๑๒๕
แบบประเมินผลปฏบิ ตั งิ าน
ชื่อ.......……………………………………………………………………นามสกลุ ………………………………………….………....……….…………………
แผนก……………………………………………………………....………………. วนั /เดอื น/ป…………………………………………………..……………
จดุ ท่ีประเมินผล ผล หมายเหตุ
ผ่าน ไมผ่ า่ น
๑. ลาํ ดบั ขน้ั ตอนการปฏิบัติงาน
๑.๑ ทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี นได้
๑.๒ ตั้งใจฟังครบู รรยายและจดบันทกึ
๑.๓ ศกึ ษาหน่วยการเรยี น บอกความหมาย และ ความสำคญั
การพูดแสดงความคิดเห็นในทีป่ ระชุมได้ถกู ต้อง
๑.๔ ตอบคำถามทำแบบทดสอบหลงั เรยี นได้
จดุ ทีป่ ระเมนิ ผล ผลการประเมิน
ดีมาก ดี พอใช้ นอ้ ย แกไ้ ข
๑. คณุ ภาพของผลงาน
๒.๑ ความถกู ต้องของการใชภ้ าษาไทยในงานอาชีพ
๓. เจตคติ ในการทาํ งาน
๓.๑ ความรบั ผดิ ชอบ
๓.๒ ความสะอาด
๓.๓ ความเป็นระเบียบเรยี บรอ้ ย
เริ่มปฏิบตั ิงานเวลา.................น. เสร็จเวลา.................น. รวมเวลาปฏิบัตงิ าน.................ชัว่ โมง................นาที
สรปุ ผลการประเมนิ
ผาน
ไมผาน เน่ืองจาก.....................................................................
ขอเสนอแนะ
.....................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................
ผปู ระเมนิ .....................................................
๑๒๖
แบบทดสอบหน่วยที่ ๗
การพูดแสดงความคดิ เห็นในทปี่ ระชุม
คําชแี้ จง ๑. แบบทดสอบฉบบั นีเ้ ปนแบบปรนัยชนิดเลอื กตอบ ๔ ตัวเลอื ก จํานวน ๑๐ ขอ
๒. ใหเลอื กคําตอบทีถ่ ูกตองท่ีสดุ เพยี งขอเดยี ว แลวทําเคร่อื งหมายกากบาท (×) ลงใน
กระดาษคําตอบ
๓. เวลาท่ใี ชในการทาํ แบบทดสอบ ๑๐ นาที
๑. ลักษณะท่ีดีของการพดู ประกอบดว้ ยอะไรบ้าง
ก. พูดไปหวั เราะไปเพื่อให้ผ้ฟู งั ไม่เครียด
ข. กลา่ วทักทายท่ปี ระชมุ แนะนำตนเองและพูด
ค. พูดสงิ่ เปน็ กลาง
ง. พูดในสงิ่ ท่ีผู้ฟังคาดไม่ถงึ
๒. การพูดในทปี่ ระชุมสำคัญต่อระบอบประชาธิปไตยอย่างไร
ก. ได้แสดงความคิดเห็นในเรอ่ื ท่ีประชุม
ข. ไดเ้ สนอแนวทางแกป้ ัญหาของชุมชน
ค. ไดร้ ่วมอภิปรายและลงคะแนนเสียง
ง. ถูกทุกข้อ
๓. ข้อใดไม่ใชห่ นา้ ท่ขี องเลขานุการ
ก. ดำเนนิ การประชุม
ข. บันทกึ รายงานการประชมุ
ค. ทำจดหมายเชิญประชุม
ง. อำนวยความสะดวกใหแ้ กผ่ ขู้ ้าประชมุ
๔. ข้อใดถกู ต้องในการแสดงความคดิ เห็นในที่ประชมุ
ก. แนะนำตนเองต่อทป่ี ระชุม
ข. แสดงความเหน็ ต่อปัญหาท่ีประชมุ วา่ เห็นด้วยหรือไม่
ค. ใหผ้ ูเ้ ข้าประชุมลงนาม
ง. จดวาระการประชุม
๕. ขอ้ ใดเป็นศัพทท์ ีใ่ ช้ในการประชุม
ก. มติ บอกเรื่อง
ข. ลงมติ สอดแทรก
ค. อภปิ ราย ซดั ทอด
ง. มติ ญตั ติ
๑๒๗
๖. การอภปิ รายประชมุ จัดข้ึนเพื่อประโยชน์ใด
ก. พบปะสงั สรรค์
ข. หาขอ้ เท็จจริง
ค. เพอื่ ตรวจสอบผูบ้ รหิ าร
ง. หาทางออกใหก้ ล่มุ
๗. ข้อใดมิใชล่ กั ษณะการอภิปราย
ก. เพ่ืองลงมตจิ ดั งาน FIIT
ข. เพือ่ ประชมุ สหกรณ์
ค. เพ่ือเปิดเวทใี ห้วิทยากรแสดงความเก่ง
ง. อภปิ รายในทปี่ ระชุมนกั เรียน
๘. ระยะเวลาท่เี หมาะสมท่ใี ช้ในการพดู อภิปรายแต่ละหัวข้อได้แก่ข้อใด
ก. ๒–๑๐ นาที
ข. ๗-๑๐ นาที
ค. ๕-๑๕ นาที
ง. ๑๐-๒๐ นาที
๙. ข้อใดเปน็ การเตรยี มการอภิปรายทดี่ ที ี่สุด
ก. คน้ คว้าหาข้อมลู
ข. ค้นคว้าข้อมลู นำมากลัน่ กรองหาเหตุผลใหผ้ ฟู้ งั เข้าใจ
ค. พจิ ารณาแนวคิดของสมาชิก
ง. กลนั่ กรองความคิดหา เหตผุ ลใหผ้ ้ฟู งั เข้าใจงา่ ย
๑๐. ขอ้ ใดมใิ ชห่ ลกั การพดู แสดงความคิดเห็นในทปี่ ระชุม
ก. พดู ช้แี จงมุ่งให้ความรู้
ข. พดู ชกั จงู ใหเ้ หตุผล
ค. พูดปลุกใจให้เชื่อมัน่
ง. พูดสมำ่ เสมอ ผูกขาดการพูดแตผ่ ้เู ดียว
๑๒๘
เฉลย แบบฝึกหดั หนว่ ยที่ ๗
คำส่งั จงตอบคำถามต่อไปน้ีให้ถูกต้อง
๑. จงเรยี งลาดบั ความสาคญั การพดู แสดงความคดิ เหน็ ในท่ปี ระชมุ
ตอบ ๑. เพ่อื ถา่ ยทอดความรู้ และแลกเปลี่ยนความคดิ เห็น อยา่ งตรงไปตรงมา
๒. เพ่ือตดั สินปัญหาและนโยบาย โดยรวบรวมขอ้ คิดเห็น จากผเู้ ขา้ ประชุม และรว่ มกันวิเคราะห์ ตดั สินใจ
เพ่อื แกไ้ ขปัญหาต่างๆ
๓. เพ่อื เป็นการกาหนดนโยบาย หรอื วิธีปฏบิ ตั ิกบั กจิ กรรมใดๆ ของสมาชกิ ในท่ปี ระชมุ
๒. อธิบายประโยชนข์ องการพดู แสดงความคดิ เหน็ ในท่ปี ระชมุ
ตอบ ๑. ช่วยสง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ ขา้ สนใจในเรอ่ื งท่ปี ระชมุ
๒. ชว่ ยใหผ้ เู้ ขา้ ประชมุ เขา้ ใจเรอ่ื งท่กี ลา่ วถงึ อยา่ งถกู ตอ้ ง กระจ่างชดั เจนและรวดเรว็ ยงิ่ ขนึ้
๓. ช่วยใหก้ ารประชมุ เสยี เวลานอ้ ยลงซง่ึ ทกุ คนย่อมพอใจ
๔. ช่วยอธิบายเร่อื งท่เี ขา้ ใจยากใหเ้ ขา้ ใจง่ายขนึ้ สามารถจดจาเรื่องท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั การประชมุ ได้
๓. การอภิปรายมกี ่ีประเภท อะไรบา้ ง
ตอบ การอภปิ รายมีลกั ษณะท่วั ไป ๓ ลกั ษณะดงั นี้
๑. การอภิปรายในท่ปี ระชมุ หมายถงึ การเปิดโอกาสใหส้ มาชิกของท่ปี ระชมุ ท่ีมีลกั ษณะปิด ไดแ้ สดงความคิดเห็น
๒. การอภปิ รายท่วั ไป เป็นลกั ษณะของการอภปิ รายท่เี ปิดโอกาสใหท้ กุ คนท่เี ป็นสมาชกิ ของท่ปี ระชมุ หรือผเู้ ขา้ ร่วม
ประชมุ ท่สี นใจปัญหาเดยี วกนั แสดงความคดิ เห็นได้
๓. การอภิปรายแบบมีวทิ ยากร/ผรู้ ว่ มอภปิ ราย ลกั ษณะนเี้ ป็นท่นี ิยมในปัจจบุ นั มาก
๔. เม่อื มกี ารประชมุ ท่เี ป็นทางการ ตอ้ งมอี งคป์ ระกอบของการประชมุ โดยมใี ครบา้ ง
ตอบ ๑. ประธานท่ปี ระชมุ
๒. องคป์ ระชมุ ไดแ้ ก่ ประธาน รองประธาน กรรมการ เลขานกุ าร
๓. สมาชกิ ตอ้ งมาเขา้ ประชมุ ๒ ใน ๓ ของทงั้ หมด
๕. จงอธิบายคาศพั ทใ์ นการประชมุ ดงั นี้
ญัตติ คือ ขอ้ เสนอ เพ่อื ใหท้ ่ปี ระชมุ พิจารณา
เลขานุการ คอื ผทู้ ่มี หี นา้ ท่เี ขียนจดหมาย (หรือบอกกนั ดว้ ยวาจา) ถงึ กรรมการหรอื สมาชิก เพ่อื แจง้ กาหนดการ
แปรญัตติ คอื การเสนอขอ้ แกไ้ ขเปล่ยี นแปลง เพิ่มเตมิ ญัตตินนั้ ๆ
มติ คือ ขอ้ ตกลงของท่ีประชมุ ในญัตตติ ่างๆ ทกุ คนตอ้ งปฏบิ ตั ิตามถึงแมจ้ ะไม่เห็นดว้ ย
ระเบยี บวาระการประชุม คือ เรอื่ งท่ีจะนาเขา้ ปรกึ ษากนั ในท่ปี ระชมุ
๑๒๙
เฉลย แบบทดสอบหนว่ ยท่ี ๗
ข้อ เฉลย
๑ข
๒ง
๓ก
๔ข
๕ง
๖ง
๗ค
๘ก
๙ข
๑๐ ค
๑๓๐
แผนการจัดการเรยี นรูม้ ่งุ เน้นสมรรถนะ หนว่ ยที่ ๘
ช่ือวชิ า : ภาษาไทยเพือ่ อาชีพ สอนคร้ังท่ี ๑๓-๑๔/๑๘
รหสั วชิ า : ๒๐๐๐๐-๑๑๐๒ ชวั่ โมงรวม ๓๖ ชัว่ โมง
ชือ่ หน่วย การเขียนรายงานการปฏบิ ัตงิ าน
จำนวน ๔ ช่ัวโมง
ช่อื ผู้สอน นางสาววีณา ขันเงนิ ระหวา่ งเวลาตามตารางสอนของภาคเรียน
เน้ือหาสาระการเรียนรู้
๑. ความหมายของรายงานการปฏบิ ัติงาน
๒. ประเภทการเขยี นรายงานการปฏบิ ัตงิ าน
๓. รปู แบบการนำเสนอรายงานการปฏิบัตงิ าน
๔. รูปแบบการเขยี นรายงานการปฏบิ ตั ิงาน
๕. หลักสำคญั ของการใชภ้ าษาในการเขยี นรายงาน
๖. ประโยชน์ของรายงานการปฏิบัติงาน
สาระสำคัญ
ข้อเขียนที่เรยี บเรียงขึน้ เพื่อถ่ายทอดผลของการปฏบิ ตั ิงานท้ังภาครัฐและเอกชน นอกจากการลงมือปฏบิ ัตทิ ี่
กำหนดให้แลว้ ผู้ปฏิบตั ยิ ังตอ้ งจดั ทำรายงานผลการดำเนนิ งาน ระดบั ของความสำเรจ็ ของการปฏบิ ตั ิงานเพ่ือใหฝ้ ่าย
บรหิ ารและบคุ คลท่วั ไปไดร้ บั รู้เปน็ ขอ้ มลู ประกอบการตัดสินใจในการวางแผนการปฏบิ ัตงิ านประจำปีต่อไป
สมรรถนะประจำหนว่ ย
เขยี นรายงานการปฏิบัตงิ านในงานอาชีพตามหลักการ
จุดประสงค์การเรยี นรู้
หลงั จากเรียนเร่อื ง การเขียนรายงานการปฏิบตั ิงาน
๑. บอกความหมายรายงานการปฏบิ ตั ิงานได้
๒. จำแนกประเภทของรายงานการปฏบิ ัติงานได้
๓. เขยี นองค์ประกอบของรายงานการปฏบิ ัตงิ านได้
คุณลักษณะทพี่ ึงประสงค์
๑. นกั เรียนสนใจใฝร่ ู้
๒. ความมีวินยั
๓. ความรบั ผิดชอบ
๔. ความซ่อื สตั ย์
๑
กระบวนการจัดการเรยี นรู้ ครง้ั ที่ ๑๓ (สปั ดาห์ท่ี ๑๓/๓๖)
๑. กอ่ นการจดั การเรยี นรู้
๑.๑ ครตู รวจสอบรายชือ่ นักเรยี นและขานชื่อนกั เรยี น
๑.๒ สนทนาซกั ถามทเ่ี ก่ียวขอ้ งกบั เน้ือหาบทเรยี นเพอ่ื ทบทวนเนื้อหา
๑.๓ ครแู จง้ จดุ ประสงคป์ ระจำหนว่ ยที่ ๘ ให้นักเรียนทราบ และทำแบบทดสอบก่อนเรียน
๑๐ นาที
๒. ข้ันตอนการจัดการเรียนรู้
๒.๑ ครบู รรยายความหมายรายงานการปฏบิ ตั ิงานโดยใช้ Power Point และหนงั สือเรยี น
วิชาภาษาไทยเพื่ออาชีพ ในการสอน ซักถามตามหัวข้อเร่ือง
๒.๒ ครบู รรยาย ประเภทของรายงานการปฏิบตั ิงาน โดยใช้ Power Point และหนังสือ
เรยี นวิชาภาษาไทยเพื่ออาชพี ในการสอน ซักถามตามหัวข้อเร่ือง
๒.๓ ครูและนักเรยี นร่วมกนั สรปุ สาระสำคัญของเนื้อหา
๒.๔ ให้นักเรียนทำใบงาน การเขยี นรายงานการปฏบิ ัติงาน
๓. การสรปุ
๓.๑ ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันสรปุ ผลการเรียนรู้
๓.๒ ครูใหน้ กั เรียนปฏบิ ัตติ ามใบมอบงานประจำหนว่ ยการเรียนรู้
๓.๓ ครูคอยสังเกตลำดบั ขน้ั ตอนการทำงานและใหค้ ำแนะนำเม่ือพบนักเรียนปฏิบัติไม่ถูกตอ้ ง
๓.๔ ครใู ห้นกั เรยี นทปี่ ฏิบตั งิ านเสร็จแลว้ สง่ ตรวจ เพื่อขอคำแนะนำและประเมินผล
๒
กระบวนการจัดการเรยี นรู้ ครั้งที่ ๑๔ (สปั ดาห์ท่ี ๑๔/๓๖)
๑. กอ่ นการจดั การเรียนรู้
๑.๑ ครูตรวจสอบรายชื่อนักเรียนและขานชื่อนกั เรยี น
๑.๒ สนทนาซกั ถามทเี่ ก่ยี วขอ้ งกบั เนื้อหาบทเรียนเพ่ือทบทวนเนื้อหา
๒. ขั้นตอนการจัดการเรยี นรู้
๒.๑ ครบู รรยาย การเขยี นองคป์ ระกอบของรายงานการปฏบิ ัติงานโดยใช้ Power Point
และหนงั สอื เรยี นวชิ าภาษาไทยเพอื่ อาชพี ในการสอน ซักถามตามหวั ข้อเรือ่ ง
๒.๒ ครฝู ึกการเขียนรายงานการปฏบิ ตั งิ าน ตามหลกั การ
๓. การสรปุ
๓.๑ ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ผลการเรียนรู้
๓.๒ ครูใหน้ ักเรียนปฏบิ ตั ติ ามใบมอบงานประจำหนว่ ยการเรยี นรู้
๓.๓ ครคู อยสงั เกตลำดับขนั้ ตอนการทำงานและให้คำแนะนำเม่ือพบนกั เรยี นปฏิบตั ไิ ม่ถูกตอ้ ง
๓.๔ ครูให้นกั เรียนท่ปี ฏบิ ัติงานเสรจ็ แล้วส่งตรวจ เพือ่ ขอคำแนะนำและประเมินผล
๓
การวดั ผลและประเมนิ ผล การวัดผล การประเมนิ ผล
(ใชเ้ ครื่องมือ) (นำผลเทยี บกบั เกณฑ์และแปล
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ประจำหนว่ ย ความหมาย)
(ไวเ้ ปรยี บเทยี บกบั คะแนนสอบ
๑. บอกความหมายรายงานการ ๑. แบบทดสอบก่อนเรยี น (Pre-test) หลังเรยี น)
ปฏบิ ตั งิ านได้ หน่วยที่ ๘ เกณฑผ์ ่าน ๕๐%
๒. บอกประเภทของรายงานการ ๒. แบบสังเกตการทำงานกลุ่มและการ
ปฏิบตั ิงานได้ นำเสนอผลงานกลมุ่ เกณฑผ์ า่ น ๕๐%
๓. เขยี นองค์ประกอบของประเภท ๓. ใบกิจกรรม และแบบฝึกหัดหนว่ ยท่ี
ของรายงานการปฏิบตั ิงานได้ ๘ เกณฑ์ผา่ น ๕๐%
๔. แบบทดสอบหลงั เรยี น (Post-test)
หนว่ ยท่ี ๘ เกณฑผ์ า่ น ๕๐%
๕. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม
ตามสภาพจริง
ผลงาน/ชน้ิ งาน/ความสำเร็จของผู้เรียน
๑. ผลการนำเสนองานกิจกรรมท่ี ๘
๒. ผลการทำกิจกรรม และแบบฝึกหดั หน่วยที่ ๘
๓. คะแนนแบบทดสอบหลงั เรียน (Post-test) หนว่ ยที่ ๘
๔
สื่อการเรยี นรู้/แหล่งการเรยี นรู้
ส่อื สง่ิ พมิ พ์
๕๐.หนงั สอื เรียนวชิ าภาษาไทยเพื่ออาชีพ รหสั วชิ า ๒๐๐๐๐–๑๑๐๒
๕๑.เวบ็ ไซตแ์ ละส่ือส่งิ พิมพ์ที่เกยี่ วขอ้ งกับเนื้อหาบทเรียน
๕๒.แบบทดสอบกอ่ นเรยี น-หลังเรียน
๕๓.ใบเน้ือหาหนว่ ยที่ ๘
๕๔.แบบฝึกหดั หน่วยท่ี ๘
๕๕.ใบงาน เร่อื งการใชภ้ าษาไทยในงานอาชพี
๕๖.แบบประเมนิ ผลการปฏิบัติงาน
สอื่ โสตทศั น์
๑๕. เครือ่ งขยายเสียง ไมโครโฟน ลำโพง
๑๖. ส่ือคอมพวิ เตอร์นำเสนอโดยโปรแกรม power point
แหลง่ การเรียนรู้
แหล่งเรยี นรู้ในสถานศกึ ษา
๑. หอ้ งสมุด
๒. ศนู ยว์ ทิ ยบรกิ าร
๓. ห้องปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์โดยศกึ ษาข้อมูลทางอินเทอรเ์ น็ต
แหล่งเรยี นรูน้ อกสถานศกึ ษา
๑. ศนู ยห์ นงั สือ
๒. อนิ เทอร์เนต็
๓. ห้องสมดุ ประชาชน
๔. ผู้ประกอบการ
๕
เอกสารประกอบการจดั การเรยี นรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ)
๑. ใบความรู้เร่ืองการพดู แสดงความคิดเหน็ ในท่ีประชมุ
๒. ใบสัง่ งาน การพดู แสดงความคิดเห็นในทป่ี ระชุม
การบูรณาการ/ความสัมพนั ธ์กบั วิชาอ่นื
๑. ภาษาไทยเพ่ือธรุ กิจ
การประเมนิ ผล
กอ่ นเรยี น
๑. สงั เกตการเข้าชน้ั เรียน
๒. สังเกตจากความพร้อมก่อนเรยี น
๓. สงั เกตผลการทดสอบก่อนเรยี น
ขณะเรียน
๑. สงั เกตความสนใจ
๒. สังเกตการตอบคำถามของนักเรียน
๓. สงั เกตจากการปฏบิ ตั ิงาน
๔. สงั เกตจากการสรุปผลการปฏบิ ตั งิ าน
หลังเรยี น
๑. สังเกตจากการทำการบ้านนอกเวลาเรียน
๒. สังเกตจากผลการทดสอบหลังเรยี น
๖
ความคิดเห็นของหวั หนา้ แผนกวิชาสามัญสมั พันธ์
……………………………………………………………………………………………………………..........................................
……………………………………………………………………………………………………………..........................................
(นางกงิ่ กมล สงั ขท์ อง)
หัวหนา้ แผนกวชิ าสามัญสมั พันธ์
ความคดิ เหน็ ของหวั หนา้ งานหลกั สูตรการเรยี นการสอน
……………………………………………………………………………………………………………..........................................
……………………………………………………………………………………………………………..........................................
(นายมังกร ปนิ ะกาพัง)
หวั หนา้ งานหลกั สตู รการเรียนการสอน
ความคดิ เห็นของรองผอู้ ำนวยการฝา่ ยวิชาการ
……………………………………………………………………………………………………………..........................................
……………………………………………………………………………………………………………..........................................
(นายถาวร ยาวะโนภาส)
รองผูอ้ ำนวยการฝ่ายวชิ าการ
๗
บนั ทกึ หลงั การสอน
๑. ผลการใช้แผนการจัดการเรยี นรู้
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
......................................................................................................................... .......................................
๒. ผลการเรยี นของนักเรยี น นกั ศกึ ษา
............................................................................................................................. ...................................
.............................................................................................................................. ..................................
........................................................ ............................................................................................. ...........
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
๓. แนวทางการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้
............................................................................................................................. ...................................
........................................................................................................................................................... .....
................................................................................................................................................................
(นางสาววีณา ขันเงิน)
ครผู สู้ อน
๘
เนื้อหาสาระการเรยี นรู้
การเขยี นรายงาน
ความหมายของการเขยี นรายงาน รายงาน (Report) ตามพจนานกุ รมฉบับราชบัณฑิตยสถาน (2542 : 953) ให้ความหมายของคำวา่
“รายงาน” วา่ เป็นคำนาม หมายถึง เรื่องราวทีไ่ ปศึกษาค้นควา้ แลว้ นำมาเสนอที่ประชมุ ครูอาจารย์หรอื ผบู้ ังคับบัญชา นอกจากน้ยี งั มผี ู้ให้
คำจำกัดความของคำว่า “รายงาน”
ดงั น้นั จึงพอสรุปได้วา่ การเขียนรายงาน หมายถงึ การนำเสนอผลงานจากการศึกษาค้นควา้ อยา่ งมรี ะบบ ตามระเบียบแบบแผน โดยมกี าร
อา้ งอิงหลกั ฐานท่ชี ัดเจน ซ่งึ อาจทำเป็นรายบุคคลหรอื เป็นคณะกไ็ ด้ ทง้ั นี้ การเขียนรายงานมหี ลายรูปแบบข้ึนอย่กู บั วัตถุประสงค์ เนอ้ื หา
และระยะเวลาในการจัดทำหรอื ศกึ ษาคน้ คว้า
ประโยชน์ของรายงาน
๑. ทำใหท้ ราบผลการดำเนินงาน รวมท้ังปัญหาและอุปสรรคในการปฏบิ ัติงาน
๒. ใช้วิธีการหนงึ่ ในการประเมินผลงานและประเมินคา่ ของการปฏิบัตงิ าน
๓. ใช้เป็นหลกั ฐานอา้ งอิงและเป็นขอ้ มูลในการวเิ คราะห์วจิ ยั ต่อไป
๔. ใชเ้ ป็นหลักในการกำหนดโครงการหรือแนวทางในการปฏิบตั งิ าน
๕. ใช้เป็นส่ือกลางในการติดตอ่ สื่อสารระหว่างบุคลากรภายในหนว่ ยงานและใหค้ วามร้คู วามเขา้ ใจ แก่คนทั่วไป
ประเภทของรายงาน
รายงานแบง่ ออกเป็น ๓ ประเภท คอื
๑. รายงานทางวชิ าการ เชน่ รายงานของนกั ศกึ ษาหรอื สถาบันทางวิชาการ ฯลฯ
๒. รายงานทางธรุ กจิ เชน่ รายงานการสำรวจตลาด รายงานประจำปี รายงานวิเคราะห์ ฯลฯ
๓. รายงานท่ัวไป เช่น รายงานการปฏิบัตงิ าน รายงานเหตกุ ารณ์ รายงานผลการสอบสวน รายงานประชมุ ฯลฯ
นอกจากน้อี าจแยกรายงานเป็นประเภทตา่ ง ๆ ได้อกี หลายประเภทตามวัตถปุ ระสงคข์ องการนำเสนอรายงานนั้น ได้แก่ รายงานทเี่ ปน็
ทางการ และรายงานท่ไี มเ่ ปน็ ทางการ รายงานการศึกษา การดงู าน การฝึกอบรม การค้นควา้ เปน็ ต้น
สว่ นประกอบของรายงาน
รายงานทด่ี ีควรประกอบด้วยสว่ นสำคัญ ๓ ส่วนดังนี้คือ ส่วนประกอบตอนต้น หรือสว่ นนำส่วนประกอบตอนกลางหรอื ส่วนเน้อื เร่ือง และ
สว่ นประกอบตอนท้าย
๑. ส่วนประกอบตอนต้น หรือส่วนนำ คือส่วนทอ่ี ยู่ตอนต้นเลม่ ของรายงานก่อนถึงเน้อื เรื่อง ประกอบด้วย ปกนอก หนา้ ปกใน คำนำ
สารบญั บัญชีตาราง บัญชภี าพประกอบ
๒ . ส่วนประกอบตอนกลาง หรือส่วนเนอ้ื เร่ือง คอื ส่วนที่อยูต่ ่อจากสว่ นประกอบตอนต้นหรอื ส่วนนำ เป็นสว่ นทีส่ ำคัญที่สุดของ
รายงาน เพราะจะครอบคลุมเนือ้ เรือ่ งทัง้ หมดของรายงานตามโครงเรื่องที่กำหนดไว้ หรอื ตามหวั ข้อที่แจ้งไว้ในสารบญั
๓. ส่วนประกอบตอนทา้ ย คือส่วนเพ่ิมเตมิ ให้ทราบถึงความพยายามหรอื แนวค้นควา้ ของผู้จัดทำรายงาน ตลอดจนส่วนท่ีจะช่วยให้
ผู้อา่ นหรอื ผู้ใช้ประโยชนจ์ ากรายงานสามารถตรวจสอบค้นควา้ เพิ่มเติม
ลักษณะของรายงานทีด่ ี
รายงานทด่ี ีควรมีลกั ษณะทีด่ ีดังน้ี
๑. แสดงใหเ้ ห็นว่าผเู้ ขยี นได้ศึกษาค้นคว้าอย่างจริงจัง กวา้ งขวาง และมีเนอ้ื เรอ่ื งครบถ้วนตามหวั ขอ้ ท่ีกำหนด
๒. มคี วามถูกต้องเทีย่ งตรง และแม่นยำ
๓. ตอ้ งมีลักษณะอย่างใดอยา่ งหนง่ึ หรือหลายอยา่ งรวมกัน
๔. ผูเ้ ขยี นแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของเร่ืองท่กี ำลังศกึ ษาอยู่
๕. แสดงว่าผู้เขยี นมีความเข้าใจแจ่มแจ้งในเรอื่ งที่เขยี น อาจจะเปน็ แนวทางสำหรบั การศกึ ษาคน้ คว้าเรื่องน้ันใหก้ ว้างขวางและลกึ ซง้ึ
ต่อไป
๖. มแี นวทางท่แี ก้ไขปัญหาท่ีกำลังศึกษาอยู่
๗. จัดเรยี งลำดับของเน้ือหาอยา่ งตอ่ เน่อื ง มีความสมั พันธก์ ันเป็นอยา่ งดี เม่อื กลา่ วถึงสง่ิ ใดกม็ ีหลักฐานอ้างอิงอยา่ งเพียงพอ
สมเหตุสมผล ตลอดจนมีความสามารถในการกล่ันกรองและสรุปความรู้ความคิดไดจ้ ากแหล่งต่างๆ
๘. แสดงให้เห็นว่าผเู้ ขยี นมีความคิดสรา้ งสรรคเ์ ป็นของตนเอง
๙. แสดงหลกั ฐานท่ีมาอยา่ งถูกต้องและละเอยี ดถ่ถี ้วน
๑๐. ใชภ้ าษาไดถ้ ูกตอ้ งไดผ้ ลตามจดุ มุ่งหมาย และเปน็ ภาษาท่ีนยิ มใชก้ ันโดยทวั่ ไป
๙
แบบฝึกหัดหนว่ ยที่ ๘
คำสัง่ จงตอบคำถามตอ่ ไปน้ีใหถ้ กู ต้อง
๑. การเขยี นรายงานการปฏิบตั งิ านหมายถึงอะไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๒. รายงานการปฏิบตั ิงานมีก่ีประเภท อะไรบ้าง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. การนำเสนอรายงานทำได้ก่ีวธิ ี อะไรบ้าง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๔. วธิ ีการเขียนรายงานอยา่ งยาวหรือเปน็ ทางการ มีองคป์ ระกอบอะไรบา้ ง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๕. รายงานอยา่ งสน้ั มอี งคป์ ระกอบสำคัญอะไรบา้ ง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
(ใช้เวลา ๑๐ นาท)ี
๑๐
ข้ันตอนการปฏบิ ัตงิ าน ลําดบั ข้นั ตอนการปฏิบตั งิ าน หมายเหตุ/ขอควรระวัง
คําอธบิ ายขน้ั ตอนการปฏบิ ตั ิงาน เคร่อื งมอื /อุปกรณ์
๑. เตรียมเนอ้ื หา ให้นกั เรียนทำแบบทดสอบก่อน - หนงั สอื เรียน
การเรียนรู้ หนงั สือ เรยี น - ปากกา
เรยี น
๒. ครใู หน้ กั เรยี นศึกษา ให้นกั เรียนศึกษาหนว่ ยการเรียน - ใบส่ังงาน
เน้อื หาการเรยี นรู้ใน
หนงั สอื เรียน บอกความหมาย และความสำคัญ
การเขยี นรายงานการปฏบิ ตั ิงานได้
๓. ครูบรรยายเน้อื หา นกั เรยี นฟังครบู รรยายและจด - หนงั สือเรียน
ประกอบ power บนั ทกึ - ปากกา
point
๔. ซักถามและ ให้นกั เรยี นตอบคำถามทำ - ใบแบบทดสอบ
อภปิ รายสรุป แบบทดสอบหลังเรยี น
เก่ียวกับเนื้อหาที่
เรยี น
๑๑
แบบประเมินผลปฏิบัตงิ าน
ช่ือ.......……………………………………………………………………นามสกลุ ………………………………………….………....……….…………………
แผนก……………………………………………………………....………………. วัน/เดอื น/ป…………………………………………………..……………
จุดทปี่ ระเมินผล ผล หมายเหตุ
ผา่ น ไมผ่ า่ น
๑. ลาํ ดบั ขน้ั ตอนการปฏิบตั งิ าน
๑.๑ ทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี นได้
๑.๒ ตง้ั ใจฟังครบู รรยายและจดบนั ทึก
๑.๓ ศึกษาหนว่ ยการเรียน บอกความหมาย และ ความสำคญั
การเขียนรายงานการปฏบิ ัตงิ านไดถ้ ูกตอ้ ง
๑.๔ ตอบคำถามทำแบบทดสอบหลังเรยี นได้
จดุ ทป่ี ระเมนิ ผล ผลการประเมิน
ดมี าก ดี พอใช้ นอ้ ย แก้ไข
๑. คุณภาพของผลงาน
๒.๑ ความถูกต้องของการใช้ภาษาไทยในงานอาชีพ
๓. เจตคติ ในการทํางาน
๓.๑ ความรบั ผดิ ชอบ
๓.๒ ความสะอาด
๓.๓ ความเป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ย
เร่มิ ปฏิบัตงิ านเวลา.................น. เสร็จเวลา.................น. รวมเวลาปฏบิ ัติงาน.................ชวั่ โมง................นาที
สรุปผลการประเมิน
ผาน
ไมผาน เนื่องจาก.....................................................................
ขอเสนอแนะ
.....................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................
ผปู ระเมนิ .....................................................
๑๒
คาํ ชีแ้ จง แบบทดสอบ
การเขยี นรายงานการปฏบิ ัตงิ าน
๑. แบบทดสอบฉบับนเี้ ปนแบบปรนยั ชนิดเลือกตอบ ๔ ตวั เลอื ก จํานวน ๑๐ ขอ
๒. ใหเลอื กคําตอบทถี่ ูกตองทสี่ ดุ เพียงขอเดียว แลวทําเครอ่ื งหมายกากบาท (×) ลงใน
กระดาษคาํ ตอบ
๓. เวลาที่ใชในการทาํ แบบทดสอบ ๑๐ นาที
๑. ความหมายที่ถกู ตอ้ งของรายงานการปฏบิ ัติงานคอื ขอ้ ใด
ก. รายงานผลงานทป่ี ระสบผลสำเรจ็
ข. รายงานขอ้ บกพรอ่ งของงานท่ีปฏิบตั ิเพ่อื หาแนวทางแกไ้ ข
ค. รายงานรายละเอยี ดของงานทีไ่ ดร้ บั มอบหมายประจำวัน
ง. รายงานขอ้ เทจ็ จรงิ ของงานที่ได้รับมอบหมายให้ผู้เก่ียวขอ้ งทราบ
๒. ข้อใดไมใ่ ชป่ ระโยชน์ของรายงานการปฏิบัตงิ าน
ก. เป็นการประเมินผลงานท่ีทำมาแลว้
ข. เป็นสอ่ื กลางในการติดต่อกบั ผู้ร่วมงาน
ค. เปน็ การแก้ไขข้อผดิ พลาดท่อี าจเกดิ ข้นึ ในการปฏบิ ัตงิ าน
ง. เปน็ เอกสารอ้างองิ เพ่ือเป็นแนวทางในการปฏิบตั ิงานครัง้ ตอ่ ไป
๓. ขอ้ ใดเป็นรายงานการปฏบิ ัติงานแบบพิเศษ
ก. รายงานประจำปขี องธนาคาร
ข. รายงานประจำวันของพนกั งานขาย
ค. รายงานประจำเดอื นของพนักงานพสั ดุ
ง. รายงานการสำรวจตลาดของหวั หนา้ ฝา่ ยการตลาด
๔. ความคิดเหน็ ของผรู้ ายงานควรอยูส่ ่วนใดของรายงาน
ก. สว่ นนำ ข. สว่ นเน้อื หา
ค. สว่ นสรปุ ง. สว่ นไหนก็ได้ตามความเหมาะสม
๕. ขอ้ ใดอยู่ในส่วนนำของรายงาน
ก. ขอ้ เทจ็ จริงของเนื้อหา
ข. ขอ้ เสนอแนะของผู้รายงาน
ค. สรุปสาระสำคญั ของรายงาน
ง. วตั ถุประสงคข์ องการปฏบิ ัตงิ าน
๑๓
๖. ข้อใดเปน็ การเขยี นรายงานอย่างยาว
ก. เขยี นบทความชแี้ จงเหตุการณ์ผิดปกติ
ข. เขยี นแบบฟอร์มรายงานผลการเขา้ รบั การอบรม
ค. เขียนรายงานผลการจดั กิจกรรมการปฏบิ ตั ิงาน
ง. เขยี นบนั ทกึ ข้อความรายงานผลการเขา้ รว่ มประชุม
๗. การเขยี นสรปุ สาระสำคัญของรายงานท้ังหมดหรือบทคดั ย่อควรเขยี นไวส้ ่วนใดของรายงาน
ก. ตอนต้น ข. ตอนเนื้อหา
ค. ตอนท้าย ง. ตอนต้นและตอนท้าย
๘. ข้อใดกล่าวถกู ตอ้ งเกยี่ วกับการเขียนรายงาน
ก. นำเสนอขอ้ เท็จจริงทุกดา้ น
ข. นำเสนอเฉพาะงานทป่ี ระสบผลสำเรจ็
ค. นำเสนอข้อเทจ็ จรงิ ทกุ ดา้ นและข้อเสนอแนะ
ง. นำเสนอเฉพาะงานทไี่ มป่ ระสบผลสำเร็จเพ่ือหาทางแก้ไข
๙. ข้อใดไมใ่ ชส่ ว่ นประกอบในเนื้อหาของรายงาน
ก. สาเหตขุ องการทำรายงาน
ข. รายละเอยี ดของงานท่ีปฏบิ ตั ิ
ค. บทสรปุ และข้อเสนอแนะ
ง. รายช่อื เอกสารประกอบการทำรายงาน
๑๐.ภาษาในข้อใดเหมาะสมกับการเขียนรายงาน
ก. ใชภ้ าษาพดู ทเี่ ป็นกันเองเพอื่ ใหง้ า่ ยแกก่ ารทำความเข้าใจ
ข. ใชภ้ าษาเชงิ สร้างสรรค์เพือ่ ให้ผรู้ บั เกดิ จนิ ตนาการ
ค. ใชภ้ าษาคงเส้นคงวาไม่เปลี่ยนไปเปลยี่ นมา
ง. ใช้สำนวนโวหารเหมาะสมกับเนื้อหา
๑๔
เฉลย แบบฝกึ หดั หนว่ ยท่ี ๘
คำสัง่ จงตอบคำถามต่อไปน้ีใหถ้ กู ต้อง
๑. การเขียนรายงานการปฏิบตั ิงานหมายถงึ อะไร
ตอบ หมายถึง บอกเรื่องของการงาน ปฏิบตั ิ หมายถึง ดำเนนิ การไปตามระเบียบแบบแผน งาน หมายถงึ สง่ิ หรือกจิ กรรมท่ที ำ
๒. รายงานการปฏบิ ัตงิ านมีกี่ประเภท อะไรบา้ ง
ตอบ ๑. รายงานแบบธรรมดา
รายงานแบบธรรมดา เป็นรายงานทที่ ำตามระยะเวลาทีก่ ำหนดไวอ้ ยา่ งสมำ่ เสมอ อาจทำเปน็ รายช่ัวโมง รายวนั ราย
สปั ดาห์ รายเดือน รายปี เพ่อื แสดงความก้าวหนา้ หรอื ความสำเรจ็ ในการปฏิบัตงิ าน
๒. รายงานแบบพิเศษ
รายงานแบบพเิ ศษ เป็นรายงานทจี่ ดั ทำขึ้นเป็นครงั้ คราวตามความจำเปน็ และความต้องการ เพื่อแสดงรายละเอียดของ
การวเิ คราะหอ์ ดตี หรอื ปัจจบุ นั เพอ่ื กำหนดแนวทางการปฏบิ ตั ิในอนาคต
๓. การนำเสนอรายงานทำได้กี่วธิ ี อะไรบา้ ง
ตอบ ๑. เสนอรายงานดว้ ยวาจา
เสนอรายงานดว้ ยวาจา เป็นการบรรยายหรอื อธบิ ายผลการปฏบิ ตั ิตอ่ หนา้ ผูฟ้ งั
๒. เสนอรายงานเปน็ ลายลกั ษณอ์ ักษร
เสนอรายงานเปน็ ลายลกั ษณอ์ กั ษรเป็นการรายงานผลการปฏิบตั ิงานทเี่ ป็นทางการ มีรปู แบบการเขียนที่ชดั เจน
๔. วิธีการเขยี นรายงานอย่างยาวหรอื เปน็ ทางการ มีองค์ประกอบอะไรบา้ ง
ตอบ ๑. ส่วนประกอบตอนตน้ ไดแ้ ก่ ปกนอก ใบรองปก ปกใน คำนำ สารบญั เร่อื ง สารบัญตาราง (ถ้ามี) สารบญั ภาพ (ถ้ามี)
บทคัดย่อหรอื บทสรปุ สาระสำคญั ของรายงานท้ังหมด
๒. สว่ นเนือ้ หา ได้แก่
- บทนำ เปน็ การบอกให้ทราบสาเหตขุ องการทำรายงาน วัตถปุ ระสงค์ และประโยชน์ท่ีคาดวา่ จะไดร้ บั
- เนื้อเรื่อง อาจแบ่งออกได้หลายบทตามประเด็นการเขียนรายงาน เน้อื เรอ่ื งเปน็ รายละเอียดของงานที่ปฏบิ ตั ิ
ประกอบดว้ ย ข้อเท็จจริง บทวเิ คราะห์ ภาพประกอบ ตาราง แผนภมู ิ
- บทสรุปและขอ้ เสนอแนะ
๓. สว่ นประกอบตอนทา้ ย ไดแ้ ก่ บรรณานกุ รม ภาคผนวก ดชั นี
๕. รายงานอย่างสน้ั มีองค์ประกอบสำคัญอะไรบ้าง
ตอบ ๑.ส่วนนำ เขยี นถึงสาเหตุหรือจดุ มงุ่ หมายในการปฏบิ ตั งิ าน
๒.ส่วนเนือ้ หา เขียนถงึ ขอ้ มลู สำคญั ของเรือ่ งทีต่ อ้ งการรายงานโดยระบขุ อบเขตของเรือ่ งท่เี ขยี นว่ามขี อบข่าย
รายละเอียดครอบคลมุ ถึงเร่ืองอะไรบา้ ง
๓.สว่ นลงทา้ ย กล่าวสรปุ ผลของรายงานอาจมีข้อเสนอแนะทเ่ี ป็นประโยชนห์ รือแนวทาง
ในการแก้ปญั หา จบด้วยการเขียนลกั ษณะเดยี วกบั จดหมายหรือบนั ทึกข้อความ
๑๕
เฉลย แบบทดสอบหน่วยท่ี ๘
ขอ้ เฉลย
๑ง
๒ค
๓ง
๔ค
๕ง
๖ค
๗ก
๘ค
๙ง
๑๐ ค
๑๖
แผนการจัดการเรียนรูม้ ุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่ ๙
ชือ่ วิชา : ภาษาไทยเพือ่ อาชพี สอนครั้งที่ ๑๕-๑๖/๑๘
รหัสวชิ า : ๒๐๐๐๐-๑๑๐๒
ช่อื หนว่ ย การเขยี นแผนโครงงานและแผน ชว่ั โมงรวม ๓๖ ชั่วโมง
ธุรกจิ จำนวน ๔ ช่ัวโมง
วัน ๑-๑๒ เดือน มนี าคม พ.ศ. ๒๕๖๔
ระหว่างเวลาตามตารางสอนของภาคเรยี น
ชือ่ ผู้สอน นางสาววีณา ขันเงนิ
เนื้อหาสาระการเรยี นรู้
๑. ความหมายรายงานการเขียนแผนโครงงานและแผนธุรกจิ
๒. เขียนแผนโครงงาน
๓. องคป์ ระกอบของการเขยี นแผนโครงงานและแผนธรุ กจิ
สาระสำคัญ
โครงการ เปน็ การเขยี นเพื่อประโยชนใ์ นการดำเนนิ งาน เพราะชว่ ยให้เกดิ การวางแผนการ
ทำงาน การศึกษา รเิ ร่ิมปฏิบัติงานใหม่ ดงั นน้ั โครงการยอ่ มมีบทบาทสำคญั ต่อการปฏิบัติงานของ
หนว่ ยงาน จงึ ควรมีแนวทางในการจัดทำงบประมาณท่ีเหมาะสม
นอกจากนีจ้ ะเห็นไดว้ ่าในยุคปจั จบุ ันนีม้ ีการแข่งขนั ทางดา้ นธรุ กจิ กันมากขึ้น ดงั น้ันการเตรยี ม
ความพร้อมในการส่งเสรมิ ผู้เรียนมีความรูใ้ นการวางแผนและเขียนแผนธรุ กจิ จึงเป็นความรพู้ ื้นฐานที่
จำเป็นในการประกอบธรุ กิจ เพ่อื นำธรุ กิจไปสูค่ วามสำเร็จอย่างมปี ระสิทธภิ าพ
สมรรถนะประจำหนว่ ย
การเขยี นแผนโครงงานและแผนธุรกจิ ไดต้ ามหลักการ
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
หลังจากเรยี นเรื่อง การเขยี นแผนโครงงานและแผนธรุ กจิ
๑. บอกความหมายการเขยี นแผนโครงงานและแผนธุรกิจได้
๒. บอกประเภทของการเขียนแผนโครงงานและแผนธุรกิจได้
๓. เขียนองคป์ ระกอบของประเภทของการเขียนแผนโครงงาน
๔. เขียนองคป์ ระกอบการเขียนแผนโครงงาน
คุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์
๑. นกั เรียนสนใจใฝร่ ู้ ๒. ความมีวินัย
๓. ความรบั ผิดชอบ ๔. ความซอื่ สตั ย์
๑๗
กระบวนการจัดการเรียนรู้ คร้งั ที่ ๑๕ (สัปดาห์ที่ ๑๕/๓๖)
๑. ก่อนการจดั การเรียนรู้
๑.๔ ครตู รวจสอบรายชื่อนักเรียนและขานชอ่ื นักเรียน
๑.๕ สนทนาซักถาม ความรู้เดิมที่นักเรียนมีและความเข้าใจในเรื่องการทำงานหรือทำ
กิจกรรม
๑.๖ ครแู จ้งจดุ ประสงคป์ ระจำหน่วยท่ี ๙ ให้นกั เรยี นทราบ และทำแบบทดสอบก่อนเรยี น ๑๐
นาที
๒. ข้ันตอนการจัดการเรียนรู้
๒.๕ ครบู รรยายความหมาย ประเภท องคป์ ระกอบของประเภทของการเขียนแผนโครงงาน
โดยใช้ Power Point และหนงั สือเรยี นวชิ าภาษาไทยเพ่ืออาชีพ ในการสอน ซกั ถาม
ตามหวั ข้อเร่ือง
๒.๖ ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันสรุปสาระสำคัญของเน้ือหา และอภปิ รายแลกเปลี่ยน
๒.๗ ให้นักเรยี นแบง่ กลมุ่ ฝกึ เขียนโครงการ
๓. การสรปุ
๓.๑ ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สรปุ ผลการเรยี นรู้
๓.๒ ครูให้นกั เรยี นแบง่ กล่มุ ฝกึ เขยี นเขียนโครงการ
๓.๓ ครูคอยสังเกตลำดับขั้นตอนการทำงานและให้คำแนะนำเมื่อพบนักเรียนปฏิบัติไม่
ถูกต้อง
๓.๔ ครใู ห้นักเรยี นท่ีปฏิบตั ิงานเสรจ็ แล้วส่งตรวจ เพ่อื ขอคำแนะนำและประเมินผล
๑๘
กระบวนการจัดการเรยี นรู้ ครง้ั ท่ี ๑๖ (สัปดาห์ที่ ๑๖/๓๖)
๑. ก่อนการจดั การเรยี นรู้
ครูตรวจสอบรายช่ือนกั เรยี นและขานชือ่ นักเรยี น
สนทนาซักถาม ความรเู้ ดิมท่นี กั เรยี นมแี ละความเข้าใจในเรื่องธุรกิจ
๒. ขัน้ ตอนการจดั การเรยี นรู้
๒.๘ ครบู รรยายความหมาย ประเภท องค์ประกอบของประเภทของการเขยี นแผนโครงงาน
โดยใช้ Power Point และหนงั สือเรียนวชิ าภาษาไทยเพอื่ อาชีพ ในการสอน ซักถาม
ตามหวั ขอ้ เร่ือง
๒.๙ ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั สรปุ สาระสำคัญของเน้ือหา และอภิปรายแลกเปล่ยี น
๒.๑๐ ใหน้ ักเรยี นแบ่งกลุม่ ฝกึ เขยี นแผนธรุ กิจ
๓. การสรุป
๓.๑ ครแู ละนักเรียนร่วมกนั สรปุ ผลการเรียนรู้
๓.๒ ครูใหน้ ักเรยี นแบ่งกลุ่มฝกึ เขยี นเขียนแผนธรุ กิจ
๓.๓ ครูคอยสังเกตลำดับขั้นตอนการทำงานและให้คำแนะนำเมื่อพบนักเรียนปฏิบัติไม่
ถูกต้อง
๓.๔ ครใู หน้ ักเรยี นที่ปฏิบตั งิ านเสรจ็ แล้วสง่ ตรวจ เพอ่ื ขอคำแนะนำและประเมินผล
๓.๕ ทำแบบทดสอบหลังเรียน
๑๙
การวดั ผลและประเมนิ ผล การวดั ผล การประเมินผล
(ใชเ้ ครือ่ งมอื ) (นำผลเทยี บกับเกณฑ์และแปล
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ประจำหนว่ ย ความหมาย)
(ไว้เปรยี บเทยี บกับคะแนนสอบ
๑. บอกความหมายการเขยี นแผน ๑. แบบทดสอบก่อนเรยี น (Pre-test) หลังเรียน)
โครงงานและแผนธรุ กจิ ได้ หนว่ ยที่ ๙ เกณฑผ์ า่ น ๕๐%
๒. บอกประเภทของการเขยี นแผน ๒. แบบสงั เกตการทำงานกลุ่มและการ
โครงงานและแผนธรุ กจิ ได้ นำเสนอผลงานกลุ่ม เกณฑ์ผา่ น ๕๐%
๓. เขียนองคป์ ระกอบของประเภท ๓. ใบกิจกรรม และแบบฝึกหัดหน่วยท่ี
ของการเขยี นแผนโครงงาน ๙ เกณฑผ์ ่าน ๕๐%
๔. เขียนองค์ประกอบการเขยี น ๔. แบบทดสอบหลงั เรยี น (Post-test)
แผนโครงงาน หน่วยที่ ๙ เกณฑผ์ ่าน ๕๐%
๕. แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม
ตามสภาพจริง
ผลงาน/ชิ้นงาน/ความสำเร็จของผเู้ รียน
๑. ผลการนำเสนองานกิจกรรมท่ี ๙
๒. ผลการทำกิจกรรม และแบบฝึกหัดหน่วยท่ี ๙
๓. คะแนนแบบทดสอบหลงั เรียน (Post-test) หนว่ ยที่ ๙
๒๐
สอื่ การเรียนรู้/แหล่งการเรยี นรู้
สื่อสง่ิ พิมพ์
๕๗.หนงั สอื เรยี นวิชาภาษาไทยเพ่ืออาชีพ รหสั วชิ า ๒๐๐๐๐–๑๑๐๒
๕๘.เว็บไซต์และสื่อสง่ิ พิมพ์ท่ีเกย่ี วขอ้ งกบั เนื้อหาบทเรยี น
๕๙.แบบทดสอบกอ่ นเรยี น-หลังเรียน
๖๐.ใบเน้อื หาหนว่ ยที่ ๙
๖๑.แบบฝึกหัดหน่วยที่ ๙
๖๒.ใบงาน เรื่องการใชภ้ าษาไทยในงานอาชพี
๖๓.แบบประเมินผลการปฏิบัติงาน
สอ่ื โสตทัศน์
๑๗. เครื่องขยายเสียง ไมโครโฟน ลำโพง
๑๘. สอ่ื คอมพิวเตอร์นำเสนอโดยโปรแกรม power point
แหล่งการเรยี นรู้
แหล่งเรียนรู้ในสถานศึกษา
๑. หอ้ งสมุด
๒. ศนู ยว์ ทิ ยบริการ
๓. หอ้ งปฏบิ ัตกิ ารคอมพวิ เตอรโ์ ดยศึกษาข้อมลู ทางอินเทอรเ์ นต็
แหล่งเรียนรนู้ อกสถานศึกษา
๑. ศนู ย์หนังสือ
๒. อนิ เทอรเ์ น็ต
๓. ห้องสมดุ ประชาชน
๔. ผูป้ ระกอบการ
๒๑
เอกสารประกอบการจดั การเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ)
๑. ใบความรูเ้ รอ่ื งการเขยี นแผนโครงงานและแผนธุรกจิ
๒. ใบสง่ั งาน เรื่องการเขยี นแผนโครงงานและแผนธรุ กจิ
การบรู ณาการ/ความสมั พนั ธ์กบั วชิ าอ่ืน
๑. ภาษาไทยเพื่อธรุ กิจ
การประเมนิ ผล
ก่อนเรยี น
๑. สังเกตการเข้าชนั้ เรยี น
๒. สงั เกตจากความพร้อมก่อนเรียน
๓. สงั เกตผลการทดสอบก่อนเรยี น
ขณะเรยี น
๑. สงั เกตความสนใจ
๒. สังเกตการตอบคำถามของนกั เรยี น
๓. สงั เกตจากการปฏิบตั งิ าน
๔. สงั เกตจากการสรปุ ผลการปฏบิ ัติงาน
หลงั เรียน
๑. สงั เกตจากการทำการบ้านนอกเวลาเรยี น
๒. สังเกตจากผลการทดสอบหลังเรียน
๒๒
ความคดิ เห็นของหวั หน้าแผนกวชิ าสามญั สัมพันธ์
……………………………………………………………………………………………………………..........................................
……………………………………………………………………………………………………………..........................................
(นางกิง่ กมล สงั ขท์ อง)
หัวหน้าแผนกวิชาสามญั สัมพนั ธ์
ความคดิ เหน็ ของหวั หนา้ งานหลกั สตู รการเรยี นการสอน
……………………………………………………………………………………………………………..........................................
……………………………………………………………………………………………………………..........................................
(นายมังกร ปินะกาพงั )
หวั หนา้ งานหลกั สูตรการเรียนการสอน
ความคดิ เหน็ ของรองผ้อู ำนวยการฝ่ายวิชาการ
……………………………………………………………………………………………………………..........................................
……………………………………………………………………………………………………………..........................................
(นายถาวร ยาวะโนภาส)
รองผูอ้ ำนวยการฝ่ายวชิ าการ
๒๓
บันทกึ หลงั การสอน
๑. ผลการใชแ้ ผนการจัดการเรียนรู้
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
......................................................................................................................... .......................................
๒. ผลการเรียนของนกั เรยี น นกั ศึกษา
............................................................................................................................. ...................................
.............................................................................................................................. ..................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................... .................................
............................................................................................................................. ...................................
๓. แนวทางการพัฒนาคณุ ภาพการเรียนรู้
...................................................................................................................................... ..........................
......................................................................................................... .......................................................
............................................................................................................................. ...................................
(นางสาววณี า ขนั เงนิ )
ครผู ้สู อน
๒๔
เนื้อหาสาระการเรยี นรู้
ขั้นตอนการทำโครงงาน
1. การคิดและการเลอื กหัวข้อโครงงาน ผเู้ รียนจะต้องคดิ และเลอื กหัวขอ้ ของโครงงานด้วยตนเองวา่ อยากจะศกึ ษาอะไร ทำไมจงึ อยาก
ศึกษา หวั เรอื่ งของโครงงานมกั จะไดม้ าจากปัญหา คำถามหรอื ความอยากรู้อยากเห็นเก่ียวกบั เร่ืองต่าง ๆ ของผูเ้ รียนเอง หวั เรอ่ื งของ
โครงงานควรเฉพาะเจาะจงและชดั เจน เมอ่ื ใครไดอ้ า่ นชื่อเรอ่ื งแลว้ ควรเข้าใจและรเู้ รอ่ื งว่าโครงงานนีท้ ำจากอะไร การกำหนดหัวเรอื่ งของ
โครงงานนั้นมีแหล่งท่ีจะชว่ ยกระตนุ้ ให้เกิดความคดิ และความสนใจหลายแหล่งด้วยกัน 1. การคิดและการเลอื กหวั ข้อโครงงาน ผู้เรยี น
จะต้องคิด และเลอื กหัวข้อของโครงงานด้วยตนเองว่าอยากจะศกึ ษาอะไร ทำไมจงึ อยากศึกษา หวั เรอื่ งของโครงงานมักจะไดม้ าจากปญั หา
คำถามหรอื ความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับเร่อื งตา่ ง ๆ ของผเู้ รียนเอง หวั เรอ่ื งของโครงงานควรเฉพาะเจาะจงและชดั เจน เมอื่ ใครได้อา่ น
ชื่อเรือ่ งแลว้ ควรเขา้ ใจและรเู้ ร่อื งวา่ โครงงานน้ีทำจากอะไร การกำหนดหวั เรอ่ื งของโครงงานน้นั มีแหลง่ ที่จะช่วยกระต้นุ ให้เกดิ ความคิดและ
ความสนใจหลายแหล่งดว้ ยกนั
2. การวางแผน
การวางแผนการทำโครงงาน จะรวมถึงการเขียนเคา้ โครงของโครงงาน ซ่ึงตอ้ งมีการวางแผนไวล้ ว่ งหน้า เพอื่ ให้การดำเนินการ
เปน็ ไปอย่างรดั กมุ และรอบคอบ ไมส่ ับสน แล้วนำเสนอตอ่ ผสู้ อนหรอื ครูทป่ี รกึ ษาเพอื่ ขอความเหน็ ชอบก่อนดำเนนิ การข้ันต่อไป การเขียน
เค้าโครงของโครงงาน โดยทวั่ ไป เขียนเพอื่ แสดงแนวคิด แผนงาน และข้ันตอนการทำโครงงาน ซง่ึ ควรประกอบดว้ ยหัวข้อตอ่ ไปนี้
1. ชือ่ โครงงาน ควรเปน็ ขอ้ ความที่กะทดั รัด ชดั เจน ส่อื ความหมายไดต้ รง
2. ชื่อผทู้ ำโครงงาน
3. ช่ือทีป่ รกึ ษาโครงงาน
4. หลกั การและเหตุผลของโครงงาน เปน็ การอธิบายวา่ เหตุใดจงึ เลอื กทำโครงงานเรอ่ื งน้ี มคี วามสำคญั อย่างไร มหี ลักการหรอื
ทฤษฎีอะไรท่ีเกยี่ วข้อง เรือ่ งทท่ี ำเป็นเรื่องใหมห่ รอื มผี ูอ้ นื่ ได้ศกึ ษาคน้ คว้าเร่ืองนีไ้ วบ้ า้ งแล้ว ถา้ มไี ดผ้ ลอย่างไร เร่ืองท่ีทำได้ขยายเพม่ิ เตมิ
ปรบั ปรุงจากเรื่องทผ่ี อู้ ื่นทำไวอ้ ยา่ งไร หรือเป็นการทำซ้ำเพ่ือตรวจสอบผล
5. จดุ มงุ่ หมายหรอื วตั ถปุ ระสงคค์ วรมีความเฉพาะเจาะจง และสามารถวดั ได้ เป็นการบอกขอบเขตของงานทจ่ี ะทำไดช้ ดั เจนขนึ้
6. สมมติฐานของการศึกษาค้นควา้ (ถา้ มี) สมมตฐิ านเปน็ คำตอบหรอื คำอธบิ ายที่คาดไวล้ ว่ งหน้า ซึ่งอาจจะถกู หรือไมก่ ไ็ ด้ การเขยี น
สมมตฐิ านควรมเี หตมุ ีผลมีทฤษฎหี รอื หลกั การรองรบั และทส่ี ำคัญ คือ เปน็ ขอ้ ความท่ีมองเห็นแนวทางในการดำเนนิ การทดสอบได้
นอกจากนี้ควรมีความสมั พันธ์ระหว่างตวั แปรอิสระและตวั แปรตามดว้ ย
7. วิธดี ำเนินงานและขน้ั ตอนการดำเนินงาน จะต้องอธบิ ายวา่ จะออกแบบการทดลองอะไรอยา่ งไร จะเกบ็ ขอ้ มูลอะไรบ้างรวมทัง้ ระบุ
วัสดุอปุ กรณ์ทีจ่ ำเป็นต้องใช้ มีอะไรบ้าง
8. แผนปฏิบัติงาน อธบิ ายเกย่ี วกบั กำหนดเวลาต้ังแต่เรม่ิ ตน้ จนเสรจ็ สิ้นการดำเนินงานในแต่ละขัน้ ตอน
9. ผลที่คาดว่าจะไดร้ ับ
10. เอกสารอา้ งองิ
๒๕
3. การดำเนนิ งาน เม่อื ทีป่ รึกษาโครงงานใหค้ วามเห็นชอบเค้าโครงของโครงงานแลว้ ต่อไปกเ็ ป็นขัน้ ลงมอื ปฏบิ ัตงิ านตามขัน้ ตอนทีร่ ะบไุ ว้
ผเู้ รยี นตอ้ งพยายามทำตามแผนงานท่วี างไว้ เตรียมวัสดอุ ปุ กรณ์และสถานท่ีใหพ้ ร้อมปฏิบตั งิ านดว้ ยความละเอียดรอบคอบ คำนงึ ถึงความ
ประหยดั และปลอดภยั ในการทำงาน ตลอดจนการบนั ทึกขอ้ มูลตา่ ง ๆ วา่ ไดท้ ำอะไรไปบ้าง ได้ผลอยา่ งไร มปี ญั หาและขอ้ คดิ เหน็ อย่างไร
พยายามบนั ทึกใหเ้ ปน็ ระเบยี บและครบถ้วน
4. การเขียนรายงาน
การเขยี นรายงานเกย่ี วกบั โครงงาน เปน็ วิธีสอ่ื ความหมายวธิ ีหนึ่งที่จะให้ผอู้ ่ืนไดเ้ ข้าใจถึงแนวคิด วธิ ีการดำเนินงาน ผลทไ่ี ด้
ตลอดจนขอ้ สรปุ และขอ้ เสนอแนะตา่ ง ๆ ทีเ่ ก่ียวกับโครงงานน้นั การเขยี นโครงงานควรใช้ภาษาท่ีอ่านแลว้ เขา้ ใจง่าย ชดั เจนและครอบคลมุ
ประเด็นสำคญั ๆ ท้งั หมดของโครงงาน
5. การนำเสนอผลงาน
การนำเสนอผลงาน เปน็ ขั้นตอนสดุ ท้ายของการทำโครงงานและเขา้ ใจถึงผลงานน้นั การนำเสนอผลงานอาจทำได้หลายรปู แบบ
ขน้ึ อยูก่ บั ความเหมาะสมต่อประเภทของโครงงาน เนอื้ หา เวลา ระดับของผ้เู รียน เช่น การแสดงบทบาทสมมติ การเลา่ เรื่อง การเขยี น
รายงาน สถานการณ์จำลอง การสาธิต การจัดนิทรรศการ ซง่ึ อาจมที ง้ั การจดั แสดงและการอธบิ ายดว้ ยคำพูด หรอื การรายงานปากเปล่า
การบรรยาย สง่ิ สำคญั คือ พยายามทำให้การแสดงผลงานนน้ั ดึงดดู ความสนใจของผชู้ ม มีความชัดเจน เข้าใจง่าย และมีความถกู ต้องของ
เนอ้ื หา
๒๖
แบบฝึกหดั หน่วยท่ี ๙
คำสงั่ ให้นกั เรยี นตอบคำถามตอ่ ไปนใ้ี ห้ถูกต้อง
๑. โครงการคืออะไร
............................................................................................................................. .................................................................
............................................................................................................................. .................................................................
๒. ลักษณะของโครงการทดี่ เี ปน็ อย่างไร
..............................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................
๓. สว่ นประกอบของโครงการมีอะไรบ้าง
............................................................................................................................. .................................................................
................................................................................................................................................................................. .............
...................................................................................................................... ........................................................................
๔. โครงการมีกีป่ ระเภท อะไรบ้าง
..............................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................
๕. การเขียนโครงการควรใช้ถ้อยคำ สำนวนอย่างไร
....................................................................................................................................................................... .......................
............................................................................................................ ..................................................................................
(ใช้เวลา ๑๐ นาที)ฃ
๒๗
๖. แผนธรุ กจิ คอื อะไร
............................................................................................................................. .................................................................
............................................................................................................................................................................... ...............
๗. องคป์ ระกอบของแผนธุรกิจมอี ะไรบา้ ง
............................................................................................................................. .................................................................
............................................................................................................................................................... ...............................
๘. กลมุ่ เปา้ หมายของการนำเสนอแผนธรุ กจิ มีก่ีกล่มุ อะไรบ้าง
............................................................................................................................. .................................................................
............................................................................................................................. .................................................................
๙. การประเมินแผนธุรกจิ มีความสำคัญอย่างไร
............................................................................................................................. .................................................................
............................................................................................................................. .................................................................
๑๐. การเขียนแผนธุรกิจมีประโยชนอ์ ยา่ งไร
............................................................................................................................. .................................................................
............................................................................................................................. .................................................................
(ใช้เวลา ๑๐ นาที)
๒๘
ขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ าน ลาํ ดบั ขัน้ ตอนการปฏิบตั ิงาน หมายเหตุ/ขอควรระวัง
คาํ อธบิ ายขน้ั ตอนการปฏิบัติงาน เคร่อื งมอื /อปุ กรณ์
๑. เตรียมเนอ้ื หา ให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อน - หนังสอื เรียน
การเรียนรู้ หนังสือ เรียน - ปากกา
เรยี น
- ใบสั่งงาน
๒. ครใู ห้นกั เรยี นศกึ ษา ให้นกั เรียนศึกษาหน่วยการเรียน
เนอ้ื หาการเรียนรู้ใน
หนงั สอื เรยี น บอกความหมาย และความสำคญั
การเขียนแผนโครงงานและแผน
ธรุ กจิ ขั้นตอนการปฏบิ ตั งิ านได้
๓. ครูบรรยายเนือ้ หา นกั เรยี นฟังครบู รรยายและจด - หนังสือเรียน
ประกอบ power บันทึก - ปากกา
point
๔. ซักถามและ ให้นกั เรยี นตอบคำถามทำ - ใบแบบทดสอบ
อภปิ รายสรปุ แบบทดสอบหลงั เรียน
เก่ียวกบั เนอ้ื หาท่ี
เรยี น
๒๙
แบบประเมนิ ผลปฏบิ ตั งิ าน
ช่ือ.......……………………………………………………………………นามสกลุ ………………………………………….………....……….…………………
แผนก……………………………………………………………....………………. วนั /เดอื น/ป…………………………………………………..……………
จดุ ที่ประเมนิ ผล ผล หมายเหตุ
ผ่าน ไมผ่ า่ น
๑. ลาํ ดับขัน้ ตอนการปฏิบัตงิ าน
๑.๑ ทำแบบทดสอบก่อนเรียนได้
๑.๒ ตั้งใจฟังครบู รรยายและจดบันทกึ
๑.๓ ศึกษาหนว่ ยการเรียน บอกความหมาย และ ความสำคญั
การเขยี นแผนโครงงานและแผนธรุ กจิ ขน้ั ตอนการปฏบิ ัตงิ านไดถ้ กู ตอ้ ง
๑.๔ ตอบคำถามทำแบบทดสอบหลังเรยี นได้
จดุ ท่ีประเมนิ ผล ผลการประเมนิ
ดีมาก ดี พอใช้ น้อย แก้ไข
๑. คณุ ภาพของผลงาน
๒.๑ ความถูกต้องของการใชภ้ าษาไทยในงานอาชพี
๓. เจตคติ ในการทํางาน
๓.๑ ความรับผดิ ชอบ
๓.๒ ความสะอาด
๓.๓ ความเป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ย
เริ่มปฏิบตั งิ านเวลา.................น. เสรจ็ เวลา.................น. รวมเวลาปฏบิ ตั งิ าน.................ช่ัวโมง................นาที
สรุปผลการประเมิน
ผาน
ไมผาน เนื่องจาก.....................................................................
ขอเสนอแนะ
.....................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................
ผปู ระเมนิ .....................................................
๓๐
แบบทดสอบหน่วยท่ี ๙
การเขียนแผนโครงงานและแผนธรุ กิจ
คําชี้แจง ๑. แบบทดสอบฉบับนเ้ี ปนแบบปรนยั ชนิดเลือกตอบ ๔ ตัวเลือก จํานวน ๑๐ ขอ
๒. ใหเลือกคาํ ตอบทีถ่ ูกตองทส่ี ดุ เพียงขอเดียว แลวทาํ เครอ่ื งหมายกากบาท (×) ลงใน
กระดาษคําตอบ
๓. เวลาทีใ่ ชในการทาํ แบบทดสอบ ๑๐ นาที
๑. ขอ้ ใดกล่าวไมถ่ ูกต้องเกยี่ วกบั โครงการ
ก. มีแนวทางในการจดั ทำงบประมาณท่ีเหมาะสม
ข. มบี ทบาทสำคญั ตอ่ การปฏิบัติงานของหน่วยงาน
ค. มีแหลง่ ทุน ๑ แหลง่ ทุน ตอ่ ๑ โครงการ
ง. มจี ุดเรมิ่ ต้นและจดุ ส้ินสุดอยา่ สงชดั เจน
๒. ทุกข้อเป็นลกั ษณะของโครงการทด่ี ี ยกเว้นขอ้ ใด
ก. ตอ้ งมวี ตั ถปุ ระสงค์ทชี่ ัดเจน
ข. เป็นการทำงานช่วั คราว
ค. มรี ะยะเวลาท่แี น่นอน
ง. ดำเนินการได้ทุกสถานท่ี
๓. ขอ้ ใดหมายถึงโครงการท่เี สนอโดยตวั บุคคล
ก. รเิ ริ่มข้ึนโดยบุคคลใดบคุ คลหนง่ึ
ข. จัดเป็นโครงการใหญท่ ตี่ อ้ งประสานงาน และรว่ มมือกันทุกฝ่าย
ค. เปน็ โครงการท่ีมีความสมบูรณม์ ากกว่าโครงการประเภทอื่น
ง. บคุ คลมีความเหน็ พ้องต้องกันในวัตถุประสงค์ วธิ ีการ และมีเจตนาท่ีจะทำงานร่วมกนั
๔. สำนวนภาษาทใี่ ช้ในการเขียนโครงการ ข้อใดไมค่ วรใช้
ก. ใช้ภาษากำกวม น่าสนใจ
ข. ใชภ้ าษาให้เหมาะสมกบั เน้ือหาสาระ
ค. อธิบายให้ละเอยี ดเพื่อสรา้ งความเข้าใจ
ง. เขยี นใหถ้ กู ตอ้ งตามความหมายของคำ
๕. การจดั นิทรรศการโครงงานที่ดีไม่ควรเป็นแบบใด
ก. มีกจิ กรรมใหผ้ ชู้ มเข้ารว่ ม
๓๑
ข. ใชก้ ารอธิบายดว้ ยตวั อกั ษรทั้งหมด
ค. สง่ิ ประดิษฐอ์ ยูใ่ นสภาพสมบรู ณ์
ง. ใช้การอธบิ ายด้วยตัวอกั ษรทัง้ หมด
๓๒
๖. ขอ้ ใดกล่าวไมถ่ ูกต้องเก่ียวกบั แผนธุรกิจ
ก. ใชเ้ ปน็ แนวทางในการดำเนินธรุ กจิ
ข. ดงึ ดดู ความสนใจทงั้ ในแงข่ องเนอ้ื หาและวธิ กี ารนำเสนอ
ค. กลุ่มเป้าหมายของการนาํ เสนอแผนธรุ กิจมี ๕ กลุ่ม
ง. อธิบายแนวคิดของธรุ กิจในลักษณะท่งี า่ ยต่อความเข้าใจและตรงประเด็น
๗. ข้อใดไมใ่ ช่ตัวแปรหรอื ปจั จยั ทน่ี ำมาวเิ คราะห์ในแผนธุรกจิ
ก. กลมุ่ ลูกค้าทค่ี าดหวัง
ข. นโยบายการตลาด
ค. รายได้ทีค่ าดว่าจะได้
ง. สินค้าหรือบรกิ ารทจ่ี ะขาย
๘. ขอ้ ใดไม่ใช่กลุม่ เปา้ หมายของการนำเสนอแผนธุรกิจ
ก. คณะกรรมการนโยบายและแผนธุรกจิ
ข. พันธมติ รธรุ กิจ
ค. ผถู้ อื หนุ้
ง. หุ้นสว่ น
๙. ลักษณะการใช้ถ้อยคำในการเขียนแผนธรุ กจิ ข้อใดไม่ควรปฏบิ ตั ิ
ก. ใชภ้ าษาเขียน
ข. สรุปเน้อื หาทเี่ ขา้ ใจยากออกมาเป็นตารางหรือภาพประกอบ
ค. นำเสนออย่างมขี น้ั ตอน
ง. ใช้สำนวนภาษาตามกลมุ่ เปา้ หมาย
๑๐. ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกบั ประโยชน์ของการเขยี นแผนธรุ กจิ
ก. ใชเ้ ป็นแนวทางในการดำเนินธุรกจิ ในระยะยาวเท่านนั้
ข. ใชเ้ ป็นแผนทใี่ นการบอกทิศทางของการดำเนินกจิ การในอนาคต
ค. ทำให้ผู้ร่วมลงทนุ ตดั สินใจไดว้ า่ ธุรกจิ นนั้ ควรจะรว่ มลงทุนด้วยหรือไม่
ง. ทำให้ผปู้ ระกอบการมองเห็นภาพรวมในการดำเนินธรุ กจิ
๓๓
เฉลย แบบฝกึ หดั หน่วยท่ี ๔
คำสัง่ จงตอบคำถามตอ่ ไปนี้ใหถ้ ูกต้อง
๑. โครงการคืออะไร
ตอบ เปน็ การเขยี นเพอื่ ประโยชน์ในการดำเนินงาน เพราะมีสว่ นช่วยใหเ้ กดิ การวางแผนการทำงาน
การศกึ ษา การริเร่ิมปฏบิ ัตงิ านใหม่ ดังนั้นโครงการย่อมมีบทบาทสำคญั ตอ่
การปฏบิ ัติงานของหน่วยงาน
๒. ลักษณะของโครงการท่ดี เี ป็นอยา่ งไร
ตอบ
๑. ต้องมีระบบ ๖.มีลักษณะเปน็ งานทเ่ี ร่งด่วน
๒.ต้องมีวัตถปุ ระสงคช์ ดั เจน ๗.ต้องมีตน้ ทุนการผลติ ตำ่
๓.ตอ้ งเป็นการดำเนนิ งานในอนาคต ๘.เปน็ การรเิ รม่ิ หรือพฒั นางาน
๔.เป็นการทำงานชั่วคราว
๕.มกี ำหนดระยะเวลาทแี่ น่นอน
๓. สว่ นประกอบของโครงการมีอะไรบา้ ง ๒.เนอ้ื ความ หมายถึง สว่ นทีเ่ ป็นสาระสำคญั
ตอบ ของโครงการ
๑.สว่ นนำ หมายถึง สว่ นท่ใี ห้ขอ้ มลู เบ้ืองตน้
เกี่ยวกบั โครงการน้นั ๆ
๓๓. สว่ นขยายความ หมายถึง ส่วนประกอบท่ีให้
รายละเอียดอืน่ ๆ เกยี่ วกบั โครงการ.
๓๔
๔. โครงการมกี ่ีประเภท อะไรบา้ ง ๓.โครงการทเ่ี สนอโดยหน่วยงาน หมายถงึ
ตอบ โครงการท่ีอาจจะเริ่มโดยตัวบคุ คล
๑.โครงการทเ่ี สนอโดยตัวบุคคล หมายถึง
โครงการที่รเิ รม่ิ ข้ึนโดยบุคคลใดบุคคลหน่ึง
๒.โครงการที่เสนอโดยกลุม่ บุคคล หมายถึง
โครงการทีร่ ิเริ่มขึ้นโดยบคุ คลมากกวา่ ๒ คน
๕. การเขยี นโครงการควรใชถ้ ้อยคำ สำนวนอยา่ งไร
ตอบ
๑.ใชภ้ าษาใหถ้ กู ต้อง ๔.ใช้ภาษาให้เหมาะสม
๒.ให้ภาษาใหก้ ะทัดรดั ๕.ภาษาใหส้ ภุ าพ คือ ใชภ้ าษาเขยี น
๓.ให้ภาษาให้ชดั เจน
๖. แผนธรุ กจิ คอื อะไร
ตอบ แผนธุรกิจ คือ คู่มือในการดำเนนิ ธุรกิจ ท่ีจัดทำข้ึนจากการวิเคราะหร์ ายละเอียดในแงม่ ุมต่าง ๆ
เพือ่ ใชเ้ ปน็ แนวทางในการดำเนินธรุ กิจ
๗. องคป์ ระกอบของแผนธุรกิจมีอะไรบา้ ง
ตอบ
๑. ปกหนา้ ของแผนธุรกจิ ๕.การวิเคราะหส์ ภาวะแวดลอ้ มทางธรุ กิจ •
๒. บทสรปุ ผู้บรหิ าร การวิเคราะหด์ ้านการตลาด
๓. ความเปน็ มาของธุรกจิ ๖.การดาํ เนินงาน
๔. ความเปน็ เจา้ ของและการบริหาร ๗.แผนการเงิน
๘.ความเส่ียงและโอกาส
๙.ภาคผนวก
๓๕
๘. กลมุ่ เป้าหมายของการนำเสนอแผนธรุ กิจมีก่ีกลมุ่ อะไรบ้าง
ตอบ มี ๔ กล่มุ
สถาบันการเงนิ
หุน้ สว่ น กลุม่ เปา้ หมายของแผน ผูถ้ อื หนุ้
และพนั ธมติ รธุรกิจ ธุรกิจ และพนกั งาน
สถาบันการเงินภาครัฐ
๙. การประเมินแผนธรุ กจิ มีความสำคญั อยา่ งไร
ตอบ
๑. วิเคราะห์ปัจจัยภายนอกได้
๒. ครอบคลมุ ในทุกเรื่องที่เกีย่ วขอ้ งหรือไม่
๓. เป้าหมาย และวตั ถปุ ระสงค์ท่ีตั้งไว้สามารถวัดไดห้ รอื ไม่
๔. แผนกลยุทธ์ต่าง ๆ เพยี งพอต่อการทำให้บรรลวุ ัตถุประสงคใ์ นการดำเนินธรุ กิจหรอื ไม่
๕. จรงิ หรือไม่ทีค่ าดวา่ ธุรกจิ จะมกี ารเตบิ โต และมีกำไรที่ดี
๖. ความเส่ยี งตา่ ง ๆ ถูกวิเคราะหห์ รือคาดการณ์ และเตรียมรับมอื ไว้แล้วหรือไม่
๑๐. การเขียนแผนธุรกิจมีประโยชนอ์ ยา่ งไร
ตอบ
๑. ใชเ้ ป็นแนวทางในการดำเนนิ ธุรกิจไดท้ ั้งระยะสัน้ ๑-๓ ปี หรือในระยะยาว ๓-๕ ปี หรือตาม
กำหนดระยะเวลาที่ผ้ปู ระกอบการเปน็ ผู้กำหนด
๒. ทำใหผ้ ู้ประกอบการมองเหน็ ภาพรวมในการดำเนนิ ธรุ กจิ
๓. สามารถบริหารจดั การได้อย่างเหมาะสม
๔. ให้รายละเอียดอย่างเพียงพอที่จะทำให้ผู้ร่วมลงทุนตัดสินใจได้ว่า ธุรกิจนั้นควรจะ
รว่ มลงทุนดว้ ยหรือไม่
๕. ผูร้ ว่ มลงทนุ เขา้ ใจวัตถุประสงค์ของธุรกิจอยา่ งชดั เจน
๖. เข้าใจแนวคิดและปรชั ญาของธุรกิจ
๗. เข้าใจปญั หา อปุ สรรค และหนทางที่เตรียมการเพือ่ ไปสู่ความสำเรจ็
๘. ใชเ้ ปน็ แผนทใี่ นการบอกทศิ ทางของการดำเนนิ กิจการในอนาคต
๓๖
เฉลย แบบทดสอบหน่วยท่ี ๔
ขอ้ เฉลย
๑ค
๒ข
๓ง
๔ก
๕ง
๖ค
๗ค
๘ก
๙ข
๑๐ ก
๓๗
แผนการจดั การเรยี นรมู้ ุ่งเนน้ สมรรถนะ หน่วยท่ี ๑๐
ชอื่ วชิ า : ภาษาไทยเพอ่ื อาชีพ สอนครงั้ ที่ ๑๗-๑๘/๑๘
รหสั วิชา : ๒๐๐๐๐-๑๑๐๒
ชือ่ หน่วย การเขียนโฆษณาประชาสมั พนั ธ์ ชั่วโมงรวม ๓๖ ช่ัวโมง
ช่อื ผสู้ อน นางสาววีณา ขันเงิน จำนวน ๔ ช่ัวโมง
ระหว่างเวลาตามตารางสอนของภาคเรียน
เนื้อหาสาระการเรยี นรู้
๑. ความหมายของการเขียนเพ่อื โฆษณา
๒. จดุ ม่งุ หมายของการเขยี นเพื่อโฆษณา
๓. ความสำคญั ของการเขียนเพ่ือโฆษณา
๔. หลกั การเขยี นเพื่อโฆษณา
๕. การเขียนโฆษณา
๖. การประชาสัมพันธ์
สาระสำคญั
การเขยี นโฆษณาประชาสมั พันธ์ เป็นเคร่ืองมือชว่ ยใหก้ ารติดต่อสื่อสาร สร้างความเข้าใจอนั ดี
ระหว่างบุคคล หน่วยงาน องค์กร สถานประกอบการ ซงึ่ นำไปสูค่ วามสำเร็จของระบบการทำงานและ
กระตนุ้ ความตอ้ งการสนิ ค้าและบรกิ าร ใหม้ ียอดจำหนา่ ยสูงข้ึน
สมรรถนะประจำหน่วย
เขียนโฆษณาประชาสัมพนั ธใ์ นงานอาชพี ตามหลักการ
จุดประสงค์การเรยี นรู้
หลังจากเรียนเรอื่ ง การเขยี นโฆษณาประชาสัมพนั ธ์
๑. บอกความหมายของการเขียนโฆษณาประชาสมั พันธ์ได้
๒. บอกประโยชน์ของการเขยี นโฆษณาประชาสัมพันธไ์ ด้
๓. อธิบายหลกั การเขียนโฆษณาประชาสัมพนั ธไ์ ด้
คุณลักษณะท่ีพึงประสงค์
๑. นกั เรยี นสนใจใฝร่ ู้
๒. มีความเชื่อมั่นในตนเอง
๓. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
๓๘
กระบวนการจัดการเรียนรู้ ครง้ั ที่ ๑๗ (สัปดาห์ท่ี ๑๗/๓๖)
๑. ก่อนการจดั การเรยี นรู้
๑.๗ ครตู รวจสอบรายชอ่ื นกั เรียนและขานชอ่ื นักเรยี น
๑.๘ สนทนาซักถาม ความรู้เดิมที่นักเรียนมีและความเข้าใจในเรื่องการทำโฆษณา
ประชาสัมพันธ์
๑.๙ ครแู จ้งจดุ ประสงค์ประจำหน่วยที่ ๑๐ ให้นักเรียนทราบ และทำแบบทดสอบก่อนเรยี น
๑๐ นาที
๒. ขัน้ ตอนการจดั การเรียนรู้
๒.๑๑ ครูบรรยายความหมาย ประเภท องค์ประกอบของการเขียนโฆษณา โดยใช้ Power
Point และหนังสอื เรียนวชิ าภาษาไทยเพื่ออาชีพ ในการสอน ซกั ถามตามหวั ข้อเร่ือง
๒.๑๒ ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปสาระสำคัญของเน้ือหา และอภิปรายแลกเปล่ยี น
๒.๑๓ ให้นกั เรียนออกแบบ เขยี นโฆษณาผลติ ภณั ฑ์ในชมุ ชน
๓. การสรปุ
๓.๑ ครูและนักเรยี นร่วมกนั สรุปผลการเรยี นรู้
๓.๒ ครใู ห้นักเรยี นแบ่งกลุม่ ฝกึ ออกแบบ เขยี นโฆษณาผลติ ภณั ฑใ์ นชุมชน
๓.๓ ครูคอยสังเกตลำดับขั้นตอนการทำงานและให้คำแนะนำเมื่อพบนักเรียนปฏิบัติไม่
ถูกต้อง
๓.๔ ครใู หน้ ักเรียนที่ปฏบิ ัตงิ านเสร็จแลว้ สง่ ตรวจ เพือ่ ขอคำแนะนำและประเมินผล
๓๙
กระบวนการจัดการเรียนรู้ ครัง้ ที่ ๑๗ (สปั ดาห์ที่ ๑๗/๓๖)
๑. ก่อนการจดั การเรียนรู้
๑.๑๐ ครตู รวจสอบรายช่อื นกั เรยี นและขานชือ่ นักเรยี น
๑.๑๑ สนทนาซักถาม ความรู้เดิมที่นักเรียนมีและความเข้าใจในเรื่องการทำโฆษณา
ประชาสมั พันธ์
๒. ขั้นตอนการจดั การเรยี นรู้
๒.๑๔ ครูบรรยายความหมาย ประเภท องคป์ ระกอบของการเขยี นประชาสมั พันธ์ โดยใช้
Power Point และหนังสือเรียนวชิ าภาษาไทยเพ่ืออาชีพ ในการสอน ซักถามตามหัวข้อ
เร่อื ง
๒.๑๕ ครูและนกั เรียนรว่ มกนั สรุปสาระสำคัญของเน้ือหา และอภิปรายแลกเปลย่ี น
๒.๑๖ ให้นกั เรียนเขียนประชาสัมพนั ธช์ ุมชนของฉัน
๓. การสรุป
๓.๑ ครแู ละนักเรียนร่วมกนั สรุปผลการเรยี นรู้
๓.๒ ครูใหน้ ักเรียนแบ่งกล่มุ ฝึกออกแบบ เขยี นประชาสัมพันธช์ มุ ชนของฉัน
๓.๓ ครูคอยสังเกตลำดับขั้นตอนการทำงานและให้คำแนะนำเมื่อพบนักเรียนปฏิบัติไม่
ถกู ต้อง
๓.๔ ครูให้นักเรยี นท่ีปฏบิ ตั ิงานเสร็จแลว้ สง่ ตรวจ เพื่อขอคำแนะนำและประเมนิ ผล
๓.๕ ทำแบบทดสอบหลังเรยี น
๔๐
การวดั ผลและประเมินผล การวัดผล การประเมินผล
(ใช้เครอ่ื งมอื ) (นำผลเทยี บกับเกณฑแ์ ละแปล
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ประจำหนว่ ย ความหมาย)
(ไวเ้ ปรยี บเทยี บกับคะแนนสอบ
๑. บอกความหมายของการเขียน ๑. แบบทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) หลงั เรียน)
โฆษณาประชาสมั พนั ธไ์ ด้ หน่วยที่ ๑๐ เกณฑผ์ า่ น ๕๐%
๒. บอกประโยชนข์ องการเขยี น ๒. แบบสงั เกตการทำงานกลุ่มและการ
โฆษณาประชาสัมพันธไ์ ด้ นำเสนอผลงานกลมุ่ เกณฑ์ผา่ น ๕๐%
๓. อธบิ ายหลักของการเขียน ๓. ใบกจิ กรรม และแบบฝึกหัดหน่วยท่ี
โฆษณาประชาสมั พนั ธไ์ ด้ ๑๐ เกณฑ์ผา่ น ๕๐%
๔. แบบทดสอบหลังเรียน (Post-test)
หน่วยท่ี ๑๐ เกณฑ์ผา่ น ๕๐%
๕. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม
ตามสภาพจริง
ผลงาน/ช้นิ งาน/ความสำเร็จของผ้เู รียน
๑. ผลการนำเสนองานกจิ กรรมที่ ๑๐
๒. ผลการทำกจิ กรรม และแบบฝกึ หดั หนว่ ยที่ ๑๐
๓. คะแนนแบบทดสอบหลังเรียน (Post-test) หนว่ ยที่ ๑๐
๔๑
สอื่ การเรยี นรู้/แหลง่ การเรียนรู้
สอื่ ส่งิ พิมพ์
๖๔.หนงั สือเรียนวชิ าภาษาไทยเพ่ืออาชีพ รหัสวิชา ๒๐๐๐๐–๑๑๐๒
๖๕.เว็บไซต์และสื่อสงิ่ พิมพ์ทเี่ ก่ียวข้องกบั เนื้อหาบทเรียน
๖๖.แบบทดสอบกอ่ นเรียน-หลังเรียน
๖๗.ใบเน้ือหาหน่วยท่ี ๑๐
๖๘.แบบฝึกหัดหนว่ ยที่ ๑๐
๖๙.ใบงาน เรื่องการใช้ภาษาไทยในงานอาชีพ
๗๐.แบบประเมินผลการปฏิบตั งิ าน
ส่อื โสตทศั น์
๑๙. เครื่องขยายเสยี ง ไมโครโฟน ลำโพง
๒๐. สือ่ คอมพวิ เตอรน์ ำเสนอโดยโปรแกรม power point
แหล่งการเรียนรู้
แหลง่ เรยี นรใู้ นสถานศกึ ษา
๑. ห้องสมุด
๒. ศูนยว์ ทิ ยบริการ
๓. หอ้ งปฏบิ ตั ิการคอมพิวเตอร์โดยศึกษาข้อมลู ทางอนิ เทอรเ์ นต็
แหลง่ เรียนรนู้ อกสถานศกึ ษา
๑. ศูนยห์ นังสอื
๒. อินเทอร์เน็ต
๓. หอ้ งสมุดประชาชน
๔. ผ้ปู ระกอบการ
๔๒
เอกสารประกอบการจดั การเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ)
๑. ใบความรูเ้ รอ่ื งการเขยี นแผนโครงงานและแผนธุรกจิ
๒. ใบสง่ั งาน เรื่องการเขยี นแผนโครงงานและแผนธรุ กจิ
การบรู ณาการ/ความสมั พนั ธ์กบั วชิ าอื่น
๑. ภาษาไทยเพื่อธรุ กิจ
การประเมนิ ผล
ก่อนเรยี น
๑. สังเกตการเข้าชนั้ เรยี น
๒. สงั เกตจากความพร้อมก่อนเรียน
๓. สงั เกตผลการทดสอบก่อนเรยี น
ขณะเรยี น
๑. สงั เกตความสนใจ
๒. สังเกตการตอบคำถามของนกั เรียน
๓. สงั เกตจากการปฏิบตั งิ าน
๔. สงั เกตจากการสรปุ ผลการปฏบิ ัติงาน
หลงั เรียน
๑. สงั เกตจากการทำการบ้านนอกเวลาเรยี น
๒. สังเกตจากผลการทดสอบหลังเรยี น
๔๓
ความคดิ เห็นของหวั หน้าแผนกวชิ าสามญั สัมพันธ์
……………………………………………………………………………………………………………..........................................
……………………………………………………………………………………………………………..........................................
(นางกิง่ กมล สงั ขท์ อง)
หัวหน้าแผนกวิชาสามญั สัมพนั ธ์
ความคดิ เหน็ ของหวั หนา้ งานหลกั สตู รการเรยี นการสอน
……………………………………………………………………………………………………………..........................................
……………………………………………………………………………………………………………..........................................
(นายมังกร ปินะกาพงั )
หวั หนา้ งานหลกั สูตรการเรียนการสอน
ความคดิ เหน็ ของรองผ้อู ำนวยการฝ่ายวิชาการ
……………………………………………………………………………………………………………..........................................
……………………………………………………………………………………………………………..........................................
(นายถาวร ยาวะโนภาส)
รองผูอ้ ำนวยการฝ่ายวชิ าการ
๔๔
บนั ทกึ หลงั การสอน
๑. ผลการใชแ้ ผนการจัดการเรยี นรู้
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
......................................................................................................................... .......................................
๒. ผลการเรยี นของนกั เรยี น นกั ศกึ ษา
............................................................................................................................. ...................................
.............................................................................................................................. ..................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................... .................................
............................................................................................................................. ...................................
๓. แนวทางการพฒั นาคุณภาพการเรียนรู้
...................................................................................................................................... ..........................
......................................................................................................... .......................................................
............................................................................................................................. ...................................
(นางสาววีณา ขันเงิน)
ครผู ู้สอน