The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โลกแห่งพระคริสตคัมภีร์ ภาค พันธสัญญาใหม่ (H E Dana)_read

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Patalee Phongsumphan Techamahanon, 2021-04-20 22:11:02

โลกแห่งพระคริสตคัมภีร์ ภาค พันธสัญญาใหม่ (H E Dana)_read

โลกแห่งพระคริสตคัมภีร์ ภาค พันธสัญญาใหม่ (H E Dana)_read

บทท่ี 4 กาํ เนดิ และวิวฒั นาการของลทั ธิยูดาหน ยิ ม

เม่ือคนใดยืนอยูกลางโลกของพระคริสตคัมภีรภาคพันธสัญญาใหม และใครครวญดูความ
แวดลอมตัวเขา สงิ่ ท่ีเขาจะเหน็ กอ นอื่นและเดนท่สี ุดสบกับความสนใจของเขาก็คือยิว สิ่งอันตรายที่สุด
และจําเปน ขาดไมไ ดใ นการจะใหอรรถาอธิบายพันธสญั ญาใหม ก็คือทีจ่ ะตอ งรูจักชนชาติยิว และรูเร่ือง
ของเขาโดยตลอดอยางคุนเคยทเี ดยี ว ในการสํารวจตรวจดูลกั ษณวิสยั ของเขาและภาวะแวดลอมเขา ไม
ชาจะเหน็ วาเขาเปน ผลิตผลเกิดขึ้นมาเกินกวา ชั่วอายุคนเดียว แสดงวาคนยิวนั้นเปนสวนผสมของสวน
ตา ง ๆ ท่ีหลายศตวรรษลว งไปแลว ไดส งให ที่จริงประวัติศาสตรของชาติอิสราเอลทั้งหมดก็ปรากฏอยู
ในตวั ของยิวน่นั เอง แตโดยเฉพาะคนยวิ น้ันถกู กระทบดวยหาศตวรรษทผ่ี า นหนา ยุคสมัยท่ีเขาอยูนั้นไป
งานแรกในการศกึ ษาโลกพระคริสตคมั ภรี ภาคพนั ธสัญญาใหมค ือการสาํ รวจตรวจดูประวัตศิ าสตรยุคน้ี
ใหไ ดค วามรถู งึ กําเนดิ และธรรมชาตินสิ ัยของคนยิว

กอนอ่ืนเราตองรับทราบเสียกอนวา คนยิวมีลักษณะวิสัยของเขาเครงชัดแจงทีเดียว ชาติ
อิสราเอลแหง พระคริสตคัมภีรภาคพันธสัญญาเดิมจะวาชนยิวก็อาจไมถูกตอง ชนยิวมีกําเนิดจากชาติ
อิสราเอลจรงิ แตช าติอิสราเอลเมอื่ กอนตกเปน เชลยไปอยูนอกประเทศตนก็หาใชคนยิวไม การตกเปน
เชลยไปอยูนอกประเทศตนนั่นแหละเปนการกอเกิดคนยิวขึ้นมาโดยเฉพาะ และปรากฏตัวขึ้นใน
ประวัติศาสตรในกาลทีม่ กี ารฟน ชาติ ทา นโยเซฟสพดู ถึงคําท่ีเรยี กวา ยวิ วา “นามนเี้ ปนนามทเ่ี ขาเรียกกัน
ตง้ั แตวนั ทเ่ี ขากลับข้ึนมาจากบาบโิ ลน” (โบราณ 11.5) คนยวิ ไดมาตง้ั อยใู นแผน ดินแหงพระสัญญาของ
เขาแตโบราณ แต “ลทั ธยิ ดู าหนิยมเติบโตขนึ้ มาเหมอื นเปนสงิ่ ใหมบ นผืนทีด่ นิ แตโบราณ”1 ช่ือยิวนี้เปน
คําที่เพ้ียนมาจากชอื่ คนเผาโบราณท่ี “ยดู าห” อันเนอื่ งมาจากแปลจากภาษากรกี เปนภาษาอังกฤษ เปนคํา
ชือ่ ที่ใชเรยี กคนท่ขี ้ึนมาจากบาบโิ ลนในคราวฟน ชาติ เพราะสวนใหญเขาเปนคนเผายูดาห

1 หนงั สือของแฟรเวเทอร The Background of the Gospels,หนา 61

51

แตค ําวา ยวิ กบั คาํ วา ลทั ธยิ ูดาหนิยม มสี ัญลักษณสาํ คัญเกนิ ไปกวา ความเปน ชนเผาหนง่ึ คําวา ยิว
ลทั ธยิ ูดาหนยิ มหมายถงึ ชีวติ คนแบบหน่งึ ท่ผี ดิ แปลกทเี ดยี ว ชนชาติฮีบรูเผายูดาหถูกนําเอาไปเปนเชลย
การนั้นทาํ ใหค นยูดาหเปลี่ยนแปลงไปอยา งจริงจังทเี ดยี ว พวกเชลยเหลานั้นตา งคนตางเหน็ วา การท่ีพวก
เขาตองถกู จับลากตัวมาอยนู อกประเทศตนน้ันเปน การเฆยี่ นตีจากพระหัตถข องพระเยโฮวาห เพราะเหตุ
ที่เขาด้ือดา นตอ ธรรมบัญญตั ิ แลวเขาก็กลับจิตกลับใจกันเสียใหมจริง ๆ นอกจากน้ัน คนผูอพยพกลับ
บา นกเ็ ฉพาะแตค นผูแ กศรทั ธา จงึ รบั โอกาสทก่ี ษตั รยิ โคเร็ชจัดแจงให และลงมอื กอ ตงั้ ชาตขิ น้ึ อีกใหเปน
ชาติทม่ี ศี รัทธาในพระเจา ดังนั้นพวกลูกหลานของอิสราเอลผูขึ้นมาจากบาบิโลน ไดมีใจอุทิศใหมตอ
ธรรมบัญญตั แิ ละตอจารีตประเพณขี องบรรพชนของเขา กลับมีความเบ่ือหนายกับรูปเคารพ และส่ิงใด
ๆ ท่เี ปน ลักษณะของตางชาติ เพราะฉะนนั้ คนพวกนมี้ ีความรอนใจในการถอื ชาตแิ ละวางตัวแยกจากชาติ
อื่นยิ่งกวา ทบ่ี รรพชนของเขาเคยมีเมือ่ กอนตกเปน เชลย

ชนท่มี ีข้ึนใหมน้ีปรากฏในประวัตศิ าสตรว า ยวิ หลักการและแบบชีวิตของเขารวมเรียกวา ลัทธิยู
ดาหนยิ ม บัดน้เี ราจะไดเสาะหารองรอยของสิ่งที่ทําใหวัฒนาการและกาวหนาที่ผลิตรูปลักษณาการท่ี
สําคญั ทสี่ ดุ น้ี ของเบื้องหลงั พันธสัญญาใหม

สวนทีป่ ระกอบขึ้น

ในที่น้ีเรามิไดศ กึ ษาประวัติศาสตรเพอ่ื รเู พื่อรูประวัติศาสตรเทานั้น เรามิไดสนใจกับยุคตาง ๆ
ตามลําดบั แตเ ราสนใจกับพลังตา ง ๆ ท่ปี ฏิบัติการ จดุ มงุ หมายของเราคือที่จะพบความเก่ยี วของของส่ิงท่ี
เกย่ี วกบั ยิวใหหา ศตวรรษกอ น เราจะตอ งพบสิง่ อยางนีใ้ นทันทที ี่เราเปด พระครสิ ตค ัมภีรภ าคพันธสัญญา
ใหมข ้ึนอา น การสํารวจท่ีจะใหอ รรถาธิบายประวัตศิ าสตรน เ้ี ผยความเก่ียวขอ งอยา งหนง่ึ อนั เปน หลักใน
ชวี ติ ยิว มันเผยตวั เองออกมาตามแนวทีเ่ ปนเนื้อหาสําคัญสามประการของการแสดงออก การเก่ียวของ
หลักอนั หนึ่งคือการเกี่ยวของระหวางพระเยโฮวาหกับประชากรของพระองค และการเก่ียวของนี้คือ
เรอื่ งชาติ กฎบญั ญัติ และพธิ กี รรม หลกั ความสํานึกของลทั ธิยดู าหนิยม คือพนั ธสัญญา อันประกอบดวย
สว นสําคัญสามประการ ชาติ ธรรมบญั ญตั ิ และปุโรหิต ชาติน้ันเปนตัวทีพ่ ระเจาโปรด เปนจุดหมายช้ัน
ยอดท่ีอยูในความคํานึงของพันธสัญญา ธรรมบัญญัติเปนเงื่อนไขท่ีพันธสัญญานั้นจะสําเร็จหรือไม
และพธิ ีการทป่ี โุ รหิตเปน พธิ ีกรจะเปนอาการทพี่ ันธสัญญาแสดงออก ดงั นนั้ เราจงึ เหน็ ไดวามีสวนที่เปน
ตัวการในวัฒนาการของลัทธิยูดาหนิยม ชาติ ธรรมบัญญัติ และปุโรหิต สามสิ่งนี้พบไดอยางไมผิด
เพราะมันต้งั ตัวขน้ึ มาในการเริ่มประวตั ศิ าสตร ยวิ

52

1. ชาติ

ความสนใจเรอ่ื งชาตอิ ันเปน หลกั สาํ คญั ยงิ่ น่เี อง จดุ ความหวังรงุ โรจนข้ึนในพวกเชลยที่อยูไกล
ไปถึงบาบิโลน ฟนอุทิศตัวในการรักชาติข้ึนมาอีก การตั้งชาติข้ึนมาใหมอีกเทาน้ัน จึงจะปฏิบัติตาม
ธรรมบัญญัติกันใหมอีกได และการนมัสการพระเยโฮวาหก็จะกระทํากันในบริเวณพระวิหารอัน
ศักด์ิสทิ ธ์ิไดอกี ถา อิสราเอลไมอ าจรวมกนั เปนชาติได กไ็ มม ีหวังที่การเก่ียวของแหงพันธสัญญาจะฟน
ขึน้ ใหมอ ีกได

1. เพราะฉะน้นั กาวแรกท่ีจะต้ังพนั ธสญั ญาอกี ใหม นั่ คง ก็ตองมีการฟนความเปนชาติข้ึน โดย
คุณของการอุปการดวยใจกวา งขวางของกษัตริยโ คเร็ช คนอยางนอ ยหา หม่ืนคนไดอพยพกลับจากแดน
บาบิโลนในระหวา งป ก.ค.ศ. 537 กบั 444 และมาตงั้ ภมู ิลําเนาอยูในแควนยูดาหตามเดิม เขามากันเปน
สามรนุ รนุ ทีห่ น่งึ ทา นศะรุบบาเบ็ลนาํ มา ทานศะรบุ บาเบ็ลนี้เปนเจาในราชวงศของดาวิด การมาคร้ังน้ี
ตกในป ค.ค.ศ. 537 ตามทก่ี ลา วไวในแหลงที่เชื่อไดที่สุดวามีจํานวน 42.360 คน2 รุนที่สองมากับทาน
เอสราในป ก.ค.ศ. 458 และรนุ ที่สามอาจมาเมอ่ื เนหะมยี ก ลับในป ก.ค.ศ. 444 นอกจากน้ีเราก็ยังเช่ือได
วา รนุ อ่ืน ๆ ยงั อพยพกลับมาอีกเปนคราว ๆ ซงึ่ ไมม อี ะไรเกี่ยวกับเหตุการณอ่ืน ๆ อันควรแกการเอยถึง
ในลาํ ดับประวัตศิ าสตรข องยคุ คนพวกทีก่ ลบั มานสี้ วนใหญทีส่ ดุ เปน ชนเผา ยูดาหและเผาเลวี แตชนเผา
อน่ื ๆ ก็ตอ งมตี ิดมาบา ง เปนกระเสน็ กระสาย3

พวกเชลยท่กี ลับบานมคี วามประสงคจะมาฟน ชวี ติ ชาติแตโบราณข้ึนอีก ถอื วา ชาติอิสราเอลเปน
ชาติของพระเจาดนิ แดนท่เี ขาต้งั ถิน่ อยูเ ปน แผนดินของพระเจา การถือเอาสมบัติของพระเจากลับคืนมา
เพอ่ื พระเยโฮวาหและเพอ่ื ธรรมบญั ญตั เิ ปนจุดหมายอันเรา รอนและสงู สงของชนพวกทีเ่ ดินทางกลบั

ถาจะเปรยี บจาํ นวนผเู ดนิ ทางไปเพราะเปนเชลยกับจํานวนผทู ี่เดนิ ทางกลับจากการเปนเชลย จะ
เห็นวาจาํ นวนผทู ี่เดินทางกลับมาตงั้ ชาติใหมมจี าํ นวนคนไมส ักกคี่ น เพราะมเี ฉพาะผมู ีจิตใจรักชาติและ
เครงครดั ศาสนาที่สุดเทานน้ั ทเ่ี ดินทางกลับ คือคนผูร ูสึกวา ถา ไมไดบริการพระเจาและปฏิบัติตามธรรม

2 หนงั สือของโยเซฟส ชื่อ โบรณ 11:1 ใหจํานวนวา 42,462.
3 ถา จะเอาขอสาธยายท่กี ระจางกวาและเชอื่ ถือได เรื่องโชคชตาของสิบตระกูล(หรือสิบเผา) ดูหนงั สอื ของทา นอีวาลดop, cit.เลม 5 หนา 90 ff.

53

บญั ญัติแลวชีวิตก็ไมนาพึงปรารถนาแตป ระการใด การตกเปน เชลยสอนเชลยใหตระหนักธรรมบัญญัติ
เสยี ใหม และท้ังอดุ มคตทิ างชาติทางศาสนาท่พี วกรเู ผยวจนะไดเคยสง่ั สอนกใ็ หเ ห็นความสําคญั เสยี ใหม
ความทุกขยากและการถือศาสนาของเอกชนที่เขาจําตอ งผาน เม่ือเปนเชลยอยูในทามกลางคนไมถือพระ
เจา เหลานี้ไดถูกชําระเอาสิ่งที่ใชไมไดออกไปเสียจากเช้ือชาติหมด ทานอีวาลดไดพูดถึงเรื่องนี้ดวย
ภาษาสํานวนอันเหมาะตรงวา “บัดนี้ความผิดอันใหถึงพินาศ ความด้ือกะดางของศตวรรษกอน ๆ ได
หมดไปแลว เพราะพายไุ ดพ ดั พาเอาจติ ใจอนั ปา เถื่อนเมอื่ คร้งั ชาตเิ ปน เอกราชนนั้ ปลิวหลุดไปหมด สิ่งท่ี
ไมต ายและสิ่งทีด่ าํ รงอยชู ั่วนริ นั ดรในอิสราเอลเทานนั้ ทีย่ งั คงดํารงตัวอยูได และวธิ เี ดียวที่จะสามารถยืน
หยัดตานการทดลองไดดีกวากอนก็กลับมาอีกอยางเงียบ ๆ และหนักแนน” ทานอีวาลดไดพูดถึงการ
เปล่ียนรูปวาเปน “สองสถาน ๆ หน่ึงนําเอาสิ่งซ่ึงเปนรูปของคนผูไมถือพระเจาออกไปหมด และอีก
สถานหนึ่งกาวหนา ไปอยางเดด็ เด่ยี วสพู ระเจาของชาตอิ ิสราเอลแตโ บราณดว ยความเรา รอน4

อะไรท่คี าํ่ จุนภายนอกและปอ งกันผิวเผินไดหมดไปความศรทั ธาของชาติอิสราเอลตองดํารงมนั
ดว ยเนือ้ แทของมนั ความเปน เชลยไดท ําลายรปู แบบและวตั ถเุ ครอ่ื งหมายของศาสนาของอิสราเอลหมด
เนบูคัดเนสซารมีนโยบายบดขยี้คนผูแพเขาใหบี้แบนหมดไป แตกลับมีเศษชนหรือชนพวกนอยที่
ศรทั ธาจริงจงั เกิดขน้ึ มาจากเจตนาทําลายของผูชนะนัน้ และเรื่องเชนนี้ก็ไดมีทํานายไวกอนอยูแลวโดย
พวกผเู ผยวจนะ วา พวกนจ้ี ะมีความจงภกั ดเี ด็ดเดยี่ วตอประเพณีและความหวังใจของอิสราเอล มันเปน
ประชาชนผรู กั ชาติ ผรู ับการชาํ ระแลว จะหยบิ เอาสายไยของประวัตศิ าสตรช าติของเขาที่ขาด ๆ หลุด ๆ
ขน้ึ มาติดตอ ใหม และภายใตนามวา ยวิ ฟน งานศาสนา ฟน พันธสญั ญาของอิสราเอลในแผนดินบริสุทธิ์
แหงพันธสญั ญา

คนพวกเหน็ แกตวั พวกเฉย ๆ ไมรูสึกอะไรเรื่องชาติศาสนา คนพวกนี้ยังคงอยูที่เดิมของเขาไม
ยอมกลบั ทา นโยเซฟสบอกวา “มีอีกหลายคนยังคงอยูในบาบิโลนตอไปเพราะไมอยากจากทรัพยจาก
สมบัติ” 5ถึงอยางไรก็ดีมียิวหลายคนท่ียังคงสมัครอยูในบาบิโลนตอไป แตก็มีความภักดีตอธรรรม

4 Op. cit. เลม 5 หนา 19,25
5 โบราณ.,11:1

54

บญั ญัติและเช่ือม่นั ในพนั ธสัญญา ดงั ตออยางเชนดาเนยี ล และ เอสเธอร ชาติฮีบรูหลายคนท่ีเปนคนม่ังมี
ไดรว มมืออยางใจกวางตอรายการของการมาเพาะพลเมืองข้ึนในถ่ินภูมิลําเนาเดิม แตเราอาจสรุปไดวา
เชอื้ ของยิวผูรกั ชาติและแกศรัทธามาเพาะพลเมอื งข้ึนในผนื แผน ดนิ แควน ยูดาห

ในการสงผลเขามาในการอรรถาธิบายพันธสัญญาใหมนั้น การนี้ยอมนับวาเปนวัฒนการท่ีมี
สัญลกั ษณสาํ คญั ท่ีสุดของยคุ ลทั ธิยูดาหนิยมทีต่ ัง้ ข้ึนมาดงั นนั้ พดู กันในดา นประวตั ศิ าสตรกว็ า ทําใหวิถี
ของพระเยซูเปนไปได ลัทธิยูดาหนิยมวัฒนาข้ึนสุดยอดเห็นไดในพวกฟาริสี ซึ่งมีลักษณะวิสัยเปน
บญั ญตั ินยิ มเครงเครยี ดและไวเนื้อไวตัวในทางชาติวัฒนาการทมี่ กี ารเครงครัดออนกวาและมีอุดมคติสูง
กวา ของเช้อื ชาติก็แสดงออกในกลุมชนผหู นั มาใสใจดีตอ พระเยซูและกลายเปนสานุศษิ ยข องพระองค

2. ชนยวิ ตงั้ ใจแนว แนจะธาํ รงบรู ณภาพของชาติของเขาไว และการน้ีท่ีเปนมูลเหตุใหแตกแยก
กันชาติสะมาเรยี เร่อื งในประวัติศาสตรของพันธสัญญาใหมที่รูกันอยางคุนที่สุดเรื่องหน่ึงคือความจง
เกลยี ดจงชังกนั อยางรนุ แรงระหวา งชนยิวกับชนสะมาเรยี การกําเริบของเรอ่ื งสาํ คัญนีส้ ว นใหญมีกาํ เนิด
ในระหวางยุคเปอรเ ซีย (ก.ค.ศ. 537-332) นักศึกษาพระคัมภีรทราบเร่ืองดีวา เมื่อครั้งชาวสะมาเรียมา
เสนอขอเขา รว มในการสรางวิหารดว ยกต็ อ งถูกปฏิเสธกลบั ไปอยา งไมไ ยดี

ชาวสะมาเรยี ท่ีปรากฏตัวในตอนทายของประวัติศาสตรใ นพระครสิ ตคัมภรี ภ าคพันธสญั ญาเดิม
ในประการฉะน้ันชนเหลาน้ันไมใชชนตางชาติท่ีอพยพเขามาอยูในเขตแควนสะมาเรียหลังจากที่
แผนดนิ อสิ ราเอลฝา ยเหนอื ลม ไปแลว แตเ ปน พงศพันธอุ สิ ราเอลเองทีถ่ ูกทิ้งไว เมื่อชนสวนใหญของชาติ
ถกู นาํ เอาไปเปน ทาสอยใู นแดนอะซิเรยี ถึงแมเปน พงศพนั ธขุ องชาติฮีบรูโดยเลือดเน้ือเช้ือสาย แตเขาก็
สมั ผัสกบั ชนตา งชาติที่เขามาอยูในคานาอนั อยางใกลช ิดหลังจากท่ีชนยดู าหตกไปเปน เชลยแลว แลวชน
ตางก็ปนกบั ชาตอิ ิสราเอลพงศพันธุทีต่ กคางอยนู ้ันในขนาดนา คดิ ทีเดยี ว ย่ิงกวานัน้ พงศพันธุอิสราเอลที่
ตกคา งกย็ ังละเลยพระวิหารเสยี อกี ดวย และเฉยตอการถูกทอดทิ้งของกรุงเยรูซาเล็ม ไมใสใจกับธรรม
บญั ญัติ ลืมพันธสัญญาเสียตลอดเวลาท่ีชนยูดาหตนเปน เชลยอยูใ นบาบโิ ลน แลวอีกเหตหุ น่ึงทไ่ี มลืมกัน
เลย คอื วา เขาเปนพวกลูกหลานของอิสราเอลสิบตระกูลผูขบถตอราชวงศของดาวิดต้ังแตเม่ือคร้ังที่ยา
ราบะอามเปนหัวหนานาํ ข้ึน เหตตุ าง ๆ เหลานร้ี วมกนั ทําใหพ วกยิวเห็นวา ชนสะมาเรียไมคคู วรแกท่ีจะมี
สว นรว มในการฟน ชาติ

เรื่องมาถึงยอดของความรุนแรงเมื่อมะนาเซ ญาติสนิทของมหาปุโรหิต ไดสมรสกับบุตรี
ของซนั บาลาตผูป กครองในเขตสะมาเรยี เมื่อเขามีใจจะละท้ิงประเพณี มาผูกพันกับสิ่งอันตองหามใน
ธรรมบญั ญตั เิ ชนน้ี เขาก็ตองถูกขับออกจากแผนดินยูดาห พรอมดวยกับอีกหลายคนท่ีเปนพรรคพวก
ของมะเนเซ เพราะมีความทะนงเหมือนกัน เขาก็ซอนแซมตัวเมืองสะมาเรีย และขอตอซันบาลาตให
อนญุ าตใหเ ขาสรางวิหารข้ึนเปนของชาวสะมาเรียโดยเฉพาะ วิหารคูแขงแหงน้ีสรางข้ึนบนภูเขากะริ

55

ศศิม ตัง้ อยูจ นกระทัง้ ยอหน ไฮรคานุสไดทําลายเสีย แหงที่ต้ังวิหารน้ีแหละท่ีหญิงชาติสะมาเรียน้ันได
อางกบั องคพ ระผเู ปนเจา ของเราวา “บรรพบุรษุ ของพวกเราไดน มัสการบนภเู ขานี้ ...” (ยอหน 4:20)

ความเครียดแคน ที่เกดิ ขึ้นดวยเหตุการณก าํ เริบข้ึนนี้ยังคงอยจู นถึงทุกวนั นี้ จึงแสดงวาเพราะเหตุ
ใดชาวสะมาเรียมีความชงิ ชังชาวยิว โดยเฉพาะเม่อื ชาวยิวทาํ ทา จะเดินทางมายังกรงุ เยซซู าเลม็

2. ธรรมบัญญตั ิ

อทิ ธพิ ลของเอสรานั่นแหละกอใหเกิดแนวการขยายตัวข้ึนเปนความสําคัญเดน ธรรมาจารยผู
เปน บรรณกรยง่ิ ใหญน ้ีทั้งเปนผกู อ ตั้งลทั ธิยดู าหนิยมมาตรฐานนี้ ที่เราไดพบในพันธสัญญาใหม ไดนํา
การเนนธรรมบญั ญตั อิ ยา งลน ขนาดมาใหแกชีวิตยิว ทานไดเราใจใหมีการร้ือฟนการถวายบูชาประจํา
เวลาเชาและเย็นขน้ึ อกี เพราะแทนบูชาของพระวิหารถูกละเลยไปนานแลว (เอสรา 3:1-3) คนยิวกลับ
จากถกู เนรเทศแลว ก็มาประพฤตชิ ัว่ รา ย ทําการสมรสปนเปไมเ ลือกชาติศาสนา ทานเอสราก็นําใหมีการ
ขจดั ความประพฤตชิ ัว่ น้ีออกเสียจากชีวิตของชาติ (เอสรา 9:1) ทานไดเปนผูริเริ่มใหมีการศึกษาธรรม
บญั ญตั ิดว ยวธิ ีตามระบบระเบยี บ ประชาชนสว นใหญจงึ ไดมโี อกาสศึกษา ดังที่ปรากฏในประวัติศาสตร
ยิว (เนหะมีย 8:1) ทานเปน ตวั แสดงบทบาทอยางรอนรนท่ีเก่ียวกับธรรมบัญญัติและการตีตัวออกหาง
ในทางเชื้อชาติของลัทธิยูดาหนิยมแมวาอิทธิพลของทานทําใหมีผลเครงครัดยิ่งไปกวาตัวทานเองได
วางแผนไว แตเรากจ็ ะตอ งทราบวา ทา นเปน คนแรกที่สง เสริมการเปน ทาสตอธรรมบัญญตั ิในลัทธิยูดาห
นยิ ม โดยทางทา นเอสราแท ๆ ที่ยกธรรมบัญญัติขึ้นบนบังลังกแหงจิตสํานึกของประชาชนข้ึนใหมอีก
ผลของการเนนธรรมบญั ญัตอิ ยา งแรงนั้นจึงมีการขยายตวั เกดิ ข้ึนอีกสองอยา งตามมา

(1) การที่เอสราเนน ใหญเรอื่ งการถอื รกั ษาธรรมบญั ญตั ทิ ําใหเกิดการเรียกรองใหมีสิ่งหน่ึงเกิด
ข้ึนมาใหมอ ีกเหมือนกนั นั่นคือการที่ประชาชนควรจะรูธรรมบัญญัติดวยเพ่ือการสอน เพื่อการศึกษา
และเพอ่ื การสง เสริมธรรมบัญญตั ิในประการท่ัวไป จึงมีคนพวกหน่ึงเกิดข้ึนในลัทธิยูดาหนิยมเรียกวา
บรรณกร หรือธรรมาจารย พวกธรรมาจารย ผูเปนบรรณกรเหลานี้ไมใช “นักพรต” ตามธรรมดาตาม
ความหมายของคาํ แตเ ปน ธรรมมกิ ชนผอู ทุ ศิ ตวั ศกึ ษาและสอนธรรมบัญญัติ หนาที่อันใหญน้ีทําใหเขา
เกดิ ความตระหนักวา ตองปองกนั รกั ษาประเพณขี องอศิ ราเอลไว และเอาธรรมบญั ญตั ิมาอรรถาธิบายหา
ขอ กําหนดที่ละเอยี ดถ่ีถวนกวา งมากออกไปสาํ หรบั เปนเครือ่ งนาํ ความประพฤติของบคุ คล ประเพณีและ
ขอ ปฏบิ ัตเิ หลานี้สอนตอ ๆ กนั ดวยวาจา และถือวาเปนการแสดงความละเอียดของธรรมบญั ญัตมิ อี าํ นาจ
ใชบังคับได ชนรุนหลังตอมาก็เรียกเปนคําพังเพยวา “ร้ัวลอมธรรมบัญญัติ” คําส่ังสอนกันดวยปากนี้
หนกั เขา ก็เอามากําหนดกบั สง่ิ เล็กส่งิ นอยจกุ ๆ จกิ ๆ สาํ คญั บางไมส ําคัญบา ง จนกลายเปนความเขมงวด
เหลือทนเหลือทาน นี่แหละท่พี ระเยซูไดเคยตรัสถึงวา พวกฟาริสีน้ีดีแตเอาของหนักใหมนุษยอื่นแบก
อยางนาสลดใจ (มัทธิว 23:4) เจาพนักงานหนาท่ีทางศาสนาในพวกยิวก็คือพวกปุโรหิตตามระบบ

56

ศาสนาทีร่ ะบุไว แตทจี่ ริงแลวธรรมาจรรยเปนผูปนชีวิตศาสนาของคน โดยพวกธรรมจารยมิชาธรรม
ศาลาก็กา วไปถงึ ข้นึ มีอํานาจและอิทธิพล อํานาจสูงสุดใชธรรมศาลาใหปฏิบัติธรรมบัญญัติกันในชีวิต
ยวิ

(2) กจิ กรรมแหงธรรมาจารยนิยมไดนํามาซึ่งการหยุดยั้งของการเผยพระวจนะหรือพยากรณ
การน้หี ลีกไมพน การเผยพระวจนะหรอื การพยากรณน้ันโดยเนอ้ื หากเ็ ปน การกอ เกิด คือกอ ใหม ีเรื่องราว
ดาํ เนินไป ลทั ธิธรรมาจารยนยิ มก็เปนปฏปิ ก ษกับอะไร ๆ ทเ่ี กดิ มาแตเดิม ลัทธิธรรมาจารยนิยมจําดํารง
อยไู ดกต็ อ งอาศยั การกดไมไ ดม กี ารเปล่ียนแปลงใหมเ กิดข้นึ คือ “สรางร้ัวลอมธรรมบญั ญตั ิไว” นโยบาย
เชน น้นั กอใหเกิดบรรยากาศทไ่ี มอาํ นวยตอการปฏบิ ัติการเผยพระวจนะหรอื พยากรณจึงเปนผลใหเสียง
ของคําพยากรณหรือเผยพระวจนะหยุดไปในชาติอิสราเอลตั้งแตมาลาคีถึงยอหนบัพติศมา ความไม
ราบรน่ื ในการฟนชาติเรียกรองฆกั กัย กับ ศะคารยา ใหลุกขนึ้ เทศนาดว ยความรอนใจ ท้งั การปฏิบัติอยา ง
เสอ่ื มเสยี ของมหาปุโรหติ และพรรคพวก การคารวะตอธรรมบญั ญัตกิ ็หยอ นยาน การนมัสการของพระ
วหิ ารกถ็ ูกละเลย เรา ใหม าลาคีลุกขึน้ ปฏิบัตกิ ารเผยแพรพระวจนะหรือพยากรณ ผูเผยพระวจนะหรือผู
พยากรณคนสดุ ทา ยของพนั ธสญั ญาเดมิ โฆษกของพระเยโฮวาหโดยตรงสงเสียงประณามการถอยหลัง
ของอิสราเอลอยา งอาจหาญ และรอ งแจงถึงหลักเกณฑของการไถน้นั ซึง่ เขาเห็นกันอยางเลือนรางเต็มที
ไมเหน็ วา น่ันแหละคือผลที่ใหเ กดิ ความหวงั พระเมสิยาหแหงชาติของเขา คําพยากรณหรือการเผยพระ
วจนะไดจ บฉากลงทมี่ าลาคี

3. ปโุ รหติ

พันธผูกพนั กับพระเยโฮวาหตอ งการมีพิธีการ เพราะการผูกพันตองมีการนมัสการเทา ๆ กับมี
การออนนอมเชื่อฟง พระเยโฮวาหจะอยกู ับอิสราเอลเปนพระเจาของเขาตลอดทุกยุคสมัย พระวิหารจะ
เปนเครื่องหมายใหเ ห็นไดวา น่ีเปนความผกู พันดานหนงึ่ และปโุ รหติ เปนเจาหนาท่ีปฏิบัติ เพราะฉะนั้น
เน้อื แทของการฟนชาตกิ ค็ อื ฟนสภาพปโุ รหิตและพธิ กี ารศาสนาขนึ้ ใหมอกี

(1) เปน ธรรมดา กาวแรกของการฟนการนมสั การพระเยโฮวาหกต็ องสรางวิหารขน้ึ มาอีก พวก
เชลยที่กลับบานในทสี่ ดุ ก็มาถงึ กรงุ เยรซู าเลม็ ในเทศกาลต้ังกระโจมอาศยั แลวกอ แทน สําหรับถวายบูชา
ยนั ตพระเยโฮวาหข้ึนตามกําหนดไวในธรรมบัญญัติ ตอไปก็วางฐานพระวิหารข้ึนในทามกลางน้ําตา
และความยินดี แตเพราะเนื่องจากการขัดขวางรุนแรงและความยากลําบาก การกอสรางจึงยังไมเสร็จ
ตอ งหยุดชงกั ไปหลายป พอลงมือเริ่มการกอสรา ง ชนสะมาเรียก็เสนอขอรวมงานดวย และจะเปนสวน
หนงึ่ ของชาติทฟ่ี น ตั้งใหม แตพวกยิวไมรับกลบั ปฏิเสธขอเสนอของเขา เขากโ็ กรธก็เกลียดริษยาอาฆาต
หาความรา ยใสข ัดขวาง อาจเปน ไปไดดวยวา เพราะการรบศกึ ระหวา งแคมบสิ ีสกับประเทศอียิปตก็ชวย

57

ทาํ ใหงานกอสรางลาชา6 แตในทามกลางความยากลําบาก งานก็ดําเนินตอไปจนสําเร็จในท่ีสุด มีการ
ฉลองพระวหิ ารกันดว ยความยนิ ดยี งิ่ ใหญ ฉลองเทศกาลอนั ศกั ด์ิสิทธิก์ นั อกี

(2) ประวตั ิศาสตรของลทั ธิยดู าหนยิ มใหโอกาสแกปุโรหิตไดก ารครอบครองใหมอกี เพราะเมื่อ
ระบบปุโรหิตเกิดขึ้นในคร้ังแรกเริ่มก็ยกปุโรหิตขึ้นเสียสูงเดน ในยุคสมัยพันธสัญญาเดิมปุโรหิตมี
หนาทสี่ งู ประจําพระวหิ าร ประกอบการพธิ ี และจาํ กดั อยแู กม หาปุโรหติ เทา นัน้ แตหลังจากการฟนชาติ
ปโุ รหติ ก็ปรากฏข้ึนในรูปใหมอ ยางเปนมหาปโุ รหิต และอภิสทิ ธต์ิ าง ๆ กเ็ พิม่ พลู ข้นึ ใหญโ ต

การปกครองของชาติท่ีฟนใหมตกอยูในมือของทานศะรุบบาเบ็ลในตอนแรก ศะรุกบบาเบ็ล
เปนเจาราชวงศยูดาหคนสุดทาย เปอรเซียซึ่งเปนเจาเหนือขึ้นไปอีกไมยอมใหทานศะรุบบาเบ็ลตั้ง
ราชวงศกษัตริยข้ึนปกครองอยางเอกราช แตใหปกครองแควนยูดาหอยางเจาในอาณาจักรเปอรเซีย
เน่ืองจากการเสียดสีและการคอนขอด ทา นศะรบุ บาเบ็ลจําตอ งลาจากตาํ แหนงถอนตัวออกกอนจบชีวิต
ของทาน แลวมหาปุโรหิตก็ข้ึนเปนประมุขของการปกครอง เปอรเซียผูมีอํานาจสูงสุดก็เห็นวาเปน
ธรรมดา เปนโยบายการเมืองท่ีถูกตองแลวเพราะพวกเจาขุนมูลนายท่ีไมรูจักนับถือพระเจาก็ไมรูวา
สวสั ดิการของศาสนาแทเ ปน อยางไร มหาปุโรหิตจะดํารงอาํ นาจอยูนานสักเทาใดก็ไมแน เม่ือเนหะมีย
มาเยรูซาเล็มในป ก.ค.ศ. 444 ทานไดรับการแตงต้ังมาจากอารทัฆชัสทมาดวยเสร็จใหเปนขาหลวง
ปกครอง7 และไดร ับมอบการบังคับบัญชามาโดยปราศจากขัดของมหาปุโรหิต รูสึกวาเปนเชนนั้นแต
เมื่อเนหะมยี ล าจากตาํ แหนงแลว มหาปโุ รหติ ก็ขน้ึ ครองอีก แควน ยดู าหถกู จดั เขาเปน สวนหน่ึง ในแควน
ปกครองของขาหลวงซีเรีย และอยูในบังคับบัญชาของเจาหนาท่ีท่ีนั่น การบริหารทองถิ่นใหอยูใน
อาํ นาจการจดั การของมหาปุโรหติ มหาปุโรหิตตอ งรับผดิ ชอบตอ ขาหลวงแหงซีเรยี

การปกครองของชาติเปนเชนนั้น นโยบายการบริหารประเทศและจุดหมายปลายทางของ
ประเทศ ตกอยใู นมือของปโุ รหติ นี่เปนสญั ลักษณสาํ คญั อนั ควรแกการศึกษาเร่ืองวัฒนาการของลัทธิยู
ดาหนิยม จงึ เปน ความหมายวา พระวหิ ารนัน้ แทนทีจ่ ะมีไวเปนทีน่ มัสการพระเยโฮวาห เปน ท่ีชําระชีวิต

6 ดูหนงั สอื ของทานอีวาลด Op, cit, เลม 5 หนา 105 f”
7 ปรากฏพอเปนไดวา กอนหนา น้ีเอ็ศรา ไดใ ชสทิ ธิอํานาจของตําแหนง เจา เมืองดูหนงั สือของทานอวี าลด เลม 5 หนา 139

58

จิตใจของพลเมืองทพ่ี ระเจา ทรงคดั เลือกไว กลับกลายมาเปนศูนยการเมือง เปนเคร่ืองสงเสริมความทะ
เยอะทะยานเพื่อตวั ฐานะปโุ รหิตตงั้ ไวก็เพือ่ ใหนําประชาชนในฝา ยจิตวญิ ญาณ แตไดกลายเปน เครื่องกล
ไปเสียสวนหน่ึง ใชเปนเครื่องมือของความทะเยอทะยานทางการเมืองอันเปรอะเปอน ตําแหนงมหา
ปุโรหิตตองตกต่ําลงจากท่ีอันเคยอยูสูงสงในฐานะเปนผูพิทักษชีวิตศาสนาของชาติฮีบรู แตมากลับ
กลายเปนแตงต้ังมหาปุโรหิตกันข้ึนเพ่ือเห็นแกกิเลศสามานย และเปนตัวเจาอุบายอยางเส่ือมตํ่าที่สุด
เปน ตวั ทําใหเกดิ การพพิ าท

พอตําแหนงสังฆราช ไดถ ือบงั เหยี นการปกครองชาติไดไมทันไร โลหิตแหงการประทุษรายก็
แปดเปอนไปหมด โยนาธาน บุตรชายของทานโยอายดาไดตําแหนงปุโรหิตตามกฎหมาย คือสืบ
ตาํ แหนงจากบดิ า การนี้ทําใหโยชวั อะริษยาบา ดเี ดอื ด ประกอบกบั ไดใจเพราะบาโกเซสก็ลําเอียง โดยท่ี
บาโกเซสเปนแมทัพของเปอรเซีย โยชัวอะก็หาชองดึงพ่ีชายลงจากตําแหนง แตเปนการกระทําท่ีไม
สําเร็จหรอื ลม เหลว พีช่ ายกเ็ ลยฆาเสียท่ีบริเวณวิหาร การพิพาทกันอยางเหลวแหลกนี้เปนตนเคาวาใน
ประวตั ิศาสตรของปุโรหิตในกาลตอไปจะยิง่ รายหนกั

ลัทธเิ ฮลเลนนิยมบกุ บา เขา

สงั เกตเห็นแลว วา โดยอทิ ธพิ ลของเอสราธรรมบญั ญัตจิ งึ เปนสงิ่ สูงสุดในชีวิตชนยิว แตการถือ
รกั ษาธรรมบัญญตั กิ ันกม็ ิใชวา คงเสน คงวา บางยุคก็ตึง บางยุคก็หยอน บางยุคก็เจริญเขมแข็ง บางยุคก็
ถูกตอตา นอยางรา ยแรง บางทีถึงขนาดทาํ ทาจะลอ มเอาเสยี เลยกม็ ี

คนยิวตองตกอยูใตแอกแหงการบังคับบัญชาตั้งแตตนมา เขากลับจากการเปนเชลยดานสิทธ์ิ
แหงอํานาจสูงสุดของเปอรเซีย แลวก็อยูในจักรวรรดิของเปอรเซียสักสองรอยป ก.ค.ศ. 537 ถึง 3328
เปอรเ ซียปกครอง เปอรเ ซยี กม็ ิไดข ดั ขวางตออํานาจสงู สุดของธรรมบัญญตั ิยิวหนกั หนา เพราะเปอรเซีย

8 บรรดานกั ปราชญเหน็ ไมต รงกนั ในเร่อื งวันเดอื นปเหลา นีเ้ ปนตนวา Ewald (Hist of Israel เลม 5) กําหนดยุควา 536 ถึง .333 Groetni (Hist of the Jews เลม 1 แบง ท่ี
537 และ 300 Stanley (Hist’ of the Jewish Church เลม 3) .ให 538 ถงึ 333 และ Doupnow (Ont Line of Jewish History เลม 1 หนา 287) ใหว า 537 ถงึ 332

59

มนี ํา้ ใจกวางขวางออนโยน และปฏิบัตอิ ยางไรตอ ยวิ ก็พอสมพอควร ยอมใหเขาปฏิบัติศาสนาอยางไมมี
อะไรรบกวนนบั วาปลอ ยใหช าติยิวอยเู ปน เอกเทศ

1. ชัยชนะของมาคะโดเนยี

ในป ก.ค.ศ. 332 เมฆหนามาปรากฏท่ีขอบฟาของประวตั ิศาสตรย ิว เบ้อื งแรกก็ไมเ ห็นจะมีเคาที
แหง ความรายอะไรจะมาเก่ียวของ แตเมื่อมาพิจารณาดูประวตั ิศาสตรของชาตยิ วิ กนั ใหถวนถแ่ี ลว เมฆท่ี
ปรากฏนั้นจะขยายตัวใหเห็นการคุมคามไดชัดทีเดียว อเล็กซานเดอรมหาราชชาวมาคะโดเนียผูพิชิต
ปราบตะวันออกเสด็จ ปาเลสไตนตกอยูใตบังคับบัญชา เพราะเหตุการณน้ีเกิดข้ึนจึงไดนําเอาเฮลเลน
นิยมอันสุกใสมาผจญกับยูดาหนิยม แลวเฮลเลนนิยมน้ีแหละเปนตัวเหน่ียวหนวงท่ีสุดตอการปฏิบัติ
ธรรมบญั ญตั ิ

2. อียปิ ตป กครอง

เมือ่ อเลก็ ซานเดอรส ้นิ พระชนมแ ลว อาณาจกั รอนั กวา งใหญไ พศาลกแ็ บงปนกันในพวกนายพล
แมทัพ พวกผูแบงไมพ อใจก็รบราฆา ฟนกัน ในท่ีสุดผืนแผนดินเล็ก ๆ แควนยูดาหก็ตกอยูในมือของผู
ครอบครองอยี ิปต ที่ประวตั ิศาสตรเรียกวา ราชวงศพ โทเลมาอี ในฐานทเี่ ปนดินแดนในเขตปกครองของ
อียิปต ชนยิวจึงไดรับการปฏิบัติตออยางออนโยนเรื่อยมา ท้ังมีความเพ่ืองฟูในทางวัตถุ แตในเวลา
เดยี วกันกเ็ ปนศักราชของความเสอื่ มโทรมทางศาสนา ผคู รอบครองเขาเปน ชนกรกี ปฏิบัติตอเขาอยางท่ี
เขาชอบใจ อันน้ีเองทําใหเขาโนมลงใตอิทธิพลวัฒนธรรมและความประพฤติของกรีกทําใหทาทีและ
ความคิดแบบกรีกหล่ังไหลเขาพล่ัง ๆ และในเวลาเดียวกันทาทีแหงความหยอนยานก็หันมาสูธรรม
บัญญตั ิคนยิวเปนจาํ นวนมากจะท้ิงมาตรฐานศาสนาของตนอยางเปดเผย ไมปฏิบัติพิธีการศาสนาของ
ตน รับเอาทา ทีแหง ความเปน อยูแ บบกรกี มาเปนของตน

มีตัวอยางสองตัวอยา งที่แสดงวสิ ยั ความเปนไปของยุคนี้
(1) โดยท่วั ๆ ไปผคู รองครองอยี ปิ ตป ฏิบัติตอ คนยิวอยางพอสมควรและโอนออนผอนตาม แต
ตามธรรมดายอมเปนไปไดวา วิสัยของผูครองครองคนหน่ึงก็ยอมผิดกันกับอีกคนหนึ่ง เม่ือเปนดังน้ี
นโยบายการเมืองก็ยอมไมเ หมือนกนั ไปหมดเสยี ทีเดียวดวย กษัตริยชาวตะวันออกน้ันโดยเน้ือแทมีใจ
กดขีท่ ารุณ บางครั้งจะแสดงสนั ดานออกมาใหเหน็ เสมอ ๆ กรณที ี่รา ยแรงทีส่ ุดปรากฏ ในบันทึกราชกิจ
ของราชวงศพ โลเลมาอีทไ่ี ดก ระทาํ กับชนยวิ คือความพยายามทจี่ ะประหารหมกู วาดลา งพวกยวิ ในอเล็ก
ซานเดรยี โดยการกระทําของพโทเลมิฟโลเปเตอรผ สู ืบราชวงศจากยูรกีตส (EUERGETES) เมื่อพโทเล
มิฟโ ลเปเตอรร บกบั กษัตริยซ เี รยี แอนติโอจุส (“มหาราช”) ฟโ ลเปเตอรเปนฝา ยมชี ัยท่ีเมืองราเฟย แลวก็
ยาตราเขาสูกรุงเยรูซาเลม็ ดว ยความหรรษายิ่งนัก ตรงเขาไปในพระวิหารถวายของบาง ถวายบูชายันต

60

บา ง เกดิ ความรสู กึ อยากรูอยากเห็นเตม็ ขนาดย้งั ไมไหวกห็ าทางจะเขาไปในหองบริสุทธ์ิท่ีสุด แตก็ตอง
ถอยออก คงจะเกดิ ความตื่นกลัว ในท่ีสุดก็เสด็จกลับคืนประเทศอียิปตดวยความไมพอใจ กระดากใจ
อายใจเลยโมโหเปน ฟน เปนไฟ หนั ไปอาละวาดกับคนยวิ ในเขตปกครองของทานเองถอนอิสรภาพทาง
การเมืองเสียหลายอยา ง พยายามจะฆา หมูคนยิวเปน จาํ นวนมาก แคค วามพยายามน้ไี มเ ปนผลสําเร็จ9

(2) การแพรความนิยมลทั ธเิ ฮลเลนนน้ั มีทนายตัวยงเกดิ ขน้ึ แมกระท่ังในพวกผนู าํ ยิวก็หลายคน
เชน คนหนึง่ ชอ่ื โยเซฟ บตุ รทานโตบิยา โยเซฟเปนคนเจา เลหท ะเยอทะยาน ใชเลหเหล่ยี มดาํ เนินการทาง
ทูตจนไดความพอใจจากราชวงศอียิปต ไดรับแตงตั้งใหเปนผูดูแลผลประโยชนของอียิตปโดยการ
จดั เก็บภาษสี ง มาจากภายนอกประเทศ ทําใหโยเซฟเปนผูดูแลในแควนยูดาหโดยตรง โยเซฟทําความ
สงบความเจรญิ รุงเรืองมาสแู ผน ดินยดู าห แตใ นการน้ันก็ทําใหเกิดการสุรุยสุรายฟุมเฟอยและความช่ัว
ชา ขึ้นมาดวยกนั การตามใจตัวทุจริตคดิ มชิ อบทเ่ี กดิ ขน้ึ เนอื่ งจากโยเซฟ ไดทําใหชาติสูภาวะราย เตรียม
รับทกุ ขที่จะประสบในขั้นตอไป ครง้ั หนงึ่ มหาปุโรหติ โอนอิ าส ที่ 2 เกือบจะทําเรื่องยุงยากยั่วยุข้ึนโดย
ไมย อมสงเงินภาษใี หร าชวงศอียิปต แตโยเซฟไดใชชั้นเชิงหันความฉุกเฉินของชาติใหหลีกพนไปได
ดวยปญญาฉลาดการนท้ี าํ ใหโยเซฟไดความนยิ มเพม่ิ พูนข้นึ ทัง้ จากประชาชนทั้งจากนกั ปกครอง ทําให
นักนยิ มลัทธิเฮลเลนมเี หตผุ ลแข็งขนั ขน้ึ

แตถ งึ อยา งไรก็ดี ยังมีคนบางสวนของชาตมิ ใี จซ่อื สตั ยจ งรักภักดีตอระบบเดิม วางตัวออกหาก
จากสิ่งอันเปนความนิยมของคนตางชาติ เรียกรองตองการใหเคารพตอบทบัญญัติของโมเสสโดย
เด็ดขาด พยายามใหอ สิ ราเอลดํารงทา ทีแหง ชาติเช้อื ของตนไวใ หม คี วามถาวร เรียกคนพวกรักชาติคณะ
น้ีวา เฮสดิ มิ (Hasidim) แปลวา “คนชอบธรรม” คนพวกน้ีใชอิทธิพลกวางขวางในประวัติศาสตรตอมา
ของยวิ คนพวกน้ีกลายเปนนกั ศาสนาประเภทหนงึ่ ปรากฏในพนั ธสัญญาใหมวา พวกฟาริสี เปนคนละ
ฝา ยตรงขามกันกับพวกนิยมลทั ธิเฮลเลน คอื คนทบ่ี งั อาจสงเสรมิ ความนยิ มกรกี อยางขมีขมัน คนพวกนี้
นับวา เปนบรรพบุรษุ ในประวตั ศิ าสตรข องพวกซาดูกายน่ันเอง

9 ในการกาํ หนดเรอ่ื งนี้ในรชั กาลของฟโ ลเปเตอร เอาตามหนงั สอื แม็คคาบี ฉบับ 3 ซึ่งเราเช่ือวาอยบู นมูลฐานของประวตั ศิ าสตรจรงิ แตทวายอ มปนดว ยนิยายปราํ ปะรา
บางคนก็ไมร บั หนงั สือแมคคาบฉี บบั 3 เลยกะวาการขม เหงนอ้ี ยใู นรชั กาลของไฟซค อน ลาหลังมาเกือบรอยป ดูหนังสอื ของGroet History of the jews เลม

61

นกั ชาตินยิ มเกิดปฏิกิรยิ า

การพิพาทกัน ในลทั ธิยดู าหนยิ มระหวางความโนมเอียงไปในทางนิยมเฮลเลนกับฝายทางภักดี
ตอ ธรรมบัญญตั ิอยา งยดื เยอื้ เรื้อรังมาในยุคสมัยยาวนานน้ันกอเกิดขึ้นโดยนโยบายของอเล็กซานเดอร
เพราะทานมุงมิเพียงเอาชนะโลก แตยังมุงที่จะทําใหโลกรับเอาความนิยมเฮลเลนอีกดวย ตลอดทุก
รัชกาลของราชวงศพโทเลมาอีการก็คงปฏิบัติตอไป แตทางดานนโยบายการเมืองก็มีการพิพาทกัน
เพราะฉะนั้นจึงไมมีโอกาสราวีลัทธิยูดาหนิยมไดอยางเปดเผยและไมสําคัญนัก ท่ีจริงถาหากรัฐบาล
อียปิ ตดาํ รงทาทีเชนนเ้ี ร่ือยไป การประหัสประหารกันอยางเปดเผยก็ถูกระงับอยูเรื่อยไป แลวก็จะเปน
การนาอันตรายอยางเหลือจะบอกไดตอลัทธิยูดาหนิยมที่ตองการมีตัวของตัวอยูใหเดนชัด เพราะมัน
หมายถึงวาความนยิ มเฮลเลนจะคอ ย ๆ แทรกซึมเขา มาแปลงชาตยิ วิ ไปหมดเสียเลย แตในป ก.ค.ศ. 198
แควนยูดาหไดถูกแยงเอาไปจากราชวงศพโทเลมาอี โดยจักรวรรดิกรีกซีเรียแหงเซลิวคิด แลวไมชา
รัฐบาลก็ลงมือบังคับใหรับเอาความนิยมเฮลเลนอยางหักหาญ การน้ีจึงนําใหเกิดการกบฏขึ้นอยาง
เปดเผยในไมชา เปน ผลใหชาตยิ ิวไดเอกราชข้นึ มาจริง ๆ

1. สาเหตขุ องการกบฏ

ในระหวางสามสิบปท ีอ่ ยใู ตป กครองของจักรวรรดซิ ีเรยี นน้ั ชาติยิวตอ งทนทกุ ขทรมานมากกวา
ที่เขาเคยอยู ใตปกครองของราชวงศพ โทเลมาอีตลอดรอ ยย่ีสบิ ปน นั้ แอนตโิ อจุสมหาราชเองทรงคารวะ
ตอขนบธรรมเนยี มประเพณีของเขาและแสดงความเห็นอกเห็นใจชาติยิวอยางนาเคารพนับถือที่สุดแต
พวกทายาทของทานมหาราชนน่ั ซปี ฏิบตั ติ อยวิ อยางเหีย้ มโหดไมกระดากอาย ยคุ นี้เปนยุคมดื ดกึ ทสี่ ดุ ใน
ประวัติศาสตรร ะหวา งพระคริสตคัมภีร เหยียบย่ําขมแหงชาติยิวดวยวิธีตางเทาที่จะคิดข้ึนมาใชได เซ
ลิวกัสที่ 4 โอรสและทายาทของแอนติโอจุสมหาราชคบคิดกันกับแมทัพของทานหาชองปลนทรัพย
บางอยาง ในพระวิหารซ่งึ เขานําเอามาเก็บรักษาไวใหปลอดภยั แตพ ระวหิ ารของพระเยโฮวาหก ็รอดพน
จากการถกู ปลน ไปได ท้ังน้เี พราะพระเจาทรงย่ืนพระหตั ถม าพิทักษไ วเปน พิเศษ แตยอดของความทารุณ

62

ขม เหงมาถึง ในรชั กาลตอไปคือเมื่อแอนตโิ อจุส อปี ฟานีสข้ึนครองราชย10 มีสามกรณี ที่กอเหตุใหเกิด
ทกุ ขในยคุ น้ี

(1) ชาติยิวตอ งออ นแอลงอยางหนาสมเพชเพราะผลการทําลายของอิทธิพลความนิยมเฮลเลน
เดีย๋ วนย้ี ิวอยูใตป กครองของกรกี มาเกือบสองศตวรรษคร่งึ แลว การท่ีไดสัมผสั กบั ชีวติ และประเพณีชาว
กรีกเรื่อยมาเปนเวลานานเชน น้จี ะใหไมมผี ลอะไรจากการนเ้ี กิดขนึ้ เลยนั้นยอมไมได คนยิวเปนจํานวน
พนั ๆ ออกจากปาเลสไตนเขาในเมืองอเล็กซานเดรียซ่งึ ไดก ลายเปนศูนยกลางของโลกชีวิตและความคิด
แบบกรกี ขึน้ มาอยา งรวดเร็ว เปนแหง ทีค่ วามคิดและชวี ิตแบบกรีกยดึ ตั้งอยูในกาลแหงพันธสัญญาใหม
ชนยวิ ชาวอเล็กซานเดรยี กม็ าเยี่ยมบานเกดิ เมอื งนอนของตนบอย ๆ และก็ยอ มหนไี มพน ท่ีอิทธิพลของผู
มาเย่ียมจะทาํ ใหเ กดิ ปฏิกิริยาขึ้นกับชีวิตในแควนยูดาห นอกจากนั้นยังมีคนยิวมาจากสวนตาง ๆ ของ
โลกกรีกกลับมายงั บานเกดิ เมืองนอของเขา นําเอาวัฒนธรรมกรีกมาดวย11 การใชภาษากรีกแพรหลาย
กวางขวางในประเทศปาเลสไตน อันเปนผลเนื่องจากชาวชนที่ใชภาษากรีกพากันหล่ังไหลเขาประเทศ
ของยิวกนั มากหลาย มีเมอื งของกรกี เกือบจะโดยเฉพาะสรางข้ึนในดนิ แดนปาเลสไตนเปนหลายเมือง

การทเ่ี มืองเหลานข้ี องกรกี มาตัง้ อยใู นดนิ แดนพาเลศปาเลสไตนยอ มเปน หลักฐานประจักษท ส่ี ุด
แสดงถงึ อทิ ธพิ ลของกรีกมีขนาดและกําลังนากลัวทีเดียว เมืองที่กลาวมานี้ในพวกช้ันยอด ที่ต้ังอยูใน
แดนปาเลสไตน แสดงลกั ษณะวิสัยกรีกออกมาแมกระทั่งนามของเมือง เชนเมืองฆะราซา เมืองฟโลเท
เรีย เมอื งเพลลา เมืองดโิ อน เมอื งกะดารา เมืองซคูโธโปลี และเมืองพโทเลมาอี บางเมอื งกช็ ือ่ เกาหมดไป
มีชอื่ ใหมแ บบชื่อภาษาเฮลเลนข้ึนมาแทน เมอื งดานโบราณถูกเปลีย่ นนามใหมเ รยี กวาพานีอา เมืองราบัธ
อัมโมนสรางเสียใหมเ รียกฟละเดลเฟย และเมืองอารโมอับเปน อาเรโอโปลี

ความนานิยมของวัฒนธรรมกรีกและการปฏิบัติดวย เมื่อเทียบกับชีวิตที่ถือธรรมบัญญัติอัน
คร่าํ เครง แลว ก็ผดิ กันไกลมากและตรงกันขาม จึงทําใหคนยิวเปนอันมากพากันผละจากความภักดีตอ
ประเพณขี องอสิ ราเอล เดก็ ยิวเปนอนั มากมีช่ือภาษากรีกหรือสําเนียงไปทางกรีก โรงละครกลางแปลง

10 อปี ฟานีส ภาษากรกี แปลวา “ตัวอยา ง” แตแ อนติโอจสุ ไดส มญาจากพลเมืองของเขาเหมาะกวา วา “คนบา”
11 ดูหนงั สอื ของ กิลเบอรทGreek Thought in the New Testament” หนา 35 fl

63

ของกรีกสรา งข้ึนในเยรูซาเล็ม สรา งสถานศึกษาขนึ้ สอนวรรณกรรมกรกี และวชิ าปรชั ญา เด็กหนุมชาว
ยดู าหรบั การฝกหัดฝกฝนใหเขารวมในการกีฬาตาง ๆ ของกรีก พวกผูนําของยิวก็ขอจดทะเบียนเปน
พลเมืองของจกั รวรรดิซีเรีย ทางรัฐบาลก็มีคาํ สงั่ มาใหค นยวิ นมสั การเทพเจาแบบเฮลเลน เอาพระวิหาร
ไปทาํ การฉลองถวายแกพระเยซอู ยา งเปนทางราชการ ซง่ึ เปน พระสงู สดุ แหง เขาโอลิมปุส เอาเนื้อหมูมา
เผาบชู าบนแทน แหงพระวิหาร การกาํ เริมเชน นั้นมันยัว่ ยปุ ลกุ อารมณแ หง จิตสํานึกของคนในลัทธิยูดาห
นิยม

(2) สถานการณย่ิงเขมขนข้ึนเพราะความเปนไปภายในคือความไมภักดีกันความชิงดีกันเอง
คนยวิ เปน อนั มากนยิ มรัฐบาลซเี รีย ความประสงคของกษัตริยซีเรียมีอยางไรคนพวกภักดีก็ฉวยโอกาส
สงเสริมใหกา วหนา เชน โยชุอะหรือยาโซน (ชอื่ ภาษากรีก) ไดใหสนิ บนถอด โอนิอาสนองของเขาออก
จากตําแหนงมหาปุโรหิต ใหตนเองข้ึนแทนยาโซนอุทิศตัวตามนโยบายของแอนติโอจุสเต็มท่ีอัน
เกย่ี วกบั การแพรความนิยมเฮลเลน สง เสรมิ วฒั นธรรมกรีกตลอดจนความสนุกสนานร่นื เรงิ แบบกรีก แต
ยาโซนก็อยใู นตาํ แหนง ที่ไดมาดวยความทจุ รติ น้ีไมนาน มะเนลอสนกั นิยมเฮลเลนตัวอธรรมรายย่ิงกวา
ยาโซนมากมายนัก เจาผูน้ีไดใหสินบนแอนติโอจุส เขาดํารงตําแหนงแทนยาโซนเสีย ยาโซนพอได
โอกาสก็รวบรวมกําลังหาทางเอาตําแหนงคืน แตแอนติโอจุสไดเขามาขัดขวางเสียโดยไมทันคิด
มะเนลอสสวมเสอ้ื คลมุ สังฆราชอยูใ นตาํ แหนง ตอ ไป ประจบสอพลอกษัตริยกดข่ีพวกยิวหนักย่ิงข้ึนไป
อีก

(3) ยอดของเหตุการณอันเรงตัวขึ้นมาก็ไดแกความเหี้ยมโหดทารุณของแอนติโอจุส นัก
ปกครองผไู มม หี ัวใจและมนี สิ ยั พลิกไปมาอยูเสมอ ๆ น้นั ไดต ง้ั กาํ หนดภาษีใหเปน ภาระแกพวกยิวเหลือ
จะทนทานได ทําใหเ ยรูซาเลม็ หล่ังไปดว ยเลอื ด ในการกระทําสนองแกการกบฏของยาโซนแอนติโอจุส
ไดฆ า ชาวกรงุ เยรูซาเลม็ เสียถึงสี่หมนื่ คน กวาดเอาทรัยพสิง่ ของในพระวหิ ารไปเสียหมดสิ้น สองปตอ มา
โดยไมมขี อ สาํ อางอะไร เปน แตความพิโรธถึงขดี สุด ไดเขามาโจมตเี ยรซู าเล็มอกี ฆา พลเมอื งทป่ี ราศจาก
การปอ งกันเสียเปน เรอื นพนั ๆ คน จับสตรแี ละเด็ก ๆ ไปเปน ทาส ทิ้งเมืองใหอยใู นสภาพรางเปลาอยาง
หนา สังเวททสี่ ุด ไมส ุดทา ยมาเมื่อกษัตริยอ อกคาํ ส่ังใหค นยิวทุกคนถวายบูชาแกมวลเทพเจา ของกรีก

2. ความกาวหนา ของกบฏ

ดูเหมอื นวาความหวังที่สุดทายของยิวไดจมหายไปในความมืดของการกดขี่ของผูทารุณ สงา
ราศีของอิสราเอลจะตองขาดหายตลอดไปแลว ความดึกด่ืนของประวัติศาสตรที่เลือนหายไปได
ตกตะกอนทับอยูบนชาตทิ อ่ี ับโชค แตใ นภาวะอนั ดกึ สงดั ขนาดนั้น ดาวประจํารงุ กไ็ ดโ ผลขน้ึ บนขอบฟา
ของชาติยิว เปนสัญญาณวา วันใหมทดี่ ีขึ้นกาํ ลงั รงุ อรุณแลว ผกู ลา หาญตระกูลแม็คคาบีไดยางกาวลงใน
สนามตอ สแู สดงบทบาทอญั ชาญณรงค สักไมก ที่ ากเ็ ปลย่ี นโฉมหนาประวัติศาสตรยิวหมด ในท่ีสุดมือ

64

ของผูรักชาติไดยื่นออกขัดขวางอยางเอาเปนเอาตายสูกับผูทารุณผูไมมีหัวใจ ลัทธิยูดาหนิยมที่เลือด
โทรมนอนฟุบอยูไดกลับมีกําลังใจขึ้นมาอีก คนยิวผูจงรักภักดีในทุกที่ทุกแหงไดสงเสียงคําขวัญกัน
กระหึม่ วา “ไปภเู ขา ไปภูเขา เพือ่ พระเยโฮวาหและยดู าห”

(1) บทบาทตัวเดนทส่ี ดุ แหง วรี ชนตระกูลแม็คคาบีท่ีชักดาบออกทําการกบฏคือทานยูดาห แต
บดิ าผูเฒา ของทานเปน ผเู ร่มิ กอการจลาจลขึ้น แลว กล็ วงลับไปตามวยั ชราของทา น ทานบิดาไดมอบทาง
แหง อสิ รภาพ ไวในมอื อนั สามารถของบตุ รคนท่สี ามของทา น คอื ยูดาหผูสูงศักด์ิ

บนเวทีบนบาทมนษุ ยไ มม ีภาพไหนจะนาดจู ับจิตจับใจเทายูดาหแมค คาบิอุส คนอ่ืน ๆ อาจเดน
กวา แตไ มมีใครมเี จตนาสงู สงและสะกดจิตบงั คบั ใจไมเห็นแกตัวเทากับยูดาหต้ังแตดาวิดจนถึงยอหน
บัพติศมา ยดู าหยงิ่ ใหญที่สุดที่ทาทายอิสราเอลใหยกเขาเปนมาตรฐานกลาหาญ รอนรน รักชาติและมี
ศรัทธารวมกัน ทาํ ใหเจา ตัวบทบาทมีคาควรแกการชมเชยวาดีท่ีสุดในบรรดามนุษยทั้งมวล ใครจะให
อรรถาธิบายศาสนาแหงยุคประวัติศาสตรระหวางพระครสิ ต คัมภีรส องภาคอยา งไรก็ตามแต เขาจะตอง
รับวา ยูดาหแมคคาบิอสุ เปน ผทู พ่ี ระองคเจา แหงสวรรคไดประทานมาใหตามแผนการณอ นั เมตตาแนใคร
ทนี่ ับวาตกเขา มาในยามฉุกเฉิน อันเปนยามท่ีเขาเหมาะสมเหลือเกิน คนน้ันก็คือวีรชนชาวยูดาหที่เอง
เขาเปน ผูนําท่ลี ทั ธิยดู าหนิยมตอ งการในคราวท่ีนาสังเวทแหง ประวัตศิ าสตรต อนนี้ ไมช าประชาชนของ
เขาก็รับวา เขาเปน ผูที่พระเจาสง มาเปน ผปู กปองความศรัทธาของชาตแิ ละปกปองภาวะรา ย ใหกลายดไี ด

ฝายกษัตรยิ แ หง ซีเรียพยายามปราบกบฏนอ ย ๆ นี้ แลวจิตใจดแู คลนก็ตองเปล่ียนเปน โทษะแลว
ก็ถงึ ซง่ึ ความส้ินหวงั ดวยความประหลาดใจ แลวท่สี ุดก็ตองถึงแกประหวั่นและกลัวเอาจริง ๆ จัง ๆ แต
ไมยอมแสดงออกนอกหนา ยูดาหมผี ตู ิดตามสักหยบิ มือเดียว อาวุธยุทธภัณฑก็แรนแคน แตเขาไดเขยา
ราชวงคเ ซลิวคิดผจู องหองผูทารุณใหสั่นไปดวยความกลัวไวอยางไร? คนผูที่เชื่อในพระหัตถอันทรง
ฤทธ์เิ หนอื ใด ๆ วาไดเขา ชว ยพทิ ักษร กั ษาให ผนู ั้นจะเขาใจไดอยางดที ส่ี ุดวาทําไมจึงเปน ไปได คนของยู
ดาหก็ใหสมญาแกผูกลาหาญนี้ อยางเหมาะเจาะวา “ยูดาห แมคคาบิอุส” คือ “ผูใชคอน” เพราะวาผู
ทารุณไมเ คยรับประเคนท่ีหนักอะไรเชนน้ีและรวดเร็วอะไรเชนนนั้ อยา งที่กองทพั ซีเรยี เพ่งิ จะเคยไดรับ
ประวตั ิศาสตรม นุษยจ ะตอ งจารกึ นามและงานของยูดาหแมคคาบอิ ุสไวจนถงึ ท่สี ุดของกาลเวลา วาเปน ผู
มคี วามสาํ คญั นกั ในสญั ลกั ษณของเอกราชทางศาสนา

คณะเฮสิดิมเหน็ วา พวกวรี ชนแมค็ คาบีทําใหเกิดความรอดขึ้นแกความต้ังใจของเขาดวย จึงได
เขม มาเปนพวกยดู าห และตั้งใจถวายชีวิตเพอ่ื ความพิทักษชาติ ดว ยการโจมตขี องทหารหาญตามจงั หวะ
ตาง ๆ ในแผนยุทธวิธีหนึ่ง รวมท้งั ความกลาหาญและความฉลาดในเชิงยุทธ ยดู าหก็สามารถเอาเอกราช
มาไดโดยนัย ยูดาหทําการข้ันแรกดวยการฟนการนมัสการพระเยโฮวาห ขึ้นดวยการปฏิบัติตามพระ
ธรรมบญั ญัติเทาทอี่ ยา งใกลเ คียงที่สดุ การนีย้ อ มทาํ ใหค นคณะผรู บั ชาตมิ คี วามพึงพอใจเปนอยางย่ิง แต

65

เมื่อยูดาหหันพลงั ของชาตทิ ี่ฟน ขน้ึ ใหม ๆ ไปในทิศทางท่จี ะเอาชัยไปในการแผอาณาเขตคณะของยูดาห
กย็ อมถูกลดความพอใจลงไป ทําใหคณะเฮสิดิมเห็นชัดวาพวกแมคคาบีกําลังหันไปเลนการเมือง ที่ยู
ดาหกา วไปกา วน้ียอ มเปน การเพาะปลูกพชื แหง ความกนิ แหนงแคลงใจลงในใจของผรู กั ชาติ จนกระทั่ง
เกิดการแตกแยกกันขน้ึ ในระหวา งคณะเฮสิดิมกับพวกลกู หลานของมัตตาเทยี สถ ึงอยางไรก็ตาม ยูดาหย ัง
ไดค วามสนบั สนนุ จากคณะเฮสิดิมดวยความจงรักภักดีอยูตลอดชั่วชีวิตยูดาหเอง ตามที่เขาไดพบ ใน
สนามรบอนั น้มี กี ารรบกนั อยา งสุดฝม อื ท่ีจะปองกันเอกราชและรบกนั ฝา ยที่มีกําลงั เหนอื วามากตอมากก็
ยังเอาชนะได

(2) เมื่อยูดาหตายแลว ความระแวงที่มีอยูลับ ๆ ของคณะเฮสิดิมก็โผล ตัวออกมาเปนการ
ขัดขวางอยางเปดเผยประเทศกต็ องตกอยูในฐานะยงุ ยากจรงิ ๆ อยคู ราวหนึ่ง ชาติตองแบงแยกเปนสาม
พวก พวกนิยมเฮลเลน พวกเฮสิดิมและพวกแมคคาบี ความอจิ ฉาริษยากเ็ กิดข้ึนเปนร่ําเปนสันแลวความ
ไมไวใจกนั ความปน ปวนกเ็ กดิ ข้นึ เปน ผลเปนธรรมดา โยนาธานตองรับภาระของชาติในภาวะอันสุด
รายน้ีโยนาธานเปน นอ งของยูดาห ขน้ึ เปน ผูนาํ ประเทศ

คณะเฮลดิ ิมไดกลบั คืนเขาหาโยนาธานรับการเปนผูนําของเขาอยูช่ัวคราวหน่ึง ท่ีจริงเขารับก็
เพอ่ื เห็นแกค วามสงบมากกวา เพราะเห็นแกความจําเปนของนโยบาย มากกวาที่จะรับรองการบริหาร
ของเขา ปรากฏวา โยนาธานเปนผูนาํ คนเดียวเทาน้ันท่ีทุก ๆ ฝายยอมให แตในที่สุดทุกฝายก็ยอมซ่ือตอ
โยนาธาน โยนาธานก็เอาชนะใจในการสนับสนุนได และเพราะการน้ีทําใหพวกนิยมเฮลเลนลุกขึ้น
ขัดขวางอยางรายกาจ

โยนาธานเปนนักการทูต และการทูตเปนวิธีช้ันยอดที่ทําความสําเร็จใหทาน ยูดาหได
ความสําเร็จทางชยั ชนะเรือ่ ยๆ เพราะพลังท่ีเห็นไม ไดของความกลาหาญและการตัดสินใจยิ่งใหญ โย
นาธานไดทําใหท่ีสุดแหงความปรารถนาของเขาสําเร็จโดยชั้นเชิงฉลาดที่ไดเปรียบ โอกาศที่อํานวย
ใหแกโยนาธานนั้นมาในรูปการพิพาทกันภายในราชอาณาจักรของซีเรีย ผูชิงราชบัลลังกแหงซีเรียก็
ปะทะกันดเุ ดือดเรอ้ื รังไมร ูจกั หยุด พวกแม็คคาบีก็ยิง่ ทาํ ใหชวงชงิ อํานาจกันเกินขอบเขตยิ่งข้ึนโดยการ

66

ใหส ัญญาออกไปอยางใจกวา ง ดงั นน้ั เทากบั วา “คนผหู ลบล้ีหน้ีภัยเมอื่ สองสามปมาน้ี เดี๋ยวน้ีไดกลับมา
เปนผชู ข้ี าดราชบัลลงั กซเี รีย ท้งั คนที่ครองบลั กล ังอยูแลว และคนที่อยากจะครองบัลลังกก็ตองมาเอาอก
เอาใจตอ”12 โดยนโยบายนี้ โยนาธานไดอํานาจควบคุมเมืองท่ัวทั้งแควนยูดาหและไดฐานะเปนมหา
ปโุ รหิต โดยประการฉนัน้ ความเปน ความเปนผนู าํ ทางการเมืองกับการศาสนาของชาตกิ ็มารวมตัวกนั ใน
ผเู ดียวอกี ผลของการมาถงึ ขัน้ นท้ี าํ ใหค วามไวใ จและความภกั ดขี องคณะเฮสดิ ิมยง่ิ ตงึ เครียดยง่ิ ขึ้นมาก

โยนาธานหาชองทาํ การดวยความฉลาดใหเ กนิ กวา ฝายอ่นื ๆ เพื่อทําสัญญาใหไดเปรียบแกฝาย
ตน แตกลบั พลาดทา เสยี ที ถกู ไทรโฟนผูชวงชิงราชบัลลังกซีเรียจับใสคุกลามโซตรวน แลวภายหลังก็
ถูกลอบฆาตาย

(3) เปน ธรรมดาทีเ่ มือ่ สูญเสียโยนาธานไปแลว ประชาชนก็ยอมหันหาซีโมนผูเปนคนสุดทาย
ในบรรดาพี่นองหาคนแหงตะกูลแมคคาบี ซีโมนไดรับการสนับสนุนดวยความช่ืนชมแมโดยคณะเฮ
สดิ มิ ซโี มนเปน นักปกครองท่เี งยี บ ๆ และรกั สงบ มคี วามสนใจในการเสริมพลังภายในของชาติย่ิงกวา
การขยายเขตแดนออกไป ความสงบและความรุงเรืองไดปกแผอยูในสวนใหญของการปกครอง
บานเมืองของเขา การบริหารบานเมืองของเขานั้นคนยิวนักชาตินิยมอยางรอนแรงคนหน่ึงกลาววา
“แผนดินมีความสงบตลอดเวลาของซโี มน ทา นเปนคนหาแตค วามดใี หแ กชาติ สิทธอิ าํ นาจของทา นและ
และเกยี รติราศขี องทา นเปนที่ช่ืนชอบแกคนท้ังหลายตลอดกาลเวลาของทาน ....ประชาชนพลเมืองซ้ือ
ขายหวานปลูกดวยความสงบผืนแผน ดนิ ก็ใหพืชผลอุดม....พันธุไมแหงท่ีราบก็ใหผลทานจัดหาเสบียง
ใหกบั เมอื งตาง ๆ ทั้งยทุ โธปกรณตา ง ๆ ดวยจนกระท่งั ชอ่ื เสยี งอนั มีเกียรติของทานลือไปจดท่ีสุดปลาย
แผนดินโลก” (1 แมค คาบี 14:4ff )

ยังมคี วามขดั ของอีกอยางหน่ึงกบั หนาที่ของมหาปุโรหติ และนกั ปกครองเมืองรวมกันอยู คณะ
เอสดิ มิ เช่อื อยา งแข็งแรงวาการศาสนากับการปกครองเมืองตองแยกกัน แตซีโมนก็ยิ่งทําใหคนพวกนี้
พอใจยิ่งข้นึ ดวยการที่ทานปฏเิ สธไมรับการแตงตั้งเปนกษตั ริยแควน ยดู าห เพราะใครก็รับไมไ ดตําแหนง
นี้ ตอ งเปน ราชวงศข องดาวดิ จงึ จะขน้ึ นงั่ บนบัลลังกกษัตริยข องอสิ ราเอลไดต ามท่กี ฎหมายกําหนดไว ซี

12 ดูหนังสือของ Grant’ Between the testaments หนา 49

67

โมนวาทานจะไมเหน็ อะไรมากไปวา “เจานายแหงราชอาณาจักร” ตลอดเวลาการปกครองของซีโมน
พวกคณะรกั ชาติไดค วามนิยมสูงพวกนิยมเฮลเลนกําลงั เสียเปรยี บใหญ

ธรรมบัญญตั ิตกตํ่า

อิทธพิ ลของการ ไมถือพระเจามิไดถูกลบหายไปหมดเสียทีเดียวจากชีวิตของชาติยิว อิทธิพล
กรีกนน้ั ไดแทรกลงไปอยลู ึกนกั บางคนก็ยงั แสดงตัววา นิยมชมชื่นเสียเหลือเกินยงั คงมีชาวคณะพรรคท่ี
นิยมเฮลเลนดาํ รงอยู คนพวกนอ้ี ยากไดการถือศาสนาทีม่ ีอิสระกวา งขวางกวา ทพี่ วกเฮสิดิมปฏิบัติอยูนั้น
คนพวกนม้ี ที า ทีเฉยเมยตอขนบธรรมเนยี มท่เี กิดจากความหมายของธรรมบญั ญัติ ภาวะเชน นใี้ นชีวิตของ
ชาติยวิ ระงบั ไดก ็เพยี งชว่ั คราวเทานั้น พวกเฮสิดิมเปนพวกค้ําจุนการขบถตอการกดขี่ของซีเรียแตครั้ง
กอน และโดยทั่วไปเปนมติ รกบั พวกแมคคาบดี วยความภกั ดแี ตคนพวกน้ี (เฮสคิ ิม) จะตองเปนปฏิปกษ
กับตระกูลทซ่ี โี มนตง้ั ขึ้นใหค รอบครองสบื ตอไป

1. แยกกบั คณะเฮสิดิม

ยอหน ไฮรคานุส บุตรและทายาทของซีโมน เปนผูนําที่กอใหเกิดความรูสึกรายอยางย่ัวยุแก
พวกถือธรรมบัญญัติเครง ยอหน ไฮรคานุส เปนมหาปุโรหิตแตในนาม ทําการปฏิบัติพิธีรีตองเปน
ทางการ แตท ่จี รงิ แลวเปน ผูมใี จกระหายศกึ เปน การนักปกครองที่ทะเยอทะยาน แตเขาก็ฉลาดพอที่จะ
ไมก อ ปฏิกิริยาหนกั หนาข้นึ มา โดยเขาไมต งั้ ตัวเปน กษัตรยิ  แตวาใชสิทธ์ิตาง ๆ ของกษัตริยอยางคลอง
ๆ ทเี ดียว ในระหวางทเี่ ขาบรหิ ารราชการอยูน้ันนั่นเองที่มีชาวคณะตาง ๆ เกิดขึ้นมาในลัทธิยูดาหนิยม
อยางเปนตัวตงั้ ตวั ตชี ดั ทเี ดียว เร่ือง ๆ เดียวทําใหเรอ่ื งใหญท กี่ ําลังขยายตวั อยนู ้ันถงึ ที่สุดยอด คนหนึ่งใน
คณะพรรครักชาติไดคัดคานไฮรคานุสวาไมควรเปนมหาปุโรหิตบนมูลฐานที่วาเปนผูไมตรงกับสิทธ์ิ
แตเ ร่ืองมนั ก็เปน เรื่องไมจ ริง วา มารดาของไฮรคานุสเปนเชลยศกึ ในพวกซเี รีย ตามบทบัญญัติของยิวคน
ท่มี ีมารดาเปน เชลยจะดาํ รงตําแหนง มหาปุโรหิตไมได ไฮรคานุสเปนฟนเปนไฟกับการสบประมาทนี้

68

เรียกพวกเฮสดิ มิ มาปรึกษาการลงโทษ พวกเฮสดิ มิ ก็เสนอใหลงโทษแตเบาบาง ไฮรคานุสก็เลยถือวานี่
เปนการสบประมาทกันซง่ึ หนาเขา อีก เลยประกาศตวั เขา ทางฝา ยพวกนิยมเฮลเลนเสยี เลย13

เกี่ยวกบั เรอ่ื งน้ีคร้งั แรกโยเซฟสพูดถงึ คณะทั้งสองนี้วาคือพรรคฟาริสีกับซาดูกาย เหมือนหนึ่ง
วาสองพรรคนีม้ ีกําเนิดเกิดขนึ้ ในคราวที่ยอหน ไฮรคานุสปกครองเมืองน่ันเอง

2. พวกนยิ มเฮลเลนเฟองขน้ึ

เพ่อื ไฮรคานุสแตกกับฟารสิ ี และเอียงเขาขา ซาดูกาย รอยแหงความรักชาตศิ าสนาอันแทจริงช้ิน
สุดทา ยก็หมดไปจากตระกลู แมค คาบี ทายาทของไฮรคานุสคนตอ ๆ มาก็มีอํานาจทางการเมอื ง สนใจแต
การขยายเขตแดน เอาแตเงนิ แตท องใสค ลัง อริสโตบุลุส บตุ รและทายาทของโฮรคานสุ มีสมญาวาฟล เฮ
ลเลนหมายความวา “ผูร ักกรีก” การปกครองเมอื งของเขามีแตด ุรา ยและเหน็ แกต วั พวกฟาริสีคงตองถอย
หนดี วยความเหลืออดเหลอื ทน ดูเหมือนวาอรสิ โตบลุ ุสนี้เปนคนแรกที่ต้ังตัวเปนกษัตริยอยางเปดเผย14
การนี้เปน เหมือนการตีธรรมเนียมประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ของอิสราเอลดวยกระบอง ซึ่งธรรมเนียมน้ัน
กาํ หนดวา คนอ่นื จะขึน้ มาเปนกษตั ริยไ มไ ด ตอ งเปนพงศพนั ธุของดาวิดและยูดาหเทานั้นจึงจะข้ึนราช
บลั ลงั กได แตนอ่ี ริสโตบุลุสเปนชนตระกูลเลวี

เม่ืออริสโตบุลุสถึงแกอนิจกรรมแลว อเล็กซานเดอรแยนเนอุส ไดสืบราชบัลลังกแทนเพราะ
เปน นองชาย ชอ่ื กบ็ อกชัดวาเปนกรกี ซึ่งยอมเปนสญั ลกั ษณวา ทานนัน้ ตองมีใจไปทางไหน ทานดูแคลน
พวกฟาริสีเปนการยั่วใหเกิดการเกลียดชังใหญ ทานดูแคลนพวกฟาริสีไดโอกาสหนึ่งโจมตีทานใน
ขณะท่ีทานปฏิบตั กิ ารอยูในพระวิหาร อเลก็ ซานเดอรแกแคน การกระทําอันสบประมาทน้ี โดยฆาคนผู

13 ดูหนังสอื ของโยเซฟส กับของทัลมดุ ใหความคลา ยๆ กันเรื่องความยว่ั เยาใหแ ตกกนั ระหวางยอหน กับพวกฟาริซายผเู ขยี นหนงั สอื ชน้ั ผูนําหลายคนไมรับรองเปน
ความจริงของเรอื่ ง ดูที่หนังสือของSchuerer เร่ือง Jewish People in the Time of Jesus Christ’ เลม 1 หนา 289
14 องคก ารขุดคน โบราณคดีของมหาวทิ ยาลยั ฮารวาดทีส่ ะมาเรยี ป1908-1910 ไดข ดุ เงินเหลยี ญทอี่ เล็กซารเดอร แยนเนอุสเอาออกใชเ ปน เงินตราของประเทศเหลียญ
นัน้ ดา นหน่ึงเปนภาษากรีกวาBosileo Alexandrou (“ของราชาอเล็กซานเดอร” ) อีกดานหนึ่งเปน ภาษาเฮ็บรายวา “ยอหนราชา” เปนหลักฐานที่เถียงไมไดวา ผู
ครอบครองตระกูลอศั โมเนียนน้ีไดส ําอา งตําแหนงกษัตราธิราช บางคนก็วา อรสิ โตบลุ ลสุ ไดส ําอางเอาตาํ แหนง นีอ้ ยกู อนแลว ดูหนงั สอื ของอีวาลดop cit, เลม 5 หนา
385

69

รกั ชาตเิ สยี หกพนั คนในถนนกรุงเยรูซาเลม็ แตนโยบายนที้ าํ ใหยากตอการปกครองตอ ไป อเล็กซานเดอร
จึงไดปรึกษาภรรยาและทายาทของทา น ชื่อเล็กซานดราใหน างเส่ียงไปเขากับพวกฟาริสี15

อํานาจฟาริสีกลับมาเฟอ งขน้ึ

ราชนิ อี เล็กซานดรา รับตามคําแนะนาํ ของราชสวามีก็ยกฟารสิ ีขึ้นมีอํานาจทันที พระนางไดตั้ง
ไซมอนแบนเชต๊คั นอ งชายของนางขึ้นเปนนายกรัฐมนตรีแหงอาณาจักร แลวเรียกคนยิวผูสามารถคน
หนึ่งมาจากอเล็กซานเดรียชื่อวายูดาหเบนทับบาย ท้ังสองนี้เปนฟาริสีผูนําท่ีรอนรน การควบคุมสภา
แซนเฮดรนิ กต็ กในมอื ฟารสิ เี ปน บําเหน็จ พวกฟารสิ ีกท็ ําการปฏริ ปู กวาดไปทว่ั เพราะการครองเมืองขอ
งอเลก็ ซานดรา ฟาริสีจึงไดตําแหนงสูงที่สุด ซ่ึงเขายังรักษาไวไดอยูจนทุกวันนี้ ในคราวของพระเยซู
และในคราวของอาจารยเปาโล ฟาริสีเปน พรรคทมี่ อี ํานาจในพวกประชาชน เม่อื พระวิหารถูกทําลายไป
ในป ค.ศ. 70 พวกซาดูกายก็เสียท่ีมั่นของตนไปต้ังแตนั้นมาพวกนั้นมาพวกฟาริสีก็ดํารงอยูอยางไมมี
ใครขัดขวางธรรมศาลาของพวกยิวผูเครงจารีตเดิมในทุกวันนี้เปนลูกหลานแหงประวัติศาสตร ฟาริสี
โบราณ

สถานะของธรรมบัญญตอิ ันแกวง ไปแกวง มาตั้งแตคราวฟนชาตจิ นถึงคราวของพระคริสตอาจ
เขยี นเปน กรา ฟไดดงั นี้

15 ตามคําของโยเซฟส แตหลักของเขาในแงนย้ี งั ถือวา สงสยั ดหู นังสือของแฟรเวเทอร op cit. หนา 160

70

บทที่ 5 ลทั ธิยูดาหน ิยมใตจ ักรวรรดโิ รมนั

ในการที่จะไดความเขาใจดีเม่ืออานหนังสือพระกิตติคุณ หรือท่ีจะเห็นคาของภาวะแวดลอม
ของพระเยซู ไมม อี ะไรที่จะสาํ คัญยงิ่ ไปกวาท่ีจะตองเขาใจสถานะทางการเมืองสถานะทางการเมอื งนี้จะ
เปน ไปตามแตป ฏกิ ริ ิยาของลทั ธิยูดาหนิยมทีม่ ตี อ การปกครองและนโยบายการบริหารของโรมันใหสพ
สมกบั ปฏกิ ิริยาน้ัน เพราะฉะน้นั ทเี่ ปนกาวสําคญั สาํ หรับนกั ศกึ ษาพระครสิ ตค ัมภีรภาคพันธสัญญาใหม
เตรยี มตัวใหทราบกอนศึกษา คอื ที่จะตรวจดกู า วตา ง ๆ ท่โี รมันปกครองประเทศปาเลสไตน1

สภาพกอ นวฒั นาการ

ในระหวา งท่ีอเลก็ ซานดราปกครองเมอื งอยูนนั้ ไดมกี ารต้งั ใหไฮรคานุสท่ี 2 ผูเปนบุตรหัวปขอ
งอเลก็ ซานดราเอง เปน มหาปุโรหิต เม่อื พระนางใกลจะตายกไ็ ดก าํ หนดหมายใหไฮรคานุสเปนทายาทผู
จะปกครองแผนดิน เม่ือไฮรคานุสเปนบุตรคนหัวปก็ยอมมีสิทธิเต็มท่ีที่จะสมอางเอาพระที่น่ังได แต
อริสโตบลุ ศุ ผูเปน นองชาย เปน คนไมรูสิทธิ์ ทะเยอะทะยานเปนนักแสวงโชคท่ีไมมีหลักมีเกณฑ ก็ลง
มือวางแผนชิงราชบลั ลงั กใ หแ กตวั เขาหาชองใหไดการสนับสนุน และก็ไดจากพวกซาดูกาย ผูมีความ
ไมพ อใจมากอยแู ลว เพราะผูครอบครองไดหันไปโปรดปราณพวกฟาริสี อรสิ โตบุสศุ จงึ ไดเ ปด การกบฏ
ขึน้ ดวยความชวยเหลอื ของพวกซาดูกาย ไฮรคานุสเปนคนออนแอและขี้ครานอยูแลว ไมมีนํ้าใจ ไมมี
ความสามารถที่จะตานทานเอาไว เลยแพศึกที่การรบ ณ เมืองเยรีโค คนพวกท่ีติดตามไฮรคานุสสวน
ใหญก ็เลยทิง้ ไฮราคานสุ หนั ไปติดตามอรสิ โตบุลศุ ไฮรคานสุ ตองยอมจํานน ตองยอมทําความตกลงวา
อรสิ โตบุลศุ ขึน้ ครองราชย สว นตัวไฮรคานสุ เองน้นั พอใจทจ่ี ะเปนมหาปุโรหติ เทานน้ั 2

1 เพือ่ ใหคําสาธยายอนั แตกฉานแตทวาเพียงยอๆ ของเรอ่ื งนใี้ นความรเู บื้องหลังของพระกิตติคุณ ก็ขอใหดูทเ่ รี อื่ งของทา นซมิ โภวทิ เร่ือง“สคู วามเขา ใจพระเยซู”
(แมคมลิ แลน)
2 ในที่นี้เราตามอรรถาธิบายของขอตกลงตามท่ีทานGraetz ไดใหไว op. cit., เลม 2 หนา 58 ผูประพนั ธบ างทานถอื วาอริสโตบุลศุ ยึดเอาท้ังพระท่นี งั่ และตาํ แหนง มหา
ปโุ รหิต สว นไฮรคานสุ ก็ยอมทจี่ ะเปน แตพลเมืองดคี นหนึ่งเทานั้นความเห็นอยางนด้ี ูจะเปน ความหมายของภาษาของโยเซฟส (โบราณ 14:2) แตมันขดั กับความเปน ไป
ไดอยา งไมน า เช่ือ

71

แตเ หตขุ องไฮรคานสุ นั้นไดเ กดิ มผี ูส ามารถขึ้นผหู น่ึงจากแหลงทไ่ี มไ ดคดิ วา จะเปน ได แอนติปา
เตอร คนชาติอโดมเจาเลห แตว า สามารถ ไดเขา มาแทรกแซงกับการชิงดีกันของไฮรคานุสกับอริสโตบุ
ลุศ แอนตปิ าเตอรเ ขายับยง้ั เรื่องมหาปุโรหิต แอนติปาเตอรช วนใหไฮรคานุสระงบั ขอ สญั ญากบั นองชาย
เสียไดโดยไมยากนัก และยังทําการเรียกรองเอาราชบัลลังกอีก แอนติปาเตอรกับไฮรคานุสขอความ
ชวยเหลอื ไดจากอะริตากษตั ริยแหง อาระเบีย อะริตายกทัพมาประจัญกับอริสโตบุลุศเปนกองทัพใหญ
อรสิ โตบรุ ุศแพถ อยหนไี ปหลบอยใู นปอมของวหิ ารทเี่ ยรซู าเลม็

ในขณะที่กําลังฉุกเฉินอยูน้ีก็มีขาวมาใหทราบกันวากองทหารโรมันกําลังอยูในซีเรีย และก็
กําลังยา งเขาหาปาเลสไตนดว ยการศกึ การนี้จึงเปนการหันภาวการณใหเปนรูปใหมโดยกะทันหัน ท้ัง
สองฝายรูดวี า อันการสูรบกันของเขานั้นจะสําเร็จไดดวยมิใชกําลังทหารของฝายใดฝายหน่ึงอีกตอไป
แลวแตด ว ยการที่ฝายใดจะไดน ํา้ ใจจากชาติโรมนั ทก่ี าํ ลังยางเขา มาน้นั ตางหาก อริสโตบุลุศกับแอนติปา
เตอรแนใจทเี ดยี ววาถา ขัดขวางกองทหารโรมนั กจ็ ะเปนการโฉดเขลาสิน้ ดี ดงั น้ันทงั้ สองลงมอื ทาํ การเอา
ใจทันที อริสโตบุลศุ กอ็ า งเหตุของคนแอนตปิ าเตอรกอ็ า งนามของไฮรคานุสเครอื่ งมืออนั ออนแอของเขา
การณคอนขางสอวาอริสโตบุลุศนาจะมีชัยในการพิพาทแมทัพโรมันชื่อสคอรุสออกคําส่ังใหอะริตา
ปลอยเยรูซาเล็มท่ีลอมอยูน้ันเสียแลวเลิกทัพกลับไป อริสโตบุลุศเห็นไดทีก็เขาโจมตีกองทหารของ
กษัตรยิ อ าหรบั ที่กาํ ลังถอยอยแู ละฆา หทารเสียเปน อันมาก

ประมาณเวลานข้ี าวก็มาถึงแควน ยูดาหวา ปอมเปยผูไมมีใครเทียบตัวทานเองไดอยูท่ีดัมเมเศข
แลว ทั้งสองพี่นองรีบรุดไปพบคนโรมันคนนั้นอีกที ไปขอความเห็นใจ และก็ในเวลาเดียวกันน้ี
ประชาชนยวิ ไดจ ดั สง ผูแ ทนไปพบปอมเปยดว ย ขอรองปอมเปยใหยกเลิกราชวงศอัศโมเนียเสียที แลว
ขอใหฟนระบบราชวงศอันแทแหงสมัยโบราณข้ึนมาอีก ฝายโรมันผูพิชิตก็กําลังหวงจะทําการศึกใน
ยทุ ธภมู ิอืน่ จงึ ไดแ จง แกทุกฝายท่ีไปหาทานวาทานยังไมช้ีขาดอะไรเวลาน้ัน แตภายหลังตัวทานจะไป
เยย่ี มเยรซู าเล็มและจะยตุ กิ ารพิพาทให อรสิ โตบุลุศไมม ีใจจะรอได และยังกลัววาผลของการช้ีขาดโดย
ปอมเปยจ ะเปน การทาํ ลายความปรารถนาของเขาหมด จงึ หนั กลบั เขา ควาอํานาจเตรียมตานทานปอมเปย
ดวยสุดกาํ ลังทมี่ เี มอื่ ปอมเปยจะยกทัพมา

ปอมเปยท ้ิงความคดิ ที่จะทาํ ศกึ กับศัตรูอ่ืนทนั ที หันมาสนใจกับชาวยูดาหที่กําลังทาทายอยู เม่ือ
ถกู โจมตีแหงแรกท่ีใกลเ มืองเยรีโค อริสโตบุลุศก็ตอ งเสียปราการ แตต ัวเองหนีไปเยรูซาเลม็ พอปอมเปย
มาลอ มกรุงเยรซู าเลม็ อริสโตบุลศุ ก็เขา หาโรมันผูพิชิตดวยความกลัวตัวส่ัน ยอมมอบกรุงเยรูซาเล็มไว
ในมือของปอมเปย แตก องทัพของพวกผูต ิดตามอรสิ โตบลุ ุศยกเขา ไปหลบภัยอยูในปอมของพระวิหาร
และไมย อมแพ แตไดย นื หยดั สูตานทานอยูต้ังสามเดือน ไมยอมแพกองทัพโรมันที่ลอมอยูและมีกําลัง
หนุนมาเพิม่ อยา งนา กลัว ในท่ีสดุ ฝา ยโรมันกผ็ า นกําแพงเขาไปได ผูที่ถูกลอมอยูก็ถูกฆาตายเกือบหมด

72

อรสิ โตบุลศุ ถกู นําไปกรงุ โรมอยา งเชลยพรอมทง้ั ชาวเมอื งของเขาดวย พวกเชลยศึกเหลาน้ีแหละที่เปน
ตัวกอ กาํ เนดิ นิคมยวิ ในกรุงโรม ซึ่งเปนตนกําเนิดองคการคริสตจักรคริสเตียนดวยในท่ีน้ัน ท่ีอาจารย
เปาโลไดเขียนจดหมายหลกั ธรรมยิ่งใหญมาถงึ เขา ไฮรคานสุ น้ันไดร ับการรับรองในฐานะมหาปุโรหิต
แอนติปาเตอรไดเ ปนขา หลวงปกครองแควน ยดู าห

เม่อื กอนน้ีพวกยิวถอื โอกาสบอย ๆ เจรจากับโรมันฉันทมิตรขอความคุมครอง3 แตเด๋ียวน้ีตอง
ถกู บบี โดยมอื ของผพู ชิ ิต และดว ยประการฉะนน้ั ทาํ ใหเ ขาไมอาจหนหี ลุดออกมาเปนชาติเอกราชอีกได
เลย

นโยบายของโรมันในแควนยูดาห

ตามลักษณะวิสัยของการปกครองของโรมันที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตอเมืองขึ้น พวกยิวจึงไมได
รับการผอนปรนอยา งกวา งขวางตราบเทาท่ีเขาจะยอมออนนอ มตอ กฎขอ บังคบั ของโรมันศาสนาของยิว
ไดรับการรับรองวาเปนศาสนาตามกฎหมายศาสนาหนึ่งของราชอาณาจักรโรมัน คือหมายความวา
ศาสนายิวก็ตอ งไดการคุม ครองจากเจาหนาท่ีโรมันดวย ไดรับอนุญาตใหจัดดําเนินธุรกิจของชาติและ
ของเอกชนไดโดยไมถูกรบกวนตราบเทาที่เขาจะรักษาความสงบไวและภักดีตอโรมันเขามีสภานิติ
บญั ญตั ิและตุลาการของเขาเองเรียกวา แซนเฮดริน ซึง่ ดาํ เนนิ การทางกฎหมายและการเมืองภายใน และ
ลงอาชญาไดในอาํ นาจจํากัด ภาระในทางภาษีก็ไมไชวาเหลือทนเหลือทาน แตกระนั้นยังเปนความไม
พอใจแกคนยวิ ที่ถือเครงผมู ีความรสู กึ วาในการทถ่ี ูกบงั คับใหสง ผลประโยชนใ ด ๆ แกผ คู รอบครองที่ไม
ถอื พระเจา เปน การสบประมาทแกช าติ แมจะเปนจํานวนเล็กนอยเทาใด พวกยิวเม่ืออยูใตปกครองของ
โรมันกไ็ ดร บั การปฏบิ ตั ติ อ อยางยุติธรรมดกี วาเม่ืออยูในยุคใด ๆ นับต้ังแตอยูในปกครองของเปอรเซีย

3 ยูดาแมค คาบิอุส ตอนทายๆ แหงวถิ ีชีวิตของทา นไดสงทตู ไปติดตอกบั สภาซีเนทโรมันรองขอใหชวยในการท่ีผบู าทใหญแหงซีเรียขมเหง สภาซีเนทก็มีความพอใจ
ทตู มากจนไดใ หส ัญญาวาจะชวย แตขอ สัญญาตกลงกันนนั้ มันคลุมเคลือจนไมม อี ะไรเปนคณุ คาข้ึนแกพ วกยิวอนั เปนผลของสัญญาน้ันก็หาไม โยนาธานไดพ ยายาม
จดั การตามแนวเดียวกันน้ี แตกไ็ มเ กดิ ผลเกิดประโยชนอะไรอีก คาํ สญั ญาอนั เปน แตส กั วา สญั ญานี้ถูกร้ือฟน ขึ้นอีกโดยซโี มน และตอเติมวา โรมจะตองถือวา ประเทศยู
ดายเปนชาติเอกราช ซงึ่ ก็เปนความจริง แตกไ็ มม ีประโยชนอะไรท่สี าํ คญั ไฮรคานสุ ไดพ ยายามในระหวางรชั กาลของเขาที่จะใหไ ดการรับรองของโรมนั และใหเ ปนท่ี
พอใจของโรม แตความพยายามน้ีกป็ รากฏวา ลม เหลว ความพยายามเหลา น้ีแทจริงไมม ีสักรายเดยี วท่ีเปนประโยชนแกแผน ดนิ ยดู า โรมถือวา ไมใชธรุ ะของเขาทจี่ ะ
เท่ียวไปเสรมิ กาํ ลังใหแกประเทศอสิ ระท้งั หลาย

73

แตความงมงายของการถือเครง ศาสนากก็ อกวนอยู การวางตวั ถือตวั ในทางเช้อื ชาติเชน พวกหัวรุนแรงท่ี
เรียกวาคณะเซโลเตก็คอยยุแหย ทําใหประชาชนยิวตองมีอารมณขุนมัวอยูตลอดเวลา แลวก็คอยเติม
เช้ือเพลิงแหง ความเกลยี ดชงั ลงในไฟของอารมณอ ยเู รื่อยไป ๆ จนตองเกิดการกบฏข้ึนจริงๆ จัง ๆ ครั้ง
แลว ครงั้ เลา ซึ่งเปนผลทําใหช าตแิ ทบจะตอ งสน้ิ ชาติกันแตละคราว ๆ ถาพวกยิวถนอมนํ้าใจของโรมัน
ไว ประวตั ศิ าสตรต อมาของเขาตองเปล่ียนรูปผิดกวานีไ้ ป4

อริสโตบลุ ศุ มาเปนเชลยอยูใ นกรงุ โรมไดสักหนอยก็หนี และมาแควนยูดาห มาปลุกปนใหทํา
การกบฏขึ้น แตใ นทส่ี ดุ กต็ อ งแพและถูกจบั เปนเชลยสงไปกรุงโรมอีก ตอมายูลิอุสซีซารก็ปลอยตัวอีก
แตไดถูกสงใหม าในการศึกกับซีเรียอเล็กซานเดอรบุตรชายอริสโตบุลุศหลอกลอปอมเปยหนีการเปน
เชลยไปได เคยไดพยายามแลวแตไ มส ําเรจ็ ที่จะเอาพระทนี่ งั่ แหงประเทศยดู าหกลับคืนมา ถาคริสโตบุลุ
ศสามารถเอาชนะทหารของปอมเปยใ นซเี ซยี ได ก็จะมีหวงั ทอ่ี เล็กซานเดอรบ ุตรอริสโตบุลุศจะสามารถ
ขับไลไ อรคานสุ กับแอนติปาเตอรไปได แตอ นาคตแหงความหวังตอ งทะลายไปหมดเพราะอริสโตบุลุศ
ตองถกู ฆาตกรรมและอเล็กซานเดอรถ ูกประหาร เหลอื แตแ อนติโกนุสบุตรอีกคนหนึ่งของอริสโตบุลุศ
ไวเปนคูชิงชัยกับไฮรคานุส แตเขาก็ดวยอีกคนหนึ่งเหมือนกันที่มีอนาคตตองตายในการประหัส
ประหารในไมอีกกี่ปตอมา ลัทธิยูดาหนิยมตองสูญเสียทางท่ีจะเปนเอกราชของชาติตลอดไป ชาติจะ
ดํารงอยูไดก็ดว ยการยอมอยูใตโ รม ถงึ แมจะไมเตม็ ใจ

ราชวงศข องคนเชื้อชาตอิ ะโดม

ท่ีจริงเยรซู าเลม็ ตกอยูในบังคับบัญชาของแอนตปิ าเตอรตลอดเวลาน้ี นับวาแอนติปาเตอรเปนผู
ครอบครองคนแรกของราชวงศค นเชอื้ ชาตอิ ะโดม ราชวงศน ที้ ําใหมีกษัตริยเฮโรด5 ขึ้นหลายองค ที่เรา
ไดพบไดใ นประวัติศาสตรข องพนั ธสัญญาใหมอ ยูบอย ๆ

4 ความเกลียดชงั โรมอยางรนุ แรง ไดก อ เกิดขึ้นในคนยวิ จนไมส ามารถจะเหอื ดหายไดจริงๆ จังๆ และจะเหน็ ไดในทา ทีของนกั ประวัติศาสตรผมู เี ชื้อชาตยิ วิ แหง ยคุ
สมัยใหมบางคน
5 เร่ืองราชตระกลู วงศข องเฮโรด ใหดทู ี่บทตอ เติมขา งทา ยหนงั สือ

74

1. แอนตปิ าเตอร

ชนชาตอิ โดม (รนุ น้ี) ก็คือทายาทของชาติอโดม (รนุ กอน) น่ันเอง ซ่งึ ตามตํานานวา เปน เชอ้ื สาย
ของเอซาวยอหน ไฮรคานุสไดทําศึกเอาเขตตอโดมมารวมกันเขตแควนยูดาหได แลวก็บังคับให
ประชาชนพลเมืองในเขตใหมนตี้ องจํายอมรบั พธิ ีสุนขั ดวย คนพวกเหลานี้จึงกลายเปนไดชื่อวายิวแตก็
ในนามเทาน้ัน อันติปาเปนบิดาของแอนติปาเตอร อเล็กซานเดอร แยนเนอุส ไดแตงตั้งเขาใหเปนเจา
เมอื งเขตแควนอโดม แลว แอนตปิ าเตอรก็สืบตําแหนงตอ แอนติปาเตอรน่ีปรากฏวาเปนคนฉลาดหลัก
แหลม ทะเยอทะยาน เปนผูนําเจาความคิด รูปการตีสองหนาของนโยบายของแอนติปาเตอรแสดงให
เห็นวาเปนคนเจา เลห ท ีเดยี ว หนา หนงึ่ หนั มาเขาพวกกับฝายออนแอในตระกูลอัศโมน เพราะรูดีวาอริส
โตปลุ ุศอันธพาลท่เี อาแตใจตวั จะไมยอมใหเขาถือบังเหยี นอาํ นาจอกี หนาหนึ่งก็หันเขาไปประจบเอาใจ
โรมันผพู ชิ ติ ทส่ี ืบตอกันแตละคนรูดีวา ถาโรมันสนับสนุนแลวอะไรจะขัดขวางเขาไมไดทั้งน้ัน เขามี
ความสําเรจ็ ในการทําตนเปน “คนท่ีขาดเสยี ไมไดท้งั ไฮรคานสุ ปูโรหิตออ นแอและท้ังพวกหันหนาของ
สาธารณรัฐโรมันซึ่งมีอํานาจแข็งแกรงก็ขาดเขาไมได”6 เราไดเห็นแลววา โดยการใชไฮรคานุสเปน
เครื่องมือแอนติปาเตอรจึงไดตําแหนงปกครองแควนยูดาห ไฮรคานุสเปนมหาปุโรหิตและเปน
ผปู กครองแตในนาม แอนติปาเตอรร บั ตาํ แหนงเปนขา หลวงปกครองท่วั ท้งั พาเลสไตนจากยูนิอุสซีซาร
พอแอนติปาเตอรไ ดต ําแหนง มีอาํ นาจเตม็ ที่ เขาก็ลงมือแตงต้ังบุตรชายสองคนของเขาในตําแหนงสูงมี
เกยี รติ คอื ฟาซาเอลกับเฮโรด ทั้งใหฟาซาเอลเปนผูบัญชาการทหารของแควนยูดาห ตั้งเฮโรดเปนเจา
เมืองปกครองแขวงกะลลิ ี แตท้ัง ๆ ทีไ่ ดว างแปลนไวอยางดีเพ่ือความกาวหนา แอนติปาเตอรเองก็ตอง
ถกู วางยาพษิ ตายไปโดยคนยวิ หวั รุนแรงคนหนงึ่

2. เฮโรด

เม่อื นามนี้มาถึงกม็ นี ามอีกคนหน่ึงเขาเกี่ยวของดวย คือพระนามที่เหนือนามชื่อทั้งหลาย พระ
เยซคู ริสตพ ระผูชวยใหร อดของโลก เพราะเมอ่ื เฮโรดยงั ครองราชยอยูพระเยซูไดมาบังเกิดที่บานเบ็ธเล

6 สะแตนเลย “History of the Jewish Church” เลม 3 หนา 361

75

เฮมแควน ยูดาห ฉากแหง รชั กาลเลือดของเฮโรดนี้มเี ปน สายยุค ยุคดน้ิ รนเพือ่ ความเปนใหญ ยุคแหงการ
บรหิ ารงานกา วหนา และยคุ ทปี่ นปวนกันในครวั เรือน

(1) เริ่มวถิ ีชวี ิตของเฮโรดดวยความรุม รอ น บางทีกส็ งสัยวา จะสาํ เร็จหรอื ไมในการรณรงค เพ่ือ
ความเปน ใหญเฮโรดมนี โยบายแนนอนอยูอยางหนึง่ วา จะตอ งกําจัดผูขัดขวางใหหมด ไมวา ผูน น้ั จะเปน
ญาตหิ รือเปน ใคร หรอื จะตองสูญเสยี สกั เทาใด แมคนทีใ่ กลทสี่ ดุ รักทส่ี ดุ กต็ อ งการกาํ จัดเสียเพราะความ
ทะเยอะทะยานของทานผูนี้เหลือจะยับย้ังได เขาทําไดเหมือนบิดาของเขา คือทําตัวอยูฝายผูพิชิตแหง
โรมได

เม่ือแอนติปาเตอรตายแลว แควนยูดาหยงั คงตกอยูในปกครองของฟาซาเอล กะลิลีในปกครอง
ของเฮโรด แตวารอันยุงยากก็อยูประจัญหนาสองพ่ีนองนี้ ยูลิอุสซีซารถูกลอบปลงพระชนม และเหตุ
ของประชาธปิ ไตยตอ งหมดไปทเี่ มอื งฟลิปปนต เพราะฉะนั้นคนชาติอโอมท้ังสองคนนี้จะตองหาทาง
อยูฝา ยใดฝายหนึง่ ซ่งึ เปนฝายมชี ัยในการชงิ ชัยกันทก่ี รงุ โรม ท้งั ฟาซาเอลและเฮโรดก็ถูกพลเมืองของตน
เกลียดชังเพราะเปนคนตา งชาติท่ีข้ึนมาปกครองดวยอุบาย แอนติโกนุสบุตรของอริสโตบุลุศที่ 2 ไดรับ
เชญิ ใหเ ขายึดกรุงเยรูซาเล็มดว ยการชวยเหลอื ของชาตปิ าเธียน ฟาซาเอลถูกจับได หมดหวังที่จะแกไขก็
ฆา ตวั เองตายเสีย แตจ ะเอาชนะเฮโรดไดยากเฮโรดผลกั ศัตรถู อยไป ตนเองก็หลบไปถึงกรุงโรมไดอยาง
ยากเย็น เมื่อถึงแลวก็ขอรองใหแอนโตนีต้ังอริสโตบุลุศหนุมบุตรอเล็กซานเดอรขึ้นครองราชยแหงยู
ดาห7 แตก ารกระทาํ เชน นี้เฮโรดมีใจจริงสักเทาใดเราไมทราบ แตแอนโตนิกลับไมยอมมอบแผนดินยู
ดาหใหแกคนหนุม ตระกลู อัศโมนี แตกลบั ตั้งโฮโรดปกครอง ใหม ตี ําแหนง “กษัตริยของชาติยูดาห” เฮ
โรดกลบั มาปาเลสไตนพรอ มดว ยกองพพั โรมนั เลก็ ๆ กองหน่ึงแลวรวบรวมกองกําลังอื่น ๆ ท่ีเปนฝาย
เขา ดว ยกนั ความประสงคข องเขา เขา ยึดเอากรงุ เยรซู าเล็มไดสําเรจ็ ในป ก.ค.ศ. 37

เฮโรดลงมอื กําจดั ฝา ยตรงขามทนั ที แอนติโกนุสกับคนแหงสภาแซนเฮดดรินโดยมากตองถูก
ประหารไป ตอ จากน้นั กอ็ รโิ สโตบุลุศหนุมรูปงามท่ีตั้งไวเปนมหาปุโรหิตดวยความจําใจก็ใหคนของ

7 ตามคาํ ของโยเซฟส ซ่ึงนาสงสัย ที่กลา วไวในโบราณ 14.14 “เพราะทานมิไดมาดว ยความตัง้ ใจจะขอการครองแฟน ดินใหแกตัว... แตด วยความตัง้ ใจจะขอใหแ ก
นอ งชายของภรรยา”

76

ทา นทาํ อบุ ัตเิ หตเุ สยี ใหจมน้ําตาย ไฮรคานุสผูชราแลว ผูเปนเคร่ืองมือของบิดาเฮโรดดวยความภักดีมา
นานก็ตอ งตกในความโหดรา ยทารุณเปนคนตอไป เม่ือออคตาเวียน (ออกัสตัสซีซาร) ไดครองอํานาจ
สงู สุดแหงจักรวรรดิโลกแลวเพราะการมีชัยที่แอคติอัม เฮโรดก็เอาใจจนไดคําสัญญาจะเปนมิตรและ
คมุ ครอง เด๋ยี วนีเ้ ฮโรดจงึ เปน ใหญแตผ เู ดยี วคมุ สถานการณไดท้ังหมด และเตรียมที่จะครองราชยอยาง
สบาย แตกจิ การอกี อยางหนึ่งอันเปน ท่ีสดุ ของความปา เถอื่ นจะตอ งทําใหครบยางเทาอันนองเลือดขึ้นสู
อาํ นาจ มาเรยี มเนภรรยารปู งามและเปนทรี่ กั ที่สุด ถูกซะโลเมนองสาวของเฮโรดฟองวาไมภักดี ก็ตอง
ถกู ตอั สินใหต ายไป สภาพอนั เศรา นีไ้ มช า ก็ซาํ้ ดวยมารดาของนางผชู าญฉลาดและภมู ิใจตอ งถกู ประหาร
ชวี ิตไปอีก

(2) วถิ ที างหล่งั เลอื ดทเ่ี ฮโรดขึ้นตน ข้ึน บดั น้ีก็เปดทางใหการบรหิ ารงานกาวหนาดําเนินไป แต
ถึงกระน้นั ก็มิใชวาจะปลอดจากความโหดรายเสียทีเดียว เม่ือไดปลดคนผูจะเปน ภยั แกพระทน่ี ่ังของทาน
หมดแลว ทานกห็ นั มาเอาใจใสกับการนาํ ความเจริญใหแ กจักรวรรดขิ องทาน เฮโรดแสดงตัววาเปนผูมี
ใจรอนตอ การทะนบุ าํ รงุ ศลิ ปะและวัฒนธรรม (บางทีอาจรอนดวยจริงใจก็ได) และเชิญใหผูเชี่ยวชาญ
หลายคนเจามาอยใู นราชอาณาจักรของทา น เฮโรดน้นั ถาไมจ ําเปนกไ็ มกอ สงครามขนึ้ เหมอื นกัน จึงเปน
โอกาสใหท ําการพฒั นาบา นเมอื งได

ที่เฮโรดมแี ผนฟนการกอสรางขึ้น ก็เปน ทแ่ี สดงถงึ ความสามรถของรัฐบุรุษแทจริงอยูบาง ทาน
ไดวางรากเมอื งข้นึ ใหม ๆ หลายเมือง เชน เมืองซีซาเรยาที่เปน เมืองเอก ใหนามเปนเกียรติแกผูพิทักษเขา
คือออคตาเวียน เมืองสะมาเรียก็ขยายใหใหญ ทําใหเจริญข้ึน แลวสรางวิหารงามขึ้นไวที่นั่นดวย
ภายหลังช่ือเมืองนี้เปล่ียนเปนวา เซบาสเต (ซ่ึงเปนภาษากรีกวา “ออกัสตัส”) เพ่ือเปนเกียรติแกพระ
จักรพรรดโิ รมนั เฮโรดไดส รา งปอมใหม ๆ ขึ้นเพื่อปอ งกนั จกั รวรรดิของทา น และไดสรางไวอยางดีจน
ถงึ แมท ุกวันนีก้ ย็ ังมีซากต้งั อยูทานไดสรางพระวหิ ารท่กี รุงเยรูซาเล็มขึ้นอีก ขนาดใหงามยิ่งกวาวิหารที่
ซาโลมอนไดส รา งเสียอกี แลว กต็ ง้ั พระราชวังอันสงางามย่ิงนักสําหรับตัวทานเอง และส่ิงพัฒนาอื่น ๆ
ในเมืองกไ็ ดก ระทาํ ไวเ ปนอนั มาก เชน สรา งโรงละครกลางแปลงขนาดใหญใหอ ยูเพียงนอกกาํ แพงเมือง
แลวสรา งโรงละครไวภ ายในเมือง งานกอสรางอนั มหมึ านี้เปน การแสดงถงึ ความสามารถในการบริหาร
ราชการและรสนิยมในสถาปตยกรรม เฮโรดแสดงตัววาในสถานการณตา ง ๆ และในอารมณตาง ๆ ทาน
อาจเปน นบั ปกครองผยู ิ่งใหญจ ริงๆ

(3) อยา งไรก็ดี เฮโรดตายกม็ ไิ ดตายอยางสงบ เขาตอ งจบรชั กาลอันเฉียบขาดของเขาในสภาวะ
ยุงยากลําบากในครอบครวั ต้ังแตประหารมาเรยี มเนไปแลวก็ไมหมดความสํานึก ความละอายแกใจได
คอยรบกวนจติ จติ สาํ นกึ ของเขาอยเู สมอจนแทบเปน บา เปน ธรรมดาทส่ี ภาพจิตเชนนัน้ จะตองมีแตค วาม
หงดุ หยิด สงสยั คลางแคลนระแวงอยรู อบตัว บตุ รของเขาท่เี กิดจากมาเรยี มเน คอื อเล็กซานเดอรกบั อริส

77

โตบุลุศเฮโรดกะหมายไวว า จะใหเ ปน ทายาท บตุ รสองคนนนั้ ไดรบั การศกึ ษาท่ีกรุงโรม กําลังเตรียมท่ีจะ
รับตาํ แหนงใหสมบรู ณต ามกฎหมาย แตเมื่อกลับมาอยูในราชวังของเฮโรด แอนติปาเตอรบุตรชายคน
หัวปก ็อิจฉา นางซะโลเมก็อจิ ฉา ท้ังอเล็กซานเดอรกับอริสโตบุลุศเลยตองถูกกระแวงแลวถูกประหาร
ไป ตอมาอีกสกั หนอยเฮโรดไดทราบมาวาแอนติปาเตอรคิดวางแผนจะเอาชีวิตทาน ทานเลยสงเขาคุก
ตอ มากป็ ระหารเสยี กจิ การโหดรายช้ินสุดทายท่ีเฮโรดไดทําคือการประหารทารกผูไมเดียงสาในบาน
เบธเลเฮม็ 8 เฮโรดไดตายไปดวยความทรมานสาหสั เมอ่ื ประมาณ ก.ค.ศ. 4 ครองราชยไ ดส ามสบิ สี่ป

กอนเวลาเล็กนอยที่เฮโรดจะตาย ไดทําพินัยกรรมไววา บุตรสามคนจะครองราชยแหง
อาณาจกั รของทาน อารคะสาโอจะเปน กษตั รยิ 9 ปกครองยูดาห (รวมท้ังสะมาเรียและอโดม) เฮโรดอัน
ติปาจะเปนเจาเมืองปกครองแควน กะลิลีและเพเรยี เฮโรดฟลิบจะเปนเจาเมอื งปกครองแควนตราโคนิที
และเขตแดนใกลเ คยี งดว ย

3. อาระคะลาโอ

อาระคะลาโอนั้นมีสัญลักษณวาเปนนักปกครองท่ีลมเหลว พอเร่ิมขึ้นครองราชยก็มีแคความ
ยุง ยากเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ราชการชน้ิ การแรกท่ีทานกระทาํ ก็คือปราบจราจรในกรุงเยรูซาเล็ม ในระหวางท่ี
ทา นคอยใหอ อกสั ตัสรบั รองพินัยกรรมของเฮโรดก็เกิดการกบฏข้ึนในแควนยูดาห จําตองใหเจาเมือง

8 นกั ประวัตศิ าสตรบ างทา น เชน คนยิวหรอื คนคริสเตยี นผูม ีหัวอะลุมอลว ยไดปดทิง้ ขอความในหนังสือมทั ธิวตอนท่ีวา มีการประหารทารกท่เี บธเลเฮม็ มีขอขดของอยู
สองประการ (1) ไมม ีคําของโยเซฟยืนยนั อยู ไมมีแยมพรายในเรอื่ งอน่ื ๆ ที่เฮโรดกระทาํ ในรชั กาลของทาน (2) มนั เปน เรอ่ื งเกยี่ วพันกันกบั การบงั เกิดจากหญงิ
พรหมจารยี  ถา รับวาเปนเร่ืองจรงิ ก็เทากบั วารับเรอ่ื งกามอภินิหารเหนือธรรมดาอยูโดยนยั การขดั ของขอ ทห่ี นง่ึ ยงั ยากเพียงเลก็ นอย เพราะมปี ระวัตศิ าสตรย วิ เปน
จํานวนมากบันทึกในพันธสัญญาใหม ซึ่งรับกันโดยไมตองเอาหลักฐานทางพระคัมภรี เ ปนพเิ ศษ แตการทไ่ี มร ับกเ็ พราะไมอยากสงเสริมขอขัดของที่สองไมมอี ะไรท่ี
นา วิภาควจิ ารณอ ยใู นตัวอักษรเองใหปรากฏ เปนคาํ พดู คํากลาวตรงๆ ซ่ือๆ ครั้นเฮโรดเหน็ วา พวกโหราจารยห ลอกทา นกก็ ร้ิว โดรธยงิ่ นกั จงึ ใชคนไปฆา เด็กผชู าย
ทง้ั หลายในบานเบธเลเฮ็มและทใี่ กลเคยี งทั้งสิ้น ตง้ั แตอายสุ องขวบลงมา ซง่ึ พอดีกบั เวลาทท่ี านไดท ราบจากพวกโหราจารยน ั้น” (มทั ธิว 2:16) ไมม ีรองรอยของการพูด
เกนิ ความจรงิ หรือการประดิษฐป ระดอยความในคาํ กลาวหาส้ันๆ นี้ ไมมีเหตผุ ลอะไรที่จะตองสงสยั วา ทาํ ไมผูเขยี นความนีจ้ งึ เขียนเอางา ยๆ อยา งน้ัน แลวมันก็เขากัน
อยางสนทิ กบั นสิ ัยและอารมณข องเฮโรดดังทเ่ี ราก็รอู ยแู ลว เหตุการณเ ชน นเี้ ปนวธิ ที ีเ่ ฮโรดจะตองทาํ ตรงๆ ทเี ดียวเม่ือมีสภาพการณเชนน้นั ขึน้ ท่ีจริงถาใครรับเรือ่ งฤทธ์ิ
เดชเหนอื ธรรมดาได เขาไมเห็นเหตุผลเลยวาทําไมจะตองขัดของตอเร่ืองเชนน้ี
9 เมอ่ื อารคะลาโอทรงพระนามวา “กษัตริย” ตามท่ีพลเมืองเรียกอยางน้นั กไ็ มตรงกับตาํ แหนง ที่ออกสั ตสั ไดแ ตง ตง้ั เปน ทางราชการนักซ่ึงเปนคําวา Ethnarch เงิน
เหรยี ญทีอ่ อกใชใ นรัชกาลของทา นทีไ่ ดพบบง วา อาคะลาโอชอบที่จะใชต าํ แหนงของทา นตามทีไ่ ดแ ตงตั้งมานน้ั ดูที่ รายงานขององคการขุดคน ของมหาวิทยาลยั ฮา
วารด ทีส่ มาเรยี หนา 267

78

แหงซีเรียเขามาชวยปราบปราม ดังนั้นอารคะลาโอไดเริ่มบริหารราชการดวยการตองเผชิญตอความ
ยากลาํ บาก ซง่ึ ตองเปนรัฐบุรษุ ทแี่ ทจริงเทาน้ันจึงจะสามารถรับมือได แตอารคะลาโอไมมีคุณสมบัติน้ี
เลย ตลอดรชั กาลของทา นมแี ตการวนุ วายและหลงั่ เลือดรอบขา งอารคะลาโอมแี ตการขัดขวาง สิทธิการ
เปนทายาทของเฮโรดก็ถูกพวกญาติประทวง โดยเฉพาะอยางยิ่งอันติปา ย่ิงอารคะลาโอไปสมรสกับ
แมมายคนหน่ึงท่ีหยา รา งกับสามีไว ยิ่งเปนการสงบประมาณคนยิวในสวนลึกเปนการเพ่ิมความเกลียด
ชงั ทา นเอง รชั กาลของทานมสี ง่ิ เดยี วที่เปนลกั ษณะของการกคู วามดอย นั่นก็คือการดําเนินการกอสราง
เปนการใหญ หลังจากสิบปของการบริหารราชการอยางนาเศราในไมมีใครเสมอเหมือนทานก็ถูก
เนรเทศไป แลว เขตปกครองของทา นพระเจา พรรดิโรมนั ก็ยดื้ เอาไป

4. เฮโรดอันตปิ า

รัชกาลนเ้ี ปน รัชกาลทม่ี ีความสําเร็จดกี วา มาก เปนรัชกาลท่ยี นื ยาววา เฮโรดอันติปาเปนนักการ
ทตู เปน นักจารีตนิยม และสามารพปกครองรกั ษาความสงบไวไ ด ทานเปนผรู ะวงั ระไว ไดตัง้ ปอมคายไว
ตามชายเขตปกครองของทานและทําการกอสรา งไวกวา งขวาง จุดดําทส่ี ุดในชีวประวตั ิของทานก็คือได
สมรสกับนางเฮโรเดยี อยา งผิดศลี ธรรม แลว ยงั ไดต ดั ศรีษะยอหน บพั ติศมาอกี ดวย คือยอหน ท่ที า นไดจ ับ
ใสคกุ ไวทตี่ าํ บลแมค เคียรุส ซึง่ โยเซฟส ไดบอกไวว าอยา งน้นั ปลาตไดเคยสง ตัวพระเยซูมาใหเฮโรดผูนี้
สอบสวน (ลกู า 23:7-12) ความยากลําบากทสี่ ุดของเฮโรดเกิดจากพวกญาตใิ นครอบครวั ของทานเอง จน
ทสี่ ุดของเฮโรดเกิดจากพวกญาตใิ นครอบครัวของทานเอง จนท่ีสดุ ถึงกบั ทําใหทา นตองลม ลง เฮโรดเดีย
นนั้ เครยี ดดวยการอิจฉาอะกริพปาผูเปนนองชาย จึงชวนอันติปาใหไปกรุงโรมดวยกันกับบาง ไปขอ
พระจกั รพรรดคิ าลิกกุลาซง่ึ ไดข ึน้ ทรงราชยใหม ๆ (ค.ศ. 37) ใหต ง้ั อันติปาเปน กษตั รยิ  แตแทนท่ีอนั ตปิ า
จะไดส มประสงคตามทเ่ี ขาใฝห า กลบั ตองถกู ถอดและถกู เนรเทศไป

5. ฟล ิบ

ฟลิบน้มี ีสวนเก่ียวของกับประวัติศาสตรแหงพันธสัญญาใหมเพียงเล็กนอย เราจึงจะกลาวไว
เพียงเลก็ นอ ยในที่น้ี พระเยซูไดเคยปลกี พระองคเขามาในเขตปกครองของฟล บิ เมอื่ ความเกลียดชังของ
พวกฟาริสีรนุ แรงข้ึนจนคดิ รา ยตอพระชนมของพระองค ในเขตปกครองของฟลิปนับวา อยูในความสงบ
ตลอดมาและมีระเบยี บเรียบรอ ยดี ฟล ิบนั้นดวี ิเศษกวา เฮโรดองคอ ื่นๆ มากมาย จนเทียบกันไมไดส ักองค
เดยี ว สกูเรอรสรปุ วถิ ีชีวิตของฟล บิ โดยกลาววา “รัชกาลของทานนุม นวล ยตุ ิธรรม สงบ”

79

เจา เมอื งชาตโิ รมนั รนุ แรก

เมอ่ื ไดถ อดถอนอารคะลาโอออกไปแลว ชาวแควนยดู าหก็ขอรองความบนั เทาจากปกครองของ
ราชวงศเฮโรดเขาอยากไดผูป กครองที่แตงต้ังสงตัวมาจากกรุงโรมโดยตรงแตวาก็มิใชนโยบายท่ีเขามี
ความปรารณนาอยางแทจ รงิ แตท ่ีขออยางน้ันก็เพ่ือใหมกี ารรา ยเกดิ จากการปกครองของคนผไู มถือพระ
เจาใหน อ ยทีส่ ุดทีจ่ ะนอยได แควน ยูดาหจึงตองจัดใหขึ้นตอผูวาราชการแขวงแหงซีเรีย แลวมีเจาเมือง
โดยตรงมาปกครอง

ทําเนียบของเจาเมืองอยูท่ีเมืองซีซาเรยา10 แตในกาลพิเศษบางเวลาเชนในระหวางที่มีพิธี
เทศกาลใหญ เจาเมืองกจ็ ะมาพกั อยใู นเยรซู าเลม็ ชัว่ คราว บางทอี าจเปน เพราะประชาชนหล่ังไหลไปรวม
ชุมนุมกันในกรุงเยรูซาเล็มเปนจํานวนมหึมาเหลือเกิน จึงตองใหเจาเมืองมาคุกอยูดวยตัวเอง เมื่อเจา
เมอื งมาพกั ็ประทับอยูในวังของเฮโรดซ่ึงต้ังแตอ ยดู า นตะวันตกของเมือง

อาํ นาจสูงสดุ ของพวกเจาเมืองเหลาน้มี ีสามอยางดวยกนั เก็บภาษที ตี่ ั้งพิกัดมาโดยรัฐบาลโรมัน
บังคับบญั ชากองทหารประจาํ เขต เปน ตลุ าการตัดสินความในคดีที่สําคัญเกินกวาตุลาการพ้ืนเมืองจะมี
อํานาจทําได เพราะแควนยูดาหเปน ดินแดนในอาณัตขิ องพระจักรพรรดิ ไมไดอยูในอาณัติของรัฐสภา
ภาษีท่ีเกบ็ ไวไ ดจึงสง ตรงไปยงั ซีซาร (มัทธิว 22:17) ในการเก็บภาษีคนยิวหลายคนเขารับราชการ คน
หน่ึงจะไดอาํ นาจเก็บภาษีประจําตําบลหน่ึง ซึ่งเขาจะจดั สง ภาษีใหแกรัฐบาลโรมันเปนรายป ถาเขาเก็บ
ไดเ งินมากกวา จาํ นวนที่ต้ังไวใ หสง แกรฐั บาล เหลือจากจาํ นวนที่ตองสงเกบ็ เปน รายไดของเขาไป เขาใจ
วา การเรียกเก็บจะตองตามพิกัดสูงสดุ ทีก่ ฎหมายกําหนดให แตก ็ทํากันไมเปนไปตามระเบียบ ถอื โอกาส
รีดนาทาเรนกนั มาก พวกเกบ็ ภาษเี หลา นต้ี ามภาษาละตนิ เรียกเปนภาษาราชการวา ปบลคิ านิ พนั ธสัญญา
ใหมภ าษาไทยเรยี กวา “คนเก็บภาษี” คนยวิ ทรี่ กั ชาติเกลยี ดคนพวกเกบ็ ภาษีนี้ยง่ิ นักในฐานะที่เปนคนรีด
นาทาเรน และเปนเคร่ืองมอื ของตางชาติ

10 การนี้อาจทาํ ใหเปนที่รังเกียจตอ การปกครองของโรมนั ยง่ิ ขึ้นสาํ หรบั คนยิว พวกถือเครง เพราะเมืองเซซาเรยาทสี่ รา งขึ้นกด็ ี สงั คมของคนนอกศาสนากด็ ที ําใหเปน ท่ี
เกลียดชงั แกพวกยิวนัก ดูหนงั สอื ของทา นเอ็ดเดอรชมี เรอ่ื งชีวติ สังคมยวิ หนา 72

80

เจาเมืองเปน ผบู ัญชาการทหารดว ย กองทหารประจําแควนประจํามณฑลตองปฏิบัติตามคําส่ัง
จองเจา เมอื ง อันเปนการธํารงรักษาไวซึ่งความเปน ระเบียบเรยี บรอยแกพลเมืองในเขตปกครองของทาน
กองทหารเหลา นีต้ ัง้ ประจาํ อยใู นตามจดุ ตาง ๆ มากมายหลายแหง จนทหารโรมันเปนที่คุนแกสายตาใน
แควนยดู าห (ลูกา 3:14)

หนา ทีต่ ลุ าการของเจาเมอื งเกอื บจะจํากดั อยูเ ฉพาะแตก รณที ่กี ําเริบใหญ ถาเปนคดีช้ันรองลงมา
กเ็ ปน หนาทข่ี องศาลประจาํ ทองถ่นิ จะตัดสินความ เพราะฉะนั้นสภาแซนเฮดรนิ ไดแ ตสอบสวนพระเยซู
แตท ีจ่ ะลงโทษประหารพระองคจําตอ งไดอนุญาตจากพวกทโิ อปล าต

เพราะฉะนั้นพวกยิวไดอิศระในเร่ืองการศาสนาของเขาทั้งหมด แลวยังไดอิสระอีกมากใน
กจิ การบา นเมือง ถึงกระน้ันบรรดาเจาเมืองหลายคนก็ยังไมสามารถทําความพอใจ ใหแกคนยิวไดใน
รูปการท่ัวไป พอแควนยูดาหตกเปนแควนขอโรมัน ควิรินิอุสเจาเมืองประจําซีเรียก็สั่งการเก็บภาษี
ออกมาใหม แลว กบฏกเ็ กิดขน้ึ ทันที ทจี่ ริงทาทีของคนยิวในปาเลสไตนโดยมากท่ีสดุ มีตอรัฐบาลโรมนั ก็
เหน็ วาไมเ ปน ไปไดทผี่ แู ทนของรัฐบาลนัน้ จะใหความพอใจแกค นยิวได ไมว าเจาเมืองคนไหนจะหาทาง
บริหารงานอยา งไรฉลาดแคไ หนก็ไมถ ูกในคนยิว จนไมมีเจา เมอื งคนใดพิสูจนตัวไดว า เปนผูปกครองท่ี
สามารถเขากบั นา้ํ ใจคนยวิ ได

คนหนง่ึ ในพวกเจาเมืองพวกแรก เปนคนเดียวท่เี ราสนใจเปนพิเศษ คือพนทิโอปลาติผูรับมอบ
หนาที่ปกครองแควนยูดาหในยุคท่ีมีการตรึงพระเยซู ปลาตอยูในตําแหนงไดสิบป ไมใชเพราะเขา
บรหิ ารงานไดอยา งยตุ ิธรรมหรือเปน ท่พี อใจของยิว แตเปนเพราะนโยบายการปกครองอาณานิคมของ
โรมันเมื่องครั้งกษัตริยทิเบริโอเปนจักรพรรดิปกครองอยูเพราะปลาตปฎิบัติตอพลเมืองของตน
เห้ยี มโหดดรุ า ยเหลอื เกนิ จนทาํ ใหต องถูกเรียกตัวกลบั กรงุ โรมในท่สี ุด

เฮโรด อะกรพิ พาที่ 1

อะกรพิ พาเปน หลานของเฮโรดมหาราช วิถีชีวติ ของทา นผูน้ีมีเรือ่ งราวเหมือนนิยาย ทานไดรับ
การศึกษาที่กรงุ โรมและใชชีวิตตอนแรกๆ ท่ีนน่ั พออายุยางเขา วยั กลางคนทานตองถูกทเบริโอเนรเทศ
แลวทานก็ไปหลบอยูในหอคอยเกา ๆ ในภาคใตของปาเลสไตน เมื่ออยูท่ีนั่นทานหาทางจบชีวิตแหง
ความทกุ ขข องทานดวยการคิดฆาตวั ตาย แตภรรยาผภู ักดีตอทานไดป องกันไวพนจากอนั ผลุนผลันน้ีได
อะกรพิ พาทนทกุ ขก บั คราวรา ยเร่อื ยไปจนกระทงั่ ทา นกลบั ไปกรงุ โรมจนมีชอ งทําความพอใจใหแกทาน
คาลิกูลาได แตอ ะกริพพาไดเ ขา มาแนะนาํ แกค าลิกลู าในทางไมดี ทําใหพ ระจกั รพรรดิทเิ บรโิ อพโิ รธ เลย
จบั อะกริพพาใสค ุกลา มโซ แตน ่เี ปนวารมืดคราวสดุ ทา ย ซงึ่ วารแจมใสกําลงั มาอยูแลว ในเวลาตอมาไม
ชาคาลิกูลา ไดขึ้นเปนพระจักรพรรดิก็ตั้งแตอะกริพพาเปนกษัรติยยกเขตปกครองของฟลิบให แลว
ตอมาอีกสักหนอยก็ไดเขตปกครองของอันติปาอีกดวย (ค.ศ. 39) แตอะกริพพาก็ยังมิไดมาปกครอง

81

ดินแดนของทานจริงจัง แตยังคงไถลอยูในกรุงโรมตอไปอีกหนอย อะกรีพพาเปนกษัตริยอยูกอนเขา
ปกครองแผน ดนิ อยูค ราวหนึง่ กอ น

เม่อื คราวดิโอข้ึนครองราชยแหงจักรวรรดิโรมันอะกริพพาก็ทําความพอใจใหจักรพรรดิองค
ใหมน อ้ี ีก เลยไดเขตปกครองเพิม่ ขนึ้ อกี จากท่ีไดอ ยูกอน คือแควน ยดู าหอโดม และสะมาเรีย แลวอะกริพ
พาก็กลับมาปาเลสไตนมาประทัยอยู ในกรงุ เยรูซาเลม็ ครองราชยอยูส ่ีปมคี วามสาํ เรจ็ ดเี ดน แสดงใหเห็น
ความฉลาดไหวพริบเหมือนกับพระปตุลาของพระองคทานผูมีชื่อเสียงมาแลว แตหากอะกริพพามิได
ปกครองดวยความระแวงสงสัยและจิตใจกระหายเลือดอยางพระเจาปูเทาน้ัน อะกริพพาเอาอกเอาใจ
คนยิวย่ิงนัก โดยเฉพราะอยางยิ่งพวกฟาริสี ดังที่เห็นในเร่ืองที่กลาวในหนังสือกิจการบทที่ 12 แต
ในขณะที่แสดงตัววาโอนออ นแกล ัทธิยดู าหนิยมมากมายนัน้ ทานก็ยังทําตัวอยางเปดเผยวาแทจริงทาน
นิยมลทั ธเิ ฮลเลน ในราชอาณาจกั รของพระองคทา น ๆ ไดจ ัดใหมีทีส่ นุกสนานเปน อนั มากหลายแหง ซ่ึง
สิ่งอยา งนั้นนยิ มกันในโลกของคนกรีกที่อยรู อบๆ พระองคทา น เมื่อรูปเคาของทานกําลังรุงเรืองสดใส
ทานก็ตองถูกโจมตีทันทีทนั ใดดวยโรครา ยหนอนกนิ ทงั้ องคกายและตาย ไปอยางหนาสยดสยอง (ค.ศ.
44)

เจา เมอื งรุนหลัง

เปนทค่ี าดหวงั กันอยูแลว วาอะกริพพาจะตองมผี สู บื สนั ติวงศดวยราชโอรสผูมีอายุสักสิบปเจ็ด
ปอะกรีพพาท่ี 2 แตพระจักรพรรดิคลาวดโิ อ ไดร บั การปรึกษาจากทป่ี รกึ ษาของพระองคท า น ก็ทรงเห็น
วา อะกรีพพายังเด็กเกินไป จึงทรงคิดจะกาํ หนดใหอะกรีพพาที่ 2 เปนไปอีกอยางหน่ึง ปาเลสไตนตอง
ถูกจัดใหอยูใ นความดูแลของเจา เมอื ง11 อะกรพี พาไดต ําแหนงคาลชิส ซง่ึ เปนตาํ แหนง สําคัญอยูเล็กนอย
ทานไดประทับอยูณะท่ีราบมารซิยาหระหวางเขาเฮระโมนกับลบาโนน แตตอมาทานไดรับแตงตั้ง

11 ในระหวา งยุค ค.ศ. 6 ถงึ 41 แควนยดู ายเทา นัน้ ทเ่ี ปนแควนของโรมนั เพราะฟน ทพี่ าเสศไตนน อกจากนัน้ อยูในปกครองของอันติปาและฟล ิบ แตใน ค.ศ. 41 เขต
ปกครองของอนั ติปาแตก อนเอาเขารวมกบั แควนยดู าย เพ่ือใหพาเลศไตนทงั้ หมดเปนแควนของโรมันโดยปรยิ าย

82

ตาํ แหนง เจาเมืองคนกอ นคอื ฟลบิ ปกครองเขตตราโคนิที ทา นไดปกครองไปโดยเรยี บรอย สิทธิสําคัญ
ใหญ ๆ ตองถกู จาํ กัดโดยมาก จนกระทงั่ ทานสิ้นพระชนมในปป ระมาณ ค.ศ. 100

ในระหวางป ค.ศ. 44 ถงึ 66 ปาเลสไตนมเี จาเมืองถึงเจ็ดคน คือทานเฟดัส อเล็กซานเดอร คูมา
นุส เฟลิกซเฟสโต อลั ลินสุ และโพลรสุ ยคุ นเ้ี ปนยุคลําบากยุงยากไปท่ัวประเทศปาเลสไตน คณะเซโล
เตตอ มาเปน คณะสคิ าริ12 ทําการจลาจลขึ้นรา ยแรงมาก ในการขัดขวางการปกครองของโรมัน ถึงขนาด
ลอบฆาเจา พนกั งานโรมันและผฝู ก ใฝกบั โรมนั เสียหลายคน เจา เมืองสองคนแรกปกครองไปไดค อนขาง
เรยี บรอ ยและออนโยน ถึงกระนั้นกย็ ังมีความไมส งบเกิดข้ึนเปนคราว ๆ การขาดแคลนอาหารอยางนา
กลวั ก็ทาํ ใหลําบากทางการเมอื ง แตก ารกบฏอยางเปดเผยเกดิ ขึน้ ในยคุ คมู านุสเปน เจา เมือง (ค.ศ. 48-52)
คมู านุสปราบเสียสามยกดวยความดุเดือนท่สี ุด เอาชวี ติ พลเมืองยิงเสียเปนหนักหนาเฟลิกซมาปกครอง
(52-60) ดุเดือดและเครงเคลียดย่ิงไปกวาคนกอน ๆ ทาน สภาพการณดีข้ึนมากในระหวางท่ีเฟส โต
ปกครองอยู แตกก็ ําลงั จะตกลงในสภาพรา ยหนักยง่ิ ขึน้ ไปอีกในคราวของผูท่สี บื ตอ ทานคืออัลบินุส และ
ไปถึงยอดรายแรงของสถานการณเ มอ่ื โฟลรุสปกครอง

การถือชาติของพวกยิว ความดุดันและความโลภของโรมันชวยกันกอสถานการณอันหนา
หวาดเสยี วข้ึนซ่ึงรา ยจนพดู ใหเ กดิ จรงิ ไดยากทเี ดยี ว

ในบรรดาเจาเมอื งแหง ยุคน้ี ทา นเฟลกิ ซก ับเฟสโตเปนทีส่ นใจที่สดุ แกนกั ศึกษาพนั ธสัญญาใหม
เฟลกิ ซท่เี กบ็ กักอาจารยเปาโลไวท่ีเมืองซีซาเรยาเปนเวลาสองป เพราะหวังวา “เปาโลคงจะใหเงินแก
ทานบาง .... และดวยปรารถนาจะใหพวกยิวพอใจ” (กิจการ 24:26,27) คํากลาวเพียงนิดหนอยใน
หนงั สือกิจการน้ีสอนสิ ยั ของคนไดอ ยา งตรงถูกตองทเี ดียวเฟสโตเปนผรู บั คาํ รอ งของอาจารยเปาโลทขี่ อ
อุธรณถ งึ กรงุ โรมตอมาอกี หนอยเฟสโตก็เรียกเปาโลมาสอบสวนอีกเพ่ือใหอะกริพพาที่ 2 กับคณะของ
พระองคท านไดฟงคดี วสิ ัยของขาราชการทงั้ สองนี้ท่ีสอ แสงออกมาดงั กลา วในหนงั สอื กจิ การ ตรงกับท่ี
เราไดท ราบมาจากแหลงอน่ื ๆ ดว ย

12 ท่ีเรยี กเชน นัน้ เพราะเขาพกกรชิ ส้นั เปน อาวุธ เวลามเี ทศกาลใหญๆ เขาปนเปอยูในหมคู น ใครเปนศัตรตู อ งถูกแอบแทงตาย ในเมอื งเยรูซาเล็มพากันหวัน่ กลัว มัทธิ
วถือวาคนท่ีวางอบุ ายฆา อาจารยเ ปาโลกค็ ือคนพวกคณะน้ี(กิจการ23:12) (ประวัตศิ าสตรแหงกาลเวลาของพนั ธสญั ญาใหมในพาเลศไตน” หนา 211ป หมายถึงคนพวก
นีแ้ นในกิจการ 21:38

83

ตลอดยคุ นต้ี ้งั แต ค.ศ. 44 ถงึ 66 พวกยวิ อยใู นสภาพทค่ี ลุมคล่งั ดเุ ดอื ด คอยจะเปดฉากนองเลือด
ขึ้นอยูเสมอ ๆ ซ่ึงจะทําใหประวัติศาสตรแหงชาติของเขาในยุคตอไปเปนไปในรูปตาง ๆ เม่ือคราว
พวกยวิ ตก ในสภาพทกุ ขร อนที่สุดอาจารยเปาโลไดนาํ เงนิ เรีย่ รายมาจากคริสตจกั รตา งๆ เพ่ือชวยความ
ขาดแคลนของครสิ เตียนยวิ ในกรงุ เยรซู าเลม็ และรอบ ๆ ความขาดแคลนน้สี งสัยวาคงเนื่องจากความไม
สงบทางการเมืองดว ยอยา งหนงึ่

ยิวกบฏ

คนชาวคณะซีโลเต ไดร อนใจทาํ การสง เสริมการเผยแพร (จติ ใจหรอื อดุ มการณ) ของเขาอยเู ปน
เวลาเกอื บศตวรรษแลว ความปนปว นกไ็ ดเ กดิ ขน้ึ เปนผลตามแนวการของมนั การเกลียดชังโรมอยางไม
อาจระงับยับยั้งได ตลอดจนตัวแทนของโรมดวยก็อยูในเขตที่ตองถูกเกลียดชัง อันนี้ไดกอเกิดขึ้นใน
หวั ใจของผรู กั ชาตแิ หงลทั ธิยูดาหนนิยม นแ่ี หละในยุคของความวุนวายน้ที ่ียาโกโบนอ งชายของพระเยซู
ตอ งพบกบั ความตายทารุณแกตัวเขาเม่ือประมาณป ค.ศ. 6213 คนซื่อเปนจํานวนมากตองเสียชีวิต ที่จริง
คนเหลานห้ี าไดมอี ะไรท่เี ขาขา งฝก ไฝเห็นใจ โรมเปน พิเศษกห็ ามิได เพียงแตปฏิเสธ ไมเขารวมดวยกับ
การประทว งของคณะเซโลเตอยางเปน บาเปนหลงั นน่ั เอง

การกบฏจริงๆ ไดร ะเบิดขึน้ ในคราวท่ีทานโฟลรุสเปน เจาเมือง (ค.ศ. 66) เจาเมืองคนนี้เปนคน
โลภมนั ได เปนขา ราชการผูไมร ูจกั ความตน้ื ลึกหนาบาง พยายามจะเอาทรัพยป ระจําพระวิหารบางอยาง
มาเปนของตนใหได ชาติอิสราเอลทั้งหมดลุกข้ึนจัดการสนองแคนตอท่ีเขาทําหยาบหยามตอกรุง
เยรูซาเลม็ และชาติอิสราเอลท้ังหมดครั้งนี้ ไดมีการจัดการปราบปรามการจลาจลคร้ังน้ีใหเด็ดขาดก็ไม
สาํ เรจ็ ชายยดู าหลุกฮือขนึ้ หลั่งเลือดอยา งถวายชีวติ เพอื่ จะหักแอกโรมันใหจงได มกี ารสังหารผลาญชีวิต
มีการทํารายเต็มไปหมดทกุ หนทุกแหง กษตั รยิ อะกรีพพาหาทางระงับความบา คลัง่ ของฝูงชนเทาใด ๆ ก็
ไมส ําเรจ็ เซสติอสุ แกลลุส เจาเมอื งซเี รยี จดั การระงับกบฏและก็ไมจําเร็จ กลับตองถูกตีถอยกลับยับเยิน
พอมาถงึ เมอื งอนั ติโอมที หารเหลือมา ในกองทัพมไมส ักกคี่ นเมอ่ื เปรยี บกับเมอ่ื ยกออกไปตอตี

13 schuerer ไมอ าจรับไดว า การเวลาน้ีถกู ตอง และใหห ลักฐานคัดคานทําใหตองสงสยั ดูทo่ี p. cit, 1.2 หนา 186

84

คล่ืนของชยั ชนะครัง้ นี้พวกกบฏ ไปถงึ ไหนก็กวาดเอาทุกสิ่งไปดวย พวกท่ีขอใหสงบก็จําตอง
เลิกขอ กลับมาเขา สว นในการกบฏ พวกผูนําของยิวพยายามจัดระบอบของชาติเตรียมสงคราม แตก็มี
หวงั สําเรจ็ ไดน อ ยเต็มที14 ต้ังโยเซฟส ใหรับผิดชอบแควนกะลิลีก็จัดการตระเตรียม แตแทจริงโยเซฟส
เองก็มีหวังสําเร็จไมไดเลยในการสงครามคร้ังน้ี ในสวนอ่ืนๆ ของปาเลสไตนพวกผูนําทางทหารก็
ชวยกันจดั ประเทศไวร ับสงคราม สภาแซนเฮดรินยังดงดแู ลธรุ กิจอยใู นแควนยดู าหและเยรซู าเล็ม

เวสปาเซยี น แมท พั ใหญผ ูหนง่ึ ของโรมัน ภายหลงั ไดข้ึนเปนพระจักรพรรดิ เวสปาเซียนไดยก
ทพั มาปราบกบฏทพั โรมันเขา ยึดเอาปราการตา ง ๆ ไดเปนลาํ ดบั อยางรวดเร็วอนั เปนปราการทีเ่ ขาเตรียม
ไวตอสตู า นทาน ในกาลิลีนนั้ โยเซฟส ควบคุมอยจู นทัพโรมมาถงึ และเขาตี ในราวใกลจะส้ินปแรกของ
สงครามเวสปาเซียนกม็ าอยูตอหนากรุงเยรูซาเล็มแลว ในขณะหัวเลี้ยงหัวตอนี้ก็มีเหตุการณเกิดข้ึนซ่ึง
นับวาจะเปนการไดเปรียบแกพวกกบฏ นีโรส้ินพระชมน ทําใหเกิดการรุนวายในเมืองหลวงของ
จักรวรรดิ จึงทาํ ใหก ารโจมตีแตกหกั ตองหยดุ ชงกั ไปชวั่ คราว การน้ที าํ ใหพวกยิวมีโอกาสจัดทัพเสียใหม
แตแทนที่จะเอาโอกาสน้ีทําการไดเปรียบในการศึกใหญ กลับเอาเวลาไปใชในการรบพุงกันยอย ๆ
ภายในเมอื ง กองทัพในเมืองไดแ ตกแยกกันเปนหลายฝกหลายฝาย ตา งกห็ าทางหลง่ั เลอื ดของกันดุเดือด
เทา ๆ กับทําการรบกับทัพโรมันที่กําลังรุกอยูน้ัน คณะเซโลเตไดกําลังเสริมดวยกองทหารอโดม กอง
ทหารอโดม กองทหารน้ไี ดลอบเขา มาในเมืองดวยอาศัยความมืดเวลากลางคืน แตไมชาก็กลับออกไป
เสยี อกี เขา ใจวา คงเปน เพราะ เกลียดทเ่ี ห็นในเมืองปน ปวนกันในพวกยิวกองทัพปองกันหลายกองตอง
ถกู ฆา เสบียงอาหารและสัมภาระสาํ คัญ ๆ ตองถูกทําลาย ติโตบุตรและทายาทของเวสปาเซียนข้ึนเปน
แมท ัพโรมแทน15 ทาํ การลอ มเมืองข้นึ ใหมอกี โดยใชทหารสี่กองทพั ซ่ึงเปนทหารประจําการตามทองท่ี
เทา นนั้ แตมที หารกองหนนุ เปน อนั มาก ฝา ยทางฝา ยปอ งกันเมืองก็ไมชํานาญในการปองกัน หลังจากหา
เดือนของความทรมานอันหนาสยดสยองกรุงเยรูซาเล็มก็ลม แมทัพโรมันผูพิชิตก็ทําลายเสียสิ้น
ประชาชนพลเมืองตอ งลม ตายดว ยคมหอกคมดาบถูกจับเปนเชลยไปเสียก็มาก สําหรับเอาไปเปนเหยื่อ

14 เปนความเห็นของทา นอีวาลด วา ชาติยิวทง้ั หมดกําลงั เมามนั เพราะชยั ชนะตอเซสติอุส หลงเชื่อวาเขาจะขบถตอโรมไดสําเร็จ(ดู op.cit,) เลม 7 หนา 511) อาจเปนไป
ไมไดแนเ ทยี ววา พวกผนู ําที่เหน็ กาลไกลและมสี ตยิ ้งั คิดจะยอมปลอยใหความตนื่ เตน มาทวมทนจนหลงไปขนาดนน้ั
15 เวลานี้กองทหารโรมันภาคตะวันออก ไดย กเวสปาเซยี นขึน้ ทรงพระท่นี ่ังแหงจักรวรรดแิ ลว

85

ของกฬิ ากลาเดยี เตอร หรือเอาไปเปน เกยี รติในขบวนแหของผูพิชิตซึ่งพวกเชลยเหลาน้ีมามีบทบาทใน
กรุงโรมตอมา

จึงเปนอันสุดสิ้นการกบฏซึ่งมีทาวาจะพายแพตั้งแตแรกแลว ดวยมหาภัยคร้ังนี้ลัทธิยุดานิยม
ตอ งหมดรปู ของชาตไิ ปโดยส้ินเชงิ และตลอดไป สถาบนั สดุ ทายสองอยางที่เปนตัวแสดงของชีวิตอยาง
ชัด คือสภาแซนเฮดรนิ กับการถวายบูชายนั ตต อ งเหอื นหายแลว ไมโผลมาอกี เลย ต้ังแตนี้ไปคณะศาสนา
จารยใ นรูปของฟารสิ ีทีค่ รอบครองคนท้ังชาตกิ ็กลายเปนเรื่องประวัติศาสตรไปพรอมๆ กับการลวงลับ
ของพวกซาดกู าย วหิ ารพังทลาย สภาแซนเฮดรินหมดกัน ศูนยอิทธิพลของพวกศาสนาจารยตั้งท่ีเมือง
แยมเนียในภาคตะวันตกของแควนยูดาห อนั เปน ท่ที พ่ี วกศานาจารยช ้นั นําของยวิ ไดพากันมาหลบภัยอยู
กอ นท่ีกรุงเยรซู าเล็มลม

มีอกี สองคราว ทพ่ี วกยิวดน้ิ รนจะกูฐานะคืนหรืออยางนอ ยก็จะเอาอิสระใหมากข้ึน คร้ังแรกกอ
เรอื่ งขึน้ โดยพวกยวิ ชาวคูเรเน อียปิ ตไซปรสั และเมโซโพเทเมีย ค.ศ. 115 ถงึ 117 พระจักรพรรดิทรายัน
เปนผูปราบเสียดวยการทําลายชีวิตมหาศาล เปนผลใหยิ่งกําหนดมาตรการควบคุมขึ้นแกชาติยิว
เครง เครยี ดหนกั หนายงิ่ ข้ึนไปอีก การดิน้ รนครั้งท่สี อง และเปน คร้ังสุดทา ยกอข้ึนในประเทศปาเลสไตน
นนั่ เอง เหตุเกิดขึน้ ในระหวา งรัชกาลของจักรพรรดเิ ฮเดรียนในป ค.ศ. 132-135 ผูนําคนหน่ึงช่ือบารโค
บามหี ัวยอมดว ยนยิ าย แสดงตวั วาเปน พระเมสิยาห นําการจลาจลขน้ึ อยางหนากลัว เหตุที่เกิดบางทีอาจ
เปนเพราะบังเอิญเปน คราวท่ีพระจักรพรรดิเฮเดเดรียนวางแผนจะสรางวิหารรูปเคารพข้ึนที่ตั้งเดิมของ
พระวหิ ารแลวขา วนี้ก็ลอื แพรสพดั ไป จนเปนโอกาสใหบารโคบาลงมือกอนเหตุ ในการปรากบฏ ชาติ
โรมันไดทําลายลางชนชาติยิวที่กระจัดกระจายอยูตามทองท่ีตางๆ ใหหมดส้ินซากเลยแลวก็วาง
มาตรการกดขี่ขมเหงพวกยิวอยางหนักตามสวนตาง ๆ ของราชอาณาจักร ต้ังแตน้ันมาประเทศ
ปาเลสไตนก็ตกเปนของคนผูไมถ อื พระเจา โดยไมมีขอโตแยงเลย แลวลัทธิยูดาหนิยมในปาเลสไตนก็
สิ้นสดุ กนั

86

บทที่ 6 ศาสนาในลัทธิยดู าหน ยิ ม

ช่อื ของบทนี้มคี วามหมายคลมุ ไปท้งั ลทั ธิยูดาหนิยมเพราะยิวนัน้ ถอื วา ประสบการณของเขาทุก
ช้ินทุกอัน ภาวะแวดลอมของเขาทุกเรื่อง ลวนเปนสัญญาลักษณสําคัยของศาสนาของเขาทั้งนั้น
ประวตั ศิ าสตรข องเขา ประเทศชาตขิ องเขา ประชาชนของเขาเปนสว นของศาสานาของเขาทั้งน้ันความ
ประสงคของเราในท่ีนี้จะพูดถึงส่ิงตาง ๆ เหลาน้ันท่ีคนยิวในปาเลสไตนถือวาเปนศาสนาโดยแท
สถาบันตาง ๆ ท่ีชวี ติ ศาสนาของยวิ เก่ียวขอ ง ทเ่ี กีย่ วกบั การนมัสการของยิว ประวัติศาสตรของคนยิวท่ี
กาวไปไดทําใหมีหมูคณะตางๆ ข้ึนศาสนาของเขาแสดงออกท่ีธรรมบัญญัติเปนสําคัญท่ีสุด หัวใจ
ศาสนาในลัทธิยดู าหนิยมยดึ ถือวาในอนาคตความหวังและอุดมการณของชาติยิวจะกลายเปนจริงขึ้น ใน
บทน้เี ราจะพูดกนั เฉพาะเรอ่ื งสว นตาง ๆ ของศาสนาโดยเฉพาะ

สถาบนั ตา ง ๆ ของลทั ธิยูดาหนิยม

มีส่ีสถาบันในชีวิตศาสนาในปาเลสไตนแหงศตวรรษท่ีหน่ึง ธรรมศาลา พระวิหาร เทศกาล
ฉลอง สภาแซนเฮดรนิ

1. ธรรมศาลา

พอประวัติศาสตรแหงพระคมั ภรี ภาคพนั ธสัญญาเดิมปดฉากลง เราไมเคยไดย นิ ถงึ การนมสั การ
ในทอ่ี ื่น ๆ นอกจากที่พระวหิ าร นอกจากพวกผูนาํ เสียสตั ยท่ีหาทางทําใหศาสนาของอิสราเอลตกตํ่าโดย
การตัง้ “ทีน่ มัสการบนเนนิ สงู ” เลียนแบบพธิ ีของผูไ มถือพระเจา เมื่อเราเปดพระคริสตคัมภีรภาคพันธ
สญั ญาใหมออกอาน ทนั ทเี ราจะพบสถาบนั ใหมส ําคัญเดน อยใู นศาสนายวิ เรยี กกนั วา ธรรมศาลา (ซินเน
โกก) เปน คาํ มาจากภาษกรกี มคี วามหมายวา “ประชุมกนั ” คอื ทีป่ ระชุม

(1) เรื่องกําเนิดของธรรมศาลา เราไมสามารถจะทราบไดแนนอน พวกยิวมีตํานานวาโมเสส
ตัง้ ข้ึน แตต ํานานแบบนต้ี อ งผดิ แน ทฤษฎีท่ีพวกนักปราชญทางพระคัมภีรเด๋ียวน้ีเห็นพองกันวา ธรรม
ศาลามีกําเนิดในบาบิโลนระหวางท่ีพวกยิวอยูในสภาพเชลย และหลังจากฟนฟูชาติข้ึนมาใหมแลว
ธรรมศาลากเ็ ปนส่งิ จาํ เปน ใชกันในชวี ิตของชาตยิ วิ ตลอดมา เพราะเมื่อพวกยูดาหถูกนําเอาไปเปนเชลย
แลว เขากห็ มดหวังทจ่ี ะไดน มสั การในวิหารอีก พวกยิวท่ีเครง กวาเพ่ือนก็มาชุมนุมกนั ในบางทีบ่ างแหงท่ี
สะดวก เพ่ืออานและอภปิ รายธรรมบัญญตั ิ การประชมุ นเ้ี ลยกระทํากันสม่ําเสมอเปนปรกติแนนอนขึ้น
และแพรหลายออกไป หลายที่หลายแหงเปน ทร่ี กู ันวา เปนทป่ี ระชุม มเี วลาการประชุมจัดกันข้ึนแนนอน

87

เม่ือเอสรามาจัดรูปการศาสนาใหมก็มีการเนนการศึกษาธรรมบัญญัติ และรูสึกวาจะตองศึกษากันเปน
ระบบรเบยี บของวิธีการ

(2) ธรรมศาลามีหนาท่ีหลักคือใชเปนท่ีสําหรับทําการศึกษาธรรมบัญญัติ พระวิหารเปนที่
นมัสการ ธรรมศาลาเปนทศ่ี กึ ษา สถาบนั การศึกษาของลัทธิยูดาหนิยม ฟโล1 กลาววา “โรงสวดของเรา
ในสองสามเมืองไมใชอะไรอ่ืน คือสถาบันสําหรับสอนคนใหฉลาด กลาหาญ สงบอารมณและใหมี
ความยตุ ิธรรมศรัทธาและบริสุทธิ์” พวกธรรมจารยหรอื ศาสนาจารยเปน ผูทําการสงั่ สอน เพราะคนเชนนี้
ไดรับการฝกมาโดยเฉพาะในความประสงคน้ี และจัดใหมีอาชีพนี้โดยเฉพาะโดยการทําพิธีแตงต้ัง
สถาปนา

(3) อาจเปนไดวา ปฎิบัติการของธรรมศาลาคร้ังแรกมีในวันซะบาโตเทาน้ัน แตวากอนสมัย
พนั ธสัญญาใหญน านไดมีประเพณใี ชธ รรมศาลาประกอบในเทศกาลใหญ ๆ เพื่อประโยชนแกคนท่ีไม
สามารถไปยงั กรุงเยรซู าเลม็ ในสมยั เมอื่ พระเยซูเจา ประทับในโลกเขาเปด ใชธ รรมศาลากันทั่วไปในวัน
จนั ทรกับวันพฤหสั เพิ่มขึน้ จากวนั ซะบาโตเพือ่ สะดวกแกช าวชนบทผู “นําพืชผลของเขาไปสูตลอด นํา
ความวิวาทของเขาไปสูตุลาการ”2 ในสมยั น้ันทา นฮอดสแรทไดบ อกอยา งน้ัน

ปฏิบัติการของธรรมศาลาเทา ที่ระเบียบปฏิบัติท่ัว ๆ ไปพอรวบรวมไดวา รายการตอนตนเปด
ดวยการกลาว “คําขอพร” แลวกลาวคําท่ีตั้งไวเปนบรรทัดฐานประกาศแกหมูประชุมเรียกวา “เขมา”
แลวก็อธฐิ าน อานธรรมบญั ญัตติ อนทีเ่ ลือกไว แลวกต็ อนความของผูพยากรณ ตอจากนี้กเ็ ชิญใหบางคน
มาสาธยายหรือกลา วคาํ ตักเตือนสงั่ สอน บางคนอาจสมคั รเขามาทําหนาที่นี้ก็ได แลวปุโรหิตก็กลาวคํา
ขอพรเปน การสรุปแลว ประกาศปดรายการ

(4) ท่ีเก่ียวของกับธรรมศาลาก็ยังมีอีกคือมพี วกเจา พนกั งาน ท่ีสําคญั ท่สี ดุ คอื พวกผูอ าวุโส เปนผู
ทที่ ี่ประชมุ เลือกขึ้น ใหม หี นา ทด่ี แู ลบงการความเปนอยขู องคนในนิคม3 ในประเทศปาเลสไตนตามหัว
เมืองท่ีพลเมืองยิวปกครอง พวกผูอาวุโสทําหนาท่ีทั้งทางบานเมืองและทางศาสนา แตในนิคมของ

1 Cf. Hausrath, op. cit., Diu. 1 หนา 85
2 Op. cit., หนา 36
3 Cf. Edersheim. Life and Pimes of jesus the Messiah Vol. 1 p.438

88

พวกยวิ ท่กี ระจดั กระจายกันอยตู ามเมืองตา งๆ นอกประเทศปาเลสไตน ตามในท่ีน้ัน ๆ พวกยิวผูอาวุโส
น้นั ๆ มีสิทธแ์ิ ตใ นทางศาสนาเทา น้ัน ปฏบิ ัตกิ ารตามปรกติของธรรมศาลามีเจาพนักงานทําหนาท่ีอยูคือ
ที่เรียกวา “นายธรรมศาลา” คอยดูแลตัวอาคาร คอยดูแลรักษามวนพระคัมภีรท่ีเปนสมบัติของธรรม
ศาลา ทาํ หนาท่ีพิธีกรหรือตั้งคนใคนหน่ึงขึ้นมาใหเปนโฆษกของรายการ พนักงานอ่ืนๆ นอกนั้นก็มี
“เหรัญญิก” รับผิดชอบในการเก็บและจายทรัพยถวายและใหทาน ผูมีหนาที่รองลงไปอีกเรียกวา
“มัคนายก” (ภาษากรีกวาดิโคโนส) ทําหนาท่ีเปนผูชวยนายธรรมศาลาและคนอ่ืนอีกเชน “เจาหนาที่
ผอู า นบทสวด” ทําหนาทเี่ ปนเลขาธกิ ารของธรรมศาลาในธุรกจิ ติดตอสัมพันธกบั โลกภายนอก
ในสมยั ของพระเยซแู ละเปาโลไมมสี ถาบนั ใด ๆ ในลัทธิยูดาหนิยมจะมอี ทิ ธิพลเกนิ กวา ธรรมศาลาเปน
ไมม ี

2. พระวหิ าร

สาํ หรับพวกยิวแลว พระวิหารเปน ที่เดียวทใ่ี ชเ ปน ท่นี มสั การพระเยโฮวาหหไ ดต ามวิธอี ันแทจ ริง
และเต็มตามความหมาย จรงิ อยอู ธิษฐานหรือสรรเสริญพระเจากระทําท่ีบานหรือที่ธรรมศาลาก็ได แม
หลายคนท่ีเปน พวกเครงตอ การสงวนความเปดเผยทําการนมัสการพระเจาเปนการลับ แตถาจะทําการ
นมัสการกันอยางแทจริงแลว พวกยิวมีความคดิ วา ตอ งกระทาํ ท่พี ระวหิ าร เพราะฉะน้ันพระวิหารจึงเปน
ทสี่ าํ คญั ยิ่งนักของศาสนาในลทั ธิยูดาหนิยม

(1) พระวหิ ารทพ่ี ระผูชวยใหรอดของเราทรงเสด็จเขาออกและส่ังสอนนั้นเปนอาคารงามที่สุด
เปนอาคารตัง้ เดนที่สุดเทา ทคี่ วามสามารถมนษุ ยท ําไวไ ด ในราชอาณาจกั รโรมันภายนอกเมอื งหลวงแลว
ไมมีอาคารใดจะใหญก วาพระวิหารเฮโรดไดลงมอื กอ สรางในป ก.ค.ศ. 20 งานกอสรางดําเนินเร่ือยมา
ตลอดเวลาทพ่ี ระเยซูทรงราชกิจอยู งานดําเนินเร่ือยไปเปนเวลาสี่สิบหกป แลวตอจากนั้นก็ทําการแตง
เตมิ เสรมิ ตอ นัน่ ท่ีจนกระทงั่ เสร็จเรยี บรอ ยเด็ดขาด ค.ศ. 64 เพียงหกปก อนที่ตติ สุ ทาํ ลายเสีย แลว ไมส รา ง
ขึน้ มาอกี เลย

89

วิหารของเฮโรดมีรปู รา งเปน ดาน ตา ง ๆ ไมเ ทา กนั ดานเหนอื กวางกวาดานใต ตั้งอยูบนภูเขาโม
ริยา อันเปน แหงทสี่ ดุ เดนในภาคตาํ่ หรือภาคตะวนั ออกของตัวเมืองเยรูซาเล็มบริเวณท้ังหมด4 ลอมดวย
กาํ แพงตานศึกมชี องทวารหลายชอ งไมทราบจํานวนแนว ากี่ชองแน อยางนอยมหี าทวาร ดา นตะวันตกมี
สีช่ อ งทวาร ดา นใตม หี นึง่ และอาจมีชอ งอื่นอีกสามชองคือทวารท่ีทําเปนพิเศษดานใตหนึ่ง ดานเหนือ
หน่ึง ดานตะวันออกหน่งึ 5 ชอ งทวารท่สี รา งสงา งามที่สุดเปนยอดของทุกชองคือทวารใตดานตะวันตก
ถา เขาทางทวารนก้ี อนอ่นื จะถงึ บริเวณสาํ หรบั คนตางชาติ ที่เรยี กอยางนี้ก็เพราะคนตา งชาตไิ ดอ นุญาตให
แคน้ี พระวหิ ารมีสว นประกอบดวยระเบยี บใหญ ๆ อุดมดวยสาใหญสูง ระเบียงหลวงอยูดานใต เฉลียง
ของซาโลมอนอยูดา นตะวนั ออก ระเบยี บคลา ยๆ กนั น้ีอยูตามชายบริเวณเนื้อท่ีดานเหนือดานตะวันตก
ทกุ แหงเต็มไปดวยเสาสูงใหญสวนสูงเกือบจะอยูเบื้องบนบริเวณของชนตางชาติ ลอมดวยสวนที่เปน
หินออ นสงู สหี่ รือหาฟุตคือตัวพระวหิ าร

ภายในหองบริสุทธ์ิชนตางประเทศจะผานเขาไปไดเปนอันขาด6 แตถาชนตางชาติจะถวาย
อะไรกท็ ําได โดยทางเจา พนกั งานประจาํ วิหารจะรับของถวายและของบูชาถวายพระเยโฮวาหห บริเวณ
ชน้ั ในนม้ี ปี ระตูเกา ประตู ส่ีประตูอยูดานใต สี่ประตูอยูดานเหนือ อีกหนึ่งประตูชื่อประตูงาม (กิจการ
3:2) อยูดานตะวันออก เปนชองทวารทสี่ งางามทีส่ ุดแกพระวหิ าร ผูมานมสั การสวนใหญเขา ทางประตนู ี้

ความยาวของตวั พระวหิ ารพาดจากตะวันออกไปตะวันตก เร่ิมที่ประตูงามทางดานตะวันออก
เรื่อยไปทางตะวันตกจะถึงบรเิ วณสตรีกอ นอ่นื ทเ่ี รยี กอยางน้ันก็เพราะสตรียวิ ไดอนุญาตใหเขา ไดเฉพาะ
แคใ นบริเวณนี้เทานัน้ ไกลออกไปไมได ตอไปกถ็ งึ บรเิ วณอิสรเอลท่บี ุรุษยวิ จะเขาไดแตตองเปนคนท่ีมี
อายุถึงกําหนดและรับพิธีการชําระตัวแลวมีลูกกรงสูงประมาณสิบแปดนิ้วก้ันแยกจากบริเวณของ
ปุโรหิตซ่ึงอยูดา นหนาและออ มตวั พระวหิ าร บริเวณตอนหนาของบริเวณปุโรหิตมีแทนเผาเครื่องบูชา

4 ตําราตา งๆ บอกขนาดและรปู ทรงภายในพระวิหารไวตา งๆ กัน อาจประมาณสวนกวา ง 750 ฟุต ยาว 1000 ฟตุ รางแผนผงั ของพระวิหารดทู ่ีพจนานุกรม พระคริสต
คัมภีรเลมใดๆ ก็ได
5 โดยเฉพาะดใู นตําราของทา น เอ็ดเดอรซีมThe TElmple หนา 36,37
6 ในป 1817 ทานเคลอมองต แกนนวิ ไดพบแทงศลิ าจารึกแผน หนึ่งทเ่ี ขาใชเปน ดงั แผนปา ยประกาศ ณ ทที่ างเขาบรเิ วณพระวิหาร มีคําจารึกเปนภาษากรกี “หามไมให
คนแปลกหนาเขาไปในบริเวณกีดกัน้ โดยรอบพระวิหาร ผใู ดฝาฝนถูกจับไดต องมีโทษถึงตาย” ดตู ําราของทา น โคเบอน “โบราณวัตถุทพ่ี บใหม” หนา 355

90

ยันตท่ีปุโรหิตมาทําการเผาเคร่ืองบูชาเปนประจําวัน ตัวพระวิหารน้ันสูงกวาสิ่งตาง ๆ ที่อยูลอมรอบ
สรางดว ยหนิ ออนขาว ประดบั ประดาจกุ จิก มเี ครือ่ งอุปกรณตาง ๆ ท่ใี ชใ นการนมัสการในหอ งบริสุทธิ์มี
แทนเผาเครอื่ งหอมตง้ั อยู มีโตะต้ังขนมถวายมีคันประทีปทองคําเจ็ดชอหนึ่งคัน ขางหนาหองบริสุทธิ์
ทีส่ ุด มมี า นปกฝมือเยี่ยมแขวนกั้นอยู พันธสัญญาใหมเรียกวา “มานในพระวิหาร” (มัทธิว 27:51) ใน
หองนีไ้ มมีเครือ่ งอุปกรณอ ะไรเลยนอกจากศลิ าใหญกอนหนง่ึ ซ่งึ เปนทตี่ ้ังกะถางทองคําเม่ือมหาปุโรหิต
จะเขามาในหองนป้ี ละหนึง่ คร้งั ในวันเทศกาลไถบ าป คนนอกน้ันไมมีใครกลา ยางกา วเขา ไปในพื้นท่ีอัน
ศกั ดสิ์ ิทธิน์ ี้ได

(2) การนมัสการในพระวิหารของยิวกระทํากันทุกวันตลอดป ในการนมัสการประจําวันนี้
รปู การท่เี ดน ทส่ี ุดและสาํ คัญทส่ี ดุ ไมมีปญหาก็คอื การบูชายันต กระทําเพื่อประชาชนทั้งหมด มีการเผา
กันทกุ เชาทกุ เยน็ คอื เผาลูกแกะตัวผูอ ายหุ นง่ึ ปไ มมพี กิ าร แลวก็ตามดวยการเผา “เครือ่ งกระยาหาร” และ
“เครอื่ งดืม่ ” แลว เผาเคร่ืองหอม ประกอบดวยการบรรเลง เคร่ืองดนตรีโดยพวกปุโรหติ และชนตระกูลเล
วีฝา ยประชาชนทง้ั หลายก็อธษิ ฐานสวดไหวว อน พวกปุโรหติ ตอ งเปน ธรุ การงานยุง อยูทง้ั วัน ๆ ตอ งเปน
เจาหนาที่เผาเคร่ืองบูชายันตแทนใหแกประชาชนแตละคน ๆ ตามที่คนเหลานั้นมาปฏิบัติตามพระ
บญั ญัตขิ อตางๆ กําหนด

(3) การพิธีตางๆ ในพระวิหารอยูในความอํานวยการของปุโรหิตโดยเฉพาะ พวกอิสราเอล
ทั้งหมดถือวา ปุโรหติ นี้เปน ตําแหนง หนึ่งโดยเฉพาะ เปนตําแหนง ท่ีพระเจาตั้งไวใหปรนนิบัติในหนาที่
ถวายบูชายันต แกพ ระเยโฮวาหห โดยเฉพาะตําแหนงน้ีตองรับสืบตอกันโดยทางวงศวาน เฉพาะวงศ
ของอาโรนเทา นน้ั จงึ จะรบั ตาํ แหนง นไี้ ด ลาํ ดบั วงศข องปุโลหติ จงึ ตองระวังรักษากันอยางสุดฝมือ รูสึก
วา ในคราวสมัยของพระเยซูครสิ ตถงึ ขนาดที่ประชาชนจะตองทองจํากัน7 วงศวานที่จะเปนปุโรหิตถือ
กันวา ศดั ก์สิ ทิ ธเ์ิ หลอื เกนิ จนตอ งมีธรรมเนยี มกําหนดเกี่ยวกับการสมรสของชนตระกลู นี้ และปุโรหิตแต
ละคนกถ็ อื วาศักดิส์ ิทธิจ์ นมพี ิธชี ําระเปน กฎพิเศษใชสําหรับปุโรหิต เวลาจะรับตําแหนงก็ตองมีการพิธี

7 ดูตาํ ราของโยเซฟส “ชวี ติ ” 1

91

พิเศษฉลองสภาปนากันอยางใหญโต พวกปุโรหิตจะแบงออกเปนย่ีสิบกลุมเปนเวรหมุนเวียนกัน
ปฏิบัติการ สาํ หรบั งานเฉพาะทใ่ี ชปุโรหิตคนเดียวเทานั้นกใ็ ชวธิ ีจับสลากกัน

(4) เจาพนักงานสําหรับพระวิหารยังมีเปนช้ันรองลงไปอีก คือชนเลวี คนผูศึกษาพันธสัญญา
ใหมมักเขาใจผิดเสมอ ๆ วาพวกปุโรหิตกับพวกเลวีก็คือคนพวกเดียวกัน “ปุโรหิต” หมายถึงตําแหนง
“เลวี” หมายถงึ เผา คนสสู บื มาจากวงศวานของอาโรนเทาน้ัน หรือบางทีก็เรียกกันวา “ลูกของซาโดค”
จึงจะรับหนา ที่ทําพธิ ถี วายบูชาในพระวิหารไดพวกเลวีทําหนาท่ีเปนผูคอยชวยเทาท่ีปุโรหิตจะใชสอย
ทาํ หนาท่ีคอยถือคอยจับคอยหยบิ ยกอะไรๆ ทีเ่ ปน เคร่อื งบูชาคอยดูแลเคร่ืองอุปกรณของพระวิหารและ
อ่ืน ๆ ตามทฤษฎีก็วาพงศพันธของเลวีเทานั้นทําหนาที่น้ีได แตรูสึกวาชนเผาอื่นๆ ก็เขามาทําได
เฉพาะงานพระวิหารทต่ี า่ํ ทเี ดยี ว แลว ก็นับเขาเปนจําพวกชนเลวดี ว ย

(5) การบํารุงพระวิหาร ไดมาจากทรัพยถวายและถวายไดของพระวิหาร สวนใหญคือสิบลด
สบิ ลดมอบใหแ กช นเลวี แลวชาวเลวกี ช็ ักเอาท่ีไดรบั มอบมาน้ันสบิ ลดใหแแกปุโรหิต อีกอยางหนึ่งเปน
รายไดท ่ถี วายมาตากําหนดของการไถบุตรชายหัวปลูกหัวปของสัตวในปศุสัตว ผลแรกผลิตในทุงใน
สวน ทรพั ยท ตี่ ั้งใจถวายของเอกชน ภาษีในวิหารและรายไดอื่น ๆ พระวิหารในสมัยของพระเยซูเปน
สถาบันท่รี ่าํ รวยมหาศาล

3. เทศกาลฉลอง

พระเยซใู นฐานะท่พี ระองคเ ปน มนษุ ยก็ทรงไดทําการอันเกี่ยวกับมนุษยจนครบถวน ทรงเปน
คนยิวท่ีภักดีตอลัทธิศาสนาของยิว ทรงต้ังพระทัยถือปฎิบัติประเพณีศาสนาของยูดาหนิยม ทรง
สมาํ่ เสมอในการเขา รวมเทศกาลฉลองท่ีกรงุ เยรูซาเล็ม อันเปนการสอดคลองกับนโยบายแหงชีวิตของ
พระองค หนังสอื พระกิตตคิ ุณยอหน ใหล กั ษณาการณเรื่องน้ีไวชัดทีเดียววาในพระราชกิจของพระเยซู
พระองคท รงเอาพระทยั ใสใ นดานน้อี ยางจริงจัง เทศกาลสาํ คัญ ๆ มหี กเทศกาลสามเทศกาลเปนเทศกาล
ดั้งเดิมหรอื เรียกวา เทศกาลของโมเสสคือเทศกาลปศคา เพ็นเตโกศเต และเทศกาลอยูเพิง ชาตอิ ิสราเอลที่
เปน ชายทกุ คนเมอ่ื มอี ายสุ ิบสามปตองมาปฏิบัติในเทศกาลท้ังสามนี้ บิดามารดาตองนําบุตรของตนมา
ดว ย เรม่ิ ต้งั แตก อ นอายสุ ิบสามถึงสองป เพอ่ื ใหเ ขาไดค นุ กับการพธิ เี ทศกาลทีเ่ กิดขน้ึ ภายหลังโมเสส คือ
เทศกาลพูริมและเทศกาลฉลองพระวิหาร เทศกาลวันไถโทษกันดวยการอดอาหารมากกวาการเล้ียง
อาหาร เทศกาลพรู ิมและเทศกาลวนั ไถโทษมิไดเอยถงึ ในพันธสัญญาใหม

(1) เทศกาลพูรมิ เปนเทศกาลแรกของปต ามปฏิทินของเรา พวกยิวนับปทางจันทรคติ นับตนป
ของบา นเมอื งหรือปฝ ายโลกในราววันที่หนึ่งของเดือนตุลาคม สว นปท างศาสนาเริ่มประมาณวันที่หน่ึง
ของเดือนเมษายน ถอื ปฏบิ ัติเทศกาลพูริมในราววันที่หน่ึงของเดือนมีนาคม เปนการระลึกถึงเมื่อคร้ังที่
พวกยวิ รอดจากการมุงรายของฮามาน ดงั ท่มี กี ลาวในหนงั สอื เอ็ศเทอร ฉลองกันอยางสนุกสนานรื่นเริง

92

ใหของขวัญแกก นั และกนั เปนสัญลักษณของเทศกาลน้ี คลายวันฉลองเทศกาลครสิ ตมาสมากทเี ดียว พิธี
ใหญที่กระทาํ ในการฉลองคือทาํ การอา นหนงั สอื เอ็ศเทอร

(2) เทศกาลปศคา ปฏบิ ตั ิกันในวันทส่ี บิ สเี่ ดอื นนิซานของยวิ หรอื ในราววนั ทีห่ น่งึ เดอื นเมษายน
ของเรา เปนเทศกาลของยิวทีม่ ีขนึ้ ตั้งแตในโบราณสมัยเหลือเกินและถือกันอยางสูงเปนการฉลอระลึก
ถงึ ชาตอิ ิสราเอลทีร่ อดพน จากภยั ทรมานของการอัศจรรยลงอาญาสิบอยางแกชาติอียิปต และอิสราเอล
หลุดพนจากการเปน ทาส ความสําคัญของมันนัน้ แมแ ตท างราชการของโรมนั ในแควน ยูดาหกย็ ังรับรู จึง
ใหม ีการปลอ ยนกั โทษไดคนหน่งึ ตามแตป ระชาชนพลเมืองจะเลือกใหปลอ ยใคร เทศกาลนม้ี อี ีกเทศกาล
หน่งึ ติดไปดวยกัน โดยมากถือวา เปนการตดิ ตอ กัน คือเทศกาลกินขนมปง ไมม เี ช้ือซ่งึ เร่มิ วนั ท่สี บิ หาของ
เดอื นนิซานวันตอจากเทศกาลปศคาแลวก็ถือเทศกาลกินขนมไมมีเชื้อน้ีตอไปอีกเจ็ดวัน ในวันท่ีสอง
ของเทศกาลนี้ (วนั ทส่ี ิบหกเดือนนซิ าน) มีการทําพธิ เี อารวงเขา ขาวแหง ฤดใู หมม าแกรงถวายพระเจาใน
วิหาร แสดงวาเทศกาลนี้ฉลองกันดวยใจโมทนาพระเดชพระคุณพระเจาเมื่อเริ่มฤดูเก็บเก่ียว ควบไป
ดว ยกนั กบั การระลึกถึงการทร่ี อดออกมาจากอยี ิปตได

(3) เทศกาลเพน็ เตโกศเต ตอ จากเทศกาลปศคาหาสิบวันกถ็ งึ เทศกาลเพน็ เตโกศเต ซ่งึ ตามปรกติ
อยูในราวสองสัปดาหสุดทา ยของเดอื นพฤษภาคม เปนการฉลองการเก็บเก่ียวพืชผลซ่ึงเวลานี้กําลังจะ
หมดฤดูอยแู ลว พิธฉี ลองกระทํากันในพระวหิ าร ดวยการเอา “กอนขนม” สองกอนซ่ึงทําดวยแปงขาว
ใหม คือขา วที่เก็บเก่ียวไดในฤดูนั้นนอกจากนน้ั เทศกาลเปนเตโกสเตยังหมายถงึ การฉลองระลึกถึงการที่
พระเจาประทานพระธรรมบัญญตั ิแกโมเสส เพราะวา เหตกุ ารณย ิ่งใหญน ้นั เกิดข้ึนในราวเวลาน้ันของป
เมอื่ ถือปฎิบัติเทศกาลเพน็ เตโกสเต เทศกาลน้ีเล่ืองลือมากในประวัติศาสตรคริสเตียน เพราะเหตุการณ
ของพระวิญญาณบรสิ ทุ ธ์ิ (กจิ การ 2:1)

(4) เทศกาลวันไถบ าป ปฏิบตั กิ ันในวันสดุ ทายของเดอื นกันยายน ดังทีเ่ คยบอกแลววาเทศกาลนี้
ถืออดมากกวาถอื เล้ียงกนั อ่ิม ในวันน้ีหมาปุโรหิตเขาในหองบริสุทธิ์ที่สุด เขาไปถวายเคร่ืองหอมและ
ประพรมเลือดของสัตวท่ีฆาบูชา เสร็จแลวมหาปุโรหิตจะปลอย “แพะรับบาป” ใหออกปาไป นําเอา
โทษทณั ฑของชาตไิ ปเสยี ดวย แลว เอาซากของสัตวบูชาไปเผาเสยี ภายนอกเมือง พิธีน้ีพวกยิวถือปฏิบัติ
กนั อยางเครงขรมึ มาก จนเขาอุทิศวันน้นั ท้งั วนั เอาแตอดอาหารและเฝาอยแู ตก ารอธิษฐานไหวว อน

(5) เทศกาลอยูเพิง ลงมือฉลองกันเม่ือวันเทศกาลไถบาปลวงไปแลวหาวัน โดยปกติในราวท่ี
หนงึ่ ของเดือนตุลาคม เปน การระลึกถงึ ความพทิ ักษร กั ษาทพ่ี ระเจาประทานแกชาตอิ สิ ราเอลในระหวาง
ทีเ่ ขารอนเรอยใู นปา และเปนโอกาสทําการขอบพระเดชพระคณุ พระเจาที่ประทานพรแกเขาปตอป ใน
การถือพิธนี ีค้ นผูถือจะเขาอยูอาศัยในเพิงซึ่งตั้งบนดาดฟาหลังคาบานบาง ในสนามหญาบาง ตามทาง
แยก และแมกระทั่งตามรมิ ถนนหนทาง แตไมไกลออกไปจากกรุงเยรูซาเล็มเปนระยะทางเดินหน่ึงวัน

93

ของวนั ซะบาโต พธิ ีฉลองท่ีสําคัญสองอยางคือ ปุโรหิตจะไปตักนํ้าในสระซีโลอามดวยเหยือกทองคํา
แลวเอามาเทเปนพธิ ี อีกอยางหน่ึงคือจุดไฟ “สองสวางแกพระวิหาร” ดวยประทีปใหญสี่ดวงตั้งไวใน
บริเวณสตรี เสาน้ีอยใู นบริเวณของสตรี เปนพธิ ฉี ลองใหร่นื เริงเปน พธิ ีกระทาํ กันจกุ จิกหลายอยาง ถวาย
ของกนั มากมายเหลือประมาณ

(6) เทศกาลฉลองพระวิหาร ถงึ กาํ หนดในราวกลางเดือนธันวาคม ระลึกถึงการกูชาตแิ ละการท่ียู
ดาหแม็คคาบิอุสยึดเอาวหิ ารคนื มาไดและทําการฉลอง เทศกาลนี้กระทําพิธีอานหนังสือแมคคาบีฉบับ
หนงึ่ และสองใหป ระชาชนฟง

4. แซนเฮดริน

คอื กลุมยวิ อยูใหญเ จด็ สิบเอด็ คน มมี หาปโุ รหติ อาํ นวยการอยูเหนอื อกี คนหนง่ึ (เปนทั้งหมดเจ็ด
สิบสองคน) องคการเมืองนี้ทําหนาที่ท้ังนิติบัญญัติและอํานาจตุลาการ เมื่อปาเลสไตนรวมกันเปน
มณฑลเดยี ว สภาแซนเฮดรนิ ก็ปกครองไปทัง้ ราชอาณาเขต แตในระหวง วารของพระคริสตแซนเฮดริน
บังคบั การไดเ พียงแคในแควนยูดาห ถงึ กระนนั้ พวกยวิ ทง้ั ปาเลสไตนก็เคารพตอความคิดเห็นของแซน
เฮดรนิ อยตู ลอดเวลา ถึงแมพ วกยวิ ที่กระจัดกระจายอยตู ามบานเมืองทั้งหลายก็เคารพดวย ท่ีจริงรัฐบาล
โรมันรับรูในเร่ืองการปกครองทางศาสนาทั่วท้ังลัทธิยูดาหนิยม สภาแซนเฮดรินมีสิทธิอํานาจทาง
การเมอื งและทางการศาสนาในลัทธิยูดาหนยิ มที่อยูในปาเลสไตน สวนยูดาหนิยมท่ีอยูในทองท่ีของเฮ
ลเลนนัน้ สภามีอํานาจแตเพียงดานศาสนาเทานั้น เพราะฉะนั้นเปาโลไปเมืองดาเมเซคดวยอํานาจของ
แซนเฮดรินเพื่อจะจัดการกบั ครสิ เตยี นยวิ ในขอหาวา ประพฤตินอกรีต หนา ทีท่ างบา นเมืองของแซนเฮด
รนิ มีนํ้าหนกั ก็เฉพาะการตุลาการ คดีการบานเมืองท้ังหลายในการปกครองของแซนเฮดรินจัดการได
คดีอาชาญากรรมก็จัดการไดเวน ไวแ ตในคดีอกุ ฉรรจท ี่ตองลงโทษจงึ ประหารน้นั ไมได เวนแตกรณีเดียว
ที่ลงโทษประหารกไ็ ด คอื คดหี ม่นิ ประมาทพระวิหาร8

8 ทา นสกูเรอร เชอื่ วา แมแ ตกรณีขนาดนยี้ งั ตอ งไดร บั ความยินยอมจากเจาเมืองชาตโิ รมันกอนจึงจะประหารไดCf.. op. cit., 2,1p.188

94

แซนเฮนรินนช้ี อื่ แผลมาจาภาษากรีก (Sunedrion) มีความหมายวา “นั่งรวมกัน” แซนเฮดรินน้ี
เอยถึงครั้งแรกในเหตทุ ่ีเกย่ี วของกบั เหตุที่เกิดเมือ่ ประมาณ ก.ค.ศ. 55 สทิ ธขิ องแซนเฮดรนิ เทาทีใ่ ชใ นยุค
พันธสญั ญาใหมเปน สทิ ธทิ ไ่ี ดม าจากรฐั บาลโรมนั เมื่อคร้ังหนึ่งหลังจากป ก.ค.ศ. 63 ยุคท่ีแซนเฮดรินมี
อาํ นาจแกกลา ทส่ี ดุ ตัง้ แตโรมันมาเขา ครองเปนปกแผนแลวจนถึงกรุงเยรูซาเล็มลมไปในป ค.ศ. 70 แต
ในระหวางท่ีเฮโรดปกครองอยูนั้นแซนเฮดรินก็ถูกจํากัดเขตใชอํานาจไปบาง พอกรุงเยรูซาเล็มลมไป
แซนเฮดรนิ กห็ มดไปเลย ฉะนน้ั ประวตั ิเฉพาะของแซนเฮดรนิ มอี ายอุ ายุอยกู วาหนึ่งรอยปเ ล็กนอ ยเทาน่ัน
แตในระหวา งยคุ สมยั อนั สน้ั นี้แซนเฮดรนิ ไดใ ชอาํ นาจแขง็ ขันปกครองดแู ลธุรกิจของยิว9

พรรคตา ง ๆ ของยิว

ดงั ไดก ลาวแลวขางตนวา มีหลกั สามประการในชวี ติ ของลัทธิยูดาหนิยม คือชาติ ธรรมบัญญัติ
และปโุ รหติ ความรกั ชาตทิ าํ ใหเ กดิ การฟน ชาตขิ ึน้ เมอ่ื ชาติดําเนินไป ชวี ติ ของยูดาหนยิ มก็ถอื เครง ในอกี
สองประการเปนธรรมดา คือธรรมบญั ญัติกับปุโรหิต แลวกเ็ ลยบานปลายเปนพรรคศาสนาขึ้นมาอีกสอง
พรรค พรรคหนงึ่ ยึดอยกู ับปโุ รหติ มีหนาท่ีตองประกอบพธิ ีรีตองท่ปี ฏบิ ตั ิกนั เปนประจํา กระทําพิธีตาง
ๆ ในการนมัสการที่พระวิหารกันตลอดหลายศตวรรษ ในขอบเขตของกิจการนี้มหาปุโรหิตเปน
เจาหนา ที่สงู สุดจัดดําเนนิ การไปนอกจากน้ันยังเก่ียวออกไปนอกเขตศาสนาเขาไปในเร่ืองกิจบานการ
เรือนของชาตดิ วย การเขา มามีอํานาจทางการบางเมืองโดยตรงนี้เอาจริงเอาจังในยุคหลังจากแม็คคาบี
เพราะเม่อื คร้งั นัน้ ตําแหนง มหาปุโรหิตกบั ตําแหนง กษัตริยรวมอยูในคนเดียวกัน แนวความสนใจหรือ
พรรคอกี พรรคหนึง่ เกิดขน้ึ จากการสอนธรรมบญั ญัติ เปนงานของพวกธรรมจารย (หรืออาลักษณหรือ
บรรณการณ) การทําอยู ศูนยข องงานอยูในธรรมศาลา

เม่ือตอนตน ของประวัติศาสนตรย วิ แนวความสนใจทงั้ สองนก้ี ลมกลนื กันจนไมเห็นวาเปนฝาย
ไหนกับฝายไหนแตตอมาไมชาก็เกิดแตกแยกกันขึ้น แลวย่ิงนานไปก็ยิ่งแยกกันกวางออกไปทุกที ถึง
ขนาดทางฝายกลุมปุโรหิตแทรกซึมเขาไปในกิจบานการเมือง ทางฝายพวกธรรมาจารยเบ่ือหนาย

9 ดูรายละเอยี ดเรอ่ื งกําหนดและประวัติ ในตาํ ราของ Graetz op cit., Vol 1p. 39 ของทาน Ewald op. cit, Vol. 5 pp. 167 ff.

95

การเมอื งกป็ ลอยปละหนั มาทุม เทกบั เรื่องของธรรมบญั ญตั ิเปนสวนตวั กระแสคลน่ื ตางกันปะทะกันเปน
การชิงดกี นั ในชาตไิ ดซ ัดมาอยทู ่วั ปาเลสไตนซึง่ เปน “สะพานของโลกโบราณ” พวกปโุ รหติ ในฐานเปน
ผูนําทางการเมืองก็พยายมอยางไมลดละท่ีจะใหลัทธิยูดาหนิยมปรับตัว ใหโนมเขาอยูในอํานาจการ
ปกครอง เพ่ือใหชาติไดดาํ รงคงอยอู ยา งมปี ระโยชนแ ละดีไดขนาด ฝา ยผมู ใี จรอ นรนทางธรรมบัญญัติก็
เหน็ วา การปรับตัวเขาไปในรูปน้ันเปนการโอนออนกันไปอยางยกโทษใหไมไดทีเดียว เพราะฉะนั้น
พวกหลังนจ้ี งึ ตตี วั ออกหาก การขดั กันอยางยืดเยื้อเร้ือรังอยูนานน้ันสอใหเห็นความคืบหนาของมนุษย
ในประวตั ิศาสตรช ิน้ หนึ่ง ฝายหน่ึงยดึ จารีตนิยมเปนหลกั อีกฝายหนง่ึ ยึดการปรับตัวเปน หลัก พวกธรรม
มาจารยจัดวา อยฝู ายจารตี นยิ ม พวกปโุ รหติ ก็อยูก็อยฝู ายทเี่ หน็ วาตอ งปรบั ตัวตามกาลสมยั

ฉะนัน้ ธรรมบญั ญตั ิกบั พระวหิ ารซง่ึ เขาใจวา เปน งานศาสนารวมกนั เปนแตเ พยี งในนามหรือได
ช่อื วา อยา งนน้ั ยงิ่ กลับแตกแยกออกมาขัดกนั และกันจนไมม ที างเขาสัมพนั ธกันอีกไดเ ลย แตอยางเขาใจ
วา ปุโรหติ ทั้งหมดสนใจกับการเมืองเทา น้นั และธรรมมาจารยก ไ็ มส นใจกับการเมืองเสียทุกคนก็หาไม
ปโุ รหติ หลายคนยงั เปนศษิ ยของธรรมบัญญัติอยางถือเครง และพวกธรรมาจารยก็มากสนใจเอาจริง ๆ
จงั กบั ความเคลอ่ื นไหวของการเมือง ดงั น้ันจงึ เกดิ มีฟาริสีในพรรคปุโรหิต และมีซาดูกายในพรรคธรร
มาจารย และจะไดสาธยายเร่ืองน้ีกันอีกในตอนตอไป แตอันท่ีจริงแลวปุโรหิตสวนใหญของชาติหัน
ความสนใจไปทางหนึ่ง พวกธรรมาจารยก็หันไปอีกทางหน่ึง ชีวิตของยิวในสองกระแสรท่ีผิดกันนี้
พรอมท้งั บทบาทที่เขามตี อ กนั ทําใหเ กดิ คณะตาง ๆ ของยวิ ในยคุ พันธสญั ญาใหมข้นึ มา

1. พรรคฟาริสี

พวกฟาริสปี รากฏ ในพันธสัญญาใหมเ ปนคณะพรรคท่ีเดน ท่ีสุดของยิว ท่ีเดนก็เพราะฐานะของ
เขาในศตวรรษแรกของลัทธิยูดาหนิยม ทุกตํารับท่ีใหเราทราบก็มีหลักฐานวาไมมีคณะพรรคอะไรมี
อทิ ธิพลคูคี่หรอื มจี าํ นวนใกลเคยี งกบั เขาถาจะเรียกใหต รงความจรงิ กวาก็นาจะวาพวกนีเ้ ปนพวกนักบวช
มากกวา เปน คณะพรรค เพราะการเปน สมาชิกของเขาจะตอ งมคี ุณสมบัติตามท่ีกําหนดแนนอน ตองรับ
ขอผูกพันอยา งน้ันสิ่งท่ีเขาเนนหนักก็คือการถวายสิบชักหน่ึงและถือพิธีอันสะอาดสะอาน เขาเปนครู
และเปนตัวอยางแกประชาชนอยางไมมีใครตีเสมือกับเขาได เพราะประชาชนถือวาคนพวกน้ีเปน
ตัวอยางไดม าตรฐานแทแ ละเปน อิสราเอลที่ภักดีแทม าตั้งแตบรุ มบุราณ

นามฟาริสแี ปลวา “ผูแ ยกตัว” ท่ีเรียกอยางน้ันเพราะเขาอยู ในยูดาหนิยมที่ยึดถือการตีตัวออก
หางมาตัง้ แตโ บราณกาล แลวยงั ถอื เครง จนสุดขดี กบั คนเชื้อชาตเิ ดยี วกนั กบั เขา ใครทมี่ ชี ีวิตไมตรงตามท่ี
เขาอรรถาธิบายธรรมบัญญัติเขาก็ไมคบคาสนิทกัน เหตุฉะนี้เขาจึงจงเกลียดจงชัง “พวกเก็บภาษีและ
พวกคนบาป” (ลกู า 15:1,2)

เอาคาํ ของโยเซฟส มาเทยี บดูกบั พันธสญั ญาใหมเราจะเห็นวิสัยของพวกฟารสิ ีชัดยิ่งข้ึน

96

(1) ลนั ษณะอนั เปน หลักของพรรคคือถอื ธรรมบัญญัติใหเครงท่ีสุด พวกฟารีสีเปนตัวแสดงถึง
ความสูงเยยี่ มของบัญญตั นิ ิยม ซ่ึงผดุ เกิดขึ้นมาดว ยกนั กับการฟนชาติ จงึ เปนพวกที่มพี ลงั ท่สี ดุ ในศาสนา
ของลทั ธิยดู าหนิยมเพราะฉะนั้นคนทัง้ หลายคดิ เหน็ วาเขาเปน แกนชีวิตของยิว คือลทั ธิยูดาหนยิ มช้ันฟารี
สี หรอื มาตรฐานของยดู าหนิยมกห็ มายถงึ อนั หนึ่งอนั เดยี วกัน

(2) ฟาริสีเนนหนักเร่ืองการจัดสรรพิเศษของพระเจา ถึงกระน้ันเขาก็รับวามนุษยมีอิสระทํา
อะไร ๆ ตามเจตนาของตนดวย ฟาริสไี มไดป ฏิเสธความรบั ผิดชอบตอศีลธรรม โยเซฟสกลาวยืนยันวา
พวกฟาริสถี ือวาทกุ สง่ิ เปน ไปตาม “โชคชะตา” (สงคราม 2.8) แตเราก็พบวา เปน แตเพยี งความคิดมักงาย
ของยิวบางคนทีล่ อยตามไปกับความคิดเปลอื กๆ ของกรีก ความจรงิ ฟาริสีเช่ือในการจัดพรรพิเศษของ
พระเจาอนั จัดใหแกส วนตา ง ๆ ของชีวิตมนษุ ย

(3) ฟารสิ ีรับเช่อื ความจริงเร่ืองอาณาจกั รวิญญาณ เชอ่ื ในชีวิตภายหนา เช่ือในการเปนขนึ้ มาจาก
ตายของคนอสิ ราเอลผชู อบธรรม เชือ่ ตามตวั อักษรวา มีทูตสวรรคม ดี วงวญิ ญาณเปนตัวตนอยู

(4) เขาดาํ รงชพี อยูอยา งงา ย ๆ เกลยี ดการพถิ พี ถิ ันในการกินอยหู ลับนอน
(5) ถือวา ตาํ นานและความเปน โบราณเปนสงิ่ อนั จะตอ งเคารพคารวะอยา งสงู โยเซฟสอธิบายวา
“พวกฟารสิ ีทําใหป ระชาชนตอ งถอื รอยสีพันอยาง อนั เปนคาํ สงั่ คําสอนหรืออะไร ๆ ท่ีถือปฏิบัติกระทํา
กนั ตอ ๆ มาต้งั แตบ รรพบุรุษบุรมบุราณ แลวส่ิงเหลาน้ันก็มิไดมีบันทึกในธรรมบัญญัติท่ีโมเสสนํามา
ให” (โบราณ 13.10.6) พวกน้ีเปนยอดนักจารีตนิยม ยอดตัวอยางตํานานสอนกันมาดวยปาก “ร้ัวลอม
ธรรมบัญญตั ิ
(6) ฟาริสีกลุมที่แขงแรงมีวิสัยสอแสดงใหเห็นไดวาสมัคคีกันดี มีความภักดีเมตตากรุณากัน
และกัน
(7) ฟารสี ีไมค อยไดสนใจกบั การบานการเมืองตราบเทา ที่การปกครองไมม ายุงเกยี่ วกับทางการ
ศาสนาของเขาวสิ ัยอันนท้ี าํ ใหช นชน้ั ปกครองที่มีใจไมชอบเขาตอ งหันมาเหน็ อกเหน็ ใจเขาอยบู อ ยๆ ถึง
อยา งไรก็ตามประวตั ศิ าสตรแ สดงวาเวลามีภาวะฉุกเฉนิ กท็ าํ ใหเ ขาจาํ ตองหนั เขาสนบั สนุ นฝายการเมอื ง

97

ถา จะถอื วา ฟาริสที ้ังหมดเปนคนอวดถือเครง ก็ไมเปนการยุติธรรม บางคนอาจเปนเชนนั้นจริง
แตโ ดยมากเปนคนซื่อทําไปตามซ่ือดวยความประสงคจะสงเสริมศรัทธา พอใจบากบ่ันท่ีจะใหเปนท่ี
โปรดปรานของพระเยโฮวาหหแ ละมสี ัมพนั ธอ นั ดกี ันพระองค เปน พวกฟาริสีกลุมหนึ่งที่แสรงทําเครง
โออวดอยางเชนพวกท่ีพระเยซูประณาม แตไมใชฟาริสีทั้งพรรคท้ังหมด แมในพระกิตติคุณก็ยังมี
หลักฐานปรากฏใหเห็นฟาริสีแบบท่ซี อ่ื ศรทั ธาย่ิงกวาใครหมด เชนเซาโลแหงเมืองตาระโซ เปนฟาริสี
แบบถอื เครงจัดทย่ี างเขามาในศาสนาคริสเตียนแรกเริ่ม ดวยอาการของลัทธิยูดาหนิยมกระทําปฏิปกษ
ตอ คริสเตียน10

2. พรรคซาดูกาย

น่ีเปนคณะพรรคของยิวที่รูจักกันเปนชั้นรอง เพราะในหนังสือพระกิตติคุณทั้งส่ีก็ไดความ
สนใจเปน ช้นั รอง ฐานะของเขาในประวตั ศิ าสตรของลทั ธิยดู าหนยิ มกเ็ ปน รอง

ทําไมจึงเรียกกันวา ซาดกู าย ชือ่ นี้ในวรรณกรรมของพวกรบั ปแสดงวาสบื มาจากชือ่ ของซาโดค
ตอ มาชาวชนกลา วกันวา เหตุผลทเ่ี กิดพรรคซาดกู ายขึน้ ก็เพราะระบบปโุ รหติ สวนใหญเ ปน คนพรรคซาดู
กาย อางวาสืบตอมาจากทามมหาปุโรหิตโบราณช่ือซาโดค พวกปุโรหิตเปน “พวกบุตรของซาโคด”
แลวคนพวกนก้ี ค็ วบคมู าดวยกันเรยี กวา “พรรคซาโดค” แตเรียบไป ๆ กเ็ พยี้ งเปน “ซาดูกาย” ความจริงมี
วา คนคณะพรรคนี้ปรากฏตวั ขนึ้ กอนศักราชคริสเตยี นจะรงุ อรุณขึ้นเพยี งเล็กนอยเทานั้น ทาํ ใหค ําอธิบาย
เปน รูปการตางๆ นั้นเกิดความสงสัยขึ้น เพราะอาจเปนไดวาพรรคสองพรรคน้ันไดเกิดขึ้นมาในนาม
เดียวกัน และไมใชถึงกับวา เปนไปไมไ ด อาจเปนไดม ากกวานามซาดกู ายนน้ั มาจากคําวาแสดดิคิม เปน
ภาษาเฮบรายท่แี ปลวา “คนชอบธรรม” อนั เปนคําทพ่ี วกเขาถือเอาวา อยางนนั้ เพราะคนพวกนี้อวดอางวา
เปนพวกทีย่ ึดหลักตามอักษรของธรรมบัญญัติในพันธสัญญาเดิม อันตรงกันขามกับตํานานท่ีสอนกัน

10 รายละเอยี ดถวนถ่ีและคาํ บรรยายนาฟง ทง้ั อปุ ลกั ษณแ ละประวัติของฟารสิ ีดตู ําราของทา นเอ็ดเดอรซีม “ในสมยั ของพระครสิ ต” หนา 227-238

98

ดวยปากของรับบนี ิยมซ่งึ พวกฟารสิ ีสงเสรมิ อยา งรอ นใจ11 ปญหาจงึ ยังคงเปนปญ หาอยูตอไป จนกวาเรา
จะไดห ลกั ฐานดีกวานใี้ นเอกสารใด ๆ ท่ีอาจไดพบขา งหนา

ตํารับทเี่ รามีช้ีชดั หลายอยางถึงวสิ ัยของพวกซาดูกาย
(1) พวกซาดูกายนี้เปนพรรคคนช้ันสูง ทานสกูเรอรกลาววา “ลักษณะวิสัยของพวกฟาริสี
เกิดข้ึนจากความมีใจฝกใฝกับธรรมบัญญัติ ฝายลักษณะวิสัยของพวกซาดูกายเกิดขึ้นจากฐานะทาง
สังคม”12 คอื ฐานะถอื ตัวเปนคนช้นั สูงของเขานน่ั เองเปน พ้ืนฐานแหง วสิ ัยของเขา เพราะเหตุเชนนั้นชน
พรรคนี้จงึ เกาะกุมกบั การเมอื ง ยึดตาํ แหนงราชการของชาติเปนสําคัญ การบานการเมืองเปนเรื่องใหญ
สําหรับคนพวกน้จี ะตองยงุ เกย่ี ว โดยคุณสมบัติแหงตําแหนงของเขาในชีวิตของชาติ ดังที่ไดบอกแลว
ขางตนวาคนพรรคนี้เปนฝายขางมากในพวกปโุ รหิต เพราะฉะน้ันพวกซาดกู ายยดึ ปราการในพระวิหาร
สวนฟารสิ ีถือปฏิบตั ิการสําคญั ในธรรมศาลา
(2) พวกซาดกู ายมองดูพระเจาและศาสนาดวยสายตาอนั ตาํ่ มาก ไมเช่ือวา พระเจา จะเกีย่ วของกับ
มนุษยในเรอ่ื งเลก็ ๆ นอ ยหรือกิจการยอ ย ๆ ของมนษุ ย
(3) ไมเชอื่ หลกั ธรรมวา ดวยชีวติ อมตะ และการเปนข้ึนมาจากตาย ไมเชื่อวามีตัวตนวาของทูต
สวรรคและวญิ ญาณ
(4) พวกซาดูกายรับยดึ ถอื เปนหลกั ก็เฉพาะพันธสัญญาเดิมเปนลายลักษณอักษร สวนตํานาน
สั่งสอนกนั ตอ ๆ มาโดยพวกรบั บีท่ีพวกฟาริสีถอื กนั อยางสูงนน้ั พวกซาดูกายก็แยง แมป ฏิเสธไมยอมรับ
นับถือตํานาน แตในทางการปฏิบัติจริง ๆ พวกซาดูกายก็ตองจํายอมปฏิบัติตามพิธีรีตองหลายอยาง
เพราะพวกธรรมาจารยแ ละพวกฟาริสีมีอิทธิพลใหญ จนความหมายของธรรมบัญญัติหลายอยางที่เขา
ตคี วามหมายข้ึนปฎบิ ัติ ไดเ ปน มาตรฐานแข็งแรงจนแมพวกซาดูกายกไ็ มกลา ทําเฉย
(5) พวกซาดกู ายเปน กลมุ คนเจาระแวงสงสยั ไมเพียงแตระแวงคนอ่ืน แมในพวกเดียวกันก็ไม
ไวใ จกัน จึงไมม กี ลุม ใดทีม่ ีความซ่ือสัตยภ กั ดี

11 Cf Edersheim op cit; p 243, and per Contra Ewald op cit, Vol 5 pp. 275 ff
12 Cp cit 2:2 p 10

99

(6) พวกซาดูกายเชื่อในการถอื ธรรมบัญญตั ติ ามตวั อกั ษรแขง็ แกรง ไมต องตีความหมาย ไมตอ ง
ขยายความเปนผลใหการตัดสินอะไร ๆ เครงเครียดเขมงวดในการปฏิบัติตอประชาชน ซ่ึงเปนเหตุให
ประชาชนไมน ยิ มคนพวกน้ีเลย

ไมมีอะไรท่ีเก่ยี วกับซาดกู ายอันเปนทีน่ า ชมเชย และก็ไมมีความผิดอะไรดวยที่เปนชิ้นเปนอัน
จะประณามได ความคดิ เห็นของเขาหนักไปในทางปฏิเสธไปเสียหมด และก็ปรากฏวาทาทีของชีวิตไม
ใครจะมีอะไรที่เปน เปน การรกุ รานผูผอู ื่น

3. พวกเอสสเิ นส

พวกน้ีเกิดจากการขยายตัวของพวกขวาจัดในลัทธิฟาริสีนิยม พวกฟาริสีเนนพิถีพิถันปฏิบัติ
ธรรมบัญญัติ พวกเอสสิเนสย่ิงเขมขนย่ิงขึ้นไปอีก ในการท่ีจะตองถือปฏิบัติใหตรงตามธรรมบัญญัติ
ระบไุ วทกุ ขอทกุ กระทงความ จนถึงกับแยกตัวไปรวมกลุมอยูตางหาก ต้ังเปนนิยมพวกเขาโดยเฉพาะ
อุทิศตัวดํารงกลุมอยูตางหาก ต้ังเปนนิคมพวกเขาโดยเฉพาะอุทิศตัวดํารงชีพอยางตรากตรําลําบาก
โดยเฉพาะอยา งยง่ิ ของพื้นทเ่ี ปลี่ยว ๆ เดียว ๆ โดดๆ อยางเชนโดยรอบพ้ืนที่นั่งทะเลตาย ที่น่ันจึงมีนิคม
เปนปก แผน อยูห ลายนคิ มที่เขาตั้งขึ้น

เม่อื นึกถงึ พวกเอสสนิ เนสกร็ ูส ึกวากาํ ลังคิดถึงคนคณะท่ีผดิ แผกแตกตางจากคณะพรรคของยิว
พรรคอนื่ ๆ อยา งสิน้ เชิงแทจ ริงคณะพรรคนี้ไมใชย วิ คณะหนึ่งในสมาคมยิวเลย แตเ ปน ระบบสมาคมอีก
สมาหนงึ่ แยกออกตางหากจากสมาคมยวิ เหมือนกันกบั ระบบอาราม (Monastic orders) ของครสิ เตยี นใน
ประวตั ิศาสตร เขาต้ังนิคมดํารงชีพตรํายากขึ้น หรือจะพูดอีกอยางก็วาพวกเอสสิเนสก็คือพวกเฮสิดิม
เครงจดั ในสมัยแมค คาบียังคงตกคางอยูน ั่นเอง ดํารงความเปนคณะแทด้ังเดิมถือเครงยิ่งกวาพวกฟาริสี
ประกอบกบั ไดรับอิทธิพลมาจากปชญากรีกบาง ความเช่ือถือท่ีปนเปกันของยูดิโอ-เปอรเซียเร่ืองโลก
อนาคต และอานุภาพวเิ ศษในแบบของชนชาวตะวันออกดว ย13

13 Cf Edersheim, op cit, pp 244 ff; Fairweather op cit pp 203 ff Graetz op cit, Voll pp 24 ff Schuerer op cit 2:2 pp 190 ff

100


Click to View FlipBook Version