The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

มาตรฐานอาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม Smart farmer

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pantaveesaharat, 2021-09-25 01:52:50

มาตรฐานอาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม Smart farmer

มาตรฐานอาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม Smart farmer

ห น้ า 299 I 438

สมรรถนะยอ่ ย เกณฑ์ในการปฏบิ ัตงิ าน วิธกี ารประเมนิ
Element of Performance Criteria Assessment Method

Competence

B211 วางแผนพัฒนา 1. ศึกษา สํารวจ รวบรวมและวเิ คราะหข์ อ้ มลู - ขอ้ สอบขอ้ เขียน

เกษตรกรแกนนํา ท่ีเกี่ยวขอ้ งกับคัดเลอื ก สรรหา และการ - การสัมภาษณ์

พฒั นาเกษตรกรแกนนาํ โดยใชว้ ิธีการและ - ผลงานหรอื ช้ินงานทีท่ ํา

เครอื่ งมือศึกษาวิเคราะห์ทเี่ หมาะสม สําเรจ็ แล้ว

2. ระบบุ ทบาทหน้าที่ ปญั หาและความ

ตอ้ งการของเกษตรกรแกนนาํ
3. จดั ทําแผนการพัฒนาตามหลักการและ

ขั้นตอนการพฒั นาเกษตรกรแกนนํา

B212 พฒั นาเกษตรกร 1. เตรียมก่อนการดําเนนิ การใหเ้ ป็นไปตาม - ขอ้ สอบข้อเขียน
แกนนํา หลกั การพฒั นาเกษตรกรแกนนาํ และ - การสมั ภาษณ์

สอดคลอ้ งกบั แผนงานทก่ี าํ หนด - ผลงานหรอื ชิ้นงานท่ีทํา

2. การดาํ เนินการเป็นไปตามแผนปฏิบัตงิ าน สําเรจ็ แล้ว

ถูกตอ้ งตามหลกั การและ

กระบวนการพัฒนาเกษตรกรแกนนาํ

3. บนั ทกึ สรุปรายงานผลการปฏิบตั งิ าน

ถูกต้อง ครบถ้วนและเปน็ ปัจจุบนั

B213 รายงานผล 1. ข้อมลู ทไ่ี ด้จากการดําเนินงานไดม้ กี าร - ขอ้ สอบข้อเขียน
- การสัมภาษณ์
การพฒั นาเกษตรกร วิเคราะหอ์ ย่างรอบคอบ ถกู ต้องตาม

แกนนาํ หลกั การและกระบวนการพัฒนาเกษตรกร - ผลงานหรอื ช้ินงานทท่ี าํ

แกนนาํ สําเร็จแล้ว

2. สรุปผลดาํ เนนิ งานเป็นไปตามหลกั การและ

กระบวนการพัฒนาเกษตรกรแกนนาํ ขอ้ มูล

ที่ได้จากการสรุปถกู ตอ้ ง สมบรู ณ์ เชือ่ ถือ
ได้และนาํ ไปใช้ประโยชนไ์ ด้

3. รายงานผลการพฒั นาเปน็ ไปตามรูปแบบท่ี

กําหนด มขี อ้ มลู ถกู ต้อง ครบถ้วน เชือ่ ถือ

ได้และนาํ ไปใชป้ ระโยชน์ไดจ้ รงิ

มาตรฐานอาชีพและคุณวฒุ วิ ิชาชีพ สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาสง่ เสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรอื่ ง

ห น้ า 300 I 438

สมรรถนะยอ่ ย เกณฑใ์ นการปฏบิ ตั งิ าน วิธกี ารประเมนิ
Element of Performance Criteria Assessment Method

Competence

B214 ตดิ ตามและ 1. ออกแบบวธิ กี ารรวบรวมข้อมลู และ - ขอ้ สอบข้อเขยี น

ประเมินผล วิเคราะหข์ อ้ มลู ตามหลกั การตดิ ตามและ - การสัมภาษณ์

การพัฒนาเกษตรกร ประเมินผล ไดข้ อ้ มูลครบถ้วน ถกู ต้อง - ผลงานหรอื ชิ้นงานท่ที าํ

แกนนํา เชอ่ื ถือได้ สําเรจ็ แล้ว

2. ตดิ ตามและประเมินผลตามท่ีได้ออกแบบ

ไวไ้ ด้อยา่ งถูกต้องครบถว้ น
3. สรปุ ผลการดําเนกิ ารไดถ้ กู ต้อง สมบูรณ์

และนาํ ไปใช้ประโยชนไ์ ด้

4. รายงานการตดิ ตามและประเมนิ ผลและได้

ข้อเสนอแนะทเี่ ปน็ ประโยชน์และเป็นไปได้

B215 ให้คาํ ปรกึ ษาแนะนํา 1.ให้คาํ ปรึกษาแนะนําทางเลอื กที่เปน็ ไปได้แก่ - ผลงานหรือช้นิ งานทีท่ าํ

เกษตรกรแกนนํา เกษตรกรแกนนาํ ในการตดั สนิ ใจแก้ปญั หา สาํ เร็จแล้ว

และสนองตอบความตอ้ งการที่แทจ้ รงิ

2.ตดิ ตามผลท่เี กิดขนึ้ จากการใหค้ ําปรึกษา

แนะนาํ

12. ความร้แู ละทักษะกอ่ นหน้าท่จี าํ เปน็ (Pre-requisite Skill & Knowledge)
- หลักการสง่ เสริมการเกษตร

- ความรเู้ บ้อื งต้นเก่ียวกบั การเกษตร

13. ทักษะและความรทู้ ตี่ อ้ งการ (Required Skill & Knowledge)
(ก) ความตอ้ งการด้านทกั ษะ
(ก1) การสบื คน้ และรวบรวมข้อมูล

(ก2) การทาํ งานร่วมกับผู้นาํ เกษตร
(ก3) การสื่อสาร
(ก4) การรบั รแู้ ละเขา้ ใจ

(ก5) การประสานงาน
(ก6) การคดิ วเิ คราะห/์ สังเคราะห์
(ก7) การเขียนรายงานผลการวิเคราะหแ์ ละโครงการพฒั นาเกษตรกรแกนนํา

(ก8) การสรรหา สรา้ ง และพฒั นาผนู้ ํา
(ก9) บทบาทหน้าทขี่ องเกษตรกรแกนนํา
(ก10) หลักการทํางานแบบมสี ่วนร่วม

มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาส่งเสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปร่ือง

ห น้ า 301 I 438

(ก11) หลักและวิธีการวิเคราะห/์ สงั เคราะห์
(ก12) หลักการสรา้ งและทาํ งานร่วมกบั ผู้นําเกษตร
(ก13) การจดั กิจกรรม
(ก14) การตดิ ตามและประเมนิ ผล
(ข) ความต้องการดา้ นความรู้
(ข1) การสรรหา สร้าง และพฒั นาผู้นาํ
(ข2) หลักการทาํ งานแบบมสี ว่ นร่วม
(ข3) การส่ือสาร
(ข4) หลักและวิธีการวเิ คราะห/์ สังเคราะห์
(ข5) หลักการสร้างและทาํ งานร่วมกบั ผ้นู ําเกษตร
(ข6) การจดั กจิ กรรม
(ข7) การตดิ ตามและประเมินผล

14. หลักฐานทีต่ ้องการ (Evidence Guide)
(ก) หลักฐานการปฏบิ ัติงาน (Performance Evidence)
(ก1) รายละเอียดโครงการพฒั นาเกษตรกรแกนนํา
(ก2) แบบสาํ รวจ แบบสัมภาษณ์
(ก3) เอกสารรวบรวมและวเิ คราะหข์ อ้ มูล
(ก4) แผนงานโครงการพฒั นาเกษตรกรแกนนํา
(ก5) บนั ทกึ /รายงานการปฏิบัตงิ าน
(ก6) บนั ทึก/รายงานการผลการตดิ ตามและประเมินผล
(ข) หลกั ฐานความรู้ (Knowledge Evidence)
(ข1) ใบรบั รองการผา่ นการฝึกอบรมทเ่ี กย่ี วข้อง
(ข2) หนว่ ยกติ ทีผ่ ่านจากหลักสตู รทไี่ ด้รบั การรับรองจากทางราชการ
(ข3) หลักการและวธิ ีการจัดทําแบบสาํ รวจรวบรวมขอ้ มลู
(ข4) หลักการและวิธีการสํารวจรวบรวมข้อมูล วิเคราะหแ์ ละสรุปรายงาน
(ข5) การใชค้ อมพิวเตอร์ในการสบื ค้น วเิ คราะหข์ อ้ มลู และสรปุ จัดทําเอกสารรายงาน
(ข6) การใช้สถติ เิ พอื่ การวิเคราะหข์ อ้ มูล
(ข7) การวเิ คราะห/์ สงั เคราะห์
(ข8) การวางแผนการพฒั นาเกษตรแกนนาํ
(ข9) การเขียนแผนงานโครงการพฒั นา กิจกรรมพัฒนา
(ข10) การเขียนบนั ทึก/รายงานการปฏิบตั งิ าน
(ข11) การประเมนิ และตดิ ตามผล
(ค) คําแนะนาํ ในการประเมนิ

มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒวิ ิชาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาสง่ เสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรอ่ื ง

ห น้ า 302 I 438

เจา้ หน้าที่สอบตรวจประเมินหลักฐานโดยพิจารณาจากร่องรอยหลักฐานที่เก่ียวข้อง ท้ังหลักฐานการ
ปฏบิ ัติงานและหลักฐานความรู้

(ง) วธิ กี ารประเมนิ
- ข้อสอบขอ้ เขียน
- การสัมภาษณ์
- ผลงานหรอื ชิ้นงานทท่ี ําสาํ เรจ็ แลว้

15. ขอบเขต (Range Statement)
(ก) คําแนะนํา
(ก1) ผู้เข้ารับการประเมินในหนว่ ยสมรรถนะน้ี จะต้องมคี วามสามารถ
1) วิเคราะหส์ ถานการณ์ที่เป็นอยู่ สถานการณท์ ่ตี ้องการให้เป็น และความจําเปน็ ในการ

พฒั นาแกนนาํ ครอบคลมุ ตามความเป็นจรงิ
2) จัดทําแผนการพัฒนาเกษตรกรแกนนําได้ครอบคลุมตามบทบาทหน้าท่ี และหลักการ

และขนั้ ตอนพัฒนาเกษตรกรแกนนาํ
3) ประสานงานกับผู้เก่ียวข้องเพ่ือเตรียมการพัฒนาเกษตรกรแกนนําได้อย่างถูกต้องตาม

หลักการ วิธีการ สามารถนําผลการติดตามและประเมินผลไปปรับใช้ในการพัฒนาต่อไปได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพ

4) ดาํ เนินการพัฒนาเกษตรกรแกนนําให้เปน็ ไปตามแผน
5) ติดตามและประเมินผลการพัฒนาเกษตรกรแกนนําได้อย่างถูกต้องตามหลักการ วิธีการ
สามารถนาํ ผลการตดิ ตามและประเมินผลไปปรบั ใช้ในการพฒั นาต่อไปได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ
(ก2) เจ้าหน้าท่ีสอบตรวจประเมินหลักฐาน โดยพิจารณาจากร่องรอยหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ท้ัง
หลกั ฐานดา้ นการปฏิบัตงิ านและหลักฐานด้านความรู้
(ข) คําอธิบายรายละเอียด
(ข1) บทบาทของผู้นําเกษตรกรท่ีควรเปน็
บทบาทของผู้นําเกษตรกรที่ควรเป็น ด้วยสภาพของการทําการเกษตร และการส่งเสริม
การเกษตร ในปจั จบุ ันบทบาทของเกษตรกรแกนนาํ ทีม่ ีต่อการส่งเสริมการเกษตร ควรเป็นดงั น้ี
บทบาททางดา้ นการสนับสนุนการผลิตเกษตรกรแกนนํา ควรมีบทบาทในการสนับสนุนการ
ผลิตดังน้ี
1) ให้ความช่วยเหลอื ในด้านการวางแผนการผลิต
2) หาแหล่งปัจจัยการผลิตท่ีมีความเป็นธรรมให้แก่เกษตรกร เช่น หาแหล่งสินเชื่อท่ีคิด
ดอกเบี้ยในอัตราท่เี ป็นธรรมให้แกเ่ กษตรกรกู้
3) ชักชวนให้เกษตรกรในท้องถิ่นปรับปรุงปัจจัยพื้นฐานทางการเกษตร เช่น ทําคันคูทดนํ้า
และระบายนาํ้ สรา้ งแหล่งเกบ็ น้ํา ปรับปรุงถนนท่ีใช้ในการคมนาคมขนสง่

มาตรฐานอาชีพและคุณวฒุ ิวิชาชีพ สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาส่งเสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรื่อง

ห น้ า 303 I 438

4) กระตุ้นให้เกิดการรวมกลุ่มเกษตรกร เพ่ือให้มีพลังกลุ่มในการต่อรองขอความเป็นธรรม
ในเรื่อง ต่าง ๆ รวมทั้งการร่วมกันลงทุนจัดซ้ือปัจจัยการผลิตท่ีจําเป็น เพื่อลดต้นทุน หรือจัดสร้างยุ้งฉางเก็บ
รกั ษา ผลผลิตเพอื่ ลดความเสยี่ งของผลผลติ

บทบาททางด้านการถ่ายทอดความรู้ เกษตรกรแกนนําควรเป็นผู้แทนของเจ้าหน้าท่ีส่งเสริม
การเกษตร ในการถ่ายทอดความรูท้ างการเกษตร และทเี่ กี่ยวขอ้ งใหแ้ ก่เกษตรกรในทอ้ งถ่ินดงั น้ี

1) เป็นตัวอย่างในการนําความรู้ท่ีได้รับจากการส่งเสริมมาปฏิบัติ เพ่ือให้เป็นตัวอย่างแก่
เกษตรกร ในท้องถ่นิ

2) ถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับจากเจ้าหน้าท่ีส่งเสริมการเกษตร ให้เกษตรกรในท้องถ่ินได้รับ
ทราบและ กระตุ้นใหเ้ กดิ การยอมรบั เพือ่ นาํ ไปปฏบิ ตั ิ

3) ให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกร เมื่อเกษตรกรในท้องถ่ินประสบ
ปญั หาจน ไมส่ ามารถแกไ้ ขปญั หาดว้ ยตนเองได้

4) รวบรวมข้อมูลทางการเกษตร และที่เก่ียวข้องในท้องถิ่นแล้วเสนอให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริม
การเกษตรได้รับทราบ เพือ่ นาํ ไปใช้ในการวางแผนการสง่ เสริมการเกษตร และการพัฒนาการเกษตรตอ่ ไป

บทบาทด้านการประสานงานเกษตรกรแกนนําควรมบี ทบาทในการประสานงานดา้ นตา่ ง ๆ ดังน้ี
1) ประสานงานให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรและเกษตรกรในท้องถิ่นมีความเข้าใจและ

ความ สัมพันธอ์ ันดตี อ่ กนั
2) ประสานความสมั พันธก์ ับเกษตรกรภายในท้องถิน่ ตนเอง และเกษตรกรในท้องถ่ินอนื่
3) ประสานกบั บุคคลอืน่ ท่ีเก่ยี วขอ้ งกบั การประกอบอาชพี เกษตร เชน่ ประสานกบั พ่อค้าคน

กลาง หรอื ผูจ้ ําหนา่ ยปัจจยั การผลิต เพอื่ ให้เกษตรกรในท้องถิน่ ไดร้ ับความเป็นธรรมในการตดิ ตอ่ ธุรกิจ
4) ประสานกับเจ้าหน้าท่ีในสังกัดหน่วยราชการอ่ืน หรือพนักงานของรัฐวิสาหกิจและ

เอกชนท่ีเข้ามา ทําหน้าท่ที างด้านการเกษตรในท้องถ่นิ
บทบาททางด้านการพัฒนาเกษตรกรแกนนาํ ควรมบี ทบาทในการพัฒนาด้านตา่ ง ๆ ดงั น้ี
1) เสนอแนะและร่วมพัฒนาท้องถ่ิน โดยเฉพาะทางด้านทรัพยากรและโครงสร้างพ้ืนฐาน

ทางเศรษฐกจิ ซงึ่ เปน็ พืน้ ฐานสําคัญของการประกอบอาชพี เกษตร
2) เสนอแนะและช่วยสนับสนุนการพัฒนาเกษตรกรในท้องถิ่น เช่น เปิดโอกาสสนับสนุนให้

เกษตรกร ทีม่ ีความเหมาะสมได้มีโอกาสเปน็ ผูน้ ําเกษตรกรและหมนุ เวียนกันไป
3) พฒั นาและฝกึ ฝนตนเองให้มคี วามรู้ความสามารถในดา้ นอาชพี และการเปน็ ผ้นู ําอยเู่ สมอ
4) ช่วยสนับสนุนส่งเสริมและพัฒนากระบวนการกลุ่มในท้องถ่ิน ให้ได้กลุ่มที่มีคุณภาพและ

มีประสทิ ธิภาพในการทํางานอยา่ งตอ่ เน่อื ง
5) ร่วมวางแผนและจัดทําโครงการพัฒนาท้องถ่ินด้านการเกษตร หรือพัฒนาเกษตรกรใน

ท้องถิ่น รวมท้ังการช่วยติดตาม และประเมินผลการดําเนินงานส่งเสริมการเกษตรในท้องถิ่น เพื่อแก้ไขและ
พฒั นา ปรับปรงุ การดาํ เนินงานใหม้ ีประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธิผลยงิ่ ขึน้

บทบาทตามกฎหมาย นอกจากเกษตรกรแกนนําท่ีเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐซ่ึงต้องมีบทบาทหน้าที่
ความรับผิดชอบไปตามตําแหน่งงานที่กําหนดไว้ตามระเบียบ หรือข้อบังคับของแต่ละหน่วยงานแล้ว

มาตรฐานอาชีพและคุณวฒุ วิ ิชาชพี สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาส่งเสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรอ่ื ง

ห น้ า 304 I 438

เกษตรกรแกนนําที่ได้รับการคัดเลือกจากเกษตรกรในบางหน่วยงาน ยังได้มีการกําหนดบทบาทไว้ในระเบียบ
ข้อบังคับของหน่วยงานอีกด้วย ซ่ึงในท่ีนี้จะขอยกตัวอย่างบทบาทของอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน ซ่ึงกําหนด
โดยกรมสง่ เสริมการเกษตรไวด้ งั น้ี

บทบาทภารกจิ อาสาสมคั รเกษตรหมบู่ ้าน
1) จัดเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู พน้ื ฐานด้านการเกษตรของหมู่บา้ น
2) ร่วมกับกรรมการหมู่บ้าน และหน่วยงานที่เก่ียวข้องในการจัดทําแผนพัฒนาการเกษตร

ระดบั หมบู่ า้ น
3) ประสานงานในการถ่ายทอดความรู้ และการแกไ้ ขปัญหาของเกษตรกรในหมู่บา้ น
4) ติดตามสถานการณ์การเกษตรในหมู่บ้าน และรายงานเหตุการณ์ฉุกเฉินเร่งด่วนต่อ

หน่วยงานท่ี เก่ียวข้อง กล่าวได้ว่าบทบาทสําคัญของผู้นําเกษตรกรในการดําเนินงานส่งเสริมการเกษตรคือ
การปฏิบัติงาน ส่งเสริมการเกษตร ด้วยการเป็นตัวกลางในการเผยแพร่ความรู้และข้อมูลข่าวสารทางเกษตร
จากแหล่งความรู้ และข้อมูลไปสู่เกษตรกรในท้องถิ่น และนําปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นมาพิจารณา
รว่ มกบั หนว่ ยงานท่ีเกี่ยวข้องเพ่อื หาทางแกไ้ ขปรับปรุง

(ข2) การศกึ ษาวิเคราะห์ชุมชนเพอื่ คัดเลอื ก สรรหา เกษตรกรแกนนํา
การศึกษาวิเคราะห์ชุมชนเพ่ือคัดเลือก สรรหา เกษตรกรแกนนําภายใต้คุณสมบัติต่าง ๆ

เช่น การเป็นนําการเปลี่ยนแปลง มีความสามารถในการเรียนรู้ มีมนุษยสัมพันธ์ มีภาวะผู้นํา และมีทักษะใน
การตดิ ต่อสอ่ื สาร เปน็ ตน้

การคัดเลือกเกษตรกรแกนนํา มีหลักในการคัดเลือกเกษตรกรแกนนําในการส่งเสริม
การเกษตร

1) คํานึงถึงวัตถปุ ระสงคแ์ ละเปา้ หมายของการคัดเลือก
2) กาํ หนดคุณสมบตั ขิ องเกษตรกรแกนนาํ ทต่ี อ้ งการ
3) ความโปรง่ ใสและยุตธิ รรม
4) การเปดิ โอกาสใหค้ นรุ่นใหม่
เกณฑ์การคดั เลือกประกอบด้วย
1) เกณฑท์ ั่วไป เช่น จาํ นวนท่ีตอ้ งการ ระยะเวลาการปฏบิ ัตงิ านในหนา้ ท่ี การพน้ สภาพ
2) เกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับตัวเกษตรกรแกนนํา เช่น ลักษณะทางร่างกาย อารมณ์ อุปนิสัย
ความสามารถ ภาวะ ผู้นาํ ความพรอ้ ม
วธิ ีการคดั เลอื ก
การคัดเลือกเกษตรกรแกนนําทําได้หลายวิธี โดยการสังเกต การใช้กระบวนการกลุ่ม
การใชว้ ิธสี งั คมมติ ิการใชเ้ ครือ่ งมอื อ่นื ๆ เช่น แบบสอบถาม แบบทดสอบ แบบสมั ภาษณ์ เป็นตน้
(ข3) กระบวนการพฒั นาเกษตรกรแกนนาํ
กระบวนการพัฒนาเกษตรกรแกนนํา ประกอบด้วย การกําหนดเป้าหมายในการพัฒนา
การจดั ทําแผนพฒั นา การดาํ เนนิ งานสง่ เสรมิ พัฒนา การวัดและประเมนิ ผลการพฒั นา

มาตรฐานอาชีพและคุณวฒุ ิวิชาชพี สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาส่งเสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรื่อง

ห น้ า 305 I 438

การพัฒนาเกษตรกรแกนนาํ มหี ลกั การ คอื
1) ดาํ เนนิ การอยา่ งมีระบบและตอ่ เนอื่ ง
2) มีการตดิ ตาม ใหก้ ารสนับสนุนช่วยเหลือแก้ไขปัญหาในการปฏิบัติงานของเกษตรกร

แกนนาํ
3) ไมก่ ่อให้เกิดปัญหาความแตกแยกในท้องถิ่น

วิธีการพัฒนาเกษตรกรแกนนาํ ประกอบด้วย 3 ขน้ั ตอน ได้แก่
1) ขั้นเตรยี มการ
จัดทําแผนการพัฒนาโดยการวิเคราะห์ความต้องการการพัฒนา การจัดทีมงาน

เนื้อหา วัสดอุ ุปกรณ์ สถานที่ ฯลฯ
2) ขั้นดําเนนิ การ
พัฒนาโดยการให้ความรู้ ผ่านวิธีการต่าง ๆ เช่น การฝึกอบรมการแลกเปล่ียนเรียนรู้

จากผู้รู้ การเรียนร้ตู ามอธั ยาศยั
3) ขั้นตดิ ตามและประเมนิ ผลการพฒั นา
สร้างเคร่ืองมือเพ่ือเก็บรวบรวมข้อมูล ติดตามความก้าวหน้า ประเมินการ

เปลย่ี นแปลงทเี่ กิดขึ้น รวมถงึ ความพงึ พอใจในประเด็นตา่ ง ๆ ของการพัฒนา
(ข4) เครอ่ื งมอื ในการพฒั นาเกษตรกร
เครื่องมือในการพัฒนาเกษตรกร ประกอบด้วยหลายเคร่ืองมือ ทั้งการจัดฝึกอบรม

การศกึ ษาดงู าน การจัดแปลงสาธติ เปน็ ตน้ โดยประกอบดว้ ยกระบวนการตา่ ง ๆ ดงั นี้
การเขียนโครงการพัฒนา ประกอบด้วย ชื่อโครงการ หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์

หลกั สูตร วธิ ีการและเทคนิค เปน็ ต้น
การเขียนรายงานการพัฒนา ประกอบด้วย บทนํา วิธีการดําเนินงาน ผลการวิเคราะห์

สรุป อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะ
กรอบแนวคิดการติดตามและประเมินผลโครงการถ่ายทอด ประกอบด้วย วัตถุประสงค์ของ

การติดตามและประเมินผล กิจกรรมการประเมิน ตัวช้ีวัดและเกณฑ์ เครื่องมือท่ีใช้ในการติดตามและ
ประเมนิ ผล สถิติท่ีใช้ และผรู้ บั ผิดชอบ เป็นตน้

เคร่ืองมือที่ใช้ในการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์
แบบสงั เกต โปรแกรมการวิเคราะหข์ ้อมูล เปน็ ต้น

รูปแบบรายงานการติดตามและประเมินผลการถ่ายทอด ประกอบด้วย บทนํา วิธีการ
ดาํ เนนิ งาน ผลการวิเคราะห์ สรุป อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ

(ข5) แนวทางการเสรมิ สรา้ งศกั ยภาพใหเ้ กษตรกรแกนนํา
แนวทางการเสริมสร้างศักยภาพให้เกษตรกรแกนนํา เกษตรกรแกนนําส่วนใหญ่อยู่ในวัย

กลางคน แนวทางการเสริมสร้างศักยภาพ จะเน้นการพัฒนาในเร่ืองของทักษะการบริหารคน โดยให้มีทักษะ
ในการเปน็ ผู้นํา ใหค้ วามสําคัญกบั การมสี ่วนร่วม การสรา้ งแรงจูงใจ ทักษะทางการคดิ เชงิ กลยทุ ธ์ นอกจากน้ัน
กลุ่มคนเหล่าน้ีถือได้ว่ามีสมรรถนะทั้งการงานและการบริหารคนมาระดับหน่ึง ดังนั้นหน่ึงในแนวทางการ

มาตรฐานอาชีพและคณุ วฒุ วิ ิชาชีพ สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาสง่ เสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรอื่ ง

ห น้ า 306 I 438

เสริมสร้างสมรรถนะคือ การเป็นผู้นําขององค์กรที่จะเก่ียวข้องกับการมีวิสัยทัศน์ การคิดเชิงระบบ
และเชงิ กลยทุ ธ์ การเข้าใจในองคร์ วมขององค์กร

16. หนว่ ยสมรรถนะรว่ ม (ถา้ ม)ี

N/A

17. อตุ สาหกรรมร่วม / กลมุ่ อาชพี รว่ ม (ถา้ มี)
N/A

18. รายละเอียดกระบวนการ และวิธกี ารประเมนิ (Assessment Description and Procedure)
18.1 ข้อสอบขอ้ เขยี นแบบปรนยั 4 ตวั เลือก

18.2 การสมั ภาษณ์ตามหนว่ ยสมรรถนะ

18.3 พจิ ารณาหลักฐานจากผลงานหรอื ชิ้นงานที่ทําสําเร็จแล้ว

มาตรฐานอาชีพและคณุ วฒุ วิ ิชาชพี สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาสง่ เสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรอ่ื ง

ห น้ า 307 I 438

หน่วยสมรรถนะ (Unit of Competence)

1. รหสั หน่วยสมรรถนะ B22

2. ช่ือหนว่ ยสมรรถนะ พฒั นากลมุ่ เกษตรกร และเครือข่ายเกษตรกร

3. ทบทวนครง้ั ที่ N/A

4. สร้างใหม่ 

5. สําหรับชื่ออาชีพ และรหสั อาชพี (Occupation Classification) ตาม ISCO 2008

9999

6. คาํ อธบิ ายหนว่ ยสมรรถนะ (Unit of CompetenceDescription)

หน่วยสมรรถนะน้ีเกี่ยวข้องกับความสามารถในการวิเคราะห์สถานการณ์ และความจําเป็นท่ี

แท้จริงของกลุ่มเกษตรกร และเครือข่ายเกษตรกร ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม วางแผนการพัฒนา รวมถึง

จัดทําโครงการพัฒนา เพื่อการพัฒนากลุ่มเกษตรกร และเครือข่ายเกษตรกรแบบมีส่วนร่วม เป็นไปตาม

หลักการและวิธีการในการพัฒนากลุ่มเกษตรกร และเครือข่ายเกษตรกรตลอดจนการติดตามและประเมินผล

การพัฒนากลุ่มเกษตรกร และเครือข่ายเกษตรกร สามารถแก้ปัญหา ส่งเสริมและพัฒนากลุ่มเกษตรกร และ

เครอื ขา่ ยเกษตรกรได้

7. สําหรบั คณุ วฒุ วิ ชิ าชพี ชนั้

12 3 45678


8. กลมุ่ อาชพี (Sector)

นกั สง่ เสริมการเกษตร

9. ช่ืออาชพี และรหสั อาชพี อื่นทสี่ ามารถรว่ มใช้หน่วยสมรรถนะนีไ้ ด้ (ถา้ ม)ี
N/A

10. ขอ้ กําหนดหรอื กฎระเบยี บท่เี กย่ี วข้อง (Licensing or Regulation Related) (ถา้ มี)
N/A

มาตรฐานอาชีพและคณุ วฒุ ิวิชาชพี สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาส่งเสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปร่ือง

ห น้ า 308 I 438

11. สมรรถนะยอ่ ยและเกณฑ์การปฏิบตั งิ าน (Elements of Competence and Performance

Criteria)

สมรรถนะยอ่ ย เกณฑใ์ นการปฏิบตั งิ าน วิธกี ารประเมนิ
Element of Performance Criteria Assessment Method

Competence

B221 วางแผนการพฒั นา 1. วิเคราะหส์ ถานการณแ์ ละความจําเปน็ ในการ - ข้อสอบขอ้ เขยี น
กลมุ่ และเครอื ข่าย
พัฒนากลมุ่ และเครอื ข่าย - การสมั ภาษณ์
B222 พัฒนากลุ่ม
และเครือข่าย 2. กําหนดวตั ถปุ ระสงคแ์ ละขอบเขตของการ ผลงานหรือชน้ิ งานท่ที าํ สําเรจ็

B223 การบริหาร/จดั การ พัฒนากลมุ่ และเครอื ข่ายได้ แล้ว
กลมุ่ และเครือขา่ ย
3. กําหนดแนวทาง วธิ ีการและเทคนิคในการ

เสรมิ สรา้ งและพัฒนากลมุ่ และเครอื ขา่ ย

4. ระบุบุคคล องคก์ ร หนว่ ยงานท่เี กยี่ วขอ้ งเพอื่

สร้างกลุ่มและเครอื ข่าย

5. จดั ทาํ แผนการพฒั นากลุม่ และเครอื ข่าย

1 .สร้างแรงจูงใจและกระตนุ้ ใหเ้ กดิ กล่มุ และ - ข้อสอบขอ้ เขยี น

เครอื ขา่ ย - การสัมภาษณ์

2. สร้างความเขา้ ใจในเร่ืองการมสี ว่ นร่วมและ ผลงานหรือช้ินงานท่ที ําสําเรจ็

บทบาทของกลมุ่ และเครือข่าย แลว้

3. กาํ หนดวตั ถปุ ระสงค์ เป้าหมาย และกจิ กรรม

กลุ่ม

4. พัฒนากจิ กรรมกลุ่ม/เครือขา่ ยอยา่ งตอ่ เนือ่ ง

ใหเ้ กดิ ความเข้มแขง็ ของกลุ่มและเครอื ขา่ ย

1. จดั องคก์ ารหรอื จัดโครงสรา้ งกลุ่มใหเ้ หมาะสม - ข้อสอบขอ้ เขยี น

2. นาํ กลมุ่ ดว้ ยการกระตุน้ ใหค้ นในองคก์ รมสี ว่ น - การสมั ภาษณ์

รว่ มและสง่ เสรมิ ใหส้ มาชกิ ในกล่มุ และ ผลงานหรือช้นิ งานทท่ี ําสําเรจ็

เครือข่ายได้ใชศ้ กั ยภาพอยา่ งเหมาะสม แล้ว

3. วางแนวปฏบิ ัติ กฎ ระเบียบ กติกาทีเ่ หมาะสม

ของกล่มุ

4. บริหารทรพั ยากรในการดาํ เนนิ กิจกรรมให้

กลุ่มและเครอื ขา่ ยดํารงอยู่

5. จัดระบบพัฒนาบคุ ลากรของกล่มุ อยา่ งเปน็

ระบบด้วยกระบวนการเรียนรรู้ ่วมกนั

6. ติดตามและประเมินผลกลมุ่ และเครอื ข่าย

อย่างเปน็ ระบบ

มาตรฐานอาชีพและคุณวฒุ ิวิชาชพี สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาส่งเสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรือ่ ง

ห น้ า 309 I 438

12. ความรูแ้ ละทักษะกอ่ นหน้าท่ีจาํ เปน็ (Pre-requisite Skill & Knowledge)
- หลักการส่งเสริมการเกษตร
- ความรู้เบือ้ งต้นเกีย่ วกับการเกษตร

13. ทักษะและความรทู้ ีต่ อ้ งการ (Required Skill & Knowledge)
(ก) ความต้องการด้านทักษะ
(ก1) การสรรหาผู้นาํ และทํางานร่วมกบั ผ้นู าํ
(ก2) การประสานงาน
(ก3) การจัดการ
(ก4) การสือ่ สาร
(ก5) การทํางานรว่ มกับกลมุ่ เกษตรกรและเครอื ข่ายเกษตรกร
(ข) ความต้องการดา้ นความรู้
(ข1) การสรรหา สร้าง และพฒั นาผนู้ ํา
(ข2) หลักการทาํ งานแบบมสี ว่ นร่วม
(ข3) การบริหารกล่มุ /เครือขา่ ย
(ข4) การส่อื สาร
(ข5) หลักและวธิ ีการวเิ คราะห์/สงั เคราะห์
(ข6) หลักการสรา้ งและทํางานร่วมกับกล่มุ /เครือข่าย
(ข7) การจัดกจิ กรรม/กระบวนการกล่มุ และเครือข่าย

14. หลกั ฐานที่ต้องการ (Evidence Guide)
(ก) หลกั ฐานการปฏิบตั ิงาน (Performance Evidence)
(ก1) กลุ่ม/เครอื ขา่ ยท่ีเกดิ ข้ึน
(ก2) แฟ้มสะสมงาน
(ก3) แบบสํารวจ แบบสัมภาษณ์
(ก4) เอกสารรวบรวมและวเิ คราะห์ขอ้ มลู
(ก5) แผนงานโครงการพัฒนากลุ่มเกษตรกรและเครอื ข่ายเกษตรกร
(ก6) บนั ทกึ /รายงานการปฏบิ ัตงิ าน
(ก7) บันทึกรายงานผลการติดตามและประเมินโครงการพัฒนากลุ่มเกษตรกรและเครือข่าย

เกษตรกร
(ข) หลักฐานความรู้ (Knowledge Evidence)
(ข1) ใบรับรองการผ่านการฝึกอบรมที่เกี่ยวข้อง
(ข2) หลักการและวิธีการจดั ทาํ แบบสํารวจรวบรวมขอ้ มลู
(ข3) หลักการและวิธีการสํารวจรวบรวมข้อมลู วิเคราะห์และสรุปรายงาน

มาตรฐานอาชีพและคณุ วุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาส่งเสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปร่อื ง

ห น้ า 310 I 438

(ข4) การใชค้ อมพวิ เตอร์ในการสบื คน้ วิเคราะห์ขอ้ มูลและสรุปจัดทําเอกสารรายงาน
(ข5) การบันทึก/รายงานการปฏิบตั งิ าน
(ข6) การวางแผนการพัฒนากลุม่ เกษตรกรและเครอื ข่ายเกษตรกร
(ข7) การเขยี นแผนงานโครงการพฒั นา
(ข8) การเขยี นบันทึก/รายงานการปฏิบตั งิ าน
(ค) คําแนะนาํ ในการประเมนิ
เจ้าหน้าที่สอบตรวจประเมินหลักฐานโดยพิจารณาจากร่องรอยหลักฐานท่ีเกี่ยวข้อง
ทง้ั หลักฐานการปฏิบัตงิ านและหลักฐานความรู้
(ง) วธิ กี ารประเมิน
- ข้อสอบขอ้ เขียน
- การสัมภาษณ์
- ผลงานหรือชนิ้ งานทท่ี ําสาํ เรจ็ แล้ว

15. ขอบเขต (Range Statement)
(ก) คําแนะนาํ
(ก1) สําหรับผเู้ ข้ารบั การประเมนิ ในหน่วยสมรรถนะนี้ จะต้องสามารถ
1) วิเคราะห์สถานการณ์ที่เป็นอยู่ สถานการณ์ที่ต้องการให้เป็น และความจําเป็น

ในการสรา้ งการเปล่ียนแปลงเพอื่ พฒั นาได้อย่างถูกต้อง ครอบคลุมตามความเป็นจรงิ
2) ดําเนินการพัฒนาเกษตรกรแกนนําให้เป็นไปตามแผนและความต้องการของ

กลุ่มเป้าหมาย
3) ติดตามและประเมินผลการพัฒนาเกษตรกรแกนนําได้อย่างถูกต้องตามหลักการ วิธีการ

สามารถนําผลการตดิ ตามและประเมนิ ผลไปปรับใช้ในการพฒั นาตอ่ ไปไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
(ก2) เจ้าหน้าท่ีสอบตรวจประเมินหลักฐาน โดยพิจารณาจากร่องรอยหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

ทง้ั หลกั ฐานด้านการปฏิบตั งิ านและหลกั ฐานด้านความรู้
(ข) คําอธบิ ายรายละเอยี ด
(ข1) องคก์ รเกษตรกร
องค์กรเกษตรกร หมายถึง การท่ีคนตั้งแต่ 2 คนข้ึนไปมารวมกัน มีกิจกรรมร่วมกัน

เพ่ือสร้างสรรค์และพัฒนาในสิ่งที่เป็นประโยชน์ท้ังต่อตนเอง ต่อองค์กรและต่อชุมชน มีแนวปฏิบัติและ
บทบาทหน้าที่ให้ถือปฏิบัติตามฐานะท่ีถูกกําหนดขึ้นจนเป็นองค์กร และมีการพ่ึงพาอาศัยซึ่งกันและกัน
ซ่ึงมีพัฒนาการตั้งแต่ระยะเตรียมการ การก่อต้ัง/ก่อเกิด ระยะการทํากิจกรรม หรือปรับตัวดํารงอยู่
และระยะองค์กรเข้มแข็งมกี ารขยายตวั

มาตรฐานอาชีพและคณุ วุฒวิ ิชาชพี สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาส่งเสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปร่ือง

ห น้ า 311 I 438

(ข2) เครอื ขา่ ย
เครือข่าย หมายถึง กลุ่ม/องค์กรท่ีช่วยเสริมสร้างพลังในการแก้ไขปัญหาและการเปลี่ยนแปลง

สิ่งต่าง ๆ โดยผ่านกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน การมีส่วนร่วม และกระบวนการที่จะนําไปสู่
การเปล่ียนแปลงตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายร่วมกันของทุกฝ่าย โดยมีพัฒนาการของเครือข่าย 4 ระยะ
คอื ระยะเตรยี มการ/กอ่ เกิด ระยะก่อต้ัง ระยะการดําเนนิ กิจกรรม และระยะขยายเครือข่าย

กลุ่มประกอบไปด้วย เป้าหมายของกลุ่ม หรือความสนใจร่วมกัน สมาชิกซึ่งมีจํานวนต้ังแต่
2 คน ขน้ึ ไป จนถงึ ขนาดเทา่ ใดกไ็ ด้ ผ้นู าํ กลุ่ม กฎระเบียบในการอยู่ร่วมกันของสมาชิกในกลุ่ม กิจกรรมกลุ่มท่ี
ทําร่วมกนั เพื่อให้บรรลุเป้าหมายท่ีกําหนดไว้ร่วมกัน และทุนของกลุ่มซ่ึงมีทั้งทุนที่เป็นตัวเงินและทุนท่ีไม่เป็น
ตวั เงิน

(ข3) พัฒนาการของกลุ่มและเครือข่าย
พฒั นาการของกลุม่ จดั เป็น4 ระยะ ได้แก่
ระยะที่ 1 เตรียมกลมุ่ เปน็ ระยะของการเตรียมการก่อนเกดิ กลุ่ม ในระยะนี้ บคุ คลแตล่ ะคนเริ่ม

ท่ีจะเขา้ มารวมตัวกนั เปน็ กลุ่ม โดยทีก่ ารรวมตัวกนั ยังไม่มจี ุดประสงค์ร่วมกัน ไม่มีโครงสร้าง และลักษณะการ
ทํางานของกลุ่มท่ีชัดเจน โดยสมาชิกต่างจะมีการทดสอบพฤติกรรม การแสดงออก และปฏิสัมพันธ์ระหว่าง
กัน เพ่ือทจี่ ะดูท่าที การยอมรบั การตอ่ ตา้ น และพยายามหาแนวทางในการรวมกลุ่มกัน

ถ้าเป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ กลุ่มคนท่ีไว้ใจกันได้ และมีความสนใจในวิชาการ
ด้านน้ัน ๆ ร่วมกันจะมารวมกัน จํานวนคนท่ีมารวมกันอาจมีไม่มาก ความสัมพันธ์ภายในกลุ่มจะเป็นไปแบบ
หลวม ๆ มีการเตรียมการโดยการศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์ของกลุ่ม มีการสร้างความเข้าใจระหว่างสมาชิก
ท่ีมารวมกัน และการจดั เวทีแลกเปลยี่ นข้อมูลระหว่างกนั อยู่เสมอ

ส่วนกลุ่มท่ีเกิดจากการจัดตั้งของนักส่งเสริมนั้น ในระยะน้ีเป็นขั้นของการสร้างฐาน
ของกลุ่ม ซ่ึงนักส่งเสริมจะเข้าไปสร้างความคุ้นเคย การยอมรับและความไว้วางใจจากชุมชนและเกษตรกร
โดยมีบทบาทในการการสร้างความคุ้นเคยและไว้วางใจ นักส่งเสริมมีการเตรียมการในเรื่องของการศึกษา
วิเคราะห์ข้อมูลชุมชน โดยดึงปัญหาความต้องการของแต่ละครัวเรือนออกมาวิเคราะห์ปัญหาและ
ความต้องการ และกระตุ้นปลุกจิตสาํ นกึ ใหก้ ลมุ่ เป้าหมายตระหนกั ถงึ ปญั หาและความตอ้ งการร่วมกนั

ระยะท่ี 2 ก่อตั้ง/ก่อเกิด ระยะน้ีสมาชิกจะมีการพัฒนาความสัมพันธ์ส่วนบุคคล มีการสร้าง
ความเข้าใจร่วม ค่านิยม บรรทัดฐาน ความสามัคคีในหมู่คณะ กําหนดวัตถุประสงค์ ตลอดจนมีการจัด
โครงสร้างของกลุ่ม โดยมีการกําหนดผู้นํา และวางแนวปฏิบัติท่ีเหมาะสม มีกฎระเบียบกติกาการแสวงหา
ทรพั ยากร วางแผนพัฒนาและเสริมกระบวนการเรยี นรู้

ท้ังกลุ่มที่เกิดข้ึนตามธรรมชาติและกลุ่มจัดตั้ง จะมีการนําปัญหามาพูดคุยกันมากขึ้น
เกิดความเห็นอกเห็นใจ มีการแบ่งปันความสุขทุกข์ รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือกัน จนเพ่ือนที่มีความทุกข์
มีกําลงั ใจนําไปสู่ความไว้วางใจซ่งึ กนั และกัน

ระยะท่ี 3 การทํากิจกรรมหรือปรับตัวดํารงอยู่ เม่ือกลุ่มและเครือข่ายมีการพัฒนาขึ้น
ตามลําดับ จนกระทั่งสมาชิกมีความเข้าใจร่วมกัน และมีความรู้สึกเป็นส่วนร่วมของกลุ่มแล้ว กลุ่มก็จะทํา
หน้าท่ีเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการ มีการดําเนินกิจกรรมหรือขยายกิจกรรม เช่น กลุ่มโรงปุ๋ยอินทรีย์

มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาส่งเสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปร่อื ง

ห น้ า 312 I 438

ชุมชน นอกจากทํากิจกรรมผลิตปุ๋ยอินทรีย์แล้ว กลุ่มยังขยายกิจกรรมไปสู่การทํากิจกรรมออมทรัพย์
กิจกรรมสวสั ดิการให้กับสมาชิกกลุ่ม มีการกําหนดวิธีการดําเนินการในแต่ละกิจกรรม กําหนด เป้าหมายร่วม
วางแผนพัฒนากิจกรรมกลุ่ม การรักษา ปรับปรุง และพัฒนากฎระเบียบให้เหมาะสม และมีการพัฒนาผู้นํา
รนุ่ ใหม่

ระยะที่ 4 กลุ่มเข้มแขง็ มกี ารขยายตวั ของกลุ่มและเครอื ขา่ ย ในระยะน้ี สมาชิกมจี าํ นวนมากขน้ึ
มีการสร้างความเข้าใจร่วมกัน มีการกระจายงานกิจกรรมให้สมาชิกเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น เสริมสร้างและ
พัฒนาความสามารถสมาชิกกลุ่ม และขยายงานไปสู่กิจกรรมใหม่อ่ืน ๆ มากข้ึน มีการเช่ือมโยงและขยาย
กิจกรรมไปสู่กิจกรรมท่ีเป็นประโยชน์และหลากหลายมากขึ้น สร้างพลังร่วมในการดําเนินการ มีการจัดเวที
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างสมาชิกท่ีต่อเนื่อง การทบทวนบทเรียนจากการดําเนินการ การประเมินผลและ
การประชาสัมพันธ์กลมุ่

(ข4) พัฒนาการของเครือข่าย
พฒั นาการของเครอื ข่ายตามวงจรชวี ิตเปน็ 4 ขนั้ ตอน ดงั นี้
1) ข้ันตระหนักและการก่อตัวเครือข่าย ในข้ันน้ีเป็นข้ันที่มีการศึกษาข้อมูล และสภาพการณ์
การสร้างศรัทธา และหาแนวร่วมการเสนอให้เห็นประเด็นปัญหาการแสวงหาข้อมูลทางเลือกการค้นหา
ความตอ้ งการและจุดร่วม และการสรา้ งระบบความสมั พนั ธ์ของเครอื ข่าย
2) ขัน้ การสร้างพนั ธกรณีเครือขา่ ย ขน้ั นี้มกี ารกาํ หนดวัตถปุ ระสงคแ์ ละขอ้ ตกลงร่วมการกําหนด
บทบาทหนา้ ที่ และวางผังเครือข่าย การเร่ิมสร้างและการพัฒนาผู้นํา การจัดระบบติดต่อส่ือสาร การส่งเสริม
กระบวนการเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง การติดตามและประเมินผลแบบมีส่วนร่วม และการส่งเสริมและดํารงไว้ซ่ึง
ความสัมพันธ์
3) ข้ันการพัฒนาความสัมพันธ์เครือข่าย ขั้นตอนนี้ มีการทบทวนและสรุปบทเรียนการ
เสริมสร้างผู้นํา และหน่วยนําครือข่ายการเสริมสร้างกิจกรรมสาธารณะ และเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
การสร้างความรู้ใหม่ การจัดการความรู้ท่ีต่อเนื่อง การเสริมสร้างวัฒนธรรมเครือข่าย เพื่อขจัดความขัดแย้ง
การเสริมสรา้ งความนา่ เช่ือถือและระบบตรวจสอบแบบมสี ่วนรว่ ม
4) ข้ันการรักษาความสัมพันธ์เครือข่าย ขั้นตอนน้ีมีการจัดกิจกรรมที่ต่อเน่ืองการรักษา
สัมพันธภาพที่ดีระหว่างสมาชิก การเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ การกําหนดและสร้างระบบจูงใจในการ
ทาํ งาน การบริหารจดั การข้อมูล และการสรา้ งเสริมผู้นํารุน่ ใหมอ่ ย่างต่อเน่ือง
ท้ังน้ี การบริหารกลุ่มและเครือข่ายในการส่งเสริมการเกษตร มีกิจกรรมหลักที่ต้องดําเนินการ
ไดแ้ กก่ ารจัดองคก์ ารหรือโครงสรา้ งกลุ่ม การวางแผน การนํากลุ่ม การจัดคนทํางานในกลุ่ม การประสานงาน
การบริหารการเงนิ การติดตามและประเมินผลกล่มุ และการขยายเครอื ขา่ ย
(ข5) การมีส่วนรว่ ม
การมีส่วนร่วม หมายถงึ การมีอิสระในการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ดว้ ยความสมคั รใจ ทงั้ ในการ
รว่ มคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมลงมือการปฏบิ ตั ิ ร่วมประเมินผล และรว่ มกับประโยชน์

มาตรฐานอาชีพและคณุ วฒุ ิวิชาชพี สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาส่งเสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรอ่ื ง

ห น้ า 313 I 438

หลักการในการบรหิ ารแบบมีส่วนรว่ มประกอบดว้ ย
1) มีการจัดสรรหน้าที่และอํานาจ ในการปฏิบัติงานให้กับผู้ปฏิบัติงาน คนในองค์กร

หรอื ทีมงาน เพื่อต้องการใหม้ ที ุกคนในองค์กรไดม้ สี ว่ นร่วมในกระบวนการตัดสินใจ
2) การกอ่ ใหเ้ กิดสรา้ งความสัมพนั ธอ์ ันดี ระหว่างคนและองค์กรไดอ้ ยา่ งแทจ้ ริง และผลักดัน

ใหค้ นในองค์กรได้ใชศ้ กั ยภาพของตนอยา่ งเตม็ ท่ี เพือ่ สนบั สนนุ การตดั สินใจขององค์กร
3) รับรูป้ ญั หาท่ีเกิดขึ้นและลดความขัดแย้งท่ีจะเกดิ ข้ึนในการทํางาน
4) ทําให้ทุกคนในองค์กรต้องรวมตัวกันเป็นทีมงาน (Teamwork) เพ่ือผนึกกําลัง

และศักยภาพ ในการแก้ไขปัญหาหรือสร้างสรรค์ส่ิงใหม่ ๆ ซึ่งการทํางานลักษณะดังกล่าวนั้นจะเป็นไป
ตามหลกั การขององค์กรแหง่ การเรียนรู้ (Learning Organization)

16. หน่วยสมรรถนะรว่ ม (ถา้ ม)ี

N/A

17. อตุ สาหกรรมร่วม / กลมุ่ อาชพี ร่วม (ถา้ มี)
N/A

18. รายละเอยี ดกระบวนการ และวิธกี ารประเมนิ (Assessment Description and Procedure)
18.1 ข้อสอบข้อเขียนปรนยั 4 ตวั เลือก

18.2 แบบประเมนิ ผลการสมั ภาษณ์

18.3 แบบประเมนิ ผลงานหรอื ชน้ิ งานท่ีทาํ สาํ เรจ็ แล้ว

มาตรฐานอาชีพและคุณวฒุ ิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาสง่ เสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรือ่ ง

ห น้ า 314 I 438

หน่วยสมรรถนะ (Unit of Competence)

1. รหสั หน่วยสมรรถนะ B31

2. ช่ือหนว่ ยสมรรถนะ บริหารโครงการในงานส่งเสรมิ การเกษตร

3. ทบทวนครงั้ ท่ี N/A

4. สร้างใหม่ 

5. สาํ หรบั ชอ่ื อาชีพ และรหสั อาชพี (Occupation Classification) ตาม ISCO 2008

9999

6. คาํ อธบิ ายหนว่ ยสมรรถนะ (Unit of Competence Description)

หน่วยสมรรถนะน้ีเกี่ยวข้องกับความสามารถในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล เพ่ือการวาง

แผนการบริหารโครงการที่ถูกต้องตามหลักการ สามารถบริหารโครงการได้อย่างถูกต้องตามแผนท่ีกําหนด

มีการติดตามและประเมินผลโครงการ เพื่อวัดสัมฤทธิ์ผลว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการหรือไม่

อย่างไร ตลอดจนการนําผลการติดตามและประเมินผลไปพัฒนาและปรับปรุงระบบการทํางาน ภายใต้

สถานการณ์ทซี่ ับซ้อน หรอื สร้างองคค์ วามรู้ท่ีกอ่ ใหเ้ กิดประโยชนต์ อ่ องค์กร

7. สําหรบั คณุ วุฒวิ ชิ าชพี ชนั้
12 3 45678


8. กล่มุ อาชพี (Sector)

นกั สง่ เสรมิ การเกษตร

9. ชื่ออาชพี และรหสั อาชพี อน่ื ท่ีสามารถรว่ มใช้หนว่ ยสมรรถนะนไ้ี ด้ (ถา้ ม)ี
N/A

10. ขอ้ กาํ หนดหรือกฎระเบยี บทเ่ี กยี่ วข้อง (Licensing or Regulation Related) (ถา้ ม)ี
ระเบียบกระทรวงการคลัง (ถา้ มี)

11. สมรรถนะยอ่ ยและเกณฑก์ ารปฏิบตั งิ าน (Elements of Competence and Performance
Criteria)

มาตรฐานอาชีพและคุณวฒุ ิวิชาชีพ สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาสง่ เสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรื่อง

ห น้ า 315 I 438

สมรรถนะยอ่ ย เกณฑ์ในการปฏิบัตงิ าน วิธกี ารประเมนิ
Element of Performance Criteria Assessment Method
Competence
B311 วางแผนบรหิ าร 1. ศึกษา สาํ รวจ รวบรวมและวิเคราะห์ขอ้ มูล - ขอ้ สอบขอ้ เขยี น
โครงการ
ดา้ นการเกษตรและขอ้ มลู ที่เชือ่ ถอื ได้ - การสัมภาษณ์
B312 บริหารการดําเนิน
โครงการ 2. ระบปุ ระเด็นความจาํ เป็นในการจัดทํา - ผลงานหรอื ช้นิ งานทีท่ าํ

B313 ตดิ ตามและ โครงการในงานสง่ เสรมิ การเกษตร สาํ เร็จแลว้
ประเมนิ ผล
การดาํ เนนิ งาน 3. เขยี นโครงการในงานส่งเสรมิ การเกษตรได้
ส่งเสริมการเกษตร
ชดั เจน สามารถดําเนินการได้

1. สามารถจดั สรรทรพั ยากรในการดําเนนิ - ขอ้ สอบขอ้ เขยี น

โครงการไดอ้ ย่างเหมาะสม - การสมั ภาษณ์

2. กํากบั ติดตามการดาํ เนินโครงการให้ - ผลงานหรอื ช้นิ งานทีท่ าํ

เปน็ ไปตามแผนท่ีกาํ หนดไว้ สาํ เรจ็ แล้ว

3. บนั ทึก/สรุปรายงานผลการดาํ เนนิ งานได้

1. รวบรวมขอ้ มลู ในการติดตามผลการ - ขอ้ สอบขอ้ เขียน

ดําเนนิ งานได้ - การสัมภาษณ์

2. วิเคราะห์และแปลผลขอ้ มลู ทไ่ี ด้จากการ - ผลงานหรอื ชิน้ งานทท่ี าํ

ตดิ ตามและประเมนิ ผลได้ สําเรจ็ แล้ว

3. สรปุ และเขยี นรายงานการตดิ ตามและ

ประเมนิ ผลได้

4. นาํ ผลการตดิ ตามและประเมินไปใชใ้ นการ

พฒั นาใหเ้ กิดองค์ความรู้ใหมห่ รอื ระบบ

การบรหิ ารโครงการ

12. ความรู้และทักษะกอ่ นหนา้ ที่จาํ เป็น (Pre-requisite Skill & Knowledge)
- หลักการส่งเสรมิ การเกษตร

- ความรเู้ บื้องต้นเกยี่ วกบั การเกษตร

13. ทักษะและความรู้ทีต่ ้องการ (Required Skill & Knowledge)
(ก) ความต้องการดา้ นทกั ษะ
(ก1) การประสานงาน

(ก2) การบริหารด้านต่าง ๆ เช่น ทรัพยากร ท้ังงาน เงิน คน และการจัดการ (อาทิ การบริหาร

ความขัดแย้ง การบรหิ ารความเสย่ี ง การบริหารเชงิ กลยทุ ธ)์

(ก3) การส่ือสาร

(ก4) การทาํ งานเป็นทีม

มาตรฐานอาชีพและคุณวฒุ วิ ิชาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาสง่ เสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรือ่ ง

ห น้ า 316 I 438

(ก5) การวเิ คราะห์
(ก6) การจูงใจ
(ข) ความตอ้ งการด้านความรู้
(ข1) หลักการทํางานแบบมีสว่ นร่วม
(ข2) การสอื่ สาร
(ข3) หลักและวธิ ีการวิเคราะห์เชงิ กลยทุ ธ์
(ข4) เครื่องมอื ในการวเิ คราะห์ อาทิ SWOT, TOWS Matrix, 7s
(ข5) การบริหารด้านต่าง ๆ เช่น ทรัพยากร ทั้งงาน เงิน คน และการจัดการ (อาทิ การบริหาร
ความขดั แย้ง การบรหิ ารความเสยี่ ง การบริหารเชงิ กลยทุ ธ)์
(ข6) ภาวะผู้นาํ
(ข7) หลักการจูงใจ
(ข8) การตดิ ตามและประเมนิ ผล

14. หลกั ฐานทีต่ อ้ งการ (Evidence Guide)

(ก) หลักฐานการปฏบิ ัตงิ าน (Performance Evidence)
(ก1) เอกสารรวบรวมและวเิ คราะหข์ อ้ มูล
(ก2) เอกสารสรุปรายงานผลการวเิ คราะหโ์ ครงการ
(ก3) บนั ทึก/รายงานการปฏิบตั งิ าน
(ก4) แฟ้มสะสมผลงาน

(ข) หลกั ฐานความรู้ (Knowledge Evidence)
(ข1) ใบรบั รองการผา่ นการฝกึ อบรมทเี่ กย่ี วขอ้ ง
(ข2) หลักการและวธิ ีการรวบรวมและวเิ คราะห์ขอ้ มูล และสรปุ รายงาน
(ข3) การบันทึก/รายงานการปฏิบัตงิ าน
(ข4) การบันทึก/รายงานการตดิ ตามและประเมนิ ผลโครงการ
(ข5) การวางแผนการบรหิ ารโครงการ

(ค) คําแนะนาํ ในการประเมนิ
เ จ้ า ห น้ า ท่ี ส อ บ ต ร ว จ ป ร ะ เ มิ น ห ลั ก ฐ า น โ ด ย พิ จ า ร ณ า จ า ก ร่ อ ง ร อ ย ห ลั ก ฐ า น ที่ เ ก่ี ย ว ข้ อ ง

ท้ังหลักฐานการปฏิบตั งิ านและหลักฐานความรู้
(ง) วิธกี ารประเมิน
- ข้อสอบขอ้ เขยี น
- การสมั ภาษณ์
- ผลงานหรือชน้ิ งานทท่ี าํ สําเรจ็ แลว้

มาตรฐานอาชีพและคณุ วุฒวิ ิชาชพี สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาสง่ เสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรื่อง

ห น้ า 317 I 438

15. ขอบเขต (Range Statement)
(ก) คําแนะนาํ
(ก1) สําหรบั ผเู้ ข้ารับการประเมนิ ในหนว่ ยสมรรถนะนี้ จะต้องสามารถ
1) ศึกษา สํารวจ รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลด้านการเกษตรและท่ีเก่ียวข้องจากแหล่งที่

เช่อื ถือได้ ครบถ้วน ถูกต้อง
2) ระบุประเด็นความจําเป็นในการจัดทําโครงการในงานส่งเสริมการเกษตรได้ชัดเจน

ถูกตอ้ ง สอดคลอ้ งกับผลการวิเคราะห์ขอ้ มูล
3) เขียนโครงการในงานสง่ เสรมิ การเกษตรไดช้ ดั เจน สามารถดาํ เนนิ การได้ มอี งค์ประกอบ

สําคญั ครบถว้ น ถูกตอ้ งตามหลักการเขยี นโครงการ
4) จัดเตรียมทรัพยากรท่ีใช้ในการดําเนินโครงการได้ครบถ้วน ถูกต้อง พร้อมใช้งาน

(เช่น ประสานงานกับผู้ท่ีเกี่ยวข้อง จัดเตรียมสถานท่ี งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นต้น) และดําเนิน
โครงการได้ถูกต้องสอดคล้องกับแผนงานทว่ี างไว้

5) ดําเนินงานติดตามและประเมินผล ประมวลกลั่นกรองข้อมูลได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน
และสอดคลอ้ งกบั แผนงานที่กําหนด

6) วิเคราะห์และแปลผลข้อมูลที่ได้จากการติดตามและประเมินผลได้อย่างรอบคอบ
ตรงตามความเปน็ จริง และถกู ต้องตามหลักการติดตามและประเมินผล

7) บันทึก/สรุปรายงานผลการดําเนินงาน เขียนรายงานการติดตามและประเมินผลได้
ครบถว้ น ถกู ตอ้ ง เช่อื ถอื ได้ และมอี งคป์ ระกอบตามทีก่ ําหนด

8) นําผลการติดตามและประเมินไปใช้ในการพัฒนาให้เกิดองค์ความรู้ใหม่หรือระบบ
การบริหารโครงการทม่ี ีประสิทธิภาพ

(ก2) เจ้าหน้าท่ีสอบตรวจประเมินหลักฐาน โดยพิจารณาจากร่องรอยหลักฐานท่ีเกี่ยวข้อง
ทั้งหลักฐานดา้ นการปฏบิ ัตงิ านและหลกั ฐานดา้ นความรู้

(ข) คําอธบิ ายรายละเอยี ด
(ข1) หลกั การวเิ คราะห์โครงการ
หลักการวิเคราะห์โครงการ ประกอบด้วย การเลือกโครงการภายใต้ความพร้อมหรือ

ข้อจํากัดของทรัพยากรทุกด้าน ท้ังกําลังคนและงบประมาณ ความเป็นไปได้ในการดําเนินงาน ความคุ้มค่า
ตลอดจนความเสย่ี งในการดําเนินงาน เปน็ ต้น

(ข2) การบริหารโครงการ (Project Management)
การบริหารโครงการ (Project Management) หมายถึง การจัดการ (หรือบริหาร)

โครงการที่ต้องอาศัยพื้นฐานของกระบวนการจัดการ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผน (Planning) การจัดองค์การ
(Organizing) การนํา (Leading) หรือการจูงใจ (Motivating) และการควบคุม (Controlling) ทรัพยากร
ต่าง ๆ เพื่อให้สําเร็จตามเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ที่วางไว้ อาจกล่าวได้ว่า การบริหารโครงการ คือการ
บรหิ ารจัดการทรพั ยากรท่เี รามอี ยูใ่ ห้สาํ เร็จตามวตั ถปุ ระสงค์ทว่ี างไว้ การดาํ เนินกจิ กรรมใด ๆ ต้องเตรยี มแผน
บริหารโครงการ ใหส้ ัมพันธก์ ันกับระยะเวลาในการดําเนนิ งาน การบริหารโครงการจึงมีความแตกต่างจากการ

มาตรฐานอาชีพและคุณวฒุ วิ ิชาชพี สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาสง่ เสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรือ่ ง

ห น้ า 318 I 438

บริหารงานตามปกติทั่วไปหลายประการ เช่น ใช้ช่วงระยะเวลาและทรัพยากรอย่างจํากัด มีทีมงานหมุนเวียน
ยืดหยุ่นได้ โดยอาศัยความรู้ความชํานาญของบุคลากรในแต่ละด้าน ซึ่งมีโอกาสเกิดความขัดแย้งระหว่างการ
ทํางานสูง ดังนั้น การบริหารโครงการ จึงควรทําการศึกษาข้อมูลเบื้องต้น ศึกษาความเป็นไปได้ พัฒนาระบบ
บริหารโครงการต่อไป

(ข3) การวางแผน
การวางแผนเป็น “กระบวนการ” (Process) ซึ่งปรากฏด้วยกิจกรรม (Activity) ท่ีจะต้อง

กระทํากันอย่างต่อเน่ือง และสามารถปรับให้เข้าได้กับข้อมูลท่ีได้รับทั้งที่เป็นข้อมูลย้อนกลับ (Feedback)
และข้อมูลท่ีมาจากกระบวนการและระบบอื่น การวางแผนสําหรับองค์หน่ึงองค์กรใดมิใช่การกระทําเพียง
ครั้งเดียวแล้วหยุดหรือเลิกแล้วกันไป แต่เป็นกระบวนการที่จะต้องกระทําอย่างต่อเน่ือง โดยให้สอดคล้องกับ
ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดข้ึน ทั้งภายนอกและภายในองค์การ และบางส่วนของแผนอาจจะต้องมีการทบทวน
ใหม่ถ้าผลท่ีเกิดข้ึนขาดความสมบูรณ์หรือเป็นผลที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดคิดไว้ การวางแผนเป็น
กระบวนการที่เก่ียวข้องกับการใส่ข้อมูล (Inputs) ทรัพยากร (Resources) และข่าวสาร (Information)
ต่าง ๆ เข้าไป และมีตัวการ (Processor) กระทํากับทรัพยากรและข้อมูลเหล่านั้น และปรากฏเป็นผล
(Outputs) ออกมาในลักษณะต่าง ๆ ข้อมูลอันเกิดจากผลหรือท่ีเรียกว่าข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) จะถูก
นําไปเปรียบเทียบกับมาตรฐาน (Standards) ว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ (Objectives) หรือไม่ ถ้าการ
เปรียบเทียบมีผลเป็นท่ีไม่พอใจ ข้อมูลท่ีใส่เข้าไป และตัวการในการกระทําข้อมูลจะต้องได้รับการปรับปรุง
หรือเปลี่ยนแปลง องค์ประกอบท่ีสําคัญของแผนงานโครงการ ประกอบด้วย เหตุผลความจําเป็น
วตั ถุประสงค์ เปา้ หมาย วธี ีการระยะเวลาและสถานที่ดาํ เนินงาน งบประมาณ ผู้รับผิดชอบ ฯลฯ การวางแผน
จะช่วยประเมนิ ใหเ้ ราเหน็ ภาพรวมของโปรเจกต์วา่ จะออกมาเปน็ แบบไหน และช่วยให้เราสามารถติดตามงาน
ตามข้ันตอนท่ีวางแผนไว้ได้เท่านั้น ถึงแม้เราวางแผนอย่างรอบคอบ ความผิดพลาดอาจเกิดขึ้นได้เสมอ
โดยเฉพาะการทํางานของคนก็อาจผิดพลาดได้ ความท้าทายในการบริหารจัดการโปรเจกต์คือ ทําอย่างไรให้
การวางแผนน้ันช่วยให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด และเมื่อเกิดความล่าช้า ไม่สามารถทําตามแผนท่ีวางไว้
เราจะรูไ้ ดท้ ันท่วงที และปรบั เปล่ียนแผนใหเ้ หมาะสมตามกาํ ลังคน เงินและเวลาท่เี หลอื อยูไ่ ดอ้ ยา่ งไร

(ข4) การบริการจดั การโครงการ หรอื Project Management
การบริการจัดการโครงการ หรือProject Management โดยท่ัวไปนั้น ประกอบไปด้วย

กระบวนการ 4 ขั้นตอน ไดแ้ ก่
1) Project Initiation เร่ิมต้นจากการสร้างไอเดีย ดูว่าเราอยากทําอะไร วิเคราะห์ว่าเรามี

จุดแข็งจดุ อ่อนอย่างไร
2) Project Planning ขนั้ ตอ่ มาจงึ วางแผนวา่ จะทําอะไร อย่างไร วิเคราะห์กิจกรรมทั้งหมด

ที่ต้องทําออกมา และวางแผนว่าจะทําอะไรก่อนหลัง แต่ละขั้นตอนใช้เวลาเท่าไหร่ และใครควรจะเป็น
ผ้รู ับผิดชอบกจิ กรรมน้นั ๆ

3) Project Execution ลงมอื ทําโปรเจกต์ และตดิ ตามความคบื หนา้ ของงานให้ใกล้เคียงกับ
แผนท่ีวางเอาไว้ใหม้ ากท่สี ดุ เพอ่ื ให้สามารถควบคุมเวลาและงบประมาณได้

มาตรฐานอาชีพและคณุ วฒุ ิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาส่งเสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปร่ือง

ห น้ า 319 I 438

4) Project Closure เม่ือลงมือทําจนแล้วเสร็จข้ันตอนการปิดโปรเจกต์ ประเมินผลการ
ทํางานที่ผ่านมา ว่ามอี ะไรท่สี ําเร็จหรือผิดพลาดอย่างไรบ้าง และเป็นเพราะอะไร ถอดบทเรียนเพื่อนําไปใช้ใน
การทาํ งานตอ่ ไป

(ข5) เครื่องมือท่ีนิยมใช้ในการวางแผนและติดตามความคืบหน้าของโครงการ มีหลากหลาย
ตวั อย่างเช่น

Gantt Chart โดยรูปแบบของ Gantt Chart จะเป็นตารางท่ีบอกถึงกิจกรรมต่าง ๆ ท่ีต้อง
ทําทั้งหมดในโครงการ ลําดับการทํากิจกรรม ระยะเวลาดําเนินงาน และผู้รับผิดชอบ บางแบบอาจจะมีพวก
อปุ กรณท์ ่ีใชใ้ นกิจกรรมนั้น ๆ งบประมาณท่ีใช้ และช่องหมายเหตุ สําหรับใส่คําอธิบายต่าง ๆ เพ่ิมเติมได้ด้วย
เหมาะกับ "ผู้เริ่มต้น" ทําโครงการในตอนแรก ตัวอย่างเช่น Gantt Chart สําหรับโครงการเพื่อสังคมในระบบ
บ่มเพาะของ School of Changemakers

S-Curve technique การบริหารจัดการโครงการ มักใช้เครื่องมือ S Curve มาเป็นตัว
ติดตามแผนงานโครงการ (Monitoring) หรือประเมินผลโครงการ (Project Apprialsal) เพื่อดูผลการ
ดําเนินงานและแก้ไขปรับจุดด้อยต่าง ๆ เพ่ือทํางานใหบรรลุวัตถุประสงค์ หรือเป็นการดูพฤติกรรมของ
โครงการ ซ่ึงแบ่งออกเป็น 3 ระยะไดแ้ ก่

ก. ระยะเร่ิมโครงการ มักเป็นการเตรียมงาน (Site preparation) การเปิดหน้างาน
(Site Clearing) จึงมีหน้างานให้ดําเนินการได้ไม่มากนัก ใช้เวลามาก เมื่อเขียนเส้นกราฟจะลาดเอียงและโค้ง
ขึ้นเหมือนปลายตัว S

ข. ระยะกลางโครงการ เป็นช่วงที่สามารถเปิดหน้างานได้มากขึ้น สามารถทํางานได้
หลายกลมุ่ มีความก้าวหน้าของงานโดยรวมมาก ใชเ้ วลาน้อย เมอ่ื เขยี นเส้นกราฟจะลาดเอียง และโค้งขึ้นมาก
ตามศกั ยภาพการทาํ งานจงึ เป็นเสมือนช่วงลําตวั S

ค. ระยะปลายโครงการ เป็นช่วงที่ทํางานแล้วเสร็จไปมาก เหลือเพียงงานเก็บ
จุดบกพร่อง ทําความสะอาดโครงการ (Site Cleaning) การเบิกงวดมีน้อย มีความก้าวหน้าของงานรวม
มีน้อยในเวลานาน เมื่อเขียนเส้นกราฟจะลาดเอียงและโค้งข้ึนน้อยตามศักยภาพการทํางานจึงเป็นเสมือน
ปลายของตัว S

PDCA cycle PDCA หรือท่ีเรียกว่าวงจรเดมิง (อังกฤษ: Deming Cycle) หรือวงจรชูฮาร์ต
(Shewhart Cycle) คอื วงจรการควบคมุ คณุ ภาพ

1) Plan(วางแผน) หมายถึง การวางแผนการดําเนินงานอย่างรอบคอบ ครอบคลุมถึง
การกําหนดหัวข้อที่ต้องการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ซ่ึงรวมถึงการพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ การแก้ปัญหาท่ีเกิดขึ้นจาก
การปฏิบัติงาน อาจประกอบด้วยการกําหนดเป้าหมาย หรือวัตถุประสงค์ของการดําเนินงาน Plan
การจัดอันดับความสําคัญของเป้าหมาย กําหนดการดําเนินงาน กําหนดระยะเวลาการดําเนินงาน
กําหนดผู้รับผิดชอบหรือผู้ดําเนินการและกําหนดงบประมาณท่ีจะใช้ การเขียนแผนดังกล่าวอาจปรับเปล่ียน
ไดต้ ามความเหมาะสมของลักษณะ การดาํ เนินงาน การวางแผนยังชว่ ยใหเ้ ราสามารถคาดการณส์ ิ่งที่เกดิ ข้ึนใน
อนาคต และชว่ ยลดความสญู เสียตา่ ง ๆ ท่ีอาจเกิดขน้ึ ได้

มาตรฐานอาชีพและคุณวฒุ ิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาส่งเสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรือ่ ง

ห น้ า 320 I 438

2) Do (ปฏิบัติตามแผน) หมายถึง การดําเนินการตามแผน อาจประกอบด้วย การมี
โครงสร้างรองรับ การดําเนินการ (เช่น คณะกรรมการหรือหน่วยงานของคณะ) มีวิธีการ ดําเนินการ (เช่น มี
การประชุมของคณะกรรมการมีการจัดการเรียน การสอน มีการแสดงความจํานงขอรับนักศึกษาไปยัง
ทบวงมหาวิทยาลัย) และมผี ลของการดาํ เนนิ การ (เช่น รายชือ่ นักศกึ ษาทร่ี ับในแตล่ ะปี)

3) Check (ตรวจสอบการปฏิบัติตามแผน) หมายถึง การประเมินแผน อาจ
ประกอบด้วย การประเมินโครงสร้างท่ีรองรับ การดําเนินการ การประเมินข้ันตอนการดําเนินงาน และการ
ประเมินผลของการดําเนินงานตามแผนที่ได้ตั้งไว้ โดยในการประเมินดังกล่าวสามารถ ทําได้เองโดย
คณะกรรมการท่ีรับผิดชอบแผนการดําเนินงานนั้น ๆ ซ่ึงเป็นลักษณะของการประเมินตนเอง โดยไม่
จําเป็นต้องต้ังคณะกรรมการอีกชุดมาประเมินแผน หรือไม่จําเป็นต้องคิดเครื่องมือหรือแบบประเมินท่ียุ่งยาก
ซบั ซ้อน

4) Act (ปรับปรุงแก้ไข) หมายถึง การนําผลการประเมินมาพัฒนาแผน อาจ
ประกอบด้วย การนาํ ผลการ ประเมินมาวิเคราะห์ว่ามีโครงสร้าง หรือข้ันตอนการปฏิบัติงานใดที่ควรปรับปรุง
หรือพัฒนาสิ่งที่ดีอยู่แล้วให้ดีย่ิงข้ึนไปอีก และสังเคราะห์รูปแบบการดําเนินการใหม่ท่ีเหมาะสม สําหรับการ
ดาํ เนนิ การ

(ข6) การจัดการความเสย่ี ง
ความเส่ียง (Risk) คือ การวัดความสามารถ ที่จะดําเนินการให้วัตถุประสงค์ของงานประสบ

ความสําเร็จภายใต้การตัดสินใจ งบประมาณ กําหนดเวลา และข้อจํากัดด้านเทคนิคท่ีเผชิญอยู่ อย่างเช่นการ
จัดทําโครงการเป็นชุดของกิจกรรมท่ีจะดําเนินการเรื่องใดเรื่องหน่ึงในอนาคต โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่าง
จาํ กดั มาดาํ เนนิ การให้ประสบความสาํ เรจ็ ภายใต้กรอบเวลาอนั จาํ กัด ซ่ึงเป็นกําหนดการปฏิบัติการในอนาคต
ความเส่ยี งจงึ อาจเกดิ ขึ้นได้ตลอดเวลาอันเน่ืองมาจากความไมแ่ นน่ อน และความจาํ กัดของทรัพยากรโครงการ
ผู้บริหารโครงการจึงต้องจัดการความเส่ียงของโครงการ เพื่อให้ปัญหาของโครงการลดน้อยลง และสามารถ
ดําเนินการให้ประสบความสําเร็จตามเป้าหมายท่ีต้ังไว้อย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ การจัดการความ
เส่ียงหรือการบริหารความเส่ียง (Risk management) คือ การจัดการความเสี่ยงท้ังในกระบวนการในการ
ระบุวิเคราะห์ (Risk analysis) ประเมิน (Risk assessment) ดูแล ตรวจสอบ และควบคุมความเสี่ยงที่
สัมพันธ์กับกิจกรรม หน้าที่ และกระบวนการทํางาน เพื่อให้องค์กรลดความเสียหายจากความเส่ียงมากที่สุด
อันเนอ่ื งมาจากภัยทอ่ี งค์กรต้องเผชญิ ในช่วงเวลาใดเวลาหน่ึง หรอื เรยี กวา่ อุบตั ิภัย (Accident)

(ข7) การตดิ ตามและการประเมินผลโครงการ
การติดตาม (Monitoring) หมายถึง การเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อตรวจสอบว่าการดําเนินงาน

เป็นไปตามแผนปฏิบัติงานท่ีวางไว้หรือไม่ การติดตามผลเป็นการติดตามปัจจัยนําเข้า (Inputs) กิจกรรมที่
ดําเนินการ (Activities) ผลผลิตท่ีเกิดจากการดําเนินกิจกรรม (Outputs) และผลลัพธ์หรือผลกระทบท่ีเกิด
จากการดําเนนิ โรงการ (Outcome & Impact) จดุ มงุ่ หมายของการติดตาม มดี งั น้ี

1) เพ่อื ใหก้ ารดําเนนิ โครงการเป็นไปตามแผนที่กาํ หนดไว้
2) เพ่ือใหใ้ ชท้ รพั ยากรไดเ้ ตม็ ที่ คุ้มค่า และประหยดั
3) เพือ่ ทราบถงึ ปัญหา อปุ สรรคในการดําเนินงาน

มาตรฐานอาชีพและคณุ วฒุ ิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาสง่ เสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรอ่ื ง

ห น้ า 321 I 438

4) เพอื่ ให้ไดแ้ นวทางแกไ้ ข ปรบั ปรุง ปจั จัยนาํ เข้า และกจิ กรรมตา่ ง ๆ
5) เพอื่ ส่งเสริมสนนั สนุนให้โครงการบรรลุผล
การประเมินผล (Evaluation) หมายถึง กระบวนการตัดสินคุณค่าของแผนงาน หรือ
โครงการด้วยการเก็บรวบรวมข้อมูล แล้วนํามาวิเคราะห์ เพ่ือนําผลมาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ว่าบรรลุ
วตั ถุประสงค์ทีต่ ง้ั ไว้หรอื ไม่ จดุ หมายของการประเมนิ ผล คอื
1) เพื่อใช้เป็นข้อมูลสารสนเทศประกอบการตัดสินใจของผู้เก่ียวข้องกับโครงการ
หรอื ผู้บริหารในการตัดสนิ คุณคา่ ของโครงการ
2) เพือ่ ให้การบรหิ ารโครงการเป็นไปอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
3) เพอ่ื นาํ ไปใชใ้ นการปรับปรงุ โครงการที่คลา้ ยกนั
4) เพื่อตรวจสอบผลการดาํ เนินโครงการว่าประสบผลสําเร็จหรือไม่
5) เพ่อื ความโปร่งใส ตรวจสอบไดจ้ ากสาธารณชน
ความสาํ คัญของการตดิ ตามและการประเมนิ ผล ชว่ ยในการตัดสินใจนําโครงการไปใช้ ช่วยให้
ทราบวา่ โครงการยังมีความจําเป็นต้องทําต่อไปหรือต้องขยายโครงการออกไปหรือไม่ สามารถนําผลที่ได้จาก
การประเมินมาใช้ในการตัดสินใจ ปรับปรุงโครงการ วิเคราะห์ผลการดําเนินงานโครงการว่าเป็นไปตาม
วตั ถุประสงค์ท่ีต้ังไว้หรอื ไม่ อย่างไร มปี ญั หา อุปสรรคต่อความสําเร็จอยา่ งไร เพ่อื นําไปใช้วางแผนในโครงการ
ที่มลี กั ษณะใกล้เคียงหรือคล้ายคลึงกนั ต่อไป

16. หนว่ ยสมรรถนะร่วม (ถา้ มี)

N/A

17. อตุ สาหกรรมรว่ ม / กลมุ่ อาชพี ร่วม (ถา้ ม)ี
N/A

18. รายละเอยี ดกระบวนการ และวธิ กี ารประเมนิ (Assessment Description and Procedure)
18.1 ข้อสอบขอ้ เขยี นปรนยั 4 ตวั เลือก

18.2 แบบประเมินผลการสมั ภาษณ์

18.3 แบบประเมินผลงานหรือชน้ิ งานท่ที ําสาํ เร็จแล้ว

มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒวิ ิชาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาส่งเสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรื่อง

ห น้ า 322 I 438

หน่วยสมรรถนะ (Unit of Competence)

1. รหัสหนว่ ยสมรรถนะ B32

2. ชื่อหนว่ ยสมรรถนะ นเิ ทศการดาํ เนนิ งานส่งเสรมิ การเกษตร

3. ทบทวนครง้ั ที่ N/A

4. สรา้ งใหม่ 

5. สําหรบั ชื่ออาชีพ และรหสั อาชพี (Occupation Classification) ตาม ISCO 2008

9999

6. คาํ อธบิ ายหนว่ ยสมรรถนะ (Unit of CompetenceDescription)

หน่วยสมรรถนะนี้เกี่ยวข้องกับความสามารถในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล เพ่ือการวาง

แผนการนิเทศการดําเนินงานส่งเสริมการเกษตรท่ีถูกต้องตามหลักการ สามารถนิเทศการดําเนินงานได้อย่าง

ถูกต้องตามแผนท่ีกําหนด มีการประเมินผลการนิเทศ เพ่ือวัดสัมฤทธิ์ผลว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ

โครงการหรือไม่ อย่างไร ตลอดจนการนําผลการประเมินไปพัฒนา และปรับปรุงระบบการทํางานภายใต้

สถานการณท์ ซ่ี ับซอ้ น หรอื สร้างองคค์ วามรทู้ ีก่ อ่ ใหเ้ กิดประโยชนต์ อ่ องค์กร

7. สําหรับคณุ วฒุ ิวชิ าชพี ชนั้
12 3 45678


8. กลมุ่ อาชพี (Sector)

นกั สง่ เสรมิ การเกษตร

9. ชื่ออาชพี และรหสั อาชพี อน่ื ทสี่ ามารถรว่ มใชห้ นว่ ยสมรรถนะนีไ้ ด้ (ถา้ มี)
N/A

10. ขอ้ กําหนดหรอื กฎระเบยี บท่ีเก่ยี วข้อง (Licensing or Regulation Related) (ถา้ ม)ี
N/A

11. สมรรถนะยอ่ ยและเกณฑก์ ารปฏิบตั งิ าน (Elements of Competence and Performance
Criteria)

มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒวิ ิชาชพี สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาสง่ เสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรอ่ื ง

ห น้ า 323 I 438

สมรรถนะยอ่ ย เกณฑ์ในการปฏิบัตงิ าน วิธกี ารประเมนิ
Element of Competence Performance Criteria Assessment Method
B321 วางแผนการนเิ ทศ
1. กําหนดวตั ถปุ ระสงค์ในการนิเทศ - ขอ้ สอบข้อเขยี น
การดําเนนิ งานส่งเสรมิ การดําเนินงานส่งเสรมิ ได้ - การสมั ภาษณ์
การเกษตร - ผลงานหรอื ชิน้ งานทีท่ าํ
2. เขยี นแผนการนิเทศใหส้ อดคล้องกับ สาํ เร็จแลว้
B322 นิเทศการดําเนนิ งาน การดําเนินงานไดช้ ดั เจน สามารถ
ส่งเสริมการเกษตร ดาํ เนินการได้

B323 ประเมนิ ผลการนิเทศการ 1. ดาํ เนนิ การนิเทศได้ตามบทบาทของผู้ - สอบขอ้ เขยี น
ดาํ เนนิ งานส่งเสรมิ
การเกษตร นิเทศท่ีเหมาะสม - การสัมภาษณ์

2. บนั ทกึ /สรปุ ผลการนเิ ทศได้ - ผลงานหรอื ชิ้นงานทีท่ าํ

สาํ เรจ็ แล้ว

1. ประมวลกลนั่ กรองขอ้ มลู ทเี่ กี่ยวข้อง - สอบข้อเขียน

กบั การประเมินผลการนิเทศได้อยา่ ง - การสัมภาษณ์

ครบถว้ น ถกู ตอ้ ง เป็นไปตาม - ผลงานหรอื ชนิ้ งานท่ที าํ

ขอ้ กําหนด สําเร็จแลว้

2. ดาํ เนนิ งานประเมนิ ผลไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง

ครบถว้ น และสอดคลอ้ งกบั แผนงาน

ทก่ี าํ หนด

3. วิเคราะห์และแปลผลขอ้ มูลท่ีได้จาก

การดําเนินงานได้

4. สรปุ และเขยี นรายงานการ

ประเมินผลได้

5. นําผลการประเมนิ ไปใชใ้ นการพัฒนา

ใหเ้ กิดองคค์ วามรใู้ หมห่ รือระบบการ

นิเทศการดาํ เนนิ งาน

12. ความรู้และทักษะท่ีจาํ เปน็ กอ่ นหน้า (Pre-requisite Skill & Knowledge)
- หลักการสง่ เสริมการเกษตร

- ความรเู้ บื้องต้นเก่ยี วกับการเกษตร

13. ทักษะและความรทู้ ่ีตอ้ งการ (Required Skill and Knowledge)
(ก) ความต้องการดา้ นทกั ษะ
(ก1) การคิดวเิ คราะห์

(ก2) การประสานงาน

(ก3) การใหค้ าํ ปรกึ ษา แนะนํา

มาตรฐานอาชีพและคณุ วุฒวิ ิชาชพี สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาสง่ เสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรื่อง

ห น้ า 324 I 438

(ก4) การสร้างแรงจูงใจ
(ก5) การตัดสนิ ใจ
(ก6) ภาวะผูน้ ํา
(ก7) การแก้ไขปญั หา
(ก8) การบรหิ าร
(ข) ความต้องการด้านความรู้
(ข1) หลักการนเิ ทศ
(ข2) ความรูเ้ ฉพาะในเรื่องทจ่ี ะนิเทศ
(ข3) การวางแผน
(ข4) การเขยี นโครงการ
(ข5) การเขียนรายงาน
(ข6)การประเมนิ เพ่ือการนเิ ทศในงานส่งเสรมิ
(ข7) ภาวะผ้นู าํ

14. หลกั ฐานท่ีต้องการ (Evidence Guide) หลกั ฐานทจ่ี ําเปน็ ต้องนํามาแสดงเพ่ือการประเมิน
(ก) หลักฐานการปฏิบตั งิ าน (Performance Evidence)
(ก1) ขอ้ เสนอโครงการ
(ก2) เอกสารสรุปรายงานผลการวเิ คราะห์ขอ้ มลู
(ก3) แผนงานนิเทศการดําเนินงาน
(ก4) บันทกึ /รายงานการปฏิบตั งิ าน
(ก5) แฟ้มสะสมผลงาน
(ข) หลกั ฐานความรู้ (Knowledge Evidence)
(ข1) ใบรับรองการผ่านการฝกึ อบรมทเ่ี กี่ยวขอ้ ง
(ข2) ใบรายงานผลการศึกษาในรายวิชาทเ่ี กี่ยวขอ้ ง
(ข3) หลกั การและวธิ ีการวิเคราะห์ขอ้ มูลและสรุปรายงาน
(ข4) การใชค้ อมพวิ เตอรใ์ นการสืบค้น วิเคราะห์ขอ้ มูลและสรปุ จดั ทาํ เอกสารรายงาน
(ข5) การบันทึก/รายงานการปฏิบตั งิ าน
(ข6) การวางแผนการวจิ ยั และพฒั นา
(ข7) การเขยี นแผนงานโครงการ
(ข8) การเขียนบันทกึ /รายงานการปฏิบัตงิ าน
(ค) คําแนะนาํ ในการประเมนิ
เจ้าหน้าท่ีสอบตรวจประเมินหลักฐานโดยพิจารณาจากร่องรอยหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ท้ังหลักฐาน

การปฏิบตั งิ านและหลกั ฐานความรู้

มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชพี สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาสง่ เสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรื่อง

ห น้ า 325 I 438

(ง) วิธกี ารประเมนิ
- ข้อสอบข้อเขียน
- การสัมภาษณ์
- ผลงานหรือชน้ิ งานทีท่ ําสาํ เร็จแล้ว

15. ขอบเขต (Range Statement)
(ก) คําแนะนํา
(ก1) สําหรับผู้เข้ารับการประเมินในหน่วยสมรรถนะนี้ จะตอ้ งสามารถ
1) ศึกษา รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการนิเทศการดําเนินงานส่งเสริมได้ครบถ้วนจากแหล่ง

ท่ีเช่ือถือได้ และวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้ด้วยเครื่องมือและวิธีการที่เหมาะสมกับประเภทของข้อมูล
และการนาํ ไปใชง้ าน

2) กําหนดวัตถุประสงค์ในการนิเทศการดําเนินงานส่งเสริมได้ชัดเจน ถูกต้อง สามารถวัด
และประเมนิ ผลได้

3) เขียนแผนการนิเทศได้ชัดเจน สามารถดําเนินการได้ มีองค์ประกอบสําคัญครบถ้วน
ถกู ต้อง

4) เตรยี มความพร้อมก่อนการนิเทศและดําเนินงานนิเทศได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน สอดคล้อง
กับแผนงานท่ีวางไว้

5) ประมวลกลั่นกรองขอ้ มลู ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั การประเมินผลการนิเทศไดอ้ ยา่ งครบถ้วน ถกู ต้อง
6) เตรียมความพร้อมก่อนการประเมินผล (เช่น ประสานงานผู้เก่ียวข้อง เครื่องมือ วัสดุ
อุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นต้น) และดําเนินงานประเมินผลได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และสอดคล้องกับแผนงานที่
กําหนด
7) วิเคราะห์และแปลผลข้อมูลท่ีได้จากการดําเนินงานได้อย่างรอบคอบ ตรงตามความเป็น
จริง และถูกต้องตามหลักการวิเคราะห์และแปลผลข้อมูล ตลอดจนบันทึก/สรุปผลการนิเทศ เขียนรายงาน
การประเมินผลได้อย่างถูกตอ้ ง ไม่ลําเอียง และมอี งคป์ ระกอบครบถว้ น
8) นําผลการประเมินไปใช้ในการพัฒนาให้เกิดองค์ความรู้ใหม่หรือระบบการนิเทศ
การดาํ เนินงานทมี่ ปี ระสทิ ธิภาพ
(ก2) สําหรบั เจ้าหนา้ ท่ีสอบ จะต้องพิจารณาหลักฐานการปฏบิ ัตงิ านและหลักฐานความรู้ให้ตรงตาม
หนว่ ยสมรรถนะ

(ข) คําอธิบายรายละเอยี ด
(ข1) การนิเทศงานสง่ เสริมการเกษตร
การนิเทศงานส่งเสริมการเกษตร มคี วามหมายครอบคลมุ 6 ประการ ดังนี้
1) เป็นกระบวนการทํางานอย่างตอ่ เนื่อง แต่เน้นบุคคลท่เี กี่ยวขอ้ งมากกวา่ งานทป่ี ฏิบตั ิ

มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชพี สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาสง่ เสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรือ่ ง

ห น้ า 326 I 438

2) เป็นการติดตามให้คําปรึกษา แนะนํา ช่วยแก้ไขปัญหาข้อขัดในการปฏิบัติงานของ
เจ้าหน้าท่ี

3) ช่วยประสานความร่วมมือและความสามัคคี ให้เกิดข้ึนทุกฝ่าย เพราะไม่ใช่การส่ังการ
หรอื จับผดิ

4) สร้างขวัญกําลังใจและจูงใจให้เจ้าหน้าท่ีปฏิบัติงานให้สําเร็จตามวัตถุประสงค์ของ
องค์การ

5) พฒั นาเจ้าหนา้ ท่ีให้สามารถปฏิบตั งิ านให้ดยี ง่ิ ข้ึน
6) เป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ
นโยบายขององคก์ าร
การนิเทศ (supervising) เป็นการดูแล ตรวจเย่ียม ให้คําแนะนํา สอนงาน โดยมีเป้าหมายคือ
คนท่ีเป็นผู้ปฏิบัติงานนั้น ได้มีขวัญ กําลังใจ ความรู้ ทัศนคติ และทักษะที่เหมาะสมต่อการปฏิบัติงาน
เพื่อให้เกิดการพัฒนาด้านบุคลากร ท้ังในด้านสติปัญญา (cognitive) จิตใจ (affective) และทักษะ
(psychomotor) เพอ่ื ใหเ้ กิดผลสัมฤทธใิ์ นงาน และพฒั นาวชิ าชีพ
วัตถุประสงคท์ ีส่ าํ คญั ของการนเิ ทศ 4 ดา้ น ไดแ้ ก่ การพฒั นาบุคลากร การพฒั นางาน การ
สรา้ งความสัมพนั ธ์ และการสรา้ งขวัญและกาํ ลงั ใจ
หลักสาํ คญั ในงานนิเทศ มดี งั นี้

1) หลกั ความถกู ต้องทางวิชาการ (theoretically sound)
2) หลกั ความเป็นเหตเุ ปน็ ผล (reasonableness)
3) หลักการมสี ว่ นร่วม (participation)
4) หลกั การสรา้ งสรรค์ (creativity)
5) หลักภาวะผู้นาํ (leadership)
6) หลักมนษุ ยสัมพันธ์ (relationship)
(ข2) วธิ กี ารนเิ ทศในงานสง่ เสริมการเกษตร
วิธีการนิเทศในงานส่งเสริมการเกษตร เพ่ือให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ นอกจากผู้นิเทศ
งานจะต้องมีความรู้ความ สามารถทั้งด้านวิชาการ การบริหารจัดการ การทํางานร่วมกับผู้อ่ืน และการ
ติดต่อส่ือสารแล้ว ปัจจัยท่ีสําคัญอีกประการหน่ึง คือ การเลือกวิธีการนิเทศงานท่ีเหมาะสมกับผู้รับการนิเทศ
ดว้ ย ทงั้ นี้วธิ ีการท่ีใชใ้ นการนเิ ทศงานส่งเสรมิ การเกษตรมี 4 วธิ ีดังนี้
1) การนิเทศเป็นรายบุคคล เป็นวิธีการที่ผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ จะมีปฏิสัมพันธ์
ใกลช้ ดิ เพือ่ ให้ เขา้ ใจกนั และกันเพียงพอท่ีจะหาวธิ แี กป้ ัญหา หรือปรบั ปรงุ การทาํ งานไดต้ รงจุด
2) การนเิ ทศเปน็ รายกลมุ่ เป็นวิธกี ารที่ผู้นเิ ทศงาน จัดทาํ กิจกรรมท่เี ก่ยี วขอ้ งกับเจ้าหนา้ ท่ี
จาํ นวนมาก เพ่อื ร่วมกนั ป้องกนั และแกป้ ญั หาในการทํางาน และพฒั นาการทํางานใหม้ ปี ะสทิ ธิภาพ
3) การนิเทศทางไกล เป็นการนิเทศงานส่งเสริมการเกษตรโดยใช้ส่ือต่าง ๆ เป็นตัวกลาง
ในการนิเทศงาน ผ้รู ับการนเิ ทศจงึ ไม่ตอ้ งพบหนา้ กบั ผู้นิเทศงาน

มาตรฐานอาชีพและคณุ วฒุ ิวิชาชพี สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาสง่ เสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรื่อง

ห น้ า 327 I 438

4) การนิเทศผ่านศูนย์ที่จัดตั้งโดยหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ศูนย์บริการและถ่ายทอด
เทคโนโลยีการเกษตร ของกรมสง่ เสรมิ การเกษตร ซึ่งจัดต้ังขึ้นเพ่ือมุ่งเน้นเป็นศูนย์กลางการพัฒนาการเกษตร
ระดับตําบล นักส่งเสริมและเกษตรกรในชุมชนมีส่วนร่วมในการ วางแผนกิจกรรมการเกษตรท่ีมีการร่วมคิด
รว่ มเรยี นรู้และรว่ มตัดสินใจในการพัฒนาการเกษตร

กระบวนการนิเทศ มี 6 ขน้ั ตอน ดงั นี้
1) ขั้นประเมินสภาพปัจจุบัน เป็นกระบวนการศึกษาสภาพการณ์ต่าง ๆ ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
เพ่ือใช้เป็นข้อมูลในการกําหนดเป้าหมาย วัตถุประสงค์ เพื่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งข้ันตอนน้ี สามารถทําได้โดย
การวิเคราะห์ การสังเกต การตรวจสอบ การวัดผล การประเมิน และการเปรยี บเทยี บการทํางาน
2) ข้ันวางแผน เป็นกระบวนการจัดเรียงลําดับความสําคัญ (priority) เพ่ือกําหนดเป้าหมาย
วัตถุประสงค์ คาดการณ์ล่วงหน้าการกําหนดตารางงานการค้นหาวิธีปฏิบัติงาน และการวางโปรแกรมงาน
การจดั ทําโครงการ การต้ังเกณฑ์มาตรฐาน การรวบรวมทรัพยากรท่ีมอี ยูท่ งั้ คนและวัสดุอุปกรณ์
3) ข้ันการลงมือปฏิบัติ เป็นการตัดสินใจกําหนดความรู้อย่างเป็นข้ันเป็นตอน การเลือกสรร
บุคคล การเร้าจูงใจให้มีกําลังใจคิดริเริ่มอะไรใหม่ ๆ การสาธิต การจูงใจ และให้คําแนะนํา การส่ือสาร
การกระตุ้น ส่งเสรมิ กาํ ลังใจ การแนะนาํ นวตั กรรมใหม่ ๆ และให้ความสะดวกในการทาํ งาน
4) ข้นั การสร้างขวญั และกําลงั ใจ โดยการให้คําปรึกษาอาจแบ่งได้เป็น 2 แนวทาง คือ แนวทาง
เชิงบวก (positive method) เช่นการเสริมสร้างให้ผู้รับการนิเทศ มีความมั่นใจและพึงพอใจ การให้โอกาส
การให้รางวัลด้วยการชมเชย เป็นต้น แนวทางเชิงลบ (negative method) เช่น การทวนสอบความรู้ความ
เข้าใจเกี่ยวกับงาน การดําเนินงาน การฟ้ืนฟูหรือปรับปรุงงานท่ีดําเนินการแล้ว ตามการให้คําปรึกษาอย่าง
ใกลช้ ิด เป็นตน้
5) ข้ันประเมินผลการตัดสินการปฏิบัติงาน การวิจัย และการวัดผลการปฏิบัติงาน กิจกรรมท่ี
สําคัญ คือ พจิ ารณาผลงานในเชิงปฏบิ ัติว่าได้ผลมากนอ้ ยเพยี งใด และวดั ผลด้วยการประเมินอย่างมีแบบแผน
มีความเที่ยงตรง ท้ังนคี้ วรจะมีการวิจยั ดว้ ย
6) ขั้นรายงาน เป็นการรายงานผลการนิเทศ โดยสามารถรายงานตามขั้นตอนของการนิเทศ
โดยระบุถึงมาตรฐานท่ีกําหนด ผลท่ีได้รับจากการนิเทศ ประสิทธิผลของการนิเทศ ตลอดจนระบุปัญหา
และขอ้ เสนอแนะเพ่ือใช้ในการปรบั ปรุงกระบวนการนิเทศให้มคี วามเหมาะสมต่อไป
(ข3) การประเมินผลการนิเทศงาน
การประเมินผลการนิเทศงาน จะต้องมีการประเมินผลการดําเนินกิจกรรม ว่าบรรลุ
วัตถุประสงค์ท่ีต้องการหรือไม่ วิธีการท่ีใช้เหมาะสมหรือไม่ ทั้งน้ีการประเมินผลสามารถทําได้ตลอดทุก
ข้ันตอนของการนิเทศงานส่งเสริมการเกษตร โดยการประเมินผลขั้นสุดท้ายจะต้องวัดผลสําเร็จของงาน จาก
การพิจารณาผลท่ีเกิดขึน้ เปรียบเทียบกับมาตราฐานท่กี ําหนด
การประเมินผล คือ กระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูล ผลท่ีเกิดขึ้นจริงจากการดําเนิน โครงการ/
กิจกรรม นํามาวิเคราะห์ เปรียบเทียบกับวัตถุประสงค์/เป้าหมายโครงการ และจัดทํารายงานเสนอ
ผู้เก่ียวข้อง เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการปรับปรุง พัฒนาเพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพ/ประสิทธิผล
โครงการ หรือช่วยให้ผู้บริหารสั่งการ ตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายในโครงการ/กิจกรรมนั้น ๆ จากฐานข้อมูล

มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒวิ ิชาชพี สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาสง่ เสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปร่อื ง

ห น้ า 328 I 438

เชิงประจักษ์ การรวบรวมข้อมูล ความสําเร็จจากการดําเนินงานโครงการในพ้ืนที่ ตัวช้ีวัดซ่ึงเป็นปัจจัย
เก้ือหนุนท่ีสําคัญของการขับเคลื่อนโครงการและเป็น เครื่องมือ ประเมินความก้าวหน้าในการมุ่งสู่
การพฒั นาอยา่ งยั่งยืน ประกอบดว้ ย 3 ตวั ช้วี ดั คอื

1) ระดบั ความสําเรจ็ การมีส่วนร่วม
2) ระดบั ความสําเรจ็ การจัดการความรู้
3) ความย่ังยืนของกจิ กรรมการจดั การสงิ่ แวดลอ้ ม
รวมทง้ั การรวบรวมขอ้ มูลผลกระทบ ดา้ นเศรษฐกจิ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ท่ีเกิดข้ึนจากการดําเนินโครงการพัฒนา ชุมชน/ท้องถ่ินน่าอยู่อย่างยั่งยืน เพื่อช่วยให้ผู้นิเทศงาน
และผู้ดําเนินงานเข้าใจสถานภาพ ปัจจุบันของชุมชน และการเปล่ียนแปลงที่เกิดขึ้น หลังจากการพัฒนาที่
ยั่งยืนได้เริ่มขน้ึ แล้ว ข้อมูล ท่ีสาํ คัญและยังขาดการจัดเกบ็ รวบรวมอยา่ งเป็นระบบ คือ ข้อมูลเชิงสถิติทางด้าน
การจัดการ ส่ิงแวดล้อมในพ้ืนที่ ข้อมูลเก่ียวกับองค์ความรู้ ภูมิปัญญา วัฒนธรรม วิถีการดําเนินชีวิตอย่าง
พอเพียง และเศรษฐกิจพอเพียงของชุมชนท้องถิ่นท่ีเข้าร่วมโครงการส่งเสริมพหุภาคีเพ่ือการพัฒนา ชุมชน/
ท้องถน่ิ นา่ อยอู่ ยา่ งย่งั ยนื ซึ่งผลสรุปจากการลงพื้นท่ีนิเทศและติดตามงาน โดยใช้ แบบบันทึกข้อมูลการนิเทศ
เป็นเครื่องมือแบบหน่ึง ท่ีจะช่วยพัฒนาแนวทางการ ดําเนินงานโครงการให้เกิดประสิทธิผลในการพัฒนา
ชุมชนท้องถ่ินให้เข้มแข็ง และพึ่งพาตนเองได้ตามเป้าหมายของโครงการ ในระยะแรก การวางแผนนิเทศงาน
ผรู้ ับผดิ ชอบการจดั นิเทศงาน ควรดาํ เนินการวางแผนและเตรยี มงาน กอ่ นการลงพืน้ ทจ่ี ริง ประกอบดว้ ย
1) การคดั เลือกผนู้ เิ ทศงาน และ/หรือแต่งตงั้ คณะผู้นิเทศงาน
2) การเตรยี มการนิเทศงาน ในเร่ือง

- ผู้นิเทศงาน และชมุ ชน/ท้องถิน่ /แกนนํา ผ้ถู กู นิเทศ
- สถานที่ และเวลาทจ่ี ะนเิ ทศ
- พาหนะ และอปุ กรณ์
- เป้าหมาย และขอ้ มลู พื้นฐาน
- เครื่องมือ แบบบันทึกข้อมูลการนิเทศท่ีจะใช้ในการนิเทศงานโครงการและแบบ
รายงานการนิเทศงาน
3) การซักซ้อมความเข้าใจทีม/คณะผู้นิเทศงาน ชี้แจงแนวทางปฏิบัติตามกรอบแนวคิด
โครงการ และเกณฑก์ ารประเมนิ ความสําเร็จ
องค์ประกอบที่สําคัญของแผนงานประกอบด้วย เหตุผลความจําเป็น วัตถุประสงค์
เป้าหมาย วธี ีการ ระยะเวลา และสถานทดี่ าํ เนินงาน งบประมาณ ผู้รบั ผิดชอบ ฯลฯ
รปู แบบรายงาน ประกอบดว้ ย บทนํา วิธีการดําเนินงาน ผลการวิเคราะห์ สรุป อภิปราย
ผล และขอ้ เสนอแนะ

มาตรฐานอาชีพและคณุ วฒุ วิ ิชาชีพ สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาสง่ เสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรอ่ื ง

16. หน่วยสมรรถนะรว่ ม (ถ้ามี) ห น้ า 329 I 438

N/A

17. อตุ สาหกรรมร่วม/กลุ่มอาชพี รว่ ม (ถา้ ม)ี
N/A

18. รายละเอียดกระบวนการและวธิ กี ารประเมนิ (Assessment Description and Procedure)
18.1 ข้อสอบข้อเขยี นปรนัย 4 ตวั เลือก

18.2 แบบประเมินผลการสมั ภาษณ์

18.3 แบบประเมนิ ผลงานหรอื ชิ้นงานที่ทําสําเรจ็ แล้ว

มาตรฐานอาชีพและคณุ วฒุ ิวิชาชีพ สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาสง่ เสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปร่ือง

ห น้ า 330 I 438

หนว่ ยสมรรถนะ (Unit ofCompetence)

1. รหัสหน่วยสมรรถนะ B41

2. ชื่อหนว่ ยสมรรถนะ วางแผนทดสอบภูมิปญั ญา องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวตั กรรมทาง

การเกษตร

3. ทบทวนครงั้ ที่ N/A

4. สรา้ งใหม่ 

5. สําหรับชื่ออาชพี และรหสั อาชพี (Occupation Classification) ตาม ISCO 2008

9999

6. คาํ อธบิ ายหน่วยสมรรถนะ (Unit of CompetenceDescription)

หน่วยสมรรถนะน้ีเกี่ยวข้องกับความสามารถในการวางแผนทดสอบภูมิปัญญา องค์ความรู้

เทคโนโลยี นวัตกรรมทางการเกษตร เพ่ือให้ได้แผนการทดสอบท่ีชัดเจน สามารถนําไปดําเนินงานให้เกิดผล

สําเร็จได้ในสภาพความเป็นจริงของชุมชน ซ่ึงจะส่งผลให้เกิดความม่ันใจว่าภูมิปัญญา องค์ความรู้ เทคโนโลยี

นวัตกรรมทางการเกษตร ท่ีจะนําไปส่งเสริมเผยแพรแ่ กเ่ กษตรกรน้นั มคี วามเหมาะสมกบั สภาพความเป็นจริง

ของพ้ืนที่หรือท้องถิ่น สามารถแก้ปัญหาหรือเพ่ิมประสิทธิภาพในการผลิตทางการเกษตรได้ และสอดคล้อง

กับความต้องการที่แท้จริงของเกษตรกร ผู้ท่ีผ่านหน่วยสมรรถนะน้ีสามารถกําหนดเกณฑ์และใช้เกณฑ์ในการ

เลือกชุมชนพ้ืนที่และเกษตรกรร่วมในการทดสอบ ใช้วิธีการสํารวจและประเมินชุมชนแบบมีส่วนร่วมในการ

วิเคราะห์และจัดอันดับความสําคัญของปัญหาและความต้องการของเกษตรกร สามารถเลือกภูมิปัญญา

องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการเกษตรท่ีจะทดสอบ วางแผนและออกแบบการทดสอบแบบมี

ส่วนร่วม ตามหลักปฏิบัติของการวิจัยทดสอบ ผลที่ได้จากหน่วยสมรรถนะนี้คือข้อเสนอโครงการทดสอบ ท่ี

จดั ทําอยา่ งเปน็ ระบบ ถูกตอ้ งตามข้อกาํ หนดและระเบียบวธิ ีวิจัยทดสอบ

7. สําหรับคณุ วุฒวิ ชิ าชพี ชนั้
12 3 45678


8. กล่มุ อาชพี (Sector)

นกั สง่ เสริมการเกษตร

9. ชื่ออาชพี และรหสั อาชีพอน่ื ที่สามารถรว่ มใชห้ นว่ ยสมรรถนะน้ไี ด้ (ถา้ มี)
N/A

มาตรฐานอาชีพและคุณวฒุ วิ ิชาชีพ สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาสง่ เสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรือ่ ง

ห น้ า 331 I 438

10. ข้อกาํ หนดหรอื กฎระเบยี บทีเ่ กยี่ วขอ้ ง (Licensing or Regulation Related) (ถ้าม)ี
N/A

11. สมรรถนะย่อยและเกณฑก์ ารปฏบิ ัตงิ าน (Elements of Competence and Performance
Criteria)

สมรรถนะยอ่ ย เกณฑใ์ นการปฏบิ ัติงาน วธิ กี ารประเมนิ

Element of Competence Performance Criteria Assessment Method

B411 เลอื กชุมชนเป้าหมาย 1. ประมวลและวิเคราะหข์ อ้ มูลชุมชน ใน - ขอ้ สอบข้อเขียน

ช้ันต้น - การสัมภาษณ์

2.คดั เลอื กชมุ ชนเป้าหมายตามเกณฑท์ ่ี - ผลงานหรอื ช้นิ งานท่ีทาํ

กําหนด ได้ สําเรจ็ แล้ว

B412 จดั อนั ดับปญั หาและ 1. ระบุปญั หาการทาํ การเกษตรของ - ขอ้ สอบข้อเขียน
ความต้องการของ เกษตรกร โดยใช้แนวทางและวธิ กี าร - การสมั ภาษณ์
เกษตรกรในชุมชน แบบมสี ่วนร่วมได้ - ผลงานหรอื ชิ้นงานที่ทํา
เปา้ หมาย
2. ระบุความตอ้ งการท่ีแทจ้ รงิ ของ สําเร็จแล้ว
เกษตรกรได้

3. จัดอันดบั ความสําคัญของปญั หาและ
ความต้องการของเกษตรกร ตาม
เกณฑ์ทีก่ าํ หนดได้

B413 เลือกภมู ปิ ัญญา 1. ประมวลภมู ิปญั ญา องคค์ วามรู้ - ขอ้ สอบขอ้ เขียน
องคค์ วามรู้ เทคโนโลยี
และนวัตกรรมทาง เทคโนโลยี และนวตั กรรมทาง - การสมั ภาษณ์
การเกษตร
การเกษตรทจ่ี ะใช้แก้ปญั หาและสนอง - ผลงานหรอื ช้ินงานท่ีทาํ

ความตอ้ งการท่ีแท้จรงิ ของเกษตรกร สําเร็จแล้ว

ในชุมชนเปา้ หมาย

2. เลอื กภมู ปิ ญั ญา องค์ความรู้

เทคโนโลยี และนวตั กรรมทาง

การเกษตรตามเกณฑท์ ่ีกาํ หนด

B414 เลอื กเกษตรกรเข้ารว่ ม 1. กําหนดเกณฑเ์ ลือกเกษตรกรเข้าร่วม - ขอ้ สอบข้อเขียน
การทดสอบในไร่นา การทดสอบในไร่นา - การสมั ภาษณ์
- ผลงานหรอื ช้นิ งานทท่ี าํ
2. เลือกเกษตรกรตามเกณฑท์ ก่ี าํ หนด
สาํ เรจ็ แลว้

มาตรฐานอาชีพและคณุ วุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาส่งเสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรอ่ื ง

ห น้ า 332 I 438

สมรรถนะย่อย เกณฑใ์ นการปฏิบตั ิงาน วธิ กี ารประเมนิ
Element of Competence Performance Criteria Assessment Method

B415 ออกแบบการทดสอบใน 1. กําหนดวตั ถปุ ระสงคข์ องการทดสอบ - ขอ้ สอบขอ้ เขียน

ไรน่ า ในไร่นา และโจทย์หรือประเดน็ ปญั หา - การสมั ภาษณ์

ทต่ี ้องการคําตอบอย่างชัดเจน - ผลงานหรือชนิ้ งานท่ที ํา
2. กาํ หนดพื้นทส่ี ําหรับการทดสอบ สําเร็จแลว้

ชัดเจน ถกู ตอ้ งตามหลกั เกณฑ์การ
วิจยั ทดสอบในไร่นา
3. ระบุผ้มู สี ่วนรว่ มในการทดสอบใน ไร่
นา และบทบาทหน้าท่ี ความ
รับผดิ ชอบ
4. กําหนดแนวทางและวิธดี าํ เนนิ การ
ทดสอบในไรน่ าอย่างเปน็ ระบบ
5. กาํ หนดแนวทางและวิธีการเกบ็
รวบรวมข้อมลู อยา่ งเป็นระบบ
6. กําหนดแนวทางการวิเคราะห์ขอ้ มลู
และสรปุ ผลการทดสอบ ท่ีตอบโจทย์
และวตั ถปุ ระสงค์ของการทดสอบ

B416 จัดทําขอ้ เสนอโครงการ 1. เขียนขอ้ เสนอโครงการทดสอบในไร่ - ขอ้ สอบข้อเขยี น
ทดสอบในไรน่ า
นาตามรูปแบบทกี่ ําหนด - การสมั ภาษณ์

2. นําเสนอโครงการต่อบุคคลหรอื - ผลงานหรอื ชิ้นงานทีท่ าํ

หน่วยงานตามขั้นตอนและกรอบเวลา สาํ เร็จแลว้

ทก่ี าํ หนด เพอ่ื รับความเหน็ ชอบ

12. ความรแู้ ละทักษะที่จาํ เปน็ กอ่ นหนา้ (Pre-requisite Skill & Knowledge)
N/A

13. ทักษะและความรทู้ ี่ตอ้ งการ (Required Skill and Knowledge)
(ก) ความตอ้ งการด้านทักษะ
(ก1) ทักษะการเลือกชุมชนเปา้ หมาย
(ก2) ทักษะการวเิ คราะห์และจดั อันดับปญั หาของชมุ ชนและเกษตรกรแบบมสี ว่ นรว่ ม
(ก3) ทักษะการวิเคราะหแ์ ละจดั อนั ดับความต้องการของเกษตรกรแบบมสี ่วนร่วม
(ก4) ทักษะการเลอื กภมู ปิ ัญญา องคค์ วามรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการเกษตร
(ก5) ทักษะการเลือกเกษตรกรเขา้ ร่วมการทดสอบในไร่นาแบบมีสว่ นร่วม

มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒวิ ิชาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาสง่ เสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปร่ือง

ห น้ า 333 I 438

(ก6) ทักษะการวางแผนทดสอบในไร่นาแบบมีส่วนร่วม
(ก7) ทักษะการออกแบบการทดสอบในไรน่ าแบบมสี ว่ นรว่ ม
(ก8) ทักษะการวางแผนจัดกระบวนการเรียนรูท้ ่ยี ดึ เกษตรกรเป็นศนู ยก์ ลาง
(ก9) ทักษะการจดั ทําข้อเสนอโครงการ
(ข) ความตอ้ งการดา้ นความรู้
(ข1) ความรู้ในการสํารวจและประเมนิ ชุมชนแบบมีส่วนรว่ ม
(ข2) ความรูใ้ นการวิเคราะห์และจดั อนั ดบั ความสําคัญของปญั หาของชุมชนและเกษตรกรแบบมีส่วน
รว่ ม
(ข3) ความรูใ้ นการวเิ คราะห์และจัดอันดบั ความต้องการของเกษตรกรแบบมีสว่ นร่วม
(ข4) ความรู้เก่ียวกบั ภูมิปญั ญา องค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรมทางการเกษตร
(ข5) ความรู้เกี่ยวกับหลกั การ รูปแบบ แนวปฏบิ ัตขิ องการทดสอบในไรน่ า
(ข6) ความร้เู กยี่ วกับการกําหนดเกณฑ์วัดและประเมนิ ผลการทดสอบในไรน่ า
(ข7) ความรู้เกีย่ วกบั การจัดกระบวนการเรียนรูท้ ่ียดึ เกษตรกรเปน็ ศนู ย์กลาง
(ข8) ความรเู้ กีย่ วกบั การวางโครงการ
(ข9) ความรู้เกย่ี วกบั หลกั และเทคนิคการเขียนขอ้ เสนอโครงการ

14. หลักฐานทีต่ อ้ งการ (Evidence Guide) หลักฐานทจี่ าํ เปน็ ต้องนํามาแสดงเพ่อื การประเมิน
(ก) หลักฐานการปฏบิ ัตงิ าน (Performance Evidence)
(ก1) เอกสารรบั รองประสบการณ์ทํางานสํารวจและประเมินชุมชนแบบมีส่วนร่วมจากหัวหน้างาน/

ผปู้ ระกอบการ
(ก2) เอกสารรับรองประสบการณ์ทํางานวิจัยทดสอบในไร่นาแบบมีส่วนร่วมจากหัวหน้างาน/

ผปู้ ระกอบการ
(ก3) ผลงานหรอื ชิน้ งานทีท่ าํ สาํ เร็จแลว้

(ข) หลกั ฐานความรู้ (Knowledge Evidence)
(ข1) ใบรบั รองการผา่ นการฝึกอบรมด้านการวจิ ัยทดสอบในไรน่ าแบบมสี ่วนรว่ ม
(ข2) ผลการสอบจากแบบสอบขอ้ เขียน
(ข3) ผลการสอบสัมภาษณ์

(ค) คําแนะนาํ ในการประเมิน
เจา้ หนา้ ทีส่ อบตรวจประเมนิ หลกั ฐานโดยพิจารณาจากร่องรอยหลกั ฐานทเี่ กี่ยวขอ้ ง ทั้งหลักฐาน

การปฏิบตั งิ านและหลักฐานความรู้
(ง) วธิ ีการประเมิน
- การสอบขอ้ เขียน
- การสมั ภาษณ์
- ผลงานหรอื ชิน้ งานทท่ี ําสาํ เร็จแลว้

มาตรฐานอาชีพและคณุ วฒุ วิ ิชาชพี สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาส่งเสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรื่อง

ห น้ า 334 I 438

15. ขอบเขต (Range Statement)
(ก) คําแนะนาํ
N/A

(ข) คําอธิบายรายละเอียด
(ข1) ประมวลและวเิ คราะห์ข้อมูลชุมชน
ประมวลและวิเคราะห์ข้อมูลชุมชน หมายถึง การรวบรวมข้อมูลพ้ืนฐานของชุมชนท่ีอยู่ใน

พนื้ ทีร่ บั ผดิ ชอบของนักส่งเสรมิ การเกษตร ในด้านการเกษตรและด้านต่าง ๆ ท่ีเช่ือมโยงสัมพนั ธก์ ัน แล้วนํามา
จาํ แนกแยกแยะส่งิ ทีพ่ บ เพ่ือทําความเข้าใจเปน็ เบื้องต้นเก่ียวกับลักษณะของชุมชน สภาพที่เป็นอยู่หรือกําลัง
เป็นไปของชุมชน ในการทําการเกษตรและอื่น ๆ ที่เก่ียวข้อง ปัญหาท่ีเกิดข้ึน และผลกระทบต่อเกษตรกร
และชมุ ชน

(ข2) คัดเลือกชมุ ชนเปา้ หมายตามเกณฑ์ท่กี าํ หนด
คัดเลือกชุมชนเป้าหมายตามเกณฑ์ที่กําหนด หมายถึง การคัดเลือกชุมชนท่ีสํารวจพบปัญหา

ที่ต้องแก้ไข ปรบั ปรุง ใหก้ ารทาํ การเกษตรเกดิ ประสิทธิผลและประสทิ ธิภาพยิ่งขึน้ โดยจาํ แนกชุมชนตามชนิด
ของสินค้าเกษตร ตามลักษณะของพื้นท่ี ตามปัญหาท่ีเกิดขึ้น หรือตามเกณฑ์การคัดเลือกท่ีกําหนดขึ้น
บนพน้ื ฐานของสภาพทเี่ ปน็ จริงของชุมชนและเกษตรกร แล้วใช้เกณฑ์น้ันคัดเลือกเพ่ือให้ได้ชุมชนเป้าหมาย ที่
อยู่ในวิสัยและความสามารถของนักส่งเสริมท่ีจะดําเนินงานให้บรรลุผลสําเร็จเป็นรูปธรรมได้ ด้วยความ
ร่วมมือของภาคี ซึ่งอาจเป็นบุคคล หน่วยงาน องค์กร สถาบัน ที่เกี่ยวข้องและสนใจเข้าร่วมสร้างความสําเร็จ
เน่ืองจากปัญหาของชุมชนและการทําการเกษตรมีความหลากหลายและซับซ้อน มีการเปล่ียนแปลงท่ีคาด
และไม่คาดเกิดขึ้นอยู่เสมอ จึงมักไม่อาจแก้ไขให้สําเร็จลุล่วงได้โดยบุคคลหรือหน่วยงานใดเพียงลําพัง
ต้องร่วมมือกันจึงจะสําเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเกษตรกรเอง ต้องมีส่วนร่วมอย่างสําคัญในการแก้ปัญหา
และพฒั นาการเกษตร เพอื่ ใหบ้ รรลผุ ลสาํ เรจ็ ตามวัตถปุ ระสงคแ์ ละประโยชน์ท่ีจะได้รับรว่ มกัน

(ข3) ปญั หาการทําการเกษตรของเกษตรกร
ปัญหาการทําการเกษตรของเกษตรกรปัญหา หมายถึง อุปสรรค ข้อขัดข้องที่เกิดขึ้นและมี

ผลอย่างสําคัญในการทําให้วัตถุประสงค์หรือสภาพที่พึงปรารถนาไม่บรรลุผลสําเร็จ ดังนั้นปัญหาการทํา
การเกษตรจึงเป็นปญั หาในระบบการผลิต การจัดการ การแปรรูป การจําหน่าย และอื่น ๆ ตามห่วงโซ่คุณค่า
ในการดําเนินงานส่งเสริมให้เกิดสัมฤทธิ์ผล จําเป็นอย่างยิ่งท่ีต้องรู้ปัญหาที่แท้จริงของเกษตรกร ท้ังในสภาพ
ความเปน็ จริงของปัญหา สาเหตขุ องปัญหา และผลทเี่ กิดข้นึ

(ข4) แนวทางและวธิ กี ารแบบมสี ่วนร่วม
แนวทางและวิธีการแบบมีส่วนร่วม หมายถึง แนวทาง วิธีการ เคร่ืองมือ ท่ีนักส่งเสริม

การเกษตรสมควรใช้ เพ่ือเปิดโอกาสและสนับสนุนให้เกษตรกรเข้ามีส่วนร่วมอย่างสําคัญในกระบวนการ
วิเคราะห์และประเมิน ทําให้ทราบและเข้าใจถึงปัญหาท่ีเกิดขึ้นในการทําการเกษตร และเรื่องต่าง ๆ
ที่เก่ยี วข้องสมั พนั ธก์ ัน

มาตรฐานอาชีพและคณุ วฒุ ิวิชาชพี สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาสง่ เสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปร่ือง

ห น้ า 335 I 438

(ข5) ความต้องการทแ่ี ท้จรงิ ของเกษตรกร
ความต้องการที่แท้จริงของเกษตรกรหมายถึง ความต้องการของเกษตรกรท่ีมีความสําคัญ

อ ย่ า ง ม า ก ต่ อ ก า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร เ ก ษ ต ร ใ ห้ บ ร ร ลุ ผ ล สํ า เ ร็ จ ต า ม วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค์ อ ย่ า ง มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ
เป็นความต้องการท่ีจําเป็นท่ีหากไม่ได้รับการสนองตอบแล้ว จะส่งผลให้การประกอบการเกษตรเกิดปัญหา
และไมบ่ รรลุผลสาํ เรจ็ ตามวัตถปุ ระสงค์

(ข6) จดั อันดับความสําคัญของปญั หาและความต้องการของเกษตรกรตามเกณฑท์ ีก่ าํ หนด
จัดอันดับความสําคัญของปัญหาและความต้องการของเกษตรกรตามเกณฑ์ท่ีกําหนด

ปัญหาและความต้องการของเกษตรกรมีอยู่อย่างหลากหลาย และมีน้ําหนักความรุนแรงหรือความสําคัญต่อ
การทําการเกษตรให้บรรลุผลสําเร็จมากน้อยต่างกัน จึงจําเป็นต้องกลั่นกรองและจัดอันดับความสําคัญของ
ปัญหาและความต้องการของเกษตรกร ให้ได้ปัญหาและความต้องการที่มีความสําคัญในอันดับสูงและรอง ๆ
ลงมา เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาตัดสินใจแก้ปัญหาที่มีความสําคัญ และสอดคล้องกับความ
ต้องการของเกษตรกรต่อไป ในการจัดอันดับความสําคัญของปัญหา และจัดอันดับความสําคัญของ
ความต้องการของเกษตรกร มีองค์ประกอบหรือตัวท่ีใช้วัดหรือประเมินแตกต่างกัน จําเป็นต้องกําหนดเกณฑ์
ข้ึนอย่างชดั เจน เปน็ ระบบ และสามารถนาํ ไปใช้ไดจ้ รงิ ในสภาพความเป็นจริงของเกษตรกรและชุมชน

(ข7) ภูมิปญั ญา องคค์ วามรเู้ ทคโนโลยี และนวตั กรรมทางการเกษตร
ภูมิปัญญา ในที่น้ีหมายถึงภูมิปัญญาท้องถ่ินหรือภูมิปัญญาชาวบ้าน (Local wisdom/

Indigenous knowledge) ซ่ึงเป็นความร้คู วามสามารถของชาวบ้านหรือชุมชน ที่ได้เรียนรู้และส่ังสมสืบทอด
ต่อ ๆ กันมา โดยทางตรงและทางอ้อม ส่วนใหญ่โดยทางวาจา ภูมิปัญญาเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ทําให้
ชุมชนอย่รู อดจนถงึ ปจั จบุ ัน

องค์ความรู้ (Body of knowledge) หมายถึงความรู้ที่สะสมมาจากการศึกษาเล่าเรียน
การคน้ ควา้ หรือประสบการณ์ มีการกล่นั กรอง วิเคราะห์ สังเคราะห์ จนตกผลึก แล้วนํามาบูรณาการกันเป็น
ความรู้ในระดับสูงข้ึน หรือเป็นกรอบความคิดที่จะอธิบายปรากฏการณ์ต่าง ๆ ท่ีเกิดข้ึนในสังคม
สามารถเผยแพร่ ถ่ายทอด และนํามาใช้ประโยชน์ได้ ช่วยให้บุคคลสามารถดํารงชีวิตได้อยู่รอดปลอดภัย
มีความเจรญิ กา้ วหนา้ และผาสกุ

เทคโนโลยี (Technology) หมายถึง วิทยาการท่ีนําเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิด
ประโยขน์ในทางปฏิบัติ เทคโนโลยีเป็นการทําและการใช้ความรู้ ทักษะ ฝีมือ เพ่ือแก้ปัญหา หรือทําหน้าที่ใด
หรือส่ิงใดโดยเฉพาะ เพื่อประโยชน์ในทางปฏิบัติแก่มวลมนุษยชาติ ทําให้การดํารงชีวิตง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น
และการจัดการสภาพแวดล้อมดขี นึ้

นวัตกรรม (Innovation) หมายถึง ความเช่ือ ความคิด แบบแผนพฤติกรรม วิธีการ
การปฏบิ ัติ เครอ่ื งมือ หรือส่งิ ใดก็ตาม ทบี่ คุ คล กลมุ่ บคุ คล หรอื สงั คม รบั รู้ว่าเป็นส่ิงใหม่ อาจใหม่ท้ังหมดหรือ
ใหม่บางสว่ นก็ได้ นวัตกรรมมีท้ังทีส่ ังเกตเห็นไดแ้ ละไม่ได้

ภูมิปัญญา องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการเกษตร หมายถึง ภูมิปัญญา
องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมท่ีเก่ียวโยงกับการเกษตร สามารถนํามาใช้ประกอบการตัดสินใจ
การแก้ปัญหา การปรับปรุง การพัฒนาระบบการเกษตรให้เกิดประสิทธิผลและประสิทธิภาพยิ่งข้ึน

มาตรฐานอาชีพและคุณวฒุ ิวิชาชีพ สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาสง่ เสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปร่อื ง

ห น้ า 336 I 438

นักส่งเสริมการเกษตรพึงมีความรู้ในภูมิปัญญา องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการเกษตร
เพ่ือนํามาใช้ประกอบกันด้วยความชาญฉลาด ให้สามารถแก้ปัญหาและพัฒนาระบบการเกษตร โดยลดอัตรา
ความเสยี่ ง และเพม่ิ ผลติ ภาพการเกษตรได้

นักส่งเสริมการเกษตรควรมีข้อมูลเก่ียวกับภูมิปัญญาท้องถ่ิน องค์ความรู้ เทคโนโลยี
และนวัตกรรมทางการเกษตร และรู้ว่าภูมิปัญญาท้องถิ่น องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมนั้น ๆ
เป็นเชน่ ไร มีคุณสมบัติอะไรบ้าง (ท้ังที่ดีและไม่ดี) มีประโยชน์อะไรบ้างทางการเกษตร หากจะนําไปใช้ในการ
แก้ปัญหาหรือปรับปรุงการประกอบการเกษตรให้บรรลุผลสําเร็จตามวัตถุประสงค์อย่างประสิทธิภาพ
มีข้อกําหนดหรือมีเง่ือนไขอะไรท่ีสําคัญ ท่ีผู้ใช้ประโยชน์พึงตระหนักรู้และระมัดระวัง เพ่ือเป็นการลดความ
เสย่ี ง และเพ่มิ โอกาสใหก้ ารนําไปใชป้ ระโยชน์บรรลุผลตามทตี่ อ้ งการได้

(ข8) เลือกภูมิปัญญา องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการเกษตรตามเกณฑ์ท่ี
กาํ หนด

เลือกภูมิปัญญา องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการเกษตรตามเกณฑ์ท่ีกําหนด
หมายถึง การกําหนดเกณฑ์และใชเ้ กณฑ์นั้นในการเลอื กภูมปิ ญั ญา องคค์ วามรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทาง
การเกษตร เพ่ือนําไปทดสอบตามหลักวิชาการทางวิทยาศาสตร์การเกษตรให้เห็นจริงได้ ในบริบทนิเวศ
การเกษตรของชุมชน สามารถแก้ปัญหาการเกษตรในชุมชนได้ พัฒนาระบบการเกษตรให้เกิดประสิทธิผล
และประสทิ ธิภาพยง่ิ ขนึ้ ได้ มคี วามค้มุ คา่ ทางเศรษฐกิจ เกษตรกรยอมรบั และนาํ ไปปรบั ใช้ให้การเกษตรกรรม
เกิดความยง่ั ยืนได้

(ข9) การทดสอบในไรน่ า
การทดสอบในไร่นา เป็นการวิจัยทางการเกษตรอย่างหน่ึง ท่ีใช้ไร่นาหรือท่ีทํากินของ

เกษตรกรเปน็ ท่ีทดลอง (On-farm research or experimentation or trial) เพ่ือพิสูจน์ทราบว่า ภูมิปัญญา
องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการเกษตร อย่างใดอย่างหนึ่งหรือบางอย่างประกอบกัน ท่ีได้มีผล
จากการทดลองในสถานีวิจัยหรือผลจากการทดลองใช้ของเกษตรกรในที่ใดแล้ว ว่าเกิดผลดีต่อการเกษตร
ในเร่อื งใดหรอื สว่ นใดนนั้ มีความเหมาะสมทีจ่ ะใชใ้ นชุมชนท้องถิน่ เป้าหมายหรอื ไม่ เปน็ การดําเนนิ การเฉพาะ
พื้นที่ ซง่ึ นกั สง่ เสริมการเกษตรพงึ เข้าใจถงึ ความหมาย รูปแบบ หลักการ กระบวนการดําเนินงาน เทคนิคการ
ทดสอบในไร่นา กับมีทักษะและประสบการณ์ในการทําวิจัยทดสอบในไร่นา เพื่อนํามาใช้ประโยชน์
ในการวางแผนทดสอบ ที่เม่ือนําไปดําเนินงานตามแผนแล้ว จะช่วยให้เกิดความมั่นใจในกระบวนการ
และผลท่ีเกิดข้ึนจากการทดสอบ ว่าส่ิงท่ีตนนํามาส่งเสริมเผยแพร่แนะนําแก่เกษตรกรน้ัน มีความเหมาะสม
กับสภาพความเป็นจริงของพื้นที่ และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกรแล้ว รวมท้ังมีความเป็นไปได้
อยา่ งมากท่ีจะประสบผลสําเรจ็ ด้วยเหตุผลและหลักฐานที่เกษตรกรได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง
ร่วมในกระบวนการทดสอบ ถือเป็นประสบการณ์ตรงที่เกษตรกรสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา
ยอมรบั ปรับใช้ของตน เพ่ือใหเ้ กิดผลสัมฤทธ์ิตามวตั ถปุ ระสงค์

(ข10) เกณฑเ์ ลือกเกษตรกร
เกณฑ์เลือกเกษตรกร หมายถึง เกณฑ์ท่ีกําหนดขึ้นเพื่อใช้ในการเลือกเกษตรกร เพ่ือเข้าร่วม

ในการดําเนินงานทดสอบ โดยใช้ท่ีทํากินของเกษตรกรเป็นแปลงทดลองหรือทดสอบ (Treatment plot)

มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาส่งเสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรือ่ ง

ห น้ า 337 I 438

และ/หรือแปลงควบคุม (Control plot) ตามหลักทฤษฎีการวิจัยทดสอบในไร่นา ทั้งนี้ ด้วยความสมัครใจ
และความพร้อมของเกษตรกรเป็นสําคัญ ประกอบกับตัวช้ีวัดอ่ืน ๆ ที่กําหนดขึ้น เพ่ือความม่ันใจในเบ้ืองต้น
วา่ จะทําใหก้ ารดําเนินงานทดสอบในไร่นาบรรลุผลสาํ เรจ็ ตามวัตถปุ ระสงคไ์ ด้ ในสภาพความเป็นจริงของพ้ืนที่
ชุมชน

(ข11) วัตถุประสงค์ของการทดสอบในไร่นา
วัตถุประสงค์ของการทดสอบในไร่นาหมายถึง ผลที่ต้องการให้บรรลุ วัตถุประสงค์ต้องระบุ

เป็นข้อความทร่ี ัดกมุ เพ่อื ครอบคลมุ สง่ิ ทตี่ อ้ งการให้เกดิ ขน้ึ และเพ่อื ให้สามารถวดั และประเมนิ ผลได้ หลกั การ
เขียนวัตถุประสงค์ท่ีดีมักใช้ SMART Model คือ Specific (เจาะจง) Measurable (วัดได้) Attainable
(บรรลุผลได้) Reality (ในสภาพความเป็นจริง) Timeframe (ตามกรอบเวลา) วัตถุประสงค์ของการทดสอบ
ในไร่นาแสดงถึงเจตจํานงของนักส่งเสริมการเกษตรหรือผู้วิจัยว่าจะศึกษาเรื่องอะไร และต้องการให้ได้
ข้อคน้ พบอะไรจากการวจิ ยั ทดสอบในไร่นา

(ข12) โจทย์หรือประเดน็ ปญั หาทีต่ อ้ งการคาํ ตอบอย่างชัดเจน
โจทย์หรือประเด็นปญั หาทีต่ อ้ งการคําตอบอยา่ งชดั เจน เพื่อให้บรรลผุ ลตามวัตถุประสงค์ของ

การทดสอบในไร่นา สมควรนําวัตถุประสงค์มาต้ังโจทย์หรือประเด็นคําถามที่ต้องการคําตอบ
จากการดําเนินงานทดสอบ เพื่อให้การทดสอบเจาะจง ตรงตามวัตถุประสงค์ และได้คําตอบในทุกประเด็น
คําถามอย่างชัดเจน เห็นถึงประโยชน์ท่ีจะได้รับ ซ่ึงจะเป็นแรงกระตุ้นให้เกษตรกรและชุมชนสนใจและสมัคร
ใจเข้าร่วมงานทดสอบ เพ่ือประโยชน์ท่ีจะไดร้ ับรว่ มกนั

(ข13) พื้นทส่ี าํ หรบั การทดสอบ
พ้ืนที่สําหรับการทดสอบหมายถึง พื้นที่ไร่นาหรือท่ีทํากินของเกษตรกร ที่จะใช้ในการ

ดําเนินงานทดสอบ ซ่ึงต้องเป็นพื้นที่ตัวแทนสภาพปัญหา ตัวแทนลักษณะเชิงนิเวศการเกษตร ที่จําแนกให้ได้
พ้ืนท่ีและเกษตรกรที่มีลักษณะเป็นแบบเดียวกัน (Homogeneous group) ตามหลักทฤษฎีการวิจัยทดสอบ
ในไร่นา

(ข14) ผู้เกย่ี วข้องในการทดสอบในไร่นา
ผู้เกี่ยวข้องในการทดสอบในไร่นา หมายถึง ผู้มีส่วนร่วมโดยตรงหรือโดยอ้อมในกระบวนการ

ทดสอบในไร่นา ซ่ึงได้แก่เกษตรกรเป็นหลัก และผู้สนับสนุนทางวิชาการ อาทิ นักวิชาการ/นักวิจัยทาง
การเกษตร นักเศรษฐศาสตร์การเกษตร นักส่งเสริมการเกษตร และทางการบริหารจัดการ อาทิ บุคคล
กลุ่มบุคคล องค์กร สถาบัน ภายในหรือภายนอกชุมชนท้องถิ่น ที่มีความสนใจเข้าร่วมสร้างการเปล่ียนแปลง
ซง่ึ จะเปน็ ผู้ใด จาํ นวนเท่าใดน้นั อย่ใู นดลุ พินิจของนักส่งเสรมิ ท่ีรับผิดชอบโครงการทดสอบ

(ข15) บทบาทหน้าที่ ความรบั ผิดชอบ
บทบาทหน้าท่ี ความรับผิดชอบหมายถึง บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ ของแต่ละคน

แต่ละฝ่าย ท่ีต้องระบุอย่างชัดเจนและเป็นที่เข้าใจของผู้เข้ามีส่วนร่วมในการทดสอบในไร่นา เพ่ือให้
การดําเนินงานตามบทบาทหน้าที่มีความก้าวหน้า มีการใส่ใจทํางานในหน้าท่ีรับผิดชอบ มีการร่วมมือ
ประสานงานกนั ชว่ ยเหลอื สนับสนนุ กนั และมคี วามสัมพนั ธ์ทดี่ ีระหว่างกนั

มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาสง่ เสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรอ่ื ง

ห น้ า 338 I 438

(ข16) แนวทางและวธิ ดี าํ เนนิ การทดสอบในไรน่ าอยา่ งเป็นระบบ
แนวทางและวิธีดําเนินการทดสอบในไร่นาอย่างเป็นระบบเป็นส่วนหน่ึงของการออกแบบ

การทดสอบในไร่นา ตามหลักวิชาการ หลักการบริหารโครงการวิจัย หลักการส่งเสริมการเกษตร มี
รายละเอียดของกิจกรรมและกระบวนการดําเนินงานทดสอบในไร่นาที่ต้องกําหนดชัดเจนเป็นระบบ เป็น
โครงสรา้ งทแ่ี สดงแนวทางและข้ันตอนในการดําเนินงานทดสอบ โดยระบุทรัพยากรหรือปัจจัยนําเข้า (Input)
ท่ีต้องใช้ในกระบวนการดําเนินงาน (Process) การบริหารจัดการ (Management) เพ่ือให้บรรลุผลที่คาดว่า
จะได้รับ (Output) โดยมีการ ติดตามกํากับดูแล การประเมินผล การให้คําปรึกษาแนะนํา การช่วยเหลือ
สนบั สนุน การจัดเวทีเพื่อการเรียนรู้ร่วมกัน (Interactive learning through action) ระหว่างเกษตรกร นัก
ส่งเสริม นักวิชาการ/นักวิจัยการเกษตร นักเศรษฐศาสตร์การเกษตร และผู้มีส่วนร่วม ตามช่วงเวลาต่าง ๆ
ตลอดระยะของการทดสอบในไร่นา ซ่ึงอาจผสานแนวทางโรงเรียนเกษตรกร (Farmer Field School-FFS)
เขา้ เสริมสร้างการเรียนรใู้ ห้ชัดเจนเหน็ ชัดยิ่งขึน้ กไ็ ด้

(ข17) แนวทางและวิธีการเก็บรวบรวมขอ้ มลู อย่างเปน็ ระบบ
การเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นกระบวนการที่มีระบบและมีขั้นตอน มีการกําหนดเคร่ืองมือและ

วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล เช่น การสังเกต การสัมภาษณ์ การตอบแบบสอบถาม การตอบแบบทดสอบ
การจัดกลุ่มเสวนาหรือสนทนา (Focus group discussion/dialogue- FGD) การประเมินโดยเกษตรกร
(Farmer assessment) เป็นต้น มีการกําหนดวิธีการบันทึกข้อมูล การตรวจสอบความถูกต้องและ
ความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูล เพ่ือให้ม่ันใจว่าจะได้ข้อมูลท่ีถูกต้องและน่าเช่ือถือเกี่ยวกับเรื่องที่ทดสอบ
ทางดา้ นวิทยาศาสตรก์ ารเกษตร เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์หรือพฤติกรรมศาสตร์ ส่ิงแวดล้อมทางธรรมชาติ
เหตุการณ์ที่เกิดข้ึน การเปล่ียนแปลงท่ีพบในช่วงการทดสอบ และด้านอ่ืน ๆ ท่ีเกี่ยวโยงกัน เป็นข้อมูลเชิง
ปริมาณและเชิงคณุ ภาพ ที่จะนํามาจดั กระทาํ ในรูปแบบทเ่ี หมาะสมแกก่ ารวเิ คราะหต์ อ่ ไป

(ข18) แนวทางการวเิ คราะหข์ ้อมลู และสรปุ ผลการทดสอบ
แนวทางการวิเคราะห์ข้อมูล และสรุปผลการทดสอบหมายถึง การวางแนวทางวิเคราะห์

ข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้ทุกระยะของการทดสอบ มาวิเคราะห์ด้วยวิธีการทางสถิติ และ/หรือการวิเคราะห์เชิง
คุณภาพ แลว้ ตคี วามหรอื แปลความผลการวเิ คราะห์สรปุ ผลการวิเคราะห์ เพื่อตอบโจทย์หรือประเด็นปัญหาที่
กําหนดไว้อย่างครบถ้วน ตรงตามวัตถุประสงค์ของการทดสอบ และอยู่ในขอบเขตของการทดสอบในไร่นาท่ี
จะดาํ เนนิ การนั้น

(ข19) ขอ้ เสนอโครงการทดสอบในไร่นาตามรูปแบบที่กาํ หนด
ข้อเสนอโครงการทดสอบในไร่นาตามรูปแบบท่ีกําหนดหมายถึง การเขียนรายละเอียดท่ี

จาํ เป็นของสงิ่ ทีจ่ ะกระทาํ ในการทดสอบในไร่นาเพอ่ื ให้บรรลวุ ัตถปุ ระสงค์ ขอ้ เสนอโครงการมีความสําคัญช่วย
ให้มั่นใจในเบื้องต้น ว่ามีแนวทางในการสร้างความสําเร็จตามวัตถุประสงค์ภายในกรอบเวลาท่ีระบุ
โดยป้องกันและลดความเส่ียงที่อาจจะเกิดขึ้นในการดําเนินงานไว้ล่วงหน้า เป็นการป้องกันและลดความ
ผิดพลาดในการดําเนินงาน รูปแบบของข้อเสนอโครงการมีความแตกต่างกันไป ตามท่ีกําหนดโดยหน่วยงาน
ต้นสังกัด หรือหน่วยงานท่ีให้ทุน รูปแบบข้อเสนอโครงการทดสอบในไร่นามีองค์ประกอบสําคัญ
(ไม่ได้เรียงลําดับ สามารถปรับได้ และองค์ประกอบอาจเพ่ิม/ลดได้) ประกอบด้วย ชื่อโครงการ ชื่อ

มาตรฐานอาชีพและคณุ วุฒวิ ิชาชีพ สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาส่งเสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรอ่ื ง

ห น้ า 339 I 438

ผู้รับผิดชอบโครงการ ช่ือหน่วยงานรับผิดชอบโครงการ ระยะเวลาดําเนินงาน หลักการและเหตุผล
วัตถุประสงค์ของโครงการ ผลท่ีคาดว่าจะได้รับ ขั้นตอนการดําเนินงาน กิจกรรมท่ีจะกระทํา วิธีการ
ดําเนินงาน สถานที่หรือพ้ืนที่เป้าหมาย ทรัพยากรท่ีต้องการ งบประมาณ ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
ในการดําเนินงาน การบริหารจัดการความเสี่ยง ฯลฯ นักส่งเสริมการเกษตรพึงจัดทําข้อเสนอโครงการ
ตามรูปแบบและข้อกําหนดของหน่วยงานต้นสังกัด หรือหน่วยงานที่ให้ทุน แล้วนําเสนอต่อบุคคลหรือ
หนว่ ยงานตามขนั้ ตอนและกรอบเวลาทก่ี ําหนด เพอื่ ขอรบั ความเห็นชอบต่อไป

16. หน่วยสมรรถนะร่วม (ถ้าม)ี

N/A

17. อตุ สาหกรรมร่วม/กลุม่ อาชีพรว่ ม (ถา้ มี)
N/A

18. รายละเอยี ดกระบวนการและวธิ กี ารประเมิน (Assessment Description and Procedure)
18.1 ข้อสอบข้อเขียนปรนยั 4 ตัวเลอื ก

18.2 แบบประเมนิ ผลการสมั ภาษณ์

18.3 แบบประเมนิ ผลงานหรอื ชิน้ งานทีท่ ําสําเรจ็ แลว้

มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชพี สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาสง่ เสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปร่ือง

ห น้ า 340 I 438

หนว่ ยสมรรถนะ (Unit of Competence)

1. รหัสหน่วยสมรรถนะ B42

2. ช่ือหนว่ ยสมรรถนะ ดาํ เนินการทดสอบภูมปิ ญั ญา องคค์ วามรู้ เทคโนโลยี และนวตั กรรมทาง
การเกษตร

3. ทบทวนครง้ั ท่ี N/A

4. สรา้ งใหม่ 

5. สําหรบั ชือ่ อาชีพ และรหสั อาชพี (Occupation Classification)
9999

6. คาํ อธบิ ายหนว่ ยสมรรถนะ (Unit of CompetenceDescription)
หน่วยสมรรถนะนี้เก่ียวข้องกับดําเนินการทดสอบภูมิปัญญา องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

ทางการเกษตร ตามแผนทไ่ี ดว้ างไว้ ประกอบดว้ ย การดําเนนิ การทดสอบในไร่นาแบบมีสว่ นร่วม การรวบรวม
และวิเคราะห์ข้อมูลการทดสอบในไร่นา การอภิปรายและสรุปการเรียนรู้จากการดําเนินการทดสอบในไร่นา
และการประเมินและสรุปผลการทดสอบในไร่นา ผู้ท่ีผ่านหน่วยสมรรถนะน้ีสามารถดําเนินการทดสอบในไร่
นาตามแผนทวี่ างไวอ้ ยา่ งเป็นระบบ ถูกต้องตามหลักวิชาการและหลักปฏิบัติในการวิจัยทดสอบ และด้วยการ
เข้ามีส่วนร่วมของเกษตรกรและทุกฝ่ายท่ีเก่ียวข้องตลอดกระบวนการทดสอบ นําไปสู่ความสําเร็จตาม
วตั ถปุ ระสงคข์ องการทดสอบ

7. สาํ หรบั ระดบั คุณวฒุ ชิ น้ั

12 3 45678


8. กลุ่มอาชีพ (Sector)

นกั สง่ เสรมิ การเกษตร

9. ช่ืออาชพี และรหสั อาชพี อืน่ ทห่ี นว่ ยสมรรถนะน้ีสามารถใชไ้ ด้ (ถา้ ม)ี
N/A

10. ขอ้ กําหนด หรือกฎระเบยี บทเี่ กย่ี วขอ้ ง (Licensing of Regulation Related) (ถ้ามี)
N/A

11.สมรรถนะย่อย และเกณฑ์การปฏบิ ัตงิ าน (Elements of Competence and Performance
Criteria)

มาตรฐานอาชีพและคณุ วฒุ วิ ิชาชพี สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาสง่ เสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปร่ือง

ห น้ า 341 I 438

สมรรถนะยอ่ ย เกณฑ์ในการปฏบิ ัตงิ าน วิธีการประเมนิ
Element of Competence Performance Criteria Assessment Method

B421 ดาํ เนนิ การทดสอบในไร่นา 1. สอื่ สารทาํ ความเขา้ ใจระหวา่ งทกุ - ขอ้ สอบข้อเขยี น

แบบมีส่วนรว่ ม ฝ่ายที่เกย่ี วข้องเกย่ี วกบั - การสัมภาษณ์

วตั ถปุ ระสงค์และกระบวนการ - ผลงานหรือชนิ้ งานที่ทําสาํ เรจ็

ทดสอบ รวมทง้ั ข้อตกลงร่วมกนั แล้ว

2. บรหิ ารจดั การทดสอบตามแผนท่ี

วางไว้

3. ดาํ เนินการจัดกระบวนการ

เรยี นร้ตู ลอดช่วงการทดสอบ

4. แก้ไขปญั หาแบบมีส่วนร่วม

5. ปรบั ปรุงการทดสอบ ให้

สอดคล้องกับสถานการณแ์ ละ

วัตถปุ ระสงค์ของการทดสอบ

B422 รวบรวมและวเิ คราะห์ 1. กําหนดเกณฑว์ ดั และประเมินผล - ขอ้ สอบขอ้ เขียน
ข้อมูลการทดสอบในไร่นา
การทดสอบสอดคลอ้ งกับ - การสมั ภาษณ์

วัตถปุ ระสงคข์ องการทดสอบ - ผลงานหรือชนิ้ งานท่ที ําสาํ เรจ็

2. รวบรวมและบันทึกข้อมูลตาม แลว้

ขอ้ กําหนด

3. วิเคราะหข์ อ้ มูลถูกต้องตาม

หลักการวิจยั ทดสอบ

B423 อภปิ รายและสรุปการ 1. อภิปรายสรา้ งเสริมการเรยี นรทู้ ี่ - ขอ้ สอบขอ้ เขียน
เรียนร้จู ากการดาํ เนินการ
ทดสอบในไร่นา ชดั เจน โดยรับฟัง ตอบคําถาม - การสัมภาษณ์

B424 ประเมนิ และสรุปผลการ แลกเปล่ยี นความคิดเห็น - ผลงานหรือชิ้นงานท่ที ําสําเร็จ
ทดสอบ
2. สรุปการเรียนรรู้ ่วมกับเกษตรกร แล้ว

ชัดเจน ตรงตามวัตปุ ระสงค์

1. ประเมนิ และสรุปผลการเรยี นรู้ - ข้อสอบขอ้ เขยี น

ของเกษตรกร - การสมั ภาษณ์

2. รายงานผลการเรยี นรูต้ รงตาม - ผลงานหรอื ชิน้ งานท่ที ําสําเร็จ

วตั ถปุ ระสงค์ แล้ว

12. ความรแู้ ละทักษะก่อนหน้าท่ีจาํ เปน็ (Pre-requisite Skill & Knowledge)
N/A

มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาส่งเสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรอ่ื ง

ห น้ า 342 I 438

13. ทักษะและความรทู้ ีต่ อ้ งการ (Required Skill & Knowledge)
(ก) ความต้องการดา้ นทักษะ
(ก1) ทักษะการบรหิ ารจดั การงานวิจยั ทดสอบในไร่นาแบบมีสว่ นรว่ ม
(ก2) ทักษะการแกไ้ ขปญั หาในการทดสอบในไร่นาแบบมสี ว่ นร่วม
(ก3) ทักษะการบริหารจดั การกระบวนการเรียนร้ทู ย่ี ึดเกษตรกรเปน็ ศนู ย์กลาง
(ก4) ทกั ษะการใชเ้ ครอ่ื งมือและเทคนคิ การสร้างการเรียนรขู้ องเกษตรกร
(ก5) ทักษะการนาํ เสนอทีม่ ีประสิทธผิ ล การตอบคําถาม การอภปิ ราย การสรปุ ผล
(ก6) ทักษะการเป็นวทิ ยากรกระบวนการทีม่ ปี ระสทิ ธิผล
(ก7) ทักษะการประเมนิ การเรียนรขู้ องเกษตรกร
(ก8) ทักษะการเขยี นรายงาน
(ข) ความต้องการด้านความรู้
(ข1) ความรูเ้ กี่ยวกับหลกั และเทคนิคการบริหารจดั การทดสอบในไรน่ าแบบมีส่วนร่วม
(ข2) ความรู้เกี่ยวกับการจดั การปญั หาการทดสอบในไรน่ าแบบมสี ว่ นร่วม
(ข3) ความรู้เก่ียวกับการกําหนดเกณฑว์ ดั และประเมนิ ผล
(ข4) ความรูเ้ กี่ยวกบั การกําหนดวิธีการและเคร่ืองมือเก็บรวบรวมและบันทึกข้อมูลจากการทดสอบ

อย่างเป็นระบบ
(ข5) ความรู้เกี่ยวกบั การวเิ คราะหข์ อ้ มูลเชงิ ปริมาณและคณุ ภาพ
(ข6) ความรู้เก่ยี วกับการบรหิ ารจัดการกระบวนการเรียนรู้ทย่ี ึดเกษตรกรเปน็ ศูนย์กลาง
(ข7) ความรเู้ ก่ยี วกบั การเปน็ วทิ ยากรกระบวนการที่มปี ระสิทธผิ ลในการทดสอบในไร่นา
(ข8) ความรูเ้ ก่ยี วกับหลักและเทคนคิ การฟงั การตอบคําถาม การอภิปราย การสรุปผลการเรยี นรู้
(ข9) ความร้เู กีย่ วกับการประเมินการทดสอบในไรน่ า
(ข10) ความรู้เกี่ยวกับการจดั ทาํ รายงาน

14.หลกั ฐานทต่ี ้องการ (Evidence Guide)
หลักฐานทต่ี อ้ งการ สมควรใชห้ ลกั ฐาน (ก) และ (ข) ประกอบกัน
(ก) หลักฐานการปฏิบตั งิ าน (Performance Evidence)
(ก1) เอกสารรับรองประสบการณ์ทํางานวิจัยทดสอบในไร่นาแบบมีส่วนร่วมจากหัวหน้างาน/

ผู้ประกอบการ
(ก2) ผลงานหรอื ชน้ิ งานท่ีทําสําเรจ็ แลว้

(ข) หลกั ฐานความรู้ (Knowledge Evidence)
(ข1) ใบรับรองการผ่านการฝกึ อบรมดา้ นการวจิ ยั ทดสอบในไร่นาแบบมีส่วนร่วม
(ข2) ผลการสอบจากแบบสอบขอ้ เขยี น

มาตรฐานอาชีพและคณุ วฒุ ิวิชาชพี สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาส่งเสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปร่ือง

ห น้ า 343 I 438

(ค) คําแนะนําในการประเมนิ
เจ้าหน้าที่สอบตรวจประเมินหลักฐานโดยพิจารณาจากร่องรอยหลักฐานท่ีเกี่ยวข้อง ทั้งหลักฐาน

ดา้ นการปฏบิ ตั งิ านและหลกั ฐานดา้ นความรู้
(ง) วิธกี ารประเมนิ
- การสอบข้อเขียน

- การสัมภาษณ์

- ผลงานหรือช้ินงานทที่ ําสําเร็จแล้ว

15.ขอบเขต (Range Statement)

(ก) คําแนะนาํ

N/A

(ข) คําอธิบายรายละเอยี ด
(ข1) สอื่ สารทาํ ความเข้าใจ
สื่อสารทําความเข้าใจ หมายถึง การส่ือสารทําความเข้าใจให้ชัดเจนตรงกันกับเกษตรกร

และทุกฝ่ายท่ีเกี่ยวข้อง เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการทดสอบ กระบวนการทดสอบ เง่ือนไขและเรื่องต่าง ๆ
ที่เกยี่ วข้อง รวมทั้งขอ้ ตกลงทที่ ุกฝ่ายเห็นพ้องกนั เพ่ือให้มีความพร้อมในการดําเนินการทดสอบให้เป็นไปตาม
แผนที่วางไว้

(ข2) บริหารจดั การทดสอบ
บริหารจัดการทดสอบ หมายถึง การบริหารจัดการโครงการทดสอบในไร่นาให้เป็นไป

ตามแผนท่ีวางไว้ ด้วยการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันของเกษตรกร มีการใช้ทรัพยากรในการทดสอบ

อย่างมีประสิทธิภาพ ประสานความร่วมมือและการทํางานร่วมกันของเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องในขั้นตอน
ต่าง ๆ ของกระบวนการทดสอบ เพ่ือให้การดําเนินการทดสอบเป็นไปตามหลักและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง
ของการวิจั ยทดสอบในไร่ นาแบบมี ส่ วนร่ วม แ ล ะ มี ความคล่ องตั วเห มาะแ ก่ สถานการณ์

ท่มี ักมกี ารเปลย่ี นแปลง และบางคร้งั ไมไ่ ด้เป็นไปตามทคี่ าดหวงั ไว้
(ข3) ดําเนนิ การจดั กระบวนการเรียนรู้
ดําเนินการจัดกระบวนการเรียนรู้หมายถึง การกําหนดวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้

ว่าเกษตรกรจะเรียนรู้ในเรื่องอะไรจากการร่วมดําเนินการทดสอบภูมิปัญญา องค์ความรู้ เทคโนโลยี
นวัตกรรมทางการเกษตร ที่ได้นํามาทดสอบในที่ทํากินของเกษตรกรในชุมชนเป้าหมาย การดําเนินการ
จัดกระบวนการเรียนรู้ที่ยึดเกษตรกรเป็นศูนย์กลาง โดยเกษตรกรมีส่วนร่วมอย่างสําคัญและอย่างแข็งขันใน

การคิดและทําทุกขั้นตอนของการทดสอบ และฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าทางวิชาการและการบริหาร
จัดการ เข้าร่วมมือสนับสนุนตามบทบาทหน้าท่ีและความรับผิดชอบที่ได้กําหนดไว้ล่วงหน้าและทุกฝ่ายได้
เหน็ ชอบแล้ว

มาตรฐานอาชีพและคณุ วฒุ ิวิชาชพี สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาส่งเสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรอ่ื ง

ห น้ า 344 I 438

(ข4) แกไ้ ขปัญหาแบบมสี ่วนรว่ ม
แก้ไขปัญหาแบบมีส่วนร่วม หมายถึง การแก้ปัญหาที่เกิดข้ึนในระหว่างดําเนินการ

ทดสอบในไร่นา ด้วยความรว่ มมือกันระหวา่ งนกั สง่ เสริมการเกษตร เกษตรกร และผู้เก่ียวข้องในกระบวนการ
ทดสอบ โดยดําเนินการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ เริ่มจากการร่วมกันทําความเข้าใจสภาพปัญหา
การวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา การพิจารณาผลที่เกิดขึ้น การหาทางเลือกในการแก้ปัญหา การประเมิน
ทางเลือก การตัดสินใจเลือกทางเลือกที่มีศักยภาพหรือเป็นไปได้มากท่ีสุดท่ีจะแก้ปัญหาให้ลุล่วงไป
และการนําทางเลือกไปดําเนินการเพื่อให้เกิดผลสําเร็จในสภาพความเป็นจริงของพ้ืนที่และของเกษตรกร
จากน้ันกต็ ดิ ตามและประเมนิ ผลการแก้ปญั หาว่าสําเรจ็ หรือไม่ อย่างไร

(ข5) ปรับปรุงการทดสอบ
ปรับปรุงการทดสอบ หมายถึง การปรับปรุงการดําเนินการทดสอบให้สอดคล้องกับ

สถานการณ์ท่ีมักมีการเปล่ียนแปลงและไม่แน่นอน เป็นการทําให้การทดสอบมีความอ่อนตัวหรือคล่องตัว
เหมาะแก่สถานการณ์ แต่ยังคงถูกต้องตามหลักวิชาการและแนวทางปฏิบัติของการทดสอบในไร่นา
แบบมีส่วนร่วม เพ่ือทําให้มีความม่ันใจว่าการทดสอบจะดําเนินไปจนประสบผลสําเร็จตามวัตถุประสงค์
ของการทดสอบ

(ข6) เกณฑ์วัดและประเมนิ ผลการทดสอบ
เกณฑ์วัดและประเมินผลการทดสอบ หมายถึง การกําหนดตัวช้ีวัดผลสําเร็จของการ

ทดสอบ ที่ตอ้ งตรงตามวัตถุประสงคข์ องการทดสอบ และมีมาตรฐานเป็นท่ียอมรับของประชาคมวิจัยทดสอบ
ในไร่นา รวมทั้งทางวิทยาศาสตร์การเกษตรสาขาท่ีทําวิจัยทดสอบนั้น เกณฑ์ที่ใช้วัดและประเมินผลการ
ทดสอบในไร่นามีทั้งด้านวิทยาศาสตร์การเกษตรสาขาที่ทําวิจัยทดสอบ ด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านสังคมศาสตร์
หรือพฤติกรรมศาสตร์ ด้านการส่งเสริมการเกษตร ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านอ่ืน ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง
ทั้งน้ีการกําหนดเกณฑ์จะเป็นการคิดและตัดสินใจร่วมกันระหว่างนักส่งเสริมการเกษตร เกษตรกร
และผเู้ กย่ี วขอ้ งในกระบวนการทดสอบครง้ั นัน้

(ข7) รวบรวมและบันทกึ ขอ้ มลู ตามขอ้ กาํ หนด
รวบรวมและบนั ทึกขอ้ มูลตามข้อกําหนดหมายถึง การเก็บรวบรวมข้อมูลจากการทดสอบ

ในไร่นา ในรูปแบบท่ีกําหนดขึ้นอย่างมีระบบและขั้นตอน ตามระยะเวลาที่กําหนด โดยใช้เคร่ืองมือและ
วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลรวมทั้งการบันทึกท่ีเหมาะสม มีการตรวจสอบความถูกต้องและความครบถ้วนของ
ข้อมูล เพื่อให้ม่ันใจว่าจะได้ข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่ถูกต้องตรงตามความเป็นจริงและน่าเชื่อถือ
สามารถนาํ ไปจัดกระทาํ ในรปู แบบทเ่ี หมาะสมแกก่ ารวเิ คราะห์ตอ่ ไป

(ข8) วิเคราะห์ขอ้ มูลถูกต้องตามหลักการวจิ ยั ทดสอบ
วิเคราะห์ข้อมูลถูกต้องตามหลักการวิจัยทดสอบ หมายถึง การวางแนวทางวิเคราะห์

ข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้ทุกระยะของการทดสอบในไร่นา มาวิเคราะห์ด้วยวิธีการทางสถิติ และ/
หรอื การวเิ คราะหเ์ ชิงคุณภาพ แลว้ ตคี วามหรอื แปลความผลการวิเคราะห์สรุปผลการวเิ คราะห์ เพื่อตอบโจทย์
หรือประเด็นปัญหาท่ีกําหนดไว้อย่างครบถ้วน ตรงตามวัตถุประสงค์ของการทดสอบ และอยู่ในขอบเขตของ
การทดสอบในไรน่ าทีด่ าํ เนนิ การนน้ั

มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒวิ ิชาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาส่งเสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรอื่ ง

ห น้ า 345 I 438

(ข9) สรา้ งเสรมิ การเรียนรู้
สร้างเสริมการเรียนรู้ หมายถึง การดําเนินกิจกรรมที่กระตุ้นการเข้ามีส่วนร่วมของ

เกษตรกร ในการพูด การแสดงและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การแบ่งปันความรู้และประสบการณ์
การวเิ คราะหข์ ้อมูล การสงั เคราะห์ การสรปุ ผล ทาํ ให้เกษตรกรเกดิ การเรียนร้อู ย่างสร้างสรรค์และพัฒนาการ
เรียนรู้อย่างกว้างขวางและลึกซ้ึงยิ่งข้ึน ซ่ึงเอื้อประโยชน์แก่การพัฒนาตนเองของเกษตรกร
และการพัฒนาการทํางานร่วมกลุ่มหรือการทํางานเป็นทีม ทําให้การเรียนรู้มีความก้าวหน้า มีทิศทาง
และมงุ่ สู่วัตถุประสงค์ท่กี าํ หนดไว้

(ข10) การรบั ฟัง ตอบคาํ ถาม แลกเปลี่ยนความคิดเหน็
การรับฟัง ตอบคําถาม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เป็นความพยายามอย่างมีทิศทางและ

เป็นระบบ เพ่ือให้เกิดการติดต่อสื่อสารสองทางท่ีมีการตรวจสอบความเข้าใจให้ตรงกันระหว่างผู้ส่งและผู้รับ
สาร และมั่นใจว่ามีการสนองตอบในความคิดท่ีตรงกัน การเรียนรู้มีความก้าวหน้า มีทิศทาง
และมงุ่ สูว่ ัตถุประสงค์ทก่ี าํ หนดไว้

(ข11) สรุปการเรยี นรู้ร่วมกบั เกษตรกร
สรุปการเรียนรู้ร่วมกับเกษตรกร หมายถึง การตกผลึกบทเรียนที่ได้รับจากประสบการณ์

ตรงของเกษตรกรในการดําเนินการทดสอบภูมิปัญญา องค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรมทางการเกษตร
ท่ีนํามาทดสอบในที่ทํากินของเกษตรกร ผนวกกับความคิดเห็นของนักส่งเสริมการเกษตร นักวิชาการเกษตร
สาขาท่ีทําวิจัยทดสอบ และผู้เก่ียวข้องในการทดสอบ ทําให้ได้ข้อสรุปที่มีสาระท่ีเป็นประโยชน์และมีคุณค่า
ควรแก่การนําไปใช้ประโยชนใ์ นการวางแผนเสรมิ สร้างและพฒั นาการเรียนร้ใู หส้ ูงยิ่งข้ึน ทําให้เกษตรกรมีองค์
ความรู้และเกิดปัญญา รู้เท่าทันเหตุการณ์และความเป็นจริงด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ และด้วยเหตุผล
สามารถเปน็ วิทยากรเกษตรกร (Farmer trainer) ในการสง่ เสริมขยายผลการทดสอบที่สาํ เรจ็ แล้วตอ่ ไป

(ข12) ประเมนิ ผลการทดสอบในไร่นา
ประเมินผลการทดสอบในไร่นาหมายถึง การวัดและประเมินผลตามเกณฑ์ที่กําหนด

โดยดําเนินการอยา่ งเป็นระบบ และถูกต้องตามหลักทฤษฎีและแนวทางปฏิบัติของการวิจัยประเมินผลในการ
ทดสอบในไร่นา ทําให้การประเมินผลเป็นท่ียอมรับของประชาคมวิจัยทดสอบ และของวิทยาศาสตร์
การเกษตรสาขาท่ที าํ วจิ ยั ทดสอบ

(ข13) รายงานผลการทดสอบ
รายงานผลการทดสอบ หมายถึง การรายงานสรุปผลการทดสอบในไร่นา

ท่ีตรงตามวัตถุประสงค์ของการทดสอบ การอภิปรายผลการทดสอบ และการให้ข้อเสนอแนะท้ังในระดับ
นโยบายและระดับปฏิบัติการ ทําให้เกิดประโยชน์ในการบริหารจัดการโครงการทดสอบในไร่นาให้เกิด
ประสิทธิผลและประสิทธิภาพย่ิงขึ้น และเกิดประโยชน์ท้ังทางวิชาการและปฏิบัติการส่งเสริมการเกษตร
อีกดว้ ย

มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชพี สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาสง่ เสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปร่ือง

16.หน่วยสมรรถนะรว่ ม (ถ้ามี) ห น้ า 346 I 438

N/A

17. อตุ สาหกรรมรว่ ม / กลมุ่ อาชีพร่วม (ถา้ มี)
N/A

18. รายละเอียดกระบวนการ และวธิ กี ารประเมนิ (Assessment Description and Procedure)
18.1 ข้อสอบข้อเขยี นปรนัย 4 ตัวเลือก

18.2 แบบประเมนิ ผลการสมั ภาษณ์

18.3 แบบประเมินผลงานหรือช้นิ งานทที่ ําสําเรจ็ แลว้

มาตรฐานอาชีพและคณุ วุฒวิ ิชาชีพ สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาส่งเสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปร่ือง

ห น้ า 347 I 438

1. รหัสหน่วยสมรรถนะ หนว่ ยสมรรถนะ (Unit of Competence)
2. ช่ือหนว่ ยสมรรถนะ
B43

สง่ เสริมการประยกุ ต์ใชผ้ ลการทดสอบท่สี าํ เร็จแลว้

3. ทบทวนครง้ั ท่ี N/A

4. สร้างใหม่ 

5. สําหรบั ชอ่ื อาชพี และรหสั อาชพี (Occupation Classification)
9999

6. คาํ อธบิ ายหน่วยสมรรถนะ (Unit of Competence Description)
หน่วยสมรรถนะน้ีเกี่ยวข้องกับความสามารถในการส่งเสริมการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา องค์ความรู้

เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการเกษตร ท่ผี า่ นการทดสอบแล้วว่าเหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงของพ้ืนที่
และเกษตรกร ประกอบด้วย การส่งเสริมการประยุกต์ใช้ผลการทดสอบที่สําเร็จแล้วอย่างกว้างขวาง
และประเมินและสรุปรายงานผลการดําเนินงานส่งเสริม ผู้ท่ีผ่านหน่วยสมรรถนะนี้สามารถวางแผนการ
ส่งเสริมการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการเกษตร ดําเนินงานตาม
แผนการสง่ เสริม ประเมิน สรุป และรายงานผลการส่งเสริมการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา องค์ความรู้ เทคโนโลยี
และนวัตกรรมทางการเกษตร

7. สําหรับระดบั คุณวุฒชิ ัน้

12 3 45678


8. กลุม่ อาชีพ (Sector)

นกั ส่งเสริมการเกษตร

9. ช่ืออาชพี และรหสั อาชพี อนื่ ท่ีหนว่ ยสมรรถนะนี้สามารถใช้ได้ (ถา้ มี)
N/A

10. ขอ้ กําหนด หรอื กฎระเบียบท่ีเกีย่ วขอ้ ง (Licensing of Regulation Related) (ถ้ามี)
N/A

11.สมรรถนะยอ่ ย และเกณฑ์การปฏิบัตงิ าน (Elements of Competence and Performance
Criteria)

มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาส่งเสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรือ่ ง

ห น้ า 348 I 438

สมรรถนะย่อย เกณฑ์ในการปฏบิ ัตงิ าน วธิ ีการประเมนิ
Element of Competence
B431 ส่งเสรมิ การประยุกต์ใชผ้ ล Performance Criteria Assessment Method

การทดสอบท่ีสาํ เรจ็ แลว้ 1. สนบั สนนุ เกษตรกรทร่ี ่วมทาํ - ขอ้ สอบข้อเขยี น
แปลงทดสอบจนสาํ เรจ็ ให้ - การสมั ภาษณ์
B432 ประเมินและสรุปรายงาน
ผลการดาํ เนินงานสง่ เสริม จัดทําแปลงเรยี นรู้ตน้ แบบ - ผลงานหรือชน้ิ งานท่ที ําสําเร็จ

2. ถา่ ยทอดองคค์ วามรูใ้ นรปู แบบ แลว้

ของวิทยากรเกษตรกร

3. ขยายพ้ืนที่และจาํ นวน

เกษตรกรผู้ประยุกตใ์ ช้ผลการ
ทดสอบ

4. ใหค้ ําปรกึ ษาแนะนํา ชว่ ยเหลือ

สนบั สนุนทางวชิ าการและการ

จัดการ

1. ประเมินและสรปุ ผลการ - ขอ้ สอบข้อเขยี น

ส่งเสริมการประยุกตใ์ ช้ - การสัมภาษณ์

2. รายงานผลการสง่ เสริม - ผลงานหรอื ชน้ิ งานทที่ าํ สาํ เร็จ

แล้ว

12. ความรแู้ ละทักษะกอ่ นหนา้ ท่ีจาํ เปน็ (Pre-requisite Skill & Knowledge)
N/A

13. ทักษะและความรทู้ ต่ี อ้ งการ (Required Skill & Knowledge)
(ก) ความตอ้ งการด้านทกั ษะ
(ก1) ทักษะการใช้แนวทางการส่งเสริมแบบมีสว่ นรว่ ม
(ก2) ทักษะการจัดทําแปลงเรียนรู้ท่มี ีประสทิ ธิผล
(ก3) ทักษะการฝกึ อบรมและพฒั นาวทิ ยากรเกษตรกร
(ก4) ทักษะการนเิ ทศในงานสง่ เสริม
(ก5) ทักษะการประเมนิ ผลการส่งเสรมิ
(ก6) ทักษะการเขยี นรายงาน
(ข) ความตอ้ งการด้านความรู้
(ข1) ความรู้เกย่ี วกับแนวทางการส่งเสริมแบบมีส่วนรว่ มหรือแบบเกษตรกรสู่เกษตรกร
(ข2) ความรเู้ กย่ี วกบั หลักและเทคนิคการจดั ทาํ แปลงเรียนรู้
(ข3) ความรเู้ กยี่ วกับการฝกึ อบรมและพฒั นาวทิ ยากรเกษตรกร
(ข4) ความรูเ้ กี่ยวกับการนิเทศในงานส่งเสรมิ

มาตรฐานอาชีพและคุณวฒุ วิ ิชาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาส่งเสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรอื่ ง


Click to View FlipBook Version