The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by amai_007, 2022-03-19 02:20:56

รวมเล่ม

รวมเล่ม

๑๔๑

๑๔๒

แบบฝกึ หดั หนว่ ยที่ ๔

คำสงั่ ใหน้ ักเรยี นตอบคำถามตอ่ ไปนใ้ี หถ้ ูกต้อง

๑. ความสาคญั ของการพดู คืออะไร
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
๒. วตั ถปุ ระสงคข์ องการพดู มอี ะไรบา้ ง (อยา่ งนอ้ ย ๕ ขอ้ )
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
๓. ความหมายและความสาคญั ของการพดู นาเสนอคืออะไร
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
๔. การพดู นาเสนอมปี ระโยชนอ์ ยา่ งไรบา้ ง
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
๕. แผนภมู กิ ระบวนการการนาเสนอสามารถเขียนไดอ้ ย่างไร
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................

(ใช้เวลา ๑๐ นาที)

๑๔๓

ข้ันตอนการปฏิบัติงาน ลําดบั ขนั้ ตอนการปฏิบัติงาน หมายเหตุ/ขอควรระวงั

คาํ อธิบายข้ันตอนการปฏบิ ัติงาน เครือ่ งมอื /อุปกรณ์

๑. เตรยี มเนอ้ื หา ใหน้ กั เรียนทำแบบทดสอบก่อน - หนังสือเรียน
การเรยี นรู้ หนงั สอื เรียน - ปากกา
เรยี น
- ใบสั่งงาน
๒. ครูใหน้ กั เรียนศกึ ษา ให้นักเรยี นศึกษาหน่วยการเรียน
เนอ้ื หาการเรียนรู้ใน บอกความหมาย และความสำคญั
นำเสนอผลงานและการพูดสาธิต
หนงั สือเรยี น
ขน้ั ตอนการปฏบิ ตั ิงานได้

๓. ครูบรรยายเนื้อหา นกั เรยี นฟังครูบรรยายและจด - หนังสือเรียน
ประกอบ power บันทกึ - ปากกา
point

๔. ซักถามและ ให้นกั เรียนตอบคำถามทำ - ใบแบบทดสอบ
อภิปรายสรปุ แบบทดสอบหลงั เรียน
เก่ยี วกับเนื้อหาที่
เรียน

๑๔๔

แบบประเมินผลปฏบิ ตั งิ าน

ช่ือ.......……………………………………………………………………นามสกลุ ………………………………………….………....……….…………………

แผนก……………………………………………………………....………………. วัน/เดือน/ป…………………………………………………..……………

จดุ ที่ประเมินผล ผล หมายเหตุ
ผา่ น ไม่ผา่ น

๑. ลําดับข้ันตอนการปฏบิ ัตงิ าน
๑.๑ ทำแบบทดสอบกอ่ นเรียนได้
๑.๒ ต้งั ใจฟงั ครบู รรยายและจดบันทกึ
๑.๓ ศกึ ษาหน่วยการเรียน บอกความหมาย และ ความสำคญั

นำเสนอผลงานและการพูดสาธิต ขนั้ ตอนการปฏิบตั งิ านไดถ้ ูกตอ้ ง

๑.๔ ตอบคำถามทำแบบทดสอบหลังเรียนได้

จุดท่ปี ระเมนิ ผล ผลการประเมนิ
ดีมาก ดี พอใช้ น้อย แกไ้ ข
๑. คณุ ภาพของผลงาน
๒.๑ ความถูกต้องของการใช้ภาษาไทยในงานอาชพี

๓. เจตคติ ในการทาํ งาน
๓.๑ ความรับผิดชอบ
๓.๒ ความสะอาด
๓.๓ ความเป็นระเบียบเรยี บรอ้ ย

เรม่ิ ปฏบิ ัติงานเวลา.................น. เสรจ็ เวลา.................น. รวมเวลาปฏบิ ัติงาน.................ชวั่ โมง................นาที
สรุปผลการประเมนิ

ผาน
ไมผาน เน่อื งจาก.....................................................................
ขอเสนอแนะ
.....................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................

ผปู ระเมนิ .....................................................

๑๔๕

แบบทดสอบ
หนว่ ยที่ ๔ การพูดนำเสนอผลงานและการพูดสาธติ

คําชแ้ี จง ๑. แบบทดสอบฉบับนเ้ี ปนแบบปรนัยชนดิ เลือกตอบ ๔ ตัวเลือก จาํ นวน ๑๐ ขอ
๒. ใหเลือกคําตอบท่ถี ูกตองทีส่ ุดเพยี งขอเดยี ว แลวทาํ เครอ่ื งหมายกากบาท (×) ลงใน

กระดาษคําตอบ
๓. เวลาทใี่ ชในการทาํ แบบทดสอบ ๑๐ นาที

๑. ขอ้ ใดมใิ ช่ความสำคญั ของการพดู นำเสนอ

ก. เป็นการทำงานแบบทำลายคูแ่ ขง่ ได้ ค. เปน็ การแสวงหาลกู คา้

ข. เปน็ การสรา้ งรายได้ ง. ลดการอธิบายงานประจำ

๒. การพูดนำเสนอมคี วามสำคญั ทสี่ ดุ ในดา้ นใด

ก. ช่วยให้เขา้ ในผู้อืน่

ข. ช่วยให้เปน็ คนเกง่

ค. ชว่ ยในการส่อื สารท่นี ำไปสคู่ วามสำเรจ็

ง. ช่วยให้พูดได้เหมาะสม

๓. การสนทนาทส่ี ร้างบรรยากาศทด่ี ีต้องคำนึงถงึ สง่ิ ใด

ก. การแสดงท่าทางขณะพดู

ข. การสบสายตาตอ่ ผ้ฟู งั

ค. เป็นผ้มู ีมารยาท

ง. มีการใช้ภาษาดี

๔. การพดู ในขอ้ ใดทำใหเ้ สยี มิตรภาพมากที่สดุ

ก. พูดมาก

ข. พดู เทจ็

ค. พดู เพอ้ เจ้อ

ง. พดู หยาบคาย

๕. ขอ้ ใดเป็นประโยชนข์ องการพูดสาธิต

ก. เพ่อื เลือกเนื้อหาไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง

ข. เพือ่ เพ่ือใช้ภาษาได้ถกู ตอ้ ง

ค. เพ่ือเลือกวิธีพูดไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

ง. เพื่อเลือกอปุ กรณ์ประกอบการพดู ได้ถูกต้องเหมาะสม

๑๔๖

๖. สงิ่ ใดไม่ควรทำก่อนการสาธิต
ก. ทดลองปฏิบัตกิ ่อนสาธิต
ข. ตรวจสอบอุปกรณท์ ี่ใชใ้ นการสาธิต
ค. ใชภ้ าษาบรรยายแต่ละข้ันตอน
ง. จดั ทำเอกสารประกอบคำบรรยาย

๗. ขอ้ ใดผู้ฟังควรมสี ่วนร่วมในการสาธติ
ก. สงั เกตการณป์ ฏบิ ตั ิ
ข. จัดใหม้ กี ารฝึกปฏบิ ัติ
ค. สาธิตได้ถูกต้อง
ง. บอกวัตถุประสงค์ของการสาธิต

๘. ในการสาธติ ไม่ควรคำนึงถึงข้อใด
ก. มคี วามร้เู รอื่ งที่พูด
ข. สาธิตได้อย่างมีชีวิตชีวา
ค. ควรเนน้ จดุ สำคญั ของเรื่อง
ง. ตอ้ งมีความรู้เก่ยี วกับตัวผู้ฟงั

๙. ข้อใดเป็นกระบวนการนำเสนอ
ก. ผู้ส่งสาร + ขา่ วสาร + ช่องทาง + ผรู้ ับสาร = ปฏกิ ริ ิยาตอบกลับ
ข. ผสู้ ่งสาร + ชอ่ งทาง + ผรู้ บั สาร = ปฏิกริ ิยาตอบกลับ
ค. ผสู้ ง่ สาร + ช่องทาง + ข่าวสาร+ ผรู้ ับสาร = ปฏกิ ริ ิยาตอบกลบั
ง. ผู้สง่ สาร + ผรู้ บั สาร = ปฏกิ ริ ยิ าตอบกลับ

๑๐. การพูดส่ือสารกจิ ธุระ ไมค่ วรใช้ภาษาลักษณะใด
ก. คำที่มีความหมายชัดเจน
ข. ใช้คำสงั่ เชิงบงั คบั เพือ่ ให้งานบรรลุตามวัตถุประสงค์
ค. ประทไ่ี ม่ซับซ้อน
ง. ภาษาเรียบง่าย เหมาะสมกับผูร้ ับสาร

๑๔๗

เฉลย แบบฝกึ หดั หนว่ ยที่ ๔

คำสงั่ จงตอบคำถามต่อไปน้ีใหถ้ ูกตอ้ ง

๑. ความสำคัญของการพูดคืออะไร
ตอบ การพูดเป็นส่ิงสำคัญในการดำรงชีวิตสำหรับมนุษย์ทกุ ยคุ ทุกสมยั และถือเป็นศาสตรอ์ ย่างหนึ่ง เปน็ สงิ่ ที่สามารถศึกษาหาความร้ไู ด้

การพูดยงั เปน็ ศิลปะ กลา่ วคือนำไปประยุกตใ์ ช้ได้

๒. วัตถปุ ระสงคข์ องการพูดมีอะไรบ้าง (อย่างนอ้ ย ๕ ข้อ)
ตอบ ๑. เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ในเร่ือง ขอ้ มลู ความร้เู ฉพาะเร่อื งนั้น ๆ อย่างดี

๒. เป็นการวางแผนและจัดระเบยี บในการสอ่ื สาร
๓. เปน็ การนำเทคโนโลยสี มัยใหมม่ าใช้ในการสื่อสาร เพอื่ ให้เกิดความเข้าใจมากขนึ้
๔. เปน็ การนำเนอ้ื หาทตี่ ้องการนำเสนอ มาจดั เป็นหมวดหมู่ ดัดแปลงใหเ้ หมาะสมกบั วัสดุ อปุ กรณ์ เครือ่ งมอื ท่ีใช้ในการนำเสนอ
๕. เพ่อื ใหเ้ ข้าใจในวิธปี ฏบิ ตั ิ
๓. ความหมายและความสำคญั ของการพูดนำเสนอคอื อะไร
ตอบ ๑. ประหยดั เวลา หากการประชมุ สมั มนา เสนองาน ใชเ้ วลาคน้ คว้า วจิ ัยเปน็ เวลานาน เทคนิค
การนำเสนอสามารถใชเ้ วลาไม่นาน ในการนำเสนอได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ และก่อใหเ้ กิดประโยชน์อยา่ งแทจ้ ริง
๒.ป ร ะ ห ย ั ด ค ่ า ใ ช ้ จ ่ า ย ใ น ก า ร ร ว บ ร ว ม ต ั ว เ ล ข ส ถ ิ ต ิ ต ่ า ง ๆ ม ี ค ่ า ใ ช ้ จ ่ า ย ส ู ง เ ม ื ่ อ ม ี ก า ร น ำ เ ท ค นิ ค
การนำเสนอมาดำเนนิ การอย่างถกู ต้อง แม่นยำ ผูน้ ำเสนอและผ้รู บั ฟงั เขา้ ใจตรงกนั ยอ่ มประหยัดค่าใช้จา่ ย และทำใหก้ ารนำเสนอมปี ระสทิ ธภิ าพ
๓.ท ำ ใ ห ้ เ ก ิ ด ป ร ะ โ ย ช น ์ แ ล ะ ผ ล ก ำ ไ ร ส ู ง ข ึ ้ น ท ำ ใ ห ้ เ ก ิ ด ป ร ะ โ ย ช น ์ ด ้ า น ก า ร พ ั ฒ น า ค น ฝ ึ ก ก า ร เ ร ี ย น รู้
ความคดิ เห็นของผอู้ ื่น การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ฝกึ การสอื่ สาร ชกั จงู ใจ
๔.สร้างเครื่องมือของนักบริหารและนักการตลาด เพื่อประโยชน์ในการมอบหมายงาน ทำให้เห็นวัตถุประสงค์และเป้าหมายของกิจการ
สามารถทำงานไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
๔. การพูดนำเสนอมีประโยชน์อยา่ งไรบา้ ง
ตอบ ๑. ประหยัดเวลาใชง้ าน ใช้เวลาในการนำเสนอไม่นาน แต่สร้างความเข้าใจไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
๒. สามารถสร้าง พฒั นาคนให้มีความรู้ รับฟงั ความคดิ เห็นของผอู้ ื่น
๓. มวี ิธีนำวัสดุ อุปกรณ์ ส่ือโสตทศั น์ เสนอใหเ้ ห็นและเขา้ ใจมากขน้ึ
๔. ผูฟ้ งั มีโอกาสได้รบั ความรู้ละเอยี ดข้นึ
๕. แผนภมู ิกระบวนการการนำเสนอสามารถเขยี นไดอ้ ยา่ งไร
ตอบ

ผสู้ ่งสาร ขา่ วสาร ความรูส้ กึ สือ่ หรอื ช่องทาง ผรู้ บั สาร

ปฏกิ ริ ยิ าตอบกลบั

๑๔๘

เฉลย แบบทดสอบหนว่ ยที่ ๔

ข้อ เฉลย
๑ก
๒ค
๓ก
๔ข
๕ง
๖ค
๗ข
๘ง
๙ก
๑๐ ข

๑๔๙

แผนการจดั การเรียนรู้มงุ่ เนน้ สมรรถนะ หน่วยที่ ๕
ชอ่ื วชิ า : ภาษาไทยเพอ่ื อาชพี สอนครง้ั ที่ ๘-๙/๑๘
รหัสวชิ า : ๒๐๐๐๐-๑๑๐๒
ชอื่ หนว่ ย การสมั ภาษณง์ าน ช่ัวโมงรวม ๓๖ ชว่ั โมง

ชอื่ ผ้สู อน นางสาววีณา ขันเงนิ จำนวน ๔ ชั่วโมง

ระหว่างเวลาตามตารางสอนของภาคเรยี น

เน้อื หาสาระการเรียนรู้

๑. ความหมายของการสมั ภาษณ์งาน
๒. จุดมุ่งหมายของการสมั ภาษณ์งาน
๓. หลักการการสัมภาษณง์ าน
๔. ประโยชนข์ องการสมั ภาษณ์งาน
๕. แนวคำถามและคำตอบในการสัมภาษณง์ าน

สาระสำคญั

การสัมภาษณง์ านเป็นรูปแบบของการสนทนาระหว่างบคุ คลสองฝา่ ย เพอ่ื ส่ือความหมาย สนองความต้องการข
แงผู้สมั ภาษณด์ ้านความรู้ ความสามารถ ของผใู้ นสมั ภาษณ์ ซึ่งตอ้ งเตรียมตวั มาอยา่ งดีให้พร้อมอยา่ งย่ิง เพ่ือการสอบ
สัมภาษณ์ จะเน้นหนักในเร่ืองความสารมารถในการทำงานทแี่ สดงออกเปน็ รปู ธรรม

สมรรถนะประจำหนว่ ย

สมั ภาษณง์ านในงานอาชีพตามหลักการ

จดุ ประสงค์การเรียนรู้

หลงั จากเรยี นเร่อื ง การสัมภาษณ์งาน
๑. บอกความหมายของการสมั ภาษณไ์ ด้
๒. บอกความสำคญั ของการสัมภาษณ์ได้
๓. เขียนหลกั การการสัมภาษณ์งานได้
๔. แสดงบทบาทสมมตกิ ารถามตอบการสัมภาษณง์ านได้

คุณลักษณะทพ่ี ึงประสงค์
๑. นักเรียนสนใจใฝ่รู้
๒. มคี วามเชือ่ มั่นในตนเอง
๓. มคี วามคดิ ริเริม่ สรา้ งสรรค์
๔. การพึง่ ตนเอง
๕. การอดกล้นั

๑๕๐

กระบวนการจดั การเรียนรู้ คร้ังท่ี ๘ (สัปดาหท์ ่ี ๖/๓๖)

๑. ก่อนการจัดการเรยี นรู้

๑.๑ ครูตรวจสอบรายชอ่ื นกั เรยี นและขานชอ่ื นกั เรยี น
๑.๒ สนทนาซกั ถาม เรอื่ งการสัมภาษณ์งานทน่ี ักเรียนจะได้นำไปใช้ในการสอบสัมภาษณ์กรณีใดได้บ้าง
๑.๓ ครแู จง้ จดุ ประสงคป์ ระจำหนว่ ยท่ี ๕ ให้นกั เรยี นทราบ และทำแบบทดสอบก่อนเรียน ๑๐ นาที
๒. ขน้ั ตอนการจดั การเรียนรู้
๒.๑ ครอู ธบิ ายความหมายของการสัมภาษณ์ โดยใช้ Power Point และหนังสอื

เรียนวิชาภาษาไทยเพื่ออาชพี ในการสอน ซกั ถามตามหวั ข้อเรื่อง
๒.๒ ครอู ธิบายความสำคญั ของการสัมภาษณ์โดยใช้ Power Point และหนังสอื เรียนวิชาภาษาไทยเพอ่ื อาชพี

ในการสอน ซักถามตามหวั ข้อเร่อื ง
๒.๓ ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั สรุปสาระสำคญั ของเนื้อหา และเขยี นหลักการการสัมภาษณ์งาน
๒.๔ ใหน้ กั เรยี นทำใบงาน จบั คู่ แสดงบทบทสมมุตใิ นสัปดาห์ถัดไป
๓. การสรุป
๓.๑ ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรปุ ผลการเรียนรู้
๓.๒ ครูให้นกั เรียนปฏบิ ตั ิตามใบมอบงานประจำหนว่ ยการเรียนรู้
๓.๓ ครคู อยสงั เกตลำดับข้นั ตอนการทำงานและใหค้ ำแนะนำเม่ือพบนกั เรียนปฏิบตั ไิ ม่ถูกตอ้ ง
๓.๔ ครูให้นกั เรยี นทีป่ ฏบิ ตั งิ านเสรจ็ แลว้ สง่ ตรวจ เพ่อื ขอคำแนะนำและประเมนิ ผล
๓.๕ ทำแบบทดสอบหลงั เรยี น

๑๕๑

กระบวนการจดั การเรยี นรู้ ครงั้ ที่ ๗ (สัปดาห์ที่ ๗/๓๖)

๑. ก่อนการจดั การเรยี นรู้
๑.๑ ครตู รวจสอบรายชอื่ นกั เรยี นและขานชือ่ นักเรยี น
๑.๒ สนทนาซกั ถาม ทบทวนบทเรยี นในสัปดาห์กอ่ นหนา้ นดั หมายการนำเสนอบทบาทสมมตุ ิ

๒. ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้
๒.๑ ให้นกั เรยี นนำเสนอบทบทสมมตุ กิ ารสมั ภาษณ์งาน และให้คำแนะนำเพิ่มเติม
๒.๒ ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันสรปุ สาระสำคัญของเน้ือหา และอภิปรายแลกเปลย่ี น
๒.๓ ใหน้ ักศึกษาทำแบบทดสอบหลังเรยี น

๓. การสรปุ
๓.๑ ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรุปผลการเรียนรู้
๓.๒ ครูให้นักเรียนปฏิบัตติ ามใบมอบงานประจำหน่วยการเรียนรู้
๓.๓ ครูคอยสังเกตลำดบั ขั้นตอนการทำงานและให้คำแนะนำเม่ือพบนักเรยี นปฏิบัติไม่ถูกต้อง
๓.๔ ครใู หน้ ักเรียนท่ีปฏิบัตงิ านเสรจ็ แลว้ สง่ ตรวจ เพอื่ ขอคำแนะนำและประเมนิ ผล
๓.๕ ทำแบบทดสอบหลงั เรยี น

การวัดผลและประเมนิ ผล ๑๕๒ การประเมนิ ผล
(นำผลเทยี บกบั เกณฑแ์ ละแปล
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ การวัดผล
ประจําหน่วย (ใชเ้ ครอ่ื งมอื ) ความหมาย)
(ไวเ้ ปรยี บเทียบกบั คะแนนสอบ
๑. บอกความหมายของการ ๑. แบบทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) หลังเรยี น)
สัมภาษณ์ได้ หนว่ ยท่ี ๕ เกณฑ์ผ่าน ๕๐%
๒. บอกความสำคัญของการ ๒. แบบสังเกตการทำงานกลุ่มและการ
สัมภาษณ์ได้ นำเสนอผลงานกลุ่ม เกณฑผ์ า่ น ๕๐%
๓. เขยี นหลกั การการสมั ภาษณ์งาน ๓. ใบกิจกรรม และแบบฝึกหัดหน่วยท่ี
ได้ ๕ เกณฑผ์ ่าน ๕๐%
๔. แสดงบทบาทสมมุติการถาม ๔. แบบทดสอบหลังเรียน (Post-test)
ตอบการสมั ภาษณง์ านได้ หน่วยที่ ๕ เกณฑผ์ ่าน ๕๐%
๕. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม
ตามสภาพจรงิ

ผลงาน/ช้ินงาน/ความสำเรจ็ ของผเู้ รียน
๑. ผลการนำเสนองานกิจกรรมท่ี ๕
๒. ผลการทำกจิ กรรม และแบบฝึกหดั หนว่ ยท่ี ๕
๓. คะแนนแบบทดสอบหลงั เรียน (Post-test) หนว่ ยที่ ๕

๑๕๓

สอื่ การเรียนรู้/แหลง่ การเรยี นรู้

สื่อส่ิงพิมพ์
๒๙.หนงั สือเรยี นวิชาภาษาไทยเพื่ออาชีพ รหสั วชิ า ๒๐๐๐๐–๑๑๐๒
๓๐.เวบ็ ไซตแ์ ละสื่อส่ิงพิมพ์ที่เก่ียวข้องกบั เน้อื หาบทเรยี น
๓๑.แบบทดสอบก่อนเรยี น-หลังเรยี น
๓๒.ใบเนอื้ หาหนว่ ยท่ี ๕
๓๓.แบบฝึกหดั หนว่ ยท่ี ๕
๓๔.ใบงาน เรื่องการใช้ภาษาไทยในงานอาชพี
๓๕.แบบประเมนิ ผลการปฏบิ ตั งิ าน

สอ่ื โสตทัศน์
๙. เครือ่ งขยายเสียง ไมโครโฟน ลำโพง
๑๐. สือ่ คอมพิวเตอร์นำเสนอโดยโปรแกรม power point

แหล่งการเรยี นรู้

แหล่งเรียนรใู้ นสถานศกึ ษา
๑. หอ้ งสมุด
๒. ศูนยว์ ิทยบริการ
๓. หอ้ งปฏิบัตกิ ารคอมพวิ เตอรโ์ ดยศกึ ษาข้อมูลทางอนิ เทอรเ์ น็ต

แหลง่ เรยี นรนู้ อกสถานศกึ ษา
๑. ศนู ยห์ นังสือ
๒. อนิ เทอร์เน็ต
๓. ห้องสมุดประชาชน
๔. ผู้ประกอบการ

เอกสารประกอบการจดั การเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ)

๑. ใบความรูเ้ ร่อื งการสมั ภาษณ์งาน
๒. ใบสงั่ งาน เร่ืองการสัมภาษณ์งาน

การบูรณาการ/ความสมั พนั ธ์กบั วชิ าอืน่

๑. ภาษาไทยเพื่อธรุ กจิ

๑๕๔

การประเมินผล

กอ่ นเรยี น
๑. สงั เกตการเข้าชัน้ เรยี น
๒. สังเกตจากความพร้อมกอ่ นเรียน
๓. สังเกตผลการทดสอบก่อนเรียน

ขณะเรียน
๑. สังเกตความสนใจ
๒. สงั เกตการตอบคำถามของนักเรยี น
๓. สังเกตจากการปฏิบตั งิ าน
๔. สังเกตจากการสรปุ ผลการปฏิบตั ิงาน

หลงั เรียน
๑. สงั เกตจากการทำการบ้านนอกเวลาเรียน
๒. สงั เกตจากผลการทดสอบหลงั เรยี น

๑๕๕

ความคิดเห็นของหวั หนา้ แผนกวชิ าสามญั สัมพันธ์
…………………………………………………………………………………………………………….............................................
…………………………………………………………………………………………………………….............................................

(นางกิ่งกมล สังขท์ อง)
หวั หน้าแผนกวชิ าสามญั สัมพันธ์
ความคิดเหน็ ของหัวหนา้ งานหลกั สูตรการเรียนการสอน
……………………………………………………………………………………………………………..............................................
…………………………………………………………………………………………………………….............................................

(นายมังกร ปินะกาพัง)
หัวหนา้ งานหลกั สูตรการเรียนการสอน
ความคิดเหน็ ของรองผ้อู ำนวยการฝ่ายวชิ าการ
…………………………………………………………………………………………………………….............................................
……………………………………………………………………………………………………………............................................

(นายถาวร ยาวะโนภาส)
รองผู้อำนวยการฝ่ายวชิ าการ

๑๕๖

บนั ทึกหลงั การสอน

๑. ผลการใชแ้ ผนการจดั การเรยี นรู้
............................................................................................................................. ............................................................
...............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. ............................................................
.............................................................................................................................................. .................................
......................................................................................................................... ..........................................................

๒. ผลการเรยี นของนักเรยี น นกั ศึกษา
............................................................................................................................. ............................................................
............................................................................................................................. ..................................................
........................................................ ............................................................................................. ...............................
............................................................................................................................. ............................................................
...............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ......................................................

๓. แนวทางการพัฒนาคณุ ภาพการเรยี นรู้
............................................................................................................................. ............................................................
.................................................................................................................................. .............................................
....................................................................................................................................................................................

(นางสาววีณา ขนั เงนิ )
ครูผู้สอน

๑๕๗

น้ือหาสาระการเรยี นรู้
การสัมภาษณ์งานมชี นดิ รูปแบบ และกรรมวิธหี ลายอย่างด้วยกัน ซ่งึ ผู้สมัครจำเปน็ ตอ้ งทราบก่อนเขา้ ทำการสมั ภาษณ์วา่ เป็น

การสมั ภาษณช์ นดิ ไหน เพอ่ื ว่าจะไดเ้ ตรยี มตวั ลว่ งหนา้ ได้อย่างถูกต้องในทางปฏิบตั ิ สำหรับชนิดและกรรมวธิ ีของการสัมภาษณง์ านทใี่ หไ้ ว้
ข้างลา่ ง ตา่ งเป็นกรรมวิธที ่ีนยิ มใชก้ ันทัว่ ไป ในการสมั ภาษณง์ านยุคปัจจุบัน ดังน้ันผู้สมัครจำเปน็ ต้องทำความเขา้ ใจกับชนิดและกรรมวิธี
เหล่านี้เสียก่อน

(1) การสมั ภาษณ์งานแบบบุคคลต่อบุคคล (Individual Interview)
การสัมภาษณ์งานแบบบคุ คลต่อบุคคลเปน็ ชนดิ ท่ีใชก้ ันทั่วไปสำหรับหน่วยงานหรอื บริษัทที่ต้องการ
คัดเลอื กพนกั งานในระดับท่วั ๆ ไป ซึง่ การสัมภาษณด์ ังกล่าวน้ี "ผ้สู ัมภาษณ์" จะตดิ ต่อนัดหมายให้ "ผูส้ มัคร" ไปทำการสัมภาษณต์ ัวตอ่ ตัว
ในตำแหน่งงานท่ไี ม่คอ่ ยมีความสำคัญนักที่ "ผู้สมั ภาษณ์" สามารถพิจารณาและตดั สนิ ใจได้ด้วยตนเอง
แต่อยา่ งไรกต็ าม หากผูส้ มคั รทราบว่าตนจะตอ้ งถูกสัมภาษณแ์ บบบคุ คลต่อบุคคลแล้ว ท่านก็ จำเป็นจะตอ้ งเตรียมตวั ไวก้ ่อนลว่ งหนา้ ตาม
คำแนะนำทจี่ ะให้ไวใ้ นบทตอ่ ไปเช่นเดยี วกนั เพราะเมอ่ื ใดทที่ า่ นตอ้ งเผชิญหนา้ กบั ผู้ที่มีอำนาจในการตัดสนิ ใจแล้ว เมือ่ น้นั ทา่ นจำเปน็ ต้อง
สร้างความมั่นใจใหก้ ับเขาใหม้ ากท่ีสุด
(2) การสัมภาษณง์ านทางโทรศพั ท์ (Phone Interview)
การสัมภาษณ์งานทางโทรศัพท์นัน้ ส่วนใหญจ่ ะเป็นการสอบถามธรรมดา เพ่อื ตอ้ งการทราบว่าผสู้ มัครมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่
กำหนดไวห้ รอื ไม่ ท้งั นี้ เพ่อื จะได้ทำการคดั เลอื กบุคคลที่มคี ุณสมบัตไิ ม่เพียงพอออกไป การสัมภาษณช์ นดิ นบ้ี างครัง้ ก็เรียก "Screening
Interview" ซ่งึ หมายถงึ การกลัน่ กรองเอาผทู้ ่ีมีคณุ สมบตั ิครบถว้ นตามท่กี ำหนดไว้ นดั ไปสอบสมั ภาษณ์แบบใดแบบหนง่ึ ที่หนว่ ยงานหรอื ที่
บรษิ ัทต่อไป
ขอให้เข้าใจว่าการสัมภาษณ์งานทางโทรศพั ทจ์ ะดูเป็นสง่ิ งา่ ยๆ ที่สามารถกระทำได้ทุกเวลาก็ตาม แต่สำหรบั ผู้สมัครงานแล้วถือว่า
เป็นขั้นตอนท่ีสำคญั ท่สี ุดก็ได้ ทง้ั นี้ เพราะหากทา่ นลม้ เหลวใน ข้ันตอนแรกของการสมั ภาษณ์งานนี้แล้ว โอกาสท่ีท่านจะได้งานน้ันก็หมดไป
ทันทีโดยปริยาย
(3) การสมั ภาษณง์ านแบบใช้คณะผู้เชีย่ วชาญ (Panel or Board Interview)
การสัมภาษณง์ านชนิดน้ี "ผู้สัมภาษณ์" จะเปน็ "กลุ่มบุคคล" ท่ีได้รับการแต่งต้ังหรอื ไดร้ ับเลอื กให้ทำหนา้ ที่น้โี ดยเฉพาะ โดยปรกติ
การสัมภาษณช์ นิดที่ใช้ผู้เช่ยี วชาญ มักจะเก่ยี วกับตำแหนง่ หนา้ ที่สำคัญๆ เท่านั้น และเหตผุ ลทต่ี อ้ งใชก้ ลุ่มผ้เู ช่ียวชาญก็เพราะตอ้ งการให้
เป็นการเลือกเฟ้นที่ดแี ละสมบูรณ์ที่สุด ดงั นั้นหากทา่ นทราบวา่ จะตอ้ งรับการสัมภาษณ์ด้วยวธิ ีน้ีแลว้ ก็จำเป็นตอ้ งเตรียมตัวและวางแนว
ทางการตอบคำถามใหด้ ีทส่ี ุดเท่าทส่ี ามารถจะทำได้
อยา่ งไรก็ตาม ผู้สมัครจะต้องเขา้ ใจวา่ การสมั ภาษณ์งานแบบใชก้ ลุ่มคณะผู้เช่ียวชาญน้ี ยงั แบง่ ออกเปน็ แบบยอ่ ยอีกสองแบบด้วยกนั
คอื :

(3.1) การสัมภาษณ์งานแบบอิสระ (Free Interview) การสัมภาษณ์งานชนิดนี้ กลุ่มคณะ ผู้สัมภาษณ์แต่ละคนสามารถ
ถามผู้สมัครได้ตามความต้องการ หรือจะพูดอีกนัยหนึ่งว่า ทางหน่วยงานหรือบริษัทให้อิสระในการตั้งคำถามแก่คณะผู้สัมภาษณ์เต็มที่
ดังนั้น สำหรับทางด้านผู้สมัครแลว้ การสัมภาษณ์ชนดิ นี้นับวา่ ยากกว่าการสัมภาษณ์ชนิดอื่น ๆ มากที่สุด เพราะเป็นการยากมากทีผ่ ูส้ มัค ร
จะคาดหวงั ได้หมดว่าตนเอง

๑๕๘

แบบฝกึ หัดหนว่ ยท่ี ๖

คำส่งั ใหน้ กั เรียนตอบคำถามต่อไปนใี้ หถ้ ูกต้อง

๑. จงบอกวตั ถปุ ระสงคข์ องการสมั ภาษณง์ าน
..............................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
..................
๒. จงบอกประโยชนข์ องการสมั ภาษณง์ าน
..............................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
..................
๓. จงอธิบายหลกั การการสมั ภาษณง์ าน
..............................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
........................
๔. จงอธิบายลักษณะของเนือ้ หาและเร่อื งราวของการสมั ภาษณ์
..............................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
..................
๕. หากนกั เรยี นเขา้ หอ้ งสอบสมั ภาษณ์ จะมีการเตรยี มตวั อยา่ งไร
..............................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
..................

(ใช้เวลา ๑๐ น)

๑๕๙

ลาํ ดับข้นั ตอนการปฏิบตั งิ าน

ข้ันตอนการปฏิบตั ิงาน คําอธบิ ายขน้ั ตอนการปฏิบัตงิ าน เครอ่ื งมอื /อปุ กรณ์ หมายเหตุ/ขอควรระวงั

๑. เตรยี มเนอื้ หา ใหน้ ักเรยี นทำแบบทดสอบก่อน - หนังสือเรียน
การเรยี นรู้ หนงั สอื เรียน - ปากกา
เรียน
- ใบสัง่ งาน
๒. ครูให้นกั เรียนศกึ ษา ให้นักเรยี นศึกษาหน่วยการเรียน
เนื้อหาการเรยี นรู้ใน บอกความหมาย และความสำคญั
การสมั ภาษณง์ านได้
หนังสือเรียน

๓. ครูบรรยายเนื้อหา นกั เรียนฟงั ครูบรรยายและจด - หนังสือเรยี น
ประกอบ power บนั ทกึ - ปากกา
point

๔. ซักถามและ ให้นักเรียนตอบคำถามทำ - ใบแบบทดสอบ
อภปิ รายสรุป แบบทดสอบหลงั เรียน
เก่ียวกบั เนอื้ หาท่ี
เรียน

๑๖๐

แบบประเมนิ ผลปฏิบตั งิ าน

ชื่อ.......……………………………………………………………………นามสกลุ ………………………………………….………....……….…………………

แผนก……………………………………………………………....………………. วนั /เดอื น/ป…………………………………………………..……………

จดุ ทป่ี ระเมนิ ผล ผล หมายเหตุ
ผ่าน ไม่ผา่ น

๑. ลาํ ดบั ขนั้ ตอนการปฏิบตั งิ าน
๑.๑ ทำแบบทดสอบก่อนเรยี นได้
๑.๒ ตั้งใจฟงั ครบู รรยายและจดบนั ทกึ
๑.๓ ศกึ ษาหน่วยการเรยี น บอกความหมาย และ ความสำคญั

การสมั ภาษณ์งานไดถ้ กู ตอ้ ง

๑.๔ ตอบคำถามทำแบบทดสอบหลังเรยี นได้

จดุ ทปี่ ระเมินผล ผลการประเมิน
ดมี าก ดี พอใช้ นอ้ ย แก้ไข
๑. คุณภาพของผลงาน
๒.๑ ความถูกต้องของการใช้ภาษาไทยในงานอาชพี

๓. เจตคติ ในการทํางาน
๓.๑ ความรบั ผดิ ชอบ
๓.๒ ความสะอาด
๓.๓ ความเปน็ ระเบียบเรยี บรอ้ ย

เริม่ ปฏบิ ตั งิ านเวลา.................น. เสรจ็ เวลา.................น. รวมเวลาปฏิบัตงิ าน.................ช่ัวโมง................นาที
สรปุ ผลการประเมิน

ผาน
ไมผาน เนอื่ งจาก.....................................................................
ขอเสนอแนะ
.....................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................

ผปู ระเมิน.....................................................

๑๖๑

แบบทดสอบ
หนว่ ยที่ ๕ การสมั ภาษณ์งาน

คําชแ้ี จง ๑. แบบทดสอบฉบับนี้เปนแบบปรนยั ชนดิ เลือกตอบ ๔ ตัวเลือก จํานวน ๑๐ ขอ
๒. ใหเลือกคําตอบทถ่ี ูกตองที่สดุ เพยี งขอเดียว แลวทําเคร่อื งหมายกากบาท (×) ลงใน
กระดาษคําตอบ
๓. เวลาทใี่ ชในการทําแบบทดสอบ ๑๐ นาที

๑. ข้อใดมใิ ชว่ ัตถุประสงค์ของการเรียนเรื่องการสมั ภาษณ์งาน
ก. เป็นการสร้างความรู้พืน้ ฐาน
ข. เพ่อื ค้นควา้ ความรจู้ ากแหลง่ ข้อมลู
ค.นำความร้ไู ปพฒั นาแนวคำตอบในการสอบสัมภาษณ์
ง. นำความรไู้ ปถามยอ้ นกลบั กรรมการสอบสมั ภาษณ์

๒. ข้อใดเปน็ ลักษณะการสัมภาษณง์ าน
ก. การสมั ภาษณแ์ บบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ
ข. การสัมภาษณผ์ ่านส่ือออนไลน์
ค. การสมั ภาษณ์สื่อหนงั สอื พมิ พ์
ง. การสมั ภาษณ์ผ่านคณะอาจารย์

๓. ผสู้ ัมภาษณ์ตอ้ งการร้อู ะไรจากการสอบสมั ภาษณ์
ก. ประวัติส่วนตวั
ข. ประวตั ิการทำงาน
ค.ความสามารถและทศั นคติ
ง. วิธีการพดู เท็จ

๔. นายจา้ งคาดหวงั อะไรจากผเู้ ข้าสอบสมั ภาษณ์
ก. การบริหารจดั การ การดำเนนิ ชีวติ
ข. ประวัตบิ ิดา มารดาวา่ เปน็ คนดี
ค. ต้องการผทู้ ่ีมคี ารมดี โต้แย้งเก่ง
ง. ต้องการบคุ คลที่มีบคุ ลิกภาพดแี บดารา

๕. “ผมมน่ั ใจว่าผมทำได”้ ควรพดู ในสถานการณ์ใด
ก. เมอ่ื มคี วามวิตกกังวล
ข. เมื่องมคี วามต่ืนเต้น
ค.เมื่อไมม่ ีประสบการณก์ ารทำงาน
ง. เม่ือไม่มีผูส้ มั ภาษณเ์ ข้าใจผ้สู ัมภาษณ์

๑๖๒

๖. “ดฉิ ันหวงั ว่าจะทำได้ดแี ละได้รบั โอกาสดี” ควรพูดเม่ือใด
ก. เมอ่ื ใกล้เวลาพกั เทยี่ ง
ข. เมื่อผสู้ มั ภาษณ์หยุดถาม
ค. เมอ่ื เกิดความรสู้ ึกตน่ื เตน้
ง. เมื่อต้องการจบการสอบสัมภาษณ์

๗. การเลา่ เรอื่ งให้ผสู้ ัมภาษณ์ฟังควรเร่มิ จากสงิ่ ใด
ก. การกลา่ วสวสั ดี
ข. การเลา่ ประวัตคิ รอบครัว
ค. เร่มิ เบอวา่ เปน็ ผู้มีความสามารุ
ง. การแนะนำตวั และความสามารถที่ตรงกบั งาน

๘. ข้อใดเป็นส่ิงทไ่ี มค่ วรทำในขณะเข้าห้องสัมภาษณ์
ก. แสดงความเก่งขม่ เพ่ือนและกรรมการ
ข. ไมน่ ั่งไขว่หา้ ง
ค. วางสีหนา้ ใหส้ งบยิม้ นอ้ ย ๆ
ง. แตง่ การภูมฐิ านดว้ ยสูทสีดำ

๙. ขอ้ ใดเปน็ เน้ือหาท่ผี ู้สอบสัมภาษณ์ต้องเตรียม
ก. ค้นคว้าเรอื่ งราวเพื่อโจมตีคู่แข่ง
ข. ส่อื สารให้นายจา้ งชอบมากทสี่ ุด
ค. พดู วา่ ตนเองดีมาก ๆ นายจ้างจะไดเ้ ขา้ ทำงาน
ง. พูดข้อเท็จจรงิ ของสารที่สือ่ และทัศนคติ

๑๐. ขอ้ ใดเปน็ บุคลิกภาพที่ไมค่ วรปฏบิ ตั ขิ ณะสอบสมั ภาษณ์
ก. แตง่ กายดว้ ยชุดสภุ าพ

ข. ประสานสายตากบั นายจ้างอย่างแข็งกร้าว

ค. ตอบคำถาให้ชดั เจน

ง. น่ังตัวตรงให้สมดุลกับเก้าอี้

๑๖๓

เฉลย แบบฝึกหัดหนว่ ยที่ ๕
คำสั่ง จงตอบคำถามตอ่ ไปนี้ให้ถกู ตอ้ ง
๑. จงบอกวตั ถปุ ระสงคข์ องการสมั ภาษณง์ าน
ตอบ ๑. เพ่อื ใหม้ คี วามรู้ ความเขา้ ใจลกั ษณะของการสมั ภาษณ์

๒. เพ่อื ใหค้ น้ ควา้ ความรูจ้ ากแหลง่ ขอ้ มลู และนามาตอบคาถามได้
๓. นาความรูท้ ่ไี ดไ้ ปพฒั นาแนวคาตอบเพ่ือใชใ้ นการสอบสมั ภาษณไ์ ด้
๒. จงบอกประโยชนข์ องการสมั ภาษณง์ าน
ตอบ ๑. เป็นการสรา้ งความรูพ้ นื้ ฐานการเขา้ รบั การสมั ภาษณ์
๒. ใหผ้ ถู้ กู สมั ภาษณค์ น้ ควา้ หาความรู้ และแนวทางการตอบคาถามไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
๓. สรา้ งความม่นั ใจใหผ้ ถู้ กู สมั ภาษณ์
๓. จงอธิบายหลกั การการสมั ภาษณง์ าน
ตอบ การสมั ภาษณง์ านมี ๒ ลกั ษณะดงั นี้
๑. การสมั ภาษณอ์ ยา่ งเป็นทางการ (Formal Interview)
๒. การสมั ภาษณอ์ ย่างไมเ่ ป็นทางการ (Informal Interview)
๔. จงอธิบายลกั ษณะของเนอื้ หาและเรือ่ งราวของการสมั ภาษณ์
ตอบ เนือ้ หาของการตอบสอบสัมภาษณ์ ตอ้ งเป็นข้อเท็จจริงของสารท่ีสื่อส่ือ แสดงให้เห็นความคิด
ทศั นคติท่ีดีและวตั ถุประสงค์ ปณิธาน ในการทางานตอ้ งมีความรูด้ า้ นภาษา สามารถสอื่ สารใหผ้ สู้ มั ภาษณไ์ ด้
เขา้ ใจเรอ่ื งไดช้ ดั เจน เป็นผมู้ ีทศั นคตทิ ่ดี ีต่อเรื่องท่ีตอบคาถามและตวั ผสู้ มั ภาษณ์
๕. หากนกั เรยี นเขา้ หอ้ งสอบสมั ภาษณ์ จะมีการเตรียมตวั อย่างไร
ตอบ ๑. รกั ษาสขุ ภาพใหด้ ีเป็นพิเศษในระยะก่อนวนั สมั ภาษณ์ จะทาใหม้ อี าการกระฉบั กระเฉง
๒. แต่งกายใหส้ ภุ าพเรยี บรอ้ ยเหมาะสมกบั กาลเทศะ
๓. ระมดั ระวงั กริ ยิ าอาการ ตงั้ แตเ่ ขา้ ไปในหอ้ งสมั ภาษณจ์ นกระท่งั ออกจากท่สี มั ภาษณไ์ ป
๔. ทาความเคารพดว้ ยการไหวก้ รรมการผสู้ อบ
๕. น่งั ทรงตวั ใหส้ มดลุ ระวงั อย่าถอนหายใจ

๑๖๔

เฉลย แบบทดสอบหน่วยที่ ๕

ขอ้ เฉลย
๑ง
๒ก
๓ค
๔ก
๕ค
๖ง
๗ค
๘ก
๙ค
๑๐ ข

๑๖๕

แผนการจัดการเรยี นรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หน่วยที่ ๖
ช่อื วิชา : ภาษาไทยเพ่อื อาชีพ สอนคร้ังท่ี ๑๐-๑๑/๑๘
รหัสวชิ า : ๒๐๐๐๐-๑๑๐๒
ชอื่ หน่วย การพูดโทรศัพท์เพอื่ กิจธรุ ะ ชว่ั โมงรวม ๓๖ ชว่ั โมง

ช่ือผู้สอน นางสาววีณา ขันเงิน จำนวน ๔ ชั่วโมง
เน้ือหาสาระการเรยี นรู้
ระหว่างเวลาตามตารางสอนของภาคเรียน
๑. ความหมายของการพูดโทรศัพท์
๒. ความสำคญั ของการพูดโทรศัพท์ ๖. ประเภทโทรศัพท์ทโี่ ทรเขา้ มา
๓. ประโยชน์ของการพดู โทรศพั ทเ์ พื่อกิจธุระ ๗. การพดู โทรศัพท์ในชีวติ ประจำวัน
๔. ข้อควรคำนึงในการพดู โทรศัพท์ ๘. การรับโทรศัพท์
๕. มารยาทในการพูดโทรศัพท์ ๙. หลกั การบนั ทึกข้อความจากโทรศพั ท์

สาระสำคัญ

การติดต่อส่ือสารกนั ในยคุ เทคโนโลยีทันสมยั สิ่งทเ่ี ป็นเครอ่ื งมอื เชือ่ โยงให้กับบุคคลในสงั คม ได้แก่การโทรศัพท์
ติดตอ่ สือ่ สารกนั ระหวา่ งบุคคลตอ่ บุคคล บุคคลตอ่ สถานประกอบการ เม่ือมีวิธีการพูดโทรศัพท์ทีด่ ี ยอ่ มนำประโยชน์มาสู่
ตนเองหรือบรษิ ทั ร้านค้า

สมรรถนะประจำหน่วย

พูดโทรศพั ทเ์ พื่อติดต่อกิจธุระในงานอาชีพตามหลักการ

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

หลังจากเรยี นเรื่อง การพดู โทรศัพทเ์ พอื่ กจิ ธรุ ะ
๑. บอกความหมาย ความสำคัญ และประโยชนข์ องการพูดในโทรศัพทไ์ ด้
๒. บอกข้อควรคำนงึ ในการพูดโทรศพั ท์ได้
๓. บอกประเภทโทรศัพทท์ ีโ่ ทรเข้ามา
และพูดโทรศพั ทใ์ นชวี ติ ประจำวนั ได้
๔. รับโทรศพั ท์และเขียนบันทกึ ข้อความ
จากการรับโทรศัพท์ได้

คุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์
๑. นกั เรยี นสนใจใฝ่รู้
๒. มีความรับผดิ ชอบ
๓. มคี วามเชือ่ มนั่ ในตนเอง
๔. มคี วามคิดริเร่ิมสร้างสรรค์

๑๐๐

กระบวนการจัดการเรยี นรู้ คร้งั ท่ี ๑๐ (สัปดาห์ท่ี ๑๐/๓๖)

๑. ก่อนการจดั การเรยี นรู้
๑.๑ ครูตรวจสอบรายช่อื นักเรยี นและขานชือ่ นกั เรยี น
๑.๒ สนทนาซกั ถาม ทบทวนบทเรียน
๑.๓ ครแู จง้ จุดประสงคป์ ระจำหนว่ ยท่ี ๖ ใหน้ กั เรยี นทราบ และทำแบบทดสอบก่อนเรยี น ๑๐ นาที

๒. ข้ันตอนการจดั การเรยี นรู้
๒.๑ ครบู รรยายความหมาย ความสำคญั และประโยชน์ของการพดู ในโทรศัพท์โดยใช้ Power Point และ
หนังสือเรียนวิชาภาษาไทยเพื่ออาชีพ ในการสอน ซักถามตามหัวข้อเร่ือง
๒.๒ ครบู รรยายขอ้ ควรคำนึงในการพดู โทรศัพท์เพ่อื กิจธุระ โดยใช้ Power Point และหนังสอื เรียนวชิ า
ภาษาไทยเพอื่ อาชีพ ในการสอน ซักถามตามหวั ขอ้ เร่ือง
๒.๓ ครบู รรยายประเภทโทรศัพท์ทโ่ี ทรเข้ามาและพดู โทรศัพทใ์ นชวี ิตประจำวัน โดยใช้ Power Point และ
หนงั สอื เรียนวชิ าภาษาไทยเพื่ออาชีพ ในการสอน ซกั ถามตามหวั ข้อเรื่อง
๒.๔ ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรปุ สาระสำคญั ของเน้ือหา และเขียนหลกั การการสมั ภาษณ์งาน
๒.๕ ใหน้ ักเรียนทำใบงาน จบั คู่ แสดงบทบทสมมตุ ใิ นสัปดาหถ์ ัดไป

๓. การสรปุ
๓.๑ ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั สรุปผลการเรยี นรู้
๓.๒ ครใู หน้ กั เรียนปฏบิ ัติตามใบมอบงานประจำหนว่ ยการเรียนรู้
๓.๓ ครคู อยสังเกตลำดับข้ันตอนการทำงานและให้คำแนะนำเมอื่ พบนกั เรียนปฏิบัติไม่ถูกต้อง
๓.๔ ครใู ห้นกั เรียนทป่ี ฏิบตั ิงานเสร็จแล้วสง่ ตรวจ เพื่อขอคำแนะนำและประเมนิ ผล

๑๐๑

กระบวนการจัดการเรียนรู้ ครงั้ ท่ี ๑๑ (สัปดาหท์ ่ี ๑๑/๓๖)

๑. ก่อนการจดั การเรยี นรู้
๑.๑ นกั เรยี นเขา้ เรยี นตรงเวลา ครตู รวจสอบรายชือ่ นักเรียนและขานชื่อนกั เรยี น
๑.๒ สนทนาซกั ถาม ทบทวนบทเรียนกอ่ นหนา้

๒. ข้ันตอนการจดั การเรยี นรู้
๒.๑ ครใู ห้นักเรียนนำเสนอบทบทสมมุตกิ ารสมั ภาษณ์งาน เพ่อื แนะนำและประเมนิ ผล
๒.๒ ครแู ละนกั เรียนร่วมกันสรปุ สาระสำคัญของเน้ือหา และอภิปรายแลกเปล่ียน
๒.๓ ใหน้ ักศึกษาทำแบบทดสอบหลงั เรยี น

๓. การสรปุ
๓.๑ ครูและนักเรยี นร่วมกนั สรุปผลการเรียนรู้
๓.๒ ครูใหน้ ักเรียนปฏิบัติตามใบมอบงานประจำหนว่ ยการเรียนรู้
๓.๓ ครูคอยสังเกตลำดับขน้ั ตอนการทำงานและให้คำแนะนำเมอ่ื พบนกั เรียนปฏบิ ัติไม่ถูกตอ้ ง
๓.๔ ครูใหน้ ักเรยี นท่ีปฏิบัติงานเสรจ็ แล้วส่งตรวจ เพอ่ื ขอคำแนะนำและประเมนิ ผล

๓.๕ ทำแบบทดสอบหลังเรยี น

การวดั ผลและประเมินผล ๑๐๒ การประเมนิ ผล
(นำผลเทยี บกับเกณฑแ์ ละแปล
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ การวดั ผล
ประจำหนว่ ย (ใช้เครอ่ื งมือ) ความหมาย)
(ไว้เปรียบเทยี บกบั คะแนนสอบ
๑. บอกความสำคัญของการผู้ ๑. แบบทดสอบก่อนเรยี น (Pre-test) หลังเรยี น)
โทรศพั ท์ได้ หนว่ ยท่ี ๖ เกณฑผ์ า่ น ๕๐%
๒. บอกมารยาทในการพดู ๒. แบบสังเกตการทำงานกลุ่มและการ
โทรศพั ท์ได้ นำเสนอผลงานกลุม่ เกณฑผ์ ่าน ๕๐%
๓. อธิบายองคป์ ระกอบสำคญั ใน ๓. ใบกิจกรรม และแบบฝกึ หัดหนว่ ยท่ี
การพดู โทรศพั ท์ได้ ๖ เกณฑ์ผา่ น ๕๐%
๔. เขียนบนั ทึกข้อความจากการ ๔. แบบทดสอบหลังเรยี น (Post-test)
รบั โทรศพั ท์ได้ หน่วยที่ ๖ เกณฑ์ผา่ น ๕๐%
๕. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม
ตามสภาพจริง

ผลงาน/ชน้ิ งาน/ความสำเร็จของผู้เรียน
๑. ผลการนำเสนองานกิจกรรมที่ ๖
๒. ผลการทำกิจกรรม และแบบฝึกหดั หน่วยท่ี ๖
๓. คะแนนแบบทดสอบหลงั เรียน (Post-test) หนว่ ยท่ี ๖

๑๐๓

สือ่ การเรยี นรู้/แหล่งการเรยี นรู้

สื่อสิ่งพมิ พ์
๓๖.หนงั สือเรียนวชิ าภาษาไทยเพื่ออาชีพ รหัสวชิ า ๒๐๐๐๐–๑๑๐๒
๓๗.เว็บไซตแ์ ละส่ือส่งิ พิมพ์ท่ีเกย่ี วข้องกบั เนอ้ื หาบทเรยี น
๓๘.แบบทดสอบกอ่ นเรียน-หลังเรียน
๓๙.ใบเนื้อหาหน่วยท่ี ๖
๔๐.แบบฝกึ หัดหน่วยท่ี ๖
๔๑.ใบงาน เร่ืองการใช้ภาษาไทยในงานอาชีพ
๔๒.แบบประเมินผลการปฏิบตั ิงาน

สอื่ โสตทัศน์
๑๑. เครื่องขยายเสยี ง ไมโครโฟน ลำโพง
๑๒. สอ่ื คอมพิวเตอรน์ ำเสนอโดยโปรแกรม power point

แหลง่ การเรียนรู้

แหล่งเรยี นรู้ในสถานศกึ ษา
๑. หอ้ งสมุด
๒. ศนู ยว์ ิทยบริการ
๓. ห้องปฏิบตั กิ ารคอมพวิ เตอร์โดยศกึ ษาข้อมลู ทางอนิ เทอร์เนต็

แหล่งเรยี นรนู้ อกสถานศกึ ษา
๑. ศูนย์หนังสอื
๒. อนิ เทอรเ์ นต็
๓. ห้องสมุดประชาชน
๔. ผปู้ ระกอบการ

๑๐๔

เอกสารประกอบการจัดการเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ)

๑. ใบความรู้เรื่องการพูดโทรศพั ทเ์ พื่อกิจธรุ ะ
๒. ใบส่งั งาน เรอื่ งการพูดโทรศพั ทเ์ พื่อกิจธรุ ะ

การบรู ณาการ/ความสมั พันธ์กับวิชาอ่นื

๑. ภาษาไทยเพื่อธุรกจิ

การประเมินผล

ก่อนเรยี น
๑. สังเกตการเข้าชัน้ เรียน
๒. สงั เกตจากความพร้อมกอ่ นเรยี น
๓. สังเกตผลการทดสอบก่อนเรยี น

ขณะเรียน
๑. สังเกตความสนใจ
๒. สังเกตการตอบคำถามของนกั เรยี น
๓. สงั เกตจากการปฏิบตั งิ าน
๔. สงั เกตจากการสรปุ ผลการปฏิบตั ิงาน

หลงั เรยี น
๑. สงั เกตจากการทำการบา้ นนอกเวลาเรียน
๒. สงั เกตจากผลการทดสอบหลงั เรยี น

๑๐๕

ความคิดเห็นของหัวหนา้ แผนกวิชาสามญั สมั พันธ์
…………………………………………………………………………………………………………….............................................
…………………………………………………………………………………………………………….............................................

(นางกิ่งกมล สังขท์ อง)
หวั หน้าแผนกวชิ าสามญั สัมพันธ์
ความคดิ เหน็ ของหัวหนา้ งานหลกั สตู รการเรยี นการสอน
……………………………………………………………………………………………………………..............................................
…………………………………………………………………………………………………………….............................................

(นายมงั กร ปินะกาพัง)
หวั หนา้ งานหลกั สตู รการเรียนการสอน
ความคิดเห็นของรองผู้อำนวยการฝ่ายวชิ าการ
…………………………………………………………………………………………………………….............................................
……………………………………………………………………………………………………………............................................

(นายถาวร ยาวะโนภาส)
รองผูอ้ ำนวยการฝ่ายวชิ าการ

๑๐๖

บนั ทึกหลงั การสอน

๑. ผลการใชแ้ ผนการจัดการเรยี นรู้
............................................................................................................................. ............................................................
...............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. ............................................................
.............................................................................................................................................. .................................
............................................................................................................................. ......................................................

๒. ผลการเรียนของนักเรียน นักศึกษา
..................................................................................................................................................................... ....................
............................................................................................................... ................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. ............................................................
...............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ......................................................

๓. แนวทางการพัฒนาคุณภาพการเรยี นรู้
............................................................................................................................. ............................................................
.................................................................................................................................. .............................................
....................................................................................................................................................................................

(นางสาววีณา ขันเงิน)
ครผู สู้ อน

๑๐๗

เน้ือหาสาระการเรียนรู้

ความหมายของการพูดตดิ ตอ่ กิจธุระ
การพูดตดิ ตอ่ กิจธรุ ะ หมายถงึ การตดิ ตอ่ สอ่ื สารกันระหว่างบุคคลว่าดว้ ยเรือ่ งของธุระหรือการงานท่ตี ิดต่อส่อื สารกัน

โดยใชภ้ าษาพูดเปน็ เคร่ืองมอื ในการตดิ ต่อสอื่ สาร
ความสำคัญของการพดู ตดิ ตอ่ กจิ ธรุ ะ
การพูดติดต่อกจิ ธุระในชวี ิตประจำวนั ของมนษุ ย์มีอยเู่ กอื บตลอดเวลา ย่ิงเทคโนโลยยี ุคใหมม่ คี วามทนั สมยั มากขนึ้

กิจธุระทตี่ ดิ ต่อกันก็ยิง่ มมี ากตามไปดว้ ย การพดู ติดตอ่ กิจธรุ ะจะก่อให้เกิดผลดใี นดา้ นตา่ ง ๆ
ประเภทของการพดู ติดตอ่ กจิ ธรุ ะ
การพูดติดต่อกจิ ธุระโดยตรง
เปน็ การพดู ติดตอ่ กิจธุระของฝา่ ยผตู้ ดิ ตอ่ สง่ สารไปยงั ผรู้ ับสารดว้ ยการพูดโดยการเผชญิ หน้ากนั โดยตรง
การพูดติดตอ่ กิจธรุ ะทางโทรศพั ท์
เป็นการพูดติดต่อกิจธรุ ะของฝ่ายผตู้ ิดตอ่ สง่ สารไปยงั ผ้รู บั สารโดยการใช้โทรศัพทเ์ ป็นเครือ่ งมอื ในการติดต่อส่ือสาร
หลักท่วั ไปของการพูดตดิ ต่อกิจธรุ ะ
๑) การพดู ตดิ ต่อกิจธรุ ะทสี่ ำคญั ๆ ควรมกี ารนดั หมายลว่ งหน้า
๒) ผตู้ ดิ ต่อกิจธุระควรศกึ ษาหรอื สอบถามช่วงเวลาทเ่ี หมาะแก่การติดตอ่
๓) ไม่ควรตดิ ต่อกิจธรุ ะในชว่ งเวลาพักรับประทานอาหาร หรือวันหยดุ ของทางราชการ
๔) ควรคำนงึ ถึงมารยาทในการพดู หรอื เจรจากจิ ธุระนน้ั ๆ ด้วย
๕) ควรกลา่ วถงึ กิจธุระนน้ั ๆ อยา่ งละเอยี ด ตรงประเดน็ ไม่ออ้ มคอ้ ม
๖) ควรคำนงึ ถึงระยะเวลาในการติดตอ่ กจิ ธรุ ะด้วย คือไมน่ านจนเกนิ ไป
ลกั ษณะของการพูดตดิ ตอ่ กจิ ธุระ
การพดู ตดิ ต่อกิจธุระมีลกั ษณะแตกตา่ งกันไปตามสถานการณ์ทีท่ ้ังผรู้ ับสารและผสู้ ่งสารตอ้ งการจะสื่อสารกนั
การติดตอ่ สอบถาม
การตดิ ต่อสอบถาม เป็นการติดตอ่ กิจธรุ ะโดยมีวตั ถุประสงคต์ ้องการทราบข้อมลู บางประการจากอกี ฝา่ ยหน่ึงโดยใช้

วิธกี ารสอบถามเปน็ แนวในการตดิ ตอ่ ส่อื สาร เพอ่ื ให้บรรลุวตั ถปุ ระสงค์ในการตดิ ต่อกจิ ธรุ ะ
การขอความรว่ มมือ
การขอความร่วมมือ เป็นการตดิ ต่อกจิ ธรุ ะโดยมวี ัตถปุ ระสงค์ตอ้ งการความรว่ มมือในการทกจิ กรรมหรือภารกจิ อย่าง

ใดอย่างหน่งึ จากอีกฝ่ายหน่งึ โดยใช้วิธีการพูดเพือ่ ใหเ้ กิดความร่วมมอื
การขอความชว่ ยเหลือ
การขอความช่วยเหลือ เป็นการตดิ ต่อกจิ ธุระโดยมวี ัตถปุ ระสงค์ต้องการใหอ้ ีกฝ่ายหนง่ึ ชว่ ยเหลืออยา่ งใดอย่างหน่งึ

๑๐๘

แบบฝึกหดั หนว่ ยที่ ๖

คำสง่ั ให้นกั เรียนตอบคำถามตอ่ ไปนใี้ หถ้ ูกตอ้ ง

๑. จงบอกความสาคญั ของการพดู โทรศพั ท์
..............................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
..................

๒. องค์ประกอบสำคญั ในการพดู โทรศัพทม์ ีอะไรบา้ ง
............................................................................................................................. ....................................................
................................................................................................................................................... ..............................
..................................................................................................... ............................................................................
.....................
๓. จงบอกมารยาทในการใชโ้ ทรศัพท์
............................................................................................................................. ....................................................
............................................................................................................................. ....................................................
........................................................................................................................................ .........................................
.....................
๔. จงบอกหลักการบนั ทกึ ข้อความจากโทรศัพท์
............................................................................................................................. ....................................................
.................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................................
....................
๕. การจดบันทึกข้อความจากโทรศพั ท์มีรายละเอียดอะไรบ้าง
............................................................................................................................. ....................................................
............................................................................................................................. ....................................................
.................................................................................................................................................................................
....................
(ใชเ้ วลา 10 นาที)

๑๐๙

ลําดบั ขนั้ ตอนการปฏิบตั งิ าน

ข้นั ตอนการปฏิบัตงิ าน คาํ อธิบายขั้นตอนการปฏิบัตงิ าน เครื่องมือ/อปุ กรณ์ หมายเหตุ/ขอควรระวงั

๑. เตรียมเน้ือหา ให้นกั เรียนทำแบบทดสอบก่อน - หนงั สือเรียน
การเรียนรู้ หนังสอื เรยี น - ปากกา
เรยี น
- ใบส่ังงาน
๒. ครใู หน้ กั เรียนศึกษา ให้นักเรียนศึกษาหนว่ ยการเรียน
เนอ้ื หาการเรียนรู้ใน บอกความหมาย และความสำคัญ
การพดู โทรศัพท์เพ่ือตดิ ต่อกิจธรุ ะ
หนังสอื เรียน
งานได้

๓. ครูบรรยายเน้อื หา นกั เรียนฟงั ครูบรรยายและจด - หนงั สอื เรยี น
ประกอบ power บนั ทึก - ปากกา
point

๔. ซักถามและ ให้นกั เรยี นตอบคำถามทำ - ใบแบบทดสอบ
อภปิ รายสรุป แบบทดสอบหลงั เรียน
เกยี่ วกับเนือ้ หาที่
เรียน

๑๑๐

แบบประเมนิ ผลปฏิบตั งิ าน

ชื่อ.......……………………………………………………………………นามสกลุ ………………………………………….………....……….…………………

แผนก……………………………………………………………....………………. วัน/เดือน/ป…………………………………………………..……………

จดุ ท่ปี ระเมนิ ผล ผล หมายเหตุ
ผา่ น ไมผ่ า่ น

๑. ลาํ ดบั ข้นั ตอนการปฏิบตั งิ าน
๑.๑ ทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี นได้
๑.๒ ตงั้ ใจฟังครบู รรยายและจดบันทกึ
๑.๓ ศกึ ษาหนว่ ยการเรียน บอกความหมาย และ ความสำคญั

การพดู โทรศพั ทเ์ พือ่ ตดิ ต่อกจิ ธรุ ะไดถ้ กู ต้อง

๑.๔ ตอบคำถามทำแบบทดสอบหลังเรียนได้

จดุ ท่ปี ระเมนิ ผล ผลการประเมนิ
ดมี าก ดี พอใช้ น้อย แก้ไข
๑. คณุ ภาพของผลงาน
๒.๑ ความถูกต้องของการใช้ภาษาไทยในงานอาชพี

๓. เจตคติ ในการทาํ งาน
๓.๑ ความรับผิดชอบ
๓.๒ ความสะอาด
๓.๓ ความเป็นระเบียบเรียบรอ้ ย

เริ่มปฏบิ ัติงานเวลา.................น. เสรจ็ เวลา.................น. รวมเวลาปฏบิ ัติงาน.................ชั่วโมง................นาที
สรุปผลการประเมนิ

ผาน
ไมผาน เน่อื งจาก.....................................................................
ขอเสนอแนะ
.....................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................

ผปู ระเมนิ .....................................................

๑๑๑

แบบทดสอบ
หนว่ ยท่ี ๖ การพดู โทรศัพท์เพื่อตดิ ตอ่ กิจธุระ

คาํ ชี้แจง ๑. แบบทดสอบฉบบั นเี้ ปนแบบปรนยั ชนิดเลือกตอบ ๔ ตัวเลอื ก จาํ นวน ๑๐ ขอ
๒. ใหเลือกคําตอบที่ถูกตองทส่ี ุดเพียงขอเดยี ว แลวทําเคร่อื งหมายกากบาท (×) ลงใน

กระดาษคาํ ตอบ
๓. เวลาทใี่ ชในการทาํ แบบทดสอบ ๑๐ นาที

๑.ข้อใดไม่ใช่ข้อดีของการตดิ ตอ่ ทางโทรศพั ท์
ก. ประหยดั เวลา
ข. ไมต่ ้องเดนิ ทาง
ค. ประหยัดค่าใชจ้ ่าย
ง. ทราบการแสดงออกของผู้พูด

๒.เมื่อรบั โทรศพั ท์ควรใชค้ ำพูดอย่างไร
ก. สวัสดีคะ่
ข. วา่
ค. เหว่ย
ง. ฮัลโหล

๓.หมายเลขโทรศพั ท์ ๐๓๕๒๔๑๒๑๑ หมายเลข ๒ อา่ นวา่ อยา่ งไร
ก. เอก
ข. โท
ค. ตรี
ง. โทร

๔.หมายเลขโทรศพั ท์ ๐๓๕๔๔๑๒๑๒
ก. ศูนย–์ สาม–หา้ –สี่–สี่–หน่ึง–โท–หนึง่ –โท
ข. ศูนย–์ สาม–ห้า–ส่ี–ส่ี–หนึง่ –สอง–หนงึ่ –สอง
ค. ศนู ย–์ สาม–หา้ –โทร–หนงึ่ –โทร–ส่ี–สี่–หน่ึง

ง. ศนู ย–์ สาม–ห้า–สอง–หนึ่ง–ส่ี–ส่ี–หนึ่ง–สอง-โท

๕.คำพดู ใดควรใช้ในการรับสายโทรศัพท์
ก. โทมาทำไม
ข. ท่ีไหนโทรมา
ค. ไม่ทราบจากใครคะ
ง. “ไมใ่ ช่” และกระแทกเครอ่ื งรับโทรศพั ท์

๑๑๒

๖. ข้อใดเป็นการรับโทรศัพท์ในสำนกั งาน
ก. สวสั ดคี ะ่
ข. สวสั ดีค่ะ ทไี่ หนโทรมา
ค. สวัสดีคะ่ ธนาคารวิทยาลยั อาชวี ศกึ ษาพระนครศรอี ยธุ ยาค่ะ
ง. สวัสดีค่ะจะพูดกบั ใคร

๗. ขอ้ ใดไม่ควรใชพ้ ูดในโทรศัพท์
ก. จากไหนคะ
ข. ขอโทษค่ะ ต่อผิด
ค. สวัสดคี ะ่
ง. โทรมาทำไม

๘. หากตอ่ โทรศพั ทผ์ ิดควรทำอย่างไร
ก. ขอโทษค่ะ
ข. รบี วางหู
ค. ขอพดู กับคุณนที
ง. ฉนั จะพูดกับงามจิต

๙. ขอ้ ใดสำคัญเมื่อมผี โู้ ทรศัพท์เข้ามาจะพูดกับคนอน่ื แตบ่ คุ คลนั้นไมอ่ ยู่
ก. ตอบรบั โทรศัพท์
ข. จดบนั ทกึ ข้อความไว้
ค. วางหูโทรศัพท์
ง. ตอบว่างไม่อยู่ วา่ งสาย

๑๐. ข้อใดถกู ต้อง
ก. เม่ือมีผโู้ ทรมา “สวสั ดีคะ่ นิดเขา้ ห้องน้ำ กรุณารอสักครู่คะ่ ”

ข. โปรดรอสกั ครู่

ค. ขอโทษไมว่ า่ งจะไปตามมารับสาย

ง. มีผ้โู ทรเขา้ มา “โทร่ผดิ สองครั้งแลว้ นะเบอื่ ”

๑๑๓

เฉลย แบบฝึกหัดหน่วยที่ ๖
คำสัง่ จงตอบคำถามต่อไปน้ีใหถ้ กู ตอ้ ง
๑. จงบอกความสาคญั ของการพดู โทรศพั ท์
ตอบ ๑. ช่วยใหก้ ารติดตอ่ กิจธรุ ะ การคา้ สะดวก รวดเรว็ บรรลผุ ลสาเรจ็

๒. ผบู้ รโิ ภคหรือลกู คา้ ก็ไดร้ บั ความสะดวก รวดเรว็ ในการรบั การสอ่ื สารแบบตวั ต่อตวั หรือการ
เผชิญหนา้ กนั

๓. เป็นตวั กลางท่เี ป็นเคร่ืองมือสื่อสารถึงกนั ในการเร่มิ ติดต่อกิจธรุ ะ จนสามารถนาเสนอสินคา้ และ
บรกิ ารได้ โดยใชเ้ สียงผ่านเครื่องโทรศพั ท์
๒. องคป์ ระกอบสาคญั ในการพดู โทรศพั ทม์ ีอะไรบา้ ง
ตอบ ๑. การออกเสียงพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ ในภาษาไทยให้ถูกต้องแม่นยา เช่น การสะกดช่ือ
นามสกลุ ท่กี ลา่ วถึงในขณะพดู โทรศพั ท์

๒. การพดู ใหก้ ระชบั ไดใ้ จความตรงเปา้ หมาย
๓. การพดู ใหก้ ระชบั ไดใ้ จความตรง
๓. จงบอกมารยาทในการใชโ้ ทรศพั ท์
ตอบ ๑. พดู ดว้ ยคาพดู ชดั ถอ้ ยชดั คา นา้ เสยี งเป็นมติ ร สน้ั กระชบั
๒ ไมค่ วรพดู ความลบั ทางโทรศพั ท์
๓ พดู ใหส้ ภุ าพไม่พดู คาหยาบ สาบถสาบานใชภ้ าษาพดู ท่ีเป็นทางการ และกลา่ วขอบคณุ ทกุ ครงั้ ท่ี
พดู จบ
๔ ไมค่ วรใชโ้ ทรศพั ทส์ าธารณะพดู เร่ืองสว่ นตวั เป็นเวลานานเกนิ ไป
๔. จงบอกหลกั การบนั ทกึ ขอ้ ความจากโทรศพั ท์
ตอบ ๑. เขียนใหช้ ดั เจน ถกู ตอ้ งวา่ เป็นขอ้ ความจากใคร ถึงใคร เรอ่ื งอะไร
๒. หากขอ้ ความท่ีฝากมีหลายประเด็น ใหเ้ ขียนแยกเป็นขอ้ ๆ ใหใ้ จความชดั เจน ถกู ตอ้ ง หากไม่แน่ใจ
ตอ้ งถามทวนจากฝ่ายผฝู้ ากขอ้ ความทนั ที
๓. อ่านทวนขอ้ ความทงั้ หมดท่ีจดไวอ้ ีกครงั้ หน่ึง ใหผ้ ฝู้ ากขอ้ ความฟังว่าถกู ตอ้ ง ครบถว้ นหรือไม่ หาก
มีขอ้ แกไ้ ข จะไดก้ ระทาไดท้ นั ทว่ งที
๔. ระบวุ นั เดือน ปี เวลาขณะรบั โทรศพั ท์ และช่อื ผจู้ ดบนั ทกึ ขอ้ ความ
๕. การจดบนั ทกึ ขอ้ ความจากโทรศพั ทม์ ีรายละเอียดอะไรบา้ ง
ตอบ ๑. ช่ือบคุ คลผโู้ ทรเขา้ ๒. ขอ้ ความท่รี บั ๓. วนั ท่ี
๔. เวลา ๕. ผรู้ บั

๑๑๔

เฉลย แบบฝึกหัดหนว่ ยที่ ๖

ข้อ เฉลย
๑ง
๒ก
๓ข
๔ก
๕ค
๖ค
๗ง
๘ก
๙ข
๑๐ ก

๑๑๕

แผนการจดั การเรียนร้มู งุ่ เน้นสมรรถนะ หน่วยที่ ๗

ชือ่ วิชา : ภาษาไทยเพอ่ื อาชพี สอนครัง้ ท่ี ๑๒/๑๘

รหสั วชิ า : ๒๐๐๐๐-๑๑๐๒ ช่วั โมงรวม ๓๖ ช่วั โมง
ชือ่ หน่วย การพูดแสดงความคดิ เหน็ ในที่ประชมุ

จำนวน ๒ ชั่วโมง

ชอื่ ผสู้ อน นางสาววีณา ขันเงนิ ระหว่างเวลาตามตารางสอนของภาคเรยี น

เนอ้ื หาสาระการเรยี นรู้

๑. ความหมายของการประชมุ
๒. ความสำคญั ของการประชมุ
๓. วัตถปุ ระสงค์ของการประชมุ
๔. ประโยชนข์ องการประชุม
๕. องค์ประกอบของการประชมุ
๖. หลกั การพดู แสดงความคิดเห็นในทีป่ ระชมุ

สาระสำคญั

ในสังคมไทยปกครองด้วยระบอบประชาธปิ ไตย อนั มีพระมหากษตั ริย์เป็นประมุข บุคคลในสังคมตอ้ งรบั ผิดชอบ
ในงานของสังคม ต้งั แต่ระดับครอบครวั จนถึงระดับชาติ การบรหิ ารจัดการปกครองออกมาในรปู แบบแสดงความคิดเห็น
การประชุมนับว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นแบบหนึง่

สมรรถนะประจำหนว่ ย

พูดแสดงความคดิ เห็นในที่ประชุมตามหลกั การ

จดุ ประสงค์การเรียนรู้

หลังจากเรียนเรื่อง การพดู แสดงความคดิ เหน็ ในทีป่ ระชุม
๑. บอกความหมายของการประชุมได้
๒. บอกความสำคัญของการแสดงความคดิ เหน็ ในที่ประชมุ ได้
๓. อธิบายข้นั ตอนการแสดงความคิดเห็นได้
๔. อภปิ รายแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกับวิธีดำเนนิ การประชุมได้รบั ผลสำเรจ็

คุณลักษณะทพ่ี ึงประสงค์
๑. นกั เรยี นสนใจใฝ่รู้
๒. มคี วามเช่อื มัน่ ในตนเอง
๓. มคี วามคดิ รเิ รมิ่ สร้างสรรค์
๔. การอดกลนั้

๑๑๖

กระบวนการจดั การเรียนรู้ คร้งั ท่ี ๑๒ (สัปดาห์ที่ ๑๒/๓๖)

๑. กอ่ นการจัดการเรยี นรู้
๑.๑ ครตู รวจสอบรายชือ่ นกั เรยี นและขานชื่อนักเรยี น
๑.๒ สนทนาซกั ถาม ทศั นะคตใิ นการพดู อภิปราย
๑.๓ ครแู จ้งจดุ ประสงค์ประจำหนว่ ยที่ ๗ ใหน้ ักเรยี นทราบ และทำแบบทดสอบก่อนเรียน ๑๐ นาที

๒. ข้ันตอนการจดั การเรยี นรู้
๒.๑ ครอู ธิบายความหมายของการประชมุ โดยใช้ Power Point และหนงั สอื เรยี นวิชาภาษาไทยเพื่ออาชีพ
ในการสอน ซักถามตามหัวข้อเร่ือง
๒.๒ ครอู ธิบายความสำคญั ของการแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม โดยใช้ Power Point และหนังสอื เรยี นวชิ า
ภาษาไทยเพือ่ อาชีพ ในการสอน ซักถามตามหวั ขอ้ เรื่อง
๒.๓ ครูและนักเรียนรว่ มกันสรปุ สาระสำคัญของเน้ือหา การพดู แสดงความคิดเหน็ ในที่ประชมุ และอภิปราย
แลกเปล่ยี น
๒.๔ ให้นักเรียนทำใบงาน แสดงบทบทสมมตุ ิ
๒.๕ ใหน้ ักศึกษาทำแบบทดสอบหลังเรยี น

๓. การสรปุ
๓.๑ ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสรุปผลการเรียนรู้
๓.๒ ครใู ห้นกั เรยี นปฏิบตั ติ ามใบมอบงานประจำหนว่ ยการเรยี นรู้
๓.๓ ครคู อยสังเกตลำดับขน้ั ตอนการทำงานและใหค้ ำแนะนำเม่อื พบนักเรยี นปฏิบตั ิไม่ถูกตอ้ ง
๓.๔ ครใู หน้ ักเรียนท่ีปฏบิ ัตงิ านเสรจ็ แลว้ ส่งตรวจ เพอื่ ขอคำแนะนำและประเมนิ ผล
๓.๕ ทำแบบทดสอบหลังเรยี น

๑๑๗

การวดั ผลและประเมนิ ผล การวดั ผล การประเมนิ ผล
(ใช้เครือ่ งมอื ) (นำผลเทยี บกับเกณฑ์และแปล
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ประจำหน่วย ความหมาย)
(ไว้เปรยี บเทยี บกับคะแนนสอบ
๑. บอกความหมายของการประชุม ๑. แบบทดสอบก่อนเรยี น (Pre-test) หลังเรียน)
ได้ หน่วยที่ ๗ เกณฑผ์ า่ น ๕๐%
๒. บอกความสำคัญของการแสดง ๒. แบบสงั เกตการทำงานกลุ่มและการ
ความคดิ เห็นในที่ประชมุ ได้ นำเสนอผลงานกลุ่ม เกณฑ์ผา่ น ๕๐%
๓. อธิบายข้นั ตอนการแสดงความ ๓. ใบกิจกรรม และแบบฝึกหัดหน่วยท่ี
คดิ เห็นได้ ๗ เกณฑผ์ ่าน ๕๐%
๔. อภปิ รายแสดงความคดิ เห็น ๔. แบบทดสอบหลังเรียน (Post-test)
เกีย่ วกบั วิธีดำเนนิ การประชมุ ไดร้ บั หนว่ ยท่ี ๗ เกณฑผ์ ่าน ๕๐%
ผลสำเร็จ ๕. แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม
ตามสภาพจริง

ผลงาน/ชิ้นงาน/ความสำเร็จของผเู้ รียน
๑. ผลการนำเสนองานกจิ กรรมที่ ๗
๒. ผลการทำกจิ กรรม และแบบฝกึ หัดหน่วยที่ ๗
๓. คะแนนแบบทดสอบหลงั เรียน (Post-test) หนว่ ยที่ ๗

๑๑๘

สือ่ การเรยี นรู้/แหล่งการเรยี นรู้

สื่อสิ่งพมิ พ์
๔๓.หนงั สือเรียนวชิ าภาษาไทยเพื่ออาชีพ รหัสวชิ า ๒๐๐๐๐–๑๑๐๒
๔๔.เว็บไซตแ์ ละส่ือส่งิ พิมพ์ท่ีเกย่ี วข้องกบั เนอ้ื หาบทเรยี น
๔๕.แบบทดสอบกอ่ นเรียน-หลังเรียน
๔๖.ใบเนื้อหาหน่วยท่ี ๗
๔๗.แบบฝกึ หัดหน่วยท่ี ๗
๔๘.ใบงาน เร่ืองการใช้ภาษาไทยในงานอาชีพ
๔๙.แบบประเมินผลการปฏิบตั ิงาน

สอื่ โสตทัศน์
๑๓. เครื่องขยายเสยี ง ไมโครโฟน ลำโพง
๑๔. สอ่ื คอมพิวเตอรน์ ำเสนอโดยโปรแกรม power point

แหลง่ การเรียนรู้

แหล่งเรยี นรู้ในสถานศกึ ษา
๑. หอ้ งสมุด
๒. ศนู ยว์ ิทยบริการ
๓. ห้องปฏิบตั กิ ารคอมพวิ เตอร์โดยศกึ ษาข้อมลู ทางอนิ เทอร์เนต็

แหล่งเรยี นรนู้ อกสถานศกึ ษา
๑. ศูนย์หนังสอื
๒. อนิ เทอรเ์ นต็
๓. ห้องสมุดประชาชน
๔. ผปู้ ระกอบการ

๑๑๙

เอกสารประกอบการจดั การเรียนรู้ (ใบความรู้ ใบงาน ใบมอบหมายงาน ฯลฯ)

๑. ใบความร้เู ร่อื งการพดู แสดงความคดิ เหน็ ในทปี่ ระชมุ
๒. ใบส่ังงาน การพูดแสดงความคิดเห็นในทป่ี ระชมุ

การบรู ณาการ/ความสัมพนั ธก์ ับวชิ าอนื่

๑. ภาษาไทยเพ่ือธรุ กิจ

การประเมินผล

ก่อนเรยี น
๑. สงั เกตการเขา้ ช้ันเรยี น
๒. สังเกตจากความพร้อมกอ่ นเรียน
๓. สงั เกตผลการทดสอบก่อนเรยี น

ขณะเรียน
๑. สังเกตความสนใจ
๒. สังเกตการตอบคำถามของนกั เรยี น
๓. สงั เกตจากการปฏบิ ตั งิ าน
๔. สงั เกตจากการสรุปผลการปฏิบัติงาน

หลงั เรียน
๑. สงั เกตจากการทำการบ้านนอกเวลาเรียน
๒. สงั เกตจากผลการทดสอบหลงั เรยี น

๑๒๐

ความคิดเห็นของหัวหนา้ แผนกวิชาสามญั สมั พันธ์
…………………………………………………………………………………………………………….............................................
…………………………………………………………………………………………………………….............................................

(นางกิ่งกมล สังขท์ อง)
หวั หน้าแผนกวชิ าสามญั สัมพันธ์
ความคดิ เหน็ ของหวั หนา้ งานหลกั สตู รการเรยี นการสอน
……………………………………………………………………………………………………………..............................................
…………………………………………………………………………………………………………….............................................

(นายมงั กร ปินะกาพัง)
หวั หนา้ งานหลกั สตู รการเรียนการสอน
ความคดิ เห็นของรองผู้อำนวยการฝ่ายวชิ าการ
…………………………………………………………………………………………………………….............................................
……………………………………………………………………………………………………………............................................

(นายถาวร ยาวะโนภาส)
รองผูอ้ ำนวยการฝ่ายวชิ าการ

๑๒๑

บนั ทึกหลงั การสอน

๑. ผลการใช้แผนการจดั การเรยี นรู้
............................................................................................................................. ............................................................
...............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. ............................................................
.............................................................................................................................................. .................................
....................................................................................................................... ............................................................

๒. ผลการเรยี นของนักเรยี น นกั ศกึ ษา
............................................................................................................................. ............................................................
............................................................................................................................. ..................................................
...................................................... ............................................................................................... ...............................
............................................................................................................................. ............................................................
............................................................................................................................. ..................................................
...................................................................................................................................................................................

๓. แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพการเรยี นรู้
................................................................................................ .........................................................................................
............................................................................................................................. ..................................................
............................................................................................................................. .......................................................

(นางสาววีณา ขนั เงิน)
ครผู ู้สอน

๑๒๒

เนอื้ หาสาระการเรียนรู้

ความสำคัญของการพูดเสนอความเห็นในทป่ี ระชุม
การประชุมเปน็ กิจกรรมเชงิ สรา้ งสรรคท์ จี่ ำเป็นต่อทกุ องค์กร สมาชกิ ผูเ้ ข้าประชุมจะเป็นผู้พดู เสนอความเหน็ ใน
ทีป่ ระชมุ ได้รับทราบ และมกี ารบันทึกความเห็นไว้เป็นหลักฐาน จึงนับได้วา่ การพดู เสนอความเหน็ ในท่ีประชุม มี
ความสำคญั ต่อองค์กร ดังน้ี
๑.การพดู เสอความเห็นในท่ีประชมุ เป็นกิจกรรมยง่ิ ขององค์กรในการระดมความรู้ ความคิดเหน็ และ
ประสบการณ์ของสมาชกิ ผ้เู ข้าประชุมเขา้ ดว้ ยกัน
๒.การพดู เสนอความเหน็ ในท่ปี ระชมุ เปน็ การที่สมาชกิ ผ้เู ขา้ ประชมุ ไดร้ ว่ มกันกำหนดเป้าหมาย วัตถปุ ระสงค์
แผนงาน และข้นั ตอนในการดำเนินงาน เพื่อการบรรลุวตั ถุประสงค์รว่ มกันขององค์กร
๓.การเสนอความเห็นในท่ีประชมุ เปน็ การสรา้ งความสร้างสรรค์สงั คมร่วมกนั ขององค์กรรูปแบบหน่ึง ทีม่ ุ่งให้
ทุกคนมคี วามเขา้ ใจร่วมกัน
๔.การพูดเสนอความเห็นในที่ประชมุ สามารถนำมาแก้ไขปญั หาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกดิ ขึน้ จากการ
ดำเนนิ งานใหล้ ลุ ่วงไปไดด้ ้วยการรวมพลังความคดิ
จดุ ม่งุ หมายของการประชมุ
๑. เพอ่ื ร่วมกนั ปรึกษาและพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ตามระเบียบวาระของการประชมุ
๒. เพ่อื ใหท้ ่ปี ระชุมได้ชแี้ จงแถลงนโยบาย หรอื แถลงข้อมูลข่าวสารตา่ ง ๆ
๓. เพื่อใหเ้ กิดการประสานงานและดำเนนิ การในเรื่องตา่ ง ๆ มีความคล่องตวั
๔. เพ่ือให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคดิ เห็นและประสบการณ์ต่าง ๆ รว่ มกัน
๕. เพ่ือให้เกิดการกระตุ้น และสรา้ งแรงจูงใจในการร่วมกนั ดำเนินงานต่าง ๆ
หลกั การพดู เสนอความเหน็ ในท่ปี ระชุม
๑. ผูเ้ ขา้ ประชมุ ควรคำนงึ ถึงมารยาททางสงั คม ในขณะที่แสดงความคดิ เห็นควรแสดงออกอยา่ งสภุ าพทง้ั ภาษา
พูดและภาษาทา่ ทาง
๒. ผเู้ ขา้ ประชุม ควรใช้ถ้อยคำและภาษาท่เี ข้าใจง่าย และชัดเจนในการอธิบาย และควรมกี ารลำดับความคดิ เห็น
อย่างเป็นรปู ธรรม ต้องมีเหตผุ ลนา่ เช่ือถอื เหมาะสมกบั กาลเทศะและบคุ คล
๓. ผ้เู ขา้ ประชมุ ตอ้ งรู้จักยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ของผู้อน่ื ไม่ผูกขาดการพดู เสนอความเหน็ ไว้เพยี งคนเดียว
๔. ผู้เข้าประชมุ ต้องคำนึงถึงประโยชน์ขององคก์ รเปน็ สำคญั เลอื กเสนอในสิ่งที่คิดวา่ สรา้ งสรรคแ์ ละเกิดผลดีตอ่
องค์กร
มารยาทในการพูดเสนอความคดิ เหน็ ในทีป่ ระชุม
๑. ควรขออนญุ าติประทานในที่ประชุมก่อนการเสนอความคดิ เหน็
๒. ควรแสดงความเคารพประทานก่อนลุกออกจากหอ้ ง
๓. ควรใช้นำ้ เสยี งและคำพูดทส่ี ภุ าพตอ่ สมาชิกผ้รู ว่ มประชมุ
๔. ไม่ควรใชน้ ำ้ เสยี งและคำพูดท่ีก่อใหเ้ กิดความเสียหายต่อผ้อู ่ืน
๕. ควรใชร้ ะยะเวลาในการเสนอความเห็นอยา่ งเหมาะสม

๑๒๓

แบบฝกึ หัดหนว่ ยที่ ๗

คำสัง่ ให้นักเรยี นตอบคำถามต่อไปน้ีใหถ้ ูกต้อง

๑. จงเรียงลาดบั ความสาคญั การพดู แสดงความคดิ เหน็ ในท่ีประชมุ

................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................

............

๒. อธิบายประโยชนข์ องการพดู แสดงความคิดเห็นในท่ปี ระชมุ
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
............
๓. การอภิปรายมีก่ีประเภท อะไรบา้ ง
.............................................................................................. ......................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............
๔. เมื่อมีการประชุมทเ่ี ปน็ ทางการ ต้องมีองคป์ ระกอบของการประชมุ โดยมใี ครบ้าง
............................................................................................................................. .......................................................
.................................................................................................................................. ..................................................
....................................................................................................................................................................................
...........
๕. จงอธบิ ายคำศัพท์ในการประชมุ ดงั นี้

ญตั ติ คือ ......................................................................................................................................................
เลขานุการ คือ
............................................................................................................................. ....................
แปรญตั ติ คือ
............................................................................................................................. .....................
มติ คอื
.................................................................................................... .........................................................
ระเบยี บวาระการประชุม คือ
.........................................................................................................................
(ใช้เวลา ๑๐ นาที)

๑๒๔

ลําดับขนั้ ตอนการปฏิบัติงาน

ขัน้ ตอนการปฏบิ ัตงิ าน คาํ อธิบายขน้ั ตอนการปฏิบตั งิ าน เครือ่ งมือ/อปุ กรณ์ หมายเหตุ/ขอควรระวงั

๑. เตรยี มเนือ้ หา ให้นักเรยี นทำแบบทดสอบก่อน - หนังสอื เรยี น
การเรยี นรู้ หนงั สอื เรยี น - ปากกา
เรียน
- ใบสั่งงาน
๒. ครใู ห้นกั เรยี นศกึ ษา ให้นักเรยี นศึกษาหน่วยการเรียน
เน้ือหาการเรียนรู้ใน บอกความหมาย และความสำคญั
หนังสอื เรยี น การพดู แสดงความคิดเหน็ ในท่ี
ประชุมได้

๓. ครบู รรยายเนอ้ื หา นกั เรยี นฟงั ครบู รรยายและจด - หนังสอื เรยี น
ประกอบ power บันทึก - ปากกา
point

๔. ซกั ถามและ ให้นักเรยี นตอบคำถามทำ - ใบแบบทดสอบ
อภิปรายสรปุ แบบทดสอบหลงั เรยี น
เก่ียวกับเนือ้ หาท่ี
เรยี น


Click to View FlipBook Version