ห น้ า 149 I 438
3) การหาข้อสรุปจากข้อมูลตัวอย่าง (Conclusion From sample data) เป็นการนํา
สถิติมาใช้ในการหาข้อสรุปที่จะนําไปสู่การตอบวัตถุประสงค์ของการวิจัยโดยส่วนใหญ่จะอาศัยสถิติแบบ
อนุมาน ที่จะใช้วิธีนําค่าของข้อมูลท่ีได้จากการเลือกตัวอย่างไปทําการศึกษาและวิเคราะห์เพ่ือนําไปสู่ข้อสรุป
ข้อมูลประชากร โดยมีเทคนิคทางสถิติท่ีจะนํามาใช้ในการหาข้อสรุป เช่น การประมาณค่า การทดสอบ
สมมตฐิ าน การหาความสมั พนั ธ์ การพยากรณ์ เปน็ ต้น
(ข8) การวิเคราะห์ผลการวิจัย เป็นการนําผลที่ได้จากการประมวลผลข้อมูลมาวิเคราะห์เพ่ือ
การตีความหมายและแปรผลจากข้อมูลท่ีได้ให้สามารถเข้าใจได้ง่าย บอกผลของการวิจัยท่ีได้ซ่ึงอาจเป็น
ข้อเท็จจริงหรือแนวโน้ม อาจมีการเปรียบเทียบ และผลการวิจัยสามารถนําไปใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ของ
การวจิ ยั
(ข9) รายงานความก้าวหน้าของงาน โครงสร้างจะคล้ายกับรายงานฉบับสมบูรณ์
ประกอบด้วยความเป็นมาของโครงการ วัตถุประสงค์ แผนการดําเนินการ (ข้ันตอนและรูปแบบการทํางาน)
ผลการดําเนินงานท่ีได้ดําเนินการไปแล้วทั้งหมด ตัวช้ีวัดและผลผลิต งบประมาณที่ได้ใช้จ่ายไปแล้วนับต้ังแต่
เร่ิมโครงการ งานตามแผนกิจกรรมท่ีจะทําต่อไป (ระบุจํานวนเดือน) คําช้ีแจงเกี่ยวกับปัญหาอุปสรรค (ถ้ามี)
และแนวทางแก้ไข
(ข10) การบันทึกผล ได้แก่ การบันทึกในสมุดบันทึกมาตรฐาน หรือบันทึกแบบอิเล็กทรอนิกส์
ควรมีรูปแบบลักษณะชัดเจน มีวันระบุ สืบค้นได้ ใครเป็นผู้กระทําส่ิงใด เมื่อไรเพราะอะไรและผู้อื่นไม่ควร
แก้ไขได้ภายหลัง ข้อมูลมีคุณภาพ รายละเอียดครบถ้วน เชื่อถือได้ ข้อมูลไม่สูญหาย มีระยะเวลาจัดเก็บที่
เหมาะสม มีการสํารองข้อมูลและควรเป็นไปตามกฎระเบียบขององค์กร และหากเป็นระบบอิเล็คทรอนิกส์
ควรมรี ะบบรักษาความปลอดภยั ดา้ นอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ มกี ารบันทึกต้งั แตก่ ระบวนการวิจัย
(ข11) สรุปผลได้แก่ การนําผลการวิเคราะห์เขียนสรุปให้แสดงถึงความสัมพันธ์ของภาพรวม
ของการวิจัยในส่วนที่สําคัญ แสดงผลวิจัยการสรุปให้ครอบคลุมครบถ้วนประเด็นปัญหาท่ีวิจัยท้ังหมด มี
หลักเกณฑ์ในการเขียนคือ การสรุปผลตามสมมติฐานที่ตั้งไว้โดยการเปรียบเทียบผลที่ค้นพบกับข้อเท็จจริง
ของผู้วิจัยในอดีตหรือเชื่อมโยงทฤษฎีท่ีเกี่ยวข้องเพื่อยืนยันความรู้เดิมหรือต่อยอดความรู้เดิม รวมถึงการให้
ข้อเสนอแนะ อภิปรายผลซึ่งเป็นการตีความผลการวิจัย จากการเชื่อมโยงคําถามงานวิจัย วัตถุประสงค์การ
วิจยั แนวคดิ ทฤษฎแี ละงานวิจยั ทเี่ กย่ี วข้องเพือ่ มาประกอบการตีความผลการวจิ ยั
(ข12) รายงานผลการวิจัย คือ การเรียบเรียงเอกสารเพื่อนําเสนอผลการศึกษาและดําเนินการ
ค้นคว้าอย่างมีระบบแบบแผนท่ีเป็นวิทยาศาสตร์ ลักษณะรายงาน เป็นเอกสารสารสนเทศท่ีผู้วิจัยเรียบเรียง
ตามเหตผุ ลและท่ีมาของปัญหา กรอบแนวคดิ ในการวิจัย การดําเนินการวิจัยและผลการวิจัย ประกอบด้วย 3
ส่วน คอื
1) ส่วนนํา ความเป็นมาความสําคัญของปัญหา วัตถุประสงค์ของการวิจัย สมมติฐานของ
การวิจัย ขอบเขตของการวิจัย ข้อตกลงเบ้ืองต้น ข้อจํากัดของการวิจัย นิยามโดยเฉพาะ ประโยชน์ท่ีคาดว่า
จะได้รบั
มาตรฐานอาชีพและคุณวฒุ วิ ิชาชีพ สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาสง่ เสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปร่อื ง
ห น้ า 150 I 438
2) ส่วนเน้ือเรื่อง มี 5 บท คือบทนํา เอกสารและงานวิจัยที่เก่ียวข้อง วิธีการดําเนินการ
วิจัย สรุปผลและข้อเสนอแนะ โดยหลักการเขียนอภิปรายผลการวิจัยจําเป็นต้องมีในส่วนของการเขียน
อภิปรายผลการวิจัย ประกอบด้วย 4 ส่วน ได้แก่ 1) การเขียนแสดงสมมติฐานการวิจัยและรายงาน
ผลการวิจัย 2) การเขียนเหตุผลของผลการวิจัยท่ีค้นพบ 3) การเขียนยืนยันผลการวิจัยเชื่อมโยงงานวิจัย
ปัจจุบันกับงานวจิ ยั ในอดีต และ 4) การเขียนขอ้ จํากดั และขอ้ เสนอแนะงานวจิ ัย
3) ส่วนอ้างอิง ประกอบด้วยบรรณานุกรม ภาคผนวก ตัวอย่างการวิเคราะห์ข้อมูล
รายนามผทู้ รงคุณวฒุ ิท่ีตรวจสอบคณุ ภาพเครอื่ งมือวิจยั
(ข13) การเขียนรายงาน หมายถึง การเสนอผลงานท่ีได้ศึกษา ค้นคว้ามาแล้ว และได้พบความ
จริง หรือได้รับความรู้ใหม่ ๆ ประการใดบ้าง การรายงานเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้รู้ว่า ในการทําวิจัยน้ัน
มีปัญหาอะไร และมีประโยชน์อย่างไรแทนการที่จะต้องไปศึกษาใหม่ทั้งหมด การเขียนรายงานการวิจัยต้อง
เป็นไปตามระเบียบปฎิบัติของการวิจัย เป็นการเตรียมการ และเผยแพร่ผลงานวิจัย เพื่อให้ผู้สนใจอ่ืน ๆ
ศึกษาหรอื ทําซํ้าได้
การเขียนวิจัยจะต้องเขียนตามรูปแบบ ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ถูกต้อง และรวบรวมอย่างมี
ระบบ ดังนั้นการเขียนรายงานวิจัยจึงควรเขียนบรรยายตามข้อเท็จจริง ตามท่ีได้ศึกษามา โดยการใช้ภาษา
ง่าย ๆ และตรงไปตรงมา มีการลําดับเหตุการณ์ และกระบวนการอย่างชัดเจน การเขียนรายงานวิจัยน้ัน เป็น
การเขียนอยา่ งมีแบบแผน มีรายละเอยี ดปลกี ยอ่ ยท่เี ป็นกฎเกณฑข์ องการทําวิจยั เช่น การกําหนดบท การย่อ
หน้า การเว้นขอบ การเขียนตาราง การอ้างอิง การเขียนเชิงอรรถ และการใช้การอ้างอิงอย่างมีเหตุผล และ
เป็นระบบมีการวิจารณ์ วิเคราะห์ และเสนอแนะ และนําเสนอผลการวิจัย ซ่ึงผู้วิจัยจะต้องพิจารณาว่าจะ
เขียนรายงาน และนําเสนอผลในรูปแบบใด ที่จะทําให้งานวิจัยน้ันน่าสนใจมากท่ีสุด และทําให้ผู้อื่น หรือ
ผู้สนใจอา่ นเข้าใจได้ง่าย
(ข14) การใชป้ ระโยชน์จากรายงานผลการวิจัย เป็นการนําไปใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ท่ี
ระบไุ วใ้ นโครงการ/โครงการวิจัย และรายงานการวิจัยอย่างถูกต้อง สามารถนําไปสู่การแก้ปัญหาได้อย่างเป็น
รูปธรรมกับกลุ่มเป้าหมาย โดยมีหลักฐานปรากฏอย่างชัดเจนถึงการนําไปใช้ จนก่อให้เกิดประโยชน์ได้จริง
ตามวัตถุประสงค์ และได้การรับรองการใชป้ ระโยชนจ์ ากหนว่ ยงานทเ่ี กี่ยวข้อง
16.หนว่ ยสมรรถนะรว่ ม (ถ้ามี)
N/A
17.อุตสาหกรรมร่วม/กลมุ่ อาชพี รว่ ม (ถา้ มี)
N/A
18.รายละเอียดกระบวนการ และวิธกี ารประเมนิ (Assessment Description and Procedure)
18.1 เครอ่ื งมอื ประเมนิ การวางแผนการวจิ ัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดา้ นกระบวนการ
ผลติ สตั ว์
1) การสอบขอ้ เขียน แบบปรนัย 4 ตวั เลือก
2) การสัมภาษณ์
มาตรฐานอาชีพและคุณวฒุ ิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาส่งเสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปร่ือง
ห น้ า 151 I 438
3) แฟ้มสะสมผลงาน ประกอบดว้ ยหลกั ฐานจากผลงานเชงิ ประจักษ์ ได้แก่
- รายงาน หรือเอกสารการวิเคราะห์ข้อมูลท่ีเกี่ยวข้องกับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี
และนวัตกรรมด้านกระบวนการผลิตสัตว์ อาทิ ปัญหา หรือความต้องการเทคโนโลยี หรือ รายละเอียดของ
เทคโนโลยที ีต่ อ้ งการวิจยั และพัฒนา
- แผนการวจิ ัยและพฒั นา
18.2 เครอื่ งมือประเมนิ การดําเนินการวิจัยและพฒั นาเทคโนโลยี และนวัตกรรรมดา้ นกระบวนการ
ผลิตสัตว์
1) การสอบข้อเขยี น แบบปรนัย 4 ตวั เลอื ก
2) การสัมภาษณ์
3) แฟ้มสะสมผลงาน ประกอบดว้ ยหลกั ฐานจากผลงานเชิงประจักษ์ ไดแ้ ก่
- รายงานความก้าวหนา้ ของการวิจัยและพัฒนา ทนี่ ําเสนอผ้ทู เี่ กย่ี วข้อง
- ภาพถา่ ยวธิ ีการวิจยั และพฒั นาเทคโนโลยี และนวตั กรรม
18.3 เครื่องมือประเมินการรายงานผลการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรรมด้านกระบวนการ
ผลติ สัตว์
1) การสอบขอ้ เขียน แบบปรนัย 4 ตวั เลอื ก
2) การสมั ภาษณ์
3) แฟ้มสะสมผลงาน ประกอบด้วยหลักฐานจากผลงานเชิงประจกั ษ์ ได้แก่
- รายงานผลการวิจยั และพัฒนาเทคโนโลยี และนวตั กรรมทางการเกษตรฉบับสมบรู ณ์
- ภาพถ่ายผลงาน เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านกระบวนการผลิตสัตว์ท่ีได้วิจัยและ
พฒั นา
มาตรฐานอาชีพและคณุ วุฒิวิชาชพี สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาส่งเสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรอ่ื ง
ห น้ า 152 I 438
หน่วยสมรรถนะ (Unit of Competence)
1. รหัสหน่วยสมรรถนะ A33
2. ช่ือหน่วยสมรรถนะ วิจัยและพฒั นาเทคโนโลยี และนวัตกรรมการจดั การผลติ ผลจากสัตว์
3. ทบทวนครง้ั ที่ N/A
4. สรา้ งใหม่
5. สําหรับช่ืออาชีพ และรหสั อาชีพ (Occupation Classification)
9999 อาชพี นักเทคโนโลยีการผลติ สตั ว์
6. คาํ อธิบายหน่วยสมรรถนะ (Description of Unit of Competency)
หน่วยนี้เกี่ยวข้องกับการวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางด้านการจัดการผลิตผลจาก
สัตว์ ซึ่งประกอบด้วยเทคโนโลยีการเพิ่มคุณภาพของผลผลิต กระบวนการแปรรูป การพัฒนา และการ
รักษาคุณภาพของผลติ ภฒั ฑจ์ ากสตั ว์
ผู้ปฏิบัติงานจะต้องมีความรู้ความเข้าใจและมีทักษะในกระบวนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี และ
นวัตกรรมท่ีเกี่ยวข้องกับการจัดการผลิตผลจากสัตว์สามารถรวบรวม วิเคราะห์ ประมวลข้อมูล เพื่อมีกรอบ
แนวคิดการศึกษาหรือวิจัย และดําเนินการศึกษาหรือวิจัยจนได้เทคโนโลยี หรือนวัตกรรม ที่สามารถ
ตอบสนองความตอ้ งการในการเพิม่ ประสทิ ธภิ าพการผลิตได้
7. สําหรับระดบั คุณวฒุ ิ
12345678
8. กลุ่มอาชพี (Sector)
นกั เทคโนโลยกี ารผลิตสตั ว์
9. ชื่ออาชพี และรหัสอาชีพอนื่ ที่หนว่ ยสมรรถนะนี้สามารถใช้ได้
N/A
10. ขอ้ กาํ หนด หรือกฎระเบยี บท่เี กยี่ วข้อง (Licensing of Regulation Related)
N/A
มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาสง่ เสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรื่อง
ห น้ า 153 I 438
11.สมรรถนะย่อย และเกณฑก์ ารปฏิบตั ิงาน (Element and Performance Criteria)
สมรรถนะย่อย เกณฑ์การปฏบิ ตั งิ าน วิธกี ารประเมนิ
(Element of Competence) (Performance of Criteria) (Assessment Method)
A331 วางแผนการวจิ ัยและ
1. สาํ รวจ รวบรวม และวเิ คราะห์ การสอบขอ้ เขยี น หรอื
พฒั นาเทคโนโลยแี ละ ขอ้ มลู ท่ีเกย่ี วขอ้ ง ตามหลกั การ การสมั ภาษณ์ หรอื
นวัตกรรมด้านการจดั การ และกระบวนการเก็บข้อมลู แฟ้มสะสมผลงาน
ผลิตผลจากสตั ว์
2. วางแผนการดําเนินงานตาม
A332 ดาํ เนนิ การวจิ ัยและพัฒนา ระเบียบวธิ วี ิจัย
เทคโนโลยีและนวตั กรรม
ดา้ นการจัดการผลิตผล 3. จัดทาํ แผนงานได้ครบถว้ นชดั เจน
จากสตั ว์ นําไปปฏิบัตไิ ด้
A333 รายงานผลการวจิ ยั และ 1. จดั เตรยี มวสั ดุ อุปกรณ์ พนื้ ท่ี ก่อน การสอบขอ้ เขยี น หรือ
พฒั นาเทคโนโลยีและ
นวัตกรรมด้านการจัดการ ดาํ เนินการ ตามแผนงานทีก่ าํ หนด การสัมภาษณ์ หรือ
ผลติ ผลจากสตั ว์
2. ดาํ เนินงานวจิ ยั และพฒั นา แฟ้มสะสมผลงาน
เทคโนโลยแี ละนวัตกรรม ตาม
แผนงาน
3. รายงานความก้าวหน้าของงาน
เสนอตอ่ ผู้ท่ีเกีย่ วขอ้ งตามลาํ ดับชั้น
เปน็ ระยะ ๆ
4. บนั ทกึ ผลการวิจยั และพฒั นาได้
ถกู ตอ้ งครบถ้วน และเปน็ ปัจจบุ นั
1. วิเคราะหข์ ้อมูล ผลการวิจยั และ การสอบขอ้ เขยี น หรอื
พัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรม การสัมภาษณ์ หรอื
โดยใช้หลกั สถติ ิ แฟ้มสะสมผลงาน
2. สรปุ ผลการวจิ ยั และพฒั นา
เทคโนโลยีและนวัตกรรม ถกู ต้อง
ครบถว้ น
3. จัดทํารายงานผลการวจิ ยั และ
พัฒนาเทคโนโลยแี ละนวัตกรรม
ตามรปู แบบที่กําหนด
12. ความรูแ้ ละทกั ษะก่อนหนา้ ท่จี าํ เป็น (Pre-requisite Skill & Knowledge)
N/A
มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒวิ ิชาชพี สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาสง่ เสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรือ่ ง
ห น้ า 154 I 438
13. ทกั ษะและความรู้ทีต่ ้องการ (Required Skill & Knowledge)
(ก) ความตอ้ งการด้านทักษะ
(ก1) ทกั ษะและความเชย่ี วชาญทางเนอื้ หาวชิ าการทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั เทคโนโลยกี ารจัดการผลิตผล
จากสัตว์
(ก2) ทักษะและความเช่ียวชาญทางเทคนิคทางวิชาการท่ีเก่ียวข้องกับเทคโนโลยีการจัดการ
ผลติ ผลจากสตั ว์
(ก3) ทักษะการใช้เทคโนโลยีและคอมพวิ เตอร์
(ก4) ทกั ษะการทาํ งานร่วมกับผ้อู น่ื และการทํางานเป็นทีม
(ก5) ทกั ษะการคิดวิเคราะหเ์ พ่ือการตัดสินใจ
(ก6) ทักษะการจดั การ เชน่ การเขียนแผนงาน การจดั การทรัพยากรทเ่ี ก่ียวขอ้ ง
(ก7) ทักษะการวางแผนและทํางานอย่างเปน็ ระบบ
(ก8) ทักษะการสํารวจความตอ้ งการ และปญั หา
(ก9) ทักษะการสงั เกต และวเิ คราะห์ปญั หาเพื่อการแกไ้ ข
(ก10) ทักษะการสบื ค้น และเรยี บเรียงข้อมูล
(ก11) ทักษะการบันทกึ รวบรวม และวิเคราะห์ขอ้ มลู
(ก12) ทักษะการตรวจสอบ ประเมนิ และวดั ประสิทธิภาพของเทคโนโลยี นวตั กรรม
(ก13) ทักษะการเขียนรายงานการวิจยั บทความทางวชิ าการ
(ข) ความตอ้ งการดา้ นความรู้
(ข1) ทฤษฎี และแนวคดิ เกี่ยวกับเทคโนโลยี และนวตั กรรมท่ีเก่ยี วข้องกบั การจดั การผลติ ผล
จากสตั ว์
(ข2) ความรเู้ กย่ี วกบั การใชเ้ ทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการเกษตรท่เี กยี่ วข้อง
(ข3) ความรดู้ า้ นจัดการผลิตผลจากสตั วท์ ่ีเกย่ี วขอ้ ง
(ข4) ระเบยี บวิธวี จิ ัย
(ข5) กฎหมาย กฎเกณฑ์ หลกั การในการวิจัย
(ข6) สถติ ิที่ใช้ในการวิจยั
(ข7) การวิเคราะห์ขอ้ มลู
(ข8) กฎเกณฑ์ หลกั การในการเขียนรายงานผลการวเิ คราะหห์ รอื การวิจยั
14.หลกั ฐานท่ีต้องการ (Evidence Guide)
(ก) หลกั ฐานการปฏบิ ัตงิ าน (Performance Evidence)
(ก1) หลักฐาน / หนงั สอื รับรองการทํางาน หรือการผา่ นงานที่ออกโดยหน่วยงานทีเ่ ช่ือถือได้
(ก2) แฟ้มสะสมผลงาน
(ก3) รายงานผลงานการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เก่ียวข้องกับการจัดการ
ผลติ ผลจากพืช
มาตรฐานอาชีพและคุณวฒุ ิวิชาชีพ สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาสง่ เสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรือ่ ง
ห น้ า 155 I 438
(ก4) ภาพถ่ายการปฏิบัติงานการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมท่ีเก่ียวข้องกับการ
จดั การผลิตผลจากสตั ว์
(ก5) ภาพถา่ ยของเทคโนโลยี หรือนวตั กรรมทางการเกษตรท่พี ัฒนาขน้ึ
(ข) หลกั ฐานความรู้ (Knowledge Evidence)
(ข1) ใบรายงานผลการศึกษาท่ีแสดงคุณวุฒิตามคุณสมบัติ และข้อกําหนดของระดับที่เข้ารับ
การทดสอบ
(ข2) เกียรตบิ ตั ร วฒุ ิบตั ร หรือใบรบั รองการฝกึ อบรมหรือเอกสารรบั รองจากหน่วยงานที่
น่าเช่ือถือ
(ข3) แบบบันทกึ ผลการสอบข้อเขยี น
(ข4) แบบบันทึกผลการสอบสมั ภาษณ์
(ข5) แบบรวบรวม / แฟ้มสะสมผลการปฏบิ ตั งิ าน
(ค) คําแนะนาํ ในการประเมิน
(ค1) ผู้ประเมนิ จะดําเนนิ การตรวจประเมินความรเู้ กยี่ วกบั การวิจยั และพฒั นาเทคโนโลยีและ
นวตั กรรมการจดั การผลิตผลจากสัตว์
(ค2) หลักฐานที่ต้องการเพ่ือแสดงถึงหน่วยสมรรถนะน้ี ต้องมีความสัมพันธ์กับข้อกําหนดของ
หนว่ ยสมรรถนะย่อย และเกณฑ์การปฏบิ ัตงิ านในหนว่ ยสมรรถนะนี้ โดยหลักฐานในท่นี ้ี ตอ้ งแสดงถงึ
- ความรู้ และทกั ษะทีเ่ กยี่ วขอ้ ง
- วิธีการปฏบิ ตั งิ าน กฎหมาย กฎเกณฑ์ และระเบียบต่าง ๆ ท่ีเกย่ี วข้อง
- ขอบเขตด้านอืน่ ๆ ท่ีเกย่ี วขอ้ ง
(ง) วิธีการประเมนิ
- การสอบข้อเขียน
- การสมั ภาษณ์
- แฟ้มสะสมงาน
15.ขอบเขต (Range Statement)
(ก) คําแนะนาํ
N/A
(ข) คําอธบิ ายรายละเอียด
(ข1) การวิจัยและพัฒนา (Research and Development) เป็นงานท่ีทําอย่างมีระบบโดย
ใช้ความรทู้ ี่ได้รับจากการทํางานวิจัยเฉพาะทาง และประสบการณ์ท่ีมีอยู่มาสร้างเทคโนโลยีใหม่ หรือเป็นการ
วิจยั ทไ่ี ด้คดั เลอื กเรือ่ งทตี่ งั้ ใจจะใช้ประโยชน์ได้แลว้ เพื่อนําผลที่ได้จากงานวิจัยไปสู่การผลิตนวัตกรรมใหม่ท่ีจะ
ให้ประโยชน์ไดเ้ ชิงพาณิชยห์ รือการใชท้ างสาธารณะโดยเห็นแลว้ ว่าจะเกิดผลดแี ก่ประเทศ
มาตรฐานอาชีพและคณุ วุฒวิ ิชาชพี สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาสง่ เสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรอื่ ง
ห น้ า 156 I 438
การวจิ ยั และพฒั นาจะให้ผลลัพธ์ท่ีสาํ คัญ 2 ลกั ษณะ คือ
(1) นวัตกรรมประเภทวัตถุที่เป็นชิ้นอาจเป็นประเภทวัสดุ/อุปกรณ์/ชิ้นงาน เช่น
เครื่องจักรกล คอมพวิ เตอรส์ ่ิงประดิษฐ์ สื่อคู่มอื ประกอบการทาํ งานเปน็ ตน้
(2) นวัตกรรมประเภทที่เป็นรูปแบบ/วิธีการ/กระบวนการ/ระบบปฏิบัติการอาทิรูปแบบ
การจัดการผลิตผลจากสัตว์การแปรรูปผลิตผลจากสัตว์ รูปแบบการบริหารจัดการระบบการทํางาน Quality
Control (Q.C.) Total Quality Management (TQM) The Balanced Scorecard (BSC) ระบบ ISO
เป็นต้น
(ข2) กระบวนการวิจัยและพัฒนา เริ่มด้วยระบบของการวิเคราะห์สภาพปัญหาให้ชัดเจนแล้ว
นําไปสู่การพัฒนาทางเลือกหรือวิธีการใหม่ ๆ พัฒนาเป็นต้นแบบนวัตกรรมให้ได้มาตรฐานก่อนที่จะทําการ
ทดลองใชใ้ นสภาพจริงเพ่อื ตรวจสอบคุณภาพของนวตั กรรม
กระบวนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลย/ี นวตั กรรม มีขนั้ ตอนท่สี ําคัญ ดงั นี้
(1) กําหนดผลิตภณั ฑ์ และรวบรวมข้อมลู
(2) ศกึ ษาแนวคดิ ทฤษฎีท่ีเกี่ยวข้องกบั เทคโนโลยี/นวัตกรรม (Review literature)
(3) วางแผนวิจยั และพัฒนา
(4) พัฒนารูปแบบ ขน้ั ตอนของการผลติ สร้างต้นฉบับนวตั กรรม
(5) ทดลอง หรือ ทดสอบผลิตภัณฑ์ข้ันต้น ตรวจสอบประสิทธิภาพในกลุ่มตัวอย่าง
ขนาดเล็ก
(6) นําขอ้ มลู และผลการทดลองมาปรับปรงุ ผลติ ภัณฑ์/ตน้ ฉบับ คร้ังท่ี 1
(7) ทดลอง หรือทดสอบผลิตภัณฑ์/ต้นฉบับ ครั้งที่ 2 ใช้ในกลุ่มตัวอย่างท่ีมีขนาด
ใหญ่ข้นึ
(8) นาํ ขอ้ มลู และผลการทดลองมาปรบั ปรงุ ผลติ ภณั ฑ/์ ตน้ ฉบับ คร้ังท่ี 2
(9) ทดลอง หรือทดสอบผลติ ภัณฑ/์ ตน้ ฉบบั ครั้งท่ี 3
(10) นาํ ขอ้ มลู และผลการทดลองมาปรบั ปรุงผลิตภณั ฑ์/ตน้ ฉบับ ครง้ั ท่ี 3
(11) ดาํ เนินการจนไดต้ น้ แบบเทคโนโลย/ี นวตั กรรมท่ีมคี ณุ ภาพตามเกณฑ์ทก่ี าํ หนด
กระบวนการวิจยั ประกอบดว้ ย การเลือกปัญหาเพ่ือการวิจัยการวิเคราะห์ปัญหาการวิจัย
การวางแผนและออกแบบการวิจัยการสร้างและทดสอบเคร่ืองมือการวิจัยการเก็บรวบรวมข้อมูลการ
ประมวลผลข้อมูลการวิเคราะห์ข้อมูลการเขียนรายงานการวิจัยการนําเสนอผลงานการวิจัยและการติดตาม
การนาํ ผลวิจยั ไปใช้
(ข3) กระบวนการศึกษาข้อมูลหรือการรวบรวมข้อมูลเป็นการอธิบายให้เห็นอย่างชัดเจน
สมบรู ณ์ และกะทัดรดั เกี่ยวกบั วิธีการท่ีใช้ในการรวบรวมข้อมูล มีการให้เหตุผลของการเลือกข้อมูลน้ัน ๆ ซึ่ง
ข้อมูลท่ีรวบรวมจะต้องตอบปัญหาการวิจัย รู้แหล่งท่ีมาของข้อมูลโดยละเอียด และข้อมูลเป็นไปตาม
วตั ถุประสงค์ของผ้วู จิ ัยในการนาํ ข้อมูลไปใช้
มาตรฐานอาชีพและคณุ วุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาสง่ เสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปร่อื ง
ห น้ า 157 I 438
ข้อมูลที่สํารวจ ได้แก่ สภาพปัญหาและความต้องการ สภาพภูมิศาสตร์ของพ้ืนที่ผลิต
สถติ กิ ารเกษตร และความตอ้ งการตลาด เทคโนโลยี/นวตั กรรมทเี่ กย่ี วขอ้ ง
วิธีการศึกษาสํารวจรวบรวมข้อมูล ได้แก่ การใช้แบบสอบถาม การสัมภาษณ์ การศึกษา
สภาพจริง การสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต และจากหน่วยงานที่เก่ียวข้อง การถอดบทเรียนจากผู้รู้ หรือ
ผเู้ ช่ียวชาญ
(ข4) การวางแผนดําเนินการวิจัย ผู้วิจัยจะต้องกําหนดเร่ืองราวที่ปฎิบัติตามลําดับก่อนหลัง
เปน็ ขน้ั ๆ ไป เนอื่ งจากบางขั้นตอนจะต้องรอใหข้ นั้ ตอนหนึ่งปฎิบัติให้เสร็จสิ้นเสียก่อน จึงสามารถดําเนินการ
ต่อไปได้ จําเป็นจะต้องลําดับ และเขียนตามลําดับเป็นระบบ อาจเร่ิมจากการกําหนดหัวเรื่อง ปัญหา และ
วัตถุประสงค์ของการวิจัย ผู้วิจัยจะต้องอ่าน และค้นคว้าเร่ืองที่เก่ียวข้อง พยายามสืบค้นหาแหล่งข้อมูลที่
นํามาใช้ในงานวิจัย และก่อนที่จะลงมือรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยอาจจะต้องขอความร่วมมือจากบุคลากร หรือ
หน่วยงานท่ีเป็นแหล่งข้อมูล มีการกําหนดระยะเวลาค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ซ่ึงผู้วิจัยจะต้องให้รายละเอียดของการ
วิจยั ทงั้ หมด
แผนงานมีความครบถ้วน มีองค์ประกอบที่สําคัญของแผนงานโครงการ ประกอบด้วย
เหตผุ ลความจําเป็นวัตถุประสงค์ เป้าหมาย วิธีการระยะเวลา และสถานท่ีดําเนินงาน ประมาณการค่าใช้จ่าย
ปญั หาที่คาดว่าจะเกิดข้ึน และแนวทางแก้ไข ผู้รบั ผิดชอบ ฯลฯ
(ข5) การเตรียมการก่อนการดําเนนิ งานวิจัย ไดแ้ ก่ วสั ดุ อุปกรณ์ เครือ่ งมอื สถานท่ี พื้นที่ ฯลฯ
ท่ีจําเป็นต้องใช้ในกระบวนการวิจัยประกอบด้วยการเลือกปัญหาเพื่อการวิจัยนําไปสู่การวิเคราะห์ปัญหาการ
วิจัยดําเนินการวางแผนและออกแบบการวิจัยการสร้างและทดสอบเครื่องมือการวิจัยการเก็บรวบรวมข้อมูล
การประมวลผลข้อมูลการวิเคราะห์ข้อมูลการเขียนรายงานการวิจัยการนําเสนอผลงานการวิจัยการติดตาม
การนําผลวิจยั ไปใช้
(ข6) การวิเคราะห์ข้อมูล (Analysis) เป็นการจัดระเบียบแยกแยะส่วนต่าง ๆ ของหลักฐาน
หรือข้อมูลท่ีได้ออกเป็นหมวดหมู่ เพ่ือหาคําตอบตามความมุ่งหมาย และตามสมมติฐานท่ีได้กําหนดไว้ การ
วิเคราะห์ข้อมูลน้ีเป็นขั้นการทํางานที่ต่อเนื่องมาจากการวัด การนับ และจัดเรียงลําดับข้อมูล ส่วนใหญ่เป็น
เรื่องเกี่ยวกับการนําวิธีการทางสถิติมาวิเคราะห์หาค่าตัวแปรหรือหาลักษณะของตัวแปร ผู้วิจัยจะต้อง
วางแผนและเตรียมการลว่ งหนา้ ตงั้ แตเ่ ร่ิมทําการวจิ ัย
(ข7) วิธีการทางสถิติที่นํามาใช้ในงานวิจัย มีท้ังสถิติพรรณนา (DescriptiveStatistics) และ
สถติ อิ า้ งอิง (Inference Statistics) มาใช้ในขนั้ ตอนของการทํางานวิจยั ดังนี้
1) ตัวอย่างและการเลือกตัวอย่าง (Sample,Sampling) เป็นการนําสถิติอนุมานแบบมี
พารามิเตอร์มาใช้ในการเลือกตัวอย่าง ซ่ึงจะมีทฤษฎีการสุ่มตัวอย่างโดยเฉพาะ นอกจากน้ียังนําสถิติอนุมาน
มาใชใ้ นการกาํ หนดข้อมูลตัวอย่างที่จะนํามาใช้ในการวจิ ยั โดยอาศัยหลักความน่าจะเป็นและการประมาณค่า
ทางสถิติ
2) การอธิบายลักษณะของข้อมูล (Describing data) เป็นการนําสถิติมาใช้ในการ
บรรยายลักษณะของข้อมูลที่เก็บมาได้ว่ามีลักษณะอย่างไร โดยอาศัยสถิติแบบพรรณนาเป็นส่วนใหญ่ เช่น
มาตรฐานอาชีพและคุณวฒุ วิ ิชาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาสง่ เสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรือ่ ง
ห น้ า 158 I 438
การหาค่าร้อยละ การแจกแจงความถี่ การคํานวณหาค่าต่าง ๆ เช่น ค่าเฉลี่ย ค่าฐานนิยม ค่าที่แสดงถึงการ
กระจายของขอ้ มลู
3) การหาข้อสรุปจากข้อมูลตัวอย่าง (Conclusion From sample data) เป็นการนํา
สถิติมาใช้ในการหาข้อสรุปที่จะนําไปสู่การตอบวัตถุประสงค์ของการวิจัยโดยส่วนใหญ่จะอาศัยสถิติแบบ
อนุมาน ท่ีจะใช้วิธีนําค่าของข้อมูลท่ีได้จากการเลือกตัวอย่างไปทําการศึกษาและวิเคราะห์เพื่อนําไปสู่ข้อสรุป
ข้อมูลประชากร โดยมีเทคนิคทางสถิติที่จะนํามาใช้ในการหาข้อสรุป เช่น การประมาณค่า การทดสอบ
สมมติฐาน การหาความสัมพันธ์ การพยากรณ์ เป็นต้น
(ข8) การวิเคราะห์ผลการวิจัย เป็นการนําผลที่ได้จากการประมวลผลข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อ
การตีความหมายและแปรผลจากข้อมูลที่ได้ให้สามารถเข้าใจได้ง่าย บอกผลของการวิจัยท่ีได้ซึ่งอาจเป็น
ข้อเท็จจริงหรือแนวโน้ม อาจมีการเปรียบเทียบ และผลการวิจัยสามารถนําไปใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ของ
การวิจัย
(ข9) รายงานความก้าวหน้าของงาน โครงสร้างจะคล้ายกับรายงานฉบับสมบูรณ์
ประกอบด้วยความเป็นมาของโครงการ วัตถุประสงค์ แผนการดําเนินการ (ข้ันตอนและรูปแบบการทํางาน)
ผลการดําเนินงานท่ีได้ดําเนินการไปแล้วทั้งหมด ตัวชี้วัดและผลผลิต งบประมาณที่ได้ใช้จ่ายไปแล้วนับต้ังแต่
เริ่มโครงการ งานตามแผนกิจกรรมท่ีจะทําต่อไป (ระบุจํานวนเดือน) คําช้ีแจงเกี่ยวกับปัญหาอุปสรรค (ถ้ามี)
และแนวทางแกไ้ ข
(ข10) การบันทึกผล ได้แก่ การบันทึกในสมุดบันทึกมาตรฐาน หรือบันทึกแบบอิเล็กทรอนิกส์
ควรมีรูปแบบลักษณะชัดเจน มีวันระบุ สืบค้นได้ ใครเป็นผู้กระทําส่ิงใด เมื่อไรเพราะอะไรและผู้อ่ืนไม่ควร
แก้ไขได้ภายหลัง ข้อมูลมีคุณภาพ รายละเอียดครบถ้วน เช่ือถือได้ ข้อมูลไม่สูญหาย มีระยะเวลาจัดเก็บที่
เหมาะสม มีการสํารองข้อมูลและควรเป็นไปตามกฎระเบียบขององค์กร และหากเป็นระบบอิเล็คทรอนิกส์
ควรมีระบบรกั ษาความปลอดภยั ดา้ นอิเลก็ ทรอนกิ ส์ มกี ารบนั ทกึ ตง้ั แตก่ ระบวนการวิจยั
(ข11) สรุปผล ได้แก่ การนําผลการวิเคราะห์เขียนสรุปให้แสดงถึงความสัมพันธ์ของภาพรวม
ของการวิจัยในส่วนที่สําคัญ แสดงผลวิจัยการสรุปให้ครอบคลุมครบถ้วนประเด็นปัญหาท่ีวิจัยท้ังหมด มี
หลักเกณฑ์ในการเขียนคือ การสรุปผลตามสมมติฐานที่ต้ังไว้โดยการเปรียบเทียบผลท่ีค้นพบกับข้อเท็จจริง
ของผู้วิจัยในอดีตหรือเช่ือมโยงทฤษฎีท่ีเกี่ยวข้องเพื่อยืนยันความรู้เดิมหรือต่อยอดความรู้เดิม รวมถึงการให้
ข้อเสนอแนะ อภิปรายผลซึ่งเป็นการตีความผลการวิจัย จากการเชื่อมโยงคําถามงานวิจัย วัตถุประสงค์การ
วจิ ัย แนวคิดทฤษฎแี ละงานวจิ ยั ที่เกีย่ วขอ้ งเพือ่ มาประกอบการตีความผลการวจิ ัย
(ข12) รายงานผลการวจิ ัย คือ การเรียบเรียงเอกสารเพ่ือนําเสนอผลการศึกษาและดําเนินการ
ค้นคว้าอย่างมีระบบแบบแผนที่เป็นวิทยาศาสตร์ ลักษณะรายงาน เป็นเอกสารสารสนเทศที่ผู้วิจัยเรียบเรียง
ตามเหตุผลและที่มาของปัญหา กรอบแนวคิดในการวิจัย การดําเนินการวิจัยและผลการวิจัย ประกอบด้วย 3
สว่ น คือ
มาตรฐานอาชีพและคณุ วฒุ ิวิชาชพี สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาส่งเสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปร่อื ง
ห น้ า 159 I 438
1) ส่วนนํา ความเป็นมาความสําคัญของปัญหา วัตถุประสงค์ของการวิจัย สมมติฐานของ
การวิจัย ขอบเขตของการวิจัย ข้อตกลงเบ้ืองต้น ข้อจํากัดของการวิจัย นิยามโดยเฉพาะ ประโยชน์ท่ีคาดว่า
จะได้รับ
2) ส่วนเนื้อเร่ือง มี 5 บท คือบทนํา เอกสารและงานวิจัยที่เก่ียวข้อง วิธีการดําเนินการ
วิจัย สรุปผลและข้อเสนอแนะ โดยหลักการเขียนอภิปรายผลการวิจัยจําเป็นต้องมีในส่วนของการเขียน
อภิปรายผลการวิจัย ประกอบด้วย 4 ส่วน ได้แก่ 1) การเขียนแสดงสมมติฐานการวิจัยและรายงาน
ผลการวิจัย 2) การเขียนเหตุผลของผลการวิจัยที่ค้นพบ 3) การเขียนยืนยันผลการวิจัยเชื่อมโยงงานวิจัย
ปจั จุบนั กบั งานวิจัยในอดีต และ 4) การเขยี นข้อจํากัดและข้อเสนอแนะงานวิจัย
3) ส่วนอ้างอิง ประกอบด้วยบรรณานุกรม ภาคผนวก ตัวอย่างการวิเคราะห์ข้อมูล
รายนามผทู้ รงคุณวุฒิท่ีตรวจสอบคณุ ภาพเครือ่ งมือวจิ ยั
(ข13) การเขียนรายงาน หมายถึง การเสนอผลงานที่ได้ศึกษา ค้นคว้ามาแล้ว และได้พบความ
จริง หรือได้รับความรู้ใหม่ ๆ ประการใดบ้าง การรายงานเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้อ่ืนได้รู้ว่า ในการทําวิจัยนั้น
มีปัญหาอะไร และมีประโยชน์อย่างไรแทนการที่จะต้องไปศึกษาใหม่ท้ังหมด การเขียนรายงานการวิจัยต้อง
เป็นไปตามระเบียบปฎิบัติของการวิจัย เป็นการเตรียมการ และเผยแพร่ผลงานวิจัย เพ่ือให้ผู้สนใจอื่น ๆ
ศึกษาหรอื ทําซํ้าได้
การเขียนวิจัยจะต้องเขียนตามรูปแบบ ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ถูกต้อง และรวบรวมอย่างมี
ระบบ ดังน้ันการเขียนรายงานวิจัยจึงควรเขียนบรรยายตามข้อเท็จจริง ตามท่ีได้ศึกษามา โดยการใช้ภาษา
ง่าย ๆ และตรงไปตรงมา มีการลาํ ดับเหตกุ ารณ์ และกระบวนการอย่างชัดเจน การเขียนรายงานวิจัยนั้น เป็น
การเขยี นอยา่ งมแี บบแผน มีรายละเอียดปลีกย่อยทเี่ ป็นกฎเกณฑข์ องการทําวิจยั เช่น การกําหนดบท การย่อ
หน้า การเว้นขอบ การเขียนตาราง การอ้างอิง การเขียนเชิงอรรถ และการใช้การอ้างอิงอย่างมีเหตุผล และ
เป็นระบบมีการวิจารณ์ วิเคราะห์ และเสนอแนะ และนําเสนอผลการวิจัย ซ่ึงผู้วิจัยจะต้องพิจารณาว่าจะ
เขียนรายงาน และนําเสนอผลในรูปแบบใด ท่ีจะทําให้งานวิจัยน้ันน่าสนใจมากท่ีสุด และทําให้ผู้อื่น หรือ
ผสู้ นใจอา่ นเขา้ ใจไดง้ ่าย
(ข14) การใชป้ ระโยชน์จากรายงานผลการวิจัย เป็นการนําไปใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ที่
ระบไุ ว้ในโครงการ/โครงการวิจยั และรายงานการวิจัยอย่างถูกต้อง สามารถนําไปสู่การแก้ปัญหาได้อย่างเป็น
รูปธรรมกับกลุ่มเป้าหมาย โดยมีหลักฐานปรากฏอย่างชัดเจนถึงการนําไปใช้ จนก่อให้เกิดประโยชน์ได้จริง
ตามวตั ถปุ ระสงค์ และได้การรบั รองการใชป้ ระโยชน์จากหนว่ ยงานที่เกี่ยวขอ้ ง
16.หนว่ ยสมรรถนะร่วม (ถ้าม)ี
N/A
17.อุตสาหกรรมรว่ ม/กลุม่ อาชพี ร่วม (ถา้ ม)ี
N/A
มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒวิ ิชาชีพ สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาสง่ เสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรอื่ ง
ห น้ า 160 I 438
18.รายละเอยี ดกระบวนการ และวิธกี ารประเมนิ (Assessment Description and Procedure)
18.1 เครือ่ งมอื ประเมนิ การวางแผนการวิจยั และพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการจัดการ
ผลิตผลจากสตั ว์
1) การสอบข้อเขียน แบบปรนัย 4 ตวั เลอื ก
2) การสมั ภาษณ์
3) แฟม้ สะสมผลงาน ประกอบด้วยหลักฐานจากผลงานเชิงประจกั ษ์ ไดแ้ ก่
- รายงาน หรือเอกสารการวิเคราะห์ข้อมูลท่ีเก่ียวข้องกับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี
และนวัตกรรมด้านการจัดการผลิตผลจากสัตว์ อาทิ ปัญหา หรือความต้องการเทคโนโลยี หรือ รายละเอียด
ของเทคโนโลยีท่ตี ้องการวจิ ยั และพฒั นา
- แผนการวจิ ยั และพัฒนา
18.2 เครื่องมือประเมนิ การดําเนินการวจิ ยั และพัฒนาเทคโนโลยี และนวตั กรรรมด้านการจัดการ
ผลิตผลจากสัตว์
1) การสอบขอ้ เขยี น แบบปรนยั 4 ตวั เลือก
2) การสัมภาษณ์
3) แฟม้ สะสมผลงาน ประกอบดว้ ยหลกั ฐานจากผลงานเชงิ ประจักษ์ ได้แก่
- รายงานความกา้ วหน้าของการวจิ ยั และพฒั นา ทนี่ ําเสนอผู้ที่เกีย่ วขอ้ ง
- ภาพถา่ ยวิธีการวิจยั และพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรม
18.3 เครอ่ื งมือประเมินการรายงานผลการประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยี และนวตั กรรรมด้านการจัดการ
ผลติ ผลจากสัตว์
1) การสอบขอ้ เขยี น แบบปรนยั 4 ตัวเลอื ก
2) การสมั ภาษณ์
3) แฟ้มสะสมผลงาน ประกอบด้วยหลกั ฐานจากผลงานเชิงประจกั ษ์ ได้แก่
- รายงานผลการวจิ ยั และพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการเกษตรฉบบั สมบรู ณ์
- ภาพถ่ายผลงาน เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการจัดการผลิตผลจากสัตว์ที่ได้วิจัย
และพฒั นา
มาตรฐานอาชีพและคณุ วุฒวิ ิชาชพี สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาส่งเสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปร่อื ง
ห น้ า 161 I 438
หนว่ ยสมรรถนะ (Unit of Competence)
1. รหสั หนว่ ยสมรรถนะ A41
2. ช่ือหน่วยสมรรถนะ วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี และนวตั กรรมด้านการจัดการทรพั ยากรดิน
เพ่ือการเกษตร
3. ทบทวนครัง้ ที่ N/A
4. สรา้ งใหม่
5. สําหรับชือ่ อาชีพ และรหัสอาชพี (Occupation Classification)
9999 อาชีพนกั เทคโนโลยีการจดั การด้านการเกษตร
6. คาํ อธบิ ายหน่วยสมรรถนะ (Description of Unit of Competency)
หน่วยนี้เกี่ยวข้องกับการศึกษา หรือวิจัยเทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการจัดการทรัพยากรดินที่
เก่ียวข้องในทุกกระบวนการผลติ ทางการเกษตร
ผู้ปฏิบัติงานจะต้องมีความรู้ความเข้าใจและมีทักษะในกระบวนการศึกษาหรือวิจัยองค์ความรู้
เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการจัดการทรัพยากรดิน เพ่ือจัดทํากรอบแนวคิดการศึกษาหรือวิจัย และ
ดาํ เนินการศกึ ษาหรือวจิ ยั จนไดอ้ งค์ความรู้ เทคโนโลยี หรอื นวัตกรรม ท่ีสามารถตอบสนองความต้องการเพ่ิม
ประสิทธภิ าพการผลิตได้
7. สําหรับระดับคณุ วุฒิ
12345678
8. กลุม่ อาชพี (Sector)
นกั เทคโนโลยีการจัดการด้านการเกษตร
9. ชื่ออาชพี และรหัสอาชีพอื่นทห่ี นว่ ยสมรรถนะนส้ี ามารถใชไ้ ด้
N/A
10. ข้อกําหนด หรอื กฎระเบยี บท่เี กี่ยวข้อง (Licensing of Regulation Related)
N/A
มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒวิ ิชาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาสง่ เสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรอ่ื ง
ห น้ า 162 I 438
11.สมรรถนะยอ่ ย และเกณฑ์การปฏิบตั ิงาน (Element and Performance Criteria)
สมรรถนะยอ่ ย เกณฑก์ ารปฏบิ ัตงิ าน วิธกี ารประเมนิ
(Element of Competence) (Performance of Criteria) (Assessment Method)
A411 วางแผนการวจิ ัยและพฒั นา 1. สํารวจ รวบรวม และวเิ คราะห์ การสอบข้อเขยี น หรือ
เทคโนโลยแี ละนวัตกรรม ขอ้ มูลทเ่ี กีย่ วขอ้ ง ตามหลกั การ การสมั ภาษณ์ หรอื
ด้านการจัดการทรพั ยากร และกระบวนการเก็บขอ้ มลู แฟม้ สะสมผลงาน
ดินเพือ่ การเกษตร
2. วางแผนการดําเนินงานตาม
ระเบียบวธิ วี ิจัย
3. จัดทาํ แผนงานได้ครบถว้ นชดั เจน
นําไปปฏิบตั ไิ ด้
A412 ดาํ เนินการวิจัยและพัฒนา 1. จดั เตรยี มวัสดุ อปุ กรณ์ พน้ื ท่ี การสอบข้อเขียน หรือ
เทคโนโลยีและนวตั กรรม ก่อนดําเนินการ ตามแผนงานท่ี การสมั ภาษณ์ หรอื
ดา้ นการจัดการทรัพยากร กําหนด แฟ้มสะสมผลงาน
ดนิ เพ่ือการเกษตร 2. ดาํ เนนิ งานวจิ ยั และพัฒนา
เทคโนโลยแี ละนวตั กรรม ตาม
แผนงาน
3. รายงานความกา้ วหนา้ ของงาน
เสนอต่อผู้ท่ีเก่ียวข้องตามลําดบั
ช้ัน เป็นระยะ ๆ
4. บนั ทกึ ผลการวิจยั และพัฒนาได้
ถกู ต้องครบถ้วน และเปน็ ปัจจบุ นั
A413 รายงานผลการวจิ ยั และ 1. วเิ คราะหข์ ้อมลู ผลการวจิ ยั และ การสอบขอ้ เขยี น หรอื
พฒั นาเทคโนโลยแี ละ พัฒนาเทคโนโลยี และนวตั กรรม การสมั ภาษณ์ หรอื
นวตั กรรมด้านการจัดการ โดยใชห้ ลกั สถติ ิ แฟม้ สะสมผลงาน
ทรพั ยากรดนิ เพ่อื การเกษตร 2. สรุปผลการวิจยั และพฒั นา
เทคโนโลยีและนวตั กรรม ถกู ต้อง
ครบถว้ น
3. จัดทํารายงานผลการวจิ ยั และ
พัฒนาเทคโนโลยแี ละนวตั กรรม
ตามรูปแบบทกี่ ําหนด
12. ความรู้และทกั ษะก่อนหน้าที่จาํ เป็น (Pre-requisite Skill & Knowledge)
N/A
มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชพี สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาส่งเสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรอื่ ง
ห น้ า 163 I 438
13. ทักษะและความรูท้ ี่ต้องการ (Required Skill & Knowledge)
(ก) ความตอ้ งการด้านทักษะ
(ก1) ทักษะและความเช่ียวชาญทางเนื้อหาวิชาการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการจัดการ
ทรพั ยากรดินเพ่อื การเกษตร
(ก2) ทักษะและความเช่ียวชาญทางเทคนิคทางวิชาการท่ีเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการจัดการ
ทรัพยากรดนิ เพอื่ การเกษตร
(ก3) ทกั ษะการใช้เทคโนโลยีและคอมพวิ เตอร์
(ก4) ทกั ษะการทํางานรว่ มกับผอู้ ่ืน และการทาํ งานเป็นทีม
(ก5) ทักษะการคิดวเิ คราะห์เพอื่ การตดั สินใจ
(ก6) ทกั ษะการจดั การ เชน่ การเขยี นแผนงาน การจดั การทรพั ยากรทเ่ี กย่ี วข้อง
(ก7) ทักษะการวางแผนและทํางานอย่างเป็นระบบ
(ก8) ทักษะการสํารวจความต้องการ และปญั หา
(ก9) ทักษะการสงั เกต และวเิ คราะห์ปญั หาเพอ่ื การแกไ้ ข
(ก10) ทักษะการสบื คน้ และเรยี บเรยี งข้อมลู
(ก11) ทกั ษะการบนั ทกึ รวบรวม และวเิ คราะห์ขอ้ มลู
(ก12) ทักษะการตรวจสอบ ประเมิน และวดั ประสทิ ธิภาพของเทคโนโลยี นวตั กรรม
(ก13) ทกั ษะการเขียนรายงานการวิจัย บทความทางวชิ าการ
(ข) ความต้องการดา้ นความรู้
(ข1) ทฤษฎี และแนวคิดเกี่ยวกับเทคโนโลยี และนวัตกรรมท่ีเก่ียวข้องกับการจัดการทรัพยากร
ดนิ เพื่อการเกษตร
(ข2) ความรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการเกษตรทีเ่ กย่ี วข้อง
(ข3) ความรู้ด้านการจดั การทรัพยากรดินเพ่ือการเกษตรทีเ่ กีย่ วขอ้ ง
(ข4) ระเบยี บวธิ วี จิ ัย
(ข5) กฎหมาย กฎเกณฑ์ หลกั การในการวจิ ัย
(ข6) สถติ ิท่ีใช้ในการวิจัย
(ข7) การวิเคราะห์ขอ้ มลู
(ข8) กฎเกณฑ์ หลักการในการเขยี นรายงานผลการวเิ คราะหห์ รอื การวจิ ัย
14.หลักฐานทตี่ อ้ งการ (Evidence Guide)
(ก) หลกั ฐานการปฏิบตั งิ าน (Performance Evidence)
(ก1) หลักฐาน / หนงั สือรับรองการทาํ งาน หรือการผ่านงานท่อี อกโดยหน่วยงานที่เชอ่ื ถือได้
(ก2) แฟม้ สะสมผลงาน
(ก3) รายงานผลงานการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมท่ีเกี่ยวข้องกับการจัดการ
ทรพั ยากรดนิ เพ่อื การเกษตร
มาตรฐานอาชีพและคุณวฒุ ิวิชาชพี สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาสง่ เสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปร่ือง
ห น้ า 164 I 438
(ก4) ภาพถ่ายการปฏิบัติงานการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เก่ียวข้องกับการ
จดั การทรัพยากรดินเพ่อื การเกษตร
(ก5) ภาพถ่ายของเทคโนโลยี หรือนวตั กรรมทางการเกษตรที่พัฒนาขน้ึ
(ข) หลักฐานความรู้ (Knowledge Evidence)
(ข1) ใบรายงานผลการศึกษาที่แสดงคุณวุฒิตามคุณสมบัติ และข้อกําหนดของระดับที่เข้ารับ
การทดสอบ
(ข2) เกียรติบัตร วุฒิบัตร หรือใบรับรองการฝึกอบรมหรือเอกสารรับรองจากหน่วยงานท่ี
น่าเช่ือถอื
(ข3) แบบบนั ทึกผลการสอบข้อเขียน
(ข4) แบบบนั ทกึ ผลการสอบสมั ภาษณ์
(ข5) แบบรวบรวม / แฟม้ สะสมผลการปฏบิ ตั งิ าน
(ค) คําแนะนาํ ในการประเมิน
(ค1) ผู้ประเมินจะดําเนินการตรวจประเมินความรู้เก่ียวกับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและ
นวตั กรรมดา้ นการจัดการทรพั ยากรดินเพอ่ื การเกษตร
(ค2) หลักฐานท่ีต้องการเพื่อแสดงถึงหน่วยสมรรถนะนี้ ต้องมีความสัมพันธ์กับข้อกําหนดของ
หน่วยสมรรถนะยอ่ ย และเกณฑ์การปฏิบตั งิ านในหนว่ ยสมรรถนะน้ี โดยหลกั ฐานในที่น้ี ตอ้ งแสดงถงึ
- ความรู้ และทกั ษะทเ่ี กย่ี วข้อง
- วิธีการปฏิบัตงิ าน กฎหมาย กฎเกณฑ์ และระเบียบตา่ ง ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
- ขอบเขตด้านอืน่ ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง
(ง) วิธกี ารประเมนิ
- การสอบข้อเขยี น
- การสมั ภาษณ์
- แฟ้มสะสมงาน
15.ขอบเขต (Range Statement)
(ก) คําแนะนาํ
N/A
(ข) คําอธบิ ายรายละเอียด
(ข1) การวิจัยและพัฒนา (Research and Development) เป็นงานท่ีทําอย่างมีระบบโดย
ใชค้ วามรูท้ ่ีได้รับจากการทํางานวิจัยเฉพาะทาง และประสบการณ์ท่ีมีอยู่มาสร้างเทคโนโลยีใหม่ หรือเป็นการ
วจิ ยั ท่ไี ดค้ ดั เลือกเร่ืองที่ตงั้ ใจจะใชป้ ระโยชน์ได้แลว้ เพื่อนําผลที่ได้จากงานวิจัยไปสู่การผลิตนวัตกรรมใหม่ที่จะ
ใหป้ ระโยชนไ์ ดเ้ ชิงพาณิชยห์ รอื การใชท้ างสาธารณะโดยเหน็ แล้ววา่ จะเกิดผลดแี ก่ประเทศ
มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชพี สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาส่งเสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรือ่ ง
ห น้ า 165 I 438
การวิจยั และพฒั นาจะให้ผลลพั ธท์ ่ีสาํ คัญ 2 ลกั ษณะ คือ
(1) นวัตกรรมประเภทวัตถุที่เป็นชิ้นอาจเป็นประเภทวัสดุ/อุปกรณ์/ชิ้นงาน เช่น
เครือ่ งจกั รกล คอมพิวเตอร์ส่ิงประดษิ ฐ์ สื่อคูม่ อื ประกอบการทาํ งานเป็นต้น
(2) นวัตกรรมประเภทท่ีเป็นรูปแบบ/วิธีการ/กระบวนการ/ระบบปฏิบัติการอาทิ วิธีการ
ปรับปรุงความอุดมสมบูรณ์ของดิน การรักษาน้ําบนผิวดิน การจัดการดินเปรี้ยว รูปแบบการบริหารจัดการ
ระบบการทํางาน Quality Control (Q.C.) Total Quality Management (TQM) The Balanced
Scorecard (BSC) ระบบ ISO เป็นต้น
(ข2) กระบวนการวิจัยและพัฒนา เริ่มด้วยระบบของการวิเคราะห์สภาพปัญหาให้ชัดเจนแล้ว
นําไปสู่การพัฒนาทางเลือกหรือวิธีการใหม่ ๆ พัฒนาเป็นต้นแบบนวัตกรรมให้ได้มาตรฐานก่อนที่จะทําการ
ทดลองใชใ้ นสภาพจรงิ เพ่ือตรวจสอบคณุ ภาพของนวตั กรรม
กระบวนการวิจยั และพัฒนาเทคโนโลย/ี นวัตกรรม มขี น้ั ตอนท่ีสาํ คัญ ดงั น้ี
(1) กําหนดผลิตภัณฑ์ และรวบรวมข้อมลู
(2) ศกึ ษาแนวคดิ ทฤษฎีท่ีเกีย่ วข้องกบั เทคโนโลยี/นวตั กรรม (Review literature)
(3) วางแผนวจิ ยั และพัฒนา
(4) พฒั นารูปแบบ ขนั้ ตอนของการผลิต สรา้ งต้นฉบบั นวัตกรรม
(5) ทดลอง หรือ ทดสอบผลิตภัณฑ์ข้ันต้น ตรวจสอบประสิทธิภาพในกลุ่มตัวอย่าง
ขนาดเลก็
(6) นําข้อมลู และผลการทดลองมาปรบั ปรุงผลิตภณั ฑ์/ตน้ ฉบบั คร้งั ท่ี 1
(7) ทดลอง หรือทดสอบผลิตภัณฑ์/ต้นฉบับ คร้ังท่ี 2 ใช้ในกลุ่มตัวอย่างท่ีมีขนาด
ใหญ่ข้ึน
(8) นําขอ้ มลู และผลการทดลองมาปรับปรุงผลติ ภัณฑ/์ ตน้ ฉบับ คร้ังท่ี 2
(9) ทดลอง หรอื ทดสอบผลติ ภัณฑ์/ตน้ ฉบบั ครั้งท่ี 3
(10) นาํ ข้อมูล และผลการทดลองมาปรบั ปรงุ ผลติ ภณั ฑ์/ตน้ ฉบบั ครั้งท่ี 3
(11) ดาํ เนินการจนไดต้ น้ แบบเทคโนโลยี/นวตั กรรมที่มคี ณุ ภาพตามเกณฑ์ท่ีกาํ หนด
กระบวนการวจิ ัย ประกอบดว้ ย การเลือกปญั หาเพื่อการวิจัยการวิเคราะห์ปัญหาการวิจัย
การวางแผนและออกแบบการวิจัยการสร้างและทดสอบเครื่องมือการวิจัยการเก็บรวบรวมข้อมูลการ
ประมวลผลข้อมูลการวิเคราะห์ข้อมูลการเขียนรายงานการวิจัยการนําเสนอผลงานการวิจัยและการติดตาม
การนําผลวิจยั ไปใช้
(ข3) กระบวนการศึกษาข้อมูลหรือการรวบรวมข้อมูลเป็นการอธิบายให้เห็นอย่างชัดเจน
สมบูรณ์ และกะทัดรดั เกย่ี วกับวิธีการทีใ่ ช้ในการรวบรวมข้อมูล มีการให้เหตุผลของการเลือกข้อมูลนั้น ๆ ซึ่ง
ข้อมูลท่ีรวบรวมจะต้องตอบปัญหาการวิจัย รู้แหล่งที่มาของข้อมูลโดยละเอียด และข้อมูลเป็นไปตาม
วตั ถุประสงคข์ องผู้วิจยั ในการนาํ ขอ้ มลู ไปใช้
มาตรฐานอาชีพและคุณวฒุ วิ ิชาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาสง่ เสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรือ่ ง
ห น้ า 166 I 438
ข้อมูลที่สํารวจ ได้แก่ สภาพปัญหาและความต้องการ สภาพภูมิศาสตร์ของพ้ืนที่ผลิต
สถิตกิ ารเกษตร และความตอ้ งการตลาด เทคโนโลยี/นวตั กรรมทีเ่ กยี่ วข้อง
วิธีการศึกษาสํารวจรวบรวมข้อมูล ได้แก่ การใช้แบบสอบถาม การสัมภาษณ์ การศึกษา
สภาพจริง การสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต และจากหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง การถอดบทเรียนจากผู้รู้ หรือ
ผเู้ ชย่ี วชาญ
(ข4) การวางแผนดําเนินการวิจัย ผู้วิจัยจะต้องกําหนดเรื่องราวที่ปฎิบัติตามลําดับก่อนหลัง
เปน็ ขน้ั ๆ ไป เน่ืองจากบางขั้นตอนจะต้องรอใหข้ น้ั ตอนหนึ่งปฎิบัติให้เสร็จสิ้นเสียก่อน จึงสามารถดําเนินการ
ต่อไปได้ จําเป็นจะต้องลําดับ และเขียนตามลําดับเป็นระบบ อาจเริ่มจากการกําหนดหัวเรื่อง ปัญหา และ
วัตถุประสงค์ของการวิจัย ผู้วิจัยจะต้องอ่าน และค้นคว้าเรื่องที่เกี่ยวข้อง พยายามสืบค้นหาแหล่งข้อมูลท่ี
นํามาใช้ในงานวิจัย และก่อนที่จะลงมือรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยอาจจะต้องขอความร่วมมือจากบุคลากร หรือ
หน่วยงานท่ีเป็นแหล่งข้อมูล มีการกําหนดระยะเวลาค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ซ่ึงผู้วิจัยจะต้องให้รายละเอียดของการ
วิจยั ทงั้ หมด
แผนงานมีความครบถ้วน มีองค์ประกอบที่สําคัญของแผนงานโครงการ ประกอบด้วย
เหตุผลความจําเป็นวัตถุประสงค์ เป้าหมาย วิธีการระยะเวลา และสถานที่ดําเนินงาน ประมาณการค่าใช้จ่าย
ปญั หาที่คาดว่าจะเกิดข้ึน และแนวทางแกไ้ ข ผู้รบั ผดิ ชอบ ฯลฯ
(ข5) การเตรียมการก่อนการดําเนนิ งานวิจัย ได้แก่ วสั ดุ อุปกรณ์ เครื่องมอื สถานท่ี พื้นที่ ฯลฯ
ท่ีจําเป็นต้องใช้ในกระบวนการวิจัยประกอบด้วยการเลือกปัญหาเพื่อการวิจัยนําไปสู่การวิเคราะห์ปัญหาการ
วิจัยดําเนินการวางแผนและออกแบบการวิจัยการสร้างและทดสอบเครื่องมือการวิจัยการเก็บรวบรวมข้อมูล
การประมวลผลข้อมูลการวิเคราะห์ข้อมูลการเขียนรายงานการวิจัยการนําเสนอผลงานการวิจัยการติดตาม
การนําผลวิจัยไปใช้
(ข6) การวิเคราะห์ข้อมูล (Analysis) เป็นการจัดระเบียบแยกแยะส่วนต่าง ๆ ของหลักฐาน
หรือข้อมูลท่ีได้ออกเป็นหมวดหมู่ เพ่ือหาคําตอบตามความมุ่งหมาย และตามสมมติฐานท่ีได้กําหนดไว้ การ
วิเคราะห์ข้อมูลน้ีเป็นขั้นการทํางานท่ีต่อเน่ืองมาจากการวัด การนับ และจัดเรียงลําดับข้อมูล ส่วนใหญ่เป็น
เรื่องเกี่ยวกับการนําวิธีการทางสถิติมาวิเคราะห์หาค่าตัวแปรหรือหาลักษณะของตัวแปร ผู้วิจัยจะต้อง
วางแผนและเตรียมการลว่ งหนา้ ตัง้ แต่เริ่มทําการวิจยั
(ข7) วิธีการทางสถิติท่ีนํามาใช้ในงานวิจัยมีท้ังสถิติพรรณนา (DescriptiveStatistics) และ
สถติ อิ า้ งอิง (Inference Statistics) มาใช้ในขนั้ ตอนของการทํางานวจิ ยั ดงั นี้
1) ตัวอย่างและการเลือกตัวอย่าง (Sample,Sampling) เป็นการนําสถิติอนุมานแบบมี
พารามิเตอร์มาใช้ในการเลือกตัวอย่าง ซึ่งจะมีทฤษฎีการสุ่มตัวอย่างโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังนําสถิติอนุมาน
มาใชใ้ นการกาํ หนดขอ้ มูลตัวอย่างท่ีจะนํามาใช้ในการวิจัย โดยอาศัยหลักความน่าจะเป็นและการประมาณค่า
ทางสถิติ
2) การอธิบายลักษณะของข้อมูล (Describing data) เป็นการนําสถิติมาใช้ในการ
บรรยายลักษณะของข้อมูลที่เก็บมาได้ว่ามีลักษณะอย่างไร โดยอาศัยสถิติแบบพรรณนาเป็นส่วนใหญ่ เช่น
มาตรฐานอาชีพและคุณวฒุ วิ ิชาชีพ สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาส่งเสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปร่ือง
ห น้ า 167 I 438
การหาค่าร้อยละ การแจกแจงความถี่ การคํานวณหาค่าต่าง ๆ เช่น ค่าเฉลี่ย ค่าฐานนิยม ค่าท่ีแสดงถึงการ
กระจายของขอ้ มลู
3) การหาข้อสรุปจากข้อมูลตัวอย่าง (Conclusion From sample data) เป็นการนํา
สถิติมาใช้ในการหาข้อสรุปท่ีจะนําไปสู่การตอบวัตถุประสงค์ของการวิจัยโดยส่วนใหญ่จะอาศัยสถิติแบบ
อนุมาน ที่จะใช้วิธีนําค่าของข้อมูลท่ีได้จากการเลือกตัวอย่างไปทําการศึกษาและวิเคราะห์เพ่ือนําไปสู่ข้อสรุป
ข้อมูลประชากร โดยมีเทคนิคทางสถิติที่จะนํามาใช้ในการหาข้อสรุป เช่น การประมาณค่า การทดสอบ
สมมตฐิ าน การหาความสมั พนั ธ์ การพยากรณ์ เป็นต้น
(ข8) การวิเคราะห์ผลการวิจัยเป็นการนําผลท่ีได้จากการประมวลผลข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อ
การตีความหมายและแปรผลจากข้อมูลที่ได้ให้สามารถเข้าใจได้ง่าย บอกผลของการวิจัยท่ีได้ซ่ึงอาจเป็น
ข้อเท็จจริงหรือแนวโน้ม อาจมีการเปรียบเทียบ และผลการวิจัยสามารถนําไปใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ของ
การวจิ ัย
(ข9) รายงานความก้าวหนา้ ของงานโครงสร้างจะคล้ายกับรายงานฉบับสมบูรณ์ ประกอบด้วย
ความเป็นมาของโครงการ วัตถุประสงค์ แผนการดําเนินการ (ขั้นตอนและรูปแบบการทํางาน) ผลการ
ดําเนินงานที่ได้ดําเนินการไปแล้วท้ังหมด ตัวชี้วัดและผลผลิต งบประมาณที่ได้ใช้จ่ายไปแล้วนับตั้งแต่เริ่ม
โครงการ งานตามแผนกจิ กรรมท่จี ะทาํ ตอ่ ไป (ระบุจาํ นวนเดือน) คําชี้แจงเก่ยี วกบั ปญั หาอุปสรรค (ถ้ามี) และ
แนวทางแกไ้ ข
(ข10) การบันทึกผล ได้แก่ การบันทึกในสมุดบันทึกมาตรฐาน หรือบันทึกแบบอิเล็กทรอนิกส์
ควรมีรูปแบบลักษณะชัดเจน มีวันระบุ สืบค้นได้ ใครเป็นผู้กระทําสิ่งใด เม่ือไรเพราะอะไรและผู้อ่ืนไม่ควร
แก้ไขได้ภายหลัง ข้อมูลมีคุณภาพ รายละเอียดครบถ้วน เชื่อถือได้ ข้อมูลไม่สูญหาย มีระยะเวลาจัดเก็บท่ี
เหมาะสม มีการสํารองข้อมูลและควรเป็นไปตามกฎระเบียบขององค์กร และหากเป็นระบบอิเล็คทรอนิกส์
ควรมรี ะบบรกั ษาความปลอดภยั ดา้ นอเิ ล็กทรอนิกส์ มกี ารบนั ทึกต้ังแต่กระบวนการวจิ ยั
(ข11) สรุปผล ได้แก่ การนําผลการวิเคราะห์เขียนสรุปให้แสดงถึงความสัมพันธ์ของภาพรวม
ของการวิจัยในส่วนท่ีสําคัญ แสดงผลวิจัยการสรุปให้ครอบคลุมครบถ้วนประเด็นปัญหาที่วิจัยทั้งหมด มี
หลักเกณฑ์ในการเขียนคือ การสรุปผลตามสมมติฐานท่ีต้ังไว้โดยการเปรียบเทียบผลท่ีค้นพบกับข้อเท็จจริง
ของผู้วิจัยในอดีตหรือเช่ือมโยงทฤษฎีท่ีเกี่ยวข้องเพ่ือยืนยันความรู้เดิมหรือต่อยอดความรู้เดิม รวมถึงการให้
ข้อเสนอแนะ อภิปรายผลซ่ึงเป็นการตีความผลการวิจัย จากการเชื่อมโยงคําถามงานวิจัย วัตถุประสงค์การ
วจิ ยั แนวคดิ ทฤษฎีและงานวิจยั ที่เกีย่ วขอ้ งเพ่อื มาประกอบการตคี วามผลการวิจยั
(ข12) รายงานผลการวิจยั คือ การเรียบเรียงเอกสารเพื่อนําเสนอผลการศึกษาและดําเนินการ
ค้นคว้าอย่างมีระบบแบบแผนที่เป็นวิทยาศาสตร์ ลักษณะรายงาน เป็นเอกสารสารสนเทศที่ผู้วิจัยเรียบเรียง
ตามเหตผุ ลและท่ีมาของปัญหา กรอบแนวคิดในการวิจัย การดําเนินการวิจัยและผลการวิจัย ประกอบด้วย 3
สว่ น คอื
มาตรฐานอาชีพและคุณวฒุ ิวิชาชพี สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาส่งเสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรอ่ื ง
ห น้ า 168 I 438
1) ส่วนนํา ความเป็นมาความสําคัญของปัญหา วัตถุประสงค์ของการวิจัย สมมติฐานของ
การวิจัย ขอบเขตของการวิจัย ข้อตกลงเบ้ืองต้น ข้อจํากัดของการวิจัย นิยามโดยเฉพาะ ประโยชน์ท่ีคาดว่า
จะได้รับ
2) ส่วนเนื้อเร่ือง มี 5 บท คือบทนํา เอกสารและงานวิจัยที่เก่ียวข้อง วิธีการดําเนินการ
วิจัย สรุปผลและข้อเสนอแนะ โดยหลักการเขียนอภิปรายผลการวิจัยจําเป็นต้องมีในส่วนของการเขียน
อภิปรายผลการวิจัย ประกอบด้วย 4 ส่วน ได้แก่ 1) การเขียนแสดงสมมติฐานการวิจัยและรายงาน
ผลการวิจัย 2) การเขียนเหตุผลของผลการวิจัยที่ค้นพบ 3) การเขียนยืนยันผลการวิจัยเชื่อมโยงงานวิจัย
ปจั จุบนั กบั งานวิจัยในอดีต และ 4) การเขยี นข้อจํากัดและข้อเสนอแนะงานวิจัย
3) ส่วนอ้างอิง ประกอบด้วยบรรณานุกรม ภาคผนวก ตัวอย่างการวิเคราะห์ข้อมูล
รายนามผทู้ รงคุณวุฒิท่ีตรวจสอบคณุ ภาพเครือ่ งมือวจิ ยั
(ข13) การเขียนรายงาน หมายถึง การเสนอผลงานที่ได้ศึกษา ค้นคว้ามาแล้ว และได้พบความ
จริง หรือได้รับความรู้ใหม่ ๆ ประการใดบ้าง การรายงานเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้อ่ืนได้รู้ว่า ในการทําวิจัยนั้น
มีปัญหาอะไร และมีประโยชน์อย่างไรแทนการที่จะต้องไปศึกษาใหม่ท้ังหมด การเขียนรายงานการวิจัยต้อง
เป็นไปตามระเบียบปฎิบัติของการวิจัย เป็นการเตรียมการ และเผยแพร่ผลงานวิจัย เพ่ือให้ผู้สนใจอื่น ๆ
ศึกษาหรอื ทําซํ้าได้
การเขียนวิจัยจะต้องเขียนตามรูปแบบ ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ถูกต้อง และรวบรวมอย่างมี
ระบบ ดังน้ันการเขียนรายงานวิจัยจึงควรเขียนบรรยายตามข้อเท็จจริง ตามท่ีได้ศึกษามา โดยการใช้ภาษา
ง่าย ๆ และตรงไปตรงมา มีการลาํ ดับเหตกุ ารณ์ และกระบวนการอย่างชัดเจน การเขียนรายงานวิจัยนั้น เป็น
การเขยี นอยา่ งมแี บบแผน มีรายละเอียดปลีกย่อยทเี่ ป็นกฎเกณฑข์ องการทําวิจยั เช่น การกําหนดบท การย่อ
หน้า การเว้นขอบ การเขียนตาราง การอ้างอิง การเขียนเชิงอรรถ และการใช้การอ้างอิงอย่างมีเหตุผล และ
เป็นระบบมีการวิจารณ์ วิเคราะห์ และเสนอแนะ และนําเสนอผลการวิจัย ซ่ึงผู้วิจัยจะต้องพิจารณาว่าจะ
เขียนรายงาน และนําเสนอผลในรูปแบบใด ท่ีจะทําให้งานวิจัยน้ันน่าสนใจมากท่ีสุด และทําให้ผู้อื่น หรือ
ผสู้ นใจอา่ นเขา้ ใจไดง้ ่าย
(ข14) การใชป้ ระโยชน์จากรายงานผลการวิจัย เป็นการนําไปใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ที่
ระบไุ ว้ในโครงการ/โครงการวิจยั และรายงานการวิจัยอย่างถูกต้อง สามารถนําไปสู่การแก้ปัญหาได้อย่างเป็น
รูปธรรมกับกลุ่มเป้าหมาย โดยมีหลักฐานปรากฏอย่างชัดเจนถึงการนําไปใช้ จนก่อให้เกิดประโยชน์ได้จริง
ตามวตั ถปุ ระสงค์ และได้การรบั รองการใชป้ ระโยชน์จากหนว่ ยงานที่เกี่ยวขอ้ ง
16.หนว่ ยสมรรถนะร่วม (ถ้าม)ี
N/A
17.อุตสาหกรรมรว่ ม/กลุม่ อาชพี ร่วม (ถา้ ม)ี
N/A
มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒวิ ิชาชีพ สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาสง่ เสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรอื่ ง
ห น้ า 169 I 438
18.รายละเอียดกระบวนการ และวิธกี ารประเมิน (Assessment Description and Procedure)
18.1 เคร่อื งมือประเมนิ การวางแผนการวจิ ยั และพัฒนาเทคโนโลยแี ละนวัตกรรมด้านการจัดการ
ทรัพยากรดินเพ่อื การเกษตร
1) การสอบข้อเขียน แบบปรนัย 4 ตวั เลือก
2) การสัมภาษณ์
3) แฟม้ สะสมผลงาน ประกอบดว้ ยหลักฐานจากผลงานเชงิ ประจักษ์ ได้แก่
- รายงาน หรือเอกสารการวิเคราะห์ข้อมูลที่เก่ียวข้องกับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี
และนวัตกรรมด้านการจัดการทรัพยากรดินเพ่ือการเกษตร อาทิ ปัญหา หรือความต้องการเทคโนโลยี หรือ
รายละเอียดของเทคโนโลยีที่ต้องการวจิ ยั และพฒั นา
- แผนการวจิ ยั และพฒั นา
18.2 เคร่ืองมือประเมินการดําเนินการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรรมด้านการจัดการ
ทรพั ยากรดินเพือ่ การเกษตร
1) การสอบขอ้ เขียน แบบปรนัย 4 ตวั เลือก
2) การสมั ภาษณ์
3) แฟ้มสะสมผลงาน ประกอบด้วยหลักฐานจากผลงานเชงิ ประจักษ์ ไดแ้ ก่
- รายงานความกา้ วหนา้ ของการวิจยั และพฒั นา ที่นําเสนอผู้ท่ีเก่ยี วขอ้ ง
- ภาพถา่ ยวิธีการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี และนวตั กรรม
18.3 เคร่อื งมือประเมินการรายงานผลการประยกุ ตใ์ ช้เทคโนโลยี และนวตั กรรรมดา้ นการจดั การ
ทรพั ยากรดนิ เพื่อการเกษตร
1) การสอบขอ้ เขียน แบบปรนัย 4 ตวั เลอื ก
2) การสัมภาษณ์
3) แฟม้ สะสมผลงาน ประกอบดว้ ยหลักฐานจากผลงานเชงิ ประจักษ์ ได้แก่
- รายงานผลการวิจยั และพฒั นาเทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการเกษตรฉบับสมบรู ณ์
- ภาพถ่ายผลงาน เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านจัดการทรัพยากรดินเพ่ือการเกษตรท่ี
ไดว้ ิจยั และพฒั นา
มาตรฐานอาชีพและคุณวฒุ ิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาสง่ เสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรอ่ื ง
ห น้ า 170 I 438
หน่วยสมรรถนะ (Unit of Competence)
1. รหสั หนว่ ยสมรรถนะ A42
2. ช่ือหน่วยสมรรถนะ วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี และนวตั กรรมดา้ นการจัดการทรัพยากรนํ้า
เพอื่ การเกษตร
3. ทบทวนครัง้ ที่ N/A
4. สรา้ งใหม่
5. สําหรับช่อื อาชีพ และรหัสอาชีพ (Occupation Classification)
9999 อาชพี นกั เทคโนโลยกี ารจัดการด้านการเกษตร
6. คาํ อธบิ ายหน่วยสมรรถนะ (Description of Unit of Competency)
หน่วยนี้เกี่ยวข้องกับการศึกษา หรือวิจัยเทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการจัดการทรัพยากรนํ้าที่
เก่ียวข้องในทกุ กระบวนการผลติ ทางการเกษตร
ผู้ปฏิบัติงานจะต้องมีความรู้ความเข้าใจและมีทักษะในกระบวนการศึกษาหรือวิจัยองค์ความรู้
เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการจัดการทรัพยากรน้ํา เพ่ือจัดทํากรอบแนวคิดการศึกษาหรือวิจัย และ
ดาํ เนินการศกึ ษาหรือวจิ ยั จนได้องคค์ วามรู้ เทคโนโลยี หรอื นวัตกรรม ท่ีสามารถตอบสนองความต้องการเพ่ิม
ประสิทธภิ าพการผลิตได้
7. สําหรับระดับคุณวุฒิ
12345678
8. กลุม่ อาชีพ (Sector)
นกั เทคโนโลยกี ารจดั การด้านการเกษตร
9. ชื่ออาชพี และรหสั อาชีพอ่นื ทห่ี นว่ ยสมรรถนะนี้สามารถใช้ได้
N/A
10. ข้อกําหนด หรือกฎระเบียบท่ีเกีย่ วขอ้ ง (Licensing of Regulation Related)
N/A
มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชพี สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาส่งเสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรอ่ื ง
ห น้ า 171 I 438
11.สมรรถนะย่อย และเกณฑ์การปฏบิ ัติงาน (Element and Performance Criteria)
สมรรถนะยอ่ ย เกณฑ์การปฏบิ ตั งิ าน วธิ กี ารประเมนิ
(Element of Competence) (Performance of Criteria) (Assessment Method)
A421 วางแผนการวจิ ัยและพัฒนา 1. สาํ รวจ รวบรวม และวเิ คราะห์ การสอบข้อเขยี น หรือ
เทคโนโลยแี ละนวัตกรรม ขอ้ มลู ทเี่ กีย่ วขอ้ ง ตามหลกั การ การสัมภาษณ์ หรือ
ด้านการจดั การทรัพยากร และกระบวนการเก็บขอ้ มลู แฟม้ สะสมผลงาน
นํ้าเพือ่ การเกษตร
2. วางแผนการดาํ เนนิ งานตาม
ระเบยี บวิธีวจิ ัย
3. จัดทําแผนงานได้ครบถ้วนชดั เจน
นําไปปฏิบตั ไิ ด้
A422 ดาํ เนนิ การวจิ ัยและพฒั นา 1. จดั เตรยี มวัสดุ อปุ กรณ์ พนื้ ท่ี การสอบข้อเขียน หรอื
เทคโนโลยีและนวตั กรรม ก่อนดาํ เนินการ ตามแผนงานที่ การสมั ภาษณ์ หรือ
ดา้ นการจดั การทรพั ยากร กําหนด แฟม้ สะสมผลงาน
นํ้าเพือ่ การเกษตร 2. ดาํ เนนิ งานวจิ ยั และพัฒนา
เทคโนโลยแี ละนวัตกรรม ตาม
แผนงาน
3. รายงานความกา้ วหน้าของงาน
เสนอต่อผู้ท่ีเก่ียวขอ้ งตามลําดบั
ชนั้ เป็นระยะ ๆ
4. บนั ทกึ ผลการวจิ ยั และพัฒนาได้
ถกู ตอ้ งครบถว้ น และเปน็ ปจั จุบนั
A423 รายงานผลการวิจยั และ 1. วเิ คราะหข์ ้อมลู ผลการวิจยั และ การสอบข้อเขียน หรอื
พฒั นาเทคโนโลยแี ละ พัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรม การสมั ภาษณ์ หรอื
นวัตกรรมด้านการจัดการ โดยใช้หลกั สถติ ิ แฟ้มสะสมผลงาน
ทรพั ยากรนํา้ เพ่อื การเกษตร 2. สรปุ ผลการวิจยั และพฒั นา
เทคโนโลยีและนวตั กรรม ถกู ต้อง
ครบถว้ น
3. จัดทาํ รายงานผลการวิจยั และ
พัฒนาเทคโนโลยแี ละนวตั กรรม
ตามรูปแบบท่กี ําหนด
12. ความรู้และทกั ษะก่อนหน้าท่ีจาํ เปน็ (Pre-requisite Skill & Knowledge)
N/A
มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒวิ ิชาชีพ สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาส่งเสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปร่อื ง
ห น้ า 172 I 438
13. ทักษะและความร้ทู ตี่ ้องการ (Required Skill & Knowledge)
(ก) ความตอ้ งการด้านทกั ษะ
(ก1) ทักษะและความเช่ียวชาญทางเน้ือหาวิชาการที่เก่ียวข้องกับเทคโนโลยีการจัดการ
ทรัพยากรนาํ้ เพ่อื การเกษตร
(ก2) ทักษะและความเชี่ยวชาญทางเทคนิคทางวิชาการท่ีเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการจัดการ
ทรัพยากรน้าํ เพือ่ การเกษตร
(ก3) ทกั ษะการใช้เทคโนโลยีและคอมพวิ เตอร์
(ก4) ทักษะการทํางานร่วมกับผอู้ นื่ และการทาํ งานเป็นทมี
(ก5) ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์เพอ่ื การตัดสินใจ
(ก6) ทกั ษะการจัดการ เชน่ การเขียนแผนงาน การจัดการทรพั ยากรทีเ่ กีย่ วขอ้ ง
(ก7) ทักษะการวางแผนและทํางานอย่างเปน็ ระบบ
(ก8) ทักษะการสาํ รวจความต้องการ และปญั หา
(ก9) ทักษะการสงั เกต และวเิ คราะหป์ ญั หาเพื่อการแกไ้ ข
(ก10) ทักษะการสืบค้น และเรียบเรยี งข้อมูล
(ก11) ทักษะการบันทกึ รวบรวม และวเิ คราะหข์ อ้ มลู
(ก12) ทักษะการตรวจสอบ ประเมิน และวดั ประสิทธภิ าพของเทคโนโลยี นวัตกรรม
(ก13) ทักษะการเขยี นรายงานการวจิ ยั บทความทางวชิ าการ
(ข) ความตอ้ งการด้านความรู้
(ข1) ทฤษฎี และแนวคิดเก่ียวกับเทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เก่ียวข้องกับการจัดการทรัพยากร
นํ้าเพื่อการเกษตร
(ข2) ความรู้เกยี่ วกบั การใช้เทคโนโลยี และนวตั กรรมทางการเกษตรที่เกี่ยวข้อง
(ข3) ความรดู้ า้ นการจัดการทรพั ยากรน้าํ เพ่ือการเกษตรทเี่ กยี่ วขอ้ ง
(ข4) ระเบยี บวธิ วี ิจัย
(ข5) กฎหมาย กฎเกณฑ์ หลกั การในการวิจัย
(ข6) สถิติทใี่ ชใ้ นการวจิ ัย
(ข7) การวเิ คราะหข์ ้อมลู
(ข8) กฎเกณฑ์ หลกั การในการเขยี นรายงานผลการวิเคราะหห์ รอื การวิจัย
14.หลกั ฐานทีต่ อ้ งการ (Evidence Guide)
(ก) หลกั ฐานการปฏิบตั ิงาน (Performance Evidence)
(ก1) หลักฐาน / หนงั สอื รับรองการทาํ งาน หรือการผ่านงานท่ีออกโดยหน่วยงานที่เช่อื ถอื ได้
(ก2) แฟ้มสะสมผลงาน
(ก3) รายงานผลงานการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมท่ีเกี่ยวข้องกับการจัดการ
ทรัพยากรนา้ํ เพือ่ การเกษตร
มาตรฐานอาชีพและคุณวฒุ วิ ิชาชีพ สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาสง่ เสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรื่อง
ห น้ า 173 I 438
(ก4) ภาพถ่ายการปฏิบัติงานการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เก่ียวข้องกับการ
จดั การทรัพยากรนา้ํ เพ่ือการเกษตร
(ก5) ภาพถา่ ยของเทคโนโลยี หรอื นวตั กรรมทางการเกษตรที่พัฒนาขน้ึ
(ข) หลักฐานความรู้ (Knowledge Evidence)
(ข1) ใบรายงานผลการศึกษาที่แสดงคุณวุฒิตามคุณสมบัติ และข้อกําหนดของระดับที่เข้ารับ
การทดสอบ
(ข2) เกียรติบัตร วุฒิบัตร หรือใบรับรองการฝึกอบรมหรือเอกสารรับรองจากหน่วยงานท่ี
น่าเชือ่ ถอื
(ข3) แบบบนั ทกึ ผลการสอบขอ้ เขยี น
(ข4) แบบบนั ทึกผลการสอบสมั ภาษณ์
(ข5) แบบรวบรวม / แฟ้มสะสมผลการปฏบิ ตั งิ าน
(ค) คําแนะนาํ ในการประเมนิ
(ค1) ผู้ประเมินจะดําเนินการตรวจประเมินความรู้เก่ียวกับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและ
นวัตกรรมด้านการจดั การทรพั ยากรนา้ํ เพื่อการเกษตร
(ค2) หลักฐานที่ต้องการเพื่อแสดงถึงหน่วยสมรรถนะนี้ ต้องมีความสัมพันธ์กับข้อกําหนดของ
หน่วยสมรรถนะยอ่ ย และเกณฑ์การปฏบิ ัตงิ านในหนว่ ยสมรรถนะน้ี โดยหลกั ฐานในที่น้ี ตอ้ งแสดงถงึ
- ความรู้ และทกั ษะทเ่ี ก่ียวข้อง
- วธิ ีการปฏิบัตงิ าน กฎหมาย กฎเกณฑ์ และระเบียบตา่ ง ๆ ที่เกย่ี วขอ้ ง
- ขอบเขตดา้ นอน่ื ๆ ท่ีเก่ียวขอ้ ง
(ง) วิธกี ารประเมนิ
- การสอบข้อเขยี น
- การสมั ภาษณ์
- แฟม้ สะสมงาน
15.ขอบเขต (Range Statement)
(ก) คําแนะนาํ
N/A
(ข) คําอธบิ ายรายละเอยี ด
(ข1) การวิจัยและพัฒนา (Research and Development) เป็นงานท่ีทําอย่างมีระบบโดย
ใช้ความร้ทู ่ีได้รับจากการทํางานวิจัยเฉพาะทาง และประสบการณ์ท่ีมีอยู่มาสร้างเทคโนโลยีใหม่ หรือเป็นการ
วจิ ัยทีไ่ ดค้ ดั เลือกเรอ่ื งที่ตง้ั ใจจะใชป้ ระโยชน์ไดแ้ ล้วเพื่อนําผลที่ได้จากงานวิจัยไปสู่การผลิตนวัตกรรมใหม่ที่จะ
ใหป้ ระโยชนไ์ ดเ้ ชิงพาณชิ ยห์ รือการใชท้ างสาธารณะโดยเหน็ แล้ววา่ จะเกิดผลดแี กป่ ระเทศ
มาตรฐานอาชีพและคณุ วุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาสง่ เสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรือ่ ง
ห น้ า 174 I 438
การวิจยั และพฒั นาจะใหผ้ ลลัพธ์ท่สี าํ คญั 2 ลกั ษณะ คอื
(1) นวัตกรรมประเภทวัตถุที่เป็นชิ้นอาจเป็นประเภทวัสดุ/อุปกรณ์/ชิ้นงาน เช่น
เครอ่ื งจักรกล คอมพิวเตอร์ส่ิงประดิษฐ์ ส่ือคูม่ อื ประกอบการทาํ งานเปน็ ตน้
(2) นวัตกรรมประเภทที่เป็นรูปแบบ/วิธีการ/กระบวนการ/ระบบปฏิบัติการอาทิ การ
จัดการนํ้าบาดาล ระบบควบคุมการไหลของน้ํา การจัดการน้ําชลประทาน รูปแบบการบริหารจัดการระบบ
การทํางาน Quality Control (Q.C.) Total Quality Management (TQM) The Balanced Scorecard
(BSC) ระบบ ISO เปน็ ต้น
(ข2) กระบวนการวิจัยและพัฒนา เร่ิมด้วยระบบของการวิเคราะห์สภาพปัญหาให้ชัดเจนแล้ว
นําไปสู่การพัฒนาทางเลือกหรือวิธีการใหม่ ๆ พัฒนาเป็นต้นแบบนวัตกรรมให้ได้มาตรฐานก่อนท่ีจะทําการ
ทดลองใชใ้ นสภาพจริงเพอ่ื ตรวจสอบคณุ ภาพของนวตั กรรม
กระบวนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี/นวัตกรรม มขี น้ั ตอนท่ีสําคัญ ดงั นี้
(1) กําหนดผลติ ภณั ฑ์ และรวบรวมขอ้ มูล
(2) ศกึ ษาแนวคดิ ทฤษฎที ี่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี/นวตั กรรม (Review literature)
(3) วางแผนวจิ ยั และพฒั นา
(4) พฒั นารปู แบบ ขนั้ ตอนของการผลติ สรา้ งตน้ ฉบบั นวตั กรรม
(5) ทดลอง หรือ ทดสอบผลิตภัณฑ์ขั้นต้น ตรวจสอบประสิทธิภาพในกลุ่มตัวอย่าง
ขนาดเล็ก
(6) นาํ ขอ้ มลู และผลการทดลองมาปรบั ปรงุ ผลติ ภณั ฑ์/ตน้ ฉบบั คร้งั ท่ี 1
(7) ทดลอง หรือทดสอบผลิตภัณฑ์/ต้นฉบับ ครั้งที่ 2 ใช้ในกลุ่มตัวอย่างที่มีขนาด
ใหญ่ข้นึ
(8) นาํ ขอ้ มลู และผลการทดลองมาปรับปรุงผลิตภัณฑ/์ ตน้ ฉบับ คร้ังท่ี 2
(9) ทดลอง หรือทดสอบผลติ ภณั ฑ/์ ตน้ ฉบับ คร้งั ที่ 3
(10) นาํ ข้อมลู และผลการทดลองมาปรบั ปรงุ ผลิตภัณฑ/์ ตน้ ฉบบั คร้งั ที่ 3
(11) ดาํ เนนิ การจนไดต้ น้ แบบเทคโนโลย/ี นวตั กรรมที่มคี ณุ ภาพตามเกณฑ์ทกี่ าํ หนด
กระบวนการวจิ ยั ประกอบดว้ ย การเลือกปญั หาเพื่อการวิจัยการวิเคราะห์ปัญหาการวิจัย
การวางแผนและออกแบบการวิจัยการสร้างและทดสอบเคร่ืองมือการวิจัยการเก็บรวบรวมข้อมูลการ
ประมวลผลข้อมูลการวิเคราะห์ข้อมูลการเขียนรายงานการวิจัยการนําเสนอผลงานการวิจัยและการติดตาม
การนาํ ผลวจิ ยั ไปใช้
(ข3) กระบวนการศึกษาข้อมูลหรือการรวบรวมข้อมูลเป็นการอธิบายให้เห็นอย่างชัดเจน
สมบรู ณ์ และกะทดั รัด เก่ยี วกับวิธีการท่ีใช้ในการรวบรวมข้อมูล มีการให้เหตุผลของการเลือกข้อมูลน้ัน ๆ ซึ่ง
ข้อมูลที่รวบรวมจะต้องตอบปัญหาการวิจัย รู้แหล่งท่ีมาของข้อมูลโดยละเอียด และข้อมูลเป็นไปตาม
วตั ถุประสงค์ของผู้วิจัยในการนําขอ้ มูลไปใช้
มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชพี สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาสง่ เสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรอื่ ง
ห น้ า 175 I 438
ข้อมูลที่สํารวจ ได้แก่ สภาพปัญหาและความต้องการ สภาพภูมิศาสตร์ของพ้ืนที่ผลิต
สถติ กิ ารเกษตร และความตอ้ งการตลาด เทคโนโลยี/นวตั กรรมทเี่ กย่ี วขอ้ ง
วิธีการศึกษาสํารวจรวบรวมข้อมูล ได้แก่ การใช้แบบสอบถาม การสัมภาษณ์ การศึกษา
สภาพจริง การสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต และจากหน่วยงานที่เก่ียวข้อง การถอดบทเรียนจากผู้รู้ หรือ
ผู้เช่ียวชาญ
(ข4) การวางแผนดําเนินการวิจัย ผู้วิจัยจะต้องกําหนดเร่ืองราวที่ปฎิบัติตามลําดับก่อนหลัง
เปน็ ขน้ั ๆ ไป เนอื่ งจากบางขั้นตอนจะต้องรอใหข้ นั้ ตอนหนึ่งปฎิบัติให้เสร็จสิ้นเสียก่อน จึงสามารถดําเนินการ
ต่อไปได้ จําเป็นจะต้องลําดับ และเขียนตามลําดับเป็นระบบ อาจเร่ิมจากการกําหนดหัวเรื่อง ปัญหา และ
วัตถุประสงค์ของการวิจัย ผู้วิจัยจะต้องอ่าน และค้นคว้าเร่ืองที่เก่ียวข้อง พยายามสืบค้นหาแหล่งข้อมูลที่
นํามาใช้ในงานวิจัย และก่อนที่จะลงมือรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยอาจจะต้องขอความร่วมมือจากบุคลากร หรือ
หน่วยงานท่ีเป็นแหล่งข้อมูล มีการกําหนดระยะเวลาค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ซ่ึงผู้วิจัยจะต้องให้รายละเอียดของการ
วิจัยทงั้ หมด
แผนงานมีความครบถ้วน มีองค์ประกอบที่สําคัญของแผนงานโครงการ ประกอบด้วย
เหตผุ ลความจําเป็นวัตถุประสงค์ เป้าหมาย วิธีการระยะเวลา และสถานท่ีดําเนินงาน ประมาณการค่าใช้จ่าย
ปัญหาที่คาดว่าจะเกิดข้ึน และแนวทางแก้ไข ผู้รับผิดชอบ ฯลฯ
(ข5) การเตรียมการก่อนการดําเนนิ งานวิจัย ไดแ้ ก่ วสั ดุ อุปกรณ์ เครือ่ งมอื สถานท่ี พื้นที่ ฯลฯ
ท่ีจําเป็นต้องใช้ในกระบวนการวิจัยประกอบด้วยการเลือกปัญหาเพ่ือการวิจัยนําไปสู่การวิเคราะห์ปัญหาการ
วิจัยดําเนินการวางแผนและออกแบบการวิจัยการสร้างและทดสอบเครื่องมือการวิจัยการเก็บรวบรวมข้อมูล
การประมวลผลข้อมูลการวิเคราะห์ข้อมูลการเขียนรายงานการวิจัยการนําเสนอผลงานการวิจัยการติดตาม
การนําผลวิจยั ไปใช้
(ข6) การวิเคราะห์ข้อมูล (Analysis) เป็นการจัดระเบียบแยกแยะส่วนต่าง ๆ ของหลักฐาน
หรือข้อมูลท่ีได้ออกเป็นหมวดหมู่ เพ่ือหาคําตอบตามความมุ่งหมาย และตามสมมติฐานท่ีได้กําหนดไว้ การ
วิเคราะห์ข้อมูลน้ีเป็นขั้นการทํางานที่ต่อเนื่องมาจากการวัด การนับ และจัดเรียงลําดับข้อมูล ส่วนใหญ่เป็น
เรื่องเกี่ยวกับการนําวิธีการทางสถิติมาวิเคราะห์หาค่าตัวแปรหรือหาลักษณะของตัวแปร ผู้วิจัยจะต้อง
วางแผนและเตรียมการลว่ งหนา้ ตงั้ แตเ่ ร่ิมทําการวจิ ัย
(ข7) วิธีการทางสถิติที่นํามาใช้ในงานวิจัย มีท้ังสถิติพรรณนา (DescriptiveStatistics) และ
สถติ อิ า้ งอิง (Inference Statistics) มาใช้ในขนั้ ตอนของการทํางานวิจยั ดังนี้
1) ตัวอย่างและการเลือกตัวอย่าง (Sample,Sampling) เป็นการนําสถิติอนุมานแบบมี
พารามิเตอร์มาใช้ในการเลือกตัวอย่าง ซ่ึงจะมีทฤษฎีการสุ่มตัวอย่างโดยเฉพาะ นอกจากน้ียังนําสถิติอนุมาน
มาใชใ้ นการกาํ หนดข้อมูลตัวอย่างที่จะนํามาใช้ในการวจิ ยั โดยอาศัยหลักความน่าจะเป็นและการประมาณค่า
ทางสถิติ
2) การอธิบายลักษณะของข้อมูล (Describing data) เป็นการนําสถิติมาใช้ในการ
บรรยายลักษณะของข้อมูลที่เก็บมาได้ว่ามีลักษณะอย่างไร โดยอาศัยสถิติแบบพรรณนาเป็นส่วนใหญ่ เช่น
มาตรฐานอาชีพและคุณวฒุ วิ ิชาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาสง่ เสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรือ่ ง
ห น้ า 176 I 438
การหาค่าร้อยละ การแจกแจงความถี่ การคํานวณหาค่าต่าง ๆ เช่น ค่าเฉลี่ย ค่าฐานนิยม ค่าที่แสดงถึงการ
กระจายของขอ้ มลู
3) การหาข้อสรุปจากข้อมูลตัวอย่าง (Conclusion From sample data) เป็นการนํา
สถิติมาใช้ในการหาข้อสรุปที่จะนําไปสู่การตอบวัตถุประสงค์ของการวิจัยโดยส่วนใหญ่จะอาศัยสถิติแบบ
อนุมาน ท่ีจะใช้วิธีนําค่าของข้อมูลท่ีได้จากการเลือกตัวอย่างไปทําการศึกษาและวิเคราะห์เพื่อนําไปสู่ข้อสรุป
ข้อมูลประชากร โดยมีเทคนิคทางสถิติที่จะนํามาใช้ในการหาข้อสรุป เช่น การประมาณค่า การทดสอบ
สมมติฐาน การหาความสัมพันธ์ การพยากรณ์ เป็นต้น
(ข8) การวิเคราะห์ผลการวิจัย เป็นการนําผลที่ได้จากการประมวลผลข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อ
การตีความหมายและแปรผลจากข้อมูลที่ได้ให้สามารถเข้าใจได้ง่าย บอกผลของการวิจัยท่ีได้ซึ่งอาจเป็น
ข้อเท็จจริงหรือแนวโน้ม อาจมีการเปรียบเทียบ และผลการวิจัยสามารถนําไปใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ของ
การวิจัย
(ข9) รายงานความก้าวหน้าของงาน โครงสร้างจะคล้ายกับรายงานฉบับสมบูรณ์
ประกอบด้วยความเป็นมาของโครงการ วัตถุประสงค์ แผนการดําเนินการ (ข้ันตอนและรูปแบบการทํางาน)
ผลการดําเนินงานท่ีได้ดําเนินการไปแล้วทั้งหมด ตัวชี้วัดและผลผลิต งบประมาณที่ได้ใช้จ่ายไปแล้วนับต้ังแต่
เริ่มโครงการ งานตามแผนกิจกรรมท่ีจะทําต่อไป (ระบุจํานวนเดือน) คําช้ีแจงเกี่ยวกับปัญหาอุปสรรค (ถ้ามี)
และแนวทางแกไ้ ข
(ข10) การบันทึกผล ได้แก่ การบันทึกในสมุดบันทึกมาตรฐาน หรือบันทึกแบบอิเล็กทรอนิกส์
ควรมีรูปแบบลักษณะชัดเจน มีวันระบุ สืบค้นได้ ใครเป็นผู้กระทําส่ิงใด เมื่อไรเพราะอะไรและผู้อ่ืนไม่ควร
แก้ไขได้ภายหลัง ข้อมูลมีคุณภาพ รายละเอียดครบถ้วน เช่ือถือได้ ข้อมูลไม่สูญหาย มีระยะเวลาจัดเก็บที่
เหมาะสม มีการสํารองข้อมูลและควรเป็นไปตามกฎระเบียบขององค์กร และหากเป็นระบบอิเล็คทรอนิกส์
ควรมีระบบรกั ษาความปลอดภยั ดา้ นอิเลก็ ทรอนกิ ส์ มกี ารบนั ทกึ ตง้ั แตก่ ระบวนการวิจยั
(ข11) สรุปผล ได้แก่ การนําผลการวิเคราะห์เขียนสรุปให้แสดงถึงความสัมพันธ์ของภาพรวม
ของการวิจัยในส่วนที่สําคัญ แสดงผลวิจัยการสรุปให้ครอบคลุมครบถ้วนประเด็นปัญหาท่ีวิจัยท้ังหมด มี
หลักเกณฑ์ในการเขียนคือ การสรุปผลตามสมมติฐานที่ต้ังไว้โดยการเปรียบเทียบผลท่ีค้นพบกับข้อเท็จจริง
ของผู้วิจัยในอดีตหรือเช่ือมโยงทฤษฎีท่ีเกี่ยวข้องเพื่อยืนยันความรู้เดิมหรือต่อยอดความรู้เดิม รวมถึงการให้
ข้อเสนอแนะ อภิปรายผลซึ่งเป็นการตีความผลการวิจัย จากการเชื่อมโยงคําถามงานวิจัย วัตถุประสงค์การ
วจิ ัย แนวคิดทฤษฎแี ละงานวจิ ยั ที่เกีย่ วขอ้ งเพือ่ มาประกอบการตีความผลการวจิ ัย
(ข12) รายงานผลการวจิ ัย คือ การเรียบเรียงเอกสารเพ่ือนําเสนอผลการศึกษาและดําเนินการ
ค้นคว้าอย่างมีระบบแบบแผนที่เป็นวิทยาศาสตร์ ลักษณะรายงาน เป็นเอกสารสารสนเทศที่ผู้วิจัยเรียบเรียง
ตามเหตุผลและที่มาของปัญหา กรอบแนวคิดในการวิจัย การดําเนินการวิจัยและผลการวิจัย ประกอบด้วย 3
สว่ น คือ
มาตรฐานอาชีพและคณุ วฒุ ิวิชาชพี สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาส่งเสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปร่อื ง
ห น้ า 177 I 438
1) ส่วนนํา ความเป็นมาความสําคัญของปัญหา วัตถุประสงค์ของการวิจัย สมมติฐานของ
การวิจัย ขอบเขตของการวิจัย ข้อตกลงเบ้ืองต้น ข้อจํากัดของการวิจัย นิยามโดยเฉพาะ ประโยชน์ท่ีคาดว่า
จะได้รับ
2) ส่วนเนื้อเร่ือง มี 5 บท คือบทนํา เอกสารและงานวิจัยที่เก่ียวข้อง วิธีการดําเนินการ
วิจัย สรุปผลและข้อเสนอแนะ โดยหลักการเขียนอภิปรายผลการวิจัยจําเป็นต้องมีในส่วนของการเขียน
อภิปรายผลการวิจัย ประกอบด้วย 4 ส่วน ได้แก่ 1) การเขียนแสดงสมมติฐานการวิจัยและรายงาน
ผลการวิจัย 2) การเขียนเหตุผลของผลการวิจัยที่ค้นพบ 3) การเขียนยืนยันผลการวิจัยเชื่อมโยงงานวิจัย
ปจั จุบนั กบั งานวิจัยในอดีต และ 4) การเขยี นข้อจํากัดและข้อเสนอแนะงานวิจัย
3) ส่วนอ้างอิง ประกอบด้วยบรรณานุกรม ภาคผนวก ตัวอย่างการวิเคราะห์ข้อมูล
รายนามผทู้ รงคุณวุฒิท่ีตรวจสอบคณุ ภาพเครือ่ งมือวจิ ยั
(ข13) การเขียนรายงาน หมายถึง การเสนอผลงานที่ได้ศึกษา ค้นคว้ามาแล้ว และได้พบความ
จริง หรือได้รับความรู้ใหม่ ๆ ประการใดบ้าง การรายงานเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้อ่ืนได้รู้ว่า ในการทําวิจัยนั้น
มีปัญหาอะไร และมีประโยชน์อย่างไรแทนการที่จะต้องไปศึกษาใหม่ท้ังหมด การเขียนรายงานการวิจัยต้อง
เป็นไปตามระเบียบปฎิบัติของการวิจัย เป็นการเตรียมการ และเผยแพร่ผลงานวิจัย เพ่ือให้ผู้สนใจอื่น ๆ
ศึกษาหรอื ทําซํ้าได้
การเขียนวิจัยจะต้องเขียนตามรูปแบบ ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ถูกต้อง และรวบรวมอย่างมี
ระบบ ดังน้ันการเขียนรายงานวิจัยจึงควรเขียนบรรยายตามข้อเท็จจริง ตามท่ีได้ศึกษามา โดยการใช้ภาษา
ง่าย ๆ และตรงไปตรงมา มีการลาํ ดับเหตกุ ารณ์ และกระบวนการอย่างชัดเจน การเขียนรายงานวิจัยนั้น เป็น
การเขยี นอยา่ งมแี บบแผน มีรายละเอียดปลีกย่อยทเี่ ป็นกฎเกณฑข์ องการทําวิจยั เช่น การกําหนดบท การย่อ
หน้า การเว้นขอบ การเขียนตาราง การอ้างอิง การเขียนเชิงอรรถ และการใช้การอ้างอิงอย่างมีเหตุผล และ
เป็นระบบมีการวิจารณ์ วิเคราะห์ และเสนอแนะ และนําเสนอผลการวิจัย ซ่ึงผู้วิจัยจะต้องพิจารณาว่าจะ
เขียนรายงาน และนําเสนอผลในรูปแบบใด ท่ีจะทําให้งานวิจัยน้ันน่าสนใจมากท่ีสุด และทําให้ผู้อื่น หรือ
ผสู้ นใจอา่ นเขา้ ใจไดง้ ่าย
(ข14) การใชป้ ระโยชน์จากรายงานผลการวิจัย เป็นการนําไปใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ที่
ระบไุ ว้ในโครงการ/โครงการวิจยั และรายงานการวิจัยอย่างถูกต้อง สามารถนําไปสู่การแก้ปัญหาได้อย่างเป็น
รูปธรรมกับกลุ่มเป้าหมาย โดยมีหลักฐานปรากฏอย่างชัดเจนถึงการนําไปใช้ จนก่อให้เกิดประโยชน์ได้จริง
ตามวตั ถปุ ระสงค์ และได้การรบั รองการใชป้ ระโยชน์จากหนว่ ยงานที่เกี่ยวขอ้ ง
16.หนว่ ยสมรรถนะร่วม (ถ้าม)ี
N/A
17.อุตสาหกรรมรว่ ม/กลุม่ อาชพี ร่วม (ถา้ ม)ี
N/A
มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒวิ ิชาชีพ สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาสง่ เสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรอื่ ง
ห น้ า 178 I 438
18.รายละเอียดกระบวนการ และวธิ กี ารประเมนิ (Assessment Description and Procedure)
18.1 เครอื่ งมือประเมินการวางแผนการวจิ ยั และพฒั นาเทคโนโลยแี ละนวตั กรรมด้านการจดั การ
ทรพั ยากรนํ้าเพอื่ การเกษตร
1) การสอบข้อเขยี น แบบปรนัย 4 ตวั เลอื ก
2) การสมั ภาษณ์
3) แฟม้ สะสมผลงาน ประกอบด้วยหลกั ฐานจากผลงานเชงิ ประจักษ์ ได้แก่
- รายงาน หรือเอกสารการวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี
และนวัตกรรมด้านการจัดการทรัพยากรน้ําเพื่อการเกษตรอาทิ ปัญหา หรือความต้องการเทคโนโลยี หรือ
รายละเอียดของเทคโนโลยที ต่ี อ้ งการวจิ ยั และพัฒนา
- แผนการวจิ ัยและพัฒนา
18.2 เครื่องมือประเมนิ การดําเนนิ การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรรมด้านการจดั การ
ทรัพยากรน้าํ เพ่ือการเกษตร
1) การสอบขอ้ เขียน แบบปรนยั 4 ตวั เลอื ก
2) การสมั ภาษณ์
3) แฟ้มสะสมผลงาน ประกอบด้วยหลักฐานจากผลงานเชงิ ประจกั ษ์ ได้แก่
- รายงานความกา้ วหน้าของการวิจยั และพฒั นา ทน่ี าํ เสนอผู้ที่เก่ยี วขอ้ ง
- ภาพถา่ ยวิธีการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี และนวตั กรรม
18.3 เครือ่ งมอื ประเมินการรายงานผลการประยุกต์ใชเ้ ทคโนโลยี และนวตั กรรรมด้านการจัดการ
ทรัพยากรนาํ้ เพอื่ การเกษตร
1) การสอบขอ้ เขียน แบบปรนยั 4 ตวั เลือก
2) การสมั ภาษณ์
3) แฟ้มสะสมผลงาน ประกอบด้วยหลักฐานจากผลงานเชิงประจกั ษ์ ได้แก่
- รายงานผลการวจิ ยั และพัฒนาเทคโนโลยี และนวตั กรรมทางการเกษตรฉบบั สมบูรณ์
- ภาพถ่ายผลงาน เทคโนโลยี และนวตั กรรมดา้ นจัดการทรพั ยากรน้าํ เพ่ือการเกษตรที่ได้
วจิ ัยและพัฒนา
มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชพี สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาสง่ เสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปร่อื ง
ห น้ า 179 I 438
หนว่ ยสมรรถนะ (Unit of Competence)
1. รหัสหน่วยสมรรถนะ A43
2. ชื่อหนว่ ยสมรรถนะ วจิ ัยและพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมดา้ นการจัดการศตั รูพืช/ศัตรูสัตว์
3. ทบทวนคร้ังท่ี N/A
4. สร้างใหม่
5. สําหรับช่ืออาชพี และรหสั อาชพี (Occupation Classification)
9999 อาชพี นกั เทคโนโลยกี ารจดั การดา้ นการเกษตร
6. คาํ อธิบายหนว่ ยสมรรถนะ (Description of Unit of Competency)
หน่วยน้ีเกี่ยวข้องกับการศึกษา หรือวิจัยเทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการจัดการศัตรูพืช/ศัตรูสัตว์
ทเี่ ก่ียวข้องในทุกกระบวนการผลติ ทางการเกษตร
ผู้ปฏิบัติงานจะต้องมีความรู้ความเข้าใจและมีทักษะในกระบวนการศึกษาหรือวิจัยองค์ความรู้
เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการจัดการศัตรูพืช/ศัตรูสัตว์ เพ่ือจัดทํากรอบแนวคิดการศึกษาหรือวิจัย และ
ดาํ เนนิ การศึกษาหรือวจิ ยั จนได้องค์ความรู้ เทคโนโลยี หรอื นวัตกรรม ท่ีสามารถตอบสนองความต้องการเพิ่ม
ประสทิ ธภิ าพการผลติ ได้
7. สําหรบั ระดบั คุณวฒุ ิ
12345678
8. กลุ่มอาชีพ (Sector)
นกั เทคโนโลยกี ารจดั การด้านการเกษตร
9. ชื่ออาชีพ และรหัสอาชีพอ่ืนที่หนว่ ยสมรรถนะนีส้ ามารถใชไ้ ด้
N/A
10. ข้อกาํ หนด หรือกฎระเบียบทเ่ี กี่ยวขอ้ ง (Licensing of Regulation Related)
N/A
มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาส่งเสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรื่อง
ห น้ า 180 I 438
11.สมรรถนะยอ่ ย และเกณฑก์ ารปฏบิ ตั ิงาน (Element and Performance Criteria)
สมรรถนะยอ่ ย เกณฑ์การปฏบิ ตั งิ าน วธิ กี ารประเมนิ
(Element of Competence) (Performance of Criteria) (Assessment Method)
A431 วางแผนการวิจัยและพฒั นา การสอบข้อเขียน หรอื
1. สาํ รวจ รวบรวม และวเิ คราะห์ การสัมภาษณ์ หรือ
เทคโนโลยแี ละนวัตกรรม ขอ้ มูลที่เก่ยี วขอ้ ง ตามหลกั การ แฟ้มสะสมผลงาน
ด้านการจัดการศตั รูพชื / และกระบวนการเก็บข้อมลู
ศัตรูสัตว์ การสอบข้อเขียน หรอื
2. วางแผนการดําเนนิ งานตาม การสัมภาษณ์ หรอื
A432 ดาํ เนินการวจิ ัยและพัฒนา ระเบยี บวิธวี จิ ัย แฟม้ สะสมผลงาน
เทคโนโลยีและนวตั กรรม
ดา้ นการจดั การศตั รูพชื / 3. จัดทําแผนงานไดค้ รบถว้ นชดั เจน การสอบขอ้ เขยี น หรือ
ศัตรสู ัตว์ นําไปปฏบิ ตั ไิ ด้ การสมั ภาษณ์ หรือ
แฟ้มสะสมผลงาน
A433 รายงานผลการวจิ ยั และ 1. จดั เตรียมวสั ดุ อปุ กรณ์ พน้ื ท่ี
พฒั นาเทคโนโลยแี ละ ก่อนดําเนินการ ตามแผนงานที่
นวัตกรรมดา้ นการจัดการ กําหนด
ศัตรูพชื /ศัตรูสัตว์
2. ดาํ เนนิ งานวิจยั และพัฒนา
เทคโนโลยแี ละนวัตกรรม ตาม
แผนงาน
3. รายงานความกา้ วหนา้ ของงาน
เสนอต่อผู้ที่เกยี่ วข้องตามลาํ ดับ
ชั้น เปน็ ระยะ ๆ
4. บนั ทึกผลการวิจยั และพัฒนาได้
ถกู ตอ้ งครบถ้วน และเป็นปจั จุบนั
1. วเิ คราะห์ข้อมลู ผลการวจิ ยั และ
พัฒนาเทคโนโลยี และนวตั กรรม
โดยใชห้ ลกั สถติ ิ
2. สรปุ ผลการวิจยั และพฒั นา
เทคโนโลยีและนวตั กรรม ถกู ตอ้ ง
ครบถว้ น
3. จัดทํารายงานผลการวจิ ยั และ
พัฒนาเทคโนโลยแี ละนวตั กรรม
ตามรูปแบบทีก่ ําหนด
12. ความรูแ้ ละทักษะกอ่ นหน้าที่จาํ เปน็ (Pre-requisite Skill & Knowledge)
N/A
มาตรฐานอาชีพและคุณวฒุ วิ ิชาชีพ สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาสง่ เสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปร่อื ง
ห น้ า 181 I 438
13. ทกั ษะและความรทู้ ต่ี ้องการ (Required Skill & Knowledge)
(ก) ความต้องการด้านทกั ษะ
(ก1) ทกั ษะและความเชย่ี วชาญทางเน้อื หาวชิ าการทเ่ี กีย่ วขอ้ งกับเทคโนโลยีการจดั การ
ศัตรูพืช/ศตั รูสัตว์
(ก2) ทักษะและความเชยี่ วชาญทางเทคนิคทางวิชาการทีเ่ ก่ยี วข้องกับเทคโนโลยีการจัดการ
ศัตรพู ชื /ศตั รูสัตว์
(ก3) ทกั ษะการใชเ้ ทคโนโลยีและคอมพวิ เตอร์
(ก4) ทกั ษะการทาํ งานรว่ มกบั ผ้อู ่นื และการทํางานเปน็ ทีม
(ก5) ทักษะการคดิ วิเคราะหเ์ พ่อื การตดั สนิ ใจ
(ก6) ทกั ษะการจัดการ เชน่ การเขียนแผนงาน การจัดการทรพั ยากรที่เกยี่ วข้อง
(ก7) ทกั ษะการวางแผนและทํางานอย่างเป็นระบบ
(ก8) ทกั ษะการสํารวจความตอ้ งการ และปญั หา
(ก9) ทักษะการสังเกต และวเิ คราะห์ปญั หาเพือ่ การแก้ไข
(ก10) ทกั ษะการสบื คน้ และเรยี บเรียงข้อมูล
(ก11) ทักษะการบันทกึ รวบรวม และวเิ คราะหข์ อ้ มลู
(ก12) ทักษะการตรวจสอบ ประเมิน และวดั ประสทิ ธภิ าพของเทคโนโลยี นวตั กรรม
(ก13) ทักษะการเขยี นรายงานการวจิ ยั บทความทางวชิ าการ
(ข) ความตอ้ งการด้านความรู้
(ข1) ทฤษฎี และแนวคดิ เกยี่ วกับเทคโนโลยี และนวตั กรรมทเ่ี กีย่ วข้องกับการจัดการศตั รพู ืช/
ศัตรสู ัตว์
(ข2) ความรเู้ ก่ยี วกับการใชเ้ ทคโนโลยี และนวตั กรรมทางการเกษตรทเ่ี กย่ี วข้อง
(ข3) ความร้ดู า้ นการจัดการทรพั ยากรศตั รูพืช/ศัตรูสตั ว์ ท่ีเกย่ี วขอ้ ง
(ข4) ระเบยี บวธิ ีวจิ ัย
(ข5) กฎหมาย กฎเกณฑ์ หลักการในการวิจัย
(ข6) สถิติท่ีใช้ในการวิจัย
(ข7) การวิเคราะห์ขอ้ มลู
(ข8) กฎเกณฑ์ หลกั การในการเขยี นรายงานผลการวิเคราะหห์ รอื การวจิ ยั
14.หลักฐานท่ตี อ้ งการ (Evidence Guide)
(ก) หลักฐานการปฏิบตั งิ าน (Performance Evidence)
(ก1) หลักฐาน / หนังสอื รับรองการทํางาน หรอื การผ่านงานท่อี อกโดยหนว่ ยงานทเ่ี ชือ่ ถือได้
(ก2) แฟม้ สะสมผลงาน
(ก3) รายงานผลงานการวจิ ัยและพฒั นาเทคโนโลยี และนวตั กรรมท่เี กย่ี วข้องกบั การจดั การ
ศัตรพู ืช/ศตั รสู ัตว์
มาตรฐานอาชีพและคณุ วฒุ วิ ิชาชพี สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาส่งเสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปร่อื ง
ห น้ า 182 I 438
(ก4) ภาพถา่ ยการปฏบิ ตั งิ านการวจิ ัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวตั กรรมที่เกีย่ วขอ้ งกับ
การจัดการศตั รพู ืช/ศตั รูสัตว์
(ก5) ภาพถ่ายของเทคโนโลยี หรือนวตั กรรมทางการเกษตรท่ีพัฒนาขน้ึ
(ข) หลักฐานความรู้ (Knowledge Evidence)
(ข1) ใบรายงานผลการศึกษาทแ่ี สดงคุณวฒุ ติ ามคุณสมบัติ และขอ้ กาํ หนดของระดับท่ีเข้ารับ
การทดสอบ
(ข2) เกียรติบัตร วุฒิบัตร หรือใบรับรองการฝึกอบรมหรือเอกสารรับรองจากหน่วยงานท่ี
น่าเช่ือถอื
(ข3) แบบบันทกึ ผลการสอบขอ้ เขียน
(ข4) แบบบันทึกผลการสอบสัมภาษณ์
(ข5) แบบรวบรวม / แฟ้มสะสมผลการปฏบิ ตั งิ าน
(ค) คําแนะนาํ ในการประเมิน
(ค1) ผู้ประเมินจะดําเนินการตรวจประเมินความรู้เกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและ
นวัตกรรมดา้ นการจดั การศตั รพู ชื /ศตั รสู ัตว์
(ค2) หลักฐานท่ีต้องการเพื่อแสดงถึงหน่วยสมรรถนะน้ี ต้องมีความสัมพันธ์กับข้อกําหนดของ
หนว่ ยสมรรถนะย่อย และเกณฑก์ ารปฏิบัตงิ านในหนว่ ยสมรรถนะนี้ โดยหลักฐานในทีน่ ี้ ตอ้ งแสดงถึง
- ความรู้ และทกั ษะที่เกีย่ วข้อง
- วิธกี ารปฏบิ ัตงิ าน กฎหมาย กฎเกณฑ์ และระเบียบต่าง ๆ ท่ีเกย่ี วขอ้ ง
- ขอบเขตดา้ นอืน่ ๆ ท่ีเกี่ยวขอ้ ง
(ง) วธิ กี ารประเมิน
- การสอบขอ้ เขยี น
- การสัมภาษณ์
- แฟ้มสะสมงาน
15.ขอบเขต (Range Statement)
(ก) คําแนะนาํ
N/A
(ข) คําอธิบายรายละเอียด
(ข1) การวิจัยและพัฒนา (Research and Development) เป็นงานที่ทําอย่างมีระบบโดย
ใชค้ วามรทู้ ี่ได้รับจากการทํางานวิจัยเฉพาะทาง และประสบการณ์ท่ีมีอยู่มาสร้างเทคโนโลยีใหม่ หรือเป็นการ
วจิ ัยท่ไี ด้คดั เลือกเรอ่ื งทต่ี งั้ ใจจะใช้ประโยชน์ไดแ้ ลว้ เพื่อนําผลท่ีได้จากงานวิจัยไปสู่การผลิตนวัตกรรมใหม่ที่จะ
ให้ประโยชนไ์ ดเ้ ชิงพาณชิ ยห์ รือการใชท้ างสาธารณะโดยเหน็ แลว้ ว่าจะเกิดผลดแี ก่ประเทศ
มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาสง่ เสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรอ่ื ง
ห น้ า 183 I 438
การวจิ ยั และพัฒนาจะให้ผลลัพธท์ ี่สาํ คญั 2 ลกั ษณะ คอื
(1) นวัตกรรมประเภทวัตถุท่ีเป็นชิ้นอาจเป็นประเภทวัสดุ/อุปกรณ์/ชิ้นงาน เช่น
เครื่องจกั รกล คอมพิวเตอรส์ ่ิงประดิษฐ์ ส่ือคมู่ อื ประกอบการทํางานเปน็ ต้น
(2) นวัตกรรมประเภทท่ีเป็นรูปแบบ/วิธีการ/กระบวนการ/ระบบปฏิบัติการอาทิกับดัก
แมลงด้วยแสงฟไร้สาย เครื่องเก็บเช้ือโรคพืชในอากาศ โปรแกรมวิเคราะห์ความรุนแรงของโรคพืช รูปแบบ
การบริหารจัดการระบบการทํางาน Quality Control (Q.C.) Total Quality Management (TQM) The
Balanced Scorecard (BSC) ระบบ ISO เปน็ ตน้
(ข2) กระบวนการวิจัยและพัฒนา เร่ิมด้วยระบบของการวิเคราะห์สภาพปัญหาให้ชัดเจนแล้ว
นําไปสู่การพัฒนาทางเลือกหรือวิธีการใหม่ ๆ พัฒนาเป็นต้นแบบนวัตกรรมให้ได้มาตรฐานก่อนที่จะทําการ
ทดลองใช้ในสภาพจรงิ เพ่ือตรวจสอบคุณภาพของนวัตกรรม
กระบวนการวิจยั และพฒั นาเทคโนโลยี/นวัตกรรม มีขน้ั ตอนทส่ี ําคญั ดงั น้ี
(1) กําหนดผลติ ภณั ฑ์ และรวบรวมขอ้ มูล
(2) ศกึ ษาแนวคิดทฤษฎที ่ีเก่ยี วขอ้ งกับเทคโนโลยี/นวตั กรรม (Review literature)
(3) วางแผนวจิ ยั และพฒั นา
(4) พฒั นารปู แบบ ขน้ั ตอนของการผลิต สรา้ งตน้ ฉบับนวตั กรรม
(5) ทดลอง หรือ ทดสอบผลิตภัณฑ์ขั้นต้น ตรวจสอบประสิทธิภาพในกลุ่มตัวอย่าง
ขนาดเลก็
(6) นําขอ้ มลู และผลการทดลองมาปรบั ปรุงผลิตภัณฑ์/ตน้ ฉบับ คร้ังที่ 1
(7) ทดลอง หรอื ทดสอบผลิตภัณฑ/์ ตน้ ฉบับ คร้งั ที่ 2 ใชใ้ นกล่มุ ตวั อย่างที่มี
ขนาดใหญข่ ึน้
(8) นําข้อมลู และผลการทดลองมาปรับปรุงผลิตภณั ฑ์/ตน้ ฉบบั คร้ังที่ 2
(9) ทดลอง หรอื ทดสอบผลิตภณั ฑ/์ ตน้ ฉบบั ครัง้ ท่ี 3
(10) นําข้อมลู และผลการทดลองมาปรบั ปรงุ ผลิตภัณฑ/์ ตน้ ฉบบั คร้ังท่ี 3
(11) ดาํ เนินการจนไดต้ น้ แบบเทคโนโลย/ี นวัตกรรมทีม่ ีคณุ ภาพตามเกณฑ์ที่กาํ หนด
กระบวนการวจิ ัย ประกอบดว้ ย การเลือกปัญหาเพ่ือการวิจัยการวิเคราะห์ปัญหาการวิจัย
การวางแผนและออกแบบการวิจัยการสร้างและทดสอบเคร่ืองมือการวิจัยการเก็บรวบรวมข้อมูลการ
ประมวลผลข้อมูลการวิเคราะห์ข้อมูลการเขียนรายงานการวิจัยการนําเสนอผลงานการวิจัยและการติดตาม
การนาํ ผลวิจยั ไปใช้
(ข3) กระบวนการศึกษาข้อมูลหรือการรวบรวมข้อมูลเป็นการอธิบายให้เห็นอย่างชัดเจน
สมบูรณ์ และกะทัดรัด เกย่ี วกบั วธิ ีการท่ใี ช้ในการรวบรวมข้อมูล มีการให้เหตุผลของการเลือกข้อมูลนั้น ๆ ซ่ึง
ข้อมูลที่รวบรวมจะต้องตอบปัญหาการวิจัย รู้แหล่งที่มาของข้อมูลโดยละเอียด และข้อมูลเป็นไปตาม
วตั ถปุ ระสงคข์ องผ้วู จิ ัยในการนําข้อมูลไปใช้
มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชพี สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาส่งเสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปร่ือง
ห น้ า 184 I 438
ข้อมูลที่สํารวจ ได้แก่ สภาพปัญหาและความต้องการ สภาพภูมิศาสตร์ของพ้ืนที่ผลิต
สถติ กิ ารเกษตร และความตอ้ งการตลาด เทคโนโลยี/นวตั กรรมทเี่ กย่ี วขอ้ ง
วิธีการศึกษาสํารวจรวบรวมข้อมูล ได้แก่ การใช้แบบสอบถาม การสัมภาษณ์ การศึกษา
สภาพจริง การสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต และจากหน่วยงานที่เก่ียวข้อง การถอดบทเรียนจากผู้รู้ หรือ
ผเู้ ช่ียวชาญ
(ข4) การวางแผนดําเนินการวิจัย ผู้วิจัยจะต้องกําหนดเร่ืองราวที่ปฎิบัติตามลําดับก่อนหลัง
เปน็ ขน้ั ๆ ไป เนอื่ งจากบางขั้นตอนจะต้องรอใหข้ นั้ ตอนหนึ่งปฎิบัติให้เสร็จสิ้นเสียก่อน จึงสามารถดําเนินการ
ต่อไปได้ จําเป็นจะต้องลําดับ และเขียนตามลําดับเป็นระบบ อาจเร่ิมจากการกําหนดหัวเรื่อง ปัญหา และ
วัตถุประสงค์ของการวิจัย ผู้วิจัยจะต้องอ่าน และค้นคว้าเร่ืองที่เก่ียวข้อง พยายามสืบค้นหาแหล่งข้อมูลที่
นํามาใช้ในงานวิจัย และก่อนที่จะลงมือรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยอาจจะต้องขอความร่วมมือจากบุคลากร หรือ
หน่วยงานท่ีเป็นแหล่งข้อมูล มีการกําหนดระยะเวลาค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ซ่ึงผู้วิจัยจะต้องให้รายละเอียดของการ
วิจยั ทงั้ หมด
แผนงานมีความครบถ้วน มีองค์ประกอบที่สําคัญของแผนงานโครงการ ประกอบด้วย
เหตผุ ลความจําเป็นวัตถุประสงค์ เป้าหมาย วิธีการระยะเวลา และสถานท่ีดําเนินงาน ประมาณการค่าใช้จ่าย
ปญั หาที่คาดว่าจะเกิดข้ึน และแนวทางแก้ไข ผู้รบั ผิดชอบ ฯลฯ
(ข5) การเตรียมการก่อนการดําเนนิ งานวิจัย ไดแ้ ก่ วสั ดุ อุปกรณ์ เครือ่ งมอื สถานท่ี พื้นที่ ฯลฯ
ท่ีจําเป็นต้องใช้ในกระบวนการวิจัยประกอบด้วยการเลือกปัญหาเพ่ือการวิจัยนําไปสู่การวิเคราะห์ปัญหาการ
วิจัยดําเนินการวางแผนและออกแบบการวิจัยการสร้างและทดสอบเครื่องมือการวิจัยการเก็บรวบรวมข้อมูล
การประมวลผลข้อมูลการวิเคราะห์ข้อมูลการเขียนรายงานการวิจัยการนําเสนอผลงานการวิจัยการติดตาม
การนําผลวิจัยไปใช้
(ข6) การวิเคราะห์ข้อมูล (Analysis) เป็นการจัดระเบียบแยกแยะส่วนต่าง ๆ ของหลักฐาน
หรือข้อมูลท่ีได้ออกเป็นหมวดหมู่ เพ่ือหาคําตอบตามความมุ่งหมาย และตามสมมติฐานท่ีได้กําหนดไว้ การ
วิเคราะห์ข้อมูลน้ีเป็นขั้นการทํางานที่ต่อเนื่องมาจากการวัด การนับ และจัดเรียงลําดับข้อมูล ส่วนใหญ่เป็น
เรื่องเกี่ยวกับการนําวิธีการทางสถิติมาวิเคราะห์หาค่าตัวแปรหรือหาลักษณะของตัวแปร ผู้วิจัยจะต้อง
วางแผนและเตรียมการลว่ งหนา้ ตงั้ แตเ่ ร่ิมทําการวจิ ัย
(ข7) วิธีการทางสถิติที่นํามาใช้ในงานวิจัย มีท้ังสถิติพรรณนา (DescriptiveStatistics) และ
สถติ อิ า้ งอิง (Inference Statistics) มาใช้ในขนั้ ตอนของการทํางานวิจยั ดังนี้
1) ตัวอย่างและการเลือกตัวอย่าง (Sample,Sampling) เป็นการนําสถิติอนุมานแบบมี
พารามิเตอร์มาใช้ในการเลือกตัวอย่าง ซ่ึงจะมีทฤษฎีการสุ่มตัวอย่างโดยเฉพาะ นอกจากน้ียังนําสถิติอนุมาน
มาใชใ้ นการกาํ หนดข้อมูลตัวอย่างที่จะนํามาใช้ในการวจิ ยั โดยอาศัยหลักความน่าจะเป็นและการประมาณค่า
ทางสถิติ
2) การอธิบายลักษณะของข้อมูล (Describing data) เป็นการนําสถิติมาใช้ในการ
บรรยายลักษณะของข้อมูลที่เก็บมาได้ว่ามีลักษณะอย่างไร โดยอาศัยสถิติแบบพรรณนาเป็นส่วนใหญ่ เช่น
มาตรฐานอาชีพและคุณวฒุ วิ ิชาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาสง่ เสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรือ่ ง
ห น้ า 185 I 438
การหาค่าร้อยละ การแจกแจงความถี่ การคํานวณหาค่าต่าง ๆ เช่น ค่าเฉลี่ย ค่าฐานนิยม ค่าที่แสดงถึงการ
กระจายของขอ้ มลู
3) การหาข้อสรุปจากข้อมูลตัวอย่าง (Conclusion From sample data) เป็นการนํา
สถิติมาใช้ในการหาข้อสรุปที่จะนําไปสู่การตอบวัตถุประสงค์ของการวิจัยโดยส่วนใหญ่จะอาศัยสถิติแบบ
อนุมาน ท่ีจะใช้วิธีนําค่าของข้อมูลท่ีได้จากการเลือกตัวอย่างไปทําการศึกษาและวิเคราะห์เพื่อนําไปสู่ข้อสรุป
ข้อมูลประชากร โดยมีเทคนิคทางสถิติที่จะนํามาใช้ในการหาข้อสรุป เช่น การประมาณค่า การทดสอบ
สมมติฐาน การหาความสัมพันธ์ การพยากรณ์ เป็นต้น
(ข8) การวิเคราะห์ผลการวิจัย เป็นการนําผลที่ได้จากการประมวลผลข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อ
การตีความหมายและแปรผลจากข้อมูลที่ได้ให้สามารถเข้าใจได้ง่าย บอกผลของการวิจัยท่ีได้ซึ่งอาจเป็น
ข้อเท็จจริงหรือแนวโน้ม อาจมีการเปรียบเทียบ และผลการวิจัยสามารถนําไปใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ของ
การวิจัย
(ข9) รายงานความก้าวหน้าของงาน โครงสร้างจะคล้ายกับรายงานฉบับสมบูรณ์
ประกอบด้วยความเป็นมาของโครงการ วัตถุประสงค์ แผนการดําเนินการ (ข้ันตอนและรูปแบบการทํางาน)
ผลการดําเนินงานท่ีได้ดําเนินการไปแล้วทั้งหมด ตัวชี้วัดและผลผลิต งบประมาณที่ได้ใช้จ่ายไปแล้วนับต้ังแต่
เริ่มโครงการ งานตามแผนกิจกรรมท่ีจะทําต่อไป (ระบุจํานวนเดือน) คําช้ีแจงเกี่ยวกับปัญหาอุปสรรค (ถ้ามี)
และแนวทางแกไ้ ข
(ข10) การบันทึกผล ได้แก่ การบันทึกในสมุดบันทึกมาตรฐาน หรือบันทึกแบบอิเล็กทรอนิกส์
ควรมีรูปแบบลักษณะชัดเจน มีวันระบุ สืบค้นได้ ใครเป็นผู้กระทําส่ิงใด เมื่อไรเพราะอะไรและผู้อ่ืนไม่ควร
แก้ไขได้ภายหลัง ข้อมูลมีคุณภาพ รายละเอียดครบถ้วน เช่ือถือได้ ข้อมูลไม่สูญหาย มีระยะเวลาจัดเก็บที่
เหมาะสม มีการสํารองข้อมูลและควรเป็นไปตามกฎระเบียบขององค์กร และหากเป็นระบบอิเล็คทรอนิกส์
ควรมีระบบรกั ษาความปลอดภยั ดา้ นอิเลก็ ทรอนกิ ส์ มกี ารบนั ทกึ ตง้ั แตก่ ระบวนการวิจยั
(ข11) สรุปผล ได้แก่ การนําผลการวิเคราะห์เขียนสรุปให้แสดงถึงความสัมพันธ์ของภาพรวม
ของการวิจัยในส่วนที่สําคัญ แสดงผลวิจัยการสรุปให้ครอบคลุมครบถ้วนประเด็นปัญหาท่ีวิจัยท้ังหมด มี
หลักเกณฑ์ในการเขียนคือ การสรุปผลตามสมมติฐานที่ต้ังไว้โดยการเปรียบเทียบผลท่ีค้นพบกับข้อเท็จจริง
ของผู้วิจัยในอดีตหรือเช่ือมโยงทฤษฎีท่ีเกี่ยวข้องเพื่อยืนยันความรู้เดิมหรือต่อยอดความรู้เดิม รวมถึงการให้
ข้อเสนอแนะ อภิปรายผลซึ่งเป็นการตีความผลการวิจัย จากการเชื่อมโยงคําถามงานวิจัย วัตถุประสงค์การ
วจิ ัย แนวคิดทฤษฎแี ละงานวจิ ยั ที่เกีย่ วขอ้ งเพือ่ มาประกอบการตีความผลการวจิ ัย
(ข12) รายงานผลการวจิ ัย คือ การเรียบเรียงเอกสารเพ่ือนําเสนอผลการศึกษาและดําเนินการ
ค้นคว้าอย่างมีระบบแบบแผนที่เป็นวิทยาศาสตร์ ลักษณะรายงาน เป็นเอกสารสารสนเทศที่ผู้วิจัยเรียบเรียง
ตามเหตุผลและที่มาของปัญหา กรอบแนวคิดในการวิจัย การดําเนินการวิจัยและผลการวิจัย ประกอบด้วย 3
สว่ น คือ
มาตรฐานอาชีพและคณุ วฒุ ิวิชาชพี สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาส่งเสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปร่อื ง
ห น้ า 186 I 438
1) ส่วนนํา ความเป็นมาความสําคัญของปัญหา วัตถุประสงค์ของการวิจัย สมมติฐานของ
การวิจัย ขอบเขตของการวิจัย ข้อตกลงเบ้ืองต้น ข้อจํากัดของการวิจัย นิยามโดยเฉพาะ ประโยชน์ท่ีคาดว่า
จะได้รับ
2) ส่วนเนื้อเร่ือง มี 5 บท คือบทนํา เอกสารและงานวิจัยที่เก่ียวข้อง วิธีการดําเนินการ
วิจัย สรุปผลและข้อเสนอแนะ โดยหลักการเขียนอภิปรายผลการวิจัยจําเป็นต้องมีในส่วนของการเขียน
อภิปรายผลการวิจัย ประกอบด้วย 4 ส่วน ได้แก่ 1) การเขียนแสดงสมมติฐานการวิจัยและรายงาน
ผลการวิจัย 2) การเขียนเหตุผลของผลการวิจัยที่ค้นพบ 3) การเขียนยืนยันผลการวิจัยเชื่อมโยงงานวิจัย
ปจั จุบนั กบั งานวิจัยในอดีต และ 4) การเขยี นข้อจํากัดและข้อเสนอแนะงานวิจัย
3) ส่วนอ้างอิง ประกอบด้วยบรรณานุกรม ภาคผนวก ตัวอย่างการวิเคราะห์ข้อมูล
รายนามผทู้ รงคุณวุฒิท่ีตรวจสอบคณุ ภาพเครือ่ งมือวจิ ยั
(ข13) การเขียนรายงาน หมายถึง การเสนอผลงานที่ได้ศึกษา ค้นคว้ามาแล้ว และได้พบความ
จริง หรือได้รับความรู้ใหม่ ๆ ประการใดบ้าง การรายงานเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้อ่ืนได้รู้ว่า ในการทําวิจัยนั้น
มีปัญหาอะไร และมีประโยชน์อย่างไรแทนการที่จะต้องไปศึกษาใหม่ท้ังหมด การเขียนรายงานการวิจัยต้อง
เป็นไปตามระเบียบปฎิบัติของการวิจัย เป็นการเตรียมการ และเผยแพร่ผลงานวิจัย เพ่ือให้ผู้สนใจอื่น ๆ
ศึกษาหรอื ทําซํ้าได้
การเขียนวิจัยจะต้องเขียนตามรูปแบบ ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ถูกต้อง และรวบรวมอย่างมี
ระบบ ดังน้ันการเขียนรายงานวิจัยจึงควรเขียนบรรยายตามข้อเท็จจริง ตามท่ีได้ศึกษามา โดยการใช้ภาษา
ง่าย ๆ และตรงไปตรงมา มีการลาํ ดับเหตกุ ารณ์ และกระบวนการอย่างชัดเจน การเขียนรายงานวิจัยนั้น เป็น
การเขยี นอยา่ งมแี บบแผน มีรายละเอียดปลีกย่อยทเี่ ป็นกฎเกณฑข์ องการทําวิจยั เช่น การกําหนดบท การย่อ
หน้า การเว้นขอบ การเขียนตาราง การอ้างอิง การเขียนเชิงอรรถ และการใช้การอ้างอิงอย่างมีเหตุผล และ
เป็นระบบมีการวิจารณ์ วิเคราะห์ และเสนอแนะ และนําเสนอผลการวิจัย ซ่ึงผู้วิจัยจะต้องพิจารณาว่าจะ
เขียนรายงาน และนําเสนอผลในรูปแบบใด ท่ีจะทําให้งานวิจัยน้ันน่าสนใจมากท่ีสุด และทําให้ผู้อื่น หรือ
ผสู้ นใจอา่ นเขา้ ใจไดง้ ่าย
(ข14) การใชป้ ระโยชน์จากรายงานผลการวิจัย เป็นการนําไปใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ที่
ระบไุ ว้ในโครงการ/โครงการวิจยั และรายงานการวิจัยอย่างถูกต้อง สามารถนําไปสู่การแก้ปัญหาได้อย่างเป็น
รูปธรรมกับกลุ่มเป้าหมาย โดยมีหลักฐานปรากฏอย่างชัดเจนถึงการนําไปใช้ จนก่อให้เกิดประโยชน์ได้จริง
ตามวตั ถปุ ระสงค์ และได้การรบั รองการใชป้ ระโยชน์จากหนว่ ยงานที่เกี่ยวขอ้ ง
16.หนว่ ยสมรรถนะร่วม (ถ้าม)ี
N/A
17.อุตสาหกรรมรว่ ม/กลุม่ อาชพี ร่วม (ถา้ ม)ี
N/A
มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒวิ ิชาชีพ สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาสง่ เสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรอื่ ง
ห น้ า 187 I 438
18.รายละเอยี ดกระบวนการ และวธิ กี ารประเมิน (Assessment Description and Procedure)
18.1 เครือ่ งมือประเมนิ การวางแผนการวจิ ยั และพฒั นาเทคโนโลยแี ละนวตั กรรมดา้ นการจดั การ
ศัตรพู ืช/ศตั รูสัตว์
1) การสอบข้อเขียน แบบปรนยั 4 ตวั เลือก
2) การสมั ภาษณ์
3) แฟ้มสะสมผลงาน ประกอบด้วยหลักฐานจากผลงานเชิงประจักษ์ ได้แก่
- รายงาน หรือเอกสารการวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี
และนวตั กรรมดา้ นการจดั การศัตรูพืช/ศัตรูสัตว์ อาทิ ปัญหา หรือความต้องการเทคโนโลยี หรือ รายละเอียด
ของเทคโนโลยที ี่ต้องการวิจยั และพฒั นา
- แผนการวจิ ยั และพฒั นา
18.2 เคร่อื งมอื ประเมินการดาํ เนนิ การวจิ ยั และพฒั นาเทคโนโลยี และนวัตกรรรมดา้ นการจดั การ
ศัตรพู ชื /ศตั รสู ัตว์
1) การสอบขอ้ เขียน แบบปรนัย 4 ตวั เลือก
2) การสัมภาษณ์
3) แฟม้ สะสมผลงาน ประกอบดว้ ยหลักฐานจากผลงานเชงิ ประจกั ษ์ ได้แก่
- รายงานความก้าวหนา้ ของการวิจยั และพฒั นา ทน่ี าํ เสนอผทู้ ี่เกย่ี วข้อง
- ภาพถา่ ยวธิ ีการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี และนวตั กรรม
18.3 เครื่องมือประเมนิ การรายงานผลการประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยี และนวัตกรรรมด้านการจัดการ
ศัตรพู ชื /ศตั รสู ัตว์
1) การสอบข้อเขียน แบบปรนยั 4 ตวั เลอื ก
2) การสมั ภาษณ์
3) แฟม้ สะสมผลงาน ประกอบด้วยหลักฐานจากผลงานเชงิ ประจักษ์ ได้แก่
- รายงานผลการวิจยั และพฒั นาเทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการเกษตรฉบบั สมบูรณ์
- ภาพถ่ายผลงาน เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านจัดการศัตรูพืช/ศัตรูสัตว์ที่ได้วิจัยและ
พฒั นา
มาตรฐานอาชีพและคณุ วุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาสง่ เสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรอื่ ง
ห น้ า 188 I 438
หน่วยสมรรถนะ (Unit of Competence)
1. รหัสหน่วยสมรรถนะ A44
2. ช่ือหน่วยสมรรถนะ วจิ ัยและพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการจดั การของเสยี และ
วัสดุเหลอื ใช้ทเี่ กดิ จากการผลิตทางการเกษตร
3. ทบทวนคร้ังท่ี N/A
4. สรา้ งใหม่
5. สําหรับชือ่ อาชีพ และรหสั อาชพี (Occupation Classification)
9999 อาชีพนักเทคโนโลยกี ารจดั การดา้ นการเกษตร
6. คาํ อธิบายหนว่ ยสมรรถนะ (Description of Unit of Competency)
หน่วยนี้เก่ียวข้องกับการศึกษา หรือวิจัยเทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการจัดการของเสยี และ
วสั ดุเหลอื ใช้ที่เกดิ จากการผลิตทางการเกษตรเก่ยี วข้องในทุกกระบวนการผลิตทางการเกษตร
ผู้ปฏิบัตงิ านจะต้องมคี วามร้คู วามเขา้ ใจและมที กั ษะในกระบวนการศึกษาหรือวิจัยองค์ความรู้
เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการจดั การของเสยี และวสั ดุเหลอื ใช้ท่ีเกดิ จากการผลิตทางการเกษตร
เพอ่ื จัดทาํ กรอบแนวคดิ การศึกษาหรือวิจัย และดาํ เนนิ การศกึ ษาหรอื วจิ ัยจนไดอ้ งค์ความรู้ เทคโนโลยี
หรือนวัตกรรม ที่สามารถตอบสนองความต้องการเพ่ิมประสิทธิภาพการผลิตได้
7. สาํ หรบั ระดับคุณวุฒิ
12345678
8. กลุม่ อาชีพ (Sector)
นกั เทคโนโลยีการจดั การด้านการเกษตร
9. ช่ืออาชพี และรหสั อาชีพอืน่ ที่หน่วยสมรรถนะนสี้ ามารถใชไ้ ด้
N/A
10. ข้อกาํ หนด หรอื กฎระเบยี บท่ีเกี่ยวขอ้ ง (Licensing of Regulation Related)
N/A
มาตรฐานอาชีพและคุณวฒุ วิ ิชาชีพ สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาส่งเสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรือ่ ง
ห น้ า 189 I 438
11.สมรรถนะยอ่ ย และเกณฑก์ ารปฏิบตั ิงาน (Element and Performance Criteria)
สมรรถนะย่อย เกณฑก์ ารปฏบิ ตั งิ าน วธิ กี ารประเมนิ
(Element of Competence) (Performance of Criteria) (Assessment Method)
A441 วางแผนการวจิ ัยและพัฒนา 1. สํารวจ รวบรวม และวเิ คราะห์ การสอบขอ้ เขียน หรอื
เทคโนโลยแี ละนวัตกรรม ขอ้ มลู ทเี่ ก่ยี วขอ้ ง ตามหลกั การ การสัมภาษณ์ หรือ
การจดั การของเสีย และ และกระบวนการเก็บขอ้ มูล แฟ้มสะสมผลงาน
วสั ดเุ หลือใชท้ ่ีเกิดจากการ
ผลิตทางการเกษตร 2. วางแผนการดาํ เนินงานตาม
ระเบียบวิธวี จิ ัย
3. จัดทาํ แผนงานไดค้ รบถว้ นชดั เจน
นําไปปฏิบตั ไิ ด้
A442 ดาํ เนินการวิจัยและพัฒนา 1. จัดเตรียมวัสดุ อปุ กรณ์ พนื้ ที่ การสอบขอ้ เขียน หรอื
เทคโนโลยีและนวัตกรรม ก่อนดําเนินการ ตามแผนงานท่ี การสัมภาษณ์ หรือ
การจดั การของเสยี และวสั ดุ กําหนด แฟม้ สะสมผลงาน
เหลอื ใช้ท่ีเกดิ จากการผลิต 2. ดาํ เนนิ งานวิจยั และพฒั นา
ทางการเกษตร เทคโนโลยแี ละนวตั กรรม ตาม
แผนงาน
3. รายงานความก้าวหน้าของงาน
เสนอต่อผู้ที่เก่ียวข้องตามลําดับ
ช้นั เปน็ ระยะ ๆ
4. บนั ทึกผลการวิจยั และพฒั นาได้
ถกู ตอ้ งครบถ้วน และเปน็ ปัจจบุ ัน
A443 รายงานผลการวิจยั และ 1. วเิ คราะหข์ ้อมลู ผลการวจิ ยั และ การสอบขอ้ เขยี น หรอื
พฒั นาเทคโนโลยีและ พัฒนาเทคโนโลยี และนวตั กรรม การสมั ภาษณ์ หรอื
นวัตกรรมการจัดการของ โดยใชห้ ลกั สถติ ิ แฟม้ สะสมผลงาน
เสีย และวสั ดเุ หลือใชท้ ่ีเกดิ 2. สรปุ ผลการวิจยั และพัฒนา
จากการผลิตทางการเกษตร เทคโนโลยีและนวตั กรรม ถกู ต้อง
ครบถ้วน
3. จัดทํารายงานผลการวจิ ยั และ
พัฒนาเทคโนโลยแี ละนวัตกรรม
ตามรูปแบบทก่ี ําหนด
12. ความรูแ้ ละทกั ษะก่อนหน้าทจี่ าํ เป็น (Pre-requisite Skill & Knowledge)
N/A
มาตรฐานอาชีพและคณุ วฒุ วิ ิชาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาส่งเสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรอ่ื ง
ห น้ า 190 I 438
13. ทักษะและความรูท้ ต่ี ้องการ (Required Skill & Knowledge)
(ก) ความต้องการด้านทักษะ
(ก1) ทกั ษะและความเชี่ยวชาญทางเน้อื หาวิชาการทเี่ กีย่ วข้องกับเทคโนโลยดี า้ นการจัดการ
ของเสีย และวสั ดเุ หลือใช้ทเี่ กิดจากการผลิตทางการเกษตร
(ก2) ทักษะและความเชี่ยวชาญทางเทคนคิ ทางวชิ าการท่ีเก่ียวข้องกบั เทคโนโลยีการจดั การ
ของเสีย และวสั ดุเหลอื ใชท้ ี่เกิดจากการผลิตทางการเกษตร
(ก3) ทักษะการใช้เทคโนโลยีและคอมพวิ เตอร์
(ก4) ทักษะการทํางานรว่ มกบั ผู้อืน่ และการทํางานเป็นทมี
(ก5) ทักษะการคิดวิเคราะห์เพ่อื การตัดสนิ ใจ
(ก6) ทกั ษะการจดั การ เช่น การเขียนแผนงาน การจัดการทรัพยากรท่เี กี่ยวขอ้ ง
(ก7) ทักษะการวางแผนและทาํ งานอย่างเปน็ ระบบ
(ก8) ทักษะการสาํ รวจความตอ้ งการ และปญั หา
(ก9) ทักษะการสังเกต และวเิ คราะหป์ ญั หาเพ่ือการแก้ไข
(ก10) ทักษะการสบื ค้น และเรยี บเรียงขอ้ มลู
(ก11) ทกั ษะการบันทึกรวบรวม และวเิ คราะหข์ อ้ มลู
(ก12) ทักษะการตรวจสอบ ประเมนิ และวดั ประสทิ ธภิ าพของเทคโนโลยี นวัตกรรม
(ก13) ทกั ษะการเขยี นรายงานการวิจยั บทความทางวชิ าการ
(ข) ความตอ้ งการดา้ นความรู้
(ข1) ทฤษฎี และแนวคดิ เกย่ี วกบั เทคโนโลยี และนวตั กรรมทีเ่ กี่ยวขอ้ งกับการจัดการของเสีย
และวสั ดเุ หลือใช้ที่เกิดจากการผลติ ทางการเกษตร
(ข2) ความรู้เกยี่ วกบั การใชเ้ ทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการเกษตรท่ีเกี่ยวขอ้ ง
(ข3) ความรู้ดา้ นการจัดการของเสีย และวสั ดุเหลอื ใชท้ ี่เกดิ จากการผลติ ทางการเกษตร
ทเี่ ก่ยี วข้อง
(ข4) ระเบยี บวิธวี ิจัย
(ข5) กฎหมาย กฎเกณฑ์ หลกั การในการวจิ ัย
(ข6) สถิติที่ใช้ในการวิจยั
(ข7) การวิเคราะห์ขอ้ มูล
(ข8) กฎเกณฑ์ หลกั การในการเขียนรายงานผลการวเิ คราะหห์ รือการวิจัย
14.หลักฐานทตี่ อ้ งการ (Evidence Guide)
(ก) หลกั ฐานการปฏิบตั งิ าน (Performance Evidence)
(ก1) หลักฐาน / หนังสอื รบั รองการทํางาน หรอื การผ่านงานทอ่ี อกโดยหนว่ ยงานทเ่ี ช่อื ถือได้
(ก2) แฟ้มสะสมผลงาน
มาตรฐานอาชีพและคณุ วุฒวิ ิชาชพี สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาส่งเสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรื่อง
ห น้ า 191 I 438
(ก3) รายงานผลงานการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมท่ีเก่ียวข้องกับการจัดการ
ทรพั ยากรดินเพือ่ การเกษตร
(ก4) ภาพถ่ายการปฏิบัติงานการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการ
จัดการของเสีย และวสั ดุเหลอื ใช้ที่เกิดจากการผลติ ทางการเกษตร
(ก5) ภาพถา่ ยของเทคโนโลยี หรอื นวตั กรรมทางการเกษตรท่ีพัฒนาขึน้
(ข) หลกั ฐานความรู้ (Knowledge Evidence)
(ข1) ใบรายงานผลการศึกษาที่แสดงคณุ วฒุ ติ ามคณุ สมบัติ และขอ้ กําหนดของระดับทีเ่ ข้ารับ
การทดสอบ
(ข2) เกยี รติบตั ร วุฒบิ ตั ร หรอื ใบรับรองการฝกึ อบรมหรอื เอกสารรบั รองจากหน่วยงานท่ี
น่าเชือ่ ถือ
(ข3) แบบบันทึกผลการสอบขอ้ เขยี น
(ข4) แบบบนั ทกึ ผลการสอบสมั ภาษณ์
(ข5) แบบรวบรวม / แฟ้มสะสมผลการปฏิบตั งิ าน
(ค) คําแนะนําในการประเมนิ
(ค1) ผู้ประเมนิ จะดาํ เนินการตรวจประเมินความรูเ้ ก่ียวกับการวิจยั และพัฒนาเทคโนโลยแี ละ
นวัตกรรมดา้ นการจดั การของเสีย และวสั ดุเหลือใชท้ เี่ กิดจากการผลติ ทางการเกษตร
(ค2) หลักฐานทต่ี อ้ งการเพื่อแสดงถงึ หน่วยสมรรถนะน้ี ตอ้ งมคี วามสมั พนั ธ์กับข้อกําหนดของ
หนว่ ยสมรรถนะยอ่ ย และเกณฑก์ ารปฏบิ ัตงิ านในหนว่ ยสมรรถนะนี้ โดยหลักฐานในทน่ี ้ี ตอ้ งแสดงถึง
- ความรู้ และทกั ษะท่ีเก่ียวขอ้ ง
- วิธีการปฏบิ ตั งิ าน กฎหมาย กฎเกณฑ์ และระเบยี บตา่ ง ๆ ที่เกีย่ วขอ้ ง
- ขอบเขตดา้ นอนื่ ๆ ท่ีเกีย่ วขอ้ ง
(ง) วิธกี ารประเมนิ
- การสอบขอ้ เขียน
- การสัมภาษณ์
- แฟม้ สะสมงาน
15.ขอบเขต (Range Statement)
(ก) คําแนะนํา
N/A
(ข) คําอธบิ ายรายละเอียด
(ข1) การวิจัยและพัฒนา (Research and Development) เป็นงานท่ีทําอย่างมีระบบโดย
ใช้ความรทู้ ่ีได้รับจากการทํางานวิจัยเฉพาะทาง และประสบการณ์ท่ีมีอยู่มาสร้างเทคโนโลยีใหม่ หรือเป็นการ
มาตรฐานอาชีพและคุณวฒุ วิ ิชาชพี สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาสง่ เสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปร่อื ง
ห น้ า 192 I 438
วจิ ัยทีไ่ ดค้ ดั เลือกเรอ่ื งท่ตี ง้ั ใจจะใชป้ ระโยชน์ไดแ้ ล้วเพ่ือนําผลท่ีได้จากงานวิจัยไปสู่การผลิตนวัตกรรมใหม่ที่จะ
ให้ประโยชนไ์ ด้เชิงพาณชิ ยห์ รือการใช้ทางสาธารณะโดยเห็นแล้วว่าจะเกิดผลดแี ก่ประเทศ
การวิจยั และพฒั นาจะใหผ้ ลลพั ธ์ทีส่ ําคัญ 2 ลักษณะ คอื
(1) นวัตกรรมประเภทวัตถุท่ีเป็นชิ้นอาจเป็นประเภทวัสดุ/อุปกรณ์/ช้ินงาน เช่น
เคร่ืองจกั รกล คอมพวิ เตอรส์ ่ิงประดิษฐ์ สอื่ คูม่ อื ประกอบการทํางานเปน็ ต้น
(2) นวัตกรรมประเภทที่เป็นรูปแบบ/วิธีการ/กระบวนการ/ระบบปฏิบัติการอาทิ การใช้
เปลือกข้าวโพดเป็นอาหารหมักของโค การทําน้ําส้มควันไม้ รูปแบบการบริหารจัดการระบบการทํางาน
Quality Control (Q.C.) Total Quality Management (TQM) The Balanced Scorecard (BSC) ระบบ
ISO เปน็ ต้น
(ข2) กระบวนการวิจัยและพัฒนา เร่ิมด้วยระบบของการวิเคราะห์สภาพปัญหาให้ชัดเจนแล้ว
นําไปสู่การพัฒนาทางเลือกหรือวิธีการใหม่ ๆ พัฒนาเป็นต้นแบบนวัตกรรมให้ได้มาตรฐานก่อนที่จะทําการ
ทดลองใชใ้ นสภาพจริงเพ่ือตรวจสอบคุณภาพของนวัตกรรม
กระบวนการวิจัยและพฒั นาเทคโนโลยี/นวัตกรรม มขี ้ันตอนทส่ี าํ คญั ดังน้ี
(1) กําหนดผลิตภณั ฑ์ และรวบรวมขอ้ มูล
(2) ศกึ ษาแนวคดิ ทฤษฎีทเี่ กีย่ วขอ้ งกับเทคโนโลย/ี นวตั กรรม (Review literature)
(3) วางแผนวิจยั และพฒั นา
(4) พัฒนารูปแบบ ข้ันตอนของการผลติ สรา้ งตน้ ฉบบั นวัตกรรม
(5) ทดลอง หรือ ทดสอบผลิตภัณฑ์ข้ันต้น ตรวจสอบประสิทธิภาพในกลุ่มตัวอย่าง
ขนาดเลก็
(6) นาํ ข้อมลู และผลการทดลองมาปรบั ปรงุ ผลติ ภัณฑ์/ตน้ ฉบับ ครัง้ ท่ี 1
(7) ทดลอง หรือทดสอบผลิตภัณฑ์/ต้นฉบับ คร้ังที่ 2 ใช้ในกลุ่มตัวอย่างท่ีมี
ขนาดใหญข่ ้นึ
(8) นาํ ข้อมลู และผลการทดลองมาปรับปรุงผลิตภัณฑ/์ ตน้ ฉบับ คร้ังที่ 2
(9) ทดลอง หรอื ทดสอบผลติ ภัณฑ์/ตน้ ฉบับ ครง้ั ท่ี 3
(10) นาํ ขอ้ มูล และผลการทดลองมาปรับปรุงผลิตภณั ฑ/์ ตน้ ฉบบั ครัง้ ท่ี 3
(11) ดาํ เนินการจนได้ตน้ แบบเทคโนโลย/ี นวัตกรรมท่มี ีคุณภาพตามเกณฑ์ทกี่ ําหนด
กระบวนการวิจัย ประกอบด้วย การเลอื กปัญหาเพ่ือการวิจัยการวิเคราะห์ปัญหาการวิจัย
การวางแผนและออกแบบการวิจัยการสร้างและทดสอบเคร่ืองมือการวิจัยการเก็บรวบรวมข้อมูลการ
ประมวลผลข้อมูลการวิเคราะห์ข้อมูลการเขียนรายงานการวิจัยการนําเสนอผลงานการวิจัยและการติดตาม
การนาํ ผลวจิ ยั ไปใช้
(ข3) กระบวนการศึกษาข้อมูลหรือการรวบรวมข้อมูลเป็นการอธิบายให้เห็นอย่างชัดเจน
สมบูรณ์ และกะทัดรัด เก่ียวกับวิธีการทใี่ ช้ในการรวบรวมข้อมูล มีการให้เหตุผลของการเลือกข้อมูลนั้น ๆ ซึ่ง
มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาส่งเสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปร่ือง
ห น้ า 193 I 438
ข้อมูลที่รวบรวมจะต้องตอบปัญหาการวิจัย รู้แหล่งที่มาของข้อมูลโดยละเอียด และข้อมูลเป็นไปตาม
วตั ถปุ ระสงค์ของผ้วู จิ ัยในการนําขอ้ มูลไปใช้
ข้อมูลท่ีสํารวจ ได้แก่ สภาพปัญหาและความต้องการ สภาพภูมิศาสตร์ของพื้นที่ผลิต
สถิตกิ ารเกษตร และความตอ้ งการตลาด เทคโนโลย/ี นวัตกรรมท่ีเกีย่ วขอ้ ง
วิธีการศึกษาสํารวจรวบรวมข้อมูล ได้แก่ การใช้แบบสอบถาม การสัมภาษณ์ การศึกษา
สภาพจริง การสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต และจากหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง การถอดบทเรียนจากผู้รู้ หรือ
ผู้เชยี่ วชาญ
(ข4) การวางแผนดําเนินการวิจัย ผู้วิจัยจะต้องกําหนดเรื่องราวที่ปฎิบัติตามลําดับก่อนหลัง
เป็นขนั้ ๆ ไป เนื่องจากบางข้ันตอนจะตอ้ งรอใหข้ น้ั ตอนหนึ่งปฎิบัติให้เสร็จสิ้นเสียก่อน จึงสามารถดําเนินการ
ต่อไปได้ จําเป็นจะต้องลําดับ และเขียนตามลําดับเป็นระบบ อาจเร่ิมจากการกําหนดหัวเรื่อง ปัญหา และ
วัตถุประสงค์ของการวิจัย ผู้วิจัยจะต้องอ่าน และค้นคว้าเรื่องท่ีเกี่ยวข้อง พยายามสืบค้นหาแหล่งข้อมูลที่
นํามาใช้ในงานวิจัย และก่อนที่จะลงมือรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยอาจจะต้องขอความร่วมมือจากบุคลากร หรือ
หน่วยงานท่ีเป็นแหล่งข้อมูล มีการกําหนดระยะเวลาค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ซ่ึงผู้วิจัยจะต้องให้รายละเอียดของการ
วจิ ัยท้ังหมด
แผนงานมีความครบถ้วน มีองค์ประกอบที่สําคัญของแผนงานโครงการ ประกอบด้วย
เหตผุ ลความจาํ เป็นวัตถุประสงค์ เป้าหมาย วิธีการระยะเวลา และสถานท่ีดําเนินงาน ประมาณการค่าใช้จ่าย
ปญั หาที่คาดว่าจะเกดิ ข้ึน และแนวทางแก้ไข ผูร้ ับผดิ ชอบ ฯลฯ
(ข5) การเตรียมการก่อนการดําเนนิ งานวิจัย ได้แก่ วสั ดุ อุปกรณ์ เครือ่ งมอื สถานที่ พื้นท่ี ฯลฯ
ที่จําเป็นต้องใช้ในกระบวนการวิจัยประกอบด้วยการเลือกปัญหาเพ่ือการวิจัยนําไปสู่การวิเคราะห์ปัญหาการ
วิจัยดําเนินการวางแผนและออกแบบการวิจัยการสร้างและทดสอบเคร่ืองมือการวิจัยการเก็บรวบรวมข้อมูล
การประมวลผลข้อมูลการวิเคราะห์ข้อมูลการเขียนรายงานการวิจัยการนําเสนอผลงานการวิจัยการติดตาม
การนาํ ผลวิจยั ไปใช้
(ข6) การวิเคราะห์ข้อมูล (Analysis) เป็นการจัดระเบียบแยกแยะส่วนต่าง ๆ ของหลักฐาน
หรือข้อมูลที่ได้ออกเป็นหมวดหมู่ เพื่อหาคําตอบตามความมุ่งหมาย และตามสมมติฐานที่ได้กําหนดไว้ การ
วิเคราะห์ข้อมูลน้ีเป็นข้ันการทํางานท่ีต่อเนื่องมาจากการวัด การนับ และจัดเรียงลําดับข้อมูล ส่วนใหญ่เป็น
เร่ืองเก่ียวกับการนําวิธีการทางสถิติมาวิเคราะห์หาค่าตัวแปรหรือหาลักษณะของตัวแปร ผู้วิจัยจะต้อง
วางแผนและเตรยี มการลว่ งหน้าตงั้ แตเ่ รม่ิ ทําการวิจยั
(ข7) วิธีการทางสถิติท่ีนํามาใช้ในงานวิจัย มีทั้งสถิติพรรณนา (DescriptiveStatistics) และ
สถติ อิ า้ งองิ (Inference Statistics) มาใชใ้ นข้นั ตอนของการทาํ งานวิจยั ดังน้ี
1) ตัวอย่างและการเลือกตัวอย่าง (Sample,Sampling) เป็นการนําสถิติอนุมานแบบมี
พารามิเตอร์มาใช้ในการเลือกตัวอย่าง ซ่ึงจะมีทฤษฎีการสุ่มตัวอย่างโดยเฉพาะ นอกจากน้ียังนําสถิติอนุมาน
มาใช้ในการกําหนดขอ้ มูลตวั อย่างทีจ่ ะนํามาใชใ้ นการวจิ ยั โดยอาศัยหลักความน่าจะเป็นและการประมาณค่า
ทางสถติ ิ
มาตรฐานอาชีพและคณุ วุฒิวิชาชพี สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาสง่ เสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรอื่ ง
ห น้ า 194 I 438
2) การอธิบายลักษณะของข้อมูล (Describing data) เป็นการนําสถิติมาใช้ในการ
บรรยายลักษณะของข้อมูลท่ีเก็บมาได้ว่ามีลักษณะอย่างไร โดยอาศัยสถิติแบบพรรณนาเป็นส่วนใหญ่ เช่น
การหาค่าร้อยละ การแจกแจงความถี่ การคํานวณหาค่าต่าง ๆ เช่น ค่าเฉล่ีย ค่าฐานนิยม ค่าท่ีแสดงถึงการ
กระจายของขอ้ มลู
3) การหาข้อสรุปจากข้อมูลตัวอย่าง (Conclusion From sample data) เป็นการนํา
สถิติมาใช้ในการหาข้อสรุปที่จะนําไปสู่การตอบวัตถุประสงค์ของการวิจัยโดยส่วนใหญ่จะอาศัยสถิติแบบ
อนุมาน ท่ีจะใช้วิธีนําค่าของข้อมูลท่ีได้จากการเลือกตัวอย่างไปทําการศึกษาและวิเคราะห์เพ่ือนําไปสู่ข้อสรุป
ข้อมูลประชากร โดยมีเทคนิคทางสถิติที่จะนํามาใช้ในการหาข้อสรุป เช่น การประมาณค่า การทดสอบ
สมมตฐิ าน การหาความสมั พนั ธ์ การพยากรณ์ เปน็ ต้น
(ข8) การวิเคราะห์ผลการวิจัย เป็นการนําผลที่ได้จากการประมวลผลข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อ
การตีความหมายและแปรผลจากข้อมูลที่ได้ให้สามารถเข้าใจได้ง่าย บอกผลของการวิจัยที่ได้ซ่ึงอาจเป็น
ข้อเท็จจริงหรือแนวโน้ม อาจมีการเปรียบเทียบ และผลการวิจัยสามารถนําไปใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ของ
การวิจัย
(ข9) รายงานความก้าวหน้าของงาน โครงสร้างจะคล้ายกับรายงานฉบับสมบูรณ์
ประกอบด้วยความเป็นมาของโครงการ วัตถุประสงค์ แผนการดําเนินการ (ข้ันตอนและรูปแบบการทํางาน)
ผลการดําเนินงานท่ีได้ดําเนินการไปแล้วท้ังหมด ตัวช้ีวัดและผลผลิต งบประมาณท่ีได้ใช้จ่ายไปแล้วนับตั้งแต่
เริ่มโครงการ งานตามแผนกิจกรรมที่จะทําต่อไป (ระบุจํานวนเดือน) คําช้ีแจงเกี่ยวกับปัญหาอุปสรรค (ถ้ามี)
และแนวทางแกไ้ ข
(ข10) การบันทึกผล ได้แก่ การบันทึกในสมุดบันทึกมาตรฐาน หรือบันทึกแบบอิเล็กทรอนิกส์
ควรมีรูปแบบลักษณะชัดเจน มีวันระบุ สืบค้นได้ ใครเป็นผู้กระทําสิ่งใด เม่ือไรเพราะอะไรและผู้อื่นไม่ควร
แก้ไขได้ภายหลัง ข้อมูลมีคุณภาพ รายละเอียดครบถ้วน เชื่อถือได้ ข้อมูลไม่สูญหาย มีระยะเวลาจัดเก็บท่ี
เหมาะสม มีการสํารองข้อมูลและควรเป็นไปตามกฎระเบียบขององค์กร และหากเป็นระบบอิเล็คทรอนิกส์
ควรมรี ะบบรกั ษาความปลอดภยั ดา้ นอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ มกี ารบันทึกต้งั แต่กระบวนการวิจัย
(ข11) สรุปผล ได้แก่ การนําผลการวิเคราะห์เขียนสรุปให้แสดงถึงความสัมพันธ์ของภาพรวม
ของการวิจัยในส่วนท่ีสําคัญ แสดงผลวิจัยการสรุปให้ครอบคลุมครบถ้วนประเด็นปัญหาท่ีวิจัยทั้งหมด มี
หลักเกณฑ์ในการเขียนคือ การสรุปผลตามสมมติฐานที่ต้ังไว้โดยการเปรียบเทียบผลท่ีค้นพบกับข้อเท็จจริง
ของผู้วิจัยในอดีตหรือเช่ือมโยงทฤษฎีที่เก่ียวข้องเพื่อยืนยันความรู้เดิมหรือต่อยอดความรู้เดิม รวมถึงการให้
ข้อเสนอแนะ อภิปรายผลซ่ึงเป็นการตีความผลการวิจัย จากการเชื่อมโยงคําถามงานวิจัย วัตถุประสงค์การ
วิจัย แนวคิดทฤษฎแี ละงานวจิ ยั ทเี่ กี่ยวขอ้ งเพอื่ มาประกอบการตคี วามผลการวจิ ัย
(ข12) รายงานผลการวิจัย คือ การเรียบเรียงเอกสารเพ่ือนําเสนอผลการศึกษาและดําเนินการ
ค้นคว้าอย่างมีระบบแบบแผนท่ีเป็นวิทยาศาสตร์ ลักษณะรายงาน เป็นเอกสารสารสนเทศท่ีผู้วิจัยเรียบเรียง
ตามเหตุผลและทม่ี าของปญั หา กรอบแนวคดิ ในการวิจัย การดําเนินการวิจัยและผลการวิจัย ประกอบด้วย 3
สว่ น คอื
มาตรฐานอาชีพและคุณวฒุ ิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยีการเกษตร สาขาส่งเสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรื่อง
ห น้ า 195 I 438
1) ส่วนนํา ความเป็นมาความสําคัญของปัญหา วัตถุประสงค์ของการวิจัย สมมติฐานของ
การวิจัย ขอบเขตของการวิจัย ข้อตกลงเบ้ืองต้น ข้อจํากัดของการวิจัย นิยามโดยเฉพาะ ประโยชน์ท่ีคาดว่า
จะได้รับ
2) ส่วนเนื้อเร่ือง มี 5 บท คือบทนํา เอกสารและงานวิจัยที่เก่ียวข้อง วิธีการดําเนินการ
วิจัย สรุปผลและข้อเสนอแนะ โดยหลักการเขียนอภิปรายผลการวิจัยจําเป็นต้องมีในส่วนของการเขียน
อภิปรายผลการวิจัย ประกอบด้วย 4 ส่วน ได้แก่ 1) การเขียนแสดงสมมติฐานการวิจัยและรายงาน
ผลการวิจัย 2) การเขียนเหตุผลของผลการวิจัยที่ค้นพบ 3) การเขียนยืนยันผลการวิจัยเชื่อมโยงงานวิจัย
ปจั จุบนั กบั งานวิจัยในอดีต และ 4) การเขยี นข้อจํากัดและข้อเสนอแนะงานวิจัย
3) ส่วนอ้างอิง ประกอบด้วยบรรณานุกรม ภาคผนวก ตัวอย่างการวิเคราะห์ข้อมูล
รายนามผทู้ รงคุณวุฒิท่ีตรวจสอบคณุ ภาพเครือ่ งมือวจิ ยั
(ข13) การเขียนรายงาน หมายถึง การเสนอผลงานที่ได้ศึกษา ค้นคว้ามาแล้ว และได้พบความ
จริง หรือได้รับความรู้ใหม่ ๆ ประการใดบ้าง การรายงานเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้อ่ืนได้รู้ว่า ในการทําวิจัยนั้น
มีปัญหาอะไร และมีประโยชน์อย่างไรแทนการที่จะต้องไปศึกษาใหม่ท้ังหมด การเขียนรายงานการวิจัยต้อง
เป็นไปตามระเบียบปฎิบัติของการวิจัย เป็นการเตรียมการ และเผยแพร่ผลงานวิจัย เพ่ือให้ผู้สนใจอื่น ๆ
ศึกษาหรอื ทําซํ้าได้
การเขียนวิจัยจะต้องเขียนตามรูปแบบ ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ถูกต้อง และรวบรวมอย่างมี
ระบบ ดังน้ันการเขียนรายงานวิจัยจึงควรเขียนบรรยายตามข้อเท็จจริง ตามท่ีได้ศึกษามา โดยการใช้ภาษา
ง่าย ๆ และตรงไปตรงมา มีการลาํ ดับเหตกุ ารณ์ และกระบวนการอย่างชัดเจน การเขียนรายงานวิจัยนั้น เป็น
การเขยี นอยา่ งมแี บบแผน มีรายละเอียดปลีกย่อยทเี่ ป็นกฎเกณฑข์ องการทําวิจยั เช่น การกําหนดบท การย่อ
หน้า การเว้นขอบ การเขียนตาราง การอ้างอิง การเขียนเชิงอรรถ และการใช้การอ้างอิงอย่างมีเหตุผล และ
เป็นระบบมีการวิจารณ์ วิเคราะห์ และเสนอแนะ และนําเสนอผลการวิจัย ซ่ึงผู้วิจัยจะต้องพิจารณาว่าจะ
เขียนรายงาน และนําเสนอผลในรูปแบบใด ท่ีจะทําให้งานวิจัยน้ันน่าสนใจมากท่ีสุด และทําให้ผู้อื่น หรือ
ผสู้ นใจอา่ นเขา้ ใจไดง้ ่าย
(ข14) การใชป้ ระโยชน์จากรายงานผลการวิจัย เป็นการนําไปใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ที่
ระบไุ ว้ในโครงการ/โครงการวิจยั และรายงานการวิจัยอย่างถูกต้อง สามารถนําไปสู่การแก้ปัญหาได้อย่างเป็น
รูปธรรมกับกลุ่มเป้าหมาย โดยมีหลักฐานปรากฏอย่างชัดเจนถึงการนําไปใช้ จนก่อให้เกิดประโยชน์ได้จริง
ตามวตั ถปุ ระสงค์ และได้การรบั รองการใชป้ ระโยชน์จากหนว่ ยงานที่เกี่ยวขอ้ ง
16.หนว่ ยสมรรถนะร่วม (ถ้าม)ี
N/A
17.อุตสาหกรรมรว่ ม/กลุม่ อาชพี ร่วม (ถา้ ม)ี
N/A
มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒวิ ิชาชีพ สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาสง่ เสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรอื่ ง
ห น้ า 196 I 438
18.รายละเอียดกระบวนการ และวธิ กี ารประเมนิ (Assessment Description and Procedure)
18.1 เคร่ืองมอื ประเมนิ การวางแผนการวจิ ยั และพฒั นาเทคโนโลยแี ละนวตั กรรมด้านการจัดการ
ของเสยี และวสั ดเุ หลือใช้ท่ีเกดิ จากการผลติ ทางการเกษตร
1) การสอบข้อเขียน แบบปรนยั 4 ตวั เลือก
2) การสมั ภาษณ์
3) แฟม้ สะสมผลงาน ประกอบด้วยหลกั ฐานจากผลงานเชงิ ประจกั ษ์ ได้แก่
- รายงาน หรอื เอกสารการวิเคราะห์ข้อมูลที่เก่ียวข้องกับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี
และนวัตกรรมด้านการจัดการของเสีย และวัสดุเหลือใช้ท่ีเกิดจากการผลิตทางการเกษตรอาทิ ปัญหา หรือ
ความต้องการเทคโนโลยี หรอื รายละเอยี ดของเทคโนโลยที ต่ี อ้ งการวิจยั และพัฒนา
- แผนการวจิ ัยและพัฒนา
18.2 เคร่อื งมือประเมนิ การดําเนินการวิจัยและพฒั นาเทคโนโลยี และนวัตกรรรมดา้ นการจดั การ
ของเสยี และวสั ดเุ หลือใช้ทเ่ี กิดจากการผลิตทางการเกษตร
1) การสอบข้อเขียน แบบปรนยั 4 ตวั เลอื ก
2) การสัมภาษณ์
3) แฟม้ สะสมผลงาน ประกอบดว้ ยหลักฐานจากผลงานเชงิ ประจักษ์ ไดแ้ ก่
- รายงานความกา้ วหนา้ ของการวจิ ัยและพัฒนา ที่นําเสนอผทู้ เี่ ก่ียวขอ้ ง
- ภาพถา่ ยวิธีการวิจยั และพฒั นาเทคโนโลยี และนวัตกรรม
18.3 เครอ่ื งมอื ประเมินการรายงานผลการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรรมด้านการจดั การ
ของเสีย และวสั ดุเหลอื ใชท้ ี่เกิดจากการผลิตทางการเกษตร
1) การสอบข้อเขยี น แบบปรนัย 4 ตัวเลอื ก
2) การสัมภาษณ์
3) แฟม้ สะสมผลงาน ประกอบดว้ ยหลักฐานจากผลงานเชงิ ประจักษ์ ได้แก่
- รายงานผลการวิจยั และพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการเกษตรฉบบั สมบรู ณ์
- ภาพถ่ายผลงาน เทคโนโลยี และนวัตกรรมดา้ นจัดการของเสีย และวัสดุเหลือใช้ท่ีเกิด
จากการผลติ ทางการเกษตรทไ่ี ดว้ จิ ยั และพฒั นา
มาตรฐานอาชีพและคณุ วุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาสง่ เสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรื่อง
ห น้ า 197 I 438
หน่วยสมรรถนะ (Unit of Competence)
1. รหสั หน่วยสมรรถนะ A51
2. ชื่อหนว่ ยสมรรถนะ เผยแพรเ่ ทคโนโลยแี ละนวัตกรรมทีพ่ ัฒนาขึ้น
3. ทบทวนครั้งที่ N/A
4. สรา้ งใหม่
5. สาํ หรบั ชื่ออาชพี และรหสั อาชพี (Occupation Classification)
9999อาชพี นักเทคโนโลยีการเกษตร
6. คาํ อธิบายหน่วยสมรรถนะ (Description of Unit of Competency)
หน่วยนี้เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่พัฒนาข้ึนด้วยตนเอง โดยการนํา
เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางเกษตรที่ผ่านการคิดค้น วิจัยและพัฒนาตามกระบวนการวิจัย นําเผยแพร่สู่
กลุ่มเป้าหมาย หรือบุคคลสาธารณะด้วยตนเอง ผ่านสื่อรูปแบบต่าง ๆ ตามความเหมาะสมของเทคโนโลยี
และกลุ่มเป้าหมายที่ตอ้ งการเผยแพร่ เพ่ือให้ผู้ทส่ี นใจสามารถนําเทคโนโลยไี ปใช้ตอ่ ไป
ผู้ปฏิบัติงานจะต้องมีความรู้ความเข้าใจ สามารถวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย เพ่ือจัดทํารูปแบบหรือ
วิธีการเผยแพร่เทคโนโลยี โดยมีทักษะในการส่ือสาร ถ่ายทอด องค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรมการเกษตร
ใหแ้ กก่ ลุม่ เปา้ หมาย โดยมีการจดั ทําแผนการดําเนนิ การถา่ ยทอดและแผนการตดิ ตามประเมนิ ผลการเผยแพร่
7. สําหรับระดบั คณุ วฒุ ิ
12345678
8. กลมุ่ อาชพี (Sector)
นกั เทคโนโลยกี ารเกษตร
9. ชื่ออาชีพ และรหัสอาชีพอนื่ ท่หี นว่ ยสมรรถนะน้สี ามารถใช้ได้
N/A
10. ข้อกําหนด หรือกฎระเบียบทเี่ กย่ี วขอ้ ง (Licensing of Regulation Related)
N/A
มาตรฐานอาชีพและคุณวฒุ วิ ิชาชีพ สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาสง่ เสรมิ การเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรอ่ื ง
ห น้ า 198 I 438
11.สมรรถนะยอ่ ย และเกณฑก์ ารปฏบิ ัติงาน (Element and Performance Criteria)
สมรรถนะย่อย เกณฑ์การปฏบิ ตั งิ าน วิธกี ารประเมนิ
(Element of Competence) (Performance of Criteria) (Assessment Method)
A511 วิเคราะหก์ ล่มุ ผใู้ ช้ประโยชน์ การสอบข้อเขยี น หรอื
1. วเิ คราะห์กลมุ่ เปา้ หมาย การสัมภาษณ์ หรอื
จากเทคโนโลยี และนวัตกรรม ผู้ใชป้ ระโยชนท์ ่ตี ้องการ แฟ้มสะสมผลงาน
ทางการเกษตร ใช้ประโยชนเ์ ทคโนโลยีและ
นวัตกรรมทางการเกษตร การสมั ภาษณ์ หรอื
A512 จัดทาํ สอ่ื สาํ หรับการเผยแพร่ แฟ้มสะสมผลงาน
เทคโนโลยี และนวตั กรรรม 2.เลือกรปู แบบและวิธีการเผยแพร่
ทางการเกษตร ทีเ่ หมาะสมกบั กลุม่ เปา้ หมาย การสมั ภาษณ์ หรือ
แฟม้ สะสมผลงาน
A513 ดาํ เนินการเผยแพร่เทคโนโลยี 1. จดั เตรยี มต้นฉบบั ผลงานใน
และนวตั กรรมที่พฒั นาข้นึ รูปแบบที่เหมาะสมกบั
แก่กลุ่มเป้าหมาย กลมุ่ เปา้ หมาย และวิธกี าร
เผยแพร่
2. พัฒนาคมู่ ือ หรอื เอกสาร การใช้
ประโยชนเ์ ทคโนโลยี และ
นวัตกรรมทางการเกษตร
1. จดั ทาํ ขอ้ มูลเนอื้ หาหลกั ส่ือที่
เหมาะสม หรือแบบจําลองของ
เทคโนโลยี และนวัตกรรม
ครบถ้วน พร้อมใชง้ าน
2. นําเสนอผลงานเทคโนโลยี และ
นวัตกรรมต่อหนว่ ยงานที่
เก่ยี วขอ้ ง หรือกลุ่มเป้าหมาย
3. ตดิ ตาม และประเมนิ ผลการ
เผยแพร่เทคโนโลยแี ละ
นวัตกรรมทางการเกษตร
12. ความร้แู ละทกั ษะกอ่ นหนา้ ทจี่ าํ เปน็ (Pre-requisite Skill & Knowledge)
N/A
มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชพี เกษตรกรรม :
สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร สาขาสง่ เสริมการเกษตร และสาขาเกษตรกรปราดเปรอื่ ง