้ี สูตรไป เช่น คลิกลากลงจะหมายถึงก็อปป้ี สูตรไปใชเ้ ซลลด์ า้ นล่าง เป็ นตน้
คลิกเซลลท์ ม่ี ีสูตรแลว้ เลื่อนเมาส์ไปช้ีทม่ี ุมล่างขวา
คลิกลากเครื่องหมาย + จนถึงเซลลท์ ี่จะใชส้ ูตร
กอ็ ปปี้ สูตรด้วยคาส่ัง Copy & Paste
การกอ็ ปป้ี สูตรแบบน้ีจะทาไดเ้ หมือนการก็อปป้ี ขอ้ มูลทว่ั ไป แต่สูตรจะเปล่ียนไปตาม
ตาแหน่งเซลลท์ ีว่ างโดยอตั โนมตั ิ
คลิกป่ มุ Copy คลิกในเซลลท์ มี่ ีสูตร
คลิกป่ มุ Paste คลิกป่ มุ Paste
ก๊อปปี้ สูตรข้ามเวริ ์กชีต
นอกจากการกอ๊ ปป้ี สูตรไปวางในพ้นื ทตี่ ดิ กนั ในเวริ ์กชีตเดียวกนั แลว้ คุณยงั สามารถกอ๊ ปป้ี
สูตรจากเวริ ์กบุค๊ หน่ึงไปวางอีกเวริ ์กบคุ๊ หน่ึงได้ โดยวธิ ีการก๊อปป้ี ดว้ ยคาสงั่ Copy (คดั ลอก) และวาง
สูตรในตาแหน่งปลายทางดว้ ยคาสงั่ Paste (วาง) ไดด้ งั น้ี
คลิกป่ มุ Copy
เลือกช่วงเซลลท์ ่ีมีสูตร
คลิกป่ มุ Paste วางสูตร
คลิกเลอื กเซลลป์ ลายทางท่ีจะวางสูตรท่กี อ๊ ปป้ี มา
การป้ อนสูตรโดยใช้ฟังก์ชัน
ฟังก์ชัน จะหมายถึง สูตรพเิ ศษท่ีไดเ้ ขียนไวล้ ่วงหน้า เพ่ือให้ผูใ้ ชน้ าไปใชไ้ ดโ้ ดยสะดวก
ผูเ้ รียนสามารถใชฟ้ ังก์ชนั ไดโ้ ดยการใส่ฟังกช์ นั เหล่าน้ันไปในสูตรบนแผน่ งานของผูเ้ รียน ลาดับ
ตวั อกั ษรท่ีใชใ้ นฟังก์ชนั เรียกว่า รูปแบบ ฟังก์ชันท้งั หมดมีรูปแบบพ้นื ฐานเดียวกนั ถ้าผูเ้ รียน
ไม่ไดท้ าตามรูปแบบน้ีโปรแกรม Microsoft Excel จะแสดงขอ้ ความกาหนดขอ้ ผดิ พลาดในสูตร
ถา้ เป็นฟังกช์ นั น้นั เหมือนกบั สูตรอ่ืนๆ
ในโปรแกรม Microsoft Excel จะมีฟังกช์ นั ใหผ้ เู้ รียนเลือกมากมาย ซ่ึงผเู้ รียนสามารถเลือก
ไดจ้ ากเครื่องมือ บนแถบเครื่องมือ
คลิกทปี่ ่ มุ เคร่ืองมือ
จะปรากฏไดอะลอ็ คบลอ็ กซ์ของการเลือกฟังกช์ นั ดงั รูป
ประเภทของฟังก์ชัน
- ท่ใี ช้ไปล่าสุด
- ท้ังหมด
- การเงิน
- วนั และเวลา
- คณติ ศาสตร์และตรีโกณมิติ
- ทางสถิติ
- การค้นหาและการอ้างองิ
- ฐานข้อมูล
- ข้อความ
- ตรรกศาสตร์
- ข้อมูล
ช่ือฟังกช์ นั ทถี่ ูกใชง้ านบอ่ ย ๆ ใน Excel
ชื่อฟังกช์ นั ABS ใหค้ า่ สมบูรณ์ของตวั เลข
รูปแบบ ABS (number)
ตวั อยา่ ง =Abs(A1)
ช่ือฟังกช์ นั AVERAGE ใหค้ ่าเฉล่ียของตวั แปรของมนั
รูปแบบ
ตวั อยา่ ง AVERAGE(number1.number2,…..)
ช่ือฟังกช์ นั =AVERAGE(A1:A5)
รูปแบบ
ตวั อยา่ ง COUNT นับ จ า น ว น ตัว เ ล ข ที่ มี อ ยู่ใ น
COUNT(valuel,value2,…) รายการตวั แปร
ช่ือฟังกช์ นั
รูปแบบ =COUNT(A1:A5)
ตวั อยา่ ง
MAX ใหค้ า่ สูงสุดในรายการของตวั แปร
ช่ือฟังกช์ นั MAX(number1,number2,…..)
รูปแบบ
ตวั อยา่ ง =MAX(A1:A5)
ช่ือฟังกช์ นั MIN ใหค้ า่ ต่าสุดในรายการของตวั แปร
รูปแบบ MIN(number1,number2,…..)
ตวั อยา่ ง
=MIN(A1:A5)
ช่ือฟังกช์ นั
รูปแบบ MOD ใหค้ า่ เศษของการหาร
ตวั อยา่ ง MOD(number1,divisor2,…..)
=MOD(A1:A5)
ROUND ปัดเศษจานวนให้เป็ นตาแหน่ง
ROUND(number,num digits) ทศนิยมท่ีระบุ
=ROUND(A1,2)
ชื่อฟังกช์ นั ROUNDDOWN ปัดเศษจานวนลง
รูปแบบ ROUNDDOWN(number,num_
digits)
ตวั อยา่ ง =ROUNDDOWN(A1,2)
ชื่อฟังกช์ นั ROUNDUP ปัดเศษจานวนข้ึน
รูปแบบ ROUNDUP
(number,num_digits)
ตวั อยา่ ง =ROUNDUP(A1,2)
ช่ือฟังกช์ นั SUM ใหค้ ่าผลรวมของตวั แปร
รูปแบบ SUM(number1,number2,…..)
ตวั อยา่ ง
=SUM(A1:A5)
ความรู้เบอื้ งต้นเกย่ี วกบั ฟังก์ชัน
ฟังกช์ นั จะเร่ิมตน้ ดว้ ยเครื่องหมายเทา่ กบั เสมอ (=)
ขอ้ มูลทีเ่ อก็ เซลใชใ้ นการคานวณในฟังกช์ นั น้นั จะอยใู่ นเคร่ืองหมายวงเลบ็ ( )
=SUM(A1,A2,A3)
=AVERAGE(C1,C2,C3)
=MAX(B7,C7,D7,E7)
=COUNT(D12,D13,D14)
การกาหนดกลุ่มเซลลใ์ นการคานวณใหใ้ ชเ้ คร่ืองหมายจุลภาค (,) ระหวา่ งเซลล์อา้ งอิง
ในฟังกช์ นั ตวั อยา่ งเช่น =SUM(A1,A2,A3) จะเทา่ กบั =A1+A2+A3
=SUM(A1:A3)
=AVERAGE(C1:C3)
=MAX(B7:E7)
=COUNT(D12:D14)
การกาหนดกลุ่มเซลลใ์ นการคานวณใหใ้ ชเ้ ครื่องหมายจดุ คู่ (:) ระหวา่ งเซลล์อา้ งอิงตน้ และ
ปลายฟังก์ชนั แล้วเอ็กเซลจะคานวณโดยใชเ้ ซลล์อา้ งอิงทุกเซลล์ระหว่างเซลล์อา้ งอิงทุกเซลล์
อา้ งอิงปลาย ตวั อยา่ งเช่น =SUM(A1:A3) จะเทา่ กบั =A1+A2+A3
การคานวณทวั่ ไป
AVERAGE
สูตรน้ีใช้หาค่าเฉล่ยี ของตัวเลข
ตวั อยา่ งเซลลน์ ้ีประกอบไปดว้ ย
ฟังกช์ นั
=AVERAGE(A1:A4)
=25
MAX
สูตรน้ีใช้หาตวั เลขที่มคี ่ามากทสี่ ุดตวั อยา่ ง
เซลลน์ ้ีประกอบไปดว้ ยฟังกช์ นั
=MAX(A1:A4)
=40
SUM
สูตรนี้ใช้หาผลรวมของตัวเลขตวั อยา่ ง
เซลลน์ ้ีประกอบไปดว้ ยฟังกช์ นั
=SUM(A1:A4)
=A1+A2+A3+A4
=10+20+30+40
=100
COUNT
สูตรน้ีใช้กับการนับจานวนเซลล์ตวั อยา่ ง
เซลลน์ ้ีประกอบไปดว้ ยฟังกช์ นั
=COUNT(A1:A4)
=4
MIN
สูตรน้ีใช้หาค่าตวั เลขทีน่ ้อยทสี่ ุด
ตวั อยา่ งเซลลน์ ้ีประกอบไปดว้ ยฟังกช์ นั
=MIN(A1:A4)
=10
การใส่ ฟังก์ชัน
การใส่ฟังกช์ นั ในการคานวณน้นั สะดวกและรวดเร็วกวา่ การน่ังป้ อนสูตรเอง อีกท้งั ฟังกช์ นั ก็
ใชง้ ่ายมาก เพราะจะมีคาแนะนาพร้อมกบั ข้นั ตอนท่ีอานวยความสะดวกในการใส่ขอ้ มูลในสูตร
คลิกเซลลท์ ต่ี อ้ งการใส่ฟังกช์ นั คลิกที่ป่ มุ บนแถบสูตร
เมื่อส้ินสุดคาสง่ั โปรแกรม Microsoft Excel จะปรากฏไดอะลอ็ คบอ็ กซ์ แสดงข้นึ มาดงั รูป
คลิกทก่ี ลมุ่ ฟังกช์ นั ท่ีตอ้ งการ
หมายเหตุ : ถา้ ผเู้ รียนไม่ทราบวา่ ฟังกช์ นั ที่ตอ้ งการจดั อยใู่ นกลุ่มใด
ใหท้ าการเลือกท่ี “ท้งั หมด” ซ่ึงเป็ นกลุ่มรวมฟังกช์ นั ท้งั หมด
ฟังกช์ นั ของกลุ่มจะแสดงข้นึ มาบริเวณน้ี พ้นื ท่บี ริเวณน้ีจะอธิบายสรุปและวิธีใชค้ ร่าว ๆ
คลิกท่ีฟังกช์ นั ทีต่ อ้ งการ ของฟังกช์ นั ท่ีเลือก
ใส่ฟังกช์ นั ในสมุดงานได้
โดยเลื่อนเมาสค์ ลิกท่ปี ่ มุ ตกลง
เมื่อสิ้นสุดคาส่งั โปรแกรม Microsoft Excel จะแสดงไดอะล็อคบ็อกซ์ข้ึนมาทนั ที ถา้
ไดอะลอ็ คบอ็ กซน์ ้ีบงั ขอ้ มูลทีผ่ เู้ รียนตอ้ งการดูอยู่ ก็สามารถทาการเล่ือนไดอะล็อคบ็อกซ์น้ีไป
วาง ยงั ตาแหน่งใหม่ได้
เล่ือนไดอะลอ็ คบอ็ กซ์ โดยคลิก
เมาสแ์ ถบชื่อเรื่อง (แถบสีน้าเงิน)
คลิกเมาส์ค้างไว้ แล้วเล่ือน
ไดอะล็อคบ็อกซ์ไปวางยงั ตาแหน่ง
ใหม่ท่ีต้องการ จากน้ันก็ปล่อยป่ ุม
เมาส์
เม่ือผเู้ รียนใส่ฟังก์ชนั เขา้ ไปแลว้ ผูเ้ รียนจะตอ้ งกาหนดตวั เลขหรือเซลล์อา้ งอิงเพ่ือใชใ้ นการ
คานวณของฟังกช์ นั ดว้ ย
ช่องสาหรบั ใส่ตวั เลขที่จะใชใ้ นการคานวณในฟังกช์ นั ส่วนบริเวณน้ีเป็ นขอ้ ความอธิบายตวั เลขทใี่ ส่ลงไป
ใส่ชื่อเซลลท์ ตี่ อ้ งการคานวณลง คลิกป่ มุ ตกลง
ไป โดยเลื่อนเมาสไ์ ปคลิกทีช่ ่อง ช่องน้ีจะแสดงค่าในเซลลท์ ่เี ราทาการเลือก
Number1 เช่น E5:E9
ผลการคานวณของฟังกช์ นั จะแสดงที่เซลลท์ นั ที สาหรบั สูตรในฟังกช์ นั จะแสดงข้ึนทีแ่ ถบ
สูตร
การใส่สูตรแบบมเี งอ่ื นไขโดยใช้ฟังก์ชัน IF
ในบางคร้ังที่ผลลพั ธ์ของสูตรไม่ไดต้ รงไปตรงมา แต่ข้ึนอยกู่ บั เง่ือนไข ดงั น้ันจึงตอ้ งนา
ฟังกช์ นั IF เขา้ มาช่วย ฟังกช์ นั IF ใชส้ าหรับการกาหนดเงือ่ นไขวา่ ถา้ เป็นไปตามเง่ือนไขจะใหท้ า
อยา่ งไร และถา้ ไม่เป็นไปตามเงอื่ นไขจะใหท้ าอยา่ งไร
** ฟังกช์ นั IF มีโครงสรา้ งดงั น้ี
* IF (เง่ือนไข, คา่ ท่ีจะเป็นเมื่อเง่อื นไขเป็ นจริง , ถา้ เงื่อนไขไม่เป็นจริงจะทาส่วนน้ี)
* เง่ือนไข คือ การตรวจสอบวา่ สิ่งทเี่ รากาหนดใหเ้ ป็ นจริง (TRUE) หรือไม่เป็ นจริง (FALSE)
ตวั อย่าง การใช้ฟังก์ชัน IF
อาจารยผ์ ูห้ น่ึงมีคะแนนของนกั เรียนจานวนมาก จึงตอ้ งการจะสร้างระบบท่ีช่วยตดั เกรด
นักเรียน โดยมีกฎเกณฑว์ า่ ต้งั แต่ 80 คะแนนข้ึนไป ไดเ้ กรด A , ต้งั แต่ 70 คะแนน ถึง 79 คะแนน
ไดเ้ กรด B, ต้งั แต่ 60 คะแนน ถึง 69 คะแนน ไดเ้ กรด C, ต้งั แต่ 59 คะแนน ถึง 50 คะแนน ไดเ้ กรด D
และถา้ ไดค้ ะแนนต่ากวา่ 50 คะแนน ถือวา่ ไดเ้ กรด F
สาหรับการใช้ฟังก์ช่ันสาหรับการตัดเกรด คอื
=IF(H4>79,"A",IF(H4>69,"B",IF(H4>59,"C",IF(H4>49,"D","F"))))
** H4 คือ ช่องเซลล์ที่จะคิดเป็ น
เกรด โดยปกติการคิดเกรดน้ีจะมาจากช่อง
คะแนนรวมของนกั เรียนแตล่ ะคน **
โ ด ย ใ ห้ พิ ม พ์ฟั ง ก์ ช่ัน ท้ ัง ห ม ด น้ ี ใ น
เซลล์ที่ตอ้ งการใหแ้ สดงเกรด จากน้นั กดป่ ุม
Enter โปรแกรมก็จะแสดงเกรดที่กาหนดใน
ช่องเซลลท์ ี่ตอ้ งการ
Note : อย่าใช้ฟังก์ชันซ้อนกัน
ในตวั อยา่ ง คุณจะสังเกตเห็นว่า เราสามารถซ้อนการใช้งานฟังก์ชัน IF เขา้ ไปใน
ฟังก์ชนั IF ได้ ซ่ึงในโปรแกรม Excel 201 เราสามารถซอ้ นฟังก์ชนั่ กนั ไดไ้ ม่เกิน 64 ช้ัน
หรือ 64 ลาดบั
IF(F4<=1000,10%*F4, IF(F4<=5000,15%*F4,20%*F4))
ชนั้ ที่สอง ชนั้ ท่ีหน่งึ
ทุกฟังกช์ นั ในโปรแกรม Excel ลว้ นแต่มีขอ้ จากดั น้ี ดงั น้นั ในการใชฟ้ ังก์ชนั จึงตอ้ ง
ระวังไม่สร้างซ้อนกันเกินกว่าที่กาหนด และควรระมัดระวงั ในการใส่ฟังก์ชั่น และ
เครื่องหมายตา่ ง ๆ เพราะหากมีเคร่ืองหมาย หรือ มีความผิดพลาดโปรแกรมจะไม่สามารถ
คานวณไดแ้ ละฟ้ อง Error ทนั ที
ข้อผดิ พลาดในการคานวณสูตร
ในการคานวณหากมีขอ้ ผดิ พลาดโปรแกรมจะแสดงสญั ลกั ษณ์ออกมาใหผ้ เู้ รียนทราบโดยจะ
แสดง ณ ตาแหน่งเซลลท์ ่ีใชใ้ นการคานวณ ดงั ตวั อยา่ งของผดิ พลาดท่พี บบ่อย ๆ มีดงั น้ี
#####
ความหมาย คอลมั นน์ ้นั แคบเกินทจ่ี ะแสดงผลลพั ธไ์ ดท้ ้งั หมด
การแก้ไข ปรบั ขนาดของความกวา้ งคอลมั น์ใหพ้ อดีกบั ขนาดของขอ้ มลู ใหม่
เซลลน์ ้ีประกอบดว้ ยสูตร ทาการขยายเซลลใ์ หก้ วา้ งข้นึ ก็
=A1*A2 จะสามารถมองเห็นตวั เลข
ท้งั หมด
#DIV/0!
ความหมาย ตวั หารที่ใชใ้ นสูตรมีคา่ เป็ น 0 หรือ การอา้ งอิงเซลลเ์ ปล่าเป็ นตวั หาร
การแก้ไข ตรวจสอบคา่ ตวั หารท่ีใชใ้ นสูตรและแกไ้ ขใหถ้ ูกตอ้ ง
เซลลน์ ้ีประกอบไปดว้ ยสูตร
=A1/A2
#NAME?
ความหมาย ในสูตรมีช่ือฟังกช์ นั หรือเซลลอ์ า้ งอิงท่ีโปรแกรมไม่รู้จกั
การแก้ไข ตรวจสอบวา่ พมิ พส์ ูตรผดิ หรือ กาหนดสูตรอา้ งอิงตา่ ง ๆ ผดิ หรือไม่
เซลลน์ ้ีประกอบไปดว้ ยสูตร
=SUM (A1:A3)
จากตวั อย่างนี้ มีขอ้ ผดิ พลาดคอื ช่ือของฟังกช์ นั SUM พมิ พผ์ ดิ เป็น SUMM หากเราแกไ้ ขก็จะ
สามารถใชส้ ูตรน้ีไดต้ ามปกติ
#VALUE!
ความหมาย ในสูตรมีการใส่ขอ้ มูลในเซลลอ์ า้ งอิงท่ีไม่สามารถคานวณได้ เช่น ขอ้ ความ เป็นตน้
การแก้ไข ตรวจสอบวา่ พมิ พส์ ูตรผดิ หรือ กาหนดสูตรอา้ งอิงตา่ ง ๆ ผดิ หรือไม่
เซลลน์ ้ีประกอบไปดว้ ยสูตร
=A1+A2+A3
คานวณวนซ้า (Circular Reference)
ขอ้ ความน้ีจะแสดงข้นึ มา หากสูตรน้นั มีเซลลอ์ า้ งอิงซ่ึงเป็ นเซลลข์ องสูตรอยดู่ ว้ ย ทาใหไ้ ม่
สามารถคานวณได้
เซลลน์ ้ีประกอบดว้ ยสูตร =A1+A2+A3+A4+A6 ซ่ึงเซลล์ A6 จะเป็นเซลลท์ ีใ่ ส่สูตร
โปรแกรมจะไม่สามารถคานวณได้
เร่ือง การจัดการข้อมูล 97
การจัดการข้อมูล
การจดั การขอ้ มูล คือการท่ีทาให้ขอ้ มูลอยใู่ นรูปท่ีกะทดั รัด มีความหมายและสะดวกต่อ
การใชง้ าน การคน้ หา สามารถนาเสนอในรูปแบบทีง่ า่ ยต่อการตดั สินใจ ซ่ึงประกอบดว้ ยวิธีต่างๆ
ดงั น้ี
การป้ อนสูตรในการคานวณ
โปรแกรม Microsoft Excel สร้างข้ึนมาเพื่องานคานวณโดยเฉพาะ ผเู้ รียนสามารถใส่
ขอ้ มูลดิบ (ตวั เลข) ลงในหนา้ กระดาษทาการ แลว้ บอกวิธีคานวณตวั เลขให้กบั Microsoft Excel
เพอ่ื ใหไ้ ดผ้ ลลพั ธ์ท่ีผเู้ รียนตอ้ งการ ผเู้ รียนจะบอกวธิ ีการคานวณใหก้ บั Microsoft Excel โดยการ
เขียนเป็ นสูตร ตวั อย่างของสูตรอยา่ งง่าย ๆ ก็เช่น การบวกกนั ระหว่างตวั เลข 2 จานวน
ประโยชน์ของโปรแกรมประเภท สเปรตชีทอยา่ งโปรแกรม Microsoft Excel ก็คือ ผเู้ รียนสามารถ
ทาการเขียนสูตรลงในเซลลเ์ พอื่ ใหเ้ อ็กเซลทาการคานวณค่าจากเซลลอ์ ่ืน ๆ ให้ ตวั อยา่ งเช่น ผเู้ รียน
สามารถทาการใส่สูตรลงในเซลลเ์ พอื่ ให้ Excel หาผลรวมของค่าตา่ งๆ ที่ผเู้ รียนตอ้ งการได้
ในการคานวณตวั เลขสามารถทาไดท้ ุกๆ ตาแหน่งในกระดาษทาการโดยใส่ค่านิพจน์ทาง
คณิตศาสตร์ลงไป เมื่อกดป่ ุม Enter ก็จะให้ผลทนั ที กระดาษทาการท่ีใช้จะประกอบไปดว้ ย
คอลมั น์ A,B,C,….. และเป็ นแถว 1,2,3,….. ช่อง ๆ ท่ีถูกแบ่งเรียกว่า เซลล์(Cell) เซลล์แต่ละ
เซลลม์ ีชื่อเรียกตามตาแหน่งการตดั กนั ระหวา่ งคอลมั น์และแถว เช่น เซลลท์ ี่อยใู่ นตาแหน่ง A แถว
1 จะเรียกวา่ เซลล์ A1 ดงั น้นั การคานวณสามารถใชส้ ูตรดว้ ยการอา้ งช่ือเซลใดเซลหน่ึงเพอื่ มาใช้
ในการคานวณได้ หากผเู้ รียนมีการเปลี่ยนแปลงค่าขอ้ มูลท่ีอยใู่ นเซลล์ที่ถูกอา้ งอิงโดยสูตร เซลลท์ ี่
มีสูตรน้นั อยกู่ ็จะเปล่ียนแปลงค่าโดยอตั โนมตั ิ
สูตร (Formula)
เกิดจากเครื่องหมาย , ค่าตวั เลข , ตาแหน่งเซลล์ที่เก็บขอ้ มูล , ฟังก์ชนั ของ
โปรแกรม Microsoft Excel , หรือช่ือกลุ่มขอ้ มูล นามาผสมกนั เพอื่ ใหเ้ กิดค่าใหม่
โปรแกรม Microsoft Excel จะมองสูตรอยใู่ นรูปของสมการ เช่น
75=25+50
ผลลัพธ์ สูตร
98
ดงั น้นั สูตรในโปรแกรม Microsoft Excel จึงข้ึนตน้ ดว้ ยเทา่ กบั (=) เสมอ
เคร่ืองหมายทใี่ ช้ในการคานวณในโปรแกรม Microsoft Excel
เครื่องหมาย ตวั อย่างสูตร
เครื่องหมายในการคานวณ
=20+4*2
+ บวก จะไดผ้ ลลพั ธ์ คือ 28
- ลบ
/ หาร
* คูณ
% เปอร์เซ็นต์
^ ยกกาลงั
เครื่องหมายในการเชื่อมข้อความ =”Microsoft ”&A1
& เชื่อมข้อความ ถ้า A1 เกบ็ ค่า ”Excel” จะได้ค่า Microsoft Excel
เคร่ืองหมายในการเปรียบเทยี บ =A10 < 5000
= เท่ากบั
> มากกวา่ จะใหค้ ่าเป็ นจริง (Ture) เมื่อค่าในเซลล์ A10
< นอ้ ยกวา่ นอ้ ยกวา่ 5000 แต่ถา้ มากกว่าหรือเท่ากบั 5000
> = มากกวา่ หรือเทา่ กบั จะใหค้ า่ เป็นเทจ็ (False)
< = นอ้ ยกวา่ หรือเท่ากบั
< > ไม่เทา่ กบั