The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนเทอม 2

แผนเทอม 2

ในการผสมคลื่นวิทยุกับสัญญาณไฟฟ้า มีวิธีการผสม 2 แบบด้วยกันคือ แบบเอเอ็ม (AM หรือ amplitude modulation) และ แบบเอฟเอ็ม (FM หรือ frequency modulation) ซึ่งระบบกระจาย สัญญาณวิทยุที่ใช้การผสมแต่ละแบบเรียกว่า ระบบวิทยุเอเอ็ม (AM radio) และ ระบบวิทยุเอฟเอ็ม (FM radio) ตามลำดับ การผสมแบบเอเอ็ม เป็นการผสมในลักษณะที่ แอมพลิจูด (amplitude) ของคลื่นวิทยุมีการ ปรับแต่งตามลักษณะของสัญญาณไฟฟ้าที่นำมาผสม ในขณะที่ความถี่ของคลื่นวิทยุไม่มีการเปลี่ยนแปลง ดังรูป 7.13 ก. ส่วนการผสมแบบเอฟเอ็ม เป็นการผสมในลักษณะที่ความถี่ (frequency) ของคลื่นวิหยุ มีการปรับแต่งตามสัญญาณไฟฟ้าที่นำมาผสม ในขณะที่แอมพลิจูดของคลื่นวิทยุไม่เปลี่ยนแปลง ดังรูป 7.13 ข. รูป 7.13 การผสมคลื่นวิทยุกับสัญญาณไฟฟ้า ก. แบบเอเอ็ม ข. แบบเอฟเอ็ม 2) การสื่อสารด้วยโทรศัพท์เคลื่อนที่ มีขั้นตอนของการส่งและรับสัญญาณคล้ายกับการ กระจายสัญญาณเสียงของสถานีวิทยุ แต่มีความแตกต่างที่การแบ่งขอบเขตพื้นที่การรับและส่งสัญญาณ หรือ เซลล์ (cell) ออกเป็นพื้นที่ไม่กว้างมาก โดยแต่ละเซลล์มีสถานีฐาน (base station) ที่ทำหน้าที่รับ และส่งต่อสัญญาณระหว่างกัน ดังรูป 7.14 รูป 7.14 การส่งและรับสัญญาณของเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ การสื่อสารโดยใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่เริ่มจากการที่เสียงพูดหรือข้อมูลต่าง ๆ ถูกแปลงเป็น สัญญาณไฟฟ้า จากนั้นสัญญาณไฟฟ้าที่ได้จะนำไปผสมกับคลื่นวิทยุลายเป็นสัญญาณสียงหรือสัญญาณ ข้อมูลที่ถูกส่งต่อไปยังสายอากาศนาดเล็กของโทรศัพท์เพื่อการกระจายอออกไปยังเสารับสัญญาณที่อยู่


ใกล้เคียง จากนั้นเสารับสัญญาณจะส่งสัญญาณต่อไปยังสถานีฐานที่มีขอบเขตพื้นที่ให้บริการครอบคลุม บริเวณที่ผู้ใช้โทรศัพท์อยู่ ลำดับต่อมาสถานีฐานจะทำหน้าที่รับแล้วส่งต่อสัญญาณเสียงหรือข้อมูลไปยัง สถานีฐานอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียงจนกระทั่งถึงสถานีฐานที่มีขอบเขตพื้นที่ให้บริการครอบคลุมบริเวณที่ผู้รับ ปลายทางอยู่ มือสัญญาณเสียงหรือข้อมูลไปถึงสายอากาศของโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้รับจะถูกแยก ออกเป็นคลื่นวิทยุและสัญญาณไฟฟ้าซึ่งสัญญาณไฟฟ้าจะถูกแปลงกลับเป็นเสียงหรือข้อมูลที่เหมือนกับที่ ส่งมาจากต้นทาง 3) การส่งและรับสัญญาณอินเทอร์น็ตแบบไร้สาย Wi-fi ปัจจุบันเป็นมาตรฐานที่ได้รับ ความนิยมมากที่สุดในการส่งและรับสัญญาณอินเทอร์เน็ต ดังจะเห็นป้ายระบุการให้บริการสัญญาณ Wi-fi ในร้านค้าหรือในสถานที่สาธารณะ ดังรูป 7.15 ก. กระบวนการของการส่งและรับสัญญาณ Wi-fi คล้ายกับ การส่งและรับสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ แต่สัญญาณ Wi-fi จะใช้คลื่นไมโครเวฟขนาดความถี่ 2.4 GHz หรือ 5 GHz ที่แตกต่างจาก ความถี่ของคลื่นวิทยุจากเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่อื่น ๆ เพื่อไม่ให้เกิดการ รบกวนของสัญญาณ รูป 7.15 ก.ร้านอาหารที่มีการให้บริการสัญญาณ Wi-fi และ ข. อุปกรณ์จัดส้นทาง หรือ เราเตอร์ของสัญญาณ Wi-fi ในการส่งและรับสัญญาณ Wi-fi จะมีอุปกรณ์จัดส้นทาง หรือ เราเตอร์ (router) เป็น ตัวกลางที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงอุปกรณ์หลายชนิดที่ใช้ Wi-fi เข้าด้วยกัน ดังรูป 7.15 ข. และจัดเส้นทางที่ เหมาะสมสำหรับการส่งและรับข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต การสื่อสารโดยอาศัยไมโครเวฟ ไมโครเวฟเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอีกช่วงความถี่ที่ใช้ในกรสื่อสาร ทั้งในระบบเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และระบบสัญญาณดาวเทียม โดยการส่งและรับสัญญาณ มีกระบวนการคล้ายกับการสื่อสารของโทรศัพท์เคลื่อนที่ แต่เนื่องจากไมโครเวฟไม่สามารถเคลื่อนที่ผ่านสิ่ง กีดขวางได้ดีเท่ากับคลื่นวิทยุการใช้ไมโครเวฟในการสื่อสารจึงจำกัดเฉพาะในกรณีที่อุปกรณ์สำหรับส่ง และรับสัญญาณไม่มีอาคาร ภูเขา หรือสิ่งใดมากีดขวางหรือบดบังเส้นทางการเคลื่อนที่ของสัญญาณ ยกตัวอย่าง เช่น การส่งและรับสัญญาณระหว่างดาวเทียมกับจานรับสัญญาณดาวเทียม หรือระหว่างเสาส่ง และรับสัญญาณที่อยู่บนที่สูง ดังรูป 7.16


รูป 7.16 การส่งและรับสัญญาณดาวเทียมโดยใช้คลื่นไมโครเวฟ การสื่อสารโดยอาศัยแสง นอกจากคลื่นวิทยุและไมโครเวฟแล้ว แสงยังสามารถนำมาใช้ในการ สื่อสารได้เช่นกัน แต่เนื่องจากแสงไม่สามารถเคลื่อนที่ผ่านวัตถุทึบแสงได้ และได้รับผลกระทบจาก สิ่งแวดล้อมได้ง่าย จึงต้องมีการใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อระหว่างระบบส่งกับระบบรับสัญญาณโดยตรง โดยอุปกรณ์ที่ใช้อย่างแพร่หลายคือ เส้นใยนำแสง (fiber optics หรือ optical fiber) ซึ่งมีลักษณะเป็น เส้นใยขนาดเล็กสมารถนำแสงให้เคลื่อนที่ไปตามสายโค้งได้และสมารถส่งข้อมูลได้จำนวนมากใน ระยะเวลาสั้นๆ รูป 7.17 ก. เส้นใยนำแสงที่นำมาใส่ในแจกันสำหรับงานจัดแสดงและ ข เส้นใยนำแสงในสายเคเบิลที่ใช้ในการส่งสัญญาณ 5.2 กระบวนการ 1) ความสามารถในการสื่อสาร (อ่าน ฟัง พูด เขียน) 2) ความสามารถในการคิด (สังเกต วิเคราะห์ จัดกลุ่ม สรุป) 3) ความสามารถในการแก้ปัญหา (แก้ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่เผชิญได้) 4) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต (ความรับผิดชอบ) 5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (ใช้การสืบค้นผ่านคอมพิวเตอร์)


5.3 คุณลักษณะและค่านิยม ใฝ่เรียนรู้และเป็นผู้มีความมุ่งมั่นในการทำงาน 6. บูรณาการ 6.1 บูรณาการ PLC นักเรียนแต่ละคนแลกเปลี่ยนเรียนรู้เล่าสู่กันฟังถึงความรู้ที่ได้จากการทำกิจกรรม และ ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการทำกิจกรรม 7. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจ 1.1 ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยตั้งคำถามว่า การสื่อสารด้วยโทรศัพท์เคลื่อนที่มีการใช้คลื่น แม่เหล็กไฟฟ้าช่วงความถี่ใดเป็นตัวนำสัญญาณจากผู้ส่งไปยังผู้รับ (โดยครูเปิดโอกาสให้นักเรียนแสดงความ คิดเห็นอย่างอิสระ ไม่คาดหวังคำตอบที่ถูกต้อง) ขั้นที่ 2 ขั้นสำรวจและค้นหา 2.1 ครูแบ่งกลุ่มนักเรียน 5 กลุ่ม แล้วให้ศึกษาและนำเสนอเกี่ยวกับการสื่อสารโดยอาศัยคลื่น แม่เหล็กไฟฟ้า ในหัวข้อที่ได้รับผิดชอบ กลุ่มที่ 1 การกระจายสัญญาณเสียงของสถานีวิทยุ กลุ่มที่ 2 การส่งและรับสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ กลุ่มที่ 3 การส่งและรับสัญญาณอินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย กลุ่มที่ 4 การสื่อสารโดยอาศัยไมโครเวฟ กลุ่มที่ 5 การสื่อสารโดยอาศัยแสง 2.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มสรุปองค์ความรู้ที่ได้ลงในกระดาษ A4 โดยให้นักเรียนสร้างสรรค์วิธีการนำ เสนอในรูปแบบต่าง ๆ ขั้นที่ 3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป 3.1 ครูสุ่มนักเรียนแต่ละกลุ่ม ออกมานำเสนอผลงานของตนเองหน้าชั้นเรียน โดยเรียงกลุ่มที่ 1 กลุ่มที่ 2 กลุ่มที่ 3 กลุ่มที่ 4 และ กลุ่มที่ 5 3.2 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายจนได้ข้อสรุป เรื่อง การสื่อสารโดยอาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้ 4.1 ครูอธิบายให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิวัฒนาการของระบบโทรศัพท์ ตามรายละเอียดหนังสือ เรียน หน้า 221


ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินผล 5.1 นักเรียนส่งใบสรุปองค์ความรู้ที่ได้ศึกษา เรื่อง การสื่อสารโดยอาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า 8. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ 8.1 หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ (วิทยาศาสตร์กายภาพ) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เล่ม 2 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) 8.2 อินเทอร์เน็ต 9. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ (K) 1) นักเรียนยกตัวอย่างการสื่อสาร โดยอาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้ 1) ตรวจใบสรุปองค์ความรู้ที่ ได้ศึกษา เรื่อง การสื่อสารโดย อาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า 1) แบบประเมิน การทำกิจกรรม 1) นักเรียนยกตัวอย่าง การสื่อสารโดยอาศัย คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้ ระดับดี ผ่านเกณฑ์ ด้านกระบวนการ (P) 1) นักเรียนสามารถจัดกระทำและ สื่อความหมายของข้อมูลที่ศึกษา ค้นคว้าได้ 1) ตรวจใบสรุปองค์ความรู้ที่ ได้ศึกษา เรื่อง การสื่อสารโดย อาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า 1) แบบประเมิน การทำกิจกรรม 1) นักเรียนสามารถสรุป องค์ความรู้ที่ได้ได้ระดับ ดี ผ่านเกณฑ์ ด้านคุณลักษณะ (A) 1) ใฝ่เรียนรู้และเป็นผู้มีความมุ่งมั่น ในการทำงาน 1) ตรวจใบสรุปองค์ความรู้ที่ ได้ศึกษา เรื่อง การสื่อสารโดย อาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า 1) แบบประเมิน การทำกิจกรรม 1) นักเรียนทำภาระงานที่ ได้รับมอบหมายได้ระดับดี ผ่านเกณฑ์


10. เกณฑ์การประเมินผลงานนักเรียน เกณฑ์การประเมินแบบ Rubrics ของการทำกิจกรรม เรื่อง การสื่อสารโดยอาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ประเด็นการ ประเมิน ค่าน้ำหนัก คะแนน แนวทางการให้คะแนน ด้านความรู้ (K) 3 นักเรียนยกตัวอย่างการสื่อสารโดยอาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้ถูกต้องครบถ้วน 2 นักเรียนยกตัวอย่างการสื่อสารโดยอาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้ค่อนข้างถูกต้องครบถ้วน 1 นักเรียนยกตัวอย่างการสื่อสารโดยอาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้ แต่ไม่ครบถ้วน ด้าน กระบวนการ (P) 3 จัดกระทำและสื่อความหมายของข้อมูลที่ศึกษาค้นคว้าได้ถูกต้องครบถ้วน สะอาดและ สวยงาม 2 จัดกระทำและสื่อความหมายของข้อมูลที่ศึกษาค้นคว้าค่อนข้างถูกต้องครบถ้วน สะอาด และสวยงาม 1 จัดกระทำและสื่อความหมายของข้อมูลที่ศึกษาค้นคว้าได้ค่อนข้างถูกต้องครบถ้วน สะอาดและสวยงาม ด้าน คุณลักษณะ (A) 3 ทำภาระงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จภายในเวลาที่กำหนด และเรียบร้อยถูกต้องครบถ้วน 2 ทำภาระงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จภายในเวลาที่กำหนด แต่งานยังผิดพลาดบางส่วน 1 ทำภาระงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จ แต่ล่าช้า และเกิดข้อผิดพลาดบางส่วน ระดับคะแนน คะแนน 3 หมายถึง ระดับดีมาก คะแนน 2 หมายถึง ระดับดี คะแนน 1 หมายถึง ระดับพอใช้


การประเมินการทำกิจกรรม เรื่อง การสื่อสารโดยอาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ที่ ชื่อ - นามสกุล จุดประสงค์การเรียนรู้ รวม คะแนน ระดับ คุณภาพ ด้านความรู้ (K) ด้าน กระบวนการ (P) ด้าน คุณลักษณะ (A) 3 3 3 9 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 ระดับคุณภาพ คะแนน 9 หมายถึง ระดับดีมาก คะแนน 7-8 หมายถึง ระดับดี คะแนน 5-6 หมายถึง ระดับปานกลาง คะแนน 3-4 หมายถึง ระดับปรับปรุง


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 38 เรื่อง สัญญาณแอนะล็อกและสัญญาณดิจิทัล รายวิชา วิทยาศาสตร์กายภาพ (ฟิสิกส์) หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เวลา 2 ชั่วโมง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2/2566 ผู้สอน นางสาวจิราภรณ์ เประกันยา 1. มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงานปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสาร และพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่น แม่เหล็กไฟฟ้ารวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ 2. ตัวชี้วัด ว 2.3 ม.5/12 สืบค้นข้อมูลและอธิบายการสื่อสารโดยอาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในการส่งผ่านสารสนเทศ และเปรียบเทียบการสื่อสารด้วยสัญญาณแอนะล็อกกับสัญญาณดิจิทัล 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ (K) 1) นักเรียนบอกความหมายของสัญญาณแอนะล็อกและสัญญาณดิจิทัลได้ 3.2 ด้านกระบวนการ (P) 1) นักเรียนเปรียบเทียบการสื่อสารด้วยสัญญาณแอนะล็อกกับสัญญาณดิจิทัลได้ 3.3 ด้านคุณลักษณะ (A) 1) ใฝ่เรียนรู้และเป็นผู้มีความมุ่งมั่นในการทำงาน 4. สาระสำคัญ ในการสื่อสารโดยอาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อส่งผ่านสารสนเทศจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งสารสนเทศจะถูก แปลงให้อยู่ในรูปสัญญาณสำหรับส่งไปยังปลายทางซึ่งจะมีการแปลงสัญญาณกลับมาเป็นสารสนเทศที่เหมือนเดิม สัญญาณที่ใช้ในการสื่อสารมีสองชนิดคือแอนะล็อก (analog signal)และดิจิทัล (digital signal) การส่งผ่าน สารสนเทศด้วยสัญญาณดิจิทัลสามารถส่งผ่านได้โดยมีความผิดพลาดน้อยกว่าสัญญาณแอนะล็อก 5. สาระการเรียนรู้ 5.1 ความรู้ สัญญาณแอนะล็อกและสัญญาณดิจิทัล


สัญญาณที่ใช้ในการสื่อสารมี2 ชนิดคือ สัญญาณแอนะล็อก (analog signal) และสัญญาณดิจิทัล (digital signal) โดยสัญญาณแอนะล็อก เป็นสัญญาณที่มีค่าต่าง ๆ ของสัญญาณเปลี่ยนแปลงอย่าง ต่อเนื่องตามเวลา ยกตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนแปลงของความต่างศักย์ของสัญญาณแอนะล็อกดังแสดงใน รูป 7.18 ก. ส่วนสัญญาณดิจิทัล เป็นสัญญาณที่มีค่าต่าง ๆ ของสัญญาณเปลี่ยนแปลงเพียงสองสถานะ เช่น มีหรือไม่มี เปิดหรือปิด ยกตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนแปลงของความต่างศักย์ของสัญญาณดิจิทัลดัง แสดงในรูป 7.18 ข. รูป 7.18 กราฟระหว่างความต่างศักย์ของสัญญาณไฟฟ้ากับเวลาซึ่งเป็นตัวอย่างลักษณะของ ก. สัญญาณแอนะล็อก ข. สัญญาณดิจิทัล 5.2 กระบวนการ 1) ความสามารถในการสื่อสาร (อ่าน ฟัง พูด เขียน) 2) ความสามารถในการคิด (สังเกต วิเคราะห์ จัดกลุ่ม สรุป) 3) ความสามารถในการแก้ปัญหา (แก้ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่เผชิญได้) 4) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต (ความรับผิดชอบ) 5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (ใช้การสืบค้นผ่านคอมพิวเตอร์) 5.3 คุณลักษณะและค่านิยม ใฝ่เรียนรู้และเป็นผู้มีความมุ่งมั่นในการทำงาน 6. บูรณาการ 6.1 บูรณาการ PLC นักเรียนแต่ละคนแลกเปลี่ยนเรียนรู้เล่าสู่กันฟังถึงความรู้ที่ได้จากการทำกิจกรรม และ ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการทำกิจกรรม 7. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจ 1.1 ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยตั้งคำถาม ดังนี้


1) การสื่อสารด้วยสัญญาณแอนะล็อกกับสัญญาณดิจิทัล ทำให้ได้ข้อมูลหรือสารสนเทศ แตกต่างกันอย่างไร (โดยครูเปิดโอกาสให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ ไม่คาดหวังคำตอบที่ ถูกต้อง) ขั้นที่ 2 ขั้นสำรวจและค้นหา 2.1 นักเรียนแบ่งกลุ่มๆ ละ 5-6 คน โดยคละเพศ คละความสามารถ 2.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาใบกิจกรรม 7.1 ส่งรับสัญญาณระยะไกล 2.3 ครูแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ อุปกรณ์ และขั้นตอนการทำกิจกรรมอย่างละเอียด 2.4 นักเรียนทำกิจกรรม สังเกตและบันทึกผลกิจกรรมลงในใบกิจกรรม 2.5 นักเรียนตอบคำถามตรวจสอบความเข้าใจ 7.3 ลงในสมุด ขั้นที่ 3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป 3.1 ครูนำนักเรียนอภิปรายผลกิจกรรม 7.1 เพื่อนำไปสู่การสรุปโดยใช้คำถาม ดังนี้ 1) เมื่อเปรียบเทียบภาพวาดที่ได้จากการส่งสัญญาณแอนะล็อกกับภาพวาดที่ได้จากการ ส่งสัญญาณดิจิทัล ภาพใดเหมือนกับภาพต้นฉบับมากกว่า เพราะเหตุใด (แนวการตอบ ภาพวาดที่ได้จาก การส่งสัญญาณดิจิทัล เพราะมีตารางที่มีเพียงสีขาวกับสีดำ ที่สามารถสื่อสารได้ง่ายและผิดพลาดน้อยกว่า) 2) ถ้าขณะการส่งสัญญาณมีเสียงรบกวน การส่งสัญญาณแอนะล็อกหรือการส่งสัญญาณ ดิจิทัลที่จะมีโอกาสผิดพลาดมากกว่า เพราะเหตุใด (แนวการตอบ การส่งสัญญาณแอนะล็อกจะมีโอกาส ผิดพลาดมากกว่า เนื่องจากสัญญาณที่ใช้สื่อสารเป็นไปได้ทุกค่า ทำให้เกิดความสับสนในการรับสารของ ผู้รับปลายทาง) 3) ถ้าต้องการส่งสัญญาณดิจิทัลให้ผู้รับสัญญาณวาดภาพแบบแอนะล็อกได้เหมือนกับ ภาพต้นฉบับมากที่สุด ควรทำอย่างไร (แนวการตอบ มีการเปลี่ยนภาพวาดแบบแอนะล็อกเป็นภาพวาด แบบดิจิทัล โดยมีการทำตารางกำหนดส่วนที่มีการระบายสีดำ และส่วนที่ไม่มีสีเพื่อให้การส่งสัญญาณมี เพียง 2 ค่า) 3.2 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายและสรุปผลกิจกรรม 7.1 ดังนี้ การส่งสัญญาณดิจิทัลทำให้ผู้รับสัญญาณวาดภาพได้เหมือนกับภาพต้นฉบับที่ผู้ส่ง สัญญาณพยายามสื่อสารมากกว่า เพราะมีการทำตารางที่ระบุลักษณะของภาพแต่ละตำแหน่งอย่างชัดเจน และสัญญาณแบบดิจิทัลมีความแตกต่างจากสัญญาณรบกวนรอบ ๆ  ทำให้ผู้รับสัญญาณสามารถแยกแยะ สัญญาณรบกวนออกได้ดีกว่า ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้ 4.1 ครูอธิบายให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการปฏิวัติดิจิทัล ตามรายละเอียดหนังสือเรียน หน้า 228


ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินผล 5.1 นักเรียนส่งใบกิจกรรม 7.1 ส่งรับสัญญาณระยะไกล 5.2 นักเรียนส่งสมุดนักเรียน (ตอบคำถามตรวจสอบความเข้าใจ 7.3 ในหนังสือเรียน) 8. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ 8.1 หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ (วิทยาศาสตร์กายภาพ) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เล่ม 2 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) 8.2 อินเทอร์เน็ต 8.3 ใบกิจกรรม 7.1 ส่งรับสัญญาณระยะไกล 9. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ (K) 1) นักเรียนบอกความหมายของ สัญญาณแอนะล็อกและสัญญาณ ดิจิทัลได้ 1) ตรวจใบสรุปองค์ความรู้ที่ ได้ศึกษา เรื่อง การสื่อสารโดย อาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า 1) แบบประเมิน การทำกิจกรรม 1) นักเรียนสามารถตอบ คำถามได้ระดับดี ผ่าน เกณฑ์ ด้านกระบวนการ (P) 1) นักเรียนเปรียบเทียบการสื่อสาร ด้วยสัญญาณแอนะล็อกกับสัญญาณ ดิจิทัลได้ 1) ตรวจใบกิจกรรม 7.1 ส่งรับสัญญาณระยะไกล 1) แบบประเมิน การทำกิจกรรม 1) นักเรียนสามารถสรุป องค์ความรู้ที่ได้ได้ระดับ ดี ผ่านเกณฑ์ ด้านคุณลักษณะ (A) 1) ใฝ่เรียนรู้และเป็นผู้มีความมุ่งมั่น ในการทำงาน 1) ตรวจใบสรุปองค์ความรู้ที่ ได้ศึกษา เรื่อง การสื่อสารโดย อาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า 2) ตรวจใบกิจกรรม 7.1 ส่งรับสัญญาณระยะไกล 1) แบบประเมิน การทำกิจกรรม 1) นักเรียนทำภาระงานที่ ได้รับมอบหมายได้ระดับดี ผ่านเกณฑ์


10. เกณฑ์การประเมินผลงานนักเรียน เกณฑ์การประเมินแบบ Rubrics ของการทำกิจกรรม เรื่อง สัญญาณแอนะล็อกและสัญญาณดิจิทัล ประเด็นการ ประเมิน ค่าน้ำหนัก คะแนน แนวทางการให้คะแนน ด้านความรู้ (K) 3 ตอบคำถามตรวจสอบความเข้าใจได้ถูกต้องครบถ้วน 2 ตอบคำถามตรวจสอบความเข้าใจได้ค่อนข้างถูกต้องครบถ้วน 1 ตอบคำถามตรวจสอบความเข้าใจไม่ถูกต้อง ด้าน กระบวนการ (P) 3 บันทึกและสรุปผลของกิจกรรมได้ถูกต้องครบถ้วน 2 บันทึกและสรุปผลของกิจกรรมได้ค่อนข้างถูกต้องครบถ้วน 1 บันทึกและสรุปผลของกิจกรรมไม่ถูกต้อง ด้าน คุณลักษณะ (A) 3 ทำภาระงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จภายในเวลาที่กำหนด และเรียบร้อยถูกต้องครบถ้วน 2 ทำภาระงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จภายในเวลาที่กำหนด แต่งานยังผิดพลาดบางส่วน 1 ทำภาระงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จ แต่ล่าช้า และเกิดข้อผิดพลาดบางส่วน ระดับคะแนน คะแนน 3 หมายถึง ระดับดีมาก คะแนน 2 หมายถึง ระดับดี คะแนน 1 หมายถึง ระดับพอใช้


การประเมินการทำกิจกรรม เรื่อง สัญญาณแอนะล็อกและสัญญาณดิจิทัล ที่ ชื่อ - นามสกุล จุดประสงค์การเรียนรู้ รวม คะแนน ระดับ คุณภาพ ด้านความรู้ (K) ด้าน กระบวนการ (P) ด้าน คุณลักษณะ (A) 3 3 3 9 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 ระดับคุณภาพ คะแนน 9 หมายถึง ระดับดีมาก คะแนน 7-8 หมายถึง ระดับดี คะแนน 5-6 หมายถึง ระดับปานกลาง คะแนน 3-4 หมายถึง ระดับปรับปรุง


Click to View FlipBook Version