The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pantaveesaharat, 2024-06-25 21:11:21

คู่มืออบรมหลักสูตรทวิภาคี

หลักสูตรอบรมทวิภาคี 64

คู่มือ หลักสูตรฝึกอบรมครูนิเทศก์ ศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคี สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา


คำนำ คู่มือหลักสูตรอบรมครูนิเทศก์เล่มนี้ดำเนินการพัฒนาหลักสูตรโดยศูนย์อาชีวศึกษา ทวิภาคี สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ภายใต้โครงการขยายและยกระดับอาชีวศึกษาสู่คุณภาพ มาตรฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตร ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการอาชีวศึกษาทั้งจากสถานศึกษา และสถานประกอบการ ร่วมกันในการ พัฒนาหลักสูตร เพื่อนำไปใช้ในการอบรมครูนิเทศก์ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ให้มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ ประสบการณ์ตลอดจนเข้าใจบทบาทในการเป็น “ครูนิเทศก์" ที่จะออก นิเทศนักเรียน นักศึกษาทั้งระบบปกติ และระบบทวิภาคีในสถานประกอบการ รวมทั้งเป็นการพัฒนา ครูนิเทศก์ตามประกาศคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เรื่อง มาตรฐานการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี พ.ศ. 2563 ที่กำหนดให้ครูนิเทศก์ต้องผ่านการอบรมการนิเทศการฝึกอาชีพจากสำนักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษาหรือผู้ได้รับมอบหมาย หลักสูตรอบรมครูนิเทศก์ ประกอบด้วย หน่วยการเรียนรู้ จำนวน 3 หน่วย ได้แก่ หน่วยที่ 1 ความรู้และเจตคติเกี่ยวกับการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี หน่วยที่ 2 การนิเทศ การวัดผลและประเมินผลการฝึกอาชีพ หน่วยที่ 3 ทักษะการสื่อสารเพื่อการนิเทศ แต่ละหน่วยการเรียนรู้ ประกอบด้วย หัวข้อเรื่อง กรอบแนวคิด จุดประสงค์ทั่วไป จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม สาระสำคัญ แนวการจัดกิจกรรม รายละเอียดการจัดกิจกรรม ใบเนื้อหา และ ใบกิจกรรม เพื่อใช้เป็นแนวทางในการอบรมครูนิเทศก์ให้มีคุณภาพต่อไป ศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคี สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คู่มือหลักสูตรอบรมครูนิเทศก์จะเป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษา สถานประกอบการ และการจัดการ อาชีวศึกษาระบบทวิภาคีของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ในการพัฒนาครูนิเทศก์ให้คุณภาพ ส่งผลให้การจัดการศึกษาอาชีวศึกษามีประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป ศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคี สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ตุลาคม 2564


สารบัญ หน้า หน่วยที่ 1 ความรู้และเจตคติเกี่ยวกับการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี 1.1 แนวคิดและหลักการการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี 2 1.2 ระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี 17 1.3 ความสำคัญของแผนการเรียนและแผนการฝึกอาชีพที่มีผล ต่อการจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี 59 หน่วยที่ 2 การนิเทศ การวัดและประเมินผลการฝึกอาชีพ 2.1 กระบวนการนิเทศการฝึกอาชีพ 82 2.2 การวัดและประเมินผลการฝึกอาชีพ 96 หน่วยที่ 3 ทักษะการสื่อสารเพื่อการนิเทศ 3.1 เทคนิคการสื่อสารเพื่อการนิเทศ 121 3.2 เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการนิเทศ 139


คู่มือหลักสูตรอบรมครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 1 หน่วยที่ ๑ ความรู้และเจตคติเกี่ยวกับการจัดการ อาชีวศึกษาระบบทวิภาคี


คู่มือหลักสูตรอบรมครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ความรู้และเจตคติเกี่ยวกับการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี หัวข้อเรื่อง 1.1 แนวคิดและหลักการการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี 1.2 ระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี 1.3 ความสำคัญของแผนการเรียนและแผนการฝึกอาชีพที่มีผลต่อการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี 1.1 แนวคิดและหลักการการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี กรอบแนวคิด การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีเป็นการจัดการศึกษาวิชาชีพที่เกิดจากข้อตกลงระหว่าง สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันการอาชีวศึกษากับสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ ในเรื่องการจัดหลักสูตรการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล โดยผู้เรียนใช้เวลาส่วนหนึ่งในสถานศึกษา อาชีวศึกษาหรือสถาบันการอาชีวศึกษา และเรียนภาคปฏิบัติในสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงาน ของรัฐ เพื่อประโยชน์ในการผลิตและพัฒนากำลังคน สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันการอาชีวศึกษา สามารถจัดการศึกษาตามวรรคหนึ่งในหลายรูปแบบรวมกันก็ได้ ทั้งนี้ สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันการ อาชีวศึกษานั้น ต้องมุ่งเน้นการจัดการศึกษาระบบทวิภาคีเป็นสำคัญ จุดประสงค์ทั่วไป เพื่อให้ครูนิเทศก์มีความรู้ความเข้าใจ มีประสบการณ์และเจตคติที่ดีต่อการจัดการอาชีวศึกษาระบบ ทวิภาคี จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ๑. เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ๒. เพื่อให้มีความตระหนัก และเห็นคุณค่าความสำคัญของการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี สาระสำคัญ ๑. ความสำคัญของการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีต่อการพัฒนาประเทศ ๒. แนวคิดการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี 3. หลักการการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี


คู่มือหลักสูตรอบรมครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 3 แนวการจัดกิจกรรม ๑. บรรยายให้ความรู้ ๒. การอภิปรายกลุ่มย่อย ๓. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ๔. การสรุปองค์ความรู้ร่วมกัน รายละเอียดการจัดกิจกรรม กระบวนการ : 120 นาที องค์ประกอบ/กลุ่ม/ เวลา กิจกรรม สื่อ ประสบการณ์กลุ่มใหญ่ (๒๐ นาที) - ผู้เข้ารับการอบรมศึกษาข้อมูล เรื่อง “แนวคิดและ หลักการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี” - ชมวีดีทัศน์การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี - เปรียบเทียบกับการจัดการอาชีวศึกษาระบบปกติ และระบบทวิภาคี - VDO, Projector - ระบบเสียง - อุปกรณ์นำเสนอ กลุ่ม ๓ – ๔ คน (2๐ นาที) - วิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างการจัดการ อาชีวศึกษาระบบทวิภาคีและระบบปกติ ใบกิจกรรม ๑.๑/๑ ความคิดรวบยอดกลุ่ม (3๐ นาที) บรรยาย -ความเป็นมาของการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี -ความสำคัญของการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี - หลักการของการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี Power Point อภิปรายแลกเปลี่ยน และประยุกต์ กลุ่มละ ๓ – ๔ คน (25 นาที) - ให้ผู้เข้ารับการอบรมแบ่งกลุ่ม ๆ ละ ๓ – ๔ คน ร่วมกันอภิปราย สรุปรวบยอด แนวคิดและหลักการ จัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี โดยจัดทำเป็นแผนผัง ความคิด (Mind Mapping) ใบกิจกรรม ๑.๑ /๒ ประยุกต์แนวคิด กลุ่มใหญ่ จัดผู้แทนกลุ่ม ๆ ละ ๑ – ๒ คน (25 นาที) ให้ผู้เข้ารับการอบรมแบ่งกลุ่ม ๓ – ๔ คน ให้อภิปราย ระดมความคิด เรื่อง “สถานการณ์การจัดการ อาชีวศึกษาระบบทวิภาคีในระบบปัจจุบัน” ใบกิจกรรม ๑.๑/๓


คู่มือหลักสูตรอบรมครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 4 ใบเนื้อหา ๑.๑ แนวคิดและหลักการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติ พ.ศ. 2542 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2551 ซึ่งได้บัญญัติ ไว้ว่าการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีจะต้องมีการจัดแผนการเรียน แผนการฝึกอาชีพ การฝึกทำงาน การ วัดและประเมินผล เพื่อมุ่งเน้นผลิตผู้สำเร็จการศึกษาในระดับฝีมือ ระดับเทคนิค และระดับเทคโนโลยี ให้เป็นผู้ มีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะ มีคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพและกิจน ิ สัย ที่เหมาะสมปฏิบัติงานได้จริง ปฏิบัติงานที่ใช้เทคนิคในการทำงาน สร้างและพัฒนางานวางแผน จัดการพัฒนา ตนเองและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ให้มีความก้าวหน้าทางวิชาการและวิชาชีพ มีสมรรถนะนำไป ปฏิบัติงานหรือประกอบอาชีพอิสระได้ตามมาตรฐานการศึกษาวิชาชีพและมาตรฐานสมรรถนะของสาขาวิชา นั้น ๆ โดยสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ(พ.ศ. 2561 – 2580) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และ แผนการศึกษาแห่งชาติซึ่งในต่างประเทศก็มีการจัดการอาชีวศึกษาในระบบทวิภาคีจนประสบความสำเร็จ เป็นอย่างดีเช่นเดียวกัน อาทิเช่น ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการจัดการอาชีวศึกษา โดยเฉพาะระบบคู่ขนาน (dual system) ที่ทำให้ผู้เรียนอาชีวศึกษามีประสบการณ์ความรู้ทักษะพื้นฐาน ความเชี่ยวชาญทั้งในด้านทฤษฎีจากสถานศึกษา และด้านปฏิบัติที่เป็นของจริงในสถานประกอบการ อีกทั้ง ยังได้รับเงินเบี้ยเลี้ยง และเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วก็สามารถเข้าทำงานกับสถานประกอบการที่ฝึกปฏิบัติงาน ซึ่งทำให้สถานประกอบการได้แรงงานที่มีคุณภาพตรงกับความต้องการ ทำให้ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐ เยอรมนีเป็นประเทศที่มีการพัฒนาและเจริญก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว จนเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมที่มีชื่อเสียง ไปทั่วโลก และเป็นแบบอย่างที่สำคัญแก่นานาประเทศในการจัดการอาชีวศึกษา รูปแบบฝึกงานดังกล่าว จึงเป็นระบบที่เป็นตัวอย่างในการจัดการอาชีวศึกษาของประเทศอื่นได้การฝึกงานจะครอบคลุมทุกสาขาอาชีพ เกี่ยวกับอุตสาหกรรมและบริการ ทำให้ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี มีแรงงานที่มีคุณภาพมากที่สุด ในโลก การว่างงานของเยาวชนต่ำ และผู้ที่เข้าสู่ตลาดแรงงานครั้งแรกมีความเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเอง การเตรียมการด้านการศึกษาและการฝึกงาน เพื่อผลิตแรงงานที่มีคุณภาพดังกล่าวจึงเป็นกุญแจสำคัญต่อ ความสำเร็จทางเศรษฐกิจ ประเทศญี่ปุ่น ประเทศญี่ปุ่นไม่มีระบบการจัดอาชีวศึกษาที่โดดเด่นแบบสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีบริษัทต่าง ๆ รับคนงานใหม่จากนักเรียนที่จบมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยดูจากคุณสมบัติที่เป็นความสามารถทั่วไป การที่ธุรกิจรับพนักงานจากคุณสมบัติทั่วไปดังกล่าว ทำให้ประเทศญี่ปุ่นต้องวางหลักสูตรการศึกษาระดับ โรงเรียนให้มีมาตรฐานสูงมาก ส่วนบริษัทใหญ่ๆ จะมีหลักสูตรการฝึกฝนอบรมแก่พนักงานใหม่ในด้านต่าง ๆ เช่น บริษัทโตโยต้าจะให้พนักงานใหม่เข้ารับการอบรมเป็นเวลา 2 ปี ในเรื่องดิจิทัลอิเล็กทรอนิกส์ ก่อนที่จะเข้า ไปทำงานในโรงงาน เป็นต้น


คู่มือหลักสูตรอบรมครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 5 การเริ่มต้นการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีในไทย การจัดอาชีวศึกษาโดยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและสถานประกอบการของกรมอาชีวศึกษา (ปัจจุบันชื่อสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา) ได้เริ่มต้นดำเนินการตั้งแต่ พ.ศ. 2527 จนถึงปัจจุบัน มีพัฒนาการและเปลี่ยนแปลงตามบริบทที่เปลี่ยนแปลง แบ่งเป็น 4 ช่วงเวลา ดังนี้ ระยะที่ 1 โครงการโรงเรียน-โรงงาน (Dual System) พ.ศ. 2527 – 2537 วัตถุประสงค์ของการจัดอาชีวศึกษาตามโครงการนี้ เพื่อฝึกช่างฝีมือที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการของ สถานประกอบการ และประหยัดงบประมาณของรัฐบาลในการจัดหาเทคโนโลยีใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลง ไปอย่างรวดเร็ว พ.ศ.2527 กรมอาชีวศึกษา (ปัจจุบันชื่อสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา) ได้รับความช่วยเหลือ ทางวิชาการจากรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นระบบ โดย บริษัท ปูนซีเมนต์ ไทย จำกัด ได้มอบโรงเรียนซีเมนต์ไทยอุปถัมภ์ ให้กรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ จัดตั้งวิทยาลัยเทคนิค ท่าหลวงซีเมนต์ไทยอนุสรณ์ เพื่อเป็นวิทยาลัยต้นแบบ ทดลองจัดอาชีวศึกษาระบบโรงเรียน – โรงงาน ตามระบบของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีเต็มรูปแบบ โดยได้รับความเห็นชอบ และความช่วยเหลือ ทางวิชาการจากรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี พ.ศ.2532 กระทรวงศึกษาธิการอนุมัติให้ทดลองใช้หลักสูตรช่างชำนาญงาน สาขา ช่างซ่อมบำรุงโรงงาน อุตสาหกรรม ภายใต้ความช่วยเหลือด้านการจัดระบบและรูปแบบการฝึกหัดจากองค์การ GTZ (Deutsche Gesellschaft Fuer Teche Zusammenarbeit) สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีพ.ศ. 2534 สถานศึกษา จัดการอาชีวศึกษาระบบโรงเรียน – โรงงาน เพิ่มขึ้นอีก 3 แห่ง คือ วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรีวิทยาลัยเทคนิค สมุทรสงคราม และวิทยาลัยเทคนิคระยอง ต่อมา ปีการศึกษา 2535 ได้เปลี่ยนชื่อการจัดการศึกษาระบบ โรงเรียน – โรงงาน เป็นการจัดการศึกษาระบบทวิภาคี(Dual Vocational Training : DVT) เมื่อสำเร็จ การศึกษาได้รับประกาศนียบัตรช่างชำนาญงาน สามารถทำงานให้กับสถานประกอบการได้ และส่วนมากจะได้ เงินเดือนสูงกว่าผู้สำเร็จระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ แต่ถ้าจะศึกษาต่อระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง จะต้องเรียนเพิ่มให้ได้ครบตามโครงสร้างหลักสูตร ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ขณะนั้น ระยะที่ 2 โครงการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี (Dual Vocational System) พ.ศ. 2538 – 2541 รัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีให้ความช่วยเหลือ เน้นด้านการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจการ พัฒนาครู อาจารย์ ครูฝึกของสถานประกอบการและผู้เชี่ยวชาญ พ.ศ. 2538 กรมอาชีวศึกษาได้จัดทำหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พุทธศักราช 2538 และ ได้รับอนุมัติตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการให้ใช้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2538 เป็นต้นไป ในหลักสูตรมีความ หลากหลายวิธีการจัดการเรียนการสอน ได้แก่ ระบบปกติ ระบบทวิภาคี ระบบสะสมหน่วยกิต/เทียบโอนและ ระบบทางไกล สืบเนื่องจากการประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 20 การอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพให้จัดในสถานศึกษาของรัฐ สถานศึกษาของเอกชน สถานประกอบการ หรือโดยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการ ทั้งนี้ให้เป็นไปตาม กฎหมายว่าด้วยการอาชีวศึกษาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีให้ความช่วยเหลือ เน้นด้านการประชาสัมพันธ์สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จึงได้ดำเนินการพัฒนาหลักสูตร


คู่มือหลักสูตรอบรมครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 6 ประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2545 (ปรับปรุง พ.ศ. 2546) และหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นสูง พุทธศักราช 2546 เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2546 ระยะที่ 3 การปฏิรูปการศึกษา : การปฏิรูปการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีพ.ศ. ๒๕๔๒ – ๒๕๕๐ การจัดการศึกษาในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พ.ศ. 2545 (ปรับปรุง พ.ศ. 2546) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พ.ศ. 2546 เป็นการจัดอาชีวศึกษาโดยความร่วมมือกับสถานประกอบการ กำหนดให้จัดการเรียนการสอนเน้นการปฏิบัติจริงสามารถนำรายวิชาชีพไปจัดฝึกในสถานประกอบการ ไม่น้อยกว่า 1 ภาคเรียนเพื่อให้เกิด ความรู้จริงจากการปฏิบัติงาน (On the job training) สถานศึกษา จัดแผนการเรียน โดยนำรายวิชาชีพหรือบูรณาการรายวิชาชีพร่วมกับสถานประกอบการนำไปฝึกงานใน สถานประกอบการโดยการฝึกงานครึ่งหลักสูตร (ในหลักสูตรไม่ใช้คำว่าระบบทวิภาคีแต่เรียกว่าการฝึกงาน ครึ่งหลักสูตร) ให้สถานศึกษานำรายวิชาในหมวดวิชาชีพไปจัดฝึกในสถานประกอบการอย่างต่อเนื่อง มีระยะเวลาฝึกงานอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของระยะเวลาเรียนตลอดหลักสูตร ระยะที่ 4 การศึกษาระบบทวิภาคี พ.ศ. 2551 – ปัจจุบัน สืบเนื่องจากพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2551 มาตรา 8 การจัดการอาชีวศึกษาและการ ฝึกอบรมวิชาชีพให้จัดได้3 รูปแบบคือ 1. การศึกษาในระบบ เป็นการจัดการศึกษาวิชาชีพที่เน้นการศึกษาในสถานศึกษาอาชีวศึกษา หรือสถาบันการอาชีวศึกษาเป็นหลัก โดยมีการกําหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลา การวัด และการประเมินผลที่เป็นเงื่อนไขของการสําเร็จของการศึกษาที่แน่นอน 2. การศึกษานอกระบบ เป็นการจัดการศึกษาวิชาชีพที่มีความยืดหยุ่นในการกําหนด จุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการศึกษา ระยะเวลา การวัดและการประเมินผลที่เป็นเงื่อนไขของการสําเร็จ การศึกษา โดยเนื้อหาและหลักสูตรจะต้องมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการ ของบุคคลแต่ละกลุ่ม 3. การศึกษาระบบทวิภาคี การศึกษาระบบทวิภาคี เป็นการจัดการศึกษาวิชาชีพที่เกิดจาก ข้อตกลงระหว่างสถานศึกษา หรือสถาบันการอาชีวศึกษา กับสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงาน ของรัฐในเรื่องการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนการวัดและประเมินผล โดยผู้เรียนใช้เวลาส่วนหนึ่งใน สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันและเรียนภาคปฏิบัติในสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของ รัฐ เพื่อประโยชน์ในการผลิตและพัฒนากำลังคนสามารถจัดการศึกษาได้หลายรูปแบบรวมกันทั้งนี้ต้องมุ่งเน้น


คู่มือหลักสูตรอบรมครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 7 การจัดการศึกษาระบบทวิภาคีเป็นสำคัญ โดยมีการจัดแผนการเรียน แผนการฝึกอาชีพ การฝึกทํางาน การวัดผลและการประเมินผลเพื่อมุ่งเน้นผลิตผู้สําเร็จการศึกษาในระดับฝีมือ ระดับเทคนิคและระดับเทคโนโลยี ให้เป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะมีคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพและกิจนิสัยที่เหมาะสม ปฏิบัติงานได้จริง ปฏิบัติงานที่ใช้เทคนิค ในการทํางาน สร้างและพัฒนางานวางแผน จัดการพัฒนาตนเองและ ทํางานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ให้มีความก้าวหน้าทางวิชาการและวิชาชีพ มีสมรรถนะนําไปปฏิบัติงาน หรือประกอบอาชีพอิสระได้ตามมาตรฐานการศึกษาวิชาชีพและมาตรฐานสมรรถนะของสาขาวิชานั้น ๆ โดย สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมแห่งชาติและแผนการศึกษาแห่งชาติ เนื่องจากประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง กรอบคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ ลงวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๒ กำหนดให้ยกเลิกประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง กรอบมาตรฐาน คุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติพ.ศ. ๒๕๕๖ ลงวันที่ ๑๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ส่งผลให้ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรฐานการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีลงวันที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ถูกยกเลิก และข้อ ๖ ของประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง กรอบคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติพ.ศ. ๒๕๖๒ กำหนดให้ คณะกรรมการการอาชีวศึกษาใช้กรอบคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติดังกล่าวเป็นหลักในการกำหนด เกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแต่ละระดับ โดยให้ทำเป็นประกาศคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อให้ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สถานศึกษาหรือสถาบันการอาชีวศึกษา นำไปเป็นแนวทางในการ พัฒนาหรือปรับปรุงหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และการพัฒนาคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษา ประกอบกับใน ปัจจุบันคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้ประกาศกำหนดเกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง และระดับปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือ สายปฏิบัติการไว้แล้ว ดังนั้น จึงต้องกำหนดมาตรฐานการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีให้สอดคล้องกับ กรอบคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติและสอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาในแต่ละระดับ เพื่อให้มี คุณภาพและประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และให้สอดคล้องกับการปฏิรูปการอาชีวศึกษาตามนโยบาย Thailand 4.0 โดยมีเป้าหมายเพื่อผลิตผู้สำเร็จการศึกษาในสาขาที่เป็นความต้องการของภาคเอกชน พัฒนากำลังคนให้มี ทักษะและขีดความสามารถในการแข่งขันในโลกยุคใหม่ ซึ่งต้องมีสมรรถนะทั้งด้านวิชาการ ทักษะวิชาชีพ และ ทักษะการใช้ชีวิต ควบคู่ไปด้วย ทั้งนี้มีการใช้เทคโนโลยี และพัฒนาด้านเทคโนโลยี ในการพัฒนาการเรียนการ สอนให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดด เช่นนำอุตสาหกรรมรูปแบบเดิม มาปฏิรูปใหม่ และต้องมีความร่วมมือกับทางต่างประเทศที่มีความสามารถในอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อต่อยอดเทคโนโลยีเดิม ให้อุตสาหกรรมเดิมเติบโตขึ้นอย่างยั่งยืนได้ การนิเทศนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ฝึกอาชีพระบบทวิภาคี และนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ระบบปกติแบบ Face To Face


คู่มือหลักสูตรอบรมครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 8 การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี 1. องค์ประกอบสำคัญในการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี มีองค์ประกอบที่สำคัญ 6 ประการ ดังนี้ 1. มีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum of Understanding : MOU) ระหว่างสำนักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา/สถาบันการอาชีวศึกษา/สถานศึกษากับสถานประกอบการ 2. มีสัญญาฝึกอาชีพในสถานประกอบการ โดยได้รับความเห็นชอบและความยินยอมจากผู้ปกครองและ สถานศึกษา 3. มีแผนการฝึกอาชีพในสถานประกอบการ ตลอดระยะเวลาการฝึกอาชีพที่กำหนดในแผนการเรียน ตลอดหลักสูตร 4. มีการประเมินมาตรฐานการฝึกอาชีพตามข้อตกลง และตามแผนการฝึกอาชีพที่จัดร่วมกันระหว่าง สถานประกอบการและสถานศึกษาหรือสถาบันการอาชีวศึกษา 5. มีใบรับรองการผ่านงานของสถานประกอบการ เมื่อสิ้นสุดการฝึกอาชีพ ลงนามโดยสถานประกอบการ 6. มีวุฒิบัตรการศึกษาระบบทวิภาคีลงนามร่วมกัน 2 ฝ่าย คือ สถานประกอบการและสถานศึกษา ซึ่งต้องมีความพร้อมทั้ง 2 ฝ่าย คือ สถานประกอบการและสถานศึกษา/สถาบันการอาชีวศึกษา จุดเริ่มต้น สถานประกอบการ • เจ้าของกิจการ • ผู้จัดการ • ฝ่ายบุคคล • ฝ่ายฝึกอบรม • ฝ่ายพัฒนาทรัพยากร ติดต่อสถานศึกษาเพื่อแจ้ง - ความประสงค์/ความต้องการ - ระดับ ปวช./ปวส./ปริญญาตรี - สาขาวิชา/สาขางาน - ลักษณะงานของสถานประกอบการ สถานศึกษา/สถาบันการอาชีวศึกษา • ผู้อำนวยการ • รองผู้อำนวยการ ฝ่ายวิชาการ - หัวหน้าแผนกวิชา - หัวหน้างานอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี • รองผู้อำนวยการฝ่ายแผนงานฯ - หัวหน้างานความร่วมมือ • ผู้ที่สถานศึกษา/สถาบันมีส่วนร่วม เสนอสถานประกอบการ - แนวทางการจัดการอาชีวศึกษา ระบบทวิภาคี - ประโยชน์ที่ได้รับของทุกฝ่าย - ระดับ ปวช./ปวส./ปริญญาตรี - สาขาวิชา/สาขางาน - ความพร้อมของสถานศึกษา สนใจที่จะดำเนินการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีร่วมกัน


คู่มือหลักสูตรอบรมครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 9 2. ขั้นตอนการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี 1. สำรวจความพร้อม 2. บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ 3. วางแผนร่วมกับสถานประกอบการ 4. ประชาสัมพันธ์ แนะแนว ผู้เรียน 5. คัดเลือกผู้เข้าเรียน 6.ทำสัญญาการฝึกอาชีพ/การประชุมผู้ปกครอง 7.ปฐมนิเทศผู้เรียน/เตรียมความพร้อมผู้เรียนก่อนฝึกอาชีพ 8.จัดการเรียนการสอน/การฝึกอาชีพ 9.นิเทศการจัดการเรียนการสอน/การฝึกอาชีพ 10.วัดและการประเมินผล/ใบรับรองการฝึกอาชีพ 11.สำเร็จการศึกษา 12.ติดตามผู้สำเร็จการศึกษา 13.สรุปผลการดำเนินงานและรายงานประจำปี สถานศึกษา สถานประกอบการ


คู่มือหลักสูตรอบรมครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 10 3. การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีกับสถานประกอบการต่างประเทศ การดำเนินการนิเทศการฝึกอาชีพในต่างประเทศ ขั้นตอนการฝึกอาชีพในต่างประเทศ สถานศึกษา/สถาบันการอาชีวศึกษา สถานประกอบการ แต่งตั้งคณะกรรมการโดยกำหนดได้มีหน้าที่ ดังนี้ • คณะกรรมการอำนวยการทำหน้าที่ ให้คำปรึกษาในการจัดการอาชีวศึกษา ระบบทวิภาคีในต่างประเทศ • คณะกรรมการหลักสูตร ทำหน้าที่ จัดทำแผนการฝึกทักษะวิชาชีพ พิจารณา เรื่องทักษะที่นักศึกษาจะได้รับจัดอบรมภาษาที่ใช้ในการสื่อสารในลักษณะงาน หรือใช้ในชีวิตประจำวัน • คณะกรรมการการประสานงานต่างประเทศ ทำหน้าที่จัดทำบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือ จัดการประชุมระหว่างหน่วยงาน การจัดส่งนักศึกษา ตามข้อกำหนดที่ตกลงร่วมกัน • คณะกรรมการคัดเลือกนักศึกษา ทำหน้าที่ พิจารณากำหนคุณสมบัติ คัดเลือก นักศึกษา ตามข้อกำหนดที่ตกลงร่วมกัน • คณะกรรมการคัดเลือกครู ทำหน้าที่ คัดเลือกครูผู้ควบคุมนักศึกษา/แปลภาษา/ แปลบทเรียน • คณะกรรมการด้านการเงิน ทำหน้าที่ ประเมินการฝึกทักษะวิชาชีพนักศึกษา และประเมินผลความร่วมมือ ทั้งนี้การดำเนินงานของสถานศึกษา/สถาบันในการจัดทำเอกสารให้ ประสานงานกับหน่วยวิเทศสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา


คู่มือหลักสูตรอบรมครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 11 ประโยชน์ของการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี สำหรับผู้เรียน 1. เมื่อผู้เรียนได้เข้าไปฝึกอาชีพในสถานประกอบการ จะมีโอกาสได้เรียนรู้ และฝึกการใช้เครื่องมือ เครื่องจักร วัสดุ อุปกรณ์ เทคโนโลยีและระบบการบริหารจัดการที่ทันสมัยในสถานประกอบการ ทำให้ ผู้เรียนเกิดสมรรถนะที่ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการ 2. ผู้เรียนมีรายได้ระหว่างเรียน ได้รับเบี้ยเลี้ยง และสวัสดิการอื่นๆจากสถานประกอบการ สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ผู้ปกครอง 3. เมื่อสำเร็จการศึกษาจะได้รับวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือวุฒิปริญญาตรี 4. สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ระบบทวิภาคี สามารถเข้า ศึกษาต่อระดับปริญญาตรีของสถาบันการอาชีวศึกษาได้ 5. ได้รับใบรับรองการฝึกอาชีพจากสถานประกอบการ 6. มีงานทำทันทีที่สำเร็จการศึกษา 7. ผู้เรียนในระบบทวิภาคี ไม่ต่ำกว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี และ มีประสบการณ์การฝึกอาชีพ ไม่น้อยกว่า 2 ภาคเรียน หรือ 1 ปีการศึกษา สามารถนำใบรับรองการฝึก อาชีพจากสถานประกอบการไปเป็นหลักฐานเพื่อรับการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน กับกรมพัฒนา ฝีมือแรงงาน และขอรับการทดสอบเพื่อรับใบรับรองคุณวุฒิวิชาชีพจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ สำหรับสถานประกอบการ 1. สถานประกอบการที่ร่วมมือกับสถานศึกษา หรือสถาบันการอาชีวศึกษาในสำนักงานคณะกรรมการการ อาชีวศึกษาเพื่อการจัดการอาชีวศึกษาและฝึกอบรมวิชาชีพ ซึ่งถือว่าเป็นการช่วยเหลือสังคมด้าน การศึกษา 2. สามารถวางแผนกำลังคนอย่างเป็นระบบในระยะยาว สามารถพัฒนาบุคลากรให้มีฝีมือ ความรู้ ตรงตาม ความต้องการของสถานประกอบการ 3. สามารถเตรียมบุคลากรให้มีคุณภาพ เพื่อรองรับการขาดแคลนกำลังคนในอนาคต 4. ได้รับประโยชน์ในการยกเว้นภาษีอากรในพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 437) พ.ศ. 2548 5. ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ ประกาศเกียรติคุณสถานประกอบการดีเด่น 6. ได้รับการเสนอชื่อเพื่อขอรับการพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่กำหนด


คู่มือหลักสูตรอบรมครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 12 สำหรับสถานศึกษา 1. สถานศึกษา ได้ผลิตผู้เรียนที่มีทักษะความชำนาญเฉพาะทาง ได้ตรงตามความต้องการกำลังคน ของประเทศ และสถานประกอบการ 2. สร้างความร่วมมือในการจัดการศึกษาร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน 3. พัฒนาความรู้ ความสามารถของครู 4. แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์กับสถานประกอบการ เพื่อพัฒนาหลักสูตรให้ก้าวหน้าทันสมัย 5. ผู้เรียนที่สำเร็จการศึกษามีงานทำทันที สถานการณ์การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีในปัจจุบัน สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Covid-19) ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) มีการแพร่ระบาดใน วงกว้าง ทั้งนี้ทุกส่วนราชการได้มีมาตรการดำเนินงานป้องกัน ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา (COVID-19) ทั้งจากรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องจากในห้วงเวลาขณะนี้ การแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) เพิ่มมากขึ้น สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาให้สถานศึกษา ที่มีการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีพิจารณาดำเนินการโดย 1. กรณีผู้เรียนฝึกอาชีพเฉพาะในสถานประกอบการที่ลักษณะงานมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ให้สถานศึกษาวางแผนร่วมกับสถานประกอบการ เพื่อกําหนดวิธีการเรียนหรือการฝึกอาชีพร่วมกันด้วยวิธีการ ที่เหมาะสมและหลากหลายโดยให้มีการประสานงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด 2. ส่วนกรณีนักศึกษาฝึกอาชีพในสถานประกอบการที่ลักษณะงานไม่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และสถานประกอบการมีมาตรการในการควบคุมและป้องกันที่เข้มแข็ง เพื่อไม่ให้กระทบต่อแผนการฝึกอาชีพ แผนการเรียน และการสําเร็จการศึกษา สถานศึกษาสามารถดําเนินการได้โดยประสานความร่วมมือในการดูแล ผู้เรียนร่วมกัน อาทิเช่น เบื้องต้นสถานศึกษาจะสอบถามความสมัครใจของผู้เรียน ผู้ปกครองและสถานประกอบการ ถ้าสถานประกอบการใดยืนยันรับผู้เรียนเข้าฝึกอาชีพ สถานศึกษาและสถาบันการอาชีวศึกษาควรขอให้ สถานประกอบการมีมาตรการป้องกันเป็นลายลักษณ์อักษร ประกอบกับติดตามสอบถามผู้เรียนเกี่ยวกับ มาตรการที่ควรพึงปฏิบัติทำแบบสอบถามตามที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กำหนดให้ สถานประกอบการมีมาตรการการป้องกันที่ดีและผู้ปกครองลงนามยินยอมให้ฝึกอาชีพต่อไป 3. การนิเทศผู้เรียนทวิภาคีในช่วงวิกฤตการณ์จากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ให้ครูนิเทศก์ ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อการนิเทศ อาทิเช่น การใช้โปรแกรมวิดีโอคอล สําหรับการประชุมต่างๆ ในการนิเทศ ผู้เรียนระหว่างฝึกอาชีพในสถานประกอบการ และใช้ในการติดต่อสื่อสารประสานงาน 4. กรณีผู้เรียนไปฝึกอาชีพนอกพื้นที่ตั้งสถานศึกษา ให้ประสานงานและแจ้งข้อมูลให้กับศูนย์อาชีวศึกษา ทวิภาคีเขตพื้นที่ ที่ผู้เรียนไปฝึกอาชีพนั้น ๆ ทราบด้วย


คู่มือหลักสูตรอบรมครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 13 ใบกิจกรรม หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ความรู้และเจตคติเกี่ยวกับการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี หัวข้อย่อยที่ ๑.๑ แนวคิดและหลักการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ใบกิจกรรมที่ ๑.๑ /๑ เปรียบเทียบการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีกับการจัดการ อาชีวศึกษาระบบปกติ คำชี้แจง ๑. ผู้เข้ารับการอบรมชมวิดีทัศน์เกี่ยวกับการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี และนำมาเปรียบเทียบ กับการจัดการอาชีวศึกษาระบบปกติ ๒. แบ่งกลุ่ม ๓ – ๔ คน ให้อภิปรายและวิเคราะห์ความแตกต่างของการจัดการอาชีวศึกษาทั้ง ๒ ระบบ โดยบันทึกลงในใบกิจกรรมที่ ๑.๑ /๑ ตามประเด็นดังนี้ ๑. กระบวนการจัดการเรียนการสอน ๒. คุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษาตรงกับความต้องการของสถานประกอบการ ๓. โอกาสได้งานทำของผู้สำเร็จการศึกษา ๔. ประโยชน์ที่ผู้สำเร็จศึกษาจะได้รับ


คู่มือหลักสูตรอบรมครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 14 ตารางวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างการการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี กับการจัดการอาชีวศึกษาระบบปกติ ประเด็น ระบบทวิภาคี ระบบปกติ 1. กระบวนการจัดการเรียนการสอน (การจัดหลักสูตร, การจัดการเรียนการ สอน, การจัดการฝึกอาชีพ,การวัดผล และประเมินผล ฯลฯ) ............................................... ............................................... ............................................... ............................................... ............................................... ............................................... ............................................. ............................................. ............................................. ............................................. ............................................. ............................................. 2. คุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษาตรงกับ ความต้องการของสถานประกอบการ ............................................... ............................................... ............................................... ............................................... ............................................... ............................................... ............................................. ............................................. ............................................. ............................................. ............................................. ............................................. 3. โอกาสได้งานทำของผู้สำเร็จ การศึกษา ............................................... ............................................... ............................................... ............................................... ............................................... ............................................... ............................................. ............................................. ............................................. ............................................. ............................................. ............................................. 4. อื่นๆ ............................................... ............................................... ............................................... ............................................... ............................................... ............................................... ............................................. ............................................. ............................................. ............................................. ............................................. .............................................


คู่มือหลักสูตรอบรมครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 15 ใบกิจกรรม หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ความรู้และเจตคติเกี่ยวกับการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี หัวข้อย่อยที่ ๑.๑ แนวคิดและหลักการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ใบกิจกรรมที่ ๑.๑ /2 แนวคิดและหลักการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี คำชี้แจง ๑. ผู้เข้ารับการอบรมศึกษาข้อมูล เรื่อง “แนวคิดและหลักการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี” ๒. แบ่งกลุ่ม ๓ – ๔ คน ให้อภิปราย สรุปรวบยอด เรื่อง “แนวคิดและหลักการจัดการอาชีวศึกษา ระบบทวิภาคี” 3. จัดทำแผนผังความคิด (Mind Mapping) และนำเสนอ


คู่มือหลักสูตรอบรมครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 16 ใบกิจกรรม (กรณีศึกษาตัวอย่าง) หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ความรู้และเจตคติเกี่ยวกับการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี หัวข้อย่อยที่ ๑.๑ แนวคิดและหลักการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ใบกิจกรรมที่ ๑.๑ /3 สถานการณ์การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีในระบบปัจจุบัน คำชี้แจง ๑. ผู้เข้ารับการอบรมศึกษาข้อมูล เรื่อง “สถานการณ์การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีในปัจจุบัน” ๒. แบ่งกลุ่ม ๓ – ๔ คน ให้อภิปราย ระดมความคิด เรื่อง “สถานการณ์การจัดการอาชีวศึกษาระบบ ทวิภาคีในระบบปัจจุบัน” ถ้าเกิดสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความเสี่ยงในการฝึกอาชีพ อาทิเช่น โรคเชื้อไวรัส โคโรนา (Covid-19) จะดำเนินการฝึกอาชีพอย่างไร และในฐานะครูนิเทศก์ควรดำเนินการอย่างไร .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ..............................................................................................................................................................................


คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 17 ๑.๒ ระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี กรอบแนวคิด การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 20 การจัดการอาชีวศึกษา การฝึกอบรมวิชาชีพ ให้จัดใน สถานศึกษาของรัฐ สถานศึกษาของเอกชน สถานประกอบการหรือโดยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับ สถานประกอบการ ทั้งนี้ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการอาชีวศึกษาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พระราชบัญญัติ การอาชีวศึกษา พ.ศ. 2551 มาตรา 8 ที่กำหนดให้การผลิตและพัฒนากำลังคน ต้องมุ่งเน้นการจัดการศึกษา ระบบทวิภาคีเป็นสำคัญ ประกาศคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เรื่อง มาตรฐานการจัดการอาชีวศึกษาระบบ ทวิภาคี พ.ศ. 2563 รวมทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี จุดประสงค์ทั่วไป เพื่อให้ครูนิเทศก์มีความรู้ ความเข้าใจ ระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการอาชีวศึกษา ระบบทวิภาคี จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และ พ.ร.บ.อาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี 2. เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานการจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี 3. เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ที่สถานประกอบการจะได้รับจากการจัดการ อาชีวศึกษาระบบทวิภาคี สาระสำคัญ 1. การจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ตามพ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และ พ.ร.บ. อาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๘,๙,๕๑,๕๒,๕๓,๕๔ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี 2. ประกาศคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เรื่องมาตรฐานการจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี พ.ศ. ๒๕63 3. การสร้างแรงจูงใจให้สถานประกอบการเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี แนวการจัดกิจกรรม 1. บรรยายให้ความรู้ 2. การอภิปรายกลุ่มย่อย 3. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 4. การสรุปองค์ความรู้ร่วมกัน


คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 18 รายละเอียดการจัดกิจกรรม กระบวนการ : ๖๐ นาที องค์ประกอบ/กลุ่ม/เวลา กิจกรรม สื่อ - ความคิดรวบยอด (กลุ่มใหญ่ ) เวลา ๑๕ นาที - บรรยายสรุปสาระสำคัญกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง - Power Point ๑ – ๓ เรื่อง กฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง - เอกสารแจกผู้เข้ารับการอบรม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติพ.ศ. ๒๕๔๒ และ พ.ร.บ. อาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑ - ประสบการณ์และสะท้อน ความคิดและอภิปรายกลุ่ม (กลุ่ม ๓ – ๔ คน) เวลา ๒๐ นาที - ตรวจสอบหน้าที่และความ รับผิดชอบ ในการร่วมจัดอาชีวศึกษา ระบบทวิภาคีของสถานศึกษาและ สถานประกอบการตามมาตรฐาน การจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี - วิทยากร สรุป และร่วมอภิปราย - ใบกิจกรรมที่ ๑.๒/๑ ตรวจสอบหน้าที่และความรับผิดชอบ ในการร่วมจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ของสถานศึกษาและสถานประกอบการ ตามมาตรฐานการจัดอาชีวศึกษาระบบ ทวิภาคี - Power Point ๔ – ๗ - ความคิดรวบยอด กลุ่มใหญ่ เวลา ๑๐ นาที - บรรยายเชื่อมโยงประโยชน์จาก การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ที่สถานประกอบการ นักเรียน นักศึกษา และสถานศึกษาจะได้รับ - Power Point ๘ เรื่องประโยชน์จากการ จัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี - การประยุกต์ (กลุ่ม ๓ – ๔ คน) เวลา ๑๕ นาที - การสร้างแรงจูงใจให้ สถานประกอบการเข้ามามีส่วนร่วม ในการจัดการอาชีวศึกษาระบบ ทวิภาคี - Power Point ๘ เรื่องประโยชน์ฯ - ใบกิจกรรมที่ ๑.๒/๒ อภิปรายและสรุปเสนอการสร้างแรงจูงใจให้ สถานประกอบการเข้ามามีส่วนร่วมในการ จัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี


คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 19 ใบเนื้อหา ๑.๒ ระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี เรื่อง กฎหมาย แผน นโยบาย และยุทธศาสตร์ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและพัฒนากำลังคน ๑.1 กฎหมายการศึกษา ๑.๑.1 พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่เกี่ยวข้อง พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปการศึกษาทั้งด้านการ บริหารและการจัดการเรียนการสอนเพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง รวมทั้งการปฏิรูปการเรียนรู้ให้ สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและภาคอุตสาหกรรม มาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ กำหนดให้การอาชีวศึกษา การฝึกอบรมวิชาชีพ ให้จัดในสถานศึกษาของรัฐ สถานศึกษาของ เอกชนสถานประกอบการ หรือโดยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการ ทั้งนี้ให้เป็นไปตาม กฎหมายว่าด้วยการอาชีวศึกษาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ๑.1.๒ พระราชบัญญัติการอาชีวศึกษาพ.ศ. ๒๕5๑ พระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕5๑ มาตรา ๘ ได้กำหนดรูปแบบการจัดการอาชีวศึกษา และการฝึกอบรมวิชาชีพไว้ ๓ รูปแบบ ได้แก่ (๑) การศึกษาในระบบ เป็นการจัดการศึกษาวิชาชีพที่เน้นการศึกษา ในสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันเป็นหลัก โดยมีการกำหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลา การวัดและการประเมินผลที่เป็นเงื่อนไขของการสำเร็จการศึกษาที่แน่นอน (๒) การศึกษานอกระบบ เป็นการจัด การศึกษาวิชาชีพที่มีความยืดหยุ่นในการกำหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการศึกษา ระยะเวลา การวัดและ การประเมินผลที่เป็นเงื่อนไขของการสำเร็จการศึกษา โดยเนื้อหาแต่ละกลุ่มและ (๓) การศึกษา ระบบทวิภาคี เป็นการจัดการศึกษาวิชาชีพที่เกิดจากข้อตกลงระหว่างสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันกับสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐในเรื่องการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนการวัดและการประเมินผล โดยผู้เรียน ใช้เวลาส่วนหนึ่งในสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบัน และเรียนภาคปฏิบัติในสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือ หน่วยงานของรัฐ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการผลิตและพัฒนากำลังคน สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันสามารถ จัดการศึกษาตามวรรคหนึ่งในหลายรูปแบบรวมกันก็ได้ ทั้งนี้สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันนั้น ต้องมุ่งเน้น การจัดการศึกษาระบบทวิภาคีเป็นสำคัญ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการ ผลิตและพัฒนากำลังคนสายอาชีพ จึงได้ผลักดันนโยบายการจัดการศึกษาระบบทวิภาคี มุ่งให้การจัดการเรียน การสอนได้คุณภาพมาตรฐานร่วมกับสถานประกอบการ โดยกระบวนการที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้จาก การปฏิบัติจริงและสามารถพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งด้านการผลิตและบริการของประเทศ


คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 20 ๑.1.๓ มาตรฐานการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี พ.ศ. ๒๕๖๓ ประกาศคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เรื่อง มาตรฐานการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี พ.ศ. 2563 และอนุสนธิประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง กรอบมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ ลงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๖ กำหนดให้คณะกรรมการการอาชีวศึกษาใช้กรอบคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติ ดังกล่าว เป็นหลักในการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแต่ละระดับ โดยให้ทำเป็นประกาศ คณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สถานศึกษาหรือสถาบันการ อาชีวศึกษานำไปเป็นแนวทางในการพัฒนาหรือปรับปรุงหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และการพัฒนา คุณภาพการจัดการอาชีวศึกษา โดยที่กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศกำหนดมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง และระดับปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสาย ปฏิบัติการไว้แล้ว ดังนั้น จึงกำหนดมาตรฐานการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ให้สอดคล้องกับกรอบคุณวุฒิ อาชีวศึกษาแห่งชาติและมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแต่ละระดับ เพื่อเป็นหลักและแนวทางในการจัดการ อาชีวศึกษาระบบทวิภาคีแต่ละระดับ ให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ๑.๒ ระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี เนื่องจากประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง กรอบคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ ลงวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๒ กำหนดให้ยกเลิกประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง กรอบมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษา แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๖ ลงวันที่ ๑๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ส่งผลให้ประกาศ กระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรฐาน การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ลงวันที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ถูกยกเลิก และข้อ ๖ ของประกาศ กระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง กรอบคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติพ.ศ. ๒๕๖๒ กำหนดให้คณะกรรมการการอาชีวศึกษา ใช้กรอบคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติดังกล่าว เป็นหลักในการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแต่ละระดับ โดยให้ทำเป็นประกาศคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สถานศึกษา หรือสถาบันการอาชีวศึกษา นำไปเป็นแนวทางในการพัฒนาหรือปรับปรุงหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และ การพัฒนาคุณภาพ การจัดการอาชีวศึกษา 1.2.1 ความสำคัญของการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี การศึกษาระบบทวิภาคีเป็นการจัดการศึกษาเพื่อผลิตกำลังคนที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการของ ผู้ประกอบการ สามารถพัฒนากำลังคนให้มีสมรรถนะเท่าทันเทคโนโลยีปัจจุบันและเชื่อมโยงความรู้ ทักษะ ในการ พัฒนาการทำงานให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนแปลงในอนาคต การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี จึงเป็นรูปแบบการจัดการศึกษาที่พัฒนากำลังคนให้มีทักษะของคนในศตวรรษที่ 21 ตอบโจทย์ความต้องการ กำลังคนของผู้ประกอบการทุกภาคส่วน รองรับการพัฒนาประเทศสู่โมเดลประเทศไทย 4.0 เป็นการกำหนด ผลลัพธ์ที่ต้องการจากความต้องการของสถานประกอบการ เกิดความร่วมมือในการผลิตและพัฒนากำลังคน อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การพัฒนาหลักสูตร กระบวนการจัดการเรียนการสอน การพัฒนาผู้สอนทั้งในสถานศึกษา และสถานประกอบการ รวมถึงการสร้างแรงจูงใจใฝ่เรียนรู้ของผู้เรียน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา


คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 21 ดำเนินการจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งมีรายละเอียด และประกาศคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เรื่องมาตรฐานการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี พ.ศ. 2563 ดังนี้ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๒๐ การจัดการอาชีวศึกษา การฝึกอบรมวิชาชีพ ให้จัดในสถานศึกษาของรัฐ สถานศึกษา ของเอกชน สถานประกอบการ หรือโดยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการ ทั้งนี้ให้เป็นไป ตามกฎหมายว่าด้วยการอาชีวศึกษาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๘ การจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพให้จัดได้โดยรูปแบบดังต่อไปนี้ (๑) การศึกษาในระบบ เป็นการจัดการศึกษาวิชาชีพที่เน้นการศึกษาในสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบัน เป็นหลักโดยมีการกำหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลา การวัดและการประเมินผล ที่เป็นเงื่อนไข ของการสำเร็จการศึกษาที่แน่นอน (๒) การศึกษานอกระบบ เป็นการจัดการศึกษาวิชาชีพที่มีความยืดหยุ่นในการกำหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการศึกษา ระยะเวลา การวัดและการประเมินผลที่เป็นเงื่อนไขของการสำเร็จการศึกษา โดยเนื้อหาและหลักสูตร จะต้องมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของบุคคลแต่ละกลุ่ม (๓) การศึกษาระบบทวิภาคี เป็นการจัดการศึกษาวิชาชีพที่เกิดจากข้อตกลงระหว่างสถานศึกษอาชีวศึกษา หรือสถาบัน กับสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐในเรื่องการจัดหลักสูตรการเรียนการสอน การวัดผลและประเมินผล โดยผู้เรียนใช้เวลาส่วนหนึ่งในสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบัน และเรียนภาคปฏิบัติ ในสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ เพื่อประโยชน์ในการผลิตและพัฒนากำลังคน สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันสามารถจัดการศึกษา ตามวรรคหนึ่งในหลายรูปแบบรวมกันก็ได้ ทั้งนี้ สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบัน นั้น ต้องมุ่งเน้นการจัด การศึกษาระบบทวิภาคีเป็นสำคัญ มาตรา ๙ การจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพตามมาตรา ๖ มาตรา ๗ และมาตรา ๘ ให้จัด ตามหลักสูตรที่คณะกรรมการการอาชีวศึกษากำหนด ดังต่อไปนี้ (๑) ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (๒) ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (๓) ปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ คณะกรรมการการอาชีวศึกษาอาจกำหนดหลักสูตรที่จัดขึ้นเพื่อความรู้หรือทักษะในการประกอบอาชีพ หรือการศึกษาต่อ ซึ่งจัดขึ้นเป็นโครงการหรือสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะได้


คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 22 มาตรา ๕๑ ในการจัดการศึกษาระบบทวิภาคีที่เป็นความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือ สถาบันและสถานประกอบการให้เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันและ สถานประกอบการ มาตรา ๕๔ สถานประกอบการสมาคมวิชาชีพ หรือองค์กรอื่นที่ให้ความร่วมมือในการจัดการอาชีวศึกษา และการฝึกอบรมวิชาชีพ อาจได้รับสิทธิและประโยชน์ดังต่อไปนี้ (๑) การสนับสนุนด้านวิชาการและทรัพยากรตามสมควรแก่กรณี (๒) การเชิดชูเกียรติแก่สถานประกอบการ สมาคมวิชาชีพ หรือองค์กรอื่นที่ให้ความร่วมมือในการ จัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ มาตรา ๕๕ ครูฝึกในสถานประกอบการตามมาตรา ๕๒ และมาตรา ๕๓ ต้องมีคุณสมบัติอย่างใด อย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาและผ่านการศึกษาหรือฝึกอบรมวิชาการศึกษา ด้านอาชีพ (๒) เป็นผู้ชำนาญการด้านการอาชีพโดยสำเร็จการศึกษาวิชาชีพ ไม่ต่ำกว่าระดับ ประกาศนียบัตร วิชาชีพ หรือผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ หรือมาตรฐานอื่นตามที่ สำนักงานคณะกรรมการการ อาชีวศึกษากำหนด (๓) เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาชีพเฉพาะสาขาซึ่งสำเร็จการศึกษาวิชาชีพไม่ต่ำกว่าระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพที่มีประสบการณ์ในสาขาอาชีพนั้นไม่น้อยกว่าห้าปี หรือสำเร็จการศึกษาวิชาชีพ ระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ที่มีประสบการณ์ในสาขาอาชีพนั้น ไม่น้อยกว่าสามปีหรือผู้ผ่านการทดสอบ มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติและมีประสบการณ์ในการทำงานในสาขาอาชีพนั้นไม่น้อยกว่าห้าปี (๔) เป็นผู้มีประสบการณ์และประสบความสำเร็จในอาชีพเฉพาะสาขามีผลงานเป็นที่ยอมรับใน สังคมและท้องถิ่น และสามารถถ่ายทอดความรู้ได้ หลักเกณฑ์ในการแต่งตั้ง การทดสอบ การฝึกอบรม และการออกใบรับรองการเป็น ครูฝึกใน สถานประกอบการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการการอาชีวศึกษากำหนด หลักการและวัตถุประสงค์การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี จากพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๘ ในการจัดการศึกษาระบบทวิภาคี เป็นการจัด การศึกษาวิชาชีพที่เกิดจากข้อตกลงระหว่างสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันกับสถานประกอบการในเรื่อง การ จัดหลักสูตร การเรียนการสอน การวัดและการประเมินผล โดยผู้เรียนใช้เวลาส่วนหนึ่งในสถานศึกษาอาชีวศึกษา หรือสถาบันและเรียนภาคปฏิบัติในสถานประกอบการ โดยมีการจัดแผนการเรียน แผนการฝึกอาชีพ การวัดผล และการประเมินผลเพื่อมุ่งเน้นผลิตผู้สำเร็จการศึกษาในระดับฝีมือ ระดับเทคนิคและระดับเทคโนโลยีสาย ปฏิบัติการให้เป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจทักษะ คุณธรรมจริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพและกิจนิสัยที่เหมาะสม ปฏิบัติงานได้จริง ปฏิบัติงานที่ใช้เทคนิคในการทำงาน สร้างและพัฒนางาน วางแผน จัดการพัฒนาตนเองและ ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ให้มีความก้าวหน้าทางวิชาการและวิชาชีพ มีสมรรถนะนำไปปฏิบัติงานหรือ


คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 23 ประกอบอาชีพอิสระได้ตามมาตรฐานการศึกษาวิชาชีพและมาตรฐานสมรรถนะของสาขาวิชานั้น ๆ โดยสอดคล้อง กับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และแผนการศึกษาแห่งชาติ คุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษา ผู้สำเร็จการศึกษาทุกระดับคุณวุฒิ ประเภทวิชาและสาขาวิชาในระบบบทวิภาคีต้องมีคุณภาพครอบคลุม สี่ด้าน คือ 1) ด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ 2) ด้านความรู้ 3) ด้านทักษะ 4) ด้านความสามารถในการประยุกต์ใช้และรับผิดชอบ ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง กรอบมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติที่กำหนดและมี คุณลักษณะพิเศษ สามารถปฏิบัติงานในสาขาวิชาที่ฝึกอาชีพได้ทันที ผู้สำเร็จการศึกษาผ่านการทดสอบตามมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาในแต่ละหลักสูตรแต่ละระดับครบ ทุกด้าน คือด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ด้านความรู้ด้านทักษะ และด้านความสามารถ ในการประยุกต์ใช้และรับผิดชอบที่มีระยะการฝึกอาชีพ ตามแผนการฝึกอาชีพ มากกว่ากึ่งหนึ่งของหลักสูตร มีสมรรถนะวิชาชีพเป็นไปตามความต้องการของสถานประกอบการนั้น ๆ จึงเป็นตัวชี้วัดว่าผู้สำเร็จการศึกษา สามารถปฏิบัติงานได้ทันที 1.2.2 องค์ประกอบที่จะผลักดันให้การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีเกิดความสำเร็จ ปัจจัยแห่งความสำเร็จ ในการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ประกอบด้วยองค์ประกอบต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ๑. นโยบาย ยุทธศาสตร์ของแผนการศึกษาแห่งชาติที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ภายใต้ วิสัยทัศน์ที่ต้องการให้คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21 โดยมีวัตถุประสงค์ ในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาระบบและกระบวนการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถ พัฒนาคนไทยให้เป็นพลเมืองดี มีคุณลักษณะ ทักษะ และสมรรถนะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน และการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ส่งผลสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณธรรม จริยธรรม รู้รักสามัคคีและ ร่วมมือผนึกกำลังมุ่งสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน เพื่อนำประเทศไทยก้าวข้ามกับดัก ประเทศที่มีรายได้ปานกลาง และความเหลื่อมล้ำภายในประเทศลดลง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ผลิตและพัฒนากำลังคนด้านอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ดังกล่าว ทั้งด้าน ปริมาณและด้านคุณภาพ จึงได้ดำเนินการขยาย ยกระดับการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี สร้างแรงจูงใจให้ สถานประกอบการร่วมมือด้วยมาตรการต่าง ๆ เช่น สิทธิประโยชน์ทางภาษียกย่องเชิดชูเกียรติ จัดทำประกาศ


คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 24 ระเบียบ กฎหมาย ข้อกำหนดต่าง ๆ เพื่อเชื่อมโยงกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการอาชีวศึกษา ระบบทวิภาคีเพื่อให้การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการ อาชีวศึกษาบรรลุตามวัตถุประสงค์อย่างมีคุณภาพ ๒. ผู้เรียน สถานศึกษาและสถานประกอบการ ร่วมกันประชาสัมพันธ์ แนะแนวให้ความรู้ความเข้าใจกับ ผู้เรียนที่ศึกษาระบบทวิภาคี และคัดเลือกผู้เรียนตามความต้องการของสถานประกอบการ พัฒนาผู้เรียน ให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สอดคล้อง ตามกรอบมาตรฐานอาชีวศึกษาและกรอบคุณวุฒิวิชาชีพ แต่ละระดับ จัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี โดยยึดตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องการจัด การอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี เป็นสำคัญ ๓. สถานศึกษา/ครูผู้สอนและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง สถานศึกษามีการสนับสนุนทรัพยากรมีการส่งเสริม สนับสนุน ให้ครูผู้สอนและบุคลากรที่ เกี่ยวข้องในสาขาวิชาชีพ ได้รับการพัฒนา แลกเปลี่ยนเรียนรู้วิทยาการเทคโนโลยีที่ทันสมัยจากสถานประกอบการ นำมาประยุกต์ใช้พัฒนารูปแบบการเรียนการสอนให้ทันต่อสภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน และพัฒนาระบบ การบริหารจัดการแบบเครือข่ายในการประสานงานร่วมกับสถานประกอบการให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ทันสมัย สร้างนวัตกรรมและงานวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ 4. สถานประกอบการ สถานประกอบการต้องมีความรู้ ความเข้าใจในการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี มีส่วนร่วม ในการคัดเลือกผู้เรียนระบบทวิภาคี ตามสมรรถนะที่สถานประกอบการต้องการ ส่งเสริม สนับสนุน ครูฝึก ในสถานประกอบการ สนับสนุนทรัพยากรการจัดการศึกษา โดยร่วมมือสถานศึกษาพัฒนาองค์ความรู้ ถ่ายทอด เทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้แก่ผู้เรียน จัดสวัสดิการที่จำเป็น รวมทั้งจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน ตลอดจน ดำเนินการฝึกอาชีพให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เรื่อง มาตรฐานการจัดการอาชีวศึกษา ระบบทวิภาคีและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง 5. ผู้ปกครอง ผู้ปกครองควรมีความรู้ ความเข้าใจ ส่งเสริม สนับสนุนผู้เรียนระบบทวิภาคี ให้ความร่วมมือกับ สถานศึกษาและสถานประกอบการ ให้ความเชื่อมั่นในการจัดการเรียนการสอน การฝึกอาชีพ ประโยชน์ที่ได้รับ และการมีงานทำหลังผู้เรียนสำเร็จการศึกษา


คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 25 1.2.3 กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องในการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 การพัฒนาประเทศในระยะแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๑๒ จะมุ่งบรรลุเป้าหมาย ในระยะ ๕ ปี ที่จะสามารถต่อยอดในระยะต่อไปเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาระยะยาวตามยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ จึงเป็นเครื่องมือหรือกลไกสำคัญที่สุดที่ถ่ายทอด ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐- ๒๕๗๙) สู่การปฏิบัติในลำดับแรกที่ขับเคลื่อนไปสู่การบรรลุเป้าหมาย ในระยะยาวได้ในที่สุด โดยมีกลไกตามลำดับต่างๆ และกลไกเสริมอื่น ๆ ในการขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติ ให้เกิดประสิทธิผลตามเป้าหมาย โดยกำหนดเป้าหมายที่จะต้องบรรลุใน ๕ ปีแรกอย่างชัดเจนทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สภาพแวดล้อมการพัฒนาและประเด็นการพัฒนาสำคัญในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติฉบับที่ ๑๒ในด้านสังคม พบว่าศักยภาพและระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยหลายด้านยังต่ำกว่า เป้าหมายและไม่สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมบนฐานความรู้ ปัญหาสำคัญ เช่น การศึกษา และการเรียนรู้ของคนไทยยังมีปัญหาเชิงคุณภาพ ประกอบกับการขาดการฝึกทักษะที่แปลงความรู้สู่ทักษะ ที่เพียงพอ จึงส่งผลให้วัยแรงงานมีภาพการผลิตต่ำ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลและเป็นข้อจำกัดต่อการพัฒนา ทุนมนุษย์ของไทย ทั้งนี้ในแผนนี้มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีที่สำคัญ ดังนี้ ส่วนที่ ๔ ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ การเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ พัฒนาศักยภาพคนให้มีทักษะความรู้และความสามารถในการดำรงชีวิตอย่างมีคุณค่า 1. สร้างแรงจูงใจให้เด็กเข้าสู่การศึกษาในระบบทวิภาคีและสหกิจศึกษาที่มุ่งการฝึกทักษะอาชีพ ให้พร้อมเข้าสู่ตลาดงาน ยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ๑. ปรับหลักสูตรการผลิตครูที่เน้นสมรรถนะ มีจิตวิญญาณความเป็นครู เป็นผู้แนะนำ และสามารถกระตุ้นการเรียนรู้ของผู้เรียน สร้างมาตรการจูงใจให้ผู้มีศักยภาพสูงเข้ามาเป็นครู ปรับระบบ ประเมินวิทยฐานะทางวิชาชีพให้เชื่อมโยงกับพัฒนาการและผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน และสร้างเครือข่าย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการจัดการเรียนการสอนที่เป็นการพัฒนาสมรรถนะของครูอย่างต่อเนื่อง 2. พัฒนาระบบประเมินคุณภาพมาตรฐานที่สามารถวัดและประเมินผลคุณภาพผู้เรียน ทั้งด้านทักษะ ความรู้ ความสามารถ และสมรรถนะตามมาตรฐานการเรียนรู้แต่ละระดับการศึกษา 3. ส่งเสริมมาตรการสร้างแรงจูงใจให้สถานประกอบการขนาดกลางที่มีศักยภาพ เข้าร่วมระบบทวิภาคีหรือสหกิจศึกษา สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับผู้ประกอบการ ครูฝึกหรือครูพี่เลี้ยงให้ ร่วมวางแผนการจัดการเรียนการสอน การฝึกปฏิบัติ และการติดตามประเมินผลผู้เรียน 4. ขยายความร่วมมือระหว่างสถาบันอาชีวศึกษา สถาบันอุดมศึกษา ภาคเอกชน และ ผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ พัฒนาสาขาวิชาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านสู่ความเป็นเลิศ การพัฒนา งานวิจัยไปสู่นวัตกรรม รวมทั้งขยายการจัดทำและการใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะให้มากขึ้น


คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 26 พัฒนาต ่อยอดความเข้มแข็งของอุตสาหกรรมที ่มีศักยภาพปัจจุบันเพื ่อยกระดับไปสู่ อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง 1. การส่งเสริมการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม ทั้งด้านการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมและเตรียมความพร้อมของบุคลากรที่จะเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม โดยผ่าน ระบบการศึกษาทวิภาคีและสหกิจศึกษา หรือระบบอื่นที่เหมาะสม และด้านการวิจัยและพัฒนาในสาขาเทคโนโลยี ขั้นก้าวหน้าที่เหมาะสมกับแต่ละอุตสาหกรรมและสามารถต่อยอดเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ ในปัจจุบันได้ ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จึงได้กำหนดเป็นหนึ่ง ในนโยบายสำคัญในการส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาอาชีวศึกษาทั้งรัฐและเอกชน ตลอดจน สถาบันการอาชีวศึกษาจัดการศึกษาวิชาชีพในระบบทวิภาคี เพื่อสนองตอบความต้องการกำลังคนของประเทศ


คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 27 สิทธิประโยชน์ทางภาษี 1. พระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 437) พ.ศ. 2548


Click to View FlipBook Version