167 แบบสรุปผลการประเมินคุณลักษณะที่พึงประสงค์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ....... ภาคเรียนที่ ......... ปีการศึกษา .............. ที่ ชื่อ - สกุล คุณลักษณะอันพึงประสงค์และตัวชี้วัด ใฝ่เรียนรู้ 4.2.1 4.2.2 4.2.3 รวม 3 2 1 0 3 2 1 0 3 2 1 0 9 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 ลงชื่อ .................................................. ผู้ประเมิน (………………………………………………………….)
168 เกณฑ์การให้คะแนน การให้และกรอกคะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของแต่ละข้อตามตัวชี้วัด ให้กรอกเป็น ตัวเลข ระดับ 0, 1, 2 และ 3 ซึ่งตัวเลขมีความหมาย ดังนี้ ระดับคุณภาพ 3 หมายถึง ระดับดีเยี่ยม ระดับคุณภาพ 2 หมายถึง ระดับดี ระดับคุณภาพ 1 หมายถึง ระดับผ่าน ระดับคุณภาพ 0 หมายถึง ระดับไม่ผ่าน เกณฑ์การให้คะแนน (ระดับคุณภาพ) 7 – 9 คะแนน อยู่ในเกณฑ์ ระดับ ดี 3 – 6 คะแนน อยู่ในเกณฑ์ ระดับ พอใช้ ต่ำกว่า 3 คะแนน อยู่ในเกณฑ์ ระดับ ปรับปรุง การประเมินผลคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ ตัวชี้วัดที่ 4.2 แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนด้วย การเลือกใช้สื่ออย่างเหมาะสม บันทึกความรู้ วิเคราะห์ สรุปเป็นองค์ความรู้ สามารถนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ พฤติกรรมบ่งชี้ ไม่ผ่าน (0) ผ่าน (1) ดี (2) ดีเยี่ยม (3) 4.2.1 ศึกษาค้นคว้าหา ความรู้จากหนังสือ เอกสาร สิ่งพิมพ์สื่อ เทคโนโลยีต่าง ๆ แหล่ง เรียนรู้ทั้งภายในและ ภายนอกโรงเรียน และ เลือกใช้สื่อได้อย่าง เหมาะสม 4.2.2 บันทึกความรู้ วิเคราะห์ ตรวจสอบจาก สิ่งที่เรียนรู้สรุปเป็นองค์ ความรู้ 4.2.3 แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อ นำไปใช้ใน ชีวิตประจำวัน ไม่ศึกษา ค้นคว้าหา ความรู้ ศึกษาค้นคว้า หาความรู้จาก หนังสือ เอกสาร สิ่งพิมพ์สื่อ เทคโนโลยี แหล่งเรียนรู้ ทั้งภายในและ ภายนอก โรงเรียน เลือกใช้สื่อได้ อย่าง เหมาะสม มีการบันทึก ความรู้ ศึกษาค้นคว้า หาความรู้จากหนังสือ เอกสาร สิ่งพิมพ์สื่อ เทคโนโลยีและ สารสนเทศ แหล่งเรียนรู้ทั้ภายใน และภายนอกโรงเรียน และเลือกใช้สื่อได้ อย่างเหมาะสม ศึกษาค้นคว้า หาความรู้จากหนังสือ เอกสาร สิ่งพิมพ์สื่อ เทคโนโลยีและสารสนเทศ แหล่งเรียนรู้ทั้งภายใน และภายนอกโรงเรียน เลือกใช้สื่อได้อย่าง เหมาะสม มีการบันทึก ความรู้วิเคราะห์ข้อมูล สรุปเป็นองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้วยวิธีการที่หลากหลายและ เผยแพร่แก่บุคคลทั่วไป นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
169 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 25 รายวิชา สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม (เศรษฐศาสตร์) รหัสวิชา ส32102 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เรื่องการเงิน และสถาบันทางการเงิน เวลา 1 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวทอฟ้า ประสานทอง กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 1. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด เงินมีหน้าที่เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน ใช้วัดมูลค่าของสินค้าและบริการ และเป็น มาตรฐานในการชำระหนี้ในอนาคต และต้องมีความเกี่ยวข้องกับสถาบันการเงิน ซึ่งเป็นสถาบันที่มี บทบาทสำคัญทางด้านการเงิน ทั้งการรับฝากและให้กู้ยืม ทำให้เกิดความคล่องตัวในระบบเศรษฐกิจ 2. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ ส 3.2 เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ และความ จำเป็นของการร่วมมือทางเศรษฐกิจในสังคมโลก ตัวชี้วัด ส 3.1 ม.4-6/1 อธิบายบทบาทของรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบายการเงิน การคลังในการพัฒนา เศรษฐกิจของประเทศ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 อธิบายการวิเคราะห์การค้าระหว่างประเทศ (K) 3.2 วิเคราะห์และจำแนกการค้าระหว่างประเทศ (P) 3.3 สนใจศึกษาเพื่อเพิ่มเติมความรู้เรื่องการค้าระหว่างประเทศ โดยเห็นประโยชน์ที่จะเกิดต่อ ตนเองทั้งปัจจุบันและอนาคต (A) 4. ความรู้ (K) 4.1 การเงิน 4.2 ประเภทสถาบันการเงินของไทย 5. ทักษะ/กระบวนการ (P) ทักษะการวิเคราะห์ถึงลักษณะของสถาบันการเงิน 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ใฝ่เรียนรู้
170 ตัวชี้วัดที่ 4.2 แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนด้วย การเลือกใช้สื่ออย่างเหมาะสม บันทึกความรู้ วิเคราะห์ สรุปเป็นองค์ความรู้ สามารถนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ 7. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (KPAC) 7.1 ความสามารถในการคิด 7.2 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 8. ค่านิยม 12 ประการ ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรง และทางอ้อม 9. กิจกรรมการเรียนรู้ 9.1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนแบบออนไลน์ (Google Form) หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 การเงิน การคลัง จำนวน 18 ข้อ 2. ครูแจ้งวัตถุประสงค์ให้นักเรียนทราบ 3. ครูให้นักเรียนรับชมวีดิทัศน์ในหัวข้อ “การเงิน สถาบันการเงิน ธนาคาร กู้ยืมเงินในประเทศ ไทย” จาก https://www.youtube.com/watch?v=SGCE2LMVNd8&t=540s จากนั้นนักเรียน ตอบคำถามต่อไปนี้ - เงินคืออะไร (ตัวอย่างคำตอบ คือ สิ่งที่ทุกคนในสังคมยอมรับให้เป็นสื่อกลางในการ แลกเปลี่ยน) - เงินมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ เป็นสื่อกลางในการ แลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ เป็นมาตฐานในการชำระหนี้ภายหน้า เป็นเครื่องรักษามูลค่า) 4. ครูอธิบายเพิ่มเติมในเรื่องการเงิน ความหมายของเงิน หน้าที่ของเงิน ประเภทของเงิน ปริมาณเงินโดยใช้สื่อการสอน PowerPoint เรื่องการเงิน การคลัง ประกอบการสอน 9.2 ขั้นกิจกรรมการเรียนรู้ 5. ให้นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ความสำคัญของสถาบันการเงินเป็นแผนภาพความคิด ดัง ตัวอย่าง เป็นแหล่งกลางระดม เงินออม และเป็นแหล่งเงินกู้ ลดความเสี่ยงจากหนี้ สูญทางอ้อมและลด ความเสี่ยงของผู้กู้ สร้างสภาพคล่องและ เป็นหลักประกันให้แก่ ตราสารทางการเงิน ความสำคัญของสถาบันการเงิน
171 6. ครูให้นักเรียนแบ่งออกเป็น 2 ทีม จากนั้นส่งตัวแทนจับสลากหัวข้อ ดังนี้ ทีมที่ 1 สถาบันการเงินประเภทธนาคาร ทีมที่ 2 สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร แล้วให้แต่ละทีมร่วมกันสรุปวิเคราะห์ลักษณะประเภทสถาบันการเงิน บทบาทหน้าที่ และ ประโยชน์ที่เกิดต่อระบบเศรษฐกิจ และออกมานำเสนอตามหัวข้อที่ได้รับมอบหมาย หลังจากจบการ นำเสนอ ครูทบทวนโดยการอธิบายสรุปความรู้เป็นแผนภาพบนกระดาน ดังตัวอย่าง
172 9.3 ขั้นสรุปความรู้ 7. ให้นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ ดังนี้ เงินมีหน้าที่เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน ใช้วัดมูลค่าของสินค้าและบริการเป็นมาตรฐาน ในการชำระหนี้ในอนาคต และสถาบันการเงินเป็นแหล่งกลางในการระดมเงินจากผู้ที่มีเงินออม การให้ กู้ยืมเงินมีหน้าที่ลดความเสี่ยงและสร้างสภาพคล่อง และหลักประกันให้แก่ตราสารทางการเงิน 10. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ 10.1 สื่อประกอบการสอน PowerPoint เรื่อง การเงิน การคลัง 10.2 หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน เศรษฐศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 10.3 DLIT Narinukun 10.4 วีดิทัศน์ในหัวข้อ “การเงิน สถาบันการเงิน ธนาคาร กูยืมเงิน ในประเทศไทย” จาก https://www.youtube.com/watch?v=SGCE2LMVNd8&t=540s 11. การวัดผลและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ เครื่องมือวัด เกณฑ์การวัดและ ประเมินผล 1. อธิบายเรื่องของเงิน (K) แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยที่ 5 ร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 2. วิเคราะห์ลักษณะของสถาบันทางการเงิน (P) แบบสังเกตพฤติกรรมการ เข้าร่วมกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ 2 รายการ ผ่านเกณฑ์ 3. สนใจในการศึกษาเรียนรู้การเงินและ สถาบันการเงินที่มีต่อระบบเศรษฐกิจของ ประเทศ (A) แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ 12. กิจกรรมเสนอแนะ/ภาระงาน ให้นักเรียนสรุปวิเคราะห์ลักษณะประเภทสถาบันการเงิน บทบาทหน้าที่ และประโยชน์ที่ เกิดต่อระบบเศรษฐกิจลงในสมุดบันทึก 13. การบูรณาการกับกลุ่มสาระอื่น ภาษาไทย : การสนทนาแสดงความคิดเห็น การนำเสนอ วิทยาศาสตร์: การวิเคราะห์ปัญหา การสรุปปัญหา
173 14. แบบบันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ 1. ด้านความรู้ (K) …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………. (นางสาวทอฟ้า ประสานทอง) ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย
174 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 26 รายวิชา สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม (เศรษฐศาสตร์) รหัสวิชา ส32102 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เรื่องการคลัง เวลา 1 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวทอฟ้า ประสานทอง กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 1. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การคลังหรือการคลังภาครัฐ หมายถึง การบริหารการเงินของรัฐบาล การใช้จ่ายเพื่อบริหาร ประเทศของรัฐบาล วิธีการแสวงหารายได้และการบริหารรายได้ของรัฐบาลตลอดจนผลกระทบที่ เกิดขึ้นจากการจัดเก็บรายได้และการใช้จ่ายเงินของรัฐบาล อีกทั้งมีเครื่องมือของการคลัง คือ เรื่อง ของรายรับ รายจ่ายของรัฐบาล งบประมาณแผ่นดิน การก่อหนี้สาธารณะ การบริหารเงินคงคลัง 2. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ ส 3.2 เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ และความจำเป็น ของการร่วมมือทางเศรษฐกิจในสังคมโลก ตัวชี้วัด ส 3.2 ม.4-6/1 อธิบายบทบาทของรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบายการเงิน การคลังในการพัฒนา เศรษฐกิจของประเทศ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 อธิบายเรื่องของการคลัง (K) 3.2 ค้นคว้าและวิเคราะห์เครื่องมือของการคลัง (P) 3.3 สนใจในการศึกษาเรียนรู้การคลังที่มีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ (A) 4. ความรู้ (K) การคลัง - งบประมาณแผ่นดิน - รายรับ รายจ่ายของรัฐบาล - การก่อหนี้สาธารณะ - การบริหารเงินคงคลัง
175 5. ทักษะ/กระบวนการ (P) ทักษะการค้นคว้าและวิเคราะห์เครื่องมือของการคลัง 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ใฝ่เรียนรู้ ตัวชี้วัดที่ 4.2 แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนด้วย การเลือกใช้สื่ออย่างเหมาะสม บันทึกความรู้ วิเคราะห์ สรุปเป็นองค์ความรู้ สามารถนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ 7. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (KPAC) 7.1 ความสามารถในการคิด 7.2 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 8. ค่านิยม 12 ประการ 8.1 ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรง และทางอ้อม 8.2 คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง 9. กิจกรรมการเรียนรู้ 9.1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูให้นักเรียนรับชมวีดิทัศน์ในหัวข้อ “การคลัง งบประมาณแผ่นดิน หนี้สาธารณะ” จาก https://www.youtube.com/watch?v=qVqF9XFygtc&t=351s จากนั้นให้นักเรียนตอบคำถาม ต่อไปนี้ - การคลังหรือการคลังภาครัฐ หมายถึงอะไร (ตัวอย่างคำตอบ การบริหารการเงินของ รัฐบาลการใช้จ่ายเพื่อบริหารประเทศของรัฐบาล) - งบประมาณแผ่นดินหมายถึงอะไร (ตัวอย่างคำตอบ เป็นแผนการเงินภาครัฐ ในการแสดง รายได้ + รายจ่ายของรัฐบาล ในระยะ 1 ปีโดยเริ่มต้นในวันที่ 1 ตุลาคมของปีไปจนถึงวันที่ 30 กันยายนของปีถัดไป จัดทำโดย สำนักงบประมาณ) 9.2 ขั้นกิจกรรมการเรียนรู้ 2. ให้นักเรียนร่วมกันศึกษาค้นคว้าและวิเคราะห์เกี่ยวกับเครื่องมือของการคลัง โดยครูแบ่ง นักเรียนออกเป็น 4 กลุ่ม (แบ่งตามเลขที่ ให้จำนวนสมาชิกกลุ่มเท่า ๆ กัน) จากนั้นส่งตัวแทนจับสลาก หัวข้อ ดังนี้ กลุ่มที่ 1 งบประมาณแผ่นดิน กลุ่มที่ 2 รายรับ-รายจ่ายของรัฐบาล กลุ่มที่ 3 การก่อหนี้สาธารณะ กลุ่มที่ 4 การบริการเงินคงคลัง
176 แต่ละกลุ่มค้นคว้าข้อมูลตามที่กลุ่มตนเองได้รับผิดชอบ พร้อมเตรียมตัวแทนนำเสนอความรู้ จากการค้นคว้า หลังการนำเสนอแต่ละกลุ่มให้มีการอภิปรายร่วมกัน และครูอธิบายสรุปเพิ่มเติมเป็น แผนภาพ ดังนี้
177 9.3 ขั้นสรุปความรู้ 3. ให้นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ ดังนี้ ในการบริหารประเทศของรัฐบาล มีองค์ประกอบหลายอย่าง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเรื่องของการคลัง ที่ประกอบด้วย งบประมาณ รายได้ รายจ่ายของ รัฐบาล หนี้สาธารณะ เงินคงคลัง เป็นสิ่งที่ทำให้เห็นการบริหารประเทศโดยภาพรวมของรัฐบาล เพื่อ พัฒนาเศรษฐกิจขอประเทศให้ยั่งยืน และเพื่อป้องกันผลกระทบต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจของ ประเทศ 10. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ 10.1 สื่อประกอบการสอน PowerPoint เรื่อง การเงิน การคลัง 10.2 หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน เศรษฐศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 10.3 DLIT Narinukun 10.4 วีดิทัศน์ในหัวข้อ “การคลัง งบประมาณแผ่นดิน หนี้สาธารณะ” จาก https://www.youtube.com/ watch?v=qVqF9XFygtc&t=351s 11. การวัดผลและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ เครื่องมือวัด เกณฑ์การวัดและ ประเมินผล 1. อธิบายเรื่องของการคลัง (K) แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยที่ 5 ร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์
178 จุดประสงค์การเรียนรู้ เครื่องมือวัด เกณฑ์การวัดและ ประเมินผล 2. ค้นคว้าและวิเคราะห์เครื่องมือของการ คลัง (P) แบบสังเกตพฤติกรรมการ เข้าร่วมกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ 2 รายการ ผ่านเกณฑ์ 3. สนใจในการศึกษาเรียนรู้การคลังที่มีต่อ ระบบเศรษฐกิจของประเทศ (A) แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ 12. กิจกรรมเสนอแนะ/ภาระงาน ให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าและวิเคราะห์เกี่ยวกับเครื่องมือของการคลัง แล้วสรุปเป็นองค์ความรู้ ลงในสมุด 13. การบูรณาการกับกลุ่มสาระอื่น ภาษาไทย : การสนทนาแสดงความคิดเห็น การนำเสนอ วิทยาศาสตร์: การวิเคราะห์ปัญหา การสรุปปัญหา
179 14. แบบบันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ 1. ด้านความรู้ (K) …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………. (นางสาวทอฟ้า ประสานทอง) ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย
180 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 27 รายวิชา สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม (เศรษฐศาสตร์) รหัสวิชา ส32102 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เรื่องนโยบายการเงิน เวลา 1 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวทอฟ้า ประสานทอง กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 1. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด นโยบายทางด้านการเงิน เป็นเครื่องมือที่รัฐบาลทุกระบบเศรษฐกิจใช้เป็นเครื่องมือในการ กระตุ้นหรือชะลอการเติบโตทางเศรษฐกิจให้อยู่ในภาวะที่สมดุล เพื่อรักษาเสถียรภาพฐานะทาง การเงินและเศรษฐกิจของประเทศ 2. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ ส 3.2 เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ และความ จำเป็นของการร่วมมือทางเศรษฐกิจในสังคมโลก ตัวชี้วัด ส 3.1 ม.4-6/1 อธิบายบทบาทของรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบายการเงิน การคลังในการพัฒนา เศรษฐกิจของประเทศ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 อธิบายรูปแบบของนโยบายการเงิน (K) 3.2 จำแนกเครื่องมือของนโยบายการเงิน (P) 3.3 สนใจและให้ความสำคัญในการศึกษาเรียนรู้นโยบายการเงินเพื่อประโยชน์ทางด้านการศึกษา ในปัจจุบันและอนาคต (A) 4. ความรู้ (K) 4.1 รูปแบบนโยบายการเงิน 4.2 เครื่องมือของนโยบายการเงิน 5. ทักษะ/กระบวนการ (P) ทักษะการวิเคราะห์จำแนกเกี่ยวกับนโยบายการเงิน
181 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ใฝ่เรียนรู้ ตัวชี้วัดที่ 4.2 แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนด้วย การเลือกใช้สื่ออย่างเหมาะสม บันทึกความรู้ วิเคราะห์ สรุปเป็นองค์ความรู้ สามารถนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ 7. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (KPAC) 7.1 ความสามารถในการคิด 7.2 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 8. ค่านิยม 12 ประการ ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรง และทางอ้อม 9. กิจกรรมการเรียนรู้ 9.1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูทบทวนบทเรียนการคาบที่แล้วเกี่ยวกับ การเงินและการคลัง โดยใช้การตอบคำถาม เพื่อเสริมความเข้าใจในบทเรียน - การเงินมีประเด็นในเรื่องอะไรบ้าง (ตัวอย่างคำตอบ ความหมายของเงิน หน้าที่ของเงิน ประเภทของเงิน ปริมาณเงิน และสถาบันทางการเงิน) - การคลังมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง (ตัวอย่างคำตอบ ความหมายการคลัง งบประมาณ แผ่นดิน รายรับ-รายจ่าย หนี้สาธารณะ เงินคงคลัง) 2. ครูกล่าวถึงหน้าที่ของธนาคารกลางกับการใช้นโยบายการเงิน เพื่อเชื่อมโยงเนื้อหาบทเรียน 9.2 ขั้นกิจกรรมการเรียนรู้ 3. นักเรียนรับชมคลิปวีดิทัศน์ในหัวข้อ “นโยบายการเงินกับการพัฒนาเศรษฐกิจ” จาก DLTV14 Channel : https://www.youtube.com/c/DLTV14Channel 4. ครูตั้งประเด็นคำถามเรื่อง นโยบายการเงิน ดังนี้ - นโยบายการเงิน หมายถึงอะไร (ตัวอย่างคำตอบ นโยบายที่ธนาคารกลาง ใช้ดูแล ปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และรักษาเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ (เงินเฟ้อ/เงินฝืด) ดูแลระบบสินเชื่อ (กู้ยืม) และแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจของประเทศ) - รูปแบบของนโยบายการเงินมีกี่รูปแบบ อะไรบ้าง (ตัวอย่างคำตอบ นโยบายการเงินมี 2 รูปแบบ คือ นโยบายการเงินแบบเข้มงวด (ลดปริมาณเงินในระบบ)และนโยบายการเงินแบบผ่อน คลาย (เพิ่มปริมาณเงินในระบบ)) 5. ให้นักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องมือของนโยบายการเงิน จากสื่อ เว็บไซต์ PowerPoint ต่าง ๆ เพื่อจะนำมาใช้ในการตอบคำถามเอาคะแนน
182 9.3 ขั้นสรุปความรู้ 6. ให้นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้โดยใช้แผนภาพประกอบ ดังนี้ 10. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ 10.1 สื่อประกอบการสอน PowerPoint เรื่อง การเงิน การคลัง 10.2 DLIT Narinukun 10.3 วีดิทัศน์ เรื่อง “นโยบายการเงินกับการพัฒนาเศรษฐกิจ” จาก DLTV14 Channel: https://www.youtube.com/c/DLTV14Channel 11. การวัดผลและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ เครื่องมือวัด เกณฑ์การวัดและ ประเมินผล 1. อธิบายรูปแบบของนโยบายการเงิน (K) แบบทดสอบก่อน-หลัง เรียนหน่วยที่ 5 ร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 2. จำแนกเครื่องมือของนโยบายการเงิน (P) แบบสังเกตพฤติกรรมการ เข้าร่วมกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ 2 รายการ ผ่านเกณฑ์ 3. สนใจและให้ความสำคัญในการศึกษาเรียนรู้ นโยบายการเงินเพื่อประโยชน์ทางด้าน การศึกษาในปัจจุบันและอนาคต (A) แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ 12. กิจกรรมเสนอแนะ/ภาระงาน ให้นักเรียนเขียนสรุปความรู้จากแผนภาพลงในสมุดบันทึก 13. การบูรณาการกับกลุ่มสาระอื่น ภาษาไทย : การสนทนาแสดงความคิดเห็น การนำเสนอ
183 14. แบบบันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ 1. ด้านความรู้ (K) …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………. (นางสาวทอฟ้า ประสานทอง) ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย
184 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 28 รายวิชา สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม (เศรษฐศาสตร์) รหัสวิชา ส32102 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เรื่องนโยบายการคลัง เวลา 1 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวทอฟ้า ประสานทอง กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 1. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด นโยบายการคลัง รัฐบาลจะกำหนดมาตรการเกี่ยวกับการหารายได้เข้ารัฐด้วยการจัดเก็บภาษี อากร และกำหนดมาตรการรายจ่ายรวมทั้งการก่อหนี้สาธารณะ โดยนโยบายการคลังจะต้อง ตอบสนองต่อเป้าหมายนโยบายทางเศรษฐกิจที่รัฐเป็นผู้กำหนดขึ้น 2. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ ส 3.2 เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ และความ จำเป็นของการร่วมมือทางเศรษฐกิจในสังคมโลก ตัวชี้วัด ส 3.1 ม.4-6/1 อธิบายบทบาทของรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบายการเงิน การคลังในการพัฒนา เศรษฐกิจของประเทศ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 อธิบายรูปแบบของนโยบายการคลัง (K) 3.2 วิเคราะห์และจำแนกเครื่องมือของนโยบายการคลัง (P) 3.3 สนใจและให้ความสำคัญในการศึกษาเรียนรู้นโยบายการคลังเพื่อประโยชน์ทางด้านการศึกษา ในปัจจุบันและอนาคต (A) 4. ความรู้ (K) 4.1 รูปแบบนโยบายการคลัง 4.2 เครื่องมือของนโยบายการคลัง 5. ทักษะ/กระบวนการ (P) ทักษะการวิเคราะห์และจำแนกเกี่ยวกับนโยบายการเงิน
185 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ใฝ่เรียนรู้ ตัวชี้วัดที่ 4.2 แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนด้วย การเลือกใช้สื่ออย่างเหมาะสม บันทึกความรู้ วิเคราะห์ สรุปเป็นองค์ความรู้ สามารถนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ 7. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (KPAC) 7.1 ความสามารถในการคิด 7.2 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 8. ค่านิยม 12 ประการ ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรง และทางอ้อม 9. กิจกรรมการเรียนรู้ 9.1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูทบทวนความรู้เดิมในเรื่องนโยบายการเงิน จากนั้นครูให้นักเรียนรับชมคลิปวีดิทัศน์ใน หัวข้อ “นโยบายการคลังกับการพัฒนาเศรษฐกิจ” จาก DLTV14 Channel: https://www.youtube.com/watch?v=MCaSk8FU2rM&t=305s จากนั้นให้นักเรียนตั้งคำถามที่ ต้องการเกี่ยวกับนโยบายการคลังพร้อมตอบคำถามลงในสมุดบันทึก 2. นักเรียนศึกษาความรู้เบื้องต้นจาก สื่อการสอน PowerPoint เรื่อง นโยบายการเงิน นโยบายการคลัง โดยมีครูคอยแนะนำ อธิบายเพิ่มเติมโดยเฉพาะรูปแบบของนโยบายการคลัง ดัง แผนภาพ ดังนี้
186 9.2 ขั้นกิจกรรมการเรียนรู้ 3. ให้นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ในเรื่องเครื่องมือของนโยบายการคลัง แล้วเตรียมนำเสนอ ความรู้ โดยครูสุ่มตัวอย่างนักเรียนจำนวน 4-5 คน ออกมาสรุปความรู้ จากนั้นครูอธิบายสรุปเป็น แผนภาพเพิ่มเติมดังตัวอย่าง
187 9.3 ขั้นสรุปความรู้ 4. ให้นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้โดยใช้แผนภาพประกอบ ดังนี้ 5. ครูสรุปเพิ่มเติมถึงว่านโยบายการคลัง รัฐบาลจะกำหนดมาตรการเกี่ยวกับการหารายได้เข้า รัฐด้วยการจัดเก็บภาษีอากร และกำหนดมาตรการรายจ่าย รวมทั้งการก่อหนี้สาธารณะ โดยนโยบาย การคลังจะต้องตอบสนองต่อเป้าหมายนโยบายทางเศรษฐกิจที่รัฐเป็นผู้กำหนดขึ้น 10. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ 10.1 สื่อประกอบการสอน PowerPoint เรื่อง การเงิน การคลัง 10.2 DLIT Narinukun 10.3 วีดิทัศน์ เรื่อง “นโยบายการคลังกับการพัฒนาเศรษฐกิจ” จาก DLTV14 Channel: https://www.youtube.com/watch?v=MCaSk8FU2rM&t=305s 11. การวัดผลและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ เครื่องมือวัด เกณฑ์การวัดและ ประเมินผล 1. อธิบายรูปแบบของนโยบายการคลัง (K) แบบทดสอบก่อนหลังเรียนหน่วยที่ 5 ร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 2. วิเคราะห์และจำแนกเครื่องมือของนโยบายการ คลัง (P) แบบสังเกต พฤติกรรมการเข้า ร่วมกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ 2 รายการ ผ่านเกณฑ์
188 จุดประสงค์การเรียนรู้ เครื่องมือวัด เกณฑ์การวัดและ ประเมินผล 3, สนใจและให้ความสำคัญในการศึกษาเรียนรู้ นโยบายการคลังเพื่อประโยชน์ทางด้านการศึกษาใน ปัจจุบันและอนาคต (A) แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ 12. กิจกรรมเสนอแนะ/ภาระงาน ให้นักเรียนเขียนสรุปความรู้จากแผนภาพลงในสมุดบันทึก 13. การบูรณาการกับกลุ่มสาระอื่น ภาษาไทย : การสนทนาแสดงความคิดเห็น การนำเสนอ วิทยาศาสตร์ : การวิเคราะห์ปัญหา การสรุปปัญหา
189 14. แบบบันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ 1. ด้านความรู้ (K) …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………. (นางสาวทอฟ้า ประสานทอง) ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย
190 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 29 รายวิชา สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม (เศรษฐศาสตร์) รหัสวิชา ส32102 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เรื่องภาวะเงินเฟ้อ เวลา 1 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวทอฟ้า ประสานทอง กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 1. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด ภาวะเงินเฟ้อ เป็นภาวะที่ระดับราคาสินค้าและบริการที่จำเป็นส่วนใหญ่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น อย่างต่อเนื่อง แต่อำนาจการซื้อของประชาชนลดลง 2. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ ส 3.2 เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ และความ จำเป็นของการร่วมมือทางเศรษฐกิจในสังคมโลก ตัวชี้วัด ส 3.1 ม.4-6/1 อธิบายบทบาทของรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบายการเงิน การคลังในการพัฒนา เศรษฐกิจของประเทศ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 อธิบายปัญหาภาวะเงินเฟ้อ (K) 3.2 แก้ปัญหาโดยใช้รูปแบบและของเครื่องมือนโยบายการเงิน และนโยบายการคลังแก้ปัญหาเงิน เฟ้อ (P) 3.3 สนใจและให้ประโยชน์ของการศึกษาเรียนรู้ภาวะทางการเงินภายในประเทศ เพื่อประโยชน์ในการ ดำเนินชีวิตประจำวัน (A) 4. ความรู้ (K) ภาวะเงินเฟ้อ 5. ทักษะ/กระบวนการ (P) ทักษะการใช้เครื่องมือนโยบายการเงิน นโยบายการคลังแก้ปัญหาเงินเฟ้อ
191 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ใฝ่เรียนรู้ ตัวชี้วัดที่ 4.2 แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนด้วย การเลือกใช้สื่ออย่างเหมาะสม บันทึกความรู้ วิเคราะห์ สรุปเป็นองค์ความรู้ สามารถนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ 7. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (KPAC) 7.1 ความสามารถในการคิด 7.2 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 8. ค่านิยม 12 ประการ ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรง และทางอ้อม 9. กิจกรรมการเรียนรู้ 9.1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูทบทวนความรู้เดิมในเรื่องนโยบายการเงินและนโยบายการคลัง จากนั้นครูให้นักเรียนดู แผนภาพ แล้วให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ - ภาพนี้แสดงเกี่ยวกับอะไร (ตัวอย่างคำตอบ เป็นการแสดงการเปรียบเทียบจำนวนเงินกับสินค้า) - ภาพนี้สะท้อนให้เห็นถึงอะไร (ตัวอย่างคำตอบ ทำให้เห็นว่า การที่ได้สินค้า 1 ชิ้น จะต้อง ใช้เงินเป็นจำนวนมาก สะท้อนได้ว่าอำนาจซื้อหรือค่าของเงินลดลง) 2. ครูอธิบายเพิ่มเติม พร้ออมเชื่อมโยงเนื้อหาเข้าสู่เรื่องภาวะเงินเฟ้อ3. นักเรียนศึกษาความรู้ เบื้องต้นจาก สื่อการสอน PowerPoint เรื่องภาวะเงินเฟ้อ ตั้งแต่ สาเหตุของภาวะเงินเฟ้อ ระดับ
192 ภาวะเงินเฟ้อ ผลกระทบที่เกิดจากภาวะเงินเฟ้อ โดยมีครูคอยแนะนำ อธิบายเพิ่มเติม ดังแผนภาพ ดังนี้
193 9.2 ขั้นกิจกรรมการเรียนรู้ 4. ให้นักเรียนร่วมกันศึกษาวิธีการแก้ไขปัญหาภาวะเงินเฟ้อโดยใช้รูปแบบและเครื่องมือของ นโยบายการเงิน และนโยบายการคลัง แล้วให้นักเรียนตอบถามโดยครูใช้คำถามพร้อมเพิ่มเติมความรู้ ตามแผนภาพตัวอย่าง 9.3 ขั้นสรุปความรู้ 5. ให้นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ ดังนี้ ภาวะเงินเฟ้อ เป็นภาวะที่ระดับราคาสินค้าและบริการที่จำเป็นส่วนใหญ่มีแนวโน้มเพิ่ม สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่อำนาจการซื้อของประชาชนลดลง สาเหตุเงินเฟ้อเกิดขึ้นได้ทั้งจากอุปสงค์ และ อุปทาน ส่วนการแก้ปัญหาที่ใช้รูปแบบและเครื่องมือของนโยบายการเงิน และนโยบายการคลัง เพื่อ รักษาเสถียรภาพให้มีความเหมาะสมและสมดุล 10. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ 10.1 สื่อประกอบการสอน PowerPoint เรื่อง การเงิน การคลัง 10.2 DLIT Narinukun 11. การวัดผลและประเมินผล
194 จุดประสงค์การเรียนรู้ เครื่องมือวัด เกณฑ์การวัดและ ประเมินผล 1. อธิบายปัญหาภาวะเงินเฟ้อ (K) แบบทดสอบก่อน-หลัง เรียนหน่วยที่ 5 ร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 2. แก้ปัญหาโดยใช้รูปแบบและของเครื่องมือ นโยบายการเงิน และนโยบายการคลังแก้ปัญหา เงินเฟ้อ (P) แบบสังเกตพฤติกรรม การเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ 2 รายการ ผ่านเกณฑ์ 3. สนใจและให้ประโยชน์ของการศึกษาเรียนรู้ ภาวะทางการเงินภายในประเทศ เพื่อประโยชน์ ในการดำเนินชีวิตประจำวัน (A) แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ 12. กิจกรรมเสนอแนะ/ภาระงาน ให้นักเรียนเขียนสรุปความรู้จากแผนภาพการแก้ไขปัญหาภาวะเงินเฟ้อลงในสมุดบันทึก 13. การบูรณาการกับกลุ่มสาระอื่น ภาษาไทย : การสนทนาแสดงความคิดเห็น การนำเสนอ วิทยาศาสตร์ : การวิเคราะห์ปัญหา การสรุปปัญหา
195 14. แบบบันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ 1. ด้านความรู้ (K) …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………. (นางสาวทอฟ้า ประสานทอง) ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย
196 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 30 รายวิชา สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม (เศรษฐศาสตร์) รหัสวิชา ส32102 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เรื่องภาวะเงินฝืด เวลา 1 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวทอฟ้า ประสานทอง กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 1. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด ภาวะเงินฝืด เป็นภาวะที่ระดับราคาสินค้าและบริการที่จำเป็นส่วนใหญ่มีแนวโน้มลดลงอย่าง ต่อเนื่อง หรือปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบน้อยเกินไป 2. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ ส 3.2 เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ และความ จำเป็นของการร่วมมือทางเศรษฐกิจในสังคมโลก ตัวชี้วัด ส 3.1 ม.4-6/1 อธิบายบทบาทของรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบายการเงิน การคลังในการพัฒนา เศรษฐกิจของประเทศ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 อธิบายปัญหาภาวะเงินฝืด (K) 3.2 แก้ปัญหาโดยใช้รูปแบบและของเครื่องมือนโยบายการเงิน และนโยบายการคลังแก้ปัญหาเงิน ฝืด (P) 3.3 สนใจและให้ประโยชน์ของการศึกษาเรียนรู้ภาวะทางการเงินภายในประเทศ เพื่อประโยชน์ใน การดำเนินชีวิตประจำวัน (A) 4. ความรู้ (K) ภาวะเงินฝืด 5. ทักษะ/กระบวนการ (P) ทักษะการใช้เครื่องมือนโยบายการเงิน นโยบายการคลังแก้ปัญหาเงินฝืด
197 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ใฝ่เรียนรู้ ตัวชี้วัดที่ 4.2 แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนด้วย การเลือกใช้สื่ออย่างเหมาะสม บันทึกความรู้ วิเคราะห์ สรุปเป็นองค์ความรู้ สามารถนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ 7. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (KPAC) 7.1 ความสามารถในการคิด 7.2 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 8. ค่านิยม 12 ประการ ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรง และทางอ้อม 9. กิจกรรมการเรียนรู้ 9.1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูทบทวนความรู้เดิมในเรื่องภาวะเงินฝืด จากนั้นครูให้นักเรียนรับชมวีดิทัศน์หัวข้อภาวะ เงินฝืด (Deflation) จาก https://www.youtube.com/watch?v=3SuQHESjJ7w จากนั้นให้ ช่วยกันตอบคำถาม - ภาวะเงินฝืดส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ ภาวะเงินฝืด ถ้าเกิดภาวะ เงินฝืดระดับอ่อน ๆ จะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจ เพราะกระตุ้นให้ประชาชนเพิ่มการใช้จ่าย แต่ถ้าอยู่ ในระดับปานกลางหรือระดับรุนแรง จะทำให้เศรษฐกิจตกต่ำหรือเกิดภาวะฝืดเคือง)
198 2. ครูอธิบายเพิ่มเติมในเรื่องภาวะเงินฝืด ลักษณะของภาวะเงินฝืด ระดับเงินฝืดสาเหตุการเกิด ภาวะเงินฝืด และผลกระทบของภาวะเงินฝืด โดยใช้สื่อการสอน PowerPoint เรื่องภาวะเงินเฟ้อ ภาวะเงินฝืดประกอบการสอน 9.2 ขั้นกิจกรรมการเรียนรู้ 3. ให้นักเรียนร่วมกันศึกษาวิธีการแก้ไขปัญหาภาวะเงินฝืด โดยใช้รูปแบบและเครื่องมือของ นโยบายการเงิน และนโยบายการคลัง แล้วให้นักเรียนตอบถามโดยครูใช้คำถามพร้อมเพิ่มเติมความรู้ ตามแผนภาพตัวอย่าง
199 9.3 ขั้นสรุปความรู้ 4. ให้นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ ดังนี้ ภาวะเงินฝืด เป็นภาวะที่ระดับราคาสินค้าและบริการที่จำเป็นส่วนใหญ่มีแนวโน้มลดลง อย่างต่อเนื่อง อำนาจการซื้อของประชาชนเพิ่มขึ้น แต่ปัญหาคือประชาชนไม่มีเงินพอที่จะซื้อ สาเหตุ เงินเฟ้อเกิดขึ้นได้ทั้งจากการกำหนดนโยบายของธนาคารกับรัฐบาล ส่วนการแก้ปัญหาที่ใช้รูปแบบ และเครื่องมือของนโยบายการเงิน และนโยบายการคลัง เพื่อรักษาเสถียรภาพให้มีความเหมาะสมและ สมดุล 5. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนแออนไลน์ (Google Form) หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 การเงินการคลัง จำนวน 18 ข้อ 10. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ 10.1 สื่อประกอบการสอน PowerPoint เรื่อง การเงิน การคลัง 10.2 DLIT Narinukun 10.3 วีดิทัศน์หัวข้อภาวะเงินฝืด (Deflation) จากhttps://www.youtube.com/watch?v=3Su QHESjJ7w
200 11. การวัดผลและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ เครื่องมือวัด เกณฑ์การวัดและ ประเมินผล 1. อธิบายปัญหาภาวะเงินฝืด (K) แบบทดสอบก่อน-หลัง เรียนหน่วยที่ 5 ร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ 2. แก้ปัญหาโดยใช้รูปแบบและของเครื่องมือ นโยบายการเงิน และนโยบายการคลังแก้ปัญหา เงินฝืด (P) แบบสังเกตพฤติกรรม การเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ 2 รายการ ผ่านเกณฑ์ 3. สนใจและให้ประโยชน์ของการศึกษาเรียนรู้ ภาวะทางการเงินภายในประเทศ เพื่อประโยชน์ ในการดำเนินชีวิตประจำวัน (A) แ บ บ ป ร ะ เ มิ น ค ุ ณ ล ั ก ษ ณ ะ อ ั น พึ ง ประสงค์ ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ 12. กิจกรรมเสนอแนะ/ภาระงาน ให้นักเรียนเขียนสรุปความรู้จากแผนภาพการแก้ไขปัญหาภาวะเงินฝืดลงในสมุดบันทึก 13. การบูรณาการกับกลุ่มสาระอื่น ภาษาไทย : การสนทนาแสดงความคิดเห็น การนำเสนอ วิทยาศาสตร์ : การวิเคราะห์ปัญหา การสรุปปัญหา
201 14. แบบบันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ 1. ด้านความรู้ (K) …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………. (นางสาวทอฟ้า ประสานทอง) ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย
202 ภาคผนวก
203 QR-Code สื่อการสอน PowerPoint หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 การเงิน การคลัง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
204 แบบทดสอบก่อน-หลังเรียนออนไลน์โดยใช้Google Form หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 การเงิน การคลัง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
205 แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม (ในชั้นเรียน) คำชี้แจง : สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนรายบุคคลโดยทำเครื่องหมาย ✓ลงในช่องว่างที่ตรงกับความเป็นจริง เลขที่ รายการประเมิน รวม(เฉลี่ย) ผ่าน ไม่ผ่าน เลขที่ รายการประเมิน รวม(เฉลี่ย) ผ่าน ไม่ผ่าน ความสนใจ ในบทเรียน การตอบ คำถาม ความสนใจ ในบทเรียน การตอบ คำถาม 4 3 2 1 4 3 2 1 4 4 3 2 1 4 3 2 1 4 1 22 2 23 3 24 4 25 5 26 6 27 7 28 8 29 9 30 10 31 11 32 12 33 13 34 14 35 15 36 16 37 17 38 18 39 19 40 ลงชื่อ .................................................. ผู้ประเมิน (………………………………………………………….)
206 เกณฑ์การประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ 4 หมายถึง ดีมาก 3 หมายถึง ดี 2 หมายถึง พอใช้ 1 หมายถึง ปรับปรุง ระดับคุณภาพ ตั้งแต่ 2 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ เกณฑ์การประเมินด้านพฤติกรรม พฤติกรรม ระดับคะแนน 4 3 2 1 ความสนใจ ในบทเรียน ตั้งใจเรียนไม่ หยอกล้อและไม่ คุยกัน นำอุปกรณ์มา เรียนครบ ตั้งใจเรียนแต่ อาจจะหยอกล้อ และคุยกัน บางครั้งนำ อุปกรณ์มาเรียน เกือบครบ ขาด เล็กน้อย ไม่ค่อยตั้งใจเรียน คุยกันค่อนข้าง เสียงดังนำอุปกรณ์ มาเรียนไม่ครบ (ขาดหลายอย่าง) ไม่ตั้งใจเรียน เลยไม่นำ อุปกรณ์มา เรียนเลย การตอบคำถาม มีความมั่นใจ กล้า ตอบ และตอบ คำถามได้ถูกต้อง มีความมั่นใจ กล้าตอบ แต่ อาจจะตอบไม่ ตรงกับประเด็น คำถามบ้าง เล็กน้อย ไม่ค่อยมีความ มั่นใจในการตอบ คำถามตอบไม่ตรง กับประเด็นคำถาม เป็นส่วนใหญ่ ขาดความมั่นใจ ในการตอบ คำถามและ ตอบคำถามไม่ ตรงตาม ประเด็นคำถาม เลย
207 แบบสรุปผลการประเมินคุณลักษณะที่พึงประสงค์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ....... ภาคเรียนที่ ......... ปีการศึกษา .............. ที่ ชื่อ - สกุล คุณลักษณะอันพึงประสงค์และตัวชี้วัด ใฝ่เรียนรู้ 4.2.1 4.2.2 4.2.3 รวม 3 2 1 0 3 2 1 0 3 2 1 0 9 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 ลงชื่อ .................................................. ผู้ประเมิน (………………………………………………………….)
208 เกณฑ์การให้คะแนน การให้และกรอกคะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของแต่ละข้อตามตัวชี้วัด ให้กรอกเป็น ตัวเลข ระดับ 0, 1, 2 และ 3 ซึ่งตัวเลขมีความหมาย ดังนี้ ระดับคุณภาพ 3 หมายถึง ระดับดีเยี่ยม ระดับคุณภาพ 2 หมายถึง ระดับดี ระดับคุณภาพ 1 หมายถึง ระดับผ่าน ระดับคุณภาพ 0 หมายถึง ระดับไม่ผ่าน เกณฑ์การให้คะแนน (ระดับคุณภาพ) 7 – 9 คะแนน อยู่ในเกณฑ์ ระดับ ดี 3 – 6 คะแนน อยู่ในเกณฑ์ ระดับ พอใช้ ต่ำกว่า 3 คะแนน อยู่ในเกณฑ์ ระดับ ปรับปรุง การประเมินผลคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ ตัวชี้วัดที่ 4.2 แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนด้วย การเลือกใช้สื่ออย่างเหมาะสม บันทึกความรู้ วิเคราะห์ สรุปเป็นองค์ความรู้ สามารถนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ พฤติกรรมบ่งชี้ ไม่ผ่าน (0) ผ่าน (1) ดี (2) ดีเยี่ยม (3) 4.2.1 ศึกษาค้นคว้า หาความรู้จากหนังสือ เอกสาร สิ่งพิมพ์สื่อ เทคโนโลยีต่าง ๆ แหล่งเรียนรู้ทั้งภายใน และภายนอกโรงเรียน และเลือกใช้สื่อได้ อย่างเหมาะสม 4.2.2 บันทึกความรู้ วิเคราะห์ ตรวจสอบ จากสิ่งที่เรียนรู้สรุป เป็นองค์ความรู้ 4.2.3 แลกเปลี่ยน เรียนรู้ด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวัน ไม่ศึกษา ค้นคว้าหา ความรู้ ศึกษาค้นคว้าหา ความรู้จาก หนังสือเอกสาร สิ่งพิมพ์สื่อ เทคโนโลยี แหล่งเรียนรู้ทั้ง ภายในและ ภายนอก โรงเรียน เลือกใช้สื่อได้ อย่างเหมาะสม มีการบันทึก ความรู้ ศึกษาค้นคว้า หาความรู้จาก หนังสือเอกสาร สิ่งพิมพ์สื่อ เทคโนโลยีและ สารสนเทศ แหล่งเรียนรู้ทั้ภาย ในและภายนอก โรงเรียนและเลือกใช้ สื่อได้อย่าง เหมาะสม ศึกษาค้นคว้า หาความรู้จากหนังสือ เอกสาร สิ่งพิมพ์สื่อ เทคโนโลยีและสารสนเทศ แหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและ ภายนอกโรงเรียน เลือกใช้สื่อได้อย่าง เหมาะสม มีการบันทึก ความรู้วิเคราะห์ข้อมูล สรุปเป็นองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้วยวิธีการที่หลากหลาย และเผยแพร่แก่บุคคล ทั่วไปนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้
209 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 31 รายวิชา สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม (เศรษฐศาสตร์) รหัสวิชา ส32102 หน่วยการ เรียนรู้ที่ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เรื่องการค้าระหว่างประเทศ เวลา 1 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวทอฟ้า ประสานทอง กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรม 1. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การค้าระหว่างประเทศเป็นการนำเอาสินค้าที่ผลิตภายในประเทศที่เกินความต้องการส่งออก ไปขายหรือแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกัน 2. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ ส 3.2 เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ และความ จำเป็นของการร่วมมือทางเศรษฐกิจในสังคมโลก ตัวชี้วัด ส 3.2 ม.4-6/2 วิเคราะห์ผลกระทบของการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจในยุคโลกาภิวัตน์ที่มีผลต่อ สังคมไทย ส 3.2 ม.4-6/3 วิเคราะห์ผลดีผลเสียของความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศใน รูปแบบต่าง ๆ3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 อธิบายการวิเคราะห์การค้าระหว่างประเทศ (K) 3.2 วิเคราะห์และจำแนกการค้าระหว่างประเทศ (P) 3.3 สนใจศึกษาเพื่อเพิ่มเติมความรู้เรื่องการค้าระหว่างประเทศ โดยเห็นประโยชน์ที่จะเกิดต่อ ต น เ อ ง ทั้งปัจจุบันและอนาคต (A) 4. ความรู้ (K) การค้าระหว่างประเทศ 5. ทักษะ/กระบวนการ (P)
210 ทักษะการวิเคราะห์และจำแนกการค้าระหว่างประเทศ 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ใฝ่เรียนรู้ ตัวชี้วัดที่ 4.2 แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนด้วย การเลือกใช้สื่ออย่างเหมาะสม บันทึกความรู้ วิเคราะห์ สรุปเป็นองค์ความรู้ สามารถนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ 7. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (KPAC) ความสามารถในการสื่อสาร 8. ค่านิยม 12 ประการ ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรง และทางอ้อม 9. กิจกรรมการเรียนรู้ 9.1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนแบบออนไลน์ (Google Form) หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เศรษฐกิจระหว่างประเทศ จำนวน 16 ข้อ 2. ครูแจ้งวัตถุประสงค์ให้นักเรียนทราบ 3. ครูเกริ่นนำบทเรียนโดยการใช้คำถามบนสไลด์ว่า “ทำไมถึงต้องมีการติดต่อค้าขายระหว่าง ประเทศ” หลังจากนั้นให้นักเรียนร่วมกันอภิปราย แสดงความคิดเห็นร่วมกัน โดยครูทำหน้าที่คอย แนะนำความรู้ เพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียนเรื่องการค้าระหว่างประเทศ 9.2 ขั้นกิจกรรมการเรียนรู้ 4. ครูยกตัวอย่างสินค้านำเข้า ส่งออกของไทยมาให้นักเรียนดู โดยให้จัดเรียงลำดับมูลค้าสินค้า 5 อันดับในช่วงปี 2564 5. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม จากนั้นส่งตัวแทนจับสลากเลือกหัวข้อการค้นคว้า ดังนี้ หัวข้อที่ 1 นโยบายการค้าระหว่างประเทศ หัวข้อที่ 2 ดุลการค้าระหว่างประเทศ แล้วให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาวิเคราะห์และจำแนกความสำคัญของการค้าระหว่าง ประเทศตามที่กลุ่มตนได้รับมอบหมาย พร้อมส่งตัวแทนนำเสนอ โดยมีครูคอยช่วยเหลือ แนะนำ 9.3 ขั้นสรุปความรู้ 6. ให้นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ ดังนี้ การค้าระหว่างประเทศเป็นการนำเอาสินค้าที่ผลิตภายในประเทศที่เกินความต้องการ ส่งออกไปขายหรือแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกัน 10. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้
211 10.1 สื่อประกอบการสอน PowerPoint เรื่อง เศรษฐกิจระหว่างประเทศ 10.2 หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน เศรษฐศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 10.3 DLIT Narinukun 11. การวัดผลและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ เครื่องมือวัด เกณฑ์การวัดและ ประเมินผล อธิบายการวิเคราะห์การค้าระหว่าง ประเทศ (K) แบบทดสอบหลังเรียนหน่วยที่ 5 ร้อยละ 60 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ วิเคราะห์และจำแนกการค้าระหว่าง ประเทศ (P) แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้า ร่วมกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ 2 รายการ ผ่านเกณฑ์ สนใจศึกษาเพื่อเพิ่มเติมความรู้เรื่องการค้า ระหว่างประเทศ โดยเห็นประโยชน์ที่จะ เกิดต่อตนเองทั้งปัจจุบันและอนาคต (A) แบบประเมินคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ 12. กิจกรรมเสนอแนะ/ภาระงาน ให้นักเรียนสรุปความรู้เรื่องนโยบายการค้าระหว่างประเทศ และดุลการค้าระหว่างประเทศ บันทึก ลงในสมุด 13. การบูรณาการกับกลุ่มสาระอื่น ภาษาไทย : การอภิปราย การสนทนา แสดงความคิดเห็น การนำเสนอ วิทยาศาสตร์: การวิเคราะห์ปัญหา
212 14. แบบบันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ 1. ด้านความรู้ (K) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………… 2. ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………
213 ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………… 3. ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………... ลง ชื่อ………………………………………………. (นางสาวทอฟ้า ประสาน ทอง) ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย
214 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 32 รายวิชา สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม (เศรษฐศาสตร์) รหัสวิชา ส32102 หน่วยการ เรียนรู้ที่ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เรื่องการเงินระหว่างประเทศ 1 เวลา 1 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวทอฟ้า ประสานทอง กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรม 1. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การเงินระหว่างประเทศ มีการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา เพื่อเป็นกลไกการชำระเงิน ระหว่างประเทศ อำนวยความสะดวกในการติดต่อทำการค้าและการลงทุนระหว่างกัน 2. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ ส 3.2 เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ และความ จำเป็นของการร่วมมือทางเศรษฐกิจในสังคมโลก ตัวชี้วัด ส 3.2 ม.4-6/2 วิเคราะห์ผลกระทบของการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจในยุคโลกาภิวัตน์ที่มีผลต่อ สังคมไทย ส 3.2 ม.4-6/3 วิเคราะห์ผลดีผลเสียของความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศใน รูปแบบต่าง ๆ3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 อธิบายการเงินระหว่างประเทศ (K) 3.2 ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับการเงินระหว่างประเทศ กลไกการชำระเงินและอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ (P) 3.3 สนใจและเห็นความสำคัญในการศึกษาเรียนรู้การเงินระหว่างประเทศ เพื่อประโยชน์ในการ ดำเนินชีวิตทั้งในปัจจุบันและอนาคต (A) 4. ความรู้ (K) 4.1 กลไกการชำระเงินระหว่างประเทศ 4.2 อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
215 5. ทักษะ/กระบวนการ (P) ทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับการเงินระหว่างประเทศ กลไกการชำระเงินและอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ใฝ่เรียนรู้ ตัวชี้วัดที่ 4.2 แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนด้วย การเลือกใช้สื่ออย่างเหมาะสม บันทึกความรู้ วิเคราะห์ สรุปเป็นองค์ความรู้ สามารถนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ 7. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (KPAC) ความสามารถในการสื่อสาร 8. ค่านิยม 12 ประการ ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรง และทางอ้อม 9. กิจกรรมการเรียนรู้ 9.1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1.ครูทบทวนความรู้เดิมในเรื่องการค้าระหว่างประเทศ จากนั้นอธิบายเชื่อมโยงความสัมพันธ์ ระหว่างการค้าระหว่างประเทศ และการเงินระหว่างประเทศ 2. ครูนำสื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับการเงินระหว่างประเทศ ผ่านสื่อการสอน PowerPoint เรื่อง เศรษฐกิจระหว่างประเทศ แล้วให้นักเรียนตั้งคำถามวิเคราะห์และอภิปรายร่วมกัน 3. ครูตั้งคำถามเพื่อให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเงินระหว่างประเทศ ดังนี้ - ถ้าต้องการซื้อสินค้าจากประเทศจีนต้องใช้สกุลเงินใดในการชำระค่าสินค้า (สกุลเงิน หยวน) - ถ้านักลงทุนต้องสั่งซื้อเครื่องจักรจากประเทศสหรัฐอเมริกาต้องใช้สกุลเงินใดในการชำระ ค่าสินค้า (สกุลเงินดอลลาห์สหรัฐ) - การชำระเงินค่าสินค้าระหว่างประเทศ นิยมใช้วิธีใด (ตัวอย่างคำตอบ ดราฟต์ ตั๋วแลกเงิน) - อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ หมายความว่าอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ ราคาของ เงินตราสกุลใดสกุลหนึ่ง จำนวน 1 หน่วย นำไปคำนวณเกี่ยวกับหน่วยของเงินอีกสกุลหนึ่ง)
216 - สถาบันการเงินมีส่วนสำคัญอย่างไรกับการเงินระหว่างประเทศ (ตัวอย่างคำตอบ สถาบัน การเงินเกี่ยวข้องกับการเงินระหว่างประเทศโดยตรง เพราะการติดต่อซื้อขายสินค้าหรือการลงทุนต้อง ผ่านสถาบันทางการเงิน) 9.2 ขั้นกิจกรรมการเรียนรู้ 4. ครูให้นักเรียนร่วมกันศึกษา การเงินระหว่างประเทศ โดยให้นักเรียนแบ่งกลุ่มศึกษาค้นคว้า ตามหัวข้อที่ครูมอบหมายให้ดังต่อไปนี้ กลุ่มที่ 1 กลไกการชำระเงินระหว่างประเทศ กลุ่มที่ 2 อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ให้แต่ละกลุ่มวิเคราะห์สรุปความรู้ แล้วคิดวิธีนำเสนอผลการศึกษาหน้าชั้นเรียนโดยครูคอย ให้การแนะนำ จบการนำเสนอครูทบทวนความรู้โดยการใช้คำถาม ดังนี้ - การทำการค้าระหว่างประเทศมีการชำระหนี้ การซื้อขายกันโดยวิธีใด (ตัวอย่างคำตอบ ใช้ ตราสารเครดิต แทนเงิน เช่น ดราฟต์ และตั๋วแลกเงินประเทศต่าง ๆ) - ดราฟต์กับตั๋วแลกเงินใช้ต่างกันอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ ดราฟต์ ใช้ชำระหนี้สินค้าใน วงเงินไม่มาก โดยการซื้อดราฟต์ของธนาคารใดธนาคารหนึ่ง ใช้เป็นสื่อกลางชำระหนี้กับเจ้าของสินค้า โดยตรง ตั๋วแลกเงิน จะใช้กับการทำการค้าขนาดใหญ่ โดยผู้ขายสินค้าสามารถเรียกเก็บเงินจาก ธนาคารโดยตรงไม่ต้องผ่านลูกหนี้) 5. ก่อนที่ครูจะตั้งคำถามเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศให้ครูนำตารางอัตรา แลกเปลี่ยนมาให้นักเรียนร่วมกันศึกษา จากนั้นให้นักเรียนศึกษาเปรียบเทียบระหว่างสกุลเงินบาทกับ สกุลเงินตราต่างประเทศ โดยครูถามคำถาม ดังนี้ - อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศในปัจจุบันมีใช้อยู่กี่ระบบอย่างไรบ้าง โดยครู สรุปคำตอบเป็นแผนภาพ ดังตัวอย่าง